The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by muay.meniem, 2023-07-04 07:44:30

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

BestPracticeสกร.ในเขตภาคเหนือ2566

BEST PRACTICE 2566 | 4 วิธีดำเนินงาน แผนภูมิขั้นตอนการดำเนินงานโดยระบบคุณภาพ PDCA -3- ขั้นตอนการดำเนินงาน 1. การประชุม วางแผนงานการดำเนินงาน โดยมีคณะทำงานดังนี้ 1.1 ผู้บริหารสถานศึกษา 1.2 คณะครู กศน.อำเภอเมืองแพร่ 1.3 ปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นในชุมชน/ผู้นำชุมชน/ผู้รับผิดชอบจากหน่วยงานท้องถิ่น และภาคีเครือข่าย 2. การดำเนินงาน 2.1 ครูผู้รับผิดชอบจัดทำหลักสูตร และแผนการเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้บ้านป้าเหงี่ยม หม้อห้อม แพร่แหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 2.2 ดำเนินการขออนุมัติหลักสูตร และขออนุมัติแผนการเรียนรู้ศูนย์เรียนรู้บ้านป้าเหงี่ยม หม้อห้อมแพร่แหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 2.3 สำรวจแหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม 2.4 วิเคราะห์ผู้เรียนกลุ่มเป้าหมายเป็นรายบุคคล 2.5 จัดทำสื่อประกอบการเรียนการสอน เช่น ใบความรู้ ใบงาน แบบทดสอบก่อนเรียน และหลังเรียน สื่อออนไลน์ g๐๐gle form สื่อสิ่งพิมพ์ 2.6 นำแผนการเรียนรู้จัดกิจกรรมกับนักศึกษากลุ่มเป้าหมาย ให้สอดคล้อง กับผู้เรียน โดยวิธี แบบพบกลุ่ม/แบบออนไลน์ zoom - google meet ศึกษาจากแหล่งเรียนรู้ภูมิปัญญาท้องถิ่น ณ ศูนย์เรียนรู้ บ้านป้าเหงี่ยมวิสาหกิจชุมชนตำบลทุ่งโฮ้ง กลุ่มอนุรักษ์ต้นห้อมธรรมชาตินาคูหา ตำบลสวนเขื่อน และจัดกิจกรรม วางแผนการดำเนินงาน (PLAN) ดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน (DO) วางแผนการดำเนินงาน (PLAN) รายงานผลการดำเนิน ประเมินผลการดำเนินงาน (CHECK) ปรับปรุงแก้ไขและหาแนวทางในการพัฒนางาน (ACTION) 145


BEST PRACTICE 2566 | ด้วยนวัตกรรมจัดการ เรียนรู้ในระบบออนไลน์ "การสอนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในระบบดูแลช่วยเหลือ ผู้เรียนออนไลน์ "Prompt Care" การสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application อีกทั้ง จัดการเรียนรู้ร่วมกับ ห้องสมุดประชาชนจังหวัดแพร่ ศูนย์เรียนรู้ต้นแบบ Co-Learning Space จังหวัดแพร่ 2.7 ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ก่อนเรียน - ระหว่างเรียน - หลังเรียน 3. การนิเทศติดตามผลการจัดกิจกรรมโดยผู้บริหารสถานศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และหน่วยงานภาคีเครือข่าย 4. การประเมินหลักสูตร โดย คณะกรรมการที่สถานศึกษาแต่งตั้ง แล้วนำผลการประเมินผลการเรียน ของผู้เรียนและข้อเสนอแนะจากคณะนิเทศมาพัฒนา ปรับปรุง 5. ปัจจัยป้อน 1.ผู้บริหาร มีวิสัยทัศน์ และเห็นความสำคัญในการจัดการศึกษา จึงได้ส่งเสริมสนับสนุน ให้บุคลากร กศน.อำเภอเมืองแพร่ มีส่วนร่วมในการส่งเสริมการอนุรักษ์ภูมิปัญญาที่มีความโดดเด่นด้านผ้าหม้อห้อมแพร่ ที่เป็นเอกลักษณ์ และสืบทอดมายาวนาน อีกทั้งมีปราชญ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เป็นที่ยอมรับ ได้รับรางวัล ภูมิปัญญาท้องถิ่น มีความรู้ความชำนาญในการถ่ายทอดองค์ความรู้ หม้อห้อมแพร่ จึงได้รับยกย่องให้เป็น มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และกศน.อำเภอเมืองแพร่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจาก ยูเนสโก สำนักงาน กศน.หน่วยงานต้นสังกัด อีกทั้งความร่วมมือจาก ภาคีเครือข่าย ผู้นำชุมชนที่เข้ามามีส่วนร่วม การจัดกิจกรรม 2.บุคลากร มีความพร้อม มีความรู้ความสามารถ ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ และความสามารถ ในด้านเทคโนโลยีดิจิทัล ในการจัดทำสื่อ นวัตกรรมที่มีความสอดคล้องกับเนื้อหาหลักสูตร แผนจัดการเรียนรู้ 3. สื่อ วัสดุ อุปกรณ์ มีความเพียงพอ ในการจัดกิจกรรม 4. การบริหารจัดการ กิจกรรมโครงการภายใต้กิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ของสถานศึกษา 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ กศน.อำเภอเมืองแพร่ มีสื่อ แผนการจัดการเรียนรู้หลักสูตรนวัตกรรมการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในระบบออนไลน์การสอนมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"รายวิชา พื้นฐานการทำหม้อห้อมเชิงธุรกิจ สาระ การประกอบอาชีพระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รหัสวิชา อช 33866 โดยการใช้ระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน ออนไลน์ "Prompt Care"ที่ กศนอำเภอเมืองแพร่ ได้จัดทำและพัฒนาระบบ" Prompt Care" ขึ้น เพื่ออำนวย ความสะดวกแก่ผู้เรียน และครู เพื่อให้ได้รับบริการข้อมูลสารสนเทศที่จำเป็นต่อการเข้าถึงบริการทางการศึกษา และข้อมูลที่จำเป็นต่อการติดตามผลการศึกษาของผู้เรียนต่อไป ตลอดจนเพื่อเป็นช่องทางในการติดต่อสื่อสาร กับผู้เรียนและเป็นสื่อเสริมในการเรียนรู้การศึกษาขั้น ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่ง "การสอนมรดก ภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม"รายวิชา พื้นฐานการทำหม้อห้อมเชิงธุรกิจ สาระการประกอบอาชีพ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย รหัสวิชา อซ 33866 นั้นได้รับการยอมรับ โดยยูเนสโก ประเทศไทย ร่วมกับ สำนักงาน กศน. ได้สนับสนุน กศน.อำเภอเมืองแพร่ เป็น กศน.นำร่อง ในการจัดกิจกรรม 146


BEST PRACTICE 2566 | การเรียนการสอนศูนย์เรียนรู้บ้านป้าเหงี่ยม หม้อห้อมแพร่ แหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม เป็นที่ประจักษ์ โดย กศน.อำเภอเมืองแพร่ได้ส่งบุคลากรเข้าร่วมโครงการ และนำแผนจัดการเรียนรู้เข้าร่วมรับการประเมิน 7.ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานและแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จปัญหา อุปสรรคหรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน ปัญหาด้านวัสดุ อุปกรณ์และงบประมาณในการพัฒนานวัตกรรม ที่ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ตลอดจน การจัดหาวัสดุ สื่อ ที่ทันสมัย ด้านเทคโนโลยี ในการจัดการเรียนการสอน แนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ กศน.อำเภอเมืองแพร่ แก้ไขโดยพัฒนาบุคลากรด้านการใช้สื่อนวัตกรรมที่มีความเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยีตามความยากง่ายของเนื้อหา และจัดทำคลังสื่อ โดยให้มีความสอดคล้องกับบริบทชุมชนและ แหล่งเรียนรู้ 8.ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น กศน.อำเภอเมืองแพร่ควรมีแนวทางการพัฒนาต่อยอด เทคโนโลยี หรือนวัตกรรมที่ใช้ในการเรียนรู้ ที่สอดคล้องกับบริบทของชุมซน โดยการนำระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน "Prompt Care "เชื่อมโยงกับและระบบ ดูแลช่วยเหลือผู้เรียน "Prompt Care" ของ กศน.อำเภอเมืองแพร่ และนวัตกรรมสื่อ การสอนออนไลน์ ในรายวิชาพื้นฐานหม้อห้อมในระดับประถมศึกษา รายวิชาพื้นฐานหม้อห้อมเพื่อการขาย ในระดับมัธยมศึกษา ตอนต้นและรายวิชาพื้นฐานหม้อห้อมเชิงธุรกิจ ตลอดจนพัฒนาหลักสูตร การสร้างบทเรียนออนไลน์ โดยใช้ Google Application และผู้เรียนสามารถใช้แหล่งเรียนเรียนรู้ในชุมชนเพื่อการจัดการเรียนการสอน ให้มีประสิทธิภาพต่อไป 9.การเผยแพร่ 1. ผลงาน และรายงานผลการดำเนินงานได้รับการยอมรับจาก ยูเนสโก 2. มีการนำผลการดำเนินงานเผยแพรในสื่อมัลติมีเดีย เฟสบุคกศน.อำเภอเมืองแพร่ ยูทูป (https://youtu.be/DtPtFEDjxrY) 3. รับการสนับสนุนทุน และงบประมาณในการจัดกิจกรรม จาก ยูเนสโกและสำนักงาน กศน. จำนวน 50,000 บาท สำหรับการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน 4. เกียรติบัตรผู้ผ่านกิจกรรมการร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการสำหรับครู กศน. เรื่องการบูรณาการ มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมในการสอน โครงการส่งเสริมและรักษาและการรักษามรดกภูมิปัญญา ทางวัฒนธรรมและการพัฒนาที่ยั่งยืนผ่านศูนย์เรียนรู้ชุมชนในประเทศไทย 5.กศน.อำเภอเมืองแพร่ได้รับเกียรตีให้เข้ารับโล่ประกาศเกียรติคุณความร่วมมีอระหว่าง ยูเนสโก กับสำนักงานกศน. ในงานวันที่ระลึกสากลแห่งการรู้หนังสือ วันที่ 8 กันยายน 2565 จาก คุณชิเงรุ อาโอยางิ ผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก ณ กรุงเทพมหานคร 147


BEST PRACTICE 2566 | 10. ภาพประกอบ ภาพโล่ประกาศเกียรติคุณความร่วมมือระหว่าง ยูเนสโก กับสำนักงาน กศน. ในงานวันที่ระลึกสากล แห่งการรู้หนังสือ วันที่ 8 กันยายน 2565 จาก คุณชิเงรุ อาโอยางิผู้อำนวยการสำนักงานยูเนสโก กรุงเทพมหานคร ภาพจัดกระบวนการเรียนรู้หม้อแพร่แหล่งมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และฝึกปฏิบัติในศูนย์เรียนรู้ บ้านป้าเหงี่ยม โดยมีนางประภาพรรณ ศรีตรัย (ป้าเหงี่ยม) เป็นวิทยากร วิสาหกิจชุมชนบ้านทุ่งโฮ้ง 148


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน ผลของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสาร ประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง ของผู้เรียน กศน.ตำบลท่าทอง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 2. ความเป็นมา เนื่องจากการจัดกิจกรรมการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์ เป็นเนื้อหาที่ยากและเป็นนามธรรม อีกทั้งปัจจุบัน ครูไม่ได้มีหน้าที่แค่สอนหนังสือเพียงอย่างเดียว แต่หากครูยังต้องแก้ไขหรือพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านกระบวนการวิจัย ทำให้การวิจัยเป็นส่วนสำคัญของการจัดการศึกษา อีกทั้งในพระราชบัญญัติการศึกษา แห่งชาติพุทธศักราช 2542 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่บทด้านการศึกษาฉบับแรกของประเทศไทยได้กำหนดในมาตรา 24 (5) ว่าการจัดกระบวนการเรียนรู้ให้สถานศึกษาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้สอน สามารถจัดบรรยากาศ สภาพแวดล้อม สื่อการเรียนและอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ รวมทั้งสามารถใช้การวิจัยเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเรียนรู้ทั้งนี้ผู้สอนและผู้เรียนอาจเรียนรู้ไปพร้อมกัน จากสื่อการเรียนการสอนและแหล่งวิทยาการประเภทต่าง ๆ จากภาพข้างต้น จะเห็นได้ว่า คะแนนเฉลี่ยรายวิชาคณิตศาสตร์ของผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.อำเภอสวรรคโลก ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศต่อเนื่องกันมาหลายปี สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่ จำเป็นต้องหาสาเหตุและวิธีการแก้ไขเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนให้สูงขึ้น 0 5 10 15 20 25 30 35 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2563 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2563 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 21.67 26.67 26.67 26.52 26.67 28.5 28.73 32.64 คะแนนเฉลี่ย ครั้งที่ ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น สาระความรู้พื้นฐาน (412) วิชาคณิตศาสตร์ ระดับสถานศึกษา และระดับประเทศ ของ กศน.อําเภอสวรรคโลก ครั้งที่ 1/2563 ถึง ครั้งที่ 2/2564 สถานศึกษา ประเทศ ผลของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) สกร.อำเภอสวรรคโลก สกร.จังหวัดสุโขทัย 149


BEST PRACTICE 2566 | โดยจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ (พค 21001) ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ของ กศน.ตำบลท่าทอง และได้เข้าร่วมชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) กับครู กศน.ตำบลคลองกระจง และผู้บริหารสถานศึกษา จากการได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน พบว่า เรื่องเลขยกกำลัง เป็นเนื้อหาที่เป็นพื้นฐานในการต่อยอด ประยุกต์ใช้ในบทอื่น ๆ ถ้าไม่ได้รับการสอนที่ถูกต้อง จะทำให้การเรียนรู้เรื่องถัดไปยากขึ้น อีกทั้ง กศน.อำเภอ สวรรคโลก มีการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ซึ่งเป็นการเรียนรู้ระหว่างออฟไลน์และ ออนไลน์ ในอัตราส่วน 50 : 50 ดังภาพต่อไปนี้ นอกจากนี้ ได้ทำการสัมภาษณ์ครูกศน.ตำบล ที่ได้จัดการเรียนรู้วิชาคณิตศาสตร์เรื่องเลขยกกำลัง ในปีทีผ่านมา ได้ให้ความเห็นว่าอาจมีสาเหตุมาจากหลายประการ เช่น ปัญหาในการจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ คือ ผู้เรียนไม่สามารถนำสมบัติเลขยกกำลังไปใช้และเขียนคำตอบในรูปเลขยกกำลังที่ผิดไปจากความเข้าใจ นอกจากนี้ ยังรวมไปถึงความประมาทหรือความสะเพร่าในการคิดคำนวณของผู้เรียนที่ส่งผลต่อการ เขียนคำตอบ จากเหตุผลที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เริ่มต้นศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกําลัง โดยใช้เอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เพื่อนํามาเป็นแนวทางในการปรับปรุง การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กระตุ้นให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ อีกทั้งยังตระหนักถึงความสำคัญ ของคณิตศาสตร์ และเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนให้สูงขึ้นต่อไป 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น ผลการวิเคราะห์การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ ระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียนของผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสาร ประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ดังตารางต่อไปนี้ 150


