The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอน วิชาอิเล็กทรอนิกส์อุุตสาหกรรม

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by กิติพร พาวังราช, 2020-10-03 23:50:33

แผนการสอน วิชาอิเล็กทรอนิกส์อุุตสาหกรรม

แผนการสอน วิชาอิเล็กทรอนิกส์อุุตสาหกรรม

แผนการจัดการเรียนรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ
ซอื่ วิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม รหัสวชิ า 3105-2005

ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 2 หน่วยกิต 2
หลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลักสูตรประกาศนียบัตรวชิ าชีพชั้นสูง

ประเภทวชิ าช่างอุตสาหกรรม สาขาวชิ าอิเล็กทรอนิกส์
สาขางานอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม

จดั ทําโดย
นายกิตพิ ร พาวงั ราช

วิทยาลยั เทคนคิ สวา่ งแดนดิน
สํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ

แบบคําขออนุมตั ใิ ช้แผนการสอน
แผนการจัดการเรยี นรู้มุ่งเน้นสมรรถนะ
รายวิชา อิเล็กทรอนกิ ส์อุตสาหกรรม รหสั วชิ า 3105-2005

ลงชือ่ .....................................................
(นายกิติพร พาวงั ราช)
ตําแหน่งครู ชํานาญการ
ผจู้ ัดทํา

ความเห็นหัวหน้าแผนกวชิ าอิเลก็ ทรอนิกส์ ความเหน็ หัวหนา้ งานพฒั นาหลักสตู รฯ

ลงชอื่ ............................................... ลงช่ือ...............................................
(นายสาโรช กล่าํ มอญ) (นายคมุ ดวง พรมอินทร)์
หัวหนา้ งานพฒั นาหลักสูตรฯ
ตาํ แหนง่ หัวหน้าแผนกวิชาอิเล็กทรอนิกส์

ความเห็นรองผู้อํานวยการฝ่ายวชิ าการ

ลงช่อื ……………………………………...
(นายทินกร พรหมอินทร์)
รองผู้อํานวยการฝา่ ยวิชาการ

ความเห็นผู้อํานวยการวิทยาลยั เทคนิคสวา่ งแดนดนิ

ลงช่อื ............................................
(นางวรรณภา พ่วงกุล)

ผู้อาํ นวยการวทิ ยาลัยเทคนคิ สว่างแดนดนิ

หลกั สตู รรายวชิ า

ซอ่ื วิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม รหัสวชิ า 3105-2005
ทฤษฎี 1 ปฏิบัติ 2 หน่วยกิต 2

หลกั สตู รประกาศนียบัตรวิชาชีพ หลกั สตู รประกาศนียบตั รวิชาชีพชัน้ สูง
สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขางานอิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม

จดุ ประสงค์รายวชิ า
1. เข้าใจหลักการวิเคราะหค์ ุณสมบัตขิ องอปุ กรณ์เซนเซอร์ ทรานสดิวเซอร์ อุปกรณ์ไทริสเตอร์

มอเตอร์ รีเลย์ และเพาเวอร์เซมคิ อนดักเตอร์
2. สามารถวัดและทดสอบอุปกรณ์ วงจรขยายสัญญาณจากอปุ กรณ์ตรวจจับ รีเลย์หลอดไฟฟา้

มอเตอร์ ในงานอิเลก็ ทรอนกิ ส์อตุ สาหกรรม
3. สามารถออกแบบ ทดสอบ และประยุกต์ใช้งานวงจรควบคุมอัตโนมตั ิ
4. มีกิจนสิ ัยในการทํางานด้วยความประณตี รอบคอบและปลอดภยั ตระหนกั ถงึ คุณภาพของงานและ

มีจริยธรรมในงานอาชีพ
สมรรถนะรายวิชา

1. แสดงความรู้เกยี่ วกับการทดสอบคุณสมบตั อิ ุปกรณ์เซนเซอร์ รีเลย์ อุปกรณ์แสดงผล และอุปกรณ์
ขับเคลือ่ นทางกลไก

2. ออกแบบวงจรควบคุมอตั โนมัติใชร้ ว่ มกบั อุปกรณ์เซนเซอร์
3. วดั ทดสอบรปู สญั ญาณในระบบควบคุมอัตโนมตั ิ
4. ประยุกต์ใชก้ ารควบคมุ อัตโนมัติในงานอุตสาหกรรม
คําอธบิ ายรายวชิ า
ศกึ ษาและปฏิบตั เิ กยี่ วกบั คุณสมบัตอิ ปุ กรณ์เซนเซอร์ ขับเคล่ือนทางกลไก วงจรแปลงสัญญาณควบคุม
อุปกรณ์ไทริสเตอร์และเพาเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ ในระบบการควบคมุ อตั โนมัติและประยกุ ต์ใชง้ านในงาน
อตุ สาหกรรม

คํานาํ

แผนการสอนวิชา “อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม” รหัสวชิ า 3105-2005 เรียบเรียงขึ้นตามหลักสูตร
ประกาศนียบัตรวิชาชีพช้ันสูง (ปวส.) พุทธศักราช 2557 ของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
เน้ือหาภายในแบ่งออกเป็น 14 บท ประกอบด้วย ทรานสดิวเซอร์ สเตรนเกจทรานสดิวเซอร์ชนิดหม้อ
แปลงแสดงความแตกต่าง ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหน่ียวนําและชนิดความจุ ทรานสดิวเซอรช์ นิดความดัน
เทอร์โมคัปเปิล ทรานสดิวเซอร์ ตัวตรวจจับอุณหภูมิด้วยความต้านทานและเทอร์มิสเตอร์ ทรานสดิวเซอร์
ทํางานด้วยแสง ทรานสดิวเซอร์-เซ็นเซอร์คลื่นเสียง ควัน ความร้อน ก๊าซ อุปกรณ์ควบคุมการเปิดปิดวงจร
การควบคุมความเร็วและทิศทางมอเตอร์ การควบคุมกําลังไฟฟ้ากระแสตรง เครื่องจา่ ยแรงดันไฟฟ้าคงท่ี ใบ
ปฏบิ ตั ิงานและใบงาน เป็นต้น

ผู้จัดทําได้รวบรวมจัดทําเกี่ยวกับหลักสูตรรายวิชา ประกอบด้วย ลักษณะวชิ า การแบ่งหน่วยบทเรียน
และหัวข้อ จุดประสงค์การสอนและการประเมินผลรายวิชา พร้อมท้ังได้จัดทํากําหนดการสอน ใบเตรียมการ
สอนรายสัปดาห์ตลอดท้ัง 18 สัปดาห์ ซ่ึงประกอบด้วย จุดประสงค์การสอน เน้ือหาสาระที่สอน วิธีการสอน
เอกสารและสื่อประกอบการสอนเป็นต้น ท้ังน้ีผู้เขียนคาดหวังว่า เอกสารฉบับนี้จะเป็นเอกสารคู่มือครู
ประกอบการสอนท่ีได้มีการเตรียม และวางแผนการสอนไว้อย่างรอบคอบ ซึ่งจะส่งผลให้การเรียนการสอน
รายวชิ าน้ี มปี ระสิทธิภาพและมีคณุ ภาพยิง่ ขน้ึ ต่อไป

นายกิติพร พาวังราช
ผู้จัดทํา

แผนการเรียนรู้รายวิชา

ช่อื รายวิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม
รหสั วชิ า
ระดับชั้น 3105-2005 (ท-ป-น) 1-2-2
หน่วยกิต
ทฤษฏี ปวส สาขาวชิ า/กล่มุ วชิ า/แผนกวิชา อิเล็กทรอนิกส์
ภาคเรียนท่ี
2 จํานวนคาบรวม 54 คาบ

1 คาบ/สัปดาห์ ปฏิบัติ 2 คาบ/สปั ดาห์

1 ปีการศึกษา 2563

จุดประสงค์รายวชิ า

1. เข้าใจหลักการวิเคราะหค์ ุณสมบัติของอปุ กรณเ์ ซนเซอร์ ทรานสดิวเซอร์ อปุ กรณ์ไทริสเตอร์ มอเตอร์
รีเลย์ และเพาเวอร์เซมคิ อนดักเตอร์

2. สามารถวดั และทดสอบอุปกรณ์ วงจรขยายสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับ รีเลย์หลอดไฟฟ้า มอเตอร์
ในงานอิเล็กทรอนิกสอ์ ตุ สาหกรรม

3. สามารถออกแบบ ทดสอบ และประยุกต์ใชง้ านวงจรควบคมุ อัตโนมัติ
4. มีกิจนิสยั ในการทํางานด้วยความประณตี รอบคอบและปลอดภัย ตระหนกั ถงึ คุณภาพของงานและมี
จรยิ ธรรมในงานอาชีพ

สมรรถนะรายวิชา

แสดงความรู้เกี่ยวกับการทดสอบคณุ สมบตั ิอุปกรณ์เซนเซอร์ รีเลย์ อุปกรณ์แสดงผล และอปุ กรณ์
ขับเคลือ่ นทางกลไก

2. ออกแบบวงจรควบคุมอัตโนมัติใชร้ ่วมกับอุปกรณ์เซนเซอร์
3. วัด ทดสอบรูปสญั ญาณในระบบควบคุมอตั โนมัติ
4. ประยุกต์ใช้การควบคุมอตั โนมตั ิในงานอตุ สาหกรรม

คาํ อธิบายรายวิชา

ศกึ ษาและปฏบิ ตั ิเก่ยี วกับคุณสมบัติอุปกรณ์เซนเซอร์ ขบั เคลอ่ื นทางกลไก วงจรแปลงสญั ญาณควบคุม
อุปกรณ์ไทรสิ เตอร์และเพาเวอร์เซมิคอนดักเตอร์ ในระบบการควบคุมอัตโนมัติและประยกุ ต์ใช้งานในงาน
อตุ สาหกรรม

รายการหนว่ ย ช่ือหนว่ ย และสมรรถนะประจําหน่วย

ชอ่ื เร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

หน่วยที่ 1 ทรานสดิวเซอร์ สมรรถนะ
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ทรานสดิวเซอร์

จุดประสงคท์ วั่ ไป
1. เพ่ื อให้ รู้แล ะเข้าใจเก่ีย วกั บ ความ ห ม ายขอ ง
ทรานสดิวเซอร์
2. เพื่อให้มีทักษะในการคํานวณหาค่าการใช้งานโพเทน
ชโิ อมเิ ตอร์ลักษณะตา่ งๆ
3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของรายละเอียดคุณสมบัติของโพ
เทนชิโอมิเตอร์
4. เพ่ือมีจติ สํานึกท่ีดีเก่ียวกับเลอื กทรานสดิวเซอร์มาใช้
งาน

จดุ ประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
ด้านความรู้

1. อธบิ ายความหมายของทรานสดิวเซอร์ได้
2. ขยายความทรานสดิวเซอร์ชนิดความต้านทาน

เปลย่ี นแปลงตามตาํ แหนง่ ได้
3. เขียนกราฟแสดงความเป็นเชิงเส้นของความ

ตา้ นทานในตวั โพเทนชิโอมิเตอร์ได้
ดา้ นทกั ษะ

4. สาธิตการคํานวณหาค่าการใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์
ลักษณะต่างๆ ได้

ดา้ นจิตพิสัย
5. เลือกทรานสดิวเซอร์มาใช้งานได้
6. จาํ แนกรายละเอยี ดคุณสมบัติของโพเทนชโิ อมิเตอร์
ได้

ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
7. มีความรอบรู้เก่ียวกบั ทรานสดิวเซอร์ได้

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หนว่ ยที่ 2 สเตรนเกจ
สมรรถนะ
1. ตอ่ สเตรนเกจเพื่อใชง้ าน

จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. เพอื่ ให้รู้และเขา้ ใจเก่ยี วกับลกั ษณะสเตรนเกจ
2. เพ่ือใหม้ ที ักษะในการต่อสเตรนเกจไปใช้งาน
3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของสเกตรนเกจชนิดแยกออกจาก
กนั
4. เพื่อมีจิตสํานึกท่ีดีเก่ียวกับการต่อสเตรนเกจเพื่อใช้
งาน

จุดประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
ด้านความรู้

1. อธิบายลักษณะสเตรนเกจได้
2. บรรยายรูปรา่ งสเตรจเกจได้
3. ยกตวั อยา่ งวสั ดใุ ชผ้ ลิตสเตรนเกจได้
4. เปรียบเทียบความเค้นและความเครียดได้
ดา้ นทกั ษะ
5. สาธติ การต่อสเตรนเกจไปใช้งานได้
ด้านจติ พิสยั
6. ชแ้ี จงสเกตรนเกจชนิดแยกออกจากกันได้

ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
7. มีความรอบคอบ ระมัดระวังในการต่อสเตรนเกจใน
การใชง้ านได้

ชอื่ เร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

หน่วยที่ 3 ทรานสดิวเชอร์ชนิดหม้อแปลงแสดง สมรรถนะ
ความแตกต่าง
1. แสดงความรู้เกี่ยวกับทรานสดิวเชอร์ชนิดหม้อ

