The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 2/2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Piyada Saengngaosuea, 2023-02-28 22:29:58

โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ของร้านลุงปอย ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์

ระดับชั้นประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงชั้นปีที่ 2/2 สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์

8.3 ประวัติความเป็นมาของพระพุทธชินราช พระพุทธชินราช ประดิษฐานอยู่ ณ วิหารด้านตะวันตกในวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ.ศ.1900 ตรงกับรัชสมัยพระมหาธรรม ราชาที 1 (ลิไทย) พระมหากษัตริย์แห่งกรุงสุโขทัยพร้อมกับพระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดาและพระเหลือ พระพุทธชินราชได้รับการยอมรับว่าเป็นพระพุทธรูปที มีพุทธลักษณะงดงามที สุดองค์หนึ งและยังเป็น พระพุทธรูปที นิยมจ้าลองกันมากที สุดในประเทศไทย แสดงดังภาพที 8-3 ภาพที่ 8-8 พระพุทธชินราช (ที่มา : https://cpc.rtaf.mi.th) 8.3.1 ประวัติพระพุทธรูปที ประชาชนชาวไทยศรัทธาและนิยมเดินทางมากราบไหว้มาก ที สุด พระพุทธชินราช ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าสร้างในสมัยใด มีแต่พงศาวดารเหนือ ซึ งเป็น เอกสารที เล่าถึงต้านานเมืองเหนือเรื องต่าง ๆ สมัยกรุงศรีอยุธยา ถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่โดยพระวิเชียร ปรีชา (น้อย) ในปี พ.ศ.2350 ที อ้างถึงกษัตริย์เชียงแสน พระนามว่า“พระเจ้าศรีธรรมไตรปิฎก”เป็น ผู้สร้างพร้อมกับการสร้างเมืองพิษณุโลกและพระพุทธรูป อีก 2 องค์คือ พระพุทธชินสีห์และพระศรี ศาสดา พ.ศ.2409 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีพระราชนิพนธ์เพิ มเติมเกี ยวกับประวัติ การสร้างพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา ในชื อ "ต้านานพระพุทธชินราช พระพุทธชินศรี และพระศรีศาสดา" ในหนังสือวชิรญาณวิเศษ โดยใช้พงศาวดารเหนือในการอ้างอิง จึง ท้าให้มีเนื้อหาหลักคล้ายคลึงกัน แต่เพิ มเติมการสร้างพระเหลือเข้าไป และมีการระบุศักราชในการ สร้างพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ไว้ดังนี้ พระพุทธชินสีห์และพระศรีศาสดาหล่อขึ้นในปีพ.ศ.1498 และ พระพุทธชินราชหล่อขึ้นในปีพ.ศ.1500 ในปี พ.ศ.2423 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้า เจ้าอยู่หัว สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาปวเรศวริยาลงกรณ์ ได้ทรงแต่งต้านานการสร้างพระ พุทธชินราชขึ้นอีก ส้านวนหนึ งชื อ "พงษาวดารเหนือ : เป็นลิลิตเรื องนิทานพระร่วงแลนิทานพระเจ้า ธรรมไตรปิฎกนิทานพระชินศรี พระชินราช พระศาสดา" ซึ งมีเนื้อเรื องเช่นเดียวกับพงศาวดารเหนือ และพระราชนิพนธ์ ในพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เพิ มความสัมพันธ์ระหว่าง พระบรมราชจักรีวงศ์กับพระพุทธชินราชเข้าไปด้วย สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด้ารง


ราชานุภาพ ได้มีพระด้าริเกี ยวกับประวัติการสร้างพระพุทธชินราช จากหลักฐานทางพุทธศิลป์น้ามา เปรียบเทียบกับพงศาวดารเหนือว่า พระพุทธชินราช ถูกสร้างขึ้นในสมัยสุโขทัย เนื องจากพุทธศิลป์ อย่างพระพุทธรูปสุโขทัยระคนกับพุทธศิลป์เชียงแสนแต่มีพัฒนาการไปกว่าพระพุทธรูปที มีอยู่เดิม และช่างผู้สร้างพระพุทธชินราชกับพระพุทธชินสีห์นั้นเป็นช่างเดียวกัน หากแต่พระศรีศาสดาเป็นช่างอื น จากลักษณะประติมากรรมของพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ที ปรากฏ เมื อพิจารณาช่วงเวลาการสร้างแล้ว ทรงคาดว่า พระพุทธรูปทั้ง 3 องค์จะสร้างในรัชสมัยพระมหาธรรมราชาที 1 ในปีพ.ศ.1900 นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานเกี ยวกับประวัติการสร้างพระพุทธชินราชว่าจะถูกสร้างขึ้นในสมัย กรุงศรีอยุธยา โดยพิชญา สุ่มจินดา ซึ งได้ก้าหนดอายุเวลาของพระพุทธชินราชขึ้นใหม่ จากพุทธลักษณะ ขององค์พระพุทธรูปจากรูปแบบของเรือนแก้ว โดยเทียบเคียงกับลวดลายบนซุ้มเรือนแก้วที วัด พระบรมธาตุ จังหวัดนครศรีธรรมราช อายุเวลาของลวดลาย ดังกล่าว อาจก้าหนดได้ในช่วงสมัย อยุธยาตอนปลาย และจากสถาปัตยกรรมของพระวิหาร ในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช (พ.ศ.2199 - 2232) ตามความเห็นที ได้รับการยอมรับมากที สุด ณ ขณะนี้คือ ความเห็นในแนวทาง เดียวกับ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาด้ารงราชานุภาพ ที เชื อว่าพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์นี้ถูก สร้างขึ้นในราว พ.ศ.1900 ในรัชสมัยของพระมหาธรรมราชาที 1 (ลิไทย) 8.3.2 การลงรักปิดทอง เดิมพระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปส้าริดมิได้มีการลงรักปิดทอง ตั้งแต่แรกสร้าง ต่อมาในปี พ.ศ.2146 สมเด็จพระเอกาทศรถได้เสด็จแปรพระราชฐานมายังเมือง พิษณุโลกและพระราชด้าเนินมานมัสการพร้อมทั้งโปรดให้ มีการน้าเครื องราชูปโภคมาตีแผ่เป็น ทองค้าเปลว ส้าหรับปิดทองพระพุทธชินราช ครั้งนั้นจึงถือเป็นการลงรักปิดทองครั้งแรก ต่อมายังมี การลงรักปิดทองอีก 2 ครั้งในปีพ.ศ.2444 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีการ ถวายสังวาลย์เพชรเป็นพุทธบูชาพร้อมกับการหล่อพระพุทธชินราช (จ้าลอง) เพื อน้าไปประดิษฐาน เป็นพระประธาน ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร กรุงเทพมหานคร และในปี พ.ศ.2547 รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร 8.3.4 การสงคราม พระพุทธชินราชเป็นพระพุทธรูปส้าคัญที ประดิษฐานอยู่ ณ วิหาร ด้านตะวันตกของหมู่พระวิหารและระเบียงคด ท้าให้เมื อมีการศึกสงครามโดยเฉพาะในศึกอะแซหวุ่นกี้ พ.ศ.2318 เมื ออะแซหวุ่นกี้และทัพพม่า สามารถตีเมืองพิษณุโลกได้ จึงเผาท้าลายพระราชวังจันทน์กับ พระวิหารประธานด้านตะวันออกที ประดิษฐานพระอัฏฐารสเท่านั้น พระพุทธชินราชและพระวิหาร ที ประดิษฐาน ไม่ได้โดนเผาท้าลายไป 8.3.5 การเคลื อนย้ายที ประดิษฐานและการจ้าลอง ในปี พ.ศ.2442 รัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้มีการสถาปนาวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามขึ้น เป็นพระอารามหลวง ประจ้าพระราชวังดุสิต พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์ ที จะอัญเชิญ พระพุทธชินราชไปประดิษฐานเป็นพระประธาน ณ พระอุโบสถวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม


ดังข้อความ ในพระราชปรารภ "เห็นพระพุทธลักษณะแห่งพระพุทธชินราชว่างาม หาพระพุทธรูปองค์ ใดเปรียบมิได้ ครั้นเมื อสร้างวัดเบญจมบพิตรขึ้น ได้พยายามหาพระพุทธรูปซึ งจะเป็นพระประธาน ทั้งในกรุงแลหัวเมือง...ก็ไม่เป็นที พอใจ จึงคิดเห็นว่า จะหาพระพุทธรูปองค์ใดให้สวยงามเสมอพระพุทธ ชินราชนั้นไม่มีแล้ว..." แต่ด้วยเหตุที พระพุทธชินราชไม่เคยถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ ที แห่งใดเลย และทรงเกรงว่าเมื อราษฎรชาวพิษณุโลกทราบข่าวการอัญเชิญพระพุทธชินราชไปประดิษฐาน ยังกรุงเทพมหานคร จะพากันเศร้าโศกเหมือนเมื อครั้ง ที สมเด็จพระบวรราชเจ้ามหาศักดิพลเสพโปรด ให้อัญเชิญพระพุทธชินสีห์ลงไปประดิษฐานยังกรุงเทพมหานคร ในปีพ.ศ.2327 และในเวลาไล่เลี ยกัน มีพระสงฆ์รูปหนึ ง ได้อัญเชิญพระศรีศาสดาลงไปประดิษฐานยังกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจึงมีพระราชด้าริที จะหล่อพระพุทธชินราช (จ้าลอง) ขึ้น แทน ดังความในพระราชปรารภที ว่า "ครั้นจะเชิญพระพุทธชินราชลงมาก็เห็นว่าเป็นหลักเป็นศิริของ เมืองพิศณุโลก... จึงได้ปรารภที จะคิดหล่อขึ้นใหม่ให้เหมือนพระพุทธชินราช..." ในปีพ.ศ.2444 จึงได้ มีการหล่อพระพุทธชินราช (จ้าลอง) ณ บริเวณเดิม (โพธิ์ 3 เส้า) ที มีการหล่อพระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ และพระศรีศาสดา และอัญเชิญพระพุทธชินราช (จ้าลอง) ลงแพแล้วล่องลงมายัง กรุงเทพมหานครต่อไป 8.3.6 ลักษณะทางพุทธศิลป์ พระเกศรัศมียาวเป็นเปลวเพลิง พระเกศาขดเป็นก้นหอย ขนาดใหญ่ วงพระพักตร์ค่อนข้างกลมไม่ยาวรีเหมือนผลมะตูมเช่นพระพุทธรูปสมัยสุโขทัยหมวดใหญ่ มีพระอุณาโลมผลิกอยู่ระหว่างพระขนง พระวรกายอวบอ้วน มีสังฆายาวปลายหยักเป็นเขี้ยวตะขาบฝัง ด้วยแก้ว นิ้วพระหัตถ์ทั้งสี ยาวเสมอกัน (ทีฆงคุลี) ฝ่าพระบาทแบนราบ ค่อนข้างแคบ เมื อเทียบกับ พระพุทธรูปสมัยสุโขทัยหมวดใหญ่ ส้นพระบาทยาว มีรูปอาฬวกยักษ์และรูปท้าวเวสสุวัณ หล่อด้วย ทองสัมฤทธิ์เฝ้าอยู่ที พระเพลาเบื้องขวาและซ้ายขององค์ตามล้าดับ มีซุ้มเรือนแก้วและสลักด้วยไม้สัก ลงรักปิดทอง ประดับเบื้อง พระปฤษฎางค์ประณีตอ่อนช้อยช่วยเน้นให้พระวรกายของพระพุทธชิน ราชมีความงดงามยิ งขึ้น 8.3.7 การจัดหมวดหมู่ พระพุทธชินราชถูกจัดให้อยู่ใน (หมวดพระพุทธชินราชพระพุทธรูป สกุลช่างเมืองพิษณุโลก ซึ งมีลักษณะต่างจากหมวดใหญ่เล็กน้อย คือ พระพักตร์ที อวบอ้วนมากกว่า และที ส้าคัญคือการท้าปลายนิ้วพระหัตถ์ทั้ง 4 ยาวเสมอกัน ซึ งเป็นลักษณะเฉพาะของพระพุทธรูป หมวดนี้) ถือเป็น 1 ใน 4 หมวดของพระพุทธรูปสมัยสุโขทัย 8.3.8 ประเพณีงานสมโภชพระพุทธชินราช ช่วงวันมาฆะบูชา (วันเพ็ญเดือน 3 ของทุกปี) รวมเวลา 7 วัน 7 คืน


8.3.9 การขึ้นทะเบียน กรมศิลปากร ขึ้นทะเบียนโบราณวัตถุสถาน ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 53 ตอนที 34 หน้า 1526วันที 27กันยายน พ.ศ.2479 กระทรวงศึกษาธิการ ประกาศเป็นพระพุทธรูปส้าคัญ ตามบัญชีแนบท้ายระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วยการก่อสร้างอนุสาวรีย์แห่งชาติ และการ จ้าลองพระพุทธรูปส้าคัญ พ.ศ.2520 8.3.10 ขั้นตอนการหล่อพระพุทธรูป ประกอบด้วย 6 ขั้นตอน ดังนี้ 8.3.10.1 ขั้นตอนการปั้น คือ การปั้นต้นแบบองค์พระประธานตามแบบที ต้องการ เมื อปั้นต้นแบบเสร็จแล้ว โดยปกติแล้วช่างปั้นแต่ละท่าน จะใช้วัสดุการปั้นที แตกต่างกัน แล้วแต่รูปแบบของงาน เช่น ขี้ผึ้ง ปูน ดินเหนียว เป็นต้น แสดงดังภาพที 8-9 ภาพที่ 8-9 ขั้นตอนการปั้นพระพุทธรูป (ที่มา : https://www.ptfoundry.com) 8.3.10.2 ขั้นตอนในการท้าแม่พิมพ์คือ การถอดแม่พิมพ์หรือท้าบล็อกนั้นโดย การถอดแบบจากผลงานรูปปั้นต้นแบบ เพื อเป็นแม่พิมพ์ในการผลิตผลงานมากกว่า 1 ชิ้น โดยไม่ต้อง ปั้นต้นแบบใหม่ วัสดุอุปกรณ์หลัก ๆ ในการถอดพิมพ์เช่น ไฟเบอร์หรือปูนปลาสเตอร์ยางซิลิโคน แสดงดังภาพที 8-10 ภาพที่ 8-10 ขั้นตอนการท้าแม่พิมพ์ (ที่มา : https://www.ptfoundry.com)


8.3.10.3 ขั้นตอนการท้าหุ่น คือ การน้าต้นแบบที เป็นขี้ผึ้งที แกะมาจาก พิมพ์น้าไปเผาไฟ โดยก่อนเผาไฟ ช่างหุ่นจะต้องน้าต้นแบบขี้ผึ้งมาท้าการเดินฉนวน (ทางเดินน้้าทอง) พอกด้วยปูนและใช้วัสดุอื น ๆ ตามความช้านาญของช่างแต่ละคน ก่อนน้าไปเผา วัสดุหลัก ๆ เช่น ขี้ผึ้ง ปูน ทราย ลวด ตะปูเป็นต้น แสดงดังภาพที 8-11 ภาพที่ 8-11 ขั้นตอนการท้าหุ่น (ที่มา : https://www.ptfoundry.com) 8.3.10.4 ขั้นตอนการเผาหุ่นและการเททอง คือ การหล่อนั้นจะแบ่งเป็นเนื้อ งานทองเหลืองหรืองานสัมฤทธิ์เมื อท้าหุ่นเสร็จแล้วให้น้าหุ่นน้าไปตั้ง เตรียมก่อเตาหุ่นและเผาไฟ การเผาหุ่นเพื อที จะให้ขี้ผึ้งที อยู่ในหุ่นละลายออกมา แล้วเป็นโพรงด้านในหุ่นเพื อให้น้้าทองเหลืองที หลอมละลายแล้วเข้าไปแทนที วัสดุที ใช้เช่น ทองเหลือง เบาหลอมทอง น้้ามัน เป็นต้น แสดงดังภาพ ที 8-12 ภาพที่ 8-12 ขั้นตอนการเผาหุ่นหรือเททอง (ที่มา : https://www.ptfoundry.com)


8.3.10.5 ขั้นตอนในการขัดเงาตกแต่งคือ หลังจากที ได้เททองแล้ว ช่างจะท้าการ ทุบหุ่นที เททองแล้วออกมา แกะลวดและตะปู แต่ตกแต่งและประกอบตามความช้านาญของช่าง วัสดุที ใช้เช่น ลวดอ๊อค หัวอ๊อค ลมออกซิเจน แก๊ส เครื องเจียรตกแต่งต่าง ๆ แสดงดังภาพที 8-13 ภาพที่ 8-13 ขั้นตอนการขัดเงาตกแต่ง (ที่มา : https://www.ptfoundry.com) 8.3.10.6 ขั้นตอนในการท้าสี คือ การท้าสีแบ่งเป็น รมด้า พ่นทอง ท้าสีเหมือนจริง ปิดทองแท้ขั้นตอนการท้าสี ขึ้นอยู่กับความชอบว่าต้องการสีใด ประเภทใด อาจจะเป็นสีพ่นหรือสีเคมี แสดงดังภาพที 8-14 ภาพที่ 8-14 ขั้นตอนการท้าสี (ที่มา : https://www.ptfoundry.com)


