The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by abusarina, 2021-07-31 06:35:38

สูญเสีย ไม่เสียศูนย์

ห้องเรียน Paliative care

เขาก็เปน็ มะเร็งทีต่ บั ซึ่งมนั เร็วมาก แรกๆ เราเหมอื นจะรบั ได้ เพราะวา่
เราทาํ งานดา้ นนี้มา แตเ่ รากส็ งั เกตตวั เองนะว่าเรากําลงั ปฏเิ สธความรู้สกึ
หรือเปล่า เพราะเราทาํ อะไรมากกวา่ ปกติ ทํางานกท็ ํามากกวา่ ปกติ อาจ
จะเปน็ เพราะวา่ เราไมอ่ ยากอยู่กบั ความรู้สกึ น้นั ไมอ่ ยากเศรา้ หรอื เสียใจ
ในบา้ นฝนุ่ ไม่เกาะเลยเพราะถบู ้านวันละ 3 รอบ เหมอื นกบั ว่าเราต้องหา
อะไรทําตลอดเพ่ือไม่ให้อยู่กับความรู้สึกน้ัน เราอยากหนีออกจากความ
ร้สู กึ น้ัน พอเราทําอะไรเยอะๆ กายก็ไมไ่ หว เรม่ิ มีปัญหา พอรา่ งกายทาํ
อะไรไมไ่ ด้ ใจกเ็ ปน็ ไปดว้ ย ใจเหมอื นลงหลมุ เลย เราถงึ ไดร้ วู้ า่ มนั เปน็ ความ
เศรา้ เสยี ใจที่เราไม่ได้เปิดพ้นื ทใ่ี ห้แสดงออก

วรรณา: พอไดฟ้ งั แลว้ พนี่ กึ ถงึ ประสบการณข์ องตวั เองและคนรอบขา้ ง เรา
มักจะไม่อยากเจออะไรท่ีมันเศร้า เราอยากจะรู้สึกว่าเขาไปดีแล้ว อยาก
บอกตัวเองได้ว่าเธอทําดีที่สุดแล้ว มันจะมีคําพูดพวกนี้ข้ึนมาในใจ บอก
เราว่าไม่ควรเศร้า หรือเราจะต้องหาอะไรมาทําเพื่อจะได้ไม่ต้องอยู่กับ
ความรู้สกึ นนั้

แต่ในอีกด้านหน่ึง เมื่อมีความเศร้าเกิดข้ึนแล้วเรายิ่งปฏิเสธ
ผลกั ไส กดมนั ไว้ ความเศรา้ ไมเ่ คยหายไปไหน แตเ่ ปลย่ี นรปู ไปเฉยๆ อยา่ ง
ทอ่ี รทยั บอกวา่ กเ็ ลยี่ งไปทาํ งานหนกั หรอื ไปทาํ โนน่ ทาํ นเี่ พอื่ ไมใ่ หค้ นรอบ
ข้างต้องห่วงเรา เขารู้สึกว่าเราสบายแล้ว เรารอดแล้ว แต่ลึกๆ เขาไม่รู้
ว่าเรายังรู้สึกอยู่ เพียงแต่ไม่ได้แสดงออกให้คนนอกเห็น สิ่งเหล่าน้ีทําให้
เห็นวา่ ทา่ ทขี องคนรอบข้างมผี ลกับการแสดงความรสู้ กึ เศร้าออกมา ย่งิ
ทุกคนมาปลอบเรา เรายิ่งรู้สึกว่าไม่ควรเศร้า หรือต้องไม่เศร้าให้คนเห็น
มันทําให้เราไม่ได้เผชิญกับความรู้สึกท่ีแท้จริง ท้ังที่ในความเศร้านั้น มัน

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 99

มีความรัก มีความอาลัย ความผูกพัน ความหมายหลายอย่างที่เรายัง
ไม่ได้เขา้ ไปสมั ผัสจรงิ ๆ

เราทุกคนล้วนมีประสบการณ์พบเจอกับความสูญเสีย และเราจะมีโอกาส
ท�ำโจทย์ที่ยากท่ีสุดคือความตายของเราเองแค่ครั้งเดียวในชีวิต แต่ทุกวัน
นีท้ ีเ่ รามชี วี ติ อยู่ มันมีความสญู เสยี เกดิ ขนึ้ อยากถามวา่ จากประสบการณ์
เกี่ยวกับการสูญเสยี ทีพ่ ่ีๆ ได้เลา่ มา เราผา่ นมันมาได้อยา่ งไร? ทา่ ทีของคน
รอบข้างหรือองค์ประกอบอะไรอีกบ้างที่ส่งผลให้เราก้าวข้ามความสูญเสีย
มาได้
วรรณา: ตอนท่ีพ่ีสูญเสียพอ่ พ่อเสียในโรงพยาบาล และด้วยวฒั นธรรม
ความเช่ือของครอบครัวท่ีไม่ให้เราร้องไห้หรือไม่ให้น้�ำตาโดนศพในขณะ
ทเี่ ราแตง่ ตวั เชด็ ตวั อะไรแบบนี้ แตเ่ ขา้ ใจไหมวา่ พอ่ เพง่ิ ตาย ขา้ งในมนั ชอ็ ก
อยู่ แลว้ ทกุ คนก็ห้ามนนู่ ห้ามนี่ จ�ำได้ว่าตวั เองคอ่ ยๆ กระเด็นออกมาจาก
ม่าน เหมือนทกุ คนก�ำลงั มะรมุ มะตุ้มพ่อ แต่งเน้อื แตง่ ตัว แต่พื้นทต่ี รงน้นั
ไม่อนุญาตให้เราเสียใจ ไม่ให้เราเศร้า ไม่อนุญาตให้เราแสดงความรู้สึก
ตอ่ คนทเ่ี รารักมากท่ีตายจากไป ในตอนนัน้ พกี่ ็ยนื เคว้งคว้าง มนั ช็อก พดู
ไมถ่ ูก ไมร่ ูว้ า่ จะต้องท�ำอย่างไร

แลว้ กม็ คี ณุ ปา้ คนหนงึ่ ซง่ึ ดแู ลคณุ ลงุ ทเ่ี คยอยเู่ ตยี งฝง่ั ตรงขา้ ม เรา
เหน็ คณุ ปา้ คนนม้ี านาน เขามาดแู ลคณุ ลงุ ซงึ่ ใสเ่ ครอ่ื งชว่ ยหายใจอยู่ แตว่ า่
คณุ ลงุ ดขี น้ึ แลว้ เลยถกู ยา้ ยไปลอ็ กถดั ไป ในตอนนน้ั คณุ ปา้ กเ็ ดนิ เขา้ มากอด
ถึงแมค้ ุณปา้ จะไมใ่ ช่ญาติ แต่เรากค็ นุ้ เคยกนั ตอนท่อี ยู่โรงพยาบาล จ�ำได้

100 สูญเสีย ไม่เสยี ศูนย์

ว่าตวั เองก็ไปร้องไห้กับคณุ ป้าคนน้แี หละ เราไม่รจู้ ักกนั แต่เขาก็มาปลอบ
เรา ลูบหลังเรา มันช่วยได้มากเลย

ในช่วงท่ีเราเคว้งแล้วมีใครสักคนรับรู้ความสูญเสียของเรา รับรู้
ความเสียใจของเรา รับรู้ว่ามันเป็นเร่ืองสําคัญมาก เป็นเร่ืองใหญ่มากที่
เกิดขึน้ กับชีวติ รับรวู้ ่าเรากําลงั เสยี ใจและกําลงั แย่ ปา้ เขาดมี ากเลย เขา
ไมพ่ ูดอะไรแตเ่ ขาลบู หลัง แล้วบอกว่า “ไมเ่ ป็นไรนะลกู ” เรากร็ ูส้ กึ ดขี ึ้น
จากการได้ร้องไห้กับป้า พ่ียังจําความอบอุ่นตอนนั้นได้ พอเราได้ร้องไห้
และได้ตง้ั สติ กเ็ ลยเริ่มเหน็ ว่า เราจะทาํ อะไรได้ในสถานการณ์น้นั พ่เี ลย
รู้ว่าการที่มีเพ่ือนมารับรู้ความเสียใจของเรา อาจจะไม่ต้องมีคําพูดอะไร
เยอะ แต่สิ่งน้ีมีคา่ มาก

แล้วพี่ก็รู้สึกว่าค่านิยมหรือวิธีปฏิบัติเมื่อใครสักคนตายจากไป
หรือการเผชิญกับความสูญเสียของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน บ้านพ่ี
เปน็ แบบทตี่ อ้ งทาํ อะไรยงุ่ ๆ งานศพกจ็ ะยุ่งมาก มีอะไรให้ทําเต็มไปหมด
ต้องพบั กระดาษ ทาํ นู่นทาํ น่ี มนั อาจจะดสี าํ หรบั หลายคนท่ีมีอะไรให้ทํา
ไมต่ อ้ งจมอยกู่ บั ความเศรา้ แตบ่ างทเี รากร็ สู้ กึ วา่ วธิ นี อี้ าจใชไ้ มไ่ ดก้ บั ทกุ คน

อยา่ งของพ่ี ตอนนนั้ ตัวเองเลือกวธิ ที เี่ ราตอ้ งเขม้ แขง็ ให้ได้ พเี่ ชื่อ
ว่าหลายคนเป็นแบบนี้ ในงานศพเราต้องทําตัวเข้มแข็งเข้าไว้ ต้องดูแล
ทกุ อยา่ งใหอ้ อกมาโอเค เราจะตอ้ งจดั การงานศพใหร้ าบรนื่ ทสี่ ดุ ใหด้ ที สี่ ดุ
เหมอื นเปน็ งานสดุ ท้ายที่เราจะทาํ ใหค้ นทเี่ รารกั

ในช่วงงานศพ เราจะเก็บความรู้สึกเข้าไป ไม่มีความเศร้า เรา
ยอมรับเร่ืองราวต่างๆ ได้ แต่มันจะมารู้สึกจริงๆ ตอนที่พี่ไปลอยอังคาร
แล้วเราเหน็ เถา้ กระดูกจมหายไปในแม่น้าํ ในวนิ าทนี ้นั พีร่ สู้ กึ จริงๆ ว่าเรา
กําลงั สญู เสยี อย่างเป็นรปู ธรรม แลว้ ชวี ติ หลงั จากนนั้ ต่างหากทีเ่ ป็นความ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 101

จรงิ พม่ี าเผชญิ หนา้ กบั ความรสู้ กึ สญู เสยี จรงิ ๆ หลงั จากงานศพผา่ นไป คน
สว่ นใหญจ่ ะคดิ วา่ เราท�ำใจได้ เพราะวา่ ในงานศพเราดโู อเค ไมฟ่ มู ฟาย แต่
จรงิ ๆ ความเศรา้ มันเกดิ หลงั จากนน้ั แลว้ ส่วนใหญ่คนรอบข้างจะไม่ค่อย
มาดแู ลกนั จากประสบการณท์ พี่ เ่ี จอมา ชว่ งงานศพไมค่ อ่ ยนา่ เปน็ หว่ งเทา่
หลงั งานศพ พค่ี ดิ วา่ ชว่ งเวลานเี้ ราควรจะใหค้ วามส�ำคญั และใสใ่ จมากขนึ้  

ปฏกิ ริ ยิ าของแตล่ ะคนตอ่ การสญู เสยี ไมเ่ หมอื นกนั การไมฟ่ มู ฟายหรอื รอ้ งไห้
ออกมา ลกึ ๆ อาจจะมีความรสู้ กึ อยู่เหมือนกัน อาจเปน็ ความเศร้าทีเ่ ปลย่ี น
รูปไปเฉยๆ เราอาจจะไปดูแลแค่คนที่ร้องไห้ฟูมฟายหรือคนท่ีมีปฏิกิริยา
อยา่ งอ่ืน คนอ่นื อาจคดิ วา่ เขาไม่เปน็ ไร ซงึ่ อาจจะไม่จริงก็ได้ 
อรทัย:  อย่างพี่เอง คนภายนอกส่วนใหญก่ ม็ ักจะมองวา่ เราท�ำงานดา้ นนี้
ด้วย พอเจอหนา้ เรา เขากจ็ ะบอกวา่ เราสบายอย่แู ลว้ เขม้ แข็ง โดยทเ่ี รา
ไม่ทันพูดอะไร ค�ำพูดเหล่าน้ันมันบล็อกเรา เราก็เลยต้องเข้มแข็งต่อไป
บางครั้งก็ดูเหมือนว่าเราก็ไม่อนุญาต คนอื่นก็ไม่อนุญาตด้วย ความรู้สึก
น้ันกเ็ ลยอยูข่ า้ งใน

อย่างท่เี ล่าไป ประมาณอาทติ ยท์ ่ีสองท่ีสาม พ่จี ะเรมิ่ เหน็ แล้วว่า
มีความเปล่ียนแปลงอะไรเกดิ ขนึ้ ถ้าเราอยใู่ นสภาพเดมิ เราก็จะอดคิดถงึ
ไมไ่ ด้ เราเลยเปลี่ยนมุมบ้าน จัดบ้าน แล้วเรากไ็ ปเจอยาของพี่เขา เปน็ ยา
แกผ้ นื่ คนั ซง่ึ โดยปกตพิ เ่ี ขาจะไมค่ อ่ ยใชย้ าเคมเี ทา่ ไหร่ เพราะเขาจะมาสาย
สมุนไพร ตอนนั้นพี่ใจวาบเลย เรามคี วามรูส้ กึ ผิดเขา้ มา แสดงวา่ ตอนน้ัน
อาการเขาเปน็ สดุ ๆ แลว้ เขาเลยตอ้ งใชย้ าตวั นี้ “ท�ำไมพเี่ ขาถงึ ไมบ่ อกเรา”
ก็เลยมเี สยี งต�ำหนติ วั เองออกมา

102 สญู เสยี ไมเ่ สยี ศูนย์

เราเร่ิมเห็นสัญญาณที่ชัดเจนมากข้ึน ตอนน้ันเราก็หาใครสักคน
ที่เราไว้วางใจ ท่เี รารูส้ กึ ปลอดภยั มากๆ ซง่ึ มไี มก่ ค่ี นในชีวติ โทรไปรอ้ งไห้
เราแค่อยากมใี ครสักคนที่รบั รู้ความรู้สกึ ของเรา ตอนนัน้ มีพ่คี นหน่งึ ทเี่ รา
รักเหมือนญาติผู้ใหญ่ พ่ีเขาไม่ได้พูดอะไรมากมายเลย แค่เขาบอกว่าเขา
เขา้ ใจวา่ ตอนนเ้ี ราเสยี ใจมากนะ ประโยคแคน่ ก้ี ท็ าํ ใหเ้ รารสู้ กึ มสี ตขิ นึ้ หลงั
จากนั้นความรู้สึกของตัวเองก็ค่อยๆ ชัด เราเข้าใจเลยว่าความรู้สึกเหงา
เป็นอย่างไร เพราะตอนน้ันเรากลบความเหงา เรากลบความคิดถึงด้วย
การทํางาน เราไม่ยอมรับ เราปฏเิ สธมันไป เราเลยร้วู า่ ความเหงามนั เป็น
แบบนี้ ความเศร้าเสียใจมันเป็นแบบนี้

วันน้ันพ่ีร้องไห้หนักมาก ร้องจนไม่มีเสียง ร้องจนหลับไปเลย
ไม่ร้วู ่าหลับไปตอนไหน ความรสู้ ึกมนั โหมกระหนํ่าเขา้ มา พอตนื่ ขน้ึ มาก็
คอ่ ยๆ รสู้ ึกดีขน้ึ

พอเรารู้สกึ ว่ามคี นทเี่ ข้าใจความรสู้ ึกเราจริงๆ ไม่รบี ไม่ปดิ กั้นเรา
ใหเ้ ราเปน็ ตวั เองอยา่ งเตม็ ทใ่ี นสถานการณน์ นั้ ในความเสยี ใจนน้ั ในความ
รสู้ กึ ผดิ นนั้ บางทเี ขาพดู กบั เราไมก่ ป่ี ระโยค แตเ่ ขาอยกู่ บั เราจรงิ ๆ เขาบอก
ว่า “จะอยู่เป็นเพ่ือนนะ” เพียงแค่มีคนทรี่ ับรู้ ยังไม่ตอ้ งทํากระบวนการ
อะไร กท็ ําใหค้ วามเสยี ใจคอ่ ยๆ ลดระดับลงมาได้

เราก็ได้ทบทวนตัวเองว่าเราเศร้าเสียใจเพราะอะไร มันมีความ
รู้สึกผิด เราก็ถามตัวเองว่ามันจริงไหม คือเราไม่ใจดีกับตัวเอง วิพากษ์
วิจารณ์ตัวเอง เขาดูแลเราดีมากตอนที่เราป่วย เราสองคนต้องพ่ึงพิงกัน
แต่ตอนท่ีเขาป่วย เราสงสัยตัวเองว่าเราดูแลเขาดีพอหรือยัง แต่ในขณะ
เดยี วกนั ในมมุ เขาท่ีเป็นผปู้ ่วย เขาจะรสู้ ึกวา่ ตัวเองเปน็ ภาระไหมนะ สอง
ความคดิ ที่มันขัดแยง้ กนั ทาํ ให้เราอยากหนี ไมอ่ ยากร้สู กึ แบบนัน้ เหมอื น

