การสรา้ งคำกริยาดว้ ย Akhiran และ Sisipan
สงวนลิขสิทธ์ิตามพระราชบญั ญตั ลิ ิขสทิ ธิ์ ห้ามลอกเลยี นแบบ
ทำซ้ำ หรือคัดลอก สว่ นหนงึ่ สว่ นใดของหนงั สอื เล่มน้ี เวน้ แต่จะ
ไดร้ ับอนุญาตเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
หนงั สือชดุ เก่งภาษามลายู “การสรา้ งคำกริยา”
ช่อื เรือ่ ง การสรา้ งคำกริยาดว้ ย Akhiran และ Sisipan
ผเู้ ขยี น อาลยี ะห์ มะแซ
จำนวนหน้า 28 หนา้
ปี พ.ศ. 2564
ISBN (e-book)
จดั พิมพ์ 133 ถ.เทศบาล 3
มหาวทิ ยาลัยราชภัฏยะลา
คณะมนุษยศาสตร์และสงั คมศาสตร์
สาขาการสอนภาษามลายู
โทร 092703616
ก
คำนำ
หนังสือเก่งภาษามลายู “การสร้างคำกริยา”
เลม่ ที่ 6 เรือ่ ง การสร้างคำกริยาด้วย Akhiran และ Sisipan
เขียนขน้ึ เพ่อื ใชใ้ นการอ่านเสริมประกอบการเรียน รายวิชา
ไวยากรณ์ภาษามลายู และเป็นหนงั สือทใ่ี ห้ความรู้ด้าน การ
สร้างคำกริยาแก่ผทู้ สี่ นใจท่ัวไปที่จะเรยี น รู้ด้านภาษามลายู
หนังสือเล่มนี้ มีเนื้อหาเกี่ยวกับการเติม Akhiran -kan
การเติม Akhiran -i ความแตกต่างระหว่าง -kan และ -i
และการเตมิ Sisipan นอกจากน้ันยงั มแี บบทดสอบและเกมส์
สนกุ ๆ โดยสามารถแสกนผา่ นควิ อาร์โคด้
ผู้เขียนหวงั วา่ หนงั สือเลม่ นจ้ี ะมีประโยชนต์ ่อนกั ศึกษา
ที่เรียนรายวิชาไวยากรณ์ภาษามลายู และผู้ที่สนใจเรียน
ภาษามลายทู ว่ั ไป
อาลียะห์ มะแซ
ข
สารบญั
เน้อื หา หน้า
คำนำ ………………………………..………………………………….….... ก
สารบัญ ………………………………..………………..….………….……. ข
การสรา้ งคำกริยาดว้ ย Akhiran และ Sisipan …………….... 1
การเติม (Akhiran) …………………………………………………. 2
การเตมิ Akhiran -kan ………………………………………......4
การเติม Akhiran -i ……………………………...................... 10
ความแตกต่างระหวา่ ง -kan และ -i ………………………… 16
การเตมิ Sisipan .......................................................... 18
บรรณานกุ รม ...................................................................... 21
1
การสรา้ งคำกริยาดว้ ย Akhiran และ Sisipan
(Pembentukan Kerja dengan Akhiran
dan Sisipan)
2
กจิ กรรม -kan และ -i การเติมหน่วยคำเติมหลังคำรากศัพท์
(Akhiran)
การสร้างคำกริยาในภาษามลายูด้วยหน่วยคำเตมิ
Akhiran ท่ีใช้อยู่เสมอ มี 2 หนว่ ยคำด้วยกนั คอื -kan และ -i
ท้งั สองหน่วยคำน้ีสามารถสร้างคำกริยาท่ีตอ้ งมีกรรมมารองรับ
คำท่ลี งทา้ ยดว้ ย -kan และ -i ทำหน้าท่ีสรา้ งคำกริยาในประโยค
pasif
ประโยค pasif เป็นประโยคมโี ครงสร้างที่เน้นกรรม
หรอื objek เป็นผู้ถูกกระทำ โครงสรา้ งประโยค คอื objek +
subjek + kata kerja (-kan/-i)
สตู ร 1 O + S + K (-kan/-i)
สูตร 2 O + (di-) K + oleh + S
3
S = subjek หมายถึง ผกู้ ระทำ
K = kata kerja หมายถึง การกระทำ
O = objek หมายถึง ผ้ถู กู กระทำ
ตวั อย่างประโยค
Rumah itu kami dirikan.
