The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by toy123_9, 2021-11-23 03:40:53

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

แนวทางการตรวจสอบใบสำคัญจ่ายเงิน กฟน.1

45

รายท่ี 1 เม่อื พนกั งานรายที่ 1 เบิกจ่ายคา่ พาหนะตามข้อ 22.3 และ 22.4 แลว้ พนักงานรายท่ี 2 และ 3 ก็

มสี ิทธิเบกิ เช่นเดยี วกับพนกั งานรายท่ี 1 ท่เี ปน็ เจ้าของพาหนะ

24. การเดินทางโดยรถประจาทาง ให้เบิกค่าพาหนะได้เท่าท่ีจ่ายจริงไม่เกินอัตราที่คณะกรรมการควบคุมการ
ขนส่งทางบกกลางกาหนด ดังน้ี (ส.7/2560 ฉบับที่ 15)
24.1 พนักงานระดับ 1 – 6 มีสิทธิเดินทางโดยรถโดยสารประจาทางชั้นสูงสุดไม่เกินรถโดยสารประจา
ทางลกั ษณะรถมาตรฐาน 1 (ข) พเิ ศษ (ไม่เกิน 32 ทนี่ ่งั )
24.2 พนักงานระดับ 7 หรือเทียบเท่าข้ึนไป มีสิทธิเดินทางโดยรถโดยสารประจาทางลักษณะรถ
มาตรฐาน 1 (ก) (ไม่เกนิ 24 ท่นี ัง่ )
24.3 พนักงานผู้ที่เดินทางไปปฏิบัติงาน หากประสงค์จะเดินทางในประเภทของรถที่เกินกว่าสิทธิ ก็ให้
เดนิ ทางได้ แตม่ สี ทิ ธเิ บกิ คา่ พาหนะไดต้ ามสทิ ธเิ ทา่ นนั้

25. กรณีเดินทางโดยรถโดยสารประจาทางปรับอากาศที่ไม่มีต๋ัวขายเป็นระยะ ๆ แต่ขายราคาเดียวตลอด
เส้นทาง ให้พนักงานมีสิทธิเบิกค่าโดยสารได้ตามราคาตั๋วตลอดเส้นทางที่พนักงานจ่ายเงินจริง โดยมี
หลักฐานประกอบการเบกิ จา่ ย

26. การเดนิ ทางโดยรถไฟ ใหเ้ บิกค่าโดยสารตลอดจนค่ารถนอน และค่าธรรมเนยี มต่าง ๆ ไดเ้ ทา่ ท่ีจ่ายจริง แต่
ไมเ่ กนิ สิทธติ ามหลกั เกณฑ์ ดงั น้ี (ส.7/2560 ฉบับที่ 15)
26.1 พนักงานระดับ 1-3 มีสิทธิโดยสารรถนั่งช้ัน 2, รถนั่งช้ัน 2 ปรับอากาศ หรือรถนอนช้ัน 2 ปรับ
อากาศ
26.2 พนักงานระดับ 4-7 หรือเทียบเท่า มีสิทธิโดยสารรถน่ังชั้น 1 ปรับอากาศ หรือรถนอนช้ัน 2 ปรับ
อากาศ
26.3 พนักงานระดับ 8 หรือเทียบเท่าขึ้นไป มีสิทธิโดยสารรถนั่งชั้น 1 ปรับอากาศ และรถนอนชั้น 1
ปรับอากาศ
26.4 พนักงานผู้เดินทางไปปฏิบัติงาน และต้องอยู่ในรถไฟไม่น้อยกว่า 3 ชั่วโมงระหว่างเวลา 21.00 น.
ถึง 7.00 น. ของวันใหม่ จงึ จะมสี ทิ ธเิ ดนิ ทางโดยรถนอนได้
26.5 พนกั งานผ้ทู ่เี ดนิ ทางไปปฏิบตั ิงาน หากประสงคจ์ ะโดยสารในชน้ั ที่เกินสิทธิกใ็ ห้เดินทางได้ แต่มสี ทิ ธิ
เบิกคา่ โดยสารไดต้ ามสิทธิเทา่ น้นั

27. พนกั งานที่ดารงตาแหนง่ ระดบั 8 ขึ้นไป มีสิทธิเดนิ ทางโดยเครอ่ื งบนิ ตามหลกั เกณฑ์ดงั น้ี
(ส.7/2541 ฉบบั ท่ี 6)
27.1 ชั้นหน่งึ สาหรับผู้วา่ การ และรองผ้วู า่ การ
27.2 ชั้นระหว่างช้นั หนง่ึ กบั ชนั้ ตา่ สุด สาหรับผู้ช่วยผู้วา่ การ และผอู้ านวยการฝ่ายหรอื เทียบเทา่
27.3 ชั้นต่าสุด สาหรับผ้อู านวยการกองหรือเทียบเทา่ ลงมา
27.4 ในกรณีเครื่องบินไม่มีช้ันระหว่างชั้นหน่ึงกับช้ันต่าสุด ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ และผู้อานวยการฝ่ายหรือ
เทียบเทา่ เดนิ ทางโดยช้ันหนึง่

28. พนักงานนอกเหนือจากข้อ 27 ถ้ามีความจาเป็นจะต้องเดินทางโดยเครื่องบินเพ่ือประโยชน์ในการ

ปฏิบัติงาน หากล่าช้าจะเกิดความเสียหายแก่การงาน ให้เดินทางโดยเครื่องบินได้ ตามข้อ 27.3 โดยต้อง

ได้รับอนุมตั จิ ากผวู้ ่าการการไฟฟา้ สว่ นภูมภิ าค จึงจะเบกิ เงนิ ได้

29. พนักงานที่ไม่มีสิทธิเดินทางโดยเครื่องบิน หากเดินทางโดยเคร่ืองบิน ให้มีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายเพียงเท่ากับ
ค่าใช้จ่ายในการเดินทางภาคพื้นดินในระยะเดียวกัน ตามสิทธิซึ่งผู้เดินทางพึงเบิกได้ตามระเบียบน้ี และ
ต้องแจ้งอัตราค่าเดินทางภาคพ้ืนดิน พร้อมทั้งแนบตั๋วโดยสารเคร่ืองบิน เพ่ือประกอบการเบิกจ่าย
(ส.7/2541 ฉบับที่ 7)

46

30. พนักงานตั้งแต่ระดับ 7 ลงมา ที่สังกัดประจา กฟน.1, กฟฟ.ชั้น 1-3, กฟส., กฟย. (ไม่รวมพนักงานใน
สงั กัดอน่ื ) มสี ิทธิเดนิ ทางไปปฏิบัติงานโดยเคร่ืองบินระหว่าง จ.เชยี งใหม่-จ.แม่ฮ่องสอน และเบิกค่าใช้จ่าย
ในการเดินทางทั้งหมดได้ โดยอานาจส่ังการตามแบบฟอร์ม “ขออนุมัติให้พนักงานเดินทางไปปฏิบัติงาน
(รบ.19-ป.57)” เป็นอานาจของ ผชก.น.1 (อนมุ ัติ ผวก. ลว.4 ก.พ. 2541 และ กรบ.(พท.)1382/2562 ลว.
31 ต.ค.2562)

31. แนวทำงปฏิบัติในกำรแนบเอกสำรเบิกจ่ำยค่ำบัตรโดยสำรเครื่องบินภำยในประเทศ (กตจ.(ตง.)
2249/2562 ลว.11 ก.ค.2562) (ภาคผนวก 6)

32. กำรใชบ้ รกิ ำรตว๋ั เครื่องบินและกำรจองท่ีพกั (กรบ.(พท.) 212/2561 ลว.6 ก.พ.2561)
32.1 กรณีจัดซ้ือบัตรโดยสารเคร่ืองบิน ให้ใช้ใบเสร็จรับเงิน/ใบกากับภาษีของบริษัทสายการบิน หรือ
ตัวแทนจาหน่าย หรือผู้ประกอบธุรกิจนาเท่ียว หรือใบรับเงินที่พิมพ์ออกจากระบบอิเล็กทรอนิกส์
เป็นหลักฐาน/ประกอบการเบิกจ่ายได้ โดยต้องแสดงรายละเอียดการเดินทาง ซ่ึงระบุช่ือสายการ
บิน วัน-เวลาทีอ่ อกเดินทาง ชือ่ -สกุลผู้เดนิ ทาง ต้นทาง-ปลายทาง เลขที่เท่ียวบิน จานวนคา่ โดยสาร
และวิธกี ารชาระเงนิ
32.2 การเบิกคา่ เชา่ ท่พี ัก ให้ใช้ใบเสร็จรบั เงิน/ใบกากับภาษีของตวั แทนจาหน่ายหรือผู้ประกอบการธุรกิจ
นาเที่ยว ท่ีพมิ พอ์ อกจากระบบอิเล็กทรอนกิ ส์ เป็นหลกั ฐานประกอบการเบกิ ค่าเช่าทพี่ ักได้

33. กำรใช้บรกิ ำรตวั๋ เคร่ืองบิน ทม่ี ีค่ำบริกำรอ่นื ๆ ใหเ้ บิกไดต้ ามใบเสร็จรบั เงิน ดงั น้ี (ผชช.11(ม)7/2556 ลว.
24 ม.ค.56)
33.1 ค่าสัมภาระ 15 กโิ ลกรมั แรก
33.2 ค่าจองเกา้ อ้ี
33.3 ค่าธรรมเนียมการเปล่ียนตั๋ว กรณีมีความจาเป็นต้องเปลี่ยนตั๋ว อันเน่ืองมาจากภารกิจอันเก่ียวกับ
การปฏิบตั งิ าน เช่น ตอ้ งเข้าประชุมด่วน หรือมงี านเรง่ ด่วน โดยให้ผู้เบิกทาคารบั รองสาเหตุของการ
เปลี่ยนตั๋วประกอบการเบิก ยกเว้น รองผู้ว่าการและผู้ช่วยผู้ว่าการไม่ต้องทาคารับรองสาเหตุของ
การเปลย่ี นต๋ัว
33.4 คา่ ธรรมเนียมการจองตว๋ั ผา่ น Call Center ของสายการบนิ
33.5 ค่าธรรมเนยี มการใชบ้ ตั รเครดิตจา่ ยค่าต๋ัวและคา่ บริการ

34. กรณีพนักงานซื้อบริการอ่ืนนอกจากที่กาหนดให้ในข้อ 33 พนักงานจะต้องรับภาระภาษีในส่วนท่ีเครดิต
ไม่ไดท้ ง้ั หมด ตวั อย่างเชน่

• ค่าโดยสารและค่าบริการอื่นตามข้อ 33 เป็นเงิน 934.58 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มจานวน 65.42 บาท
รวมเปน็ เงินทั้งสน้ิ 1,000.- บาท

• มีการซื้อค่าสัมภาระเพิ่มอีก 300.- บาท ใบเสร็จรับเงินจึงมีจานวนเงินรวมท้ังสิ้น 1,300.- บาท
(ภาษีมลู ค่าเพม่ิ จานวน 85.05 บาท)

• เมื่อนามาเบิกจ่ายกับ กฟภ. จะไม่สามารถแยกภาษีมูลค่าเพ่ิมออกจากจานวนเงินตามสิทธิ 1,000.-
บาทได้ เนื่องจากมีใบเสร็จรับเงิน/ใบกากับภาษีเพียงฉบับเดียว ดังน้ันพนักงานจึงไม่สามารถเบิกจ่าย
ค่าซื้อสัมภาระเพิ่มจานวน 300.- บาท และภาษีมูลค่าเพิ่มจานวน 85.05 บาทได้ จึงเบิกจ่ายได้เพียง
934.58 บาทเทา่ น้นั

35. พนักงานท่ีไม่มีสิทธิเดินทางโดยเคร่ืองบิน หากเดินทางโดยเคร่ืองบิน การกรอกแบบฟอร์มขออนุมัติ
เดินทางให้ระบุเดินทางโดยเครื่องบิน และแบบฟอร์มใบสาคัญจ่ายเงินให้ระบุเดินทางไป-กลับระหว่าง
กฟฟ.หรือท่ีพักไปยังสนามบิน ตามลักษณะการเดินทางจริง และให้ถือว่าการเดินทางไป-กลับระหว่าง
กฟฟ.หรือท่ีพักไปยังสนามบิน เป็นการเดินทางเพื่อที่จะไปปฏิบัติงานให้กับ กฟภ. (กรบ.(พท) 281/2560
ลว.9 มี.ค.60)

47

36. การเบิกค่าพาหนะหรือค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ตามข้อ 24, 26, 27 ในกรณีท่ียานพาหนะนั้นออก
ใบเสร็จรับเงินหรือตั๋วโดยสารให้แนบใบเสร็จรับเงินหรือต๋ัวโดยสารเพ่ือประกอบการเบิกจ่ายเงินด้วย (ไม่
อนุโลมใหใ้ ช้อตั ราคา่ โดยสารขั้นต่าโดยไม่ต้องแนบตัว๋ โดยสาร)

37. กำรเบกิ เงินคำ่ บรกิ ำรจอดรถในกำรตดิ ต่อรำชกำร ใหเ้ บกิ จา่ ยไดด้ ังนี้ (กรบ.(พท)1235/2560 ลว.25 ก.ย.
2560)
37.1 กรณีพนักงานเดินทางไปปฏิบัติงาน/ติดต่อราชการ โดยรถยนต์ของ กฟภ. หากมีภารกิจหรือความ
จาเป็นจะต้องเดินทางต่อโดยเครื่องบิน ให้นารถยนต์ของ กฟภ. ไปจอดเก็บที่สานักงาน กฟภ. ที่
เหมาะสม ทีอ่ ยู่ใกลเ้ คยี งสนามบิน (หากเป็นกรณีสนามบินสุวรรณภูมิหรือสนามบินดอนเมือง ใหน้ า
รถยนตจ์ อดเก็บทส่ี านักงานใหญ่ กฟภ.) แลว้ ให้พนกั งานเดนิ ทางต่อไปยังสนามบินด้วยยานพาหนะ
รบั จา้ ง โดยให้เบกิ ค่าใชจ้ า่ ยพาหนะรบั จา้ งไดต้ ามคาสัง่ กฟภ. ที่ ส.7
37.2 หากเดินทางไปปฏิบัติงานต่างท้องท่ีโดยรถยนต์ของ กฟภ. หรอื รถยนตส์ ว่ นตัว ไมม่ สี ิทธิเบกิ ค่าจอด
รถค้างคืนในทุกกรณี
37.3 กรณีพนักงานเดนิ ทางโดยรถยนตข์ อง กฟภ. เพื่อตดิ ตอ่ ราชการกับส่วนราชการหรือหนว่ ยงานอน่ื ๆ
หากมีความจาเป็นต้องจอดรถเป็นการชั่วคราว ณ สถานท่ีจอดรถที่มีการเรียกเก็บค่าบริการหรือ
ค่าธรรมเนยี มการจอดรถ ใหป้ ฏบิ ัติดงั น้ี
37.3.1 กรณีเป็นการเดินทางไปปฏิบัติงานตามคาสั่ง กฟภ. ท่ี ส.7 ก็ให้นาหลักฐานใบเสร็จรับเงิน
ค่าจอดรถมาเบิกกับ กฟภ. ได้ โดยถือเป็นค่าใช้จา่ ยเบด็ เตลด็ ตามคาสัง่ ที่ ส.7
37.3.2 กรณีเป็นการเดินทางไปติดต่อราชการที่นอกเหนือจากข้อ 37.3.1 ก็ให้นาหลักฐาน
ใบเสร็จรับเงินค่าจอดรถมาเบิกกับ กฟภ. ได้ โดยให้ถือเป็นค่าใช้จา่ ยในการดาเนนิ งานเบิก
จากเงินหมนุ เวียนหนว่ ยงานหรือเงินหมุนเวยี นเขตหรือจากเงินรายไดข้ องการไฟฟ้านน้ั ๆ

เงนิ ยืมทดรองจำ่ ยและรำยงำนเบิกคำ่ ใช้จำ่ ยในกำรเดินทำง

38. พนักงานผู้ซึ่งเดินทางไปปฏิบัติงาน มีความประสงค์ขอยืมเงินทดรองจ่ายต้องไม่มีเงินยืมครั้งก่อนค้างอยู่

จงึ จะมีสิทธิยมื เงินทดรองจ่ายได้

39. พนักงานผูซ้ ่ึงไดร้ บั เงนิ ยืมทดรองจ่ายเพ่ือเดินทางไปปฏิบตั ิงาน ให้ปฏบิ ัติดงั นี้
39.1 ในการยมื เงนิ ทดรองจา่ ยแตล่ ะครั้ง ให้ผ้บู งั คับบญั ชาของผู้ท่ีจะยมื เงนิ พจิ ารณาจานวนวัน และ
ค่าใชจ้ ่ายทพ่ี นักงานจะต้องเดินทางไปปฏิบตั งิ านกับจานวนเงินทย่ี มื ให้เหมาะสมกนั
39.2 พนักงานทีจ่ ะยืมเงินทดรองจา่ ยเพื่อเดนิ ทางไปปฏิบตั ิงาน จะตอ้ งหกั ลา้ งเงินยืมทดรองจา่ ยครัง้ ก่อน
ให้ครบถ้วนเสียก่อน หากหลักฐานที่ส่งมาหักล้างมีไม่ครบตามจานวนเงินที่ยืมไป และมิได้นาเงินที่
เหลือมาสง่ ใชใ้ หค้ รบ จะต้องใหห้ ักเงนิ ในใบยืมครงั้ ใหม่จึงจะรบั เงนิ ยืมใหมน่ ้นั ได้
39.3 ใหอ้ อกเดินทางภายในกาหนด 5 วนั นับต้งั แตว่ ันทีไ่ ด้รบั เงินยืมทดรองจา่ ย
39.4 หากมีความจาเป็นไม่สามารถเดินทางภายในกาหนดเวลา ตาม 39.3 ได้ จะต้องได้รับอนุมัติจาก
ผู้บังคับบญั ชาเสียก่อน แต่ทัง้ น้ีต้องไม่เกิน 15 วนั นับตงั้ แต่วนั ท่ไี ด้รบั เงนิ ยมื ทดรองจา่ ย
39.5 ถ้าไม่ได้เดินทางภายในกาหนดเวลาตาม 39.3 และ 39.4 ให้ส่งคืนเงินยืมทดรองจ่ายทันที ถ้าไม่
นาส่งให้ผู้บังคับบัญชาแจ้งให้ผู้จ่ายเงินเดือนหรือค่าจ้างหักเงินเดือนหรือค่าจ้างตามจานวนเงินท่ี
พนกั งานผนู้ น้ั ได้ยมื ไป

40. กำรส่งรำยงำนเดนิ ทำงและค่ำใชจ้ ่ำยในกำรเดนิ ทำง ใหป้ ฏบิ ตั ิดังน้ี
40.1 พนักงานซ่ึงได้รับเงินยืมทดรองจ่าย ให้ทารายงานส่งใบสาคัญเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อหักล้างเงินยืมทด
รองจ่ายภายใน 7 วนั นบั ตงั้ แตว่ ันทไี่ ดเ้ ดนิ ทางกลับมาถึง

48

40.2 พนักงานซึ่งไม่ไดย้ ืมเงินทดรองจ่าย ใหท้ ารายงานสง่ ใบสาคัญเบกิ คา่ ใชจ้ า่ ยเพ่ือหกั ลา้ งเงินยืมทดรอง
จ่ายภายใน 15 วนั นบั ตงั้ แตว่ นั ท่ไี ดเ้ ดนิ ทางกลับมาถงึ

40.3 ถ้าไม่ได้ทารายงานส่งใบสาคัญเบิกค่าใช้จ่ายภายในกาหนดเวลา ตามข้อ 40.1 และ 40.2 หาก
ประสงคจ์ ะส่งใบสาคญั เบกิ คา่ ใชจ้ ่ายตอ้ งได้รับอนมุ ตั จิ าก ผชก.น.1

41. กำรใชร้ ถยนตเ์ พื่อไปปฏิบตั งิ ำนตำมคำส่งั กฟภ. ที่ ส.7

ระเบยี บ กฟภ. ว่ำดว้ ยยำนพำหนะและนำ้ มัน พ.ศ. 2546

กฟฟ.ท่ียำนพำหนะสังกดั ไปปฏิบตั ิงำนที่ ผู้อนมุ ัติ

1 กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.1) กฟฟ.ชัน้ 1 หรอื 2 หรอื 3 ต้นสงั กดั ผจก.กฟส., กฟย.

2 กฟฟ.ช้ัน 1 หรือ 2 หรอื 3 กฟน.1 ผจก.กฟฟ. ช้ัน 1 หรอื 2

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.2) หรอื 3

3 กฟน.1, กฟฟ.ชั้น 1 หรือ 2 หรือ 3 , กฟฟ.ในเขต กฟน.1 ทง้ั หมด และ ผชก.(น1)

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.3) หรือ กฟฟ.ในเขตอ่ืน

4 กฟน.1, กฟฟ.ชัน้ 1 หรอื 2 หรือ 3 , เพือ่ รบั สง่ พสั ดอุ ุปกรณ์ไฟฟ้าในภาค ผชก.(น1) (มีอานาจอนุมัติ

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.4) เดียวกนั หรอื ส่งั การพนกั งาน)

ตัวอย่ำง กำรใชร้ ถยนตเ์ พื่อไปปฏิบตั ิงำนตำมคำสงั่ กฟภ. ที่ ส.7

กฟภ. หรอื ผชก.(น1) มีอนมุ ัติส่ังการให้พนักงานของ กฟส.อ.หา้ งฉตั ร ไปประชุมท่ี กฟจ.เชยี งราย ผู้มี

อานาจอนุมัตใิ ห้เดนิ ทางโดยยานพาหนะประเภทตา่ ง ๆ

เดนิ ทำงโดยพำหนะ

รถประจำทำง รถยนตส์ ว่ นตวั รถยนต์ กฟภ.

