๔๐ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปีการศึกษา ๒๕๖6 การป้องกันตนเอง จากสารเสพติด สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด สารเสพติดเป็นอันตรายต่อร่างกาย จึงควรรู้จักหลีกเลี่ยงและป้องกันตนเองจากอันตรายจากสารเสพติด 2 ตัวชี้วัด/จุดประสงค์การเรียนรู้ 2.1 ตัวชี้วัด พ 5.1 ป.3/3 ระบุโทษของสารเสพติด สารอันตรายใกล้ตัว และวิธีการป้องกัน 2.2 จุดประสงค์การเรียนรู้ - บอกวิธีป้องกันตนเองจากอันตรายจากสารเสพติดได้ 3 สาระการเรียนรู้ 3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง · สารเสพติด - โทษของสารเสพติด - วิธีป้องกัน 3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น (พิจารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา) 4 สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน 4.1 ความสามารถในการคิด - ทักษะการระบุ 4.2 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 5 คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 1. มีวินัย 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มีความรับผิดชอบ
๔๑ 6 กิจกรรมการเรียนรู้ วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบร่วมมือ : เทคนิคคู่ตรวจสอบ ขั้นนำเข้าสู่บทเรียน สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ : — คำถามกระตุ้นความคิด 1. ครูให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า การสูบบุหรี่ และดื่มสุราเป็นสิ่งที่ควรทำหรือไม่ เพราะเหตุใด (ใน ระหว่างที่นักเรียนแสดงความคิดเห็น ครูพยายามชี้แนะ ให้นักเรียนเห็นถึงผลเสียของการสูบบุหรี่และดื่มสุราที่มี ต่อสุขภาพ) 2. นักเรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด Ÿ ถ้ามีคนชวนให้นักเรียนเสพสารเสพติด นักเรียนควรทำอย่างไร (พิจารณาตามคำตอบของนักเรียน โดย ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครูผู้สอน) ขั้นสอน สื่อการเรียนรู้ : 1. หนังสือเรียน สุขศึกษาฯ ป.2 2. บทเรียนคอมพิวเตอร์ 1. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม (กลุ่มเดิมจากแผนการจัดการเรียนรู้ ที่ 1) สรุปความรู้เกี่ยวกับอันตรายของ สารเสพติด คนละ 1 ชนิด แล้วตั้งคำถามเกี่ยวกับอันตรายที่เกิดจากการใช้สารเสพติดชนิดที่ตนรับผิดชอบ คน ละ 3 คำถาม เพื่อแลกเปลี่ยนกันตอบภายในกลุ่ม 2. สมาชิกในแต่ละกลุ่มผลัดกันถามตอบคำถามของแต่ละคน ถ้าสมาชิกคนใดตอบคำถามไม่ถูก เจ้าของ คำถามจะต้องอธิบายคำตอบให้เพื่อนสมาชิกฟังจนเข้าใจ หรือสรุปความรู้ให้ฟังอีกครั้ง 3. ครูให้แต่ละกลุ่มคัดเลือกคำถามที่ดีที่สุดของกลุ่ม มา 1 คำถาม แล้วนำส่งครู(เขียนชื่อกลุ่มกำกับด้วย) 4. ครูรวบรวมคำถามจากกลุ่มต่างๆ แล้วอ่านคำถามให้นักเรียนตอบ โดยกลุ่มเจ้าของคำถามจะต้องเป็นผู้ เฉลยคำตอบ ครูช่วยตรวจสอบความถูกต้องอีกครั้ง 5. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกันศึกษาความรู้เรื่อง การป้องกันตนเองจากสารเสพติด จากหนังสือเรียน หรือบทเรียนคอมพิวเตอร์Smart L.O. LMS Lite 6. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มเขียนแผนผังความคิดแสดงวิธีป้องกันตนเองจากสารเสพติด โดยให้สมาชิกใน กลุ่มจับคู่กันเป็น 2 คู่ แล้วให้แต่ละคู่ปฏิบัติกิจกรรม ดังนี้
