บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๒๗มรดกแห่งควำมกล้ำหำญบรรพวีรสตรีศรีถลำงในวัฒนธรรมร่วมสมัยจากเกียรติยศแห่งอดีต สู่การสร้างคุณค่าในปัจจุบันมรดกแห่งความกล้าหาญของบรรพชนชาวถลาง มิได้หยุดอยู่เพียงหน้าประวัติศาสตร์ หากยังคงสืบทอดและหล่อหลอมเป็น “วัฒนธรรมร่วมสมัย” ที่มีชีวิต ผ่านความทรงจ า ความศรัทธา และการแสดงออกในรูปแบบต่างๆของผู้คนในท้องถิ่นและสังคมไทยโดยรวมวีรกรรมในคราวศึกถลาง สงครามเก้าทัพ โดยการน าของ ท้าวเทพกระษัตรี และ ท้าวศรีสุนทร ได้ถูกยกระดับจาก “เหตุการณ์แห่งการต่อสู้” สู่ “สัญลักษณ์แห่งอุดมคติ” ของความรักชาติ ความเสียสละ และความสามัคคี ซึ่งยังคงปรากฏชัดในส านึกของผู้คนตราบจนปัจจุบันอนุสาวรีย์วีรสตรีที่ตั้งตระหง่าน ณ จังหวัดภูเก็ต มิใช่เพียงสิ่งก่อสร้าง หากคือ “ศูนย์รวมจิตใจ” ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ทุกปีมีการจัดงานร าลึก การแสดงแสงเสียง และพิธีกรรมต่างๆ เพื่อสดุดีคุณูปการของบรรพชน อันเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวจากรุ่นสู่รุ่นอย่างมีพลัง
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๓ในมิติทางศิลปวัฒนธรรม เรื่องราวศึกถลางได้รับการสร้างสรรค์ใหม่ในหลากหลายรูปแบบ ทั้งบทเพลง การแสดงนาฏศิลป์ ละครเวที และจิตรกรรมร่วมสมัย ซึ่งล้วนตีความวีรกรรมเดิมให้สอดคล้องกับบริบทของยุคสมัย ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษา “แก่นแท้แห่งคุณค่า” ไว้อย่างมั่นคงยิ่งไปกว่านั้น วีรกรรมของบรรพวีรสตรีศรีถลางยังได้กลายเป็น “บทเรียนทางสังคม” ที่ปลูกฝังจิตส านึกแห่งความรับผิดชอบต่อส่วนรวม ความกล้าหาญในการเผชิญวิกฤต และการยืนหยัดปกป้องแผ่นดิน อันเป็นรากฐานส าคัญของความเป็นชาติดังนั้น มรดกแห่งความกล้าหาญถลางจึงมิใช่เพียงเรื่องเล่าในอดีต หากคือ “พลังทางวัฒนธรรม” ที่ยังคงเคลื่อนไหวและมีอิทธิพลในสังคมร่วมสมัย เป็นแรงบันดาลใจให้อนุชนได้ตระหนักถึงคุณค่าของแผ่นดิน และร่วมกันสืบสานเกียรติภูมิแห่งบรรพชนให้ด ารงอยู่สืบไปอย่างไม่เสื่อมคลาย5 อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร : สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศและความทรงจ าของแผ่นดินถลาง อนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ได้รับการด าเนินการจัดสร้างขึ้นโดยอาศัยหลักฐานส าคัญจากจดหมายเหตุเมืองถลางจ านวน ๖ ฉบับ อันเป็นเอกสารประวัติศาสตร์ที่มีคุณค่ายิ่ง ประกอบกับการสนองพระราชด าริในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎ
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๔เกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเห็นควรให้มีอนุสรณ์สถานเพื่อเทิดพระเกียรติวีรสตรีแห่งเมืองถลางการก่อสร้างได้ด าเนินขึ้นในปีพุทธศักราช ๒๕๐๙ โดยรูปหล่อของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรมีขนาดสูงกว่าคนจริงประมาณหนึ่งเท่าครึ่ง แต่งกายในลักษณะสตรีชั้นสูงสมัยโบราณ นุ่งโจงกระเบน สวมเสื้อแขนยาว คาดผ้าสไบแบบตะแบงมาน ทรงผมดอกกระทุ่ม ประดับต่างหูรูปดอกไม้ แสดงถึงความสง่างามควบคู่กับความเข้มแข็งในอิริยาบถนั้น หัตถ์ขวาถือดาบปลายมน ส่วนหัตถ์ซ้ายของท้าวเทพกระษัตรียื่นจับข้อมือขวาของท้าวศรีสุนทร แสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจและความเป็นหนึ่งเดียวในการปกป้ องบ้านเมือง รูปหล่อทั้งสองประดิษฐานอยู่บนแท่นสูงประมาณ ๕ เมตร ณ บริเวณบ้านท่าเรือ ต าบลศรีสุนทร อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ตอนึ่ง ในกระบวนการจัดสร้างได้เกิดประเด็นเกี่ยวกับความหลากหลายของนามเรียก “ท้าวเทพกระษัตรี” ซึ่งปรากฏในเอกสารต่าง ๆ เช่น ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวเทพกษัตรี และท้าวเทพสตรี คณะกรรมการผู้รับผิดชอบจึงได้หารือกับ กรมศิลปากร เพื่อก าหนดรูปแบบที่ถูกต้องเหมาะสมทั้งนี้ พระยาอนุมานราชธน ในฐานะนายกราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความเห็นทางวิชาการยืนยันว่า ควรใช้รูปนามว่า “ท้าวเทพกระษัตรี” ซึ่งเป็นรูปแบบที่มีความถูกต้องตามหลักภาษาและสอดคล้องกับหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากที่สุด จังหวัดภูเก็ตจึงได้ยึดถือรูปนามนี้เป็นมาตรฐานในการจารึกบนอนุสาวรีย์และเอกสารทางราชการสืบมา การบันทึกข้อความที่แท่นฐานทิศเหนือ ด้านหน้าอนุสาวรีย์ มีดังนี้
