The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by abusarina, 2021-07-31 06:35:38

สูญเสีย ไม่เสียศูนย์

ห้องเรียน Paliative care

ลองมาดูภูเขาน้ําแข็งของผู้ชายวัย 57 ปีคนหนึ่ง ซึ่งรู้ตัวว่าเป็น
มะเรง็ ลําไส้ระยะสดุ ท้าย ท้ังที่แขง็ แรงดมี าตลอด แตพ่ อไปตรวจกเ็ จอว่า
ตับมีรอยผิดปกติ แล้วพบว่าเป็นมะเร็งลําไส้ที่ลุกลามไปแล้ว เม่ือเขาได้
รบั แจง้ แนน่ อนวา่ มนั สง่ ผลใหเ้ ขาเกดิ การสญู เสยี ขนึ้ เรยี กไดว้ า่ บทชวี ติ มนั
พลิก เราลองคิดดูว่าเขาจะรู้สึกอยา่ งไรไดบ้ ้าง และลกึ ๆ แลว้ เขาตอ้ งการ
อะไร เขาจะเชอ่ื มโยงกับพลงั ชวี ิตของตัวเองไดไ้ หม

พฤตกิ รรม (Behaviors)

ความรูส้ ึก (Feelings)
ความรู้สกึ ตอ่ ความรสู้ กึ (Feeling about feelings)

มมุ มอง (Perceptions)
ตอ่ ตวั เอง / ต่อผูอ้ ื่น / ตอ่ โลก
ความคาดหวัง (Expectations)
เราตอ่ ตัวเอง / เราตอ่ คนอืน่ / คนอนื่ มตี อ่ เรา
ความตอ้ งการท่แี ท้จริง (Yearnings)

พลังชีวติ (Self)

พฤติกรรม (Behaviors)
ภายนอกเราอาจจะเหน็ เขาซมึ เศรา้ เบอ่ื อาหาร นอนไมห่ ลบั ไมม่ ี

สมาธิ อยากทําร้ายตวั เอง ไม่รจู้ ะอยูไ่ ปทําไม บางคนอาจจะกินเหล้าหรือ
หนั ไปใชส้ ารเสพตดิ มากขนึ้ พฤตกิ รรมตรงนจ้ี ะแสดงออกมาเปน็ อะไรกไ็ ด้
แต่ละคนจะแตกตา่ งกัน

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 49

พฤติกรรม (Behaviors)

ความร้สู กึ (Feelings)
ความร้สู ึกตอ่ ความรสู้ กึ (Feeling about feelings)

มุมมอง (Perceptions)
ต่อตัวเอง / ตอ่ ผอู้ นื่ / ตอ่ โลก
ความคาดหวัง (Expectations)
เราต่อตัวเอง / เราต่อคนอนื่ / คนอน่ื มีต่อเรา
ความต้องการทแ่ี ทจ้ รงิ (Yearnings)

พลงั ชวี ติ (Self)

ความรสู้ ึก (Feelings)
ความรสู้ กึ ของเขาอาจจะเปน็ โกรธ กลวั รสู้ กึ ผดิ ทตี่ วั เองปว่ ย สนิ้

หวงั เจบ็ ปวด เศร้า เบ่ือ หงดุ หงิด เหงา วา้ เหว่ อาย กังวล ฯลฯ มันจะไป
กระตนุ้ ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ ตอ่ ความรสู้ กึ เขาอาจจะรสู้ กึ โกรธตวั เองวา่ ท�ำไม
ตอ้ งรสู้ กึ ผดิ รสู้ กึ เศรา้ วา่ ท�ำไมไมด่ ขี น้ึ สกั ที หรอื อาจจะไมช่ อบตวั เองทก่ี ลวั

ในฐานะผ้บู �ำบัด เราตอ้ งท�ำใหเ้ ขาตระหนกั รู้วา่ ความรสู้ ึกท่เี กิด
ขึ้นเป็นเพียงปฏิกริ ยิ าตอบสนองตอ่ ความสญู เสียท่เี ข้ามากระทบ สง่ิ ที่เรา
จะท�ำใหเ้ ขายอมรบั ไดค้ อื อยกู่ บั เขา ณ ปจั จบุ นั ขณะ ยอมรบั ในสง่ิ ทเ่ี ขาเปน็
และใหค้ วามปลอดภยั กบั เขามากพอจนเขากลา้ ทจี่ ะเขา้ ไปมปี ระสบการณ์
กับความรู้สกึ เหลา่ น้ี

50 สูญเสีย ไมเ่ สยี ศนู ย์

พฤตกิ รรม (Behaviors)

ความรูส้ ึก (Feelings)
ความรสู้ กึ ต่อความรู้สกึ (Feeling about feelings)

มมุ มอง (Perceptions)
ต่อตวั เอง / ต่อผอู้ ืน่ / ตอ่ โลก
ความคาดหวงั (Expectations)
เราตอ่ ตัวเอง / เราตอ่ คนอ่นื / คนอ่ืนมตี อ่ เรา
ความต้องการที่แทจ้ รงิ (Yearnings)

พลงั ชวี ติ (Self)

มมุ มอง (Perceptions)
มุมมองความคิดท่ีเกิดข้ึนคือ เขาอาจจะมองว่าตัวเองโชคร้าย

ที่เป็นโรคนี้ รู้สึกว่าตัวเองเป็นภาระของคนอื่น รู้สึกว่าที่ผ่านมาเขาดูแล
ตัวเองได้ไม่ดี อาจจะมองว่าตัวเองยังไม่ได้ทําอีกหลายอย่างท่ีอยากทํา
มองว่าภรรยาและลูกจะลําบากถ้าเขาไม่อยู่แล้ว หรืออาจจะมองว่าโลก
นีอ้ ันตราย น่ากลวั และไม่ยุตธิ รรมสาํ หรับเขา

แนน่ อนวา่ ความคดิ ทเี่ กดิ ขน้ึ จะสง่ ผลตอ่ ความรสู้ กึ และพฤตกิ รรม
ของเขาดว้ ย

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 51

พฤตกิ รรม (Behaviors)

ความรู้สึก (Feelings)
ความรูส้ ึกต่อความรู้สึก (Feeling about feelings)

มมุ มอง (Perceptions)
ตอ่ ตวั เอง / ตอ่ ผู้อน่ื / ตอ่ โลก
ความคาดหวงั (Expectations)
เราต่อตัวเอง / เราตอ่ คนอ่ืน / คนอืน่ มีต่อเรา
ความตอ้ งการที่แท้จรงิ (Yearnings)

พลังชีวติ (Self)

ความคาดหวงั (Expectations)
ผู้ชายคนนี้อาจจะคาดหวังให้ตัวเองหายจากโรคนี้ จะได้ไม่เป็น

ภาระของคนอื่น อยากให้คนอ่ืนเข้าใจและไม่ทอดท้ิงกันไป อยากให้ลูก
และภรรยาอยอู่ ยา่ งสขุ สบาย ขณะเดยี วกนั เขากอ็ าจจะคดิ วา่ คนอนื่ อยาก
ให้เขามีความสุข ต่อส้กู ับโรคอย่างดีท่ีสุด

ถา้ เรามองในแงข่ องความรสู้ กึ ความรสู้ กึ ตอ่ ความรสู้ กึ ตอ่ มมุ มอง
และตอ่ ความคาดหวัง จะเหน็ วา่ มนั เป็นเรอ่ื งของความคดิ อารมณ์ และ
ปฏิกิริยาตอบสนองท่ีเกดิ ขึน้ และหลายครั้งปฏกิ ิริยาตอบสนองก็ขดั แย้ง
กันเอง เช่น เขาไม่มีความสุขในขณะที่คนอ่ืนอยากให้เขามีความสุข ซ่ึง
อาจจะสรา้ งผลกระทบให้เกิดขึ้นในใจของเขาตอ่ ไป

52 สญู เสีย ไม่เสียศนู ย์

พฤตกิ รรม (Behaviors)

ความร้สู กึ (Feelings)
ความรู้สึกตอ่ ความร้สู ึก (Feeling about feelings)

มมุ มอง (Perceptions)
ต่อตัวเอง / ตอ่ ผู้อนื่ / ต่อโลก
ความคาดหวัง (Expectations)
เราต่อตวั เอง / เราต่อคนอนื่ / คนอ่ืนมตี ่อเรา
ความต้องการท่ีแท้จริง (Yearnings)

พลังชีวติ (Self)

ความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ (Yearnings) และ พลังชวี ิต (Self)
ความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ ของเขาคอื การไดร้ บั ความรกั การยอมรบั

ความปลอดภยั อสิ ระ สงิ่ เหลา่ นจ้ี ะซอ่ นอยภู่ ายใตค้ วามคาดหวงั ดงั นน้ั เรา
ต้องชวนเขาสํารวจว่ามีความต้องการอะไรซ่อนอยู่ แล้วช่วยให้เขาสร้าง
ความหวงั และเชือ่ มตอ่ กบั พลงั ชวี ติ ของตวั เอง เพ่อื เตมิ เตม็ ความต้องการ
ท่ีแทจ้ ริงเหล่าน้ันดว้ ยตวั ของเขาเอง

แนน่ อนวา่ ขณะทเี่ ขาอยกู่ บั ผลกระทบเหลา่ นี้ เขายอ่ มไมส่ ามารถ
เชอ่ื มโยงกับพลงั ชวี ิตได้ จงึ ร้สู ึกขาดพลังใจ ขาดการเชอื่ มโยงกับพลังชีวิต
ผมชวนคดิ ตอ่ วา่ ถา้ เราฟงั สงิ่ ทอี่ ยใู่ นใจของผชู้ ายคนนี้ แลว้ ลองถามตวั เอง
วา่ ผชู้ ายคนหนงึ่ ทอี่ ยากจะใหต้ วั เองหายปว่ ย ไมอ่ ยากใหต้ วั เองเปน็ ภาระ
ของคนอน่ื อยากใหค้ นอนื่ เขา้ ใจและอยากใหล้ กู เมยี อยสู่ ขุ สบาย ลกึ ๆ แลว้
เขามีอะไรดีอยใู่ นตวั บ้าง

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 53

เราอาจจะมองเหน็ ว่า เขาเป็นคนท่ีรักคนรอบตัวมาก อยา่ งน้อย
กบั ลกู เมยี และตวั เอง เปน็ คนทอี่ อ่ นโยน ใสใ่ จ เปน็ คนทเี่ ขม้ แขง็ และฝา่ ฟนั
อุปสรรคชีวิตมาได้ ลึกๆ แล้วเขามีศักยภาพ (resource) หรือคุณงาม
ความดีในตัวของเขาเองอยู่แล้ว ดังน้ันจะเป็นอย่างไรถ้าเราช่วยให้เขา
เชื่อมโยงกับสิ่งที่มอี ยใู่ นตัวเองได้ วา่ แมต้ อนน้ีเขาจะเจบ็ ป่วย แตเ่ ขามอง
เห็นว่าตัวเขาเองเป็นคนท่ีมีความรัก มีความอ่อนโยน ใส่ใจคนอ่ืน และ
เข้มแขง็ ฝา่ ฟนั อปุ สรรคมาไดจ้ นถงึ ตอนนี้

ในฐานะบุคลากรทางการแพทย์ เราจะค้นุ ชนิ กบั การมองหาโรค
หรือสิ่งที่เป็นเชิงลบ ไม่ค่อยชินกับการมองหาสิ่งท่ีเป็นบวกที่อยู่ในความ
เปน็ มนษุ ย์ และเรากเ็ คยชนิ กบั การแกป้ ญั หาทเ่ี กดิ ขนึ้ แตใ่ นการดแู ลแบบ
ประคับประคอง หลายครั้งปัญหาน้ันแก้ไขไม่ได้ ดังน้ันเราต้องท�ำให้เขา
เรียนร้วู ่า เขาจะอยู่กบั ส่ิงทีแ่ ก้ไมไ่ ด้อยา่ งไร

ตามแนวคดิ ของซาเทยี รโ์ มเดล ปญั หาไมใ่ ชป่ ญั หา แตก่ ารจดั การ
กับปัญหาต่างหากท่ีเป็นปัญหา และการท�ำให้เขามีความหวังเป็นส่ิงท่ี
ส�ำคญั มากๆ

อย่าลมื ใชแ้ นวคิดเหลา่ น้ี

54 สูญเสีย ไม่เสยี ศนู ย์

ความเศร้าโศกจากการสญู เสยี (Grief)

ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี เปน็ สงิ่ ปกตแิ ละเปน็ การตอบสนอง
ตามธรรมชาติ (healthy response) ของมนุษย์เมื่อต้องเผชิญกับความ
สูญเสีย ดังนั้นเวลาเราเห็นคนเสยี ใจ ไม่ตอ้ งมองว่าเปน็ ความผิดปกติ จุด
ออ่ นของบคุ ลากรทางการแพทยท์ เี่ รามกั เจอคอื การพยายามหาความผดิ
ปกติ หลายคร้ังที่เรามักจะมองว่าอารมณ์ท่วมท้นท่ีเกิดข้ึนเป็นความผิด
ปกติ และต้องจดั การให้หายไป

อย่างท่ีบอกว่าพอมีการสูญเสียเกิดขึ้น จะมีความรู้สึกเกิดขึ้น
ได้มากมาย เป็นมวลหมู่อารมณ์ท่ีอยู่ตรงน้ัน และภายใต้อารมณ์ความ
รู้สึกเหล่านั้น ก็จะเช่ือมโยงกับความคิดภายในภูเขานํ้าแข็ง และการให้
ความหมายกบั บุคคลทีเ่ ราสญู เสีย

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นกระบวนการท่ีทุกคนต้อง
ผ่านเพ่ือให้เราจัดการกับการสูญเสียท่ีเกิดขึ้นได้ และช่วยให้เราเปล่ียน
ผลกระทบทางลบให้เป็นบวก ในช่วงแรกเม่ือมีการสูญเสียเกิดข้ึน เรา
อาจมองเปน็ เรอื่ งดา้ นลบ แตถ่ า้ ผา่ นชว่ งนไี้ ปได้ เราอาจจะพดู ถงึ เรอ่ื งนว้ี า่
เปน็ เรอื่ งธรรมดา และอาจจะไดเ้ รยี นรบู้ างอยา่ งจากประสบการณด์ า้ นลบ
ทเ่ี คยเกดิ ขน้ึ ทเ่ี ปน็ ตัวบ่งบอกวา่ เรายังเปน็ มนุษยอ์ ยู่ เพราะมันเปน็ ภาวะ
ปกติทเี่ กดิ ขน้ึ กบั ทุกคน

ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี เกดิ ขนึ้ ได้ ไมว่ า่ การสญู เสยี จะเกดิ
ข้ึนแบบรู้ทนั หรอื รไู้ มท่ ัน คาดคิดหรอื ไมค่ าดคดิ และความเศร้าโศกจาก
การสญู เสยี จะเกยี่ วขอ้ งกบั การเปลย่ี นแปลงความสมั พนั ธ์ สง่ ผลทง้ั ความ
สัมพันธ์ต่อตัวเรา ต่อคนที่เรารัก ต่อส่ิงแวดล้อมและเหตุการณ์รอบตัว
และกระทบความเปน็ ตวั เราทง้ั หมด สง่ ผลตอ่ รา่ งกายของเรา บางคนอาจ

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 55

จะกนิ ไมไ่ ดน้ อนไมห่ ลบั สมาธนิ อ้ ยลง หรอื บางคนเวลานกึ ถงึ ความสญู เสยี
จะเกดิ อาการสนั่ เกดิ ความรสู้ กึ ทว่ มทน้ และอาจจะมผี ลตอ่ ความคดิ ทเ่ี รา
มตี อ่ ตวั เราเอง มตี อ่ คนอนื่ และสง่ิ แวดลอ้ มรอบๆ และแนน่ อนวา่ มนั จะสง่
ผลในระดับจิตวิญญาณ ซึง่ อาจหมายถึงคุณค่า การมชี ีวติ อยู่ สิง่ ยดึ โยงใน
ชีวิตของตวั เราเอง เพราะฉะน้ันเวลาเกดิ การสูญเสีย ความเศรา้ โศกจาก
การสญู เสยี จะสง่ ผลตอ่ ความเปน็ ตวั เราทัง้ หมด

ขอ้ เทจ็ จริงเก่ยี วกับความเศรา้ โศกจากการสูญเสีย

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียอาจจะเริ่มต้นต้ังแต่คนไข้เร่ิมเจ็บ
ป่วยเลยก็ได้ เป็นผลหลังจากการสูญเสียไปแล้วก็ได้ หรือเกิดจากการ
เปลยี่ นแปลงใดๆ กไ็ ด้ เชน่ คนไขถ้ กู ยา้ ยจากบา้ นไปอยโู่ รงพยาบาล ความ
เศรา้ โศกจากการสญู เสยี ของบางคนอาจจะเกดิ กอ่ นการสญู เสยี คนรกั หรอื
กอ่ นท่ตี ัวเขาจะตายจริงๆ ก็ได้

การสญู เสียและความเศร้าโศกจากการสูญเสีย อาจจะท�ำใหเ้ กดิ
ค�ำถามเกยี่ วกบั จติ วญิ ญาณ คนทสี่ ญู เสยี อาจจะกลบั มาตงั้ ค�ำถามเกย่ี วกบั
ความหมายของชีวติ เปา้ หมายการมีอยขู่ องตวั เองว่าคืออะไร เราจะเจอ
คนไขพ้ ดู บ่อยๆ วา่ ไมร่ ู้จะอยูต่ ่อไปเพื่ออะไร