๔๒ - สมาชิกคนที่ 1 เขียนแผนผังความคิดแสดงวิธีป้องกัน ตนเองจากสารเสพติด - สมาชิกคนที่ 2 เป็นฝ่ายสังเกต ตรวจสอบแผนผังความคิด ให้สมาชิกแต่ละคู่เปลี่ยนบทบาทหน้าที่กันเมื่อเขียนแผนผังความคิดเสร็จแล้ว 7. นักเรียนรวมกลุ่มเดิม (4 คน) ให้แต่ละคู่นำแผนผังความคิดของคู่ตนเองมานำเสนอให้ เพื่อนอีกคู่หนึ่งฟัง เพื่อช่วยกันตรวจสอบความถูกต้อง 8. ตัวแทนของแต่ละกลุ่มออกมาเขียนแผนผังความคิดแสดงวิธีป้องกันตนเองจากสาร เสพติดที่หน้าชั้นเรียน ครูตรวจสอบความถูกต้อง และชมเชยกลุ่มที่ทำได้ถูกต้อง สร้างสรรค์ และมีความสวยงาม ขั้นสรุป สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ : — นักเรียนร่วมกันสรุปวิธีการป้องกันตนเองจากสารเสพติด 7 การวัดและประเมินผล วิธีการ เครื่องมือ เกณฑ์ ประเมินการนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงาน รายบุคคล ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ สังเกตความมีวินัย ใฝ่เรียนรู้ และมีความ รับผิดชอบ แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน เกณฑ์ 8 สื่อ/แหล่งการเรียนรู้ 8.1 สื่อการเรียนรู้ 1) หนังสือเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.2 2) บทเรียนคอมพิวเตอร์Smart L.O. LMS Lite สุขศึกษา ป.2 บริษัท เพลย์เอเบิล จำกัด 8.2 แหล่งการเรียนรู้
๔๓ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา ๒๕๖6
๔๔
๔๕
๔๖
๔๗
๔๘
๔๙
๕๐ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา ๒๕๖6
๕๑
๕๒
๕๓
๕๔
๕๕
๕๖ แผนการจัดการเรียนรู้บูรณาการสร้างภูมิคุ้มกันต้านยาเสพติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา ๒๕๖6
๕๗
๕๘
๕๙
๖๐
๖๑ บทที่ ๔ กิจกรรมห้องเรียนสีขาว ๑. คณะกรรมการดำเนินงาน
๖๒
๖๓
๖๔
๖๕
๖๖
๖๗
๖๘
๖๙ ๒. คำรับรองการเข้าร่วมโครงการห้องเรียนสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
๗๐ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5
๗๑ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
๗๒ ๓. แผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาว ๓.๑.โครงสร้างคณะทำงานห้องเรียนสีขาว ครูประจำชั้น (ครูผู้ดูแลช่วยเหลือนักเรียนตามโครงการห้องเรียนสีขาว) หัวหน้าห้อง รองฝ่ายการเรียน รองฝ่ายการงาน รองฝ่ายสารวัตร นักเรียน รองฝ่ายกิจกรรม นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ นักเรียนแกนนำ
๗๓ ภาพแผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาวและคติพจน์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
๗๔ ภาพแผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ภาพแผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ภาพแผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
๗๕ ภาพแผนผังโครงสร้างห้องเรียนสีขาวและคติพจน์ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖
๗๖ ๔. บทบาทหน้าที่ของนักเรียนแกนนำ ๔.๑ ฝ่ายการเรียน มีภาระหน้าที่ในการช่วยเหลือในด้านวิชาการเกี่ยวกับการเรียน การบ้าน โครงงาน หรือปัญหาการเรียนในห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ต้องรับผิดชอบแก้ไขช่วยเหลือ และให้คำแนะนำ คำปรึกษาคำอธิบาย ชี้แนะ แหล่งเรียนรู้และนำเสนอครูที่ปรึกษา อาจารย์ที่ปรึกษาให้ความช่วยเหลือ โดยมี กระบวนการทำงาน ดังนี้ ๑) รับผิดชอบงานฝ่ายวิชาการของห้องเรียน/แผนกเรียน ๒) ช่วยเหลือเพื่อนฝ่ายวิชาการของห้องเรียน/แผนกเรียน เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ ในกิจกรรมการเรียนการสอน ๓) จัดทำแหล่งเรียนรู้/มุมความรู้/ป้ายนิเทศในห้องเรียน/แผนกเรียน ๔) จัดทำผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกคนในห้องเรียน/แผนกเรียน ๔.