8.4 ทฤษฎีต้นทุนการผลิต 8.4.1 ความหมายของต้นทุน ต้นทุน หมายถึง มูลค่าที วัดได้เป็นจ้านวนเงินของสินทรัพย์หรือความเสียสละ ที กิจการได้ลงทุน เพื อให้ได้สินค้า สินทรัพย์หรือบริการต่าง ๆ ที กิจการคาดว่าจะน้าไปใช้ได้เพื อให้เกิด ประโยชน์ในกิจการภายหลัง (ดวงมณี โกมารทัต, 2554) ต้นทุน หมายถึง มูลค่าของทรัพยากรที สูญเสียไปเพื อให้ได้สินค้าหรือบริการ โดย มูลค่านั้นจะต้องสามารถวัดได้เป็นหน่วยเงินตรา (สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, 2553) ต้นทุน หมายถึง เงินสดหรือสิ งที เทียบเท่าเงินสดที ได้จ่ายไป เพื อให้ได้มาซึ งสินค้า หรือบริการ ซึ งน้าประโยชน์มาให้กิจการในปัจจุบันหรือในอนาคต (ศศิวิมล มีอ้าพล, 2546) ดังนั้น ต้นทุน หมายถึง ค่าใช้จ่ายที เกิดขึ้นจากการได้มาซึ งทรัพยากรที น้ามาสู่ กระบวนการผลิตสินค้าหรือบริการพร้อมจ้าหน่าย และวัดได้เป็นตัวเงิน โดยต้นทุนควรจะต้อง มีองค์ประกอบพื้นฐานทางต้นทุน ดังนี้ ต้นทุนชัดแจ้ง (Explicit Cost) คือ ต้นทุนที เกิดขึ้นจริงและจ่ายออกไปจริง สามารถ แสดงได้ชัดเจน เช่น ค่าแรงงาน ค่าวัตถุดิบ ค่าโฆษณา เป็นต้น ต้นทุนไม่ชัดแจ้งหรือต้นทุนแฝง (Implicit Cost) คือ ต้นทุนที ไม่ได้จ่ายออกไปเป็นเงิน จริง แต่เป็นในรูปของค่าเสียโอกาสที จะใช้ปัจจัยการผลิตไปท้าประโยชน์อื น เช่น ค่าเช่าอาคารของ ตนเอง ค่าจ้างตัวเอง เป็นต้น สิ งเหล่านี้ถือเป็นต้นทุนการผลิตแฝง (ไอลดา ค้าปากูล, 2564) 8.4.2 การจ้าแนกต้นทุนตามส่วนประกอบของผลิตภัณฑ์ ในธุรกิจผลิตสินค้าไม่ว่าจะเป็นผลิตสินค้าชนิดใดขนาดใดจะมีต้นทุนการผลิตสินค้า อันประกอบด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต (ล้าไย มากเจริญ, 2551) โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ ต้นทุนการผลิตสินค้า = วัตถุดิบทางตรง+ค่าแรงงานทางตรง+ค่าใช้จ่ายการผลิต 8.4.2.1 วัตถุดิบ (Materials) นับว่าเป็นส่วนประกอบส้าคัญของการผลิตสินค้า ส้าเร็จรูปโดยทั วไป ต้นทุนของวัตถุดิบในการผลิต แบ่งได้เป็น 2 ลักษณะ คือ 1. วัตถุดิบทางตรง (Direct Materials) หมายถึง วัตถุดิบหลักที เป็นส่วนประกอบ ส้าคัญที ใช้ในการผลิตสินค้าส้าเร็จรูปและสามารถระบุได้ว่ามีการน้าไปใช้ในการผลิตสินค้าชนิดใด ชนิดหนึ งในปริมาณเท่าใดและสามารถคิดเข้าไปเป็นต้นทุนของสินค้าส้าเร็จรูปที ผลิตได้โดยง่าย ถ้าวัตถุดิบใดขาดคุณสมบัติเหล่านี้อย่างใดอย่างหนึ งให้จัดเป็นวัตถุดิบทางอ้อม 2. วัตถุดิบทางอ้อม (Indirect Materials) หมายถึง วัตถุดิบต่างๆ ที ใช้ในการผลิต แต่ใช้ในปริมาณที ไม่มาก และไม่ใช่วัตถุดิบหลักที ใช้ในการผลิตสินค้า และเป็นการยากที จะทราบว่าใช้ ปริมาณเท่าใดในการผลิต ท้าให้การคิดต้นทุนให้ถูกต้องไม่คุ้มค่ากับประโยชน์ที จะได้รับ


8.4.2.2 ค่าแรงงาน (Labor) หมายถึง ค่าจ้างหรือผลตอบแทนต่าง ๆ ที กิจการจ่าย ให้แก่ลูกจ้างที ท้าหน้าที ผลิตสินค้าหรือบริการ ไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเงินเดือน ค่าจ้างรายวันหรือรายชิ้น ค่าล่วงเวลา โบนัส เป็นต้น โดยปกติแล้วค่าแรงงานจะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ค่าแรงงาน ทางตรง และค่าแรงงานทางอ้อม 1. ค่าแรงงานทางตรง (Direct Labor) หมายถึง ค่าแรงงานหรือผลตอบแทน ที จ่ายให้แก่ลูกจ้าง ที ท้าหน้าที ในการผลิตสินค้าส้าเร็จรูปโดยตรงหรือเป็นค่าแรงงานที ท้าหน้าที แปรสภาพวัตถุดิบให้เป็นสินค้าส้าเร็จรูป และเป็นค่าแรงงานหลักที สามารถคิดเข้าเป็นต้นทุนของ สินค้าส้าเร็จรูปได้ง่าย เช่น ค่าแรงงานของคนประกอบชิ้นส่วนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน ค่าแรงงานของ คนงานประจ้าเครื องจักร เป็นต้น 2. ค่าแรงงานทางอ้อม (Indirect Labor) หมายถึงค่าแรงงานที ไม่ได้เกี ยวข้อง กับการผลิตสินค้าโดยตรง และเป็นการยากหรือไม่คุ้มที คิดค่าแรงเหล่านี้เข้าไปกับผลิตภัณฑ์หนึ ง ผลิตภัณฑ์ใด เช่น เงินเดือนของยามเฝ้าโรงงาน เงินเดือนพนักงานท้าความสะอาด เงินเดือนของ วิศวกร เงินเดือนของผู้จัดการโรงงาน เงินเดือนของหัวหน้าคนงาน เป็นต้น นอกจากนี้ยังรวมถึง ค่าใช้จ่ายอื น ๆ ที กิจการให้กับลูกจ้าง เช่น สวัสดิการต่าง ๆ ค่าภาษีที ออกให้กับลูกจ้าง เป็นต้น ค่าแรงงานทางอ้อมเหล่านี้กิจการจะถือว่าเป็นส่วนหนึ งของค่าใช้จ่ายการผลิต 8.4.2.3 ค่าใช้จ่ายการผลิต (Manufacturing Overhead) หมายถึง ต้นทุนทั้งหมดที เกิดขึ้น ในการผลิตสินค้าหรือบริการที นอกเหนือจากวัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง เช่น วัตถุดิบทางอ้อม ค่าแรงงานทางอ้อม ซึ งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะต้องเป็นค่าใช้จ่ายที เกี ยวกับการด้าเนินการผลิตในโรงงาน เท่านั้น นอกจากนี้ค่าใช้จ่ายการผลิตอาจจะถูกเรียกแทนด้วยค้าศัพท์อื น ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายโรงงาน โสหุ้ยการผลิต และต้นทุนการผลิตทางอ้อม เป็นต้น 1. ต้นทุนผันแปร (Variable Costs) หมายถึง ต้นทุนที จะมีต้นทุนรวมเปลี ยนแปลงไป ตามสัดส่วนของระดับการผลิต ในขณะที ต้นทุนต่อหน่วยจะคงที เท่ากันทุกหน่วย 2. ต้นทุนคงที (Fixed Costs) คือ ต้นทุนที มีพฤติกรรมคงที ไม่ได้เปลี ยนแปลงไป ตามระดับของการผลิต ในช่วงของการผลิตระดับหนึ ง แต่ต้นทุนคงที ต่อหน่วยก็จะเปลี ยนแปลงใน ทางลดลงถ้าปริมาณการผลิตเพิ มมากขึ้น 8.4.3 การค้านวณหาอัตราค่าใช้จ่ายการผลิต มีดังนี้ 8.4.3.1 จ้านวนหน่วยสินค้าที ผลิตได้ อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตต่อหน่วย = ค่าใช้จ่ายการผลิตโดยประมาณรวม จ้านวนหน่วยสินค้าที ผลิตได้โดยประมาณ


