The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by toy123_9, 2021-11-23 03:40:53

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

คำนำ

หนงั สอื แนวทางการตรวจสอบใบสาคญั จ่ายเงินทจี่ ัดทาครัง้ น้ี รวบรวมมาจากระเบียบตา่ ง ๆ , หลกั เกณฑ์
หรือแนววินิจฉัย ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันไว้ในเล่มเดียวกัน เพื่อลดข้อผิดพลาดในการตรวจสอบฯ และให้มีแนวทาง
ตรวจสอบฯ ทเ่ี ป็นไปในแนวทางเดียวกัน ใหแ้ ก่พนักงานผู้ตรวจสอบใบสาคัญจ่ายเงนิ รวมท้ังพนักงานท่ีจะมา
รับหน้าที่ใหม่ในการตรวจสอบใบสาคัญจ่ายเงิน ได้ใช้เป็นแนวศึกษาในการเริ่มต้นตรวจสอบใบสาคัญจ่ายเงิน
และได้จัดวางระเบียบต่าง ๆ , หลักเกณฑ์ หรือแนววินิจฉัย ที่ใช้อ้างอิงในการเขีย นหนังสือเล่มน้ีไว้ท่ี
http://172.17.1.27/ftpmask/ListFile.aspx?site=414 (แผนกตดิ ตามและประเมินการปฏบิ ตั งิ าน
ระเบยี บแนวทางการตรวจสอบใบสาคญั จา่ ยเงนิ กฟน.1)

ผู้จัดทา หวังว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์และสามารถใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบใบสาคัญ
จา่ ยเงนิ ได้บ้างตามสมควร

ผ้จู ัดทำ

สำรบัญ

เรือ่ งท่ี รำยกำร หน้ำ

1 คา่ รกั ษาพยาบาล 1-2
- ผู้มสี ทิ ธิไดร้ บั เงนิ สวสั ดิการเกี่ยวกบั คา่ รกั ษาพยาบาล

- สิทธทิ ่ไี ดร้ บั การสงเคราะห์ 2-3

- การใชส้ ิทธิของบคุ คลในครอบครวั 3-4

- การใชส้ ิทธเิ บกิ คา่ รักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครวั ที่มีสิทธจิ ากทางราชการ 4-6
- การใชส้ ทิ ธิเบกิ คา่ รักษาพยาบาลของบุตร 6

- ระยะเวลาในการใชส้ ิทธิ 6-7

- ความหมาย “ค่ารกั ษาพยาบาล” 7

- คาอธิบายค่ารักษาพยาบาล 7-9

- คา่ พยาบาลพิเศษ 10

- กรณแี พทย์สถานพยาบาล กฟภ. หรอื แพทย์ของสถานพยาบาลของราชการแนะนา
และให้ความเห็นชอบไปทา

• คา่ ตรวจทางห้องทดลอง 10

• ค่าเอกซเรย์ 10 - 11

- กรณแี พทย์สถานพยาบาล กฟภ. หรือ แพทย์ของสถานพยาบาลของราชการสัง่

• คา่ ยา 11

• คา่ อวัยวะเทยี ม , อปุ กรณ์ในการบาบัดรกั ษาโรค 11 - 12

- สถานพยาบาลของทางราชการ สง่ ตัวไปลา้ งไตคนไขน้ อก รพ.เอกชน 12

- คา่ ยาของ รพ.ราชการ ที่อยใู่ นช่องท่เี บิกไม่ได้ 12 - 13

- ค่าบรกิ ารในช่องเบกิ ไม่ได้ 14

- ค่ารักษาพยาบาลกรณปี ว่ ยหนักกะทนั หนั 14 - 15

- คา่ รักษาพยาบาลกรณปี ระสบภยั จากรถ 15

- ค่ารกั ษาพยาบาลกรณที าประกันสขุ ภาพไวเ้ ปน็ การสว่ นตัว 15 - 16

- ค่ารักษาพยาบาลและคา่ คลอดบุตร กรณบี คุ คลในครอบครัวเปน็ ผปู้ ระกนั ตนตาม 16 - 19

พรบ.ประกนั สงั คม

- ค่ารักษาพยาบาลที่รักษาเป็นเวลานานผดิ ปกติ 19

- การตรวจสุขภาพประจาปขี องพนักงานและบุคคลในครอบครัว 19 - 20

- ค่ารักษาพยาบาลกรณี รพ. มีส่วนลด 20 - 21

- คา่ รักษาพยาบาลกรณเี จบ็ ปว่ ยเนื่องจากปฏิบตั หิ นา้ ที่ 21 - 22

- การเบิกคา่ รักษาพยาบาลโรงพยาบาลศริ ิราช ปยิ มหาราชการุณย์, ศนู ย์ศรีพัฒน,์ 22

โรงพยาบาลฟนื้ ฟสู มรรถภาพทางการแพทยล์ าปาง, ศูนยค์ วามเปน็ เลิศทางการแพทย์,

สานักงานสาธารณสขุ จังหวัด, สาธารณสขุ อาเภอ, สถานีอนามัย

- การออกหนังสือรบั รองการมสี ิทธใิ ห้ รพ.ราชการ (ตน้ สังกัด) 22 - 23

- แบบฟอร์มคา่ รักษาพยาบาล 23

- การจา่ ยเงนิ ค่ารักษาพยาบาลให้แก่สถานพยาบาล 23

- อานาจการจ่ายเงนิ ค่ารักษาพยาบาล 23

2 ค่าเลา่ เรยี นและการศึกษาของบุตรของผูป้ ฏบิ ัตงิ าน

- ความหมายผปู้ ฏบิ ตั งิ าน, บตุ ร 24

- สิทธิได้รบั การช่วยเหลือค่าเล่าเรียน เงินบารงุ การศึกษาของบุตร 24

- สทิ ธิท่ีไดร้ บั การชว่ ยเหลือ 24 - 25

- แนวทางปฏิบัตเิ กีย่ วกบั การเบิกจา่ ยเงินค่าเล่าเรียนและเงินบารงุ การศึกษาของบตุ ร 25 - 27

ในกรณี ตา่ ง ๆ

- การใหย้ มื เงนิ ไปชาระค่าใชจ้ า่ ยในการศึกษาของบตุ ร 27

- เอกสารประกอบในการขอรบั การชว่ ยเหลือ 27

3 เงนิ ช่วยเหลือในการคลอดบตุ ร 28

4 เงนิ ช่วยเหลือบตุ รของพนกั งาน 29 - 30

5 เงินช่วยเหลือผปู้ ฏิบัติงานในการลาอปุ สมบท 31

6 คา่ ทาศพกรณตี ายของพนกั งาน 32

7 ค่ารกั ษาพยาบาลของลูกจา้ ง 33 -35

8 ค่าทาศพกรณีตายของลูกจ้าง 35

9 คา่ ชว่ ยเหลือการศึกษาบุตรของลูกจา้ ง 35 - 36

10 เงินช่วยเหลอื บุตรของลูกจา้ ง 36 - 37

11 ค่าใชจ้ ่ายในการเดินทางไปปฏิบตั งิ านภายในประเทศ

- พนักงานท่มี ีสิทธเิ บิกค่าใชจ้ ่าย 38

- ผู้มีอานาจอนมุ ตั หิ รือสั่งการให้พนกั งานเดินทางไปปฏิบัตงิ านภายในประเทศ 38 - 40

- คา่ ใช้จา่ ยอืน่ ในการเดินทางไปปฏบิ ัตงิ าน 40

- ค่าเบย้ี เลี้ยงเดนิ ทางและค่าเช่าท่ีพัก 41

- กรณีเบิกคา่ เบย้ี เลยี้ งตามท่ีจ่ายจริงของ (ผชก.) 41

- การเบกิ คา่ เชา่ ท่ีพัก แบบเหมาจา่ ยหรอื จา่ ยตามจริง 41

- ใบเสร็จรับเงิน/ใบกากับภาษี ค่าเบย้ี เลยี้ ง และคา่ ที่พัก 41

- การนับเวลาไปปฏิบตั ิงานเพ่ือคานวณคา่ เบย้ี เลีย้ งเดินทาง 42

- กรณีหน่วยงานเหมาจ่ายเบย้ี เลีย้ ง – ท่ีพกั 42

- กรณีที่ไม่มสี ิทธิเบิกคา่ เช่าท่พี ัก 43

- การเดนิ ทางไปปฏบิ ตั งิ าน ณ กฟฟ.ทไี่ ม่ต้องพักแรม 43 - 44

- การเบิกค่าพาหนะ 44 - 46

- แนวทางปฏบิ ตั ใิ นการแนบเอกสารเบิกจา่ ยค่าบัตรโดยสารเคร่อื งบิน 46

ภายในประเทศ

- การใช้บริการตั๋วเคร่ืองบนิ และการจองท่ีพัก (ใบเสร็จรับเงนิ อเิ ล็กทรอนิกส์) 46

- การใช้บริการต๋วั เคร่ืองบนิ ที่มีค่าบรกิ ารอื่น ๆ 46

- การเบกิ เงนิ คา่ บรกิ ารจอดรถในการตดิ ต่อราชการ 47

- เงนิ ยมื ทดรองจา่ ยและรายงานเบกิ ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 47

- การส่งรายงานเดินทางและคา่ ใช้จา่ ยในการเดนิ ทาง 47 - 48

- การใชร้ ถยนตเ์ พ่อื ไปปฏบิ ัตงิ านตามคาสั่ง กฟภ. ที่ ส.7 48

- การปฏิบตั หิ นา้ ทใ่ี นท้องทอ่ี ่ืนภายในประเทศของลกู จ้าง 48

12 หลกั เกณฑก์ ารจ่ายเงนิ คา่ ล่วงเวลา และค่าทางานในวนั หยดุ 49 - 50

13 จ่ายเงินเพ่มิ พิเศษสาหรับผู้ทางานกะ 51

14 ภาษีมูลคา่ เพิม่ 52
52 - 54
- รูปแบบใบกากับภาษี 54
- ขอ้ ความทตี่ ้องปรากฏในใบกากบั ภาษี 54
- การระบุข้อความในใบกากับภาษีของ กฟย.
- สว่ นราชการประกาศเปลย่ี นแปลงข้อมูลทะเบยี นราษฎร์ / กรมสรรพากรได้แจง้ 54 - 55
55
เปล่ยี นแปลงเลขประจาตัว 55 - 56
56
- ภาษซี ้ือต้องหา้ ม 56
- ใบแทนใบกากับภาษี 57 - 59
60 - 62
- ใบกากบั ภาษีทีย่ กเลิกฉบบั เดิม แลว้ ออกใหม่ 63 - 64
- การบันทกึ บัญชภี าษี 65
- การตรวจจ่ายใบกากบั ภาษปี ระเภทต่าง ๆ 66
67
15 ยานพาหนะและนา้ มนั 68
69
16 รักษาการแทนและปฏิบตั ิงานแทน 70

17 การจัดเวรและการจ่ายเงินค่าอย่เู วรแก้ไฟฟ้าขัดข้อง 71

18 เงนิ ชดเชยการใชย้ านพาหนะส่วนตวั เดนิ ทางไปปฏิบัตงิ าน 72
73
19 เงินช่วยเหลือค่าเคร่ืองแบบและค่ารองเท้าให้แก่พนักงานบางหน้าท่ี 74

20 เงินชว่ ยเหลอื ค่าเครื่องแบบและค่ารองเท้าให้แกล่ ูกจ้างชา่ ง 75 - 76
21 เงินค่าตอบแทนสาหรับพนกั งานและลูกจ้างท่ีขบั รถยนตเ์ พิ่มจากหน้าท่ีประจา 77 - 78
22 การจา่ ยเงนิ เพมิ่ พิเศษใหแ้ ก่พนกั งานผู้ปฏบิ ตั งิ านฮอทไลน์ 79
23 ค่าจัดซ้อื กระเชา้ ดอกไม้ แจกันดอกไม้ หรอื ของเยย่ี มในนาม กฟภ. 80

ใหก้ บั พนักงานผปู้ ระสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการปฏิบตั ิงานในหน้าที่ 81
24 คา่ พวงหรดี หรือดอกไม้เคารพศพพนกั งาน หรือบุพการี โดยตรงของพนักงาน

หรือลูกจ้าง หรอื หวั หน้าหน่วยราชการในต่างจังหวดั หรอื บุคคลอ่ืนทเ่ี สยี ชวี ิต
จากการป้องกนั รักษาความมั่นคงในนาม การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค

25 หลักเกณฑ์การเปน็ เจา้ ภาพจัดพิธที างศาสนาใหก้ บั พนักงาน กฟภ. กรณีเสยี ชีวติ

26 คา่ พวงมาลาหรือพานพุ่มของ กฟฟ.ต่าง ๆ ในสว่ นภูมิภาค

27 การจ่ายสนิ บนและเงินรางวัล ใหแ้ ก่ผนู้ าจับหรอื ผจู้ บั ผู้กระทาผิดลักอุปกรณ์

ระบบไฟฟ้า

28 การจ่ายเงนิ รางวลั ใหแ้ กผ่ ู้แจ้งและผตู้ รวจสอบการละเมิดการใช้ไฟฟา้

29 การละเมิดทรพั ยส์ ินระบบไฟฟา้

30 มอบอานาจอนุมัตกิ ารผ่อนชาระค่าเสยี หาย (พนักงาน)

31 หลกั เกณฑแ์ ละวธิ ีปฏบิ ัตใิ นการปรับปรุงค่าไฟฟ้า กรณีมิเตอรอ์ ่านค่าคลาดเคลื่อน

และหรืออปุ กรณป์ ระกอบมเิ ตอร์ชารดุ หรือกรณีอ่นื ๆ

32 การจ่ายคา่ เบ้ยี เล้ยี งพิเศษ ให้แกเ่ จ้าพนักงานท่ีรว่ มปฏิบัติงาน

ให้การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค

33 การจ่ายเบ้ยี เลีย้ งพิเศษให้แก่เจา้ พนักงานทเี่ ขา้ ร่วมตรวจสอบมิเตอร์ 82

บรรจหุ ีบห่อ/เกบ็ หลักฐาน หรือเป็นพยาน เมอ่ื มีการละเมดิ การใชไ้ ฟฟา้

หรือรว่ มกับพนกั งานการไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาคปฏิบตั งิ านตรวจการใชไ้ ฟฟ้า

34 การจ้างพาหนะจากบคุ คลภายนอก 83

35 การจดั ซือ้ น้าดืม่ สาหรับพนกั งานในส่วนภูมิภาค 84

36 การจัดซอ้ื หนังสอื พิมพร์ ายวนั รายสปั ดาห์ 85

37 การเบกิ ค่าใช้จ่ายเป็นของขวัญในงานเปิดสานักงานของผู้ใชไ้ ฟเฉพาะราย 86

38 คา่ รับรอง 87

39 หลักเกณฑ์ ข้นั ตอนการเบิกจ่าย และการขออนุมัติคา่ ใชจ้ ่ายของสถานีไฟฟ้า 88 - 89

และโรงจักรพลังน้า

40 วธิ ีปฏบิ ตั ใิ นการควบคมุ การปฏิบตั งิ านของผู้ทาหนา้ ที่ขับรถยนต์ของบริษทั (พขร.(บ)) 90 - 91

41 คา่ ขนยา้ ยสิง่ ของสัมภาระสว่ นตัว 92

42 การฝึกอบรมและสัมมนา 93 - 95

43 หลกั เกณฑก์ ารประชมุ ช้แี จง 96

44 การจ่ายเงินสวสั ดิการสาหรับการปฏบิ ตั งิ านประจาสานักงานในพื้นที่พิเศษของ 97

การไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค

1

ระเบยี บกองทุนสงเครำะห์
ว่ำด้วยกำรรักษำพยำบำล พ.ศ. 2559

1. ผ้มู สี ิทธิได้รับเงนิ สวสั ดิกำรเกยี่ วกับคำ่ รักษำพยำบำล
1.1 ผปู้ ฏิบตั งิ าน หมายถึง พนกั งานของ กฟภ. ทีไ่ ด้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งหนา้ ทปี่ ระจา
ไดร้ บั คา่ จา้ งเปน็ รายเดือน
1.2 บุคคลในครอบครวั หมายถงึ
1.2.1 บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซ่ึงยังไม่บรรลุนิติภาวะหรือบรรลุนิติภาวะแล้วแต่เป็นคนไร้
ความสามารถ หรือเสมือนไร้ความสามารถ ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของบิดาหรือมารดา ซึ่ง
เป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล แต่ท้ังน้ี ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม
หรือบุตรซง่ึ ไดย้ กให้เป็นบตุ รบญุ ธรรมของบคุ คลอน่ื แลว้

• เด็กที่เกิดจากครรภ์ของหญิงผเู้ ป็นมารดาผู้ให้กาเนิดโดยตรง ย่อมเป็นบุตรชอบด้วยกฎหมาย
ของหญงิ นนั้ เวน้ แต่จะมกี ฎหมายบัญญตั ิไวเ้ ป็นอย่างอน่ื

• เด็กที่เกิดในระหว่างการสมรสของชายและหญิงผู้ให้กาเนิดแล้วถือว่าเป็นบุตรชอบด้วย
กฎหมายของชาย แม้ภายหลังศาลจะได้พิพากษาให้เพิกถอนการสมรสน้ันก็ตาม และ
นอกจากนี้กฎหมายยงั ให้ข้อสนั นษิ ฐานไวก้ ่อนว่า เด็กที่เกิดแต่หญิงภายใน 310 วัน นับแต่
วนั ที่การสมรสสิ้นสุดลงเปน็ บุตรชอบด้วยกฎหมายของชายผู้เป็นสามหี รือเคยเปน็ สามีหรือ
นับแต่วนั ทคี่ าพพิ ากษาถงึ ทส่ี ุดของศาลให้การสมรสเปน็ โฆษะ แล้วแตก่ รณี

1.2.2 เด็กท่ีเกิดนอกสมรส คือ เด็กที่เกิดก่อนมีการสมรสกันตามกฎหมายจะเป็นบุตรชอบด้วย
กฎหมายได้เมื่อบิดามารดาของเด็กได้ทาการสมรสกันในภายหลัง/จดทะเบียนรับรองบุตร/ศาล
พิพากษาว่าเป็นบุตร ซ่ึงจะมีผลย้อนหลังต้ังแต่เกิด (ปพพ. มาตรา 1557 แก้ไขเพิ่มเติมโดย
มาตรา 6 แหง่ พระราชบัญญตั ิ แก้ไขเพิม่ เติม ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิ ย์ (ฉบับที่ 19)
พ.ศ. 2551) คูส่ มรสทท่ี าการสมรสโดยถกู ตอ้ งตามกฎหมาย ซ่งึ ไดจ้ ดทะเบียนแลว้

1.2.3 บิดา มารดา โดยกาเนดิ ของผู้ปฏบิ ตั งิ าน
2. บรรลุนิตภิ าวะ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กาหนดไวด้ ้วยเหตุ 2 ประการคือ

2.1 บรรลุนติ ภิ าวะโดยอายุ กลา่ วคือ เมื่อบุคคลมอี ายุครบ 20 ปีบริบรู ณ์ยอ่ มพ้นจากผ้เู ยาว์ และบรรลุนิติ

ภาวะ

2.2 บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส กล่าวคือ การบรรลุนิติภาวะโดยการสมรสนั้นกระทาได้เม่ือชายและ

หญิงมอี ายคุ รบ 17 ปบี รบิ รู ณ์แลว้ แต่กรณที ีม่ เี หตอุ นั ควรศาลอาจอนญุ าตใหท้ าการสมรสก่อนน้ันได้

2.3 ตัวอย่างการนับอายุทย่ี งั ไม่บรรลนุ ิตภิ าวะ ตามข้อ 1.2.1

• เดก็ ชายกนิ นอน เกดิ เมอื่ วันที่ 3 กุมภาพนั ธ์ 2534

• บรรลนุ ติ ิภาวะในวนั ที่ 2 กมุ ภาพนั ธ์ 2554

• ตามระเบยี บฯ กาหนดวา่ ยงั ไมบ่ รรลุนิตภิ ำวะ

• ดังนนั้ มสี ิทธเิ บกิ คา่ รกั ษาพยาบาลได้ถึงวนั ที่ 1 กมุ ภาพนั ธ์ 2554

3. บุคคลในครอบครัว เมื่อผู้ปฏิบัติงานผู้น้ันได้ปฏิบัติงานใน กฟภ.มาแล้วไม่น้อยกว่าหกเดือน นับแต่วันท่ี

ได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งหน้าท่ีประจา และบุคคลในครอบครัวจะต้องไม่มีสิทธิได้รับ

การช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลจากทางราชการหรือหน่วยงานอื่น เว้นแต่สิทธิท่ีบุคคลในครอบครัวได้รับ

การชว่ ยเหลอื ต่ากวา่ ที่จะพงึ ไดร้ บั จาก กฟภ. ในกรณเี ช่นนีใ้ หม้ ีสิทธเิ บิกเพม่ิ เตมิ ไดเ้ ท่าจานวนทีย่ งั ขาดอยู่

2

4. กรณีมีค่ารักษาพยาบาลเกิดก่อนวันครบกาหนดหกเดือน และรักษาจนล่วงเลยมาในเวลาที่ครบหกเดือน
แล้ว ให้ รพ. แยกค่ารักษาพยาบาลระหว่างวันท่ียังไม่ครบกาหนดหกเดือน กับวันที่ครบกาหนดหกเดือน
แล้ว และนาคา่ รักษาพยาบาลของตัง้ แตว่ นั ทีค่ รบกาหนดหกเดือนแลว้ มาเบิกกบั กฟภ. เทา่ นัน้

5. กรณีมีค่ารักษาพยาบาลเกิดระหว่างอายุยังไม่บรรลุนิติภาวะ และรักษาจนล่วงเลยไปจนบรรลุนิติภาวะ
ให้ รพ. แยกค่ารักษาพยาบาลระหว่างวันท่ียังไม่บรรลุนิติภาวะ กับวันที่บรรลุนิติภาวะ และนาค่า
รกั ษาพยาบาลของวนั ทย่ี งั ไม่บรรลนุ ิตภิ าวะมาเบกิ กบั กฟภ. เท่านน้ั

6. สทิ ธิที่ได้รับกำรสงเครำะห์
6.1 ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลสาหรับตนเอง และครอบครัว
ตลอดเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ลาป่วย โดยได้รับเงินเดือน หรือ ค่าจ้างตามระเบียบการไฟฟ้าส่วน
ภมู ิภาค ว่าดว้ ยการลาปว่ ย
6.2 ถ้าได้รับอนุญาตให้ลาป่วยโดยไม่ได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง ผู้ปฏิบัติงานมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือ
ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล สาหรับตนเอง และครอบครัว แต่ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเมอื่
รวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตราค่าจ้างเป็นรายเดือนที่เคยได้รับ เศษของเดือนให้คิดเป็นจานวนวัน โดย
ถอื ว่าเดอื นหน่ึงมี 30 วนั
6.3 ค่าห้อง และค่าอาหาร
6.3.1 ผู้ปฏบิ ัติงานมีสทิ ธิเบกิ ได้เทา่ ทีจ่ ่ายจรงิ แต่ไม่เกินวันละ 1,200.- บาท
6.3.2 บคุ คลในครอบครัวมีสิทธเิ บกิ ไดเ้ ทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ แตไ่ มเ่ กนิ วันละ 1,000.- บาท
6.3.3 การให้อาหารทางสายยางตามแพทย์ส่ัง กรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถบริโภคอาหารตามปกติได้ไม่
ว่าอาหารน้ันจะเป็นอาหารเหลว อาหารทางการแพทย์หรืออาหารเสริมถือเป็นค่าอาหารท่ี
นามาเบิกจ่ายในรายการค่าห้องและค่าอาหารได้ตาม 6.3.1 หรือ 6.3.2 แล้วแต่กรณี และ
สำมำรถเบิกจ่ำยได้เฉพำะผู้ปว่ ยในที่เขำ้ รับกำรรักษำพยำบำลในสถำนพยำบำลเท่ำนั้น
6.3.4 ตามข้อ 6.3.3 หากเข้ารับการรักษาประเภทผู้ป่วยนอก แม้แพทย์จะเป็นผู้ส่ังให้ใช้อาหารทาง
การแพทย์ กไ็ มส่ ามารถเบิกจา่ ยได้
6.3.5 อตั ราต่อวนั ตามข้อ 6.3.1 - 6.3.3 ให้รวมคา่ หอ้ งและค่าอาหารเข้าด้วยกนั เปน็ อตั ราต่อวัน
6.3.6 คา่ ห้อง I.C.U เบิกได้ในอัตราคา่ หอ้ งและคา่ อาหาร
6.3.7 เตยี งสงั เกตอาการ ไมน่ บั รวมในอัตราค่าหอ้ งและค่าอาหาร
6.3.8 การนับเวลาในการคิดจานวนวันนอนของสถาน พยาบาลราชการ นับต้ังแต่เวลาที่
สถานพยาบาลรับตัวไว้เป็นผู้ป่วยในจนถึงเวลาที่สถานพยาบาลจาหน่วยผู้ป่วยออกจาก
สถานพยาบาล โดยให้นับ 24 ชั่วโมงเป็นหนึ่งวัน ถ้าไม่ถึง 24 ช่ัวโมงหรือเกิน 24 ชั่วโมง และ
ส่วนท่ีไม่ถึงหรือเกนิ 24 ชั่วโมงนน้ั นบั ไดเ้ กนิ 6 ช่วั โมง ให้ถอื เป็น 1 วนั
6.3.9 กรณีสถานพยาบาลเรียกเก็บเงินค่าห้องคร่ึงวันเน่ืองจากไม่ถึง 6 ช่ัวโมง หรือส่วนที่เกิน 24
ช่ัวโมงไม่เกิน 6 ช่ัวโมง ให้มีสิทธิเบิกจ่ำยในส่วนท่ีสถำนพยำบำลคิดเงินค่ำห้องมำคร่ึงหน่ึง
ของวัน ได้ครึ่งหน่ึงของสิทธิ เนื่องจากตามข้อ 6.3.1 และ 6.3.2 กาหนดให้เบิกได้เท่าท่ีจ่าย
จริง (จำ่ ยจริงครง่ึ วัน) แต่ไมเ่ กนิ วันละ 1,200.- บาท หรือ 1,000.- บาท
6.4 คา่ รักษาพยาบาล รพ.ราชการ
6.4.1 เบกิ ไดท้ ั้งประเภทคนไขใ้ น และคนไขน้ อก
6.4.2 เบกิ ไดเ้ ท่าจานวนที่จ่ายไปจรงิ ทัง้ น้ีจานวนทจี่ ่ายไปจริงนนั้ จะต้องเป็นไปตาม ระเบียบกองทุน
สงเคราะห์ ว่าด้วยการรักษาพยาบาล พ.ศ. 2559 และท่ีแก้ไขเพ่ิมเติม หรือบันทึกเวียน
เกี่ยวกับคา่ รักษาพยาบาลท่กี าหนดให้เบิกจา่ ย ได้ดว้ ย
6.5 คา่ รกั ษาพยาบาล รพ.เอกชน
6.5.1 เบกิ ได้ทัง้ ประเภทคนไข้ใน และคนไขน้ อก

3

6.5.2 ประเภทคนไข้ใน เบิกไดค้ รงึ่ หนงึ่ ของจานวนเงินที่ได้จา่ ยไปจริง ทงั้ นจี้ านวนเงินคร่งึ หน่งึ ของท่ี
จ่ายไปจริงน้ัน จะต้องเป็นไปตามระเบียบกองทุนสงเคราะห์ ว่าด้วยการรักษาพยาบาล พ.ศ.
2559 และท่ีแก้ไขเพิ่มเติม หรือบันทึกเวียนเก่ียวกับค่ารักษาพยาบาลกาหนดให้เบิกจ่ายได้
ดว้ ย

6.5.3 ประเภทคนไข้นอก เบิกค่ารักษาพยาบาลประเภทคนไข้นอกได้เท่าที่จ่ายจริง แต่เม่ือรวมกัน
แล้วต้องไมเ่ กิน ปีละ 3,600.- บาท

6.5.4 การใชส้ ทิ ธิคา่ รกั ษาพยาบาลกรณคี นไขน้ อก รพ.เอกชน ของพนกั งานและบุคคลในครอบครัว

• กรณีเป็นพนักงาน กฟภ. ด้วยกันทั้งสองฝ่าย หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งใช้สิทธิของตนหมดแล้ว
สามารถไปใชส้ ทิ ธิของอีกฝา่ ยหนง่ึ ได้ในวงเงินสิทธิท่ีอีกฝา่ ยเหลืออยู่ เชน่ ค่ารกั ษาพยาบาล
จานวนเงนิ 3,000.- บาท ฝ่ายสามีนาไปเบกิ จา่ ยค่ารักษาฯ ในสิทธิของตนไดเ้ พียง 1,000.-
บาท (เต็มสิทธิแล้ว) ก็ให้ฝ่ายภรรยานามาเบิกจ่ายในส่วนสิทธิของตนได้อีก 2,000.- บาท
(ถ้าสิทธิฝ่ายภรรยายังเหลืออยู่เพียงพอ) โดยให้แนบรายงานการเบิกสวัสดิการ (T-code
ZBNR016) ของฝา่ ยสามปี ระกอบการเบิกจ่าย