BEST PRACTICE 2566 | ชื่อ-สกุล ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ค่าความแตกต่างระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน คะแนนก่อนเรียน คะแนนหลังเรียน นายณัฐพัฒน์ งามเจริญ 6 17 11 นายกิตติพศ โคตะนารถ 4 14 10 นายวีรภัทร นิรชน 5 16 11 นายพงษกร พุ่มกุหลาบ 3 15 12 เด็กชายปารมี แสงนิล 3 12 9 ค่าเฉลี่ย 4.2 14.8 10.6 จากตารางผลการวิเคราะห์ฯ พบว่า ผู้เรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์มีผู้เรียนที่มีคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียน เท่ากับ 4.2 คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนเท่ากับ 14.8 และคะแนนเฉลี่ยค่าความแตกต่างระหว่างก่อนเรียนและ หลังเรียนเท่ากับ 10.6 ผลการวิเคราะห์ค่า t dependent แสดงผลการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของความแตกต่างของการจัดการ เรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ระหว่าง ก่อนเรียนและหลังเรียน ช่วงเวลาของการวัด ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน มาตรฐาน df t Sig. (2- tailed) ก่อนเรียน 4.2 1.304 4 20.788** .00 หลังเรียน 14.8 1.924 ผลต่างระหว่างก่อนเรียนและหลัง เรียน 7.2 1.140 การพิจารณาผลการทดสอบจากตารางผลการวิเคราะห์ค่า t dependent พบว่า ผู้เรียนที่ได้รับ จัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์จำนวน 5 คน มีค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนเรียนเท่ากับ 4.20 และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 1.304 มีค่าเฉลี่ยคะแนน หลังเรียนเท่ากับ 14.80 และมีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เท่ากับ 1.924 และมีค่า t มีค่าเท่ากับ 20.788** มีค่า Sig tailed . 2( − ) เท่ากับ .00 ดังนั้น .(2 ) .00 .00 2 2 Sig tailed − = = ซึ่ง .00 มีค่าน้อยกว่า .05 ตกอยู่ในบริเวณวิกฤตนั้น คือ ไม่ยอมรับสมมติฐานหลักอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และมีช่วง ความเชื่อมั่นเท่ากับ 1 2 9.18 12.02 − 151


BEST PRACTICE 2566 | สรุปได้ว่า ผลของการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ซึ่งผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน. ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ (พค21001) ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 จำนวน 5 คน ที่ผ่านการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้ การจัดการเรียนรู้ Active Learning เรื่อง เลขยกกำลัง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ พบว่า ผู้เรียนทั้งหมด 5 คน สามารถสอบผ่านแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน และมีคะแนนสอบ หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4. วิธีการดำเนินการ 1. ขอความร่วมมือกับผู้เรียน กศน.ตำบลท่าทอง และชี้แจงให้ผู้เรียน ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างทราบ เพื่อให้ ผู้เรียนปฏิบัติตนได้ถูกต้อง และทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ บันทึกผล การทดสอบให้เป็นคะแนนก่อนเรียน (Pre-test) (Plan : P) 2. ดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning เรื่อง เลขยกกำลัง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น โดยดำเนินการสอนตามแผน จำนวน 4 แผน แผนละ 1 ชั่วโมง (Do : D) 3. เมื่อดำเนินการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning ครบแล้ว ทำการทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ บันทึกผลการทดสอบ ให้เป็นคะแนนหลังเรียน (Post-test) (Check : C) 4. ตรวจให้คะแนนแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ นำคะแนนที่ได้วิเคราะห์ หาค่าด้วยวิธีทางสถิติ(Act : A) 5. ปัจจัยป้อน (ที่ทำให้สามารถดำเนินการตามข้อ 4 ได้) 1. ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่เรียนวิชา คณิตศาสตร์ (พค21001) ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 จำนวน 5 คน ซึ่งได้จากการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Sampling) ทั้งนี้เนื่องจากในแต่ละ กศน.ตำบล มีการคละความสามารถของผู้เรียน 2. แผนการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning เรื่อง เลขยกกำลัง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 3. เอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์เรื่อง เลขยกกำลัง 4. แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ก่อนเรียน-หลังเรียน เรื่อง เลขยกกำลัง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ การจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) โดยใช้การจัดการเรียนรู้ Active Learning เรื่อง เลขยกกำลัง ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ ที่ได้จัดทำขึ้น เป็นการจัดกิจกรรมการ 152


BEST PRACTICE 2566 | เรียนรู้แบบครบวงจร โดยเน้นให้ผู้เรียนเรียนรู้จากเอกสาร และลงมือปฏิบัติจริงด้วยตนเอง แสดงให้เห็นว่า ผู้เรียนมีความรู้ ความก้าวหน้าขึ้นจากพื้นฐานความรู้เดิมที่มีอยู่แล้วหลังจากการเรียนดังกล่าว อีกทั้งผู้เรียน มีความกระตือรือร้น และสนใจร่วมกิจกรรม สนใจเนื้อหา และมีความเข้าใจในเนื้อหามากขึ้น และที่สำคัญ ไปกว่านั้น การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ดังกล่าว สามารถพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ได้ 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัด ที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ ข้อจำกัดของประชากรและกลุ่มตัวอย่าง เนื่องจากประชากร คือ ผู้เรียนระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กศน.ตำบลท่าทอง อำเภอสวรรคโลก จังหวัดสุโขทัย ที่เรียนวิชาคณิตศาสตร์ (พค21001) ในภาคเรียนที่ 2 ปี การศึกษา 2565 มีจำนวน 17 คน ซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอสำหรับสุ่มกลุ่มตัวอย่าง เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ทางสถิติ 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 1. ควรศึกษาวิธีการทำให้ห้องเรียนเกิดบรรยากาศการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนมีความกระตือรือร้น ในการปฏิบัติ ซึ่งจากการปฏิบัติในครั้งนี้ พบว่า ผู้เรียนส่วนใหญ่จะสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ได้ดีมาก ตั้งใจ ในการทำแบบทดสอบ แต่ผู้เรียนบางคน ยังไม่ตั้งใจ ซึ่งทำให้ไม่เกิดบรรยากาศการเรียนรู้ในห้องเรียน 2. ควรมีการวิเคราะห์ประชากร และสุ่มกลุ่มตัวอย่างให้มีจำนวนมากพอ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ทางสถิติว่า กลุ่มผู้เรียนมีความเหมาะสมต่อการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับ เอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ 9. การเผยแพร่ เผยแพร่รายงานการวิจัยเชิงปฏิบัติการในชั้นเรียน เรื่อง ผลของการจัดการเรียนรู้แบบผสมผสาน (Blended Learning) ร่วมกับเอกสารประกอบการเรียนวิชาคณิตศาสตร์ เรื่อง เลขยกกำลัง ของผู้เรียน กศน. ตำบลท่าทอง ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ผ่านช่องทาง Facebook Page ครูพี่เค้ก - SWL NFE : https://shorturl.at/cruE1 และ กศน.ตำบลท่าทอง ที่ https://shorturl.at/cruE1 หรือแสกน QR CODE ต่อไปนี้ 10. ภาพประกอบ 153


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน นวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-net ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning 2. ความเป็นมา การจัดการศึกษาให้เป็นการศึกษาที่ดีมีคุณภาพ ได้มาตรฐานสามารถผลิตกำลังคนที่มีคุณภาพ และเป็นการศึกษาที่สอดคล้อง เหมาะสมกับสภาพการณ์ที่เปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัฒน์ ดังจะเห็นได้ จาก ยุทธศาสตร์ชาติ (พ.ศ. 2561 – 2580) ได้กำหนดเป้าหมายการพัฒนาประเทศ คือ “ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข เศรษฐกิจพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สังคมเป็นธรรม ฐานทรัพยากรธรรมชาติยั่งยืน” พัฒนาคนในทุกมิติและในทุกช่วงวัยให้เป็นคนดี เก่ง และมีคุณภาพ สร้างโอกาสและความเสมอภาคทางสังคม สร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่ง แวดล้อม และมีภาครัฐของประชาชนเพื่อประชาชน และเพื่อให้สังคมมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอแจ้ห่ม ได้ดำเนินการวิเคราะห์ผล การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ประจำปี 2564 เพื่อมา แก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-NET พบว่าผลสัมฤทธิ์ทางการทดสอบระดับชาติN-NET ต่ำกว่าเกณฑ์ มาตรฐาน ในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้แก่ รายวิชาภาษาไทย วิทยาศาสตร์ เศรษฐกิจพอเพียง ช่องทาง การพัฒนาอาชีพ การพัฒนาอาชีพให้มีความเข้มแข็ง และวิชาการพัฒนาตนเองและสังคม และระดับ มัธยมศึกษาตอนปลาย คือ วิชาภาษาอังกฤษ จึงได้ดำเนินการหาแนวทางยกระดับผลสัมฤทธิ์ N-NET ในภาค เรียนที่ 1/2565 ประกอบกับสถานศึกษาได้เข้ารับการอบรมโครงการ Innovations for Thai Education (IFTE) นวัตกรรมการศึกษา เพื่อพัฒนาการศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2565 ณ สำนักงานศึกษาธิการ จังหวัดลำปาง และโครงการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ณ กศน .จังหวัดแพร่ จึงได้แนวทาง การสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-NET ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น จากการดำเนินการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน N-NET ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning สถานศึกษาได้นำนวัตกรรมดังกล่าวมาประยุกต์ใช้ ในการแก้ปัญหาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลปรากฏว่า คะแนนเฉลี่ยแต่ละวิชา ในภาคเรียนที่ 1/2565 ได้คะแนนสูงกว่า ภาคเรียนที่ 2/2564 ทุกวิชา และเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานและในระดับจังหวัด ภูมิภาค และระดับประเทศ โดยมีรายละเอียดดังนี้ นวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน N-net ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning สกร.อำเภอแจ้ห่ม สกร.จังหวัดลำปาง 154


BEST PRACTICE 2566 | หมายเหตุ * ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ** ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย 4. วิธีดำเนินการ สถานศึกษาได้มีแนวคิดในการสร้างนวัตกรรมที่มีชื่อว่า นวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-NET ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning โดยมีรายละเอียด ดังนี้ K - Knowledge = การสร้างองค์ความรู้ให้กับบุคลากร และผู้เรียน S– Sufficiency Economy = หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติ 2 เงื่อนไข ความรู้(ครู:ผู้เรียน มีความรู้ด้านเนื้อหาการสอน และการใช้ เทคโนโลยี)คุณธรรม (ครู:ผู้เรียน มีความรับผิดชอบ ขยัน อดทน ใฝ่เรียนรู้) 3 หลักการ ความพอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกัน 4 มิติ วัตถุ/เศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม การนำนวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-NET ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning มาใช้ในการจัดการเรียนการสอนให้เกิดผลสำเร็จ 155


BEST PRACTICE 2566 | N – Need based = ความต้องการพื้นฐานของกลุ่มเป้าหมายที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ M – Management = การบริหารจัดการศึกษา ผู้บริหารให้ความสำคัญการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษา มีการวางแผนงานที่ชัดเจน การลงมือปฏิบัติ การนิเทศติดตาม และทบทวนปรับปรุงพัฒนางานให้มีคุณภาพ ยิ่งขึ้นไป A - Activit = กิจกรรมที่หลากหลาย สถานศึกษาได้กำหนดรูปแบบการจัดกิจกรรมที่หลากหลาย ให้เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายทุกช่วงวัย ได้แก่ การพบกลุ่มผู้เรียน สำหรับผู้เรียนไม่มีความพร้อม ทางด้านเทคโนโลยี เครื่องมือที่ทันสมัย และการสอนผ่านช่องทางออนไลน์ ได้แก่ Google Classroom Line Facebook และ OBSStudio S - Skill = ทักษะ“เน้นการปฏิบัติ”ผู้เรียนสามารถทำได้และคิดเป็นเป็นพลเมืองดีที่เข้มแข็ง T - Technology = เทคโนโลยีนำสื่อเทคโนโลยีมาช่วยในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน E - Education = การศึกษา จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเชิงรุกให้กับผู้เรียนทุกช่วงวัยตามความถนัด และความเหมาะสม R - Result = ผลลัพธ์ผู้เรียนได้รับการพัฒนาอย่างทั่วถึง ทำให้ผลการทดสอบระดับชาติ N-net เป็นไปตามเกณฑ์ มาตรฐาน Key = กุญแจแห่งความสำเร็จ ในการพัฒนาผู้เรียนด้านการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น Mixed Lifelong Learning = ภายใต้การเรียนรู้ตลอดชีวิตทุกช่วงวัย แบบผสมผสานในการจัดการเรียนรู้ ที่หลากหลาย โดยน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนาการศึกษาอย่างยั่งยืน ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ พอเพียง มาประยุกต์ใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ ขั้นตอนการดำเนินงาน การวางแผน (Plan) กระบวนการใช้นวัตกรรม ที่มีตัวอักษรย่อ M E Key ซึ่งอยู่ภายใต้ KSN. Mixed LifelongLearning 1. ผู้บริหารประชุมชี้แจง สร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับคณะครูและบุคลากรรับทราบร่วมกัน เพื่อวางแผนการทำงานการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบฐานสมรรถนะ ที่เน้นการปฏิบัติได้ จัดการตนเองได้ สื่อสารเป็น ทำงานเป็นทีม และการเป็นพลเมืองที่เข้มแข็ง นำมาประยุกต์ในการคิดค้นนวัตกรรม ให้กับสถานศึกษา 2. วางแผนคณะทำงานโดยมอบหมายให้ครูที่มีความถนัดในแต่ละวิชาจัดทำสื่อการเรียนรู้ เพื่อนำไปติวเข้มให้กับผู้เรียน 156


BEST PRACTICE 2566 | การลงมือปฏิบัติ (Do) กระบวนการใช้นวัตกรรม ที่มีตัวอักษรย่อ M A S T E Key ซึ่งอยู่ภายใต้ KSN. Mixed Lifelong-Learning 1. จัดโครงการพัฒนาบุคลากรด้านการจัดทำแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ฐานสมรรถนะ หลักสูตร การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และ มัธยมศึกษาตอนปลาย 2. จัดอบรมเพื่อพัฒนาครูด้านเทคโนโลยี ตามโครงการพัฒนาบุคลากร การจัดกระบวนการเรียนรู้ การผลิตสื่อนวัตกรรมเพื่อการศึกษา มีกิจกรรมดังนี้ - การจัดทำสื่อการสอนด้วยโปรแกรม canva พร้อมปฏิบัติทำสื่อและนำเสนอโดยใช้โปรแกรม canva - การทำคลิปสื่อการเรียนการสอนด้วยโปรแกรม OBS studio ผ่านสื่อโซเชียลออนไลน์ พร้อมฝึก ปฏิบัติและนำเสนอสื่อการเรียนการสอนโดยโปรแกรม OBS studio 3. จัดกิจกรรมติวเข้มเติมเต็มความรู้ ตามปฏิทินการจัดกิจกรรมของสถานศึกษา การสรุปผล ติดตามการดําเนินงาน (Check) กระบวนการใช้นวัตกรรม ที่มีตัวอักษรย่อ R Key ซึ่งอยู่ภายใต้ KSN. Mixed LifelongLearning 1. ผู้บริหาร นิเทศติดตามผลการดำเนินงานตามปฏิทินการเรียนรู้ การใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน N-net ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning ระดับ กศน. ตำบล 2. กศน.อำเภอแจ้ห่ม ได้รับการนิเทศ ติดตาม การใช้นวัตกรรม จากสำนัก กศน.จังหวัดลำปาง และสำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง การนําผลการดําเนินงาน มาปรับปรุง และพัฒนา (Action) กระบวนการใช้นวัตกรรม ที่มีตัวอักษรย่อ M Key ซึ่งอยู่ภายใต้ KSN. Mixed Lifelong-Learning นำผลการดำเนินงานมาปรับปรุงนวัตกรรม การจัดการเรียนการสอนต่อไป 5. ปัจจัยป้อน (Input) 1. ผู้บริหาร ส่งเสริมและสนับสนุน พัฒนาครูด้านการใช้นวัตกรรมเพื่อให้คณะทํางานวางแผนและ จัดหาสื่อเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับบริบทของหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 2. งบประมาณ ได้รับงบประมาณจาก กศน.อําเภอแจ้ห่ม ในโครงการพัฒนาบุคลากร และงบประมาณ จาก สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดลำปาง และงบอุดหนุนการจัดการเรียนการสอน จากสำนักงาน กศน.จังหวัด ลำปาง 157


