47
สื่อ/แหล่งกำรเรียนรู้
9.1 ส่ือกำรเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
2) แบบวดั และบนั ทึกผลการเรียนรู้ สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
3) กระดาษขนาด A4 กระดาษรูปหวั ใจ
4) ใบงานที่ 3.1 เรื่อง คนดีของครอบครัว
5) ใบงานท่ี 3.2 เร่ือง คนดีที่ทกุ คนรัก
1) หนงั สอื เรยี น สขุ ศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.4
2) แบบวดั และบนั ทกึ ผลการเรยี นรู้ สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ป.4
3) บทเรยี นคอมพวิ เตอร์ Smart L.O. LMS Lite สขุ ศกึ ษา ป.4 บรษิ ทั เพลยเ์ อเบลิ จากดั
4) วซี ดี ลี ะคร
5) เกมชายหรอื หญงิ
6) ขา่ วการถกู ล่วงละเมดิ ทางเพศ
7) ตวั อย่างสถานการณ์ทเ่ี กดิ อนั ตรายทางเพศ
8) สลาก
9) ใบงานท่ี 4.1 เร่อื ง พฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศของฉนั
10) ใบงานท่ี 4.2 เรอ่ื ง อนั ตรายทางเพศ
9.2 แหล่งกำรเรียนรู้
- หอ้ งสมุด
การประเมินสมรรถนะของผ้เู รียน วิธีวดั เครื่องมือวดั เกณฑก์ ำรให้คะแนน 48
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน เกณฑก์ ำรประเมิน
(ตำมหวั ขอ้ ที่ 5) *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
1. ควำมสำมำรถในกำร ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมิน 5 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรท่ีดีมำก ระดบั ปำนกลำง *
ส่ือสำร รำยบคุ คล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรที่ดี
ในกำรสื่อสำร 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำรปำนกลำง *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
2.. ควำมสำมำรถในกำรคิด ใชแ้ บบประเมิน 2 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรท่ีนอ้ ย ประเมินอยำ่ งน้อยใน
รำยบุคคล -แบบประเมิน 1 = มคี วำมสำมำรถในกำรส่ือสำรนอ้ ยที่สุด ระดบั ปำนกลำง *
ควำมสำมำรถ
5 = มคี วำมสำมำรถในกำรคิดท่ีดีมำก *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ในกำรคดิ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ที่ดี ประเมินอยำ่ งน้อยใน
3 = มีควำมสำมำรถในกำรคิดปำนกลำง ระดบั ปำนกลำง *
2 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีนอ้ ย
1 = มีควำมสำมำรถในกำรคดิ นอ้ ยที่สุด *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ประเมินอยำ่ งน้อยใน
3. ควำมสำมรถในกำรแกป้ ัญหำ ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมนิ 5 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่ดีมำก ระดบั ปำนกลำง *
รำยบุคคล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่ดี
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะ ในกำรแกป้ ัญหำ 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำปำนกลำง *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ชีวติ ใชแ้ บบประเมนิ 2 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ีนอ้ ย ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
รำยบุคคล 1 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำนอ้ ย ท่ีสุด ระดบั ปำนกลำง *
5. ควำมสมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมนิ 5 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตท่ีดีมำก
รำยบคุ คล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ ที่ดี
ในทกั ษะชีวิต 3 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตปำนกลำง
2 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตท่ีนอ้ ย
-แบบประเมิน 1 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ นอ้ ย ที่สุด
ควำมสำมำรถ 5 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีที่ดีมำก
ในกำรใช้ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยที ี่ดี
เทคโนโลยี 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
ปำนกลำง
2 = มคี วำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีที่นอ้ ย
1 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
นอ้ ยที่สุด
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผ้เู รียน 49
การประเมณิ คุณลักษระอันพึง ประสงค์ วธิ ีการวดั เครื่องมือท่ใี ช้ เกณฑ์การประเมิณและเกณฑก์ารผ่าน
1. มวี นิ ยั -ใชแ้ บบประเมินรำยบคุ คล -แบบประเมินควำมมีวนิ ยั 5 = มีวนิ ยั ในกำรเรียนดีมำก
4 = มีวินยั ในกำรเรียนดี
2.ใฝ่ เรียนรู้ -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบุคคล -แบบประเมินควำมใฝ่เรียนรู้ 3 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนปำนกลำง
2 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนท่ีนอ้ ย
3.มุ่งมนั่ ในกำรทำงำน -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบุคคล -แบบประเมนิ ควำมมุ่งมน่ั ใน 1 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนนอ้ ยที่สุด
กำรทำงำน ****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดับปานกลาง
*
5 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้ท่ีดีมำก
4 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีดี
3 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้ปำนกลำง
2 = มีควำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ย
1 = มีควำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ยที่สุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง
*
5 = มีควำมม่งุ มนั่ ในกำรทำงำนดีมำก
4 = มคี วำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนดี
3 = มีควำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนปำนกลำง 2 =
มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ี นอ้ ย
1 = มีควำมมงุ่ มนั่ ในกำรทำงำนนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน
ระดบั ปานกลาง*
ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 50
การประเมณิ ทกั ษะของผ้เู รียน วิธกี ารวดั เครื่องมือทีใ่ ช้ เกณฑ์การประเมิณและเกณฑก์ ารผ่าน
ในศตวรรษที่ 21 -แบบประเมนิ ควำมมุ่งมน่ั ใน 5 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคดิ อยำ่ งมี
กำรทำงำน วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขดีมำก
1.ทกั ษะในกำรวิเครำะห์กำร -ใชแ้ บบประเมิน รำยบคุ คล 4 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคดิ อยำ่ งมี
คดิ อยำ่ งมีวจิ ำรณญำณและ วิจำรณญำณและแกไ้ ขดี
แกไ้ ขได้ 3 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคดิ อยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคิดอยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขที่นอ้ ย
1 = มที กั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคิดอยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง*
2.ทกั ษะในกำรส่ือสำรและ -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบคุ คล -แบบประเมินกำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ดีมำก
รู้เทำ่ ทนั ส่ือ ในกิจกรรม 4 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ด ีี
3 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เท่ำทนั ส่ือ ท่ีนอ้ ย
1 = มีทกั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เท่ำทนั ส่ือ ท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง*
3.ทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์ -ใชแ้ บบประเมนิ กำรมี -แบบประเมนิ กำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ ทนั เทคโนโลยีดีมำก
และรู้เท่ำทนั เทคโนโลยี ส่วนร่วมในกิจกรรม ในกิจกรรม 4 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ ทนั เทคโนโลยีดี
3 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ
ทนั เทคโนโลยปี ำนกลำง
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่ำงเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
32
1 ควำมถกู ตอ้ งของเน้ือหำ
2 ควำมคดิ สร้ำงสรรค์
3 วิธีกำรนำเสนอผลงำน
4 กำรนำไปใชป้ ระโยชน์
5
กำรตรงต่อเวลำ
รวม
ลงชื่อ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./...................
เกณฑ์การให้คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมนิ สมบรู ณช์ ดั เจน ให้ 3 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมินเป็นส่วนใหญ่ ให้ 2 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมินบำงส่วน ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวำ่ 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกริ รมการทางานรำยบุคคล
คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวำ่ งเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมิน ระดบั คะแนน 1
32
1 กำรแสดงควำมคิดเห็น
2 กำรยอมรับฟังควำมคดิ เห็นของผอู้ ืน่
3 กำรทำงำนตำมหน้ำที่ที่ไดร้ ับมอบหมำย
4
5 ควำมมนี ้ำใจ
กำรตรงต่อเวลำ
รวม
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............/.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวำ่ 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิรรมการทางานกล่มุ
คาช้ีแจง : ให้ผูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมีน้าใจ การมี รวม
ของนักเรียน ความคดิ เห็น ฟังคนอื่น ตามท่ีได้รับ ส่วนร่วมใน 15 คะแนน
มอบหมาย การปรับปรุง
ผลงานกล่มุ
321321321321321
ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............./.................../...............
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง
บนั ทกึ ผลหลงั สอน
1. ผลจดั กิจกรรมการเรียนรู้
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
2) ปัญหา/อปุ สรรค
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
3) ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
( นาย รณกฤต สุทธิเสรีสกุล)
ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ สาระหรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(…………………….....………………..)
หวั หนา้ กลุ่มสาระ..........................................
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร .
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(…………………….....………………..)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................
.................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(…………………….....………………..)
ผอู้ านวยการโรงเรียน..........................................
