47 ชื่อผลงาน : คูมือการปฏิบัติงานของศูนยบรกิารคนพิการ Work instruction for Disabilities Service Center คําสําคัญ: คนพิการ, Work instruction, Service สรุปผลงานโดยยอ: ศูนยบริการคนพิการ เปนความรวมมือระหวาง กรมสงเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคน พิการ (พก.) และกรมการแพทยเพื่อขึ้นทะเบียนและออกบัตรประจําตัวคนพิการ ต้ังแตเดือนกุมภาพันธ 2559 ตอมาไดขยายบทบาทหนาที่เพิ่มเติมใหสอดคลองกับภารกิจขององคกร และสนับสนุนใหคนพิการไดเขาถึงสิทธิ การฟนฟูสมรรถภาพไดมากขึ้น จึงไดพัฒนาคูมือการปฏิบัติงานของศูนยบริการคนพิการ Work instruction for Disabilities Service Center เพื่อใหเกิดความชัดเจน และครอบคลุมตามแนวทางการฟนฟูสมรรถภาพ คนพิการโดยชุมชน Community Based Rehabilitation (CBR ) ชื่อสังกัดหนวยงาน: ศูนยบริการคนพิการ โทร. 3132 สมาชิกทีม: นางสาวศิริลักษณ ปานนอย นางสาวศิริรัตน วัฒนานิมิตกูล และ นางสาวปุญญาวีร อาราเม เปาหมาย:เพื่อเพิ่มกิจกรรมบริการใหสอดคลองกับความตองการของคนพิการและแกไขปญหาที่เกิดขึ้นจาก การบวนการทํางาน เชน การประสานงานใหความชวยเหลือกลุมเปราะบาง การขาดแคลนปจจัย 4 และ สอดคลองกับภารกิจองคกร เชนการประเมินความตองการฟนฟูสมรรถภาพทางการเห็น (ICF) ปญหาและสาเหตุ: คูมือการปฏิบัติงาน (Work Instruction) เปรียบเสมือนแผนที่บอกเสนทางการทํา งานที่มี จุดเริ่มตน และ จุดสิ้นสุด ของกระบวนการ ระบุถึงขั้นตอนและรายละเอียดของกระบวนการตาง ๆ มักจัดทํา ขึ้นสําหรับ งานที่มีความซับซอน มีหลายขั้นตอน และเกี่ยวของกับการทํางานเปนทีม สามารถปรับปรุงเปลี่ยนแปลงเมื่อมี การเปลี่ยนแปลงการปฏิบัติงาน ทั้งนี้เพื่อใหผูปฏิบัติงานไวใชอางอิงมิใหเกิดความผิดพลาดในการปฏิบัติงาน ศูนยบริการคนพิการ มีกระบวนการใหบริการคนพิการหลายขั้นตอน และมีเจาหนาที่ปฏิบัติการหลาย คนที่หมุนเวียนมาใหบริการ มีเอกสารหลายสวนที่ตองใชสื่อสารกับคนพิการตามความจําเปน และสงตอไปยัง หนวยงานที่เกี่ยวของทั้งภายในและภายนอกโรงพยาบาลเมตตาฯ จึงจําเปนตองจัดทําคูมือการปฏิบัติงาน เพื่อ ใชอางอิง ตรวจสอบ และปรับปรุงกระบวนการใหบริการอยางตอเนื่อง ตามแผนภาพ คูมือการปฏิบัติงานของ ศูนยบริการคนพิการ Work instruction for Disabilities Service Center ขั้นตอนการพัฒนา: ใชหลักสากล PDCA เพื่อนํามาพัฒนาคูมือในการปฏิบัติงานของศูนยบริการคนพิการ โดย 1. Plan วิเคราะหกระบวนงานเดิม (มีแคขั้นตอนที่ 1-3 ซึ่งไมรองรับความพิการของคนพิการและองคกร) 2. Do สํารวจความตองการของคนพิการ 3. Check ประชุมทีมงาน และออกแบบกระบวนงานใหมที่
48 สอดคลองกับความตองการ (เพิ่ม/ปรับขั้นตอนที่ 3 - 4) และ 4. Act นําไปใช - ติดตามผล - ปรับปรุง เปลี่ยนแปลงใหสอดคลองกับการพัฒนางานตอไป การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง: ไดกิจกรรมการใหบริการ ตาม Work Flow นี้ บทเรียนที่ได: ตลอดระยะเวลาของการใหบริการคนพิการ มากกวา 6 ปไดบทเรยีนการทํางาน ดังนี้ 1. ชวยลดขอคําถามในการปฏิบัติงาน 2. ชวยลดเวลาในการสอนงาน 3. ชวยเสรมิสรางความมั่นใจในการทํางาน 4. ชวยลดความขัดแยงที่อาจเกิดขึ้นในการทํางาน 5. ชวยในการปรับปรุงและออกแบบกระบวนงานใหม
49 ชื่อผลงาน : การประเมินความตองการฟนฟูสมรรถภาพทางการเห็น The Need assessment of Vision Rehabilitation คําสําคัญ: คนพิการทางการเห็น การฟนฟูสมรรถภาพ ICF IVI สรุปผลงานโดยยอ: ศูนยบริการคนพิการ ไดพัฒนาแบบประเมินเพื่อวางแผนการฟนฟูสมรรถภาพคนพิการ ทางการเห็น โดยผสานระหวาง International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) ของสํานักนโยบายและยุทธศาสตร กระทรวงสาธารณสุข และ Impact of Vision Impairment Profile (IVI) : Thai version ของภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร ทําใหสะดวกในการประเมินความ จําเปน และสามารถวางแผนใหบรกิารฟนฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็น และสงตอทีมสหวิชาชีพได ชื่อสังกัดหนวยงาน: ศูนยบริการคนพิการ โทร. 3132 สมาชิกทีม: นางสาวศิริลักษณ ปานนอย และ นางสาวปุญญาวีร อาราเม เปาหมาย: คนพิการไดรับการฟนฟูตามแนวทาง Community Based Rehabilitation (CBR ) ปญหาและสาเหตุ: สํานักนโยบายและยุทธศาสตร กระทรวงสาธารณสุข ไดจัดทําคูมือ International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) ตั้งแตป 2555 ในการเก็บขอมูลสมรรถนะของคนพิการ ไดแก ลักษณะความพิการ ความสามารถในการชวยเหลือตนเอง ความตองการการฟนฟูสมรรถภาพดานการศึกษา การประกอบอาชีพ การมีสวนรวมในกิจกรรมทางสังคม และการไดรับสิทธิประโยชน สิ่งที่ไดจากฐานขอมูลเชิง สมรรถนะของคนพิการนี้ สามารถนําไปใชในการวางแผน ติดตามและประเมินผลแผนการฟนฟูสมรรถภาพคน พิการในระดับชุมชนได หลากหลายพื้นทื่ และความพิการ เชน ความพิการเคลื่อนไหว ความพิการจิตใจ ในเมืองไทย ICF ยังไมไดถูกนํามาใช ในการประเมินสมรรถภาพคนพิการทางการเห็นมากนัก โรงพยาบาล เมตตาฯ ไดพยายามนํา ICF มาใชในระบบประเมินและฟนฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็น แตยังพบปญหา หลายประการ ขั้นตอนการพัฒนา: ใชหลักการ PDCA Plan: จากการใชแบบประเมิน International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) เก็บรวบรวมขอมูล พบวามีปญหาหลายประการ ไดแก 1) ขอคําถามบางขอไมชัดเจน ยากใน การนําไปใชประเมินวางแผน 2 ) ขาดมิติดานการประเมินสุขภาพจิต เมื่อสูญเสียอวัยวะ 3) ขาดการบันทึก
50 ขอมูลในระบบ Hospital Information System จึงไมมีขอมูลเชื่อมโยงการดูแลคนไข-คนพิการ ของทีมสห วิชาชีพ 4) ขาดแคลนเจาหนาที่เฉพาะทางในการฟนฟู Do: ศกึษาแบบประเมินเฉพาะโรคที่มีใชทั้งในและตางประเทศ พบวามีฉบับที่แปลภาษาไทย คือ Impact of Vision Impairment Profile (IVI): Thai version ของภาควิชาจักษุวิทยามหาวิทยาลัย สงขลานครินทร จึงนํามาเทียบเคียงกับแบบประเมิน ICF และรางแบบฟอรมผสมผสาน Check & Act : ตั้งแตเดือนพฤศจิกายน 2565 ศูนยบริการคนพิการ ไดพัฒนาแบบประเมินเพื่อวาง แผนการฟนฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็น โดยผสานระหวาง International Classification of Functioning, Disability and Health (ICF) แ ล ะ Impact of Vision Impairment Profile (IVI): Thai version ของภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง: จากการเก็บรวบรวมขอมูลโดยใชแบบประเมินทั้งสองควบคูกัน ได ผลลัพธ ดังตาราง รายงานการประเมินความตองการฟนฟูสมรรถภาพ โดยใช ICF รวมกับ IVI เก็บขอมูล ชวงเวลา เดือน พ.ย. 65- เม ย. 66 (6 เดือน) รวมจํานวน 76 ราย มิติการประเมิน คําถาม จํานวน คนที่ทํา ได รอยละ แผนการฟนฟู สมรรถภาพ Reading การมองเห็น (รวม 6 กิจกรรม) 1.รับชมทีวีในระยะไกล (3 เมตรขั้นไป) 24 31.58 Visual aids แวนอานหนังสือ Assistive tech. 2.มองเห็นใบหนาผูอื่นในระยะหางพอสมควร 25 32.89 3.มองเห็นปายชื่อถนน หรือรถยนตที่กําลังวิ่ง มา 7 9.21 4.อานฉลากยาและคําแนะนําได 19 25.00 5.อานหนังสือขนาดปกติระยะหาง 40 ซม. ได 12 15.79 6.เลือกรับประทานอาหาร น้ําดื่มเองได 68 89.47 Mobility การ เคลื่อนไหว (รวม 11 กิจกรรม) 7.ดูแลสุขอนามัยสวนบุคคลไดเชน อาบน้ํา ขับถาย 71 93.42 ADL สุขศึกษา 8.รับประทานอาหารลดหวาน มัน เค็ม 60 78.95
51 9.นอนหลับพักผอนเพียงพอ 6-8 ชม. 59 77.63 10.ออกกําลังกายงายๆ อยางสม่ําเสมอ 63 82.89 11.ทํางานบาน เชน ซักผา กวาดถูบาน ได 52 68.42 ADL/O&M 12.ระมัดระวังการสะดุดหกลมได 32 42.11 13.กาวขึ้น-ลงบันได ทางตางระดับ 24 31.58 14.เดินไปมาเองภายในบานได 69 90.79 15.เดินออกไปนอกบาน หรือสถานที่ไม คุนเคยได 34 44.74 16.เตรียมและประกอบอาหารงายๆ ขั้นตอน เดียวได 36 47.37 17.เดินทางดวยระบบขนสงสาธารณะเองได 33 43.42 Emotional อารมณ ความรูสึก (รวม 7 ขอ คําถาม) 18.รูสึกกังวลวาการมองเห็นจะแยลง 51 67.11 พบนักจิตวิทยา 19.รูสึกทอแทหรือเศราใจ 23 30.26 20.รูสึกอึดอัดใจ 26 34.21 21.รูสึกโดดเดี่ยว แปลกแยก 19 25.00 22.รูสึกกังวลที่จะจัดการเรื่องราวตางๆ 52 68.42 23.รูสึกเปนภาระคนอื่น 51 67.11 24.รูสึกวาความพิการรบกวนตอการใช ชีวิตประจําวัน 42 55.26 Social & life การใชชีวิตใน สังคม (รวม 4 ขอ คําถาม) 25.ออกไปรวมงานในชุมชน เชน งานบุญ 41 53.95 O&M 26.เขารวมกิจกรรมยามวางหรอืนันทนาการ 40 52.63 องคกรคนพิการ 27.สามารถเขาศึกษาในระบบ นอกระบบ หรือฝกอาชพี 13 17.11 การศึกษาพิเศษ /กศน./ ศูนยฝกอาชีพ
52 28.พึ่งพาตนเองทางเศรษฐกิจไดหรอืมีอาชีพ 22 28.95 ศูนยฝกอาชีพอาชีพคน พิการ/การกูยืมเงิน ประกอบอาชีพ/ มาตรา 33, 35 จากตาราง พบวาการประเมินความตองการของคนพิการคอนขางครอบคลุมทั้งมิติ การมองเห็น การ เคลื่อนไหว อารมณความรูสึก และการใชชีวิตในสังคม เปนแบบประเมินที่ใชงาย สามารถวิเคราะหขอมูลและ วางแผนใหบริการฟนฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็น และสงตอใหทีมสหวิชาชีพไดเหมาะสม บทเรียนที่ได: การใชแบบประเมินที่มีมาตรฐาน เฉพาะโรค สามารถเก็บรวบรวมขอมูลความตองการ และ ความจําเปนเพื่อใชวางแผนฟนฟูสมรรถภาพคนพิการทางการเห็นและสงตอทีมสหวิชาชีพไดอยางมี ประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ------------------------------------
53 ชื่อผลงาน โครงการพัฒนาแนวทางการดําเนินงาน ตามแผนการใชจายเงินงบประมาณ และแผน ปฏิบัติงานแผนการใชจายเงินบํารุง ในรปูแบบ E-Book ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2566 คําสําคญั แนวทางการดําเนินงานในรูปแบบE-Book , แผนการใชจายเงินงบประมาณและเงินบํารุง ชื่อและสังกัดหนวยงาน งานยุทธศาสตรและแผนงานกลุมงานบริหารทั่วไป ภารกิจดานอํานวยการ นางสาวประทุมรตันกําไลทอง นางสาวภัทธราภรณ อัญชลีอํานวยพร นางสาวทรายแกว เกสรพฤกษาทิพย เปาหมาย 1.เพื่อพัฒนาแนวทางการดําเนินงาน ตามแผนการใชจายเงินงบประมาณ และแผนปฏิบัติงานแผนการ ใชจายเงินบํารุง ในรูปแบบ E-Book 2.เพื่อเพิ่มชองทางในสื่อสารการดําเนินงานและประชาสัมพันธแนวทางการดําเนินงาน ตาม แผนการใชจายเงินงบประมาณ และแผนปฏิบัติงานแผนการใชจายเงนิบํารุง ในรูปแบบ E-Book ใหกับ หนวยงานตางๆ ในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) 3.เพื่อลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน และลดระยะเวลาในการสื่อสารการทํางานของงานยุทธศาสตรและ แผนงานกับหนวยงานตางๆ ในโรงพยาบาล หลักการและเหตุผล ในปจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงในดานตางๆ เกิดขึ้นอยางรวดเร็วไมวาจะเปนเรื่องเศรษฐกิจและสังคม โดยเฉพาะอยางยิ่งในเร่ืองของเทคโนโลยีสังเกตไดชัดเจนวาประเทศไทยเขาสูยุคระบบเศรษฐกิจและสังคม ดิจิทัลที่เทคโนโลยีดิจิทัลไมไดเปนเพียงเครื่องมือสนับสนุนการทํางานเฉกเชนที่ผานมาอีกตอไป หากแตจะ หลอมรวมเขากับวิถีชีวิตของคนอยางแทจริง และสงผลใหเกิดการเปลี่ยนโครงสรางรูปแบบกิจกรรมทาง เศรษฐกิจ กระบวนการผลิต การคา การบริการและกระบวนการทางสังคม รวมทั้งการปฏิสัมพันธระหวาง บุคคลอยางสิ้นเชิง E-Book จึงเปนอีกทางเลือกหนึ่งที่งานยุทธศาสตรและแผนงาน ไดนํามาใชในการ ปฏิบัติงานและในการพัฒนางานภาครัฐ ซึ่งสอดคลองกับยุทธศาสตรชาติ ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) ยุทธศาสตรที่ 6 ดานการปรับสมดุลและพัฒนาระบบบริหารจัดการภาครัฐ และแผนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคม ระยะ 20 ป (พ.ศ. 2560 – 2579) ยุทธศาสตรที่ 4 ดานการปรับเปลี่ยนภาครัฐเปนรัฐบาลดิจิทัล และยุทธศาสตรที่ 5 ดานการพัฒนากําลังคนใหพรอมเขาสูเศรษฐกิจและสังคมดิจิทัล E-Book ยอมาจากคําวา
