142
แบบฝึกหัดมี ร้อยละ 85.00 และมีคะแนนจากการทำแบบทดสอบ ร้อยละ 84.28 ซึ่งสามารถสรุปได้
ว่า ผลสัมฤทธิ์ของคู่มือการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจดั การแบบมีส่วนร่วม วิทยาลยั เทคนคิ
ราชสิทธาราม ด้านทฤษฎีมีประสิทธิภาพ E1/E2 = 85.00/84.28 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ
80/80 และมคี ะแนนเฉลี่ยด้านการปฏบิ ตั ริ ้อยละ 78.78 ซ่งึ สูงกว่าเกณฑ์ท่ีกำหนดไว้คือ ร้อยละ 75
2) ผลการประเมนิ การนำคมู่ ือการดแู ลผู้เรยี นในสถานศกึ ษาด้วยการจัดการแบบมีส่วน
ร่วม วทิ ยาลยั เทคนคิ ราชสิทธารามไปใช้ ผลการประเมินดงั ตารางท่ี 4-23
ผู้วิจัยได้ดำเนินการฝึกอบรมการใช้คู่มือการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมี
ส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ในวันที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2565 ณ วิทยาลัยเทคนิคราช
สิทธาราม กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว และครูปกครอง
จำนวน 15 คน เพื่อตรวจสอบประสิทธิภาพจากผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรฝึกอบรมการใช้คู่มือการ
ดูแลผูเ้ รยี นในสถานศึกษาดว้ ยการจดั การแบบมสี ่วนรว่ ม วทิ ยาลยั เทคนคิ ราชสทิ ธาราม มีการทดสอบ
ก่อนการฝึกอบรม ลักษณะแบบทดสอบก่อนการฝึกอบรมเป็นแบบเลือกตอบเก่ียวกับระบบการดูแล
ผู้เรียนในสถานศึกษาแบบ 4 ตัวเลือก ระหว่างการฝึกอบรมเป็นแบบฝึกหัดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
วิเคราะห์สภาพการดำเนินงานระบบการดูแลผู้เรียนทั้ง 5 ขั้นตอน และแก้ไขปัญหาโดยใช้วิธีและ
ความรู้ที่ได้รับในการฝึกอบรม และ การทดสอบหลังการฝึกอบรม ลักษณะแบบทดสอบหลังการ
ฝึกอบรมเป็นแบบเลือกตอบเกี่ยวกับระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาแบบ 4 ตัวเลือก ทั้ง
ภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ
ตารางท่ี 4-23 แสดงผลการประเมินการนำหลักสูตรฝึกอบรมการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา
ด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม สงั กดั สำนกั งานคณะกรรมการการอาชวี ศกึ ษาไปใช้
รายการ จำนวน คะแนนรวม คะแนน คะแนนเตม็ รอ้ ยละ
เฉล่ีย
คะแนนทำแบบฝกึ หัด 15 404 51.00 32 84.16
คะแนนทำแบบทดสอบ 15 440 55.00 35 83.81
คะแนนปฏบิ ัติ 15 519 64.90 44 78.63
จากตารางที่ 4-23 แสดงผลสัมฤทธิ์ของการนำหลักสูตรฝึกอบรมการใช้คู่มือการดูแล
ผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ไปใช้ มีคะแนน
143
จากการทำแบบฝึกหัดท้ายบทเรียน ร้อยละ 84.16 และมีคะแนนจากการทำแบบทดสอบหลังฝึกอบรม
ร้อยละ 83.81 สรุปได้ว่า ประสิทธิภาพของคู่มือการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมี
ส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ด้านทฤษฎีมีประสิทธิภาพ E1/E2 = 84.16/83.81 ซึ่งสูงกวา่
เกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80 และมีคะแนนเฉลี่ยด้านการปฏิบัติ ร้อยละ 78.63 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ท่ี
กำหนดไวค้ ือร้อยละ 75 3) ผลการประเมินความพึงพอใจคู่มือการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วย
การจัดการแบบมสี ว่ นร่วม วิทยาลัยเทคนคิ ราชสิทธาราม ผลการประเมินดังตารางที่ 4-24
ผู้เข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 15 คน ส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 10 คน
(คิดเป็นร้อยละ 66.67) เมื่อพิจารณาอายุ พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีช่วงอายุ 31- 40 ปี
จำนวน 14 คน (คิดเป็นร้อยละ 93.33) เมื่อพิจารณาระดับการศึกษา พบว่า ผู้เข้าร่วมฝึกอบรมส่วน
ใหญม่ ีระดับการศึกษาระดับปรญิ ญาตรี จำนวน 13 คน (คดิ เปน็ รอ้ ยละ 86.67) เมื่อพิจารณาตำแหน่ง