แบบทดสอบก่อนเรยี น หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 3
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว
1. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าทข่ี องนกั เรยี น 6. พ่อแมจ่ ะรสู้ กึ อยา่ งไร เมอ่ื เราปฏบิ ตั ติ นเป็นเดก็ ดี
ก. เฉยๆ
ก. เรยี นหนงั สอื ข. เสยี ใจ
ข. ทางานหาเงนิ ค. ภูมใิ จ
ค. ช่วยดแู ลน้อง ง. ผดิ หวงั
ง. ชว่ ยพอ่ แมท่ างานบา้ น
2. ใครทเ่ี ราควรใหค้ วามเคารพนับถอื และเช่อื ฟังคาสงั ่ 7. ขอ้ ใดคอื ผลเสยี ของการเป็นเพ่อื นทไ่ี ม่ดี
สอน ก. เพอ่ื นๆ รกั ใคร่
ก. น้อง ข. ทกุ คนคอยชว่ ยเหลอื
ข. เพ่อื น ค. ไม่มใี ครอยากเลน่ ดว้ ย
ค. พ่อแม่ ง. เพ่อื นแบง่ ปันขนมใหก้ นิ
ง. เพ่อื นบา้ น
3. เม่อื น้องไม่เขา้ ใจการบา้ น ในฐานะทเ่ี ราเป็นพท่ี ด่ี ี 8. ถา้ เพ่อื นนงั่ ซมึ เศรา้ เราควรทาอยา่ งไร
ควรทาอยา่ งไร ก. เดนิ หนีไป
ก. ทาการบา้ นให้ ข. เขา้ ไปพดู คุยดว้ ย
ข. ใหน้ ้องเรยี นรเู้ อง ค. วงิ่ เล่นอยรู่ อบๆ
ค. สอนการบา้ นน้อง ง. ปลอ่ ยใหเ้ พ่อื นอยคู่ นเดยี ว
ง. บอกใหแ้ มม่ าสอน
4. ใครปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั 9. เพอ่ื นผชู้ ายควรปฏบิ ตั ติ ่อเพ่อื นผหู้ ญงิ อย่างไร
ก. จวิ๋ แกลง้ น้อง ก. ช่วยเพอ่ื นถอื ของ
ข. แกม้ ชว่ ยยายทางาน ข. ใหเ้ พอ่ื นทาการบา้ นให้
ค. น่ิมเลน่ เกมในหอ้ งทงั้ วนั ค. พาเพ่อื นไปเขา้ กลุม่ ดว้ ย
ง. กอ้ ยทง้ิ ของเลน่ ไวเ้ ตม็ บา้ น ง. ใหค้ วามสนิทสนมเหมอื นกบั เพอ่ื นผชู้ าย
5. ใครควรเป็นทร่ี กั ใคร่ของทุกคน
ก. ป่านหยบิ ยางลบเพอ่ื นไปใชโ้ ดยทไ่ี มบ่ อก 10. หน้าทท่ี น่ี กั เรยี นควรทาใหด้ ที ส่ี ุดในวยั น้ี คอื ขอ้ ใด
ข. ปอแบ่งขนมใหเ้ พ่อื นกนิ บอ่ ยๆ ก. เรยี นหนังสอื
ค. ป้มุ วงิ่ ชนเพ่อื นแลว้ ไมข่ อโทษ ข. ทางานพเิ ศษ
ง. แป้งชอบแกลง้ เพอ่ื นใหต้ กใจ ค. ช่วยเหลอื สงั คม
ง. สอนหนังสอื น้อง
มฐ. พ 2.1 ป.4/1
ไดค้ ะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ข 2. ค 3. ค 4. ข 5. ข 6. ค 7. ค 8. ข 9. ก 10. ก
แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว
1. ใครควรเป็นทร่ี กั ใคร่ของทุกคน 6. ขอ้ ใดไมใ่ ช่หน้าทข่ี องนกั เรยี น
ก. แป้งชอบแกลง้ เพอ่ื นใหต้ กใจ
ข. ป้มุ วง่ิ ชนเพอ่ื นแลว้ ไมข่ อโทษ ก. เรยี นหนังสอื
ค. ปอแบ่งขนมใหเ้ พอ่ื นกนิ บ่อยๆ ข. ช่วยดแู ลน้อง
ง. ป่านหยบิ ยางลบเพอ่ื นไปใชโ้ ดยทไ่ี มบ่ อก ค. ทางานหาเงนิ
ง. ช่วยพอ่ แม่ทางานบา้ น
2. ขอ้ ใดคอื ผลเสยี ของการเป็นเพอ่ื นทไ่ี มด่ ี 7. ใครปฏบิ ตั ติ นเป็นสมาชกิ ทด่ี ขี องครอบครวั
ก. เพ่อื นแบ่งปันขนมใหก้ นิ ก. กอ้ ยทง้ิ ของเล่นไวเ้ ตม็ บา้ น
ข. ไม่มใี ครอยากเลน่ ดว้ ย ข. นม่ิ เลน่ เกมในหอ้ งทงั้ วนั
ค. ทกุ คนคอยชว่ ยเหลอื ค. แกม้ ช่วยยายทางาน
ง. เพอ่ื นๆ รกั ใคร่ ง. จวิ๋ แกลง้ น้อง
8. ใครทเ่ี ราควรใหค้ วามเคารพนบั ถอื และเชอ่ื ฟังคาสงั ่
3. เพ่อื นผชู้ ายควรปฏบิ ตั ติ อ่ เพอ่ื นผหู้ ญงิ อยา่ งไร สอน
ก. ใหค้ วามสนทิ สนมเหมอื นกบั เพอ่ื นผชู้ าย ก. เพอ่ื นบา้ น
ข. พาเพ่อื นไปเขา้ กลุ่มดว้ ย ข. พอ่ แม่
ค. ใหเ้ พ่อื นทาการบา้ นให้ ค. เพอ่ื น
ง. ชว่ ยเพ่อื นถอื ของ ง. น้อง
9. พ่อแมจ่ ะรสู้ กึ อย่างไร เม่อื เราปฏบิ ตั ติ นเป็นเดก็ ดี
4. ถา้ เพ่อื นนงั่ ซมึ เศรา้ เราควรทาอยา่ งไร ก. ภมู ใิ จ
ก. ปลอ่ ยใหเ้ พ่อื นอยคู่ นเดยี ว ข. เฉยๆ
ข. เขา้ ไปพดู คุยดว้ ย ค. เสยี ใจ
ค. วง่ิ เลน่ อยรู่ อบๆ ง. ผดิ หวงั
ง. เดนิ หนีไป 10. เม่อื น้องไมเ่ ขา้ ใจการบา้ น ในฐานะทเ่ี ราเป็นพท่ี ด่ี ี
ควรทาอย่างไร
5. หน้าทท่ี น่ี กั เรยี นควรทาใหด้ ที ส่ี ดุ ในวยั น้ี คอื ขอ้ ใด ก. ทาการบา้ นให้
ก. ทางานพเิ ศษ ข. ใหน้ ้องเรยี นรเู้ อง
ข. เรยี นหนังสอื ค. บอกใหแ้ มม่ าสอน
ค. ช่วยเหลอื สงั คม ง. สอนการบา้ นน้อง
ง. สอนหนงั สอื น้อง
มฐ. พ 2.1 ป.4/1
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ค 2. ข 3. ง 4. ข 5. ข 6. ค 7. ค 8. ข 9. ก 10. ง
ใบงานที่
1 คนดีของครอบครวั
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นบอกวธิ กี ารปฏบิ ตั ติ นของตนเองตอ่ สมาชกิ ในครอบครวั
วิธีการปฏิบตั ิตนของตนเองต่อสมาชิกในครอบครวั
การปฏิบตั ิตนต่อพ่อแม่ การปฏิบตั ิตนต่อญาติผใู้ หญ่ การปฏิบตั ิตนต่อพ่ีน้อง
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
________________________ _________________________ ____________________
ใบงานท่ี
2 คนดีที่ทุกคนรกั
ตอนที่ 1
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นพฤตกิ รรมทป่ี ฏบิ ตั แิ ลว้ ทุกคนในครอบครวั พงึ พอใจ
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………
ตอนที่ 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเขยี นการปฏบิ ตั ติ นของการเป็นเพอ่ื นทด่ี จี ากสถานการณ์ทก่ี าหนด
1. วรี ะลมื นาปากกามาโรงเรยี น เพอ่ื นทด่ี คี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
2. ญาดาตกบนั ได เพอ่ื นทด่ี คี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
3. สดุ าถอื ของมาพะรุงพะรงั เพอ่ื นทด่ี คี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
4. วนิ ยั ชวนเพอ่ื นหนเี รยี นไปเลน่ เกม เพอ่ื นทด่ี คี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
5. จรญู ไม่เขา้ ใจการบา้ นทค่ี รใู หม้ า เพอ่ื นทด่ี คี วรปฏบิ ตั ิ ดงั น้ี
………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………
ใบงานท่ี
3 พฤติกรรมท่ีเหมาะสมกบั เพศของฉัน
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นบอกพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะสมกบั เพศของตนเอง
นักเรียนคือเพศใด
พฤตกิ รรมทน่ี กั เรยี นควรปฏบิ ตั ิ คอื
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
______________________________________________________________________
ใบงานที่
4 อนั ตรายทางเพศ
ตอนที่ 1 ใหน้ กั เรยี นกา หน้าขอ้ ทเ่ี ป็นพฤตกิ รรมทไ่ี มเ่ หมาะสมในเรอ่ื งเพศ
คาชี้แจง
1) อย่ใู นหอ้ งทห่ี อ้ งลบั ตาคนสองตอ่ สองกบั เพศตรงขา้ ม
2) นงั่ รอผปู้ กครองมารบั กบั คณุ ครทู ห่ี น้าโรงเรยี น
3) กนิ ขนมทค่ี รนู ามาใหใ้ นช่วงพกั กลางวนั
4) รบั ขนมจากคนแปลกหน้ามากนิ
5) เปิดประตูใหค้ นแปลกหน้าเขา้ มาในบา้ น
6) เดนิ สวนกบั คนแปลกหน้าหน้าโรงเรยี น
7) ไปกบั คนแปลกหน้าทอ่ี า้ งวา่ พอ่ แมใ่ หม้ ารบั
8) นงั่ รอรถประจาทางคนเดยี ว
9) เขา้ ไปในบา้ นของคนแปลกหน้าตามคาชกั ชวน
10) วงิ่ เลน่ อย่ใู นสนามเดก็ เล่นกบั เพอ่ื นๆ
ตอนท่ี 2
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นบอกวธิ กี ารปฏเิ สธการกระทาทเ่ี ป็นอนั ตรายทางเพศจากภาพทก่ี าหนด
1) 2)
ปฏเิ สธโดย ปฏเิ สธโดย
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 4
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงข้อเดียว
1. พฤตกิ รรมในการคบเพอ่ื นตา่ งเพศขอ้ ใดเหมาะสมทส่ี ุด 6. ถา้ เราหวิ น้า แลว้ คนแปลกหน้ายน่ื น้ามาให้ เราควรทา
ก. คบในฐานะแฟน อย่างไร
ข. ตบศรี ษะลบู หลงั กนั ได้ ก. เดนิ หนีไปทนั ที
ค. ใหเ้ กยี รตซิ ง่ึ กนั และกนั ข. ขอบคุณ แตไ่ ม่รบั
ง. ชวนกนั ไปเทย่ี วกลางคนื ค. ขอบคุณ แลว้ รบั มาดม่ื
ง. รบั มาแลว้ ใหเ้ พอ่ื นลองด่มื กอ่ น
2. ในวยั ของนักเรยี นไม่ควรทาสง่ิ ใด
7. ขอ้ ใดทจ่ี ะทาใหเ้ ราปลอดภยั
ก. เขา้ นอนตงั้ แต่หวั ค่า ก. ความระมดั ระวงั
ข. ต่นื นอนตอนเชา้ ข. ความประมาท
ค. ไปเทย่ี วสวนสนุก ค. ความซอ่ื สตั ย์
ง. ออกไปเทย่ี วนอกบา้ นตอนกลางคนื ง. ความอดทน
3. พฤตกิ รรมใดทก่ี ่อใหเ้ กดิ อนั ตราย
ก. กนิ ขา้ วกบั เพ่อื นๆ 8. ถา้ มคี นแปลกหน้ามากอดเรา ควรทาอยา่ งไร
ข. เล่นน้าทะเลกบั น้อง ก. ขวู่ า่ จะฟ้องพอ่ แม่
ค. ไปเทย่ี วกบั ครอบครวั ข. ยอมใหเ้ ขากอดโดยดี
ง. ใหค้ นแปลกหน้าเขา้ มารอในบา้ น ค. สะบดั ตวั ออกแลว้ รบี หนี
4. ใครปฏบิ ตั ติ นไม่เหมาะสมกบั เพศ ง. ตอ่ ว่าเขาดว้ ยถอ้ ยคาทร่ี ุนแรง
ก. อวิ๋ ใหข้ นมเพ่อื น 9. ถา้ มคี นแปลกหน้าดงึ เราขน้ึ รถ ควรทาอยา่ งไร
ข. แอนชว่ ยเพอ่ื นถอื ของ ก. เฉยๆ
ค. กา้ นเปิดกระโปรงเพอ่ื น ข. รอ้ งใหค้ นชว่ ย
ง. โตง้ เลน่ ซอ่ นหากบั เพอ่ื น ค. ยนิ ยอมไปโดยดี
5. ขอ้ ใดเป็นการปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศชาย ง. ดา่ วา่ ดว้ ยถอ้ ยคารนุ แรง
ก. เลน่ ต๊กุ ตา
