34
ภาพที่ 3.6 น้าตกไทรโยคน้อยจงั หวดั กาญจนบุรี
ภาพที่ 3.7 น้าตกไทรโยคนอ้ ยจังหวดั กาญจนบรุ ี
35
ภาพที่ 3.8 น้าตกไทรโยคน้อยจังหวดั กาญจนบุรี
ภาพท่ี 3.9 น้าตกไทรโยคน้อยจงั หวัดกาญจนบรุ ี
36
3.2 การวาดแบบรา่ งความคิด
ในการออกแบบเพ่ือสร้างสรรค์ผลงานศิลปนิพนธ์ในครั้งน้ีผู้วจิ ัยได้รบั อิทธิพลในการออกแบบ
มาจากนา้ ตกไทรโยคน้อยท่ีมีความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติและเป็นแหล่งท่ีเท่ียวสาคัญของจังหวัด
กาญจนบุรี ได้นาเอาโทนสีท่ีได้จากน้าตกมาถ่ายทอดลงบนผืนผ้าขาวม้าร้อยสีของจังหวัดกาญจนบุรี
เพื่อทีจ่ ะไดน้ าเสนอผา้ ขาวม้าร้อยสที ส่ี ว่ นใหญม่ กั จกั มสี ีสนั ฉดู ฉาดโทนรอ้ น มาเปน็ ผ้าขา้ วม้าร้อยสีโทนเย็น
ทใ่ี ชโ้ ทนสี วสั ดแุ ละวธิ ีการย้อมแบบธรรมชาติ โดยได้ทาการออกแบบผา่ นโปรแกรมดว้ ยคอมพิวเตอร์
3.2.1 วสั ดอุ ุปกรณ์ เครื่องมอื โปรแกรมท่ใี ชว้ าดแบบร่างความคดิ
1) โปรแกรม Adobe lllustrator CC 2018 เป็นโปรแกรมหลักที่ผู้วิจัยใช้ใน
การวาดแบบร่างความคิดทง้ั หมด
ภาพที่ 3.10 อุปกรณท์ ีใชใ้ นการวาดแบบร่างความคิด
2) โปรแกรม Adobe Dimension เป็นโปรแกรมที่เอาไว้วาดแบบร่างทางความคิด
เป็นแบบสามมิติ ผู้วจิ ัยได้ใช้โปรแกรมน้ีเพ่ือวาดแบบร่างทางความคิดของรูปแบบผลิตภัณฑ์ทจ่ี ะนามา
แปรรูป
37
ภาพที่ 3.11 โปรแกรมทใ่ี ช้ในการวาดแบบร่างความคดิ
3.2.2 วธิ ีการวาดแบบรา่ งความคดิ
ในขั้นตอนการออกแบบผู้วิจัยได้ใช้โปรแกรม AI ในการออกแบบลวดลายผ้าขาวม้า
โดยใช้อุปกรณ์คือ Rectangle tool ในการสร้างเส้นยืนเป็นพ้ืนของผ้าขาวม้า และโทนสีที่นามาใช้ก็เป็น
โทนสที ี่ได้จากน้าตกไทรโยคนอ้ ยโทนสีจงึ เป็นโทนสีเย็น มีความสบายตา ไม่ฉูดฉาด
ภาพที่ 3.12 วิธีการวาดแบบรา่ งความคดิ (เสน้ โครงร่าง)
38
3.2.3 การนาเสนอแบบรา่ งทางความคดิ เบอ้ื งต้น
การออกแบบร่างทางความคดิ เบ้อื งตน้ นั้นข้าพเจา้ ได้กาหนดการออกแบบลวดลาย
ทั้งหมด 42 ลวดลายที่ได้เลือกการถ่ายทอดออกมาผ่านความอุดมสมบูรณ์ของน้าตกไทรโยคน้อย
จงั หวดั กาญจนบุรี โทนสีทไ่ี ดน้ ามาทาการออกแบบจึงเปน็ โทนสเี ย็นทเ่ี ปน็ บรรยากาศของน้าตกไทรโยคนอ้ ย
ภาพท่ี 3.13 แบบร่างทางความคดิ เบ้อื งตน้
ภาพที่ 3.14 แบบรา่ งทางความคดิ เบือ้ งต้น
39
ภาพที่ 3.15 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.16 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
40
ภาพที่ 3.17 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.18 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
41
ภาพที่ 3.19 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.20 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
42
ภาพที่ 3.21 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.22 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
43
ภาพที่ 3.23 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.24 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
44
ภาพที่ 3.25 แบบรา่ งทางความคิดเบอื้ งต้น
ภาพที่ 3.26 แบบร่างทางความคิดเบ้อื งต้น
45
3.3 การสรา้ งสรรคผ์ ลงานศิลปนพิ นธ์
3.3.1 เทคนคิ การย้อมสีจากวสั ดธุ รรมชาติ
ผวู้ ิจัยได้สารวจจากสงิ่ รอบแวดล้อมรอบตัวว่ามีอะไรบา้ งแล้วจงึ นาสิ่งเหลา่ น้ันมา
ทาการย้อมสีเสน้ ใยเพ่ือใชใ้ นการทอ ส่ิงทผ่ี ู้วจิ ัยนามาใชไ้ ดแ้ ก่
3.3.1.1 แก่นขนุน
วิธีการย้อมแก่นขนุน นาแก่นขนุนที่แห้งแล้วมาหั่นเป็นแทง่ เล็ก ๆ ห่อด้วย
ผ้าขาวบางแล้วต้มประมาณ 4 ชั่วโมง จนแก่นขนุขออกเป็นสีเหลืองทองเข้ม จากนั้นเมื่อได้ตามสีท่ี
ต้องการ ใชก้ ระชอนช้อนกากทิ้งกรองน้าใสเติมสารส้มเพื่อให้ติดสี เอาเส้นฝ้ายชุบน้าจุ่มลงในอ่างย้อม
กลับเสน้ ใยไปมา 2 ช่วั โมงท้ิงแช่ไว้ เอาข้ึนจากอ่างยอ้ ม ซักนา้ สะอาดและกระตุกตาก
