คู่มือการสัมมนาบทความวิจยั ทางการพฒั นาสงั คม
จดั ทำโดย
นางสาวนูไรนี เดชดี 6020210022
นางสาวกงิ่ กมล หอยสกลุ 6120210047
นางสาวซารอฟะห์ มะสาแม 6120210048
นางสาวอภิรตี เเกว้ คช 6120210061
นางสาวอุบลรตั น์ ดวงเเกว้ 6120210064
นายฮรั ฟาน ดือราแม 6120210065
นายรสุ มีซี เจะเฮาะ 6120210080
นางสาวยูไรฟะห์ เราะสู 6120210181
นางสาวซอฟยี ะห์ เลาะยะผา 6120210230
นางสาวโซฟยี ะ สาแม 6120210232
นางสาวโซเฟีย แวกูโน 6120210233
นางสาวนัสรยี ะห์ อาลมี ามะ 6120210235
นางสาวนุรอซั ลิน เจ๊ะแว 6120210236
นายปัณณธร รอดดำ 6120210237
นางสาวอริสรา ยีตาเห 6120210238
นายอลั วา หวนั ชิดนาย 6120210239
นางสาวคตี ภทั ร รตั นเดช 6120210350
นางสาวฐณฐั ฐา นิม่ ละออ 6120210352
นางสาวนรู ูลฟาตีฮะห์ เจะ๊ เงาะ 6120210355
นางสาวสาวินี สาสเู ลาะ 6120210356
นางสาวอสั มะ สาเมาะ 6120210358
คมู่ อื การจัดสัมมนาบทความวจิ ัยฉบบั นเ้ี ป็นสว่ นหนง่ึ ของรายวชิ า 428-481
การสมั มนาในการพฒั นาสังคม (Seminar In Social Development)
คณะมนุษยศาสตรแ์ ละสงั คมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั สงขลานครนิ ทร์
วิทยาเขตปตั ตานี ภาคเรียนที่ 1 ปกี ารศึกษา 2564
ก
คำนำ
คู่มือการจัดสมั มนาทางวิชาการในงานพัฒนาสังคมฉบับน้ีเป็นสว่ นหนึ่งของรายวิชา 428-481
การสัมมนาในการพฒั นาสังคม (Seminar In Social Development) โดยการจัดสมั มนาครั้งนภี้ ายใต้
หัวข้อ “คนกับปัญหาและความต้องการพึ่งพาตนเองแบบองค์รวม ร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์รองเง็ง”
มีวัตถุประสงค์เพื่อให้นักศึกษาได้เรียนรู้เกี่ยวกับกระบวนการจัดสัมมนารูปแบบออนไลน์ ซึ่งได้รับ
ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์อันนำไปสู่การพัฒนารูปแบบรวมถึงกระบวนการดำเนินงาน
ที่มีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จตามเป้าหมายที่วางไว้ โดยมีอาจารย์ที่ปรึกษา
ประกอบไปด้วย ดร.สวัสดิ์ ไหลภาภรณ์ ดร.ธันยากร ตุดเกื้อ ดร.จิรัชยา เจียวก๊ก รวมถึงคณาจารย์
ทกุ ทา่ นในสาขาวชิ าพฒั นาสงั คมทีใ่ ห้คำปรึกษาในการจดั ทำคู่มือการสมั มนาคร้ังนี้และขอบคุณสมาชิก
ทกุ คนทีใ่ ห้ความร่วมมอื สนบั สนนุ การดำเนินงานจนสำเรจ็ ลลุ ว่ งดว้ ยดี
คณะผ้จู ัดทำ
25 กันยายน 2564
ข
สารบญั
หน้า
คำนำ............................................................................................................................. ............. ก
สารบัญ....................................................................................................................................... ข
บทท่ี 1 ความรู้เบื้องตน้ เกี่ยวกับการจัดสัมมนา........................................................................ 1
ความรู้ทัว่ ไปเกย่ี วกบั การสมั มนา....................................................................................... 2
ความหมายของการสัมมนา............................................................................................... 2
ความสำคญั ของการสมั มนา............................................................................................... 3
ประโยชน์ของการสัมมนา.................................................................................................. 4
วัตถปุ ระสงค์ของการสมั มนา............................................................................................. 4
องคป์ ระกอบของการสัมมนา............................................................................................. 5
รูปแบบของการจดั สมั มนา................................................................................................. 8
ลกั ษณะของการจดั สัมมนา................................................................................................ 9
จดุ มุง่ หมายของการจัดสมั มนา.......................................................................................... 9
เทคนิคการสมั มนา………………………………………………………………………………………………… 10
ลักษณะการสมั มนาทีด่ ี………………………………………………………………………………………….. 10
การจดั สมั มนาออนไลน์...................................................................................................... 11
วัตถปุ ระสงค์สัมมนาออนไลน์............................................................................................. 11
ประโยชนข์ องการเข้าร่วมสมั มนาออนไลน์........................................................................ 11
คุณสมบัตอิ ันโดดเด่นของWebinar.................................................................................... 12
รูปแบบการจัดสมั มนาออนไลน์.......................................................................................... 12
วิธกี ารจัดงานแบบออนไลน์............................................................................................... 12
ข้อดีของการใช้ Webinar.................................................................................................. 13
ข้อจำกัดของการใช้ Webinar........................................................................................... 13
แอปพลิเคชันท่ี นยิ มใชใ้ นการจดั ประชุม สมั มนาออนไลน์…………………………………………. 14
การสร้าง QR Code ฟรี ผ่านเว็บไซตอ์ อนไลน์…………………………………………………………. 14
วิธกี ารสรา้ ง แบบฟอร์ม ใน Google Form………………………………………………………………. 15
บทที่ 2 โครงสร้างและบทบาทหนา้ ท่ี........................................................................................ 16
โครงสร้างหน้าที่................................................................................................................. 17
ค
สารบญั (ต่อ)
บทท่ี 2 โครงสร้างและบทบาทหน้าที่ (ต่อ).......................................................................... 18
บทบาทหน้าทแ่ี ละการปฏิบัติงานของประธาน.................................................................. 18
บทบาทหน้าที่และการปฏิบตั งิ านของรองประธาน............................................................ 24
บทบาทหนา้ ท่แี ละการปฏิบัตงิ านของเลขานกุ าร............................................................... 28
บทบาทหน้าท่แี ละการปฏบิ ตั ิงานของฝ่ายเหรญั ญกิ ………………………………………………….. 31
บทบาทหน้าท่ีและการปฏิบตั ิงานของฝา่ ยทะเบยี น…………………………………………………… 34
บทบาทหนา้ ทแี่ ละการปฏบิ ตั งิ านของพธิ ีกร…………………………………………………………….. 36
บทบาทหน้าทแ่ี ละการปฏบิ ัตงิ านของฝา่ ยสารสนเทศ....................................................... 38
บทบาทหน้าท่แี ละการปฏบิ ตั ิงานของฝ่ายวชิ าการ............................................................ 41
บทบาทหนา้ ทแ่ี ละการปฏบิ ัติงานของฝา่ ยประสานงาน..................................................... 43
บทบาทหน้าท่ีและการปฏบิ ตั งิ านของฝ่ายประเมินผล....................................................... 46
บทที่ 3 ใบโครงการการสมั มนาบทความวิจยั ทางการพัฒนาสังคม...................................... 48
โครงการสมั มนาบทความวิจยั ทางการพฒั นาสงั คม ภายใต้หัวขอ้ ...................................... 49
“คนกับปญั หาและความต้องการพ่ึงพาตนเองแบบองคร์ วม รว่ มถา่ ยทอด
อตั ลกั ษณ์รองเง็ง”
ภาคผนวก ก. รปู ภาพทเี่ ก่ียวขอ้ ง....................................................................................... 54
ภาคผนวก ข. เอกสารท่ีเกี่ยวข้อง....................................................................................... 66
บรรณานกุ รม..................................................................................................................... 71
1
2
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสมั มนา
ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับการสัมมนาเป็นเทคนิคการหล่อหลอมแนวความคิด ในรูปแบบของ
การประชุมกลุ่มอย่างหนง่ึ ทตี่ ้องอาศัยกลุ่มร่วมหาทิศทางการพฒั นาแนวคิดสเู่ ปา้ หมาย การสมั มนานั้น
อาจกล่าวได้ว่าเป็นการประชุมแบบหนึ่งที่จัดในรูปแบบจำเพาะเพื่อมุ่งผลเชิงวิชาการ ภายใต้กรอบ
การประชมุ เชงิ วิชาการ การประชุมเชิงปฏิบตั ิการ หรือการประชุมใหญ่ท่ีอาจแบ่งออกเป็นการประชุม
ย่อย หลากหลายรูปแบบ แล้วแต่เป้าหมายการประชุมนั้น ๆ ในสว่ นของการสัมมนา โดยท่ัวไปผู้ที่เข้า
ร่วมสัมมนาต้องเป็นผู้ที่มีประสบการณ์ในประเด็นเป้าหมายเพื่อวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางการ
แกป้ ัญหาตามหลกั การของการมสี ว่ นร่วม
ความหมายของการสมั มนา
การสัมมนา คือการที่กลุ่มบุคคลได้ร่วมใจพยายามแสวงหาความรู้เรื่องใดเรื่องหนึ่งแล้ว
พยายามแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดที่แต่ละคนศึกษามาเพื่อหาแนวทางหาข้อสรุปในเรื่องนั้น ๆ
ทำให้ผู้ร่วมสัมมนาสามารถใช้ความรู้จากการสัมมนา ไปปฏิบัติหน้าที่ของตนอย่างมีประสิทธิภาพ
และเกิดประโยชน์ต่อส่วนรวมให้มากที่สุด (ไพพรรณ เกียรติโชติชัย, 2548) เทคนิคการหล่อหลอม
แนวความคิดในรูปของการประชุมกลุ่ม ร่วมคิดหาแนวทางจากการหารือและแนวคิดตามหลักการมี
ส่วนร่วมในการวเิ คราะห์ปัญหา ซง่ึ ได้มีนกั วชิ าการได้ใหค้ วามหมาย ดงั ตอ่ ไปนี้
