The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รวมเล่มโครงการสถานศึกษาสีขาว 1 2566

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by kwannipa.b28, 2023-12-22 03:16:44

รวมเล่มโครงการสถานศึกษาสีขาว 1 2566

รวมเล่มโครงการสถานศึกษาสีขาว 1 2566

รายงานผลการด าเนินงาน โครงการห้องเรียนสีขาว ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2566 โรงเ รียนบ้านหนองสะแบง โรงเรียนบ้านหนองสะแบง สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวล าภู เขต ๑ ส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หนองบัวล าภูเขต 1 ส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ


แนวทางการประเมินผลงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข รางวัลเชิดชูเกียรติ เสมา ป.ป.ส. ปีการศึกษา 2566 โดย ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ


แนวทางการประเมินผลงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข รางวัลเชิดชูเกียรติ เสมา ป.ป.ส. ปีการศึกษา 2566 -------------------------------- ตามที่ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ ได้ดำเนินงานป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา โดยได้ดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้นักเรียน นักศึกษา ไม่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด และสถานศึกษาได้รับ การประเมินผลการดำเนินงานรับรางวัลเชิดชูเกียรติ เสมา ป.ป.ส. นั้น เพื่อให้การมอบรางวัลเชิดชูเกียรติ เสมา ป.ป.ส. ปีการศึกษา 2565 เป็นไปด้วยความเรียบร้อย จึงกำหนดแนวทางการดำเนินงาน ดังนี้ 1. ด้านระยะเวลาการประเมินผลงาน 1. เดือน กุมภาพันธุ์ 2566 1) สถานศึกษาประเมินผลงานตนเองและส่งใบสมัครขอรับการประเมินให้หน่วยงานต้นสังกัด 2) สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดและหน่วยงานต้นสังกัด ส่งรายชื่อคณะกรรมการประเมินผลงาน ให้กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้ง 3) กระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งคณะกรรมการประเมิน ตามที่หน่วยงานต้นสังกัดเสนอรายชื่อ บุคลากร 4) หน่วยงานต้นสังกัดจัดประชุมคณะกรรมการประเมิน เพื่อทำความเข้าใจหลักเกณฑ์การประเมิน และจัดทำตารางเวลาการประเมินผลงานสถานศึกษาในสังกัด 2. เดือน กุมภาพันธุ์ 2566 1) หน่วยงานต้นสังกัดดำเนินการประเมินผลงานสถานศึกษาประเภทผลงานดีเด่น ระดับเงิน ส่งผลคะแนนและผลงานด้านเอกสารให้กระทรวงศึกษาธิการ ๒. ด้านการประเมินประเภทผลงานดีเด่น ระดับทอง (200 คะแนน) ๒.๑ เอกสารสรุปผลการดำเนินงานตามนโยบายสถานศึกษาน้อมนำศาสตร์พระราชาสู่การพัฒนา อย่างยั่งยืน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข จำนวน ๑ เล่ม (๑๐๐ คะแนน) ดังนี้ บทที่ 1 บทนำ - ใบสมัคร - ข้อมูลสถานศึกษา (5 คะแนน) บทที่ 2 สถานการณ์ยาเสพติดรอบสถานศึกษา (5 คะแนน) บทที่ 3 ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ 5 ด้าน พร้อมภาพประกอบ เรียงตามตัวชี้วัด 1) ด้านการป้องกัน จำนวน 4 ตัวชี้วัด (10 คะแนน) - สถานศึกษาดำเนินการกิจกรรมห้องเรียนสีขาว (4 คะแนน) - สถานศึกษาจัดประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่นทุกภาคเรียนฯ( 1 คะแนน) - สถานศึกษามีการดำเนินงานโครงการโรงเรียนปลอดบุหรี่ 7 แนวทาง (3 คะแนน) - สถานศึกษาจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อป้องกันยาเสพติด (2 คะแนน)


2) ด้านการค้นหา จำนวน 4 ตัวชี้วัด (10 คะแนน) - สถานศึกษามีข้อมูลนักเรียนรายบุคคล (2.5 คะแนน) - สถานศึกษามีการสุ่มตรวจปัสสาวะของนักเรียนกลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเสพ/กลุ่มติด (2.5 คะแนน) - สถานศึกษามีการคัดกรองจำแนกกลุ่มปลอด/กลุ่มเสี่ยง/กลุ่มเสพ/กลุ่มติด/กลุ่มค้า (2.5 คะแนน) - สถานศึกษามีการรายงานการสำรวจสภาพการใช้สารเสพติด/ยาเสพติดในระบบ CATAS (2.5 คะแนน) 3) ด้านการรักษา จำนวน 2 ตัวชี้วัด (10 คะแนน) 3) ด้านการรักษา จำนวน 2 ตัวชี้วัด (10 คะแนน) แยกเป็น - สถานศึกษามีนโยบายในการบำบัดรักษาและส่งต่อหน่วยงานสังกัดกระทรวง สาธารณสุขหรือ หน่วยงานอื่น (5 คะแนน) - สถานศึกษามี “คลินิกเสมารักษ์” ( 5 คะแนน) 4) ด้านการเฝ้าระวัง จำนวน 2 ตัวชี้วัด (10 คะแนน) แยกเป็น - สถานศึกษามีตู้แดงเสมารักษ์รับเรื่องปัญหายาเสพติดและอบายมุข ( 5 คะแนน) - สถานศึกษาดำเนินการจัดตั้งชมรม/ชุมนุมเสมารักษ์ป้องกันยาเสพติด ( 5 คะแนน) 5) ด้านการบริหารจัดการ จำนวน 5 ตัวชี้วัด (10คะแนน) แยกเป็น - สถานศึกษามีนโยบายยุทธศาสตร์และแผนงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ( 2 คะแนน) - สถานศึกษามีกิจกรรมหลักโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุข (2 คะแนน) - สถานศึกษามีคณะกรรมการดำเนินงานและมีห้องปฏิบัติงานโครงการสถานศึกษา สีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ( 2 คะแนน) - สถานศึกษามีความร่วมมือและประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการบริหาร แบบมีส่วนร่วมกับภาคเครือข่ายทุกภาคส่วน ( 2 คะแนน) - สถานศึกษามีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล และรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ( 2 คะแนน) 6) แบบสรุปผลการประเมินโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข (สถานศึกษาสีขาว 2 และสถานศึกษาสีขาว 3) บทที่ 4 กิจกรรมห้องเรียนสีขาว / แผนกวิชาสีขาว - ภาพแผนผังห้องเรียนสีขาว / แผนกวิชาสีขาว แกนนำ 4 ฝ่าย และคติพจน์ ทุกห้อง / ทุกแผนก (ถ่ายจากภาพจริงหน้าห้อง) (10 คะแนน) - สำเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนำ 4 ฝ่าย สัปดาห์ที่ 1 ของเดือนตลอดปี การศึกษา


ทุกห้อง / ทุกแผนก (10 คะแนน) - โครงงานห้องเรียนปลอดบุหรี่ แอลกอฮอล์และอบายมุข ทุกห้อง / ทุกแผนก (15 คะแนน) -แบบสรุปการประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนขาว / แผนกวิชาสีขาว ภาคเรียนที่ 1/2565 ทุกห้อง / ทุกแผนก (ห้องเรียนสีขาว 2) บทที่ 5 ภาพรางวัล ผลงานดีเด่น (5 คะแนน) ๒.๒ กระบวนการประเมินในพื้นที่และผลงานเชิงประจักษ์(๑๐๐ คะแนน) ๑) สถานศึกษาประเมินตนเอง ๒) คณะกรรมการประเมินจากหน่วยงานต้นสังกัดประเมินผลงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพ ติดและอบายมุข เดือนกุมภาพันธ์ ภาคเรียนที่ 1 ของปีการศึกษา 2565 2.3 การส่งผลงานให้กระทรวงศึกษาธิการพิจารณา คะแนนแต่ละด้านจะต้องอยู่ในระดับดีเด่น คือ ช่วงคะแนน 90 – 100 คะแนน 1) เล่ม 1 ด้านเอกสารผลการดำเนินงาน 2) เล่ม 2 ด้านนวัตกรรม 3) เล่ม 3 ด้านการสร้างเครือข่าย ด้านผลงานเชิงประจักษ์ (กระบวนการประเมินในพื้นที่)เป็นต้น --------------------------------------------


ใบสมัครรับการประเมินผลงาน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ปีการศึกษา 2566 ประเภทดีเด่น ระดับเงิน ประเภทดีเด่น ระดับทอง ประเภทดีเด่น ระดับเพชร คำชี้แจง ให้ผู้เสนอผลงำนกรอกข้อมูล ดังนี้ 1. ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองสะแบง สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา หนองบัวลำภู เขต 1 สถานที่ตั้ง โรงเรียนบ้านหนองสะแบง หมู่ 6 ตำบล โคกใหญ่ อำเภอ โนนสัง จังหวัด หนองบัวลำภู โทรศัพท์094-293-6585 E-mail [email protected] 2. ชื่อ – นามสกุล (ผู้บริหารสถานศึกษา) นายจักรรินทร์ เกษปัญญา ระยะเวลาของปีการศึกษาที่ดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตั้งแต่วันที่..1......เดือน มิถุนายน พ.ศ.2564 ..........ถึงวันที่..30......เดือน.พฤศจิกายน...พ.ศ.. 2566.. รวมระยะเวลา ...2...ปี..5...... เดือน โทรศัพท์.0893940997 E-mail [email protected] 3. ชื่อ -นามสกุล (รองผู้อานวยการ/ครูผู้รับผิดชอบโครงการ).นางสาวขวัญนิพา บุญขันธ์ ระยะเวลาของปีการศึกษาที่ดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตั้งแต่วันที่..15......เดือน.มีนาคม.........พ.ศ..2565.........ถึงปัจจุบัน พ.ศ...2566..รวมระยะเวลา ....1....ปี...7...... เดือน โทรศัพท์094-293-6585 E-mail [email protected] 4. สถานศึกษา ได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติ เสมา ป.ป.ส. ของปีการศึกษา ( - ) 5. ขอสมัครรับการประเมินผลงาน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประเภท ผลงานดีเด่น ระดับ.ทอง.................... ขอรับรองว่าข้อมูลทั้งหมดเป็นความจริง ( ลงชื่อ ) ................................................ผู้สมัคร ( นางสาวขวัญนิพา บุญขันธ์ ) ( ลงชื่อ ) ...................................................... ( นายจักรรินทร์ เกษปัญญา ) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านหนองสะแบง


คำนำ การพัฒนานักเรียน/นักศึกษา ให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ เป็นคนที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ มีคุณธรรม จริยธรรม เป็นคนดี มีวินัย มีทักษะความสามารถในศตวรรษที่ ๒๑ สามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข ห่างไกลจากยา เสพติด สารเสพติด สื่อลามกอนาจาร การพนันการทะเลาะวิวาท ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในรูปแบบต่าง ๆ ที่ส่งผล กระทบต่อสังคม และประเทศชาติ กระทรวงศึกษาธิการตระหนักในปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดนโยบายให้สถานศึกษาใน สังกัดดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ซึ่งเป็นรูปแบบของการดำเนินการป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดและปัญหาพฤติกรรมไม่พึงประสงค์แบบองค์รวมในสถานศึกษา โดยเริ่มจาก "กิจกรรมห้องเรียนสีขาว" ดำเนินการโดยนักเรียนแกนนำ/นักศึกษา แกนนำ ๔ ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายการเรียน ฝ่ายการงาน ฝ่ายสารวัตรนักเรียน ฝ่ายกิจกรรม และพัฒนาสู่"โครงการสถานศึกษาสี่ขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข " ภายใต้ยุทธศาสตร์ ๕ มาตรการได้แก่ มาตรการด้านการป้องกัน มาตรการด้านการค้นหา มาตรการด้านการรักษา มาตรการด้านการเฝ้าระวัง มาตรการด้านการบริหารจัดการ และกลยุทธ์ "< ต้อง ๒ ไม่" โดย ๘ ต้อง คือต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย และ ๒ ไม่ คือ ไม่ปกปิดข้อมูลไม่ไล่นักเรียน/นักศึกษา ออก โดยบูรณาการความร่วมมือและประสานงานของผู้บริหาร ครู อาจารย์นักเรียนแกนนำ/นักศึกษาแกนนำ เพื่อให้เกิดการ ขับเคลื่อนที่เข้มแข็ง ต่อเนื่อง และยั่งยืน กระทรวงศึกษาธิการ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าคู่มือการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุขฉบับนี้ ผู้ปริหารสถานศึกษาในสังกัดจะใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรม เสริมสร้างกระบวนการทำงานที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ส่งผลให้นักเรียน/นักศึกษามีภูมิคุ้มกัน มีทักษะชีวิตและ ตระหนักรู้ที่จะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด แอลกอฮอล์ สื่อลามกอนาจาร การพนัน การทะเลาะวิวาท เพื่อเป็นกำลัง สำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้มีความมันคงสืบไป กองส่งเสริมและพัฒนาการบริหารการศึกษาในภูมิภาค สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ก


สารบัญ เรื่อง หน้า ใบสมัคร คำนำ............................................................................................................................................ก สารบัญ.........................................................................................................................................ข สารบัญ (บทที่ ๑ -๓ ) บทที่ ๑ บทนำ ๑.๑ ข้อมูลสถานศึกษา.....................................................................................................๑ ๑.๒ ข้อมูลครู นักเรียน....................................................................................................๒ ๑.๓ ข้อมูลผู้บริหาร..........................................................................................................๓ ๑.๔ ข้อมูลสภาพชุมชน.....................................................................................................๘ บทที่ ๒ สถานการณ์ยาเสพติดรอบสถานศึกษา ๒.๑ ศาสตร์พระราชากับการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน............................................9 ๒.๒ แนวทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ของรัฐบาลปัจจุบัน.........11 ๒.๓ นโยบายการณ์ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา (สพฐ.)...................๑2 ๒.4 นโยบายหน่วยงานต้นสังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๑ ..๑๖ 2.5 นโยบายโรงเรียน......................................................................................................18 บทที่ ๓ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน ๓.๑ ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน...................................................................................๒2 - ตัวบ่งชี้ที่ ๑ สถานศึกษาดำเนินการกิจกรรมห้องเรียนสีขาว..............................21 - ตัวบ่งชี้ที่ ๒ สถานศึกษาจัดประกาศผลงานห้องเรียนสีขาวดีเด่นทุกภาคเรียนและ มอบรางวัลหรือเกียรติบัตรกระทรวงศึกษาธิการหน้าเสาธง..............22 - ตัวบ่งชี้ที่ ๓ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท.................................25


สารบัญ เรื่อง หน้า สารบัญ (บทที่ 3 ) ๓.๒ ยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา.....................................................................................27 - ตัวบ่งชี่ที่ ๑ สถานศึกษามีข้อมูลนักเรียนรายบุคคล............................................27 - ตัวบ่งชี้ที่ ๒ การคัดกรองนักเรียน.......................................................................28 - ตัวบ่งชี้ที่ 3 การป้องกันและแก้ไขปัญหา......................................................29 - ตัวบ่งชี้ที่ 4 การพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียน....................................................29 ๓.๓ ยุทธศาสตร์ด้านการรักษา - ตัวบ่งชี้ที่ ๑ สถานศึกษามีระบบการส่งต่อให้หน่วยงานที่ดูแล บำบัด.............31 - ตัวบ่งชี้ที่ ๒ สถานศึกษาจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม............................31 - ตัวบ่งชี้ที่ 3 สถานศึกษาจัดกิจกรรมป้องกันยาเสพติด...................................31 ๓.๔ ยุทธศาสตร์ด้านการเฝ้าระวัง................................................................................32 ๓.๕ ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ.......................................................................33 - แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ป.๔ ............44 - แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ป.๕...............50 - แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ป.๖...............56