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๕ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทร(จัน) (มุก) ได้กระทําการป้ องกันรักษาเมืองถลางไว้เป็นสามารถเมื่อปีมะเส็ง พ.ศ.๒๓๒๘ มิให้ข้าศึกตีหักเอาเมืองได้เป็นวีรกรรมอันควรแก่ชนชาวเมืองถลางตลอดจนชาวไทยทั่วกันยกย่องสรรเสริญ จึงสร้างอนุสาวรีย์ให้ไว้เป็นอนุสรณ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๙-----------------------------------------ภาพดวงฤกษ์
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๖ค าจารึก ที่อนุสาวรีย์ฯ โดย กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ เมืองถลางปางพม่าล้อม ลุยรัณ รอดเพราะคุณหญิงจัน รับสู้ ผัวพญาผิวอาสัญ เสียก่อน ก็ดี เหลือแต่หญิงยังกู้ เกียรติไว้ ชัยเฉลิม เริ่มรบรุกตลบต้าน โจมตี ทง้ัสกดัตดัเสบียงที ดักด้าว พม่าอดหมดพลังหนี จากเกาะ กเจิงแฮ กลศึกแพ้แม่ท้าว ไม่ท้อ โถมหนอตราประจ าจังหวัดภูเก็ตในปัจจุบันเริ่มใช้เมื่อปี พ.ศ.๒๕๒๘ เป็นรูปอนุสาวรีย์สองวีรสตรี อยู่ในวงกลมล้อมด้วยลายกนก ซึ่งแสดงถึงวีรกรรมอันห้าวหาญของท้าวเทพกระษัตรี และท้าวศรีสุนทรที่ได้ปกป้องเมืองถลางให้พ้น จากการรุกรานของพม่า เมื่อปลายปีมะเส็ง พ.ศ.๒๓๒๘ ส าหรับอักษรย่อของจังหวัดภูเก็ต ที่ ใช้ในทางราชการ คือ \" ภก \"
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๗ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร รัชกาลท่ี๙ พรอ้มดว้ย สมเด็จพระนางเจา้สิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ได้เสด็จพระราชด าเนินมายังอ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อทรงประกอบพิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เมื่อวันที่ ๒๓ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๑๐การเสด็จพระราชด าเนินในครั้งนั้น นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ที่ทรงมีต่อวีรสตรีแห่งเมืองถลาง อันได้แก่ท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร และเจ้าเมืองบรรพชนถลางนคร ผู้ทรงประกอบวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยภาพโดยThailandRecord
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๘อนุสาวรีย์แห่งนี้จึงมิได้เป็นเพียงงานประติมากรรม หากแต่เป็น “สัญลักษณ์แห่งเกียรติยศ” ที่หล่อหลอมจากความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรักแผ่นดินของวีรสตรีทั้งสอง อันยังคงยืนหยัดเป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพศรัทธา และเป็นเครื่องเตือนใจให้ชนรุ่นหลังระลึกถึงคุณูปการอันยิ่งใหญ่ของบรรพชนตราบจนปัจจุบัน ทั้งยังนับเป็นเกียรติอันสูงสุดแก่บรรดาลูกหลานผู้สืบสายสกุลวงศ์ ตลอดจนพสกนิกรชาวจังหวัดภูเก็ต และชาวไทยทั้งมวล ที่ได้มีโอกาสน้อมร าลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมเทิดทูนวีรกรรมของบรรพชนผู้กล้า ซึ่งยังคงสถิตอยู่ในความทรงจ าของชาติสืบไปอย่างมิรู้เลือน
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๙๙ ภาพจากทันตแพทย์อรรถพร หงส์หยก
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๐ ภาพจากผู้ใช้ Facebook : Ed Wisit TaoKongอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร เปรียบเสมือนสัญลักษณ์แห่งความทรงจ าร่วมของชาวถลางและชาวไทยทั้งชาติ เป็นเครื่องเตือนใจให้อนุชนระลึกถึงคุณความดี ความกล้าหาญ และความเสียสละของบรรพชนผู้ปกป้องแผ่นดินไว้อย่างสุดก าลัง
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๑ด้วยเหตุนี้ จังหวัดภูเก็ต จึงได้ก าหนดให้มีการจัดงาน “วันถลางชนะศึก” ขึ้นในวันที่ ๑๓ มีนาคมของทุกปี เพื่อร าลึกถึงชัยชนะในคราว ศึกถลาง พ.ศ. ๒๓๒๘ โดยภายในงานจะมีพิธีวางพวงมาลา การประกอบพิธีสดุดีบรรพวีรชน ตลอดจนกิจกรรมทางวัฒนธรรม เช่น การแสดงแสงเสียง การจ าลองเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ และการแสดงศิลปะพื้นบ้านพิธีกรรมเหล่านี้มิได้เป็นเพียงการร าลึกเชิงสัญลักษณ์ หากยังเป็นกระบวนการถ่ายทอดคุณค่าทางประวัติศาสตร์และจิตวิญญาณแห่งความรักชาติไปสู่คนรุ่นหลัง ให้ตระหนักถึงความส าคัญของความสามัคคี ความเสียสละ และการปกป้องบ้านเมืองดังนั้น “วันถลางชนะศึก” จึงมิใช่เพียงวันส าคัญของท้องถิ่น หากเป็น “วันแห่งความทรงจ าของแผ่นดิน” ที่เชื่อมโยงอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เข้าไว้ด้วยกันอย่างสง่างามและทรงคุณค่า ภาพโดย : สารสนเทศท้องถิ่นภาคใต้ฝั่งอันดามัน หอสมุดแห่งชาติเฉลิมพระเกียรติฯตรัง