แปลงแสดงความแตกตา่ ง

จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพื่อให้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างลักษณะหม้อ

แปลงแสดงความแตกตา่ ง

2. เพ่ือให้มีทักษะในการใช้งานหม้อแปลงแสดงความ

แตกต่าง

3. เพ่ือให้เห็นคุณค่าของการทํางานของหม้อแปลง

แสดงความแตกตา่ ง

4. เพ่ือมีจิตสํานึกท่ีดีเก่ียวกับหม้อแปลงแสดงความ

แตกต่างชนิดแรงดันไฟตรงและหม้อแปลงแสดง

ความแตกต่างชนดิ แกนหมุน

จดุ ประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม

ด้านความรู้

1. อธิบายรูปร่างลักษณะหม้อแปลงแสดงความ

แตกตา่ งได้

2. เขียนรายละเอียดคุณสมบัติของหม้อแปลงแสดง

ความแตกตา่ งได้

ดา้ นทกั ษะ

3. ทดลองใช้งานหม้อแปลงแสดงความแตกต่างได้

ดา้ นจติ พิสยั

4. ติดตามการทํางานของหมอ้ แปลงแสดงความ

แตกต่างได้

5. จําแนกระหว่างหม้อแปลงแสดงความแตกตา่ ง

ชนิดแรงดันไฟตรงและหมอ้ แปลงแสดงความ

แตกต่างชนิดแกนหมุนได้

ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
6. มีภูมิคุ้มกันท่ีดีเกี่ยวกับทรานสดิวเชอร์ชนิดหม้อ
แปลงแสดงความแตกตา่ งได้

ช่อื เร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

หน่วยท่ี 4 ทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหนี่ยวนํา สมรรถนะ
และชนดิ ความจุ
1. ใช้งานทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหน่ียวนําและ

ชนดิ ความจุ

จุดประสงคท์ ่วั ไป

1. เพ่ือให้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับรูปร่างทรานสดิวเซอร์

ชนิดความเหนยี่ วนํา

2. เพ่ือให้มีทักษะในการใช้งานทรานสดิวเซอร์ชนิด

ความเหนี่ยวนําและชนดิ ความจุ

3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของทรานสดิวเซอร์ชนิดความ

เหนีย่ วนําและชนดิ ความจุ

4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเกี่ยวกับรายละเอียดคุณสมบัติ

ของทรานสดิวเซอรช์ นดิ ความเหนีย่ วนาํ

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม

ดา้ นความรู้

1. อธิบายรูปร่างทรานสดิวเซอร์ชนิดความเหน่ียวนํา

ได้

2. สรุปรายละเอียดคุณสมบัติของทรานสดิวเซอร์

ชนิดความเหนี่ยวนาํ ได้

3. เปรียบเทียบเครื่องวัดความเร็วรอบและเคร่ืองวัด

ความเรว็ ของไหลได้

ด้านทกั ษะ

4. สาธติ การตรวจจบั การเคลอ่ื นที่ของแผ่นเพลตได้

5. ทดลองใช้งานพร็อกซีมติ ีเซน็ เซอรช์ นดิ ความจุได้

ดา้ นจิตพิสัย

6. ชี้แจงทรานสดิวเซอรช์ นิดความจุแบบต่างๆ ได้

7. นาํ เซน็ เตอรช์ นิดความจุมาใช้งานได้

ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
8. มีความรอบรู้เกี่ยวกับทรานสดิวเซอร์ชนิดความ
เหนีย่ วนําและชนดิ ความจุได้

ช่ือเร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
หนว่ ยท่ี 5 ทรานสดวิ เซอรช์ นิดความดัน
สมรรถนะ
1. ใช้งานทรานสดวิ เซอรช์ นิดความดัน

จดุ ประสงค์ทว่ั ไป
1. เพ่ือให้รู้และเข้าใจเก่ียวกับหลักการเบื้องต้นของ
ความดันและการวดั ความดนั
2. เพ่ือให้มีทักษะในการใช้งานทรานสดิวเซอร์ชนิด
ความดนั
3. เพ่ือให้เห็นคุณค่าของลักษณะทรานสดิวเซอร์ชนิด
ความดัน
4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเกยี่ วกับทรานสดิวเซอร์ชนิดความ
ดันตอ่ รว่ มใชง้ านกบั ทรานสดิวเซอร์อ่ืน

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
ดา้ นความรู้

1. อธิบายหลักการเบ้ืองต้นของความดันและการวัด
ความดันได้

2. แยกแยะลกั ษณะทรานสดิวเซอรช์ นดิ ความดันได้
ดา้ นทักษะ

3. ฝึกการใชง้ านทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความดนั ได้
4. สาธิตทรานสดิวเซอร์ชนิดความดันต่อร่วมใช้งานกับ

ทรานสดวิ เซอรอ์ ืน่ ได้
ดา้ นจิตพิสัย

5. จําแนกชนดิ ของการวัดความดันได้
6. ยอมรับทรานสดิวเซอรช์ นิดความดนั ทผี่ ลติ มาใชง้ าน

ได้

ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง
7. มีความระมัดระวังในการใช้งานทรานสดิวเซอร์ชนิด
ความดัน

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หนว่ ยที่ 6 เทอร์โมคปั เปลิ ทรานสดิวเซอร์
สมรรถนะ
1. ใชง้ านเทอรโ์ มคัปเปิลทรานสดิวเซอร์

จดุ ประสงคท์ วั่ ไป
1. เพ่ือให้รู้และเข้าใจเก่ียวกับหลักการเบ้ืองต้นเทอร์
โมคปั เปิล
2. เพ่ื อให้ มี ทั กษ ะใน การใช้งาน เท อร์โม คั ป เปิ ล
ทรานสดิวเซอร์
3. เพ่ือให้เห็นคุณค่าของการวัดอุณหภูมิเปรียบเทียบ
กบั อุณหภูมทิ ่จี ุด 0oC
4. เพื่อมีจิตสํานึกที่ดีเกี่ยวกับลักษณะหัวใช้งานของ
เทอรโ์ มคปั เปลิ

จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
ดา้ นความรู้

1. อธิบายหลกั การเบ้ืองต้นเทอร์โมคัปเปิลได้
2. รวบรวมขอ้ ควรคาํ นงึ ในการใชง้ านเทอร์โมคปั เปลิ ได้
3. เปรียบเทียบชนดิ ของเทอรโ์ มคปั เปิลได้
ด้านทกั ษะ
4. สงั เกตลกั ษณะหวั ใช้งานของเทอร์โมคัปเปลิ ได้
5. สมั ผัสเทอร์โมคปิ เปิลท่ีผลิตมาใช้งานได้
ดา้ นจติ พสิ ยั
6. ชแ้ี จงการวัดอณุ หภมู ิเปรียบเทยี บกับอณุ หภูมทิ ี่จดุ

0oC ได้
7. ยอมรับหลกั การชดเชยด้วยรอยต่อความเย็นได้
8. อภิปรายเทอร์โมคปั เปลิ เทอร์โมมิเตอร์ได้

ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
9. มภี ูมิค้มุ กันท่ดี ีเก่ียวกบั การใช้งานเทอร์โมคปั เปิล
ทรานสดิวเซอร์

ชอื่ เร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

หน่วยท่ี 7 ตัวตรวจวัดอุณหภูมิด้วยความ สมรรถนะ
ต้านทานและเทอร์มิสเตอร์
1. ตอ่ ใชง้ านของ RTD ใช้โลหะพลาตนิ มั

จุดประสงคท์ ั่วไป

1. เพ่ือให้รู้และเข้าใจเกี่ยวกับหลักการเบ้ืองต้นตัว

ตรวจวัดอณุ หภูมิดว้ ยความตา้ นทาน

2. เพ่ือให้มีทักษะในการต่อใช้งานของ RTD ใช้

โลหะพลาตินัม

3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของความต้านทานออกเอาต์พุต

ของ RTD ชนดิ พลาตนิ ัม

4. เพื่อมีจติ สาํ นึกท่ีดีเกีย่ วกับรายละเอียดคุณสมบัติของ

เทอร์มิสเตอร์

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม

ดา้ นความรู้

1. อธิบายหลักการเบื้องต้นตัวตรวจวัดอุณหภูมิด้วย

ความตา้ นทานได้

2. ระบหุ ลักการเบื้องต้นของเทอรม์ สิ เตอร์ได้

3. สรปุ ความ RTD ที่ผลิตมาใช้งานได้

4. เปรยี บเทยี บชนดิ ของเทอรม์ สิ เตอร์ได้

5. รวบรวมรูปแบบของตัวตรวจวัดอุณหภูมิด้วยความ

ต้านทานได้

ดา้ นทักษะ

6. สังเกตการณใ์ ชโ้ ลหะพลาตนิ ัมทาํ RTD ได้

7. ฝกึ ต่อใช้งานของ RTD ใช้โลหะพลาตนิ ัมได้

ดา้ นจติ พิสยั

8. ช้ีแจงความต้านทานออกเอาต์พุตของ RTD ชนิด

พลาตนิ ัมได้

9. จดั ลาํ ดบั สมั ประสิทธิอ์ ุณหภมิของเทอร์มิสเตอร์ได้

10.จําแนกรายละเอียดคณุ สมบตั ิของเทอรม์ สิ เตอร์ได้

ดา้ นคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง

11.มีความรอบรู้และรอบคอบใช้งานของ RTD ใช้

โลหะพลาตินัมได้

ชอ่ื เร่ือง สมรรถนะและจดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
หนว่ ยที่ 8 ทรานสดิวเซอรท์ ํางานด้วยแสง
สมรรถนะ
1. นํา LRD และโฟโตไดโอดใชง้ าน

จุดประสงค์ทว่ั ไป
1. เพ่ือใหร้ ู้และเข้าใจเกีย่ วกบั แสงและแหล่งกาํ เนดิ แสง
2. เพื่อให้มีทักษะในการนํา LRD และโฟโตไดโอดใช้
งาน
3. เพื่อให้เห็นคุณคา่ ของคุณสมบัติของ LDR
4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเกี่ยวกับทรานสดิวเซอร์ทํางาน
ดว้ ยแสง

จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม
ดา้ นความรู้

1. อธบิ ายแสงและแหล่งกําเนดิ แสงได้
2. ยกตัวอย่างตัวต้านทานเปล่ยี นค่าตามแสงได้
3. บรรยายโฟโตไดโอดได้
4. สรุปความโฟโตทรานซิสเตอร์และการทํางานของ

โฟโตทรานซสิ เตอร์ได้
ดา้ นทกั ษะ

5. ทดลองนํา LDR ไปใช้งานได้
6. สังเกตเซลล์แสงอาทิตย์และเซลล์แสงอาทิตย์ชนิด

ฟิลม์ บางได้
ดา้ นจิตพิสยั

7. ช้แี จงคุณสมบตั ิของ LDR ได้
8. นําโฟโตไดโอดไปใชง้ านได้
9. ยอมรับโฟโตดารล์ งิ ตนั ได้
ดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
10.มีระมดั ระวงั รอบคอบในการนาํ LRD และโฟโต

ไดโอดใชง้ าน

ชื่อเรื่อง สมรรถนะและจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

หน่วยที่ 9 ทรานสดิเซอร์-เซ็นเซอร์ คลื่นเสียง สมรรถนะ
ควัน ความรอ้ น ก๊าซ
1. ใช้งานทรานสดิวเซอร์และเซ็นเซอร์คล่ืนเสียง ควัน

ความร้อน กา๊ ช

จุดประสงคท์ ่ัวไป

1. เพ่อื ให้รู้และเขา้ ใจเกย่ี วกบั คลื่นเสยี ง

2. เพ่อื ให้มีทักษะในการใช้งานทรานสดวิ เซอร์และ

เซ็นเซอรค์ ล่ืนเสียง ควัน ความร้อน ก๊าช

3. เพื่อให้เหน็ คณุ ค่าของเซ็นเซอร์ป้องกันอัคคีภัย

4. เพ่ือมีจิตสํานึกท่ีดีเก่ียวกับสัมผัสเซ็นเซอร์ตรวจจับ

ก๊าซรวั่

จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม

ด้านความรู้

1. อธบิ ายคลื่นเสยี งได้

2. สรปุ ความคล่ืนเหนือเสียงได้

3. ลงความคิดเห็นเกี่ยวกับทรานสดิวเซอร์คลื่นเหนือ

เสียงได้

ดา้ นทกั ษะ

4. สงั เกตเซ็นเซอร์ปอ้ งกันอัคคีภัยได้

5. สัมผัสเซน็ เซอรต์ รวจจับก๊าซร่ัวได้

ดา้ นจิตพสิ ยั

6. ชีแ้ จงการทาํ งานของคล่นื เหนือเสยี งได้

7. แสวงหาการกาํ เนดิ คลืน่ เหนือเสียงได้

8. ประยกุ ต์ใช้งานคลืน่ เหนอื เสียงได้

ด้านคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

9. มีภูมิคุ้มกนั ที่ดีเกยี่ วกับทรานสดิเซอร์-เซน็ เซอร์

คลื่นเสยี ง ควนั ความร้อน ก๊าซ

ชื่อเร่ือง สมรรถนะและจดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หนว่ ยท่ี 10 อปุ กรณ์ควบคมุ การเปิดปดิ วงจร
สมรรถนะ
1. ใชอ้ ุปกรณค์ วบคุมการเปดิ ปดิ วงจร

