The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ชั้นป.4 รณกฤต สุทธิเสรีสกุล

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by force8520, 2022-12-19 10:46:44

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ชั้นป.4 รณกฤต สุทธิเสรีสกุล

แผนการจัดการเรียนรู้วิชาสุขศึกษา ชั้นป.4 รณกฤต สุทธิเสรีสกุล

รายงาน
เร่ือง แผนการเรียนรู้
กลุ่มสาระการเรียนรู้ สุขศึกษา
รายวิชา สุขศึกษา ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4

เสนอ
อาจารย์ ผศ.ดร.พชั รีภรณ์ บางเขียว

จดั ทาโดย
นายรณกฤต สุทธิเสรีสกลุ
รหสั นกั ศึกษา 6321160016 เลขท่ี 28 หมู่เรียน D5
สาขาวชิ าเทคโนโลยดี ิจิทลั เพื่อการศึกษา (คบ.4 ปี ) คณะครุศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั บา้ นสมเด็จเจา้ พระยา

รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวิชา สุขศึกษา
ภาคเรียนท่ี 1 ปี การศึกษา 2565



คำนำ

รายงานฉบบั น้ีเป็นส่วนหน่ึงของรายวชิ า สุขศึกษา ซ่ึงเน้ือหาภายในแผนการจดั การเรียนรู้วิชา สุขศึกษา
ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 จดั ทาข้ึนเพื่อเป็นแนวทางในการจดั การเรียนการสอนท่ีเนน้ ผเู้ รียนเป้นสาคญั ตามหลกั สูตร
แกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐานพุทธศกั ราช 2551 ฉบบั ปรับปรุง พุทธศกั ราช 2560

แผนการจดั การเรียนรู้เล่มน้ี ประกอบดว้ ย แผนการจดั การเรียนรู้รายปี และแผนการจดั การเรียนรู้ราย
หน่วย มีท้งั หมด 3 หน่วย ไดแ้ ก่ หน่วยท่ี 1 เรียนรู้ตวั เรา หน่วยท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว หน่วยท่ี 3 ยาและสารเสพ
ติด

ผจู้ ดั ทาหวงั วา่ รายงานฉบบั น้ีจะเป็นสิ่งที่มอบใหท้ ้งั ความรู้ และ วธิ ีการที่จะนาไปประยกุ ตใ์ ชไ้ ด้ และเกิด
ประโยชนแ์ ก่ผทู้ ่ีสนใจศึกษาและผอู้ า่ นทกุ ท่าน หากมีขอ้ ผิดพลาตประการใต ผูจ้ ดั ทานอ้ มรับทุกคาติชมของผทู้ ่ี
สนใจหรือผอู้ ่าน เพ่อื จะนามาปรับปรุงในคร้ังต่อไป

สารบญั ข

เรื่อง หนา้
คานา ก
สารบญั ข
1
แผนการจดั การเรียนรู้ 5
คาอธิบายรายวิชา 6
โครงสร้างรายวชิ า 8
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ท่ี 1 39
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 2 67
แผนกำรจัดกำรเรียนรู้ที่ 4 108

บรรณำนุกรม

1

แผนกำรเรียนรู้

สาระการเรียนรู้สุขศึกษา รายวิชาสุขศึกษา หน่วยกิต 1 หน่วย

ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ปี การศึกษา 2565 เวลา 40 ชว่ั โมง

ครูผสู้ อน นายรณกฤต สุทธิเสรีสกลุ

--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มำตรฐำนกำรเรียนรู้

มำตรฐำนกำรเรียนรู้และตวั ชี้วดั

มำตรฐำน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์

พ ๑.๑ ป.4/1 อธิบายการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ

พ ๑.๑ ป.4/2 อธิบายความสาคญั ของกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ที่มผี ลตอ่ สุขภาพ การเจริญเตบิ โตและ

พฒั นาการ

พ ๑.๑ ป.4/3 อธิบายวธิ ีดูแลกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ใหท้ างานอยา่ งมีประสิทธิภาพ

มำตรฐำน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวติ พ้นื ฐาน
พ ๒.๑ ป.4/1 อธิบายคุณลกั ษณะของความเป็นเพอ่ื นและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
พ ๒.๑ ป.4/2 แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
พ ๒.๑ ป.4/3 ยกตวั อยา่ งวิธีการปฏิเสธการกระทาท่ีเป็นอนั ตรายและไม่เหมาะสมในเร่ืองเพศ

มำตรฐำน พ 5.1 ป้องกนั และหลีกเลี่ยงปัจจยั เส่ียง พฤติกรรมเส่ียงตอ่ สุขภาพ อุบตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด
และความรุนแรง

พ 5.1 ป.4/1 อธิบายความสาคญั ของการใชย้ าและใชย้ าอยา่ งถกู วธิ ี
พ 5.1 ป.4/2 แสดงวิธีปฐมพยาบาลเม่ือไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าผดิ สารเคมี แมลงสัตวก์ ดั ต่อย และ
บาดเจ็บจากการเลน่ กีฬา
พ 5.1 ป.4/3 วเิ คราะหผ์ ลเสียของการสูบบุหรี่และการด่ืมสุราท่ีมีต่อสุขภาพและการป้องกนั

2

จุดประสงค์กำรเรียนรู้

สำระ ท่ี 5 สุขศึกษำ
จุดประสงค์กำรเรียนรู้กำรเรียนรู้ที่ 1 เรียนรู้ตวั เรำ
1.อธิบายความหมาย ความสาคญั ของการเจริญเติบโต และพฒั นาการทางร่างกายของเดก็ วยั เรียนอยา่ ง

ถกู ตอ้ งได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเจริญเติบโตและพฒั นาการทางร่างกายตามวยั (A)
3. สามารถส่ือสารเพื่ออธิบายความหมายและความสาคญั ของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการตามวยั อยา่ ง

ถกู ตอ้ งได้ (P)
4. อธิบายลกั ษณะการทางานและหนา้ ทีข่ องกลา้ มเน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ืออยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
5. ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั เรื่องการทางานและหนทั ีข่ องกลม้ เน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ือ

กบั ผอู้ ่ืนดว้ ยความสนใจ (A)
6.แสดงทกั ษะการถา่ ยทอดความรูเ้ ร่ืองการทางานและหนา้ ทขี่ องกลม้ เน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ือ

แก่ผอู้ ่นื อยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P)
7. อธิบายการทางานและโครงสรา้ งหนา้ ทขี่ องกระดูกอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
8. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั การทางานและหนท้ ่ีของกระดูดว้ ยความสนใจ (A)
9. แสดงทกั ษะในการถา่ ยทอดความรู้เรื่องการทางานและหนา้ ทข่ี องกระดูกแก่ผอู้ ่นื อยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

จุดประสงค์กำรเรียนรู้กำรเรียนรู้ท่ี 2 เรียนรู้ตวั เรำ
1. อธิบายความสาคญั ของการเป็นเพื่อนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัวอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเป็นเพื่อนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว (A)
3.สามารถสื่อสารเพ่ืออธิบายความสาคญั ของการเป็นเพือ่ นและสมาชิกที่ดีของครอบครัวอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)
4. อธิบายความหมายและความสาคญั ของพฤติกรรมทางเพศอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
5. ศึกษาเรื่องท่ีเก่ียวขอ้ งกบั พฤติกรรมทางเพศดว้ ยความสนใจ (A)
6. สามารถแสดงพฤติกรรมทางเพศอยา่ งเหมาะสมได้ (P)
7. บอกวธิ ีการปฏิเสธเมื่อประสบกบั สถานการณ์อนั ตรายอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)
8. ตระหนกั ในความสาคญั ของการปฏิเสธ ในสถานการณ์อนั ตราย (A)
9. อธิบาขและแสดงทกั ษะในการพดุ ปฏเิ สธเม่ือประสบกบั สถานการณ์อนั ตรายอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

3

จุดประสงค์กำรเรียนรู้กำรเรียนรู้ที่ 4 ชีวติ ปลอดภัย
1. อธิบายความหมายและประเภทของยาอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)
2. สนใจเขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั ความหมายและประเภทของยา(A)
3. สามารถใชท้ กั ษะกระบวนการจาแนกประเภทของยาอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P)
4. อธิบายความหมายและความสาคญั ของการปฐมพยาบาล วธิ ีการปฐมพยาบาลกรณีกินยาผิด
หรือกินยาพษิ และวิธีการปฐมพยาบาลกรณีไดร้ ับสารเคมีอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
5. สนใจปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั การปฐมพยาบาล และดระหนกั ในความสาคญั ของการเรียนรู้
วิธีการปฐมพยาบาลเพือ่ การช่วยเหลือชีวติ ร่วมกบั ผอู้ ืน่ (A)
6.แสดงทกั ษะในการส่ือสารเพอื่ อธิบายความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลตอ่ บุคคลอ่นื ให้เขา้ ใจได้ (P)
7. อธิบายความหมายของบุหรี่และสุรา ผลเสียของการสูบบหุ ร่ีและดื่มสุราท่ีมีตอ่ สุขภาพอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
8.เขา้ ร่วมปฏิบตั ิกจิ กรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายของบหุ รี่และสุราดว้ ยความสนใจและดระหนกั ถึง
ผลเสียของบุหร่ีและสุราท่ีมีตอ่ สุขภาพ (A)
9. สามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความหมายของบุหรี่และสุรา ผลเสียของบหุ รี่
และสุราท่ีมีตอ่ สุขภาพได้ (P)

สำระสำคญั

การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการทางร่างกายของเดก็ วยั เรียนยงั คงเป็นไปอยา่ งตอ่ เนื่องสม่าเสมอ สัดส่วน
ทางร่างกายในส่วนศีรษะยงั คงใหญ่กว่าส่วนลาตวั เม่ือเทียบตามสดั ส่วน ลาตวั แขน ขายาวออก เด็กหญิงจะโตกวา่ เด็กชาย และมี
ฟันแทข้ ้นึ แทนฟันน้านม การพฒั นาการทางสังคมของเด็กวยั เรียน จดุ ศนู ยก์ ลางของสังคมของเด็กวยั น้ี คอื โรงเรียน ซ่ึงเป็นการ
เร่ิมเรียนรู้ การเขา้ สู่สงั คมนอกบา้ นมากข้นึ มีความเชา้ ใจกฎระเบียบของทางโรงเรียน อยากท่ีจะเป็นสมาชิกในกลุ่มเพื่อนและให้
กลมุ่ เพ่อื นขอมรับคนเองตอ้ งการคาช่ืนชมจากคนอ่ืนและชอบคุยโออ้ วด เดก็ ช่วงอายุ 9-12 ปี เป็นวยั ท่ีตอ้ งปรับตวั ตาม
สภาพแวดลอ้ มในโรงเรียนตอ้ งเรียนรู้จากประสบการณ์ใหม่ ทาใหม้ ีการเปลี่ยนแปลงทางอารมณ์ อารมณ์จึงไม่มนั่ คง มกั แสดง
อารมณ์ตามความจริงท่ีตนเองรู้สึก การดูแลรักษากลา้ มเน้ือ ควรออกกาลงั กายอยา่ งสม่าเสมอ โดยควรยืดเหยยี ดกลา้ มเน้ือก่อนและ
หลงั การออกกาลงั กายเพอื่ สร้างเสริมกลา้ มเน้ือให้แขง็ แรงและ ไมท่ าให้กลา้ มเน้ือไดร้ ับบาดเจบ็ และควรรับประทานอาหาร
ประเภทโปรตีน เพอื่ ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สีกหรอ

