สสี ันจากธรรมชาตสิ กู่ ารออกแบบผา้ ขาวม้ารอ้ ยสี
เพอ่ื ผลิตภัณฑเ์ คหะสิ่งทอ
โดย
นางสาวอรษา ภู่เจริญ
ศลิ ปนิพนธน์ เ้ี ปน็ สว่ นหนงึ่ ของการศกึ ษาตามหลกั สตู ร
ปรญิ ญาศิลปกรรมศาสตรบณั ฑิต
สาขาวิชาศลิ ปะการออกแบบพัสตราภรณ์
คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
ปกี ารศกึ ษา 2564
ลิขสิทธิ์ของมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
สสี ันจากธรรมชาตสิ กู่ ารออกแบบผา้ ขาวม้ารอ้ ยสี
เพอ่ื ผลิตภัณฑเ์ คหะสิ่งทอ
โดย
นางสาวอรษา ภเู่ จริญ
ศลิ ปนิพนธน์ เ้ี ปน็ สว่ นหน่ึงของการศกึ ษาตามหลกั สตู ร
ปรญิ ญาศิลปกรรมศาสตรบณั ฑติ
สาขาวิชาศลิ ปะการออกแบบพัสตราภรณ์
คณะศลิ ปกรรมศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
ปกี ารศกึ ษา 2564
ลิขสิทธิ์ของมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
NATURAL COLORS FOR A HUNDRED-COLOR HOME TEXTILE
PRODUCT LOINCLOTH HOME TEXTILE DESIGN
BY
MISS ORASA POOCHAROEN
A THESIS SUBMITTED IN PARTIAL FULFILLMENT OF THE REQUIREMENTS
FOR THE DEGREE OF BACHELOR OF FINE AND APPLIED ARTS
PROGRAM IN TEXTILE, COSTUME, GARMENT AND FASHION DESIGN
FACULTY OF FINE AND APPLIED ARTS
THAMMASAT UNIVERSITY
ACADEMIC YEAR 2021
COPYRIGHT OF THAMMASAT UNIVERSITY
มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์
คณะศิลปกรรมศาสตร์
ศิลปนิพนธ์
ของ
นางสาวอรษา ภเู่ จรญิ
เรื่อง
สีสันจากธรรมชาติสู่การออกแบบผา้ ขาวม้ารอ้ ยสเี พอื่ ผลิตภัณฑ์เคหะส่ิงทอ
ไดร้ ับการตรวจสอบและอนุมตั ิ ใหเ้ ปน็ ส่วนหนึ่งของการศึกษาตามหลกั สตู ร
ปริญญาศิลปกรรมศาสตรบณั ฑิต
เมอ่ื วันที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2564
อาจารยท์ ่ีปรึกษาศลิ ปนพิ นธ์ ____________________________________
(ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เกษหทยั สงิ ห์อนิ ทร์)
กรรมการสอบศลิ ปนิพนธ์
กรรมการสอบศลิ ปนิพนธ์ ____________________________________
กรรมการสอบศิลปนพิ นธ์ (ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร.วทิ วนั จันทร)
กรรมการสอบศลิ ปนพิ นธ์
____________________________________
(อาจารยร์ งุ่ วทิ ย์ ลัคนทนิ )
____________________________________
(ผู้ชว่ ยศาสตราจารยศ์ ิรินทร์ ใจเท่ยี ง)
____________________________________
(ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์สรรพจน์ มาพบสุข)
กรรมการสอบศิลปนิพนธ์ ____________________________________
(ผู้ช่วยศาสตราจารยบ์ ุญช่วย เกิดรี)
กรรมการสอบศิลปนิพนธ์
____________________________________
หวั หน้าสาขาวิชาศลิ ปะการออกแบบ (อาจารย์ ดร.วุฒไิ กร ศริ ิผล)
พัสตราภรณ์
คณบดี ____________________________________
(อาจารยป์ รฬุ หล์ ภย์ พฤกษ์โสภี)
____________________________________
(ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อนชุ า ทรี คานนท์)
หวั ขอ้ ศิลปนพิ นธ์ (1)
ชอื่ ผเู้ ขียน สสี นั จากธรรมชาตสิ กู่ ารออกแบบผา้ ขาวม้ารอ้ ยสสี าหรบั
ชอ่ื ปรญิ ญา ผลติ ภณั ฑ์เคหะส่ิงทอ
สาขาวิชา/คณะ/มหาวิทยาลัย นางสาวอรษา ภูเ่ จริญ
ศลิ ปกรรมศาสตรบัณฑิต
อาจารยท์ ปี่ รกึ ษาศลิ ปนพิ นธ์ สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์
ปกี ารศกึ ษา คณะศลิ ปกรรมศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เกษหทัย สงิ หอ์ นิ ทร์
2564
บทคดั ย่อ
การศึกษาและสร้างสรรค์ศิลปนิพนธ์นี้ ได้รับเเรงบันดาลใจจากผ้าขาวม้าร้อยสีของ
จังหวดั กาญจนบรุ สี ูแ่ นวคดิ ในการสรา้ งสรรคผ์ ลงานศลิ ปนิพนธ์ประเภทส่งิ ทอให้ผา้ ขาวม้าสามารถสร้าง
ความแตกต่างความน่าสนใจและสร้างมลู คา่ มากยงิ่ ข้ึนไปจากเดิมท่นี ยิ มใช้สเี คมแี ละสสี นั ฉูดฉาด โดย
การออกแบบลาย คดั เลอื กและทดลองทอโดยเลือกใชว้ สั ดแุ ละสยี อ้ มจากธรรมชาติ เปน็ ผืนผา้ ทั้งหมด
42 ผืน นาไปแปรรปู เป็นผลิตภณั ฑ์เคหะสิ่งทอเพอื่ ใชง้ านและตกแตง่ ร้านกาแฟ ดงั นคี้ ือเบาะรองน่ัง 1 ชดุ
ประกอบดว้ ยเบาะรูปทรงสามเหลี่ยม จานวน 2 ใบ เบาะรูปทรงสเี่ หลยี่ มจานวน 2 ใบ หมอนรูปทรง
สเี่ หลีย่ มจานวน 6 ใบ หมอนรปู ทรงกลมจานวน 3 ใบ และผา้ อเนกประสงคจ์ านวน 4 ผืน
คาสาคญั : ผ้าขาวมา้ , สียอ้ มธรรมชาต,ิ เคหะสิ่งทอ, รา้ นกาแฟ
Art Thesis Topic (2)
Author NATURAL COLORS FOR A HUNDRED-COLOR
Degree HOME TEXTILE PRODUCT LOINCLOTH HOME
Major Field/Faculty/University TEXTILE DESIGN
Miss Orasa Poocharoen
Independent Study Advisor Bachelor of Fine and Applied Arts
Academic Year Textile and Fashion Design
Fine and Applied Arts
Thammasat University
Assistant Professor Kethathai Singin, Ph.D.
2021
ABSTRACT
This art thesis studied the hundred-colored pha khao ma (loincloth),
a celebrated product of Ban Nong Khao Village in Kanchanaburi Province, with the
goal of creating a fabric art project with heightened originality, interest, and value.
Instead of using chemical dyes and strident colors like the original loincloth, the process of
pattern design as well as fabric collection and testing involved only natural materials and
dyes. 42 cloth textiles were processed into home products for practical use and to
decorate a coffee shop. These included one set of seat cushions with two in triangle shape
seat and two in square shape, plus six square-shaped and three circle-shaped pillows
and four multi-purpose cloths.
Keywords: Loincloth, Natural Dyes, Home Textiles, Coffee Shop
(3)
กติ ติกรรมประกาศ
ขอบคุณครอบครัวภู่เจริญเป็นผู้สนับสนุนหลักท่ีทาให้ผู้วิจัยสามารถทาผลงานศิลปนิพนธ์
ได้อย่างราบรื่น ขอบคุณครอบครัวที่คอยให้การสนับสนุนการเงินในการทาผลงานศิลปนิพนธ์ครั้งน้ีไม่ว่า
จะขอไปทาอะไรจาเปน็ มากน้อยแค่ไหน ครอบครัวไม่เคยบ่นสักครั้งแต่เปน็ กาลังหลักในการสนับสนุน
อยู่ตลอด และท่ีสาคัญท่ีสุดด้านกาลังใจที่มีให้กันและคอยช่วยงานทุกอย่างเท่าท่ีจะสามารถช่วยไดใ้ น
ผลงานศิลปนิพนธ์น้ี ขอบคุณที่คอยไปรับไปสง่ ไมว่ ่าใกลจ้ ะไกลแคไ่ หนตลอดระยเวลา 4 ปี ครอบครัวภ่เู จริญ
ทาหนา้ ทีต่ รงน้ีใหก้ บั ผู้วิจัยอย่างไมม่ ขี าดตกบกพรอ่ ง ขอบคณุ ครอบครัวท่ชี ว่ ยให้ทาผลงานศิลปนิพนธ์ในคร้ัง
นีผ้ ่านไปไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ขอบคุณอาจารย์ศิรินทร์ ใจเท่ียงที่คอยเป็นกาลังใจเป็นผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังความสาเร็จ
ในผลงานศิลปนิพนธ์ครั้งนี้ ขอบคุณอาจารย์ที่คอยให้กาลังใจและเป็นแรงผลักดันให้ผู้วิจัยเชื่อมั่นใน
ศักยภาพของตวั เอง คอยบอกคอยเตือนคอยแนะนาอยู่เสมอ ทาให้ผู้วิจัยสามารถทาให้ผลงานศิลปนิพนธ์ใน
ครั้งนส้ี าเร็จลุล่วงดว้ ยความภาคภมู ิใจ รั
ขอบคุณนางสาวเปมิกา เพยี เฮยี ง เปน็ ทั้งเพือ่ นร่วมห้องนอน เพ่ือนในห้องเรียน เพอ่ื นเท่ียว
เพอ่ื นกิน เพ่ือนทกุ ข์ เพือ่ นสุข มาตลอดระยะเวลาสี่ปีการศึกษา ขอบคณุ ท่คี อยสนบั สนนุ และให้กาลังใจ
กันตลอดการทาวิทยานิพนธ์ ผ่านมาท้ังเรื่องดเี ร่ืองร้าย ขอบคุณท่ีคอยอยเู่ คียงข้างกันมาตลอด ถ้าไม่มี
นางสาวเปมกิ า เพยี เฮียงคงไม่ทาให้วทิ ยานพิ นธ์ของผวู้ ิจัยน้นั ลลุ ่วงไปดว้ ยดี
ขอบคุณนายธนกร ปิณฑะศิริ เพื่อนสนิทที่สร้างรอยย้ิมและกาลังใจให้กันตลอดระยะเวลา
การทาวิทยานิพนธ์ เป็นผู้สนับสนุนคอยไปซื้อของเป็นเพ่ือน แบกของหนักชว่ ยกัน เหนื่อยก็ไม่เคยบ่น
ขอบคุณท่ีอยู่ข้างกันมาตลอดจนจบวิทยานิพนธ์และขอบคุณสาหรับทุกเรื่องดี ๆ ท่ีมอบให้กันมาโดย
ตลอด และยังเปน็ แบบถา่ ยภาพให้กับผลงานศิลปนิพนธ์
ขอบคุณนางสาวพิชชาภา อารีรัตน์ เพื่อนสนิทวัยเด็กจนโตท่ีมาเป็นแบบถ่ายภาพให้
ผลงานศลิ ปนพิ นธม์ คี วามสมบรู ณแ์ บบมากขนึ้
ขอบคณุ นางสาวธัญญานี ยังร่งุ เรอื งกจิ และนางสาวกัณฑ์พฒั น์ ปงั ประเสริ ฐโชคเพ่อื นสนทิ
วยั เดก็ จนโต ที่มาคอยช่วยใหก้ าลงั ใจและชว่ ยยัดไสห้ มอนรองน่งั
ขอบคุณนางสาวนฤพร วงษ์พานิช น้องสาวสุดท่ีรักที่มาคอยชว่ ยยัดไส้หมอน ชว่ ยย้อมสี
เส้นใยฝา้ ย ชว่ ยซกั เสน้ ใยฝา้ ยอยดู่ ้วยตลอดตงั้ แตต่ ้นจนจบ
ขอบคุณนายสุทิวัจ จูกุล เพื่อนสนิทวัยเด็กจนโต ท่ีมาคอยช่วยสับกล้วยเอามาต้มย้อมสกัดสี
เพอ่ื นาไปยอ้ มเส้นใยฝ้าย
(4)
ขอบคุณอาจารย์ท่ีปรึกษาศิลปนิพนธ์ อาจารย์ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เกษหทัย สิงห์อินทร์
ที่คอยชว่ ยเหลือดแู ล ชว่ ยดูงานวิจยั ศิลปนิพนธ์ ต้งั แตต่ น้ จนจบ
นางสาวอรษา ภเู่ จริญ
สารบญั (5)
บทคดั ยอ่ ภาษาไทย หนา้
(1)
บทคดั ยอ่ ภาษาอังกฤษ
(2)
กิตตกิ รรมประกาศ
(3)
สารบัญภาพ
(9)
บทท่ี 1 บทนา
1
1.1 ความเป็นมาและความสาคัญ
1.2 วัตถุประสงคข์ องการศึกษา 1
1.3 กรอบแนวคดิ ในการออกแบบ 2
1.4 ขอบเขตของการศึกษา 3
1.5 วธิ ีการศึกษาและสรา้ งสรรค์ 3
1.6 นิยามศพั ท์ 3
1.7 ประโยชน์ท่ีได้รับ 4
4
บทท่ี 2 วรรณกรรมทีเ่ ก่ียวขอ้ ง
5
2.1 แรงบนั ดาลใจ
2.2 แบรนดส์ นิ คา้ 5
12