BEST PRACTICE 2566 | 3. บุคลากร ผู้รับผิดชอบมีความรู้ ความสามารถ และทักษะ ด้านการผลิตสื่อการเรียนการสอน และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองและจากสื่อช่องทางที่หลากหลายและทันสมัย 4. ด้าน สื่อ วัสดุ อุปกรณ์มีวัสดุ อุปกรณ์ ที่เอื้อต่อการจัดทําสื่อ และการเรียนการสอน โดยมี สื่อห้องเรียนออนไลน์ Google classroom โปรแกรม OBS studio โปรแกรม Canva และกลุ่ม ติวเข้มเติมเต็ม ความรู้ กศน.อำเภอแจ้ห่ม ผ่านช่องทาง Facebook live ผู้เรียนสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยครูผู้สอน เป็นที่ปรึกษาให้กับผู้เรียน 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. กศน.อำเภอแจ้ห่ม มีนวัตกรรมการเรียนรู้ KSN. MASTER Key Model เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน N-NET ภายใต้ Mixed Lifelong-Learning ยกระดับผลสัมฤทธิ์การทดสอบระดับชาติ N-NET ส่งผลให้คะแนนเฉลี่ยแต่ละวิชา ในภาคเรียนที่ 1/2565 มีคะแนนสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน 2. ความสามัคคี และคุณภาพการทํางานเป็นทีมของบุคลากร กศน.อำเภอแจ้ห่ม 3. สื่อมีความหลากหลาย เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละช่วงวัย 4. การนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 2 เงื่อนไข 3 หลักการ 4 มิติมาใช้ในการขับเคลื่อน การดำเนินงานของสถานศึกษา 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางการแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ 7.1 สถานศึกษามีแนวทางการป้องกัน สำหรับผู้เรียนที่ไม่มีสัญญาณอินเตอร์เน็ต โดยการจัดทำปฏิทิน การพบกลุ่มให้มาพบกลุ่ม ณ กศน.ตำบล และ กศน.อำเภอ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับผู้เรียน 7.2 กลุ่มเป้าหมายผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเข้าเรียน ในกลุ่ม Facebook live มีการวางแผนสำรอง โดยการจัดทำเนื้อหาสรุปแต่ละรายวิชา ให้เข้าใจง่ายผ่านโปรแกรม Canva และการทำ Infographic โดยโปรแกรม PowerPoint 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น สถานศึกษามีการพัฒนาครูอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนให้เหมาะสมกับ ผู้เรียนแต่ละช่วงวัย และพัฒนาสื่อให้มีความทันสมัยต่อการเปลี่ยนแปลงในยุคปัจจุบัน 9. การเผยแพร่ 1. เผยแพร่ผลงานทาง Facebook กลุ่ม ติวเข้มเติมเต็มความรู้ 2. เว็บไซต์กศน.อำเภอแจ้ห่ม 3. เผยแพร่ผลงานช่องทาง YouTube https://www.youtube.com/watch?v=KkG8ARIieGM 10. ภาพประกอบ www.facebook.com/groups/1036819536909735 http://www.nfechaehom.com/home.php 158


BEST PRACTICE 2566 | 1.ชื่อผลงาน ฉัตรธริกา : ความสำเร็จของการพาน้องกลับมาเรียน 2.ความเป็นมา ในปีพุทธศักราช 2565 กศน.อำเภอห้างฉัตร นำนโยบาย “NFE Data Map : ปักหมุดเพื่อสร้างโอกาส ทางการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาส” สู่การปฏิบัติโดยการติดตามค้นหากลุ่มเป้าหมายคนพิการ ถึงชานเรือน และใช้โปรแกรม CAPER (Collection Data, Assessment, Planning, Evaluation, Report) หรือ“ปักหมุด” เป็นการสำรวจและรวบรวมข้อมูลกลุ่มเป้าหมายคนพิการและนำเข้าสู่ระบบการศึกษา โดยการ วางแผนจัดการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทและความต้องการของคนพิการอย่างแท้จริง ทั้งระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน ในรูปแบบของแผน การจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และแผนการสอนเฉพาะบุคคล (IIP) การศึกษา เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต และการศึกษาเพื่อพัฒนาอาชีพ จากการดำเนินงานดังกล่าว ครูผู้สอนคนพิการลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคนพิการร่วมกับชมรมคนพิการตำบล เมืองยาว สมาชิกเทศบาลตำบลเมืองยาว ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ได้พบกับนางสาวฉัตรธริกา แก้วมูล อายุ 13 ปีกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 พ่อแม่แยกทางกันเมื่ออายุเพียง 6 ปี ปัจจุบันอาศัยอยู่กับยาย อายุ 74 ปี มีเบี้ยผู้สูงอายุใช้ในการยังชีพ นอกจากนี้เธอยังมีน้องชายอีก 1 คน จากสภาวะความยากจนจึงจำเป็น ต้องบวชเรียนเพื่อ ดำรงชีพและศึกษาเล่าเรียน บ้านสภาพทรุดโทรม ไม่มียานพาหนะใด ๆ ซ้ำร้ายไปกว่านี้เธอป่วย ด้วยโรคเส้นเลือดในสมองในช่วงจะเรียนต่อชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ไม่รู้สึกตัวประมาณ 3 เดือน พออาการทุเลาขึ้น พบว่า ร่างกายซีกขวาอ่อนแรง แต่ยังพอช่วยเหลือตัวเองได้ จึงเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 แต่เรียนไม่ทันเพื่อน เขียนหนังสือไม่ได้ เดินทางลำบากจึงหยุดเรียนเป็นเวลาประมาณ 3 ปี เธอยังมีความสนใจในการเรียนครูจึงแนะนำ ให้เรียนกับ กศน. ครูจึงจัดการเรียนการสอนแบบรายบุคคลให้กับผู้เรียนที่บ้านและมีบางโอกาสที่พาผู้เรียน มาร่วมกิจกรรมกลุ่ม เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น จากนั้นครูชักชวนให้ผู้เรียนพบกลุ่มเป็นประจำ โดยครูเป็นผู้รับส่ง ซึ่งเธอเรียนรู้ได้ดี เริ่มฝึกเขียนด้วยมือข้างซ้ายซึ่งเป็นข้างที่ไม่ถนัด ในการเรียนรู้รายวิชา ศิลปศึกษา ไม่สามารถวาดรูปได้เนื่องจากมือซ้ายยังไม่ถนัด ผู้เรียนจึงขอครูวาดรูปใน Tablet (ipad) ซึ่งเป็น สิ่งเดียวที่แม่มอบไว้ให้ จากการสังเกตพบว่าผู้เรียนมีความสามารถพิเศษในการวาดรูปมีความสุขในวาดรูปการ์ตูน ด้วยความบกพร่องทางด้านร่างกาย ครูค้นหาวิธีที่จะช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนรู้ ทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยใช้ ห้องเรียนออนไลน์ Google Classroom และการวาดรูปโดย ใช้โปรแกรม Paint ซึ่งมีข้อจำกัดในเรื่องลายเส้นและสี ครูจึงแนะนำใหใช้โปรแกรม Procreate เป็นแอปพลิเคชันที่ช่วยวาดรูปและตกแต่งรูปที่ใช้งานได้ง่าย ผู้เรียนวาดรูป การ์ตูนได้สวยงามเป็นที่ชื่นชอบของเพื่อนๆ ครูจึงแนะนำให้ใช้รูปถ่ายของครูหรือผู้เรียนมาวาดบ้าง และพบว่า ผลงานออกมาสวยงามเป็นที่พึงพอใจของเพื่อน ๆ และครู ซึ่งหลายคน นำรูปของให้ตนเองมาให้เธอวาด โดยให้ค่าตอบแทนรูปละ 50 บาท มีการบอกต่อและมีผู้ที่สนใจใช้บริการจำนวนหนึ่งช่วยให้ มีรายได้บ้าง นอกจากนี้ ครูแนะนำให้สร้างเพจเพื่อเป็นช่องทางในการให้บริการวาดรูป ฉัตรธริกา : ความสำเร็จของการพาน้องกลับมาเรียน สกร.อำเภอห้างฉัตร สกร.จังหวัดลำปาง 159


BEST PRACTICE 2566 | ในปีพุทธศักราช 2566 นางสาวฉัตรธริกา แก้วมูล อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนสุดท้ายมีผลการเรียนสะสมเฉลี่ย 3.06 ทั้งนี้เธอยังเป็นตัวแทนร่วมแสดงผลการดำเนินงานตามโครงการ “NFE Data Map : ปักหมุดเพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาสำหรับคนพิการและผู้ด้อยโอกาสในระดับอำเภอ ระดับ จังหวัดและได้รับทุนการศึกษาจากหน่วยงานต่าง ๆ รวมทั้งได้เป็นเยาวชนดีเด่น ประจำปี 2566 3.ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น นางสาวฉัตรธริกา แก้วมูล ประสบผลสำเร็จเป็นแบบอย่างได้ดังนี้ 1. ปัจจุบัน นางสาวฉัตรธริกา แก้วมูล กำลังศึกษาอยู่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ 4 มีผลการเรียนสะสมเฉลี่ย 3.06 2. มีความสามารถวาดรูปโดยใช้ โปรแกรม Procreate ได้เป็นอย่างดียิ่ง มีผลงานการวาดรูป อย่างหลากหลายมีผู้สนใจให้วาดรูปจำนวนมากโดยมีค่าบริการรูปละ 50 บาท 3. ได้รับคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นและเยาวชนที่นำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2566 เข้ารับโล่รางวัล ในวันที่ 11 มกราคม 2566 และเข้าเยี่ยมคารวะ รับโอวาทจากนายกรัฐมนตรี เนื่องในงาน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล 4. ได้รับทุนการศึกษา - สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูฯ จำนวน 5,000 บาท - สภาสมาคมสตรีแห่งชาติในพระบรมราชินูปถัมภ์ "โครงการ 910 ทุนการศึกษาเพื่อนักเรียน ที่ขาดแคลน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถฯ " จำนวน 3,000 บาท 5.ได้รับเกียรติบัตรนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นจาก กศน.อำเภอห้างฉัตร นอกจากนี้นางสาว ฉัตรธริกา แก้วมูล สามารถที่จะเข้ากลุ่มกับเพื่อนได้ดี เรียนรู้ได้ดีและสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข 4.วิธีดำเนินงาน โดยยึดหลักวงจรคุณภาพของเดมมิ่ง 1.ครูลงพื้นที่เยี่ยมบ้านคนพิการร่วมกับชมรมคนพิการตำบลเมืองยาว สมาชิกเทศบาลตำบลเมืองยาว ผู้ใหญ่บ้านและผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านโดยครูพูดคุยและช่วยกันวิเคราะห์สภาพและปัญหาต่าง ๆ ของผู้เรียน และ ตอบคำถามต่าง ๆ เช่น ถ้าหนูกลับมาเรียนแล้วหนูจะได้อะไร ครูจึงบอกว่าการเรียนสามารถเพิ่มโอกาสต่าง ๆ เรียนรู้สิ่งใหม่ เพื่อนใหม่ สังคมใหม่ ค้นพบตัวตนของตนเองว่า ถนัดสิ่งไหน ชอบอะไร ตลอดจนช่องทาง ในการ หารายได้ จนสามารถประกอบอาชีพได้ แม้ว่าร่างกายพิการ ไม่แข็งแรง หากเรามองไปรอบตัว ๆ จะเห็นว่ามีผู้พิการที่สามารถพึ่งพาตนเองได้มีสถานศึกษา มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ส่งเสริมสนับสนุนคนพิการ ให้มีอาชีพ มีทักษะชีวิตที่ดี มีกฎหมายคุ้มครองเช่นเดียวกับคนทั่วไป สามารถดำรงชีพและอยู่ในสังคม อย่างมีความสุขในการเรียนรู้กับ กศน.สามารถเรียนและทำงานไปด้วยได้ตามความพร้อมความสามารถ ของตนเอง จึงทำให้ผู้เรียนตัดสินใจเรียน 2.ครูกับผู้เรียนร่วมกันวางแผนการจัดการเรียนรู้ตามระดับการเรียนรู้ สติปัญญา ความสามารถ ความถนัด ความสนใจและความต้องการของผู้เรียน สิ่งที่ผู้เรียนทำได้และสิ่งที่ผู้เรียนมีปัญหาความพิการ โดยการฝึกใช้มือซ้ายและส่งเสริม สนับสนุนในการวาดรูปการ์ตูน และทำเพจขายไฟล์รูปภาพเพื่อเพิ่มช่องทาง สร้างรายได้ 160


BEST PRACTICE 2566 | 3.การจัดการเรียนการสอนรายบุคคลที่บ้านผู้เรียน พาผู้เรียนมาร่วมกิจกรรมกลุ่มกับเพื่อนบ้าง จากนั้น ครูชักชวนให้ผู้เรียนพบกลุ่มเป็นประจำกับกลุ่มผู้เรียนพิการ โดยครูเป็นคนรับส่งผู้เรียน โดยการจัดการเรียน การสอนครูคำนึงถึงความแตกต่างด้านสภาพร่างกาย จิตใจ สภาพครอบครัว เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สมดุล ทั้งทางด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญาให้ผู้เรียนค้นพบและแสดงออกถึงศักยภาพของตนเอง อย่างเต็มที่ โดยเลือกชมรมคนพิการเลือกเป็นสถานที่จัดการเรียนรู้ ซึ่งมีทางลาด ราวจับบันได ห้องน้ำ ในอาคาร สถานที่ปรอดโปร่ง แสงสว่างเพียงพอ มีโต๊ะ เก้าอี้ มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต มีสื่อแบบเรียน หนังสือ ของ กศน.ตำบลสร้างใหม่ มีผู้เรียน ที่เป็นคนพิการที่เป็นผู้ใหญ่ ผู้นำ ได้พูดคุย ช่วยเหลือกันตลอดการเรียนรู้ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การนำเสนองานหน้าชั้น ช่วยฝึกให้ผู้เรียนมีความกล้าแสดงออก ทั้งนี้ครูวัดและ ประเมินผลหลังการเรียนการสอนร่วมกับผู้เรียน เพื่อเติมเต็มในส่วนที่ผู้เรียนยังไม่เข้าใจและบันทึกหลังการสอน ตามแผนการจัดการเรียนรู้รายบุคคลเสนอต่อผู้บริหาร และนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงแก้ไขต่อไป 4.ครูติดตามผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง ทั้งจากการพบกลุ่ม กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน กิจกรรม กพช. เช่น งานวิชาการ พัฒนากศน.ตำบล พัฒนาชมรมคนพิการ การดูแลทำความสะอาดบ้าน การร่วม เยี่ยมบ้านผู้พิการกับชมรมและหน่วยงานอื่น ๆ จิตอาสาพระราชทาน ดิจิทัลชุมชน การขายออนไลน์ เพื่อให้ ผู้เรียนเรียนรู้ในด้านวิชาการ และการอยู่ในสังคมที่กว้างขึ้น นอกจากนี้ครูยังเยี่ยมบ้าน ติดตามทางโทรศัพท์ ทางไลน์ และ กล่าวชมเชยในสิ่งที่ผู้เรียนทำได้ดีและให้กำลังใจในสิ่งที่ต้องแก้ไข ได้แก่ การวาดรูป ด้วยโปรแกรม Procreate แทน โปรแกรม Paint และการเรียนรู้รายบุคคลแบบพบกลุ่มแทนการเรียนรู้ รายบุคคลที่บ้าน 5.มีการเผยแพร่ผลงานในโอกาสต่าง ๆ ทั้งแบบ Online และOn-site ได้แก่ เว็บไซต์ กศน.อำเภอ ห้างฉัตร Facebook ,Page และBlog นำเสนอในโอกาสการติดตามของคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตาม ประเมินผลนโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ การฝึกประสบการณ์ของผู้บริหาร และคณะ ติดตามการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษาฯ (กศจ.) ส่งผลให้นางสาวฉัตรธริกา แก้วมูล ได้รับทุนจากหน่วยงาน องค์กร จำนวน 2 ทุน ได้แก่ ทุนจากสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. 5,000 บาท ทุนสภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์ 3,000 บาท และได้รับคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ ประจำปี 2566 เข้ารับโล่รางวัล เนื่องในงาน วันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2566 ณ ตึกสันติไมตรี ทําเนียบรัฐบาล 161