54 Electronic Book คือหนังสือที่สรางขึ้นดวยโปรแกรมคอมพิวเตอร มีลักษณะเปนเอกสาร อิเล็กทรอนิกส โดยปกติมักจะเปนแฟมขอมูลที่สามารถอานเอกสารผานทางหนาจอคอมพิวเตอร ทั้งในระบบออฟไลนและ ออนไลน มีความสะดวกตอการเผยแพรและจัดพิมพเปนเอกสาร อีกประการหนึ่งที่สําคัญก็คือ หนังสือ อิเล็กทรอนิกสสามารถปรับปรุงขอมูลใหทันสมัยไดตลอดเวลา ซ่ึงคุณสมบัติเหลานี้จะไมมีในหนังสือธรรมดา ทั่วไป เห็นไดชัดเจนก็ คือ กระบวนการผลิต รูปแบบ และวิธีการอานหนังสือที่ทําใหผูอานสะดวกขึ้นเพราะไม ตองพกหนังสือหลายๆ เลมเพียงแคมีโทรศัพทมือถือสมารทโฟน คอมพิวเตอรแบบพกพาติดตัว เชน tablet ก็ สามารถเปดอานไดทันที ในการนี้ยุทธศาสตรและแผนงาน จึงไดจัดทําโครงการพัฒนาแนวทางการดําเนินงาน ตามแผนการใช จายเงินงบประมาณ และแผนปฏิบัติงานแผนการใชจายเงินบํารุง ในรูปแบบ E-Book ขึ้น เพื่อนํามาใชในการ ปฏิบัติงานและในการพัฒนางานในโรงพยาบาล แผนดําเนินการและกิจกรรม 1.ประชุมและวางแผนโครงการ 2.ขออนุมัติโครงการ 3.จัดเตรียมขอมูลเนื้อหาตางๆ ใน E-book 4.ดําเนินการจัดทํา E-bookทดสอบการใชงาน E-book ในรปูแบบ Online/แกไขและปรับปรุง Ebook 5.เผยแพรประชาสัมพันธแนวทางฯ E-book 6.ติดตามและประเมินผล 7.สรุปผลการดาํเนินงานของโครงการ การวัดผลและประโยชนที่คาดวาจะไดรับ 1.เพิ่มประสิทธิภาพและเพิ่มชองทางในการสื่อสารใหกับหนวยงานตางๆ ในรพ. โดยใชE-Book 2.ลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน ลดระยะเวลาการรอคอยแกผูมารับบริการใหเกิดความสะดวก และรวดเร็วมาก ยิ่งขึ้น 3.ผูรับบริการสามารถเขาถึงองคความรูไดสะดวก ทั้งเวลา และสถานที่ เพราะเปดการใชงานไดตลอดเวลา 4.ประหยัดตนทุนในการดําเนินการ เปนสวนหนึ่งในการรักษาธรรมชาติ โดยลดการใชกระดาษ
55 ชื่อเรื่อง : การศึกษาการสนับสนุนทางสังคมในการพัฒนาศักยภาพของผูพิการทางสายตา โรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ (วัดไรขิง) ผูวิจัย : นางสาวสรวีย วิจิตรกําเหนิดกุล นักกิจกรรมบําบัดชํานาญการ บทคดัยอ วัตถุประสงคเพื่อศึกษาลักษณะการสนับสนุนทางสังคมในการพัฒนาศักยภาพของผูพิการทาง สายตาโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) เพื่อศึกษาความตองการสนับสนุนทางสังคมในการพัฒนา ศักยภาพของผูพิการทางสายตาโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) และเพื่อศึกษาความสัมพันธกับการ เขาถึงขอมูลเพื่อพัฒนาศักยภาพของผูพิการทางสายตาโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) ผูวิจัยรวบรวมแบบสอบถามที่สมบูรณจากกลุมตัวอยาง จํานวน 40 ชุด วิเคราะหขอมูลจาก แบบสอบถามโดยใชโปรแกรมสําเร็จรูปคอมพิวเตอรคํานวณคาสถิติ ไดแก คารอยละ คาเฉลี่ย คาเบี่ยงเบน มาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานวิเคราะหความสัมพันธดวย คาไคสแควร (Chi–square) ผลการวิจัย พบวา ผูพิการทางสายตาสวนใหญเปนเพศชาย มีอายุระหวาง 61-70 ป มีสถานภาพ แตงงาน มีการศึกษาประถมศึกษา สวนใหญไมไดประกอบอาชีพ มีรายไดตอเดือนนอยกวา 3,000 บาท ซึ่งสวนใหญพิการทางสายตาเกิดขึ้นมาภายหลัง ระดับของการมองเห็นมีลักษณะสายตาเลือนราง ใชโทรศัพทมือถือเปนอุปกรณในการเขาถึงขอมูล และใชสื่อ YouTube เพื่อพัฒนาศักยภาพ เนื่องจากอาน อักษรเบรลลไมได และปจจัยการสนับสนุนทางสังคมในการพัฒนาศักยภาพของผูพิการทางสายตา พบวา ในภาพรวมไดรับสนับสนุนระดับนอย ผูพิการทางสายตาสวนใหญไดรับการสนับสนุนทางสังคมในการพัฒนา ศักยภาพดานอารมณมีความสุขที่ไดพูดคุยกับบุคคลรอบขางทําใหรูสึกไมโดดเดี่ยว มากกวา รองลงมา ดาน แรงจูงใจไดรับคําชมเชยจากบุคคลรอบขางจึงทําใหรูสึกตนเองมีคุณคา ดานเครื่องมือ แรงงาน การเงิน มีบุคคล ชวยเหลือในการดําเนินชีวิตประจําวัน และดานขอมูลขาวสารไดรับการเชิญชวนเขารวมกิจกรรมสําคัญของ ชุมชน ผลการทดสอบสมมติฐาน พบวา ลักษณะขอมูลสวนบุคคลของผูพิการทางสายตาไมมีความสัมพันธกับ อุปกรณในการเขาถึงขอมูลเพื่อพัฒนาศักยภาพของผูพิการทางสายตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) ในขณะที่ ลักษณะขอมูลสวนบุคคลของผูพิการทางสายตามีความสัมพันธกับสื่อสังคมออนไลนเพื่อ พัฒนาศักยภาพของผูพิการทางสายตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) คําสําคญั: สนับสนุนทางสังคม, พัฒนาศักยภาพ, ผูพิการทางสายตา
56 Abstract This research purposed to study the nature of social support on the development of the capacity of visually challenged persons of Mettapracharak Watraikhing Hospital in order to study the needs for the same and to study the relations with the access to information to develop the capacity of visually challenged persons of such a hospital. The researcher collected 40 completed questionnaires from the samples of which the data was analyzed through adopting the computer program to perform statistic calculations, i.e., percentage, mean, and standard deviation whilst the hypothesis test and relations analysis were Chi-square-based. The results indicated that the majority of the visually challenged persons were male with ages ranging from 61-70 years old, married, with primary school graduation, unemployed with a monthly income of fewer than 3,000 Baht, their visual impairment subsequently arose with the level of dim vision. They employed the smartphone as the information access device where YouTube was applied for capacity development due to their inability of reading Braille code. It was found that the factors of social support to develop the capacity of visually challenged persons were ranked at the low level as a whole. The majority of visually challenged persons gained social support in the development of emotional capacity. They were most happy to talk with neighboring persons to eliminate their loneliness, followed by the motivation resulting from compliments received from the people around them that made them feel they were valuable. In the aspects of tools, labor, and finance, they were assisted by persons in their daily living, where, in the aspect of information, they were persuaded to participate in the important activities of the communities. It was discovered from the hypothesis test that the characteristics of personal information of the visually challenged persons did not relate to the information access devices for the purpose of their capacity development while such characteristics did relate to social media employed for capacity development of the visually challenged persons of Mettapracharak Watraikhing Hospital. Keywords: Social support, capacity development, visually challenged person
57 เสริมความรูและทักษะบริการหนวยเปล หนวยงานที่รับผิดชอบ หนวยเปล งานการพยาบาลผูปวยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน หลักการและเหตุผล ดวยหนวยเปล งานการพยาบาลผูปวยอุบัติเหตุและฉุกเฉิน เปนหนวยงานบริการดานหนาในการรับ ผูปวยที่เขามารับบริการ มีหนาที่ในการเคลื่อนยายผูปวยและดูแลชวยเหลือผูรับบริการภายในโรงพยาบาล ดังนั้นการพัฒนาสมรรถนะของบุคลากรในการใหบริการ การสงเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันของทีมของ จึงมีความจําเปน ทั้งนี้การสงเขาอบรมตางๆ มีขอจํากัด ทางหนวยงานจึงจัดอบรมภายในขึ้น วัตถุประสงค เพื่อใหเจาหนาที่เปลฟนฟูความรูและทักษะในการ ทักษะในการเคลื่อนยายผูปวย การดูแลผูปวยเบื้องตน การเฝาระวังและปองกันการตดิเชื้อ ทักษะบริการที่ดี การชวยฟนคืนชีพเบื้องตน การดําเนินการ 6. ประชุมทีมและผูเกี่ยวของ 7. เขียนโครงการเสนอ 8. ประสานกับวิทยากรในการฝกอบรม 9. ดําเนินการอบรมจํานวน 3 รุน เพื่อใหเจาหนาที่ไดเขาอบรมครบทุกคนดังนี้ 9.1 ทักษะในการเคลื่อนยายผูปวย การดูแลผูปวยเบื้องตนการเฝาระวังและปองกันการ ติดเชื้อ และทักษะบริการที่ดี เมื่อวันที่ 23 พ.ย.65, 24พ.ย.65 และ 25พ.ย.65 9.2 การชวยฟนคืนชีพเบื้องตนเมื่อวันที่ 9 พ.ค.66, 16พ.ค.66 และวันที่ 23 พ.ค.66 การติดตามและประเมินผล ผูเขาอบรมที่มีความรกูารและสอบผานหลังการอบรม BCLS 100% ความพึงพอใจผูเขารับการอบรม มากกวา 95% ผูรบับริการไดรับการเคลื่อนยายอยางปลอดภัยไมมีผูรับบริการตกรถเข็น บทเรียนที่ได มีความพรอมในการดูแลผูปวย ผูรับบริการปลอดภัย ไมเกิดการฟองรองที่สงผลกระทบตอ องคกร
58
59 ชื่อผลงาน การประเมินตามมาตรฐานโรงพยาบาลมาตรฐานสากลของศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ (วัดไรขิง) สาขาสุขุมวิท คําสําคัญ มาตรฐาน AACI ชื่อและสังกัดหนวยงาน งานพัฒนาคุณภาพ กลุมงานพัฒนาคุณภาพ กลมุภารกิจดานการพัฒนาระบบสุขภาพ ศูนยการแพทยเฉพาะทางจักษุวิทยา, ศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารกัษ (วัดไรขิง) สาขาสุขุมวิท กลุมภารกิจสถาบันจักษุวิทยา หลักการและเหตุผล ตาม เปาประสงคของกรมการแพทยขอที่๓ องคการสมรรถนะสูงเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลง (Organizational Excellence) และประเด็นยุทธศาสตรโรงพยาบาล ขอที่ ๓ การพัฒนาโรงพยาบาลสู องคกรคุณภาพสมรรถนะสูง บุคลากรเชี่ยวชาญ วัฒนธรรมเข็มแข็ง จึงพัฒนาศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ (วัดไรขิง) สาขาสุขุมวิท ตามมาตรฐานสากลมาอยางตอเนื่อง เพื่อใหศูนยโรคตาฯ มีการพัฒนา คุณภาพบริการและความปลอดภัยของผูปวยมากที่สุดและผูใหบรกิารมีความมั่นใจในระบบของโรงพยาบาล วัตถุประสงค ๑. ศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) สามารถบริหารจัดการองคกรและการดูแล ผูรับบริการไดตามขอกําหนดของมาตรฐานโรงพยาบาลสากลอยางตอเนื่องพรอมรับการตรวจรับรองตาม โรงพยาบาลมาตรฐานสากล ๒. เพื่อสงเสริมใหบุคลากร มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู พัฒนา เพื่อความปลอดภัยของผูปวยอยางตอเนื่อง กลุมเปาหมาย เจาหนาที่ของโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง)และศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง)สาขาสุขุมวิท สถานที่ดําเนินการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) และศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) สาขาสุขุมวิท ระยะเวลาดําเนินโครงการ ระยะเวลาในการดําเนินการ ธันวาคม ๒๕๖๕ - กันยายน ๒๕๖๖
60 ประโยชนที่ไดรับ ๑.โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ(วัดไรขิง) มีการบริหารจัดการองคกรท่ีมีประสิทธิภาพและมีการ พัฒนาอยางตอเนื่องตามกรอบมาตรฐานสากล ๒. ศูนยโรคตาฯไดรับการประเมิน ตามมาตรฐานมีระบบการดูแลผูปวยครอบคลุมทุกมิติในการ ใหบริการดานสขุภาพมีความปลอดภัยตอผูรับบริการและบุคลากร ผลการดําเนินงาน ๑.โครงการ AACI ไดรับการตรวจเยี่ยมสํารวจ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2566ตามมาตรฐานการรับรอง บ ริการสุขภาพสากล AACI (American Accreditation Commission International) ตามน โยบ าย โรงพยาบาลที่ใหความสําคัญกับการพัฒนาใหเปนศูนยบริการจักษุวิทยาและมุงเนนความปลอดภัยของ ผูรับบริการในระดับสากล ทั้งนี้การตรวจประเมินมีการแลกเปลี่ยนเรียนรูรวมกันเพื่อพัฒนาอยางตอเนื่อง “รักษาดวยเมตตา พัฒนาสสูากล”ณ ศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ(วัดไรขิง) สาขาสุขุมวิท โดยผานการรับรองมาตรฐานสากลทั้งองคกรของAACI ดวยคะแนน ๙๙.๒๔
61 ๒.รับมอบใบประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานสากล American Accreditation Commission International (AACI) ประเทศสหรัฐอเมริกา ของศูนยโรคตา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) สาขา สุขุมวิท เปนสถานพยาบาลภาครัฐแหงแรกของประเทศไทย จากนายแพทยสมพร คําผง ประธานเจาหนาที่ บริหารเอเอชีไอ ภาคพื้นเอเชียแปซิฟค เมื่อวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๖ ณ ศูนยโรคตาฯ สาขาสุขุมวิท อาคาร แบงคอคเมดิเพล็กซ