ภาพที่ 3.27 ขนั้ ตอนการย้อมแก่นขนุน
46
3.3.1.2 เปลือกสะเดา
วิธีการย้อมเปลือกสะเดา การใช้เปลือกสะเดาในการย้อมเส้นใยควรใช้
เปลือกสะเดาที่มีอายุต้ังแต่ 5 ปี ข้ึนไป จะไดเ้ ปลือกท่ีค่อนข้างหนาและมีสีแดง ลอกเอาเฉพาะเปลือก
ต้นด้านในมาสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ สามารถย้อมได้ทั้งเปลือกสดและเปลือกแห้ง ในการเตรียมน้าสีใช้
เปลือกสะเดาแห้งต่อน้า อตั ราส่วน 1:10 ต้มสกัดสีนาน 1 ช่ัวโมง แล้วนาไปย้อมเส้นใยโดยใช้กรรมวิธี
ย้อมร้อน นาน 1 ชั่วโมง เสร็จแล้วนาเส้นใยมาแช่ในสารละลายจุนสี จะได้เส้นใยสีน้าตาลเข้ม การย้อมสี
โดยใช้ใบสะเดาสดตม้ กับน้า อัตราส่วน 1:2 ตม้ นาน 1 ช่วั โมง นาไปย้อมเส้นใยด้วยกรรมวิธีการย้อมร้อน
เช่นเดียวกัน เสร็จแล้วนามาแช่ในสารละลายจุนสี หรือใช้กรรมวิธีการย้อมพร้อมกับสารละลายจุนจี
จะได้เส้นใยสีน้าตาล ส่วนการย้อมพร้อมกับสารส้มจะได้เส้นใยสีน้าตาลอ่อน มีความคงทนต่อการซัก
และมคี วามทนต่อแสงในระดับปานกลาง
ภาพท่ี 3.28 ขัน้ ตอนการยอ้ มเปลอื กสะเดา
47
3.3.1.3 ใบมะมว่ ง
วิธีการย้อมใบมะม่วง ส่วนที่ใช้ในการย้อมเส้นใยคือ ใบมะม่วง เพื่อสกัด
เอาสีด้วยวิธีการต้มในน้า อัตราส่วน 1:2 นาน 1 ช่ัวโมง จึงกรองเอาน้าสีที่ได้ไปย้อมเส้นใย ใบสด 15
กิโลกรัม สามารถย้อมเส้นใยได้ 1 กิโลกรัม สีของเส้นใยที่ผ่านการย้อมจะได้สีเหลอื งทอง จากนั้นนาเส้นใย
ที่ผ่านการย้อมแช่ในสารละลายสารส้ม จะได้สีเหลืองอ่อนทอง ถ้านาไปแช่น้าปูนจะได้เป็นสีเขียวอม
นา้ ตาล
ภาพที่ 3.29 ข้นั ตอนการย้อมใบมะมว่ ง
48
3.3.1.4 กลว้ ย
การสกัดสีจากต้นกล้วยจะใช้ส่วนที่เป็นกาบหุ้มลาต้น นามาห่ันเป็นช้ินเล็ก ๆ
ต้มสกัดสีกับน้า นาน 1 ช่ัวโมง โดยใชอ้ ัตราส่วน อตั ราส่วน 1:2 เม่ือครบ 1 ช่ัวโมง กรองใช้เฉพาะน้า
ย้อมเส้นใยดว้ ยกรรมวธิ ีย้อมร้อนจากฝืนจะไดเ้ ป็นสีชมพอู ่อน แตถ่ ้าต้มย้อมร้อนจากเตาถ่านจะได้เป็น
สีครมี ขาวขนุ่ จากนน้ั นาเส้นใยทผ่ี ่านการยอ้ มมาแชใ่ นสารละลายชว่ ยตดิ สสี ารสม้
ภาพท่ี 3.30 ขั้นตอนการย้อมกาบกลว้ ย
49
3.3.1.5 กระเจ๊ยี บ
การสกัดสีจากกระเจ๊ียบ นากระเจ๊ียบท่ีตากแห้งแล้วต้มสกัดสีกับน้า นาน
2 ช่ัวโมง โดยใช้อตั ราส่วน อตั ราส่วน 1:2 เมื่อครบ 2 ชั่วโมง กรองใช้เฉพาะน้าย้อมนาเส้นใยฝ้ายที่ผ่าน
การซักล้างมาแชไ่ ว้ 1 ชวั่ โมง เม่ือครบนาแชท่ ้ิงไว้ 1 คืน จากน้ันนาเส้นใยท่ีผ่านการย้อมมาแชใ่ นสารละลาย
ชว่ ยติดสี
ภาพท่ี 3.31 ขั้นตอนการยอ้ มกระเจีย๊ บ
50
3.3.1.6 ใบสัก
การสกัดสีจากใบสัก นาใบสักสดมาทุบให้เกิดเปน็ น้า จากน้ันตม้ น้าและ
ใส่ใบสัก ต้มนาน 2 ชว่ั โมง กรองใชเ้ ฉพาะน้าย้อมนาเส้นใยฝ้ายที่ผ่านการซักล้างมาแช่ไว้ 1 ชั่วโมงเมื่อ
ครบนาแช่ท้งิ ไว้ 1 คนื จากน้ันนาเส้นใยท่ผี า่ นการยอ้ มมาแชใ่ นสารละลายชว่ ยติดสี
ภาพที่ 3.32 ขน้ั ตอนการยอ้ มใบสัก
51
3.3.1.7 กาบมะพร้าว
การสกัดสีจากกาบมะพร้าว นากาบมะพร้าวแห้งมาต้มย้อมร้อนนาน 2
ช่ัวโมงเมื่อได้สีท่ีต้องการ จากนั้นกรองใช้เฉพาะน้าย้อมนาเส้นใยฝ้ายท่ีผ่านการซักล้างมาแชไ่ ว้ 1 ชั่วโมง
เมื่อครบนาแช่ท้งิ ไว้ 1 คืน จากน้นั นาเส้นใยท่ีผ่านการยอ้ มมาแชใ่ นสารละลายช่วยติดสี และซกั กระตกุ ตาก
ภาพท่ี 3.33 ขั้นตอนการย้อมกาบมะพรา้ ว
52
3.3.1.8 บที รูท
การสกัดสีจากบีทรูด นาบีทรูทไปล้างให้สะอาดและนามาหั่นเป็นช้ินเล็ก ๆ
หลังจากน้ันนาไปต้มย้อมร้อนนาน 2 ชั่วโมงเมื่อได้สีท่ีตอ้ งการ จากนั้นกรองใช้เฉพาะน้าย้อมนาเส้นใย
ฝ้ายท่ีผ่านการซักล้างมาแชไ่ ว้ 1 ช่ัวโมง เมื่อครบนาแชท่ ิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นนาเส้นใยที่ผ่านการย้อมมา
แช่ในสารละลายช่วยตดิ สี และซกั กระตุกตาก
ภาพท่ี 3.34 ข้ันตอนการย้อมบีทรูท
3.3.2 เทคนิคการทอผา้ ดว้ ยก่ีกระตกุ