2.2.1 แบรนด์ผ้าขาวม้าอิมปานิ 12
2.2.1.1 ผลติ ภัณฑช์ ิ้นที่ 1 13
2.2.1.2 ผลิตภัณฑช์ ิ้นที่ 2 14
2.2.1.3 ผลติ ภณั ฑ์ชนิ้ ที่ 3 14
2.2.1.4 ผลิตภัณฑ์ชนิ้ ที่ 4 15
2.2.1.5 ผลติ ภณั ฑ์ช้นิ ท่ี 5 (6)
2.2.1.6 ผลิตภัณฑ์ชิน้ ท่ี 6
2.2.2 แบรนดด์ อยตงุ 15
2.2.2.1 ผลงานชิ้นท่ี 1 ผา้ พนั คอลาย Lyla ST Mix Lock 16
2.2.2.2 ผลงานช้นิ ที่ 2 กระเปา๋ สะพาย SS21(PET)/BAG9 16
2.2.2.3 ผลงานชน้ิ ที่ 3 เสอื้ คลุม SS21/K28 17
2.2.2.4 ผลงานชิ้นที่ 4 กางเกง NTW SS21/M24 18
2.2.2.5 ผลงานชน้ิ ที่ 5 กางเกง NTW SS21/M24 19
2.2.2.6 ผลงานชนิ้ ที่ 6 หมอนองิ ลาย Colorful Hound 2 side 20
2.3 ทฤษฎี หลกั องค์ประกอบศลิ ป์หรอื หลกั การออกแบบที่สาคญั ในการสรา้ งสรรค์ 21
2.3.1 หลกั การออกแบบหลักทัศนธาตุ 22
2.3.1.1 จุด 22
2.3.1.2 เส้น 23
2.3.1.3 รูปร่างและรูปทรง 23
2.3.1.4 น้าหนักออ่ น-แก่ 24
2.3.2 ทฤษฎสี เี อิรธ์ โทน 24
2.3.3 หลักการออกแบบหลกั องคป์ ระกอบศลิ ป์ 26
2.3.3.1 จังหวะเกดิ จากซ้ากนั 26
2.3.2.2 จงั หวะเกดิ จากการตอ่ เนื่อง 28
2.4 เทคนิคและวธิ ีการ 28
2.4.1 เทคนิคการยอ้ มรอ้ นจากวัสดธุ รรมชาติ 28
2.4.2 เทคนคิ การย้อมเยน็ จากวสั ดธุ รรมชาติ 28
2.5 วัสดุ 28
2.5.1 เส้นใยฝ้าย (Cotton) 29
30
30
บทที่ 3 กระบวนการสรา้ งสรรค์ 31
3.1 การศึกษาขอ้ มูลและบันทกึ ภาพ 31
3.2 การวาดแบบร่างความคดิ 36
36
3.2.1 วัสดอุ ุปกรณ์ เคร่อื งมือ โปรแกรมทใ่ี ชว้ าดแบบร่างความคดิ 37
3.2.2 วธิ กี ารวาดแบบรา่ งความคิด
3.2.3 การนาเสนอแบบรา่ งทางความคดิ เบือ้ งต้น (7)
3.3 การสร้างสรรคผ์ ลงานศลิ ปนพิ นธ์
38
3.3.1 เทคนิคการย้อมสจี ากวสั ดุธรรมชาติ 45
3.3.1.1 แก่นขนนุ 45
3.3.1.2 เปลือกสะเดา 45
3.3.1.3 ใบมะม่วง 46
3.3.1.4 กล้วย 47
3.3.1.5 กระเจ๊ยี บ 48
3.3.1.6 ใบสกั 49
3.3.1.7 กาบมะพร้าว 50
3.3.1.8 บที รทู 51
52
3.3.2 เทคนคิ การทอผา้ ดว้ ยกีก่ ระตุก 52
3.3.3 ขั้นตอนการตดั เย็บ 63
บทที่ 4 บทวเิ คราะห์ 64
4.1 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 1 64
4.1.1 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดท่ี 1 ชุดสีเสน้ ยนื ชดุ ท่ี 1 64
4.1.1.1 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ที่ ชดุ สีเส้นพงุ่ ชดุ ท่ี 1 65
4.1.1.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดที่ ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 2 66
4.1.1.3 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี ชดุ สีเส้นพงุ่ ชดุ ที่ 3 67
4.1.1.4 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี ชดุ สีเสน้ พุ่งชดุ ที่ 4 68
4.1.1.5 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชุดสีเสน้ พงุ่ ชุดท่ี 5 69
4.1.1.6 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดท่ี ชดุ สีเส้นพุ่งชดุ ท่ี 6 70
4.1.1.7 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชุดสีเสน้ พุง่ ชดุ ท่ี 7 71
4.1.1.8 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดที่ ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 7 72
4.1.1.9 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชุดสีเส้นพงุ่ ชดุ ที่ 8 73
4.1.1.10 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ที่ ชุดสีเสน้ พุ่งชุดท่ี 9 74
4.1.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ 1 ชดุ สีเส้นยนื ชุดที่ 2 75
4.1.2.1 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดที่1ชุดสีเส้นพุง่ ชดุ ท่ี 76
4.1.2.2 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ ท่ี ชดุ สีเส้นพงุ่ ชดุ ที่ 1 78
4.1.2.3 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี ชุดสีเส้นพงุ่ ชดุ ท่ี 1 (8)
4.1.2.4 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดที่ ชดุ สีเสน้ พุ่งชดุ ที่ 1
4.1.2.5 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดท่ี ชุดสีเสน้ พงุ่ ชุดที่ 1 79
4.1.2.6 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดที่ ชดุ สีเส้นพุ่งชดุ ที่ 1 80
4.1.2.7 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดท่ี ชดุ สีเสน้ พงุ่ ชุดที่ 1 81
4.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ท่ี 2 82
4.2.1 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดท่ี 2 ชดุ โซฟาทรงสามเหลย่ี มจานวน 2 อนั 83
4.2.1.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 ช้นิ ที่ 1 83
4.2.1.2 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ ที่ 2 ชิ้นที่ 2 87
4.2.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ที่ 2 87
4.2.2.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ที่ 2 ชน้ิ ท่ี 1 88
4.2.2.2 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดท่ี 2 ชนิ้ ที่ 2 89
4.2.3 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ 2 ชดุ หมอนทรงส่เี หล่ียมจานวน 3 ใบ 90
4.2.3.1 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดท่ี 2 91
92
บทท่ี 5 สรุปผลการศึกษาและขอ้ เสนอแนะ 92
รายการอ้างองิ 93
ภาคผนวก 95
ภาคผนวก ก ผลงานสรา้ งสรรค์ในวิชาเตรียมศลิ ปนิพนธ์
98
ประวัติผเู้ ขียน 99
110
สารบญั ภาพประกอบ (9)
ภาพที่ หนา้
2.1 ลายตาจกั 6
2.2 ผา้ ขาวม้าพระนครศรอี ยธุ ยา 6
2.3 ผา้ ขาวม้า 5 สี 7
2.4 ผา้ ขาวม้าลพบรุ ี 7
2.5 ผ้าขาวมา้ ราชบรุ ี 8
2.6 ผา้ ขาวม้าศรีสะเกษ 8
2.7 ผ้าขาวม้าสรุ ินทร์ 9
2.8 ผา้ ขาวมา้ มหาสารคาม 9
2.9 ผา้ ขาวมา้ ขอนแกน่ 10
2.10 ผา้ ขาวม้าน่าน 10
2.11 ผา้ ขาวมา้ 13
2.12 ผา้ ขาวม้า 14
2.13 แมสผา้ ขาวม้า 14
2.14 แมสผ้าขาวม้า 15
2.15 หมอนอิง 15
2.16 หมอนอิง 16
2.17 ผา้ พนั คอ 17
2.18 กระเป๋า 18
2.19 เสือ้ คลุม 19
2.20 กางเกง 20
2.21 กางเกง 21
2.22 กางเกง 22
2.23 จุด 23
2.24 เสน้ 24
2.25 รูปร่าง 25
2.26 รูปทรง 25
2.27 น้าหนักอ่อนแก่ 26
2.28 นา้ หนกั ออ่ นแก่ (10)
2.29 สีเอริ ธ์ โทน
2.30 ฝา้ ย 26
3.1 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจังหวัดกาญจนบุรี 27
3.2 น้าตกไทรโยคนอ้ ยจังหวัดกาญจนบุรี 30
3.3 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบุรี 31
3.4 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบุรี 32
3.5 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบรุ ี 32
3.6 น้าตกไทรโยคนอ้ ยจังหวัดกาญจนบรุ ี 33
3.7 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบุรี 33
3.8 นา้ ตกไทรโยคน้อยจังหวัดกาญจนบุรี 34
3.9 น้าตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบุรี 34
3.10 อุปกรณ์ทใี ชใ้ นการวาดแบบร่างความคิด 35
3.11 โปรแกรมทใี่ ช้ในการวาดแบบร่างความคิด 35
3.12 วิธกี ารวาดแบบร่างความคดิ (เสน้ โครงร่าง) 36
3.13 แบบร่างทางความคิดเบอ้ื งตน้ 37
3.14 แบบร่างทางความคิดเบ้ืองต้น 37
3.15 แบบร่างทางความคดิ เบ้ืองต้น 38
3.16 แบบรา่ งทางความคดิ เบื้องต้น 38
3.17 แบบร่างทางความคิดเบอ้ื งตน้ 39
3.18 แบบร่างทางความคิดเบอ้ื งตน้ 39
3.19 แบบรา่ งทางความคดิ เบื้องตน้ 40
3.20 แบบร่างทางความคิดเบื้องต้น 40
3.21 แบบร่างทางความคดิ เบอ้ื งตน้ 41
3.22 แบบรา่ งทางความคิดเบื้องต้น 41
3.23 แบบรา่ งทางความคิดเบอ้ื งตน้ 42
3.24 แบบรา่ งทางความคดิ เบ้อื งตน้ 42
3.25 แบบรา่ งทางความคดิ เบ้ืองตน้ 43
3.26 แบบรา่ งทางความคดิ เบอื้ งต้น 43
3.27 ข้ันตอนการยอ้ มแกน่ ขนุน 44
3.28 ขนั้ ตอนการยอ้ มเปลอื กสะเดา 44
45
46
3.29 ขน้ั ตอนการยอ้ มใบมะมว่ ง (11)
3.30 ขั้นตอนการย้อมกาบกลว้ ย
3.31 ขั้นตอนการย้อมกระเจ๊ยี บ 47
3.32 ข้นั ตอนการย้อมใบสัก 48
3.33 ขน้ั ตอนการยอ้ มกาบมะพร้าว 49
3.34 ขั้นตอนการย้อมบีทรทู 50
3.35 ขนั้ ตอนการจงู ด้าย 51
3.36 ขน้ั ตอนการจงู ด้าย 52
3.37 ขั้นตอนการจูงดา้ ย 53
3.38 ขน้ั ตอนการจงู ดา้ ย 54
3.39 ขน้ั ตอนการนาดา้ ยเขา้ ม้วน 55
3.40 ขน้ั ตอนการนาด้ายเข้าม้วน 56
3.41 ขน้ั ตอนการนาด้ายเข้ามว้ น 57
3.42 ขั้นตอนการนาด้ายเข้ามว้ น 58
3.43 ขั้นตอนการทอผา้ 59
3.44 ขั้นตอนการทอผา้ 60
3.45 ขั้นตอนการทอผา้ 60
3.46 แพทเทิร์นโซฟาทรงสามเหลยี่ ม 61
4.1 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสีเส้นพุ่งท่ี 1 62
4.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดสเี ส้นพุ่งที่ 1 63
4.3 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสเี สน้ พุ่งที่ 1 64
4.4 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ สีเสน้ พุ่งที่ 2 65
4.5 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสเี ส้นพุ่งท่ี 2 65
4.6 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ สเี ส้นพุ่งที่ 3 66
4.7 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสเี สน้ พุ่งที่ 4 66
4.8 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดสีเสน้ พุ่งท่ี 5 67
4.9 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งท่ี 5 68