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียอาจจะน�ำความเจ็บปวดในอดีต
และน�ำความขนุ่ เคอื งใจตอ่ ผตู้ ายกลบั ขนึ้ มาได้ แมจ้ ะเปน็ คนทเ่ี รารกั กต็ าม
เช่น ภรรยาคนหนงึ่ อยูก่ บั สามมี า 30 ปี เม่ือเสยี สามไี ป เธอรสู้ ึกโกรธว่า
ท�ำไมถึงท้ิงกัน ทั้งที่สัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันตลอดไป เพราะมันท�ำให้เธอ
รู้สกึ เจ็บปวดและไม่รูจ้ ะอยู่ตอ่ ไปอย่างไร

56 สญู เสีย ไมเ่ สยี ศนู ย์

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียอาจมาจากความรู้สึกโล่งหรือ
ผอ่ นคลายเวลาทผี่ ปู้ ว่ ยหนกั เสยี ชวี ติ ไป เพราะอาจจะทาํ ใหเ้ กดิ ความรสู้ กึ
ผิดตามมาได้ จากการเห็นคนทเี่ รารกั เสียชวี ิตแล้วเรารสู้ กึ โล่งใจ ในฐานะ
ผู้บําบัด เราสามารถช่วยให้เขาตระหนักรู้ถึงส่ิงเหล่านี้ และช่วยให้เขา
จดั การกบั ความรสู้ กึ ผิดท่เี กดิ ขึ้นได้

ความรุนแรงหรือปรากฏการณ์ของความเศร้าโศกจากการ
สูญเสียที่เกิดข้ึนในแต่ละคนอาจจะไม่เหมือนกัน ข้ึนอยู่กับหลายปัจจัย
คนในครอบครัวเดียวกันไม่จําเป็นต้องรู้สึกเหมือนกัน และปฏิกิริยาของ
แตล่ ะคนท่มี ตี อ่ การสูญเสียอาจจะแตกตา่ งกนั ไป

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นเรื่องปกติ แทนท่ีเราจะ
พยายามเอาชนะมนั เราควรอนญุ าตใหต้ วั เองเรยี นรทู้ จี่ ะรสู้ กึ ยอมรบั และ
มปี ระสบการณก์ บั มนั ผมเคยบาํ บดั ผมู้ ารบั คาํ ปรกึ ษาคนหนงึ่ ทส่ี ญู เสยี คณุ
พ่อ เขาบอกว่าไมอ่ ยากคิดถงึ สงิ่ เหล่านี้ เพราะมันทาํ ใหเ้ ขาทําอะไรไมไ่ ด้
เขาพยายามทําใหต้ วั เองไมร่ ู้สึก แต่ยิ่งทาํ เขากย็ ่ิงทนไมไ่ หว เหมือนถงั น้าํ
ที่แตก เขาจะรูส้ กึ แย่กว่าเดมิ ดงั น้ันความเศร้าโศกจากการสญู เสยี เปน็ ส่งิ
ทเี่ ราตอ้ งอนญุ าตใหต้ วั เองรสู้ กึ เพอื่ จะเขา้ ใจวา่ มนั เปน็ เรอ่ื งธรรมดาทเ่ี กดิ
ขึ้นได้ การอนุญาตให้ตัวเองรู้สึกไม่ได้แปลว่าปล่อยให้ตัวเองจมอยู่กับส่ิง
นนั้ แตค่ อื การรบั รอู้ ยา่ งเปน็ กลางวา่ มคี วามรสู้ กึ เหลา่ นแ้ี ละอยกู่ บั มนั อยา่ ง
ใจดี ไมต่ ้องไปปฏเิ สธมนั แตอ่ ยกู่ ับมันโดยทีไ่ ม่เปน็ ทกุ ข์

มีหลายคนมองว่า ถ้าเรารู้สึกดีข้ึนจากความเศร้าโศกจากการ
สญู เสยี แปลว่าเราตอ้ งทิง้ ความทรงจาํ ตา่ งๆเกยี่ วกบั คนที่จากไป หรือส่ิง
ที่เราสูญเสียไป ซึ่งไม่เป็นความจริง เราสามารถรู้สึกดีขึ้นจากความเศร้า

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 57

โศกจากการสูญเสีย โดยที่เรายงั คดิ ถงึ คนที่เรารักหรือมีความรสู้ ึกดีๆ ตอ่
สง่ิ ท่เี ราสูญเสียไปได้

เรามกั จะได้ยนิ คนพูดวา่ เวลาจะชว่ ยใหห้ ายเศร้า ในมุมมองของ
ซาเทียร์โมเดล เวลาไม่ได้เป็นส่ิงท่ีท�ำให้หายหรือดีข้ึน แต่กระบวนการ
เปลย่ี นแปลงเกดิ จากการตระหนกั รตู้ อ่ ความรสู้ กึ ทเ่ี กดิ ขน้ึ และการยอมรบั
ว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ในตัวเรา คือเรารู้สึกเป็นเจ้าของ
ประสบการณ์น้ัน อนุญาตให้เราอยู่กับประสบการณ์เหล่าน้ีและยอมรับ
มันได้อย่างท่ีมันเป็น หลังจากนั้นเราจะเกิดการตัดสินใจ เพื่อให้เกิดการ
เปลย่ี นแปลง กระบวนการตรงนตี้ า่ งหากทท่ี ำ� ใหเ้ กดิ การเยยี วยา ไมใ่ ชเ่ วลา

การเยียวยาความเศร้าโศกจากการสญู เสีย
โดยใช้ซาเทียร์โมเดล

ซาเทยี รโ์ มเดลชว่ ยใหค้ นยอมรบั ความสญู เสยี และความรสู้ กึ ตา่ งๆ
ท่ีเกิดขึ้นในทิศทางท่ีเป็นบวก อย่างท่ีบอกว่าคนเราจะเกิดความรู้สึกเต็ม
ไปหมดเวลาทรี่ สู้ กึ สญู เสยี ดงั นน้ั จะท�ำอยา่ งไรใหเ้ ขาอนญุ าตใหต้ วั เองรสู้ กึ
และยอมรับความรู้สึกเหล่านี้ ให้เขาได้ยินเสียงความรู้สึกที่อยู่ในใจของ
ตวั เอง ซ่งึ อาจจะเป็นตัวแทนของความรกั การยอมรับ เปน็ ตวั แทนของ
เสียงภายในวา่ ฉันกต็ อ้ งการความม่นั คง ความปลอดภัย

การท�ำงานกบั คนทเ่ี กดิ ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี หลายครงั้
เราจะพบว่าย่ิงรักมากยิ่งรู้สึกมาก เราเพียงแต่พาเขากลับไปเชื่อมโยงกับ
ความรักที่อยู่ภายใต้ความรู้สึกเหล่าน้ัน ก็จะช่วยให้เขารู้สึกดีข้ึนได้แล้ว
เพราะคนที่เราไม่รัก เวลาสูญเสียไปเราก็ไม่รู้สึกอะไร แต่เป็นเพราะคน

58 สูญเสีย ไม่เสยี ศนู ย์

คนนัน้ มคี วามหมายตอ่ เรามาก เราถึงรู้สึกและมีปฏกิ ิรยิ ามาก เราอาจจะ
ถามเขาวา่

- หลังจากท่ีเขาเหน็ ความร้สู ึกเหลา่ นแ้ี ลว้ เขาอยากจะอยูก่ บั มัน
ต่างไปจากเดิมอย่างไร?

- เขาอยากจะเห็นตัวเองต่างไปจากเดิมอย่างไรบ้าง?
- เขาจะจัดการกับความโกรธเหลา่ น้อี ยา่ งไร?
เราอาจจะช่วยเขาจัดการหรือปรับเปลี่ยนมุมมองความคิด
บางอยา่ ง เชน่ เมอื่ เผชญิ ความสญู เสยี ตวั เขาอาจรสู้ กึ ไมม่ คี วามหมายหรอื
มคี ณุ คา่ อกี ตอ่ ไป เรากอ็ าจจะชว่ ยใหเ้ ขากลบั มารสู้ กึ ถงึ คณุ คา่ และความดี
งามในตวั เองอกี ครง้ั หนงึ่ เพอ่ื ทาํ ใหเ้ ขามคี วามสุขขึ้น และเราอาจจะชว่ ย
จดั การกับความคาดหวังหรือสิง่ ทคี่ า้ งคาใจ (unfinished business)
สิ่งหน่ึงที่ผมชอบทํามากคือ ให้เขาเขียนจดหมายถึงคนท่ีเขา
สูญเสีย มีอะไรที่เขารู้สึกประทับใจ อยากขอบคุณ อยากบอกกับคนคน
นนั้ บา้ ง แลว้ สดุ ทา้ ยเขาอยากจะบอกลาคนคนนน้ั อยา่ งไร แลว้ อา่ นใหใ้ คร
สักคนหน่ึงฟัง หรือให้เขาพูดกับรูปของคนคนนั้น ก็เป็นวิธีหนึ่งท่ีจะช่วย
จัดการสงิ่ ทค่ี งั่ คา้ งอยูใ่ นใจเขาได้
ผมอาจจะตง้ั คาํ ถามเขาวา่ ถา้ คนคนนอี้ ยตู่ รงหนา้ เขาจะพดู อะไร
มีผู้สูญเสียคนหนง่ึ ท่คี ดิ ถงึ พอ่ มาก แล้วพ่อก็สอนให้เข้มแข็งอยตู่ ลอดเวลา
แลว้ เขารสู้ กึ วา่ ตวั เองไมไ่ ดเ้ ขม้ แขง็ มาก รสู้ กึ ผดิ ตอ่ พอ่ ผมเลยเอาเกา้ อวี้ า่ ง
มาตัง้ อยตู่ รงหนา้ 1 ตัว แล้วใหเ้ ขาจนิ ตนาการวา่ ถา้ พ่อของเขาอยตู่ รงน้ี
ดว้ ย แล้วเห็นเขาในตอนน้ี พ่อของเขาจะร้สู ึกอย่างไรบา้ ง แล้วผมอาจจะ
ชวนเขามองต่อว่า ถ้าพ่อรู้ว่าเขามองว่าตัวเองไม่เข้มแข็ง แล้วก็รู้สึกผิด

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 59

มากที่ยังไม่ได้เป็นในสิ่งท่ีพ่ออยากให้เป็น เขาคิดว่าพ่อจะบอกอะไรกับ
เขา ประสบการณ์ท่เี กิดขึ้นสว่ นใหญ่จะเป็นไปในทิศทางบวก พอ่ อาจจะ
ใหอ้ ภยั หรอื รสู้ กึ วา่ ทผ่ี า่ นมาเขาเขม้ แขง็ มากพอแลว้ แตถ่ า้ เปน็ ไปในทศิ ทาง
ตรงกนั ขา้ ม ผมกจ็ ะถามตอ่ วา่ แลว้ อยากจะบอกอะไรกับพ่อบ้าง ผมจะ
ท�ำงานกบั สงิ่ ท่คี ้างคาอยใู่ นใจเขา

เราอาจจะช่วยให้คนไข้มีโอกาสเติมเต็มความต้องการท่ีแท้จริง
ของเขาด้วยตัวของเขาเอง การเติบโตหรือการเยียวยาก็จะเกิดข้ึน เรา
จะช่วยให้เขากลับมารับผิดชอบชีวิตของเขาเองได้ เติบโตและเช่ือมโยง
กับส่ิงดีๆ ที่อยู่ในตัวเขา รวมถึงเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเศร้าโศกจากการ
สูญเสียที่เกดิ ขน้ึ

เราสามารถช่วยให้เขาเชื่อมโยงกับคนท่ีเขารักหรือสูญเสียไปใน
ทศิ ทางใหมท่ ่เี ป็นบวก คนไขอ้ าจจะรสู้ กึ วา่ เขาจะไม่สามารถเช่ือมโยงกับ
คนที่ตายไปแล้วได้ แต่ในความจริง ภาพของคนทีจ่ ากไปก็จะยังอย่ใู นใจ
เขาเสมอ เปรียบเหมือนเราชอบดอกไม้ดอกหน่ึงท่ีอยู่บนต้นไม้ วันหนึ่ง
ดอกไมด้ อกนนั้ รว่ งลงมา กไ็ มไ่ ดห้ มายความวา่ ความงดงามของดอกไมน้ น้ั
จะจืดจางหรือหายไปจากใจเรา ดังนั้นเราสามารถเชื่อมโยงกับความรัก
สงิ่ ดงี ามกบั คนที่เราสูญเสยี ไปได้ตลอดเวลา และเราอาจจะพาเขาไปมอง
วา่ คนทจ่ี ากไปแลว้ ไดท้ ง้ิ อะไรไวก้ บั ตวั เขาบา้ ง เชน่ แมไ่ ดใ้ หค้ วามเขม้ แขง็
หรือส่ิงดีๆ อะไรไว้ในตัวเขาบ้าง สิ่งเหล่าน้ีจะช่วยให้เขาผ่านและอยู่กับ
ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี ต่อไปได้

60 สูญเสีย ไมเ่ สยี ศนู ย์

บทส่งทา้ ย

ในฐานะผบู้ าํ บดั หรอื คนทดี่ แู ลผปู้ ว่ ย เรากม็ ภี เู ขานา้ํ แขง็ ของเราเหมอื นกนั
หลายคร้ังเราก็ได้รับผลกระทบจากเร่ืองที่ผู้รับคําปรึกษา (client) นํามา
เพราะอาจจะไปกระตุ้นเรื่องราวบางอย่างในอดีต ความคิด ความรู้สึก
ตา่ งๆทอี่ ยภู่ ายในใจขนึ้ มา และอาจสง่ ผลตอ่ การบาํ บดั หรอื การชว่ ยเหลอื
ทางจิตใจ ดังน้ันเราจะต้องตระหนักรู้ถึงสิ่งที่เกิดข้ึนกับตัวเราเหมือนกัน
วา่ เรากาํ ลงั รสู้ กึ อะไรหรอื เกดิ มมุ มองอะไรกบั ตวั เราเอง เรารสู้ กึ วา่ เราเปน็
ผู้บําบัดที่ไม่ดีหรือเปล่า หรือเรามีมุมมองอะไรเกี่ยวกับคนไข้ของเราบ้าง
เรามีความคาดหวังอะไรอยู่บ้างทั้งต่อตัวเราเองและคนอ่ืน รวมถึงความ
ต้องการที่แท้จริงของเราด้วย ส่ิงเหล่านี้มีผลต่อการทํางานกับคนไข้ ณ
ขณะทเี่ ราอย่กู บั เขาตรงน้นั ถ้าเราตระหนกั รไู้ ม่ทนั เราอาจจะไปเชอื่ มโยง
กบั เขาดว้ ยความคาดหวังของเรา เราจะไปคาดหวงั ใหเ้ ขาตอ้ งดขี ้นึ ทาํ ให้
เราไม่สามารถช่วยเขาได้อย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ดี การเกิดปฏิกิริยา
ต่างๆ ในภูเขานํ้าแข็งของเราเป็นเรื่องปกติ ดังนั้นเมื่อเกิดขึ้นแล้วก็เพียง
แต่รู้เท่าทัน ยอมรับปฏิกิริยาที่เกิดข้ึน แล้วค่อยๆ กลับมาเชื่อมโยงกับ
พลังชวี ติ ของตนเองในขณะทอี่ ยกู่ ับคนไข้

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 61

ส่ิงหนึ่งที่จะช่วยป้องกันการหมดไฟในการท�ำงานได้คือ เราอาจ
จะต้องกลับมาเรียนรู้โลกภายในของตัวเราเองด้วย และหม่ันเพาะความ
เจริญเตบิ โต ความงดงามในตัวของเราข้ึนมา ใจดีแล้วก็ใจดีขน้ึ ไปอีก ใจดี
สดุ ๆ ต่อท้งั ตัวเองและคนอืน่ รวมถงึ ตอ่ โลกใบน้ีดว้ ย

ความเศร้าโศกจากการสูญเสียเป็นสิ่งที่มีความเฉพาะเจาะจง
เฉพาะตัวแต่ละบุคคล ไม่มีสูตรตายตัวว่าเราควรจะมีปฏิกิริยาต่อการ
สูญเสียไปทางไหน หรือควรจะรู้สึกอย่างไร ควรจะเป็นอย่างไร เวลาที่
เราเผชิญกับความสญู เสยี ซาเทียรโ์ มเดลเชอ่ื ว่า ทกุ คนมีความเป็นตัวเอง
ในแบบของตน เราไมจ่ �ำเป็นต้องเอาชนะมัน แต่ให้เราไปเช่อื มโยงกบั มนั
กลับไปเรียนรู้จากความเศร้าโศกจากการสูญเสียที่เกิดข้ึน ประสบการณ์
ทีเ่ กิดข้ึนจะช่วยให้เราผ่านและเติบโตขน้ึ ไปไดอ้ ีก

ความหวัง

ประเด็นการใช้ความหวังกบั ผปู้ ว่ ย แมว้ า่ จะเปน็ ผู้ป่วยระยะทา้ ย
เขาก็ยังมีความหวังและความรับผิดชอบต่อการใช้ชีวิตท่ีเหลืออยู่ รวม
ถึงรับผิดชอบต่อการตายของตัวเองด้วยเช่นกัน แต่สิ่งท่ีเราเจอทุกวันคือ
ญาตผิ ู้ปว่ ยจะบอกว่า คุณหมอ อยา่ ให้การดูแลแบบประคับประคองเลย
มันจะไปท�ำลายความหวัง