ข. เลน่ ฟุตบอล 10. ขอ้ ใดเป็นสถานการณ์ทเ่ี สย่ี งตอ่ การถูกลว่ งละเมดิ ทาง
ค. แตง่ หน้า เพศมากทส่ี ดุ
ง. สวมกระโปรง ก. ไปเทย่ี วกบั พ่อแม่
ข. รบั ขนมจากครปู ระจาชนั้
ค. วงิ่ เล่นกบั เพอ่ื นทส่ี นามหญา้
ง. อยกู่ บั เพศตรงขา้ มในทล่ี บั ตาตามลาพงั
มฐ. พ 2.1 ป.4/2-3
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ค 2. ง 3. ง 4. ค 5. ข 6. ข 7. ก 8. ค 9. ข 10. ง
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 4
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพยี งข้อเดียว
1. ขอ้ ใดเป็นการปฏบิ ตั ติ นทเ่ี หมาะสมกบั เพศชาย 6. ถา้ มคี นแปลกหน้าดงึ เราขน้ึ รถ ควรทาอยา่ งไร
ก. แตง่ หน้า ก. ดา่ วา่ ดว้ ยถอ้ ยคารนุ แรง
ข. เลน่ ตกุ๊ ตา ข. ยนิ ยอมไปโดยดี
ค. เล่นฟุตบอล ค. รอ้ งใหค้ นชว่ ย
ง. สวมกระโปรง ง. เฉยๆ
2. ใครปฏบิ ตั ติ นไมเ่ หมาะสมกบั เพศ 7. ถา้ มคี นแปลกหน้ามากอดเรา ควรทาอย่างไร
ก. ตอ่ วา่ เขาดว้ ยถอ้ ยคาทร่ี นุ แรง
ก. อวิ๋ ใหข้ นมเพ่อื น ข. สะบดั ตวั ออกแลว้ รบี หนี
ข. กา้ นเปิดกระโปรงเพ่อื น ค. ยอมใหเ้ ขากอดโดยดี
ค. แอนชว่ ยเพอ่ื นถอื ของ ง. ขวู่ ่าจะฟ้องพอ่ แม่
ง. โตง้ เล่นซอ่ นหากบั เพอ่ื น
3. พฤตกิ รรมในการคบเพอ่ื นต่างเพศขอ้ ใดเหมาะสมทส่ี ดุ 8. ขอ้ ใดเป็นสถานการณ์ทเ่ี สย่ี งต่อการถูกลว่ งละเมดิ ทาง
ก. ชวนกนั ไปเทย่ี วกลางคนื เพศมากทส่ี ุด
ข. ใหเ้ กยี รตซิ ง่ึ กนั และกนั ก. อยกู่ บั เพศตรงขา้ มในทล่ี บั ตาตามลาพงั
ค. ตบศรี ษะลบู หลงั กนั ได้ ข. วง่ิ เลน่ กบั เพอ่ื นทส่ี นามหญา้
ง. คบในฐานะแฟน ค. รบั ขนมจากครปู ระจาชนั้
4. ขอ้ ใดทจ่ี ะทาใหเ้ ราปลอดภยั ง. ไปเทย่ี วกบั พ่อแม่
ก. ความอดทน
ข. ความซอ่ื สตั ย์ 9. ถา้ เราหวิ น้า แลว้ คนแปลกหน้าย่นื น้ามาให้ เราควรทา
ค. ความประมาท อย่างไร
ง. ความระมดั ระวงั ก. รบั มาแลว้ ใหเ้ พ่อื นลองดม่ื ก่อน
5. ในวยั ของนักเรยี นไมค่ วรทาสงิ่ ใด ข. ขอบคุณ แลว้ รบั มาดม่ื
ค. ขอบคุณ แตไ่ ม่รบั
ก. ออกไปเทย่ี วนอกบา้ นตอนกลางคนื ง. เดนิ หนไี ปทนั ที
ข. ไปเทย่ี วสวนสนุก
ค. ต่นื นอนตอนเชา้ 10. พฤตกิ รรมใดทก่ี ่อใหเ้ กดิ อนั ตราย
ง. เขา้ นอนตงั้ แต่หวั ค่า ก. ใหค้ นแปลกหน้าเขา้ มารอในบา้ น
ข. ไปเทย่ี วกบั ครอบครวั
ค. เล่นน้าทะเลกบั น้อง
ง. กินข้าวกบั เพ่อื นๆ
มฐ. พ 2.1 ป.4/2-3
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ค 2. ข 3. ข 4. ง 5. ก 6. ค 7. ข 8. ก 9. ค 10. ก
สำระกำรเรียนรู้สุขศึกษำและพลศึกษำ ภำคเรียนที่1 รำยวชิ ำ สุขศึกษำและพลศึกษำ
ช้ันประถมศึกษำปี ท่ี 4 ปี กำรศึกษำ2565
หน่วยกำรเรียนรู้ท่ี 4 ยำและสำรเสพติด เวลำ 17 ช่ัวโมง
1. มำตรฐำนกำรเรียนรู้/ตวั ชีว้ ัด
มำตรฐำนกำรเรียนรู้
มาตรฐาน พ 5.1 ป้องกนั และหลีกเล่ียงปัจจยั เส่ียง พฤติกรรมเสี่ยงตอ่ สุขภาพ อบุ ตั ิเหตุ การใชย้ า สารเสพติด และความ
รุนแรง
ตัวชี้วดั อธิบายความสาคญั ของการใชย้ าและใชย้ าอยา่ งถูกวธิ ี
พ 5.1 ป.4/1
พ 5.1 ป.4/2 แสดงวธิ ีปฐมพยาบาลเม่ือไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าผิด สารเคมี แมลงสตั วก์ ดั ตอ่ ย และบาดเจบ็ จาก
การเล่นกีฬา
พ 5.1 ป.4/3 วเิ คราะหผ์ ลเสียของการสูบบุหร่ีและการด่ืมสุราท่ีมีต่อสุขภาพและการป้องกนั
จุดประสงค์กำรเรียนรู้
1. อธิบายความหมายและประเภทของยาอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
2. สนใจเขา้ ร่วมปฏิบตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายและประเภทของยา(A)
3. สามารถใชท้ กั ษะกระบวนการจาแนกประเภทของยาอยา่ งถูกตอ้ งได้ (P)
4. อธิบายความหมายและความสาคญั ของการปฐมพยาบาล วธิ ีการปฐมพยาบาลกรณีกินยาผิดหรือกินยาพิษ และวธิ ีการปฐม
พยาบาลกรณีไดร้ ับสารเคมีอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
5. สนใจปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรียนรูเ้ ก่ียวกบั การปฐมพยาบาล และดระหนกั ในความสาคญั ของการเรียนรู้วธิ ีการปฐมพยาบาลเพ่อื
การช่วยเหลือชีวติ ร่วมกบั ผอู้ ่ืน (A)
6.แสดงทกั ษะในการส่ือสารเพ่อื อธิบายความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลตอ่ บุคคลอ่ืนให้เขา้ ใจได้ (P)
7. อธิบายความหมายของบหุ ร่ีและสุรา ผลเสียของการสูบบหุ ร่ีและดื่มสุราที่มีต่อสุขภาพอยา่ งถูกตอ้ งได้ (K)
8.เขา้ ร่วมปฏบิ ตั ิกิจกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกบั ความหมายของบุหร่ีและสุราดว้ ยความสนใจและดระหนกั ถึงผลเสียของบหุ ร่ีและสุราท่ี
มีตอ่ สุขภาพ (A)
9. สามารถใชเ้ ทคโนโลยใี นการสืบคน้ ขอ้ มลู เกี่ยวกบั ความหมายของบหุ ร่ีและสุรา ผลเสียของบหุ รี่และสุราที่มีตอ่ สุขภาพได้ (P)
สำระสำคัญ
การใชย้ าอยา่ งถูกวิธีจะทาให้สามารถป้องกนั โรค บรรเทาอาการเจบ็ ป่ วย และรักษาโรคได้
การปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่ วยหรือผบู้ าดเจ็บเม่ือไดร้ ับอนั ตรายจากการใชย้ าผดิ สารเคมี แมลงสัตวก์ ดั ตอ่ ย และการ
บาดเจบ็ จากการเลน่ กีฬาอยา่ งถูกวิธี เป็นการดูแลรักษาผเู้ จบ็ ป่ วยเบ้ืองตน้ เพ่ือลดอนั ตรายท่ีอาจเกิดข้นึ กบั ผเู้ จ็บป่ วยก่อนนาส่ง
สถานพยาบาล
การสูบบุหรี่และการด่ืมสุรามีผลเสียต่อสุขภาพ เราจึงควรรู้จกั วิธีการป้องกนั ที่ถูกตอ้ ง
สำระกำรเรียนรู้
1 ความสาคญั ของการใชย้ า
2 หลกั การใชย้ า
3 พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา
4 วธิ ีปฐมพยาบาล
- การใชย้ าผิด - สารเคมี
- แมลงสัตวก์ ดั ต่อย - การบาดเจบ็ จากการเล่นกีฬา
5 ผลเสียของการสูบบหุ ร่ี การดื่มสุรา และการป้องกนั ฃ
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร
ควำมสำมำรถในกำรคิด
ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ
ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต
ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ตำมหลกั สูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พุทธศักรำช 2551
ฉบับปรับปรุง 2560
1. รักชำติ ศำสน์ กษัตริย์ 2. ซื่อสัตย์สุจริต
3. มวี นิ ัย 4. ใฝ่ เรียนรู้
5. อย่อู ย่ำงพอเพยี ง 6. มุ่งมน่ั ในกำรทำงำน
7. รักควำมเป็ นไทย 8. มจี ติ สำธำรณะ
2. ทกั ษะของผ้เู รียนในศตวรรษท่ี 21 (3R 8C + 2L) (จดุ เน้นสู่กำรพฒั นำคณุ ภำพผู้เรียน)
ทกั ษะกำรอ่ำน (Reading)
ทกั ษะกำร เขียน (Writing)
ทกั ษะกำร คดิ คำนวณ (Arithmetic)
ทักษะด้ำนกำรคดิ อย่ำงมีวิจำรณญำณและทกั ษะในกำรแก้ปัญหำ (Critical thinking and problem
solving)
ทักษะด้ำนกำรสร้ำงสรรค์และนวตั กรรม (Creativity and innovation)
ทักษะด้ำนควำมร่วมมือ กำรทำงำนเป็ นทีม และภำวะผู้นำ (Collaboration, teamwork
and leadership)
ทกั ษะด้ำนควำมเข้ำใจต่ำงวัฒนธรรม ต่ำงกระบวนทศั น์ (Cross-cultural understanding)
ทกั ษะด้ำน กำรสื่อสำร สำรสนเทศ และรู้เท่ำทันสื่อ (Communication information and
media literacy)
ทักษะด้ำนคอมพวิ เตอร์ และเทคโนโลยสี ำรสนเทศและกำรส่ือสำร (Computing)
ทักษะอำชีพและทกั ษะกำรเรียนรู้ (Career and learning self-reliance, change)
ทักษะกำรเปลี่ยนแปลง (Change)
ทักษะกำรเรียนรู้ (Learning Skills)
ภำวะผ้นู ำ (Leadership)
3. กระบวนกำรท่ใี ช้สอน (ระบุเฉพำะท่ีใช้ในชั่วโมงหรือคำบสอน และระบไุ ด้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)
กระบวนกำรเรียนควำมรู้ควำมเข้ำใจ กระบวนกำรปฏิบตั ิ กระบวนกำรกล่มุ
กระบวนกำรสร้ำงควำมคดิ รวบยอด กระบวนกรสร้ำงค่ำนิยม กระบวนกำรแก้ปัญหำ
กระบวนกำรสร้ำงควำมตระหนัก กระบวนกำรเรียนภำษำ กระบวนกำรสร้ำงเจตคติ
กระบวนกำรคณติ ศำสตร์ ทักษะกระบวนกำร 9 ข้นั อื่นๆ..............................
กระบวนกำรทำงวทิ ยำศำสตร์ กระบวนกำรคดิ อย่ำงมวี จิ ำรณญำณ
กระบวนกำรอ่ำน กระบวนกำรวเิ ครำะห์
4. วิธกี ำรสอนท่ใี ช้ในกำรจดั กำรเรียนรู้ (ระบเุ ฉพำะท่ใี ช้ในช่ัวโมงหรือคำบสอน และระบไุ ด้มำกกว่ำ ๑ ข้อ)
กำรบรรยำย (Lecture) กำรสำธติ (Demonstration) กำรทดลอง (Experiment)
แบบทัศนศึกษำ (Field Trip) แบบนิรนัย (Deduction) แบบอุปนัย (Induction)
กำรอภิปรำยรำยกลุ่มย่อย (Small Group Discussion) กำรแสดงละคร (Dramatization)
แบบศูนย์กำรเรียน (Learning Center) กรณตี วั อย่ำง (Case study)
กำรใช้สถำนกำรณ์จำลอง (Simulation) กำรแสดงบทบำทสมมติ (Role Playing)
กำรบทเรียนโปรแกรม (Programmed Instruction) กำรใช้เกม (Game)
อื่นๆ........................