พบว่า ผู้เข้ารับการฝกึ อบรมส่วนใหญ่เปน็ ครูที่ปรึกษา และครูปกครอง จำนวน 5 คน (คิดเป็นร้อยละ
33.33) เมื่อพิจารณาประสบการณ์ทำงานในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการ
อาชีวศึกษา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีประสบการณ์ทำงานมากกว่า 5 ปี ขึ้นไป จำนวน
13 คน (คิดเป็นร้อยละ 86.67) เมื่อพิจารณาปัจจุบันมีผู้เรียนในที่ปรกึ ษา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ส่วนใหญ่มีผเู้ รยี นในท่ีปรึกษา ระหวา่ ง 20-10 คน จำนวน 10 คน (คดิ เปน็ ร้อยละ 66.67 )
ตารางที่ 4-24 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจหลักสูตรฝึกอบรมการใช้คู่มือการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษาด้วยการจดั การแบบมีสว่ นร่วม วทิ ยาลัยเทคนิคราชสทิ ธาราม
การอาชีวศกึ ษา ตามความคิดเห็นของผู้เขา้ รับการฝึกอบรม (n=15)
ขอ้ รายการ S.D. ระดบั ความ
พึงพอใจ
1. หวั ขอ้ การฝกึ อบรมมีความน่าสนใจและเหมาะสม 4.93 0.25 มากทส่ี ดุ
มากที่สุด
2. เนอื้ หาการฝึกอบรมแตล่ ะหัวขอ้ เรื่องมีความเหมาะสม 4.93 0.25 มากทสี่ ุด
มากทส่ี ุด
3. เนือ้ หาการฝึกอบรมสอดคล้องกบั หวั ขอ้ การฝึกอบรม 5.00 0.00 มากทสี่ ดุ
มากที่สดุ
4. วิทยากรมคี วามรอบรใู้ นเน้ือหาการฝกึ อบรม 4.87 0.34
5. วิทยากรอธิบายเน้ือหาชัดเจน ตามลำดับเน้ือหา 4.73 0.44
6. วทิ ยากรเปดิ โอกาสให้ผู้เข้าอบรมสอบถามและตอบปญั หา 4.93 0.25
144
ขอ้ คำถามได้ชดั เจน 4.87 0.34 มากที่สดุ
7. เอกสารประกอบการฝึกอบรมอ่านเข้าใจงา่ ย 4.93 0.25 มากทส่ี ุด
8. สอื่ ที่ใชใ้ นการฝกึ อบรมมีความเหมาะสมกบั เนือ้ หา 5.00 0.00 มากทีส่ ดุ
9. โสตทัศนปู กรณ์มคี วามครบถ้วนสมบรู ณ์สะดวก 5.00 0.00 มากที่สุด
4.93 0.25 มากที่สุด
ในการ ใช้งาน 5.00 0.00 มากทส่ี ุด
10 บรรยากาศในการจัดฝึกอบรม 4.80 0.40 มากที่สดุ
11. การอำนวยความสะดวกของเจา้ หน้าท่ี
12. ระยะเวลาทใ่ี ช้ในการฝกึ อบรมมีความเหมาะสม 4.73 0.44 มากทส่ี ุด
13. แบบทดสอบ แบบฝึกหดั และใบงานในแต่ละหวั ขอ้ เร่ือง
4.87 0.34 มากทส่ี ดุ
ชว่ ยเพ่มิ ความรู้และทกั ษะมากขึ้น 4.90 0.30 มากท่ีสุด
14. หลงั จากได้รับการอบรมผู้เขา้ รบั การอบรมได้ความร้แู ละ
ทักษะในการดูแลผเู้ รียนในสถานศกึ ษาเพิ่มมากขน้ึ
15. หลังจากได้รบั การอบรมสามารถนำความร้แู ละทักษะ
ไปใช้ประโยชน์ในการดูแลผ้เู รียนในสถานศึกษาไดจ้ ริง
เฉลีย่ รวม
จากตารางที่ 4-24 พบว่า แสดงผลการประเมินความพึงพอใจหลักสูตรฝึกอบรมการใช้คู่มือ
การดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม
อาชวี ศึกษา พบว่า ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากทสี่ ุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่ามี
ระดับความพงึ พอใจอยใู่ นระดับมากท่ีสดุ ทุกรายการ
4.2.3.3 ผลการประเมนิ หลังการฝกึ อบรม
1) การติดตามผลหลักสูตรฝึกอบรมการใช้คู่มือการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วย
การจดั การแบบมสี ว่ นร่วม วทิ ยาลัยเทคนคิ ราชสทิ ธาราม (Follow up)
1.1) ผลการนำระบบการดแู ลผู้เรียนไปใช้ โดยการสัมภาษณ์ผู้ผา่ นการอบรมการ
ใช้คู่มอื การดูแลผ้เู รียนในสถานศึกษาดว้ ยการจัดการแบบมีส่วนรว่ ม วิทยาลัยเทคนคิ ราชสิทธาราม ท่ี
ได้นำความรู้จากการอบรมมาใช้ในการพัฒนาระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา ตามขั้นตอนของ
ระบบการดแู ลผูเ้ รียนในสถานศกึ ษา
145
1. ข้นั ตอนการรู้จกั ผเู้ รยี นเป็นรายบคุ คล
“เอกสาร แบบฟอร์มมีประโยชน์อย่างมากในการนำมาปรับใช้กับ
บริบทของสถานศึกษา และไดแ้ นวทางท่ีเปน็ ระบบมาใชใ้ นการดแู ลผูเ้ รียนในทปี่ รกึ ษา”
“มีการประชุมชแี้ จงครทู ่ีปรกึ ษาทุกทา่ นให้มีการบันทึกขอ้ มูลมลู ผู้เรียน