ตรงจุดนี้เราต้องอธิบายดีๆ เราสามารถยืนยันกับญาติว่า ส่ิงที่
เราท�ำไม่ได้ท�ำลายความหวังผู้ป่วย ในความเป็นจริงเราจะท�ำให้เขามี
ความหวังมากขึ้นด้วยซ�้ำ จุดส�ำคัญคืออะไรท่ีท�ำให้ญาติมองว่าการดูแล

62 สญู เสยี ไมเ่ สียศูนย์

แบบประคับประคองเป็นการทําลายความหวัง เราอาจจะต้องทํางาน
ตรงนั้นกอ่ น แต่ไม่ต้องไปต่อต้านหรือคัดค้านเขา

ผมจะถามวา่ เขากลวั อะไรถา้ เราจะเข้าไปดูแลญาติของเขา และ
คําว่าทําลายความหวังของเขาหมายถึงอะไร? จะเกิดอะไรข้ึนในมุมมอง
ของเขา? แลว้ เราคอ่ ยปรบั แกต้ รงนน้ั เขาคงเขา้ ใจวา่ ระยะสดุ ทา้ ยคอื รกั ษา
ไม่ได้แล้ว ตรงนี้เราอาจจะบอกเขาว่าในแง่การรักษา เรายังรักษาอย่าง
เตม็ ท่ี แตห่ นา้ ทขี่ องเราคอื ทาํ ใหผ้ ปู้ ว่ ยมคี ณุ ภาพชวี ติ ทดี่ ี มสี ขุ ภาพจติ และ
สขุ ภาพกายทไ่ี มท่ กุ ขท์ รมาน ถา้ ชว่ ยใหเ้ ขาปรบั ความเชอ่ื ตรงนไ้ี ด้ จะทาํ ให้
เขาร้สู กึ ดีขึ้น อารมณจ์ ะคล้ายๆ ไปเจอจิตแพทย์ มันจะรู้สึกแย่ ดงั น้ันเรา
ตอ้ งทํางานกับเขาก่อน ว่าเขามมี ุมมองตอ่ การเขา้ ไปของเราอย่างไร แลว้
ปรับตรงนั้นให้ถูกตอ้ ง

ภเู ขาน้�าแข็งของผูด้ ูแล

เราเองในฐานะผดู้ แู ลแบบประคบั ประคองกต็ อ้ งระวงั ภเู ขานา้ํ แขง็
ของตวั เองดว้ ย ในขณะทเี่ ขา้ ไปพดู คยุ กบั คนไขห้ รอื ญาติ เราอาจมองวา่ เรา
มาทาํ สง่ิ ดๆี มาชว่ ยเขา แตเ่ ขามองไมเ่ หน็ หรอื ไมต่ อ้ งการ เรากอ็ าจจะรสู้ กึ
ไม่โอเค รสู้ ึกแย่ ร้สู ึกโกรธ ไมพ่ อใจ ตรงนั้นมนั จะส่งผลกบั ความสมั พนั ธ์
ระหว่างเรากบั ญาติของผ้ปู ว่ ย ดังนั้นเราตอ้ งตระหนักร้กู ่อนวา่ ตัวเราเอง
รสู้ ึกอยา่ งไรขณะท่ไี ดย้ นิ แบบนั้น ต้องดแู ลตรงนัน้ กอ่ น ต้องรกู้ อ่ นว่าเขา
มสี ิทธท์ิ ่จี ะคดิ ท่ีจะรู้สึก ส่ิงทเ่ี ขาพูดอาจจะไม่ใชค่ วามเป็นจรงิ หรอื ถกู ต้อง
แตเ่ ปน็ สงิ่ ทเ่ี ขาเรยี นรมู้ า เมอ่ื เราทาํ ความเขา้ ใจตรงนไี้ ดแ้ ลว้ กค็ อ่ ยๆ สรา้ ง
ความสัมพนั ธ์กับญาติไป

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 63

เมอื่ ไหรท่ เี่ ขาพรอ้ ม เราจงึ เขา้ ไปดคู นไข้ แตใ่ นเวลานนั้ เราตอ้ งคยุ
กบั ญาตกิ อ่ นวา่ คณุ เปน็ อยา่ งไรบา้ ง เพราะผมคดิ วา่ การดแู ลแบบประคบั
ประคองไมใ่ ชแ่ คเ่ รอื่ งการดแู ลคนไขเ้ ทา่ นนั้ การดแู ลญาตหิ รอื สง่ิ แวดลอ้ มก็
ส�ำคญั ญาตเิ ขาอาจจะไมพ่ รอ้ มท�ำงานกบั ความสญู เสยี ทจ่ี ะเกดิ ขน้ึ ถา้ เรา
ยงั คยุ เรอื่ งพวกน้กี ับคนไขไ้ ม่ได้ อยา่ งนอ้ ยก็คยุ กบั ญาตกิ ่อน ถา้ ญาตขิ อง
เขามีพลังชีวิตดีข้ึน ก็จะไปช่วยให้คนไข้ดีขึ้น แล้วเราค่อยเข้าไปหาคนไข้
เมอื่ เปน็ จงั หวะทถี่ ูกตอ้ ง ดงั น้ันการวางใจในตวั เรามีความส�ำคัญมากๆ

จะสงั เกตวา่ เรอ่ื งทผ่ี มจะวกกลบั มาเสมอคอื ภเู ขานำ�้ แขง็ ทเ่ี ราจะ
ไปท�ำงานกับคนไข้ หรือจิตใจของตัวเราเองขณะที่เราไปดูคนไข้ เพราะ
ผลกระทบจากงานดแู ลแบบประคับประคอง ไมไ่ ด้เกดิ ขน้ึ เฉพาะกับคนท่ี
เราไปท�ำงานดว้ ยหรอื คนไขเ้ ทา่ นนั้ แตบ่ างครง้ั มนั กก็ ระตนุ้ สงิ่ ทอี่ ยภู่ ายใน
ใจของเราขน้ึ มาเหมือนกนั

ผมเคยมผี รู้ บั ค�ำปรึกษาเปน็ บุคลากรทางการแพทยท์ ่ไี ม่สามารถ
ไปดูแลคนไข้ได้เลยหลังจากที่คุณพ่อเสีย เพราะยังคิดถึงและเยียวยา
ตัวเองไม่ได้ พอจะไปท�ำงานดูแลแบบประคับประคอง จะรู้สึกผิดว่าเรา
ยังดูแลตัวเองไม่ได้เลย แล้วจะไปดูแลเขาได้อย่างไร ดังน้ันจิตใจของ
บคุ ลากรส�ำคัญมาก อยากใช้ค�ำวา่ การท�ำใหต้ ัวเองมีความสขุ และยดื หยนุ่
กบั สง่ิ รอบตัวได้

อาการของความรูส้ ึก

สมมุติว่าเราคยุ กับผู้รบั ค�ำปรึกษาแล้วเขารอ้ งไห้ เราอาจจะถาม
ว่าน�้ำตาท่ีไหลออกมาหมายความว่าอย่างไร แทนความรู้สึกอะไร หรือ

64 สญู เสยี ไม่เสยี ศนู ย์

บางคนอาจจะบอกว่าไม่รู้สึกอะไร แต่เขารู้สึกปวดมวนท้องขณะท่ีนั่งอยู่
และขยบั ตวั ไปมา เราอาจจะถามเขาวา่ เราเหน็ รา่ งกายเขาขยบั ไปมาหรอื
มีการเปลีย่ นแปลง มนั กาํ ลงั บอกอะไร เกดิ อะไรข้นึ ในตัวเขา มันอาจจะ
เป็นชอ่ งทางท่ที าํ ใหเ้ ขากลับมาตระหนกั รใู้ นร่างกาย ความคิด และนําไป
สคู่ วามร้สู กึ ของตัวเองได้ เราจะเขา้ ช่องไหนกอ่ นกไ็ ด้ มนั สัมพนั ธ์กนั หมด
เพราะถา้ เราถามเขาวา่ รสู้ กึ อยา่ งไร อาจไมใ่ ชเ่ รอ่ื งงา่ ยทเ่ี ขาจะตอบ แตไ่ ม่
ได้แปลวา่ เขาไม่รู้สึก

เปล่ยี นการ “ประเมิน” มาเป�นค�าถามท่ีท�าใหเ้ กิด
กระบวนการขนึ้ ในจติ ใจ (Process question)

ในทางการแพทย์เราจะชินกับการใช้คําว่าประเมิน เป้าหมายท่ี
แทจ้ รงิ ในการถามถงึ ภเู ขานาํ้ แขง็ คอื การชว่ ยใหผ้ ถู้ กู ถามเกดิ กระบวนการ
ในจติ ใจ เพ่อื นําไปสูก่ ารตระหนักรวู้ ่าเกิดอะไรขน้ึ ในตัวเขา ถา้ วิธีคิดของ
เราเป็นแบบนี้ เราจะไม่เร่งเอาข้อมูล เขาพร้อมจะตระหนักเม่ือไหร่ก็
เมอ่ื นน้ั และเราอาจจะใหเ้ วลาเขาใครค่ รวญดว้ ย เพราะคาํ ถามทเี่ ขา้ ไปใน
ภูเขานา้ํ แขง็ ไม่ใช่คาํ ถามท่ตี อบงา่ ย และสว่ นของการใช้ชวี ติ เพ่ืออยูร่ อด
มนั อยใู่ นจติ ใตส้ าํ นึก ดงั น้นั ต้องใช้เวลาทบทวนและสํารวจตนเอง

ดังน้ันคําถามท่ีใช้ในซาเทียร์โมเดล จะเรียกว่า คําถามที่ทําให้
เกิดกระบวนการข้ึนในจิตใจ (Process question) ดังน้ันเมื่อเราถาม
เราอาจจะต้องรอให้เกิดกระบวนการข้ึนในจิตใจและรอให้เขาตอบ ซ่ึง
มีความสําคัญมาก ว่าจะทําอย่างไรให้ผู้ป่วยพร้อมจะเข้าไปใคร่ครวญ
คําถามของเรา

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 65

จะถามหาความต้องการท่แี ทจ้ รงิ อยา่ งไร?

เวลาเราตอ้ งการส�ำรวจวา่ ความตอ้ งการทแี่ ทจ้ รงิ คอื อะไร เรามกั
จะถามและส�ำรวจตอ่ จากความคาดหวงั เชน่ ถา้ ผปู้ ว่ ยมคี วามคาดหวงั วา่
ไมอ่ ยากเปน็ ภาระคนอน่ื เราอาจจะถามเขาวา่ ถา้ เขาไมไ่ ดเ้ ปน็ ภาระคนอนื่
อยา่ งทเี่ ขาคดิ เขาจะไดอ้ ะไรจากตรงนนั้ เขาจะรสู้ กึ อยา่ งไร คอ่ ยๆส�ำรวจ
ตามจากความคาดหวงั นแ่ี หละ เพราะความคาดหวงั คอื การแสดงออกของ
การขาดความตอ้ งการทแ่ี ทจ้ รงิ ส�ำหรบั ผบู้ �ำบดั หรอื ผถู้ าม สง่ิ ทมี่ กั จะท�ำให้
เราร้สู ึกหงุดหงิดในใจก็คือ ค�ำตอบของเขาไมต่ รงกับในใจเรา เช่น เขาไม่
ได้ตอบค�ำว่าความรัก ไม่ได้ตอบค�ำว่าการยอมรับ หรือสิ่งที่เราต้องการ
เราตอ้ งระวงั ตรงน้ี

ถ้าเขาตระหนักและเข้าถึงความต้องการท่ีแท้จริงที่อยู่ภายใต้
ภูเขาน�้ำแข็ง ผู้มารับค�ำปรึกษาหลายคนจะเกิดการเปล่ียนแปลง เพราะ
ได้สัมผัสกบั สง่ิ ทเี่ ป็นบวกภายในใจ (ความต้องการทีแ่ ทจ้ ริงมที ิศทางเปน็
บวกเสมอ) เม่ือเขาสัมผัสความต้องการท่ีแท้จริงของตัวเองได้ จะเกิด
ปฏกิ ิริยาให้เราเห็นเลย

ดังนน้ั การชว่ ยให้เขาตระหนกั ถึงความต้องการทแ่ี ทจ้ ริง เราอาจ
เร่ิมถามเพ่ือส�ำรวจจากความคาดหวัง ว่าภายใต้ความคาดหวังต่างๆ ที่
เขามี ลึกๆ มีความต้องการท่ีแท้จริงอะไรซ่อนอยู่ แต่ถ้าเขานึกไม่ออก
จริงๆ เราอาจจะชว่ ยใหเ้ ขาคน้ หาค�ำค�ำนัน้ ด้วยการยกตวั อย่าง

“ส่ิงทต่ี อ้ งการลึกๆ ใชก่ ารยอมรบั ไหม ใช่ความรักไหม ฯลฯ” ถ้า
เขายงั หาไมเ่ จอ กใ็ หเ้ วลาเขาอยกู่ บั ตวั เอง และส�ำรวจตวั เองเพมิ่ ขนึ้ ถา้ เขา
คน้ พบความตอ้ งการท่ีแท้จรงิ เขาจะเขา้ ถงึ พลังชวี ติ และคณุ ค่าในตัวเอง

66 สญู เสีย ไมเ่ สยี ศูนย์

ถาม-ตอบ

หลายครง้ั ทบ่ี คุ ลากรดา้ นการดแู ลแบบประคบั ประคองจะรสู้ กึ เหนอื่ ยใจ
หลงั จากดแู ลการสญู เสียของผู้ปว่ ยหรือญาติ เกิดจากสาเหตุอะไร?
การทาํ บาํ บดั ทถี่ กู ทศิ ทางจะตอ้ งไมเ่ หนอื่ ยใจ ถา้ รสู้ กึ เหนอื่ ยใจมากจะตอ้ ง
กลับมาสํารวจตัวเองว่าเกิดอะไรขึ้นในภูเขาน้ําแข็งของเรา หลายๆ คร้ัง
เราอาจจะพบว่าเรามีความคาดหวังบางอย่าง เช่น อีกนิดหนึ่งเขาก็จะ
หลดุ แลว้ ยอื้ ตอ่ ไปอกี หนอ่ ยหนง่ึ คงจะดี ดงั นน้ั การรเู้ ทา่ ทนั สงิ่ ทเี่ กดิ ขนึ้ ใน
ภเู ขานาํ้ แขง็ ของตวั เองเวลานงั่ อยกู่ บั คนไขม้ คี วามสาํ คญั มาก ในขณะทเ่ี รา
อยกู่ บั ผรู้ บั การบาํ บดั เราสงั เกตทา่ ทางรา่ งกายของเราไปดว้ ยกไ็ ด้ อาจจะ
ทําให้เรากลับมารู้เท่าทันตัวเองมากข้ึน เช่น เวลาตั้งใจมากหรือคาดหวัง
มาก เราอาจจะโนม้ ตวั ไปขา้ งหน้ามากกวา่ ปกติ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 67

ถา้ คนทท่ี ำ� งานมปี ระเดน็ ทเ่ี ปน็ ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี คลา้ ยคลงึ
กับของผู้ป่วย แล้วยงั แก้ไขไมไ่ ด้ มีวธิ ีการจดั การตัวเองอยา่ งไรบา้ ง?
ถา้ เปน็ ผมคงวงิ่ ไปหานกั บ�ำบดั กอ่ น ในซาเทยี รโ์ มเดลมคี วามเชอื่ วา่ เราไม่
สามารถพาคนไปในทท่ี เี่ ราไมเ่ คยไปได้ ดงั นน้ั การเรยี นเกยี่ วกบั การบ�ำบดั
ส่งิ ส�ำคญั มากคือเราจะตอ้ งมีผ้ดู แู ล (supervisor) ต้องมีคนทีช่ ่วยเราดว้ ย
เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเรื่องของผู้รับค�ำปรึกษาอาจจะเร้าสิ่งท่ีอยู่ภายใน
ตัวเราได้ ดังนั้นเราจะต้องจัดการตัวเองก่อน เราควรไปหาผู้ดูแลให้ช่วย
บ�ำบดั เรา มหี ลายกรณีทเ่ี ราไปตอ่ ไมไ่ ด้ ไมใ่ ชว่ ่าเขายาก เราน่ีแหละยาก
มคี ณุ แมท่ มี่ ลี กู ยาก แลว้ ใชว้ ธิ ผี สมไขต่ ดิ 3 ฟอง สดุ ทา้ ยตอ้ งเลอื กไวส้ อง
ได้ลูกชายฝาแฝด มพี ฒั นาการตามวัย แตล่ ึกๆ แล้วยังรูส้ ึกผิด ฝันรา้ ย
เปน็ ครง้ั คราวกบั การสญู เสยี ไขใ่ บนน้ั ไป จะชว่ ยใหค้ วามรสู้ กึ ผดิ เบาบาง
จางหายไปได้อยา่ งไรบ้าง?
นี่เป็นประเด็นใหญ่ ถ้าจะแนะน�ำคือควรไปหานักบ�ำบัด ถ้าไม่อยากไป
อาจจะตอ้ งหาเวลาส�ำรวจตวั เองวา่ อะไรทท่ี �ำใหเ้ รารสู้ กึ ผดิ มากขนาดนนั้
บางทีเราอาจมีความเชื่อบางอย่าง หรืออาจจะเป็นสิ่งท่ีเราเรียนรู้มาจาก
อดีต อาจเปน็ ค�ำสอนบางอยา่ งจากพ่อแม่หรอื อะไรก็ตาม จุดเร่ิมตน้ การ
เยยี วยาอยทู่ กี่ ารส�ำรวจตวั เองวา่ อะไรทท่ี �ำใหเ้ รารสู้ กึ ผดิ แลว้ เราจะคอ่ ยๆ
ไดค้ �ำตอบวา่ จะจดั การกับความรู้สกึ ผดิ นั้นอยา่ งไรดว้ ยตวั ของเราเอง

68 สูญเสีย ไม่เสียศูนย์

ในกรณีของคนทม่ี ีพฤตกิ รรมโกรธคนอื่น ต่อว่าคนอื่นเพอ่ื จะใหค้ นอ่ืน
ยอมรบั แต่เขากลบั ไม่ได้ส่งิ นั้น เราจะมีวธิ กี ารพาให้เขาเติมเตม็ ความ
ต้องการท่ีแทจ้ รงิ หรือการยอมรับตัวเองได้อย่างไรบ้าง?

