45 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20242. ด้านกระบวนการ 4.23 0.75 มาก ผ่านเกณฑ์3. ด้านผลที่ได้รับ 4.27 0.72 มาก ผ่านเกณฑ์รวม 4.27 0.72 มาก ผ่านเกณฑ์จากตารางที่ 2 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 มีความคิดเห็นทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก (x=4.27, S.D.=0.72) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด คือ ด้านปัจจัยนำเข้า มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.32, S.D.=0.68) รองลงมาคือ ด้านผลที่ได้รับ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.27, S.D.=0.72) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.23, S.D.=0.75)ตารางที่ 3 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นด้านปัจจัยนำเข้า ตามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ประเด็นการประเมินXS.D.ความหมายเกณฑ์x3.501. การประชาสัมพันธ์ และการประสานงานของการเข้าร่วมโครงการ4.27 0.86 มาก ผ่านเกณฑ์2. สถานที่และการจัดสถานที่มีความเหมาะสม4.48 0.76 มาก ผ่านเกณฑ์3. วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในจัดโครงการมีความเหมาะสมและมีจำนวนเพียงพอ4.33 0.77 มาก ผ่านเกณฑ์4. การกำหนดระยะเวลามีความเหมาะสม 4.25 0.81 มาก ผ่านเกณฑ์5. อาหารว่าง และหรืออาหารกลางวันมีความเหมาะสม4.24 0.89 มาก ผ่านเกณฑ์6. เนื้อหาที่ใช้ในการจัดโครงการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ4.32 0.82 มาก ผ่านเกณฑ์7. วิทยากรหรือผู้ดำเนินรายการมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับเรื่องที่บรรยาย4.33 0.81 มาก ผ่านเกณฑ์รวม 4.32 0.68 มาก ผ่านเกณฑ์จากตารางที่ 3 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 มีความคิดเห็นในด้านปัจจัยนำเข้า อยู่ในระดับมาก (x=4.32, S.D.=0.68) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นสถานที่และการจัดสถานที่มีความเหมาะสมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.48, S.D.=0.76) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นอาหารว่าง และหรืออาหารกลางวันมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.24, S.D.=0.89)
46 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ตารางที่ 4 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นด้านกระบวนการ ตามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ประเด็นการประเมินXS.D.ความหมายเกณฑ์x3.501. การลงทะเบียน และการการให้บริการของเจ้าหน้าที่4.30 0.81 มาก ผ่านเกณฑ์2. การดำเนินกิจกรรมโครงการเป็นไปตามลำดับกำหนดการ 4.27 0.78 มาก ผ่านเกณฑ์3. กิจกรรมการแนะแนวสถานที่ศึกษาต่อมีความเพียงต่อความต้องการ4.26 0.84 มาก ผ่านเกณฑ์4. กิจกรรมการแนะแนวสถานที่ศึกษาต่อมีความสอดคล้องกับสาขาวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัย4.25 0.87 มาก ผ่านเกณฑ์5. กิจกรรมการแนะแนวอาชีพมีความเพียงต่อความต้องการ4.13 0.96 มาก ผ่านเกณฑ์6. กิจกรรมการแนะแนวอาชีพมีความสอดคล้องกับสาขาวิชาที่มีการจัดการเรียนการสอนของวิทยาลัย4.19 0.92 มาก ผ่านเกณฑ์รวม 4.23 0.75 มาก ผ่านเกณฑ์จากตารางที่ 4 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 มีความคิดเห็นในด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก (x=4.23, S.D.=0.75) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นการลงทะเบียน และการการให้บริการของเจ้าหน้าที่ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.30, S.D.=0.81) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นกิจกรรมการแนะแนวอาชีพมีความเพียงต่อความต้องการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.13, S.D.=0.96)ตารางที่ 5 ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นด้านผลที่ได้รับ ตามความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ประเด็นการประเมินXS.D.ความหมายเกณฑ์x 3.501. ประโยชน์ที่ได้รับจากเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ4.37 0.80 มาก ผ่านเกณฑ์ 2.ท่านมีความรู้ ความเข้าใจที่ใช้ในการตัดสินใจสำหรับศึกษาต่อ4.23 0.82 มาก ผ่านเกณฑ์
47 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20243. ท่านมีความรู้ ความเข้าใจที่ใช้ในการตัดสินใจสำหรับการประกอบอาชีพ4.21 0.89 มาก ผ่านเกณฑ์4. โครงการนี้สะท้อนและกระตุ้นความรู้สึกให้ท่านเห็นคุณค่าของการศึกษา4.26 0.79 มาก ผ่านเกณฑ์5. กิจกรรมโครงการทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ระหว่างวิทยาลัย อาจารย์และนักศึกษา4.27 0.82 มาก ผ่านเกณฑ์6. ความพึงพอใจตลอดการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ4.26 0.85 มาก ผ่านเกณฑ์รวม 4.27 0.72 มาก ผ่านเกณฑ์จากตารางที่ 5 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 มีความคิดเห็นในด้านผลที่ได้รับ อยู่ในระดับมาก (x=4.27, S.D.=0.72) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นประโยชน์ที่ได้รับจากเข้าร่วมกิจกรรมโครงการมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (x=4.37, S.D.=0.80) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นท่านมีความรู้ ความเข้าใจที่ใช้ในการตัดสินใจสำหรับการประกอบอาชีพ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.21, S.D.=0.89)ตอนที่ 3 ความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม จริยธรรมผลการวิเคราะห์ความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม นำเสนอผลการวิเคราะห์ในภาพรวม และแต่ละประเด็น นำเสนอผลการวิเคราะห์ในภาพรวม และรายด้าน โดยสรุปผลและเปรียบเทียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือ นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการมีความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 รายละเอียดดังตารางที่ 6ตารางที่ 6 ค่าจำนวน ร้อยละความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการาศึกษา 2566ความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตนอย่างมีคุณธรรม จริยธรรมถูกต้อง ไม่ถูกต้องจำนวน ร้อยละ จำนวน ร้อยละ1. คนที่มีความฉลาดทางอารมณ์เป็นคนที่เข้าใจผู้อื่นเห็นอกเห็นใจ ยอมรับข้อบกพร่องของผู้อื่น และจัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ดี183 98.39 3 1.612. ทักษะชีวิตในการริเริ่มและการชี้นําตนเอง เป็นสิ่งที่มีความสําคัญเนื่องจากเป็นทักษะที่184 98.32 2 1.08
48 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ต้องพัฒนาให้ตัวเรา สามารถดำเนินชีวิตไปในทางที่ถูกต้อง3. ทักษะทางสังคมและการเรียนรู้ข้ามวัฒนธรรมเป็นสิ่งที่จำเป็นต่อชีวิตประจำวันเพียงแต่ภายในประเทศเท่านั้น104 55.91 82 44.094. ความเป็นผู้นําเป็นความรับผิดชอบที่ได้รับมอบหมายหน้าที่เมื่อได้ปฏิบัติภาระงาน163 87.63 23 12.375. การศึกษามี 3 รูป คือ การศึกษาในระบบ การศึกษานอกระบบ การศึกษาตามอัธยาศัย166 89.25 20 10.756. การศึกษาช่วยขัดเกลาให้ผู้ได้รับการศึกษามีจิตใจอันดีงาม มีจิตสำนึกและคุณธรรม รู้ว่าสิ่งใดควรทำ ไม่ควรทำ182 97.85 4 2.15รวม 982 87.99 134 12.01จากตารางที่ 6 ผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 มีความรู้ ความเข้าใจทักษะชีวิต ทักษะการทำงานและการศึกษาที่นำไปสู่การปฏิบัติตน อย่างมีคุณธรรม จริยธรรม ในภาพรวม คิดเป็นร้อยละ 87.99ตอนที่4 ผลการวิเคราะห์ความคาดหวัง ปัญหา และข้อเสนอแนะตอนที่ 4 เป็นการนำเสนอความคาดหวัง ปัญหาและข้อเสนอแนะของการจัดโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 โดยนำเสนอผลการวิเคราะห์โดยการตีความ สรุปประเด็น วิเคราะห์เนื้อหา (content analysis) แยกตามประเด็น คือ ความคาดหวัง ปัญหา และข้อเสนอแนะ มีรายละเอียด ดังตารางที่ 7-8ตารางที่ 7 ความถี่ของความคาดหวังของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ความคาดหวัง ความถี่1. ได้ข้อมูลที่ใช้ในการประกอบการตัดสินในใจในการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี522. ได้รับความรู้และช่องทางของการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 83. คาดหวังให้มีเวลาในการแนะแนวและมหาวิทยาลัยทางเลือกมากกว่าที่เชิญ 54. คาดหวังข้อมูลการศึกษาที่มีความชัดเจนและช่องทางการเรียนที่หลากหลาย 2รวม 67จากตารางที่ 7 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการเสนอความถี่ของความคาดหวังจากการเข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ทั้งหมดจำนวน 4 ประเด็น 67 ความถี่ โดยมีความถี่ของความหวังตามลำดับดังนี้ 1) ได้ข้อมูลที่ใช้ในการประกอบการตัดสินในใจในการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 2) ได้รับความรู้และช่องทางของการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี 3) คาดหวังให้มีเวลาในการแนะแนวและมหาวิทยาลัยทางเลือกมากกว่าที่เชิญ และ 4) คาดหวังข้อมูลการศึกษาสาขาวิชาการศึกษาปฐมวัยที่มีความชัดเจนและช่องทางการเรียนที่หลากหลาย
49 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ตารางที่ 8 ความถี่ของปัญหาและข้อเสนอแนะของผู้เข้าร่วมโครงการปัจฉิมนิเทศนักศึกษา ประจำปีการศึกษา 2566 ปัญหาและข้อเสนอแนะ ความถี่1. ควรมีการจัดสรรเวลาในการแนะแนวให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อเนื้อที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมมา182. การแนะแนวไม่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาที่มีผู้สำเร็จการศึกษา 83. ควรมีการแนะแนวของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่เป็นแนวทางในการศึกษาต่อ 5รวม 31จากตารางที่ 11 พบว่า ผู้เข้าร่วมโครงการเสนอความถี่ของความคาดหวังจากการเข้าร่วมโครงการการพัฒนาศักยภาพการเรียนการสอน ที่เน้นผู้เรียน ทั้งหมดจำนวน 3 ประเด็น 31 ความถี่ โดยความถี่ตามลำดับดังนี้ 1) ควรมีการจัดสรรเวลาในการแนะแนวให้มีความเหมาะสมและเพียงพอต่อเนื้อที่ทางมหาวิทยาลัยได้จัดเตรียมมา 2) การแนะแนวไม่ครอบคลุมทุกสาขาวิชาที่มีผู้สำเร็จการศึกษา และ 3) ควรมีการแนะแนวของผู้ขาดแคลนทุนทรัพย์ที่เป็นแนวทางในการศึกษาต่อภาพกิจกรรม