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๒2 ปกิณกการสร้างอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรแนวคิดในการสร้างอนุสาวรีย์เพื่อสดุดีวีรกรรมแห่งเมืองถลาง มิได้เกิดขึ้นโดยฉับพลัน หากแต่ค่อยๆ ก่อรูปขึ้นผ่านกาลเวลาและความตระหนักในคุณูปการของบรรพชน โดยมีจุดเริ่มต้นส าคัญตั้งแต่สมัยที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ยังทรงด ารงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน พ.ศ. ๒๔๕๒ พระองค์ได้เสด็จมายังเมืองถลาง และทรงเปิดถนนเทพกระษัตรี ในโอกาสนั้นได้ทรงพระราชนิพนธ์ยกย่อง ท้าวเทพกระษัตรี ว่าเป็นสตรีผู้มีความสามารถและควรค่าแก่การจดจ าในประวัติศาสตร์ชาติ พร้อมทั้งทรงเห็นว่าการมีอนุสาวรีย์เพื่อเป็นที่ระลึกนั้น “สมควรอย่างยิ่ง” นับเป็นพระราชด าริส าคัญที่สะท้อนการยกย่องบทบาทสตรีในประวัติศาสตร์ไทยอย่างเด่นชัด“...นึกขึ้นมาก็ต้องนึกชมว่า ท้าวเทพกระษัตรีนี้เป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง ผู้หญิงที่จะได้มีชื่อเสียงปรากฏอยู่ในต านานของชาติเรามีน้อยนัก ที่มีก็มักไปมีในทางที่ไม่สู้จะน่าให้มีนัก เพราะฉะนั้นเป็นการสมควรแล้วที่จะมีอนุสาวรีย์ไว้ให้คนระลึกถึงและจ าได้ต่อไปชั่วกาลนาน การที่พระราชทานนามถนนสายถลางนั้นตามท้าวเทพกระษัตรีจึงเป็นการสมควรอย่างยิ่ง...”ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๙๗ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้เดินทางมาตรวจราชการ ณ จังหวัดภูเก็ต และมีความประสงค์จะสักการะสถานที่เกี่ยวเนื่องกับวีรกรรมของ ท้าวเทพกระษัตรี และ
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๓ท้าวศรีสุนทร แต่ไม่สามารถกระท าได้โดยสะดวก จึงได้มีด าริให้จัดสร้างอนุสาวรีย์ขึ้น ในปีเดียวกันทางจังหวัดได้ท าหนังสือถึงอธิบดีกรมศิลปากร เพื่อหารือเกี่ยวกับความไม่ชัดเจนของชื่อท้าวเทพสตรีหรือท้าวเทพกษัตรีย์ พร้อมทั้งขอให้กรมศิลปากรช่วยสืบค้นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ของบุคคลทั้งสอง เพื่อน ามาใช้เป็นข้อมูลประกอบการจัดสร้างอนุสาวรีย์ ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น จอมพล ป. พิบูลสงคราม ก็ได้มีค าสั่งสั่งการให้กรมศิลปากรและกระทรวงมหาดไทยร่วมด าเนินการ อย่างไรก็ตามแนวคิดในระยะนี้ยังมิได้เกิดผลเป็นรูปธรรมกระทั่งในปี พ.ศ. ๒๕๐๕ การด าเนินงานได้เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังในสมัยของนายอ้วน สุระกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้ประสานงานกับกรมศิลปากรเพื่อออกแบบและประมาณการก่อสร้าง พร้อมทั้งจัดตั้งคณะกรรมการจากหลายภาคส่วนเข้ามาร่วมพิจารณารายละเอียดต่าง ๆ ทั้งด้านรูปแบบ ขนาด และสถานที่ตั้งกรมศิลปากรได้มอบหมายให้ สนั่น ศิลากรณ์ เป็นผู้ออกแบบและปนั้อนุสาวรีย์โดยหลอ่ดว้ยโลหะสมัฤทธ์ิรมดา ขนาดสูงประมาณ ๒.๔เมตร ลักษณะรูปทรงสะท้อนภาพลักษณ์ของวีรสตรีผู้เข้มแข็ง—ทรงผมดอกกระทุ่ม เครื่องแต่งกายแบบนักรบ และถือดาบเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ใช้ระยะเวลาก่อสร้างรวม ๒๐ เดือน (พ.ศ. ๒๕๐๗–๒๕๐๙) ด้วยงบประมาณจากการบริจาคของประชาชนและหน่วยงานท้องถิ่นเป็นหลัก โดยไม่ได้ใช้งบประมาณของส่วนกลางเมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จ ในวันที่ ๒๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ จังหวัดภูเก็ตได้จัดพิธีอัญเชิญอนุสาวรีย์อย่างสมพระเกียรติ มีขบวนแห่ทั่ว
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๔จังหวัดภูเก็ต และพิธีกรรมทั้งทางพุทธ อิสลาม พราหมณ์ และความเชื่อพื้นบ้าน แสดงถึงความร่วมแรงร่วมใจของผู้คนหลากหลายวัฒนธรรมและในที่สุด วันที่ ๒๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๑๐ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้เสด็จพระราชด าเนินทรงเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดอนุสาวรีย์อย่างเป็นทางการ ท าให้อนุสรณ์แห่งนี้มิใช่เพียงผลงานศิลปกรรม หากเป็น “ศูนย์รวมแห่งศรัทธา” และ “สัญลักษณ์แห่งเกียรติภูมิ” ของชาวถลางและชาวไทยทั้งชาติอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรี–ท้าวศรีสุนทร จึงเป็นผลลัพธ์ของการสั่งสมทั้งพระราชด าริ เจตจ านงของผู้น า และพลังศรัทธาของประชาชน ที่ร่วมกันสร้าง “ความทรงจ าของแผ่นดิน” ให้ปรากฏเป็นรูปธรรม และยืนหยัดอยู่คู่สังคมไทยตราบจนปัจจุบัน==============================================หมายเหตุ :อ.สนั่น ศิลากรณ์ ผู้ปั้นหุ่นท้าวเทพกระษัตรี ท้าวศรีสุนทรเป็นลูกศิษย์รุ่นแรกและถือเป็นมือขวาของศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ท่านมีผลงานปั้นอนุสาวรีย์ทั่วประเทศ มากกว่า ๓๐ แห่ง เช่น พระนารายณ์มหาราช (ลพบุรี) พ่อขุนรามค าแหงมหาราช (สุโขทัย) กรมพระยาด ารงราชานุภาพ (กระทรวงมหาดไทย) พระนเรศวรมหาราช (พิษณุโลก) พระยาพิชัยดาบหัก (อุตรดิตถ์) รัชกาลที่๗ (หน้ารัฐสภา) เป็นต้น