4

สำระกำรเรียนรู้

สำระ ที่ 5 สุขศึกษำ
มำตรฐำน พ ๑.๑ ป.4/1,4/2/,4/3

- อธิบายการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ
- อธิบายความสาคญั ของกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ท่ีมีผลต่อสุขภาพ การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการ
- อธิบายวิธีดูแลกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ใหท้ างานอยา่ งมีประสิทธิภาพ

มำตรฐำน พ ๒.๑ ป.4/1,4/2/,4/3
- อธิบายคุณลกั ษณะของความเป็นเพ่อื นและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว
- แสดงพฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
- ยกตวั อยา่ งวิธีการปฏิเสธการกระทาท่ีเป็นอนั ตรายและไม่เหมาะสมในเร่ืองเพศ

มำตรฐำน พ ๕.๑ ป.4/1,4/2/,4/3
-อธิบายความสาคญั ของการใชย้ าและใชย้ าอยา่ งถูกวิธี
- แสดงวธิ ีปฐมพยาบาลเม่ือไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าผดิ สารเคมี แมลงสัตวก์ ดั ต่อย และบาดเจบ็ จาก

การเลน่ กีฬา
- วเิ คราะหผ์ ลเสียของการสูบบหุ ร่ีและการดื่มสุราท่ีมีต่อสุขภาพและการป้องกนั

5

คำอธบิ ำยรำยวิชำ

รายวชิ า สุขศึกษา รหสั วชิ า พ14101 กลุม่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษา

ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา2565 เวลา 40 ชว่ั โมง

_____________________________________________________________________________________

ศึกษา วิเคราะห์ การเจริญเติบโตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจตามวยั (ในช่วงอายุ 9-

12 ปี ) ความสาคญั ของกลา้ มเน้ือกระดูกและขอ้ ท่ีมีผลต่อการเจริญเติบโตและพฒั นาการ การดูแลรักษากลา้ มเน้ือ

กระดูกและขอ้ ใหท้ างานอยา่ งมีประสิทธิภาพ คณุ ลกั ษณะของความเป็นเพอ่ื นและสมาชิกท่ีดีของ

ครอบครัว พฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย วธิ ีการปฏิเสธการกระทาท่ีเป็นอนั ตรายและ

ไมเ่ หมาะสมในเร่ืองเพศ ผลพฒั นาการของตนเองในการออกกาลงั กาย เลน่ เกม และเล่นกีฬา ความสัมพนั ธ์

ระหวา่ งส่ิงแวดลอ้ มกบั สุขภาพ การจดั สิ่งแวดลอ้ มที่ถูกสุขลกั ษณะและเอ้ือต่อสุขภาพ สภาวะอารมณ์และ

ความรู้สึก ผลที่มีต่อสุขภาพ ขอ้ มูลบนฉลากอาหารและผลิตภณั ฑส์ ุขภาพ ความสาคญั ของการใชย้ าและหลกั การ

ใชย้ าอยา่ งถูกวธิ ี วธิ ีปฐมพยาบาล ผลเสียของการสูบบหุ รี่และดื่มสุรา

ปฏิบตั ิ แสดงคาพดู หรือทา่ ทาง พฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย วิธีการปฐม

พยาบาลเม่ือไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าผิด สารเคมี แมลงสตั วก์ ดั ต่อยและการบาดเจ็บจากการเล่นกีฬา

ปฏิบตั ิกิจกรรม ทดสอบ ควบคมุ การเคลื่อนไหวในลกั ษณะผสมผสานไดท้ ้งั แบบอยกู่ บั ท่ี

แบบ เคล่ือนที่ และแบบใชอ้ ุปกรณ์ประกอบ กายบริหารมือเปลา่ ประกอบจงั หวะ เกมเล่นเลียนแบบและ

กิจกรรมแบบผลดั การเลน่ กีฬาพ้ืนฐาน ตามกฎ กติกาการเล่น สมรรถภาพทางกาย

โดยใชท้ กั ษะกระบวนการปฏิบตั ิ ทกั ษะการเคล่ือนไหวร่างกาย กระบวนการคิด การสืบคน้ ขอ้ มลู การ

แกป้ ัญหา และการอภิปราย

เพอ่ื ใหเ้ กิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถตดั สินใจ และนา

ความรู้ไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวิตประจาวนั

มีการพฒั นาทางดา้ นร่างกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และมีจริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

ตัวชี้วัด
พ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3
พ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

พ 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3

6

โครงสร้ำงรำยวิชำ

รายวชิ า สุขศึกษา รหสั วชิ า พ14101 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศึกษา

ช้นั ประถมศึกษาปี ท่ี 4 ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา2565 เวลา 40 ชวั่ โมง

_____________________________________________________________________________________

หน่วยที่ ชื่อหน่วยการเรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ตวั ช้ีวดั เวลา(ชว่ั โมง)
1 เรียนรู้ตัวเรำ พ 1.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 8
1.1 การเจริญเติบโตและพฒั นาการของเรา 3
1.2 กลา้ มเนือ้ และกระดกู พ 2.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 5
2 6
2.1 ชีวติ และครอบครัว พ 5.1 ป.4/1, ป.4/2, ป.4/3 3
2.2 คนดีที่ทกุ คนรัก 3
4 พฤติกรรมทางเพศจานวณ 17
4.1 ยำและสำรเสพติด 1
4.2 ประเภทของยา 1
4.3 หลกั การใชย้ า 1
4.4 วิธีเก็บรักษายา 1
4.5 การใชย้ าใหป้ ลอดภยั 1
การปฐมพยาบาลเมอ่ื รบั ประทานยาผดิ
4.6 หรือไดร้ ับสารเคมี 1
4.7 การปฐมพยาบาลเมื่อถกู ควนั หรือไอพษิ 1
4.8 การปฐมพยาบาลเมอ่ื ถกู สตั วม์ พี ษิ ต่อยหรือกดั 1
4.9 การปฐมพยาบาลเมอื่ เกิดบาดแผล 1
4.10 การปฐมพยาบาลบาดแผลฟกช้า หวั โนและหอ้ เลือด 1
4.11 การปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั 1
4.12 การปฐมพยาบาลเมื่อเป็ นตะคริว 1
4.13 การปฐมพยาบาลขอ้ เคลด็ หรือเทา้ แพลง 1
4.14 การปฐมพยาบาลเมื่อเป็ นลม 1
4.15 ประโยชน์ของการปฐมพยาบาล 1
4.16 โทษของบหุ รี่ 1
4.17 โทษของสุรา 1
การป้องกนั อนั ตรายจากบุหรี่และสุรา
31
รวม 1
สอบกลางภาค 1
สอบปลายภาค 34
รวมทง่ั หมด

7

สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ภำคเรียนที่1 รำยวชิ ำ สุขศึกษำและพลศึกษำ
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 4 ปี กำรศึกษำ2565
หน่วยกำรเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง เรียนรู้ตวั เรำ เวลำ 8 ชั่วโมง

1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มำตรฐำนกำรเรียนรู้

มำตรฐำน พ ๑.๑ เขา้ ใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพฒั นาการของมนุษย์

ตวั ชี้วดั
พ ๑.๑ ป.4/1 อธิบายการเจริญเติบโตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ

พ ๑.๑ ป.4/2 อธิบายความสาคญั ของกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ที่มผี ลตอ่ สุขภาพ การเจริญเติบโตและพฒั นาการ

พ ๑.๑ ป.4/3 อธิบายวธิ ีดูแลกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ให้ทางานอยา่ งมีประสิทธิภาพ

จุดประสงค์กำรเรียนรู้
1.อธิบายความหมาย ความสาคญั ของการเจริญเติบโต และพฒั นาการทางร่างกายของเดก็ วยั เรียนอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
2. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเจริญเติบโตและพฒั นาการทางร่างกายตามวยั (A)
3. สามารถส่ือสารเพ่อื อธิบายความหมายและความสาคญั ของการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการตามวยั อยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)
4. อธิบายลกั ษณะการทางานและหนา้ ที่ของกลา้ มเน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ืออยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
5. ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั เร่ืองการทางานและหนทั ี่ของกลม้ เน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ือกบั ผอู้ นื่ ดว้ ยค
วามสนใจ (A)
6.แสดงทกั ษะการถา่ ยทอดความรู้เร่ืองการทางานและหนา้ ท่ขี องกลม้ เน้ือ และชนิดของกลา้ มเน้ือแก่ผอู้ น่ื อยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)
7. อธิบายการทางานและโครงสรา้ งหนา้ ท่ขี องกระดูกอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)
8. ปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เก่ียวกบั การทางานและหนท้ ขี่ องกระดูดว้ ยความสนใจ (A)
9. แสดงทกั ษะในการถา่ ยทอดความรู้เร่ืองการทางานและหนา้ ท่ีของกระดูกแก่ผอู้ นื่ อยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

8

สำระสำคัญ

การเจริญเติบโตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจตามวยั จะช่วยใหส้ ามารถปรับตวั เขา้ กบั การเปลี่ยนแปลงของ
ร่างกายและจิตใจที่เกดิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

กลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ มีความสาคญั ในการช่วยพยงุ ร่างกายให้คงรูปและเคลื่อนไหวได้ และส่งผลตอ่ สุขภาพ การ
เจริญเติบโตและพฒั นาการ เราจึงควรดูแลกลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ให้ถูกวิธีเพอื่ ใหส้ ามารถทางานไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

สำระกำรเรียนรู้

3.1 การเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจตามวยั

3.2 พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา

3.4 ความสาคญั ของกลา้ มเน้ือ กระดกู และขอ้ ที่มีผลตอ่ สุขภาพ การเจริญเติบโตและพฒั นาการ

3.5 วิธีดูแลรักษากลา้ มเน้ือ กระดูก และขอ้ ใหท้ างานอยา่ งมีประสิทธิภาพ

3.6 (พจิ ารณาตามหลกั สตู รสถานศกึ ษา)

สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน

ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร

ควำมสำมำรถในกำรคดิ

ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ

ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวติ

ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พื้นฐำน พุทธศักรำช 2551

ฉบบั ปรับปรุง 2560

1. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ 2. ซ่ือสัตย์สุจริต

3. มวี ินัย 4. ใฝ่ เรียนรู้

5. อย่อู ย่ำงพอเพยี ง 6. ม่งุ ม่นั ในกำรทำงำน

7. รักควำมเป็ นไทย 8. มีจติ สำธำรณะ

9

2. ทักษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เน้นสู่กำรพฒั นำคุณภำพผ้เู รียน)

ทักษะกำรอ่ำน (Reading)

ทักษะกำร เขียน (Writing)

ทักษะกำร คิดคำนวณ (Arithmetic)

ทักษะด้ำนกำรคดิ อย่ำงมีวจิ ำรณญำณและทกั ษะในกำรแก้ปัญหำ (Critical thinking and problem

solving)

ทกั ษะด้ำนกำรสร้ำงสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)

ทกั ษะด้ำนควำมร่วมมือ กำรทำงำนเป็ นทีม และภำวะผ้นู ำ (Collaboration , teamwork

and leadership)

ทกั ษะด้ำนควำมเข้ำใจต่ำงวัฒนธรรม ต่ำงกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)

ทักษะด้ำน กำรสื่อสำร สำรสนเทศ และรู้เท่ำทันส่ือ (Communication information and

media literacy)

ทกั ษะด้ำนคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรส่ือสำร (Computing)

ทักษะอำชีพและทกั ษะกำรเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)

ทกั ษะกำรเปล่ียนแปลง (Change)

ทักษะกำรเรียนรู้ (Learning Skills)

ภำวะผ้นู ำ (Leadership)

3. กระบวนกำรท่ใี ช้สอน (ระบุเฉพำะทใี่ ช้ในชั่วโมงหรือคำบสอน และระบุได้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)

กระบวนกำรเรียนควำมรู้ควำมเข้ำใจ กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรกล่มุ

กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด กระบวนกรสร้ำงค่ำนยิ ม กระบวนกำรแก้ปัญหำ

กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนกั กระบวนกำรเรียนภำษำ กระบวนกำรสร้ำงเจตคติ

กระบวนกำรคณิตศำสตร์ ทักษะกระบวนกำร 9 ข้นั อื่นๆ..............................

กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กระบวนกำรคดิ อย่ำงมวี ิจำรณญำณ

กระบวนกำรอ่ำน กระบวนกำรวเิ ครำะห์

10

4. วิธกี ำรสอนทีใ่ ช้ในกำรจัดกำรเรียนรู้ (ระบเุ ฉพำะท่ีใช้ในช่ัวโมงหรือคำบสอน และระบุได้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)
กำรบรรยำย (Lecture) กำรสำธติ (Demonstration) กำรทดลอง (Experiment)
แบบทัศนศึกษำ (Field Trip) แบบนิรนัย (Deduction) แบบอปุ นัย (Induction)
กำรอภปิ รำยรำยกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) กำรแสดงละคร (Dramatization)
แบบศูนย์กำรเรียน (Learning Center) กรณีตวั อย่ำง (Case study)
กำรใช้สถำนกำรณ์จำลอง (Simulation) กำรแสดงบทบำทสมมติ (Role Playing)
กำรบทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction) กำรใช้เกม (Game)
อื่นๆ........................

5. ชิ้นงำนหรือภำระงำน ( หลกั ฐำน / ร่องรอยแสดงควำมรู้ )
1.แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 เรื่อง การเจริญเติบโตและพฒั นาการของเรา
2.ใบงานท่ี 1.1 เร่ือง การส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ
3.แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เร่ือง การเจริญเติบโตและพฒั นาการของเรา
4.แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 2 เร่ือง กลา้ มเน้ือและกระดูก
5.งานท่ี 2.1 เรื่อง ประเภทของกลา้ มเน้ือ
6.ใบงานที่ 2.2 เร่ือง วิธีการดูแลรักษาระบบกลา้ มเน้ือ
7.ใบงานท่ี 2.3 เรื่อง กระดูกและขอ้ ตอ่
8.ใบงานที่ 2.4 เร่ือง ยอดมนุษยต์ วั ปลอม
9.แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 2 เร่ือง กลา้ มเน้ือและกระดูก

11

6 กจิ กรรมกำรเรียนรู้ เรื่อง เรียนรู้ตวั เรา เวลำ 8 ช่ัวโมง
หน่วยย่อยที่ 1 เร่ือง กำรเจริญเตบิ โตและพฒั นำกำรของเรำ จำนวณ 3 ช่ัวโมง

วธิ สี อนแบบ สืบเสำะหำควำมรู้ (Inquiry Method : 5E)

เร่อื งที่ 1 การเจริญเติบโตและพฒั นาการ
ทางด้านรา่ งกาย
1 ชวั่ โมง

ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)

1. ครนู าบตั รภาพมาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ช่วยกนั ตอบว่า คนในบตั รภาพแต่ละหมายเลขอย่ใู นวยั ใดบา้ ง
จากนนั้ นกั เรยี นชว่ ยกนั เรยี งลาดบั บตั รภาพตามวยั เดก็ -วยั ชรา

2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจถงึ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทางรา่ งกายของมนุษยต์ งั้ แตเ่ กดิ จนตาย

ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)

นกั เรยี นรวมกล่มุ กลมุ่ ละ 4 คน ตามความสมคั รใจ จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การ
เจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทางดา้ นรา่ งกาย (ช่วงอายุ 9-12 ปี) จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มผลดั กนั ยกตวั อย่างและอธบิ ายลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทางดา้ น
รา่ งกายชว่ งอายุ 9-12 ปี

2. สมาชกิ ในกลุม่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งหรอื อธบิ ายลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการ
ทางดา้ นร่างกายชว่ งอายุ 9-12 ปี ทส่ี มาชกิ กลุ่มอธบิ ายไม่ชดั เจน

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

1. นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สารวจการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นร่างกายของตนเอง โดยชงั่ น้าหนกั และวดั สว่ นสงู
แลว้ บนั ทกึ ผลลงในแบบสารวจการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นร่างกาย ตอนท่ี 1

2. สมาชกิ ในแต่ละกล่มุ รว่ มกนั ตรวจสอบผลการสารวจการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นร่างกาย จากนนั้
เปรยี บเทยี บผลการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นรา่ งกายของสมาชกิ ในกลุ่มและบนั ทกึ ขอ้ มลู ลงในแบบสารวจ
ตอนท่ี 2

ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ตวั แทนกลมุ่ ออกมานาเสนอแบบสารวจผลการเปรยี บเทยี บการเจรญิ เตบิ โตทางดา้ นรา่ งกายของสมาชกิ
แตล่ ะคนในกลมุ่

2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการทางดา้ นรา่ งกายช่วงอายุ 9-12 ปี

12

เร่ืองท่ี 2 พฒั นาการทางด้านจิตใจ

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต

ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ลกั ษณะอารมณ์ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในแตล่ ะวนั และใหน้ กั เรยี นยกตวั อยา่ ง
การแสดงอารมณ์ทเ่ี ป็นไปในทางบวก และสง่ ผลดตี ่อสขุ ภาพจติ

ขนั้ ที่ 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์

1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง พฒั นาการทางด้านจติ ใจ (ช่วงอายุ 9-12 ปี) จากหนงั สอื
เรยี น

2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ ว่า นกั เรยี นและสมาชกิ ในกลุ่มมพี ฒั นาการทางดา้ น
จติ ใจเหมาะสมกบั วยั หรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด จากนนั้ ครสู ุม่ ตวั แทนนกั เรยี นออกมาสรุปผลการอภปิ รายและ
แสดงความคดิ เหน็

3. นกั เรยี นทาแบบสารวจพฒั นาการทางดา้ นจติ ใจ เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครู ครูประเมนิ ผล

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ

1. นกั เรยี นแตล่ ะคนเขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงพฒั นาการทางดา้ นจติ ใจชว่ งอายุ 9-12 ปี ลงในกระดาษ
ทค่ี รแู จกให้

2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปพฒั นาการทางดา้ นจติ ใจช่วงอายุ 9-12 ปี

เรือ่ งที่ 3 การส่งเสริมการเจริญเติบโต 13
และพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ
1 ชวั่ โมง

ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)

ครยู กตวั อย่างกจิ กรรมต่างๆ ทเ่ี กดิ ขน้ึ ในชวี ติ ประจาวนั แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั จาแนกวา่ กจิ กรรมใด
เป็นกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ พฒั นาการทางดา้ นร่างกาย และกจิ กรรมใดสง่ เสรมิ พฒั นาการทางดา้ นจติ ใจ

ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)

นกั เรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การสง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของร่างกายและ
จติ ใจ จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)

สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มผลดั กนั ยกตวั อย่างกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของร่างกาย
และจติ ใจทเ่ี หมาะสมกบั วยั ของนกั เรยี น พรอ้ มแสดงเหตุผลประกอบ

ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
นกั เรยี นทาใบงานที่ 1.1 เรื่อง การส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของรา่ งกายและจิตใจ

เป็นรายบคุ คล เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ย แลว้ นาสง่ ครู

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

1. ครตู รวจสอบความรคู้ วามเขา้ ใจของนกั เรยี นจากคาตอบในใบงานท่ี 1.1
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปวธิ กี ารสง่ เสรมิ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของร่างกายและจติ ใจใหถ้ ูกตอ้ ง

เหมาะสมกบั ช่วงอายุ 9-12 ปี

หน่วยยอ่ ยท่ี 2 เร่ือง กลา้ มเนื้อและกระดกู 14

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) จานวณ 5 ชวั่ โมง

เรื่องท่ี 1 ประเภทของกลา้ มเนื้อ

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ตระหนัก

1. ครใู หน้ กั เรยี นสงั เกตบตั รภาพหมายเลข 1-3 แลว้ ใหน้ กั เรยี นร่วมกนั สนทนาวา่ เพราะเหตใุ ด เดก็ ในภาพ
จงึ เคลอ่ื นไหวในอริ ยิ าบถต่างๆ ได้

2. ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง
ประเภทของกลา้ มเน้อื

ขนั้ ท่ี 2 วางแผนปฏิบตั ิ

นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนในการศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ประเภทของกลา้ มเน้อื จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ

สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ประเภทของกลา้ มเน้อื จากหนงั สอื เรยี น ตามทไ่ี ด้
วางแผนรว่ มกนั ไว้

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ : เทคนคิ ค่คู ดิ สส่ี หาย

1. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ รว่ มกนั อธบิ ายและสรปุ ประเภทของกลา้ มเน้อื จากนนั้ ครอู ธบิ ายลกั ษณะการทางาน
ของกลา้ มเน้อื ประกอบแผนภาพแสดงการทางานของกลา้ มเน้อื

2. สมาชกิ ในแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 2.1 เร่ือง ประเภทของกลา้ มเนื้อ โดยใหส้ มาชกิ แตล่ ะคนหา
คาตอบดว้ ยตนเองจนครบทุกขอ้ จากนนั้ จบั คกู่ บั เพอ่ื นในกล่มุ ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื น
ฟัง (สมาชกิ อกี ค่ใู นกลุม่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )

3. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ (4 คน) ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของค่ตู นเองใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่งึ ในกลมุ่ ฟัง เพอ่ื หา
ขอ้ สรุปของคาตอบแลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 2.1 เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ ที่ 5 สรปุ

นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ร่วมกนั สรุปประเภทของกลา้ มเน้อื และลกั ษณะของการทางานของกลา้ มเน้อื แต่ละ
ประเภท ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ในจดุ ทบ่ี กพรอ่ ง