เป็นรายบุคคลในทีป่ รกึ ษาของตนเองโดยใช้แบบบนั ทึกของระบบการดแู ลผเู้ รยี นในสถานศกึ ษา”
“มกี ารทำรายงานของครทู ป่ี รกึ ษาเกยี่ วกบั ทะเบียนประวัตผิ เู้ รียน
รายบคุ คลเสนอผู้บริหารรบั ทราบข้อมลู ”
“นำวิธีการที่หลากหลายในการรู้จักผู้เรียนรายบุคคลมาใช้ใน
สถานศึกษาเพื่อใหไ้ ด้ขอ้ มูลของนักเรียนทีส่ มบูรณ์มากย่ิงข้นึ ”
“มีการสังเกตพฤติกรรมและนำแบบฟอร์มจากระบบการดูแลผเู้ รยี นมา
ใช้เพอื่ บนั ทกึ พฤติกรรมผ้เู รียนรายบุคคล”
“การศึกษาและจัดเกบ็ รวบรวมข้อมูลพืน้ ฐานรายบคุ คลเปน็ ระบบมาก
ข้ึน”
“การรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคลจำเป็นต้องใช้วิธีการที่หลากหลาย
เพอ่ื ใหไ้ ด้ข้อมลู ของผู้เรียนอยา่ งรอบดา้ น เพอื่ นำมาใช้ในการคดั กรองผู้เรียน”
“นำมาปฏิบัติได้ทันทีและต่อยอดวิธีการเดิมที่ทำอยู่แล้ว เช่น การ
จัดเก็บขอ้ มลู ผ้เู รียนลงในระบบฐานคอมพิวเตอร”์
“มีการดำเนินการเชิงรุกมากขึ้น เช่น การติดตามนักเรียนกรณีขาด
เรียน หรือหนเี รยี นในทกุ รายวิชา โดยประสานงานกับครูผูส้ อนในทุกสาขาวชิ า”
2. ขน้ั ตอนการคดั กรองผ้เู รยี น
“การแบ่งกลุ่มผู้เรียนในการคัดกรองผู้เรียน ได้นำมาใช้ในการแบ่งกลุ่มผู้เรียนของ
สถานศึกษาเนื่องจากเป็นคำทีเ่ ป็นกลางไม่กระทบกระเทือนจิตใจอันจะนำไปสู่การมอี คติของนักเรียน
เชน่ เดมิ เป็นกลุ่มเสยี่ ง เปลยี่ นเป็นกลมุ่ ใกล้ชิด”
“ผูเ้ รียนอยูใ่ นส่ิงแวดล้อมแตกต่างมีพน้ื ฐานของแตบ่ ุคคลท่ีแตกต่างกัน การจึงมีการแบ่ง
ผู้เรียนอย่างชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาในแต่ละกลุ่มให้เหมาะสม แบ่งเป็นกลุ่มไว้ใจ (ปกติ) กลุ่มห่วงใย
(เสยี่ ง) และกลุม่ ใกลช้ ดิ (มีปญั หา)”
146
“ทำให้การดูแลนักเรียนของสถานศึกษามีรายละเอียดและวิธีการที่สมบูรณ์มากยิ่งข้ึน
ทำให้การคดั กรองนกั เรยี นในแต่ละกลุม่ ตรงกับความเปน็ จริง”
“สถานศึกษานำวิธีการและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการคัดกรองผู้เรียนและนำระบบการ
จัดทำข้อมูลมาใช้ในการคดั กรองของผเู้ รียนของสถานศึกษา”
“สถานศึกษานำวิธีการและหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในการคัดกรองผู้เรียนและนำระบบการ
จัดทำขอ้ มูลมาใช้ในการคัดกรองของผเู้ รียนของสถานศึกษา”
“ประสานงานกบั หนว่ ยงานท่ีรับผิดชอบเกี่ยวกับการดูแลผู้เรียนจัดทำแบบฟอรม์ บันทึก
พฤตกิ รรมของนกั เรยี นเพื่อใชใ้ นการบันทึกขอ้ มูล”
“ได้นำความรู้การแบ่งกลุ่มผู้เรยี นมาใช้ทำให้รู้จักข้อมูลพ้ืนฐานผู้เรียนรายบุคคล ซึ่งเปน็
แนวทางให้ครทู ีป่ รกึ ษาสามารถใหค้ ำปรึกษาได้หรอื จำเปน็ ต้องส่งต่อไปยัง ผูเ้ ชยี่ วชาญ”
“เกณฑ์การคัดกรองผู้เรียนสามารถนำข้อมูลต่างๆพิจารณาวิเคราะห์เพื่อแบ่งผู้เรียน
ออกเป็นกลุ่มต่างๆ เพื่อกำหนดการส่งเสริมพัฒนา ป้องกัน ช่วยเหลือแก้ไข ให้เหมาะสมกับ
สภาพการณข์ องแตล่ ะกลุม่ ”
“สามารถดำเนินการคัดกรองนักเรียนในที่ปรึกษาได้ทันทีพร้อมแยกแยะผู้เรียนตาม
สภาวะทีผ่ ูเ้ รียนเปน็ อยู”่
3. ขน้ั ตอนการส่งเสริมและพฒั นาผู้เรียน
“ได้นำแนวทางการส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนมาใช้ในกลุ่มเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากกลุ่ม
เสย่ี งเป็นกล่มุ ทีส่ ง่ เสริมและพฒั นาไปในทางทด่ี ขี ึ้น”
“มีการอบรมให้ความรู้กับนักเรียนเกี่ยวกับระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา เพื่อจัด
กิจกรรมในการส่งเสรมิ และพัฒนานกั เรยี น”
“สถานศึกษามีการจัดกิจกรรมที่หลากหลายเพิ่มขึ้นเพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียนทั้ง
ดา้ นวชิ าการ วชิ าชพี ดา้ นคณุ ธรรม จรยิ ธรรม”
“มีกิจกรรมที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น ไม่ยึดติดกับกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนแบบเดิมๆท้ัง