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๕ภาพจากผู้ใช้Facebook : ช านาญ กิจธนขจร
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๖ภาพจากผู้ใช้Facebook : ช านาญ กิจธนขจร
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๗ภาพจากผู้ใช้Facebook : ช านาญ กิจธนขจร
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๘ ภาพจากผู้ใช้Facebook : ช านาญ กิจธนขจร
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๐๙5 อนุสาวรีย์ ๙ วีรชนเมืองถลางThe Phuket Historical Park, officially known as the Thalang Chana Suk Memorial Parkอนุสรณ์สถาน ๙ วีรชนเมืองถลาง : ความทรงจ าแห่งแผ่นดินที่มีชีวิต ในปีพุทธศักราช ๒๕๕๕ จังหวัดภูเก็ต ได้ด าเนินการจัดสร้าง “อนุสาวรีย์ ๙ วีรชนเมืองถลาง” ณ อนุสรณ์สถานเมืองถลาง ซึ่งตั้งอยู่บนผืนแผ่นดินประวัติศาสตร์ อันเคยเป็นสมรภูมิส าคัญในคราว ศึกถลาง พ.ศ. ๒๓๒๘พื้นที่แห่งนี้มีเนื้อที่ประมาณ ๙๖ ไร่ เดิมเป็นทุ่งนา เรียกกันว่า “นาหลวง” และอีกนามหนึ่งว่า “โคกพม่า” เนื่องจากเป็นจุดที่กองทัพพม่าตั้งค่ายล้อมเมืองถลางอยู่นานนับเดือน ก่อนจะล่าถอยไปในวันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๓๒๘ ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็น “วันถลางชนะศึก” อันทรงความหมายยิ่งในประวัติศาสตร์ท้องถิ่นการจัดสร้างประติมากรรมครั้งนี้ มิได้มุ่งเพียงการร าลึกถึงบุคคลส าคัญ หากแต่เป็นการ “รวมพลังแห่งวีรชน” ผู้มีบทบาทร่วมกันในการปกป้ องแผ่นดิน โดยประติมากรรมทั้ง ๙ ถูกออกแบบในอิริยาบถพร้อมรบ ถือดาบและปืนใหญ่ สะท้อนถึงความเข้มแข็ง กล้าหาญ และความพร้อมเสียสละของบรรพชน ประกอบด้วยบุคคลส าคัญ ได้แก่• ท้าวเทพกระษัตรี• ท้าวศรีสุนทร• พระยาถลางทองพูน
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๐• พระยาถลางเทียน• แม่ปราง• เจ้าคุณมารดาทอง• พระยกบัตรจุ้ย• มหาดเล็กเนียม• ทองเพ็งบุคคลแต่ละท่านล้วนมีบทบาทส าคัญในเหตุการณ์ ไม่ว่าจะเป็นผู้น า นักรบ ผู้ช่วยราชการ หรือผู้สนับสนุนเบื้องหลัง ซึ่งต่างร่วมกันหล่อหลอมชัยชนะให้เกิดขึ้นอนุสรณ์สถานแห่งนี้จึงมิใช่เพียงสถานที่เชิงสัญลักษณ์ หากคือ “พื้นที่แห่งความทรงจ าร่วม” ที่เชื่อมโยงอดีตกับปัจจุบัน ให้ผู้คนได้ตระหนักถึงคุณค่าของความเสียสละและความสามัคคีการที่ลูกหลานในยุคปัจจุบันยังคงได้ยืนอยู่บนผืนแผ่นดินอย่างสงบสุข ก็เพราะรากฐานแห่งเลือดเนื้อและชีวิตของบรรพชนผู้กล้าเหล่านี้ อนุสาวรีย์ ๙ วีรชนเมืองถลางจึงเป็นดั่ง “ค าประกาศแห่งเกียรติภูมิ” ที่ย ้าเตือนว่า แผ่นดินนี้มิได้ได้มาโดยง่าย หากได้มาด้วยหัวใจของผู้ที่ยอมพลีทุกสิ่งเพื่อปกป้องมันไว้ตราบนิรันดร์
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๑ภาพจาก phuketemagazineภาพจาก phuketemagazine
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๒ภาพจากหนังสือศึกถลาง 2328 จันทนา ภุมมาบุตร๙ หมายถึง ศึก ๙ ทัพ มีศึกถลางเป็นหนึ่ง ใน ๙ ทัพที่ชาวถลางได้รบพุ่งต้านชนะข้าศึก ในปี พ.ศ. ๒๓๒๘ และอนุสาวรีย์ ๙ วีรชนเมืองถลางสร้างในรัชสมัย รัชกาลที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ รายนามของวีรชนทั้ง ๙ ท่าน ตามล าดับหมายเลขในภาพ มีดังนี้๑. ท้าวศรีสุนทร (คุณหญิงมุก)๒. ท้าวเทพกระษัตรี(ท่านผู้หญิงจัน) ๓. พญาถลางเทียน ประทีป ณ ถลาง (บุตรชายของท้าวเทพกระษัตรี)๔. แม่ปราง (บุตรีของท้าวเทพกระษัตรี) ๕. พญาถลางทองพูน (ณ ถลาง)๖. เจ้าจอมมารดาทอง (บุตรีของท้าวเทพกระษัตรี)๗. พระยายกกระบัตรจุ้ย (บุตรชายของท้าวเทพกระษัตรี)๘. พ่อทองเพ็ง (เป็นแม่กองคลังแสง) ๙. มหาดเล็กเนียม (บุตรชายของท้าวเทพกระษัตรี)
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๓นอกจากรูปปั้นทั้ง ๙ วีรชนแล้ว ในภาพยังมีประติมากรรม ปื นใหญ่พระพิรุณสังหาร และ แม่นางกลางเมือง ซึ่งเป็นส่วนส าคัญในต านานการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยภาพจาก 2330จถล.