62 1. ชื่อผลงาน โครงการ แลกเปลี่ยนเรียนรูเรื่องการดูแลผูปวยโรคไต 2. คําสําคัญโครงการแลกเปลี่ยนเรียนรูเรื่องการดูแลผูปวยโรคไต 3. สรุปผลงานโดยยอ ถายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรูขั้นตอนการดูแลผูปวยฟอกเลือดตามหนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของ เพื่อใหเจาหนาที่นําความรูไปใชในการดูแลผูปวยใหเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผูปวยปลอดภัย 4. ชื่อและสังกัดหนวยงาน งานการพยาบาลตรวจรักษาพิเศษ(ไตเทียม) 5. สมาชิกทีม ผกามาศ องอาจและ สรินทรทิพย จงสัจจา 6. เปาหมาย 6.1 พยาบาลวิชาชีพในหนวยงานที่เกี่ยวของสามารถดูแลผูปวยโรคไตวายเรื้อรังไดถูกตองตาม กระบวนการพยาบาล 6.2 เพื่อแลกเปลี่ยนเรียนรูเรื่องการดูแลผูปวยโรคไต แกพยาบาลวิชาชีพและหนวยงานที่เกี่ยวของ 6.3 พยาบาลวิชาชีพในหนวยงานที่เกี่ยวของ สามารถวางแผนจําหนายและดูแลผูปวยอยางตอเนื่องได 7. ปญหาและสาเหตุ การบําบัดทดแทนไต (Renal replacement therapy:RRT)ที่มี 3 วิธีคือ การฟอกเลือดดวยเครื่องไต เทียม การลางไตทางหนาทอง และการปลูกถายไต ซึ่งมีคาใชจายสูง เปนภาระทั้งตอผูปวย ครอบครัวและ เศรษฐกิจของประเทศ ผูปวยที่ไดรับการบําบัดทดแทนไตดวยการฟอกเลือดดวยเครื่องไตเทียม โดยสวนใหญ มักมีโรครวมหลายโรค ทั้งโรคทางจักษุ ศัลยกรรม อายุรกรรม มีโอกาสที่ผูปวยจะไดนอนพักรักษาตัวใน โรงพยาบาลนาน การบําบัดทดแทนไตดวยการฟอกเลือดดวยเครื่องไตเทียม ก็ยังคงตองไดรับการดูแลรักษา ตามมาตรฐาน ควบคูกันไป จากสถิติป 2564 มีผูปวยไตวายเรื้อรังระยะสุดทายที่มารับบริการผาตัดตาจํานวน เพิ่มมากขึ้น เพื่อปองกันการงดผาตัดจากภาวะแทรกซอนตางๆ การเตรียมผูปวยกอนการฟอกเลือด การเตรียม เอกสาร และการใหคําแนะนําในการปฏิบัติตนของผูปวยระหวางพักรักษาตัวในโรงพยาบาล ทําใหเกิด ขอผิดพลาดที่อาจสงผลตอผูปวยได เจาหนาที่หนวยไตเทียม ไดตระหนักและเล็งเห็นความสําคัญของปญหาดังกลาว จึงไดจัดทําโครงการ แลกเปลี่ยนเรียนรูเร่ืองการดูแลผูปวยโรคไต เพื่อถายทอดและแลกเปลี่ยนเรียนรูขั้นตอนการดูแลผูปวยฟอก เลือดตามหนวยงานตางๆ ที่เกี่ยวของ เพื่อใหเจาหนาที่นําความรูไปใชในการดูแลผูปวยใหเกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ผูปวยปลอดภัย
63 8. ขั้นตอนการพัฒนา ขั้นตอนการดําเนินการ เดือน หมายเหตุ ต.ค. พ.ย ธ.ค ม.ค ก.พ มี.ค 1.เขียนโครงราง 2.สํารวจความตองการของหนวยงาน 3.นําเสนอโครงการ 4.จัดทําคูมืองานไตเทียมและตารางการเรียนรู 5.ปฏิบัติตามขั้นตอนตามโครงการดังนี้ แลกเปลี่ยนเรียนรู ตามหนวยงานที่เกี่ยวของ 6.ประเมินผลโครงการ 7.สรุปโครงการ 8.นําเสนอหัวหนางาน 9. การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง 9.1 พยาบาลหนวยงานตางๆมีความรูในการดูแลผูปวยโรคไตเพิ่มมากขึ้นเกินรอยละ80 9.2 อัตราการฟอกเลือดฉุกเฉินเปน 0 10. บทเรียนที่ได พยาบาลหนวยไตเทียม ไดมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรูดานการดูแลผูปวยโรคไต กับพยาบาลหนวยงาน อื่นๆที่เกี่ยวของ ไดรับทราบปญหาและหาแนวทางแกไขปญหารวมกัน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการดูแลผูปวย ภาพกิจกรรม
64 1.ชื่อผลงาน:โครงการ การฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพ ( Effective Breathing Exercise ) 2.คําสําคัญ:การฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพ , การใหยาระงบัความรูสึกแบบทั่วรางกาย, Deep Breathing Exercise , General Anesthesia 3.สรุปผลงานโดยยอ การใหยาระงับความรูสึกเปนกระบวนการทางวิสัญญีวิทยาที่มีวัตถุประสงคเพื่อใหผูปวยไมรูสึกตัว ในขณะผาตัดและไมตอบสนองตอสิ่งกระตุนที่เกิดจากความเจ็บปวดหรือจากหัตถการการผาตัด ชวยให ศัลยแพทยสามารถผาตัดไดอยางราบร่นืกระบวนการใหยาระงบัความรูสึกจะทําใหผูปวยสูญเสียความสามารถ ในการชวยเหลือตนเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งระดับการสลบที่ลึกพอที่จะทําการผาตัดได ผูปวยจะสูญเสียการ ปองกันตนเองในการปองกันการสําลัก การกดการทํางานของกระบวนการหายใจมีผลตอระบบหัวใจและหลอด เลือด เปนตน ดังนั้นการทําหัตถการทางศัลยกรรมภายใตการใหยาระงับความรูสึก วิสัญญีแพทย และวิสัญญี พยาบาล จึงตองคํานึงถึงความปลอดภัยของผูปวยเปนสําคัญและตองมีการวางแผนเพื่อปองกันและแกไขการ เกิดภาวะแทรกซอน ซ่ึงเปนผลขางเคียงที่ไมพึงประสงคที่อาจเกิดขึ้นไดจากภาวะแทรกซอนดังกลาว บทบาทอิสระสวนหนึ่งของพยาบาลคือการสงเสริมและปองกันการเกิดอุบัติการณระบบทางเดินหายใจนั่นคือ การเตรียมตัวผูรับบริการกอนการระงับความรูสึกแบบทั้งตัวในเรื่องการฝกการหายใจอยางมีประสิทธิภาพกอน การผาตัดสามารถชวยลดภาวะแทรกซอนทางปอดที่อาจเกิดขึ้นภายหลังไดในคนไขที่มารับบริการระงับ ความรูสึกแบบทั้งตัว ทั้งนี้หนวยงานการพยาบาลวิสัญญีมีความตระหนักถึงความปลอดภัยของผูปวยเปนสําคัญ จึงรวมกันคิดและจัดทําโครงการการฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพ ( Effective Breathing Exercise )อันจะ สงผลใหผูปวยเกิดความปลอดภัยสงเสริมการฟนฟูสภาพรางกายและทําใหปอดขยายตัวปองกันปอดแฟบหลัง การผาตัดไดอีกดวย 4.ชื่อและสังกัด:หนวยงานการพยาบาลวิสัญญี โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) 5.สมาชิกทีม: นางเจนจิรา นุมอุดม นางจุฑามาศ มาคุมและ ทีมวิสัญญีพยาบาลโรงพยาบาลเมตตาประชา รักษ (วัดไรขิง) นางณฐพรรณ จรดล ที่ปรึกษาโครงการ 6. เปาหมาย เชิงปริมาณ 1) หนวยงานการพยาบาลวิสัญญีมีแนวทางการเตรียมความพรอมฝกหายใจอยางมีประสิทธฺภาพ สําหรับผูรับบริการกอนไดรับยาระงับความรูสึก 2) ผูรับบริการไดรับความรูและการฝกการหายใจอยางมีประสิทธิภาพเพื่อปองกันการเกิด ภาวะแทรกซอนระบบทางเดินหายใจ
65 เชิงคณุภาพ 1) ผูรับบริการหลังไดรับการระงับความรูสึกในการผาตัดไมเกิดภาวะแทรกซอนระบบทางเดินหายใจ ภายใน 24 ชั่วโมง 7.ปญหาและสาเหตุ: การใหยาระงับความรูสึกแบบทั่วรางกายเปนกระบวนการทางวิสัญญีวิทยาเพื่อใหผูปวยไมรูสึกตัว ในขณะผาตัดและไมตอบสนองตอสิ่งกระตุนที่เกิดจากความเจ็บปวด หรือจากหัตถการการผาตัดที่ทําใหการ ผาตัดดําเนินการไปไดอยางราบร่ืน ผูปวยจะไดรับยาระงับความรูสึกทางหลอดเลือดดําผานสายน้ําเกลือหรือยา ดมสลบผานทางหนากากหรือทอชวยหายใจ อยางไรก็ตามอีกดานหนึ่งของกระบวนการใหยาระงับความรูสึกจะ ทําใหผูปวยสูญเสียความสามารถในการชวยเหลือตนเอง โดยเฉพาะอยางยิ่งระดับการสลบที่ลึกพอที่จะทําการ ผาตัดได ผูปวยจะสูญเสียการปองกันตนเองในการปองกันการสําลัก การกดการทํางานของกระบวนการหายใจ มีผลตอระบบหัวใจและหลอดเลือดเปนตน ( สุนีย ศรีสวาง , จตุพงษ พันธวิไล , ศักดิ์ระพี ชัยอินทรีอาจ ,2561) การใหยาระงับความรูสึกเปนวิชาชีพเวชกรรมที่มีความซับซอนมีความเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอน ซึ่งภาวะแทรกซอนดังกลาวอาจไมรุนแรงเกิดผลกระทบตอรางกายเพียงเล็กนอย หรืออาจมีความรนุแรงจนเกิด อันตรายถึงแกชีวิต ขึ้นกับหลายปจจัยเชน วิธีการใหยาระงับความรูสึก การผาตัดภาวะฉุกเฉิน หรือภาวะของ โรคประจําตัวของผูปวย การเฝาระวังผูปวยโดยบุคลากรวิสัญญีวิทยาวิธีนี้บุคลากรทางวิสัญญีใหการเฝาระวัง และประคับประคองสภาวะตาง ๆ ของผูปวยขณะทําหัตถการตาง ๆอุบัติการณภาวะแทรกซอนจากการระงับ ความรูสึกแบบทั่วไป (ขอมูลจากตางประเทศ) ภาวะแทรกซอนทางระบบหายใจการสูดสําลักเขาปอดระหวาง การระงับความรูสึกแบบทั่วรางกาย 1:3,000 อัตราเกิด3 ตอ 10,000 ราย คูณ 4 เทาในภาวะฉุกเฉิน (พญ.ประภา รัตนไชย , ผศ.นพ.นรุตม เรือนอนุกูล, 2560 ) ผูปวยมีโอกาสเสี่ยงตอการเกิดภาวะแทรกซอนทาง วิสัญญีไดทั้งในระหวางผาตัดและหลังผาตัดกรณีที่รนุแรงอาจทําใหเสียชีวิตไดภาวะแทรกซอนที่เกิดขึ้นภายใน 24 ชั่วโมงหลังผาตัดที่สําคัญไดแก ระบบหัวใจและหลอดเลือด เชน การเสียชีวิตภายใน 24 ชั่วโมงหลังผาตัด สงสัยกลามเนื้อหัวใจตายหรือขาดเลือด สวนระบบหายใจ ไดแก ความอิ่มตัวของออกซิเจนต่ํา การใสทอหายใจ ซ้ํา ที่เหลือไดแกการรูสึกตัวระหวางไดรับยาระงับความรูสึก ภาวะแทรกซอนทางสมอง (COMA/ CVA/ Convulsion) และการบาดเจ็บตอเสนประสาท (nerve injuries) (ณปภา พุมไทรมูล , 2560) ปจจัยที่เพิ่ม ความเสี่ยงทางวิสัญญีไดแก อายุ (> 65 ป) โรคประจําตัว เชน เบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคไต โรคปอด โรคหัวใจ โรคอวน สูบบุหรี่จัด เปนตน ชนิดของการผาตัด เชน การผาตัดหัวใจ การผาตัดปอด การผาตัดสมอง เปนตน (ราชวิทยาลัยวิสัญญีแพทย , 2560) ปจจุบันประชากรสูงอายุในประเทศไทยในป 2564 ประเทศไทยมีประชากรรวม 66.7 ลานคน และใน ป 2564 โรคโควิด-19 ยังแพรระบาดอยางตอเนื่องมีผลกระทบตอการใชชีวิตอยางมากทั้งทางสุขภาพอนามัย เศรษฐกิจ และสังคมจากสถิติของหนวยงานการพยาบาลวิสัญญี โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) พบวาป 2565 มีผูรับบริการจํานวน584 รายซึ่งพบอุบัติการณการเกิดปญหาสําคัญคือเกิดภาวะแทรกซอนใน ทางเดินหายใจ มีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ํา หรือ ภาวะพรองออกซิเจนหลังไดรับยาระงับความรูสึกแบบทั่ว
66 รางกายเกิดขึ้นจําเปนจะตองไดรับออกซิเจนตอที่หอผูปวยจํานวน 20 ราย (รอยละ 3.42 ) ซึ่งแมไมไดพบ จํานวนมากแตเมื่อเกิดอุบัติการณแลวพบความรุนแรงและอาจเปนสาเหตุของการเสียชีวิตได ( สุนีย ศรีสวาง , จตุพงษ พันธวิไล , ศักดิ์ระพี ชัยอินทรีอาจ ,2561) เพื่อลดการเกิดอุบัติการภาวะแทรกซอนระบบทางเดิน หายใจหลังไดรับยาระงับความรูสึกนั้นผูศึกษาจึงทบทวนหลักฐานเชิงประจักษพบวา กระบวนการที่จะสามารถ ชวยสงเสริม และ ปองกันการเกิดภาวะแทรกซอนระบบทางเดินหายใจหลังไดรับยาระงับความรูสึกนั้นคือการ หายใจอยางมีประสิทธิภาพ ซึ่งการฝกหายใจแบบมีประสิทธิภาพมีความสําคัญในการเตรียมตัวผูปวยกอนไดรับ ยาระงับความรูสึกแบบทั่วรางกายเนื่องจากทําใหปอดมีการแลกเปลี่ยนกาซดีขึ้นปองกันการสะสมของเสมหะ และทําใหปอดขยายตัวปองกันปอดแฟบหลังการผาตัดไดอีกดวย (สมฤทัย บุญชูดวง , วิภารัตน จุฑาสันติกุล , อําพรรณ จันทโรกร, วิรัตน วศินวงศ,2012 ) การศึกษาของ Elisabeth et al ซึ่งศึกษาผลของการฝก deep breathing exercise ตอการลดภาวะปอดแฟบในผูปวยหลังผาตัด พบวา deep breathing exercise ชวยทํา ใหบริเวณปอดแฟบลดลงและสมรรถภาพปอดดีขึ้นภายหลังการฝก(ณัฐนันท อุสายพันธ, ภรณณภัส สิทธิกูล ,2560) 8. ขั้นตอนการพัฒนา ขัÊนตอน ม.ค. 66 ก.พ. 66 มี.ค. 66 เม.ย. 66 พ.ค. 66 มิ.ย. 66 1.วิเคราะหปญหา 2.ทบทวนวรรณกรรมและวิจัยที่เกี่ยวของ 3.จัดทําแผนการสอน แผนพับการเตรียมตัวกอนการระงับความรูสึก และ สื่อวีดีทัศนการฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพ 4. ขั้นตอนการสอนฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพกับผูรับบริการโดยให คําแนะนําและสอนการหายใจกับผูรับบริการ 2 สัปดาหกอนผาตัด (วันที่ ผูรับบรกิารเขาปรึกษากอนการระงบัความรูสึกกับวิสัญญีแพทย) 5.ตดิตามประเมินผลแบงออกเปน 3 ระยะ ระยะที่ 1 เยี่ยมติดตามประเมินผลการฝกปฏิบัติการหายใจกอนผาตัด 1 วัน กอนเขารับการผาตัดโดยวิสัญญีพยาบาล ระยะที่ 2 ประเมินผลหลังการระงับความรูสึกที่หองพักฟน ระยะที่ 3 ติดตามประเมินอาการหลังไดรับการระงับความรูสึกใน 24 ชั่วโมง 9.การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง ตัวชี้วัด 1. ผูปวยท่ีมาระงับความรูสึกแบบทั่วรางกายรอยละ 95 เขาถึงสื่อการสอนและสามารถปฏิบัติตาม เทคนิคการหายใจไดในวันกอนผาตัด 2. ผูปวยที่ไดรับการฝกการหายใจอยางมีประสิทธิภาพกอนผาตัดไมเกิดอุบัติการณการเกิด ภาวะแทรกซอนจากภาวะปอดแฟบหลังผาตัดภายใน 24ชม.