50 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024 โครงการสร้างความรู้รักสามัคคีปรองดองในมิติศาสนา 1.งบประมาณ 22,200.-บาท (สองหมื่นสองพันสองร้อยบาทถ้วน)2. ความเป็นมาของกิจกรรม โครงการและกิจกรรมทรัพยากรที่มีความสำคัญและมีผลต่อการขับเคลื่อนของชุมชน และองค์กรมากที่สุดคือมนุษย์ บุคลากรเป็นผู้กำหนดความสำเร็จของชุมชนและองค์กร เพราะบุคลากรหรือมนุษย์มีคุณสมบัติพิเศษเหนือทรัพยากรอื่นๆ คือการรู้จักคิดสามารถใช้ความคิดปรับปรุงดัดแปลงสภาวะแวดล้อมในรูปแบบต่างๆได้อย่างมากมาย รวมถึงความสามารถในการแก้ปัญหาให้ผ่านพ้นไปด้วยดี แต่สิ่งที่ควบคุมยากที่สุดคือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของคนให้ไปในทิศทางที่ต้องการ การปฏิบัติงานในชุมชนหรือองค์กรจำเป็นต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม การทำความเข้าใจที่ตรงกันจึงเป็นสิ่งจำเป็นตามมา เพื่อเป็นการสร้างความสามัคคีในหมู่นักศึกษา ไม่ให้เกิดความขัดแย้ง การแบ่งฝักแบ่งฝ่าย วิทยาลัยชุมชนสตูลจึงได้จัดทำโครงการสร้างความรู้รักสามัคคีปรองดองในมิติศาสนา กิจกรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขแบบสังคมพหุวัฒนธรรม คือ 1. การอยู่ร่วมกันต้องมีความเข้าใจในหลักศาสนาหรือความเชื่อซึ่งกันและกัน 2. มีการปฏิสัมพันธ์กันโดยไปมาหาสู่ระหว่างกัน ไม่แบ่งแยกตัดขาดกัน 3. มีคุณธรรม และจริยธรรม รู้ความต้องการของเขาของเรา 4. การระงับข้อพิพาทด้วยความเห็นใจกัน โดยไม่พูดถึงเรื่องผิดหรือถูก พร้อมทั้งโน้มนำพระราชดำรัส พระบาทสมเด็จ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นหลักในการดำเนินชีวิต การอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์ เพื่อแสดงความถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันหลักของปวงชนชาวไทย 3. วัตถุประสงค์ 1.เพื่อสร้างทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีงาม ในการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์2.เพื่อส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของวิถีชาวสตูล4. กลุ่มเป้าหมาย- นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสตูล จำนวน 100 คน
51 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20245. วิธีดำเนินการและรายละเอียดระยะเวลา . วิธีการ/การดำเนินงาน งบประมาณ(บาท)หมายเหตุมค.67 โครงการสร้างความรู้รักสามัคคีปรองดองในมิติศาสนา(กิจกรรมการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขแบบสังคมพหุวัฒนธรรม)1.ดำเนินการขออนุมัติโครงการฯกำหนดกลุ่มเป้าหมายตามแผนงาน คือ นักศึกษา 100 คน 2.ประสานงานวิทยากร ศาสนาพุทธ, อิสลาม, ศาสนาอื่นๆกพ.67 1.บรรยายพิเศษเรื่องที่ 1 เรื่องวัฒนธรรมและวิถีชีวิต โดยวิทยากร 2 ท่าน คือ พระครูสุนทรธรรมนิเทศ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนาธิปเฉลิม พระอารามหลวง2.บรรยายพิเศษเรื่องที่ 2 เรื่องความรู้เกี่ยวกับการอยู่ร่วมกันในสังคมพหุวัฒนธรรม โดยวิทยากร นายฮาสัน พรัดขำ อิหม่ามประจำมัสยิดบูเก็ตบูหงา3.แบบสอบถามความพึงพอใจในการการจัดกิจกรรม22,200มีค.67 สรุป และรายงานผลฯ6. ผลการดำเนินงาน1. นักศึกษาเข้าร่วมโครงการฯ คิดเป็นร้อยละ 1442. สามารถสร้างทัศนคติและจิตสำนึกที่ดีงาม ในการอยู่ร่วมกันอย่างสมานฉันท์3. ได้ส่งเสริมการอยู่ร่วมกันตามแบบสังคมพหุวัฒนธรรมของวิถีชาวสตูล7. เชิงคุณภาพโดยการประเมินนี้เก็บรวบรวมแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์และนำมาวิเคราะห์ผล จำนวน 112 ฉบับ มีรายละเอียดผลการประเมิน ดังนี้ 1.ผู้เข้าร่วมโครงการสร้างความรู้รักสามัคคีปรองดองในมิติศาสนา จากกลุ่มเป้าหมาย 100 คน นักศึกษามาเข้าร่วมมจริง 144 คน คิดเป็นร้อยละ 144 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง จำนวน 122 คน คิดเป็นร้อยละ 84.72 และเป็นเพศชาย จำนวน 22 คน คิดเป็นร้อยละ 15.272. ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความคิดเห็นทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก (x=4.31, S.D.=0.67) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมาก คือ ด้านผลที่ได้รับ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.39,
52 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024S.D.=0.61) รองลงมาคือ ด้านกระบวนการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.33, S.D.=0.59) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านวัตถุประสงค์ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.23, S.D.=0.51) 2.1 ด้านวัตถุประสงค์ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(x=4.23, S.D.=0.51) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ การส่งเสริมให้นักศึกษาได้ทำกิจกรรมร่วมกัน มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.12, S.D.=0.56) อันดับรองลงมาคือ และรู้จักแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(x=4.06, S.D.=0.612.2 ด้านกระบวนการ ผู้เข้าร่วมโครงการฯ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(x=4.33, S.D.=0.61) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นรูปแบบกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.36, S.D.=0.65) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.31, S.D.=0.61) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นการประชาสัมพันธ์ และการประสานงานของการเข้าร่วมโครงการ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.30, S.D.=0.74)2.3 ด้านผลที่ได้รับ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมมีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.39, S.D.=0.57) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นจิตสำนึก ทัศนคติ ความตระหนักความยุติธรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.39, S.D.=0.51) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการมีส่วนร่วมและในการทำงานเป็นทีม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (x=4.37, S.D.=0.59) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความบันเทิง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด (x=431., S.D.=0.51)8. ข้อเสนอแนะ/ปรับปรุง1. ควรมีการจัดการอบรมลักษณะนี้หลายๆรุ่นเพราะมีนักศึกษาสนใจอีกมาก2. ควรมีการจัดกิจกรรมทัศนศึกษานอกพื้นที่ ให้นักศึกษาร่วมทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เช่น วัด มัสยิด เป็นต้น
53 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20249. ภาพกิจกรรม
54 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024โครงการส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 1. กิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ 2. กิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวงบประมาณ 10,000.-บาท(หนึ่งหมื่นบาทถ้วน)2. ความเป็นมาของกิจกรรม โครงการและกิจกรรมชาติ คือสิ่งที่แสดงถึงที่มาที่ไปและความเป็นเอกลักษณ์ของเผ่าพันธุ์ ชาติไทยเป็นสิ่งที่เราต้องรัก และหวงแหน ศาสนา คือที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ และพระมหากษัตริย์ คือศูนย์รวมใจคนไทยทั้งชาติ ทั้งสามสิ่งนี้ล้วนแต่ทำให้คนไทยรักสามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน ยึดมั่นในการทำความดีตามหลัก พุทธศาสนา ก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพของคนในชาติ ด้วยเหตุผลดังกล่าววิทยาลัยชุมชนสตูล จึงได้จัดโครงการส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้แก่นักศึกษาเพื่อปลูกฝังอุปนิสัย ความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ให้คงอยู่ตลอดไป โดยจัดกิจกรรมขับเคลื่อนได้แก่ กิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติ กิจกรรมวันสำคัญเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ เป็นต้น เพื่อให้การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตนักศึกษาให้บรรลุคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยมาตรฐาน 5 ด้าน คือ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะเชาว์ปัญญา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ด้านวิเคราะห์เชิงตัวเลข มีการเรียนรู้สูง ดำรงชีวิตอยู่สังคมอย่างเหมาะสมมีความสุข เกิดความมั่นใจ มีเจตคติที่ดี เข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณี โดยอาศัยกระบวนการฝึกฝนปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง ผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพ ตัวบ่งชี้ที่ 1.3 พัฒนากิจกรรมนักศึกษา และสามารถปฏิบัติตามอัตลักษณ์วิทยาลัยชมุชนสตูล คือ “พัฒนาทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” ได้อย่างสมบูรณ์3. วัตถุประสงค์3.1 เพื่อให้นักศึกษาเห็นความสำคัญของ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ 3.2 เพื่อปลูกฝังอุปนิสัยความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้กับนักศึกษา 4. กลุ่มเป้าหมาย- นักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสตูลระดับอนุปริญญา 200 คน5. วิธีดำเนินการและรายละเอียดระยะเวลา โครงการ/กิจกรรม วิธีการ/การดำเนินงาน งบประมาณ หมายเหตุมิย.-กค.67 รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์1.จัดทำโครงการเสนอเพื่อขออนุมัติฯ2. จัดกิจกรรมเข้าแถวเคารพธงชาติผู้เข้าร่วมกิจกรรม คือ ผู้บริหาร อาจารย์บุคลากร และนักศึกษา3. จัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ10,000
55 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ระยะเวลา โครงการ/กิจกรรม วิธีการ/การดำเนินงาน งบประมาณ หมายเหตุพระบาทสมเด็จ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวสค.67 - ประเมินผล และจัดทำรายงาน สรุปการดำเนินโครงการ/กิจกรรม--6. ผลการดำเนินงาน6.1 วิทยาลัยชุมนสตูลมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่กำหนดโดยวิทยาลัยชุมชน คือ “พัฒนาทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” 6.2 วิทยาลัยชุมชนสตูลส่งเสริมและปลูกฝังอุปนิสัยความรักและภูมิใจในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้กับนักศึกษา 7. เชิงคุณภาพโดยการประเมินนี้เก็บรวบรวมแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์และนำมาวิเคราะห์ผล จำนวน 200 ฉบับ รายละเอียดผลการประเมิน ดังนี้ 7.1 ผู้เข้าร่วมโครงการส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ กิจกรรมกิจกรรมเข้าแถวเคารพ ธงชาติ และกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รวมทั้งสิ้น 200 คน เป็นเพศหญิง 120 คน คิดเป็นร้อยละ 60 เพศชาย จำนวน 80 คน คิดเป็นร้อยละ 407.2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก( =4.21, S.D.=0.51) โดยด้าน ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านผลที่ได้รับ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ที่สุด( =4.59, S.D.=0.61) รองลงมา คือ ด้านความพึงพอใจโดยรวมของกิจกรรมนี้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.21, S.D.=0.59) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการการจัดกิจกรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(= 3.95, S.D.=0.57) 7.2.1 ด้านวัตถุประสงค์ : ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านวัตถุประสงค์ อยู่ในระดับมาก(=4.09, S.D.=0.59) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรก คือ การเรียนรู้กระบวนการ การจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.12, S.D.=0.56) อันดับรองลงมา คือ นักศึกษาได้รับพัฒนาให้มีคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ด้านความรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ การวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.06, S.D.=0.61)7.2.2 ด้านกระบวนการ: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก(=3.95, S.D.=0.61) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นรูปแบบกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( =4.02, S.D.=0.65) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=3.98, S.D.=0.61) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(=3.82, S.D.=0.74)7.2.3 ด้านผลที่ได้รับ: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านผลที่ได้รับ อยู่ในระดับมากที่สุด( =4.35, S.D.=0.55) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับ
56 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024แรกคือ ประเด็นจิตสำนึก ทัศนคติ ความตระหนักความยุติธรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.61, S.D.=0.51) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการมีส่วนร่วมและในการทำงานเป็นทีม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.55, S.D.=0.59) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความบันเทิง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =435., S.D.=0.51)7.3 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ให้ข้อคิดเห็นตามลำดับความถี่ คือ 1) เพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการให้รู้ทั่วถึงและหลากหลายช่องทาง 2) ควรจัดกิจกรรมหลายๆ ครั้ง เพื่อให้เพื่อนนักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น 8. ภาพโครงการส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 8. ภาพโครงการส่งเสริมความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
57 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024 โครงการจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชน หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี งบประมาณที่ใช้ 15,600.-บาท.-บาท2. ความเป็นมาของกิจกรรม โครงการและกิจกรรมการปลูกจิตสำนึกด้านจิตสาธารณะหรือจิตอาสา คือการปลูกฝังให้เยาวชนมีความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม เป็นการสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้เยาวชนรู้จักเสียสละ ทำงานโดยไม่หวังสิ่งตอบแทนเกิดจากการร่วมแรงร่วมใจและร่วมมือในการทำกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เพื่อส่วนรวมหรือกิจกรรมที่ช่วยลดปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิและสร้างประโยชน์สุขของคนในสังคมร่วมกัน อีกทั้งกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์เป็นการปลูกฝังนิสัยความมีน้ำใจและการช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมด้วยการคำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมและชุมชนควบคู่กันไปกับการศึกษา ซึ่งเป็นการสร้างและพัฒนาสถาบันการศึกษาให้มีความมั่นคงและยั่งยืน พัฒนานักศึกษาเรียนให้มีจิตสาธารณะ รู้จักการช่วยเหลือผู้อื่น ทำประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นของตนเองรวมไปถึงปลูกฝังให้นักบ้านเกิดของตนอีกด้วยเพื่อให้การจัดการศึกษาในระดับอุดมศึกษา มีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตนักศึกษาให้บรรลุคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่ประกอบด้วยมาตรฐาน 5 ด้าน คือ ด้านคุณธรรมจริยธรรม ด้านความรู้ ด้านทักษะเชาว์ปัญญา ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ ด้านวิเคราะห์เชิงตัวเลข มีการเรียนรู้สูง ดำรงชีวิตอยู่สังคมอย่างเหมาะสมมีความสุข เกิดความมั่นใจ มีเจตคติที่ดี เข้าใจถึงวัฒนธรรมประเพณี โดยอาศัยกระบวนการฝึกฝนปฏิบัติตนอย่างต่อเนื่อง ผ่านเกณฑ์การประกันคุณภาพ ตัวบ่งชี้ที่ 1.3พัฒนากิจกรรมนักศึกษา และสามารถปฏิบัติตามอัตลักษณ์วิทยาลัยชมุชนสตูล คือ “พัฒนาทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” ได้อย่างสมบูรณ์
58 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20243. วัตถุประสงค์3.1 เพื่อพัฒนาให้นักศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่กำหนดโดยวิทยาลัยชุมชน คือ “พัฒนาทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” 3.2 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันสำคัญของสถาบันพระมหากษัตริย์ 4. กลุ่มเป้าหมายนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสตูลระดับอนุปริญญา 100 คน5. วิธีดำเนินการและรายละเอียดระยะเวลา กิจกรรม วิธีการ/การดำเนินงาน งบประมาณ หมายเหตุพค.67 จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี- กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชนเป็นบริเวณโดยรอบวิทยาลัยชุมชนสตูล และมัสยิดลูโป๊ะฆอเลาะ ม.4 ต.เกตรี อ.เมืองสตูล จ.สตูล15,600.-บาทมิย.67 - ประเมินผล และจัดทำรายงาน สรุปการดำเนินโครงการ6. ผลการดำเนินงาน6.1 วิทยาลัยชุมนสตูลมีกิจกรรมที่ส่งเสริมให้นักศึกษามีคุณลักษณะที่พึงประสงค์ที่กำหนดโดยวิทยาลัยชุมชน คือ “พัฒนาทักษะชีวิต มีจิตสาธารณะ” 6.2 นักศึกษาได้ร่วมทำกิจกรรมที่มีประโยชน์ต่อตนเองและชุมชน และสร้างจิตสำนึกให้นักศึกษาทำกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษาสมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี 7. เชิงคุณภาพโดยการประเมินนี้เก็บรวบรวมแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์และนำมาวิเคราะห์ผล จำนวน 100 ฉบับ มีรายละเอียดผลการประเมิน ดังนี้ 7.1 ผู้เข้าร่วมโครงการจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์แก่ชุมชน หรือรักษาสิ่งแวดล้อม กิจกรรม จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี รวมทั้งสิ้น 100 คน เป็นเพศหญิง 66 คน คิดเป็นร้อยละ 66 เพศชาย จำนวน 34 คน คิดเป็นร้อยละ 347.2 ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นทั้ง 3 ด้าน อยู่ในระดับมาก( =4.21, S.D.=0.51) โดยด้าน ที่มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด คือ ด้านผลที่ได้รับ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ที่สุด( =4.59, S.D.=0.61) รองลงมา คือ ด้านความพึงพอใจโดยรวมของกิจกรรมนี้ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.21,
59 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024S.D.=0.59) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยที่สุด คือ ด้านกระบวนการการจัดกิจกรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(= 3.95, S.D.=0.57) 7.2.1 ด้านวัตถุประสงค์ : ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านวัตถุประสงค์ อยู่ในระดับมาก(=4.09, S.D.=0.59) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรก คือ การเรียนรู้กระบวนการ การจัดกิจกรรมสาธารณะประโยชน์ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.12, S.D.=0.56) อันดับรองลงมา คือ นักศึกษาได้รับพัฒนาให้มีคุณลักษณะของบัณฑิตที่พึงประสงค์ด้านความรู้ ด้านทักษะความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและความรับผิดชอบ การวิเคราะห์เชิงตัวเลข การสื่อสารการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=4.06, S.D.=0.61)7.2.2 ด้านกระบวนการ: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านกระบวนการ อยู่ในระดับมาก(=3.95, S.D.=0.61) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นรูปแบบกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก ( =4.02, S.D.=0.65) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการเวลาที่ใช้ในการจัดกิจกรรมมีความเหมาะสม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก (=3.98, S.D.=0.61) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นการประชาสัมพันธ์การจัดกิจกรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก(=3.82, S.D.=0.74)7.2.3 ด้านผลที่ได้รับ: ผู้เข้าร่วมกิจกรรมฯ มีความคิดเห็นในด้านผลที่ได้รับ อยู่ในระดับมากที่สุด( =4.35, S.D.=0.55) ในภาพรวมผ่านเกณฑ์ทุกประเด็น โดยประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับแรกคือ ประเด็นจิตสำนึก ทัศนคติ ความตระหนักความยุติธรรม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.61, S.D.=0.51) อันดับรองลงมาคือ ประเด็นการมีส่วนร่วมและในการทำงานเป็นทีม มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =4.55, S.D.=0.59) ส่วนประเด็นที่มีความคิดเห็นเป็นอันดับสุดท้ายคือ ประเด็นความสนุกสนาน เพลิดเพลิน ความบันเทิง มีความคิดเห็นอยู่ในระดับมากที่สุด ( =435., S.D.=0.51)7.3 ผู้เข้าร่วมโครงการฯ ให้ข้อคิดเห็นตามลำดับความถี่ คือ 1) เพิ่มการประชาสัมพันธ์โครงการให้รู้ทั่วถึงและหลากหลายช่องทาง 2) ควรจัดกิจกรรมหลายๆ ครั้ง เพื่อให้เพื่อนนักศึกษาได้เข้าร่วมกิจกรรมเพิ่มมากขึ้น 9. ภาพกิจกรรม
60 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ภาพกิจกรรม