การสัมมนามีความหมายหลากหลายรูปแบบซึ่งเกี่ยวข้องกับความรู้ความสนใจในเรื่อง
เดียวกันเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาบนพื้นฐานของหลักการความรู้ โดยมีผู้เชี่ยวชาญเป็นวิทยากร
ให้คำแนะนำ นอกจากนี้การสัมมนายังเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสอนในมหาวิทยาลัย
โดยมีเป้าหมายเพื่อให้มีการค้นคว้าหาองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาต่าง ๆ (อำไพ สุจริตกุล, 2518
และจิตต์นิภา ศรีไสย์, 2523) นอกจากนี้ สมคิด แก้วสนธิ และสุนันท์ ปัทมาคม (2524) ได้กล่าวไว้ว่า
การสัมมนาเป็นการอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดผ่านการระดมสมองให้เหมาะกับผู้เข้าร่วมสัมมนา
โดยมีผู้ดำเนินรายการอำนวยความสะดวกให้เกิดการแลกเปลี่ยนตามเป้าหมายของการสัมมนา
(ไพโรจน์ เนียมนาค, 2554) สอดคล้องกับ นิรันดร์ จุลทรัพย์. (2550) ที่พบว่าการสัมมนา
เป็นทั้งรูปแบบของการประชุมร่วมกันของคณะบุคคล ภายใต้กระบวนการจัดกิจกรรมการเรียนการ
สอนในการศึกษาระดับสูงเพื่อสร้างกระบวนการเรียนรู้และแก้ไขปัญหาโดยอาศัยกระบวนการกลุ่ม
(ผลยา วชิ ยั , 2553)
จากการศึกษาความหมายของสัมมนาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การสัมมนา หมายถึง
การอภปิ รายแลกเปล่ยี นเรยี นรผู้ ่านการระดมความคิดในรูปแบบตา่ ง ๆ รวมท้งั วิเคราะห์ปญั หาร่วมกัน
เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมโดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาและผู้ดำเนินรายการสำหรับการจัดกิจกรรม
ให้บรรลุตามเป้าหมายท่ีวางไว้
3
ความสำคญั ของการสัมมนา
การสัมมนาเป็นกระบวนการเรียนรู้หรือการแก้ไขปัญหา โดยอาศัยกระบวนการกลุ่ม
(Group Process) มีจุดมุ่งหมายเพื่อการแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็น และประสบการณ์ซึ่งกัน
และกันในระหว่างผู้เข้าร่วมสัมมนา และนำผลที่ได้จากการสมั มนามาใช้เปน็ แนวทางในการแก้ปัญหา
รวมถงึ การสร้างองคค์ วามรู้ใหม่
การสัมมนามีบทบาทสำคัญต่อองค์กร ในกระบวนการพัฒนาบุคลากรและพัฒนาทรัพยากร
ของหน่วยงาน เพื่อให้มีการบริหารจัดการมีประสิทธิภาพ การสัมมนาถูกนามาใช้ในการประมวล
องค์ความรู้ แนวคิด และประสบการณ์ โดยการประชุมพบปะพูดคุย บรรยาย ซักถาม อภิปราย
ระดมความคิดเห็น ทั้งวิทยากรหรือผู้เชี่ยวชาญ และผู้ร่วมการสัมมนาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้
ประสบการณ์ซึ่งกันและกัน เพื่อเป็นหนทางของการหาข้อสรุปอันจะเป็นองค์ความรู้ใหม่ ที่จะใช้เป็น
แนวทางในการพัฒนาบุคลากรและทรัพยากรอื่น ๆ โดยผ่านการระดมความคิดร่วมกันเพื่อหาข้อสรุป
ที่ดีที่สุด ซึ่งแต่ละประเด็นของการสัมมนามีกระบวนการแลกเปลี่ยนที่หลากหลาย เช่น การประชุม
หารือ การแสดงความคดิ เหน็ ซึ่งการสัมมนามีความสำคัญ ดังน้ี (ผล ยาวิชยั , 2553)
การสัมมนาเป็นการประชุมเพอ่ื แสวงหาแนวทางในการปฏบิ ัติงาน การตัดสนิ ใจและการแก้ไข
ปัญหา ในการประกอบกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนี้การประชุมสัมมนายังเป็นการแสวงหาแนวทาง
สำหรับการตัดสินใจและเพื่อหาข้อสรุปที่เป็นที่ยอมรับโดยส่วนรวม จึงเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้
คนในองค์กรมีความเข้าใจตรงกัน ลดความขัดแย้ง และสามารถนำพาองค์กรสู่เป้าหมายที่กำหนดไว้
(เกษกานดา สุภาพจน์, 2549, ปาน กมิ ปี และกรรณิการ์ แย้มเกสร, 2545)
ทั้งนี้การสัมมนาจำเป็นต้องมีกระบวนการปรึกษาหารือซึ่งเป็นกลไกสำคัญต่อการกำหนด
นโยบาย การลงมติ การรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ การวเิ คราะห์ การวจิ ัย และการแก้ปญั หาต่าง ๆ เราจงึ ต้องใช้
การประชุมให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนาองค์กร (สมคิด บางโม, 2551 และสมิตร สัชฌุกร,
2552)
จากการศึกษาความสำคัญของการสัมมนาขา้ งต้นสามารถสรุปไดว้ ่า การสมั มนามคี วามสำคัญ
ต่อการแลกเปลี่ยนแนวคิดร่วมกัน เพื่อนำไปสู่กระบวนการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพผ่านการกำหนด
ข้อสรุปทเ่ี ชอ่ื มโยงในการกำหนดนโยบาย และแกป้ ัญหาตา่ ง ๆ ภายใตก้ ลไกของการสมั มนา
4
ประโยชน์ของการสมั มนา
การสัมมนาเป็นการเปิดโอกาสให้คนได้มีการแลกเปลี่ยน พบปะพูดคุย ปรึกษาหารือร่วมกัน
ภายใต้กระบวนการระดมความคดิ ร่วมกัน อันเป็นผลประโยชน์ในการกำหนดเป้าหมายและการแก้ไข
ปญั หาต่าง ๆ ซ่ึงสามารถสรปุ ประโยชน์การสมั มนาได้ ดังนี้
1. เปิดโอกาสให้สมาชิกมีการรับผิดชอบร่วมกันในการดำเนินงาน เพราะหากสมาชิกคนใด
คนหนึ่งตัดสินใจตามลำพังและเกิดความผิดพลาดขึ้น สมาชิกคนนั้นจะต้องรับผิดชอบทั้งหมด
หากเปน็ การสมั มนาทุกคนจะมีสว่ นรว่ มในการรับผิดชอบการดำเนนิ งานรว่ มกัน
2. ผู้เข้าสัมมนาหรือฝึกอบรมได้มีโอกาสรับฟังความคิดเห็นของผู้อื่น ทำให้ตนเองมีทัศนะ
ที่กว้างขวางขึ้น และในบางกรณีอาจใช้การสัมมนาเป็นเครื่องมือหล่อหลอมความรู้สึกนึกคิดของกลุ่ม
คนให้เป็นอนั หน่งึ อนั เดยี วกนั ได้
3. การสัมมนาเปน็ เครื่องมือสำคัญในการกระจายข่าวสารต่าง ๆ โดยแจ้งให้ผู้เข้าร่วมประชุม
ทราบจากนน้ั นำไปถา่ ยทอด ซ่ึงนับวา่ เป็นการประชาสัมพันธข์ ่าวสารที่มีประสทิ ธิภาพอกี วิธหี น่งึ
4. การสัมมนาก่อให้เกิดผลดีต่อการประสานงานระหว่างบุคคลและหน่วยงานผ่าน
กระบวนการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในเรื่องต่าง ๆ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องหน้าที่การงาน
นำไปสู่การเกิดความรู้สึกร่วมแรงร่วมใจ รวมถึงสามารถสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน
และช่วยให้เกิดการประสานงานที่ดีในโอกาสต่อไป (นิรันดร์ จุลทรัพย์, 2547 และไพโรจน์ เนียมนา,
2554)
จากการศึกษาประโยชน์ของการสัมมนาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การจัดสัมมนาเป็นการ
เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิด และได้พบปะสังสรรค์ ทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่อง
หน้าที่การงาน ก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมแรงร่วมใจ สร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของหน่วยงาน
รวมทง้ั สามารถนำไปเปน็ แนวทางในการปรับปรุงแก้ปญั หา
วัตถปุ ระสงค์ของการสมั มนา
การสัมมนาแต่ละครั้งผู้จัดสัมมนามีการสร้างความคาดหวังไว้ล่วงหน้าเสมอถึงผลลัพธ์
ที่เกิดจากการอภิปรายร่วมกันผ่านกระบวนการหรือแนวทางปฏิบัติทั้งเพื่อพัฒนาตนเอง หรือพัฒนา
องคก์ รตามวตั ถุประสงคข์ องการสมั มนา ประกอบไปด้วย ดงั น้ี
1. เพอ่ื เพมิ่ พูนความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์แก่ผเู้ ข้ารว่ มสัมมนา
2. เพอ่ื แลกเปล่ียนแสดงความคดิ เห็นระหว่างผเู้ ข้ารว่ มสัมมนาดว้ ยกัน
3. เพอ่ื คน้ หาวธิ กี ารแก้ปัญหาหรอื แนวทางปฏิบัตริ ว่ มกัน
4. เพื่อให้ได้แนวทางในการตัดสินใจหรือกำหนดนโยบายบางประการตามความคิดเห็น
รว่ มกนั
5
5. เพ่ือกระตุ้นให้ผรู้ ว่ มเข้าสัมมนานำหลักวธิ ีการที่ได้แลกเปลีย่ นเรียนรู้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์
(นิรันดร์ จลุ ทรพั ย์, 2547 และสมพร ปนั ตระสตู ร, 2525)
จากการศึกษาวัตถุประสงค์ของการสัมมนาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า การสัมมนา
เปรียบเสมือนกระบวนในการแลกเปลี่ยนในประเด็นต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าสัมมนาได้รับโอกาส
และประสบการณ์ในการเพิม่ พูนความรู้ รวมทั้งทักษะและกระบวนการตัดสินใจในการหาแนวรว่ มกัน
เพือ่ แก้ปัญหาประเด็นตา่ ง ๆ
องคป์ ระกอบของการสัมมนา
การสัมมนาเป็นวิธีการประชุมและการสอนรูปแบบหนึ่งที่มีกลุ่มบุคคลมาร่วมแสดงความ
คิดเห็นโดยใช้หลักการ เหตุผล ประสบการณ์ และความรู้ต่าง ๆ นำมาเสนอแนะแลกเปลี่ยนเพิ่มพูน
หาประโยชน์ร่วมกันในการแก้ปัญหานั้น ๆ ให้สำเร็จลุล่วงด้วยดี หรือนำแนวทางที่ได้รับจากการ
สัมมนาไปประยุกต์ใช้ในบริบทต่าง ๆ ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญ 5 ด้าน ดังนี้ (เกษกานดา สุภาพ
พจน์,2549 และผล ยาวชิ ัย, 2553)
1. องค์ประกอบด้านเนื้อหา มีความสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงสาระของแก่นเรื่องประกอบ
กบั การจดั ลำดับก่อนหลังอย่างเป็นระบบ ประกอบดว้ ยรายละเอยี ด ดังน้ี
1.1 ชื่อเรื่อง หรือชื่อโครงการควรเป็นเรื่องที่ต้องการศึกษาและเป็นเรื่องที่ถนัด มีความ
ทันสมัยสอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน สามารถกำหนดปัญหา รวมถึงการหาแนวทางการแก้ไข
ปญั หาไดอ้ ย่างเป็นระบบ และต้องมีความกระชับในเชงิ ของความหมาย
1.2 จุดมุ่งหมายของการจัดสัมมนา โดยปกติแล้วการจัดสัมมนาเพื่อเป็นการฝึกผู้เข้าร่วม
สัมมนา หรอื นักศึกษาเพื่อให้ไดเ้ กิดการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อศึกษาและสำรวจประเด็น
ปัญหาที่อยู่ในความสนใจ โดยใช้วิธีการหรือแนวทางการแก้ปัญหาเรื่องใดเรื่องหนึ่งด้วยกระบวนการ
แลกเปลี่ยนเรยี นรู้เพือ่ สรปุ ผลในเรอ่ื งดังกล่าว
1.3 กำหนดการสัมมนา นับวา่ เปน็ เร่ืองทจ่ี ำเป็นประการหน่ึงท่ผี ู้จดั สัมมนาควรมีการวางแผน
กำหนดและจัดทำอย่างเป็นระบบ ทั้งนี้การกำหนดช่วงเวลาของการสัมมนาจำเป็นต้องระบุหัวข้อ
ที่ชัดเจน รวมถึงกลุ่มบุคคลผู้ดำเนินการ ผู้รับผิดชอบ อีกทั้งต้องมีข้อมูลเกี่ยวกับวัน เดือน ปี
ที่จัดสมั มนา และสถานท่ีจัดสัมมนา
1.4 ผลจากการสัมมนา เป็นสิ่งที่ผู้จัดสัมมนาได้คาดหวังให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาได้รับประโยชน์
ทั้งเชิงปริมาณ เช่น การสัมมนามผี เู้ ข้าร่วม จำนวน 90 คน และประโยชน์ในเชงิ คุณภาพ เช่น ผู้เข้ารว่ ม
สัมมนาไดร้ ับความรแู้ ละสามารถนำความรู้ส่กู ารประยุกต์ใช้ได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธภิ าพ