เร่อื งท่ี 2 วิธีดแู ลรกั ษาระบบกล้ามเนื้อ 15

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ท่ี 1 สงั เกต

ครแู ละนกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั วธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ดแู ลรกั ษาระบบกลา้ มเน้อื ใหแ้ ขง็ แรง
และทางานไดอ้ ย่างปกติ

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ ดี แู ลรกั ษาระบบกลา้ มเน้อื จากหนงั สอื เรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั วเิ คราะหแ์ ละจาแนกวา่ การปฏบิ ตั อิ ย่างไรทม่ี ผี ลในการเสรมิ สรา้ งกลา้ มเน้อื ให้

แขง็ แรงและทางานไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ และการปฏบิ ตั อิ ย่างไรไม่เหมาะสม หรอื ไม่เสรมิ สรา้ งการ
ทางานของกลา้ มเน้อื
3. สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั วเิ คราะห์ จาแนก และสรปุ ผล จากนนั้ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการสรุปท่ี
เป็นมตขิ องกลุ่มหน้าชนั้ เรยี น
4. นกั เรยี นทาใบงานที่ 2.2 เรื่อง วิธีการดแู ลรกั ษาระบบกล้ามเนื้อ เป็นรายบคุ คล

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ

นกั เรยี นร่วมกนั สรุปวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบกลา้ มเน้อื และแนวทางการนาความรไู้ ปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์
ต่อตนเอง

เรอื่ งที่ 3 กระดกู และขอ้ ต่อ 16

1 ชวั่ โมง

ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น
ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อย่างอวยั วะทม่ี คี วามสาคญั ต่อการเคล่อื นไหวของร่างกายมนุษย์

ขนั้ สอน

1. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง กระดกู และขอ้ ตอ่ จากหนงั สอื เรยี น ตามประเดน็ ทก่ี าหนด
2. ครนู าแผนภาพแสดงโครงสรา้ งกระดกู สว่ นต่างๆ ในรา่ งกาย มาแสดงใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหอ้ าสาสมคั ร

นกั เรยี นหรอื สุม่ นกั เรยี นเป็นรายกลุ่มใหบ้ อกช่อื กระดกู ในสว่ นตา่ งๆ ใหถ้ ูกตอ้ ง
3. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุม่ เปรยี บเทยี บความแตกต่างของขอ้ ต่อจากบตั รภาพหมายเลข 1-3 แลว้ รว่ มกนั

สรปุ ผลการเปรยี บเทยี บ จากนนั้ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งของขอ้ ตอ่
จากบตั รภาพหมายเลข 1-3
4. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 2.3 เร่ือง กระดกู และข้อต่อ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหจ้ บั ค่กู บั เพอ่ื นในกลุ่ม
ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง (สมาชกิ อกี คใู่ นกลุม่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเชน่ เดยี วกนั )
5. นกั เรยี นแต่ละคผู่ ลดั กนั อธบิ ายคาตอบของค่ตู นเองใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่งึ ภายในกลุ่มฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรปุ ของ
คาตอบ แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงานท่ี 2.3 เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครูตรวจ

ขนั้ สรปุ

1. ครเู ปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นซกั ถามขอ้ สงสยั ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ
2. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั โครงกระดกู (กระดูกแกนและกระดกู รยางค)์ และขอ้ ตอ่ (ชนิดของขอ้
ต่อ)

เร่อื งที่ 4 หน้าที่สาคญั ของกระดกู และขอ้ ต่อ 17

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ท่ี 1 นาเขา้ ส่บู ทเรียน

ครตู งั้ คาถามใหน้ กั เรยี นตอบ แลว้ นกั เรยี นและครรู ่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง

ขนั้ ที่ 2 จดั การเรยี นรู้

1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง หน้าทส่ี าคญั ของกระดกู และขอ้ ต่อ จากหนงั สอื เรยี น
2. ครใู หส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มปฏบิ ตั กิ จิ กรรมตามทค่ี รกู าหนด โดยลองงอน้วิ กามอื และแบมอื แลว้ ให้

สมาชกิ ในกลมุ่ รว่ มกนั ตอบคาถาม
3. สมาชกิ แต่ละคนในกลุ่มผลดั กนั ตอบคาถามและแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ทค่ี รกู าหนด จนครบทุกคน

แลว้ รว่ มกนั สรุปผล
4. ตวั แทนแต่ละกลุ่มรว่ มกนั เขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงหน้าทส่ี าคญั ของกระดกู และขอ้ ตอ่ ลงในกระดาษท่ี

ครู แจกให้
5. ตวั แทนแตล่ ะกลมุ่ ออกมานาเสนอแผนผงั ความคดิ หน้าชนั้ เรยี น โดยครเู ป็นผตู้ รวจสอบความถูกตอ้ ง

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ และนาหลกั การไปประยุกต์ใช้

1. นกั เรยี นร่วมกนั สรุปหน้าทแ่ี ละความสาคญั ของกระดกู และขอ้ ต่อ
2. ครเู น้นย้าใหน้ กั เรยี นนาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นการดแู ลรกั ษากระดกู และขอ้ ตอ่ ตอ่ ไป

ขนั้ ท่ี 4 วดั และประเมินผล

ครวู ดั และประเมนิ ผลนกั เรยี นจากการเขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงหน้าทแ่ี ละความสาคญั ของกระดกู
และขอ้ ต่อ

เรอื่ งท่ี 5 วิธีดแู ลรกั ษากระดกู และข้อต่อ 18

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ยกตวั อยา่ งอาหารทม่ี คี วามสาคญั ในการช่วยเสรมิ สรา้ งกระดกู ใหแ้ ขง็ แรง

ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)
นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ ดี แู ลรกั ษากระดกู และขอ้ ตอ่ จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)

1. สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายความรู้ และซกั ถามจนเกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจทถ่ี ูกตอ้ งเกย่ี วกบั วธิ ี
ดแู ลรกั ษากระดกู และขอ้ ตอ่

2. ครตู งั้ ประเดน็ คาถามใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั อธบิ ายคาตอบ

ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)

1. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 2.4 เรื่อง ยอดมนุษยต์ วั ปลอม เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ตรวจสอบความถูกตอ้ ง
เรยี บรอ้ ยก่อนนาสง่ ครู

2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั วธิ กี ารดแู ลรกั ษากระดกู และขอ้ ตอ่ ใหเ้ หมาะสมกบั วยั ของ
นกั เรยี น แลว้ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการอภปิ รายหน้าชนั้ เรยี น ครแู ละเพอ่ื นกลุ่มอ่นื ร่วมกนั แสดง
ความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะ

ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)

ครตู รวจสอบผลนกั เรยี นจากการทาใบงานท่ี 2.4 แลว้ ร่วมกนั สรุปวธิ กี ารดแู ลรกั ษากระดกู และขอ้ ต่อ
และแนวทางในการนาไปปรบั ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อสุขภาพ

19

ส่ือ/แหล่งกำรเรียนรู้

9.1 ส่ือกำรเรียนรู้

1) หนงั สือเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
2) บตั รภาพ
3) แบบสารวจการเจริญเติบโตทางดา้ นร่างกาย แบบสารวจพฒั นาการทางดา้ นจิตใจ
4) เคร่ืองชงั่ น้าหนกั ที่วดั ส่วนสูง
5) กระดาษขนาด A4
6) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง การส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของร่างกายและจิตใจ

1) หนงั สือเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
2) แบบวดั และบนั ทึกผลการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
3) บทเรียนคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite สุขศึกษา ป.4 บริษทั เพลยเ์ อเบิล จากดั
4) บตั รภาพ
5) แผนภาพแสดงการทางานของกลา้ มเน้ือ แผนภาพแสดงโครงสร้างกระดูกส่วนต่างๆ ในร่างกาย
6) ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง ประเภทของกลา้ มเน้ือ
7) ใบงานท่ี 2.2 เร่ือง วิธีการดูแลรักษาระบบกลา้ มเน้ือ
8) ใบงานที่ 2.3 เรื่อง กระดูกและขอ้ ตอ่
9) ใบงานท่ี 2.4 เรื่อง ยอดมนุษยต์ วั ปลอม

9.2 แหล่งกำรเรียนรู้

- หอ้ งสมุด
- แหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.aksorn.com/lib/p/hed_01 (เรื่อง ระบบกลา้ มเน้ือมนุษย)์
- http://www.aksorn.com/lib/p/hed_01 (เร่ือง เรื่องของกระดูก)
- http://th.wikipedia.org/wiki/กลา้ มเน้ือ
- http://www.panyathai.or.th/wiki/index.php/ระบบกลา้ มเน้ือ

20

การประเมินสมรรถนะของผ้เู รียน

สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรประเมิน
(ตำมหวั ขอ้ ท่ี 5)
ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมิน 5 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรท่ีดีมำก *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
1. ควำมสำมำรถในกำร รำยบคุ คล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรที่ดี ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
ส่ือสำร ในกำรสื่อสำร 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำรปำนกลำง ระดบั ปำนกลำง *
2 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรท่ีนอ้ ย
2.. ควำมสำมำรถในกำรคิด 1 = มคี วำมสำมำรถในกำรส่ือสำรนอ้ ยที่สุด *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ประเมินอยำ่ งน้อยใน
3. ควำมสำมรถในกำรแกป้ ัญหำ ใชแ้ บบประเมิน -แบบประเมิน 5 = มคี วำมสำมำรถในกำรคิดท่ีดีมำก ระดบั ปำนกลำง *
รำยบุคคล ควำมสำมำรถ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ที่ดี
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะ 3 = มีควำมสำมำรถในกำรคิดปำนกลำง *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ชีวติ ในกำรคดิ 2 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีนอ้ ย ประเมินอยำ่ งน้อยใน
1 = มีควำมสำมำรถในกำรคดิ นอ้ ยที่สุด ระดบั ปำนกลำง *
5. ควำมสมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมนิ 5 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่ดีมำก *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
รำยบุคคล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่ดี ประเมินอยำ่ งน้อยใน
ในกำรแกป้ ัญหำ 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำปำนกลำง ระดบั ปำนกลำง *
ใชแ้ บบประเมนิ 2 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ีนอ้ ย
รำยบุคคล 1 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำนอ้ ย ท่ีสุด *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมนิ 5 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตท่ีดีมำก ระดบั ปำนกลำง *
รำยบคุ คล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ ที่ดี
ในทกั ษะชีวิต 3 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตปำนกลำง
2 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตท่ีนอ้ ย
-แบบประเมิน 1 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ นอ้ ย ที่สุด
ควำมสำมำรถ 5 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีที่ดีมำก
ในกำรใช้ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยที ี่ดี
เทคโนโลยี 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
ปำนกลำง
2 = มคี วำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีที่นอ้ ย
1 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
นอ้ ยที่สุด

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียน 21

การประเมณิ คุณลักษระอันพึง ประสงค์ วธิ ีการวดั เครื่องมือท่ใี ช้ เกณฑ์การประเมิณและเกณฑก์ารผ่าน