61 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024โครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566 งบประมาณที่ใช้ จำนวน 50,000.-บาท(ห้าหมื่นบาทถ้วน)2. ความเป็นมาของแผนงาน โครงการและกิจกรรมสภาพสังคมไทยในปัจจุบัน มีการเปลี่ยนแปลงการดำรงชีวิตในสังคมจากครอบครัวขยาย กลายเป็นครอบครัวเดี่ยว อีกทั้งสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทำให้พ่อแม่ต้องประกอบอาชีพนอกบ้าน ส่งผลให้สภาพครอบครัวขาดความอบอุ่น เยาวชนในครอบครัวขาดการดูแลและชี้แนะในสิ่งที่เหมาะสม ประกอบกับความก้าวหน้าของเทคโนโลยีในยุคโลกาภิวัตน์ และวัฒนธรรมข้ามชาติ ทำให้เยาวชนถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้า เช่น สื่อลามกในโลกอินเตอร์เน็ต สิ่งเหล่านี้มีผลทำให้เยาวชนเกิดพฤติกรรมทางเพศที่ไม่เหมาะสม ด้วยการขาดวุฒิภาวะและทักษะในการควบคุมอารมณ์ ทางเพศของตนเอง เยาวชนจึงมีเพศสัมพันธ์ในเวลาที่ไม่เหมาะสมขาดความเข้าใจเรื่องเพศศึกษา จึงส่งผลให้เกิดการตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ วิทยาลัยชุมชนสตูล ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว จึงจัดทำโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส เพื่อให้นักศึกษาหรือเยาวชนได้เรียนรู้เรื่องเพศศึกษา และพัฒนาการทางเพศของตนเอง โดยให้เด็กและเยาวชนมีส่วนร่วมในการคิด มีการเรียนรู้โดยใช้กลุ่มเพื่อน เปิดโอกาสให้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝึกให้เยาวชนได้คิดถึงปัญหาทางเพศ การแก้ไขและการป้องกันปัญหา และในส่วนของคุณแม่วัยใส นั้นจะดำเนินการจัดอบรมอาชีพ เพื่อเป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตแก่คุณแม่วัยใส3. วัตถุประสงค์1. เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ของวัยรุ่น 2. เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคเอดส์) 3. เพื่อสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังและป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยเรียน 4. กลุ่มเป้าหมายนักศึกษาวิทยาลัยชุมชนสตูล 40 คน อาจารย์/บุคลากร 2 คน 5. วิธีดำเนินการ1. วางแผนการดำเนินงาน2. วิเคราะห์สถานการณ์และข้อมูลสถิติของจังหวัดสตูล เพื่อวางแผนในการดำเนินกิจกรรมป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นวิเคราะห์ สำรวจความเป็นไปได้ในการจัดฝึกอบรม3. คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นจังหวัด4. ประสานกลุ่มเป้าหมาย / วิทยากร / และผู้ที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรม6. จัดกิจกรรมตามโครงการฯ โดยมีกิจกรรมดังนี้6.1 การบรรยาย ให้ความรู้ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นและสถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดสตูล6.2 แบ่งกลุ่มการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อสร้างความตระหนักและหาแนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน6.3 กิจกรรมสร้างความสัมพันธ์หรือสันทนาการ เพื่อให้เด็กแต่ละชุมชนแลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเป็นกลไกลเครือข่ายในการเฝ้าระวังปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่นในระดับพื้นที่หรือชุมชน6.4 สรุปผลการจัดโครงการ
62 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20246.5 ประเมินความรู้ความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมกิจกรรม7. รายละเอียดในการดำเนินการโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566 ระหว่างวันที่ 26-27 ธันวาคม 2566 ณ ริเวอร์ไซค์รีสอร์ท ต.น้ำผุด อ.ละงู จ.สตูล กลุ่มเป้าหมายเข้าโครงการ คือ นักศึกษา จำนวน 40 คน วิทยากรฝึกอบรม โดย (1)นางสาวเปมิกรณ์ แก้วสงค์ ตำแหน่ง พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี นิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล (2) นางสาวมารีนา เตบสัน พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ สถานีอนามัยเฉลิมพระเกียรติ 60 พรรษา นวมินทราชินี นิคมพัฒนา อำเภอมะนัง จังหวัดสตูล (3) ดร.สุรชัย สุริแสง อาจารย์พิเศษมหาวิทยาลัยทักษิณ จ.สงขลา มีเนื้อหา ดังนี้7.1 การป้องกันและแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น7.2 การป้องกันและแก้ไขปัญหาการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ (โรคเอดส์) 7.3 แลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็นร่วมกัน เพื่อสร้างความตระหนักและหาแนวทางป้องกัน และแก้ไขปัญหาเด็กและเยาวชนการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นและสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังในชุมชน7.4 กฎหมายป้องกันและแก้ปัญหาท้องในวัยรุ่น7.5 การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังการเกิดปัญหาแม่วัยใสผลการประเมินโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566ตอนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ตอบแบบสอบถามตารางที่ 1 แสดงจำนวนและร้อยละของเพศที่ตอบแบบประเมินโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566เพศ จำนวน ร้อยละชาย 19 47.5หญิง 21 52.5รวม 40 100.0จากตารางที่ 1 พบว่า เพศที่ตอบแบบประเมินโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566 ส่วนใหญ่เป็นเพศหญิง คิดเป็นร้อยละ 52.5 และเป็นเพศชาย คิดเป็นร้อยละ 47.5ตารางที่ 2 แสดงจำนวนและร้อยละของช่วงอายุที่ตอบแบบประเมินป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น (แม่วัยใส) ประจำปี 2559ช่วงอายุ จำนวน ร้อยละระหว่าง 20-25 ปี 32 80ระหว่าง 25-30 ปี 8 20มากว่า 30 ปี - -รวม 40 100.0จากตารางที่ 2 พบว่า ช่วงอายุที่ตอบแบบประเมินโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566 ส่วนใหญ่เป็นช่วงอายุ 20 - 25 ปี คิดเป็นร้อยละ 80 และช่วงอายุ 25-30 ปี คิดเป็นร้อยละ 20
63 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024 ตอนที่ 3 ความคิดเห็นในการเข้าร่วมโครงการตารางที่ 3 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการส่งเสริมและป้องกันคุณแม่วัยใส ประจำปีการศึกษา 2566รายการประเมินระดับความพึงพอใจมากXS.D ระดับที่สุดมาก ปานกลางน้อย น้อยที่สุดด้านปัจจัยนำเข้า1. การประชาสัมพันธ์ และการประสานงานของการเข้าร่วมโครงการ42.2 51.1 6.7 0.0 0.0 4.36 0.61 มาก2. สถานที่ และการเลือกสถานที่ในการจัดโครงการมีความเหมาะสม77.8 22.2 0.0 0.0 0.0 4.78 0.42 มากที่สุด3. วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในจัดโครงการมีความเหมาะสมและมีจำนวนเพียงพอ64.4 33.3 2.2 0.0 0.0 4.62 0.53 มากที่สุด4. การกำหนดระยะเวลามีความเหมาะสม 37.8 53.3 8.9 0.0 0.0 4.29 0.63 มาก5. อาหารว่าง และหรืออาหารกลางวันมีความเหมาะสม51.1 48.9 0.0 0.0 0.0 4.51 0.51 มากที่สุด6. เนื้อหาที่ใช้ในการจัดโครงการสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโครงการ64.4 35.6 0.0 0.0 0.0 4.64 0.48 มากที่สุด7. วิทยากร หรือผู้ดำเนินรายการมีความรู้ ความสามารถเหมาะสมกับเรื่องที่บรรยาย66.7 33.3 0.0 0.0 0.0 4.67 0.48 มากที่สุดภาพรวมด้านปัจจัยนำเข้า 4.55 0.38 มากที่สุดด้านกระบวนการ8. การลงทะเบียน 42.2 48.9 8.9 0.0 0.0 4.33 0.64 มาก9. การบริการของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง 53.3 46.7 0.0 0.0 0.0 4.53 0.50 มากที่สุด10. การดำเนินกิจกรรมโครงการเป็นไปตามลำดับของกำหนดการ55.6 33.3 11.1 0.0 0.0 4.44 0.69 มาก11. บรรยายหัวข้อเรื่อง “สถานการณ์การตั้งครรภ์ในวัยรุ่นจังหวัดสตูล ความรู้เรื่องเพศศึกษาและการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น”64.4 35.6 0.0 0.0 0.0 4.64 0.48 มากที่สุด12. กิจกรรม “กิจกรรมการเรียนรู้ 5 ฐาน พร้อมสรุปกิจกรรม”60.0 28.9 11.1 0.0 0.0 4.49 0.69 มาก
64 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024รายการประเมินระดับความพึงพอใจมากXS.D ระดับที่สุดมาก ปานกลางน้อย น้อยที่สุด13. กิจกรรม “เสริมสร้างพลังวัยรุ่น ป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น”80.0 20.0 0.0 0.0 0.0 4.80 0.40 มากที่สุด14. กิจกรรม “ชี้จุด ล้อมรั่ว สร้างกำแพง” 64.4 35.6 0.0 0.0 0.0 4.64 0.48 มากที่สุด15. กิจกรรม “รู้รัก รู้จักป้องกันตนเอง” 60.0 33.3 6.7 0.0 0.0 4.53 0.63 มากที่สุด16. การอภิปราย “บทบาทการทำงานของหน่วยงานรัฐ กับการดำเนินการช่วยเหลือผู้ประสบปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม”53.3 46.7 0.0 0.0 0.0 4.53 0.50 มากที่สุด17. การอภิปราย “บทบาทวัยทีน กับปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อม”66.7 33.3 0.0 0.0 0.0 4.67 0.48 มากที่สุด18. การแลกเปลี่ยน การซักถาม แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับโครงการ62.2 37.8 0.0 0.0 0.0 4.62 0.49 มากที่สุดภาพรวมด้านกระบวนการ 4.57 0.42 มากที่สุดด้านผลที่ได้รับ19. ประโยชน์ที่ได้รับจากเข้าร่วมกิจกรรมของโครงการ71.1 28.9 0.0 0.0 0.0 4.71 0.46 มากที่สุด20. ท่านได้รับความรู้ ความเข้าใจ ในพื้นที่ในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 75.6 24.4 0.0 0.0 0.0 4.76 0.43 มากที่สุด21. ท่านทราบถึงบริการของหน่วยงานรัฐ ที่ดำเนินงานเกี่ยววัยรุ่น และปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น 62.2 24.4 13.3 0.0 0.0 4.49 0.73 มาก22. การดำเนินงานโครงการเป็นการสร้างเครือข่ายและกลไกในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นในชุมชน57.8 40.0 2.2 0.0 0.0 4.56 0.55 มากที่สุด23. ความพึงพอใจตลอดการเข้าร่วมกิจกรรมโครงการ75.6 24.4 0.0 0.0 0.0 4.76 0.43 มากที่สุดภาพรวมด้านผลที่ได้รับ 4.65 0.44 มากที่สุดภาพรวมทั้งหมด 4.58 0.38 มากที่สุดจากตารางที่ 3 พบว่า ความพึงพอใจในการเข้าร่วมโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตั้งครรภ์ไม่พร้อมในวัยรุ่น (แม่วัยใส) ประจำปี 2559 โดยภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.58 ,
65 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024S.D. = 0.38) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ด้านปัจจัยนำเข้า มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.55 , S.D. = 0.38 ) ด้านกระบวนการ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X= 4.57, S.D. = 0.42) และด้านผลที่ได้รับ มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.65 , S.D. = 0.44) ตอนที่ 4 ความคาดหวัง ปัญหาและข้อเสนอแนะ4.1 ความคาดหวังจากการเข้าร่วมโครงการ- การให้ความรู้และเพิ่มความเข้าใจด้านเพศศึกษา ผู้เข้าร่วมคาดหวังว่าจะได้รับความรู้ที่ถูกต้องเกี่ยวกับเพศศึกษา การคุมกำเนิด และการป้องกันการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม เพื่อให้วัยรุ่นมีความเข้าใจและมีทักษะในการป้องกันตัวเอง รวมถึงการส่งเสริมให้เกิดการตัดสินใจที่ดีขึ้นในเรื่องเพศสัมพันธ์- การสร้างความตระหนักและความรับผิดชอบต่อการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โครงการมุ่งหวังให้วัยรุ่นตระหนักถึงผลกระทบของการตั้งครรภ์ในวัยเรียน ทั้งด้านสุขภาพ สังคม และการศึกษาต่อเนื่อง โดยคาดหวังว่าผู้เข้าร่วมจะรับรู้ถึงความเสี่ยงและผลลัพธ์ที่ตามมาจากการตั้งครรภ์ที่ไม่พร้อม- การสร้างเครือข่ายสนับสนุนและการเข้าถึงบริการสุขภาพ ผู้เข้าร่วมอาจคาดหวังว่าจะได้รับข้อมูลเกี่ยวกับแหล่งบริการสุขภาพที่เป็นมิตรสำหรับวัยรุ่น การให้คำปรึกษา และการสนับสนุนด้านจิตใจ ซึ่งจะช่วยป้องกันการตั้งครรภ์ไม่พร้อมและลดความเครียดที่เกี่ยวข้อง4.2 ปัญหาและข้อเสนอแนะปัญหา:1. การขาดความเข้าใจหรือเข้าถึงของกลุ่มเป้าหมาย วัยรุ่นบางกลุ่มอาจยังขาดความเข้าใจในเรื่องเพศศึกษา หรือขาดการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง ทำให้ไม่ได้รับประโยชน์จากโครงการอย่างเต็มที่ ทั้งนี้เนื่องจากความเชื่อหรือทัศนคติที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับเพศสัมพันธ์และการคุมกำเนิด2. การขาดความร่วมมือจากผู้ปกครองและชุมชน ในบางกรณี ผู้ปกครองหรือชุมชนอาจมีความเชื่อหรือทัศนคติที่ปิดกั้นการสื่อสารเรื่องเพศศึกษา ทำให้การให้ความรู้และป้องกันไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพข้อเสนอแนะ1. ปรับปรุงการเข้าถึงข้อมูลที่เป็นมิตรและง่ายต่อการเข้าใจ ควรเพิ่มการเผยแพร่ข้อมูลที่เหมาะสมกับวัยรุ่น เช่น ผ่านสื่อออนไลน์หรือแอปพลิเคชันที่กลุ่มเป้าหมายสามารถเข้าถึงได้ง่าย พร้อมทั้งใช้ภาษาที่เข้าใจง่ายเพื่อให้เกิดการรับรู้ที่ดีขึ้น รวมถึงมีแหล่งข้อมูลและบริการให้คำปรึกษาที่เข้าถึงได้ง่าย2. ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของผู้ปกครองและชุมชน ควรสร้างความตระหนักให้กับผู้ปกครองและชุมชนเกี่ยวกับความสำคัญของเพศศึกษาและการป้องกันการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น โดยการจัดกิจกรรมหรืออบรมที่ผู้ปกครองสามารถมีส่วนร่วมในการเรียนรู้และให้การสนับสนุนอย่างเหมาะสม