BEST PRACTICE 2566 | 5.ปัจจัยป้อน (ที่ทำให้สามารถดำเนินการตามข้อ 4 ได้) 1. ครูและผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อใช้ในการวางแผนการจัดการเรียนรู้ 2. จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และดูแลช่วยเหลือผู้เรียนให้เกิดการเรียนรู้ 3. จัดเตรียม ออกแบบกิจกรรม และการเลือกใช้สื่อ เทคโนโลยีที่เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ เช่น ห้องเรียนออนไลน์ Google Classroom โปรแกรม Procreate ที่ช่วยวาดและตกแต่งภาพได้ง่าย การใช้ดิจิทัล การขายออนไลน์ ทำเพจผ่านช่องทางออนไลน์เป็นต้น 4. ประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียนทั้งการเรียนรู้ตามหลักสูตรต่าง ๆ การสังเกต การสัมภาษณ์และการสอบถามความพึงพอใจ 6.ปัจจัยที่ส่งต่อความสำเร็จ ครูผู้สอน - ครูและผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพ ปัญหา ความต้องการด้วยกันอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง - ครูผู้สอนมีแผนการจัดการเรียนรู้รายบุคคล ตามสภาพ ปัญหา ความถนัด ความสนใจและ ความต้องการของผู้เรียน - ครูผู้สอนมีการติดตามผู้เรียนประเมินและพัฒนาเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียน - มีส่วนร่วมในการกำหนดเป้าหมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรียนรู้ของตนเองให้บรรลุเป้าหมาย - ลงมือปฏิบัติจริง เรียนรู้ด้วยตนเอง พัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องโดยมีครูเป็นพี่เลี้ยง 7.ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงานและแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค - ผู้เรียนมีความบกพร่องทางด้านร่างกาย พ่อแม่แยกทางกันอาศัยอยู่กับยาย อายุมาก ไม่มีอาชีพ ฐานะยากจนอาจส่งผลให้การดำเนินชีวิตอาจมีอุปสรรค - อุปกรณ์วาดรูป Tablet (ipad) มีประสิทธิภาพค่อนข้างน้อย แนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ - สมัครเป็นสมาชิกชมรมคนพิการระดับตำบล อำเภอระดับจังหวัด และระดับประเทศ - สมัครเป็นสมาชิกสมาคมคนพิการฯแห่งประเทศไทยที่ให้บริการช่วยเหลือสวัสดิการด้านต่าง ๆ เพื่อให้คนพิการมีคุณภาพชีวิตที่ดีและพึ่งพาตนเองได้ 8.ข้อเสนอแนะวิธีการปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น - เสนอขอรับการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ของสำนักงาน พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดลำปาง เพื่อใช้เป็นทุนหมุนเวียนในการประกอบอาชีพ 9.การเผยแพร่ - นำเสนอผลงานรูปวาด แบบ On-site 162


BEST PRACTICE 2566 | - วันที่ 8 เมษายน 2565 ในโอกาสการติดตามของคณะกรรมการขับเคลื่อนและติดตามประเมินผล นโยบายเร่งด่วนของรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ ณ ห้องประชุม 2 กศน.จังหวัดลำปาง - วันที่ 19 ตุลาคม 2565 ในโอกาสการที่คณะผู้บริหารสถานศึกษาเข้ารับการฝึกประสบการณ์ ในตำแหน่ง ผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการ ณ ห้องประชุม กศน.อำเภอห้างฉัตร - วันที่ 21 มิถุนายน 2565 ในโอกาสการติดตามการขับเคลื่อนการยกระดับคุณภาพการศึกษา และประสิทธิภาพการศึกษาจังหวัด (กศจ.) พ.ศ.2563 - 2565 ณ ห้องประชุม กศน.อำเภอห้างฉัตร 2. เผยแพร่ผลเอกสารผลงานเด็กและเยาวชนดีเด่นฯ ประจำปี 2566 และผลงานรูปวาด แบบ Online - เว็บไซต์ กศน.อำเภอห้างฉัตร : http://www.hc.ac.th - Facebook กศน.อำเภอห้างฉัตร : https://www.facebook.com/ - Facebook ตำบลเมืองยาว : https://www.facebook.com/ - Page ครูผู้สอนคนพิการ : https://www.facebook.com/ - Blog : https://www.blogger.com/ - Page OOCC : วาดรูปคนแบบการณ์ตูน by โซดา https://www.facebook.com/ 10.ภาพประกอบ 163


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง 2. ความเป็นมา จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อการจัด การเรียนการสอนทำให้ผู้เรียนไม่สามารถมาเรียนได้ตามปกติ จึงได้มีการจัดการเรียนการสอนรูปแบบการศึกษา ในช่วงการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 จำนวน 5 รูปแบบ คือ On-site On-Air On-Hand On-Demand และ Online สถานศึกษาสำรวจความพร้อมของครูและผู้เรียนในการศึกษาผ่านออนไลน์ โดยมอบหมายให้ครูผู้สอนทำปฏิทินและแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ รูปแบบ Hybrid และพัฒนาบุคลากร ผู้สอน ในเรื่องการใช้ Application Line official (LINE OA) กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง เพื่อจัดการเรียนรู้ ในรูปแบบออนไลน์ซึ่งสะดวกในการติดตามการเข้าเรียน การเข้าเรียนรู้ผ่านสื่อออนไลน์ ย้อนหลัง ไม่ยุ่งยาก ในขั้นตอนต่างๆ เพราะผู้เรียนส่วนใหญ่ใช้สมาร์ทโฟน ในการติดต่อสื่อสาร กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง เล็งเห็นถึงแนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวโดยใช้ระบบสื่ออิเล็คทรอนิกส์ แพลตฟอร์มและสื่อออนไลน์เข้ามาเป็นส่วนสำคัญในการแก้ปัญหา เพราะในปัจจุบันนี้ไม่มีใครปฏิเสธได้เลยว่า เครื่องมือสื่อสารสมาร์ทโฟน สื่อสังคมออนไลน์ ไม่ใช่ส่วนสำคัญในการดำเนินชีวิต ผู้เรียนทุกคนมีการใช้อุปกรณ์ สื่อสาร และมีสื่อสังคมออนไลน์แอพลิเคชัน Line , Facebook กันเกือบทุกคน จึงเป็นแนวคิดในการใช้สื่อ ดังกล่าวมาใช้ในการจัดระบบการเรียนการสอน การสร้าง Google Form ในการบูรณาการการใช้เทคโนโลยี มาสนับสนุนการจัดการเรียนการสอน ซึ่งจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดการพัฒนาการเรียนให้มีประสิทธิภาพ ทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียน ระบบการตรวจสอบข้อมูลผู้เรียนในแต่ละภาคเรียนโดยเก็บข้อมูลผ่าน Data studio การสร้าง ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง เป็นการรวบรวมข้อมูลสารสนเทศ ของผู้เรียน กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ให้เป็น BIG DATA นำไปใช้ ให้เกิดประโยชน์ในการเรียนที่สามารถ สืบค้นข้อมูลได้ทุกที่ทุกเวลา ง่ายต่อการใช้งาน สะดวก รวดเร็ว และสามารถติดตามผู้เรียนหลังจากการเรียน ในห้องเรียนได้ ฝ่ายงานพัฒนาหลักสูตร สื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษาและครู กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง จึงได้มีแนวคิดในการจัดทำ ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ขึ้นเพื่อให้มาช่วย ในการส่งเสริมสนับสนุน ด้านข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล การสมัครเรียน การลงทะเบียน การติดตามผู้เรียน แจ้งผลการเรียน แจ้งผลกิจกรรม กพช. เป็นต้น ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการของบุคคลทุกช่วงวัย ที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้เรียนของ ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอทุ่งหัวช้างได้รับผลกระทบ จากการงดจัดกิจกรรมการเรียนการสอนแบบรวมกลุ่มที่เปลี่ยนไป ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง สกร.อำเภอทุ่งหัวช้าง สกร.จังหวัดลำพูน 164


BEST PRACTICE 2566 | 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น เชิงปริมาณ 1. ผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง มีการเพิ่มเพื่อน เพื่อสืบค้นข้อมูลได้ตลอดเวลาและติดต่อข้อมูลสอบถามผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติเบื้องต้นจำนวน 123 คน คิดเป็นร้อยละ 55.40 จากผู้เรียน 222 คน ในภาคเรียนที่ 1/2566 2. มีผู้ติดตามระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง จำนวน 23 คน เชิงคุณภาพ 1. ผู้เรียนสามารถใช้ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอ ทุ่งหัวช้าง สืบค้นข้อมูลได้ตลอดเวลาและติดต่อข้อมูลสอบถามผ่านระบบตอบรับอัตโนมัติเบื้องต้นได้ 2. ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ทำให้สืบค้นข้อมูลได้รวดเร็วมากขึ้น 4. วิธีดำเนินงาน (ตามที่ปฏิบัติจริง) ขั้นวางแผนปฏิบัติงาน (Plan : P) ขั้นตอนกา รจั ด ทำ แผ นใ นก าร ดำ เน ิน กา รสร ้า งร ะ บบช ่ว ยเ หลื อ ผู้ เร ียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ดังนี้ 1. ศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาของสถานศึกษา และการจัดทำข้อมูลระบบสารสนเทศ ที่เหมาะสมต่อการเรียนรู้ 2. ศึกษาแนวคิด ทฤษฎีและวิธีการสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์ม LINE OFFICIAL อย่างละเอียด เพื่อสร้างสื่อออนไลน์ ด้วย ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง 3. สร้างเว็บไซต์ระบบคลังความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ด้วย google sites สำหรับผู้เรียนหลักสูตร การศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง โดยอัพโหลดวิดีโอการสอน ใบความรู้พร้อมใบงานอัพโหลด เพื่อตรวจสอบความเข้าใจของผู้เรียนเมื่อได้ศึกษาวิดีโอและใบความรู้ 4. นำดิจิทัลแพลตฟอร์ม LINE OFFICIAL เป็นประตูสู่ระบบคลังความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ ด้วย google sites สำหรับผู้เรียนหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน สังกัด กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง 5. ไปขอคำแนะนำจากผู้บริหารและคณะครูกศน.อำเภอทุ่งหัวช้างในด้านความเหมาะสม ขององค์ประกอบ ของดิจิทัลแพลตฟอร์ม LINE OFFICIAL เพื่อมาปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ขั้นตอนการทำตามแผน (DO : D) ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้างมีดังนี้ 1. การสร้างระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้างและคู่มือการใช้งาน 2. การสร้างเมนู ห้องเรียนออนไลน์ เพื่อเชื่อมโยงสู่ ระบบระบบคลังความรู้ผ่านสื่อออนไลน์ ด้วย google sites ของกศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ปฏิทินการศึกษาภาคเรียนปัจจุบัน จัดกิจกรรมร่วม ทำแบบทดสอบออนไลน์ 165


BEST PRACTICE 2566 | 3. การสร้างระบบสืบค้นข้อมูล Data Studio ในการตรวจสอบข้อมูลของผู้เรียน สร้างระบบ การรับสมัครผู้เรียน และสร้างช่องทางการติดต่อสื่อสารโดยตรงกับครู กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง 4. การสร้างระบบการติดตามผู้เรียน/ ผู้จบการศึกษา กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง เพื่อเป็น แหล่งรวมข้อมูลสื่อสารสนเทศที่สร้างองค์ความรู้ ขั้นตรวจสอบและประเมินผล (Check : C) 1. ครูและผู้เรียนสามารถตรวจสอบข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล การสมัครเรียน การลงทะเบียน การติดตามผู้เรียน แจ้งผลการเรียน แจ้งผลการทำกิจกรรม กพช. ข้อมูลเหล่านั้นจะถูกจัดเก็บเป็นไฟล์ ใน Google Drive ของครูผู้สอน สามารถเข้าตรวจสอบแล้วจัดคะแนนและจัดทำเป็นข้อมูลสารสนเทศ ได้เมื่อต้องการ 2. รายงานผลการปฏิบัติงาน สรุปรายงานผลการดำเนินงานโครงการ/กิจกรรม ติดตามผล การปฏิบัติงานของผู้เรียนเพื่อนำมาแก้ไข พัฒนา ขั้นนำผลการประเมินมาปรับปรุง (Action : A ) 1. ประเมินผลความพึงพอใจของผู้เรียนและผู้ปกครอง 2. ประเมินผลโครงการ 5. ปัจจัยป้อน (ที่ทำให้สามารถดำเนินการตามข้อ 4 ได้) 1. ผู้เรียนได้ศึกษาเทคโนโลยีโดยใช้ความรู้ด้าน ICT มาประยุกต์ใช้ในการเรียน และสามารถศึกษา เรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยตนเองได้ตลอดเวลา โดยใช้การจัดการเรียนการสอน ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ให้เป็นประโยชน์ในการแลกเปลี่ยน เรียนรู้ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และสามารถเผยแพร่ให้ผู้อื่นได้ศึกษา 2. ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ทำให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในกระบวนการ เรียนรู้เชิงปฏิบัติอย่างมีระบบส่งผลให้พัฒนาคุณภาพผู้เรียนพัฒนาทักษะกระบวนการคิด ผสมผสาน วิทยาการ ใหม่ในการศึกษาหาความรู้และพัฒนาเป็นความรู้ที่คงทนตลอดไป 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. นโยบายของสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้และสำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดลำพูน 2. ผู้บริหารสถานศึกษาให้ความสำคัญและสนับสนุนการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรูปแบบ Online ในยุควิถีใหม่ (New Normal) เพื่อให้ผู้เรียนได้เรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ในช่วงการแพร่ระบาดของ โรคติดเชื้อไวรัส โคโรน่า 2019 (Covid-19) 3. การมีส่วนร่วมในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC ของ ครู 4. ครูผู้สอน ร้อยละ 100 มีการเตรียมความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนในรูปแบบ Online 166


BEST PRACTICE 2566 | 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ ข้อจำกัดของ Line official account (LINE OA) สามารถส่งข้อความฟรีได้ 1,000 ข้อความต่อเดือน หากอยากส่งได้มากกว่านั้น ครูสามารถซื้อรายเดือนได้ เดือนละ 499 บาท 8.ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 1. ควรมีการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนรูปแบบออนไลน์ ให้เป็นแนวเดียวกัน 2. ควรมีการพัฒนาบุคลากร ด้านการจัดกระบวนการเรียนรู้ในรูปแบบออนไลน์ อย่างต่อเนื่อง 3. พัฒนาไปสู่การจัดทำระบบฐานข้อมูลงานทะเบียนผู้เรียนระดับตำบล ให้ผู้เรียนสามารถตรวจสอบ ข้อมูลผลการเรียน คะแนน การส่งงาน จำนวนการเข้าพบกลุ่ม ของตนเองในระบบออนไลน์ได้ 9. การเผยแพร่ 1. ได้นำผลงาน ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ร่วมจัดนิทรรศการ แสดงผลงานนวัตกรรมทางการศึกษาและศูนย์จำหน่ายสินค้าและผลิตภัณฑ์ออนไลน์ผลิตภัณฑ์ OOCC Lamphun พร้อมทั้งร่วมประชุมรับฟังชี้แจงนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 2. ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ระดับภาคเหนือ ในการประกวดนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ในระบบออนไลน์ ประเภทนวัตกรรมระบบช่วยเหลือผู้เรียนผ่านระบบออนไลน์ (รอบชิงชนะเลิศ) ณ สถาบัน กศน.ภาคเหนือ จังหวัดลำปาง ผลงานระบบช่วยเหลือผู้เรียนโดยใช้ "Line official" 3. ได้รับการประกาศเกียรติคุณ เป็นแบบอย่างแก่เยาวชนรุ่นหลัง และเป็นที่ประจักษ์แก่สังคม อันจะส่งผลให้เกิดความตระหนักถึงความสำคัญและศรัทธาในวิชาชีพครู ตลอดจนความร่วมมือ ความเข้าใจ อันดีระหว่างครูด้วยกันและครูกับประชาชนใน กิจกรรมสานสัมพันธ์งานวันครู สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้ จังหวัดลำพูน ประจำปี พ.ศ. 2566 เมื่อวันที่ 16 มกราคม 2566 167