จุดประสงคท์ วั่ ไป
1. เพอ่ื ให้รู้และเขา้ ใจเกย่ี วกบั อุปกรณค์ วบคุมวงจร
2. เพอ่ื ให้มที ักษะในการใช้อุปกรณ์ควบคมุ การเปดิ ปดิ
วงจร
3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของสวิตซ์ทํางานด้วยมือและสวิตซ์
ทํางานด้วยกลไก
4. เพ่อื มีจิตสาํ นกึ ท่ีดีเกยี่ วกับสวิตซ์อิเลก็ ทรอนิกส์

จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
ดา้ นความรู้

1. อธบิ ายอปุ กรณ์ควบคมุ วงจรได้
2. เปรียบเทียบสวิตซ์ทํางานด้วยมือและสวิตซ์ทํางาน

ดว้ ยกลไกได้
ดา้ นทักษะ

3. สังเกตสวติ ซอ์ เิ ลก็ ทรอนิกส์ได้
ดา้ นจิตพสิ ยั

4. ยอมรับสวิตซ์ทาํ งานดว้ ยสนามแม่เหลก็ ได้
ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

5. มีความละเอียดรอบคอบในการใชอ้ ุปกรณ์ควบคมุ
การเปดิ ปดิ วงจร

ช่อื เรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

หน่วยท่ี 11 การควบคุมความเร็วและทิศทาง สมรรถนะ
มอเตอร์
1. ควบคุมความเร็วและทิศทางมอเตอร์

จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. เพอ่ื ใหร้ ู้และเขา้ ใจเกย่ี วกับมอเตอร์และชนิดมอเตอร์
2. เพอื่ ให้มที ักษะในการควบคุมความเร็วและทิศทาง
มอเตอร์
3. เพอื่ ให้เห็นคุณคา่ ของวงจรบริดจค์ วบคุมอาร์เมเจอร์
4. เพ่ือมีจิตสํานึกท่ีดีเกี่ยวกับหลักการทํางานของสเตป
เปอร์มอเตอร์

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
ด้านความรู้

1. อธิบายมอเตอรแ์ ละชนิดมอเตอร์ได้
2. ขยายความการกลบั ทศิ ทางการหมนุ ของมอเตอร์ได้
3. เปรียบเทียบมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและมอเตอร์

ไฟฟา้ กระแสสลบั ได้
ด้านทกั ษะ

4. ทดลองการควบคมุ ความเร็วมอเตอร์ได้
5. สาธิตการควบคุมสเตปเปอรม์ อเตอร์ทํางานได้
ดา้ นจิตพสิ ยั
6. ยอมรบั วงจรบริดจ์ควบคุมอาร์เมเจอรไ์ ด้
7. ช้แี จงสเตปเปอร์มอเตอร์ได้
8. ติดตามหลกั การทาํ งานของสเตปเปอรม์ อเตอรไ์ ด้
ด้านคุณธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง
9. มภี ูมิคุม้ กันที่ดีเกี่ยวกับการควบคุมความเร็วและ

ทิศทางมอเตอร์ได้

ช่ือเร่ือง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

หนว่ ยที่ 12 การควบคมุ กําลังไฟฟ้ากระแสตรง สมรรถนะ
1. ควบคุมกําลังไฟฟ้ากระแสตรง

จดุ ประสงค์ทวั่ ไป
1. เพ่อื ให้รู้และเขา้ ใจเกี่ยวกบั วงจรเรียงกระแสแบบ
ต่างๆ
2. เพอื่ ใหม้ ที ักษะในการควบคมุ กาํ ลังไฟฟา้ กระแสตรง
3. เพือ่ ให้เห็นคุณค่าวงจรเรียงกระแสแบบตา่ งๆ
4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเก่ียวกับควบคุมกําลังไฟฟ้า

กระแสตรง

จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
ด้านความรู้

1. อธิบายวงจรเรียงกระแสแบบตา่ งๆ ได้
ดา้ นทักษะ

2. ทดลองควบคุมกาํ ลงั ไฟฟ้าแบบต่างๆ ได้
ดา้ นจติ พสิ ยั

3. จําแนกวงจรเรยี งกระแสแบบตา่ งๆ ได้
ดา้ นคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

4. มคี วามรอบรู้ในการควบคมุ กําลังไฟฟา้ กระแสตรงได้

ช่ือเรื่อง สมรรถนะและจุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม
หนว่ ยท่ี 13 เคร่อื งจา่ ยแรงดนั ไฟฟ้าคงที่
สมรรถนะ
1. ใช้เครอ่ื งจา่ ยแรงดันไฟฟา้ คงที่

จุดประสงคท์ ั่วไป
1. เพ่ือให้รู้และเข้าใจเกยี่ วกบั ตัวรักษาระดับแรงดันคงท่ี
แบบเชงิ เสน้
2. เพอื่ ให้มีทักษะในการใช้เครอ่ื งจ่ายแรงดันไฟฟา้ คงท่ี
3. เพื่อให้เห็นคุณค่าของชนิดตัวรักษาระดับแรงดันคงท่ี
แบบเชงิ เส้น
4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเก่ียวกับพื้นฐานตัวรักษาระดับ
แรงดันคงทแ่ี บบเชิงเสน้

จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
ด้านความรู้

1. อธบิ ายตัวรักษาระดบั แรงดนั คงท่ีแบบเชงิ เส้นได้
2. รวมรวมพ้ืนฐานตัวรักษาระดับแรงดันคงท่ีแบบเชิง

เส้นได้
3. สรุปความไอซีรักษาระดับแรงดันคงท่ีแบบเชิงเส้น

ชนดิ 3 ขาได้
ดา้ นทักษะ

4. สาธติ การควบคุมรอบการทํางานได้
5. ทดลองใช้ไอซีรักษาระดับแรงดันคงที่แบบเชิงเส้น

ชนดิ 3 ขาได้
6. สังเกตไอซีรักษาระดับแรงดันคงที่แบบเชิงเส้นเบอร์

723 ได้
ด้านจติ พสิ ัย

7. จาํ แนกชนดิ ตวั รักษาระดับแรงดนั คงท่ีแบบเชงิ เส้น
ได้

8. เลือกตัวรกั ษาระดบั แรงดันคงที่มาใชง้ านได้
9. ชแี้ จงวงจรปอ้ งกันภายในตัวไอซีรักษาระดับคงท่ี

แบบเชิงเส้น
ด้านคณุ ธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง

10.มี ค วาม ระมั ด ระวังใน ก ารใช้ งาน เค รื่อ งจ่ าย
แรงดนั ไฟฟ้าคงทีไ่ ด้

รายช่ือหน่วยการสอน/การเรียนรู้ 3 คาบ

หน่วยการสอน/การเรียนรู้ จาํ นวนคาบ
ทฤษฎี ปฏบิ ัติ
วิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม
รหัส 2105-2111 คาบ/สปั ดาห์ 12
12
รวม 54 คาบ 12
12
หน่วยที่ ชอ่ื หน่วย ทฤษฎี 12
12
1 ทรานสดิวเซอร์ 24
2 สเตรนเกจ 24
3 ทรานสดิวเซอร์ชนดิ หม้อแปลงแสดงความแตกตา่ ง 24
4 ทรานสดิวเซอรช์ นิดความเหนี่ยวนาํ และชนดิ ความจุ 24
5 ทรานสดิวเซอรช์ นิดความดัน 12
6 เทอรโ์ มคปั เปิล ทรานสดวิ เซอร์ 12
7 ตัวตรวจจบั อุณหภมู ิด้วยความตา้ นทานและเทอร์มิสเตอร์ 24
8 ทรานสดิวเซอร์ทํางานดว้ ยแสง
9 ทรานสดิวเซอร์-เซน็ เซอร์คล่นื เสียง ควนั ความร้อน ก๊าซ
10 อุปกรณ์ควบคมุ การเปดิ ปิดวงจร
11 การควบคมุ ความเร็วและทศิ ทางมอเตอร์
12 การควบคมุ กําลงั ไฟฟ้ากระแสตรง
13 เครื่องจา่ ยแรงดันไฟฟา้ คงท่ี

รวม 54

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฏี หน่วยที่ 1

แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี สอนสัปดาห์ที่ 1
คาบรวม 3
ชอื่ วชิ า อิเล็กทรอนกิ สอ์ ุตสาหกรรม จาํ นวนคาบ 3
ชอ่ื หนว่ ย ทรานสดิวเซอร์
ช่อื เร่ือง. ทรานสดวิ เซอร์

ขน้ั นาํ เข้าสบู่ ทเรียน (15 นาที)
สมรรถนะอาชพี ประจาํ หน่วย

แสดงความรู้เกี่ยวกับทรานสดิวเซอร์

สาระสาํ คัญ

ทรานสดิวเซอร์ หรือ ตัวแปลง เป็นชื่อเรียกรวมอุปกรณ์ท่ีทําหน้าที่เปลี่ยนพลังงานรูปหน่ึงไปเป็น
พลังงานอีกรูปหนึ่ง พลังงานที่จะนํามาเปล่ียนแปลงมีหลากหลายรูปแบบในทุกๆ ด้าน เช่น แสง เสียง
สนามแม่เหล็ก ความร้อน ความเย็น ความช้ืน แรงดัน แรงกด ก๊าซ และควัน เป็นต้น หน้าท่ีของทรานสดิวเซอร์
คือ รบั รู้ และแสดงค่า จํานวน ขนาด และความถ่ี จ่ายออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก ทรานสดิวเซอร์บางคร้ังเรยี กว่า
เซ็นเซอร์ เพราะด้วยคุณสมบัติทางฟซิ ิกส์ท่ีเหมือนกนั ในการนําไปประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนในกระบวนการทํางาน
ทางอุตสาหกรรมจําเป็นต้องใช้ท้ังสองส่วน การเลือกทรานสดิวเซอร์มาใช้งาน ควรพิจารณาจากปัจจัยพ้ืนฐาน
เช่น ย่านการทํางาน ความไว การตอบสนองความถ่ี เหมาะสมกับการใช้งาน ความไวตํ่าสุด ความเที่ยงตรง ความ
แขง็ แรง และไฟฟา้ ทใ่ี ช้ เป็นต้น

เรื่องทจ่ี ะศกึ ษา

1. ความหมายของทรานสดวิ เซอร์
2. การเลือกทรานสดิวเซอร์มาใชง้ าน
3. ทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความต้านทานเปลย่ี นแปลงตามตําแหน่ง
4. ความเปน็ เชงิ เสน้ ของความต้านทานในตัวโพเทนชโิ อมิเตอร์
5. รายละเอยี ดคณุ สมบัตขิ องโพเทนชิโอมิเตอร์
6. การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์

จดุ ประสงคท์ วั่ ไป

1. เพอ่ื ให้รู้และเขา้ ใจเกย่ี วกบั ความหมายของทรานสดิวเซอร์ (ดา้ นความร้)ู
2. เพ่ือให้มีทักษะในการคาํ นวณหาค่าการใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์ลกั ษณะต่างๆ (ดา้ นทกั ษะ)
3. เพื่อให้เหน็ คุณคา่ ของรายละเอยี ดคุณสมบตั ิของโพเทนชโิ อมิเตอร์ (ดา้ นเจตคติ)
4. เพ่ือมีจิตสํานึกที่ดีเก่ียวกับเลือกทรานสดิวเซอร์มาใช้งาน (ด้านคุณธรรม จริยธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจ

พอเพียง)

จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม

1. อธิบายความหมายของทรานสดิวเซอร์ได้(ด้านความรู้ความจํา)
2. ขยายความทรานสดิวเซอร์ชนิดความตา้ นทานเปลี่ยนแปลงตามตาํ แหนง่ ได้ (ด้านความเข้าใจ)
3. เขยี นกราฟแสดงความเปน็ เชิงเส้นของความต้านทานในตวั โพเทนชิโอมิเตอรไ์ ด้ (ดา้ นการวิเคราะห์)
4. สาธติ การคาํ นวณหาค่าการใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์ลักษณะต่างๆ ได้ (ด้านทักษะ)
5. เลอื กทรานสดิวเซอรม์ าใช้งานได้ (ดา้ นจิตพสิ ยั )
6. จาํ แนกรายละเอียดคุณสมบตั ิของโพเทนชโิ อมิเตอรไ์ ด้ (ด้านจิตพสิ ัย)
7. มีความรอบรเู้ กี่ยวกบั ทรานสดิวเซอรไ์ ด้ (ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม/บูรณาการเศรษฐกิจพอเพียง)