ถ้าคนไข้มีการตระหนักรู้แล้วว่า พฤติกรรมของตัวเองมีท่ีมาท่ีไปอย่างไร
ผมกค็ งถามตอ่ ว่า หลังจากทตี่ ระหนักรู้สิง่ เหล่านแ้ี ลว้ เขาอยากจะทําตัว
แตกตา่ งไปจากเดมิ บา้ งไหม สมมตุ วิ า่ ลกึ ๆ เขาตอ้ งการการยอมรบั เขาจะ
ยอมรบั ตัวเองได้อยา่ งไรบา้ ง โดยใชว้ ธิ ีการที่ตา่ งออกไปจากเดิม แตก่ ่อน
จะไปถงึ ตรงนนั้ เราอาจจะชว่ ยใหเ้ ขาตระหนกั วา่ เขาควรจะทาํ อะไรกบั สงิ่
ทเ่ี คยผา่ นมาไหม เขาอาจจะรสู้ กึ แยว่ า่ เคยทาํ ไมด่ กี บั คนอนื่ มา เขาจะตอ้ ง
จดั การกบั ตวั เองกอ่ นไหม หลงั จากทเ่ี ขาจดั การกบั ความรสู้ กึ ผดิ ในอดตี ได้
แล้วและมองไปข้างหนา้ เขาอยากเห็นตวั เองต่างไปจากเดิมอย่างไร เขา
จะจัดการตัวเองอย่างไรเพ่ือให้เกิดการยอมรับ หรือถ้าเขาน่ังอยู่กับเรา
เขาจะสง่ การยอมรบั ใหก้ ับตัวเองอย่างไร

ถงึ ตรงน้ี ผมอาจจะชว่ ยใหเ้ ขาเหน็ วา่ อะไรทที่ าํ ใหเ้ ขาไมส่ ามารถ
ยอมรบั ตวั เองไดใ้ นแบบทเี่ ขาเปน็ จะสงั เกตวา่ ไมม่ คี าํ ตอบทส่ี าํ เรจ็ รปู มนั
จะค่อนข้างเฉพาะตวั มาก ดงั น้ันเวลาถามว่าทําอย่างไร จะตอบยากมาก
คนทวั่ ไปมกั จะถามถงึ ฮาวทู แตอ่ าจารยท์ ม่ี าสอนเรอื่ งซาเทยี รท์ เ่ี มอื งไทย
บอกว่า แทนท่ีเราจะไปตอบว่าทําอย่างไร ให้เราชวนเขามองว่า อะไรที่
ทําให้เขาทําแบบน้ันไม่ได้ อะไรเป็นอุปสรรคที่ทําให้เขารักตัวเองไม่ได้
ชว่ ยใหเ้ ขาค้นพบตรงนี้ จะมีความหมายมากกว่าไปตอบเขาว่าทาํ อยา่ งไร
เพราะการตอบวา่ ทาํ อยา่ งไร มนั เปน็ วธิ ขี องเรา ซงึ่ อาจจะใชไ้ ดห้ รอื ใชไ้ มไ่ ด้
กบั เขา แลว้ ฮาวทกู ห็ าอา่ นตามรา้ นหนงั สอื ได้ ดงั นนั้ เวลาบาํ บดั จติ ใจคนไข้
เราจะไมค่ อ่ ยตอบวา่ ตอ้ งทาํ อยา่ งไร แตเ่ ราจะชวนมองวา่ อะไรทที่ าํ ใหเ้ ขา

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 69

ท�ำแบบนน้ั ไมไ่ ด้ แลว้ เขาอยากจะเปลยี่ นแปลงตวั เองอยา่ งไรเพอ่ื ใหท้ �ำสงิ่
เหลา่ นนั้ ได้ เราจะชว่ ยใหเ้ ขาเหน็ ศกั ยภาพของตวั เขาเองอยา่ งไร เพอ่ื ตอบ
โจทย์ของเขาใหต้ า่ งไปจากเดิม 

ถ้าคน้ หาความร้สู กึ ผิดได้แลว้ แต่ไม่สามารถกลับไปแกไ้ ขได้ เพราะมนั
ผ่านไปแล้ว อาจารยใ์ ห้ค�ำแนะน�ำอย่างไร?
กลบั ไปทคี่ วามเชอ่ื วา่ เราแกอ้ ดตี ไมไ่ ด้ แตส่ ง่ิ ทเ่ี ราแกไ้ ดค้ อื ผลกระทบทเี่ กดิ
ขนึ้ อยา่ งแรกอนญุ าตใหต้ วั เองรสู้ กึ ผดิ รบั รมู้ นั อยา่ งกลางๆ แลว้ ถามตวั เอง
ตอ่ ว่าเราจะอยกู่ ับความรูส้ กึ ผดิ นีไ้ ปอีกนานเทา่ ไหร่ ในชว่ งท่ีเราอยากจะ
ออกจากมนั เราอยากจะบอกตัวเองวา่ อะไร เพ่ือใหเ้ ราออกมาจากความ
รู้สึกผิดน้ันได้ เราอาจจะชวนให้ตัวเองใจดีข้ึนอีกนิดหน่ึง หรือเลือกท่ีจะ
ยกโทษบางอยา่ งให้กับตวั เอง

การยกโทษหรือการให้อภัยไม่ได้แปลว่าเราไม่เคยท�ำผิด แต่
เปน็ การบอกวา่ เราส�ำนกึ แลว้ และอยากใหต้ ัวเองเป็นอิสระจากเร่ืองราว
เหล่านั้น น่ีเป็นค�ำตอบระดับของความคิด แต่ในการท�ำงานจริง เราจะ
ท�ำงานกบั ผู้รบั ค�ำปรึกษาในด้านความรู้สึกด้วย และการใหอ้ ภัยเปน็ เร่ือง
ใหญท่ เี่ ราน�ำมาใชบ้ อ่ ย

ค�ำวา่ “อภัย” เป็นค�ำทด่ี ีมาก ค�ำว่า อ กับ ภยั แปลว่าไมเ่ ปน็
ภัย จะเป็นอย่างไรถ้าเราจะอนุญาตให้ตัวเองไม่เป็นพิษเป็นภัยต่อตัวเอง
และคนรอบข้าง การที่เราเก็บความรู้สึกไว้กับตัวเอง อาจจะเป็นภัยกับ
คนทจี่ ากไป เพราะจะท�ำให้เขาไม่มคี วามสุข บางครัง้ คนคนนัน้ อาจไม่ได้

70 สญู เสีย ไมเ่ สียศนู ย์

โกรธอะไรเราแล้วกไ็ ด้ เปน็ เราเองทถ่ี อื ความโกรธน้ันไว้ เราจะดูแลตรงน้ี
อยา่ งไรเปน็ เรอื่ งของเรา

เคยสญู เสยี สามที ผ่ี า่ ตดั สมอง เปน็ โรคหลอดเลอื ดสมอง (stroke) เรยี ก
รถพยาบาลมารบั ทบี่ า้ นและไปดว้ ย พอเขาเสยี ชวี ติ ตวั เราไมไ่ ดร้ อ้ งไห้
ฟมู ฟาย เราคดิ วา่ เราทา� ดีท่สี ุดสา� หรบั เขาแล้ว และจัดการงานศพทุก
อย่างได้ดี เพอ่ื นบางคนมองวา่ เราเขม้ แข็งเกินไป ระวงั จะระเบดิ ทีหลัง
การทเ่ี ปน็ แบบนี้แปลว่าเราผิดปกตไิ หม? เหตกุ ารณ์ผา่ นมาปกี ว่าแลว้
เราอาจจะต้องสาํ รวจตัวเองว่า จรงิ ๆแล้วเรารสู้ ึกอย่างไร เราอาจจะไม่ได้
รู้สกึ จรงิ ๆ ก็ได้ หรอื เราอาจมีความร้สู ึกอยกู่ ไ็ ด้ มุมมองทคี่ นอนื่ มอง เปน็
มมุ มองของเขาทม่ี องเรา ซงึ่ อาจจะเปน็ ความจรงิ หรอื ไมจ่ รงิ กไ็ ด้ วางคาํ วา่
ปกตหิ รอื ไมป่ กตลิ ง แลว้ ถามตวั เองวา่ จรงิ ๆ แลว้ เรารสู้ กึ อยา่ งไร ถา้ เราไมร่ ู้
สกึ ก็คอื ไมร่ ูส้ กึ ถ้าเขาจะมองวา่ เราเข้มแข็งเกินไป กเ็ ปน็ มุมมองของเขา

บางคนเจอเรอื่ งสขุ และเศรา้ ปนๆกนั จนไมส่ ามารถเชอ่ื มโยงความรสู้ กึ
ตวั เองได้ กลายเป็นเหมอื นหนุ่ ยนต์ จะชว่ ยใหก้ ลับมาร้สู ึกเป็นเหมือน
เดมิ ได้อยา่ งไร?
ต้องถามก่อนว่าเกิดอะไรข้ึนถึงทําให้เขาเป็นเหมือนหุ่นยนต์ ข้างในของ
เขาอาจจะเต็มไปด้วยความรู้สึกสุขและเศร้าปนกันอยู่ อาจจะมีความ
สับสนบางอย่างอยู่ เราอาจจะสร้างพ้ืนที่ปลอดภัย แล้วช่วยให้เขาอยู่

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 71

ตรงน้ันได้ บางคร้ังความรู้สึกท่ีท่วมท้นจนจัดการไม่ได้อาจจะเป็นเพราะ
รู้สึกไม่ปลอดภัย มนุษย์เมื่อรู้สึกไม่ปลอดภัย อย่างแรกถ้าไม่สู้ ก็ว่ิงหนี
อีกอย่างหน่ึงก็คืออยู่นิ่งๆ เพื่อจะป้องกันตัวเองไม่ให้ไปเผชิญกับส่ิงที่
วนุ่ วายหรอื ความเจบ็ ปวดทอี่ ยขู่ า้ งใน ดงั นน้ั ทบ่ี อกวา่ นงิ่ ๆเหมอื นหนุ่ ยนต์
อาจจะเปน็ กลไกปกปอ้ งตวั เอง อาจมบี างอยา่ งทเ่ี กดิ ขน้ึ ขา้ งในแลว้ สบั สน
อย่กู ็ได้ ส่ิงท่ีท�ำไดค้ ือสรา้ งพืน้ ทป่ี ลอดภัย แล้วคอ่ ยๆ พาเขาเข้าไปค้นหา
ประสบการณ์ในตวั เขาเอง ว่าแท้จริงเกิดอะไรขึน้ กนั แน่ แลว้ ค่อยหาทาง
ไปตอ่ จากตรงนนั้

ต้องดูแลพ่อแม่สูงวัย เหน่ือยมาก ไม่สามารถอนุญาตตัวเองให้พักได้
แม่เปน็ สมองเส่ือมด้วย ท�ำอยา่ งไรดี?
เรอื่ งนเี้ จอบอ่ ย เราไมส่ ามารถปลอ่ ยตวั เองใหพ้ กั ได้ ค�ำถามคอื แลว้ อยากให้
ตวั เองเป็นอยา่ งไร จะเป็นอย่างไรถา้ เราอนญุ าตให้ตัวเองพักไดบ้ ้าง อะไร
ทที่ �ำใหเ้ ราไมส่ ามารถพกั ได้ กลบั ไปส�ำรวจวา่ เกดิ อะไรขนึ้ ในใจ แลว้ ถา้ เรา
อนญุ าตใหต้ วั เราเปน็ คนธรรมดาคนหนง่ึ เรารสู้ กึ เหนอื่ ยไดไ้ หม เรารสู้ กึ แย่
บา้ งได้ไหม เวลาทีเ่ ราตอ้ งดแู ลใครตลอดเวลา การอนญุ าตให้ตวั เองได้พกั
บ้าง อาจจะท�ำให้เราดูแลพ่อแม่ได้ดีขึ้นด้วย ขอฝากถึงบุคลากรทางการ
แพทย์ว่า บางทีเราอยากช่วยแล้วไม่อนุญาตให้ตัวเองได้พัก อย่างช่วง
โควิด-19 เจอบ่อย หลายคนมีความเช่ือว่า “คนอื่นแย่กันอยู่ จะมาพัก
ไม่ได้” แล้วกท็ �ำให้เกิดความรูส้ กึ ผิด เราบอกตัวเองไดไ้ หมว่าเราชว่ ยเต็ม
ความสามารถเท่าท่ีจะช่วยได้แล้ว ในฐานะมนุษย์คนหน่ึงเราก็เหน่ือยได้
และตอ้ งการเวลาพัก การพักไมไ่ ด้แปลวา่ เราเลกิ ดแู ลเขา เลิกรกั เขา หรอื

72 สูญเสยี ไม่เสียศนู ย์

เราทาํ ไม่ดีกบั เขา การพักคือการทีเ่ ราไดก้ ลับมาดูแลตัวเอง เพอื่ ทเี่ ราจะมี
ความสามารถไปดูแลคนอน่ื ไดด้ ขี ้นึ ในเวลาถัดไป ดีกว่าเราฝนื ดแู ลไป ผม
ชอบบอกคนไขว้ า่ เวลาเราทาํ อะไรโดยทไ่ี มพ่ กั เลย มนั เหมอื นรถทวี่ งิ่ ตลอด
เวลา แนน่ อนวา่ ถา้ ไมจ่ อดพกั เลย สกั วนั มนั กจ็ ะระเบดิ แตถ่ า้ คณุ อยากให้
รถว่ิงไปได้นานๆ แล้วปลอดภัย คุณควรจะจอดรถพักบ้าง เอารถมาล้าง
บ้าง เข้าอบู่ า้ ง ถึงจะวงิ่ ไปไดไ้ กล

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 73

74 สญู เสยี ไมเ่ สยี ศนู ย์

3

เรียนรู้การก้าวขา้ มความสญู เสีย
ในมุมมองของวชิ าใจ4

พระจิตร์ จิตตฺ สํวโร

ถา้ แปล grief ตรงตามความหมาย คอื ปฏกิ ริ ยิ าทเี่ กดิ จากการสญู เสยี (loss)
เรยี กวา่ เสียศนู ย์ กน็ า่ จะได้ ไมจ่ ํากดั วา่ จะต้องเป็นความโศกเศร้าเท่านั้น
จากไลฟท์ ผ่ี า่ นมาระหวา่ งคณุ หมอพิชยั กับคณุ หมอเตย้ คณุ หมอพชิ ัยพดู
ถงึ เรอื่ ง pain (ความเจบ็ ปวด) กบั suffering (ความทกุ ขใ์ จ) คณุ หมอบอก
วา่ ความเจบ็ ปวดเปน็ เรอื่ งปกตทิ ใ่ี ครๆ กพ็ บเจอ ไมม่ ใี ครหลกี เลยี่ งไดต้ ลอด
แตค่ วามทกุ ขใ์ จอยใู่ นวสิ ยั ทเ่ี ราจะบรหิ ารจดั การกนั ได้ หลวงพม่ี องประเดน็
ของการสญู เสยี (loss) และอาการเสียศูนย์ (grief) ในลักษณะเดยี วกัน

การสูญเสียคือปรากฏการณ์ท่ีเกิดขึ้น ส่วนอาการเสียศูนย์ คือ
ทีท่าท่ีมีต่อความสูญเสีย คล้ายกับความสัมพันธ์ระหว่างความเจ็บปวด

4 รว่ มพดู คุยกับพระจิตร์ จติ ตฺ สวํ โร วัดปา่ ธรรมอทุ ยาน จ.ขอนแก่น พระสงฆผ์ ้แู สดง
ธรรมะเร่ืองการทําความเข้าใจและรู้จักชีวิต จิตอาสาดูแลผู้ป่วยระยะท้าย และ
เจ้าของเพจ “วิชาใจ”

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 75

และ ความทุกข์ใจ กล่าวคือ ท้ังความเจ็บปวด และ การสูญเสีย คือ
ปรากฏการณ์หรือส่ิงที่เกิดข้ึนจริง ส่วนความทุกข์ใจ และ การเสียศูนย์
คือทที ่าหรอื ความรู้สึกของเราต่อปรากฏการณ์หรือสง่ิ ที่เกดิ ข้นึ

ความสูญเสียเป็นเรื่องปกติในชีวิต เชื่อว่าทุกคนน่าจะเคยผ่าน
ประสบการณ์สูญเสียกันมาแล้วทั้งน้ัน เราน่าจะเคยสูญเสียข้าวของ
พลดั พรากจากคนทเี่ รารกั มาบา้ ง เราสญู เสยี วยั เดก็ เมอื่ เตบิ โตเขา้ สวู่ ยั หนมุ่
สาว สญู เสียความเป็นคนโสดเมอื่ มชี ีวติ คู่ หลวงพ่ีเองกส็ ูญเสยี ความเป็น
ฆราวาสและชวี ติ ฆราวาสเม่ือบวชเป็นพระ ออกจากบา้ น จากครอบครัว
สญู เสยี เสรีภาพทีจ่ ะท�ำตามใจปรารถนา