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 103

เราอยากจะกลบมัน ถ้าตอนนั้นเรามีตัวช่วย เราจะก้าวข้ามจุดน้ันมาได้
ง่ายขึน้ มาก

พเ่ี องกป็ ว่ ยเปน็ มะเรง็ ตอนทเ่ี หมอื นจะตาย พไ่ี มไ่ ดท้ กุ ขเ์ ทา่ ตอน
คนทพ่ี ี่รกั และมคี วามส�ำคัญกบั เราตาย พี่รู้สกึ ว่ามนั ทกุ ขก์ ว่าตอนที่เราจะ
ตายเองเสยี อีก เพราะเราไมร่ ู้ว่าจะมชี วี ิตอยูต่ ่อไปไดอ้ ย่างไร เรากบั พ่ีเขา
พง่ึ พิงกนั มาตลอด เวลาเราไปอาสาดแู ลผ้ปู ่วย พเ่ี ขาจะขบั รถไปส่ง เราก็
เลยคดิ ไมอ่ อกว่าเราจะอยตู่ อ่ ไปได้อยา่ งไร อันนี้เหน็ ชัดมาก แล้วกร็ ้สู กึ วา่
ไม่อยากอยู่แบบน้ี ท่ีเราผ่านมาได้ คนที่เข้าใจเราช่วยมากๆ พอเราเห็น
ตัวเองและกลับมาใคร่ครวญว่ามีอะไรที่เรายังติดค้างบ้าง จริงๆ แล้วเรา
เศรา้ เสยี ใจเพราะอะไร คนรอบๆ ตวั ก็มาช่วย ค่อยๆ ใหเ้ รากลับมาอยู่กบั
ขอ้ เทจ็ จรงิ มากขึน้ วา่ ตอนนน้ั เราท�ำดที ส่ี ดุ ในสถานการณน์ น้ั แล้ว

อกี ทางหนงึ่ คอื หาสงิ่ ทเ่ี ราจะเชอ่ื มโยงกบั เขา กจ็ ะท�ำใหเ้ ราอยไู่ ด้
เหมอื นความเศร้าก็ยงั อยู่ แตไ่ ม่คอ่ ยมอี ทิ ธพิ ลกบั เราแล้ว ไมอ่ ย่างนั้นเรา
ก็จะจม ออกแนวซึมเศรา้ ไปเลย พ่เี ขาชอบปลูกต้นไม้ เรามองวา่ มคี ุณค่า
ก็เลยดูแลส่ิงนนั้ ตอ่ ท�ำให้เราค่อยๆออกมาจากตรงนัน้ ท�ำความเข้าใจกบั
ความรสู้ กึ ของตวั เอง กระบวนการนใ้ี ชเ้ วลาเหมอื นกนั แตส่ ง่ิ ส�ำคญั คอื ตอ้ ง
มีคนอยขู่ า้ งๆ

ส่ิงท่ีทั้งสองท่านพูดเหมือนกันคือ กระบวนการยอมรับ ซึ่งจะเกิดขึ้นหลัง
จากที่เราเห็นชัดว่ามีอะไรเกิดข้ึนในใจเรา และตัวช่วยก็คือใครสักคนหน่ึง
ทมี่ ารบั ฟงั ดว้ ยทา่ ทยี อมรบั นง่ั เปน็ เพอื่ นอยขู่ า้ งๆ ในฐานะทม่ี ปี ระสบการณ์
ดูแลผู้ทสี่ ูญเสีย เราจะมวี ธิ กี ารดแู ลตัวเองอยา่ งไรกอ่ นท่ีจะไปดูแลเขา และ
เราจะมีกระบวนการดูแลเขาอยา่ งไรบ้าง?

104 สญู เสยี ไมเ่ สียศูนย์

วรรณา: พ่ีขอแบ่งเป็น 2 กรณี กรณีแรก คนท่ีสูญเสียมีความเชื่อมโยง
ใกลช้ ดิ กบั เรา กบั อีกกรณที ี่เป็นแค่คนรจู้ กั หรอื เป็นคนไข้ เป็นคนท่ีเราไป
รับร้วู า่ เขากําลังเผชิญกบั สถานการณน์ ี้ ซ่ึงสําหรบั พี่มันตา่ งกนั

ถ้าเป็นคนท่ัวไปท่ีเรารู้จักเขาได้ไม่นาน ไม่ได้มีความผูกพันอะไร
มาก การท่เี ราจะไปอยู่ตรงนั้น ไปเปน็ เพือ่ น ทําความเข้าใจ ใหเ้ ขาเขา้ ใจ
ว่าเขาไม่ได้เผชิญกับความสูญเสียนี้โดยลําพัง ทําได้ไม่ยาก เราแค่ไปอยู่
ตรงนั้นกบั เขา

แตถ่ า้ เปน็ คนทเ่ี รารสู้ กึ เชอื่ มโยงดว้ ย ผดู้ แู ลกเ็ ปน็ คนทเี่ รารจู้ กั รวม
ทั้งคนทเี่ สยี ชวี ิตไปอาจจะเป็นคนทีเ่ รารจู้ กั ดว้ ย มันเหมอื น 2 เด้ง เราเอง
ก็อาจจะยังอยู่ในความสูญเสีย ขณะเดียวกันเราก็ต้องไปดูแลญาติท่ีเขา
กําลังอยู่ในความสูญเสียนั้นด้วย ต้องดูแลทั้งสองอย่าง เป็นเรื่องสําคัญ
มากๆ ที่เราต้องยอมรับว่าตัวเราเองก็กําลังอยู่ในความสูญเสียน้ันด้วย
เหมือนกัน หลายคร้ังเราชอบสวมบทไปดูแลคนอื่น แต่เราลืมไปว่าเรา
ตอ้ งดูแลตัวเองกอ่ น

เราตอ้ งทาํ งานกบั ตวั เองกอ่ น กอ่ นทจ่ี ะไปดแู ลเขา เมอื่ เรายอมรบั
ตรงนี้ได้ อาการท่ีเราจะไปดงิ่ จม หรือฟูมฟายกบั คนทีเ่ ปน็ ญาติก็จะน้อย
ลง มนั สะเทอื นอยนู่ ะ แตเ่ ราจะอยกู่ บั เขาไดด้ ขี น้ึ ตอ้ งถามตวั เองตง้ั แตก่ อ่ น
ไปเลยว่าเหตุการณ์ความสูญเสียนี้มีผลต่อเราอย่างไร? มีความรู้สึกอะไร
เกิดข้ึนบ้าง? แล้วก็ให้โอกาสตัวเองดูแลตรงนั้นก่อน พอไปเจอเขาจริงๆ
การได้ดูแลตัวเองก่อนจะชว่ ยทง้ั ตัวเราและเขาด้วย ชว่ ยตวั เรากค็ อื เราได้
ไปอยู่เป็นเพื่อนเขา รับรู้ความเสียใจของเขา เหมือนกับท่ีเราเคยผ่านจุด
ทไี่ ด้ดูแลตวั เองมากอ่ น เราก็จะพอเข้าใจวา่ เขาต้องการอะไร พอเราได้ทาํ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 105

หนา้ ทตี่ รงนนั้ อยา่ งดี กจ็ ะท�ำให้เรารสู้ ึกดีขนึ้ ดว้ ย คือเราได้ท�ำหนา้ ทด่ี ูแล
คนในครอบครวั เขา

เวลาทเี่ ราอยกู่ บั ผดู้ แู ลทเ่ี รารสู้ กึ ผกู พนั เมอ่ื เขาเลา่ อะไรบางอยา่ ง
ออกมาท่ีเชอ่ื มโยงกบั ตวั คนทีจ่ ากไป บางทีเราก็อาจจะรสู้ กึ สะเทือนดว้ ย
หรือรู้สึกเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับเขา ถ้าไม่รู้ตัวก็จะถอนตัวยาก แยกไม่
ออกระหว่าง ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) กับ ความเห็นอกเห็นใจ
(Sympathy) สถานการณ์แบบน้ีต้องอาศัย การหย่ังราก (Grounding)
กลบั มาตระหนักร้วู ่าความรู้สกึ ของเราเขา้ ไปสวมทบั ความรู้สกึ ของผู้ดแู ล
แลว้ นะ เอาแคเ่ ห็นนะ ยังไม่ตอ้ งท�ำอะไร ถา้ เรารู้แลว้ ก็ถอยออกมา บาง
ครง้ั ถา้ เขา้ ไปเยอะ กต็ อ้ งหาจงั หวะหยดุ ใหต้ วั เองออกมาจากพนื้ ทต่ี รงนน้ั
ไปเข้าห้องน�้ำ ล้างหน้า สูดหายใจ เหมือนเตมิ ออกซิเจนให้ตวั เอง

การหยงั่ รากเหมอื นเปน็ การเชอื่ มตอ่ กบั พน้ื ดนิ เมอ่ื มสี ายฟา้ ฟาด
ลงมาก็จะไหลผ่านสายดินลงไปยังดิน ก็จะไม่เกิดผลกระทบมาก การ
หยัง่ รากส�ำหรับพ่ที �ำไดห้ ลายแบบมาก เช่น การกลับมาอยกู่ ับลมหายใจ
หายใจเข้าหายใจออก หรือการรับรู้สัญญาณบางอย่างท่ีเกิดข้ึนกับกาย
เชน่ นำ�้ ตาคลอ จมูกแดง หัวใจเตน้ เรว็ ผิดปกติ อาการทางกายเหล่านีบ้ ง่
บอกว่าเร่ืองนีม้ ีผลกับใจเรา

วิธีสดุ ทา้ ยต้องใชค้ วามพยายามทีจ่ ะหย่งั รากนดิ หนอ่ ย เชน่ การ
ปรบั ทา่ ยนื เราอาจจนิ ตนาการวา่ เราเปน็ เหมอื นตน้ ไมใ้ หญ่ ไมว่ า่ จะมคี ลน่ื
ลมอะไรมากระทบ ก็ท�ำอะไรเราได้แค่ผิวๆ ใบไม้อาจจะไหวไปตามคล่ืน
ลม แต่ล�ำต้นที่แข็งแรงก็ยังมั่นคงอยู่อย่างน้ัน บางคร้ังเราก็เอาคุณภาพ
ของต้นไม้ใหญ่ที่ม่ันคงมาสวมในตัวเรา ท�ำให้รู้สึกถึงความมั่นคงท่ีหย่ัง
ลึกลงไปในดิน อารมณ์ก็จะค่อยๆ จางหายไป มีอีกหลากหลายวิธีท่ีเรา

106 สญู เสีย ไม่เสยี ศนู ย์

หาใหต้ วั เองได้ เลือกเอาวิธที เี่ ราถนัดหรือชอบ หรอื อาจจะมคี ําพดู ใหก้ บั
ตวั เอง เช่น ทุกอย่างมันกโ็ อเคนะ เธอทาํ ดแี ลว้ นะ เธอมัน่ คง หรือเป็นคํา
พดู ท่ีเอาไว้เตือนตัวเอง

อรทยั : กอ่ นอนื่ ตอ้ งดแู ลตวั เองกอ่ น สาํ หรบั พ่ี สขุ ภาพตอ้ งพรอ้ ม การนอน
พกั ผอ่ นตอ้ งเพยี งพอ เวลาท่เี ราไปอยู่กับผปู้ ว่ ยตรงหน้า บางทเี รากผ็ กู พนั
ถา้ เกดิ เราจะตอ้ งบอกขา่ วรา้ ย หรอื กระบวนการรกั ษาไปตอ่ ไมไ่ ด้ เราอาจ
จะต้องกลบั มาทาํ ความเข้าใจตวั เองก่อน

สําหรับพ่ี เวลาอยู่กับคนตรงหน้า พ่ีก็เต็มที่กับตรงนั้น พี่จะใช้
วิธกี ารขอบคุณ ขอบคุณพระ ขอบคุณจกั รวาล เหมอื นเราเป็นแค่ทอ่ สง่
ผ่านเท่าน้ัน ความสําเร็จไม่ใช่ของเรา ขอบคุณท่ีเรามีโอกาสได้ทําหน้าท่ี
น้ี บางทีการท่ีเราจะทําให้คนสงบลงหรือผ่านพ้นกระบวนการตรงน้ันได้
ตอ้ งอาศยั ความสงบด้วย

บางครั้งเราก็ไม่รู้ว่าจะไปต่ออย่างไร พ่ีจะใช้การอธิษฐาน อย่าง
ตอนทพ่ี ป่ี ว่ ย หมอบอกวา่ เราอาจจะมโี อกาสอยไู่ ดไ้ มน่ าน พกี่ จ็ ะอธษิ ฐาน
วา่ ถา้ เราไดม้ โี อกาสทาํ ประโยชนใ์ หโ้ ลกใบน้ี กข็ อใหไ้ ดต้ นื่ มา พจี่ ะเชอ่ื มโยง
กบั คาํ อธษิ ฐานตรงนี้ ถา้ เกดิ ตวั เรายงั เปน็ ประโยชนก์ ข็ อใหม้ นั ออกมาจาก
ปญั ญาของเราเอง ใหเ้ ขาสามารถไปตอ่ ได้ พจ่ี ะอยกู่ บั ตรงนน้ั สดู ลมหายใจ
เพอ่ื ตวั เอง ตอนอยู่ต่อหน้าเขากเ็ ป็นลมหายใจเพอ่ื เขา

การอาบน้ําชําระร่างกายก็ช่วยได้ ทําให้ไม่มีอะไรตกค้าง ช่วง
แรกๆ ทเ่ี รม่ิ ทาํ พกี่ จ็ ะมบี างเรอ่ื งราวทต่ี ดิ ตวั กลบั มา เราอยกู่ บั เรอ่ื งราวของ
เขา พออินมาก ก็ไมเ่ หน็ กเิ ลสตวั เอง ว่าเราเข้าไปจัดการ เขา้ ไปแทรกแซง
กระบวนการเยอะ เปน็ ความอยากของเราทอ่ี ยากทาํ ใหส้ าํ เรจ็ อยากทาํ ให้
เขาผา่ นไปไดด้ ว้ ยการชว่ ยเหลอื ของเรา

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 107

วรรณา: อีกประเด็นหนง่ึ ที่พี่คดิ ว่าส�ำคัญ คือ การปรบั เปลีย่ นมมุ มองให้
เปน็ บวก

ลูกออกไปกินข้าวข้างนอกพอดี ในขณะที่พ่อหมดลมหายใจ
ความรู้สกึ แวบแรกของลกู เลยคือร้สู ึกผิด เหมอื นฉนั ไมไ่ ดอ้ ยูต่ รงนน้ั กจ็ ะ
มเี สยี งญาติพ่ีนอ้ งว่าแกมัวไปท�ำอะไร ท�ำไมมาชา้ พอเร่มิ แบบน้ี ก็ท�ำให้
สถานการณย์ ง่ิ บบี คนั้ เขาต�ำหนติ วั เองอยแู่ ลว้ คนรอบขา้ งยงั มาซำ้� เตมิ อกี

เราก็พยายามเปลี่ยนให้มันเป็นบวก พ่ีเลยถามเขาว่า “แล้วคิด
ว่าเป็นเพราะอะไรที่ป๊าเลือกจะไปขณะท่ีลกู ไมอ่ ยู”่ เขากไ็ ด้ค�ำตอบ แล้ว
กร็ สู้ กึ ดขี นึ้ ทนั ที เขาบอกวา่ ปา๊ รวู้ า่ หนทู �ำใจไมไ่ ด้ เขารวู้ า่ ถา้ หนอู ยตู่ รงนนั้
คงสตแิ ตก กเ็ ลยเลอื กไปในจงั หวะทเี่ ราไมอ่ ยู่ เพราะวา่ ปา๊ รกั เราและอยาก
ดแู ลเรา ค�ำถามนี้กเ็ ลยท�ำใหส้ ถานการณด์ ขี ึ้น

ลูกอีกคนหนึ่งมาไม่ทัน เม่ือมาถึงคนไข้เสียชีวิตไปประมาณ 1
ช่ัวโมงแลว้ เขาร้สู กึ แยม่ ากที่มาไมท่ ัน พี่กน็ ึกถึงสง่ิ ทพ่ี ระอาจารย์ไพศาล
เคยบอก แตไ่ ม่รู้วา่ เขาจะเชือ่ ไหม คือวา่ เวลาทคี่ นไขเ้ สยี ชีวิตใหม่ๆ กาย
ของเขาอาจจะไมเ่ คลอื่ นไหว หวั ใจของเขาอาจจะไมเ่ ตน้ สมองของเขาอาจ
จะไมท่ �ำงาน แตจ่ ติ ของเขายงั อยู่ โดยเฉพาะจติ ทร่ี กั ลกู หลาน รกั พนี่ อ้ ง รกั
ครอบครวั การทเ่ี ขาไดพ้ ดู กบั ปา๊ ตอนทที่ า่ นยงั ตอบสนองอยู่ อาจจะรสู้ กึ ดี
มากกว่า แตถ่ ้าเราเช่ือวา่ ท่านยังรับรู้อยู่ การได้ท�ำสง่ิ นัน้ ท�ำใหเ้ รารู้สกึ ว่า
อยา่ งนอ้ ยเราก็ยังไดท้ �ำ พีว่ ่ามันก็ช่วยนะ