ข้นั ให้ความรู้ (75 นาที) + ขั้นประยุกตใ์ ช้ (60 นาที)
เนอื้ หาสาระการสอน/การเรียนรู้

1. ความหมายของทรานสดิวเซอร์
ทรานสดิวเซอร์ (Transducer) หรืออาจเรียกว่า ตัวแปลง เป็นชื่อเรียกรวมอุปกรณ์ท่ีทําหน้าที่เปล่ียน

พลงั งานรูปหนง่ึ ไปเป็นพลังงานอกี รูปหน่ึง พลังงานท่ีจะนํามาเปลี่ยนแปลงมหี ลากหลายรูปแบบในทุกๆ ดา้ น เช่น
แสง เสียง สนามแม่เหล็ก ความร้อน ความเย็น ความช้ืน แรงดัน แรงกด ก๊าซ และควัน เป็นต้น
ทรานสดิวเซอร์สามารถเปลี่ยนแปลงพลังงานในรูปดังกล่าวไปเป็นพลังงานในหลายชนิดด้วยกัน คือ รูปไฟฟ้า
(Electrical) รูปทางกล (Mechanical) รูปเคมี (Chemical) รูปแสง (Optical) หรือรูปความร้อน (Thermal)
เปน็ ต้น

กล่าวรายละเอียดได้ว่า ทรานสดิวเซอร์สามารถนําไปใช้งานได้อย่างกว้างขวาง และแพร่หลายในงาน
ต่างๆ ตัวอย่างเช่น ทําเป็นอุปกรณ์เปลี่ยนกําลังทางกล หรือเข้าแทนที่กําลังทางกล ด้วยสัญญาณไฟฟ้า เป็น
รปู แบบอุปกรณ์ท่ีกว้างขวางมากและเป็นกลุ่มอุปกรณ์ที่สําคัญ ทรานสดิวเซอร์ถือได้ว่าเปน็ อุปกรณ์พื้นฐานที่พบได้
ท่ัวไปในงานการผลิตทางอุตสาหกรรม ในขบวนการผลิตจะต้องเก่ียวข้องกับการปฏิบัติงานหลายลักษณะ หลาย
รปู แบบ และหลายขน้ั ตอน ในขบวนการผลิตแตล่ ะขน้ั ตอนจะต้องผ่านการตรวจสอบและตรวจวดั ดังนัน้ อุปกรณ์ท่ี
จะนํามาใช้ในการตรวจสอบและตรวจวัดดังกลา่ ว จงึ จําเปน็ ต้องสอดคล้องและสัมพันธ์กับการปฏิบตั ิงานในข้ันตอน
นน้ั ๆ รวมไปถงึ ตอ้ งเหมาะสมกบั อุปกรณ์แสดงผลด้วย

หน้าที่ของทรานสดวิ เซอร์ คือ รับรู้ (Sense) และแสดงค่า (Presense) จาํ นวนขนาด (Magnitude) การ
เปลี่ยนแปลงไป (Change in) และความถ่ี (Frequency) ในการวัดปริมาณบางส่ิงบางอย่าง หรือทําหน้าท่ีจัดหา
(Provide) ปริมาณไฟฟ้าท่ีส่งออกของกรรมวิธีที่เหมาะสมและจ่ายออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก ลักษณะการทํางาน
ของทรานสดวิ เซอร์ แสดงดงั รูปที่ 1.1

พลงั งานรูปหนÉึง ทรานสดวิ เซอร์ พลงั งานไฟฟ้า

การกระตุน้

รปู ท่ี 1.1 บล็อกไดอะแกรมการทํางานของทรานสดิวเซอร์
จากรูปที่ 1.1 แสดงบล็อกไดอะแกรมการทํางานของทรานสดิวเซอร์ โดยรับพลังงานรูปหน่ึงเข้ามา ผ่าน
ทรานสดิวเซอร์เปลีย่ นแปลงพลงั งานที่ป้อนเข้าให้ออกมาเป็นพลังงานไฟฟ้า สภาวะการทํางานของทรานสดิวเซอร์
อาจต้องมีการกระตุ้มการทํางานใหท้ รานสดิวเซอร์ด้วย ในงานที่เก่ียวกับการผลิตทางอตุ สาหกรรมส่วนใหญ่นิยมใช้
ทรานสดิวเซอร์ที่ให้ผลทางเอาต์พุต ออกมาในรูปพลังงานไฟฟ้า เพราะเป็นพลังงานท่ีนําไปใช้ในการแสดงผลได้

ง่าย นําไปจ่ายให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์เปลี่ยนแปลงออกมาในรูปสัญญาณท่ีแสดงผลได้ และรับรู้หรือสัมผัสได้ จึง
ถูกนําไปใชง้ านอย่างกวา้ งขวางแพร่หลาย

2. การเลอื กทรานสดวิ เซอร์มาใช้งาน
ทรานสดิวเซอร์ บางครั้งอาจถูกเรียกว่าเซ็นเซอร์ (Sensor) ก็ได้ เพราะด้วยคุณสมบัติทางฟิซิกส์ท่ี

เหมือนกันในการนําไปประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนในกระบวนการทางอุตสาหกรรมจําเป็นต้องใช้ทั้ง
ทรานสดิวเซอรแ์ ละเซ็นเซอร์ในการทํางาน จึงมีการผลิตข้ึนมาให้ทํางานสัมพันธ์กัน ลักษณะทรานสดิวเซอร์และ
เซ็นเซอรแ์ บบต่างๆ แสดงดงั รูปที่ 1.2

รูปท่ี 1.2 ทรานสดิวเซอรแ์ ละเซ็นเซอรแ์ บบต่างๆ
ดงั นั้นการเลือกทรานสดิวเซอรม์ าใชง้ าน ควรพิจารณาจากปัจจัยพืน้ ฐานดังน้ี
1. ย่านการทํางาน (Operating Rang) ทรานสดิวเซอร์จะต้องรักษาย่านการทํางานตามท่ีกําหนดไว้ได้ดี
อยา่ งสมํ่าเสมอ
2. ความไว (Sensitivity) ทรานสดิวเซอร์จําเป็นต้องมีความไวที่เพียงพอกับการจ่ายพลังงานออก
เอาตพ์ ุต
3. ตอบสนองความถี่ และความถี่ได้ระดับ (Frequency Response and Resonant Frequency)
ทรานสดิวเซอร์จะต้องทํางานได้ราบเรียบในย่านความถ่ีที่ต้องการ และความถี่ต้องถูกกระตุ้นให้ได้ระดับอย่าง
สมาํ่ เสมอ
4. เหมาะสมกับการใช้งานในบริเวณนั้น (Environmental Compatibility) ต้องใช้งานในย่านอุณหภูมิ
ของทรานสดิวเซอร์ทํางานได้ ของเหลวอาจทําให้เกิดสนิม มีแรงกดดัน ถูกกระตุ้นโดยรุนแรง และถูก
กระทบกระเทือนแรงๆ หรอื อาจมปี ญั หาไปถึงเรอ่ื งขนาด และขอ้ จาํ กัดของชอ่ งใสต่ ัวทรานสดิวเซอร์
5. ความไวตํ่าสุด (Minimum Sensitivity) ตัวทรานสดิวเซอร์จําเป็นต้องมีความไวที่ตํ่าสุดต่อการ
กระตนุ้ จากสงิ่ ตา่ งๆ ในบริเวณท่นี าํ ทรานสดิวเซอร์ไปใช้งาน
6. ความเที่ยงตรง (Accuracy) ทรานสดิวเซอร์อาจจะมีปัญหาซ้ําๆ และการปรับแต่งท่ีผิดพลาด รวมถึง
ความผดิ พลาดที่เกิดจากการคา้ ง ความไว และการกระต้นุ จากส่งิ ต่างๆ

7. การใช้งานและความแข็งแรง (Usege and Ruggedness) ทรานสดิวเซอร์จะต้องมีความแข็งแรงมาก
พอทั้งในด้านทางกล และทางไฟฟ้า ให้เหมาะสมกับขนาดและน้ําหนักของตวั ทรานสดวิ เซอร์ด้วย เมื่อคิดจะติดต้ัง
และใชง้ านทรานสดวิ เซอร์

8. ทางดา้ นไฟฟ้า (Electrical) ควรพิจารณาถึงความยาว และชนิดของสายเคเบิลท่ีต้องการใช้ พจิ ารณา
ถึงอัตราส่วนของสัญญาณต่อสัญญาณรบกวน (Signal-to-Noise Ratios) เมื่อมีการเปรียบเทียบกับการจํากัดค่า
ของอตั ราขยายและการตอบสนองความถ่ี

การพิจารณาเลือกใช้งานทรานสดิวเซอรเ์ บื้องต้น ควรพิจารณาจากส่ิงต่างๆ เช่น ชนิดของทรานสดวิ เซอร์
ท่ีต้องการใช้ เร่ืองราวรายละเอียดที่บอกถึงการทํางานของทรานสดิวเซอร์ สถานท่ีที่จะต้องนําทรานสดิวเซอร์ไป
ใช้งาน การทํางานพ้ืนฐานของตัวทรานสดิวเซอร์ กําลังงานที่ใช้ทํางานร่วมกัน และเง่ือนไขต่างๆ ท่ีจําเป็นต่อการ
ใชง้ าน ทรานสดวิ เซอร์ชนดิ ท่ใี ช้ท่ัวไปมีดังน้ี

— ชนิดตวั แบง่ ไฟฟ้า
— ชนดิ ใชแ้ รงกดทาํ ใหค้ วามตา้ นทานเปลยี่ นแปลง หรือสเตรนเกจ
— ชนดิ หมอ้ แปลงแสดงความแตกตา่ ง
— ชนดิ ความเหนีย่ วนํา
— ชนดิ ความจุ
— ชนิดความดนั
— ชนิดคู่ควบความร้อน หรอื เทอร์โมคปั เปลิ
— ชนดิ ใชแ้ รงกดทาํ ให้เกิดไฟฟ้า
— ชนดิ รับแสงทําใหเ้ กดิ ไฟฟ้า
— ชนิดตัวเปล่ยี นสญั ญาณ

ฯลฯ

3. ทรานสดิวเซอร์ชนิดความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามตําแหน่ง
ทรานสดวิ เซอร์ชนิดความต้านทานเปลี่ยนแปลงตามตําแหน่ง (Resistive Position Transducer) หรือ

อาจเรียกว่า ทรานสดิวเซอร์ชนิดตัวแบ่งไฟฟ้า (Potentiometric Transducer) ถือเป็นทรานสดิวเซอร์พ้ืนฐานที่
ทํางานร่วมกับไฟฟ้า อุปกรณ์ที่ทําหน้าท่ีเป็นตัวทรานสดิวเซอร์ คือ ตัวโพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer) เป็น
ตัวอุปกรณ์ท่ีสามารถทํางานได้โดยลําพังตัวเดียว หรืออาจนําไปใช้ร่วมทํางานกับระบบกลไกต่างๆ ได้ด้วย เพ่ือ
เปลี่ยนแปลงการเคล่ือนที่ของระบบกลไก ให้มาเป็นการเปล่ียนแปลงค่าความต้านทานของตัวโพเทนชิโอมิเตอร์
หรือนําไปต่อร่วมกบั ระบบไฟฟ้าก็สามารถเปลี่ยนแปลงค่าแรงดันไฟฟ้าไปได้ตามคา่ ความต้านทานที่ปรบั เปลี่ยนไป
โพเทนชิโอมิเตอร์ถูกนําไปใช้งานอย่างกว้างขวางและแพร่หลาย ในงานด้านต่างๆ ทั้งทางด้านไฟฟ้าและทางด้าน
อิเล็กทรอนิกส์ ตลอดจนนําไปใช้ในงานด้านอุตสาหกรรม สามารถใช้ตรวจสอบตําแหน่งของวัตถุ หรือหา
ระยะทางที่วัตถุเคล่ือนท่ีไป โพเทนชิโอมิเตอร์ใช้งานด้านไฟฟ้า ด้านอิเล็กทรอนิกส์ และด้านอุตสาหกรรม แสดง
ดังรปู ที่ 1.3