ผ้อู นุมัติในแบบฟอรม์ “ขอ ผจก.กฟส.อ. ผจก.กฟอ.เกาะคา ผชก.(น1)

อนุมตั ิให้พนักงานเดนิ ทางไป ห้างฉัตร

ปฏิบตั งิ าน (รบ.19-ป.57)”

ตาม ส.7/2549 เรื่อง คา่ ใชจ้ า่ ย ตาม ระเบยี บ กฟภ. ว่า

ในการเดินทางไปปฏบิ ตั ิงาน ด้วยยานพาหนะและน้ามนั

ภายในประเทศ (ฉบับท่ี 10) พ.ศ. 2546 ข้อ 11.2.5.3

กำรปฏิบตั ิหนำ้ ท่ใี นท้องทีอ่ นื่ ภำยในประเทศของลูกจำ้ ง

42. ลูกจ้างมีสิทธิเบิกค่าใช้จ่ายได้ตามระเบียบหรือคาส่ังการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยค่าใช้จ่ายในการเดินทาง
ไปปฏิบัติงานภายในประเทศ รวมถึงอนุมัติผู้ว่าการหรือหลักเกณฑ์ท่ีออกตามระเบียบหรือคาส่ังดังกล่าว
โดยอนุโลมเช่นเดยี วกับพนกั งาน

43. การเบิกค่าเบ้ียเล้ียง และค่าเช่าท่ีพัก ในการเดินทางไปปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 42 ให้เบิกได้ในอัตราต่าสุด
ของพนกั งาน

49

คำสง่ั กำรไฟฟ้ำส่วนภมู ิภำค
ที่ ส.6/2529

เร่ือง หลกั เกณฑก์ ำรจำ่ ยเงนิ ค่ำล่วงเวลำ และคำ่ ทำงำนในวนั หยุด

1. พนักงาน หมายถึง พนักงานซึ่งได้มีคาส่ังบรรจุหรือจ้างให้ดารงตาแหน่งหน้าที่ทั้งรายเดือน รายวันประจา
หรอื พนกั งานซ่ึงไดม้ คี าส่ังใหท้ ดลองปฏบิ ตั งิ าน ทัง้ น้ีไม่รวมถึงลกู จา้ งรายวันชวั่ คราวอ่ืน ๆ

2. อานาจในการอนุมตั ิให้พนักงานในสว่ นภูมิภาคทางานล่วงเวลาและทางานในวนั หยุด (พ.(ม)1/2549 ส่ัง ณ
วนั ท่ี 27 ม.ค.2549)
2.1 ในสานกั งานเขต ใหผ้ ูช้ ่วยผวู้ า่ การ หรอื ผูร้ กั ษาการแทน เป็นผู้อนมุ ัติ
2.2 ในการไฟฟ้าชั้น 1-3 และการไฟฟ้าในสังกัด ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3 หรือผู้รักษาการแทน เป็น
ผูอ้ นมุ ตั ิ

3. วันทางานและเวลาทางานของพนกั งาน
3.1 วนั ทางาน ไดแ้ ก่ ทกุ วนั ของสัปดาห์ เว้นวนั หยดุ งานประจาสปั ดาห์ และวันหยุดงานตามประเพณี
3.1.1 วนั หยดุ งานประจาสปั ดาห์ ได้แก่ วันเสาร์ และวนั อาทิตย์
3.1.2 วันหยุดงานตามประเพณี ได้แก่ วันที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประกาศให้เป็นวันหยุดงาน
ประจาปี
3.2 เวลาทางาน ได้แก่ ระยะเวลาระหว่าง 08.30 น. ถึง 16.30 น. ระยะเวลาระหว่าง 12.00 น. ถึง
13.00 น. เป็นเวลาพกั ผอ่ นประจาวนั ซึ่งไม่นบั รวมเป็นเวลาทางาน
3.3 พนักงานท่ีปฏิบัติงานเป็นกะหรือเปน็ ผลดั ใหม้ ีวนั ทางาน เวลาทางานและวนั หยุดเป็นไปตามระเบียบ
คาส่ังหรอื อนมุ ตั ผิ วู้ า่ การที่กาหนดเก่ียวกับงานน้ัน ๆ ไว้

4. สทิ ธกิ ารไดร้ บั เงนิ คา่ ล่วงเวลาหรอื คา่ ทางานในวนั หยุด
4.1 วนั ทางานปกติ เวลา 16.30 น. – 08.30 น. ไดร้ บั ในอตั รา 1.5 เทา่
4.2 วันหยุดงาน เวลา 08.30 น. – 16.30 น. ไดร้ ับในอตั รา 1 เทา่
4.3 วันหยดุ งาน เวลา 16.30 น. – 08.30 น. ได้รบั ในอัตรา 3 เทา่
4.4 วันหยุดชดเชย เบิกได้ในอัตราตามขอ้ 4.2 และ 4.3 แลว้ แตก่ รณี

5. ลักษณะงานท่ีขออนุมัติปฏิบัติงานล่วงเวลา ต้องเป็นงานท่ีปฏิบัติเป็นคร้ังคราว เพื่อมิให้เกิดความเสียหาย
แก่กิจการงานหรือผู้ใช้ไฟฟ้า และจะต้องเป็นการปฏิบัติงานในขอบเขตหรือสถานท่ีท่ีพนักงานปฏิบัติ
ตามปกติ และต้องเป็นลักษณะงานในกรณีหนึ่งกรณีใด ดังนี้
5.1 เร่งดว่ นฉุกเฉิน หรอื ไมอ่ าจเลือ่ นวัน เวลา ได้
5.2 เพ่ือบริการหรือติดตอ่ กบั ประชาชนเก่ยี วกับกจิ การงาน
5.3 เพื่อปฏบิ ัติงานรว่ มกบั พนกั งานของ กฟภ. ทม่ี าจากหน่วยอ่นื
5.4 เพือ่ ปฏบิ ตั ิงานพิเศษช่วั คราว
5.5 งานทผี่ ูบ้ ังคบั บญั ชาเจ้าสงั กัดวนิ ิจฉยั แลว้ เหน็ สมควรให้ทางานล่วงเวลาหรือทางานในวนั หยุดได้

6. รายละเอียดประกอบการขออนมุ ัติ
6.1 เหตผุ ลทีจ่ ะตอ้ งปฏิบตั ิงานล่วงเวลาหรือทางานในวันหยุด

50

6.2 จานวนวันที่จะต้องปฏิบัติงานล่วงเวลาหรือทางานในวันหยุด รวมท้ังระยะเวลาต้ังแต่ช่วงไหนถึงช่วง
ไหน

6.3 รายชือ่ พนักงานท่ีจะตอ้ งปฏบิ ตั ิงาน
6.4 คา่ ใชจ้ ่ายท่ีจะตอ้ งจ่ายโดยประมาณ

กรณีเร่งด่วน หากล่าช้าจะเกิดความเสียหายขึ้น ให้ปฏิบัติงานไปก่อนได้เท่าท่ีจาเป็น แล้วรีบรายงาน
เหตุผล เพอ่ื เสนอขออนมุ ตั ิต่อไป
7. พนักงานที่ไมม่ ีสิทธิไดร้ บั เงนิ คา่ ลว่ งเวลาและคา่ ทางานในวันหยดุ
7.1 พนักงานผู้มีหน้าทปี่ ฏบิ ัตงิ านประจาให้แลว้ เสร็จเป็นประจาวันหรอื ประจาเดือน
7.2 พนกั งานผู้ซงึ่ ปฏิบัติงานในระหว่างอยเู่ วรตามหน้าที่
7.3 พนกั งานผู้ซงึ่ มสี ทิ ธไิ ด้รบั คา่ เบี้ยเลีย้ งอยูแ่ ล้ว
8. การคานวณช่วั โมงการทางานและค่าตอบแทนการปฏิบัตงิ านของพนักงานและลูกจ้างใหค้ านวณตามความ
เป็นจริง ไมม่ กี ารปัดเศษชวั่ โมงและปดั เศษสตางค์ (ขอ้ 8-9 ตาม กรบ.(รบ.)116 ลว.26 เม.ย. 2549)
9. ยกเลิกการขออนุมัติส่ังจ่ายค่าตอบแทนการปฏิบัติงานล่วงเวลา ยกเว้นค่าใช้จ่ายท่ีเกิดข้ึนจริงมากกว่า
วงเงนิ ทป่ี ระมาณ จะต้องขออนมุ ัติจ่ายเพิ่มเติม
10. ยกเลิกแบบฟอร์มรายละเอียดการทางานล่วงเวลาและทางานในวันหยุด (บบ.02-ร.49) เน่ืองจากปัจจุบัน
การเบิกค่าล่วงเวลาสามารถบันทกึ ผา่ นระบบ SAP โดยใช้รายงานค่าตอบแทนการปฏบิ ตั ิงาน (ZTMR004)
แทนได้ (รบ.(รบ.)610/2550 ลว.23 เม.ย.2550)
11. กรณีพนักงานจาก กฟฟ. หนึ่งไปปฏิบัติงานล่วงเวลาหรือทางานในวันหยุด ณ อีก กฟฟ. หนึ่ง ในสังกัด
กฟข.พนักงานสามารถเบิกเป็นค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยุดได้ ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการมีอานาจอนุมัติ
แทน ผวก. (รผก.(ป2) 1087/2542 ลว.19 ก.ค.2542)

51

ระเบียบกำรไฟฟ้ำส่วนภูมภิ ำค
ว่ำด้วยกำรจำ่ ยเงนิ เพ่ิมพเิ ศษสำหรับผู้ทำงำนกะ พ.ศ. 2560

1. ผทู้ างานกะ หมายถึง พนักงานและลูกจา้ งรายเดอื นทท่ี างานเป็นกะ
2. ผู้บังคับบัญชา ในส่วนภูมิภาคหมายถึง ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้จัดการการไฟฟ้าช้ัน 1-3 หรือผู้ดารงตาแหน่ง

บังคับบัญชาเทียบเท่าสาหรับกรณีพนักงานกะท่ีสังกัดการไฟฟ้าเขต เป็นผู้มีอานาจอนุมัติการกาหนด
ตารางการจัดกะ
3. งานกะ หมายถึง งานท่ีต้องทาเป็นกะ กะละ 8 ชั่วโมงหมุนเวียนกัน โดยกาหนดเวลาทางานวันละ 3 กะ
ดังนี้
3.1 งานกะประจาโรงจกั รที่เดนิ เครอ่ื งตลอด 24 ชั่วโมง
3.2 งานกะประจาศูนยค์ วบคมุ การจ่ายไฟฟ้าเขตและศนู ย์ส่ังการระบบไฟฟ้า
3.3 งานกะประจาสถานีไฟฟ้า
3.4 งานกะสาหรับระบบบรหิ ารไฟฟา้ ขดั ขอ้ ง (OMS)
3.5 งานอยูเ่ วรแก้ไฟฟา้ ขัดข้อง
3.6 งานเฝ้าระวังและวเิ คราะห์ภัยคกุ คามทางไซเบอร์ (ฉบบั ที่ 2 พ.ศ. 2564)
4. วันและเวลาทางาน
4.1 วนั ทางาน หมายถึง ช่วงเวลา 8 ช่วั โมง ตามตารางการจดั กะ

• กะท่ี 1 เวลา 00.00-08.00 น.

• กะท่ี 2 เวลา 08.00-16.00 น.

• กะท่ี 3 เวลา 16.00-24.00 น.
4.2 เวลาทางาน หมายถงึ ชว่ งเวลา 8 ช่ัวโมง ทผ่ี ูท้ างานกะถกู กาหนดใหท้ างานตามตารางการจัดกะ
4.3 วันหยุดพักกะ หมายถึง วันท่ีผู้ทางานกะไม่ต้องทางานกะตามตารางการจัดกะ และให้ถือว่าวันหยุด

พักกะเปน็ วันหยุดงานประจาสปั ดาห์
4.4 วนั หยดุ ตามประเพณี หมายถงึ วนั ที่ การไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าคประกาศใหเ้ ป็นวันหยุดประจาปี
5. ผทู้ างานกะทีม่ ีสทิ ธไิ ด้รับเงนิ เพ่มิ พเิ ศษ จะตอ้ งดารงตาแหนง่ ไมส่ งู กว่าระดับ 7
6. ผู้ทางานกะจะได้รบั เงนิ เพิ่มพิเศษสาหรับกะน้ัน ๆ ต่อเมื่อได้ทางานเต็ม 8 ชั่วโมงตามตารางการจัดกะทไ่ี ด้
กาหนดไว้
7. ผู้ทางานกะท่ีทางานตามตารางการจัดกะซึ่งตรงกับวันเสาร์ อาทิตย์ หรือวันหยุดตามประเพณี ให้ถือเป็น
วนั ทางานตามปกตขิ องพนักงานกะ
8. ผทู้ างานกะมาทางานตามตารางการจัดกะ ซง่ึ ตรงกับวนั หยุดตามประเพณี จะไมไ่ ด้รบั คา่ ทางานในวันหยุด
ตามประเพณี (คานวณค่าตอบแทนมาจ่ายเป็นเงินเพม่ิ พิเศษใหแ้ ลว้ )
9. สิทธิการได้รับเงนิ ค่าล่วงเวลาหรอื คา่ ทางานในวนั หยดุ
9.1 ทางานเกิน 8 ช่ัวโมง ได้รับในอัตรา 1.5 เท่า ตามจานวนช่ัวโมงท่ีทางาน สาหรับเวลาที่ทางานเกิน 8

ชวั่ โมง
9.2 ทางานในวนั หยุดพักกะ ได้รบั ในอตั รา 1 เทา่ ตามจานวนชั่วโมงทที่ างาน แต่ไม่เกิน 8 ชว่ั โมง
9.3 ทางานเกนิ 8 ชว่ั โมงในวนั หยุดพักกะ ไดร้ ับในอตั รา 3 เท่า ตามจานวนชว่ั โมงทที่ างาน

52

ภำษีมูลค่ำเพิม่

1. รปู แบบใบกำกับภำษี

1.1 ใบกากบั ภาษที ตี่ ีพมิ พจ์ ากโรงพิมพ์ ต้องมขี ้อความทีจ่ ัดทาข้ึนโดยตีพิมพ์ ดังน้ี

1) ใบกากับภาษี

2) ชือ่ ท่ีอยู่ เลขประจาตัวผ้เู สียภาษีอากรของผูป้ ระกอบการจดทะเบียน

3) เอกสารออกเป็นชุด

สาหรบั ขอ้ ความอ่นื ๆ ตามทีก่ ฎหมายกาหนด จะตพี ิมพ์ จดั ทาขน้ึ ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ประทบั

ดว้ ยตรายาง เขียนดว้ ยหมึก พิมพด์ ดี หรอื ทาใหป้ รากฏข้นึ ด้วยวธิ อี น่ื ใดก็ได้

1.2 ใบกากับภาษีท่ีพิมพ์จากคอมพิวเตอร์ ต้องมีข้อความรายการใดรายการหนึ่งท่ีพิมพ์จากคอมพิวเตอร์

ดงั นี้

1) ใบกากบั ภาษี

2) ชอ่ื ที่อยู่ เลขประจาตัวผ้เู สียภาษีอากรของผูป้ ระกอบการจดทะเบยี น

3) เอกสารออกเป็นชดุ

สาหรับข้อความอ่ืน ๆ ตามท่ีกฎหมายกาหนด จะต้องจดั ทาขนึ้ ดว้ ยระบบคอมพิวเตอร์ทงั้ หมด

2. ขอ้ ควำมที่ต้องปรำกฏในใบกำกบั ภำษี

สาระสาคญั คาอธิบาย

2.1 คาวา่ “ใบกากบั ภาษี”

2.2 ชือ่ ทีอ่ ยู่ และเลขประจาตัวผู้ 1) ชื่อ หมายถึง ชื่อผู้ประกอบการตามที่ได้จดทะเบียน

เสียภาษีอากรของ ภาษมี ูลคา่ เพิ่ม หรอื ช่อื สถานประกอบการ หรือชอ่ื การค้าของ

ผปู้ ระกอบการจดทะเบียนทีข่ าย สถานประกอบการตามทีไ่ ดจ้ ดทะเบียนภาษีมลู คา่ เพมิ่

สินค้า หรอื ให้บรกิ าร 2) ท่ีอยู่ หมายถึง ที่ตั้งสถานประกอบการตามที่ได้จดทะเบียน

ภาษีมูลค่าเพ่ิม กรณีระบุท่ีอยู่ไม่ครบถ้วนตามท่ีจดทะเบียนฯ
แต่รายการที่อยู่ท่ีระบุไว้ถูกต้อง และสามารถบอกตาแหน่ง
ท่ีตั้งท่ีชัดเจนได้ ให้ถือว่ำได้ระบุที่อยู่ครบถ้วนแล้ว (คาส่ัง
กรมสรรพากร ที่ ป.86/2542 ขอ้ 4)

2.3 ช่ือ ทอี่ ยขู่ องสานักงานการไฟฟ้า 1) ช่ือ หมายถึง ชื่อผู้ประกอบการตามท่ีได้จดทะเบียนภาษี
ตามทจี่ ดทะเบยี นภาษีมลู คา่ เพ่มิ มูลค่าเพิ่ม หรือชื่อสถานประกอบการ หรือช่ือการค้าของ
สถานประกอบการตามทีไ่ ด้จดทะเบยี นภาษีมลู ค่าเพ่ิม

2) หากมีการระบุช่ือของ กฟภ. ตามท่ีได้จดทะเบียนภาษี

มูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.20) ว่า “การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค” แล้วระบุ
รายละเอียดเพิ่มเติม ใบกากับภาษีฉบับดังกล่าวสามารถใช้

เครดิตภาษซี อ้ื ได้ เช่น
2.1 การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค กองพัฒนาระบบไฟฟ้า
2.2 กองผลติ ภณั ฑค์ อนกรตี การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค

2.3 การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค (งามวงศ์วาน)
2.4 การไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค 7934
2.5 การไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค (ชอ่ื พนักงาน)

53

2.6 การไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค (0-13-961-3)
(ตจ. (ภษ.) 750/2546 ลว.17 มี.ค.2546)
3. กรณีระบุช่ือ โดยตัวสะกด สระ วรรณยุกต์ การันต์ ผิดพลาด
แต่เปน็ ท่ีเห็นไดอ้ ย่างชัดเจนไม่ทาให้เกิดความเข้าใจผดิ ว่าเป็น
ผ้ปู ระกอบการรายอ่นื ให้ถอื วา่ ได้ระบชุ ือ่ ครบถ้วนแลว้
4. ที่อยู่ หมายถึง ท่ีต้ังสถานประกอบการตามที่ได้จดทะเบียน
ภาษีมูลค่าเพ่ิม กรณีระบุท่ีอยู่ไม่ครบถ้วนตามที่จดทะเบียนฯ
แต่รายการที่อยู่ที่ระบุไว้ถูกต้อง และสามารถบอกตาแหน่ง
ทีต่ ั้งท่ีชดั เจนได้ ใหถ้ ือว่ำได้ระบุทอี่ ยคู่ รบถว้ นแล้ว
(คาส่งั กรมสรรพากร ที่ ป.86/2542 ขอ้ 4)
2.4 เลขทใ่ี บกากบั ภาษี และเลม่ ที่
(ถา้ มี)
2.5 ชอื่ ชนิด ประเภท ปรมิ าณ และ
มูลคา่ ของสนิ ค้าหรือบริการ
2.6 จานวนภาษมี ลู คา่ เพิ่มท่ีคานวณ 1) เศษของภาษมี ลู ค่าเพิ่ม จานวนเงนิ ตัวท่ีสามหลังจดุ ทศนิยม มี
จากมลู ค่าของสินค้าหรือบริการ ค่าไม่ถึง 5 ให้ปัดเศษนั้นทิ้ง เช่น 6.542 บาท ภาษีมูลค่าเพ่ิม
โดยใหแ้ ยกออกจากมูลค่าของ ที่แสดงในใบกากับภาษีคอื 6.54
สนิ ค้า หรือค่าบริการให้ชดั เจน 2) เศษของภาษมี ูลค่าเพิ่ม จานวนเงนิ ตวั ที่สามหลังจุดทศนิยม มี
ค่ า ตั้ ง แ ต่ 5 ข้ึ น ไ ป ใ ห้ ปั ด เ ศ ษ ขึ้ น เ ช่ น 6.778 บ า ท
ภาษมี ลู ค่าเพิ่มทีแ่ สดงในใบกากบั ภาษคี ือ 6.78 บาท
2.7 วนั เดอื น ปี ที่ออกใบกากบั ภาษี
2.8 ข้อความอ่ืนท่ีอธบิ ดกี าหนด (2.8.1 – 2.8.5)
ไดแ้ ก่
2.8.1 ผู้ขาย หรือผูใ้ หบ้ ริการ ออก หากใบกากับภาษีไม่ได้เป็นเอกสารฉบับแรก ใบกากับภาษีต้องมี
ใบกากับภาษีรวมกบั ใบเสร็จรบั ข้อความวา่ “เอกสารออกเป็นชุด”
เงิน ใบสง่ ของ ใบแจ้งหน้ี
2.8.2 ผู้ขาย หรอื ผู้ใหบ้ รกิ ารมสี ถาน จะตอ้ งมขี ้อความว่า “สาขาที่ออกใบกากบั ภาษีคือ..................”
ประกอบการหลายแห่ง ใช้
ใบกากับภาษซี ง่ึ ระบทุ ี่อยขู่ อง
สานกั งานใหญ่
2.8.3 ค่านา้ มัน ค่าสินค้า ค่าบริการที่ ต้องระบุหมายเลขทะเบียนรถยนต์ให้ปรากฏในใบกากับภาษี
ใช้กับรถยนต์ ซึง่ ผขู้ าย หรือผู้ และระบุใหค้ รบถ้วนทง้ั ตัวเลขและตวั อกั ษร เช่น กท 2547 ชม
ใหบ้ รกิ ารเปน็ สถานีบริการ
นา้ มัน
2.8.4 ระบเุ ลขประจาตวั ผเู้ สียภาษี 1) สานกั งานใหญ่ ใช้ข้อความว่า “สานกั งานใหญ่” หรือ “สนญ”
อากรของผูซ้ ื้อสนิ ค้า ผู้รับบรกิ าร “HO” “HQ” หรอื ระบเุ ลขศนู ยจ์ านวนหา้ หลกั (00000)
และสถานประกอบการว่าเป็น 2) สาขา ใชข้ อ้ ความว่า “สาขาท่ี...” หรือ Branch No…”
“สานกั งานใหญ่” หรอื “สาขา “br. No..” หรือระบุเลขจานวนหา้ หลกั เชน่ 00001
ที.่ ..”

54

2.8.5 ระบสุ ถานประกอบการของผู้ ระบเุ ชน่ เดยี วกับข้อ 2.8.4
ออกใบกากบั ภาษวี ่าเปน็
“สานกั งานใหญ่” หรอื “สาขา ข้อความตามข้อ 2.8.2 – 2.8.5 จะตีพิมพ์ จัดทาข้ึนด้วยระบบ
ที่...” คอมพิวเตอร์ ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือ
ทาให้ปรากฏขนึ้ ด้วยวิธีอื่นใดกไ็ ด้

3. กำรระบุข้อควำมในใบกำกับภำษีของ กฟย. (ฝกง.86/2558 ลว.23 มี.ค.2558 ตามประกาศอธิบดี
กรมสรรพากร (ฉบบั ที่ 199-202)
3.1 ค่าใช้จ่าย ในการจัดซ้ือ-จัดจ้าง ของ กฟย. ที่มีภาษีมูลค่าเพ่ิม ให้ใช้เลขประจาตัวผู้เสียภาษีอากรของ
กฟภ. สาหรับชื่อ-ที่อยู่ และเลขที่สาขา ให้ใช้ของหน่วยงานต้นสังกัดตามท่ีจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพ่มิ
(ภ.พ.20)
3.2 ค่าสาธารณูปโภค และมีภาษีมูลค่าเพิ่ม เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าน้าประปา ที่ผู้ออกระบุชื่อผู้ชาระเงนิ เปน็
กฟย. ให้ดาเนินการแจ้งหน่วยงานสาธารณูปโภคทาการเปลย่ี นประวัตชิ ื่อผู้ชาระเงินและเลขที่สาขาผู้
ชาระเงนิ ให้เปน็ ของ กฟฟ.ต้นสงั กดั
3.3 กรณีเปลี่ยนประวัติตามข้อ 3.2 ไม่ได้ ให้แจ้งหน่วยงานผู้ออกเพ่ิมข้อความต่อท้ายช่ือผู้ชาระเงิน ว่า
“ชาระเงนิ โดย การไฟฟ้า..(ต้นสงั กัด)... และตอ้ งมรี ูปแบบสอดคลอ้ งกบั การออกใบกากบั ภาษี ดงั นี้
1) กรณีใบกากับภาษีที่พิมพ์จากโรงพิมพ์ ตามข้อ 1.1 การเพ่ิมชื่อ กฟฟ. ต้นสังกัด สามารถตีพิมพ์
ประทบั ดว้ ยตรายาง เขียนด้วยหมึก พมิ พ์ดีด หรอื จัดทาขน้ึ ด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ กไ็ ด้
2) กรณีใบกากับภาษีท่ีจัดทาข้ึนด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ตามข้อ 1.2 การเพิ่มชื่อ กฟฟ. ต้นสังกัด
ตอ้ งจัดทาด้วยระบบคอมพวิ เตอรเ์ ท่านั้น

4. ส่วนรำชกำรประกำศเปลี่ยนแปลงข้อมูลทะเบียนรำษฎร์ / กรมสรรพำกรได้แจ้งเปล่ียนแปลงเลข
ประจำตัวผู้เสียภาษีอากรให้ใหม่ ผู้ประกอบการที่ออกใบกากับภาษีสามารถแก้ไขที่อยู่และลงช่ือกากับ
หรือประทับตรายางท่ีอยู่ที่ถูกต้อง/ประทับตรายางเลขประจาตัวผู้เสียภาษีอากรท่ีถูกต้อง เฉพาะใบกากับ
ภาษีท่ีได้ออกในช่วงระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี นับจากวันที่มีการเปลี่ยนแปลง (คาสั่งกรมสรรพากร ท่ี ป.
72/2541 ลว. 11 ม.ิ ย. 2541 และป.147/2557 ลว. 21 เม.ย. 2557)

5. ภำษีซอ้ื ต้องห้ำม
หากหน่วยงานได้รับใบกากับภาษีซื้อ ซึ่งมีลักษณะดังต่อไปนี้ ถือเป็นภาษีซื้อต้องห้ามตามกฎหมาย

ไมใ่ หน้ ามาเครดติ ภาษีซือ้
5.1 ไม่ได้ระบชุ ือ่ หน่วยงานเปน็ ผ้ซู อ้ื สินคา้ ใช้บรกิ าร (ใชช้ ่อื พนักงาน)
5.2 ข้อความสว่ นทเ่ี ป็นสาระสาคญั ไม่ถูกต้อง ไมค่ รบถว้ น ตามท่ีกฎหมายกาหนด
5.3 ใบกากับภาษีอยา่ งย่อ
5.4 ใบกากับภาษที ีม่ ไิ ด้ตพี ิมพ์ หรอื จัดทาด้วยระบบคอมพวิ เตอร์ทงั้ ฉบบั ตามทกี่ ฎหมายกาหนด
5.5 ภาษีซื้อทไี่ ม่เก่ียวขอ้ งโดยตรงกบั กิจการ

1) การซ้อื สนิ ค้าทีม่ ีวัตถปุ ระสงค์เพ่อื การบรจิ าค

55

2) การซ้ือสนิ คา้ ใช้บรกิ าร ทห่ี นว่ ยงานรบั ผิดชอบชาระเงนิ ไมเ่ ตม็ จานวนตามใบกากับภาษี (พนกั งาน
รับผิดชอบบางส่วน) เช่น พนักงานมีสิทธิเบิกค่าท่ีพักเป็นเงิน 1,300.- บาท แต่มีใบกากับภาษี
1,500 บาท ใบกำกับภำษีฉบับน้ี ไม่สำมำรถบันทึกรำยกำรเป็นภำษีซ้ือได้ เน่ืองจากค่าท่ีพัก
สว่ นทเ่ี กินสิทธทิ ีพ่ นักงานรบั ผดิ ชอบ 200.- บาท ไมใ่ ชค่ า่ ใช้จา่ ยของ กฟภ.