4.10 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสเี ส้นพุ่งท่ี 6 69
4.11 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สเี สน้ พุ่งที่ 6 69
4.12 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสเี ส้นพุ่งที่ 7 70
4.13 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสีเสน้ พุ่งที่ 7 71
72
72
4.14 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสีเส้นพุ่งที่ 8 (12)
4.15 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสีเส้นพุ่งที่ 8
4.16 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสีเส้นยืนชดุ ท่ี 2 73
4.17 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสเี สน้ พุ่งที่ 1 74
4.18 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสเี สน้ พุ่งท่ี 1 75
4.19 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสีเส้นพุ่งท่ี 1 76
4.20 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสีเส้นพุ่งที่ 1 77
4.21 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสเี ส้นพุ่งที่ 1 77
4.22 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งที่ 1 78
4.23 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สเี สน้ พุ่งที่ 1 78
4.24 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งที่ 1 79
4.25 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ สเี ส้นพุ่งท่ี 1 80
4.26 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ สเี สน้ พุ่งที่ 1 81
4.27 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ 2 82
4.28 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดที่ 2 83
4.29 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 84
4.30 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 84
4.31 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ที่ 2 85
4.32 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ 2 85
4.33 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ท่ี 2 86
4.34 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดที่ 2 86
4.35 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดที่ 2 ชดุ เบาะรองน่ังทรงสเ่ี หลยี่ มจานวน 2 เบาะ 87
4.36 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 88
4.37 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 89
4.38 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 2 90
5.1 การนาไปใชป้ ระโยชน์ การตดิ ตัง้ จัดแสดง ผลงานศิลปนิพนธ์ 91
92
93
1
บทที่ 1
บทนา
1.1 ความเปน็ มาและความสาคญั
การสร้างสรรค์ผลงานศิลปนิพนธ์ (TD500 ART THESIS) นี้ เป็นกระบวนการสาคัญใน
การศึกษาตามหลักสูตร ปริญญาศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์
คณะศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเปน็ ผลสืบเน่ืองจากการศึกษาทดลองในการศึกษา
และสร้างสรรค์ผลงานในวิชาเตรียมศิลปนิพนธ์ (TD 400 ART THESIS PREPARATION) ซ่ึงเป็นผลงาน
ศิลปะเพื่อการทดลองเทคนิคการทอ การมัดหมี่เส้นพุ่ง การระบายสีเส้นยืน และเทคนิคภาพพิมพ์
ตะแกรงไหม วสั ดทุ ี่ใช้ในการทดลองคร้ังน้ีคือไหมประดิษฐ์ ด้ายแฟนซี บล็อกสกรีน ยางปาด สีสาหรับ
การพิมพ์ผ้า ก่ีเล็กขนาดหน้ากว้าง 30 เซนติเมตร ในข้ันตอนแรกได้ทาผ้าขนาดผืนทดลองโดยใช้เทคนิค
การระบายสีเส้นยืนและซ้ือผ้าขาวม้าของหนองขาวจังหวัดกาญจนบรุ ีมาทาการทดลองด้วยเทคนคิ ภาพพิมพ์
ตะแกรงไหมโดยไดน้ าผา้ ทอทไี่ ดม้ าทาการพมิ พผ์ า้ เป็นรูปแบบตามลวดลายทผี่ ู้วิจัยได้ออกแบบ ขั้นท่ีสอง
ยังคงทดลองต่อโดยได้ข้ึนกี่ใหญ่ที่ชุมชนบ้านหนองขาวเพื่อทาการทดลองเปน็ ผ้าผืนใหญ่ขนาดหน้ากวา้ ง
80 เซนตเิ มตร ไดท้ ดลองทัง้ หมด 6 ผืน โดยแต่ละผนื มีความแตกต่างกันออกไปตามสีของเส้นพงุ่ เสน้ พุง่
ก็มีความแตกต่างกันออกไปท้ังขนาดสีสันและได้นาเส้นด้ายแฟนซีมาใช้ร่วมในผลงานการออกแบบ
ผสมผสานกับการพุ่งเส้นดว้ ยเทคนิคการมัดหมล่ี ายเสือ เพ่ือให้ผลงานการออกแบบมีความสดใสและมี
ความแปลกใหม่แตกต่างไปจากผ้าขาวม้าร้อยสีแบบด้ังเดิม ในข้ันตอนสุดท้ายผู้วิจัยได้นาเอาผ้าทอทั้งหมด
จากขั้นตอนท่ีสองมาแปรรูปเป็นเคร่ืองแต่งกาย และกระเป๋า หลังจากน้ันก็ได้ทาการออกแบบผ้าผืน
ทดลองเพ่ิมอีก 10 ผืน ในการทดลองได้รับแรงบันดาลใจมาจากผ้าขาวม้าร้อยสีของจังหวดั กาญจนบุรี
สู่แนวความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานประเภทสิ่งทอร่วมสมัย ทีไ่ ดบ้ อกเล่าเร่ืองราวภาพจาของผู้คนที่มีต่อ
เสอื นั้นเป็นไปในทศิ ทางลบโดยมักจะมองวา่ เสอื เป็นสตั ว์ดุร้าย แขง็ แกร่ง แต่ความคิดเห็นของผ้วู ิจัยนั้น
มองวา่ เสือก็เป็นสิ่งมีชวี ิตที่มีจิตใจไม่ต่างจากมนุษย์ ไม่ไดม้ ีเพียงแค่ด้านเดยี ว จึงต้องการนาเสนอมุมมอง
อีกด้านหนึ่งของเสือในด้านที่แตกต่างจากภาพจาของคนทั่วไป จึงได้มาถ่ายทอดผ่านลวดลายบนผืน
ผ้าขาวม้าร้อยสีท่ีมีการใช้เทคนิคแตกต่างกันออกไป โดยได้ศึกษาชุดสีของศิลปะยุคป็อปอาร์ตได้นาเอา
วิธีการซ้ากันของลวดลายชุดสีที่มีความสดใสและตัดกันมาใช้ในการออกแบบครั้งนี้ โดยได้กาหนด
กลุ่มเป้าหมายเป็นคนท่ีมีความร่าเริงสนุกสนาน ชอบสีสันสดใส มีรสนิยมด้านการแต่งตัว เพื่อให้ผลงาน
การออกแบบตรงไปตามวัตถปุ ระสงค์
2
ผลจากการศึกษาทดลองในการศึกษาและสร้างสรรคผ์ ลงานในวิชาเตรียมศิลปนิพนธน์ ้ัน
พบว่า ข้อดีของผลงานการออกแบบคือผลงานที่ได้มีความทันสมัยสาหรับความเป็นผ้าขาวม้าร้อยสี
แบบด้ังเดิมเม่ือได้นามาแปรรูปเป็นเคร่ืองแต่งกายและกระเป๋าทาให้เพ่ิมความน่าสนใจมากขึ้นเนื่องด้วย
เทคนิคการมัดหมี่ท่ีนามาผสมผสานกับผ้าขาวม้าและด้ายแฟนซี และเคร่ืองแต่งกายที่เปน็ การทอผ้าขาวม้า
และนามาพิมพ์ผ้าด้วยเทคนิคภาพพิมพ์ตะแกรงไหมด้วยลวดลายเสือที่ผู้วิจัยได้ออกแบบ หลังจากมอง
ภาพรวมของผลงานทั้งหมดแล้วน้ันและจากคาแนะนาของอาจารย์ สิ่งที่พัฒนาปรับปรุงได้ในผลงาน
การออกแบบคือผู้วิจัยยังออกแบบลวดลายได้ไม่มากพอ ลวดลายท่ีได้ออกแบบมาน้ันก็เป็นลวดลาย
กราฟฟิคธรรมดาทั่วไป ยังไม่มีความทันสมัยมากพอ ผู้วิจัยยังต้องปรับปรุงและพัฒนาในส่วนของ
การออกแบบให้มากกว่านี้ และสีที่ผู้วิจัยได้เลือกใช้นั้นมีสีสันที่ฉูดฉาดและตัดกันอย่างรุนแ รงมาก
ไปอย่างเห็นไดช้ ัด จึงทาให้ผลงานการออกแบบไมม่ ีผลงานไหนที่มคี วามโดดเด่นชดั เจน เน่ืองดว้ ยสีสนั
และการจัดวางองค์ประกอบที่ยังไม่พอเหมาะพอดีกับขนาดผืนผ้าทอ แตผ่ ลงานท่ีได้ออกมาก็สามารถ
นาไปจาหน่ายวางขายได้ แตจ่ ะยังไม่สามารถสร้างมูลค่าท่ีมากพอและยังเป็นสินค้าเฉพาะกลุ่มไม่สามารถ
จับกลุ่มตลาดได้ในวงกว้าง ท้ังในเรื่องของแรงบันดาลใจและปัญหาท่ีเกิดข้ึนในการทดลองในวิชาเตรียม
ศิลปนิพนธ์ (TD 400 ART THESIS PREPARATION) ทั้งเทคนิคต่าง ๆ ที่ผู้วิจัยได้ทาการทดลองและ
ได้วิเคราะห์จากการแนะนาของกรรมการศิลปนิพนธ์ได้พัฒนากระบวนการออกแบบ ท้ังเก็บเอาข้อดี
และข้อเสียจากการที่ไดท้ ดลองมาปรับปรุงแก้ไขใหม่ทั้งหมดเพ่ือนาไปสู่ การสร้างสรรค์ผลงานศิลปนิพนธ์
ในครั้งน้ี ในการพัฒนาลวดลายผ้าทอขาวม้าร้อยสีของจังหวัดกาญจนบุรีในคร้ังน้ีผู้วิจัยได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากการที่เกิดและเติบโตในเมืองกาญจน์โตมาพร้อมกับผ้าขาวม้าร้อยสีที่เป็นของคู่ใจของชาว
จังหวัดกาญจนบุรไี ม่ว่าจะเปน็ เดก็ หรอื ผู้ใหญ่ก็ลว้ นใช้ผา้ ขาวม้าร้อยสีในชีวิตประจาวนั จึงไดเ้ ห็นและได้
เกิดความคิดท่ีเกิดความคิดที่อยากจะนาเสนอผ้าขาวม้าร้อยสีของจังหวัดกาญจนบุรีในรูปแบบที่ทันสมัย
โดยนามาปรับเปลี่ยนโทนสีจากสีสันที่ฉูดฉาดให้อ่อนลงโดยใชโ้ ทนสีอ้างอิงมากจากน้าตกไทรโยคน้อย
ที่เปน็ แหลง่ ท่องเทีย่ วธรรมชาตขิ องจงั หวัดกาญจนบุรี
1.2 วัตถปุ ระสงค์ของการศกึ ษา
1.2.1 เพ่ือศกึ ษาเทคนิคการทอด้วยกีก่ ะตุกโดยใชว้ ัสดแุ ละวิธกี ารยอ้ มแบบธรรมชาติ
1.2.2 เพ่ือสร้างสรรค์ลวดลายผ้าขาวม้าหนองขาวจังหวัดกาญจนบุรีเพื่อเป็นทางเลือก
ให้ผู้บรโิ ภค
1.2.3 เพ่ือสร้างสรรค์ผลงานการการออกแบบผลิตภัณฑ์เคหะส่ิงทอสาหรับตกแต่งร้าน
เดยค์ าเฟ่ ต.แกง่ เส้ียน อ.เมอื ง จ.กาญจนบุรี
3
1.3 กรอบแนวคดิ ในการออกแบบ
พัฒนาสีสันของผ้าขาวม้าและเป็นการทางานร่วมกับชุมชนหนองขาวจากแบบด้ังเดิม
ของหนองขาวที่มีสีสันฉูดฉาดและใช้วัสดุที่เป็นเคมีผู้วิจัยได้พัฒนาโดยการใช้สีและวัสดุจากธรรมชาติ
มาสร้างสรรค์ผ้าขาวม้าเพ่อื สร้างความแตกต่างให้กับผ้าขาวม้าของหนองขาวจังหวัดกาญจนบุรี โทนสี
ที่ผู้วิจัยได้เลือกใช้ก็เป็นโทนสีที่ได้มาจากธรรมชาติคือน้าตกไทรโยคน้อย สถานที่ที่ผู้วิจัยได้ไปทา
การเก็บข้อมูลรูปภาพเพือ่ นามาใช้เปน็ โทนสีของการออกแบบในครั้งน้ี โทนสีจากน้าตกจึงมีโทนสีท่ีเป็น
โทนเย็น สบายตา ไม่ฉูดฉาดแบบผ้าขาวมา้ ดง้ั เดมิ จึงเพ่ิมความแตกต่างใหก้ บั งานออกแบบ
1.4 ขอบเขตของการศึกษา
1.4.1 ขอบเขตของแรงบันดาลใจที่ทาการศึกษาคือผ้าขาวม้าหนองขาวจังหวัดกาญจนบุรี
โดยใชว้ ัสดแุ ละการย้อมสีจากธรรมชาติ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากน้าตกไทรโยคนอ้ ย
1.4.2 ขอบเขตของประเภทของผลงานสร้างสรรค์ที่ทาการศึกษาคือ ผลิตภัณฑ์สิ่งทอ