2. องค์ประกอบด้านบุคลากร มีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการในการจัดสัมมนาแต่ละครั้ง
ประกอบไปดว้ ยบคุ ลากรฝ่ายต่าง ๆ ดังน้ี
6
2.1 บุคลากรฝ่ายจัดสัมมนา หรือคณะกรรมการจัดสัมมนามีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อน
การสัมมนาให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ ซึ่งสามารถแบ่งบทบาทหน้าที่สำคัญเป็นฝ่ายต่าง ๆ
ไดแ้ ก่ ประธาน รองประธาน เลขานกุ าร ฝา่ ยทะเบยี น ฝ่ายวิชาการ ฝ่ายสารสนเทศ ฝา่ ยประสานงาน
ฝ่ายพิธีกร ฝ่ายเหรัญญิก และฝ่ายประเมินผล ท้ังนี้คณะกรรมการแต่ละฝ่ายที่กำหนดขึ้นมีการ
ประสานงานเพ่ือใหเ้ กดิ การทำงานร่วมกนั อย่างเปน็ ระบบ
2.2 วิทยากร คือ บุคคลที่ทำหน้าที่เป็นผู้บรรยาย ผู้นำอภิปราย และเป็นผู้ถ่ายทอดความรู้
ประสบการณ์ โดยนำเสนอผ่านสื่อต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาเกิดกระบวนการเรียนรู้ผ่าน
ประสบการณ์อย่างเป็นระบบ โดยอาศัยความรู้ความสามารถ รวมถึงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
เป็นตวั แปรสำคัญในการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้รว่ มกนั ผา่ นหารสัมมนา
2.3 ผู้เข้าร่วมสัมมนา คือ บุคคลที่มีความสนใจใฝ่รู้หรือเป็นผู้ประสบปัญหา รวมถึง
ผู้ที่ต้องการแสวงหาแนวความคิดใหม่ๆ หรือมีความมุ่งหมายต้องการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน
โดยผู้เข้าร่วมสัมมนาส่วนใหญเ่ ปน็ ผูท้ ีม่ พี ืน้ ฐานด้านความรู้และมีประเดน็ ปัญหาทส่ี นใจคลา้ ยคลงึ กนั
3. องค์ประกอบด้านสถานที่สถานท่ี เครอ่ื งมอื และอปุ กรณ์ตา่ ง ๆ ที่ใชส้ มั มนาควรมี ดงั นี้
3.1 ห้องประชุมใหญ่ หมายถึง ห้องประชุมขนาดใหญ่ที่ใช้ในการสัมมนากำหนด
ทีน่ ั่ง สามารถบรรจุผู้เข้าร่วมสัมมนาได้จำนวนมาก ควรระบสุ ถานท่ตี ้ัง และการเดินทางเข้าถึงสถานท่ี
จดั สมั มนา
3.2 ห้องประชุมขนาดกลางหรือขนาดเลก็ อาจตอ้ งมีมากกวา่ หนง่ึ ห้อง ควรอยูใ่ นพื้นท่ีใกล้กัน
หรือบริเวณเดียวกันกับห้องประชุมใหญ่ ทั้งนี้เพื่อความสะดวกในการร่วมกิจกรรมหรือประสานงาน
หากมีปญั หา และเพือ่ ความสะดวกในการเดนิ ทางมายงั ห้องประชมุ ใหญ่
3.3 หอ้ งรบั รอง เป็นห้องทีใ่ ช้สำหรบั รับรองวิทยากร แขกพเิ ศษ เพื่อให้พกั ผ่อนหรือเตรียมตัว
ก่อนการสัมมนา แต่หากสถานที่มีพื้นที่จำกัดอาจใช้ส่วนหน้าของห้องประชุมจัดวางโต๊ะรับแขก
สามารถใชป้ ระโยชน์บนพ้นื ที่ดงั กลา่ ว
3.4 ห้องรับประทานอาหารว่างมุมพักผ่อนนอกห้องหรือหน้าห้องประชุม เป็นพื้นที่จัดไว้
สำหรบั ให้ผ้เู ขา้ รว่ มสัมมนา ไดม้ าพักรวมทั้งเป็นจุดพักรบั ประทานอาหารวา่ ง
3.5 อุปกรณ์โสตทัศนปู กรณ์ ได้แก่ ชุดไมโครโฟน เครื่องฉายภาพ คอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์
ไฟฟา้ เกย่ี วกบั เคร่ืองเสียง สี แสง และอนื่ ๆ
3.6 หอ้ งรับประทานอาหาร เป็นห้องทอี่ ำนวยความสะดวกที่จัดไว้สำหรับให้ผู้เข้าร่วมสัมมนา
ได้ร่วมรับประทานอาหารอาจเป็นท้ังห้องรับประทานอาหารเช้า กลางวัน และอาหารเย็น
ในพน้ื ทเี่ ดยี วกัน
3.7 อปุ กรณ์เคร่ืองมือ ประเภทเครือ่ งพิมพ์และวัสดุอื่นที่จำเปน็ ในการจัดทำเอกสารประกอบ
คำบรรยายเอกสารสรุปการจดั สมั มนา ตลอดจนเอกสารและแบบฟอรม์ อนื่ ๆ ท่ใี ชใ้ นการสมั มนา
7
3.8 อุปกรณ์ด้านเครื่องใช้สำนักงานที่มีความจำเป็น ได้แก่ ดินสอ ปากกา ปากกาสำหรับ
เขียนกระดานไวท์บอร์ด น้ำยาลบคำผิด กระดาษถ่ายเอกสาร กระดาษใช้พิมพ์งาน เครื่องเขียน
ไม้บรรทัด คลิปเสียบ ป้ายชื่อติดหน้าอก โดยอุปกรณ์เหล่านี้จัดเตรียมให้พร้อมที่จะใช้งานได้ทันที
ทต่ี อ้ งการ
4. องค์ประกอบด้านเวลา การกำหนดเวลาสำหรับการสัมมนา เป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
ประการหนึ่งผู้จัดการสัมมนาควรวางแผนให้ดีว่าควรจะใช้วันใดเวลาใด ดำเนินการจัดการสัมมนา
จึงจะเหมาะสมเพื่อให้เกิดความสะดวกแก่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นผู้จัดสัมมนา จะได้มีเวลาสำหรับ
การเตรยี มการ วิทยากรและผเู้ ข้ารว่ มสมั มนาสะดวกท่จี ะมาสมั มนาจึงควรคำนงึ ถึงในเรื่อง ดังตอ่ ไปนี้
4.1 ระยะเวลาสำหรับการเตรียมการ ผู้จัดสัมมนาควรวางแผนพร้อมกำหนดชว่ งเวลาสำหรบั
การปฏิบัติงานให้มีความชัดเจนในงานแต่ละประเภท เช่น การประชุมวางแผนจัดทำโครงการ
การวางแผนศึกษาดูงานนอกสถานที่เพื่อประกอบการสัมมนา วางแผนเกี่ยวกับวิทยากร การจัด
สถานที่ งบประมาณ และการวางแผนการประเมินผล ทั้งนี้ผู้จัดทำสัมมนาจึงควรวางแผนไว้อย่าง
รอบคอบเพ่อื สามารถคาดคะเนสถานการณ์ให้พร้อมรับมอื สำหรับการเปล่ียนแปลงท่ีอาจจะเกิดข้ึน
4.2 การเชิญวิทยากร เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้จัดสัมมนาควรมีการวางแผนให้พร้อม
เนื่องจากวิทยากรบางท่านเป็นผู้ที่มีชื่อเสียงและมักมีข้อจำกัดด้านเวลา ดังนั้นควรมีการประสานงาน
ล่วงหน้าเพื่อให้ตรงกับวันที่วิทยากรสะดวก และในกรณีเกิดความผิดพลาดที่วิทยากรไม่สามารถ
เข้าร่วมได้ ผู้จัดสัมมนาควรเปลี่ยนวิทยากรที่มีคุณสมบัติใกล้เคียงแทนเพื่อให้สามารถขับเคลื่อน
การจัดสัมมนาไดอ้ ย่างสมบูรณ์
4.3 วัน เวลา ที่ใช้สำหรับการจัดสัมมนาขึ้นอยู่กับขอบเขตกว้างมาน้อยเพียงใด อาจเพียงวัน
เดียว บางเรื่องอาจใช้เวลามากกว่านั้นขึ้นอยู่กับจำเป็น ทั้งนี้บางเรื่องอาจต้องมีกิจกรรมเสริม
เช่น การศึกษาดูงานเพ่ือประกอบการสัมมนา แต่หากใช้เวลามากเกินไปอาจส่งผลทำให้บรรยากาศ
ของการสัมมนาน่าเบื่อ หรืออาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มขึ้นโดยใช่เหตุ ดังนั้นในการกำหนดวันเวลา
ในจัดการสัมมนาที่ชัดเจนส่งผลต่อการจัดเตรียมงานได้อย่างเหมาะสมภายใต้เงื่อนไขของการ
เปลีย่ นแปลงที่สามารถเกดิ ข้ึนไดต้ ลอดเวลา
5. องค์ประกอบด้านงบประมาณ การดำเนินงานจัดสัมมนาย่อยมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการ
ดำเนินงานค่อนข้างมาก คณะผู้ดำเนินงานจัดทำสมั มนาต้องวางแผนงานด้านคา่ ใช้จ่ายอย่างรอบคอบ
เพ่ือให้การประมาณค่าใชจ้ า่ ยอยบู่ นพ้ืนฐานความเปน็ จริงและเหมาะสม ซึ่งมรี ายละเอียดสำคญั ดงั นี้
5.1 จดั ประมาณการค่าใชจ้ ่าย แตล่ ะฝ่ายทท่ี ำหนา้ ทรี่ บั ผิดชอบงาน จัดประมาณการค่าใชจ้ ่าย
ที่ต้องใช้จ่ายทั้งหมดของฝ่ายตนเองออกมาในรูปของบัญชีค่าใช้จ่าย นำเสนอฝ่ายเหรัญญิก
และที่ประชุม เพื่อพิจารณาถึงความเหมาะสมสำหรับค่าใช้จ่ายแต่ละรายการของแต่ละฝ่ายก่อน
โดยให้มีรายละเอียดใหม้ ากทส่ี ดุ เพื่อปอ้ งกันความผิดพลาดที่อาจจะเกดิ ขึ้น
8
5.2 ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับวสั ดุอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องจัดซื้อ ควรมีรายการราคากลาง
เพอื่ ลดความผดิ พลาดในการประมาณค่าใชจ้ า่ ยโดยการวางแผนคา่ ใชจ้ า่ ยอยา่ งรอบคอบ
5.3 จัดทำงบประมาณรวม การวางแผนเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของแต่ละฝ่ายเห็นชอบจาก
ที่ประชุมจากนั้นจัดทำงบประมาณรวมทั้งโครงการ จากนั้นเสนอผู้รับผิดชอบหรือเสนอฝ่ายบริหาร
เพ่อื อนุมัติรายการงบประมาณตามแผนทแี่ ต่ละฝ่ายท่ีไดร้ บั ผดิ ชอบ
จากการศึกษาองค์ประกอบของการสัมมนาข้างต้นสามารถสรุปได้ว่า องค์ประกอบ
ของการจัดสัมมนามี 5 ด้าน ประกอบด้วย ด้านเนื้อหา ด้านบุคลากร ด้านสถานที่ และด้านเวลา
ลว้ นมคี วามสำคญั เปน็ อยา่ งยง่ิ ต่อการบรรลุเป้าหมายตามกรอบของการจัดสัมมนา (ผล ยาวชิ ยั , 2553
และเกษกานดา สุภาพพจน์, 2549)
รปู แบบของการจดั สมั มนา
การจัดสัมมนามีรูปแบบหรือวิธีดำเนินกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น รูปแบบที่เป็นแบบอย่าง
รูปแบบจำลอง ซึ่งแต่ละรูปแบบมีปัจจัยหรือตัวแปรองค์ประกอบที่สำคัญเพื่อช่วยให้เข้าใจ
ในข้อเท็จจริงของเรื่องใดเรือ่ งหน่ึงมากขึ้น (ถวัลย์รัฐ วรเทพพุฒิพงษ์, 2540, และเสรี ชัดแช้ม, 2538)
โดยรูปแบบของการจัดสัมมนาประกอบไปด้วยกิจกรรมที่มีความหลากหลาย เช่น การอภิปราย
การประชมุ กลมุ่ ย่อยและเทคนิคการประชมุ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใหเ้ กดิ ความเหมาะสมตามสาระ
แห่งการประชุม (สมพงศ์ เกษมสินม, 2519 และสจุ รติ เพยี รชอบ, 2516)
สอดคลอ้ งกับ ปาน กมิ ปี และกรรณิการ์ แยมเกสร (2545) ทีพ่ บว่ารปู แบบของการจดั สมั มนา
ประกอบด้วย การประชุมแบบเป็นทางการ (Formal Meeting) การประชุมแบบไม่เป็นทางการ
(Informal Meeting) และการจัดสัมมนาตามวัตถุประสงค์ ประกอบไปด้วย การประชุมเพื่อแจ้ง
ให้ทราบ การประชมุ เพ่ือขอความคดิ เหน็ การประชุมเพ่อื หาข้อตกลงรว่ มกัน การประชุมเพื่อหาข้อยุติ
ปัญหาหรือแก้ไขปัญหา การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการประชุมสัมมนา (ไพพรรณ เกียรติโชติชัย,
2546; เกษม วฒั นชยั , 2551 และสมติ สัชฌุกร, 2552)
ทั้งนี้การจัดสัมมนาสามารถจัดกลุ่มหรือลักษณะกิจกรรมที่มีความหลากหลาย ประกอบ
ไปด้วย 1) การสัมมนากลุ่ม (Group Seminar) เป็นการสัมมนาที่ใช้คนไม่จำกัดจำนวนทั้งผู้พูดและ
ผู้ฟัง โดยการจัดสัมมนารปู แบบนี้มักใช้ในวงการศึกษาหรือหน่วยราชการโดยท่ัวไป 2) การจัดสัมมนา
ในท่ีชมุ ชน (Community Seminar) เปน็ การจัดสัมมนาท่ีประกอบด้วย บคุ คล 2 ฝา่ ย ได้แก่ ผ้สู ัมมนา
เป็นผู้พูดและผู้ฟังอีกฝ่ายหนึ่งเมื่อการสัมมนายุติลงจะมีการเปิดให้ซักถาม ( Forum-period)
การสัมมนาลักษณะดงั กลา่ วมปี ระโยชน์มากทีส่ ดุ ในการใหค้ วามรู้ ความคิด ประสบการณ์ ข้อเท็จจรงิ
และเป็นการแก้ปัญหาสังคมโดยส่วนรวม 3) การจัดสัมมนาแบบโต้วาที (Debate Seminar)
เปน็ การสัมมนาแบบโต้แย้งกันอย่างมีเหตผุ ล โดยมฝี ่ายผ้เู สนอ และฝา่ ยผูค้ ้านที่ใช้วิธีการหาเหตุผลมา
9
หักล้างความคิดซึ่งกัน ทั้งนี้มีประธานเป็นผู้ดำเนินรายการโต้วาที ซึ่งวิธีการนี้ใช้สำหรับการหาข้อมูล