กี่กระตุกเป็นก่ีท่ีใช้การยกตะกอระบบลูกกลิ้ง ใช้ทอผ้าได้อย่างจากัด คือผ้าที่มี
ลวดลายหรือยกตะกอข้ึนลงแบบสมดุล เช่น ผ้าลายขัดแบบผ้าขาวม้า การยกตะกอจะต้องยกข้ึน 1
ตะกอและลง 1 ลายขัด เป็นลายผ้าที่มีโครงสร้างแบบเรียบง่าย เป็นผ้าท่ีมีความแข็งแรงไม่แยกหรือ
รวนง่าย โครงสร้างผ้าเป็นลักษณะในตารางกร๊าฟหรือคล้ายตาหมากรุก เส้นด้ายจะขัดสานกันแบบ
ขน้ึ 1 ลง 1 ทง้ั ดา้ ยยืนและดา้ ยพุ่ง
1) ขั้นตอนในการขึ้นเส้นยืนเราจะทาเป็นข้ันตอนแรกหลังจากการเตรียม
เส้นด้ายไว้ครบตามจานวนทีต่ อ้ งการแล้ว จากน้นั จึงจงู ดา้ ยใหไ้ ดต้ ามทค่ี าณวนไว้
53
ภาพท่ี 3.35 ข้นั ตอนการจูงด้าย
54
ภาพท่ี 3.36 ข้นั ตอนการจูงด้าย
55
ภาพท่ี 3.37 ข้นั ตอนการจูงด้าย
56
ภาพท่ี 3.38 ข้นั ตอนการจูงด้าย
57
2) หลังจากท่ีไดด้ า้ ยท่ีนามาเขา้ ม้วนแลว้ จึงนาไปร้อยเข้าฟนั หวี เพื่อนามาทอตอ่ ไป
ภาพที่ 3.39 ขนั้ ตอนการนาด้ายเขา้ มว้ น
58
ภาพที่ 3.40 ข้ันตอนการนาดา้ ยเข้ามว้ น
59
ภาพที่ 3.41 ข้ันตอนการนาดา้ ยเข้ามว้ น
60
ภาพที่ 3.42 ขั้นตอนการนาด้ายเขา้ ม้วน
3) ขั้นตอนการทอผ้าดว้ ยกีก่ ระตุก
ภาพที่ 3.43 ข้นั ตอนการทอผ้า
61
ภาพท่ี 3.44 ขนั้ ตอนการทอผา้
62
ภาพท่ี 3.45 ขนั้ ตอนการทอผา้
63
3.3.3 ข้นั ตอนการตดั เยบ็
ข้ันที่ 1 เตรียมหาแพทเทิร์นของผลิตภัณฑ์ท้ังหมดเพื่อจะไดน้ ามาทาการตัดเย็บ
โดยผวู้ ิจยั ไดค้ ้นหาแพทเทริ ์นตัวอยา่ งทรงโซฝาสามเหลยี่ มจากอนิ เตอรเ์ นต็ เพือ่ นามาดัดแปลง
ขน้ั ท่ี 2 นาแพทเทริ ์น มาลองจัดวางกบั ผ้าเพื่อจะตดั และนาไปเยบ็ ต่อไป
ข้ันท่ี 3 ทาการตัดเยบ็ ตามรูปแบบแพทเทริ น์ ทไ่ี ดต้ ัดผา้ จดั เรยี งไว้
ภาพท่ี 3.46 แพทเทิร์นโซฟาทรงสามเหลย่ี ม
64
บทที่ 4
บทวิเคราะห์
4.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 1
ผลงานศิลปนิพนธช์ ุดท่ี 1 ผู้วจิ ัยใช้เส้นยืนท้ังหมด 2 ชุดสีในการข้ึนเส้นยืน ใชก้ ี่เล็ก ขนาด
หน้าผ้ากว้าง 30 เซนติเมตร ขึ้นเส้นยืนความยาว 100 เซนติเมตร ใช้ฟันหวีเบอร์ 50 เหมือนกันท้ังสองกี่
การสร้างสรรค์ผลงานผลงานศิลปนิพนธ์ทั้ง 2 ชุดสีเส้นยืนนี้ อ้างอิงโทนสีทั้งหมดรวมถึงเส้นพุ่งจาก
น้าตกไทรโยคน้อยที่ผู้วิจัยได้ลงพื้นที่จริงไปบันทึกภาพเก็บข้อมูล รวมถึงโครงสร้างจังหวะการทอลาย
ขัดกันเป็นตารางส่ีเหล่ียม ใช้เทคนิคการทอเเบบส่ีตะกอ จานวนผ้าที่ทอได้ท้ังหมด 42 ผืน เพื่อนาไป
ทาเปน็ สมุดผ้าทอตวั อย่างต่อไป
4.1.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี 1 ชดุ สีเสน้ ยืนชุดที่ 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดท่ี 1 ผู้วิจัยใช้สีเอิร์ธโทนที่ได้อ้างอิงจากน้าตกไทรโยคน้อย
เป็นหลักในการขึ้นเส้นยืนในชุดเส้นสีที่ 1 ประกอบด้วยสีน้าตาลเข้มย้อมด้วยเปลือกสะเดา สีน้าตาลอ่อน
ย้อมดว้ ยกาบมะพร้าว เเละสีครีมย้อมด้วยกาบกล้วย ในการจัดวางองค์ประกอบสีของเส้นยืนวัสดุที่ใช้
เป็นเส้นใยฝ้ายเเละย้อมด้วยวัสดุจากธรรมชาติเปน็ หลัก วัสดเุ ส้นใยธรรมชาตทิ ี่ย้อมด้วยสีเคมีเปน็ ส่วนเสริม
ในชุดสเี สน้ ยืนท่ี 1 มีผ้าทอทั้งหมด 22 ผืน พุง่ ดว้ ยเส้นพุ่งทีเ่ เตกต่างกนั โดยจดั เป็นกลุ่มชุดสไี ดด้ งั นี้
ภาพท่ี 4.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สีเส้นพุ่งท่ี 1
65
4.1.1.1 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชุดสีเส้นพงุ่ ชดุ ท่ี 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 1 ประกอบดว้ ยสีเส้นพุ่ง สีน้าตาลย้อม
ด้วยเปลือกสะเดา สีน้าเงินย้อมด้วยคราม สีน้าตาลอ่อนย้อมด้วยแก่นขนุน และสีขาวเป็นสีฝ้าย ทอด้วย
เทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 และยกตะกอแบบ 1,3/2,4 ทาให้เกิดเป็นลวดลายตารางขัดกัน
อย่างเป็นจงั หวะ โดยเส้นพุ่งทใ่ี ช้เปน็ เส้นใยฝา้ ยย้อมด้วยวัสดธุ รรมชาติ 100 เปอร์เซน็ ต์