5. ชิน้ งำนหรือภำระงำน ( หลกั ฐำน / ร่องรอยแสดงควำมรู้ )
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง การใชย้ า
ใบงานที่ 8.1 เรื่อง ประเภทของยา
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 8 เร่ือง การใชย้ า
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง การปฐมพยาบาล
ใบงานท่ี 9.1 เรื่อง การปฐมพยาบาลเมื่อใชย้ าผิดหรือไดร้ ับสารเคมี
ใบงานที่ 9.2 เร่ือง ประโยชน์ของการปฐมพยาบาล
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ท่ี 9 เร่ือง การปฐมพยาบาล
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง โทษของบหุ รี่และสุรา
ใบงานที่ 10.1 เรื่อง โทษของบหุ ร่ี
ใบงานท่ี 10.2 เรื่อง การปฏิเสธและป้องกนั อนั ตรายจากบุหร่ีและสุรา
แบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง โทษของบุหรี่และสุรา
6 กิจกรรมการเรียนรู้ เรอื่ ง 4 ยาและสารเสพติด เวลา 17 ชวั่ โมง
หน่วยยอ่ ยท่ี1 เร่อื ง การใช้ยา จานวณ 4 ชวั่ โมง
เร่อื งที่ 1 ประเภทของยา
1 ชวั่ โมง
วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครนู าตวั อยา่ งยาชนิดต่างๆ มาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ถามนกั เรยี นว่า รจู้ กั ยาอะไรบา้ ง และยาแตล่ ะชนดิ ใช้
บรรเทาหรอื รกั ษาอาการเจบ็ ป่วยใดบา้ ง
2. ครชู แ้ี จงใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า ยา เป็นสงิ่ สาคญั และจาเป็นในการป้องกนั บรรเทาอาการเจบ็ ป่วย และ
รกั ษาอาการเจบ็ ป่วยได้ นกั เรยี นจงึ ควรรจู้ กั ประเภทของยา เพอ่ื ใหใ้ ชย้ าไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 2 สารวจค้นหา (Explore)
นกั เรยี นรวมกลมุ่ กลมุ่ ละ 6 คน ตามความสมคั รใจ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลุ่มศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง ประเภทของยา
จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายความรเู้ กย่ี วกบั ประเภทของยา ตามประเดน็ ทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย แลว้
ร่วมกนั ตรวจสอบความถูกตอ้ ง และซกั ถามขอ้ มลู เพมิ่ เตมิ จากนนั้ สรปุ ความรเู้ ป็นมตขิ องกล่มุ
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
1. นกั เรยี นแตล่ ะคนทาใบงานท่ี 8.1 เร่อื ง ประเภทของยา
2. สมาชกิ ในกลุ่มเดมิ ผลดั กนั อธบิ ายคาตอบในใบงานท่ี 8.1 ของตนเองใหเ้ พอ่ื นในกลุม่ ฟัง เพอ่ื หาขอ้ สรุป
ของคาตอบแลว้ บนั ทกึ ลงในใบงาน
3. ครใู หน้ กั เรยี นสารวจบา้ นหรอื ทอ่ี ยอู่ าศยั ของนกั เรยี นว่า มยี าอะไรบา้ ง และยาดงั กลา่ วจดั เป็นยาประเภท
ใด แลว้ บนั ทกึ ผล จากนัน้ นาสง่ ครตู รวจ
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั เฉลยคาตอบในใบงานท่ี 8.1
2. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ประเภทของยา และยกตวั อยา่ งยาแต่ละประเภทประกอบ
เร่อื งที่ 2 หลกั การใช้ยา
1 ชวั่ โมง
วิธีสอนโดยใช้ กรณีตวั อยา่ ง
ขนั้ ที่ 1 เตรยี ม
1. ครถู ามนกั เรยี นว่า ยาแกไ้ ขส้ าหรบั เดก็ กบั ยาแกไ้ ขส้ าหรบั ผใู้ หญ่แตกต่างกนั หรอื ไม่ แลว้ ใหน้ กั เรยี น
อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ
2. ครอู ธบิ ายถงึ ความสาคญั ของการใชย้ าในการรกั ษาอาการเจบ็ ป่วยและหลกั การใชย้ าทถ่ี ูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 2 เสนอกรณีตวั อย่าง
นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ อา่ นกรณีตวั อย่างทค่ี รแู จกให้
ขนั้ ท่ี 3 วิเคราะห์
นกั เรยี นแต่ละกลุม่ ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง หลกั การใชย้ า จากหนงั สอื เรยี น แลว้ นาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษา
มาชว่ ยกนั วเิ คราะหก์ รณีตวั อย่างทค่ี รแู จกใหต้ ามประเดน็ ทก่ี าหนด
ขนั้ ท่ี 4 สรปุ
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มแสดงความคดิ เหน็ เพม่ิ เตมิ ในแต่ละประเดน็ แลว้ สรุปผลการวเิ คราะหท์ ่ีเป็นมตขิ อง
กลมุ่ และบนั ทกึ ลงในแบบบนั ทกึ ผลการวเิ คราะห์
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายถงึ ความเหมาะสมของแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการใชย้ าจากกรณีตวั อย่าง และสรุปผล
ขนั้ ที่ 5 ประเมินผล
1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการวเิ คราะหก์ รณตี วั อย่าง แลว้ ใหน้ ักเรยี นรว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ งในแต่ละประเดน็
2. นกั เรยี นรว่ มกนั สรุปหลกั การใชย้ าใหป้ ลอดภยั
เรื่องท่ี 3 วิธีเกบ็ รกั ษายา
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต
1. ครซู กั ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั หลกั การใชย้ า เม่อื เกดิ อาการเจบ็ ป่วย
2. นกั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ ทค่ี รกู าหนด โดยเปิดโอกาสใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็
อย่างอสิ ระ
3. ครอู ธบิ ายเพมิ่ เตมิ ใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการเกบ็ รกั ษายาอย่างถูกวธิ เี พอ่ื ให้ยามี
คุณภาพและมปี ระสทิ ธภิ าพในการรกั ษาโรค
ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะห์วิจารณ์
1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง วธิ เี กบ็ รกั ษายา จากหนงั สอื เรยี นและหอ้ งสมดุ
2. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายวธิ เี กบ็ รกั ษายาอยา่ งถูกวธิ ี แลว้ สง่ ตวั แทนกลุม่ ออกมารบั ตวั อย่างยา
จากครู จากนนั้ ใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลุ่มร่วมกนั วเิ คราะหต์ วั อยา่ งยาทต่ี วั แทนกล่มุ ออกมารบั ตามประเดน็
ทก่ี าหนด
3. สมาชกิ แต่ละกลุ่มร่วมกนั ตรวจสอบความถกู ตอ้ งและสรุปความรเู้ ป็นมตขิ องกล่มุ แลว้ สง่ ตวั แทนออกมา
นาเสนอวธิ เี กบ็ รกั ษายา และวธิ สี งั เกตลกั ษณะยาทห่ี มดอายุ พรอ้ มแสดงตวั อย่างยาทห่ี มดอายุประกอบ
ขนั้ ท่ี 3 สรปุ
นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรุปความรเู้ ก่ยี วกบั วธิ เี กบ็ รกั ษายาใหถ้ ูกวธิ แี ละปลอดภยั
เรือ่ งที่ 4 การใช้ยาให้ปลอดภยั
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ตระหนัก
1. ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายเก่ยี วกบั อนั ตรายทเ่ี กดิ จากการใชย้ าผดิ หรอื เสอ่ื มคุณภาพ แลว้ ครู
อธบิ ายใหน้ กั เรยี นตระหนกั และเหน็ ความสาคญั ของการใชย้ าใหป้ ลอดภยั
2. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาและสบื คน้ ความรเู้ กย่ี วกบั การใชย้ าใหป้ ลอดภยั
3. ตวั แทนแต่ละกล่มุ ออกมาจบั สลากประเภทของยา แลว้ ร่วมกนั ศกึ ษาและสบื คน้ ความรตู้ ามประเดน็ ทค่ี รู
กาหนด
ขนั้ ที่ 2 วางแผนปฏิบตั ิ
สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั วางแผนในการศกึ ษาและสบื คน้ ความรเู้ กย่ี วกบั การใชย้ าใหป้ ลอดภยั ตาม
ประเดน็ ทค่ี รกู าหนด
ขนั้ ท่ี 3 ลงมอื ปฏิบตั ิ
สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มรว่ มกนั ศกึ ษาและสบื คน้ ความรเู้ กย่ี วกบั การใชย้ าใหป้ ลอดภยั ตามประเดน็ ทค่ี รู
กาหนด จากหนงั สอื เรยี น และหอ้ งสมุด ตามทไ่ี ดว้ างแผนรว่ มกนั ไวใ้ นขนั้ ท่ี 2
ขนั้ ที่ 4 พฒั นาความรู้ ความเข้าใจ
นกั เรยี นแต่ละกลุ่มสง่ ตวั แทนออกมานาเสนอผลการศกึ ษาและสบื คน้ ความรเู้ รยี งตามลาดบั ทก่ี าหนด
ขนั้ ท่ี 5 สรปุ
1. นกั เรยี นร่วมกนั อภปิ รายเกย่ี วกบั ความสาคญั ของการใชย้ าและการใชย้ าอยา่ งถกู วธิ ี จากนนั้ สรปุ ผล
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ ความรเู้ กย่ี วกบั วธิ กี ารใชย้ าใหป้ ลอดภยั พรอ้ มเสนอแนะแนวทางในการนา
ความรไู้ ปปรบั ใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์สาหรบั ตนเองและบุคคลในครอบครวั
หน่วยย่อยท่ี 2 เร่อื ง การปฐมพยาบาล จานวณ 10 ชวั่ โมง
เร่อื งท่ี 1 การปฐมพยาบาลเม่ือรบั ประทานยาผิด 1 ชวั่ โมง
หรือได้รบั สารเคมี
วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ ที่ 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครถู ามนกั เรยี นวา่ หากนกั เรยี นชว่ ยผปู้ กครองลา้ งหอ้ งน้า แต่น้ายาลา้ งหอ้ งน้ากระเดน็ เขา้ ตา นกั เรยี น
จะทาอย่างไร
2. ครใู หน้ กั เรยี นรว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ และลาดบั ขนั้ ตอนในการปฐมพยาบาลตามความเขา้ ใจของ
ตนเอง แลว้ ครอู ธบิ ายขนั้ ตอนการปฐมพยาบาลเม่อื น้ายาลา้ งหอ้ งน้ากระเดน็ เขา้ ตา
ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)
ครใู หน้ กั เรยี นรวมกลมุ่ กลุ่มละ 5-6 คน ตามความสมคั รใจ แลว้ ใหแ้ ต่ละกลุ่มร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง
การปฐมพยาบาลเม่อื ใชย้ าผดิ หรอื ไดร้ บั สารเคมี จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ท่ี 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมาชกิ แต่ละกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายการปฐมพยาบาลเม่อื ใชย้ าผดิ หรอื ไดร้ บั สารเคมี ตามประเดน็ ทค่ี รู
กาหนด
2. นกั เรยี นทาใบงานท่ี 9.1 เร่ือง การปฐมพยาบาลเมอ่ื ใช้ยาผิดหรือได้รบั สารเคมี เป็นรายบคุ คล เม่อื
ทาเสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครตู รวจ
ขนั้ ที่ 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ สง่ ตวั แทนออกมาจบั สลากวธิ กี ารปฐมพยาบาล แลว้ เตรยี มสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาล
ผเู้ จบ็ ป่วยตามทจ่ี บั สลากได้ โดยใหเ้ รยี งลาดบั ขนั้ ตอนการสาธติ และอธบิ ายประกอบในแต่ละขนั้ ตอน
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง และใหข้ อ้ เสนอแนะหากนกั เรยี นสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วย
บกพรอ่ ง
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ วธิ กี ารและขนั้ ตอนการปฐมพยาบาลเมอ่ื ใชย้ าผดิ หรอื ไดร้ บั สารเคมี