หรือนโยบายที่ต้องการเลือกสิ่งหนึ่งสิ่งใดไปปฏิบัติและยังตกลงกันไม่ได้ผ่านวิธีการอภิปรายในการ
ประชุม 4) การอภิปรายแบบพาเนล (Panel Discussion) เป็นการอภิปรายที่มีสมาชิก จำนวน 3-8
คน โดยมีผู้พูดเป็นผู้ที่ศึกษาหาความรู้ ค้นคว้าหลักฐานข้อเทจ็ จริงมาพูดต่อหน้าผู้ฟัง เป็นการสนทนา
อย่างเป็นกันเอง โดยมีผู้ดำเนินการเป็นผู้เชิญให้ผู้สัมมนาแสดงความรู้ ความคิด และให้ข้อเสนอแนะ
สำหรับตอนท้ายของการจัดสัมมนา 5) การสัมมนาแบบซิมโปเซียม (Symposium Discussion)
เป็นการจัดสัมมนาทางวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ โดยผู้เข้าร่วมสัมมนา มีลักษณะของความ
ชำนาญการด้านใดด้านหนึ่งและเตรียมข้อมูล ความรู้ หรือข้อเท็จจริง ส่วนผู้ดำเนินการอภิปราย
จะมีหน้าที่เชื่อมโยงในเรื่องต่าง ๆ ตลอดระยะเวลาของการอภิปราย หน่วยงานที่ใช้การสัมมนา
รูปแบบน้ี ได้แก่ หนว่ ยงานทางการศกึ ษา แพทย์ ทหาร และธรุ กจิ ท้ังนีก้ ารจัดสมั มนาแบบซิมโปเซียม
มีลักษณะคล้ายการสัมมนาเชิงบรรยาย โดยใช้ระยะเวลาประมาณคนละ 10 -15 นาที
และ 6) การจัดสัมมนาแบบปุจฉา-วิสัชนา (Colloquy) เป็นลักษณะของการโต้ปัญหาระหว่างกลุ่ม
วิทยากร กลุ่มผู้พูด และผู้ฟังโดยสามารถซักถามวิทยากรได้อย่างใกล้ชิด ซึ่งเป็นการแก้ไขข้อข้องใจ
ระหว่างกลุ่มคนท้ังสองกลมุ่ ไดเ้ ป็นอย่างดี
ลักษณะของการจัดสัมมนา
1. จำนวนผู้สัมมนาประมาณ 5 -20 คน
2. จะต้องเป็นการปรึกษาหารือ
3. ผู้จัดสัมมนาจะต้องแก้ปัญหาร่วมกันหรือแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดทัศนคติ
และประสบการณ์
4. ผู้มาสมั มนาจะต้องสนใจในเรื่องอย่างเดียวกนั
จดุ มงุ่ หมายของการจัดสมั มนา
1. เพื่อฝกึ ความคิดแบบประชาธปิ ไตย
2. เพ่ือชว่ ยให้ผู้ร่วมสมั มนาไดท้ ำงานรว่ มกนั รู้จักปรบั ตวั มีภาวะผนู้ ำ และเปน็ ผตู้ ามที่ดี
3. เพอ่ื หาขอ้ เทจ็ จริง
4. เพอ่ื นำความรหู้ รือขอ้ คดิ เห็นมาแกป้ ัญหาสังคม
5. เพอ่ื นำความรู้ ความคิดเหน็ ที่ได้จากการสมั มนาไปใชป้ ฏบิ ัติในชวี ติ ประจำวัน
10
เทคนิคการจดั สัมมนา
1. การบรรยาย (Lecture of Speech) เป็นวิธีการที่นิยมใช้กันมานาน เนื่องด้วยการจัด
สัมมนารูปแบบการบรรยายสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็ว โดยใช้ผู้ทรงคุณวุฒิเพียงรายเดียว
ในการจัดสัมมนา ซึ่งเป็นเทคนิคที่น่าเบื่อสำหรับผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยที่ไม่มีโอกาสได้ร่วม
ในการบรรยาย ท้งั นีจ้ ุดอ่อนไม่ได้อยู่ทีว่ ธิ ีการ แต่อยทู่ ผ่ี ู้บรรยายสามารถถ่ายทอดและสร้างความสนใจ
แก่ผเู้ ข้ารว่ มสมั มนา (สมพงศ์ เกษมสิน, 2519)
2. การอบรมระยะสนั้ (Short Courses) เปน็ การฝึกอบรม หรอื การเรยี นบางวชิ าอย่างเร่งรัด
ภายในระยะเวลา 1 วันถึง 2 สัปดาห์ ซึ่งการเรียนเป็นแบบง่าย ๆ การเรียนระยะสั้นเป็นการเรียนรู้
เพิม่ เติมเฉพาะสาขาวชิ าของคนบางกลมุ่ ที่ทำงานในสาขาน้ัน ๆ เปน็ ประจำ
3. การปฐมนิเทศ (Orientation Training) เป็นการใหค้ วามรูแ้ กส่ มาชกิ ใหม่ เกี่ยวกับเรื่องราว
ของหน่วยงานเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติงานนโยบาย วัตถุประสงค์สภาพแวดล้อม หรือระเบียบ
ข้อบังคับของหน่วยงาน ลักษณะคล้ายกับการจัดอบรมสัมมนา โดยมีวิทยากรบรรยายแนะนำ
ให้ความรตู้ ่าง ๆ
4. การสาธิต (Demonstration) เป็นการแสดงหรือการนำเสนอวิธีการให้เห็นถึงการปฏิบัติ
จริงซงึ่ นิยมใชก้ ับหัวขอ้ วิชาทม่ี ีการปฏิบัติ เช่น การอบรมเก่ยี วกับการใช้เคร่ืองมือหรอื อปุ กรณ์ตา่ ง ๆ
5. สถานการณ์จำล อง (Simulation) เป็นการจำลองสถานการณ์ในช ีว ิ ต จ ริ ง
โดยจัดสถานการณ์ขึ้นแล้วกำหนดบทบาทของสมาชิกให้ทำตามบทที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งสมาชิก
ทั้งกลุ่มต้องร่วมกันเล่นหรือแบ่งเป็นกลุ่มเล็ก ๆ หลายกลุ่ม จากนั้นมีการอภิปรายสถานการณ์
และเหตุการณ์ เพอื่ นำผลไปใชป้ ระโยชน์
6. การแบ่งกลุ่มเล็กแบบใกล้ชิด (Knee Group) เป็นการอภิปรายกลุ่มย่อย ตั้งแต่ 3 - 5 คน
ในเรอ่ื งท่ีกำหนดหรือเรื่องที่สนใจร่วมกัน เพื่อหาข้อสรปุ แนวทางการแก้ปญั หา แสวงหาข้อยุติภายใต้
กระบวนการกลมุ่ โดยมเี ลขาเป็นผจู้ ดบันทกึ และสรุปขอ้ เสนอแนะ (สมพงศ์ เกษมสนิ , 2519)
ลักษณะการสัมมนาท่ีดี
1. ผ้เู ข้ารว่ มสมั มนาทราบถึงวัตถุประสงค์ของการสัมมนา
2. จดั ใหม้ กี ิจกรรมในเรยี นรู้และการแกป้ ญั หารว่ มกนั
3. จดั ใหม้ เี วทแี ลกเปล่ียนเรียนรู้ ความคิดเหน็ และข้อเท็จจรงิ ร่วมกัน
4. ผู้เข้าร่วมสมั มนามีทศั นคตทิ ดี่ ีตอ่ ปัญหา ขอ้ เทจ็ จรงิ
5. มผี ้นู ำที่ดี ผูเ้ ข้ารว่ มสัมมนาเป็นผูฟ้ ังที่ดี และเปน็ ผ้พู ูดทด่ี ี
6. ผู้เข้าร่วมสัมมนาทุกคนเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการดำเนินการประชุมสัมมนาเพ่ือ
ให้งานสัมมนาบรรลเุ ป้าหมาย
11
การจดั สมั มนาออนไลน์
การจัดสัมมนาออนไลน์ หรือ Webinar (Web based seminar) เป็นระบบโปรแกรม
ที่เกิดขึ้นเพื่อรองรับการสัมมนาออนไลน์ การจัดสัมมนาหรือการประชุมออนไลน์ผ่านเวบ็ ที่รวมทั้งส่ือ
การนำเสนอการศกึ ษาหรือการฝึกอบรมทางอนิ เทอรเ์ น็ต การจดั สมั มนาผ่านเวบ็ เป็นเรอื่ งทไ่ี ด้รับความ
นิยมเนื่องจากมีราคาไม่แพงและง่ายต่อการผลิต รวมทั้งสามารถดึงดูดผู้เข้าร่วมจำนวนมาก
ซึ่งมีข้อได้เปรียบ โดยไม่มีการเดินทางเพื่อเข้าร่วมการจัดสัมมนาผ่านเว็บหรือเตรียมการพิเศษใด ๆ
อย่างไรก็ตามนอกเหนือจากข้อดีอาจมีข้อเสียที่ไม่คาดคิดอย่างความเร็วของอินเทอร์เน็ตต้องเพียง
พอท่จี ะช่วยใหผ้ ู้เข้าร่วมสามารถร่วมงานนำเสนอไดโ้ ดยไมม่ ีการบิดเบือนหรอื ล่าชา้
วัตถปุ ระสงคส์ ัมมนาออนไลน์
1. ผู้เข้าอบรมเข้าใจและเห็นความสำคัญของการบริหารจัดการงานในการปฏิบัติได้ตาม
เป้าหมาย
2. ผ้เู ข้าอบรมสามารถบริหารจัดการความสำคญั ของงานได้ตามเปา้ หมาย
3. ผู้เข้าอบรมมีความเข้าใจในปัญหาและอุปสรรคในการบริหารเวลา ที่มีผลกระทบกับลำดับ
งานและสามารถบริหารจัดการปรับเปล่ียนแผนงานงานอยา่ งเหมาะสมกบั สถานการณ์ได้
ประโยชน์ของการเขา้ รว่ มสมั มนาออนไลน์
1. สะดวก การเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์สามารถทำได้จากที่ทำงาน ห้องประชุม หรือที่บ้าน
ของผู้เข้าร่วมสัมมนา โดยสิ่งที่ต้องมีเพียงเครื่องคอมพิวเตอร์ โทรศัพท์หรืออุปกรณ์ที่สามารถต่อ
Internet ได้
2. ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทางและค่าที่พัก โดยปกติแล้วการเข้าร่วม
สมั มนาออนไลน์จะเปน็ แบบฟรี ไมม่ ีค่าใช้จ่าย โดยผู้เขา้ ร่วมสมั มนาเสยี ค่าใชจ้ ่ายเพียงแคค่ า่ Internet
3. เพิ่มประสิทธิภาพ โดยปกติการสัมมนาออนไลน์ จะใช้เวลาไม่เกิน 1 ชั่วโมง
ดังนั้นผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่ต้องเสียเวลาทั้งวันเหมือนการสัมมนาแบบปกติ โดยยังสามารถทำงาน
ในชว่ งเวลาท่เี หลอื ไดอ้ ยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
4. การฝึกอบรม การสัมมนาออนไลน์ช่วยให้สามารถฝึกอบรมได้โดยไม่จำกัดจำนวน สถานท่ี
และค่าใช้จา่ ย
5. ความร่วมมือ การสัมมนาออนไลน์ยั งช่วยในการสร้างความเข้าใจตรงกัน
ระหวา่ งภายในทีมงาน
12
คุณสมบตั อิ ันโดดเดน่ ของ Webinar
Webinar โปรแกรมช่วยจัดการสัมมนาออนไลน์ ที่ใช้เป็นช่องทางการแบ่งปันความรู้สู่ผู้ฟัง
หรือกลุ่มเป้าหมาย ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เปิดให้บริการฟรี (อาจมีค่าบริการเพิ่มเติมจากฟังก์ชันเสริม
ที่เพิ่มขึ้น) เช่น Webex, Joinwebinar, Gotomeeting, Trendmicro, Zoom, Google meet,
Microsoft Teams รองรับอุปกรณ์ที่เข้าถงึ อินเทอร์เนต็ ได้ทุกชนิด ทั้ง PC, Laptop, Tablet, Smart
Phone ในหนึ่งห้องสัมมนาสามารถรองรับจำนวนคนได้ 100-200 คนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับฟังก์ชัน
ในการเลอื กอัพเกรดโปรแกรมให้เหมาะสมกับรูปแบบสัมมนา
โดยที่ผู้เป็นวิทยากรนำเสนอสามารถแชร์หน้าจอของตัวเอง เปิดสไลด์ หรือ Demo
ไปพร้อมกับโต้ตอบแบ่งปันความรู้กับผู้เข้าฟังสัมมนาได้ เพื่อให้เกิดอารมณ์ความรู้สึกที่ชัดเจนเสมือน
การจัดสัมมนาจริง นอกจากนี้ยังสามารถปรับใช้ในการประชุมทีม ประชุมฝ่าย หรือประชุมพนักงาน
ทั้งบริษัทได้ในจำนวนดังกล่าว ซึ่งอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับวิทยากรและผู้ฟังสัมมนา
ประกอบไปดว้ ย Computer, Internet, ไมโครโฟน, โทรศัพท์ มือถอื , ลำโพง
รปู แบบการจัดสัมมนาออนไลน์
รูปแบบของ Webinar จะเป็นการเข้าร่วมสัมมนาออนไลน์ผ่านหน้า เว็บไซต์
โดยที่ผู้จัดสัมมนากำหนดกิจกรรมไว้ จากนั้นเปิดให้ผู้คนทั่วไปเข้าร่วมได้ตามเวลาที่กำหนด
อาจมีบางโปรแกรมที่ไม่กำหนดจำนวนผู้พูดได้ ทั้งนี้รูป แบบการจัดสัมมนาออนไลน์
ประกอบไปด้วย 2 รูปแบบ 1) แบบ Streaming และ 2) แบบ VDO ตามความต้องการของผู้จัด
สัมมนาได้
วธิ ีการจัดงานแบบออนไลน์
1. ต้องจัดเตรียมเนือ้ หาใหก้ ระชับและเข้าใจงา่ ยในระยะเวลาที่จำกัด ก่อนเริ่มการจัดสัมมนา
มีการพูดคุยข้อตกลงกับผู้เข้าร่วม เพื่อจัดเนื้อหาและบทคำกล่าวจนหมดเวลาสัมมนา ทั้งนี้ต้องเป็น
เนือ้ หาท่ีกระชับ ผู้เขา้ รว่ มสมั มนาสามารถเข้าใจได้ง่าย พร้อมทัง้ มสี ไลด์เนื้อหาเพ่ือใหผ้ ู้เข้าร่วมสัมมนา
สามารถนำสไลดไ์ ปดตู ่อภายหลงั ได้
2. ความเร็วอินเทอร์เน็ตมีผลต่อการจัดงานอย่างมากด้วยรูปแบบที่จัดสัมมนาเป็นแบบ
ออนไลน์ ดังนั้นอินเทอร์เน็ตจึงเป็นส่วนสำคัญ ในการจัดงานในแต่ละครั้ง หากอินเทอร์เน็ตล่าช้า
หรือหลุดขณะสัมมนา อาจทำให้ผู้เข้าร่วมเกิดความไม่ประทับใจ หรืออาจทำให้เกิดการร้องเรียน
เก่ยี วกับการจดั งานครงั้ นนั้ ได้
3. ต้องเตรียมเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้จัดงานต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม ทั้งกล้อง
ไมโครโฟนและคอมพิวเตอร์ที่ทำการเชื่อมต่อกับโปรแกรม ก่อนใช้งานต้องมีการทดสอบระบบ