เพ่ือเคหะใช้ในการตกแต่งร้านกาแฟ
1.4.3 ขอบเขตเทคนคิ ท่ีใช้ในในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปนพิ นธค์ อื เทคนิคการทอด้วย
ก่กี ระตุก และเทคนคิ การย้อมเสน้ ใยจากวัสดุธรรมชาติ
1.4.4 จานวนผลงานศิลปนิพนธ์ 1 ชดุ รวม 14 ชิน้
1.5 วิธีการศกึ ษาและสร้างสรรค์
1.5.1 การกาหนดแนวคิดของการสร้างสรรค์
1.5.2 การสบื ค้นข้อมูลที่เก่ยี วข้อง
การศึกษาทบทวนวรรณกรรมท่ีเกี่ยวข้องและการสืบค้นข้อมูลเพ่ือการสร้างสรรค์
ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ ทงั้ แรงบันดาลใจ แนวความคดิ ประเภท เทคนคิ วธิ กี ารและวัสดทุ ีใ่ ช้
1.5.3 การศกึ ษาขอ้ มลู และบนั ทกึ ภาพ
1.5.4 การวาดแบบร่างความคิด
1) วสั ดุอุปกรณ์ที่ใชก้ ารวาดแบบรา่ งความคดิ
2) วิธีการวาดแบบรา่ งความคิด
4
1.5.5 การสรา้ งสรรค์ผลงานศลิ ปนพิ นธ์
1) วสั ดทุ ีใ่ ชก้ ารการสร้างสรรค์ผลงานศิลปนพิ นธ์
2) เทคนคิ ทใ่ี ช้การการสร้างสรรค์ผลงานศลิ ปนพิ นธ์
1.5.6 ผลงานศิลปนพิ นธ์และการนาเสนอผลงานศิลปนิพนธ์
1) ผลงานศิลปนพิ นธ์
2) การนาเสนอผลงานศลิ ปนพิ นธ์
1.6 นยิ ามศัพท์
1.6.1 ผ้าขาวม้าร้อยสี คือ ผ้าอเนกประสงค์เฉพาะของชุมชนบ้านหนองขาว จังหวัด
กาญจนบุรี
1.6.2 ทนั สมัย คอื การออกแบบลวดลายใหม้ คี วามปัจจุบนั ตามเทรนดแ์ ฟชนั่ โลก
1.7 ประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั
1.7.1 ได้แนวทางการออกแบบลวดลายผ้าทอ สีสันโดยได้แรงบันดาลใจจากน้าตก
ไทรโยคน้อยท่เี ป็นแหล่งทอ่ งเท่ียวธรรมชาตขิ องจังหวัดกาญจนบุรี
1.7.2 ได้รับความรู้ ทักษะ ดา้ นการทอผ้าขาวม้าด้วยก่ีกระตกุ ทักษะการเอาของที่มีจาก
ธรรมชาติมาทาการยอ้ มสเี ส้นใย
1.7.3 ไดม้ พี ัฒนาการทางดา้ นการออกแบบลายผา้ เพ่ิมมากข้นึ
1.7.4 ผลงานสร้างสรรค์การออกแบบผลิตภัณฑ์เคหะสง่ิ ทอเพือ่ ตกแตง่ รา้ นกาแฟ
5
บทที่ 2
วรรณกรรมทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
การทบทวนวรรณกรรมท่ีเก่ียวข้องในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปนิพนธ์นี้ ได้ทาการศึกษา
วรรณกรรมทีเ่ กยี่ วขอ้ งกับผา้ ขาวม้าของแบรนด์สนิ ค้าอิมปานิ และดอยคา ผลงานที่เกี่ยวข้องการออกแบบ
ผลิตภัณฑ์เคหะสิ่งทอ ศึกษาเทคนิคการทอด้วยก่ีกระตุกและวัสดุประเภทฝ้ายท่ีใช้ในการสร้างสรรค์
รวมทง้ั ศึกษาหลกั องคป์ ระกอบศลิ ปห์ รือหลกั การออกแบบท่สี าคัญในการสรา้ งสรรค์งานศลิ ปนพิ นธ์นี้
2.1 แรงบนั ดาลใจ
ผ้าขาวม้า คือหนึ่งในความภาคภูมิใจท่ีอยู่กับเรามานานหลายยุคสมัยเกือบทุกท้องถิ่น
ต้องมีไวใ้ ช้ จนกลายเป็นผ้าสามัญประจาบ้าน เบอื้ งหลังความธรรมดาของผ้าขาวม้าน้ันมีที่มาที่ไม่ธรรมดา
เริ่มจากช่ือของผ้าขาวม้า ไม่ใช่ภาษาไทย แต่มาจากเปอร์เซียคาว่า ‘กามาร์บันด์’ (Kamar Band) ซ่ึง
‘กามาร์’ น้ันหมายถึง เอว หรือ ท่อนล่างของร่างกาย ‘บันด์’ หมายถึง การพัน รัด หรือ คาด เม่ือนา
ทงั้ สองคามารวมกันจงึ หมายถงึ เขม็ ขัด ผ้าพนั หรือ คาดสะเอว มีงานวจิ ยั เสนอว่า ‘ผ้าขาวมา้ ’ เปน็ คา
ที่เพ้ียนมาจากคาว่า ‘กามา’ (Kamar) ซึ่งเป็นภาษาอิหร่านที่ใช้กันอยู่ในประเทศสเปน เพราะใน
ประวัติศาสตร์ประเทศท้ังสองมีการติดต่อกันมาช้านาน ต่อมาประเทศไทยได้รับอิทธิพลทางภาษามาด้วย
(ธีรกานต์ โพธิแ์ ก้ว, 2555)
คนไทยร้จู ักใช้ผา้ ขาวม้ามาตง้ั แตส่ มัยพทุ ธศตวรรษท่ี 16 ราวยคุ สมยั เชียงแสน โดยไดร้ ับ
อิทธิพลจากชาวไทยใหญ่ที่ใช้ผ้าขาวม้า โพกศีรษะ ต่อมาผู้ชายไทยใช้ผ้าผูกเอว และยังประยุกต์ใช้
ประโยชน์หลากหลาย เช่น ใช้ห่อเก็บสัมภาระเดินทาง ห่ออาวุธ นุ่งเวลาอาบน้า เช็ดตัว ปูนอน ในยุคแรก
คนไทยจะเรยี กผา้ สารพัดประโยชนผ์ ืนน้ีว่า ‘ผ้าเคียนเอว’ ก่อนจะเปล่ียนเป็น ‘ผ้าขาวม้า’ ในภายหลัง
นานวนั ก็เกิดการแพร่หลายไปทั่วประเทศพฒั นาจนกลายเป็นอาภรณ์ผูกพันในวถิ ีชีวิตแบบไทย ๆ โดย
แตล่ ะภาคจะมีลายทอ สีสันเส้นใยแตกต่างกัน ส่วนใหญ่จะทอจากฝ้าย ไหม ด้ายดิบ หรือป่าน ในบางพื้นที่
ขนาดความกวา้ งประมาณ 3 คืบ ยาวประมาณ 5 คืบ คุณสมบัติท่ีสาคญั ของผา้ ขาวม้าคือ เป็นผ้าทอลาย
ทางตรงและขวางตัดกันมีขนาดสี่เหลี่ยมผืนผ้าพอเหมาะ ใช้งานได้อย่างหลากหลายยิ่งใช้นานยิ่งนุ่ม
ซับน้าได้ดี แห้งเร็ว ทนทานนานนับปี บางประเภทเป็นผ้าทอจากเส้นไหมราคาสูง มักใช้เป็นผ้าพาดไหล่
ด้วยความคิดสร้างสรรค์ของคนไทย สู่การทอ ย้อมสี ประดิษฐ์ลวดลาย ‘ผ้าขาวม้า’ อันมีเอกลักษณ์
ประจาแต่ละท้องถิ่น เป็นของดีประจาจังหวัด สร้างอาชีพและรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน อาทิเช่น
ผ้าขาวมา้ ดังต่อไปนี้ (ธีรกานต์ โพธแ์ิ ก้ว, 2555)
6
ผ้าขาวม้ากาญจนบุรี บ้านหนองขาว อาเภอท่าม่วง ใช้ไหมประดิษฐ์สีสด ๆ สารพัดสี
อนุรักษ์ลวดลายแบบโบราณ เช่น ลายตาจัก ซ่ึงมีเฉพาะที่บา้ นหนองขาว มีการทอเก็บยกลายตลอดทั้งผืน
และทอได้เฉพาะผู้ที่มีความชานาญเท่านั้น จึงเป็นท่ีรู้จักมากยิ่งข้ึนในนาม ‘ผ้าขาวม้าร้อยสี’นอกจาก
ลายตาจกั แลว้ ยังมลี ายอื่น ๆ ไดแ้ ก่ ลายหมากรุก ลายตาคู่ ลายตาเล็ก (ธรี กานต์ โพธ์แิ ก้ว, 2555)
ภาพที่ 2.1 ลายตาจัก. จาก อัลบั้มภาพผ้าขาวม้า, โดย เพจ เฟซบุ๊ก ผ้าขาวม้าร้อยสี อารีย์รัตน์ บ้าน
หนองขาว, 2561, สืบค้นจาก https://www.facebook.com/phakoawmarroisi/photos
ผ้าขาวม้าพระนครศรีอยุธยา จุดเด่นคือลวดลายคละสลับกันเป็นตารางหมากรุกประมาณ
คร่ึงน้ิว และมีสองสีสลับด้าน ด้านตามยาวของปลายทั้งสองข้าง ทาเป็นลายริ้วสลับสีกัน เช่น ขาวแดง
แดงดา ขาวน้าเงนิ (ธีรกานต์ โพธแ์ิ กว้ , 2555)
ภาพที่ 2.2 ผ้าขาวม้าพระนครศรีอยุธยา. จาก ผ้าขาวม้า, โดย โอท๊อปพระนครศรีอยุธยา, 2563,
สืบค้นจาก https://www.otoptoday.com/view_product.php?product_id=26165.
7
ผ้าขาวม้าชัยนาท เป็นผ้าทอด้วยไหมประดิษฐ์ โทเร และฝ้าย แตใ่ นปัจจุบนั ส่วนใหญ่จะ
นิยมทอดว้ ยโทเร ทอเป็นลายสก๊อต ลายทางหรือลายส่ีเหลี่ยม ผ้าขาวม้าที่โดดเด่นคือของตาบลเนินขาม
อาเภอหนิ ตา มีชอื่ วา่ ‘ผ้าขาวม้า 5 สี’ คือ สีแดง เหลอื ง ส้ม เขียว ขาว (ธีรกานต์ โพธิแ์ ก้ว, 2555)
ภาพท่ี 2.3 ผ้าขาวมา้ 5 สี. จาก ผ้าขาวมา้ 5 สี ลาวเวียงเนินขาม, โดย เพจ เฟซบุ๊ก ผ้าขาวม้า 5 สี ลาว
เวียงเนนิ ขาม, 2564, สบื ค้นจาก https://www.facebook.com/ผ้าขาวม้า-5-ส-ี ลาวเวียงเนนิ ขาม.
ผ้าขาวม้าลพบุรี อาเภอบ้านหม่ี จัดได้ว่าเป็นแหล่งทอผ้าพื้นเมืองท่ีใหญ่ที่สุดในประเทศไทย
ลักษณะผ้าดั้งเดิมของอาเภอบ้านหมี่จะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เป็นผ้าทอมือที่มีความประณีตมาก
เพราะชาวบ้านหม่ีเป็นชาวไทยพวนที่อพยพมาจากประเทศลาว ลวดลายท่ีโดดเด่นคือลายไส้ปลาไหล
ลายตาม่อง (ธรี กานต์ โพธิ์แกว้ , 2555)
ภาพท่ี 2.4 ผ้าขาวม้าลพบุรี. จาก ผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้า, โดย เพจ เฟซบุ๊ก TAT Lopburi, 2560,
สืบคน้ จาก https://www.facebook.com/TATLopburiOffice.
8
ผ้าขาวมา้ ราชบรุ ี ส่วนใหญจ่ ะทอ 2 ลวดลาย คอื ลายหมากรุกและลายตาปลา เปน็ ผ้าขาวม้า
ท่ีสวยงาม ราคาถูก สีไม่ตก รู้จักกันในชื่อ ‘ผ้าทอบ้านไร่’ และในปัจจุบันมีการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่
ทันสมยั โดยคนรุ่นใหม่ (ธีรกานต์ โพธแิ์ ก้ว, 2555)
ภาพที่ 2.5 ผ้าขาวม้าราชบุรี. จาก สินค้าผ้าขาวม้าราชบุรี, โดย เพจ เฟซบุ๊ก ผ้าจกทอมือราชบุรี, ผ้า
ทอพ้ืนเมือง, ผ้าขาวม้า, ผ้าพันคอ ฯลฯ, 2561, สืบค้นจาก https://www.facebook.com/Chanaiporn/
photos.
ผ้าขาวม้าศรีสะเกษ ได้รับอิทธิพลมาจากลาว จะมีการทอด้วยไหมและฝ้าย ผ้าขาวม้าที่
ทอด้วยผ้าไหมจะทาในโอกาสพิเศษหรืองานพิธีสาคัญเท่านั้น จะทอเป็นลายเส้นขัดตารางหมากรุก
(ธีรกานต์ โพธ์ิแก้ว, 2555)
ภาพท่ี 2.6 ผ้าขาวม้าศรีสะเกษ. จาก ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า, โดย เพจ เฟซบุ๊ก กลุ่มทอผ้าบ้านหนองคู,
2560, สืบค้นจาก https://www.facebook.com/kingnk24/posts/.
9
ผ้าขาวม้าสุรินทร์ ปัจจุบันมีการทอมากที่กิ่งอาเภอเขวาสินรินทร์ บ้านเขวาสินรินทร์
ชาวสุรินทร์มักใช้ผ้าขาวม้าในการแต่งกายประจาจังหวัด ในพิธีกรรมท่ีสาคัญตั้งแต่เกิดจนกระทั่งตาย
จะมีผ้าขาวม้ามาเกี่ยวข้องเสมอ ลายผ้าขาวม้าของจังหวัดสุรินทร์เป็นผ้าลายตารางสีแดงดา เขียวเข้ม
และชาวสุรินทร์จะมีผ้าขาวม้าประจาตระกูล ผู้อาวุโสมักจะมอบผ้าขาวม้าไว้เป็นมรดกแก่ลูกหลาน
ก่อนสิ้นบุญ (ธีรกานต์ โพธแ์ิ กว้ , 2555)
ภาพท่ี 2.7 ผ้าขาวม้าสรุ ินทร์. จาก ผลิตภณั ฑ์ผา้ ขาวมา้ , โดย เพจ เฟซบุก๊ ผ้าไหมโสร่ง ผา้ ขาวมา้ เมอื ง
สรุ นิ ทร์, 2559, สบื ค้นจาก https://www.facebook.com/ผ้าไหม-โสร่ง-ผา้ ขาวม้า-เมอื งสุรินทร์-
ผ้าขาวม้ามหาสารคาม ที่มีช่ือเสียงคือบ้านหนองหิน ตาบลโคกก่อ อาเภอเมือง เอกลักษณ์
โดดเด่น คอื ทอมือสีธรรมชาติ พัฒนาลวดลายให้ทนั สมัย มคี ณุ ภาพดีจนสง่ ไปจาหนา่ ยยงั ประเทศญี่ปุน่
ในนาม ‘ศิลาภรณ’์ และยังแปรรปู เป็นผลติ ภัณฑ์ตา่ ง ๆ มากมาย (ธรี กานต์ โพธแ์ิ ก้ว, 2555)
ภาพที่ 2.8 ผา้ ขาวมา้ มหาสารคาม. จาก ผ้าขาวม้าฝ้ายผา้ ฝ้ายหมักโคลน, โดย เพจ เฟซบกุ๊ ขายผา้ ขาวมา้
ของฝาก ทง้ั ปลีก-สง่ มหาสารคาม, 2563, สืบคน้ จาก https://www.facebook.com/Kiettisakpa/posts/.