BEST PRACTICE 2566 | 4. ได้เผยแพร่ผลงาน ระบบช่วยเหลือผู้เรียน LINE OA กศน.อำเภอทุ่งหัวช้าง ในงานเปิดบ้านวิชาการ และจัดนิทรรศการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ให้แก่นักเรียนและผู้เข้าร่วมงาน วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ณ โรงเรียนทุ่งหัวช้างพิทยาคม ตำบลทุ่งหัวช้าง อำเภอทุ่งหัวช้าง จังหวัดลำพูน 10. ภาพประกอบ 168


BEST PRACTICE 2566 | 1.ชื่อผลงาน ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2.ความเป็นมา สืบเนื่องจากในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 คณะผู้ศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ของ กศน. อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ได้ทดลองนำใบอ้อยแห้งมาผลิตก๊าซชีวภาพ ซึ่งเป็นพลังงานทดแทนรูปแบบหนึ่ง โดยใช้ กรรมวิธีการหมักแบบไร้ออกซิเจน (Anaerobic digestion) ซึ่งเป็นสภาพที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต ของจุลินทรีย์ที่ช่วยย่อยสลาย และก่อให้เกิดก๊าซชีวภาพจากใบอ้อยได้สำเร็จ และในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 คณะผู้ศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ของ กศน.อำเภอไพศาลี ก็ได้พัฒนาระบบบรรจุก๊าซชีวภาพอัตโนมัติ จากพลังงานแสงอาทิตย์ขึ้นมา ใช้งานในการบรรจุก๊าซชีวภาพจากใบอ้อยลงในถังก๊าซหุงต้มขนาด 15 กิโลกรัม ได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่ต้องใช้แรงงานคนในการทำงาน แต่ใช้ระบบการทำงานของลูกลอยไฟฟ้าเพื่อควบคุม การจ่ายพลังงานไฟฟ้าไปยังมอเตอร์ไฟฟ้าส่งกำลัง ซึ่งพลังงานไฟฟ้าที่นำมาใช้ได้มาจากพลังงานแสงอาทิตย์ และจากการดำเนินงานในการผลิตก๊าซชีวภาพ เพื่อนำมาบรรจุลงถังก๊าซหุงต้มตามวิธีการที่คณะผู้ศึกษา โครงงานวิทยาศาสตร์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และ พ.ศ. 2564 ค้นพบและประดิษฐ์ขึ้นนี้ ยังพบว่ามีปัญหา ในด้านการผลิตก๊าซชีวภาพ กล่าวคือในบางครั้งเมื่อนำใบอ้อยแห้งไปหมัก กลับไม่มีก๊าซชีวภาพเกิดขึ้น ในทุก ๆ ครั้งที่หมัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันที่มีฝนตก อากาศเย็น ซึ่งเป็นสภาพที่ไม่เหมาะสม ต่อการเจริญเติบโตและทำงานย่อยสลายใบอ้อยแห้งของจุลินทรีย์ รวมทั้งเมื่อนำระบบบรรจุก๊าซชีวภาพ อัตโนมัติจากพลังงานแสงอาทิตย์มาวิเคราะห์จุดเด่น จุดด้อย ก็ยังพบว่ามีบางส่วนที่ต้องปรับปรุงและพัฒนา เช่น ระบบส่งกำลังเดิมที่ต้องใช้มอเตอร์ปั๊มน้ำทำให้คอมเพลสเซอร์แอร์รถยนต์ทำงาน โดยพบว่ามอเตอร์ปั้มน้ำ ใช้กระแสไฟมากเกินไป จึงเปลี่ยนมาใช้คอมเพลสเซอร์แบบลูกสูบของตู้เย็นแทน ซึ่งทำงานได้ด้วยตัวเอง เมื่อได้รับกระแสไฟฟ้า จากสาเหตุดังกล่าว จึงทำให้คณะผู้ศึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ของ กศน.อำเภอไพศาลี ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 สนใจที่จะนำใบอ้อยแห้ง เศษอาหารที่เป็นขยะอินทรีย์ และมูลสัตว์มาหมักรวมกัน แล้วนำมาปั้นเป็นก้อน และตากแดดไว้ 10 ชั่วโมง เพื่อผลิตเป็น Biogas Ball ซึ่งได้แนวคิดมาจาก กรมพัฒนาที่ดิน ในการผลิตจุลินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพ แล้วเก็บรักษาไว้ในสภาพแห้ง โดยอาศัยหลักการ นำน้ำออก หรือลดความชื้นจากเซลล์จุลินทรีย์ จุลินทรีย์ที่อยู่ในสภาพแห้งจะมีอัตราเมตาบอลิซึมต่ำลง ทำให้ จุลินทรีย์มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น เมื่อจะนำจุลินทรีย์ไปใช้งาน ก็ให้นำไปใส่ในน้ำที่ละลายกากน้ำตาล ซึ่งเป็นอาหาร ของจุลินทรีย์ เมื่อนั้นจุลินทรีย์ก็จะถูกปลุกให้ตื่น และทำงานในการผลิตก๊าซชีวภาพขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ ความสามารถสูงสุดในการอัดก๊าซชีวภาพลงในถังก๊าซหุงต้มเพิ่มขึ้น รวมทั้งสามารถผลิตก๊าซชีวภาพได้ทุกครั้ง ที่ทำการเติม Biogas Ball ลงในถังหมัก ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ สกร.อำเภอไพศาลี สกร.จังหวัดนครสวรรค์ 169


BEST PRACTICE 2566 | ดังนั้น จากปัญหาของการผลิตก๊าซชีวภาพจากใบอ้อยแห้ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 ปัญหา กลิ่นรบกวนจากขยะอินทรีย์และมูลสัตว์ ประกอบกับปัญหาเรื่องระบบส่งกำลัง และความปลอดภัย ในการบรรจุก๊าซชีวภาพอัตโนมัติจากพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งขนาดของระบบบรรจุก๊าซชีวภาพอัตโนมัติ จากพลังงานแสงอาทิตย์ที่ยังมีขนาดใหญ่ ไม่เหมาะสมกับการทำงานในครัวเรือน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 นั้น จึงทำให้กลุ่มนักศึกษาผู้สนใจในการจัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของ กศน.อำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2565 มีแนวคิด ในการจัดทำ “ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์” มาใช้ลดปัญหาให้กับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาก๊าซหุงต้มและน้ำมันเชื้อเพลิงที่มีราคาเพิ่มสูงขึ้น ในปัจจุบัน เป็นนวัตกรรมที่ประดิษฐ์ขึ้นและนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน และมีแนวโน้มที่จะพัฒนาต่อไป ได้ในเชิงพาณิชย์ ตลอดจนเป็นประโยชน์ในการใช้และการอนุรักษ์พลังงานไฟฟ้าเพื่อชีวิตและสังคมต่อไป 3.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อออกแบบและประดิษฐ์ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 2. เพื่อศึกษาประสิทธิภาพของระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 3. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของผู้ใช้งานระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงาน แสงอาทิตย์ 4.ขั้นตอนในการทำ Biogas Ball 1. เตรียมถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร พร้อมฝาปิด จำนวน 1 ถัง 2. นำใบอ้อยแห้งมาสับหรือบดให้ละเอียด น้ำหนัก 8 กิโลกรัม 3. เตรียมมูลสัตว์ น้ำหนัก 8 กิโลกรัม 4. เตรียมเศษอาหาร น้ำหนัก 24 กิโลกรัม 5. เตรียมกากน้ำตาล น้ำหนัก 8 กิโลกรัม 6. เตรียมน้ำเปล่า น้ำหนัก 80 ลิตร โดยนำส่วนผสมทั้งหมดเทลงในถัง ในอัตราส่วน ใบอ้อย : มูลสัตว์ : เศษอาหาร : กากน้ำตาล : น้ำ เท่ากับ 1 : 1 : 3 : 1 : 10 คนให้เข้ากัน แล้วปิดถังรัดเข็มขัดให้แน่น ตั้งทิ้งไว้ 48 ชั่วโมง แล้วนำมาปั้น เป็นก้อน Biogas Ball และนำไปตากแดด 10 ชั่วโมง นำมาเก็บไว้ที่อุณหภูมิห้องก่อนนำไปใช้ หมักเป็นก๊าซชีวภาพต่อไป 170


BEST PRACTICE 2566 | 5. ขั้นตอนการออกแบบและประดิษฐ์ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ การออกแบบสิ่งประดิษฐ์ วางแผนและออกแบบระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ที่เหมาะสม กับบริบทของอำเภอไพศาลี จังหวัดนครสวรรค์ และเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในพื้นที่ โดยพัฒนามาจาก โครงงานวิทยาศาสตร์เรื่อง การทดลองผลิตก๊าซชีวภาพจากใบอ้อย ปีงบประมาณ พ.ศ. 2561 และโครงงาน วิทยาศาสตร์เรื่อง ระบบบรรจุก๊าซชีวภาพอัตโนมัติจากพลังงานแสงอาทิตย์ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 การศึกษาข้อมูลเบื้องต้น คณะผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้ศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานในการจัดทำระบบบรรจุ ก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ดังนี้ 3.2.1 ข้อมูลเกี่ยวกับก๊าซชีวภาพ 3.2.2 ข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องอัดก๊าซชีวภาพ 3.2.3 ข้อมูลเกี่ยวกับการต่อวงจรไฟฟ้ากับแผงโซล่าเซลล์ 3.2.4 ข้อมูลเกี่ยวกับคอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบสำหรับตู้เย็น 3.2.5 ข้อมูลเกี่ยวกับฟิวส์วงจรไฟฟ้า 3.2.5 ข้อมูลงานวิจัยและโครงงานวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวกับเรื่องระบบบรรจุก๊าซชีวภาพ 6. ขั้นตอนการดำเนินงาน ในการจัดทำระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์คณะผู้จัดทำโครงงาน วิทยาศาสตร์ได้ดำเนินการตามลำดับขั้นตอน ดังนี้ 1. ออกแบบระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ให้มีประสิทธิภาพ ในการทำงานได้อย่างสะดวก ปลอดภัย ให้สามารถอัดก๊าซที่ได้จากการหมัก Biogas Ball ไปยังถังเก็บก๊าซ หุงต้มได้อย่างต่อเนื่อง ง่ายต่อการนำไปใช้งาน และมีความสามารถสูงสุดในการอัดก๊าซชีวภาพลงในถังก๊าซ หุงต้มได้ 120 psi 2. จัดเตรียมอุปกรณ์ในการจัดทำระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ ตามที่ออกแบบไว้ 3. จัดทำระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ดังนี้ 3.1 การจัดเตรียมถังหมักก๊าซชีวภาพและการผลิตก๊าซชีวภาพ โดยการใช้Biogas Ball 1) ผสมน้ำและกากน้ำตาลในถังหมัก 2) นำ Biogas Ball ใส่ลงถังหมัก จำนวน 60 ก้อน 3) คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน และปิดฝาถังหมักให้สนิท 171


BEST PRACTICE 2566 | 3.2 การทำงานของระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ 1) ติดตั้งแผงโซล่าเซลล์เก็บพลังงานแสงอาทิตย์ไปยังแบตเตอรี่ 12 โวลต์ มีโซล่าชาร์จเจอร์ ควบคุมการชาร์จประจุไฟฟ้าแบตเตอรี่ ใช้อินเวอร์เตอร์แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) 12 โวลต์ เป็นไฟฟ้า กระแสสลับ (AC) 220 โวลต์ เพื่อจ่ายพลังงานไฟฟ้าให้คอมเพรสเซอร์แบบลูกสูบของตู้เย็นทำหน้าที่ดูดก๊าซ ในถังหมักเข้ามาทางท่อดูดของคอมเพรสเซอร์และอัดก๊าซไปยังถังบรรจุก่อนนำไปใช้งาน 2) จัดทำระบบบรรจุก๊าซชีวภาพจาก Biogas Ball ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์โดยติดตั้งสวิตซ์ เปิด-ปิดวงจรที่ถังเก็บก๊าซชีวภาพเพื่อทำหน้าที่เปิด-ปิดระบบทำงานอัตโนมัติ โดยผ่านการทำงาน ของคอมเพรสเซอร์ตู้เย็น ซึ่งทำหน้าที่ดูดก๊าซจากถังเก็บก๊าซชีวภาพ แล้วส่งก๊าซชีวภาพไปบรรจุลงในถัง ก๊าซ หุงต้มได้ในที่สุด 3) จัดทำระบบความปลอดภัยให้ผู้ใช้งาน ด้วยการนำฟิวส์วงจรไฟฟ้ามาติดตั้ง เพื่อตัด กระแสไฟฟ้าออกจากวงจรไฟฟ้าทันทีที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร (Short Circuit Current) ซึ่งจะป้องกันความเสียหาย ที่เกิดจากการอัดก๊าซที่มีค่าความดันสูงเกิน 120 psi ที่ขีดจำกัดของคอมเพลสเซอร์เครื่องอัดอากาศ 7.ปัจจัยความสำเร็จ 1. ผู้บริหารให้ความสำคัญและเอาใจใส่กับการดำเนินงาน 2. เพื่อนๆครูช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการทำงาน 3. นักศึกษามีความสามารถในการทำโครงงาน 8. การเผยแพร่/การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ 1. รางวัลชนะเลิศลำดับที่ 2ระดับภาคเหนือตอนล่าง ไปแข่งขันระดับประทศ 2. รางวัลชมเชยระดับประเทศ 3. เผยแพร่ให้ความรู้แก่ประชาชนในพื้นที่ 172


BEST PRACTICE 2566 | 9. ภาพประกอบ 173


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน พัฒนาคุณภาพผู้เรียนรูปแบบโครงงาน ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ศสกร.อำเภอบ้านโคก ประจำปีงบประมาณ 2566 2. ความเป็นมา การจัดการเรียนรู้ Active Learning เป็นการจัดการเรียนรู้ที่ผ่านการปฏิบัติ ลงมือทำ ความรู้ที่ เกิดขึ้นก็เป็นความรู้ที่ได้จากประสบการณ์ กระบวนการในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องได้มีโอกาสลงมือ กระทำมากกว่าการฟังเพียงอย่างเดียวต้องจัดกิจกรรมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้โดยผ่านการอ่าน การเขียน การโต้ตอบ และการวิเคราะห์ปัญหา อีกทั้งให้ผู้เรียนได้ใช้กระบวนการคิดขั้นสูง ได้แก่ การวิเคราะห์ การสังเคราะห์และ การประเมินค่า การเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน คือ การเรียนรู้ที่จัดประสบการณ์ในการปฏิบัติงานให้แก่ ผู้เรียนเหมือนกับการทำงานในชีวิตจริงอย่างมีระบบ เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้มีประสบการณ์ตรง ได้เรียนรู้ วิธีการแก้ปัญหา วิธีการหาความรู้ความจริงอย่างมีเหตุผล ได้ทำการทดลอง ได้พิสูจน์สิ่งต่างๆด้วยตนเอง รู้จัก วางแผนการทำงาน ฝึกการเป็นผู้นำ ผู้ตามตลอดจนได้พัฒนากระบวนการคิดโดยเฉพาะการคิดขั้นสูง และการ ประเมินตนเอง โดยมีครูเป็นผู้กระตุ้น กระบวนการคิดสร้างสรรค์ ตื่นตัว ที่เป็นไอย่างรอบด้าน ทั้งด้านร่างกาย สติปัญญา สังคม และอารมณ์ เพื่อนำความสนใจที่เกิดจากผู้เรียนมาใช้ในการทำกิจกรรมค้นคว้าหาความรู้ด้วย ตัวเอง นำไปสู่การเพิ่มความรู้ที่ได้จากการลงมือปฏิบัติ การฟัง การสังเกต โดยผู้เรียนมีการเรียนรู้ผ่าน กระบวนการกลุ่มที่จะนำมาสู่การสรุปความรู้ใหม่ มีการเขียนกระบวนการจัดทำโครงงานและได้ผลการจัด กิจกรรมเป็นผลงานแบบรูปธรรม ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอบ้านโคก ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาผู้เรียน ในการเรียนรู้รูปแบบโครงงาน จึงได้จัดโครงการประกวดโครงงานนักศึกษา ศสกร.อำเภอบ้านโคกส่งเสริมการ สร้างนวัตกรรมใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ประจำปีงบประมาณ 2566 เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ ทักษะ กระบวนการโครงงานวิทยาศาสตร์และมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มขึ้น 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น 1. ผู้เรียนมีสมาธิและความคิดสร้างสรรค์ 2. ผู้เรียนใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ 3. ผู้เรียนมีกระบวนการเรียนรู้โดยการมีส่วนร่วมของผู้เรียน (Active Learning) 4. ผู้เรียนประดิษฐ์เป็นชิ้นงานที่ใช้ได้จริง 5. ผู้เรียนมีกระบวนการทำงานกลุ่มร่วมกันคิดเชิงสร้างสรรค์ พัฒนาคุณภาพผู้เรียนรูปแบบโครงงาน ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ศสกร.อำเภอบ้านโคก ประจำปีงบประมาณ 2566 สกร.อำเภอบ้านโคก สกร.จังหวัดอุตรดิตถ์ 174


