The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

1 คู่มือการฝึกอบรม บนส.19

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ABC Alice, 2023-12-12 01:35:22

1 คู่มือการฝึกอบรม บนส.19

1 คู่มือการฝึกอบรม บนส.19

คู่มือการฝึกอบรม หลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ ๑๙ The 19 th Senior Executive Bangkok Metropolitan Management Program ระหว่างวันที่ ๗ ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์๒๕๖๖ กลุ่มงานพัฒนาสมรรถนะทางการบริหาร ส่วนบริหารจัดการการฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๓๐๖๓ หรือ ๐ ๒๖๒๑ ๑๕๒๑ www.bangkok.go.th/training


พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่ข้าราชการพลเรือน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน ปีพุทธศักราช ๒๕๖5


มาร์ชกรุงเทพมหานคร ทำนอง.. สุทิน เทศารักษ์ คำร้อง. นิพาพรรณ ตาปนานนท์ ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร คู่ ส ย า ม ป ร ะ ดั บ ไ ว้ ล้ ว น ดู ง า ม ส ม น า ม นั่ น ดั่ ง เ ท ว า ล ง ม า เ ส ก ส ร ร ส า ร พั น สิ่ ง เ พ ลิ น ต า ทั่ ว ไ ป ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร เ ข ต เ มื อ ง ห ล ว ง ดุ จ ดั่ ง ส ร ว ง ทิ พ ย์ วิ ม า น ข อ ง ช า ว ไ ท ย ไ ด้ เ ชิ ด ชู เ มื อ ง ท อ ง เ กี ย ร ติ ไ ก ล เ กิ ด ต ร า ห ม า ย แ ห่ ง เ มื อ ง นี้ มี สื บ ม า ใ น ด ว ง ต ร า มี เ ค รื่ อ ง ห ม า ย ไ ว้ ส ำ คั ญ อ ง ค์ อิ น ท ร์ ท ร ง เ อ ร า วั ณ ย า ม เ ยื้ อ ง ท่ า พ ร ะ หั ต ถ์ ซ้ า ย อั ม ริ น ท ร์ ท ร ง ข อ ค ช า พ ร ะ หั ต ถ์ ข ว า ว ชิ ร า วุ ธ คู่ ห ทั ย ก รุ ง เ ท พ ม ห า น ค ร เ ด่ น ศั ก ดิ์ ศ รี จ ะ สิ่ ง ไ ห น ทั้ ง ม ว ล มี พ ร้ อ ม น ำ ใ ห้ เ ห ล่ า ป ร ะ ช า ร่ ม เ ย็ น สุ ข ใ จ บ้ า น เ มื อ ง เ ร า ศิ วิ ไ ล ซ์ ทั่ ว ถิ่ น เ อ ย


สารบัญ หน้า บทนำ ❖ หลักการทรงงาน ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร ก มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ❖ แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ฉ ❖ นโยบายของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซ หลักสูตรและการประเมินผล ❖ กำหนดการฝึกอบรม ๑ ❖ สาระสำคัญการฝึกอบรม 2 ❖ หลักสูตรการฝึกอบรม 5 ❖ การประเมินผลการฝึกอบรม 24 การจัดทำรายงานผลงานกลุ่มและการจัดทำรายงานผลงานรุ่น ❖ การจัดทำรายงานผลงานกลุ่ม (Group Project) 25 ❖ รายชื่อสมาชิกกลุ่มจัดทำรายงานผลงานกลุ่ม 29 ❖ การจัดทำรายงานผลงานรุ่น (Class Project) ๓3 ❖ หัวข้อรายงานผลงานรุ่น ๓8 แนวปฏิบัติของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ❖ ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการฝึกอบรมและสัมมนาฯ พ.ศ.๒๕๓๐ ๔2 ❖ ซักซ้อมความเข้าใจแนวถือปฏิบัติของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ๔5 ในการเข้ารับการฝึกอบรม ประชุม หรือสัมมนา ❖ แนวปฏิบัติของข้าราชการและลูกจ้างกรุงเทพมหานคร ๔7 ในการเข้ารับการฝึกอบรม ประชุม / สัมมนา ❖ ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวุฒิบัตร ประกาศนียบัตร ๔8 และเข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติฯ ❖ ข้อกำหนดและการปฏิบัติตนของผู้เข้ารับการฝึกอบรม 51 ❖ การแต่งกายของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ๕2 ❖ คณะกรรมการรุ่น ๕3 ❖ ภารกิจผู้เข้ารับการฝึกอบรม ๕4 ❖ รายชื่อสมาชิกปฏิบัติการกลุ่มบริการประจำวัน ๕5 ภาคผนวก ❖ บัญชีรายชื่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม 60 หลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ ๑9 ❖ คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการหลักสูตรนักบริหารกรุงเทพมหานคร 63 ❖ สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร 65 ❖ รายนามผู้บริหารสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร 68 ❖ รายนามผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ดำเนินการฝึกอบรม 69


ก หลักการทรงงานของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ข้อที่ ๑ จะทำอะไรต้องศึกษาข้อมูลให้เป็นระบบ อดีตทำอะไรมาบ้าง ทั้งเอกสาร สอบถามเจ้าหน้าที่และชาวบ้าน เพื่อนำข้อมูล ไปใช้ประโยชน์ได้จริง ๆ เช่น งานยาเสพติด ต้องดูข้อมูลให้ลึกซึ้ง ทำไมทำงานไม่สำเร็จ ต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ทั้งการพูดคุย การดูตัวเลข แต่อย่าให้ตัวเลขมาหลอกเราได้ ผู้ยิ่งใหญ่เห็นแต่ภาพสวยหรูแท้ที่จริงเละตุ้มเป๊ะ แม้ทำไม่ได้มีปัญหาตัวเลข ก็สวยหรู เพราะมีการคาดโทษ ต้องยอมรับความจริงก่อน แล้วลงมือแก้ไข ข้อที่ ๒ ระเบิดจากภายใน สร้างความเข้มแข็งจากภายในให้เกิดความเข้าใจและอยากทำ มิใช่สั่งให้ทำ คนไม่เข้าใจจะไม่ทำ แยกให้ออกระหว่างคุณค่ากับมูลค่า ว่ามีเหตุผลอย่างไรจึงควรทำ ข้อที่ ๓ แก้ปัญหาจากจุดเล็ก มองภาพรวมก่อนเสมอ แต่การแก้ปัญหาต้องเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ไม่เริ่มทีเดียวใหญ่ๆ และควรมองในสิ่งที่มักจะมองข้าม ถ้าปวดหัวคิดอะไรไม่ออก ให้คิดแก้ปวดหัวก่อน เป็นคำพูดที่ฟังดูตลก แต่ลึกซึ้ง คิดใหญ่ทำเล็ก คิดกว้างทำแคบ คิดละเอียดทำหยาบ ลงมือทำในจุดเล็กๆ ก่อน สำเร็จแล้วจึงค่อยขยาย มิใช่สั่งทำพร้อมกันทั่วประเทศ ดูดี แต่ลงทุนสูงได้ผลน้อย ในที่สุดทุกคนก็จะหมดแรง เพราะมีแต่คนสั่งคนทำมีอยู่ไม่กี่คน ข้อที่ ๔ ทำตามลำดับขั้น เริ่มทำจากความจำเป็นก่อน สิ่งที่ขาดคือสิ่งที่จำเป็น เช่น ประชาชนต้อง แก้ปัญหาเรื่องสุขภาพก่อน จากนั้นก็ไปแก้ที่สาธารณูปโภค แล้วต่อด้วยการประกอบอาชีพ ถ้าทำเป็นขั้นเป็นตอน ก็จะทำให้สำเร็จได้ง่าย เช่น งานยาเสพติด รักษา --> ส่งเสริม --> ฟื้นฟู-->กลับอยู่ในสังคมปกติ เป็นคนดีของชาติ


ข ข้อที่ ๕ ภูมิสังคม ภูมิศาสตร์ สังคมศาสตร์ การทำงานทุกอย่าง ต้องคำนึงถึงภูมิศาสตร์ว่า อยู่แถบไหน อากาศเป็นอย่างไร ติดชายแดน ติดทะเล และสังคมของเราเป็นอย่างไร นับถือศาสนาอะไร คนนิสัยใจคอ เป็นอย่างไร รวมไปถึงพวกเรากันเองด้วย ถ้าไม่รู้เขา รู้เรา จะรบชนะได้อย่างไร สั่งทำโครงการ ทั่วประเทศไม่ได้ ต้องดูเฉพาะพื้นที่ กระทรวงสาธารณสุขออกแบบสถานีอนามัยเหมือนกัน ทั่วประเทศ บางครั้งก็ไม่ดีนัก ข้อที่ ๖ ทำงานแบบองค์รวม โดยคิดความเชื่อมโยง ทรงมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและมีแนวโน้มทางแก้ไข อย่างเชื่อมโยง องค์รวม <--------> ครบวงจร เชื่อมโยง “เด็ดดอกไม้สะเทือนถึงดวงดาว” เป็นคำพูดที่ฟังแล้วโอเวอร์ไปหน่อย แต่ก็จริง ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวพันกัน แยกออกจากกัน โดยเด็ดขาดมิได้ ข้อที่ ๗ ไม่ติดตำรา ความรู้ท่วมหัว เอาตัวไม่รอด บางครั้งเรายึดทฤษฎีจนเกินไปทำอะไรไม่ได้เลย สิ่งที่เราทำบางครั้งต้องโอบอ้อมต่อสภาพธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม สังคม จิตวิทยาด้วย ข้อที่ ๘ ประหยัด เรื่องง่ายได้ประโยชน์สูงสุด ทำได้เอง หาได้เองในท้องถิ่น ใช้เทคโนโลยีเรียบง่าย เช่น ปลูกป่าโดยไม่ต้องปลูก ปล่อยให้ขึ้นเอง บางครั้งมีพิธีกรรมใหญ่โตผู้ยิ่งใหญ่ทำพิธีปลูกป่า โดยนำรถไถไปไถที่ให้เรียบเพื่อปลูกป่า โดยทำลายต้นไม้ไปมากมาย น่าตลก เรื่องเช่นนี้ยังมีในสังคมไทยมากมาย กรอบแนวคิด Input ----> Process ----> Output ประหยัด เรียบง่าย ประโยชน์สูงสุด ข้อที่ ๙ ทำให้ง่าย ทำอะไรให้ง่าย ๆ ทำให้ชีวิตง่าย โปรดรับสั่งทำสิ่งยาก ๆ ให้กลายเป็นสิ่งที่ง่าย ๆ นักข่าวชาวฝรั่งเศสถามพระองค์ว่า พระองค์ทรงงานแบบใด ท่านตรัสตอบเป็นภาษา ฝรั่งเศสว่า “ซิมปลีฟีเย่” ซึ่งภาษาอังกฤษแปลว่า ซิมพลีฟาย (simplify) ภาษาไทยแปลว่า ทำให้ง่าย คนส่วนใหญ่ชวนทำสิ่งง่าย ๆ ให้เป็นสิ่งยาก ๆ ผมบอกเจ้าหน้าที่งานยาเสพติดว่า ถ้าใครโทรศัพท์มาขอความช่วยเหลือ ให้ถามเขาคำแรกว่า “คุณจะให้ผมไปหาคุณหรือ คุณจะมาหาผมเดี๋ยวนี้”


ค ข้อที่ ๑๐ การมีส่วนร่วม เปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็น หัดทำใจให้หนักแน่น รับฟังความคิดเห็น การรับฟัง คือ การเก็บความคิด เราจะประมวลความคิดเพื่อมาใช้ประโยชน์ ข้อ ๑๑ ต้องยึดประโยชน์ส่วนรวม จากพระราชดำรัส ใครต่อใครชอบบอกให้นึกถึงประโยชน์ส่วนรวม ให้ส่วนรวม คือ การช่วยตัวเองด้วย เพราะเมื่อส่วนรวมได้ประโยชน์เราเองก็ได้ประโยชน์การช่วยกัน แก้ปัญหายาเสพติด ส่วนรวมได้ประโยชน์ ลูกหลานเราก็ปลอดภัยจากยาเสพติด ด้วยประเทศชาติอยู่ไม่ได้ อย่าหวังเลยว่าเราจะอยู่ได้ ข้อที่ ๑๒ บริการที่จุดเดียว วันนี้เราพูด One Stop Service แต่ในหลวงตรัสไว้เกิน ๒๐ ปีมาแล้ว ศูนย์ศึกษาพัฒนา ๖ แห่งทั่วประเทศให้บริการจุดเดียวมากกว่า ๒๐ ปี ใครทันสมัยกันแน่ ข้อที่ ๑๓ ใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติ มองธรรมชาติให้ออก กักน้ำตามลำธาร ช่วยให้ป่าสมบูรณ์ช่วยให้ชาวเขามีอาชีพ เราก็จะลดปัญหายาเสพติดลงไปการช่วยดูแลผู้ติดยา เขาจะไม่กลับไปเสพซ้ำและสามารถ กลับมาช่วยเราอีกแรง ทำให้ได้แนวร่วมเพิ่มขึ้นอยู่แบบสมดุล ซึ่งการจะมองปัญหาออก ต้องมีใจว่าง ไม่ลำเอียง ต้องมีจิตอันพิสุทธิ์ ข้อที่ ๑๔ ใช้อธรรมปราบอธรรม เอาผักตบชวาที่เป็นปัญหาของเราในประเทศ มากำจัดน้ำเสีย เอาปัญหามาช่วย ขจัดปัญหา เอาปัญหายาเสพติด มาช่วยพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของคนไทยกันดีกว่า แผ่นดินธรรม แผ่นดินทองควรจะเฟื่องฟูได้แล้ว ข้อที่ ๑๕ ปลูกป่าในใจคน ต้องปลูกป่าที่จิตสำนึกก่อน ต้องให้เห็นคุณค่าก่อนที่จะลงมือทำ การดูแล ปัญหายาเสพติด ถ้าคนทำหน้าที่นี้ยังทำ เพราะเป็นหน้าที่ งานสำเร็จได้ยาก แต่ถ้าทำด้วย ความดีใจที่ได้ช่วยลูกเขา ให้กลับคืนสู่อ้อมอกพ่อแม่ได้เพียงหนึ่งคน ซึ่งคุ้มค่ากว่าได้เงินทองเป็นล้าน แสดงว่าพลังต่อสู้กับยาเสพติดได้เกิดขึ้นในใจของท่านแล้ว จงปลุกสิงโตทองคำในหัวใจ ให้ตื่นขึ้นมาให้ได้ก่อน