3) ค่ารับรอง ค่าใช้จ่ายในลักษณะเดียวกัน เช่น กระเช้าของขวัญ ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเครื่องด่ืม
คา่ ใชจ้ ่ายเพือ่ สันทนาการ เปน็ ตน้

5.6 ใบกากับภาษีจากการซื้อ เช่าซื้อ เช่า รับโอนรถยนต์ การซื้อสินค้า หรือการใช้บริการ ท่ีเกี่ยวข้องกับ
รถยนตน์ งั่ หรือรถยนต์โดยสารที่มีท่นี ัง่ ไม่เกิน 10 คน (เป็นภาษซี อ้ื ต้องหา้ มตามมาตรา 82/5 (6))

5.7 ใบกากับภาษีซ่ึงออกโดยผู้ท่ไี ม่มสี ทิ ธิออก (ไม่ใชผ่ ู้ประกอบการจดทะเบยี น) ผูต้ รวจสอบใบสาคัญจา่ ย
ตอ้ งนาเลขประจาตัวผู้เสยี ภาษี 13 หลกั ที่ระบุในใบกากบั ภาษที ่ีได้รับจากผู้ประกอบการ ไปคน้ หาวา่
เปน็ ผ้ปู ระกอบการท่จี ดทะเบียนหรอื ไม่จากเว็บไซต์
http://download.rd.go.th/publish/313.0.html

6. ใบกากับภาษีตามข้อ 5.1 – 5.4 ผู้ชาระเงินสามารถนาไปให้ผู้ออกใบกากับภาษีทาการยกเลิกฉบับเดิม
และออกฉบบั ใหม่ใหถ้ ูกต้อง หากไมด่ าเนนิ การผ้ชู าระเงินตอ้ งรบั ภาระค่าภาษีมูลค่าเพม่ิ

7. ใบกากับภาษีตามข้อ 5.5 – 5.6 ท่ีระบุช่ือ ที่อยู่ ถูกต้อง ครบถ้วนตามใบกากับภาษีมูลค่าเพิ่ม ให้เบิกจ่าย
ได้ไม่ตัดจา่ ยค่าภาษีมูลคา่ เพม่ิ

8. หนว่ ยงานไดร้ ับใบเพ่ิมหนี้ ใบลดหน้ี ใหด้ าเนินการเช่นเดียวกบั การได้รับใบกากับภาษี
9. ใบแทนใบกำกบั ภำษี (ประกาศอธิบดกี รมสรรพากร เกีย่ วกบั ภาษีมูลคา่ เพิม่ (ฉบับท่ี 76)

9.1 หนว่ ยงานท่ีต้นฉบบั ใบกากับภาษี ใบเพ่ิมหนี้ ใบลดหน้ี สูญหาย ถูกทาลาย หรอื ชารดุ ในสาระสาคัญ
ต้องขอใบแทนใบกากับภาษี ใบแทนใบเพิ่มหน้ี ใบแทนใบลดหนี้ โดยถือเป็นภาษีซื้อได้ภายใน 6
เดือนนับถัดจำกเดือนท่ีออกใบกากับภาษี เช่นใบกากับภาษีออกในวันที่ 25 มกราคม 2563
สามารถนามาเครดติ ภาษซี อื้ ได้ภายในเดอื นกรกฎาคม 2563

9.2 หน่วยงานต้องได้รับภาพถ่ายสาเนาใบกากับภาษี สาเนาใบเพ่ิมหน้ี หรือสาเนาใบลดหนี้ ที่ผู้ออก
ใบกากบั ภาษบี ันทกึ รายการดังนี้ ลงในภาพถ่ายหรือด้านหลังของภาพถา่ ย
1) ใบแทนออกให้คร้งั ท.่ี ..
2) วัน เดอื น ปี ที่ออกใบแทน
3) คาอธบิ ายย่อ ๆ ถงึ สาเหตทุ ี่ออกใบแทน
4) ลงลายมือชื่อของผู้ออกใบแทน

10. ใบกำกบั ภำษที ่ียกเลกิ ฉบบั เดิม แล้วออกใหม่
10.1 หน่วยงานทไี่ ด้รับใบกากับภาษีท่มี ีรายการในส่วนท่ีเปน็ สาระสาคัญไม่ถูกต้องครบถว้ น ให้ร้องขอให้
ผอู้ อกใบกากับภาษยี กเลกิ ใบกากบั ภาษีฉบบั เดมิ และจดั ทาใบกากบั ภาษีฉบับใหมท่ ่ีถูกต้อง
10.2 หน่วยงานต้องได้รับต้นฉบับใบกากับภาษีฉบับใหม่ซึ่งเป็นเลขท่ีใหม่ แต่จะต้องลงวัน เดือน ปี ให้
ตรงกบั วนั เดอื น ปี ตามใบกากบั ภาษีฉบบั เดมิ
10.3 ใบกากับภาษีฉบับใหม่ต้องมีหมายเหตุ “เป็นการยกเลิกและออกใบกากับภาษีฉบับใหม่แทนฉบับ
เดิมเลขท.ี่ ..เลม่ ท.ี่ ..

56

10.4 หนว่ ยงานตอ้ งถา่ ยเอกสารใบกากับภาษีฉบับเดิม (ฉบับท่ีขอยกเลิก) ตดิ เรื่องไว้ และสง่ มอบใบกากับ
ภาษีฉบบั ท่ีขอยกเลิกคืนให้ผ้อู อกใบกากับภาษี

11. กำรบันทกึ บญั ชภี ำษี
11.1 หน่วยงานที่ได้รับใบกากับภาษี ต้องตรวจสอบสาระสาคัญให้ถูกต้องครบถ้วน ไม่เป็นภาษีซื้อ
ต้องห้าม และตอ้ งไม่เกิน 6 เดอื นนับถดั จากเดอื นทอี่ อกใบกากบั ภาษี
11.2 หน่วยงานท่ีบันทึกบัญชีภาษี ตรวจสอบใบกากับภาษี บันทึกบัญชีภาษีภายใน 3 วันทาการนับถัด
จากวันทีไ่ ดร้ บั ใบกากบั ภาษี
11.3 กรณีเดือนที่บันทึกบัญชีภาษีไม่ตรงกับเดือนท่ีมีการออกใบกากับภาษี ผู้บันทึกบัญชีภาษีต้องระบุ
ข้อความว่า “ถือเป็นภาษีซ้ือในเดือนภาษี...........” ไว้ในใบกากับภาษี โดยประทับด้วยตรายาง
เขยี นด้วยหมกึ พิมพด์ ีด หรือให้ปรากฏขึ้นด้วยวธิ กี ารอืน่ ใดในลกั ษณะเดียวกันก็ได้

12. ใบกากับภาษีมากกว่า 1 แผ่น โดยแต่ละแผ่นต้องมีรายการถูกต้องครบถ้วนตามมาตรา 86/4 (1) – (5)
และ 7 แห่งประมวลรัษฎากร และใบกากับภาษีที่ไม่ใช่แผ่นสุดท้ายจะต้องมีข้อความที่แสดงว่ามีใบกากับ
ภาษแี ผ่นต่อไปไว้ดว้ ย ซึง่ ข้อความดงั กล่าวจะเปน็ ภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษก็ได้ สาหรับรายการรวมของ
สินค้าหรือของบริการและจานวนภาษีมูลค่าเพิ่มท่ีคานวณจากมูลค่าของสินค้าหรือของบริการท้ังหมด จะ
ปรากฏในใบกากบั ภาษแี ผ่นสดุ ทา้ ยเทา่ น้ัน

13. กรณีระบุรหัสไปรษณีย์ผิด หรือไม่ระบุรหัสไปรษณีย์ ในใบกากับภาษี สามารถใช้เป็นใบกากับภาษีซ้ือได้
เน่อื งจากรหสั ไปรษณยี ไ์ มใ่ ช่รายการตามมาตรา 86/4

14. ภาษีซอื้ คา่ รกั ษาพยาบาล เปน็ คา่ ใช้จา่ ยอนั เก่ียวเนือ่ งกบั สวัสดิการท่ีหนว่ ยงานใหแ้ ก่พนักงานทุกคนโดยไม่
เลือกปฏบิ ตั ิ และมีการกาหนดไว้อย่างชัดเจน ย่อมเปน็ ค่าใช้จ่ายเกยี่ วเนื่องโดยตรงกับการประกอบกจิ การ
สามารถนามาเครดิตภาษีซือ้ ได้

15. ใบกากบั ภาษีซ้ือค่าท่ีพัก ถ้าไม่ไดร้ ะบุจานวนห้อง และจานวนวนั ท่ีใช้บริการไว้ จะเปน็ ภาษีซื้อต้องห้าม ไม่
สามารถนาใบกากับภาษมี าเครดติ ภาษไี ด้

16. ใบกากับภาษีค่าเบ้ียเล้ียง / ท่ีพัก ต้องระบุช่ือผู้ซ้ือ/ผู้รับบริการในนามของ กฟข. หรือ กฟฟ. ที่เป็นผู้
จ่ายเงนิ (การเพ่มิ ชื่อ-นามสกลุ ของผู้เบกิ อยใู่ นวงเลบ็ ต่อท้ายจะมีหรือไม่มกี ็ไดไ้ มต่ ้องห้ามตามกฎหมาย)

57

ระเบียบกำรไฟฟ้ำสว่ นภมู ภิ ำค
ว่ำด้วยยำนพำหนะและนำ้ มนั พ.ศ. 2546

1. ยานพาหนะ หมายถึง รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ เคร่ืองจักรกลอื่น ๆ ท่ีจดทะเบียนกับกรมการขนส่ง
หรือกรมเจ้าท่าท่ีใช้ในกิจการของ กฟภ. แต่ไม่รวมถึงยานพาหนะของพนักงานท่ีนามาใช้ในกิจการของ
กฟภ.

2. ระเบียบ กฟภ. ว่าด้วยยานพาหนะและน้ามัน (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2550 แก้ไขคาว่า “น้ามันและน้ามัน
เช้ือเพลิง” เปน็ คาว่า “เชอ้ื เพลิง” และคาวา่ “นา้ มันหลอ่ ลื่น” เป็นคาวา่ “สารหลอ่ ลนื่ ”

3. เครื่องตัดหญ้า เคร่ืองป้ัมลม เลื่อยยนต์ เคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า ท่ีไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการขนส่ง ไม่เป็น
ยานพาหนะตามระเบียบนี้ (ไม่ต้องใช้ ยพ.1 ในกำรสั่งจ่ำยน้ำมัน ให้ดำเนินกำรขออนุมัติจัดซ้ือตำม
พรบ.กำรจัดซอ้ื จดั จ้ำงและกำรบริหำรพัสดภุ ำครัฐ พ.ศ. 2560)

4. การจัดหาพัสดปุ ระเภทยางและแบตเตอรรี่ ถยนต์ รถจกั รยานยนต์ หรือยานพาหนะทใี่ ชแ้ บตเตอรี่
4.1 ให้แต่ละหน่วยงานดาเนินการจัดซ้ือตาม พรบ.การจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ.
2560
4.2 การจัดซื้อทุกคร้ังให้ตรวจสอบระยะเวลาการใช้งาน รวมท้ังการตรวจสอบยางทุกเส้นอย่างละเอียดว่า
สมควรจะต้องเปล่ียนใหม่ได้จริง และหากยางในของเก่ายังใช้งานได้ดีอยู่ก็ให้จัดซ้ือเฉพาะยางนอก
หรอื ถ้าหากยางนอกของเก่ายังใชง้ านได้ดีอยู่ กใ็ หจ้ ัดซ้ือเฉพาะยางใน
4.3 การดาเนินการจัดซื้อยางและแบตเตอร่ีใหม่ ให้ผู้ที่จะขออนุมัติซื้อทาเรื่องขออนุมัติจากผู้มีอานาจให้
เปลี่ยนและจัดซื้อใหม่ ตามแบบฟอรม์ ขออนมุ ตั จิ ัดซอื้ /เปล่ียน/ยาง/แบตเตอร่ี (ยพ.7-ป.46)
4.4 กรณีที่หน่วยงานใดต้องการเคลมราคายางรถยนต์เก่า และหรือแบตเตอร่ีเก่า ต้องให้ร้านที่ขายออก
ใบเสร็จรับเงินและใบกากับภาษีในการขายยางรถยนต์ใหม่ และหรือแบตเตอร่ีใหม่ ให้ กฟภ.เต็ม
จานวน และ กฟภ.จะต้องออกใบเสร็จรับเงินและใบกากับภาษี ในการขายยางรถยนต์เก่า และหรือ
แบตเตอร่เี กา่ ใหร้ า้ นคา้ ตามราคาทตี่ กลงเคลม (ที่ สร.(ปร)217/2551 ลว.6 ส.ค.2551)
4.5 กรณีท่ีหน่วยงานใดไม่ต้องการเคลมราคายางรถยนต์เก่า และหรือแบตเตอร่ีเก่า ให้นาส่งคืนพัสดุ
ดงั กลา่ วคนื คลงั เพื่อประมลู ขายต่อไป

5. การเบิกจ่ายเช้อื เพลงิ และค่าบารงุ รักษาสาหรับยานพาหนะสว่ นตัว
5.1 พนักงานที่มีสิทธิเบิกจ่ายเช้ือเพลิงและค่าบารุงรักษา ให้หมายถึงพนักงานที่มีคาสั่งบรรจุและแต่งตั้ง
เป็นพนักงานประจา ท่ีนายานพาหนะส่วนตัวมาใช้เพื่อกิจการของ กฟภ. และต้องเป็นพนักงานซึ่งทา
หน้าทด่ี ังตอ่ ไปนี้
5.1.1 เกบ็ เงนิ
5.1.2 จดหน่วย, ส่มุ หน่วย
5.1.3 ตัดมิเตอร,์ ติดมเิ ตอร์, ตรวจมิเตอร์
5.1.4 สารวจคารอ้ งเพ่อื ขยายเขตหรือขอใช้ไฟฟ้า
5.1.5 ส่งหนังสอื ประจา
5.1.6 เรง่ รัดตดิ ตามหน้ี

58

5.1.7 สืบราคาจดั ซอ้ื จดั จ้าง
6. พนักงานตามข้อ 5.1 จะต้องมีหน้าท่ีหรือได้รับมอบหมายจากผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษรให้ออก

ปฏบิ ัตงิ าน หรือตดิ ตอ่ กับหน่วยงาน หรอื บคุ คลภายนอกเป็นประจาไมน่ อ้ ยกวา่ เดือนละ 10 วันทาการ
7. สิทธิในการเบิกจ่ายเชื้อเพลิงให้เบิกได้เท่าท่ีใช้จริง ตามชนิดของเชื้อเพลิงท่ีระบุไว้ในคู่มือการใช้

ยานพาหนะนั้น ในกรณีท่ีไม่มีคู่มือการใช้ยานพาหนะมาแสดง ให้เบิกได้เฉพาะเชื้อเพลิงเบนซินออคเทน
91 แตไ่ มเ่ กนิ อัตราทีก่ าหนดไวด้ งั ต่อไปน้ี
7.1 ยานพาหนะท่มี ีขนาดความจกุ ระบอกสูบไม่เกนิ 50 ซซี ี. จ่ายเดือนละ 20 ลติ ร
7.2 ยานพาหนะทีม่ ีขนาดความจกุ ระบอกสบู เกิน 50 ซีซ.ี แตไ่ มเ่ กนิ 75 ซซี .ี จา่ ยเดือนละ 30 ลติ ร
7.3 ยานพาหนะที่มีขนาดความจกุ ระบอกสบู เกนิ 75 ซีซ.ี แตไ่ มเ่ กิน 100 ซซี ี. จ่ายเดอื นละ 40 ลติ ร
7.4 ยานพาหนะท่มี ีขนาดความจุกระบอกสบู เกิน 100 ซีซี. แต่ไม่เกนิ 500 ซีซ.ี จ่ายเดอื นละ 60 ลติ ร
7.5 ยานพาหนะท่ีมีขนาดความจุกระบอกสูบเกิน 500 ซซี ี. ข้ึนไป จา่ ยเดือนละ 80 ลิตร
8. ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้อานวยการกอง ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3 หรือผู้รักษาการแทน เป็นผู้มีอานาจอนุมัติ
โดยใหเ้ สนอเหตุผลและข้อมูลทีจ่ าเป็นตามแบบฟอรม์ สร.16-ป.46
9. สิทธิในการเบิกค่าบารุงรักษายานพาหนะทุกขนาด ให้เบิกได้เดือนละ 150 บาท หากเดือนใดพนักงานไม่
ใช้สทิ ธิในการเบกิ จ่ายคา่ เชอื้ เพลงิ ก็ให้หมดสทิ ธใิ นการเบกิ ค่าบารุงรักษาเดือนนน้ั ดว้ ย
10. ผู้มีอานาจลงนามในใบส่ังจ่ายเชื้อเพลิงเพ่ือใช้กับยานพาหนะ (ย.พ.1) ได้แก่ ผู้มีอานาจอนุมัติสั่งซื้อตาม
คาส่ัง กฟภ. ท่ี พ.(ม)69/2562 เรื่องมอบอานาจอนุมัติสั่งซื้อ ส่ังจ้าง และส่ังเช่า และพนักงานผู้ซึ่งดารง
ตาแหนง่ หรือรักษาการแทน ดังต่อไปน้ี
10.1 รองผอู้ านวยการกอง
10.2 ผู้ช่วยผอู้ านวยการกอง
10.3 ผู้ชว่ ยผู้จดั การ
10.4 หวั หนา้ แผนกบญั ชีและประมวลผล
10.5 หัวหน้าแผนกบญั ชีและการเงิน
10.6 หวั หน้าแผนกก่อสรา้ ง
10.7 หัวหนา้ แผนกกอ่ สร้างและปฏบิ ัตกิ าร
10.8 หวั หนา้ แผนกท่ีได้รบั มอบหมายใหค้ วบคุมยานพาหนะ นั้น ๆ
10.9 หัวหน้าแผนกโรงงานผลติ ภณั ฑค์ อนกรตี
10.10 ผจก.การไฟฟ้าสาขาย่อย
11. ตามข้อ 10 มีอานาจลงนามในใบ ย.พ.1 สาหรบั ยานพาหนะดังนี้
11.1 ยานพาหนะของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค และยานพาหนะส่วนตัวของพนักงานที่ได้รับอนุมัติให้

นามาใช้งานและเบกิ จ่ายเช้อื เพลงิ ซ่งึ ยานพาหนะดังกลา่ วใชง้ านประจาอยู่ที่หนว่ ยงานนน้ั ๆ
11.2 ยานพาหนะซ่ึงได้จัดส่งไปปฏิบัติงานในท้องท่ีรับผิดชอบของหน่วยงานนั้นเป็นคร้ังคราว โดยท่ีงาน

นัน้ มปี ระมาณการคา่ ใชจ้ า่ ยและงบเงนิ ซงึ่ มีอนมุ ตั ิและกาหนดใหจ้ ่ายเงินที่หน่วยงานนน้ั ๆ ได้
11.3 กรณีหน่วยงานอ่ืนมาปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี เช่น กฟจ.เชียงราย นายานพาหนะมาปฏิบัติงานในพ้ืนท่ี

กฟจ.ลาปาง เป็นการช่ัวคราว แต่ไม่มีงบเงินหรืออนุมัติกาหนดให้จ่ายเงินของงานที่มาปฏิบัติงานที่

59

กฟจ.ลาปาง ผู้ส่ังจ่ายน้ามันของ กฟจ.ลาปาง ไม่สามารถลงนามส่ังจ่ายน้ามันในใบ ย.พ.1 ให้แก่
กฟจ.เชยี งราย ท่มี าปฏิบตั ิงานได้
12. การใช้ยานพาหนะเพือ่ ตดิ ต่องาน หรือปฏบิ ตั ิงานที่เกี่ยวกบั กิจการของ กฟภ.

กฟฟ.ท่ียำนพำหนะสังกดั ไปปฏิบตั ิงำนท่ี ผ้อู นมุ ตั ิ

1 กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.1) กฟฟ.ชน้ั 1 หรือ 2 หรอื 3 ต้นสังกดั ผจก.กฟส., กฟย.