ภาพที่ 4.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งท่ี 1
ภาพท่ี 4.3 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งที่ 1
66
ผู้วิจัยได้พุ่งเส้นพุง่ เป็นจังหวะซ้ากันหนึ่งช่วงเพ่อื สื่อถึงช้ันของน้าตกที่ไหล
ผ่านพน้ื หินดินทม่ี ีแสงตกหระทบลงมายังผิวน้า ไดอ้ ้างอิงการจัดวางองค์ประกอบมาจากน้าตกไทรโยคนอ้ ย
จังหวัดกาญจนบรุ ี
4.1.1.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ที่ ชุดสเี สน้ พ่งุ ชดุ ท่ี 2
ผลงานศิลปนิพนธ์ชดุ สีเส้นพุ่งชุดที่ 2 ประกอบดว้ ยสีเส้นพงุ่ สีน้าตาลย้อม
ด้วยเปลือกสะเดา สีขาวจากสีเส้นใยฝ้าย สีเข้ียวม้ินย้อมด้วยสีเคมี สีเขียวข้ีม้าย้อมดว้ ยสีเคมีและสีฟา้
ครามย้อมดว้ ยคราม ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้
เส้นพุ่งมีสีท่ีชัดเด่นขึ้น โดยเส้นพุ่งที่ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติเป็นหลัก ส่วนเสริมคือสี
เขยี วมน้ิ และสเี ขยี วข้ีม้าท่เี กิดจากการย้อมสีเคมแี ตย่ ังคงเปน็ เสน้ ใยฝา้ ยจากธรรมชาติ
ภาพท่ี 4.4 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สเี สน้ พุ่งท่ี 2
ภาพที่ 4.5 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ สเี สน้ พุ่งท่ี 2
67
ในผลงานศิลปนิพนธ์ชิ้นนี้มีรายละเอียดท่ีแตกต่างไปคือการใชเ้ ส้นใยฝ้าย
ธรรมชาติเบอร์ 5 มาใช้ในการทอให้เกิดเปน็ ลายขัดตารางส่ีเหล่ียมและเพ่ือให้ผืนผ้าทอมีความนูนเด่น
เป็นมิตทิ าใหน้ ่าสนใจ
4.1.1.3 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี ชดุ สีเสน้ พ่งุ ชดุ ท่ี 3
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 3 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้าคราม
ย้อมด้วยคราม สีเหลืองย้อมด้วยแก่นขนุน สีขาวเป็นสีเส้นใยฝ้าย สีชมพู สีเขียว สีฟ้า สีไข่ สีเขียวม้ิน
สีเขียวเข้ม และสีเขียวข้ีม้าย้อมด้วยสีเคมีท้ังหมด ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยก
ตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้เส้นพุ่งมีสีที่ชัดเด่นข้ึน โดยใช้เส้นพุ่งเป็นเส้นใยฝ้ายธรรมชาติย้อมด้วยสีเคมี
เป็นหลกั 70 เปอร์เซ็นต์ และเส้นใยฝา้ ยย้อมดว้ ยวสั ดธุ รรมชาตเิ ปน็ ส่วนเสรมิ 30 เปอร์เซ็นต์
จังหวะการทอมีลักษณะกว้างห่างกันเป็นชว่ ง ๆ เพ่ือสร้างความแตกต่าง
ใหก้ บั ผ้าขาวมา้ ร้อยสีแบบฉบบั เดิมทจ่ี ะทอเปน็ จงั หวะถแ่ี ละซ้าลายและสไี ปตลอดผืน
ภาพท่ี 4.6 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ สเี ส้นพุ่งท่ี 3
68
4.1.1.4 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชดุ สเี สน้ พ่งุ ชดุ ที่ 4
ผลงานศิลปนิพนธช์ ุดสีเส้นพุ่งชดุ ท่ี 4 ประกอบด้วยสีเส้นพ่งุ สีน้าตาลเข้ม
ย้อมดว้ ยสเี คมี สขี าวจากเสน้ ใยฝ้าย สนี า้ ตาลออ่ นยอ้ มดว้ ยแกน่ ขนนุ และสีเขย้ี วมิ้นยอ้ มด้วยสีเคมี ทอดว้ ย
เทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้เส้นพุ่งมีสีที่ชัดเด่นขึ้น โดย
เส้นพ่งุ ทีใ่ ช้เป็นเสน้ ใยฝ้ายย้อมด้วยวัสดธุ รรมชาติเป็นหลกั 60 เปอร์เซน็ ต์ ส่วนเสรมิ คอื สเี ขยี วม้ินท่ีเกิด
จากการย้อมสเี คมีแต่ยงั คงเป็นเส้นใยฝ้ายจากธรรมชาติ 40 เปอร์เซน็ ต์
ภาพที่ 4.7 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดสเี สน้ พุ่งที่ 4
ผลงานศิลปนิพนธ์ชิ้นนี้ เน้นสีไปทางโทนน้าตาลเข้มและอ่อนแทรกด้วย
สีเขียวเพ่อื ส่ือถึงบริเวณรอบ ๆ ของน้าตกไทรโยคน้อยท่ีเป็นชน้ั ดนิ มีตน้ ไม้ขึ้นแทรกนานาชนิด โดยเฉพาะ
ต้นเฟริ ์นและมอสที่มกั จะขึ้นแทรกมากับชัน้ ดินและโขดหนิ สีขาวท่ีนามาใชแ้ สดงถึงแสงจากดวงอาทิตย์
ที่รอดตกกระทบลงมายงั ชนั้ ดนิ
69
4.1.1.5 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี ชดุ สีเส้นพงุ่ ชดุ ที่ 5