ง ข้อที่ ๑๖ ขาดทุนคือกำไร อย่ามองที่กำไรขาดทุนที่เป็นตัวเงินมากจนเกินไป บางครั้งเราได้กำไรจากการขาดทุน ลงทุนมหาศาล ได้ธรรมชาติกลับคืนมา ลงทุนมหาศาล ได้ลูกคืนมา ลงทุนมหาศาล ได้คนดีๆ กลับมา ลงทุนมหาศาล ได้ความรู้ไว้คอยช่วยเหลือ ข้อที่ ๑๗ การพึ่งตนเอง ในหลวงทรงสอนให้พวกเราพึ่งตนเอง เพราะสังคมบริโภคจะเป็นทาสของผู้ผลิต การพึ่งตนเองได้ทำให้ไม่ต้องเป็นทาสใคร เมื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วพยายามพึ่งตนเองให้ได้ ข้อที่ ๑๘ พออยู่พอกิน พออยู่พอกินก่อน แล้วค่อยพัฒนา เราขอให้บำบัดให้ได้ก่อน ==> ประคับประคอง ==> เป็นที่ปรึกษา ==> เป็นผู้ช่วยเหลือผู้อื่นต่อไป ข้อที่ ๑๙ เศรษฐกิจพอเพียง เป็นแนวทางการต่อสู้ รับมือความเปลี่ยนแปลงของโลก การจัดการกับปัญหา ยาเสพติด ต้องคำนึงถึงเรื่องความพอดีให้ดีโดยอาศัยหลักเศรษฐกิจพอเพียง ข้อที่ ๒๐ ความซื่อสัตย์สุจริต จริงใจต่อกัน คนที่มีความรู้มาก แต่โกง สู้คนที่ไม่เก่ง แต่ดีไม่ได้ วีรบุรุษ วีรสตรีคือ คุณธรรม ที่ทำประโยชน์เพื่อผู้อื่น พวกเราที่ทำงานยาเสพติด คือ วีรบุรุษ วีรสตรีผู้หนึ่ง ข้อที่ ๒๑ ทำงานอย่างมีความสุข “ทำงานกับฉัน ฉันไม่มีอะไรจะให้ ฉันมีแต่ความสุขที่ร่วมกันในการทำประโยชน์ให้กับ ผู้อื่นเท่านั้น” ทำอะไรต้องมีความสุขด้วย เพราะศึกครั้งนี้ยาวนาน ถ้าเราทำอย่างไม่มีความสุข จะแพ้แต่ถ้าเรามี ความสุข เราจะชนะ เพียงแต่คนทำงานเกี่ยวข้องกับยาเสพติด มีความสุข สนุกกับการทำงานเพียงเท่านั้น ถือว่าเราชนะแล้ว ข้อที่ ๒๒ ความเพียร กว่า ๖๐ ปีที่ทรงงาน ในหลวงไม่เคย ทรงท้อถอย ไม่มีการลาพักร้อน หยุดงาน สักเวลาเดียว


จ ข้อที่ ๒๓ รู้ รัก สามัคคี คิดเพื่องาน รู้ = ต้องรู้ปัจจัย รู้ปัญหา รู้ทางออกของปัญหา รัก = เมื่อรู้แล้ว ต้องเกิดความอยากในทางที่ดีก่อนคือฉันทะเห็นว่า เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติภูมิใจ อยากทำ สามัคคี= ลงมือปฏิบัติต้องร่วมมือ เพื่อเกิดพลังแยกกันไร้ค่า รวมกันไร้เทียมทาน คิดเพื่อตัวเราเอง รู้ = รู้จักทุกคนทั้งหน้าที่การงาน ชีวิตครอบครัวทำอย่างไร จึงจะรู้จักให้ดีได้ รู้จุดอ่อน จุดแข็ง โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชา รัก = เน้นความดีใส่ใจกันและกัน มองกันในแง่ดี สามัคคี= จึงจะเกิด โดย ศ. เกียรติคุณ นพ. เกษม วัฒนชัย องคมนตรี


ฉ วิสัยทัศน์กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ มหานครแห่งเอเชีย Bangkok : Vibrant of Asia แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ ๒๐ ปี (พ.ศ.2561 - 2580) ฉบับปรับปรุง ประกอบด้วย ประเด็นยุทธศาสตร์ ๗ ด้าน ๑. การสร้างเมืองปลอดภัยและหยุ่นตัวต่อวิกฤตการณ์ ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๑.๑ ปลอดอาชญากรรมและยาเสพติด ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๑.๒ ปลอดอุบัติเหตุ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๑.๓ ปลอดภัยพิบัติ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๑.๔ ปลอดอุบัติภัยจากสิ่งก่อสร้าง ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๑.๕ เมืองสุขภาพดี(Healthy City) ๒. การพัฒนาสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ประกอบด้วย ๔ ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๒.๑ คุณภาพสิ่งแวดล้อมยั่งยืน ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๒.๒ พื้นที่สีเขียวเพื่อสุขภาวะที่ดีและมีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม ตามมาตรฐานสากล ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๒.๓ สังคมคาร์บอนต่ำและการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๒.๔ เมืองที่ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงและเป็นมิตร ต่อสิ่งแวดล้อม ๓. การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการบริหารเมืองรูปแบบอารยะสำหรับทุกคน ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๓.๑ ผู้สูงอายุ คนพิการ และผู้ด้อยโอกาสได้รับการดูแลอย่างครบวงจร ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๓.๒ เมืองแห่งโอกาสทางสังคม ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๓.๓ การศึกษาสำหรับทุกคน ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๓.๔ สังคมพหุวัฒนธรรม


ช ๔. การเชื่อมโยงเมืองที่มีความคล่องตัวและระบบบริการสาธารณะแบบบูรณาการ ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๔.๑ เมืองกรุงเทพมหานครเติบโตอย่างมีระเบียบ มีการใช้ ประโยชน์ที่ดินและทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๔.2 กรุงเทพมหานครมีศูนย์ชุมชนย่อย (Sub Center) เป็นระบบ ตามลำดับความสำคัญ และศักยภาพพื้นที่เป็นโครงข่าย เชื่อมโยงกันอย่างมีระบบ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๔.3 กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีรูปแบบการจัดการภูมิทัศน์เมือง อย่างยั่งยืน ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๔.4 กรุงเทพมหานครมีระบบขนส่งมวลชนทั่วถึง สะดวก ประหยัด การจราจรคล่องตัวและมีทางเลือก ๕. ส่งเสริมการสร้างเมืองประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วย 4 ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๕.๑ มหานครกรุงเทพแบบบูรณาการ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๕.๒ พลเมืองขับเคลื่อนมหานคร ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๕.๓ การกระจายอำนาจ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๕.๔ เมืองสีขาว ๖. การต่อยอดความเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ประกอบด้วย ๓ ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๖.๑ เมืองแห่งโอกาสทางธุรกิจและการลงทุน ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๖.๒ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวระดับโลก ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๖.๓ เมืองแห่งการจัดประชุมนิทรรศการ ๗. การสร้างความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการมหานคร ประกอบด้วย 5 ยุทธศาสตร์ย่อย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๗.๑ กฎหมาย ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๗.๒ การบริหารและประเมินผลแผน ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๗.๓ การบริหารทรัพยากรบุคคล ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๗.๔ การคลังและงบประมาณ ยุทธศาสตร์ย่อยที่ ๗.๕ เทคโนโลยีสารสนเทศ


ซ นโยบายของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร “กรุงเทพฯ 9 ดี(นโยบาย 9 มิติ)”


ฌ นโยบายที่ ๑ ปลอดภัยดี : ลดจุดเสี่ยงด้านอาชญากรรม อุบัติเหตุและสาธารณภัย 1. กรุงเทพฯ ต้องสว่าง (ปลอดภัยดี) 2. พัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลพื้นที่จุดเสี่ยงความปลอดภัย (BKK Risk Map) (ปลอดภัยดี) 3. หน่วยงาน กทม.เข้าใจสนับสนุนความเท่าเทียม และยอมรับความหลากหลายทางเพศ(ปลอดภัยดี) 4. ป้ายรถเมล์มีข้อมูลและสว่างปลอดภัยทุกป้าย (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 5. ขอดูภาพจากกล้อง CCTV ออนไลน์ได้สะดวกรวดเร็ว (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 6. ยกระดับคุณภาพกล้องวงจรปิด ป้องกันอาชญากรรมเชิงรุก (ปลอดภัยดี) 7. กำหนดค่ามาตรฐานความสว่างป้ายโฆษณา (ปลอดภัยดี/สุขภาพดี) 8. ใช้ข้อมูลอาชญากรรมกำหนดพิกัดอันตราย เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย (ปลอดภัยดี) 9. พัฒนาบัญชีอุปกรณ์ในการเผชิญเหตุสาธารณภัยฉุกเฉินระดับย่าน (ปลอดภัยดี) 10. เพิ่มประปาหัวแดง โดยเฉพาะเขตที่อยู่อาศัยหนาแน่น (ปลอดภัยดี) 11. จัดหายานพาหนะเพื่อดับเพลิงในที่คับแคบ (ปลอดภัยดี) 12. พัฒนาหลักสูตรและการฝึกอบรมให้ผู้ปฏิบัติงานสาธารณภัย (ปลอดภัยดี) 13. พัฒนาฐานข้อมูลดิจิทัลแบบก่อสร้างและแปลนอาคารสนับสนุนการเผชิญเหตุให้มีประสิทธิภาพ (ปลอดภัยดี) 14. ช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการเชิงรุก (ปลอดภัยดี) 15. ผลักดันการจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมด้านการบรรเทาสาธารณภัย (ปลอดภัยดี) 16. ซ้อมการเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทุกระดับ ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่ (ปลอดภัยดี) 17. ใช้CCTV กวดขันวินัยจราจร (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 18. ตรวจสอบและปรับปรุงทางข้ามทั้งกรุงเทพฯให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 19. ปลูกฝังจิตสำนึกส่งเสริมการสร้างระเบียบ กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด(ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 20. ลดความเร็ว ลดความเสี่ยง ในย่านชุมชนและถนนสายรอง (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 21. พนักงาน กทม.ตรวจสอบความพร้อมใช้สาธารณูปโภคเมืองเชิงรุก (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 22. กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 23. รณรงค์สิทธิและระเบียบวินัยพลเมืองในเรื่องจราจร(ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี/เดินทางดี) 24. เพิ่มเวลา เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มการเข้าถึงสวนและพื้นที่สาธารณะ (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 25. เปิดบ้านอุ่นใจ ที่ปลอดภัยของคนไร้บ้าน (ปลอดภัยดี) 26. รักษาสิทธิขั้นพื้นฐานให้คนไร้บ้าน ผ่านการตรวจสอบสิทธิและสวัสดิการ (ปลอดภัยดี) 27. จัดระบบความช่วยเหลือคนไร้บ้านให้มีประสิทธิภาพ (ปลอดภัยดี) 28. ช่วยหางาน สร้างรายได้สร้างความมั่นคง (ปลอดภัยดี/เศรษฐกิจดี) 29. จัดทำฐานข้อมูลห้องเช่าราคาถูก (housing stock) (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 30. จัดชุดปฏิบัติการสำรวจตรวจตราคนไร้บ้านและขอทานในเมือง (ปลอดภัยดี) 31. กำหนดหน้าที่และเป้าหมายของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขตและระดับจังหวัด (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 32. จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับเขต (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 33. ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี/ปลอดภัยดี 34. เด็กกทม. เล่นน้ำได้ว่ายน้ำเป็น


ญ นโยบายที่ 2 สุขภาพดี: ดูแลสุขภาพเชิงรุกถึงย่านที่อยู่อาศัย 1. จัดทีม 'นักสืบฝุ่น' ศึกษาต้นตอ PM2.5 (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 2. ตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 3. ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยมลพิษ (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 4. สนับสนุนให้เกิด ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 5. นำร่องพัฒนาคลินิกสุขภาพเพศหลากหลาย (สุขภาพดี) 6. ขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นสู่ระดับแขวง 1,000 จุด (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 7. ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน บริเวณ Low Emission Zone (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 8. ตรวจจับรถควันดำจากต้นตอ (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 9. พัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น (BKK Clean Air Area) (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) ด้วยต้นไม้สำหรับพื้นที่เปิด ด้วยเครื่องฟอกอากาศสำหรับพื้นที่ปิด 10. ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 11. พยากรณ์แจ้งเตือน ป้องกันฝุ่น PM2.5 (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 12. กำหนดค่ามาตรฐานความสว่างป้ายโฆษณา (ปลอดภัยดี/สุขภาพดี) 13. เพิ่มเวลา เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มการเข้าถึงสวนและพื้นที่สาธารณะ (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 14. พัฒนา 1,034 ลานกีฬา กับประชาชนและเอกชนในพื้นที่ (สุขภาพดี) 15. ยกระดับศูนย์กีฬา ศูนย์สร้างสุขทุกวัย ศูนย์เยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 16. กรุงเทพฯ มั่นใจ ปลอดภัยโควิด (เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 17. ชมรมผู้สูงอายุสร้างสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพใจ (Active Aging) (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 18. จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาประจำชุมชน ประจำเขต (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 19. ขยายโครงการโรงพยาบาล 10,000 เตียง (สุขภาพดี) 20. ยกระดับศูนย์บริการสาธารณสุข เพิ่มการรักษา เพิ่มเวลา เพิ่มทรัพยากร (สุขภาพดี) 21. หมอถึงบ้าน ผ่าน Telemedicine (สุขภาพดี) 22. Mobile Medical Unit รถสุขภาพเชิงรุก ตรวจถึงชุมชน (สุขภาพดี) 23. เร่งรัดผลักดันการก่อสร้าง และศึกษาการสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ให้ครอบคลุม (สุขภาพดี) 24. ถอดบทเรียนโควิด - 19 ไม่ผิดพลาดซ้ำสอง (สุขภาพดี) 25. ส่งเสริมกลไกภาคประชาชนสุขภาพดีผ่านกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพฯ (สุขภาพดี) 26. การรักษาและส่งตัวผู้ป่วยไร้รอยต่อ ด้วยการบูรณาการข้อมูล (สุขภาพดี) 27. เพิ่มจำนวน Excellent Center และยกระดับศูนย์เวชศาสตร์เขตเมือง (สุขภาพดี) 28. BKK Trail เส้นทางวิ่งดีออกกำลังกายดี= เดินได้ดี(สุขภาพดี/เดินทางดี) 29. น้ำดื่มสะอาด ปลอดภัย ฟรีทั่วกรุง (เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 30. พิจารณาเพิ่มศูนย์สร้างสุขทุกวัย เพิ่มกิจกรรมให้คนกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 31. นำร่องผ้าอนามัยฟรี(เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 32. นำร่องสร้างห้องปั๊มนม-ให้นมในสถานที่ของกทม. (โครงสร้างดี/สุขภาพดี) 33. เด็กกทม. เล่นน้ำได้ว่ายน้ำเป็น (ปลอดภัยดี/สุขภาพดี) 34. ลดฝุ่น ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการปรับปรุงเครื่องยนต์เก่า (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี)


