กลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก 2566 คู่มืคู่ อ มื ปฐมนิเนิทศ 260 ถนนพหลโยธินธิตำ บลเขาสามยอด อำ เภอเมือมืง จังจัหวัดวัลพบุรี อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา 036-785440-49 OPD NSO KNH OPD
ประวัติ วั ติ/ ความเป็น ป็ มาขององค์กร โรงพยาบาลพระนารายณ์ม ณ์ หาราช โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราชเป็น ป็ โรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 536 เตียง ตั้งอยู่ใยู่นอำ เภอ เมือมืงจังหวัดลพบุรี เปิดปิบริกริารมาแล้ว 65 ปี ปัจปัจุบันบัมีบุมีบุคลากรให้บห้ริกริาร 1,462 คน โดยมี แพทย์ผู้ย์เผู้ชี่ยชี่วชาญครบทุกทุสาขารวม 83 คน ทันตแพทย์ 20 คน เภสัชสักร 33 คน พยาบาล วิชาชีพชี 451 คน พยาบาลเทคนิคนิ 1 คน ผู้ช่ผู้ วช่ยพยาบาล 39 คน พนักนังานช่วช่ยเหลือคนไข้ 200 คน พนักนังานประจำ ตึก/แม่บ้ม่าบ้น 38 คน โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช เดิมชื่อชื่ โรงพยาบาลลพบุรี เป็น ป็ โรงพยาบาลในสังสักัด กระทรวงสาธารณสุขสุประเภทโรงพยาบาลทั่วไป ขนาด 536 เตียง เขตสาธารณสุขสุที่ 4 สังสักัด สำ นักนังานปลัดกระทรวงสาธารณสุขสุตั้งอยู่เยู่ลขที่ 260 ถนน พหลโยธินธิหมู่ 1 ตำ บลเขาสามยอด อำ เภอเมือมืง จังหวัดลพบุรี โทรศัพศัท์ 036 -785440-50 มีเมีนื้อนื้ที่ 39 ไร่ 1 งาน 44 ตารางวา ได้เริ่มริ่ก่อสร้าร้งเมื่อมื่พ.ศ. 2496 เปิดปิ ให้ บริกริารเมื่อมื่วันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2499 และทำ พิธีเธีปิดปิอย่าย่งเป็น ป็ ทางการเมื่อมื่วันที่ 6 กุมกุภาพันพัธ์ พ.ศ. 2500 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัยู่วหัภูมิภูพมิลอดุลดุยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน นามโรงพยาบาลลพบุรีใรีหม่เม่ ป็น ป็ “โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช” เพื่อเทิดพระเกียรติและ รำ ลึกถึงพระมหากรุณาธิคุธิณคุสมเด็จพระนารายณ์มณ์หาราชที่ทรงนำ ความเจริญริด้านการแพทย์ มาสู่ปสู่ระเทศไทย และจังหวัดลพบุรีตั้รีตั้งเป้าป้พัฒนาให้เห้ป็น ป็ โรงพยาบาลทั่วไปชั้นชั้นำ ด้านอุบัติบั ติเหตุ – ฉุกฉุเฉินฉิและศูนศูย์ส่ย์อส่งกล้องทางการแพทย์ใย์นปี 2565 และได้รับรัพระมหากรุณาธิคุธิณคุจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัยู่วหัภูมิภูพมิลอดุลดุยเดชทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม่ม พระราชทาน ชื่อชื่ โรงพยาบาลลพบุรีใรีหม่ ว่า “โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช” ตั้งแต่วันที่ 18 กันยายน พ.ศ. 2552 เป็น ป็ ต้นไป ข้อข้มูลทั่วไปของโรงพยาบาล ชื่อชื่โรงพยาบาลพระราชทาน กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก มีพมียาบาลวิชาชีพชีทั้งหมด 37 คน ผู้ช่ผู้ วช่ยพยาบาล 1 คน พนักนังานช่วช่ยเหลือคนไข้ 31 คน พนักนังานธุรการ 3 คนประชาสัมสั พันธ์ 11 คน แม่บ้ม่าบ้น 12 คน รวมทั้งหมด 96 คน
จังหวัดลพบุรี ตั้งอยู่ภยู่าคกลางของประเทศไทย บนฝั่งฝั่ซ้าซ้ยของแม่น้ำม่น้ำลพบุรี มีรมีะยะทางห่าห่งจาก กรุงเทพมหานครไปทางทิศเหนือนืตามเส้นส้ทางถนนพหลโยธินธิ 153 กิโลเมตรหรือรืตามเส้นส้ทาง รถไฟประมาณ 133 กิโลเมตร มีพื้มีพื้นพื้ที่ 6,199.72 ตารางกิโลเมตรหรือรืประมาณ 3,874,846 ไร่ จำ นวนประชากร 757,111 คน ชาย 379,887 คน หญิงญิ 377,224 คน จังหวัดลพบุรีแรีบ่งบ่เขตการปกครองออกเป็น ป็ 11 อำ เภอ 121 ตำ บล 1,122 หมู่บ้มู่าบ้น โครงสร้าร้งบริหริารส่วส่นราชการส่วส่นภูมิภูภมิาค ส่วส่นกลาง และส่วส่นท้องถิ่น ประกอบด้วย (1) ส่วส่นราชการบริหริารส่วส่นภูมิภูภมิาค จำ นวน 33 หน่วน่ยงาน (2) ส่วส่นราชการส่วส่นกลาง จำ นวน 55 หน่วน่ยงาน (3) ส่วส่นราชการส่วส่นท้องถิ่น จำ นวน 126 หน่วน่ย แบ่งบ่เป็น ป็ องค์การบริหริารส่วส่นจังหวัด 1 แห่งห่เทศบาล 23 แห่งห่องค์การบริหริารส่วส่นตำ บล 102 แห่งห่ แผนกผู้ป่ผู้ วป่ยนอก ตั้งอยู่ที่ยู่ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา และอาคารผู้ป่ผู้ วป่ย นอกเก่า แยกเป็น ป็ แผนกต่างๆตามสาขาเพื่อพื่ ให้เห้พียงพอต่อการรับรับริกริารโดย โดยแยกออกเป็น ป็ 2 โซน โซนที่ 1 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา เป็น ป็ ระดับทุติทุติยภูมิภูแมิละตติย ภูมิภูโมิซนที่ 2 เป็น ป็ ตึกผู้ป่ผู้ วป่ยนอกเก่า ให้บห้ริกริารระดับปฐมภูมิภูแมิละแยกโรคระบบทางเดินหายใจ สภาพพื้นพื้ที่ตั้งของจังจัหวัดวัลพบุรี เขตการปกครอง กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก สภาพทางสังสัคมและเศรษฐกิจ ประชาชนส่วส่นใหญ่เญ่ ป็น ป็ คนไทยภาคกลาง มีเมีชื้อชื้สายมอญ ในท้องที่ ต.บางขันขัหมาก อ.เมือมืง มีเมีชื้อชื้สายลาวพวนในอ.บ้าบ้นหมี่ และเชื้อชื้สายจีนปะปนอยู่ทั่ยู่ทั่วไป ศาสนา ส่วส่นใหญ่นัญ่บนัถือ ศาสนาพุทพุธ นอกนั้นนั้มีอิมี อิสลาม คริสริต์และลัทธิเธิต๋า ตามลำ ดับ มีวัมีวัดไทย 688 แห่งห่สำ นักนัสงฆ์ 40 แห่งห่ โบสถ์คริสริต์ 3 แห่งห่มัสมัยิดยิ 2 แห่งห่ เชื้อชื้ชาติ
ในปีพปี .ศ.2565 จังหวัดลพบุรี มีสมีถานบริกริารสาธารณสุขสุครอบคลุมลุพื้นที่ตั้ง 11 อำ เภอ มีสมีถาน พยาบาลทั้งสิ้นสิ้ 149 แห่งห่ดังนี้ สังสักัดกระทรวงสาธารณสุขสุคือ โรงพยาบาลทั่วไป 2 แห่งห่ โรงพยาบาลชุมชน 9 แห่งห่ สถานีอนีนามัยมัทั่วไป 133 แห่งห่ สาธารณสุขสุอื่นๆ คือ โรงพยาบาลสังสักัดกระทรวงกลาโหม 2 แห่งห่ โรงพยาบาลเอกชน 2 แห่งห่ โรงพยาบาลมะเร็ง ร็ ลพบุรี 1 แห่งห่ ประชาชนส่วส่นใหญ่มีญ่อมีาชีพชีเกษตรกรรม สำ หรับรั พืชเศรษฐกิจ ได้แก่ข้าข้ว ข้าข้วโพด พืชผักผัต่าง ๆ ผลไม้บม้างชนิดนิ ได้แก่ น้อน้ยหน่าน่มะม่วม่ง ขนุนนุนอกจากนี้ ยังยัมีกมีารประกอบอาชีพชีเจียรไน พลอย และการทอผ้าผ้มัดมัหมี่ใมี่นอำ เภอบ้าบ้นหมี่ การทำ ดินสอพองในอำ เภอเมือมืงและอีกส่วส่นหนึ่งนึ่ รับรัราชการทหาร ซึ่งซึ่ประกอบด้วยทหารเกณฑ์จากจังหวัดอื่นๆ จึงทำ ให้จัห้ จังหวัดลพบุรี มีสมีถิติ ย้าย้ยเข้าข้ออกมากกว่าจังหวัดอื่น ๆ อาชีพชี ด้านสาธารณสุขสุ ความเชี่ย ชี่ วชาญพิเพิศษขององค์กร เป็น ป็ องค์กรที่มีคมีวามเชี่ยชี่วชาญระดับสูงสูให้บห้ริกริารครอบคลุมลุมีคมีวามพร้อร้มทั้งบุคลากร ผู้เผู้ชี่ยชี่วชาญและเครื่อรื่งมือมืดังต่อไปนี้ 1. สาขาอุบัติบั ติเหตุแตุละฉุกฉุเฉินฉิ (Trauma) 2. สาขาศัลศัยกรรมประสาท 3. สาขามะเร็ง ร็ (Cancer) 4. สาขาทารกแรกเกิด (Newborn) 5. สาขาศัลศัยกรรมระบบทางเดินปัสปัสาวะ 6. สาขาจักษุ 7.สาขาพัฒพันาการเด็ก