สารบัญ เรื่อง หน้า สารบัญ (บทที่ 4 ) บทที่ ๔ กิจกรรมห้องเรียนสีขาว / แผนกสีขาว..........................................................61 ๔.๑ คณะกรรมการดำเนินงาน - คำสั่งคณะกรรมการดำเนินงาน....................................................................66 ๔.๒ คำรับรองการเข้าร่วมโครงการห้องเรียนสีขาว - คำรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนสีขาว ชั้น ป.๓................................67 - คำรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนสีขาว ชั้น ป.๔................................68 - คำรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนสีขาว ชั้น ป.๕.................................68 - คำรับรองการเข้าร่วมกิจกรรมห้องเรียนสีขาว ชั้น ป.๖..................................69 ๔.๓ แผนผังห้องเรียนสีขาว - แผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาว.....................................................................70 - ภาพแผนผังห้องเรียนสีขาว / แผนกวิชาสีขาว แกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๔.......72 - ภาพแผนผังห้องเรียนสีขาว / แผนกวิชาสีขาว แกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๕.......73 - ภาพแผนผังห้องเรียนสีขาว / แผนกวิชาสีขาว แกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๖.......74 ๔.๔ บทบาทหน้าที่ของนักเรียนแกนนำ.........................................................................76 ๔.๕ การปฏิบัติงานของนักเรียนแกนนำ ๔ ฝ่าย..........................................................81 - สำเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๓................................81 - สำเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๔.................................86 - สำเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๕.................................91 - สำเนาสมุดบันทึกการปฏิบัติงานแกนนำ ๔ ฝ่าย ชั้น ป.๖.................................96 สารบัญ


เรื่อง หน้า สารบัญ (บทที่ 4 -5 ) ๔.๖ โครงงานห้องเรียนปลอดบุหรี่ แอลกอฮอล์และอบายมุ ทุกห้อง/ทุกแผนก……………….…….101 - โครงงานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๓ ...............................................................102 - โครงงานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ ................................................................106 - โครงงานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๕ ................................................................110 - โครงงานชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ ................................................................114 ๔.๗. แบบสรุปการประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนสีขาว.......................117 - แบบสรุปการประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนสีขาวฯ ชั้น ป.๔...118 - แบบสรุปการประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนสีขาวฯ ชั้น ป.๕...119 - แบบสรุปการประเมินผลการดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนสีขาวฯ ชั้น ป.๖....120 บทที่ ๕ ภาพรางวัล ผลงานดีเด่น.............................................................................121 - ภาพถ่ายผลงานดีเด่น............................................................................................123 - ผลงานเกียรติบัตร.................................................................................................143


๑ บทที่ 1 บทนำ ❖ข้อมูลสถานศึกษา โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เลขที่ 208 หมู่ที่ 6 บ้านหนองสะแบง ตำบลโคกใหญ่อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู รหัสไปรษณีย์ 39140 สังกัดกลุ่มโรงเรียนโนนสัง 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีอาคาร เรียน สปช.105/26 อาคาเอนกประสงค์ 312 หอสมุด สนามฟุตบอล สนามวอลเล่ย์บอล และสนามกีฬา อื่นๆมีเขตพื้นที่บริการ 1 หมู่บ้าน คือบ้านหนองสะแบง โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เดิมชื่อ โรงเรียนประชาบาลโนนสัง (วัดบ้านหนองสะแบง) ตั้งขึ้นเมื่อ ปีพ.ศ. 2482 บนพื้นที่ 7 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา โดยมี นายอุ่น สุรมรรคา ครูใหญ่โรงเรียนประชาบาล ตำบลหนองบัว 1 (หนองบัววิทยายน) ผู้แทนนายอำเภอเป็นประธานเปิดและแต่งตั้ง นายไสว สุริยภา เป็น ครูใหญ่คนแรก และนายคำบง คำหงษา เป็นครูปฏิบัติการสอน มีครูครั้งแรก 2 คน เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้น เตรียมประถมหรือชั้นมูล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 มีนักเรียน 82 คน ในปี พ.ศ.2486 มีการเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับเขตการปกครองระดับท้องถิ่น โดยบ้านหนองสะแบงขึ้น เป็นเขตปกครองของตำบลหนองเรือ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นประชาบาลหนองเรือ 4 (วัดหนองสะแบง) พ.ศ.2498 คณะครู ผู้ใหญ่บ้านและประชาชนในหมู่บ้าน ได้ร่วมมือร่วมใจเสียสละเงิน ตัวไม้ และแรงงานสร้างอาคาร เรียนถาวรแยกเป็นเอกเทศจากศาลาวัด ปลูกสร้างในที่ดินที่ได้รับเงินบริจาคและได้เป็นเป็น โรงเรียนบ้าน หนองสะแบง ตามชื่อของหมู่บ้าน ในปี พ.ศ.2508 ประชาชนหมู่บ้านหนองสะแบงได้อพยพถิ่นฐาน เนื่องจากสาเหตุการสร้างเขื่อน อุบลรัตน์ ที่ดิน ไร่นา บ้านเรือนราษฎร อยู่ในเขตน้ำท่วม ที่ดินถูกเวนคืน ราษฎรจึงย้ายหมู่บ้านไปอยู่ที่ใหม่ ทางทิศเหนือของหมู่บ้านเดิม ระยะห่างประมาณ 5 กิโลเมตร อาคารสถานที่ของโรงเรียนได้ย้ายตามชุมชนไป ด้วยและดำเนินการจัดการศึกษาสนองนโยบายของรัฐด้วยดีเสมอมา ปัจจุบันโรงเรียนบ้านหนองสะแบง มีพื้นที่ 7 ไร่ 1 งาน 94 ตารางวา มีอาคารเรียน 1 หลัง 8 ห้องเรียน ห้องบริหารงาน 1 หลัง หอประชุม 1 หลัง โรงอาหาร 1 หลัง ส้วม 1 หลัง ห้องสมุด 1 หลัง ห้องพยาบาล 1 ห้อง ปัจจุบันปีการศึกษา 2566 โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดสอนตั้งแต่ชั้น อนุบาล 2 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนทั้งหมด 55 คน ครู 3 คน พนักงานราชการ(ครูพี่เลี้ยงเด็ก) 1 คน ครูอัตราจ้างจิตอาสา 1 คน ครูธุรการ 1 คน และลูกจ้างประจำ 1 คน โดยมีนายจักรรินทร์ เกษปัญญา ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน


๒ ทำเนียบผู้บริหารโรงเรียน ที่ ชื่อ – สกุล ระยะเวลา พ.ศ. – พ.ศ. 1 นายไสว สุริยาภา 2482 - 2483 2 นายเลื่อน อินทร์คำดี 2483 - 2486 3 นายประดิษฐ์ สารสม 2486 - 2491 4 นายพันธ์ ทำทอง 2491 - 2492 5 นายประดิษฐ์ สารสม 2492 - 2509 6 นายปกรณ์ ภูมิพันธ์ 2509 - 2509 7 นายอุดม สมบูรณ์ 2509 - 2534 8 นายทองม้วน ดอนน้อยหน่า 2534 - 2546 9 นายสราวุฒิ บัวคำ 2546 - 2551 10 นายลำพูน โสโท 2551 - 2555 11 ว่าที่ พ.ต. สุพจน์ อุภัยพรม 2555 - 2561 12 นางยุวรา ศิริวงษ์ขันธ์ 2562 - 2564 13 นางสาวกชพร พลศักขวา 2564 - 2566 14 นายจักรรินทร์ เกษปัญญา 2566 11/10/66 - ปัจจุบัน คำขวัญโรงเรียน “ เรียนดี กีฬาเด่น เน้นวิชาการ ประสานชุมชน ”


๓ อักษรย่อ ส.บ. สีประจำโรงเรียน ชมพู น้ำเงิน อัตลักษณ์โรงเรียน “ รักการออม น้อมการไหว้ ” 1. รักการออม หมายถึง นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีนิสัย ประหยัด อดออม รู้จักคุณค่าของเงิน รู้จักใช้เงินให้เป็น ประโยชน์ ไม่ฟุ่มเฟือย และฝากเงินกับธนาคารโรงเรียนอยู่เป็น ประจำ 2. น้อมการไหว้ หมายถึง นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีมารยาท ที่ดี มีสัมมาคารวะ รู้จักการทำความดี ไหว้สวย และถูกต้อง เอกลักษณ์โรงเรียน “ สุขภาพดี มีความเป็นไทย ” 1. สุขภาพดี หมายถึง นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีสุขภาพ กายที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีน้ำหนักส่วนสูงตามเกณฑ์มาตรฐาน มีสุขภาพจิตที่ร่าเริง แจ่มใส ปฏิบัติตามหลักสุขบัญญัติ 10 ประการ 2. มีความเป็นไทย หมายถึง นักเรียนตั้งแต่ชั้นอนุบาล ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ปฏิบัติตามขนบธรรมเนียมไทย ร่วมอนุรักษ์และสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ปรัชญาโรงเรียน ปัญฺญา โลกสฺมิ ปชฺโชโต ปัญญา คือแสงสว่างในโลก


๔ ข้อมูลอาคารเรียน ที่ อาคารเรียน /อาคารประกอบ จำนวน / ห้อง / ที่ จำนวนหลัง 1 อาคารเรียนแบบ สปช.105/26 8 ห้อง 1 หลัง 2 อาคารอเนกประสงค์ 312 1 ชั้น 1 หลัง 3 โรงฝึกงาน (สร้างเอง) 1 ชั้น 1 หลัง 4 หอประชุมอื่นๆ (สร้างเอง) 1 ชั้น 1 หลัง 5 ห้องสมุด 1 ชั้น 1 หลัง 6 ลานกีฬาเอนกประสงค์ 3 สนาม 3 สนาม 7 เรือนเพาะชำ 1 ชั้น 1 หลัง 8 ส้วมสปช. แบบ 601 / 26 4 ที่ 1 หลัง ข้อมูลครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่ ชื่อ – ชื่อสกุล อายุ (ปี) อายุ ราชการ (ปี) ตำแหน่ง/วิทยฐานะ วุฒิ วิชาเอก สอนวิชา/ชั้น 1 นายจักรรินทร์ เกษปัญญา 40 13 ผู้อำนวยการโรงเรียน กศ.ม. การบริหารการศึกษา การบริหารการศึกษา 2 นางสาวขวัญนิพา บุญขันธ์ 44 5 ครู คศ.2 ศศบ. สังคมศึกษา ประจำชั้น ป.1 3 นางพรรณนี หัสเดช 55 4 ครู คศ.1 คบ. การศึกษาปฐมวัย ประจำชั้น ป.2 ประจำชั้น ป.3 4 นางสาวยุวดี กันยามิน 25 11 เดือน ครูผู้ช่วย คบ. ภาษาไทย ประจำชั้น ป.5 5 นางสาวธนาภรณ์ สาครขันธ์ 33 5 พนักงานราชการ (ครูพี่เลี้ยง) คบ. สังคมศึกษา ประจำชั้น ป.4 6 นางสาวศิริรัตน์ ศรีถาน 28 4 ครูอัตราจ้าง คบ. การศึกษาปฐมวัย ประจำชั้นอนุบาล 2 ประจำชั้นอนุบาล 3 7 นายวรสิทธิ์ ศรีอามาตร 33 1 พนักงานราชการ คบ. คณิตศาสตร์ ประจำชั้น ป.6 8 นางสาววัลลี ชาเวินชัย 27 4 เจ้าหน้าที่ธุรการ โรงเรียน คบ. วิทยาศาตรศึกษา 9 นายวิโรจน์ขนันทอง 55 26 ลูกจ้างประจำ (ช่าง ไฟฟ้า 4) อนุปริญญ า คอมพิวเตอร์ธุรกิจ จำนวนครูที่สอนวิชาตรงเอก .......3....... คน คิดเป็นร้อยละ .....60....... จำนวนครูที่สอนตรงความถนัด .....2...... คน คิดเป็นร้อยละ ......40.......


๕ ข้อมูลนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก มีนักเรียนรวมทั้งสิ้น 55 คน ในปีการศึกษา 2566 เปิดทำการสอน 2 ระดับ คือระดับก่อนประถมศึกษา และระดับประถมศึกษา ดังมีรายละเอียดตาม ตารางต่อไปนี้ แผนการจัดชั้นเรียน ปีการศึกษา 2566 ชั้น จำนวนนักเรียน ชาย หญิง รวม ครูประจำชั้น หมายเหตุ อนุบาล 2 อนุบาล 3 4 3 4 2 8 5 นางสาวศิริรัตน์ ศรีถาน นางสาวศิริรัตน์ ศรีถาน ครูอัตราจ้าง นอกงบฯ รวมระดับก่อนประถมศึกษา 9 5 13 ประถมศึกษาปีที่ 1 ประถมศึกษาปีที่ 2 ประถมศึกษาปีที่ 3 ประถมศึกษาปีที่ 4 ประถมศึกษาปีที่ 5 ประถมศึกษาปีที่ 6 6 2 4 5 3 3 3 5 1 3 6 1 9 7 5 8 9 4 นางสาวขวัญนิพา บุญขันธ์ นางพรรณนี หัสเดช นางพรรณนี หัสเดช นางสาวธนาภรณ์ สาครขันธ์ นางสาวยุวดี กันยามิน นายวรสิทธิ์ ศรีอามาตร รวมระดับประถมศึกษา 16 22 42 รวมทั้งสิ้น 25 27 55


๖ โครงสร้างการบริหารงาน คณะกรรมการสถานศึกษา งานวิชาการ งานงบประมาณ งานบุคคล งานบริหารทั่วไป สพป.หนองบัวลำภูเขต 1 ครูพรรณนี หัสเดช ครูขวัญนิพา บุญขันธ์ ครูพรรณนี หัสเดช ครูธนาภรณ์ สาครขันธ์ ครูยุวดี กันยามิน ครูวรสิทธ์ ศรีอามาตร ครูขวัญนิพา บุญขันธ์ ครูธนาภรณ์ สาครขันธ์ ครูศิริรัตร์ ศรีถาน นายวิโรจน์ ขนันทอง อนุบาล ป.1 ป.2 ป.3 ป.4 ป.5 ป.6 ผู้เรียนเก่ง ดี มีความสุข ผู้อำนวยการโรงเรียน นายจักรรินทร์ เกษปัญญา