• กรณีมารดาซึ่งเป็นผู้ป่วย มีบุตรเป็นพนักงาน กฟภ. 2 คน สามารถนามาเบิกจ่ายกับบุตร
คนใดคนหน่ึงก็ได้ หากมีส่วนที่เกินสิทธิเบิกจ่ายของบุตรคนที่ 1 และจะนามาเบิกจ่ายกับ
บุตรคนท่ี 2 ก็ให้แนบรายงานการเบิกสวัสดิการ (T-code ZBNR016) ของบุตรคนท่ี 1
ประกอบการเบิกจา่ ย

6.5.5 กรณีถูกเรียกเงินคืนเน่ืองจากใช้สิทธิเบิกจ่ายไม่ถูกต้อง เช่น นาค่ารักษาพยาบาลคนไข้นอก

รพ.เอกชน ไปเบิกจ่ายรวมกับคนไข้ใน แต่ระยะเวลาล่วงเลยข้ามปีงบประมาณมาแล้ว และ

ประสงคจ์ ะเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลในส่วนของ รพ. เอกชน ตามสิทธิของปีก่อน (สทิ ธิปกี ่อน

ยงั เหลืออยู่) ก็สามารถเบกิ จ่ายได้ โดยต้องจดั ทาใบสาคญั จา่ ยเงินโดยต้ังหนีเ้ ปน็ คา่ ใช้จา่ ยทั่วไป

(T-code F-43) ทั้งนี้ กฟฟ. ต้องควบคุมไม่ให้เบิกจ่ายเกินสิทธิที่มีคงเหลืออยู่ให้รัดกุม (ระบบ

ไมค่ วบคมุ ให)้

6.5.6 ตามข้อ 6.5.5 ใบเสร็จรับเงนิ ไมถ่ อื ว่าเกินกาหนดใช้สิทธิ 90 วนั เนอื่ งจากมกี ารนามาใช้สิทธไิ ป

แล้ว แตเ่ ปน็ การใชส้ ิทธิผิดประเภทการเบกิ จา่ ยเงิน

7. กำรใชส้ ทิ ธิของบคุ คลในครอบครวั
7.1 กรณที ี่พนักงานมีคสู่ มรสท่ีเปน็ ลกู จา้ ง กฟภ. ให้พนกั งานมสี ทิ ธิเบกิ คา่ รักษาพยาบาลสว่ นเกินสทิ ธิของ
คสู่ มรสเพ่มิ เตมิ ไดเ้ ทา่ จานวนทย่ี ังขาดอยู่ (กสก.(สก.)ว3470/2558 ลว.11 พ.ย.2558)
7.2 กรณไี มม่ ีสทิ ธิไดร้ ับการช่วยเหลอื จากทางราชการหรอื หน่วยงานอื่นใหน้ ามาเบิกกับ กฟภ.
7.3 กรณีมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากทางราชการหรือหน่วยงานอื่น เช่น หน่วยงานราชการ , พรบ.
คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ , ประกันสังคม ฯลฯ ให้ใช้สิทธิจากหน่วยงานดังกล่าวก่อน แต่ถ้าสิทธิที่
ได้รับการช่วยเหลือต่ากว่าที่จะได้รับจาก กฟภ. กรณีเช่นน้ีให้มีสิทธิเบิกเพ่ิมเติมได้เท่าที่จานวนยัง
ขาดอยู่
7.4 ตัวอย่ำง การคานวณสิทธิที่ได้รับการช่วยเหลือต่ากว่าท่ีจะได้รับจาก กฟภ. เช่น ใบเสร็จรับเงินค่า
รักษา พยาบาล รพ.เอกชน จานวนเงิน 10,000.- บาท เบิกจ่ายจากหน่วยงานอ่ืนไปแล้ว 3,000.-
บาท
7.4.1 การคานวณท่ีถูกต้อง ให้นาจานวนเงิน 10,000.- มาคานวณหาสิทธิ กฟภ. ก่อน สมมุติว่า
คานวณแล้วได้สิทธิเบิกจาก กฟภ. จานวนเงิน 5,000.- บาท หัก เงินที่เบิกจ่ายจากหน่วยงาน
อ่นื 3,000.- บาท จึงมีสิทธเิ บกิ กับ กฟภ. ไดจ้ านวนเงนิ 2,000.- บาท

4

7.4.2 ถา้ คิดคานวณสทิ ธแิ ลว้ ปรากฏวา่ จานวนเงินท่ีจะไดจ้ าก กฟภ. เท่ากบั หรอื ต่ากวา่ จานวนเงินท่ี

ได้จากหน่วยงานอ่ืน กรณีเช่นน้ีไม่มีส่วนที่ขาดที่จะนามาเบิกกับ กฟภ. ได้อีก ตามตัวอย่าง

สมมุติคานวณแล้วได้สทิ ธิเบกิ จาก กฟภ. จานวนเงิน 3,000.- บาท ก็ไม่มีส่วนที่ขาดท่ีจะนามา

เบกิ กบั กฟภ. ไดอ้ กี

8. กำรใช้สิทธิเบิกค่ำรักษำพยำบำลของบุคคลในครอบครัวท่ีมีสิทธิจำกทำงรำชกำร (กสก.(สก.)ว

2802/2559 ลว.14 ต.ค.2559)

กรณี บตุ ร กำรใช้สทิ ธิกบั กำรใชส้ ิทธิกับ กำรใชส้ ิทธิ

ทำงรำชกำร กฟภ.

พนกั งำน รบั เคยใช้ ไม่เคย เคยใช้ ไม่เคย

กฟภ. รำชกำร สทิ ธิ ใชส้ ิทธิ สิทธิ ใช้สทิ ธิ

8.1 บคุ คลในครอบครวั * ใหใ้ ชส้ ิทธจิ าก

รับราชการ หรือ ทางราชการ

เปน็ ขา้ ราชการ ก่อน

บานาญ

8.2 บิดา มารดาเป็น * ** * ให้ใช้สทิ ธจิ าก

พอ่ บา้ น แมบ่ า้ น ไม่ ทางราชการ

มีอาชีพ ก่อน

8.3 บิดา มารดาเปน็ * * * * ใหใ้ ชส้ ทิ ธิจาก

พอ่ บ้าน แม่บา้ น ไม่ ทางราชการ

มอี าชีพ กอ่ น

8.4 บิดา มารดาเป็น * * ** ยงั คงใหใ้ ช้สทิ ธิ

พ่อบา้ น แมบ่ า้ น ไม่ จาก กฟภ. ได้

มอี าชีพ

8.5 คู่สมรสเป็น * * ใช้สิทธเิ บกิ จาก

พนักงาน กฟภ. ทั้ง กฟภ. ได้ โดย

คู่ ขณะเดยี วกันก็มี ให้คู่สมรสท่ีเปน็

บตุ รรบั ราชการ พนกั งานเป็น

ต่อมาคู่สมรสคนใด ผูใ้ ชส้ ทิ ธิ

คนหนึ่งได้พน้ สภาพ

การเปน็ พนักงาน

8.6 ตามข้อ 8.5 หาก * * ต่อไปให้ใช้สทิ ธิ

ภายหลังมกี ารนา เบิกจากทาง

คา่ รกั ษาพยาบาล ราชการกอ่ น

ไปใชส้ ทิ ธเิ บกิ โดย

บตุ รจากทาง

ราชการ

8.7 กรณบี คุ คลในครอบครัว มคี วามไม่สะดวกในการใช้สิทธิจากทางราชการหรือหนว่ ยงานอนื่ และพนกั งาน

ประสงค์ท่ีจะใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวจาก กฟภ. ให้พนักงานชี้แจงเหตุผล

และความจาเปน็ เพ่อื นาเสนอท่ปี ระชมุ กกท. พิจารณาเปน็ ราย ๆ ไป

5

ตัวอย่ำง มีบุตร 2 คนอยู่ กฟภ. และรับราชการ และบุตรท่ีรับราชการเคยนาค่ารักษาพยาบาลของบิดา
มารดา ไปเบกิ กบั ทางราชการมาตลอด ต่อมาบตุ รท่ีรับราชการได้โยกย้ายเข้าไปทางานในพื้นทที่ ุรกันดาร
ไม่มีความสะดวกในการจัดส่งเอกสารเพื่อเบิกจ่าย กรณีลักษณะน้ีให้พนักงาน กฟภ. ชี้แจงเหตุผลและ
ความจาเปน็ เพอื่ นาเสนอที่ประชุม กกท. พิจารณาเปน็ ราย ๆ ไป

9. ตัวอย่ำง การใช้สิทธิเบิกค่ารักษาพยาบาลของบุคคลในครอบครัวที่มีสิทธิจากทางราชการ ที่มีผู้มีสิทธิ
หลายคนและหลายหน่วยงาน (กบผ.(สก)4896/2555 ลว.10 ก.ย. 2555 ข้อ 9.1 – 9.3)
• นาย ก (บดิ า) อาชีพ รบั ราชการตารวจ
• นาง ข (มารดา) ไม่มอี าชีพ
• มีบุตร 3 คนคอื นาย ค อาชพี พนกั งาน กฟภ.
นาย ง อาชพี รับราชการกรมปา่ ไม้
นาย จ อาชีพ พนักงานการบนิ ไทย
9.1 กรณีท่ี นาง ข (มารดา) เจ็บป่วยและเข้ารับการรักษาพยาบาล จะนาค่ารักษาฯ ไปใช้สิทธิเบิกจ่าย
กับ นาย ก ซึ่งเป็นสามีก่อน และหากสิทธิท่ีได้รับน้ันต่ากว่าสิทธิที่พึงได้รับ นาย ก จะนาส่วนท่ี
เพ่ิมเติมของสิทธิท่ีได้รบั น้นั ไปใช้สิทธเิ บิกจ่ายจากหน่วยงานของบุตรคนใดก่อน – หลัง พิจารณาได้
ดงั นี้
• นาย ง บุตรซึ่งมีอาชีพรับราชการกรมป่าไม้ สิทธิที่ได้รับเท่ากับ นาย ก บิดา ซ่ึงเป็นข้าราชการ
ตารวจ จึงไม่สามารถนาค่ารกั ษาพยาบาลของ นาง ข ซึ่งเปน็ มารดาไปเบิกได้
• นาย จ บุตรท่ีเป็นพนักงานการบินไทย ซ่ึงการบินไทยไม่ให้สิทธิบิดามารดาในการเบิกค่า
รักษาพยาบาล ดังนั้น นาย จ จะนาค่ารกั ษาพยาบาลของนาง ข ไปเบิกไมไ่ ด้
• กรณีน้ีจึงต้องนาค่ารักษาพยาบาลส่วนที่เพิ่มเติมสิทธิจากทางราชการของนาง ข มาเบิกจาก
กฟภ.
9.2 กรณี นาย ก (บิดา) เจ็บป่วยและเข้ารับการรักษาพยาบาล นาย ก จะต้องใช้สิทธิเบิกจ่ายเงินค่า
รักษาพยาบาลจากหน่วยงานของตนเอง และหากสิทธิที่ได้รับนั้นต่ากว่าสิทธิท่ีพึงได้รับ นาย ก จะ
นาสว่ นเพิ่มเติมของสิทธิที่ไดร้ ับนนั้ ไปใชส้ ิทธิเบิกจ่ายจากหนว่ ยงานของบตุ รคนใดก่อน - หลงั กรณี
น้พี จิ ารณาเบกิ จ่ายได้เชน่ เดยี วกบั ข้อ 9.1
9.3 กรณี นาย ก มีอาชีพเป็นเกษตรกรหรือค้าขาย เมื่อเกิดการเจ็บป่วยและเข้ารับการรักษาพยาบาล
จะนาค่ารักษาพยาบาลดังกล่าวไปใช้สิทธิเบิกจ่ายจากหน่วยงานของบุตรคนใดก่อน พิจารณาได้
ดงั นี้
• นาย ก เป็นผู้อาศัยสิทธิของ นาย ง ซึ่งเป็นข้าราชการกรมป่าไม้ ในขณะเดียวกันก็มีสิทธิ
จาก กฟภ. ด้วย ตามพระราชกฤษฎีกา กาหนดให้นาย ง สามารถนาค่ารักษาพยาบาลของ
นาย ก ไปเบิกกับ นาย ง ได้ ดังนั้นจึงให้นาย ง นาค่ารักษาพยาบาลของนาย ก ไปเบิกก่อน
(ตารางสิทธิข้อ 8.3) แต่ถ้าสิทธิท่ีได้รับจากนาย ง ต่ากว่าที่จะได้รับจาก กฟภ. นาย ค ก็
สามารถนาคา่ รักษาพยาบาลของ นาย ก มาเบกิ เพม่ิ เติมจาก กฟภ. ได้
• นาย จ ไมม่ ีสทิ ธนิ าค่ารกั ษาพยาบาลของนาย ก ไปเบกิ จากการบนิ ไทย

10. การเบิกค่ารักษาพยาบาล กรณีมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือจากหน่วยงานของทางราชการ แต่ไม่ไปใช้สิทธิ
แต่มาขอใช้สิทธิกับ กฟภ. โดยอ้างว่าหน่วยงานของราชการไม่ให้เบิก จะต้องมีหนังสือรับรองจาก
หน่วยงานราชการแห่งน้ันว่าไม่สามารถเบิกได้ เนื่องจากเหตุผลใด และในกรณีเข้ารับการรักษาใน รพ.
เอกชน คนไขใ้ นถงึ แม้จะมีหนังสือจากหน่วยงานราชการรับรองวา่ เบิกไม่ไดแ้ ต่ถา้ มีใบรับรองแพทยว์ ่าเป็น

6

การเจ็บป่วยฉุกเฉินถ้ามิได้รับการรักษาทันทีทันใดจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต กรณีเช่นนี้จะต้องสอบถาม

กับทางหน่วยงานน้ันก่อนว่าเมื่อมีใบรับรองแพทย์ระบุเช่นน้ีทาไมถึงเบิกไม่ได้ เพราะบางครั้งเจ้าหน้าที่

อาจไม่เห็นใบรับรองแพทย์หรือผู้ขอเบิกไม่ได้แนบใบรับรองแพทย์ในการเบิก (หนังสือกระทรวงการคลัง

เลขท่ี กค 0422.2/ว 95 ลว. 25 เมษายน 2557)

11. การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีนาใบเสร็จรับเงินไปเบิกกับหน่วยงานอ่ืนก่อน และ นาสาเนามาเบิกกับ

กฟภ.จะต้องให้หน่วยงานนั้นรับรองสาเนาถูกต้องในเอกสารทุกฉบับท่ีใช้ประกอบ การเบิกโดยจะต้องมี

ลายเซ็น , ชื่อนามสกลุ ตัวบรรจง , ตาแหน่งของเจา้ หน้าท่ขี องหนว่ ยงานน้ัน

12. กำรใชส้ ิทธเิ บิกค่ำรกั ษำพยำบำลของบุตร

ค่สู มรส ผู้ขอใช้สิทธิ

พนักงาน กฟภ. ข้าราชการ พนักงาน กฟภ.

พนักงาน กฟภ. พนักงาน กฟภ. พนกั งานฝา่ ยสามี

พนกั งาน กฟภ. รฐั วิสาหกิจอนื่ คสู่ มรสฝา่ ยสามีใชส้ ิทธกิ อ่ น หากสิทธทิ ไี่ ดร้ ับจากฝ่ายสามีตา่ กวา่
ให้ภรรยาเป็นผ้ใู ช้สิทธิเบกิ จา่ ยเพ่มิ เติมเฉพาะสว่ นทตี่ า่ กวา่ สทิ ธิท่ี
พึงไดร้ บั

12.1 ในกรณีคู่สมรสได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ โดยมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมายให้ฝ่ายท่ี
ปกครองบุตร หรือฝ่ายที่อุปการะเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการ
รักษาพยาบาลเฉพาะบุตรที่อยู่ในความปกครอง หรอื อย่ใู นความอุปการะเล้ยี งดูของตนแลว้ แต่กรณี

12.2 ฝ่ายท่ปี กครองหรืออุปการะจะต้องมีสทิ ธิเบิกจา่ ยจากหน่วยงานต้นสังกัดด้วย หากไมม่ สี ิทธิเบิกจ่าย
พนกั งาน กฟภ.สามารถใชส้ ทิ ธิได้

13. ระยะเวลำในกำรใช้สิทธิ
13.1 การเบิกค่ารักษาพยาบาลกรณีธรรมดาและกรณีป่วยหนักกะทันหัน ต้องใช้สิทธิภายใน 90 วัน คือ
นับจากวันที่ใบเสร็จรับเงินจนถึงวันที่เขียนคาร้อง เว้นแต่มีกรณีพิเศษท่ีคณะกรรมการกองทุน
สงเคราะห์เห็นสมควรผ่อนเวลาให้ (กสก.(สก.)36130/2563 ลว.12 ต.ค.2563 ขอ้ 13.1 – 13.3)
13.2 กรณีป่วยหนักกะทันหัน (รพ.เอกชน ประเภทคนไข้ใน) พนักงานสามารถใช้สิทธิเบิกค่า
รักษาพยาบาลกรณีธรรมดาได้คร่ึงหน่ึงของจานวนเงินที่จ่ายไปจริง (ตามสิทธิประเภทค่าใช้จ่ายใน
การรักษาพยาบาลที่กาหนดไว้ตามระเบียบฯ นี้) จากหน่วยงานต้นสังกัดก่อนได้ โดยการเบิกค่า
รักษาพยาบาลกรณีป่วยหนักกะทันหันเพ่ิมเติมจากกรณีธรรมดา พนักงานต้องเขียนคาร้องและ
ใบสาคญั จ่ายเงนิ ค่ารักษาพยาบาลยื่นเบกิ ภายในกาหนด 90 วัน นบั จากวันท่ีใบเสร็จรับเงนิ
13.3 กรณีทพี่ นกั งานพน้ สภาพและมีค่ารกั ษาพยาบาลเกดิ ขนึ้ ก่อนพน้ สภาพ ใหใ้ ช้สิทธเิ บิกภายใน 90 วัน
นบั จากวันทใ่ี บเสร็จรบั เงิน
13.4 กรณีนาใบเสร็จรับเงินไปขอเบิกจากหน่วยงานอื่นก่อน ให้นับตั้งแต่วันที่หน่วยงานอื่นอนุมัติจ่าย
เช่นค่ารักษาพยาบาลใบเสร็จรับเงินลงวันที่ 1 ม.ค.2564 นาไปเบิกจ่ายกับส่วนราชการ และ
กรมบัญชีกลางอนุมัติจ่ายเงินมาเม่ือวันที่ 25 มี.ค.2564 การนับให้มาใช้สิทธิภายใน 90 วัน เริ่ม
นบั ตง้ั แตว่ ันท่ี 25 มี.ค.2564 เป็นตน้ ไป
13.5 กรณีที่มีการรักษาพยาบาลต่อเน่ือง และทาง รพ.คิดค่าใช้จ่ายเป็นงวด ๆ โดยรวมใบเสร็จรับเงินมา
เบกิ ในคราวเดียวกนั ให้นบั ต้งั แตว่ นั ทีอ่ อกใบเสร็จรับเงินคร้ังสุดท้าย
13.6 การนับสิทธิเบิกจ่ายภายใน 90 วันต้องพิจารณาจากองค์ประกอบท่ีสาคัญคือ วันที่ใบเสร็จรับเงิน
ออกให้ และต้องได้รับการรักษาพยาบาลภายในวันที่ใบเสร็จรับเงินออกให้จนถึงระยะเวลา 90 วัน
เช่น ชาระเงินค่าวัคซีนโรคโควิดเมื่อวันที่ 1 ม.ค.2564 แต่ยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีนจริง จึงยังนา
ใบเสร็จฯ มาเบิกจ่ายไม่ได้ ต่อมาได้รับการฉีดวัคซีนจริงในวันท่ี 1 พ.ค.2564 การนาใบเสร็จฯ มา

7

เบิกจ่ายจึงเกิน 90 วันนับจากวันท่ี 1 ม.ค.2564 ต้องนาเสนอต่อคณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์

และการสงเคราะห์ผ้ปู ฏบิ ัตงิ านในการไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค พิจารณา

14. ค่ำรักษำพยำบำล หมำยควำมว่ำ

14.1 เงินท่ีสถานพยาบาลเรียกเก็บเงินค่ายา ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน ค่า

นา้ ยา หรอื อาหารทางเสน้ เลอื ด ค่าออกซิเจน ค่านมผสม ค่าเล้ียงดทู ารกแรกเกิด และอื่น ๆ ทานอง

เดียวกับท่ีใช้ในการบาบัดและรักษาโรค ตลอดจนยาบารุงร่างกายตามคาส่ังแพทย์ ซึ่ง

สถานพยาบาลวางระเบียบไวใ้ หต้ ้องเสยี เงนิ

14.2 เงินที่สถานพยาบาลเรียกเก็บเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค ค่าอวัยวะ

เทียม ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด หรือคลอดบุตร รวมทั้งการทาหมันในสถานพยาบาล ค่าธรรมเนียม

การตรวจพิเศษ ค่าทันตกรรมเฉพาะท่ีเก่ียวกับการรักษา อุดและถอนฟัน แต่ไม่รวมถึงค่า

รักษาพยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมและค่าบรกิ ารอย่างอ่ืน หรือซ่ึงเรียกช่ือเป็นอยา่ งอื่นที่มีลักษณะ

เป็นเงินตอบแทน

14.3 ค่าอวัยวะเทียม รวมทั้งค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรค ท้ังนี้ตาม

ประเภทและอัตราทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนด

15. คำอธบิ ำยค่ำรกั ษำพยำบำล

รำยกำร คำอธบิ ำย

15.1 คา่ ยา หมายถงึ คา่ ยาทใี่ ช้ในการบาบดั รกั ษาโรคไม่ว่าจะเปน็ ยาฉีด , ยาใส่แผล ,

ยาทา , ยารบั ประทาน , วัคซีนปอ้ งกนั โรคต่าง ๆ แต่ไมร่ วมถงึ ยาลดความ

อว้ น , ยาทม่ี ลี กั ษณะเปน็ เครื่องสาอาง เชน่ ยาแก้สวิ , ยาแกฝ้ า้ , ยาสระผม

ขจดั รงั แค ฯลฯ

15.2 สารอาหารทางเส้นเลือด หมายถงึ สารน้าเจือสารอาหารท่ีให้ผูป้ ่วยทางเสน้ เลอื ด ซึ่งไมไ่ ดใ้ ช้

รับประทานทางปากโดยปกติ เชน่ กลโู คส นา้ เกลอื โปรตีน เป็นตน้

15.3 คา่ บรกิ ารโลหติ และ หมายถงึ ค่าการจดั บริการการใหโ้ ลหิต หรือสว่ นประกอบของโลหติ เช่น

สว่ นประกอบของโลหิต เลือด (Whole Blood) เม็ดเลือดแดง (Packed Red Cell) พลาสมาสด

(Fresh Plasma หรอื Fresh Frozen Plasma) เกล็ดเลอื ด ( Platelet

Concentrate) พลาสมา (Plasma) ซ่ึงใหร้ วมคา่ อุปกรณบ์ รรจุ น้ายา การ

เตรียมการตรวจทางเทคนิคตลอดจนค่าบริการในการให้

15.4 ค่าตรวจวินิจฉยั ทาง หมายถงึ การให้บรกิ ารทางห้องปฏบิ ัติการ เชน่ คา่ ตรวจนา้ ตาลในเลือด คา่

เทคนคิ การแพทย์ และ ตรวจปสั สาวะ ค่าตรวจช้ินเนอ้ื เปน็ ตน้

พยาธิวทิ ยา (คา่ ตรวจทาง

ห้องทดลอง)

15.5 ค่าตรวจวินิจฉยั และการ หมายถึง ค่าตรวจวินิจฉัยและรักษาทางรังสีวิทยา เช่น การทา x-ray , CT

รักษาทางรังสวี ทิ ยา (ค่า scan, Ultrasonography, MRI, Radionuclide scan และรังสีรักษาต่าง

เอ็กซเรย์) ๆ เปน็ ต้น

15.6 คา่ ตรวจวินิจฉัยโดยวธิ ี หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการตรวจวินิจฉัยด้วยวิธีอ่ืนนอกเหนือจาก 15.4 และ

พิเศษอน่ื ๆ 15.5 เช่น EKG, EMG, EEG, Exercise stress test, Echocardiography,

Audiometry เป็นตน้

15.7 ค่าอุปกรณ์ของใชแ้ ละ หมายถึง ค่าใช้จ่ายในการใช้อุปกรณ์ หรือ เคร่ืองมือของสถานพยาบาลเพื่อ

เคร่ืองมือทางการแพทย์ ประกอบการบาบัดรักษา เช่น เคร่ืองช่วยหายใจ เครื่อง monitor ต่าง ๆ

และ ค่า set ทีใ่ ชใ้ นการตรวจรกั ษาตา่ ง ๆ เปน็ ต้น

8

15.8 ค่าผา่ ตดั ทาคลอด การทา หมายถึง ค่าบริการตามรายการผ่าตัดการทาคลอด การทาหัตถการ และ

หัตถการ และวิสัญญี คา่ บริการวิสัญญี

15.9 ค่าบรกิ ารทางทนั ตกรรม หมายถึง ค่าบริการตามรายหัตถการหรือรายโรค เช่น อุดฟัน , ถอนฟัน ,

ขูดหินปูน , รักษาคลองรากฟัน (กค.0431.2/ว 246 ลว.16 มิ.ย. 2559)

ท้ังนี้ ค่ำจัดฟัน ค่ำเคลือบฟลูออไรด์ , ค่ำเคลือบร่องฟัน , รำกฟันเทียม ,

คำ่ วสั ดุ เบกิ ไม่ได้

15.10 คา่ บรกิ ารทางกายภาพ หมายถึง คา่ บริการทางด้านกายภาพบาบัดตามรายหตั ถการและรายครัง้

บาบัด

15.11 ค่าบริการทางการ หมายถึง ค่าบริการเก่ียวกับการพยาบาล เช่น ค่าสวนปัสสาวะ ค่าใส่สาย

พยาบาล สวนปัสสาวะคาสาย ค่าทาแผล ค่าบริการพยาบาลพื้นฐานท่ีคิดเหมาจ่าย

เป็นรายวัน เป็นต้น

15.12 ค่าบริการฝงั เขม็ และ หมายถงึ ค่าบริการในการใหบ้ รกิ ารฝงั เขม็ และคา่ ฝงั เข็มพร้อมการกระตนุ้

คา่ บรกิ ารให้การบาบดั จดุ ฝังเขม็ ดว้ ยเคร่ืองกระตนุ้ ค่าบริการบาบัดรักษาโรคและการฟืน้ ฟู

ของผ้ปู ระกอบโรคศลิ ปะ สมรรถภาพดว้ ยวธิ กี ารทางการแพทยแ์ ผนไทย

อื่น

15.12.1 ค่าบริการฝังเข็ม ค่าฝังเข็มพร้อมการกระตุ้นจุดฝังเข็มด้วย

เคร่ืองกระตุ้นให้เบิกได้เฉพาะกรณีการฝังเข็มเพื่อการบาบัดรักษา

โรค และการฟ้ืนฟสู มรรถภาพ

15.12.2 ค่านวดและประคบสมุนไพร เพ่ือการบาบัดรักษาโรค จะต้องเป็น

ก ร ณี ผู้ ป่ ว ย จ า เ ป็ น ต้ อ ง ไ ด้ รั บ ก า ร บ า บั ด รั ก ษ า โ ร ค ห รื อ ฟ้ื น ฟู

สมรรถภาพ มิใชก่ รณเี พื่อการส่งเสริมสุขภาพหรอื ปอ้ งกันโรค

15.12.3 ค่าบริการฝังเข็ม (รหัส 58001 และ 58020) ค่านวดและประคบ

สมุนไพร เพื่อการบาบัดรักษาโรค (รหัส 58130) ให้เบิกจ่ายกับ

กฟภ. ได้เท่าทีจ่ า่ ยจรงิ เชน่ รหัส 58130 ทางราชการให้เบกิ ได้ครั้ง

ละ 250.- บาทต่อวัน แตส่ ถานพยาบาลเรียกเก็บจานวนเงิน 350.-

บาท สำมำรถเบิกจำก กฟภ. ได้ท้ังหมด (อัตราสาธารณสุข รหัส

5 ตัว อ้างอิงเฉพาะชื่อรายการว่าเป็นรายการที่เรียกเก็บได้ แต่ไม่

อ้างอิงจานวนเงินตามอัตราสาธารณสุข จึงสามารถเบิกจ่ายได้

ตามท่จี ่ายจรงิ )