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๔ภาพจาก phuketemagazine5 วัดม่วงโกมารภัจจ์วัดม่วงโกมารภัจจ์ : อนุสรณ์แห่งศรัทธาและความทรงจ าของถลาง วัดม่วงโกมารภัจจ์ หรือที่ชาวบ้านเรียกกันโดยทั่วไปว่า “วัดม่วง” ตั้งอยู่ ณ ชุมชนบ้านเหรียง หมู่ที่ ๓ ต าบลเทพกระษัตรี อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เป็นวัดที่อยู่ในความดูแลของวัดพระนางสร้าง อันเป็นศาสนสถานส าคัญที่ผูกพันกับประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอย่างลึกซึ้งในปีพุทธศักราช ๒๕๒๘ จังหวัดภูเก็ตได้จัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ ๒๐๐ ปีแห่งวีรกรรมวีรสตรีศรีเมืองถลาง ประชาชนชาวถลางได้ร่วมแรงร่วมใจกันสร้างสรรค์ประติมากรรมหุ่นรูป ท้าวเทพกระษัตรีและ ท้าวศรีสุนทร เพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญและความเสียสละสืบทอดสู่ชนรุ่นหลัง ต่อมามูลนิธิท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร พร้อมด้วยผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมกันก่อสร้างวิหารศาลาจัตุรมุขเจดีย์ขึ้นเป็นอนุสรณ์สถาน พร้อมประดิษฐานรูปปั้นของวีรสตรีทั้งสอง เพื่อให้เป็นศูนย์รวมแห่งศรัทธาและการสักการะของประชาชน
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๕ภาพจากเพจ Facebookภายในวัดยังมีพระพุทธรูปปูนปั้นครึ่งองค์ ซึ่งมีลักษณะช ารุดบริเวณพระเศียร อันเป็นที่เล่าขานในหมู่ชาวบ้านว่า เป็นที่สถิตแห่งวิญญาณของพระภิกษุในสมัยรัชกาลที่ ๕ ผู้มรณภาพ ณ สถานที่แห่งนี้ และยังเชื่อกันว่าวิญญาณของหลวงปู่ทองยังคงสถิตอยู่ ณ พระพุทธรูปองค์ดังกล่าว เพื่อคอยปกปักรักษาวัดให้ร่มเย็นสืบมาบริเวณใกล้เคียงเคยมีต้นไม้ส าคัญ คือ “ต้นทึง” และ “ต้นทัง” ซึ่งปรากฏอยู่ในค าบอกเล่าลายแทงโบราณว่า พื้นที่ระหว่างต้นไม้ทั้งสองนั้นเป็นที่ฝังสมบัติ อันสะท้อนถึงความเชื่อและมรดกภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมา นอกจากนี้ยังมีความเชื่อสืบต่อกันมาว่า วัดม่วงโกมารภัจจ์แห่งนี้มีมาก่อนสมัยของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร และก่อนเหตุการณ์ศึกถลางในปีพุทธศักราช ๒๓๒๘ โดยเคยใช้เป็นสถานที่ฝึกซ้อมก าลังพลของเจ้าเมืองถลาง ไม่ว่าจะเป็นการฝึกยุทธวิธี การเคี่ยวน ้ามันลงยันต์ การฝึกใช้อาวุธอย่างกริช ตลอดจนการผสมดินปืนเพื่อใช้ในสงคราม
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๖ภายในพื้นที่วัดยังมีบ่อน ้าโบราณจ านวน ๒ บ่อ โดยบ่อหนึ่งใช้ส าหรับแช่ว่านยาสมุนไพร เพื่อให้ทหารอาบน ้าเสริมความเชื่อด้านความคงกระพัน อันสะท้อนถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อทางไสยศาสตร์กับการสงครามในอดีตภาพจาก phuketemagazineภาพจากเพจ Facebook
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๗อีกหนึ่งสิ่งส าคัญคือ “พระพุทธมณีศรีถลาง” ปางคันทราช หรือปางประทานฝน ประดิษฐานอยู่ภายนอกวิหาร ใตร้่มโพธ์ิอันร่มรื่นพระพุทธรูปองค์นี้ได้รับพระราชทานนามโดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งได้เสด็จพระราชด าเนินมาเป็ นองค์ประธานในพิธีเททองหล่อ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๙ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๕๓๙ เวลา ๑๐.๐๐ น. ณ มงคลฤกษ์พระพุทธมณีศรีถลางมีขนาดหน้าตักกว้าง ๑๐๙ นิ้ว และบริเวณเดียวกันยังมีรูปจ าลองท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทรในอิริยาบถนั่ง ประดิษฐานไว้อย่างสง่างาม เป็นศูนย์รวมแห่งความเคารพศรัทธาของประชาชนวัดม่วงโกมารภัจจ์จึงมิใช่เพียงศาสนสถาน หากแต่เป็นแหล่งรวมของประวัติศาสตร์ ความเชื่อ ศรัทธา และจิตวิญญาณแห่งความกล้าหาญของชาวถลาง ที่ยังคงสืบทอดและสะท้อนคุณค่าทางวัฒนธรรมสู่ปัจจุบันอย่างงดงามภาพจาก phuketemagazine
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๘ภาพจาก มทศ.568