O S K(-kan)
kami (พวกเรา) เปน็ ประธาน เพราะเปน็ ผู้กระทำ
dirikan (สร้าง) เป็นกรยิ า เพราะเป็นการกระทำ
rumah itu (บ้าน หลังนั้น) เ ป็นกรรม เพราะเป็น
ผู้ถกู กระทำ
Pondok kecil itu saya duduki.
O S K(-i)
saya (ฉนั ) เปน็ ประธาน เพราะเปน็ ผ้กู ระทำ
duduki (อยู่/อาศยั ) เปน็ กริยา เพราะเป็นการกระทำ
4
pondok kecil itu (กระท่อมหลงั เล็กนัน้ ) เป็นกรรม
เพราะเปน็ ผูถ้ ูกกระทำ
Ikan digoreng oleh saya.
O + (di-) K + oleh + S
ikan แปลวา่ ปลา เป็นประธาน (ผ้ถู ูกกระทำ)
digoreng แปลว่า ทอด เป็นกริยา
oleh แปลวา่ โดย เป็นภาคขยาย (บางครงั้ ไม่ต้องใสก่ ไ็ ด้)
saya แปลว่า ฉัน เป็นกรรม (ผู้กระทำ)
การเติม akhiran -kan
หน่วยคำเตมิ -kan สามารถผันกับคำนาม (kata nama)
คำกริยา (kata kerja) คำคุณศัพท์ (kata adjektif) และกับคำ
บอกหน้าที่ (kata tugas) เพ่ือสรา้ งคำกรยิ า
5
ตวั อยา่ ง
คำนาม + -kan
buku = bukukan
sekolah = sekolahkan
pasar = pasarkan
riwayat = riwayatkan
คำกริยา + -kan
baca = bacakan
beli = belikan
cari = carikan
คำคุณศพั mทa์ +sakkan= masakkan
6
besar = besarkan
panjang = panjangkan
tinggi = tinggikan
sejuk = sejukkan
คำบอกหนา้ ที่ + -kan
serta = sertakan
jangan= jangankan
sudah = sudahkan
dahulu = dahulukan
dahulu = dahulukan
7
หน่วยคำเติม -kan จะสร้างคำกริยาท่ีต้องการกรรม
โดยปกตแิ ล้ว -kan จะมีหน่วยคำเตมิ meN- beR- mempeR-
dipeR- และ di- มาควบกัน เช่น menjadikan, didirikan,
mempermudahkan เปน็ ต้น แต่หนว่ ยคำเติม -kan ท่ีไม่ได้
ควบกันจะมี 2 ประเภทประโยคเทา่ น้ัน คอื 1) ประโยค pasif
กับบรุ ษุ สรรพนามท่ีหน่ึง และ บุรุษสรรพนามที่สอง 2) ประโยค
คำส่งั
1) ประโยค pasif กับบุรุษสรรพนามท่ี 1 และ 2 โดย
สามารถใชส้ ตู รท่ี 1 หรอื สามารถดรู ายละเอียดในบทท่ี4
ตวั อยา่ ง
ประโยค
Rumah itu kami dirikan bersama-sama.
บ้านหลงั น้ันเราสร้างด้วยกัน
Kisah itu anda riwayatkan dengan jelas.
เรื่องน้นั คุณได้เล่าอย่างชดั เจน
8
Hasil penyelidikan itu saya bukukan.
ผลการวจิ ัยนน้ั ฉนั ไดท้ ำเปน็ หนงั สอื
2) ประโยคคำส่งั
ตวั อย่าง
ประโยค
Belikan saya sehelai baju.