15.12.4 ตามข้อ 15.12.3 กรณีผู้รับราชการเบิกจ่ายจากราชการไปแล้ว

250.- บาท ผู้ปฏิบัติงานสามารถนาส่วนที่ยังขาดอยู่ของบุคคลใน

ครอบครวั มาเบกิ จาก กฟภ. ได้

15.12.5 การเบิกค่าบริการฝังเข็ม จะต้องมีใบรับรองซึ่งออกโดย ผู้ประกอบ

วิชาชีพเวชกรรมที่ผ่านการอบรมหลักสูตรการฝังเข็มท่ีได้รับการ

รับรองมาตรฐานหลักสูตรจากหน่วยงานภาครัฐของไทย หรือผู้

ประกอบโรคศิลปะสาขาการแพทย์แผนจีน เพื่อประกอบการ

เบกิ จา่ ย

15.12.6 การเบิกค่าบริการกรณีบาบัดรักษาโรคและการฟื้นฟูสมรรถภาพ

ด้วยวิธีการแพทย์แผนไทย จะต้องมีใบรับรองซึ่งออกโดยผู้

ประกอบวิชาชีพเวชกรรมหรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผน

9

ไทย หรือผู้ประกอบวิชาชีพการแพทย์แผนไทยประยุกต์ เพื่อ
ประกอบการเบกิ จ่าย
15.12.7 ค่ายาสมุนไพร หรือยาแผนไทย ท่ีใช้ในการบาบัดรักษาโรค ให้
เบิกจ่ายในหมวดค่ายาและสารอาหารทางเส้นเลือด และหมวดค่า
ยากลับบ้าน แล้วแต่กรณีโดยให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ที่
กระทรวงการคลัง/กรมบัญชีกลางกาหนด

15.13 คา่ เวชภณั ฑท์ ่ีมใิ ช่ยา 15.13.1 หมายถึง ค่าวัสดุทางการแพทย์ท่ีใช้เพ่ือการบาบัดรักษาผู้ป่วย แต่
ไม่รวมถึงวสั ดุทางการแพทย์ท่ีจัดอยู่ในรายการค่าอวยั วะเทยี มและ
15.14 อวัยวะเทียม และ อปุ กรณ์ในการบาบัดรกั ษาโรค
อปุ กรณ์ในการ
บาบัดรกั ษาโรคเบิกได้ 15.13.2 ในการเบิกจ่ายให้แนบรายละเอียดเวชภณั ฑ์ประกอบทุกครั้ง และ
ตามประเภท และอัตรา ต ร ว จ ส อ บ ร า ย ก า ร ห า ก ไ ม่ ใ ช่ ร า ย ก า ร ที่ เ ก่ี ย ว ข้ อ ง กั บ ก า ร
ท่กี ระทรวงการคลงั รักษาพยาบาล ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ เช่น ค่าป้ายข้อมือ, ค่าชุด
กาหนด เซท็ สบู่ แปรงสีฟนั ยาสีฟัน ผา้ ขนหนู คนเฝา้ ไข้

15.15 ค่าธรรมเนยี มแพทย์ , 15.14.1 ใหเ้ บกิ จ่ำยได้ตำมชอ่ื ประเภทและรหัส (4 ตัว) ตำมจำนวนเงินที่
คา่ ธรรมเนียมพิเศษ กำหนดอัตรำไว้ เช่น รหัส 1001 กะโหลกศรีษะเทียม (Crani
นอกเวลาราชการของ oplastic implant) กาหนดอัตราไว้ชุดละ 6,000.- บาท แต่ รพ.
รพ.ราชการ เรียกเก็บจานวนเงิน 8,000.- บาท ให้มีสิทธิเบิกได้เพียง 6,000.-
บาท/ชดุ

15.14.2 เอกสารของ รพ. ตอ้ งระบชุ ่อื ประเภทให้ตรงกับท่ีกระทรวงการคลัง
กาหนดไว้

15.14.3 ค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียม เบิกได้กรณีท่ีแพทย์สถานพยาบาลท่ี
ตรวจรักษาเปน็ ผูส้ ง่ั ซ่อมโดยประหยัด

15.15.1 เบิกได้ตามจานวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ค่าธรรมเนียมแพทย์ หรือ
ค่าธรรมเนียมพิเศษจะต้องเกิดจากค่ารักษาพยาบาลท่ีเบิกได้ เช่น
ค่าถอนฟันเบิกได้ ค่าธรรมเนียมแพทย์ หรือ ค่าธรรมเนียมพิเศษย่อม
เบิกได้ / ค่าจัดฟันเบิกไม่ได้ ค่าธรรมเนียมแพทย์ หรือ
ค่าธรรมเนียมพิเศษย่อมเบิกไม่ได้เช่นกันถึงแม้ว่าทาง รพ.จะระบุ
มาอยู่ในช่องเบิกได้ ก็ไม่สามารถเบิกจ่ายได้ทั้งค่าจัดฟัน และ
ค่าธรรมเนียมแพทย์ , ค่าธรรมเนียมพิเศษ กบผ.(สก.)ว
2948/2557 ลว.27 ส.ค.2557)

15.15.2 การรักษาฟัน ซึ่งมีค่าใช้จ่ายท้ังเบิกได้ และเบิกไม่ได้ในคราว
เดียวกัน เช่น อุดฟันกับจดั ฟัน โดยทาง รพ.รวมค่าธรรมเนยี มแพทย์
หรือ ค่าธรรมเนียมพิเศษในการอุดฟนั และจัดฟันมาดว้ ยกนั จะตอ้ ง
ให้ทาง รพ.แยกคา่ ธรรมเนียมแพทย์ หรอื ค่าธรรมเนยี มพิเศษแต่ละ
รายการด้วยวา่ เป็นจานวนเงนิ เทา่ ใด

15.15.3 ทาการรักษาฟัน ท่ีทาง รพ.คิดค่าธรรมเนียมพิเศษ รวมอุปกรณ์
เฉพาะทางมาด้วย จะต้องให้ทาง รพ. แยกค่าธรรมเนียมพิเศษแต่
ละรายการดว้ ยว่าเปน็ จานวนเงินเท่าใด

10

16. ค่ำพยำบำลพเิ ศษ
ในกรณีที่ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลในครอบครัวป่วยมีอาการอยู่ในข้ันอันตรายอย่างร้ายแรง ซึ่งแพทย์
ผู้รักษา หรอื นายแพทย์ผู้อานวยการสถานพยาบาลการไฟฟา้ ส่วนภูมภิ าค รับรองว่าจาเปน็ ต้องมีพยาบาล
พเิ ศษเฝา้ ดูแลโดยใกลช้ ิด ให้เบกิ ไดด้ ังนี้
16.1 กรณีท่ีเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลของราชการหรือเอกชนให้เบิกได้วันละไม่เกิน
200.- บาท แต่ไมเ่ กินสามวันตอ่ การเจบ็ ปว่ ยครั้งหนึ่ง
16.2 ให้จ้างพยาบาลพิเศษได้คร้ังละ 1 คน ถ้ามีความจาเปน็ ต้องใชพ้ ยาบาลพิเศษอีกก็ให้จ้างต่อได้อีกไม่
เกินสามวัน ท้ังน้ีต้องให้แพทย์ผู้รักษา หรือ นายแพทย์ผู้อานวยการสถานพยาบาลการไฟฟ้าส่วน
ภมู ภิ าค ชีแ้ จงให้ความเห็นชอบเปน็ ราย ๆ ไป ถึงความจาเปน็ แตล่ ะครง้ั

17. ผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลในครอบครัวตามข้อ 1 เข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทคนไข้ใน สถานพยาบาล
ของทางราชการ หรือสถานพยาบาลของเอกชน ให้แนบหนังสือรับรองการเจ็บป่วย หรือใบรับรองแพทย์
ประกอบการเบกิ จา่ ย ยกเวน้ กรณอี อกหนังสอื รบั รองสทิ ธเิ ขา้ รบั การรักษาประเภทคนไข้ในสถานพยาบาล
ของทางราชการ ไมต่ ้องแนบเอกสารดังกล่าว

18. กรณีแพทย์สถำนพยำบำล กฟภ. หรือ แพทย์ของสถำนพยำบำลของรำชกำรแนะนำ และให้ควำม
เหน็ ชอบไปทำ ให้เบกิ ได้ดงั นี้
18.1 คำ่ ตรวจทำงห้องทดลอง
18.1.1 เบิกได้คร่ึงหน่ึงของจำนวนเงินที่จ่ำยไปจริง โดยรายการในใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีค่า
แพทย์ ผู้ตรวจรักษา ถ้ำมีถือว่ำเป็นคนไข้นอกโรงพยำบำลเอกชนไม่สำมำรถเบิกจ่ำยได้
ทุกรำยกำรในใบเสร็จรับเงนิ
18.1.2 ในใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารของทาง รพ. จะต้องระบุรายการท่ีทา
การตรวจทางห้องทดลองใหต้ รงตามแพทย์สั่ง
18.1.3 วันท่ีไปทาการตรวจทางห้องทดลองจะต้องเป็นวันท่ีแพทย์ส่ัง หรือหลังจากวันท่ีแพทย์สั่ง
ถา้ ไปทากอ่ นวนั ทีแ่ พทย์ส่ัง ไม่สามารถเบกิ จา่ ยได้
18.1.4 การตรวจทางห้องทดลองสามารถไปทาน้อยกวา่ ทแี่ พทยส์ ่ังได้ แตถ่ า้ ไปทามากกว่าที่แพทย์
ส่งั ให้เบกิ ได้เฉพาะเทา่ ที่แพทยส์ ง่ั เท่านัน้
18.1.5 การเบิกจะตอ้ งแนบใบส่ังแพทย์ , ใบเสรจ็ รับเงิน , ใบรับรองรายการยา และอวัยวะเทียมที่
ไม่มีจาหน่ายในสถานพยาบาล ยกเว้นแพทย์ กฟภ. ส่ังไม่ต้องแนบใบรับรองรายการยา
และอวัยวะเทยี มท่ีไม่มจี าหน่ายในสถานพยาบาล
18.2 คำ่ เอกซเรย์
18.2.1 เบิกได้เต็มจานวนเงินท่ีได้จ่ายไปจริง โดยในใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีค่าแพทย์ผู้ตรวจ
รักษา ถำ้ มถี ือวำ่ เป็นคนไขน้ อก รพ.เอกชน ไม่สำมำรถเบกิ จ่ำยไดท้ ้ังใบเสร็จรบั เงิน
18.2.2 ถ้าในการทาเอกซเรย์ จาเป็นต้องใช้ยาเพ่ือประกอบการเอกซเรย์ หรือจาเป็นต้องใช้แพทย์
ในการทาเอกซเรย์ ค่ายา และค่าแพทย์ สามารถเบิกได้โดยถือว่าเป็นส่วนหนึ่งในการ
เอกซเรย์
18.2.3 คา่ แพทย์อา่ นผลสามารถเบกิ จา่ ยได้ โดยถอื ว่าเป็นส่วนหน่งึ ของคา่ เอกซเรย์
18.2.4 ในใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารของทาง รพ. จะต้องระบุรายการที่ทา
การเอกซเรย์ใหต้ รงตามแพทย์ส่ัง
18.2.5 จะต้องไปทาการเอกซเรย์ในวันท่ีแพทย์ส่ัง หรือ หลังจากวันท่ีแพทย์ส่ัง ถ้าไปทาก่อนวันท่ี
แพทย์สง่ั ไม่สามารถเบิกจา่ ยได้
18.2.6 การเอกซเรย์สามารถไปทาน้อยกว่าท่ีแพทย์ส่ังได้ แต่ถ้าไปทามากกว่าที่แพทย์สั่งให้เบิกได้
เฉพาะเท่าทีแ่ พทย์สงั่ เท่าน้ัน

11

18.2.7 ในการเบิกจะต้องแนบใบสั่งแพทย์ , ใบเสร็จรับเงิน , ใบรับรองรายการยา และอวัยวะ
เทยี มท่ีไมม่ ีจาหนา่ ยในสถานพยาบาล ยกเวน้ แพทย์ กฟภ. สัง่ ไมต่ ้องแนบใบรับรองรายการ
ยา และอวยั วะเทยี มท่ไี ม่มีจาหน่ายในสถานพยาบาล

19. กรณีแพทย์สถำนพยำบำล กฟภ. หรือ แพทยข์ องสถำนพยำบำลของรำชกำรสงั่ ใหเ้ บิกไดด้ ังนี้
19.1 คำ่ ยำ
19.1.1 เบิกได้เต็มจานวนเงินท่ีได้จ่ายไปจริง โดยในใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีค่าแพทย์ผู้ตรวจ
รกั ษา ถ้ำมถี อื ว่ำเป็นคนไข้นอก รพ.เอกชน ไม่สำมำรถเบกิ จำ่ ยกรณสี ถำนพยำบำลของ
รำชกำรสัง่ ไดท้ ้งั ใบเสร็จรับเงิน
19.1.2 ตามข้อ 19.1.1 สามารถนาไปเบิกจ่ายกรณีคนไข้นอก รพ.เอกชน ได้ตามรายการที่
พิจารณาสิทธิแล้วมีสิทธิเบิกจ่าย (สิทธิ 3,600.- บาท โดยให้แนบใบรับรองแพทย์
ประกอบดว้ ย) และไมต่ ้องแนบเอกสารตามข้อ 19.1.6
19.1.3 ในใบเสร็จรับเงิน หรือใบรับรองแพทย์ หรือเอกสารของทาง รพ. จะต้องระบุช่ือยา ,
จานวนยา , จานวนซีซี หรือมิลลิกรัมยา ให้ตรงตามแพทย์สั่ง ถ้าจานวนยาสั่งเป็นเม็ดแต่
ผปู้ ่วยไปซื้อเป็นขวด หรือแผง จะตอ้ งระบวุ ่า 1 ขวด หรือ 1 แผง มีจานวนเท่าใด
19.1.4 จะต้องซื้อยาในวันท่ีแพทย์สั่ง หรือ หลังจากวันท่ีแพทย์ส่ัง ถ้าไปซ้ือก่อนวันที่แพทย์ส่ัง ไม่
สามารถเบกิ จ่ายได้
19.1.5 จานวนยาสามารถซ้ือต่ากว่าจานวนท่ีแพทย์ส่ังได้ แต่ถ้าซื้อมากกว่าจานวนที่แพทย์ส่ังให้
เบิกไดเ้ ทา่ ท่ีจานวนท่ีแพทย์สงั่
19.1.6 ในการเบิกจะต้องแนบใบส่ังแพทย์ , ใบเสร็จรับเงิน , ใบรับรองรายการยา และอวัยวะ
เทยี มที่ไม่มจี าหนา่ ยในสถานพยาบาล ยกเว้นแพทย์ กฟภ. สงั่ ไม่ต้องแนบใบรบั รองรายการ
ยา และอวยั วะเทยี มท่ไี มม่ จี าหนา่ ยในสถานพยาบาล
19.2 คำ่ อวยั วะเทียม , อุปกรณใ์ นกำรบำบดั รักษำโรค
19.2.1 เบิกได้ตามประเภทและอัตราท่ีกระทรวงการคลังกาหนด ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามลักษณะ
และขอ้ บ่งช้ที ่ีกาหนด
19.2.2 รายการอวัยวะเทียม , อุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรคในใบสั่งแพทย์ แพทย์จะต้องส่ังให้
ตรงตามประเภทและอตั ราที่กระทรวงการคลงั กาหนดเป็นหลักถ้าส่ังไมต่ รงตามในประเภท
และอตั ราทีก่ ระทรวงการคลงั กาหนดไม่สามารถเบิกจ่ายได้
19.2.3 ใบเสร็จรบั เงนิ จะตอ้ งระบรุ ายการใหต้ รงตามใบสั่งแพทย์ และตรงตามประเภท และอัตรา
ทกี่ ระทรวงการคลังกาหนด
19.2.4 ต้องซ้ืออวัยวะเทียม หรือ อุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรค ในวันที่แพทย์สั่งหรือหลังจาก
วนั ท่ีแพทย์ส่ัง ถ้าซอ้ื ก่อนวันทีแ่ พทย์สั่งไม่สามารถเบิกจ่ายได้
19.2.5 อุปกรณ์พยุงข้อศอก หรืออุปกรณ์พยุงข้อเข่า อุปกรณ์ดังกล่าวจะต้องไม่ทาจากผ้ายืด ถ้า
ทาจากผ้ายดื ไมส่ ามารถเบิกจา่ ยได้ เชน่ (FUTURO (ฟทู ูโร)่ ทูบีกริฟ ฯลฯ
19.2.6 อุปกรณ์พยุงข้อเข่าเบิกได้เฉพาะผู้ป่วยท่ีข้อเข่าเส่ือมชารุดท่ียังไม่พร้อมที่จะผ่าตัดเท่านั้น
ซ่งึ แพทยจ์ ะต้องระบุอาการของโรคในใบส่ัง , หรือในใบรับรองรายการยาและอวยั วะเทียม
ทีไ่ มม่ ีจาหน่ายในสถานพยาบาล หรอื ออกใบรบั รองแพทยแ์ ยกใหต้ ่างหากกไ็ ด้
19.2.7 การซอื้ อวยั วะเทียมอุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรคสามารถซื้อนอ้ ยกว่าท่แี พทยส์ ั่งได้ แต่ถ้า
ซื้อมากกว่าทแี่ พทยส์ ่ังใหเ้ บิกได้เท่าที่แพทย์ส่งั เท่านนั้
19.2.8 รถน่ังคนพิการชนิดพับได้ ทาด้วยโลหะแบบปรับให้เหมาะสมกับความพิการได้หรือรถน่ัง
คนพิการชนิดพับได้ทาด้วยโลหะและปรับไม่ได้ นอกจากจะต้องแนบหลักฐานดังกล่าว

12

ข้างต้นแล้วจะต้องแนบใบรับรองแพทย์ท่ีระบุความพิการที่จาเป็นต้องนั่งรถด้วย (เบิกได้
เฉพาะกรณพี ิการเท่านั้น)
19.2.9 ในการเบิกจะต้องแนบใบสั่งแพทย์ , ใบเสร็จรับเงิน , ใบรับรองรายการยา และอวัยวะ
เทยี มท่ีไม่มีจาหน่ายในสถานพยาบาลยกเว้นแพทย์ กฟภ. ส่งั ไมต่ อ้ งแนบใบรบั รองรายการ
ยา และอวัยวะเทยี มที่ไมม่ ีจาหนา่ ยในสถานพยาบาล
20. สถำนพยำบำลของทำงรำชกำร ส่งตวั ไปลำ้ งไตคนไขน้ อก รพ.เอกชน เบกิ ไดต้ ำมหลักเกณฑ์ดงั นี้
20.1 สถานพยาบาลของทางราชการไมม่ ีเคร่ืองไตเทียมหรือมแี ต่ไม่เพยี งพอในการให้บริการล้างไต , ฟอก
ไตหรือฟอกเลือดแก่ผปู้ ่วยได้
20.2 สถานพยาบาลของทางราชการจาเป็นต้องส่งตัวผู้ป่วยไปล้างไตหรือฟอกไตหรือฟอกเลือดใน
สถานพยาบาลของเอกชน
20.3 การส่งตวั ผ้ปู ่วยไปลา้ งไต , ฟอกไต หรือ ฟอกเลอื ดในสถานพยาบาลของเอกชนต้องมคี าวนิ จิ ฉยั และ
หนังสือรับรองของคณะกรรมการแพทย์ของสถานพยาบาลของทางราชการที่ส่งตัวผู้ป่วยไปรับการ
รักษาเพอื่ ประกอบการพิจารณา
20.4 เบิกค่าล้างไต , ฟอกไต หรือฟอกเลือดได้เท่าท่ีจ่ายจริงแต่ไม่เกินครั้งละ 2,000.-บาท (บผ.(สก.)
2067/2551 ลว.7 พ.ค. 2551)
20.5 ไม่มสี ิทธเิ บิกค่ายากระตุ้นการสร้างเม็ดเลือดแดง และคา่ ตรวจทางห้องปฏิบัติการหรือค่าแพทย์ แต่
สามารถนาไปเบิกจ่ายกรณีคนไข้นอก รพ.เอกชน ไดต้ ามรายการที่พิจารณาสทิ ธแิ ลว้ มสี ิทธเิ บิกจ่าย
(สิทธิ 3,600.- บาท โดยใหแ้ นบใบรบั รองแพทย์ประกอบดว้ ย)
20.6 ไม่มีสิทธิเบิกจ่ายค่าอุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรคตามประเภท และอัตราค่าอวัยวะเทียมและ
อปุ กรณใ์ นการบาบัดรักษาโรคตามท่ีกระทรวงการคลงั กาหนด
21. ค่ำยำของ รพ.รำชกำร ท่ีอยู่ในช่องท่ีเบิกไม่ได้ หรือที่ รพ.รำชกำรระบุว่ำ ค่ำยำเบิกรำชกำรไม่ได้
(บนั ทึก สก.(สก)ว 5315/2544 ลว. 19 ก.ค.2544)
21.1 ต้องให้สถานพยาบาลของทางราชการท่ีผู้ป่วยไปทาการรักษาระบุว่าค่ายาดังกล่าว เป็นค่ายาอะไร
และใช้รักษาโรคใด หรือแนบใบรับรองแพทยว์ ่ามารับการรักษาโรคใด ในกรณีสถานพยาบาลไมร่ ะบุ
ช่ือโรคในเอกสารใด ๆ ให้ หรือว่าไม่แนบใบรับรองแพทย์ ถือว่าพนักงานผู้น้ันไม่ประสงค์จะใชส้ ทิ ธิ
เบิกค่ายาดังกล่าว
21.2 ค่ายาช่องเบิกไม่ได้ต้องจดทะเบียนเป็นยาด้วย หากจดทะเบียนเป็นเคร่ืองสาอาง , อาหารเสริม ,
เครื่องมือแพทย์ ฯลฯ จะเบิกไม่ได้ ดังนั้นผู้ตรวจสอบจะต้องนาช่ือยา/เลขจดทะเบียนยาที่กล่องยา
(ขอดูจากผู้ขอเบิก) หรือชื่อที่ รพ. ระบุในรายละเอียดชื่อยา ไปค้นหาว่าเป็นรายการที่จดทะเบียน
ยาหรอื ไม่ จากเว็บไซด์
https://porta.fda.moph.go.th/fda_search_all/main/search_center_main.aspx

13

ตวั อยา่ งผลการตรวจสอบจากเว็บไซด์ท่จี ดทะเบียนเป็นยา (เบิกได)้

ตวั อย่างผลการตรวจสอบจากเว็บไซด์ทจี่ ดทะเบียนเปน็ เครอื่ งสาอาง (เบิกไม่ได)้

21.3 ค่ายาเบิกไม่ได้ หากใช้รหัสแทนการระบุในใบเสร็จช่องเบิกไม่ได้ (ใบเสร็จไม่มีช่องเบิกไม่ได้) เช่น
รพ.มหาราชนครเชยี งใหม่ , ศูนย์ศรีพัฒน์ จะระบุรหัสยานอกบัญชียาหลักเป็น (NED) , (NS) , (NX)
ต้องนาช่อื ยามาค้นหาในเวบ็ ไซด์ทกุ รายการ

21.4 กรณีศูนย์ศรีพัฒน์ ออกใบรับรองการใช้ยานอกบัญชียาหลัก (NED) , (NS) , (NX) ให้ ต้องนาชื่อยา
ไปตรวจสอบจากเว็บไซด์ตามข้อ 21.2 ทุกรายการ เนอ่ื งจากรายการยาทร่ี ับรองใหส้ ว่ นมากจะไม่ได้
จดทะเบยี นเป็นยา

14

22. ค่ำบรกิ ำรในชอ่ งเบกิ ไม่ได้
22.1 ค่ำบริกำรผู้ป่วยนอกในช่องเบิกไม่ได้ของ รพ.ศิริราช คือค่าบริการทางการแพทย์ส่วนที่เกินจาก
ค่าบรกิ ารทางการแพทย์ที่ราชการใหเ้ บกิ จา่ ย จงึ สำมำรถเบกิ จ่ำยกบั กฟภ. ได้ (หารือของ กฟน.3)
22.2 ค่ำบริกำรทำงกำรแพทย์อื่น ๆ ของ รพ.พญาไท1 เป็นค่าเซอร์วิส ชาร์จ ไม่สำมำรถเบิกจ่ำยจำก
กฟภ. ได้
22.3 ค่ำบริกำรคลินิกพิเศษผู้ป่วยใน รพ.จุฬาลงกรณ์ เป็นค่าบริการที่คลินิกพิเศษคิดเพิ่มข้ึนอีก 20%
(เซอร์วสิ ชาร์จ) จากคา่ ใชจ้ ่ายจริงในการรักษาพยาบาล ค่าบรกิ ารคลนิ ิกพิเศษผู้ปว่ ยในดังกล่าว จึง
ไมส่ ำมำรถเบิกจ่ำยจำก กฟภ. ได้
22.4 ค่ำบริกำรพรีเม่ียมคลินิก เป็นค่าบริการในการอานวยความสะดวกต่าง ๆ ในการรักษาพยาบาล
ของผู้ป่วยรวมถึงการให้บริการหนังสือพิมพ์ กาแฟ ขนม น้าดื่ม ระหว่างรอการตรวจ จึงถือว่า
คา่ บรกิ ารพรเี ม่ียมคลนิ ิก เป็นค่าบริการอย่างอนื่ ไม่สำมำรถเบกิ จ่ำยจำก กฟภ. ได้
22.5 คำ่ บริกำรอน่ื ๆ ของสถานพยาบาลอนื่ ให้พจิ ารณาจากรายละเอียดทแ่ี นบประกอบการเบิกจา่ ย
22.5.1 รายละเอียดระบุเป็นค่าบริการที่เกี่ยวกับการรักษาสำมำรถเบิกจ่ำยจำก กฟภ. ได้ เช่น
คา่ บรกิ ารทางการแพทย์นอกเวลาราชการ, ค่าแพทยผ์ สมยา, ค่าคลินกิ แพทยเ์ ฉพาะทาง
22.5.2 รายละเอียดระบุเป็นค่าบริการที่ไม่เกี่ยวกับการรักษา ไม่สำมำรถเบิกจ่ำยจำก กฟภ. ได้
เชน่ คา่ บรกิ ารโรงพยาบาล คา่ บริการห้องพกั คนเฝา้ ผปู้ ว่ ย ค่าโทรศัพท์
22.6 ค่ำใช้จ่ำยหรือค่ำธรรมเนียมในกำรให้บริกำรจัดส่งยำ ไม่สำมำรถเบิกจ่ำยจำก กฟภ. ได้
เน่อื งจากการจัดสง่ ยาทางไปรษณีย์ เปน็ ข้อตกลงระหว่างบุคคลกับสถานพยาบาล เพ่อื อานวยความ
สะดวก และหากพนักงานมีความประสงค์ให้สถานพยาบาลจัดส่งยาให้ ต้องแจ้งสถานพยาบาล
จัดส่งเอกสารท่ใี ชป้ ระกอบในการเบกิ จา่ ยให้ครบถว้ น เช่น ศนู ย์ศรีพัฒน์ ตอ้ งมีใบรับรองแพทย์ , ยา
นอกบัญชียาหลัก ต้องมีหนังสือรับรองการใช้ยานอกบัญชียาหลัก หากไม่มีหนังสือรับรองการใช้ยา
นอกบญั ชยี าหลกั ใหส้ ถานพยาบาลระบชุ ือ่ ยาและช่อื โรค

23. ค่าบริการทางการแพทย์ ในกรณีท่ีสถานพยาบาลออกใบเสร็จรับเงินค่าแพทย์ ต่างหากอีก 1 ฉบับ

ค่าบริการทางการแพทย์ที่เรียกเก็บในใบสรุปค่าใช้จ่ายรวม ถือเป็นค่าบริการอื่น ๆ ไม่สำมำรถเบิกจ่ำย

จำก กฟภ. ได้

24. คำ่ รกั ษำพยำบำลกรณีปว่ ยหนักกะทนั หัน
เบกิ จา่ ยได้ตามคณะกรรมการจัดการกองทนุ สงเคราะห์ฯ เหน็ สมควร
24.1 หลักฐานประกอบการขอเบกิ คา่ รกั ษาพยาบาลกรณปี ่วยหนกั กะทันหัน
24.1.1 คาร้องและใบสาคญั จา่ ยเงนิ คา่ รักษาพยาบาล (สก.5-ป.59)
24.1.2 บนั ทกึ ชีแ้ จงเหตุผลของการนาผู้ปว่ ยเข้ารบั การรกั ษาใน รพ.เอกชน โดยระบุ วนั ที่ เวลา ที่
เกิดการเจบ็ ป่วย อาการแรกป่วย สถานที่เกดิ การเจบ็ ป่วย และระบุว่าใครเปน็ ผ้นู าผปู้ ว่ ยสง่
รพ.
24.1.3 แผนทส่ี งั เขป

• แสดงระยะทางจากสถานท่ีเกิดการเจ็บป่วยถึง รพ.เอกชน ที่เข้ารับการรักษาว่าเป็น
ระยะทางเทา่ ใด

• แสดงระยะทางจากสถานท่ีเกิดการเจ็บป่วยถึง รพ.ราชการ ที่ใกล้ที่สุดว่าเป็นระยะทาง
เทา่ ใด

• ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดท่ีผู้ขอเบิกสังกัดเป็นผู้รับรองแผนที่สังเขป โดยระบุข้อความว่า
เปน็ ระยะทางที่ถูกตอ้ งพรอ้ มกับเซน็ ช่ือ

24.1.4 ใบเสร็จรบั เงิน , ใบหน้างบสรุปรายการคา่ รกั ษาพยาบาล

15

24.1.5 ใบรับรองแพทยผ์ ู้ตรวจรกั ษา และคาวนิ จิ ฉัยโรค
24.1.6 สาเนาโอพีดีการ์ด
24.1.7 สาเนาการรักษาพยาบาลของแพทย์ผทู้ าการรักษา ตง้ั แต่วันที่เข้ารับการรักษาจนถึงวันที่ออก

จาก รพ.
24.1.8 สาเนาทะเบียนบา้ นของผู้ขอเบิก , ผปู้ ่วย , และบา้ นท่ีเกดิ การเจ็บปว่ ย (ถา้ สถานที่เกิดการ

เจ็บป่วย ไม่ใช่บ้านท่ีมีช่ือผปู้ ่วยอยู่ในทะเบียนบ้าน ให้ช้ีแจงเหตุผลท่ีไปเกิดการเจ็บป่วย ณ
สถานท่นี ั้นด้วย)
24.1.9 ใบอนุญาตจดั ตง้ั สถานพยาบาล
25. ค่ำรักษำพยำบำลกรณปี ระสบภยั จำกรถ
25.1 เมือ่ ผู้ปฏบิ ตั งิ านหรือบุคคลในครอบครวั ไม่ว่าในฐานะผู้ขับขี่ , ผโู้ ดยสาร , คนเดินเท้า หากไดร้ ับอันตราย
ต่อร่างกาย อันเน่ืองมาจากอุบัติเหตุท่ีเกิดจากรถ ต้องดาเนินการย่ืนขอรับค่าเสียหายเบ้ืองต้นภายใน
180 วัน นับแต่วันท่ีประสบอุบัติเหตุ ต่อบริษัทประกันภัย , บริษัทกลาง คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
จากัด หรือ สานักงานกองทุนทดแทนผู้ประสบภัย กรณีไม่สามารถเรียกร้องค่าเสียหายจากบริษัท
ประกนั ภัยได้ก่อน ถา้ สิทธทิ ่ีไดร้ ับการช่วยเหลือต่ากวา่ ทีจ่ ะไดร้ บั จาก กฟภ. ให้มีสทิ ธเิ บิกเพ่ิมเติมได้
เท่าจานวนที่ยังขาดอยู่
25.2 ผู้ประสบภัย จะได้รับความคุ้มครอง “ค่าเสียหายเบื้องต้น” โดยไม่ต้องรอพิสูจน์ความผิด บริษัท
ประกันภัยจะชดใช้ให้แก่ผู้ประสบภัย/ทายาทของผู้ประสบภัยภายใน 7 วัน นับแต่วันท่ีบริษัท
ประกันภัยได้รับคาร้องขอค่าเสียหาย โดยมีจานวนเงินค่ารักษาพยาบาล+ค่าใช้จ่ายอันจาเป็น
เก่ียวกับการรักษาพยาบาลของผู้ประสบภัยตามจานวนท่ีจ่ายไปจริงแต่ไม่เกิน 30,000.- บาท ต่อ
หนง่ึ คน
25.3 กรณีผู้ประสบภัยเป็นผู้ขับข่ี และเป็นฝ่ายผิดเอง หรือไม่มีผู้รับผิดตามกฎหมายต่อผู้ขับขี่ท่ีประสบภัย
ดังน้ัน ผู้ประสบภัยที่เป็นผู้ขับข่ีจะได้รับความคุ้มครองไม่เกินค่าเสียหายเบื้องต้นกล่าวคือ หาก
บาดเจบ็ จะไดร้ บั ค่ารักษาพยาบาลไม่เกิน 30,000.- บาท
25.4 กรณีผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลในครอบครัวเป็นผูข้ ับข่ี แล้วประสบอุบัตเิ หตุโดยไม่มีคู่กรณี และรถน้นั
ไม่ได้จัดให้มีการทา พรบ.ตามที่กฎหมายบังคับ จึงไม่ได้รับความคุ้มครองตามที่กฎหมายกาหนด
กรณีน้ีถ้าผู้ปฏิบัติงานนาค่ารักษาพยาบาลมาเบิกจาก กฟภ. จะต้องถูกหักค่าเสียหายเบ้ืองต้น
จานวนเงนิ 30,000.- บาท
25.5 ตัวอย่าง การคานวณเบิกจ่ายเงนิ
25.5.1 กรณีเกิดอุบัติเหตุจากรถจักรยานยนต์/รถยนต์ และยังไม่ได้รับค่าเสียหายเบื้องต้น (ข้อ
25.1) หรอื
25.5.2 กรณีรถจักรยานยนต/์ รถยนต์ ไม่ได้จดั ใหม้ กี ารทา พรบ. ตามทีก่ ฎหมายบังคบั (ข้อ 25.4)
25.5.3 เข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลเอกชน มีค่าใช้จ่ายจานวนเงิน 80,000.- บาท
เมื่อคานวณสิทธิเบิกจ่ายแล้วสมมุติว่าเป็นเงิน 50,000.- บาท ให้นาจานวนเงินค่าเสียหาย
เบือ้ งตน้ มาหักออกจานวนเงิน 30,000.- บาท คงเหลือสิทธิเบกิ จ่ำยกับ กฟภ. จำนวนเงิน
20,000.- บำท
26. คำ่ รกั ษำพยำบำลกรณีทำประกนั สุขภำพไว้เป็นกำรส่วนตัว
26.1 การประกันสุขภาพไว้กับบริษัทประกัน เป็นการทาประกันไว้ด้วยความสมัครใจ บริษัทประกันท่ี
พนกั งานและบุคคลในครอบครวั ทาประกนั ไว้ ไม่ถอื เป็น “หน่วยงานอ่นื ” จึงใหพ้ นกั งานและบุคคล
ในครอบครัวเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลได้เต็มสิทธิท่ีระเบียบฯ กาหนดไว้ (สก.(สก.)ว
1886/2545 ลว.24 เม.ย. 2545)

16

26.2 การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล เอกสารการชาระเงินท่ีนามาประกอบการเบิกจ่ายต้องเป็นต้นฉบับ
เท่าน้ัน ยกเว้น กรณีทาประกันสุขภาพไว้ สามารถนาสาเนาเอกสารการชาระเงินมาประกอบการ
เบกิ จ่ายได้ ดงั นั้น วตั ถุประสงค์ของการรับรองสาเนาถูกต้องจึงเป็นการรับรองเรื่องเอกสารต้นฉบับ
วา่ อย่ทู ี่ใด มใิ ช่รับรองว่ำได้เบิกจำ่ ยเงินแล้วเปน็ จำนวนเงนิ เทำ่ ใด

26.3 การนาสาเนาเอกสารการชาระเงนิ มาเบกิ จา่ ยใหด้ าเนนิ การดังนี้
26.3.1 กรณีผู้ป่วยชาระเงินให้ รพ.ท้ังหมด ให้นาใบเสร็จรับเงินไปเบิกจากบริษัทประกันและให้
ทางบริษัทประกันรับรองสาเนาถูกต้องในใบเสร็จรับเงิน , ใบหน้างบสรุปรายการค่า
รักษาพยาบาล , ใบรับรองแพทย์ ฯลฯ พร้อมท้ังให้ระบุว่ำต้นฉบับอยู่ท่ีบริษัทประกัน
โดยจะตอ้ งมีลำยเซน็ , ช่อื นำมสกลุ ตัวบรรจง , ตำแหนง่ ของเจ้ำหน้ำที่ประกนั ดว้ ย
26.3.2 กรณี รพ.เรียกเก็บเงินจากบริษัทประกันบางส่วนและเรียกเก็บเงินจากผู้ป่วยบางส่วนจะมี
ใบเสร็จเกิดขึ้น 2 ฉบับ โดยทาง รพ.ออกให้ผู้ป่วย 1 ฉบับ และออกให้บริษัทประกัน 1
ฉบับ การเบกิ กรณเี ชน่ นีจ้ ะตอ้ งแนบหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายดังนี้
ก) ใบเสรจ็ รบั เงนิ ส่วนที่ผปู้ ่วยชาระเงินเอง
ข) สาเนาใบเสร็จรับเงินที่ รพ.เรียกเก็บจากบริษัทประกัน ซึ่งการรับรองสาเนาถูกต้องให้
ดาเนนิ การอย่างใดอย่างหนึ่ง คอื

• ให้บรษิ ทั ประกนั รบั รองสาเนาถกู ต้องในสาเนาใบเสรจ็ รบั เงนิ , สาเนาใบหนา้ งบสรุป
รายการค่ารักษาพยาบาล , สาเนาใบรับรองแพทย์ ฯลฯ พร้อมทั้งระบุว่าต้นฉบับ
ดังกล่าวอยู่ท่ีบริษัทประกัน โดยจะต้องมีลายเซ็น ช่ือนามสกุลตัวบรรจง , และ
ตาแหน่งของเจา้ หน้าทีป่ ระกนั
แต่ถ้า รพ.เรียกเก็บเงินกับบริษัทประกัน โดยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของ
ผู้อ่ืนรวมมาด้วยในใบเสร็จรับเงินฉบับเดียวกันแต่ในใบเสร็จรับเงินไม่ได้ระบุ
รายละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายของใครบ้าง กรณีเช่นนี้บริษัทประกันจะต้องรับรอง
เพิ่มเติมว่า “ใบเสร็จรับเงินฉบับนี้ตามท่ี รพ.เรียกเก็บท้ังส้ินจานวนเงิน...........บาท
มีค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย (ชื่อ นามสกุลของพนักงานหรือบุคคลในครอบครัว)
อย่จู านวน...........บาทจรงิ ” หรอื

• ให้ รพ.รับรองสาเนาถูกต้องในสาเนาใบเสร็จรับเงิน , สาเนาใบหน้างบสรุปรายการ
คา่ รักษาพยาบาล , สาเนาใบรบั รองแพทย์ ฯลฯ พรอ้ มทงั้ ระบวุ า่ ต้นฉบบั อยู่ท่ีบริษัท
ประกัน โดยจะต้องมีลายเซ็น ช่ือนามสกุลตัวบรรจง , และตาแหน่งของเจ้าหน้าท่ี
รพ. พร้อมทง้ั ประทับตรา รพ.
แต่ถ้า รพ.เรียกเก็บเงินกับบริษัทประกัน โดยมีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของ
ผู้อื่นรวมมาด้วยในใบเสร็จรับเงินฉบับเดียวกัน แต่ในใบเสร็จรับเงินไม่ได้ระบุ
รายละเอียดว่ามีค่าใช้จ่ายของใครบ้าง กรณีเช่นน้ีบริษัทประกันจะต้องรับรอง
เพ่ิมเติมว่า “ใบเสร็จรับเงินฉบับนี้ตามที่ รพ.เรียกเก็บท้ังส้ินจานวนเงิน
......................บาท มี ค่ารักษาพยาบาลของผู้ป่วย (ช่ือ นามสกุลของพนักงานหรือ
บุคคลในครอบครัว) อยู่จานวน..............บาทจรงิ ”

ค) ใบหน้างบสรุปรายการค่ารักษาพยาบาลทั้งหมด
27. ค่ำรกั ษำพยำบำล และคำ่ คลอดบตุ ร กรณบี ุคคลในครอบครวั เป็นผู้ประกันตนตำม พรบ.ประกันสังคม

(มาตรา 33)
27.1 การเบกิ คา่ รักษาพยาบาล

17

27.1.1 บุคคลในครอบครัวท่ีเป็นผู้ประกันตนจะต้องเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลท่ี
ระบไุ ว้ในบัตรรับรองสิทธิหรือเครอื ข่ายของสถานพยาบาลนนั้ โดยไม่ต้องเสียคา่ ใชจ้ ่ายใด ๆ
เว้นแต่มีความต้องการส่ิงอานวยความสะดวก เช่น ห้องผู้ป่วยพิเศษ หรือ เวชภัณฑ์พิเศษ
นอกเหนอื จากแพทยส์ งั่ ผปู้ ระกันตนจะตอ้ งจ่ายเงนิ เพม่ิ เอง

27.1.2 ถ้ำผู้ประกนั ตนไม่เข้ำรับกำรรักษำพยำบำลในสถำนพยำบำลท่ีระบไุ ว้ในบัตรรับรองสิทธิ
ทางประกันสังคมจะไม่ให้การช่วยเหลือ และจะนำค่ำรักษำพยำบำลดังกล่ำวมำเบิกจำก
กฟภ. ไม่ได้เช่นเดียวกัน เนือ่ งจากการจะนาคา่ รกั ษาพยาบาลมาเบกิ จ่ายกับ กฟภ. จะตอ้ ง
เป็นกรณีท่ีใช้สิทธิจากพระราชบัญญัติประกันสังคมถูกต้องตามหลักเกณฑ์พระราชบัญญตั ิ
ประกันสงั คมแลว้ เทา่ น้นั (บผ.(สก.)ว3031/2551)
ยกเว้น กรณีดังต่อไปน้ี ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการรักษาพยาบาล ณ สถานพยาบาล
อ่ืนที่มิใช่สถานพยาบาลตามบัตรรับรองสิทธิ โดยจะมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือจาก กฟภ.
เพิม่ จากสทิ ธทิ ไ่ี ดร้ บั จากประกนั สงั คม ในแตล่ ะกรณี ดงั น้ี
ก) ประสบอันตราย หรือเจ็บป่วยจาเป็นจะต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยเร่งด่วน
มิฉะน้ันอาจจะเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิต สามารถเข้ารับการรักษาพยาบาลท่ี
สถานพยาบาลท่ีอยใู่ กลท้ ี่เกดิ เหตุที่สดุ โดยผู้ประกันตนหรือญาติหรือผ้เู กี่ยวข้องจะต้อง
รีบแจ้งให้ รพ.ตามบัตรรับรองสิทธิฯ ทราบโดยด่วนเพื่อจะได้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายใน
การรักษาพยาบาลต่อไป สาหรับค่ารักษาพยาบาลที่เกิดก่อนการแจ้งให้ รพ.ตามบัตร
รับรองสิทธิฯ ทราบ สานักงานประกันสังคมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายภายใน 3 วัน (72
ชม.) ตามประเภท และอัตราท่ีประกาศกาหนด ส่วนค่าใช้จ่ายท่ีเกินอยู่ในความ
รับผิดชอบของสถานพยาบาลตามบัตรรบั รองสทิ ธิฯ นบั ตั้งแตเ่ วลาท่สี ถานพยาบาลตาม
บัตรรับรองสิทธฯิ ไดร้ บั แจง้
ข) กรณีทันตกรรม

• กรณีถอนฟัน อุดฟัน ขูดหินปูน และผ่าตัดฟันคุด ได้รับค่าบริการทางการแพทย์ ไม่
เกนิ 900.- บาทต่อปี

• กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้บางส่วนจะได้รับค่าบริการทางการแพทย์และค่าฟัน
เทียม เท่าท่ีจ่ายจริงตามความจาเป็นไม่เกิน 1,500.- บาท ภายในระยะเวลา 5 ปี
นบั แตว่ นั ท่ีใส่ฟนั เทยี มดังน้ี
- 1-5 ซี่ เท่าทีจ่ า่ ยจริงตามความจาเปน็ ไมเ่ กนิ 1,300.- บาท
- มากกว่า 5 ซี่ เทา่ ท่จี า่ ยจริงตามความจาเป็นไม่เกนิ 1,500.- บาท

• กรณีใส่ฟันเทียมชนิดถอดได้ท้ังปาก เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 4,400.- บาท
ภายใน 5 ปี นบั แต่วนั ที่ใสฟ่ ันเทยี ม ดังนี้
- ฟนั เทียมชนิดถอดได้ทง้ั ปากบนหรือลา่ ง เท่าท่ีจ่ายจรงิ ไมเ่ กนิ 2,400.- บาท
- ฟันเทยี มชนิดถอดได้ท้ังปากบนและล่าง เทา่ ทจี่ ่ายจรงิ ไม่เกิน 4,400.- บาท

ค) กรณีคลอดบุตร ได้รับค่าคลอดบุตรไม่จากัดจานวนคร้ัง และได้รับเงินค่าคลอดบุตร
เหมาจ่ายจานวน 15,000.- บาทตอ่ การคลอดหนงึ่ ครั้ง

ง) คา่ ฝากครรภ์ 1,500.- บาท แยกเป็น

• อายุครรภ์ไมเ่ กิน 12 สัปดาห์ จา่ ยในอัตราเทา่ ทจี่ า่ ยจรงิ ไม่เกิน 500.- บาท

• อายุครรภ์มากกว่า 12 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 20 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่
เกนิ 300.- บาท

18

• อายุครรภ์มากกว่า 20 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 28 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าท่ีจ่ายจริงไม่
เกนิ 300.- บาท

• อายุครรภ์มากกว่า 28 สัปดาห์ แต่ไม่เกิน 32 สัปดาห์ จ่ายในอัตราเท่าที่จ่ายจริงไม่
เกนิ 200.- บาท

• อายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์ ถึง 40 สัปดาห์ขึ้นไป จ่ายในอัตราเท่าท่ีจ่ายจริงไม่
เกิน 200.- บาท

จ) กรณเี งนิ สงเคราะหบ์ ุตรเหมาจ่ายเดือนละ 800.- บาทตอ่ บุตรหนง่ึ คน สาหรบั บุตรโดย
ชอบด้วยกฎหมาย ซ่งึ อายุไม่เกนิ 6 ปีบรบิ รู ณ์ คราวละไมเ่ กิน 2 คน

28. ผปู้ ระกันตนลาออกจากงานแล้วยังคงมสี ทิ ธิไดร้ ับการชว่ ยเหลอื จากประกันสงั คม ดังน้ี
28.1 กรณผี ปู้ ระกนั ตนลาออกจากงาน แต่ยงั คงสง่ เงนิ สมทบประกันสงั คมต่อบุคคลผ้นู ัน้ ยังคงมสี ิทธิได้รับ
การช่วยเหลอื ในการรักษาพยาบาลอยู่เหมือนเดิม แต่ถ้าหยุดส่งเงินสมทบติดต่อกันเกิน 3 เดือนจะ
ขาดสทิ ธิคมุ้ ครองตอ่ ประกนั สงั คม
28.2 กรณีผู้ประกันตนลาออกจากงาน และไม่ได้ส่งเงินสมทบต่อบุคคลผู้นั้นยังคงมีสิทธิได้รับการ
ชว่ ยเหลือในการรกั ษาพยาบาลจากทางประกันสงั คมต่ออีก 6 เดือน นบั จากวนั ลาออก

29. ผู้ประกันตนมาตรา 39 (ออกจากงานแลว้ ชาระเงินรายเดอื นเอง) หรือมาตรา 40 ไมเ่ ขา้ เง่อื นไขข้อกาหนด
ผู้ประกันตนมาตรา 33 ตามข้อ 27 ทกุ กรณี (เบิกจ่ายกับ กฟภ. ได้ตามสทิ ธปิ กต)ิ

30. โรคและบริการท่ีไมม่ สี ิทธไิ ด้รับบรกิ ารทางการแพทย์ (กลุ่ม 13 โรคยกเวน้ ) จากประกนั สงั คม
30.1 โรคหรือการประสบอันตรายอันเน่อื งจากการใช้สารเสพเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยยาเสพตดิ
30.2 การบาบัดทดแทนไต กรณีไตวายเรื้อรัง ยกเว้น กรณีเจ็บป่วยด้วยโรคไตวายเรือ้ รังระยะสดุ ท้าย ให้
มีสิทธิไดร้ บั บริการทางการแพทยโ์ ดยการบาบดั ทดแทนไต ด้วยวธิ กี ารฟอกเลือดดว้ ยเคร่ืองไตเทียม
, ด้วยวิธีการล้างช่องท้องด้วยน้ายาอย่างถาวร และด้วยวิธีการปลูกถ่ายไต ตามหลักเกณฑ์เง่ือนไข
และอัตราท่กี าหนด
30.3 การกระทาใด ๆ เพอ่ื ความสวยงามโดยไมม่ ขี ้อบ่งชท้ี างการแพทย์
30.4 การรักษาที่ยงั อยู่ในระหวา่ งการคน้ คว้าทดลอง
30.5 การรักษาภาวะมบี ตุ รยาก
30.6 การตรวจเนื้อเยื่อเพ่ือการผ่าตัดเปลี่ยนอวัยวะ ยกเว้น การตรวจเนื้อเย่ือเพ่ือการปลูกถ่ายอวัยวะ
หรือเซลลต์ น้ กาเนิด ตามหลกั เกณฑแ์ ละเงื่อนไขที่คณะกรรมการการแพทย์กาหนด
30.7 การตรวจใด ๆ ทีเ่ กินกว่าความจาเปน็ ในการรกั ษาโรคนั้น
30.8 การผ่าตดั เปลยี่ นอวัยวะ ยกเวน้
30.8.1 การปลูกถ่ายเซลล์ต้นกาเนิด ให้จ่ายค่าบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายในอัตรา 750,000
หรือ 1,300,000 บาทต่อราย แล้วแต่กรณี ให้แก่สถานพยาบาลท่ีให้บริการทางการแพทย์
แก่ผู้ประกันตนจนส้ินสุดกระบวนการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกาเนิด โดยจะต้องเป็น
สถานพยาบาลท่ีคณะกรรมการการแพทย์รับรอง และได้ทาความตกลงไว้กับสานักงานใน
การให้บริการทางการแพทยแ์ ก่ผ้ปู ระกันตน ตามหลกั เกณฑแ์ ละเงอื่ นไขท่ีกาหนด
30.8.2 การผ่าตัดเปล่ียนอวัยวะกระจกตา โดยให้เหมาจ่ายค่าบริการทางการแพทย์แก่
สถานพยาบาล 35,000 บาทและให้ศูนย์ดวงตาสภากาชาดไทย 15,000 บาท ตาม
หลักเกณฑแ์ ละเง่ือนไขท่ีกาหนด

19

30.8.3 การปลูกถ่ายตับ , การปลูกถ่ายปอด , การปลูกถ่ายหัวใจ , การปลูกถ่ายตับอ่อน รวมถึง

การปลูกถา่ ยเกินกวา่ หนง่ึ อวัยวะขึ้นไป

30.9 การเปลยี่ นเพศ

30.10 การผสมเทยี ม

30.11 การบริการระหว่างรักษาตวั แบบพักฟนื้

30.12 ทันตกรรม ยกเว้น การถอนฟัน การอุดฟัน การขูดหินปูนและผ่าฟันคุด ให้ผู้ประกันตนมีสิทธิ

ได้รบั คา่ บรกิ ารทางการแพทยเ์ ท่าท่ีจา่ ยจริงตามความจาเป็น แต่ไม่เกนิ 900 บาทต่อปี กรณใี ส่ฟัน

เทียมชนิดถอดได้มีสิทธิได้รับค่าบริการทางการแพทย์เท่าท่ีจ่าย จริงไม่เกิน 1,300 – 4,400 บาท

ภายในระยะเวลา 5 ปี

30.13 แว่นตา

31. ค่ำรักษำพยำบำลท่ีรักษำเป็นเวลำนำนผิดปกติ (บันทึก สก.(สก)ว3742 ลว. 7 มิ.ย. 2542 บันทึก สก.
(สก.)2354/2544 ลว. 4 เม.ย. 2544 , บนั ทกึ สก.(สก.)ว 757/2545 ลว. 15 ก.พ. 2545)
31.1 การเขา้ รับการรกั ษาพยาบาลกรณีคนไข้ในสถานพยาบาลราชการหรือเอกชน เป็นเวลานานผิดปกติ
ดว้ ยโรคเรือ้ รัง เช่น หัวใจ, เบาหวาน , อมั พาต , ไตวาย , ปอด ฯลฯ ซ่ึงไม่มีโรคแทรกซ้อนที่อาจจะ
เป็นอันตรายต่อชีวิต โดยสภาพแล้วเป็นการฟื้นฟูดูแลมากกว่าการบาบัดรักษาอาการเจ็บป่วย ค่า
รักษาพยาบาลดังกลา่ วไมถ่ อื เป็นคา่ รกั ษาพยาบาลทจ่ี ะนามาเบกิ ได้
31.2 หากการขอรับการช่วยเหลือคา่ รักษาพยาบาลกรณปี ว่ ยด้วยโรคเร้อื รังดังกล่าว หากผู้ปว่ ยเข้ารบั การ
รักษาพยาบาลเป็นเวลานานผิดปกติเกิน 3 เดือน มกี ารเบกิ จา่ ยค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว ภายหลังมี
การขอเบิกค่ารกั ษาพยาบาลมาอีกในลกั ษณะต่อเนื่องให้ต้นสังกัดจดั สง่ ประวัติการรักษาพยาบาลให้
กสก. พิจารณาทุกเดือน เพื่อนาเสนอคณะทางาน ซึ่งประกอบด้วย ผู้แทน สตภ. (ประธาน
คณะทางาน) กพบ. กสก. กนต. และผู้แทนเขตที่เกี่ยวข้องพิจารณา และนาเสนอคณะกรรมการ
กองทุน
31.3 ค่ารักษาพยาบาลกรณที ี่รักษาเปน็ เวลานานผิดปกตินามาเบิกไดจ้ ะต้องตามหลกั เกณฑด์ ังนี้
31.3.1 เป็นไปตามข้อเท็จจริงตามสิทธิที่พึงจะได้รับตามระเบียบกองทุนสงเคราะห์ ว่าด้วยการ
รักษาพยาบาล พ.ศ. 2559 และทแ่ี ก้ไขเพิ่มเตมิ
31.3.2 เป็นค่ารักษาพยาบาลซึ่งเกิดจากการเจ็บป่วย ตลอดจนความบกพร่อง หรือความผิดปกติ
และแพทย์เห็นว่าจาเป็นต้องทาการรักษาให้กลับคืนสู่สภาพปกติ มิฉะน้ันจะเป็นอันตราย
แกส่ ขุ ภาพของผูป้ ่วย
31.3.3 โรคเร้ือรังต่าง ๆ เช่น หัวใจโต , เบาหวาน , อัมพาต , ไตวาย , ปอด ฯลฯ ซึ่งมีโรคแทรก
ซ้อนทอ่ี าจจะเป็นอนั ตรายต่อชีวิต และจาเป็นตอ้ งรกั ษากรณผี ู้ป่วยในเปน็ ครง้ั คราว เพอื่ ให้
การรกั ษาหายจากโรคฉกุ เฉนิ นัน้

32. กำรตรวจสขุ ภำพประจำปีของพนกั งำนและบุคคลในครอบครัว
32.1 ระเบียบกองทุนสงเคราะห์ ว่าด้วยการรกั ษาพยาบาล พ.ศ. 2559 ไม่ได้กาหนดหลักเกณฑ์เร่อื งการ
ตรวจสขุ ภาพไวเ้ ป็นการเฉพาะ ดังน้ันการไปตรวจสุขภาพประจาปี ให้เบิกจา่ ยไดใ้ นประเภท “เงินท่ี
สถานพยาบาลเรียกเก็บเป็น ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค” ตามความหมายของ “ค่ารักษาพยาบาล”
ข้อ 14.2 (หารอื ฉ.1 กบง.(ตป)2091 ลว.29 ต.ค.2552)
32.2 ค่าใช้จ่ายในการตรวจสุขภาพ ระเบียบฯ ไม่ได้กาหนดไว้ว่าตรวจได้ปีละกี่ครั้ง แต่ละคร้ังมีวงเงิน
สงู สดุ เท่าใด จงึ สามารถเบิกจา่ ยไดห้ ลายคร้งั หากมรี ายการค่าใช้จา่ ยเปน็ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะหโ์ รค
32.3 การลาไปตรวจสุขภาพประจาปี ซึ่งให้สิทธิลาไปตรวจสุขภาพประจาปีโดยไม่ถือเป็นวันลานั้น เป็น
ส่วนของระเบยี บการลา ไม่เก่ยี วขอ้ งกับการเบกิ คา่ รกั ษาพยาบาลทเี่ ปน็ คา่ ตรวจ คา่ วิเคราะหโ์ รค

20

32.4 กรณีหน่วยงานเป็นผู้ดาเนินการจัดสรรพนักงานในตรวจสุขภาพ (กสก.(สก.)ว2709/2559 ลว. 29

ก.ย. 2559)

32.4.1 ให้หัวหนา้ หน่วยงานของแต่ละ กฟฟ. เปน็ ผู้ดาเนนิ การจัดสรรใหพ้ นักงานไปตรวจสขุ ภาพ

32.4.2 ในการออกหนังสือรับรองไปยังสถานพยาบาลของราชการ หน่วยงานจะต้องแจ้งให้

สถานพยาบาลทราบด้วยว่าในการเรียกเก็บเงินสถานพยาบาลจะต้องแนบรายละเอียด

ค่าใช้จ่ายของพนักงานแต่ละรายด้วย เพื่อท่ี กฟภ. จะได้สามารถบันทึกการเบิกค่า

รักษาพยาบาลใหพ้ นักงานในระบบ SAP ได้

32.4.3 ให้สถานพยาบาลราชการเรียกเก็บจากการไฟฟ้า ท้ังนี้อานาจในการจ่ายเงินให้เป็นไปตาม

ขอ้ 43

32.4.4 การจัดสรรพนักงานไปตรวจร่างกายอย่างอ่ืนนอกเหนือจากการตรวจสุขภาพ ไม่มี

หลักเกณฑ์ให้สถานพยาบาลเรียกเก็บเงินการไฟฟ้าได้ เช่น จัดให้พนักงานเข้ารับการ

ตรวจหา Covid-19 พนกั งานตอ้ งชาระเงนิ และนามาเบิกจา่ ยเอง

32.5 การเบิกจ่ายค่าตรวจสุขภาพประจาปีของบุคคลในครอบครัวที่เป็นผู้ประกันตน ตาม พรบ.