2 กฟฟ.ช้ัน 1 หรอื 2 หรือ 3 กฟน.1 ผจก.กฟฟ. ชั้น 1 หรือ 2

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.2) หรอื 3

3 กฟน.1, กฟฟ.ชนั้ 1 หรือ 2 หรอื 3 , กฟฟ.ในเขต กฟน.1 ทัง้ หมด และ ผชก.(น1)

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.3) หรือ กฟฟ.ในเขตอนื่

4 กฟน.1, กฟฟ.ชั้น 1 หรือ 2 หรอื 3 , เพอื่ รับสง่ พสั ดุอุปกรณ์ไฟฟ้าในภาค ผชก.(น1) (มีอานาจอนุมตั ิ

กฟส., กฟย. (ข้อ 11.2.5.4) เดยี วกัน หรือส่ังการพนกั งาน)

60

รกั ษำกำรแทนและปฏิบตั ิงำนแทน

1. รกั ษาการแทน (สกม.173/2557 ลว.11 เม.ย.2557)
หมำยควำมว่ำ ปฏบิ ัติหน้าที่แทนชวั่ คราว
1.1 ตามข้อ 9 วรรคแรก แห่ง ข้อบังคับ กฟภ. ว่าดว้ ยระเบียบพนกั งาน พ.ศ. 2517 กาหนดว่า
“เม่ือตาแหน่งพนกั งานใดวา่ งลงและผ้วู า่ การยงั มิไดแ้ ต่งตั้งพนักงานผู้ใดใหด้ ารงตาแหน่ง หรือรกั ษาการ
ในตาแหน่ง หรือพนักงานตาแหน่งใดไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้พนักงานตาแหน่งรองหรือผู้ช่วยตาแหน่ง
น้ันแล้วแต่กรณี เป็นผู้รักษาการแทน ถ้าไม่มีตาแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้ ให้
ผู้บังคับบัญชาช้ันเหนือตาแหนง่ ท่ีว่างหรอื ที่ไม่อาจปฏบิ ัติงานได้น้ัน แต่งตั้งพนักงานที่เห็นสมควรเปน็ ผู้
รักษาการแทน”
1.2 ตามขอ้ 10 วรรคแรก แห่ง ขอ้ บังคับ กฟภ. วา่ ด้วยระเบยี บพนกั งาน พ.ศ. 2517 กาหนดวา่

“ใหผ้ ู้รกั ษาการแทนตามข้อ 9 วรรคแรก มีอานาจหนา้ ที่เช่นเดยี วกับผซู้ ่ึงตนแทน”
ควำมหมำยของ “รกั ษำกำรแทน” แยกองค์ประกอบได้ดังน้ี.-

กรณที ่ีมตี ำแหนง่ รอง หรือ ผู้ช่วย ขอ้ บังคบั ให้เป็นผู้รกั ษำกำรแทน (อตั โนมตั ิ)

1 ตาแหน่งพนักงานคนใด ว่างลง และยังไม่มี ใหพ้ นักงานตาแหนง่ (เรียงตามลาดับ)

การแตง่ ตง้ั พนกั งานผู้ใดใหด้ ารงตาแหนง่ 1) รอง ตาแหน่งนั้น หรือ

2) ผชู้ ่วย ตาแหนง่ นัน้

2 พนักงานตาแหน่งใด ไม่อาจปฏบิ ัติงานได้

(เช่นไปราชการ หรือ ลา)

ตัวอย่ำง 1

กรณีท่ีมตี ำแหน่ง รอง หรือ ผชู้ ว่ ย ขอ้ บังคับให้เปน็ ผูร้ ักษำกำรแทน (อตั โนมัติ)

1 ผจก.กฟจ.เชยี งใหม่ ให้ รจก./ชจก. กฟจ.เชียงใหม่ เป็นผ้รู กั ษาการแทน โดย

จาเป็นต้องแต่งต้ังเป็นหนังสือโดยเรียงลาดับรักษาการ

แทน เพราะอาจอยู่และสามารถปฏิบัตงิ านได้ท้ังสองคน

2 หผ.บห.กฟจ.เชียงใหม่ ให้ ชผ.บห. กฟจ.เชียงใหม่ เป็นผู้รักษาการแทน โดยไม่

ตอ้ งแต่งต้งั เป็นคาสั่ง

ผ้รู กั ษาการแทนตาแหน่งดังกล่าวใหถ้ ือว่ามีอานาจหนา้ ทเ่ี ช่นเดยี วกบั ผจก.กฟจ.เชียงใหม่ หรอื

หผ.บห.กฟจ.เชยี งใหม่

61

กรณที ่ีไมม่ ตี ำแหน่ง รอง หรือ ผชู้ ่วย หรือ ขอ้ บังคบั

มีแตไ่ ม่อำจปฏิบตั ิงำนได้

1 ตาแหน่งพนักงานคนใด ว่างลง และยังไม่มี ให้ผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือตาแหน่งท่ีว่างหรือท่ี

การแตง่ ต้ังพนกั งานผใู้ ดให้ดารงตาแหน่ง ไม่อาจปฏิบัติงานได้นั้น แต่งตั้งพนักงานท่ี

เห็นสมควรเปน็ ผ้รู ักษาการแทน

2 พนักงานตาแหน่งใด ไมอ่ าจปฏิบตั งิ านได้

(เช่นไปราชการ หรือ ลา)

ตวั อย่ำง 2

กรณีท่ีไมม่ ตี ำแหน่ง รอง หรอื ผชู้ ่วย หรือ ข้อบังคับ

มแี ต่ไมอ่ ำจปฏบิ ัติงำนได้

1 ผจก.กฟจ.เชยี งใหม่ ผชก.(น1) เป็นผู้แต่งตั้งพนักงานท่ีเห็นสมควร

เป็นผ้รู กั ษาการแทน ผจก.กฟจ.เชยี งใหม่

2 หผ.บห.กฟจ.เชยี งใหม่ ผจก. กฟจ.เชียงใหม่ เป็นผู้แต่งตั้งพนักงานที่

เห็นสมควรเป็นผู้รักษาการแทน หผ.บห.กฟจ.

เชยี งใหม่

ผ้รู กั ษาการแทนตาแหน่งดังกล่าวให้ถือว่ามีอานาจหนา้ ทีเ่ ช่นเดยี วกับ ผจก.กฟจ.เชียงใหม่ หรอื

หผ.บห.กฟจ.เชยี งใหม่

1.3 การแต่งต้ังให้รักษาการแทน หากไม่ได้รับการแต่งตั้งท่ีถูกต้อง นิติกรรมหรือคาส่ังท่ีได้กระทาไปแล้ว
ไมม่ ีผลสมบูรณต์ ามกฎหมาย (นก.(บห.)122/2549 ลว.24 ม.ค.2549)

1.4 กรณี กฟฟ. มี รจก. 2 คน และต้องการแต่งต้ังเรียงลาดับผู้รักษาการแทน เป็นอานาจแต่งตั้งของ
ผชก.น.1

2. ปฏิบัติงานแทน
2.1 ตามข้อ 9 วรรคสอง แห่ง ข้อบังคับ กฟภ. ว่าดว้ ยระเบียบพนกั งาน พ.ศ. 2517 กาหนดวา่
“อานาจในการส่ัง การอนุญาต การอนุมัติ หรือการปฏิบัติงาน ที่ผู้ดารงตาแหน่งใดจะพึงปฏิบัติหรือ
ดาเนินการตามคาสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับในเรื่องใด ถ้าคาสั่ง ระเบียบ หรือข้อบังคับในเรื่องน้ันมไิ ด้

กาหนดเร่ืองการมอบอานาจไว้เป็นอย่างอ่ืน จะมอบอานาจโดยทาเป็นหนังสือให้ผู้ดารงตาแหน่งรอง

หรือผู้ช่วยแล้วแต่กรณีปฏิบัติงานแทน หรือถ้าไม่มีตาแหน่งรองหรือผู้ช่วย หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงาน
ได้ จะมอบอานาจโดยทาเปน็ หนังสือใหพ้ นกั งานทเ่ี ห็นสมควรปฏิบตั งิ านแทนก็ได้”
2.2 ตามข้อ 10 วรรคสอง แห่ง ขอ้ บงั คบั กฟภ. ว่าด้วยระเบยี บพนกั งาน พ.ศ. 2517 กาหนดวา่
“ในกรณที ผี่ ้ดู ารงตาแหน่งใดหรือผรู้ ักษาการแทนผู้ดารงตาแหน่งนั้น มอบอานาจให้ผดู้ ารงตาแหน่งอ่ืน
ปฏิบัติงานแทน ให้ผู้ปฏิบัติงานแทนมีอานาจหน้าที่ในกิจการเท่าท่ีได้รับมอบหมายเช่นเดียวกับผู้ซึ่ง

มอบอานาจ”

62

ควำมหมำยของ “ปฏิบัติงำนแทน” แยกองค์ประกอบได้ดงั น้ี.-

กรณีทอำนำจในกำรสั่ง อนุญำต อนุมัติ หรือกำรปฏิบัติงำนของผู้ดำรงตำแหน่งใด ถ้ำมิได้กำหนดเรื่องกำร

มอบอำนำจให้ผ้อู ่ืนปฏบิ ตั งิ ำนแทนไว้เปน็ อย่ำงอืน่ (กรณีไมห่ ้ำม) ผนู้ ้นั ย่อมมอบอำนำจได้ ดงั นี้.-

1 มตี าแหนง่ รอง หรอื ผูช้ ว่ ย มอบอานาจโดยทาเปน็ หนงั สือให้ผูด้ ารงตาแหน่งรอง หรือ
ผ้ชู ่วยแล้วแตก่ รณปี ฏิบัติงานแทน (เรียงลาดับก่อนหลัง)
2 ไมม่ ีตาแหนง่ รอง หรือ ผชู้ ว่ ย
หรือมีแต่ไม่อาจปฏบิ ัติงานได้ มอบอานาจโดยทาเปน็ หนงั สือให้พนักงานท่เี ห็นสมควร
ปฏบิ ตั ิงานแทนก็ได้

ตวั อย่ำง เรือ่ งท่ี ระเบยี บ/คำส่ัง กำหนดกำรมอบหมำยไว้

ผู้มอี านาจอนุมัตหิ รอื สั่งการใหพ้ นักงานเดนิ ทางไปปฏบิ ัตงิ านภายในประเทศ
พนักงำนในสงั กัด กฟฟ.ชัน้ 1-3

ไปปฏิบัติงานในหน้าท่ี ทีส่ านักงานใหญ่ ผชก. หรือผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย

กรณีนี้มีการกาหนดไว้ให้เป็นอานาจของ ผชก. หรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย หาก ผชก.มีหนังสือมอบหมายให้
พนักงานผู้ใดปฏิบัติงานแทนในเร่ืองการสั่งการน้ี พนักงานผู้ท่ีได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติงานแทน สามารถ
ลงนามในหนังสือ “ขออนุมัติให้พนักงานเดินทางไปปฏิบัติงาน (รบ.19-ป.57)” โดยให้ประทับตรายาง
ปฏิบตั งิ านแทน

ตัวอยำ่ ง เร่อื งทีม่ อบอานาจใหป้ ฏิบตั ิงานแทน “ไม่ได้” และ ปฏิบตั งิ านแทน “ได”้
ปฏิบัตงิ านแทน “ไม่ได้”

1 การอนมุ ัตเิ กยี่ วกบั การซ้ือ / จ้าง / เชา่
2 อานาจอนุมัตสิ ่ังจ่ายเงินตามระเบียบ กฟภ. วา่ ด้วยการเงิน เป็นอานาจเฉพาะตาแหน่ง

ปฏิบตั งิ านแทน “ได้”
1 อนุญาตเกี่ยวกับการลาประเภทต่าง ๆ ของพนักงานแผนก.........................
2 กากับ ควบคุม ดูแล และบรหิ ารงานที่อยู่ในความรับผิดชอบของแผนก................

63

ระเบียบกำรไฟฟำ้ ส่วนภูมภิ ำค
วำ่ ดว้ ยกำรจดั เวรและกำรจำ่ ยเงินค่ำอยู่เวรแกไ้ ฟฟ้ำขัดข้อง พ.ศ. 2560

1. ผูม้ สี ทิ ธอิ ยเู่ วรแก้ไฟฟา้ ขดั ขอ้ ง จะต้องไดร้ ับคาส่ังหรืออนุมัติเป็นลายลกั ษณ์อักษร ได้แก่
1.1 พนักงาน หมายถึง พนักงานซึ่งได้มีคาส่ังบรรจุและแต่งต้ังให้เป็นพนักงาน หรือพนักงานซ่ึงได้มีคาส่ัง
ให้ทดลองปฏิบตั ิงาน ทั้งน้ไี ม่รวมถงึ คนงานรายวนั ชว่ั คราว
1.2 ลูกจ้างรายเดือน (อนุมัติ ผวก. ลว.8 พ.ค.2549 ต่อท้ายหนังสือที่ รบ.(พส)414/2549 ลว.27 เม.ย.
2549)

2. อานาจอนุมตั ใิ ห้อยเู่ วรแก้ไฟฟ้าขดั ข้อง ได้แก่ ผจู้ ัดการการไฟฟา้ หรือผ้ดู ารงตาแหน่งสูงกวา่ แล้วแต่กรณี
3. วันทางานและเวลาทางาน

3.1 วนั ทางาน ไดแ้ ก่ ทกุ วันของสัปดาห์ เวน้ วนั หยดุ งานประจาสัปดาห์ และวันหยดุ งานตามประเพณี
3.1.1 วนั หยดุ งานประจาสปั ดาห์ ได้แก่ วนั เสารแ์ ละวันอาทติ ย์
3.1.2 วันหยุดงานตามประเพณี ได้แก่ วันท่ีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคประกาศให้เป็นวันหยุดงาน
ประจาปี

3.2 เวลาทางาน ได้แก่ ระยะเวลาระหว่าง 08.30 – 16.30 น. ซึ่งระยะเวลาระหว่าง 12.00 – 13.00 น.
เปน็ เวลาพกั ผ่อนประจาวนั ซง่ึ ไม่นบั รวมเป็นเวลาทางาน

4. การจัดให้อยู่เวรแก้ไฟฟ้าขดั ข้องนอกเวลาปฏบิ ัตงิ าน
4.1 วนั ทางานปกตใิ ห้จดั เวรระหว่างเวลา 16.30 – 08.30 น. ของวนั รงุ่ ขน้ึ
4.2 วันหยุดงานให้จัดเวรระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. และระหว่างเวลา 16.30 – 08.30 น. ของ
วนั รุ่งขึ้น

5. หัวหน้าเวรแกไ้ ฟฟา้ ขัดข้องและพนักงานที่อยเู่ วรแก้ไฟฟา้ ขัดข้องมีสิทธิการรบั เงนิ ดงั นี้
5.1 วันทางานปกติ เวรระหว่างเวลา 16.30 – 08.30 น. ของวันรุ่งข้ึน ให้หัวหน้าเวรฯ มีสิทธิได้รับเงินค่า
อยเู่ วรคนละ 180 บาท และพนักงานท่อี ยูเ่ วรฯ มสี ทิ ธไิ ด้รบั เงินค่าอยเู่ วรคนละ 150 บาท
5.2 วันหยุดงาน
5.2.1 เวรระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ใหห้ วั หน้าเวรฯ มสี ทิ ธไิ ด้รับเงนิ ค่าอยูเ่ วรคนละ 205 บาท
และพนกั งานท่ีอยเู่ วรฯ มีสทิ ธไิ ดร้ ับเงินค่าอย่เู วรคนละ 175 บาท
5.2.2 เวรระหว่างเวลา 16.30 – 08.30 น. ของวนั รุ่งขึ้นให้มีสทิ ธิเช่นเดยี วกับข้อ 5.1
5.3 การไฟฟ้าสาขาย่อย ท่ีมีการจัดเวร 1 คน กรณีมีความจาเป็นเร่งด่วนหรือฉุกเฉินต้องไปปฏิบัติงาน
นอกสถานที่ ให้เลือกเบิกอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างค่าล่วงเวลา/ค่าทางานในวันหยุด ตามเวลาท่ี
ปฏิบัติงานจริง หรือค่าอยู่เวรในอัตราหัวหน้าเวรแก้ไฟฟ้าขัดข้องที่กาหนดให้ (ส.14/2547 สั่ง ณ
วนั ท่ี 12 พ.ค.47 (ฉบับที่ 8) )

6. สิทธิการรบั เงนิ คา่ ล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยดุ ในชว่ งเวลาทีอ่ อกปฏบิ ัติงานนอกสถานที่
6.1 ปฏบิ ัตงิ านนอกสถานท่ีในเวลาตามข้อ 5.1 มสี ทิ ธไิ ด้รบั เงินคา่ ล่วงเวลาในอัตรา 1.5 เทา่ ของเงินเดือน
หรือคา่ จา้ ง ซง่ึ คานวณเปน็ รายชัว่ โมง ตามจานวนชว่ั โมงทป่ี ฏิบตั ิงาน
6.2 ปฏิบตั งิ านนอกสถานที่ในเวลาตามข้อ 5.2.1 มสี ทิ ธิได้รบั เงินค่าลว่ งเวลาในอตั รา 1 เท่าของเงินเดือน

หรอื คา่ จา้ ง ซึ่งคานวณเปน็ รายชวั่ โมง ตามจานวนชว่ั โมงท่ีปฏบิ ัติงาน

6.3 ปฏิบัตงิ านนอกสถานที่ในเวลาตามข้อ 5.2.2 มสี ิทธไิ ดร้ ับเงินค่าลว่ งเวลาในอตั รา 3 เทา่ ของเงินเดือน

หรอื ค่าจ้าง ซ่ึงคานวณเปน็ รายชัว่ โมง ตามจานวนชว่ั โมงที่ปฏิบตั งิ าน

64

6.4 กรณีท่ีมีวันหยุดชดเชย เน่ืองจากวันหยุดงานตามประเพณีตรงกับวันหยุดงานประจาสัปดาห์

พนักงานที่มาปฏิบัติงานในวันหยุดชดเชยมีสิทธิเบิกค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยุดได้ตาม 6.2

หรอื 6.3 แลว้ แต่กรณี

7. การคานวณจา่ ยเงินค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวนั หยุดของพนักงานรายเดือนใหค้ านวณดงั นี้

อตั รา 1 เท่าต่อชวั่ โมง = เงนิ เดือน + ค่าครองชีพ

จานวนช่ัวโมงทางานในหนง่ึ เดอื น (210 ชว่ั โมง)

อตั รา 1.5 เทา่ ต่อชวั่ โมง = อตั รา 1 เทา่ ต่อชั่วโมง x 1.5

อตั รา 3 เทา่ ต่อชว่ั โมง = อตั รา 1 เท่าต่อชว่ั โมง x 3

8. การคานวณค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยุดของพนักงาน ทั้งในวันปฏิบัติงานตามปกติ วันหยุดงาน

ประจาสัปดาห์ วันหยุดงานตามประเพณี และวันหยุดชดเชย ให้คานวณช่ัวโมงการทางาน และ

คา่ ตอบแทนการปฏบิ ตั ิงาน ให้คานวณตามความเปน็ จริง ไม่มกี ารปัดเศษชั่วโมง และปดั เศษสตางค์

9. ให้ ผจก.กฟฟ.ช้ัน 1-3 เป็นผู้อนุมัติส่ังจ่ายเงินค่าล่วงเวลา และค่าทางานในวันหยุด (หนังสือมอบหมายท่ี

น.1 พ.64/2564 ลว.19 ต.ค.2564 ท้ังนตี้ ั้งแตว่ นั ที่ 11 ต.ค. 2564 – 30 ก.ย. 2565)

10. กรณีนาเครื่องกาเนิดไฟฟ้าสารองไปติดต้ังและเตรียมความพร้อม ณ จุดที่ต้องรับเสด็จฯ หรือต้อนรับ

บุคคลสาคัญ หรือบริเวณจัดงาน ให้ กฟฟ.น้ัน ๆ จัดพนักงานอยู่เวรข้ึนอีกชุดหน่ึง โดยให้มีสิทธิเบิกเป็น
ค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยุดสาหรับการปฏิบัติงานท่ีไม่เกิน 5 วัน หากต้องปฏิบัติงานเกิน 5 วัน
และอยู่ในทอ้ งท่เี ดียวกันใหจ้ ดั ชดุ ปฏบิ ัตงิ านแก้ไฟฟา้ ขดั ข้องเปน็ กะ แตห่ ากต้องเดินทางไปปฏบิ ัตงิ านต่าง

ท้องที่ให้เบิกเป็นค่าเบี้ยเล้ียงที่พัก เน่ืองจากถือว่าไม่ได้เป็นการนอนเวรตามปกติ แต่พนักงานต้อง
ปฏิบตั งิ านดูแลเครอื่ งและเตรยี มพร้อมเสมอ
11. กรณีต้องไปปฏิบัติงาน ณ พระตาหนักทปี่ ระทับ ใหเ้ บกิ จา่ ยเงนิ ได้ตามกรณีดังน้ี

11.1 กรณีต้องอยู่ประจาที่พระตาหนักตลอดเวลาช่วงที่เสด็จประทับหากพระตาหนักอยู่ในท้องที่
เดียวกันกับที่พนักงานสังกัด ให้จัดพนักงานปฏิบัติงานแก้ไฟฟ้าขัดข้องเป็นกะข้ึนอีกชุดหน่ึงไป
ประจา ณ พระตาหนัก โดยให้มีสิทธิเบิกค่าพาหนะเป็นกรณีพิเศษ แต่หากพระตาหนักอยู่ต่าง

ทอ้ งที่ ให้ กฟฟ.จัดพนกั งานไปปฏิบัติงานโดยให้เบกิ เป็น คา่ เบี้ยเลยี้ ง-ท่พี ักไดต้ ามสทิ ธิ
11.2 กรณีไม่ต้องอยู่ประจาท่ีพระตาหนักให้ใช้เวรประจาตามปกติอยู่เวรประจาท่ีสานักงานโดย ให้

เบกิ จ่ายค่าอยูเ่ วรตามข้อ 5 และหากตอ้ งไปปฏบิ ัติงานแก้ไฟฟ้าขดั ข้องทพ่ี ระตาหนักใหเ้ บิกเป็นค่า

ล่วงเวลา
12. พนักงานที่อยู่เวรแก้ไฟฟ้าขัดข้องเป็นกะ ตามข้อ 10 และ 11 ให้มีสิทธิได้รับเงินเพิ่มพิเศษสาหรับการ

ปฏิบัตงิ านกะดว้ ย

*** (ข้อ 10 – 12 ตามอนมุ ตั ิ ผวก.ลว. 7 พ.ย. 2543 ทา้ ยหนังสอื ท่ี กอร.8/2543 ลว. 9 พ.ย.2543)
13. จัดท่ีนอนให้พนักงานอยู่เวรแก้กระแสไฟฟ้าขัดข้องเป็นสัดส่วน มีของใช้ท่ีจาเป็น เช่น เคร่ืองนอน

ครบถ้วน พร้อมทั้งจัดจ้างให้มีการซักผ้าปูที่นอน ปลอกหมอน ทุกครั้งท่ีมีการเปล่ียนเวร จัดให้มีห้อง

อาบน้า ห้องสุขภัณฑ์ และท่ีเก็บของ (ล๊อคเกอร์) ให้แก่พนักงานตามความเหมาะสมและถูกสุขลักษณะ
(สร.(ปร.)148/2541 ลว.3 ส.ค.2541)

65

ระเบียบกำรไฟฟำ้ ส่วนภมู ิภำค
ว่ำด้วยเงนิ ชดเชยกำรใชย้ ำนพำหนะสว่ นตวั เดนิ ทำงไปปฏิบตั ิงำน พ.ศ. 2560

1. เงินชดเชย หมายความว่า เงินค่าพาหนะที่เหมาจ่ายให้เป็นค่าใช้จ่ายสาหรับการใช้ยานพาหนะส่วนตัว
เดนิ ทางไปปฏิบัตงิ านใหก้ ับการไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค

2. ยานพาหนะส่วนตัว หมายความว่า รถยนต์ส่วนบคุ คลที่จดทะเบียนตามกฎหมายวา่ ดว้ ยรถยนต์ มี 3 ชนิด
ดังนี้
2.1 รถยนต์ทีม่ ีที่นั่งไมเ่ กนิ 7 ท่ีนั่ง (รถเก๋ง)
2.2 รถยนตท์ ี่มที น่ี ่ังไมเ่ กิน 12 ที่นั่ง (รถตู้)
2.3 รถยนตท์ ่มี นี ้าหนักไม่เกนิ 1,600 กิโลกรัม (รวมรถบรรทกุ ขนาดเล็ก)
ท้ังนี้ ไม่ว่ารถยนต์ดังกล่าวจะเปน็ กรรมสิทธิ์ของผู้เดนิ ทางไปปฏบิ ัติงานหรือไม่ก็ตาม แต่ไม่รวมถงึ
รถยนตข์ องการไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าค หรือรถยนตท์ ก่ี ารไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าคเช่าหรือจ้างเหมาไวใ้ ชใ้ นกจิ การ

3. พนักงานที่จะใช้สิทธิเบิกเงินชดเชย จะต้องขออนุมัติใช้ยานพาหนะส่วนตัวตามแบบแนบท้ายระเบียบต่อ
ผู้บังคับบัญชาตามสายงานก่อนไปปฏิบัติงาน ได้แก่ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้อานวยการฝ่าย ผู้อานวยการกอง
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา และผู้ดารงตาแหน่งบังคับบัญชา
เทียบเทา่ ทเ่ี รียกช่ืออย่างอื่น หรอื ผู้รักษาการแทนตาแหนง่ ดงั กลา่ วเป็นผ้อู นุมตั ิ

4. พนักงานที่มีสิทธิเบิกเงินชดเชยตามข้อ 1 คือพนักงานท่ีได้รับอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามที่กาหนดไว้ใน
ขอ้ 3

5. ผมู้ ีอานาจอนุมตั ิจา่ ยเงินชดเชย ได้แกผ่ ้บู ังคบั บัญชาตามขอ้ 3
6. การเบิกเงินชดเชยตอ้ งเบิกหลงั จากปฏิบัติงานแล้วเสรจ็ แต่ละครั้ง สามารถเบิกได้รวมระยะทาง (ไป-กลับ)

แต่ละครั้งไม่เกนิ 400 กิโลเมตร และให้เบกิ ในอัตรากโิ ลเมตรละ 5.- บาท
7. การจ่ายเงินชดเชยในการใช้ยานพาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการ ให้บันทึกข้อมูลเงินได้ส่วนท่ีถือ