BEST PRACTICE 2566 | 4.วิธีการดำเนินการ (ตามที่ปฏิบัติจริง) 1. กิจกรรม เกมส์บริหารสมอง 2. กิจกรรมทฤษฎีสัตว์ 4 ทิศ 3. กิจกรรมเส้นทางการเรียนรู้ 3.1 ครูและผู้เรียนร่วมกันระบุปัญหา 3.2 ครูและผู้เรียนออกแบบการรวบรวมข้อมูลกำหนดวิธีทำกิจกรรม 3.3 ผู้เรียนปฏิบัติกิจกรรมตามวิธีที่กำหนด 3.4 ทักษะการประดิษฐ์เครื่องดูดฝุ่น การบันทึกผล 3.5 สรุป/ชิ้นงาน เครื่องดูดฝุ่น 5. ปัจจัยป้อน (ที่ทำให้สามารถดำเนินการตามข้อ 4 ได้) 1. งบประมาณ 2. สื่อในการจัดกิจกรรม 3. บุคลากร 4. ผู้เรียนมีความสนใจ 6. ปัจจัยส่งผลต่อความสำเร็จ 1. ผู้บริหารให้ความสนใจ และส่งเสริมสนับสนุน ติดตาม ดูแลการปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด 2. มีอินโฟกราฟฟิกให้ความรู้อย่างเป็นระบบขั้นตอน 3. มีรูปแบบกิจกรรมการกระตุ้นผู้เรียน (Active Learning) 4. ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจและ มีทักษะการประดิษฐ์เครื่องดูดฝุ่นเอนกประสงค์ ที่สามารถใช้ได้จริง และนำมาประกวดการนำเสนอโครงงานในระดับอำเภอ และได้รับรางวัลชนะเลิศ 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นต่อการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ พัฒนาด้านการคิดโดยใช้ MACT MODEL 1.Mind Set กระบวนการทางความคิด 2.Content ครูผู้สอนเตรียมเนื้อหาสื่อการเรียนการสอน เครื่องมือต่าง ๆ เพื่อให้นักศึกษาไป ค้นคว้าด้วยตนเอง 3.Team Work นักศึกษาและครูผู้สอนร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ประเด็นสำคัญต่าง ๆ 4.Actions นักศึกษาลงมือทำชิ้นงานแบบอิสระ ตามรูปแบบที่ตนเองสนใจ โดยนำองค์ความรู้จากการเข้าเรียนโดยมีครูติดตาม ตรวจสอบการวัดและประเมินผล เผยแพร่ผลงานนักศึกษา เป็นกระบวนการดำเนินงานให้มีระบบประสิทธิภาพ 175


BEST PRACTICE 2566 | 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่ทำให้ดียิ่งขึ้น 1. พัฒนาเครื่องดูดฝุ่น PM 2.5 ให้มีรูปแบบให้มีขนาดที่ใช้งานได้มากขึ้น 2. ใช้ MACT MODEL(Mind Set/ Content/ Team Work/ Actions) พัฒนากระบวนการคิด เพิ่มทักษะ Active Learning 9. การเผยแพร่ https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=pfbid0TLgEMMufEuSe8UjQYHW Fxwk3SrNT4p1ftQEwC1UxNKVBDZkH6fC1SPdLqaozfDZAl&id=100062431480012 10. ภาพประกอบกิจกรรมการเรียนรู้รูปแบบโครงงาน 176


BEST PRACTICE 2566 | กิจกรรมโครงการประกวดโครงงานนักศึกษา กศน.อำเภอบ้านโคก ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ประจำปีงบประมาณ 2566 กิจกรรมโครงการประกวดโครงงานนักศึกษา ศสกร.อำเภอบ้านโคก ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมใหม่ ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 ประจำปีงบประมาณ 2566 นำมาประกวดการนำเสนอโครงงานในระดับอำเภอ และได้รับรางวัลชนะเลิศ 177


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษา ระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) 2. ความเป็นมา/ความสำคัญ การจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นการ จัดการเรียนรู้ตามปรัชญา “คิดเป็น” และยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเอง ได้ ดังนั้นการจัดการเรียนรู้จึงต้องยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ เต็มตามศักยภาพที่มีอยู่ ตามที่หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษา ดำเนินการจัดการศึกษาทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่จะจบหลักสูตรได้นั้น ต้องผ่านเกณฑ์การ จบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามเกณฑ์ดังนี้ 1. ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้รายวิชาในแต่ละระดับการศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตร - ระดับประถมศึกษา ไม่น้อยกว่า 48 หน่วยกิต - ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ไม่น้อยกว่า 56 หน่วยกิต - ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายไม่น้อยกว่า 76 หน่วยกิต 2. ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง 3. ผ่านการประเมินคุณธรรม ในระดับพอใช้ขึ้นไป 4. เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ (N-NET) ด้วยสภาพปัญหาในปัจจุบันการเรียนแบบพบกลุ่มของนักศึกษานั้น มีปัญหาในการเข้าชั้นเรียนไม่ครบ ตามกำหนด ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ของ กศน.อำเภอบ้านไร่ลดลง เพื่อเป็นการเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้าน การศึกษา นอกระบบโรงเรียน (N-NET) ของกศน.อำเภอบ้านไร่ให้สูงขึ้น จึงได้ใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอนและ จัดทำสื่อออนไลน์ของกศน.อำเภอบ้านไร่นี้ขึ้น 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น กศน.อำเภอบ้านไร่สามารถเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอก โรงเรียน (N-NET) ของนักศึกษาที่เข้าสอบ(n-net) ภาคเรียนที่2/2565 มีคะแนนสูงขึ้น และสามารถส่งเสริม การจัดการเรียนการสอนโดยใช้สื่อออนไลน์ได้ การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) สกร.อำเภอบ้านไร่ สกร.จังหวัดอุทัยธานี 178


BEST PRACTICE 2566 | 4. วิธีดำเนินการ จากดำเนินการใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) มีการวางแผนการดำเนินงาน และติดตามงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ได้ข้อมูลถูกต้องและแม่นยำ โดยใช้วงจรคุณภาพ (Deming Cycle) หรือ PDCA • การวางแผน (Plan) จากข้อมูลการเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนการสอน จำนวนผู้เข้ารับการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติด้าน การศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ในปีที่ผ่านมาพบว่า ยังมีผลสัมฤทธิ์ที่ต่ำอยู่ จึงได้กำหนดแผนในการ ดำเนินงาน การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ดังนี้ 1. จัดแบ่งรายวิชาบังคับแต่ละระดับชั้น ให้ครู กศน.ตำบล ได้ทำคลิปสื่อการสอนและการติวเข้ม ลงใน ยูทูป ของกศน.อำเภอบ้านไร่ 2.ครูใช้สื่อออนไลน์ ที่จัดทำขึ้นและสื่อออนไลน์อื่นๆ ไปช่วยในการจัดการเรียนการสอน ในกศน.ตำบล เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) 3.เชิญชวนและประชาสัมพันธ์ให้นักศึกษาให้กดติดตามช่องยูทูปของกศน.อำเภอบ้านไร่และช่องทาง อื่นๆ 5. ปัจจัยป้อน กระบวนการที่นำไปสู่ความสำเร็จ ถือเป็นปัจจัยป้อนของ กศน.อำเภอบ้านไร่ มีดังนี้ การปฏิบัติตามแผน (Do) ปฏิบัติงานตามแผนที่วางไว้ โดยดำเนินการตามขั้นตอนดังต่อไปนี้ การตรวจสอบ (Check)หลังจากการใช้สื่อออนไลน์ในการช่วยจัดการเรียนการสอนเพื่อเพิ่ม ผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) แบ่งการตรวจสอบข้อมูล ออกเป็น 2 ช่วง คือ - ระหว่างการสอบ N-NET ตรวจสอบจำนวนนักศึกษาที่เข้าสอบใน แต่ละห้อง โดยการเดิน สังเกต และดูจากบัญชีลงเวลาการเข้าสอบของนักศึกษา - ภายหลังการสอบ N-NET ตรวจสอบจากรายงานผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบ (N-NET) และรายงานจำนวนผู้เข้าสอบ P ผู้บริหาร สถานศึกษา ประชุมชี้แจงแนว ทางการดำเนินงาน ให้กับคณะครูและ บุคลากร ทางการ ศึกษาทราบ D คณะครูและ บุคลากร กศน.อำเภอบ้านไร่ ดำเนินการ การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียน การสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) C ครู กศน.ตำบล ดำเนินการรวบรวม ข้อมูลการใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอนเพื่อ เพิ่ม ผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษา ระดับชาติด้านการศึกษานอก โรงเรียน (N-NET) A ครู กศน.ตำบล ดำเนินการติดตาม นักศึกษาที่ใช้สื่อออนไลน์ในการเรียน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ และสรุปผลการ ดำเนินการติดตาม นักศึกษา 179


BEST PRACTICE 2566 | ตารางที่1 ตารางรายงานผลการเปรียบเทียบระหว่างภาคเรียนที่ 1/2565 และ 2/2565 จากตารางที่ 1 สรุปได้ว่าเมื่อเปรียบเทียบผลการสอบระหว่างภาคเรียนที่ 1/2565 และ 2/2565 ผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ของกศน.อำเภอบ้านไร่ ใน ภาคเรียนที่ 1/2565 ได้คะแนนเฉลี่ย 41.59 และ ภาคเรียนที่ 2/2565 ได้คะแนนเฉลี่ย 43.29 ผลการ เปรียบเทียบ สูงขึ้น 1.70 คะแนน ตารางที่2 ตารางรายงานผลการผ่านค่าเป้าหมายระดับชาติ จากตารางที่ 2 สรุปได้ว่าคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษา นอกโรงเรียน (N-NET) ของกศน.อำเภอบ้านไร่ ในภาคเรียนที่ 2/2566 ได้คะแนนเฉลี่ย 43.29 ผ่านค่าเป้าหมาย ขั้นสูงระดับชาติ การปรับปรุงการดำเนินงาน (Act) การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ยังมีประสิทธิภาพในการช่วยจัดการเรียนการสอน โดยอ้างอิงจากรายงาน ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษา นอกระบบโรงเรียน (N-NET) ที่นักศึกษา กศน.อำเภอ บ้านไร่ เข้ารับการทดสอบจากภาคเรียนที่ 2/2565 อย่างไรก็ตามการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ 180


BEST PRACTICE 2566 | ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ที่ กศน.ได้ดำเนินการจัดขึ้น ยังมีนักศึกษา กศน.อำเภอบ้านไร่ เข้ารับการทดสอบยังไม่เป็นไปตามจำนวน เป้าหมายที่กำหนดเอาไว้ จึงต้องมีการการจัดการเรียนการสอนเพื่อ เพิ่มผลสัมฤทธิ์การ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) ให้มีประสิทธิภาพ ที่ดียิ่งขึ้น 1. วิเคราะห์ข้อมูลของนักศึกษา ทบทวนข้อมูลให้มีความครอบคลุม 2. สรุปผลการวิเคราะห์ข้อมูล 3. รวบรวมข้อมูลเพื่อประกอบการจัดทำระบบการติดตาม 4. รายงานผลการดำเนินงานต่อผู้บริหาร ผลการดำเนินงาน ผลสัมฤทธิ์และประโยชน์ที่ได้รับ จากการใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) สามารถสรุปผล การดำเนินงานที่เกี่ยวข้องทั้ง 3 ด้าน ดังนี้ 1 หน่วยงาน/สถานศึกษา กศน.อำเภอบ้านไร่มีจำนวนนักศึกษาที่เข้ารับการทดสอบทางการศึกษา ระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) 2 บุคลากร ครู กศน.ตำบล มีการใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การ ทดสอบทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET)ที่มีประสิทธิภาพ สะท้อนถึงการ ปฏิบัติงานของครู กศน.ตำบล 3 ผู้เรียน/ผู้รับบริการ นักศึกษาหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ได้เข้ารับการทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) ผ่านเกณฑ์ การจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบ ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. การมีส่วนร่วมของครุกศน.ตำบลและนักศึกษาทุกคน ทำให้ได้ข้อมูล ที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ ชื่อ Facebook ID Line เพื่อ ใช้เป็นข้อมูลในการติดต่อประสานงาน 2. เทคโนโลยีในการติดต่อสื่อสารที่ทันสมัย Smartphone, Facebook, Line 3. การกำกับติดตามนักศึกษาโดยประสานนักศึกษารายบุคคล ส่งหนังสือเชิญเพื่อเข้ารับการ ทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) 4. การสร้างปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับนักศึกษา สร้างความคุ้นเคย เป็นกันเองไม่ถือตัวมีทัศนคติที่ดีกับ นักศึกษาทุกคน มาความหวังดีกับนักศึกษา 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค นักศึกษาที่ไม่มีสมาร์ทโพนไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลสื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอน 181


BEST PRACTICE 2566 | แนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ ครู กศน.ตำบลแนะนำให้นักศึกษาที่ไม่มีสมาร์ทโพน มาใช้บริการอินเตอร์เน็ตที่ กศน.ตำบล และ ห้องสมุดอำเภอบ้านไร่ 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น 1.การใช้สื่อออนไลน์ช่วยจัดการเรียนการสอนมีความจำเป็น เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์การทดสอบ ทางการศึกษาระดับชาติด้านการศึกษานอกโรงเรียน (N-NET) 2.การมีช่องทางการติดต่อกับนักศึกษาที่หลากหลาย เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการติดต่อและประสาน นักศึกษาในการเข้ารับการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านการศึกษานอกระบบโรงเรียน (N-NET) 3.ความสำเร็จของงาน เกิดจากการมีส่วนร่วมของทุกฝ่ายในองค์การ 9. การเผยแพร่ ตัวอย่างสื่อการสอนออนไลน์ของกศน.อำเภอบ้านไร่ที่จัดทำขึ้น 10. ภาพประกอบ ช่องยูทูปของ กศน.อำเภอบ้านไร่ 182