๗ ภารกิจของโรงเรียน โรงเรียนบ้านหนองสะแบงจัดการศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา โดยเปิดสอนชั้นอนุบาล 2 – 3 จำนวนชั้นละ 1 ห้องเรียนโดยรับเด็กอายุ 4 – 5 ปี เพื่อให้มีความพร้อมก่อนที่จะเข้าเรียนในระดับชั้น ประถมศึกษาและจัดการศึกษาระดับประถมศึกษา โดยเปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 6 ให้แก่เด็กที่มีอายุถึงเกณฑ์การศึกษาภาคบังคับตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช2542และ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2545)มีเขตบริการ 1 หมู่บ้าน คือ บ้านหนองสะแบง หมู่ที่ 6 ปริมาณงานในความรับผิดชอบ ระดับชั้น จำนวนนักเรียน(คน) ปีการศึกษา 2563 ปีการศึกษา 2564 ปีการศึกษา 2566 ปีการศึกษา 2566 ก่อนประถมศึกษา อนุบาล 2 อนุบาล 3 7 5 9 7 5 9 8 รวมก่อนประถมศึกษา 12 16 14 13 ประถมศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 8 7 4 6 3 11 5 8 7 4 6 3 7 5 8 8 4 6 9 7 5 8 9 4 รวมประถมศึกษา 39 33 38 42 รวมทั้งสิ้น 51 49 55 55


๘ แผนผังโรงเรียนบ้านหนองสะแบง หมายเหตุ หมายถึงลานพระพุทธรูป บริบทของสถานศึกษาโดยสรุป โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เลขที่ 208 หมู่ที่ 6 บ้านหนองสะแบง ตำบลโคกใหญ่ อำเภอโนนสัง จังหวัดหนองบัวลำภู รหัสไปรษณีย์ 39140 สังกัดกลุ่มโรงเรียนโนนสัง 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต 1 เปิดสอนระดับชั้นอนุบาลปีที่ 2 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 มี อาคารเรียน สปช.105/26 อาคาเอนกประสงค์ 312 หอสมุด สนามฟุตบอล สนามวอลเล่ย์บอล และสนามกีฬาอื่นๆมีเขตพื้นที่บริการ 1 หมู่บ้าน คือบ้าน หนองสะแบง ถนนภายในหมู่บ้าน ถนนถ ถนนคอนกรีต ถนนคอนกรีต ถนนภายในหมู่บ้าน อาคารอเนกประสงค์ 312 เสาธง อาคาร เรียนแบบ สปช. 105/26 หอประชุม อื่นๆ (สร้าง เอง) ส้วมสปช. แบบ 601 / 26 โรงฝึกงาน (สร้างเอง) ทางเข้า โรงเรียน วัดศรี บุญ เรือง สนาม วอลเลย์ บอล สนาม ตะกร้อ เรือน เพาะ ชำ ห้องสมุด ทางเข้า สนาม วอลเลย์ บอล น


๙ บทที่ ๒ สถานการณ์ยาเสพติดรอบสถานศึกษา ศาสตร์พระราชากับการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน สำนักงานยาเสพติดและอาชญกรรมสหประชาชาติหรือ UNODC ยอมรับว่าแนวทางพระราชดำริ เป็นต้นแบบสำคัญของการนำการพัฒนาทางเลือกที่ช่วยแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน ในปี พ.ศ.2512 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ ทรงพระกรุณา โปรดเกล้าให้จัดตั้งมูลนิธิโครงการหลวงพัฒนาชาวเขา โดยใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อพัฒนา คุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ ส่งเสริมให้ปลูกพืชเศรษฐกิจ สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์สภาพแวดล้อม และผืนป่า และเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนให้สามารถพึ่งพาตัวเองได้ ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่ ในท้องถิ่น พึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันในชุมชน และมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของชุมชน เป็นต้นแบบ ของการพัฒนาทางเลือกที่สามารถช่วยแก้ไขปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน แนวทางการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด ของรัฐบาลปัจจุบัน นโยบายเร่งด่วนที่จะเริ่มดำเนินการในปีแรก คือ กำหนดให้การแก้ไขและป้องกันปัญหายาเสพติด เป็น “วาระแห่งชาติ” โดยยึดหลักนิติธรรมในการปราบปรามลงโทษผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้มีอิทธิพล และผู้ประพฤติ มิชอบ โดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ยึดหลัก ผู้เสพ คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการบำบัดรักษาให้กลับมา เป็นคนดีของสังคม พร้อมทั้งมีกลไกติดตามช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ แนวทางการเอาชนะยาเสพติดตามยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด มุ่งการดำเนิน ยุทธศาสตร์ด้วยการมีส่วนร่วมของคนในชาติทุกภาคส่วน โดยไม่ก่อให้เกิดผลกระทบในทางลบ เพื่อเป็น รากฐานการนำไปสู่ความยั่งยืนของการแก้ไขปัญหา ใช้หลักเมตตาธรรมในการตัดวงจรด้านผู้เสพ/ผู้ติดยา เสพติด ซึ่งมีผู้เกี่ยวข้องได้รับผลกระทบและเดือดร้อนมากที่สุด จำเป็นต้องได้รับการเยียวยารักษาโดยเร่งด่วน อันเป็นการคืนคนดีสู่ครอบครัว ชุมชน สังคมและประเทศชาติด้วยความเข้มแข็งและกระบวนการมีส่วนร่วม ของพลังสังคมและพลังชุมชน การตัดวงจรกลุ่มเสี่ยงและป้องกันมิให้เกิดผู้เสพติดรายใหม่ ด้วยการแก้ปัญหากลุ่มเสี่ยง พื้นที่เสี่ยง และสร้างภูมิคุ้มกันในกลุ่มเด็กและเยาวชน การสร้างภูมิคุ้มกันยาเสพติดในสถานศึกษา ๑. มอบกระทรวงศึกษาธิการจัดทำข้อตกลงร่วมระห ว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กระทรวงมหาดไทย สำนักการศึกษากรุงเทพมหานคร กระทรวงวัฒนธรรม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในการดำเนินโครงการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษาทั่วประเทศ โดยใช้ ครูตำรวจ ครูพระ เข้าดำเนินการป้องกันยาเสพติดใน ชั้นเรียน ๒. มอบ ศพส.จ./กทม. สำรวจข้อมูลความพร้อมของวิทยากรเพื่อการป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา เช่น ครู D.A.R.E ครูตำรวจรูปแบบอื่น ๆ ครูพระ ฯลฯ ที่ปฏิบัติงานด้านเผยแพร่ความรู้ด้านยาเสพติดใน สถานศึกษา โดยดำเนินการคัดเลือก และดำเนินการอบรมตามหลักสูตรที่เป็นมาตรฐาน


๑๐ ๓. มอบ ศพส.จ./กทม. สนับสนุนครูตำรวจ ปฏิบัติงานอบรมในโรงเรียนเป้าหมายที่กำหนด และประสานงานกับโรงเรียนอย่างต่อเนื่องในการจัดกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ๔. มอบ ศพส.จ./กทม. สนับสนุนครูพระประจำโรงเรียน มีบทบาทสอนศาสนา สร้างคุณธรรม และ สร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้กับนักเรียน สำหรับศาสนาอื่น พิจารณาประยุกต์ตามหลักการเดียวกัน ๕. มอบกระทรวงศึกษาธิการบรรจุการสอนทักษะชีวิต และสร้างเจตคติป้องกันยาเสพติดในหลักสูตร ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษา และอาชีวะศึกษา ในสถานศึกษาทุกสังกัดทั่วประเทศ ๖. จัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษา ให้ครอบคลุมทุกสถานศึกษาที่กำหนด เป็นเป้าหมายเสริมสร้างการป้องกัน โดย - มอบสถานีตำรวจทุกแห่งจัดตำรวจปฏิบัติหน้าที่ประจำโรงเรียน โดยเป็นผู้ประสานงานระหว่าง โรงเรียนกับสถานีตำรวจในพื้นที่เพื่อเฝ้าระวังปัญหายาเสพติดไม่ให้เข้าสู่โรงเรียน - มอบ ศพส.จ./กทม. จัดตั้งศูนย์เครือข่ายพนักงานเจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียน นักศึกษาในระดับจังหวัดทุกจังหวัด โดยมอบกระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสร้างและพัฒนาพนักงาน เจ้าหน้าที่ส่งเสริมความประพฤตินักเรียนนักศึกษาให้ได้ในจำนวนที่พอเพียงทุกจังหวัด - มอบกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมการจัดตั้งศูนย์เพื่อนใจวัยรุ่นของโครงการ To be number one ให้ครอบคลุมสถานศึกษา และมีการจัดกิจกรรมด้านให้คำปรึกษาและดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่มี พฤติกรรมเสี่ยง/พฤติกรรมเสพอย่างต่อเนื่อง - มอบ ศพส.จ./กทม. ร่วมกับสถานศึกษาเป้าหมายในพื้นที่จัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม นักเรียน นักศึกษาที่มีพฤติกรรมเสี่ยง เช่น ค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ค่ายสานสายใยครอบครัว โครงการ สร้างจิตอาสา เป็นต้น โดยรูปแบบการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้คำนึงถึงความพร้อมศักยภาพในพื้นที่ และ ปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรมของแต่ละพื้นที่ - มอบกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมการจัดตั้งสภานักเรียนในสถานศึกษาเป็นศูนย์รวมในการจัด กิจกรรมของเยาวชนในจังหวัด รวมทั้งจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ของเยาวชนในทุกจังหวัด ได้แก่ ลานกีฬา ลานดนตรี การประกวดเชิงสร้างสรรค์ โครงการเยี่ยมบ้านหลังเรียน ฯลฯ - มอบกระทรวงศึกษาธิการ ส่งเสริมกิจกรรมการก่อตั้งหน่วยลูกเสือ - เนตรนารี ต้านภัยยาเสพ ติดในสถานศึกษา เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันและสร้างทัศนคติแก่เยาวชน กลยุทธการดำเนินงานของรัฐบาล รัฐบาลถือว่าปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้อง ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และน้อมนำกระแสพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินีนาถในเรื่องยาเสพติดมาปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วง โดยใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพ ติด เป็นยุทธศาสตร์หลัก กำหนดกลยุทธ์สำคัญ ที่จะดำเนินการ คือ ๗ แผน ๔ ปรับ ๓ หลัก ๖ เร่ง เพื่อ เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดเป็นหลักในการขับเคลื่อนงานยาเสพติด โดยมีรายละเอียดดังนี้ ๗ แผน ประกอบด้วย แผนที่ ๑ แผนสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด แผนที่ ๒ แผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด (Demand) แผนที่ ๓ แผนการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด (Potential Demand) แผนที่ ๔ แผนการปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย แผนที่ ๕ แผนความร่วมมือระหว่างประเทศ


๑๑ แผนที่ ๖ แผนสกัดกั้นยาเสพติด แผนที่ ๗ แผนบริหารจัดการแบบบูรณาการ ๔ ปรับ ประกอบด้วย ปรับที่ ๑ ปรับปรุงข้อมูล การข่าวให้ถูกต้อง ทันสมัย ปรับที่ ๒ ปรับบทบาท พฤติกรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ ปรับที่ ๓ ปรับกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ปรับที่ ๔ ปรับทัศนคติของสังคมและชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด ๓ หลัก ประกอบด้วย หลักที่ ๑ หลักการแก้ไขปัญหาโดยใช้หลักเมตตา ความรักในเพื่อนมนุษย์อยากเห็นคนผิด กลับตัวเป็นคนดี คืนความรักให้ครอบครัว คืนสุขให้ชุมชน หลักที่ ๒ ยึดหลักนิติธรรม ใช้การบำบัด ป้องกัน ควบคู่การปราบราม หลักที่ ๓ หลักแก้ปัญหาโดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือ Area Approach ๖ เร่ง ประกอบด้วย เร่งที่ ๑ เร่งดำเนินการในด้านข้อมูล ปัญหา เร่งที่ ๒ เร่งลดจำนวนผู้เสพยาจากหมู่บ้าน/ชุมชน เร่งที่ ๓ เร่งแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศและการสกัดกั้นยาเสพติด เร่งที่ ๔ เร่งปราบปรามผู้ค้า ลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด เร่งที่ ๕ เร่งแก้ไขปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในและนอกสถานศึกษา ที่เป็นความห่วงใยของพ่อ แม่ผู้ปกครองทั้งประเทศ จะเร่งให้ทุกจังหวัดเข้มงวด กวดขันพื้นที่เสี่ยง ปัจจัยเสี่ยงที่ สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้กับชุมชนและสังคม ที่สำคัญ ได้แก่ สถานบันเทิง แหล่งมั่วสุมของเยาวชน การรวมกลุ่มรถซิ่งตามท้องถนน การก่อเหตุทะเลาะวิวาทของ เยาวชนกลุ่มเสี่ยงและมีผลต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ นอกจากนี้ จะเร่งสร้างระบบป้องกัน และเฝ้าระวังยาเสพติดในสถานศึกษาในทุกจังหวัด เพื่อสร้างความสบายใจให้กับ ผู้ปกครอง เร่งที่ ๖ เร่งสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีความเข้มแข็ง ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดกรุงเทพมหานคร และจังหวัด (ศพส.กทม./ศพส.จ.) โดยผู้ว่าราชการจังหวัด (ผอ.ศพส.จ.) เป็นผู้รับผิดชอบการบูรณาการแผนงบประมาณ และอำนวยการ กำกับ การดำเนินงานป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในพื้นที่รับผิดชอบ ร่วมกับส่วนราชการ ศพส. ภาคประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดเขต และอำเภอ (ศพส.ข./อ.) โดยผู้อำนวยการเขตและ นายอำเภอ เป็นผู้อำนวยการ ทำหน้าที่ รับนโยบาย แนวทางและแผนงานโครงการที่ ศพส.กทม./ศพส.จ. ไป ประสานการปฏิบัติการร่วมกับองค์กรภาคประชาชนและองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ การนำยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดไปสู่การปฏิบัติให้เป็นรูปธรรม กำหนดให้มีการ จัดทำแผนงบประมาณ การปฏิบัติการและการประเมินผลรองรับ โดยกำหนดให้ทุกส่วนราชการจัดทำแผน


๑๒ และงบประมาณประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ให้สอดคล้องกับเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์และแนวทางการ ดำเนินยุทธศาสตร์ตาม Roadmap แต่ละช่วงระยะเวลา ชื่อเดิม ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัด......... (ศตส.จ.) ชื่อปัจจุบัน ศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดจังหวัด........ (ศพส.จ.) นโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา (สพฐ) รัฐบาลได้กำหนดให้ปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” และมอบหมายให้กระทรวงศึกษาธิการ ดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดในสถานศึกษา กำหนดมาตรการป้องกันเด็กและเยาวชนก่อน วัยเสี่ยงและในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัยของยาเสพติด รู้จักวิธี ปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์เพื่อหลีกเลี่ยงการหมกมุ่นมั่วสุมกับยาเสพติดและ อบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษา ที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด จึงได้กำหนดนโยบายให้ ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินการ ดังนี้ ๑. ผู้บริหารทุกระดับนำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติจัดทำ แผนปฏิบัติการครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอก สถานศึกษา ๒. ผู้บริหารทุกระดับ ครูอาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา ต้องให้ความสำคัญและมี จิตสำนึกร่วมกันที่จะปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ความร่วมมือ และร่วมแรงร่วมใจจัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓. ผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุนจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติดใน สถานศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน เช่น กิจกรรม TO BE NUMBER ONE กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ ต่าง ๆ ค่ายคุณธรรม กิจกรรมลูกเสือและเนตรนารีป้องกันยาเสพติด กิจกรรมกีฬาป้องกันยาเสพติด ส่งเสริม การรวมกลุ่มของนักเรียน นักศึกษา ทั้งในส่วนของชมรมและสภานักเรียน ๔. ผู้บริหารสถานศึกษาจัดการเรียนการสอนให้ความรู้เสริมสร้างจิตสำนึก ทักษะชีวิต ภูมิคุ้มกันต่อต้านยาเสพติด และอบายมุข จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้าง เครือข่ายแกนนำทุกระดับในสถานศึกษา ๕. ผู้บริหารสถานศึกษาจัดระบบการดำเนินงานยุทธศาสตร์๕ มาตรการ ตามโครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง มาตรการบริหารจัดการ ภายใต้กลยุทธ์๔ ต้อง ๒ ไม่ ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมี ยุทธศาสตร์ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย ไม่ปกปิดข้อมูลและไม่ไล่ออก ๖. ผู้บริหารทุกระดับ อำนวยการ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและจัดมาตรการ เสริมแรงให้แก่ผู้รับผิดชอบด้านยาเสพติดดีเด่น ด้วยการยกย่องชมเชย มอบโล่ เกียรติบัตร เลื่อนขั้นเงินเดือน กรณีพิเศษ มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบประกอบ วิชาชีพ