ฎ นโยบายที่ 3 สร้างสรรค์ดี: กระจายพื้นที่แสดงออกและพื้นที่สร้างสรรค์ทั่วทั้งเมือง 1. กรุงเทพฯ พื้นที่แห่งดนตรีและศิลปะการแสดง (สตรีทโชว์) (สร้างสรรค์ดี) 2. ดึงอัตลักษณ์สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 3. เปิดโรงเรียนวันหยุดเป็นพื้นที่กิจกรรม พื้นที่การเรียนรู้สำหรับนักเรียนและชุมชน (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 4. ดูแลห้องสมุดชุมชน บ้านหนังสือ ให้มีความทันสมัยน่าใช้งาน (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 5. 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 6. ยกระดับศูนย์กีฬา ศูนย์สร้างสุขทุกวัย ศูนย์เยาวชนให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 7. ห้องสมุดออนไลน์(e - Library) อ่านอีบุ๊กได้จากทุกที่ (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 8. เพิ่มฟังก์ชั่นให้ห้องสมุดเป็น Co - working Space (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 9. จัดแสดงงานศิลปะกลางแจ้ง ทุกมุมเมืองเป็นพื้นที่ศิลปะ (สร้างสรรค์ดี) 10. เปลี่ยนศาลาว่าการและลานคนเมืองสู่พิพิธภัณฑ์เมืองกรุงเทพฯและพื้นที่สร้างสรรค์(สร้างสรรค์ดี) 11. แพลตฟอร์มรวบรวมพื้นที่สร้างสรรค์กรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี) 12. วิชาศิลปะนอกห้องเรียน ส่งเสริมความคิดความสร้างสรรค์ผ่านแนวร่วมศิลปินทั่วกรุง (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 13. ขยายโอกาส ขยายช่องทาง ให้กับสินค้าสร้างสรรค์กรุงเทพฯ (MIB: Made in Bangkok) (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 14. พื้นที่สาธารณะเอนกประสงค์ทั่วกรุง (สร้างสรรค์ดี) 15. งานศิลป์จากหอศิลป์กรุงเทพฯ สู่พื้นที่สาธารณะทั่วกรุง (สร้างสรรค์ดี) 16. ชมรมผู้สูงอายุสร้างสุขภาพ ส่งเสริมสุขภาพใจ (Active Aging) (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 17. จัดกิจกรรมแข่งขันกีฬาประจำชุมชน ประจำเขต (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 18. ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(creative economy) ผลักดัน Hi - Tech และ Hi - Touch (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 19. พิจารณาเพิ่มศูนย์สร้างสุขทุกวัย เพิ่มกิจกรรมให้คนกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/สุขภาพดี) 20. พัฒนาป้ายท่องเที่ยวทั่วกรุงเทพฯขนาดเหมาะสม ข้อมูลถูกต้อง (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี/โครงสร้างดี)


ฏ นโยบายที่ 4 สิ่งแวดล้อมดี: ตรวจสอบและกำจัดมลพิษจากต้นตอเพิ่มและพัฒนาพื้นที่สีเขียวใกล้บ้าน 1. เพิ่มรถเมล์สายหลักและรอง ราคาถูกราคาเดียว (สิ่งแวดล้อมดี/เศรษฐกิจดี/เดินทางดี) 2. จัดทีม 'นักสืบฝุ่น' ศึกษาต้นตอ PM2.5 (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 3. ตรวจสอบคุณภาพอากาศเชิงรุกในโรงงาน (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 4. ดำเนินการทางกฎหมายกับผู้ที่ปล่อยมลพิษ (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 5. สนับสนุนให้เกิด ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 6. ขยายระบบการติดตามและแจ้งเตือนฝุ่นสู่ระดับแขวง 1,000 จุด (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 7. ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วนบริเวณ Low Emission Zone (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 8. ตรวจจับรถควันดำจากต้นตอ (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 9. เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่แผงลอย (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 10. พัฒนาพื้นที่ปลอดฝุ่น (BKK Clean Air Area) ด้วยต้นไม้สำหรับพื้นที่เปิด (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 11. ปลูกต้นไม้ล้านต้น สร้างพื้นที่สีเขียวและกำแพงกรองฝุ่นทั่วกรุง (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 12. พยากรณ์แจ้งเตือน ป้องกันฝุ่น PM2.5 (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 13. รณรงค์สิทธิและระเบียบวินัยพลเมืองในเรื่องจราจร ความสะอาด คอร์รัปชั่น สิ่งแวดล้อม (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี/เดินทางดี) 14. จัดหารุกขกรมืออาชีพดูแลต้นไม้ประจำเขต (สิ่งแวดล้อมดี/เดินทางดี) 15. จุดจอดจักรยานคุณภาพ ปลอดภัย ทุกจุดเชื่อมต่อขนส่ง (สิ่งแวดล้อมดี/เดินทางดี) 16. สวน 15 นาทีทั่วกรุง (สิ่งแวดล้อมดี) 17. สนับสนุนการแปลงที่ของประชาชนและเอกชนให้เป็นพื้นที่สีเขียว (สิ่งแวดล้อมดี) 18. เพิ่มเวลา เพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวก เพิ่มการเข้าถึงสวนและพื้นที่สาธารณะ (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี) 19. พิจารณาให้นำสัตว์เลี้ยงไปออกกำลังกาย ในสวน กทม.ได้(สิ่งแวดล้อมดี) 20. ขึ้นทะเบียนสัตว์เลี้ยงตลอดช่วงชีวิต (สิ่งแวดล้อมดี) 21. จัดระเบียบสัตว์จร แก้ปัญหาผ่านการจัดการอย่างเป็นระบบ (สิ่งแวดล้อมดี) 22. สร้างต้นแบบการแยกขยะ ต่อยอดให้การแยกขยะระดับเขตสมบูรณ์ครบวงจร (สิ่งแวดล้อมดี) 23. สภาพแวดล้อมเมืองดีจุดทิ้งขยะถูกสุขอนามัย ไม่มีขยะตกค้าง (สิ่งแวดล้อมดี) 24. มุ่งเน้นแยกขยะต้นทางและขยะเปียกจากองค์กรแบบมุ่งเป้า (สิ่งแวดล้อมดี) 25. พัฒนาต้นแบบ BKK Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม (สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี) 26. รถขยะไซส์เล็ก เข้าใจเมือง เข้าถึงบ้าน (สิ่งแวดล้อมดี) 27. คาร์บอนคุมได้กทม.ปลอดคาร์บอน (BMA Net Zero) (สิ่งแวดล้อมดี) 28. ส่งขยะคืนสู่ระบบ (สิ่งแวดล้อมดี) 29. เพิ่มสวัสดิการพนักงานเก็บและขนขยะ (สิ่งแวดล้อมดี) 30. ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน (onsite treatment) (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 31. มุ่งเป้าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียต้นทาง (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 32. ทบทวนแผนก่อสร้างโรงบำบัดน้ำเสียรวม และเชื่อมต่อท่อรวบรวมน้ำเสียที่มีอยู่เดิม (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 33. ห้องน้ำสาธารณะที่ดีในพื้นที่สาธารณะ (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 34. ลดฝุ่น ลดค่าใช้จ่ายของประชาชนในการปรับปรุงเครื่องยนต์เก่า (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี)


ฐ นโยบายที่ 5 บริหารจัดการดี: หันหน้าให้ประชาชน ปรับปรุงประสิทธิภาพการให้บริการ เพิ่มความโปร่งใสใช้เทคโนโลยีช่วย 1. พัฒนาระบบติดตามการขออนุญาตกับ กทม. (บริหารจัดการดี) 2. ประเมินประสิทธิภาพและความคุ้มค่าในโครงการของ กทม. (บริหารจัดการดี) 3. อาสาสมัครเทคโนโลยี(อสท.) ตัวช่วยด้านเทคโนโลยีสำหรับคนกรุงเทพฯ(เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 4. ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย พร้อมติดตามการดำเนินการ (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 5. ประชาชนมีส่วนร่วมในการประเมิน ผอ.เขต และผู้ว่าฯ กทม. (บริหารจัดการดี) 6. สร้างการสื่อสารสองทางระหว่าง กทม.และประชาชนผ่านสภาคนเมืองประจำเขต(บริหารจัดการดี) 7. พัฒนาแพลตฟอร์มรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับนโยบาย (บริหารจัดการดี) 8. ให้ประชาชนมีส่วนร่วมกำหนดงบประมาณ กทม. (participatory budgeting) (บริหารจัดการดี) 9. สภาเมืองคนรุ่นใหม่ (บริหารจัดการดี) 10. เปิดเผยข้อมูลศักยภาพสูงของ กทม. (Open Bangkok) (บริหารจัดการดี) 11. พัฒนาแบบจำลองเสมือนกรุงเทพฯ(Digital Twin) เพื่อใช้วางแผนและแก้ปัญหาเมือง (บริหารจัดการดี) 12. เปิดเผยข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้างครอบคลุมทั้งของ กทม.และกรุงเทพธนาคม (บริหารจัดการดี) 13. วิเคราะห์ข้อมูลเมือง ต่อยอดสู่การแก้ไขปัญหา (บริหารจัดการดี) 14. เปรียบเทียบต้นทุนการจัดซื้อจัดจ้างภายใน กทม. (บริหารจัดการดี) 15. ลดเสี่ยงโกงผ่านความร่วมมือภาคีเครือข่ายประชาชน (บริหารจัดการดี) 16. รายงานปัญหาโดยประชาชน แก้ปัญหาโดยกทม.ผ่านแพลตฟอร์มทราฟฟีฟองดูว์(บริหารจัดการดี) 17. ย้ายระบบราชการที่เกี่ยวข้องกับประชาชนขึ้นสู่ระบบออนไลน์(บริหารจัดการดี) 18. ขอดูภาพจากกล้อง CCTV ออนไลน์ได้สะดวกรวดเร็ว (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 19. รณรงค์สิทธิและระเบียบวินัยพลเมืองในเรื่องจราจร ความสะอาด คอร์รัปชั่น สิ่งแวดล้อม (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี/เดินทางดี) 20. โปร่งใส ไม่ส่วย (บริหารจัดการดี) 21. จัดทำงบประมาณแบบเริ่มจากศูนย์(zero-based budgeting) (บริหารจัดการดี) 22. เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้เพื่อประโยชน์คนกรุงเทพฯ (บริหารจัดการดี) 23. สายด่วน 1555 รองรับการใช้งานภาษามือ (บริหารจัดการดี) 24. จัดทำฐานข้อมูลห้องเช่าราคาถูก (housing stock) (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 25. พัฒนาต้นแบบ BKK Food Bank ส่งต่ออาหารให้กลุ่มเปราะบางอย่างเป็นรูปธรรม (สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี) 26. กำหนดหน้าที่และเป้าหมายของคณะกรรมการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยระดับเขตและระดับจังหวัด (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 27. จัดทำแผนปฏิบัติการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยในระดับเขต (ปลอดภัยดี/บริหารจัดการดี) 28. ใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรม Function-based License (บริหารจัดการดี/เศรษฐกิจดี) 29. ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี/ปลอดภัยดี) 30. แจกอาหาร ก้าวผ่านวิกฤต เปิดครัวกลางที่โรงเรียน หรือชุมชนผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 31. ผู้ว่าฯ สัญจรประจำเขต* (บริหารจัดการดี) 32. บัตรคนพิการ จุดเดียวจบ ทุก รพ.สังกัด กทม. (บริหารจัดการดี/โครงสร้างดี)


ฑ นโยบายที่ 6 เรียนดี: เพิ่มหลักสูตร เพิ่มคุณภาพในการดูแลนักเรียน ลดภาระงานคุณครูลดภาระ ผู้ปกครอง 1. ให้การศึกษา พัฒนานักเรียนสู่พลเมืองโลก (เรียนดี) 2. เรียนฟรีชุดฟรีไม่มีเก็บเพิ่ม (เรียนดี) 3. โรงเรียนเป็นแหล่งโภชนาการที่มีคุณภาพให้กับเยาวชนทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวัน (เรียนดี) 4. After School Program เรียน เล่น หลังเลิกเรียน (เรียนดี) 5. เปิดโรงเรียนวันหยุดเป็นพื้นที่กิจกรรม พื้นที่การเรียนรู้สำหรับนักเรียนและชุมชน (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 6. ยกระดับห้องแล็บคอมพิวเตอร์ทุกโรงเรียนให้ทันสมัยและเพียงพอ (เรียนดี) 7. พัฒนาฟรีWi -Fi ทุกโรงเรียน รองรับการสอนผ่านสื่อการเรียนการสอนออนไลน์และการสืบค้นข้อมูล(เรียนดี) 8. ร่วมกับเอกชนในการจัดหาแท็บเล็ตให้นักเรียนใช้โดยเฉพาะในช่วงการ study from home (เรียนดี) 9. คืนครูให้นักเรียน ลดภาระงานเอกสารด้วยเทคโนโลยี(เรียนดี) 10. เพิ่มสวัสดิการครูให้เหมาะสม (เรียนดี) 11. เพิ่มครูผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ช่วยครูสำหรับวิชาเฉพาะทาง เช่น ภาษา เทคโนโลยี(เรียนดี) 12. ปรับหลักเกณฑ์การเลื่อนวิทยฐานะให้สอดคล้องกับการสอน ลดภาระการทำเอกสาร (เรียนดี) 13. Digital Talent ผู้ช่วยด้านเทคโนโลยีให้กับคุณครู(เรียนดี) 14. พัฒนาโรงเรียน 3 ภาษา สอนผ่านหลักสูตรไทย ต่างประเทศและเทคโนโลยีเพื่อการทำงาน (เรียนดี) 15. สร้างเครือข่ายร่วมกับภาคเอกชน โครงการพี่สอนน้องนอกเวลาเรียน (เรียนดี) 16. โรงเรียนประสิทธิภาพสูงด้วย open data (เรียนดี) 17. พัฒนาการเรียนการสอนในโรงเรียนด้วยแนวคิด'โรงเรียนแห่งการเรียนรู้' (Learning School) (เรียนดี) 18. พัฒนาศูนย์เด็กอ่อน - เด็กเล็กใกล้ชุมชนและแหล่งงาน (เรียนดี) 19. ส่งเสริมหลักสูตร คิดเป็น ทำเป็น เรียนรู้เป็น สำหรับเด็กช่วง 0 - 8 ปี(เรียนดี) 20. พัฒนาห้องสมุดและห้องการเรียนรู้เคลื่อนที่ (เรียนดี) 21. ดูแลห้องสมุดชุมชน บ้านหนังสือ ให้มีความทันสมัยน่าใช้งาน (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 22. ห้องสมุดออนไลน์(e - Library) อ่านอีบุ๊กได้จากทุกที่ (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 23. เพิ่มฟังก์ชั่นให้ห้องสมุดเป็น Co - working Space (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 24. ฝึกอาชีพพัฒนาทักษะยุคใหม่ตอบโจทย์ตลาดงาน (เศรษฐกิจดี/เรียนดี) 25. วิชาศิลปะนอกห้องเรียน ส่งเสริมความคิดความสร้างสรรค์ผ่านแนวร่วมศิลปินทั่วกรุง (สร้างสรรค์ดี/เรียนดี) 26. ขยายขีดความสามารถของโรงเรียนและศูนย์ฝึกอาชีพ กทม. ให้สามารถดูแลและฝึกทักษะคนพิการได้(เรียนดี) 27. ปรับเงื่อนไขทุนเอราวัณ เพิ่มโอกาสสร้างครูกทม. (เรียนดี) 28. วิชาชีพเลือกเสรีสำหรับนักเรียน (เรียนดี) 29. หลักสูตรการเรียนรวม คือการศึกษาสำหรับทุกคน (เรียนดี)


