The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

PLC วงรอบ 1 สมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rnchayxinrangumm, 2022-09-09 09:39:02

PLC วงรอบที่ 1

PLC วงรอบ 1 สมบูรณ์

53

54

แบบบนั ทกึ ผลการวเิ คราะห์นกั เรียน

ช่อื -สกลุ นายรณชยั อินรงั โรงเรยี นสรอยเสรวี ิทยา

กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ 5/1 จานวน 13 คน

1. ลักษณะของนกั เรียนในชนั้ เรียนของท่านตามเอกลักษณ์ของสาระการเรยี นรู้ทต่ี ้องการพัฒนา
ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐานพุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.

2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสรอยเสรีวิทยา ตาบลสรอย อาเภอวังช้ิน จังหวัดแพร่ สัง กัด
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามัธยมศึกษาแพร่ หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ชั้น
ระดับมัธยมศึกษาปีท่ี 4-6 สาระเพ่ิมเติม เคมี มาตรฐานที่ 2 เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณ
สัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี สมดุลในปฏิกิริยา สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์และเซลล์เคมไี ฟฟ้า รวมทั้งการนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

โดยกาหนดให้เป็นสาระการเรียนรู้เรื่อง ไฟฟ้าเคมี ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 5 และผู้ท่ีศึกษาได้นาสาระการ
เรียนรู้ดังกล่าวมาสร้างสื่อ นวัตกรรมประกอบการจัดการเรียนการสอนนักเรียนโดยมีเป้าหมายท่ีจะพัฒนา
นักเรียนซ่ึงได้กาหนดกลุ่มเป้าหมาย ที่จะพัฒนาให้นักเรียนมีความรู้ความสามารถในรายวิชาจาแนกออกเป็น
3 กลุม่ ดงั นี้

กลุ่มเก่ง นักเรียนสามารถทดลอง เปรียบเทียบ เพ่ือศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่าง
โลหะกับโลหะไอออน พร้อมเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุและเปรียบเทียบ
ความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ และตัวรีดิวซ์ของปฏิกิริยาได้ ตลอดจนสามารถระบุส่วนประกอบของ
เซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบครึ่งเซลล์ อธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ สามารถเขียน
แผนภาพเซลล์ ตลอดจนอธบิ ายการหาศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ และ ใชค้ ่า E  หาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เปรียบเทียบ
ตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ และทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาได้ จนนาไปสู่การทาแบบฝึกหัดโจทย์เสริมได้
ถูกต้อง เมื่อทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนไดร้ อ้ ยละ 80 ข้ึนไป

กลุ่มปานกลาง นักเรียนสามารถทดลอง เปรียบเทียบ เพ่ือศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอน
ระหว่างโลหะกับโลหะไอออน พร้อมเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุและเปรียบเทียบ
ความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ และตัวรีดิวซ์ของปฏิกิริยาได้ ตลอดจนสามารถระบุส่วนประกอบของ
เซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบคร่ึงเซลล์ อธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ สามารถเขียน

แผนภาพเซลล์ ตลอดจนอธิบายการหาศกั ยไ์ ฟฟา้ ของเซลล์ และ ใช้ค่า E  หาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เปรียบเทียบ
ตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ และทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาได้ จนนาไปสู่การทาแบบฝึกหัดโจทย์เสริมได้
ถูกต้อง เม่อื ทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนไดร้ ้อยละ 50-79 ข้ึนไป

กลุ่มอ่อน นักเรียนสามารถทดลอง เปรียบเทียบ เพื่อศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่าง
โลหะกับโลหะไอออน พร้อมเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุและเปรียบเทียบ
ความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์ และตัวรีดิวซ์ของปฏิกิริยาได้ ตลอดจนสามารถระบุส่วนประกอบของ
เซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบคร่ึงเซลล์ อธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ สามารถเขียน

แผนภาพเซลล์ ตลอดจนอธบิ ายการหาศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ และ ใชค้ า่ E  หาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เปรียบเทียบ
ตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ และทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาได้ จนนาไปสู่การทาแบบฝึกหัดโจทย์เสริมได้
ถูกตอ้ ง เมื่อทาแบบทดสอบสามารถทาคะแนนได้ตา่ กวา่ ร้อยละ 50

55

ซึ่งผลจากการวิเคราะห์ผู้เรียนตามแบบการวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้นของนักเรียน สามารถจาแนก
นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกปีที่ 5/1 ได้ดงั ต่อไปน้ี

กลุ่มเกง่
1. นางสาวชญานิศ เจ้ือจิว๋
2. นางสาวชนาพร ไทยใหม่
3. นางสาวปวณี า อุดแบน
4. นางสาวปองขวญั ยนั ระหา

กลุม่ ปานกลาง
1. นางสาวนภัส ตาธิกา
2. นางสาวภทั รภร น้อยเชอ่ื ม
3. นางสาววรรณนรนิ ทร์ คงธนัทกาญจน์
4. นางสาวกมลศริ ิ สุปนิ ะวงค์
5. นางสาวธญั ชนก ติ๊บแสน

กลมุ่ ออ่ น
1. นางสาวศิรินทิพย์ เพช็ รนิล
2. นางสาวไพลนิ เทศออ่ น
3. นางสาวสธุ ศิ า ปวนกนั ทา
4. นางสาวสุมินตรา กองสขุ

2. ความสามารถ (จดุ เดน่ ) ของนักเรียนแต่ละกลุ่มตามทักษะยอ่ ย
2.1 ความสามารถของนักเรียนกลุ่มเก่งดงั น้ี

ด้านความรู้
1. สามารถเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ได้ถูกต้อง

ร้อยละ 80 ขึ้นไป จานวน 4 คน
2. สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของ

โลหะได้ ร้อยละ 80 ขึน้ ไป จานวน 4 คน
3. สามารถระบุส่วนประกอบของเซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบของคร่ึงเซลล์ได้ร้อยละ 80 ขึ้นไป

จานวน 4 คน
4. สามารถเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานิกไดร้ อ้ ยละ 80 ขึ้นไป จานวน 4 คน

ดา้ นทักษะและกระบวนการ
1. มีทักษะทาการทดลองเพื่อศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกับโลหะไอออน

รอ้ ยละ 80 ข้นึ ไป จานวน 4 คน
2. มีทักษะทาการทดลองและอธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกและการ

เปลย่ี นแปลงทเ่ี กดิ ขึ้นในแตล่ ะคร่ึงเซลลไ์ ดร้ อ้ ยละ 80 ขึน้ ไป จานวน 4 คน

56

2.2 ความสามารถของนักเรียนกลุ่มปานกลางดังนี้
ด้านความรู้

1. สามารถเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ได้ถูกต้อง
รอ้ ยละ 50-79 ขน้ึ ไป จานวน 5 คน

2. สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของ
โลหะได้ รอ้ ยละ 50-79 ข้นึ ไป จานวน 5 คน

3. สามารถระบุสว่ นประกอบของเซลลก์ ัลวานกิ และสว่ นประกอบของครง่ึ เซลล์ได้รอ้ ยละ 50-79
ขน้ึ ไป จานวน 5 คน

4. สามารถเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ไดร้ ้อยละ 50-79 ขนึ้ ไป จานวน 5 คน
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ

1. มีทักษะทาการทดลองเพ่ือศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกับโลหะไอออน
รอ้ ยละ 50-79 ขนึ้ ไป จานวน 5 คน

2. มีทักษะทาการทดลองและอธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกและการ
เปลย่ี นแปลงที่เกิดขึ้นในแต่ละครงึ่ เซลลไ์ ด้ร้อยละ 50-79 ข้นึ ไป จานวน 5 คน

2.3 ความสามารถของนกั เรยี นกลุม่ ออ่ นดงั นี้
ดา้ นความรู้

1. สามารถเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ได้ถูกต้อง
ต่ากวา่ รอ้ ยละ 50 จานวน 4 คน

2. สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของ
โลหะได้ ตา่ กว่ารอ้ ยละ 50 จานวน 4 คน

3. สามารถระบุส่วนประกอบของเซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบของคร่ึงเซลล์ได้ต่ากว่าร้อยละ 50
จานวน 4 คน

4. สามารถเขียนแผนภาพเซลลก์ ลั วานิกไดต้ า่ กวา่ ร้อยละ 50 จานวน 4 คน
ดา้ นทักษะและกระบวนการ

1. มที ักษะทาการทดลองเพื่อศึกษาปฏิกิรยิ าการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนระหว่างโลหะกับโลหะไอออน
ต่ากว่าร้อยละ 50 จานวน 4 คน

2. มีทักษะทาการทดลองและอธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกและการ
เปลี่ยนแปลงที่เกิดข้นึ ในแต่ละครึ่งเซลลไ์ ด้ต่ากว่าร้อยละ 50 จานวน 4 คน

PLC วงรอบท่ี 1 57
นายรณชัย อินรงั

เอกสารหมายเลข 1 ปญั หาการเรยี นร้ขู องนักเรยี น
แบบรายงานการแก้ปัญหาการเรยี นรขู้ องนกั เรยี น

1. ช่ือ/นามสกุล Model Teacher
นายรณชยั อนิ รงั

2. กลุ่มสาระการเรียนรู้
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3. ช่ือโรงเรียน
โรงเรียนสรอยเสรี อาเภอวงั ชนิ้ จงั หวดั แพร่

4. วงรอบของการแกป้ ัญหา
วงรอบที่ 1 ระหวา่ งวนั ท่ี 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564

5. เก่ียวขอ้ งกบั สาระ
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏิกิริยา สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏิกริ ยิ ารวมและแผนภาพเซลล์
6. นกั เรียนระดับชัน้

นักเรยี นระดับชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ห้อง 1 จานวน 13 คน ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
7. สรปุ ปญั หาการเรยี นของผู้เรียน

ทฤษฎีของตัวเน้ือหามีความซับซ้อนเข้าใจยาก ต้องอาศัยหลักการจินตนาการให้เกิดมโนภาพเพื่อ
นาไปสู่กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ แล้วนาไปสู่การลงมือปฏิบัติฝึกทาโจทย์หรือแบบฝึกท่ีหลากหลาย จะ
ทาให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในตัวของทฤษฎีเนื้อหาวิชามากข้ึน โดยทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ท่ีสาคัญ
ประการหนึ่งที่กระตุ้นความคิดของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี คือ ทักษะการทดลอง โดยการได้ลงมือปัญหาเพื่อ
ค้นพบคาตอบด้วยการลงมือทาเพ่ือกระตุ้นให้เกิดภาพจา เช่ือมโยงสู่การวิเคราะห์ อภิปรายผล และ สรุปผล
การทดลอง แลว้ เชอ่ื มโยงเพอื่ การพสิ จู นก์ บั ทฤษฎีเนอ้ื หารายวชิ า
8. ตัวชี้วดั ความสาเรจ็ การแก้ปัญหา
ดา้ นความรู้

1. เขียนสมการออกซเิ ดชัน รดี ักชัน ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ ระบตุ ัวออกซิไดส์ ตวั รีดวิ ซ์ได้
2. เปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั รดี ิวซแ์ ละตัวออกซิไดสข์ องโลหะและไอออนของโลหะได้
3. ระบสุ ่วนประกอบของเซลล์กลั วานิกและสว่ นประกอบของครงึ่ เซลลไ์ ด้
4. สามารถเขยี นแผนภาพเซลล์กลั วานิกได้

PLC วงรอบท่ี 1 58
นายรณชยั อนิ รัง

ดา้ นทักษะและกระบวนการ
1. ทาการทดลองเพ่ือศึกษาปฏกิ ิริยาการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออน
2. ทาการทดลองและอธิบายปฏกิ ิรยิ าการถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก์ ลั วานิกและการเปล่ียนแปลงท่ี

9. วิธีการวดั ความสาเรจ็ ของการแก้ปัญหา
ด้านความรู้

1. นกั เรียนสามารถเขียนสมการออกซิเดชัน รดี กั ชนั ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ ระบุตัวออกซไิ ดส์ ตวั รีดิวซไ์ ด้
2. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและ
ไอออนของโลหะได้
3. นักเรยี นสามารถระบุส่วนประกอบของเซลล์กัลวานิกและสว่ นประกอบของครึ่งเซลลไ์ ด้
4. นกั เรียนสามารถสามารถเขียนแผนภาพเซลล์กัลวานกิ ได้
ด้านทักษะและกระบวนการ
1. นักเรยี นสามารถทาการทดลองเพื่อศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนระหวา่ งโลหะกบั โลหะ
ไอออน
2. นักเรียนสามารถทาการทดลองและอธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกและ
การเปลีย่ นแปลงที่
10. โปรดระบุวธิ กี ารจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนท่ที า่ นเลอื ก
จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการสอนตามวัฎจักรการสืบเสาะหาความรู้ (5E) โดยเน้นการ
พัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยวิธีการสอนแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL)
ฝึกทกั ษะกระบวนการลงมือปฏิบัติการทดลองร่วมกับชุดแบบฝึกกิจกรรมแบบส่ือผสม ในรายวิชา เคมีเพ่ิมเติม
4 สอดแทรกกลวิธกี ารเรยี นเชิงรกุ (Active Learning) ดังน้ี
1. กจิ กรรมการใช้เกมแข่งขันเพื่อนาเขา้ สู่บทเรียน (Games-based Learning)
2. กจิ กรรมระดมความคดิ รว่ มกนั ภายในกลุม่ (Brainstorming)
3. กิจกรรมสะท้อนความคิดของแต่ละกลุ่ม (Student’s Reflection)
4. กิจกรรมเรียนรแู้ บบเพ่ือนคคู่ ดิ (Think Pair Share)
5. กิจกรรมเรยี นรู้แบบห้องเรียนสอนคิด (Thinking tools)
6. กิจกรรมแบบใช้โครงงานเป็นฐาน (PBL)

1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) เป็นการนาเข้าสู่บทเรียนด้วยเร่ืองท่ีสนใจท้ังจากตัว
นักเรียนหรือการอภิปรายในห้องโดยการใช้การแข่งขัน เพ่ือกระตุ้นให้นักเรียนสร้างประเด็นให้กับนักเรียน
ร่วมกนั หาคาตอบ

2. ข้ันสารวจและค้นหา (Exploration) เม่ือทาความเข้าใจในประเด็นหรือคาถามท่ีสนใจจะศึกษา
อยา่ งถ่องแท้แลว้ มกี ารระดมความคดิ ร่วมกันภายในกลุ่มสะท้อนความคิดของแต่ละกลุ่มอธิบายเร่ืองต่าง ๆ ได้
ซงึ่ จะชว่ ยให้เช่ือมโยงกับเรอื่ งตา่ ง ๆ และทาให้เกิดความรู้กว้างขวางข้ึนสาหรับการตรวจสอบด้วยการศึกษาหา
ข้อมูลจากแหล่งขอ้ มูลทใี่ หแ้ ละการใชค้ อมพวิ เตอร์ เพอื่ ใหไ้ ดม้ าซงึ่ ข้อมลู อย่างเพียงพอท่ีจะใชใ้ นขน้ั ต่อไป

3. ขัน้ อธิบายและลงข้อสรปุ (Explanation) เมอื่ ไดร้ ับขอ้ มูลอยา่ งเพียงพอจากการสารวจตรวจสอบ
แล้ว จึงนาข้อมูลข้อสารสนเทศท่ีได้วิเคราะห์ แปลผล สรุปผล แลกเปล่ียนเรียนรู้แบบเพ่ือนคู่คิด ช่วยให้

PLC วงรอบที่ 1 59
นายรณชัย อนิ รัง

นกั เรียนแลกเปลย่ี นเรียนร้คู วามคดิ เหน็ กบั เพ่ือนร่วมหอ้ งและฝึกทกั ษะสอ่ื สารการพูด ซ่ึงการค้นพบในชั้นน้ีอาจ
เปน็ ไปได้หลายทาง แต่ผลทีไ่ ดจ้ ะอยใู่ นรูปใดกส็ ามารถสร้างความรู้และช่วยใหเ้ กดิ การเรียนรไู้ ด้
4. ข้ันขยายความรู้ (Elaboration) ในข้ันน้ีนักเรียนได้รับความรู้เพิ่มเติมจากการลงมือทาแบบฝึกหัดด้วย
ตนเอง พร้อมครอู ธิบายเพม่ิ เติมใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจเนื้อหามากข้นึ
5. ขั้นประเมินผล (Evaluation) เป็นการประเมินการเรียนรู้ด้วยกระบวนการต่าง ๆ ว่านักเรียนมีความรู้
อะไรบ้าง อย่างไร และมากน้อยเพยี งใด จากขน้ั นี้จะนาไปสกู่ ารนาความรไู้ ปประยกุ ต์ใช้ในเร่ืองอื่น ๆ

11. สรปุ ลาดบั ข้ันตอนการออกแบบการจัดการเรียนการสอน เขียนเปน็ ขั้นตอน เป็นขอ้ ๆ

ช่ัวโมงที่ 7-9 เรื่อง เซลล์กัลวานิกกับการสร้างเซลล์ (การทดลอง, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์,

กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอและและอภิปรายข้อมูล,

กระบวนการจดั การเรยี นการสอนแบบ 5 Es)

ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครนู าเขา้ สบู่ ทเรยี นโดยการใช้ปฏิกิรยิ าระหว่างโลหะสงั กะสีกบั สารละลาย CuSO4 ให้นกั เรยี น
ร่วมกนั อภปิ ราย

-จากรูปภาพนักเรียนเห็นการเปล่ียนแปลงอะไรเกิดข้ึน ? [แนวทาง

คาตอบ; เมื่อนาโลหะสังกะสีจุ่มไว้ในสารละลาย CuSO4 สักระยะ เกิด
การแทนทีข่ องไอออน Cu2+บนแท่งโลหะสังกะส]ี

- ลักษณะสแี ดงที่พอกพูนบริเวณแทง่ โลหะสังกะสเี กิดข้ึนไดอ้ ย่างไร ?

[แนวทางคาตอบ;เกิดจากการท่ีสังกะสีเกิดการให้อิเล็กตรอนกับโลหะ

ภาพท่ี 2.1 ปฏกิ ิริยาของสงั กะสีกบั CuSO4 Cu2+ จงึ ทาให้ Cu2+ทาหน้าทร่ี ับอเิ ลก็ ตรอนบรเิ วณแท่งโลหะสงั กะส]ี

จากแผนภาพท่ี 2.1 จะสังเกตเหน็ ปฏิกิริยาเกิดข้ึนเมื่อเรานาโลหะสังกะสซี ึ่งมีค่าศกั ยไ์ ฟฟ้าตา่ จมุ่ ลงใน

สารละลายทมี่ ีองค์ประกอบของโลหะไอออน Cu2+ อยู่ซึ่งมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโลหะสังกะสี ดังน้ัน จึง
ทาให้โลหะสังกะสีทาหน้าที่ให้หรือสูญเสียอิเล็กตรอน โดยทองแดงทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอน ฝ่ายที่สูญเสีย
อิเล็กตรอนจึงถูกฝ่ายรับอิเล็กตรอนพอกพูนบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดนั้น เมื่อปล่อยทิ้งไว้สักระยะหน่ึง
สังกะสจี ะเกดิ การสกึ กร่อนเกิดขน้ึ อย่างเห็นไดช้ ัด

1.2 ครูแจง้ จดุ ประสงค์การเรียนรู้กอ่ นเข้าสเู่ นื้อหา

ขน้ั ท่ี 2 สารวจและคน้ หา (Exploration;55 นาที)
จากผลการอภิปรายเก่ียวกับปฏิกิริยาของโลหะสังกะสีกับสารละลายที่มีโลหะทองแดงเป็น

องคป์ ระกอบทผี่ า่ นมา หากเราทาการเปล่ียนชนิดของโลหะและชนิดของสารละลายจะเกิดผลการเปลี่ยนแปลง

ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรมการทดลองท่ี 1 เร่ือง ปฏิกิริยาระหว่าง

โลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

PLC วงรอบท่ี 1 60
นายรณชัย อินรงั

2.1 ครูใหน้ กั เรยี นแบ่งกลุ่ม กล่มุ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี นและให้กาหนดหน้าที่
ของสมาชิกแต่ละคนให้ชัดเจน

2.2 นักเรียนรับใบกิจกรรม การทดลองที่ 1 เรื่อง ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะ
ไอออน (ดังแนบในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับขั้นตอนของการทดลองในรูปของ flow chat
ลงในสมุดเปน็ รายบุคคล

Pre – Lab
ครูชแ้ี จงชื่อและจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พรอ้ มแนะนาอปุ กรณท์ ่ใี ช้ในการทดลอง

จุดประสงค์ของการทดลอง(Objective)
1. เพอ่ื ศกึ ษาปฏกิ ริ ยิ าระหวา่ งโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

อุปกรณ์การทดลอง (Materials)
1. บกี เกอร์ (Beaker)
2. แทง่ แกว้ คนสาร (Sterling rod)
3. แผ่นพลาสตกิ ติดเครือ่ งแก้ว (Lebel)
สารเคมี (Chemicals)
1. สารละลายซิงค(์ II)ซัลเฟต ความเข้มขน้ 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต ความเข้มขน้ 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอริกความเขม้ ขน้ 2.0 mol/L (HCl)
4. แผ่นโลหะทองแดงบริสุทธ์ิ
5. แผน่ โลหะสังกะสบี รสิ ทุ ธ์ิ
วธิ กี ารทดลอง (Procedure)
1. ตัดแผ่นโลหะสังกะสแี ละแผ่นโลหะทองแดงใหม้ ีขนาดเท่ากนั ทาความสะอาดผิวหน้าโดยการขดั ดว้ ย
กระดาษทรายและแชใ่ นกรดไฮโดรคลอรกิ ความเข้มขน้ 2.0 mol/L
2. จดั ต้ังอุปกรณ์และบรรจุสารละลายลงในบีกเกอรด์ ังแสดงในตัวอย่างภาพด้านล่าง

- หมายเหตุ Cu2+ แทน สารละลาย CuSO4 0.1 mol/L ปรมิ าตร 30 mL
- หมายเหตุ Zn2+ แทน สารละลาย ZnSO4 0.1 mol/L ปริมาตร 30 mL
Lab

นกั เรียนลงมอื ปฏิบตั ิกจิ กรรมการทดลองท่ี 1 เร่อื ง ปฏิกิรยิ าระหว่างโลหะกบั สารละลายของ
โลหะไอออน โดยต้องลงมือปฏบิ ัติการทดลองครบทุกตอน

PLC วงรอบท่ี 1 61
นายรณชยั อนิ รงั

Post – Lab
1) ครสู ุม่ ให้ตวั แทนของนักเรยี นบางกลุม่ ออกมาบันทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นกั เรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลการทดลองพรอ้ มท้ังสรุปผลการทดลอง

คาถามทา้ ยการทดลอง (Observe)
1) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สังเกตได้อย่างไร ?
2) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สงั เกตได้อยา่ งไร ?
3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดท่ีทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดขึ้นเลขออกซิเดชันของ

สารเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พรอ้ มทัง้ ระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ ?

4) ผลการทดลองที่เกิดข้ึน สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ
ตวั รีดิวซข์ องสารได้หรอื ไม่อย่างไร ?

ขนั้ ท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (explanation;30 นาที)

แนวทางการอภิปรายผลการทดลองและตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ครูร่วมอภิปรายผลการทดลองรว่ มกนั กบั นักเรียนได้แนวสรปุ ออกมาดังนี้

ตารางที่ 2.1 แสดงผลการศึกษาปฏิกิรยิ าระหวา่ งโลหะกบั สารละลายของโลหะไอออน

ระบบทที่ ดลอง การเปล่ียนแปลงท่สี ังเกตได้
Zn(s)/Cu2+(aq)
เ กิ ด ต ะ ก อ น สี แ ด ง เ ก า ะ บ ริ เ ว ณ ผิ ว ห น้ า ข อ ง โ ล ห ะ

Cu(s)/Cu2+(aq) สังกะสี สีฟ้าของสารละลาย CuSO4 จางลง
Zn(s)/Zn2+(aq) ไมเ่ กิดการเปล่ยี นแปลง
Cu(s)/Zn2+(aq)
ไมเ่ กิดการเปลยี่ นแปลง

ไมเ่ กิดการเปลีย่ นแปลง

แนวทางการอภิปรายการตอบคาถามท้ายการทดลอง

1) เมื่อจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สังเกตได้อยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; ไมเ่ กดิ การเปลยี่ นแปลง สังเกตจากผิวหน้าของโลหะแต่ละชนิด และ

สีของสารละลายไม่เกดิ การเปล่ยี นแปลง]

2) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สังเกตได้อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ขึ้นอยู่กับค่าศักย์ไฟฟ้าของคู่โลหะและไอออนโลหะ เมื่อเกิดการ

เปล่ียนแปลงจะสังเกตุเห็นตะกอนท่ีเกาะบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดนั้น มีการกร่อนลง และสีของ

สารละลายโลหะไอออนจะจางลง]

3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดท่ีทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนเลขออกซิเดชันของ

สารเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงคร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พร้อมทั้งระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ ? [แนวทางคาตอบ ; Zn(s)/Cu2+(aq) เกิดปฏิกิริยาได้ เลข
ออกซิเดชันของ Zn เปลย่ี นแปลงจาก 0 เปน็ +2 และ Cbu2+ เปล่ยี นแปลงจาก 2+ เปน็ 0

PLC วงรอบท่ี 1 62
นายรณชัย อนิ รัง

คร่งึ ปฏิกิรยิ าออกซิเดชัน คอื Zn(s) Zn2+(aq) + 2e ตวั รดี ิวซค์ อื Zn
ครง่ึ ปฏิกริ ยิ ารีดกั ชัน คอื Cu2+(aq) + 2e Cu(s) ตัวออกซิไดส์ คือ Cu2+
ครึ่งปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ คอื Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) + Cu(s)

4) ผลการทดลองท่ีเกิดข้ึน สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ

ตัวรีดิวซ์ของสารได้หรือไม่อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; สามารถเปรียบเทียบได้ โดย โลหะสังกะสีสามารถ

ให้อิเล็กตรอนได้ดีกว่าโลหะทองแดง ดังน้ัน สังกะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง ใน

ขณะเดยี วกัน ทองแดงสามารถรับอเิ ล็กตรอนได้ดกี วา่ จงึ เปน็ ตวั ออกซไิ ดสไ์ ด้ดีกว่าสังกะสี]

แนวทางการอภิปรายการสรุปผลการทดลอง
ครูให้นักเรยี นศึกษาแนวทางการสรปุ ผลการทดลองจากคาถามทา้ ยการทดลองเพื่อเป็นแนวทาง

[แนวทางสรุปผลการทดลอง; เมือ่ จมุ่ โลหะลงในสารละลายของโลหะไอออนแตล่ ะชนิด และทาการ
เปรียบเทียบความสามารถเป็นตัวรับและให้อิเล็กตรอนจากผลการศึกษาพบว่า ความสามารถในการให้
และรับอิเล็กตรอนข้ึนอยูก่ บั ค่าศกั ย์ไฟฟา้ ของโลหะแต่ละชนิด ในการทดลองพบว่า โลหะสังกะสีสามารถให้
อิเล็กตรอนหรือเป็นตัวรีดิวซ์ได้ดีกว่าเน่ืองจากมีค่าศักย์ไฟฟ้าต่ากว่าทองแดง โดยทองแดงจะทาหน้าที่รับ
อิเลก็ ตรอนหรือเปน็ ตวั ออกซไิ ดสเ์ นอื่ งจากมคี ่าศกั ย์ไฟฟ้าสงู กว่าสังกะสี]

ขัน้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู ึน้ ภาพองคป์ ระกอบของเซลลก์ ัลวานกิ และอธิบายขยายความรเู้ พมิ่ เตมิ ใหก้ บั นักเรียน

ภาพที่ 2.2 องค์ประกอบของเซลลก์ ลั วานกิ
จากการทน่ี ักเรียนไดศ้ ึกษาการทดลองท่ผี า่ นมาระหว่างปฏิกริ ยิ าของสังกะสแี ละทองแดงเมอ่ื
เรานามาประกอบเขา้ จนครบองคป์ ระกอบของเซลล์กลั วานิกจะได้องค์ประกอบดังภาพ โดยองค์ประกอบท่ี
สาคัญของเซลล์กัลวานกิ จะประกอบไปดว้ ย
1. ข้วั ไฟฟา้ (Electrode) ทีท่ าหน้าท่เี ปน็ ข้วั แคโทดและแอโนด ส่วนใหญค่ ือแผ่นโลหะท่ีเราต้องการ
ศกึ ษาหรือนามาทาปฏกิ ริ ยิ านั่นเอง
2. สารละลายอิเล็กไทรไลต์ (Electrolyte solution) คือสารละลายทบี่ รรจใุ นบีกเกอรท์ ี่เราจะนา
ชนดิ ของข้วั ไฟฟ้าจุ่มอยู่ โดยสารละลายดังกลา่ วต้องเป็นโลหะไอออนของโลหะนัน้ และแตกตวั เปน็ ไอออนไดด้ ี

PLC วงรอบท่ี 1 63
นายรณชัย อินรงั

เชน่ สารละลายอิเล็กโทรไลต์ของขวั้ ไฟฟา้ สังกะสี ก็คือ ZnSO4 เน่อื งจากเมื่อละลายน้าจะแตกตัวเป็นไอออน
และได้ไอออนของ Zn2+ นน่ั เอง

3. สะพานเกลือ สว่ นใหญน่ ยิ มใช้กระดาษกรองตดั เปน็ แผ่น แล้วชบุ ลงไปในเกลือพวก KNO3 ที่อ่มิ ตวั
มากๆ เพ่อื เพิ่มประสิทธิภาพในการเดินทางขา้ มของไอออนของโลหะทั้ง 2 ฝ่ังของบกี เกอร์

4. โวลตม์ ิเตอร์ คืออปุ กรณ์ที่ใช้วัดศกั ย์ไฟฟ้าท่ีเกิดข้นึ ภายในปฏกิ ริ ยิ า และสามารถใช้ทานายทิศ
ทางการไหลของอิเล็กตรอนไดด้ ว้ ย

เพื่อความเข้าใจในเน้ือหามากขึ้น เราจะมาลองศึกษาเซลล์กัลวานกิ กับการทดลองท่ี 2 เรอื่ ง
การถา่ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานิก พรอ้ มกัน

4.2 ครูให้นกั เรียนแบง่ กลุม่ กล่มุ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี นและให้กาหนดหน้าท่ี
ของสมาชิกแต่ละคนให้ชัดเจน

4.3 นักเรยี นรบั ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2 เรอื่ ง การถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานิก (ดังแนบ

ในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับข้ันตอนของการทดลองในรูปของ flow chat ลงในสมุดเป็น

รายบุคคล

Pre – Lab
ครูชีแ้ จงชอ่ื และจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พรอ้ มแนะนาอปุ กรณท์ ี่ใชใ้ นการทดลอง

จุดประสงค์ของการทดลอง(Objective)
1. เพ่ือศึกษาวิธสี ร้างเซลลก์ ัลวานิกและปฏิกริ ิยาทเี่ กิดข้นึ ภายในเซลล์

อปุ กรณ์การทดลอง (Materials)
1. บีกเกอร์ (Beaker)
2. แท่งแก้วคนสาร (Sterling rod)
3. แผน่ พลาสติกตดิ เครอ่ื งแกว้ (Lebel)
4. กระดาษกรอง
5. โวลตม์ เิ ตอร์ (Volte meter)
สารเคมี (Chemicals)
1. สารละลายซงิ ค(์ II)ซลั เฟต ความเขม้ ขน้ 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต ความเขม้ ขน้ 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอรกิ ความเข้มข้น 2.0 mol/L (HCl)
4. แผน่ โลหะทองแดงบรสิ ุทธ์ิ
5. แผน่ โลหะสงั กะสีบรสิ ทุ ธ์ิ
วธิ ีการทดลอง (Procedure)
1. จุ่มแผ่นทองแดงขนาด 0.5 cm x 5.0 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ที่มีสารละลาย CuSO4 1.0
mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 เขียนฉลาก Cu(s)/Cu2+(aq) ติดท่ีข้างบีกเกอร์ และจุ่มแผ่นสังกะสีขนาด
0.5 cm x 5.0 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ที่มีสารละลาย ZnSO4 1.0 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3
และเขยี นฉลาก Zn(s)/Zn2+(aq) ติดที่ขา้ งบีกเกอร์

PLC วงรอบท่ี 1 64
นายรณชยั อินรัง

2. นาบีกเกอร์ท่ีมีโลหะจุ่มอยู่ในสารละลายที่เตรียมไว้ในข้อ 1 มาวางชิดกัน ใช้สะพานเกลือ (ทาจากกระดาษ
กรองจุม่ ในสารละลายของแตล่ ะบกี เกอร์)
3. ตอ่ แผนทองแดงและแผ่นสังกะสีเข้ากับโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์และอ่านค่า
ความตา่ งศักย์
4. สลับข้ัวของโวลตม์ เิ ตอร์ สงั เกตทศิ ทางการเบนของเขม็ โวลตม์ ิเตอรแ์ ละอา่ นคา่ ความตา่ งศกั ย์
5. ใช้หลอดไฟขนาด 1.0 V มาตอ่ กบั ขวั้ ทองแดงและขั้วสงั กะสีแทนโวลต์มิเตอร์ สงั เกตการเปล่ียนแปลง
6. ทาการทดลองเชน่ เดยี วกับขอ้ 1-5 แต่ใชค้ ร่งึ เซลลค์ ู่ตอ่ ไปนี้ และเปลีย่ นสะพานเกลอื ใหมท่ กุ ครัง้

ตัวอย่างการสรา้ งเซลล์กลั วานิก
Lab

นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการทดลองท่ี 2 เร่ือง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์
กลั วานิก โดยต้อง
ลงมอื ปฏบิ ตั กิ ารทดลองครบทุกตอน
Post – Lab
1) ครูสมุ่ ให้ตัวแทนของนักเรียนบางกลมุ่ ออกมาบนั ทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นักเรียนและครูรว่ มกันอภิปรายผลการทดลองพร้อมท้ังสรปุ ผลการทดลอง
คาถามท้ายการทดลอง (Observe)

1) เม่ือต่อคร่ึงเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับคร่ึงเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดขึ้น
หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ท่ีเกิดขึ้น
ภายในเซลล์ ?

2) จงเปรยี บเทียบความสามารถในการเป็นตวั ออกซไิ ดสแ์ ละตัวรีดิวซ์ของสาร ?
3) การทดลองนม้ี ีประโยชน์อย่างไร ?
4) สะพานเกลือทาหน้าท่ีอยา่ งไร ?

ขั้นท่ี 5 ประเมิน (evaluation;30 นาที)
5.1 ครูอภิปรายแนวทางผลการทดลองและตารางบันทึกผลการทดลองท่ี 2 เร่ือง การถ่าย

โอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั วานิก ทไี่ ดม้ อบหมายใหน้ กั เรียนปฏิบตั กิ จิ กรรมไปก่อนหนา้
แนวทางการอภปิ รายผลการทดลองและตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ครูรว่ มอภปิ รายผลการทดลองรว่ มกบั นักเรยี นไดแ้ นวสรุปออกมาดังนี้

PLC วงรอบที่ 1 65
นายรณชัย อนิ รงั

ตารางท่ี 2.2 แสดงผลการศกึ ษาการถ่ายโอนของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลปว์ านกิ

ครง่ึ เซลลค์ ่ทู ่ตี ่อกัน ข้วั ไฟฟา้ ทเี่ ข็มโวลต์ คา่ ความต่างศักย์ (V)

มิเตอร์เบนเข้าหา
Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s) เบนเขา้ หาขัว้ แคโทด ข้ึนอยู่กับผลการทดลอง

Cu(s)/Cu2+(aq)//Zn2+(aq)/Zn(s) เบนเข้าหาขั้วแอโนด ขนึ้ อย่กู บั ผลการทดลอง

แนวทางการอภปิ รายการตอบคาถามท้ายการทดลอง
1) เมื่อต่อครึ่งเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับครึ่งเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดข้ึน

หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เกิดขึ้น

ภายในเซลล์ ? [แนวทางคาตอบ ; มีการไหลของอิเล็กตรอนเกิดข้ึนสังเกตจากเข็มของโวลต์มิเตอร์ท่ีเบนไป

ทางข้ัวทองแดง Zn2+(aq) + 2e ตัวรดี ิวซค์ อื Zn

คร่ึงปฏิกริ ยิ าออกซิเดชัน คือ Zn(s)
ครึง่ ปฏกิ ิริยารดี ักชัน คอื Cu2+(aq) + 2e Cu(s) ตวั ออกซิไดส์ คือ Cu2+
ครึ่งปฏกิ ิริยารีดอกซ์ คอื Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) + Cu(s)

2) จงเปรียบเทยี บความสามารถในการเป็นตวั ออกซิไดสแ์ ละตวั รีดวิ ซ์ของสาร ? [แนวทางคาตอบ ; โลหะ
สงั กะสสี ามารถใหอ้ ิเล็กตรอนไดด้ ีกวา่ โลหะทองแดง ดังนน้ั สังกะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง
ในขณะเดยี วกนั ทองแดงสามารถรบั อิเลก็ ตรอนได้ดกี วา่ จึงเป็นตวั ออกซไิ ดสไ์ ดด้ ีกว่าสงั กะสี ]

3) การทดลองนี้มีประโยชน์อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ใช้ทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาของเซลล์
กลั วานิก หรอื เปรียบเทียบค่าศักย์ไฟฟา้ ของโลหะแต่ละชนิดได้]

4) สะพานเกลือทาหน้าทอ่ี ย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; เชื่อมต่ออิเล็กโทรไลต์ 2 คร่ึงเซลล์ โดยสารอิเล็ก
โทรไลตไ์ ม่ปนกัน รกั ษาสมดลุ ระหว่างไอออนบวกและลบในอิเลก็ โทรไลต์]
แนวทางการอภิปรายการสรุปผลการทดลอง
ครใู หน้ ักเรยี นศกึ ษาแนวทางการสรปุ ผลการทดลองจากคาถามท้ายการทดลองเพ่ือเป็นแนวทาง

[แนวทางสรุปผลการทดลอง; จากการทดลอง เมื่อนาสองคร่ึงเซลล์ต่างชนิดกันมาต่อด้วยสะพาน
เกลือ ซ่ึงทาหน้าท่ีให้ไอออนเคล่ือนที่จากสารละลายหนึ่งไปยังอีกสารละลายหนึ่ง เม่ือองค์ประกอบครบ
วงจร จะพบว่าอิเล็กตรอนจะไหลออกจากโลหะที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าต่า คือโลหะสังกะสี โดยเข็มของโวลต์
มิเตอร์จะเบนเข้าหาโลหะทองแดงที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโดยทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอนนั่นเอง และสามารถ
สงั เกตเหตโุ ลหะสังกะสเี กดิ การพอกพนู ของตะกอนสแี ดงของทองแดงเม่ือท้ิงไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ โลหะ
สงั กะสจี ะเกิดการกรอ่ นเน่ืองจากสญู เสียอเิ ล็กตรอนน่ันเอง]

5.2 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนี้ การตอบคาถามในช้ันเรียน การปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม
ทกั ษะการทดลอง และประเมินการจดบนั ทกึ ในสมดุ ของนกั เรยี น

PLC วงรอบที่ 1 66
นายรณชยั อินรงั

ชั่วโมงท่ี 10-12 เรอ่ื ง องค์ประกอบของเซลลก์ ัลวานกิ กบั การเขียนแผนภาพเซลล์แบบย่อ (การทดลอง, ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์, กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอ
และและอภิปรายขอ้ มลู , กระบวนการจัดการเรยี นการสอนแบบ 5 Es)
ขั้นที่ 1 สร้างความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครสู ร้างความสนใจให้นกั เรียนรว่ มกันอภิปรายประเดน็ การทดลองดังนใ้ี ห้นกั เรียนร่วมกนั ตอบ
คาถาม

Mg(s)/Mg2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)
- จากการทดลอง ครูกาหนดให้โลหะใดเปน็ ขั้วแอโนด และ ขั้วใดเป็นขวั้ แคโทด [แนวทางคาตอบ ;

ข้ัวแอโนดคอื Mg ข้ัวแคโทด คือ Cu]
- เม่ือต่อองค์ประกอบครบวงจรตามหลกั การของเซลล์กัลวานิกจะเกดิ กระแสไฟฟ้าหรือไม่ นกั เรยี น

ทราบได้อยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; ศึกษาข้อมูลจากค่าศกั ย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครง่ึ เซลล์
รีดกั ชันที่ 298 K ปฏกิ ริ ยิ าสามารถเกิดไดเ้ นอ่ื งจาก Mg มคี ่าศกั ยไ์ ฟฟ้าต่ากว่า Cu ทาหนา้ ที่
เปน็ ขว้ั แอโนดถูกตอ้ ง และ Cu เป็นขวั้ แคโทดถูกต้อง ]
เราสามารถคาดการณ์หรือเลือกข้ัวไฟฟ้าในการทาปฏิกิริยาเบื้องต้นได้โดยการศึกษาค่าศักย์ไฟฟ้า
มาตรฐานของครง่ึ รีดักชนั ท่ี 298 K ได้เบื้องต้น โดยหลักการของเซลล์กัลวานิก ข้ัวแอโนดหรือข้ัวท่ีทาหน้าท่ีให้
อิเล็กตรอนต้องมีค่าศักย์ไฟฟา้ ต่า ๆ จะให้อเิ ล็กตรอนไดด้ ี สว่ นข้ัวที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงจะทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอน
ได้ดีกว่า สาหรับทฤษฎีกับการปฏิบัติจะสอดคล้องสัมพันธ์กันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรม
การเรยี นร้ตู อ่ ไปน้ี
1.2 ครแู จง้ จุดประสงค์การเรยี นรู้ก่อนเขา้ สูเ่ นือ้ หา
ขั้นที่ 2 สารวจและค้นหา (Exploration;55 นาที)
2.1 ครูกาหนดคู่ของข้ัวไฟฟ้าต่อไปน้ีให้นักเรียนทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิกว่า
ปฏิกิรยิ าสามารถเกดิ ข้ึนเองหรอื ไม่ (ใบงานที่ 2.1 การทานายทิศทางการไหลของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวา
นกิ ดังแนบในภาคผนวก) โดยการเปรียบเทยี บข้อมูลจาก ค่าศักย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครง่ึ รีดกั ชันที่ 298 K
2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาคาตอบเพิ่มเติมจากสื่อวีดีทัศน์ การทดลองเซลล์ไฟฟ้าเคมี ตอน เซลล์
กลั วานกิ สื่อประกอบการเรยี นการสอนของสถาบนั สง่ เสรมิ การสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)
ขั้นท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation;30 นาที)
ครูร่วมอธิบายและลงข้อสรุปกับนักเรียนเก่ียวกับ ใบงานที่ 2.1 เรื่อง การทานายทิศทางการไหล
ของอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กัลวานิก (ดังแนบในภาคผนวก) ท่ีได้มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมก่อนหน้า
เพือ่ ขยายความเขา้ ใจใหก้ บั นกั เรียน
จากผลการศึกษาบางคู่การทดลองนักเรียนจะสังเกตเห็นได้ว่า ค่าศักย์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมีค่าติดลบ แสดง
ใหเ้ หน็ วา่ ปฏกิ ริ ยิ าไม่สามารถเกิดข้นึ เองได้ สาเหตุมาจากการใช้ขั้วไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าไม่สอดคล้องกับคร่ึงของ
ปฏกิ ริ ยิ า เราสามารถแกไ้ ขได้โดยการสลับขวั้ ไฟฟ้า จะทาให้ค่าศักย์ไฟฟา้ ท่ไี ด้มีคา่ เปน็ บวก ปฏิกิริยาจะสามารถ
ดาเนินตอ่ ไปได้น่นั เอง
ขัน้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู ยายความรใู้ ห้กับนกั เรยี นในเรอื่ ง การเขยี นแผนภาพเซลล์ โดยมรี ายละเอียดดังน้ี

Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)

PLC วงรอบท่ี 1 67
นายรณชยั อินรงั
จากสมการแสดงดงั กล่าว เรียกวา่ แผนภาพเซลลแ์ บบย่อที่นกั เรยี นค้นุ เคยและร้จู กั กนั มาบา้ งแล้ว สาหรบั
หลักการเขียนมีแนวปฏิบตั ิอย่างไร เราจะมาศึกษาพร้อมกนั กบั เนอ้ื หาต่อไปน้ี

ภาพที่ 2.3 องค์ประกอบของเซลล์กัลวานิก
แผนภาพเซลล์แบบย่อ คอื การแสดงองค์ประกอบของการเกิดปฏกิ ริ ิยาของเซลล์กัลวานิกทั้งหมดดงั แสดง
ในภาพ เพ่ือความสะดวกในการศกึ ษาเรอื่ งเซลล์ไฟฟา้ เคมี จงึ นิยมเขยี นแผนภาพเซลล์แทนการวาดรปู หรือ
บรรยาย หลักการเขียนตามฟอรม์ ดงั นี้

ขว้ั ไฟฟ้าแอโนด/สารละลายอิเลก็ โทรไลตท์ ่ีข้ัวแอโนด//สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ที่ขั้วแคโทด/ขั้วไฟฟ้าแคโทด

- ขวั้ ไฟฟ้าต้องระบสุ ถานะของขว้ั ไฟฟ้าในวงเลบ็ ดว้ ยเสมอ เช่น Zn(s)
- สารละลายอเิ ล็กโทรไลต์กรณีมคี วามเขม้ ขน้ ตอ้ งใส่ความเข้มขน้ ด้วย เชน่ Cu2+ (aq, 1mol/L)
- แตล่ ะคร่งึ ปฏกิ ิริยาทเี่ กดิ ตอ้ งค่ันด้วยสะพานเกลือ โดยการใช้สญั ลักษณ์ (//)
ตัวอย่างการเขียนแผนภาพเซลลใ์ นกรณีทีต่ ้องระบคุ วามเข้มขน้ และคา่ ความดนั ของแกส๊ กรณขี วั้ ไฟฟ้ามีสถานะ
เป็นแกส๊ และมีข้วั ไฟฟ้าชว่ ยอยดู่ ้วย

การเขียนแผนภาพเซลลแ์ บบยอ่

ภาพท่ี 2.4 การตอ่ ครงึ่ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานกบั ครงึ่ เซลล์ทองแดงมาตรฐาน
สรุปหลกั ในการเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ได้ดงั ต่อไปนี้
1. เขยี นครง่ึ เซลลแ์ อโนดไวท้ างซา้ ย คั่นดว้ ยสะพานเกลือ (//) แล้วเขียนครงึ่ เซลล์แคโทดไวท้ างขวา
2. แต่ละครง่ึ เซลล์ให้เขียนข้วั ไฟฟ้าไว้ริมสดุ สารทอี่ ยู่ในสถานะเดยี วกันคนั่ ดว้ ย (,) ถ้าต่างสถานะค่ันด้วย (/)
3. ระบุสถานะของสารโดยใช้ (s), (l), (g) และ (aq) สารละลายทที่ ราบความเขม้ ข้นใหร้ ะบคุ วามเข้มขน้ ใน
วงเลบ็ เช่น (aq, 1 mol/dm3) หรอื (aq, 1 M) ขัว้ ไฟฟา้ แก๊สถา้ ทราบความดันต้องระบุความดันโดยใส่ใน
วงเลบ็ ด้วย เชน่ (g, 1 atm)
4. ถา้ ทราบแผนภาพเซลล์สามารถเยนสมการแสดงปฏกิ ริ ิยาครง่ึ เซลล์ และปฏกิ ิรยิ าของเซลล์ไฟฟา้ ได้

PLC วงรอบท่ี 1 68
นายรณชัย อินรัง

4.2 ครมู อบหมายให้นักเรยี นทา ใบงานที่ 2.2 เรื่อง แผนภาพเซลล์ (ดังแนบในภาคผนวก) เพ่ือ
ตรวจสอบและทบทวนความรู้ความเขา้ ใจของนกั เรยี น
ขน้ั ที่ 5 ประเมนิ (evaluation;30 นาที)
5.1 ครอู ภิปรายแนวทางคาตอบจาก ใบงานที่ 2.2 เร่อื ง แผนภาพเซลล์ (ดังแนบในภาคผนวก) ที่

ไดม้ อบหมายใหน้ ักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมไป
5.2 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนี้ การตอบคาถามในช้นั เรยี น การรว่ มกิจกรรมกลุ่ม และ
ประเมินการจดบันทึกในสมุดของนักเรยี น

PLC วงรอบท่ี 1 69
นายรณชัย อนิ รัง

เอกสารหมายเลข 2 แผนการจัดการเรียนการสอน
1. ชอ่ื /นามสกุล Model Teacher

นายรณชยั อนิ รงั
2. กลุม่ สาระการเรียนรู้

วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
3. ช่ือโรงเรียน

โรงเรยี นสรอยเสรี อาเภอวังช้นิ จงั หวดั แพร่
4. วงรอบของการแก้ปัญหา

วงรอบที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564
5. เก่ยี วข้องกับสาระ
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดลุ ในปฏกิ ริ ยิ า สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏกิ ิริยารดี อกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏกิ ริ ิยารวมและแผนภาพเซลล์
6. นกั เรียนระดับชน้ั

นักเรียนระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี 5 ห้อง 1 จานวน 13 คน ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
7. แผนการจัดการเรยี นการสอน (เอกสารแนบ)

8. บันทึกเพิ่มเตมิ เก่ียวกับแผนการจดั การเรียนการสอน

แผนการสอนมมี าตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัดตรงตามหลักสูตร มีสาระสาคัญการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ มี
สาระการเรียนรู้ท่ีครอบคลุมเนื้อหา ตรงตามจุดประสงค์การเรียนรู้ มีการใช้กิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย
เน้นการฝึกปฏิบัติการทดลอง เลือกรูปแบบการจัดการเรียนรู้ท่ีเน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ โดยใช้รูปแบบการสอน
ตามวัฎจักรการสบื เสาะหาความรู้ (5E) สอดแทรกกลวธิ กี ารสอนเชิงรุก (Active Learning) ดงั น้ี

1. กิจกรรมการใชเ้ กมแข่งขนั เพื่อนาเขา้ สูบ่ ทเรียน (Games-based Learning)
2. กจิ กรรมระดมความคดิ ร่วมกันภายในกล่มุ (Brainstorming)
3. กิจกรรมสะทอ้ นความคิดของแตล่ ะกลุ่ม (Student’s Reflection)
4. กจิ กรรมเรียนร้แู บบเพ่อื นคู่คิด (Think Pair Share)
5. กจิ กรรมเรียนรแู้ บบหอ้ งเรยี นสอนคดิ (Thinking tools)

PLC วงรอบท่ี 1 70
นายรณชยั อนิ รัง

โดยมีการบูรณาการ ความคิด ทักษะ กระบวนการและการปฏิบัติเพื่อมุ่งให้นักเรียนมีองค์ความรู้ด้วย
ตวั เอง มกี ารเลือกใช้ส่ือ นวัตกรรม รวมถึงแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ ที่หลากหลาย ตามรูปแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่
ไวว้ างใจ มีการวดั และประเมนิ ผลที่ชัดเจน สอดคล้องกับจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ มีความคิดริเร่ิมสร้างสรรค์ และ
เป็นประโยชนต์ อ่ ผเู้ รยี น

แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 2

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์ วิชาเคมีเพ่มิ เติม 4 ว32224 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 5
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 1
สาระเคมี จานวน 1.5 นก. เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง เวลาเรยี น 29 ช่ัวโมง
เวลาเรียน 6 ช่ัวโมง
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 1 ไฟฟา้ เคมี

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 2 เซลลก์ ลั วานกิ กับการสรา้ งเซลล์

แผนการจัดการเรียนรู้เร่ือง เซลล์กัลวานิกกับการสร้างเซลล์ เป็นหน่วยหนึ่งในวิชาเคมีเพ่ิมเติม 4 (ว 33224)

ชั้นมัธยมศึกษาช้ันปีที่ 6 แผนการจัดการเรียนรู้ จัดทาข้ึนตามกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสาคัญ ซ่ึง

ประกอบไปด้วยรายละเอียดดังต่อไปน้ี

หัวเร่อื ง เทคนคิ การเรียนรู้ เวลา(ชัว่ โมง)

1. เซลล์กลั วานกิ ทดลอง 3

2. การสรา้ งเซลลก์ ัลวานิก ทกั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

กระบวนการสรา้ งความคดิ รวบยอด

กระบวนการวิเคราะห์ขอ้ มูล

นาเสนอและอภปิ รายข้อมลู

กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ 5Es

3. สว่ นประกอบของเซลล์กลั วานกิ ทดลอง 3

4. การเขียนแผนภาพเซลล์ ทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์

กลั วานกิ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

กระบวนการวิเคราะหข์ อ้ มลู

นาเสนอและอภปิ รายขอ้ มูล

กระบวนการจดั การเรียนการสอนแบบ 5Es

รวม 6

PLC วงรอบที่ 1 71
นายรณชยั อนิ รงั

วิชาเคมเี พิม่ เติม 4
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เข้าใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปริมาณสัมพนั ธใ์ นปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดลุ ในปฏกิ ิริยา สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้
26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดงปฏิกิริยา
รดี อกซ์
28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด ปฏิกิริยารวม
และแผนภาพเซลล์

สาระสาคัญ
เซลลก์ ลั วานกิ (Galvanic cell) หรือเซลล์ โวลตาอิก เปน็ เซลล์ไฟฟา้ เคมีที่สามารถเกิดขึ้นเองได้โดยไม่

ต้องอาศัยกระแสไฟฟ้าจากภายนอก เม่ือมีองค์ประกอบของเซลล์ครบวงจร กล่าวคือประกอบไปด้วย ข้ัวไฟฟ้า
(Electrode) สองชนิด คือขั้วไฟฟ้าที่ทาหน้าที่ให้อิเล็กตรอนหรือเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน เรียกว่าข้ัวแอโนด
(Anode electrode) ส่วนมากจะเป็นข้ัวไฟฟ้าท่ีมีค่าศักย์ไฟฟ้าต่า และข้ัวไฟฟ้าท่ีทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอนหรือ
เกิดปฏิกิริยารีดักชัน เรียกว่าข้ัวแคโทด (Cathode electrode) ส่วนมากจะเป็นข้ัวไฟฟ้าท่ีมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูง
สารละลายอิเล็กโทรไลต์ (Electrolyte solution) ภายในเซลล์จะทาหน้าที่ ช่วยในการเคลื่อนที่ของ
อิเล็กตรอนของแต่ละขั้วไฟฟ้า และสะพานเกลือเพ่ือทาหน้าท่ีทาให้อิเล็กตรอนเคล่ือนที่และปรับสมดุลของ
อิเล็กตรอนให้ปฏิกิริยาสมดุลกัน โวลต์มิเตอร์ทาหน้าที่วัดกระแสไฟฟ้าที่เกิดข้ึนในปฏิกิริยาและทานายทิศ
ทางการไหลของอิเล็กตรอนได้ เพื่อความสะดวกในการเขียนปฏิกิริยารีดอกซ์มักเขียนสองคร่ึงปฏิกิริยาออกซิ
ชันและรีดักชันรวมกันโดยเขียนคู่ของขั้วไฟฟ้าที่เกิดปฏิกิริยาออกซิเดชันไว้ด้านขวามือคู่กับชนิดของ
สารละลายอิเล็กโทรไลต์และเขียนคู่ของขั้วไฟฟ้าท่ีเกิดปฏิกิริยารีดักชันไว้ด้านซ้ายมือคู่กับชนิดของสารละล าย
อิเล็กโทรไลต์โดยการข้ันท้ังสองปฏิกิริยาด้วยสัญลักษณ์ (//) แทนสะพานเกลือ เรียกรวมการเขียนดังกล่าวว่า
การเขียนแผนภาพเซลลแ์ บบยอ่

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
ด้านความรู้

1. เขียนสมการออกซิเดชัน รีดกั ชนั ปฏิกิริยารดี อกซ์ ระบุตวั ออกซิไดส์ ตวั รีดิวซ์ได้
2. เปรียบเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั รีดิวซ์และตัวออกซไิ ดส์ของโลหะและไอออนของโลหะได้
3. ระบสุ ่วนประกอบของเซลลก์ ลั วานิกและส่วนประกอบของครึง่ เซลล์ได้
4. สามารถเขยี นแผนภาพเซลลก์ ลั วานิกได้

PLC วงรอบท่ี 1 72
นายรณชัย อินรงั

ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ
1. ทาการทดลองเพ่ือศึกษาปฏิกิรยิ าการถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนระหวา่ งโลหะกับโลหะไอออน
2. ทาการทดลองและอธิบายปฏกิ ิรยิ าการถา่ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กลั วานกิ และการเปล่ยี นแปลงที่
เกิดข้ึนในแต่ละครงึ่ เซลล์ได้

ด้านคณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
1. มีวนิ ยั
2. ใฝ่เรียนรู้
3. มงุ่ ม่ันในการทางาน
4. มจี ติ สาธารณะ
5. มีจติ วิทยาศาสตร์

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของผ้เู รยี น
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

สาระการเรียนรู้
1. เซลล์กลั วานิก
2. การสร้างเซลล์กลั วานิก
3. ส่วนประกอบของเซลล์กลั วานกิ
4. การเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานิก

กระบวนการจัดการเรยี นรู้
ชั่วโมงท่ี 7-9 เร่ือง เซลล์กัลวานิกกับการสร้างเซลล์ (การทดลอง, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์,
กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอและและอภิปรายข้อมูล,
กระบวนการจัดการเรยี นการสอนแบบ 5 Es)
ข้นั ที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครูนาเขา้ สู่บทเรียนโดยการใชป้ ฏิกริ ยิ าระหว่างโลหะสงั กะสกี บั สารละลาย CuSO4 ให้นกั เรยี น
รว่ มกันอภปิ ราย

-จากรูปภาพนักเรียนเห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้น ? [แนวทาง
คาตอบ; เม่ือนาโลหะสังกะสีจุ่มไว้ในสารละลาย CuSO4 สักระยะ เกิด
การแทนทข่ี องไอออน Cu2+บนแท่งโลหะสังกะส]ี
- ลกั ษณะสแี ดงทีพ่ อกพูนบรเิ วณแทง่ โลหะสังกะสีเกิดข้ึนไดอ้ ย่างไร ?
[แนวทางคาตอบ;เกิดจากการที่สังกะสีเกิดการให้อิเล็กตรอนกับโลหะ

ภาพที่ 2.1 ปฏิกิรยิ าของสังกะสกี ับ CuSO4 Cu2+ จึงทาให้ Cu2+ทาหน้าทีร่ ับอิเลก็ ตรอนบริเวณแทง่ โลหะสังกะสี]

PLC วงรอบที่ 1 73
นายรณชัย อนิ รัง

จากแผนภาพที่ 2.1 จะสังเกตเหน็ ปฏกิ ิริยาเกดิ ขนึ้ เมอื่ เรานาโลหะสังกะสีซึ่งมีค่าศกั ย์ไฟฟ้าตา่ จุม่ ลงใน

สารละลายทีม่ ีองค์ประกอบของโลหะไอออน Cu2+ อยู่ซ่ึงมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโลหะสังกะสี ดังนั้น จึง
ทาให้โลหะสังกะสีทาหน้าท่ีให้หรือสูญเสียอิเล็กตรอน โดยทองแดงทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอน ฝ่ายท่ีสูญเสีย
อิเล็กตรอนจึงถูกฝ่ายรับอิเล็กตรอนพอกพูนบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดน้ัน เมื่อปล่อยท้ิงไว้สักระยะหน่ึง
สงั กะสจี ะเกดิ การสึกกรอ่ นเกดิ ขึ้นอย่างเหน็ ไดช้ ัด

1.2 ครแู จง้ จุดประสงคก์ ารเรียนรกู้ ่อนเข้าสู่เนือ้ หา

ขั้นท่ี 2 สารวจและคน้ หา (Exploration;55 นาที)
จากผลการอภิปรายเกี่ยวกับปฏิกิริยาของโลหะสังกะสีกับสารละลายท่ีมีโลหะทองแดงเป็น

องคป์ ระกอบทีผ่ ่านมา หากเราทาการเปลยี่ นชนดิ ของโลหะและชนิดของสารละลายจะเกิดผลการเปลี่ยนแปลง
ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรมการทดลองที่ 1 เร่ือง ปฏิกิริยาระหว่าง
โลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

2.1 ครใู ห้นักเรียนแบ่งกลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี นและให้กาหนดหนา้ ที่
ของสมาชิกแตล่ ะคนใหช้ ัดเจน

2.2 นักเรียนรับใบกิจกรรมการทดลองที่ 1 เร่ือง ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะ
ไอออน (ดังแนบในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับข้ันตอนของการทดลองในรูปของ flow chat
ลงในสมุดเปน็ รายบุคคล

Pre – Lab
ครชู แี้ จงช่อื และจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พร้อมแนะนาอุปกรณ์ท่ใี ชใ้ นการทดลอง

จดุ ประสงคข์ องการทดลอง(Objective)
2. เพอ่ื ศกึ ษาปฏิกิริยาระหวา่ งโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

อุปกรณก์ ารทดลอง (Materials)
1. บีกเกอร์ (Beaker)
2. แท่งแกว้ คนสาร (Sterling rod)
3. แผ่นพลาสติกตดิ เครือ่ งแก้ว (Lebel)
สารเคมี (Chemicals)
1. สารละลายซงิ ค์(II)ซัลเฟต ความเขม้ ขน้ 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร(์ II)ซัลเฟต ความเข้มขน้ 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอริกความเขม้ ขน้ 2.0 mol/L (HCl)
4. แผ่นโลหะทองแดงบริสุทธ์ิ
5. แผน่ โลหะสงั กะสีบริสุทธ์ิ

PLC วงรอบท่ี 1 74
นายรณชัย อินรงั

วิธีการทดลอง (Procedure)
1. ตัดแผน่ โลหะสงั กะสีและแผ่นโลหะทองแดงใหม้ ขี นาดเท่ากนั ทาความสะอาดผวิ หนา้ โดยการขัดดว้ ย
กระดาษทรายและแช่ในกรดไฮโดรคลอริกความเขม้ ขน้ 2.0 mol/L
2. จดั ตัง้ อุปกรณ์และบรรจุสารละลายลงในบกี เกอร์ดังแสดงในตัวอยา่ งภาพด้านลา่ ง

- หมายเหตุ Cu2+ แทน สารละลาย CuSO4 0.1 mol/L ปริมาตร 30 mL
- หมายเหตุ Zn2+ แทน สารละลาย ZnSO4 0.1 mol/L ปริมาตร 30 mL
Lab

นกั เรียนลงมอื ปฏิบัติกิจกรรมการทดลองที่ 1 เร่อื ง ปฏิกริ ยิ าระหวา่ งโลหะกบั สารละลายของ
โลหะไอออน โดยต้องลงมือปฏบิ ัตกิ ารทดลองครบทุกตอน
Post – Lab

1) ครูส่มุ ใหต้ ัวแทนของนกั เรยี นบางกล่มุ ออกมาบนั ทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายผลการทดลองพร้อมท้ังสรุปผลการทดลอง
คาถามทา้ ยการทดลอง (Observe)

1) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายท่ีมีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สังเกตได้อย่างไร ?

2) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายท่ีมีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สงั เกตไดอ้ ยา่ งไร ?

3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดที่ทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนเลขออกซิเดชันของ
สารเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงคร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พรอ้ มท้งั ระบตุ ัวรีดวิ ซแ์ ละตัวออกซไิ ดส์ ?

4) ผลการทดลองท่ีเกิดข้ึน สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ
ตัวรีดวิ ซข์ องสารได้หรือไม่อยา่ งไร ?

ข้นั ที่ 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation;30 นาที)
แนวทางการอภปิ รายผลการทดลองและตารางบนั ทกึ ผลการทดลอง

ครูร่วมอภปิ รายผลการทดลองรว่ มกันกับนักเรยี นได้แนวสรุปออกมาดังน้ี

PLC วงรอบที่ 1 75
นายรณชัย อินรงั

ตารางท่ี 2.1 แสดงผลการศึกษาปฏิกิริยาระหว่างโลหะกบั สารละลายของโลหะไอออน

ระบบท่ที ดลอง การเปลย่ี นแปลงท่สี ังเกตได้
Zn(s)/Cu2+(aq)
เ กิ ด ต ะ ก อ น สี แ ด ง เ ก า ะ บ ริ เ ว ณ ผิ ว ห น้ า ข อ ง โ ล ห ะ

Cu(s)/Cu2+(aq) สังกะสี สฟี า้ ของสารละลาย CuSO4 จางลง
Zn(s)/Zn2+(aq) ไม่เกดิ การเปลย่ี นแปลง

Cu(s)/Zn2+(aq) ไม่เกดิ การเปล่ยี นแปลง

ไมเ่ กดิ การเปลย่ี นแปลง

แนวทางการอภิปรายการตอบคาถามท้ายการทดลอง
1) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายท่ีมีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สังเกตได้อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ไม่เกิดการเปล่ียนแปลง สังเกตจากผิวหน้าของโลหะแต่ละชนิด และ
สีของสารละลายไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง]

2) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สังเกตได้อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ข้ึนอยู่กับค่าศักย์ไฟฟ้าของคู่โลหะและไอออนโลหะ เม่ือเกิดการ
เปลี่ยนแปลงจะสังเกตุเห็นตะกอนที่เกาะบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดน้ัน มีการกร่อนลง และสีของ
สารละลายโลหะไอออนจะจางลง]

3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดท่ีทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดข้ึนเลขออกซิเดชันของ
สารเปล่ียนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงคร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พร้อมท้ังระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ ? [แนวทางคาตอบ ; Zn(s)/Cu2+(aq) เกิดปฏิกิริยาได้ เลข
ออกซเิ ดชนั ของ Zn เปลี่ยนแปลงจาก 0 เปน็ +2 และ Cu2+ เปล่ียนแปลงจาก 2+ เปน็ 0

คร่งึ ปฏิกิรยิ าออกซเิ ดชัน คือ Zn(s) Zn2+(aq) + 2e ตัวรีดวิ ซ์คอื Zn
ครึ่งปฏกิ ิรยิ ารดี กั ชนั คอื Cu2+(aq) + 2e Cu(s) ตวั ออกซิไดส์ คอื Cu2+
คร่งึ ปฏกิ ิรยิ ารีดอกซ์ คือ Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) + Cu(s)

4) ผลการทดลองท่ีเกิดขึ้น สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ
ตัวรีดิวซ์ของสารได้หรือไม่อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; สามารถเปรียบเทียบได้ โดย โลหะสังกะสีสามารถ
ให้อิเล็กตรอนได้ดีกว่าโลหะทองแดง ดังนั้น สังกะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง ใน
ขณะเดยี วกัน ทองแดงสามารถรับอเิ ลก็ ตรอนไดด้ กี ว่าจึงเป็นตัวออกซิไดสไ์ ด้ดกี ว่าสังกะสี]

แนวทางการอภปิ รายการสรุปผลการทดลอง
ครใู ห้นักเรยี นศึกษาแนวทางการสรุปผลการทดลองจากคาถามทา้ ยการทดลองเพ่ือเป็นแนวทาง

[แนวทางสรปุ ผลการทดลอง; เมอื่ จุ่มโลหะลงในสารละลายของโลหะไอออนแต่ละชนิด และทาการ
เปรียบเทียบความสามารถเป็นตัวรับและให้อิเล็กตรอนจากผลการศึกษาพบว่า ความสามารถในการให้
และรับอิเล็กตรอนขนึ้ อยู่กบั ค่าศกั ย์ไฟฟ้าของโลหะแต่ละชนดิ ในการทดลองพบวา่ โลหะสังกะสีสามารถให้

PLC วงรอบที่ 1 76
นายรณชัย อนิ รงั

อิเล็กตรอนหรือเป็นตัวรีดิวซ์ได้ดีกว่าเนื่องจากมีค่าศักย์ไฟฟ้าต่ากว่าทองแดง โดยทองแดงจะทาหน้าท่ีรับ
อเิ ล็กตรอนหรอื เป็นตวั ออกซิไดสเ์ นอ่ื งจากมคี า่ ศกั ยไ์ ฟฟา้ สูงกว่าสังกะสี]

ขนั้ ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู น้ึ ภาพองคป์ ระกอบของเซลลก์ ัลวานิก และอธบิ ายขยายความรเู้ พ่ิมเตมิ ให้กับนักเรยี น

ภาพที่ 2.2 องค์ประกอบของเซลล์กลั วานิก
จากการทนี่ ักเรียนได้ศกึ ษาการทดลองที่ผา่ นมาระหวา่ งปฏิกิริยาของสังกะสีและทองแดงเม่ือ
เรานามาประกอบเข้าจนครบองคป์ ระกอบของเซลล์กลั วานกิ จะไดอ้ งค์ประกอบดังภาพ โดยองคป์ ระกอบท่ี
สาคัญของเซลล์กัลวานิกจะประกอบไปด้วย
1. ขัว้ ไฟฟา้ (Electrode) ทีท่ าหนา้ ท่ีเปน็ ขั้วแคโทดและแอโนด ส่วนใหญค่ ือแผน่ โลหะท่ีเราตอ้ งการ
ศกึ ษาหรือนามาทาปฏิกิริยานั่นเอง
2. สารละลายอิเล็กไทรไลต์ (Electrolyte solution) คือสารละลายท่ีบรรจุในบีกเกอร์ที่เราจะนา
ชนดิ ของข้ัวไฟฟ้าจุ่มอยู่ โดยสารละลายดงั กลา่ วต้องเป็นโลหะไอออนของโลหะนน้ั และแตกตวั เปน็ ไอออนได้ดี
เช่น สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ของขว้ั ไฟฟ้าสังกะสี ก็คือ ZnSO4 เนือ่ งจากเม่ือละลายนา้ จะแตกตัวเป็นไอออน
และได้ไอออนของ Zn2+ น่นั เอง
3. สะพานเกลือ สว่ นใหญน่ ิยมใช้กระดาษกรองตดั เป็นแผน่ แล้วชุบลงไปในเกลอื พวก KNO3 ท่อี ่มิ ตัว
มากๆ เพ่ือเพม่ิ ประสิทธภิ าพในการเดนิ ทางข้ามของไอออนของโลหะทั้ง 2 ฝ่งั ของบกี เกอร์
4. โวลต์มเิ ตอร์ คืออปุ กรณ์ท่ีใช้วดั ศกั ย์ไฟฟ้าทเี่ กิดข้นึ ภายในปฏิกริ ยิ า และสามารถใช้ทานายทิศ
ทางการไหลของอิเล็กตรอนไดด้ ว้ ย
เพือ่ ความเขา้ ใจในเน้ือหามากขึน้ เราจะมาลองศึกษาเซลล์กัลวานิกกับการทดลองท่ี 2 เรอื่ ง
การถ่ายโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กัลวานิก พรอ้ มกนั
4.2 ครูใหน้ ักเรียนแบ่งกลมุ่ กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรียนและให้กาหนดหน้าที่
ของสมาชิกแตล่ ะคนใหช้ ัดเจน
4.3 นกั เรียนรบั ใบกิจกรรมการทดลองที่ 2 เร่ือง การถา่ ยโอนอเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานิก (ดังแนบ
ในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับข้ันตอนของการทดลองในรูปของ flow chat ลงในสมุดเป็น
รายบคุ คล

PLC วงรอบที่ 1 77
นายรณชัย อินรงั

Pre – Lab

ครชู แี้ จงช่ือและจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พร้อมแนะนาอุปกรณท์ ี่ใช้ในการทดลอง

จดุ ประสงค์ของการทดลอง(Objective)

1. เพ่ือศึกษาวิธีสรา้ งเซลลก์ ลั วานกิ และปฏิกริ ยิ าทีเ่ กิดขึน้ ภายในเซลล์

อุปกรณ์การทดลอง (Materials)

1. บีกเกอร์ (Beaker)

2. แทง่ แก้วคนสาร (Sterling rod)

3. แผน่ พลาสตกิ ติดเครอื่ งแก้ว (Lebel)

4. กระดาษกรอง

5. โวลต์มิเตอร์ (Volte meter)

สารเคมี (Chemicals)

1. สารละลายซงิ ค(์ II)ซัลเฟต ความเข้มขน้ 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร์(II)ซัลเฟต ความเขม้ ข้น 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอรกิ ความเขม้ ข้น 2.0 mol/L (HCl)

4. แผ่นโลหะทองแดงบรสิ ุทธิ์

5. แผ่นโลหะสงั กะสีบรสิ ทุ ธิ์

วธิ ีการทดลอง (Procedure)
1. จุ่มแผ่นทองแดงขนาด 0.5 cm x 5.0 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ที่มีสารละลาย CuSO4 1.0
mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 เขียนฉลาก Cu(s)/Cu2+(aq) ติดที่ข้างบีกเกอร์ และจุ่มแผ่นสังกะสีขนาด
cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 mol/dm3 cm3
0.5 cm x 5.0 Zn(s)/Zn2+(aq) ตดิ ทข่ี ้างบีกเกอร์ ที่มีสารละลาย ZnSO4 1.0 ปริมาตร 20
และเขียนฉลาก

2. นาบีกเกอร์ท่ีมีโลหะจุ่มอยู่ในสารละลายท่ีเตรียมไว้ในข้อ 1 มาวางชิดกัน ใช้สะพานเกลือ (ทาจากกระดาษ

กรองจมุ่ ในสารละลายของแตล่ ะบกี เกอร)์

3. ตอ่ แผนทองแดงและแผ่นสังกะสีเข้ากับโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์และอ่านค่า

ความตา่ งศกั ย์

4. สลบั ขั้วของโวลตม์ เิ ตอร์ สงั เกตทศิ ทางการเบนของเข็มโวลต์มเิ ตอรแ์ ละอา่ นคา่ ความตา่ งศกั ย์

5. ใช้หลอดไฟขนาด 1.0 V มาต่อกบั ขั้วทองแดงและขั้วสังกะสแี ทนโวลตม์ เิ ตอร์ สงั เกตการเปล่ียนแปลง

6. ทาการทดลองเช่นเดยี วกบั ข้อ 1-5 แต่ใชค้ รึง่ เซลลค์ ู่ตอ่ ไปน้ี และเปล่ียนสะพานเกลือใหมท่ ุกครง้ั

ตัวอยา่ งการสรา้ งเซลล์กลั ป์วานิก

PLC วงรอบท่ี 1 78
นายรณชัย อนิ รงั

Lab
นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการทดลองที่ 2 เรื่อง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์

กัลวานิก โดยตอ้ ง
ลงมอื ปฏิบตั ิการทดลองครบทกุ ตอน
Post – Lab
1) ครสู มุ่ ใหต้ วั แทนของนกั เรียนบางกลุ่มออกมาบนั ทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นักเรยี นและครรู ่วมกันอภิปรายผลการทดลองพร้อมทง้ั สรปุ ผลการทดลอง
คาถามท้ายการทดลอง (Observe)

1) เมื่อต่อครึ่งเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับคร่ึงเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดขึ้น
หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ท่ีเกิดขึ้น
ภายในเซลล์ ?

2) จงเปรยี บเทียบความสามารถในการเปน็ ตวั ออกซิไดส์และตวั รีดิวซ์ของสาร ?
3) การทดลองน้มี ีประโยชนอ์ ย่างไร ?
4) สะพานเกลอื ทาหนา้ ที่อย่างไร ?

ข้นั ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation;30 นาที)
5.1 ครูอภิปรายแนวทางผลการทดลองและตารางบันทึกผลการทดลองที่ 2 เรื่อง การถ่าย

โอน อิเลก็ ตรอนในเซลล์กลั วานิก ทีไ่ ด้มอบหมายให้นกั เรยี นปฏิบัติกิจกรรมไปก่อนหน้า

แนวทางการอภปิ รายผลการทดลองและตารางบนั ทึกผลการทดลอง
ครรู ว่ มอภิปรายผลการทดลองรว่ มกบั นกั เรยี นไดแ้ นวสรุปออกมาดงั น้ี

ตารางที่ 2.2 แสดงผลการศกึ ษาการถ่ายโอนของอเิ ล็กตรอนในเซลล์กัลปว์ านกิ

ครึ่งเซลลค์ ู่ท่ีตอ่ กัน ข้วั ไฟฟ้าท่ีเข็มโวลต์ ค่าความตา่ งศักย์ (V)

มิเตอร์เบนเข้าหา
Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s) เบนเขา้ หาขวั้ แคโทด ขึ้นอยกู่ ับผลการทดลอง

Cu(s)/Cu2+(aq)//Zn2+(aq)/Zn(s) เบนเข้าหาขัว้ แอโนด ขนึ้ อยกู่ บั ผลการทดลอง

PLC วงรอบท่ี 1 79
นายรณชัย อินรัง

แนวทางการอภิปรายการตอบคาถามท้ายการทดลอง

1) เม่ือต่อคร่ึงเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับครึ่งเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดขึ้น

หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เกิดขึ้น

ภายในเซลล์ ? [แนวทางคาตอบ ; มกี ารไหลของอิเล็กตรอนเกิดข้ึนสังเกตจากเข็มของโวลต์มิเตอร์ที่เบนไป

ทางขั้วทองแดง Zn2+(aq) + 2e ตัวรดี วิ ซค์ ือ Zn

ครง่ึ ปฏกิ ิรยิ าออกซิเดชนั คือ Zn(s)
คร่ึงปฏิกิริยารีดกั ชัน คอื Cu2+(aq) + 2e Cu(s) ตวั ออกซิไดส์ คอื Cu2+
ครงึ่ ปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์ คือ Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) + Cu(s)

2) จงเปรยี บเทยี บความสามารถในการเปน็ ตวั ออกซิไดส์และตวั รดี วิ ซ์ของสาร ? [แนวทางคาตอบ ; โลหะ

สังกะสีสามารถใหอ้ เิ ลก็ ตรอนไดด้ ีกว่าโลหะทองแดง ดังนน้ั สังกะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง

ในขณะเดยี วกัน ทองแดงสามารถรบั อเิ ลก็ ตรอนไดด้ ีกวา่ จึงเปน็ ตวั ออกซิไดส์ได้ดกี ว่าสงั กะสี ]

3) การทดลองน้ีมีประโยชน์อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ใช้ทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาของเซลล์

กัลวานกิ หรอื เปรยี บเทยี บค่าศกั ยไ์ ฟฟา้ ของโลหะแต่ละชนดิ ได้]

4) สะพานเกลือทาหน้าที่อยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; เชื่อมต่ออิเล็กโทรไลต์ 2 ครึ่งเซลล์ โดยสารอิเล็ก

โทรไลตไ์ ม่ปนกนั รกั ษาสมดลุ ระหว่างไอออนบวกและลบในอิเลก็ โทรไลต์]

แนวทางการอภปิ รายการสรุปผลการทดลอง
ครูให้นักเรยี นศกึ ษาแนวทางการสรุปผลการทดลองจากคาถามท้ายการทดลองเพื่อเป็นแนวทาง

[แนวทางสรุปผลการทดลอง; จากการทดลอง เมื่อนาสองครึ่งเซลล์ต่างชนิดกันมาต่อด้วยสะพาน
เกลือ ซ่ึงทาหน้าท่ีให้ไอออนเคล่ือนที่จากสารละลายหนึ่งไปยังอีกสารละลายหนึ่ง เมื่อองค์ประกอบครบ
วงจร จะพบว่าอิเล็กตรอนจะไหลออกจากโลหะท่ีมีค่าศักย์ไฟฟ้าต่า คือโลหะสังกะสี โดยเข็มของโวลต์
มิเตอร์จะเบนเข้าหาโลหะทองแดงที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโดยทาหน้าที่รับอิเล็กตรอนนั่นเอง และสามารถ
สงั เกตเหตโุ ลหะสังกะสีเกดิ การพอกพูนของตะกอนสีแดงของทองแดงเมื่อท้ิงไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ โลหะ
สงั กะสจี ะเกดิ การกร่อนเนือ่ งจากสญู เสยี อิเล็กตรอนน่นั เอง]

5.2 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดังน้ี การตอบคาถามในช้ันเรียน การปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม
ทักษะการทดลอง และประเมินการจดบนั ทกึ ในสมดุ ของนกั เรยี น

ชว่ั โมงท่ี 10-12 เร่ือง องคป์ ระกอบของเซลลก์ ลั วานิกกบั การเขียนแผนภาพเซลล์แบบย่อ (การทดลอง, ทักษะ
กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์, กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอ
และและอภิปรายขอ้ มลู , กระบวนการจดั การเรียนการสอนแบบ 5 Es)
ขั้นที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครสู รา้ งความสนใจให้นักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายประเดน็ การทดลองดังนีใ้ หน้ ักเรียนร่วมกนั ตอบ
คาถาม

Mg(s)/Mg2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)
- จากการทดลอง ครูกาหนดให้โลหะใดเปน็ ขัว้ แอโนด และ ขั้วใดเป็นข้วั แคโทด [แนวทางคาตอบ ;

ขั้วแอโนดคอื Mg ขัว้ แคโทด คือ Cu]

PLC วงรอบท่ี 1 80
นายรณชัย อนิ รงั

- เม่อื ต่อองคป์ ระกอบครบวงจรตามหลกั การของเซลล์กัลวานิกจะเกดิ กระแสไฟฟ้าหรือไม่ นกั เรยี น
ทราบได้อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ศึกษาข้อมลู จากค่าศกั ยไ์ ฟฟ้ามาตรฐานของครง่ึ เซลล์
รีดักชันที่ 298 K ปฏิกิรยิ าสามารถเกิดได้เนือ่ งจาก Mg มีค่าศกั ย์ไฟฟา้ ตา่ กวา่ Cu ทาหนา้ ท่ี
เปน็ ขว้ั แอโนดถกู ต้อง และ Cu เปน็ ขั้วแคโทดถูกตอ้ ง ]

เราสามารถคาดการณ์หรือเลือกขั้วไฟฟ้าในการทาปฏิกิริยาเบ้ืองต้นได้โดยการศึกษาค่าศักย์ไฟฟ้า
มาตรฐานของครึง่ รดี ักชนั ที่ 298 K ได้เบื้องต้น โดยหลักการของเซลล์กัลวานิก ข้ัวแอโนดหรือขั้วท่ีทาหน้าที่ให้
อเิ ล็กตรอนต้องมีค่าศกั ยไ์ ฟฟ้าต่า ๆ จะให้อเิ ลก็ ตรอนไดด้ ี สว่ นข้ัวที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงจะทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอน
ได้ดีกว่า สาหรับทฤษฎีกับการปฏิบัติจะสอดคล้องสัมพันธ์กันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรม
การเรียนรตู้ ่อไปน้ี

1.2 ครแู จ้งจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้กอ่ นเขา้ สูเ่ น้ือหา

ขั้นที่ 2 สารวจและค้นหา (Exploration;55 นาที)
2.1 ครูกาหนดคู่ของข้ัวไฟฟ้าต่อไปนี้ให้นักเรียนทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิกว่า

ปฏิกริ ยิ าสามารถเกิดขึ้นเองหรือไม่ (ใบงานท่ี 2.1 การทานายทิศทางการไหลของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวา
นกิ ดงั แนบในภาคผนวก) โดยการเปรยี บเทยี บข้อมูลจาก ค่าศกั ยไ์ ฟฟา้ มาตรฐานของคร่ึงรดี กั ชนั ที่ 298 K

2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาคาตอบเพ่ิมเติมจากสื่อวีดีทัศน์ การทดลองเซลล์ไฟฟ้าเคมี ตอน เซลล์
กลั วานิก ส่อื ประกอบการเรียนการสอนของสถาบนั สง่ เสริมการสอนวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (สสวท.)

ข้นั ท่ี 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation;30 นาที)
ครูร่วมอธิบายและลงข้อสรุปกับนักเรียนเกี่ยวกับ ใบงานท่ี 2.1 เรื่อง การทานายทิศทางการไหล

ของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก (ดังแนบในภาคผนวก) ที่ได้มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมก่อนหน้า
เพอ่ื ขยายความเขา้ ใจให้กับนักเรียน

จากผลการศกึ ษาบางคู่การทดลองนักเรียนจะสังเกตเห็นได้ว่า ค่าศักย์ไฟฟ้าที่เกิดขึ้นมีค่าติดลบ แสดง
ใหเ้ หน็ ว่า ปฏกิ ริ ยิ าไมส่ ามารถเกดิ ข้นึ เองได้ สาเหตุมาจากการใช้ข้ัวไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าไม่สอดคล้องกับคร่ึงของ
ปฏิกริ ยิ า เราสามารถแกไ้ ขได้โดยการสลบั ข้วั ไฟฟา้ จะทาให้คา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้าทไ่ี ด้มคี ่าเปน็ บวก ปฏิกิริยาจะสามารถ
ดาเนนิ ต่อไปได้นน่ั เอง

ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู ยายความร้ใู หก้ ับนักเรยี นในเรื่อง การเขียนแผนภาพเซลล์ โดยมรี ายละเอียดดงั น้ี
Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)
จากสมการแสดงดังกลา่ ว เรียกวา่ แผนภาพเซลลแ์ บบย่อที่นกั เรียนค้นุ เคยและรู้จกั กนั มาบา้ งแล้ว สาหรบั

หลักการเขียนมีแนวปฏิบตั อิ ย่างไร เราจะมาศึกษาพรอ้ มกันกบั เนอื้ หาต่อไปน้ี

PLC วงรอบท่ี 1 81
นายรณชยั อินรัง

ภาพท่ี 2.3 องคป์ ระกอบของเซลล์กัลวานกิ
แผนภาพเซลลแ์ บบยอ่ คอื การแสดงองค์ประกอบของการเกดิ ปฏิกิรยิ าของเซลล์กัลวานิกทัง้ หมดดังแสดง
ในภาพ เพื่อความสะดวกในการศึกษาเร่ืองเซลล์ไฟฟา้ เคมี จึงนยิ มเขียนแผนภาพเซลลแ์ ทนการวาดรูปหรือ
บรรยาย หลกั การเขียนตามฟอรม์ ดงั นี้
ข้วั ไฟฟ้าแอโนด/สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ท่ีข้ัวแอโนด//สารละลายอิเล็กโทรไลตท์ ่ีขัว้ แคโทด/ข้ัวไฟฟ้า

แคโทด
- ขัว้ ไฟฟา้ ตอ้ งระบสุ ถานะของข้ัวไฟฟ้าในวงเล็บดว้ ยเสมอ เช่น Zn(s)
- สารละลายอิเลก็ โทรไลต์กรณมี ีความเข้มข้นตอ้ งใสค่ วามเข้มขน้ ดว้ ย เชน่ Cu2+ (aq, 1mol/L)
- แต่ละคร่ึงปฏกิ ริ ิยาทเ่ี กิดต้องค่ันดว้ ยสะพานเกลือ โดยการใช้สญั ลักษณ์ (//)
ตัวอย่างการเขยี นแผนภาพเซลล์ในกรณที ่ตี ้องระบุความเข้มข้นและคา่ ความดนั ของแกส๊ กรณีขั้วไฟฟา้ มสี ถานะ
เป็นแกส๊ และมีขว้ั ไฟฟา้ ช่วยอยดู่ ้วย

การเขียนแผนภาพเซลลแ์ บบยอ่

ภาพที่ 2.4 การตอ่ ครงึ่ เซลลไ์ ฮโดรเจนมาตรฐานกับคร่ึงเซลล์ทองแดงมาตรฐาน
สรปุ หลักในการเขยี นแผนภาพเซลล์กลั วานิก ไดด้ ังต่อไปนี้
1. เขยี นครง่ึ เซลลแ์ อโนดไว้ทางซา้ ย คนั่ ด้วยสะพานเกลือ (//) แล้วเขียนครึ่งเซลลแ์ คโทดไว้ทางขวา
2. แตล่ ะคร่งึ เซลล์ใหเ้ ขียนขั้วไฟฟ้าไวร้ ิมสุด สารทีอ่ ยู่ในสถานะเดียวกนั คั่นด้วย (,) ถ้าต่างสถานะคนั่ ดว้ ย (/)
3. ระบสุ ถานะของสารโดยใช้ (s), (l), (g) และ (aq) สารละลายที่ทราบความเข้มขน้ ให้ระบุความเขม้ ขน้ ใน
วงเล็บ เชน่ (aq, 1 mol/dm3) หรอื (aq, 1 M) ข้วั ไฟฟา้ แก๊สถ้าทราบความดนั ต้องระบุความดันโดยใส่ใน
วงเลบ็ ดว้ ย เช่น (g, 1 atm)

PLC วงรอบท่ี 1 82
นายรณชยั อินรงั

4. ถ้าทราบแผนภาพเซลลส์ ามารถเยนสมการแสดงปฏิกิริยาครึ่งเซลล์ และปฏิกิรยิ าของเซลล์ไฟฟา้ ได้

4.2 ครมู อบหมายให้นักเรยี นทา ใบงานท่ี 2.2 เรอื่ ง แผนภาพเซลล์ (ดังแนบในภาคผนวก) เพ่ือ
ตรวจสอบและทบทวนความรู้ความเขา้ ใจของนักเรยี น

ขนั้ ท่ี 5 ประเมนิ (evaluation;30 นาที)
5.1 ครอู ภิปรายแนวทางคาตอบจาก ใบงานท่ี 2.2 เรื่อง แผนภาพเซลล์ (ดงั แนบในภาคผนวก) ท่ี

ได้มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมไป
5.2 ครูประเมนิ การเรยี นรู้ของนักเรยี น ดงั น้ี การตอบคาถามในชั้นเรยี น การร่วมกจิ กรรมกลมุ่ และ
ประเมนิ การจดบันทึกในสมดุ ของนักเรยี น

สื่ออปุ กรณแ์ ละแหลง่ การเรียนรู้
1. สอ่ื และอปุ กรณ์
1) แบบประเมินที่ 1 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

2) แบบประเมินท่ี 2 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
3) แบบประเมินที่ 3 การทดลอง
4) หนงั สอื ประกอบการเรยี นวชิ าเคมเี พิม่ เติม 4 (สสวท.)
5) ใบงานท่ี 2.1 เรอื่ ง การทานายทิศทางการไหลของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานกิ
6) ใบงานที่ 2.2 เรอื่ ง แผนภาพเซลล์
7) บทปฏบิ ตั ิการทดลองที่ 1 เร่อื ง ปฏิกริ ิยาระหวา่ งโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน
8) บทปฏิบตั กิ ารทดลองที่ 2 เรอื่ ง การถา่ ยโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์กลั วานกิ
9) สือ่ วีดีทัศน์การทดลอง เรอ่ื ง เซลล์กลั วานิก
10) อุปกรณก์ ารทดลองทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละสารเคมี

2. แหล่งการเรียนรู้
1) ห้องสมดุ
2) อินเตอร์เนต
3) ห้องปฏิบตั ิการทดลองวิทยาศาสตร์

PLC วงรอบท่ี 1 83
นายรณชัย อนิ รัง

3. การวัดและประเมนิ ผล การวดั และการประเมนิ ผล
ผลการเรียนรู้
วธิ กี าร วิธีการวัด เครื่องมือ เกณฑก์ ารผา่ น
ประเมนิ
26. ทดลองและ ดา้ นความรู้ (K) -ตรวจใบงาน -ใบงาน
เปรยี บเทียบ -ใบงาน เรื่อง การทานายทิศ -ตรวจรายงาน -แบบประเมิน คะแนนร้อยละ 70
ความสามารถในการ ทางการไหลของอเิ ล็กตรอนใน ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่าน
เป็นตวั รีดิวซห์ รือตัว เซลล์กลั วานิก -สังเกตการทดลอง -แบบประเมนิ
ออกซิไดสแ์ ละเขียน ใบงาน เรื่อง แผนภาพเซลล์ -แบบประเมิน คะแนนร้อยละ 70
แสดงปฏกิ ริ ิยา -รายงานบทปฏิบัติการผลการ -สงั เกตการร่วม ข้ึนไปถือว่าผ่าน
รดี อกซ์ ท ด ล อ ง เ รื่ อ ง ป ฏิ กิ ริ ย า กิจกรรมในชน้ั -แบบประเมนิ
28. ระบุองค์ประกอบ ระหว่างโลหะกับสารละลาย เรยี น ไดร้ ะดับคณุ ภาพ
ของเซลล์เคมไี ฟฟ้า ของโลหะไอออน 2ขึน้ ไปถอื ว่าผา่ น
และเขียนสมการเคมี -รายงานบทปฏิบัติการผลการ -สังเกตการรว่ ม
ของปฏิกริ ิยาท่ีแอโนด ทดลอง เร่ือง การถ่ายโอน กิจกรรมในช้ัน ได้ระดบั คุณภาพ
และแคโทด ปฏกิ ริ ิยา อเิ ล็กตรอนในเซลลก์ ัลวานิก เรยี น 2ขึน้ ไปถือว่าผ่าน
รวมและแผนภาพ
เซลล์ ดา้ นทักษะและกระบวนการ
นาเสนอ (P)
-ทาการทดลองเร่ือง ปฏิกิริยา
ระหว่างโลหะกับสารละลาย
ของโลหะไอออน
-ทาการทดลองเรื่อง การถ่าย
โ อ น อิ เ ล็ ก ต ร อ น ใ น เ ซ ล ล์
กัลวานกิ

ดา้ นคณุ ลกั ษณะอันพึง
ประสงค์ (A)
1. มีวินัย
2. ใฝ่เรยี นรู้
3. มงุ่ ม่นั ในการทางาน
4. มจี ิตสาธารณะ
5. มีจติ วทิ ยาศาสตร์

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรียน (C)
1.ความสามารถในการสอ่ื สาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี

PLC วงรอบท่ี 1 84
นายรณชัย อนิ รัง

การวดั และการประเมนิ ผล

ผลการเรยี นรู้ วิธกี าร วิธกี ารวัด เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารผา่ น
ประเมนิ
26. ทดลองและ ดา้ นความรู้ (K) -ตรวจใบงาน -ใบงาน
เปรยี บเทียบ -ใบงาน เร่ือง การทานายทิศ -ตรวจรายงาน -แบบประเมิน คะแนนร้อยละ 70
ความสามารถในการ ทางการไหลของอเิ ล็กตรอนใน ขน้ึ ไปถือวา่ ผ่าน
เปน็ ตัวรดี วิ ซห์ รอื ตวั เซลลก์ ลั วานิก -สงั เกตการทดลอง -แบบประเมนิ
ออกซิไดสแ์ ละเขียน ใบงาน เรือ่ ง แผนภาพเซลล์ -แบบประเมนิ คะแนนร้อยละ 70
แสดงปฏกิ ิริยา -รายงานบทปฏิบัติการผลการ -สงั เกตการร่วม ข้ึนไปถือว่าผ่าน
รีดอกซ์ ท ด ล อ ง เ รื่ อ ง ป ฏิ กิ ริ ย า กจิ กรรมในชัน้ -แบบประเมนิ
28. ระบุองคป์ ระกอบ ระหว่างโลหะกับสารละลาย เรยี น ไดร้ ะดับคณุ ภาพ
ของเซลลเ์ คมไี ฟฟา้ ของโลหะไอออน 2ขึน้ ไปถอื ว่าผา่ น
และเขยี นสมการเคมี -รายงานบทปฏิบัติการผลการ -สังเกตการรว่ ม
ของปฏิกริ ิยาท่แี อโนด ทดลอง เร่ือง การถ่ายโอน กจิ กรรมในชัน้ ได้ระดบั คุณภาพ
และแคโทด ปฏกิ ริ ยิ า อเิ ลก็ ตรอนในเซลล์กัลวานิก เรยี น 2ขึน้ ไปถือว่าผ่าน
รวมและแผนภาพ
เซลล์ ด้านทกั ษะและกระบวนการ
นาเสนอ (P)
-ทาการทดลองเร่ือง ปฏิกิริยา
ระหว่างโลหะกับสารละลาย
ของโลหะไอออน
-ทาการทดลองเรื่อง การถ่าย
โ อ น อิ เ ล็ ก ต ร อ น ใ น เ ซ ล ล์
กัลวานิก

ดา้ นคุณลักษณะอันพงึ
ประสงค์ (A)
1. มวี ินัย
2. ใฝเ่ รียนรู้
3. มงุ่ มนั่ ในการทางาน
4. มีจติ สาธารณะ
5. มจี ติ วิทยาศาสตร์

ดา้ นสมรรถนะสาคญั ของ
ผู้เรยี น (C)
1.ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการใช้
เทคโนโลยี

PLC วงรอบท่ี 1 85
นายรณชยั อินรงั

บนั ทกึ ผลหลังการจดั การเรียนรู้
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ี่ 2 เซลลก์ ัลวานกิ กับการสร้างเซลล์
ผลการจัดการเรียนรู้

1. ด้านความรู้
กระบวนการประเมนิ ด้านความรู้ของผู้เรียนเพื่อบรรลุตามวัตถปุ ระสงค์ คอื หลักสน้ิ สดุ การจดั กจิ กรรม
การเรยี นรตู้ ามรูปแบบ 5E ผูเ้ รยี นได้ทาใบงาน เร่ือง การทานายทศิ ทางการไหลของอเิ ล็กตรอนในเซลล์
กัลวานิก และ ใบงาน เร่ือง แผนภาพเซลล์ และมีการตรวจสอบหลักฐานด้านความรู้เม่ือลงมือปฏิบัติการ

ทดลอง ด้วยการจัดกระทาขอ้ มูล วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ขอ้ มลู นาไปสกู่ ารสรุปผลการทดลอง ด้วยการตรวจสอบ
จากรายงานบทปฏิบัติการผลการทดลอง เรื่อง ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะไอออนรายงาน
บทปฏิบัติการผลการทดลอง เร่ือง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก ผลการประเมินด้านความรู้ (K)

ได้ผลการประเมินดงั นี้ จานวน 9 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ…………..
นกั เรียนท่ผี า่ นเกณฑ์การประเมิน

นักเรยี นทไ่ี มผ่ ่านเกณฑ์การประเมนิ จานวน 4 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ…………..

2. ดา้ นทกั ษะกระบวนการ
กระบวนการประเมินด้านทกั ษะกระบวนการของผู้เรียนเพื่อบรรลุวัตถปุ ระสงคข์ องแผนการจัดการ

เรยี นรู้ คือ การลงมือปฏบิ ตั กิ ารทดลองเพ่อื ศกึ ษาปฏิกิริยาการถา่ ยโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกบั โลหะ

ไอออนและอธบิ ายปฏิกิรยิ าการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิกและการเปลีย่ นแปลงท่ี เม่อื ใชแ้ บบ
ประเมนิ เกณฑ์การทดลองและการจดั ทารายงานบทปฏบิ ัตกิ ารทดลอง ผลการประเมนิ ด้านทักษะกระบวนการ

(P) ได้ผลการประเมินดังนี้

นกั เรียนท่ีไดร้ ะดับคณุ ภาพดี จานวน 13 คน คิดเป็นร้อยละ 100

นกั เรียนที่ไม่ผ่านเกณฑ์การประเมนิ จานวน…………… ..คน คดิ เป็นรอ้ ยละ…………..

3. ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์

กระบวนการประเมินด้านคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ของผูเ้ รยี นเพ่อื บรรลวุ ัตถปุ ระสงค์ของแผนการ

จดั การเรยี นรู้ โดยใชห้ ลกั เกณฑ์ในการวดั คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคท์ ีเ่ ก่ยี วข้องในการจดั การเรียนรใู้ นครัง้ นี้

ได้แก่ ด้านการวินยั ดา้ นใฝเ่ รียนรู้ มงุ่ ม่ันในการทางาน มีจิตสาธารณะ และ จติ วิทยาศาสตร์ตามคุณลักษณะอัน

พึงประสงค์ในด้านการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์ของผูเ้ รียน ผลการประเมนิ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A) ได้ผล

การประเมินดังน้ี

ระดบั คณุ ภาพดี จานวน 13 คน คดิ เปน็ ร้อยละ 100

ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน………...คน คดิ เป็นร้อยละ………..

ระดับคณุ ภาพปรบั ปรงุ จานวน………...คน คิดเป็นร้อยละ………..

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ จานวน………...คน คิดเปน็ ร้อยละ………..

PLC วงรอบท่ี 1 86
นายรณชัย อินรัง

4. ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รียน

กระบวนการประเมินด้านสมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี นเพื่อบรรลุวตั ถุประสงค์ของ

แผนการจดั การเรยี นรู้ โดยใช้หลกั เกณฑใ์ นการวัดสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี นท่เี กยี่ วข้องในการจัดการ

เรยี นรใู้ นครั้งนไ้ี ด้แก่ ดา้ นการสอ่ื สาร ดา้ นการคดิ และ ด้านการใชเ้ ทคโนโลยตี ามสมรรถนะสาคญั ของผเู้ รยี น

ผลการประเมนิ ดา้ นสมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน (C) ได้ผลการประเมินดังนี้

ระดบั คุณภาพดี จานวน 13 คน คิดเปน็ รอ้ ยละ 100

ระดบั คุณภาพพอใช้ จานวน………...คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………..

ระดบั คุณภาพปรับปรุง จานวน………...คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………..

ผา่ นเกณฑก์ ารประเมนิ จานวน………...คน คดิ เป็นรอ้ ยละ………..

บันทึกผลการสอน

ผลการเรยี นรู้ของนักเรียนโดยภาพรวม
นักเรียนสามารถทดลอง เปรียบเทียบ เพื่อศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกับ

โลหะไอออน พร้อมเขียนสมการออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุและเปรียบเทียบความสามารถใน
การเปน็ ตวั ออกซิไดส์ และตัวรีดิวซ์ของปฏิกิริยาได้ ตลอดจนสามารถระบุส่วนประกอบของเซลล์กัลวานิกและ
สว่ นประกอบครง่ึ เซลล์ อธบิ ายปฏกิ ริ ิยาการถ่ายโอนอเิ ล็กตรอนในเซลล์ สามารถเขียนแผนภาพเซลล์ ตลอดจน
อธิบายการหาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์ และ ใช้ค่า E หาศักย์ไฟฟ้าของเซลล์เปรียบเทียบตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์
และทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาได้ จนนาไปสู่การทาแบบฝึกหัดโจทย์เสริมได้ถูกต้อง เม่ือทาแบบทดสอบ
สามารถทาคะแนนได้ร้อยละ 80 ขึ้นไป จานวน 4 คน และ ร้อยละ 50-79 ข้ึนไป จานวน 5 คน และต่ากว่า
รอ้ ยละ 50 จานวน 4 คน

ผลการสงั เกตพฤตกิ รรมของนกั เรียนโดยภาพรวม

แต่งกายให้ถูกระเบียบ เข้าเรียนตรงเวลา ทางานตามท่ีได้รับมอบหมายสาเร็จและถูกต้องมีการแบ่ง
หน้าท่กี นั ในการปฏิบัติงาน กล่มุ และทางานอยา่ งเป็นระบบ มีความตั้งใจทางานและการปฏิบัติกิจกรรม เก็บทา
ความสะอาดหอ้ งและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ในภาพรวมอยู่ในระดบั ดี

ผลการปฏบิ ตั ิงานที่ไดร้ ับมอบหมาย (ใบงาน/กจิ กรรม/ชน้ิ งาน/การนาเสนอผลงาน)
นักเรียนในภาพรวมสามารถปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย ได้แก่ใบงาน เรื่อง การทานายทิศทางการ

ไหลของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก ใบงาน เร่ือง แผนภาพเซลล์ รายงานบทปฏิบัติการผลการทดลอง เร่ือง
ปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน รายงานบทปฏิบัติการผลการทดลอง เร่ือง การถ่ายโอน
อเิ ลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานิก ถูกตอ้ งและส่งตรงเวลากาหนดในภาพรวมอยู่ในระดบั ดี

PLC วงรอบที่ 1 87
นายรณชยั อินรัง

ผลการประเมนิ คุณลักษณะอันพึงประสงค์โดยภาพรวม
ดา้ นการวินัย ด้านใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน มีจิตสาธารณะ และ จิตวิทยาศาสตร์ อยู่ในภาพรวม

ในระดบั ดี

ผลการประเมนิ สมรรถนะสาคัญของผู้เรียนโดยภาพรวม
ดา้ นการสอ่ื สาร ดา้ นการคดิ และ ด้านการใช้เทคโนโลยี อยูใ่ นภาพรวมในระดับดี

ปัญหาและอุปสรรค
จากประสบการณ์สอนวิชาเคมี ในเน้ือหาเกี่ยวกับไฟฟ้าเคมี พบว่า ทฤษฎีของตัวเน้ือหามีความ

ซับซ้อนเข้าใจยาก ต้องอาศัยหลักการจินตนาการให้เกิดมโนภาพเพ่ือนาไปสู่กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์
แล้วนาไปสู่การลงมือปฏิบัติฝึกทาโจทย์หรือแบบฝึกที่หลากหลาย จะทาให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในตัวของ
ทฤษฎเี นือ้ หาวชิ ามากข้ึน

ขอ้ เสนอแนะและแนวทางแกไ้ ข
การพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรยี นโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ดว้ ยทกั ษะกระบวนการลงมือปฏบิ ตั ิการ
ทดลองร่วมกับชดุ แบบฝึกกจิ กรรมแบบสื่อผสม ในรายวชิ า เคมีเพ่ิมเติม 4 ระดบั ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 5/1

ลงชื่อ

(นายรณชยั อนิ รัง)
ครูผู้สอนรายวิชาเคมี

PLC วงรอบที่ 1 88
นายรณชยั อินรัง

คุณลักษณะด้าน ตังบ่งช/ี้ พฤตกิ รรม เกณฑ์การประเมนิ

1.มวี ินัย 1. แตง่ กายให้ถูกระเบยี บ 4 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมได้ 4 – 5
2. ใฝเ่ รียนรู้ 2. เคารพกฎจราจร ตัวบง่ ชี้
3. ส่งงานตามทกี่ าหนด 3 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมได้ 3 ตัวบง่ ช้ี
3. ม่งุ มัน่ ในการ 4. เขา้ รว่ มกจิ กรรมตามเวลา 2 หมายถึง แสดงพฤติกรรมได้ 2 ตวั บง่ ชี้
ทางาน 5. ไมห่ ยบิ ของ ของผู้อน่ื โดยไม่ขออนุญาต 1 หมายถึง แสดงพฤติกรรมได้ 1 ตัวบง่ ช้ี
4. มจี ติ สาธารณะ
1. เขา้ เรียนตรงเวลา ระดบั คณุ ภาพ
5.มีจิตวทิ ยาศาสตร์ 2. ทางานถกู ต้องส่งงานครบ
3. ทางานที่ไดร้ บั มอบหมายสาเร็จครบถว้ นถกู ตอ้ ง คะแนน ระดับคุณภาพ
4. เขา้ ร่วมทศั นศึกษา
5. เขา้ ร่วม / ร่วมจดั / นทิ รรศการใน / นอก น้อยกวา่ 12 1
โรงเรยี น
12-13 2
1. ทางานตามที่ได้รบั มอบหมายสาเรจ็ และถูกต้อง
2. ตดิ ตามผลการทางานของตนเอง 14-15 3
3. รับผิดชอบงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
4. มกี ารปรบั ปรุงผลงานของตนเอง 16 คะแนนขนึ้ ไป 4
5. มีการพฒั นางานของตนเอง
ความหมายระดับคุณภาพ
1. เต็มใจช่วยพอ่ แม่ ผูป้ กครอง และ ครูทางาน ระดบั 1 ปรับปรงุ
2. อาสาทางาน ช่วยคิด ชว่ ยทาดว้ ยความสมคั ร ระดับ 2 พอใช้
ใจ ระดบั 3 ดี
3. เปน็ ท่ปี รกึ ษาและแนะนาแนวทางท่ีดีให้กับผ้อู ื่น ระดบั 4 ดมี าก
4. บริจาคทรพั ย์สนิ / สงิ ของเพอื่ ช่วยเหลอื ผ้อู ื่น
5. เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพือ่ แกป้ ัญหา หรอื สร้าง เกณฑ์การผ่าน ผ่านระดบั พอใช้
ความสขุ เพ่ือผู้อนื่ เช่น รณรงค์ต่อตา้ นยาเสพเปน็
ตน้

1. มีการแบ่งหน้าท่ีกนั ในการปฏิบัตงิ าน กลุ่มและ
ทางานอย่างเปน็ ระบบ
2. มคี วามตง้ั ใจทางานและการปฏบิ ตั ิกิจกรรม
3. กลา้ แสดงความคดิ เห็น
4. กลา้ ยอมรบั ความคดิ เห็นของคนอื่น
5. เกบ็ ทาความสะอาดห้องและอุปกรณ์ทาง
วทิ ยาศาสตร์

แบบประเมินที่ 1 คุณลักษณะอนั พึงประสงค์ของผเู้ รียน PLC วงรอบที่ 1 89
ระดบั คุณภาพคณุ ลกั ษณะฯที่ได้ นายรณชัย อินรงั

สรุป

เลขท่ีชอ่ื -สกลุ
ีม ิวนัย
ใ ่ฝเรียนรู้
ุ่มง ั่มนในการทางาน
ิม ิจตสาธารณะ
ีม ิจตวิทยาศาสตร์
ระ ัดบคุณภาพ

ผ่าน
ไ ่ม ่ผาน

1 นางสาวชญานศิ เจอ้ื จว๋ิ 4 4 4 4 44 √

2 นางสาวชนาพร ไทยใหม่ 4 4 3 4 33 √

3 นางสาวธัญชนก ตบ๊ิ แสน 4 3 3 3 33 √

4 นางสาวปวณี า อุดแบน 4 4 4 4 44 √

5 นางสาวปองขวญั ยันระหา 4 4 4 4 44 √

6 นางสาวนภัส ตาธกิ า 4 3 3 3 44 √

7 นางสาวศิรนิ ทิพย์ เพช็ รนลิ 4 3 3 3 33 √

8 นางสาวกมลศริ ิ สุปนิ ะวงค์ 4 3 3 3 33 √

9 นางสาวไพลนิ เทศออ่ น 4 3 3 3 33 √

10 นางสาวภทั รภร น้อยเชื่อม 4 3 3 3 33 √

11 นางสาววรรณนรนิ ทร์ คงธนทั กาญจน์ 4 3 3 3 3 3 √

12 นางสาวสุธิศา ปวนกนั ทา 4 3 3 3 33 √

13 นางสาวสมุ ินตรา กองสขุ 4 3 3 3 33 √

PLC วงรอบที่ 1 90
นายรณชัย อินรัง

สมรรถนะดา้ น ตงั บ่งชี้ / พฤติกรรม เกณฑ์การประเมนิ

1.ความสามารถ 1. มีความสามารถในการรับ-สง่ สาร 4 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมได้
ในการสอ่ื สาร
2. มคี วามสามารถในการถ่ายทอดความรู้ ความคิดความ 4 – 5 ตวั บ่งช้ี
2.ความสามารถ
ในการคิด เขา้ ใจของตนเอง โดยใช้ภาษาอย่างเหมาะสม 3 หมายถึง แสดงพฤติกรรมได้

3.ความสามารถ 3. ใชว้ ิธกี ารสือ่ สารทเ่ี หมาะสม มีประสิทธิภาพ 3 ตัวบง่ ช้ี
ในการใช้
เทคโนโลยี 4. เจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลดปัญหาความขัดแยง้ 2 หมายถึง แสดงพฤตกิ รรมได้
ตา่ ง ๆ ได้ 2 ตัวบง่ ชี้
5. เลือกรบั และไม่รับข้อมูลข่าวสารดว้ ยเหตผุ ลและ 1 หมายถงึ แสดงพฤตกิ รรมได้

ถกู ต้อง 1 ตัวบ่งช้ี

1. มีความสามารถในการคดิ วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ ระดับคุณภาพ ระดบั
2. มีทกั ษะในการคดิ นอกกรอบอย่างสรา้ งสรรค์ คะแนน
3. สามารถคิดอย่างมวี จิ ารณญาณ คุณภาพ 1
4. มีความสามารถในการสร้างองค์ความรู้ น้อยกว่า 4 2
5. ตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาเกี่ยวกบั ตนเองไดอ้ ย่างเหมาะสม 5-8 3
9-10 4
1. เลอื กและใชเ้ ทคโนโลยไี ด้เหมาะสมตามวัย 12 คะแนนข้นึ ไป
2. มที กั ษะกระบวนการทางเทคโนโลยี
3. สามารถนาเทคโนโลยีไปใช้พฒั นาตนเอง

4. ใช้เทคโนโลยใี นการแกป้ ญั หาอย่างสรา้ งสรรค์ ความหมายระดับคณุ ภาพ
5. มีคุณธรรม จรยิ ธรรมในการใช้เทคโนโลยี ระดบั 1 ปรบั ปรุง

ระดับ 2 พอใช้
ระดบั 3 ดี
ระดับ 4 ดมี าก

เกณฑ์การผา่ น ผ่านระดบั พอใช้

แบบประเมินท่ี 2 สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน PLC วงรอบที่ 1 91
นายรณชัย อนิ รงั
ระดบั คุณภาพ
สมรรถนะ สรปุ

สาคญั ของผูเ้ รยี น

เลขท่ี ชื่อ-สกลุ ด้านการ ื่สอสาร
ด้านการคิด
้ดานการใ ้ชเทคโนโล ีย

รวม
่ผาน
ไ ่ม ่ผาน

1 นางสาวชญานิศ เจ้ือจ๋วิ 43 4 4 √

2 นางสาวชนาพร ไทยใหม่ 43 4 4 √

3 นางสาวธญั ชนก ต๊บิ แสน 33 4 3 √

4 นางสาวปวณี า อดุ แบน 43 4 4 √

5 นางสาวปองขวญั ยนั ระหา 43 4 4 √

6 นางสาวนภัส ตาธิกา 33 4 3 √

7 นางสาวศิรินทิพย์ เพ็ชรนิล 33 4 3 √

8 นางสาวกมลศริ ิ สุปินะวงค์ 33 4 3 √

9 นางสาวไพลนิ เทศอ่อน 33 4 3 √

10 นางสาวภทั รภร น้อยเชือ่ ม 33 4 3 √

11 นางสาววรรณนรินทร์ คงธนทั กาญจน์ 3 3 4 3 √

12 นางสาวสุธศิ า ปวนกันทา 33 4 3 √

13 นางสาวสมุ ินตรา กองสุข 33 4 3 √

PLC วงรอบท่ี 1 92
นายรณชัย อนิ รงั

เกณฑก์ ารทดลองและการจดั ทารายงานบทปฏิบตั ิการทดลอง
การวางแผนและการออกแบบการทดลอง
ชอ่ื เร่ือง
ให้ระดับ 4 เมื่อตง้ั ชื่อเร่ืองได้สอดคล้องกบั ปัญหาและชัดเจน

ใหร้ ะดบั 3 เม่อื ตั้งชื่อเร่ืองไดส้ อดคล้องกับปัญหาแต่ไม่ชัดเจน
ใหร้ ะดับ 2 เมื่อตง้ั ชื่อเรื่องไดไ้ ม่สอดคล้องกบั ปญั หาแตม่ ีความชดั เจน
ให้ระดบั 1 เม่ือต้ังชอ่ื เร่ืองได้ไมส่ อดคล้องกบั ปญั หาและไมช่ ัดเจน
การตั้งสมมติฐาน
ใหร้ ะดับ 4 เมอ่ื ตง้ั สมมตุ ิฐานไดส้ อดคลอ้ งกบั ปญั หาและชัดเจน
ให้ระดับ 3 เม่ือตั้งสมมตุ ฐิ านได้สอดคล้องกบั ปญั หาแต่ไม่ชัดเจน
ใหร้ ะดบั 2 เมือ่ ต้ังสมมตุ ิฐานไดไ้ มส่ อดคล้องกับปัญหาแต่มีความชดั เจน
ให้ระดับ 1 เมื่อตง้ั สมมุติฐานไมส่ อดคล้องกบั ปัญหาและไม่ชัดเจน
ตวั แปรการทดลอง ประกอบดว้ ยตัวแปรตน้ ตวั แปรตาม และตัวแปรควบคุม
ใหร้ ะดับ 4 เมื่อมีตวั แปรตา่ ง ๆ ถูกต้องทุกตัวแปร
ให้ระดบั 3 เมอ่ื มตี วั แปรตา่ ง ๆ ถกู ต้อง 2 ตัวแปร
ให้ระดบั 2 เมอ่ื มตี ัวแปรต่าง ๆ ถูกต้อง 1 ตัวแปร
ใหร้ ะดบั 1 เม่ือมีตวั แปรต่าง ๆ แต่ไม่ถูกต้อง
วธิ กี ารทดลอง
อุปกรณก์ ารทดลอง
ใหร้ ะดบั 4 เมือ่ กาหนดอปุ กรณก์ ารทดลองครบถว้ นเหมาะสม
ให้ระดบั 3 เมื่อกาหนดอุปกรณ์การทดลองครบถว้ นไม่ค่อยเหมาะสม
ใหร้ ะดบั 2 เมื่อกาหนดอุปกรณ์การทดลองไมค่ รบถว้ นขาดอุปกรณท์ ี่ไม่สาคัญ
ใหร้ ะดบั 1 เมือ่ กาหนดอุปกรณ์การทดลองขาดมาก ไม่เหมาะสม
การออกแบบการทดลอง
ให้ระดบั 4 เมื่อมีข้ันตอนครบถ้วนและถูกตอ้ ง
ใหร้ ะดับ 3 เม่อื มขี ัน้ ตอนครบถ้วนและมบี างข้นั ตอนสลับกนั บา้ ง
ให้ระดับ 2 เมอ่ื มขี ั้นตอนครบถว้ น ไมส่ มบรู ณ์
ใหร้ ะดับ 1 เมื่อข้นั ตอนการทดลองไมเ่ หมาะสม

PLC วงรอบท่ี 1 93
นายรณชยั อนิ รัง

การดาเนินการทดลอง
การทดลอง และการใช้อุปกรณ์
ใหร้ ะดบั 4 เมอ่ื ดาเนนิ การทดลองตามแผนทุกข้ันตอน
ใหร้ ะดับ 3 เมอ่ื ดาเนนิ การทดลองตามแผนทกุ ขัน้ ตอนและใช้อุปกรณผ์ ดิ บ้างเล็กน้อย
ใหร้ ะดับ 2 เม่ือมกี ารปรบั แผนการทดลองบ้าง และใช้อปุ กรณ์ไมค่ ่อยถูกวธิ ี
ให้ระดับ 1 เมื่อดาเนินการทดลองโดยไม่คานงึ ถึงแผนเลยหรือใช้อปุ กรณไ์ มถ่ ูกวธิ ีเป็นสว่ นใหญ่
การเก็บรกั ษาอปุ กรณ์
ให้ระดบั 4 เมื่อทาความสะอาดอุปกรณเ์ ชด็ ให้แหง้ เก็บรักษาเป็นระเบยี บ

อุปกรณอ์ ยู่ในสภาพดี
ให้ระดบั 3 เม่อื ทาความสะอาดอุปกรณเ์ กบ็ รกั ษาไม่เปน็ ระเบียบอุปกรณ์อยู่ในสภาพดี
ให้ระดับ 2 เมอ่ื เกบ็ รกั ษาโดยไมไ่ ด้ดคู วามเรียบร้อยของอุปกรณ์
ใหร้ ะดับ 1 เมอ่ื ต้องเตือนให้เกบ็ รกั ษาอปุ กรณ์ หรือทาอุปกรณช์ ารุดโดยประมาท
ผลการทดลองและสรุปผล
ความถูกต้องของขอ้ มูล
ใหร้ ะดบั 4 เมื่อบันทกึ ขอ้ มลู ครบถ้วน และถูกต้อง
ใหร้ ะดบั 3 เมื่อบันทกึ ขอ้ มูลครบถว้ น มีผิดพลาดเล็กนอ้ ย
ให้ระดับ 2 เมอ่ื บันทึกขอ้ มูลไม่ครบถ้วน และมีผดิ พลาด
ใหร้ ะดับ 1 เมอ่ื บันทึกขอ้ มลู ผิดพลาดมากตอ้ งคอยบอกให้แก้ไข
การจัดกระทาข้อมูล
ให้ระดบั 4 เมอ่ื นาเสนอข้อมูลโดยใช้ตารางทเี่ หมาะสมหรือมีขั้นตอนทเ่ี ขา้ ใจง่าย
ใหร้ ะดบั 3 เมื่อนาเสนอข้อมูลโดยใช้ตาราง หรือมีขน้ั ตอนท่ไี ม่ค่อยชดั เจน
ให้ระดบั 2 เมอื่ นาเสนอข้อมูลทีไ่ ม่เป็นระบบเขา้ ใจยาก
ใหร้ ะดบั 1 เมื่อนาเสนอข้อมูลทีไ่ มค่ รบถว้ น
การแปลความหมายและสรุปผลการทดลอง
ใหร้ ะดบั 4 เม่ือสรปุ ผลการทดลองสอดคลอ้ งกับจดุ ประสงคค์ รบถ้วน แปร

ความหมายถูกตอ้ ง
ให้ระดับ 3 เมอ่ื สรุปผลการทดลองสอดคลอ้ งกบั จดุ ประสงคค์ รบถ้วน แต่แปร

ความหมายผิดบา้ ง
ให้ระดบั 2 เมอ่ื สรุปผลการทดลองสอดคล้องกบั จุดประสงค์ไม่ครบถ้วน หรือ

แปลความหมายผิด
ให้ระดบั 1 เมอื่ สรปุ ผลการทดลองไมส่ อดคล้องกับจดุ ประสงค์

PLC วงรอบที่ 1 94
นายรณชยั อินรงั

แบบประเมินท่ี 3 การทดลองและการจัดทารายงานบทปฏบิ ัตกิ ารทดลอง
การวางแผนและการ ทาการ ผลการ
ออกแบบการทดลอง ทดลอง ทดลองและ
การสรปุ ผล

วิ ธี ก า ร
ทดลอง

ช่อื – สกลุ
ก ุ่ลมที่/เลขท่ี

ชื่อเร่ือง
การต้ังสมมติฐาน
ตัวแปรการทดลอง
ุอปกรณ์กาทดลอง
การออกแบบการทดลอง
การทดลองและการใช้ ุอปกรณ์
การเก็บ ัรกษา ุอปกรณ์
ความ ูถก ้ตองขอข้อมูล
การ ัจดกระทาข้อมูล
การแปรความหมายและการสรุปผล

รวม

1 นางสาวชญานศิ เจื้อจิว๋ 4 4 4 4 4 4 4 4 4 4 40
3 3 3 3 3 3 3 3 3 3 30
นางสาวชนาพร ไทยใหม่
นางสาวปองขวัญ ยนั ระหา 3 2 2 3 3 3 3 2 2 2 25

2 นางสาวปวณี า อุดแบน 3 2 2 3 3 3 3 2 2 2 24

นางสาวสุธศิ า ปวนกันทา 3 2 2 3 3 3 3 2 2 2 24
นางสาวนภสั ตาธิกา

3 นางสาวธัญชนก ติ๊บแสน

นางสาวศิรนิ ทพิ ย์ เพ็ชรนิล
นางสาวไพลนิ เทศอ่อน

4 นางสาวภัทรภร นอ้ ยเชื่อม

นางสาววรรณนรนิ ทร์ คงธนัทกาญจน์
นางสาวกมลศริ ิ สปุ นิ ะวงค์
นางสาวสุมินตรา กองสุข

PLC วงรอบท่ี 1 95
นายรณชัย อนิ รงั

เอกสารหมายเลข 3 แบบรายงานการวิพากษ์แผนการจัดการเรียนรู้
แบบรายงานการวิพากษ์แผนการจัดการเรยี นการสอน

1. ชือ่ /นามสกุล Model Teacher
นายรณชยั อินรัง

2. กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. ชื่อโรงเรียน
สรอยเสรีวทิ ยา ตาบลสรอย อาเภอวังชิ้น จังหวดั แพร่

4. รอบของการแก้ไขปัญหา
รอบที่ 1 ชว่ งเวลา วงรอบที่ 1 ระหว่างวนั ที่ 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564

5. เก่ียวข้องกับสาระ/มาตรฐาน/ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เข้าใจการเขียนและการดลุ สมการเคมี ปริมาณสัมพันธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏกิ ริ ิยา สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏิกิรยิ ารดี อกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏิกิริยารวมและแผนภาพเซลล์

6. กลมุ่ นกั เรียนเปา้ หมาย
นักเรยี นระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 หอ้ ง 1 จานวน 13 คน ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564

7. วัน เดือน ปี ทด่ี าเนนิ การ PLC
ระหวา่ งวันท่ี 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564

PLC วงรอบที่ 1 96
นายรณชัย อนิ รัง

8. ประเด็นที่ Model Teacher วางแผนไดด้ ี
8.1 นายจกั รกฤษณ์ สมภรณว์ รพล ครผู ู้สอนรายวิชาเทคโนโลยี ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๑-๖

กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไดใ้ หค้ วามเหน็ เก่ยี วกับแผนการจัดการเรียนรู้ ดังน้ี
แผนการจัดการเรยี นรูม้ ีรปู แบบลาดับขนั้ ตอนที่ชดั เจน โดยเริม่ จากการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้เกมการ

แข่งขัน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ ระดมความคิด
ร่วมกันภายในกลุ่ม ในแผนข้ันสารวจและค้นหา แผนการจัดการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัด
ตามหลักสูตรแกนกลาง และสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน ในขั้นอธิบายและลงข้อสรุปของแผน มีการ
ผู้เรียนจับคู่แบบคละความสามารถ ให้ผู้เรียนทากิจกรรมการเรียนร่วมกัน เพ่ือให้คาแนะนาปรึกษาหรือ
แลกเปลย่ี นความรู้ประสบการณ์ และรว่ มมอื กันทา กจิ กรรมตามกระบวนการเรียนจนค้นพบข้อสรุป ข้อความรู้
หรือคาตอบรว่ มกัน

8.2 นางสาวรัตตภิ รณ์ ชานาญ ครผู ู้สอนรายวชิ าชีววิทยา ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔-๖
กลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไดใ้ หค้ วามเห็นเกย่ี วกับแผนการจัดการเรียนรู้ ดังนี้

แผนจัดการเรียนรู้มีการเขียนองค์ประกอบต่าง ๆ ถูกต้อง สอดคล้องสัมพันธ์กัน กิจกรรมการเรียน
การสอนมีความยากง่ายเหมาะสมกับนักเรียน มีการออกแบบกิจกรรม โดยการจัดกิจกรรมกลุ่มระดมความคิด
รว่ มกันภายในกลุ่มน้นั ทาให้นักเรียนมีแรงจูงใจในตัวเอง ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา และการยอมรับความเห็น
ที่แตกต่างกัน สง่ เสรมิ การร่วมมอื กัน ส่งผลให้ไดค้ าตอบจากการสืบค้นขอ้ มลู ภายในเวลาอันสนั้

9. ประเดน็ ที่ Model Teacher ควรเพิม่ เติม/ปรับปรุงแกไ้ ข
9.1 นายจักรกฤษณ์ สมภรณ์วรพล ครผู ู้สอนรายวิชาเทคโนโลยี ระดับช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-6

กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไดใ้ ห้ความเห็นเก่ียวกบั ส่งิ ที่ควรเพมิ่ เติม/ปรับปรุงแก้ไข
แผนการจัดการเรยี นรู้ ดงั นี้

การจัดการเรียนรโู้ ดยใช้กระบวนการสบื เสาะหาความรู้ (5E) เป็นวิธีการที่ดี แต่ควรเพ่ิมกิจกรรมในขั้น
สารวจและค้นหาให้มากขึ้น เพราะอาจมีนักเรียนส่วนน้อยเพียงไม่กี่คนครอบครองการอภิปรายส่วนใหญ่
ถ้าผู้ท่ีเป็นคนจดบันทึกทางานได้ช้า การคิดอย่างอิสระก็จะช้าและจากัดตามไปด้วย จึงอาจส่งผลต่อการเข้าใจ
ในส่วนของเน้ือหาและทาใหไ้ มบ่ รรลุผลของกิจกรรม

9.2 นางสาวรตั ติภรณ์ ชานาญ ครผู ้สู อนรายวิชาชีววิทยา ระดับชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6
กล่มุ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไดใ้ ห้ความเหน็ เก่ยี วกบั สง่ิ ท่ีควรเพิม่ เติม/ปรับปรงุ แก้ไข
แผนการจัดการเรยี นรู้ ดังนี้

ครคู วรเพ่มิ เตมิ เนือ้ หาหรอื ยกตวั อยา่ ง ในรูปแบบต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอ่อน
ได้แสดงผลการเรียนรู้เป็นรายบุคคล เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มอ่อนและเพื่อ
เปน็ การส่งเสรมิ กาลังใจให้กบั นักเรียนกล่มุ นีด้ ้วย

PLC วงรอบท่ี 1 97
นายรณชัย อินรงั

10. โปรดระบุ ช่ือสกุลผู้วพิ ากษ์
10.1 นายจักรกฤษณ์ สมภรณ์วรพล ครผู สู้ อนรายวิชาเทคโนโลยี ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-6

กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
10.2 นางสาวรัตติภรณ์ ชานาญ ครผู ู้สอนรายวิชาชีววทิ ยา ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 4-6

กล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

11. เกี่ยวข้องกับสาระ / งาน
กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

12. โรงเรียนผูว้ ิพากษ์
โรงเรยี นสรอยเสรีวิทยา ตาบลสรอย อาเภอวังช้ิน จังหวัดแพร่

13. หน่วยงานผ้วู ิพากษ์
สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษามธั ยมศึกษาแพร่

ลงชอ่ื ………………………………………… ผูว้ พิ ากษ์ ลงชือ่ ………………………………………… ผูว้ ิพากษ์
(นายจักรกฤษณ์ สมภรณ์วรพล) (นางสาวรัตตภิ รณ์ ชานาญ)

PLC วงรอบท่ี 1 98
นายรณชัย อนิ รัง

เอกสารหมายเลข 4 สงั เคราะหก์ ารวพิ ากษ์แผนการจดั การเรียนการสอน

1. ชื่อ/นามสกลุ Model Teacher
นายรณชัย อินรงั

2. กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

3. ชอื่ โรงเรยี น
สรอยเสรีวิทยา ตาบลสรอย อาเภอวังชนิ้ จังหวดั แพร่

4. รอบของการแก้ไขปญั หา
รอบที่ 1 ช่วงเวลา วงรอบที่ 1 ระหวา่ งวนั ท่ี 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564

5. เก่ยี วข้องกบั สาระ/มาตรฐาน/ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏิกริ ยิ า สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรยี นรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏกิ ริ ยิ ารวมและแผนภาพเซลล์

6. กลุ่มนักเรยี นเปา้ หมาย
นกั เรียนระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ห้อง 1 จานวน 13 คน ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564

7. วนั เดอื น ปี ที่ดาเนนิ การ PLC
ระหว่างวนั ท่ี 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564

PLC วงรอบท่ี 1 99
นายรณชัย อินรงั

8. ประเด็นท่ี Model Teacher วางแผนได้ดี
จากการวพิ ากษ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ สามารถสรุปได้ดังนี้
1. แผนการจัดการเรียนรู้มีรูปแบบลาดับข้ันตอนที่ชัดเจน โดยเร่ิมจากการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้เกม

การแข่งขนั เพือ่ ตรวจสอบความเข้าใจ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มท่ี ระดมความคิด
รว่ มกันภายในกลุ่ม ในแผนข้ันสารวจและค้นหา

2. แผนการจดั การเรยี นรมู้ คี วามสอดคล้องกบั มาตรฐานตัวช้วี ดั ตามหลักสูตรแกนกลาง และสอดคล้อง
กับนโยบายของโรงเรียน ในขั้นอธิบายและลงข้อสรุปของแผน มีการผู้เรียนจับคู่แบบคละความสามารถ
ให้ผู้เรียนทากิจกรรมการเรียนร่วมกัน เพื่อให้คาแนะนาปรึกษาหรือ แลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ และ
ร่วมมือกนั ทา กจิ กรรมตามกระบวนการเรียนจนค้นพบข้อสรุป ข้อความรู้หรอื คาตอบร่วมกัน

3. แผนจดั การเรียนรู้มีการเขียนองค์ประกอบต่าง ๆ ถูกต้อง สอดคล้องสัมพันธ์กัน กิจกรรมการเรียน
การสอนมคี วามยากง่ายเหมาะสมกับนักเรียน มีการออกแบบกิจกรรม โดยการจัดกิจกรรมกลุ่มระดมความคิด
รว่ มกนั ภายในกลมุ่ น้ัน ทาให้นักเรียนมีแรงจูงใจในตัวเอง ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา และการยอมรับความเห็น
ที่แตกต่างกัน สง่ เสรมิ การรว่ มมือกัน ส่งผลให้ได้คาตอบจากการสืบคน้ ขอ้ มูลภายในเวลาอันส้นั

9. ประเด็นที่ Model Teacher ควรเพิม่ เติม/ปรับปรุงแก้ไข
จากการวพิ ากษ์ แผนการจดั การเรยี นรู้ สามารถสรุปไดด้ ังน้ี
การจดั การเรยี นรูโ้ ดยใช้กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) เป็นวิธีการที่ดี แต่ควรเพ่ิมกิจกรรมในข้ัน

สารวจและค้นหาให้มากขึ้น เพราะอาจมีนักเรียนส่วนน้อยเพียงไม่กี่คนครอบครองการอภิปรายส่วนใหญ่
ถ้าผู้ท่ีเป็นคนจดบันทึกทางานได้ช้า การคิดอย่างอิสระก็จะช้าและจากัดตามไปด้วย จึงอาจส่งผลต่อการเข้าใจ
ในส่วนของเนื้อหาและทาใหไ้ ม่บรรลุผลของกิจกรรม

ครคู วรเพ่ิมเตมิ เน้อื หาหรือยกตัวอยา่ ง ในรูปแบบต่างๆ ให้มากขึ้น โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนกลุ่มอ่อน
ได้แสดงผลการเรียนรู้เป็นรายบุคคล เพื่อเป็นการตรวจสอบความรู้ความเข้าใจของนักเรียนกลุ่มอ่อนและเพื่อ
เป็นการส่งเสรมิ กาลังใจใหก้ บั นกั เรยี นกลุ่มน้ดี ้วย

PLC วงรอบท่ี 1 100
นายรณชยั อนิ รัง

เอกสารหมายเลข 5 แบบรายงานการสง่ ภาพบันการเรียนการสอนและการสร้างสงั คมแห่งการเรียนรู้ PLC
1. ชอื่ /นามสกุล Model Teacher

นายรณชัย อนิ รงั

2. กลุ่มสาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3. ชือ่ โรงเรียน
สรอยเสรีวทิ ยา ตาบลสรอย อาเภอวงั ช้ิน จังหวดั แพร่

4. รอบของการแก้ไขปัญหา
รอบท่ี 1 ชว่ งเวลา วงรอบที่ 1 ระหว่างวนั ที่ 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564

5. เกีย่ วข้องกับสาระ/มาตรฐาน/ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เขา้ ใจการเขียนและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสัมพนั ธใ์ นปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏิกริ ยิ า สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมทั้งการนาความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรยี นรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏกิ ิริยารีดอกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาท่ีแอโนดและแคโทด
ปฏกิ ิริยารวมและแผนภาพเซลล์

6. กลุม่ นกั เรยี นเปา้ หมาย
นกั เรียนระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หอ้ ง 1 จานวน 13 คน ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564

7. วัน เดอื น ปี ทด่ี าเนินการ PLC
ระหว่างวันท่ี 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564

PLC วงรอบท่ี 1 101
นายรณชยั อนิ รัง

8. บันทึกเพิ่มเติมเก่ียวกับภาพการสรา้ งสงั คมแห่งการเรยี นรู้ PLC

PLC วงรอบท่ี 1 102
นายรณชยั อนิ รัง

9. บันทกึ เพ่มิ เติมเก่ียวกับภาพการจดั การเรยี นการสอน


Click to View FlipBook Version