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๑๙5 รนย่าจัน-ย่ามุกรนย่าจัน – ย่ามุก : เรือนแห่งความทรงจ าวีรสตรีถลาง “รนย่าจัน – ย่ามุก” หรือบ้านจ าลองท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร เป็นเรือนจ าลองลักษณะบ้านเจ้าเมืองแบบเรือนไทยภาคใต้ชั้นเดียว ยกพื้นใต้ถุนสูง อันสะท้อนรูปแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่นในอดีตได้อย่างงดงามเรือนหลังนี้ตั้งอยู่บนพื้นที่ซึ่งตามหลักฐานทางประวัติศาสตร์เชื่อว่าเคยเป็น “รน” หรือเรือนของท่านผู้หญิงจัน หรือท้าวเทพกระษัตรี โดยบริเวณดังกล่าวเดิมเป็นจวนของจอมร้างบ้านเคียน ผู้เป็นบิดาของท่านผู้หญิงจัน อันนับเป็นสถานที่ส าคัญที่เชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์เมืองถลางอย่างลึกซึ้งในกาลต่อมาได้มีผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินเพื่อจัดสร้างบ้านจ าลองหลังนี้ขึ้นเป็นแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมส าหรับให้อนุชนได้ศึกษาและร าลึกถึงวีรกรรมของบรรพชน ภายในเรือนประดิษฐานประติมากรรมของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ซึ่งเป็นผลงานของช่างสิบหมู่ กรมศิลปากร โดยลักษณะพระพักตร์ได้ผ่านการประมวลจากเค้าโครงใบหน้าของลูกหลานผู้สืบสายตระกูลในสกุลวงศ์ประกอบกับการอ้างอิงจากรูปปั้นและอนุสาวรีย์ที่มีอยู่เดิม ท าให้รูปลักษณ์ที่ปรากฏมีความงดงาม สง่า และแฝงไว้ด้วยความเข้มแข็งน่าเกรงขาม“รนย่าจัน” ตั้งอยู่บริเวณด้านหลังองค์การโทรศัพท์ถลาง หมู่ที่ ๑ ต าบลเทพกระษัตรี อ าเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ปัจจุบันอยู่ในความ
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๐ดูแลของมูลนิธิบ้านสองวีรสตรี ซึ่งมีบทบาทส าคัญในการอนุรักษ์และเผยแพร่มรดกทางประวัติศาสตร์ของเมืองถลางให้ด ารงอยู่สืบไปเรือนแห่งนี้จึงมิได้เป็นเพียงสิ่งปลูกสร้างจ าลอง หากแต่เป็น “พื้นที่แห่งความทรงจ า” ที่บอกเล่าเรื่องราวของความกล้าหาญ ความเสียสละ และเกียรติภูมิของวีรสตรีผู้ปกป้องผืนแผ่นดินถลาง อันยังคงสะท้อนคุณค่าให้ชนรุ่นหลังได้เรียนรู้และภาคภูมิใจตราบจนปัจจุบัน
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๑ ภาพจาก : กลุ่มผู้สนใจประวัติศาสตร์เมืองภูเก็จ, เทศบาลต าบลเทพกระษัตรี,phuketemagazine, เดชาธร ประทีป ณ ถลาง
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๒5 แสตมป์ชุด วีรกรรมไทยแสตมป์ชุด วีรกรรมไทย : ภาพจารึกเกียรติยศแห่งวีรชนบนแผ่นดินสยาม ในปีพุทธศักราช ๒๕๑๓ ไปรษณีย์ไทยได้จัดสร้างแสตมป์ชุด “วีรกรรมไทย” ออกจ าหน่ายเมื่อวันที่ ๒๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๓ เพื่อเผยแพร่และสดุดีเกียรติคุณของวีรบุรุษ วีรสตรี และวีรชนผู้ทรงคุณูปการต่อชาติบ้านเมืองแสตมป์ชุดดังกล่าวประกอบด้วยจ านวน ๔ ดวง โดยหนึ่งในนั้นเป็นภาพของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร วีรสตรีแห่งเมืองถลาง ผู้ได้แสดงความกล้าหาญและเสียสละในการปกป้องผืนแผ่นดินไทยจากข้าศึกศัตรูแสตมป์ดวงนี้พิมพ์ในราคาหนึ่งบาท จัดพิมพ์โดยส านักพิมพ์รัฐบาล กระทรวงการคลัง ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งมีความประณีตงดงามทั้งในด้านศิลปะและคุณภาพการผลิตการจัดสร้างแสตมป์ชุดนี้นับเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการ “จารึกประวัติศาสตร์ผ่านสื่อสาธารณะ” ที่มิได้เพียงท าหน้าที่เป็นตราไปรษณียากร หากยังเป็นสัญลักษณ์แห่งการเทิดทูนวีรกรรม อันทรงคุณค่า เพื่อให้ประชาชนได้ระลึกถึงคุณูปการของบรรพชนผู้เสียสละเพื่อชาติสืบไป
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๓5 นารีเรืองนาม สรรเสริญเกียรติคุณนารีเรืองนาม สรรเสริญเกียรติคุณ : เสียงกวีสดุดีวีรสตรีแห่งแผ่นดินในส่วนนี้ ผู้เขียนใคร่ขอยกบทประพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับท้าวเทพกระษัตรีมาแสดงไว้เป็นกรณีพิเศษ โดยได้น ามาจากหนังสือเรื่อง นารีเรืองนาม ของ กรมศิลปากร ซึ่งเป็นผลงานรวบรวมค าประพันธ์ของกวีส าคัญของไทย ที่ได้ร่วมกันรจนาถ้อยค าเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของสตรีผู้มีชื่อเสียงในหลากหลายด้าน ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศหนังสือเล่มนี้มิได้เป็นเพียงคลังแห่งวรรณศิลป์ หากยังเป็นแหล่งแห่งความรู้และคติธรรม อันสะท้อนให้เห็นถึงบทบาท คุณค่า และเกียรติภูมิของสตรีในสังคม ผ่านถ้อยค าที่งดงาม ลึกซึ้ง และเปี่ยมด้วยอรรถรสทางภาษาบทประพันธ์ที่น ามาแสดงในที่นี้ จึงนับเป็นอีกหนึ่ง “เสียงแห่งกวี” ที่ร่วมกันถ่ายทอดความยิ่งใหญ่แห่งวีรกรรม และสดุดีเกียรติคุณของท้าวเทพกระษัตรี ผู้เป็นแบบอย่างแห่งความกล้าหาญ ความเสียสละ และความรักในแผ่นดิน อันควรค่าแก่การจดจ าและยกย่องสืบไป
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๔
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๕
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๖
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๗
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๘