ผลงานศิลปนิพนธช์ ุดสีเส้นพ่งุ ชุดท่ี 5 ประกอบด้วยสีเส้นพุง่ สีน้าตาลเข้ม
ย้อมด้วยเปลอื กสะเดา สีขาวจากเสน้ ใยฝา้ ย สีนา้ ตาลอ่อนย้อมด้วยกาบมะพร้าว สีเขียวย้อมด้วยใบสัก
สีฟ้าครามย้อมด้วยคราม และสีเหลืองย้อมด้วยแก่นขนุน ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1,2/3,4
และ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้เส้นพุ่งมีสีท่ีชัดเด่นข้ึนและสามารถสร้างเป็นลวดลาย
เป็นเหมือนสามเหลี่ยมได้ด้วยคือการซ้าการยกตะกอโดยการวนกลับ โดยเส้นพุ่งที่ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อม
ด้วยวัสดธุ รรมชาติเปน็ หลัก 100เปอร์เซ็นต์
ภาพที่ 4.8 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ สีเส้นพุ่งที่ 5
ภาพที่ 4.9 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ สีเสน้ พุ่งที่ 5
เป็นการใช้เทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 และวนกลับ 3/2/1 จึงทา
ให้เกิดเป็นลวดลายเหมือนสามเหล่ียมเรียงต่อกันยาว ๆ ที่ผู้วิจัยต้ังใจจะสื่อถึงการรวมตัวกันของมอส
บนชน้ั โขดหินท่ไี ดอ้ ้างองิ มาจากบรรยากาศบรเิ วณนา้ ตกไทรโยคนอ้ ย
70
4.1.1.6 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ที่ ชุดสเี สน้ พ่งุ ชุดที่ 6
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 6 ประกอบด้วยสีเส้นพุง่ สีน้าตาลเข้ม
ย้อมด้วยเปลือกสะเดา สีขาวจากเส้นใยฝ้าย สีน้าตาลอ่อนย้อมด้วยแก่นขนนุ สีเขียวย้อมดว้ ยใบสัก
สีครามย้อมด้วยคราม สีชมพูย้อมด้วยสีเคมี และสีเหลืองย้อมด้วยแก่นขนุน ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอ
แบบ 1,2/3,4 และ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้เส้นพุ่งมีสีที่ชัดเด่นขึ้น โดยเส้นพุง่
ท่ีใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติเป็นหลัก 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเส้นใยฝ้าย
ธรรมชาตทิ ี่ย้อมดว้ ยสเี คมี
ภาพที่ 4.10 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสเี สน้ พุ่งที่ 6
ลักษณะการทอสื่อถึงสายน้าลาธารที่ไหลผ่านพื้นดินลงไปเร่ือย ๆ เป็น
ทางยาวและมีดอกไม้ข้ึนปกคลุมอยู่บริเวณรอบนอกเต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ ลักษณะการทอท่ี
แตกต่างออกไปจากผ้าขาวม้าแบบดั้งเดิมคือผ้าทางด้านซ้ายและขวาจะทอด้วยจังหวะท่ีไม่ซ้ากันเลย
ตลอดทงั้ ผืน
71
4.1.1.7 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี ชุดสเี ส้นพงุ่ ชุดที่ 7
ผลงานศิลปนิพนธช์ ุดสีเส้นพุง่ ชดุ ท่ี 7 ประกอบดว้ ยสีเส้นพ่งุ สีน้าตาลเข้ม
ย้อมด้วยสีเคมี สีขาวจากเส้นใยฝ้าย สีน้าตาลอ่อนย้อมด้วย สชี มพูย้อมดว้ ยกระเจ๊ียบ สีครามย้อมด้วย
คราม สีดาย้อมด้วยสีเคมีและสีเหลืองย้อมด้วยแก่นขนุน ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4
การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 จะทาให้เส้นพุ่งมีสีท่ีชัดเด่นข้ึน โดยเส้นพุ่งที่ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วย
วัสดธุ รรมชาตเิ ป็นหลัก 90 เปอรเ์ ซน็ ต์ อีก 10 เปอร์เซน็ ต์ เปน็ เส้นใยฝา้ ยธรรมชาตทิ ่ยี อ้ มด้วยสเี คมี
ภาพที่ 4.11 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสีเสน้ พุ่งท่ี 6
จังหวะการทอของท้ังสองผืนจะมีลักษณะแตกต่างกันแต่ชุดสีเส้นพุ่งหลัก
เป็นสีเดียวกันจังหวะการทอทางฝ่ังซ้ายจะทอด้วยเส้นพุ่งสีเหลืองประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ และอีก 10
เปอร์เซน็ ต์กระจุกชุดสรี วมกันไวแ้ ค่ตรงเกือบชายผ้าเพื่อสร้างจุดรวมสายตาไวใ้ ห้โดดเด่นเป็นกระจกุ เดียว
จังหวะการทอทางฝั่งด้านขวาทอด้วยเส้นพุ่งสีเหลือง 90เปอร์เซ็นต์ และพุ่งด้วยเส้นพุ่งสีดาอีก 10
เปอร์เซ็นต์ แบบกระจายท่ัวท้ังผืนเพ่ือสร้างความสมดุลบนผืนผ้า เพื่อไม่ให้สีดากระจุกรวมกันมากไป