ด้านความรู้ ทักษะฝมี ือ ทกั ษะทางสังคม คุณธรรม จริยธรรม”
“ดำเนินกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนอย่างสม่ำเสมอ มีการประเมินกิจกรรมอย่างต่อเนือ่ งเนน้
กจิ กรรมท่ีสรา้ งสรรค์และเปดิ โอกาสใหเ้ ดก็ ทกุ คนได้ทำกิจกรรม”
4. ขนั้ ตอนการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา
147
“การจัดกิจกรรมเชิงบวกของระบบนำมาเป็นแนวทางการป้องกันแก้ไขปัญหาต่างๆ มี
การเอาใจใสแ่ ละใหค้ วามใกล้ชิดกบั นักเรียนท่ีปรึกษามากขนึ้ เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะเกดิ ได้”
“ครูที่ปรึกษา ครูแนะแนว ครูปกครอง ผู้ปกครอง และนักเรียนมีการประสานงาน
พดู คยุ กัน และร่วมกนั แก้ปญั หามากขนึ้ ”
“สถานศึกษามีระบบการป้องกันและช่วยเหลือผู้เรียนเพิ่มขึ้น โดยเริ่มจากครูที่ปรึกษา
ของแต่ละชั้นปี แต่ละสาขาให้ความดูแล คอยให้คำปรึกษาแก่ผู้เรียน หากมีปัญหามากที่จะแก้ไขโดย
พบผู้ปกครองเพอ่ื ขอความคิดเห็นและรว่ มกนั แก้ไขปัญหา”
“สนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องได้มีการทำกิจกรรมเพื่อผ่อนคลายผู้เรียนให้เป็นรูปธรรมและ
เปน็ ประจำ”
“มีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ในกระบวนการป้องกันปัญหาที่จะเกิดกับนักเรียนโดยมี
หนว่ ยงานภายนอกเขา้ มามีส่วนร่วมในหลายด้าน”
“ครูทีป่ รึกษาสามารถปอ้ งกันและรแู้ นวทางทจ่ี ะแก้ปัญหาให้กบั ผเู้ รยี นได้”
“ใหค้ วามรเู้ กีย่ วกบั จิตวิทยาเด็กให้กับคุณครูเพ่ือดูแลผู้เรยี น พูดโน้มน้าวนักเรียนที่
มพี ฤตกิ รรมเสีย่ งและมปี ัญหา”
“ครูผู้สอนสอดแทรกและบูรณาการกิจกรรมสร้างสรรค์และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดี
ให้กับนักเรียน”
5. ขน้ั ตอนการส่งต่อ
“นำกระบวนการและแนวทางในการส่งต่อผู้เรียนมาใช้ในสถานศึกษาโดยการส่ง
ตอ่ ไปยงั ผูเ้ ชย่ี วชาญเฉพาะด้าน”
“มีการแบ่งหน้าที่รับผิดชอบให้ชัดเจนเพื่อสถานศึกษามีการแก้ไขปัญหาที่ง่ายข้ึน
หากปญั หาน้ันตอ้ งส่งตอ่ ไปภายนอกจะไดช้ ่วยแก้ไขปญั หาไดต้ รงกับปญั หาที่เกดิ ขึน้ ”
“แบบบนั ทึกการส่งต่อผเู้ รียนเปน็ แบบฟอร์มทเ่ี ข้าใจง่าย กระชับ ไม่ซับซ้อนในการ
กรองข้อมูลที่เก่ียวกบั ปัญหาของผ้เู รียนในการสง่ ตอ่ ทัง้ ภายในและภายนอกสถานศึกษา”
“มีระบบการส่งต่อผู้เรียนกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยไม่ให้กระทบต่อผู้เรียนใน
ดา้ นจิตใจให้นอ้ ยทีส่ ดุ และสง่ ผลกระทบในทางลบน้อยทสี่ ดุ ตลอดจนสามารถกลับมาเรียนได้ปกติ”
148
1.2) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา ครู
ปกครอง และครูแนะแนว ที่เข้ารับการฝึกอบรมการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการ
จัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 15 คน ผลการ
ประเมินดังตารางที่ 4-25
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 10 คน (คิดเป็นร้อยละ
66.67) เมื่อพิจารณาตำแหน่ง พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นครูที่ปรึกษา และครูปกครอง
จำนวน 5 คน (คิดเป็นร้อยละ 33.33) เมื่อพิจารณาประสบการณ์ทำงานในตำแหน่งท่ีรับผิดขอบ พบว่า
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่รับผิดชอบงานระหว่าง 5-10 ปีจำนวน 10 คน (คิดเป็นร้อยละ 66.67)
เมื่อพิจารณาปัจจุบันมีผู้เรียนในที่ปรึกษา พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมส่วนใหญ่มีผู้เรียนในที่ปรึกษา
ระหว่าง 20-29 คน จำนวน 10 คน (คิดเปน็ รอ้ ยละ 66.67 )
ตารางท่ี 4-25 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของ ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา
ครูแนะแนว และครูปกครองท่ีนำระบบการดแู ลผู้เรยี นในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมสี ว่ นรว่ ม วิทยาลยั เทคนิคราชสิทธาราม ไปใช้ (n = 15)
