The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muay.meniem, 2023-07-04 07:44:30

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

BEST PRACTICE 2566 | 7.ปัญหาอุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ เนื่องจากนักศึกษา กศน. อำเภอสากเหล็ก มีวัยที่แตกต่างกัน การเรียนรู้ของแต่ละบุคคลจึงมีความ แตกต่างกัน โดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ไม่สามารถใช้รูปแบบเดียวกันได้ การใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้วย รูปแบบ SALEK MODEL ครูผู้สอนจึงต้องนำไปปรับประยุกต์ให้เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละช่วงวัย 8.ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น การใช้กระบวนการจัดการเรียนรู้ด้วย รูปแบบ SALEK MODEL ร่วมกับกระบวนการPDCA วงจรการ บริหารงานคุณภาพ เพื่อควบคุมและพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ และมีประสิทธิภาพมาก ยิ่งขึ้น รายงานผลคะแนนการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค ภาคเรียนที่ 2/65 รายตำบล รายงานผลคะแนนการวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค ภาคเรียนที่ 2/65 ภาพรวมอำเภอ 195


BEST PRACTICE 2566 | 9.การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ - Website ของสถานศึกษา https://sites.google.com/view/nfesaklek - เผยแพร่ผลงานผ่าน facebook กศน.อำเภอสากเหล็ก จังหวัดพิจิตร 10.ภาพประกอบ 196


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน “การจัดกระบวนการเรียนรู้รูปแบบโครงงาน สู่ความเป็นเลิศ” 2. ความเป็นมา ตามที่ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแม่สอด ได้ดำเนินการจัดการศึกษา ให้กลุ่มเป้าหมาย ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 เพื่อพัฒนา บุคคลให้มีความสมบูรณ์ทั้งร่างกาย จิตใจ อารมณ์ และสติปัญญา เป็นคนดี มีวินัย รู้จักสิทธิควบคู่กับหน้าที่และ ความรับผิดชอบ ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะในการเรียนและใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ครูได้ออกแบบการ จัดการเรียนรู้และทำแผนการเรียนให้กับผู้เรียนในรายวิชาเลือกเสรี โดยจัดการเรียนรู้แบบโครงงาน เพื่อมุ่งให้ ผู้เรียนได้ฝึกทักษะกระบวนการคิดและแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และจากประสบการณ์สอนให้ผู้เรียนทำ โครงงานในรายวิชาเลือกเสรีทำโครงงานประดิษฐ์มาเป็นเวลานาน ปัญหาที่เกิดกับผู้เรียนในการทำงาน คือ ผู้เรียนยังจัดระบบและลำดับขั้นตอนในการทำงานไม่เป็น และยังมีผู้เรียนบางส่วนยังไม่รู้จักการวางแผนในการ ทำงาน ขาดทักษะทางวิชาการ แต่ด้วยในปัจจุบันเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันอย่างมากนับวัน ยิ่งมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องทำให้การศึกษาต้องพัฒนาผู้เรียนให้ได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆอยู่เสมอ รู้จักคิดอย่างก้าว ไกลเพื่อให้ทันเทคโนโลยี รู้จักคิดและออกแบบสิ่งประดิษฐ์ที่มาทดแทนทรัพยากรที่เสียไป หรือรู้จักคิดอย่างมี เหตุผล มีการนำปัญหาขยะที่อยู่ใกล้ๆตัวมาคิดสร้างมูลค่าเสริมเป็นรายได้ให้กับตัวเอง ครอบครัว ชุมชนและ สังคม เกิดทักษะอาชีพ ควรค่าแก่การภูมิใจ และยังช่วยชุมชนลดขยะไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม เกิดรายได้จาก นวัตกรรมขยะพลาสติกในชุมชนอย่างไม่รู้ตัว แต่การเก็บรวบรวมข้อมูลไว้เป็นหลักฐานการเขียนรายงาน โครงงานเป็นกระบวนการหนึ่งของการศึกษาของผู้เรียนที่ต้องทำให้ถูกต้องตามหลักวิชาการในการเรียนรู้แบบ โครงงาน ดังนั้น ครูผู้สอนจึงได้ทำจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบโครงานในรายวิชาเลือกเสรี โดยใช้ ยุทธศาสตร์การเรียนรู้แบบร่วมกันเรียนรู้ ซึ่งเป็นกระบวนการสำคัญในการจัดการศึกษาตามแนว พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่2) พ.ศ. 2545 มาตรา 24 มาเป็น แนวทางในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน และจัดกิจกรรมโดยการ ฝึกให้ผู้เรียนได้ใช้ทักษะกระบวนการคิดอย่างสร้างสรรค์และเป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงาน มีการแบ่งหน้าที่ การทำงาน ครูช่วยอธิบายแนะนำให้คำปรึกษาซ้ำๆ หลายครั้ง จนทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจและสามารถทำ เอง ศึกษาค้นคว้าเองได้ เขียนรายงานโครงงานได้ “การจัดกระบวนการเรียนรู้รูปแบบโครงงาน สู่ความเป็นเลิศ” สกร.อำเภอแม่สอด สกร.จังหวัดตาก 197