ชว่ ยซ้ือเสื้อใหฉ้ นั หนงึ่ ตวั ครับ
Tolong padamkan lampu itu.
ช่วยปดิ ไฟนน้ั หนอ่ ยครบั
ความหมาย -kan
หนว่ ยคำเตมิ -kan มี 2 ความหมายดว้ ยกัน
มีความหมาย ก่อให้เกิดเป็น (kausatif atau
menyebabkan jadi)
9
ตวั อย่าง
bukukan แปลว่า ทำใหเ้ ปน็ หนังสอื
wariskan แปลวา่ ยกมรดกให้
panjangkan แปลว่า ขยายใหย้ าว
มีความหมาย กระทำบางอยา่ งเพ่อื ประโยชนข์ อง
ผู้อนื่
ตัวอยา่ ง
belikan แปลว่า ซื้อใหค้ นอ่ืน
masakkan แปลว่า ทำอาหารให้คนอื่น
10
jahitkan แปลวา่ เย็บผ้าใหค้ นอ่ืน
ambilkan แปลวา่ เอาใหค้ นอืน่
การเติม akhiran -i
หนว่ ยคำเติม -i สามารถผันกบั นาม คำกริยา
คำคุณศัพท์ และกบั คำวิเศษณ์บางคำเพือ่ สร้างคำกรยิ าได้
ตัวอยา่ ง
คำนาม + i
jalan = jalani
contoh = contohi
nama = namai
11
คำกริยา + -i
duduk = duduki
turun = turuni
ikut = ikuti
kahwin = kahwini
คำคุณศัพท์ + -i
baik = baiki
dekat = dekati
dalam= dalami
12
คำบอกหนา้ ท่ี (kata tugas) + -i
serta = sertai
atas = atasi
sudah = sudahi
dahulu = dahului
หน่วยคำเตมิ -i จะสรา้ งคำกริยาท่ตี อ้ งการกรรม โดย
ปกติแล้ว -i นี้สามารถควบคู่กับ meN-, beR-, mempeR-,
dipeR- แ ล ะ di- เ ช ่ น menaiki, menuruni, mengatasi
เปน็ ตน้ หนว่ ยคำเติม -i ท่ีไม่ได้ควบกนั จะมี 2 ประเภคประโยค
เท่านั้น คือ 1) ประโยค pasif กับบรุ ุษสรรพนามท่ีหนึง่ และ
บรุ ุษสรรพนามท่ีสอง 2) ประโยคคำสง่ั
13
1) ประโยค pasif กับบรุ ษุ สรรพนามที่หน่งึ และสอง
ตัวอย่างประโยค
Pondok kecil itu kami duduki selama
setahun.
กระทอ่ มหลังเล็กนนั้ เราอาศยั อยไู่ ดห้ นงึ่ ปีแลว้
Jangan anda tangisi pemergiannya.
คุณอยา่ ร้องไห้ท่เี ขาไดจ้ ากไป
Perkara itu mesti kamu halusi.
เรื่องนั้นคุณควรระวัง
14
2) ประโยคคำสั่ง
ตัวอยา่ งประโยค
Contohilah teladani yang baik itu.
จงทำตามแบบอยา่ งท่ดี นี นั้
Tolong baiki basikal yang rosak itu.
ช่วยซอ่ มจักรยานท่เี สยี นน้ั หนอ่ ย
Ikutilah segala perintahnya.
จงเช่ือฟังคำสง่ั ของเขา
Teladanilah perangai yang baik itu.