๒ ฝ่ายการงาน มีภาระหน้าที่ในการดูแลความสะอาดเรียบร้อยในห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว รักษาของมีค่าและทรัพย์สมบัติของห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว วัสดุอุปกรณ์ที่ชำรุด ป้องกันอุบัติเหตุภายใน ห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว จัดสภาพสิ่งแวดล้อมในห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ให้น่าเรียน และป้องกันไม่ให้ มีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นในห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว โดยมีกระบวนการทำงาน ดังนี้ ๑) รับผิดชอบงานฝ่ายการงานของห้องเรียน/แผนกเรียน ๒) ดูแลพื้นที่ภายในห้องเรียน/แผนกและรอบห้องเรียน/แผนกเรียน ๓) ดูแลทรัพย์สินและความปลอดภัยในห้องเรียน/แผนกเรียน ๔) จัดทำสมุดบันทึกกิจกรรมห้องเรียนสีขาวในการปฏิบัติงานทั้ง ๔ ฝ่าย ตามโครงสร้าง ห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ๔.๓ ฝ่ายสารวัตรนักเรียน มีภาระหน้าที่ในการสอดส่องดูแลความเรียบร้อยทั้งในห้องเรียนสีขาว/ แผนกสีขาว และมุมอับ เช่น ห้องน้ำ หรือที่บริเวณอาคาร แหล่งที่ไปมั่วสุมสูบบุหรี่ ดูแลเพื่อนหากมีพฤติกรรม ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดหรือพฤติกรรมเสี่ยง รวมทั้งปัญหาส่วนตัวในด้านต่าง ๆ ให้ฝ่ายสารวัตรนักเรียน/ กิจการนักศึกษา แก้ไข แต่หากไม่สามารถแก้ไขได้ให้นักเรียน นักศึกษาแจ้งครูประจาชั้น อาจารย์ที่ปรึกษา เพื่อแก้ไขต่อไป โดยมีกระบวนการทำงาน ดังนี้ ๑) รับผิดชอบงานฝ่ายสารวัตรนักเรียน/กิจการนักศึกษาของห้องเรียน/แผนกเรียน ดาเนิน การเฝ้าระวังและสอดส่องดูแลในห้องเรียน/แผนกเรียน ๒) ดำเนินงานฝ่ายสารวัตรนักเรียน/กิจการนักศึกษาของห้องเรียน/แผนกเรียน ดาเนินการ เฝ้าระวังและสอดส่องดูแลพื้นที่มุมอับ ห้องน้า แหล่งมั่วสุม ๓) กำหนดมาตรการในการแก้ไขพฤติกรรมเสี่ยงของนักเรียน นักศึกษาในห้องเรียน/แผนก เรียน ดำเนินการเฝ้าระวังและสอดส่องดูแลให้ความช่วยเหลือและคำปรึกษา ๔) มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนของห้องเรียน/แผนกเรียน ส่งต่อให้ครูให้ครูประจาชั้น อาจารย์ที่ปรึกษา
๗๗ ๔.๔ ฝ่ายกิจกรรม มีภาระหน้าที่ในการจัดกิจกรรมที่สร้างสรรค์ทั้งในห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว และกิจกรรมในทุกระดับชั้น เช่น การเล่นดนตรีกีฬา ศิลปะ วัฒนธรรม และจัดกิจกรรมในกลุ่มสนใจ ของ เพื่อนๆเพื่อใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ไม่ไปมั่วสุมหรือมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โดยมีกระบวนการทำงาน ดังนี้ ๑) รับผิดชอบงานฝ่ายกิจกรรมของห้องเรียน/แผนกเรียน ๒) จัดกิจกรรมเชิงสร้างสรรค์ภายในห้องเรียน/แผนกเรียน ๓) ให้ความร่วมมือการจัดกิจกรรมในสถานศึกษา ๔) ให้ความร่วมมือการจัดกิจกรรมนอกสถานศึกษา
๗๘ บันทึกการปฏิบัติงานห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ปีการศึกษา ๒๕๖6 ประจำเดือน มิถุนายน - กันยายน ๒๕๖6วันเวลาราชการ 2566
๗๙
๘๐
๘๑
๘๒
๘๓ บันทึกการปฏิบัติงานห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ปีการศึกษา ๒๕๖6 ประจำเดือน มิถุนายน - กันยายน ๒๕๖6วันเวลาราชการ
๘๔
๘๕ บันทึกการปฏิบัติงานห้องเรียนสีขาว/แผนกสีขาว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา ๒๕๖6 ประจำเดือน มิถุนายน - กันยายน ๒๕๖6 วันเวลาราชการ
๘๖ .