BEST PRACTICE 2566 | 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น 1. จัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างสร้างสรรค์ผ่านการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐาน โดยมุ่ง ส่งเสริมและสนับสนุน ช่วยเหลือ พัฒนาผู้เรียนให้พัฒนาตนเองตามศักยภาพรอบด้าน 2. ผู้เรียนพัฒนาทักษะกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบ โดยสามารถเลือกประเด็นที่จะศึกษาในสิ่ง ที่ตนเองชอบ และใช้กระบวนการคิดแบบ STEAM มาออกแบบและสร้างเครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม เพื่อแก้ปัญหาการกำจัดขยะให้กับครอบครัวและชุมชนของตนเอง ผลงานชิ้นงานโครงงานเป็นที่พึงพอใจสร้าง เครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพภาพ ใช้งานได้ดีช่วยลดขยะพลาสติกและโฟม ในบ้านเรือนและชุมชน กำจัดขยะ พลาสติกและโฟม แบบ Zero Waste และยังได้ผลผลิตจากนวัตกรรมจากขยะพลาสติกและโฟม คือ การหลอม อับอากาศพลาสติกและโฟม จะได้น้ำมันเชื้อเพลิงที่สามารถนำมาใช้กับเครื่องยนต์ 4 จังหวะได้ เช่น เครื่องตัด หญ้า รถอิแต๋น เครื่องสูบน้ำ ส่วนการเผาฝืนให้ความร้อนการหลอมอับอากาศ ก็จะได้น้ำส้มควันไม้ใช้กับงาน เกษตร โดยการนำไปฉีดพ่นไล่แมลงศัตรูพืชต่าง ๆ 3. ผู้เรียนเกิดการแสวงหาความรู้จากการตั้งสมมติฐานของความรู้ที่ผู้เรียนได้รับรู้และเป็นที่ยอมรับ 4. ผู้เรียนสามารถวางแผนการทำงาน จากการเรียนรู้แบบใช้โครงงานเป็นฐานได้อย่างเหมาะสม 5. จากการนำผู้เรียนเข้าร่วมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจาก ขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับพื้นที่ เขตภาคเหนือตอนล่าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 วันที่ 16 มิถุนายน 2565 ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ได้รับรางวัลชนะเลิศ การ ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับพื้นที่ เขตภาคเหนือตอนล่าง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 ด้วยโครงงาน เรื่อง เครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม 6. จากการนำผู้เรียนเข้าร่วมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจาก ขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับประเทศ ประจำปีประมาณ พ.ศ. 2565 วันที่ 15 สิงหาคม 2565 ณ ศูนย์ วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จังหวัดปทุมธานี ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 การประกวดโครงงาน วิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับประเทศ ด้วยโครงงาน เรื่อง เตาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำส้มควันไม้จากขยะพลาสติกและโฟม 4. ขั้นตอนการดำเนินงาน 4.1 ศึกษาวิเคราะห์เนื้อหารายวิชาการบริหารจัดการขยะอย่างมีคุณค่า เพื่อแนะนำให้ผู้เรียน ได้จัดทำโครงงานและชิ้นงาน ให้ตรงกับเนื้อหา และตัวชี้วัด 4.2 ศึกษาปัญหาและความต้องการของผู้เรียนเพื่อจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้เหมาะสมกับ ผู้เรียน 4.3 ครูจัดทำแผนการสอนที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียน 4.4 สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับผู้เรียน เรื่องการทำโครงงาน 4.5 มอบหมายให้ผู้เรียนร่วมกลุ่มตามความสมัครใจร่วมกันทำโครงงาน 4.6 ผู้เรียนสนทนาภายในกลุ่ม สรุปหัวข้อโครงงานที่จะทำ 198