จงทำตามมารยาททด่ี นี น้ั
15
ความหมาย -i
หน่วยคำเติม -kan มี 2 ความหมายดว้ ยกนั
มคี วามหมาย ทำใหเ้ กิด หรอื เป็นเหตุใหเ้ กดิ
(kausatif atau menyebabkan jadi)
ตวั อยา่ ง
baiki หมายถึง ทำให้ดี (ซ่อมแซม)
hambai หมายถงึ ทำเปน็ ทาส
teladani หมายถึง ทำเปน็ แบบอยา่ ง
contohi หมายถงึ ทำเป็นแบบอย่าง
16
มีความหมาย มุ่งสู่ (lokatif)
ตัวอยา่ ง
naiki bas หมายถงึ ขึน้ รถบัส
turuni lurah หมายถึง ลงจากตำแหนง่ หวั หนา้
dekati mereka หมายถึง เข้าใกล้พวกเขา
tumpahi meja หมายถงึ น้ำหกบนโต๊ะ
jauhi ibu หมายถงึ ไกลจากแม่
17
ความแตกต่างระหวา่ ง -kan และ -i
การใช้หนว่ ยคำเติม -kan และ -i เกิดการสบั สนกับผ้ใู ช้
ภาษามลายูเพราะทั้งสองเป็น akhiran ที่สร้างคำกริยาที่
ต้องการกรรมเหมือนกัน ส่วนในเรื่องของความหมายจะมี
เหมือนและแตกตา่ งกนั ดังต่อไปนี้
หน่วยคำเตมิ -kan และ -i มคี วามหมายเหมอื นกนั
คือ ทำใหเ้ กิด หรือ เปน็ เหตใุ ห้ (kausatif atau menyebabkan
jadi)
ตวั อยา่ ง
tinggikan หมายถึง เปน็ เหตุทำให้สงู (สูงข้นึ )
baiki หมายถงึ เปน็ เหตทุ ำให้ดีขนึ้ (ซอ่ มแซม)
18
หน่วยคำเติม -kan และ -i มีความหมายแตก
ต่างกัน คอื -kan มีความหมาย กระทำบางอย่างเพ่อื ประโยชน์
ของผูอ้ น่ื (buat untuk orang lain) สว่ น -i มีความหมาย มุ่งสู่
(lokatif)
ตัวอยา่ ง
belikan หมายถงึ ซือ้ ให้
naiki หมายถงึ ขนึ้
การเติมหน่วยคำเตมิ
Sisipan
การสร้างคำกริยาด้วยการเติมหน่วยคำเติมชนดิ นี้
ไม่ปรากฏในภาษามลายู แต่จะมีคำกริยาที่มาจากการผนั
19
meN- และ beR- กับคำนามและคำคุณศัพท์ที่ผ่านการเตมิ
หน่วยคำเติม Sisipan เทา่ นน้ั
ตวั อย่าง
หน่วยคำเตมิ คำทเี่ ตมิ คำกริยา
meN- และ beR- -el-, -er-, และ - ทเ่ี กดิ จากการผนั Awalan
กับคำทถี่ ูกเติม Sisipan
meN- em-
meN- geletar menggeletar
meN-
meN- jelajah menjelajah
beR- gelabah menggelabah
beR-
beR- gerodak menggerodak
beR- selerak berselerak
serabut berserabut
kerelip berkerelip
gemuruh bergemuruh
20
แบบทดสอบ
การสร้างคำกรยิ าดว้ ย Akhiran และ Apitan
21
บรรณานุกรม
Abdul Chaer. (2008). Morfologi Bahasa Indonesia
(Pendekatan proses).Jakarta: Rineka Cipta.
Abdullah Hassan. (2005). Linguistik Am: Siri
Pengajaran dan Pembelajaran Bahasa
Melayu. Selangor: PST Professional Publishing
SDN. BHD.
Abdullah Hassan. (2007). Morfologi. Kuala Lumpur:
PST Professional Publishing SDN. BHD.
Asmah Haji Omar. (2015). Nahu Melayu Mutakhir.
Selangor: Q My Print Sdn. Bhd.
22
Nik Safiah Karim, Farid M. ONN, Hashim H. Musa dan
Ab.Hamid Mahmood. (2015). Tatabahasa
Dewan (Edisi Pertama). Dewan bahasadan
pustaka: Kuala Lumpur.
Ismail Dahaman. (2017). Canggihnya Bahasa Melayu:
Sistem pembentukan kata. Dewan
bahasadan pustaka: Kuala Lumpur.