ประกนั สังคม

32.5.1 หากผู้ประกันตนไปเข้ารับการตรวจสุขภาพประจาปีตามประเภทและอัตราของ

ประกันสังคมแล้ว และเข้ารับการตรวจสุขภาพประจาปี ที่ รพ.ราชการหรือเอกชน (สิทธิ

3,600.- บาท) อีกครงั้ หน่ึง ให้แนบหนังสือรบั รองของสานักงานประกนั สังคม วา่ ไดร้ ับการ

ตรวจสุขภาพในรายการใดบ้าง โดยให้มีสิทธิเบิกจ่ายได้ในรายการท่ีเกินจากสิทธิของ

ประกันสงั คม แตไ่ มเ่ กนิ สิทธิของ กฟภ.

32.5.2 หากผู้ประกันตนไปเข้ารับการตรวจสุขภาพประจาปี ที่ รพ.ราชการหรือเอกชน (สิทธิ

3,600.- บาท) โดยไม่ไปใช้สิทธิตรวจของประกันสังคมก่อน ให้เบกิ จ่ายได้โดยหักรายการที่

มีสิทธิตรวจจากประกันสังคมออกทุกรายการไม่ว่าแต่ละรายการจะเป็นจานวนเงินเท่าใด

(หารือ กบว.(ภ3) 492/2560 ลว.3 พ.ย.2560)

32.5.3 สิทธกิ ารตรวจของประกันสงั คมในแต่ละรายการ บางรายการไมไ่ ด้ใหส้ ิทธติ รวจทกุ ปี ดงั นน้ั

รายการใดที่ไม่ให้สทิ ธิตรวจทกุ ปี หากใช้วธิ ีการตัดจ่ายตามขอ้ 32.5.2 ใหด้ าเนินการดังน้ี

ก) ในปีแรกของการเบิกจ่ายเงินให้ตัดจ่ายทุกรายการท่ีควรได้รับสิทธิจากประกันสังคม

และถา่ ยสาเนาใบสาคญั จา่ ยเงินไว้

ข) ในปีที่สอง รายการใดที่ไม่ได้ให้สิทธิตรวจทุกปีให้แสดงหลักฐานใบสาคัญจ่ายเงินของปี

ก่อนแนบประกอบและไม่ต้องตัดรายการนั้นออกจากการเบิกจ่ายในปีที่สอง เช่นค่า

ตรวจน้าตาลในเลือด FBS ช่วงอายุ 35 – 54 ปี ให้ตรวจได้ 1 ครั้ง/3 ปี ดังนั้นในการ

เบกิ จ่ายปที ี่สอง และปที ่ีสาม ให้เบกิ จา่ ยเงินในรายการค่าตรวจน้าตาลในเลือด ได้ สว่ น

ในปที ี่สี่ หากไมเ่ ขา้ รบั การตรวจตามสิทธปิ ระกันสงั คมก่อน ก็ให้ตัดจ่ายไดต้ ามขอ้ ก)

32.5.4 ตารางสทิ ธิตรวจสาหรบั ผปู้ ระกนั ตน (ภาคผนวก 1)

33. คำ่ รกั ษำพยำบำลกรณี รพ. มีส่วนลด

33.1 ตัวอย่าง กรณี รพ. มีสว่ นลดให้ 10% โดยไมก่ าหนดวา่ เปน็ ส่วนลดรายการใดบา้ ง

รำยกำรคำ่ ใชจ้ ำ่ ยในกำรรักษำพยำบำล สว่ นลด 10% ค่ำใชจ้ ่ำยหลังหัก สิทธิเบิกจำ่ ย

รพ. เอกชน ส่วนลด

1. ค่าห้องวันละ 600.- บาทจานวน 15 วัน 900.00 8,100.00 8,100.00

เป็นเงนิ 9,000.- บาท

2. คา่ แพทย์ 12,000.- บาท 1,200.00 10,800.00 5,400.00

21

3. คา่ หอ้ งผ่าตัด 8,000.- บาท 800.00 7,200.00 3,600.00

4. ค่ายา 17,500.- บาท 1,750.00 15,750.00 7,875.00
5. ค่าพยาบาล 7,000.- บาท 700.00 6,300.00 3,150.00
6. ค่าเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 7,800.- บาท 780.00 7,020.00 3,510.00
7. ค่าเครอ่ื งมอื แพทย์ 6,000.- บาท 600.00 5,400.00 2,700.00
8. ค่าบรกิ ารอ่นื ๆ 1,200.- บาท 120.00 1,080.00
61,650.00 0.00
รวม 6,850.00 34,335.00

33.2 ตัวอยา่ ง กรณี รพ. มีส่วนลดให้ 10% โดยกาหนดวา่ เปน็ ส่วนลดรายการที่ 2 และ 5

รำยกำรค่ำใชจ้ ำ่ ยในกำรรักษำพยำบำล สว่ นลด 10% ค่ำใชจ้ ่ำยหลังหัก สทิ ธเิ บิกจำ่ ย

รพ. เอกชน สว่ นลด

1. ค่าห้องวันละ 600.- บาทจานวน 15 วนั 0.00 9,000.00 9,000.00

เปน็ เงนิ 9,000.- บาท

2. คา่ แพทย์ 12,000.- บาท 1,200.00 10,800.00 5,400.00

3. คา่ หอ้ งผา่ ตัด 8,000.- บาท 0.00 8,000.00 4,000.00

4. ค่ายา 17,500.- บาท 0.00 17,500.00 8,750.00

5. ค่าพยาบาล 7,000.- บาท 700.00 6,300.00 3,150.00

6. คา่ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ 7,800.- บาท 0.00 7,800.00 3,900.00

7. ค่าเครื่องมอื แพทย์ 6,000.- บาท 0.00 6,000.00 3,000.00

8. ค่าบริการอืน่ ๆ 1,200.- บาท 0.00 1,200.00 -

รวม 6,850.00 61,650.00 37,200.00

34. การเบกิ คา่ รกั ษาพยาบาล กรณีท่ี รพ.เอกชน มขี ้อตกลงให้ส่วนลดกบั กฟภ.
34.1 กรณี รพ.ให้ส่วนลดน้อยกว่าไม่ตรงตามข้อตกลงท่ีมีกับ กฟภ. เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบสิทธิจะต้องหัก
ส่วนลดเพิ่มให้ครบตามท่ีมีข้อตกลงกับ กฟภ.ก่อน จึงจะพิจารณาคานวณสิทธิท่ีจะได้รับการ
ชว่ ยเหลอื ตามระเบยี บ
34.2 กรณี รพ.ไม่ให้ส่วนลดตามข้อตกลงที่มีกับ กฟภ. เจ้าหน้าท่ีตรวจสอบสิทธิจะต้องหักส่วนลดใหต้ รง
ตามท่ีมขี ้อตกลงกบั กฟภ.ก่อนจงึ จะพจิ ารณาคานวณสิทธิท่จี ะได้รบั การชว่ ยเหลอื ตามระเบียบ

35. ค่ำรกั ษำพยำบำลกรณเี จ็บป่วยเนือ่ งจำกปฏิบัตหิ นำ้ ท่ี
35.1 ผู้มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือคือ ผู้ปฏิบัติงาน หรือ ผู้ท่ีได้รับการจ้างทดลองปฏิบัติงานซ่ึงประสบ
อันตราย เนื่องจากการทางานให้แก่ กฟภ. หรือ เจ็บป่วยด้วยโรค ซึ่งเกิดขึ้นตามลักษณะหรือ
สภาพของงาน หรอื โรคซึ่งเกดิ ข้ึนจากการทางานใหแ้ ก่ กฟภ.
35.2 สทิ ธทิ ่ีได้รับการชว่ ยเหลอื
35.2.1 รพ.ราชการ เบิกไดท้ ้งั คนไข้ใน และคนไขน้ อก
35.2.2 รพ.เอกชน เบกิ ไดท้ งั้ คนไขใ้ น และคนไข้นอก
35.2.3 ค่ารักษาพยาบาล , ค่าห้อง , ค่าอาหาร อวัยวะเทียมและอุปกรณ์บาบัดรักษาโรคเบิกได้
เตม็ จานวน
35.2.4 ถ้าแพทย์ของสถานพยาบาลนั้น ๆ เห็นว่ามีความจาเป็นอย่างย่ิงท่ีจะต้องใช้พยาบาล
พิเศษ ก็ใหม้ สี ิทธเิ บกิ ได้เต็มตามจานวนวนั และจานวนเงินทีจ่ า่ ยจรงิ
35.3 ข้นั ตอนในการขอรับการช่วยเหลอื (บันทกึ สก.3407 ลว. 24 ส.ค.2535)

22

35.3.1 กรณที ี่ได้ชาระเงนิ ค่ารักษาพยาบาลไปแล้ว ใหย้ ่ืนคาร้องพร้อมหลักฐานการขอเบิก และผล
การพิจารณาของคณะกรรมการสอบข้อเทจ็ จรงิ ที่ผ้ชู ่วยผวู้ ่าการแต่งตั้งพร้อมคาวินจิ ฉัยของ
ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือมติ กรส. ที่วินิจฉัยว่าเป็นการเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ เนื่องจาก
การทางานให้แก่ กฟภ. แล้วแต่กรณีผ่านผู้บังคับบัญชา เพ่ือนาเสนอคณะอนุกรรมการ
พจิ ารณาเก่ยี วกับคา่ รกั ษาพยาบาลในกรณปี ว่ ยหนกั กะทนั หนั

35.3.2 กรณีที่ให้ กฟภ. ออกหนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลให้กับ
ทาง รพ.เอกชน ปฏิบัติดงั น้ี
ก) ผู้ป่วยเข้ารับการรักษาพยาบาลในสถานพยาบาลซึ่งตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาคให้
ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานรายงานการประสบอันตราย และขออนุมัติ รผก.(ท) ให้ผู้ชว่ ย
ผ้วู ่าการ เปน็ ผ้ทู าหนงั สือรบั รองใหแ้ ก่สถานพยาบาลเอกชน
ข) เมื่อ รพ. ส่งใบแจ้งหน้ีเรียกเก็บเงินมาแล้วให้ส่งหลักฐานดังต่อไปนี้ให้ กสก. เพื่อ
นาเสนอขออนุมตั ติ อ่ ไป

• อนุมัติ รผก.(ท) ที่ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการเป็นผู้ทาหนังสือรับรองให้แก่สถานพยาบาล
เอกชน

• คาขอหนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล และ
คารับรองของผ้เู บกิ คา่ รักษาพยาบาล (สก.2-ป.59)

• หนังสอื รับรองสิทธไิ ด้รับการชว่ ยเหลอื ค่ารกั ษาพยาบาลท่อี อกให้ รพ.

• ใบแจ้งหนี้ที่ รพ.เรียกเกบ็
36. การเบิกค่ารักษาพยาบาลโ รง พยาบาล ศิริราช ปิยมหาราช การุณย์ และศูนย์ศรีพัฒ น์

มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ต้องแนบใบรับรองแพทย์ประกอบการเบิกจ่ายทุกคร้ัง หำกไม่แนบห้ำมมิให้
เบิกจำ่ ย (กสก.(สก.)ว2869/2561 ลว.12 ก.ย.2561) ยกเวน้ กรณีเขา้ รบั การรักษาฯ แลว้ มีคา่ ใชจ้ ่ายส่วน
หนึง่ และต้องการจดั สง่ ยาให้ทางไปรษณยี ์ แต่ รพ. ไมส่ ามารถจัดส่งยาใหเ้ กนิ คราวละ 30 วนั ได้ เนื่องจาก
เป็นยาที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาท และออกใบเสร็จรับเงินค่ายาให้อีก 1 ฉบับ (ไม่ได้พบแพทย์) ให้ปฏิบัติ
ดงั น้ี
36.1 หากนามาเบกิ จ่ายพร้อมกันให้แนบต้นฉบับใบรับรองแพทย์แนบประกอบการเบกิ จ่าย
36.2 หากนาค่ายาท่ี รพ. จัดส่งให้แต่ละคราวมาเบิกจ่ายในภายหลัง ให้แนบใบเสร็จรับเงิน, ใบส่ังยาแต่

ละคราว, สาเนาใบรบั รองแพทยข์ องวนั ที่เขา้ รบั การรักษา ประกอบการเบิกจา่ ยคา่ ยา
37. โรงพยาบาลฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์ลาปางเป็นสถานพยาบาลของทางราชการ สามารถนา

ใบเสรจ็ รับเงนิ ของโรงพยาบาลฟ้นื ฟฯู มาเบิกจา่ ยได้
38. ศนู ย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลยั เชียงใหม่ ไมใ่ ช่สถานพยาบาลของทาง

ราชการ ไมส่ ามารถนาใบเสรจ็ รับเงินของศูนยค์ วามเปน็ เลศิ ฯ มาเบิกจา่ ยได้
39. การเบกิ ค่ารกั ษาพยาบาลทีส่ านกั งานสาธารณสขุ จังหวัด สาธารณสขุ อาเภอ สถานอี นามยั

39.1 สานักงานสาธารณสขุ จังหวัด สาธารณสขุ อาเภอ เปน็ สถานพยาบาลของทางราชการ จงึ สามารถนา

ใบเสร็จรับเงินท่ีเข้ารับการรักษาท่ีสานักงานสาธารณสุขมาเบิกกับ กฟภ. ได้ (กสก.(สก)ว

2970/2561 ลว.19 ก.ย.2561)

39.2 สถานีอนามัยถือเป็นสถานพยาบาลของทางราชการ สามารถนาใบเสร็จรับเงินของสถานีอนามัยมา
เบกิ กบั กฟภ. ได้ (บผ.(สก)3453/2550 ลว.22 ส.ค.2550)

40. กำรออกหนังสือรบั รองกำรมีสทิ ธใิ ห้ รพ.รำชกำร (ตน้ สงั กัด)
40.1 กรอกแบบฟอร์มย่ืนคาขอหนังสือรับรองการมีสิทธิรับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาล
(สก.2-ป.59) พร้อมระบสุ าเหตุที่เขา้ รบั การรักษา

23

40.2 ก่อนออกหนังสือรับรองสิทธิให้บุคคลในครอบครัวของพนักงานให้ตรวจสอบก่อนว่าผู้น้ัน มีสิทธิ
ไดร้ ับการชว่ ยเหลือคา่ รกั ษาพยาบาลจากทางราชการหรือหน่วยงานอนื่ หรือไม่

40.3 ส่วนภูมิภาค เสนอผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหน่วยงานท่ีผู้ปฏิบัติงานสังกัดอยู่เป็นผู้ออกหนังสือ
รบั รองสิทธิ

40.4 กรณีผู้ปฏิบัติงานในส่วนภูมิภาค เข้ารับการรักษาที่ รพ.ราชวิถี หรือ รพ.ราชการอ่ืนๆ ที่จะต้องรับ
หนงั สือรบั รองการมีสิทธเิ ฉพาะที่ออกโดยสานักงานใหญ่ให้เสนอผู้อานวยการกองสวัสดิการ (กสก.)
เป็นผอู้ อกหนงั สอื รับรองสิทธิ (บันทกึ สก.01 ลว. 4 ม.ค. 2543)

40.5 กรณีผู้ปฏิบัติงานไปปฏิบัติงานต่างพ้ืนที่ หรือบุคคลในครอบครัว ให้ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของ
หน่วยงานทไี่ ปปฏิบัตงิ านเปน็ ผ้อู อกหนงั สือรบั รอง หรือจะเสนอผบู้ ังคบั บัญชาสงู สดุ ของหนว่ ยงานท่ี
ผปู้ ฏิบตั งิ านสังกัดอยูเ่ ป็นผอู้ อกหนงั สือรบั รองก็ได้

40.6 การออกหนังสือรับรองสิทธิให้ รพ.เอกชน จะทาได้เฉพาะกรณีเจ็บป่วยหรือประสบอุบัติเหตุ
เน่อื งจากการทางานใหก้ ับ กฟภ.

41. แบบฟอร์มคำ่ รกั ษำพยำบำล
41.1 แบบคาร้องและใบสาคญั จ่ายเงินค่ารกั ษาพยาบาล สก.5-ป.59
41.2 คาขอหนังสือรับรองการมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่ารักษาพยาบาลและคารับรองของผู้เบิกค่า
รกั ษาพยาบาล สก.2-ป.59

42. กำรจ่ำยเงินค่ำรักษำพยำบำลให้แก่สถำนพยำบำลเมื่อสถำนพยำบำลส่งใบแจ้งหนี้มำแล้วให้ปฏิบัติ
ดังนี้
42.1 ให้หน่วยงานต้นสังกัดซึ่งออกหนังสือรับรองสิทธิ ตรวจสอบสิทธิและหลักฐานต่าง ๆ แล้วส่งให้ผู้มี
อานาจขออนมุ ัติจ่ายเงินตามระเบยี บ โดยจ่ายเป็นเช็คขีดคล่อม ขดี ฆ่าคาวา่ “หรือตามคาส่ัง” หรือ
“หรือผู้ถือ” ออก และสั่งจ่ายในนามของสถานพยาบาลน้ัน ๆ ตามจานวนเงินที่สถานพยาบาลได้
แจ้งมา
42.2 ในกรณีสถานพยาบาลเป็นหน่วยงานของมหาวิทยาลัย ให้สั่งจ่ายในนามของสถานพยาบาลแห่งนั้น
หรอื ในนามมหาวทิ ยาลัยท่ีสถานพยาบาลนั้นสงั กัด และสง่ เชค็ ให้สถานพยาบาลนนั้ โดยตรง

43. อำนำจกำรจ่ำยเงินค่ำรักษำพยำบำล (ระเบียบ กฟภ. ว่าด้วยการเงิน (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2558 ข้อ

37.5)

43.1 ผชู้ ่วยผ้วู ่าการ มีอานาจตามท่ีจา่ ยจริง
43.2 ผู้อานวยการฝ่ายในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภมู ิภาคเขต และผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ช้ัน 1) ไม่

เกิน 300,000.- บาท
43.3 ผู้อานวยการกองในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเขต และผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (ช้ัน 2-3)

ไมเ่ กิน 100,000.- บาท
43.4 ผ้จู ดั การการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา ไม่เกิน 50,000.- บาท
43.5 กรณีเกินอานาจอนุมตั จิ า่ ยเงนิ ให้ขออนมุ ตั ไิ ปยังผ้บู ังคับบญั ชาท่มี อี านาจตามลาดับช้นั

24

ระเบยี บกองทนุ สงเครำะห์ ว่ำดว้ ยค่ำเลำ่ เรยี น
และกำรศึกษำของบุตรของผปู้ ฏบิ ตั งิ ำน พ.ศ. 2560

1. ผปู้ ฏิบัติงาน หมายถึง พนกั งานของ กฟภ. ทไ่ี ดร้ บั การบรรจุและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งหน้าท่ีประจา และ
ปฏิบตั ิงานต่อเนอื่ งกันมาแล้วไมน่ อ้ ยกวา่ 6 เดอื น

2. บุตร หมายถึง บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย (ตามคาอธิบายบุตรโดยชอบด้วยกฎหมายในระเบียบการ
รักษาพยาบาล) ซึ่งมีอายุครบสามปี แต่ไม่เกินย่ีสิบห้าปี แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม บุตรซึ่งบิดามารดาได้
ยกใหเ้ ป็นบตุ รบุญธรรมของผู้อื่น

3. เงินบารงุ การศึกษา หมายถึง เงินประเภทต่าง ๆ ทสี่ ถานศกึ ษาของทางราชการเรียกเก็บ ตามอัตราท่ไี ด้รับ
อนุมัติจากกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจ้าสังกัด หรือท่ีกากับมหาวิทยาลัย องค์การบริหารส่วน
จงั หวดั เทศบาล องค์การบรหิ ารส่วนตาบล กรุงเทพมหานคร เมืองพทั ยา องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ทมี่ กี ฎหมายจัดต้งั หรอื องค์การของรฐั บาล

4. เงินค่าเล่าเรียน หมายถึง เงินค่าธรรมเนียมการเรียน หรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ซึ่งสถานศึกษาของเอกชน
เรยี กเก็บตามอัตราท่สี ถานศึกษากาหนด (ระเบียบกองทนุ สงเคราะห์ ว่าด้วยค่าเล่าเรียนและการศึกษาของ
บตุ รของผูป้ ฏิบัตงิ าน (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2563)

5. ปีการศึกษา หมายถึง ปีการศึกษาที่กาหนด โดยกระทรวงศึกษาธิการ ส่วนราชการเจา้ สังกัด หรือท่ีกากับ
มหาวิทยาลยั องค์การบริหารสว่ นจังหวดั เทศบาล องค์การบริหารส่วนตาบล กรงุ เทพมหานคร เมอื งพทั ยา
องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ ทีม่ กี ฎหมายจัดต้ัง หรอื องค์การของรฐั บาล

6. กำรใช้สิทธิขอรับกำรช่วยเหลอื ค่ำเล่ำเรยี น เงนิ บำรงุ กำรศึกษำของบตุ ร

ค่สู มรส ผขู้ อใช้สิทธิ

พนักงาน กฟภ. ข้าราชการ พนักงาน กฟภ.

พนกั งาน กฟภ. พนกั งาน กฟภ. พนกั งานฝ่ายสามี

พนักงาน กฟภ. รัฐวิสาหกิจอ่นื คูส่ มรสฝา่ ยสามใี ช้สิทธิก่อน หากสทิ ธทิ ไี่ ด้รบั จากฝ่ายสามตี า่ กวา่
ให้ฝ่ายภรรยาเปน็ ผ้ใู ช้สิทธิเบิกจ่ายเพ่ิมเติมเฉพาะสว่ นท่ตี า่ กวา่
สิทธทิ ่พี ึงได้รับ

6.1 ในกรณีคู่สมรสได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ โดยมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมายให้ฝ่ายที่
ปกครองบุตร หรือฝ่ายท่ีอุปการะเลี้ยงดูบุตร เป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียน เงินบารุง
การศกึ ษา เฉพาะบุตรท่ีอยู่ในความปกครอง หรอื อยใู่ นความอุปการะเลีย้ งดูของตนแล้วแต่กรณี

6.2 ฝ่ายที่ปกครองหรืออุปการะจะต้องมีสิทธิเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดด้วย หากไม่มีสิทธิเบิกจ่าย
พนกั งาน กฟภ.สามารถใชส้ ทิ ธิได้

7. สิทธิที่ไดร้ บั กำรชว่ ยเหลือ
ผู้ปฏิบัติงานตามข้อ 1 มีสิทธิเบิกเงินค่าเล่าเรียน เงินบารุงการศึกษาของบุตรได้ตามหลักเกณฑ์และอัตรา
ดังนี้ (ระเบียบกองทุนสงเคราะห์ ว่าด้วยค่าเล่าเรียนและการศึกษาของบุตรของผู้ปฏิบัติงาน (ฉบับท่ี 2)
พ.ศ. 2563)
7.1 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญา หรือเทียบเท่า
และหลักสูตรน้ันแยกต่างหากจากหลกั สูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบารงุ การศึกษาเต็มจานวนท่ี
ได้จา่ ยไปจรงิ แตท่ ้งั น้ี ตอ้ งเปน็ ไปตามประเภทและไมเ่ กินอัตราทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด
7.2 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินบารุงการศึกษาเต็ม
จานวนท่ไี ด้จ่ายไปจรงิ แต่ทัง้ น้ี ต้องเป็นไปตามประเภทและไมเ่ กินอตั ราทก่ี ระทรวงการคลงั กาหนด

25

7.3 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ
เทียบเท่า ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนเต็มจานวนท่ีได้จ่ายไปจริง แต่ท้ังน้ี ต้องเป็นไปตามประเภท และไม่
เกนิ อัตราทก่ี ระทรวงการคลังกาหนด

7.4 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
แต่ไม่สูงกว่าอนุปริญญาหรือเทียบเท่า และหลักสูตรน้ันแยกต่างหากจากหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้
ไดร้ บั เงินค่าเล่าเรียนครึ่งหน่ึงของจานวนท่ีได้จา่ ยไปจริง แต่ทัง้ นี้ ตอ้ งเปน็ ไปตามประเภทและไม่เกิน
อัตราที่กระทรวงการคลังกาหนด

7.5 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ให้ได้รับเงินค่าเล่าเรียนครึ่งหน่ึง
ของจานวนที่ได้จ่ายไปจริง แต่ท้ังนี้ ต้องเป็นไปตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลัง
กาหนด

7.6 บตุ รท่ีศกึ ษาในสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาของเอกชนในหลักสูตรอื่น นอกจาก 7.1-
7.5 และไมส่ ูงกว่าระดับปรญิ ญาตรี ให้ได้รับเงินบารงุ การศึกษาหรือเงนิ ค่าเลา่ เรียน ตามประเภทและ
ไม่เกนิ อัตราที่กระทรวงการคลงั กาหนด

7.7 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการหรือเอกชนในหลักสูตรระดับปริญญาตรี ตาม 7.2, 7.5
หรือ 7.6 จะตอ้ งเป็นการศึกษาในระดบั ปรญิ ญาตรเี ปน็ หลักสูตรแรกทน่ี ามาเบิกเท่าน้นั

8. ประเภทและอัตราเงินบารุงการศึกษาและค่าเล่าเรียน ปี 2559 (ภาคผนวก 2)
9. ตอ้ งใชส้ ิทธภิ ายใน 90 วัน นบั แต่วนั ทไ่ี ดช้ าระเงนิ จนถึงวันที่เขียนคาร้องแตต่ ้องไม่เป็นการเบกิ ล่วงหน้าข้ามปี

การศึกษา เวน้ แต่มกี รณพี เิ ศษท่ีคณะกรรมการจัดการกองทุนสงเคราะหเ์ ห็นสมควรผ่อนเวลาให้
10. แนวทำงปฏิบตั ิเกี่ยวกับกำรเบิกจ่ำยเงินคำ่ เลำ่ เรยี นและเงินบำรงุ กำรศึกษำของบุตรในกรณี ตำ่ ง ๆ

10.1 ให้เบิกค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้ทุกประเภทในลักษณะเหมาจ่ายท้ังปีการศึกษา ท้ังนี้เงินค่าเล่าเรียน
หรือเงินบารุงการศึกษาของบตุ รทีจ่ ะเบิกได้จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ท่ีสถานศึกษาได้รับอนุมตั ิ
ใหเ้ รียกเก็บตามระเบียบ ข้อบงั คับหรอื ประกาศของสถานศึกษาน้ัน ๆ

10.2 ตวั อยา่ งการเบกิ จ่ายทั้งปีการศึกษา
10.2.1 นาย ก ศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี สถานศึกษาของทางราชการ มีสิทธิเบิกปกี ารศึกษาละ
ไม่เกิน 25,000.- บาท ได้ชาระเงินบารุงการศึกษาภาคเรยี นที่ 1 เป็นเงิน 25,000.- บาท
จงึ สามารถเบิกจา่ ยได้ในภาคเรียนที่ 1 จานวนเงนิ 25,000.- บาท
10.2.2 นาย ข ศึกษาอยู่ระดับปริญญาตรี สถานศึกษาของเอกชน มีสิทธิเบิกได้คร่ึงหนึ่งของ
จานวนที่ได้จ่ายไปจริง ปีการศึกษาละไม่เกิน 25,000.- บาท ได้ชาระค่าเล่าเรียนภาค
เรียนท่ี 1 เป็นเงิน 60,000.- บาท ตามประกาศอัตราค่าเล่าเรียนของมหาวิทยาลัย
คานวณเงินเบิกได้จานวนเงิน 30,000.- บาท (คร่ึงหน่ึง) จึงสามารถเบิกจ่ายได้ในภาค
เรียนที่ 1 จานวนเงิน 25,000.- บาท

10.3 กรณีบุตรได้รับทุนการศึกษา ซ่ึงเป็นลักษณะทุนให้เปล่าโดยผู้รับทุนไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ใน
การศกึ ษา ผู้มีสทิ ธิ ไมม่ ีสิทธนิ าค่าใชจ้ ่ายต่าง ๆ ของสถานศึกษามาขอเบกิ เงินค่าเลา่ เรียน หรอื เงิน
บารุงการศึกษาของบุตรจากทาง กฟภ.