อยา่ งไรกต็ าม การสูญเสยี ชวี ิตและการตายดเู หมือนจะเป็นเรอื่ ง
ใหญ่ และมผี ลต่อจติ ใจไดอ้ ย่างรนุ แรง เพราะเราตายจากกนั ไดแ้ คค่ นละ
ครั้ง เราอาจไม่มีโอกาสซักซ้อมการสูญเสียในระดับน้ีมากนัก ถ้าเทียบ
กบั การสูญเสียประเภทอ่นื ๆ เช่น ด้านความรักความสัมพนั ธ์ ด้านธรุ กิจ
การงาน

ถือเป็นบุญมากที่หลวงพ่ีมีโอกาสลงภาคสนาม ท�ำงานจิตอาสา
เรื่องการดูแลผู้ป่วยแบบประคับประคอง ไม่เช่นน้ันก็คงจะเหมือนคน
สว่ นมากท่ไี ม่ค่อยมปี ระสบการณใ์ กลช้ ดิ กับความสญู เสยี เวลาทมี่ โี อกาส
เข้าไปเกี่ยวข้องกับความสูญเสียของแต่ละครอบครัว เหมือนเราได้รับ
สัญญาณเตือนว่าทุกคนล้วนมีฉากนี้ ตอนนี้ในชีวิต ซึ่งอาจจะเกิดขึ้นได้
หลายครง้ั ในแตล่ ะครอบครวั

การเตือนใจให้ระลึกถึงความตายอยู่เสมอๆ คือแรงจูงใจในการ
เข้าไปท�ำจิตอาสาด้านนี้ เราต้องการย�้ำเตือนตนเองว่าการพลัดพราก
จากกันตลอดไป หรือความตายไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่เรื่องท่ีน่า

76 สูญเสยี ไมเ่ สียศนู ย์

ประหลาดใจ ความตายเกดิ ขน้ึ ไดก้ บั ทกุ คน และอาจจะเกดิ ขน้ึ กบั เรา ไมม่ ี
ใครมอี ภิสทิ ธ์อิ ยเู่ หนอื ความตายได้

อยากจะชวนพจิ ารณาวา่ อะไรทท่ี าํ ใหผ้ คู้ นมโี อกาสเสยี หลกั หรอื
เสยี ศนู ยไ์ ดม้ ากเมอ่ื ตอ้ งประสบกบั ประเดน็ ของความตาย เพราะเราไมค่ อ่ ย
ได้เจอใช่หรือเปล่า เราอาจจะเจอในข่าว แต่ก็ไม่ใช่เร่ืองท่ีเกิดข้ึนในชีวิต
ของเราโดยตรง ทําให้เราไม่ไดซ้ ักซ้อมเทา่ ไหรน่ ัก ถือเปน็ โชคทหี่ ลวงพ่ีมี
โอกาสเขา้ ไปในโลกของคนทส่ี ูญเสียหรือกาํ ลังจะสูญเสยี

ถึงวันนี้ คุณหมอต้องเคยอยู่ในนาทีนั้นกับหลายครอบครัว
หลวงพอี่ ยากทราบวา่ คณุ หมอเคยรอ้ งไหไ้ หม เสยี ใจไหม เพราะบางกรณี
เรากเ็ ห็นตง้ั แตเ่ ขาสขุ ภาพดีจนมาถึงช่วงเวลาสดุ ทา้ ย

ในชว่ งแรกๆ ผมจะท�าตวั ไมถ่ กู ไมร่ ูว้ า่ เราจะชว่ ยเขาอยา่ งไรดี ถา้ จะเสียใจ
เหมอื นเราดหู นงั เศรา้ แลว้ เราเศรา้ ตาม เปน็ ความเศรา้ ทเี่ หนย่ี วนา� ใหเ้ ราเศรา้
จินตนาการว่าถ้าเขาเป็นคุณพ่อคุณแม่เรา แต่หลังๆ เม่ือเราเห็นบ่อยๆ ก็
เร่ิมเข้าใจว่า เมื่อร่างกายท�างานไม่ไหว ความตายจึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตาม
ธรรมชาติ เร่มิ เหน็ ตัวเองวา่ เรามีหนา้ ที่เป็นเพื่อนเขาอยู่ตรงนั้น เพอื่ ให้เขา
ยอมรับและใช้ชวี ิตต่อไปได้
หลวงพเ่ี องมีโอกาสไปเยีย่ มคนไข้อยบู่ ่อยๆ กส็ งั เกตตวั เองเหมือนกนั เรา
อย่ตู รงน้ันมาหลายครงั้ แต่นน่ั ไมไ่ ดท้ าํ ใหเ้ รากลายเป็นคนด้านชา ไม่รู้สึก
ใดๆ ตอ่ ความตาย การสูญเสียยังคงมีความหมายสําหรับเรา เราไม่ใชค่ น
เลือดเย็น ไม่มีหัวจิตหัวใจ แต่เรายอมรับได้ เราเข้าใจ เรารู้ว่ามันต้องมี
ฉากน้ีในชวี ติ ของคนทุกคน

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 77

คณุ หมอเองกค็ งดแู ลผปู้ ่วยอย่างดกี ่อนที่เขาจะเสยี ชีวติ หลวงพ่ี
พบวา่ สง่ิ หนง่ึ ทท่ี �ำใหเ้ ราไมร่ สู้ กึ แยม่ าก กเ็ พราะมนั ไมใ่ ชส่ ง่ิ ทแี่ ปลก แนน่ อน
มันไม่ใช่เร่ืองดี แต่เรารับได้ ความสูญเสียจึงไม่ได้น�ำมาซ่ึงการเสียศูนย์ท่ี
รุนแรง ทรุ นทุราย หรือยดื ยาวนกั

ถา้ ถามวา่ ทุกวันน้ยี ังรสู้ กึ อะไรบา้ งไหม กย็ ังรสู้ กึ แตล่ ะคนตาย
จากกันได้แคค่ รงั้ เดยี ว การท่เี ราจะต้องหายไปจากโลกนี้ หายไปจากการ
เป็นส่วนหน่ึงของครอบครัว พลัดพรากจากคนที่เรารักไปตลอดกาล คง
เป็นเร่ืองใหญ่ส�ำหรับคนส่วนมาก ยังไม่แน่ใจเลยว่าเม่ือถึงคราวที่เราเอง
ต้องตายจะเปน็ อย่างไร เราจะรับไดอ้ ย่างนีอ้ ยู่ไหม เพราะเราไม่เคยอยใู่ น
นาทนี ัน้ จรงิ ๆ แตค่ งจะล�ำบากถ้าเราไมเ่ คยเตรยี มตัวเตรียมใจ

การเสียศูนยใ์ นมติ ิจติ วิญญาณ

เรานา่ จะเคยเรยี นหรอื ไดย้ นิ กนั มาบอ่ ยๆ วา่ มกี ารเกดิ กต็ อ้ งมกี าร
ตาย ในบทสวดมนตท์ �ำวตั รมี “ขอ้ พงึ พจิ ารณา 5 ประการ” ทเ่ี ราควรระลกึ
ถึงเสมอๆ ในชวี ิตประจ�ำวนั

เรามคี วามแกเ่ ปน็ ธรรมดา เราจะลว่ งพ้นความแกไ่ ปไมไ่ ด้
เรามีความเจบ็ ปว่ ยเปน็ ธรรมดา เราจะล่วงพน้ ความเจ็บปว่ ยไปไมไ่ ด้
เรามคี วามตายเปน็ ธรรมดา เราจะล่วงพ้นความตายไปไมไ่ ด้
เราจะต้องพลดั พรากจากของรกั ของเจรญิ ใจทง้ั หลายทัง้ ปวง
เรามกี รรมเปน็ ของของตน มกี รรมเปน็ ผใู้ หผ้ ล มกี รรมเปน็ แดนเกดิ มี
กรรมเป็นผูต้ ดิ ตาม มีกรรมเป็นทพ่ี ่งึ อาศยั เราท�ำกรรมอันใดไว้ เปน็
บญุ หรอื เป็นบาป เราจะตอ้ งไดร้ ับผลของกรรมนน้ั ๆ สืบไป

78 สญู เสยี ไมเ่ สยี ศนู ย์

ในสมัยพทุ ธกาล พระพทุ ธเจา้ สอบถามสาวกของพระองคว์ ่า ได้
ระลกึ เช่นน้บี ้างไหม ระลกึ บ่อยแคไ่ หน เพ่อื แนะนําวา่ การระลึกเชน่ นวี้ นั
ละคร้ังก็ยังถือว่าประมาท เราควรพึงระลึกอยู่เสมอๆ ว่าสักวันหนึ่งเรา
ตอ้ งแก่ ต้องเจบ็ ป่วย ต้องตาย นีเ่ ป็นเรือ่ งธรรมดา สักวนั หน่ึงเราจะต้อง
พลัดพรากจากของรกั ของเจริญใจท้งั ปวง คอื ต้องพลดั พรากจากคนท่เี รา
รัก สิง่ ทเ่ี รารกั ทีส่ าํ คัญ เมื่อถึงวันนัน้ ไมม่ ใี ครเอาอะไรไปไดเ้ ลย นอกจาก
ผลของส่งิ ทต่ี นได้กระทําไว้

การระลึกหรือเตือนใจตนเช่นนี้อยู่บ่อยๆ คือการเตรียมตัว
เตรียมใจ เป็นกระบวนการป้องกันหรือลดทอนการเสียศูนย์ คือเราจะ
ไมป่ ระหลาดใจ ไมช่ อ็ ก ไมก่ ล่าวโทษ ไม่หาคนรับผดิ ไม่ตอ่ รองอย่างไม่
สมเหตสุ มผล ไรป้ ระโยชน์ เมื่อความสูญเสยี เกดิ ข้ึน

ในทางพทุ ธศาสนา เราอาศยั การเตรยี มตวั เตรยี มใจ (Preventive
approach) ทําให้จิตใจมีทีท่าต่อความสูญเสียได้อย่างถูกต้องชอบธรรม
การเตรียมตัวเตรียมใจเช่นน้ีอยู่เสมอๆ จะช่วยทําให้ปฏิกิริยาของใจต่อ
ความสูญเสยี ไม่รุนแรงและยาวนานจนกระทบกระเทือนมิติอ่นื ๆ ในชีวติ
มากเกินไป แม้ข้อพงึ ระลึกท้ังหา้ จะอยใู่ นรปู บทสวด แตฆ่ ราวาสก็น่าจะ

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 79

ได้ประโยชน์จากการระลึกเช่นน้ีด้วยเหมือนกัน เพราะท้ังฆราวาสและ
นักบวชต่างก็ต้องพบกับความสูญเสีย พบกับความตายในวันใดวันหนึ่ง
เหมือนกัน

พาใจจากแดน อกศุ ล ไปยงั แดน กศุ ล

ในภาษาธรรม เราเรียกอารมณ์ที่ไม่สดช่ืน ไม่ดีงาม ไม่เป็น
ประโยชน์ ไม่เปน็ คุณ ไม่สร้างสรรค์ วา่ อกุศล ความเศร้า เสยี ใจ โกรธ
เกลียด อยู่ในกลุ่มของอารมณ์อกศุ ลทั้งนน้ั คือจิตใจไม่สดใส ไม่ไปในทาง
เจรญิ เวลาจะคิดตดั สินใจ พูดหรอื ท�ำอะไร ความคดิ ค�ำพูด การกระท�ำ
จะไมค่ อ่ ยมีคุณภาพ

หลกั พนื้ ฐานในการดแู ลดา้ นจติ วญิ ญาณคอื พยายามเชอ้ื ชวนหรอื
โนม้ นา้ วจติ ใจใหอ้ อกจากแดน อกศุ ล มาสแู่ ดน กศุ ล ตวั อยา่ งของอารมณ์
ในแดนกศุ ลไดแ้ ก่ การมคี วามหวงั การมองโลกดว้ ยจติ ใจทด่ี ี ความเมตตา
ความรสู้ กึ ขอบคณุ เป็นคณุ ลกั ษณะของจติ ใจที่พรอ้ มจะเตบิ โต (Growth
mindset) เพราะอยา่ งไรเสยี จะชา้ หรือเร็ว เราก็ต้องปรบั ตัวให้ได้ ตอ้ ง
ก้าวตอ่ ไปใหไ้ ด้

เวลามีโอกาสอยู่กับครอบครัวของใครในช่วงเวลาท่ีส�ำคัญน้ี
หลวงพ่ีจะมีหลักง่ายๆ คือ พยายามเคล่ือนย้ายจิตใจของผู้ท่ีก�ำลังเผชิญ
กับความสูญเสียออกจากอารมณ์อกศุ ล มาสู่อารมณท์ ่เี ป็นกศุ ล จิตใจเขา
อาจถูกความกังวล ความหมองเศร้า ความโกรธรุมเร้า หรือคลุกคลีกับ
ความสงสยั ความคดิ ทไ่ี มเ่ ปน็ ประโยชนจ์ นจติ ใจไมม่ กี �ำลงั เรากอ็ าจใชบ้ ท
สนทนาหรอื ค�ำถามตา่ งๆ เพอ่ื เปดิ ประเด็นใหมๆ่ ใหใ้ จยา้ ยมาสูพ่ ้ืนท่แี หง่

80 สญู เสีย ไม่เสียศนู ย์

กุศล ได้พักจากความหนักความมืดของอารมณ์ที่ไม่ดี ให้ใจได้รับความ
สดชน่ื ความสวา่ งจากอารมณท์ เี่ ปน็ กศุ ล เชน่ ชวนใหร้ ะลกึ ถงึ บญุ กศุ ล คณุ
ความดที เ่ี ราได้ทํา และอุทศิ ใหก้ บั คนทเี่ รารัก แมอ้ าจจะมคี วามหมองปน
อยู่บ้าง แต่เราก็จะรสู้ กึ ดีทีไ่ ด้ทาํ สิ่งดีๆ ให้กบั คนทเี่ รารกั ชวนกันทบทวน
คณุ ความดีท่ีเขาได้กระทําไว้ จนรูส้ กึ ไดว้ ่าคนทีเ่ รารกั นา่ จะไปดแี ลว้

หลักการงา่ ยๆ ในการฟ้ืนคณุ ภาพและกําลังวงั ชาให้กบั จิตใจคอื
ออกแบบกิจกรรมหรือบทสนทนาท่ีเปิดโอกาสให้จิตใจได้พักจากอารมณ์
ทเี่ ป็นอกศุ ล และรับพลังจากอารมณท์ ่เี ปน็ กศุ ล

เราจะซ้อมรับมือกบั ความสูญเสีย
หรือความตายของเราได้อย่างไร?

คาํ ทหี่ ลวงพพ่ี ดู กบั ตนเองบอ่ ยๆ คอื ไมม่ ใี ครเปน็ อภสิ ทิ ธช์ิ นเหนอื
ความตาย เวลาทเี่ ราพดู ถงึ คาํ วา่ พจิ ารณา (contemplation) มนั ไมใ่ ชก่ าร
สาธยายให้ตัวเองฟังเรื่อยๆ จนจิตใจเราเห็นตามน้ัน แต่อาศัยการหมั่น
สังเกตความสูญเสีย ความพลัดพราก ความตายท่ีเกิดขึ้นรอบตัวในชีวิต
ประจําวัน แล้วน้อมความเป็นไปได้นั้นมาสู่ตน พิจารณาว่าเราก็เป็นคน
คนหนงึ่ จะมอี ภสิ ทิ ธิเ์ หนือส่งิ นี้ได้อย่างไร เป็นการตะล่อมใจเราวา่ ส่งิ นี้
อาจจะเกดิ ขน้ึ ไดน้ ะ ไมว่ ันใดก็วนั หน่งึ

ในพุทธประวัติ มีผู้หญิงคนหนึ่งสูญเสียลูก เธอเศร้าโศกเสียใจ
มาก เธอด้ันด้นไปพบพระพุทธเจ้าเพราะเช่ือว่าพระองค์มีอํานาจวิเศษที่
จะช่วยให้ลูกของเธอฟื้นจากความตายได้ พระพุทธเจ้ารับปากจะช่วยให้
ลูกของเธอฟื้นคืนชีวิต ถ้าเธอสามารถนําเมล็ดพันธุ์ผักกาดหน่ึงหยิบมือ

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 81

จากครอบครัวที่ไม่เคยมีใครเสียชีวิตเลยสักคนมาให้พระองค์ใช้ปรุงยา
เมล็ดพันธุ์ผักกาดน้ันหาไม่ยาก ทว่าแต่ละครอบครัวท่ีเธอสอบถามเพื่อ
ขอเมล็ดพันธุ์ผักกาด ล้วนเคยประสบกับการสูญเสียใครสักคนมาแล้ว
ท้ังนั้น จนคุณแม่ผู้สูญเสียค่อยๆ ตาสว่างใจสว่างกับธรรมชาติของการ
สูญเสีย เธอพบว่าใครๆ กเ็ คยสูญเสยี กันมาแลว้ ทง้ั น้ัน เร่อื งเช่นน้ีเป็นสิ่ง
ท่ีเกิดข้ึนได้กับทุกคน น่ีเป็นกิจกรรมบ�ำบัด หรือวิธีการให้ธรรมะโอสถท่ี
หลวงพ่รี สู้ ึกประทับใจมาก