ถ้ากิจการใช้จ้านวนหน่วยสินค้าที ผลิตได้เป็นฐานในการคิดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิต แสดงว่ากิจการจ่ายค่าแรงงานการผลิตเป็นรายชิ้นตามที พนักงานผลิตสินค้าได้ แต่วิธีนี้เหมาะใช้กับ กิจการที ผลิตสินค้าเพียงชนิดเดียวหรือสองสามชนิดที คล้ายกันและมีต้นทุนและใช้เวลาในการผลิต ใกล้เคียงกัน แต่ไม่เหมาะสมกับกิจการที ผลิตสินค้าหลากหลายชนิด 8.4.3.2 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรง หน่วยที ใช้เป็นตัวหารมีหน่วยเป็นจ้านวนเงิน เวลา ค้านวณคิดในรูปร้อยละ เพื อสะดวกในการใช้ อัตราค่าใช้จ่ายการผลิต = ค่าใช้จ่ายการผลิตโดยประมาณรวม X 100 ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงโดยประมาณ ถ้ากิจการใช้ต้นทุนวัตถุดิบทางตรงเป็นฐานในการคิดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิตแสดง ว่ากิจการ ใช้วัตถุดิบทางตรงเพียงชนิดเดียวหรือใช้วัตถุดิบที มีสัดสวนตายตัวในการผลิตสินค้าเพราะ ราคาวัตถุดิบแต่ละชนิดไม่เท่ากัน สินค้าบางชนิดใช้วัตถุดิบราคาสูง บางชนิดใช้วัตถุดิบราคาต ้า ท้าให้ เกิดความยุ่งยากในการค้านวณหาอัตราค่าใช้จ่ายการผลิต 8.4.3.3 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง หน่วยที ใช้เป็นตัวหารมีหน่วยเป็นจ้านวนเงิน เวลาค้านวณคิดในรูปร้อยละ เพื อสะดวกในการใช้ อัตราค่าใช้จ่ายการผลิต = ค่าใช้จ่ายการผลิตโดยประมาณรวม X 100 ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงโดยประมาณ ถ้ากิจการใช้ต้นทุนค่าแรงงานทางตรงเป็นฐานในการคิดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิต แสดงว่า กิจการมีต้นทุนการผลิตส่วนใหญ่เป็นค่าแรงงานทางตรง กิจการโดยทั วไปนิยมใช้วิธีนี้กันมาก เพราะใช้ง่ายและสะดวกเนื องจากกิจการได้มีการบันทึกข้อมูลเกี ยวกับต้นทุนค่าแรงงานทางตรงอยู่ แล้ว วิธีนี้ไม่เหมาะสมกับกิจการที ใช้เครื องจักรมากกว่าแรงงานเพราะค่าใช้จ่ายการผลิตส่วนใหญ่เป็น ค่าเสื อมราคาเครื องจักร ค่าซ่อมแซมบ้ารุงรักษาเครื องจักร หรือค่าใช้จ่ายอื น ๆ ที ไม่ใช่แรงงาน ทางตรง ซึ งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่มีส่วนสัมพันธ์โดยตรงกับค่าแรงงานทางตรง 8.4.3.4 ชั วโมงแรงงานทางตรง อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตต่อชั วโมงแรงงานทางตรง = ค่าใช้จ่ายการผลิตโดยประมาณรวม ชั วโมงแรงงานทางตรงโดยประมาณ ถ้ากิจการใช้ชั วโมงแรงงานทางตรงเป็นฐานในการคิดอัตราค่าใช้จ่ายการผลิตแสดง ว่ากิจการใช้แรงงานเป็นส่วนใหญ่และจ่ายค่าแรงงานเป็นรายชั วโมง ซึ งข้อมูลชั วโมงการท้างานนั้น กิจการสามารถเก็บข้อมูลได้จากบัตรลงเวลาท้างานของพนักงาน


8.5 ทฤษฎีผลตอบแทน 8.5.1 ความหมายของผลตอบแทน ผลประโยชน์หรือผลตอบแทน (Benefits) ของการลงทุน หมายถึง มูลค่าของสินค้าหรือ บริการที ผลิตได้จากการลงทุน (ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย) การศึกษาครั้งนี้ใช้แนวคิด การวิเคราะห์ผลตอบแทนและการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของต้นทุนและก้าไร ดังนี้ 8.5.2 การวิเคราะห์ผลตอบแทน 8.5.2.1 อัตราก้าไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เป็นสัดส่วนของยอดขายที เหลือหลังหักจากต้นทุนสินค้าที ขายทุกธุรกิจจ้าเป็นต้องมีอัตราก้าไรขั้นต้นระดับหนึ ง ถ้าไม่สามารถท้า ก้าไรขั้นต้นนี้ ให้เพียงพอส้าหรับค่าใช้จ่ายในการด้าเนินงานอื น ๆ ธุรกิจจะประสบปัญหาในการ ด้าเนินงานได้(พรรณุภา ธุวนิมิตรกุล, 2549) สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ อัตราก้าไรขั้นต้น = ก้าไรขั้นต้น X 100 ยอดขาย 8.5.2.2 อัตราก้าไรสุทธิ หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างก้าไรสุทธิกับ ยอดขายสุทธิผลลัพธ์ที ได้บอกให้ทราบว่าธุรกิจบริหารงานมีประสิทธิภาพเพียงใด และธุรกิจสามารถ ด้าเนินงานให้บรรลุเป้าหมายเพียงใด อัตราส่วนนี้สูงแสดงว่าธุรกิจมีก้าไรสูง สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ อัตราก้าไรสุทธิ = ก้าไรสุทธิ x 100 ยอดขายสุทธิ 8.5.2.3 อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน หมายถึง อัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างก้าไร ที เกิดขึ้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว เทียบกับต้นทุนทั้งสิ้น สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน = ก้าไรสุทธิ x 100 ต้นทุนรวม 8.5.2.4 จุดคุ้มทุน (Break Even Point) เป็นเครื องมือเพื อใช้ในการวิเคราะห์ความสัมพันธ์ ระหว่างต้นทุน ปริมาณและก้าไร เพื อวิเคราะห์หาจุดที ปริมาณขายของกิจการมีรายได้คุ้มกับค่าใช้จ่าย ทั้งหมดเพื อไม่ให้ขาดทุนและใช้ในการวางแผนระยะสิ้น (ไพบูลย์ ผจงวงศ์, 2561) สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ จุดคุ้มทุน (หน่วยขายที คุ้มทุน) = ต้นทุนคงที รวม . . ราคาขายต่อหน่วย - ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย จุดคุ้มทุน (ยอดขายที คุ้มทุน) = หน่วยขายที คุ้มทุน × ราคาขายต่อหน่วย


8.6 งานวิจัยที่เกี่ยวข้อง พรปริญญา ปัญญาโกษา, 2554, ได้ท้าการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการผลิต ชุดโต๊ะม้าหินอ่อน อ้าเภอเมืองล้าพูน จังหวัดล้าพูน จากการศึกษาพบว่า การผลิตชุดโต๊ะม้าหินอ่อน ได้แก่ ค่าใช้จ่ายลงทุน ต้นทุนในการผลิต ค่าใช้จ่ายด้าเนินงาน ซึ งแตกต่างกันไปตามประเภทของ ผลิตภัณฑ์ต้นทุนการผลิตรวมต่อหน่วยชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบไม่มีพนักพิง เท่ากับ 382.46 บาท ต้นทุนการผลิตรวมต่อหน่วยของชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิง เท่ากับ 701.17 บาท ความสามารถ ในการท้าก้าไรของผลิตภัณฑ์ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบไม่มีพนักพิง มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 783,271.30 บาทต่อปี ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิง มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 718,187.00 บาทต่อปี ผลิตภัณฑ์ ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบไม่มีพนักพิง มีอัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน เท่ากับร้อยละ 56.30 และผลิตภัณฑ์ ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิง มีอัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน เท่ากับร้อยละ 56.33 อัตราก้าไรสุทธิ ต่อค่าขาย ผลิตภัณฑ์ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบไม่มีพนักพิง มีอัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขาย เท่ากับร้อยละ 36.02 และผลิตภัณฑ์ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิง มีอัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขาย เท่ากับร้อยละ 36.03 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน ผลิตภัณฑ์ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบไม่มีพนักพิง มีอัตรา ผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ากับร้อยละ 234.21 และผลิตภัณฑ์ชุดโต๊ะม้าหินอ่อนแบบมีพนักพิง มีอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเท่ากับร้อยละ 243.35 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) ที อัตราคิดลด (Discount Rate) ร้อยละ6.60 เท่ากับ 8,422,323.85 บาท ซึ งมีค่ามากกว่าศูนย์ อัตราผลตอบแทนภายใน (Internal Rate of Return : IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 231 ซึ งมีมูลค่าสูง กว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมของธนาคารกรุงไทย จ้ากัด (มหาชน) ที ก้าหนดไว้เท่ากับร้อยละ 6.60 และ มีระยะเวลาในการคืนทุน (Payback Period : PB) ประมาณ 5 เดือน รุ้งดาว แสนทอน, 2554, ได้ท้าการศึกษาเรื อง ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตเครื องใช้ เซรามิกชุดตราไก่ของหมู่บ้านท่องเที ยวโอทอปเซรามิก บ้านศาลาเม็ง อ้าเภอเกาะคา จังหวัดล้าปาง พบว่า ต้นทุนที เกิดขึ้นจากการผลิตเครื องใช้เซรามิกชุดตราไก่ ได้แก่ ค่าใช้จ่ายในการลงทุน ต้นทุน ในการผลิต ค่าใช้จ่ายในการด้าเนินงาน ซึ งแตกต่างกันไปตามประเภทของผลิตภัณฑ์ ต้นทุนการผลิต รวมต่อหน่วยของถ้วยชามมีฝาปิดขนาด 5 นิ้ว เท่ากับ 11.79 บาท ต้นทุนการผลิตรวมต่อหน่วยของ ถ้วยชามีฝาปิดขนาด 7 นิ้ว เท่ากับ 29.16 บาท ต้นทุนการผลิตรวมต่อหน่วยของถ้วยซุป เท่ากับ 13.57 บาท และต้นทุนการผลิตรวมต่อหน่วยของถ้วยกาแฟ เท่ากับ 11.59 บาท ความสามารถใน การท้าก้าไรของผลิตภัณฑ์เครื องใช้เซรามิกชุดตราไก่ คือ ถ้วยชามฝาปิดขนาด 5 นิ้ว มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 234,747.35 บาท ถ้วยชามฝาปิดขนาด 6 นิ้ว มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 9,818.21 บาท ถ้วย ชามฝาปิดขนาด 7 นิ้ว มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 122,060.78 บาท ถ้วยซุป มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 179,399.18 บาท ถ้วยกาแฟ มีก้าไรสุทธิต่อปี เท่ากับ 186,786.04 บาท อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน ของผลิตภัณฑ์เครื องใช้เซรามิกชุดตราไก่ คือ ถ้วยชามฝาปิดขนาด 5 นิ้ว ร้อยละ 35.74 ถ้วยชาม