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๒๙
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๐
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๑
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๒5 จารึกโคมประทีป สรรเสริญเกียรติคุณจารึกโคมประทีป สรรเสริญเกียรติคุณ : วรรณศิลป์แห่งแสงธรรมส่องคุณความดีในส่วนนี้ผู้เขียนใคร่ขอยกบทประพันธ์ที่เกี่ยวเนื่องกับท้าวเทพกระษัตรีมาแสดงไว้เป็นกรณีพิเศษ โดยได้น ามาจากหนังสือเรื่อง กลอนจารึกแต่งประทีปที่บางปอิน ของ กรมศิลปากร ซึ่งเป็นงานรวบรวมค าประพันธ์อันทรงคุณค่า ที่รจนาขึ้นเพื่อสรรเสริญเกียรติคุณของเจ้านาย ขุนนาง และบุคคลผู้มีคุณูปการต่อแผ่นดินค าประพันธ์ในหนังสือเล่มนี้ เปรียบประหนึ่ง “แสงแห่งโคมประทีป” ที่ส่องสว่างให้ปรากฏคุณความดีของบุคคลส าคัญ ผ่านถ้อยค าอันวิจิตร ลุ่มลึก และเปี่ยมด้วยศิลปะแห่งภาษา อันให้ทั้งความรู้ คติธรรม และอรรถรสอันไพเราะแก่ผู้อ่านบทประพันธ์ที่น ามาบรรจุไว้ ณ ที่นี้ จึงมิใช่เพียงถ้อยค าแห่งการยกย่อง หากแต่เป็น “จารึกทางวรรณศิลป์” ที่ร่วมกันประกาศเกียรติคุณของท้าวเทพกระษัตรี วีรสตรีผู้ทรงคุณค่าแห่งแผ่นดินไทย ให้ปรากฏสืบไปในความทรงจ าของชนรุ่นหลังอย่างสง่างามและยั่งยืน
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๓
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๔
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๕5 บทเพลงยอดนารีศรีถลางบทเพลงยอดนารีศรีถลาง : เสียงแห่งศรัทธาในวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ บทเพลง “ยอดนารีศรีถลาง” เป็นผลงานประพันธ์ของ ประสิทธิ ชิณการณ์ ชาวต าบลฉลอง อ าเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต ผู้เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย และเคยด ารงต าแหน่งเลขานุการของขุนเลิศโภคารักษ์ ณ บริษัทโฮ่ยเซี้ยง อีกทั้งยังเป็นนักเขียนในหนังสือพิมพ์ปักษ์ใต้ และนักประวัติศาสตร์ท้องถิ่นผู้ทรงคุณูปการต่อวงการวัฒนธรรมของจังหวัดภูเก็ตท่านยังเคยปฏิบัติหน้าที่ส าคัญในการทูลเกล้าฯ ถวายข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดภูเก็ต เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระนางเจา้สิริกิต์ิพระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชด าเนินมายังจังหวัดภูเก็ต เมื่อพุทธศักราช ๒๕๐๒ รวมทั้งได้ท าหน้าที่เป็นมัคคุเทศก์ถวายแด่พระราชอาคันตุกะในโอกาสต่าง ๆด้วยความรู้ความสามารถและความทุ่มเทในงานด้านประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ท่านจึงได้รับการยกย่องให้เป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม สาขามนุษยศาสตร์ และได้รับปริญญาบัณฑิตกิตติมศกัด์ิศิลปศาสตรบณัฑิต (วฒันธรรมศึกษา) จากมหาวทิยาลยัราชภัฏภูเก็ต ตลอดจนได้รับการยกย่องเป็น “คนดีศรีภูเก็ต” จากองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต และเป็นที่รู้จักในนาม “ขุมทรัพย์วัฒนธรรมเมืองภูเก็ต”
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๖ด้วยความซาบซึ้งในวีรกรรมอันยิ่งใหญ่ของท้าวเทพกระษัตรีและท้าวศรีสุนทร ท่านจึงได้ประพันธ์ร้อยกรองขึ้นด้วยความเลื่อมใสศรัทธา ก่อนมอบให้อาจารย์ประพันธ์ ทิมเทศ อาจารย์ดนตรีโรงเรียนภูเก็ตวิทยาลัย ได้น าไปปรับปรุงเรียบเรียงเป็นเนื้อร้อง กลายเป็นบทเพลง “ยอดนารีศรีถลาง” อันทรงคุณค่าบทเพลงนี้จึงมิได้เป็นเพียงงานศิลปะทางดนตรี หากแต่เป็น “เสียงแห่งความทรงจ า” ที่ถ่ายทอดความกล้าหาญ ความเสียสละ และจิตวิญญาณแห่งการปกป้องแผ่นดินของวีรสตรีทั้งสอง ให้ก้องอยู่ในหัวใจของชาวถลางและชาวไทยสืบไปประสิทธิ ชิณการณ์
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๗เพลงยอดนารีศรีถลางท้าวเทพกระษัตรีศรีสุนทร นามบังอรยอดนารีศรีถลางเป็นเทวีที่ควรเทิดน ้าใจนาง และตัวอย่างกุลสตรีนารีสมัยคิดสู้ศัตรูผู้ย ่ายี สองน้องพี่มิได้พรั่นหวาดหวั่นไหวรุกรานรบไม่สยบให้กับใคร เยี่ยงวีรชนชาติไทยยิ่งใหญ่กล้าหาญเด็ดเดี่ยวเชี่ยวชาญต้านทานศึกไว้ มิยอมให้ใครหยามหมิ่นถิ่นสยามจู่โจมปัจจาสู้จนกว่าสิ้นลมปราณ เพอ่ืลูกหลานไทยไดม้สีทิธ์ิเสรีเด็ดเดี่ยวดังชายไม่ระคายครั่นคร้าม คิดท าสงครามปร าศึกไม่นึกหนีเหล่าหมู่อมิตรจิตเกรงขามนามนารี วีรสตรีศรีประเทศเขตไทย(ญ.) ดอกเอ๋ยดอกจันทน์กะพ้อ กิ่งก้านบานช่องามลออช่อไสวส่งกลิ่นหอมดอมเยือกเย็นเด่นไฉไล ประชาไทยได้มีสุขสมปอง(ช.) มุกเอยมุกดาวดี ไร้ฝ้าราคีมีสง่าค่าไม่หมอง ไม่มีสองรองเรืองในเมืองทอง ชนม์ชีพลอยล่องชื่อยังก้องแผ่นดินไทย -------------------------