จงึ พงุ่ เพียงแค่ 2 เสน้ ตอ่ จงั หวะตลอดผืน
72
4.1.1.8 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ ชดุ สเี ส้นพุ่งชุดที่ 7
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพงุ่ ชุดท่ี 7 ประกอบดว้ ยสีเส้นพุ่ง สีน้าตาลเข้ม
ย้อมดว้ ยเปลือกสะเดา สีขาวจากเส้นใยฝ้าย สีชมพยู ้อมดว้ ยกระเจี๊ยบ สีครามย้อมด้วยคราม สีเขียว
ย้อมด้วยใบสัก สีไข่ย้อมด้วยสีเคมีและสีเหลืองย้อมด้วยแก่นขนุน ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ
1/2/3/4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 การทอด้วยการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 จะทาให้เกิดลายขัด
ตารางสี่เหลี่ยมแบบใช้ได้ทั้งสองด้านแต่สีที่พุ่งจะไม่เด่นชัดมากเท่าการทอแบบยกตะกอ 1/2/3/4
โดยเส้นพุ่งท่ีใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยวัสดุธรรมชาติเป็นหลัก 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20 เปอร์เซ็นต์เป็น
เส้นใยฝ้ายธรรมชาติท่ียอ้ มด้วยสีเคมี
ภาพท่ี 4.12 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสีเสน้ พุ่งที่ 7
ภาพท่ี 4.13 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ สเี สน้ พุ่งที่ 7
เส้นพุ่งท่ีใช้เป็นเส้นฝ้ายสีแดงเบอร์ 5 ที่มีความหนากว่าเส้นฝ้ายพุ่งปกติ
การใช้เส้นฝ้ายเบอใหญ่กว่าเข้ามาใช้เป็นเส้นพุ่งด้วยทาให้ผ้ามีความนูนสร้างความเป็นมิติให้กับผืนผ้า
มากข้นึ และเกดิ ผวิ สมั ผัสบนผนื ผ้าท่ีแตกต่างออกไปเนอ่ื งจากการนูนข้นึ
73
4.1.1.9 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ที่ ชุดสีเสน้ พุง่ ชุดที่ 8
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้า และ
สีไข่ย้อมดว้ ยสีเคมี ทอดว้ ยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 โดยเส้นพุง่ ที่ใชเ้ ปน็ เส้นใยฝ้ายย้อมด้วย
สีเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ลักษณะการทอจะมีจังหวะถ่ีมากแต่เปน็ จังหวะท่ีไม่ซ้ากันเลยตลอดผืน ใชส้ ีฟา้ ใส
เพื่อสื่อถึงสายน้าของน้าตกไทรโยคน้อย สีไข่เพ่ือส่ือถึงโขนหินที่สายน้าไหลผ่าน ลักษณะการทอจึงทอ
เป็นพ้ืนสีไข่มีขนาดกว้างให้เหมือนดั่งโขดหินสลับกับสีฟ้าใสด้วยจังหวะที่ถ่ีเปรียบเสมือนการไหลของ
สายน้าตกที่ จงั หวะท่ีสลับกันไปมาจึงมคี วามถี่มากไปจนถึงจงั หวะท่ีกวา้ งขนึ้
ภาพที่ 4.14 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สีเสน้ พุ่งท่ี 8
74
4.1.1.10 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ที่ ชุดสีเสน้ พุ่งชดุ ที่ 9
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 9 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีครามย้อม
ด้วยคราม สีขาวจากเส้นใยฝ้าย สีดา สีชมพู และสีแดงย้อมด้วยสีเคมี ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ
1/2/3/4 โดยเส้นพุ่งท่ีใช้เป็นเส้นใยฝ้ายธรรมชาติเบอร์ 5 ย้อมด้วยสีเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ ใช้เส้นพุ่งสีดา
เพื่อดึงดูดสายตาและจัดกลุ่มสีสันไว้ตรงกลางเพื่อสร้างจุดเด่นบนผืนผ้า ผิวสัมผัสจะมีความนูนขึ้นมา
เนื่องจากเส้นพงุ่ มีขนาดใหญก่ วา่ เสน้ ยืน
ภาพท่ี 4.15 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ สเี สน้ พุ่งท่ี 8
75
4.1.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี 1 ชดุ สเี ส้นยืนชดุ ท่ี 2
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดที่ 2 ผู้วิจัยยังคงใช้สีเอิร์ธโทนเป็นหลักเเต่จะมีสีชมพู เเละ
เขียวม้ินท่ีเพ่ิมเข้ามาให้เป็นธรรมชาติเเละมีสีสันมากข้ึนเนื่องจากสีท่ีได้อ้างอิงมา เป็นสีของใบไม้ดอกไม้
บริเวณรอบ ๆ น้าตก ในชดุ สนี ีผ้ ู้วิจัยใชเ้ ส้นใยธรรมชาตทิ ยี่ ้อมด้วยสีเคมีเปน็ หลัก เส้นใยธรรมชาตทิ ย่ี อ้ มด้วย