เรือ่ งท่ี 2 การปฐมพยาบาลเมือ่ ถกู ควนั หรือไอพิษ
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต ตระหนัก
1. ครถู ามนกั เรยี นว่า หากพบคนทเ่ี กดิ อาการสาลกั ควนั ในบรเิ วณทม่ี ไี ฟไหม้ นกั เรยี นจะใหค้ วามชว่ ยเหลอื
อยา่ งไร
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า การช่วยเหลอื ผเู้ จบ็ ป่วยทส่ี าลกั ควนั จะตอ้ งชว่ ยเหลอื อยา่ งถกู วธิ แี ละ
เหมาะสม จงึ จะช่วยลดอนั ตรายทเ่ี กดิ ขน้ึ ได้
3. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยถกู ควนั หรอื ไอพษิ จากหนงั สอื
เรยี น
ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มสาธิตการปฐมพยาบาลผ้เู จบ็ ป่ วยถกู ควนั หรอื ไอพิษ
โดยปฏิบตั ิกิจกรรมตามท่ีกาหนด
ขนั้ ที่ 2 วางแผนปฏิบตั ิ
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ร่วมกนั วางแผนการสาธติ การปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยถูกควนั หรอื ไอพษิ
ขนั้ ท่ี 3 ลงมือปฏิบตั ิ
สมาชกิ แต่ละกลุ่มรว่ มกนั สาธติ การปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยถกู ควนั หรอื ไอพษิ ตามทไ่ี ดว้ างแผนไวใ้ นขนั้
ท่ี 2
ขนั้ ท่ี 4 พฒั นาความรู้ ความเขา้ ใจ
1. ครตู รวจสอบการสาธติ ของนักเรยี นเป็นรายกลุม่ และใหข้ อ้ เสนอแนะเพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสามารถนาไป
ปฏบิ ตั ไิ ดอ้ ย่างถกู ตอ้ ง
2. นกั เรยี นรว่ มกนั อภปิ รายลาดบั ขนั้ ตอน วธิ กี ารปฐมพยาบาล และความสาคญั ของการปฐมพยาบาลผู้
เจบ็ ป่วย ถกู ควนั หรอื ไอพษิ
ขนั้ ที่ 5 สรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยถูกควนั หรอื ไอพษิ
เรอ่ื งที่ 3 การปฐมพยาบาลเม่ือถกู สตั วม์ ีพิษต่อย
หรือกดั 1 ชวั่ โมง
ขนั้ ท่ี 1 เตรียมการสาธิต
1. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลเม่อื ถกู สตั วม์ พี ษิ ต่อยหรอื กดั จากหนงั สอื
เรยี น
2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า จะใหแ้ ต่ละกลมุ่ รว่ มกนั สาธติ การปฐมพยาบาลเม่อื ถกู สตั วม์ พี ษิ ต่อยหรอื กดั
ตามทจ่ี บั สลากได้ แลว้ ใหต้ วั แทนกล่มุ ออกมาจบั สลากวธิ กี ารปฐมพยาบาลเมอ่ื ถูกสตั วม์ พี ษิ ตอ่ ยหรอื กดั
ตามทค่ี รกู าหนด
3. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกนั วางแผนการสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลเม่อื ถกู สตั วม์ พี ษิ ต่อยหรอื กดั ตามทจ่ี บั
สลากได้ และจดั เตรยี มอปุ กรณ์ในการปฐมพยาบาล พรอ้ มแบง่ หน้าทใ่ี นการปฏบิ ตั กิ ารสาธติ ใหก้ บั
สมาชกิ แตล่ ะคนในกล่มุ ตามความเหมาะสม
ขนั้ ท่ี 2 สาธิต
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มร่วมกนั สาธิตวิธีการปฐมพยาบาลเมื่อถกู สตั วม์ พี ิษต่อย
หรอื กดั ตามลาดบั หมายเลข โดยให้เรียงลาดบั ขนั้ ตอนการสาธิตและอธิบายประกอบ
ขนั้ ที่ 3 สรปุ การสาธิต
1. นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ วธิ กี ารปฐมพยาบาลเมอ่ื ถูกสตั วม์ พี ษิ ตอ่ ยหรอื กดั
2. นกั เรยี นรว่ มกนั บอกประโยชน์ทไ่ี ดร้ บั จากกจิ กรรมการปฐมพยาบาลเมอ่ื ถูกสตั วม์ พี ษิ ตอ่ ยหรอื กดั
ขนั้ ที่ 4 วดั ผลประเมินผล
ครวู ดั และประเมนิ ผลการสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลเม่อื ถกู สตั วม์ พี ษิ ตอ่ ยหรอื กดั เป็นรายกล่มุ
เรอื่ งท่ี 4 การปฐมพยาบาลเม่อื เกิดบาดแผล
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้
1. ครนู าตวั อยา่ งยา และอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาล มาใหน้ กั เรยี นดู เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นสงั เกตและช่วยกนั
เลอื กยา
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า การบาดเจบ็ จากการเล่นกฬี าเป็นอบุ ตั เิ หตุทเ่ี กดิ ขน้ึ ไดห้ ลายลกั ษณะ
3. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลเม่อื เกดิ บาดแผล จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 1 คน ออกมาเป็นแบบในการสาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เม่อื เกดิ
บาดแผลจากการเล่นกฬี า โดยครอู ธบิ ายลกั ษณะของบาดแผล และแนะนาอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาล
2. ครสู าธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เม่อื เกดิ บาดแผลจากการเลน่ กฬี า พรอ้ มอธบิ ายประกอบแตล่ ะ
ขนั้ ตอน
3. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มจดั เตรยี มอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลและฝึกปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เมอ่ื เกดิ บาดแผล
จากการเลน่ กฬี า ตามแบบทค่ี รสู าธติ
ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ
1. ครกู าหนดใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มสาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เม่อื เกดิ บาดแผลจากการเล่นกฬี า
พรอ้ มอธบิ ายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
2. สมาชกิ แต่ละกลุ่มสาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เม่อื เกดิ บาดแผลจากการเลน่ กฬี า และแนะนา
อุปกรณ์ ในการปฐมพยาบาลทใ่ี ช้ พรอ้ มอธบิ ายประกอบในแต่ละขนั้ ตอน
3. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งของขนั้ ตอนการสาธติ และอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาล
ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
นกั เรยี นและครูร่วมกนั สรปุ วธิ กี ารปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ เมอ่ื เกดิ บาดแผลจากการเลน่ กฬี า
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั ปฐมพยาบาลผ้บู าดเจบ็ เมอ่ื เกิดบาดแผลจาก
การเล่นกีฬา พรอ้ มอธิบายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
เร่ืองท่ี 5 การปฐมพยาบาลบาดแผลฟกชา้ หวั โน
และห้อเลือด 1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 เตรียมการสาธิต
1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การปฐมพยาบาลบาดแผลฟกช้า หวั โน หอ้ เลอื ด จาก
หนงั สอื เรยี น
2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า ครจู ะสาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี บี าดแผลฟกชา้ หวั โน และหอ้
เลอื ดจากการเลน่ กฬี า โดยครจู ดั เตรยี มอุปกรณ์ในการปฐมพยาบาลใหพ้ รอ้ มและเรยี งลาดบั ขนั้ ตอนการ
สาธติ
ขนั้ ที่ 2 สาธิต
1. ครสู าธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี บี าดแผลฟกช้า หวั โน และหอ้ เลอื ด จากการเลน่ กีฬา โดย
อธบิ ายและสาธติ ตามขนั้ ตอน
2. นกั เรยี นสงั เกตวธิ กี ารปฐมพยาบาลตามทค่ี รสู าธติ หากมขี อ้ สงสยั ใหส้ อบถามจากครู
ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มออกมาสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลผ้บู าดเจบ็ ท่ีมีบาดแผล
ฟกชา้ หวั โน และห้อเลอื ด พร้อมอธิบายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
ขนั้ ท่ี 3 สรปุ การสาธิต
นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี บี าดแผลฟกช้า หวั โน และหอ้ เลอื ด
ขนั้ ท่ี 4 วดั ผลประเมินผล
ครปู ระเมนิ ผลการสาธติ เป็นรายกลุ่ม
เร่อื งที่ 6 การปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้
1. ครใู หน้ กั เรยี นร่วมกนั บอกอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทก่ี ระดกู หกั ตามความเขา้ ใจของ
นกั เรยี น
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ กระดกู หกั สามารถใชอ้ ุปกรณ์ หรอื สง่ิ ของ
ต่างๆ ทม่ี ลี กั ษณะเป็นทอ่ นยาวมาใชด้ ามเป็นเฝือก เพอ่ื ป้องกนั การเคล่อื นไหวหรอื กระทบกระเทอื นของ
บรเิ วณอวยั วะทห่ี กั ได้
3. นกั เรยี นกลุม่ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั จากหนงั สอื เรียน
ขนั้ ท่ี 2 ทาตามแบบ
1. ครสู ุม่ นกั เรยี น 1 คน ออกมาเป็นแบบในการสาธติ การปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั โดยครอู ธบิ าย
ลกั ษณะอาการ ตาแหน่งของกระดกู หกั วธิ กี ารสงั เกต ขอ้ ควรระวงั และแนะนาอปุ กรณ์ในการปฐม
พยาบาล
2. ครสู าธติ การปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั พรอ้ มอธบิ ายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
3. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มจดั เตรยี มอปุ กรณ์ในการปฐมพยาบาลและฝึกปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั ตาม
แบบทค่ี รสู าธติ
ขนั้ ที่ 3 ทาเองโดยไม่มีแบบ
นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มฝึกปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั พรอ้ มอธบิ ายประกอบแต่ละขนั้ ตอน โดยไม่มแี บบ
ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งของขนั้ ตอนการสาธติ และอุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาล
ขนั้ ที่ 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
นกั เรยี นและครูรว่ มกนั สรปุ วธิ กี ารปฐมพยาบาลคนกระดูกหกั
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสาธิตการปฐมพยาบาลคนกระดกู หกั จากการเลน่ กีฬา
พรอ้ มอธิบายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
เรื่องท่ี 7 การปฐมพยาบาลเม่ือเป็นตะคริว
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
ครซู กั ถามนกั เรยี นเกย่ี วกบั ลกั ษณะอาการทเ่ี กดิ ขน้ึ เมอ่ื เป็นตะครวิ แลว้ ใหน้ กั เรยี นช่วยกนั บอกวธิ กี าร
ปฐมพยาบาลตามความเขา้ ใจ หรอื ตามวธิ ที น่ี กั เรยี นเคยปฏบิ ตั เิ มอ่ื เป็นตะครวิ
ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)
นกั เรยี นกลุม่ เดมิ ร่วมกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลเมอ่ื เป็นตะครวิ จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มผลดั กนั อธบิ ายขนั้ ตอนและวธิ กี ารปฐมพยาบาลเม่อื เป็นตะครวิ