(ก) ใชง้ านดา้ นไฟฟา้ และอิเล็กทรอนิกส์ (ข) ใช้งานด้านอตุ สาหกรรม

รูปที่ 1.3 โพเทนชิโอมิเตอรแ์ บบต่างๆ
ส่วนประกอบเบอ้ื งตน้ ของตัวโพเทนชิโอมิเตอร์ ประกอบด้วยส่วนขดลวดความต้านทาน (Wire – Wound
Resistance) และส่วนหน้าสัมผัสปรับเคล่ือนท่ีได้ (Sliding Contact) สามารถปรับให้เคลื่อนท่ีไปยังส่วนต่างๆ
ตลอดความยาวของขดลวดความต้านทาน คล้ายกับเป็นตัวต้านทานแบบปรับค่าได้ ตัวโพเทนชิโอมิเตอร์มีขั้วต่อ
ออกมาใช้งาน 3 ข้ัว หรือมากกว่า อาจมีโครงสร้างเป็นรูปโค้งเกือบเป็นวงกลม (แบบหมุนปรับค่า) หรืออาจเป็น
แท่งยาว (แบบเลื่อนปรับค่า) รูปร่างและโครงสร้างของโพเทนชิโอมิเตอร์ แสดงดังรูปท่ี 1.4 , รูปที่ 1.5 และ
สญั ลกั ษณ์ของโพเทนชโิ อมิเตอร์ แสดงดงั รปู ท่ี 1.6

AB W

ขดลวดความตา้ นทาน ตวั ปรบั ความตา้ นทาน

(ก) รูปร่าง (ข) โครงสรา้ ง

รูปที่ 1.4 โพเทนชโิ อมิเตอร์แบบหมนุ ปรบั คา่

จากรูปท่ี 1.4 แสดงโพเทนชิโอมิเตอร์แบบหมุนปรับค่า รูปร่างลักษณะของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบนี้แสดง
ดังรูปที่ 1.4 (ก) (เป็นแบบหนึ่งท่ีผลิตมาใช้งาน ยังมีแบบอ่ืนที่แตกต่างออกไป) การปรับเปลี่ยนค่าโดยการหมุนท่ี
แกนกลาง ไปในทิศทางทวนเข็มนาฬิกาหรือตามเข็มนาฬิกา รอบของการหมุนปรับเปล่ียนค่ามีตั้งแต่หมุนได้ไม่ถึง
รอบไปจนถึงหมุนได้เป็นร้อยๆ รอบ การหมุนปรับเปลี่ยนค่าทําให้เกิดค่าความตา้ นทานเปลี่ยนแปลงเป็นแบบเชิง

เส้น (Linear) ค่าความต้านทานท่ีผลิตมาใช้งานมีหลายค่าขึ้นอยู่กับการผลิต ส่วนรูปที่ 1.4 (ข) เป็นโครงสร้าง
ภายในของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบหมุนปรับค่า ประกอบด้วยขดลวดความต้านทานพันบนแกนฉนวน มีข้ัวต่อ A

และ B เป็นขั้วต่อหัวท้ายของขดลวดความต้านทาน และข้ัวต่อ W เป็นขั้วต่อปรับเคล่ือนท่ีได้ เพื่อเลือกค่าความ

ต้านทานหรือแรงดันจ่ายออกตามต้องการ

แท่งตวั นํา ตวั นําสมั ผสั

กา้ นชกั

W

A ขดลวดความตา้ นทาน B

(ก) รปู ร่าง (ข) โครงสรา้ ง

รปู ที่ 1.5 โพเทนชิโอมิเตอรแ์ บบเล่ือนปรับคา่

จากรูปที่ 1.5 แสดงโพเทนชิโอมิเตอร์แบบเลื่อนปรับค่า รูปร่างลักษณะของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบน้ีแสดง
ดงั รูปที่ 1.5 (ก) (เป็นแบบหนึ่งท่ีผลติ มาใช้งาน ยังมีแบบอนื่ ท่ีแตกต่างออกไป) การปรับเปล่ียนค่าโดยการผลักหรือ
ดันท่ีแกนกลาง ไปด้านหน้าหรือด้านหลัง แกนการชักใช้ปรับเปลี่ยนค่ามีตั้งแต่ค่าตํ่าไม่กี่มิลลิเมตรไปจนถึงชักได้
เป็นร้อยๆ มิลลิเมตร การชักปรับเปล่ียนค่า เกิดค่าความต้านทานเปล่ียนแปลงเป็นแบบเชิงเส้น ค่าความ
ต้านทานท่ีผลิตมาใช้งานมีหลายค่าข้ึนอยู่กับการผลิตเช่นเดียวกัน ส่วนรูปที่ 1.5 (ข) เป็นโครงสร้างภายในของโพ
เทนชิโอมิเตอร์แบบเลื่อนปรับค่า ประกอบด้วยขดลวดความต้านทานพันบนแกนฉนวน มีข้ัวต่อ A และ B เป็น
ข้ัวต่อหัวท้ายของขดลวดความต้านทาน และข้ัวต่อ W เป็นข้ัวต่อปรับเคลื่อนท่ีได้ เพ่ือเลือกค่าความต้านทานหรือ
แรงดนั จา่ ยออกตามต้องการ

A

W

AWB B

(ก) แบบหมุนปรบั คา่ (ข) แบบเลือ่ นปรับคา่

รปู ที่ 1.6 สัญลกั ษณ์โพเทนชิโอมิเตอร์

จากรูปที่ 1.6 แสดงสัญลักษณ์โพเทนชิโอมิเตอร์ แบบหมุนปรบั ค่าตามรูปท่ี 1.6 (ก) แสดงสัญลักษณ์ตัว
ต้านทานเป็นรูปโค้งเกือบเป็นวงกลม แบบเล่ือนปรับค่าตามรูปท่ี 1.6 (ข) แสดงสัญลักษณ์ตัวต้านทานเป็นรูป
เส้นตรงยาว ข้ัวต่อ A และ B เป็นข้ัวต่อหัวท้ายมีค่าความต้านทานคงท่ีตามค่าความต้านทานของตัวโพเทนชิโอ
มิเตอร์ ข้ัวต่อ W เป็นข้ัวต่อใช้ปรับเปล่ียนตําแหน่งเพ่ือเลือกความต้านทานตามต้องการ การต่อใช้งานทําได้ทั้ง
แบบ 2 ขา และแบบ 3 ขา มลี กั ษณะการตอ่ ใช้งานเช่นเดยี วกบั ตัวต้านทานชนดิ ปรับคา่ ได้

4. ความเป็นเชงิ เส้นของความต้านทานในตวั โพเทนชโิ อมิเตอร์
ความเป็นเชิงเส้นของความต้านทานที่เกิดข้ึนในตัวโพเทนชิโอมิเตอร์ (Potentiometer Resistance

Linearity) นับว่าเป็นส่วนสําคัญของการสรา้ งโพเทนชิโอมิเตอร์มาใช้งาน และสําคัญต่อการนําโพเทนชิโอมเิ ตอรไ์ ป
ประยุกต์ใช้งาน ในความเป็นเชิงเส้นนี้เองจะช่วยทําให้กลไกเกิดการเคลื่อนที่มีความสม่ําเสมอ ส่งผลตอ่ แขนกวาด
หรือก้านชักเปล่ียนแปลงค่าความต้านทานอย่างต่อเน่ือง หรือกล่าวอีกนัยหน่ึง คือ ความต้านทานถูกเฉล่ียไปบน
ความยาวท้ังหมดของส่วนที่เป็นความต้านทาน ส่งผลต่อความถูกต้องของมุมที่เปล่ียนแปลงไปอย่างเป็นเชิงเส้น
หรือระยะทางท่ีเคลื่อนท่ไี ปอย่างเป็นเชิงเสน้ รายละเอยี ดความเป็นเชิงเส้นถูกบอกไว้ในรูปความผิดพลาดเปน็ ร้อย
ละ (%) หรือบอกไว้เป็นความเที่ยงตรงในรูปความผิดพลาดเป็นร้อยละ (%) ความเป็นเชิงเส้นแสดงในรูปกราฟ
แสดงดังรปู ท่ี 1.7

ความตา้ นทาน ความตา้ นทาน
(%) (%)

100 100
80 80
60 60
40 40
20 20

0 60 120 180 240 300 มมุ (องศา) 0 60 120 180 240 300 มุม (องศา)
50 100 150 200 250 ระยะทาง (ม.ม.) 50 100 150 200 250 ระยะทาง (ม.ม.)

(ก) แบบเชิงเสน้ สมบูรณ์แบบ (ข) แบบเชิงเสน้ ขั้นบนั ได

รปู ที่ 1.7 กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความต้านทานของโพเทนชโิ อมิเตอร์

จากรูปที่ 1.7 (ก) เป็นกราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความต้านทานตามการหมุน หรือตามความยาวของโพ
เทนชโิ อมิเตอร์ แบบเชงิ เส้นสมบูรณ์แบบ (Perfectly Linear) กราฟท่ีแสดงไว้เป็นเส้นตรง ส่วนรูปที่ 1.7 (ข) เป็น
กราฟแสดงการเปลี่ยนแปลงความต้านทานตามการหมุน หรือตามความยาวของโพเทนชิโอมิเตอร์ แบบเชิงเส้น
ข้ันบันได (Step Linear) กราฟท่ีแสดงไว้เป็นเส้นตรงข้ันบันได ค่าความต้านทานถูกกําหนดในแนวแกนตั้งของ
กราฟ ค่ามุมการหมุนหรือค่าระยะทางการเคลื่อนที่ถูกกําหนดในแนวแกนนอนของกราฟ ผลการเปล่ียนแปลง
ความต้านทานเป็นสัดส่วนโดยตรงกับมุมการหมุนหรือระยะทางการเคลื่อนที่ เช่น แกนหนุนไปจากมุม 0o ถึง 60o
(หรอื จากระยะทาง 0 ถึง 50 ม.ม.) มีผลทําให้ค่าความต้านทานเปลี่ยนแปลงไป 20% ในทํานองเดียวกันหากแกน
หนุนไปจากมุม 180o ถึง 240o (หรือจากระยะทาง 150 ถึง 200 ม.ม.) ก็คือมีมุมเปลี่ยนแปลงไป 60o (หรือ
ระยะทางเปล่ียนแปลงไป 50 ม.ม.) เช่นเดิม มีผลทําให้คา่ ความต้านทานเปลี่ยนแปลงไปจาก 60% ถึง 80% น่ันคือ
คา่ ความตา้ นทานเปล่ยี นแปลงไป 20% เหมือนเดิม

โพเทนชิโอมิเตอร์ที่ผลิตขึ้นมาใช้งานจริง จะไม่สามารถทําให้ค่าการเปล่ียนแปลงเป็นเชิงเส้นสมบูรณ์แบบ
จริงๆ ได้ ค่าการเปล่ียนแปลงมีความผดิ พลาดเกิดขึ้นบ้าง มักถูกบอกไว้ในรูปความผิดพลาดเป็นร้อยละ หรือบอก
ไว้เป็นความเท่ียงตรงในรูปความผิดพลาดเป็นร้อยละ อย่างใดอย่างหน่ึง ดังตัวอย่าง โพเทนชิโอมิเตอร์บอกความ
เป็นเชิงเส้นไว้ r0.1% ถึง r0.2% มีความหมายว่า ค่าความต้านทานจรงิ มีโอกาสแตกต่างไปจากค่าท่ีควรจะเป็น

ไม่เกิน r0.1% ถึง r0.2% เช่น เมื่อโพเทนชิโอมิเตอร์ปรบั ค่าได้ท่ี 1kΩ ค่าความต้านทานจริงมีโอกาสแตกต่าง
ไปไม่เกิน r1Ω ถึง r2Ω นั่นคืออาจมีค่าความต้านทานท่ีแสดงไว้ 998Ω หรือ 999Ω ถึง 1001Ω หรือ

1002Ω เป็นตน้

5. รายละเอียดคุณสมบตั ิของโพเทนชโิ อมิเตอร์
โพเทนชิโอมิเตอร์ที่ผลิตมาใช้งาน มีคุณสมบัติในการทํางานที่เหมือนกัน คือ ใช้ค่าความต้านทานในตัว

โพเทนชิโอมิเตอร์ไปใช้ทํางาน โดยค่าความต้านทานท่ีเปล่ียนแปลงไป ถูกนําไปปรับเปล่ียนให้เป็นค่าแรงดันไฟฟ้า
เหมือนกัน แต่ส่ิงที่เกิดความแตกต่างกันของโพเทนชิโอมิเตอร์ท่ีผลิตมาใช้งาน ได้แก่ รูปร่าง ขนาด ลักษณะการ
ทํางาน ค่าความต้านทานท่ีผลิตมาใช้งาน และการนําไปประยุกต์ใช้งาน สิ่งสําคัญก่อนการเลือกโพเทนชิโอ
มิเตอร์มาใช้งาน มีความจําเป็นจะต้องศึกษารายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชิโอมิเตอร์ที่ต้องการใช้เสียก่อน
เพ่ือให้สามารถเลือกโพเทนชิโอมิเตอร์ได้ถูกต้องเหมาะสมกับงาน เหมาะสมกับการทํางาน และเหมาะสมกับ
ระบบของงานน้ันๆ ตัวอย่างรายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชโิ อมิเตอร์บางแบบ แสดงดังรูปท่ี 1.8 รูปท่ี 1.9 และ
รูปที่ 1.10