BEST PRACTICE 2566 | 4.7 ครูแจกรูปแบบ การวางแผนในการทำโครงงานให้ผู้เรียนร่วมกันศึกษาและวางแผนการ ทำงานตามขั้นตอนในแบบฟอร์ม และทำตามหัวข้อที่ต้องการโดยครูผู้สอนเป็นผู้คอยแนะนำ เน้นความ สนใจใฝ่รู้ที่จะร่วมกันศึกษาและรับผิดชอบงานร่วมกันของผู้เรียน 4.8 ครูตรวจสอบการเขียนเค้าโครง ของโครงงานนักศึกษา เรื่อง เครื่องกำจัดขยะพลาสติก และโฟม 4.9 ผู้เรียนเริ่มลงมือปฏิบัติจริงทั้งการออกแบบและการทดลองประดิษฐ์ชิ้นงานตามออกแบบ ไว้ 4.10 ครูช่วยดูแลความเรียบร้อย และความปลอดภัยในการทำกิจกรรมทดลองประดิษฐ์ ซึ่ง ผู้เรียนส่วนใหญ่จะต้องเรียนรู้การใช้เครื่องมือช่างด้วยความระมัดระวัง 4.11 เมื่อผู้เรียนประดิษฐ์และทดลอง ใช้เครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม เรียบร้อย เพื่อ ความเป็นมาตรฐาน ครูดำเนินการขอความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจสอบคุณภาพของเครื่อง เพื่อขอรับคำแนะนำในการพัฒนาปรับปรุงเครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม ให้มีมาตรฐานและความ ปลอดภัยมากขึ้น ทั้งด้านสิ่งแวดล้อมและด้านประสิทธิภาพของเครื่อง 4.12 ตรวจสอบความถูกต้องของรูปเล่มรายงานและความสมบูรณ์ของชิ้นงานโครงงานที่ ผู้เรียนสร้างขึ้นก่อนนำเสนอ ครูได้มีการแนะนำให้ผู้เรียนได้นำความรู้เกี่ยวกับ STEAM มาใช้ในการ ออกแบบและสร้างชิ้นงาน โครงงานอย่างเหมาะสม 4.13 ผู้เรียนร่วมกันจัดแสดงผลงานชิ้นโครงงาน และนำเสนอเพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรู้ 4.14 ครูประเมินผลงานพร้อมกับให้คะแนนจากรูปเล่มผลงานและ ชิ้นงานโครงงาน เครื่อง กำจัดขยะพลาสติกและโฟม และเสริมแรงจูงใจทางบวกให้คำชื่นชมในผลงานผู้เรียน 4.15 ครูดำเนินการนำผู้เรียนเข้าร่วมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับพื้นที่ เขตภาคเหนือตอนล่าง ณ ศูนย์ วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ 4.16 ครูดำเนินการนำผู้เรียนเข้าร่วมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จังหวัด ปทุมธานี 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. ครูร่วมเป็นกำลังใจ และช่วยเหลือให้คำปรึกษาและแนะนำผู้เรียนทุกขั้นตอนในการทำโครงงาน 2. ทำการติดตามผู้เรียนในการทำโครงงานอย่างต่อเนื่อง 3. ให้คำแนะนำ และเสริมแรงสร้างกำลังให้ผู้เรียนสม่ำเสมอ 4. ช่วยสนับสนุนอุปกรณ์ในการโครงงานให้กับผู้เรียน เมื่อผู้เรียนจัดหาไม่ได้ 5. ได้แนะนำให้ผู้เรียนได้ความรู้ในเรื่องของ STEAM มาใช้ในการออกแบบและสร้างชิ้นงาน 199


BEST PRACTICE 2566 | 6. ส่งเสริมและสนับสนุนผู้เรียนเข้าร่วมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภท นวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังความสามารถ 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานและแนวทางการแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ - ผู้เรียนเขียนสรุปรายงานโครงงานตามหลักวิชาการยังไม่ครอบคลุม แนวทางการแก้ไขนำตัวอย่างการ เขียนรายงานโครงงานมาให้ผู้เรียนดูและศึกษาหลายๆ รูปแบบ ครูผู้สอนอธิบายเสริมเพิ่มเติมเน้นย้ำซ้ำทวน บ่อย ๆ 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 8.1 ควรมีการศึกษาและสอดแทรก กิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ฝึกทักษะในด้านต่าง ๆ เช่น การ เสริมทักษะการคิดอย่างมีวิจารณญาณ ทักษะการคิดอย่างสร้างสรรค์ ทักษะการทำงานเป็นทีม 8.2 สามารถนำไปประยุกต์ใช้สำหรับเนื้อหารายวิชาอื่น ๆ ในการวางแผนการกำหนดกิจกรรมเพื่อ เพื่อให้การจัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถสร้างความรู้ด้วยตนเอง 10. การเผยแพร่ / การได้รับการยอมรับ 1. ได้รับรางวัลชนะเลิศ การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับพื้นที่ เขตภาคเหนือตอนล่าง ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษานครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ ด้วยโครงงาน เรื่อง เครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม 2. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ อันดับที่ 2 การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภท นวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับประเทศ ณ ศูนย์วิทยาศาสตร์เพื่อการศึกษารังสิต จังหวัด ปทุมธานี ด้วยโครงงาน เรื่อง เตาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำส้มควันไม้จากขยะพลาสติกและโฟม 3. เครื่องกำจัดขยะพลาสติกและโฟม หรือ เตาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำส้มควันไม้จากขยะพลาสติก และโฟม เป็นที่ยอมรับคนในชุมชน และมีการนำไปใช้งานจริงในพื้นที่ตำบลพะวอ ณ ศูนย์การเรียนชุมชนชาว ไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านห้วยผักกูด และโรงเรียนบ้านปางส้าน ตำบลด่านแม่ละเมา อำเภอแม่สอด จังหวัด ตาก 200


BEST PRACTICE 2566 | 10.ภาพประกอบ ภาพการทดสอบประสิทธิภาพเตาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำส้มควันไม้จากขยะพลาสติกและโฟม โดยมี ผู้เชี่ยวชาญให้คำแนะนำ ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับพื้นที่ เขตภาคเหนือตอนล่าง ประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อม ประเภทนวัตกรรมจากขยะ สำหรับนักศึกษา กศน. ระดับประเทศ ขั้นตอนการสร้าง และการปรับปรุงเตาผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงและน้ำส้มควันไม้จากขยะพลาสติกและโฟมตามที่ออกแบบไว้ 201