ข้อที่ รายการ S.D. ระดับความ
พึงพอใจ
1. ใช้เทคนิคกระบวนการเรยี นรูแ้ บบมีส่วนรว่ มในการดแู ล 4.73 0.44 มากทส่ี ุด
ระบบผูเ้ รียน 4.60 0.49 มากทีส่ ดุ
2. จดั ทำปฎิทนิ ระบบดูแลผู้เรยี นไดส้ อดคลอ้ งกับงานอนื่
3. นำแบบประเมนิ มาใช้ในระบบดแู ลผูเ้ รยี นของสถานศึกษา 4.73 0.44 มากที่สุด
4. ประโยชนข์ องข้ันตอนการร้จู ักผเู้ รยี นรายบคุ คล 4.60 0.49 มากที่สุด
5. ประโยชน์ของขั้นตอนการคัดกรองผ้เู รียน 4.47 0.50 มาก
6. ประโยชนข์ องข้ันตอนการส่งเสริมและพฒั นา 4.53 0.50 มากทส่ี ุด
7. ประโยชน์ของข้ันตอนแก้ไขและป้องกนั ปัญหา 4.87 0.34 มากทส่ี ดุ
8. ประโยชน์ของขั้นตอนการส่องต่อ 4.60 0.49 มากทสี่ ุด
9. มีการนำความรู้ ที่ไดร้ ับจากกการฝึกอบรมไปประยุกตใ์ ช้ 4.60 0.49 มากทส่ี ุด
ในการกับการจดั การดแู ลผเู้ รียนแบบมสี ่วนร่วม
10. ภาพรวมหลงั จากผ่านการฝึกอบรมสง่ ผลใหม้ รี ะบบดูแล 4.44 0.50 มาก
ผเู้ รยี นเข้มแขง็ มากข้ึน
รวมเฉลีย่ 149
4.61 0.49 มากทส่ี ุด
จากตารางที่ 4-25 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่
ปรึกษา ครูแนะแนว และครูปกครอง พบวา่ ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากท่ีสุด และ
เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่า มีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด 8 รายการ ส่วนมีความ
พึงพอใจอยู่ในระดับมาก 2 รายการ
1.3) ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษา ด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ท่ี
สถานศึกษาไดน้ ำระบบมาใช้ มผี ลดงั ตารางที่ 4-26
ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นเพศชาย จำนวน 68 คน (คิดเป็นร้อยละ 75.56)
เมื่อพิจารณาอายุ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีอายุช่วง 15 - 20 ปี (คิดเป็นร้อยละ 81.18)
เมื่อพิจารณาระดับการศึกษา พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่ศึกษาอยู่ในระดับประกาศนียบัตร
วิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) จำนวน 50 คน (คิดเป็นร้อยละ 55.56) เมื่อพิจารณาสาขาวิชาที่เรียน ผู้วิจัยได้
เก็บข้อมูลทุกสาขาวิชาเท่ากัน จำนวน 10 คน (คิดเป็นร้อยละ 11.11 ) เมื่อพิจารณาเคยได้รับการ
อบรมเกี่ยวกับระบบดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาหรือไม่ พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เคยได้รับ
การอบรมเก่ยี วกบั ระบบการดแู ลผู้เรยี นในสถานศกึ ษาทุกคน (คิดเปน็ รอ้ ยละ 100)
ตารางที่ 4-26 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศกึ ษาดว้ ยการจดั การแบบมีส่วนรว่ ม วิทยาลัยเทคนคิ ราชสิทธารามท่สี ถานศกึ ษาไดน้ ำระบบมา
ใช้ (n =90)
ขอ้ รายการ S.D. ระดบั ความ
พงึ พอใจ
1. ผ้เู รยี นมีสว่ นรว่ มในการวางแผนดำเนินการรว่ ม 4.69 0.49 มากที่สุด
2. ผเู้ รยี นมีสว่ นร่วมในการเลือกกิจกรรมเพื่อพัฒนาผเู้ รียน 4.63 0.57 มากท่สี ุด
3. ผเู้ รียนสามารถปรับเปล่ียนพฤติกรรมความเส่ยี งของ 4.63 0.57 มากท่ีสดุ
ตนเองให้ดีขึน้
150
4. เมอื่ เกดิ ปัญหา ครูสามารถแก้ไขปัญหาของผู้เรยี นใน 4.60 0.59 มากที่สุด
เบื้องต้นไดด้ ีย่ิงขึ้น มาก
5. ได้รบั การเอาใจใส่ สง่ เสริม สนบั สนนุ ในด้านตา่ งๆจากครู 4.49 0.75 มากที่สุด
ที่ปรกึ ษามากข้นึ มากทสี่ ุด
6. ผเู้ รยี นและครูมีความสัมพันธ์ใกล้ชดิ มากข้ึน 4.64 0.59 มากที่สุด
7. ผเู้ รยี นไดช้ ่วยเหลือเพ่ือน ตามระบบการดูแลผูเ้ รยี นใน 4.67 0.49 มากทส่ี ุด
สถานศกึ ษา
มากทีส่ ดุ
8. ผู้เรยี นไดร้ ับความช่วยเหลือ แก้ไขปัญหาจากครูท่ีปรกึ ษา 4.64 0.59 มากที่สดุ
มากยิ่งข้ึน
9. ประโยชนท์ ี่ผ้เู รียนได้รับจากระบบการดูแลผ้เู รียนใน 4.63 0.59
สถานศึกษา