ในช่วงเวลาของการสูญเสยี เราจะทงั้ ซอ่ น หนี พยายามไม่พูดถงึ
แต่กม็ ีคนเข้ามาจดั การเยอะมาก เราจะท�ำอย่างไรใหส้ ถานการณ์ตรงนนั้
เป็นบวกกบั คนท่ียงั อยู่ พ่ีคดิ วา่ ตรงน้ีส�ำคญั

108 สูญเสีย ไม่เสยี ศูนย์

อกี ประเดน็ หน่งึ ทีพ่ ี่เหน็ คอื พิธีกรรม โดยสว่ นใหญ่เราจะไม่ค่อย
เขา้ ใจเหตผุ ลเบอ้ื งหลงั ของพธิ กี รรม ทาํ ใหเ้ ราทาํ ไปโดยไมเ่ ขา้ ใจ อยา่ งเชน่
เรือ่ งการเชด็ เนอ้ื เชด็ ตวั เปลี่ยนเส้อื ผา้ ให้ผูต้ าย พก่ี ็จะใหล้ กู เขาเตรยี มทกุ
ขน้ั ตอนเลย ลูกคนน้ไี ปเตรียมเส้ือผ้า รองเท้าทปี่ า๊ ชอบ คนนไ้ี ปเตรยี มนา้ํ
ใหท้ กุ คนทอี่ ยวู่ งในสดุ ของครอบครวั ไดท้ าํ ภารกจิ ครงั้ สดุ ทา้ ยรว่ มกนั ขณะ
ท่เี ชด็ ตวั กใ็ หเ้ ขานึกถงึ ความดีงามของป๊า แลว้ พูดถงึ สิ่งดๆี จะทาํ อะไรก็
ทําดว้ ยความเคารพ คือใช้การเช็ดตัวตรงนัน้ เหมือนการภาวนาเลย ซึ่งก็
ทําให้เขารู้สึกดีว่า เขาได้ทําหน้าท่ีครั้งสุดท้ายจริงๆ เพราะลูกบางคนไม่
เคยทาํ อะไรแบบนี้เลย แต่วนั นัน้ เขาไดท้ าํ เขาได้เชด็ กน้ แตง่ ตัวให้ ซึ่งมัน
เปน็ ภาพจาํ สาํ หรบั เขา อยา่ งนอ้ ยเรากไ็ ดด้ ูแลท่านอย่างดีทสี่ ดุ

หรือแม้ในช่วงงานศพ พ่ีคิดว่าหลายคนไม่เข้าใจ ในงานศพจะ
มกี ารสวดอภธิ รรม ในทางวัชรยานเชอ่ื วา่ ใน 49 วนั น้ีผตู้ ายยังสามารถ
บรรลธุ รรมได้ ในทางเถรวาทอาจจะไมไ่ ดเ้ ชอื่ แบบนน้ั ถา้ จิตของผู้ตายยัง
รบั รอู้ ยู่ การไดฟ้ งั ธรรมกช็ ว่ ยใหผ้ ตู้ ายสงบใจ แลว้ ทาํ ใหจ้ ติ ของเขาเดนิ ทาง
ดว้ ยความปลอ่ ยวางและไมม่ ีอะไรต้องห่วง ดงั นัน้ ในงานศพ การที่เราอยู่
กับพิธีกรรมจึงสาํ คญั มาก เพือ่ ทีจ่ ะส่งพลงั งานดๆี พลงั งานบวก ระลึกถึง
สงิ่ ดีงามต่างๆ ที่ผตู้ ายได้กระทําไว้

พ่ีเคยอ่านหนังสือ ประเพณีเนื่องในกำรเกิด และ ประเพณี
เนอ่ี งในกำรตำย ของ เสฐยี รโกเศศ รู้สึกวา่ มันมีคา่ มากเลยถา้ คนไทยได้รู้
เราจะไปงานศพโดยไม่มานั่งพูดคุยกันเหมือนไปงานสังสรรค์ งานพบปะ
เพื่อนสมัยเด็กๆ เราไม่ได้อยู่กับงานจริงๆ แต่เม่ือได้อ่านเล่มนี้ พี่เปล่ียน
เลย พ่ีจะพยายามน่ังหน้าและตั้งใจสวดมาก สวดแต่ละจบเสร็จ พี่ก็จะ
อุทิศให้คนตาย เพราะเรามาสวดอภิธรรมเพื่อเขา เราก็จะต้ังใจสวดและ
อุทิศใหท้ ุกจบเลย

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 109

ในแงห่ นง่ึ เมอ่ื เราตั้งอยใู่ นทศิ ทางนี้ เราจะอยู่ในบรรยากาศงาน
ศพด้วยความสงบมากๆ เหมือนเราก�ำลังภาวนาเพ่ือท�ำสิ่งดีๆ ให้ผู้ตาย
บรรยากาศโดยรวมก็จะดีข้ึน ขณะท่ีเราก�ำลังเสียใจอยู่และมีปฏิกิริยา
หลายอย่าง บางครัง้ เรากไ็ ม่เหน็ ใจตัวเองว่าเป็นอยา่ งไร แต่ในขณะทเี่ รา
ตง้ั ใจสวด มนั ท�ำใหเ้ ราไดก้ ลบั มาเหน็ ใจตวั เองวา่ ขา้ งในของเราเปน็ อยา่ งไร
มคี วามรสู้ กึ อะไรเกดิ ขนึ้ บา้ ง ประสบการณเ์ หลา่ นเ้ี ปน็ คณุ คา่ ความหมายท่ี
ซอ่ นอย่ใู นพธิ กี รรม แต่เราต้องรูจ้ กั และใช้ให้เปน็
อรทัย: อย่างพี่อยู่เชียงใหม่ ก็จะมีการแต่งตัวให้กับผู้ตาย มีการช�ำระ
ลา้ งศพให้โดยคนท่ีเปน็ ญาติวงใน ตอนพ่อกับแมเ่ รา เราไมม่ โี อกาสไดท้ �ำ
เพราะเราเป็นเด็ก ถกู กนั ออกไป พอเรามาท�ำงานด้านนี้ จรงิ ๆ เราใหเ้ ดก็
อยู่ตรงนั้นได้เลย แม้อายุแค่ 7-8 ขวบ มันท�ำให้เขาได้จดจ�ำแม่เป็นคร้ัง
สดุ ท้าย ให้เขาเลอื กชดุ เอง เขากจ็ ะเลอื กจากชุดทีแ่ ม่ใส่บ่อยๆ นนั่ แหละ
ให้เขาไดจ้ ดั รองเทา้ จดั อะไรต่างๆ มนั เปน็ การเยยี วยาเขา พอเขาโตมา ก็
เหน็ วา่ เขาไม่ได้มบี าดแผลตรงนี้ ชวี ติ เดก็ กไ็ ปตอ่ ได้

เมอื่ กอ่ นเรามคี วามเชอ่ื วา่ จะไวท้ กุ ขก์ นั ไปท�ำไม แตจ่ รงิ ๆ แลว้ มนั
ช่วยเยยี วยาเขา เมื่อเขาออกจากพธิ กี รรมแล้ว เขากส็ ามารถสนกุ หรอื ท�ำ
อะไรได้โดยไมร่ ูส้ ึกผิด แตบ่ างทีเราออกมาเร็วเกนิ ไป ไม่ไดไ้ ปแตะตรงน้นั
จรงิ ๆ เคยมตี ัวอยา่ งญาตทิ ีไ่ ม่รอ้ งไห้ ไมฟ่ ูมฟายเลย น่ิงมาก กบั ญาติอีก
ครอบครัวที่แสดงความรู้สึกอย่างเต็มที่ 4-5 ปีต่อมา ญาติโดยเฉพาะใน
แบบแรกก็เกิดอาการ เพราะมตี วั กระตุ้นบางอย่าง บางคนไปเหน็ อาหาร
หรือสิ่งท่ีภรรยาชอบ ก็กลับเข้ามาเป็นความรู้สึกเศร้าเสียใจ กล้ันไม่อยู่
หลายคนจะเป็นแบบน้ี ในขณะท่ีคนท่ีได้ซึมซับกับความโศกเศร้าในช่วง
แรกหรอื ญาติแบบท่ีสอง เขาปลอ่ ยออกมาเลย เขากไ็ ปต่อได ้

110 สูญเสีย ไมเ่ สยี ศูนย์

วรรณา: คนเราจะมีระยะเวลาของความเศรา้ โศกสญู เสยี ทีไ่ มเ่ ทา่ กนั แต่
ส่วนใหญ่การที่เราจะเข้าไปดูแลคนท่ีกําลังผ่านการสูญเสีย เหมือนเรา
จะต้องเข้าไปด้วยเช็คลิสต์บางอย่าง อันนี้ถือว่าเป็นปกติหรือยัง คือทุก
อยา่ งมันกเ็ ป็นธรรมดาน่แี หละ แตเ่ ม่อื เราเขา้ ไปด้วยตวั ชวี้ ดั บางอย่าง วา่
สภาวะนี้เรียกว่าปกติหรือไม่ปกติ ก็จะทําให้แนวทางของเรานี่แหละผิด
ปกติ ซึ่งพี่ว่าจริงๆ มันก็ไม่ได้มีอะไรท่ีผิดปกตินะ เพียงแต่เราเลือกที่จะ
มองอะไรมากกวา่

อยา่ งตอนแม่พ่ีเสยี กวา่ พ่จี ะผ่านมาได้ เป็นปกี วา่ เลยนะ แต่ถ้า
พ่ีไปบอกบุคลากรทางการแพทย์ เขากอ็ าจจะรสู้ กึ ว่ามันเยอะนะ คนน้นี า่
เป็นห่วง ทั้งที่ในมมุ ของพี่ มนั ก็โอเคนะ ในระหว่างน้นั พี่อาจมพี ฤติกรรม
บางอย่างทแี่ ปลกๆ เชน่ ไปซื้อของบางอยา่ งท่ีแมช่ อบกนิ โดยไม่รตู้ ัว มัน
เกิดขึ้นอัตโนมัติมากๆ ร้านน้ีแม่ชอบกินเลยซื้อมา พอมาถึงบ้าน อ้าว
แม่ตายแล้วนี่นา พ่ีจะเป็นแบบนี้บ่อยมาก ช่วงน้ันเป็นช่วงท่ีเรายังไม่
ยอมรับวา่ เขาจากไปจรงิ ๆ แตเ่ รากใ็ ช้ชีวิตปกตนิ ะ ไปทํางานได้ปกติ แต่
ข้างในยังไม่พร้อม เรายังรู้สึกว่าแม่อยู่ในบทสนทนาทุกวัน ไม่มีวันไหน
เลยทเ่ี ราไม่นกึ ถงึ แม่ เปน็ แบบนีอ้ ยูเ่ กอื บปี

จนมีวันหน่ึงท่ีเรารู้สึกว่า เราไม่ได้พูดถึงแม่ หรือช่วงน้ีเราลืมไป
แล้ว พอเราใช้ชีวิตปกติไป ก็จะมีวันที่เรื่องของแม่ค่อยๆ จางคลายไป
แลว้ กม็ ีบางวันทเ่ี รารูส้ กึ ว่าแม่หายไปจากชวี ติ เรา มแี วบหน่ึงที่เรารู้สึกผิด
ไหนบอกวา่ ไมม่ วี ันไหนท่ีจะไม่นึกถึงแม่ ขา้ งในจะรสู้ ึกวา่ ทําไมเราลืมง่าย
จัง แคไ่ ม่ถึงปีเธอก็ลืมแล้วหรอื เรารสู้ กึ ผิดทลี่ มื เขา เหมือนเปน็ การยอ้ื กัน
ระหวา่ งการทเี่ ขาไดจ้ ากไปแลว้ และเรากก็ าํ ลงั ใชช้ วี ติ ของเรา เหมอื นเปน็
ภาพช้าที่มันแยกออกไป แลว้ เรากําลงั ทําให้มันช้าลง

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 111

พอถงึ จดุ หน่งึ เราก็ตระหนกั วา่ เราเริ่มมชี วี ิตของเรามากข้นึ และ
ท่านก็จากไปแล้ว วันน้ันคือวันที่เรานอนทับท่ีของแม่ได้โดยไม่รู้สึกผิด
เหมอื นข้างในยอมรับวา่ แมจ่ ากไปแล้วจริงๆ แลว้ เรากม็ ชี ีวิตของเรา ตรง
นก้ี เ็ ลยส�ำคัญ

ในฐานะท่ีเราเป็นบุคลากรสุขภาพ การท่ีเราเข้าไปด้วยกรอบ
บางอย่างซ่ึงอาจจะไม่เข้ากับผู้ดูแลท่ีเราไปท�ำงานด้วย พี่คิดว่าอาจจะดี
กวา่ ถา้ เราเขา้ ไปอยเู่ ปน็ เพอ่ื น ไปดวู า่ เขายงั ดแู ลตวั เองในชวี ติ ประจ�ำวนั ได้
ไหม ยงั ด�ำเนนิ ชวี ติ ของตวั เองไดไ้ หม เราไมต่ อ้ งไปบอกเขาวา่ ใหร้ บี ๆ หาย
หรือท�ำเหมือนเขาก�ำลงั ถกู ประเมิน ถูกกดดันประมาณหน่งึ พ่รี ูส้ ึกวา่ การ
ทเ่ี ราเขา้ ไปด้วยท่าทที ี่เปน็ มิตร เป็นเพ่อื น แลว้ เขาสามารถบอกทกุ อย่าง
กับเราได้ ท�ำใหเ้ ขารวู้ ่าถ้าเขาไมไ่ หว เขาขอความชว่ ยเหลือได้นะ แบบน้ี
อาจจะช่วยมากกว่า 
อรทยั : จงั หวะแตล่ ะคนไมเ่ หมอื นกนั บางคนกเ็ รว็ บางคนกช็ า้ แตส่ ง่ิ ส�ำคญั
คอื ตวั เราเองในฐานะผทู้ เี่ ขา้ ไปชว่ ยเขาหรอื จติ อาสา ใหส้ �ำรวจตวั เองวา่ เรา
ยดั เยยี ดการยอมรบั ใหก้ บั เขาหรอื เปลา่ อนั นพ้ี ดู ในฐานะบคุ ลากรสขุ ภาพ

จิตอาสาบางคนก็มาเลา่ ว่ามันผดิ ปกตินะ เขายงั นอนกอดเส้ือผา้
ของพอ่ เขาอยเู่ ลย เรากจ็ ะถามวา่ สง่ิ ทเ่ี ขาท�ำมนั สง่ ผลอะไรตอ่ พ่ี (จติ อาสา)
บางทีมนั ย้อนแย้งกัน คนที่เขา้ ไปช่วยเหลือต้องกลับมาถามตัวเองวา่ เรา
เขา้ ไปชว่ ยใหเ้ ขายอมรบั แลว้ ท�ำใหเ้ ราสบายใจหรอื เปลา่ ? บางทเี รารบี เรา
ไม่ยอมรับในส่งิ ท่ีเขาเปน็ เราก็เลยเอากรอบไปใสว่ ่ามันผดิ ปกติ พี่เหน็ ว่า
เกิดกรณแี บบนเ้ี ยอะ เราตอ้ งให้เวลาเขา เพราะเขาก�ำลงั เชื่อมโยงกับคน
คนน้ันอยู่ น่ันเป็นสิ่งส�ำคัญท่ีเขาท�ำเพ่อื ใหต้ ัวเองไปตอ่ ได้ แตค่ นภายนอก
มกั จะมองวา่ มนั ผิดปกติ 

112 สูญเสีย ไม่เสยี ศนู ย์

เหมือนท่ีพระไพศาลบอกเลยว่า ก่อนท่ีเราจะไปบอกให้ใครปล่อยวาง เรา
ตอ้ งปลอ่ ยวางความคาดหวงั ของเรากอ่ น เพราะเรามกั จะไปคาดหวงั ใหเ้ ขา
ปลอ่ ยวางได้ แลว้ ถา้ เขาปลอ่ ยวางไมไ่ ด้ เรากจ็ ะผดิ หวงั แลว้ เรากจ็ ะทา� งาน
กับเขาด้วยความคาดหวงั อ่ืนๆ และผิดหวังตามมา

วรรณา: มีเยอะมาก แลว้ ก็ไมไ่ ดเ้ ปน็ เฉพาะแคก่ ับบุคลากรทางการแพทย์
บางทญี าตผิ ใู้ หญใ่ นครอบครวั เรากเ็ ปน็ ดว้ ย มคี นคาดหวงั กบั เรา อยากให้
เราทาํ ใจได้ กลบั ตวั ไดเ้ รว็ หายเศรา้ หรอื ไมต่ อ้ งคดิ มาก เลยทาํ ใหเ้ รารสู้ กึ วา่
ไมม่ ใี ครเขา้ ใจความรู้สกึ เราจริงๆ ตรงนพ้ี คี่ ิดวา่ สําคัญ เพราะถึงทส่ี ดุ แล้ว
คนทจี่ ะเปน็ ทพี่ งึ่ หรอื คนทสี่ นบั สนนุ เขาไดด้ ที สี่ ดุ กค็ อื คนในครอบครวั แต่
พอครอบครวั ไมเ่ ขา้ ใจแบบนี้ กเ็ หมอื นเอาความคาดหวงั ของตวั เองไปโยน
ใส่ พยายามไปควบคุมหรือจัดการให้เขาดีข้ึนตามความคาดหวังของเรา
หลายครง้ั เลยทาํ ใหเ้ ขายงิ่ โดดเดย่ี ว ไมม่ คี นใหพ้ ดู คยุ ใหป้ รกึ ษา ไมม่ ใี ครรบั
รวู้ า่ มนั ยากทจ่ี ะออกมาจากความเศรา้ ตรงนนั้ การทเ่ี ขารสู้ กึ วา่ ไมส่ ามารถ
พดู ถงึ มนั ได้ ยง่ิ ทาํ ใหเ้ ขาจมอยตู่ รงนนั้ ตอ่ ไป พเี่ ลยคดิ วา่ ถา้ คนในครอบครวั
เขา้ ใจเร่ืองนี้ นา่ จะชว่ ยใหผ้ ู้สญู เสียข้ามผ่านช่วงเวลายากๆ นั้นไปได้