รายนามผู้อำผู้ อำนวยการตั้งแต่อดีตจนปัจปัจุบันบั รายนามหัวหน้าน้พยาบาลตั้งแต่อดีตถึงปัจปัจุบันบั นางกรองทอง ตยัคยัคานนท์ พ.ศ. 2499 – พ.ศ. 2501 นางระวิ ศรีเรีจริญริพ.ศ. 2501 – พ.ศ. 2503 นางสุภสุา สอยเหลือง พ.ศ. 2503 – พ.ศ. 2512 นางประคอง วรุตตมางกูรกูพ.ศ. 2512 – พ.ศ. 2527 นางประพันพัธ์ โพธิ์พธิ์ฤกษาวงศ์ พ.ศ. 2527 – พ.ศ. 2542 นางจินตนา กางกรณ์ พ.ศ. 2542 – พ.ศ. 2543 นางสมสุขสุกำ เนิดนิทอง พ.ศ. 2543 – พ.ศ. 2547 นางบุญศรี ศิลศิปสมบูรณ์ พ.ศ. 2547 – พ.ศ. 2551 นางวลัย บุญพลอย พ.ศ. 2551 – พ.ศ. 2552 นางวลีรัตรัน์ สุธสุนนันนัท์ พ.ศ. 2552 – พ.ศ. 2558 นางราณี อรรณพานุรันุกรัษ์ พ.ศ. 2558 – พ.ศ. 2559 นางวรรณทนีย์นี ย์ลีฬหาพงศธร พ.ศ. 2559 – พ.ศ. 2560 นางกรรณิกณิา ฉ่ำ พึ่งพึ่พ.ศ. 2560 – พ.ศ. 2563 นางสมหวัง โรจนะ พ.ศ. 2563 – พ.ศ. 2564 นางสาวรินรินิภนิา สวนสุขสุพ.ศ. 2564 – พ.ศ. 2565 นางมารยาท รัตรันประทีป ปฏิบัติบั ติหน้าน้ที่ในตำ แหน่งน่หัวหัหน้าน้พยาบาลพ.ศ.2565 – ปัจปัจุบันบั 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. 13. 14. 15. 16. นพ.กิติ ตยัคยัคานนท์ พ.ศ.2499-2517 นพ.ส่งส่ศรีสุรีภาพ พ.ศ.2517-2533 นพ.ประสงค์ เกียรติบำ เพ็ญ พ็ พ.ศ.2533-2536 นพ.ฟู เบญจดล พ.ศ.2536-2539 นพ.ธวัช นาวีระ พ.ศ.2539-2548 นพ.สมคิด เอื้ออภิสิทธิ์วธิ์งศ์ พ.ศ.2548-2551 นพ.สุชัยชัสุทธิกธิาศนีย์นี ย์พ.ศ.2551-2555 นพ.วีรศักศัดิ์ ครองลาภเจริญริพ.ศ.2555-2558 นพ.นิพันิธพักิตติมานนท์ พ.ศ.2558-2561 นพ.สมศักศัดิ์ สุทธิพธิงศ์เศ์กียรติ์ พ.ศ.2561-2563 ผศ.(พิเพิศษ)นพ.ทศพร ศิริศิโริสภิตกุลกุพ.ศ.2563-2564 พญ.นุชนุรินริทร์ อักษรดี พ.ศ.2564-ปัจปัจุบันบั 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10. 11. 12. กลุ่มลุ่ภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช มีหัมีวหัหน้าน้พยาบาล ตั้งแต่ พ.ศ. 2500 จนถึงปัจปัจุบันบัจำ นวน 16 คน ตามลำ ดับดังนี้
ยุทธศาสตร์ ที่ 1 ยุทธศาสตร์ ที่ 2 ยุทธศาสตร์ ที่ 3 ยุทธศาสตร์ ที่ 4 ยุทธศาสตร์ ที่ 5 ทำ งานเป็นป็ทีม มุ่งมุ่มั่นมั่พัฒพันา เห็นคุณคุค่าของชีวิชีตวิ วิสัวิย สั ทัศ ทั น์ โรงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช พันพัธกิจโรงพยาบาล ให้บห้ริกริารสุขสุภาพแบบองค์รวม อย่าย่งมี คุณคุภาพด้วด้ยเทคโนโลยี จัดจัการระบบ สุขสุภาพ และทัพยากรด้าด้นสาธารณสุขสุให้ มีปมีระสิทสิธิภธิาพ เคือข่าข่ยมีส่มีวส่นร่วร่ม เสริมริ สร้าร้งความสุขสุของเจ้าจ้หน้าน้ที่ ยุทธศาสตร์โร์รงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช พัฒพันาคุณคุภาพระบบบริกริาร พัฒพันาการบริกริารทางการแพทย์แย์ละสาธารณสุขสุสู่ยุสู่ ยุคดิจิดิทัจิ ทัล บริหริารจัดจัการด้าด้นการเงินการคลังอย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพ 1. 3 P Safety พันพัธกิจกลุ่มลุ่การพยาบาล กลุ่มลุ่ภารกิจด้านการพยาบาล โรงพยาบาลคุณคุภาพ ทันสมัยมั บริกริารด้วด้ยใจ เพื่อพื่ประชาชนสุขสุภาพดี เจ้าจ้หน้าน้ที่มีคมีวามสุขสุ กลุ่มลุ่การพยาบาลคุณคุภาพ ทันสมัยมั บริกริารด้วด้ยใจ เพื่อพื่ประชาชนสุขสุภาพดี เจ้าจ้หน้าน้ที่มีคมีวามสุขสุ ให้บห้ริกริารพยาบาลแบบองค์รวมอย่าย่งมีคุมีณคุภาพ ด้วด้ยเทคโนโลยี จัดจัการระบบบริกริารพยาบาล และ บริหริารทรัพรัยากรให้มีห้ ปมีระสิทสิธิภธิาพ เครือรืข่าข่ยมี ส่วส่นร่วร่ม เสริมริสร้าร้งความสุขสุของบุคลากร ทางการพยาบาล และธำ รงไว้ซึ่ว้ ซึ่งซึ่จรรยาบรรณ วิชวิาชีพชี บุคลากรมีคุมีณคุภาพชีวิชีตวิที่ดี พัฒพันาศักยภาพ เพื่อพื่ก้าวสู่อสู่ งค์กรสมรรถนะสูงสู การสื่อสื่สารมีปมีระสิทสิธิภธิาพ สร้าร้งความรอบรู้ด้รู้าด้นสุขสุภาพในทุกทุมิติมิ ติ เข็มข็มุ่งมุ่ ปี 2566 2. Smart Modernized Service 3. Smart HR 1.1 ลดอัตราตายกลุ่มลุ่โรค 3S 1.2 Personnel Safety 1.3 Health Literacy ค่านิยมร่วร่ม
ยุทธศาสตร์ ที่ 1 ยุทธศาสตร์ ที่ 2 ยุทธศาสตร์ ที่ 3 ยุทธศาสตร์ ที่ 4 ยุทธศาสตร์ ที่ 5 ทำ งานเป็นป็ทีม มุ่งมุ่มั่นมั่พัฒพันา เห็นคุณคุค่าของชีวิชีตวิ กลุ่ม ลุ่ งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ ว ป่ ยนอก วิสัวิยสัทัศน์ พันพัธกิจกลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก ให้บห้ริกริารพยาบาลแบบองค์รวมอย่าย่งมีคุมีณคุภาพ ด้วด้ยเทคโนโลยี จัดจัการระบบ บริกริารพยาบาล และบริหริารทรัพรัยากรให้มีห้ ปมีระสิทสิธิภธิาพ เครือรืข่าข่ยมีส่มีวส่นร่วร่ม เสริมริสร้าร้งความสุขสุของบุคลากรทางการพยาบาล และธำ รงไว้ซึ่ว้ ซึ่งซึ่จรรยาบรรณ วิชวิาชีพชี ยุทธศาสตร์โร์รงพยาบาลพระนารายณ์มณ์หาราช พัฒพันาคุณคุภาพระบบบริกริารพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก พัฒพันาการบริกริารทางการพยาบาลสู่ยุสู่ ยุคดิจิดิทัจิ ทัล บริหริารจัดจัการด้าด้นการเงินการคลังอย่าย่งมีปมีระสิทสิธิภธิาพ 1. 3 P Safety กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอกที่มีคุมีณคุภาพ ทันสมัยมั บริกริารด้วด้ยใจ เพื่อพื่ประชาชนสุขสุภาพดี บุคลากรทางการพยาบาลมีคมีวามสุขสุ พัฒพันาศักยภาพบุคลากรทางการพยาบาลเพื่อพื่ก้าวสู่อสู่ งค์กร สมรรถนะสูงสูและมีคุมีณคุภาพชีวิชีตวิ ในการทำ งานที่ดีขึ้ดีขึ้นขึ้ การสื่อสื่สารมีปมีระสิทสิธิภธิาพ สร้าร้งความรอบรู้ด้รู้าด้นสุขสุภาพในทุกทุมิติมิ ติ เข็มข็มุ่งมุ่ ปี 2566 Smart OPD Smart Queue OPD Paperless 2. Smart Modernized Service 3. Smart HR เพิ่มพิ่รายได้ ลดรายจ่าจ่ย 1.1 ลดอัตราตายกลุ่มลุ่โรค 3S 1.2 Personnel Safety 1.3 Health Literacy ค่านิยมร่วร่ม
หัวหัหน้าน้พยาบาล หัวหัหน้าน้กลุ่มลุ่งานการพยาบาล 16 สาขา หัวหัหน้าน้ตึก พยาบาลวิชวิาชีพชีผู้ช่ผู้ วช่ยพยาบาล นักปฏิบัติบั ติการฉุกฉุเฉิน การแพทย์ เจ้าจ้พนักงานฉุกฉุเฉิน การแพทย์ พนักงานช่วช่ยเหลือ คนไข้ พนักนังานบริกริาร กลุ่มลุ่งานการพยาบาลชุมชน/จิตจิเวช อาชีวชีเวชกรรม/ เวชกรรมสังสัคม/ แพทย์แย์ผนไทย / ศูนย์คุย์ณคุภาพ โโคครรงงสสร้ร้ร้าร้าร้ร้งงกกาารรพัพัพัฒพัพัฒพันนาาคุคุคุณคุคุณคุภภาาพพ กกลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ภภาารรกิกิกิกิจกิกิจด้ด้ด้าด้ด้าด้นนกกาารรพพยยาาบบาาลล โโรรงงพพยยาาบบาาลลพพรระะนนาารราายยณ์ณ์ณ์มณ์ณ์มณ์หหาารราาชช โโคครรงงสสร้ร้ร้าร้าร้ร้งงสสาายยกกาารรบับับังบับังบัคัคัคัคับคัคับบับับัญบับัญบัชชาา กกลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ภภาารรกิกิกิกิจกิกิจด้ด้ด้าด้ด้าด้นนกกาารรพพยยาาบบาาลล โโรรงงพพยยาาบบาาลลพพรระะนนาารราายยณ์ณ์ณ์มณ์ณ์มณ์หหาารราาชช