10
ผ้าขาวม้าขอนแก่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว มีความวิจิตรพิสดารตระการตา ผสมผสาน
ความคิดสร้างสรรค์เป็นลายเฉพาะของผ้าขาวม้าจังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นลาย ‘หม่ีกง’ อันเป็นต้นแบบ
และเป็นลายเก่าแก่ของผ้าเมืองขอนแก่น เน้นท่ีสีม่วง แดง เขียว ซ่ึงจัดเป็นสีดั้งเดิมของผ้าขาวม้าขอนแก่น
และทาการทอลักษณะแบบ 3 ตะกอจึงทาให้ผ้าหนาเนื้อแน่นภาคเหนือ เรียกผ้าขาวม้าว่า ผ้าหัว
ผ้าตะโก้งหรอื ตาโกง้ ซ่ึงหมายถึงผา้ ลายตาราง ผ้าเตี่ยว (ธีรกานต์ โพธิ์แกว้ , 2555)
ภาพที่ 2.9 ผ้าขาวม้าขอนแก่น. จาก ผ้าขาวม้า ผ้าฝ้าย, โดย Khonkaen Market, 2564, สืบค้นจาก
https:// www.khonkaenlink.info/ market-item/ผา้ ขาวมา้ /.
ผ้าขาวม้าน่าน การทอผ้าของชาวน่านมีมาต้ังแต่บรรพบุรุษดังปรากฏภาพฝาผนังใน
วัดภูมินทร์ จะเรียกกันว่า ‘ผ้าตะโก้ง’ ส่วนมากมักนิยมทอด้วยฝ้าย เส้นฝ้ายนั้นทาเองตั้งแต่ปั่นฝ้าย
ย้อมสีจากเปลือกไม้กลัด ไมป้ ระดู่ มะเกลอื ใบสัก เปน็ ต้น เดมิ จะนิยมทอผ้าขาวม้าเป็นสีแดงดา ซง่ึ เป็น
สีดั้งเดิม แต่ปัจจุบันนิยมทอผ้าขาวม้าให้มีสีคลาสสิกมากยิ่งขึ้น โดยเน้นสีเขียว ฟ้า น้าตาล เป็นสีที่
กลมกลืนกับธรรมชาติบริเวณชายผ้ามักจะจกลายช้าง ลายม้า ลายเจดยี ์ ลายยกดอก ลวดลายที่ทอเน้น
เกี่ยวกับความเช่อื ความเปน็ สริ ิมงคลแก่ผู้ใช้ (ธีรกานต์ โพธแ์ิ กว้ , 2560)
ภาพที่ 2.10 ผ้าขาวม้าน่าน. จาก ผ้าขาวม้าทอมือ ย้อมสีธรรมชาติ จากเมืองน่าน, โดย เพจ เฟซบุ๊ก
ผา้ น่านบรุ ี, 2558, สบื ค้นจาก https://www.facebook.com/RanPhaNanBuri/photos/.
11
ในการพัฒนาลวดลายผ้าทอขาวม้าร้อยสีของจังหวัดกาญจนบุรีในคร้ังน้ีผู้วิจัยได้รับแรง
บนั ดาลใจมาจากการที่เกิดและเตบิ โตในเมืองกาญจน์โตมาพร้อมกับผ้าขาวม้าร้อยสีที่เป็นของคู่ใจของ
ชาวจังหวัดกาญจนบรุ ีไม่วา่ จะเปน็ เด็กหรือผู้ใหญ่ก็ล้วนใชผ้ ้าขาวม้าร้อยสีในชวี ิตประจาวันจึงได้เห็นและ
ไดเ้ กิดความคิดท่ีเกิดความคิดที่อยากจะนาเสนอผ้าขาวม้าร้อยสีของจังหวัดกาญจนบุรีในรูปแบบท่ีทันสมัย
โดยนามาปรับเปล่ียนโทนสีจากสีสันท่ีฉูดฉาดให้อ่อนลงโดยใช้โทนสีอ้างองิ มากจากน้าตกไทรโยคน้อย
ที่เปน็ แหล่งทอ่ งเทีย่ วธรรมชาตขิ องจงั หวดั กาญจนบุรี
โดยในการออกแบบครั้งนี้ได้นาเอาเรื่องราวของภูเขาและน้าตกที่อุดมสมบูรณ์ของ
จังหวัดกาญจนบรุ ีลงบนผืนผ้าขาวม้าที่ใช้โทนสีได้ใช้อ้างอิงมากจากน้าตกไทรโยคน้อย มาย้อมด้วยวธิ ี
ธรรมชาติ และใชเ้ ส้นใยจากธรรมชาตคิ ือเส้นฝ้ายมาถ่ายทอดลงบนผนื ผา้ ขาวม้าร้อยสีทไ่ี ด้มีการปรับโทนสี
ให้ไปทางโทนเย็นเปน็ โทนของธรรมชาติซึ่งจะแตกต่างจากผ้าขาวม้าดั้งเดิมท่ีเน้นไปทางสีสันท่ีฉูดฉาด
ใชไ้ ดเ้ ฉพาะกลุ่มและบางโอกาส การท่ีได้นาเอามาปรับเปลี่ยนโทนสขี องผ้าขาวม้าให้ไปทางโทนเย็นเพ่ือทจ่ี ะ
ได้นามาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ท่ีสามารถนามาใช้ตกแต่งร้านกาแฟท่ีมีสไตล์มินิมอล มีความน้อยแต่มาก
เรียบสบายตา เพื่อให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบในความเปน็ ธรรมชาติ และสีสัน
ที่เรียบงา่ ยสบาย
จากประวัติท่ีชาวบ้านหนองขาวต้องต่อสู้กับภัยธรรมชาติ (ท่ีแห้งแล้ง) ภัยจากศึกสงคราม
(เส้นทางเดินทัพ) และการดูแลท่ีไม่ทั่วถึงของฝ่ายปกครองเน่ืองจากเปน็ พื้นท่ีชายแดนของอาเภอท่าม่วง
ทาให้ชาวนาหนองขาวไทยโดยทั่วไป โดยเฉพาะผู้หญิงในครอบครัวจะทอผ้าสาหรับใช้เองและคนใน
ครอบครัว ซึ่งการทอน้ันจะใช้กี่มือ เส้นด้ายก็จะใช้ฝ้ายป่ันเอง จึงขาดง่ายทาให้ผ้าทอช้ามากและคุณภาพ
ไม่ค่อยดี ผ้าทอส่วนมากเป็นผ้านุ่ง ผ้าห่ม ต่อมาเมื่อความเจริญได้แผ่กระจายจากสังคมเมืองสู่ชนบท
แนวความคิดบริโภคนิยมท่ีมาจากประเทศทางตะวันตก ทาให้การทอผ้าในชนบทลดน้อยลง แต่ชาวบ้าน
หนองขาวยังคงรักษาประเพณี กิจกรรมของชาวชนบทไทยสืบมา เมื่อ พ.ศ. 2524 กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม
กระทรวงอุตสาหกรรม ได้เปิดสอนการทอผ้าด้วยกี่กระตุกข้ึนท่ีตาบลทุ่งสมอ อ.พนมทวน จ.กาญจนบุรี
ให้กับสมาชิกกลุ่มแม่บ้านตาบลทุ่งสมอ และได้จัดกลุ่มทอผ้าทุ่งสมอขึ้น แต่ก็ประสบปัญหาด้าน
การจัดการและการตลาด ทาให้กลุ่มทอผ้าทุ่งสมอไม่สามารถดาเนินการต่อไปได้ คุณอารีรัตน์ พฤฑฒิกุล
ซึ่งได้เข้าร่วมอบรมครั้งนั้นด้วย ได้นาปัญหาของกลุ่มทอผ้า ทุ่งสมอเป็นกรณีศึกษา ถึงปัญหาและ
วิธีการดาเนินการแก้ไข บวกกบั ความรู้ทไ่ี ด้ จากการอบรมมาจดั ตง้ั กลุม่ ทอผ้าหนองขาวข้ึนในกลุ่มสตรี
อาสาพัฒนาตาบลหนองขาว ซ่ึงกลุ่มพัฒนาฯ ก็มีการแบ่งกลุ่มต่าง ๆ ตามความสนใจหลายกลุ่ม เช่น
กลุ่มทาดอกไม้ประดิษฐ์ กลุ่มทอผ้า กลุ่มเลี้ยงสัตว์ ประกอบกับได้รับการส่งเสริมประชาสัมพันธ์อย่าง
จริงจัง จึงทาให้ “ผ้าขาวม้าร้อยสีของดีบ้านหนองขาว” เป็นที่แพร่หลายและรู้จักกันอย่างกว้างขวาง
(กลมุ่ ทอผา้ บ้านหนองขาว, 2559)
12
คุณสมบัติของผ้าทอหนองขาว จะมีสีสดใส ลวดลายแปลกตา เน้ือผ้าจะเป็น มันวาว
คล้ายผ้าไหม ดูแลรักษาง่าย ซักรีดตามปกติ ไม่ยืดไม่หด สีไม่ตก สวมใส่สบาย ไม่อบร้อน มอี ายุการใช้
งานท่ียาวนาน เนื่องจากเป็นผ้าที่ทอข้ึนจากเส้นด้วย “ไหมประดิษฐ์” ท่ีมีการคัดเลือกอย่างดแี ละผ่าน
การพิสูจน์เป็นเวลานานจากผู้ใช้ทั้งในหมู่บ้านและตาบลใกล้เคียง ส่วนลวดลายสีสันจะเป็นไปตาม
จินตนาการของผู้ทอ ซึ่งเป็น ภูมิปัญญาชาวบ้าน ที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษ ผู้ที่ต้องการใช้ผ้าทอ
หนองขาว ยังสามารถที่จะออกแบบเฉพาะของตนเองได้ตามลวดลายและสีสันท่ีต้องการ ซ่ึงคุณอารีรัตน์
และกลุ่มสมาชิกกลุ่มทอผ้ารับรองวา่ เป็นผ้าทอท่ีมีคุณภาพดี สีสดใส ลวดลายแปลกตา แต่ราคาถูกใจ
ผา้ ทอหนองขาวจึงเปน็ ทางเลอื กอกี ทางหนึง่ ของผูท้ ่แี สวงหาของฝากจากเมอื งกาญจน์ (กลมุ่ ทอผ้าบา้ น
หนองขาว, 2559)
2.2 แบรนด์สินคา้
แบรนด์สินค้าทั้งสองดังต่อไปนี้ที่ผู้วิจัยได้ทาการศึกษา เป็นแบรนด์สินค้าที่ทาเกี่ยวกับ
ผ้าขาวม้าแต่เปน็ การแปรรูปในรปู แบบเครอื่ งแต่งกายและผลติ ภัณฑ์ของใช้ในชวี ิตประจาวัน
2.2.1 แบรนดผ์ า้ ขาวมา้ อมิ ปานิ
อิมปานิได้สานต่องานทอผ้าขาวม้าของครอบครัวท่ีทามามากกว่า 40 ปี พ.ศ. 2520
มาวางคู่สีและลายทอในแนวคิดของคนรุ่นใหม่ ในปี 2549 แต่ยังคงกลิ่นไอเฉพาะตัวของผ้าขาวม้า
เพิ่มมูลค่าด้วยการออกแบบเป็นผลิตภัณฑ์ ที่เหมาะกับการใชใ้ นชีวิตประจาวัน ในรูปแบบตา่ ง ๆ เพ่ือให้
กลุ่มวัยรนุ่ คนรุ่นใหม่ วยั ทางาน สามารถเข้าถึงได้งา่ ยข้ึน (อมิ ปาน,ิ 2555)
คุณเอกสิทธิ์ โกมลกิตติพงศ์ เจ้าของกิจการอิมปานิ ผ้าขาวม้า ทายาทรุ่นที่ 3
ของครอบครัวชาวจีน ผู้ทอผ้าขาวมา้ มาต้ังแต่สมัยรุ่นคณุ ปูท่ ่ีเขา้ มาตั้งรกรากในจงั หวัดราชบุรี ซ่ึงในยคุ
แรกต้องยอมรับว่าตลาดผ้าขาวม้าของไทยเป็นที่นิยมอย่างมาก ผู้คนนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทาให้ธุรกิจ
ค่อนข้างเติบโตได้ดี จนกระทั่งสู่ยุคปัจจุบันที่มีทายาทรุ่นท่ี 3 เข้ามาบริหารและเล็งเห็นว่าความนิยม
เริ่มถดถอยลงเรื่อย ๆ คุณเอกสิทธิ์จึงควักเงินทุนส่วนตัวมาปลุกชีวิตให้ผ้าขาวม้าอีกครั้ง ด้วย
การปรับเปลี่ยนสีสันและลวดลายให้ดูทันสมัยมากขึ้น พร้อมต่อยอดเป็นเสื้อผ้าและสินค้าต่าง ๆ แต่ก็
ยังไม่ได้รับการตอบรับมากนัก รวมถึงครอบครัวก็ไม่เห็นด้วยแต่เขาเช่ือว่าได้เดินมาถูกทางแต่อาจจะยัง
เจาะตลาดไม่ตรงจุดกระทั่งในปี 2550 ไดน้ ากางเกงเลที่ทาจากผา้ ขาวม้าไปวางจาหน่ายที่ตลาดน้าส่ีภาค
ก็ได้รับการตอบรับดีจากลูกค้าชาวตา่ งชาติ และทาให้แบรนดอ์ ินปานิเป็นที่รู้จัก ท้ังในกลุ่มของคนไทย
และต่างชาติ จึงได้มีการพัฒนาผลิตภัณฑ์และต่อยอดเป็นตุ๊กตาจากผ้าขาวม้า โดยให้ชาวบ้านในกลุ่ม
13
วิสาหกิจชุมชนใน จ.ราชบุรีเป็นผู้ผลิตให้ รวมถึงต่อยอดทาเป็นของขวัญ ของที่ระลึก เน้นเป็นสินค้า
แฮนดเ์ มดก็ไดร้ ับการตอบรบั ดแี ละสินค้าเป็นทีต่ ้องการของตลาดมากข้ึน (MGR Online, 2561)
ทางแบรนดน์ ้ันกาลังเล็งเห็นว่าผ้าขาวม้าเริ่มไม่เป็นท่ีนิยม จึงได้ปรับเปลี่ยนลายผ้าขาวม้า
ให้ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยการเพิ่มคู่สีของเส้นด้ายใหม่ ให้เข้าถึงวัยรุ่นคนรุ่นใหม่ แต่ยังคงไว้ซ่ึงเทคนิคที่เป็น
เอกลักษณ์ฉพาะตัวของผ้าขาวม้าบ้านไร่ ท่ีสืบทอดกันมาอย่างยาวนานรุ่นสู่รุ่น ด้วยความคุ้นเคยและ
ผูกพันกับผ้าขาวม้ามาตั้งแต่เด็ก จึงเกิดเป็นแรงบันดาลใจในการนาผ้าขาวม้า เพ่ือนามาออกแบบเป็น
ผลิตภัณฑ์ในรูปแบบของเส้ือผ้าสาเร็จรูป ที่เหมาะกับคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าถึงได้ง่าย สามารถใช้ได้
ในชีวติ ประจาวัน ผู้วจิ ยั จึงไดท้ าการศึกษาในเร่ืองการจัดวางคสู่ ีจากแบรนดอ์ มิ ปานิ และผลติ ภัณฑ์อะไรบ้าง
ท่ีจะสามารถเขา้ ถึงชีวิตประจาวันของคนรนุ่ ใหม่ได้
2.2.1.1 ผลิตภัณฑ์ชนิ้ ท่ี 1
ผ้าขาวม้าอิมปานิทอด้วยผ้าฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ เนื้อผ้ามีความนุ่ม
สามารถซบั น้าได้ดี และสไี ม่ตก มีการสรา้ งสรรค์ลวดลายและสีทท่ี นั สมัยเขา้ ถงึ คนรุ่นใหม่
ภาพที่ 2.11 ผ้าขาวม้า. จาก ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า, โดย อิมปานิ, 2564ก, สืบค้นจาก https://www.