66 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ภาพกิจกรรม
67 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด1. กิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด งบประมาณที่ใช้ 15,200 บาท2. ความเป็นมาของแผนงาน โครงการและกิจกรรมการพัฒนาทักษะทางการเขียนเป็นหนึ่งในทักษะที่สำคัญสำหรับการสื่อสารและการแสดงออกในชีวิตประจำวัน ไม่เพียงแค่เป็นเครื่องมือในการถ่ายทอดความคิดและอารมณ์ แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การสร้างสรรค์ และการนำเสนอความคิดอย่างเป็นระบบ ซึ่งทักษะเหล่านี้มีความสำคัญต่อการเรียนรู้และการทำงานในอนาคต สำหรับนักศึกษาวิทยาลัยชุมชน ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่สำคัญของการพัฒนาตนเอง การมีโอกาสได้รับการฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเขียนอย่างเป็นระบบจะช่วยส่งเสริมศักยภาพทางการเรียนรู้และการพัฒนาตนเองไปสู่ความสำเร็จในอาชีพการงาน นอกจากนี้ การเขียนยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้นักศึกษาสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่สะท้อนตัวตนและความคิดริเริ่มได้อย่างมีประสิทธิภาพการจัดกิจกรรมนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยพัฒนาทักษะการเขียนของนักศึกษา แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เกิดความสนใจในการอ่านและการเรียนรู้ผ่านการสร้างงานเขียน นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างสรรค์พื้นที่ในการแลกเปลี่ยนความคิดและประสบการณ์ระหว่างนักศึกษาและผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์และการทำงานในอนาคตดังนั้น การจัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียนจึงเป็นการตอบสนองต่อความต้องการในการพัฒนาทักษะการเขียนและการเรียนรู้ของนักศึกษาวิทยาลัยชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมการพัฒนาทักษะที่สำคัญในสังคมยุคปัจจุบัน3. วัตถุประสงค์1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาและผู้ที่สนใจ เพื่อสนองต่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต2. เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และได้เข้าร่วมกับกิจกรรมของห้องสมุด3. เพื่อส่งเสริมการพัฒนาทักษะการเขียนและการสร้างสรรค์งานเขียนของนักศึกษา4. เพื่อส่งเสริมให้เกิดความสนใจในการอ่านและการเรียนรู้ผ่านการสร้างงานเขียน 5. เพื่อเพิ่มทักษะการคิดวิเคราะห์และการนำเสนอความคิดผ่านการเขียน 4. กลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 62 คน 5. วิธีดำเนินการ- ประชาสัมพันธ์กิจกรรม - ดำเนินอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน - ประเมินผลการจัดกิจกรรม6. รายละเอียดในการดำเนินการ- กำหนดหัวข้อการอบรม- อนุมัติดำเนินกิจกรรม
68 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024- จัดทำหนังสือเชิญวิทยากร- ประชาสัมพันธ์กิจกรรม- จัดอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด วันที่ 23 สิงหาคม 2567 เวลา 09.00 – 16.00 น.- สรุปผลการดำเนินงาน7. ผลลัพธ์ - เชิงปริมาณ มีผู้เข้าร่วม จำนวน 62 คนอ - เชิงคุณภาพ ผู้เช้าร่วมอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด ให้ความร่วมมือในการอบรมเชิงปฏิบัติการปั้นฝันนักเขียน ได้อย่างสร้างสรรค์ทุกคน 8. ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ 9. ภาพกิจกรรม
69 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024กิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุด1. กิจกรรม อบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva ภายใต้โครงการส่งเสริมการเรียนรู้ในห้องสมุดงบประมาณที่ใช้ 16,800 บาท2. ความเป็นมาของแผนงาน โครงการและกิจกรรมในยุคปัจจุบันเป็นยุคการสื่อสารที่ต้องการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้เข้าใจได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นประเภทและรูปแบบของสื่อจึงมีบทบาทอย่างมากต่อการรับรู้และเข้าใจของผู้คน ซึ่งสื่อประเภท ภาพ กราฟิก และวิดีโอ จัดเป็นสื่อที่เข้าใจและประมวลผลได้ง่าย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้คนในยุคไอทีที่ต้องการเข้าถึงข้อมูลที่ซับซ้อนในการถ่ายทอดเรื่องราว โดยการเปลี่ยนตัวอักษรให้กลายเป็นภาพและวิดีโอที่เข้าใจได้ง่ายและน่าสนใจมากขึ้น ผู้อ่านและผู้ฟังเข้าใจง่าย ไม่น่าเบื่อ ด้วยการนำเสนอข้อมูลเชิงสร้างสรรค์ที่สามารถหยิบยกเรื่องราวต่างๆ มานำเสนอในมุมมองที่ทันสมัย เดิมทีการผลิตสื่อ กราฟิก และวิดีโอ จะต้องใช้งานโปรแกรมเฉพาะทางที่ต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และทักษะของผู้ปฏิบัติงาน อาจใช้งานยาก แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาวิธีการให้ง่ายต่อการใช้งานมากขึ้น โดยอยู่ในรูปแบบของเว็บไซต์หรือแอพพลิเคชั่น Canva ที่ลดขั้นตอนและความยุ่งยากของการใช้งานลง เหมาะกับผู้ใช้งานทั่วไป Canva ซึ่งเป็นเครื่องมือที่จะสามารถตกแต่งงานกราฟิกและมัลติมีเดียเพื่อให้เกิดความสวยงาม สะดวก รวดเร็วช่วยให้ได้ สื่อและงานนำเสนอต่าง ๆ ทำให้เกิดความน่าสนใจ และสามารถนำไปประยุกต์ภายในหน่วยงานหรือการจัดการเรียนการสอนได้อย่างสร้างสรรค์ดังนั้น วิทยาลัยชุมชนสตูล จึงได้จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canvaสำหรับ นักศึกษา อาจารย์ บุคลากร และประชาชนทั่วไป เพื่อให้นักศึกษา และผู้ที่สนใจ สามารถออกแบบ พัฒนาทักษะการออกแบบ สื่อต่างๆ ทั้ง กราฟิก วิดีโอ ได้อย่างสร้างสรรค์ สามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันและประกอบอาชีพได้ 3. วัตถุประสงค์1. เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาและผู้ที่สนใจ เพื่อสนองต่อการจัดการเรียนรู้ตลอดชีวิต2. เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาและผู้สนใจได้แสดงความสามารถ ความคิดสร้างสรรค์และได้เข้าร่วมกับกิจกรรมของห้องสมุด3. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมเกิดทักษะ และสามารถผลิตสื่ออิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างถูกต้องมีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางในการพัฒนางานด้านการผลิตสื่อ 4. กลุ่มเป้าหมาย ผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 30 คน5. วิธีดำเนินการ- ประชาสัมพันธ์กิจกรรม - ดำเนินกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva- ประเมินผลการจัดกิจกรรม6. รายละเอียดในการดำเนินการ- กำหนดหัวข้อการอบรม- อนุมัติดำเนินกิจกรรม- จัดทำหนังสือเชิญวิทยากร- ประชาสัมพันธ์กิจกรรม
70 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024- จัดกิจกรรมอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva วันที่ 16 – 17 กรกฎาคม 2567 เวลา 09.00 – 16.00 น.- สรุปผลการดำเนินงาน7. ผลลัพธ์ - เชิงปริมาณ มีผู้เข้าร่วม จำนวน 30 คน - เชิงคุณภาพ ผู้เช้าร่วมการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva ให้ความร่วมมือในการอบรมเชิงปฏิบัติการสร้างสื่อสวยด้วย Canva ได้อย่างสรรค์ทุกคน 8. ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะปัญหาอุปสรรค- คอมพิวเตอร์ที่ใช้บางเครื่องทำงานได้ช้า ข้อเสนอแนะ- ควรมีเครื่องคอมพิวเตอร์ที่สามารถรองรับการทำงานได้เร็วกว่านี้ 9. ภาพกิจกรรม
71 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024
72 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024การบริการวิชาการหลักสูตรฝึกอบรม1. หลักสูตรภาษามลายูเพื่อการสื่อสาร 1 1. งบประมาณที่ใช้ 22,000 บาท2. ความเป็นมาของแผนงาน โครงการและกิจกรรมอดีตธุรกิจขนมเบเกอรี่ไม่ได้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเหมือนดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน จะมีก็เพียงคนกลุ่มหนึ่งซึ่งเคยผ่านอารยธรรมตะวันตกมาก่อน และผู้ที่มีความใกล้ชิดกับชาวต่างประเทศที่เข้ามาทำธุรกิจในเมืองไทยที่รู้จักขนมเบเกอรี่ ต่อมาเริ่มรู้จักขนมเบเกอรี่มากขึ้น มีการติดต่อค้าขายทำธุรกิจกับต่างประเทศมากขึ้น มีชาวต่างประเทศเข้ามาเมืองไทย ทั้งนักธุรกิจและนักท่องเที่ยวทำให้ธุรกิจการโรงแรมของประเทศไทยขยายตัว จึงต้องผลิตอาหารประเภทขนมเบเกอรี่ชนิดต่าง ๆ ขึ้น เช่น ขนมปัง เค้ก แบบต่าง ๆ ขึ้น เพื่อบริการให้กับลูกค้าชาวต่างประเทศที่ไม่คุ้นเคยอาหารไทย และนอกจากจะผลิตเพื่อบริการลูกค้าแล้ว โรงแรมยังมีบริการรับจัดเลี้ยงให้แก่หน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของรัฐและเอกชน โดยมีการจัดประชุมสัมมนา งานพิธีมงคลสมรส งานวันเกิด และการจัดเลี้ยงสังสรรค์ต่าง ๆ ซึ่งธุรกิจขนมอบที่มีอยู่ในตลาดบ้านเรามีอยู่ 4 ประเภท คือ ขนมอบ (เบเกอรี่) ภายในโรงแรม ขนมอบที่มีหน้าร้าน ผลิตเอง ขายส่งเอง ขนมอบที่ทำส่งอย่างเดียวและขนมอบแบบแม่บ้าน ด้วยเหตุนี้ผลิตภัณฑ์ขนมอบ (เบเกอรี่) จึงเป็นที่รู้จักและแพร่หลายมากขึ้น นักธุรกิจหลายรายได้มองเห็นลู่ทางในการลงทุนทำธุรกิจขนมอบนี้ เนื่องจากเห็นว่าผลิตภัณฑ์ขนมอบได้เข้ามามีบทบาทสำคัญต่อชีวิตประจำวันของคนไทยมากขึ้น นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งของภาครัฐและเอกชนเปิดสอนด้านขนมอบ ซึ่งได้ช่วยกันเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับขนมอบมากขึ้น วิทยาลัยชุมชนสตูลซึ่งเป็นหน่วยงานหนึ่งที่เล็งเห็นความสำคัญของการทำธุรกิจขนมอบ ให้กับประชาชนที่สนใจในชุมชน โดยเฉพาะกลุ่มแม่บ้านจังหวัดสตูลที่มีความประสงค์จะประกอบกิจการขนมอบ (เบเกอรี่) หรือทำบริโภคเองภายในครอบครัวผู้รับผิดชอบโครงการฯ จึงดำเนินการพัฒนาหลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 1 จำนวน 70 ชั่วโมง เพื่อเป็นการสร้างอาชีพให้กับชุมชนได้มีความรู้ มีทักษะ นำไปใช้ประกอบอาชีพและพัฒนาตนเองนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนที่เข้มแข็งและยั่งยืนต่อไป 3.วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการทำอาหาร ขนม ประเภทต่าง ๆ มีความรู้ในการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ (Packaging) การจัดการธุรกิจและจัดจำหน่าย การตลาดออนไลน์ รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมและกิจนิสัยที่ดีในการทำงาน ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง ประณีต สะอาดและถูกสุขลักษณะ4. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 25 คน5. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 1 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน
73 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 1 งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 25 คน ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านทุ่งพัฒนา หมู่ที่ 13 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 8-19 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. สอนโดย นางสาวจิราภรณ์ เหมมัน เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการทำอาหารขนม เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้หน่วยที่ หัวข้อ/หน่วยเรียน เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ (ชม.)1ความรู้เบื้องต้นการจัดการธุรกิจขนมและการเตรียมตัวดำเนินธุรกิจขนม 3-32ความรู้เบื้องต้นการควบคุมคุณภาพอาหารและการขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อประกอบธุรกิจ 3 - 33การผลิตอาหารและขนม- การเลือกใช้และบำรุงรักษาอุปกรณ์- วัตถุดิบที่ใช้ทำขนม- การเลือกซื้อวัตถุดิบ- การเตรียมทำขนม- ปัญหาในการทำขนม- วิธีการและเทคนิคในการผลิตขนม2 30 324การจัดตกแต่งบรรจุภัณฑ์- การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต- การบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์(packaging)3 2 55 ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 3 - 36 การตลาดออนไลน์ 2 4 67 การทดสอบภาคปฏิบัติ - 18 18รวม 16 54 706. ผลผลิต/ผลลัพธ์6.1 เชิงปริมาณบุคคลทั่วไปจำนวน 25 คน 6.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 25 คน นำความรู้ด้านการทำขนมต่างๆ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
74 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20247. ภาพกิจกรรมหลักสูตรฝึกอบรม2. หลักสูตรการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรไทยในท้องถิ่น 1. งบประมาณที่ใช้ 21,300 บาท2.วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน1. มีความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับพืชสมุนไพรในท้องถิ่น2. สามารถเลือกสมุนไพรในท้องถิ่นมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ3. แปรรูปผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรในท้องถิ่นได้4. มีความรู้ในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้องในการขออนุญาต หลักเกณฑ์การผลิต3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน4. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรไทยในท้องถิ่น ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากพืชสมุนไพรไทยในท้องถิ่น งบอุดหนุน โดยได้ดำเนิน
75 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน ณ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรกรยั่งยืนบ้านหัวควน ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 16-22 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 09:00 – 17:00 น. สอนโดย นางอารีย์ ปะลาวัน เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการแปรรูปสมุนไพรไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เป็นเวลา 10 ปี 5. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณประชาชนทั่วไปจำนวน 20 คน 5.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 20 คน นำความรู้ด้านการแปรรูปสมุนไพรเป็นผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรต่างๆ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ6. ภาพกิจกรรม
76 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024หลักสูตรฝึกอบรม3.หลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 11.งบประมาณที่ใช้ 22,500 บาท2.วัตถุประสงค์1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น2. สามารถปฏิบัติการทำลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้3. สามารถอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น4. มีความรู้ความเข้าในในหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 22 คน4. วิธีดำเนินการ1.วางแผนการดำเนินงาน2.ศึกษาความต้องการของประชาชน และหากลุ่มเป้าหมาย3.วิเคราะห์ สำรวจความเป็นไปได้ในการจัดฝึกอบรม4.ประชาสัมพันธ์และรับสมัครผู้เข้ารับการฝึกอบรม5.ดำเนินการฝึกอบรม6.สรุปผลการดำเนินงาน5. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 1 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เงินงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 1 งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 22 คน ณ วิสาหกิจกลุ่มตัดเย็บบ้านเกาะยวน หมู่ที่ 3 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:00 –16:00 น. สอนโดย นางรอเบียะ หมันเส็น และนายศุภกิจ มุขตา เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการทำผ้าและการตัดเย็บ รวมถึงการออกแบบลวดลายผ้า เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้หน่วยการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ เวลาฝึกอบรม (ช.ม.)ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1. ความรู้เกี่ยวกับบริบท ทรัพยากรชุมชนท้องถิ่น 1.1 ความรู้เกี่ยวกับบริบทชุมชนท้องถิ่น 1.2 ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรชุมชนท้องถิ่น 1.3 ทรัพยากรที่สื่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น1 1 2
77 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024หน่วยการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ เวลาฝึกอบรม (ช.ม.)ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม2. การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น2.1 การสร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาอัตลักษณ์ของท้องถิ่น2.2 การสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น 1 3 43. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการสร้างงานลวดลายผ้า3.๑ ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ 3.๒ การใช้อุปกรณ์3.3 การเก็บรักษาอุปกรณ์1 1 24. วิธีการและขั้นตอนการสร้างลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น รูปแบบเพ้นท์4.1 วางรูปแบบลวดลาย เลือกสี ให้เหมาะสมกับผ้า4.2 การลงสีลวดลายผ้า4.3 การเคลือบชิ้นงานป้องกันสีตก3 9 125. วิธีการและขั้นตอนการสร้างลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น รูปแบบบาติก5.1 วางรูปแบบลวดลาย เลือกสี ให้เหมาะสมกับผ้า5.2 การลงสีลวดลายผ้า5.3 การเคลือบชิ้นงานป้องกันสีตก5.4 กระบวนการต้มและซักล้างชิ้นงาน4 19 236. การประกอบอาชีพในครัวเรือนกับวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง6.1 อธิบายความหมาย แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง6.2 การดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวตามแนวคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง6.3 จรรยาบรรณและคุณสมบัติของการประกอบอาชีพ2 0 2รวม 12 33 456. ผลผลิต/ผลลัพธ์6.1 เชิงปริมาณบุคคลทั่วไปจำนวน 22 คน 6.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 22 คน นำความรู้ด้านการออกแบบลวดลายผ้า และการตัดเย็บ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ7. ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ-
78 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20248. ภาพกิจกรรมหลักสูตรฝึกอบรม4. หลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 21.งบประมาณที่ใช้ 22,500 บาท2. วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน1. มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทำลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น 2. สามารถปฏิบัติการทำลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่นได้3.สามารถอนุรักษ์สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 22 คน4. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 2 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เงินงบประมาณ พ.ศ. 2567 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิต
79 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรการพัฒนาลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น รุ่นที่ 2 งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 22 คน ณ วิสาหกิจกลุ่มตัดเย็บบ้านเกาะยวน หมู่ที่ 3 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 15-26 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:00 –16:00 น. สอนโดย นางรอเบียะ หมันเส็น และนายศุภกิจ มุขตา เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการทำผ้าและการตัดเย็บ รวมถึงการออกแบบลวดลายผ้า เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้หน่วยการเรียนรู้สาระการเรียนรู้ เวลาฝึกอบรม (ช.ม.)ทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1. ความรู้เกี่ยวกับบริบท ทรัพยากรชุมชนท้องถิ่น ๑.๑ ความรู้เกี่ยวกับบริบทชุมชนท้องถิ่น 1.2 ความรู้เกี่ยวกับทรัพยากรชุมชนท้องถิ่น 1.3 ทรัพยากรที่สื่อถึงความเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น1 1 22. การสร้างแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น2.1 การสร้างแรงบันดาลใจในการค้นหาอัตลักษณ์ของท้องถิ่น2.2 การสร้างสรรค์ลวดลายผ้าที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น 1 3 43. อุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องในการสร้างงานลวดลายผ้า3.ความรู้เกี่ยวกับอุปกรณ์ 3.๒ การใช้อุปกรณ์3.3 การเก็บรักษาอุปกรณ์1 1 24. วิธีการและขั้นตอนการสร้างลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น รูปแบบเพ้นท์4.1 วางรูปแบบลวดลาย เลือกสี ให้เหมาะสมกับผ้า4.2 การลงสีลวดลายผ้า4.3 การเคลือบชิ้นงานป้องกันสีตก3 9 125. วิธีการและขั้นตอนการสร้างลวดลายผ้าอัตลักษณ์ท้องถิ่น รูปแบบบาติก5.1 วางรูปแบบลวดลาย เลือกสี ให้เหมาะสมกับผ้า5.2 การลงสีลวดลายผ้า5.3 การเคลือบชิ้นงานป้องกันสีตก5.4 กระบวนการต้มและซักล้างชิ้นงาน4 19 236. การประกอบอาชีพในครัวเรือนกับวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง6.1 อธิบายความหมาย แนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง6.2 การดำเนินชีวิตของตนเองและครอบครัวตามแนวคิดปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียง6.3 จรรยาบรรณและคุณสมบัติของการประกอบอาชีพ2 0 2รวม 12 33 45