รปู ท่ี 1.8 รายละเอียดคุณสมบตั ขิ องโพเทนชโิ อมิเตอร์แบบปรบั หมุน

จากรูปที่ 1.8 แสดงรายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบปรับหมุน สามารถปรับหมุนได้จาก
0-50 รอบ นําไปประยุกต์ใช้งานเป็นตัวแบ่งแรงดัน (Voltage Divider) ได้ มคี วามเที่ยงตรงประมาณ r0.3% ถึง
r0.15% ตัวถังเป็นอลูมิเนียม หรือเหล็กสเตนเลส แกนของโพเทนชิโอมิเตอร์สามารถรับภาระได้ถึง 5 ปอนด์
และทนอุณหภมู ิได้ –40oC ถงึ 90oC

คุณสมบัติทางไฟฟ้า เป็นโพเทนชิโอมิเตอร์ท่ีผลิตขึ้นมามีค่าความต้านทานหลายค่า คือ 500Ω , 1kΩ ,
5kΩ , 10kΩ , หรือเป็นแบบวงจรบริดจ์ ทนกําลังไฟฟ้าได้ 2W และสามารถรับแรงดันป้อนเข้ามาได้สูงสุด 30V
ทั้งแรงดัน DC และ AC แรงดนั เอาตพ์ ตุ ทีไ่ ด้ออกมาประมาณ 94% r4% จากแรงดันอนิ พตุ ทป่ี ้อน

รปู ที่ 1.9 รายละเอียดคุณสมบตั ขิ องโพเทนชิโอมิเตอร์แบบก้านชัก

จากรูปท่ี 1.9 แสดงรายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบก้านชัก สามารถปรบั ก้านชักได้ยาว
0-3 น้ิว ถึง 0-30 นิ้ว. นําไปประยุกต์ใช้งานเป็นตัวแบ่งแรงดันได้ มีความเป็นเชิงเส้นประมาณ r0.04% ถึง
r0.1% ตัวถังเป็นอลูมิเนียม ก้านชักของโพเทนชิโอมิเตอร์มีความเร็วในการชัก 200 นิ้วต่อวินาที และทน
อณุ หภมู ไิ ด้ –22oF ถึง 212oF

คุณสมบัตทิ างไฟฟ้า เป็นโพเทนชิโอมเิ ตอร์ที่ผลติ ขึน้ มามีคา่ ความต้านทานหลายคา่ คอื 3kΩ, 5kΩ, และ
10kΩ มคี วามผิดพลาด r20% และสามารถรบั แรงดันปอ้ นเขา้ มาไดส้ ูงสุด 25V ถงึ 30V ท้ังแรงดัน DC และ AC

รปู ท่ี 1.10 รายละเอียดคุณสมบัตขิ องโพเทนชิโอมิเตอร์แบบปรับหมุนดว้ ยก้านชัก

จากรูปที่ 1.10 แสดงรายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบปรับหมุนด้วยกา้ นชัก สามารถปรับ
ก้านชักได้ยาวหลายค่า คือ 0-4.75 , 0-12.5 , 0-25 และ 0-50 นิ้ว สามารถนําไปใช้เป็นตัวแบ่งแรงดันได้ มีความ
เป็นเชิงเส้นประมาณ r0.25% ถึง r1% ตัวถังเป็นโพลีคาร์บอเนต สายเคเบิลที่ใช้ชักของโพเทนชิโอมิเตอร์เป็น
สายเหลก็ สเตนเลสเคลือบไนลอน มีเสน้ ผ่าศนู ยก์ ลาง 0.019 นว้ิ . และทนอณุ หภมู ไิ ด้ –18oC ถึง 71oC

คุณสมบัติทางไฟฟ้า เป็นโพเทนชิโอมิเตอร์มีค่าความต้านทาน 10kΩ มีความผิดพลาด r10% ทน
กําลังไฟฟ้าได้ 2W และสามารถรับแรงดันป้อนเข้ามาได้สูงสุด 30V ท้ังแรงดัน DC และ AC แรงดันเอาต์พุตท่ีได้
ออกมาประมาณ 94% r4% จากแรงดนั อินพตุ ทีป่ อ้ น

6. การใช้งานโพเทนชโิ อมิเตอร์
การใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์ พบได้บ่อยในวงจรที่นําโพเทนชิโอมิเตอร์ต่อร่วมกับวงจรไฟฟ้า โดยต่อรับ

แรงดันเข้าท่ีปลายทั้งสองด้านของโพเทนชิโอมิเตอร์ เพื่อทําหน้าท่ีเป็นวงจรแบ่งแรงดัน ทําหน้าท่ีเป็นวงจรควบคุม
การไหลของกระแส หรือใช้เป็นส่วนประกอบของวงจรบริดจ์ เพื่อปรับความสมดุลของวงจรบริดจ์ ลักษณะการต่อ
วงจรแสดงดงั รูปที่ 1.11

AA

R1 R1 R3
+W + WC
VT VT Vo
- -

R2 Vo R2 R4

B B

(ก) วงจรแบง่ แรงดัน (ข) วงจรบรดิ จ์

รปู ท่ี 1.11 การต่อใชง้ านวงจรโพเทนชิโอมิเตอร์

จากรูปท่ี 1.11 เป็นการต่อใช้งานวงจรโพเทนชิโอมิเตอร์ รูปที่ 1.11 (ก) เป็นการต่อใช้งานวงจรแบ่ง

แรงดัน ข้ัว A, B ต่อรับแรงดันแหล่งจ่ายไฟตรง VT และขั้ว W ปรับเปลี่ยนเลือกค่าความต้านทาน R2 ตามต้องการ

เกิดแรงดันตกคร่อม R2 ส่งออกเอาต์พุต Vo ได้แรงดัน Vo ตามต้องการ จากวงจรรูปที่ 1.11 (ก) ขณะที่จุดออก
เอาตพ์ ุต Vo ไม่มีโหลด สามารถเขยี นสมการของวงจรได้ดังน้ี

Vo = R2 …..(1.1)
VT R1 + R2
เม่ือ Vo = แรงดันออกเอาต์พตุ หน่วย โวลต์ (V) หน่วย โวลต์ (V)
VT = แรงดันจา่ ยใหโ้ พเทนชโิ อมิเตอร์

R1 = ความต้านทานตอนบนโพเทนชิโอมิเตอร์ หน่วย โอห์ม (Ω)

R2 = ความตา้ นทานตอนลา่ งโพเทนชิโอมิเตอร์ หน่วย โอหม์ (Ω)
ส่วนรูปท่ี 1.11 (ข) เป็นการต่อใช้งานวงจรบริดจ์ มีโพเทนชิโอมิเตอร์ทําการแบ่งค่าความต้านทาน

ออกเป็น 2 ตัว คือ R1, R2 และมี R3, R4 เป็นความต้านทานค่าคงท่ี ลักษณะวงจรต่อแบบวงจรบริดจ์มีจุดจ่าย

แรงดันออกเอาต์พุต Vo ท่ีขั้ว W และ C วงจรบริดจ์จะสมดุลเมื่อปรับขั้ว W เปลี่ยนค่าความต้านทาน R1, R2 จน
ทาํ ใหแ้ รงดนั ที่ Vo มศี ักย์เปน็ 0V เมอื่ วงจรบริดจ์สมดลุ จะไดส้ มการดงั นี้

RR …..(1.2)

1= 3

R2 R4

ในกรณีทีป่ รับข้ัว W ข้ึนหรือลงจนวงจรบริดจ์ไม่สมดุลจะได้แรงดันออกเอาต์พุต Vo เป็นบวก (+) หรอื เป็น

ลบ (-) ก็ได้ ข้ึนอยูก่ ับศกั ย์ไฟฟ้าเกิดข้นึ ท่ีขว้ั W และข้ัว C ข้ัวใดมีศักย์ไฟฟ้ามากกว่า ข้ัวนั้นจะมีศักย์ไฟฟา้ เป็นบวก

(+)

ตัวอย่างท่ี 1.1 โพเทนชิโอมิเตอร์ตัวหน่ึงแขนชักมีความยาว 10 เซนติเมตร ถูกจัดวงจรตามรูปที่ 1.12 ผลรวม

ความต้านทานของโพเทนชิโอมิเตอรม์ ีค่า 2kΩ จ่ายแรงดัน VT ให้โพเทนชโิ อมิเตอร์ 8V เม่อื แขนชัก W เลอ่ื นไป 4
เซนติเมตร จากขัว้ B จะมีแรงดันออกเอาต์พุต Vo เท่าไร

A

+ LT = řŘ ซ.ม. R1
VT = 8V RT = 2kΩ W

- R2
LR2 = Ŝ ซ.ม.
Vo

B

รูปท่ี 1.12 การต่อใช้งานวงจรโพเทนชิโอมิเตอร์ใช้ในตัวอยา่ งที่ 1.1

วิธีทาํ

จาก R2 = LR2
RT LT

หรือ R2 = LR2 RT
LT

เมอ่ื R2 = ?

RT = 2kΩ
LT = 10 ซ.ม.
LR2 = 4 ซ.ม.

4ซ.ม. = 800Ω
R2 = 10ซ.ม. × 2000Ω

สูตร Vo = R2
VT R1 + R2

หรือ Vo = R2 VT
R R
+
1 2

เมื่อ Vo = ?

VT = 8V

R2 = 800Ω ตอบ
RT = R1 + R2 = 2kΩ

800Ω
∴ Vo = 2000Ω × 8V = 3.2V

ตัวอย่างท่ี 1.2 โพเทนชิโอมิเตอร์สองตัวแขนชักมีความยาวตัวละ 20 เซนติเมตร โพเทนชิโอมิเตอร์แต่ละตัวมีค่า

ความต้านทาน 5kΩ ถูกจัดวงจรตามรูปที่ 1.13 จ่ายแรงดัน VT ให้โพเทนชิโอมิเตอร์ 10V ตําแหน่งเริ่มต้นที่ใช้เป็น
จดุ อ้างอิงกําหนดให้ R1 = R2 และปรับความต้านทาน R3, R4 ให้บริดจ์สมดุล (Vo = 0V) เมื่อปรับขว้ั W เล่ือนจาก
เดิมไปทางขวั้ A อกี 2 เซนติเมตร บริดจ์จะไมส่ มดลุ แรงดันออกเอาตพ์ ตุ Vo จะมีค่าเท่าไร

A

R1 R3

+ L12 = ŚŘ ซ.ม. WC L34 = ŚŘ ซ.ม.
VT = 10V R12 = 5kΩ Vo R34 = 5kΩ

-

R2 R4

B

รูปที่ 1.13 การต่อใชง้ านวงจรโพเทนชโิ อมิเตอร์ในรปู วงจรบรดิ จ์ใช้ในตัวอยา่ งท่ี 1.2

วิธีทาํ

เม่ือบริดจ์สมดุลนั่นคือศักย์แรงดันท่ีข้ัว W มีค่าเท่ากับศักย์แรงดันท่ีข้ัว C ค่าตําแหน่งเร่ิมต้นที่ใช้เป็น

จุดอา้ งองิ กาํ หนดให้ R1 = R2 และ R3 = R4 จะได้

LR1 = LR2 = L12
2

= 20 = 10 ซ.ม.
ซ.ม.

2

∴ R2 = 5000Ω = 2500Ω
2

LR3 = LR4 = L34
2

= 20 = 10 ซ.ม.
ซ.ม.

2

∴ R4 = 5000Ω = 2500Ω
2

ถ้าปรับขั้ว W ให้เคล่ือนที่ไปทาง A อีก 2 ซ.ม. ทําให้ขั้ว W อยู่ห่างจากขั้ว B เป็นระยะทาง 12 ซ.ม. หา

ค่า R2 ใหมม่ ีคา่ เป็น

จาก R2 = LR2
R12 L12

หรือ R2 = LR2 R12
L12

เม่อื R2 = ?

R12 = 5kΩ
LR2 = 12 ซ.ม.
L12 = 20 ซ.ม.

R2 = 12ซ.ม. = 3000Ω
× 5000Ω

20ซ.ม.