10.4 กรณีการกู้ยืมเพ่ือการศึกษาจากกองทุนเงินให้กู้ยืมเพ่ือการศึกษา (กยศ.) อยู่ในข่ายที่มีสิทธิได้รับ
เงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาของบุตร เนื่องจากจะต้องชาระเงินคืนให้กับกองทุนฯ
หลังจากทีจ่ บการศกึ ษาแลว้

10.5 กรณีท่ีศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการหรือสถานศึกษาของเอกชนท่ีเปิดสอนหลักสูตร
ภาษาอังกฤษหรือภาคสมทบหรือภาคค่า หากหลักสูตรดังกล่าวได้รับอนุมัติให้เปิดการเรียนการ
สอนจากส่วนราชการเจ้าสังกัด ผู้มีสิทธิ มีสิทธิได้รับเงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาของ
บุตร

26

10.6 กรณีศึกษาในปีการศึกษาเดียวกันพร้อมกัน 2 หลักสูตร เช่น วันเสาร์ - อาทิตย์ ศึกษาหลักสูตร
อนุปรญิ ญาและวันจันทร์ - วันศุกร์ ศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี มสี ทิ ธิได้รับเงนิ คา่ เลา่ เรยี น
หรือ เงนิ บารุงการศกึ ษาของบตุ รเพยี งหลักสตู รเดียวเทา่ นั้น

10.7 กรณีศึกษาในหลักสูตรระดับเดียวกันและปีการศึกษาเดียวกัน เช่น ในปีการศึกษา 2564 ศึกษา
ระดับปริญญาตรีท่ีมหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมมาธิราช และมหาวิทยาลัยรามคาแหง มีสิทธิได้รับ
เงนิ บารุงการศึกษาของบุตรไดเ้ พยี งหน่ึงแหง่ เท่านัน้

10.8 กรณีการเบิกจ่ายเงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาของบุตรในระดับปริญญาตรีได้ จะต้อง
เป็นหลักสูตรแรกเท่านั้น หมายถึงจะต้องเป็นหลักสูตรแรกท่ีนามาเบิกจากทาง กฟภ. เช่น ได้
ศึกษาในหลักสูตรระดับปริญญาตรี สาขาศึกษาศาสตร์ สาเร็จการศึกษาในปีการศึกษา 2563
(ไม่ได้เบิกค่าใช้จ่ายในหลักสูตรศึกษาศาสตร์กับ กฟภ.) ต่อมาในปีการศึกษา 2564 ศึกษาใน
หลักสตู รระดบั ปริญญาตรี สาขานิติศาสตรเ์ พม่ิ อกี 1 สาขา และนาค่าใช้จา่ ยมาเบกิ จากทาง กฟภ.
มีสิทธิได้รับเงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาของบุตรในสาขานิติศาสตร์ เนื่องจากเป็น
หลักสตู รแรกทีผ่ ้มู สี ทิ ธินามาเบิกค่าใช้จ่ายจากทาง กฟภ.

10.9 กรณีบุตรอายุครบ 3 ปี หรืออายุครบ 25 ปี ในภาคเรียนใด มีสิทธิได้รับเงินค่าเล่าเรยี น หรือ เงิน
บารงุ การศกึ ษาบุตรไดใ้ นภาคเรียนน้นั เช่น บุตรเกิดวนั ที่ 1 ธันวาคม 2560 อายคุ รบ 3 ปี ในวนั ท่ี
30 พฤศจิกายน 2563 จะมีสิทธิได้รับเงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาของบุตร ในภาค
เรียนที่มีอายุครบ 3 ปี หรืออายุครบ 25 ปี กลางภาคเรียน ย่อมมีสิทธิเบิกจากทาง กฟภ. ได้เต็ม
ภาคเรยี น

10.10 กรณีกรมบัญชีกลางกาหนดประเภทและอัตราเงินค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษา ใหม่
หลังจากที่มีการเบิกจ่ายในอัตราเดิมไปแล้ว ให้มีสิทธิเบิกเพ่ิมเติมจนครบอัตราใหม่ ตัวอย่างเช่น
หลักสูตรระดับปริญญาตรี อัตราเดิมมีสิทธิเบิกจ่ายได้ปีละ 25,000.- บาท และได้เบิกจ่ายไปแล้ว
ในภาคเรียนที่ 1 จานวนเงิน 25,000.- บาท ต่อมากรมบัญชีกลางได้ประกาศอัตราใหม่เป็นให้
เบิกจ่ายได้ปีละ 30,000.- บาท ดังน้ันในภาคเรียนท่ี 2 ของปีการศึกษาจึงมีสิทธิเบิกเพ่ิมได้อีก
จานวน 5,000.- บาท (หากตรวจสอบแล้วรายการค่าใช้จ่ายในภาคเรียนท่ี 2 สามารถเบิกได้ตาม
หลักเกณฑ์) (กบผ.(สก.)ว1442/2557 ลว.11 เม.ย.2557)

10.11 กรณีบุตรพนักงานสาเร็จการศึกษาระดับช้ันปริญญาตรี และเบิกค่าเล่าเรียนบุตรในระดับช้ัน
ปริญญาตรีจาก กฟภ. ไปแล้ว ต่อมาได้เข้าศึกษาในระดับชั้น ปวส. โดยขณะศึกษามีอายุไม่เกิน
25 ปี และยังไม่เคยเบิกค่าเล่าเรียนในระดับช้ัน ปวส. จากทาง กฟภ. พนักงานสามารถนาเงินค่า
เล่าเรียนระดับชั้น ปวส. ของบุตรมาเบิกจาก กฟภ. ได้ (ทน.1/บง.(ตป.)0124 ลว. 2 มิ.ย.2551
มตทิ ่ีประชุมคณะกรรมการ กกท.)

10.12 กรณีบุตรพนักงานสอบผ่านคัดเลือกโควตารับตรงเข้าเป็นนักศึกษา และได้ชาระเงินค่าเล่าเรียน
หรือ เงินบารุงการศึกษา ขณะบุตรพนักงานกาลังศึกษาอยู่ระดับช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี 6 ผู้มีสิทธิ
สามารถใช้สิทธิเบิกภายใน 90 วัน นับแต่วันท่ีเปิดภาคการศึกษาแรก ของสถานศึกษานั้น (กบผ.
(สก)ว.907/2555 ลว.24 ก.พ.2555)

10.13 กรณพี นกั งานได้ชาระค่าเลา่ เรยี น หรอื เงินบารุงการศึกษาบุตร ในปีการศึกษาตอ่ ไป และไดน้ ามา
เบิกจ่ายกับจาก กฟภ. แล้ว ต่อมาบุตรของพนักงานได้เปลยี่ นโรงเรียนใหม่ ก่อนหรือหลังการเปิด
ภาคเรียนภาคแรกในปีการศึกษาต่อไป จะมสี ทิ ธิเบิกค่าเล่าเรียน หรือ เงินบารุงการศึกษาบุตร ได้
เทอมละหนึ่งคร้ังเท่าน้ัน และเม่ือใช้สิทธิเบิกไปแล้วจะไม่มีสิทธิเบิกของโรงเรียนใหม่อีก
(โทรสาร กสก. เลขท่ี 708/41 ลว.1 มิ.ย.2541)

27

10.14 หากสถานศึกษาเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าในปีการศึกษาต่อไปก่อนปิดภาคเรียนสุดท้าย

พนักงานสามารถนามาเบิกได้ โดยถือหลักเกณฑ์ตามมติ กกท.คร้ังที่ 5/2526 เมื่อวันที่ 11 มี.ค.

2526 ที่มีมติเห็นว่าไม่เป็นการเบิกล่วงหน้าข้ามปีการศึกษา (โทรสาร กสก. เลขที่ 708/41 ลว.1

ม.ิ ย.2541)

11. กำรใหย้ ืมเงินไปชำระค่ำใช้จ่ำยในกำรศกึ ษำของบตุ ร ที่ ง.7/2562 สง่ั ณ วันท่ี 13 พ.ค. 2562
11.1 ผมู้ ีสทิ ธยิ มื เงินจาก กฟภ. ไปชาระค่าเลา่ เรยี น ค่าบารุงการศึกษาและคา่ ธรรมเนยี มอื่น ๆ ของบุตร
ตอ้ งเปน็ พนกั งานทีด่ ารงตาแหน่งไมเ่ กินระดับ 7 หรอื เทยี บเท่า
11.2 มีสิทธิยืมเงินจาก กฟภ. ไปชาระค่าใช้จ่ายในการศึกษาของบุตรได้ภาคการศึกษาละ 1 คร้ัง ตาม
จานวนท่ีจะต้องจ่ายจริง แต่ไม่เกินสิทธิที่ได้รับตามท่ีกาหนดไว้ในระเบียบกองทุนสงเคราะห์ ว่า
ด้วยคา่ เลา่ เรยี นและการศึกษาของบตุ รของผ้ปู ฏบิ ัติงาน พ.ศ. 2560
11.3 ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานตันสังกัดของพนักงานเป็นผู้พิจารณาอนุมัติให้ยืมเงินตามข้อ 11.2
ให้แกผ่ ู้ยืมเงนิ ไปชาระให้แกส่ ถานศึกษา
11.4 พนกั งานผ้ยู มื เงนิ จะตอ้ งส่งหลกั ฐานการชาระค่าใช้จา่ ยในการศึกษาของบุตร หกั ลา้ งเงินยมื ภายใน
กาหนด 30 วัน นับจากวันเปิดภาคการศึกษา หากพ้นกาหนดดังกล่าวแล้วให้ผู้บังคับบัญชา
หน่วยงานตน้ สังกัดแจง้ ผจู้ า่ ยเงนิ เดือนหกั เงินตามจานวนเงินทพี่ นักงานผ้นู ั้นยมื เงนิ ไป
11.5 สามารถยืมเงินได้ ล่วงหน้ำ 7 วัน ก่อนครบกาหนดให้ชาระค่าเล่าเรียน หรือก่อนวันเปิดภาค
การศกึ ษา

12. เอกสารประกอบในการขอรบั การช่วยเหลือ
12.1 คารอ้ งและใบสาคัญจา่ ยเงินคา่ เล่าเรียน ค่าบารุงการศกึ ษา และค่าธรรมเนียมอน่ื ๆ (สก.6-ป.60)
12.2 ต้นฉบับใบเสรจ็ รับเงิน
12.3 สาเนาทะเบียนสมรส สาเนาทะเบียนบ้าน สาเนาสูติบัตร หรือสาเนาทะเบียนรับรองบุตร (แนบ
เฉพาะการขอเบกิ ครงั้ แรก)
12.4 สาเนาใบอนุญาต หรือประกาศท่ีให้เก็บเงินบารุงการศึกษา หรือ เงินค่าเล่าเรียนได้ (ให้แนบ
เฉพาะภาคต้นของทุกปีการศึกษา เว้นแต่ถ้าภาคสองมีการเปล่ียนแปลง อัตราเรียกเก็บ จะต้อง
แนบสาเนาใบอนุญาตฉบับใหมใ่ นการขอเบกิ ภาคสองดว้ ย)
12.5 ระเบียบ , ประกาศ , ข้อบังคับของสถานศึกษาท่ีได้รับอนุมัติให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ได้
(สาหรับหลกั สูตรปรญิ ญาตรี)

28

ระเบียบกำรไฟฟ้ำสว่ นภูมภิ ำค
ว่ำด้วยเงนิ ช่วยเหลือในกำรคลอดบุตร พ.ศ. 2561

1. พนักงาน หมายถึง พนักงาน กฟภ. ท่ีได้รับการบรรจุ และแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่ง หน้าท่ีประจา และ
ปฏิบัตงิ านตอ่ เนือ่ งกนั มาไม่น้อยกวา่ 6 เดอื น

2. บุตร หมายถึง บตุ รอนั เกดิ จากคสู่ มรสท่ีชอบดว้ ยกฎหมาย (จดทะเบยี นสมรส)
3. สิทธิได้รบั กำรช่วยเหลอื ในกำรคลอดบุตร

3.1 ได้รบั เงนิ ชว่ ยเหลือ 1,200.- บาท ตอ่ การคลอดบตุ รทกุ คราว ไม่วา่ บตุ รทคี่ ลอดน้นั จะมชี ีวติ อยู่หรือไม่
ก็ตาม

3.2 กรณคี ลอดบุตรแฝด ไดร้ ับเงนิ ช่วยเหลอื คนท่ี 2 และคนต่อ ๆ ไป เพ่ิมอกี คนละ 1,200.- บาท
3.3 การคลอดบุตรก่อนครบกาหนดคลอด โดยทารกอยู่ในครรภ์น้อยกว่า 7 เดือนเต็ม และเป็นการแท้งบุตร

ไม่มสี ิทธิไดร้ ับการช่วยเหลอื
3.4 เงินช่วยเหลือนี้ ให้เป็นอีกส่วนหน่ึงต่างหาก ไม่เก่ียวกับการรักษาพยาบาล อันสืบเน่ืองมาจากการ

คลอดบุตร
4. กรณีที่ทั้งสามีและภริยาต่างเป็นพนักงานด้วยกัน ให้ภริยาเป็นผู้ขอใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือแต่เพียงฝ่าย

เดียว
5. ให้ย่ืนคาร้องขอรับเงินช่วยเหลือภายใน 90 วัน นับตั้งแต่วันคลอดบุตร หากพ้นกาหนดดังกล่าวให้ถือว่า

สละสิทธิ
6. ใหห้ นว่ ยงานตน้ สงั กัดของผูข้ อรบั เงนิ ช่วยเหลือ มีหนา้ ที่ตรวจสอบสทิ ธกิ ารขอเบกิ เพือ่ เสนออนมุ ัติเบิกจ่าย
7. ใหผ้ ู้บังคบั บัญชาหนว่ ยงานตน้ สังกัด เป็นผูพ้ จิ ารณาเสนอผูม้ ีอานาจอนุมัตสิ ่ังจ่ายเงนิ จาก กฟภ.
8. เอกสารประกอบในการขอรับการช่วยเหลือ

8.1 คาร้องและใบสาคญั จา่ ยเงินคา่ คลอดบตุ ร (สก.7 - ป.61)
8.2 สาเนาสูตบิ ตั รของบุตร
8.3 สาเนาทะเบยี นสมรส
8.4 หนังสือรับรองจากแพทย์ ผู้ซึ่งได้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมจากแพทย์สภา (เฉพาะ

กรณีบุตรมไิ ด้อยู่รอดเป็นทารก)

29

ระเบียบกำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค
ว่ำด้วยเงินชว่ ยเหลอื บตุ รของพนกั งำน พ.ศ. 2561

1. พนักงาน หมายถึง พนักงาน กฟภ. ซึ่งได้มีคาส่ังบรรจุและแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งหน้าที่เป็นพนักงาน
ประจา

2. บุตร หมายถึง บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งมีอายุไม่เกิน 20 ปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงบุตรบุญธรรม
หรือเป็นผู้บรรลุนิติภาวะโดยการสมรส

3. กำรใชส้ ิทธิขอรบั เงินช่วยเหลอื บตุ ร
3.1 พนักงานมีสิทธิได้รบั เงินช่วยเหลอื บุตรเป็นรายเดือน ในอตั ราเดือนละ 500.- บาทตอ่ บตุ รหนึ่งคน

3.2 พนักงานผู้ใดได้สิทธิ หรือเสียสิทธิรับเงินช่วยเหลือบุตรในระหว่างเดือนใดไม่เต็มเดือน ให้ได้รับเงิน

ช่วยเหลือบุตรสาหรบั เดือนน้นั เต็มเดือน

3.3 พนักงานซ่ึงคู่สมรสเป็นพนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ด้วยกัน หรือสังกัดหน่วยงานอื่น ให้คู่สมรส
ฝ่ายสามีเป็นผู้ใช้สิทธิขอรับเงินช่วยเหลือบุตรแต่เพียงฝ่ายเดียว

3.4 คู่สมรสของพนักงานไม่ว่าจะเป็นฝ่ายสามีหรือภรรยาก็ตาม หากได้ใช้สิทธิรับเงินช่วยเหลือบุตรจาก
ทางราชการ หรือหน่วยงานอื่นแล้วต่ากว่าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ให้พนักงานผู้ใช้สิทธิเบิกจ่าย
เพิ่มเติมเฉพาะส่วนที่ต่ากว่าสิทธิที่พึงได้รับจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้

3.5 คู่สมรสของพนักงานไม่ว่าจะเป็นพนักงานด้วยกันหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้หย่าขาดจากกัน หรือ
แยกกันอยู่ โดยยังไม่ได้ดาเนินการตามกฎหมาย ให้ฝ่ายที่ปกครองบุตรมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ
บุตรตามจานวนบุตร

4. กำรขอเปล่ียนแปลงกำรขอรบั เงินช่วยเหลือบุตร
4.1 การเปล่ยี นแปลงหมายถึง
4.1.1 มีบตุ รเพม่ิ ขึ้น
4.1.2 จดทะเบียนรับรองบตุ ร
4.1.3 บุตรถงึ แก่กรรม
4.1.4 บุตรอายุเกิน 20 ปีบริบรู ณ์
4.1.5 บตุ รบรรลนุ ติ ิภาวะโดยการสมรส
4.1.6 มารดาเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกอยู่เดิม แต่ต่อมาบิดาเป็นพนักงาน กฟภ. หรือพนักงานหน่วยงานอื่น
และเป็นผใู้ ชส้ ิทธเิ บกิ จากหนว่ ยงานนั้น ๆ
4.1.7 บดิ ามารดาหย่าขาดจากกัน แยกกันอยู่ หรือกลับคืนดีกัน
4.2 ขอเพิ่มจานวนเงินช่วยเหลือบุตร ให้ยื่นคาขอเปลี่ยนแปลงภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ปรากฏ
หลักฐานการเปลี่ยนแปลง หากพ้นกาหนดเวลาข้างต้น ถ้าพนักงานย่ืนคาขอเปล่ียนแปลงในเดือนใด
ใหเ้ รม่ิ มีสิทธเิ บิกเงนิ ชว่ ยเหลือบุตรนบั ตงั้ แต่เดือนทีไ่ ดย้ น่ื คาขอเปลี่ยนแปลงเป็นต้นไป
4.3 ขอลดจานวนเงินช่วยเหลือบุตร ให้ย่ืนคาขอเปล่ียนแปลงภายใน 30 วัน นับต้ังแต่วันที่ปรากฏ
หลกั ฐานการเปล่ียนแปลง
4.4 ขอยกเลิกเงินช่วยเหลือบุตร ให้ยื่นคาขอยกเลิกภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันท่ีมีเหตุการณ์บอกเลิก
เกิดขึ้น

5. ผ้มู อี ำนำจอนมุ ตั ิ
5.1 รองผวู้ ่าการ เปน็ ผู้มอี านาจอนุมัติใหแ้ ก่ผู้ช่วยผู้ว่าการ และพนักงานในสงั กัดแล้วแตก่ รณี

30

5.2 ผ้ชู ว่ ยผู้ว่าการ เปน็ ผูม้ ีอานาจอนมุ ตั ิแกพ่ นักงานระดับผอู้ านวยการฝ่าย ผู้จดั การการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค
ชั้น 1 – 3 ผจู้ ดั การไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาคสาขา และพนักงานในสงั กัดแลว้ แต่กรณี

5.3 ผู้อานวยการฝ่าย เป็นผู้มีอานาจอนุมัติแก่พนักงานระดับผู้อานวยการกอง และพนักงานในสังกัด
แล้วแตก่ รณี

5.4 ผอู้ านวยการกอง เป็นผมู้ ีอานาจอนมุ ัตแิ ก่พนักงานในสงั กัด
5.5 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ช้ัน 1 – 3 และผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา เป็นผู้มีอานาจ

อนุมตั แิ กพ่ นกั งานในสังกดั รวมท้ังพนกั งานการไฟฟา้ ส่วนภมู ิภาคสาขาย่อยในสังกดั

31

ระเบียบกำรไฟฟ้ำสว่ นภมู ิภำค
วำ่ ดว้ ยกำรให้ควำมช่วยเหลอื ผปู้ ฏิบตั ิงำนในกำรลำอุปสมบท พ.ศ. 2554

1. ผู้ปฏิบัติงานท่ีมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือตามระเบียบนี้จะต้องเป็นผู้ท่ีได้รับอนุญาตให้ลาอุปสมบทในพุทธ
ศาสนาไดแ้ ล้วตามระเบียบของ กฟภ.

2. ใหผ้ ูข้ อรับการช่วยเหลือย่นื แบบคาร้องและใบสาคัญจา่ ยเงนิ ค่าอุปสมบท เสนอต่อผบู้ งั คับบญั ชาหน่วยงาน
ต้นสังกัดภายในกาหนด 30 วัน นบั แต่วันทไ่ี ดร้ บั อนญุ าตใหล้ าอปุ สมบท

3. ให้หนว่ ยงานตน้ สังกดั เปน็ ผ้ตู รวจสอบสิทธิการขอเบกิ เพื่อเสนอผู้มีอานาจอนมุ ัตสิ ั่งจา่ ยเงิน
4. ผขู้ อรบั การช่วยเหลอื จะได้รบั การชว่ ยเหลือรายละ 2,000.- บาท
5. หากปรากฏในภายหลังว่าผู้ปฏิบัติงานซ่ึงขอรับเงินช่วยเหลือ มิได้อุปสมบทด้วยเหตุใดก็ตาม ให้ส่งเงินคืน

ภายใน 30 วัน นบั แตว่ นั แจ้งยกเลิกการลาอปุ สมบท
6. เอกสารประกอบในการขอรบั การช่วยเหลือ

6.1 คารอ้ งขอรับการสงเคราะหเ์ พอ่ื การอุปสมบท
6.2 หนังสือรบั รองจากเจา้ อาวาส
6.3 สาเนาใบลาอุปสมบทฯ ซ่ึงผู้มีอานาจได้อนุมัติแล้ว (รบ.53-ร.62) แล้วให้ผู้ขอเบิกเซ็นต์รับรองสาเนา

ถูกต้อง

32

ข้อบังคบั กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมิภำค
ว่ำดว้ ย ระเบียบพนักงำน (ฉบบั ที่ 20) พ.ศ. 2552

(ค่ำทำศพ)

1. ให้ยกเลิกความในข้อ 30 แห่งข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ว่าด้วยระเบียบพนักงาน พ.ศ. 2517 และท่ี
แกไ้ ขเพ่ิมเตมิ (ฉบบั ที่ 9) พ.ศ. 2533 และให้ใช้ขอ้ ความต่อไปนแ้ี ทน
“ข้อ 30 พนักงานผู้ใดพ้นจากตาแหน่งหน้าที่เพราะตาย ให้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างถึงวันท่ีตาย
และใหจ้ ่ายเงนิ ค่าทาศพแก่ผจู้ ัดการศพ จานวนสามเท่าของอัตราเงนิ เดือนหรือคา่ จ้างสุดทา้ ยท่ผี ตู้ ายได้รับ
อยู่กอ่ นวันตาย พร้อมกบั เพมิ่ ใหอ้ ีก 100,000.- (หนง่ึ แสน) บาท โดยในการคานวณจ่ายเงินค่าทาศพ ใหน้ า
เงินค่าครองชีพมารวมเป็นเงินเดือนหรือค่าจ้างด้วย ยกเว้นในกรณีตายในระหว่างขาดหรือหนีการทางาน
หา้ มมิใหจ้ า่ ยเงนิ คา่ ทาศพ
ในกรณีที่ไม่มีผู้ใดเข้าจัดการศพภายในเวลาอันสมควร และผู้บังคับบัญชาต้องเข้าจัดการศพตาม
ความจาเป็นแทนผู้จัดการศพ ให้หักเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าท่ีได้จ่ายจริงจากเงินค่าทาศพได้
และส่วนท่ีเหลือจะมอบให้แก่ทายาทโดยธรรม หรือผู้จัดการมรดกแล้วแต่กรณี และหากไม่มีผู้มาติดต่อ
ขอรบั เงินค่าทาศพ ใหด้ าเนินการอยา่ งใดอยา่ งหน่งึ ตามทผี่ วู้ า่ การเหน็ สมควร”

2. ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช้ัน 1 – 3 หรือผู้รักษาการแทนตาแหน่งดังกล่าว มีอานาจในการอนุมัติ
จ่ายเงินค่าทาศพจานวนสามเท่าของอัตราเงินเดือน หรือค่าจ้างเดือนสุดท้ายที่ผู้ตายได้รับอยู่ก่อนวันตาย
พร้อมกับเพิ่มให้อีก 100,000.- บาท (หน่ึงแสนบาทถ้วน) (พ.(ม)2/2557 ลว.28 ก.พ.2557 เรื่อง มอบ
อานาจใหผ้ ู้มีอานาจอนมุ ัติจา่ ยเงนิ คา่ ทาศพ)

33

คำสัง่ กำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค
ท่ี พ.(ท)33/2548

เรื่อง คำ่ รกั ษำพยำบำล ค่ำทำศพกรณตี ำย เงนิ ทดแทนกำรขำดรำยได้
กรณที ุพพลภำพ อันมใิ ชเ่ น่ืองจำกกำรทำงำน

คำ่ ชว่ ยเหลือบตุ ร และคำ่ ช่วยเหลือกำรศกึ ษำบุตรของลกู จ้ำง

คำ่ รักษำพยำบำล

1. ลูกจ้าง หมายถึง ผู้ซ่ึงตกลงทางานให้แก่นายจ้าง เพ่ือรับค่าจ้างเป็นรายวันและรายเดือน แต่ไม่รวมถึงผู้
รบั จา้ งเหมา และผู้ปฏิบตั ิงานของผู้รับจา้ งเหมา

2. ลูกจ้างซ่ึงไม่ได้ขอรับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลสาหรับตนเอง หรือบุคคลในครอบครัวจากทาง
ราชการ หรือหน่วยงานอ่ืน มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลสาหรับตนเองและบุคคลใน
ครอบครวั

3. บคุ คลในครอบครวั หมายถึง ค่สู มรส และบุตร
3.1 คูส่ มรส หมายถงึ สามีหรือภรรยาที่ทาการสมรสโดยถกู ตอ้ งตามกฎหมาย ซ่งึ ไดจ้ ดทะเบียนแล้ว
3.2 บุตร หมายถึง บุตรโดยชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งอยู่ในความอุปการะเลย้ี งดูของบดิ าหรือมารดา ซึ่งเป็นผู้
มีสิทธิได้รับการสงเคราะห์ตามคาส่ังนี้ แต่ท้ังน้ีไม่รวมถึงบุตรบุญธรรมหรือบุตรซ่ึงยกให้เป็นบุตรบุญ
ธรรมของบุคคลอ่ืนแลว้
3.3 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับค่ารักษาพยาบาลสาหรับบุตรได้เพียงคนท่ี 1 ถึงคนที่ 3 และต้องเป็นบุตรซึ่งยังไม่
บรรลนุ ติ ิภาวะ หรือบรรลนุ ิตภิ าวะแล้วแต่เปน็ คนไรค้ วามสามารถ หรอื เสมอื นไร้ความสามารถ ท้งั นีไ้ ม่
วา่ เป็นบุตรท่ีเกิดจากการสมรสครงั้ ใด

4. การใช้สิทธเิ บิกคา่ รักษาพยาบาลของบุตร

คสู่ มรส ผู้ขอใชส้ ิทธิ

ลูกจา้ ง กฟภ. ข้าราชการ ลูกจ้าง กฟภ.

ลกู จ้าง กฟภ. ลูกจา้ ง กฟภ. ลูกจา้ ง ฝ่ายสามี

ลูกจา้ ง กฟภ. พนักงาน กฟภ. พนกั งาน กฟภ.