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๘๘ปัจฉิมลิขิตและค ำประกำศเกียรติคุณแห่งสกุลวงศ์“แสงประทีปนิรันดร์ แห่งเกียรติยศและความดีงาม”เมื่อเรื่องราวแห่งบรรพชนได้ถูกเรียบเรียงและจารึกไว้ในอักษรานุสรณ์แห่งหนังสือเล่มนี้แล้ว ย่อมเป็นประหนึ่งการจุด “ประทีปแห่งความทรงจ า” ให้ส่องสว่างอยู่ในจิตใจของลูกหลานตราบนานเท่านานหนังสือ “บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์” มิได้เป็นเพียงหลักฐานแห่งอดีต หากแต่เป็น “พยานแห่งคุณค่า” ที่บ่งบอกถึงความเป็นมา เกียรติยศ และคุณธรรมของสกุล “ประทีป ณ ถลาง” อันควรค่าแก่การธ ารงรักษาสกุล “ประทีป ณ ถลาง” อันได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ให้เป็นนามสกุลพระราชทาน ย่อมเป็นเครื่องหมายแห่งการสืบสายโลหิตจากบรรพชนผู้มีบทบาทในการปกครองและพิทักษ์รักษานครถลาง ลูกหลานแห่งสกุลนี้ จึงพึงตระหนักว่า “นาม” ที่ตนถือครอง มิใช่เพียงเครื่องระบุตัวตน หากแต่เป็น “เกียรติแห่งแผ่นดิน” ที่บรรพชนได้สร้างไว้
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๓๙แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนผ่าน แม้โลกจะหมุนเวียนไปสู่ยุคสมัยใหม่ แต่ “คุณค่าแห่งความดีงาม” จะยังคงเป็นสิ่งที่ไม่เสื่อมคลายหน้าที่ของลูกหลาน มิใช่เพียงการจดจ าอดีต หากแต่คือ “การท าให้อดีตนั้นยังมีชีวิตอยู่” ผ่านการกระท าในปัจจุบันด ารงตนอยู่ในหลักแห่ง กตัญญู มารยาท และคุณธรรม จะรักษาไว้ซึ่งเกียรติยศแห่งบรรพชน จะไม่กระท าการใดอันเสื่อมเสียต่อชื่อเสียงแห่งสกุล จะร่วมมือร่วมใจกัน สร้างสรรค์คุณประโยชน์แก่ครอบครัวและสังคมและจะธ ารงไว้ซึ่งศาสนา วัฒนธรรม และแผ่นดินไทยด้วยความภักดีเกียรติยศของสกุลวงศ์มิไดว้ดัจากยศฐาบรรดาศักด์ิหรือทรัพย์สินเงินทอง หากแต่วัดจาก “คุณค่าของชีวิต” ที่สมาชิกแต่ละคนได้สร้างขึ้นผู้ใดด ารงตนด้วยความซื่อสัตย์ผู้ใดช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน ผู้นั้นย่อมเป็น “เกียรติแห่งสกุล” อย่างแท้จริงแสงแห่งประทีปนิรันดร์ค าว่า “ประทีป” อันเป็นนามแห่งสกุลหมายถึงแสงสว่างที่ขจัดความมืด แสงนั้น เปรียบเสมือนปัญญาเปรียบเสมือนคุณธรรมและเปรียบเสมือนความหวัง ตราบใดที่ลูกหลานยังคงด ารงตนอยู่ในความดีงาม แสงแห่งประทีปนั้น ก็จะไม่มีวันดับสูญขอให้ลูกหลานและผู้สืบเชื้อสายแห่งสกุลวงศ์“ประทีป ณ ถลาง” ทุกคน จงภาคภูมิใจในรากเหง้าแห่งตน แต่ในขณะเดียวกัน จงสร้างคุณค่าด้วยตนเอง จงเป็นผู้ “สืบสาย” มิใช่เพียงด้วยโลหิต แต่ด้วย “การกระท าอันงดงาม” เพื่อให้ชื่อแห่งสกุลวงศ์นี้มิได้เป็นเพียงเรื่องเล่าในอดีต หากแต่เป็น “ความจริงที่ยังคงงดงามอยู่ในปัจจุบันและอนาคต”
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๔๐หนังสือเล่มนี้ จึงขออุทิศเป็นเครื่องร าลึกถึงบรรพชนผู้ล่วงลับผู้ทรงคุณูปการและผู้สืบทอดสายสกุลทุกท่านขอให้ “บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์” เล่มนี้...เป็นดั่งประทีปส่องทางให้ลูกหลานได้ด าเนินตามรอยแห่งคุณงามความดีตราบนานเท่านาน...
บรรพบุรานุสรณ์สกุลวงศ์เดชาธร ประทีป ณ ถลาง : เรียบเรียง๑๔๑๏ เอกสารประกอบการเขียน ๏๑. จดหมายเหตุประพาสหัวเมืองปักษ์ใต้ ร.ศ. ๑๒๔ (พ.ศ. ๒๕๕๒) ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช - พิมพ์ในการพระราชทานเพลิงศพ พระยาอุดมราชภักดี (โถ สุจริตกุล) ๒๗ มิถุนายน ๒๕๐๒๒. พงศาวดารเมืองถลาง (ประชุมพงศาวดารภาคที่ ๒) - ประชุมพงศาวดารฉบับ หอสมุดแห่งชาติของส านักพิมพ์ก้าวหน้า เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๕๐๖๓. ประวัติท้าวเทพสตรี - ท้าวศรีสุนทร ฉบับขุนนรภัยพิจารณ์ (ไวย ณ ถลาง) เรียบเรียง - หนังสืออนุสรณ์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ที่ระลึกในการเสด็จฯ ทรงประกอบ พิธีเปิดอนุสาวรีย์ท้าวเทพกระษัตรีท้าวศรีสุนทร ณ จังหวัดภูเก็ต ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๑๐๔. เรื่อง “ท้าวเทพ กระษัตรี ท้าวศรีสุนทร โดย สุนัย ราชภัณฑารักษ์” ในหนังสือ ๒๓๒๘ - ๒๕๒๘ หนังสืออนุสรณ์ ๒๐๐ ปี วีรสตรีเมืองถลาง จังหวัดภูเก็ต ๒๕๒๘๕. ส าเนากฎเรื่องตั้งพระเจ้านครศรีธรรมราชครั้งกรุงธนบุรี (ประชุมพงศาวดาร ภาคที่ ๒) - ประชุมพงศาวดารฉบับหอสมุดฯ ของส านักพิมพ์ก้าวหน้า เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๕๐๖๖. เอกสารเมืองถลาง - แถลงงานประวัติศาสตร์เอกสารโบราณคดี ปีที่ ๒ เล่ม ๓ กันยายน ๒๕๑๑ ปีที่ ๓ เล่ม ๑ มกราคม ๒๕๑๒ และเล่ม ๒ พฤษภาคม ๒๕๑๒