impani.com/product/.
14
2.2.1.2 ผลติ ภัณฑช์ น้ิ ท่ี 2
ภาพที่ 2.12 ผ้าขาวม้า. จาก ผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้า, โดย อิมปานิ, 2564ก, สืบค้นจาก https://www.
impani.com/product/.
2.2.1.3 ผลติ ภณั ฑ์ชนิ้ ที่ 3
ผ้าขาวม้าทอด้วยฝ้าย 100 เปอร์เซ็นต์ โดยคู่สีท่ีแบรนด์อิมปานิเลือกใช้
คือสีชมพูพาสเทลและสีเขียวพาสเทล คู่สีทั้งสองเป็นสีที่ตัดกันแต่พอมาย้อมด้วยเฉดอ่อนจึงทาให้
สามารถเข้ากนั ได้อยา่ งลงตวั
ภาพที่ 2.13 แมสผา้ ขาวม้า. จาก หน้ากาก ผ้าขาวมา้ , โดย อิมปานิ, 2564ข, สืบค้นจาก https://www.
impani.com/category.
15
2.2.1.4 ผลิตภัณฑช์ นิ้ ท่ี 4
ภาพที่ 2.14 แมสผา้ ขาวม้า. จาก หน้ากาก ผา้ ขาวม้า, โดย อิมปาน,ิ 2564ข, สบื คน้ จาก https://www.
impani.com/category.
2.2.1.5 ผลิตภณั ฑช์ นิ้ ที่ 5
หมอนอิงของแบรนด์อิมปานิมีการใช้คู่สีเพียงแค่สองสีในการสร้างสรรค์
ลวดลาย เป็นผ้าทอฝ้าย 100 เปอร์เซ็นตข์ นาด 21*21 น้ิว เน้ือผ้ามีความหนานุ่มและน่ิมต้งั แต่คร้ังแรก
ทสี่ ัมผสั สไี ม่ตก ไม่ระคายเคอื งต่อผิว สามารถถอดซักกับเครือ่ งซกั ผา้ ได้
ภาพท่ี 2.15 หมอนอิง. จาก สินค้าประดับตกแต่ง (หมอนอิง), โดย อิมปานิ, 2564ค, สืบค้นจาก
https://www.impani.com/product/15897-18391/หมอนอิง.
16
2.2.1.6 ผลิตภัณฑ์ชน้ิ ที่ 6
ภาพที่ 2.16 หมอนอิง. จาก สินค้าประดับตกแต่ง (หมอนอิง), โดย อิมปานิ, 2564ค, สืบค้นจาก
https://www.impani.com/product/15897-18391/หมอนองิ .
2.2.2 แบรนด์ดอยตงุ
โครงการพัฒนาดอยตุงอันเนื่องมาจากพระราชดาริ ริเริ่มโดยสมเด็จพระศรี
นครินทราบรมราชชนนี หรือ สมเด็จย่า ดาเนินการโดยมูลนิธแิ ม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถมั ภ์ตง้ั แต่
พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ครอบคลุมพื้นท่ี 29 หมู่บ้านในอาเภอแม่ฟ้าหลวง และอาเภอแม่สาย จังหวัด
เชียงราย ประกอบด้วยประชากรประมาณ 11,000 คนจาก 6 กลุ่มชาติพันธ์ุ ได้แก่ อาข่า ลาหู่ ไทใหญ่
ไทลอื้ ลัวะ และจีนยนู นาน (Doitung, 2559)
ดอยตุงในอดีตเป็นแหล่งผลิตและค้ายาเสพติดระดับโลกสมเด็จย่าเล็งเห็นว่า
ปญั หาต่าง ๆ เหล่านี้ คือความยากจน และการขาดโอกาส โครงการพัฒนาดอยตุงฯ จึงแก้ไขปัญหา
ด้วยการยึดคนเป็นศูนย์กลางและพัฒนาอย่างครบวงจรทั้งด้านสุขภาพ อาชีพ รายได้ การศึกษา และ
ส่ิงแวดล้อม ธุรกิจของดอยตงุ มีทั้ง กาแฟและแมคคาเดเมีย หัตถกรรม คาเฟ่ดอยตงุ ท่องเท่ียว และเกษตร
(Doitung, 2559)
หัวใจหลักของการพัฒนาที่ดอยตุง เพ่ือให้ “คนกับป่าอยู่ร่วมกันอย่างพึง่ พาและ
ย่ังยืน”โครงการพัฒนาดอยตุงฯ ฝึกฝนทักษะอาชีพ และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้แก่คนทุกกลุ่มในพ้ืนที่
ผ่านธุรกิจเพื่อสังคม 5 ประเภท ไดแ้ ก่ หัตถกรรม เกษตร อาหารแปรรูป คาเฟ่ และท่องเที่ยว ถือเปน็
การมอบโอกาสให้คนดอยตุงได้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่มีคุณภาพสู่สายตาชาวโลกอย่างเต็ม
ภาคภูมิ ท้ังยังเป็นต้นแบบการพัฒนาที่ย่ังยืนอย่างแท้จริง เพราะการพัฒนาจะยั่งยืนได้ก็ต่อเม่ือคนใน
พ้ืนทีเ่ ปน็ คนสานตอ่ และสามารถต่อยอดการพัฒนาดว้ ยตวั เขาเอง (Doitung, 2016)
17
ผลิตภัณฑ์ผ้าทอดอยตุงเริ่มต้นจากการสร้างอาชีพสุจริตและสร้างรายได้ให้สตรี
ไม่จากดั อายวุ ยั บนดอยตุง โดยการต่อยอดจากภมู ิปัญญาและทกั ษะด้ังเดมิ ในการทอผา้ ปกั ผ้า เยบ็ ผา้
มีการจัดหานักออกแบบร่วมสมัยมาพฒั นารูปแบบสินค้าให้ตรงตามความต้องการของตลาด ควบคู่ไป
ด้วยการยกระดับอุปกรณ์ วัตถุดิบ รวมถึงกระบวนการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิงแวดล้อม เช่นการย้อมสี
ธรรมชาตทิ ี่ผู้วยั ไดท้ าการศึกษา ผลิตภัณฑ์ดอยตงุ จึงเปน็ ผ้าทอมือคุณภาพสูง และยังคงด้วยอัตลักษณ์
ของชนเผผา่ อนั เป็นท่ภี าคภูมิใจ ตวั อยา่ งผ้าขาวม้าทผี่ ู้วิจัยไดท้ าการศกึ ษาคอื ผ้าทอดอยตุงคอลเลคชั่น
สปริง ซัมเมอร์ 2020 ท่ีมีแนวคิดการออกแบบอย่างยั่งยืน ลดผลกระทบต่อธรรมชาตใิ นทุกข้ันตอนการผลิต
ท้ังยังคงความโดดเดน่ ของเนื้อผ้าไวท้ ีมีการผสมผสานกันของเสน้ ใยฝ้าย ลินิน เรยอน และเย่ือไผ่ บางเบา
นุ่มสบาย
2.2.2.1 ผลงานชิ้นที่ 1 ผา้ พนั คอลาย Lyla ST Mix Lock
ผ้าทอมือดอยตุงเป็นภูมิปัญญาทีส่ ืบทอดจากแม่สู่ลูกสาว ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
มาหลายชว่ั อายุคน โครงการพฒั นาดอยตงุ ฯ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ใช้ทักษะนี้สร้างรายไดช้ ่วยครอบครัว
ดว้ ยการพัฒนาฝมี อื และเพม่ิ เทคนิคการออกแบบจนกลายเปน็ ผ้าทอมือทเ่ี ปี่ยมเอกลกั ษณข์ องดอยตงุ
ไลคร่าเป็นเส้นด้ายสังเคราะห์ท่ีมีคุณสมบัติยืดหยุ่นท่ีเม่ือยืดเเล้วสามารถ
กลับคืนสู่สภาพเดมิ ได้โดยไม่เสียรูปทรง ซ่ึงรู้จักกันอีกในชอ่ื ของเส้นด้ายสเเปนเดก็ ซ์ หรือเส้นด้ายอีลาสเทน
ทามาจากเส้นใยธรรมชาติผสมกับเส้นไลคร่าคอตตอน เนื้อผ้ามีความยืดหยุ่นสูง เเละสวมใส่สบาย
ย้อมเส้นด้ายจากสีเคมีปลอดสารพิษ ลวดลายตารางสก็อตไล่สีเเละสเกลเเละผสมกับการใช้เส้นด้ายสี
มัดย้อม (Doitung Shop, 2564ก)
ภาพท่ี 2.17 ผ้าพันคอ. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทผ้าพันคอ, โดย Doitung Shop, 2564ก, สืบค้นจาก
https://shop. doitung.com/product-category/eco-product/scarves-eco-product/.
18
2.2.2.2 ผลงานชิน้ ที่ 2 กระเปา๋ สะพาย SS21(PET)/BAG9
กระเปา๋ ตัดผ้าทรงสี่เหล่ียม ผลิตจากเส้นใยพลาสตกิ รีไซเคิลจากขวดพลาสติก
100% ผลงานของช่างฝีมือดอยตุง ภายใต้การออกแบบของนักสร้างสรรค์รุ่นใหม่ นาเสนอแนวคิด
Zero Waste ลดผลกระทบต่อธรรมชาติให้มากท่ีสุดในทุกขั้นตอนการผลิต ต้ังแต่การออกแบบ และ
เลือกใชผ้ ้าท่ีเกินจากการผลิตอื่น ๆ มาถักทอตัดเย็บ สร้างคุณค่าให้เกิดเป็นกระเป๋าท่ีสวยงามและเป็น
มติ รต่อสิ่งแวดล้อม (Doitung Shop, 2564ข)
ภาพที่ 2.18 กระเป๋า. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทกระเป๋า, โดย Doitung Shop, 2564ข, สืบค้นจาก
https://shop.doitung.com/product-category/eco-product/bags-eco-product/.
19
2.2.2.3 ผลงานชน้ิ ท่ี 3 เสอ้ื คลุม SS21/K28
เส้ือเเจ็คเก็ตกิโมโนตดั ต่อลาย ใช้ผ้ายีนสท์ อมือเน้ือบาง ลายสีพน้ื เเละลาย
ตารางหลายขนาดสี MIX BLUE มาตัดต่อผสมผสานกัน ทาจากเส้นฝ้าย 100% (Doitung Shop,
2564ค)
ภาพท่ี 2.19 เส้ือคลุม. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทแฟช่ัน, โดย Doitung Shop, 2564ค, สืบค้นจาก
https://shop.doitung.com/fashion/
20
2.2.2.4 ผลงานช้ินท่ี 4 กางเกง NTW SS21/M24
กางเกงม้งทรงหลวมตัดต่อลาย FREE-SIZE ทาจากเส้นใยเย่ือไผ่ 100%
ท่ีมีลักษณะมันวาวเหมือนไหมเน้ือผ้าละเอียดเเละมีสัมผัสนุ่ม ย้อมเส้นด้ายจากสีย้อมธรรมชาติ (คราม/
ฮ่อม, ถ่านเเมคคา, หญา้ เเฝก) (Doitung Shop, 2564ค)
ภาพที่ 2.20 กางเกง. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทแฟช่ัน, โดย Doitung Shop, 2564ค, สืบค้นจาก
https://shop.doitung.com/fashion/.