ลกู จา้ ง กฟภ. รัฐวิสาหกิจอ่ืน ให้คูส่ มรสฝ่ายสามใี ช้สิทธิก่อน หากสิทธิทไ่ี ด้รบั จากฝ่ายสามีตา่
กวา่ ใหฝ้ า่ ยภรรยาเป็นผ้ใู ช้สทิ ธิเบกิ จ่ายเพ่ิมเตมิ เฉพาะสว่ นท่ตี า่
กวา่ สิทธทิ ่พี ึงได้รบั

5. ในกรณีคู่สมรสได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ โดยมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมายให้ฝ่ายที่ปกครอง
บุตร หรือฝ่ายที่อุปการะเล้ียงดูบุตร เป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลเฉพาะ
บุตรท่อี ย่ใู นความปกครอง หรืออย่ใู นความอุปการะเลยี้ งดขู องตนแลว้ แต่กรณี

6. ฝ่ายท่ีปกครองหรืออุปการะจะต้องมีสิทธิเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดด้วย หากไม่มีสิทธิเบิกจ่าย
พนกั งาน กฟภ.สามารถใช้สิทธิได้

7. ลูกจ้างและบุคคลในครอบครัว มสี ิทธิไดร้ บั เงนิ ชว่ ยเหลอื ในการรักษาพยาบาลตงั้ แต่วันท่เี รม่ิ จ้าง
8. สทิ ธทิ ี่ได้รบั การสงเคราะห์

8.1 ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการช่วยเหลือในการรักษาพยาบาลสาหรับตนเอง และบุคคลในครอบครัว
ตลอดเวลาทไี่ ดร้ ับอนญุ าตให้ลาปว่ ย โดยได้รบั ค่าจ้างตามหลักเกณฑ์ของการไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าค

8.2 ถ้าได้รับอนุญาตให้ลาป่วยโดยไม่ได้รับเงนิ เดอื นหรือค่าจ้าง ให้ลูกจ้างมีสิทธิได้รับการชว่ ยเหลอื ในการ
รักษาพยาบาลสาหรับตนเองและบุคคลในครอบครัวตามคาสั่งนี้ แต่เมื่อรวมกันแล้วต้องไม่เกินอัตรา

34

คา่ จ้างเปน็ รายเดือนทีเ่ คยไดร้ ับ เศษของเดือนให้คิดเป็นจานวนวนั โดยถอื ว่าเดือนหนึง่ มี 30 วัน หรอื
ตามแต่วันทางานของลกู จา้ งแตล่ ะประเภท
8.3 ค่าห้องและค่าอาหาร ในการเข้ารับการรักษาพยาบาลประเภทผู้ป่วยใน ท้ังในสถานพยาบาลของทาง
ราชการ และสถานพยาบาลของเอกชนสาหรับตนเองและบุคคลในครอบครัว ให้เบิกได้ตามจานวน
เงินท่ีไดจ้ า่ ยไปจริง แต่ไมเ่ กินวันละ 600.- บาท
8.4 คา่ รกั ษาพยาบาล รพ.ราชการ เบกิ ได้เท่าจานวนทจ่ี ่ายไปจริง ท้ังประเภทคนไขใ้ น และคนไข้นอก
8.5 ค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน เบิกได้เฉพาะประเภทคนไข้ใน และเบิกได้คร่ึงหนึ่งของจานวนเงนิ ท่ีจ่าย
ไปจริง แต่ไม่เกิน 3,000.- บาท
8.6 การเบิกค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลตามข้อ 8.4 และ 8.5 ไม่รวมค่าห้องและค่าอาหารตามข้อ 8.3
ตัวอย่างเช่น ค่ารักษาพยาบาล รพ.เอกชน จานวนเงิน 6,000.- บาท และค่าห้อง+อาหาร 2 คืน
จานวนเงิน 2,000.- บาท สามารถเบิกจ่ายได้ในจานวนเงิน ค่ารักษาพยาบาล 3,000.- บาท และค่า
หอ้ ง+อาหาร 1,200.- บาท รวมเบกิ จา่ ยไดจ้ านวนเงนิ 4,200.- บาท
9. ให้ใช้สิทธิเบิกเงินค่ารักษาพยาบาลภายใน 90 วัน นับแต่วันท่ีได้ชาระเงินจนถึงวันที่เขียนคาร้อง เว้นแต่มี
กรณพี ิเศษทผ่ี ูว้ า่ การเห็นสมควรผอ่ นเวลาให้
10. ค่ารกั ษาพยาบาล หมายความว่า
10.1 เงินที่สถานพยาบาลเรียกเก็บเงินค่ายา ค่าเลือดและส่วนประกอบของเลือดหรือสารทดแทน ค่า

นา้ ยา หรอื อาหารทางเสน้ เลือด ค่าออกซเิ จน ค่านมผสม คา่ เลีย้ งดทู ารกแรกเกดิ และอืน่ ๆ ทานอง
เดียวกับท่ีใช้ในการบาบัดและรักษาโรค ตลอดจนยาบารุงร่างกายตามคาสั่งแพทย์ ซึ่ง
สถานพยาบาลวางระเบียบไวใ้ ห้ตอ้ งเสยี เงิน
10.2 เงินที่สถานพยาบาลเรียกเก็บเป็นค่าบริการทางการแพทย์ ค่าตรวจ ค่าวิเคราะห์โรค ค่าอวัยวะ
เทียม ค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด หรือคลอดบุตร รวมท้ังการทาหมันในสถานพยาบาล ค่าธรรมเนียม
การตรวจพิเศษ ค่าทันตกรรมเฉพาะที่เกี่ยวกับการรักษา อุดและถอนฟัน แต่ไม่รวมถึงค่า
รักษาพยาบาลพิเศษ ค่าธรรมเนียมและค่าบรกิ ารอย่างอื่น หรือซ่ึงเรียกชื่อเป็นอย่างอื่นที่มีลกั ษณะ
เป็นเงนิ ตอบแทน
10.3 ค่าอวัยวะเทียม รวมท้ังค่าซ่อมแซมอวัยวะเทียมและอุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรค ท้ังน้ีตาม
ประเภทและอตั ราทกี่ ระทรวงการคลงั กาหนด
10.4 ค่าตรวจสุขภาพประจาปี ให้เบิกได้เฉพาะการเข้ารับการตรวจสุขภาพในสถานพยาบาลของทาง
ราชการ ตามหลกั เกณฑ์ และอัตราทกี่ ระทรวงการคลงั กาหนด
11. กรณีแพทยส์ ถานพยาบาล กฟภ. หรือ แพทย์ของสถานพยาบาลของราชการแนะนา และให้ความเหน็ ชอบ
ไปทา ใหเ้ บิกไดด้ งั นี้
11.1 คา่ ตรวจทางห้องทดลอง เบิกได้ครึ่งหนง่ึ ของจำนวนเงินทจ่ี ำ่ ยไปจริง โดยรายการในใบเสรจ็ รับเงิน
จะต้องไม่มีค่าแพทย์ ผู้ตรวจรักษา ถ้ำมีถือว่ำเป็นคนไข้นอกโรงพยำบำลเอกชนไม่สำมำรถ
เบกิ จำ่ ยได้ทุกรำยกำรในใบเสรจ็
11.2 ค่าเอกซเรย์ เบิกได้เต็มจานวนเงินท่ีได้จ่ายไปจริง โดยในใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีค่าแพทย์ผู้ตรวจ
รกั ษา ถ้ำมีถอื วำ่ เปน็ คนไขน้ อก รพ.เอกชน ไม่สำมำรถเบิกจ่ำยได้ท้งั ใบเสร็จ

35

12. กรณีแพทย์สถานพยาบาล กฟภ. หรือ แพทย์ของสถานพยาบาลของราชการส่งั ให้เบิกได้ดงั นี้
12.1 ค่ายา เบิกได้เต็มจานวนเงินท่ีได้จ่ายไปจริง โดยในใบเสร็จรับเงินจะต้องไม่มีค่าแพทย์ผู้ตรวจรักษา
ถ้ำมีถือว่ำเป็นคนไข้นอก รพ.เอกชน ไม่สำมำรถเบิกจ่ำยกรณีสถำนพยำบำลของรำชกำรสั่งได้
ทง้ั ใบเสร็จ
12.2 ค่าอวัยวะเทียม , อุปกรณ์ในการบาบัดรักษาโรค เบิกได้ตามประเภทและอัตราท่ีกระทรวงการคลัง
กาหนด ทงั้ นต้ี ้องเป็นไปตามลกั ษณะ และข้อบ่งชท้ี ่ีกาหนด

13. แนวทางการพิจารณาสิทธิเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของลูกจ้าง กฟภ. ในประเด็นต่าง ๆ ให้พิจำรณำ
เป็นไปในแนวทำงเดียวหลกั เกณฑ์ของพนกั งำน (กรบ.(พส)559/2553 ลว.8 ม.ิ ย.2553)

ค่ำทำศพลูกจ้ำง

1. ลูกจ้างที่ถึงแก่ความตายให้จ่ายค่าทาศพในอัตราสามเท่าของค่าจ้างเดือนสุดท้ายที่ลูกจ้างได้รับก่อนถึงแก่
ความตาย ใหแ้ กผ่ ู้มสี ิทธิตามลาดับคือ
1.1 บคุ คลซ่ึงลูกจ้างผูต้ ายทาหนังสือระบุให้เปน็ ผู้จัดการศพ และได้เป็นผ้จู ดั การศพ
1.2 คู่สมรส บุตร บิดา หรือ มารดาโดยชอบด้วยกฎหมายของลูกจ้างผู้ตาย ท่ีมีหลักฐานแสดงว่าเป็น
ผูจ้ ัดการศพ
1.3 บุคคลอ่นื ท่ีมีหลักฐานแสดงวา่ เป็นผจู้ ัดการศพ

2. ถ้าไม่มีผู้เข้าจัดการศพภายในเวลาอันสมควร และผู้บังคับบัญชาต้องเข้าจัดการศพตามความจาเป็นแทน
ผู้จัดการศพ ให้หักเงินค่าใช้จ่ายในการจัดการศพเท่าท่ีจ่ายจริงจากเงินค่าทาศพได้ ถ้ายังไม่มีผู้จัดการศพ
มาขอรบั เงินสว่ นท่เี หลือหรอื ท้ังหมดภายในระยะหน่งึ ปี

3. การคานวณค่าจา้ งรายเดือน สาหรับลกู จา้ งรายวนั ให้นาคา่ จา้ งรายวันคูณดว้ ย 22 วัน หรอื 26 วนั ตามแต่
วันทางานของลูกจา้ งแตล่ ะประเภท

4. ลูกจ้างที่ถึงแก่ความตาย ในระหว่างที่พ้นสภาพการเป็นลูกจ้างไปแล้ว หรือในระหว่างขาด หรือละท้ิงการ
ทางาน จะไมไ่ ดร้ บั ค่าทาศพ

ค่ำช่วยเหลอื กำรศึกษำบุตรของลกู จ้ำง

1. ลูกจ้างมีสิทธิขอเบิกเงินช่วยเหลือค่าเล่าเรียน เงินบารุงการศึกษาของบุตรได้เพียงคนท่ี 1 ถึงคนท่ี 3 และ
ตอ้ งเป็นบตุ รท่ีมีอายุไม่เกิน 25 ปีบรบิ รู ณ์ ทั้งน้ี ไม่วา่ เป็นบตุ รที่เกิดจากการสมรสครัง้ ใด

2. การใชส้ ทิ ธิขอรับเงินช่วยเหลือคา่ ใชจ้ า่ ยในการศกึ ษาบตุ รของลูกจา้ ง
คสู่ มรส ผ้ขู อใชส้ ิทธิ

ลูกจ้าง กฟภ. ข้าราชการ ลูกจ้าง กฟภ.
ลกู จา้ ง กฟภ. ลกู จา้ ง กฟภ. ลูกจ้าง ฝา่ ยสามี
ลกู จา้ ง กฟภ. พนักงาน กฟภ. พนักงาน กฟภ.
ลกู จ้าง กฟภ. รัฐวิสาหกจิ อ่นื ใหค้ สู่ มรสฝา่ ยสามีใช้สิทธกิ ่อน หากสิทธิทไ่ี ด้รบั จากฝา่ ยสามีตา่

กว่า ให้ฝ่ายภรรยาเป็นผู้ใชส้ ทิ ธิเบิกจา่ ยเพ่ิมเติมเฉพาะสว่ นทต่ี ่า
กวา่ สิทธทิ ีพ่ ึงไดร้ บั
3. ในกรณีคู่สมรสได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ โดยมิได้หย่าขาดจากกันตามกฎหมายให้ฝ่ายท่ีปกครอง
บตุ ร หรือฝา่ ยท่อี ุปการะเลยี้ งดูบุตร เปน็ ผูใ้ ช้สทิ ธิเบกิ เงนิ ช่วยเหลอื ค่าใช้จ่ายในการในการศึกษาบุตรเฉพาะ
บตุ รทอี่ ยใู่ นความปกครอง หรืออยู่ในความอุปการะเลี้ยงดูของตนแลว้ แตก่ รณี

36

4. ฝ่ายท่ีปกครองหรืออุปการะจะต้องมีสิทธิเบิกจ่ายจากหน่วยงานต้นสังกัดด้วย หากไม่มีสิทธิเบิกจ่าย
พนักงาน กฟภ.สามารถใช้สทิ ธิได้

5. ต้องใช้สิทธิภายใน 90 วัน นับแต่วันท่ีได้ชาระเงินจนถึงวันท่ีเขียนคาร้อง แต่ต้องไม่เป็นการเบิกล่วงหน้า
ข้ามปีการศึกษา เวน้ แต่มีเหตจุ าเปน็ ต้องนาเสนอขออนุมตั ิต่อผ้วู ่าการ เพือ่ ผอ่ นเวลาให้

6. สทิ ธิทไ่ี ดร้ ับการชว่ ยเหลือ
6.1 บุตรที่ศึกษาในสถานศึกษาของทางราชการ ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่าอนุปริญญา หรือเทียบเท่า
และหลักสูตรนน้ั แยกต่างหากจากหลักสตู รระดบั ปรญิ ญาตรี ให้ได้รับเงินบารุงการศึกษาเต็มจานวนที่
ไดจ้ ่ายไปจริง แต่ทงั้ น้ี ต้องไมเ่ กนิ ประเภทและอัตราที่กระทรวงการคลงั กาหนด
6.2 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรระดับไม่สูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือ
เทยี บเทา่ ใหไ้ ด้รับเงินค่าเล่าเรยี นเต็มจานวนท่ีไดจ้ ่ายไปจริง แต่ทัง้ นี้ ต้องไมเ่ กนิ ประเภทและอัตราที่
กระทรวงการคลงั กาหนด
6.3 บุตรท่ีศึกษาในสถานศึกษาของเอกชน ในหลักสูตรระดับสูงกว่ามัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า
แต่ไมส่ ูงกวา่ อนปุ ริญญาหรือเทียบเทา่ และหลกั สูตรนัน้ แยกตา่ งหากจากหลักสูตรระดบั ปริญญาตรี ให้
ได้รับเงินค่าเล่าเรียนตามประเภทและอัตราท่ีกระทรวงการคลังกาหนด แต่ท้ังน้ีต้องไม่เกินคร่ึงหน่ึง
ของจานวนท่ไี ด้จ่ายไปจรงิ

ค่ำชว่ ยเหลอื บตุ รของลกู จ้ำง

1. ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินค่าช่วยเหลือบุตรในอัตราเดือนละ 200.- บาท ต่อบุตร 1 คนสาหรับบุตรคนท่ี 1 ถึง
คนที่ 3 ซ่ึงมีอายุไม่เกิน 18 ปีบริบูรณ์ และยังไม่บรรลุนิติภาวะโดยการสมรสท้ังน้ี ไม่ว่าเป็นบุตรท่ีเกิดจาก
การสมรสคร้งั ใด (พ.(ท)7/2563 สั่ง ณ วันท่ี 12 ก.พ.2563)

2. หากลูกจ้างผ้ใู ดได้รบั สิทธิ หรอื เสยี สิทธิรับเงนิ ค่าช่วยเหลอื บุตรในระหว่างเดือนใดไมเ่ ต็มเดอื น ใหไ้ ด้รบั เงิน
ค่าชว่ ยเหลอื บุตรสาหรับเดอื นนั้นเตม็ เดอื น

3. การใช้สทิ ธิขอรับเงนิ ชว่ ยเหลอื บุตร
คสู่ มรส ผขู้ อใชส้ ิทธิ

ลูกจ้าง กฟภ. ลกู จ้าง กฟภ. ลกู จ้าง ฝ่ายสามี
ลกู จา้ ง กฟภ. พนกั งาน กฟภ. พนักงาน กฟภ.
คสู่ มรสของลูกจ้างไมว่ า่ จะเป็นฝ่ายสามหี รือฝา่ ยภรรยากต็ ามหากได้ใชส้ ทิ ธริ บั เงินชว่ ยเหลือบุตรจาก
ทางราชการหรอื หน่วยงานอ่ืนแล้ว ลูกจา้ งผู้นนั้ ไม่มสี ิทธิขอรับเงินชว่ ยเหลือบุตรจาก กฟภ. ไดอ้ กี
4. คู่สมรสของลูกจ้างไม่ว่าเป็นลูกจ้างด้วยกันหรือไม่ก็ตาม เมื่อได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ โดยมิได้
หย่าขาดจากกันตามกฎหมาย ใหฝ้ า่ ยท่ีปกครองบตุ รมสี ิทธิไดร้ บั เงนิ คา่ ชว่ ยเหลือบุตรตามจานวนบุตร ซ่งึ มี
ลักษณะตามข้อ 1
5. การขอเปลี่ยนแปลงการขอรับเงินช่วยเหลือบุตร
5.1 การเปลี่ยนแปลงหมายถงึ

5.1.1 มบี ุตรเพ่ิมขึ้น
5.1.2 จดทะเบยี นรับรองบุตร
5.1.3 บุตรถึงแกก่ รรม
5.1.4 บตุ รอายเุ กนิ 18 ปีบริบรู ณ์
5.1.5 บตุ รบรรลนุ ติ ิภาวะโดยการสมรส

37

5.1.6 มารดาเปน็ ผูใ้ ชส้ ิทธิเบกิ อยู่เดิม แตต่ ่อมาบดิ าไดเ้ ปน็ ลูกจ้าง หรือ พนกั งาน กฟภ.
5.1.7 มารดาเป็นผู้ใช้สิทธเิ บิกอยู่เดิม แต่ต่อมาบิดาซึ่งเป็นพนักงานหน่วยงานอื่น และเป็นผู้ใช้สิทธิ

เบกิ จากหนว่ ยงานนั้น ๆ
5.1.8 บิดามารดาหยา่ ขาดจากกนั แยกกนั อยู่ หรอื กลบั คนื ดกี นั
5.2 ขอเพ่ิมจานวนเงินช่วยเหลือบุตร ให้ย่ืนคาขอเปล่ียนแปลงภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันท่ีปรากฏ
หลักฐานการเปลี่ยนแปลง หากพ้นกาหนดเวลาข้างต้น ถ้าลกู จา้ งย่นื คาขอเปลีย่ นแปลงในเดือนใด ให้
เรมิ่ มีสทิ ธิเบิกเงนิ นบั ตงั้ แต่เดอื นท่ีได้ยื่นคาขอเปลยี่ นแปลงเป็นตน้ ไป
5.3 ขอลดจานวนเงินช่วยเหลือบุตร ให้ยื่นคาขอเปล่ียนแปลงภายใน 30 วัน นับต้ังแต่วันที่ปรากฏ
หลักฐาน การเปลย่ี นแปลง
5.4 ขอบอกเลิกเงินช่วยเหลือบุตร ให้ยื่นคาขอบอกเลิกภายใน 30 วัน นับตั้งแต่วันที่มีเหตุการณ์บอกเลิก
เกิดขึน้
6. การควบคมุ การจา่ ยเงนิ ค่าชว่ ยเหลอื บุตร
6.1 กรณที ีล่ ูกจ้างผู้ขอเบกิ เงินชว่ ยเหลือบตุ ร ไดร้ ับคาส่ังแตง่ ตัง้ ใหย้ า้ ยไปประจา ณ ท้องทอ่ี น่ื ใหห้ น่วยงาน
ท้องที่เดมิ ส่งเร่ืองพร้อมทง้ั หลักฐานทั้งหมด ไปยังหน่วยงานท้องท่ีใหม่ทนั ที และแจ้งให้ทางหน่วยงาน
ท้องที่ใหม่ทราบด้วย ว่าได้จ่ายเงินช่วยเหลือบุตรของลูกจ้างผู้น้ันไปจนถึงเดือนใดแล้ว ส่วนในเดือน
ถัดไปให้เบกิ จา่ ยจากหนว่ ยงานทอ้ งที่ใหม่
6.2 กรณีลูกจ้างซ่ึงได้หย่าขาดจากกันหรือแยกกันอยู่ และมารดาเป็นผู้ใช้สิทธิเบิกเงินค่าช่วยเหลือบุตร
แทนตามขอ้ 4 ใหห้ น่วยงานทจี่ ่ายเงินแจง้ ใหผ้ ู้บงั คบั บัญชาฝ่ายบดิ าทราบเพอ่ื ไมใ่ หเ้ บิกซ้ากัน
6.3 ใหห้ นว่ ยงานที่จา่ ยเงินควบคมุ และตรวจสอบอายุบตุ รของลูกจ้างที่ใช้สิทธเิ บิกเงนิ ค่าช่วยเหลือบุตร ถ้า
ปรากฎบุตรคนใดมีอายุครบ 18 ปบี รบิ ูรณใ์ นเดอื นใดแล้ว ให้งดจา่ ยเงนิ คา่ ชว่ ยเหลอื เฉพาะบตุ รคนน้ัน
ในเดือนตอ่ ไปทันที

38

คำสงั่ กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมิภำค
ที่ ส.7 เรอื่ ง คำ่ ใช้จ่ำยในกำรเดินทำงไปปฏบิ ตั งิ ำนภำยในประเทศ

ทวั่ ไป

1. พนกั งำนท่ีมีสิทธเิ บกิ ค่ำใช้จ่ำยในกำรเดนิ ทำงตำมคำสัง่ นี้

1.1 พนักงาน ซึ่งได้มีคาสง่ั บรรจแุ ละแตง่ ตง้ั ให้ดารงตาแหนง่ หน้าท่ปี ระจา

1.2 พนกั งานทดลองงาน ให้มสี ิทธเิ บกิ คา่ ใชจ้ ่ายได้เฉพาะคา่ เช่าที่พักและค่าพาหนะเดนิ ทาง (หากมกี ารไป

ปฏิบัติงานหลังจากครบกาหนดทดลองงานแลว้ ให้เบิกจ่ายค่าเช่าที่พักและค่าพาหนะเดินทางไปกอ่ น

เมื่อไดร้ บั คาส่ังบรรจแุ ล้ว จึงนามาเบิกจ่ายย้อนหลังอีกครัง้ หนง่ึ )

2. ผู้มีอำนำจอนุมัติหรือสั่งกำรให้พนักงำนเดินทำงไปปฏิบัติงำนภำยในประเทศ (กสร.(ปร)210/55 ลว.9

มี.ค.55)

ผจก.กฟย. และ พนักงำนในสังกัด กฟย.

ลักษณะงำนทีไ่ ปปฏิบัติ ผูม้ อี ำนำจอนุมัติหรือส่งั กำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าท่ี ในพื้นท่ีซ่ึงอยู่ในความ ผจก.กฟย. หรอื ผบู้ งั คับบญั ชาเหนือชน้ั ขึน้ ไป

รับผิดชอบ กฟย. นนั้

2. ไปปฏิบตั ิงานในหนา้ ท่ี ท่หี นว่ ยงานซง่ึ เปน็ ต้นสังกัด ผจก.กฟย. หรอื ผู้บังคับบัญชาเหนือชัน้ ขึน้ ไป

3. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ท่ี กฟฟ.อื่น ซึ่งขึ้นอยู่กับ ผจก.กฟฟ.ต้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนอื ช้ัน

หน่วยงานต้นสงั กัดเดียวกัน ข้นึ ไป

4. ไปปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ที่ ท่ี กฟข.ตน้ สังกดั ผจก.กฟฟ.ต้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนอื ชน้ั

ขึ้นไป

5. ไปปฏิบัติงานในหนา้ ที่ ท่ี กฟฟ.อื่น ซง่ึ อย่นู อกพ้ืนท่ี ผชก. หรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย

รับผิดชอบของ กฟฟ.ต้นสังกัด แต่อยู่ในเขต

เดียวกนั

6. ไปปฏบิ ัติงานในหน้าที่ ท่ีสานกั งานใหญ่ ผชก. หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ บั มอบหมาย

7. ไปปฏิบตั งิ านในหนา้ ทน่ี อก กฟข.ตน้ สังกัด รผก.(ภ) หรอื ผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย

8. ไปปฏบิ ัตงิ านภารกจิ อื่น ผวก.

ผจก.กฟส. และ พนกั งำนในสงั กดั กฟส.

ลกั ษณะงำนทีไ่ ปปฏบิ ัติ ผู้มีอำนำจอนุมตั ิหรอื สง่ั กำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพ้ืนที่ซ่ึงอยู่ในความ ผจก.กฟส. หรอื ผ้บู งั คับบญั ชาเหนอื ชนั้ ขนึ้ ไป

รบั ผดิ ชอบ กฟส. นั้น

2. ไปปฏิบตั ิงานในหน้าที่ ทห่ี นว่ ยงานซ่งึ เป็นต้นสงั กดั ผจก.กฟส. หรือผ้บู งั คับบัญชาเหนอื ช้นั ขน้ึ ไป

3. ไปปฏิบัติงานในหน้าท่ี ท่ี กฟฟ.อ่ืน ซ่ึงขึ้นอยู่กับ ผจก.กฟฟ.ต้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนือชน้ั

หนว่ ยงานตน้ สงั กัดเดยี วกัน ข้ึนไป

4. ไปปฏบิ ัตงิ านในหน้าท่ี ท่ี กฟข.ตน้ สังกดั ผจก.กฟฟ.ต้นสังกัด หรือผู้บังคับบัญชาเหนอื ชนั้

ข้นึ ไป

39

5. ไปปฏบิ ตั ิงานในหน้าที่ ที่ กฟฟ.อ่นื ซึ่งอยู่นอกพ้ืนที่ ผชก. หรอื ผทู้ ไี่ ดร้ ับมอบหมาย

รับผิดชอบของ กฟฟ.ต้นสังกัด แต่อยู่ในเขต

เดียวกัน

6. ไปปฏบิ ัตงิ านในหน้าที่ ที่สานักงานใหญ่ ผชก. หรือผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย

7. ไปปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ทนี่ อก กฟข.ตน้ สงั กดั รผก.(ภ) หรือผ้ทู ่ีได้รบั มอบหมาย

8. ไปปฏิบัตงิ านภารกิจอน่ื ผวก.

ผจก.กฟฟ.ชน้ั 1-3

ลักษณะงำนที่ไปปฏิบัติ ผมู้ ีอำนำจอนุมัตหิ รือส่งั กำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพ้ืนท่ีซ่ึงอยู่ในความ ผจก.กฟฟ.ช้ัน 1-3 หรือผู้บังคับบัญชาเหนือช้ัน

รบั ผิดชอบ กฟฟ. น้นั ขึ้นไป

2. ไปปฏบิ ตั ิงานในหน้าที่ ที่ กฟข.ต้นสงั กดั ผชก. หรอื ผทู้ ี่ไดร้ บั มอบหมาย

3. ไปปฏบิ ัติงานในหน้าท่ี ท่ี กฟฟ.อนื่ ซ่ึงอยู่นอกพ้ืนที่ ผชก. หรือผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

รับผิดชอบของ กฟฟ.ต้นสังกัด แต่อยู่ในเขต

เดยี วกนั

4. ไปปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ท่ี ที่สานักงานใหญ่ ผชก. หรอื ผ้ทู ี่ไดร้ ับมอบหมาย

5. ไปปฏบิ ัตงิ านในหนา้ ทน่ี อก กฟข.ตน้ สังกัด รผก.(ภ) หรือผู้ท่ไี ด้รบั มอบหมาย

6. ไปปฏบิ ตั งิ านภารกจิ อน่ื ผวก.

พนักงำนในสังกดั กฟฟ.ชัน้ 1-3

ลกั ษณะงำนท่ีไปปฏิบตั ิ ผ้มู ีอำนำจอนุมัติหรือสัง่ กำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าท่ี ในพ้ืนที่ซ่ึงอยู่ในความ ผจก.กฟฟ.ช้ัน 1-3 หรือผู้บังคับบัญชาเหนือชั้น

รับผิดชอบ กฟฟ. นนั้ ขึ้นไป

2. ไปปฏิบตั งิ านในหนา้ ท่ี ที่ กฟข.ต้นสังกัด ผจก.กฟฟ.ช้ัน 1-3 หรือผู้บังคับบัญชาเหนือช้ัน

ขน้ึ ไป

3. ไปปฏบิ ัตงิ านในหน้าท่ี ที่ กฟฟ.อนื่ ซึ่งอยู่นอกพ้ืนท่ี ผชก. หรือผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

รับผิดชอบของ กฟฟ.ต้นสังกัด แต่อยู่ในเขต

เดยี วกัน

4. ไปปฏบิ ัติงานในหน้าที่ ท่ีสานักงานใหญ่ ผชก. หรอื ผู้ที่ไดร้ ับมอบหมาย

5. ไปปฏิบตั งิ านในหนา้ ท่ีนอก กฟข.ต้นสังกดั รผก.(ภ) หรือผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย

6. ไปปฏิบตั ิงานภารกจิ อน่ื ผวก.

อฝ. ในสงั กัด กฟข.

ลกั ษณะงำนทไี่ ปปฏิบัติ ผู้มีอำนำจอนุมตั หิ รอื ส่งั กำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพ้ืนที่ซึ่งอยู่ในความ ผชก.

รับผิดชอบ กฟข.ตน้ สังกดั

2. ไปปฏิบัติงานในหน้าท่ี ทีส่ านกั งานใหญ่ ผชก.

3. ไปปฏิบตั งิ านในหน้าที่นอก กฟข.ต้นสงั กดั รผก.(ภ)

4. ไปปฏิบัตงิ านภารกจิ อ่นื ผวก.

40

พนกั งำนในสังกัดฝ่ำยประจำ กฟข.