ฒ นโยบายที่ 7 โครงสร้างดี: มีย่านสะดวก มีบ้านน่าอยู่ 1. สร้างจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (hub) เพื่อการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่สะดวกสบาย(โครงสร้างดี/เดินทางดี) 2. เตรียมโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมรองรับพื้นที่การค้าหาบเร่แผงลอย (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 3. หาพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของ สำหรับหาบเร่หรือศูนย์อาหาร (hawker center) (เศรษฐกิจดี/โครงสร้างดี) 4. พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานนำการพัฒนาเมือง (โครงสร้างดี) 5. วางแผนแนวคิดเมืองใหม่ที่ได้มาตรฐานในพื้นที่ชานเมือง (โครงสร้างดี) 6. ปรับปรุงข้อบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับผังเมืองและการควบคุมอาคารให้ทันสมัย (โครงสร้างดี) 7. ส่งเสริมแนวคิดการจัดรูปที่ดินในบริเวณที่เหมาะสม (โครงสร้างดี) 8. ดำเนินการเชิงรุกในการตรวจสอบอาคารเก่าและอาคารสาธารณะ(โครงสร้างดี) ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย 9. สนับสนุนการพัฒนาที่อยู่อาศัยตามแนวคิดบ้านมั่นคง (โครงสร้างดี) 10. ศึกษาความเป็นไปได้ในการดำเนินการกองทุนพัฒนาที่อยู่อาศัยกรุงเทพฯ (โครงสร้างดี) 11. จัดทำแผนยุทธศาสตร์ที่อยู่อาศัย โดยสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย (โครงสร้างดี) 12. ห้องพักชั่วคราวนักเรียนนักศึกษาจบใหม่ (housing incubator) (โครงสร้างดี) 13. ลดจุดเสี่ยง จุดเฝ้าระวังน้ำท่วมทันที(โครงสร้างดี) 14. แก้ปัญหาพื้นที่ต่ำ 50 เขต (โครงสร้างดี) 15. ขุดลอกและทำความสะอาดท่อระบายน้ำ 3,000 กม. (โครงสร้างดี) 16. กวดขันจับ/ปรับ การทิ้งขยะลงแหล่งน้ำอย่างจริงจัง (โครงสร้างดี) 17. ติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียชุมชน (onsite treatment) (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 18. มุ่งเป้าติดตั้งระบบบำบัดน้ำเสียต้นทาง (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 19. เพิ่มการขุดลอกคลองรองรับฝนทันฤดู(โครงสร้างดี) 20. เพิ่มแก้มลิงธรรมชาติพื้นที่รับน้ำให้กรุงเทพฯ (โครงสร้างดี) 21. ปรับปรุงซ่อมแซมแก้ฟันหลอคันกั้นน้ำริมแม่น้ำ และคลองสายหลัก (โครงสร้างดี) 22. ทบทวนแผนการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน (โครงสร้างดี) 23. เซนเซอร์สูบน้า ไม่ต้องรอขอกุญแจ (โครงสร้างดี) 24. ทบทวนแผนการก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์ความคุ้มค่าการลงทุนและประสิทธิภาพการแก้ปัญหาน้ำท่วม (โครงสร้างดี) 25. ทบทวนแผนก่อสร้างโรงบาบัดน้าเสียรวม และเชื่อมต่อท่อรวบรวมน้าเสียที่มีอยู่เดิม (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 26. แจ้งเตือนฝนตกล่วงหน้าแม่นยา (โครงสร้างดี) 27. ห้องน้าสาธารณะที่ดีในพื้นที่สาธารณะ (สิ่งแวดล้อมดี/โครงสร้างดี) 28. ตัดถนนย่อยตามผังเมือง เพิ่มความคล่องตัวของรถและโอกาสในการมีรถเมล์สายรอง (โครงสร้างดี/เดินทางดี) 29. พัฒนาป้ายท่องเที่ยวทั่วกรุงเทพฯขนาดเหมาะสม ข้อมูลถูกต้อง (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี/โครงสร้างดี) 30. นำร่องสร้างห้องปั๊มนม-ให้นมในสถานที่ของกทม. (โครงสร้างดี/สุขภาพดี) 31. กทม.สร้างแนวทางรับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน หมู่บ้านและคอนโดเก่า (โครงสร้างดี/เดินทางดี) 32. เพิ่มเงินสนับสนุนการดาเนินงานของคณะกรรมการชุมชนและปรับการให้เป็นรายปี(โครงสร้างดี) 33. ปูพรมทาฐานข้อมูลชุมชน เพื่อจัดสวัสดิการขั้นพื้นฐานดูแลประชาชน (โครงสร้างดี) 34. ปรับปรุงอาคารสถานที่ของกทม.ตามหลักการออกแบบสาหรับทุกคน (Universal Design)* (โครงสร้างดี) 35. บัตรคนพิการ จุดเดียวจบ ทุก รพ.สังกัด กทม. (บริหารจัดการดี/โครงสร้างดี) หมายเหตุ : * คือ นโยบายที่เพิ่มเติมมาภายหลัง


ณ นโยบายที่ 8 เศรษฐกิจดี: สร้างโอกาส สร้างงาน สร้างรายได้ 1. เพิ่มรถเมล์สายหลักและรอง ราคาถูกราคาเดียว (สิ่งแวดล้อมดี/เศรษฐกิจดี/เดินทางดี) 2. อาสาสมัครเทคโนโลยี(อสท.) ตัวช่วยด้านเทคโนโลยีสำหรับคนกรุงเทพฯ (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 3. ออกแบบเรื่องราวให้เมือง ผ่าน digital experience economy (เศรษฐกิจดี) 4. ดึงอัตลักษณ์สร้างเศรษฐกิจ 50 ย่านทั่วกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 5. ส่งเสริมให้ผู้ค้าแผงลอยมีความมั่นคงในการประกอบอาชีพ (เศรษฐกิจดี) 6. สร้างการมีส่วนร่วมของผู้ค้าแผงลอย ภาคประชาชน และเอกชนในพื้นที่ช่วยดูแลพื้นที่การค้า (เศรษฐกิจดี) 7. ขึ้นทะเบียนผู้ค้าแผงลอย พร้อมติดตามการดำเนินการ (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 8. หาพื้นที่ของเอกชนหรือหน่วยงานราชการที่สามารถจัดเป็นพื้นที่ขายของสำหรับหาบเร่หรือศูนย์อาหาร (hawker center) (เศรษฐกิจดี/โครงสร้างดี) 9. 12 เทศกาลตลอดปีทั่วกรุงเทพฯ (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 10. กรุงเทพฯ มั่นใจ ปลอดภัยโควิด (เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 11. จัดตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจกทม. (กรอ. กทม.) (เศรษฐกิจดี) 12. ฝึกอาชีพพัฒนาทักษะยุคใหม่ตอบโจทย์ตลาดงาน (เศรษฐกิจดี/เรียนดี) 13. ขยายโอกาสให้ผู้ประกอบการ ผ่านการเชื่อมโยงเศรษฐกิจภายในกรุงเทพฯ (เศรษฐกิจดี) 14. ตลาดนัดชุมชน ตลาดนัดเขต (เศรษฐกิจดี) 15. ขยายโอกาส ขยายช่องทาง ให้กับสินค้าสร้างสรรค์กรุงเทพฯ (MIB: Made in Bangkok) (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 16. คลังปัญญาผู้สูงอายุ (เศรษฐกิจดี) 17. ช่วยหางาน สร้างรายได้สร้างความมั่นคง (ปลอดภัยดี/เศรษฐกิจดี) 18. ส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์(creative economy) ผลักดัน Hi - Tech และ Hi - Touch (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี) 19. พัฒนาโอกาสและศักยภาพในตลาด กทม. (เศรษฐกิจดี) 20. ใบอนุญาตตามประเภทกิจกรรม Function-based License (บริหารจัดการดี/เศรษฐกิจดี) 21. น้ำดื่มสะอาด ปลอดภัย ฟรีทั่วกรุง (เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 22. ส่งเสริมการออมและเข้าถึงแหล่งเงินทุนตั้งแต่ระดับครอบครัวถึงระดับชุมชน (เศรษฐกิจดี) 23. พัฒนาป้ายท่องเที่ยวทั่วกรุงเทพฯขนาดเหมาะสม ข้อมูลถูกต้อง (สร้างสรรค์ดี/เศรษฐกิจดี/โครงสร้างดี) 24. นำร่องผ้าอนามัยฟรี(เศรษฐกิจดี/สุขภาพดี) 25. สนับสนุนศูนย์กลางธุรกิจระหว่างประเทศในกรุงเทพฯ (เศรษฐกิจดี) 26. ผู้ว่าฯ เที่ยงคืน สนับสนุนการใช้ชีวิตและเศรษฐกิจกลางคืน (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี/ปลอดภัยดี) 27. แจกอาหาร ก้าวผ่านวิกฤต เปิดครัวกลางที่โรงเรียนหรือชุมชนผ่านความร่วมมือกับภาคเอกชน (เศรษฐกิจดี/บริหารจัดการดี) 28. ตลาด กทม.ออนไลน์(เศรษฐกิจดี) 29. ส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้เข้าถึงระบบจัดซื้อจัดจ้างของ กทม. (เศรษฐกิจดี) 30. ส่งเสริมการจ้างงานคนพิการ ในหน่วยงานของ กทม. (เศรษฐกิจดี)


ด นโยบายที่ 9 เดินทางดี: เพิ่มความคล่องตัวในการเดินทาง สร้างเมืองเดินดีรถสาธารณะถูก และเข้าถึงครอบคลุม 1. เพิ่มรถเมล์สายหลักและรอง ราคาถูกราคาเดียว (สิ่งแวดล้อมดี/เศรษฐกิจดี/เดินทางดี) 2. ทบทวน BRT เพื่อพิจารณาการดำเนินโครงการ (เดินทางดี) 3. ท่าเรือเข้าสะดวก ออกสบาย เชื่อมต่อปลอดภัย (เดินทางดี) 4. พิจารณาเดินเรือ เพิ่มตัวเลือกเชื่อมต่อการเดินทาง (เดินทางดี) 5. รถไฟฟ้าสายสีเขียว ประชาชนต้องได้ประโยชน์สูงสุด (เดินทางดี) 6. สนับสนุนให้เกิด ecosystem รถพลังงานไฟฟ้า (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 7. สร้างจุดเชื่อมต่อการเดินทาง (hub) เพื่อการเปลี่ยนถ่ายการเดินทางที่สะดวกสบาย (โครงสร้างดี/เดินทางดี) 8. ป้ายรถเมล์มีข้อมูลและสว่างปลอดภัยทุกป้าย (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 9. จัดตั้ง Command Center บริหารจราจรร่วมกับตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เดินทางดี) 10. บริหารจัดการจราจรด้วยระบบอัจฉริยะ(ITMS) เพื่อบริหารจัดการจราจร ทั้งโครงข่ายและกวดขันวินัยจราจร (เดินทางดี) 11. เทศกิจผู้ช่วยจราจร (เดินทางดี) 12. ลดรถ ลดติด ด้วยจอดแล้วจร (เดินทางดี) 13. เสริมศักยภาพสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา หาความเป็นไปได้เพิ่มสะพานใหม่ (เดินทางดี) 14. รถหยุด รถติด ลดหยุด ลดติด (เดินทางดี) 15. กรุงเทพฯ เดินได้พัฒนาทางเดินเท้าคุณภาพ 1,000 กม. (เดินทางดี) 16. ทุกถนน ซอย มีทางเดิน-ปั่นสะดวก เชื่อมขนส่งสบาย ลดการใช้รถ (เดินทางดี) 17. เลียบคลองเดินได้ปั่นปลอดภัย ทางเลียบคลองคุณภาพ (เดินทางดี) 18. สร้างซ่อมดีเพื่อทางเท้าคุณภาพและคงทน (เดินทางดี) 19. ทางตัดผ่านใหม่ต้องเรียบเสมอทางเท้า (เดินทางดี) 20. ลดปริมาณการใช้รถยนต์ส่วนบุคคลในชั่วโมงเร่งด่วน บริเวณ Low Emission Zone (สิ่งแวดล้อมดี/สุขภาพดี/เดินทางดี) 21. นำร่อง covered walkway หลังคาทางเดินกันเปียกกันร้อนในจุดเชื่อมต่อ (เดินทางดี) 22. ใช้CCTV กวดขันวินัยจราจร (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 23.ตรวจสอบและปรับปรุงทางข้ามทั้งกรุงเทพฯ ให้ได้มาตรฐานความปลอดภัย (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 24. ปลูกฝังจิตสำนึก ส่งเสริมการสร้างระเบียบ กวดขันวินัยจราจรอย่างเข้มงวด (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 25. ลดความเร็ว ลดความเสี่ยง ในย่านชุมชนและถนนสายรอง (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 26. พนักงาน กทม.ตรวจสอบความพร้อมใช้สาธารณูปโภคเมืองเชิงรุก (ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 27. กำหนดหน่วยงานรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัย ให้พร้อมใช้งานอยู่เสมอ(ปลอดภัยดี/เดินทางดี) 28. รณรงค์สิทธิและระเบียบวินัยพลเมืองในเรื่องจราจร ความสะอาด คอร์รัปชั่น สิ่งแวดล้อม (ปลอดภัยดี/สิ่งแวดล้อมดี/บริหารจัดการดี/เดินทางดี) 29. ทางเท้าเดิมโล่ง สะอาด เป็นระเบียบ (เดินทางดี) 30. จัดหารุกขกรมืออาชีพดูแลต้นไม้ประจำเขต (สิ่งแวดล้อมดี/เดินทางดี)


ต 31. สายสื่อสารลงดินไม่ซ้ำซ้อน สะท้อนต้นทุน ไม่กระทบประชาชน (เดินทางดี) 32. จุดจอดจักรยานคุณภาพ ปลอดภัย ทุกจุดเชื่อมต่อขนส่ง (สิ่งแวดล้อมดี/เดินทางดี) 33.แจ้งปัญหาวินฯ ผ่านแพลตฟอร์มฟองดูว์(เดินทางดี) 34. สะพานลอยปลอดภัย มั่งคงแข็งแรง (เดินทางดี) 35. BBKK Trail เส้นทางวิ่งดีออกกำลังกายดี= เดินได้ดี(สุขภาพดี/เดินทางดี) 36. เปิดข้อมูลการเดินทางในกรุงเทพฯ ให้เป็นสาธารณะ (เดินทางดี) 37. สร้างลิฟต์รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2 ฝั่งถนนครบทุกสถานี(เดินทางดี) 38. กำกับดูแลและเร่งคืนผิวจราจรการก่อสร้างอย่างใกล้ชิด เพื่อการจราจรที่คล่องตัว (เดินทางดี) 39. ตัดถนนย่อยตามผังเมือง เพิ่มความคล่องตัวของรถและโอกาสในการมีรถเมล์สายรอง (โครงสร้างดี/เดินทางดี) 40. กทม.สร้างแนวทางรับดูแลโครงสร้างพื้นฐาน หมู่บ้านและคอนโดเก่า (โครงสร้างดี/เดินทางดี) 41. สร้างย่านจักรยาน เดินทางได้ทั่วด้วยการปั่น (Bicycle Corridor) (เดินทางดี) 42. สนับสนุนรถรับส่งคนพิการ (เดินทางดี)