เราอาจน้อมพิจารณาเช่นน้ีในชีวิตประจ�ำวันบ่อยๆ เวลาทราบ
ข่าวความตายของใครสักคนหนึ่ง ก็พิจารณาว่า “วันนี้ความตายเกิดขึ้น
กบั ครอบครวั หนง่ึ ได้ วนั ขา้ งหนา้ กอ็ าจจะเกดิ ขนึ้ กบั ครอบครวั ของเรา หรอื
เกดิ กับเราไดเ้ ชน่ กัน” นีค่ อื วธิ ีการตะลอ่ มใจ อบรมใจ หรอื ใหค้ วามรใู้ จ

นอกจากจะพิจารณาว่าความตายเป็นส่ิงที่เกิดขึ้นได้กับทุกคน
แล้ว ในเชิงพุทธ เราอาจจะค่อยๆ ให้การศึกษากับจิตใจเพิ่มเข้าไปอีก
สักนิด คือ ‘ความตายเกิดขึ้นตอนไหนก็ได้’ ไม่ใช่ว่าพ่อแม่เกิดก่อนแล้ว
จะตอ้ งตายก่อนเรา ในชวี ิตจรงิ คุณหมอคงจะเหน็ วา่ มบี างกรณีทคี่ ุณแม่
มาส่งเด็ก มาส่งลูก มยี ายมาส่งแม่ มีปมู่ าส่งพอ่ หรือส่งหลาน มนั เกิดขึ้น
ได้ ไม่แน่เสมอไปว่าคนที่มาเยี่ยมผู้ป่วย หรือเฝ้าผู้ป่วยจะต้องตายหลัง
ผู้ปว่ ยเสมอไป มนั ไม่แน่จรงิ ๆ

เท่าที่สังเกต หลายกรณีมีความรู้สึกที่รุนแรงต่อความสูญเสีย
เพราะไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจ ท�ำไมมันเร็วแบบน้ีล่ะ ยังไม่ได้เตรียมตัว
เลย น่ีเราเป็นแม่ เราต้องมาส่งลูกหรือ เราขอเวลาท�ำใจอีกสักหน่อยไม่
ไดห้ รอื เมอื่ วานยงั ดดู อี ยเู่ ลย ท�ำไมถงึ เปน็ แบบนล้ี ะ่ ความจรงิ แลว้ อะไรๆ
กเ็ กดิ ขนึ้ ได้ สถานการณอ์ าจไมไ่ ดเ้ ปน็ ไปอยา่ งทเี่ ราตอ้ งการหรอื คาดคะเน

82 สญู เสยี ไม่เสยี ศนู ย์

คนทเี่ ผื่อใจใหก้ บั ความไม่แน่ มแี นวโน้มจะยอมรับและปรบั ตัวไดเ้ รว็ ได้ไว
กว่าคนท่ีปักใจเชือ่ แตค่ วามคิดเห็นของตนเอง

เคยอ่านหนังสือ คิดง่ำยๆ สไตล์นิทำนเซน มีไต้ซือคนหนึ่งถูก
เชิญไปในวันข้ึนบา้ นใหมข่ องเศรษฐที ี่อุปถมั ภว์ ัดอยเู่ สมอ เศรษฐีทราบวา่
ไต้ซือคนนี้มีฝีมือในการเขียนภาพตัวอักษร จึงขอให้ไต้ซือเขียนคํามงคล
เพ่ือประดับไว้ในบ้าน คิดว่าไต้ซือคงจะให้พรที่เป็นกุศล อยู่เย็นเป็นสุข
อะไรทํานองนัน้ ไต้ซอื นําพ่กู นั จมุ่ หมึกแล้วบรรจงเขียนลงบนกระดาษวา่
‘ป่ตู าย พอ่ ตาย ลกู ตาย’ เมอ่ื เหน็ เช่นนน้ั เศรษฐกี โ็ กรธมาก ทําไมไตซ้ อื
ถงึ เขยี นแบบนี้ เราทาํ อะไรใหท้ า่ นไมพ่ อใจ จงึ มาแชง่ กนั แบบนใี้ นวนั มงคล

ไตซ้ อื จงึ ชวนใหเ้ ศรษฐพี จิ ารณาดวู า่ มคี รอบครวั ไหนทจี่ ะพน้ จาก
การเผชิญความตายบ้าง ไม่ดีกว่าหรือที่ในบ้านจะมีข้อความเช่นนี้เตือน
ใจทุกวัน ความม่ังมีศรีสุข ครอบครัวของคุณก็มีอยู่แล้ว ความสามัคคี
ครอบครัวของคุณก็มีอยู่แล้ว เรามาเตือนใจให้ไม่ประมาทต่อความตาย
เมอื่ ถงึ เวลาทต่ี อ้ งประสบกบั ความตายกไ็ มม่ ใี ครชอกชาํ้ ใจ จะไมด่ กี วา่ หรอื

เศรษฐจี งึ ถามต่อไปว่า ทาํ ไมต้องพาดพิงคนในครอบครวั ถงึ สาม
รุ่นด้วย ไต้ซือจึงชวนให้พิจารณาต่อไปว่า ไม่ดีกว่าหรือ ถ้าปู่ตายก่อน
แลว้ พอ่ ค่อยตายแล้วลกู ค่อยตาย พอ่ กับลูกจะไดท้ าํ กตญั ูดูแลคณุ ปู่ ลกู
มโี อกาสทาํ กตญั ดู แู ลพอ่ นม่ี ใิ ชส่ งิ่ ทเ่ี ปน็ มงคลหรอกหรอื แทจ้ รงิ แลว้ เรา
ไมอ่ าจกาํ หนดอะไรใดๆ ไดเ้ ลยดว้ ยซาํ้ หวงั วา่ จะไดแ้ งค่ ดิ วา่ การพดู ถงึ เรอ่ื ง
ความตายไม่ใชเ่ รื่องหยาบคาย การระลกึ ถงึ ความตายไม่ไดท้ ําใหใ้ ครตาย
เร็วขนึ้ แตจ่ ะทําใหจ้ ิตใจเรามีความพรอ้ ม ยอมรบั และปรบั ใจปรับตัวกับ
ความสญู เสยี ในลักษณะตา่ งๆ ไดเ้ รว็ ขนึ้

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 83

ในทางพทุ ธมีค�ำว่า ‘พึงส�ำเหนียก’ ‘ระลกึ ’ ‘หมนั่ พจิ ารณาเชน่ นี้
บอ่ ยๆ’ ค�ำวา่ พจิ ารณาไมไ่ ดแ้ ปลวา่ ทอ่ ง แตพ่ จิ ารณาวา่ จรงิ หรอื เปลา่ อนั น้ี
นา่ จะตอบค�ำถามคณุ หมอทวี่ า่ ถา้ เราไมไ่ ดเ้ ปน็ จติ อาสา เราจะท�ำใหห้ วั ใจ
เปดิ ในประเด็นนี้ไดอ้ ยา่ งไร

ถ้าตกหลุมของการเสียศูนย์ไปแล้ว
เราจะขึ้นมาได้อย่างไร?

เมื่อจิตใจอยู่ในสภาวะเสียศูนย์ อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ
เราลองมาเรียนรู้อารมณ์ในกลุ่มน้ีสักหนึ่งอารมณ์ก่อน เช่น โกรธ คนที่
ก�ำลงั ตกหลมุ อารมณโ์ กรธจะมหี ลายประเภท คนทอ่ี ยา่ งไรกจ็ ะขอโกรธ ถงึ
จะเขา้ ใจเหตผุ ลของคนอนื่ แตก่ ข็ อใชส้ ทิ ธโ์ิ กรธ เพราะมบี คุ คล มเี หตกุ ารณ์
มาชวนใหโ้ กรธ ส่วนตวั พบว่า การออกจากอารมณจ์ ะกลายเปน็ เร่ืองยาก
ข้ึนมากทันที ถ้าเจ้าของจิตใจเลือกที่จะให้ท้ายอารมณ์ เสวยอารมณ์นั้น
สง่ิ ทพ่ี อท�ำไดค้ อื รบั ฟงั ไมท่ กั ท้วง แตก่ ไ็ ม่ใหท้ า้ ย บางครงั้ เม่ือมีใครสกั คน
เปิดใจรับฟัง จะช่วยให้ผู้ที่ก�ำลังตกอยู่ภายใต้อ�ำนาจของอารมณ์ได้ยิน
เสยี งของตวั เอง ไดเ้ หน็ ความคดิ ความอา่ นทที่ �ำใหต้ วั เองเปน็ ทกุ ขไ์ ดช้ ดั ขน้ึ

จติ ใจและอารมณเ์ ปน็ นามธรรม อาการตกหลมุ อารมณเ์ ปน็ เรอ่ื ง
นามธรรม ไมเ่ หมอื นการตกหลมุ เชงิ กายภาพ ทย่ี งั ไปอมุ้ ไปหามขน้ึ มาจาก
หลมุ ได้ แตไ่ มม่ ใี ครไปบงั คบั ใครใหอ้ อกจากหลมุ อารมณไ์ ด้ ถา้ เขาไมเ่ ตม็ ใจ
ไม่ให้ความร่วมมือ บางทีเม่ือรู้สึกเหนื่อยหรือหาประโยชน์จากการโกรธ
ไมไ่ ดแ้ ลว้ เขาอาจมองหาทางออกจากอารมณก์ ไ็ ด้ ขอใหเ้ รามคี วามอดทน
เช่อื ม่นั และมีความพรอ้ มเมอ่ื ถึงเวลานั้น

84 สญู เสยี ไมเ่ สยี ศูนย์

สิ่งที่เราต้องระวังคือ กระบวนการหล่อเลี้ยง เพิ่มกําลังหรือ
ความสลับซับซ้อนให้อารมณ์ เช่น นําเรื่องผลประโยชน์ ศักด์ิศรี ความ
รู้สึกผิด ความรู้สึกเหนือกว่า ด้อยกว่า อคติต่างๆ การโทษตัวเอง โทษ
คนอ่ืน เหตุการณ์ในอดีต ความกังวล หรือจินตนาการเก่ียวกับอนาคต
มาร่วมผสมโรง การฝกึ ฝนให้มีความร้เู ท่าทันกระบวนการปรุงแต่งเชงิ ลบ
เหล่านใ้ี นชีวติ ประจําวนั อยูเ่ สมอ จะชว่ ยคลี่คลายพลงั และความซบั ซอ้ น
ของอารมณ์ได้มาก

อกี อย่างหน่งึ ท่มี ักจะเกิดขึ้นคอื กระบวนการคิดซา้ํ ไปซ้ํามา จน
จิตใจตกร่องอารมณ์ สมองตกร่องความคิด ประมาณว่าทันทีที่ตื่นนอน
ก็คดิ ถึงเรือ่ งนี้ จะกินข้าวก็มีแต่เร่ืองน้ีวนเวียนอยใู่ นหัว คุยกบั ใครก็อยาก
จะคยุ แต่เรอ่ื งพวกนี้ บางทียังเก็บไปฝนั การฝกึ เจรญิ สตทิ งั้ ในชวี ติ ประจาํ
วนั และในรปู แบบ ฝกึ สํารวจใจตวั เองให้เปน็ สํารวจจิตใจบ่อยๆ ไม่ปล่อย
ให้ใจอยู่กับความคิดท่ีไม่ได้ต้ังใจคิด พาใจออกจากความคิดฟุ้งซ่านและ
ความคดิ ลบอยู่เสมอๆ จนเกิดความเคยชิน จะชว่ ยได้มาก

ในมติ ทิ างจติ วญิ ญาณ คณุ หมอคงจะไดย้ นิ คาํ วา่ ‘สต’ิ ‘รเู้ ทา่ ทนั ’
หรือ ‘ตระหนักรู้’ อยู่บ่อยๆ ทั้งหมดก็เป็นไปเพื่อสังเกต สํารวจความ
เป็นไปภายในจติ ใจ ความตระหนกั รูก้ ระบวนการนกึ คดิ ปรุงแต่งไปจนถงึ
ความยึดมั่นถือม่ันของจิตใจ ทําให้ใจมีพลัง ไม่ตกอยู่ภายใต้อํานาจของ
อารมณต์ ่างๆ

โดยเฉพาะอย่างย่ิงในช่วงท่ีเรากําลังฟื้นตัวซึ่งต้องการพลังใจ
ย่ิงต้องสํารวจกระบวนการนึกคิดปรุงแต่งขยายความที่ไม่ดีกับใจให้มาก
สํารวจจิตใจตัวเอง พาใจออกจากอารมณ์เล็กอารมณน์ ้อยอยเู่ สมอๆ เรา
ตอ้ งตระหนักรวู้ ่า เวลาที่เราคดิ เวียนวน เอาคาํ พดู การกระทําของคนอนื่

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 85

เขา้ มาตอ่ ความยาวสาวความยดื เอาอดตี เอาอนาคตเขา้ มาผสมปนเป เรา
ก�ำลงั เพม่ิ พลังใหป้ ญั หา เราก�ำลงั ท�ำให้หลมุ อารมณ์ลกึ และกว้างขึน้ การ
โทษตัวเองก็ยิง่ กลบตัวเองเข้าไปอกี เราต้องลดการท�ำซ้�ำ ขอให้เราสังเกต
ตัวเราให้ชดั เราจะได้ชว่ ยเหลอื ตวั เองได้

ตอนที่หลวงพี่เป็นนิสิตสาขาวิชาบัญชีต้นทุน หลวงพ่ีประทับใจ
แนวคดิ เรอื่ ง “ตน้ ทนุ จม” (Sunk cost) มาก คอื อะไรทเี่ ราจา่ ยไปแลว้ มนั
ผา่ นไปแลว้ จบไปแล้ว ไม่สามารถไปเรยี กรอ้ งทวงคนื ได้ กอ็ ยา่ ไปเสยี ดาย
อย่าเอามารกใจ ถ้าจะให้ดกี วา่ น้นั เราควรหาประโยชน์จากความสูญเสยี
บ้าง ใช้การสูญเสียน้ันให้เกิดดอกออกผลในเชิงจิตวิญญาณของเรา ถาม
ตวั เอง ‘เรือ่ งนส้ี อนอะไรเรา’ ‘เราจะเติบโตจากเหตกุ ารณน์ ้ไี ด้อยา่ งไร’

ส่วนตัวแล้ว หลวงพี่เชื่อว่าความสูญเสียมาพร้อมกับโอกาส
ท่ีจะเติบโต ถ้าเราไม่ปล่อยให้ตัวเองหว่ันไหวไปตามสถานการณ์หรือ
สิ่งแวดล้อม เราจะเห็นโอกาส ความสูญเสียไม่จ�ำเป็นต้องมาพร้อมกับ
ความเศร้า ไม่จ�ำเป็นต้องโกรธ ไม่จ�ำเป็นต้องหาคนผิด ความสูญเสียคือ
โอกาสในการเรยี นรแู้ ละเตบิ โต

ผดิ ไหมท่จี ะไม่เศรา้ ?

เราควรใหส้ ทิ ธติ์ วั เองทจ่ี ะไมเ่ ศรา้ ไมจ่ �ำเปน็ ทเี่ ราจะตอ้ งเศรา้ เมอ่ื
สญู เสีย ในชว่ งเวลายากๆ เราตอ้ งการคนทมี่ สี ติ เราไมไ่ ด้ตอ้ งการคนทมี่ ี
อารมณ์เศร้า คนทีเ่ หลืออยู่ต้องการเรา เราตอ้ งการเรา ผูป้ ่วยต้องการเรา
ในสถานการณแ์ บบนนั้ เรายงิ่ ตอ้ งมสี ตมิ ากกวา่ อารมณเ์ สยี อกี มคี วามปกติ
ไมป่ ลอ่ ยใจไปตามอ�ำนาจของความรู้สึกนึกคดิ หรืออารมณต์ า่ งๆ

86 สูญเสีย ไมเ่ สยี ศนู ย์

การไม่เศร้าไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนเลือดเย็น คนเลือดเย็นคือ
คนที่ไม่ดูดําดูแดงกับสถานการณ์ คนที่ไม่ได้พยายามอย่างดีท่ีสุดกับ
สถานการณ์ หลวงพ่ขี อยกตัวอยา่ ง มโี ยมท่านหนึง่ โทรมาแบ่งปนั คณุ พ่อ
ของเขาอายุมากแล้ว 80 ปลายๆ มีอาการเพ้อและไม่สบายตัว จึงขอให้
ลูกนวดให้ ลูกกใ็ จเสียมากและแอบมาร้องไห้ ไมอ่ ยากใหพ้ ่อเหน็ แล้วเสยี
กาํ ลงั ใจ โดยรวมเขากบ็ รหิ ารตัวเองได้อยู่ เขาเปน็ คนท่ปี ฏบิ ัติธรรมดว้ ย

หลวงพถ่ี ามวา่ ทรี่ อ้ งไห้ เสยี ใจเรอื่ งอะไรหรอื เปลา่ เขาตอบวา่ บอก
ไมถ่ ูกเหมอื นกัน หลวงพก่ี ็เลยถามต่อว่าคดิ วา่ ตัวเองได้ทาํ สง่ิ ท่ีดีทส่ี ุดแล้ว
หรอื ยงั เขานง่ิ ไปสกั พกั หนง่ึ กอ่ นบอกวา่ ไมแ่ นใ่ จเหมอื นกนั กเ็ ลยชวนเขา
ทบทวนอกี นดิ วา่ มตี รงไหนท่ีรูส้ กึ วา่ ยงั ไม่ได้ทาํ ดที ส่ี ุดไหม อาการแบบน้ี
ปรึกษาหมอแล้วหรือยัง เพราะบางทีลักษณะอาการที่ทําให้เขากังวลอยู่
อาจจะเปน็ อาการของโรคบางอยา่ งกไ็ ดน้ ะ เขาเหน็ ดว้ ยแตไ่ มอ่ ยากพาพอ่
เขา้ โรงพยาบาล จงึ ชวนคดิ ต่ออีกสักหน่อยวา่ ถา้ ไม่อยากไปโรงพยาบาล
จะพอหารอื เบือ้ งต้นกบั หมอทางโทรศพั ท์ได้ไหม ถงึ จดุ นี้ เขานกึ ไดว้ ่าสง่ิ
ทีเ่ ขายังไมไ่ ด้ทําคือการปรึกษาหมอ

เมือ่ เราไดท้ ําอย่างดีที่สุดตามศักยภาพ ตามข้อจํากัดของเราแลว้
เราก็ต้องรู้จักวางใจ เราต้องเคารพทั้งตนเองและผู้อื่น แบบนี้สุขภาพจิต
ถึงจะดี

มีวิธีการขนึ้ จากหลมุ อารมณล์ บไหม?