๑๓ นอกจากนี้กระทรวงศึกษาธิการ ได้มีประกาศกระทรวงศึกษาธิการ เรื่อง นโยบายการป้องกันและ แก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ประกาศเมื่อวันที่ ๒ เมษายน ๒๕๕๘ มีสาระสำคัญ เพื่อให้ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงาน และสถานศึกษา ดำเนินการ ดังนี้ ๑. ผู้บริหารสถานศึกษานำนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษา สีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ไปสู่การปฏิบัติให้มีแผนปฏิบัติการครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายและการมี ส่วนร่วมของคณะผู้บริหาร ครูอาจารย์และกลุ่มเป้าหมายนักเรียน นักศึกษาทั้งในและนอกสถานศึกษา ๒. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา ส่งเสริม สนับสนุน การดำเนินงานการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข เพื่อสร้างและพัฒนา ระบบ การดำเนินงานที่เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน ๓. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา อำนวยการ กำกับ ติดตามและประเมินผล การ ดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และจัดทำมาตรการเสริมแรงให้แก่ผู้รับผิดชอบด้วยการยกย่อง ชมเชย มอบโล่เกียรติยศ เกียรติบัตรและการ เลื่อนขั้นเงินเดือนกรณีพิเศษ ๔. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา อำนวยการ กำกับ ติดตามและประเมินผลการ ดำเนินงานการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และใช้มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบประกอบ วิชาชีพ ๕. ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ตรวจติดตามผลการดำเนินงาน และผู้บริหารหน่วยงาน และผู้บริหารสถานศึกษา จัดตั้งคณะกรรมการติดตาม ประเมินผล และรายงานผลการดำเนินงานการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ๖. ผู้บริหารหน่วยงานและผู้บริหารสถานศึกษา สรุปรายงานต้นสังกัดเพื่อสรุปผลรายงาน ศูนย์ อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ โดยการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสี ขาวปลอดยาเสพติด และอบายมุข มีเป้าหมายเพื่อให้สถานศึกษาทุกแห่งปลอดจากยาเสพติด และอบายมุข ซึ่งสามารถเขียนเป็นแผนภาพ ได้ดังนี้ แผนภาพที่ ๑ เป้าหมายสถานศึกษาปลอดยาเสพติดและอบายมุข เป้าหมาย สถานศึกษา สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุข - ปลอดยาเสพติด - ปลอดสื่อลามกอนาจาร - ปลอดการพนัน - ปลอดการทะเลาะวิวาท


๑๔ สถานการณ์ยาเสพติด ยาเสพติดในสังคมไทยมีมาช้านาน ซึ่งปัจจุบันกำลังแพร่ระบาดและขยายไปทั่วประเทศมากขึ้น และก่อให้เกิดปัญหาสังคมขึ้นมามากมาย ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาที่เป็นภัยร้ายแรงต่อสุขภาพกายและ สุขภาพจิตส่งผลกระทบต่อสังคม เศรษฐกิจ บั่นทอนความเจริญของประเทศชาติ โดยมากผู้ติดยามักเริ่มจาก ด้วยความอยากรู้ ความอยากลอง และความคึกคะนองเป็นส่วนใหญ่ อีกทั้งสภาพแวดล้อม สังคม และค่านิยม ในกลุ่มเป็นแรงผลักดันอีกชั้นหนึ่ง ประกอบกับการหาซื้อได้ง่ายทำให้จำนวนผู้ติดยาเพิ่มมากขึ้นถึงแม้จะถูก บรรจุลงในวาระแห่งชาติก็ตามแต่ก็ยังมีข่าวออกมาให้เห็นกันอยู่ตลอด ซึ่งล้วนก่อความเสียหายให้กับ ประเทศชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นการปล้นชิงหรืออาชญากรรม ล้วนนำมาซึ่งความสูญเสีย กลุ่มเยาวชนจะติดยาเสพติดมากกว่ากลุ่มคนกลุ่มอื่น และที่น่าเป็นห่วงมากก็คือ ยาเสพติดกำลัง แพร่ระบาดสู่เด็กนักเรียน ซึ่งสาเหตุอาจเป็นเพราะเกิดจากถูกเพื่อนชักจูงให้ลองเสพ อยากรู้ อยากลอง ถูกล่อลวง และสาเหตุสำคัญอีกประการหนึ่งคือการขาดความอบอุ่นในครอบครัว พ่อแม่ไม่มีเวลาให้ ปัญหา พ่อแม่หย่าร้างกัน ผู้ใหญ่ไม่ได้สนใจดูแลหรือเป็นที่พึ่งของเด็กได้ เด็กเกิดความว้าเหว่ไม่รู้จะปรึกษาใคร เลย หันไปหายาเสพติดหรือเป็นเป้าล่อให้กับผู้ไม่ปรารถนาดี ประเทศไทยประสบกับปัญหาเสพติดทั้งในด้านการเป็นพื้นที่ผลิต การเป็นพื้นที่การค้า การเป็นพื้นที่ เเพร่ระบาด เเละการเป็นทางผ่านยาเสพติด โดยมีตัวยาหลักที่ประสบปัญหาคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน เอ็คซ์ตาซี่ เเละสารเสพติดประเภทวัตถุออกฤทธิ์บางชนิด การเป็นพื้นที่ผลิตนั้นเนื่องจากประเทศไทย มีส่วนที่ติดกับพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ ซึ่งเป็นเเหล่งผลิต ยาเสพติดที่สำคัญของโลกเเห่งหนึ่ง จึงทำให้ไทยมีส่วนในการผลิตยาเสพติดประเภทฝิ่น เเละเฮโรอีนซึ่งผลิต มากในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ นอกจากนั้นเเล้วในปัจจุบันยังมีการผลิตยาบ้า ในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำด้วย ยาเสพติดที่มีการผลิตในประเทศไทยอีกชนิดหนึ่งคือ กัญชา ซึ่งมีมากในภาคอีสาน อย่างไรก็ตาม สำหรับการ เป็นเเหล่งผลิตของประเทศไทยนั้น ในปัจจุบันได้ลดปริมาณลงมาก โดนเฉพาะ ฝิ่น เฮโรอีน เเละกัญชา จนอยู่ ในระดับหนึ่งที่สามารถควบคุมได้ ในส่วนของการผลิตยาบ้าได้มีการย้ายเเหล่งผลิตไปอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เป็นส่วนใหญ่ การเป็นพื้นที่การค้าประเทศไทยมีการค้ายาเสพติดที่สำคัญ 3 ชนิด คือ การค้าเฮโรอีน การค้ากัญชา การค้ายาบ้าการค้าเฮโรอีน การจายอยู่บริเวณพื้นที่ภาคเหนือของประเทศไทยบริเวณติดกับสามเหลี่ยม ทองคำพื้นที่ กทม. พื้นที่ภาคใต้ เเละข่ายงานต่างประเทศ ซึ่งเชื่อมโยงกับข่ายงานภายในประเทศ รวมทั้งชน กลุ่มน้อยในพื้นที่สามเหลี่ยมทองคำ เฮโรอีนส่วนใหญ่ จะถูกลำเลียงไปยังต่างประเทศ เเต่บางส่วนจำหน่ายใน ตลาดไทย ในปัจจุบันเครือข่ายเฮโรอีน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมเเละทำลายลงในเครือข่าย บางกลุ่มหยุดดำเนิน บางกลุ่มไปค้ายาบ้าเเทน การค้ากัญชา อยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน พื้นที่กทม. และพื้นที่ภาคใต้ แต่พื้นที่ดำเนินการส่วนใหญ่อยู่ทาง ภาคอีสาน กัญชาที่รวบรวมได้จะส่งออกไปต่างประเทศเป็นหลัก ปัจจุบันกล่าวได้ว่าการค้ากัญชาลดน้อยลง มาก กลุ่มผู้ค้าจะไปดำเนินการในประเทศเพื่อนบ้าน การค้าในประเทศส่วนใหญ่เพื่อใช้เสพภายในประเทศ การค้ายาบ้า ยาบ้าได้เเพร่กระจายอยู่ในทุกภูมิภาค ผู้ค้ามีกระจายในพื้นที่ต่างๆ ตั้งเเต่ระดับรายใหญ่ ระดับกลาง เเละระดับย่อย ในพื้นที่เเพร่ระบาดเครือข่ายการค้ายาบ้าไม่มีการจัดองค์กรที่ชัดเจนเหมือนกับ เฮโรอีนเเละกัญชา เเม้เเต่นักค้ารายย่อยบางครั้งก็สามารถไปจัดหายาเสพติดจากพื้นที่ผลิตบริเวณสามเหลี่ยม ทองคำครั้งละเป็นปริมาณมากได้


๑๕ การเป็นพื้นที่เเพร่ระเบิด ยาเสพติดที่เเพร่ระบาดในประเทศไทย ประกอบด้วย ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคน ยาอี เเละวัตถุที่ออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทบางชนิด เช่น จำพวกยานอนหลับ อย่างไรก็ ตาม สำหรับการเเพร่ระบาดเเล้ว ตัวยาหลักคือ ฝิ่น เฮโรอีน กัญชา ยาบ้า สารระเหย โคเคนซี่ ยาเค โดยฝิ่น เเละเฮโรอีน เคยเป็นยาเสพติดที่เเพร่ระบาดรุนเเรงในอดีต เเต่ปัจจุบันลดระดับลง ฝิ่นคงในเเพร่ระบาดเฉพาะ กลุ่มชาวเขา เฮโรอีนเเพร่ระบาดในกลุ่มเสพเดิม ตัวยาที่เเพร่ระบาดมากเเละมีปัญหาในระดับรุนเเรง คือ ยาบ้า ซึ่งเเพร่กระจายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน นักเรียนนักศึกษา สำหรับโคเคน เเละยาเค การ เเพร่ระบาดจำกัดอยู่เฉพาะกลุ่มเยาวชน ผู้ใช้ในสถานบันเทิง เเละกลุ่มวัยรุ่นที่มีฐานะดี ส่วนสารระเหยจะเเพร่ ระบาดในกลุ่มเด็กนอกสถานศึกษา ส่วนใหญ่จะอยู่ในพื้นที่ภาคอีสาน การเป็นทางผ่านยาเสพติด การที่ประเทศไทยมีส่วนที่ติดกับสามเหลี่ยมทองคำ เเละการคมนาคม ภายในประเทศมีความสะดวก โดยเฉพาะการขนส่งทางบกเเละทางอากาศ จึงมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติด ทั้งที่อเมริกา ออสเตรเลีย เเละยุโรป นอกจากนั้นเเล้ว ยังมีการลักลอบลำเลียงกัญชาจากทางภาคอีสานมายัง กรุงเทพ ส่งไปต่างประเทศ โดยทางเรือหรือส่งลงทางใต้ไปยังประเทศมาเลเซีย เเละต่อไปยังประเทศใน ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ญี่ปุ่น อเมริกา เเละประเทศในยุโรป บางประเทศ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ได้กล่าวถึงแนวโน้มสถานการณ์ปัญหายา เสพติดในปี ๒๕๖๐ ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ไว้ดังนี้ สถานการณ์ด้านตัวยาเสพติด (Supply) ประเทศไทยได้ดําเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติด ในภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคํา ๖ ประเทศ ได้แก่ จีน เมียนมาร์ลาว กัมพูชา เวียดนาม และประเทศไทย ตามแผนปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๙ – ๒๕๖๑ ส่งผลนําไปสู่การทําลายแหล่งผลิต จับกุมสกัด กั้นยาเสพติด สารเคมีในประเทศเพื่อนบ้านได้เป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีการลักลอบผลิต ยาเสพ ติดและการลักลอบนําเข้าเคมีภัณฑ์และสารตั้งต้นจากต่างประเทศเข้าสู่พื้นที่ในภูมิภาคอย่างต่อเนื่องจะเห็นได้ จากผลการจับกุมยาเสพติดตามแผนแม่น้ำโขงปลอดภัยของ ๖ ประเทศในปีที่ผ่านมา มีปฏิบัติการทั้งหมด ๙๐๒ ครั้ง จับกุม ๒๘๙ คดี ผู้ต้องหา ๖๙๑ คน ยึดยาบ้า ๖๙,๔๕๒,๕๑๔ เม็ด ยาไอซ์ ๙๕๒ กิโลกรัมเฮโรอีน ๘๑๗ กิโลกรัม กัญชา ๙๒๕ กิโลกรัม กาเฟอีน ๑๙,๔๔๐ กิโลกรัม กรดไฮโดรคลอลิก ๑,๘๒๐ ลิตร และ กรดซัลฟูริก ๒๘๐ ลิตร ๒. ผลการจับกุมยาเสพติดภายในประเทศในปีที่ผ่านมา จับกุมยาบ้า ๙๓,๗๓๗,๖๙๕ เม็ด ยาไอซ์ ๑,๑๖๑ กิโลกรัม เฮโรอีน ๑๔๗ กิโลกรัม กัญชาแห้ง ๑๑,๑๘๓ กิโลกรัม ฝิ่น ๗๙๐ กิโลกรัม โคเคน ๔๔ กิโลกรัม ยาแก้ไอ ๓๐๒ กิโลกรัม โดยมีการจับกุมคดียาบ้าที่มีของกลาง ๑ ล้านเม็ดขึ้นไปลดลง จับกุม ๑๓ คดี ยาบ้า ๒๑.๖ ล้านเม็ด (ปี๒๕๕๘ จับกุม ๒๐ คดียาบ้า ๓๖.๑ ล้านเม็ด) ในขณะที่ระดับ ๑ แสนเม็ดขึ้นไป เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสําคัญ จับกุม ๑๘๖ คดียาบ้า ๕๒.๐ ล้านเม็ด (ปี๒๕๕๘ จับกุม ๑๓๒ คดียาบ้า ๓๗.๔ ล้านเม็ด) ๓. การนําเข้ายาเสพติดตามแนวชายแดน จากสถิติการจับกุมสามารถสกัดกั้นจับกุม ยาเสพติด ในพื้นที่จังหวัดชายแดน ร้อยละ ๕๖.๕๙ ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของยาเสพติดทั่วประเทศ และจากข้อมูลการ จับกุม พื้นที่นําเข้าหลักยังคงเป็นพื้นที่ภาคเหนือโดยเฉพาะพื้นที่ จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ รองลงมาคือภาค ตะวันออกเฉียงเหนือ