๑ กำหนดการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ ๑๙ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖6 ระหว่างวันที่ ๗ ธันวาคม 2565 ถึงวันที่ 6 กุมภาพันธ์๒๕๖๖ สัปดาห์ วัน / เดือน / ปี กิจกรรม สถานที่ ๑ ๗ ธ.ค. 65 พิธีเปิดการฝึกอบรม โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 8 - 10 ธ.ค.65 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 2 1๓ - 14 ธ.ค.65 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 15 - 17 ธ.ค.65 กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม และ การพัฒนาคุณภาพชีวิต (พักค้าง) ศูนย์การเรียนรู้มหานคร สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร 3 19 ธ.ค.65 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 20 - 22 ธ.ค.65 กิจกรรมผู้นำทีมที่มีประสิทธิภาพ (พักค้าง) ต่างจังหวัด 23 - 24 ธ.ค.65 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 4 26 - 29 ธ.ค.65 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 5 3 - 7 ม.ค.66 กิจกรรมเข้าใจ เข้าถึง พัฒนา (พักค้าง) จังหวัดน่าน 6 9 - 15 ม.ค.66 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 7 16 - 21 ม.ค.66 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 8 23 - 28 ม.ค. 66 วิชาการ (ไป – กลับ) โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 9 30 ม.ค.66 เตรียมนำเสนอผลงานรุ่น (Class Project) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 31 ม.ค.66 การนำเสนอผลงานรุ่น (Class Project) ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร 1 ก.พ.66 สอบประมวลความรู้ โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร 2 - 4 ก.พ.66 กิจกรรมทบทวนกระบวนการเรียนรู้ (After Action Review : AAR) (พักค้าง) ต่างจังหวัด 6 ก.พ.66 ปิดการฝึกอบรมและประเมินผล โรงแรมในเขตกรุงเทพมหานคร กันยายน 256๖ พิธีมอบประกาศนียบัตรและ เข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ“นคราธิปัตย์” ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร หมายเหตุ - กำหนดการและสถานที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความจำเป็นและเหมาะสม - การฝึกอบรมภาควิชาการ (ไป – กลับ) อบรมสัปดาห์ละ 6 วัน คือ วันจันทร์- วันเสาร์ - อบรมในวันอาทิตย์ 1 ครั้ง คือ วันที่ 15 มกราคม 2566 - วันที่ 12 ธันวาคม ๒๕๖5 หยุดชดเชยวันรัฐธรรมนูญ - วันที่ 30 ธันวาคม 2565 หยุดวันหยุดราชการเพิ่มเป็นกรณีพิเศษประจำปี 2565 - วันที่ 2 มกราคม 2566 หยุดวันชดเชยวันสิ้นปี


๒ สาระสำคัญการฝึกอบรม หลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๑. หลักการและเหตุผล กรุงเทพมหานครได้ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนาข้าราชการระดับผู้บริหาร ให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดี เพื่อประสิทธิภาพและความสำเร็จในการบริหารงาน ตามตำแหน่งหน้าที่รับผิดชอบ จึงกำหนดให้มีการพัฒนาข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งทางการบริหาร อย่างต่อเนื่องทุกปี สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครได้รับอนุมัติให้ดำเนินการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ ๑๙ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ ๒. วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาข้าราชการที่จะดำรงตำแหน่งนักบริหารระดับสูง ดังนี้ ๒.๑ เสริมสร้างวิสัยทัศน์ สมรรถนะและขีดความสามารถในระดับสูง สามารถพัฒนา ศักยภาพของตนเองในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร รวมถึงสามารถรองรับภารกิจหน้าที่ความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้น ๒.๒ เสริมสร้างความเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลง (Change Agent) มีความคิดริเริ่ม สามารถยอมรับการเปลี่ยนแปลงและทำให้ผู้อื่นเข้าใจในการปรับเปลี่ยนที่เกิดขึ้น พร้อมรับการเผชิญ กับความเปลี่ยนแปลงในมิติต่าง ๆ ทั้งในระดับชาติและบริบทอาเซียน ๒.๓ ให้เป็นผู้มีคุณธรรมและจริยธรรม เป็นตัวอย่างที่ดีแก่ข้าราชการในทุกระดับ และสาธารณชน ๒.๔ เสริมสร้างสัมพันธภาพ (Partner) และสร้างเครือข่ายความร่วมมือ (Network) ระหว่างนักบริหารที่เข้ารับการฝึกอบรมด้วยกัน ในการทำงานของหน่วยงานกรุงเทพมหานครและ หน่วยงานอื่น ๓. คุณสมบัติผู้เข้ารับการฝึกอบรม 3.๑ ข้าราชการกรุงเทพมหานครสามัญเป็นผู้ดํารงตําแหน่งประเภทอํานวยการ หรือ ประเภทวิชาการ ระดับเชี่ยวชาญที่ปฏิบัติหน้าที่ทางการบริหารในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าประเภท อำนวยการ ระดับต้น 3.๒ ไม่เคยผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงของกรุงเทพมหานคร หรือหลักสูตร นักบริหารระดับสูงที่ ก.ก. รับรอง หรือหลักสูตรนักบริหารระดับสูงของสำนักงาน ก.พ. หรือหลักสูตร นักบริหารระดับสูงที่ ก.พ. รับรอง 3.3 ผู้เคยผ่านหลักสูตรนักปกครองระดับสูง (นปส.) ของกระทรวงมหาดไทย หรือ หลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.) ของสํานักงาน ก.พ. จะได้รับการพิจารณาภายหลัง 3.4 หากเคยเข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับกลาง หรือหลักสูตรอื่น ที่เทียบเท่าของกรุงเทพมหานครจะต้องผ่านการฝึกอบรมมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 ปี 3.5 มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ ไม่เป็นโรคติดต่อ สามารถเข้ารับการฝึกอบรมได้ ตลอดหลักสูตร


๓ ๔. หลักเกณฑ์การคัดเลือก พิจารณาผู้สมัครเข้ารับการฝึกอบรมครบตามจํานวนกลุ่มเป้าหมาย ดังนี้ ๔.๑ เป็นผู้มีคุณสมบัติครบตามที่หลักสูตรกําหนด ๔.๒ หลักความอาวุโสทางราชการ ๕. จำนวนผู้เข้ารับการฝึกอบรม ข้าราชการสังกัดกรุงเทพมหานคร จำนวน ๖๐ คน ๖. การดำเนินการฝึกอบรม โดยกลุ่มงานพัฒนาสมรรถนะทางการบริหาร ส่วนบริหารจัดการการฝึกอบรม สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ที่ตั้ง ๑๗๓ ถนนดินสอ เขตพระนคร กรุงเทพฯ ๑๐๒๐๐ โทรศัพท์ ๐ ๒๒๒๔ ๓๐๖๓ หรือ ๐ ๒๖๒๑ ๑๕๒๑ โทรสาร ๐ ๒๒๒๔ ๓๐๖๓ www.bangkok.go.th/training


๔ ๗. การประเมินผล ข้าราชการที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้ารับการฝึกอบรมจะสําเร็จการฝึกอบรมและมีสิทธิรับ ประกาศนียบัตรและเข็มเครื่องหมายเชิดชูเกียรติ “นคราธิปัตย์” ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ดังนี้ ๗.๑ ปฏิบัติตามระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการฝึกอบรมฯ และเงื่อนไขที่หลักสูตรกําหนด ๗.๒ มีระยะเวลาเข้ารับการฝึกอบรมนับรวมตลอดหลักสูตรไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลา การฝึกอบรมทั้งหมด โดยจะต้องลงลายมือชื่อในการฝึกอบรม และบันทึกการลงเวลาเสมือนการลงเวลา ในการปฏิบัติราชการ ดังนี้ ๗.๒.๑ การฝึกอบรมแบบไป -กลับ วันละ ๒ รอบเวลา คือ ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ – ๐๙.๐๐ น. และระหว่างเวลา ๑๒.๔๕ - ๑๓.๐๐ น. ๗.๒.๒ การฝึกอบรมแบบพักค้าง วันละ ๒ รอบเวลา คือ - ระหว่างเวลา ๐๘.๓๐ - ๐๙.๐๐ น. - ระหว่างเวลา ๑๒.๔๕ - ๑๓.๐๐ น. ๗.๓ มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง สามารถเข้าร่วมกิจกรรมตามที่หลักสูตรกําหนดครบถ้วนทุก กิจกรรมโดยจะต้องมีระยะเวลาในการเข้าร่วมแต่ละกิจกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ได้แก่ ๗.๓.๑ กิจกรรมผู้นำองค์กรที่มีประสิทธิภาพ ๗.๓.๒ กิจกรรมคุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต ๗.๓.๓ กิจกรรมการบูรณาการทักษะการบริหารสู่การปฏิบัติ(เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา) ๗..๓.๔ กิจกรรมทบทวนกระบวนการเรียนรู้ (After Action Review : AAR) ๗.๔ จัดทําและนําเสนอรายงานผลงานกลุ่ม ๗.๕ จัดทําและนําเสนอรายงานผลงานรุ่น ๗.๖ มีผลคะแนนรวมภาควิชาการและภาคพฤติกรรมไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของคะแนนทั้งหมด ๘. ผลลัพธ์ที่คาดหวัง นักบริหารมหานครเป็นผู้นำที่ดีมีความคิดกว้างไกล มีภาวะผู้นำ มีความสามารถ ด้านการจัดการที่ดีสามารถนำการเปลี่ยนแปลง และขับเคลื่อนยุทธศาสตร์อย่างมีประสิทธิภาพ


๕ หลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ Senior Executive Bangkok Metropolitan Management Program ปรัชญาของหลักสูตร เป็นหลักสูตรที่มุ่งพัฒนานักบริหารของกรุงเทพมหานคร ให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และ ภาวะผู้นำในการบริหารจัดการที่สอดคล้องและทันต่อสถานการณ์ การเปลี่ยนแปลง มีคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล สามารถบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน ในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของกรุงเทพมหานคร ให้เกิดผลเป็นรูปธรรมเพื่อให้กรุงเทพมหานครเป็นมหานครแห่งเอเชีย โดยพัฒนาตามสมรรถนะทางการบริหาร และพัฒนาให้มีทักษะ ความรู้ ความสามารถ มีความเป็นมืออาชีพเหมาะสมกับการบริหารมหานครและเป็นผู้มี คุณธรรมและจริยธรรม พร้อมขับเคลื่อนงานบริหารและพัฒนามหานคร มีวัฒนธรรมองค์กรแบบ Outward Mindset และ Sense of Urgency ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ จุดเน้นของหลักสูตรมุ่งใน “การพัฒนาทรัพยากรบุคคล ให้มีความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการกรุงเทพมหานคร ให้เป็นเมืองน่าอยู่สำหรับทุกคน” ภายใต้แนวคิด การปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล โดยการสร้างผู้นำเพื่อขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงและพัฒนา ขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรม สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์การบริหารทรัพยากรบุคคล ของกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. 2566 – 2570) เป้าประสงค์ยุทธศาสตร์ที่ 4 สร้างผู้นำและวัฒนธรรมองค์กร ให้พร้อมขับเคลื่อนงานบริหารและพัฒนามหานคร (HR Culture & Leadership) วัตถุประสงค์ของหลักสูตร ๑. ส่งเสริมให้เป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์ สามารถร่วมกำหนดและขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และนโยบายต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานครให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ ตอบสนองความต้องการของประชาชน ๒. ส่งเสริมให้มีสมรรถนะทางการบริหารและคุณลักษณะพึงประสงค์ของทรัพยากรบุคคล กรุงเทพมหานคร (HRD8 Attribute Model)สามารถบริหารงานได้ทันต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลง พร้อมเป็น ผู้นำในการปฏิบัติภารกิจของเมือง ๓. ส่งเสริมให้เป็นผู้มีคุณธรรม จริยธรรมตามหลักธรรมาภิบาล เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ข้าราชการ และสาธารณชน ๔. เสริมสร้างสัมพันธภาพและเครือข่ายความร่วมมือระหว่างนักบริหารด้วยกัน สามารถบูรณาการ การทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่น ๆ ได้ กลยุทธ์ของหลักสูตร เป็นการพัฒนาผู้บริหารของกรุงเทพมหานครให้เป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่เน้นการเรียนรู้ ด้วยประสบการณ์ตรง การสร้างโอกาสในการเข้าถึงแหล่งองค์ความรู้ การแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม (Group Learning) การถอดบทเรียนจากกรณีศึกษา (Case Study) การอภิปรายกลุ่ม (Group Discussion) การระดมความคิดเห็นเพื่อพัฒนางาน (Workshop) การฝึกปฏิบัติโดยสถานการณ์จำลอง (Simulation and Virtual Reality) และการถ่ายทอดหลักการแนวคิดทฤษฎีโดยการบรรยาย (Lecture) ในภาพรวมของหลักสูตร ใช้กลยุทธ์การเรียนรู้ ดังนี้ ๑. การเรียนรู้ร่วมกับผู้ทรงคุณวุฒิและผู้มีประสบการณ์(Experiential Learning) ๒. การเรียนรู้จากประสบการณ์จริงและพัฒนาทักษะการตัดสินใจเชิงนโยบาย (Decision Agenda) ๓. การแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานที่ประสบความสำเร็จ(Best Practice Learning) ๔. การสังเคราะห์และนำความรู้ที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการจัดทำผลงานการศึกษา (Study Project) ๕. การใช้ข้อมูลดิจิทัลเป็นกลยุทธ์การพัฒนางาน (Driving Innovation) ที่เชื่อมโยงกับภารกิจของ กรุงเทพมหานคร


๖ โครงสร้างของหลักสูตร รวม ๒๘๘ ชั่วโมง (๔8 วัน) หมวดวิชาที่ ๑ การพัฒนาภาวะผู้นำ 54 ชั่วโมง ๑.1 ผู้นำองค์กรที่มีประสิทธิภาพ 18 ชั่วโมง ๑.2 การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อการแก้ปัญหา ๓ ชั่วโมง 1.3 การบริหารในภาวะวิกฤตและการแก้ไขความขัดแย้ง ๖ ชั่วโมง ๑.4 ผู้นำกับการบริหารความเปลี่ยนแปลง ๓ ชั่วโมง ๑.5 การเสริมสร้างภาพลักษณ์นักบริหาร ๖ ชั่วโมง 1.6 การสื่อสารสำหรับผู้บริหาร ๑๒ ชั่วโมง 1.7 การคิดเชิงกลยุทธ์และการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ ๖ ชั่วโมง หมวดวิชาที่ ๒ การบริหารมหานคร 57 ชั่วโมง ๒.๑ การบริหารมหานครกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ๓ ชั่วโมง ๒.2 การบริหารเมืองเชิงยุทธศาสตร์ ๓ ชั่วโมง 2.3 การบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย ๓ ชั่วโมง ๒.4 การพัฒนาผู้นำองค์กรดิจิทัลภาครัฐ 3 ชั่วโมง ๒.๕ การบริหารจัดการสาธารณภัยและภัยพิบัติ 3 ชั่วโมง ๒.๖ การบริหารภาพลักษณ์องค์กร ๓ ชั่วโมง ๒.๗ การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data Analytics) ๓ ชั่วโมง ๒.๘ การสร้างและขับเคลื่อนองค์กรนวัตกรรม 3 ชั่วโมง 2.9 การบูรณาการทักษะการบริหารสู่การปฏิบัติ ๓๓ ชั่วโมง (เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา) หมวดวิชาที่ ๓ การบริหารทรัพยากร ๒๗ ชั่วโมง 3.1 การบริหารทรัพยากรมนุษย์ภาครัฐในกระแสการเปลี่ยนแปลง 3 ชั่วโมง 3.2 ยุทธศาสตร์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร 3 ชั่วโมง 3.3 การบริหารงบประมาณเชิงบูรณาการตามยุทธศาสตร์ 3 ชั่วโมง 3.4 บทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้างวินัย ๑.๕ ชั่วโมง การเงินการคลังของภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล 3.5 การบริหารการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐสำหรับผู้บริหารระดับสูง 3 ชั่วโมง 3.6 บทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้าง ๑.๕ ชั่วโมง การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ๓.7 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน 3 ชั่วโมง 3.8 บทบาทของนักบริหารระดับสูงด้านการบริหารผลงาน ๓ ชั่วโมง การปฏิบัติราชการอย่างสัมฤทธิ์ผล 3.9 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ 3 ชั่วโมง 3.10 การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ๓ ชั่วโมง หมวดวิชาที่ 4 คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต 2๗ ชั่วโมง 4.1 คุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต 18 ชั่วโมง 4.2 การบริหารองค์กรสุขภาวะ ๓ ชั่วโมง ๔.๓ การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลในองค์กร ๓ ชั่วโมง ๔.๔ บทบาทของผู้นำในการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตในองค์กร ๓ ชั่วโมง