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ 2. ความเป็นมา ในยุคดิจิทัล สื่อเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสำคัญอีกรูปแบบหนึ่ง ที่ช่วยให้ครูจัดการเรียนการสอน รวมไป ถึงเป็นการพัฒนาผู้เรียนให้ดียิ่งขึ้น เนื่องจากปัจจุบันเด็กๆ มีความรู้ ความสามารถทางด้านเทคโนโลยีมากขึ้น อีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่รองรับการเรียนรู้ของนักเรียนค่อนข้างหลากหลาย และเพื่อให้ผู้เรียนได้เกิดสมรรถนะ ต่างๆ การนำเทคโนโลยีมาบูรณาการร่วมกับการจัดการเรียนการสอนจึงเป็นสิ่งสำคัญ และมีความจำเป็นอย่าง ยิ่งในการเปิดโอกาสให้ผู้เรียน ได้ใช้ความสามารถของตนเองในการเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังกระตุ้นความ สนใจในการเรียนได้มากขึ้น จากการใช้เทคโนโลยีในการสร้างสื่อให้มีความหลากหลาย และยังเป็นการเตรียม ความพร้อมของนักศึกษาเพื่อเข้าสู่สังคมยุคใหม่ ดังนั้น เทคโนโลยีจึงเป็นทางเลือกในการเรียน เพื่อตอบสนอง การเรียนรู้ที่แตกต่างของนักศึกษาได้ ซึ่งนักศึกษาศูนย์การเรียนชุมชนบ้านในสอยมีความสนใจที่จะพัฒนา ตนเองในด้านการใช้เทคโนโลยี และมีอุปกรณ์ในการจัดการเรียนการสอนได้ มีแหล่งเรียนรู้สถานที่และบุคคลที่ สามารถมาให้ความรู้กับผู้เรียน ให้มีความรู้ เกิดทักษะได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2. จุดเด่น/ความสำเร็จที่ปรากฏ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสื่อสาร การเข้าถึงแหล่งข้อมูลสารสนเทศ มีการพัฒนาก้าวหน้าเร็ว ช่วยใน การเรียนรู้ และทำความเข้าใจกับสิ่งต่างๆ ทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างไร้ขีดจำกัด ซึ่งมีบทบาทและความสำคัญยิ่ง ต่อการดำเนินชีวิต ปริมาณการใช้และสร้างข้อมูลข้าวสารมากเพิ่มขึ้น ครูได้ตระหนักถึงประโยชน์และ ความสำคัญในการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในด้านการจัดการศึกษา จะเห็นได้จากนโยบายด้านการศึกษา ได้กำหนดให้จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคนให้มีความรู้ด้านเทคโนโลยีทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคม ซึ่งปรากฏ ในจุดเน้นให้เพิ่มศักยภาพนักเรียนในด้านภาษา ด้านคณิตศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์ และด้านเทคโนโลยีเพื่อ พัฒนาสู่ความเป็นหนึ่งในภูมิภาคเอเชียและตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไข เพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2545 ดังนั้น ครูจึงส่งเสริมให้มีการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยี ICT เพื่อการเรียนรู้ เพื่อให้ นักเรียนมีทักษะ ด้านคอมพิวเตอร์และสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา โดยมุ่งพัฒนากระบวนการเรียนรู้ให้ทันต่อการ เปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เรียนรู้ได้ด้วยตนเองจากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ได้อย่างต่อเนื่อง และทันสมัย ส่งผลให้ ผู้เรียนมีความคิดสร้างสรรค์ มีความรู้ และเกิดทักษะในการนำเทคโนโลยีไปใช้ในการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย รวมทั้งนำเทคโนโลยีมาใช้พัฒนาตนเองและพัฒนาคุณภาพชีวิต นักศึกษาที่ได้รับความรู้และพัฒนาตนเองได้นำ โปรแกรม Zoom meeting มาใช้ในการสอนภาษาไทยออนไลน์ ให้กับบุคคลที่สนใจเรียน โปรแกรมตัดต่อ วีดีโอ Cyberlink Powerdirector 18 การใช้เทคโนโลยีเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ สกร.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สกร.จังหวัดแม่ฮ่องสอน 202