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน กระบวนการจัดการเทียบระดับการศึกษายกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต 2. ความเป็นมา กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองน่าน ทำหน้าที่เทียบระดับการศึกษา มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 จนถึงปัจจุบัน มีหน้าที่ความรับผิดชอบในการจัด การศึกษาให้กับกลุ่มเป้าหมายในสาขาอาชีพต่าง ๆ ที่พลาดโอกาส อายุพ้นเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับ และไม่ สามารถเข้าศึกษาในระบบโรงเรียนได้ ซึ่งการประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นวิธีการหนึ่งที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่มี ความรู้และประสบการณ์จากการทำงานเข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา ระดับใดระดับหนึ่ง มีหลักการ ที่มุ่งเน้นการประเมินความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจและสังคม มากกว่าการประเมินความรู้ ใน เนื้อหาวิชา โดยบูรณาการสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ในหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับ การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 โดยใช้วิธีการประเมินที่หลากหลายทั้งการทดสอบ การประเมินมิติ ประสบการณ์ มิติความรู้ความคิด การปฏิบัติ ตลอดจนเสนอแฟ้มประมวลประสบการณ์ประกอบการพิจารณา การสัมภาษณ์ของคณะกรรมการ และกิจกรรมสัมมนาวิชาการที่สอดคล้องกับความต้องการของผู้เข้ารับการ ประเมิน เพื่อยกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษาพัฒนาคุณภาพชีวิตและได้รับวุฒิการศึกษาในระดับต่าง ๆ ที่ กระทรวงศึกษาธิการรับรอง ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอเมืองน่าน เป็นสถานศึกษาที่จัด กระบวนการประเมินเทียบระดับการศึกษาของประชาชนสนใจในการยกระดับคุณภาพชีวิต ส่งผลให้ผู้เข้ารับ การประเมินการเทียบระดับการศึกษาสำเร็จการศึกษาเป็นจำนวนมาก สามารถทั้งนำวุฒิทางการศึกษาไปศึกษา ต่อในระดับที่สูงขึ้น ยกระดับคุณภาพชีวิตในสังคม รวมถึงปรับเลื่อนขั้นเงินเดือนของผู้รับการประเมินส่งผลให้มี คุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ/จุดเด่น 1. เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้มีความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และคุณธรรม จริยธรรม ได้รับการ ยอมรับคุณวุฒิทางการศึกษา 2. เป็นการสร้างแรงจูงใจให้บุคคลทั่วไป มีความกระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ เพิ่มทักษะและสั่ง สมประสบการณ์อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต 3. เป็นการตอบสนองความต้องการ การยอมรับความรู้ และประสบการณ์ของผู้เข้ารับการประเมิน เทียบระดับการศึกษาสู่คุณวุฒิการศึกษา ซึ่งจะทำให้มีความมั่นใจในตนเอง มั่นใจในสถานภาพทางสังคม 4. เป็นการจัดการศึกษาที่ผู้เข้ารับการประเมินไม่ต้องเข้าเรียนแบบชั้นเรียน โดยการนำเอาประสบการณ์ ในการประกอบอาชีพเข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษา เป็นการเปิดโอกาสให้จบการศึกษาเร็วขึ้น กระบวนการจัดการเทียบระดับการศึกษายกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต สกร.อำเภอเมืองน่าน สกร.จังหวัดน่าน 183


BEST PRACTICE 2566 | 4. วิธีดำเนินการ สถานศึกษาได้ดำเนินงานกระบวนการจัดการเทียบระดับการศึกษายกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษา เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กศน.อำเภอเมืองน่าน โดยใช้วงจร PDCA ในการดำเนินงานมีขั้นตอนดังต่อไปนี้ 4.1 การวางแผน (Plan) จากการที่รัฐบาลมีนโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานสำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยเน้นส่งเสริมให้ผู้เรียนได้รวมกลุ่มกันเพื่อดำเนินกิจกรรมเสริมสร้างความสามัคคีในหมู่คณะ บำเพ็ญ สาธารณะประโยชน์อย่างต่อเนื่อง และพัฒนาคุณภาพผู้เข้ารับการประเมินให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ตาม จุดหมายและมาตรฐานของหลักสูตร เพื่อให้ผู้เข้ารับการประเมินและผู้รับบริการได้รับการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เกิดแรงจูงใจ มีความพร้อมในการมีส่วนร่วมการจัดกิจกรรมการศึกษา พัฒนาผู้เข้ารับการประเมินให้มีความ สมบูรณ์ ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา มีคุณธรรม จริยธรรมมีทักษะในการเรียนรู้และแสวงหาความรู้ ด้วย ตนเองสามารถนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยได้ดำเนินการ ดังนี้ 1. ศึกษานโยบายและจุดเน้นการดำเนินงานของ สำนักงาน กศน. 2. ศึกษาแนวทางการจัดการประเมินเทียบระดับการศึกษา สังกัดสำนักงาน กศน.ตามขอบข่ายการ ประเมินเทียบระดับการศึกษา 3. กำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จ 4. กำหนดวิธีการดำเนินงานการประเมินเทียบระดับการศึกษา 5. กำหนดวิธีการประเมินผลและเครื่องมือการประเมินผล 6. ประชุมบุคลากรวางแผนประชาสัมพันธ์การรับสมัคร 7. วางแผนประสานงานภาคีเครือข่ายในการประชาสัมพันธ์รับสมัคร 8. แต่งตั้งคณะกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา 9. วางแผนประสานภาคีเครือข่ายเพื่อแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการประเมินมิติความรู้ ความคิด 4.2 การดำเนินการ (Do) วิธีการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลต่อผู้เข้าร่วมกิจกรรม ต่อสถานศึกษา และ เป็นไปตามขอบข่ายการประเมินเทียบระดับการศึกษา ดังนี้ 1. จัดให้มีการประชุมผู้บริหาร บุคลากรของสถานศึกษา เพื่อวางแผนการดำเนินงาน 2. กำหนดวัตถุประสงค์ของการประเมินเทียบระดับการศึกษา 3. กำหนดรูปแบบในการจัดกิจกรรม และกิจกรรมที่ให้จัดเหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย 4. กำหนดวิธีการดำเนินงานจัดกิจกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา 5. เสนอโครงการสัมมนาวิชาการเพื่อขออนุมัติ 6. จัดซื้อ/จัดหาวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้จัดกิจกรรม 7. ประสานงานหน่วยงานภาคีเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ วิทยากรและสถานที่ในการจัดสัมมนาวิชาการ 8. จัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานประเมินเทียบระดับการศึกษามิติความรู้ ความคิด 184


BEST PRACTICE 2566 | 9. ดำเนินกระบวนการเรียนรู้ โดยแบ่งเนื้อหาความรู้ตามเรื่องที่เกี่ยวข้องให้กับวิทยากร เครือข่าย ผู้รับผิดชอบ 10. ประเมินผลการอบรม โดยการสังเกต สอบถามและใช้แบบประเมินความพึงพอใจทุกกิจกรรม 11. วิเคราะห์ข้อมูล โดยปฏิบัติตามขั้นตอนในแผนงานโครงการที่วางไว้ พร้อมทั้งมีการเตรียมความ พร้อมของบุคลากร วิทยากร วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือสำหรับประเมินโครงการ 12. มีการทบทวนหลังการปฏิบัติงานเพื่อปรับปรุงกระบวนการทำงานให้ได้ผลลัพธ์ตามมี่วางไว้ 4.3 ตรวจสอบ (Check) ได้ตรวจสอบผลการดำเนินงานในแต่ละขั้นตอน โดยแต่งตั้งคณะกรรมการฝ่ายประเมินผล จัดทำ บันทึกการเรียนรู้ จัดทำแบบประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว ได้แสดงความคิดเห็น ในประเด็นคำถามที่ครอบคลุม และข้อเสนอแนะในการดำเนินงานโครงการ สำรวจ ตรวจสอบวัสดุอุปกรณ์ ที่จำเป็นต้องใช้ให้เหมาะสมกับกิจกรรม ตรวจสอบเนื้อหาการอบรมกับทีมวิทยากร เครือข่าย ผู้รับผิดชอบ เพื่อให้ได้ผลการดำเนินการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ทุกประการ 4.4 การปรับปรุงแก้ไข (Action) การดำเนินงานการประเมินเทียบระดับการศึกษา มีการตรวจสอบ ประเมินผล มีการทบทวน หลังปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) นำมาใช้ในกระบวนการทำงาน เพื่อทบทวนวิธีการทำงานทั้งด้าน ความสำเร็จและปัญหาที่เกิดขึ้น และทบทวนกระบวนการต่าง ๆ นำบทเรียนที่ได้จากความสำเร็จและปัญหา ที่เกิดขึ้น มาจัดทำและพัฒนากระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น สำหรับผู้จัดกิจกรรม ทุกกิจกรรมทุกครั้งหลังจัดกิจกรรม และสรุปรายงานผลการจัดการประเมินเทียบระดับการศึกษาเพื่อการพัฒนา คุณภาพชีวิต กศน. อำเภอเมืองน่าน เป็นรูปเล่มรายงานเพื่อรวบรวมข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค นำเสนอในที่ประชุมเพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น รวมทั้งเสนอ ต่อสาธารณชนทั้งทางเว็บไซต์ และสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ ทั้งเอกสารและสื่อออนไลน์ เช่น จดหมาย ข่าวประชาสัมพันธ์ YouTube Facebook Line อีกช่องทางหนึ่งด้วย ในการดำเนินการจัดกระบวนการประเมินเทียบระดับการศึกษายกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษาเพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิต กศน. อำเภอเมืองน่าน ข้าพเจ้าได้ใช้รูปแบบตามวงจร PDCA จึงทำให้กระบวนการจัดการเทียบ ระดับการศึกษายกระดับสู่คุณวุฒิทางการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต กศน. อำเภอเมืองน่าน ประสบ ผลสำเร็จ บรรลุวัตถุประสงค์ 185


BEST PRACTICE 2566 | รูปภาพ : กระบวนการขั้นตอน การประเมินเทียบระดับบการศึกษา 5. ปัจจัยป้อน (ที่ทำให้สามารถดำเนินการตามข้อ 4) ผู้บริหารให้ความสำคัญต่อการประเมินเทียบระดับการศึกษา มีคณะทำงานรับผิดชอบด้านต่าง ๆ และมีการวางแผนการดำเนินงานที่มีแบบแผนเป็นไปตามนโยบายและจุดเน้นของ กศน. และเป็นไปตามเงื่อนไข ตัวชี้วัดของการประเมินการเทียบระดับการศึกษา โดยสถานศึกษามีครู เจ้าหน้าที่ คอยให้คำปรึกษา แนะ แนวทางให้กับนักศึกษาระหว่างการประเมินทั้งมิติประสบการณ์ มิติความรู้ความคิด และสัมมนาวิชาการ รวมทั้งหน่วยงานภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือสนับสนุนการจัดกิจกรรม จึงส่งผลให้ผู้เข้ารับการประเมินผ่าน การประเมินการเทียบระดับการศึกษาเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ 1. มีการประชุมผู้บริหาร ครู บุคลากร เพื่อวางแผนและดำเนินงาน 2. ผู้บริหารเป็นแบบอย่างให้คำปรึกษา ให้คำแนะนำ ส่งเสริมการดำเนินกิจกรรมร่วมประเมินผล กำกับติดตามอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ 3. ครู บุคลากรที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานภาคีเครือข่ายให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรมเป็นอย่างดี 4. มีรูปแบบในการจัดกิจกรรม ที่จัดเหมาะสมกับทุกกลุ่มเป้าหมาย 5. มีการประสานงานเครือข่าย แหล่งเรียนรู้ วิทยากรและสถานที่ 4. มีการจัดทำคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานทุกกิจกรรม 5. มีการทบทวนหลังปฏิบัติงาน (After Action Review : AAR) สำหรับผู้จัดกิจกรรมทุกกิจกรรม 6. มีการรวบรวมข้อเสนอแนะในการจัดกิจกรรม ปัญหา อุปสรรค นำเสนอในที่ประชุมเพื่อร่วมกัน หาแนวทางแก้ไข ในการจัดกิจกรรมครั้งต่อไปให้ดียิ่งขึ้น 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ 1. ผู้เข้ารับการประเมินมีงานประจำทำให้การเขียนแฟ้มประมวลประสบการณ์มีเวลาเตรียมตัว ไม่มาก ส่งผลให้การทำแฟ้มประมวลประสบการณ์มีข้อมูลไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ 2. ผู้เข้ารับการประเมินต้องเสียค่าใช้จ่ายในการเก็บค่าธรรมเนียมเป็นเงินจำนวนมาก 186


BEST PRACTICE 2566 | 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่ทำให้ดียิ่งขึ้น 1. ครู กศน. ควรมีการประชุม วางแผนการจัดการประเมินเทียบระดับการศึกษา ตามขอบข่าย การประเมินเทียบระดับการศึกษาร่วมกับผู้เข้ารับการประเมินเทียบระดับการศึกษาก่อนและรวบรวมข้อมูล เข้าประชุมร่วมกับสถานศึกษา 2. ผู้เข้ารับการประเมินทุกคนได้เข้าร่วมในการจัดกิจกรรม และเป็นไปตามขอบข่ายการประเมิน เทียบระดับการศึกษา และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำเนินชีวิตได้อย่างเหมาะสม 3. ควรมีการประชาสัมพันธ์การรับสมัครให้ผู้ที่สนใจสามารถศึกษาข้อมูลได้อย่างทั่วถึง และหลากหลายช่องทาง 4. ควรปรับลดค่าใช้จ่ายในการเก็บค่าธรรมเนียมผู้เข้ารับการประเมิน เพื่อให้ผู้เข้ารับการประเมิน มีโอกาสได้เข้ามาสู่ช่องทางการประเมินการเทียบระดับการศึกษาเพิ่มมากขึ้น 5. ครู กศน.ควรติดตามผู้เข้ารับการประเมินหลากหลายช่องทาง เช่น โทรศัพท์Facebook และLine เป็นต้น 9. การเผยแพร่ 1. เผยแพร่ผลการดำเนินงานเสนอต่อสาธารณชนผ่านสื่อต่าง ๆ ทั้งรูปแบบเอกสาร สื่อออนไลน์ ทางเว็บไซต์ และสื่อประชาสัมพันธ์ในรูปแบบต่าง ๆ เช่น จดหมายข่าวประชาสัมพันธ์ของสถานศึกษา YouTube Facebook Line 2. จัดทำเอกสารรูปเล่มเอกสารเผยแพร่ และจัดนิทรรศการในศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเมืองน่าน สำนักงานส่งเสริมการเรียนรู้จังหวัดน่าน และหน่วยงานภาคีเครือข่าย 10. ภาพประกอบกิจกรรมการประเมินเทียบระดับการศึกษา การปฐมนิเทศ การประเมินเชิงประจักษ์ การประเมินมิติความรู้ความคิด และการสัมมนาวิชาการ 187