67 10. บทเรียนที่ไดรับ 1. การเขาถึงสื่อวิดิโอการฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพในผูสูงอายุมีจํากัด จําเปนตองใหญาติผูดูแล ชวยเหลือในการฝกปฏิบัติการหายใจอยางมีประสิทธิภาพ 2. ผูรับบรกิารเล็งเห็นความสําคัญการฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพสามารถปฏิบัติตามได 3. กลุมผูรับบริการที่มีความเสี่ยงสูง เชน ภาวะโภชนาการเกิน ผูสูงอายุ ผูรับบริการที่มีประวัติโรค ประจําตัวเกี่ยวกับระบบหายใจ ไดรับคําแนะนําและสามารถปฏิบัติได เกิดความปลอดภัยตอผูรับบริการ 4. บุคคลการวิสัญญีพยาบาลเห็นความสําคัญการสงเสริมการฝกหายใจอยางมีประสิทธิภาพใน ผูรบับริการกอนไดรับการะงับความรูสึกทั่วตัว
68 1.ชื่อผลงาน: คว่ําหนาหรือหงายหนา 2. สมาชิกทีม 1. นางนภัสวรรณ ลาภเจริญกุล ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 2. นางสาวน้ําออย นิรนัดร ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 3. นางสาวบุญสิตา ประทุมเทือง ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 4. นางสาวกาญจนา คําภา ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ 3.สังกัดหนวยงาน: งานการพยาบาลผปูวยผาตัดกลุมงานการพยาบาลผูปวยใน กลุมภารกิจดานการพยาบาล 4.บทคัดยอ การทํานวัตกรรมนี้มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาการสื่อสารการจัดทาของผูปวยที่ไดรับการผาตัดรักษาจอ ประสาทตา ระหวางพยาบาลหองผาตัด ผูชวยเหลอืคนไขผูปวย พนักงานเปลในหองผาตัด พนักงานเปลที่รับ ผูปวยจากหองผาตัดไปยังหอพักผูปวย ไปจนถึงพยาบาลที่ใหการพยาบาลดูแลผูปวยในหอพักของผูปวย เพื่อใหผูปวยไดรบัการดูแล รกัษาอยางตอเนื่องและมีประสิทธิภาพ ปจจุบันการผาตัดจอประสาทตามีการฉีดสารเขาไปในลูกตา ทดแทนน้ําวุนตาที่ถูกตัดออกเพื่อชวยใน การกดจอประสาทตาใหติดกลับเขาที่เดิมซึ่งสารที่ใชมีหลายประเภทและมีคุณสมบัติที่แตกตางกัน สวนใหญ สารที่ใชไดแก ประเภทแกส(SF6,C3F8) น้ํามันซิลิโคนชนิดเบา(silicone oil) มีคุณสมบัติลอยตัวตองจัดทาให ผูปวยนอนหรือนั่งคว่ําหนา เพื่อใหแกสหรือน้ํามันซิลิโคนชนิดเบาลอยขึ้นไปดันจอตาที่หลุดลอกใหติดกลับเขาที่ เดิม และของเหลวหนัก(Heavy liquid)มีความถวงจําเพาะหนักกวาน้ําจึงตองดูแลจัดทาใหผูปวยนอนหงาย ราบเพื่อใหของเหลวชนิดหนักกดจอตาที่หลุดลอกลงใหติดกลับท่ีเดิม จากการปฏิบัติงานพบวาผูปวยที่ไดรับการผาตัดจอประสาทตาหลังออกจากหองผาตัด ไมไดจัดทาที่ สอดคลองตามการรักษาของแพทย เนื่องจากขาดการสื่อสารระหวางเคลื่อนยายผูปวยจากภายในหองผาตัดไป จนถึงหอพักผูปวย คณะผูจัดทําจึงคิดคนนวัตกรรมการทําปายติดบริเวณขอมือของผูปวยโดยระบุขอความสั้นๆ วาคว่ําหนา หรือ หงายหนา ซึ่งปายใชสีที่สะดุดตาและเปนสีที่แตกตางกันหลังจากการทดลองใชพบวาสามารถ ลดปญหาการจัดทาผิดระหวางเคลื่อนยายผูปวยได 5. คําสําคัญ จอประสาทตาหลุดลอก,แกสกดจอตา,น้ํามันซิลิโคนชนิดเบา, ของเหลวหนัก, จอตาติดกลับที่เดิม, คว่ําหนา, หงายหนา 6. ปญหาและสาเหตุ โรคจอประสาทตาหลุดลอกมีความชุกเปน1ใน5 อันดับแรกของโรคตา ถาไมรีบทําการรักษาอาจทําให สูญเสียการมองเห็นและไมสามารถกลับมามองเห็นได ในการรักษาจอประสาทตาหลุดลอกในผูปวยบางราย จําเปนตองรักษาดวยการผาตัด ภายหลังการผาตัดจะมีการฉีดสารเขาไปทดแทนน้ําวุนตาที่ถูกตัดออกโดยสาร ดังกลาวแบงเปน 2 กลุม คอืกลุมที่มีความถวงจําเพาะเบากวาน้ําผูปวยที่ตองฉีดสารกลุมนี้ตองนอนหรือนั่งคว่ํา
69 หนาเพื่อใหสารดังกลาวลอยขึ้นไปดันจอตาใหติดเขาที่เดิม และกลุมที่มีความถวงจําเพาะหนักกวาน้ํา ผูปวย จะตองนอนหงายราบเพื่อใหสารกดจอตาหลังผาตัดผูปวยจําเปนตองคว่ําหนาหรือหงายหนาทันทีและตอเนื่อง จากการปฏิบัติงานพบวาการเคลื่อนยายผูปวยออกจากหองผาตัดไปยังหอผูปวย มีการจัดทาไมถูกตอง หรือไมตอเนื่อง เนื่องจากขาดการสื่อสารเร่ืองการจัดทาหลังผาตัดระหวางเจาหนาที่แตละจุดที่รับการสงตอ ผูปวย ดังนั้นคณะผูจัดทําจึงไดจัดทําปายขอมือระบุขอความวา คว่ําหนา หงายหนา โดยใชสีที่แตกตางกัน เปน การสื่อสารระหวางเจาหนาที่ท่ีเกี่ยวของรวมไปถึงตัวผูปวยเอง เพื่อใหการรักษามีประสิทธิภาพ 7. เปาหมาย 1.เพื่อสื่อสารระหวางเจาหนาที่ ที่เกี่ยวของและผูปวยในการจัดทาหลังผาตัดรักษาจอประสาทตาลอก 2.เพื่อลดปญหาการจัดทาผูปวยผิดพลาดหลังผาตัด 8. ขั้นตอนการพัฒนา 8.1 กอนนํานวัตกรรมไปใช อธิบายเกี่ยวกับปายขอมือผูปวยที่จัดทําขึ้นแกเจาหนาที่ที่เกี่ยวของ ประกอบดวย พยาบาล หองผาตัด ผูชวยเหลือคนไข พนักงานเปลหองผาตัด พนักเปลภายนอกหองผาตัด และพยาบาลหอ ผูปวย ใหรับทราบและเขาใจตรงกัน 8.2 เริ่มใชนวัตกรรม (1) เมื่อเสร็จสิ้นการผาตัดผูปวยจะไดรับการสวมปายขอมือโดยพยาบาล ระบุขอความวาคว่ํา หนาหงายหนา ตามชนิดของสารที่ใสทดแทนน้ําวุนตา และอธิบายเหตุผลของการสวมปายขอมือแก ผูปวยและแจงใหพนักงานเปลหองผาตัดทราบกอนสงตอผูปวยไปPre-op (2) พยาบาล Pre-opรับทราบวาผูปวยตองจัดทาคว่ําหนาหรือหงายหนา ขณะผูปวยรออยู บรเิวณ Pre-op กอนกลับหอผูปวย (3) ขณะที่รอประวัติ พนักงานเปลภายนอกหองผาตัด เตรียมเคลื่อนยายผูปวยสามารถเขาใจ ไดวาผูปวยตองไดรับการคว่ําหนา หรอืหงายหนา และพนักงานเปลยังสามารถชวยแนะนําการจัดทา ผูปวยเพิ่มเติมไดกรณผีูปวยลืม หรือ ปฏิบัติไมถูกตอง (4) ขณะเคลื่อนยายผูปวยกลับตึกพนักงานเปลและผูปวยสามารถปฏิบัติตัวไดถูกตองตลอด ระยะเวลาที่เดินทางไปยังหอผูปวย (5) เจาหนาที่ประจําหอผูปวยรับผูปวยกลับจากหองผาตัด สามารถประเมินไดวาผูปวยปฏิบัติ ตนไดถูกตองหรือไม และใหคําแนะนําผูปวยตอไปตามแผนการรักษา 9.การวัดผลและผลการเปลี่ยนแปลง -เจาหนาที่ผูเกี่ยวของใหความสําคัญ ในการปฏิบัติตัวของผูปวย -ผูปวยใหความสําคัญ ตระหนักถึงการปฏิบัติตนในการคว่ําหนา-หงายหนา หลังผาตัด
70 10.บทเรียนที่ได -ผูปวยใหความสําคัญในการปฏิบัติตนหลังผาตัดหลังผาตัดเพื่อใหจอประสาทตาติดกลับที่เดิมมากขึ้น -เจาหนาที่ผูเกี่ยวของใหความสําคัญในการดูแล ใหคําแนะนําในปฏิบัติตัวของผูปวยหลังผาตัดมากขึ้น -มีการเพิ่มเติมในสวนของรายละเอียดของงาน กับเจาหนาที่ผูเกี่ยวของ -เปนแนวทางในการพัฒนางานตอไปเพื่อพัฒนาคุณภาพในการใหบรกิารดูแลผูปวย ภาพตัวอยาง
71 Smart Medical Equipment Center โดยหนวยชางอุปกรณการแพทย ไดจัดทํา Smart TOR และ Smart IPM วัตถุประสงค 1.เพื่อใหมีการบริหารจัดการเคร่ืองมือแพทยที่เปนเลิศ เพียงพอ พรอมใชปลอดภัย และคุมคา 2.เพื่อใหการซื้อและบํารุงรักษาเครื่องมือแพทยเปนไปตามระบบมาตรฐานการประกันคณุภาพโรงพยาบาล (Hospital Accreditation)และระบบคุณภาพ ISO 9001:2015 3.เพื่อใหเครื่องมือและอุปกรณการแพทยมีความพรอมใชงานและมีความเพียงพอ สําหรับการวินิจฉัยโรค และการตรวจรักษาผูปวยอยางมีประสิทธิภาพสูงสุด และสรางความปลอดภัยใหกับผูปวยตลอดจนบุคลากร ทางการแพทยของโรงพยาบาล 4.เพื่อใหเครื่องมือแพทยในโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) คงประสิทธิภาพและมีอายุในการใช งานสูงสดุ 5.เพื่อเสนอแนะแนวทางใหเกิดวิธีการแกไขหรือปรับปรงุตามความเหมาะสม และใหระบบการจัดการ เครื่องมือแพทยเกิดประสิทธิผลสูงสุด ปญหา ดานระบบเครื่องมือแพทยในโรงพยาบาลขาดการวางระบบการคัดเลือกเครื่องมือแพทยที่ชัดเจน และ ขาดความรูเรื่องการเลือกซื้อเครื่องมือแพทยใหไดมาตรฐานตามแบบสากล หนวยชางอุปกรณการแพทยจึงได จัดทําTOR หรือ ที่เราเรียนวาSpecกลาง ฉบับราง เพื่อใหในโรงพยาบาลมีมาตรฐานการใช TOR ที่เปนแบบ เดียวกันที่ไดมาตรฐานทั้งรพ.และขาดการIPM หนวยงานผูใชเนื่องจากขาดความรูเรื่องการบํารุงรักษาเบื้องตน ทําใหเครื่องมือเกิดปญหาระหวางการวินิจฉัยโรคได แนวทางการทํางาน ดานIPM 1.จัดทําแบบฟอรม Daily check ใหกับหนวยงาน 2.อบรมการใชงานและการ IPM เบื้องตนใหกับผูใชงานเครื่องมือแพทยในหนวยงาน 3.ทวนสอบรายเดือนโดยชางอุปกรณทางการแพทยอีกทีเพื่อความครอบคลุมและแมนยํา ดานTOR 1.จัดทําTOR ฉบับรางที่สามารถใชงานไดทันทีและสามารถเพิ่มเติมเนื้อหาในสวนที่ผูใชงานตองการเพิ่มเติม ได โดยมีหนวยชางอุปกรณการแพทยเปนผูรวมกําหนดคุณลักษณะรวมดวย 2.นําTOR ฉบับรางเขาเสนอในคณะกรรมการเครื่องมือแพทยเพื่อใหทุกหนวยงานทราบและใชงานเปน แนวทางเดียวกันโดยที่ตองครอบคลุมถึงแผนการบํารุงรกัษารายปดวย
72 ผลลัพธ 1.หนวยงานมีTOR ฉบับรางใชงานไดมาตรฐาน ถูกตอง ไดมาตรฐาน เปนภาพรวมเดียวกันทั้งโรงพยาบาล 2.TOR ฉบับรางทําใหผูใชงาน สามารถกําหนดคุณลักษณะพิเศษอื่นๆ ไดงาย สะดวก และรวดเร็ว ไมตอง คนหาใหเสียเวลาหรือผิดรูปแบบภาครัฐ 3.ดานIPM เครื่องมือเพียงพอ พรอมใช ปลอดภัย และไดมาตรฐาน 4.ฝกฝนใหหนวยงานผูใชงานเครื่องมือไดเรียนรูและรูสักสวนประกอบของเคร่ืองมือ รูหลักการบํารุงรักษา ที่ถูกตอง 5.ยืดอายุการใชงานเคร่ืองมือแพทยใหสามารถใชงานไดมาตรฐานอยางยาวนาน
73 ชื่อผลงาน :ผูสอนงานคนพิการ Job Coach for People with Disabilities คําสําคัญ: คนพิการ การฟนฟูสมรรถภาพ การจางงาน สรุปผลงานโดยยอ: การจางงานคนพิการถือเปนมิติสําคัญของการฟนฟูสมรรถภาพคนพิการหากคนพิการ ตองการทํางานในองคกรหรือหนวยงานรัฐจําเปนตองไดรับการฝกฝน และสอนงาน ดังนั้นผูสอนงาน ( Job coach) จึงมีบทบาทสําคัญในการทําความเขาใจความพิการและศักยภาพของคนพิการเปนรายบุคคล เพื่อ วางแผนและออกแบบงานที่เหมาะสมกับความพิการ และสงเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรบุคคล โดย ศูนยบรกิารคนพิการ รพ.เมตตาประชารักษ(วัดไรขิง) จางงานคนพิการอยางตอเนื่อง มาแลว 5 ป(พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2565) รวม 12 คน ชื่อสังกัดหนวยงาน:ศูนยบริการคนพิการ โทร. 3132 สมาชิกทีม: นางสาวศิริลักษณ ปานนอย นางสาวศิริรัตน วัฒนานิมิตกูล และ นางสาวปุญญาวีร อาราเม เปาหมาย: คนพิการไดรับการฟนฟูตามแนวทาง Community Based Rehabilitation (CBR ) และไดรับการ ฝกฝนเตรียมความพรอมสําหรับการกลับเขาทํางานในระบบปกติ ปญหาและสาเหตุ: การพัฒนารูปแบบการจางงานคนพิการในหนวยงานรัฐ ถือเปนการสรางโอกาสทางเศรษฐกิจรวมกัน โดยมี Job coachเปนผูประสานหลัก เพื่อออกแบบกระบวนการทํางาน สรางพื้นที่การเรียนรูระหวางคน พิการและคนทั่วไป ตั้งแตการประสานบริษัทเพื่อจางงานคนพิการ ออกแบบลักษณะงานใหสอดคลองกับความ พิการ รวมถึงเสริมสรางพลังใจความมั่นใจแกคนพิการในการออกไปประกอบอาชีพและทํางานรวมกับคนทั่วไป ในสังคม ขั้นตอนการพัฒนา: หนาที่ของ Job coach ดังนี้ 1. ศึกษากฎหมายการจางงานคนพิการ มาตรา 33, 35 ของประเทศไทย 2. ประสานบริษัทหรือสถานประกอบการในชุมชน ที่ตองการจางงานคนพิการ 3. เปดรับสมัครงานคนพิการ ตามจํานวนโควตาที่ไดรับ 4. นัดสัมภาษณและแจงขอบเขตงานที่จะรับผิดชอบ 5. เซ็นสัญญาจางงาน ระยะเวลา 1 ป โดยเปนการประสานความรวมมือ 3 ฝาย ระหวางคนพิการ (ลูกจาง) บริษัทจางงาน (นายจาง) และโรงพยาบาลเปน Job coach 6. ประเมินผลการทํางานทุกเดือน 7. สรุปผลการทํางานเพื่อวางแผนจาง งานคนพิการในปถัดไป
74 การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง: ศูนยบริการคนพิการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) จางงานคนพิการมาอยางตอเนื่องมา 5 ป (พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2565) รวม 12 คน ไดแก คนพิการทางการเคลื่อนไหว 5 คน พิการทางการเห็น 2 ราย คนพิการทางเรียนรู 2 คน คนพิการทางจิตใจและพฤติกรรม 3 คน คนพิการทางการไดยิน 1 คน และในป 2566 ไดรับการจางงานคนพิการมาตรา 35 จํานวน 4 อัตรา บทเรียนที่ได: ทุกความพิการมีศักยภาพและขอจํากัด สมาชิกในองคกรหรือหนวยงานจําเปนตองทําความเขาใจและ สื่อสารเรื่องการจางงานคนพิการใหถูกตอง เพราะเปนกฎหมายที่หนวยงานรัฐตองปฏิบัติ และเปนการสราง สังคมแหงการอยูรวมกันอยางเทาเทียม ——————————————————
75 1. ชื่อผลงาน การพัฒนาระบบบริการคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตา 2. คําสําคัญ : การฉีดยาเขาน้ําวุนตา ระบบบริการฉีดยาเขาน้ําวุนตา 3. สรุปผลงานโดยยอ (บทคัดยอ: เขียนระบุสั้นๆ โดยระบุจุดเนนของผลงานไดปรับปรุงอะไรและเกิด ผลลัพธอะไร) การพัฒนาระบบบริการคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตา โดยมุงเนนพัฒนาระบบบริการทุกขั้นตอนตั้งแตการ เตรียมความพรอมกอน ขณะ หลังฉีดยาเขาน้ําวุนตา แบบ One Stop Service ที่เชื่อมโยงระบบบริการใน คลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตาเพื่อใหผูมารับบริการเขาถึงบริการไดสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยตามมาตรฐาน 4. ชื่อและสังกัดของหนวยงาน การพยาบาลผูปวยนอกจักษุเฉพาะชั้น Mกลุมงานการพยาบาลผูปวยนอก โรงพยาบาลเมตตาประชา รักษ (วัดไรขิง) กรมการแพทย เบอรโทรศัพท 034-388700 ตอ 9014-19 เบอรโทรศัพทมือถือ 0652496689 5. สมาชิกทีม 1. นางรุจิรา สมัครารักษสกุล ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 2. นางสาวศรีสอางค คงกุง ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 3. นางสาวบุญฑริกา ปทวิง ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ 4. นางสาวศศิธร กรานจํานงค ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ 5. นางสาวภานุมาศ พิมพเวียงคํา ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ 6. นางสาวกันตินันท แทนจันทร ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ 7. นางสาวจิรัชญา พรหมชนะ ตําแหนง พยาบาลวิชาชีพ 8. นางสาวอภิชยาภา สินธุ ตําแหนง ผูชวยพยาบาล 9. นางสาวอรทัย หมูจํารัส ตําแหนง ผูชวยพยาบาล 10. นางสาวพัลลภา คุณาวิวัฒน ตําแหนง นักจัดการทั่วไป 11. นางสาวทัชรินทร ศรีเจียม ตําแหนง เจาพนักงานธุรการ 12. นางสาวอรอุมา หวังในธรรม ตําแหนง พนักงานพิมพ 13. นางจรนิทรนวมฉ่ํา ตําแหนง ผูชวยเหลือคนไข 14. นางสาวนงนภัส ฐติิคุณศุภนันทตําแหนง ผูชวยเหลือคนไข 15. นางสาวประภาศิริ วงษสุวรรณ ตําแหนง ผูชวยเหลือคนไข 16. นางสาวพัฒนนรี พานทอง ตําแหนง ผูชวยเหลือคนไข