นางบุญสม พวงนาค หัวหัหน้าน้กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก นางเนาวรัตรัน์ ชำ นาญกิจ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจอายุรกรรม นางขวัญวัเรือรืน ตันเจริญริ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจกระดูกดูและข้อข้ นางสิริสิวิริมวิล ลมเมฆ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจหู คอ จมูก นางโสมพรรณ ไวติดต่อ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจประกันสังสัคม นางจันจัทร์เร์พ็ญพ็ทองแท้ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจนรีเรีวช น.ส.รดาธร นิลนิละออ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจกระตุ้นตุ้พัฒพันาการ นางขวัญวัเรือรืน ปัญญามังมั หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจศัลยกรรม นางธัญธัญา เตียรักรัษา หัวหัหน้าน้ห้อห้งทำ แผล-ฉีดยา นางอัมพิกพิา หอยทอง หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจกุมกุารฯ นางพนารัตรัน์ เมือมืงเจริญริ หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจสุขสุภาพเด็กด็ดี น.ส.แพรพิไพิล ช่วช่งแก้ว หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจผิวผิหนังนั นางศิริรัริตรัน์ สุวสุรรณเวช หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจสูงสูอายุ นางณิชณิาภา ภภาเขียขีวอ้น หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจARI น.ส.พรรณี โพธิมัธินมั หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจเวชศาสตร์ ฯ นางขณัฏณัฐา โกวิทวิยากร หัวหัหน้าน้ห้อห้งตรวจโรคทั่วทั่ ไป นางชนันนัท์ภัสส์ ประเสริฐริสุขสุ หัวหัหน้าน้จุดคัดกรอง นางมานิตนิา สิริสิวิริบูวิบูลย์ฤย์ทธิ์ หัวหัหน้าน้งานฝากครรภ์ นางวาสนา ท้วมแสง หัวหัหน้าน้คลินิกนิ ปรึกรึษายาต้าน TB โโคครรงงสสร้ร้ร้าร้าร้ร้งงกกาารรบบริริริหริหริริาารรงงาานนกกลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่งงาานนกกาารรพพยยาาบบาาลลผูผูผูป่ผูป่ผูป่ผูวป่ป่วป่ยยนนออกก กกลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ลุ่ลุ่ลุ่มลุ่ภภาารรกิกิกิกิจกิกิจด้ด้ด้าด้ด้าด้นนกกาารรพพยยาาบบาาลล โโรรงงพพยยาาบบาาลลพพรระะนนาารราายยณ์ณ์ณ์มณ์ณ์มณ์หหาารราาชช
น.ส.ปวีณวีา แสงศรีจัรีจันทร์ ผู้ช่ผู้ วช่ยพยาบาล
น.ส.ศศิวิศิวิมล ไมตรี
นางณิรภา พลสายบัวบั
คลินิกนิวันวัทำ การ เวลา 1.อายุรกรรมทั่วไป คลินิกโรคปอด คลินิกต่อมไร้ท่อ คลินิกอายุรกรรมประสาท คลินิกโรคเลือด คลินิกโรคทางเดินอาหาร คลินิกภูมิแพ้ คลินิกโรคไต คลินิกเบาหวาน คลินิกโรคลมชัก วันจันทร์-ศุกร์ วันจันทร์ วันจันทร์, พุธ วันอังคาร, ศุกร์ วันพุธ, พฤหัสบดี วันพุธ วันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดี วันพฤหัสบดี วันอังคาร 08.00-12.00น. 13.00-16.00น. 08.00-12.00น. 08.00-12.00น. 08.00-12.00น. 13.00-16.00น. 13.00-16.00น. 13.00-16.00น. 08.00-12.00น. 08.00-12.00น. 2. ศัลยกรรมทั่วไป ศัลยกรรมตกแต่ง(พลาสติก) ศัลยกรรมประสาท ศัลยกรรมทางเดินปัสสาวะ ห้องสลายนิ่ว (เฉพาะนัด) วันจันทร์-ศุกร์ วันพฤหัสบดี ,ศุกร์ วันจันทร์, พุธ, ศุกร์ วันอังคาร วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-12.00น. 08.00-12.00น. 08.00-12.00น. 08.00-16.00น. 08.00-12.00น. 3. ศัลยกรรมกระดูกและข้อ วันจันทร์-ศุกร์ วันพุธ 08.00-12.00น. 13.00-16.00น. 4. กุมารเวชกรรม คลินิกนัดน้อง(HIV) คลินิกโรคหอบหืด วันจันทร์-ศุกร์ วันพุธ วันพฤหัสบดี 08.00-16.00น. 08.00-16.00น. 08.00-16.00น. 5. คลินิกตรวจสุขภาพเด็กดี วันอังคาร, วันศุกร์ 08.00-12.00น. การบริกริาร กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก
คลินิกนิวันวัทำ การ เวลา 6. กระตุ้นพัฒนาการ (คัดกรอง /กระตุ้น) คลินิกจิตเวชเด็กและวัยรุ่น วันจันทร์-ศุกร์ วันพุธ, พฤหัสบดี 08.00-16.00น. 08.00-12.00น. 7. ผิวหนัง วันจันทร์,พุธ, พฤหัสบดี 08.00-12.00น. 8. งานฝากครรภ์ วันจันทร์-พฤหัสบดี วันศุกร์ (ให้การปรึกษา) เฉพาะเคสนัด 08.00-12.00น. 08.00-16.00น. 9.นรีเวชกรรมและวางแผนครอบครัว คลินิกมะเร็งนรีเวช วันจันทร์-ศุกร์ วันพุธ 08.00-12.00น. 08.00-16.00น. 10. ห้องตรวจหู คอ จมูก ตรวจการได้ยินในทารก วันจันทร์-ศุกร์ วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00น. 08.00-12.00น. 11. ห้องตรวจโรคทั่วไป วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00น. 12.ห้องตรวจประกันสังคม วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00น. 13.คลินิกให้การปรึกษากลุ่มเสี่ยงติด เชื้อHIV/Pre , Post test counseling เจาะ เลือด Anti HIV คลินิกยาต้านไวรัส คลินิกวัณโรค วันจันทร์-ศุกร์ วันอังคาร ,พฤหัสบดี 08.00-16.00น. 08.00-16.00น. 08.00-16.00น. การบริกริาร กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก
คลินิกนิวันวัทำ การ เวลา 14.คลินิกโรคระบบทางเดินหายใจ (ARI) คลินิกเจอ แจก จบ วันจันทร์-ศุกร์ วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00น. 08.00-15.30น. 15.คลินิกสูงอายุ วันพุธ 08.00-12.00น. 16.คลินิกเวชศาสตร์ฟื้นฟู วันจันทร์ -พฤหัสบดี 08.00-12.00น. 17. ห้องฉีดยา ทำ แผล ห้องฉีดยา ทำ แผลนอกเวลาราชการ เช้า เย็น วันจันทร์-ศุกร์ วันเสาร์,อาทิตย์ และวัน หยุดนักขัตฤกษ์ 08.00-16.00น. 08.00 -12.30น. 16.30-20.30น. 18.คลินิกนอกเวลาราชการ วันจันทร์-ศุกร์ วันเสาร์,อาทิตย์ และวัน หยุดนักขัตฤกษ์ 16.30-20.30น. 08.30- 12.30น. 16.30-20.30น. 19.จุดคัดกรอง วันจันทร์-ศุกร์ 08.00-16.00น. การบริกริาร กลุ่มลุ่งานการพยาบาลผู้ป่ผู้ วป่ยนอก