BEST PRACTICE 2566 | 1. ชื่อผลงาน การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ของกศน.อำเภอเมืองพิจิตร กับการการขับเคลื่อนชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนตำบลในเมืองพิจิตร สู่ความเป็นหนึ่ง 2. ความเป็นมา กศน.อำเภอเมืองพิจิตร ตั้งอยู่ในเขตชุมชนเมืองพิจิตร จากสถานการณ์และสภาพปัญหายาเสพติด ที่เกิดขึ้นในชุมชนตำบลในเมืองพิจิตร กศน.อำเภอเมืองพิจิตรได้เล็งเห็นถึงสภาพปัญหาดังกล่าว จึงได้รวมตัว เด็กและเยาวชนในชุมชนที่เป็นนักศึกษา กศน.อำเภอเมืองพิจิตร ลุกขึ้นและขอเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด และก่อตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE ในนาม “ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนตำบลในเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร” เมื่อเดือนตุลาคม พ.ศ. 2558 ต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน รวมเป็น ระยะเวลา 8 ปี โดยมีคณะครูและผู้บริหาร กศน.อำเภอเมืองพิจิตร เป็นที่ปรึกษาชมรม ด้วยความหวัง ความต้องการ ให้ยาเสพติดหมดไปจากหมู่บ้านชุมชน ให้เยาวชนได้เลิกใช้ยาเสพติด โดยน้อมนำแนวความคิด ว่า โครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE ในทูลกระหม่อมหญิง อุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี องค์ประธานโครงการรณรงค์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด TO BE NUMBER ONE น่าจะทำให้เด็กและเยาวชนเลิกเสพยาหรือลดจากการเสพยาเสพติดลงได้ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนตำบลในเมือง อำเภอเมืองพิจิตร จังหวัดพิจิตร เป็นชมรมที่รวบรวมคนเก่ง คน ดี และคนที่มีอุดมการณ์ที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมดี ๆ เพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดร่วมกันสมาชิก ในชมรม ได้แก่ เด็กและเยาวชนตลอดจนประชาชนทั่วไปในชุมชน การจัดตั้งเป็นไปตามหลักเกณฑ์การจัดตั้ง ชมรม TO BE NUMBER ONE บริหารจัดการชมรมภายใต้องค์ประกอบในการดำเนินงานของชมรม ประกอบด้วย 3 ก.และ 3 ย. คือ ก. คือ ก.กรรมการ ก.กองทุน ก.กิจกรรม 3 ย. คือ 3 ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ 1 การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ที่ 2 การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างและ พัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ซึ่งยุทธศาสตร์การดำเนินงานต่างๆของชมรมนั้น มีความสอดคล้องกับกรอบการจัดกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน อาทิเช่น ด้านการพัฒนาทักษะชีวิต การป้องกันยาเสพติด ทักษะการคิดวิเคราะห์ การแสดงออกตามความสามารถพิเศษ เป็นต้น ซึ่งนับเป็นการ บูรณาการการจัดกิจกรรมให้สอดคล้องกัน เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุดแก่ผู้เรียนได้อย่างดียิ่ง การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ของกศน.อำเภอเมืองพิจิตร กับการขับเคลื่อน ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชนตำบลในเมืองพิจิตร สู่ความเป็นหนึ่ง สกร.อำเภอเมืองพิจิตร สกร.จังหวัดพิจิตร 188


BEST PRACTICE 2566 | 3. ความสำเร็จที่ปรากฏ / จุดเด่น การนำหลักการดำเนินงาน ตามหลัก ๓ ก.และ 3 จนประสบความสำเร็จได้รับรางวัล การประกวด ผลงานTO BE NUMBER ONE ระดับภาคเหนือ ประจำปี 2566 ผ่านเข้าประกวดระดับประเทศ ชมรม TO BE NUMBER ONE ในชุมชน ชุมชนตำบลในเมือง กลุ่มรักษามาตรฐานพร้อมเป็นต้นแบบระดับเงินปีที่ 1 4. วิธีดำเนินการ 4.1 กำหนดกลุ่มเป้าหมาย นักศึกษา กศน. อำเภอเมืองพิจิตรที่เป็นเด็กและเยาวชนในชุมชน 4.2 การดำเนินการจัดกิจกรรม มีขั้นตอนเริ่มจากการวิเคราะห์สภาพปัญหาที่เกิดขึ้น และขั้นตอนการดำเนินการ ดังนี้ ดำเนินงานของชมรม ประกอบด้วย ๓ ก.และ ๓ ย. คือ ก.กรรมการ ก.กองทุน ก.กิจกรรม ๓ ย. คือ ๓ ยุทธศาสตร์ ประกอบด้วย ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การรณรงค์ปลุกจิตสำนึกและสร้างกระแสนิยมที่เอื้อต่อการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติด ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจให้แก่เยาวชน ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสร้างและพัฒนาเครือข่ายเพื่อการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด 1. วางแผน (Plan : P) 2. การปฏิบัติ (Do : D) 3. การตรวจสอบและประเมินผล (Check : C) 4. การพัฒนาปรับปรุง 5. ปัจจัยป้อน 1. ครูได้มีการวิเคราะห์สภาพปัญหาในเด็กและเยาวชน 2. นำหลักการดำเนินงาน ตามหลักเกณฑ์การจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE บริหารจัดการชมรม ภายใต้องค์ประกอบในการดำเนินงานของชมรม ประกอบด้วย ๓ ก.และ ๓ ย. ครูวิเคราะห์ปัญหาที่เกิดขึ้นกับเด็กและเยาวชน และนำปัญหามารวบรวมพบปัญหาและ ความเสี่ยงเรื่องยาเสพติดมากที่สุดในเด็กและเยาวชน นำปัญหามารวบรวมเพื่อหาแนวทางแก้ไขด้วยการนำหลักการดำเนินงาน TO BE NUMBER ONE หลักการ 3 ก 3 ย. มีทดสอบจากผลการนำเสนอผลการดำเนินงาน ชมรม TO BE NUMBER ONE หลักการ 3 ก 3 ย. นำแนวการดำเนินงาน ไปใช้กับเด็กและเยาวชนและนักศึกษาให้ครอบคลุมทั่วถึงทุกชุมชน 189


BEST PRACTICE 2566 | 3. ส่งเสริมให้กลุ่มเด็กและเยาวชนได้นำเสนอผลงานอย่างสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมต่างเช่น ดนตรี กีฬา ด้านอาชีพ เป็นต้น 4. ส่งเสริมสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้เข้าประกวดผลงานในด้านต่าง เช่นการประกวดร้องเพลง ประกวดความสามารถพิเศษ 6. ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จ (Key Success Factors) 1. นำหลักการการจัดตั้งชมรม TO BE NUMBER ONE บริหารจัดการชมรมภายใต้องค์ประกอบในการ ดำเนินงานของชมรม ประกอบด้วย ๓ ก.และ ๓ ย.2. ทักษะการนำเสนอการพูดในที่สาธารณะ 3. การส่งเสริมให้มีเวทีในการแสดงความสามารถอย่างสร้างสรรค์ 7. ปัญหา อุปสรรค หรือข้อจำกัดที่เกิดขึ้นในการปฏิบัติงาน และแนวทางแก้ไขให้ประสบความสำเร็จ 1) เด็กและเยาวชนที่เป็นสมาชิกบางคนยังไม่กล้าพูดกล้าแสดงความคิดเห็นแต่เป็นส่วนน้อย 2) ครูกระตุ้นผู้เรียนด้วยการชื่นชมและฝึกให้นำเสนอและเข้าร่วมกิจกรรมบ่อยๆ ให้ผู้เรียนมั่นใจมากขึ้น 8. ข้อเสนอแนะวิธีปฏิบัติงานที่จะทำให้ดียิ่งขึ้น นำข้อเสนอแนะและปัญหาที่พบระหว่างดำเนินงาน มาปรับปรุงพัฒนา ให้ดียิ่งขึ้น 9. การเผยแพร่ ได้ผลงานเผยแพร่ผลงาน ผ่านเพจ กศน.อำเภอเมืองพิจิตร และเพจ ชมรม TO BE NUMBER ONE ใน ชุมชนตำบลในเมือง 190


BEST PRACTICE 2566 | 10. ภาพประกอบ ใช้กิจกรรมดนตรี กีฬา การแสดงออกทางความสามารถพิเศษ ที่นักศึกษาสนใจ เป็นสื่อให้ผู้เรียนได้กล้าคิด กล้าแสดงออก มีการเข้าร่วมรับการอบรมเพื่อเป็นพัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ 191


BEST PRACTICE 2566 | 1.ชื่อผลงาน กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อรักษามาตรฐานผู้ผ่านเกณฑ์การวัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ด้วยรูปแบบ SAKLEK MODEL 2.ความเป็นมาและความสำคัญ การจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 มุ่งเน้นการจัดการเรียนรู้ตามปรัชญา "คิดเป็น" และยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ผู้เรียนแต่ละคนมีธรรมชาติที่แตกต่างกัน ทั้งด้านวัย วุฒิภาวะ ความถนัด ความสนใจ วิธีการเรียนรู้ ตลอดจนมี การดำเนินชีวิตและสิ่งแวดล้อมที่แตกต่างกัน ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน ดังนั้นการจัดการเรียนรู้จึงต้อง ยืดผู้เรียนเป็นสำคัญเพื่อส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนเอง ตามธรรมชาติ เต็มตามศักยภาพที่ มีอยู่ และเรียนรู้อย่างมีความสุข หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 กำหนดให้สถานศึกษา ดำเนินการจัดการศึกษาทั้ง 3 ระดับ คือ ระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งนักศึกษาทุกคนที่จะจบหลักสูตรได้นั้น ต้องผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ตามเกณฑ์ดังนี้ 1. ผ่านเกณฑ์การประเมินการเรียนรู้รายวิชาในแต่ละระดับการศึกษา ตามโครงสร้างหลักสูตร 2. ผ่านการประเมินกิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.) ไม่น้อยกว่า 200 ชั่วโมง 3. ผ่านการประเมินคุณธรรม ในระดับพอใช้ขึ้นไป 4. เข้ารับการประเมินคุณภาพการศึกษานอกระบบระดับชาติ (N-NET) ด้วยเหตุนี้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสากเหล็ก จึงส่งเสริมให้ผู้เรียน ได้พัฒนาความรู้ ความสามารถของตนเองเพื่อผ่านเกณฑ์การจบหลักสูตรตามโครงสร้างที่กำหนด และ ดำเนินการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องจึงส่งผลให้ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา ตามอัธยาศัยอำเภอสากเหล็ก มีร้อยละผู้สอบผ่านเกณฑ์วัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียนอยู่ในระดับสูงมาอย่าง ต่อเนื่องทุกภาคเรียน และเพื่อรักษามาตรฐานของผลงานดังกล่าว ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตาม อัธยาศัยอำเภอสากเหล็ก จึงนำรูปแบบกระบวนการ SAKLEK MODEL ที่สังเคราะห์ขึ้นโดยอาศัยแนวคิดทฤษฎี ที่เกี่ยวกับการจัดกระบวนการเรียนรู้ประกอบกับบริบทของพื้นที่ มาใช้เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัด กระบวนการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน และและจากการดำเนินการตามรูปแบบกระบวนการ SAKLEK MODEL จึง ส่งผลให้ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสากเหล็ก มีร้อยละผู้สอบผ่านเกณฑ์วัด ผลสัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา กระบวนการจัดการเรียนรู้ เพื่อรักษามาตรฐานผู้ผ่านเกณฑ์การวัดผล สัมฤทธิ์ปลายภาคเรียน ด้วยรูปแบบ SAKLEK MODEL สกร.อำเภอสากเหล็ก สกร.จังหวัดพิจิตร 192


BEST PRACTICE 2566 | ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ที่ร้อยละ 97.25 และสามารถพัฒนาเพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ พระราชบัญญัติส่งเสริมการเรียนรู้ พุทธศักราช 2566 ได้ แนวคิดเชิงระบบ (Input-Process-Output) Input (ปัจจัยป้อน) (3) Process (กระบวนการ) (2) Output (ผลผลิต) (1) - ผู้บริหารให้ความสำคัญกับ การพัฒนารูปแบบการจัด กระบวนการเรียนรู้ เพื่อพัฒนา ศักยภ าพข องผ ู้เ รีย น ต า ม ความสามารถของแต่ละบุคคล - ครูมีความใฝ่รู้ และพัฒนา ตนเองอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ เกิดทักษะและประสบการณ์ สามารถนำมาถ่ายทอดให้กับ ผู้เรียน และพัฒนารูปแบบการ จัดการเรียนรู้อยู่เสมอ - ไ ด ้ ร ั บ ก า ร ส น ั บ ส นุ น งบประมาณจากสำนักงาน กศน. จังหวัดพิจิตร เพื่อใช้ในการจัด กิจกรรมการเรียนรู้ให้แก่ผู้เรียน - ได้รับการสนับสนุนสื่อการ เรียนรู้จากสำนักงาน กศน. จังหวัดพิจิตร และภาคีเครือข่าย - การบริหารจัดการที่ดี ของ กศน.อำเภอสากเหล็ก ทั้งในด้าน ก า ร ท ำ ง า น เ ป ็ น ท ี ม แ ล ะ วัฒนธรรมองค์กรที่ดี ศูนย์การศึกษานอกระบบและ การศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสาก เหล็ก ได้นำกระบวนการจัดการ เรียนรู้ ด้วยรูปแบบ SAKLEK MODEL ซึ่งเป็นวิธีการปฏิบัติที่ สังเคราะห์ขึ้น โดยอาศัยแนวคิด ท ฤ ษ ฎ ี ท ี ่ เ ก ี ่ ย ว ก ั บ ก า ร จั ด กระบวนการเรียนรู้ มาประยุกต์ เข้ากับชื่อของ กศน.อำเภอ และ นำมาใช้ในการจัดกระบวนการ เรียนรู้ และส่งเสริมให้ผู้เรียนได้ เกิดการเรียนรู้เพื่อนำไปสู่การผ่าน เกณฑ์วัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค เรียน ดังนี้ Saklek Model S : Statistic ผู้บริหารและคณะ ครูได้ร่วมกันศึกษาสถิติจำนวน ผู้สอบผ่านเกณฑ์วัดผลสัมฤทธิ์ ปลายภาคเรียนในทุกๆภาคเรียน เพื่อวางแผนร่วมกันในการพัฒนา ผู้เรียนในภาคเรียนต่อไป A : Attitude กศน.อำเภอสาก เหล็ก ได้ส่งเสริมและพัฒนาครูให้ มีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้ และ กระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้วย รูปแบบ SAKLEK MODEL เป็น วิธีการปฏิบัติที่สังเคราะห์ขึ้น โดย อาศัยแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวกับการ จัดกระบว นก าร เรี ยน รู้ มา ประยุกต์เข้ากับชื่อของ กศน. อ ำ เ ภ อ จ ึ ง ท ำ ใ ห ้ เ ก ิ ด เ ป็ น เอกลักษณ์ และจากการนำ รูปแบบดังกล่าวมาใช้ยังส่งผลต่อ การเรียนรู้ที่ดีของผู้เรียน ทำให้ ผู้เรียนได้รับความรู้และเกิดการ พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพจน นำไปสู่จำนวนของผู้สอบผ่าน เกณฑ์วัดผลสัมฤทธิ์ปลายภาค เรียน ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2565 หลักสูตรการศึกษานอก ระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 อยู่ในระดับสูง ที่ร้อยละ 97.25 193


BEST PRACTICE 2566 | เพิ่มพูนทักษะให้กับผู้เรียน ผ่าน โครงการพัฒนาบุคลากร K : Knowledge จากการส่งเสริม และพัฒนาครูให้มีเจตคติที่ดีต่อ การเรียนรู้ และเพิ่มพูนทักษะ ให้กับผู้เรียน ทำให้ครูมีความใฝ่รู้ มีการพัฒนาทักษะทางด้านต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อนำความรู้และ ทักษะที่ได้ ไปใช้ให้เกิดประโยชน์ สูงสุดกับผู้เรียน Input (ปัจจัยป้อน) (3) Process (กระบวนการ) (2) Output (ผลผลิต) (1) L : Lecture ครูนำความรู้ที่ได้จาก การพัฒนา ศึกษาหาความรู้ และ การพัฒนาทักษะด้านต่างๆ มา บอกกล่าว บรรยายจัดหา จัดทำ สื่อ และเผยแพร่ ให้แก่ผู้เรียน E : Emotional นอกจา ก ก า ร ถ่ายทอดความรู้ให้แก่ผู้เรียน ครูยัง ต้องมีความฉลาดทางด้านอารมณ์ มีมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อผู้เรียน เพื่อให้ผู้เรียนร่วมมือในการทำ กิจกรรมต่างๆ K : Kind ครูมีความเห็นอกเห็นใจ ผู้เรียน คอยดูแลให้ความช่วยเหลือ ผู้เรียน โดย กศน.อำเภอสากเหล็ก ได้ดำเนินการตามระบบดูแล ช่วยเหลือผู้เรียน และมีการติดตาม เยี่ยมบ้านผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอทุก ภาคเรียน 194


Click to View FlipBook Version