76 6. เปาหมาย เชน เพื่อเพิ่ม/ลด(อะไร/เทาไหร) 1. ผูรับบรกิารไดรบับริการที่มีคุณภาพภายใตหลักวิชาการ ตามมาตรฐาน ผานการ ติดตามภาวะแทรกซอนจากการฉีดยาเขาน้ําวุนตา 2. ลดระยะเวลารอคอย 3. ลดขั้นตอนการรับบริการ 4. ผูรับบริการมีความพึงพอใจ > 80 % 5. เปนแหลงเรียนรูใหกับผูที่เกี่ยวของและมีความสนใจ 7. ปญหาและสาเหตุ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) เปนโรงพยาบาลรัฐบาลระดับตติยภูมิ สังกัดกรมการแพทย กระทรวงสาธารณสุข มีขนาด 150 เตียง ใหบริการตรวจวินิจฉัย รักษา ผาตัด และการฟนฟู พรอมทั้งการ รับสงตอผูปวยที่มีปญหาทางดานจักษุวิทยาครบทุกสาขาจากภาครัฐและเอกชน จากสถิติการใหบริการผูปวย นอกจักษุป 2563-2565 มีจํานวนผูมารับบริการ 166,343 , 134,241 และ 166,806 ราย ตามลําดับ คิดเปน รอยละ 90 ของผูมารับบริการผูปวยนอกทั้งหมด โรคตาเปนปญหาทางสุขภาพท่ีสําคัญโดยเฉพาะกลุมโรคจอ ตาซึ่งมีความเสี่ยงตอภาวะสูญเสียการมองเห็นอยางถาวร ทําใหสงผลตอคุณภาพชีวิต ในปจจุบันการรกัษาโรค ทางจอตาหลายชนิด เชน ภาวะเบาหวานขึ้นจอตา จุดรับภาพชัดเสื่อมที่จอตา การอุดตันของหลอดเลือดดํา การติดเชื้อในตา เปนตน มีการรักษาหลายวิธี เชน การผาตัด การยิงเลเซอร การฉีดยาเขาน้ําวุนตา สวนการ รักษาดวยวิธีการฉีดยาเขาน้ําวุนตา ถือวาเปนหลักสําคัญในการรักษาโรคทางจอตา เปนการรักษาเฉพาะที่ตามี เปาหมายเพื่อลดหรือชวยชะลอการสูญเสียการมองเห็น ทําใหระดับการมองเห็นของผูปวยดีขึ้น นอกจากนั้น เปนการหลีกเลี่ยงการบริหารยาทางรางกายเพื่อลดอาการไมพึงประสงคทางระบบรางกาย โดยกระบวนการฉีด ยาเขาน้ําวุนตา (ปยะนุช สุจริตบรรณ ,2560) กระทําโดยจักษุแพทยสาขาจอตาในหองฉีดยาเขาน้ําวุนตาที่เปน ระบบปด ใชเทคนิคปราศจากเชื้อ ซึ่งการพยาบาลผูปวยแบงเปน กอน ขณะ หลัง ฉีดยาเขา้นาํÊวุน้ตา 8. ขั้นตอนการพัฒนา การพัฒนาระบบบริการคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตา ตองมีการวิเคราะหและสังเคราะหขอมูลจาก งานวิจัยที่ผานมาวามีการบริการอยางไรจุดเดนจุดดอยอยางไร มีกระบวนการอยางไร ผลที่ออกมาเปนอยางไร มีความใกลเคียงกับงานที่ตองการจะศึกษาหรือไม ศึกษาดูงานตางสถาบัน กระบวนการปฏิบัติงานที่ผานมา แลวจึงนําขอมูลที่ไดมากําหนดหลักการหรอืแนวทางในการออกแบบระบบภายในคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตา และ นําเขาประชุมเสนอในทีมสุขภาพเพื่อวิเคราะหปรับปรุงกระบวนการใหเหมาะกับผูรับบริการกับ บริบทของ โรงพยาบาล ภายใตหลักวิชาการ มาตรฐานงานคุณภาพจากการประชุมวิเคราะหขอมูล ภายใตขั้นตอนการ พัฒนาอยางตอเนื่อง โดยใชเครื่องมือ PDCA ในการปรับปรุงระบบ โดยเริ่มจากการจัดการระบบบริการคลินิก ฉีดยาเขาน้ําวุนตา ดานสิ่งแวดลอมเปนหองโลง สะอาดที่เปนระบบปด แตสามารถระบายอากาศไดดีโดย อุณหภูมิภายในหองควรอยูในชวง 20-22˙C (อางอิงจาก WHO) ความชื้นสัมพัทธอยูในชวง 30-60 %RH (อางอิงจาก WHO , CDC ) และพื้นผิวที่สามารถทําความสะอาดไดงาย ฝาเพดานสามารถเช็ดทําความสะอาด
77 ได และมีการตรวจสอบสภาพหองพื้นที่ตางๆภายในหองทุก 1 ป ภายในหองตรวจมีการแบงโซนเตรียมผูปวย กอนฉีดยาเขาวุนตา ขณะฉีดยาเขาวุนตา และสังเกตอาการหลังฉีดยาเขาวุนตา หองตองมีขนาดความกวาง เพียงพอกับการวางโซฟาผูปวย เตียงสําหรับฉีดยาและอุปกรณตางๆที่ใชในการฉีดยาเขาวุนตา และสะดวกใน การปฏิบัติงาน มีแสงสวางเพียงพอ ปรับจุดการใหบริการเพื่อจัดเปนระบบ One Stop Service ปรับปรุง กระบวนการใหบริการงายตอการเขาถึงของผูรบับริการ สะดวก ปลอดภัย การเปรียบเทียบกิจกรรมการรับบริการฉีดยาเขาน้ําวุนตา กอนและหลังพัฒนา กอนพัฒนา หลังพัฒนา 1. ไมมีระบบนัดเปนรอบ 1. นัดเปนรอบ จํานวน 2 รอบ - รอบ 9.00 น. - รอบ 10.00 น. 2. ไมมีOne Stop Service - หองจายยา ชั้น 2 - การเงิน ชั้น 2 - ตรวจสอบสิทธิ์ ชั้น 1 - ใบนัดฉีดยาตอเนื่องจํานวน 3 ใบ 2. มีOne Stop Service - หองจายยา ชั้น M - การเงิน ชั้น M - Fast track ตรวจสอบสิทธิ์ -ทําบัตรนัดฉีดยาเขาน้ําวุนตาแบบตอเนื่องเพื่อบันทึกการรักษาและใน การขอสิทธิ์การรักษาครั้งถัดไปรวมท้งัคําแนะนําการปฏิบัติตวัหลังฉีด ยาไวในบัตรนัด 3. หองฉีดยาเขาน้ําวุนตารวมกับหัตถการทางจักษุ 3. แยกเปนหองฉีดยาเขาน้ําวุนตาโดยเฉพาะ 4. ไมมีการโทรติดตามเยี่ยมหลังฉีดกลุม High Risk - กลุมผูปวยเบาหวานที่มีระดบัน้ําตาลFBS≥180mg/dl /HbA1C ≥ 7%) - เปลือกตาอักเสบ (Blepharitis) - ผปูวยสูงอายุรวมกับคะแนนประเมิน ADL<4 คะแนน 4. มีการติดตามผูปวย High Risk อยางตอเนื่อง ทางโทรศัพท/Tele – Nursing ตามความเหมาะสม 5. โทรติดตามผูปวยที่ไมมาฉีดยาตามนัด 5. โทรติดตามผูปวยขาดนัดใหมารับการฉีดยาภายใน 1-2 สปัดาหเพื่อ ปองกัน/ชะลอ ระดับการมองเห็นไมเห็นแยลง 9. การวัดผลและผลของการเปลี่ยนแปลง อัตราการโทรเยี่ยมกลุมผูปวย High risk หมายเหตุอัตราการโทรเยี่ยมกลุมผูปวย High riskเร่มิดําเนินการ ปงบประมาณ 2565 ตัวชี้วัด เปาหมาย ผลลัพธของตัวชี้วัด 2563 2564 2565 อัตราการโทรเยี่ยมกลุมผูปวย High risk >95% - - 100%
78 ความพึงพอใจของผูรับบรกิารตอผลงาน ลดระยะเวลารอคอย ซึ่งจากเดมิใชเวลาเฉลี่ย 2 ชั่วโมง หลังปรับปรุง เหลือเวลารอคอยเฉลี่ย 53 นาที ผลลัพธของการพัฒนาระบบบริการคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตั้งแตป 2563-2565 ป กอนพัฒนา หลังพัฒนาระบบ จํานวนที่ลดลง ระยะเวลา รอคอย (นาที) จํานวนขั้นตอน ระยะเวลา รอคอย (นาที) จํานวนขั้นตอน ระยะเวลา (นาที) ขั้นตอน 2563 120 7 100 6 20 1 2564 - 6 6 - - 2565 100 6 53 5 47 1 รวมทั้งหมด - - - - 67 2 10. บทเรียนที่ได การพัฒนาระบบบริการคลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตาเปนการพัฒนาที่ไมหยุดนิ่งและตองทําอยาง ตอเนื่อง ดัง CQI (Continuous Quality Improvement) เพราะการรักษาดวยวิธีฉีดยาเขาน้ําวุนตามีปริมาณ ที่เพิ่มมากขึ้นและมีการเปลี่ยนแปลงปรับปรุงใหทันสมัยอยูเสมอ สงผลใหบุคลากรในทีมไดเรียนรูและพัฒนา งานสรางนวัตกรรม วิจัยตางๆ นอกจากนั้นแลว การเขาถึงบริการของกลุมผูปวยโรคทางจอตายังพบปญหาการ เดินทางไกล ขามเขตแตอยางไรก็ตามนโยบาย Service Plan บรกิารเขตสุขภาพทางโรงพยาบาลเมตตาประชา รักษ (วัดไรขิง) ไดใหบริการเชิงรุก โดยมีการแลกเปลี่ยนปญหาและความตองการในเขตสุขภาพ 6, 9, 12 ใน การสนับสนุนเปดการใหบริการฉีดยาเขาน้ําวุนตาใหกระจายตามเขตสุขภาพของประเทศอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด เปาหมาย ผลลัพธของตัวชี้วัด 2562 2563 2564 2565 ความพึงพอใจของศูนยจอตาและวุนตา คลินิกฉีดยาเขาน้ําวุนตา(Intravitreal injection clinic) >80% 72.2 77.4 82.6 89.7
79 การพัฒนาเครื่องมือและความเที่ยงในการจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ(วัดไรขิง) Development of Instrument and Reliability for Patient Classification in Eye Inpatient at Mettapracharuk (Wat Rai-khing) Hospital นางเกษณี สุวรรณประเสริฐ พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ นางสุภัสรา อยูสุข พยาบาลวิชาชีพชํานาญการพิเศษ บทคัดยอ การศึกษานี้ มีวัตถุประสงคเพื่อพัฒนาเครื่องมือจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ โรงพยาบาลเมตตา ประชารักษ (วัดไรขิง) รูปแบบการวิจัย การวิจัยและการพัฒนา โดยสํารวจ สภาพปญหาและความตองการ ศึกษาแบบจําแนกประเภทผูปวย ในจักษุตามเกณฑที่มีใชอยูเดิม ไดแก สภาวะความเจ็บปวย 4 ตัวบงชี้ประกอบดวย 1) สัญญาณชีพ 2) อาการอาการแสดง ทางระบบประสาท อาการทางตา อาการแสดงทาง Chest pain 3)การไดรับการตรวจรักษาดวยการผาตัด หัตถการตออวัยวะที่ สําคัญตอการมีชีวิตการไดรับการตรวจรักษาดวยการผาตัดจักษุ4)พฤติกรรมที่ผิดปกติท่ีเปนอันตรายตอตนเองและผูอื่นจาก ปญหาการปรับตัวทางอารมณและจิตสังคมหรือสาเหตุอื่น และการดูแลขั้นต่ําที่ผูใชบริการควรไดรับ 4 ตัวบงชี้ประกอบดวย 1) ความสามารถในการปฏิบัติกิจวัตรประจําวัน 2) ความตองการขอมูล การสอนของผูใชบริการ ญาติและความตองการการ สนับสนุนดานจิตใจและอารมณ 3) ความตองการยา การรักษาหรือหัตถการและการฟนฟูและ 4) ความตองการบรรเทาอาการ รบกวนวิเคราะห และ ออกแบบ พัฒนาเครื่องมือ เกณฑการจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ ผานการหาความตรงดานเนื้อหา โดย ผูทรงคุณวุฒิ 3ทาน กอนนํามาทดลองใชคาความเที่ยงเชิงเนื้อหาเทากับ 0.7 คาความเที่ยงเชิงโครงสรางเทากับ 0.88 ผู ประเมินความเที่ยงในการจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ ไดแกพยาบาลวิชาชีพที่ปฏิบัติงานในหอผูปวยทางจักษุ 2 หอผูปวย จํานวน 27 คน การจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ แบงเปน 4 ระดับคือ ระดับที่ 4 ผูปวยหนักมาก ระดับที่ 3 ผูปวยหนัก ระดับที่ 2 ผูปวยปานกลางและระดับที่ 1 ผูปวยพักฟน ผลการวิจัย จากการทดลองใชเคร่ืองมือเกณฑการจําแนกประเภทผูปวยในจักษุในหอผูปวยทางจักษุ 2 หอผูปวย ไดแก หอผูปวยสามัญจักษุ และหอผูปวยพิเศษ8 ผูปวยที่ไดรับการประเมินจําแนกประเภทผูปวย จํานวน 60 ราย ผลการวิจัยพบวาคาความเที่ยง (Inter – Rater Reliability: IRR)อยูในระดับที่ยอมรับได เทากับ 0.90 จากการวิจัยในคร้ังนี้ผูบริหารทางการพยาบาลควรมีนโยบายนําเครื่องมือการจําแนกประเภทผูปวย ในทางจักษุไปใชในการจําแนกประเภทผูปวยในและศึกษาชั่วโมงความตองการทางการพยาบาลเพื่อวิเคราะห การจัดอัตรากําลังทางการพยาบาลตอไป คําสําคัญ การจําแนกประเภทผูปวยในจักษุ * กลุมงานวิชาการพยาบาลโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) ** รองผูอํานวยการดานการพยาบาลโรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) Corresponding Author : [email protected]
80 ประสิทธิผลของโปรแกรมการใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสริมทักษะ (IMB model) ตอระดับน้ําตาลในเลือด พฤติกรรมการควบคุมเบาหวาน และความรูการปฏิบัติตัวของผูปวยผาตัดจอตา นางเสาวลักษณ คูณทวี*นางลินดา อองนก** บทคดัยอ การวิจัยครั้งนี้เปนการวิจัยกึ่งทดลองแบบสองกลุมวัดผลกอนและหลังทดลอง เพื่อศึกษาประสิทธิผล ของโปรแกรมการใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสริมทักษะ (IMB model)ตอระดับน้ําตาลใน เลือด พฤติกรรมการควบคุมเบาหวาน และความรูในการปฏิบัติตัวของผูปวยผาตัดจอตา เก็บขอมูลวิจัย ระหวางเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2566 ผูวิจัยคัดเลือกผูปวยเบาหวานขึ้นจอตา แผนกผูปวยนอกจักษุ ที่มี คุณสมบัติตามเกณฑที่กําหนด อายุ 30 ปขึ้นไปทั้งเพศชายและหญิง มีระดับน้ําตาลในเลือดหลังอดอาหาร 140-250 มิลลิกรัมตอเดซิลิตร ไมเคยผาตัดจอตามากอน กลุมตัวอยาง60 คนแบงเปนกลุมทดลองและกลุม ควบคุม กลุมละ30 คน มีคณุสมบัติคลายคลึงกันดานระดับน้ําตาลในเลือดหลังอดอาหารและชนิดของยาที่ใชใน การรักษาเบาหวาน กลุมควบคุมไดรับการพยาบาลตามปกติ กลุมทดลองไดรับโปรแกรมการใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสรมิทักษะ (IMB model)เปนเวลา 4 สัปดาหเครื่องมือวิจัยประกอบดวย โปรแกรม การใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสริมทักษะรวมกับการใชสื่อวีดีทัศนและคูมือการปรับเปลี่ยน พฤติกรรมสุขภาพ ติดตามเยี่ยมทางโทรศัพทและระบบใหคําปรึกษาทางไกลทุกสัปดาห แบบสอบถามขอมูล สวนบุคคลและระดับน้ําตาลในเลือดหลังอดอาหาร แบบสอบถามพฤติกรรมการควบคุมเบาหวาน แบบสอบถามความรูการปฏิบัติตัวผูปวยผาตัดจอตา ตรวจสอบความตรงตามเนื้อหาจากผูทรงคุณวุฒิ 3 ทาน ไดคา CVI แบบสอบถามพฤติกรรมการควบคุมเบาหวานเทากับ 0.86 แบบสอบถามความรูการปฏิบัติตัวผูปวย ผาตัดจอตาเทากับ 1 คาความเชื่อมั่น 0.83วิเคราะหขอมูลดวยสถิติเชิงพรรณนาและการทดสอบคาที ผลการวิจัยสรปุไดดังนี้คาเฉลี่ยระดับน้ําตาลในเลือดของกลุมทดลองนอยกวากอนทดลองและนอยกวา กลุมควบคุมอยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<.001) คาเฉลี่ยคะแนนพฤติกรรมการควบคุมเบาหวานและคาเฉลี่ย คะแนนความรูการปฏิบัติตัวผูปวยผาตัดจอตาของกลุมทดลองมากกวากอนทดลองและมากกวากลุมควบคุม อยางมีนัยสําคัญทางสถิติ (p<.001) มีผูปวยงดหรือเลื่อนผาตัดเนื่องจากน้ําตาลในเลือดสูงของกลุมทดลอง 1 คน กลุมควบคุมมีระดับน้ําตาลในเลือดสูง 5 คน สรุปและขอเสนอแนะ การใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสริมทักษะแกผูปวยผาตัดจอตา สงผลใหมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการควบคุมเบาหวาน ระดับน้ําตาลในเลือดลดลงและมีความรูในการ ปฏิบัติตัวกอนและหลังผาตัด ควรนํารูปแบบดังกลาวรวมกับการเดินออกกําลังกายและการแกวงแขน เพื่อ สงเสริมใหผูปวยเบาหวานควบคุมระดับน้ําตาลในเลือดไดดียิ่งขึ้น คําสําคัญ: การใหขอมูลขาวสาร การสรางแรงจูงใจและสงเสริมทกัษะ, ระดับน้ําตาลในเลือด, พฤตกิรรมการ ควบคุมเบาหวาน, ความรกูารปฏิบัติตัว, ผาตัดจอตา *พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง) **พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ (วัดไรขิง)