วสั ดุธรรมชาตเิ ปน็ ส่วนเสรมิ ในชดุ สีเส้นยนื ที่ 2 มผี ้าทอท้ังหมด 20 ผืน มกี ารใช้เทคนิคการเเทรกเส้น
พงุ่ เข้ามาในชุดสีเสน้ ยนื นีเ้ เละพงุ่ ด้วยเส้นพงุ่ ทีเ่ เตกต่างกันโดยจัดเปน็ กลุ่มชดุ สไี ดด้ ังน้ี
ภาพท่ี 4.16 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสีเส้นยนื ชุดท่ี 2
76
4.1.2.1 ผลงานศลิ ปนิพนธ์ชุดท่1ี ชดุ สีเส้นพ่งุ ชุดที่
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 1 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้า สีน้าตาล
เข้มย้อมด้วยสีเคมี สีขาวจากเส้นใยฝ้าย สีน้าตาลอ่อนย้อมด้วยกาบมะพร้าว สีเขียวข้ีม้า และสีเขียว
ย้อมด้วยสีเคมี ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ1,3/2,4 และ 1,3/1/2,4/2
โดยเส้นพงุ่ ทใี่ ช้เปน็ เสน้ ใยฝา้ ยย้อมวัสดุธรรมชาตเิ ปน็ หลกั 70 เปอรเ์ ซ็นต์ อกี 30 เปอรเ์ ซ็นตเ์ ปน็ เส้นใย
ฝ้ายย้อมดว้ ยสเี คมี
ภาพที่ 4.17 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสเี ส้นพุ่งที่ 1
77
ภาพที่ 4.18 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดสีเส้นพุ่งที่ 1
มีการพุ่งด้วยเส้นพุ่งฝ้ายเบอร์ 20/2 ทับกันไปมา 2-3 ทบ เพื่อนามาแทรก
เส้นให้มีมติ ินูนข้ึนมาอย่างเห็นได้ชัด และมีการใชเ้ ทคนิคการเกาะล้วงสร้างรูปทรงส่เี หลย่ี มให้เปน็ เหมือน
ขน้ั ช้ันของน้าตกไทรโยคน้อย
ภาพที่ 4.19 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดสีเส้นพุ่งท่ี 1
มีการพุ่งด้วยเส้นพุ่งฝ้ายเบอร์ 5 เพื่อนามาแทรกเส้นแบบไม่เต็มหน้าผ้า
แทรกเป็นจังหวะ มีส้ันยาวให้ผ้ามมี ิตินูนขึ้นและยงั สรา้ งความแตกต่างให้กับผ้าขาวม้าแบบด้ังเดมิ เป็น
เทคนิคงา่ ย ๆ ท่สี ามารถนามาปรับใชไ้ ดจ้ รงิ บนผนื ผา้
78
4.1.2.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดท่ี ชุดสีเส้นพุ่งชดุ ท่ี 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้า สีน้าเงิน
สีเหลือง สีชมพูย้อมดว้ ยสีเคมีทั้งหมด สีครามย้อมดว้ ยคราม และสีขาวจากเส้นใยฝ้าย ทอด้วยเทคนิค
การยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1,2/3,4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 โดยเส้นพ่งุ ท่ี
ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยสีเคมี 80 เปอร์เซ็นต์ อีก 20เปอร์เซ็นต์เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยวสั ดุธรรมชาติ
ลักษณะการทอเป็นจังหวะท่ไี ม่ซ้ากนั เลยตลอดผืน
ภาพที่ 4.20 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชดุ สีเสน้ พุ่งท่ี 1
ภาพที่ 4.21 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สเี สน้ พุ่งที่ 1
79
มีการพุ่งด้วยเส้นพุ่งฝ้ายเบอร์ 20/2 ทับกันไปมา 2-3 ทบ เพื่อนามาแทรก
เส้นให้มีมิตนิ ูนข้ึนมาอย่างเห็นได้ชัด โดยยกตะกอแบบ 1,3/2,4 และแทรกเส้นฝ้ายเข้าไปอย่างเป็นจังหวะ
เพือ่ ส่ือถึงการไหลของน้าตกที่ไหลลงมาเปน็ ข้ัน ๆ
4.1.2.3 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ท่ี ชดุ สีเสน้ พ่งุ ชุดท่ี 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดท่ี 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้า สีเขียว
สีชมพูย้อมด้วยสีเคมีทั้งหมด สีน้าตาลย้อมด้วยเปลือกสะเดา สีขาวจากเส้นใยฝ้าย และสีไข่ย้อมด้วยสีเคมี
ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ 1,2/3,4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4
โดยเสน้ พงุ่ ทใี่ ชเ้ ปน็ เสน้ ใยฝ้ายยอ้ มด้วยวสั ดุธรรมชาติเปน็ หลัก 60 เปอรเ์ ซ็นต์ สว่ นเสรมิ คือสีเขยี วมน้ิ ที่
เกิดจากการยอ้ มสีเคมีแตย่ งั คงเป็นเส้นใยฝ้ายจากธรรมชาติ 40 เปอรเ์ ซน็ ต์