เป็นประโยชน์เพ่ิม กิโลเมตรละ 1 บาท เพื่อนาไปคานวณหักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย (ภษ.(ภง.)1384/2551
ลว.19 ธ.ค.2551)
8. พนักงานท่ีใช้ยานพาหนะส่วนตัวไปปฏิบัติงานให้กับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตามระเบียบน้ี จะขอหรือ
เรยี กร้องใหก้ ารไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าคชดใชค้ ่าเสยี หาย หรอื จา่ ยเงินอน่ื ใดให้แกต่ นนอกเหนือจากระเบียบ หรือ
ขอ้ บังคับทีม่ ีอยู่เดิม และเงินชดเชยตามข้อ 6 อกี ไม่ได้ ไม่วา่ กรณใี ด ๆ ทงั้ สิ้น

ในกรณีทีม่ คี าพิพากษาถึงที่สุดให้การไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคต้องรบั ผิด หรือรว่ มรับผดิ ชดใช้ค่าเสียหาย
อย่างใด ๆ ให้แก่บุคคลใด อันเนื่องจากการใช้ยานพาหนะส่วนตัวเพื่อปฏิบัติงานให้กับการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาค พนักงานซ่ึงเป็นเจ้าของรถหรือผู้ครอบครองรถ หรือผู้ขับขี่แล้วแต่กรณีจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ
ชดใช้คนื แกก่ ารไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาคทัง้ สิน้

66

คำสั่งกำรไฟฟ้ำส่วนภมู ิภำค
ท่ี ส.12/2554

เรื่อง หลักเกณฑ์ในกำรจ่ำยเงนิ ชว่ ยเหลือคำ่ เครือ่ งแบบและค่ำรองเท้ำ
ให้แก่พนกั งำนบำงหนำ้ ที่

1. พนักงานในสว่ นภูมภิ าคทมี่ ีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลอื คา่ เคร่ืองแบบและคา่ รองเทา้ ได้แก่
1.1 พนักงานช่างท่ีสังกัดฝ่ายบริการ, ฝ่ายปฏิบัติการเครือข่าย, และต้องออกไปปฏิบัติงานนอกสถานท่ี
เพื่อติดตอ่ กับประชาชนเป็นประจา ยกเว้น พนักงานชา่ งที่ทาหน้าท่ีประจาสถานไี ฟฟ้า
1.2 พนกั งานช่างในการไฟฟา้ สว่ นภูมิภาคชั้น 1-3, การไฟฟา้ สว่ นภูมิภาคสาขา และการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค
สาขาย่อย
1.3 พนักงานเก็บเงิน, พนักงานขับรถยนต์, พนักงานขับเรือ, พนักงานภารโรง, พนักงานคนสวน และ
พนกั งานคนงาน

2. พนกั งานทมี่ สี ทิ ธไิ ดร้ บั เงินช่วยเหลือค่าเครอื่ งแบบและรองเทา้ จะตอ้ งเป็นพนกั งานทกี่ ารไฟฟา้ ส่วนภูมิภาค
ได้มีคาส่ังบรรจุหรือแต่งต้ังให้ดารงตาแหน่งหน้าท่ีตามข้อ 1 และได้รับอัตราเงินเดือนต่ากว่าเดือนละ
15,000.- บาท

3. การจา่ ยเงินช่วยเหลอื คา่ เครื่องแบบจะจา่ ยให้คนละ 1,200.- บาทตอ่ ปี ค่ารองเท้าคนละ 300.- บาทต่อปี
4. ปตี ามคาสงั่ น้ี ให้ถอื ปีงบประมาณเป็นเกณฑ์
5. ในปีแรกท่ีพนักงานมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบ และค่ารองเท้า ถ้านับระยะเวลาต้ังแต่วันที่มี

สิทธจิ นถงึ วันสิ้นปีแล้วไมค่ รบปี ให้ถือเกณฑ์การจา่ ยเงินชว่ ยเหลอื ดังน้ี
5.1 นับระยะเวลาต้ังแต่วนั ที่มีสิทธจิ นถึงวันส้ินปีครบ 6 เดือน จ่ายเงินช่วยเหลือค่าเครอื่ งแบบให้ 1,200.-

บาท ค่ารองเทา้ 300.- บาท
5.2 นับระยะเวลาต้ังแต่วันที่มีสิทธิจนถึงวันสิ้นปีไม่ครบ 6 เดือน ไม่จ่ายเงินช่วยเหลือค่าเคร่ืองแบบ และ

คา่ รองเท้าให้
6. การเบกิ จา่ ยเงินชว่ ยเหลอื คา่ เครือ่ งแบบและคา่ รองเทา้ ให้ปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี

6.1 พนักงานที่สังกัดการไฟฟ้าเขต ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ เป็นผู้มีอานาจอนุมัติเบิกจ่ายเงิน ตามจานวนเงินที่
ต้องจา่ ยจริง โดยใหห้ วั หนา้ หนว่ ยงานระดบั กองในการไฟฟ้าเขต เป็นผจู้ ดั ทารายช่ือพนักงานในสังกัด
ทมี่ สี ทิ ธิได้รับเงนิ ชว่ ยเหลือ และให้บคุ ลากรเขตตรวจสอบความถูกต้องของสทิ ธกิ ่อนเบกิ จา่ ยเงนิ

6.2 พนักงานในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชั้น 1-3, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา และการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาคสาขาย่อย ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช้ัน 1-3 การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขาเป็นผู้มี
อานาจอนุมัติเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ ตามจานวนเงินท่ีต้องจ่ายจริง โดยให้หัวหน้าแผนกบริหารงาน
ท่ัวไป หรือหัวหน้าแผนกบัญชีและการเงิน ตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิก่อนนาเสนอขออนุมัติ
จ่ายเงิน

7. การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือตามคาสั่งนี้ห้ามเบิกข้ามปี ถ้าสิ้นสุดปีท่ีพนักงานมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือแล้ว

ยังไม่มีการขออนุมตั เิ บิกจ่าย ให้ถือว่าพนกั งานสละสิทธิที่จะได้รบั เงินช่วยเหลอื น้ี

67

คำสง่ั กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมภิ ำค
ท่ี พ.(ท) 1/2558

เรอ่ื ง หลักเกณฑ์ในกำรจ่ำยเงินช่วยเหลือคำ่ เครอื่ งแบบและคำ่ รองเทำ้ ใหแ้ กล่ ูกจ้ำงช่ำง

1. ลกู จ้างช่างที่มสี ทิ ธิได้รบั เงนิ ช่วยเหลือคา่ เคร่ืองแบบและคา่ รองเท้า ได้แก่
1.1 ลกู จ้างช่างทอี่ อกปฏิบตั ิงานนอกสานักงานเกย่ี วกบั ระบบไฟฟ้า
1.2 ลูกจ้างชา่ งท่ีทาหน้าที่ ควบคมุ ซอ่ ม ปรบั เคร่ืองจักร และอุปกรณเ์ กีย่ วกบั ระบบไฟฟ้า
1.3 ลกู จา้ งช่างแผนกโรงงานผลิตภัณฑค์ อนกรีต

2. ลูกจ้างช่างท่มี ีสทิ ธิได้รบั เงนิ ช่วยเหลอื ค่าเครื่องแบบและรองเท้า จะต้องเปน็ ลูกจ้างชา่ งที่การไฟฟ้าส่วน
ภมู ภิ าคได้มสี ัญญาจา้ ง และได้รบั คา่ จา้ งต่ากว่าเดือนละ 15,000.- บาท

3. การจ่ายเงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบจะจา่ ยให้คนละ 1,200.- บาทต่อปี ค่ารองเท้าคนละ 300.- บาทต่อปี
4. ปีตามคาส่งั นี้ ให้ถอื ปีงบประมาณเป็นเกณฑ์
5. ในปแี รกทล่ี ูกจา้ งชา่ งมีสิทธิได้รบั เงินช่วยเหลือค่าเครื่องแบบ และค่ารองเทา้ ถ้านับระยะเวลาตงั้ แตว่ นั เรม่ิ

สัญญาจา้ งจนถึงวันส้นิ ปแี ลว้ ไมค่ รบปี ให้ถือเกณฑ์การจ่ายเงินชว่ ยเหลอื ดังนี้
5.1 นับระยะเวลาครบ 6 เดือนข้ึนไป จ่ายเงินช่วยเหลือค่าเคร่ืองแบบให้ 1,200.- บาท ค่ารองเท้า 300.-

บาท
5.2 นบั ระยะเวลาไมค่ รบ 6 เดือน ไมจ่ ่ายเงินช่วยเหลอื ค่าเคร่ืองแบบ และคา่ รองเท้าให้
6. การเบิกจ่ายเงนิ ช่วยเหลือคา่ เครื่องแบบและคา่ รองเท้าให้ปฏบิ ตั ิ ดังนี้
6.1 ลูกจ้างช่างที่สังกัดการไฟฟ้าเขต ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ เป็นผู้มีอานาจอนุมัติเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ ตาม

จานวนเงินที่ต้องจ่ายจริง โดยให้หัวหน้าหน่วยงานระดับกองในการไฟฟ้าเขต เป็นผู้จัดทารายชื่อ
ลูกจ้างช่างในสังกัดที่มีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือ และให้บุคลากรเขตตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิ
กอ่ นเบิกจ่ายเงนิ
6.2 ลูกจ้างช่างในสังกัดการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคชั้น 1-3, การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา และการไฟฟ้าส่วน
ภูมิภาคสาขาย่อย ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช้ัน 1-3 และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา เป็นผู้มี
อานาจอนุมัติเบิกจ่ายเงินช่วยเหลือ ตามจานวนเงินท่ีต้องจ่ายจริง โดยให้หัวหน้าแผนกบริหารงาน
ทั่วไป หรือหัวหน้าแผนกบัญชีและการเงิน ตรวจสอบความถูกต้องของสิทธิก่อนนาเสนอขออนุมัติ
จา่ ยเงนิ
7. การเบิกจ่ายเงินช่วยเหลอื ตามคาส่ังนี้หา้ มเบิกข้ามปี ถ้าส้ินสุดปีที่ลูกจ้างช่างมีสิทธิได้รับเงินช่วยเหลอื แลว้
ยงั ไม่มีการขออนมุ ตั เิ บกิ จ่าย ใหถ้ อื วา่ ลูกจ้างช่างสละสทิ ธิที่จะได้รับเงินชว่ ยเหลือนี้

68

ระเบยี บกำรไฟฟำ้ ส่วนภูมภิ ำค
ว่ำด้วยกำรจำ่ ยเงนิ ค่ำตอบแทนสำหรับพนกั งำนและลูกจำ้ งทขี่ ับรถยนต์

เพ่ิมจำกหนำ้ ท่ปี ระจำ พ.ศ. 2560

1. พนักงาน หมายถึง พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตาแหน่ง พนักงานช่าง หัวหน้าหมวด หรือตาแหน่ง
บังคบั บญั ชาอืน่ ที่เทียบเท่า ทป่ี ฏิบัติงานด้านชา่ ง หรือ พนักงานในตาแหน่งอนื่ ซึ่งได้รับอนุมตั ิให้ขบั รถยนต์
เพ่ิมจากหน้าที่ประจา

2. ลูกจ้างรายเดือน หมายถึง ผู้ซ่ึงตกลงทางานให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคตามสัญญาจ้างแรงงาน เพื่อรับ
คา่ จ้างเปน็ รายเดอื น แตไ่ ม่รวมถงึ ผู้รบั จ้างตามสัญญาจ้างทาของ และผ้ปู ฏบิ ตั ิงานของผูร้ ับจา้ ง

3. รถยนต์ หมายความวา่ รถยนตบ์ รรทุก 2 ตนั ถงึ 10 ตนั ของการไฟฟ้าสว่ นภมู ิภาค
4. คา่ ตอบแทน หมายความว่า เงินคา่ ตอบแทนการขับรถยนต์บรรทุก 2 ตนั ถงึ 10 ตัน ของพนักงานตาแหน่ง

อนื่ นอกเหนอื จากพนักงานขับรถยนต์
5. วัน หมายความว่า วันทางาน วันทางานกะ วนั หยดุ ประจาสัปดาห์ และวันหยุดประจาปขี องการไฟฟ้าส่วน

ภมู ภิ าค
6. เวลา หมายความว่า เวลาทางานปกติ และทางานเปน็ กะ แต่ไมร่ วมถึงระยะเวลาท่อี ยู่เวรแก้ไฟฟ้าขัดข้อง
7. พนักงานและลูกจ้าง ท่ีจะขับรถยนต์ ต้องเป็นผู้ท่ีมีใบอนุญาตขับข่ีรถยนต์ชนิดที่ 2 ของกรมการขนส่งทาง

บก
8. พนักงานและลูกจา้ ง ที่จะทาหนา้ ทข่ี บั รถยนตเ์ พ่ิมจากหนา้ ทป่ี ระจา ต้องได้รบั อนุมตั ิจาก ผชก.น.1
9. ใหร้ บั เงนิ ค่าตอบแทนเฉพาะวัน เวลาท่ขี บั รถยนตอ์ อกปฏบิ ัตงิ านในอัตรา ดังน้ี

9.1 ขับรถยนตบ์ รรทกุ 2 ตันเตม็ วนั ไดร้ บั เงินคา่ ตอบแทนวันละ 75.- บาท
9.2 ขบั รถยนต์บรรทุกเกิน 2 ถงึ 10 ตนั เตม็ วนั ได้รบั เงนิ ค่าตอบแทนวันละ 100.- บาท
9.3 ขบั รถยนตไ์ ม่เตม็ วัน ได้รบั เงินคา่ ตอบแทนเฉลีย่ ตามสว่ นเวลาท่ขี ับรถยนต์
9.4 กรณีมีพนักงานและลูกจ้าง หลายคนทาหน้าท่ีขับรถยนต์คันใดคันหน่ึงในวันเดียวกัน ให้ทุกคนมีสิทธิ

ไดร้ ับเงินคา่ ตอบแทนเฉลย่ี ตามส่วนเวลาทีข่ บั รถยนต์
9.5 การคานวณจ่ายเงินค่าตอบแทน ถ้ามีเศษเกิน 50 สตางค์ให้ปัดเป็น 1 บาท ถ้ามีเศษต่ากว่า 50

สตางค์ ให้ปดั เปน็ 50 สตางค์
9.6 การคานวณเงนิ กรณีขับรถไมเ่ ตม็ วันให้เปน็ ชั่วโมง ใชอ้ ตั ราค่าตอบแทนหารดว้ ย 7
10. ใหเ้ บกิ เงินคา่ ตอบแทนเดอื นละครัง้
11. ผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินค่าตอบแทน ได้แก่ ผู้จัดการการไฟฟ้า หรือหัวหน้าหน่วยงานระดับกองข้ึนไปที่
พนักงานสังกดั เป็นผอู้ นมุ ตั ิ
12. กรณเี ปน็ งานกอ่ สร้างขยายเขต ใหค้ ิดจากงบค่าแรงงาน

69

ระเบยี บกำรไฟฟ้ำสว่ นภูมิภำค
วำ่ ดว้ ยกำรจ่ำยเงินเพมิ่ พเิ ศษใหแ้ กพ่ นกั งำนผูป้ ฏิบตั ิงำนฮอทไลน์ พ.ศ. 2556

1. พนักงานหมายถึง
1.1 พนกั งานชา่ ง (ฮอทไลน)์ หมายถึง พนักงานซ่ึงไดร้ ับการบรรจุและแตง่ ต้ังเปน็ พนกั งานช่าง ปฏบิ ตั ิงาน
ฮอทไลน์ หรอื ไดร้ ับอนมุ ัติให้สามารถปฏิบัตงิ านฮอทไลน์ และปจั จบุ ันยงั คงปฏบิ ัติงานด้านฮอทไลน์
1.2 หัวหน้าชุดฮอทไลน์ หรือหัวหน้าชุดฮอทไลน์รถกระเช้า หมายถึง พนักงานช่าง (ฮอทไลน์) ที่มี
ประสบการณ์เกี่ยวกับงานฮอทไลน์ มีหน้าที่ควบคุมและปฏิบัติงานฮอทไลน์เก่ียวกับระบบจาหน่าย
และสายส่ง
1.3 หัวหน้าหมวดฮอทไลน์ หมายถึง พนักงานซ่ึงได้รับการแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งหรือรักษาการใน
ตาแหนง่ หัวหน้าหมวดฮอทไลน์
1.4 พนกั งานชดุ เชื่อมสายแรงสงู หมายถึง พนักงานชา่ งทผ่ี ่านการอบรมหลกั สูตรการปฏิบตั ิงานเช่ือมสาย
แรงสงู หรือหลกั สตู รท่ีคลา้ ยกัน และมอี นมุ ตั ิผูว้ า่ การให้ปฏบิ ัติงานเชื่อมสายแรงสูงได้ รวมถงึ พนักงาน
ชา่ ง (ฮอทไลน)์ ท่ีย้ายไปเปน็ พนกั งานช่างและได้รับมอบหมายใหท้ าหนา้ ท่ีเชื่อมสายแรงสงู ดว้ ย

2. การปฏบิ ตั ิงานฮอทไลน์ หมายถงึ การปฏบิ ัติงานกับสายหรืออุปกรณท์ ่ีมแี รงดนั สงู โดยไม่ดับไฟฟา้
3. เงนิ เพ่ิมพเิ ศษ หมายถึง เงินค่าตอบแทนทจ่ี า่ ยให้แก่ผ้ปู ฏบิ ัติงานฮอทไลนเ์ ปน็ กรณีพิเศษ
4. พนักงานท่ีมีสิทธิได้รับเงินเพ่ิมพิเศษ ได้แก่ พนักงานตามข้อ 1 ท่ีปฏิบัติงานฮอทไลน์ และจะหมดสิทธิ

ได้รับเงินเพิม่ พเิ ศษเม่อื เปลย่ี นตำแหน่ง หรือไปปฏบิ ัตหิ นำ้ ที่อื่น
5. ผู้ปฏิบัติงานฮอทไลน์ได้รับเงินเพิ่มพิเศษเป็นรายวันเฉพาะวันท่ีปฏิบัติงานฮอทไลน์ ในอัตราวันละ 150

บาท ในการปฏิบัตงิ านทกุ พ้นื ที่
6. ให้ผู้บังคับบัญชาชนั้ ต้นของพนักงานผู้ปฏบิ ัติงานฮอทไลน์ บันทึกการปฏิบัติงานแต่ละวันและรวบรวมเป็น

รายงานสรปุ การปฏิบัติงานฮอทไลน์ เพอื่ ใชใ้ นการเบกิ เงินเพ่มิ พิเศษในแตล่ ะเดือน เดือนละคร้ัง
7. ผู้มีอานาจอนุมัติจ่ายเงินเพ่ิมพิเศษ ได้แก่ ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือหน่วยงานระดับกองท่ีรับผิดชอบการ

ปฏิบตั ิงานฮอทไลน์ หรือผู้จดั การการไฟฟา้ แลว้ แต่กรณี
8. กรณมี ีการปฏบิ ตั งิ านฮอทไลนน์ อกเวลาทางาน (ลว่ งเวลา) ใหม้ สี ิทธไิ ดร้ บั เงินเพ่มิ พิเศษและคา่ ลว่ งเวลา

70

ค่ำจัดซื้อกระเช้ำดอกไม้ แจกนั ดอกไม้ หรอื ของเยยี่ มในนำม กฟภ.
ใหก้ ับพนักงำนผู้ประสบอบุ ัตเิ หตุ หรอื เจบ็ ป่วยเนอื่ งจำกกำรปฏบิ ัตงิ ำนในหน้ำท่ี

(กสก.(สป.)1851/2559 ลว.23 ม.ิ ย. 2559)

1. ให้จัดซ้ือกระเช้าดอกไม้ แจกันดอกไม้ หรือของเยี่ยมในนาม กฟภ. ให้กับพนักงานผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือ
เจ็บป่วยเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน้าท่ี ตามท่ีจ่ายจริงแต่ไม่เกิน 2,000.- บาท (สองพันบาทถ้วน) โดย
ให้เบิกไดร้ ายละ 1 ครัง้

2. พนักงานท่ีประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน้าที่ ท่ีเข้ารับการรักษาพยาบาลใน
สถานพยาบาลในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี สมุทรปราการ ให้ กสก. เป็นผู้ดาเนินการอนุมัติจัดซื้อ
และสงั่ จา่ ยเงนิ จากงบทาการเงนิ หมนุ เวยี นกอง

3. พนักงานท่ีประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยเนื่องจากการปฏิบัติงานในหน้าท่ี ท่ีเข้ารับการรักษาพยาบาลใน
ส่วนภูมิภาค (ยกเว้นในเขตจังหวัดนนทบุรี, สมุทรปราการ) ให้ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานต้นสังกัดของ
พนักงานผู้ประสบอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยเน่ืองจากการปฏิบัติงานในหน้าท่ี เป็นผู้ดาเนินการอนุมัติจัดซ้ือ
และสงั่ จ่ายเงินจากงบทาการจากเงินรายได้ของหน่วยงานน้ัน

71

ค่ำพวงหรีดหรอื ดอกไม้เคำรพศพพนักงำน หรือบุพกำรี โดยตรงของพนักงำน หรอื ลูกจำ้ ง
หรอื หวั หนำ้ หน่วยรำชกำรในตำ่ งจงั หวดั หรอื บุคคลอืน่ ทเ่ี สยี ชีวติ จำกกำรป้องกันรักษำควำมมนั่ คง

ในนำม กำรไฟฟำ้ สว่ นภูมิภำค

1. ค่าพวงหรดี หรือดอกไมเ้ คารพศพ ใหจ้ ่ายได้เท่าทจ่ี ่ายจริงแต่ไม่เกนิ รายละ 1,500.- บาท โดยเบกิ จ่ายจาก

งบทาการของหนว่ ยงาน (กสก.(สป.)375/2564 ลว.24 ก.พ.2564)
2. หน่วยงานในสังกัดการไฟฟ้าเขต ใหผ้ ้ชู ่วยผู้ว่าการ, ผู้อานวยการฝา่ ย, ผอู้ านวยการกอง, ผู้จดั การการไฟฟ้า

ส่วนภูมิภาคชั้น 1-3 และผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา เป็นผู้มีอานาจอนุมัติเบิกจ่าย ค่าพวงหรีด
หรือดอกไม้เคารพศพพนักงำน หรือบุพกำรี โดยตรงของพนักงำน หรือหัวหน้าหน่วยราชการใน
ต่างจังหวัด หรือบุคคลอื่นที่เสียชีวิตจากการป้องกันรักษาความมั่นคงในนาม กฟภ. โดยเบิกจ่ายจากเงิน
รายได้ของการไฟฟา้ น้ัน ๆ
3. กรณหี นว่ ยงานมีลูกจ้ำง กฟภ. เสยี ชวี ิต ให้จดั พวงหรีดหรือดอกไม้เคารพศพในนามการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค
ภายในวงเงินเท่าที่จ่ายจริงแต่ไม่เกินรายละ 1,500.- บาท จากงบทาการ โดยหน่วยงานในสังกัดการไฟฟา้
เขต ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ, ผู้อานวยการฝ่าย, ผู้อานวยการกอง, ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคช้ัน 1-3 และ
ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคสาขา เป็นผู้มีอานาจอนุมัติเบิกจ่าย จากเงินรายได้การไฟฟ้าน้ัน ๆ (กสก.
(สป.)947/2564 ลว.29 เม.ย.2564)
4. ให้ใช้แบบฟอร์มขอรับเงินค่าจัดพวงหรีดหรือดอกไม้เคารพศพ พนักงาน/บุพการี/ลูกจ้าง ในนาม กฟภ.
(สก.12 - ร.64) (กสก.(สป.)857/2564 ลว.9 เม.ย.2564) โดยไม่ต้องจัดทารายงานขอซ้ือขอจ้าง/รายงาน
ผลการพิจารณาและขออนุมัตสิ ั่งซือ้ อีก
5. ใหเ้ บิกจ่ายได้เฉพาะการไฟฟ้าทเ่ี ปน็ หนว่ ยงานต้นสังกดั ของพนักงาน/ลูกจ้างเท่าน้นั
6. กรณผี เู้ สยี ชีวติ สังกดั การไฟฟา้ จดุ รวมงานทมี่ ที ี่ตั้งในจังหวัดเดยี วกับ สานกั งานเขต ให้ผ้ชู ว่ ยผวู้ า่ การ เปน็ ผู้
เบกิ จา่ ย
7. กรณีมีบุตรปฏบิ ัตงิ านอยู่ กฟภ. มากกวา่ 1 คน ให้มผี ้ใู ช้สิทธใิ นการเบกิ ไดเ้ พียงคนเดยี ว
8. กรณพี นักงานเสียชวี ิต และมีบตุ รปฏิบตั งิ านที่ กฟภ. ให้เบกิ จากตน้ สังกดั ของพนักงานที่เสยี ชีวิต