1. มวี นิ ยั -ใชแ้ บบประเมินรำยบคุ คล -แบบประเมินควำมมีวนิ ยั 5 = มีวนิ ยั ในกำรเรียนดีมำก
4 = มีวินยั ในกำรเรียนดี
2.ใฝ่ เรียนรู้ -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบุคคล -แบบประเมินควำมใฝ่เรียนรู้ 3 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนปำนกลำง
2 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนท่ีนอ้ ย
3.มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบุคคล -แบบประเมนิ ควำมมุ่งมน่ั ใน 1 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนนอ้ ยที่สุด
กำรทำงำน ****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดับปานกลาง
*

5 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้ท่ีดีมำก
4 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีดี
3 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้ปำนกลำง
2 = มีควำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ย
1 = มีควำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ยที่สุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง
*

5 = มีควำมม่งุ มนั่ ในกำรทำงำนดีมำก
4 = มคี วำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนดี
3 = มีควำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนปำนกลำง 2 =
มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ี นอ้ ย
1 = มีควำมมงุ่ มนั่ ในกำรทำงำนนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน
ระดบั ปานกลาง*

ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 22

การประเมณิ ทกั ษะของผ้เู รียน วิธกี ารวดั เครื่องมือทีใ่ ช้ เกณฑ์การประเมิณและเกณฑก์ ารผ่าน

ในศตวรรษที่ 21 -แบบประเมนิ ควำมมุ่งมน่ั ใน 5 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคดิ อยำ่ งมี
กำรทำงำน วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขดีมำก
1.ทกั ษะในกำรวิเครำะห์กำร -ใชแ้ บบประเมิน รำยบคุ คล 4 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคดิ อยำ่ งมี
คดิ อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณและ วิจำรณญำณและแกไ้ ขดี
แกไ้ ขได้ 3 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคดิ อยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคิดอยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขที่นอ้ ย
1 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคิดอยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง*

2.ทกั ษะในกำรส่ือสำรและ -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบคุ คล -แบบประเมินกำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ดีมำก
รู้เทำ่ ทนั ส่ือ ในกิจกรรม 4 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ด ีี
3 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เท่ำทนั ส่ือ ท่ีนอ้ ย
1 = มีทกั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เท่ำทนั ส่ือ ท่ีสุด

****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง*

3.ทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์ -ใชแ้ บบประเมนิ กำรมี -แบบประเมนิ กำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ ทนั เทคโนโลยีดีมำก
และรู้เท่ำทนั เทคโนโลยี ส่วนร่วมในกิจกรรม ในกิจกรรม 4 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ ทนั เทคโนโลยีดี
3 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ

ทนั เทคโนโลยปี ำนกลำง

แบบประเมินการนาเสนอผลงาน 23
1
คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่ำงเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
32
1 ควำมถกู ตอ้ งของเน้ือหำ
2 ควำมคิดสร้ำงสรรค์
3 วธิ ีกำรนำเสนอผลงำน
4 กำรนำไปใชป้ ระโยชน์
5
กำรตรงต่อเวลำ

รวม

ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............/................./...................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมินสมบูรณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมนิ บำงส่วน

เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง

แบบสังเกตพฤตกิรรมการทางานรำยบุคคล 24
คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่ำงเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่ 1

ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน
32
1 กำรแสดงควำมคดิ เห็น
2 กำรยอมรับฟังควำมคดิ เห็นของผอู้ ่นื
3 กำรทำงำนตำมหน้ำท่ีที่ไดร้ ับมอบหมำย
4
5 ควำมมนี ้ำใจ
กำรตรงต่อเวลำ

รวม

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/.................../................

เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง

ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง

เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ

14–15 ดีมาก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ำกวำ่ 8 ปรับปรุง

25

แบบสังเกตพฤตกริ รมการทางานกล่มุ

คาช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน

ลาดบั ที่ ช่ือ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
ของนกั เรียน ความคิดเห็น ฟังคนอื่น ตามทีไ่ ด้รับ ส่วนร่วมใน 15 คะแนน
มอบหมาย การปรับปรุง
ผลงานกล่มุ

321321321321321

ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมนิ
............./.................../...............

เกณฑ์การให้คะแนน

ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน

ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง ให้ 2 คะแนน

ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง ให้ 1 คะแนน

เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ

ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ

14–15 ดมี าก

11–13 ดี

8–10 พอใช้

ต่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง

26

บนั ทกึ ผลหลงั สอน

1. ผลจดั กจิ กรรมการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2) ปัญหา/อุปสรรค
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

3) ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

ลงช่ือ................................................
( นาย รณกฤต สุทธิเสรีสกลุ )

27

ความคดิ เห็น/ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระหรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย

.............................................................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................................

.............................................................................................................................................................................................................

.................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................

(…………………….....………………..)

หวั หนา้ กลมุ่ สาระ..........................................

ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร .
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

ลงช่ือ......................................................
(…………………….....………………..)

รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................

ลงชื่อ......................................................
(…………………….....………………..)
ผอู้ านวยการโรงเรียน..........................................

28

แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โต 6. อาหารชนิดใดทท่ี าใหค้ นเรามสี ่วนสงู เพม่ิ ขน้ึ
ก. ผวิ ขาวขน้ึ ก. นมสด
ข. ชอบพดู โกหก ข. ชา
ค. รปู ร่างสงู ขน้ึ ค. ผลไม้
ง. ผมมสี นี ้าตาล ง. น้ามนั

2. ในวยั ของนักเรยี นควรทาตวั อยา่ งไร เพอ่ื ใหม้ กี าร 7. ถา้ ขณะทางานกลมุ่ เพ่อื นในกลุ่มมคี วามคดิ เหน็ ไมต่ รง
เจรญิ เตบิ โตทด่ี ี กบั นักเรยี น ควรทาอย่างไร
ก. พดู ใหน้ ้อยทส่ี ุด ก. ทาตามทค่ี รสู งั ่
ข. มอี ารมณ์แจ่มใส ข. ทาตามทเ่ี พ่อื นบอก
ค. เกบ็ ตวั อย่คู นเดยี ว ค. ทาตามทต่ี นเองคดิ
ง. คบเพอ่ื นใหม้ ากทส่ี ุด ง. ทาตามเสยี งส่วนใหญ่

3. การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นจติ ใจมหี ลายประการ 8. การกนิ อาหารใหค้ รบ 5 หมู่ มปี ระโยชน์อยา่ งไร
ยกเว้นขอ้ ใด ก. ทาใหจ้ ติ ใจสงบ
ข. ทาใหร้ า่ งกายอว้ นทว้ น
ก. รสู้ กึ ออ่ นไหว ค. ทาใหส้ มองปลอดโปรง่
ข. สนใจเพศตรงขา้ ม ง. ทาใหร้ ่างกายเจรญิ เตบิ โต
ค. ตอ้ งการการยกย่อง
ง. ตอ้ งการกนิ อาหารมากขน้ึ 9. ใครน่าจะเป็นทช่ี ่นื ชอบของเพอ่ื นมากทส่ี ุด
4. อาหารชนดิ ใดทาใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ก. พลอยเป็นคนรา่ เรงิ
ก. ขา้ วผดั กงุ้ ข. แพรวชอบพดู โออ้ วด
ข. น้าสม้ คนั้ ค. พราวเป็นคนซมึ เศรา้
ค. ก๋วยเตยี๋ วไก่ ง. พมิ เป็นคนเครง่ ขรมึ
ง. มะมว่ งดอง
5. ใครดแู ลตนเองผดิ วธิ ี 10. ขอ้ ใดไมจ่ ดั เป็นพฒั นาการของเดก็ วยั เรยี น
ก. น้าออกกาลงั กายทกุ ชวั่ โมง ก. ชอบคาชมเชย
ข. นงอาบน้าทุกเชา้ และเยน็ ข. ควบคมุ อารมณ์ได้
ค. โอพ๋ กั ผอ่ นอยา่ งเพยี งพอ ค. กงั วลกบั ชวี ติ ทเ่ี หลอื อยู่
ง. ออยกนิ อาหารครบ 5 หมู่ ง. ยอมรบั ฟังความเหน็ ของเพอ่ื น

มฐ. พ 1.1 ป.4/1
ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ค 2. ข 3. ง 4. ง 5. ก 6. ก 7. ง 8. ง 9. ก 10. ค

ใบงานท่ี 29

1 การส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของรา่ งกายและจิตใจ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเตมิ ขอ้ มลู ลงในแผนผงั ใหถ้ ูกตอ้ ง
การส่งเสริมการเจริญเติบโตและพฒั นาการของนักเรยี น

ด้านร่างกาย ด้านจิตใจ

ผลท่ีได้รบั

แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 30

1

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว

1. อาหารชนิดใดทท่ี าใหค้ นเรามสี ว่ นสงู เพม่ิ ขน้ึ 6. ในวยั ของนักเรยี นควรทาตวั อย่างไร เพ่อื ใหม้ กี าร
ก. ชา เจรญิ เตบิ โตทด่ี ี
ข. ผลไม้ ก. คบเพอ่ื นใหม้ ากทส่ี ุด
ค. น้ามนั ข. เกบ็ ตวั อยคู่ นเดยี ว
ง. นมสด ค. มอี ารมณ์แจม่ ใส
ง. พดู ใหน้ ้อยทส่ี ดุ
2. ขอ้ ใดเป็นลกั ษณะการเจรญิ เตบิ โต
ก. ผวิ ขาวขน้ึ 7. การเปลย่ี นแปลงทางดา้ นจติ ใจมหี ลายประการ
ข. รปู รา่ งสงู ขน้ึ ยกเว้นขอ้ ใด
ค. ผมมสี นี ้าตาล
ง. ชอบพดู โกหก ก. ตอ้ งการกนิ อาหารมากขน้ึ
ข. สนใจเพศตรงขา้ ม
3. อาหารชนิดใดทาใหเ้ กดิ ผลเสยี ตอ่ การเจรญิ เตบิ โต ค. ตอ้ งการการยกย่อง
ก. น้าสม้ คนั้ ง. รสู้ กึ ออ่ นไหว
ข. ขา้ วผดั กงุ้ 8. ใครน่าจะเป็นทช่ี ่นื ชอบของเพ่อื นมากทส่ี ดุ
ค. มะมว่ งดอง ก. แพรวชอบพดู โออ้ วด
ง. กว๋ ยเตยี๋ วไก่ ข. พลอยเป็นคนร่าเรงิ
ค. พราวเป็นคนซมึ เศรา้
4. ใครดแู ลตนเองผดิ วธิ ี ง. พมิ เป็นคนเคร่งขรมึ
ก. โอพ๋ กั ผอ่ นอย่างเพยี งพอ 9. ขอ้ ใดไม่จดั เป็นพฒั นาการของเดก็ วยั เรยี น
ข. ออยกนิ อาหารครบ 5 หมู่ ก. ยอมรบั ฟังความเหน็ ของเพอ่ื น
ค. น้าออกกาลงั กายทกุ ชวั่ โมง ข. กงั วลกบั ชวี ติ ทเ่ี หลอื อยู่
ง. นงอาบน้าทกุ เชา้ และเยน็ ค. ควบคมุ อารมณ์ได้
ง. ชอบคาชมเชย
5. การกนิ อาหารใหค้ รบ 5 หมู่ มปี ระโยชน์อยา่ งไร 10. ถา้ ขณะทางานกลมุ่ เพอ่ื นในกลุม่ มคี วามคดิ เหน็ ไมต่ รง
ก. ทาใหจ้ ติ ใจสงบ กบั นักเรยี น ควรทาอยา่ งไร
ข. ทาใหส้ มองปลอดโปรง่ ก. ทาตามเสยี งสว่ นใหญ่
ค. ทาใหร้ า่ งกายอว้ นทว้ น ข. ทาตามทเ่ี พ่อื นบอก
ง. ทาใหร้ ่างกายเจรญิ เตบิ โต ค. ทาตามทต่ี นเองคดิ
ง. ทาตามทค่ี รสู งั ่