กลุ่ม Peaceful Death เลยทําหนังสือออกมา เรื่อง กำรโอบ
กอดควำมเศร้ำ จะช่วยให้เราเห็นภาพว่า ความเศร้าจากการสูญเสีย
ค่อยๆ คลี่คลายและดขี ึน้ ไดอ้ ยา่ งเป็นธรรมชาติของแตล่ ะคน และเราทุก
คนก็มีทรัพยากรเยอะมากที่จะอยู่กับตัวเองและเรียนรู้เพื่อท่ีจะโอบกอด
ความเศร้าตรงนน้ั มนษุ ย์เปน็ สง่ิ มีชีวติ ทมี่ หศั จรรย์และมศี ักยภาพในการ
ก้าวผ่านความสูญเสียด้วยตัวเอง แต่แน่นอนว่าการท่ีเขามีพวกเราหรือ
ครอบครัวของเขาเองเป็นตัวช่วย ย่อมทําให้เขาม่ันใจว่าเขาจะผ่านช่วง
เวลานนั้ ไปได้ในที่สุด

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 113

ดังนั้นถ้าเรามีใครสักคนในครอบครัวท่ีก�ำลังเผชิญกับความ
สญู เสยี การใหค้ วามมน่ั ใจวา่ เราจะอยเู่ คยี งขา้ งเขาเปน็ เรอ่ื งส�ำคญั มาก คอื
เรายอมรบั เขาในแบบทเ่ี ขาเปน็ ได้ เราอนญุ าตใหเ้ ขาเปน็ แบบนนั้ เพยี งแต่
เราอาจจะใสใ่ จเพมิ่ ขน้ึ วา่ ถา้ เขาเปน็ แบบนน้ั แลว้ จะเปน็ อยา่ งไรบา้ ง? ชวี ติ
ของเขาตอนน้ีเป็นอย่างไร? มีอะไรที่เขาอยากให้เราช่วยไหม? เพ่ือที่จะ
ท�ำใหเ้ ขารสู้ กึ ดขี นึ้ เราสามารถถามเขาได้ อยากใหเ้ ราชว่ ยอะไรไหม? หรอื
ถา้ มชี ว่ งไหนทร่ี สู้ กึ ไมไ่ หว เราอยตู่ รงนน้ี ะ เรยี กหาเราไดต้ ลอดเลย อยา่ ลมื
นึกถงึ เรานะ ให้เขารวู้ ่า วันไหนทเ่ี ขาไมไ่ หวเขามีเราอย่ตู รงนนั้ อันน้ชี ่วย
มากเลยโดยทไี่ ม่ตอ้ งไปบ�ำบัดอะไรมากมาย

จนวนั หนง่ึ เขาสามารถฟน้ื คนื จากความเศรา้ นนั้ ไดด้ ว้ ยตวั เขาเอง
แล้วเขาก็จะมาเล่าให้เราฟัง ว่าช่วงน้ันเขาเป็นอย่างไร เขาผ่านมันมาได้
อยา่ งไร ซง่ึ เวลาทเ่ี ขามาเลา่ ใหเ้ ราฟงั แบบนน้ั เรากม็ หี นา้ ทเ่ี สรมิ แรงบวกให้
เขาอย่างเดียว ช่ืนชมเขา ว่าเราไดเ้ หน็ วา่ เขาท�ำงานกบั ตวั เองอยา่ งไรบ้าง
ได้เห็นความรักมากมายท่ีเขามี ได้เห็นศักยภาพของเขาท่ีท�ำให้ข้ามผ่าน
มาได้ด้วยตัวเอง ท�ำให้เขามั่นใจว่า ในอนาคตข้างหน้าไม่ว่าจะเจอความ
สญู เสยี อกี กคี่ รั้ง เขากจ็ ะกลับมาต้ังหลกั และมชี วี ติ ตอ่ ไปได้เสมอ เหมอื น
เราช่วยเสริมพลังเขากลับไป แต่จรงิ ๆ แลว้ เขาท�ำด้วยตวั เขาเอง
อรทัย: ฟังแล้วกน็ กึ ถึงตัวเอง การใหค้ วามมั่นคงกับเขา ว่าเขาจะไมร่ สู้ ึก
โดดเดย่ี ว เราพรอ้ มทจี่ ะอยขู่ า้ งๆ เขา ชว่ ยไดม้ ากเลย เหมอื นเปน็ การดแู ล
ท่ีไม่ต้องท�ำอะไร แค่เขา้ ใจแล้วกอ็ ยู่เคยี งขา้ งเขา นกึ ถึงตัวเอง พอมันดีขึ้น
ความเสียใจกย็ งั อยนู่ ะ แคไ่ มไ่ ดม้ ีผลกบั เรา
วรรณา: พเ่ี จอหลายกรณที ่เี ผชิญกับความสญู เสียไดย้ าก เบอื้ งหลงั มกั จะ
มีความรู้สึกผิดซ่อนอยู่ หรือมีเหตุการณ์บางอย่างท่ีเขายังต�ำหนิ ลงโทษ

114 สญู เสยี ไม่เสยี ศูนย์

ตัดสนิ ตวั เองอยู่ พน่ี ึกถึงคลปิ ของ อ.พชิ ยั ที่สอนมา (บทที่ 2 การเยียวยา
ความเศรา้ โศกจากการสญู เสยี และการสญู เสยี (Grief and Loss) ตามแนว
ซาเทยี รโ์ มเดล) ถา้ เราชว่ ยเขาคน้ หาวา่ เกดิ อะไรขนึ้ เวลาทเ่ี ขานกึ ถงึ เรอ่ื งนี้
เขาเหน็ ภาพเหตกุ ารณอ์ ะไร? การทเี่ ขาไดค้ อ่ ยๆ สบื คน้ เขา้ ไปในตวั เอง วา่ ที่
เขายังคิดถึงเรื่องนี้หรือยังร้องไห้ทุกวัน เพราะอาจจะมีบางอย่างซ่อนอยู่
แล้วถ้าเราชวนให้เขาตอบไดว้ ่า ถา้ คนทจี่ ากไปแลว้ ยังอยตู่ รงน้ี คดิ ว่าเขา
จะพูดอะไร? หรืออยากบอกอะไร? อยากทาํ อะไรบ้าง? การได้พดู ออกมา
จะชว่ ยไดม้ าก แทนท่จี ะเก็บไว้ในใจ เหมอื นเปน็ การสารภาพ ในดา้ นหน่ึง
คอื ภาระทเี่ ขาแบกไวไ้ ดป้ ลดออกไป แมว้ า่ เขาจะไมไ่ ดท้ าํ อะไรในวนั นนั้ แต่
การไดพ้ ดู ในวนั นกี้ ไ็ ดบ้ อกอะไรบางอยา่ ง บอกถงึ ความรกั ความใสใ่ จทเี่ ขา
มตี อ่ ผทู้ จ่ี ากไป หรอื มบี างอยา่ งซอ่ นอยใู่ นความรสู้ กึ ผดิ อนั นน้ั อาจจะเปน็
ความคาดหวงั ตอ่ ตวั เองดว้ ยทอี่ ยากจะทาํ ไดม้ ากกวา่ นี้ พอเราสามารถชว่ ย
ใหเ้ ขาเหน็ ตรงนน้ั หลายคนจะรสู้ กึ ดขี น้ึ จากการไดร้ วู้ า่ อะไรทก่ี ดั กนิ ใจเขา
อยู่ ถา้ เราได้ชว่ ยใหเ้ ขาคดิ ว่าอะไรทีจ่ ะทาํ ใหค้ วามรู้สกึ ของเขาดีข้นึ พ่คี ดิ
วา่ หลายคนคิดออก แบบน้กี ็ช่วยเหมอื นกัน

ส�าหรับผม จะมีสถานการณท์ ่ียากและมคี วามยอ้ นแย้งอยู่ กรณีลา่ สุดทผ่ี ม
ได้ดแู ล ลูกชายปว่ ยเปน็ มะเรง็ ใกลจ้ ะเสยี ชวี ิตแล้ว ความสัมพันธท์ ีผ่ ่านมา
กบั คณุ พอ่ ไมค่ อ่ ยดี ลกู ชายในมมุ มองของพอ่ คอื สา� มะเลเทเมา ตดิ ยา พอ่ ผดิ
หวังมาก เลยทะเลาะกนั บอ่ ยๆ ในขณะท่เี ราคยุ กับคุณพ่อ เขาโกรธลูกชาย
มาก แตผ่ มสงั เกตวา่ เขาพูดพร้อมน�า้ ตา ผมก็รู้สึกไดว้ ่าพ่อรกั ลกู มาก รักถึง
ขนั้ เตรยี มเบยี รแ์ ชเ่ ยน็ ไวใ้ นหอ้ งพกั เพราะเชอื่ วา่ วนั หนง่ึ ลกู ชายจะดขี นึ้ แลว้
ลุกข้ึนมาดืม่ เบียร์เหมอื นเดิม มันก็จะมีความยอ้ นแยง้ อยู่ หรืออีกกรณีหนง่ึ
ยิ่งคนไข้เปน็ เดก็ ดว้ ยแล้ว ชว่ งทใ่ี กลส้ ญู เสีย พ่อแมจ่ ะรู้สกึ รบั ไม่ได้ เพราะ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 115

ไม่คาดหวังว่าเด็กจะมาเสียชีวิตก่อน อยากถามว่าในสถานการณ์ยากๆ
แบบน้ีเราจะดูแลตัวเราเองด้วย และช่วยให้เขาผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไป
ดว้ ยไดอ้ ย่างไร?
วรรณา: ในกรณีท่ีพ่อมาดูแลลูก พ่ีคิดว่าความเศร้าโศกจากการสูญเสีย
ไมไ่ ด้เกดิ ขนึ้ หลังจากผปู้ ว่ ยตายเท่าน้ัน แตเ่ กดิ ข้นึ ตัง้ แต่พ่อรับรู้วา่ ลกู ป่วย
ลกู ตอบสนองไม่ได้ เปน็ ความสูญเสียทพ่ี อ่ คนหนงึ่ ยากจะยอมรับไหว ใน
สถานการณ์แบบนี้ หลายครั้งเราจะเลือกท�ำงานกับความสูญเสียในช่วง
ที่ผู้ป่วยก�ำลังจะตาย แต่จริงๆ แล้ว เราสามารถท�ำงานกับความสูญเสีย
ไดต้ ้งั แต่ชว่ งตน้ ๆ

ชว่ งทเี่ ขารบั รวู้ า่ ลกู ปว่ ย ทกุ คนกจ็ ะใสใ่ จแตผ่ ปู้ ว่ ย จนลมื ใสใ่ จคน
รอบขา้ ง ญาตหิ รอื พอ่ แมท่ ต่ี อ้ งรบั รวู้ า่ ลกู ปว่ ยเปน็ โรคทร่ี กั ษาไมไ่ ด้ เขาเปน็
อย่างไรบ้าง? เขารู้สึกอย่างไร? มีอะไรเกิดขึ้นกับเขาบ้าง? ค�ำถามพวกนี้
จะช่วยให้เราได้ดูแลเขา ก่อนท่ีเขาจะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้ท�ำอะไรหลาย
อย่าง ถ้าเราได้ช่วยเขาค้นหาความรู้สึกหรือสิ่งท่ีเกิดภายในใจเขาตรงน้ัน
จะท�ำให้เขามองเหน็ ว่า อยา่ งน้อยลูกก็ยงั มลี มหายใจอยตู่ รงนี้ เขายงั พอ
จะท�ำอะไรได้

แต่ถ้าเราไม่ได้ท�ำเร่ืองพวกน้ีตั้งแต่ต้น เม่ือเวลาผ่านไปจนถึงจุด
ทีส่ องพอ่ ลูกจิบเบยี รด์ ้วยกนั ไม่ได้แล้ว เขาจะย่งิ เจ็บ เวลาท่ผี ่านไปพราก
บางอย่างไปจากชีวิตของเขา แต่เราสามารถดูแลความสูญเสียของญาติ
ได้ หากเราได้พูดคุย ได้ช่วยเขาค้นหา ได้ช่วยให้เขามองเห็นทางเลือก
ว่า เขาจะดูแลลูกในช่วงท่ีลูกช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ได้อย่างไร จะท�ำให้
เขารบั รู้ว่า เขาไดท้ �ำบางส่ิงบางอย่างไปบ้างแล้ว เสยี งต�ำหนิ ลงโทษหรอื
ตัดสินตัวเองก็จะนอ้ ยลง

116 สญู เสีย ไมเ่ สยี ศนู ย์

ขณะเดียวกันในสถานการณ์ที่ผา่ นมาแลว้ การทที่ งั้ สองคนไมไ่ ด้
กินเบียร์ด้วยกนั แล้ว กไ็ ม่ได้หมายความวา่ ความสมั พนั ธห์ รอื ความผกู พัน
ของพอ่ ลูกไม่มีอยู่ หลายครง้ั ที่เราเจอสถานการณ์แบบน้ี เราเลือกท่จี ะไม่
พดู ถึงดกี ว่า เพราะจะทาํ ให้พอ่ เศร้ากวา่ เดิม พอถึงจดุ ท่ีมนั ยากจรงิ ๆ เรา
จะรู้สกึ ว่าอยา่ เพิ่งแตะ เพราะกลวั วา่ เขาจะย่ิงแย่ แตถ่ ้าเราลองคดิ ในมมุ
ของพ่อ เราไมไ่ ดไ้ ปทาํ อะไรกับเขานะ เราแคช่ ว่ ยใหเ้ ขาพดู เสียงในใจออก
มา บางทกี ารทเ่ี ขาไดพ้ ดู ออกมา อาจจะชว่ ยใหเ้ ขาดขี น้ึ จะเปน็ อยา่ งไรถา้
เราให้เขาสามารถบอกได้ว่า ภาพของลูกท่ีเขาเห็นอยู่ในใจมีความหมาย
ว่าอะไร? ภาพนั้นอาจจะเปลี่ยนไปเป็นแบบอื่นก็ได้นะ ไม่ต้องจิบเบียร์
ดว้ ยกันก็ได้

ถ้าเราไม่กล้าไปแตะเร่ืองราวบางเรื่องที่เรากลัว เราก็จะรอให้
สถานการณ์คลี่คลายก่อน แล้วคอ่ ยไปเยียวยาเขาทีหลัง ซง่ึ อาจทําใหเ้ รา
พลาดจังหวะทจ่ี ะไดด้ แู ลเขาไป

อรทยั : บางทพี ฤตกิ รรมนนั้ กม็ คี วามตอ้ งการอยเู่ บอ้ื งหลงั พน่ี กึ ถงึ กรณขี อง
เดก็ คนหนง่ึ เราดูแลเขามาแต่เขายังเป็นวยั รุ่น เขาเปน็ มะเร็งแลว้ กถ็ ูกตัด
ขาไป ในช่วงสุดทา้ ยพก่ี เ็ ลยถามเขาวา่ อยากทาํ อะไร เขาบอกวา่ อยากใส่
บาตร เรากถ็ ามเขาว่าถา้ ใสบ่ าตรอยากอธษิ ฐานวา่ อะไร? เขาจะใสบ่ าตร
ให้ใคร? เขาบอกว่าเขาจะใส่เพ่ือตัวเขาเอง แล้วเขาก็บอกว่าอยากให้พ่อ
มารับ เหมือนเป็นจดหมายรกั ส่อื สารไปบอกให้พ่อมารับเขาดว้ ย พเ่ี ลยรู้
ว่าความต้องการเบ้ืองหลังจริงๆ ไม่ใชก่ ารใสบ่ าตร แตเ่ ป็นความกลวั ท่จี ะ
โดดเดย่ี ว ถา้ เราไม่ถาม เรากจ็ ะเข้าใจวา่ มันเป็นแคก่ ารทําบุญ

หรอื บางกรณบี อกวา่ อยากบวช แต่เบ้อื งหลังคอื ความกลัวตรงน้ี
แหละ พอเรารู้แล้วว่าเขากลัวท่ีจะโดดเด่ียวในช่วงวินาทีสุดท้าย คือเขา

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 117

รู้อาการตัวเองทุกอย่าง แล้วก็ไม่อยากเป็นภาระของแม่ เขาเลยอยาก
จะบอกให้พ่อมารับ เราก็เลยบอกแม่ว่า ช่วงเวลาสุดท้ายเป็นนาทีทอง
อยากใหแ้ มม่ าอยชู่ ว่ งนจ้ี รงิ ๆ แมก่ ม็ าอยกู่ บั เขา 2-3 วนั สดุ ทา้ ย มนั เหมอื น
เปน็ การเยยี วยาแมด่ ้วย ในวาระสุดทา้ ยเขาก็ได้ดูแลลูก ซงึ่ ตรงกับหลาย
อย่างท่ีเล่ามาเม่ือครู่ ถ้าเราไม่กล้าแตะบางเร่ือง มันอาจจะมีอะไรซ่อน
อยใู่ นน้ัน