2. ครตู งั้ ประเดน็ คาถามใหน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มร่วมกนั หาคาตอบ
3. สมาชกิ ในกลุ่มชว่ ยกนั ตรวจสอบคาตอบทถ่ี ูกตอ้ ง แลว้ ตวั แทนแต่ละกลุ่มสรุปคาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกลุ่ม
เพอ่ื แลกเปลย่ี นความรกู้ บั เพ่อื นกลมุ่ อ่นื
4. ครตู รวจสอบความถูกตอ้ งของคาตอบ และอธบิ ายความรเู้ พมิ่ เตมิ เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นมคี วามรคู้ วามเขา้ ใจ
ทถ่ี ูกตอ้ ง
5. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกลุ่มเตรยี มสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลเมอ่ื เป็นตะครวิ โดยใหเ้ รยี งลาดบั และอธบิ าย
ประกอบแต่ละขนั้ ตอน
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
ครมู อบหมายให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลเม่ือเป็นตะคริว พร้อมอธิบาย
ประกอบแต่ละขนั้ ตอน
ขนั้ ที่ 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง และใหข้ อ้ เสนอแนะหากนกั เรยี นสาธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลบกพรอ่ ง
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั สรปุ วธิ กี ารและขนั้ ตอนการปฐมพยาบาลเม่อื เป็นตะครวิ
เร่อื งท่ี 8 การปฐมพยาบาลขอ้ เคลด็ หรือเท้าแพลง
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต รบั รู้
1. ครนู าผา้ ยดื พนั แผลมาใหน้ กั เรยี นดู แลว้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั บอกวา่ ผา้ ยดื พนั แผลดงั กล่าวมปี ระโยชน์ใน
การปฐมพยาบาลอย่างไร และมวี ธิ ใี ชอ้ ยา่ งไร
2. ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นเขา้ ใจว่า การบาดเจบ็ จากการเลน่ กฬี า มกั จะมอี าการขอ้ เคลด็ หรอื เทา้ แพลงอยู่
บ่อยๆ นกั เรยี นจงึ ควรรจู้ กั วธิ กี ารปฐมพยาบาลเบอ้ื งตน้ อย่างถกู วธิ ี
3. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง การปฐมพยาบาลขอ้ เคลด็ หรอื เทา้ แพลง จากหนงั สอื เรยี น
ขนั้ ที่ 2 ทาตามแบบ
1. ครขู ออาสาสมคั รนกั เรยี น 1 คน ออกมาเป็นแบบในการสาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี อี าการขอ้
เคลด็ หรอื เทา้ แพลงจากการเล่นกฬี า
2. ครสู าธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี อี าการขอ้ เคลด็ หรอื เทา้ แพลงจากการเล่นกฬี า พรอ้ มอธบิ าย
ประกอบแตล่ ะขนั้ ตอน
3. สมาชกิ แต่ละกลุ่มจดั เตรยี มอปุ กรณ์ในการปฐมพยาบาลและฝึกปฐมพยาบาลผู้บาดเจบ็ ทม่ี อี าการขอ้
เคลด็ หรอื เทา้ แพลงจากการเลน่ กฬี า ตามแบบทค่ี รสู าธติ
ขนั้ ท่ี 3 ทาเองโดยไม่มแี บบ
1. นกั เรยี นแต่ละกลุม่ สาธติ การปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี อี าการขอ้ เคลด็ หรอื เทา้ แพลงจากการเลน่ กฬี า
โดยไม่มแี บบ
2. ครตู รวจสอบความถกู ตอ้ งของขนั้ ตอนการสาธติ และอปุ กรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาล
ขนั้ ท่ี 4 ฝึ กทาให้ชานาญ
นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรปุ ขนั้ ตอนและวธิ กี ารปฐมพยาบาลผบู้ าดเจบ็ ทม่ี อี าการขอ้ เคลด็ หรอื เทา้ แพลง
จากการเลน่ กฬี า
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มผลดั กนั ปฏิบตั ิการปฐมพยาบาลผ้บู าดเจบ็ ท่ีมอี าการขอ้
เคลด็ หรอื เท้าแพลงจากการเล่นกีฬา พร้อมอธิบายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
เรื่องท่ี 9 การปฐมพยาบาลเมอื่ เป็นลม
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 เตรียมการสาธิต
1. นกั เรยี นกลุ่มเดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง การปฐมพยาบาลเมอ่ื เป็นลม จากหนงั สอื เรยี น
2. ครแู จง้ ใหน้ กั เรยี นทราบว่า ครจู ะสาธติ การปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยทเ่ี ป็นลม โดยครจู ดั เตรยี มอุปกรณ์ใน
การปฐมพยาบาลใหพ้ รอ้ มและเรยี งลาดบั ขนั้ ตอนการสาธติ
ขนั้ ท่ี 2 สาธิต
1. ครสู าธติ วธิ กี ารปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยทเ่ี ป็นลม โดยอธบิ ายประกอบตามขนั้ ตอน ดงั น้ี
1) ลกั ษณะของผเู้ จบ็ ป่วยทเ่ี ป็นลมจากสาเหตตุ า่ งๆ
2) อุปกรณ์ทใ่ี ชใ้ นการปฐมพยาบาล
3) วธิ กี ารปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยทเ่ี ป็นลม
2. นกั เรยี นสงั เกตวธิ กี ารปฐมพยาบาลตามทค่ี รสู าธติ ครเู ปิดโอกาสใหต้ วั แทนแต่ละกลุ่มออกมาร่วมสาธติ
การปฐมพยาบาลผปู้ ่วยทเ่ี ป็นลมดว้ ย
ครมู อบหมายให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสาธิตวิธีการปฐมพยาบาลผ้เู จบ็ ป่ วยที่เป็นลม พร้อม
อธิบายประกอบแต่ละขนั้ ตอน
ขนั้ ที่ 3 สรปุ การสาธิต
นกั เรยี นร่วมกนั สรุปขนั้ ตอนและวธิ กี ารปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยทเ่ี ป็นลม
ขนั้ ที่ 4 วดั ผลประเมินผล
ครปู ระเมนิ ผลการสาธติ การปฐมพยาบาลเป็นรายกลุม่
เร่ืองที่ 10 ประโยชน์ของการปฐมพยาบาล
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต
ครแู ละนกั เรยี นรว่ มกนั สนทนาเกย่ี วกบั ขอ้ ควรระมดั ระวงั ในการปฐมพยาบาลผเู้ จบ็ ป่วยและผบู้ าดเจบ็
ในแต่ละกรณตี ามทค่ี รกู าหนด เพอ่ื เป็นการทบทวนความรคู้ วามเขา้ ใจ และตระหนกั ถงึ ความสาคญั ของการ
ปฐมพยาบาลอย่างถกู วธิ ี
ขนั้ ท่ี 2 วิเคราะหว์ ิจารณ์
1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั เขยี นแผนผงั ความคดิ แสดงประโยชน์ของการปฐมพยาบาล เมอ่ื เขยี นเสรจ็
เรยี บรอ้ ยแลว้ ใหต้ รวจสอบความถูกตอ้ งและบนั ทกึ ลงในใบงานที่ 9.2 เร่อื ง ประโยชน์ของการปฐม
พยาบาล
2. ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ออกมานาเสนอผลงานในใบงานท่ี 9.2 หน้าชนั้ เรยี น ครตู รวจสอบความ
ถูกตอ้ งและชมเชยกล่มุ ทน่ี าเสนอผลงานไดด้ ี เพอ่ื เป็นการเสรมิ กาลงั ใจ
ขนั้ ที่ 3 สรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั สรุปประโยชน์ของการปฐมพยาบาล พรอ้ มทงั้ บอกแนวทางในการนาความรเู้ ร่อื ง การ
ปฐมพยาบาลไปใชใ้ หเ้ กดิ ประโยชน์ต่อตนเองและบุคคลอน่ื
หน่วยยอ่ ยท่ี 3 เรื่อง โทษของบหุ รแ่ี ละสรุ า จานวณ 3 ชวั่ โมง
เรื่องท่ี 1 โทษของบหุ ร่ี
1 ชวั่ โมง
วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E)
ขนั้ ท่ี 1 กระตุ้นความสนใจ (Engage)
1. ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นคาขวญั ทค่ี รนู ามาแสดงทห่ี น้าชนั้ เรยี น แลว้ สรปุ ใจความสาคญั ของคาขวญั
2. นกั เรยี นร่วมกนั สนทนาเกย่ี วกบั อนั ตรายของบุหรต่ี อ่ สุขภาพ
ขนั้ ที่ 2 สารวจค้นหา (Explore)
ครแู บ่งนกั เรยี นเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 คน คละกนั ตามความสามารถ แลว้ ใหแ้ ตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั ศกึ ษาความรู้
เร่อื ง บุหร่ี จากหนงั สอื เรยี น หอ้ งสมดุ และแหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ
ขนั้ ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมาชกิ แต่ละคนในกลุม่ นาความรทู้ ไ่ี ดจ้ ากการศกึ ษาเร่อื ง บุหร่ี มาอภปิ รายรว่ มกนั ภายในกลุ่ม
2. ครกู าหนดประเดน็ คาถามใหส้ มาชกิ ในแต่ละกลุม่ รว่ มกนั อธบิ ายและหาคาตอบ จากนนั้ ตรวจสอบความ
ถูกตอ้ งและสรุปคาตอบ
3. ครสู ุม่ ตวั แทนนกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาสรุปคาตอบทเ่ี ป็นมตขิ องกล่มุ
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความเข้าใจ (Expand)
นกั เรยี นแต่ละกลมุ่ ชว่ ยกนั ทาใบงานที่ 10.1 เรอ่ื ง โทษของบหุ รี่ เมอ่ื ทาเสรจ็ แลว้ ใหช้ ว่ ยกนั ตรวจสอบ
ความถูกตอ้ ง
ขนั้ ท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ตวั แทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอผลงานในใบงานท่ี 10.1 หน้าชนั้ เรยี น ครตู รวจสอบความถูกตอ้ ง
2. นกั เรยี นและครรู ว่ มกนั สรุปความรเู้ กย่ี วกบั สารพษิ ทอ่ี ย่ใู นบหุ ร่ี และโทษของบหุ ร่ี
เร่อื งที่ 2 โทษของสรุ า
1 ชวั่ โมง
ขนั้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
ครใู หน้ กั เรยี นยกตวั อย่างเคร่อื งดม่ื ทเ่ี ป็นอนั ตรายต่อสขุ ภาพ แลว้ ครอู ธบิ ายใหน้ กั เรยี นตระหนกั ถงึ โทษ
ของการด่มื เครอ่ื งด่มื แอลกอฮอลท์ ม่ี ผี ลเสยี ตอ่ สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจติ
ขนั้ สอน
1. นกั เรยี นกลมุ่ เดมิ รว่ มกนั ศกึ ษาความรเู้ ร่อื ง สุรา จากหนงั สอื เรยี น หอ้ งสมดุ และแหล่งขอ้ มลู สารสนเทศ
2. ครใู หส้ มาชกิ แต่ละกลมุ่ ผลดั กนั เล่าถงึ โทษของการด่มื สุรา โดยกาหนดประเดน็ และระยะเวลาในการเล่า
เร่อื ง เมอ่ื สมาชกิ เล่าครบทกุ คนแลว้ ใหส้ รปุ ประเดน็ สาคญั แลว้ ร่วมกนั อภิปรายและสรปุ ผล
3. ตวั แทนนกั เรยี นแต่ละกลุ่มออกมาสรุปโทษของการด่มื สุรา หน้าชนั้ เรยี น
ขนั้ สรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั สรุปผลเสยี ของการด่มื สรุ า
เรอื่ งที่ 3 การป้องกนั อนั ตรายจากบหุ รีแ่ ละสรุ า
1 ชวั่ โมง
ขนั้ ที่ 1 สงั เกต
ครใู หน้ กั เรยี นอา่ นสถานการณ์ตวั อย่าง แลว้ ใหน้ กั เรยี นแสดงความคดิ เหน็
ขนั้ ท่ี 2 จาแนกความแตกต่าง
นกั เรยี นแตล่ ะกลุม่ รว่ มกนั แสดงความคดิ เหน็ เก่ยี วกบั แนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการป้องกนั อนั ตรายจาก
สถานการณ์ดงั กล่าว พรอ้ มยกตวั อย่างแนวทางในการปฏเิ สธประกอบ
ขนั้ ที่ 3 หาลกั ษณะร่วม
1. สมาชกิ แตล่ ะกลุ่มร่วมกนั อภปิ รายและแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั แนวทางปฏบิ ตั ติ นในการป้องกนั
อนั ตราย จากสถานการณ์ตวั อยา่ ง โดยจาแนกแนวทางในการปฏบิ ตั ทิ เ่ี หมอื นกนั และแตกตา่ งกนั
จากนนั้ ตวั แทนกลุ่มออกมาสรุปแนวทางการปฏบิ ตั ติ นในการป้องกนั อนั ตรายจากสถานการณ์ตวั อยา่ ง
2. นกั เรยี นศกึ ษาความรเู้ รอ่ื ง ขอ้ ควรปฏบิ ตั ใิ นการป้องกนั อนั ตรายจากบหุ รแ่ี ละสุรา จากหนงั สอื เรยี น
3. นกั เรยี นรว่ มกนั เปรยี บเทยี บแนวทางปฏบิ ตั ใิ นการป้องกนั อนั ตรายจากสถานการณ์ตัวอยา่ งกบั ขอ้