ใจที่ต่ืนรู้จะไม่ตกอยู่ภายใต้อํานาจของอารมณ์ใดๆ ท้ังอารมณ์
บวก (กศุ ล) และอารมณ์ลบ (อกศุ ล) เป็นจติ ใจทเี่ ปน็ กลาง แจ่มใส มีพลัง
หากใจยังไม่เป็นอิสระจากอารมณ์ ให้คลุกคลีกับอารมณ์ท่ีเป็นกุศลหรือ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 87

บุญก็ยังดีกว่าอารมณ์ลบๆ เราต้องพยายามสร้างสิ่งแวดล้อมให้ใจอยู่ใน
แดนแหง่ อารมณท์ เี่ ปน็ กศุ ลเสมอๆ ดว้ ยหลกั การงา่ ยๆ คอื คดิ ดี พดู ดี ท�ำดี
จิตใจจะได้มีเรย่ี วแรง

การได้ท�ำบางสิ่งบางอย่างที่มีความหมายให้กับคนท่ีรัก ก็ท�ำให้
เรารสู้ กึ ดขี น้ึ ได้ ตอ้ งรจู้ กั ขจดั ความกงั วลออกไปบา้ ง อะไรทคี่ ดิ แลว้ ไมเ่ ปน็
ประโยชน์ อย่าไปคิด อย่าปล่อยใหค้ วามขนุ่ เคืองมอี �ำนาจเหนอื จิตใจ เรา
ตอ้ งรจู้ กั ใหอ้ ภยั รจู้ กั ขอบคณุ พยายามสะสางเรอื่ งไมด่ อี อกจากจติ จากใจ
ถา้ เรากลา่ วดว้ ยใจจรงิ เราจะรสู้ กึ เขม้ แขง็ ผปู้ ว่ ยเองกส็ ามารถสรา้ งพลงั ใน
เชงิ ทเี่ ปน็ กศุ ลได้ หรอื แมแ้ ตค่ ดิ ถงึ คณุ งามความดที ต่ี วั เองเคยท�ำมากช็ ว่ ยได้

ในทางการแพทย์ เราจะเจอการขุดหลุมอารมณ์ที่ซับซ้อนและยากล�ำบาก
หน่ึงในปัจจัยที่ท�ำให้ผู้สูญเสียหรือครอบครัวของผู้สูญเสียข้ึนจากหลุมได้
ยากกค็ อื ความสมั พนั ธ์ทซ่ี บั ซ้อน เชน่ คนท่กี �ำลังจากไปเปน็ คนท่เี รารัก แต่
ถ้าเคยมีความสัมพันธ์ท่ีไม่ดีต่อกันมาก่อน เช่น เคยท�ำร้ายร่างกาย หรือ
เคยทำ� ไม่ดใี ส่กัน ก็จะรู้สกึ ย้อนแยง้ คอื มีท้งั เสยี ใจท่เี ขากำ� ลงั จะจากไป แต่
ในขณะเดยี วกนั เขากท็ ำ� ใหเ้ ราเจบ็ มาเยอะเหลือเกนิ หรอื อกี กรณี การจาก
ไปของบางคนทิ้งแผลบางอย่างไว้ เช่น เขาคาดหวังให้เราเรียนจบไปเป็น
หมอ ซ่ึงเป็นสัญญาที่เรารู้สึกล�ำบากใจท่ีจะท�ำ พอเราท�ำไม่ได้ ก็ยิ่งท�ำให้
หลุมมีความซับซ้อนข้ึน ผมเจอเรื่องแบบนี้บ่อยและรู้สึกว่ายาก หลวงพี่มี
ค�ำแนะนำ� อย่างไรบ้าง?
เร่ิมท่ีภาวะพึง่ พากันกอ่ น ไมว่ า่ จะเป็นการพึง่ พาเชิงกายภาพ เชิงการเงิน
หรอื ความสามารถของผอู้ นื่ บางคนอยรู่ ว่ มกนั มานาน คชู่ วี ติ บางคนพง่ึ พา
กันจนรสู้ ึกเป็นครึ่งหน่งึ ของกนั และกัน เคยพบคนทีเ่ รียกคู่ชีวิตของตนว่า

88 สญู เสีย ไมเ่ สยี ศูนย์

อกี คร่ึงทด่ี ีกว่า เวลาทต่ี อ้ งเผชญิ กบั การสญู เสียบุคคลท่ีเป็นเสมือนดงั่ คร่ึง
หน่งึ ของชีวติ ยอ่ มร้สู กึ พร่อง เสยี ศูนยไ์ ด้ง่าย คงคล้ายๆ กบั ตะเกียบท่ีมัก
ทําอะไรรว่ มกนั เป็นคู่ ไม่ครบคูแ่ ลว้ ไปไมถ่ กู ต้องตง้ั หลกั กนั ใหม่ อย่างไร
เสีย จะช้าหรือเร็ว เราก็ต้องปรับตัวปรับใจให้ไปต่อได้ บางคร้ังตะเกียบ
หน่งึ ข้างกน็ าํ มาใสป่ ากได้ จิ้มลกู ช้นิ จม้ิ ผลไม้ ถึงจะทุลกั ทุเลสกั หนอ่ ย แต่
ใชว่ า่ จะทาํ อะไรไมไ่ ด้ ถา้ จะไปตอ่ จรงิ ๆกไ็ ปได้ เราตอ้ งพยายามสรา้ งกาํ ลงั
ใจ สรา้ งความเชอื่ มนั่ ใหต้ นเอง เปน็ ครงึ่ ทคี่ อ่ ยๆเตมิ เตม็ ตวั เอง ดา้ นนนั้ บา้ ง
ดา้ นนบ้ี า้ ง เหมอื นเปน็ ครงึ่ วงกลมทค่ี อ่ ยๆกลงิ้ จนกลายเปน็ ทรงกลมขน้ึ มา

เคยพบครู่ กั คหู่ น่งึ สองคนนีโ้ รแมนตกิ มาก ทัง้ คเู่ ปน็ นกั เขียน ไป
ไหนด้วยกันตลอด เขารักและใกล้ชิดกันมาก เหมือนเกิดมาเพ่ือกันและ
กัน พอสามีจากไป ก็คงหนกั กบั ภรรยาทเี ดยี ว เธอนําขา้ วของทเ่ี ก่ยี วกับ
สามีมาไว้รอบตัว ทําทุกอย่างเหมือนกับว่าสามียังมีชีวิตอยู่ จนเพื่อนๆ
หว่ งวา่ คนท่ยี ังอยูจ่ ะจมอยกู่ บั อดีตเกินไปไหม จะเดินหน้าต่ออย่างไร วัน
เวลาผา่ นไป ทุกวันน้ี เธอกย็ ังอยไู่ ด้ หลวงพ่เี ช่อื ว่าเธอคงยงั รักและผกู พัน
กับสามี แต่ความรักความผูกพันไม่ได้ทําให้เธอทุกข์หรือมีชีวิตใหม่โดย
ลาํ พงั ไม่ได้ เร่อื งอยา่ งนบ้ี างทีก็ต้องใชเ้ วลา เราต้องคิดเชิงบวก เขาสง่ เรา
มาถึงจุดน้ี ถ้าเขายงั อยูก่ บั เรา เขาอยากจะบอกอะไรกับเรา หรือถา้ จะคดิ
อีกแง่หนึ่ง โชคดีมากที่เราได้เป็นคนส่งเขา ถ้าเขาเป็นคนต้องส่งเรา เขา
อาจจะเป็นฝ่ายลําบาก นี่คือตัวอย่างในการใช้ทัศนคติหรือความคิดเชิง
บวกทาํ ใหใ้ จอยู่ในแดนกุศล

จิตใจที่สะอาดจะมีสุขภาพจิตที่ดี ใจท่ีเต็มไปด้วยความหมอง
เศร้าอกุศล เรียกว่าไม่สะอาด สิ่งท่ีดีท่ีสุดคือการล้างด้วยนํ้าสะอาด
Clean mind, Clear mind จิตใจทสี่ ดใส จิตใจทส่ี ะอาด เปน็ เร่อื งสําคัญ
หลวงพี่พิจารณาจิตใจเป็นหลัก พยายามหาวิธี แนวทางที่จะช่วยให้ใจ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 89

สะอาดขึ้น เขาจะอยูห่ รอื ไป เราไปบังคับไม่ได้ เราไปเปลีย่ นแปลงเหตใุ น
อดีตท่ีส่งผลกับปัจจุบันไม่ได้ แต่เราสามารถเลือกได้ว่า นาทีนี้จะใช้ชีวิต
ท่ีเหลืออยู่อยา่ งไร เวลาเราเศรา้ หรอื โกรธ ถ้าเรามีความตระหนักรวู้ า่ เรา
ก�ำลงั อยใู่ นสภาวะอารมณเ์ ชน่ นนั้ เราอาจจะสงสยั ตวั เองกไ็ ดว้ า่ รสู้ กึ แบบ
น้ันไปแล้วได้อะไร จะเอาตัวเองไปกักขังในอารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นไป
ท�ำไม ถา้ เราจะสะสางอารมณท์ ไี่ ม่ดีงามเหล่าน้ี เราพอจะมวี ิธอี ะไรบา้ ง

ในหลกั ใจ การใหอ้ ภยั การยกโทษ ไมถ่ อื โกรธ จะชว่ ยไดม้ าก บาง
ครง้ั สามารถปลดลอ็ กความทกุ ขใ์ จไดท้ งั้ สองฝา่ ย ไมว่ า่ เหตกุ ารณท์ ผี่ า่ นมา
จะเป็นอย่างไร มีความหมายกับเราอย่างไรในตอนน้ัน ถ้าเหตุการณ์น้ัน
ท�ำให้เราเติบโตขึ้นในมิติใดมิติหนึ่ง เราก็น่าจะขอบคุณเหตุการณ์น้ันได้
ใหอ้ ภยั กนั ได้ หรอื ถา้ อกี ฝา่ ยไมอ่ ยแู่ ลว้ เรากย็ งั สามารถปลดลอ็ กฝา่ ยเดยี ว
ไดเ้ ชน่ กนั เราไมจ่ �ำเปน็ ตอ้ งไปเคลยี รอ์ ะไรกบั ใคร ถา้ เราสามารถเคลยี รก์ บั
ตัวเองได้ ส�ำรวจตัวเอง พิจารณาอย่างสมเหตุสมผล เราทุกข์เพราะเขา
หรอื ทกุ ขจ์ ากประสบการณ์ หรอื ทกุ ขจ์ ากความโกรธ แทนทจ่ี ะจดั การคน
จดั การประสบการณท์ ผ่ี า่ นไปแลว้ เรามาจดั การกบั อารมณจ์ ะไมด่ กี วา่ หรอื
หาวธิ หี าแนวทางท�ำใหจ้ ติ ใจเราสะอาด สงบจากอารมณต์ า่ งๆ โดยเฉพาะ
อารมณ์ทีไ่ มเ่ ป็นกุศล เนน้ สะอาดไว้ อย่าใหค้ วามคิดเหน็ เรอื่ งยุติธรรมไม่
ยตุ ธิ รรมมาตรงึ เราไว้กบั อดีตทไี่ มเ่ ป็นคุณ

บางคนอาจคิดว่า ความยุติธรรมหมายถึง ถ้าเธอท�ำให้ฉันเดือด
รอ้ น เธอควรจะไดร้ บั ความเดอื ดรอ้ นในระดบั ใดระดบั หนงึ่ เหมอื นกนั มนั
ไม่ยุติธรรมที่คนที่ท�ำให้ฉันเดือดร้อน จะไม่ได้รับผลอะไรจากการกระท�ำ
น้นั เลย ความยุติธรรมในทางจิตวญิ ญาณ เราใชเ้ พอ่ื ยตุ ิหรอื จบความทกุ ข์
ใจ มนั ยตุ ิเมอ่ื เราเห็นวา่ นน่ั เปน็ ธรรมชาตขิ องเขา เปน็ การกระท�ำของเขา
เราใหค้ วามยตุ ธิ รรมกบั ตนเองไดด้ ว้ ยการปลดเปลอื้ งตวั เองจากอดตี คดิ วา่

90 สูญเสีย ไมเ่ สียศนู ย์

จ่ายค่าเรียนไปแล้ว เราตอ้ งใช้ประโยชนจ์ ากเหตกุ ารณห์ รอื ประสบการณ์
นีใ้ หไ้ ด้ วนั นี้เราเติบโตขึน้ แลว้ ชีวิตไม่ไดโ้ รยดว้ ยกลบี กุหลาบ ไมม่ ีใครเกง่
ขึน้ มปี ัญญามากขนึ้ เติบโตขึ้นจากความสะดวกสบาย

เวลามเี ร่ืองยากๆ ให้ต้องเผชญิ หลวงพจ่ี ะคดิ ถึงหนิ ลบั มีด มีดจะ
คมไดต้ อ้ งสญู เสยี บางสงิ่ บางอยา่ ง และตอ้ งมอี ะไรทส่ี ากๆ ใหเ้ ผชญิ ถา้ เดก็
คนหน่ึงโตมาด้วยความสมบูรณ์พร้อมสรรพตลอดชีวิต เขาจะเปราะบาง
เมอ่ื ประสบกบั ปญั หา ปญั หาใหญบ่ า้ งเลก็ บา้ งทเ่ี ราพบในชวี ติ จะทาํ ใหเ้ รา
พฒั นาตวั เองอยเู่ สมอ ทาํ ใหเ้ ราเกง่ ขน้ึ เหมอื นวคั ซนี ทกี่ ระตนุ้ ใหช้ วี ติ จติ ใจ
สร้างภมู คิ มุ้ กนั มีความพรอ้ มในการรบั มือกบั โจทยท์ ใ่ี หญ่ขน้ึ ถือเปน็ การ
ปอ้ งกันการเสียศูนย์เม่ือตอ้ งสญู เสยี ไดอ้ ย่างดที เี ดียว

เราจะใหก้ า� ลงั ใจคนท่ีเสยี ศนู ย์อยูไ่ ดอ้ ยา่ งไร?