80 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20245. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณบุคคลทั่วไปจำนวน 22 คน 5.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 22 คน นำความรู้ด้านการออกแบบลวดลายผ้า และการตัดเย็บ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ6. ภาพกิจกรรม
81 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024หลักสูตรฝึกอบรม5. หลักสูตรการนวดสปาหน้า รุ่น 11. งบประมาณที่ใช้ 15,600 บาท2. วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ มีทักษะในหลักการและขั้นตอนของการการวิเคราะห์ผิวหน้า และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวหน้า การทำความสะอาด การขัดด้วยสครับ การพอก การนวดหน้า รวมถึงการกดจุดบนใบหน้า การนวดเพื่อเดรนน้ำเหลืองซึ่งเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเ หลืองและขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า อย่างถูกวิธี 2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะ เกิดความชำนาญ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อการประกอบอาชีพ3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน4. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรการนวดสปาหน้า รุ่นที่ 1 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน ณ ศูนย์การเรียนรู้โกปีนาข่า ตำบลน้ำผุด อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 15 – 29 มิถุนายน 2567 (ฝึกอบรมช่วงวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. สอนโดยนางสาวฟาดีลา บิลังโหลดและนางสาวรัชนี ฆังคะจิตร เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรด้านแพทย์แผนไทย ด้านการนวดไทย นวดสปาหน้า นวดฝ่าเท้า การนวดน้ำมันหอมระเหยและสปา การปรุงยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผดุงครรภ์ไทย เป็นเวลา 15 ปีซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้ที่ หัวข้อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1. ประวัติและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนวดและสปาหน้า 1.1ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับนวดสปาหน้า1.2 การประยุกต์ใช้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ 2 - 22. ระบบการทำงานในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผิว โครงสร้างผิวหนัง 2.1. ศึกษาระบบน้ำเหลืองในร่างกายมนุษย์ 2.2 ศึกษาระบบผิวหนัง 3 - 33. โครงสร้างผิวหน้าโครงสร้างและหน้าที่ของชั้นผิวหนัง 3 - 3
82 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ที่ หัวข้อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ รวม3.1 ชั้นหนังกำพร้า3.2 ชั้นหนังแท้3.3 ชั้นของไขมัน4. การดูแลผิวหน้า 4.1 ขั้นตอนพื้นฐานการดูแลผิวหน้าในชีวิตประจำวัน 4.2 วิธีการปรับสภาพผิวหน้าที่ถูกวิธี4.3. วิธีการขัดหน้าที่ถูกวิธี4.4 วิธีการนวดหน้า4.5 วิธีการพอกหน้า4.6 วิธีการบำรุงผิว1 5 65. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1 - 16. ฝึกปฏิบัติการนวดสปาหน้า - 15 15รวม 10 20 305. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 16 คน 5.2 เชิงคุณภาพ- ผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 16 คน นำความรู้ด้านการนวดสปาหน้าไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมา - ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงกับกลุ่มตัวอย่าง 1 คน / 5 คนของกลุ่มตัวอย่าง6. ภาพกิจกรรม
83 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024หลักสูตรฝึกอบรม6.หลักสูตรการนวดสปาหน้า รุ่น 21.งบประมาณที่ใช้ 15,600 บาท2.วัตถุประสงค์ 1. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีความรู้ มีทักษะในหลักการและขั้นตอนของการการวิเคราะห์ผิวหน้า และเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับสภาพผิวหน้า การทำความสะอาด การขัดด้วยสครับ การพอก การนวดหน้า รวมถึงการกดจุดบนใบหน้า การนวดเพื่อเดรนน้ำเหลืองซึ่งเป็นการกระตุ้นการไหลเวียนของน้ำเ หลืองและขั้นตอนการบำรุงผิวหน้า อย่างถูกวิธี 2. เพื่อให้ผู้เข้าอบรมมีทักษะ เกิดความชำนาญ และสามารถนำความรู้ที่ได้รับไปใช้เพื่อการประกอบอาชีพ3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 26 คน4. วิธีดำเนินการ5. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรการนวดสปาหน้า รุ่นที่ 2 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรการพัฒนาผลิตภัณฑ์จากผ้าปาเต๊ะ งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 26 คน ณ วิสาหกิจ
84 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ชุมชนกลุ่มบานบุรีศรีสตูล ตำบลควนสตอ อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม – 10 สิงหาคม 2567 (ฝึกอบรมช่วงวันเสาร์-อาทิตย์) ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. สอนโดยนางสาวฟาดีลา บิลังโหลด เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรด้านแพทย์แผนไทย ด้านการนวดไทย นวดสปาหน้า นวดฝ่าเท้า การนวดน้ำมันหอมระเหยและสปา การปรุงยาสมุนไพร ผลิตภัณฑ์สมุนไพร ผดุงครรภ์ไทย เป็นเวลา 15 ปีซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้ที่ หัวข้อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1. ประวัติและความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับนวดและสปาหน้า 1.1ประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับนวดสปาหน้า1.2 การประยุกต์ใช้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ 2 - 22. ระบบการทำงานในร่างกายที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผิว โครงสร้างผิวหนัง 2.1. ศึกษาระบบน้ำเหลืองในร่างกายมนุษย์ 2.2 ศึกษาระบบผิวหนัง 3 - 33. โครงสร้างผิวหน้าโครงสร้างและหน้าที่ของชั้นผิวหนัง 5.5 ชั้นหนังกำพร้า5.6 ชั้นหนังแท้3.3 ชั้นของไขมัน3 - 34. การดูแลผิวหน้า 4.1 ขั้นตอนพื้นฐานการดูแลผิวหน้าในชีวิตประจำวัน 4.2 วิธีการปรับสภาพผิวหน้าที่ถูกวิธี4.3. วิธีการขัดหน้าที่ถูกวิธี4.4 วิธีการนวดหน้า4.5 วิธีการพอกหน้า4.6 วิธีการบำรุงผิว1 5 65. หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง 1 - 16. ฝึกปฏิบัติการนวดสปาหน้า - 15 15รวม 10 20 306. ผลผลิต/ผลลัพธ์6.1 เชิงปริมาณผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 26 คน 6.2 เชิงคุณภาพ- ผู้ผ่านการฝึกอบรม จำนวน 26 คน นำความรู้ด้านการนวดสปาหน้าไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพมา - ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้ฝึกปฏิบัติจริงกับกลุ่มตัวอย่าง 1 คน / 5 คนของกลุ่มตัวอย่าง
85 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20247. ปัญหาอุปสรรค/ข้อเสนอแนะ8. ภาพกิจกรรม.หลักสูตรฝึกอบรม7. หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 11.งบประมาณที่ใช้ 35,000 บาท2.วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการทำอาหาร ขนม ประเภทต่าง ๆ มีความรู้ในการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ (Packaging) การจัดการธุรกิจและจัดจำหน่าย การตลาดออนไลน์ รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมและกิจนิสัยที่ดีในการทำงาน ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง ประณีต สะอาดและถูกสุขลักษณะ
86 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20243. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 25 คน4. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 1 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 1 งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 25 คน ณ อาคารอเนกประสงค์บ้านทุ่งพัฒนา หมู่ที่ 13 ตำบลละงู อำเภอละงู จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 8-19 ธันวาคม 2566 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. สอนโดย นางสาวจิราภรณ์ เหมมัน เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการทำอาหารขนม เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้หน่วยที่ หัวข้อ/หน่วยเรียน เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ (ชม.)1ความรู้เบื้องต้นการจัดการธุรกิจขนมและการเตรียมตัวดำเนินธุรกิจขนม 3-32ความรู้เบื้องต้นการควบคุมคุณภาพอาหารและการขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อประกอบธุรกิจ 3 - 33การผลิตอาหารและขนม- การเลือกใช้และบำรุงรักษาอุปกรณ์- วัตถุดิบที่ใช้ทำขนม- การเลือกซื้อวัตถุดิบ- การเตรียมทำขนม- ปัญหาในการทำขนม- วิธีการและเทคนิคในการผลิตขนม2 30 324การจัดตกแต่งบรรจุภัณฑ์- การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต- การบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์(packaging)3 2 55 ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 3 - 36 การตลาดออนไลน์ 2 4 67 การทดสอบภาคปฏิบัติ - 18 18รวม 16 54 70
87 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20245. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณบุคคลทั่วไปจำนวน 25 คน 5.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 25 คน นำความรู้ด้านการทำขนมต่างๆ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ6. ภาพกิจกรรม8. หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 21.งบประมาณที่ใช้ 35,000 บาท2.วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีทักษะในการทำอาหาร ขนม ประเภทต่าง ๆ มีความรู้ในการบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์ (Packaging) การจัดการธุรกิจและจัดจำหน่าย การตลาดออนไลน์ รวมถึงการมีคุณธรรมจริยธรรมและกิจนิสัยที่ดีในการทำงาน ปฏิบัติงานอย่างระมัดระวัง ประณีต สะอาดและถูกสุขลักษณะ3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน
88 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20244. รายละเอียดในการดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 2 ในโครงการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างศักยภาพคนและชุมชนตามนโยบายประเทศไทย 4.0 ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2566 ไปพลางก่อน แผนงานยุทธศาสตร์พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาและการเรียนรู้ ผลผลิตที่ 1 : ผลงานการให้บริการวิชาการ หลักสูตรอาหารขนมเพื่อธุรกิจ รุ่นที่ 2 งบอุดหนุน โดยได้ดำเนินให้กับบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน ณ อาคารอเนกประสงค์ หมู่ที่ 2 ตำบลบ้านควน อำเภอเมืองสตูล จังหวัดสตูล โดยจัดการเรียนการสอนในระหว่างวันที่ 2-13 มกราคม 2567 ตั้งแต่เวลา 10:00 – 17:00 น. สอนโดย นางสาวจิราภรณ์ เหมมัน เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการทำอาหารขนม เป็นระยะเวลา 10 ปี ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหา ดังนี้หน่วยที่ หัวข้อ/หน่วยเรียน เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ (ชม.)1ความรู้เบื้องต้นการจัดการธุรกิจขนมและการเตรียมตัวดำเนินธุรกิจขนม 3-32ความรู้เบื้องต้นการควบคุมคุณภาพอาหารและการขออนุญาตตามกฎหมายเพื่อประกอบธุรกิจ 3 - 33การผลิตอาหารและขนม- การเลือกใช้และบำรุงรักษาอุปกรณ์- วัตถุดิบที่ใช้ทำขนม- การเลือกซื้อวัตถุดิบ- การเตรียมทำขนม- ปัญหาในการทำขนม- วิธีการและเทคนิคในการผลิตขนม2 30 324การจัดตกแต่งบรรจุภัณฑ์- การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต- การบรรจุหีบห่อผลิตภัณฑ์(packaging)3 2 55 ความรู้เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง 3 - 36 การตลาดออนไลน์ 2 4 67 การทดสอบภาคปฏิบัติ - 18 18รวม 16 54 705. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณบุคคลทั่วไปจำนวน 20 คน 5.2 เชิงคุณภาพประชาชน จำนวน 20 คน นำความรู้ด้านการทำขนมต่างๆ ไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ
89 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20246. ภาพกิจกรรม
90 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024หลักสูตรฝึกอบรม9. หลักสูตรการแปรรูปเห็ด รุ่นที่ 11. งบประมาณที่ใช้ 15,00 บาท2. วัตถุประสงค์หลักสูตร1. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความสามารถและปฏิบัติงานอาชีพการแปรรูปเห็ดได้2. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสามารถประกอบอาชีพได้3. กลุ่มเป้าหมายบุคคลทั่วไป จำนวน 20 คน4. รายละเอียดในการดำเนินการหลักสูตรฝึกอบรม การแปรรูปเห็ด รุ่นที่ 1 ดำเนินการฝึกอบรม ณ ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์ เลขที่ 185 หมู่ที่ 4 ตำบลควนโดน อำเภอควนโดน จังหวัดสตูล ระหว่างวันที่ 21 – 25 กันยายน 2567 ตั้งแต่เวลา 08:00 –17:00 น. สอนโดย นางสาวนาถลดา คงขาว เป็นผู้ที่มีความสามารถในการเป็นวิทยากรในการผลิตเห็ดนางฟ้าปลอดสารพิษ ซึ่งมีรายละเอียดเนื้อหาโครงสร้างหลักสูตร ดังนี้โครงสร้างหลักสูตรที่ หัวข้อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ รวม1 ช่องทางการประกอบอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- ความสำคัญของการประกอบอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- การประกอบอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด ได้แก่ ความต้องการของตลาด แรงงาน วัสดุ อุปกรณ์และทำเลที่ตั้ง- แหล่งเรียนรู้และภูมิปัญญาท้องถิ่น- บอกทิศทางการประกอบอาชีพ 2 0 22 ทักษะอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- การประกอบอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- สถานที่ / พื้นที่ - การคัดเลือกผลิตภัณฑ์เห็ดเพื่อการแปรรูป- ความรู้ที่เกี่ยวข้องในการประกอบอาชีพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- แปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด ได้แก่ เห็ดสวรรค์ เห็ดสมุนไพร ข้าวเกรียบเห็ด แหนมเห็ด ลูกชิ้นเห็ด - บรรจุผลิตภัณฑ์- การดูแลรักษาเพื่อบริโภคหรือจำหน่าย2 23 253 การบริหารจัดการอาชีพ - บริหารจัดการการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ดได้ - ควบคุมคุณภาพการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด3 0 3
91 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ที่ หัวข้อ/หน่วยการเรียนรู้ เวลาในการฝึกอบรมทฤษฎี ปฏิบัติ รวม- ลดต้นทุนในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ด- วางแผนการผลิต- การการตลาดในการแปรรูปผลิตภัณฑ์เห็ดได้- ประชาสัมพันธ์- นำสินค้าเข้าสู่กระบวนการมาตรฐานสินค้า หรือการขอ อย.- จำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปทางการเกษตร- ทำบัญชี รายรับ – รายจ่าย- วางแผนการตลาด- วางแผนการจัดการความเสี่ยงรวม 7 23 305. ผลผลิต/ผลลัพธ์5.1 เชิงปริมาณ1) บุคคลทั่วไปจำนวน 20 คน 5.2 เชิงคุณภาพ2) ประชาชน จำนวน 20 คน นำความรู้ ทักษะการแปรรูปเห็ดไปพัฒนาตนเอง เพื่อประกอบอาชีพเสริมได้อย่างมีประสิทธิภาพ ยั่งยืน6. ภาพกิจกรรม
92 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024การบริหารการวิจัยวิทยาลัยชุมชนสตูลสามารถสรุปโครงการวิจัยหรืองานสร้างสรรค์ ประจำปีงบประมาณ 2567 จำนวน 1,731,540 บาท (เฉลี่ยต่อคน 123,681.43 บาท) ดังนี้ชื่อโครงการวิจัย งานสร้างสรรค์ จำนวนเงิน หน่วยงานที่สนับสนุน1. การหนุนเสริมศักยภาพชุมชนเพื่อรองรับพื้นที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพโดยชุมชนในแหล่งน้ำพุร้อนธรรมชาติ จังหวัดสตูล208,000 สกสว.2. โครงการการผลิตสื่อเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน 102,000 เครือข่ายโครงการพัฒนาคุณภาพการศึกษาและพัฒนาท้องถิ่นโดยมีสถาบันอุดมศึกษาเป็นพี่เลี้ยง โดย สกอ.3. โครงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยวเพื่อรองรับการท่องเที่ยวจังหวัดสตูล1,351,040 จังหวัดสตูล4. โครงการงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์แห่งชาติส่วนภูมิภาค ประจำปี 2567 โดยวิทยาลัยชุมชนสตูล64,000 สำนักงานปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม5. โครงการส่งเสริมความเป็นเลิศด้านเทคโนโลยี พัฒนาทักษะต่อยอดสู่วิชาชีพในอนาคต 6,500 มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ยอด 6,500 บาทรวม 1,731,540
93 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 2024ผลงานทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม1. การใช้ทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นของกริชเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตคนในชุมชนวัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อจัดทำคลังข้อมูลภูมิปัญญาท้องถิ่น และทำเนียบช่างศิลป์ท้องถิ่นสาขาต่างๆ 2. เพื่อนำองค์ความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นไปยกระดับเป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์กลุ่มเป้าหมาย 1. ผู้รับบริการประชาชนทั่วไป 100 คนทำให้ประชาชนในชุมชนตื่นตัวในการร่วมกันอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงการธำรงรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมของชาติเอาไว้ให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป2. โครงการส่งเสริมการทำนุบำรุง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมร่วมกับชุมชนวัตถุประสงค์ของโครงการ 1. เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรวิทยาลัยชุมชนสตูลมีความตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่คู่กับชุมชนสืบไป2. เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนร่วมกับการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรวิทยาลัยชุมชนสตูล จำนวน 200คนผลจากการดำเนินกิจกรรมโดยนำนักศึกษาและบุคลากรของวิทยาลัยเข้าร่วมกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ทำให้ประชาชนในชุมชนตื่นตัวในการร่วมกิจกรรมทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกถึงการธำรงรักษาวัฒนธรรมของชาติเอาไว้ให้สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นสืบไป3.โครงการส่งเสริมการทำนุบำรุง ศาสนา ศิลปวัฒนธรรมร่วมกับชุมชน1. ชื่อกิจกรรม : กิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต งบประมาณ 20,589 บาท2. ความเป็นมาของแผนงานโครงการและกิจกรรมการจัดการศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนไทยให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ทั้ง ร่างกาย จิตใจ สติปัญญา ความรู้ และคุณธรรม จริยธรรม การดำรงชีวิตอย่างมีความสุขสามารถอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้เกิดการพัฒนาที่มีความสมดุลระหว่างบุคคลและส่วนรวม สถาบันอุดมศึกษา/สถาบันวิทยาลัยชุมชนมีพันธกิจหลัก คือ การเรียนการสอน การวิจัย การบริการทางวิชาการแก่สังคม และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม การดำเนินพันธกิจหลักของ วิทยาลัยชุมชนจำเป็นต้องมีการกำหนดทิศทางการพัฒนา เพื่อให้สอดคล้องกับอัตลักษณ์หรือจุดเน้นที่มีคุณภาพ มีความเป็นสากล สอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาประเทศ การจัดการศึกษาในในศตวรรษที่ 21 วิทยาลัยชุมชนสตูลให้ความสำคัญกับพันธกิจการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพและคุณภาพการศึกษาควบคูกับการคงอยู่ของศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ ชุมชนท้องถิ่น โดยให้ความสำคัญกับความแตกต่างกันตามความเชื่อ และสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ และมีการบูรณาการเข้ากับพันธกิจอื่นๆ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาระดับอนุปริญญา รวมทั้งมีการจัดกิจกรรมที่ฟื้นฟู อนุรักษ์ สืบสานพัฒนาเผยแพร่ศิลปะและวัฒนธรรม สร้างสรรค์ ส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ่นให้เป็นรากฐานการพัฒนาองค์ความรู้อันเป็นสมบัติของชาติ
94 รายงานประจ าปี 2567 / Annual Report 20243. วัตถุประสงค์1) เพื่อให้ประชาชน นักศึกษา และบุคลากรวิทยาลัยชุมชนสตูลมีความตระหนักถึงคุณค่า ความสำคัญ การอนุรักษ์ ฟื้นฟู และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมของท้องถิ่นให้คงอยู่คู่กับชุมชนสืบไป2) เพื่อบูรณาการการจัดการเรียนการสอนร่วมกับการอนุรักษ์ศิลปะและวัฒนธรรมอันดีงามของท้องถิ่น4. กลุ่มเป้าหมาย4.1 นักศึกษาหลักสูตรอนุปริญญาวิทยาลัยชุมชนสตูล จำนวน 100 คน4.2 ผู้สังเกตการณ์ จำนวน 9 คน5. วิธีดำเนินการ กิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต มีขั้นตอนดังนี้5.1 ประสานงานผู้นำชุมชน คณะกรรมการมัสยิด เจ้าอาวาส เพื่อกิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต ในพื้นที่อำเภอเมือง และอำเภอละงู จังหวัดสตูล5.2 บันทึกขออนุมัติดำเนินกิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต 5.3 ติดต่อประสานงานบุคคลเป้าหมายเพื่อนัดวันกิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต (นักศึกษาหลักสูตรอนุปริญญา บุคลากรวิทยาลัยชุมชน ผู้นำชุมชน คณะกรรมการมัสยิด เจ้าอาวาส)5.4 ดำเนินกิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต วันที่ 23-24 กันยายน 25676. รายละเอียดในการดำเนินการกิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าวัด มัสยิด พัฒนาจิต ดำเนินการโดยการทำความสะอาดน้องน้ำ ห้องอาบน้ำของมัสยิด เก็บขยะทำความสะอาดรอบๆ บริเวณมัสยิด ทำความสะอาดพื้นศาลาการเปรียญ และทำความสะอาดรอบๆ บริเวณวัด 7. ผลผลิต/ผลลัพธ์7.1 เชิงปริมาณ นักศึกษาอนุปริญญา จำนวน 100 คน ผู้สังเกตการณ์ จำนวน 9 คน7.2 เชิงคุณภาพ ได้สร้างกระบวนการรับรู้ เป้าหมายการทำงานของวิทยาลัยชุมชนสตูล โดยใช้กิจกรรมสร้างจิตอาสาเข้าศาสนาสถาน พัฒนาจิต เป็นเครื่องมือในการช่วยเหลือนักศึกษาระดับปริญญามีคุณธรรม จริยธรรม ช่วยเหลือสังคมส่วนรวม 8. ภาพกิจกรรม