ลกั ษณะงำนที่ไปปฏิบตั ิ ผู้มอี ำนำจอนุมตั หิ รอื สั่งกำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพื้นที่ซึ่งอยู่ในความ อฝ. หรือผทู้ ไี่ ด้รับมอบหมาย

รบั ผิดชอบ กฟข.ต้นสังกดั

2. ไปปฏบิ ัตงิ านในหน้าที่ ที่สานกั งานใหญ่ อฝ. หรอื ผู้ที่ไดร้ บั มอบหมาย

3. ไปปฏิบตั งิ านในหนา้ ท่ีนอก กฟข.ตน้ สงั กัด รผก.(ภ) หรือผทู้ ไ่ี ดร้ ับมอบหมาย

4. ไปปฏบิ ัตงิ านภารกิจอ่นื ผวก.

พนกั งำนประจำ กฟข.

ลักษณะงำนทไี่ ปปฏิบัติ ผู้มอี ำนำจอนุมัตหิ รอื สั่งกำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพื้นที่ซึ่งอยู่ในความ ผชก. หรือผทู้ ี่ได้รับมอบหมาย

รบั ผดิ ชอบ กฟข.ต้นสังกดั

2. ไปปฏิบตั ิงานในหนา้ ที่ ทีส่ านักงานใหญ่ ผชก. หรือผทู้ ไ่ี ดร้ บั มอบหมาย

3. ไปปฏิบัติงานในหน้าทน่ี อก กฟข.ตน้ สังกัด รผก.(ภ) หรือผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย

4. ไปปฏบิ ัติงานภารกจิ อน่ื ผวก.

ผชก.

ลกั ษณะงำนทไี่ ปปฏิบัติ ผู้มีอำนำจอนุมัตหิ รอื สั่งกำร

1. ไปปฏิบัติงานในหน้าที่ ในพ้ืนท่ีซึ่งอยู่ในความ ผชก.

รบั ผดิ ชอบ กฟข.ตน้ สังกัด

2. ไปปฏิบตั ิงานในหน้าที่ ทส่ี านกั งานใหญ่ รผก.(ภ)

3. ไปปฏบิ ตั งิ านในหนา้ ทน่ี อก กฟข.ตน้ สงั กดั รผก.(ภ)

4. ไปปฏิบตั งิ านภารกจิ อนื่ ผวก.

3. การไปปฏิบตั ิงานในเขตอาเภอเดยี วกนั กับท่ีตั้งสานักงานที่พนกั งานผู้น้ันสังกดั และปฏิบตั ิงานตามปกติ ไม่
มีสทิ ธเิ บิกคา่ เบ้ียเลย้ี งเดินทาง และค่าเช่าที่พักในการเดินทาง เวน้ แตจ่ ะได้รบั อนมุ ัตจิ าก ผชก.(น1) (อนมุ ตั ิ
ผวก. ลว.11 พ.ค.2553 อนุมตั ิหลักการให้ ผชก.(น1) มอี านาจอนมุ ตั ิแทน ผวก.)

4. คำ่ ใช้จำ่ ยอนื่ ในกำรเดนิ ทำงไปปฏบิ ัติงำน
4.1 ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด ได้แก่ ค่าใช้จ่ายเท่าท่ีจาเป็นที่ต้องจ่ายเพ่ือประโยชน์ในกิจการงานหรือการ
เดินทาง เช่น ค่าเครื่องเขียน ค่าใช้จ่ายในการส่ือสาร ค่าซ่อมแซมย่อยสาหรับยานพาหนะในการ
เดินทางเทา่ ทจ่ี าเป็น และเพื่อความปลอดภัย
4.2 ค่าน้ามันกรณียานพาหนะ กฟภ. คันนั้นไม่มี Fleet Card หรือมีความจาเป็นต้องเติมน้ามันกรณีไม่มี
สถานีบริการน้ามันในพืน้ ท่ี
4.3 ท้ังข้อ 4.1 และ 4.2 เม่ือเดินทางกลับถึงต้นสังกัดให้จัดทารายงานขอความเหน็ ชอบ ตาม พ.ร.บ. การ

จัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 (กค.(กวจ)0405.2/ว.119 ลว.7 มี.ค.61) โดย

แยกเบกิ ตา่ งหากจากการเบิกจา่ ยคา่ เบ้ียเล้ียง - ทพ่ี กั

41

ค่ำเบ้ียเล้ยี งเดินทำงและค่ำเช่ำทีพ่ ัก

5. ค่าเบี้ยเลี้ยงเดินทางให้มีสิทธิเบิกได้ในลักษณะเหมาจ่าย สาหรับค่าเช่าที่พักให้มีสิทธิเบิกได้ในลักษณะ
เหมาจา่ ยหรือแบบจ่ายตามจริง ตามบัญชีแนบทา้ ยคาส่ัง เว้นแต่ ผู้ว่าการ รองผวู้ ่าการ ผูช้ ว่ ยผ้วู า่ การ หรือ

เทียบเท่า ให้เบิกค่าเบ้ียเล้ียงได้เท่าท่ีจ่ายจริงหรือเหมาจ่าย สาหรับค่าเช่าท่ีพักให้เบิกได้เท่าท่ีจ่ายจริง
(ส.7/2557 ฉบับท่ี 13 และ ส.7/2559 ฉบบั ที่ 14) (ภาคผนวก 3)
6. กรณเี บิกค่ำเบีย้ เลีย้ งตำมทีจ่ ่ำยจริงของ (ผชก.) (ฝกง.77/2559 ลว.16 มี.ค.2559)

6.1 ตอ้ งมใี บเสรจ็ รับเงนิ ประกอบการเบิกจา่ ยทุกครงั้
6.2 เบกิ คา่ เบีย้ เล้ยี งได้ไมเ่ กินวันละ 2,000.- บาทตอ่ วันเทา่ นัน้
6.3 จานวนเงินท่ีเหลอื จ่ายในวนั ใดจะนามาสมทบเบกิ เพ่อื เฉลี่ยใหค้ รบ 2,000.- บาท ในวันถดั ไปไม่ได้

6.4 ใบเสร็จรับเงนิ ของโรงแรม หรอื ภตั ตาคาร หรอื ร้านอาหารท่ีผ้เู ดนิ ทางเข้าไปบริโภค ใบเสรจ็ รับเงนิ ต้อง
มรี ายละเอียด ดงั น้ี

6.4.1 ชอื่ – ที่อย่ขู องผปู้ ระกอบการ

6.4.2 ชื่อ – ทอ่ี ยูข่ อง กฟภ.
6.4.3 รายละเอยี ดคา่ ใชจ้ า่ ย

6.4.4 ลงนามผู้รับเงนิ

6.5 ให้แนบต้นฉบับใบกากับภาษี กรณสี ถานประกอบการอย่ใู นระบบภาษมี ูลค่าเพม่ิ
6.6 การเบิกเบ้ียเลี้ยงแบบเหมาจ่ายหรือจ่ายตามจริง ให้เลือกเบิกอย่างใดอย่างหนึ่งแต่เพียงอย่างเดียว

ตลอดระยะเวลาการเดินทาง ดังน้ันกรณเี ลือกเบิกแบบจา่ ยจรงิ หากวันใดไมส่ ามารถหาใบเสร็จรับเงิน

ได้ จะไมส่ ามารถเลือกเบกิ แบบเหมาจา่ ยได้
7. กำรเบิกค่ำเช่ำท่ีพัก แบบเหมำจ่ำยหรือจ่ำยตำมจริง ให้เลือกเบิกอย่างใดอย่างหน่ึงแต่เพียงอย่างเดียว

ตลอดระยะเวลาการเดินทางนนั้ ตามตวั อย่าง เดินทางไปปฏบิ ัติงานที่ กฟภ. วนั ท่ี 1 – 4 ก.พ.64

เดนิ ทางไปวนั ที่ 1 ก.พ.64 พักผา่ นท่ี จ.นครสวรรค์ ไมไ่ ด้ขอใบเสรจ็ รบั เงิน

กทม. พักที่ กทม. ขอใบเสรจ็ รบั เงิน

เดินทางกลบั วนั ที่ 3 ก.พ.64 พกั ผา่ นท่ี จ.นครสวรรค์ ไมไ่ ด้ขอใบเสรจ็ รบั เงนิ

เดินทางถงึ ตน้ สังกดั วันที่ 4 ก.พ.64

สามารถเบิกจ่ายคา่ ทพี่ กั ได้ 2 ลักษณะคอื

• เบกิ จา่ ยแบบเหมาจ่ายจานวน 3 คืน (ไมต่ อ้ งแนบใบเสร็จรบั เงิน/ใบกากับภาษ)ี หรอื

• เบกิ จ่ายแบบจา่ ยจรงิ จานวน 1 คืน (แนบใบเสรจ็ รับเงนิ ค่าทพ่ี ักที่ กทม.)
8. ใบเสรจ็ รบั เงิน/ใบกำกับภำษี คำ่ เบยี้ เลีย้ ง และคำ่ ท่ีพกั ให้ระบใุ ห้ถูกตอ้ งดังนี้ (ภษ.(ภม.)222/2549 ลว.8

ม.ี ค.2549)

8.1 ระบุ ช่ือ ท่ีอยู่ของผู้ซื้อ/ผู้รับบริการในนามของ กฟข. หรือ กฟฟ. ท่ีเป็นผู้จ่ายเงิน (ช่ือสถาน
ประกอบการและทอี่ ยูต่ ามท่ีระบุในทะเบียนภาษมี ลู ค่าเพ่ิม)

8.2 การเพิม่ ช่ือ – สกลุ ของผ้เู บิกอยู่ในวงเล็บตอ่ ท้ายจะมีหรือไมม่ ีก็ไดไ้ ม่ต้องหา้ มตามกฎหมาย

8.3 เปน็ ค่าทพี่ ักของวันท่เี ทา่ ใด โดยหากพกั มากกวา่ 1 วนั ให้ระบุยอดรวมว่าพักก่วี ัน และระยะเวลาที่เข้า
พกั ไว้ด้วย

8.4 หากใบเสร็จรับเงนิ /ใบกากับภาษี ขาดสาระสาคัญที่ต้องระบุไว้ในใบกากับภาษีแบบเต็มรูป เป็นผลให้

กฟภ.เสียประโยชน์ ไม่สามารถนาใบกากับภาษีนั้นมาเครดิตภาษีได้ เน่ืองจากเป็นภาษีซื้อต้องห้าม ผู้
เบิกจะต้องเป็นผู้รับภาระภาษีมลู คา่ เพ่ิมเอง โดยจะเบิกได้เฉพาะเงินคา่ ทพ่ี ักที่ไมร่ วมภาษมี ลู คา่ เพม่ิ

42

9. กำรนบั เวลำไปปฏิบตั ิงำนเพอื่ คำนวณคำ่ เบี้ยเล้ียงเดินทำง ใหเ้ รม่ิ นบั เวลาตั้งแต่ออกจากสถานท่ีอยู่ หรือ

สถานทที่ างานจนถึงเวลาทีก่ ลบั มาถึงสถานที่อยู่หรือสถานท่ที างาน ดงั น้ี

9.1 ปฏิบัติงานติดต่อกันถึงย่ีสิบส่ีชั่วโมงให้นับเป็นหน่ึงวัน เศษของวันถ้าเกินสิบสองช่ัวโมงให้นับเป็นอีก

หน่งึ วนั

ตัวอย่ำงที่ 1

ออกจากท่ีพกั วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. กลบั ถงึ ทพ่ี ักวนั ท่ี 2 ก.พ.64 เวลา 20.00 น.

วิธนี บั วนั ที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วันที่ 2 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. = 1 วัน

วันที่ 2 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วนั ท่ี 2 ก.พ.64 เวลา 20.00 น. = 12.00 ชม.

มสี ทิ ธเิ บิกเบี้ยเลย้ี งจานวน 1 วัน เนอื่ งจากเศษของวนั ไมเ่ กิน 12 ชม.

ตวั อย่ำงท่ี 2

ออกจากทพี่ กั วนั ท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. กลับถึงทีพ่ กั วนั ที่ 2 ก.พ.64 เวลา 20.30 น.

วธิ ีนับ วันท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วันท่ี 2 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. = 1 วนั

วนั ที่ 2 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วันท่ี 2 ก.พ.64 เวลา 20.30 น. = 12.30 ชม. = 1 วนั

มสี ทิ ธิเบิกเบี้ยเลย้ี งจานวน 2 วนั เนื่องจากเศษของวัน เกิน 12 ชม.

9.2 ปฏบิ ตั ิงานติดตอ่ กันไมถ่ งึ ยีส่ บิ ส่ีชว่ั โมงแต่เกินกวา่ สิบสองชวั่ โมง ใหน้ บั เปน็ หนึง่ วนั

ตัวอย่ำงที่ 1

ออกจากท่พี ัก วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. กลบั ถงึ ทพี่ ักวนั ท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 20.00 น.

วิธีนับ วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วนั ที่ 1 ก.พ.64 เวลา 20.00 น. = 12.00 ชม.

ไม่มีสิทธิเบิกเบย้ี เลยี้ ง เนอื่ งจาก ไม่เกิน 12 ชม.

ตัวอยำ่ งท่ี 2

ออกจากท่ีพัก วันท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. กลบั ถงึ ทพ่ี กั วนั ท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 20.30 น.

วธิ ีนบั วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วันที่ 1 ก.พ.64 เวลา 20.30 น. = 12.30 ชม. = 1 วัน

มสี ิทธิเบิกเบยี้ เล้ยี งจานวน 1 วัน เนอ่ื งจาก เกนิ 12 ชม.

10. กำรเบิกจ่ำยเบี้ยเล้ียง - ที่พัก กรณีหน่วยงำนเหมำจ่ำยเบ้ียเลี้ยง - ที่พัก ให้นับเวลาปฏิบัติงานเพ่ือเบิก

เบี้ยเลี้ยง - ท่ีพัก ตั้งแต่วันเวลาท่ีออกจากสถานที่ทางานหรือบ้านพักจนถึงกลับ โดยนาจานวนวันเวลาที่

หน่วยงานเหมาจ่ายไปหักออก แลว้ นาจานวนวนั เวลาทเี่ หลอื มาเบิกคา่ เบ้ยี เลี้ยง – ท่ีพกั (กอร.6/2539 ลว.

20 ธ.ค. 2539)

ตวั อยำ่ ง

เดินทางไปปฏิบัติงานวันท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วันที่ 5 ก.พ.64 เวลา 21.00 น. และหน่วยงานจดั

อบรมจดั อาหารใหด้ งั นี้

อาหารเช้า วันที่ 2-5 ก.พ.64 (อาหารเช้าจากโรงแรมท่ีจดั ให้พกั )

อาหารกลางวนั วนั ที่ 2-4 ก.พ.64

อาหารเย็น วันที่ 1-4 ก.พ.64

กำรนับเวลำปฏบิ ตั ิงำน วันท่ี 1 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วนั ท่ี 5 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. = 4 วนั

วันท่ี 5 ก.พ.64 เวลา 08.00 น. - วนั ท่ี 5 ก.พ.64 เวลา 21.00 น. = 13 ช่วั โมง

มีสทิ ธิเบิกตำมปกติ = 5 วัน

หนว่ ยงำนจดั อำหำรให้ = อาหารเช้า 4 มอื้ , อาหารกลางวนั 3 ม้อื , อาหารเย็น 4 มือ้ = 11 ม้อื

= อาหาร 3 มอื้ = เบี้ยเลยี้ ง 1 วนั

= รวมจดั อาหารให้ 3 วัน 2 ม้ือ

มีสิทธเิ บกิ เพ่มิ เตมิ จำกหน่วยงำนจดั ให้ = 1 วัน 1 มอ้ื (5 วนั – 3 วัน 2 ม้ือ)

43

11. กรณีพนักงานมาข้ึนรถยนต์ที่สานักงาน กฟภ. หากอยู่ปฏิบัติงานไม่เกิน 1 ช่ัวโมง ให้นับเวลาต้ังแต่ออก
จากบ้าน หากอย่ปู ฏบิ ัตงิ านเกนิ 1 ชว่ั โมง ใหเ้ ร่ิมนับเวลาตัง้ แตอ่ อกจากสานักงาน กฟภ.

12. การเบกิ ค่าเบีย้ เล้ยี งเดินทางและคา่ เช่าที่พกั แต่ละงาน ใหเ้ บกิ ติดต่อกันได้เป็นเวลาไมเ่ กินคราวละเกา้ สิบวัน
หากมีความจาเป็นต้องเบิกเกินกว่ากาหนดน้ี จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้ว่าการ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
สาหรบั การปฏบิ ัตงิ านส่วนท่ีเกนิ เกา้ สิบวันเสียกอ่ น จงึ จะมีสทิ ธิเบิกได้

13. พนักงานผู้ซ่ึงได้รับคาส่ังให้ไปรักษาการในตาแหน่ง เพ่ือท่ีจะดารงตาแหน่งนั้น ไม่มีสิทธิท่ีจะเบิกค่าเบี้ย
เล้ียงระหว่างท่ีได้ปฏิบัติงานอยู่ ณ สถานที่น้ัน คงมีสิทธิเบิกได้เฉพาะค่าเบี้ยเล้ียงและค่าเช่าท่ีพักใน
ระหวา่ งเดินทางเท่าน้ัน เวน้ แตพ่ นกั งานผู้ซึ่งไดร้ ับคาส่ังให้ไปชว่ ยปฏิบตั ิงานหรือรักษาการแทนช่ัวคราว ณ
สถานทใี่ ดตามคาส่ังดงั กล่าวไม่ว่าระยะเวลาปฏิบตั งิ านจะติดต่อกนั หรือไมก่ ต็ าม ใหเ้ บิกไดต้ ามขอ้ 5

14. พนักงำนผูไ้ ปปฏบิ ตั งิ ำนไมม่ สี ิทธเิ บิกค่ำเช่ำที่พกั ในกรณดี ังน้ี
14.1 ทางสานักงานแห่งน้นั จดั ทีพ่ กั ให้
14.2 กรณีเดินทางข้ามคนื โดยยานพาหนะที่เสยี ค่าโดยสาร หรือยานพาหนะส่วนตัว หรือยานพาหนะของ
กฟภ. (การเดินทางข้ามคนื ให้ถือวา่ การเชื่อมตอ่ ระหว่างวนั ตอ่ วันคือเวลา 24.00 น. เป็นเกณฑ)์
14.3 กรณีเดินทางไปปฏิบัติงานในท้องท่ีท่ีตนเองหรือคู่สมรสมีเคหสถานของตนเอง หรือคู่สมรสได้รับ
สิทธเิ บกิ ค่าเช่าบา้ น หรอื ไดร้ ับการจัดทพ่ี ักจากนายจา้ ง หรือหน่วยงานเจา้ สังกัดท่จี ะอยู่อาศยั ได้
14.4 ในกรณีเบิกค่าเบี้ยเล้ียงตาม 9.2 ยกเว้นในกรณีที่เดินทางข้ามคืน ถึงแม้ว่าปฏิบัติงานไม่ถึง 24
ช่วั โมง ก็ให้เบกิ คา่ เชา่ ท่ีพักได้
14.5 กรณีผู้ปฏิบัติงานต้องพักรักษาตัวในสถานพยาบาล และได้ใช้สิทธิเบิกค่าห้องในสถานพยาบาลแล้ว
ตามระเบยี บกองทนุ สงเคราะหว์ า่ ดว้ ยการรกั ษาพยาบาล
14.6 กรณีมีเคหะสถานของตนเองในท้องที่ที่ตนเดินทางไปปฏิบัติงาน ถึงแม้จะนาเคหะสถานนั้นให้ผู้อ่นื
เช่าแลว้ ก็ไม่มีสทิ ธิเบกิ คา่ เชา่ ท่ีพักได้

15. “ท้องที่” ตามข้อ 14.3 ให้ใช้คานิยามคาว่า “ท้องที่” เช่นเดียวกับในคาสั่ง กฟภ. ที่ ส.18/2528 เร่ืองค่า
เช่าซ้ือ หรือค่าผ่อนชาระเงินกู้เพ่ือชาระราคาบ้าน บ้านพร้อมท่ีดิน หรืออาคารชุด (ปัจจุบันเป็นระเบียบฯ
พ.ศ.2562) หมายความว่า ทุกเขตในกรุงเทพมหานคร อาเภอ ก่ิงอาเภอ หรือบริเวณท่ีกระทรวงการคลัง
ประกาศกาหนดให้เป็นท้องที่เดียวกัน หรือบริเวณต่างท้องที่ที่มีระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร จากท่ีตั้ง
สานกั งานการไฟฟา้ ท่พี นักงานผู้นนั้ ประจาอยู่ ให้ถือว่าเปน็ ท้องทเี่ ดียวกัน
ตัวอย่ำง พนักงานสังกัด กฟจ.พะเยา เดินทางมาประชุมท่ี กฟน.1 และมีเคหะสถานของตนเองอยู่ที่
อ.แม่ริม ซ่ึงอยู่ห่างจาก กฟน.1 ประมาณ 20 กิโลเมตร ถือว่าระยะทางจากเคหะสถานถึงสถานท่ี
ปฏิบัติงานมีระยะทางไม่เกิน 30 กิโลเมตร จึงเป็นท้องท่ีเดียวกันตามข้อ 14.3 จึงไม่มีสิทธิเบิกค่าที่พักใน
การมาประชมุ ที่ กฟน.1

16. กรณีท่ีเดินทางโดยรถไฟไปถึงสถานีรถไฟปลายทาง ของผู้ปฏิบัติงานหรือเพ่ือเดินทางต่อไปยังสถานท่ี
ปฏิบัตงิ าน ก่อนเวลา 06.00 น. ของวนั รุง่ ขน้ึ ถงึ แมว้ า่ จะพักแรมในยานพาหนะทเ่ี สยี ค่าโดยสารตาม 14.2
น้นั แลว้ ก็ตาม กใ็ หม้ สี ิทธิเบิกคา่ เชา่ ทพี่ ักสาหรบั คนื นน้ั ได้

17. ในกรณีเดินทางในเวลากลางคืน เพื่อไปปฏิบัติงานเร่งด่วนถึงปลายทางในวันรุ่งข้ึน และจะต้องเดินทาง
กลับในวันเดยี วกัน ซ่ึงผู้ปฏิบัติงานจาเปน็ ต้องเข้าท่ีพักแรมชวั่ คราวเพื่อปฏิบัติภารกิจสว่ นตัว ให้มีสิทธิเบกิ
คา่ เช่าทพี่ ักได้ 1 คนื โดยตอ้ งแจ้งชอื่ โรงแรมทพ่ี กั ดว้ ย

18. กำรเดินทำงไปปฏบิ ัติงำน ณ กฟฟ.ทไี่ ม่ต้องพกั แรม
18.1 เดินทางไปปฏิบัติงานตามรายละเอียดจุดกาหนดไม่ต้องพักแรม ตามหนังสือ กฟน.1 เลขที่ น.1-
18/-19777 ลว. 1 ต.ค.2536 และ น.1-บ (คก) 2482 ลว. 17 ก.ค.2544 (ภาคผนวก 4) จะไม่มี
สทิ ธิเบิกจ่ายคา่ ที่พกั (เบกิ จ่ายค่าเบ้ียเล้ยี งได้หากปฏิบตั ิงานไป-กลบั เกิน 12 ช่ัวโมง ในแต่ละวนั )

44

18.2 หากมีความจาเป็นต้องพักแรม ให้ขออนุมัติพักแรมหน้างาน โดยผู้มีอานาจอนุมัติหรือส่ังการให้

พนักงานเดินทางไปปฏิบัติงานภายในประเทศ ตามข้อ 2 อนุมัติตามแบบฟอร์มขออนุมัติพักแรม

หน้างาน กำรขอพักแรมหน้ำงำนจึงต้องมีอนุมัติแนบ 2 ฉบับ จึงจะเบิกจ่ำยค่ำท่ีพักในกำรไป

ปฏิบัติงำน ณ กฟฟ.ทไ่ี มต่ ้องพักแรม คอื

18.2.1 หนังสอื ขออนมุ ตั ิให้พนักงาน

เดินทางไปปฏิบตั งิ าน (รบ.19-ป.57) ผอู้ นมุ ตั คิ อื ตาแหนง่ เดียวกนั

18.2.2 แบบฟอร์มขออนมุ ัตพิ ักแรมหนา้ งาน

ค่ำพำหนะ
19. กำรเบิกคำ่ พำหนะ

19.1 ให้เบกิ เท่าทจ่ี า่ ยจรงิ และตอ้ งใช้ยานพาหนะประจาทาง
19.2 ค่าพาหนะจากที่พักหรือสถานท่ีทางานจนถึงจุดท่ีเปลี่ยนยานพาหนะประจาทาง หรือยานพาหนะ

ของ กฟภ. และจากจุดท่ีเปล่ียนยานพาหนะประจาทาง หรือยานพาหนะของ กฟภ. ถึงท่ีพักหรือ
สถานท่ที างานใหเ้ บกิ ไดต้ ามทจ่ี า่ ยจรงิ เชน่ คา่ รถแท็กซ่ี ค่ารถสามลอ้ เครอื่ ง คา่ รถสามล้อ
19.3 ค่าพาหนะเดินทางระหว่างที่พักถึงที่ทางานและระหว่างที่ทางานถึงที่พัก ซึ่งถือว่าเป็นการปฏิบัติ

งานตามปกติ จะขอเบกิ ไมไ่ ด้

19.4 ค่าพาหนะกรณีที่ไปปฏิบัติงานท่ีอ่ืนที่มิใช่สานักงาน กฟภ. ตามคาส่ังท่ี ส.7 เช่น ไปปฏิบัติงานท่ี
โรงแรม, มหาวิทยาลัย จะเบิกค่าพาหนะจากท่ีพักไปโรงแรม หรือ มหาวิทยาลัย ได้ในอัตราค่ารถ
ประจาทาง แต่ถ้าจะเบิกเป็นค่ารถแท็กซี่จะต้องได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาก่อน โดยผู้เดินทาง
จะต้องช้ีแจงเหตุผลและความจาเป็นน้ัน ๆ ส่วนผู้บังคับบัญชาก็จะต้องวินิจฉัยว่าเป็นกรณีท่ีมีความ
จาเป็นจริง ๆ หรือไม่ จึงจะอนุมัติได้ เช่น วันเปิดและวันปิดสัมมนาท่ีอาจจะต้องใส่สูทหรือมี
สมั ภาระ (กอร.6 ลว. 16 ม.ิ ย. 2541)

20. ยานพาหนะประจาทาง หมายถึง รถไฟ รถโดยสารประจาทางตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก ,
ยานพาหนะอ่ืนใดท่ีให้บริการในการขนส่งแก่บุคคลท่ัวไปเป็นประจาโดยมีเส้นทางที่แน่นอน มีอัตราค่า
โดยสารและคา่ ระวางท่แี น่นอน

21. อัตราคา่ รถโดยสาร (ภาคผนวก 5)
22. กรณีที่ไม่มียานพาหนะประจาทาง หรือมีแต่ไม่สะดวกหรือต้องการความรวดเร็วเพื่อประโยชน์ในการ

ปฏิบัติงาน หากล่าช้าจะเกิดความเสียหาย ให้ใช้ยานพาหนะอื่นหรือยานพาหนะส่วนตัวก็ได้ แต่ต้องได้รับ
อนมุ ัติจากผบู้ ังคับบัญชา จึงจะเบกิ เงินไดด้ งั น้ี (คาสั่งที่ ส.7/2549 ฉบบั ท่ี 10 ลว.26 ม.ค. 2549)
22.1 สานกั งานเขต ให้ผู้บังคบั บญั ชาตัง้ แตร่ ะดบั หวั หนา้ กองขึ้นไปเปน็ ผู้อนุมตั ิ
22.2 การไฟฟา้ ชัน้ 1-3 และการไฟฟ้าในสังกัด ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าชัน้ 1-3 เป็นผูอ้ นุมัติ
โดยให้มีสิทธิเบกิ เสมือนวา่ ได้เดนิ ทางด้วยยานพาหนะดังกลา่ วจรงิ ดังนี้
22.3 ค่าพาหนะได้ตามสิทธิของค่าใช้จ่ายสาหรับรถยนต์โดยสารประจาทาง/ประจาทางปรับอากาศใน

ระยะเดยี วกัน
22.4 คา่ รถแท็กซี่ คา่ รถสามล้อเครือ่ ง คา่ รถสามล้อ ฯลฯ ไป-กลบั ระหวา่ งท่ีพกั กับสถานขี นส่ง
23. การเบิกคา่ พาหนะกรณีเดินทางโดยยานพาหนะส่วนตวั คนั เดยี วกนั ใหพ้ นกั งานที่เดนิ ทางไปปฏิบตั ิงานโดย

ยานพาหนะส่วนตวั ร่วมกับผเู้ ปน็ เจา้ ของพาหนะ มีสิทธิเบิกคา่ พาหนะได้ตามสิทธเิ ชน่ เดยี วกบั ผู้ครอบครอง

รถ ตัวอย่างเช่น พนักงานระดับ 7 จานวน 3 คนเดินทางไป กฟภ. โดยยานพาหนะส่วนตัวของพนักงาน


Click to View FlipBook Version