81 Effectiveness of Giving Information, Motivation, and Behavior Skills Model (IMB model) on Blood Sugar Level, Diabetes ControlBehavior, and Practical Knowledge in Patients Undergoing Retinal Surgery Saowaluck Kumtawee* Linda Ongnok** Abstract This is a quasi-experimental research with two-group, pre- and post-experimental study, which aimed to study the effectiveness of giving information, motivation, and behavior skills model ( IMB model) on blood sugar level, diabetes controlbehavior, and practical knowledge in patients undergoing retinal surgery. Data collection was conducted from May 2023 – July 2023. The researchers selected patients undergoing retinal surgery who met the selection criteria of 30 years and over, both males and females, at the ophthalmic outpatient department. A sample of 60 patients who had a fasting blood sugar level of 1 4 0 -2 5 0 mg/dL and never underwent retinal surgery was equally divided into experimental and control groups, each group of 30 patients. The sample met the common criteria in terms of a fasting blood sugar level and types of diabetes medications. The control group received regular nursing care. The experimental group received the information, motivation, and behavior skills model (IMB model) for 4 weeks. Research tools were the information, motivation, and behavior skills model (IMB model), together with the use of visual media and a manual on health behavior change, weekly follow-up visits by telephone and teleconsultation, as well as the questionnaire on personal information and a fasting blood sugar level, the diabetes controlbehavior questionnaire, and the questionnaire on practical knowledge in patients undergoing retinal surgery. Content validity was evaluated by 3 expert reviewers. The CVI of the diabetes controlbehavior questionnaire, the questionnaire on practical knowledge in patients undergoing retinal surgery, and the reliability were 0.86, 1, and 0.83, respectively. Data were analyzed by descriptive statistics and t-tests. The results revealed that the mean score of a fasting blood sugar level in the experimental group was lower than before receiving the information, motivation, and behavior skills model (IMB model) and in the control group, with a statistical significance of p<.001. Furthermore, the mean scores of diabetes controlbehavior and practical knowledge in patients undergoing retinal surgery in the experimental group were higher than before receiving the information, motivation, and behavior skills model ( IMB model) and in the
82 control group, with a statistical significance of p<.001. There was 1 patient in the experimental group who had hyperglycemia, and 5 patients in the control group. The conclusion and recommendation were that giving information, motivation, and behavior skills model (IMB model) in patients undergoing retinal surgery had a positive effect on diabetes controlbehavior, lower blood sugar level, and practical pre- and post-surgery knowledge. The results suggested that the IMB model should be further implemented with walking exercises and arm swings in order to encourage diabetic patients to properly manage their blood sugar levels. Keywords: giving information, motivation, and behavior skills, blood sugar level, diabetes control behavior, practical knowledge, retinal surgery *Registered Nurse, Professional Level, Mettapracharak Hospital (Watraikhing) **Registered Nurse, Professional Level, Mettapracharak Hospital (Watraikhing)
83 Continuous Renal Replacement Therapy And Liver Dialysis ทีม/คณะกรรมการ นางสาวศรีสุดา ศรีเพ็ง พยาบาลวิชาชีพปฏิบัติการ อ.พญ.สุดารัตน ปยะศิริเดช นายแพทยชํานาญการ คําสําคัญ แนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับ Continuous renal replacement therapy, Acute kidney injury, AKI,High Flux – SPAD ในผูปวยAcuteliver failure, Single pass albumin dialysis การบงชี้ความรู(หลักการและเหตุผล) ภาวะไตวายเฉียบพลัน(Acute kidney injury, AKI)เปนภาวะที่เกิดจากการทํางานของไตผิดปกติ ซึ่งหากไมไดรับการดูแล รักษาอยางอยางเหมาะสม อาจจะเกิดอันตรายและผลแทรกซอนแกผูปวยได เปนภาวะที่เกิดการสูญเสียการทํางานของไตใน ชวงเวลาเปนชั่วโมงหรือเปนวันเปนผลใหเกิดการคั่งของของเสียและการควบคุมสมดุลกรด ดาง รวมทั้งปริมาณน้ําและเกลือแรใน รางกายที่ผิดปกติซ่ึงถาไมไดรับการรักษาอยางอยางเหมาะสมอาจมีอันตรายถึงชีวิตไดสาเหตุของภาวะไตวายเฉียบพลันมีได หลายสาเหตุไดแก เชน ความผิดปกติของการไหลเวียนโลหิตในรางกาย การติดเชื้อในระบบตางๆของรางกายการเสียเลือดจํานวน มากหรอืภาวะขาดน้ําอยางรุนแรงของรางกายผูปวยไขเลือดออกในภาวะช็อกผูปวยภาวะหัวใจวายการไดรีบยาหรือสารพิษที่มี ผลตอการทํางานตอไต โดยยาที่พบบอย ไดแก ยาปฏิชีวนะ ยาแกอักเสบชนิดที่ไมใชสเตียรอยด (Non steroidal anti inflammatory drug, NSAIDS)ยาสมุนไพรที่ไมไดมาตรฐาน หรือการไดรับสารทึบแสงในการเอกซเรยคอมพิวเตอร ซึ่งยาเหลานี้มี ผลตอการทํางานของไตโดยเฉพาะในผูปวยทีมีภาวะไตเสื่อมอยูเดิม อาจทําใหมีภาวะไตวายเฉียบพลันซ้ําซอนได ภาวะตับวายฉับพลัน (Acuteliverfailure)เปนหน่ึงในภาวะอันตรายที่อาจทําใหเสียชีวิตไดเนื่องจากตับเปนอวัยวะ สําคัญที่ทําหนาที่ขจัดของเสียที่เกิดจากกระบวนการเมแทบอลิซึมของรางกายและสรางภูมิคุมกัน เมื่อตับสูญเสียทําหนาที่การ ทํางานจะสงผลใหอวัยวะอื่น ๆไดรบัผลกระทบตามไปดวย ดังนั้นผูปวยท่ีมีภาวะAcutekidneyinjuryและAcuteliverfailureควรไดรับการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องอยาง รวดเร็วและเหมาะสม เพื่อใหไดรับการบําบัดรักษาที่มีประสิทธิภาพ ผูปวยไดรับประโยชนสูงสุดและปลอดภัยมากที่สุด วิธีการKMP บงชี้ความรู(Knowledge Identification) พัฒนาความรูความเขาใจ ทักษะการดแูลผูปวยไดรับ Continuous renal replacement therapy ในผูปวยที่มีภาวะ Acute kidney injuryและการทาํ High Flux – SPAD ในผูปวยAcuteliver failure การสรางและแสวงหาความรู(Knowledge Creation and Acquisition) พัฒนาโปรแกรมการใหความรูเรื่องแนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับ Continuous renal replacement therapy และแนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับการทํา High Flux – SPAD ในผูปวยliver failure
84 การจัดความรูใหเปนระบบ(Knowledge Organization),การประมวลและกลั่นกรองความรู (Knowledge Condification and refinement),การแบงปนแลกเปลี่ยนความรู(Knowledge Sharing) จัดอบรมความรูความเขาใจ และพัฒนาทักษะการดูแล รวมทั้งจัดทําคูมือปฏิบัติงานในการดูแลผูปวย ที่ไดรับ Continuous renal replacement therapy และแนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับการทํา High Flux – SPAD ในผูปวยliver failure บทเรียนที่ไดรับ เพิ่มพูนความรูความเขาใจ พัฒนาทักษะการดูแลผูปวยที่ไดรบั Continuous renal replacement therapy และแนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับการทํา High Flux – SPAD ในผูปวยAcute liver failure การพัฒนาตอเนื่อง จัดโปรแกรมใหความรูความเขาใจ และฝกทักษะการดูแลผูปวยที่ไดรับ Continuous renal replacement therapy และแนวทางการดูแลผูปวยที่ไดรับการทํา High Flux – SPAD ในผูปวยAcuteliver failure Continuous Renal Replacement Therapy And Liver Dialysis ภาวะโรคไตในภาวะวิกฤตเปนภาวะที่มีความเรงดวนในการดูแลแกไขปญหาของผูปวย โดยเฉพาะ อยางยิ่งผูปวยที่มีระบบการทํางานของอวัยวะตางๆลมเหลวหลายอวัยวะรวมกัน ภาวะดังกลาวพบไดมากขึ้น ในปจจุบัน การดูแลผูปวยเพื่อไมใหเกิดภาวะนี้หรือตรวจพบภาวะนี้ใหรวดเรว็ตลอดจนการใหการดูแลที่ เหมาะสมเปนสิ่งสําคัญเพื่อใหผูปวยสามารถรอดชีวิต ผานพนจากภาวะวิกฤต ใหมีเวลาพอที่รางกายจะฟนฟู สภาพการทํางานของอวัยวะตางๆ เพื่อใหผูปวยสามารถกลับไปดํารงชีวิตในสังคมอยางปกติหรือใกลเคยีงปกติ มากที่สุดความสําเร็จในการชวยเหลือผูปวยใหผานพนภาวะโรคไตในภาวะวิกฤตตองอาศยัความเชี่ยวชาญ ความรูความสามารถของบุคลากรในทีม ทั้งแพทย, พยาบาลและทมีสนับสนุน รวมทั้งประสิทธิภาพการ รวมกันทํางานเปนทีม บทบาทในการใหการพยาบาลผูปวยกอนการบําบัดทดแทนไตดวยเครื่องฟอกไตแบบตอเนื่อง บทบาทในการเตรียมความพรอมทางดานรางกายและจิตใจ ในการใหการพยาบาลผูปวยไตวาย ฉับพลัน พยาบาลตองตระหนักเสมอวา ผูปวยและญาติมีความวิตกกังวลและมีความเครียดสูง ผูปวยตองการ กําลังใจและความเขาใจเกี่ยวกับทางเลือกในการรกัษา ขั้นตอนในการรักษา ผลการรักษา การพยากรณของ โรค ภาวะแทรกซอน ระยะเวลาในการรักษาคาใชจายในการรกัษา พยาบาลจึงตองสรางความเชื่อมั่นในทมีการ พยาบาลใหกับผูปวยและญาติ โดยอธิบายเหตุผล พรอมตอบขอซักถาม ขอสงสัย โดยไมปดบัง เพื่อใหผูปวย และญาติมีสวนรวมตัดสินใจในการรักษา เลือกวิธีการรักษาดวยตนเอง เพื่อใหผูปวยคลายความกังวล ยอมรับ การรักษา และ ใหความรวมมือในการรักษาเพื่อประโยชนในการรักษาสูงสุดสําหรับผูปวย และยังตองคํานึงถึง ครอบครัวของผูปวยอีกดวย
85 บทบาทในการใหการพยาบาลผูปวยขณะการบําบัดทดแทนไตดวยเครื่องฟอกไตแบบตอเนื่องโดยปฏิบัติ ตามแผนการพยาบาลที่กําหนดไว พยาบาลตองมีการเฝาระวังภาวะแทรกซอนที่อาจเกิดขึ้นในระหวางการฟอกเลือดทั้งดานผูปวยเชน ภาวะความดันโลหิตต่ํา ภาวะหัวใจเตนผิดจังหวะ เปนตนและดานวงจรการฟอกเลือด เชน ภาวะวงจรการ ฟอกเลือดอุดตัน การเกิดฟองอากาศในวงจรการฟอกเลือด เปนตนเพื่อใหผูปวยมีความปลอดภัยมากที่สุด บทบาทพยาบาลในการใหการพยาบาลผูปวยภายหลังการบําบัดทดแทนไตดวยเครื่องฟอกไตแบบตอเน่ือง พยาบาลมีบทบาทในการใหคําแนะนําผูปวยเกี่ยวกับการปฏิบัติตัวหลังไดรับการบําบัดทดแทนไตเพื่อใหสามารถ กลับไปดูแลตัวเองที่บานไดหรือในกรณีที่ผูปวยตองไดรับการบําบัดทดแทนไตตอไป พยาบาลควรใหขอมูลเกี่ยวกับการติดตอ สถานที่ในการฟอกเลือดการสงเสริมใหญาติมีสวนรวมในการใหการดูแลผูปวยเพื่อใหผูปวยมีคณุภาพชีวิตที่ดี ดังนั้นบทบาทของพยาบาลจึงมีความสําคัญเปนอยางมากในการใหการดูแลผูปวยที่ตองไดรับการบําบัดทดแทนไต แบบตอเนื่องควรมีการประเมินผูปวยแบบองครวมทั้งดานรางกาย จิตใจ จิตสังคมและจิตวิญญาณ ทั้งกอน ขณะและหลังไดรับ การบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องเพื่อปองกันภาวะแทรกซอนที่อาจเกิดขึ้นรวมทั้งใหขอมูลแกญาติและครอบครัวผูปวยใหมี สวนรวมในการตัดสินใจเกี่ยวกับแผนการรกัษาเพื่อใหเปนประโยชนและตรงกับความตองการของผูปวยและญาติมากที่สุด รูปแบบของการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่อง (Modalities of Continuous renal replacement therapy)