มฐ. พ 1.1 ป.4/1

ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย

1. ง 2. ข 3. ค 4. ค 5. ง 6. ค 7. ก 8. ข 9. ข 10. ก

31

แบบทดสอบก่อนเรยี น หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ 2

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว

1. หน้าทข่ี องกลา้ มเน้อื ไดแ้ กข่ อ้ ใด 6. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ของขอ้ ต่อ
ก. รบั ความรสู้ กึ ก. หอ่ หมุ้ ร่างกาย
ข. ชว่ ยพยงุ ร่างกาย ข. ปกคลุมอวยั วะภายใน
ค. ชว่ ยควบคมุ ร่างกาย ค. เป็นแหล่งเกบ็ สะสมไขมนั
ง. ทาใหร้ ่างกายเคล่อื นไหว ง. ทาใหอ้ วยั วะเคล่อื นไหวได้

2. การทางานของระบบกลา้ มเน้อื กระดกู และขอ้ ตอ่ 7. ขณะงอแขน กลา้ มเน้อื ไบเซป็ สจ์ ะทางานอย่างไร
ถูกควบคมุ โดยระบบใด ก. หดตวั
ก. ระบบหายใจ ข. คลายตวั
ข. ระบบขบั ถา่ ย ค. มว้ นเขา้
ค. ระบบประสาท ง. บดิ เป็นเกลยี ว
ง. ระบบยอ่ ยอาหาร
8. การปฏบิ ตั ติ นในขอ้ ใดเป็นประโยชน์ตอ่ ระบบกระดกู
3. ขอ้ ต่อบรเิ วณใดเคล่อื นไหวไม่ได้ ก. กนิ ปลาตวั เลก็ บอ่ ยๆ
ก. หวั ไหล่ ข. ดม่ื น้ากอ่ นกนิ อาหาร
ข. กะโหลกศรี ษะ ค. กนิ อาหารในปรมิ าณมากๆ
ค. กระดกู สนั หลงั ง. กนิ อาหารทม่ี รี สหวานมากๆ
ง. กระดกู เชงิ กราน
9. กจิ กรรมใดอาจทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อกระดกู มากทส่ี ดุ
4. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กระดกู สว่ นทเ่ี ป็นแกนของร่างกาย ก. วา่ ยน้า
ข. วง่ิ เหยาะๆ
ก. กระดกู อก ค. เลน่ ฟุตบอล
ข. กะโหลกศรี ษะ ง. เลน่ มวยปล้า
ค. กระดกู เชงิ กราน
ง. กระดกู สนั หลงั 10. อาหารในขอ้ ใดจาเป็นตอ่ กลา้ มเน้อื
5. ถา้ ร่างกายของเราไมม่ กี ระดกู จะเกดิ ผลอย่างไร ก. แตงโม
ก. กลา้ มเน้อื ทรงตวั อยไู่ มไ่ ด้ ข. สลดั ผกั
ข. ไม่มแี หล่งเกบ็ สะสมไขมนั ค. ปลาทอด
ค. เชอ้ื โรคเขา้ ส่รู ่างกายไดง้ า่ ย ง. ขา้ วเหนยี ว
ง. ร่างกายปรบั เปลย่ี นรปู ทรงไดง้ า่ ย

มฐ. พ 1.1 ป.4/2-3
ได้คะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ง 2. ค 3. ข 4. ค 5. ง 6. ง 7. ก 8. ก 9. ง 10. ค

32

แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งขอ้ เดียว

1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่กระดกู ส่วนทเ่ี ป็นแกนของรา่ งกาย 6. ขอ้ ต่อบรเิ วณใดเคลอ่ื นไหวไมไ่ ด้
ก. หวั ไหล่
ก. กระดกู เชงิ กราน ข. กระดกู สนั หลงั
ข. กระดกู สนั หลงั ค. กะโหลกศรี ษะ
ค. กะโหลกศรี ษะ ง. กระดกู เชงิ กราน
ง. กระดกู อก
2. ขณะงอแขน กลา้ มเน้อื ไบเซป็ สจ์ ะทางานอยา่ งไร 7. ขอ้ ใดเป็นประโยชน์ของขอ้ ตอ่
ก. คลายตวั ก. ทาใหอ้ วยั วะเคล่อื นไหวได้
ข. หดตวั ข. เป็นแหลง่ เกบ็ สะสมไขมนั
ค. มว้ นเขา้ ค. ปกคลมุ อวยั วะภายใน
ง. บดิ เป็นเกลยี ว ง. ห่อหมุ้ รา่ งกาย
3. ถา้ รา่ งกายของเราไมม่ กี ระดกู จะเกดิ ผลอยา่ งไร
ก. ไมม่ แี หลง่ เกบ็ สะสมไขมนั 8. กจิ กรรมใดอาจทาใหเ้ กดิ อนั ตรายต่อกระดกู มากทส่ี ุด
ข. กลา้ มเน้อื ทรงตวั อยไู่ มไ่ ด้ ก. วา่ ยน้า
ค. เชอ้ื โรคเขา้ สรู่ า่ งกายไดง้ า่ ย ข. วงิ่ เหยาะๆ
ง. รา่ งกายปรบั เปลย่ี นรปู ทรงไดง้ า่ ย ค. เล่นมวยปล้า
4. การทางานของระบบกลา้ มเน้อื กระดกู และขอ้ ต่อ ง. เล่นฟุตบอล
ถกู ควบคมุ โดยระบบใด
ก. ระบบยอ่ ยอาหาร 9. อาหารในขอ้ ใดจาเป็นตอ่ กลา้ มเน้อื
ข. ระบบขบั ถา่ ย ก. ขา้ วเหนยี ว
ค. ระบบหายใจ ข. ปลาทอด
ง. ระบบประสาท ค. แตงโม
5. หน้าทข่ี องกลา้ มเน้ือ ไดแ้ กข่ อ้ ใด ง. สลดั ผกั
ก. ทาใหร้ า่ งกายเคล่อื นไหว
ข. ชว่ ยควบคมุ ร่างกาย 10. การปฏบิ ตั ติ นในขอ้ ใดเป็นประโยชน์ต่อระบบกระดกู
ค. ช่วยพยงุ รา่ งกาย ก. ด่มื น้าก่อนกนิ อาหาร
ง. รบั ความรสู้ กึ ข. กนิ ปลาตวั เลก็ บ่อยๆ
ค. กนิ อาหารในปรมิ าณมากๆ
ง. กนิ อาหารทม่ี รี สหวานมากๆ

มฐ. พ 1.1 ป.4/2-3
ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็

10

เฉลย
1. ก 2. ข 3. ง 4. ง 5. ก 6. ค 7. ก 8. ค 9. ข 10. ข

ใบงานท่ี 33

2 ประเภทของกลา้ มเนื้อ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามทก่ี าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

1.กลา้ มเน้อื ในร่างกายของคนเราแบ่งออกเป็นกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

2. กลา้ มเน้อื ลาย มลี กั ษณะอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

3. กลา้ มเน้อื ประเภทใดทม่ี กี ารทางานทอ่ี ย่นู อกเหนอื จากอานาจจติ ใจ
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

4. เพราะเหตุใด กลา้ มเน้อื หวั ใจจงึ มคี วามแขง็ แรงมากทส่ี ุด
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

5. กลา้ มเน้อื มคี วามสาคญั อย่างไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

ใบงานท่ี 34

3 วิธีการดแู ลรกั ษาระบบกล้ามเนื้อ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงวธิ กี ารดแู ลรกั ษาระบบกลา้ มเน้อื ใหแ้ ขง็ แรงและทางานได้
อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ

วิธีการดแู ล
รกั ษา

ระบบกล้ามเนื้อ

ใบงานที่ 35

4 กระดกู และขอ้ ต่อ

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามทก่ี าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

1. โครงกระดกู มคี วามสาคญั อยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

2. กระดกู แบ่งออกเป็นกส่ี ว่ น อะไรบา้ ง
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

3. เพราะเหตุใด ทารกแรกเกดิ จงึ มจี านวนกระดกู มากกว่าตอนเจรญิ เตบิ โตเตม็ ท่ี
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

4. ขอ้ ตอ่ มกี ช่ี นดิ และมปี ระโยชน์อยา่ งไรต่อรา่ งกาย
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

5. ขอ้ ตอ่ ทส่ี ามารถเคลอ่ื นไหวไดม้ ากเป็นขอ้ ตอ่ ทอ่ี ยใู่ นสว่ นใด
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………

ใบงานที่ 36

5 ยอดมนุษยต์ วั ปลอม

คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นอา่ นเร่อื ง ยอดมนุษยต์ วั ปลอม แลว้ ตอบคาถามทก่ี าหนดใหถ้ ูกตอ้ ง

ยอดมนุษยต์ วั ปลอม

แกว้ เป็นเดก็ ทซ่ี ุกซนมาก เธอชอบเล่นโลดโผนเป็นทส่ี ดุ แมค้ ณุ แมจ่ ะคอยหา้ ม แต่เธอกไ็ มเ่ ช่อื ฟัง เพราะรสู้ กึ
วา่ สนุก ตน่ื เตน้ ทา้ ทาย และทาใหเ้ พอ่ื นๆ นับถอื ได้

เมอ่ื อยโู่ รงเรยี น แกว้ มกั ชวนเพอ่ื นๆ ไปปีนป่ายตน้ ไมห้ รอื กระโดดจากทส่ี งู เพ่อื เลยี นแบบยอดมนุษยท์ เ่ี ธอ
เคยดใู นภาพยนตร์ เพ่อื นๆ บางคนกท็ าตาม แตบ่ างคนกเ็ ตอื นวา่ เป็นอนั ตราย แต่เธอกไ็ ม่เช่อื