ฝาปิดขนาด 6 นิ้ว ร้อยละ 1.33 ถ้วยชามฝาปิดขนาด 7 นิ้ว ร้อยละ 13.18 ถ้วยซุป ร้อยละ 32.64 ถ้วยกาแฟ ร้อยละ 55.25 อัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขายของผลิตภัณฑ์เครื องใช้เซรามิกชุดตราไก่ คือ ถ้วย ชามฝาปิดขนาด ขนาด 5 นิ้ว ร้อยละ 26.33 ถ้วยชามฝาปิดขนาด 6 นิ้ว ร้อยละ 1.31 ถ้วยชามฝาปิด ขนาด 7 นิ้ว ร้อยละ 11.65 ถ้วยซุป ร้อยละ 24.61 ถ้วยกาแฟ ร้อยละ 35.59 มูลค่าปัจจุบันสุทธิ (Net Present Value : NPV) ที อัตราคิดลด (Discount Rate) ร้อยละ 6.375 เท่ากับ 6,381,604.07 บาท ซึ งมากกว่าศูนย์ อัตราผลตอบแทนที แท้จริง (Internal Rate of Return : IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 56 ซึ งมีค่าสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยให้กู้ยืมธนาคาร กรุงไทย จ้ากัด (มหาชน) ที ก้าหนด คือร้อยละ 6.375 และมีระยะเวลาคืนทุน (Payback Period : PB) ประมาณ 1 ปี 9 เดือน ศราวุธ อัจฉริยะเดชา, 2554, ได้ท้าการศึกษาเรื อง ต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิต ครกหินแกรนิตบ้านแม่สลิด ต้าบลแม่สลิด อ้าเภอบ้านตาก จังหวัดตาก พบว่า ผู้ผลิตครกหินแกรนิต ทั้ง 4 ขนาด มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วยดังนี้ ครกขนาด 3" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 24.51 บาท ครกขนาด 4" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 53.55 บาท ครกขนาด 5" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 68.07 บาท ครกขนาด 6" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 84.39 บาท อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุนของการผลิตครกหินทุกขนาด เท่ากับ ร้อยละ 128.68 อัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขาย เท่ากับร้อยละ 56.27 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับร้อยละ 322.60 มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ (Net Present Value : NPV) ที อัตราคิด ลดร้อยละ 7.100 เท่ากับ 2,995,307.62 บาท อัตราตอบแทนที แท้จริง (Internal Rate of Return : IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 341 และใช้ระยะเวลาคืนทุน 3 เดือน 17 วัน ผู้ผลิตสากหินขนาด 3" มีต้นทุน เฉลี ยต่อหน่วย 17.15 บาท อัตราขาดทุนสุทธิต่อต้นทุน เท่ากับร้อยละ (12.56) อัตราขาดทุนสุทธิ ต่อค่าขาย เท่ากับร้อยละ (14.36) อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับร้อยละ -45.75 มูลค่า ปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ (NPV) ที อัตราคิดลดร้อยละ 7.100 เท่ากับ -134,884.00 บาท มีอัตราตอบแทนที แท้จริง (Internal Rate of Return : IRR) มีค่าติดลบและไม่สามารถหาระยะเวลา คืนทุนได้ ผู้ผลิตสากหินขนาด 4" มีต้นทุเฉลี ยต่อหน่วย 17.15 บาท อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน ร้อยละ 16.59 อัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขายเท่ากับร้อยละ 14.23 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับ ร้อยละ 60.44 มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ (NPV) ที อัตราคิดลดร้อยละ 7.100 ผู้ผลิตสาก หินแกรนิต เท่ากับ 77,749.09 บาท อัตราตอบแทนที แท้จริง (IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 65 และ ใช้ระยะเวลาคืนทุน 1 ปี 4 เดือน 28 วัน ผู้ผลิตสากหินขนาด 5" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 18.61 บาท อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน ร้อยละ 34.47 อัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขาย เท่ากับร้อยละ 25.64 อัตรา ผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับร้อยละ 228.44 มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดสุทธิ (NPV) ที อัตราคิดลดร้อยละ 7.100 ผู้ผลิตครกหินแกรนิต เท่ากับ 789,131.80 บาท อัตราตอบแทนที แท้จริง (IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 251 และใช้ระยะเวลาคืนทุน 4 เดือน 26 วัน ผู้ผลิตสากหินขนาด 6" มีต้นทุนเฉลี ยต่อหน่วย 18.61 บาท อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน ร้อยละ 61.37 อัตราก้าไรสุทธิต่อค่าขาย


เท่ากับร้อยละ 38.03 อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เท่ากับร้อยละ 406.55 มูลค่าปัจจุบันของ กระแสเงินสดสุทธิ (NPV) ที อัตราคิดลดร้อยละ 7.100 ผู้ผลิตครกหินแกรนิต เท่ากับ 1,452,916.90 บาท อัตราตอบแทนที แท้จริง (IRR) มีค่าเท่ากับร้อยละ 430 และใช้ระยะเวลาคืนทุน 2 เดือน 25 วัน วราพร กลิ นประสาท, 2557, ได้ท้าการศึกษาเรื อง แนวทางการคิดต้นทุนการผลิตของ โรงงานเซรามิกขนาดเล็ก พบว่า แนวทางการคิดต้นทุนการผลิตของโรงงานเซรมิกขนาดเล็ก สามารถ ค้านวณโดยใช้ระบบต้นทุนปกติ เนื องจากผู้ผลิตมีการผลิตสินค้าหลายชนิดโดยใช้ทรัพยากรการผลิต ร่วมกัน ดังนั้น ในการปันส่วนค่าใช้จ่ายในการผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ จึงใช้วิธีการประมาณการค่าใช้จ่าย การผลิตให้กับผลิตภัณฑ์ ซึ งจะใช้ต้นทุนวัตถุดิบและค่าแรงงานที เกิดขึ้นจริง ส่วนค่าใช้จ่ายในการผลิต ใช้การประมาณการ โดยใช้อัตราค่าใช้จ่ายการผลิตอัตราเดียว ใช้เกณฑ์การปันส่วนตามปริมาณ การผลิต องค์ประกอบของต้นทุนการผลิตที ใช้ในการค้านวณต้นทุนการผลิต คือ วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายการผลิต พบว่ากระถางธูป 3 ขา มีต้นทุนต่อหน่วยเท่ากับ 7.69 บาท ต่อหน่วย แบ่งเป็นต้นทุนวัตถุดิบทางตรง 3.38 บาทต่อหน่วย ต้นทุนค่าแรงงานทางตรง 2.22 บาท ต่อหน่วย และต้นทุนค่าใช้จ่ายการผลิต 2.09 บาทต่อหน่วย คิดเป็นต้นทุนวัตถุดิบทางตรงร้อยละ 43.95 ค่าแรงงานทางตรง ร้อยละ 28.87 และค่าใช้จ่ายในการผลิต ร้อยละ 27.18 อัจฉรา เฮ่ประโคน, 2563, ได้ท้าการศึกษาเรื อง การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนจาก การท้ากระถางเซรามิค กลุ่มบ้านป่ายะ ต้าบลบ่อแฮ้ว อ้าเภอเมือง จังหวัดล้าปาง พบว่า ต้นทุนของ การท้ากระถางเซรามิกต่อหน่วย ประกอบด้วย วัตถุดิบ 2 บาทต่อหน่วย คิดเป็นร้อยละ 5.53 ค่าแรงงาน 31.50 บาทต่อหน่วย คิดเป็นร้อยละ 87.14 ค่าใช้จ่ายการผลิตคงที 0.36 บาทต่อหน่วย คิดเป็นร้อยละ 1.00 และค่าใช้จ่ายการผลิตผันแปร 2.29 บาทต่อหน่วย คิดเป็นร้อยละ 6.33 รวม ต้นทุนการท้ากระถางเซรามิกต่อหน่วย เท่ากับ 36.15 บาท โดยรายได้จากการจ้าหน่ายกระถาง เซรามิกต่อวันเท่ากับ 2,360 บาท ต้นทุนในการท้าต่อวัน 1,446 บาท คิดเป็นก้าไรขั้นต้นจาก การจ้าหน่ายต่อวันเท่ากับ 914 บาท อัตราส่วนก้าไรขั้นต้นต่อยอดขายร้อยละ 38.73 รายได้จาก การจ้าหน่ายกระถางเซรามิกต่อเดือน เท่ากับ 51,920 บาท ต้นทุนในการท้าต่อเดือน 31,812 บาท คิดเป็นก้าไรขั้นต้นจากการจ้าหน่ายต่อเดือน เท่ากับ 20,108 บาท อัตราส่วนก้าไรขั้นต้นต่อยอดขาย ร้อยละ 38.73 รายได้จากการจ้าหน่ายกระถางเซรามิกต่อปี เท่ากับ 623,040 บาท ต้นทุนใน การท้าต่อปี เท่ากับ 381,744 บาท คิดเป็นก้าไรขั้นต้นจากการจ้าหน่ายต่อปี เท่ากับ 241,296 บาท อัตราส่วนก้าไรขั้นต้นต่อยอดขายร้อยละ 38.73 ท้าให้การลงทุนท้ากระถางเซรามิกมีจุดคุ้มทุนต่อวัน เท่ากับ 36.60 บาท มีจุดคุ้มทุนต่อเดือนเท่ากับ 805.31 บาท และมีจุดคุ้มทุนต่อปีเท่ากับ 9,663.69 บาท