หนงึ่ ในวธิ ีใหก้ าํ ลงั ใจทม่ี ปี ระสทิ ธิภาพคือ ช่วยใหเ้ ขาเหน็ วา่ เขามี
ศกั ยภาพในการจดั การปญั หาอยใู่ นตวั อยแู่ ลว้ คนทเี่ ศรา้ หรอื อยใู่ นสภาวะ
เสยี ศนู ยอ์ าจลมื ไปวา่ เขามคี วามเขม้ แขง็ ความมน่ั คง และมปี ญั ญาอยใู่ นตวั
อยแู่ ลว้ ถา้ เขาเคยกา้ วขา้ มความสญู เสยี มาบา้ งแลว้ เราอาจชวนใหท้ บทวน
วา่ ครงั้ กอ่ นหนา้ นี้ เขากา้ วขา้ มมาไดอ้ ยา่ งไร ชวนเขาคน้ ศกั ยภาพในตวั เอง
หรือรอบๆ ตัว แมน้ น่ั อาจจะดเู ป็นเรือ่ งเลก็ นอ้ ย

คณุ ปา้ ทา่ นหนงึ่ มสี ามเี ปน็ คนหาเลย้ี งครอบครวั คณุ ปา้ รบั หนา้ ที่
ดูแลบ้าน ไม่ได้เป็นคนหารายได้ ในวันที่สามีกําลังจะจากไป เธอนึกไม่
ออกวา่ จะอยตู่ อ่ ไปอยา่ งไร จะเอาเงนิ จากไหนมาดแู ลคา่ ใชจ้ า่ ยตา่ งๆ เมอื่
สอบถามว่าคุณป้ามีลูกไหม ภรรยามองไปท่ีลูกๆ ลูกเลยได้โอกาสบอก

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 91

กบั แมว่ า่ แม่ไมต่ อ้ งห่วงหรอก พวกเขาจะดูแลแม่เอง บางทที างออกของ
ปัญหาก็อยู่ตรงน้ันแล้ว แต่ยังเงียบเสียงอยู่ วางความหมองเศร้า คลาย
ความกังวลท่ีท�ำให้เรารู้สึกหมดหนทาง แล้วมาส�ำรวจความเป็นไปได้กัน
ดีกว่า

ท�ำทุกหน้าท่ใี หส้ มบูรณ์

เวลาท�ำงานจิตอาสา หลวงพ่ีจะไม่ปล่อยให้ตัวเองหว่ันไหวหรือ
เศรา้ หมองไปกบั เรือ่ งราวทไี่ ปรบั รู้ หลวงพีร่ บั ฟัง รบั รู้ แต่ไม่รับเขา้ มา ถ้า
เผลอหรอื พลาดรับเข้ามาแลว้ ก็ต้องหาวิธเี คลยี รอ์ อก พ้นื ฐานทสี่ ดุ ก็ด้วย
การอยู่กับปัจจุบัน ในฐานะผู้ดูแล ควรระลึกว่าการดูแลเป็นเพียงหน่ึง
บทบาทหน้าที่ ไมใ่ ช่ทั้งหมดของชีวิต ท�ำแตล่ ะหนา้ ทใ่ี หด้ ี เวลาเราอยู่กบั
ครอบครวั เรากต็ ้องดแู ลครอบครวั ของเรา, เวลาเราทานขา้ ว เรากม็ ีหน้า
ทดี่ แู ลตวั เราเอง, เวลาเราอยู่กับลูก เรากม็ ีหน้าทีด่ ูแลลกู , เวลาเราอยู่กับ
ตน้ ไม้อยกู่ บั สวน เราก็มหี นา้ ท่ดี แู ลสวน

ถ้าเราซ่ือตรง ไม่บกพร่องต่อหน้าท่ี เม่ือสถานการณ์เปล่ียนไป
บทบาทเราก็ตอ้ งเปลยี่ นตาม แล้วเรากจ็ ะออกจากตรงน้ันได้ แม้การดแู ล
ผู้ป่วยหรือการดูแลครอบครัวเป็นหน้าท่ีที่ส�ำคัญ แต่เราก็ยังมีอีกหลาย
บทบาทหนา้ ที่ ถา้ เราจมไปกบั หนา้ ทใ่ี ดหนา้ ทหี่ นง่ึ เราอาจจะบกพรอ่ งตอ่
หนา้ ทอี่ น่ื ๆ ถา้ จะปฏบิ ตั หิ นา้ ทผี่ ดู้ แู ลใหด้ ี เราตอ้ งไมล่ มื ดแู ลตวั เองใหด้ ดี ว้ ย

ค�ำว่า “หน้าท่ี” เป็นการอนุญาตให้เราหลุดออกจากความหลง
อยู่ในหนา้ ทใ่ี ดหน้าทห่ี น่งึ เท่านน้ั ฝกึ เปน็ คนทตี่ รงต่อหนา้ ท่ี ตรงต่อเวลา
ตรงตอ่ สถานท่ี ตรงต่อผู้อืน่ ตรงต่อตนเอง น่เี ปน็ ส่งิ ทต่ี อ้ งฝกึ ฝน ถา้ มเี รอ่ื ง

92 สญู เสีย ไม่เสียศูนย์

ใดเรอื่ งหนงึ่ เหตกุ ารณ์ใดเหตกุ ารณ์หน่งึ อยู่ในหวั เราไปทกุ ที่ ในทุกหน้าที่
เรากอ็ าจจะต้องทบทวนการทาํ หน้าท่ขี องตน

เราสามารถอนญุ าตใหต้ นเองไมโ่ ศกเศรา้ กบั สถานการณไ์ ด้ ถงึ จะ
มีปญั หา แต่เราไมจ่ าํ เป็นตอ้ งทําตัวผดิ ปกติ เราสามารถมชี ีวติ ตามปกติได้
อยู่ มโี อกาสไปเยย่ี มครอบครวั หนงึ่ เหน็ ผดู้ แู ลไมส่ ดชน่ื เลยถามดวู า่ ไดพ้ กั
ไดก้ ินกาแฟ หรอื กินอะไรบา้ งหรอื ยัง ลงไปซ้อื ขนมกนิ บ้างหรือเปล่า เขา
บอกว่าไม่กลา้ ไป เขากลวั รสู้ ึกผิด ในห้องมตี ง้ั หลายคน เรานา่ จะผลดั กนั
ไปพัก มีเวลาสว่ นตัวเลก็ ๆ นอ้ ยๆ ไดน้ ะ เขาก็ดสู บายใจข้นึ เราอนญุ าต
ให้ตัวเองมีชีวิตที่ปกติได้ ไม่จําเป็นต้องเศร้าหมองตลอดเวลา นี่คือการ
อนุญาตให้ตนเองไม่ตกหลุมความหมองเศร้า ถ้าเราไม่ปล่อยให้ความ
สญู เสียกระทบทกุ มิติของชวี ิต เราจะตั้งหลกั ไดด้ ีขน้ึ

เกบ็ ความทรงจ�าไว้ ในแบบท่ีจะไมบ่ ่ันทอนชีวิตเรา

เร่ืองการลืมกัน ส่วนตัวคิดว่าเราไม่จําเป็นต้องทําเป็นลืม
เหตกุ ารณใ์ ห้สนิท เหตกุ ารณน์ ีไ้ ม่จาํ เปน็ ตอ้ งหายไปจากชวี ิตเรา เพยี งแต่
เราต้องไมอ่ นญุ าตใหเ้ หตุการณม์ าบ่นั ทอนชีวติ เรา เราระลกึ ถึงกันได้ ถา้
นน่ั ทําใหจ้ ิตใจเรามพี ลังที่ดี หรอื เปน็ กุศล สาํ หรับความทรงจําที่ไมด่ ี เรา
ตอ้ งไมล่ มื ว่าเร่ืองมันผ่านไปแลว้ เปน็ บทหนง่ึ ตอนหน่งึ หนา้ หนึง่ ในชวี ิตท่ี
จบไปแลว้ หาวิธีสรุปให้เป็นบทเรียน มคี วามสุขกับการเขยี นเรอ่ื งปัจจบุ นั
ของเราใหด้ ี

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 93

ถาม-ตอบ

สำ� หรบั บคุ ลากรทดี่ แู ลผปู้ ว่ ยระยะสดุ ทา้ ย หลงั จากทเ่ี ราดแู ลคนไขเ้ สรจ็
จะมเี ศษอารมณ์เชิงลบตกคา้ ง เช่น อารมณ์ A แต่กไ็ มส่ ามารถบอกได้
วา่ เปน็ อารมณ์อะไร เพยี งแตร่ ู้วา่ เป็นอารมณ์เชงิ ลบ แลว้ ก็มอี ารมณ์ B
เข้ามาย้อนแย้งด้วยไม่หยุด เราควรจะดูแลใจของเราอย่างไรดี นึกถึง
ค�ำพดู ทหี่ ลวงพเ่ี คยบอกวา่ เราควรซกั ผา้ ตวั เองใหส้ ะอาด เราจะดูแล
ผ้าของเราอยา่ งไรดีคะ?
เวลาทเ่ี รามที ง้ั อารมณ์ A และ อารมณ์ B ทบ่ี อกวา่ เราไมค่ วรรสู้ กึ A อาการ
แบบนี้ ทางธรรมเรยี กวา่ โดนธนดู อกท่ี 2 คอื รสู้ กึ ผดิ วา่ ท�ำไมเราถงึ รสู้ กึ แบบ
นัน้ ท�ำไมเราดแู ลเขา แต่เรายงั ดูแลตัวเองไมไ่ ด้ ง่ายทส่ี ุดคอื ลม้ กระดาน
ช่างมันทุกอย่างเลย ไปกินก๋วยเต๋ียว ไปท�ำอย่างอ่ืน แล้วค่อยกลับมาดู
ความคดิ ที่เกิดขึน้ ดวู ่ามเี ศษซากประมาณนอ้ี ยู่ ในขณะท่เี ราท�ำงานบา้ น
ท�ำอะไรไหม เมื่อมีความคิดอะไรเข้ามา เราก็คอยสังเกตดู อันน้ีตรงกับ
แนวคิดของซาเทียร์โมเดลเลย

94 สญู เสยี ไม่เสยี ศนู ย์

ดิฉันตัดสินใจเลือกการรักษาที่ดีท่ีสุดแล้ว แต่ไม่ได้ผล สุดท้ายผู้ป่วย
กเ็ สียชวี ติ คดิ วนเวยี นตลอดวา่ ถา้ เลอื กทางอ่นื จะดีกว่านีไ้ หม จะออก
จากวงั วนนอ้ี ยา่ งไรดคี ะ?

อันน้คี ือตน้ ทนุ จมอย่างหนง่ึ ดที ีส่ ุดของเราวนั น้ันกับวนั นจ้ี ะไม่เทา่ กนั สง่ิ
ที่เกิดข้ึนในวันน้ันเป็นไปตามกรอบที่จํากัด แต่วันนี้เราพัฒนาไปได้อีก
เพราะฉะนน้ั เขาคือครคู นหน่ึง

หลวงพเี่ คยปลกู ตน้ ไมท้ วี่ ดั สมยั ทยี่ งั เปน็ พนกั งานออฟฟศิ พอมา
ปลูกต้นไม้ก็ปลูกไม่เป็น ปลูกแล้วรอดบ้างไม่รอดบ้าง ไม่ว่าจะปลูกแล้ว
รอดหรอื ไม่ หลวงพจ่ี ะไปกราบรายงานหลวงพอ่ คราวแรกหลวงพป่ี ลกู ตดิ
หลวงพ่อก็บอกให้ขอบคุณคนที่ปลูกก่อนหน้าเรามา มีคนปลูกตายไปต้ัง
5-6 คน ดนิ เลยอดุ มสมบรู ณ์ หลวงพมี่ าปลกู เลยตดิ แตพ่ อผา่ นไปสกั ระยะ
หลวงพปี่ ลกู แลว้ ตาย หลวงพอ่ กบ็ อกวา่ ไมเ่ ปน็ ไร ถอื เปน็ การเตรยี มดนิ ให้
กับคนปลกู ถัดไป มนั ไมใ่ ช่ผลงานของเราร้อยเปอรเ์ ซ็นต์หรอก ท้ังๆ ท่ีเรา
ตัง้ ใจปลกู ต้นไม้ บางทเี ราอาจทาํ ได้แค่เตรยี มดนิ ให้คนปลูกถัดไป ผลงาน
อยทู่ ค่ี นรนุ่ ถดั ไป ไมม่ อี ะไรเสยี หายตราบเทา่ ทเ่ี รายงั ฝกึ ฝน รกั ทจ่ี ะพฒั นา
ตนเองอยู่ เราควรขอบคณุ คนคนนนั้ ทเ่ี ตอื นใหเ้ ราพฒั นาความสามารถให้
ดขี ้นึ ความสาํ เร็จของเราในครงั้ ต่อไปกม็ เี ขาเปน็ สว่ นหนง่ึ ดว้ ย

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 95

หลวงพคี่ ดิ อยา่ งไรกบั การทพ่ี อ่ แมเ่ ปน็ โรครา้ ย แลว้ ลกู หลานไมอ่ ยากให้
บอก เพราะไมอ่ ยากให้ทา่ นทราบอาการเจบ็ ป่วยนัน้ ๆ คะ?
บางทีหลวงพี่ก็เห็นด้วย บางทีก็ไม่เห็นด้วย หลวงพี่เคารพในสิทธ์ิการ
ตดั สินใจ เพราะเขานา่ จะรจู้ กั คุณพอ่ คณุ แม่ของเขามากกว่าเรา สว่ นใหญ่
หลวงพี่จะถามว่าท�ำไมถึงตัดสินใจแบบนั้นมากกว่า แน่ใจนะว่าจะดีกับ
ผปู้ ว่ ยจรงิ ๆ การทว่ี ธิ คี ดิ ไมเ่ หมอื นคนสว่ นใหญไ่ มไ่ ดแ้ ปลวา่ ไมถ่ กู เพราะวา่
เรอ่ื งแบบนม้ี นั จ�ำเพาะมาก เราถามเพอ่ื ชว่ ยใหเ้ ขาไดท้ บทวนจรงิ ๆ สดุ ทา้ ย
เขาก็เป็นเจ้าของการตัดสินใจของตัวเอง ส่วนใหญ่หลวงพี่จะใช้การท่ีเรา
ไม่ไดถ้ ือข้อมลู อะไร ตลี กู ซอ่ื เข้าไปถามผ้ปู ว่ ยเลยวา่ เปน็ อะไร ร้สู ึกอยา่ งไร
กับโรคทเี่ ขาเปน็ อยู่ ประมาณนี้

96 สูญเสีย ไม่เสียศนู ย์

4

ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี และการสญู เสยี
ในมุมมองของจิตอาสาและกระบวนกรชุมชน

วรรณา จารสุ มบรู ณ์ และ อรทัย ชะฟู

ประสบการณก์ ารดูแลผูป้ ว่ ยในประเดน็ การสญู เสยี

วรรณา: การสูญเสียไม่ใช่เป็นแค่เรื่องการสูญเสียบุคคลเพียงอย่างเดียว
แต่ยังเป็นการสูญเสียอย่างอื่นด้วย เช่น การสูญเสียสถานะ หรือการ
สูญเสียความสามารถท่เี ราเคยทาํ ได้

สําหรับประสบการณ์การสูญเสียท่ีรู้สึกกระทบตัวเองมากที่สุด
คือการสูญเสียคุณพ่อคุณแม่ ส่วนการสูญเสียเร่ืองอื่นที่เกิดข้ึนก็จะเป็น
ไปตามชว่ งวัยต่างๆ ตอนนี้กอ็ ายุ 50 ปลายๆแล้ว มีชว่ งหน่ึงที่เรามปี ญั หา
เรือ่ งเข่า ทําให้เคลอ่ื นไหวไมส่ ะดวก จําไดว้ ่าช่วงนนั้ รสู้ กึ เศรา้ ไปเลย รู้สึก

5 รว่ มพูดคุยกบั วรรณา จารสุ มบูรณ์ ประธานกลมุ่ Peaceful Death และ อรทัย
ชะฟู จิตอาสาผู้ป่วยมะเร็งและผู้ป่วยระยะท้าย ผู้เขียน วันน้ีคือของขวัญของชีวิต
และ ควำมรักอยรู่ อบตวั เรำ

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 97

วา่ ท�ำไมชวี ติ มาถงึ จดุ นเ้ี รว็ จงั เราสญู เสยี ความสามารถหลายอยา่ งและตอ้ ง
พง่ึ พาคนอน่ื ตอนนนั้ รสู้ กึ เบอ่ื ชวี ติ รสู้ กึ ไมส่ ามารถควบคมุ บางสงิ่ บางอยา่ ง
ในชวี ติ ได้ จ�ำไดว้ า่ ครงั้ หนึ่งพพี่ าแขกไปเทยี่ ววดั แล้วอยากเข้าห้องน้�ำ วดั
นั้นไม่มีส้วมชักโครก เป็นส้วมนั่งยอง แล้วเรานั่งไม่ได้ วันน้ันพ่ีปวดท้อง
มากแลว้ นงั่ สว้ มไมไ่ ด้ พนี่ ำ้� ตาไหลเลย รสู้ กึ วา่ ชวี ติ ฉนั มาถงึ จดุ ทไี่ มส่ ามารถ
หวนกลับไปไดอ้ ีกแลว้ ฉันไม่สามารถท�ำในสง่ิ ทฉี่ ันเคยท�ำได้ ตอนน้ันรู้สกึ
เลยวา่ มบี างอยา่ งทเี่ รากลบั ไปท�ำไมไ่ ดอ้ กี แลว้ พอเรารวู้ า่ มบี างสง่ิ บางอยา่ ง
ในรา่ งกายเราเปลยี่ นแปลงไป แลว้ เราเอากลบั คนื มาไมไ่ ด้ อนั นกี้ เ็ ปน็ สว่ น
หนง่ึ ของค�ำว่าการสญู เสีย

อีกเรื่องหน่ึงคือ เราต้องมาอยู่ในพ้ืนที่ที่เราไม่รู้จัก พ่ีย้ายจาก
กรงุ เทพฯ มาอยอู่ สี าน มนั เรมิ่ ตน้ จากการทเี่ ราอยากจะมาใชช้ วี ติ บนั้ ปลาย
ที่น่ี แต่เรารู้สึกปรับตัวได้ยาก และก็ไม่รู้จะอยู่อย่างปลอดภัยได้อย่างไร
มันมคี วามไมม่ ่นั ใจหลายอยา่ ง ก็เปน็ การสูญเสยี จากการท่เี ราไมส่ ามารถ
จดั การสภาพแวดลอ้ มทที่ �ำใหเ้ รารสู้ กึ มน่ั ใจหรอื ปลอดภยั ได้ พต่ี อ้ งใชเ้ วลา
ในการปรบั ตวั อยู่พักใหญเ่ หมือนกัน
อรทัย: ส�ำหรับพี่เป็นการสูญเสียพ่อแม่ แต่ตอนนั้นเรายังเด็ก ประมาณ
6-7 ขวบ ประสบการณ์ยังไม่ค่อยชัด หลังจากนั้นก็เป็นการสูญเสียคุณ
ตาคุณยาย ตอนนั้นความผกู พนั อาจจะนอ้ ยดว้ ย เลยท�ำใหป้ ระสบการณ์
ยังไมช่ ัดเจน

แต่ 2 ปที ีผ่ า่ นมา ความสูญเสียชดั เจนมาก เพราะวา่ เรามคี วาม
ผูกพันกับพ่ีสาวคนหน่ึงซึ่งดูแลเราตอนท่ีเราป่วย เราไม่ได้เป็นพ่ีน้องทาง
สายเลือดจริงๆ แต่เขาดูแลเราเป็นกัลยาณมิตร พาไปหาหมอ ดูแลเรา
ตอนทน่ี อนติดเตียง ดูแลอยา่ งดีมาตลอด เลยเป็นความผูกพันท่ีมาก จ่ๆู

98 สูญเสยี ไม่เสียศนู ย์


Click to View FlipBook Version