13
ของโปรแกรมเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดเกี่ยวกับอุปกรณ์ในวันที่จัดสัมมนา เพราะการจัด Webinar
ในแต่ละครั้ง จะต้องมีการกำหนดเวลา วันที่ไว้ และไม่สามารถเลื่อนการจัดได้ หากเกิดข้อผิดพลาด
ของอปุ กรณ์อาจสง่ ผลเสียใหก้ บั ผู้จดั สมั มนาได้
4. หัวข้อสัมมนาต้องเป็นสิ่งที่ดึงดูดผู้คนให้เข้ามาลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมสัมมนา นอกจาก
หัวข้อ รวมไปถึงรายละเอียดของเนื้อหา และวิธีการในการดำเนินงานต้องดึงดูดผู้คนให้สนใจ
ตงั้ แตต่ น้ จนจบ
ข้อดีของการใช้ Webinar
1. สะดวก ใช้งานงา่ ย สามารถเข้าร่วมจากทกุ ที่มมุ โลก
2. ประหยัดงบประมาณกวา่ คา่ เช่าพนื้ ท่ีจัดสัมมนาจริง
3. เหมาะสมสำหรบั การนำมาใชใ้ นช่วงสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคโควดิ -19
4. เขา้ ถึงกลุม่ เป้าหมายได้
5. สามารถปรับใชใ้ นรปู แบบของการประชุมคนกลุม่ ใหญ่ในองค์กรได้
6. Presentation มีความชัดเจนทงั้ ไฟล์ภาพและเสียง
7. มคี วามปลอดภัยในระดับสูง
8. ใช้การ Remote ผ่าน Admin ในการจัดสัมมนาบรรยายผ่านทางโทรศัพท์ได้
แม้ตวั ไมอ่ ยทู่ ่ีหน้าจอคอมพิวเตอรห์ ลัก
9. สามารถบนั ทกึ เพ่ือใหค้ นอื่นสามารถดูย้อนหลงั ได้ กรณีไม่สามารถเข้าร่วมการสัมมนา
10. สามารถบริหารจัดการรูปแบบและกำหนดสทิ ธ์ิผเู้ ข้ารว่ มประชมุ ได้หลากหลาย
11. คนในองค์กรที่ได้รับมอบหมายสามารถเข้าถงึ พื้นท่ี Webinar เพื่อการใช้งาน เตรียมการ
และบริหารขอ้ มูลจากทไ่ี หนก็ได้ แค่เพยี งมี ID Account และ Password
12. ประหยดั ค่าใชจ้ า่ ยในการเดินทาง และปลอดภัยจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
ขอ้ จำกัดของการใช้ Webinar
1. อาจมีค่าใช้จ่ายแบบรายเดือนเกิดขึ้นในฟังก์ชั่นที่เปิดให้บริการ นอกเหนือจากฟังก์ช่ัน
ท่ีกำหนดให้ใช้งานฟรี ซง่ึ ขึน้ อยกู่ ับข้อกำหนดของผู้ให้บริการแต่ละราย
2. ไม่สามารถรองรับจำนวนคนที่มากกว่าค่ามาตรฐานที่กำหนด เพราะอาจบริหาร
จดั การลำบาก
14
แอปพลิเคชนั ทีน่ ยิ มใชใ้ นการจดั ประชุม สัมมนาออนไลน์ ได้แก่
1. True VROOM เป็นช่องทางที่สะดวกรวดเร็วอีกทั้งยังรองรับผู้ใช้ได้เยอะโดยที่ผู้ใช้แต่ละ
คนไม่จำเป็นต้องสมัครสร้างบัญชีผู้ใช้ขึ้นมาใหม่ก็สามารถเข้าร่วมประชุมได้ สะดวก รวดเร็วมาก ๆ
สำหรับการจัดประชุมทางไกลเพยี งแค่ใชส้ มาร์ทโฟนหรอื คอมพวิ เตอร์
2. Zoom เป็นแอปพลิเคชันที่สามารถจัดการประชุม สัมมนา ได้ทางออนไลน์โดยใช้
คอมพิวเตอร์ สมาร์ท หรือแท็บเล็ต สามารถใช้ประชุมได้ทั้งแบบมีภาพและวิดีโอหรือประชุมผ่าน
โทรศพั ท์ท่มี ีแตเ่ สียงเท่านั้น
3. Google Hangouts เป็นแอปพลิดคชันแชทที่มีความสามารถในการพิมพ์แชทกันเหมือน
Line, Whatsapp, และอื่น ๆทั่วไป แต่จะมีความสามารถพิเศษในการ Hangout ที่เป็น Concept
ของ Google+ เข้ามาดว้ ย จะเรยี กว่าเปน็ Video Call ก็ได้ และย่งิ ไปกว่าน้ันคือมันสามารถ Call หา
กนั ได้ทีละหลายๆคนด้วย
4. Line video call คือบริการที่มีการติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่
อย่างน้อย 2 คนขึ้นไป โดยใช้ทั้งสัญญาณเสียง และสัญญาณภาพเคลื่อนไหวในเวลาเดียวกัน หรือจะ
พูดใหเ้ ขา้ ใจได้งา่ ยขึ้นก็คือการคยุ กนั แบบเห็นหน้านัน่ เอง
5. FaceTime เป็นแอปพลเิ คชนั วิดีโอคอลของ Apple โทรหากันแบบเห็นหน้าในสถานการณ์
ที่หลายคนต้องกักตัวอยู่บ้าน ซึ่งมาสามารถใช้โทรได้มากสุดถึง 32 คน ไว้เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งในการ
ใช้งาน
6. Microsoft Teams คือบริการแพลตฟอร์มการประชุมออนไลน์ จากค่าย Microsoft ที่
ช่วยให้ผู้ใช้สามารถพูดคุยกันได้ผ่านการแชทและวิดีโอคอล ทั้งยังสามารถเปิดแก้ไขไฟล์ร่วมกันขณะ
ประชุมได้แบบเรียลไทม์ ทำให้การทำงานร่วมกันเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็ว หรือหากต้องการ
เชื่อมต่อระบบเข้ากับกำหนดการในปฏิทินและโน๊ตต่าง ๆ ก็ทำได้เช่นกัน เรียกได้ว่าเป็นบริการท่ี
สามารถใชง้ านได้อยา่ งครอบคลมุ
การสร้าง QR Code ฟรี ผา่ นเว็บไซตอ์ อนไลน์
มีเวบ็ ไซตม์ ากมายที่ใหบ้ ริการสร้าง QR Code ใช้เอง โดยไม่คดิ ค่าใช้จ่าย สำหรับเว็บไซต์ท่ีใช้
งานได้ง่ายมาก ๆ เหมาะสำหรับมือใหม่ทุกคน ได้แก่ www.the-qrcode-generator.com
โดยมีวิธที ำ ดงั นี้
1. นำลิงก์ หรือ URL ที่ต้องการสร้าง QR Code มาวางในพื้นที่ Free Text นอกจากน้ี
ยังมีคำสั่ง Contact, Phone, SMS สำหรับผู้ที่ต้องการนำรายละเอียดการติดต่อ เบอร์โทรศัพท์
และข้อความ SMS มาสร้าง QR Code อีกดว้ ย
15
2. สัญลักษณ์ QR Code ด้านขวามือจะเปลี่ยนรูปร่าง หลังวางลิงก์เรียบร้อยแล้ ว
สามารถทดสอบความถกู ตอ้ ง ดว้ ยการใชส้ มารท์ โฟนลองสแกนดูก่อน
3. คลกิ ปุม่ SAVE เพื่อบนั ทึกสญั ลักษณ์ QR Code เป็นไฟลภ์ าพ และนำไปใชไ้ ดเ้ ลย
วธิ ีการสรา้ งแบบฟอร์ม ใน Google Form
1. การจะสร้าง Google Form ได้ จะต้องมีบัญชี Google ก่อน แต่ถ้ามีบัญชีอยู่แล้วก็ให้เข้า
ไปที่ https://docs.google.com/forms และลงชื่อเข้าใช้งาน จะปรากฏหน้าต่างแสดงแบบฟอร์มท่ี
เรามีอยู่ และให้คลิกเริม่ เร่ิมแบบฟอรม์ ใหม่ และเรมิ่ สรา้ งแบบฟอรม์ ไดเ้ ลย
2. ใสร่ ายละเอยี ด ขอ้ มลู รปู แบบ ในแบบฟอร์มตามท่ตี อ้ งการ
3. เมื่อกรอกรายละเอียดแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ให้ทำการต้ังค่าแบบฟอร์ม โดยคลิกท่ี
ไอคอน ด้านบน
4. เมื่อทำแบบฟอร์มเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ไอคอน เพื่อส่งแบบฟอร์ม โดยจะเลือกส่งได้
3 แบบ ได้แก่
– คัดลอกลิงกไ์ ปใหผ้ ตู้ อบแบบฟอร์ม
– ส่งตรงทางอเี มล
– embed ลงเวบ็
16
17
18
บทบาทหน้าทแ่ี ละการปฏิบัติงานของประธาน
นางสาวซารอฟะห์ มะสาแม
หมายเลขโทรศัพท์ตดิ ต่อ: 080-1462230
รับผดิ ชอบตำแหนง่ ประธาน
หลกั การและเหตุผล
ประธาน นับเป็นหวั ใจสำคญั ของกลุ่มในการขบั เคล่ือนการจดั สัมมนา ประธานเปรยี บเสมือน
กัปตันทีมที่จะต้องผสานกลุ่ม ควบคุมดูแล ขับเคล่ือนกลุ่มให้มีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
ในการปฏิบัตงิ าน เพอ่ื มุง่ ไปส่วู ตั ถุประสงค์ท่ีตง้ั ไวร้ ว่ มกนั เน่อื งดว้ ยการดำเนนิ งานต่าง ๆ จะต้องมีผู้นำ
ในการดำเนินงานเพื่อทำหน้าที่ขับเคลื่อนการจัดงานสัมมนา ควบคุม ติดตาม ประสานงานร่วม
กับทุกฝ่าย วางแผนดำเนินการจัดทำโครงการร่วมกับฝ่ายต่าง ๆ ให้คำปรึกษา ช่วยเหลือ
และสนับสนุนทุก ๆ ฝ่าย วิเคราะห์ปัญหา หาแนวทางแก้ไขตัดสินปัญหา ดำเนินการจัดประชุมฝ่าย
ต่าง ๆ และคุณสมบัติอีกอย่างที่ผู้นำกลุ่มควรมี นั่นก็คือ “การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า” การจัดสัมมนา
ต้องทำงานกันเป็นกลุ่มในการวางแผน เพราะฉะนั้นผู้นำจะต้องวางตัวเป็นกลาง เปิดโอกาสให้ผู้อ่ืน
มีส่วนร่วมแสดงความคิดเห็นในการวางแผนงาน ใช้สัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้นำกับผู้ตามมีความเป็น
กันเองเพื่อกระตุ้นแรงจูงใจให้ผ้ตู ามเต็มใจท่ีจะมีส่วนร่วม หรอื มพี ฤติกรรมท่ีพงึ ประสงค์เพื่อการบรรลุ
เป้าหมายตามทตี่ ัง้ ไว้
บทบาทหนา้ ท่ี
1. คดั สรรบุคคลเพื่อทำหนา้ ทีฝ่ ่ายต่าง ๆ รว่ มกบั สมาชกิ ในทีมและคณาจารยท์ ่ปี รึกษา
2. วางแผนและดำเนินการจัดทำโครงการสมั มนาร่วมกบั สมาชกิ ในทีม
3. ควบคุม ติดตาม และประสานงานกับฝ่ายต่าง ๆ ทำงานร่วมกับรองประธานในการ
ทำหน้าทคี่ วบคมุ งานทัง้ เบื้องหนา้ และเบ้อื งหลงั ของงานสัมมนาฯ โดยมีคณาจารยเ์ ป็นที่ปรึกษา
4. ให้คำปรึกษา ช่วยเหลอื สนับสนุนสมาชกิ ในทีม
5. วิเคราะหป์ ญั หาตา่ ง ๆ ทีเ่ กิดขึ้นเพื่อร่วมกันหาแนวทางในการแก้ไข
6. ดำเนินการจัดประชุมทุกฝ่าย ทุกสัปดาห์ เพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดสัมมนา
เป็นระยะ ๆ ร่วมกับคณาจารย์ที่ปรึกษาจนถึงวันที่จัดสัมมนา และเมื่อมีการจัดสัมมนาเสร็จส้ิน
มีการประชุมเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการจัดทำสรุปผลรายงานการสัมมนา และดำเนินการจัดส่ง
สรปุ ผลรายงานการสมั มนาใหก้ ับผ้ทู ี่เกีย่ วขอ้ งและผสู้ นใจ
19
คุณสมบัติของประธาน
1. มีภาวะผนู้ ำในการทำงาน
2. ชว่ ยเหลือทีมในการแก้ปญั หา
3. อยู่บนพื้นฐานของเหตผุ ลและความถูกตอ้ ง
4.มีการวางแผนงานและมีการสรา้ งวิสยั ทศั น์หรือเป้าหมายในการทำงาน
5. รแู้ ละเข้าใจบทบาทหนา้ ท่ขี องตน
6. กลา้ ตัดสินใจ รูจ้ ักการแกป้ ญั หาเฉพาะหน้า
7. ตรงตอ่ เวลา มีวินยั ตอ่ ตวั เองและผู้อ่ืน
8. ยอมรบั คำตชิ มและพรอ้ มทีจ่ ะพัฒนาศักยภาพ
9. ใฝห่ าความรู้ใสต่ ัวและพร้อมทีจ่ ะรบั รู้สิง่ ใหมๆ่
ภาระงานหน้าทข่ี องประธานในการติดตามงานของแตล่ ะฝา่ ย
ฝา่ ยที่ งานที่ได้รับ ความคืบหนา้ คร้งั ท่ี 1
รบั ผิดชอบ
มอบหมาย กำลงั สำเรจ็ ไม่ หมายเหตุ
พิธีกร
ดำเนินการ สำเร็จ
วิชาการ
- สคปิ ต์คำพูดประกอบงาน ✓
- ควบคุมกำกับรายการ ✓ ต้องดำเนินการในวัน
ภาคพธิ ีการตาม จดั งาน
กำหนดการ
-จดั เตรยี มของท่รี ะลกึ ✓
- คู่มอื การจดั สัมมนา ✓ เหลือในส่วนตรวจดู
ความเรียบรอ้ ย
-รวบรวมไฟล์งานของผู้ ✓ ขาดบทความอีกหนึ่ง
นำเสนอใหพ้ ร้อมสำหรับ เรอื่ ง
การแชรใ์ นวนั สัมมนา
(ประสานงานกับฝา่ ย
สารสนเทศ)
- รวบรวมไฟลง์ านทั้งหมด ✓
20
ฝา่ ยที่ งานทีไ่ ดร้ บั ความคบื หน้าครั้งท่ี 1
รบั ผดิ ชอบ มอบหมาย กำลัง สำเรจ็ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนนิ การ สำเร็จ
- ตดิ ตอ่ กบั กลุม่ อื่นเพื่อ ✓
ต้องการทราบถึง
รายละเอียดต่าง ๆ
- ติดต่อบคุ ลากรท้ัง ✓
ภายใน/ภายนอก
และหน่วยงานตา่ ง ๆ ใน
การสอบถามข้อมูลที่
ประสานงาน เกยี่ วขอ้ งกับการจัดสมั มนา ✓ ต้องดำเนินการในวัน
- ตดิ ตอ่ ผทู้ รงฯ เขา้
ร่วมงานในแตล่ ะชว่ งเวลา จดั งาน
- เรียนเชญิ ประธานในพิธี ✓
- ตดิ ตอ่ เจา้ หนา้ ทแี่ ละ ✓
อุปกรณส์ ารสนเทศท่ีใชใ้ น
งานสัมมนาทงั้ หมด