8.7 กรอบแนวคิดการท าโครงงาน ภาพที่ 8-14 กรอบแนวคิด ตัวแปรต้น - วัตถุดิบทางตรง - ค่าแรงงานทางตรง - ค่าใช้จ่ายในการผลิต - ความเชี ยวชาญของช่างและก้าลัง การผลิต ปัจจัยที่ส่งผลต่อต้นทุนและผลตอบแทน - ราคาวัตถุดิบที ใช้ในการผลิต - อัตราค่าจ้างแรงงาน - ค่าใช้จ่ายที เกิดขึ้นในการผลิต - ราคาของผลิตภัณฑ์ในพื้นที - การแข่งขันทางการตลาด ต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อ พระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้ าพี้ - เจ้าของกิจการทราบต้นทุนของการผลิต รวมถึงค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ที เกิดขึ้น - สามารถน้าข้อมูลที ได้มาประกอบการ ตัดสินใจการเพิ มหรือลดก้าลังการผลิต - ทราบผลตอบแทนหรือก้าไรจากการผลิต


ขั้นการขออนุมัติโครงงานโดย การศึกษาสภาพปัจจุบันและ ปัญหาของธุรกิจ/ผลิตภัณฑ์ เสนอข้อมูลกลุ่มและ ผลิตภัณฑ์ เขียนโครงร่าง โครงงาน ขั้นการด้าเนินงานตาม โครงงาน เขียนรายงานส่วนน้า และเค้าโครง เขียนรายงานเกี ยวกับ ผลการด้าเนินงาน การวิเคราะห์ต้นทุน และผลตอบ การเขียนรายงาน สรุปผล อภิปายและ ข้อเสนอแนะ รวบรวมเอกสารและ จัดท้ารูปเล่ม ขั้นการสรุปผลโครงงาน น้าเสนอโครงงาน สรุปผลและประเมิน โครงงาน 9. ระเบียบวิธีการด าเนินงาน 9.1 ขั้นตอนการด าเนินโครงงาน - แสดงภาพขั้นตอนการด าเนินโครงการอย่างเป็นระบบ ขั้นการขออนุมัติโครงการโดยการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของธุรกิจ/ผลิตภัณฑ์ ภาพที่ 9-1 ขั้นตอนการด้าเนินโครงงาน


สปัดาหท์ ี่1-18 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 1 2 3 4 ขั้นตอนการขออนุมตัโิครงงานโดยการศกึษา สภาพปัจจุบันและปัญหาของธรุกจิ/ผลิตภัณฑ์ 1. เสนอข้อมลูกลุ่มและผลิตภัณฑ์ 2. เขียนและน าเสนอโครงร่าง ขั้นการด าเนินงานตามโครงงาน โดยการ เขียนรายงานฉบับสมบูรณ์ 1. เขียนรายงานส่วนน าและเคา้โครง 2. เขียนรายงานเกยี่วกบัเอกสารทเี่กยี่วข้อง 3. การวเิคราะห์ตน้ทุนและผลตอบแทนการหล่อ พระพทุธรูปผสมแร่เหล็กน้ าพี้ 4. เขียนรายงานเกยี่วกบัผลการด าเนินงาน 5. การเขียนรายงานสรุปผล อภิปรายผล และ ข้อเสนอแนะ 7. รวบรวมเอกสาร และจัดท ารูปเล่ม ขั้นการสรุปผลโครงงาน 1. น าเสนอโครงงาน 2. สรุปและประเมนิผลโครงงาน เดอืนพฤศจกิายน เดอืนธนัวาคม เดอืนมกราคม เดอืนกมุภาพันธ์ รายละเอยีด ขั้นตอน - แสดงตารางให้ระบุรายละเอียดต่าง ๆ ที่สอดคล้องตามภาพขั้นตอน 9.2 ประชากรและกลุ่มตัวอย่าง ร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ มีพนักงานจ้านวน 62 คน ดังนี้ 9.2.1 นางวิลาวัลย์ อยู่รอด ผู้ประกอบการ 9.2.2 นางพลอย ล่าแยง พนักงาน 9.2.3 นางสาวิตรี ศิวบูรณ์ พนักงาน 9.2.4 นางสาวนิตยา บุญสีเงิน พนักงาน 9.2.5 นางซ่อนกลิ น ข้าสี พนักงาน 9.2.6 นางเสงี ยม หลั งเมือง พนักงาน 9.2.7 นางสาวจุฑาทิพย์ โสภะสาระ พนักงาน 9.2.8 นางสาวน้้าฝน ถุงค้า พนักงาน 9.2.9 นางบังอร แก้วพวง พนักงาน 9.2.10 นางอรุณ ขวัญเงิน พนักงาน 9.2.11 นางสาวน้้าฟ้า จุ้ยคง พนักงาน 9.2.12 นางสาวหญิง จันทร์ดา พนักงาน 9.2.13 นายชูชาติ สีกาวี พนักงาน 9.2.14 นายกิตศดา ค้ายุ่น พนักงาน 9.2.15 นางสาวชลธิชา หอมดอก พนักงาน 9.2.16 นางสาวอุมาพร อินมูลติ ง พนักงาน


9.2.17 นางอารีย์ ใจยา พนักงาน 9.2.18 นางสาวศศิธร ศรีสุข พนักงาน 9.2.19 นางพัชรี เพ็ชรสวัสดิ์ พนักงาน 9.2.20 นางสาวพัชรี หมายดี พนักงาน 9.2.21 นางสาวณัฐริกา แซ่อาง พนักงาน 9.2.22 นางสาวรัตนา แก้วผม พนักงาน 9.2.23 นางวนิดา เกิดคง พนักงาน 9.2.24 นางสาวสุพรรษา ทองธรรมชาติ พนักงาน 9.2.25 นางสาวนฤมล จีนกระจันทร์ พนักงาน 9.2.26 นางศุภารมย์ อินทะเรืองรุ่ง พนักงาน 9.2.27 นางสาวกาญจนา พรมมา พนักงาน 9.2.28 นางสาวพาตีเมาะ มะลี พนักงาน 9.2.29 นางสาวมนณเทียร ผลชะอุ่ม พนักงาน 9.2.30 นางสาวนริศา จันทะ พนักงาน 9.2.31 นางอารีย์ อินทะเรืองรุ่ง พนักงาน 9.2.32 นางสาววาสนา มั นต่อ พนักงาน 9.2.33 นางสาวขวัญสุดา จันกระจันทร์ พนักงาน 9.2.34 นางศันสนีย์ ม่านสืบ พนักงาน 9.2.35 นางสาวสุภรรษา สินเหล็ก พนักงาน 9.2.36 นางสาวธันยาภรณ์ ชุ่มน้อย พนักงาน 9.2.37 นางสาวจิราภรณ์ ไสยัน พนักงาน 9.2.38 นายสงคราม พรานไพร พนักงาน 9.2.39 นายพาลบ ขุนทอง พนักงาน 9.2.40 นางอุษา ร่ามแก้ว พนักงาน 9.2.41 นายสุวิน ร่ามแก้ว พนักงาน 9.2.42 นายเถียร อินทะเรืองรุ่ง พนักงาน 9.2.43 นางพลอย ชมชิด พนักงาน 9.2.44 นางสมพร เทียะบาง พนักงาน 9.2.45 นายกิตศดา สร้อยวิไล พนักงาน 9.2.46 นางสาวนันทยา นวลแบน พนักงาน 9.2.47 นางสาวพรทิพย์ นนทะโตคร พนักงาน