ยิ่งกับเด็กเล็ก ถ้าเราได้ดูแลเขาต้ังแต่เขารับรู้ข่าวร้าย เขารู้
สถานการณ์ของโรค ท�ำความเขา้ ใจโรค ตอนแรกแม่ก็รบั ไม่ได้หรอก แต่
พอเขาเห็นการรักษาแล้วรู้สึกว่า การยื้อท�ำให้ลูกทรมานมากกว่า จะดี
กวา่ ไหมถา้ เขาใหล้ กู ไปอยา่ งสบาย มกี ระบวนการทพ่ี อ่ แมไ่ ดต้ ดั สนิ ใจรว่ ม
กนั ใหเ้ ขารบั รตู้ รงนน้ั ดว้ ย การดแู ลตงั้ แตต่ น้ อยา่ งทบ่ี อกเปน็ สง่ิ ส�ำคญั มาก
ไม่ใช่มาดูแลตอนติดเตียง ตอนท่ีการรักษาไปต่อไม่ได้แล้ว โดยส่วนตัว
มองว่าแบบน้จี ะยากและใช้เวลามาก

เรอ่ื งการดแู ลหลงั การสูญเสยี (Bereavement) จริงๆมนั เร่มิ ตง้ั แตต่ ้นทาง
อย่างที่พี่ๆ ทั้งสองท่านว่า มีกระบวนการบางอย่าง ตั้งแต่การเป็นเพื่อน
รบั ฟงั การใหเ้ ขามสี ว่ นรว่ มในการตดั สนิ ใจทำ� อะไรบางอยา่ ง จะชว่ ยปอ้ งกนั
ปฏิกิรยิ าตอ่ การสญู เสยี ทรี่ ุนแรงขน้ึ ได้ โดยเฉพาะในชว่ งทา้ ยๆก่อนที่คนไข้
จะเสยี ชวี ติ เขาไดท้ ำ� ในสง่ิ ทอ่ี ยากทำ� จรงิ ๆ สงิ่ ทบ่ี คุ ลากรจะชว่ ยไดค้ อื สำ� รวจ
ความรู้สกึ และความต้องการ ถา้ เอาทฤษฎซี าเทียรโ์ มเดลมาจับ เราจะพบ
วา่ ทกุ ๆพฤตกิ รรมมคี วามรสู้ กึ ซอ่ นอยู่ แลว้ ความรสู้ กึ ทเ่ี กดิ ขนึ้ มาจากความ
ต้องการท่ีได้รับหรือไม่ได้รับการตอบสนอง หลายครั้งแค่การอยู่เป็นเพื่อน
เขา เชือ่ ในศกั ยภาพของตวั เขาเอง เปิดพนื้ ท่ีให้เขาได้ทำ� งานกับตวั เอง โดย

118 สญู เสยี ไม่เสียศนู ย์

ไมก่ ระโดดหนอี อกมาเสยี กอ่ น กจ็ ะช่วยใหเ้ ขาเตบิ โตจากการสญู เสียนั้นได้
ซึ่งเกิดจากตัวเขาเองจริงๆ ไม่ได้เกิดจากการท่ีเราเข้าไปช่วยเพียงผิวเผิน
หรือเข้าไปดูแลแค่ช่วงเวลาใดเวลาหน่ึง ถ้าเขาได้ท�างานกับตัวเอง มันจะ
อยู่ตดิ ตัวเขาไปด้วย
วรรณา: มบี างกรณที ล่ี กู ๆ ดแู ลพอ่ แมด่ มี าก แลว้ เมอ่ื คนทเี่ ขาดแู ลตาย คน
ท่เี หลอื อยู่ไม่รจู้ ะทําอะไร เหมือนเขาใชเ้ วลา 24 ชว่ั โมงอยกู่ ับผปู้ ว่ ย แลว้
เวลาผปู้ ว่ ยไม่อยแู่ ลว้ ความยากคอื ตรงน้ีแหละ มันไมร่ จู้ ะทําอะไรเพราะ
บางอย่างในชวี ิตมนั หายไปด้วย
อรทัย: เคยเจอกรณแี บบน้เี หมอื นกนั เขาเลา่ ให้ฟงั ว่า มนั เหมือนตกงาน
ตื่นมาแล้วโหวงๆ เหมือนจัดการชีวิตไม่ถูก เพราะปกติต่ืนมาจะต้อง
วุ่นวาย เปล่ียนผ้าอ้อม หรือทําอะไรกับคนป่วย เขารู้สึกว่ามันขาดหาย
ไปเลย ตอนแรกเข้าใจว่าเขาเดือดร้อน ถึงมาเช่าท่ีขายของอยู่หลังโรง
พยาบาล กลายเป็นว่า ท่ีเขามาเช่าเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ แต่ก่อนเขา
มาอยเู่ ฝ้าคณุ ลงุ ทเี่ ขารกั มากตลอด 2 เดอื น รกั เหมอื นพ่อ เขาบอกว่าช่วง
แรกเขาผา่ นทางโรงพยาบาลไมไ่ ดเ้ ลย ตอ้ งออ้ มไปทางอนื่ จนตอนหลงั เขา
กค็ อ่ ยๆ หาอะไรทาํ เพอื่ จะหาจดุ เชอ่ื มโยงวา่ มนั อยใู่ กลๆ้ กนั คนทเี่ ราเปน็
หว่ งตอนแรกคอื แมข่ องเขา เพราะแมเ่ ขารอ้ งไหเ้ สยี ใจ ถา้ พช่ี ายเขาเสยี จะ
อยอู่ ยา่ งไร สองคนนจ้ี ะสลบั กนั ดแู ล กลางวนั แมด่ แู ล สว่ นกลางคนื ลกู สาว
จะดูแล แต่กลายเป็นว่าแม่ท่ีได้เอาความเศร้าเสียใจออก พอพ่ีชายเสีย
คณุ แมไ่ ปเที่ยวเลย โล่งเลย รู้สกึ วา่ ภาระจบแล้ว แต่ความเศร้าเสยี ใจกลับ
ไปอยทู่ ี่ลกู สาว พ่วี ่าเวลาก็ชว่ ยได้นะ ลกู สาวบอกว่าพอเขากลา้ เผชิญ เขา
ถึงจะค่อยๆ ยอมรับส่งิ ทเ่ี กิดขนึ้ ได้

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 119

ช่วงที่คนไข้กำ� ลงั จะเสียชีวติ กเ็ ป็นช่วงสำ� คญั ผมคดิ ว่าควรจะมีกระบวนกร
หรอื ใครกต็ ามทพ่ี าครอบครวั ท�ำกิจกรรมได้ ตอนนี้ผมกำ� ลงั ดแู ลคนไข้ท่หี อ
ผปู้ ว่ ยแบบประคบั ประคองหรอื ระยะทา้ ยอยู่ สงิ่ ทมี่ กั จะเกดิ ขน้ึ คอื ทกุ คนจะ
น่งั รอเพราะไมม่ ีอะไรท�ำ เหมอื นรอรถเมล์ ทกุ ครง้ั ทีเ่ ราเข้าไป เขาก็จะถาม
ว่า คุณหมอ เมอ่ื ไหร?่ อีกนานไหม? อยากถามทั้งสองทา่ นวา่ เรามีวิธกี าร
ส่งพลงั งานดีๆ อยา่ งไรได้บา้ งในช่วงสดุ ท้ายทค่ี นไขก้ �ำลงั จะจากไป หรือมี
กจิ กรรมอะไรที่น่าทำ� เพื่อให้การสูญเสยี มคี วามหมาย และเปน็ การดูแลคน
ท่ยี ังอยู่ไปพรอ้ มๆ กนั
อรทยั : สว่ นตัวจะถามเขาว่า ชว่ งท่แี ม่ไมป่ ่วย เขามีชีวิตประจ�ำวันอยา่ งไร
บางคนกจ็ ะบอกวา่ วนั พระแมจ่ ะไปวดั เรากช็ วนเขาท�ำเหมอื นปกตนิ แ่ี หละ
ท�ำเหมอื นแมแ่ ข็งแรงไปไหนได้ ใช้การท�ำวตั ร สวดมนต์ คอื ตวั ผูป้ ่วยเองก็
เชอ่ื มโยงไดด้ ว้ ย เพราะเปน็ ชวี ติ ประจ�ำวนั ของเขาอยแู่ ลว้ หรอื ในบางกรณี
ท่ีเขาชอบฟังเพลง เพลงอะไรทเี่ ขาโหลดไว้ก็จะเปิดให้ฟัง

หรือไม่ก็ท�ำกิจกรรมที่ครอบครัวได้มีโอกาสบอกลากัน บอก
บางส่ิงบางอย่างท่ีเขาอยากจะพูด แต่ส่ิงส�ำคัญคือต้องเปิดพื้นท่ีให้เขา
ได้ท�ำเป็นส่วนตัว บางทีมันเป็นความลับระหว่างคนสองคนท่ีอยากพูด
ส่วนตัวกัน เราต้องให้พ้ืนท่ีตรงนั้นด้วย สามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน
ก็อาจจะมีความผดิ พลาดพลั้งเผลอ บางเรือ่ งกไ็ ม่อยากใหใ้ ครรู้ เรากต็ ้อง
ให้พน้ื ทส่ี ว่ นตวั เขา

บางทเี รากช็ ว่ ยหาวา่ ใครส�ำคญั ทส่ี ดุ ส�ำหรบั ผปู้ ว่ ย บางกรณหี ลาน
ส�ำคัญท่ีสุด เราก็ให้เด็กมาว่ิงเล่น มาให้เห็น บางคนจะมีความเชื่อว่าไม่
ให้เด็กเข้าไปใกล้คนป่วย เหมือนกับเป็นการรับพลังงานไม่ดีอะไรต่างๆ

120 สูญเสยี ไมเ่ สยี ศนู ย์

อะไรทีส่ าํ คัญกบั เขา เรากจ็ ะช่วยเหลอื คนท่ดี ูแลก็จะรู้สึกว่าตวั เขาได้ทํา
บางอยา่ งด้วย

คนที่ดูแลก็ต้องกลับมาดูแลความต้องการของตัวเองด้วย ไม่ใช่
ดูแลเฉพาะความต้องการของคนท่ีจะจากไป เพราะไม่อย่างนั้นข้างใน
เราจะติด อย่างของพ่ีก็ติด ตอนพ่ีสาวท่ีเราเคารพรักจะไป เขาส่ังไว้เลย
วา่ ตอนจะไปเขาขออย่กู บั ความเงยี บ ไมใ่ หส้ ัมผสั ไม่ใหอ้ ะไร เพราะเป็น
ช่วงเวลาท่ีเขาจะภาวนา เขามาทางสายปฏิบัติธรรม ในช่วงเวลานั้นเรา
ดูแลความต้องการของพี่เขาทุกอย่างเลย ก่อนพ่ีเขาจะจากไป เขาบอก
วา่ เตรียมดอกบัวนงั่ สมาธิ จรงิ ๆ ตอนนัน้ ถ้าเราได้กอด เขาคงอนญุ าต ใน
ความรสู้ ึกของเราก็อยากกอดลา เรากอดคนอน่ื หมด แต่พอเปน็ พ่ีเรา เรา
กอดไมไ่ ด้ กเ็ ลยคิดว่าต้องดแู ลทง้ั สองฝั่ง แต่ต้องไมย่ ัดเยียดกันนะ มันจะ
เป็นการเรยี นร้แู ละเติบโตทัง้ ของผู้ทีจ่ ากไปและตัวผูด้ แู ลเอง

วรรณา: ในมมุ มองของพ่คี ิดว่าข้นึ อยกู่ ับสงั คมและวัฒนธรรมดว้ ย อย่าง
คนอสี าน เวลาใครป่วย ญาตๆิ ก็มาอยู่ด้วยกนั เยอะแยะ ยงิ่ ถา้ เป็นหอ้ ง
พิเศษท่ีมีความเป็นส่วนตัวหน่อย บางทีเขาก็จะมากันหลายคนมาก มา
แล้วกไ็ ม่รู้จะทาํ อะไร แตข่ อใหไ้ ดม้ า

ด้านหน่ึงก็สะท้อนว่าเขาใส่ใจ เหมือนไม่มีใครรู้ว่าผู้ป่วยจะตาย
ตอนไหน แล้วจงั หวะนัน้ จะตอ้ งทําอย่างไรบ้าง มันกม็ คี วามกลวั ของญาติ
เหมอื นกนั พอมคี นมาอยดู่ ว้ ยกนั หลายๆ คน มนั กอ็ นุ่ ใจ เลยมปี รากฏการณ์
เหมอื นทห่ี มอเตย้ เลา่ ใหฟ้ งั วา่ นงั่ รอ ไมร่ จู้ ะทาํ อะไร บางทมี นั กเ็ บอื่ เหมอื น
กนั ดเู หมอื นจะไปกไ็ มไ่ ปสกั ทหี นง่ึ อกี นานไหมอะไรแบบนี้ บางทเี รากร็ สู้ กึ
ว่าถามแบบน้ไี มค่ ่อยโอเคเท่าไหร่ แต่จรงิ ๆ แล้วพ่ีคดิ ว่ามันคงมเี บื้องหลงั
อยพู่ อสมควร บางคนเขาอาจลางานมา เพอ่ื จะใชเ้ วลาชว่ งสดุ ทา้ ยกบั คนท่ี

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 121

เขารกั แตพ่ อไมม่ วี แ่ี วววา่ จะไปสกั ที เขากเ็ รม่ิ คดิ แลว้ วา่ จะท�ำอยา่ งไรดี ลา
งานตอ่ ไหม หรอื ถ้าอาการยงั ทรงๆ แบบน้ี จะได้จัดการงานอยา่ งอ่ืนแทน
ซง่ึ กค็ งเปน็ ความไมแ่ นใ่ จและความไมแ่ นน่ อนหลายอยา่ ง ดงั นน้ั การมาอยู่
ดว้ ยกันเยอะๆ ก็เปน็ ความอบอุ่นใจอย่างหนึ่ง

ถ้าเราจะท�ำอะไรเพิ่มขึ้น ในด้านหนึ่งพ่ีคิดว่าลูกหลานคนอีสาน
รุ่นนี้ เป็นรุ่นที่ออกไปท�ำงานในเมือง ไปขับแท็กซ่ี ไปใช้ชีวิตในโรงงาน
ตัดขาดจากบริบทสังคมเดิมเยอะเหมือนกัน ถ้าเป็นคนสมัยก่อนเขาจะรู้
ว่าช่วงเวลานี้ท�ำอะไรได้บ้าง แต่คนรุ่นน้ีเขาอาจจะไม่รู้จริงๆ หน้าท่ีของ
เรากอ็ าจจะชวนคนในครอบครัวที่น่งั กันอยูเ่ ยอะๆ หาโอกาสมาน่ังคุยกัน
ทง้ิ ใครไวส้ กั คนอยเู่ ปน็ เพอ่ื นผปู้ ว่ ย แลว้ กช็ วนคนดแู ลหลกั มานงั่ คยุ กนั จะ
คุยขา้ งนอกหอ้ งก็ได้ ให้เขาได้มีโอกาสสะทอ้ น และชี้ชวนให้เขาดวู า่ จาก
ประสบการณใ์ นชวี ติ ของเขา เวลาเหน็ คนทกี่ �ำลงั จะตายแบบน้ี เขาท�ำอะไร
กันบ้างท่เี ปน็ เรือ่ งดีๆ ท�ำแล้วผู้ป่วยจะมีความสขุ คอื ชวนเขาคิด บางทคี ิด
คนเดยี วมนั คดิ ไมอ่ อก ชวนเขานกึ ถงึ กรณที ตี่ ายดใี นประสบการณข์ องเขา
เขากจ็ ะเรมิ่ นกึ ออกวา่ นา่ จะท�ำอยา่ งไร พอไดค้ ยุ กนั แบบนี้ มนั จะมบี างเรอื่ ง
ท่ถี กู หยิบยกขึ้นมา เช่น จริงๆ แกกช็ อบฟงั ลูกทุ่งแบบน้ีนะ เราก็นา่ จะมา
เปดิ ให้แกฟงั เปดิ ได้ไหมคุณหมอ มนั จะได้กลบั ไปดูว่าปกติผู้ปว่ ยใช้ชวี ติ
อยา่ งไร ชอบอะไร ถา้ แกพดู ได้ แกจะอยากให้เราท�ำอะไรใหบ้ า้ ง กช็ ว่ ย
กันท�ำ ไม่ทิ้งเวลาไปเปล่าๆ เป็นชว่ งเวลาทเ่ี ราได้ท�ำสิง่ ทีม่ ีความหมายกบั
ผ้ปู ว่ ย แล้วยิ่งเปน็ สงิ่ ท่ีผปู้ ว่ ยชอบ ท�ำแลว้ มคี วามสุข เราก็จะรูส้ กึ วา่ เราได้
ดแู ล พอเราได้ดแู ลผู้ปว่ ย มนั กเ็ หมือนดูแลใจเราด้วย