72

หลกั เกณฑ์กำรเป็นเจำ้ ภำพจัดพธิ ที ำงศำสนำใหก้ ับพนกั งำน กฟภ. กรณีเสียชีวิต
(สร.(ปร.)668/2543 ลว.6 พ.ย. 2543)

1. ให้ทุกหน่วยงาน ตั้งแต่ระดับการไฟฟ้าช้ัน 1-3 หรือระดับกองข้ึนไป ตามแต่กรณี เป็นเจ้าภาพจัดพิธีทาง
ศาสนาใหแ้ ก่พนกั งานในสงั กัดท่เี สียชีวิต ดงั น้ี
1.1 เป็นเจ้าภาพจัดพิธีทางศาสนาในนามการไฟฟ้าส่วนภมู ิภาค โดยเบิกจ่ายจากงบทาการ เป็นค่าใช้จ่าย
รายละ 5,000.- บาท
1.2 จัดพวงหรีดหรือดอกไม้เคารพศพในนามการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค โดยเบิกจ่ายจากงบทาการ เป็น
คา่ ใช้จ่ายรายละไม่เกิน 500.- บาท

2. การอนุมัตใิ หย้ มื เงินทดรองจ่ายและอนุมัตเิ บิกจ่าย ในส่วนภูมิภาค ใหผ้ ู้ช่วยผู้วา่ การ ผ้อู านวยการกอง และ
ผู้จดั การการไฟฟ้าช้ัน 1-3 เป็นผ้อู นุมตั ติ ามขอ้ 1 โดยเบิกจ่ายจากเงนิ รายได้การไฟฟ้าน้ัน ๆ

3. การเป็นเจา้ ภาพใหแ้ ก่พนกั งานท่ีเสยี ชวี ิตจะตอ้ งดาเนินการดงั น้ี
3.1 ให้หน่วยงานต้นสังกัดของพนักงานผู้เสียชีวิต แจ้งผู้มีอานาจอนุมัติ ตามข้อ 2 โดยเร็ว (ภายในช่วง
กาหนดพิธกี ารทางศาสนา)
3.2 กรณไี มม่ ที ายาทหรอื ผ้จู ัดการศพ ให้ผบู้ ังคบั บัญชาหนว่ ยงานเป็นผู้จดั การศพแทน
3.3 ให้ทายาทหรือผู้จัดการศพของพนักงานผู้เสียชีวิตลงชื่อผู้รับเงินในใบสาคัญจ่ายเงินพร้อมแนบสาเนา
ใบมรณบตั ร เพอ่ื ใช้เปน็ เอกสารในการเบกิ – จ่ายเงิน

4. กรณีที่หน่วยงานต้นสังกัดไม่สามารถเป็นเจ้าภาพพิธีทางศาสนาแก่พนักงานที่เสียชีวิต ให้เสนอขออนุมัติ
ผชู้ ่วยผู้วา่ การ เปน็ ราย ๆ ไป

5. กรณดี งั ต่อไปนี้ ห้ามเป็นเจา้ ภาพในงานพธิ ีทางศาสนา
5.1 ตายระหว่างถกู สง่ั พักงาน
5.2 ตายระหว่างละท้ิงหน้าที่การงาน

73

ค่ำพวงมำลำหรอื พำนพมุ่ ของ กฟฟ.ตำ่ ง ๆ ในสว่ นภมู ิภำค
(ตภ.1390 ลว.10 ก.ค.2539)

1. ให้ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือ ผู้จัดการของ กฟฟ.ในท้องถิ่นนั้น มีอานาจอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าพวงมาลาหรือพาน
พ่มุ ประดบั ดอกไมเ้ พ่ือใช้ในงานพิธีตา่ ง ๆ ในจานวนเงนิ เทา่ ท่ีจ่ายจรงิ ครั้งละไม่เกิน 2,000.- บาท

2. ใหเ้ บิกจา่ ยจากเงนิ หมนุ เวียนเขต หรอื จากเงินรายไดข้ อง กฟฟ.ตน้ สังกดั เพยี งแห่งเดยี วในนาม กฟภ.

74

ระเบียบกำรไฟฟ้ำส่วนภมู ภิ ำค
ว่ำดว้ ยกำรจ่ำยสินบนและเงนิ รำงวลั ใหแ้ กผ่ ้นู ำจับ
หรือผู้จบั ผู้กระทำผดิ ลักอุปกรณ์ระบบไฟฟำ้ พ.ศ. 2546

1. ในระเบียบนี้

1.1 เงินสนิ บน หมายความวา่ เงนิ ที่จ่ายให้แกบ่ ุคคลผู้นาจับ

1.2 เงนิ รางวลั หมายความวา่ เงินทีจ่ ่ายใหแ้ ก่บุคคลผ้ซู ่งึ จับกุมผูก้ ระทาผดิ

1.3 ผนู้ าจับ หมายความว่า บุคคลที่นาความมาแจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ีให้ทาการ

จับกุมผู้กระทาผิดลักอุปกรณร์ ะบบไฟฟา้

1.4 ผจู้ บั หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตารวจ หรือบุคคลที่มีอานาจจับ

ตามกฎหมาย เปน็ ผูจ้ ับกมุ ผู้กระทาผิด

1.5 พนักงานเจา้ หน้าที่ หมายความว่า พนักงานฝ่ายปกครอง หรือตารวจหรือพนักงานของการ

ไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค

1.6 อุปกรณ์ระบบไฟฟ้า หมายความว่า อุปกรณ์ของระบบไฟฟ้าที่ติดต้ังไว้แล้ว อันประกอบด้วย เสา

สายไฟฟา้ หม้อแปลงไฟฟา้ มิเตอร์ และสว่ นประกอบอืน่ ๆ

2. การจ่ายเงินสินบนแก่ผู้นาจับ และเงินรางวัลแก่ผู้จับผู้กระทาผิดลักอุปกรณ์ระบบไฟฟ้าแต่ละคร้ัง จะจ่าย

ให้เม่ือตรวจสอบแล้ว ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าผู้ถูกจับกระทาผิดจริง และได้มีการย่ืนฟ้องบุคคลดังกล่าว

ตอ่ ศาลแลว้

3. เงินสนิ บนและเงินรางวลั

3.1 ผู้นาจบั จ่ายเงินสนิ บนให้ 2,000.- บาท

3.2 ผจู้ บั จา่ ยเงนิ รางวลั ให้ 2,000.- บาท

4. การจับผู้กระทาผิดแต่ละคร้ัง ถ้ามีผู้นาจับหลายคนจะพิจารณาจ่ายเงินสินบนให้แก่ผู้นาจับคนแรกเท่านั้น

ถ้ามผี ้นู าจบั หลายคนพร้อมกันจะพิจารณาแบ่งจา่ ยเงินสนิ บนตามส่วน

5. ในการจับผู้กระทาผดิ แต่ละครงั้ ถ้ามผี จู้ ับหลายคนจะพิจารณาแบ่งจ่ายเงนิ รางวลั ตามสว่ น

6. อานาจอนุมัติสั่งจ่ายเงินสินบนหรือเงินรางวัล เป็นอานาจของผู้ช่วยผู้ว่าการ ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3

หรือผู้รกั ษาการแทนตาแหน่งดังกล่าว

75

ระเบียบกำรไฟฟ้ำสว่ นภมู ภิ ำค
ว่ำด้วยกำรจำ่ ยเงนิ รำงวัล ให้แกผ่ ้แู จง้
และผู้ตรวจสอบกำรละเมิดกำรใชไ้ ฟฟ้ำ พ.ศ. 2546

1. ในระเบยี บน้ี

1.1 เงนิ รางวัล หมายความว่า เงนิ ที่จา่ ยใหแ้ ก่ผู้แจ้งหรอื ผตู้ รวจสอบการละเมดิ การใช้ไฟฟ้า

1.2 ผู้แจ้ง หมายความวา่ บุคคลทบี่ อกกลา่ วใหท้ ราบว่ามีการละเมิดการใชไ้ ฟฟา้

1.3 ผตู้ รวจสอบ หมายความว่า พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค ผู้ตรวจสอบการละเมดิ การใชไ้ ฟฟ้า

1.4 การละเมิดการใช้ไฟฟ้า หมายความว่า การกระทาใด ๆ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ต่ออุปกรณ์ระบบ

ไฟฟ้า และหรอื มเิ ตอร์ และหรอื อุปกรณป์ ระกอบมิเตอร์ และหรอื เครื่องหมายหรือตราของการไฟฟ้า

สว่ นภมู ภิ าค และหรือการตอ่ ไฟตรงโดยไมผ่ า่ นมเิ ตอร์

2. วิธปี ฏบิ ัตเิ กย่ี วกับการแจง้

2.1 แจง้ ดว้ ยการส่งหนงั สอื ผแู้ จง้ จะต้องทาเปน็ หนงั สือลงวัน เดอื น ปี ที่เขียนพร้อมทอ่ี ยู่ของผูแ้ จ้ง และลง

ชื่อ ชอ่ื สกุลทช่ี ัดเจน กากบั ไวเ้ ป็นหลักฐานสง่ ถงึ สานกั งานการไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าคในพื้นที่ โดยระบุท่ีอยู่

หรอื หมายเลขผใู้ ช้ไฟฟ้าของผกู้ ระทาการละเมดิ การใช้ไฟฟา้ หรอื ผู้ไดร้ บั ประโยชน์จากการละเมิดการ

ใชไ้ ฟฟา้

2.2 แจ้งดว้ ยตนเอง ผู้แจง้ จะตอ้ งติดต่อกับพนกั งานของการไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าคด้วยตนเอง ณ สานกั งานการ

ไฟฟ้าส่วนภูมิภาคในพื้นที่ ซ่ึงพนักงานจะได้บันทึกข้อความที่แจ้ง และลงวัน เดือน ปี พร้อมทั้งที่อยู่

ของผแู้ จง้ และผ้กู ระทาการละเมิดการใช้ไฟฟ้าหรือผู้ไดร้ ับประโยชนจ์ ากการละเมิดการใชไ้ ฟฟ้า และ

ให้ผแู้ จง้ ลงลายมือชื่อไวเ้ ปน็ สาคญั

2.3 แจ้งด้วยวาจา ผู้แจ้งจะต้องติดต่อโดยตรงกับผู้ว่าการ รองผู้ว่าการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือผู้จัดการการ

ไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าค

3. จ่ายเงนิ รางวัลใหแ้ กผ่ ้แู จง้ ตามขนาดมเิ ตอร์ ดังน้ี

3.1 มิเตอร์ไฟฟ้าขนาดไม่เกนิ 30 แอมปแ์ ปร์ 1 เฟส จา่ ยให้ 500.- บาท

3.2 มิเตอรไ์ ฟฟา้ ขนาดเกนิ กว่า 30 แอมป์แปร์ 1 เฟส จา่ ยให้ 1,000.- บาท

3.3 มเิ ตอรไ์ ฟฟ้าชนิด 3 เฟส จา่ ยให้ 1,000.- บาท

3.4 มิเตอรไ์ ฟฟา้ ชนดิ มีค่าความตอ้ งการพลังไฟฟา้ จ่ายให้ 2,000.- บาท

4. จา่ ยเงินรางวัลใหแ้ ก่ผู้ตรวจสอบตามขนาดมิเตอร์ ดงั นี้

4.1 มิเตอรไ์ ฟฟา้ ขนาดไมเ่ กิน 30 แอมป์แปร์ 1 เฟส จา่ ยให้ 100.- บาท

4.2 มิเตอรไ์ ฟฟา้ ขนาดเกินกวา่ 30 แอมป์แปร์ 1 เฟส จา่ ยให้ 200.- บาท

4.3 มิเตอรไ์ ฟฟา้ ชนดิ 3 เฟส จา่ ยให้ 200.- บาท

4.4 มเิ ตอร์ไฟฟา้ ชนิดมคี ่าความตอ้ งการพลังไฟฟา้ จ่ายให้ 400.- บาท

5. การจ่ายเงินรางวัลตามข้อ 3 และ 4 กรณีละเมิดการใช้ไฟฟ้าด้วยการต่อไฟตรงโดยไม่ผ่านมิเตอร์ การ

จา่ ยเงินรางวลั ให้จา่ ยตามขนาดมิเตอรท์ ก่ี ารไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าคประเมินเรยี กคา่ เบี้ยปรับ

76

6. การจ่ายเงินรางวัลตามข้อ 3 – 5 จะจ่ายให้ภายหลังจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้รับเงินค่าเบ้ียปรับจาก
ผู้กระทาการละเมดิ การใช้ไฟฟ้า หรือผูไ้ ด้รบั ประโยชน์จากการละเมดิ การใช้ไฟฟ้า แล้วแต่กรณี และพิสจู น์
เปน็ ทแี่ น่ชัดแล้วว่า ผู้ควรไดร้ ับเงนิ รางวัลเป็นผู้แจง้ หรือผตู้ รวจสอบตามระเบียบน้ีจรงิ

7. กรณีผูก้ ระทาการละเมิดการใช้ไฟฟ้า หรอื ผไู้ ดร้ บั ประโยชนจ์ ากการละเมิดการใช้ไฟฟ้าไม่ยนิ ยอมชดใช้เงิน
ค่าเบย้ี ปรับ และการไฟฟา้ ส่วนภูมิภาคได้ดาเนินคดี จนศาลมีคาพิพากษาถงึ ทส่ี ุดใหล้ งโทษผู้น้นั แลว้ จงึ จะ
จา่ ยเงนิ รางวลั ให้

8. กรณีท่ีการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ติดตามจับกุมผู้รับจ้างกระทาการละเมิดการใช้ไฟฟ้าพร้อมด้วยหลักฐานจน
สามารถดาเนินคดี และศาลมีคาพิพากษาถึงท่ีสุดให้ลงโทษผู้นั้นแล้ว จึงจะจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้แจ้ง เป็น
จานวนเงนิ 5,000.- บาท

9. กรณีที่มีผู้แจ้งหรือผู้ตรวจสอบหลายคนเก่ียวกับการกระทาการละเมิดการใช้ไฟฟ้ารายเดียวกัน จะ
พิจารณาจ่ายเงินรางวัลให้แก่ผู้แจ้งหรือผู้ตรวจสอบคนแรกก่อนเท่านั้น ถ้ามีผู้แจ้งหรือผู้ตรวจสอบในเวลา
เดียวพรอ้ มกันหลายคน ผูแ้ จง้ หรอื ผตู้ รวจสอบแต่ละคนมสี ทิ ธิไดร้ ับเงินรางวลั ตามสว่ น

10. อานาจอนุมัติส่ังจ่ายเงินรางวลั เป็นอานาจของผู้ช่วยผู้วา่ การ ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3 หรือผู้รักษาการ
แทนตาแหน่งดงั กล่าว

77

ระเบียบกำรไฟฟำ้ ส่วนภูมภิ ำค
ว่ำด้วยกำรละเมิดทรพั ย์สนิ ระบบไฟฟำ้ พ.ศ. 2563

1. ในระเบียบน้ี
1.1 การละเมิดทรพั ย์สินระบบไฟฟ้า หมายความวา่ การกระทาใด ๆ โดยมชิ อบด้วยกฎหมายต่อทรัพย์สิน
ระบบไฟฟา้
1.2 ทรัพย์สินระบบไฟฟ้า หมายความว่า ระบบจาหน่ายไฟฟ้า ระบบสายส่งรวมถึงอุปกรณ์ประก อบ
มิเตอร์และอุปกรณ์ประกอบ หม้อแปลงและอุปกรณ์ประกอบ สถานีไฟฟ้า และระบบผลิต
กระแสไฟฟ้า ซ่ึงท้ังหมดเปน็ ทรัพย์สนิ ของการไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค
1.3 ทรัพย์สินอื่น หมายความว่า ทรัพย์สินอื่นใดของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคนอกจากทรัพย์สินระบบไฟฟา้
อาคารและส่ิงปลกู สร้าง ทรัพย์สินหรอื อุปกรณใ์ นระบบสือ่ สาร

2. อานาจอนุมตั เิ รยี กเกบ็ ค่าเสยี หาย
2.1 ผูจ้ ัดการการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาคสาขา หรอื ผ้รู กั ษาการแทน วงเงนิ ไม่เกนิ 50,000.- บาท
2.2 ผู้จัดการการไฟฟา้ สว่ นภูมิภาคชนั้ 2 และ 3, ผู้อานวยการกองในสงั กัดการไฟฟา้ สว่ นภมู ภิ าคเขต หรือ
ผู้รักษาการแทน วงเวนิ ไม่เกิน 500,000.- บาท
2.3 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชั้น 1 ผู้อานวยการฝ่ายบัญชีและพลังงานไฟฟ้าหรือผู้รักษาการแทน
วงเวนิ ไมเ่ กนิ 1,800,000.- บาท
2.4 ผชู้ ่วยผู้วา่ การ หรอื ผรู้ ักษาการแทน วงเงนิ เกนิ กวา่ 1,800,000.- บาท

3. อานาจการผ่อนชาระ
3.1 กรณีผู้กระทาละเมิดขอผ่อนผันการชาระเงินโดยวิธีผ่อนชาระเงินเป็นงวด ๆ ให้ผู้มีอานาจตามข้อ 2
เป็นผู้มีอานาจในการพิจารณาผอ่ นผันการชาระเงนิ
3.2 ผจู้ ดั การการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าคสาขา หรือผรู้ ักษาการแทน ให้ผ่อนชาระไดไ้ ม่เกิน 6 เดือน
3.3 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภมู ภิ าคชน้ั 2 และ 3, ผู้อานวยการกองในสงั กัดการไฟฟ้าส่วนภมู ิภาคเขต หรอื
ผรู้ กั ษาการแทน ใหผ้ ่อนชาระได้ไม่เกนิ 12 เดอื น
3.4 ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ชั้น 1 ผู้อานวยการฝ่ายบัญชีและพลังงานไฟฟ้าหรือผู้รักษาการแทน
ใหผ้ ่อนชาระไดไ้ มเ่ กิน 18 เดือน
3.5 ผชู้ ่วยผวู้ ่าการ หรอื ผรู้ ักษาการแทน ใหผ้ ่อนชาระได้ไมเ่ กิน 24 เดอื น
3.6 รองผู้ว่าการการไฟฟ้าภาค 1-4 ให้ผ่อนชาระได้เกิน 24 เดือน และหรือไม่เป็นไปตามท่ีกาหนดใน
ระเบียบน้ี
3.7 วิธีการผ่อนชาระค่าเสียหาย ให้ทาหนังสือขอผ่อนผันชาระค่าเสียหาย โดยต้องกาหนดระยะเวลาท่ี
ผ่อนชาระท่ีแน่นอน และในกรณีค่าเสียหายเกินกว่า 300,000.- บาท ให้มีหลักประกันในการผ่อน
ชาระ เช่น ผู้ค้าประกัน (บุคคล) , หนังสือสัญญาค้าประกันของธนาคารในวงเงินที่ขอผ่อนชาระ หรือ
หลกั ทรัพยอ์ ่ืน ๆ

78

4. การคืนเงิน
หากปรากฏว่าวงเงินค่าเสียหายที่ผู้กระทาละเมิด ได้ชาระล่วงหน้าสูงกว่าวงเงินท่ีอนุมัติก็ให้ผู้มีอานาจ
อนุมัติเรียกเก็บค่าเสียหายตามข้อ 2 หรือสานักกฎหมาย เป็นผู้มีอานาจอนุมัติคืนเงินส่วนที่เกินให้กับ
ผู้กระทาละเมิดได้ โดยให้ทาหลักฐานเปน็ หนงั สือไว้ด้วย

79

คำสงั่ กำรไฟฟ้ำสว่ นภมู ภิ ำค
ที่ พ.(ม)79/2558

เร่ือง มอบอำนำจอนุมตั กิ ำรผอ่ นชำระค่ำเสียหำย

กรณีพนกั งานผู้ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหาย ขอผ่อนชาระค่าเสียหายต่อการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค จึงมอบ
อานาจให้ผู้บังคับบัญชาทุกสายงานตามลาดับช้ันของผู้ต้องรับผิดชดใช้ เป็นผู้พิจารณาอนุมัติการผ่อนชาระ
คา่ เสยี หายเป็นงวด ๆ แทนผู้ว่าการได้ และต้องมีหลักเกณฑด์ ังนี้คือ จดั ให้มีผู้คา้ ประกันในการผ่อนชาระ และ
การขอผ่อนชาระตอ้ งไมน่ ้อยกว่าร้อยละสบิ ของเงินเดือน หากการผ่อนชาระไม่เสรจ็ สิน้ ภายใน 1 ปี ก็ใหน้ าเงิน
โบนสั อกี รอ้ ยละย่ีสิบหา้ มาผ่อนชาระดว้ ย และในการผ่อนชาระทั้งหมดต้องชาระให้ครบถว้ นก่อนวันพ้นสภาพ
การเป็นพนักงานภายในในวงเงินค่าเสยี หาย ดงั ตอ่ ไปน้ี

1. ผู้อานวยการกอง ผู้จัดการการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือหัวหน้าหน่วยงานท่ีเทียบเท่าระดับกอง หรือผู้
รกั ษาการแทน วงเงินค่าเสยี หายไมเ่ กนิ 100,000.- บาท

2. ผูอ้ านวยการฝ่าย หรอื ผรู้ ักษาการแทน วงเงินคา่ เสียหายไม่เกนิ 200,000.- บาท
3. ผู้ช่วยผูว้ า่ การ หรือผู้รักษาการแทน วงเงินคา่ เสียหายไมเ่ กิน 500,000.- บาท
4. รองผวู้ ่าการ หรือผรู้ กั ษาการแทน วงเงินค่าเสียหายไมเ่ กนิ 1,000,000.- บาท
5. ผวู้ า่ การ หรอื ผูท้ ี่ผวู้ ่าการมอบหมาย วงเงินคา่ เสียหายเกนิ 1,000,000.- บาท
6. หากการขอผ่อนชาระค่าเสียหายรายใดไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์การผ่อนชาระดังกล่าวข้างต้น และ

วงเงินค่าเสียหายไม่เกิน 1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ให้รองผู้ว่าการ ซ่ึงเป็นผู้บังคับบัญชา
ตามสายงานของพนักงานผู้ขอผ่อนชาระค่าเสียหายเป็นผู้พิจารณาอนุมัติ ถ้าวงเงินค่าเสียหายเกิน
1,000,000.- บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ให้เสนอผู้ว่าการ หรือผู้ที่ผู้ว่าการมอบหมาย เป็นผู้พิจารณา
อนุมัติ เมื่อผู้มีอานาจดังกล่าวข้างต้นได้พิจารณาอนุมัติการผ่อนชาระแล้ว ให้รายงานผู้ว่าการ ทราบ
ดว้ ย

80

หลักเกณฑแ์ ละวธิ ีปฏบิ ัติในกำรปรับปรุงค่ำไฟฟ้ำ กรณีมิเตอร์อำ่ นค่ำคลำดเคลือ่ น
และหรอื อุปกรณ์ประกอบมิเตอรช์ ำรดุ หรือกรณอี ่นื ๆ พ.ศ. 2559