BEST PRACTICE 2566 | 3. วิธีดำเนินการ 1. ครูวิเคราะห์ผู้เรียน จากความรู้และประสบการณ์ เพื่อกระตุ้นให้ผู้เรียนมีความพร้อมในการเชื่อมโยง ความรู้ความรู้เดิมกับความรู้ใหม่อย่างสรงสรรค์ โดยใช้สถานการณ์ในชีวิตจริงในการดึงความรู้และ ประสบการณ์เดิมของผู้เรียนที่มีต่อเรื่องที่จะเรียนในการจัดกระบวนการเรียนรู้ รูปแบบพบกลุ่ม 2. ครูจัดประสบการณ์การเรียนรู้ให้ผู้เรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์ตรงอย่างสร้างสรรค์ โดยให้ ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง 3. ครูและผู้เรียนสรุปผลการเรียนรู้จากสิ่งที่ได้เรียนรู้ โดยผู้เรียนแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน และ วางแผนการนำความรู้ที่ได้รับจากการเรียนรู้ที่ผ่านมาไปสู่การประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง 4. ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ - ผู้เรียนกล้าที่จะแสดงความคิดเห็น กล้าคิด กล้าทำและกล้าแสดงออกต่อสาธารณชนมากขึ้น - มีทักษะในการใช้เทคโนโลยี รู้จักการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ในการประกอบอาชีพและปรับใช้ ในชีวิตประจำวัน - ผู้เรียนมีทักษะการแสวงหาความรู้ด้วยตนเองรวมถึงการเข้าถึงและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ต่างๆ 4. ปัจจัยป้อน (Input) ปัจจัยพื้นฐานคือการสร้างความพร้อมของเครื่องมืออุปกรณ์ต่าง ๆ ให้มีสมรรถนะและจำนวนเพียงต่อ การใช้งานของผู้เรียน รวมถึงการอำนวยความสะดวกให้ผู้เรียนสามารถใช้เทคโนโลยีได้ตลอดเวลาจะเป็นปัจจัย เบื้องต้นของการส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ สิ่งที่ควรเป็นปัจจัยเพิ่มเติมคือ 1. ครูสร้างโอกาสในการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ ออกแบบกระบวนการเรียนรู้ให้เอื้อต่อการทำ กิจกรรมประกอบการเรียนรู้ เป็นกิจกรรมที่ต้องใช้กระบวนการแสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ ทั้งจาก การสังเกตในสถานการณ์จริง การทดลอง การค้นคว้าจากสื่อสิ่งพิมพ์และจากสื่อ Electronic 2. ครูและผู้เรียนจัดทำระบบแหล่งข้อมูลสารสนเทศเพื่อการเรียนรู้ ปัจจัยด้านแหล่งข้อมูลสารสนเทศ (Information Sources) เป็นตัวเสริมที่สำคัญที่ช่วยเพิ่มคุณค่าของระบบเทคโนโลยีเพื่อการเรียนการสอน ครู และผู้เรียนควรช่วยกันแสวงหาแหล่งข้อมูลสารสนเทศที่มีเนื้อหาสาระตรงกับหลักสูตรหรือสนองความสนใจ ของผู้เรียน 5. เงื่อนไขและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. จัดการเรียนรู้ “ตลอดเวลา” (Anytime) ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ได้ตลอเวลานอกเวลาเรียน ระยะ แรกเริ่มให้นักเรียนสามารถใช้ Computer สืบค้นหาความรู้จากห้องสมุด ซึ่งมีเครื่องคอมพิวเตอร์ให้บริการ ระบบ Internet 2. เรียนรู้จากแหล่งเรียนรู้ “ทุกหนแห่ง” (Anywhere) ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ร่วมกันจากสื่อต่างๆ เช่น คอมพิวเตอร์ วีดิทัศน์ โทรทัศน์ CAI และอื่นๆ 3. เรียนรู้จากการลงมือทำ ปฏิบัติจริงและวิทยากรภายนอกมาให้ความรู้เพิ่มเติม 203


BEST PRACTICE 2566 | 6. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจํากัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบผลสำเร็จ จากการประเมินผู้เรียน ผู้เรียนมีความต้องการเรียนรู้การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยสอดคล้องกับยุค ปัจจุบัน เช่น โปรแกรม canva ,Cyberlink Powerdirector 18, Zoom meeting ซึ่งครูไม่มีความชำนาญจึง ได้เชิญวิทยากรภายนอกมาให้ความรู้ทั้งทฤษฏีและปฏิบัติจนเกิดผล 7. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 1) นําไปประยุกต์ใช้พัฒนาการเรียนการสอนกับทุกระดับ 2) การสอนโดยใช้สื่อ CAI ช่วยสอนให้เกิดการเรียนรู้ตามความสนใจ เช่น วิชาคณิตศาสตร์ วิชา ภาษาไทย วิชาวิทยาศาสตร์ วิชาสังคม วิชาภาษาอังกฤษ 8. ภาพประกอบ สื่อบทเรียนออนไลน์และสื่อ Model รำวงมาตรฐาน วิชาศิลปศึกษา (ทช21003) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 204


BEST PRACTICE 2566 | ภาพการนำความรู้ไปใช้พัฒนาตนเองและสร้างอาชีพ 205


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อความปลอดภัยในการดำเนินกิจกรรม White Zone กศน.ปลอดสารเสพติด บุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ 2 ความเป็นมา นโยบายกระทรวงศึกษาธิการ ด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อนวัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้ เข้าไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและ ใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนที่ไป เกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กําหนดนโยบายให้ผู้บริหาร หน่วยงานและสถานศึกษาดําเนินการ สร้างความปลอดภัยในหน่วยงาน/สถานศึกษา และป้องกันจากภัยคุกคามในชีวิตรูปแบบต่าง ๆ ดังนั้น กศน. ตำบลห้วยผาได้จัดกิจกรรม “White Zone กศน. ปลอดภัยสู่กศน.ตำบลสีขาว” เน้นแนวทางการปฏิบัติภายใต้ หลักการ ๓ ป. ได้แก่ ป้องกัน ปลูกฝัง และปราบปราม โดยวางแผนและมาตรการด้านความปลอดภัย จากสถานการณ์ต่าง ๆ อาทิเช่น โรคระบาด เหตุการณ์ความไม่สงบ เป็นต้น ให้แก่ผู้เรียน ครูและบุคลากรใน รูปแบบต่าง ๆ รวมทั้ง ดําเนินการศึกษาติดตามประเมินผลการดําเนินการ เพื่อปรับปรุง พัฒนา และขยายผล ต่อไป 3. ความสําเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น สร้างโอกาสเรียนรู้ทุกที่ทุกเวลา เพิ่มคุณภาพเข้าถึงทุกกลุ่ม มีความพึงพอใจในกิจกรรม ครูมีคุณภาพ บุคลากรมีความสุข ผู้เรียนมีความสุขสมวัยสมความสามารถของตนเอง 4. วิธีดําเนินการ การดำเนินโครงการ กศน.ตำบลห้วยผาปลอดบุหรี่ ๗ แนวทาง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลห้วยผา ได้ดำเนินโครงการโรงเรียนปลอด บุหรี่ ๗ แนวทางได้แก่ 1. การกำหนดนโยบาย “โรงเรียนปลอดบุหรี่” การจัดทำนโยบายสถานศึกษาเป็นเขตปลอดบุหรี่ เป็นลายลักษณ์อักษร และลงนามโดยผู้บริหาร มีการถ่ายทอดนโยบายสู่การปฏิบัติ โดยการประกาศเป็น ลายลักษณ์อักษร รวมทั้งเผยแพร่ นโยบายสู่นักเรียน/นักศึกษา ครูอาจารย์ บุคลากร ทางการศึกษา ผู้ปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา โดยมีการระบุการห้ามสูบบุหรี่ ในสถานศึกษาตามที่กฎหมาย กำหนด มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์นโยบายผ่านช่องทางที่หลากหลาย 2. การบริหารจัดการในโรงเรียนปลอดบุหรี่ โดยมีการจัดตั้งคณะทำงานสถานศึกษาปลอดบุหรี่ กำหนดบทบาทหน้าที่อย่างชัดเจน และจัดตั้งองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลห้วยผา เพื่อขับเคลื่อนโดยมีการ การจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วมเพื่อความปลอดภัย สกร.อำเภอเมืองแม่ฮ่องสอน สกร.จังหวัดแม่ฮ่องสอน 206