ถ้าญาติผู้ป่วยคิดไม่ออกจริงๆ เราจะลองแบ่งปันจากประสบ­
การณข์ องเราก็ได้วา่ เคยเหน็ อะไรมาบ้าง แตเ่ ราไมไ่ ดบ้ อกเขานะว่าใหท้ �ำ
แบบนี้ อาจจะเลา่ ใหเ้ ขาฟงั เผ่อื เปน็ ไอเดีย

122 สญู เสีย ไม่เสยี ศูนย์

แลว้ ตอ่ ใหเ้ ขาไม่ไดค้ ดิ วา่ อยากจะทาํ อะไร ก็ไม่แปลกนะ พคี่ ดิ วา่
ไมไ่ ดผ้ ดิ อะไร เพราะบางครอบครัวก็ไมไ่ ด้มีกจิ กรรมอะไรแบบนี้ ชีวติ เขา
อย่กู นั แบบไมค่ ่อยสุงสงิ ไม่ค่อยคยุ ไมค่ ่อยมกี จิ กรรมทที่ าํ ดว้ ยกนั กฎใน
ครอบครวั เป็นแบบน้นั อยกู่ นั แบบเงยี บๆ เฉยๆ เขาอาจจะอยแู่ บบนน้ั มา
นานจนนึกไม่ออกว่าจะทําอะไร ก็ไม่ได้แปลกอะไร แค่ให้เขารู้ว่าการอยู่
ดว้ ยกนั ตรงนมี้ คี วามหมายอะไร เชน่ อยดู่ ว้ ยกนั แบบนก้ี อ็ นุ่ ใจดี มอี ะไรเกดิ
ขึน้ จะไดช้ ว่ ยกัน ไมใ่ ช่มาอยู่แลว้ ดูไรป้ ระโยชน์ ทาํ ให้เขารสู้ กึ ว่าการมาอยู่
ด้วยกันตรงนี้ก็เป็นการให้กําลังใจซึ่งกันและกัน อย่างน้อยเรากําลังบอก
ลูกหลานเขาว่า เรากําลงั อยู่ตรงนี้นะ แล้วเรายนิ ดชี ว่ ยไมว่ ่าจะมีอะไรเกดิ
ขน้ึ หรอื มาเพอื่ ทจ่ี ะบอกวา่ คนปว่ ยเขามบี ญุ คณุ กบั เรา เรากอ็ ยากมอบชว่ ง
เวลาใหก้ บั เขา เผอ่ื วา่ จะทาํ อะไรได้ ทาํ ใหก้ ารมาอยตู่ รงนนั้ เกดิ ความหมาย
พี่วา่ ตรงน้เี ปน็ ประโยชน์ มีคณุ ภาพอีกแบบหนึ่ง แทนที่จะอย่เู พือ่ รอเวลา

ค�าส�าคัญท่ีผมจับได้คือ เอาส่ิงท่ีผู้ป่วยรู้สึกเช่ือมโยงหรือท�าให้เขามีความ
สุข หรือกิจกรรมที่มีความหมายในเชิงบวกกับเขา เพราะผมคิดว่าเร่ือง
หน่ึงท่ีบุคลากรทางการแพทย์จะตกร่องก็คือ สวดมนต์ไหม ฟังพระเทศน์
ไหม เราอาจจะลืมไปว่ามันสอดคล้องหรือไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมของ
ครอบครวั เขา เรามกั จะคิดวา่ ต้องท�าอะไรสักอย่างสิ วธิ หี นง่ึ ท่ผี มใชค้ อื ให้
คนในครอบครวั เดาวา่ คนไขก้ า� ลงั กงั วลเรอื่ งอะไรอยู่ แลว้ มอี ะไรทเี่ ราพอจะ
ทา� ได้เพอ่ื จดั การความกงั วลนนั้ หรอื ทา� ใหเ้ ขาหมดหว่ งได้ กน็ ่าจะทา� ใหเ้ ขา
สบายใจขึ้น มคี นไขค้ นหนง่ึ ทีผ่ มดูแล ตอนทีเ่ ราแจง้ ขา่ วร้าย เราคดิ วา่ เขา
จะเฟลตอนทเ่ี ราบอกวา่ เขาเปน็ มะเรง็ ปอด แตพ่ อถามวา่ คณุ คดิ อยา่ งไรกบั
การทห่ี มอบอกว่าคุณเป็นมะเรง็ ปอด สรุปไมใ่ ช่เรอื่ งของความตายหรือการ
เปน็ มะเรง็ แต่เปน็ เรอื่ งที่ลกู ๆ ยังทะเลาะกันอยู่ ท�าใหย้ ังไปจากโลกนไี้ ม่ได้

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 123

ส่ิงหน่ึงทเ่ี ปล่ียนวธิ ีคิดจากการพดู คยุ กับพีๆ่ ในวนั นค้ี อื เราไม่ควรไปตดั สิน
อะไรเขาเลย เราควรจะถามวา่ เขาคดิ อยา่ งไร หว่ งอะไร เพราะสง่ิ ทเี่ ราคดิ ไม่
สามารถใชก้ ับทุกครอบครัวได้จรงิ ๆ

หรอื แม้แต่เรารู้สึกว่า ครอบครวั มเี รอ่ื งราวภายในอยู่ แตไ่ มก่ ลา้
พูดเสียที เช่น เขาอยากจะพูดแต่ไม่กล้าพูด วิธีหนึ่งที่ผมเคยใช้คือ ยก
ตวั อยา่ งวา่ ตอนเดก็ ๆ เราไดร้ บั การบา้ นจากครู เมอ่ื กลบั มาถงึ บา้ น ถา้ เรา
ยังไม่ได้ท�ำการบา้ น เวลาเราไปว่งิ เลน่ หรือไปท�ำอะไร จะร้สู ึกไมส่ บายใจ
แต่เม่ือเราท�ำการบ้านเสร็จ เวลาที่เหลือจะเป็นของเรา เราจะท�ำอะไร
ก็ตามได้อย่างมีคุณภาพ ผมจะชวนเขาคิดว่าเขามีการบ้านอะไรที่ยังไม่
ไดท้ �ำไหม การบ้านนั้นอาจจะเปน็ การบอกรกั กนั การขอโทษ ใหอ้ ภัยกัน
เวลาที่เหลือของคุณหลังจากท่ีได้ท�ำการบ้านเสร็จแล้วจะมีคุณภาพจริงๆ
คุณจะไดอ้ ยกู่ บั เขาโดยไมต่ ้องมคี วามกังวล
วรรณา: บางทีญาติก็ไม่กล้าแตะไปถึงตรงนั้น การท่ีมีบุคลากรหรือทีม
สขุ ภาพมาชว่ ยเสรมิ พลงั เขา ใหเ้ ขาเหน็ จรงิ ๆ วา่ เขาไดม้ โี อกาสท�ำการบา้ น
ในดา้ นหนง่ึ เขาจะไดป้ ลดเปลอื้ งตวั เองเปน็ อสิ ระจากภารกจิ บางอยา่ งหรอื
เร่ืองที่ค้างคาใจ มันจะช่วยให้ช่วงเวลาที่เหลือไม่ต้องอยู่กับความรู้สึกผิด
หรอื เรื่องที่ไมส่ บายใจ เป็นช่วงเวลาคุณภาพจริงๆ อันนก้ี ็เปน็ เร่ืองส�ำคญั
ควรจะสนับสนุนถ้าญาติเขามีศักยภาพแบบน้ัน ซึ่งแต่ละครอบครัวก็จะ
มเี รื่องราวเยอะ พีเ่ ห็นใจทมี สขุ ภาพเหมือนกนั บางทเี รากไ็ ม่ได้มเี วลาไป
ส�ำรวจอะไรมากมาย ก็ท�ำไดเ้ ทา่ ทีท่ �ำได้ แตม่ นั จะมีเซนส์ ถา้ เรารบั เซนส์
ตรงน้ันได้ เราก็ดูว่ามีอะไรท่พี อจะเปน็ ประโยชนไ์ ด้

124 สญู เสีย ไม่เสียศนู ย์

ประเด็นท่อี ยากฝากไวค้ ือ หลายคร้งั ท่ีบคุ ลากรทางการแพทย์ท�างานและรู้
วา่ มปี ระเดน็ อยู่ แตไ่ มม่ เี วลาพอทจ่ี ะทา� งานหรอื ดแู ลตรงนนั้ การมจี ติ อาสา
หรืออาสาสมัครเขา้ มาดูแลในชว่ งท้ายๆ ผมคดิ วา่ จะชว่ ยให้การดแู ลความ
สูญเสียท่ีเกดิ ขนึ้ มคี วามหมายท่ดี มี ากๆ

วรรณา: เห็นด้วย เพราะหลายคร้ังหน้างานก็มีเรื่องให้ทําเยอะอยู่แล้ว
คนในครอบครัวแต่ละคนก็เปลี่ยนหน้ากันเข้ามาเฝ้า บางทีเราก็ไม่รู้ว่า
คนน้ีสําคัญกับผู้ป่วยอย่างไร จําเป็นจะต้องมีทีมอื่นเข้ามาสนับสนุนช่วย
เหลือ บางโรงพยาบาลจะมีระบบจติ อาสาท่ีทาํ ไว้ดี แตบ่ างโรงพยาบาลก็
กงั วลว่าถา้ มจี ติ อาสาเขา้ มาจะมีปัญหาไหม จะต้องมาน่ังดแู ลจติ อาสาอีก
กลายเป็นงานทเ่ี พิ่มข้ึน

ในมุมมองของพ่ี ถ้าเราจะมีจิตอาสาหรือคนข้างนอกเข้ามาช่วย
ควรจะต้องมีการจัดระบบ เพื่อทําให้โรงพยาบาลสบายใจ อาสาสมัครก็
รสู้ กึ มคี วามชดั เจนวา่ เขาทาํ อะไรไดห้ รอื ไมไ่ ดบ้ า้ ง หรอื การทเี่ ขาไดท้ าํ งาน
กับครอบครัวหรือผู้ป่วย ก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการดูแลเป็นทีม
ถ้ามีกระบวนการหรือระบบแบบน้ัน จะทําให้การเข้ามาของจิตอาสามี
ความหมาย และทําให้คณุ ภาพในการดแู ลผปู้ ว่ ยในชว่ งท้ายดีขนึ้

อีกส่วนหน่ึง ถ้าไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาล แต่เป็นในชุมชน โดย
วัฒนธรรมเขาก็จะมีการไปมาหาสู่ มีการให้กําลังใจ เย่ียมเยียนกันอยู่
แลว้ ถา้ เราเปดิ พน้ื ทใ่ี หค้ นอนื่ เขา้ มาในพน้ื ทขี่ องเรา กจ็ ะทาํ ใหเ้ ราสามารถ
เข้าถึงการช่วยเหลือดูแล แต่ส่ิงที่มักจะเป็นปัญหาคือ วิธีคิดบางอย่าง
ท่ีผู้ป่วยหรือครอบครัวไม่อยากให้ใครมาเยี่ยม อันน้ีเป็นเรื่องท่ีเราต้อง
ทําความเข้าใจกับคนทั่วไป เวลาท่ีเราจะไปเย่ียมผู้ป่วยหรือไปอยู่ในช่วง
ทเี่ ขากาํ ลงั เผชญิ ความสญู เสยี เราควรมที า่ ทหี รอื เขา้ ไปแบบไหน พลงั งาน

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 125

ของเราควรจะเปน็ อยา่ งไร วธิ คี ดิ หรอื มมุ มองทเี่ ราควรจะมี เราอาจจะตอ้ ง
ปรับนิดหนง่ึ ไม่อย่างน้ันเราจะเผลอพูดสงิ่ ทท่ี �ำให้ครอบครัวหรอื ผปู้ ่วยไม่
สบายใจ เลยกลายเปน็ ว่ามันงา่ ยกวา่ ทีจ่ ะตดั ไมใ่ ห้มใี ครเขา้ มา ไมต่ ้องมา
ยุง่ ไมต่ อ้ งมาหา ไมร่ บั แขก แต่ถา้ มีคนเขา้ มาแลว้ ชว่ ยสนับสนนุ การดแู ล
ได้ พ่ีคิดว่าคงไม่มีใครอยากปฏิเสธ เพียงแต่เขาไม่ม่ันใจมากกว่า ว่าถ้า
เขา้ มาแลว้ จะท�ำให้เขายากขึ้นไหม นี่เปน็ สิ่งหนึ่งท่จี ะตอ้ งมกี ารจดั ระบบ

ตรงนี้เป็นส่วนหน่ึงท่ีท�ำให้เราพูดถึงเร่ืองกระบวนกรชุมชน
เพราะกระบวนกรชุมชนจะเป็นคนที่เห็นภาพรวม และรู้ว่าแต่ละคนจะ
ใช้ศักยภาพท่ีมีอยู่เพื่อช่วยเหลือคนที่ก�ำลังจะสูญเสียอย่างไร มันต้องมี
การปรับจูนวิธีคิด ความเข้าใจ รวมถึงทักษะบางอย่าง เพื่อให้เขาเป็น
ประโยชน์จริงๆ ก็เป็นเรื่องที่ต้องมีคนคอยเช่ือมและท�ำให้เกิดระบบ จึง
จะเกดิ คณุ ภาพทีไ่ ปดว้ ยกนั ได้ และทุกคนมสี ่วนรว่ ม

126 สูญเสีย ไม่เสียศูนย์

ถอดบทเรียน

 การสญู เสีย (Loss) เปน็ ได้ท้ังการสูญเสยี บุคคลและท่ไี ม่ใชบ่ คุ คล เชน่
การสญู เสียสถานะ การสญู เสียความสามารถบางอยา่ ง

 ความเศรา้ โศกจากการสูญเสีย (Grief) มไี ด้หลากหลาย ได้แก่อารมณ์
ความรสู้ กึ เชน่ ความเศรา้ ความโกรธ ความรสู้ กึ ผดิ พฤตกิ รรมทเ่ี ปลย่ี น
ไป เชน่ นอนไมห่ ลบั ฝนั ถงึ ผทู้ จี่ ากไป หลกี เลย่ี งการเขา้ สงั คม หรอื อาการ
ทางกายตา่ งๆ และมหี ลากหลายปจั จยั ทส่ี ง่ ผลตอ่ ระดบั ความรนุ แรงและ
การแสดงออก

 ความเศร้าโศกจากการสูญเสีย อาจเกิดข้ึนก่อนที่จะมีการสูญเสีย
(Anticipatory grief) เช่น เมื่อได้รับการแจ้งข่าวร้าย, ทันทีที่มีการ
สญู เสีย หรอื เมือ่ เวลาผา่ นไปแลว้ ก็ได้ ช่วงเวลาของความเศร้าโศกจาก
การสูญเสียในแต่ละบุคคลมีความเฉพาะตัว บางคนใช้เวลาก้าวข้าม
ความสญู เสยี ไมน่ าน แตบ่ างคนอาจใช้เวลานานมาก

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 127

 เมื่อมีการสูญเสียเกิดขึ้น เรามักถูกคาดหวังจากทั้งตัวเองและคนรอบ
ขา้ ง ใหไ้ มเ่ ศรา้ ไม่แสดงออกความรสู้ ึก ปฏิเสธหรือกดขม่ ไว้ ความรู้สกึ
นั้นไมไ่ ด้หายไป เพียงแต่เปล่ยี นรูปแบบไป

 การเยียวยาปฏิกริ ยิ าจากการสูญเสีย มหี ลายวิธี ได้แก่
1. การรบั รถู้ งึ การมอี ยขู่ องปฏกิ ริ ยิ าจากการสญู เสยี บคุ คลสามารถ
รับรู้การมีอยู่ของความเศร้าโศกจากการสูญเสียได้ด้วยตัวเอง
หรอื มีใครสกั คนช่วยเป็นเพื่อนคอยรบั ฟงั สร้างพน้ื ที่ปลอดภัย
ที่ชว่ ยใหผ้ ูส้ ญู เสยี เกิดการรับรูแ้ ละการยอมรับในที่สดุ
2. การหาส่ิงเชื่อมโยงกับผู้ท่จี ากไป
3. การแปรเปล่ยี นเร่อื งราวท่เี กิดขึ้นให้เปน็ ความทรงจ�ำด้านบวก

 กอ่ นทีจ่ ะเขา้ ไปเยยี วยาการสูญเสียใหแ้ กบ่ ุคคลอน่ื เราควรดแู ลสขุ ภาพ
รา่ งกายและใจของตนเองใหพ้ รอ้ มกอ่ น โดยเฉพาะหากบคุ คลนนั้ มคี วาม
เช่อื มโยงกบั เรา
ค�ำถามทใี่ ช้ตรวจสอบตัวเองกอ่ นทีจ่ ะเข้าไปดูแล ไดแ้ ก่
- บคุ คลไดแ้ ก่ ผ้ปู ว่ ยและครอบครัว มผี ลตอ่ เราอย่างไร?
- มคี วามรู้สึกอะไรเกิดขน้ึ กบั เราบ้าง?