- สำรองหอ้ ง ✓
- กำหนดการโครงการ ✓
สัมมนา
-ใบประเมนิ ผ้เู ข้ารว่ ม ✓
-ดำเนินการรวบรวมข้อมูล ✓
ผ้เู ขา้ ร่วมสัมมนา
ประเมิน -นำข้อมูลผู้เข้าร่วมสัมมนา ✓ ต้องทำหลังจากจัด
มาวเิ คราะห์ สัมมนา
-สรุปและประเมินผลการ ✓ ต้องทำหลังจากจัด
จัดสมั มนา สัมมนา
21
ฝ่ายที่ งานที่ไดร้ บั ความคืบหนา้ ครัง้ ท่ี 1
รับผดิ ชอบ
มอบหมาย กำลงั สำเร็จ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนนิ การ สำเร็จ
- ใบตารางการใสค่ ะแนน ✓
ของคณาจารย์และ
ผู้ทรงคณุ วุฒิ
-จดั ทำการทบทวนหลงั การ ✓ จัดทำหลังการจัด
ปฏิบตั ิงาน(After Action สัมมนา
Review : AAR)
ตารางท่มี อบหมายใหก้ ับรองประธานในการตดิ ตามงานแต่ละฝา่ ย
ฝา่ ยที่ งานที่ไดร้ ับมอบหมาย ความคืบหนา้ คร้ังท่ี 1 หมายเหตุ
รับผิดชอบ
กำลัง สำเร็จ ไม่
ดำเนนิ การ สำเร็จ
เลขานุการ - คำกลา่ วประธาน ✓
โครงการงานสมั มนา ✓
- หนังสอื เชญิ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ✓ ยังเหลือค่าใช่จ่าย
ในโครงการสัมมนา ✓ เกย่ี วกับเล่มคู่มอื
- หนังสอื เรยี นเชญิ ✓
ประธานในพธิ ี
- ใบโครงการการ ✓
จัดสมั มนา ✓
- หนงั สอื ขออนญุ าต
ใช้สถานท่ี และขอยืม
อุปกรณ์
- วางแผน ควบคุม ดูแล
เกย่ี วกับคา่ ใช้จา่ ยตา่ ง ๆ
- เกบ็ เงินสมาชกิ ในกล่มุ
22
ฝ่ายท่ี งานทไ่ี ด้รบั มอบหมาย ความคืบหน้าครั้งที่ 1 หมายเหตุ
รบั ผดิ ชอบ
กำลัง สำเร็จ ไม่
ดำเนนิ การ สำเร็จ
เหรัญญิก - เก็บใบเสร็จค่าใช้จ่าย ✓ เหลือในส่วนค่มู อื
และ ต่าง ๆ ✓ เหลอื เกบ็
- จดั ทำบัญชรี ายรับ รายละเอียดเล็กน้อย
ทะเบยี น รายจ่ายของทมี ✓ ✓
- จัดเตรยี มของว่างให้ผู้ ✓
ทรง คณุ วฒุ แิ ละคณาจารย์
- Google Form สำหรับ ✓
ลงทะเบยี น ผทู้ รงคุณวุฒิ/
คณาจารย์ ผู้นำเสนอ ✓
และผเู้ ข้ารว่ ม ✓ เพราะเป็นงานของ
- ขอ้ มูลชอ่ งทางการตดิ ต่อ ฝา่ ยวิชาการ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิ คณาจารย์
คณะกรรมการ ✓
✓
- ข้อมลู ผ้เู ข้าร่วมสมั มนา ✓
- เอกสารประกอบการ ทำหลังงานสัมมนา
สัมมนาของผ้ทู รงฯ
- จดั ทำวีดีโอผู้จดั
และผ้นู ำเสนอ
- ออกแบบโลโก้ทีมผู้จัด
และธมี นำเสนอ
- จดั ทำวดิ โี อ
ประชาสมั พันธแ์ ละ
โปสเตอรป์ ระชาสมั พันธ์
- จดั ทำวดิ ีโอประมวลภาพ
23
ฝา่ ยที่ งานที่ได้รับมอบหมาย ความคืบหนา้ ครัง้ ท่ี 1 หมายเหตุ
รบั ผดิ ชอบ
กำลัง สำเร็จ ไม่
ดำเนนิ การ สำเรจ็
สารสนเทศ - เก็บรปู ภาพและวดิ โี อ ✓ ต้องทำในช่วงเวลา
บรรยากาศในวันสมั มนา การจัดงาน
- รูปแบบเกยี รติบตั ร ✓
- จัดเตรยี มช่องทางในการ ✓
สมั มนา อปุ กรณท์ ี่ใช้ และ
ดำเนนิ การทดสอบช่อง
ทางการสัมมนา
24
บทบาทหน้าทแี่ ละการปฏบิ ัติงานของรองประธาน
นายฮรั ฟาน ดือราแม
หมายเลขโทรศัพทต์ ิดต่อ: 081-3067038
รับผดิ ชอบตำแหนง่ รองประธาน
หลกั การและเหตุผล
ตำแหน่งรองประธานมีหน้าที่ในการช่วยเหลือ ทำงานร่วมกับประธาน และสามารถที่จะ
ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานในกรณีที่ประธานไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้ นอกจากนี้ยังต้ อง
ปฏบิ ตั งิ านตามทป่ี ระธานได้มอบหมาย หมายถึง จะตอ้ งทำหน้าท่ีคูก่ ับประธานแต่อยู่ในตำแหน่งผู้ช่วย
ประธานเว้นแต่ประธานมีภารกิจหรือไม่สามารถที่จะปฏิบัติหน้าที่ได้รองประธานทำหน้าที่ควบคุม
ดูแลงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังแทนประธานได้ทันที เช่น การควบคุมดูแล ติดตาม วางแผน
ประสานงานร่วมกับฝา่ ยต่าง ๆ ในการดำเนนิ จดั ทำโครงการ รวมถึงให้คำปรึกษา ชว่ ยเหลือ สนบั สนุน
แต่ละฝ่าย วิเคราะห์ปัญหา รวมถึงหาแนวทางแก้ไขประกอบการตัดสินใจปัญหาและดำเนินการจัด
ประชุมคณะกรรมการแทนประธานได้ เพอ่ื ใหก้ ารจดั สมั มนาสำเรจ็ ไปตามเป้าหมายที่วางไว
คุณสมบตั ขิ องรองประธาน
ตำแหน่งรองประธานเป็นตำแหน่งที่จะต้องปฏิบัติงานควบคู่กับประธานในการกำกับดูแล
สมาชิก ดังนั้นบุคลิกภาพจงึ เป็นสิ่งสำคัญท่ีจะแสดงออกมาทั้งท่ีรู้ตวั และไม่รู้ตัว โดยมีบุคคลอื่นที่คอย
สังเกตอยู่หรือรู้สึกกับสิ่งที่เราแสดงออก ดังนั้นจึงจำเป็นต้องระมัดระวังและดูแลบุคลิกภาพให้ดูดี
สะอาด เรียบร้อย รวมถึงการแต่งกายจะส่งผลถึงความน่าเชื่อถือของคนรอบข้างด้วยเช่นกันโดยจะ
แบง่ ออกเปน็ 2 ส่วน ดังน้ี
ด้านบุคลิกภาพทางกาย สะท้อนจากความกล้าแสดงออก มีหน้าตายิ้มแย้ม มีน้ำใจ กล้าคิด
กล้าตดั สินใจ และมีภาวะเป็นผู้นำ
ด้านบุคลิกภาพภายใน สะท้อนจากการมีความมั่นคงทางอารมณ์ มีความรอบคอบ มีความ
รบั ผดิ ชอบ ตรงต่อเวลา ขยัน และอดทน
บทบาทและหน้าท่ีของรองประธาน
1. ทำงานร่วมกับประธานในการควบคุม ดูแลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา
ในการจัดสมั มนา
25
2. มหี น้าที่ชว่ ยเหลือประธาน อำนวยการจัดสัมมนา กรณีประธานไมส่ ามารถปฏิบัติหน้าท่ีได้
รองประธานจะเป็นผูป้ ฏบิ ัติหนา้ ท่ีแทน
3. ติดตามความก้าวหน้าของฝ่ายต่าง ๆ ที่ได้รับมอบหมายจากประธาน ในการควบคุม
ดแู ลงาน และตดิ ตามงานฝ่ายต่าง ๆ ประกอบไปดว้ ย 1) เลขานกุ าร 2) ฝ่ายเหรญั ญกิ 3) ฝ่ายทะเบียน
และ 4) ฝ่ายสารสนเทศ
ตารางภาระงานหน้าทีข่ องรองประธานในการตดิ ตามงานแตล่ ะฝา่ ย
ฝ่ายที่ งานท่ไี ดร้ ับมอบหมาย ความคืบหนา้ ครัง้ ที่ 1 หมายเหตุ
รับผิดชอบ กำลัง สำเรจ็ ไม่
ดำเนินการ สำเรจ็
เลขานกุ าร - คำกลา่ วประธาน ✓
โครงการงานสมั มนา ✓
- หนงั สอื เชิญผู้ทรงคุณวฒุ ิ ✓
ในโครงการสัมมนา ✓
- หนงั สอื เรยี นเชิญ ✓
ประธานในพิธี
- ใบโครงการการ ✓
จัดสมั มนา ✓
- หนังสือขออนญุ าต ✓
ใชส้ ถานที่ และขอยืม ✓
อปุ กรณ์
- วางแผน ควบคุม ดแู ล
เกย่ี วกับคา่ ใชจ้ ่ายต่าง ๆ
- เกบ็ เงินสมาชิกในกลุม่
- เก็บใบเสรจ็ ค่าใช้จ่าย
ต่าง ๆ
- จดั ทำบญั ชีรายรับ
รายจ่ายของทมี
26
ฝ่ายท่ี งานทไี่ ด้รบั มอบหมาย ความคบื หนา้ คร้ังท่ี 1 หมายเหตุ
รบั ผิดชอบ
กำลัง สำเร็จ ไม่
ดำเนินการ สำเรจ็
เหรญั ญกิ - จดั เตรียมของว่างใหผ้ ู้ ✓
และ ทรง คุณวุฒิและคณาจารย์ ✓
- Google Form สำหรบั
ทะเบยี น ลงทะเบียน ผทู้ รงคณุ วฒุ /ิ ✓
คณาจารย์ ผนู้ ำเสนอ
และผ้เู ข้าร่วม ✓
- ขอ้ มูลช่องทางการติดต่อ ✓ เพราะเป็นงานของ
ผูท้ รงคณุ วฒุ ิ คณาจารย์ ฝา่ ยวิชาการ
คณะกรรมการ
✓
- ข้อมลู ผ้เู ขา้ ร่วมสมั มนา ✓
✓
- เอกสารประกอบการ
สัมมนาของผู้ทรงฯ ทำหลังงานสัมมนา
- จัดทำวดี โี อผู้จดั ✓ ต้องทำในช่วงเวลา
และผนู้ ำเสนอ
- ออกแบบโลโก้ทีมผู้จัด การจดั งาน
และธมี นำเสนอ ✓
- จัดทำวิดโี อ
ประชาสมั พนั ธแ์ ละ
โปสเตอรป์ ระชาสมั พันธ์
สารสนเทศ - จัดทำวดิ โี อประมวลภาพ ✓
- เกบ็ รปู ภาพและวดิ โี อ
บรรยากาศในวันสัมมนา
- รปู แบบเกียรติบัตร
27
ฝ่ายที่ งานท่ไี ดร้ บั มอบหมาย ความคบื หนา้ คร้งั ที่ 1 หมายเหตุ
รบั ผิดชอบ
กำลัง สำเรจ็ ไม่
ดำเนินการ สำเรจ็
- จดั เตรยี มช่องทางในการ ✓
สมั มนา อปุ กรณ์ท่ีใช้ และ
ดำเนนิ การทดสอบ
ช่องทาง
การสัมมนา
28
บทบาทหนา้ ท่ีและการปฏบิ ัติงานของเลขานุการ
นางสาวนัสรียะห์ อาลมี ามะ
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ: 092-6980360
นางสาวอรสิ รา ยตี าเห
หมายเลขโทรศัพท์ตดิ ต่อ: 098-6704070
รับผดิ ชอบตำแหน่ง: เลขานุการ
หลกั การและเหตผุ ล
เลขานุการ เป็นเสมือนมือขวาหรือผู้ช่วยประธาน ซึ่งเป็นทั้งผู้ที่มคี วามรู้ ความชำนาญในการ
ทำงาน ซึ่งถือเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญอันเปรียบเสมือนฟันเฟืองที่สำคัญในการขับเคลื่อนองค์กรที่ทุก
องคก์ รให้ความสำคัญ เนอื่ งจากการดำเนินงานของเลขานุการเปน็ งานท่ีต้องใช้ศาสตร์และศิลป์ในการ
ทำงาน เพื่อให้เป็นท่ีไว้วางใจของประธาน เพื่อจะนำไปสู่การปฏิบัติงานให้บรรลุเป้าหมาย ผู้เป็น
เลขานุการจึงจำเป็นที่ต้องมีบุคลิกที่สอดคล้องกับงานที่เหมาะสม เช่น มีความคล่องตัว มีระบบ
ระเบียบ เปน็ บุคคลท่ไี วว้ างใจได้ เปน็ คนท่รี กั และชอบงานสำนักงานในองค์กร และงานเอกสาร ฉะน้ัน
เลขานุการถือมีบทบาทสำคัญในการแบ่งเบาภาระของประธาน ตั้งแต่การวางแผนงานเบื้องต้น และ
มองภาพการทำงานขององค์กร
บทบาทและหนา้ ท่ขี องเลขานกุ าร
หน้าท่ี “เลขานกุ าร” จดการประชุม เตรียมการประชุมตา่ ง ๆ เปน็ ระยะ ๆ จนถึงวันสัมมนา
โดยการออกหนงั สือเชญิ ประชุม จดบนั ทกึ และสรุปรายงานการประชุม จดั เตรยี มงานสมั มนา เอกสาร
โครงการ เตรียมเอกสาร ประกอบการสัมมนาทั้งหมด เตรียมจัดทำหนังสือขออนุมัติโครงการและ
งบประมาณ เตรียมออกหนังสือเรียนเชิญ ผู้ทรงคุณวุฒิ ประธานในพิธี เตรียมหนังสือขอความ
อนุเคราะห์ สนับสนุน เตรียมร่างคำกล่าวประธานโครงการ เตรียมหนังสือขออนุญาตใช้สถานที่ ยืม
วสั ดุอุปกรณ์สารสนเทศ
สรุปว่า การทำหน้าที่เลขานุการมคี วามสำคัญและเปน็ บทบาทสำคัญในการขบั เคลื่อนองค์กร
ต่าง ๆ ให้บรรลุเป้าหมาย เป็นเสมือนมือขวา เป็นเพื่อนคู่คิดกับประธานการดำเนินงาน ที่จะต้องใช้
ความสามารถ ทกั ษะ ความรบั ผดิ ชอบท่ีสงู มากในการปฏิบัติงาน ทง้ั งานด้านเอกสาร กระบวนการคิด
และการตัดสินใจแทนประธานในบางครงั้ ท่ีต้องใชค้ วามรอบคอบ
29
คุณสมบตั ขิ องเลขานกุ าร
เลขานุการเปรยี บเสมอื นมือขวาของประธาน การเปน็ เลขานุการท่ีดจี ะตอ้ งมีคุณสมบัติเฉพาะ
ทง้ั ความรอบรู้ในเรือ่ งหนา้ ทแี่ ละมีความรับผดิ ชอบต่อหนา้ ท่ีท่ตี นเองไดร้ ับ ได้แก่
1. บริหารจัดการตัวเองและเข้าใจในศาสตร์ของงานเลขานุการ สามารถทำงานหลายอย่าง
ในเวลาเดียวกันได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ รวมถึงการเข้าใจในหลักการทำงานเลขานุการ
ทจี่ ะช่วยใหส้ ามารถนำความรมู้ าใช้ในการทำงานไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ
2. การมีบุคลิกภาพที่ดี เลขานุการเป็นเสมือนมือขวาที่ทำงานใกล้ชิดประธาน ซึ่งในบางครั้ง
จะต้องเป็นตัวแทนประธานเพื่อติดต่อประสานงาน จึงต้องเป็นผู้ที่มีบุคลิกภาพที่ดี เช่น การแต่งกาย