๑๖ ๔. สถานการณ์การลักลอบปลูกฝิ่นในประเทศไทย ประจําปี๒๕๕๙/๒๕๖๐ พบว่ามีพื้นที่ปลูกฝิ่นใน ๓ จังหวัด ๗ อําเภอ (จ.เชียงใหม่ - อ.อมก๋อย, อ.เชียงดาว, อ.แม่แต่ง, อ.แม่แจ่ม / จ.ตาก - อ.แม่ ระมาด, อ.ท่าสองยาง / จ.แม่ฮ่องสอน - อ.ปาย) จํานวน ๑,๕๑๙ แปลง รวม ๑,๑๖๙,๖๕ ไร่ สถานการณ์ด้านการใช้ยาเสพติด (Demand) ประเทศไทยยังคงประสบปัญหาสําคัญ คือ ปัญหาการ เสพและการใช้ยาเสพติดในกลุ่มเด็กและเยาวชน กลุ่มผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการที่ยังไม่มีมาตรฐาน ระบบการป้องกันและควบคุมที่ดี การแพร่ระบาดในหมู่บ้านชุมชน ซึ่งนํามาสู่ปัญหาความเดือดร้อนให้แก่ ประชาชนทั่วไป จะเห็นได้จาก ๑. ผลการบําบัดรักษาในปีที่ผ่านมา ผู้เข้ารับการบําบัดรักษาทุกระบบ รวม ๑๗๗,๗๓๑ คน ซึ่งผู้เข้า รับการบําบัดรักษามีแนวโน้มลดลง ส่วนใหญ่ยังคงเป็นกลุ่มเด็กและเยาวชน อายุ๑๕-๒๔ ปีแต่ก็จะมีสัดส่วน ที่ลดลงอยู่ที่ร้อยละ ๔๑.๕ (จากเดิมร้อยละ ๔๒.๓) ๒. ผลการสํารวจความคิดเห็นของประชาชน แม้ว่าประชาชนจะพึงพอใจต่อการแก้ไขปัญหายาเสพ ติดของรัฐบาล แต่ปัญหายาเสพติดก็ยังคงเป็นปัญหาที่ประชาชนต้องการให้แก้ไขเป็นเรื่องเร่งด่วน จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของยาเสพติดมายาวนานและก่อให้เกิดปัญหาต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง รัฐบาลจึงได้กำหนดให้การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็น “วาระแห่งชาติ” ที่จะต้องดำเนินการอย่าง จริงจัง โดยมีคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรีที่ ๑๕๖/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๑๘ ตุลาคม ๒๕๕๗ .ให้ปัญหายาเสพติดเป็น ปัญหาเฉพาะหน้าที่ต้องได้รับการป้องกันและแก้ไขโดยการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มงวดและจัดการปัญหาอื่น ๆ ที่เชื่อมโยงต่อเนื่องให้เบ็ดเสร็จ ประกอบกับประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติฉบับที่ ๑๐๙/๒๕๕๗ ลงวันที่ ๒๑ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เรื่อง การแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยา เสพติด กำหนดองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นยุทธศาสตร์หลักให้ทุกภาคส่วนในสังคมผนึกกำลังของคนในชาติ ร่วมแรงร่วมใจแก้ไขปัญหายาเสพติดให้ สัมฤทธิ์ผลโดยเร็ว รวมทั้งเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนในการเอาชนะยาเสพติดให้ได้ผล อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน โดยให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติเรียกโดยย่อ ว่า ศอ.ปส. ทำหน้าที่เป็นองค์กรอำนวยการการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดระดับชาติ กำหนดกลยุทธ์ สำคัญที่จะดำเนินการ คือ ๗แผน ๔ปรับ ๓หลัก ๖เร่ง เพื่อให้ทุกหน่วยงานยึดถือเป็นหลักในการขับเคลื่อน งานยาเสพติด กำหนดแนวทางดำเนินงานตามแผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยมี สถานการณ์ด้านกลุ่มเสี่ยง (Potential Demand) กลุ่มเด็กและเยาวชนทั้งในและนอกสถานศึกษาเป็นปัญหา สำคัญที่ทำให้ปัญหาด้าน Demand ไม่ลดลง เนื่องจากจำนวนผู้เสพ/ผู้ติดเกินครึ่งของผู้เสพติดที่เข้าบำบัดรักษาในแต่ละปีเป็นผู้เสพรายใหม่ กลุ่มผู้ เข้าไปกระทำผิดเกี่ยวกับยาเสพติดมีแนวโน้มเป็นกลุ่มเยาวชน โดยอายุของผู้เกี่ยวข้องมีแนวโน้มลดลงมาสู่ กลุ่มเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า ๒๐ปี พร้อมกำหนดเป้าหมายสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันยาเสพติดให้กับ เยาวชนก่อนวัยเสี่ยงอายุ ๗-๑๘ ปี กำหนดแผนการแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด กำหนดบำบัดรักษาใน กลุ่มที่เป็นนักเรียน โดยให้แยกการบำบัดรักษาของนักเรียนเป็นการเฉพาะไม่ปะปนกับผู้เสพทั่วไปเพื่อมิให้ เกิดปัญหาการแพร่พฤติการณ์ โดยการจัดค่ายบำบัดหรือค่ายปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสำหรับกลุ่มนักเรียน โดยเฉพาะ หรืออาจบำบัดในโรงเรียนภายใต้การสนับสนุนช่วยเหลือจากหน่วยงานสาธารณสุข รวมทั้งได้มี การจัดทำบันทึกข้อตกลง เรื่อง การจัดทำจิตสังคมบำบัดในสถานศึกษา และเรื่องการให้ศึกษาเพื่อต่อต้านการ ใช้ยาเสพติดในสถานศึกษา (Drug Abuse Resistance Education : D.A.R.E) ชองส่วนราชการระดับ


๑๗ กระทรวงเพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา ทั้งนี้โดยศูนย์อำนวยการพลังแผ่นดินเอาชนะ ยาเสพติดแห่งชาติ (ศพส.) และศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดแห่งชาติเรียกโดยย่อว่า ศฮ.ปส. ได้กำหนดดำเนินการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีเป้าหมายดำเนินการที่สำคัญคือ - การสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเด็ก ป.๖ ก่อนวัยเสี่ยง ร้อยละ ๓๐ - การสร้างระบบป้องกัน เฝ้าระวังและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา - การขจัดปัจจัยเสี่ยงรอบสถานศึกษา - การสร้างวิทยากรป้องกันเด็กก่อนวัยเสี่ยง ได้แก่ ครู D.A.R.E (ครูตำรวจ ครูพระ ครูสอน ศาสนา) - การจัดตั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจประสานงานประจำสถานศึกษา - การจัดตั้งศูนย์เครือข่ายและเจ้าพนักงานส่งเสริมความประพฤตินักเรียน/นักศึกษา - การค้นหา และจัดค่ายบำบัดนักเรียน/นักศึกษา กลุ่มใช้/เสพยาเสพติด หรือการจัดทำจิตสังคม บำบัดในสถานศึกษา นโยบายโรงเรียนบ้านหนองสะแบง สถานการณ์ปัญหายาเสพติดใน - นอกสถานศึกษา สถานการณ์ปัญหายาเสพติดในปัจจุบัน นับว่ามีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น จากการนำเสนอข้อมูลตาม แผนปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติดพบว่า มีการผลิตยาเสพติดทั้งยาบ้า ยาไอซ์และเฮโรอีน ใน ด้านการแพร่ระบาดยาเสพติดมีสถานการณ์ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นกลยุทธ์การดำเนินงานของรัฐบาลในทุก ยุ ค ทุกสมัย ได้ตระหนักในการแก้ปัญหายาเสพติดอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ดังจะเห็นได้จาก การประกาศ นโยบายรัฐบาล เรื่อง ปฏิบัติการพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด และรัฐบาลถือเป็นวาระแห่งชาติ และเพื่อ สนองพระราชเสาวนีย์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ ๑๒ สิงหาคม ที่ทรงชี้ให้เห็นภัย อันตรายของยาเสพติด รัฐบาลและทุกภาคส่วนได้น้อมนำข้อห่วงใยของพระองค์ท่านมากำหนดเป็นนโยบาย และวาระแห่งชาติ ภายใต้ปฏิบัติการวาระแห่งชาติพลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด โดยต้องลดปัญหายาเสพ ติดให้ได้ภายใน ๑ ปี ทุกฝ่ายต้องทำงานแบบบูรณาการเป็นระบบ และจะต้องลดความรุนแรงได้ ร้อยละ ๘๐ โดยใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เป็นยุทธศาสตร์หลัก รัฐบาลได้มอบนโยบายให้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติดใน สถานศึกษา ตามแผนงานที่ ๓ การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด กำหนดมาตรการป้องกันนักเรียน นักศึกษา และเยาวชนก่อนวัยเสี่ยง และในวัยเสี่ยงไม่ให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด เรียนรู้ถึงโทษและพิษภัย ของยาเสพติด รู้จักวิธีปฏิเสธหลีกเลี่ยงยาเสพติดและใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพื่อหลีกเลี่ยงการมั่วสุมกับ ยาเสพติดและอบายมุข ตลอดจนดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้คืนสู่สังคมได้ อย่างปกติ ศูนย์อำนวยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ จึงได้กำหนดนโยบายให้ ผู้บริหารองค์กรหลัก หน่วยงานและสถานศึกษาดำเนินการโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด และ อบายมุขที่ประกอบด้วย ๕ มาตรการ ตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติด คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวัง และมาตรการบริหารจัดการ ขับเคลื่อนภายใต้กลยุทธ์ ๔


๑๘ ต้อง ๒ ไม่ ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมียุทธศาสตร์ ต้องมีแผนงาน ต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย ไม่ปกปิดข้อมูล และไม่ไล่ออก เพื่อให้เกิดระบบการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา อย่าง เข้มแข็งต่อเนื่องและยั่งยืน โรงเรียนบ้านหนองสะแบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๑ ได้นำ แนวคิดหลักการทรงงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ข้อที่ 3 แก้ปัญหาจากจุดเล็ก พระองค์ได้ให้แนวคิดไว้ว่าควร มองปัญหาภาพรวมก่อนเสมอแต่เมื่อจะลงมือแก้ปัญหานั้น ควรมองในสิ่งที่คนมักจะมองข้าม แล้วเริ่ม แก้ปัญหาจากจุดเล็กๆ เสียก่อน เมื่อสำเร็จแล้วจึงค่อยๆ ขยับขยายแก้ไปเรื่อยๆ ทีละจุด เราสามารถเอามา ประยุกต์ใช้กับการทำงานได้ โดยมองไปที่เป้าหมายใหญ่ของงานแต่ละชิ้น แล้วเริ่มลงมือทำจากจุดเล็กๆ ก่อน ค่อยๆ ทำ ค่อยๆ แก้ไปทีละจุด งานแต่ละชิ้นก็จะลุลวงไปได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ “ถ้าปวดหัวคิดอะไร ไม่ออก ก็ต้องแก้ไขการปวดหัวนี้ก่อน มันไม่ได้แก้อาการจริง แต่ต้องแก้ปัญหาที่ทำให้เราปวดหัวให้ได้ เสียก่อน เพื่อจะให้อยู่ในสภาพที่ดีได้…” โดยโรงเรียนบ้านหนองคัน ได้เล็งเห็นว่าจุดเล็ก ๆในเรื่องของการ แก้ไขปัญหายาเสพติด หรือในเรื่องของการสูบบุหรี่นั้น ควรเริ่มจากจุดที่เล็กที่สุดในสังคมก่อน ซึ่งนั่นก็คือ “ครอบครัว” สถาบันครอบครัวถือเป็นสถาบันแรก ที่มีบทบาทหน้าที่ในการป้องกันปัญหายาเสพติดโดยตรง ทั้งทางนิตินัย และพฤตินัย พ่อแม่ คือ บุคคลสำคัญในการอบรม เลี้ยงดู สั่งสอนลูก นอกจากนี้ยังจะต้อง ประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างที่ดี ที่ถูกต้องให้กับบุตรหลาน สถิต วงศ์สวรรค์ (อ้างถึงใน ธัญญา สนิทวงศ์ ณ อยุธยา. 2545 : 129) กล่าวไว้ว่า การอบรมเลี้ยงดู เป็นกระบวนการที่ทำให้มนุษย์รู้กฎเกณฑ์ทางสังคม โดยผ่านทางผู้ให้การอบรม (พ่อ แม่) ทำให้คนคนนั้นเกิด การเรียนรู้และเกิดการประพฤติปฏิบัติตาม กระบวนการอบรมเลี้ยงดูจะอบรมกล่อมเกลาเด็กตั้งแต่เกิด โดย บุคคลที่อยู่แวดล้อม เช่น พ่อ แม่ ญาติ พี่น้อง เป็นต้น ทำให้เด็กได้รู้สึก ได้เข้าใจ ได้รู้สิ่งดีไม่ดี สิ่งใดควรทำไม่ ควรทำ จนทำให้เกิดพฤติกรรมต่างๆ เช่น เรียบร้อย เกเร มีมารยาท ไม่มีมารยาท ไปจนถึงลักษณะซื่อสัตย์ คดโกง มีเมตตา หรือโหดร้าย ดังนั้นสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะพ่อ แม่ เป็นผู้ที่มีบทบาทหน้าที่สำคัญในการอบรมเลี้ยงดู ให้ความรู้สิ่งไหนดีไม่ดี สิ่งไหนควรทำไม่ควรทำ จะต้องปลูกฝังค่านิยมที่ดีให้กับลูก รวมถึงการประพฤติปฏิบัติ ตนเป็นแบบอย่างที่ดี เพื่อสร้างทัศนคติที่ดีให้กับลูก เป็นที่ปรึกษาให้คำแนะนำที่ถูกต้อง สร้างความอบอุ่น ให้กับครอบครัวไม่สร้างปัญหาให้กับครอบครัว โรงเรียนบ้านหนองสะแบง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภูเขต ๑ กระทรวง ศึกษาศึกษาธิการ จัดการศึกษาตั้งแต่ระดับอนุบาล จนถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ จากผลการวิเคราะห์ ข้อมูลโดยใช้แบบประเมินพฤติกรรม (SDQ) และแบบประเมินอื่นๆ พบว่า นักเรียนส่วนใหญ่ เป็นนักเรียนกลุ่ม ปกติ แต่มีปัญหาด้านพฤติกรรมโดยประเภทของปัญหาที่พบมากเป็นอันดับหนึ่ง ได้แก่ ปัญหาพฤติกรรมการ