BEST PRACTICE 2566 | สำรวจข้อมูลการสูบบุหรี่ใน กศน.ตำบลห้วยผา เช่น จำนวนผู้สูบบุหรี่ ความต้องการเลิกบุหรี่ การพบเห็นการ ละเมิดการสูบบุหรี่ มีการติดตามผลการดำเนินงาน โดย คณะทำงานของสถานศึกษา ปรากฏว่าไม่มีผู้สูบบุหรี่ 3. จัดสภาพแวดล้อมเพื่อ “โรงเรียนปลอดบุหรี่”ตามกฎหมาย มีการจัดสภาพแวดล้อมภายใน สถานศึกษาให้เป็นเขตปลอดบุหรี่ ตามที่กฎหมายกำหนด มีเครื่องหมายแสดงเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย ให้ เห็นชัดเจน บริเวณทางเข้า - ออก สถานศึกษา ทุกช่องทางมีเครื่องหมายแสดงเขตปลอดบุหรี่ตามกฎหมาย และภายในอาคารสถานที่ไม่มีอุปกรณ์/ สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับการสูบบุหรี่ เช่น ที่เขี่ยบุหรี่ มีการเฝ้า ระวังไม่ให้มีการสูบบุหรี่ในบริเวณ สถานศึกษา มีการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ไม่ให้เอื้อต่อการสูบบุหรี่ 4. การสอดแทรกเรื่องบุหรี่ในการเรียนการสอนและกิจกรรมนอกหลักสูตร มีการวางแผนและ กำหนด กิจกรรมเพื่อสอดแทรก เรื่องโทษ พิษภัย และผลกระทบของบุหรี่ในรายวิชาและกิจกรรมต่างๆ ทั้ง ใน หลักสูตรและนอกหลักสูตรเช่น บูรณาการกลุ่มสาระการเรียนรู้การดำเนินชีวิต รายวิชาสุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชาทักษะการเรียนรู้ และสอดแทรกผ่านกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต กิจกรรม พัฒนาสังคมและชุมชน กิจกรรมพัฒนาทักษะชีวิต และกิจกรรมกองทุนแม่ของแผ่นดิน การถ่ายทอด/สื่อสาร/ สอดแทรก/ และผลกระทบของบุหรี่ใน รายวิชาและกิจกรรมต่างๆทั้งใน และนอกหลักสูตร เป็นต้น 5. การมีส่วนร่วมของผู้เรียนในการขับเคลื่อนโรงเรียนปลอดบุหรี่ มีการส่งเสริมให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม ในการเฝ้าระวัง ป้องกันเพื่อควบคุมยาสูบ มีการส่งเสริมให้ผู้เรียน ประชาสัมพันธ์เพื่อสร้างค่านิยมการไม่สูบ บุหรี่ในช่องทางที่หลากหลาย มีการส่งเสริมให้ผู้เรียน สร้างสรรค์สื่อการเรียนรู้ เพื่อให้ผู้เรียนในสถานศึกษามี ภูมิคุ้มกันในการปกป้องตนเองจากการสูบบุหรี่ มีการส่งเสริมให้ผู้เรียนร่วมรณรงค์บ้านและชุมชนปลอดบุหรี่ และชักชวนให้คนในบ้านเลิกสูบบุหรี่ 6. การดูแลช่วยเหลือผู้เรียนไม่ให้สูบบุหรี่ มีกระบวนการป้องกัน คัดกรอง และติดตามผู้เรียนกลุ่ม เสี่ยง เพื่อป้องกันการริเริ่มสูบบุหรี่ของผู้เรียน มีกระบวนการในการดูแลช่วยเหลือให้คำปรึกษาเพื่อการ ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการสูบบุหรี่ของผู้เรียนที่สูบบุหรี่ให้เลิกสูบบุหรี่ รวมทั้งมีการติดตามผลการเลิกสูบบุหรี่ ของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง มีระบบบริการเลิกบุหรี่ตามความเหมาะสม 7. การมีกิจกรรมร่วมกันระหว่าง กศน.กับชุมชน มีกิจกรรมสร้างความตระหนักเรื่องโทษ พิษภัย และ ผลกระทบของบุหรี่ร่วมกับชุมชน มีการชี้แจงและขอความร่วมมือร้านค้าในชุมชน ไม่ให้จำหน่ายบุหรี่ให้แก่ เยาวชน ตามที่กฎหมายกำหนด มีการผลักดันให้ผู้นำชุมชนกำหนดสนับสนุนการดำเนินงานบ้านและชุมชน ปลอดบุหรี่ 5. ปัจจัยป้อน (Input) 1. นํานโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติจัดทําแผนปฏิบัติการครอบคลุม กลุ่มเป้าหมายและการมีส่วนร่วมของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง 2. ครูให้ความสําคัญและมีจิตสํานึกร่วมกันที่จะปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือผู้เรียนไม่ให้ไปเกี่ยวข้อง กับยาเสพติด ให้ความร่วมมือและร่วมแรง ร่วมใจ จัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 207