วนั หน่ึง แกว้ ชวนเพอ่ื นๆ ไปเลน่ เป็นยอดมนุษยม์ าปราบเหล่ารา้ ย เธอสมมุตใิ หต้ วั เองเป็นยอดมนุษยท์ เ่ี หาะ
มาจากนอกโลก เธอจงึ ขน้ึ ไปยนื บนโตะ๊ หนิ แลว้ กระโดดเหาะลงมา แตเ่ น่อื งจากเมอ่ื คนื ฝนตกจงึ ทาใหโ้ ตะ๊ หนิ
เปียก เธอจงึ ลน่ื ตกลงมาทาใหแ้ ขนและขากระแทกพน้ื จนรสู้ กึ เจบ็ ขอ้ มอื และขอ้ เทา้ มาก เพ่อื นๆ รบี ตามคณุ ครู
มาดแู กว้ คุณครจู งึ พาแกว้ ไปหาหมอ หมอบอกเธอวา่ กลา้ มเน้อื ทบ่ี รเิ วณมอื อกั เสบและขอ้ เทา้ หกั ตอ้ งเขา้ เฝือก
และตอ้ งอยเู่ ฉยๆ หา้ มเลน่ จนกวา่ จะหายเป็นปกติ

คาถาม
1. ปัญหาของแกว้ คอื อะไร
………………………………………………………………………………………………………

2. เพราะเหตใุ ด แกว้ จงึ กลา้ มเน้อื มอื อกั เสบและขอ้ เทา้ หกั
………………………………………………………………………………………………………

3. ผลของกลา้ มเน้อื มอื อกั เสบและขอ้ เทา้ หกั จะเป็นอยา่ งไร
………………………………………………………………………………………………………

4. ถา้ ไม่มกี ลา้ มเน้อื และกระดกู เราจะเป็นอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………

5. ถา้ นกั เรยี นเป็นแกว้ นกั เรยี นจะปฏบิ ตั อิ ยา่ งไรจงึ จะทาใหก้ ระดกู ไม่หกั
………………………………………………………………………………………………………

37

สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ภำคเรียนที่1 รำยวชิ ำ สุขศึกษำและพลศึกษำ
ช้ันประถมศึกษำปี ที่ 4 ปี กำรศึกษำ2565
หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 2 ชีวติ และครอบครัว เวลำ 6 ชั่วโมง

1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มำตรฐำนกำรเรียนรู้

มำตรฐำน พ ๒.๑ เขา้ ใจและเห็นคุณคา่ ตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทกั ษะในการดาเนินชีวติ พ้นื ฐาน

ตัวชีว้ ัด
พ ๒.๑ ป.4/1 อธิบายคณุ ลกั ษณะของความเป็นเพ่ือนและสมาชิกที่ดีของครอบครัว
พ ๒.๑ ป.4/2 แสดงพฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
พ ๒.๑ ป.4/3 ยกตวั อยา่ งวิธีการปฏิเสธการกระทาที่เป็นอนั ตรายและไม่เหมาะสมในเรื่องเพศ

จดุ ประสงค์กำรเรียนรู้
1. อธิบายความสาคญั ของการเป็นเพื่อนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัวอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)

2. ตระหนกั ถึงความสาคญั ของการเป็นเพ่ือนและสมาชิกท่ีดีของครอบครัว (A)

3.สามารถสื่อสารเพื่ออธิบายความสาคญั ของการเป็นเพ่ือนและสมาชิกที่ดีของครอบครัวอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (P)

4. อธิบายความหมายและความสาคญั ของพฤติกรรมทางเพศอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)

5. ศึกษาเรื่องที่เก่ียวขอ้ งกบั พฤติกรรมทางเพศดว้ ยความสนใจ (A)

6. สามารถแสดงพฤติกรรมทางเพศอยา่ งเหมาะสมได้ (P)

7. บอกวธิ ีการปฏิเสธเมื่อประสบกบั สถานการณ์อนั ตรายอยา่ งถกู ตอ้ งได้ (K)

8. ตระหนกั ในความสาคญั ของการปฏิเสธ ในสถานการณ์อนั ตราย (A)

9. อธิบาขและแสดงทกั ษะในการพุดปฏเิ สธเม่ือประสบกบั สถานการณ์อนั ตรายอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)

38

สำระสำคญั

การปฏิบตั ิตนเป็นเพอื่ นและสมาชิกในครอบครัวที่ดี จะทาใหเ้ ป็นท่ีรักของทกุ คนและอยรู่ ่วมกนั อยา่ งมีความสุข

วฒั นธรรมไทยน้นั เนน้ ให้ชายและหญิงปฏิบตั ิตนต่อกนั อยา่ งเหมาะสม และรู้จกั วธิ ีการปฏิเสธการกระทา ท่ีเป็น
อนั ตรายทางเพศ

สำระกำรเรียนรู้

1 คณุ ลกั ษณะของความเป็นเพ่อื นและสมาชิกที่ดีของครอบครัว
2 พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
3 พฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศของตนตามวฒั นธรรมไทย
4. วธิ ีการปฏิเสธการกระทาท่ีเป็นอนั ตรายและไมเ่ หมาะสมในเร่ืองเพศ
5. พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา

สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน

ควำมสำมำรถในกำรส่ือสำร

ควำมสำมำรถในกำรคิด

ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ

ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต

ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้นั พืน้ ฐำน พุทธศักรำช 2551

ฉบับปรับปรุง 2560

1. รักชำติ ศำสน์ กษตั ริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต

3. มีวินัย 4. ใฝ่ เรียนรู้

5. อย่อู ย่ำงพอเพยี ง 6. ม่งุ มัน่ ในกำรทำงำน

7. รักควำมเป็ นไทย 8. มจี ิตสำธำรณะ

39

2. ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จุดเน้นสู่กำรพฒั นำคุณภำพผู้เรียน)

ทักษะกำรอ่ำน (Reading)

ทกั ษะกำร เขียน (Writing)

ทกั ษะกำร คิดคำนวณ (Arithmetic)

ทกั ษะด้ำนกำรคิดอย่ำงมีวิจำรณญำณและทักษะในกำรแก้ปัญหำ (Critical thinking and problem

solving)

ทักษะด้ำนกำรสร้ำงสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)

ทกั ษะด้ำนควำมร่วมมือ กำรทำงำนเป็ นทมี และภำวะผู้นำ (Collaboration, teamwork

and leadership)

ทักษะด้ำนควำมเข้ำใจต่ำงวฒั นธรรม ต่ำงกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)

ทักษะด้ำน กำรสื่อสำร สำรสนเทศ และรู้เท่ำทันสื่อ (Communication information and

media literacy)

ทักษะด้ำนคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรส่ือสำร (Computing)

ทกั ษะอำชีพและทักษะกำรเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)

ทกั ษะกำรเปลี่ยนแปลง (Change)

ทักษะกำรเรียนรู้ (Learning Skills)

ภำวะผ้นู ำ (Leadership)

3. กระบวนกำรท่ใี ช้สอน (ระบุเฉพำะท่ใี ช้ในชั่วโมงหรือคำบสอน และระบุได้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)

กระบวนกำรเรียนควำมรู้ควำมเข้ำใจ กระบวนกำรปฏิบัติ กระบวนกำรกล่มุ

กระบวนกำรสร้ำงควำมคิดรวบยอด กระบวนกรสร้ำงค่ำนิยม กระบวนกำรแก้ปัญหำ

กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำรเรียนภำษำ กระบวนกำรสร้ำงเจตคติ

กระบวนกำรคณิตศำสตร์ ทกั ษะกระบวนกำร 9 ข้นั อื่นๆ..............................

กระบวนกำรทำงวิทยำศำสตร์ กระบวนกำรคดิ อย่ำงมวี ิจำรณญำณ

กระบวนกำรอ่ำน กระบวนกำรวิเครำะห์

40

4. วธิ ีกำรสอนทีใ่ ช้ในกำรจดั กำรเรียนรู้ (ระบุเฉพำะที่ใช้ในช่ัวโมงหรือคำบสอน และระบุได้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)

กำรบรรยำย (Lecture) กำรสำธติ (Demonstration) กำรทดลอง (Experiment)

แบบทัศนศึกษำ (Field Trip) แบบนิรนัย (Deduction) แบบอปุ นัย (Induction)

กำรอภิปรำยรำยกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) กำรแสดงละคร (Dramatization)

แบบศูนย์กำรเรียน (Learning Center) กรณีตวั อย่ำง (Case study)

กำรใช้สถำนกำรณ์จำลอง (Simulation) กำรแสดงบทบำทสมมติ (Role Playing)

กำรบทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction) กำรใช้เกม (Game)

อื่นๆ........................

5. ชิ้นงำนหรือภำระงำน ( หลักฐำน / ร่องรอยแสดงควำมรู้ )
แบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เร่อื ง คนดที ท่ี กุ คนรกั
ใบงานท่ี 3.1 เร่อื ง คนดขี องครอบครวั
ใบงานท่ี 3.2 เรอ่ื ง คนดที ท่ี ุกคนรกั
แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 3 เรอ่ื ง คนดที ท่ี กุ คนรกั
แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่อื ง พฤตกิ รรมทางเพศ
ใบงานท่ี 4.1 เรอ่ื ง พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศของฉนั
ใบงานท่ี 4.2 เร่อื ง อนั ตรายทางเพศ
แบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี 4 เร่อื ง พฤตกิ รรมทางเพศ

41

6 กิจกรรมการเรยี นรู้ เรอ่ื ง 2 ชีวติ และครอบครัว เวลา 6 ชวั่ โมง
หน่วยย่อยท่ี1 เร่ือง คนดีท่ีทกุ คนรกั จานวณ 3 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสำะหำควำมรู้ (Inquiry Method : 5E)

เรอ่ื งที่ 1 การปฏิบตั ิตนที่เหมาะสมกบั สมาชิก
ในครอบครวั
1 ชวั่ โมง

ขนั้ นาเข้าส่บู ทเรียน

1. ครแู จกกระดาษขนาด A4 ใหน้ กั เรยี นคนละ 1 แผ่น แลว้ ใหน้ กั เรยี นวาดภาพตนเอง จากนนั้ เขยี นวธิ ี
ปฏบิ ตั ติ นทค่ี ดิ ว่า เป็นปัจจยั สาคญั ทท่ี าใหต้ นเป็นทร่ี กั ของสมาชกิ ในครอบครวั

2. ครสู มุ่ นกั เรยี นออกมานาเสนอวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นทค่ี ดิ วา่ เป็นปัจจยั สาคญั ทท่ี าใหต้ นเป็นทร่ี กั ของสมาชกิ
ในครอบครวั หน้าชนั้ เรยี น จากนนั้ ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเหน็ ความสาคญั ของการปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสม
กบั สมาชกิ ในครอบครวั

ขนั้ สอน

1. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ ใหแ้ ต่ละกลุม่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรู้
เร่อื ง การปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั สมาชกิ ในครอบครวั จากหนงั สอื เรยี น

2. ครใู หส้ มาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ผลดั กนั เลา่ เกย่ี วกบั ครอบครวั ของตนเอง โดยครกู าหนดประเดน็ ในการเลา่
เรอ่ื ง

3. สมาชกิ ในกลุม่ ช่วยกนั สรุปประเดน็ ตามทเ่ี พอ่ื นเล่า แลว้ เขยี นเป็นแผนผงั ความคดิ แสดงประเดน็ และ
รายละเอยี ดตามทค่ี รกู าหนด

4. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลงานแผนผงั ความคดิ ของกลุม่ หน้าชนั้ เรยี น
5. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานท่ี 3.1 เร่ือง คนดีของครอบครวั เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความถูกตอ้ ง

เรยี บรอ้ ยกอ่ นนาสง่ ครู

ขนั้ สรปุ
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การปฏบิ ตั ติ นต่อพอ่ แม่ ญาตผิ ใู้ หญ่ และพน่ี ้อง

เรือ่ งท่ี 2 การปฏิบตั ิตนท่ีเหมาะสมต่อเพอื่ น 42

1 ชวั่ โมง

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต

ครแู จกกระดาษรปู หวั ใจใหน้ กั เรยี นเขยี นลกั ษณะของเพอ่ื นทด่ี ลี งในกระดาษ จากนนั้ ครขู ออาสาสมคั ร
นกั เรยี นออกมาอ่านลกั ษณะของเพอ่ื นทด่ี จี ากกระดาษรปู หวั ใจ แลว้ ร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า เพราะเหตุ
ใด จงึ อยากมเี พอ่ื นทด่ี ใี นลกั ษณะดงั กลา่ ว

ขนั้ ที่ 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์

1. นกั เรยี นแตล่ ะคนศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั เพอ่ื น จากหนงั สอื เรยี น
2. ครใู หน้ กั เรยี นผลดั กนั เล่าประสบการณ์ทเ่ี พอ่ื นปฏบิ ตั กิ บั ตนไม่ดี มาคนละ 1 เรอ่ื ง เม่อื แต่ละคนเลา่ จบให้

ร่วมกนั บอกวธิ ที ค่ี วรปฏบิ ตั ติ ่อเพอ่ื นในเหตกุ ารณ์นนั้ ๆ
3. ครใู หน้ กั เรยี นจบั คกู่ บั เพอ่ื นในกลุ่ม แลว้ ใหเ้ พอ่ื นเขยี นบอกลกั ษณะนสิ ยั ทเ่ี พอ่ื นชอบและไมช่ อบตวั เราลง

ในกระดาษ เสรจ็ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะค่แู ลกเปลย่ี นกระดาษกนั จากนนั้ ใหแ้ ตล่ ะคนเขยี นบอกวธิ กี ารปรบั ปรุง
แกไ้ ข

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ

ครสู มุ่ นกั เรยี นทลี ะคนบอกหลกั การปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั เพอ่ื น แลว้ รว่ มกนั สรุปเป็นองคค์ วามรู้

เร่ืองท่ี 3 การปฏิบตั ิตนที่เหมาะสมต่อสมาชิก 43
ในครอบครวั และเพอ่ื น
1 ชวั่ โมง

ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรยี น

ครซู กั ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั การปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมตอ่ สมาชกิ ในครอบครวั และเพอ่ื น

ขนั้ สอน

1. นกั เรยี นรวมกลุ่มเดมิ แลว้ ใหส้ มาชกิ แต่ละคนเขยี นพฤตกิ รรมของตนเองทป่ี ฏบิ ตั แิ ลว้ สมาชกิ ใน
ครอบครวั และเพอ่ื นไมพ่ งึ พอใจ จากนนั้ บอกวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื แกไ้ ขพฤตกิ รรมดงั กลา่ ว

2. สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ ผลดั กนั อา่ นขอ้ มลู ใหเ้ พอ่ื นฟัง จากนนั้ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ว่า วธิ กี ารปฏบิ ตั ิ
ตนเพอ่ื แกไ้ ขพฤตกิ รรมดงั กลา่ วถูกตอ้ ง หรอื เหมาะสมหรอื ไม่ หากไม่เหมาะสมใหช้ ่วยกนั เสนอแนะ
วธิ กี ารปฏบิ ตั ทิ ถ่ี กู ตอ้ งและเหมาะสม

3. นกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ รว่ มกนั ทาใบงานที่ 3.2 เรื่อง คนดีที่ทุกคนรกั โดยใหส้ มาชกิ แต่ละคนในกลุ่มหา
คาตอบในใบงานดว้ ยตนเองจนครบทกุ ขอ้ ในแตล่ ะตอน จากนนั้ จบั คู่กบั เพอ่ื นในกลมุ่ ผลดั กนั อธบิ าย
คาตอบของตนเองใหเ้ พอ่ื นฟัง (นกั เรยี นอกี ค่หู นงึ่ กป็ ฏบิ ตั กิ จิ กรรมเช่นเดยี วกนั )

4. สมาชกิ แตล่ ะคใู่ นกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายคาตอบของคตู่ นเองใหเ้ พอ่ื นอกี คหู่ น่งึ ภายในกล่มุ ฟังและสรุป
คาตอบ ทเ่ี ป็นมตขิ องกลุ่ม แลว้ บนั ทกึ คาตอบลงในใบงานท่ี 3.2 เสรจ็ แลว้ นาสง่ ครตู รวจ

ขนั้ สรปุ

นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ แนวทางในการปฏบิ ตั ติ นต่อพอ่ แม่ ญาตผิ ใู้ หญ่ พน่ี ้อง และเพอ่ื นอยา่ ง
เหมาะสม

หน่วยยอ่ ยท่ี 2 เร่ือง พฤติกรรมทางเพศจานวณ 44

จานวณ 3 ชวั่ โมง

วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) 1 ชวั่ โมง

เรอ่ื งท่ี 1 การปฏิบตั ิตนให้เหมาะสมกบั เพศ
ตามวฒั นธรรมไทย

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต

1. ครใู หน้ กั เรยี นชว่ ยกนั สารวจสมาชกิ ในชนั้ เรยี นว่า มสี มาชกิ ทเ่ี ป็นเพศชายและเพศหญงิ กค่ี น
2. นกั เรยี นยกตวั อยา่ งพฤตกิ รรม หรอื วธิ ปี ฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมในแต่ละเพศ

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์

1. ครแู บง่ นกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลมุ่ ละ 4 คน คละเพศชายและเพศหญงิ จากนนั้ ใหน้ กั เรยี นศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง
การปฏบิ ตั ติ นใหเ้ หมาะสมกบั เพศตามวฒั นธรรมไทย จากหนงั สอื เรยี น

2. ครใู หน้ กั เรยี นดวู ซี ดี ลี ะครทม่ี ตี วั ละครแสดงพฤตกิ รรมทางเพศไมเ่ หมาะสม แลว้ ใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุม่
รว่ มกนั วเิ คราะหว์ า่ ละครตอนทน่ี กั เรยี นดมู พี ฤตกิ รรมทางเพศทไ่ี ม่เหมาะสมอยา่ งไร และควรปฏบิ ตั ิ
อย่างไร จากนนั้ รว่ มกนั สรปุ แนวทางการปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมาะสมกบั เพศของตวั ละคร

3. นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ สง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการวเิ คราะห์ และบอกแนวทางในการปฏบิ ตั ติ นท่ี
เหมาะสมกบั เพศของตวั ละคร

4. ครใู หน้ กั เรยี นเลน่ เกมชายหรอื หญงิ จากนนั้ สรุปผลคะแนนของแตล่ ะกล่มุ กล่มุ ใดไดค้ ะแนนสงู สดุ เป็น
กลมุ่ ชนะ

5. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานท่ี 4.1 เรอื่ ง พฤติกรรมที่เหมาะสมกบั เพศของฉัน เม่อื ทาใบงานเสรจ็ แลว้
ใหต้ รวจความถกู ตอ้ งเรยี บรอ้ ยกอ่ นนาสง่ ครู

ขนั้ ที่ 3 สรปุ

ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศชายและเพศหญงิ พรอ้ มบอกวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นท่ี
เหมาะสมกบั วฒั นธรรมไทย

เรื่องท่ี 2 การปฏิเสธการกระทาที่เป็นอนั ตราย 45
และไม่เหมาะสมในเรือ่ งเพศ
1 ชวั่ โมง

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ตระหนัก

1. ครถู ามนกั เรยี นว่า เพศหญงิ หรอื เพศชายทม่ี โี อกาสพบเหตุการณ์ทเ่ี ป็นอนั ตรายทางเพศไดม้ ากกวา่ กนั
พรอ้ มแสดงเหตผุ ล

2. ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายและ
ไมเ่ หมาะสมในเรอ่ื งเพศ จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ที่ 2 วางแผนปฏิบตั ิ

สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกนั วางแผนในการศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายและ
ไม่เหมาะสมในเร่อื งเพศ จากหนงั สอื เรยี น

ขนั้ ท่ี 3 ลงมือปฏิบตั ิ

สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาและสรุปความรเู้ ร่อื ง การปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายและไม่
เหมาะสมในเร่อื งเพศ จากหนงั สอื เรยี น ตามทไ่ี ดว้ างแผนร่วมกนั ไว้

ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ

1. สมาชกิ ในแตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั อภปิ รายและยกตวั อยา่ งเกย่ี วกบั แนวทางในการปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็น
อนั ตรายและไม่เหมาะสมในเรอ่ื งเพศ

2. ครใู หแ้ ต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมาจบั สลากตวั อยา่ งสถานการณ์ทเ่ี กดิ อนั ตรายทางเพศทค่ี รเู ตรยี มไว้
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ แสดงบทบาทสมมุตติ ามสถานการณ์ทก่ี ลมุ่ ตนเองจบั ได้ เมอ่ื การแสดงของแตล่ ะกล่มุ

จบ ครแู ละเพอ่ื นนกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคดิ เหน็ และใหข้ อ้ เสนอแนะ

ขนั้ ท่ี 5 สรปุ

ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั บอกแนวทางในการปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายและไมเ่ หมาะสมในเรอ่ื งเพศ

เรอื่ งท่ี 3 พฤติกรรมทางเพศท่ีเหมาะสม 46
และปลอดภยั
1 ชวั่ โมง

ขนั้ ที่ 1 สงั เกต

1. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเก่ยี วกบั ขา่ วการล่วงละเมดิ ทางเพศทเ่ี กดิ ขน้ึ ในสงั คมปัจจุบนั
2. นกั เรยี นช่วยกนั ยกตวั อยา่ งลกั ษณะการลว่ งละเมดิ ทางเพศ และแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั แนวทางใน

การป้องกนั หรอื แกไ้ ขปัญหาทเ่ี กดิ ขน้ึ

ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะห์วิจารณ์

1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั วเิ คราะหข์ า่ วทค่ี รอู า่ นใหฟ้ ัง โดยครตู งั้ ประเดน็ ในการวเิ คราะหแ์ ละหาคาตอบ
2. สมาชกิ ในแตล่ ะกล่มุ วเิ คราะหแ์ ละหาคาตอบรว่ มกนั แลว้ สรุปผลและสง่ ตวั แทนกลุ่มออกมานาเสนอผล

การวเิ คราะหข์ า่ วหน้าชนั้ เรยี น
3. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง อนั ตรายทางเพศ เม่อื ทาใบงานเสรจ็ แลว้ ใหต้ รวจความ

เรยี บรอ้ ยก่อนนาสง่ ครู

ขนั้ ท่ี 3 สรปุ

ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สรุปวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศตามวฒั นธรรมไทย และแนวทางการ
ปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายและไมเ่ หมาะสมในเรอ่ื งเพศ


Click to View FlipBook Version