การวางตัวใหเ้ หมาะสมกบั สถานการณ์ การมีกริ ิยาวาจาท่ีดี เปน็ ต้น
3. มีความรอบรู้ในงานขององค์กร เพราะบ่อยครั้งที่คุณต้องเป็นตัวแทนของประธาน
ไปประชุมหารอื กับหน่วยงานต่าง ๆ หรอื เป็นตวั แทนในการตดิ ต่อกับองคก์ รภายนอก รวมการนำเสนอ
งาน ผ้เู ป็นเลขานุการจงึ ต้องมีความรอบรูใ้ นงานขององค์กร และสามารถแก้สถานการณเ์ ฉพาะหน้าได้
หากเกดิ เหตุสุดวสิ ัย
4. เตรียมการล่วงหน้าได้ดี เลขานุการที่ดีต้องมีการวางแผนล่วงหน้า ในการเตรียมข้อมูล
ต่าง ๆ ให้กบั ประธานใหพ้ รอ้ ม สำหรบั การประชมุ การตอบคำถามและคำขอต่าง ๆ
5. มีทักษะในการฟัง จับประเด็น และจดจำรายละเอียดต่าง ๆ ได้ดี รวมทั้งการสะกดคำ
และการทำความเขา้ ใจกับเอกสารทีเ่ กี่ยวข้องดว้ ย
6. มีความรับผิดชอบ เนื่องจากตำแหน่งเลขานุการเป็นผู้ที่บทบาทสำคัญในการทำงาน
ที่มีผลต่อความสำเร็จและความล้มเหลวของงาน ผู้เป็นเลขานุการจึงต้องเป็นผู้มีความรับผิดชอบสูง
มาก จงึ จำจะทำให้การบรกิ ารงานขององคก์ รบรรลเุ ป้าหมาย
10. มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ มีวุฒิภาวะในการแสดงออกทางอารมณ์ที่เหมาะสม
กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ควบคุมอารมณ์ได้อย่างดี เพราะเลขานุการถือเป็นด่านแรกที่จะพบเจอ
กบั ปญั หาหรอื อุปสรรคในการปฏบิ ตั งิ านที่สง่ ผลตอ่ ภาวะทางอารมณ์
11.มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี ให้เป็นประโยชน์ในการทำงาน เนื่องจากเลขานุการ
ตอ้ งใชเ้ ทคโนโลยีในการปฏิบตั ิงานด้านเอกสาร และการนำเสนองาน
ภาระหนา้ ทข่ี องเลขานุการ
1. เตรียมรา่ งใบโครงการจดั สัมมนา
2. เตรยี มร่างคำกลา่ วรายงานในการจดั สมั มนา
3. ร่างหนงั สือเรียนเชิญประธานในพธิ ีเปดิ ในการจัดสัมมนา
4. เตรียมหนงั สือเรยี นเชิญผู้ทรงคุณวฒุ ใิ นการจัดสมั มนา
30
5. ทำใบขอสถานที่และดูแลการจดั สถานท่ีให้เปน็ ท่เี รยี บรอ้ ย
6. ทำใบขออนญุ าตยืมอุปกรณส์ ารสนเทศ
ตารางภาระหนา้ ทขี่ องฝ่ายเลขานุการ
ความคบื หน้าครั้งที่ 1
ฝา่ ย งานทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย กำลงั สำเรจ็ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนนิ การ สำเร็จ
- ร่างใบโครงการจดั ✓
สมั มนา ✓
เลขานุการ -ร่างคำกลา่ วรายงานใน ✓
การจัดสัมมนา ✓
- ร่างหนงั สือเรียนเชิญ ✓
ประธานในพิธเี ปดิ ในการ
จดั สัมมนา ✓
- รา่ งหนงั สือเรียนเชญิ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิในการจดั
สัมมนา
- ทำใบขอใช้สถานท่ี
- ทำใบขอใชอ้ ุปกรณ์ ✓
สารสนเทศ
31
บทบาทหนา้ ทแี่ ละการปฏบิ ัติงานของฝา่ ยเหรญั ญิก
นางสาวนไู รนี เดชดี
หมายเลขโทรศัพทต์ ิดต่อ: 065-0565091
รบั ผดิ ชอบตำแหน่งเหรัญญิก
หลักการและเหตผุ ล
เหรัญญิก เป็นบุคคลที่ทำหน้าหน้าที่ควบคุมดูแลเกี่ยวกับการเงิน การบัญชี งบประมาณ
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ของแต่ละฝ่าย สามารถตรวจสอบเกี่ยวกับงบประมาณของแต่ละฝ่ายที่เสนอมา
และเข้มงวดเกี่ยวกับการจ่ายเงินให้แก่ ฝ่ายต่าง ๆ ซึ่งจะต้องมีหลักฐานการรับและการจ่ายเงิน
อย่างชัดเจน สามารถตอบคำถามกับทุกฝ่ายได้ รวมถึงต้องจัดทำบัญชีรายรับ รายจ่าย
และงบประมาณให้เปน็ ที่เรียบร้อยเมอื่ การจัดสัมมนาเสรจ็ ส้ิน เนือ่ งจากการจดั สัมมนาต้องมีการจัดทำ
เอกสารประกอบในการจัดสัมมนา และการจัดสัมมนาครั้งนี้มีแผนสำรองสำหรับการจัดเตรียม
อาหารว่างให้กับผู้ทรงคุณวุฒิ และคณาจารย์ กรณีจำเป็นที่จะต้องดำเนินการจัดสัมมนาในรูปแบบ
ปกติ (บางสว่ น)
คณุ สมบัติของฝา่ ยเหรัญญิก
1. ความซื่อสัตย์ หมายถึง มีความซื่อตรง มั่นคงอยู่ในศีลธรรม มีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง
และผอู้ ่ืน มคี วามสจุ รติ ทางกาย ทางวาจา และทางใจ
2. มีความรับผิดชอบ หมายถึง คุณลักษณะของบุคคลซึ่งแสดงออกโดยมีความสนใจ
ใส่ใจ ตั้งใจจริงในการปฏิบัติหน้าท่ีได้รับมอบหมายด้วยความพากเพียร พยายาม อดทนต่ออุปสรรค
และมกี ารวางแผนงานอย่างละเอียดรอบคอบ
3. มีระเบียบ มีเหตุผล มีหลักการในการจัดสรรงบประมาณที่เหมาะสม จากนั้นนำมาสรุป
ให้สมาชกิ ในกลุม่ ทราบรายละเอยี ดตา่ ง ๆ อย่างชัดเจน
4. ปฏิบัตติ นเองใหม้ วี นิ ยั ตามหนา้ ท่งี านท่ีไดร้ ับมอบหมายไว้อย่างเครง่ ครัด
32
บทบาทและหนา้ ทีฝ่ า่ ยเหรญั ญกิ
1. เกบ็ เงินสำหรับการใชใ้ นการจัดสมั มนา
2. จัดสรรงบประมาณให้ฝ่ายต่าง ๆ สำหรับใชใ้ นการดำเนินงาน
3. รับผิดชอบและควบคุมการเบกิ จา่ ย สำหรบั การจัด
สมั มนาให้เป็นไปตามแผนการจดั สรรงบประมาณ
4. จดั ทำบญั ชีรายรับ-รายจา่ ย ในการจัดสัมมนา
ตารางการแจกแจงงบประมาณ จำนวน ราคา รวม
รายการ
10 35
1. หมวดคา่ ใช้สอย 350
1.1 ฝา่ ยพิธกี าร
- --
- อาหารว่าง
- 200
- และอนื่ ๆ 200
1.2 ฝา่ ยวชิ าการ
- --
- เอกสารประกอบการสมั มนา, คู่มอื รายงาน
--
- และอน่ื ๆ 100
1.3 ฝ่ายสารสนเทศ
--
- สตกิ๊ เกอร์โลโก้, โปสเตอรป์ ระชาสมั พนั ธ์ 100
1.4 เลขานกุ าร
- - 50
- ใบโครงการ, ใบบนั ทกึ ข้อความขอความ - - 800
อนุเคราะห์
- เอกสารอืน่ ๆ
- ซองเอกสาร
รวมหมวดค่าใช้สอย
2. หมวดคา่ ใช้จา่ ยต่าง ๆ
33
2.1 คา่ ใชจ้ ่ายทจี่ ำเป็น 250 250
รวมหมวดคา่ ใช้จา่ ยต่าง ๆ 250
เก็บเงินสมาชิกในกลุ่ม 100 บาท =2100
ตารางภาระหน้าทขี่ องฝา่ ยเหรญั ญกิ
ฝ่ายที่ งานท่ไี ด้รบั ความคบื หน้าครั้งที่ 1
รับผิดชอบ มอบหมาย
กำลัง สำเรจ็ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนนิ การ สำเร็จ
- วางแผน ควบคุม ดแู ล ✓
เกี่ยวกบั คา่ ใช้จ่ายต่าง ๆ
- เกบ็ เงินสมาชกิ ในกลุ่ม ✓
- เก็บใบเสร็จคา่ ใช้จ่าย
ฝ่าย ตา่ ง ๆ ✓
เหรัญญกิ - จดั ทำบญั ชรี ายรบั -
รายจา่ ยของทีม ยงั ไม่มีค่าใชจ้ า่ ยทตี่ ้อง
✓ ดำเนนิ การ
- จัดเตรยี มของว่างใหผ้ ู้ ✓
ทรงฯ และคณาจารย์
34
บทบาทหนา้ ทแ่ี ละการปฏบิ ัติงานของฝ่ายทะเบียน
นางสาวฐณฐั ฐา นมิ่ ละออ
หมายเลขโทรศัพท์ตดิ ต่อ: 098-3422447
รับผดิ ชอบตำแหนง่ ฝา่ ยทะเบียน
หลกั การและเหตุผล
ฝ่ายทะเบียนที่มีหน้าที่ในการรับผิดชอบค่อนข้างกว้างพอสมควร อาจทำให้เกิดความสับสน
เน่ืองจากงานเอกสารและทะเบยี นดา้ นนี้มีความเหมือนหรือคลา้ ยคลงึ กันกับงานของเลขานุการแต่งาน
ด้านฝ่ายทะเบียนนีจ้ ะมีความแตกต่างกับงานฝา่ ยเลขานุการตรงท่ีจะมีการประสานงานเปน็ หลัก โดย
ฝ่ายทะเบียนนี้เป็นงานประเภทที่เรียกว่าเป็นฝ่ายสนับสนุนคือจะคอยเข้าไปคอยประสานงานหรือ
ช่วยเหลือในฝ่ายอื่น ๆ และโดยรวมแล้วหลัก ๆ ฝ่ายทะเบียนจะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลด้าน
เอกสารต่าง ๆ ทำหน้าที่ เตรียมการเกี่ยวกับผู้เข้าร่วมสัมมนาทั้งหมด ทำการสำรวจจำนวนผู้เข้าร่วม
สมั มนาและหนา้ ท่เี ตรยี มเอกสารจัดทำแฟ้ม การลงทะเบียน เพอ่ื ความเป็นระเบยี บเรยี บร้อยในการจัด
งานและเปน็ การเตรียมการ เกีย่ วกบั ผู้เข้ารว่ มสัมมนาทัง้ หมด รวมไปถึงการเตรียมความพร้อมของคน
ในการลงทะเบียน เพ่อื จะไดท้ ราบถึงจำนวน คนในการเขา้ ร่วมงานสมั มนา
บทบาทและหนา้ ท่ีของฝา่ ยทะเบียน
1. เตรียมเอกสารแบบฟอรม์ สำหรบั ลงทะเบยี นของผจู้ ัดสัมมนา ผทู้ รงคุณวุฒิและคณาจารย์
ผเู้ ขา้ ร่วมสัมมนา และผนู้ ำเสนอ
2. ทำ google ฟอรม์ สำหรับลงทะเบียนออนไลน์
3. เตรยี มข้อมูลของผู้เขา้ ร่วมสัมมนาทัง้ หมด
4. จดั เตรยี มเอกสารและจดั ทำแฟ้มการสมั มนา
5. รับผิดชอบในการควบคุมดูแลและรวบรวมเอกสารการนำเสนอบทความวชิ าการ
คุณสมบัตขิ องฝา่ ยทะเบียน
1. เป็นผมู้ คี วามรบั ผิดชอบและอดทนต่องานท่ที ำสูง
35
2. มที ศั นคติทดี่ ีเปน็ ไปในแงบ่ วก
3. มีความคล่องแคล่ว
4. มีมนุษยส์ ัมพันธ์ทีด่ แี ละมีใจรกั ในงานดา้ นการบริการ
5. มคี วามละเอยี ดรอบคอบ
6. เปน็ คนใจกว้าง ยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อืน่
7. การชว่ ยเหลอื ผู้อ่นื คอื หวั ใจหลกั แห่งการทำงาน
8. มีความใจเย็น เกบ็ อารมณ์ได้
9. มคี วามภาคภูมใิ จในหน้าที่การปฏบิ ตั ิงานของตน
ตารางภาระหนา้ ทขี่ องฝา่ ยทะเบียน
ฝ่าย งานท่ีไดร้ บั มอบหมาย ความคืบหนา้ คร้ังที่ 1 หมายเหตุ
รบั ผดิ ชอบ
- ผทู้ รงคุณวุฒ/ิ กำลงั เสรจ็ ไม่
คณาจารยผ์ ู้นำเสนอ
และผเู้ ขา้ รว่ ม ดำเนินการ เสร็จ
✓
ทะเบยี น - ข้อมูลช่องทางการ ✓
ติดต่อของ ผู้ทรงคณุ วฒุ ิ ✓
คณาจารย์ คณะเขา้ ร่วม
จากฝ่ายประสานงาน
- เตรียมข้อมูลผู้เขา้ รว่ ม
สมั มนาท้งั หมด
- จัดเตรยี มเอกสาร ✓ เป็นหน้าทข่ี องฝา่ ย
ประกอบการ วชิ าการ
สมั มนา
36
บทบาทหนา้ ทแี่ ละการปฏบิ ัติงานของพิธกี ร
นางสาวโซเฟีย แวกูโน
หมายเลขโทรศัพท์ตดิ ต่อ: 093-730 3445
นายอลั วา หวันชิดนาย
หมายเลขโทรศัพท์ตดิ ต่อ: 098-076 2843
รบั ผดิ ชอบหน้าทีเ่ ป็นพธิ ีกร
หลกั การและเหตผุ ล
พิธีกรเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของงานสัมมนาต่าง ๆ มีบทบาทสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะ
พิธกี รเป็นผดู้ ำเนนิ งานในงานพิธีต่าง ๆ เป็นบุคคลทีท่ ำหน้าที่กำกับผนู้ ำกิจกรรมและคอยจัดในงานอยู่
เสมอ สร้างบรรยากาศภายในงาน และมีหน้าที่ควบคุมงานต่าง ๆ รวมถึงการแก้สถานการณ์เฉพาะ
หน้าไดด้ ีและอำนวยการให้กิจกรรม รายการหรือพิธีการต่าง ๆ ดำเนินการไปตามแผนท่ีวางไว้ รวมถึง
เป็นผู้สร้างและควบคุมบรรยากาศของภาคพิธีการ อีกทั้งเชื่อมโยงกับกิจกิจกรรมภายในงานต้ังแตเ่ รม่ิ
กระทัง่ เสรจ็ สิ้นกิจกรรมตามกำหนดการและวัตถุประสงค์ที่วางไว้
บทบาทหน้าทขี่ องพธิ กี ร
การทำงานหรือการปฏิบัติตามหน้าที่อันแท้จริงของพิธีกร คือ “การแสดงบทบาทบนเวที”
นับตั้งแต่เริ่มพิธีจนกระทั่งเสร็จพิธี ทั้งนี้ผลลัพธ์ของพิธีการสะท้อนให้เห็นถึงฝีมือและบทบาทของ
พิธีกรบนเวที ที่สามารถดึงดูดความสนใจ โดยการแสดงบทบาทของพิธีกร ประกอบไปด้วย
1) บุคลิกภาพทางกาย 2) บุคลิกภาพทางวาจา และ 3) บุคลิกภาพทางใจ ซึ่งบทบาทหน้าทีข่ องพิธีกร
มีดงั น้ี