BEST PRACTICE 2566 | 3. ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษา เป็น ส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน เช่น กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ ค่ายคุณธรรม กิจกรรมพัฒนาคุณภาพ ชีวิต กิจกรรมกีฬาป้องกันยาเสพติด ส่งเสริมด้านอาชีพเพื่อการรวมกลุ่มของนักศึกษา 4. ครูจัดการเรียนการสอนให้ความรู้ เสริมสร้างจิตสํานึก ทักษะชีวิต มีภูมิคุ้มกัน ต่อต้านยาเสพติด และอบายมุข จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้างแกนนํานักศึกษา 6. เงื่อนไขและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสําเร็จ เกิดพลังสังคมและพลังชุมชนในการดูแล ได้รับความร่วมมือจากเครือข่าย ตลอดจนสร้างความสัมพันธ์ ที่ดีมีการดำเนินการที่ชัดเจนในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ มีการ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน มีการไหลเวียนข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง และมีบทสรุปร่วมกันในการดำเนินการใน ปีการศึกษาต่อไป 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจํากัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบผลสําเร็จ รายงานผลการดำเนินงาน ใช้กระบวนการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนโดยใช้วิธีการที่ถูกต้องเหมาะสม กับสภาพปัญหาและความต้องการจำเป็น 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทําให้ดียิ่งขึ้น ขับเคลื่อนเสริมสร้างความปลอดภัยประชาสัมพันธ์ให้แก่ประชาชนและชุมชนได้รับทราบข้อมูลให้ ครอบคลุมขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษาทุกด้านคือ ภัยที่เกิดความรุนแรงของมนุษย์ ภัยที่เกิดจาก อุบัติเหตุ ภัยที่เกิดจากการล่วงละเมิดสิทธิ์ 9. การเผยแพร่ ผ่านช่องทางจดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ ผ่านช่องทาง line Facebook 208


BEST PRACTICE 2566 | สื่อบุคคล คือแกนนำองค์กรนักศึกษา กศน.ตำบลห้วยผา 10. ภาพประกอบ 209


BEST PRACTICE 2566 | แผนผังองค์กรนักศึกษา สกร.ตำบลห้วยผา ประกาศเจตนารมณ์และรับมอบเกียรติบัตร ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยตำบลห้วยผา เป็นต้นแบบปลอดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ จากสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 1 เพื่อการไม่สูบบุหรี่และเครือข่ายครูเพื่อโรงเรียนปลอดบุหรี่จังหวัดแม่ฮ่องสอน 210


BEST PRACTICE 2566 | 1.ชื่อผลงาน การใช้สื่อพัฒนาการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ 2.จุดเด่น/ความสำเร็จที่ปรากฏ ผลการดำเนินการผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อน - หลังเรียน และใช้สื่อบัตรคำ บัตรรูปภาพหรือ กิจกรรมฉีกปะเกมส์การรศึกษาเพื่อสอดคล้องกับวิถีชีวิตของผู้เรียนด้วย ครูผู้สอนจึงมีสร้างสื่อการสอน ระดับประถม ใช้ประกอบการรสอนให้มีประสิทธิภาพ สอดรับกับการสร้างสมรรถนะและทักษะคุณภาพเพื่อ ส่งเสริมการพัฒนาทักษะ ที่ได้สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพและมีความเหมาะสมที่จะนำไปใช้ในการจัดการเรียนรู้ได้ เป็นอย่างดี 3. วิธีดำเนินการ ขั้นตอนการดําเนินงาน นวัตกรรมสื่อการเรียนการสอนการใช้การเรียนการสอน สื่อบัตรคำ รูปภาพ และเกมส์ วางแผน (Plan : P) 1) ครูวิเคราะห์ปัญหาการเรียนการสอนที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ พบว่าการเรียนการ สอนในเรื่องนี้ยังไม่ประสบผลสำเร็จเท่าที่ควร 2) ครูศึกษาวิชาภาษาอังกฤษ วิเคราะห์หลักสูตร วิเคราะห์มาตรฐานการเรียนรู้วิเคราะห์ผู้เรียน จัด หน่วยการเรียนรู้ เพื่อนำไปจัดทำแผนการเรียนรู้ 3) ดำเนินการสร้างใช้สื่อ ภาษาอังกฤษ 4) นำใช้สื่อ ที่สร้างขึ้นเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตร จำนวน 3 คน ได้แก่ 1. ด้านนวัตกรรม 2.ด้านการสอน 3.ด้านการวัดและประเมินผล การปฏิบัติ (Do : D) 1 ศึกษาหลักสูตร เอกสาร เนื้อหาสาระการเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษ 2 ศึกษาแผนการจัดการเรียนรู้สร้างใช้สื่อ การเรียนการสอน 3 นำใช้สื่อ ที่สร้างขึ้นให้ผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 3 คน เพื่อตรวจสอบความสอดคล้องขององค์ประกอบ ต่างๆในสื่อ ด้านความเที่ยวตรงเชิงเนื้อหา ความชัดเจน ความถูกต้องเหมาะสมของภาษาที่ใช้ และความ สอดคล้องด้วยดัชนีความสอดคล้อง การใช้สื่อพัฒนาการอ่านวิชาภาษาอังกฤษ สกร.อำเภอปางมะผ้า สกร.จังหวัดแม่ฮ่องสอน 211