10 ครู ผ้ปู กครอง และผู้เรียนมคี วามเขา้ ใจ ร่วมมือกันดูแล 4.64 0.52
ผู้เรียนมากข้ึน
เฉลยี่ รวม 4.59 0.61
จากตารางที่ 4-26 แสดงผลการประเมินความพึงพอใจของผู้เรียนที่มีต่อระบบการดูแล
ผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ที่สถานศึกษาได้
นำมาใช้ พบว่า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด และเมื่อพิจารณารายข้อ พบว่า ผู้เรียนมีความ
พงึ พอใจอย่ใู นระดบั มากทส่ี ุด จำนวน 9 รายการ และผเู้ รยี นมีความพึงพอใจอย่ใู นระดับมาก จำนวน
1 รายการ
151
บทที่ 5
สรปุ ผล อภิปรายผลการวิจัย
การวิจัยครัง้ นีม้ วี ตั ถุประสงค์ 1.) เพ่ือศกึ ษาสภาพปัญหาระบบการดแู ลผูเ้ รยี นในสถานศึกษาด้วย
การจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม 2.) เพื่อพัฒนารูปแบบและคู่มือระบบการ
ดูแลผเู้ รยี นในสถานศกึ ษาดว้ ยการจัดการแบบมีส่วนรว่ ม วทิ ยาลยั เทคนคิ ราชสิทธาราม ให้เปน็ รูปธรรม
มีระบบระเบียบ มีวิธีการดำเนินการเป็นขั้นตอน มีความเหมาะสมสามารถใช้เป็นคู่มือมาตรฐานการ
ปฏิบัติงานได้ 3.) เพื่อประเมินผลรูปแบบ ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมี
ส่วนร่วม วทิ ยาลยั เทคนคิ ราชสิทธาราม ซึ่งผู้วิจัยไดศ้ กึ ษารวบรวมขอ้ มลู อย่างมรี ะบบทงั้ เชงิ ปรมิ าณและ
เชิงคณุ ภาพ และวิเคราะหข์ ้อมลู สรุปผลการวจิ ัย อภิปรายผล และข้อเสนอแนะดงั ตอ่ ไปนี้
5.1 สรปุ ผลการวจิ ัย
5.1.1 เพื่อศึกษาสภาพปัญหา การพัฒนา และการประเมินความเหมาะสมของระบบการดูแล
ผูเ้ รยี นในสถานศกึ ษาดว้ ยการจัดการแบบมสี ่วนร่วม วิทยาลยั เทคนิคราชสิทธาราม
ผู้วิจัยได้พัฒนาระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม
วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามขึ้นจากเอกสารงานวิจัย และความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญมีองค์ประกอบ
สำคญั 3 ขน้ั ได้แก่ ขั้นที่ 1 ปจั จัยนำเข้า (Input) ประกอบดว้ ย 1. การบริหารจดั การระบบการดูแลผู้เรียน
ในสถานศึกษา 2. การจดั การแบบมสี ่วนร่วมของผู้บริหารสถานศึกษา ครูท่ีปรกึ ษา ผ้ปู กครอง/ชุมชน และ
ผู้เรียน 3. การดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา ขั้นที่ 2 การเปลี่ยนแปลงปัจจัยนำเข้า (Transformation )
ประกอบด้วย 1. การบริหารจัดการแบบมีส่วนร่วม 2. หลักสูตรฝึกอบรม 3. ระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษา ขั้นที่ 3 ผลผลิต (Output) ได้แก่ ผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา
ผู้ปกครอง/ชุมชน ตามระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม
วิทยาลัยเทคนิคราชสทิ ธารามปรับปรงุ สว่ นต่างๆ ตามแนวทางการพัฒนา
จากการประเมินความเหมาะสมของระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า ผลการประเมินความเหมาะสม
ขององค์ประกอบระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิค
ราชสิทธารามมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินความเหมาะสมของการวิเคราะห์
ปัจจัยนำเข้า (Input) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด ผลการประเมินความเหมาะสมของการ
152
วิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงปัจจัยนำเข้า(Transformation) มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากที่สุด และผล
การประเมินความเหมาะสมของการวิเคราะห์ผลผลติ (Output) มคี วามเหมาะสมอยู่ในระดับมากทีส่ ุด
5.1.2 การพัฒนาและประเมินคู่มือการใช้ระบบการดูแลผู้เรยี นในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมสี ่วนรว่ ม วิทยาลยั เทคนคิ ราชสิทธาราม
5.1.2.1 ผลการประเมินก่อนการฝึกอบรม
การพัฒนาคู่มือการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ที่พัฒนาขึ้นประกอบด้วย 4 หัวข้อเรื่อง ได้แก่ 1.
ความสำคัญของระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา 2. การบริหารจัดการระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษา 3. แนวทางการดำเนินงานระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา และ 4. เครื่องมือแบบ
ประเมินพฤติกรรมผู้เรยี นรายบุคคล แบบบันทึกการปฏบิ ัติงานต่างๆ เกยี่ วกับระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษา และจากการประเมินความสอดคล้อง พบว่า มีความสอดคล้องทกุ องค์ประกอบ และการ
ประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้ระบบการดูแลผูเ้ รียนในสถานศกึ ษาด้วยการจัดการแบบมีส่วน
ร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม ของผู้เชี่ยวชาญ พบว่า มีความเหมาะสมอยู่ในระดับมากถึงมาก
ที่สุด
5.1.2.2 ผลการประเมินระหว่างการฝึกอบรม
การประเมินการทดลองใช้ (Try-out) คู่มือการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศกึ ษาดว้ ยการจัดการแบบมสี ว่ นรว่ ม วิทยาลัยเทคนคิ ราชสิทธาราม พบวา่ คะแนนผลสัมฤทธ์ิด้าน
ทฤษฎีเท่า 85.00/84.28 และด้านปฏิบัติเท่ากับร้อยละ 78.78 และการประเมินการใช้
(Implementation) คู่มือการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีสว่ นร่วม พบว่า
คะแนนผลสัมฤทธ์ิผลการนำคู่มือไปใช้ ด้านทฤษฎีเท่ากับ 84.61/ 83.81 และด้านปฏิบัติเท่ากับร้อยละ
78.63 และการประเมินความพึงพอใจของผู้เข้ารับการอบรมต่อคู่มือ พบว่า ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความ
พึงพอใจในภาพรวมมีความพึงพอใจมากท่สี ดุ
5.1.2.3 ผลการประเมนิ หลงั การฝึกอบรม
การติดตามผล (Follow up) จากผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา ครู
ปกครอง และครูแนะแนว มีความคิดเห็นต่อการนำระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามไปใช้ พบวา่ ในภาพรวมมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด
153
และผู้เรียนที่ได้รับการดูแลจากครูที่ปรึกษา ครูปกครอง และครูแนะแนวที่เข้ารับการฝึกอบรมและนำ
ระบบไปใชใ้ นภาพรวมมีความพงึ พอใจในระดบั มากทส่ี ุด
5.2 อภปิ รายผลการวิจัย
การพัฒนาระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิค
ราชสทิ ธาราม ไดท้ ำการศึกษาสภาพปัญหาการปฏิบตั งิ านเก่ียวกบั ระบบการดูแลผูเ้ รียนในสถานศึกษา
ที่มีการปฏิบัติงานน้อยที่สุด แล้วนำข้อมูลมาวิเคราะห์เป็นระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วย
การจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เมื่อพัฒนาระบบขึ้น ได้นำไปใช้ในการเก็บ
รวบรวมขอ้ มลู จากกลุ่มเป้าหมาย เพ่ือประเมินประสิทธภิ าพ สามารถอภิปรายผลได้ดงั น้ี
5.2.1 การพัฒนาและประเมินความเหมาะสมของระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการ
จัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธารามระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการ
จัดการแบบมีสว่ นรว่ ม วทิ ยาลยั เทคนิคราชสทิ ธาราม ที่ผู้วจิ ัยพฒั นาข้นึ ประกอบด้วย 3 ขั้น คอื 1) ข้ัน
ปัจจัยนำเข้า (Input) เป็นขั้นแรกของระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษา เป็นการศึกษาสภาพการ
ปฏิบตั งิ านเกีย่ วกบั ระบบการดูแลผู้เรยี นในสถานศึกษา และ การบรหิ ารจัดการระบบด้วยการจัดการ
แบบมีส่วนร่วม 2) ขั้นการเปลี่ยนแปลงปัจจัยนำเข้า(Transformation) เป็นขั้นของการเปลี่ยนแปลง
ปัจจัยนำเข้าของกระบวนการพัฒนาระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาโดยการฝกึ อบรมการใช้คู่มอื
การดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาให้กับผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา ครูปกครอง และครูแนะแนว
เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดทกั ษะด้านการดูแลผูเ้ รียนในสถานศึกษา 3) ขั้นผลผลิต (Output) เป็นขั้นตอน
การติดตามผลที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ผู้บริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา ผู้ปกครอง/ชุมชน จาก
องคป์ ระกอบส่งผลใหผ้ ู้ท่ีมีส่วนรว่ มในระบบการดูแลผูเ้ รียนในสถานศึกษา ไดแ้ ก่ ผูบ้ ริหารสถานศึกษา
ครูที่ปรึกษา ครูปกครอง ครูแนะแนว มี ความสามารถนำระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาที่
พัฒนาขึ้นไปใช้ในการดูแลผู้เรียนตามบริบทที่เหมาะสมกับสถานศึกษาของตนเอง โดยได้รับความ
ร่วมมือจากผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานอื่นทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษามีส่วนร่วมในการดูแล