มีผลทําให้แรงดนั ตกคร่อม R2 มศี กั ยเ์ ปน็ บวกเทยี บกบั แรงดันตกคร่อม R4 หาค่าแรงดันออกเอาต์พตุ Vo

Vo = VR2 − VR4

Vo = R2 VT − R4 VT
R1 + R2 R3 + R4

Vo =  3000Ω ×10V  −  2500Ω × 10V 
5000Ω 5000Ω

Vo = 6V − 5V = 1V ตอบ

โพเทนชโิ อมเิ ตอร์

รปู ที่ 1.14 การต่อใชง้ านตัวโพเทนชโิ อมิเตอร์ในรถยนต์

แบบฝึกหัดบทท่ี 1

ตอนที่ 1 เขยี นเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในข้อทถี่ กู ต้องท่ีสดุ

1. ทรานสดิวเซอร์คืออะไร

ก. อปุ กรณ์เปลยี่ นพลงั งานรปู หนง่ึ เป็นอีกรูปหน่ึง

ข. อุปกรณอ์ าํ นวยความสะดวกในการทํางาน

ค. อุปกรณช์ ่วยควบคมุ ระบบการทาํ งาน

ง. อปุ กรณ์เพม่ิ ประสิทธภิ าพการทํางาน

2. หน้าทขี่ องทรานสดวิ เซอรค์ ืออะไร

ก. รบั รู้ ข. จัดหา

ค. แสดงคา่ ง. ถกู ทกุ ข้อ

3. ส่วนท่ีมีความสําคัญน้อยที่สดุ ในการพิจารณาเลอื กทรานสดิวเซอร์มาใช้งานคืออะไร

ก. สถานทตี่ ิดต้งั ข. ชนดิ ทรานสดิวเซอร์

ค. กาํ ลงั งานท่ีใช้งาน ง. รายละเอียดในการทํางาน

4. โพเทนชโิ อมเิ ตอร์คืออะไร

ก. อุปกรณ์ใชง้ านดา้ นอุตสาหกรรม

ข. ทรานสดวิ เซอร์ชนดิ แบง่ แรงดนั ไฟฟา้

ค. อุปกรณใ์ ชว้ ัดระยะทางของการเคล่ือนท่ี

ง. ทรานสดวิ เซอร์เปล่ียนแปลงคา่ ความตา้ นทานตามอุณหภูมิ

5. A B W จากรูปถ้าปรับข้ัวต่อ W ไปในทิศทางตามเข็มนาฬิกา ค่า

ความตา้ นทานท่ขี ้วั A,B จะเป็นอยา่ งไร

ก. ลดลง ข. เพิ่มข้นึ

ค. เทา่ เดิม ง. เพมิ่ ข้นึ หรือลดลงก็ได้

6. ความตา้ นทาน จากรูปเป็นกราฟของโพเทนชิโอมิเตอร์แสดงสภาวะ
(%) อะไร
ก. ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งมมุ และระยะทาง
100 ข. ความสมั พันธร์ ะหว่างความตา้ นทานและมุม
80 ค. กราฟมคี วามสัมพนั ธ์กนั แบบไม่เป็นเชงิ เส้น
60 ง. การปรบั เพ่ิมขนึ้ ของความตา้ นทานเม่ือระยะทาง
40
20 การเคล่อื นท่ีน้อยลง

0 60 120 180 240 300 มมุ (องศา)
50 100 150 200 250 ระยะทาง (มม.)

7. โพเทนชิโอมิเตอร์บอกความเป็นเชิงเส้นไว้ r0.15% ตัวโพเทนชิโอมิเตอร์มีความต้านทาน 10kΩ ค่าความ

ต้านทานจรงิ มีโอกาสแตกตา่ งไปเทา่ ไร

ก. 0.15Ω ข. 1.5Ω

ค. 15Ω ง. 150Ω

8. จากข้อ 7 ถ้าจ่ายแรงดันให้โพเทนชิโอมิเตอร์ 20V ปรับความต้านทานของโพเทนชิโอมิเตอรใ์ ห้ได้ออกมา 5kΩ

จะมีแรงดันจา่ ยออกมาเท่าไร

ก. 1V ข. 2V

ค. 5V ง. 10V

9. ความเป็นเชงิ เส้นของโพเทนชิโอมิเตอร์มีความหมายอยา่ งไร

ก. ความต้านทานเปล่ียนแปลงเปน็ สดั สว่ นโดยตรงกบั ความยาวท่ีเปล่ียนแปลง
ข. ความต้านทานเปลีย่ นแปลงเปน็ สัดส่วนโดยตรงกับมุมที่เปล่ยี นแปลง

ค. ความต้านทานเพ่มิ ข้นึ หรอื ลดลงเป็นไปตามลําดับต่อเน่ือง

ง. ถกู ทุกขอ้

10. จากรูปโพเทนชิโอมิเตอร์มีความต้านทาน 5kΩ มีความยาว

300mm ปรับความยาวจุด W,B ไป 1/4 เท่า ของความยาวท้ังหมด

จะไดค้ า่ ความต้านทานที่จุด W,B เทา่ ไร

AWB ก. 1kΩ ข. 1.25kΩ
ค. 1.5kΩ ง. 2kΩ

ตอนที่ 2 อธบิ ายให้ได้ใจความสมบูรณแ์ ละแสดงวิธีทาํ ใหส้ มบูรณ์ถกู ต้อง

1. การเลือกใชท้ รานสดวิ เซอรค์ วรพิจารณาจากปัจจยั พ้ืนฐานอะไรบา้ ง

2. บอกลักษณะของโพเทนชิโอมิเตอร์แบบปรับหมุน และแบบเลื่อนปรับค่า มีลักษณะเหมือนกันหรือแตกต่างกัน

อย่างไร

3. ความเปน็ เชิงเสน้ ของโพเทนชิโอมิเตอรค์ ืออะไร บอกไวเ้ พือ่ ประโยชนอ์ ะไรบ้าง

4. รายละเอียดของโพเทนชิโอมิเตอร์บอกถึงอะไรบ้าง การเลือกใชง้ านควรพจิ ารณาจากสว่ นใด

5. A โพเทนชิโอมิเตอร์ตัวหนึ่ง มีความ

+ LT = 20 cm R1 W ต้านทาน 500Ω มีแขนชักยาว 20 cm ถูก
VT = 10V RT = 500Ω จัดวงจรตามรูป จ่ายแรงดันให้โพเทนชิโอ
R2 มิเตอร์ 10V เมื่อแขนชัก W เล่ือนไป 12
- LR2 = 12 cm Vo cm จากขั้ว B จะมีแรงดันออกเอาต์พุต
Vo เท่าไร
B

ใบงานท่ี 1 การตรวจสอบความตา้ นทายของโพเทนชโิ อมิเตอร์

เคร่ืองมือและอุปกรณ์ 1 เครอ่ื ง
แบบละ 1 ตัว
1. มลั ตมิ ิเตอร์
2. โพเทนชโิ อมิเตอร์แบบหมุนและแบบเลอื่ น

ลําดับขั้นการทดลอง

1. ใช้มลั ติมิเตอร์ต้งั ค่าไว้ท่ีโอห์มมิเตอร์ ปรบั แตง่ ให้พร้อมใช้งาน
2. นําไปวัดขาต่างๆ ของโพเทนชิโอมิเตอร์ แบบหมุนปรับค่าและแบบเลื่อนปรับค่าตามลําดับ ในตําแหน่ง
ขาต่างๆ แสดงดงั รูปท่ี 1.1

∞0 A ∞0 A
SANWA YX-360TR W SANWA YX-360TR W
- Ω+ B - Ω+ B

(ก) แบบหมนุ ปรบั ค่า (ข) แบบเลื่อนปรับค่า

รปู ที่ 1.1 การวดั คา่ ความตา้ นทานของโพเทนชิโอมิเตอร์

3. บนั ทกึ ค่าทีว่ ดั ได้จากการทดลองไว้ในตารางท่ี 1.1 ในตําแหน่งต่างๆ ตามลําดบั

ตารางท่ี 1.1

ขาวดั การปรับ แบบหมุนปรับค่า แบบเลื่อนปรับค่า
ค่าความตา้ นทาน (Ω) ค่าความตา้ นทาน (Ω)

A - B วดั คา่ ท้งั หมด

หมนุ ตามเขม็ นาฬิกา

A - W หมุนกึ่งกลาง

หมุนทวนเขม็ นาฬิกา

หมุนตามเขม็ นาฬกิ า

B - W หมนุ กง่ึ กลาง

หมนุ ทวนเข็มนาฬกิ า

สรปุ ผลการทดลอง

.............................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................................
.........................................................................................................................................................................................................

คําถาม
1. โพเทนชิโอมิเตอร์ท่ีนํามาทดลองมีคุณสมบัติเป็นเชิงเสน้ หรือไม่ มีค่าความต้านทานรวมเท่าไร บอกมา

แตล่ ะชนิดท่ใี ชใ้ นการทดลอง

.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ใบงานที่ 2 การปรับสมดลุ ของวงจรบริดจ์ด้วยโพเทนชิโอเตอร์

เครื่องมือและอปุ กรณ์ 1 เครอื่ ง
2 ตวั
1. มลั ตมิ ิเตอร์ 1 เครือ่ ง
2. โพเทนชโิ อมเิ ตอร์แบบหมุนหรอื แบบเลอ่ื นทมี่ คี ่าตา่ งกนั 1 ชุด
3. แหล่งจา่ ยแรงดันไฟตรงปรบั คา่ ได้ 0-30V
4. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร

ลําดบั ขั้นการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรปู ที่ 2.1

Pot1 Pot2
A1 A2

+ W1 VDC W2
ET = 10V

-

B1 B2

รูปท่ี 2.1 วงจรบรดิ จ์สมดุลปรบั ค่าดว้ ยโพเทนชโิ อมเิ ตอร์

2. ปรับแตง่ ขา W1, W2 จนบริดจส์ มดุล (VDC = 0V)
3. ปลดโพเทนชิโอมิเตอร์ออกจากวงจร (ระวังการเคลื่อนตัวของขากลาง) นําโพเทนชิโอมเิ ตอร์แต่ละตวั มา
วดั ค่าความต้านทาน ทีจ่ ุด W1 – B1 และ W2 – B2 บันทกึ ค่าไว้

จดุ W1 – B1 = ........................ Ω
จุด W2 – B2 = ........................ Ω
4. ทดลองปรบั ไม่สมดุลของวงจรบรดิ จ์ ให้ W1 มีศักย์เปน็ บวก (+) และ W2 มีศักยเ์ ป็นลบ (-)
5. ปลดโพเทนชิโอมเิ ตอร์ออกจากวงจร (ระวังการเคล่ือนตวั ของขากลาง) นําโพเทนชิโอมเิ ตอร์แต่ละตัวมา
วัดค่าความตา้ นทาน ที่จุด W1 – B1 และ W2 – B2 บันทกึ คา่ ไว้
จดุ W1 – B1 = ........................ Ω

จดุ W2 – B2 = ........................ Ω
6. ปรับไม่สมดุลของวงจรบรดิ จ์ ให้ W1 มีศักยเ์ ปน็ ลบ (-) และ W2 มศี กั ย์เป็นบวก (+)
7. ปลดโพเทนชิโอมิเตอร์ออกจากวงจร (ระวังการเคล่ือนตัวของขากลาง) นําโพเทนชิโอมเิ ตอรแ์ ต่ละตัวมา
วดั คา่ ความต้านทาน ทจ่ี ดุ W1 – B1 และ W2 – B2 บนั ทกึ คา่ ไว้

จดุ W1 – B1 = ........................ Ω
จุด W2 – B2 = ........................ Ω

สรปุ ผลการทดลอง
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
..........................................................................................................................................................................
คําถาม

1. คุณสมบตั ิของวงจรบริดจ์สมดุลเป็นเชน่ ไร แสดงออกมาด้วยศักย์ไฟฟา้ แตล่ ะสว่ นได้อย่างไร
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

• ดา้ นทกั ษะ+ด้านจติ พิสยั (ปฏิบัติ+ดา้ นจิตพิสัย) (จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 4-6)

1. แบบฝึกหัดบทท่ี 1
2. ใบงานท่ี 1 การตรวจสอบความต้านทานของโพเทนชิโอมิเตอร์
3. ใบงานท่ี 2 การปรบั สมดลุ ของวงจรบรดิ จ์ด้วยโพเทนชิโอมเิ ตอร์

• ดา้ นคณุ ธรรม/จริยธรรม/จรรยาบรรณ/บูรณาการเศรษฐกจิ พอเพียง

(จดุ ประสงค์เชิงพฤตกิ รรมข้อที่ 7)
1. มคี วามรอบรู้เก่ียวกบั ทรานสดิวเซอร์ได้

กิจกรรมการเรยี นการสอนหรือการเรียนรู้

ขั้นตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ขั้นตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้ันนําเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ขั้นนําเข้าสู่บทเรยี น (15 นาที )

1. ผู้สอนจัดเตรียมเอกสาร พร้อมกับแนะนํา 1. ผู้เรียนเตรียมอุปกรณ์และ ฟังครูผู้สอนแนะนํา

รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ือง รายวิชา วิธีการให้คะแนนและวิธีการเรียนเร่ือง

ทรานสดวิ เซอร์ ทรานสดิวเซอร์

2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนของหน่วย 2. ผู้เรียนทําความเข้าใจเก่ียวกับจุดประสงค์การ

เรียนที่ 1 และขอให้ผู้เรียนร่วมกันทํากิจกรรมการ เรียนของหน่วยเรยี นที่ 1 และการให้ความรว่ มมอื ในการ

เรียนการสอน ทํากิจกรรม

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนขยายความทรานสดิวเซอร์ 3. ผู้เรียนขยายความทรานสดิวเซอร์ชนิดความ

ชนิดความต้านทานเปล่ยี นแปลงตามตําแหน่ง ตา้ นทานเปลีย่ นแปลงตามตาํ แหนง่

2. ขัน้ ให้ความรู้ (120 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (120 นาที )