ภาพที่ 4.22 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดสีเส้นพุ่งท่ี 1
80
4.1.2.4 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ดุ ท่ี ชดุ สเี ส้นพุ่งชุดที่ 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีครามย้อม
ด้วยคราม สีน้าเงิน สีเหลือง สีขาว และสีแดงย้อมด้วยสีเคมี ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4
การยกตะกอแบบ 1,2/3,4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 โดยใช้เส้นพุงเป็นเสน้ ฝ้ายเบอร์ 5 ย้อมด้วย
สีเคมี 90 เปอร์เซ็นต์ อีก 10 เปอร์เซ็นต์คือเส้นใยฝ้ายสีขาวท่ีไม่ได้ผ่านการย้อมสี พุ่งด้วยเส้นฝ้ายเบอร์
5 ด้วยจังหวะท่ีไม่ซ้ากันตลอดผืน การใช้เส้นพุ่งท่ีมีขนาดใหญ่กว่าเส้นยืนจึงทาให้สีท่ีใช้พุ่งน้ันเด่นชัด
ขน้ึ มาจากเสน้ ยนื
ภาพที่ 4.23 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ุดสีเส้นพุ่งท่ี 1
81
4.1.2.5 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี ชุดสีเส้นพุ่งชดุ ที่ 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีเขียวเข้ม
สีน้าตาล สีฟ้า สีไข่ สีเหลืองและสีขาว ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 การยกตะกอแบบ
1,2/3,4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 การพงุ่ ดว้ ยเส้นพุ่งฝ้ายเบอร์ 20/2 ทับกันไปมา 2-3 ทบ เพื่อ
นามาแทรกเส้นให้จังหวะสั้นยาวและสร้างมิติให้กับผืนผ้า มีการใช้เทคนิคการเกาะล้วงสร้างรูปทรงส่ีเหล่ียม
ให้เป็นเหมือนข้ันชั้นของน้าตกไทรโยคน้อย และยังสร้างความแตกต่างให้กับผ้าขาวม้าแบบด้ังเดิม
เปน็ เทคนิคง่าย ๆ ทีส่ ามารถนามาปรับใช้ได้จรงิ บนผืนผา้
ภาพที่ 4.24 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สีเส้นพุ่งท่ี 1
82
4.1.2.6 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชุดท่ี ชุดสเี ส้นพุ่งชดุ ท่ี 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีฟ้า สีน้าเงิน
สีขาว สีน้าตาลเข้ม สีน้าตาลอ่อน และสีไข่ ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1,3/2,4 และการยก
ตะกอแบบ 1/2 โดยเส้นพุ่งที่ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยสีเคมี 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็น
เส้นใยฝ้ายย้อมดว้ ยสีเคมี ลักษณะการทอจะเป็นจังหวะถี่และไปห่างแต่ไม่ซ้ากันเลยตลอดผืนสร้าง
ความแตกต่างและน่าสนใจมากกว่าผ้าขาวม้าร้อยสีแบบดั้งเดิมที่เป็นสีเส้นพุ่งและจังหวะ ซ้ากันไป
ตลอดผนื
ภาพท่ี 4.25 ผลงานศิลปนพิ นธช์ ดุ สเี สน้ พุ่งที่ 1
83
4.1.2.7 ผลงานศลิ ปนพิ นธ์ชดุ ที่ ชดุ สีเสน้ พงุ่ ชดุ ที่ 1
ผลงานศิลปนิพนธ์ชุดสีเส้นพุ่งชุดที่ 8 ประกอบด้วยสีเส้นพุ่ง สีขาว สี
น้าตาลอ่อน และสีน้าตาลเข้ม ทอด้วยเทคนิคการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 และการยกตะกอแบบ 1,3/2,4
โดยเส้นพุ่งที่ใช้เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วยสีเคมี 60 เปอร์เซ็นต์ อีก 40 เปอร์เซ็นต์เป็นเส้นใยฝ้ายย้อมด้วย
วัสดุธรรมชาติ มีการยกตะกอแบบ 1/2/3/4 เพ่ือเปน็ การเนน้ สใี ห้เด่นชัด
ภาพท่ี 4.26 ผลงานศิลปนพิ นธ์ชุดสเี ส้นพุ่งท่ี 1
4.2 ผลงานศลิ ปนพิ นธช์ ุดที่ 2
ผลงานศิลปนิพนธ์ในคร้ังนี้ผู้วิจัยได้เลือกลวดลายจากสมุดตัวอย่างผ้าขาวม้า มาทาการทอ
เป็นผ้าผืนใหญ่ โดยข้ึนเส้นยืนเป็นชุดสีของผลงานศิลปนิพนธ์ชุดที่ 1 โทนสีเอิร์ธโทน ข้ึนเส้นยืนความยาว
ทั้งหมด 30 เมตร ใช้ฟันฟวีเบอร์ 45 เพื่อนาไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เคหะส่ิงทอเพื่อตกแต่งร้านกาแฟเดย์
คาเฟ่ จังหวัดกาญจนบุรี ผลิตภัณฑ์ที่ได้นามาแปรรูปประกอบด้วยโซฟาทรงสามเหล่ียม 2 ตัว เบาะรองน่ัง
ทรงส่ีเหลี่ยม 2 เบาะ หมอนทรงส่ีเหล่ียมขนาดจานวน 6 ใบ หมอนทรงกลมขนาด 12 จานวน 3 ใบ
ผ้าอเนกประสงค์ 4 ผืน