๗ หมวดวิชาที่ 5 การเสริมสร้างประสบการณ์และบูรณาการความรู้ 99 ชั่วโมง 5.๑ ประสบการณ์นักบริหาร 3 ชั่วโมง 5.2 การเสริมสร้างประสบการณ์นักบริหาร 5.2.1 การศึกษาเชิงเปรียบเทียบทางการบริหาร ๖ ชั่วโมง 5.2.2 กิจกรรมทบทวนกระบวนการเรียนรู้ 18 ชั่วโมง (After Action Review : AAR) 5.3 การจัดทำผลงานกลุ่ม 5.3.1 การศึกษาแนวทางการจัดทำผลงาน 3๖ ชั่วโมง 5.3.2 การนำเสนอผลงาน 6 ชั่วโมง 5.4 การจัดทำผลงานรุ่น 5.4.1 การศึกษาแนวทางการจัดทำผลงาน 24 ชั่วโมง 5.4.2 การนำเสนอผลงาน 6 ชั่วโมง หมวดวิชาเบ็ดเตล็ด 24 ชั่วโมง 1) พิธีเปิด / ปิดการฝึกอบรม ๖ ชั่วโมง 2) กิจกรรมเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม 3 ชั่วโมง 3) วิชาเลือกอิสระ 3 ชั่วโมง 4) การสอบประมวลความรู้(2 ครั้ง) 6 ชั่วโมง ๕) การประเมินผลการฝึกอบรม ๓ ชั่วโมง ๖) กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักบริหาร 3 ชั่วโมง


๘ เนื้อหาวิชาของหลักสูตร หมวดวิชาที่ ๑ การพัฒนาภาวะผู้นำ รวม ๕4 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์และพัฒนาระบบความคิด ทั้งการคิดเชิงกลยุทธ์และการคิดนอกกรอบ สามารถบริหารจัดการในภาวะวิกฤติและแก้ไขความขัดแย้ง และการบริหารองค์กรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถนำการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นในองค์กร เพื่อให้ภารกิจขององค์กรประสบความสำเร็จอย่างยั่งยืน รวมทั้งได้รับการพัฒนาและเสริมสร้างบุคลิกภาพ มารยาททางสังคมให้มีความพร้อมในการปฏิบัติตนและสร้างความมั่นใจในการสมาคมกับบุคคลระดับต่างๆ อย่างถูกต้องเหมาะสม หัวข้อวิชาประกอบด้วย ๑.๑ ผู้นำองค์กรที่มีประสิทธิภาพ 18 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจและได้รับการพัฒนาทักษะการบริหารงาน บริหารองค์กร การเป็นผู้นำและการบริหารองค์กรที่มีประสิทธิภาพบรรลุตามเป้าประสงค์ที่ต้องการ ขอบเขตเนื้อหา - คุณลักษณะของผู้นำองค์กร - การขับเคลื่อนองค์กรด้วยภาวะผู้นำ - เทคนิคในการเป็นผู้นำองค์กรและการบริหารองค์กร - ปัจจัยความสำเร็จของผู้นำในการบริหารองค์กรให้มีประสิทธิภาพ วิธีการอบรม กิจกรรมกลุ่ม 1.2 การคิดเชิงวิพากษ์เพื่อการแก้ปัญหา 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีความรู้ ความเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์ รู้และเข้าใจหลักการใช้หลักคิดและกระบวนการการคิดเชิงวิพากษ์เพื่อแก้ปัญหาและนำไปปรับใช้ ในการดำเนินงาน ขอบเขตเนื้อหา - ความสำคัญของการคิดเชิงวิพากษ์ - หลักการและเทคนิคกระบวนการคิด - การนำการคิดเชิงวิพากษ์ไปปรับใช้ในการแก้ปัญหาและตัดสินใจ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา


๙ 1.3 การบริหารในภาวะวิกฤติและการแก้ไขความขัดแย้ง 6 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจและได้รับการพัฒนาทักษะเกี่ยวกับการบริหาร ในภาวะวิกฤติ และการแก้ไขความขัดแย้ง ตลอดจนการสื่อสารในภาวะวิกฤติ การเจรจาไกล่เกลี่ย สามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารงานได้ ขอบเขตเนื้อหา - แนวทางการบริหารในภาวะวิกฤติ - การสื่อสารในภาวะวิกฤติ - กลยุทธ์ในการป้องกัน/แก้ไขความขัดแย้ง - การเจรจาไกล่เกลี่ย วิธีการอบรม การบรรยาย กรณีศึกษา หรือการถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญ 1.4 ผู้นำกับการบริหารความเปลี่ยนแปลง ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการขับเคลื่อนองค์กร การสร้างและการบริหารเปลี่ยนแปลง สามารถกำหนดเป้าหมาย แนวทางและสามารถที่จะเป็นผู้นำ การเปลี่ยนแปลงในองค์กรให้สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ขอบเขตเนื้อหา - ทักษะในการจัดการกับการเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์ - การสร้างแรงจูงใจในการเปลี่ยนแปลงในองค์กร และการทำให้องค์กรมีความพร้อม ต่อการเปลี่ยนแปลง - บทบาทของการบริหารการเปลี่ยนแปลงในสถานการณ์ต่าง ๆ - การสื่อสารการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างมีประสิทธิผล วิธีการอบรม บรรยาย การอภิปรายแลกเปลี่ยนความคิดเห็น 1.5 การเสริมสร้างภาพลักษณ์นักบริหาร 6 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการเสริมสร้างและพัฒนาบุคลิกภาพ มารยาทในการสมาคม สามารถปฏิบัติตนได้อย่างเหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ขอบเขตเนื้อหา - บุคลิกภาพสำหรับนักบริหาร - พิธีการและมารยาทในสังคม - การต้อนรับอย่างเป็นทางการ - การเป็นผู้แทนหน่วยงานเดินทางไปราชการ วิธีการอบรม การบรรยาย การฝึกปฏิบัติโดยสถานการณ์จำลอง


๑๐ 1.6 การสื่อสารสำหรับผู้บริหาร 12 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อพัฒนาความรู้และทักษะการสื่อสารของผู้เข้ารับการฝึกอบรมให้สามารถนำเสนอ ความคิดเห็นหรือโครงการอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถถ่ายทอดความคิด ชักจูง โน้มน้าวกลุ่มเป้าหมาย ให้เข้าใจและร่วมมือกันทำงานได้เรียนรู้แนวคิด/เทคนิคการสื่อสาร การประชาสัมพันธ์และส่งมอบ การบริการที่สร้างความพึงพอใจต่อผู้รับบริการรวมทั้งตระหนักถึงบทบาทของนักบริหารที่มีต่อภาพลักษณ์ องค์กร ขอบเขตเนื้อหา - การสื่อสารในสถานการณ์ต่าง ๆ : การแถลงข่าวและการให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน การนำประชุม การพูดในที่ชุมชน - การพัฒนาทักษะและเทคนิคการสื่อสาร ในด้านการสื่อสารผ่านสังคมออนไลน์ (Social Media) - เทคนิคการสื่อสารและการนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การเตรียมตัวก่อนการนำเสนอ การเตรียมข้อมูล การเรียงลำดับเนื้อหา การถ่ายทอดความคิดให้เกิดผลสัมฤทธิ์ฯลฯ วิธีการอบรม บรรยาย การฝึกปฏิบัติโดยสถานการณ์จำลอง ๑.7 การคิดเชิงกลยุทธ์และการวิเคราะห์เพื่อการตัดสินใจ ๖ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์และพัฒนาระบบความคิด เชิงกลยุทธ์ เทคนิคการวิเคราะห์ปัญหาตลอดจนสามารถวิเคราะห์ข้อมูล และเลือกใช้ข้อมูลใน การตัดสินใจในการกำหนดแผนและนโยบายได้อย่างเหมาะสมทันต่อสถานการณ์ ขอบเขตเนื้อหา - หลักการพื้นฐานการคิดเชิงกลยุทธ์ - การกำหนดเป้าหมาย กลไกและรูปแบบของการคิดวิเคราะห์ - ตรรกะเชิงกลยุทธ์ และกลไกของแผนยุทธศาสตร์ - เทคนิคการวิเคราะห์ปัญหา : สภาพปัญหา การวิเคราะห์สถานการณ์ การตัดสินใจ - กระบวนการตัดสินใจของผู้บริหาร วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา ฝึกปฏิบัติโดยกระบวนการกลุ่ม และการนำเสนองาน


๑๑ หมวดวิชาที่ ๒ การบริหารมหานคร รวม 57 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจกระแสการเปลี่ยนแปลงทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง ทั้งในระดับภูมิภาคเอเชียและทั่วโลกที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยสามารถวิเคราะห์ คาดการณ์และเชื่อมโยงสถานการณ์สำคัญที่อาจส่งผลกระทบต่อการบริหารจัดการ และการแก้ไขปัญหาของกรุงเทพมหานครได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีความรู้ ความเข้าใจการบริหารจัดการ มหานครในกระแสการเปลี่ยนแปลงของโลก สามารถวิเคราะห์และเสนอแนวทางการบริหารจัดการ มหานครในมิติต่าง ๆ เช่น โครงสร้างพื้นฐาน สังคมวัฒนธรรม เศรษฐกิจสภาพแวดล้อม ซึ่งจะส่งผลให้ บรรลุเป้าประสงค์การพัฒนากรุงเทพมหานครให้เป็น “มหานครน่าอยู่สำหรับทุกคน” หัวข้อวิชาประกอบด้วย ๒.๑ การบริหารมหานครกับสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงของโลก ที่ส่งผลกระทบต่อประเทศไทย และต่อเนื่องถึงระดับมหานคร สามารถวิเคราะห์ คาดการณ์และ เชื่อมโยงสถานการณ์เพื่อการนำไปกำหนดนโยบายเพื่อพัฒนาการบริหารมหานครให้สอดคล้องกับ การเปลี่ยนแปลง ขอบเขตเนื้อหา - สถานการณ์และประเด็นปัญหาสำคัญในปัจจุบัน และแนวโน้มในอนาคต ในบริบท ทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง เทคโนโลยี สภาพแวดล้อม ความมั่นคง - ผลกระทบที่มีต่อภาครัฐ และกรุงเทพมหานคร - แนวทางการแก้ไขและการนำไปปรับใช้ในการบริหารมหานคร วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๒.2 การบริหารเมืองเชิงยุทธศาสตร์ ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการ เทคนิค ในการบริหารเมืองเชิงยุทธศาสตร์สามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารเมืองอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อขับเคลื่อนภารกิจองค์กรให้บรรลุเป้าหมายตามยุทธศาสตร์ที่กำหนด ขอบเขตเนื้อหา - ความสำคัญของการบริหารเมืองเชิงยุทธศาสตร์ในกระแสความเปลี่ยนแปลง - กระบวนการบริหารเชิงยุทธศาสตร์ - ปัจจัยแห่งความสำเร็จและปัจจัยแห่งความล้มเหลว และข้อเสนอแนะ - กรณีศึกษาการบริหารเมืองเชิงยุทธศาสตร์ในประเทศและต่างประเทศ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา


๑๒ ๒.3 การบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย (Governing by Network) ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารงานภาครัฐใน รูปแบบเครือข่าย (Governing by Network) ตลอดจนการประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วนที่ เกี่ยวข้องกับการพัฒนาเมือง ส่งผลต่อการปรับเปลี่ยนวิธีการปฏิบัติงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอบเขตเนื้อหา - ความสำคัญของการบริหารงานภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย (Governing by Network) - การปรับกระบวนทัศน์และวิธีการทำงานของภาครัฐในรูปแบบเครือข่าย - รูปแบบ องค์ประกอบและกระบวนการบริหารจัดการเครือข่าย - ปัจจัยแห่งความสำเร็จและความล้มเหลวในการสร้างเครือข่าย - การบูรณาการความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครกับทุกภาคส่วนเพื่อการพัฒนาเมือง วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา อภิปราย ๒.4 การพัฒนาผู้นำด้านดิจิทัลภาครัฐ (Digital Government Leader) 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจและบทบาทในการพัฒนาทักษะด้านดิจิทัล สามารถปรับเปลี่ยนกระบวนงานด้านดิจิทัลในกระบวนการทำงานหรือการให้บริการ สามารถนำ นโยบายและทิศทางองค์กรมากำหนดเป็นแนวทางและแผนการดำเนินงานของหน่วยงาน ขอบเขตเนื้อหา - การปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล - แนวทางพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐ - การบริหารการขับเคลื่อนการพัฒนากำลังคนด้านดิจิทัลในองค์กร - บทบาทของผู้บริหารในการกำหนดแนวทางการบริหารงานในกระแสการเปลี่ยนแปลง ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา หรือการอภิปราย


๑๓ ๒.5 การบริหารจัดการสาธารณภัยและภัยพิบัติ 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจสถานการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มของปัญหา ด้านสาธารณภัยและภัยพิบัติในอนาคตรวมทั้งบทบาทหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ในการบริหารจัดการสาธารณภัยและภัยพิบัติให้มีประสิทธิภาพ ขอบเขตเนื้อหา - สภาวการณ์ในปัจจุบันและแนวโน้มของปัญหาด้านสาธารณภัยและภัยพิบัติ - บทบาทหน้าที่ของกรุงเทพมหานครและทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการบริหารจัดการ สาธารณภัยและภัยพิบัติรวมทั้งการเตรียมการเพื่อรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติในอนาคต -การขับเคลื่อนแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยไปสู่การปฏิบัติ - การจัดทำแผนที่ความเสี่ยง (Risk Map) ของกรุงเทพมหานคร - บทบาทผู้นำองค์กรในการจัดการภัยพิบัติ - ปัญหาอุปสรรคในการบริหารจัดการและแนวทางแก้ไข วิธีการอบรม อภิปราย กรณีศึกษา ถอดบทเรียน ๒.6 การบริหารภาพลักษณ์องค์กร 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจในแนวคิด หลักการการบริหาร ภาพลักษณ์องค์กร ศึกษาวิเคราะห์และเปรียบเทียบแนวคิด เทคนิคและกระบวนการบริหาร ภาพลักษณ์ของหน่วยงานต้นแบบ (Best Practice) ทั้งภาครัฐและเอกชน สามารถนำมากำหนด แนวทางในการบริหารจัดการภาพลักษณ์องค์กรของกรุงเทพมหานคร (Re-branding) ขอบเขตการเรียนรู้ - บทบาทของนักบริหารในการบริหารจัดการและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์องค์กร - การบริหารและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ขององค์กรภาครัฐ/ ภาคเอกชน : กรณีตัวอย่าง - การวิเคราะห์เปรียบเทียบ (benchmarking) กรุงเทพมหานครกับหน่วยงานต้นแบบ - แนวทางการบริหารและปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ของกรุงเทพมหานคร - การปรับภาพลักษณ์ และการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์องค์กร วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น