 สภาวะของเรามีผลตอ่ ท่าทีหรือกระบวนการเยียวยา สภาวะที่สงบของ
เรา จะท�ำใหผ้ ปู้ ว่ ยและครอบครวั มสี ภาวะทสี่ งบดว้ ย เราอาจปรบั สภาวะ
ด้วยการขอบคุณพลังงานดีๆ ที่เราจะเป็นผู้ส่งผ่านให้เกิดกระบวนการ
เยียวยา การอธิษฐานขอให้เกิดปัญญาเพ่ือช่วยเหลือคนตรงหน้า การ
สูดลมหายใจเพ่อื ตวั เองและผอู้ ื่น เป็นต้น

128 สญู เสีย ไม่เสยี ศนู ย์

 การหยงั่ ราก (Grounding) เปน็ กระบวนการกลบั มาตระหนกั รคู้ วามรสู้ กึ
หรอื สภาวะทเี่ กดิ ขน้ึ ภายในตวั เอง ชว่ ยใหเ้ ราไมเ่ ผลอเขา้ ไปเปน็ สว่ นหนงึ่
ของความรสู้ กึ ของผปู้ ว่ ยหรอื ครอบครวั เพยี งแตร่ บั รคู้ วามรสู้ กึ ทเี่ กดิ ขน้ึ
ด้วยความเข้าใจ (Empathy) การหยั่งรากอาจเปรยี บเปน็ การเชื่อมตอ่
กับพน้ื ดิน เมื่อมีสายฟา้ ลงมาก็จะผ่านสายดินลงไปยังดนิ

 การหยง่ั รากทาํ ไดห้ ลายวธิ ี เช่น การกลับมารับรู้ลมหายใจ พกั ชว่ งการ
สนทนา เขา้ หอ้ งน้ํา ล้างหน้า หรอื การปรับรา่ งกายให้มีสภาวะเปน็ ด่งั
ต้นไม้ใหญท่ มี่ ีฐานม่ันคง ไม่ไหวไปตามคลนื่ ลมท่ีมากระทบ

 การชวนให้มองเห็นสถานการณ์ในมุมบวกเป็นทักษะที่สําคัญ ทําให้
เรอื่ งราวการสูญเสยี ท่เี กิดข้นึ มีความหมายในทางบวกและน่าจดจํา ลด
อิทธพิ ลของความรสู้ ึกเชงิ ลบทจ่ี ะส่งผลต่อปัจจุบนั

 พิธีกรรม เป็นส่วนหนึ่งในกระบวนการเยียวยาผู้สูญเสีย หากทําด้วย
ความเข้าใจ จะเป็นโอกาสให้ผู้สูญเสียได้ใคร่ครวญความรู้สึกท่ีเกิด
ขึน้ ได้กระทําบางสิง่ บางอย่างเพอ่ื ปลดปลอ่ ยเรอ่ื งค้างคาใจ และสรา้ ง
ความหมายให้กบั ความสญู เสยี ที่เกดิ ข้นึ เช่น การชําระล้างร่างกายผทู้ ี่
จากไปดว้ ยความตง้ั ใจและความเคารพ การสวดมนตใ์ นงานศพเพอื่ อทุ ศิ
พลังงานดีๆ ให้กับผ้ตู าย เป็นตน้

 บุคลากรสุขภาพ ควรระวังการเข้าไป “ประเมิน” ครอบครัวที่กําลัง
สูญเสียว่าปกติหรือไม่ปกติ เพราะจะเป็นการเข้าไปเยียวยาด้วยท่าที
ตัดสิน เราสามารถช่วยได้ด้วยการถามไถ่ความเป็นอยู่ ชวนให้เขา
ใคร่ครวญส่ิงที่เกิดข้ึนภายในใจ ทําให้เขามั่นใจว่าขอความช่วยเหลือ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 129

จากเราได้ และใหเ้ ขาไดเ้ ห็นความรักและพลงั บวกท่ีมีอยู่ในตัวเองและ
รอบๆ ตวั เขา
 เราควรระมดั ระวงั การเขา้ ไปเรง่ ปฏิกริ ยิ าการยอมรบั ของผูส้ ูญเสยี ดว้ ย
การปลอ่ ยวางความคาดหวงั ของตนเองลง และเปดิ พนื้ ทใ่ี หก้ บั ทกุ ความ
เป็นไปได้ ยอมรบั เขาในแบบที่เขาเปน็ และเชอื่ ในศักยภาพของมนุษย์
ที่จะสามารถก้าวผ่านความสูญเสียได้ด้วยตนเอง เพื่อให้กระบวนการ
ยอมรับเกิดขนึ้ อย่างเป็นธรรมชาติ
 การดูแลความสูญเสีย ควรเริ่มดูแลต้ังแต่ระยะแรกๆ ที่ป่วย เพ่ือให้
ผู้สูญเสียได้มีเวลาท�ำความเข้าใจกับความรู้สึกท่ีเกิดข้ึน และลงมือท�ำ
ในส่ิงที่สามารถท�ำได้ เพ่อื เป็นการดูแลผูป้ ว่ ยและเยยี วยาตวั เอง
 วธิ หี นงึ่ ในการจดั การกบั ความรสู้ กึ ผดิ คอื การใหผ้ สู้ ญู เสยี บอกเลา่ เสยี ง
ทอี่ ยภู่ ายในใจออกมา และชวนคดิ วา่ จะเปน็ อยา่ งไรหากผทู้ จ่ี ากไปไดร้ บั
รู้ข้อความในใจเหล่านั้น
 เบื้องหลังทุกพฤติกรรมมีความต้องการซ่อนอยู่ เราไม่ควรรีบด่วน
สรุปจากพฤติกรรมท่ีมองเห็น (กรณีผู้ป่วยต้องการใส่บาตร แต่ความ
ต้องการลึกๆ คือไม่ต้องการโดดเดี่ยว) แต่ให้ลองค้นหาความต้องการ
ที่แท้จริง จะช่วยให้เราเห็นเจตนาและความหมายของพฤติกรรมนั้นๆ
และสามารถชว่ ยเหลอื และเยยี วยาไดต้ รงกบั ความตอ้ งการอยา่ งแทจ้ รงิ
 การดแู ลผปู้ ว่ ยในชว่ งสดุ ทา้ ยของชวี ติ เราสามารถชว่ ยใหค้ รอบครวั ดแู ล
ผูป้ ว่ ยได้ด้วยวธิ ีการต่างๆ ดงั น้ี

130 สญู เสยี ไมเ่ สียศูนย์

- ทําความเขา้ ใจวฒั นธรรมของครอบครวั และคน้ หาสมาชกิ ที่มี
ความสาํ คญั กับผูป้ ว่ ยมากที่สุด

- จัดบรรยากาศและกิจกรรมให้เหมือนกับตอนท่ีผู้ป่วยยังมีชีวิต
อยู่ หากิจกรรมที่ผปู้ ่วยรูส้ กึ เชอ่ื มโยงมาทํารว่ มกนั

- ให้โอกาสสมาชิกในครอบครัวได้บอกลากัน และให้พ้ืนท่ี
ส่วนตวั ในการพดู คุยกัน

- ดูแลความต้องการของสมาชิกในครอบครัว นอกเหนือจาก
ความต้องการของผปู้ ่วยเพยี งอยา่ งเดียว

- คน้ หาความหมายของการมาอยู่ร่วมกนั ของทกุ คน
- ชวนให้สมาชิกในครอบครัวได้ออกแบบกิจกรรมท่ีจะทํา

ร่วมกันด้วยตัวเอง เช่น กิจกรรมท่ีคิดว่าผู้ป่วยจะมีความสุข
ประสบการณข์ องแตล่ ะคนทเ่ี คยเจอการตายดมี า หรอื การแลก
เปลี่ยนประสบการณก์ บั บุคลากรสขุ ภาพ

 บุคลากรสุขภาพอาจจะไม่มีเวลาดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในเชิงจิตใจหรือ
จติ วญิ ญาณมากนกั หากมรี ะบบใหจ้ ติ อาสาหรอื อาสาสมคั รไดม้ าทาํ งาน
เป็นหน่ึงในทีมการดแู ล จะชว่ ยเติมเต็มการดแู ลผู้ปว่ ยระยะทา้ ยได้

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 131

ถาม-ตอบ

ถ้าคุณพ่อเป็นอัลไซเมอร์ ช่วงเวลาสุดท้ายควรท�ำอย่างไร? ถ้าเขาจ�ำ
อะไรไมไ่ ดห้ รอื อาจจะจ�ำได้
อรทัย: พี่เคยเจอกรณขี องแมเ่ พ่อื น ส�ำหรบั ผปู้ ว่ ยอัลไซเมอรจ์ ะใช้เหตผุ ล
ไม่ได้ เราต้องใช้ความรักท่ีเรามีทั้งหมดดูแล และเข้าใจสภาวะท่ีเขาเป็น
บางทีเรายังถือบทบาทว่าคนนั้นยังเป็นพ่อเราอยู่ พอคนดูแลรู้ไม่เท่าทัน
ตัวเอง เราเรียกอดีตที่เขาเคยจ�ำเราได้ขึ้นมา ก็จะสูญเสียพลังตรงนั้นไป
ถา้ เปน็ พก่ี จ็ ะรักอยา่ งทเี่ ขาเป็นนนั่ แหละ 
วรรณา: พ่ีเคยอ่านหนังสือเล่มหน่ึง เขาบอกว่าแม้ผู้ป่วยอัลไซเมอร์จะ
จดจ�ำเราหรือเร่ืองราวระหว่างเราไม่ได้ แต่เขาจดจ�ำพลังงานได้ มีผู้ป่วย
บางคนทไี่ มร่ ดู้ ว้ ยซำ้� วา่ คนนเ้ี ปน็ ใคร แตเ่ ขารสู้ กึ วา่ อยกู่ บั คนนแ้ี ลว้ สบายใจ
มนั เปน็ การจดจ�ำในระดบั พลงั งาน บางคนทเี่ ดนิ เขา้ มาเขาไลเ่ ลย ทงั้ ทอี่ าจ
จะเปน็ ลกู หรอื เปน็ คนทต่ี วั เองสนทิ มาก แตพ่ อเจอหนา้ กบ็ อกวา่ ใหค้ นนไ้ี ป

132 สญู เสยี ไม่เสยี ศนู ย์

ไกลๆ แต่บางคนเขาไม่รู้ด้วยซํ้าว่าเป็นใคร แต่เขารู้สึกดีกับพลังงานของ
คนน้ี

พเี่ ลยเหน็ วา่ ถา้ เราอยตู่ รงนนั้ ดว้ ยความรกั เขาจะรบั รพู้ ลงั งานนนั้
ได้ แล้วการที่เขาจากไปดว้ ยพลงั งานแบบนนั้ มีความหมายมาก ไมต่ ้องมี
คาํ พูดดว้ ยซํ้า แต่เขาสมั ผสั ได้ และพ่ีเช่ือว่าพลังงานแบบนนั้ จะช่วยให้คน
คนหนึง่ จากไปดว้ ยดี

ส่งท้าย

วรรณา: พี่เชื่อว่าทุกคนมีศักยภาพท่ีจะข้ามผ่านความสูญเสีย ขอแค่เรา
ตอ้ นรบั อยา่ งนอ้ ยในชวี ติ ของเราไมใ่ ชค่ รงั้ แรกหรอื ครงั้ เดยี วหรอกทเ่ี ราเคย
ผา่ นความสญู เสยี เพราะฉะนนั้ เราไมใ่ ชม่ อื ใหม่ เรามปี ระสบการณ์ และเรา
รวู้ า่ เราผา่ นมนั มาไดอ้ ยา่ งไร และเราจะผา่ นมนั ไปไดอ้ กี เสมอ ดงั นน้ั อยาก
ให้เราม่ันใจว่า เรามีคุณภาพท่ีจะอยู่กับความสูญเสียและข้ามผ่านมันได้
ด้วยตวั เอง

อรทัย: สําหรบั พ่ี อยากฝากในสองบทบาท ทั้งจติ อาสาและกระบวนกร
ชมุ ชน ส่งิ สาํ คัญคอื เราตอ้ งทํางานกบั ตวั เองระดับหนึง่ รเู้ ทา่ ทนั ถ้าเรารู้
ไม่เท่าทัน เราจะใส่แว่นของตัวเราเองไปตัดสินหรือยัดเยียดบางอย่างให้
กบั เขา เหมือนเป็นการฝกึ ปฏบิ ตั ิกับตวั เองไปดว้ ย

ความสญู เสียเป็นสว่ นหนง่ึ ในชวี ติ เรา ถา้ เรายอมรบั ตรงนีไ้ ด้ เรา
ก็จะเติบโตจากความสูญเสีย ความสูญเสียเป็นของขวัญให้กับเรา มัน
อยู่กับเรานั่นแหละ เหมือนแผลเป็นในร่างกาย ถ้าเราเพ่ิงโดนผ่าตัดมา

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 133

ตอนแรกเราอาจจะกงั วลกับแผล รู้สกึ วา่ มนั อย่กู บั เรา แต่เม่ือเวลาผ่านไป
มนั ก็ไมไ่ ดส้ ง่ ผลกระทบอะไรกบั เรานกั ความสูญเสียมอี ยู่จรงิ แต่ถ้าไม่ได้
สง่ ผลอะไร มนั ก็เปน็ ของขวญั ส�ำหรบั สถานการณน์ ้ันใหก้ บั เรา

134 สูญเสีย ไม่เสยี ศนู ย์

5

ความรู้สึกและความตอ้ งการ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ

ภายใต้ภูเขาน้ําแข็งของพฤติกรรมมนุษย์ มีสิ่งต่างๆ ที่อยู่เบ้ืองหลัง
พฤติกรรมเหลา่ น้ัน ได้แก่ ความรู้สึก (feelings) มมุ มอง (perceptions)
ความคาดหวงั (expectations) ความตอ้ งการทแ่ี ทจ้ รงิ (yearnings) ซอ่ น
อยู่ ซ่งึ สิ่งเหล่านเ้ี ปน็ การแสดงออกของพลงั ชวี ิต เพอื่ ให้มนุษย์เอาตัวรอด
ภายใตโ้ ลกทว่ี นุ่ วาย

หากเรามีเวลากลับมาสํารวจจิตใจของตัวเอง จะทําให้เรา
ตระหนักถึงส่ิงที่อยู่ใต้ภูเขานํ้าแข็ง ประเด็นหน่ึงท่ีพบบ่อยคือ เรามักจะ
สบั สนระหวา่ ง “ความรู้สกึ ” และ “ความคิด” หรอื “มมุ มอง”

เมื่อสํารวจตัวเองว่าเรารู้สึกอย่างไร เราอาจจะให้คําตอบกับ
ตวั เองว่า “ฉนั รสู้ กึ วา่ น่าจะทําได้ดกี วา่ นี”้ “ฉันรู้สกึ ว่าคุณพอ่ ไมน่ า่ จะมา
ปว่ ยตอนนเ้ี ลย มนั เร็วไป” ประโยคคําตอบเหลา่ นใี้ ช่ความรูส้ ึกหรือไม?่

โดยทวั่ ไป คาํ ทแี่ สดงความรสู้ กึ ในใจ (feeling) มกั จะเปน็ คาํ สนั้ ๆ
เชน่ โกรธ เสยี ใจ ดใี จ ฯลฯ ดงั นนั้ ขอ้ ความหลงั จากคาํ วา่ รสู้ กึ ดงั กลา่ ว ไมใ่ ช่

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 135

ความรสู้ กึ แตเ่ ปน็ มมุ มองหรอื ความคดิ ทเี่ กดิ ขน้ึ หรอื ค�ำวา่ “รสู้ กึ ดอ้ ยคา่ ”
“ร้สู ึกไม่ดกี ับ” ก็เป็นตัวอยา่ งของความคิดตดั สนิ

ความรสู้ กึ ในทนี่ คี้ อื อารมณท์ เ่ี กดิ ขน้ึ ในรา่ งกายและในใจของเรา
เมอ่ื ผทู้ อ่ี ยใู่ นสภาวะอารมณต์ า่ งๆ ไดเ้ หน็ วา่ อารมณข์ องตวั เองมชี อื่ วา่ อะไร
จะท�ำใหเ้ ขาตระหนักถึงความร้สู ึกของตนไดช้ ดั เจน แต่หลายครง้ั เขาอาจ
จะหาค�ำน้ันไมเ่ จอหรือไมร่ วู้ ่าตนก�ำลังรสู้ ึกอะไรอยู่ เราอาจจะช่วยไดด้ ว้ ย
การลองทายความร้สู ึกน้ัน แล้วให้เขาลองเชค็ กับใจเขาเองวา่ ใช่หรือไม่

ความรู้สึกท่ีเกิดขึ้น จะน�ำไปสูก่ ารค้นหาความต้องการได้ เพราะ
ทุกความรู้สึกเกิดจากความต้องการท่ีได้รับหรือไม่ได้รับการตอบสนอง
เช่น ที่รู้สึกไม่พอใจทีมรักษา เพราะลึกๆ แล้วฉันต้องการการรับฟังจาก
คุณหมอ เปน็ ต้น

รายการความรู้สึกและความต้องการต่อไปน้ี จะท�ำให้เราช่วย
ผูป้ ว่ ยและครอบครวั คน้ หาความรสู้ ึกและความต้องการไดง้ า่ ยขนึ้

136 สญู เสีย ไมเ่ สียศนู ย์

ความรู้สกึ เม่อื ความต้องการได้รับการตอบสนอง

สนใจ สดชืน่ สงบ มีความสุข
ประทับใจ สดใส สบายใจ ดใี จ
ใสใ่ จ มีชีวติ ชวี า พอใจ สนุก
หลงใหล รา่ เรงิ ปล่อยวาง เบิกบาน
รกั ชน่ื อกชื่นใจ ผ่อนคลาย ปลม้ื
ชอบ ตืน่ เต้น วางใจ ตลก
เห็นใจ มีพลงั ไว้ใจ ยนิ ดี
เป็นมิตร กระตอื รือรน้ โลง่ อก มัน่ ใจ
อ่อนโยน เขม้ แขง็ ขอบคณุ ภูมิใจ
เอ็นดู คกึ คกั ซาบซึง้ ปลอดภัย
อบอ่นุ มคี วามหวัง เกรงใจ มัน่ คง
ห่วงใย มกี าํ ลงั ใจ ตน้ื ตันใจ เตม็ ใจ
คดิ ถึง หนกั แน่น