BEST PRACTICE 2566 | การตรวจสอบและประเมินผล (Check : C) 1.ดำเนินการนำสื่อ ไปใช้จัดการเรียนการสอนให้กับกลุ่มตัวอย่าง จำนวน 5 คน ภาคเรียนที่ 2/2565 2 เมื่อสิ้นสุดการใช้ด้วยการทดสอบหลังเรียน วิชาภาษาอังกฤษ 3 หลังการดำเนินการทดสอบก่อน-หลังเรียนแล้ว ผู้วิจัยให้กลุ่มเป้าหมายจำนวน 5 คน ตอบ แบบสอบถามความพึงพอใจความคิดเห็นต่อสื่อ การพัฒนาปรับปรุง (Action : A) 1) พัฒนาสื่อการเรียนการสอนให้มีความสอดคล้องกับความสนใจและยุคของเทคโนโลยี 2) นำผลการประเมินต่อสื่อ มาปรับปรุงพัฒนาต่อไป 3) ครูพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอเพื่อศึกษาเรียนรู้เพื่อมาบูรณาการจัดการเรียนการสอน 4. ปัจจัยป้อน (Input) สื่อ (Media) หมายถึง ตัวกลางที่ใช้ถ่ายทอดหรือนำข้อมูลข่าวสารหรือความรู้ในลักษณะต่าง ๆ จากผู้ส่งไปยังผู้รับ ให้เข้าใจความหมายได้ตรงกัน ในการเรียนการสอน สื่อที่ใช้เป็นตัวกลางนำความรู้ใน กระบวนการสื่อความหมายระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน เรียกว่าสื่อการเรียนการสอน (InstructionalMedia) สื่อการเรียนการสอน หมายถึง ตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ทักษะประสบการณ์จากแหล่ง ความรู้ไปสู่ผู้เรียน และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพในทางการศึกษา มีคำที่มีความหมายแนว เดียวกันกับสื่อการเรียนการสอน เช่น สื่อการสอน(Instructional Media or Teaching Media), สื่อการศึกษา (Educational Media), อุปกรณ์ช่วยสอน(Teaching Aids) เป็นต้น ในปัจจุบัน นักการศึกษามักจะเรียกการนำสื่อการเรียนการสอนชนิดต่าง ๆมารวมกันว่าเทคโนโลยี ทางการศึกษา (Educational Technology) ซึ่งหมายถึงการนำเอาวัสดุอุปกรณ์และวิธีการมาใช้ร่วมกันอย่างมี ระบบในการจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเรียนการสอน 5. เงื่อนไขและปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1) ผู้เรียนได้เรียนรู้จากสื่อ ทำให้มีพัฒนาการทางการเรียนสูงขึ้น โดยพิจารณาจากการทดสอบก่อน เรียน-หลังเรียน ภาคเรียนที่ 2/2565 แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนได้รับการพัฒนาความรู้ความเข้าใจได้รับพัฒนา ทักษะการสื่อสาร การอ่านการเขียน 2) ตัวกลางหรือช่องทางในการถ่ายทอดองค์ความรู้ ทักษะ ประสบการณ์ จากแหล่ง ความรู้ไปสู่ ผู้เรียน และทำให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ ในทางการศึกษา มีคําที่มีความหมายแนวเดียวกันกับสื่อ การเรียนการสอน เช่น สื่อการสอน 6. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจํากัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบผลสำเร็จ เนื้อหาวิชาภาษาอังกฤษ ค่อนข้างยากมาก โดยการสังเกต และทดสอบพื้นฐาน ดังนั้น ครูผู้สอนจึงใช้ สื่อเพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้แก่ผู้เรียน จะช่วยให้ผู้เรียนเกิดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 212


BEST PRACTICE 2566 | 7. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 1) นําไปประยุกต์ใช้พัฒนาการเรียนการสอนกับทุกระดับ 2) สร้างสื่อ นวัตกรรม หรือนำสื่อเทคโนโลยี AI มาใช้ เพื่อเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ 8. ภาพประกอบ สร้างสื่อและนำมาใช้ 213


BEST PRACTICE 2566 |


Click to View FlipBook Version