๑๙ อยู่ไม่นิ่ง ไม่มีสมาธิรองอันดับสอง ได้แก่ ปัญหาพฤติกรรมเกเร ชอบทะเลาะวิวาท และรองอันดับสาม ได้แก่ ปัญหาด้านไม่มีระเบียบวินัย ทิ้งขยะไม่เป็นที่ ซึ่งเป็นพฤติกรรมที่ต้องได้รับการแก้ไข ทางโรงเรียนจึงตระหนัก ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับนักเรียน รวมทั้งสร้างภูมิคุ้มกันในการเสริมสร้างทักษะชีวิต ให้ห่างไกลจากยาเสพติดให้แก่นักเรียน จึงได้ดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ อบายมุข เพื่อส่งเสริมบุคลากรและนักเรียนให้ตระหนักถึงโทษภัยของยาเสพติด อบายมุข และเพื่อให้ นักเรียนสามารถปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากยาเสพติดและอบายมุขได้อย่างถูกต้อง จึงได้กำหนดมาตรฐานและ นโยบายเกี่ยวกับงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดและอบายมุขของโรงเรียน ดังนี้ ๑. ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคน ต้องดำเนินงานตามนโยบาย การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจัง จัดทำแผนปฏิบัติการครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา ๒. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เข้าร่วมโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข ของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๑ ๓. ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษา ต้องให้ความสำคัญและมีจิตสานึกร่วมกัน ที่จะปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ความร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจ จัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๔. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ส่งเสริม สนับสนุนจัดกิจกรรมป้องกันและเฝ้าระวังยาเสพติด ในสถานศึกษาเป็นส่วนหนึ่งของการเรียนการสอน เช่น กิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ต่าง ๆ ค่ายคุณธรรม กิจกรรม ลูกเสือและเนตรนารีป้องกันยาเสพติด กิจกรรมกีฬาป้องกันยาเสพติด เป็นต้น ๕. ครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดการเรียนการสอนให้ความรู้เสริมสร้างจิตสานึก ทักษะชีวิต ภูมิคุ้มกันต่อต้านยาเสพติด และอบายมุข จัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน นักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้าง เครือข่ายแกนนาทุกระดับในสถานศึกษา ๖. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง จัดระบบการดำเนินงานยุทธศาสตร์๕ มาตรการ ตามโครงการ สถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข คือ มาตรการป้องกัน มาตรการค้นหา มาตรการรักษา มาตรการเฝ้าระวังมาตรการบริหารจัดการ ภายใต้กลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมี ยุทธศาสตร์ต้องมีแผนงานต้องมีระบบข้อมูล ต้องมีเครือข่าย ไม่ปกปิดข้อมูลและไม่ไล่ออก ๗. ผู้บริหารสถานศึกษา อำนวยการ กำกับ ติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและจัดมาตรการ เสริมแรงให้แก่ผู้รับผิดชอบด้านยาเสพติดดีเด่น ด้วยการยกย่องชมเชย มอบโล่ เกียรติบัตร เลื่อนขั้นเงินเดือน กรณีพิเศษ มาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบประกอบ วิชาชีพ ๘. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามกรอบ แนวทางการ ดำเนินงานอย่างจริงจัง


๒๐ ๙. ครูผู้รับผิดชอบงานด้านยาเสพติด สรุปผลการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยา เสพติดและอบายมุข รายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภูเขต ๑ เพื่อสรุปผล รายงานศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด กระทรวงศึกษาธิการ


๒๑ ประชุม คณะกรรมการสถานศึกษา ครูและผู้ปกครอง เพื่อขับเคลื่อนนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา


๒๒ บทที่ ๓ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน การดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน และกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ ของโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินการ ดังนี้ 3. ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ ๕ ด้าน 3.๑ ยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน ๑.๑.๑ การดำเนินงานห้องเรียนสีขาว การดำเนินงานห้องเรียนสีขาว โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่สำคัญดังนี้ กิจกรรม ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุขแต่งตั้งคณะกรรมการ ๓ ระดับ ประกอบด้วย คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการประเมินโครงการสถานศึกษาสี ขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข และคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานตามโครงการห้องเรียนสีขาว ๒. ประชุมชี้แจงคณะกรรมการดำเนินงานโครงการห้องเรียนสีขาว เพื่อชี้แจงทำความเข้าใจ เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ ๓. เขียนคติพจน์/หลักธรรมประจำห้องเรียนสีขาวทุกห้อง แต่ละห้องจะมีคติพจน์/หลักธรรม ประจำห้องเรียนที่แตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับมติที่ประชุมห้อง ๔. จัดทำข้อตกลงประจำห้องเรียน เพื่อให้นักเรียนได้ปฏิบัติตาม ฝึกความมีระเบียบวินัย ๕. จัดทำป้ายนิเทศ/มุมประสบการณ์/มุมให้ความรู้เกี่ยวกับภัยร้ายของยาเสพติดในห้องเรียนสี ขาวในแต่ละห้อง เพื่อเป็นแหล่งศึกษาหาความรู้ของนักเรียน ๖. จัดบรรยากาศห้องเรียนให้สะอาด เป็นระเบียบ เรียบร้อย น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน เอื้อต่อการ จัดการเรียนรู้ ๗. ครูประจำชั้นจัดทำเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ เกี่ยวกับกิจกรรมนักเรียน เช่น บันทึกโฮมรูม บันทึกการทำความดี บันทึกการส่งการบ้าน บันทึกการอบรมนักเรียน เป็นต้น ๘. คณะทำงานห้องเรียนสีขาวแต่ละชั้น ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย ๑.๑.๒ การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่ สำคัญดังนี้ กิจกรรม ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการสภานักเรียน เพื่อทำหน้าที่กำกับ ดูแล สอดส่องพฤติกรรมนักเรียน


๒๓ ๒. จัดกิจกรรมเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดภายในชุมชน เพื่อส่งเสริม กระตุ้นให้นักเรียน ชุมชน ได้เห็นถึงพิษภัยของยาเสพติด และร่วมกันขจัดยาเสพติดให้หมดไปจากชุมชน ๓. ประสานความร่วมมือกับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลโคกใหญ่ ๔. จัดกิจกรรมเยี่ยมบ้านนักเรียน ๑๐๐% โดยครูประจำชั้นเยี่ยมบ้านนักเรียนในความ รับผิดชอบทุกคน ทุกภาคเรียน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง แลกเปลี่ยนข้อมูล นักเรียน เพื่อช่วยกันหาทางช่วยเหลือ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และส่งเสริมความสามารถนักเรียนให้ตรงกับ ศักยภาพของผู้เรียน ๕. จัดกิจกรรมให้ความรู้แก่นักเรียน โดยเชิญวิทยากรจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้าน หนองตานา มาให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด และการปฏิบัติตนให้ห่างไกลจากยาเสพติด ๖. ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนภาคเรียนละ ๒ ครั้ง เพื่อวางแผนการ ดำเนินงานของโรงเรียน รายงานผลการดำเนินงาน และร่วมกันแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ๗. ประชุมผู้ปกครองนักเรียนทุกภาคเรียน เพื่อรายงานผลการดำเนินงานของโรงเรียน รวมทั้ง รายงานปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหา และพัฒนางานให้ดียิ่งขึ้น ๘. จัดกิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรม เพื่ออบรม สั่งสอนนักเรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรมที่ดี ๙. จัดกิจกรรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ทำบุญทุกวันพระ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้ฝึกปฏิบัติ เกี่ยวกับศาสนพิธี สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ ๑๐. จัดกิจกรรมเรียนรู้กับครูพระ โดยพระอาจารย์สำรอง จากวัดชุมพลสามัคคี มาสอน พุทธศาสนาให้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ - ๖ สัปดาห์ละ ๑ ชั่วโมง เพื่อให้นักเรียนมีความรู้เกี่ยวกับ พระพุทธศาสนาและศาสนพิธี ๑๑. จัดกิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เช่น วันพ่อแห่งชาติ วันแม่แห่งชาติ วันสุนทรภู่ วันเด็กแห่งชาติ วันแห่งความสำเร็จ เป็นต้น เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านต่าง ๆ และรู้จักใช้เวลา ว่างให้เป็นประโยชน์ ๑๒. พัฒนา ปรับปรุงลานกีฬา จัดกิจกรรมการแข่งขันกีฬา ได้แก่ กีฬาสีชุมชน กีฬากลุ่ม โรงเรียนตำบลโคกใหญ่ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกถึงความสามารถด้านกีฬา มีน้ำใจเป็นนักกีฬา และห่างไกลจากยาเสพติด ๑๓. พัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณโรงเรียนให้น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน ไม่ให้มีจุดอับ จุดเสี่ยงที่ นักเรียนจะไปทำกิจกรรมในทางที่ไม่ดี ๑๔. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ลูกเสือ – เนตรนารี ทุกวันพุธ และจัดกิจกรรมอยู่ค่ายพักแรม ลูกเสือ – เนตรนารี ปีละ ๑ ครั้ง เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนมีความรัก ความสามัคคีในหมู่คณะ มีความรับผิดชอบ มีระเบียบวินัย และมีทักษะในการดำรงชีวิต


๒๔ ๑๕. จัดกิจกรรมโฮมรูม ครูประจำชั้นทุกชั้น พบกับนักเรียนทุกวันหลังกิจกรรมหน้าเสาธง ๑๖. กิจกรรมครู D.A.R.E. เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรโนนสัง มาสอนนักเรียนชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๓ – ๕ เดือนละ ๒ ครั้ง เพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดและการปฏิบัติตนให้ห่างไกลจาก ยาเสพติด ๑.๑.๓ การป้องกันและแก้ไขปัญหาสื่อลามกอนาจารและปัจจัยเสี่ยง การป้องกันและแก้ปัญหาสื่อลามกอนาจารและปัจจัยเสี่ยง โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/ กิจกรรมที่สำคัญดังนี้ กิจกรรม ๑. กำหนดมาตรการไม่อนุญาตให้นักเรียนนำโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียน เพื่อป้องกันไม่ให้ นักเรียนใช้โทรศัพท์ในการสืบค้นข้อมูล ภาพ และสื่อลามกอนาจาร ๒. พัฒนา ปรับปรุงภูมิทัศน์ และบริเวณภายในโรงเรียนให้โล่ง ไม่มีมุมอับและพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ครูสามารถกำกับ ดูแล ควบคุมพฤติกรรมนักเรียนไม่ให้มั่วสุมทำพฤติกรรมที่ไม่ดี ๓. พัฒนา ปรับปรุงห้องสมุดให้ได้มาตรฐาน มีหนังสือส่งเสริมการอ่าน วารสาร สิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ให้เพียงพอกับความต้องการ เพื่อกระตุ้นให้นักเรียนมาใช้บริการห้องสมุด รู้จักศึกษาหาความรู้ด้วยตนเอง และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ ๔. เข้มงวด กวดขันให้นักเรียนแต่งกายให้ถูกระเบียบของทางโรงเรียน ๕. ครูผู้รับผิดชอบห้องคอมพิวเตอร์ เปลี่ยนรหัส WiFi ทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันไม่ให้นักเรียนจำ รหัสได้ และใช้ Internet ในทางที่ไม่ถูกต้อง ๖. ให้ความรู้เรื่องเพศศึกษากับนักเรียน โดยบูรณาการกับสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพล ศึกษา ๑.๑.๔ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการพนัน การป้องกันและแก้ปัญหาการพนัน โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้ กิจกรรม ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการสารวัตรนักเรียน เพื่อทำหน้าที่สอดส่อง ดูแลพฤติกรรมของนักเรียนทั้ง ในโรงเรียนและที่บ้าน ๒. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทุกชั้นเรียน เพื่อให้นักเรียนมี ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง ๓. ดำเนินกิจกรรมออมทรัพย์ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนทุกคนออมเงินอย่างน้อยวันละ ๑ บาท ส่งเสริมนิสัยประหยัด และรู้จักคุณค่าของเงิน


๒๕ ๔. จัดตั้งชุมนุมการเรียนรู้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้แก่ ชุมนุมสะแบงปลาแซบ ชุมนุม เพาะเห็ด ชุมนุมผักสวนครัว ชุมนุมขยะรีไซเคิล เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้เรียนรู้โดยการปฏิบัติจริง มีทักษะ ในการทำงาน สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ๕. จัดกิจกรรม ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ โรงเรียนได้จัดกิจกรรมเรียนรู้การทำปลาแห้ง เพื่อส่งเสริม ให้นักเรียนมีทักษะอาชีพและมีรายได้ระหว่างเรียน ๑.๑.๕ การป้องกันและแก้ไขปัญหาการทะเลาะวิวาท การป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติด โรงเรียนบ้านหนอสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่สำคัญ ดังนี้ กิจกรรม ๑. ออกระเบียบของโรงเรียนว่าด้วยการลงโทษนักเรียน ๒. สารวัตรนักเรียนทำหน้าที่กำกับดูแลพฤติกรรมของนักเรียนและรายงานให้ฝ่ายปกครองทราบ ๓. จัดกิจกรรมอบรมนักเรียนทุกวันศุกร์ เพื่อให้ความรู้แก่นักเรียนเกี่ยวกับคุณธรรม จริยธรรม ประพฤติ ปฏิบัติตน การอยู่ร่วมกันและอื่น ๆ ๑.๑.๖ การจัดการเรียนการสอนตามแนวทางการจัดการเรียนรู้สร้างภูมิคุ้มกันสารเสพติด เพื่อพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่สำคัญดังนี้ กิจกรรม ๑. จัดทำแนวทางการจัดการเรียนรู้การสร้างภูมิคุ้มกันสารเสพติดเพื่อพัฒนาทักษะชีวิตนักเรียน โดยจัดกิจกรรมแบบบูรณาการกันทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ทุกชั้น ๒. จัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงทุกชั้นเรียน ๓. ดำเนินกิจกรรมออมทรัพย์ ๔. จัดตั้งชุมนุมการเรียนรู้ตามหลักของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ๕. จัดกิจกรรม ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑.๑.๗ การจัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์เพื่อป้องกันยาเสพติด โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงาน/กิจกรรมที่สำคัญดังนี้ กิจกรรม


๒๖ ๑. กิจกรรมเข้าค่ายคุณธรรม ๒. กิจกรรมเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๓. กิจกรรมชุมนุมปลูกผักสวนครัว ๔. กิจกรรม ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๕. กิจกรรมทัศนศึกษา ๖. กิจกรรมกีฬาและนันทนาการ ๗. กิจกรรมจิตสาธารณะ ๘. กิจกรรมดนตรีและนาฏศิลป์ ๙. กิจกรรมการแข่งขันทักษะวิชาการ ๑๐. กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ๑๒. กิจกรรมรณรงค์ป้องกันยาเสพติด ๑๓. กิจกรรมประชาธิปไตยในโรงเรียน ๑๔. กิจกรรมวันสำคัญ ๑๕. กิจกรรมค่ายวิทยาศาสตร์เพื่อการเรียนรู้ ๑๖. กิจกรรมเรียนรู้กับครูพระ ๑๗. กิจกรรมพัฒนาคุณธรรม จริยธรรม ทำบุญทุกวันพระ ๑๘. กิจกรรมส่งเสริมขนบธรรมเนียมประเพณีในชุมชน ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน จากการที่โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการป้องกัน โดยจัด กิจกรรมครอบคลุมทั้ง ๗ กิจกรรม ผลการดำเนินงานด้านการป้องกัน ปรากฏดังนี้ ๑. ผลการประเมินห้องเรียนสีขาวทุกห้องมีระดับคุณภาพดีเด่น คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๒. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมของโรงเรียนอยู่ในระดับดี ๓. นักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามเกณฑ์มาตรฐานของโรงเรียน อยู่ในระดับดีมาก คิดเป็นร้อยละ ๙๒.๐๐ ๔. นักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ด้วยความเต็มใจ คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๕. นักเรียนมีทักษะในการทำงานตามศักยภาพของแต่ละคน คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ๖. นักเรียนมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามข้อตกลงของห้องเรียน ๗. นักเรียนทุกคน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับยาเสพติด และมีส่วน ร่วมในการรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด คิดเป็น ๑๐๐% ๘. นักเรียนทุกคนมีความรัก ความสามัคคี ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน คิดเป็น ๑๐๐ %