ความรูส้ ึกเม่อื ความตอ้ งการไมไ่ ดร้ ับการตอบสนอง

กตชไใรปอไใจจมมะ็อลการเห่ไม่แยะกใวัสวจาวน่ัหยีใ้ ยงจคมงา่ โไครโเเเแจคกมมกําคบั ็บลอืโครพ่ ้นขหธียใงาอ้อจญดใงจใจ กเหอกหลปกคําลึดงัรงนน่ั รบวะุดมุ้อกัปยี วลหาัดใใว่ดจนกจงนกใดิ จระวาย เหนเเผททสจสศดิะอ้มกุรบ็ียรเมหยขด้าทใปาจใใ์วหอืจวจนังวดนังใจ
คเเโหปหดิ งรยถาาหงึะาบาง งอเเหยอจิ ็นนินฉชหาาา่ ง สลไสแงมงปังงบั ม่เสลสล่นััยกนใใจจ เเลหทหบหา้มม้อือ่นดด/ื่อไแเซฟยร็งง

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 137

ความตอ้ งการ ความสมั พันธ์ มิตรภาพ
ความรกั การรบั รู้
ความเขา้ ใจ ความเหน็ ใจ
การรับฟัง ความอบอนุ่
การยอมรบั ก�ำลังใจ
ความใกลช้ ิด ความจริงใจ
ความมนี ำ้� ใจ ความเท่าเทยี ม
ความเออื้ อาทร การส่ือสาร
ความสามคั คี การเป็นส่วนหนงึ่
ความเคารพ ความร่วมมือ
การดูแลเอาใจใส่ ความชน่ื ชม
ความไว้ใจ การสนับสนุน
ความชว่ ยเหลือ

การเรยี นรู้ คณุ ค่าในตัวเอง ความหมายชีวิต
ความชัดเจน ความเคารพตัวเอง เป้าหมายชีวติ
ความมปี ระสทิ ธภิ าพ อ�ำนาจภายใน ความเมตตากรณุ า
ความเข้าใจ การเปน็ ตวั ของตวั เอง การช่วยเหลือผู้อื่น
การมีความสามารถ ศักด์ศิ รี การอทุ ิศตน
การเตบิ โต อสิ ระ สันติสุข
ความปลอดภยั ทางเลือก ความสงบ
การมชี วี ติ รอด พื้นท่ขี องตัวเอง ความงดงาม
การเยยี วยารกั ษา พ่งึ ตัวเอง แรงบนั ดาลใจ
ความมน่ั คง ความสุข การดแู ลร่างกาย
การเฉลมิ ฉลอง ความสบายใจ สมั ผสั
ความหวงั ความคิดสร้างสรรค์ การพกั ผอ่ น
การแสดงความยินดี ความสนุกสนาน ความผอ่ นคลาย
การแสดงความเสยี ใจ การค้นพบ การแสดงออกทางเพศ
ความมั่นใจ

138 สญู เสีย ไม่เสยี ศูนย์

แนะนาํ ผูเ้ ขียน

พระจติ ร์ จติ ตฺ สว� โร (หลวงพโี่ ก)
อดีตนักวางแผนกลยุทธ์ในบริษัทโฆษณา สู่พระสงฆ์ผู้แสดง

ธรรมะเรอื่ งการทาํ ความเขา้ ใจและรจู้ กั ชวี ติ จติ อาสาดแู ลผปู้ ว่ ยระยะทา้ ย
และเจา้ ของเพจ “วชิ าใจ”

ทุกครั้งที่ผมถามหลวงพี่ว่า เราจะดูแลผู้ป่วยระยะท้ายในมิติ
ทางจิตวิญญาณอย่างไร? เราจะดูแลความรู้สึกผิดของผู้ป่วยและญาติได้
อย่างไร? คําตอบที่หลวงพี่มักชวนคิดคือ การหันกลับมาที่ตัวเองเสมอ
หลายครั้งทผี่ ม “เขา้ ใจ” ปรากฏการณต์ ่างๆ จากการเหน็ สง่ิ ท่ีเกดิ ขนึ้ ใน
ใจผมเอง

บทเรียน “วิชาใจ” ที่สําคัญอย่างหน่ึงคือการรู้เท่าทันใจของ
ตัวเอง หลวงพี่เปรียบเทียบการดูแลใจของผู้ดูแลก่อนจะไปดูแลผู้อ่ืนว่า
“ผ้าสกปรก เช็ดกระจกไม่สะอาด” จึงเป็นเร่ืองท่ีสําคัญมาก ว่าเราดูแล
“ผ้า” ของเราอย่างไร ก่อนท่ีจะไปดูแลผู้อ่ืน หลายคร้ังในระหว่างการ
สนทนากบั ผปู้ ่วย เมื่อมีความไมพ่ อใจ ความหงดุ หงิดใจ ความไม่ได้ดั่งใจ

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 139

เกดิ ขน้ึ หากไมร่ ะวงั ความรสู้ กึ เหลา่ นจ้ี ะแฝงไปกบั ค�ำพดู หรอื ทา่ ทขี องเรา
เช่นกัน ซึ่งไมย่ ุติธรรมนกั ส�ำหรบั คนตรงหนา้ ทจ่ี ะตอ้ งรับไป

ความเจอื ปนนีไ้ ม่เพยี งแต่เปน็ อารมณด์ า้ นลบเทา่ นน้ั แต่อารมณ์
ดา้ นบวกที่มากไป เช่น ความทะเยอทะยาน ความม่ันใจในการพูดคยุ ของ
เรา กจ็ ะมาพรอ้ มกบั ความคาดหวงั ทเี่ กดิ ขน้ึ เชน่ กนั เราจงึ ตอ้ งแนใ่ จวา่ ผา้
ของเราน้นั สะอาดจรงิ ๆ กอ่ นจะไปเช็ดกระจกให้ใคร

น่ีคือบทเรียนอันลำ�้ ค่าที่ผมไดจ้ ากการฝกึ ฝน “วิชาใจ”

140 สูญเสยี ไมเ่ สยี ศนู ย์

รศ.นพ.พชิ ยั อิฏฐสกุล (หมอพ้ง)
อาจารย์ประจําภาควิชาจิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์

โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เลขาธิการสมาคมจิตแพทย์
แห่งประเทศไทย วทิ ยากรจดั อบรมประจาํ สมาคมพฒั นาศกั ยภาพมนุษย์
และจิตบําบัดแนวซาเทยี ร์ (Satir Thailand)

ผมรจู้ กั อ.พชิ ยั จากการเขา้ รว่ มเปน็ อาสารบั ฟงั ในโครงการ “รา้ น
รบั ฝากความเศรา้ ” และ อ.พชิ ัยได้กรุณามาจัดกิจกรรมเพอื่ ให้อาสาไดม้ ี
เคร่อื งมอื ซาเทียร์โมเดลไปใชใ้ นการรบั ฟงั ผมู้ ารบั บรกิ าร

การจดั กจิ กรรมและบรรยายของ อ.พชิ ยั มคี วามนา่ สนใจ และพา
ผู้เข้าร่วมไปสัมผัสกับพลังชีวิตและแง่งามของตนเอง การได้เข้าถึงแหล่ง
พลังงานน้ันทําให้เกิดความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ท่ีจะก้าวข้าม
ปัญหาต่างๆ ได้ด้วยตนเอง ซ่ึงเป็นแนวคิดที่สําคัญข้อหน่ึงของซาเทียร์
โมเดล เปดิ โอกาสใหบ้ คุ ลากรสขุ ภาพหรอื ผบู้ าํ บดั ทไ่ี ดร้ จู้ กั แนวคดิ ดงั กลา่ ว
สามารถดแู ลความสญู เสยี ทเี่ กดิ ขน้ึ กบั ผปู้ ว่ ยหรอื ครอบครวั ดว้ ยความเปน็

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 141

มนุษย์ที่เท่าเทียมกัน อยู่เป็นเพื่อนและรับฟังเขาอย่างแท้จริง รู้เท่าทัน
ความคิดความร้สู ึกของเราท่ีเกิดขึ้นไปพรอ้ มๆ กนั และช้ีให้เหน็ ศักยภาพ
ดา้ นบวกที่เกิดขน้ึ ในพืน้ ที่แห่งนนั้

หลังจากท่ีผมแนะน�ำตัวและเช่ือมโยงกันในฐานะพ่ีน้องชาว
ศิริราช ผมบอกว่าก�ำลังท�ำเพจ “หอ้ งเรยี น Palliative Care” และสนใจ
ท่ีจะเรียนรู้การดูแลความสูญเสียโดยใช้เคร่ืองมือซาเทียร์โมเดล อ.พิชัย
ตอบรับค�ำ และภายในไมถ่ ึง 5 นาทที ่ีสนทนากนั เรากน็ ดั หมายวันและ
เวลาในการไลฟ์เป็นท่เี รยี บร้อย

142 สูญเสยี ไม่เสยี ศูนย์

คุณวรรณา จารุสมบูรณ์ (พสี่ ้ยุ )
ด้วยความเช่ือมั่นในพลังของผู้คนในชุมชน ในการช่วยเหลือ

ให้ผู้ป่วยลดความทุกข์ทรมานและมีคุณภาพชีวิตท่ีดีข้ึนได้ พี่สุ้ยซ่ึงมี
ประสบการณ์การจัดอบรมให้กับจิตอาสาและพยาบาลชุมชนในหลาย
พ้ืนที่ จึงพัฒนาองค์ความรู้มาเป็นหลักสูตร และจัดทํา คู่มือฝกอบรม
จิตอำสำและพยำบำลชุมชนในกำรดูแลผู้ป่วยระยะท้ำย เพ่ือส่งเสริม
บทบาทของจิตอาสาและหน่วยงานในชุมชนให้มีส่วนร่วมในการดูแล
ผ้ปู ่วยระยะทา้ ยในชมุ ชนมากขึน้

ผมได้รู้จักกับพ่ีสุ้ยมากขึ้นเม่ือมาศึกษาต่อท่ีขอนแก่น พ่ีสุ้ย
เชอ่ื มโยงผมใหร้ จู้ กั กบั เครอื ขา่ ย รวมถงึ วทิ ยากรทกุ คนทผ่ี มชวนมาเรยี นรู้
ในเพจ “หอ้ งเรยี น Palliative Care” คงจะไม่ผดิ นักหากผมจะยกย่องให้
พสี่ ยุ้ เปน็ บคุ คลหนง่ึ ทมี่ บี ทบาทสาํ คญั ในการบกุ เบกิ งานดา้ นการดแู ลแบบ
ประคับประคองในประเทศไทยตั้งแตเ่ รมิ่ ต้นจนถงึ ปจั จบุ ัน

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ และคณะ 143

เร่ืองเล่าและประสบการณ์ของพี่สุ้ยได้สร้างแรงบันดาลใจและ
เปล่ียนมุมมองในการท�ำงานของผมไปอย่างสิ้นเชิง คือการท�ำงานท่ีสอด
ประสานไปกับชมุ ชนและโอบรบั ทกุ คนที่เก่ียวข้องด้วยความเมตตา และ
เหน็ ความส�ำเรจ็ เปน็ การเตบิ โตในระดบั จติ ส�ำนกึ ของผคู้ น และเราในฐานะ
ผู้ท�ำผลงาน ก็พรอ้ มทจ่ี ะจากไป โดยทีง่ านและผ้คู นยังคงด�ำเนนิ ตอ่ ไปได้
อยา่ งยงั่ ยืน

ปจั จุบนั พ่ีสุ้ย วรรณา จารสุ มบูรณ์ เป็นประธานกล่มุ Peaceful
Death และโครงการชุมชนกรุณาเพ่ือการอยู่และตายดี และเป็น
ผสู้ นบั สนนุ การมสี ว่ นรว่ มของภาคประชาชนในการพฒั นาการดแู ลผปู้ ว่ ย
ระยะท้ายแบบประคับประคองในหลายโครงการ อาทิ โครงการเผชิญ
ความตายอย่างสงบ โครงการอาสาข้างเตียง โครงการส่งเสริมบทบาท
พระสงฆใ์ นการเยยี วยาจติ ใจผปู้ ว่ ยเรอ้ื รงั และระยะสดุ ทา้ ย โครงการความ
ตายพูดได้

144 สูญเสีย ไมเ่ สยี ศูนย์

คณุ อรทยั ชะฟู (พี่จิ๋ม)
วนั นีค้ อื ของขวญั ของชวี ิต คอื หนังสอื เลม่ แรกที่เก่ียวข้องกบั การ

ดูแลแบบประคับประคองที่ผมอ่านในสมัยยังเป็นนักศึกษาแพทย์ และ
เป็นประตูท่ีเปิดให้ผมก้าวเข้าสู่โลกการดูแลจิตใจของผู้ป่วยและการดูแล
ทางจิตวิญญาณอย่างแท้จริง ลึกๆ แล้วผมเช่ือว่าหนังสือเล่มนี้มีส่วนไม่
น้อยที่ทําให้ผมเลือกศึกษาและทํางานในฐานะแพทย์ผู้ดูแลผู้ป่วยระยะ
ทา้ ยด้วยใจทม่ี ีพลงั

พจ่ี มิ๋ ปว่ ยเปน็ มะเรง็ ปอดขนั้ รา้ ยแรง และสกู้ บั มะเรง็ มาถงึ สองครง้ั
หลังจากหยุดต่อสู้และเปล่ียนมาใช้ชีวิตอยู่ร่วมกับมะเร็ง ก็เปิดโอกาสให้
เธอมาเปน็ จติ อาสาดูแลผู้ป่วย และยังเปน็ วทิ ยากรใหค้ วามรเู้ กย่ี วกบั การ
ดแู ลจิตใจผ้ปู ว่ ยแก่บุคคลท่ัวไปและบุคลากรทางการแพทย์อกี ด้วย

ประสบการณ์ทั้งจากการเป็นผู้ป่วยเองและเป็นจิตอาสาดูแล
ผู้ป่วย และการได้ทํางานกับตัวเองมาพอสมควร ทําให้เรื่องเล่าและงาน
เขียนของเธอ เปี่ยมไปดว้ ยพลังและมีความซื่อตรง

นพ.ฐากูร กาญจโนภาศ และคณะ 145

นพ.ฐากรู กาญจโนภาศ
จบแพทยศาสตรบัณฑิตจากคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล

มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล ปจั จบุ นั เปน็ อายรุ แพทยป์ ระจ�ำโรงพยาบาลหาดใหญ่
และก�ำลงั ศึกษาหลกั สูตรการดแู ลแบประคบั ประคอง (Palliative care)
หลักสูตร 1 ปี ท่ีศูนย์การุณรักษ์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทย­
ศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น

สร้างเพจ “ห้องเรียน Palliative Care” ขึ้นมาเพ่ือสร้างพื้นท่ี
การเรียนรู้ และแบ่งปันองค์ความรู้และประสบการณ์ในการดูแลผู้ป่วย
แบบประคับประคอง ให้บุคลากรทางการแพทย์รู้จักมากขึ้น รวมถึงมี
เนอื้ หาส�ำหรบั ประชาชนทวั่ ไป เพอื่ สรา้ งความตระหนกั รใู้ นเรอ่ื งชวี ติ และ
ความตาย

ความตายเป็นเร่ืองของมนุษย์ทุกคน บุคลากรทางการแพทย์ที่
ท�ำงานด้านน้ี เม่อื ใชค้ วามเป็นมนษุ ย์ทตี่ ระหนักว่าความตายสามารถเกิด
ขึ้นกับตนเช่นกัน ก็จะสามารถดูแลผู้ป่วยด้วยหัวใจความเป็นมนุษย์ที่มี
ความเขา้ ใจและเหน็ ใจกนั มากข้ึน

146 สูญเสีย ไม่เสยี ศนู ย์



“มีสมการหน�งคือ suffering = pain x resistant ความทกุ ขท รมาน
เทา‹ กบั ความเจ็บปวดคูณดŒวยการตอ‹ ตาŒ น แมคŒ วามเจบ็ ปวดจะยงั อย‹ู
แตถ‹ าŒ เราหยุดต‹อตาŒ น เราจะเหนอ� ยและทุกขน �อยลง จนนา� ไปส‹ูการ
เร�ยนรทŒู ่จี ะอยู‹กับชว� �ตในทิศทางท่ีเปšนบวก ผมเคยบอกคนไขŒว‹า การ
ท่ีเขารูŒสึกเจ็บปวด แปลว‹าเขายังมีช�วต� อยู‹ แต‹เราตŒองยอมรับว‹ามัน
ใชŒไดกŒ ับบางคน และใชŒไม‹ไดŒกับบางคน สิ�งสาํ คัญคอื เราตอŒ งชว‹ ยใหŒ
เขาไดŒทํางานกับความรูŒสกึ ที่เกดิ ขน�้ ”

รศ.นพ.พิชยั อฏิ ฐสกุล


Click to View FlipBook Version