ผูเ้ รียนมากข้ึน และเกิดทักษะในการดูแลผู้เรียนในทีป่ รึกษาใหผ้ ู้เรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะท่ีพึงประสงค์
ของสังคม และให้ผู้เรียนสามารถดูแลตนเอง สามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมี
ความสุข โดยทุกฝา่ ยที่เกี่ยวขอ้ งมีส่วนรว่ มในระบบการดูแลผูเ้ รียนในสถานศึกษา มีครูที่ปรึกษาเปน็ บุ
คลกรหลักในการดูแลผู้เรียน และประสานงานกับ ผู้มีส่วนร่วมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา
154
สอดคล้องกับแนวคิดมันทนา (2545) กล่าวว่า กระบวนการดำเนินงานช่วยเหลือนักเรียนอย่างเป็น
ระบบมีขั้นตอน ครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลกั ในการดำเนินงานโดยมสี ว่ นร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายท่ี
เก่ียวข้องท้ังภายในและภายนอกสถานศึกษา ทัง้ ผู้ปกครอง ชมุ ชน ผูบ้ รหิ ารและครทู ุกคน มวี ธิ กี ารและ
เครอ่ื งมือท่ชี ดั เจน มมี าตรฐานคณุ ภาพและ มหี ลักฐานการทำท่ตี รวจสอบได้
5.2.2 การพัฒนาและประเมินคู่มือการใช้ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการ
แบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม จากผลการประเมินคู่มือระบบการดูแลผู้เรียนใน
สถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วม วิทยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม เห็นได้ว่าคู่มือเป็นไปตาม
วัตถุประสงค์ เมื่อตรวจสอบทั้งด้านความรู้และทักษะการนำไปใช้ กระบวนการและวิธีการของ
หลักสูตรฝึกอบรมส่งผลให้ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นักเรียน มีการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีข้ึ น
ความสามารถนำระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาที่ได้เข้าร่วมฝึกอบรม ไปปรับใช้ในการพัฒนา
ระบบการดูแลผู้เรียนของสถานศึกษา ตามบริบทที่เหมาะสมกับสถานศึกษาของตนเอง โดยมีการ
ประสานงานขอความร่วมมือจากผู้ปกครอง ชุมชน ผู้เกี่ยวข้องและหน่วยงานอื่นทั้งภายในและ
ภายนอกสถานศกึ ษามีส่วนรว่ มในการดูแลผู้เรยี นมากข้ึน และครูทปี่ รึกษาเกดิ ทักษะในการดูแลผู้เรียน
ตามขนั้ ตอนของระบบการดแู ลผเู้ รียนมากข้ึนเชน่ กันคือ การรจู้ ักผู้เรียนรายบคุ คล การคัดกรองผู้เรียน
การส่งเสริมและพัฒนาผู้เรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหา และการส่งต่อผู้เรียน ทำให้ผู้เรียนได้รับ
การดูแล เอาใจใส่อย่างครอบคลุมในทุกด้านจากครูที่ปรึกษา ส่งผลให้ผู้เรียนเป็นผู้มีคุณลักษณะท่ี
พึงประสงค์ของสังคม และให้ผู้เรียนสามารถดูแลตนเองสามารถดำรงชีวิตร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้
อย่างมคี วามสุข โดยทุกฝ่ายทเ่ี กี่ยวข้องมีสว่ นร่วมในการพฒั นาระบบการดแู ลผู้เรยี นในสถานศึกษา มี
ครูที่ปรึกษาเป็นบุคลกรหลักในการดูแลผู้เรียน และประสานงานกับ ผู้มีส่วนร่วมทั้งภายในและ
ภายนอกสถานศึกษา ผู้เข้ารับการอบรมมีความรู้ความสามารถ และทักษะเกี่ยวกับระบบการดูแล
ผู้เรียนครอบคลุมทุกเน้อื หาของระบบการดแู ลผ้เู รยี นในสถานศกึ ษา การมีส่วนรว่ มของผู้ทเี่ ก่ียวข้องทั้ง
ภายในและภายนอกสถานศึกษา เปน็ ประโยชน์โดยตรงต่อผูเ้ รยี นและผเู้ ข้ารบั การอบรม ผู้เข้ารบั การ
ฝึกอบรมได้มีส่วนร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ปัญหา และแนวทางการรู้จักผู้เรียนเป็นรายบุคคล การคัด
กรองผูเ้ รยี น สง่ เสริมและพฒั นาผเู้ รียน การปอ้ งกันและแก้ไข และการส่งตอ่ ผู้เรียน สามารถประยุกต์
ความรู้และทักษะการดูแลผู้เรียนจากการฝึกอบรมไปพัฒนาระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาตอง
ตนเอง เมื่อสถานศึกษาได้นำระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาด้วยการจัดการแบบมีส่วนร่วมไปใช้
สถานศึกษาควรถือเป นหลักและเป็นภารกิจสําคัญของสถานศึกษาที่ต องจัดควบคู ไปกับการจัด
155
การศึกษา ตามหลักสูตรของสํานักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และพัฒนาระบบการดูแลผู
เรียนในสถานศึกษาซึ่งมีการดําเนินงานอยางเปน็ ขั้นตอน ดวยการประสานความรวมมือทุกฝา่ ยที่
เกี่ยวข้องกับผู้เรียน โดยมีผูบริหารสถานศึกษา ครูที่ปรึกษา และบุคลากรภายในสถานศึกษาเป็นตัว
หลักในการดำเนินงาน และมีผู้ปกครอง ชุมชน มีส่วนร่วม เปนเครือขายในการดูแลผูเรียนตาม
ระบบการดูแลผู้เรียนในสถานศึกษาดว้ ยการจัดการแบบมสี ว่ นรว่ ม วทิ ยาลัยเทคนิคราชสิทธาราม และ
มีการติดตาม กำกับ ดแู ลอยา่ งใกล้ชดิ ตามความเหมาะสมและเกิดประโยชน์ตอ่ ไป