๒๗ ๙. นักเรียนมีระเบียบวินัย ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๙๕ ๑๐. ห้องเรียน และบริเวณโรงเรียนสะอาด ร่มรื่น น่าดู น่าอยู่ น่าเรียน เอื้อต่อการเรียนรู้ ไม่มี มุมอับ จุดเสี่ยงใด ๆ ๑๑. นักเรียนทุกคนได้รับการดูแลเป็นอย่างดี ไม่มีนักเรียนคนใดที่มีปัญหาและเสี่ยงต่อการถูก คุกคามทางเพศ โรงเรียนไม่มีภาพ สื่อลามกอนาจาร ๑๒. นักเรียนทุกคนไม่เล่นการพนันทั้งในและนอกโรงเรียน คิดเป็นร้อยละ ๑๐๐ ๑๓. นักเรียนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง สามารถนำไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ ๑๔. นักเรียนมีทักษะการทำงานตามศักยภาพของแต่ละคน มีความภูมิใจในผลงานของตนเอง ๑๕. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจถึงโทษของการพนัน และสามารถให้คำแนะนำเพื่อนได้ ๑๖. นักเรียนทุกคนมีความรัก ความสามัคคีภายในหมู่คณะ มีความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่ง กันและกัน ไม่มีปัญหาทะเลาะวิวาท 3.๒ ยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา ยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้นำระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาใช้ เนื่องจากเป็นกระบวนการดำเนินงานที่เป็นระบบมีขั้นตอน มีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดำเนินงาน โดยการมีส่วนร่วมของบุคลากรทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและนอกสถานศึกษา ได้แก่ คณะกรรมการ สถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน ผู้บริหาร และครูทุกคน มีวิธีการและเครื่องมือที่ชัดเจน มีมาตรฐานคุณภาพ และมีหลักฐานการท างานที่ตรวจสอบได้ ซึ่งกระบวนการดำเนินงานและผลการดำเนินงานสรุปได้ดังนี้ ๑. การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล ด้วยความแตกต่างของนักเรียนแต่ละคนที่มีพื้นฐานความเป็นมาของชีวิตที่ไม่เหมือนกัน หล่อหลอมให้เกิดพฤติกรรมหลากหลายรูปแบบ ทั้งด้านบวกและด้านลบ ดังนั้นการรู้จักข้อมูลที่จำเป็น เกี่ยวกับตัวนักเรียนจึงเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะช่วยให้ครูที่ปรึกษามีความเข้าใจนักเรียนมากขึ้น สามารถนำข้อมูล มาวิเคราะห์เพื่อการคัดกรองนักเรียน เป็นประโยชน์ในการส่งเสริม การป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียน ได้อย่างถูกทาง ซึ่งเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์มิใช่การใช้ความรู้สึกหรือการคาดเดาโดยเฉพาะในการแก้ไขปัญหา นักเรียน ซึ่งจะทำให้ไม่เกิดข้อผิดพลาดต่อการช่วยเหลือนักเรียนหรือเกิดได้น้อยที่สุด การรู้จักนักเรียนเป็นรายบุคคล โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑. การเยี่ยมบ้านนักเรียน ๑๐๐% โดยครูประจำชั้นเยี่ยมบ้านนักเรียนในความรับผิดชอบ ทุกคน ทุกภาคเรียน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูกับผู้ปกครอง แลกเปลี่ยนข้อมูลนักเรียน เพื่อให้ ครูรู้จักนักเรียนแต่ละคนเพิ่มมากขึ้น เพื่อช่วยกันหาทางช่วยเหลือ แก้ปัญหาที่เกิดขึ้น และส่งเสริม ความสามารถนักเรียนให้ตรงกับศักยภาพของแต่ละคน


๒๘ ๒. กิจกรรมแนะแนว โรงเรียนได้แต่งตั้งครูแนะแนว เพื่อคอยให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ แนะนำนักเรียนในด้านต่าง ๆ ๓. การจัดทำข้อมูลนักเรียนรายบุคคล โรงเรียนได้จัดทำระบบสารสนเทศข้อมูลของ นักเรียนรายบุคคล ๔. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบบูรณาการ เพื่อให้นักเรียนแต่ละคนได้แสดงออกถึง ความสามารถของตนเอง ๒. การคัดกรองนักเรียน การคัดกรองนักเรียน เป็นการพิจารณาข้อมูลที่เกี่ยวกับตัวนักเรียน เพื่อการจัดกลุ่มนักเรียน ออกเป็น 4 กลุ่ม คือ ๒.๑ กลุ่มปกติ คือ นักเรียนที่ได้รับการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ตามเกณฑ์การคัดกรอง ของโรงเรียนแล้ว อยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มปกติ ซึ่งควรได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันและการส่งเสริมพัฒนา ๒.๒ กลุ่มเสี่ยง คือ นักเรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มเสี่ยงตามเกณฑ์การคัดกรอง ของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องให้การป้องกันหรือแก้ไขปัญหาตามแต่กรณี ๒.๓ กลุ่มมีปัญหา คือ นักเรียนที่จัดอยู่ในเกณฑ์ของกลุ่มมีปัญหาตามเกณฑ์การคัด กรองของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนต้องช่วยเหลือและแก้ปัญหาโดยเร่งด่วน ๒.๔ กลุ่มพิเศษ คือ นักเรียนที่มีความสามารถพิเศษ มีความเป็นอัจฉริยะ แสดงออก ซึ่งความสามารถอันโดดเด่นด้านใดด้านหนึ่งหรือหลายด้าน อย่างเป็นที่ประจักษ์เมื่อเทียบกับผู้มีอายุในระดับ เดียวกัน ภายใต้สภาพแวดล้อมเดียวกันซึ่งโรงเรียนต้องให้การส่งเสริมนักเรียนได้พัฒนาศักยภาพ ความสามารถพิเศษนั้นจนถึงขั้นสูงสุด การจัดกลุ่มนักเรียนนี้ มีประโยชน์ต่อครูที่ปรึกษาในการหาวิธีการเพื่อ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาให้ตรงกับปัญหาของนักเรียนยิ่งขึ้น และมี ความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหา เพราะมีข้อมูลของนักเรียนในด้านต่าง ๆ ซึ่งหากครูที่ปรึกษาไม่ได้คัดกรอง นักเรียนเพื่อการจัดกลุ่มแล้ว ความชัดเจนในเป้าหมายเพื่อการแก้ไขปัญหาของนักเรียนจะมีน้อยลง มีผลต่อ ความรวดเร็วในการช่วยเหลือ ซึ่งบางกรณีจำเป็นต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน การคัดกรองนักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑. ครูประจำชั้นแต่ละชั้น เป็นผู้ดำเนินการคัดกรองนักเรียนในความรับผิดชอบของตนเอง โดยคัดกรองนักเรียนออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ใช้ข้อมูลจากการเยี่ยมบ้านมาเป็นส่วนหนึ่งในการคัดกรอง ๒. ครูประจำชั้นส่งข้อมูลการคัดกรองนักเรียนไปให้ครูผู้รับผิดชอบ เพื่อจัดทำเป็นข้อมูล ของโรงเรียน ๓. ครูผู้รับผิดชอบ จัดทำข้อมูลระดับโรงเรียน ๔. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ร่วมกับโรงเรียนพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านหนองตานา


๒๙ ๓. การป้องกันและแก้ไขปัญหา ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน ครูควรให้ความเอาใจใส่กับนักเรียนทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน แต่ สำหรับนักเรียนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหานั้น จำเป็นอย่างมากที่ต้องให้ความดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดและหาวิธีการ ช่วยเหลือทั้งการป้องกันและการแก้ไขปัญหา โดยไม่ปล่อยปละละเลยนักเรียนจนกลายเป็นปัญหาของสังคม การสร้างภูมิคุ้มกัน การป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียน จึงเป็นภาระงานที่ยิ่งใหญ่และมีคุณค่าอย่างมาก ในการพัฒนาให้นักเรียนเติบโตเป็นบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมต่อไป การป้องกันและการแก้ไขปัญหา โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑. การสุ่มตรวจปัสสาวะ เพื่อหาสารเสพติด ๒. กิจกรรมโฮมรูม ๓. การเยี่ยมบ้านนักเรียน ๔. การเดินรณรงค์ป้องกันยาเสพติด ๕. ประชุมผู้ปกครองนักเรียน ๖. ประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน


๓๐ ๔. การพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียน การพัฒนาและส่งเสริมนักเรียนเป็นการสนับสนุนให้นักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน กลุ่มปกติหรือกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา กลุ่มความสามารถพิเศษ ให้มีคุณภาพมากขึ้น ได้พัฒนาเต็มศักยภาพ มี ความภาคภูมิใจในตนเองในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะช่วยป้องกันมิให้นักเรียนที่อยู่ในกลุ่มปกติและกลุ่มพิเศษ กลายเป็นนักเรียนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา และเป็นการช่วยให้นักเรียนกลุ่มเสี่ยง/มีปัญหา กลับมาเป็นนักเรียน กลุ่มปกติและมีคุณภาพตามมาตรฐานที่โรงเรียนหรือชุมชนคาดหวังต่อไป การส่งเสริมพัฒนานักเรียน โรงเรียนบ้านหนองสะแบงได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ๑. กิจกรรมโฮมรูม ๒. กิจกรรมการแข่งขันทักษะทางวิชาการ ๓. กิจกรรมชุมนุม ๔. กิจกรรมการเรียนรู้ตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ๕. กิจกรรมลูกเสือ – เนตรนารี ๖. กิจกรรมกีฬาต้านยาเสพติด ๗. กิจกรรม ๑ โรงเรียน ๑ อาชีพ ๑ ผลิตภัณฑ์ ๘. กิจกรรมทัศนศึกษาแหล่งเรียนรู้ ๙. กิจกรรมพัฒนา ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม ๑๐. กิจกรรมแนะแนว ๑๑. กิจกรรมศิลปะ ดนตรี และนาฏศิลป์ ๕. การส่งต่อ ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาของนักเรียนโดยครูที่ปรึกษา อาจมีกรณีที่บางปัญหามีความ ยากต่อการช่วยเหลือ หรือช่วยเหลือแล้วนักเรียนมีพฤติกรรมไม่ดีขึ้นก็ควรดำเนินการส่งต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญ เฉพาะด้านต่อไป เพื่อให้ปัญหาของนักเรียนได้รับการช่วยเหลืออย่างถูกทางและรวดเร็วขึ้น หากปล่อยให้เป็น บทบาทหน้าที่ของครูที่ปรึกษาหรือครูคนใดคนหนึ่งเพียงลำพัง ความยุ่งยากของปัญหาอาจมีมากขึ้น หรือ ลุกลามกลายเป็นปัญหาใหญ่โต จนยากต่อการแก้ไข การดำเนินงานด้านการส่งต่อ โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ไม่ได้ดำเนินการ เนื่องจาก โรงเรียนไม่ มีนักเรียนที่มีปัญหาต้องส่งต่อ


๓๑ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา จากการที่โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการค้นหา โดยจัด กิจกรรมตามกระบวนการระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนครอบคลุมทั้ง ๕ ขั้นตอน ผลการดำเนินงานด้านการ ค้นหา ปรากฏดังนี้ ๑. นักเรียนทุกคนอยู่ในกลุ่มปกติคิดเป็น ๑๐๐% ๒. การคัดกรองนักเรียนตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ – ๖ เกี่ยวกับยาเสพติด ปรากฏว่าอยู่ ในกลุ่มปลอดทุกคน คิดเป็น ๑๐๐% 3.๓ ยุทธศาสตร์การรักษา โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เป็นโรงเรียนขนาดเล็ก เปิดสอนในระดับชั้นอนุบาล จนถึงชั้น ประถมศึกษาปีที่ ๖ เนื่องจากว่านักเรียนอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษา จากการที่โรงเรียนได้ดำเนินการตาม ยุทธศาสตร์การค้นหา ผลปรากฏว่า โรงเรียนทุกคนอยู่ในกลุ่มปกติ ไม่มีนักเรียนที่มีปัญหาการติดยาเสพติด แต่โรงเรียนได้กำหนดนโยบายการบำบัดรักษากลุ่มเสี่ยง กลุ่มเสพ กลุ่มติด หากเกิดปัญหา ดังนี้ 3..๓.๑ สถานศึกษามีระบบการส่งต่อให้หน่วยงานที่ดูแล บำบัด - ทำหนังสือส่งต่อบำบัดโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพบ้านหนองตานา - ทำหนังสือส่งต่อสถานีตำรวจภูธรโนนสัง - ติดต่อ ประสานงานกับผู้นำชุมชน ได้แก่ กำนันตำบลโคกใหญ่ ผู้ใหญ่บ้าน 3.๓.๒ สถานศึกษาจัดกิจกรรมปรับเปลี่ยนพฤติกรรม - กิจกรรมพัฒนา ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมทำบุญทุกวันพระ กิจกรรมสวดมนต์วัน พฤหัสบดี - กิจกรรมค่ายคุณธรรม กิจกรรมสำคัญทางศาสนา และงานราชพิธี 3.๓.๓ สถานศึกษาจัดกิจกรรมป้องกันยาเสพติด - กิจกรรมห้องเรียนสีขาว - กิจกรรมเดินรณรงค์ป้องกันยาเสพติด - การจัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับยาเสพติดแบบบูรณาการ - การให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดจากวิทยากรภายนอกครูแดร์


๓๒ ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการรักษา จากการที่โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการรักษา ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดีเยี่ยม โรงเรียนไม่มีนักเรียนที่มีปัญหารุนแรงที่ต้องทำการรักษา แต่โรงเรียนก็ได้ จัดกิจกรรมต่าง ๆ ที่จะส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพผู้เรียนในทุกด้าน มีความรักความสามัคคีกัน ช่วยเหลือซึ่ง กันและกัน เป็นคนดีมีคุณธรรม จริยธรรม และอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข 3.๔. ยุทธศาสตร์การเฝ้าระวัง สถานศึกษามีระบบและกลไกล เฝ้าระวังสถานการณ์แพร่ระบาดของยาเสพติดที่ก่อให้เกิด ความเข้มแข็งและยั่งยืน โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ 3.๔.๑ สถานศึกษามีกิจกรรมเฝ้าระวัง - กิจกรรมหน้าเสาธง - กิจกรรมโฮมรูม - กิจกรรมสภานักเรียน - กิจกรรมแนะแนว 3.๔.๒ สถานศึกษามีนักเรียนแกนนำหรือจิตอาสาในการดำเนินงานด้านยาเสพติด - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานห้องเรียนสีขาว - จัดนักเรียนแกนนำ เฝ้าระวังพื้นที่ต่าง ๆ 3.๔.๓ สถานศึกษามีครู แกนนำ เครือข่ายผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวัง ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในโรงเรียน - ครูเวรประจำวัน เฝ้าระวังพื้นที่ต่าง ๆ ในโรงเรียน - ประสานงานผู้นำชุมชน ให้ช่วยป้องกันและปราบปรามยาเสพติดในสถานศึกษา 3.๔.๔ สถานศึกษามีการจัดสภาพสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการส่งเสริมการเรียนรู้ให้ผู้เรียนปลอดจาก ยาเสพติด - โรงเรียนมีการดำเนินงานจัดให้มีแหล่งเรียนรู้ “ห้องเรียนสีขาว” - โรงเรียนจัดทำห้องปฏิบัติงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข - โรงเรียนประกาศนโยบายสถานศึกษาปลอดบุหรี่ - จัดสภาพแวดล้อมที่ปราศจากพื้นที่เสี่ยง - จัดพื้นที่ให้มีลานกีฬาต้านยาเสพติด ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวัง


๓๓ จากการที่โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การเฝ้าระวัง ผลปรากฏว่า ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดีเยี่ยม ครูและบุคลากรทางการศึกษา ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด นักเรียนทุกคน อยู่ในกลุ่มปกติ/กลุ่มปลอด ไม่มีนักเรียนคนใดเสี่ยงต่อการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติด 3.๕ ยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ สถานศึกษามีการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ปลอดยาเสพติดอย่างเข้มแข็งและยั่งยืน โรงเรียนบ้านหนองคัน ได้ดำเนินกิจกรรมด้านการบริหารจัดการ ดังนี้ 3.๕.๑ โรงเรียนมีการกำหนดนโยบายการป้องกันและแก้ปัญหายาเสพติดและอบายมุข 3.๕.๒ โรงเรียนมีแผนงานและโครงการ/กิจกรรม ดังนี้ - ปฏิทินการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ตลอด ปีการศึกษา - โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข - โครงการห้องเรียนสีขาว 3.๕.๓ สถานศึกษามีคณะกรรมการดำเนินงาน - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดทั้ง ๓ ระดับ 3.๕.๔ สถานศึกษามีความร่วมมือและประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง บูรณาการบริหารแบบ มีส่วนร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน - คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการเฝ้าระวังป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในโรงเรียน 3.๕.๕ สถานศึกษามีการกำกับ ติดตาม นิเทศ ประเมินผล และรายงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง - โรงเรียนมีการประเมินผลการดำเนินงานห้องเรียนสีขาว - โรงเรียนมีการประเมินผลโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุข - โรงเรียนรายงานผลการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและ อบายมุข ให้หน่วยงานต้นสังกัดทราบ ตามระยะเวลาที่กำหนด ผลการดำเนินงานตามยุทธศาสตร์ด้านการบริหารจัดการ จากการที่โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการ ผล ปรากฏว่า ผลการดำเนินงานอยู่ในระดับดีเยี่ยม มีนโยบายเกี่ยวกับยาเสพติดและอบายมุขชัดเจนและนำไป ปฏิบัติได้


๓๔ ยุทธศาสตร์ด้านยาเสพติดโรงเรียนบ้านหนองสะแบง วิสัยทัศน์(Vision) โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เป็นสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขทุกชนิด พันธกิจ(Mission) ๑. ดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ๒. พัฒนา ปรับปรุงบริเวณทั่วไป แหล่งเรียนรู้ภายในโรงเรียนให้เอื้อต่อการดำเนินงาน โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ๓. จัดกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับยาเสพติดแบบบูรณาการทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๔. ดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยการมีส่วนร่วม ของชุมชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรอื่น และผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียใน การศึกษา เป้าประสงค์(Goals) ๑. โรงเรียนผ่านเกณฑ์การประเมินสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข ๒. โรงเรียนมีแหล่งเรียนรู้ และบริเวณทั่วไปสะอาด ปลอดภัย ร่มรื่น เอื้อต่อการจัด กิจกรรม ๓. นักเรียนมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับโทษของยาเสพติด ๔. มีเครือข่ายในการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข นโยบายเกี่ยวกับการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดโรงเรียนบ้านหนองสะแบง ๑. ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกคนต้องดำเนินงานตามนโยบายการ ป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดไปสู่การปฏิบัติอย่างจริงจังจัดทำแผนปฏิบัติการครอบคลุมทุก กลุ่มเป้าหมาย และการมีส่วนร่วมของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งในและนอกสถานศึกษา ๒. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง เข้าร่วมโครงการสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขของ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๑ ยุทธศาสตร์การดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติด และอบายมุข


๓๕ ๓. ผู้อำนวยการสถานศึกษา ครูและบุคลากรทางการศึกษาต้องให้ความสำคัญและมีจิตสานึกร่วมกัน ที่จะปกป้องคุ้มครองดูแลช่วยเหลือนักเรียนไม่ให้ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ความร่วมมือและร่วมแรงร่วมใจ จัดกิจกรรมทั้งในหลักสูตรและกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน 4. ครูและบุคลากรทางการศึกษา จัดการเรียนการสอนให้ความรู้เสริมสร้างจิตสานึกทักษะชีวิต ภูมิคุ้มกันต่อต้านยาเสพติดและอบายมุขจัดระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนนักศึกษาทุกคนให้ทั่วถึงโดยสร้าง เครือข่ายแกนนาทุกระดับในสถานศึกษา 5. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง จัดระบบการดำเนินงานยุทธศาสตร์๕มาตรการตามโครงการ สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขคือมาตรการป้องกันมาตรการค้นหามาตรการรักษามาตรการ เฝ้าระวังมาตรการบริหารจัดการภายใต้กลยุทธ์๔ต้อง๒ไม่ที่กำหนดให้สถานศึกษาต้องมียุทธศาสตร์ต้องมี แผนงานต้องมีระบบข้อมูลต้องมีเครือข่ายไม่ปกปิดข้อมูลและไม่ไล่ออก 6. ผู้บริหารสถานศึกษา อำนวยการกำกับติดตามและประเมินผลการดำเนินงานและจัดมาตรการ เสริมแรงให้แก่ผู้รับผิดชอบด้านยาเสพติดดีเด่นด้วยการยกย่องชมเชยมอบโล่เกียรติบัตรเลื่อนขั้นเงินเดือน กรณีพิเศษมาตรการลงโทษบุคลากรที่ไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติดให้ออกจากราชการและเพิกถอนใบประกอบ วิชาชีพ 7. โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ดำเนินงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามกรอบ แนวทางการ ดำเนินงานอย่างจริงจัง 8. ครูผู้รับผิดชอบงานด้านยาเสพติดสรุปผลการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพ ติดและอบายมุข รายงานสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๒ เพื่อสรุปผลรายงาน ศูนย์อำนวยการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดกระทรวงศึกษาธิการ


๓๖ ปฏิทินแผนการดำเนินงานโครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขปีการศึกษา ๒๕๖5 ภาคเรียนที่ 2 / ๒๕๖5 ที่ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบดำเนินการ อำนาจหน้าที่ ระยะเวลา ๑ แต่งตั้งคณะกรรมการ - คณะกรรมการอำนวยการโครงการ สถานศึกษาสีขาว โรงเรียนบ้านหนอง สะแบง - คณะกรรมการปฏิบัติการโครงการ สถานศึกษาสีขาวโรงเรียนบ้านหนอง สะแบง - คณะกรรมการห้องเรียนสีขาว/แผนก สีขาว - คณะผู้บริหาร มีอำนาจหน้าที่กำหนด นโยบาย - คณะผู้รับผิดชอบ มีอำนาจหน้าที่ อบรมให้ความรู้และประเมินผล - คณะทำงานมีอำนาจหน้าที่ ดำเนินการทุกห้องเรียน / แผนกสีขาว พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๖๕ ๒ การขับเคลื่อนนโยบายภาคเรียนที่ ๑ - มอบนโยบายแก่คณะครู ผู้ปกครอง นักเรียน - บันทึกลงนามความร่วมมือ MOU ระหว่างคณะผู้บริหาร คณะครู เครือข่าย ผู้ปกครอง - ผู้บริหารสถานศึกษา - คณะครูประจำชั้น - เครือข่ายผู้ปกครอง พฤษภาคม - มิถุนายน ๒๕๖๕ ๓ การอบรมให้ความรู้การดำเนินงาน - จัดอบรมให้แก่คณะครู ทุกคน - จัดอบรมให้แก่นักเรียน นักเรียนแกนนำ ๔ ฝ่าย ห้องเรียนสีขาว / แผนกสีขาวกิจกรรม ห้องเรียนสีขาว / แผนกสีขาว ทุกห้อง คณะกรรมการปฏิบัติการโครงการ สถานศึกษาสีขาว มิถุนายน - กรกฎาคม ๒๕๖๕ ๔ - ดำเนินกิจกรรมโดยแกนนำ ๔ ฝ่าย - นักเรียน แกนนำ ๔ ฝ่าย จดบันทึก ในสมุดบันทึกการปฏิบัติงานทุกวัน ครูประจำชั้น คณะนักเรียนแกนนำ จัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาว / แผนกสี ขาว ทุกห้อง มิถุนายน – ตุลาคม ๒๕๖๕ ๕ การประเมินผลการดำเนินงานห้องเรียน สีขาว / แผนกสีขาว - มอบเกียรติบัตร/ธงห้องเรียนสีขาว ประจำเดือน คณะกรรมการปฏิบัติการโครงการ สถานศึกษาสีขาว ตุลาคม ๒๕๖๕ สิ้นเดือนมิ.ย.,ก.ค., ส.ค.,ก.ย.,ต.ค.


๓๗ ภาคเรียนที่ 1/ ๒๕๖6 ที่ กิจกรรม ผู้รับผิดชอบดำเนินการ อำนาจหน้าที่ ระยะเวลา ๑ การขับเคลื่อนนโยบายภาคเรียนที่ ๒ - ประชุม ปรึกษาหารือ สรุปผลการ ดำเนินงาน แก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในภาค เรียนที่ ๑ - วางแผน แนวทางการดำเนินงานภาค เรียนที่ ๒ - ผู้บริหารสถานศึกษา - คณะกรรมการปฏิบัติการโครงการ สถานศึกษาสีขาว ตุลาคม ๒๕๖6 ๒ กิจกรรมห้องเรียนสีขาว / แผนกสีขาว ทุกห้อง - ดำเนินกิจกรรมโดยแกนนำ ๔ ฝ่ายนักเรียน แกนนำ ๔ ฝ่าย จดบันทึกใน สมุดบันทึกการปฏิบัติงานทุกวัน ครูประจำชั้น คณะนักเรียนแกนนำ จัด กิจกรรมห้องเรียนสีขาว / แผนกสีขาว ทุกห้อง พฤศจิกายน ๒๕๖ 6 - มีนาคม ๒๕๖7 ๓ การประเมินผลการดำเนินงานห้องเรียน สีขาว / แผนกสีขาว - มอบเกียรติบัตร/ธงห้องเรียนสีขาว ประจำเดือน คณะกรรมการปฏิบัติการโครงการ สถานศึกษาสีขาว กุมภาพันธ์ ๒๕๖๖ สิ้นเดือน พ.ย.,ธ.ค. ๖6,ม.ค.,ก.พ., มี.ค.๖7 ๒. กลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ สถานศึกษาดำเนินการ ๔ ต้อง ๑. โรงเรียนต้องมียุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่สอดคล้องกับสภาพปัญหา และบริบทในพื้นที่ ๒. โรงเรียนต้องมีแผนงาน โครงการ กิจกรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ชัดเจน ๓. โรงเรียนต้องมีระบบข้อมูลการดำเนินงาน ๔ ด้าน ได้แก่ ระบบด้านการป้องกัน ระบบด้านการเฝ้า ระวัง ระบบด้านการดูแลช่วยเหลือ และระบบด้านการบริหารจัดการ ๔. โรงเรียนต้องมีเครือข่ายการทำงานระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน


๓๘ สถานศึกษาดำเนินการ ๒ ไม่ ๑. โรงเรียนไม่ปกปิดข้อมูล กลุ่มเสพ กลุ่มติด กลุ่มค้ายาเสพติด ๒. โรงเรียนไม่ผลักปัญหา ไม่ไล่นักเรียนออกจากสถานศึกษาให้นำไปบำบัดรักษาเมื่อหายแล้วให้ กลับมาเรียนตามปกติ - โรงเรียนร่วมมือกับเครือข่าย ๔ ประสานในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด - ผู้บริหาร/ครูและบุคลากรทางการศึกษา - คณะกรรมการสถานศึกษา - ตัวแทนผู้ปกครอง - ตัวแทนนักเรียน - โรงเรียนจัดประชุมชี้แจงนำนโยบายสู่การปฏิบัติ - โรงเรียนกำหนดทิศทางจัดทำแผน โครงการ กิจกรรมปฏิบัติงานชัดเจน - โรงเรียนแต่งตั้งกรรมการรับผิดชอบและมอบหมายงาน - โรงเรียนสนับสนุนปัจจัยที่เอื้อต่อการดำเนินงาน - ผู้ปกครอง ชุมชน มีส่วนร่วมในการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว - โรงเรียนมรการนิเทศ กำกับติดตามและประเมินผล - ครูมีความรู้ ความเข้าใจ และสามารถจัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาวและโครงการสถานศึกษาสีขาว - มีการจัดโครงสร้างโดยแกนนำประธานนักเรียนรับผิดชอบ - จัดหาสื่อและเครื่องมือดำเนินงาน - จัดบรรยากาศสิ่งแวมมดล้อมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมต่อการจัดกิจกรรม - จัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาว และสถานศึกษาสีขาวปลดยาเสพติดและอบายมุข - มีการใช้แหล่งเรียนรู้อย่างเหมาะสมต่อการจัดกิจกรรม - ชุมชน ผู้ปกครองให้ความร่วมมือในการจัดกิจกรรม - มีการประเมินผลและการจัดทำรายงาน โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ได้ดำเนินกิจกรรมตามกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ ดังนี้ กิจกรรม ๑. โรงเรียนกำหนด ประกาศนโยบาย ยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ สอดคล้องกับสภาพปัญหาและบริบทในพื้นที่ ชัดเจน สามารถนำไปปฏิบัติได้ ๒. โรงเรียนมีแผนงาน โครงการ กิจกรรม การป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ชัดเจน ได้แก่ โครงการสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โครงการห้องเรียนสีขาว และโครงการโรงเรียน ปลอดบุหรี่ ๓. โรงเรียนมีระบบข้อมูลการดำเนินงาน ๔ ด้าน ได้แก่ ระบบด้านการป้องกัน ระบบด้านการเฝ้าระวัง ระบบด้านการดูแลช่วยเหลือ และระบบด้านการบริหารจัดการ ๔. โรงเรียนมีเครือข่ายการทำงานระหว่างนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ชุมชน ๕. โรงเรียนไม่ปกปิดข้อมูล กลุ่มเสพ กลุ่มติด กลุ่มค้ายาเสพติด ๖. โรงเรียนไม่ผลักปัญหา ไม่ไล่นักเรียนออกจากสถานศึกษา


๓๙ ผลการดำเนินงานตามกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ดำเนินงานตามกลยุทธ์ ๔ ต้อง ๒ ไม่ อยู่ในระดับดีเยี่ยม มีการกำหนด นโยบายเกี่ยวกับการดำเนินงานสถานศึกษาสีขาว ปลอดยาเสพติดและอบายมุขชัดเจน ปฏิบัติได้ มีการ แต่งตั้งคณะกรรมการ ๓ ระดับ จัดกิจกรรมห้องเรียนสีขาวครบทุกห้อง โรงเรียนบ้านหนองสะแบงไม่ปกปิด ข้อมูลเกี่ยวกับยาเสพติด และไม่มีการไล่นักเรียนออกจากสถานศึกษา


Click to View FlipBook Version