86 รูปที่ 1รูปแบบของการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องพื้นฐานที่ใชในปจจุบัน A, Slow continuous ultrafiltration (SCUF). B, Continuous venovenous hemofiltration (CVVH). C,Continuous venovenous hemodialysis (CVVHD). D, Continuous venovenous hemodiafiltration (CVVHDF). Di , dialysate in; Do, dialysate out; P, pump; Qb, blood flow; Qd, dialysate solution flow; Qf , replacement solution flow; Quf, ultrafiltration flow; Rpre, replacement solution prefilter; Rpost, replacement solution postfilter; UF, ultrafiltration. Extracorporeal blood purification for Liver Failure หลักการดูแลผูปวยตับวายเฉียบพลันคือการหาและขจัดสาเหตุที่ทําใหตับวาย การรกัษาประคับประคองจนกวา ตับจะมีการฟนตัว ในผูปวยที่ตับไมสามารถฟนตัวกลับมาทําหนาที่ไดตองไดรับการพิจารณารักษาดวยการปลูก ถายตับสวนการรักษาภาวะตับวายเรื้อรังระยะสุดทายที่ไมมีโอกาสฟนตัวมีเฉพาะการพิจารณารักษาดวยการ ปลูกถายตับ การบําบัดทดแทนตับ (Liver support) ดวยเครื่องมือพิเศษนั้นในปจจุบันมีบทบาทมากขึ้น โดย ชวยผูปวยในกรณีที่ลดความรุนแรงของภาวะตับวายฉับพลันเพื่อรอเวลาใหตับฟนตัวในกรณีตับวายฉับพลัน หรือ ระหวางรอกระบวนการปลูกถายตับการบําบัดทดแทนตับในปจจุบันที่สามารถมาใชไดจริงทางคลินิกนั้น เปนประเภทการบําบัดทดแทนตับโดยไมใชเซลล มีอยูหลายรูปแบบ เชน high-volume plasmapheresis, plasmaadsoption, Prometheus® , MARS® , single-pass albumin dialysis (SPAD) ดานผูปวย 1.ความดันโลหิตต่ํา (Intradialytic Hypotension) เปนภาวะแทรกซอนที่พบไดบอย รอยละ 30-60 ของผูปวยวิกฤติที่ทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่อง เนื่ อ งจ าก พ ย า ธิ ส ภ า พ ข อ งโร ค อั น ได แ ก ภ าวะ ข า ด น้ํ า(hypovolemia), cardiac dysfunction, hypoalbuminemia การไดรับยาในกลุม vasodilatorโดยเฉพาะในขณะหลังตอวงจรใหม 2.การเกิดเลือดออกผดิปกติ(abnormal bleeding) ภาวะเลือดออกผิดปกติเปนภาวะแทรกซอนที่พบไดในผูปวยไตวายฉับพลันที่ทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องเนื่องจากกลไก การเกิดไตวายฉับพลัน ทําใหเกิดความผิดปกติของระบบการแข็งตัวของเลือด สงผลใหมีการลดลงของสารตานการแข็งตัวของ เลือด และยับยั้งกระบวนการสลายกอนเลือด(fibrinolysis) นอกจากนี้ ในกระบวนการนําเลือดออกมาผานวงจรการฟอกเลือดเพื่อ ฟอกเลือดนอกรางกาย จะทําใหมีการกระตุนการเกิดการแข็งตัวของเลือด จึงมีความจําเปนที่จะตองใหสารตานการแข็งตัว ของเลือดจึงเปนการเพิ่มความเสี่ยงตอการเกิดภาวะเลือดออกผิดปกติอีกทางหนึ่ง 3. ภาวะอุณหภูมิรางกายต่ํา(Hypothermia) ภาวะอุณหภูมิรางกายต่ําสามารถพบไดในผูปวยวิกฤติที่ทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องเน่ืองจาก ผูปวยตองไดรับสารน้ําทดแทน(Replacement fluid)ระหวางการทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่อง โดยเฉพาะการทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องแบบ Manual ซึ่งไมมีเครื่องกําหนดอุณหภูมิ (Warm replacement)กอนเขาผูปวยจากการศึกษาวิจัยพบวา ผูปวยมีอุณหภูมิแกนกลางของรางกาย(Core body
87 temperature)ลดลงรอยละ 5-50 หรือคาเฉลี่ยของอุณหภูมิกาย(Body temperature)ลดลง 2.8 องศา เซลเซียส สงผลทําใหเกิดการสูญเสียพลังงานความรอนตอวันประมาณ750กิโลแคลลอรี่ตอวัน 4. Catheter dysfunction เกิดจากการมีการวนกลับเขามาของเลือดที่ถูกฟอกแลว ภายในสายสงฟอกเลือดทําใหมีความเขมขน ของเลือดเพิ่มขึ้น เกิดการแข็งตัวของเลือดไดงายขึ้น และสงผลไปถึงตัวกรองมีการอุดตัน อัตราการขจัดของเสีย ลดลง และอีกสาเหตุหนึ่งคือมีการหักพับงอของสาย สังเกตไดจากกระเปาะ (Pillow) ของ Arterial blood line แฟบ หรือ สาย Arterial blood line มีการกระตุกแรงขึ้น แสดงวาเลือดไหลออกจากสายสงฟอกเลือดไม สะดวก ในขณะที่Blood pump ยังทํางานอยู จึงเกิดภาวะสุญญากาศในวงจร หรืออาจเกิดจากความดัน โลหิตต่ํา 5.ภาวะความไมสมดุลของเกลือแรและความเปนกรด- ดาง (Electrolyte imbalanceand acid-base imbalance) ภาวะความไมสมดุลของเกลือแรและความเปนกรด ดางเปนปญหาที่พบไดบอย เกิดขึ้นไดจากพยาธิ สภาพของผูปวยเนื่องจากการสูญเสียไตวายฉับพลัน เพราะไตทําหนาที่ควบคุมเกลือแรและสมดุลกรดดางใน รางกาย อีกทั้งการรักษาโดยการทําการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่องผูปวยตองไดรับ สารน้ําทดแทน (Replacement fluid) ซึ่งมีสวนประกอบของเกลือแรจํานวนมาก ดังนั้นจึงตองเฝาระวังการเกิดสมดุลเกลือแร ที่ผิดปกติ(Electrolyte Imbalances) และAcid-base Imbalances ในผูปวยกลุมนี้มากยิ่งขึ้น ดานวงจรการฟอกเลือด 1.การเกิดลิ่มเลือดในวงจรฟอกเลือดนอกรางกาย (Clotting) การแข็งตัวของเลือดในวงจรการฟอกเลือดทําใหประสิทธิภาพการขจัดของเสียลดลง สูญเสียเลือด เพิ่มคาใชจาย ตําแหนงวงจรในการฟอกเลือดที่พบวามีการแข็งตัวของเลือดที่พบบอยคือ Hemofilter และ Venous drip chamber 2.การเกิดฟองอากาศในวงจรการฟอกเลือด(Air detection alarm) มีฟองอากาศใน venous blood line จากการที่เราเตรียมวงจรแลวไลฟองอากาศไมหมด มีการหลุด ของขอตอตางๆกอนถึง blood pump อาจกอใหเกิดอันตรายกับผูปวยเมื่อฟองอากาศหลุดลอยเขาไปใน รางกาย 3.แรงดันในวงจรการฟอกเลือดผิดปกติ(Pressure alarm) อาจเกิดจากหลายสาเหตุเชน สายสงฟอกเลือดตําแหนงไมดีชนกับผนังหลอดเลือด เกิดลิ่มเลือดในวงจรการฟอกเลือด เปนตน การใหการพยาบาลผูปวยดวยวิธีการบําบัดทดแทนไตแบบตอเนื่อง โดยสวนใหญผูปวยจะอยูในภาวะวิกฤติ ที่ตองทําการ รักษาดวยอุปกรณและเครื่องมือเปนจํานวนมากซึ่งผูปวยและญาติตองมีความเครยีดสูงดังนั้นพยาบาลตองคํานึงถึงการใหการ พยาบาลแบบองครวม (holistic approach) คือในทุกดาน โรคทางรางกาย ภาวะจิตใจ ครอบครัว สิ่งแวดลอม สังคม ตลอดจน ผลกระทบตาง ๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการรักษา ลดปญหาและผลกระทบที่เกิดจากการรักษาและสําคัญที่สุดก็ เพื่อคณุภาพชีวิตที่ดีของผูปวยหลังการรกัษา
88 บรรณานุกรม 1.Bellomo R, Ronco C, Kellum JA et al. Acute renal failure - definition, outcome measures, animal models, fluid therapy and information technology needs: the Second International Consensus Conference of the Acute Dialysis Quality Initiative (ADQI) Group. Crit Care 2004; 8: R204-12. 2.. ณัฐชัย ศรสีวัสดิ์.Continous Renal Replacement Therapy.HEMODIALYSIS RENAL REPLACEMENT THERAPY: 2014 R 1119-1130 3. ปวีณา สุสัณฐิตพงษ. Acute hemodialysis and CRRT in AKI.HEMODIALYSIS Practical Advanced Course: 2013 R 109-159 4. พัชรินทร อินทรจันทร.การพยาบาลผูปวยที่ไดรับการทําContinuous Renal Replacement Therapy.HEMODIALYSIS RENAL REPLACEMENT THERAPY: 2013 R 1151-1180,2013 5. กัลยพัทธ นิยมวิทย, จริยาพร วรรณโชติ. การพยาบาลผูปวยวิกฤตเด็กที่มีภาวะไตบาดเจ็บเฉียบพลันที่ไดรับ การบําบัดทดแทนไตชนิด Continuous Venovenous Hemofiltration Nursing Care for Critically Ill Children with Acute Kidney Injury Using Continuous Venovenous Hemofiltration. Journal of Phrapokklao Nursing College[internet].2016[cited 2017 Jun 1]Available from:http://thailand.digitaljournals.org/ 6.อนุตตร จิตตินันทน, กลศร ภัคโชตานนท, การดูแลรักษาผูปวยไตวายเฉียบพลันบรรณาธิการสมชาย เอี่ยม ออง, เกรียง ตั้งสงา.โรคไต กลไก พยาธิสรีรวิทยา การรักษา. กรุงเทพฯ : คณะแพทยศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย 2538 ; 306 -7 7.ธนันดา ตระการวนิช , Acute Complications of Hemodialysis.PRACTICAL HEMODIALYSIS:2556 R 341-381
89 การพัฒนารูปแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสาน รวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือ หลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน เพื่อเพ่ิมทักษะการคิดวิเคราะหโรคทางตา สําหรับพยาบาลวิชาชีพ นายวัชรธฤต ภาทันณ นักวิชาการคอมพิวเตอร หัวหนางานสารสนเทศทางการแพทยและสาธารณสุข กลุมภารกิจดานการพัฒนาระบบสุขภาพ ความสําคัญของปญหา โรงพยาบาลเมตตาประชารักษ(วัดไรขิง)กรมการแพทยนอกจากมีหนาที่ในการดูแลรักษาผูปวยแลวยังมีหนาที่และ พันธกิจในการถายทอดองคความรูและเทคโนโลยีทางการแพทยเฉพาะทางสาขาตาง ๆ โดยเฉพาะดานจักษุวิทยาใหแกสถาน บริการสุขภาพทั้งภาครัฐและภาคเอกชน ใหการเพิ่มพูนความรูและทักษะการปฏิบัติงานดานการบําบัดรักษาและฟนฟู สมรรถภาพทางการแพทยดานจักษุวิทยา แกแพทยและบุคลากรทางการแพทยโดยโรงพยาบาลไดถายทอดองคความรูวิชาการ ดานการปองกัน การรักษาโรคทางดานจักษุวิทยา มาอยางตอเนื่อง ใหแกแพทยและบุคลากรทางการแพทยทั่วประเทศ ดวย ความมุงมั่นในการพัฒนาโรงพยาบาลสูองคกรสมรรถนะสูง (High Performance Organization) จึงพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศ ดานการถายทอด องคความรูวิชาการดานจักษุวิทยา มาเปนระบบฝกอบรมออนไลนที่จะขยายโอกาสการเขาเรียนรูไดทุกที่ทุกเวลาเพิ่มชอง ทางการถายทอดวิชาการที่มีความทันสมัยใหแกแพทยและบุคลากรทางการแพทย ทั่วทุกเขตสุขภาพบริการทั้ง 13 เขตใหได เขาถึงองคความรูเพื่อนําไปบริการ ปองกันรกัษาโรคทางจักษุใหกับประชาชนคนไทยทั่วประเทศ ทั้งนี้ยังเปนการตอบสนองกับนโยบายสาธารณสุขและระบบบริการสุขภาพ ดานการใหบริการที่เปนเลิศ Service Excellence ในแผนงานการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ สาขาจักษุวิทยา และยุทธศาสตรดานการบริหารเปนเลิศ Governance Excellenceโดยการเปลี่ยนผานDigitalTransformationนําเทคโนโลยีมาพัฒนาระบบบรกิารและระบบบริหารจัดการเพื่อกาวสู การเปน Smart Hospital และการพัฒนาระบบฝกอบรมออนไลน ยังตอบสนองนโยบาย มุงเนนของกรมการแพทย ในการเปน DMS Academic Hub เปนศูนยกลางบริการวิชาการและงานวิจัยทางการแพทยเฉพาะทาง ในการพัฒนาบุคลากรทางการแพทย เฉพาะทาง สงเสริมการใชแพลตฟอรมการเรียนรู พัฒนา/ขยายหลักสูตรและกลุมเปาหมาย สําหรับการเรียน E-Learning Online สรางPlatformตนแบบการเรียนรูปแบบออนไลนขยายการใหบริการวิชาการทั้ง13เขตสุขภาพ ใหไดเรียนรูอยางทั่วถึงการ พัฒนานาํมาซึ่งการศึกษาวิจัยระบบเพื่อใหเกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผลของผลงานวิจัยอยางมีคุณภาพ วัตถุประสงค 1) เพื่อศึกษาสภาพและความตองการรปูแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรู แบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือ หลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน เพื่อเพิ่มทักษะการ คิดวิเคราะหโรคทางตา สําหรับพยาบาลวิชาชีพ
90 2) เพื่อพัฒนารูปแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรู แบบรวมมือหลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน เพื่อเพิ่มทักษะการคิดวิเคราะหโรคทางตา สําหรับพยาบาล วิชาชีพ 3) เพื่อทดลองใชรูปแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และ การเรียนรูแบบรวมมือหลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน เพื่อเพิ่มทักษะการคิดวิเคราะหโรคทางตา สําหรับ พยาบาลวิชาชีพ แผนการดําเนนิงาน กิจกรรม ปงบประมาณ 2565-66 ไตรมาส 1 ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ไตรมาส 4 ประชุมคณะทํางาน ผูมีสวนไดสวนเสีย ภาคสวนที่เกี่ยวของ เพื่อพัฒนาระบบ เขียนโครงการ ขออนุมัติคณะกรรมการบริหารโรงพยาบาล ตั้งคณะทํางานดําเนินการตามหลักสูตร ติดตอทีมวิทยากร ถายทํา ตัดตอ สรางเนื้อหาตามบทเรียน วิทยากรนักวิชาการตรวจสอบ ดําเนินการฝกอบรมออนไลนและออนไซต บริหารระบบและประเมินผลการเขาฝกอบรม และประเมินผลการใชงานระบบ วิธีดําเนินงาน (กิจกรรม) เครื่องมือที่ใชในการวิจัยประกอบดวย 1) แบบสัมภาษณแบบมีโครงสราง ดานสภาพความตองการจัดฝกอบรมใหกับบุคลากรภายใน และ ภายนอกโรงพยาบาล และดานเนื้อหาหลกัสูตรของระบบฝกอบรมออนไลน 2) แบบสอบถามสภาพความตองการจัดฝกอบรมใหกับบุคลากรภายใน และภายนอกโรงพยาบาล และดานเนื้อหาหลักสูตรของระบบฝกอบรมออนไลน 3) แบบประเมินสื่อ การอบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา 4) แบบทดสอบวัดผลการฝกอบรม หลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน 5) แบบสงัเกตพฤติกรรม การ ปฏิบัติกิจกรรมกลุมแบบรวมมือ 6) แบบประเมนิความสามารถการคิดวิเคราะห 7) แบบประเมินคุณภาพและรับรองการพัฒนารูปแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสาน 8) แบบ ประเมินความพึงพอใจของพยาบาล ที่มีตอระบบฝกอบรมออนไลนแบบผสมผสาน รวมกับกิจกรรม เรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือ สถิติพื้นฐานที่ใชในการวิจัยไดแก คาเฉลี่ย ( ), สวน เบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การทดสอบคาที , คาดัชนีความสอดคลอง IOC , คารอยละ , วิเคราะห ความยากงายของแบบทดสอบ (P) , คาอํานาจจําแนกของแบบทดสอบ (r) , วิเคราะหคาความเชื่อมั่น ของแบบทดสอบ (Reliability) ใชสูตร KR-20 ของคูเดอร–ริชารดสัน 20