ขอบเขตความรับผิดชอบ ของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วป่ยนอก หน้าที่ความรับผิดชอบหลัก มีความรับผิดชอบทั้งด้านบริหาร บริการ และวิชาการทางการพยาบาล เป็นผู้กำ หนดนโยบาย ทิศทาง เป้าหมาย และ แนวทางการจัดระบบบริการพยาบาลของกลุ่มงานการพยาบาลผู้ป่วยนอก ตอบ สนองต่อปัญหา ความต้องการของผู้ใช้บริการ นโยบายของโรงพยาบาลและ นโยบายของกลุ่มงานการพยาบาล จัดระบบบริการพยาบาลให้มีคุณภาพ บริหาร จัดการการเข้าถึงทางการพยาบาล และทรัพยากรต่างๆ เพื่อการปฏิบัติงานที่มี คุณภาพ ควบคุม กำ กับคุณภาพการพยาบาล รวมทั้งวางแผน ติดตาม สนับสนุน ให้เกิดการพัฒนาคุณภาพการพยาบาล และศักยภาพบุคลากรทางการพยาบาล อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งร่วมวางแผน จัดระบบการเรียนการสอนนักศึกษาพยาบาล และนักศึกษาทีมสุขภาพ ครอบคลุม 3 ด้าน ได้แก่ บริหาร บริการ วิชาการ ดังนี้ 1) ด้านบริหาร - กำ หนดหน้าที่การบริหารการพยาบาลตามมาตรฐาน บริหารจัดการบุคลากร ทางการพยาบาลตามความรู้ความสามารถภายใต้มาตรฐานการพยาบาลและ ผดุงครรภ์สภาการพยาบาลแห่งประเทศไทย - สนับสนุนด้านทรัพยากรบุคคลให้เพียงพอต่อการบริการพยาบาล - ดูแลด้านสวัสดิการแก่บุคลากรทางการพยาบาลทุกระดับ ส่งเสริม และ ดำ เนินการให้บุคลากรมีความก้าวหน้าในวิชาชีพและพึงพอใจในงาน - บริหารพัสดุ ครุภัณฑ์ อุปกรณ์เครื่องใช้ต่างๆ ให้พร้อมใช้ และมีเพียงพอต่อ ความต้องการ รวมถึงการเก็บบำ รุงรักษา และเบิกจ่าย - บริหารจัดการสิ่งแวดล้อมให้เอื้อต่อการบำ บัดรักษาผู้ป่วย - กำ หนดระบบการสื่อสาร และการแจ้งข่าวสาร
2) ด้านบริการ - ควบคุมกำ กับคุณภาพทางการพยาบาล โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง - ตรวจสอบคุณภาพบริการ และประเมินคุณภาพบริการพยาบาล (นิเทศ) - กำ หนดแนวทางการปฏิบัติการพยาบาลที่สำ คัญ และดำ เนินการปรับปรุงเป็น ระยะ - บริหารจัดการความเสี่ยงร่วมกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทางการพยาบาล - สนับสนุนให้มีการทำ งานเป็นทีม และการใช้กระบวนการพยาบาลในการปฏิบัติ งาน - จัดระบบบริการพยาบาลก่อนตรวจ ขณะตรวจ หลังตรวจ การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน การส่งต่อ และการนัดหมายมารับบริการครั้งต่อไป 3) ด้านวิชาการ - พัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความพร้อมทางด้านวิชาการ และด้านการให้ บริการ - ส่งเสริมให้มีการค้นคว้า และสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัย และนำ ผลการวิจัย ทางการพยาบาลตลอดจนแนวปฏิบัติการพยาบาลที่เป็นเลิศมาประยุกต์ใช้ในการ พยาบาล - พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทางวิชาการ โดยการศึกษาต่อ ฝึกอบรมทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว การศึกษาดูงาน การเข้าร่วมประชุม สัมมนา การเข้าฟังบรรยาย พิเศษ ทางวิชาการต่างๆ - ให้คำ แนะนำ ปรึกษา และตรวจสอบผลงานทางวิชาการ ในการเสนอผลงาน เพื่อ เข้าสู่ ตำ แหน่งที่สูงขึ้น - ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากร นักศึกษา และประชาชนจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง
2) ด้านบริการ - ควบคุมกำ กับคุณภาพทางการพยาบาล โดยเน้นผู้ป่วยเป็นศูนย์กลาง - ตรวจสอบคุณภาพบริการ และประเมินคุณภาพบริการพยาบาล (นิเทศ) - กำ หนดแนวทางการปฏิบัติการพยาบาลที่สำ คัญ และดำ เนินการปรับปรุงเป็น ระยะ - บริหารจัดการความเสี่ยงร่วมกับคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงทางการพยาบาล - สนับสนุนให้มีการทำ งานเป็นทีม และการใช้กระบวนการพยาบาลในการปฏิบัติ งาน - จัดระบบบริการพยาบาลก่อนตรวจ ขณะตรวจ หลังตรวจ การดูแลต่อเนื่องที่บ้าน การส่งต่อ และการนัดหมายมารับบริการครั้งต่อไป 3) ด้านวิชาการ - พัฒนาบุคลากรทางการพยาบาลให้มีความพร้อมทางด้านวิชาการ และด้านการให้ บริการ - ส่งเสริมให้มีการค้นคว้า และสนับสนุนให้มีการศึกษาวิจัย และนำ ผลการวิจัย ทางการพยาบาลตลอดจนแนวปฏิบัติการพยาบาลที่เป็นเลิศมาประยุกต์ใช้ในการ พยาบาล - พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทางวิชาการ โดยการศึกษาต่อ ฝึกอบรมทั้งใน ระยะสั้น และระยะยาว การศึกษาดูงาน การเข้าร่วมประชุม สัมมนา การเข้าฟังบรรยาย พิเศษ ทางวิชาการต่างๆ - ให้คำ แนะนำ ปรึกษา และตรวจสอบผลงานทางวิชาการ ในการเสนอผลงาน เพื่อ เข้าสู่ ตำ แหน่งที่สูงขึ้น - ถ่ายทอดองค์ความรู้แก่บุคลากร นักศึกษา และประชาชนจากหน่วยงานที่ เกี่ยวข้อง
ลำ ดับ ห้องตรวจ ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 (6เดือน) 1 โรคทั่วไป 40,522 31,876 31,414 15,346 2 อายุรกรรม 35,054 35,358 37,491 18,875 3 คลินิกนอกเวลาราชการ 34,294 22,229 19,634 11,757 4 ศัลยกรรม 23,042 19,372 22,513 11,326 5 ศัลยกรรมกระดูกและข้อ 22,653 22,468 25,154 12,544 6 กุมารเวชกรรม 18,154 9,907 10,564 5,543 7 ประกันสังคม 15,692 13,141 14,081 6,851 8 หูคอจมูก 14,773 10,712 12,815 6,508 9 ทำ แผล-ฉีดยา 14,708 13,312 13,468 6,843 ทำ แผล-ฉีดยา(นอกเวลา) 12,880 11,319 11,886 6,201 สถิติการให้บ ห้ ริกริารที่สำ คัญของ OPD
ลำ ดับ ห้องตรวจ ปี 2563 ปี 2564 ปี 2565 ปี 2566 (6เดือน) 10 งานฝากครรภ์ 12,302 10,138 10,732 5,720 11 งานให้การปรึกษา+ยาต้าน ไวรัส+วัณโรค 11,465 10,096 10,312 4,555 12 นรีเวช 11,094 9,518 9,511 4,823 13 กระตุ้นพัฒนาการเด็ก+จิตเวช เด็กและวัยรุ่น 8,143 6,110 6,642 3,460 14 สุขภาพเด็กดี 5,686 4,413 4,508 2,529 15 ไข้หวัด 4,929 12,442 39,783 12,627 16 ผิวหนัง 3,261 2,598 2,758 1,343 17 สูงอายุ 32 31 523 536 18 เวชศาสตร์ฟื้นฟู - 374 1,159 2,836 รวม 288,684 245,414 284,948 140,223 สถิติการให้บ ห้ ริกริารที่สำ คัญของ OPD
1. ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับบริการด้านสุขภาพ ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ 2. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติ เนื่องจากความเตกต่างจากฐานะเชื้อชาติ สัญชาติ สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุและลักษณะ ของความเจ็บป่วย 3. ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจน จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนจำ เป็น 4. ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจาก ผู้ประกอบ การวิชาชีพด้านสุขภาพ โดยทันทีตามความจำ เป็นแล้วแต่กรณี โดยไม่คำ นึงว่าผู้ป่วยจะร้อง ขอความช่วยเหลือหรือไม่ 5. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุล และประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้ บริการแก่ตน 6. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่น ที่มิได้เป็นผู้บริการแก่ตน และมีสิทธิใน การขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการได้ 7. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเอง จากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ โดย เคร่งครัด เว้นแต่ จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย 8. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วน ในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการ เป็นผู้ถูกทดลอง ในการทำ วิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ 9. ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนในเวชระเบียน เมื่อร้องขอ ทั้งนี้ข้อมูลดังกล่าว ต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น 10. บิดา มารดา หรือผู้แทนโดยชอบธรรม อาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกิน สิบแปดปีบริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิตซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิตัวด้วยตนเองได้ คำ ประกาศสิทสิธิขธิองผู้ป่ผู้ ว ป่ ย
ปฏิทินการจ่าจ่ยเงิน วันวัจ่าจ่ยเงิน OT/P4P/ค่าใช้จ่ายเดินทางไปราชการ/ค่าใช้จ่ายโครงการฯฝึกอบรมฯ/เงินไม่ทำ เวชปฏิบัติฯ (แพทย์)(ส่งหลักฐานก่อนวันที่ 10 ของเดือน) ทุกวันที่ 20 ของเดือน(ตรงกับวัน หยุดเลื่อนออก) เงินบำ เหน็จ บำ นาญ ข้าราชการ เงินเดือนข้าราชการ/ลูกจ้างประจำ ก่อนสิ้นเดือน 5 วันทำ การ พนักงานราชการ/พนักงานกระทรวงฯ/คตส./พตส. (ส่งหลักฐานก่อนสิ้น เดือน 7 วัน ก่อนสิ้นเดือน 3 วันทำ การ เงินเดือนลูกจ้างชั่วคราว/เงินไม่ทำ เวชปฏิบัติฯ (ทันตแพทย์/เภสัชกร)/พตส. (ส่งหลักฐานก่อนวันที่ 26 ของเดือน สิ้นเดือน การลา จำ นวน ลาป่วย ไม่เกิน 60 วันทำ การ ลาคลอดบุตร ไม่เกิน 90 วัน ลากิจส่วนตัว ไม่เกิน 45 วันทำ การ ปีแรกที่รับราชการ ไม่เกิน 15 วันทำ การ ลาพักผ่อน ไม่เกินระยะเวลาที่ผู้นั้นมีสิทธิ ลาอุปสมบท / ลาไปประกอบพิธีฮัจย์ ไม่เกิน 60 วัน (ติดต่องานทรัพยากรบุคคล) ลาเข้ารับการตรวจเลือก/เข้ารับการเตรียมพล ไม่เกิน 60 วัน (ติดต่องานทรัพยากรบุคคล) ลาศึกษา ฝึกอบรม ดูงาน ปฏิบัติการวิจัย ไม่เกิน 60 วัน (ติดต่องานทรัพยากรบุคคล) ปฏิทินการจ่าจ่ยเงินของการเงิน สิทสิธิปธิระโยชน์กน์ารลา
ลำ ดับดั ที่ สิทสิธิปธิระโยชน์ กำ หนดให้ได้รับรัหมายเหตุ 1. สิทธิเกี่ยวกับการลา 1.1 ลาป่วย มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่าง ป่วย ได้ 120 วัน (ปีงบประมาณ) ได้รับตามสิทธิข้าราชการ ในครึ่งปีที่แล้วมา (รอบ 6 เดือนใน การพิจารณาเลือ่นขั้นเงินเดือน)มีวัน ลาป่วยไม่เกิน 23 วันทำ การ จึงจะมี สิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงิน เดือน 1.2 ลาคลอดบุตร มีสิทธิลาคลอดบุตร โดยได้ รับเงินเดือน ครึ่งหนึ่ง 90 วัน (นับวันหยุดราชการรวมด้วย) กรณีได้หยุดราชการไปแล้วแต่ โดยได้รับเงินเดือน ไม่ได้คลอดบุตรตามกำ หนด ให้ ครั้งหนึ่ง 10 วัน ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้ว (นับวันหยุดราชการเป็นวันลากิจ รวมด้วย) - การลาคลอดบุตรที่คาบเกี่ยวกับ การลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบ กำ หนดวันลาของการลาประเภท นั้นสิ้นสุดลง หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อ เลี้ยงดูบุตรให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจาก การลาคลอดบุตร ได้ไม่เกิน 150 วัน ทำ การโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือน ระหว่างลา 1.3 ลากิจส่วส่นตัว ไม่เม่กิน 45 วันทำ การ ในปีที่ปี ที่ เริ่มริ่รับรัราชการไม่เม่กิน 15 วัน ทำ การ 1.ลากิจส่วส่นตัว(ด้วยเหตุ อื่น) 2.การลาเพื่อพื่เลี้ยงดูบุดู บุตร ในครึ่งรึ่ปีที่ปี ที่แล้ว (รอบ 6 เดือน ใน การเลื่อนขั้นขั้ สิทสิธิปธิระโยชน์กน์ารลาของข้าข้ราชการ ลูกลูจ้าจ้งประจำ
ลำ ดับดั ที่ สิทสิธิปธิระโยชน์ กำ หนดให้ได้รับรัหมายเหตุ 1. สิทธิเกี่ยวกับการลา ลากิจ มีสิทธิได้รับเงินเดือนระหว่าง ป่วย ได้ 120 วัน (ปีงบประมาณ) ได้รับตามสิทธิข้าราชการ ในครึ่งปีที่แล้วมา (รอบ 6 เดือนใน การพิจารณาเลือ่นขั้นเงินเดือน)มีวัน ลาป่วยไม่เกิน 23 วันทำ การ จึงจะมี สิทธิได้รับการพิจารณาเลื่อนขั้นเงิน เดือน 2. ลาคลอดบุตร มีสิทธิลาคลอดบุตร โดยได้ รับเงินเดือน ครึ่งหนึ่ง 90 วัน (นับวันหยุดราชการรวมด้วย) กรณีได้หยุดราชการไปแล้วแต่ โดยได้รับเงินเดือน ไม่ได้คลอดบุตรตามกำ หนด ให้ ครั้งหนึ่ง 10 วัน ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้ว (นับวันหยุดราชการเป็นวันลากิจ รวมด้วย) - การลาคลอดบุตรที่คาบเกี่ยวกับ การลาประเภทใดซึ่งยังไม่ครบ กำ หนดวันลาของการลาประเภท นั้นสิ้นสุดลง หากประสงค์จะลากิจส่วนตัวเพื่อ เลี้ยงดูบุตรให้มีสิทธิลาต่อเนื่องจาก การลาคลอดบุตร ได้ไม่เกิน 150 วัน ทำ การโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือน ระหว่างลา สิทสิธิปธิระโยชน์กน์ารลา
ระเบียบการปฏิบัติงานของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 1. การลงนามปฏิบัติงานประจำ วัน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เป็นหลักฐานการปฏิบัติงานของหน่วยงาน ขอบเขต : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับและทุกหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับและทุกหน่วยงาน ระเบียบการปฏิบัติ : 1. การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ ตามปกติกําหนดให้มาปฏิบัติงานก่อน เวลา อย่างน้อย 15 นาที และให้สแกนนิ้วมือ ณ จุดที่โรงพยาบาลจัดไว้รวมทั้งลงนามใน สมุดเวลา การทํางานที่หอผู้ป่วย/หน่วยงานที่สังกัด ลง นามตรวจสอบโดยหัวหน้าหอผู้ป่วยทุกวันราชการ และโดย หัวหน้าทีมการพยาบาลทุกเวรนอกเวลาราชการ 2. ให้เซ็นชื่อโดยเขียนชัดเจน อ่านออก เพื่อความสะดวกสําหรับผู้ตรวจสอบ ลงเวลาขึ้น ปฏิบัติงาน และลงปฏิบัติ งานให้ครบถ้วน 3. หากตรวจสอบพบว่า ไม่มาลงนามก่อนปฏิบัติงาน ถือว่าไม่ได้มาปฏิบัติงาน 2. การมอบหมายงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้มีผู้รับผิดชอบปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง สามารถสื่อสารประสานงานได้ชัดเจน ขอบเขต : เป็นหลัก ปฏิบัติสําหรับเจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทีมการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. การมอบหมายงานเป็นลายลักษณ์อักษรตามภาระหน้าที่รับผิดชอบในทีมงาน เหมาะสมตามความรู้ความสามารถ และประสบการณ์ 2. มอบหมายผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้บริหารของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และในหอ ผู้ป่วยตั้งแต่หัวหน้างาน / หัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้าหน่วยงาน กรณีไม่อยู่หรือไม่สามารถ ปฏิบัติงานได้ เช่น ลาป่วย ลากิจ ลาพักผ่อน ไปประชุม 3. จัดพยาบาลวิชาชีพเป็นหัวหน้าทีมการพยาบาลในแต่ละผลัด โดยต้องผ่านการฝึก ปฏิบัติงานมาแล้ว อย่างน้อย 6 เดือน หรือตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกําหนด 4. การมอบหมายงานแก่เจ้าหน้าที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพการพยาบาล และผดุงครรภ์ต้องอยู่ภาย ใต้การดูแลของพยาบาลวิชาชีพ (ยึดตามที่สภาการพยาบาลกําหนดไว้) 5. นักศึกษาพยาบาลหรือผู้ฝึกปฏิบัติ ให้อยู่ภายใต้การนิเทศของอาจารย์พยาบาล /พยาบาลวิชาชีพ 6. การมอบหมายงานให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับและปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมกับสภาพ และปริมาณงาน 7. หัวหน้าทีมงานแต่ละเวรเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดหน้าที่ 8. ให้มีการหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนหน้าที่อย่างเหมาะสม
หัวหน้าหอผู้ป่วย/หัวหน้าหน่วยงาน จัดส่งหลักฐานการเบิกเงิน ภายในวันที่ 5 ของเดือนถัดไป ผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาล ผู้ที่ได้รับมอบหมาย ตรวจสอบเอกสาร หลักฐานขั้นต้น ในการขอเบิกเงินก่อนรวบรวมส่งให้ ฝ่ายการเงิน ภายในวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ฝ่ายการเงินสามารถเบิกจ่ายได้ทันสามารถรับเงินได้ในวันที่ 25 ของ เดือน นั้น ตารางปฏิบัติงานของพนักงานช่วยเหลือคนไข้และพนักงานแม่บ้าน 1. หัวหน้าหอผู้ป่วยเป็นผู้รับผิดชอบจัดและหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาลเป็นผู้ลงนามกำ กับ 2. จัดหมุนเวียนอยู่เวรบ่าย – ดึก ตามลำ ดับคิวต่อเนื่องกัน จำ นวนวันอยู่เวรแล้วแต่จำ นวนของผู้อยู่เวร 3. ปฏิบัติงานเวรดึก 2 วัน และเวรบ่าย 2 วัน ต่อเนื่องกัน 4. การจัดวันหยุดจะเวียนตามรอบการปฏิบัติงานเวรบ่าย – ดึก แต่จะเฉลี่ยให้ได้หยุดวันเสาร์ – อาทิตย์ และวันนักขัตฤกษ์ อย่างเหมาะสมเท่าเทียมกัน 5. ตารางการปฏิบัติงาน จัดไว้เฉพาะที่หอผู้ป่วย 6. อื่น ๆ ตามระเบียบการจัดตารางปฏิบัติงานของพยาบาล การเบิกเงินค่าตอบแทน 3. การขอหยุดต่อเนื่อง 1. อนุญาตให้หยุดติดต่อกัน 5 วัน ถึง 7 วัน เกิน 7 วัน ขออนุมัติตามขั้นตอน (ไม่นับรวมวัน พักร้อน) 2. ถ้าเกินจากนี้ให้ทำ บันทึกเสนอเพื่อพิจารณา ถึงหัวหน้าหอผู้ป่วย / หัวหน้างานหรือ หัวหน้าพยาบาล ตามความเหมาะ สม 4. การจัดวันหยุดชดเชย 1. ถ้าไปในเวลาราชการ ไม่มีการชดเชย 2. ถ้าเป็นวันหยุดเดิมและหน่วยงานให้ไปปฏิบัติหน้าที่โดยกะทันหัน จัดชดเชยให้ 3. ถ้าเข้ารับการอบรมที่โรงพยาบาลจัด ไม่จัดชดเชยให้ 4. ถ้าสมัครไปรับการอบรมหรือสมัครไปฟังบรรยายวิชาการด้วยตนเอง ไม่จัดชดเชย ให้ 5. การไปร่วมกิจกรรมพิเศษในฐานะผู้แทนหน่วยงาน ไม่จัดชดเชยให้ 6. การร่วมกิจกรรมพัฒนาคุณภาพโรงพยาบาล ไม่จัดชดเชยให้ 5. การใช้เวลาราชการปฏิบัติภารกิจส่วนตัว ในวันราชการ โดยปกติจะมีการขออนุญาตผู้บังคับบัญชาเป็นลำ ดับ ออกไปเมื่อได้รับ อนุญาตจะ ออกไปทำ ธุระได้ แต่ใน วันหยุดปรากฏว่าหลายคนออกไปนอกโรงพยาบาลเพื่อทำ ธุระในช่วงเวลาปฏิบัติงาน เช่น ไปรับ – ส่งลูกเรียนพิเศษ ไปซื้อ ของตามห้างสรรพสินค้า โดยชุดปฏิบัติงานทำ ให้เป็นจุดสนใจแก่ ประชาชน ผู้พบเห็นและได้รับการร้องเรียนว่าละทิ้งหน้าที่ กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล จึงมีมติให้ ผู้ตรวจการ เวรเป็นผู้ตรวจสอบและอนุญาตตามความจำ เป็นและให้บันทึกไว้เป็น หลักฐาน รายงานให้ ผู้บังคับบัญชาทราบ เพื่อประกอบการพิจารณาความดีความชอบในแต่ละครั้งการขออนุญาต ให้ผู้ บังคับ บัญชาพิจารณาตามความ จำ เป็นอย่างเหมาะสม ไม่ใช่อนุญาตเป็นประจำ หรือถือวิสาสะปฏิบัติเป็นปกติวิสัย โดย เฉพาะระดับผู้บริหารทางการพยาบาลและหัวหน้าทีมการพยาบาล ซึ่งถือว่าไม่รักษาระเบียบวินัย เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีแก่ บุคคลอื่น และผู้ใต้บังคับบัญชา
ด้านสุขภาพ หากยังปฏิบัติหน้าที่เดิมอาจเกิดผลกระทบด้านสุขภาพมากยิ่งขึ้น ปัญหาครอบครัวที่วิกฤต หากยังปฏิบัติหน้าที่เดิม จะเกิดผลเสียต่อหน่วยงาน งานที่ขอย้ายไปรับผิดชอบ เหมาะสมกับความรู้ความสามารถ หน่วยงานเห็นความจำ เป็นต้องย้าย เพื่อวางแผนการปฏิบัติงานและเตรียมความพร้อมตามกำ หนดเวลาและกำ หนดตัว ผู้เข้าประชุม 2. เพื่อการรับ – ส่ง ข่าวสาร ปัญหา อุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อร่วมปรึกษาหารือ ร่วมพิจารณาเรื่องราชการที่สำ คัญหรือเร่งด่วน หัวหน้าพยาบาลและผู้ช่วยหัวหน้าด้านบริหารบริการและด้านวิชาการรับฟัง รายงานสรุป เหตุการณ์จากพยาบาล ตรวจการเวรดึก ทุกเช้า รับราชการ เวลา 08.00 น. ประชุมหัวหน้ากลุ่มงานการพยาบาล เพื่อการสื่อสารแจ้งข่าวสาร และติดตาม ผลการปฏิบัติ งานทุกวันพฤหัสบดี เวลา 10.00 – 12.00 น. ประชุมหัวหน้างานและหัวหน้าหอผู้ป่วยผู้ป่วยทุกวันอังคารที่ 3 ของเดือน (ยกเว้นวันพุธที่ 3 ของเดือน) เพื่อแจ้ง นโยบาย ข่าวสาร ความรู้ใหม่ ๆจากการประชุม/อบรมวิชาการภายนอก แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เสนอและร่วมแก้ ปัญหาต่าง ๆ ประชุมพยาบาล ทุก 3 เดือน คือเดือน มกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม ประชุมพนักงานช่วยเหลือคนไข้และพนักงานบริการ (แม่บ้าน) ทุก 4 เดือนคือเดือน มีนาคม กรกฎาคม และ พฤศจิกายน คณะทำ งานอื่น ๆ ตามที่กำ หนดวาระ หากมีเรื่องด่วนจำ เป็นต้องดำ เนินการทันจะกำ หนดการประชุมตามความเหมาะสม 6. การขอย้ายหน่วยงาน 1. ควรมีอายุการทำ งานในหน่วยงานปัจจุบันอย่างน้อย 1 ปี 2. เหตุผลของการขอย้ายที่สมควรพิจารณา ได้แก่ 3. หากหน่วยงานนั้นมีปัญหาด้านอัตรากำ ลังให้ชะลอไว้ก่อน 4. กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลพิจารณาการย้ายหน่วยงานปีละ 2 ครั้ง เดือนมีนาคมและกันยายน 7. การประชุมของกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล วัตถุประสงค์ : 1. 2. ขอบเขต : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ / ทุกหน่วยงาน ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทางการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7.
เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ข่าวสารเพื่อทราบ คำ สั่งหรือระเบียบเพื่อการปฏิบัติ เมื่อรับแจ้งข่าวสารจากกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาลให้ผู้รับแจ้งนำ ไปถ่ายทอดให้ เจ้าหน้าที่ใน หน่วยงานรับทราบ ด้านขอบเขตของแต่ละข่าวสารนั้นด้วยวาจาและ/หรือลายลักษณ์ อักษรทันที และให้ผู้รับผิดชอบของแต่ละหน่วย งานจดบันทึกไว้เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง อ่านทุกคน หากเป็นคำ สั่งหรือระเบียบที่ต้องทราบ ต้องปฏิบัติ ต้องให้เจ้าหน้าที่ทุกระดับใน หน่วยงานอ่าน ข่าวสารนั้นด้วย ตนเองและลงนามรับทราบเพื่อเป็นหลักฐาน ให้ติดประกาศคำ สั่งหรือข่าวสารนั้นไว้ที่ป้ายประกาศหรือในที่ที่กำ หนดไว้ตามเวลาที่ กำ หนดแล้ว เก็บคำ สั่งใส่แฟ้มที่ กำ หนดเพื่อใช้เป็นหลักฐานเมื่อต้องการ หากไม่ใช่คำ สั่งแต่เป็นข่าวสารที่ต้องดำ เนินการเพื่อส่งต่อให้บันทึกเป็นลาย ลักษณ์อักษร ให้ ผู้เกี่ยวข้องอ่านด้วย ตนเองและมอบหมายให้ผู้รับผิดชอบดำ เนินการให้สำ เร็จ หากเป็นเรื่องด่วนแจ้งโดยการโทรศัพท์และ/หรือแจ้งผู้เกี่ยวข้องทราบทันทีโดยส่ง หนังสือต้นเรื่อง ให้เจ้าตัวทราบ และลงนามรับทราบ พยาบาลตรวจการเวรดึก รายงานผลการปฏิบัติงาน อุบัติเหตุ อุบัติการณ์ หรือเหตุการณ์ พิเศษ โดยบันทึกลงใน Google sheet และรายงานเป็น One page แก่หัวหน้าพยาบาล และส่งเวรให้กับผู้ช่วยหัวหน้าพยาบาลประจำ เดือน เวลา 8.20 น. ที่ห้องประชุมกาสะลอง สำ นักงานกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล เพื่อให้ผู้บริหาร ได้พิจารณา ดำ เนินการตามความเหมาะสมต่อไป 8. การสื่อสาร – ข่าวสารแจ้งเวียน วัตถุประสงค์ : เพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องให้เจ้าหน้าที่ทราบ ขอบเขต : 1. 2. ผู้รับผิดชอบ : ผู้บริหารทางการพยาบาลทุกระดับ ระเบียบการปฏิบัติ : 1. 2. 3. 4. 5. 6. 9. การเขียนใบลา วัตถุประสงค์ : เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทุกคนเขียนใบลาได้อย่างถูกต้อง ขอบเขต : ใช้เป็นแนวทางในการเขียนใบลาทุกประเภท ผู้รับผิดชอบ : เจ้าหน้าที่ทางการพยาบาลทุกระดับ เอกสารที่เกี่ยวข้อง : ใบลาของโรงพยาบาลมี หลายประเภท เช่น แบบใบลาพักผ่อน แบบใบลาป่วย แบบใบลาคลอดบุตร แบบใบลากิจส่วนตัว ระเบียบการปฏิบัติ : กรอกข้อความลงในช่องว่างในแบบใบลาที่กำ หนดไว้ ดังนี้ 1. เขียนที่ โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา 2. วันที่ ระบุวันที่เขียนใบลา 3. ชื่อผู้ลา ตำ แหน่ง พยาบาล พนักงานผู้ช่วยเหลือคนไข้ พนักงานทำ ความสะอาดหรือพนักงาน ทั่วไป(พนักงานเปล) 4. ระบุว่าเป็น ข้าราชการ หรือลูกจ้าง 5. สังกัด สาขาการพยาบาลแต่ละสาขา ตามด้วย กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 6. สาเหตุการลาระบุตามที่ต้องการลา ให้เหตุผลประกอบในส่วนท้ายของเนื่องจาก…… 7. ระบุวันลาตั้งแต่วันที่…………………..ถึงวันที่…………………………………….
ส่งใบลาก่อนหรือในวันที่ลา แต่ในกรณีจาเป็นจะส่งใบลาในวันแรกที่มาปฏิบัติราชการก็ได้ แต่ในทาง ปฏิบัติควรแจ้ง ผู้บังคับบัญชารับทราบล่วงหน้าก่อน เช่น ทางโทรศัพท์ ทางไลน์ เป็นต้น กรณีป่วยจนไม่สามารถจะลงชื่อในใบลาได้สามารถให้ผู้อื่นลาแทนได้แต่เมื่อสามารถลงชื่อได้แล้วต้อง เสนอหรือจัดส่ง ใบลาโดยเร็ว กรณีลาแบบอิเล็กทรอนิกส์ กรณีป่วยจนไม่สามารถจะดาเนินการลาในระบบได้ เมื่อผู้บังคับบัญชา พิจารณาแล้วเห็น ว่าป่วยจนไม่สามารถมาปฏิบัติราชการและเสนอใบลาด้วยตนเองได้จริง สามารถมอบหมายเจ้าหน้าที่อื่นดำ เนินการ บันทึกขออนุญาตลาทางระบบการลาแทนและผู้บังคับบัญชา พิจารณา อนุญาตการลาในระบบได้ สิทธิ์ลาคลอดครั้งหนึ่งได้ 90 วัน จะลาในวันที่คลอด ก่อนหรือหลังคลอดก็ได้แต่รวมแล้วไม่เกินระยะเวลา 90 วัน (นับ ต่อเนื่องรวมวันหยุดราชการ) ต้องมีใบรับรองแพทย์แนบท้ายการยื่นใบลา กรณีที่ได้รับอนุญาตลาคลอดแล้วแต่ไม่ได้คลอดบุตรตามกาหนด หากประสงค์จะยกเลิกวันลา ให้ผู้มีอำ นาจอนุญาต หรือพิจารณายกเลิกได้โดยให้ถือว่าวันที่ได้หยุดราชการไปแล้วเป็นวันลากิจ ส่วนตัว 8. ระบุวันลาครั้งก่อนให้ชัดเจน ระบุสถานที่อยู่ปัจจุบันที่หน่วยงานสามารถติดต่อได้ ลงนามให้ ถูกต้องครบถ้วน 9. สถิติการลา หัวหน้าหอผู้ป่วยเป็นผู้ตรวจสอบลงข้อมูลให้ถูกต้องครบถ้วน และลงนาม ลงวันที่ที่ ตรวจสอบ 10. ความเห็นของผู้บังคับบัญชา หัวหน้างานเป็นผู้ลงความเห็นและลงนามผู้อนุญาต โดยส่งหัวหน้า พยาบาลเป็นผู้ลงนาม 11. ทุกหอผู้ป่วย / หน่วยงานต้องลงบันทึกวันลาทุกประเภทของเจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นข้อมูลด้าน บุคลากรไว้ทุกครั้ง ก่อนส่ง ใบลาไปยังกลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล 12. การลากิจ ส่งใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วันได้รับอนุญาตแล้วจึงลาหยุดได้ 13. การลาป่วย ส่งใบลาในวันแรกที่กลับมาทำ งาน (ในกรณีฉุกเฉินกะทันหัน) หมายเหตุ : กรณีการลาของลูกจ้างชั่วคราว พนักงานกระทรวงสาธารณสุข และพนักงานราชการ ทั้งลาป่วย ลากิจ ส่วนตัว หรือลา คลอด ให้หอผู้ป่วย/หน่วยงานส่งใบลาโดยเร็วเพื่อกลุ่มภารกิจด้าน การ พยาบาล จะได้ดำ เนินการ และส่งต่อให้การเจ้า หน้าที่เพื่อให้ลูกจ้างสามารถเบิกเงินทดแทนจาก ประกันสังคมจังหวัดได้ ระเบียบการลา (คู่มือการลา การได้รับเงินเดือน และการเลื่อนเงินเดือนระหว่างลาสาหรับข้าราชการ ปี 2560) การลาแบ่งเป็น 11 ประเภท (ระเบียบสำ นักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการลาของข้าราชการ พ.ศ.2555) ได้แก่ 1.การลาป่วย เป็นการลาหยุดเพื่อรักษาตัวเมื่อมีอาการหรือเข้ารับการรักษาตัวกับแพทย์ หลักเกณฑ์ 1.1 แนบใบลา การลาป่วยติดต่อกันตั้งแต่ 30 วันขึ้นไปต้องมีใบรับรองแพทย์ผู้ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ ประกอบ วิชาชีพเวชกรรม 1.2 การลาป่วยไม่ถึง 30 วันไม่ว่าจะเป็นการลาครั้งเดียวหรือหลายครั้งติดต่อกัน ถ้าผู้มีอำ นาจ เห็นสมควรอนุญาตลา จะสั่งให้มีใบรับรองแพทย์ประกอบใบลาเพื่อประกอบพิจารณาอนุญาตก็ได้ การเสนอหรือจัดส่งใบลา 1. 2. 3. 2. การลาคลอดบุตร เป็นการลาหยุดราชการของสตรีซึ่งมีครรภ์ในช่วงก่อนคลอดวันคลอดและหลังคลอด หลักเกณฑ์ 1. 2. 3.