1.เป็นผู้ใหข้ อ้ มูล ไดแ้ ก่ กำหนดการและรายละเอียดของรายการ
2.แนะนำวิทยากร และผ้ทู ่ีเกยี่ วข้อง
3.เป็นผู้เริ่ม คือ กล่าวทักทาย และกล่าวต้อนรับ เชิญเข้าสู่พิธีการ เชิญวิทยากรขึ้นพูด
และแนะนำประวตั ิ ของวิทยากร
4.เป็นผู้เชื่อมประสานเหตุการณต์ ามลำดับแตล่ ะรายการ
5.เป็นผู้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าระหว่างดำเนินรายการ ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล
หรอื มีสถานการณ์ท่ี ไมค่ าดคดิ เกิดข้ึน เช่น ไมโครโฟนไมต่ ิด ไฟดับ ฯลฯ เพ่อื ให้การดำเนินงานเป็นไป
อย่างราบรื่น และบรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ ของการจดั งาน
37
คุณสมบตั ิของพิธกี ร
1. มคี วามม่ันใจในตนเอง
2. มีบุคลกิ ภาพทดี่ ี เปน็ ธรรมชาติ
3.มคี วามคลอ่ งแคล่ว ว่องไว กระฉับกระเฉง
4. มนี ำ้ เสียงนุ่มนวล ชวนฟัง เปน็ ธรรมชาติ พูดไมต่ ดิ ขดั ไม่สัน่ เครือ ถกู จังหวะจะโคลน ไม่ดัง
หรอื เบาเกินไป และควรมกี ารเน้นถ้อยคำ เพื่อใหผ้ ฟู้ งั เห็นความสำคญั และใหค้ วามสนใจ
5. ใชภ้ าษาไดอ้ ย่างถูกต้องตามหลักภาษาไทย เชน่ ออกเสยี งอักษรควบกล้ำ ตวั ร ล ได้อย่าง
ถูกตอ้ ง
6. มไี หวพรบิ ปฏภิ าณ สามารถแก้ไขปญั หาเฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี
7. มีความสนใจและศึกษาความรู้ต่าง ๆ หรือเหตุการณ์ปัจจุบันอยู่เสมอ เพื่อปรับปรุงใช้ใน
การเป็นพธิ ีกร
8. ศกึ ษาและเก็บเกีย่ วประสบการณจ์ ากพธิ กี รมืออาชพี ในสถานการณ์จรงิ
ตารางภาระหนา้ ทข่ี องฝา่ ยพิธีกร
ฝ่ายท่ี งานทไี่ ด้รับมอบหมาย ความคืบหนา้ ครง้ั ที่ 1 หมายเหตุ
รับผดิ ชอบ
กำลงั สำเร็จ ไม่ ดำเนินการวัน
จัดงาน
ดำเนินการ สำเร็จ สัมมนา
- สคริปต์คำพดู ประกอบงาน ✓
- ควบคมุ กำกับรายการภาค
พิธีกร พธิ กี ารตามกำหนดการ ✓
- จดั เตรียมของทร่ี ะลึก ✓
38
บทบาทหน้าที่และการปฏบิ ตั ิงานของฝ่ายสารสนเทศ
นายปัณณธร รอดดำ
นางสาวกงิ่ กมล หอยสกุล
นางสาวอภริ ตี เเก้วคช
นางสาวอุบลรัตน์ ดวงแกว้
นางสาวโซฟยี ะ สาแม
หมายเลขโทรศัพทต์ ิดต่อ: 086-2985989
หมายเลขโทรศัพทต์ ดิ ต่อ: 061-2013924
รบั ผิดชอบตำแหน่งสารสนเทศ
หลักการและเหตผุ ล
ฝ่ายสารสนเทศทำหน้าที่ดำเนินงานเบื้องหน้าและเบื้องหลังงานสัมมนา โดยฝ่ายสารสนเทศ
จะรบั ผดิ ชอบในวิดโี อผ้จู ัดและวดิ โิ อธีมกิจกรรมทเี่ กดิ ขน้ึ ในวันจดั สมั มนา ซึง่ แบ่งออกได้ ดังนี้
1.จัดทำวดี โี อผู้จดั และธมี นำเสนอ
2.ออกแบบรา่ งโปสต์เตอร์สัมมนา
3.บันทึกรูปภาพและวีดีโอบรรยากาศในวันสัมมนา เพื่อรวบรวมภาพกิจกรรมในงานสัมมนา
โดยมีการ บันทึกภาพตั้งแต่การเปิดงาน การนำเสนอ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่าง
คณะกรรมการและผู้นำเสนอ จนกระทั้งจบการสัมมนา ส่วนเบื้องหลังฝ่ายสารสนเทศจะรับผิดชอบ
ออกแบบโลโก้ทีม , โลโก้งานสัมมนา , และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ร่วมถึงทำ วิดีทัศน์เพื่อเชิญชวน
ใหท้ ราบถึงวนั งานสัมมนาและหวั ขอ้ ในการสมั มนา
39
บทบาทหน้าท่ีของฝา่ ยฝ่ายสารสนเทศ
ฝ่ายสารสนเทศจะรับผิดชอบในบันทึกภาพและวีดีโอกิจกรรมที่เกิดขึ้นในวันจั ดสัมมนา
ซ่งึ แบง่ ออกได้ ดังนี้
1.จัดทำวดี โี อผู้จัดและธีมนำเสนอ
2.ออกแบบร่างโปสต์เตอรส์ มั มนาและวีดีโอประมวลผล
3.บันทึกรูปภาพและวีดีโอบรรยากาศในวันสัมมนา ส่วนเบื้องหลังฝ่ายสารสนเทศ
จะรับผิดชอบออกแบบโลโก้ทีม , โลโก้งานสัมมนา , และโปสเตอร์ประชาสัมพันธ์ร่วมถึงทำ
วดิ ที ัศน์เพ่ือเชญิ ชวนใหท้ ราบถงึ วันงานสมั มนาและหัวขอ้ ในการสมั มนา
4.ออกแบบโลโกท้ ีมผูจ้ ดั และธีมนำเสนอ
5.การแพร่ภาพสดในการสัมมนา
คุณสมบตั ขิ องฝ่ายสารสนเทศ
1. มีความสามารถใช้โปรแกรมคอมพวิ เตอร์ชว่ ยในการตัดต่อวดิ ีโด
2. สามารถออกแบบโลโกแ้ ละโปสเตอรด์ ้วยเทคโนโลยีทเ่ี หมาะสม
3. มคี วามร้แู ละทักษะการใชอ้ ุปกรณ์ เช่น ตัดต่อวดิ ีโอ ถ่ายถอดสด
4. มีความคิดสรา้ งสรรค์ มฝี ีมือทางศิลปะ และสามารถคดิ ออกแบบได้
5. มมี นุษย์สัมพันธ์ทด่ี ี มคี วามสามารถในการทำงานเปน็ ทีม
ตารางภาระหน้าท่ีของฝา่ ยสารสนเทศ
ฝ่ายที่ งานท่ไี ด้รับ ความคืบหนา้ ครง้ั ท่ี 1 หมายเหตุ
รบั ผิดชอบ มอบหมาย
กำลงั สำเรจ็ ไม่สำเรจ็
ดำเนนิ การ ✓
- จัดทำวดี โี อผจู้ ดั และผนู้ ำ ✓
สารสนเทศ เสนอ
- ออกแบบโลโก้ทมี ผูจ้ ดั
และธีมนำเสนอ
40
ฝา่ ยที่ งานท่ีได้รบั ความคบื หน้าครงั้ ท่ี 1 หมายเหตุ
รบั ผดิ ชอบ มอบหมาย
กำลงั สำเรจ็ ไมส่ ำเร็จ
- จัดทำวิดีโอประชาสมั พันธ์
และโปสเตอร์ ดำเนินการ
ประชาสมั พนั ธ์
✓
- จดั ทำวดิ ีโอประมวลภาพ
✓ ดำเนนิ การใน
- เกบ็ รูปภาพและวิดีโอ ✓ วนั จัดงาน
บรรยากาศในวนั สัมมนา ต้องดำเนนิ การ
- รปู แบบเกียรตบิ ตั ร ✓ ในวันจัดงาน
- จดั เตรยี มช่องทางในการ ✓
สมั มนา อุปกรณท์ ี่ใช้ และ
ดำเนินการทดสอบช่องทาง
การสัมมนา
41
บทบาทหนา้ ทแี่ ละการปฏบิ ตั ิงานของฝ่ายวิชาการ
นางสาวซอฟียะห์ เลาะยะผา
นางสาวยูไรฟะห์ เราะสู
นางสาวนุรอซั ลิน เจ๊ะแว
นางสาวคีตภัทร รัตนเดช
หมายเลขโทรศัพทต์ ดิ ต่อ: 0843410474
หมายเลขโทรศัพทต์ ดิ ต่อ: 0936518917
รบั ผิดชอบตำแหนง่ วชิ าการ
หลงั การและเหตุผล
งานวิชาการเป็นงานที่มีความสำคัญในการจัดระบบงานให้รัดกุมและมีการดำเนินงานอย่างมี
ประสิทธภิ าพเนอ่ื งจากฝ่ายวิชาการต้องดำเนินการทำเอกสารและรายละเอียดการทำโครงการให้บรรลุ
ตามวัตถุประสงค์ที่วางไว้ ซึ่งฝ่ายวิชาการมีความคล้ายคลึงกันกับงานเลขานุการแต่งานด้านฝ่าย
วิชาการจะมีความแตกต่างกบั งานฝ่ายเลขานุการตรงทฝี่ ่ายวิชาการจะมีการจัดเตรียมเอกสารเป็นหลัก
โดยฝ่ายวชิ าการเป็นงานท่ีเกี่ยวข้องกบั การดูแลและรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ทำหน้าที่ ยกร่างคู่มือการ
จดั สัมมนา เตรียมเอกสารจดั ทำแฟ้ม และรวบรวมไฟล์งานท้ังหมด (สมจิตร เกดิ ปรางค์, 2545) ดังนั้น
ฝ่ายวิชาการนับเป็นงานสำคัญในการจัดระบบงาน เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการจัดเตรียม
เอกสารในการทำโครงการจดั สมั มนา
บทบาทและหน้าท่ขี องฝา่ ยวชิ าการ
1.คูม่ ือการจัดสัมมนา
2.รวบรวมไฟลง์ านของผู้นำเสนอใหพ้ ร้อมสำหรบั การแชร์ในวนั สัมมนา(ประสานงานกับฝา่ ย
สารสนเทศ)
3.รวบรวมไฟล์งานทงั้ หมด
42
คุณสมบตั ขิ องฝา่ ยวิชาการ
1. มีความรับผิดชอบ
2. มที ศั นคติท่ีดเี ปน็ ไปในแง่บวก
3. มีความคลอ่ งแคลว่
4. มีมนุษย์สมั พันธ์ที่ดี
5. มีการวางแผนในการทำงาน และมคี วามละเอียดรอบคอบ
6. รบั ฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ่ืน
7. มบี ุคลกิ ภาพทางใจ เก็บอารมณไ์ ด้
8. มีความมุง่ มั่นในการทำงาน และตดิ ตามงานอยา่ งมรี ะบบ
ตารางภาระหนา้ ที่ของฝ่ายวิชาการ
ฝา่ ยท่ี ความคบื หน้าคร้งั ที่ 1
รับผดิ ชอบ
งานทไี่ ด้รบั มอบหมาย กำลงั สำเรจ็ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนินการ สำเรจ็
-คมู่ ือการจดั สัมมนา ✓ เหลอื เล็ก ๆ
น้อย ๆ ราย
ละเอียดเ
-รวบรวมไฟล์งานของผู้ ✓
นำเสนอใหพ้ ร้อมสำหรับการ
ฝ่าย แชรใ์ นวันสมั มนา
วชิ าการ (ประสานงานกับฝา่ ย
สารสนเทศ)
-รวบรวมไฟล์งานท้งั หมด ✓
43
บทบาทหนา้ ท่แี ละการปฏิบัติงานของฝา่ ยประสานงาน
นายรุสมีซี เจะเฮาะ
หมายเลขโทรศัพทต์ ดิ ต่อ: 062-0630156
นางสาวสาวนิ ี สาสเู ลาะ
หมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ: 065-6340255
รับผดิ ชอบตำแหนง่ ประสานงาน
หลกั การและเหตุผล
การประสานงาน เป็นการติดต่อสื่อสารให้เกิดความคิด ความเข้าใจตรงกันในการร่วมมือ
ปฏบิ ัตงิ านใหส้ อดคล้องท้ังเวลา และกจิ กรรมทต่ี ้องกระทำให้บรรลุวัตถุประสงค์อย่างสมานฉันท์และมี
ประสิทธิภาพเพ่ือให้งานดำเนินไปอย่างราบร่ืน ไมเ่ กิดการทำงานซ้ำซ้อน ท้ังนกี้ ารประสานงานจึงเป็น
กระบวนการหนึ่งของการบริหารและการปฏิบัติงาน ความสำเร็จของการประสานงานขึ้นอยู่กับ
บทบาทและความสามารถของบุคคล การประสานงานเกิดจากความต้องการให้งานที่ทำประสบ
ผลสำเร็จ โดยผู้ปฏิบัติต้องมีความรบั ผดิ ชอบในบทบาทหนา้ ที่ของตนเองอย่างเหมาะสม รวมถึงมีการ
สื่อสารทตี่ รงกนั อยา่ งรวดเร็วและราบร่ืน เพอ่ื สามารถทำใหท้ ุกฝา่ ยปฏิบตั งิ านภายใต้เปา้ หมายเดียวกัน
(รตั นาภรณ์ ศรพี ยัคฆ์, 2553)
คณุ สมบตั ิของฝ่ายประสานงาน
1. มีทกั ษะการส่ือสาร
2. มกี ารวางแผนการทำงานอยา่ งเปน็ ระบบ
3. มคี วามอดทน และมีสติตลอดระยะเวลาการทำงาน
4. มคี วามรับผดิ ชอบในบทบาทหน้าท่ีไดร้ ับมอบหมาย
5. มีความละเอียดรอบคอบในบทบาทหนา้ ท่ีได้รับมอบหมาย
6. มบี ุคลิกภาพท่ีเหมาะสม และสามารถทำงานร่วมกบั ผู้อื่นได้
7. มคี วามตรงต่อเวลา
44
บทบาทและหนา้ ทขี่ องฝา่ ยประสานงาน
1. ติดตอ่ กบั กลมุ่ อน่ื เพ่ือต้องการทราบถึงรายละเอียดต่าง ๆ
2. ตดิ ต่อบุคลากรทั้งภายใน - ภายนอก และหน่วยงานตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้องกับการจดั สมั มนา
3. ติดตอ่ ประธาน และผ้ทู รงคุณวุฒิ ตามกำหนดการในแผนการดำเนนิ งาน
4. ตดิ ต่อเจา้ หน้าท่ีและอุปกรณ์สารสนเทศท่ใี ชใ้ นงานสมั มนาทั้งหมด
5. สำรองห้องประชุมสำหรบั ผทู้ รงคณุ วุฒิ คณาจารย์ คณะกรรมการ (แผน 2)
6. เตรยี มรา่ งกำหนดการ และร่างคำกลา่ วเปดิ – ปิดการสัมมนา
ตารางภาระหน้าทขี่ องฝ่ายประสานงาน
ฝา่ ยที่ งานทไ่ี ด้รบั ความคบื หน้าครั้งที่ 1
รับผิดชอบ มอบหมาย
กำลัง สำเร็จ ไม่ หมายเหตุ
ดำเนนิ การ สำเรจ็ อยรู่ ะหวา่ งการ
ประสานงาน
- ตดิ ต่อกบั กลุ่มอ่ืนเพื่อ
ตดิ ต่อก่อน
ตอ้ งการทราบถึงรายละเอียด เวลาประมาณ
10 – 15 นาที
ตา่ ง ๆ
- ติดต่อบุคลากรทง้ั ภายใน/
ภายนอก และหนว่ ยงานต่าง
ๆ ในการสอบถามขอ้ มลู ที่
เกี่ยวขอ้ งกบั การจดั สมั มนา
ฝ่าย - ติดต่อผู้ทรงฯ เขา้ ร่วมงาน
ประสานงาน ในแตล่ ะช่วงเวลา
- เรยี นเชญิ ประธานในพิธี
- ตอิ ต่อเจา้ หนา้ ที่และ
อุปกรณส์ ารสนเทศที่ใช้ใน
งานสมั มนาทัง้ หมด
- สำรองหอ้ ง
- กำหนดการโครงการ
สมั มนา