๑๔ ๒.7 การวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data Analytics) 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ใช้ข้อมูลและวิเคราะห์เพื่อประกอบการวางแผน และตัดสินใจเพื่อการนำเสนอเชิงนโยบาย ข้อเสนอทางวิชาการที่สอดคล้องกับทิศทางและยุทธศาสตร์องค์กร ขอบเขตการเรียนรู้ - วิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลเพื่อการวางแผน - การวิเคราะห์และสร้างโมเดลเพื่อช่วยในการตัดสินใจ - การประยุกต์ใช้ข้อมูลเชิงลึกเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานในหน่วยงาน - เทคนิคการเลือกใช้ข้อมูลและเครื่องมือเพื่อการวางแผนและตัดสินใจ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๒.8 การสร้างและขับเคลื่อนองค์กรนวัตกรรม 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจแนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรม การสร้างและ การขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรนวัตกรรม สำหรับเตรียมความพร้อมให้กรุงเทพมหานคร ปรับเปลี่ยนเป็นองค์กรนวัตกรรม ขอบเขตการเรียนรู้ - แนวคิดเกี่ยวกับนวัตกรรมและการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร - การเปลี่ยนแปลงองค์กรภาครัฐสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม - บทบาทของผู้บริหารในการขับเคลื่อนองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ๒.9 การบูรณาการทักษะการบริหารสู่การปฏิบัติ (เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา) ๓๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้บูรณาการความรู้ ด้วยการฝึกปฏิบัติด้านการบริหาร จัดการปัญหาในพื้นที่จากประสบการณ์ตรง เป็นการเรียนรู้เพื่อพัฒนาศักยภาพชุมชน โดยการสร้างความเข้าใจ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ ปัญหาและความต้องการของชุมชน เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน ในกระบวนการพัฒนาและเสนอแนะแนวทางการแก้ปัญหา อย่างเป็นรูปธรรม สามารถนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน ขอบเขตการเรียนรู้ - เรียนรู้ประสบการณ์จริง โดยการปฏิบัติการในพื้นที่ - วิเคราะห์ปัญหา อุปสรรคในการดำเนินงานที่ผ่านมา - แลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้ปฏิบัติ/ ชุมชน - ประมวลแนวทางการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม - นำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงาน วิธีการอบรม แลกเปลี่ยนความคิดเห็น ฝึกปฏิบัติการถอดบทเรียนจากกรณีศึกษา


๑๕ หมวดวิชาที่ 3 การบริหารทรัพยากร รวม ๒๗ ชั่วโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักการและทิศทางการ บริหารทรัพยากรบุคคลภาคภาครัฐแนวใหม่และภาคเอกชน รวมถึงการประเมินผลการปฏิบัติงาน เพื่อให้ สามารถบริหารจัดการทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งมีความรู้ เกี่ยวกับกฎหมายทางการปกครอง กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการคลัง การพัสดุ และแนวทาง การบริหารงบประมาณของกรุงเทพมหานคร การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน เพื่อนำไปใช้ในการบริหารงานอย่างมีประสิทธิภาพ หัวข้อวิชาประกอบด้วย 3.๑ การบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐในกระแสของการเปลี่ยนแปลง ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารทรัพยากรบุคคล ทั้งภาครัฐและภาคเอกชนในบริบทของการเปลี่ยนแปลงด้านต่าง ๆ และสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ ในการบริหารทรัพยากรบุคคลในองค์กรภาครัฐได้อย่างมีประสิทธิภาพ วัตถุประสงค์รายวิชา - สภาพการณ์ด้านการบริหารทรัพยากรบุคคลภาครัฐในปัจจุบัน - ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคล : ภาครัฐ /ภาคเอกชน (HR ISSUE) - การบริหารความหลากหลายของทรัพยากรบุคคลในองค์กร (Workforce Diversity Management) วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา หรือการถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน 3.2 ยุทธศาสตร์การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับแผนยุทธศาสตร์การบริหาร ทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร (พ.ศ. ๒๕๖๖ - ๒๕๗๐) บทบาทของผู้บริหารในการพัฒนา กรุงเทพมหานครให้เป็นองค์กรสมรรถนะสูง เป็นองค์กรแห่งความสุขการส่งเสริมและพัฒนาทรัพยากร บุคคลให้พร้อมขับเคลื่อนยุทธศาสตร์และพันธกิจของกรุงเทพมหานคร ตลอดจนยกระดับการบริหาร ทรัพยากรบุคคลให้เทียบเคียงได้กับองค์กรชั้นนำ (HR Benchmarking) ขอบเขตเนื้อหา - การบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานครตามแผนยุทธศาสตร์ปัจจุบัน - บทบาทของหัวหน้าส่วนราชการในการบริหารและพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ กรุงเทพมหานคร - ทิศทางการบริหารทรัพยากรบุคคลของกรุงเทพมหานคร วิธีการอบรม บรรยาย อภิปราย ถาม - ตอบ


๑๖ 3.3 การบริหารงบประมาณเชิงบูรณาการตามยุทธศาสตร์ ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารการเงินและงบประมาณ ของภาครัฐในภาพรวม สามารถนำไปปรับใช้ในการกำหนดกลยุทธ์การจัดทำงบประมาณให้สอดคล้อง กับยุทธศาสตร์ของหน่วยงาน และบริหารจัดการองค์กรได้ ขอบเขตเนื้อหา - การกำหนดกลยุทธ์การจัดทำงบประมาณ - การบริหารการเงินและงบประมาณในภาครัฐ - ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบริหารการเงินและงบประมาณ / แนวทางการแก้ไข วิธีการอบรม บรรยายสาระสำคัญที่นักบริหารควรรู้ และกรณีศึกษา ๓.4 บทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้างวินัย ๑.๕ ชั่วโมง การเงินการคลังของภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าใจบทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้างวินัย การเงินการคลังของภาครัฐตามหลักธรรมาภิบาล ตลอดจนมีความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหาร ตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ พ.ศ. 2561 สามารถกำกับดูแลการปฏิบัติงานตามกฎหมาย ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขอบเขตเนื้อหา - สาระสำคัญและแนวปฏิบัติตาม พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังภาครัฐ พ.ศ. 2561 - การกำกับในการเสริมสร้างวินัยทางการเงินการคลังในการปฏิบัติงานของหน่วยงาน - ข้อสังเกต ข้อควรระวัง ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการปฏิบัติ ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง กับอำนาจหน้าที่ของผู้บริหาร วิธีการอบรม อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กรณีศึกษา 3.5 การบริหารการจัดซื้อจัดจ้างและพัสดุภาครัฐสำหรับผู้บริหารระดับสูง 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 แนวปฏิบัติทางการคลังและการพัสดุ สามารถนำไปปรับใช้ใน การบริหารจัดการการคลัง และการพัสดุได้ถูกต้อง ขอบเขตเนื้อหา - สาระสำคัญของ พ.ร.บ. การจัดซื้อจัดจ้างการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 - แนวปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบัญญัติ และคำสั่งต่างๆ - ข้อสังเกต ข้อควรระวัง ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย วิธีการอบรม อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน กรณีศึกษา


๑๗ 3.6 บทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้างการอำนวยความสะดวก ๑.๕ ชั่วโมง ในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าใจบทบาทของนักบริหารระดับสูงในการเสริมสร้าง การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ ตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับสาระสำคัญของ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ. 2558 แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย ขอบเขตเนื้อหา - สาระสำคัญของ พ.ร.บ. การอำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของ ทางราชการ พ.ศ. 2558 - การกำกับ ดูแลการปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวกในการ พิจารณาอนุญาตของทางราชการ - ข้อสังเกต ข้อควรระวังปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามกฎหมาย - แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย และปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย วิธีการอบรม อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กรณีศึกษา 3.7 กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการบริหารงาน 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจ และแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับการบริหารงาน ให้สอดคล้องตามกฎหมาย รวมทั้งกรณีศึกษาคดีทางปกครอง แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมทั้งปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และแนวทางการปฏิบัติที่ถูกต้องเหมาะสม ขอบเขตเนื้อหา - แนวทางการบริหารงานให้สอดคล้องตามกฎหมาย: ปัญหาอุปสรรคในการปฏิบัติตามข้อกฎหมาย และแนวทางแก้ไข - กรณีศึกษา : คดีทางปกครอง เช่น ความรับผิดทางละเมิด การบริหารงานบุคคล วิธีการอบรม อภิปราย กรณีศึกษา 3.8 บทบาทของนักบริหารระดับสูงด้านการบริหารผลงาน 3 ชั่วโมง การปฏิบัติราชการอย่างสัมฤทธิ์ผล วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเข้าใจบทบาทของนักบริหารระดับสูงในการบริหารผลงาน การปฏิบัติราชการอย่างสัมฤทธิ์ผลตลอดจนมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงาน ภาครัฐ ตลอดจนบทบาทของผู้บริหารและผู้ที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน เพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ใน การประเมินผลการปฏิบัติราชการให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ขอบเขตเนื้อหา - หลักการบริหารและการประเมินผลการปฏิบัติงานภาครัฐ - บทบาทของผู้เกี่ยวข้องกับระบบการประเมินผลการปฏิบัติงาน - การประเมินผลการปฏิบัติราชการของกรุงเทพมหานครด้วยแนวคิด Objective and Key Results (OKRs) วิธีการอบรม บรรยาย อธิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้กรณีศึกษา


๑๘ ๓.9 การบริหารเทคโนโลยีสารสนเทศ 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจด้านการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาปรับใช้ในการบริหารงานและ การดำเนินงานขององค์กรให้เกิดประสิทธิภาพ สามารถบริหารองค์กรได้เท่าทันการเปลี่ยนแปลง และบริหาร ความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากเทคโนโลยีสารสนเทศในยุคปัจจุบัน ขอบเขตเนื้อหา - เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการบริหารงาน - การบริหารความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ - การบริหารความเสี่ยงทางเทคโนโลยีสารสนเทศ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีตัวอย่าง แลกเปลี่ยนความคิดเห็น 3.10 การบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงและ การควบคุมภายใน การวิเคราะห์ การประเมินความเสี่ยงรวมทั้งการกำหนดกลยุทธ์ในการบริหารจัดการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการปฏิบัติงาน ขอบเขตเนื้อหา - แนวคิด หลักการและองค์ประกอบของการบริหารความเสี่ยงและการควบคุมภายใน - การวิเคราะห์ ประเมินความเสี่ยงและกระบวนการควบคุมภายใน - การวางกลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงและการจัดทำแผนควบคุมภายใน วิธีการอบรม การบรรยาย กรณีศึกษา หรือการถ่ายทอดโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน


๑๙ หมวดวิชาที่ 4 คุณธรรม จริยธรรม และคุณภาพชีวิต รวม 27 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ทั่วไป เพื่อสร้างความตระหนักและจิตสำนึกด้านคุณธรรม จริยธรรมของนักบริหารระดับสูง ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน และการส่งเสริมคุณภาพชีวิต โดยการใช้หลักธรรมเพื่อการบริหารงาน ให้มีประสิทธิภาพสูง สอดคล้องตามหลักธรรมาภิบาล (Good Governance) การส่งเสริมให้ใต้บังคับ บัญชามีหลักธรรมด้วยการครองตน ครองคน ครองงาน รวมทั้งการเป็นแบบอย่างที่ดี ด้านการพัฒนา คุณภาพชีวิตของผู้นำองค์กร หัวข้อวิชาประกอบด้วย 4.1 คุณธรรม จริยธรรม และการพัฒนาคุณภาพชีวิต 18 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจและทักษะเกี่ยวกับการพัฒนาคุณธรรม จริยธรรมของนักบริหาร โดยการใช้หลักธรรมปฏิบัติในการบริหารงาน เป็นแบบอย่างที่ดีในการพัฒนา คุณภาพชีวิตและส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีหลักธรรมด้วยการครองตน ครองคน และครองงาน ขอบเขตเนื้อหา - คุณธรรม จริยธรรมของนักบริหาร - การเสริมสร้างคุณธรรมและจริยธรรมในชีวิตประจำวัน / การปฏิบัติงาน - แนวทางการนำหลักธรรม จริยธรรมไปใช้ในการบริหารหน่วยงาน - การปฏิบัติตนเพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาคุณภาพชีวิต วิธีการอบรม บรรยาย และฝึกปฏิบัติ 4.2 การบริหารองค์กรสุขภาวะ ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ความเข้าใจและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับ การสร้างองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) สามารถนำไปปรับใช้ในการบริหารคนและ บริหารงาน เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและองค์กร ขอบเขตเนื้อหา - การสร้างองค์กรสุขภาวะ (Happy Workplace) : แนวคิด ความสำคัญ ประโยชน์ที่จะเกิดต่อองค์กรและบุคลากรในองค์กร : แนวทางการสร้างองค์กรสุขภาวะ - บทบาทของผู้บริหารในการสร้างองค์กรสุขภาวะ วิธีการอบรม การบรรยาย อภิปรายแลกเปลี่ยนประสบการณ์ กรณีศึกษา


๒๐ 4.3 การส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลในองค์กร ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อส่งเสริมความรู้ ความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักธรรมาภิบาล สามารถนำไปปรับใช้ ในการบริหารงานที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดี และส่งเสริมให้เกิดเป็นค่านิยมขององค์กรได้ ขอบเขตเนื้อหา - การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาล - บทบาทผู้บริหารองค์กรในการส่งเสริมหลักธรรมาภิบาลให้เป็นค่านิยมขององค์กร วิธีการอบรม แลกเปลี่ยนประสบการณ์ กรณีศึกษา 4.4 บทบาทของผู้นำในการส่งเสริมการป้องกันการทุจริตในองค์กร ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการ ในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พัฒนาความรู้และทัศนคติที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงาน ด้านการป้องกันการทุจริต เป็นแบบอย่างที่ดี ให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาในการต่อต้านการทุจริตในองค์กร รวมทั้งส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้เชิงสร้างสรรค์ด้านการป้องกันการทุจริตให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา เกี่ยวกับการคิดแยกแยะผลประโยชน์ส่วนตนกับผลประโยชน์ส่วนรวม ความละอายและความไม่ทน ต่อการทุจริต และการประยุกต์หลักความพอเพียงด้วยโมเดล STRONG : จิตพอเพียงต้านทุจริต ขอบเขตเนื้อหา - ความรู้และทัศนคติที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติงานด้านการป้องกันการทุจริต - แนวทางการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในองค์กร - บทบาทของผู้บังคับบัญชาในการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับผู้ใต้บังคับบัญชา วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น