ความสอดคล้องของเนื้อหาการจัดประชุม/อบรม กับสายงานที่ปฏิบัติงาน ความมีประโยชน์ต่อหน่วยงานหรืองานที่ได้รับมอบหมาย ความจำ เป็นในการประชุมหรืออบรม ระยะเวลา สถานที่จัดประชุม/อบรม ประวัติการอบรมในรอบปีที่ผ่านมา ผลกระทบต่ออัตรากำ ลังของหน่วยหลังจากเสร็จสิ้นการประชุม /อบรมให้สรุปรายงาน 10. การพิจารณาให้ไปประชุม/อบรม/ศึกษาดูงาน วัตถุประสงค์ : เพื่อให้การประชุม อบรม ศึกษาดูงาน เป็นมาตรฐานเดียวกัน ขอบเขต : เป็นหลักฐานสำ หรับพยาบาลทุกระดับ ผู้รับผิดชอบ : หัวหน้าหน่วยงานทุกระดับ และรองหัวหน้าพยาบาลด้านวิชาการ ระเบียบการปฏิบัติ : ใช้ระเบียบของโรงพยาบาลเป็นหลักปฏิบัติ คือ ปฏิบัติงานภายใน 1 ปีแรกของการปฏิบัติงาน มีสิทธิอบรมระยะสั้นภายในโรงพยาบาล ปฏิบัติงาน 1 ปี ขึ้นไปมีสิทธิ อบรมระยะสั้น ภายนอกโรงพยาบาล ปฏิบัติงาน3 ปี ขึ้นไปมีสิทธิ อบรมระยะยาว ภายนอกโรงพยาบาลตามแผน การส่ง บุคลากรเข้าอบรมในแต่ละปีสำ หรับเกณฑ์สำ หรับ หน่วยงาน ในการ พิจารณาอนุมัติให้ บุคลากร ไปประชุมอบรม นอกจาก จะใช้ ระยะเวลาของการมาปฏิบัติงานแล้วจะมีการพิจารณาองค์ประกอบอื่น ๆร่วมด้วย ดังนี้ 1. 2. 3. 4. 5. 6. การประชุม/อบรมตามระเบียบของ โรงพยาบาลหลังการอบรม 2 สัปดาห์ เสนอหัวหน้าพยาบาล ลลงนามรับทราบ และส่ง กลุ่มงานพัฒนา ระบบบริการสุขภาพ (พรส.) พร้อมกับเผยแพร่ความรู้ตาม ความเหมาะสม เพื่อประโยชน์ต่อผู้ร่วมงาน และ หน่วยงาน
ชุดปฏิบัติงานสำ หรับบุคลากรที่ปฏิบัติงานด้านการพยาบาลและการผดุงครรภ์ในสถานบริการสุขภาพ ให้แต่งกาย ดังนี้ เสื้อแขนสั้นปกปีกนก ปกฮาวาย หรือปกเทเลอร์ ตัวเสื้อแยกชิ้นด้านหน้า 4 ชิ้น ด้านหลัง 3 ชิ้น ติดกระดุม 4 – 5 เม็ด ไม่ต้องมีเกร็ด ปลายแขนตรงกลางผ่าเป็นรูปสามเหลี่ยม พับตลบขึ้นด้านบน ติด กระเป๋าด้านหน้าตรงชายเสื้อทั้ง สองข้าง และกระเป๋าเจาะอกเสื้อด้านซ้าย 1 ใบ ตัวเสื้อยาวคลุมสะโพก ระเบียบการแต่งกายของบุคลากรทางการพยาบาล วัตถุประสงค์ : เพื่อให้บุคลากรทุกคนทุกระดับแต่งกายถูกระเบียบตามที่หน่วยงานและกระทรวงกำ หนดไว้ ขอบเขต : บุคลากรทางการพยาบาลทุกกลุ่ม ทุกระดับ ที่ขึ้นตรงต่อสายการบังคับบัญชาของกลุ่ม ภารกิจด้านการพยาบาล ได้แก่ พยาบาลวิชาชีพ ผู้ช่วยพยาบาล พนักงานช่วยเหลือคนไข้ พนักงานทั่วไป พนักงาน EMS ผู้รับผิดชอบ : กลุ่มภารกิจด้านการพยาบาล และผู้บริการทางการพยาบาลทุกระดับ การแต่งกายของพยาบาล 1. 1.1 พยาบาลวิชาชีพหญิง 1.1.1 ชุดติดกันสีขาวทั้งชุด เสื้อผ่าหน้าติดกระดุม ปกฮาวาย แขนสั้นปลายแขนพับตลบ ขึ้นด้านบน มีจีบบริเวณเอวด้านละ 2 จีบ ตัวเสื้อด้านหลังจะมีรอยต่อเป็นรูปสามเหลี่ยมหรือไม่ก็ได้ กระโปรงทรงเอ ความ ยาวคลุมเข่า กระโปรงแยกชิ้นด้านหน้า 2 ชิ้น ด้านหลัง3 ชิ้น ด้านหน้ามีสาบกลางขนาดกว้าง 1 นิ้ว จากเอวถึงชายกระโปรง มีซิปด้านหน้าใต้สาบกระเป๋าเจาะเว้าด้านซ้าย - ขวา มีเข็มขัดผ้าขนาดกว้าง 1 นิ้ว คาดเอว หรือป็นชุดติดกันหรือชุดคนละ ท่อนสีขาวทั้งชุด แบบตามที่สถาบันกำ หนด โดยเป็นเสื้อมีปกหรือคอปิดมิดชิด กระโปรงทรงสุภาพ ความยาวคลุมเข่า หาก เป็นกางเกงต้องเป็นกางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า สะดวกแก่การปฏิบัติงานและคำ นึงถึงหลักการป้องกัน และควบคุมการติดเชื้อ 1.1.2 ชุดกระโปรงปฏิบัติงานแบบคนละท่อน มีลักษณะดังนี้ ชุดกระโปรงติดกันสีขาว และชุดกระโปรงคนละท่อนสีขาว
1.1.3 ชุดเสื้อกางเกงคนละท่อนสีขาว ต้องเป็นกางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า สะดวกแก่การปฏิบัติงานและคำ นึงถึงหลักการป้องกันและควบคุมการติดเชื้อ ชุดเสื้อกางเกงคนละท่อนสีขาว 1.1.4 ชุดปฏิบัติงานสำ หรับหญิงตั้งครรภ์ ไม่ต้องมีสายคาดเอว ชุดปฏิบัติงานสำ หรับหญิงตั้งครรภ์
1.2 การแต่งกายสำ หรับชาย ให้แต่งด้วยชุดสีขาว เฉพาะชุดปฏิบัติงานดังนี้ 1.2.1 เสื้อแขนสั้นปกฮาวาย ตัวเสื้อผ่าหน้าติดกระดุม 4-5 เม็ด มีกระเป๋าที่หน้าอก และกระเป๋าด้านล่าง ด้านซ้าย และขวา ด้านละ 1 ใบ ตัวเสื้อด้านหลังเย็บซ้อนตะเข็บ กลางหลังปล่อยชาย แขนประมาณ 6 นิ้ว 1.2.2 กางเกงขายาวทรงสุภาพปลายขาตรงยาวคลุมข้อเท้า ชุดฟอร์มพยาบาลชาย หมวกพยาบาลวิชาชีพ ติดแถบกำ มะหยี่ดำ ขนาด 1.5 ซม. ห่างจากขอบหมวก ไม่เกิน 0.5 ซม. ตามแนวยาว การติดปลายแถบให้พอดีกับหมวกไม่พับเลยไปอยู่ด้านข้างของหมวก ไม่ใช้ลวด MAX เย็บแถบ การติดกิ๊บใช้กิ๊บสีขาวหนีบติดสายหรือตัวหนอนซ่อนอยู่ใต้หมวกไม่ใช้กิ๊บ ปากเป็ดติดอยู่ด้านหลังหมวก 2. หมวกพยาบาล หมวกพยาบาล
สร้อยคอยาวอยู่ภายในเสื้อ ไม่สั้นติดคอจนมองเห็น ต่างหู ชนิดติดหู ขนาดไม่โตเกินติ่งหู โบว์ติดผมสีดำ หรือสีน้ำ ตาล นาฬิกาข้อมือสายด้าน ไม่ประดับเพชร-พลอย ที่ส่งประกายเมื่อต้องแสง ไม่สวมแหวนและกำ ไลข้อมือ พยาบาลชาย: รองเท้าคัชชูสีดำ สวมหุ้มส้น ถุงเท้าดำ พยาบาลหญิง: รองเท้าสีขาว สวมหุ้มส้น ถุงเท้าขาวล้วน ไม่มีจีบระบายติดขอบซึ่งทั้งสองแบบ ส้นรองเท้าจะต้องเป็น ส้นหนาตัน พื้นควรนิ่ม เวลาเดินไม่ส่งเสียงดังรบกวน สวมใส่สบาย เหมาะในการเดินทำ งาน ไม่สวมรองเท้ารัดส้น ไม่ สวมรองเท้าแตะ นอกจากหน่วยงานที่ ต้องเปลี่ยนรองเท้า 4. เครื่องประดับ 5. รองเท้า/ถุงเท้า 3. เข็ม และกระดุมกระทรวงสาธารณสุข ลักษณะรองเท้าพยาบาลชาย และลักษณะรองเท้าพยาบาลหญิง
6. ชุดปฏิบัติงานผู้ช่วยพยาบาล เป็นชุดติดกันหรือชุดคนละท่อนสีขาวทั้งชุด โดยเป็นเสื้อปกคอบัว แบบติดคอ แขนสั้นปลายแขนพับตลบขึ้นด้านบน สะดวก แก่การเคลื่อนไหว (เสื้อยาวคลุมสะโพก) กระโปรงทรงสุภาพ ความยาว คลุมเข่า หากเป็นกางเกงต้องเป็นกางเกงทรงสุภาพ ปลายขาตรง ยาวคลุมข้อเท้า ชุดปฏิบัติงานนี้สามารถใช้ได้สำ หรับผู้ช่วยพยาบาลตั้งครรภ์ ชุดปฏิบัติงานผู้ช่วยพยาบาล โดยแบบการแต่งกายให้มีเครื่องหมายและสิ่งประกอบอื่น ดังนี้ (1) หมวกสีขาว ให้ติดแถบกำ มะหยี่สีดำ จำ นวน 1 แถบ ขนาด 1 เซนติเมตร ติด เฉียงจากปลายขอบหมวก ด้านซ้าย 5 เซนติเมตร (2) รองเท้าสีขาวส้นหนาสูง 1 นิ้ว ถึง 1 นิ้วครึ่ง ชนิดหุ้มส้น และปิดปลายเท้า (3) ป้ายชื่อ ระบุชื่อตัว ชื่อสกุล และตำ แหน่ง ที่สามารถเห็นได้ชัดเจน หมวกผู้ช่วยพยาบาล