1. ผู้สอนแนะนําวิธีการใช้บทเรียนคอมพิวเตอร์ 1. ผู้เรียนศึกษาบทเรียนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน

ช่วยสอน วิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม หน่วยที่ วิช า อิ เล็ ก ท รอ นิ ก ส์ อุ ต ส าห ก รรม ห น่ วย ท่ี 1

1 ทรานสดิวเซอร์ และให้ผู้เรียนศึกษาจากเอกสาร ทรานสดิวเซอร์ และให้ผู้เรียนศึกษาจากเอกสาร

ประกอบการสอน ประกอบการสอน

2. ผู้สอนเปิดโอกาส ให้ผู้เรียนถามปัญหา และ 2. ผู้เรียนถามปัญหา และข้อสงสัยจากเน้ือหา โดย

ข้อสงสัยจากเน้ือหา โดยครูให้นักศึกษาจําแนก ครูให้นักศึกษาจําแนกรายละเอยี ดคุณสมบัติของโพเทนชิ

รายละเอียดคุณสมบตั ิของโพเทนชิโอมิเตอร์ โอมิเตอร์

3. ขนั้ ประยกุ ตใ์ ช้ (105 นาที ) 3. ขนั้ ประยกุ ต์ใช้( 105 นาที )

1. ผู้สอนให้ผู้เรียนทําใบงานที่ 1 เรื่อง การ 1. ผู้เรียนทําใบงานที่ 1 เร่ือง การตรวจสอบ

ตรวจสอบความต้านทานของโพเทนชิโอมิเตอร์ หน้า ความต้านทานของโพเทนชิโอมิเตอร์ หนา้ 298-299

298-299

2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทําใบงานท่ี 2 เรื่อง การ 2. ผู้เรียนทําใบงานท่ี 2 เรือ่ ง การปรบั สมดลุ ของ

ปรับสมดุลของวงจรบริดจ์ด้วยโพเทนชิโอมิเตอร์ หน้า วงจรบรดิ จ์ด้วยโพเทนชิโอมิเตอร์ หน้า 300-301

300-301 3. ผูเ้ รยี นสบื คน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เนต็
3. ผสู้ อนใหผ้ ู้เรยี นสืบค้นข้อมูลจากอินเทอร์เน็ต

กิจกรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกิจกรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกิจกรรมของนักเรียน

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 60 นาที ) 4. ขั้นสรุปและประเมินผล (60 นาที )

1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือหาท่ีได้เรียน 1. ผู้สอนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือหาท่ีได้

ให้มคี วามเขา้ ใจในทิศทางเดียวกัน เรยี นเพ่อื ให้มคี วามเขา้ ใจในทิศทางเดยี วกนั

2. ผสู้ อนให้ผู้เรียนทําแบบฝึกหัดหนว่ ยที่ 1 หนา้ 2. ผู้เรียนทําแบบฝึกหัดหน่วยท่ี 1 หน้า 20-

20-21 21

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน 3. ผู้เรียนศึกษาเพ่ิมเติมนอกห้องเรียน ด้วย
ดว้ ยบทเรยี นคอมพิวเตอร์ชว่ ยสอนที่จดั ทาํ ขึน้
บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ช่วยสอนท่ีจดั ทําข้ึน

(บรรลุจุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-7) (บรรลุจุดประสงค์เชงิ พฤติกรรมข้อท่ี 1-7)

(รวม 300 นาที หรอื 5 คาบเรียน)

งานท่ีมอบหมายหรือกิจกรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

กอ่ นเรียน

1. จดั เตรยี มเอกสาร ส่ือการเรยี นการสอนหน่วยที่ 1
2. ศกึ ษาเน้ือหา ในหน่วยท่ี 1
3. ทาํ ความเข้าใจเกยี่ วกับจุดประสงค์การเรียนของหน่วยท่ี 1 และให้ความร่วมมอื ในการทํากิจกรรมใน

หน่วยที่ 1

ขณะเรียน

1. ศกึ ษาจากบทเรยี นคอมพิวเตอร์ช่วยสอนและเอกสารประกอบการสอน หน่วยท่ี 1 เรื่อง
ทรานสดิวเซอร์

2. ซักถามปญั หาข้อสงสยั จากผู้สอน
3. ทําใบงานที่ 1 เรื่อง การตรวจสอบความตา้ นทานของโพเทนชโิ อมิเตอร์
4. ทําใบงานท่ี 2 เรื่อง การปรับสมดลุ ของวงจรบรดิ จด์ ้วยโพเทนชิโอมิเตอร์

หลงั เรียน

1. สรุปเนื้อหา
2. ทําแบบฝกึ หัด หนว่ ยท่ี 1
3. สลบั กันตรวจแบบฝึกหัด

ผลงาน/ชนิ้ งาน/ความสาํ เร็จของผ้เู รียน

ใบงานที่ 1 และใบงานที่ 2, แบบฝกึ หดั หนว่ ยท่ี 1

สือ่ การเรยี นการสอน/การเรียนรู้

สอื่ สงิ่ พิมพ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา อิเล็กทรอนิกส์อุตสาหกรรม (ใช้ประกอบการเรียนการสอน
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-7)
2. ใบความรู้ท่ี 1 เร่ือง ทรานสดิวเซอร์ (ใช้ประกอบการเรียนการสอนขั้นให้ความรู้ เพ่ือให้บรรลุ
จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤติกรรม ขอ้ ที่ 1-7)
3. ใบงานท่ี 1 เรื่อง การตรวจสอบความต้านทานของโพเทนชโิ อมิเตอร์ ขัน้ ประยกุ ต์ใชข้ ้อ 1
4. ใบงานท่ี 2 เรอื่ ง การปรบั สมดุลของวงจรบริดจ์ดว้ ยโพเทนชโิ อมิเตอร์ ขัน้ ประยกุ ต์ใชข้ ้อ 2
5. แบบฝึกหัด หน่วยที่ 1 สรปุ และประเมินผล ข้อ 2
6. แบบประเมนิ ผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนขั้นประยุกต์ใช้ ข้อ 1
7. แบบประเมนิ พฤตกิ รรมการทาํ งาน ใช้ประกอบการสอนขน้ั ประยุกต์ใช้ ข้อ 2

ส่ือโสตทศั น์ (ถ้ามี)
1. บทเรยี นคอมพิวเตอรช์ ว่ ยสอน

สอื่ ของจรงิ
1. ทรานสดิวเซอร์ (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-7)

แหล่งการเรยี นรู้

ในสถานศึกษา
1. ห้องสมดุ วทิ ยาลัยฯ
2. ห้องปฏิบัตกิ ารคอมพิวเตอร์ ศกึ ษาหาข้อมูลทาง Internet

นอกสถานศกึ ษา
ผูป้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในท้องถิน่

การบรู ณาการ/ความสมั พันธ์กับวชิ าอืน่

1. การบูรณาการกบั วชิ าภาษาไทย ดา้ นบคุ ลิกภาพในการนําเสนอหน้าช้นั เรยี น
2. การบูรณาการกบั วชิ าอิเล็กทรอนิกส์เบ้อื งตน้

การประเมนิ ผลการเรยี นรู้
• หลักการประเมนิ ผลการเรียนรู้

กอ่ นเรียน
1. ความรู้ความเข้าใจก่อนการเรียนการสอน

ขณะเรยี น
1. ตรวจผลงานตามทําใบงานท่ี 1 เรือ่ ง การตรวจสอบความตา้ นทานของโพเทนชโิ อมิเตอร์
2. ตรวจผลงานตามทําใบงานที่ 2 เรื่อง การปรบั สมดลุ ของวงจรบริดจด์ ้วยโพเทนชโิ อมิเตอร์

หลังเรียน
1. ตรวจแบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 1

คาํ ถาม

1. จงอธิบายความหมายของทรานสดวิ เซอร์
2. การเลือกทรานสดิวเซอร์มาใช้งาน มีเทคนคิ การเลือกอย่างไร
3. ทรานสดิวเซอรช์ นิดความต้านทานเปลย่ี นแปลงตามตําแหน่ง มีลักษณะอย่างไร
4. ความเปน็ เชิงเส้นของความต้านทานในตัวโพเทนชโิ อมิเตอร์ คือ
5. รายละเอียดคณุ สมบตั ิของโพเทนชโิ อมิเตอร์ มลี ักษณะอยา่ งไร
6. การใชง้ านโพเทนชิโอมเิ ตอร์ ใช้งานอยา่ งไร

ผลงาน/ชิ้นงาน/ผลสาํ เร็จของผ้เู รียน

ใบงานท่ี 1 และใบงานท่ี 2, แบบฝกึ หัดหน่วยท่ี 1

สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์

ผู้เรียนสร้างความเข้าใจเก่ยี วกับทรานสดิวเซอร์
1. วิเคราะหแ์ ละตคี วามหมาย
2. ตั้งคําถาม
3. อภิปรายแสดงความคดิ เห็นระดมสมอง
4. การประยุกตค์ วามรูส้ ูง่ านอาชพี

สมรรถนะการปฏบิ ัติงานอาชพี

1. แสดงความรู้เกีย่ วกับทรานสดิวเซอร์

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียน เร่ือง ทรานสดิวเซอร์ ทําให้ผู้เรียนมีความรู้เพ่ิมเก่ียวกับ ทรานสดิวเซอร์ หรือ ตัวแปลง
เป็นช่ือเรียกรวมอุปกรณ์ท่ีทําหน้าที่เปลี่ยนพลังงานรูปหนึ่งไปเป็นพลังงานอีกรูปหน่ึง พลังงานท่ีจะนํามา
เปล่ียนแปลงมีหลากหลายรูปแบบในทุกๆ ด้าน เช่น แสง เสียง สนามแม่เหล็ก ความร้อน ความเย็น ความช้ืน
แรงดัน แรงกด ก๊าซ และควัน เป็นต้น หน้าที่ของทรานสดิวเซอร์ คือ รับรู้ และแสดงค่า จํานวน ขนาด และ
ความถ่ี จ่ายออกไปยังอุปกรณ์ภายนอก ทรานสดิวเซอร์บางคร้ังเรียกว่าเซ็นเซอร์ เพราะด้วยคุณสมบัติทางฟิ
ซิกส์ท่ีเหมือนกันในการนําไปประยุกต์ใช้งาน ตลอดจนในกระบวนการทํางานทางอุตสาหกรรมจําเป็นต้องใช้ทั้ง
สองส่วน การเลือกทรานสดิวเซอรม์ าใช้งาน ควรพิจารณาจากปัจจัยพ้ืนฐาน เช่น ย่านการทํางาน ความไว การ
ตอบสนองความถ่ี เหมาะสมกับการใช้งาน ความไวตํา่ สดุ ความเท่ยี งตรง ความแขง็ แรง และไฟฟ้าทีใ่ ช้ เปน็ ต้น

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

• จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 1 อธบิ ายความหมายของทรานสดิวเซอรไ์ ด้

1. วิธีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธบิ ายความหมายของทรานสดิวเซอร์ได้ จะได้ 1 คะแนน

• จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อที่ 2 ขยายความทรานสดิวเซอรช์ นดิ ความตา้ นทานเปลี่ยนแปลงตามตําแหน่งได้

1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมือ : แบบประเมนิ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : ขยายความทรานสดวิ เซอรช์ นดิ ความตา้ นทานเปลยี่ นแปลงตาม

ตาํ แหน่งได้ จะได้ 1 คะแนน

• จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 3 เขียนกราฟแสดงความเปน็ เชงิ เสน้ ของความตา้ นทานในตัวโพเทนชิโอ

มิเตอร์ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ตรวจผลงาน

2. เคร่ืองมอื : แบบประเมนิ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : เขยี นกราฟแสดงความเป็นเชิงเสน้ ของความต้านทานในตวั โพเทนชิโอ

มเิ ตอร์ได้ จะได้ 1 คะแนน

• จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อท่ี 4 สาธิตการคาํ นวณหาค่าการใชง้ านโพเทนชิโอมเิ ตอร์ลักษณะตา่ งๆ ได้

1. วิธีการประเมนิ : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมอื : แบบประเมิน

3. เกณฑ์การใหค้ ะแนน : สาธติ การคาํ นวณหาค่าการใช้งานโพเทนชิโอมิเตอร์ลกั ษณะต่างๆ ได้

จะได้ 3 คะแนน

• จุดประสงค์เชงิ พฤติกรรม ข้อที่ 5 เลอื กทรานสดิวเซอร์มาใชง้ านได้

1. วิธีการประเมนิ : ตรวจผลงาน

2. เครื่องมอื : แบบประเมิน

3. เกณฑ์การให้คะแนน : เลือกทรานสดิวเซอร์มาใชง้ านได้ จะได้ 1 คะแนน

• จดุ ประสงค์เชิงพฤติกรรม ข้อท่ี 6 จําแนกรายละเอียดคุณสมบัติของโพเทนชิโอมิเตอรไ์ ด้


Click to View FlipBook Version