๒๑ หมวดวิชาที่ 5 การเสริมสร้างประสบการณ์และบูรณาการความรู้ รวม 99 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ประสบการณ์และเทคนิคความสำเร็จในการบริหาร รวมถึงได้ดูงานการบริหารจัดการที่ปฏิบัติจริงในหน่วยงานต่าง ๆ ของภาครัฐและภาคเอกชน ทั้งในและต่างประเทศ เพื่อนำมาปรับใช้กับกรุงเทพมหานคร รวมทั้งนำความรู้ที่ได้รับมาบูรณาการ และนำเสนอนวัตกรรม หรือข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา ปรับปรุงงานของกรุงเทพมหานคร หัวข้อวิชาประกอบด้วย ๕.๑ ประสบการณ์นักบริหาร 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้ความสำเร็จในการบริหารราชการ การศึกษาผ่าน ประสบการณ์การทำงานของผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อนำองค์ความรู้ผ่านการถอดบทเรียน ไปประยุกต์ใช้กับการบริหารงานของตนเอง ขอบเขตเนื้อหา - ประสบการณ์การปฏิบัติงาน และผลงานการบริหารที่สำคัญ - เทคนิค วิธีการแก้ปัญหาที่ประสบความสำเร็จ - กรณีศึกษา เหตุการณ์สำคัญที่เป็นบทเรียนแก่ผู้เข้าอบรม วิธีการอบรม การถ่ายทอดโดยผู้บริหาร ๕.๒ การเสริมสร้างประสบการณ์นักบริหาร 24 ชั่วโมง วัตถุประสงค์ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการเรียนรู้ด้วยประสบการณ์ตรง จากหน่วยงาน องค์กรที่เป็นเลิศด้านการพัฒนาเมืองทั้งในและต่างประเทศ สามารถปรับมุมมอง วิสัยทัศน์การบริหาร การประมวลผลข้อมูลจากการสังเกต สอบถาม การศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมด้วยตนเอง และการประยุกต์ใช้ ในการนำเสนองานการศึกษาของรุ่น (Class Project) รวมทั้งการนำมาพัฒนางานที่รับผิดชอบได้ ประกอบด้วยกิจกรรมการศึกษา ดังนี้ ๕.๒.1 การศึกษาเชิงเปรียบเทียบทางการบริหาร ๖ ชั่วโมง ๕.๒.2 กิจกรรมทบทวนกระบวนการเรียนรู้ ๑๘ ชั่วโมง (After Action Review : AAR)


๒๒ 5.๓ การจัดทำผลงานกลุ่ม ๔๒ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีทักษะในการพัฒนางานตามหน้าที่รับผิดชอบของกลุ่มงาน สายงานที่มีความเกี่ยวข้องกัน การวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ การระบุแนวทางแก้ไข และข้อเสนอ ในการพัฒนาบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง ตามรูปแบบการวิจัยและกำหนดแผนพัฒนา สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ ๕.๓.๑ การศึกษาแนวทางการจัดทำผลงาน ๓๖ ชั่วโมง ๕.๓.๒ การนำเสนอผลงาน ๖ ชั่วโมง ๕.๔ การจัดทำผลงานรุ่น (Class Project) 30 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมมีวิสัยทัศน์ด้านการพัฒนาเมือง การเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์ ข้อมูลจากสภาพปัญหาที่ปรากฏ หรือการแสวงหาข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลต่าง ๆ เพื่อมากำหนด แนวทาง การพัฒนาที่สอดคล้องกับนโยบายของกรุงเทพมหานคร ประกอบเป็นข้อเสนอการพัฒนา เชิงกลยุทธ์อย่างมีหลักการเหตุผลที่เชื่อได้ว่าจะส่งผลต่อการพัฒนาเมือง และสร้างความพึงพอใจแก่ ประชาชน โดยการนำเสนอเชิงวิชาการต่อสาธารณะ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำข้อมูลไปปรับใช้ ต่อไป ๕.๔.๑ การศึกษาแนวทางการจัดทำผลงาน ๒๔ ชั่วโมง ๕.๔.๒ การนำเสนอผลงาน ๖ ชั่วโมง


๒๓ หมวดวิชาเบ็ดเตล็ด รวม 24 ชั่วโมง ๑) พิธีเปิด / ปิดการฝึกอบรม ๖ ชั่วโมง ๒) กิจกรรมเสริมสร้างการปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้เข้ารับการฝึกอบรม ๓ ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อศึกษาพฤติกรรมของผู้เข้ารับการฝึกอบรม และการปรับตัวเพื่อเตรียมปฏิบัติภารกิจ ในระหว่างการเรียนรู้ การเข้าใจถึงเทคนิคการเปิดใจ การแนะนำตนเอง การสร้างมนุษยสัมพันธ์กับ ผู้ปฏิบัติงานที่หลากหลายสาขาอาชีพ เพื่อการอยู่ร่วมกันด้วยระบบทีมงานอย่างราบรื่น ขอบเขตเนื้อหา - เทคนิคการเปิดใจ การปรับตัวเพื่อเรียนรู้พฤติกรรมผู้อื่น - การแนะนำตนเอง การเข้าถึงผู้อื่นเพื่อประโยชน์ในการทำกิจกรรมร่วมกัน - การสร้างมนุษยสัมพันธ์ระหว่างบุคคล และระดับทีม - การสร้างบรรยากาศในการอยู่ร่วมกันอย่างสร้างสรรค์ วิธีการอบรม การร่วมกิจกรรม ฝึกปฏิบัติ เกมจำลองเหตุการณ์ ๓) วิชาเลือกอิสระ 3 ชั่วโมง วัตถุประสงค์รายวิชา เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับความรู้ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่งผลให้เกิด การเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ รวมทั้งปรับมุมมองและวิสัยทัศน์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง ไปได้อย่างเหมาะสม สามารถปรับตัวเพื่อเตรียมความพร้อมในระหว่างการฝึกอบรม และนำไปประยุกต์ใช้ ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ วิธีการอบรม บรรยาย กรณีศึกษา อภิปรายถาม - ตอบ 4) การสอบประมวลความรู้ (2 ครั้ง) 6 ชั่วโมง ๕) กิจกรรมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของนักบริหาร 3 ชั่วโมง ๖) การประเมินผลการฝึกอบรม ๓ ชั่วโมง ***********************


๒๔ การประเมินผลการฝึกอบรม การประเมินผลการฝึกอบรมมีคะแนนเต็ม ๑๐๐ คะแนน แบ่งออกเป็น • ภาควิชาการ (๘๐ คะแนน) ประกอบด้วย - รายงานกลุ่ม ๓๐ คะแนน - รายงานรุ่น ๒๐ คะแนน - การสอบประมวลความรู้( ๒ ครั้ง) ๓๐ คะแนน • ภาคพฤติกรรม (๒๐ คะแนน) เกณฑ์การประเมินผลการฝึกอบรม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน ดังนี้ ๑.ต้องมีระยะเวลาเข้ารับการฝึกอบรมไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาทั้งหมด ๒. เข้าร่วมครบทุกกิจกรรมตามที่หลักสูตรกำหนด ๓. ได้คะแนนรวมภาควิชาการและภาคพฤติกรรมในแต่ละภาคไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐ ของคะแนนทั้งหมด ผู้สำเร็จการฝึกอบรมจะได้รับประกาศนียบัตรและมีสิทธิ์ประดับเข็มเครื่องหมาย เชิดชูเกียรติ “นคราธิปัตย์” การประเมินผลโครงการฝึกอบรม เป็นการประเมินการบรรลุวัตถุประสงค์ของโครงการฝึกอบรม โดยผู้เข้ารับการฝึกอบรม เป็นผู้ประเมินความเหมาะสมของการจัดการฝึกอบรมในด้านวิชาการ การบริหารโครงการ การนำไปปรับใช้ในการปฏิบัติงาน เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับสถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ในการนำไปปรับปรุงการดำเนินการฝึกอบรมให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น


๒๕ การจัดทำรายงานผลงานกลุ่ม (Group Project) การศึกษาจัดทำผลงานกลุ่ม (Group Project) เป็นหัวข้อวิชาในหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง หมวดวิชาที่ 5 การเสริมสร้างประสบการณ์และบูรณาการความรู้ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรม มีทักษะในการพัฒนางานตามหน้าที่รับผิดชอบของกลุ่มงาน สายงานที่มีความเกี่ยวข้องกัน การวิเคราะห์ปัญหา สาเหตุ การระบุแนวทางแก้ไข และข้อเสนอในการพัฒนาบนพื้นฐานของข้อมูลที่เป็นจริง โดยนำรูปแบบ การวิจัยมาประยุกต์ใช้ในการจัดทำรายงานผลงานกลุ่ม สามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้ แนวทางการจัดทำรายงานผลงานกลุ่ม (Group Project) ๑. แบ่งกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมออกเป็น ๔ กลุ่ม เพื่อร่วมกันอภิปราย เสนอประเด็น การจัดทำผลงานกลุ่มตามมิติยุทธศาสตร์ ๗ ด้าน ที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร หรือนโยบายของ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร โดยกลุ่มผู้เข้ารับการฝึกอบรมจะเสนอหัวข้อที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์แต่ละด้าน ที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพมหานครระยะ ๒๐ ปี ระยะที่ 3 (พ.ศ.๒๕๖6 – ๒๕70) และลักษณะงาน ที่เกี่ยวข้อง ๒. ผู้เข้ารับการฝึกอบรมแต่ละกลุ่ม กำหนดหัวข้อการศึกษาผลงานกลุ่ม (Group Project) ตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาให้คำแนะนำ ๓. กำหนดรูปแบบการศึกษา แนวทางการดำเนินการ ขอบเขตของข้อมูลที่ต้องการ การเก็บรวบรวม ข้อมูลและแนวทางการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเป็นบทสรุปการศึกษา ๔. นำเสนอรายงานผลงานกลุ่มต่อผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้ที่เกี่ยวข้อง ณ สถานที่ที่กำหนดขึ้นตามความเหมาะสม หมายเหตุ : ยุทธศาสตร์ตามที่กำหนดไว้ในแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ ๒๐ ปี ระยะที่ 3 (พ.ศ.๒๕๖6 - ๒๕70) ยุทธศาสตร์ที่ ๑ การสร้างเมืองปลอดภัยและหยุ่นตัวต่อวิกฤตการณ์ ยุทธศาสตร์ที่ ๒ การพัฒนาสิ่งแวดล้อมยั่งยืนและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การลดความเหลื่อมล้ำด้วยการบริหารเมืองรูปแบบอารยะสำหรับทุกคน ยุทธศาสตร์ที่ ๔ การเชื่อมโยงเมืองที่มีความคล่องตัวและระบบบริการสาธารณะแบบบูรณาการ ยุทธศาสตร์ที่ ๕ ส่งเสริมการสร้างเมืองประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม ยุทธศาสตร์ที่ ๖ การต่อยอดความเป็นเมืองศูนย์กลางเศรษฐกิจสร้างสรรค์และการเรียนรู้ ยุทธศาสตร์ที่ ๗ การสร้างความเป็นมืออาชีพในการบริหารจัดการมหานคร


๒๖ แบบฟอร์มรายงานผลงานกลุ่ม ๑. หลักการและเหตุผล ๑.๑ ความเป็นมา ๑.๒ ความสำคัญ ๑.๓ ประโยชน์ที่ได้จากการศึกษา ๒. กรอบการศึกษา ๒.๑ วัตถุประสงค์ของการศึกษา ๒.๒ ผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นจากการศึกษา ๒.๓ คำถามหลักของการศึกษาและข้อเสนอของการศึกษา (Proposition) ๒.๔ ขอบเขตการศึกษา ๒.๕ ระยะเวลาที่ศึกษา ๒.๖ พื้นที่ที่ทำการศึกษา ๓. แนวความคิดและการศึกษาวิจัยที่เกี่ยวข้อง ๓.๑ แนวคิดที่นำมาใช้เป็นฐานในการศึกษา ๓.๒ กรอบแนวคิดที่พัฒนาเพื่อใช้ในการอธิบายและแปรผล/วิเคราะห์ข้อมูล ๔. ระเบียบวิธีการศึกษา ๔.๑ วิธีการรวบรวมข้อมูล ๔.๒ กลุ่มตัวอย่างหรือกลุ่มผู้ให้ข้อมูล ๔.๓ วิธีการวิเคราะห์และอภิปรายข้อมูล ๕. ผลการศึกษา ๕.๑ ตัวแบบหรือมาตรการแนวทางบริหารงานในรูปแบบใหม่ (นวัตกรรมการบริหาร) ๕.๒ การเตรียมการให้ตัวแบบหรือมาตรการหรือแนวทางการบริหารในรูปแบบใหม่ นำไปปฏิบัติแล้วบังเกิดผล ๖. สรุปและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ๗. บรรณานุกรม ๘. ภาคผนวก


๒๗ รูปแบบการพิมพ์ปกและสันปกรายงานผลงานกลุ่ม ปกหรือปกนอก ๑. ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมเย็บเล่มโดยใช้สีที่สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานครกำหนด ๒.การจัดหน้า - บนปกพิมพ์ข้อความ ดังนี้ - “รายงานผลงานกลุ่ม (Group Project)” ตัวอักษรสีทอง / FontTH SarabunIT9 ขนาด ๑8 ตัวหนา - “เรื่อง .........................................................” ตัวอักษรสีทอง /FontTH SarabunIT9 ขนาด ๒๐ ตัวหนา - “จัดทำโดย คณะผู้เข้ารับการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ ......” ตัวอักษรสีทอง / Font TH SarabunIT๙ ขนาด ๑๘ ตัวหนา - “รายงานนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารมหานครระดับสูง รุ่นที่ .... สถาบันพัฒนาข้าราชการกรุงเทพมหานคร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕...” ตัวอักษรสีทอง / Font TH SarabunIT9 ขนาด ๑๘ ตัวหนา - ขอบบน ให้เว้นระยะจากขอบกระดาษ ๒.๕ ซม. จึงเริ่มบรรทัดแรกด้วยตราสัญลักษณ์ “นคราธิปัตย์” และให้ตราตราสัญลักษณ์ “นคราธิปัตย์” มีขนาด ๕ ซม. - ขอบล่าง ให้เว้นระยะจากขอบกระดาษ ๒.๕ ซม. - ขอบซ้าย ให้เว้นระยะจากขอบกระดาษ ๓.๕ ซม. (เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเข้าเล่ม) - ขอบขวา ให้เว้นระยะจากขอบกระดาษ ๒.๕ ซม. สันปก พิมพ์ “เรื่อง ............................................ พ.ศ. ๒๕.........” ไปตามความยาวสันปก ด้วยตัวอักษรสีทอง Font TH SarabunIT9 ขนาด ๑6 ตัวหนา (ตัวอย่างหน้าปกและสันเล่มรายงานผลงานกลุ่ม ตามหน้า 28)


Click to View FlipBook Version