ปฏบิ ตั ิ ในการป้องกนั อนั ตรายจากบหุ รแ่ี ละสุราตามทไ่ี ดศ้ กึ ษาความรู้
ขนั้ ท่ี 4 ระบชุ ื่อความคิดรวบยอด
นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ขอ้ ปฏบิ ตั ใิ นการป้องกนั อนั ตรายจากบหุ ร่ี และสรุ า
ขนั้ ท่ี 5 ทดสอบและนาไปใช้
1. นกั เรยี นแต่ละคนทาใบงานที่ 10.2 เรื่อง การปฏิเสธและป้องกนั อนั ตรายจากบุหรี่และสรุ า เม่อื ทา
เสรจ็ แลว้ ใหน้ าสง่ ครตู รวจ
2. นกั เรยี นและครรู ่วมกนั บอกแนวทางการปฏบิ ตั ติ นเพอ่ื ป้องกนั อนั ตรายจากบุหรแ่ี ละสรุ า
ส่ือ/แหล่งกำรเรียนรู้
9.1 ส่ือกำรเรียนรู้
1) หนงั สือเรียน สุขศึกษาและพลศึกษา ป.4
2) บทเรียนคอมพิวเตอร์ Smart L.O. LMS Lite สุขศึกษา ป.4 บริษทั เพลยเ์ อเบิล จากดั
3) แบบบนั ทึกผลการวิเคราะห์
4) กรณีตวั อยา่ ง
5) ตวั อย่างยา
6) ผา้ ยดื พนั แผล
7) ตวั อย่างคาขวญั
8) อปุ กรณ์ในการปฐมพยาบาล
9) ตวั อยา่ งยาประเภทต่างๆ
9.2 แหล่งกำรเรียนรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) บา้ นหรือท่ีอยู่อาศยั ของนกั เรียน
3) แหลง่ ขอ้ มูลสารสนเทศ
- http://www.aksorn.com/lib/p/hed_05 (เร่ือง ยาหมดอาย)ุ
- http://www.tpma.or.th/web/th
- http://www.samunpri.com/modules.php?name=News&file=article&sid=168
- http://www.aksorn.com/lib/p/hed_05 (เร่อื ง การตรวจนับชพี จร)
- http://www.bloggang.com/mainblog.php?id=yyswim...04...
- http://www.si.mahidol.ac.th/project/geriatrics/Thaiweb/cramp.htm
- http://www.aksorn.com/lib/p/hed_05 (เร่อื ง สารเสพตดิ )
- http://www.thaihealth.or.th/healthcontent/healthips/27498
- http://www.saintseiyathaifanclub.com/smf_n/index.php?topic=15527
- http://www.healthy.freewer.net/index_php/general-health/smoking-disease.html
-http://www.siamhealth.net/public_html/Health/good_health_living/alcohol/alcohol.htm
การประเมนิ สมรรถนะของผู้เรียน วธิ ีวดั เคร่ืองมือวดั เกณฑก์ ำรให้คะแนน เกณฑก์ ำรประเมนิ
สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รียน
*ผำ่ นเกณฑก์ ำร
(ตำมหวั ขอ้ ที่ 5) ประเมินอยำ่ งนอ้ ยใน
ระดบั ปำนกลำง *
1. ควำมสำมำรถในกำร ใชแ้ บบประเมิน -แบบประเมิน 5 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรที่ดีมำก
ส่ือสำร รำยบุคคล ควำมสำมำรถ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำรท่ีดี *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
ในกำรส่ือสำร 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรสื่อสำรปำนกลำง ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
2.. ควำมสำมำรถในกำรคดิ ใชแ้ บบประเมิน 2 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรที่นอ้ ย ระดบั ปำนกลำง *
รำยบคุ คล -แบบประเมนิ 1 = มีควำมสำมำรถในกำรสื่อสำรนอ้ ยท่ีสุด
ควำมสำมำรถ *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
5 = มคี วำมสำมำรถในกำรคดิ ที่ดีมำก ประเมนิ อยำ่ งนอ้ ยใน
ในกำรคดิ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีดี ระดบั ปำนกลำง *
3 = มคี วำมสำมำรถในกำรคิดปำนกลำง
2 = มีควำมสำมำรถในกำรคิดที่นอ้ ย *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
1 = มีควำมสำมำรถในกำรคดิ นอ้ ยที่สุด ประเมินอยำ่ งนอ้ ยใน
ระดบั ปำนกลำง *
3. ควำมสำมรถในกำรแกป้ ัญหำ ใชแ้ บบประเมิน -แบบประเมนิ 5 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่ดีมำก
รำยบคุ คล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ีดี *ผำ่ นเกณฑก์ ำร
4. ควำมสำมำรถในกำรใชท้ กั ษะ ในกำรแกป้ ัญหำ 3 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำปำนกลำง ประเมินอยำ่ งน้อยใน
ชีวติ ใชแ้ บบประเมนิ 2 = มคี วำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำที่นอ้ ย ระดบั ปำนกลำง *
รำยบุคคล 1 = มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำนอ้ ย ท่ีสุด
5. ควำมสมำรถในกำรใช้
เทคโนโลยี ใชแ้ บบประเมนิ -แบบประเมิน 5 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ ท่ีดีมำก
รำยบุคคล ควำมสำมำรถ 4 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ ที่ดี
ในทกั ษะชีวติ 3 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวิตปำนกลำง
2 = มีควำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ ที่นอ้ ย
-แบบประเมนิ 1 = มคี วำมสำมำรถในทกั ษะชีวติ นอ้ ย ท่ีสุด
ควำมสำมำรถ 5 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีท่ีดีมำก
ในกำรใช้ 4 = มคี วำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยีท่ีดี
เทคโนโลยี 3 = มีควำมสำมำรถในกำรในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
ปำนกลำง
2 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยที ่ีนอ้ ย
1 = มีควำมสำมำรถในกำรใชใ้ นเทคโนโลยี
นอ้ ยท่ีสุด
คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรียน
การประเมณิ คณุ ลักษระอันพึง ประสงค์ วธิ ีการวดั เคร่ืองมือทใ่ี ช้ เกณฑ์การประเมณิ และเกณฑก์ารผ่าน
1. มวี นิ ยั -ใชแ้ บบประเมินรำยบุคคล -แบบประเมินควำมมีวินยั 5 = มีวินยั ในกำรเรียนดีมำก
4 = มีวนิ ยั ในกำรเรียนดี
2.ใฝ่ เรียนรู้ -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบุคคล -แบบประเมินควำมใฝ่เรียนรู้ 3 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนปำนกลำง
2 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนที่นอ้ ย
3.มงุ่ มนั่ ในกำรทำงำน -ใชแ้ บบประเมนิ รำยบคุ คล -แบบประเมนิ ควำมมงุ่ มนั่ ใน 1 = มวี นิ ยั ในกำรเรียนนอ้ ยท่ีสุด
กำรทำงำน ****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดับปานกลาง
*
5 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้ที่ดีมำก
4 = มีควำมสำมำรถในกำรคดิ ท่ีดี
3 = มีควำมใฝ่เรียนรู้ปำนกลำง
2 = มีควำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ย
1 = มคี วำมใฝ่เรียนรู้นอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมนิ อย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง
*
5 = มคี วำมมุ่งมน่ั ในกำรทำงำนดีมำก
4 = มีควำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนดี
3 = มคี วำมมงุ่ มน่ั ในกำรทำงำนปำนกลำง 2 =
มีควำมสำมำรถในกำรแกป้ ัญหำท่ี นอ้ ย
1 = มีควำมมุ่งมนั่ ในกำรทำงำนนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมนิ อย่างน้อยใน
ระดับปานกลาง*
ทกั ษะของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21
การประเมณิ ทกั ษะของผู้เรียน วธิ ีการวัด เครื่องมือทีใ่ ช้ เกณฑ์การประเมิณและเกณฑก์ ารผ่าน
ในศตวรรษท่ี 21 -แบบประเมนิ ควำมมุ่งมนั่ ใน 5 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะห์กำรคิดอยำ่ งมี
กำรทำงำน วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขดีมำก
1.ทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำร -ใชแ้ บบประเมิน รำยบคุ คล 4 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคิดอยำ่ งมี
คิดอยำ่ งมีวจิ ำรณญำณและ วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขดี
แกไ้ ขได้ 3 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคดิ อยำ่ งมี
วจิ ำรณญำณและแกไ้ ขปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรวิเครำะหก์ ำรคิดอยำ่ งมี
วิจำรณญำณและแกไ้ ขที่นอ้ ย
1 = มีทกั ษะในกำรวเิ ครำะหก์ ำรคดิ อยำ่ งมี
วิจำรณญำณและแกไ้ ขนอ้ ยท่ีสุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดับปานกลาง*
2.ทกั ษะในกำรส่ือสำรและ -ใชแ้ บบประเมิน รำยบุคคล -แบบประเมินกำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะในกำรสื่อสำรและรู้เทำ่ ทนั ส่ือ ดีมำก
รู้เทำ่ ทนั สื่อ ในกิจกรรม 4 = มีทกั ษะในกำรสื่อสำรและรู้เท่ำทนั สื่อ ด ีี
3 = มีทกั ษะในกำรส่ือสำรและรู้เทำ่ ทนั สื่อ ปำนกลำง
2 = มที กั ษะในกำรสื่อสำรและรู้เท่ำทนั สื่อ ท่ีนอ้ ย
1 = มที กั ษะในกำรสื่อสำรและรู้เทำ่ ทนั ส่ือ ที่สุด
****ผ่านเกณฑ์การประเมินอย่างน้อยใน ระดบั ปานกลาง*
3.ทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์ -ใชแ้ บบประเมินกำรมี -แบบประเมินกำรมสี ่วนร่วม 5 = มีทกั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เท่ำ ทนั เทคโนโลยดี ีมำก
และรู้เทำ่ ทนั เทคโนโลยี ส่วนร่วมในกิจกรรม ในกิจกรรม 4 = มที กั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เทำ่ ทนั เทคโนโลยดี ี
3 = มที กั ษะกำรใชค้ อมพวิ เตอร์และรู้เทำ่
ทนั เทคโนโลยปี ำนกลำง
แบบประเมนิ การนาเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหว่ำงเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ที่ รายการประเมนิ ระดับคะแนน 1
32
1 ควำมถูกตอ้ งของเน้ือหำ
2 ควำมคิดสร้ำงสรรค์
3 วิธีกำรนำเสนอผลงำน
4 กำรนำไปใชป้ ระโยชน์
5
กำรตรงต่อเวลำ
รวม
ลงช่ือ...................................................ผู้ประเมิน
............/................./...................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมนิ สมบรู ณ์ชดั เจน ให้ 2 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมนิ เป็นส่วนใหญ่ ให้ 1 คะแนน
ผลงำนหรือพฤติกรรมสอดคลอ้ งกบั รำยกำรประเมินบำงส่วน
เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิรรมการทางานรำยบุคคล
คำช้ีแจง : ใหผ้ ูส้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวำ่ งเรียนและนอกเวลำเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดบั ท่ี รายการประเมนิ ระดบั คะแนน 1
32
1 กำรแสดงควำมคดิ เห็น
2 กำรยอมรับฟังควำมคิดเห็นของผอู้ ืน่
3 กำรทำงำนตำมหน้ำที่ที่ไดร้ ับมอบหมำย
4
5 ควำมมนี ้ำใจ
กำรตรงต่อเวลำ
รวม
ลงช่ือ...................................................ผ้ปู ระเมิน
............/.................../................