21
2.2.2.5 ผลงานช้นิ ที่ 5 กางเกง NTW SS21/M24
กางเกงม้งทรงหลวม ตัดตอ่ ผ้าลายไล่สีเเละลายตาราง Tartan สเกลใหญ่
เเละเล็กไวด้ ้วยกัน ทาจากเส้นใยฝ้าย 100% ย้อมสีธรรมชาติ (คราม/ฮอ่ ม, ถ่านเเมคคา) (Doitung Shop,
2564ค)
ภาพท่ี 2.21 กางเกง. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทแฟชั่น, โดย Doitung Shop, 2564ค, สืบค้นจาก
https://shop.doitung.com/fashion/.
22
2.2.2.6 ผลงานชิน้ ท่ี 6 หมอนองิ ลาย Colorful Hound 2 side
ผ้าทอมือดอยตงุ เป็นภมู ิปญั ญาทส่ี ืบทอดจากแม่สู่ลกู สาว ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น
มาหลายชั่วอายุคน โครงการพัฒนาดอยตุงฯ เปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้ใช้ทักษะนี้สร้างรายได้ช่วยครอบครัว
ด้วยการพัฒนาฝีมือและเพ่ิมเทคนิคการออกแบบจนกลายเป็นผ้าทอมือที่เปี่ยมเอกลักษณ์ของดอยตุง
ใช้หลากหลายสีเเละรูปเเบบเส้นใยเพื่อผสมผสานให้เกิดผิวสัมผัสท่นี ุ่มเเละน่าสนใจ ใช้โครงสรา้ งการทอ
เเบบคลาสสิค เเละเล่นสีสดใส พร้อมลวดลายสก็อต ย้อมเส้นด้ายจากสีเคมีปลอดสารพิษ เเต่ละด้าน
ลวดลายไมเ่ หมือนกนั สามารถใชไ้ ดท้ ้ัง 2 ด้าน
ภาพที่ 2.22 กางเกง. จาก ผลิตภัณฑ์ประเภทแฟช่ัน, โดย Doitung Shop, 2564ค, สืบค้นจาก
https://shop.doitung.com/fashion/.
2.3 ทฤษฎี หลักองค์ประกอบศิลปห์ รอื หลกั การออกแบบที่สาคญั ในการสรา้ งสรรค์
ผศู้ กึ ษาตอ้ งการถ่ายทอดแรงบนั ดาลใจผ่านผลงานศิลปนิพนธ์ โดยเลือกวิธกี ารสื่อความหมาย
ผ่านการวเิ คราะห์ในลักษณะของการใชท้ ศั นธาตุ ทฤษฎสี ีเอิร์ธโทนและหลักองค์ประกอบศิลป์ด้วยเทคนิค
การทอและการสร้างพื้นผวิ โดยไดร้ บั แรงบนั ดาลใจและแนวทางการออกแบบดังตอ่ ไปน้ี
23
2.3.1 หลักการออกแบบหลักทศั นธาตุ
ทัศนธาตุ (Visual Elements) หมายถึง ส่วนประกอบของศิลปะที่มองเห็นได้
ประกอบด้วย จุด เสน้ รปู รา่ ง รปู ทรง น้าหนกั อ่อน-แก่ บริเวณวา่ งและพืน้ ผวิ
2.3.1.1 จดุ
หมายถึง รอยหรือแต้มที่มีลักษณะเป็นกลม ๆ ปรากฏที่พื้นผิว ซ่ึงเกิดจาก
การจ้ิม กด กระแทก ด้วยวัสดุอุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น ดินสอ ปากกา พู่กันและวัสดุปลายแหลมทุกชนิด
จุดเปน็ ต้นกาเนิดของเสน้ รูปร่างรูปทรง แสงเงา พน้ื ผิว เชน่ การนาจดุ มาเรียงตอ่ กันจะเกิดเปน็ เสน้ และ
การนาจุดมาวางให้เหมาะสมก็จะเกิดเป็นรูปร่างรูปทรง และลักษณะผิวได้ การใช้จุดในการออกแบบ
ลวดลาย (แอบ็ ซอบา เวลาด,ี 2561)
ภาพที่ 2.23 จุด. จาก องค์ประกอบของทศั นศิลป์, โดย ธรี นาถ กา่ โน, 2564, สืบคน้ จาก https://sites.
google.com/site/teeranat471522.
24
2.3.1.2 เสน้
ร่องรอยที่เกิดจากเคล่ือนที่ของจุด หรือถ้าเรานาจุดมาวางเรียงต่อ ๆ กันไป
ก็จะเกิดเป็นเส้นข้ึน เส้นมีมิติเดียว คือ ความยาว ไม่มีความกว้าง ทาหน้าท่ีเป็นขอบเขต ของท่ีว่าง รูปร่าง
รูปทรง น้าหนัก สี ตลอดจนกลุ่มรูปทรงต่าง ๆ รวมทั้งเปน็ แกนหรือ โครงสร้างของรูปร่างรูปทรง เช่น
การใช้เส้นต้ังในการทางาน ให้ความรู้สึกสง่างาม ม่ันคง แข็งแรง การใช้เส้นในเร่ืองการออกแบบลวดลาย
ผ้าทอ เสน้ แนวตั้ง เสน้ แนวนอน (แอบ็ ซอบา เวลาด,ี 2561)
ภาพท่ี 2.24 เส้น. จาก องค์ประกอบศิลป์, โดย Thai Good View, 2553, สืบค้นจาก http://www.
thai goodview.com/node/75728?page=0,1.
2.3.1.3 รูปร่างและรูปทรง
รูปร่าง หมายถึง เส้นรอบนอกทางกายภาพของวัตถุสิ่งของเคร่ืองใช้ คน
สัตว์ และพืช มีลักษณะเป็น 2 มิติ มีความกว้างและความยาว รูปร่างของเส้นที่ใช้ในการออกแบบ
ลวดลายมีความกว้างและความยาว (วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก,
2559)
รูปทรง หมายถึง โครงสร้างทั้งหมดของวัตถุที่ปรากฏแก่สายตาในลักษณะ
3 มติ ิ คอื มที ง้ั สว่ นกว้าง สว่ นยาว ส่วนหนาหรอื ลกึ คอื จะใหค้ วามรสู้ ึกเป็นแทง่ มเี นอ้ื ท่ภี ายใน มีปรมิ าตร
และมีน้าหนัก การใช้รูปทรงในเรื่องของการออกแบบเคร่ืองแต่งกาย (วิทยาลัยเทคโนโลยีทางการแพทย์
และสาธารณสุข กาญจนาภิเษก, 2559)
25
ภาพท่ี 2.25 รูปร่าง. จาก เรียนรู้ทัศนธาตุ, โดย แอ็บซอบา เวลาดี, 2561, สืบค้นจาก https://sites.
google. com/site/artkuaep/home/phun-than-thasn-silp.
ภาพท่ี 2.26 รูปทรง. จาก เรียนรู้ทัศนธาตุ, โดย แอ็บซอบา เวลาดี, 2561, สืบค้นจาก https://sites.
google. com/site/artkuaep/home/phun-than-thasn-silp.
26
2.3.1.4 น้าหนักออ่ น-แก่
หมายถึง จานวนความเข้ม ความออ่ นของสีตา่ ง ๆ และเสงเงาตามที่ประสาท
ตารับรู้ เม่ือเทียบกับน้าหนักของสีขาว-ดา ความอ่อนแก่ของแสงเงาทาให้งานเกิดมิติมากขึ้น การไล่สี
ของผ้าทอ เกิดระยะใกล้ไกล เรื่องน้าหนักอ่อนและแก่จะสัมพันธ์กับเรื่องสีโดยตรงในการทางาน
ออกแบบลาย (วิรัตน์ พชิ ญไพบลู ย์, 2524)
ภาพท่ี 2.27 น้าหนักอ่อนแก่. จาก ความกลมกลืน, โดย Watkadarin, 2553, สืบค้นจาก http://119.
46.166.126/self_all/selfaccess9/m3/553/lesson1/page1_1.php.
ภาพที่ 2.28 น้าหนักอ่อนแก่. จาก องค์ประกอบศิลป์, โดย สุชานันท์ ทรัพย์ศิลป์ 2561, สืบค้นจาก
http:// suchanansubsin.blogspot.com/2018/10/blog-post.html
2.3.2 ทฤษฎสี ีเอริ ธ์ โทน
มนุษย์มีความผูกพันกับธรรมชาติในระดับพันธุกรรม ชุดสีเอิร์ธโทนเป็นตัวแทน
ธรรมชาตทิ ี่ให้ความหมายในเชิงบวก และให้อารมณ์ที่สงบและสุขุม ประกอบไปด้วยเฉดสีเทา และสีน้าตาล
ซึ่งเป็นเฉดสีของดิน สีเอิร์ธโทนยังรวมไปถึงสีต่าง ๆ ที่มีในธรรมชาติ เช่น สีของท้องฟ้า ใบไม้ และ
27
ดวงอาทิตย์ ฯลฯ อีกทั้งยังใจดีและเป็นมิตรกับสีทุกกลุ่ม มนุษย์เราจะรู้สึกสบายตาและอยู่ร่วมกับสีเหล่าน้ี
ไดน้ านโดยไมร่ ู้สกึ เบอื่ ง่าย
สีเอิร์ธโทน หมายถึง กลุ่มหรือรูปแบบสีท่ีเป็นตัวแทนของสีสันต่าง ๆ ของพ้ืนดิน
ดิน หรอื แรธ่ าตุธรรมชาติ ในฐานะทเี่ ปน็ กลุ่มสี สีเอิร์ธโทนมกั จะประกอบไปด้วยสนี า้ ตาล และสามารถ
ใช้ร่วมกันเพอ่ื สร้างรูปแบบสีที่กลมกลืนกันไดใ้ นวงล้อสีแบบดั้งเดิมของจิตรกร สเี อริ ์ธโทนมักจะถูกนาเสนอ
ผ่านบางพกิ เมนต์สีสาคัญท่ีศิลปินใช้ เช่น สีออเกอร์อมเหลือง สีอัมเบอร์ไหม้ และสีเซียนาไหม้ สีสันเหล่าน้ี
ส่วนใหญ่มีแหล่งกาเนิดมาจากแร่ธาตุธรรมชาติท่ีพบได้ในโลก ซ่ึงเป็นผลให้ภาพเขียนสีน้ามันเก่าแก่
หลายช้นิ ประกอบไปด้วยพาเลทสีเอริ ธ์ โทนเม่ือเทียบกบั ภาพเขียนในภายหลังซ่ึงมักจะใชส้ สี ังเคราะห์ท่ี
มีพกิ เมนต์สีสวา่ งกว่า บนวงล้อสีร่วมสมัย สีเอิร์ธโทนมักจะถูกแสดงด้วยทินตส์ ีเข้มของสีโทนร้อน เช่น
สีส้ม สีแดง และสีเหลือง อย่างไรก็ตามในขณะที่การเพมิ่ สีดาน้ันจะสร้างทินตส์ ีท่ีแท้จริง (เช่น สีเหลืองเข้ม)
การเพ่ิมสีน้าตาลลงไปในสีแดง สีเหลือง หรือสีส้มจะทาให้สีกลุ่มน้ีกลายเป็นสีเอิร์ธโทน (Shutterstock,
2563)
ภาพท่ี 2.29 สีเอิร์ธโทน. จาก Earth tone สีเอิรธ์ โทน มีสีอะไรบา้ ง : ตกแต่งคอนโดด้วยโทนสีเอิร์ธโทน
สไตลธ์ รรมชาติ, โดย Estopolis, 2562, สืบค้นจาก https://www.estopolis.com/article/creative/
decoration/Earth-tone-\
ประวัติความเป็นมาของสีเอิร์ธโทนพิกเมนต์สีที่มาจากดินเหนียวนับเป็นพิกเมนต์
สีแรกสุดท่ีมนุษย์ไดใ้ ช้งาน โดยแตกต่างจากแร่ธาตุและโลหะบางอย่างท่ีตอ้ งมีการสกัดออกมา เราสามารถ
พบพิกเมนต์สี เช่น สีออเกอร์ สีอัมเบอร์ และสีเซียนาได้อย่างง่ายดายจากพื้นผิวหรือจากชั้นหน้าดิน
28
สอี อเกอรถ์ กู ใชโ้ ดยคนยคุ ก่อนประวตั ศิ าสตร์มาตงั้ แต่ 75,000 ปีกอ่ น มกี ารค้นพบชน้ิ ส่วนของลวดลาย
แบบนามธรรมที่แกะสลักด้วยสีออเกอร์ที่แหล่งโบราณคดีถ้าบลอมโบส์ในแอฟริกาใต้ซึ่งสืบย้อนไปถึง
ช่วงเวลานี้ เฉดต่าง ๆ ของสีออเกอร์ถกู ใช้เพื่อสรา้ งงานศิลปะในออสเตรเลยี เมโสโปเตเมีย และอียิปต์
โบราณ ในชว่ งยุคเรเนสซองส์ พกิ เมนตส์ ีเอิร์ธโทนถกู สกัดเป็นจานวนมากในเมืองของอติ าลี และถูกใช้