91 ผลการศกึษาวิจัย สรุปผล ผลการวิจัยพบวา 1) ผลการศึกษาสภาพและความตองการรูปแบบการอบรมออนไลน แบบ ผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือ หลักสูตรโรคทางจักษุวิทยา เบื้องตน ผลการประเมิน มีคุณภาพอยูในระดับดีมาก (X = 4.82, S.D.= 0.19) 2) ผลการพัฒนารูปแบบการ อบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือหลักสูตรโรค ทางจักษุวิทยาเบื้องตน มีผลการประเมินคุณภาพอยูในระดับดีมาก (X = 4.61, S.D.= 0.55) 3) ผูเขารับการ ฝกอบรมดวยรูปแบบการอบรมออนไลนแบบผสมผสานรวมกับกิจกรรมเรียนรูแบบกรณีศึกษา และการเรียนรู แบบรวมมือหลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน เพื่อสงเสริมความสามารถการวิเคราะหโรคทางตา สําหรับ พยาบาลวิชาชีพ จํานวน 50 คน มีคะแนนแบบทดสอบกอนการอบรม (X 13.54, S.D.= 2.10) คะแนน แบบทดสอบหลังการอบรม (X = 26.26 , S.D.= 1.38) และเม่ือเปรียบเทียบคะแนนกอนอบรมและหลัง อบรม พบวา คะแนนสอบหลังการอบรม สูงกวาคะแนนสอบกอนการอบรมอยางมีนัยสําคัญทางสถิติที่ระดับ .05 4) ความพึงพอใจของผูเขารับการอบรมที่มีตอระบบอบรมออนไลนแบบผสมผสาน รวมกับกิจกรรมเรียนรู แบบกรณีศึกษา และการเรียนรูแบบรวมมือ หลักสูตรโรคทางจักษุวิทยาเบื้องตน มีคาเฉลี่ยรวมอยูในระดับ ดี มาก (X = 4.60, S.D.= 0.43)
92 ไมใชเลขาผูอํานวยการ คําวาพิเศษ หมายถีง …………อะไรที่ตองพิเศษมากกวามาตรฐาน เวลามีรับใหมที่เปนผูปวยคนสําคัญ นองๆมักจะเรยีกหัวหนามาดูแล ตอนรบัและซักประวัติรับใหมเสมอ บางคร้งัก็ติดภารกิจงานประชุมบางไมได รับแขกผูหลักผูใหญ ปลอยใหนองๆพยาบาล ผูชวยพยาบาลดูแลเพราะความไววางใจในฝมือนองๆทั้งการพูดจา กิรยิามารยาท เด็กๆรูงานไมตองหวง วันหยุด เสารอาทิตยขณะอยูบาน ดูซีรยีภาพยนตจีน สายไลนโทรเขามา “พี่ครับ เปนเลขาผูอํานวยการใช ไหมครับ ผมมีเรื่องรบกวนใหเลื่อนนัดผาตัดใหหนอย” พี่ตุก “ เดี๋ยวๆนะคะ นี่ไมใชไลนเลขาคะ“ พรอมทั้งแนะนําตัวไปวาเราเปนใคร มีอะไรใหชวยเหลือคะ สายไลนที่โทรเขาก็แจงความจํานงควาตองการประสานงานเร่ืองอะไร เราก็ดําเนินการจัดการใหทั้งโทรศัพท หาเลขานุการตัวจริง บอกเหตุและผลในการเปลี่ยนแพทยผูผาตัด พรอมทั้งแจงบุคคลที่เกี่ยวของใหทั้งหมดเพื่อ ทราบขอมูล รวมทั้งจัดหองพิเศษใหเรียบรอยเตรียมตอนรับ พอถึงวันที่เราดําเนินการไวใหเสร็จสรรพก็คิดวา จบงาน งานยังเขาไมขาดสาย เลขานุการตัวจริงแจงมาวาทานผูอํานวยการมาเยี่ยมพรอมทั้งทานรองอธิบดีชวง บายๆ ดิฉันก็ติดประชุมคะ แจงทีมดวนคะ ใหนองๆรับหนา พอผูบริหารกลับไปแลว เลิกประชุม เราก็ตองมา ดูแล VVIP กอนกลับบานเพื่อดูความเรียบรอยทานหลังผาตัดตอกระจก สายไลนหัวหนาพยาบาลก็โทรมาสั่ง ความเรื่องตางๆที่ตองดําเนินการใหเหมาะสม เราก็จัดเตรียมเอกสารไวใหนองๆลวงหนา เชาวันรงุขึ้น มารับเวร พรอมนองๆ ประโยคแรก “พี่ตุกคะ ฝากดูแลเช็ดตาหยอดยาใหคําแนะนํากอนกลับบานดวยคะ” นองพยาบาล ไดโอกาสใชหัวหนา เราก็เลยตองเปน member รับคําสั่งไปปฎิบัติงานโดยไมเกี่ยงงอน ดูแลทุกอยางรวมแม กระทั้งเข็นรถขนของไปสงทานที่รถหนาตึก ดูๆลูกนองใชงาน จนเวลาผานไปทานมาตรวจหลังผาตัด 1 สัปดาห ทานมีของฝากจากชลบุรีเกี้ยวกุงเจาอรอยมาฝากเจาหนาที่ward พิเศษชั้น 7 แตเรามีภารกิจไปรวมงานที่วัด ไรขิงไมอยู นองๆก็บอกวาทานฝากไวใหพี่หัวหนา 1 กลองคะ อืม..ความรูสึกที่ไดรับ เมื่อรับทราบ มันทําใหเกิด กําลังใจทํางาน แมของฝากของกินจะมีมาบอยๆไมขาดสาย ความประทับใจในงานบริการของเรา ดวยเพราะ เราบริการดี ผูรับบริการประทับใจและการที่เราบริการใครสักคนโดยที่ไมคลาดหวังผลตอบแทน เมื่อผูใหตอบ แทนดวยการแสดงน้ําใจเล็กๆนอยๆ ก็ทําใหผูรับมีความรูสึกที่ดีไดเสมอ ไมวาเราอยูตําแหนงไหน หรือไมใช แต เรามีจิตใจที่สาธารณะอยูเสมอ แมจะไมใชเลขาผูอํานวยการเราก็สามารถทําไดเกินความคลาดหมาย รุงอรุณ อาปะนนท พยาบาลวิชาชีพชํานาญการ
93 เรื่อง วาสนานานวม ครั้งหนึ่งดิฉันมีโอกาสไดดูแลพระรูปหนึ่งเปนผูปวยตอกระจกทานเลาวามาไกล มาจากภาคเหนือลูกศิษยลูกหาแนะนําและพามาตรวจรักษาที่ร.พ.เมตตาประชารักษ(วัด ไรข ิง)จนไดรับการผาตัดเพราะเปนที่มีชื่อเสียงทางดานจักษุจึงรสูึกไววางใจและมั่นใจใน การรักษาของแพทยพยาบาล ทานเลาตอไปเร่ือยๆวานอกจากปฏิบัตรธรรมแลวก็ยังเปนอาจารยสอนพระธรรม ดวยไมแ ปลกที่ทานชอบสนทนาไตถาม วันตอมาทานถามวาชื่ออะไรดิฉันตอบวาวาสนาคะทานวาชื่อไพเราะพรอมไดต้ัง ฉายาใหดั่งวาดิฉันเปนผูจะอุปสมบทที่ตองมีชื่อเปนภาษามคธฉะนั้นพระอุปชฌายะจึงตั้ง ชื่อใหใหมทุกรูปซึ่งเรยีกวา “ฉายา” เพื่อสะดวกในการอุปสมบทกรรมจากน้นัดิฉันจึงได ฉายาวาวาสนานานวมหลังจากมีฉายาแลว เวลาที่ทานถามหา ทานจะถาม วา “วาสนานานวมไมมาทํางานหรา” และนี่ก็เปนครั้งแรกคะที่ดิฉันมีฉายาโดยผูปวยต้ังให วาสนาวัฒนานิมิตกูล ผูชวยพยาบาลพิเศษชั้น7
94 FRIENDSHIP COFFEE เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2566 ที่ผานมา ทางหนวยงานไดรับแอดมิทผูปวยชายชาวตางชาติรายหนึ่ง อายุ 78ป มาดวยโรคตอกระจก แพทยนัดทําผาตัดนอกเวลา ผูปวยมาพรอมลามประจําตัวชายชาวไทย วัยกลางคน ทานหนึ่ง ขั้นตอนเตรียมพรอมการผาตัดผานพนไปดวยดี หลังผาตัดผูปวยกลับมาพักฟนที่ตึก พยาบาลไดเขา ไปแนะนําวิธีปฏิบัติตัวหลังผาตัดเหมือนผูปวยรายอื่นๆ เหมือนทุกครั้ง นี่ไมใชครั้งแรกที่ทางหนวยงานไดดูแลผูปวยตางชาติ ดังนั้นหนวยงานเราจึงมีแผนพับ และวิดีโอสอน หลังผาตัด ทั้งที่เปนภาษาไทย และภาษาอังกฤษใหผูปวยกลับไปปฏิบัติตัวที่บานดวยทุกคน ซึ่งทุกครั้งเราจะให ผูปวยไดเขียนขอเสนอแนะ เพื่อจะไดปรับปรุงแกไข ขอความในแผนพับใหไดภาษาและใจความที่เขาใจงายและ ถูกตองตามไวยกรณของเจาของภาษาโดยแท ค่ําคืนหลังผาตัด ผูปวยไมปวดตา แตก็ไมไดปฏิบัติตามคําแนะนํา เสียทั้งหมด ทําให เชารุงขึ้นหลังเปดตา แพทยจึงยังไมอนุญาตใหผูปวยกลับบานในชวงเชา นั่นเลยเปนสาเหตุใหผูปวยรายนี้ เริ่มไมสามารถอยูภายในหองเพื่อรอคําวินิจฉัยหลังผาตัดไดอยางสงบ ความพยายามในการแกไขความเบื่อหนายของฝอ (ขอใชศัพนามแทนผูปวยตางชาติทานนี้วา “ฝอ”คะ) เริ่ม บังเกิดขึ้นเปนระลอก เร่ิมจากเดินมาคุยกับพยาบาลทุก 15 นาทีโดยประมาณ แลวกลับหองไปเปนคร้ังคราว ในชวงสายๆ แลวออกมาอีกครั้งเวลา10.00น. รอบนี้ขอเขามานั่งคุยกับพยาบาลในเคานเตอร (แรกๆ ตักเตือน ใหใสmaskไดหลังๆ เร่ิมเดินมาไมไดใสmaskอีกแลว) ยอมรับโดยดีวาฝอคนนี้คอนขางดื้อเอาแตใจ แตจาก ประสบการณ การบอกเลา ฝอผานรอนหนาวมาหลายประเทศ ฝอทานนี้ ทราบภายหลังวาปนชาวเยอรมัน มา อยูเมืองไทยกวา 30 ปแลว ไมแปลกใจเลยที่จะพูดและใชคําภาษาไทยไดคลอง และคอนขางชัดเจนมาก จาก ขอมูลสวนตัวผูปวยที่ไดรับการขออนุญาตเปดเผยแบบโดยไมปดบังลวงหนาแลวนั้น ฝอพูดไดถึง 8 ภาษา ไทย เยอรมัน อังกฤษ จีน ญี่ปุน สวีเดน เดนมารก และ ชิลี เปนวิศวกรเครื่องจักรกลโรงงาน ยายมา หลายประเทศ แตลงหลักปกฐานที่ไทยเพราะติดใจสาวไทย แตงงาน 2 ครั้ง เลามาถึงชวงนี้ ฝอหันมาขอกาแฟฉันดื่ม เพราะ กาแฟฉันหอมมาก ฉันเลยจัดใหตามคําขอ ฝอขอบคุณและกลาววาปกติทานวันละ 6 แกว จากนั้นเราเลยขอโอกาสใหฝอ ดูแผนพับหลังผาตัด และแนะนําคําที่ควรแกไขตามไวยกรณซ่ึงฝอก็ให ความรวมมือเปนอยางดี และขอคาตอบแทนเปนกาแฟอีกแกว ฉันจัดใหแบบไมขัดใจ นั่งคุยจนเกือบเวลา อาหารเที่ยง จึงบอกใหฝอ กลับไป have lunch ที่หองและพักผอนสายตาบาง ตกบาย สัมพันธภาพระหวาง เรา มิสามารถเบนความคิดของฝอ ที่จะขอกลับบานใหไดภายในวันนี้ จึงรายงานแพทยประจําบานมาคุยกับฝอ ตองยอมรับในลูกตื้อของฝอจริงๆ แพทยอนุญาตใหกลับบานในชวงเย็นย่ําค่ําของวันเดียวกัน สมใจนางแลว กอนกลับนางมาลา พรอมขอบคุณสําหรับกาแฟมิตรภาพหอมๆ 2 แกว ถือเปนการเปดโลกที่ไมเคยพบเจอมา กอน ขอบคุณฝอเชนกันนะ บุญทวี ปานพึ่งดี ผูชวยพยาบาล พิเศษชั้น 7
95 ดูแลดวยใจประดุจญาติสนิท ดวยวันหยุดชวงสงกรานต ของทุกป รพ.ของเราจะมีพิธีรดน้ําดําหัวผูบริหารอยูเสมอ เฉกเชนเดียวกัน ทางหนวยงานพิเศษชั้น 7 มักใชโอกาสนี้ เยียวยาจิตใจผูสูงอายุ ที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาลชวงเทศกาล วันหยุดยาว ที่แพทยยังไมอนุญาตใหกลับบาน อาจเนื่องดวยตองใหยาฆาเชื้อ เปนเวลาหลายวัน ดวยการรดน้ํา ดําหัวคนไขผูสูงอายุ ที่ยังคงคางภายในตึก และลูกหลานอยูไกลจากตางจังหวัด ไมสะดวกเดินทางมาดูแลได ในชวงเทศกาลเนื่องจากการจราจรคับคั่ง สงกรานตปนี้ก็เชนกัน ฉันและเพื่อนๆในตึก ไดพรอมใจกันจัดเตรียม พวงมาลัยดอกไม น้ําอบที่หอม ชื่นใจ สําหรับผูปวยที่คางในตึก ตามจํานวนคนไขที่ไมไดกลับบาน หลังรับเวรเสร็จในชวงเชาของวัน เราก็ จัดเตรียมรถ นิมนตพระจากหิ้งพระในตึก มาขัดลาง ทําความสะอาด ถวายมาลัยเปนมงคล พรอมเดินขบวน เขาตามหองพักผูปวย ใหไดมีโอกาสสรงน้ําพระ และถวายพวงมาลัยที่ทางตึกเตรียมไวให เพื่อขอพรเปนศิริ มงคล หลายคน อธิษฐานขอใหหายปวย จะไดจําหนายออกจากโรงพยาบาล กอนหมดเทศกาล เพื่อไปสังสรรค กับลูกหลาน หลายคนอยากหายปวยจากโรคเรื้อรังตามความเชื่อวา ถาไดทําบุญใหญ ชีวิตจะดีขึ้น ผูปวยหญิงอายุ 80 ปโดยประมาณ ทานหนึ่ง ไดกลาวขอบใจ และชื่นชมในความเอาใจใสดูแลของ พวกเรา พรอมทั้งพูดวา “ยายไมเคยเจอคนนอกครอบครัว มารดน้ําแบบนี้มากอน รูสึกปลื้มใจที่เจาหนาที่ทั้ง ดูแลอาการปวยแลวยังดูแลแทนคนในบานอีก” จากนั้น ฉันสังเกตเห็นคุณยายทานนี้น้ําตาคลอ ซึ่งฉันก็ตื้นตัน ใจเชนกัน เพราะฉันเองก็ไมไดกลับบานตางจังหวัดไปหาแม และคนในครอบครัวเชนเดียวกับคุณยาย ใน วันหยุดยาวที่ผานมา ฉันจึงตอบกลับคุณยายไปวา “วันนี้ยายก็เหมือนญาติผูใหญที่บานหนูแหละคะ รดน้ําใหยายแลว ชวย อวยพรใหหนูแทนแมดวยนะ” จากนั้นไดมอบพวงมาลัยใสมือยายไวใหวางบนหมอนเพิ่มความหอมน้ําอบ ลง บนฝามืออีกครั้งพรอมรอยยิ้ม และคําอวยพรในใจจากคุณยาย ทุกเทศกาล ยอมมีผูเสียสละ ไมไดกลับบาน ในทุกป ปนี้ ปหนา รึปไหนๆ ขอเปนกําลังใจใหทุกทานที่ ทํางานชวงเทศกาลดวยคะ พัชรพร สุขเกษม ผูชวยพยาบาล พิเศษชั้น 7
96 ยังคงไวซึ่งตัวตนที่นายกยอง ในชวงระบาดโควิดสองปที่ผานมา เรามักจะมีเร่ืองเลานาประทับใจ จากหลากหลายมุมมองไมวาจะ เปนความประทับใจที่ไมรูลืม จากความสนุกสนาน ความรักและอบอุน หรือแมกระทั่ง ความระทึกใจ ที่มักจะ เกิดขึ้นระหวางทํางานประจําอยูเสมอ ปนี้เชนกัน เรื่องประทับใจครั้งนี้ เกิดขึ้นจากผูปวยหญิงอายุ 87 ป โดยประมาณทานหนึ่ง มาดวยโรค ตอกระจก ไดมาแอดมิท เพื่อเตรียมความพรอมในการผาตัดลวงหนา 1 วัน ตามขั้นตอนการรับการรักษา ในโรงพยาบาลตามปกติ หลังการซักประวัติจากญาติ จึงทราบวา ทานมีโรคประจําตัว เปนอัลไซเมอรเพียงโรคเดียว ที่ตอง รักษาดวยการรับยา และทานยาเปนประจํามากกวา 10 ป จากโรงพยาบาลรัฐบาลชื่อดังในเขต กรุงเทพมหานคร อาการสําคัญคือ มักหลงลืม วันเวลา รวมถึง ลูกหลาน อยูบอยครั้ง บางครั้งจําไมไดวาเคยมี ครอบครัว แตทานยังคงดูแลชวยเหลือตัวเองไดคอนขางมาก และชางเปนความโชคดีของทาน ทานมีบุตร 4 คน ที่คอยผลัดการดูแลเอาใจใสอยางใกลชิด ในทุกขั้นตอน เมื่อถึงคําถามที่พยาบาล ถามญาติวา ผูปวย ประกอบอาชีพอะไร ทานตอบดวยตัวเองวา “ยายเปนครู เกษียณแลว” พรอมทั้งยิ้มใหอยางนารัก เชาวันรุงขึ้น ฉันไดมีโอกาส ทําหนาที่ขยายมานตาใหคุณยายทานนี้ในตอนเชา เหมือนที่เคยปฏิบัติทุก ครั้งที่มีผูปวยมีคิวรอรับการผาตัดตอกระจกชวงเชา หนึ่งชั่วโมงที่คุณยายอยูในการดูแลของฉัน ระหวางที่ขยาย มานตา บทสนทนาของคุณยาย มักเปนคําถามที่ทําใหฉันตองตอบเพื่อไขขอสงสัย และลดความกังวลระหวาง ผาตัด ไมวาจะเปน ระยะเวลาในการผาตัด ระดับความเจ็บปวด หรือขั้นตอนการระมัดระวังระหวางการทํา ผาตัด ตองระวังสิ่งใดเปนพิเศษ ซึ่งกอเปนคําถาม ที่มักจะไดยินทุกวันจากคนไขที่รอผาตัดตอกระจก คุณยาย รูสึกกังวลไมนอย แตบุตรสาวก็นั่งฟงอยูใกลๆ พรอมรับฟงขอมูลไปดวยกัน ฉันเลยเปลี่ยนไปถามคุณยายบาง เพื่อเบนความสนใจและลดความกังวลวา คุณยายมีลูกกี่คน และคําตอบที่ไดรับฟงทําใหฉันรูสึกอึ้งเล็กนอย คุณ ยายตอบวา "พี่ยังไมแตงงานคะ” พรอมทั้งมองไปยังลูกสาว ที่มองความเปลี่ยนไปของแม แลวพูดอีกประโยควา “เธอมีปญหาอะไรถึงมองหนาชั้น” ตอนนั้นเองฉันถึงไดรูวา ถาคนไมเขาใจอาการของโรคอัลไซเมอร อาจมอง วาคุณยายพูดเลน แตลูกสาวที่อยูใกลชิด มีน้ําตาซึมๆ พรอมทั้งพูดเสียงสั่นวา “แมเอาอีกแลว” สวนตัวคุณ ยาย หันมาบอกฉันวา “ใครก็ไมรูไมนาไวใจ ฉันเปนครูนะ” ฉันรูสึกสงสารคุณยายไมนอย ทํางานสอนผูคน มากมายทั้งชีวิต แตพออายุบั้นปลาย กลับตองใชเวลาพักผอนในวัยที่จําความรูสึกดีๆ ที่ทําไว ขาดหายเปน ชวงๆ กลับมายอนมองตัวเอง หากอีกไมนาน เราเองก็คงตองเขาวัยที่อาจตองหลงลืมมากขึ้น ตามวาระเชนกัน แตถึงแมวา คุณยายจะหลงลืมยังงัย สิ่งหนึ่งที่คุณยายไมลืม คืออาชีพ และความเปนตัวตนอันนายก ยองในความเปนครูของคณุยาย ซึ่งลูกๆ ทุกคนยืนยันไดวา คุณยายจําไดเสมอ เพ็ญวิภา รัตนเดชากร พนักงานชวยเหลือคนไข ส.3