เกณฑ์การให้คะแนน ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้ัง
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง
เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
14–15 ดีมาก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกวำ่ 8 ปรับปรุง
แบบสังเกตพฤตกิรรมการทางานกล่มุ
คาช้ีแจง : ให้ผสู้ อนสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แลว้ ขดี ✓ลงในช่องที่
ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลาดับที่ ชื่อ–สกลุ การแสดง การยอมรับ การทางาน ความมนี า้ ใจ การมี รวม
ของนักเรียน ความคดิ เหน็ ฟังคนอื่น ตามทไ่ี ด้รับ ส่วนร่วมใน 15 คะแนน
มอบหมาย การปรับปรุง
ผลงานกล่มุ
321321321321321
ลงชื่อ...................................................ผ้ปู ระเมนิ
............./.................../...............
เกณฑ์การให้คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอยำ่ งสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยคร้ัง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมบำงคร้ัง ให้ 1 คะแนน
เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
14–15 ดมี าก
11–13 ดี
8–10 พอใช้
ต่ำกว่ำ 8 ปรับปรุง
บนั ทกึ ผลหลงั สอน
1. ผลจดั กิจกรรมการเรียนรู้
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
2) ปัญหา/อปุ สรรค
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
3) ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางการแกไ้ ข
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ................................................
( นาย รณกฤต สุทธิเสรีสกุล)
ความคิดเห็น/ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ กลุ่มสาระหรือผทู้ ่ีไดร้ ับมอบหมาย
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(…………………….....………………..)
หวั หนา้ กล่มุ สาระ..........................................
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร .
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ......................................................
(…………………….....………………..)
รองผอู้ านวยการกลุ่มบริหารวิชาการ
ขอ้ เสนอแนะของผบู้ ริหาร
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ......................................................
(…………………….....………………..)
ผอู้ านวยการโรงเรียน..........................................
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นร้ทู ่ี 8
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว
1. ยาทใ่ี ชภ้ ายในมลี กั ษณะอย่างไร 6. ก่อนกนิ ยาควรทาสง่ิ ใดเป็นอนั ดบั แรก
ก. หา้ มรบั ประทาน ก. ชมิ รสชาติ
ข. มที งั้ ยาน้าและยาเมด็ ข. เตรยี มน้าดม่ื
ค. ไม่มฉี ลากบอกสรรพคณุ ค. เขย่าขวดดสู ยี า
ง. ใชส้ าหรบั ทามอื หรอื หยอดเท่านนั้ ง. อา่ นฉลากขา้ งขวด
2. ยาพาราเซตามอล จดั เป็นยาประเภทใด 7. การใชย้ าทห่ี มดอายแุ ลว้ มผี ลเสยี ในดา้ นใดมาก
ก. ยาอนั ตราย ทส่ี ดุ
ข. ยาสมุนไพร ก. เชอ้ื โรคดอ้ื ยา
ค. ยาแผนโบราณ ข. รกั ษาโรคไม่หาย
ง. ยาสามญั ประจาบา้ น ค. อาจทาใหเ้ สยี ชวี ติ ได้
ง. ทาใหเ้ ชอ้ื โรคเจรญิ เตบิ โต
3. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของฉลากทป่ี ิดอย่ทู ข่ี วดยา
8. ยาทห่ี มดคณุ ภาพแลว้ ควรทาอยา่ งไร
ก. ทาใหท้ ราบชอ่ื ยา ก. นาไปทง้ิ
ข. ทาใหท้ ราบสรรพคุณของยา ข. นาไปเลน่
ค. ทาใหท้ ราบวธิ กี ารใชย้ า ค. เกบ็ แชต่ ูเ้ ยน็
ง. ทาใหท้ ราบสขี องยา ง. สง่ คนื บรษิ ทั ทผ่ี ลติ
4. ขอ้ ใดเป็นหลกั การใชย้ าทป่ี ลอดภยั ทส่ี ดุ
ก. ปรกึ ษาแพทยห์ รอื เภสชั กรก่อนใชย้ า 9. ขอ้ ใดไม่ตอ้ งระบไุ วบ้ นฉลากยา
ข. ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของเพอ่ื น ก. ชอ่ื ยา
ค. ซอ้ื ยากนิ เองตามอาการของโรค ข. วธิ ใี ช้
ง. ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของผปู้ กครอง ค. แพทยผ์ สู้ งั ่
5. การปิดขวดยาไม่แน่นหลงั จากใชย้ าแลว้ จะเกดิ ง. สรรพคณุ
ผลเสยี อยา่ งไร
ก. ยาแขง็ ตวั 10. ใครเกบ็ รกั ษายาไดถ้ กู ตอ้ ง
ข. ยาเส่อื มคุณภาพ ก. ต๊กุ เกบ็ ยาทกุ ชนดิ ไวใ้ นตยู้ า
ค. แมลงตกลงไปได้ ข. เตเ้ กบ็ ยาเรยี งตามขนาดของขวดยา
ง. ยาเปลย่ี นสรรพคณุ ค. แตนแยกเกบ็ ยาน้าและยาเมด็ ไวค้ นละชนั้
ง. ตาลแยกเกบ็ ยาใชภ้ ายในและยาใชภ้ ายนอก
มฐ. พ 5.1 ป.4/1
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ข 2. ง 3. ง 4. ก 5. ข 6. ง 7. ค 8. ก 9. ค 10. ง
แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 8
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นเลอื กคาตอบท่ถี ูกต้องท่สี ุดเพียงขอ้ เดียว
1. ขอ้ ใดไม่ตอ้ งระบไุ วบ้ นฉลากยา 6. การปิดขวดยาไม่แน่นหลงั จากใชย้ าแลว้ จะเกดิ
ก. วธิ ใี ช้ ผลเสยี อยา่ งไร
ข. ช่อื ยา ก. ยาเปลย่ี นสรรพคณุ
ค. สรรพคุณ ข. แมลงตกลงไปได้
ง. แพทยผ์ สู้ งั ่ ค. ยาเสอ่ื มคุณภาพ
ง. ยาแข็งตวั
2. ยาทห่ี มดคุณภาพแลว้ ควรทาอยา่ งไร
ก. ส่งคนื บรษิ ทั ทผ่ี ลติ 7. ยาทใ่ี ชภ้ ายในมลี กั ษณะอย่างไร
ข. เกบ็ แชต่ ูเ้ ยน็ ก. ใชส้ าหรบั ทามอื หรอื หยอดเทา่ นนั้
ค. นาไปเล่น ข. ไมม่ ฉี ลากบอกสรรพคุณ
ง. นาไปทง้ิ ค. มที งั้ ยาน้าและยาเมด็
ง. หา้ มรบั ประทาน
3. การใชย้ าทห่ี มดอายแุ ลว้ มผี ลเสยี ในดา้ นใดมาก
ทส่ี ุด 8. ยาพาราเซตามอล จดั เป็นยาประเภทใด
ก. ทาใหเ้ ชอ้ื โรคเจรญิ เตบิ โต ก. ยาสามญั ประจาบา้ น
ข. อาจทาใหเ้ สยี ชวี ติ ได้ ข. ยาแผนโบราณ
ค. รกั ษาโรคไม่หาย ค. ยาสมุนไพร
ง. เชอ้ื โรคดอ้ื ยา ง. ยาอนั ตราย
4. ก่อนกนิ ยาควรทาสงิ่ ใดเป็นอนั ดบั แรก 9. ขอ้ ใดไมใ่ ช่ประโยชน์ของฉลากทป่ี ิดอยทู่ ข่ี วดยา
ก. อ่านฉลากขา้ งขวด
ข. เขยา่ ขวดดสู ยี า ก. ทาใหท้ ราบชอ่ื ยา
ค. เตรยี มน้าดม่ื ข. ทาใหท้ ราบวธิ กี ารใชย้ า
ง. ชมิ รสชาติ ค. ทาใหท้ ราบสขี องยา
ง. ทาใหท้ ราบสรรพคณุ ของยา
5. ใครเกบ็ รกั ษายาไดถ้ กู ตอ้ ง 10. ขอ้ ใดเป็นหลกั การใชย้ าทป่ี ลอดภยั ทส่ี ุด
ก. ตาลแยกเกบ็ ยาใชภ้ ายในและยาใชภ้ ายนอก ก. ปรกึ ษาแพทยห์ รอื เภสชั กรก่อนใชย้ า
ข. แตนแยกเกบ็ ยาน้าและยาเมด็ ไวค้ นละชนั้ ข. ซอ้ื ยากนิ เองตามอาการของโรค
ค. เตเ้ กบ็ ยาเรยี งตามขนาดของขวดยา ค. ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของผปู้ กครอง
ง. ตุ๊กเก็บยาทุกชนิดไว้ในตู้ยา ง. ปฏบิ ตั ติ ามคาแนะนาของเพ่อื น
มฐ. พ 5.1 ป.4/1
ได้คะแนน คะแนนเตม็
10
เฉลย
1. ง 2. ง 3. ข 4. ก 5. ก 6. ค 7. ค 8. ก 9. ค 10. ก
ใบงานที่
1 ประเภทของยา
คาชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
1. ยาทใ่ี ชใ้ นปัจจุบนั แบง่ ออกเป็นกป่ี ระเภท อะไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
2. ยาแผนปัจจุบนั มลี กั ษณะอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
3. ยาแผนโบราณ บนฉลากยาจะระบุขอ้ ความใด
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
4. ยาสมนุ ไพร เป็นยาทไ่ี ดม้ าจากสงิ่ ใด
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
5. ยาประเภทใดทจ่ี ะตอ้ งระมดั ระวงั ในการใชม้ ากทส่ี ดุ และจะตอ้ งปรกึ ษาแพทยห์ รอื เภสชั กร
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………….