ในการสร้างภาพเขียนและจิตรกรรมฝาผนัง อัมเบอร์ได้ชื่อมาจาก Terra d’ombra หรือ “แผ่นดินแห่ง
อุมเบรีย์” ในขณะเดยี วกัน เซียนาถูกต้งั ชือ่ ตามเมืองที่นิยมใชเ้ ซียนาเผาในงานศิลปะ (Shutterstock,
2563)
2.3.3 หลกั การออกแบบหลกั องค์ประกอบศิลป์
จังหวะ เป็นส่วนประกอบของงานศิลปะทุกแขนงแม้แต่ในสาขาดนตรี จังหวะ
หมายถึงความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง หรือการเคล่ือนไหวที่หยุดเป็นช่วง เกิดจากการเว้นระยะ ความห่าง
หรือการซ้ารูปแบบท่ีมีช่วงระยะเท่า ๆ กัน การซ้าของจังหวะเป็นการซ้าที่มีเอกภาพและความหมาย
จังหวะเกิดข้ึนได้จากการซ้า หรือการสลับกันของส่วนต่าง ๆ เกิดจากการเคล่ือนไหลต่อเนื่องกันของเส้น
รูปร่าง รูปทรง น้าหนัก หรือสี ท่ีว่างจะเป็นส่ิงที่คงที่ แต่จังหวะจะเป็นตัวทาให้เกิด ความถี่และความห่าง
โดยรูปแบบของจังหวะประกอบไปดว้ ย 2 รปู แบบ (Camer Aat, 2560)
2.3.3.1 จงั หวะเกิดจากซา้ กัน
เปน็ รูปแบบของจังหวะที่มีลักษณะซ้ากันของส่ิงตา่ ง ๆ โดยมีพื้นท่ีว่างค่ันอยู่
ระหว่างวัตถุน้ัน ๆ วัตถุที่มีอยู่เพียงอันเดียวจะไม่เกิดจังหวะจนกว่าวัตถุน้ันจะมีการซ้ากัน (Camer Aat,
2560)
2.3.2.2 จังหวะเกดิ จากการตอ่ เนื่อง
เป็นการเคล่ือนไหวที่มีจังหวะต่อเน่ือง เป็นจังหวะที่ไม่จาเป็นต้องมีพื้นที่
วา่ งมาคั่น ไม่จาเปน็ ต้องมีการซ้ากันของวตั ถุแต่เปน็ จงั หวะที่เกิดจากลักษณะการเคลอ่ื นไหวท่ีเลื่อนไหล
ไปอย่างสม่าเสมอ เป็นจังหวะตอ่ เนือ่ งกันของเสน้ สี นา้ หนักทีไ่ มข่ าดระยะ (Camer Aat, 2560)
2.4 เทคนคิ และวิธกี าร
2.4.1 เทคนิคการย้อมร้อนจากวัสดุธรรมชาติ
1) ข้ันตอนการเตรียมวัตถุดิบ วัสดุจากพืช เช่น เปลือก ราก แก่น เน้ือ ใบไม้
ทกุ ชนดิ ควรสบั ใหล้ ะเอยี ด จากน้ันนามาใสใ่ นหม้อรอ้ น เติมน้าให้ท่วมวตั ถดุ ิบ และคาณวนปริมาณน้า
ให้พอดีสัดส่วนกับ หากเป็นพืชสดควรใช้น้าประมาณ 4 เท่า ถ้าเป็นพืชแห้งใช้น้าประมาณ 2 เท่าของ
นา้ หนกั เส้นดา้ ย การแชน่ ้าท้ิงไว้ 1 คอื จะชว่ ยการสกดั สที าได้ง่ายขน้ึ (สิทธชิ ัย สมานชาติ, 2562)
29
2) ข้ันตอนการเตรียมน้าย้อม นาวัสดุย้อมสีมาต้มให้เดือดประมาณ 1 ช่ัวโมง
หรือสังเกตุว่าน้าสีในหม้อย้อมเข้มขั้นได้สีที่ต้องการแลว้ หรือไม่ เม่ือพอใจแล้วกรองเอาแต่น้าสีเพ่ือไปใช้
ในการย้อมด้าย ส่วนเส้นด้ายท่ีจะนาไปย้อมน้ันต้องต้มในน้าเดือดประมาณ 30 นาที นามาบิดให้หมาด
กระตุกใหต้ ึง 2-3 คร้ัง จงึ นาไปย้อมในหมอ้ ตม้ สตี ่อไป ข้อควรระวังตอ้ งไม่ทิง้ ใหเ้ สน้ ใยแหง้ เพราะความช้ืน
จากน้าจะช่วยให้น้าสีซึมเข้าเส้นใยได้ดีขึ้น หากส่วนใดแห้งจะเกิดรอยด่างของสีย้อมขึ้นได้ (สิทธิชัย
สมานชาต,ิ 2562)
3) ข้ันตอนการย้อม เป็นขั้นตอนที่ใช้เวลาให้นาน้าย้อมสีที่กรองเรียบร้อยแล้ว
ไปต้มอกี ครั้งหน่ึงให้อณุ หภูมิน้าสูงข้ึน เดือดออ่ น ๆ จนมีไอขึ้น ในขั้นตอนนี้จะต้องใส่สารช่วยติดสีซึ่ง
ประกอบไปด้วย เกลือแกง สารส้ม น้าด่าง กรดจากพืชท่ีมีรสเปรี้ยว ผสมใส่น้าสะอาดอุ่นให้พอร้อน
คนให้ละลาย จากนั้นนาด้ายท่ีผ่านการทาความสะอาดแล้วใส่ลงไป สังเกตดูสีท่ีติดที่เส้นใยว่าเป็นสีท่ี
เราต้องการ ต้องคอยกลบั เส้นใยบ่อย ๆ เพอ่ื ใหส้ ีซึมอยา่ งสมา่ เสมอและยกหมุนสลับกลับด้านให้เส้นใย
โดนอากาศจะช่วยให้สีติดง่าย ตดิ ทนข้ึน ส่วนระยะเวลาในการต้มนั้นขึ้นอยกู่ ับวา่ จะต้องการสเี ขม้ หรือ
สอี อ่ น วสั ดบุ างอย่างอาจจะต้องใชเ้ วลาตม้ นานเปน็ 10 ช่วั โมง (สิทธชิ ัย สมานชาติ, 2562)
2.4.2 เทคนิคการย้อมเย็นจากวสั ดุธรรมชาติ
เป็นภูมิปัญญาด้ังเดิม มีวิธีการย้อมท่ีเตกต่างจากการย้อมร้อนตรงกระบวนการ
เตรียมวัตถุดิบ การเตรียมน้าย้อมและกรรมวธิ ีการย้อม
1) ขั้นตอนการเตรียมวัตถุดิบ มีท้ัง วิธีการหมัก หมักกับน้าด่างหมักจนวตั ถุดิบ
เกิดการเน่าเปื่อย เช่น ใบครามหรือใบห้อม เป็นต้น อีกวิธีคือการใช้ของสดมาทุบให้ได้น้ายาง เช่น
ผลมะเกลือ น้ายางสีขาวที่ออกมาจะทาปฏิกิริยากับน้า และแสงแดดในการย้อมสี (สิทธิชัย สมานชาติ,
2562)
2) ข้ันตอนการเตรียมนา้ ย้อม วิธีการเตรียมน้าย้อมเย็นจะใชก้ ารเตรียมน้าย้อม
โดยไม่พ่ึงความร้อนจากการต้ม แต่จะใช้ระยะเวลาในการรอให้เกิดปฏิกิริยาในกระบวนการเตรียมน้าย้อมสี
เช่นสีคราม ปัจจุบันมีการศึกษาที่ช่วยลดระยะในการย้อมด้วยการเติมสารเปร้ียวจากผลไม้ (สิทธิชัย
สมานชาต,ิ 2562)
3) ขั้นตอนการย้อมเย็น วิธีการย้อมเย็นจะใช้วธีการแช่เส้นใยและขย้าให้สี
ธรรมชาติเข้าไปติดกับเส้นใย ในกรณี คราม จะต้องยกเส้นใยมาสัมผัสอากาศทาให้เกิดปฏกิ ิริยาเปล่ียนจาก
สีเขียวเป็นสีคราม ในกรณีของมะเกลือ จะต้องยกผ้าข้ึนมาสัมผัสแสงแดดจัดจะช่วยเปลี่ยนสีเทาเป็นสีดา
และเมือ่ ยอ้ มซา้ หลาย ๆ รอบ จะเปลี่ยนเป็นสดี ามนั จนขน้ึ เงา (สิทธชิ ยั สมานชาต,ิ 2562)
30
2.5 วัสดุ
2.5.1 เสน้ ใยฝ้าย (Cotton)
ฝ้ายเป็นพืชเส้นใยที่มคี วามสาคัญอย่างย่ิงและเปน็ ที่นิยมใช้มากทีส่ ดุ ในโลก ฝ้าย
มีถ่ินกาเนิดอยู่ในอเมรกิ ากลางและเอเชียตอนใต้ ฝา้ ยถูกใชใ้ นการทาเคร่อื งนุ่งหม่ หรือส่ิงทออน่ื ๆ สาหรบั
ในวถิ ชี ีวิตของคนไทย มีการปลูกฝา้ ยมาตัง้ แต่โบราณเพื่อประโยชนใ์ ช้สอยในครอบครวั ปจั จุบนั ประเทศมี
ความต้องการฝ้ายในภาพรวมมากข้ึน ตามสภาพสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งการส่งออกผลิตภัณฑ์ส่ิง
ทอเพิ่มมากข้ึน ไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในอุตสาหกรรมส่ิงทอ ประเทศไทยต้องนาเข้าปุยฝ้าย
จากต่างประเทศเป็นมูลค่ามหาศาล อีกทั้งการปลูกในประเทศต้องใช้ต้นทุนการผลิตสูง เน่ืองจากค่า
สารเคมีป้องกันกาจัดศัตรูพชื ซ่ึงทาให้ไมป่ ลอดภัยต่อผผู้ ลติ และเป็นปัญหาต่อสภาพแวดล้อม ในขณะ
ท่ยี งั มคี วามจาเปน็ ในการใช้เส้นใยจากพืชน้ีอยู่ (ปัน่ ทอ กัญ, 2564)
การเก็บฝ้ายในบา้ นเรามักเก็บด้วยมือ โดยเลือกผลฝ้ายที่แตกแล้ว ดึงเส้นใยออก
จากสมอ ส่งไปโรงงานหีบฝ้ายเพื่อแยกเมล็ดออก หลังจากนั้นจะนาเส้นใยไปทาสาลี ปัน่ เป็นเส้นดา้ ย หรือ
อัดเป็นแท่ง ส่วนเมล็ดฝ้ายท่ีแยกเอาเส้นใยออกไปแล้ว นาไปสกัดน้ามัน เรียกว่าน้ามันเมล็ดฝ้าย ฝ้าย
10 กโิ ลกรมั ให้เส้นใยประมาณ 3.5 กิโลกรัม และให้น้ามันประมาณ 1 กโิ ลกรมั (ปั่น ทอ กญั , 2564)
ลักษณะของเส้นใยฝ้ายค่อนข้างสั้นละเอียดและมีสีขาวครีม สีของเส้นใยขึ้นอยู่
กับดินที่เจริญเติบโต การเพ่ิมสารเคมีในดินอาจทาให้สีของใยฝ้ายมีความหลากหลาย เส้นใยฝ้ายบิดมาก
หรือน้อยบนแกนตามยาวซ่ึงไม่สามารถมองเห็นได้จากภายนอกเรียกว่า Convolution การบิดเส้นใย
จะต้องไม่ตอ่ เน่ืองกันในทศิ ทางเดียวเช่นถ้าอยู่ทางขวาก่อนแลว้ ไปทางซา้ ย คุณสมบัติของใยฝ้ายนีช้ ่วย
ในการปัน่ ด้าย (เทสเทก็ ซ์ไทล์, 2560)
ภาพที่ 2.30 ฝ้าย. จาก 7 ฝ้ายสายพันธ์ใหม่ต้านโรค, โดย เทคโนโลยีชาวบ้านออนไลน์, 2562, สืบค้น
จาก https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_128715.
31
บทที่ 3
กระบวนการสร้างสรรค์
3.1 การศกึ ษาขอ้ มูลและบนั ทกึ ภาพ
ในการศึกษาหาข้อมูลเพื่อการออกแบบผู้วิจัยได้ลงสารวจพ้ืนที่จริงเพื่อไปบันทกึ ภาพ
บรรยากาศ มุมใกล้ มุมไกล สถานที่ที่ผู้วิจัยได้ไปทาการเก็บข้อมูลศึกษาและบันทึกภาพคือน้าต ก
ไทรโยคน้อยจังหวดั กาญจนบรุ ีแหล่งท่องเที่ยวท่ีอุดมสมบรู ณ์และเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเท่ียว ผู้วิจัย
ได้ทาการบันทึกภาพด้วยโทรศัพท์มือถือ จากการได้ไปลงพ้ืนท่ีจริงผู้วจิ ัยจึงไดม้ ีข้อมูลภาพเพื่อไปใช้ใน
การสร้างสรรค์ผลงานและข้อมูลภาพท่ีไดน้ ั้นมาทาเป็นแถบสีเพอื่ ใชก้ ับผลงานการออกแบบเพื่อทาการย้อม
ด้วยวธิ ธี รรมชาติ
ภาพที่ 3.1 น้าตกไทรโยคนอ้ ยจังหวัดกาญจนบุรี
32
ภาพที่ 3.2 นา้ ตกไทรโยคนอ้ ยจงั หวัดกาญจนบุรี
ภาพท่ี 3.3 น้าตกไทรโยคน้อยจงั หวดั กาญจนบรุ ี
33
ภาพที่ 3.4 น้าตกไทรโยคน้อยจังหวดั กาญจนบุรี
ภาพท่ี 3.5 น้าตกไทรโยคน้อยจงั หวัดกาญจนบรุ ี