1. การคดิ ดอกเบยี้ หรือไม่คิดดอกเบ้ียเงินผอ่ นชาระ
1.1 กรณีผใู้ ชไ้ ฟฟา้ กระทาการละเมดิ การใชไ้ ฟฟา้ หรือสาเหตเุ กิดจากการกระทาของผใู้ ชไ้ ฟฟ้า ใหค้ ิด
ดอกเบ้ียเงนิ ผอ่ นชาระร้อยละ 15 ตอ่ ปี ท้งั น้ี ให้จัดทาหนังสือรบั สภาพหน้ีตามแบบฟอร์มท่ี กฟภ.
กาหนด (ศฟ.4/2559-ป.59 กรณลี ะเมดิ การใช้ไฟฟา้ ตามภาคผนวก ค)
1.2 กรณคี า่ ไฟฟา้ คลาดเคลื่อนจากสาเหตอุ น่ื ๆ เชน่ มิเตอร์ชารุด ใช้ตัวคณู ผิด คดิ ค่าไฟฟ้าผิด ฯลฯ ซึ่ง
มิใช่ความผดิ ของผ้ใู ชไ้ ฟฟ้าไม่คดิ ดอกเบี้ยในการผ่อนชาระ ท้งั นี้ ใหจ้ ดั ทาหนังสือรบั สภาพหนตี้ าม
แบบฟอร์มท่ี กฟภ. กาหนด (ศฟ.3/2559-ป.59 ตามภาคผนวก ค) เวน้ แต่ การผอ่ นชาระไม่เป็นไป
ตามเง่ือนไขในหนงั สอื รบั สภาพหน้ี

2. อานาจ วงเงนิ ระยะเวลา ในการผอ่ นชาระ
2.1 ผจู้ ัดการการไฟฟา้ สาขา หรือผรู้ ักษาการแทน วงเงินไม่เกนิ 50,000.- บาท ใหผ้ ่อนชาระได้ไม่เกิน 12
เดอื น
2.2 ผู้จดั การการไฟฟ้าชนั้ 2,3 หรือผู้รักษาการแทน วงเงินไมเ่ กิน 500,000.- บาท ให้ผอ่ นชาระได้ไม่เกิน
18 เดอื น
2.3 ผจู้ ัดการการไฟฟ้าชัน้ 1 หรือผอู้ านวจการฝ่ายบญั ชแี ละพลังงานไฟฟา้ หรือผู้รักษาการแทน วงเงนิ ไม่
เกนิ 3,000,000.- บาท ให้ผ่อนชาระได้ไม่เกิน 24 เดือน
2.4 ผูช้ ่วยผูว้ า่ การ หรอื ผรู้ กั ษาการแทน วงเงนิ ไมเ่ กิน 5,000,000.- บาท ให้ผอ่ นชาระไดไ้ ม่เกนิ 36 เดอื น
2.5 กรณีนอกเหนอื จากข้อ 2.1 – 2.4 ใหร้ องผูว้ า่ การจาหนา่ ยและบรกิ าร (ภาค 1 – 4 ) หรือผรู้ กั ษาการ
แทนมีอานาจอนุมัติ

81

คำส่ังกำรไฟฟ้ำส่วนภูมภิ ำค
ท่ี พ.(ท)7/2562 เรอ่ื งกำรจ่ำยคำ่ เบีย้ เลย้ี งพเิ ศษ ให้แกเ่ จ้ำพนักงำน

ทร่ี ่วมปฏิบตั งิ ำนให้กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมภิ ำค

1. เจ้าพนกั งานหมายถึง เจ้าหนา้ ทตี ารวจ ทหาร หรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครอง
2. ค่าเบ้ียเล้ียงตามคาสั่งนี้ถือว่าเป็นเงินที่จ่ายให้กรณีพิเศษนอกเหนือจากค่าเบี้ยเล้ียงที่จ่ายให้แก่พนักงาน

การไฟฟา้ สว่ นภมู ิภาค และจ่ายให้แก่
2.1 เจ้าพนักงานที่ไปร่วมตรวจสอบระบบสายส่งหรือระบบจาหน่ายหรือกรณีไปร่วมงดจ่ายกระแสไฟฟ้า

เฉพาะสถานทีท่ ีไ่ ม่มคี วามปลอดภยั เพียงพอเทา่ น้ัน
2.2 เจ้าพนักงานท่ีร่วมปฏิบัติงานอานวยความสะดวกด้านการจราจรในการก่อสร้างหรืองานซ่อมแซม

ระบบสายส่งหรอื ระบบจาหน่าย โดยผู้ปฏิบัตไิ ดด้ าเนินการตามมาตรการดา้ นความปลอดภยั แลว้ ยงั มี
ความจาเป็นต้องขอให้เจ้าพนักงานมาอานวยความสะดวกด้านการจราจร เฉพาะแห่งท่ีมีการจราจร
คบั ค่งั
3. การรอ้ งขอใหเ้ จา้ พนกั งานร่วมปฏบิ ัตงิ าน ให้ทาหลกั ฐานเปน็ หนงั สอื ทกุ ครั้ง
4. คา่ เบีย้ เลย้ี งพิเศษให้จา่ ยวันละ 500.- บาทตอ่ คน
5. ใหผ้ จู้ ดั การการไฟฟา้ มีอานาจอนมุ ัติสั่งจ่ายเงิน

82

กำรจ่ำยเบยี้ เลยี้ งพเิ ศษให้แก่เจำ้ พนกั งำน
ทเ่ี ขำ้ ร่วมตรวจสอบมิเตอร์ บรรจหุ บี ห่อ/เก็บหลกั ฐำน หรือเป็นพยำน

(ระเบียบว่ำด้วยกำรตรวจสอบมิเตอร์และมำตรกำรปอ้ งกันกำรละเมิดกำรใชไ้ ฟฟำ้ พ.ศ. 2559)

1. เจา้ พนกั งานหมายถงึ เจ้าหน้าทต่ี ารวจ/พนกั งานฝ่ายปกครอง/ผ้ตู รวจสอบ
2. จ่ายเบี้ยเล้ียงพิเศษให้แก่เจ้าพนักงานที่ร่วมปฏิบัติงานให้การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค เจ้าพนักงานท่ีเข้าร่วม

ตรวจสอบมิเตอร์ บรรจุหีบห่อ/เก็บหลักฐาน หรือเป็นพยาน เมื่อมีการละเมิดการใช้ไฟฟ้าหรือร่วมกับ
พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคปฏบิ ัติงานตรวจการใช้ไฟฟ้า ไม่ว่าจะพบการละเมิดการใช้ไฟฟ้าหรอื ไม่
กต็ าม
3. ค่าเบยี้ เลีย้ งพเิ ศษในการรว่ มตรวจสอบครงั้ ละ 500.- บาทต่อคน
4. กรณีต้องนาส่งวัตถุพยานที่เก่ียวข้องกับการกระทาละเมิดการใช้ไฟฟ้าให้สานักงานพิสูจน์หลักฐานตารวจ
กฟภ. จะสนับสนุนค่าใชจ้ ่ายในการนาส่งวตั ถุพยานดังกลา่ ว ใหก้ บั เจ้าหน้าทตี่ ารวจตามความเป็นจริงแต่ไม่
เกนิ 3,000.- บาท
5. ใหผ้ ูจ้ ดั การการไฟฟ้า มีอานาจอนมุ ตั แิ ละส่งั จา่ ยเงิน
6. เอกสารประกอบการเบิกจา่ ยเบ้อื งตน้
6.1 สาเนาบัตรประจาตัวเจา้ หนา้ ทีต่ ารวจหรือเจ้าพนักงานฝ่ายปกครองทรี่ ว่ มเปน็ พยานในการตรวจสอบ

มิเตอร์
6.2 สาเนาบนั ทกึ การตรวจสอบมเิ ตอร์
6.3 บนั ทกึ ขออนุมัติเบิกเบยี้ เลยี้ งกรณเี จ้าหน้าทต่ี ารวจ/พนกั งานฝา่ ยปกครอง รว่ มปฏบิ ัติงานให้การ

ไฟฟ้าสว่ นภมู ภิ าค

83

ระเบยี บกำรไฟฟำ้ สว่ นภมู ิภำค
วำ่ ด้วยกำรจ้ำงพำหนะจำกบคุ คลภำยนอก พ.ศ. 2546

1. ในระเบียบนี้
1.1 การจ้าง หมายความวา่ การจา้ งพาหนะของบุคคลภายนอกเพ่ือบริการขนส่งบุคคล และหรอื เครื่องมือ
เครอ่ื งใช้ วัสดุอปุ กรณ์ เพ่อื การปฏิบตั ิงานของการไฟฟ้าส่วนภูมภิ าค แต่ไมร่ วมถึงการจ้างพาหนะของ
องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์เพื่อบริการขนยา้ ยสิ่งของและพัสดุภัณฑ์ของการไฟฟ้าสว่ นภูมิภาค
ตามมติคณะรฐั มนตรีที่ไดก้ าหนดไว้
1.2 พาหนะ หมายความว่า รถยนต์ รถจักรยานยนต์ เรือ หรือพาหนะอนื่ ๆ ของบคุ คลภายนอก
1.3 บุคคลภายนอก หมายความว่า นิติบุคคล หรือบุคคลที่มิใช่พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือสามี/
ภรรยา บิดา มารดา และบุตรของพนักงานผนู้ ้ันดว้ ย

2. ลกั ษณะงานทีจ่ ้างพาหนะจากบคุ คลภายนอก มดี ังนี้
2.1 งานกอ่ สรา้ งหรือซ่อมแซมระบบไฟฟ้า
2.2 งานตรวจไลนฉ์ กุ เฉนิ หรือแก้กระแสไฟฟา้ ขัดข้อง
2.3 งานทีเ่ กี่ยวกับมิเตอร์
2.4 งานเร่งด่วน หรืองานอ่ืนใดท่ีจาเป็นต้องใช้พาหนะและผู้ปฏิบัติงานนั้นต้องเดินทางไปและหรือกลับ
จากหนว่ ยงานต้นสังกัดเป็นครง้ั คราว

3. ให้ผบู้ งั คับบญั ชาหน่วยงานพิจารณาความจาเปน็ และความเหมาะสมดังนี้
3.1 เปน็ งานเรง่ ดว่ นฉกุ เฉิน ถ้าทงิ้ ไวอ้ าจก่อให้เกดิ ความเสียหายแก่กจิ การของ กฟภ. หรอื
3.2 ปรมิ าณของงานท่ีจะต้องออกไปปฏิบัติได้รับผลคุ้มค่าเพียงพอกบั คา่ ใช้จ่ายในการจ้างพาหนะ หรือ
3.3 ทอ้ งท่ีท่ีไปปฏบิ ตั ิงานจาเปน็ ต้องใชพ้ าหนะนอกเหนือจากที่การไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าคไดจ้ ัดให้แลว้

4. การคิดค่าจ้าง ให้พิจารณาราคาจ้างคร้ังหลังสุดท่ีเคยจ้าง แต่ถ้างานน้ันยังไม่เคยจ้างก็ให้ประมาณราคา
ค่าจ้างเท่าที่สืบทราบ หรือประมาณได้ไว้ด้วย ท้ังนี้ให้คิดอัตราค่าจ้างแบบเหมารวมทั้งค่าจ้างและผู้ขับขี่
เชน่ คา่ รถราคาวนั ละ 1,000 บาท คา่ ผ้ขู ับข่ี 500 บาท ค่านา้ มนั 700 บาท รวมท้ังสิน้ 2,200 บาท ดังน้ัน
ราคาจ้างในการขออนุมตั ิจา้ งคือ 2,200 บาท/วนั

5. ให้ผู้รับจ้างเป็นผู้จัดหาผู้ขับข่ี และรับผิดชอบในการบารุงรักษาพาหนะ ตลอดจนค่าใช้จ่ายท้ังหมด โดย
กฟภ. จะไม่รบั ผิดชอบในความเสยี หายอันเกิดขน้ึ กบั พาหนะดงั กลา่ วทุกกรณี

6. ให้ระบุชือ่ หมายเลขทะเบยี นพาหนะ และสถานท่ีอยู่ของผรู้ บั จ้างที่สามารถติดตอ่ ได้ไวอ้ ย่างชัดเจน เพ่อื ใช้
เป็นหลกั ฐานประกอบการขออนมุ ตั ิจ้าง

7. ยานพาหนะที่ผู้รับจ้างนามาให้ กฟภ. ไม่ต้องเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้รับจ้างก็ได้ หากผู้รับจ้างจัดหามาให้
กฟภ. ได้ใชง้ านตามการจ้างแลว้ กฟภ.ก็จ่ายคา่ จ้างให้ผ้รู ับจ้างได้

8. อานาจในการอนุมัติส่ังจ้างและการสั่งจ่ายเงิน ให้เป็นไปตาม พรบ. การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุ
ภาครัฐ พ.ศ. 2560

9. การเชา่ ยานพาหนะเปน็ คร้ังคราว ให้ดาเนินการโดยวิธเี ฉพาะเจาะจง ตามพรบ. การจดั ซ้ือจดั จา้ งและการ
บริหารพสั ดุภาครฐั พ.ศ. 2560

84

กำรจดั ซื้อนำ้ ดมื่ สำหรับพนกั งำนในสว่ นภมู ภิ ำค

1. ถ้าท้องที่แห่งนั้นมีนา้ ประปาเข้าถึงสานักงานและนา้ สะอาดถูกต้องตามหลักเกณฑ์มาตรฐานบริโภคได้ ไม่มี
สทิ ธิทีจ่ ะขออนุมตั ิจดั ซอื้ น้าด่ืม

2. ในการขออนุมัติหลักการจัดซื้อน้าด่ืมของแต่ละ กฟฟ. ต้องส่งตัวอย่างน้าประปาให้หน่วยราชการช่วย
ตรวจสอบว่ามีคุณภาพตามเกณฑ์มาตรฐานที่จะบริโภคได้หรือไม่ หากไม่ได้ตามมาตรฐาน จึงอนุมัติจัดซื้อ
น้าดื่มได้

3. ถ้าท้องท่ีแห่งน้ันมีน้าประปาเข้าถึงสานักงาน คุณภาพน้าไม่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานไม่สะอาดพอท่ีจะนามา
บริโภคก็ให้ขออนุมัติซ้ือนา้ ใหพ้ นักงานได้ และหากภายหลังน้าประปานั้นได้ปรับปรุงให้สะอาดถูกต้องตาม
หลักเกณฑ์มาตรฐานสามารถบรโิ ภคได้ จะต้องเว้นการจดั ซ้อื ทันที ถ้าหากมีการจัดซอ้ื ต่อ ผู้อนุมัติและผู้ใช้
จะต้องรับผิดชอบ

4. ปริมาณนา้ ดื่มใหถ้ อื เกณฑ์เฉล่ียคนละ (รวมลกู จา้ ง) ไม่เกิน 2 ลิตรต่อวัน
5. การคานวณปริมาณนา้ ดมื่

5.1 ปฏบิ ัติงานเดอื นละ 22 วนั (มีวันหยดุ เสาร์-อาทิตย์) ใช้อัตรา 2 ลิตร/คน/วัน คูณด้วย 22 วัน
5.2 ปฏิบัติงานเดือนละ 30 วันหรือ 31 วัน (รวมอยู่เวรแก้ไฟ, เวรกะ) ใช้อัตรา 2 ลิตร/คน/วัน คูณด้วย

30 วัน
6. นา้ ดมื่ ทจ่ี ัดซอ้ื ให้จัดซ้ือเฉพาะขวดขนาด 20 ลิตร หรอื ขนาด 10 ลติ ร ในกรณีมเี ครือ่ งทานา้ เย็นขนาด 10

ลติ ร เทา่ น้นั
7. ให้จดั ซ้ือโดยใชเ้ งนิ หมุนเวยี นของแต่ละ กฟฟ. และเบิกจา่ ยจากงบทาการ
8. การจัดซื้อน้าด่ืมสาหรับลูกจ้าง ให้ถือปฏิบัติเช่นเดียวกับหลักเกณฑ์ของพนักงาน (กรบ.(พส)1150/2554

ลว. 18 พ.ย. 2554

85

กำรจัดซอื้ หนังสือพิมพร์ ำยวัน รำยสัปดำห์

1. วัตถุประสงค์ของการจดั ซ้ือหนังสือพิมพ์ เพื่อให้ผู้ท่ีมีหน้าที่รับผิดชอบเก่ียวกับการตรวจเช็คข่าวสารขอ้ มูล

โดยเฉพาะข่าวด้านงานบริการและเร่ืองร้องเรียนท่ีต้องช้ีแจงและแก้ไขโดยเร็ว ทาการชี้แจงข่าวกับ

สือ่ มวลชนไดท้ ันตอ่ เหตกุ ารณแ์ ละนาเสนอผบู้ รหิ ารไดร้ ับทราบได้ทันที

2. หนว่ ยงานรับผดิ ชอบดาเนินการและปริมาณจัดซ้ือ

ที่ หนว่ ยงำน หนงั สอื พิมพร์ ำยวนั ท่ัวไปและหนงั สือพิมพ์
ท้องถ่นิ รำยวนั และรำยอ่ืน ๆ

1 แผนกประชาสมั พันธ์ การไฟฟา้ ส่วนภมู ภิ าคเขต ไมเ่ กิน 35 ฉบับ/สปั ดาห์
2 แผนกบริการลูกคา้ สังกัดการไฟฟา้ สว่ นภูมิภาค ไม่เกิน 25 ฉบับ/สัปดาห์
3 แผนกบริการลกู คา้ และการตลาด สงั กัดการไฟฟ้า ไม่เกนิ 17 ฉบับ/สัปดาห์

สว่ นภมู ิภาคสาขา
3. โรงจักรพลังน้าแม่เตียน แม่ใจ แม่ยะ แม่เทย และแม่ปาย จัดซื้อหนังสือพิมพ์รายวันส่วนกลางหรือส่วน

ทอ้ งถน่ิ ไดอ้ ย่างใดอย่างหนึง่ จานวน 1 ฉบบั ต่อวนั (อนมุ ัติ ผวก. ลว.2 ม.ค.2540)

86

หลกั เกณฑก์ ำรเบิกค่ำใชจ้ ่ำยเป็นของขวัญ
ในงำนเปิดสำนกั งำนของผใู้ ชไ้ ฟเฉพำะรำย

(ชจก.250 ลว.3 มี.ค. 2538)

1. ตอ้ งเป็นการไปร่วมงานในกรณที ่ีมีบัตรเชญิ

2. เปน็ กรณีไดร้ ับเชิญไปรว่ มพธิ ีเปิดอาคารสานักงาน โรงงานหรอื กิจการใหม่ของผู้ใช้ไฟ หรือพิธีเปดิ สถานที่

ราชการ หรือสานักงานรฐั วสิ าหกิจใหม่

3. ให้เบิกจ่ายค่าแจกันดอกไม้หรือกระเช้าดอกไม้ได้ตามท่ีจ่ายจริง แต่ไม่เกินคร้ังละ 1,000.- บาท และใน

การเบกิ จา่ ยเงินให้แนบบัตรเชญิ ไปร่วมงานด้วย

4. ผมู้ ีอานาจอนุมตั ิเบิกจ่ายเงนิ

4.1 ผู้ชว่ ยผูว้ า่ การ กรณี กฟข. เป็นผ้ขู อเบกิ จา่ ยเงนิ

4.2 ผจก. กรณี กฟฟ.ชน้ั 1-3 และ กฟส. เปน็ ผูข้ อเบิกจา่ ยเงิน

5. ผู้ท่ีมีสิทธิขออนุมัติเบิกจ่ายเงินดังกล่าว ได้แก่ ผู้ช่วยผู้ว่าการ หรือ ผจก. หรือผู้ที่ไปร่วมงานในนาม กฟภ.

โดยให้เบิกไดง้ านละ 1 ครัง้ เพียงคนเดยี ว

87

ขอ้ บังคบั กำรไฟฟ้ำส่วนภูมภิ ำค
ว่ำด้วยคำ่ รับรอง พ.ศ. 2557

1. ค่ารับรอง หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการรับรองบุคคล หรือคณะบุคคลภายนอกที่มิใชพ่ นักงานการไฟฟา้

ส่วนภมู ิภาค เพอื่ ความสะดวก หรือประโยชนใ์ นกจิ การต่าง ๆ ของ กฟภ. อนั ได้แก่ ค่าอาหาร คา่ เคร่ืองดื่ม

ค่าบริการ ค่าพาหนะ ค่าที่พัก ค่าของที่ระลึก ค่าพิมพ์เอกสาร และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามสมควรแก่กรณีใน

การรบั รองน้ัน

2. ค่ารบั รองประจาหน่วยงาน หมายความว่า ค่ารับรองที่จ่ายเพ่ือการรับรองของหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ของ กฟภ.

เพอื่ เปน็ ประโยชน์ในกจิ การงานของหนว่ ยงานนนั้ ๆ

3. ใบสาคัญจ่ายเงิน หมายความว่า ใบเสร็จรับเงิน หรือเอกสารการจ่ายเงินตามแบบท่ี กฟภ. กาหนด ซึ่งผู้

เบิกใช้รับรองการจา่ ยเงนิ ในกรณที ่ีผรู้ ับเงนิ ไม่มีใบเสร็จรบั เงิน

4. ผู้มีอานาจอนุมัติและสั่งจ่ายค่ารับรองประจาหน่วยงานได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงินตามท่ีกาหนดไว้

ดงั น้ี

4.1 ผู้ช่วยผู้ว่าการ 12,000.- บาท

4.2 ผอู้ านวยการฝ่าย

ผูจ้ ัดการการไฟฟา้ ชนั้ 1 10,000.- บาท

4.3 ผูจ้ ัดการการไฟฟา้ ช้ัน 2,3 5,000.- บาท

5. การขออนุมัติเบกิ ใหร้ ะบุรายละเอยี ด เหตผุ ล และความจาเปน็ ในการจดั รบั รองประกอบดว้ ย

6. ในกรณีผู้มีอานาจตามข้อบังคับน้ี ไม่สามารถดาเนนิ การได้เพราะเหตุใดก็ตาม ให้ผู้รักษาการแทนตาแหนง่

ดังกล่าวเป็นผู้มีอานาจดาเนินการแทน กรณีไม่มีผู้รักษาการแทน หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติงานได้และไม่ได้

แต่งตงั้ ผูใ้ ดเป็นรักษาการแทนไว้ ให้ผูบ้ ังคบั บญั ชาพนักงานชนั้ เหนือตาแหนง่ ที่วา่ ง หรือทไี่ มอ่ าจปฏิบัติงาน

ได้น้ัน เป็นผู้มีอานาจอนุมัติและสั่งจ่ายค่ารับรองประจาหน่วยงานแทนได้เท่าที่จ่ายจริง แต่ไม่เกินวงเงิน

ตามอานาจอนมุ ตั ขิ องพนกั งานตาแหนง่ ทว่ี า่ งนั้น

7. ค่ารับรองที่เกิดข้ึนเดือนใด ก็ให้ถือเป็นค่าใช้จ่ายของเดือนน้ัน และในการขออนุมัติเบิกจ่ายให้แนบ

ใบสาคัญจ่ายเงนิ ดว้ ยทกุ ครัง้

8. การเบิกจ่ายค่ารับรองให้ขออนุมัติเบกิ จ่ายภายใน 10 วันทาการ นับแต่วันที่จ่ายค่ารับรอง เว้นแต่กรณีทม่ี ี

การยมื เงินทดรองจ่าย ใหด้ าเนนิ การหกั ลา้ งเงินยืมภายในกาหนดเวลาตามระเบียบวา่ ด้วยการเงนิ

9. การเบิกจ่ายค่ารับรองไปก่อนโดยเร่งด่วน เมื่อมาดาเนินการเบิกจ่ายในภายหลังวันที่จ่ายค่ารับรองไปแล้ว

ให้จัดทารายงานขอความเห็นชอบ ตาม พ.ร.บ. การจัดซ้ือจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560

(กค.(กวจ)0405.2/ว.119 ลว.7 ม.ี ค.61)

88

คำสัง่ กำรไฟฟ้ำสว่ นภูมิภำค
ที่ พ.(ท)3/2554 เรอ่ื ง หลักเกณฑ์ ข้ันตอนกำรเบกิ จ่ำย และกำรขออนมุ ตั ิค่ำใช้จ่ำย

ของสถำนีไฟฟ้ำ และโรงจักรพลงั นำ้

1. ให้ผู้จดั การการไฟฟา้ ชั้น 1-3 และ กฟส. ทกุ แห่งหรือผู้ท่ีได้รับมอบหมาย ซง่ึ มีสถานีไฟฟ้าและโรงจักรพลัง
นา้ ตงั้ อย่ใู นพ้ืนที่รับผิดชอบ สามารถดาเนนิ การแทนผู้อานวยการฝ่ายปฏบิ ตั ิการเครอื ขา่ ย