๘๗ โครงงานห้องเรียนปลอดบุหรี่ แอลกอฮอล์และอบายมุข โรงเรียนบ้านหนองสะแบงดำเนินงานกิจกรรมห้องเรียนสีขาวทุกห้อง ได้จัดทำโครงงานป้องกันยาเสพ ติด ดังต่อไปนี้ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โครงงาน เรื่อง รู้พิษภัย ห่างไกลยาเสพติด ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โครงงาน เรื่อง ยาเสพติด มหันตภัยใกล้ตัว ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โครงงาน เรื่อง อันตรายจากยาเสพติด
๘๘ โครงงาน เรื่อง รู้พิษภัย ห่างไกลยาเสพติด สมาชิกในกลุ่ม ๑. เด็กหญิงธัญญาลักษณ์ เดชกล้า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ๒. เด็กหญิงจันทราทิพย์ มะณีเพ็ญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ครูที่ปรึกษาโครงงาน นางสาวธนาภรณ์ สาครขันธ์ โรงเรียนบ้านหนองสะแบง ตำบลโคกใหญ่ อำเภอโนนสัง สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองบัวลำภู เขต ๑
๘๙ ๑.ชื่อโครงงาน รู้พิษภัย ห่างไกลยาเสพติด ๒. ผู้จัดทำโครงงาน ๑. เด็กหญิงธัญญาลักษณ์ เดชกล้า ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ๒. เด็กหญิงจันทราทิพย์ มะณีเพ็ญ ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ๓. ที่ปรึกษาของโครงงาน นางสาวธนาภรณ์ สาครขันธ์ ๔. ที่มาและความสำคัญของโครงงาน ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญประการหนึ่งของประเทศ ซึ่งบ่อนทำลายทรัพยากรและความมั่นคง ของประเทศชาติและสังคมเป็นอย่างมาก ได้มีการดำเนินงานในทุกวิถีทางที่จะป้องกันและปราบปามมิให้มี การเสพ การซื้อขาย และการผลิตยาเสพติด แต่เนื่องจากปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาใหม่ที่มีความยุ่งยากและ สลับซับซ้อนการดำเนินการ จำจำเป็นต้องวางแผนสำหรับดำเนินงานในแต่ละด้านอย่างรอบคอบ และไม่ได้มี แต่ประเทศไทยแห่งเดียวเท่านั้น ประเทศอื่นๆก็ได้มีความพยายามที่จะยับยั้งการเสพ การซื้อขาย และการผลิต ยาเสพติดอยู่ตลอดเวลา ปัจจุบันนี้ ยาเสพติดได้เข้ามาแพร่หลายในสังคมเราเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเฮโรอีน มอร์ฟีน และ อื่นๆ อีกกว่า 100 ชนิด ซึ่งนอกจากผู้ใหญ่จะติดยาเสพติดแล้ว ก็ยังมีเยาวชนไทยอายุน้อยๆ ลงไป ติดยาเสพ ติดเหล่านี้อีกด้วย ซึ่งนับว่าเป็นการสูญเสียทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคม และการปกครอง เพราะนอกจากผู้เสพ ยาเสพติดทั้งหลายนี้ จะได้สามารถประกอบอาชีพทำการงานต่างๆไม่ได้แล้ว ยังก่ออาชญากรรม ทำให้เกิด ปัญหาต่อสังคม กระทบกระเทือนต่อประชาชนผู้ไม่ได้เสพยาเสพติดอีกด้วย การที่จะให้เด็กและเยาวชน ห่างไกลจากยาเสพติดนั้น จำเป็นจะต้องแก้ไขปัญหาพื้นฐานที่เป็นสาเหตุของการนำไปสู่การใช้ยาเสพติด ได้แก่ ปัญหาครอบครัวและชุมชน พร้อมๆกับการการแก้ไขปัญหายาเสพติด เพื่อลดปริมาณยาเสพติดในสังคม ลง เมื่อเด็กได้รับความรัก ความอบอุ่นจากการดูแลเอาใจใส่จากพ่อแม่อย่างพอเพียงแล้วปัญหาเด็กติดยาเสพ ติดก็จะไม่เกิดขึ้น จากปัญหาดังที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ทางกลุ่มจึงมีแนวคิดที่จะ ทำโครงงาน "รู้พิษภัย รู้ห่างไกลยาเสพติด" ขึ้น" โดยมุ่งเน้นให้นักเรียนได้รู้ถึงพิษภัย และรู้ถึงวิธีที่จะหลีกหนีให้ห่างไกลจากยาเสพติด ทั้งหลาย เพื่อจะได้นำความรู้ที่ได้รับไปเป็นแนวทางในการป้องกันตัวเองให้ห่างไกลจาก ยาเสพติดต่อไป ๕. วัตถุประสงค์ของโครงงาน ๕.๑ เพื่อให้นักเรียนรู้โทษภัยและอันตรายจากยาเสพติด ๕.๒ เพื่อให้นักเรียนรู้วิธีป้องกันและหลีกเลี่ยงให้ห่างไกลจากยาเสพติด ๕.๓ เพื่อส่งเสริมให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด