The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

PLC วงรอบ 1 สมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by rnchayxinrangumm, 2022-09-09 09:39:02

PLC วงรอบที่ 1

PLC วงรอบ 1 สมบูรณ์

PLC วงรอบท่ี 1 103
นายรณชยั อนิ รงั

PLC วงรอบท่ี 1 104
นายรณชยั อินรงั

เอกสารหมายเลข 6 แบบรายงานการวพิ ากษ์การจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher

นายรณชยั อินรัง
2. กล่มุ สาระการเรียนรู้

วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
3. ช่ือโรงเรยี น

สรอยเสรีวทิ ยา ตาบลสรอย อาเภอวงั ชิน้ จังหวัดแพร่
4. รอบของการแก้ไขปัญหา

รอบท่ี 1 ช่วงเวลา วงรอบท่ี 1 ระหวา่ งวนั ที่ 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564
5. เกย่ี วข้องกับสาระ/มาตรฐาน/ผลการเรยี นรู้
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เข้าใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปรมิ าณสมั พนั ธ์ในปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดุลในปฏกิ ิรยิ า สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏกิ ริ ยิ ารดี อกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด
ปฏิกริ ิยารวมและแผนภาพเซลล์
6. กลมุ่ นกั เรียนเป้าหมาย
นกั เรยี นระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 5 หอ้ ง 1 จานวน 13 คน ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
7. วนั เดือน ปี ทดี่ าเนินการ PLC
ระหวา่ งวันที่ 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564
8. วตั ถุประสงคห์ รือเปา้ หมายตามแผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนชัดเจนหรือไม่ อย่างไร
โปรดอธบิ าย

การจัดกิจกรรมการเรียนการสอน มีวัตถุประสงค์ให้ด้านความรู้ให้นักเรียนสามารถเขียนสมการ
ออกซิเดชัน รีดักชัน ปฏิกิริยารีดอกซ์ ระบุตัวออกซิไดส์ ตัวรีดิวซ์ได้ ให้นักเรียนเปรียบเทียบความสามารถใน
การเป็นตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ของโลหะและไอออนของโลหะได้ ตลอดจนสามารถระบุส่วนประกอบของ
เซลล์กลั วานิกและสว่ นประกอบของครึ่งเซลล์ได้

เขียนแผนภาพเซลล์กัลวานิกได้ ด้านทักษะและกระบวนการ นักเรียนสามารถทาการทดลองเพื่อ
ศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกับโลหะไอออน นักเรียนสามารถทาการทดลองและ
อธบิ ายปฏกิ ิริยาการถา่ ยโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก์ ลั วานิกและการเปลย่ี นแปลงทีท่ าใหน้ ักเรียนสามารถเรียนรู้ได้
ตามเป้าหมายของการจัดการเรียนการสอนท่ีสอดคล้องกับมาตรฐานการเรียนรู้ ผลการเรียนรู้ ของหลักสูตร
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ หลักสตู รสถานศกึ ษา ตลอดจนสาระและหลกั สตู รแกนกลางขนั้ พนื้ ฐาน

PLC วงรอบท่ี 1 105
นายรณชยั อินรงั

9. การวดั และประเมนิ ผลชดั เจนหรอื ไม่ อย่างไร โปรดอธิบาย
มีการวัดและประเมินผลในด้านความรู้ (K) ทักษะกระบวนการ (P) คุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)

และสมรรถนะทางการเรียน (C) ครบตามผลการเรยี นรูแ้ ละวตั ถปุ ระสงค์ที่ตั้งไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
10. มกี ารสง่ เสรมิ /ต่อยอดนกั เรยี นท่เี รยี นร้ไู ด้ดีหรอื ไม่ อย่างไร โปรดอธิบาย

นักเรียนกลุ่มเก่งสามารถอธิบาย เข้าใจหลักการของการสร้างเซลล์กัลวานิกได้ถูกต้อง เข้าใจเน้ือหาท่ี
ครูสอน คิด วิเคราะห์ ทาความเข้าใจได้ด้วยตนเองจับประเด็นสาคัญ ขยายความ ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบได้
ถูกต้อง ครูจึงมีการส่งเสริมนักเรียนกลุ่มเก่งนี้ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากส่ือออนไลน์เพ่ิมเติม ค้นคว้าและใช้
เทคโนโลยีในการประยุกต์กับกจิ กรรมการเรยี นการสอนเพ่ือใหน้ ักเรียนเกิดความเข้าใจและความชานาญย่ิงขนึ้
11. มีการช่วยเหลือนักเรยี นทเี่ รยี นรไู้ ดไ้ มด่ ีหรือไม่ อย่างไร โปรดอธบิ าย

นักเรียนกลุ่มอ่อน สามารถอธิบายเก่ียวกับเก่ียวกับภาพรวมของการสร้างเซลล์กัลวานิกและ
องค์ประกอบ แต่เข้าใจเนื้อหาที่ครูสอนในบางเรื่อง แต่คิด วิเคราะห์ ทาความเข้าใจไม่ได้ด้วยตนเอง ขยาย
ความหรือยกตัวอย่างไม่ได้ ครูจึงช่วยเหลือโดยให้ความดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด คอยติดตาม
และสงั เกตในขณะทร่ี ว่ มกจิ กรรม

ในขณะที่นักเรียนพูดครูผู้สอนจะไม่กดดันนักเรียน และมีการสอนเสริมในรูปแบบออนไลน์เพื่อขยาย
และติดตามผลการเรียน ตลอดจนรับฟังนักเรียนอย่างต้ังใจ และให้ผู้เรียนเสนอความคิดแสดงท่าทีหรือ
แสดงออกอย่างเต็มที่ และในขณะดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ครูมีการจูงใจและให้กาลังใจ ให้การช่ืน
ชมท่ผี ้เู รยี นแสดงออกอย่างสรา้ งสรรค์กระตนุ้ สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เรียน ที่จะกล้าเผชิญกับปัญหา อุปสรรค
ในการเรียน ให้กาลังใจผู้เรียน ไม่พูดแทรกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ จนกว่าผู้เรียนจะพูดจบโดยไม่ใช้การ
ตาหนิหรอื แสดงตวั เหนือผ้เู รยี น ให้ขอ้ มูลเชิงสรา้ งสรรคท์ ีส่ ามารถพัฒนาผูเ้ รียนได้
12. สะทอ้ นความคดิ ประเดน็ อน่ื ๆ

การสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : CIPPA MODEL ซึ่งเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้
ที่รองศาสตรจารย์ทิศนา แขมมณี อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาขึ้น
จากการรวบรวมและประสานสัมพันธ์ของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ (1) แนวคิด
การสร้างความรู้ (2) แนวคิดเก่ียวกับกระบวนการกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ (3) แนวคิดเก่ียวกับความ
พร้อมในการเรยี นรู้ (4) แนวคิดเกี่ยวกบั การเรียนรกู้ ระบวนการ และ (5) แนวคดิ เกยี่ วกับการถ่ายโอนการเรียนรู้
จนทาใหเ้ กดิ เป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในลักษณะใหม่ที่เรียกว่า ซิปปา
โมเดล

ครูผูส้ อน จะต้องเปน็ คนทีม่ ีความรคู้ วามสามารถ และเรยี นรทู้ กั ษะความรู้ใหมๆ่ อย่างสม่าเสมอ รวมไป

ถงึ ตอ้ งรจู้ งั หวะในการสอดแทรกส่งิ ที่ตอ้ งการสอนเข้าไปในการเรียนรู้ของพวกเขา เพราะการกากับดูแลของครู

ในการจดั การเรียนรู้ตามแบบผเู้ รียนเปน็ สาคัญ ถือเป็นตัวแปรหน่ึงในการส่งเสริมให้การจัดการศึกษารูปแบบนี้

มีประสิทธิภาพ จึงควรควรใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรม เช่น กระบวนการคิด กระบวนการ

กลุ่ม กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างลักษณะนิสัย กระบวนการ

ทักษะทางสังคม ฯลฯ เพ่ือให้ผู้เรียนสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง และเม่ือผู้เรียนได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้

ดังกล่าว จะส่งผลทาใหผ้ เู้ รียนรู้จกั การแสวงหาขอ้ มลู ขอ้ เท็จจริงจากแหลง่ การเรียนร้ตู า่ ง ๆ เพื่อนามาใช้ในการ

เรียนรู้ ได้ฝึกทักษะการคิดที่หลากหลาย เป็นประสบการณ์ท่ีจะนาไปใช้ได้ในการดาเนินชีวิต รวมทั้งผู้เรียน

มีประสบการณ์ในการแลกเปลย่ี นความรู้ความเขา้ ใจกบั สมาชกิ ภายในกล่มุ

PLC วงรอบท่ี 1 106
นายรณชัย อนิ รงั

13. ประเดน็ ท่ี Model Teacher วางแผนได้ดี
13.1 นายจกั รกฤษณ์ สมภรณว์ รพล ครผู สู้ อนรายวิชาเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1-6

กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไดใ้ หค้ วามเหน็ เกย่ี วกบั แผนการจดั การเรียนรู้ ดงั นี้
ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยให้ความใส่ใจกับนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน

การจัดการเรียนการสอน ซึ่งทาให้เกิดความเป็นกันเอง ระหว่างการจัดกิจกรรมมีครูผู้สอนได้อธิบายเพิ่มเติม
เป็นระยะๆ แสดงรายละเอียดและให้ตัวอย่างให้ผู้เรียนเข้าใจ เพื่อให้นักเรียนหายจากข้อสงสัย เกิดความ
ชัดเจน ในสิ่งน้ัน หรือขยายความในลักษณะท่ีช่วยให้ผู้อ่ืนเข้าใจเรื่องราวต่าง ๆ ได้ชัดเจนข้ึนทาให้แน่ใจว่า
นกั เรียนได้รับความรแู้ ละเขา้ ใจในเรอื่ งท่ีเรียน

13.2 นางสาวรตั ติภรณ์ ชานาญ ครผู สู้ อนรายวชิ าชวี วิทยา ระดบั ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6
กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ไดใ้ หค้ วามเหน็ เกย่ี วกบั แผนการจดั การเรยี นรู้ ดงั น้ี

ครผู สู้ อนมีการจัดการเรียนการสอนโดยการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้รูปแบบของเกม เป็นวิธีสอนท่ีช่วย
ให้ผู้เรยี นมสี ่วนร่วมในการเรียนรู้สงู ผเู้ รียนไดร้ ับความสนุกสนาน และเกดิ การเรียนร้จู ากการเล่น ชว่ ยให้ผู้เรียน
เกดิ การเรียนรู้ โดยการเห็นประจักษ์แจ้งด้วยตนเองทาให้การเรียนรู้นั้นมีความหมายและอยู่คงทน รวมทั้งเป็น
การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการเรียน จนทาให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและต้ังใจในการทากิจกรรม
ในช้นั เรียน ทาใหบ้ รรยากาศในชนั้ เรียนเกดิ ความสนกุ สร้างความรสู้ กึ อยากเรียน
14. ประเด็นที่ Model Teacher ควรเพม่ิ เตมิ /ปรบั ปรุงแกไ้ ข

14.1 นายจักรกฤษณ์ สมภรณว์ รพล ครผู สู้ อนรายวิชาเทคโนโลยี ระดับชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1-6
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ไดใ้ หค้ วามเห็นเกยี่ วกบั สง่ิ ที่ควรเพมิ่ เติม/ปรบั ปรุงแก้ไข
แผนการจัดการเรียนรู้ ดงั น้ี

จากการสงั เกตในขณะผู้เรยี นทากิจกรรม มีนักเรียนบางคู่แม้จะเกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ จากการหา
ข้อมูลสืบค้นหรือลงมือทาแบบฝึกหัดแต่ก็ยังไม่ยอมรับคาตอบหรือไม่ม่ันใจในคาตอบของกันและกัน
ซง่ึ ครูผ้สู อนควรให้นักเรียนทบทวนความรเู้ ดมิ ของนกั เรียนก่อนทากจิ กรรม

14.2 นางสาวรัตตภิ รณ์ ชานาญ ครูผูส้ อนรายวิชาชีววิทยา ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4-6
กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ได้ให้ความเหน็ เก่ยี วกบั ส่งิ ที่ควรเพ่มิ เติม/ปรบั ปรงุ แก้ไข
แผนการจัดการเรียนรู้ ดงั นี้

ในการเรียนการสอนสาหรับนักเรียนกลุ่มอ่อน ไม่สามารถตอบคาถามหรือทาแบบฝึกหัดได้ ครูควรใช
การเรียนซอ่ นเสริมหลงั เลิกเรยี น เพอื่ ให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความเข้าใจในเนือ้ หาท่เี รียนเพ่ิมข้ึน
15. โปรดระบุ ชอื่ สกลุ ผู้วพิ ากษ์

15.1 นายจักรกฤษณ์ สมภรณว์ รพล ครผู ้สู อนรายวชิ าเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1-6
กลุม่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

15.2 นางสาวรตั ตภิ รณ์ ชานาญ ครผู สู้ อนรายวิชาชีววิทยา ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี 4-6
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

PLC วงรอบท่ี 1 107
นายรณชยั อนิ รัง

16. เกย่ี วข้องกับสาระ / งาน
กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

17. โรงเรยี นผู้วพิ ากษ์
โรงเรยี นสรอยเสรวี ิทยา ตาบลสรอย อาเภอวงั ชิ้น จังหวดั แพร่

18. หนว่ ยงานผู้วิพากษ์
สานกั งานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศกึ ษาแพร่

ลงชื่อ………………………………………… ผู้วพิ ากษ์ ลงช่อื ………………………………………… ผวู้ พิ ากษ์
(นายจกั รกฤษณ์ สมภรณว์ รพล) (นางสาวรตั ตภิ รณ์ ชานาญ)

PLC วงรอบท่ี 1 108
นายรณชัย อนิ รงั

เอกสารหมายเลข 7 แบบรายงานการสรปุ ผลการดาเนินงานของรอบท่ีผา่ นมา

1. ชื่อ/นามสกุล Model Teacher
นายรณชยั อินรงั

2. กลมุ่ สาระการเรียนรู้
วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี

3. ชือ่ โรงเรียน
สรอยเสรวี ิทยา ตาบลสรอย อาเภอวงั ชิ้น จงั หวดั แพร่

4. รอบของการแก้ไขปัญหา
รอบท่ี 1 ชว่ งเวลา วงรอบท่ี 1 ระหวา่ งวนั ที่ 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564

5. เกีย่ วข้องกบั สาระ/มาตรฐาน/ผลการเรียนรู้
สาระเคมี
มาตรฐาน 2 เขา้ ใจการเขยี นและการดุลสมการเคมี ปริมาณสมั พนั ธใ์ นปฏิกิริยาเคมี อัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี
สมดลุ ในปฏิกิรยิ า สมบัติและปฏิกิริยาของกรด-เบส ปฏิกิริยารีดอกซ์และเซลล์เคมีไฟฟ้า รวมท้ังการนาความรู้
ไปใชป้ ระโยชน์
ผลการเรียนรู้

26. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียนแสดง
ปฏิกิริยารีดอกซ์

28. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและแคโทด
ปฏิกริ ิยารวมและแผนภาพเซลล์
6. กล่มุ นักเรียนเปา้ หมาย
นักเรียนระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 5 หอ้ ง 1 จานวน 13 คน ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
7. วนั เดอื น ปี ท่ดี าเนนิ การ PLC
ระหว่างวนั ที่ 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจิกายน 2564
8. วตั ถุประสงค์หรือเปา้ หมาย

ด้านความรู้

1. เขยี นสมการออกซิเดชัน รดี กั ชนั ปฏกิ ริ ยิ ารีดอกซ์ ระบุตัวออกซไิ ดส์ ตัวรีดิวซ์ได้
2. เปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรดี วิ ซแ์ ละตัวออกซไิ ดสข์ องโลหะและไอออนของโลหะได้
3. ระบสุ ว่ นประกอบของเซลล์กลั วานกิ และส่วนประกอบของครึง่ เซลล์ได้
4. สามารถเขียนแผนภาพเซลลก์ ัลวานกิ ได้
ด้านทักษะและกระบวนการ
1. ทาการทดลองเพื่อศึกษาปฏกิ ริ ยิ าการถ่ายโอนอเิ ลก็ ตรอนระหว่างโลหะกับโลหะไอออน
2. ทาการทดลองและอธิบายปฏกิ ิริยาการถา่ ยโอนอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานกิ และการเปล่ียนแปลงท่ี
เกิดขึ้นในแตล่ ะครึง่ เซลลไ์ ด้

PLC วงรอบท่ี 1 109
นายรณชยั อินรัง

ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
1. มีวนิ ัย
2. ใฝเ่ รยี นรู้
3. มุ่งมั่นในการทางาน
4. มีจติ สาธารณะ
5. มจี ิตวิทยาศาสตร์

ด้านสมรรถนะสาคัญของผูเ้ รยี น
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

9. การวดั และประเมนิ ผล

การวัดและการประเมนิ ผล

ผลการเรยี นรู้ วธิ กี าร วธิ กี ารวดั เครือ่ งมือ เกณฑก์ ารผา่ น
ประเมนิ
26. ทดลองและ ด้านความรู้ (K)
คะแนนร้อยละ 70
เปรยี บเทียบ -ใบงาน เร่ือง การทานายทิศ -ตรวจใบงาน -ใบงาน ขึ้นไปถือวา่ ผา่ น

ความสามารถในการ ทางการไหลของอิเล็กตรอนใน คะแนนร้อยละ 70
ขน้ึ ไปถือว่าผ่าน
เปน็ ตัวรีดิวซห์ รือตวั เซลล์กลั วานิก

ออกซไิ ดสแ์ ละเขียน ใบงาน เร่ือง แผนภาพเซลล์

แสดงปฏิกริ ิยา -รายงานบทปฏิบตั กิ ารผลการ -ตรวจรายงาน -แบบประเมิน

รีดอกซ์ ท ด ล อ ง เ ร่ื อ ง ป ฏิ กิ ริ ย า

28. ระบอุ งค์ประกอบ ระหว่างโลหะกับสารละลาย

ของเซลลเ์ คมไี ฟฟ้า ของโลหะไอออน

และเขยี นสมการเคมี -รายงานบทปฏิบัติการผลการ

ของปฏกิ ริ ยิ าทแ่ี อโนด ทดลอง เร่ือง การถ่ายโอน

และแคโทด ปฏกิ ิรยิ า อิเล็กตรอนในเซลล์กลั วานิก

รวมและแผนภาพ ด้านทักษะและกระบวนการ
เซลล์ นาเสนอ (P)

-ทาการทดลองเร่ือง ปฏิกิริยา -สงั เกตการทดลอง -แบบประเมิน

ระหว่างโลหะกับสารละลาย

ของโลหะไอออน

-ทาการทดลองเร่ือง การถ่าย

โ อ น อิ เ ล็ ก ต ร อ น ใ น เ ซ ล ล์

กัลวานกิ

PLC วงรอบที่ 1 110
นายรณชัย อินรงั

ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึง -สงั เกตการร่วม -แบบประเมิน ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ
-แบบประเมนิ 2ข้ึนไปถอื วา่ ผ่าน
ประสงค์ (A) กจิ กรรมในชัน้
ไดร้ ะดบั คณุ ภาพ
1. มีวินัย เรียน 2ข้นึ ไปถอื ว่าผา่ น
2. ใฝ่เรียนรู้

3. มุ่งมัน่ ในการทางาน

4. มีจิตสาธารณะ

5. มจี ติ วิทยาศาสตร์

ด้านสมรรถนะสาคัญของ

ผเู้ รียน (C) -สงั เกตการรว่ ม

1.ความสามารถในการสื่อสาร กจิ กรรมในชั้น

2.ความสามารถในการคิด เรียน

3.ความสามารถในการใช้

เทคโนโลยี

10. การส่งเสรมิ / ต่อยอด
นักเรียนกลุ่มเก่งสามารถอธิบาย เกี่ยวกับภาพรวมขององค์ประกอบของเซลล์กัลวานิกตามหลักการได้

ถูกต้อง เข้าใจเนื้อหาท่ีครูสอน คิด วิเคราะห์ ทาความเข้าใจได้ด้วยตนเองจับประเด็นสาคัญ ขยายความ
ยกตัวอย่าง เปรียบเทียบได้ถูกต้อง ครูจึงมีการส่งเสริมนักเรียนกลุ่มเก่งน้ี โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากส่ือ
ออนไลน์เพิ่มเติม ค้นคว้าและใช้เทคโนโลยีในการประยุกต์กับกิจกรรมการเรียนการสอนเพ่ือให้นักเรียนเกิด
ความเข้าใจและความชานาญยงิ่ ขึ้น
11. การชว่ ยเหลือ

นักเรียนกล่มุ อ่อน สามารถอธบิ ายเก่ียวกบั เกีย่ วกับภาพรวมของเซลล์กลั วานิกไม่เป็นไปตามหลักการท่ี
ถูกต้อง เข้าใจเน้ือหาท่ีครูสอนในบางเร่ือง แต่คิด วิเคราะห์ ทาความเข้าใจไม่ได้ด้วยตนเอง ขยายความหรือ
ยกตัวอย่างไม่ได้ ครูจึงช่วยเหลือโดยให้ความดูแลเอาใจใส่และช่วยเหลืออย่างใกล้ชิด คอยติดตามและสังเกต
ในขณะทร่ี ่วมกิจกรรม

ในขณะท่ีนักเรียนพูดครูผู้สอนจะไม่กดดันนักเรียน รับฟังนักเรียนอย่างตั้งใจ และให้ผู้เรียนเสนอ
ความคิดแสดงท่าทีหรือแสดงออกอย่างเต็มที่ และในขณะดาเนินกิจกรรมการเรียนการสอน ครูมีการจูงใจและ
ให้กาลังใจ ให้การชื่นชมที่ผู้เรียนแสดงออกอย่างสร้างสรรค์กระตุ้น สร้างความมั่นใจให้แก่ผู้เรียน ท่ีจะกล้า
เผชิญกับปัญหา อุปสรรคในการเรยี น ให้กาลังใจผู้เรียน ไม่พูดแทรกหรือแสดงความคิดเห็นใดๆ จนกว่าผู้เรียน
จะพดู จบโดยไม่ใชก้ ารตาหนิหรือแสดงตัวเหนือผเู้ รียน ให้ขอ้ มูลเชิงสรา้ งสรรค์ที่สามารถพฒั นาผู้เรยี นได้

PLC วงรอบท่ี 1 111
นายรณชยั อนิ รัง

12. ประเดน็ อ่ืน ๆ
ด้านแผนการจดั การเรยี นรู้
การสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) เป็นวิธีสอนท่ีเหมาะกับวิชาวิทยาศาสตร์ โดยที่ครูเป็นผู้เตรียม

สภาพแวดล้อมจัดลาดับเน้ือหา แนะนาหรือช่วยให้ นักเรียนประเมินความก้าวหน้าของตนเอง ส่วนนักเรียน
เป็นผู้เรียนภายใต้เง่ือนไขของครู นักเรียนมีอิสระในการดาเนินการทดลองอย่างเต็มที่ นักเรียนมีโอกาสได้
พฒั นาความคดิ อย่างเต็มที่ ได้ศึกษาด้วยตนเองจึงมีความอยากรู้อยู่ตลอดเวลา มีโอกาสได้ฝึกความคิด และฝึก
การกระทา ทาให้ได้เรียนรู้วิธีจัดระบบความคิดและวิธีสืบเสาะแสวงหาความรู้ด้วยตนเองทาให้ความรู้คงทน
และถา่ ยโยงการเรยี นรู้ได้ กลา่ วคือทาให้สามารถจดจาไดน้ านและนาไปใช้ในสถานการณ์ใหมอ่ ีกดว้ ย

ด้านการจดั การเรียนการสอน
การสอนแบบผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง : CIPPA MODEL ซ่ึงเป็นนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ท่ี
รองศาสตรจารย์ทิศนา แขมมณี อาจารย์จากคณะครุศาสตร์ แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้พัฒนาขึ้นจาก
การรวบรวมและประสานสัมพันธ์ของรูปแบบการจัดการเรียนการสอนท่ีมีประสิทธิภาพ ได้แก่ (1) แนวคิดการ
สร้างความรู้ (2) แนวคิดเก่ียวกับกระบวนการกลุ่มและการเรียนรู้แบบร่วมมือ (3) แนวคิดเกี่ยวกับความพร้อม
ในการเรียนรู้ (4) แนวคิดเก่ียวกับการเรียนรู้กระบวนการ และ (5) แนวคิดเก่ียวกับการถ่ายโอนการเรียนรู้ จน
ทาให้เกิดเป็นรูปแบบการจัดการเรียนการสอนโดยเน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในลักษณะใหม่ที่เรียกว่า ซิปปา
โมเดล
ครูผสู้ อน จะต้องเป็นคนที่มีความรคู้ วามสามารถ และเรียนรู้ทักษะความรู้ใหม่ๆอย่างสม่าเสมอ รวมไป
ถงึ ตอ้ งรูจ้ ังหวะในการสอดแทรกส่ิงที่ต้องการสอนเข้าไปในการเรียนรู้ของพวกเขา เพราะการกากับดูแลของครู
ในการจัดการเรียนรตู้ ามแบบผ้เู รยี นเป็นสาคัญ ถือเป็นตัวแปรหน่ึงในการส่งเสริมให้การจัดการศึกษารูปแบบนี้
มีประสิทธิภาพ จึงควรควรใช้กระบวนการต่าง ๆ ในการจัดกิจกรรม เช่น กระบวนการคิด กระบวนการกลุ่ม
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสร้างลักษณะนิสัย กระบวนการทักษะทาง
สังคม ฯลฯ เพื่อให้ผู้เรียนสร้างความรู้ขึ้นมาด้วยตนเอง และเม่ือผู้เรียนได้ผ่านกระบวนการเรียนรู้ ดังกล่าว จะ
ส่งผลทาให้ผู้เรียนรู้จักการแสวงหาข้อมูล ข้อเท็จจริงจากแหล่งการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อนามาใช้ในการเรียนรู้ ได้
ฝึกทักษะการคิดที่หลากหลาย เป็นประสบการณ์ท่ีจะนาไปใช้ได้ในการดาเนินชีวิต รวมทั้งผู้เรียนมี
ประสบการณใ์ นการแลกเปล่ยี นความรคู้ วามเขา้ ใจกับสมาชิกภายในกลมุ่
13. ประเด็นที่ Model Teacher ปฏิบตั ิได้ดี
ด้านวตั ถุประสงค์หรอื เป้าหมายของการเรียนรู้
การจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน มวี ตั ถุประสงคใ์ ห้นักเรียนตั้งเป้าหมายในการวัดและประเมินผล ทา
ให้นกั เรียนสามารถเรียนรู้ไดต้ ามเปา้ หมายของการจดั การเรียนการสอนทีส่ อดคล้องกับหลกั สูตรสถานศกึ ษา
ดา้ นแผนการจัดการเรียนรู้
แผนการจัดการเรียนร้มู ีรปู แบบลาดับขั้นตอนทีช่ ัดเจน โดยเร่มิ จากการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้เกมการ
แข่งขัน เพื่อตรวจสอบความเข้าใจ โดยเปิดโอกาสให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มท่ี ระดมความคิด
ร่วมกันภายในกลุ่ม ในแผนข้ันสารวจและค้นหา แผนการจัดการเรียนรู้มีความสอดคล้องกับมาตรฐานตัวชี้วัด
ตามหลักสูตรแกนกลาง และสอดคล้องกับนโยบายของโรงเรียน ในขั้นอธิบายและลงข้อสรุปของแผน มีการ
ผู้เรียนจับคู่แบบคละความสามารถ ให้ผู้เรียนทากิจกรรมการเรียนร่วมกัน เพื่อให้คาแนะนาปรึกษาหรือ
แลกเปล่ียนความรู้ประสบการณ์ และร่วมมอื กนั ทา กิจกรรมตามกระบวนการเรียนจนค้นพบข้อสรุป ข้อความรู้
หรอื คาตอบร่วมกนั

PLC วงรอบที่ 1 112
นายรณชยั อนิ รัง

แผนจัดการเรียนรู้มีการเขียนองค์ประกอบต่าง ๆ ถูกต้อง สอดคล้องสัมพันธ์กัน กิจกรรมการเรียน
การสอนมีความยากง่ายเหมาะสมกับนักเรียน มีการออกแบบกิจกรรม โดยการจัดกิจกรรมกลุ่มระดมความคิด
รว่ มกันภายในกลมุ่ น้ัน ทาให้นักเรียนมีแรงจูงใจในตัวเอง ฝึกกระบวนการแก้ปัญหา และการยอมรับความเห็น
ท่ีแตกต่างกัน ส่งเสรมิ การรว่ มมือกัน ส่งผลให้ได้คาตอบจากการสืบค้นข้อมูลภายในเวลาอันส้นั

ดา้ นกิจกรรมการเรยี นการสอน
ครูผู้สอนมีการจัดการเรียนการสอนโดยให้ความใส่ใจกับนักเรียน เปิดโอกาสให้นักเรียนมีส่วนร่วมใน
การจัดการเรียนการสอน ซึ่งทาให้เกิดความเป็นกันเอง ระหว่างการจัดกิจกรรมมีครูผู้สอนได้อธิบายเพิ่มเติม
เป็นระยะๆ แสดงรายละเอียดและให้ตัวอย่างให้ผู้เรียนเข้าใจ เพ่ือให้นักเรียนหายจากข้อสงสัย เกิดความ
ชัดเจน ในสิ่งนั้น หรือขยายความในลักษณะท่ีช่วยให้ผู้อ่ืนเข้าใจเร่ืองราวต่าง ๆ ได้ชัดเจนขึ้นทาให้แน่ใจว่า
นกั เรียนไดร้ ับความรแู้ ละเข้าใจในเรอ่ื งท่เี รียน
ครูผสู้ อนมีการจัดการเรียนการสอนโดยการนาเข้าสู่บทเรียนโดยใช้รูปแบบของเกม เป็นวิธีสอนที่ช่วย
ให้ผเู้ รียนมสี ว่ นร่วมในการเรียนรสู้ ูง ผ้เู รียนไดร้ บั ความสนกุ สนาน และเกิดการเรยี นรจู้ ากการเล่น ชว่ ยให้ผู้เรียน
เกดิ การเรยี นรู้ โดยการเห็นประจักษ์แจ้งด้วยตนเองทาให้การเรียนรู้น้ันมีความหมายและอยู่คงทน รวมทั้งเป็น
การกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจในการเรียน จนทาให้ผู้เรียนเกิดความสนใจและต้ังใจในการทากิจกรรม
ในชนั้ เรียน ทาใหบ้ รรยากาศในช้นั เรยี นเกิดความสนกุ สรา้ งความรสู้ ึกอยากเรียน

ด้านการวัดและประเมินผล
การวดั และการประเมินผลมีความครอบคลุมทกุ ด้าน คือ ด้านความรู้ (K) ด้านทักษะ (P) ด้านเจตคติ
(A) และสมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น (C) โดยมเี กณฑก์ ารวดั และประเมนิ ผลทช่ี ดั เจนตาม Rubic

14. ประเดน็ ที่ Model Teacher ควรเพมิ่ เติม / ปรบั ปรุงแก้ไข
ดา้ นแผนการจดั การเรยี นรู้
การจดั การเรียนรโู้ ดยใชก้ ระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) เป็นวิธีการท่ีดี แต่ควรเพิ่มกิจกรรมในขั้น

สารวจและค้นหาให้มากข้ึน เพราะอาจมีนักเรียนส่วนน้อยเพียงไม่ก่ีคนครอบครองการอภิปรายส่วนใหญ่
ถ้าผู้ที่เป็นคนจดบันทึกทางานได้ช้า การคิดอย่างอิสระก็จะช้าและจากัดตามไปด้วย จึงอาจส่งผลต่อการเข้าใจ
ในส่วนของเน้อื หาและทาให้ไมบ่ รรลผุ ลของกิจกรรม

ครูควรเพมิ่ เตมิ เนือ้ หาหรอื ยกตัวอยา่ ง เกี่ยวกบั สูตรโครงสรา้ งของสารประกอบอินทรีย์ในรูปแบบต่างๆ
ให้มากขึ้น โดยเปิดโอกาสใหน้ กั เรียนกลุ่มออ่ นไดท้ ดสอบเขยี นสูตรเปน็ รายบุคคล เพอื่ เป็นการตรวจสอบความรู้
ความเขา้ ใจของนกั เรยี นกลมุ่ ออ่ นและเพื่อเป็นการสง่ เสรมิ กาลงั ใจให้กับนกั เรียนกลุ่มนดี้ ว้ ย

ดา้ นกจิ กรรมการเรียนการสอน
จากการสงั เกตในขณะผเู้ รยี นทากิจกรรม มีนักเรียนบางคู่แม้จะเกิดการแลกเปล่ียนเรียนรู้ จากการหา
ข้อมูลสืบค้นหรือลงมือทาแบบฝึกหัดแต่ก็ยังไม่ยอมรับคาตอบหรือไม่ม่ันใจในคาตอบของกันและกัน
ซึง่ ครูผ้สู อนควรใหน้ กั เรียนทบทวนความรเู้ ดมิ ของนักเรียนก่อนทากิจกรรม
ในการเรียนการสอนสาหรับนักเรียนกลุ่มอ่อน ไม่สามารถตอบคาถามหรือทาแบบฝึกหัดได้ ครูควรใช
การเรยี นซ่อนเสริมหลงั เลกิ เรียน เพื่อให้ผเู้ รียนเกดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจในเน้อื หาทเ่ี รียนเพิ่มข้นึ

PLC วงรอบท่ี 1 113
นายรณชัย อินรัง

แบบสรุปการดาเนินงานการมีส่วนรว่ มในชุมชนแหง่ การเรยี นรูท้ างวชิ าชีพ
(Professional Learning Community PLC) ปกี ารศึกษา 2564

โดย นายรณชยั อนิ รงั ตาแหนง่ ครู วทิ ยฐานะ ชานาญการ
โรงเรียนสรอยเสรวี ิทยา อาเภอวังชน้ิ สังกัดสานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษาแพร่

กล่มุ สาระการเรียนรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
วงรอบที่ 1 ระหวา่ งวนั ท่ี 15 พฤศจกิ ายน – 26 พฤศจกิ ายน 2564

รอบการแกป้ ัญหา 1
ชอ่ื กลุ่มกิจกรรม Science Saroy
จานวนสมาชิกท่ีเข้าร่วม 3
กจิ กรรม
ชื่อกจิ กรรม แกป้ ัญหาการจดั การเรียนรู้ รายวชิ าเคมเี พมิ่ เตมิ 4 (ว32224)
วัน/เดอื น/ปี เร่ือง ไฟฟ้าเคมี
ภาคเรยี นท่ี ระหวา่ งวันที่ 15 พฤศจิกายน – 26 พฤศจิกายน 2564
ปกี ารศกึ ษา 2
จานวนช่วั โมง 2564
บทบาท 6 ชัว่ โมง
Model Teacher
ประเด็น จากประสบการณ์สอนวิชาเคมี ในเน้ือหาเก่ียวกับไฟฟ้าเคมี พบว่า ทฤษฎีของตัว
เนื้อหามีความซับซ้อนเข้าใจยาก ต้องอาศัยหลักการจินตนาการให้เกิดมโนภาพ
สาเหตุ เพ่ือนาไปสู่กระบวนการคิดเชิงวิทยาศาสตร์ แล้วนาไปสู่การลงมือปฏิบัติฝึกทา
โจทยห์ รอื แบบฝึกท่ีหลากหลาย จะทาให้เด็กมีความรู้ความเข้าใจในตัวของทฤษฎี
ความรู้/หลักการท่ี เนื้อหาวิชามากข้ึน โดยทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ท่ีสาคัญประการหนึ่งท่ี
นามาใช้ กระตุ้นความคิดของผู้เรียนได้เป็นอย่างดี คือ ทักษะการทดลอง โดยการได้ลงมือ
กิจกรรมท่ีทา ปัญหาเพื่อค้นพบคาตอบด้วยการลงมือทาเพ่ือกระตุ้นให้เกิดภาพจา เชื่อมโยงสู่
การวิเคราะห์ อภิปรายผล และ สรุปผลการทดลอง แล้วเชื่อมโยงเพื่อการพิสูจน์
กับทฤษฎีเนือ้ หารายวิชา
นกั เรยี นไมส่ ามารถลงขอ้ สรปุ วิเคราะห์ สงั เคราะห์ ข้อมลู จากการทดลอง โดย
ขาดการนาขอ้ มลู จากเน้ือหาในทฤษฎีมาเชื่อมโยง
การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยการจัดกระบวนการเรียนรู้ด้วยทักษะ
กระบวนการลงมือปฏิบัติการทดลองร่วมกับชุดแบบฝึกกิจกรรมแบบสื่อผสม ใน
รายวชิ า เคมเี พ่ิมเติม 4 ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 5/1 โรงเรยี นสรอยเสรวี ิทยา

PLC วงรอบที่ 1 114
นายรณชยั อนิ รัง

ช่ัวโมงที่ 7-9 เรื่อง เซลล์กัลวานิกกับการสร้างเซลล์ (การทดลอง, ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์,

กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอและและอภิปรายข้อมูล,

กระบวนการจดั การเรียนการสอนแบบ 5 Es)

ขั้นที่ 1 สรา้ งความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครูนาเข้าสบู่ ทเรยี นโดยการใชป้ ฏกิ ริ ยิ าระหว่างโลหะสงั กะสีกับสารละลาย CuSO4 ให้นกั เรียน
ร่วมกันอภปิ ราย

-จากรูปภาพนักเรียนเห็นการเปล่ียนแปลงอะไรเกิดข้ึน ? [แนวทาง

คาตอบ; เม่ือนาโลหะสังกะสีจุ่มไว้ในสารละลาย CuSO4 สักระยะ เกิด
การแทนทขี่ องไอออน Cu2+บนแทง่ โลหะสงั กะสี]

- ลกั ษณะสแี ดงทีพ่ อกพูนบรเิ วณแทง่ โลหะสงั กะสีเกิดขึน้ ได้อย่างไร ?

[แนวทางคาตอบ;เกิดจากการท่ีสังกะสีเกิดการให้อิเล็กตรอนกับโลหะ

ภาพที่ 2.1 ปฏกิ ิริยาของสังกะสกี ับ CuSO4 Cu2+ จึงทาให้ Cu2+ทาหนา้ ที่รับอิเล็กตรอนบรเิ วณแท่งโลหะสังกะส]ี

จากแผนภาพท่ี 2.1 จะสังเกตเห็นปฏิกิรยิ าเกิดขน้ึ เมือ่ เรานาโลหะสังกะสซี ง่ึ มีคา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้าต่า จ่มุ ลงใน

สารละลายทมี่ อี งค์ประกอบของโลหะไอออน Cu2+ อยู่ซ่ึงมีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโลหะสังกะสี ดังนั้น จึง
ทาให้โลหะสังกะสีทาหน้าท่ีให้หรือสูญเสียอิเล็กตรอน โดยทองแดงทาหน้าที่รับอิเล็กตรอน ฝ่ายที่สูญเสีย
อิเล็กตรอนจึงถูกฝ่ายรับอิเล็กตรอนพอกพูนบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดน้ัน เม่ือปล่อยท้ิงไว้สักระยะหนึ่ง
สังกะสีจะเกดิ การสึกกร่อนเกดิ ข้นึ อย่างเห็นไดช้ ัด

1.2 ครูแจ้งจุดประสงคก์ ารเรียนร้กู อ่ นเขา้ สูเ่ นือ้ หา

ข้ันท่ี 2 สารวจและค้นหา (Exploration;55 นาที)
จากผลการอภิปรายเก่ียวกับปฏิกิริยาของโลหะสังกะสีกับสารละลายที่มีโลหะทองแดงเป็ น

องคป์ ระกอบที่ผ่านมา หากเราทาการเปลี่ยนชนดิ ของโลหะและชนิดของสารละลายจะเกิดผลการเปล่ียนแปลง

ไปในทิศทางเดียวกันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรมการทดลองที่ 1 เร่ือง ปฏิกิริยาระหว่าง

โลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

2.1 ครใู หน้ กั เรียนแบ่งกลุ่ม กลมุ่ ละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรยี นและให้กาหนดหน้าท่ี
ของสมาชิกแต่ละคนให้ชดั เจน

2.2 นักเรียนรับใบกิจกรรมการทดลองที่ 1 เร่ือง ปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะ

ไอออน (ดังแนบในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับข้ันตอนของการทดลองในรูปของ flow chat

ลงในสมดุ เปน็ รายบคุ คล

Pre – Lab
ครชู ้ีแจงชือ่ และจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พรอ้ มแนะนาอปุ กรณ์ท่ใี ช้ในการทดลอง

PLC วงรอบท่ี 1 115
นายรณชยั อนิ รงั

จดุ ประสงคข์ องการทดลอง(Objective)
3. เพ่อื ศกึ ษาปฏิกริ ยิ าระหวา่ งโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

อุปกรณ์การทดลอง (Materials)
1. บีกเกอร์ (Beaker)
2. แท่งแกว้ คนสาร (Sterling rod)
3. แผน่ พลาสติกตดิ เครื่องแก้ว (Lebel)
สารเคมี (Chemicals)
1. สารละลายซิงค์(II)ซลั เฟต ความเขม้ ข้น 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร(์ II)ซลั เฟต ความเข้มข้น 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอริกความเขม้ ขน้ 2.0 mol/L (HCl)
4. แผน่ โลหะทองแดงบริสทุ ธ์ิ
5. แผน่ โลหะสงั กะสบี ริสุทธิ์
วธิ ีการทดลอง (Procedure)
1. ตัดแผน่ โลหะสงั กะสีและแผน่ โลหะทองแดงให้มขี นาดเท่ากัน ทาความสะอาดผิวหนา้ โดยการขัดด้วย
กระดาษทรายและแช่ในกรดไฮโดรคลอรกิ ความเขม้ ข้น 2.0 mol/L
2. จัดต้ังอุปกรณ์และบรรจสุ ารละลายลงในบีกเกอร์ดังแสดงในตวั อยา่ งภาพด้านล่าง

- หมายเหตุ Cu2+ แทน สารละลาย CuSO4 0.1 mol/L ปริมาตร 30 mL
- หมายเหตุ Zn2+ แทน สารละลาย ZnSO4 0.1 mol/L ปรมิ าตร 30 mL
Lab

นักเรียนลงมือปฏบิ ัติกจิ กรรมการทดลองที่ 1 เร่ือง ปฏกิ ริ ิยาระหว่างโลหะกับสารละลายของ
โลหะไอออน โดยต้องลงมือปฏบิ ัตกิ ารทดลองครบทุกตอน
Post – Lab

1) ครูสุ่มให้ตัวแทนของนกั เรียนบางกลมุ่ ออกมาบนั ทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นกั เรยี นและครรู ว่ มกันอภิปรายผลการทดลองพร้อมท้ังสรปุ ผลการทดลอง
คาถามทา้ ยการทดลอง (Observe)

1) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สังเกตไดอ้ ยา่ งไร ?

2) เมื่อจุ่มโลหะลงในสารละลายท่ีมีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สังเกตไดอ้ ยา่ งไร ?

PLC วงรอบที่ 1 116
นายรณชยั อินรงั

3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดท่ีทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดขึ้นเลขออกซิเดชันของ
สารเปล่ียนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงคร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พรอ้ มทั้งระบตุ ัวรดี ิวซแ์ ละตวั ออกซไิ ดส์ ?

4) ผลการทดลองท่ีเกิดขึ้น สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ
ตวั รีดิวซข์ องสารได้หรือไม่อย่างไร ?

ขน้ั ท่ี 3 อธบิ ายและลงข้อสรุป (explanation;30 นาที)
แนวทางการอภิปรายผลการทดลองและตารางบันทกึ ผลการทดลอง

ครูรว่ มอภิปรายผลการทดลองร่วมกันกบั นักเรยี นได้แนวสรปุ ออกมาดังนี้

ตารางท่ี 2.1 แสดงผลการศึกษาปฏิกิรยิ าระหวา่ งโลหะกับสารละลายของโลหะไอออน

ระบบท่ที ดลอง การเปลีย่ นแปลงทีส่ ังเกตได้
Zn(s)/Cu2+(aq) เ กิ ด ต ะ ก อ น สี แ ด ง เ ก า ะ บ ริ เ ว ณ ผิ ว ห น้ า ข อ ง โ ล ห ะ

Cu(s)/Cu2+(aq) สงั กะสี สีฟา้ ของสารละลาย CuSO4 จางลง
Zn(s)/Zn2+(aq) ไม่เกิดการเปล่ยี นแปลง
Cu(s)/Zn2+(aq)
ไมเ่ กิดการเปลีย่ นแปลง

ไมเ่ กดิ การเปล่ียนแปลง

แนวทางการอภปิ รายการตอบคาถามท้ายการทดลอง
1) เมื่อจุ่มโลหะลงในสารละลายที่มีไอออนของโลหะชนิดเดียวกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่

สังเกตไดอ้ ยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; ไม่เกิดการเปลี่ยนแปลง สังเกตจากผิวหน้าของโลหะแต่ละชนิด และ
สีของสารละลายไมเ่ กดิ การเปลย่ี นแปลง]

2) เม่ือจุ่มโลหะลงในสารละลายท่ีมีไอออนของโลหะต่างชนิดกันจะเกิดปฏิกิริยาหรือไม่
สังเกตได้อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ขึ้นอยู่กับค่าศักย์ไฟฟ้าของคู่โลหะและไอออนโลหะ เม่ือเกิดการ
เปลี่ยนแปลงจะสังเกตุเห็นตะกอนท่ีเกาะบริเวณผิวหน้าของโลหะชนิดน้ัน มีการกร่อนลง และสีขอ ง
สารละลายโลหะไอออนจะจางลง]

3) โลหะกับโลหะไอออนคู่ใดที่ทาปฏิกิริยาได้ และทาปฏิกิริยาท่ีเกิดขึ้นเลขออกซิเดชันของ
สารเปลี่ยนแปลงหรือไม่อย่างไร จงเขียนสมการแสดงคร่ึงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์
พร้อมทั้งระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์ ? [แนวทางคาตอบ ; Zn(s)/Cu2+(aq) เกิดปฏิกิริยาได้ เลข
ออกซิเดชนั ของ Zn เปล่ียนแปลงจาก 0 เปน็ +2 และ Cu2+ เปลีย่ นแปลงจาก 2+ เปน็ 0

คร่งึ ปฏิกิริยาออกซิเดชนั คือ Zn(s) Zn2+(aq) + 2 e ตัวรีดิวซ์คือ Zn
คร่งึ ปฏกิ ิริยารดี กั ชนั คอื Cu2+(aq) + 2 e Cu(s) ตัวออกซไิ ดส์ คอื Cu2+
ครง่ึ ปฏกิ ริ ิยารีดอกซ์ คือ Zn(s) + Cu2+(aq) Zn2+(aq) + Cu(s)

4) ผลการทดลองที่เกิดขึ้น สามารถเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซิไดส์และ
ตัวรีดิวซ์ของสารได้หรือไม่อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; สามารถเปรียบเทียบได้ โดย โลหะสังกะสีสามารถ

PLC วงรอบท่ี 1 117
นายรณชยั อนิ รัง

ให้อิเล็กตรอนได้ดีกว่าโลหะทองแดง ดังนั้น สังกะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง ใน
ขณะเดยี วกนั ทองแดงสามารถรบั อิเลก็ ตรอนได้ดกี ว่าจึงเป็นตัวออกซไิ ดส์ได้ดีกวา่ สังกะสี]

แนวทางการอภปิ รายการสรุปผลการทดลอง
ครใู ห้นกั เรยี นศึกษาแนวทางการสรุปผลการทดลองจากคาถามทา้ ยการทดลองเพ่ือเป็นแนวทาง

[แนวทางสรปุ ผลการทดลอง; เมื่อจมุ่ โลหะลงในสารละลายของโลหะไอออนแต่ละชนิด และทาการ
เปรียบเทียบความสามารถเป็นตัวรับและให้อิเล็กตรอนจากผลการศึกษาพบว่า ความสามารถในการให้
และรับอิเลก็ ตรอนข้นึ อยกู่ บั คา่ ศกั ยไ์ ฟฟ้าของโลหะแต่ละชนดิ ในการทดลองพบว่า โลหะสังกะสีสามารถให้
อิเล็กตรอนหรือเป็นตัวรีดิวซ์ได้ดีกว่าเน่ืองจากมีค่าศักย์ไฟฟ้าต่ากว่าทองแดง โดยทองแดงจะทาหน้าท่ีรับ
อเิ ล็กตรอนหรือเปน็ ตัวออกซไิ ดส์เนอื่ งจากมคี ่าศกั ยไ์ ฟฟา้ สงู กว่าสังกะสี]

ขน้ั ที่ 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู ้ึนภาพองคป์ ระกอบของเซลลก์ ลั วานกิ และอธิบายขยายความรู้เพ่มิ เตมิ ให้กบั นกั เรียน

ภาพที่ 2.2 องคป์ ระกอบของเซลลก์ ัลวานกิ
จากการท่นี ักเรียนได้ศึกษาการทดลองท่ผี ่านมาระหวา่ งปฏิกิรยิ าของสงั กะสีและทองแดงเม่อื
เรานามาประกอบเข้าจนครบองคป์ ระกอบของเซลล์กัลวานกิ จะไดอ้ งคป์ ระกอบดงั ภาพ โดยองคป์ ระกอบท่ี
สาคญั ของเซลล์กัลวานกิ จะประกอบไปด้วย
1. ขวั้ ไฟฟ้า (Electrode) ทท่ี าหน้าทเี่ ปน็ ข้วั แคโทดและแอโนด สว่ นใหญค่ ือแผ่นโลหะทเ่ี ราตอ้ งการ
ศึกษาหรือนามาทาปฏิกริ ิยานั่นเอง
2. สารละลายอิเล็กไทรไลต์ (Electrolyte solution) คือสารละลายทบี่ รรจใุ นบีกเกอร์ท่ีเราจะนา
ชนดิ ของขั้วไฟฟ้าจุ่มอยู่ โดยสารละลายดังกลา่ วต้องเป็นโลหะไอออนของโลหะน้ัน และแตกตัวเป็นไอออนได้ดี
เช่น สารละลายอิเล็กโทรไลต์ของขั้วไฟฟา้ สังกะสี ก็คือ ZnSO4 เนอ่ื งจากเม่ือละลายนา้ จะแตกตัวเป็นไอออน
และได้ไอออนของ Zn2+ น่นั เอง
3. สะพานเกลือ ส่วนใหญ่นยิ มใช้กระดาษกรองตดั เปน็ แผน่ แล้วชุบลงไปในเกลอื พวก KNO3 ท่ีอมิ่ ตวั
มากๆ เพอ่ื เพมิ่ ประสิทธภิ าพในการเดินทางข้ามของไอออนของโลหะท้ัง 2 ฝัง่ ของบกี เกอร์
4. โวลต์มเิ ตอร์ คืออุปกรณ์ที่ใชว้ ัดศกั ยไ์ ฟฟ้าที่เกิดข้นึ ภายในปฏกิ ิรยิ า และสามารถใช้ทานายทิศ
ทางการไหลของอิเล็กตรอนไดด้ ้วย

PLC วงรอบท่ี 1 118
นายรณชยั อินรงั

เพอื่ ความเข้าใจในเน้ือหามากขึ้น เราจะมาลองศึกษาเซลล์กัลวานกิ กบั การทดลองที่ 2 เร่ือง
การถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก์ ัลวานกิ พร้อมกัน

4.2 ครูใหน้ ักเรยี นแบง่ กลุ่ม กลุ่มละ 4-5 คน โดยคละความสามารถของนักเรียนและให้กาหนดหน้าที่
ของสมาชิกแต่ละคนใหช้ ดั เจน

4.3 นกั เรียนรบั ใบกจิ กรรมการทดลองท่ี 2 เรือ่ ง การถ่ายโอนอิเลก็ ตรอนในเซลลก์ ลั วานิก (ดังแนบ

ในภาคผนวก) ศึกษาพร้อมกันและเขียนลาดับข้ันตอนของการทดลองในรูปของ flow chat ลงในสมุดเป็น

รายบคุ คล

Pre – Lab
ครชู ี้แจงชอ่ื และจุดประสงค์ กิจกรรมการทดลอง พรอ้ มแนะนาอปุ กรณท์ ใี่ ชใ้ นการทดลอง

จุดประสงคข์ องการทดลอง(Objective)
1. เพ่ือศึกษาวิธีสร้างเซลลก์ ัลวานกิ และปฏิกริ ิยาทเ่ี กดิ ข้ึนภายในเซลล์

อปุ กรณก์ ารทดลอง (Materials)
1. บีกเกอร์ (Beaker)
2. แทง่ แก้วคนสาร (Sterling rod)
3. แผน่ พลาสตกิ ตดิ เครือ่ งแกว้ (Lebel)
4. กระดาษกรอง
5. โวลตม์ เิ ตอร์ (Volte meter)
สารเคมี (Chemicals)
1. สารละลายซงิ ค์(II)ซลั เฟต ความเข้มขน้ 0.1 mol/L (ZnSO4)
2. สารละลายคอปเปอร(์ II)ซลั เฟต ความเขม้ ข้น 0.1 mol/L (CuSO4)
3. กรดไฮโดรคลอรกิ ความเข้มขน้ 2.0 mol/L (HCl)
4. แผน่ โลหะทองแดงบริสุทธิ์
5. แผน่ โลหะสงั กะสีบริสทุ ธ์ิ
วธิ ีการทดลอง (Procedure)
1. จุ่มแผ่นทองแดงขนาด 0.5 cm x 5.0 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ท่ีมีสารละลาย CuSO4 1.0
mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3 เขียนฉลาก Cu(s)/Cu2+(aq) ติดท่ีข้างบีกเกอร์ และจุ่มแผ่นสังกะสีขนาด
0.5 cm x 5.0 cm ลงในบีกเกอร์ขนาด 50 cm3 ท่ีมีสารละลาย ZnSO4 1.0 mol/dm3 ปริมาตร 20 cm3
และเขียนฉลาก Zn(s)/Zn2+(aq) ติดทีข่ ้างบกี เกอร์
2. นาบกี เกอร์ที่มีโลหะจุ่มอยู่ในสารละลายท่ีเตรียมไว้ในข้อ 1 มาวางชิดกัน ใช้สะพานเกลือ (ทาจากกระดาษ
กรองจมุ่ ในสารละลายของแตล่ ะบีกเกอร์)
3. ตอ่ แผนทองแดงและแผ่นสังกะสีเข้ากับโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเข็มโวลต์มิเตอร์และอ่านค่า
ความต่างศกั ย์
4. สลบั ขั้วของโวลต์มิเตอร์ สังเกตทิศทางการเบนของเขม็ โวลตม์ ิเตอรแ์ ละอ่านคา่ ความตา่ งศักย์
5. ใช้หลอดไฟขนาด 1.0 V มาตอ่ กบั ขั้วทองแดงและขั้วสงั กะสแี ทนโวลต์มเิ ตอร์ สงั เกตการเปล่ยี นแปลง
6. ทาการทดลองเชน่ เดียวกบั ข้อ 1-5 แตใ่ ชค้ ร่ึงเซลล์คตู่ ่อไปน้ี และเปลี่ยนสะพานเกลือใหมท่ กุ คร้ัง

PLC วงรอบที่ 1 119
นายรณชัย อินรงั

ตัวอย่างการสร้างเซลลก์ ัลวานิก
Lab

นักเรียนลงมือปฏิบัติกิจกรรมการทดลองที่ 2 เร่ือง การถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์
กัลวานกิ โดยต้อง
ลงมอื ปฏิบตั กิ ารทดลองครบทุกตอน
Post – Lab
1) ครูสุม่ ใหต้ วั แทนของนักเรียนบางกล่มุ ออกมาบนั ทึกผลการทดลองบนกระดาน
2) นักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายผลการทดลองพร้อมท้งั สรปุ ผลการทดลอง
คาถามท้ายการทดลอง (Observe)

1) เมื่อต่อคร่ึงเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับคร่ึงเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดขึ้น
หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ที่เกิดข้ึน
ภายในเซลล์ ?

2) จงเปรียบเทียบความสามารถในการเปน็ ตัวออกซิไดสแ์ ละตัวรีดวิ ซข์ องสาร ?
3) การทดลองนมี้ ีประโยชน์อยา่ งไร ?
4) สะพานเกลอื ทาหนา้ ที่อย่างไร ?
ขัน้ ท่ี 5 ประเมิน (evaluation;30 นาที)

5.1 ครอู ภปิ รายแนวทางผลการทดลองและตารางบันทึกผลการทดลองท่ี 2 เรื่อง การถ่าย
โอน อิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก ท่ีได้มอบหมายให้นักเรียนปฏิบตั ิกิจกรรมไปก่อนหน้า

แนวทางการอภิปรายผลการทดลองและตารางบันทกึ ผลการทดลอง
ครรู ว่ มอภิปรายผลการทดลองร่วมกบั นักเรยี นได้แนวสรปุ ออกมาดงั นี้

PLC วงรอบท่ี 1 120
นายรณชยั อินรงั

ตารางท่ี 2.2 แสดงผลการศกึ ษาการถ่ายโอนของอเิ ล็กตรอนในเซลล์กัลป์วานิก

ครึ่งเซลลค์ ทู่ ต่ี อ่ กัน ข้ัวไฟฟ้าท่ีเข็มโวลต์ คา่ ความตา่ งศกั ย์ (V)

มเิ ตอรเ์ บนเขา้ หา
Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s) เบนเขา้ หาข้วั แคโทด ขน้ึ อยู่กับผลการทดลอง

Cu(s)/Cu2+(aq)//Zn2+(aq)/Zn(s) เบนเขา้ หาขั้วแอโนด ข้ึนอย่กู ับผลการทดลอง

แนวทางการอภปิ รายการตอบคาถามท้ายการทดลอง

1) เม่ือต่อครึ่งเซลล์ Zn(s)/Zn2+(aq) กับครึ่งเซลล์ Cu(s)/Cu2+(aq) มีปฏิกิริยาถ่ายโอนอิเล็กตรอนเกิดข้ึน

หรือไม่ ทราบได้อย่างไร จงเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาออกซิเดชัน รีดักชัน และปฏิกิริยารีดอกซ์ท่ีเกิดข้ึน

ภายในเซลล์ ? [แนวทางคาตอบ ; มกี ารไหลของอิเล็กตรอนเกิดขึ้นสังเกตจากเข็มของโวลต์มิเตอร์ท่ีเบนไป

ทางขัว้ ทองแดง Zn2+(aq) + 2 e ตวั รดี วิ ซค์ ือ Zn
ครึ่งปฏิกิริยาออกซิเดชัน คอื Zn(s) Cu(s) ตวั ออกซไิ ดส์ คือ Cu2+
ครง่ึ ปฏิกริ ยิ ารดี ักชัน คอื Cu2+(aq) + 2 e Zn2+(aq) + Cu(s)
ครึง่ ปฏกิ ิริยารีดอกซ์ คอื Zn(s) + Cu2+(aq)

2) จงเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวออกซไิ ดส์และตัวรดี วิ ซข์ องสาร ? [แนวทางคาตอบ ; โลหะ
สงั กะสีสามารถให้อเิ ล็กตรอนได้ดีกวา่ โลหะทองแดง ดงั นนั้ สงั กะสีจึงมีความเป็นตัวรีดิวซ์มากกว่าทองแดง
ในขณะเดยี วกัน ทองแดงสามารถรับอิเล็กตรอนไดด้ ีกวา่ จงึ เปน็ ตัวออกซิไดส์ไดด้ ีกวา่ สงั กะสี ]

3) การทดลองน้ีมีประโยชน์อย่างไร ? [แนวทางคาตอบ ; ใช้ทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาของเซลล์
กัลวานกิ หรอื เปรยี บเทยี บคา่ ศักยไ์ ฟฟา้ ของโลหะแต่ละชนิดได้]

4) สะพานเกลอื ทาหนา้ ทีอ่ ยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; เช่ือมต่ออิเล็กโทรไลต์ 2 ครึ่งเซลล์ โดยสารอิเล็ก
โทรไลต์ไม่ปนกนั รกั ษาสมดลุ ระหวา่ งไอออนบวกและลบในอิเลก็ โทรไลต์]

แนวทางการอภิปรายการสรุปผลการทดลอง
ครูใหน้ ักเรียนศกึ ษาแนวทางการสรุปผลการทดลองจากคาถามทา้ ยการทดลองเพ่ือเปน็ แนวทาง

[แนวทางสรุปผลการทดลอง; จากการทดลอง เมื่อนาสองคร่ึงเซลล์ต่างชนิดกันมาต่อด้วยสะพาน
เกลือ ซ่ึงทาหน้าที่ให้ไอออนเคลื่อนที่จากสารละลายหนึ่งไปยังอีกสารละลายหน่ึง เมื่อองค์ประกอบครบ
วงจร จะพบว่าอิเล็กตรอนจะไหลออกจากโลหะที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าต่า คือโลหะสังกะสี โดยเข็มของโวลต์
มิเตอร์จะเบนเข้าหาโลหะทองแดงที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าโดยทาหน้าท่ีรับอิเล็กตรอนน่ันเอง และสามารถ
สังเกตเหตุโลหะสงั กะสเี กิดการพอกพูนของตะกอนสแี ดงของทองแดงเม่ือทิ้งไว้เป็นระยะเวลานาน ๆ โลหะ
สงั กะสีจะเกิดการกร่อนเนือ่ งจากสูญเสยี อิเลก็ ตรอนน่ันเอง]

5.2 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดังนี้ การตอบคาถามในชั้นเรียน การปฏิบัติกิจกรรมกลุ่ม
ทกั ษะการทดลอง และประเมนิ การจดบันทึกในสมุดของนกั เรียน

PLC วงรอบที่ 1 121
นายรณชัย อนิ รงั

ช่วั โมงท่ี 10-12 เรอ่ื ง องค์ประกอบของเซลลก์ ลั วานกิ กบั การเขียนแผนภาพเซลล์แบบย่อ (การทดลอง, ทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์, กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด, กระบวนการวิเคราะห์ข้อมูล, การนาเสนอ
และและอภปิ รายขอ้ มูล, กระบวนการจัดการเรียนการสอนแบบ 5 Es)
ข้นั ท่ี 1 สร้างความสนใจ (Engagement;5 นาที)

1.1 ครสู รา้ งความสนใจใหน้ กั เรยี นร่วมกันอภปิ รายประเด็น การทดลองดังนี้ใหน้ กั เรียนรว่ มกนั ตอบ
คาถาม

Mg(s)/Mg2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)
- จากการทดลอง ครูกาหนดให้โลหะใดเปน็ ขวั้ แอโนด และ ข้ัวใดเปน็ ขั้วแคโทด [แนวทางคาตอบ ;

ข้วั แอโนดคอื Mg ข้ัวแคโทด คือ Cu]
- เมือ่ ต่อองคป์ ระกอบครบวงจรตามหลกั การของเซลลก์ ัลวานิกจะเกดิ กระแสไฟฟ้าหรอื ไม่ นักเรียน

ทราบได้อยา่ งไร ? [แนวทางคาตอบ ; ศึกษาขอ้ มูลจากค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของคร่งึ เซลล์
รีดกั ชันท่ี 298 K ปฏิกิรยิ าสามารถเกิดได้เนื่องจาก Mg มคี ่าศักย์ไฟฟา้ ต่ากวา่ Cu ทาหนา้ ที่
เปน็ ข้ัวแอโนดถูกตอ้ ง และ Cu เปน็ ขว้ั แคโทดถกู ต้อง ]

เราสามารถคาดการณ์หรือเลือกข้ัวไฟฟ้าในการทาปฏิกิริยาเบ้ืองต้นได้โดยกา รศึกษาค่าศักย์ไฟฟ้า
มาตรฐานของครง่ึ รดี กั ชันท่ี 298 K ได้เบื้องต้น โดยหลักการของเซลล์กัลวานิก ข้ัวแอโนดหรือขั้วที่ทาหน้าท่ีให้
อเิ ล็กตรอนต้องมคี ่าศักย์ไฟฟ้าตา่ ๆ จะให้อิเลก็ ตรอนได้ดี ส่วนขั้วที่มีค่าศักย์ไฟฟ้าสูงจะทาหน้าที่รับอิเล็กตรอน
ได้ดีกว่า สาหรับทฤษฎีกับการปฏิบัติจะสอดคล้องสัมพันธ์กันหรือไม่เราจะมาลองศึกษาพร้อมกันกับกิจกรรม
การเรียนรู้ตอ่ ไปน้ี

1.2 ครูแจง้ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรูก้ อ่ นเข้าส่เู นอ้ื หา

ขนั้ ท่ี 2 สารวจและค้นหา (Exploration;55 นาที)
2.1 ครูกาหนดคู่ของข้ัวไฟฟ้าต่อไปน้ีให้นักเรียนทานายทิศทางการเกิดปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิกว่า

ปฏกิ ริ ิยาสามารถเกดิ ข้ึนเองหรือไม่ (ใบงานที่ 2.1 การทานายทิศทางการไหลของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวา
นิก ดังแนบในภาคผนวก) โดยการเปรียบเทียบขอ้ มูลจาก ค่าศกั ย์ไฟฟา้ มาตรฐานของครึ่งรีดกั ชันท่ี 298 K

2.2 ครูให้นักเรียนศึกษาคาตอบเพิ่มเติมจากสื่อวีดีทัศน์ การทดลองเซลล์ไฟฟ้าเคมี ตอน เซลล์
กัลวานิก สอ่ื ประกอบการเรยี นการสอนของสถาบนั สง่ เสริมการสอนวทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)

ขัน้ ที่ 3 อธิบายและลงข้อสรุป (Explanation;30 นาที)
ครูร่วมอธิบายและลงข้อสรุปกับนักเรียนเกี่ยวกับ ใบงานท่ี 2.1 เร่ือง การทานายทิศทางการไหล

ของอิเล็กตรอนในเซลล์กัลวานิก (ดังแนบในภาคผนวก) ที่ได้มอบหมายให้นักเรียนปฏิบัติกิจกรรมก่อนหน้า
เพื่อขยายความเข้าใจให้กบั นกั เรยี น

จากผลการศึกษาบางคกู่ ารทดลองนักเรียนจะสังเกตเห็นได้ว่า ค่าศักย์ไฟฟ้าท่ีเกิดข้ึนมีค่าติดลบ แสดง
ให้เห็นวา่ ปฏกิ ริ ยิ าไม่สามารถเกดิ ขึ้นเองได้ สาเหตุมาจากการใช้ข้ัวไฟฟ้าที่มีศักย์ไฟฟ้าไม่สอดคล้องกับคร่ึงของ

PLC วงรอบที่ 1 122
นายรณชยั อินรงั
ปฏกิ ิรยิ า เราสามารถแกไ้ ขได้โดยการสลับขั้วไฟฟ้า จะทาใหค้ า่ ศกั ย์ไฟฟ้าทีไ่ ดม้ คี ่าเปน็ บวก ปฏิกิริยาจะสามารถ
ดาเนินตอ่ ไปได้น่นั เอง
ขนั้ ท่ี 4 ขยายความรู้ (Elaboration;60 นาที)
4.1 ครขู ยายความรใู้ หก้ ับนกั เรยี นในเร่ือง การเขยี นแผนภาพเซลล์ โดยมีรายละเอยี ดดงั น้ี
Zn(s)/Zn2+(aq)//Cu2+(aq)/Cu(s)
จากสมการแสดงดงั กลา่ ว เรียกวา่ แผนภาพเซลล์แบบยอ่ ที่นักเรียนคนุ้ เคยและรู้จักกันมาบา้ งแลว้ สาหรบั
หลักการเขยี นมแี นวปฏิบัติอย่างไร เราจะมาศึกษาพร้อมกันกบั เนอื้ หาต่อไปน้ี

ภาพท่ี 2.3 องค์ประกอบของเซลล์กัลวานิก
แผนภาพเซลล์แบบยอ่ คอื การแสดงองคป์ ระกอบของการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าของเซลล์กัลวานิกท้ังหมดดังแสดง
ในภาพ เพื่อความสะดวกในการศึกษาเรอ่ื งเซลลไ์ ฟฟา้ เคมี จงึ นยิ มเขียนแผนภาพเซลล์แทนการวาดรปู หรอื
บรรยาย หลกั การเขียนตามฟอร์มดังนี้

ขว้ั ไฟฟ้าแอโนด/สารละลายอเิ ลก็ โทรไลต์ทขี่ ว้ั แอโนด//สารละลายอิเลก็ โทรไลต์ทีข่ วั้ แคโทด/ขวั้ ไฟฟา้ แคโทด

- ข้วั ไฟฟา้ ตอ้ งระบุสถานะของขัว้ ไฟฟ้าในวงเลบ็ ดว้ ยเสมอ เช่น Zn(s)
- สารละลายอิเล็กโทรไลตก์ รณมี ีความเขม้ ขน้ ต้องใส่ความเข้มขน้ ด้วย เชน่ Cu2+ (aq, 1mol/L)
- แตล่ ะคร่งึ ปฏิกริ ยิ าท่เี กิดตอ้ งค่นั ด้วยสะพานเกลือ โดยการใชส้ ญั ลักษณ์ (//)
ตวั อย่างการเขียนแผนภาพเซลล์ในกรณที ี่ต้องระบุความเข้มข้นและค่าความดันของแก๊สกรณขี ว้ั ไฟฟ้ามสี ถานะ
เป็นแก๊ส และมีขว้ั ไฟฟา้ ชว่ ยอยดู่ ว้ ย

PLC วงรอบที่ 1 123
นายรณชัย อินรัง

การเขียนแผนภาพเซลลแ์ บบยอ่

ภาพท่ี 2.4 การต่อคร่งึ เซลล์ไฮโดรเจนมาตรฐานกับครึง่ เซลล์ทองแดงมาตรฐาน
สรุปหลกั ในการเขยี นแผนภาพเซลลก์ ัลวานิก ไดด้ ังต่อไปน้ี
1. เขียนครง่ึ เซลลแ์ อโนดไวท้ างซา้ ย คั่นดว้ ยสะพานเกลือ (//) แลว้ เขยี นครง่ึ เซลลแ์ คโทดไวท้ างขวา
2. แต่ละครงึ่ เซลล์ใหเ้ ขียนขว้ั ไฟฟ้าไวร้ มิ สดุ สารทอ่ี ยู่ในสถานะเดียวกนั คน่ั ด้วย (,) ถา้ ตา่ งสถานะค่นั ดว้ ย (/)
3. ระบุสถานะของสารโดยใช้ (s), (l), (g) และ (aq) สารละลายที่ทราบความเขม้ ขน้ ใหร้ ะบคุ วามเขม้ ข้นใน
วงเลบ็ เช่น (aq, 1 mol/dm3) หรือ (aq, 1 M) ข้ัวไฟฟ้าแก๊สถา้ ทราบความดนั ต้องระบุความดันโดยใส่ใน
วงเลบ็ ดว้ ย เชน่ (g, 1 atm)
4. ถ้าทราบแผนภาพเซลล์สามารถเยนสมการแสดงปฏิกริ ยิ าคร่งึ เซลล์ และปฏกิ ริ ยิ าของเซลลไ์ ฟฟา้ ได้

4.2 ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นทา ใบงานท่ี 2.2 เรอ่ื ง แผนภาพเซลล์ (ดงั แนบในภาคผนวก) เพื่อ
ตรวจสอบและทบทวนความรู้ความเข้าใจของนักเรียน

ขัน้ ที่ 5 ประเมนิ (evaluation;30 นาที)
5.1 ครูอภปิ รายแนวทางคาตอบจาก ใบงานที่ 2.2 เรื่อง แผนภาพเซลล์ (ดังแนบในภาคผนวก) ที่

ไดม้ อบหมายให้นักเรยี นปฏบิ ัติกิจกรรมไป
5.2 ครปู ระเมินการเรียนรู้ของนกั เรียน ดงั น้ี การตอบคาถามในชน้ั เรยี น การรว่ มกิจกรรมกลมุ่ และ
ประเมนิ การจดบันทึกในสมดุ ของนักเรยี น

ผลท่ไี ดจ้ ากกิจกรรม

1. นักเรียนเกิดทักษะทดลอง เปรียบเทียบ เพื่อศึกษาปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนระหว่างโลหะกับโลหะ
ไอออน พร้อมเขยี นสมการออกซิเดชัน รดี ักชนั ปฏิกิรยิ ารีดอกซ์ ระบแุ ละเปรียบเทียบความสามารถในการเป็น
ตวั ออกซิไดส์ และตวั รีดวิ ซข์ องปฏกิ ิริยาได้
2. นักเรียนเกิดทักษะการทดลอง อธิบาย ระบุส่วนประกอบของเซลล์กัลวานิกและส่วนประกอบคร่ึงเซลล์
อธิบายปฏิกิริยาการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในเซลล์ สามารถเขียนแผนภาพเซลล์ ตลอดจนอธิบายการหา
ศกั ยไ์ ฟฟ้าของเซลล์ และ ใชค้ ่า E  หาศักยไ์ ฟฟา้ ของเซลลเ์ ปรียบเทียบตัวออกซิไดส์ ตวั รีดวิ ซ์ และทานายทิศ
ทางการเกดิ ปฏกิ ิรยิ าได้

รับรองข้อมลู ถูกต้อง PLC วงรอบที่ 1 124
นายรณชัย อินรงั
(นายรณชยั อินรงั )
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครชู านาญการ รับรองข้อมลู ถูกต้อง

วนั ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564 (นางจิรพร วงศ์ชยั พาณชิ ย)์
ผอู้ านวยการโรงเรียนสรอยเสรีวิทยา
วนั ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2564


Click to View FlipBook Version