2. ค่าใช้จ่ายท่ีเกี่ยวกับสวัสดิการของพนักงานและบุคคลในครอบครัว ได้แก่ ค่ารักษาพยาบาล และค่าเล่า
เรยี นบตุ ร
2.1 พนักงานประจาสถานีไฟฟ้าหรอื โรงจกั รพลังนา้ จดั ทาใบสาคัญจ่ายเงิน ถงึ ฝา่ ยปฏิบตั กิ ารเครือข่ายเพื่อ
ตรวจสอบสทิ ธิ เน่อื งจากเปน็ สายงานบังคับบัญชาของพนักงานประจาสถานีไฟฟ้าหรือโรงจักรพลังน้า
ซึ่งมี Username และ Password และให้ผู้อานวยการฝ่ายปฏิบัติการเครือข่ายหรือผู้ที่ได้รั บ
มอบหมาย อนมุ ัติสงั่ จ่ายเงินในใบสาคัญจ่ายเงินท่ีพมิ พอ์ อกจากระบบ SAP
2.2 ใหผ้ จู้ ัดการการไฟฟา้ ช้ัน 1-3 และ กฟส. อนมุ ัติจ่ายเงินตามใบสาคัญจา่ ยเงินข้อ 2.1 ท่ผี า่ นการอนุมัติ
ส่งั จ่ายเงนิ จากฝา่ ยปฏิบัตกิ ารเครอื ข่ายแลว้
2.3 การออกหนงั สือสง่ ตวั เข้ารับการรกั ษาพยาบาลให้หน่วยงานตน้ สังกดั คือฝา่ ยปฏิบตั ิการเครือข่ายหรือผู้
ทีไ่ ด้รับมอบหมาย เป็นผู้ออกหนังสอื สง่ ตัวเข้ารบั การรกั ษาพยาบาล

3. คา่ ใช้จา่ ยในการดาเนนิ งานจัดซื้อ/จัดจา้ ง/เชา่ ทกุ ประเภท
3.1 พนกั งานประจาสถานีไฟฟ้าหรอื โรงจักรพลังน้าจดั ทา อนมุ ตั หิ ลักการ, การขอซอ้ื /ขอจ้าง/ขอเชา่ และ
การพิจารณาผลการอนุมัติสง่ั ซ้ือ/สั่งจ้าง/สงั่ เช่า ให้ผู้อานวยการฝ่ายปฏิบตั ิการเครือข่ายหรอื ผู้ท่ีไดร้ บั
มอบหมาย อนมุ ตั ิ
3.2 พนักงานประจาสถานไี ฟฟ้าหรือโรงจกั รพลังน้าจัดทาใบสาคัญจ่ายเงินเสนอขอเบกิ ค่าใชจ้ า่ ยจาก การ
ไฟฟา้ ชน้ั 1-3 หรอื กฟส. เพื่อตรวจสอบความถกู ต้องของใบสาคัญจา่ ยเงนิ ก่อนอนมุ ัตสิ ่ังจ่ายเงนิ
3.3 ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าช้ัน 1-3 และ กฟส. อนุมัติส่ังจ่ายเงินในใบสาคัญจ่ายเงินที่พิมพ์ออกจากระบบ
SAP

4. ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค หรือค่าใช้จ่ายในการดาเนินการรายเดือน เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าไฟฟ้า ค่า
ไปรษณยี ์ คา่ เก็บขยะ ค่านา้ ประปา เป็นตน้
4.1 พนักงานประจาสถานีไฟฟ้าหรือโรงจักรพลังน้าจัดทาใบสาคัญจ่ายเงินพร้อมเอกสารประกอบ เสนอ
ขออนุมัติเบิกค่าใช้จ่ายจาก การไฟฟ้าช้ัน 1-3 หรือ กฟส. เพ่ือตรวจสอบความถูกต้องของใบสาคัญ
จา่ ยเงินกอ่ นอนุมัตสิ ัง่ จา่ ยเงนิ
4.2 ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3 และ กฟส. อนุมัติส่ังจ่ายเงินในใบสาคัญจ่ายเงินท่ีพิมพ์ออกจากระบบ
SAP

5. ค่าใช้จ่ายในการปฏิบัติงาน เช่น ค่าเบี้ยเลี้ยง ท่ีพัก ยานพาหนะเดินทาง เงินยืมสารองจ่ายและค่าชดเชย
การใชย้ านพาหนะ
5.1 พนักงานประจาสถานีไฟฟ้าหรือโรงจักรพลังน้าจัดทาเอกสารเสนอขออนุมัติให้เดินทางไปปฏิบัติงาน
ใหผ้ ้อู านวยการฝา่ ยปฏบิ ตั กิ ารเครือข่ายหรอื ผู้ท่ไี ดร้ ับมอบหมาย อนุมัติ

89

5.2 พนักงานประจาสถานไี ฟฟ้าหรือโรงจักรพลงั น้าจัดทาใบสาคัญจา่ ยเงินเสนอขอเบกิ ค่าใชจ้ า่ ยจาก การ
ไฟฟ้าช้ัน 1-3 หรือ กฟส. เพื่อตรวจสอบความถูกต้องของใบสาคัญจ่ายเงินก่อนอนุมัติส่ังจ่ายเงิน (ไม่
ตอ้ งลงนามผู้บังคับบัญชาหนว่ ยงานในดา้ นหลังแบบฟอร์มใบสาคัญจ่ายเงินค่าใช้จา่ ยในการเดินทางไป
ปฏิบัติงานและรายงานการเดนิ ทาง)

5.3 ให้ผู้จัดการการไฟฟ้าชั้น 1-3 และ กฟส. อนุมัติส่ังจ่ายเงินในใบสาคัญจ่ายเงินท่ีพิมพ์ออกจากระบบ
SAP

6. ค่าภาษีโรงเรอื น
6.1 ให้การไฟฟ้าชั้น 1-3 หรือ กฟส. แจ้งฝ่ายปฏิบัติการเครือข่ายพร้อมเอกสารประกอบเพ่ือตรวจสอบ
เอกสาร พร้อมท้ังกรอกแบบฟอร์มเสียภาษี และอนุมัติสั่งจ่ายเงินในใบสาคัญจ่ายเงินที่พิมพ์ออกจาก
ระบบ SAP
6.2 ให้ผู้จดั การการไฟฟา้ ชั้น 1-3 และ กฟส. อนุมตั ิจ่ายเงิน

7. ตามข้อ 2 – 6 หากวงเงนิ อนุมตั ิเกนิ อานาจให้นาเสนอตอ่ การไฟฟ้าช้ัน 1-3 ตน้ สงั กดั ของ กฟส. แหง่ น้ัน
หรือการไฟฟ้าเขตในพ้นื ทีท่ ่ีฝา่ ยปฏบิ ัตกิ ารเครอื ข่ายน้นั ตัง้ อยู่

90

วิธปี ฏบิ ัติในกำรควบคมุ กำรปฏบิ ตั งิ ำน
ของผทู้ ำหนำ้ ที่ขบั รถยนต์ของบรษิ ทั (พขร.(บ)) (กพ.5968 ลว.22 พฤศจิกำยน 2537)

1. วัน เวลาปฏบิ ตั ิงาน
1.1 วนั ทางานปกติได้แก่ วันจันทรถ์ ึงวันศกุ ร์
1.2 วันหยดุ ไดแ้ ก่ วันเสาร์ วนั อาทิตย์ และวนั ที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกาศเป็นวันหยุดประจาปี และ
วนั หยุดชดเชย
1.3 เวลาทางานปกติเริ่มต้ังแต่เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. เวลาระหว่าง 12.00 น. ถึง 13.00 น.
เป็นเวลาพักตามปกติ เว้นแต่ในกรณีท่ีต้องทางานต่อเนื่องกันหรือมีเหตุจาเป็นต้องให้งานแล้วเสร็จ
ทนั เวลา ผใู้ ชร้ ถยนต์ มสี ทิ ธิ์กาหนดเวลาพกั ตามทีเ่ หมาะสมวันละ 1 ชว่ั โมง

2. ผู้ว่าจ้าง (กฟภ.) จะต้องจ่ายค่าจ้างให้กับผู้รับจ้างเหมาจ่ายเป็นเดือนเต็มตามอัตราท่ีกาหนดในสัญญาจ้าง
ในกรณีท่ี พขร.(บ) ไม่มาปฏิบัติงานในวันใด ถ้าผู้รับจ้างไม่ส่ง พขร.(บ) มาแทน จะต้องถูกหักค่าจ้างในวัน
น้ัน และต้องถูกปรับเป็นรายวันอีก 1 เท่า ของอัตราค่าจ้างแรงงานที่ขาดไปในแต่ละวัน (รบ.(พส.)
1216/2550 ลว.6 ก.ค.2550)

3. การคานวณค่าจา้ งเป็นรายวัน ให้นาอัตราค่าจา้ งเปน็ รายเดอื นที่จ่ายให้ผู้รับจ้างหารดว้ ย 30 วนั
4. การปฏิบัติงานล่วงเวลา และทางานในวันหยุด ต้องได้รับอนุมัติให้ปฏิบัติงานล่วงเวลาและทางานใน

วนั หยุดก่อนจงึ ปฏบิ ัตงิ านได้ เวน้ แต่กรณมี ีความจาเป็นไมอ่ าจอนมุ ัตลิ ่วงหนา้ ไดจ้ ะอนมุ ตั ิย้อนหลังก็ได้
4.1 ผู้มีอานาจอนุมัติให้ พขร.(บ) ปฏิบัติงานล่วงเวลาและทางานในวันหยุด (ปรับปรุงวิธีปฏิบัติในการ

ควบคุมการปฏบิ ตั ิงานของ พขร.(บ) ลว.18 ธ.ค.2537)
4.1.1 ผู้อานวยการกองขึน้ ไป
4.1.2 ผจก.กฟฟ. ที่ พขร.(บ) ไปปฏบิ ตั งิ าน
5. การปฏิบัติงานล่วงเวลา และทางานในวันหยุด ของ พขร.(บ) ทั้งในท้องท่ีปฏิบัติงานปกติ และในระหว่าง
ปฏิบัติงานตา่ งท้องท่ี กฟภ.จะจา่ ยค่าตอบแทนให้แกบ่ ริษัทผ้รู บั จ้างในอัตราดงั น้ี
5.1 การทางานล่วงเวลานอกเหนือจากเวลาทางานในวันทางานปกติ ให้จ่ายค่าล่วงเวลาให้กับผู้รับจ้างใน
อัตรา 1.5 เทา่ ของค่าจ้างรายชว่ั โมงตามปกติ
5.2 การทางานล่วงเวลานอกเหนือจากเวลาทางานในวันหยุด ให้จ่ายค่าล่วงเวลาให้กับผู้รับจา้ งในอัตรา 3
เทา่ ของค่าจ้างรายช่วั โมงทางานตามปกติ
5.3 การทางานในวันหยดุ ให้จา่ ยค่าทางานในวันหยุดในอัตรา 1 เท่าของค่าจ้างรายชวั่ โมงตามปกติ
6. การคานวณค่าล่วงเวลาและค่าทางานในวันหยุดของ พขร.(บ)แต่ละคน ถ้ารวมเวลาปฏิบัติงานของแต่ละ
อตั ราใน 1 เดือนแล้วมเี ศษตั้งแต่ 45 นาทีขนึ้ ไป ให้ปัดเป็น 1 ชว่ั โมง เศษตั้งแต่ 15 นาที แตไ่ มถ่ ึง 45 นาที
คดิ เป็นคร่งึ ชว่ั โมง เศษตา่ กวา่ 15 นาที ใหป้ ัดท้ิง
7. การปฏิบตั ิงานต่างท้องท่ี
7.1 ต้องได้รบั อนมุ ตั จิ ากผูม้ ีอานาจอนมุ ัติ ตามคาสง่ั ที่ ส.7
7.2 ผู้รับจ้าง จะได้รบั คา่ ที่พักในอัตราวนั ละ 400.- บาทตอ่ คน โดยผรู้ ับจ้างต้องจา่ ยให้ พขร.(บ) ในทันทีที่
ออกปฏบิ ตั งิ าน และตอ้ งพกั แรม
8. การยมื เงนิ คา่ นา้ มนั รถยนต์และค่าใช้จา่ ยเบ็ดเตลด็ เกีย่ วกับรถยนต์
8.1 กรณีมีพนกั งาน กฟภ. ร่วมเดนิ ทางไปด้วยให้พนักงาน กฟภ. ผ้รู ่วมเดนิ ทางเป็นผู้ยืม

91

8.2 กรณีไมม่ ีพนักงาน กฟภ. รว่ มเดินทางไปด้วยให้ผูบ้ ังคับบญั ชาของหน่วยงาน ต้ังแต่ระดับผู้อานวยการ
กองข้ึนไปท่ี พขร.(บ) สังกัดอยู่เป็นผู้ยืมเงินและมอบให้แก่ พขร.(บ) โดยให้ พขร.(บ) ลงชื่อรับเงินไว้
เป็นหลักฐานพร้อมท้ังแจ้งผู้แทนของบริษัทผู้รับจ้างท่ีมาปฏิบัติงานประจาสานักงาน กฟภ. ให้ลงช่ือ
ร่วมรับผิดชอบ เม่ือ พขร.(บ) เดินทางกลับมาแล้วให้รีบนาหลักฐานการจ่ายเงินและเงินส่วนที่เหลือ
ส่งคนื ผู้ยืมโดยเรว็ เพอ่ื หกั ลา้ งเงินยืม

92

คำ่ ขนย้ำยสิง่ ของสมั ภำระส่วนตวั
กรบ.(พท)834/2559 ลว.21 ม.ิ ย.2559

1. อัตราการจ่ายค่าขนย้ายส่ิงของสัมภาระส่วนตัว ให้ใช้ระยะทางเป็นเกณฑ์ในการกาหนด โดยอนุโลมให้ใช้
เทียบเคยี งกบั ระเบยี บกระทรวงการคลังวา่ ดว้ ยการเบิกค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการ พ.ศ.2550 โดย
ใหเ้ บกิ ค่าใช้จา่ ยไดต้ ามจริงแต่ไม่เกนิ ท่ีกาหนดในระเบยี บกระทรวงการคลงั ฯ

2. ผู้ขอใช้สิทธิกรอกแบบฟอร์มขออนุมัติเบิกค่าขนย้ายส่ิงของสัมภาระส่วนตัว (แบบฟอร์ม รบ.18-ร.59)
โดยให้ผู้บังคับบัญชาระดับหัวหน้าหนว่ ยงาน (ต้ังแต่ ผจก.กฟส.ข้ึนไป) ของพนักงาน ทั้งต้นสังกัดเดิมและ
ต้นสังกัดใหม่ รับรองความถูกต้องว่าพนักงานได้มีการขนย้ายส่ิงของสัมภาระจริง เสนอขออนุมัติต่อรอง
ผวู้ ่าการบริหารทรัพยากรมนุษย์

3. หลกั ฐานประกอบการเบกิ จา่ ย
3.1 รายการสิ่งของท่ที าการขนยา้ ย
3.2 ภาพถ่ายการขนยา้ ยสัมภาระส่ิงของทงั้ ทีต่ ้นทางและปลายทาง (ให้เห็นรถท่ีใชข้ นยา้ ยดว้ ย)
3.3 สาเนาบิลเงินสด/ใบเสรจ็ รบั เงนิ คา่ ขนยา้ ยจากผรู้ ับจ้าง
3.4 สาเนาใบขบั ข่ีและใบคู่มือจดทะเบียนรถของผู้รบั จ้าง

93

ระเบียบกำรไฟฟ้ำส่วนภูมิภำค
วำ่ ดว้ ยกำรฝึกอบรมและสัมมนำ พ.ศ. 2560

1. คา่ ใชจ้ ่ายในการฝึกอบรม/สัมมนา ประกอบด้วย
1.1 คา่ ใชจ้ า่ ยเกี่ยวกบั การใช้และการตกแตง่ สถานท่ฝี ึกอบรม/สัมมนา
1.2 คา่ ใช้จ่ายในพธิ เี ปดิ - ปดิ การฝึกอบรม/สัมมนา
1.3 ค่าวสั ดุเครื่องเขียนและอุปกรณ์
1.4 ค่าประกาศนียบตั ร
1.5 ค่าถา่ ยเอกสาร คา่ พมิ พเ์ อกสารและสง่ิ พิมพ์
1.6 ค่าหนงั สือสาหรบั ผู้เขา้ รบั การฝึกอบรม/สมั มนา
1.7 ค่าใช้จา่ ยในการติดต่อสื่อสาร
1.8 คา่ เช่าอปุ กรณ์ต่าง ๆ ในการฝึกอบรม/สัมมนา
1.9 คา่ กระเปา๋ หรือส่งิ ทใี่ ชบ้ รรจุเอกสารสาหรบั ผู้เข้ารับการฝกึ อบรม/สัมมนา
1.10 ค่าของทีร่ ะลึกให้แก่วิทยากร/หนว่ ยงานภายนอกในการศึกษาดูงาน
1.11 ค่าสมนาคุณวิทยากรและผู้ช่วยวิทยากร/ค่าจ้างหน่วยงานภายนอกจัดฝึกอบรม/สัมมนา
ค่าตอบแทนวิทยากรภายในและผู้ชว่ ยวิทยากร
1.12 ค่าอาหารวา่ งและเคร่ืองด่ืม
1.13 ค่าอาหารและเคร่ืองดื่ม/ค่าเบี้ยเล้ยี ง
1.14 ค่าเชา่ ที่พัก
1.15 คา่ พาหนะ
1.16 คา่ ใชจ้ า่ ยอื่นท่ีจาเป็นในการฝกึ อบรม/สัมมนา

2. คา่ ใช้จ่ายตามขอ้ 1.1 – 1.9 และ 1.16 ให้เบกิ จา่ ยไดเ้ ทา่ ทีจ่ า่ ยจรงิ ตามความจาเป็นเหมาะสมและประหยัด
3. ค่าใช้จ่ายตามข้อ 1.10 ให้เบิกจ่ายได้เท่าท่ีจ่ายจริงแต่ไม่เกินที่ประกาศคณะกรรมการป้องกันและ

ปราบปรามการทุจรติ แหง่ ชาตกิ าหนดไวส้ าหรับค่าของทร่ี ะลึก
4. ค่าใช้จ่ายตามข้อ 1.11 – 1.15 ให้เบิกจ่ายตามอัตราท่ีกาหนดไว้ในระเบียบน้ี ซึ่งบุคคลที่จะเบิกค่าใช้จ่าย

ได้ ประกอบด้วย ประธานในพธิ เี ปดิ -ปดิ แขกผูม้ ีเกียรติ วทิ ยากรและผู้ช่วยวิทยากร ผู้จดั ฝึกอบรม/สัมมนา
เจ้าหนา้ ท่ี และผูเ้ ขา้ รับการฝกึ อบรม/สมั มนา
5. ให้ผชู้ ่วยผวู้ า่ การ มีอานาจอนุมัติดังน้ี
5.1 อนุมัติให้ใช้งบฝึกอบรมนอกแผนท่ีทุกหน่วยงานได้รับจัดสรรประจาปี เพ่ือการจดั ฝึกอบรม/สัมมนา ที่

หน่วยงานเป็นผู้ดาเนินการจัดเอง เพ่ือเพิ่มพูนความรู้ ทักษะความสามารถ ประสบการณ์และ
สมรรถนะท่ีจาเป็นและเก่ียวข้องกับการปฏิบัติงานนอกเหนือจากหลักสูตรท่ีฝ่ายพัฒนาทรัพยากร
บคุ คลเป็นผรู้ บั ผดิ ชอบดาเนนิ การ สาหรับหนว่ ยงานในสงั กัด

94

5.2 อนุมัติให้พนักงานในสังกัดไปฝึกอบรม/สัมมนากับหน่วยงานภายนอก นอกเหนือจากบัญชีแนบท้ำย
(ภาคผนวก 7) จากงบฝึกอบรมนอกแผนที่ได้รับจัดสรร โดยมีค่าลงทะเบียนภายในวงเงินไม่เกิน
30,000.- บาท

6. กรณีค่าใช้จ่ายซ่ึงอาจเกิดขึ้นจากการดาเนินการตามข้อ 5.1 เช่นเงินค่ามัดจาล่วงหน้า ค่าปรับ เป็นต้น
สาหรับค่าใช้จ่ายเพ่ิมเติมซ่ึงเกินวงเงินงบประมาณที่ได้รับอนุมัติไว้เดิมให้อยู่ในอานาจผู้ช่วยผู้ว่าการ ท้ังนี้
ใหอ้ ยูภ่ ายในวงเงนิ ท่ไี ดร้ บั จดั สรร

7. ค่าสมนาคุณ/ค่าตอบแทนวิทยากรและผู้ช่วยวิทยากร หรือค่าจ้างหน่วยงานภายนอกจัดการฝึกอบรมและ
สมั มนา แบ่งเปน็
7.1 คา่ สมนาคณุ /คา่ ตอบแทนวิทยากรและผชู้ ่วยวิทยากร
7.1.1 วทิ ยากรภายนอก วทิ ยากรภายนอกพิเศษ การคิดคา่ สมนาคณุ มีดงั น้ี
ก) ผ้เู ข้ารบั การฝกึ อบรม/สัมมนาระดับตา่ กวา่ ผ้อู านายการฝ่ายหรือเทยี บเท่า
(1) วทิ ยากรภายนอก ช่ัวโมงละไม่เกิน 1,600.- บาทตอ่ คน
(2) วิทยากรภายนอกพิเศษ ชั่วโมงละไมเ่ กนิ 2,500.- บาทตอ่ คน
ข) ผู้เข้ารบั การฝกึ อบรม/สัมมนา ตงั้ แตร่ ะดบั ผู้อานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าข้นึ ไป
(1) วิทยากรภายนอก ช่วั โมงละไม่เกิน 2,500.- บาทต่อคน
(2) วิทยากรภายนอกพเิ ศษ ชว่ั โมงละไม่เกนิ 10,000.- บาทต่อคน
กรณีท่ีผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนาท่ีมีท้ังผู้บริหารที่ต่ากว่าระดับผู้อานวยการฝ่ายหรือเทียบเท่าและ

ตั้งแต่ระดับผู้อานวยการฝ่ายขึ้นไปในหลักสูตรเดียวกัน ให้ถือตามจานวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม/สัมมนาส่วน
ใหญเ่ ปน็ เกณฑ์

7.1.2 ผู้ช่วยวิทยากรภายนอกและผู้ช่วยวิทยากรภายนอกพิเศษ คิดตามความจาเป็นและเหมาะสม
ดงั นี้
ก) ผ้ชู ่วยวทิ ยากรภายนอก ใหเ้ หมาจา่ ยไม่เกินวนั ละ 1,200.- บาทต่อคน
ข) ผู้ชว่ ยวทิ ยากรภายนอกพิเศษ ให้เหมาจ่ายไมเ่ กนิ วนั ละ 3,600.- บาทตอ่ คน

7.1.3 วทิ ยากรภายใน แยกเปน็
ก) วิทยากรภายในสาหรับการบรรยายภาษาไทยในหลักสูตรที่จัดให้กับพนักงานและลูกจ้าง
หรือหน่วยงานอ่นื ภายในประเทศภาคทฤษฎี ชว่ั โมงละ 500.- บาทต่อคน และภาคปฏิบัติ
ช่ัวโมงละ 150.- บาทตอ่ คน
ข) วิทยากรภายในสาหรับหลักสูตรท่ีใช้ภาษาต่างประเทศในการบรรยายชั่วโมงละ 1,000.-
บาทต่อคน
ค) วิทยากรภายในกรณีฝึกปฏิบัติภาคสนามสาหรับหลักสตู รการปฏิบตั ิงานฮอทไลน์และเช่ือม
สายแรงสูงแบบไมม่ กี ระแสไฟฟา้ วนั ละ 150.- บาทต่อคน
ง) ค่าตอบแทนวิทยากร ข้อ 7.1.3 หากช่วงเวลาใดท่ีมีวิทยากรมากกว่า 1 คน ให้คิด
คา่ ตอบแทนวิทยากรของแต่ละคนตามเวลาท่บี รรยายในอตั ราที่กาหนด

7.1.4 ผู้ช่วยวิทยากรภายในสาหรับหลักสูตรที่มีการจัดทา Workshop หรือภาคปฏิบัติ การคิด
คา่ ตอบแทนแยกเป็น


Click to View FlipBook Version