9.2.48 นางสาววิไล กิมอ่วม พนักงาน 9.2.49 นายโชติรส เหลือดี พนักงาน 9.2.50 นางสาวปานใจ ใหญ่กระโทก พนักงาน 9.2.51 นายไพรรัตน์ หลิ มวิลัย พนักงาน 9.2.52 นายอภิชาต ชัยชาติ พนักงาน 9.2.53 นางสาวพรวิภา เทียะบาง พนักงาน 9.2.54 นางสาวกนกวรรณ ลิ้มมี พนักงาน 9.2.55 นายอัฐพล โสภะสาระ พนักงาน 9.2.56 นางสาวดวงพร สุขผดุง พนักงาน 9.2.57 นางช่อชบา ปานอินทร์ พนักงาน 9.2.58 นางสาวอนุงค์นาถ ดอกแส พนักงาน 9.2.59 นายพิทักษ์ชัย ใจบุญ พนักงาน 9.2.60 นายคมกฤช ผิวชอุ่ม พนักงาน 9.2.61 นางสาวอนุสรา ดวงหนูใจ พนักงาน 9.2.62 นายยศธนชัย เพ็ชรบุญมี พนักงาน 9.3 เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินโครงการ เครื องมือที ใชในการเก็บรวบรวมขอมูล ส้าหรับเพื อให้ได้ค้าตอบตามวัตถุประสงค์ ของโครงการ การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ของร้าน ลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ แบบสัมภาษณ์ 9.4 การเก็บรวบรวมข้อมูล 9.4.1 ลักษณะของข้อมูล สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท ดังนี้ 9.4.1.1 ข้อมูลเชิงปริมาณ (Quantitative Data) คือ ข้อมูลที เป็นตัวเลขหรือ น้ามาให้รหัสเป็นตัวเลข ซึ งสามารถน้าไปใช้วิเคราะห์ทางสถิติได้ 9.4.1.2 ข้อมูลเชิงคุณภาพ (Qualitative Data) คือ ข้อมูลที ไม่ใช่ตัวเลข ไม่ได้ มีการให้รหัสตัวเลขที จะน้าไปวิเคราะห์ทางสถิติ แต่เป็นข้อความหรือข้อสนเทศ 9.4.2 แหล่งที่มาของข้อมูล แหล่งข้อมูลที ส้าคัญ ได้แก่ บุคคล เช่น ผู้ให้สัมภาษณ์ ผู้กรอกแบบสอบถาม บุคคลที ถูกสังเกต เอกสารทุกประเภท และข้อมูลสถิติจากหน่วยงาน รวมไปถึง ภาพถ่าย แผนที แผนภูมิ หรือแม้แต่วัตถุ สิ งของ ก็ถือเป็นแหล่งข้อมูลได้ทั้งสิ้น โดยทั วไปสามารถจัด ประเภทข้อมูลตามแหล่งที มาได้ 2 ประเภท ดังนี้ 9.4.2.1 ข้อมูลปฐมภูมิ (Primary Data) คือ ข้อมูลที คณะผู้ศึกษาเก็บขึ้นมาใหม่ เพื อตอบสนองวัตถุประสงค์การวิจัยในเรื องนั้น ๆ โดยเฉพาะ การเลือกใช้ข้อมูลแบบปฐมภูมิ คณะ ผู้ศึกษาจะสามารถเลือกเก็บข้อมูลได้ตรงตามความต้องการและสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ตลอดจน


เทคนิคการวิเคราะห์ แต่มีข้อเสียตรงที สิ้นเปลืองเวลา ค่าใช้จ่าย และอาจมีคุณภาพไม่ดีพอ หากเกิด ความผิดพลาดในการเก็บข้อมูลภาคสนาม 9.4.2.2 ข้อมูลทุติยภูมิ (Secondary Data) คือ ข้อมูลต่าง ๆ ที มีผู้เก็บหรือ รวบรวมไว้ก่อนแล้ว เพียงแต่คณะผู้ศึกษาน้าข้อมูลเหล่านั้นมาศึกษาใหม่ เช่น ข้อมูลส้ามะโนประชากร สถิติจากหน่วยงาน และเอกสารทุกประเภท ช่วยให้คณะผู้ศึกษาประหยัดค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเสียเวลากับ การเก็บข้อมูลใหม่ และสามารถศึกษาย้อนหลังได้ ท้าให้ทราบถึงการเปลี ยนแปลงและแนวโน้ม การเปลี ยนแปลงของปรากฏการณ์ที ศึกษา แต่จะมีข้อจ้ากัดในเรื องความครบถ้วนสมบูรณ์ เนื องจาก บางครั้งข้อมูลที มีอยู่แล้วไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ของเรื องที คณะผู้ศึกษาก้าลังศึกษาและปัญหาเรื อง ความน่าเชื อถือของข้อมูล ก่อนจะน้าไปใช้จึงต้องมีการปรับปรุงแก้ไขข้อมูล และเก็บข้อมูลเพิ มเติม จากแหล่งอื นในบางส่วนที ไม่สมบูรณ์ 9.5 สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล การค้านวณต้นทุนของระบบบัญชีและการเงินของกิจการเป็นการบันทึกการวัดผลและ รายงานข้อมูลเกี ยวกับต้นทุนการผลิตและจ้าหน่ายพระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ดังนั้น ต้นทุนการ ผลิตจะประกอบไปด้วย วัตถุดิบทางตรง ค่าแรงงานทางตรง และค่าใช้จ่ายในการผลิต สามารถ ค้านวณ ได้ดังนี้ ต้นทุนการผลิต = วัตถุดิบทาตรง+ค่าแรงงานทางตรง+ค่าใช้จ่ายในการผลิต ต้นทุนการผลิตต่อหน่วย = วัตถุดิบทางตรง+ค่าแรงงานทางตรง+ค่าใช้จ่ายในการผลิต จ้านวนหน่วยที ผลิตได้ อัตราก้าไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลก้าไร ขั้นต้นกับยอดขาย ท้าให้สามารถประสิทธิภาพในการด้าเนินงานของกิจการ สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ ก้าไรขั้นต้น = รายได้จากการขาย-ต้นทุนและบริการ อัตราก้าไรขั้นต้น = ก้าไรขั้นต้น X 100 ยอดขาย อัตราก้าไรสุทธิเป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบผลก้าไรสุทธิกับยอดขายท้าให้ทราบ ถึงความสามารถในการท้าก้าไรสุทธิของกิจการภายหลังจากการหักค่าใช้จ่ายทุกรายการแล้ว สามารถ ค้านวณ ได้ดังนี้(ส้านักงานบัญชีดิจิทัล ออนไลน์ : 2564) อัตราก้าไรสุทธิต่อต้นทุน = ก้าไรสุทธิ x 100 ยอดขายสุทธิ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นการวัดอัตราส่วนเปรียบเทียบระหว่างก้าไรที เกิดขึ้นหลังจากหักค่าใช้จ่ายต่าง ๆ แล้ว เทียบกับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ อัตราผลตอบแทนจากการลงทุน = ก้าไรสุทธิ x 100 สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน


จุดคุ้มทุน เป็นการวิเคราะห์หาจุดที ปริมาณขายของกิจการมีรายได้คุ้มกับค่าใช้จ่าย ทั้งหมดเพื อไม่ให้ขาดทุนและใช้ในการวางแผนระยะสิ้น สามารถค้านวณ ได้ดังนี้ จุดคุ้มทุน (หน่วยขายที คุ้มทุน) = ต้นทุนคงที . ราคาขายต่อหน่วย-ต้นทุนผันแปรต่อหน่วย จุดคุ้มทุน (ยอดขายที คุ้มทุน) = หน่วยขายที คุ้มทุน×ราคาขายต่อหน่วย 10. งบประมาณที่ด าเนินการ 10.1 หมวดค่าใช้สอย 10.1.1 ค่าพาหนะ (2 วันๆ ละ 50 บาท จ้านวน 3 คน) 300 บาท 10.1.2 ค่าอาหารกลางวัน (3 วันๆ ละ 35 บาท จ้านวน 4 คน) 420 บาท 10.2 หมวดค่าวัสดุ 10.2.2 ค่าพิมพ์เอกสาร 450 บาท 10.2.3 ค่าเข้าเล่ม 50 บาท 10.3 หมวดค่าของสัมมนาคุณ 10.3.1 เค้กวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ 185 บาท รวมทั้งสิ้น 1,405 บาท 11. นิยามศัพท์เฉพาะ 11.1 เหล็กน้้าพี้ หมายถึง เหล็กกล้า เนื้อดี มีคุณภาพ ได้จากการถลุงแร่เหล็กน้้าพี้เนื องจาก มีองค์ประกอบของธาตุที แตกต่างจากเหล็กแหล่งอื น มีอยู่ที ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัด อุตรดิตถ์แห่งเดียวเท่านั้น จากการตรวจสอบด้วยกระบวนทางวิทยาศาสตร์ พบว่า เหล็กน้้าพี้ ประกอบด้วยแร่ธาตุที ส้าคัญ คือ เหล็ก แมงกานีส ซิลิคอน อะลูมิเนียมและแร่ธาตุอื น ๆ 11.2 การหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้้าพี้ หมายถึง การน้าแร่เหล็กน้้าพี้ที ผ่าน กระบวนการต้าแร่ ที มีลักษณะเป็นผงละเอียดและน้าแร่เหล็กน้้าพี้ที มีขนาดเล็ก ๆ มาผสมกับเรซิ น สารเร่งแข็ง โมโน ผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นเทส่วนผสมทั้งหมดลงบนแม่พิมพ์ซิลิโคน ใส่เหล็กเส้นตาม ขนาดของพระพุทธชินราชเข้าไป เพื อป้องกันไม่ให้พระพุทธชินราชหัก จากนั้นรอให้ส่วนผสมแข็งตัว จึงแกะออกจากพิมพ์ 11.3 การเจียร หมายถึง การใช้เครื องเจียรไฟฟ้า ก้าจัดชิ้นส่วนที เป็นส่วนเกิน ซึ งเกิดจากการ หล่อพระพุทธชินราช 11.4 การขัด หมายถึง การน้ากระดาษทรายหยาบละเอียดมาขัดตามทรงของพระพุทธชินราช เพื อลบรอยขีดข่วนจากการเจียร จัดแต่งทรงให้มีความเรียบเนียนมากยิ งขึ้น 11.5 การโป๊ว หมายถึง การเก็บรายละเอียดที เกิดจากการขัดหรือรูต่าง ๆ ที เกิดจากการหล่อ ปกปิดรอยต่อหรือรอยแตกต่าง ๆ ให้ดูเรียบเนียนไปกับองค์พระพุทธชินราช


11.6 การท้าสี หมายถึง การใช้กาพ่นสี พ่นสีลงบนองค์พระพุทธชินราชเพื อให้พระพุทธชินราช มีพื้นสีที ต้องการ เช่น สีมันปู ทอง เป็นต้น 11.7 การปัด หมายถึง การน้าแปรงทาสีมาจุ่มสีทอง แล้วน้าไปปัดที องค์พระพุทธชินราช เพื อให้สีออกทอง ๆ สว่าง ๆ เพิ มความเงางาม เป็นประกายสีทองให้แก่องค์พระพุทธชินราช 11.8 การเพนท์สี หมายถึง การใช้พู่กันลงสีบนองค์พระพุทธชินราชต้องค่อย ๆ ลงสีทีละส่วน และต้องใช้ความละเอียด พยายามอย่าให้สีออกนอกลวดลายที ก้าหนดไว้ หลังจากนั้นรอให้สีแห้ง 11.9 การเคลือบเงา หมายถึง การใช้น้้ายาเคลือบเงาพ่นไปที องค์พระพุทธชินราชที ผ่าน การเพนท์สีมาแล้ว เป็นการป้องกันไม่ให้สีหลุดลอกและสีซีด และยังเป็นส่วนประกอบหนึ งที ท้าให้พระ พุทธชินราชมีความเงางาม 11.10 เรซิ น หมายถึง พลาสติกเหลว มีลักษณะหนืดคล้ายน้้ามันเครื อง มีสีใส มีกลิ นฉุน แข็งตัวด้วยการผสมกับโคบอลท์และตัวเร่ง เป็นวัตถุไวไฟมีคุณสมบัติแข็ง ใส เงา มีการหดตัว เมื อท้าชิ้นงานเสร็จ ประมาณ 2-3% อยู่ที การผสมสารเร่งแข็ง มีน้้าหนักเบา ไม่เปราะ ใช้เป็น ส่วนประกอบหนึ งในการหล่อพระพุทธชินราช 11.11 สารเร่งแข็ง หมายถึง ของเหลวใส มีกลิ นเหม็น ใช้ผสมกับเรซิ นที ผสมโคบอลแล้ว ในปริมาณ 0.5% ซึ งใช้เป็นส่วนประกอบหนึ งในการหล่อพระพุทธชินราช 11.12 โมโน หมายถึง สไตรีนโมโนเมอร์หรือโมโนสไตรีน มีลักษณะเป็นของเหลวใส ไม่มีสี แต่มี กลิ นเฉพาะตัว สามารถกลายเป็นไอระเหยและลุกติดไฟได้ เป็นส่วนผสมที ส้าคัญของเรซิ น ใช้ผสม เรซิ นให้มีความเหลว จะช่วยให้การท้างานง่ายขึ้น 11.13 ป๊อกซี หมายถึง พลาสติกแบบพอลิเมอร์เธอร์โมเซตติงที ขึ้นรูปจากปฏิกิริยาระหว่าง อีพอกไซด์เรซินกับพอลีอมีน เป็นส่วนประกอบหนึ งของการโป๊ว ใช้เพื อปกปิดฟองอากาศที เกิดจาก การหล่อ มีความแข็งแรงและคงทน ทนทานต่อสารเคมีและความร้อน ทนทานต่อการขัดถูและ แรงกระแทก ไม่แตกและหลุดร่อนง่าย 11.14 ทินเนอร์ หมายถึง ของเหลวใส ไม่มีสีระเหยง่าย เป็นตัวท้าละลาย ใช้ผสมเพื อเจือจาง ลดความหนืดข้นของสีเป็นส่วนประกอบหนึ งในการผสมสี ก่อนที จะท้าสีพระพุทธชินราช 11.15 ต้นทุนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้้าพี้ หมายถึง วัตถุดิบทางตรง ประกอบด้วย แร่เหล็กน้้าพี้แบบละเอียดและแบบก้อนเล็ก เรซิ น ค่าแรงงานทางตรง ประกอบด้วย ค่าแรงงานคนหล่อ ค่าแรงงานคนเจียร ค่าแรงงานคนโป๊ว ค่าแรงงานคนท้าสีและปัดสี ค่าแรงงาน คนเพนท์สีค่าใช้จ่ายการผลิต ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายคงที และค่าใช้จ่ายผันแปร 11.16 ผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้้าพี้ หมายถึง รายได้จากการขาย พระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ตั้งแต่ขนาด 1 นิ้ว 2 นิ้ว 3 นิ้ว 5 นิ้ว และขนาด 9 นิ้ว ซึ งหัก ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารแล้ว


11.17 พระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้้าพี้ หมายถึง การหล่อพระพุทธชินราชด้วยแม่พิมพ์ ซิลิโคน ซึ งใช้ส่วนประกอบหลักในการหล่อเป็นเรซิ น แร่เหล็กน้้าพี้แบบละเอียด และแร่เหล็กน้้าพี้แบบ ก้อนเล็กแล้วเข้ากระบวนการหล่อ การเจียร การโป๊ว การท้าสีและปัดสี การเพนท์สี เป็นอันเสร็จ 12. บรรณานุกรม (เอกสารอ้างอิง) คณะกรรมการฝ่ายประมวลเอกสารและจดหมายเหตุ, 2549, ช่างสิบหมู่, กรุงเทพฯ : อมรินทร์, พริ้นติ้ง แอนด์พับลิซซิ ง ดวงมณีโกมารทัต, 2554, การบริหารต้นทุน พิมพ์ครั้งที 3 กรุงเทพฯ : ภาควิชาการบัญชี คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย, มปป. การลงทุน, จากเว็บไซต์ http://www.set.or.th/th/faqs/investment_p1.html. พรปริญญา ปัญญาโกษา, 2554, ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตชุดโต๊ะม้าหินอ่อน อ้าเภอเมืองล้าพูน จังหวัดล้าพูน, ค้นคว้าแบบอิสระ, บัญชีมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ พรรณุภา ธุวนิมิตรกุล, 2549, การเงินธุรกิจ พิมพ์ครั้งที 2 กรุงเทพฯ : ภาควิชาการเงิน คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไพบูลย์ ผจงวงศ์, 2561, การบัญชีเพื อการจัดการ, กรุงเทพฯ : แสงดาว รุ้งดาว แสนทอน, 2554, ต้นทุนและผลตอบแทนการผลิตเครื องใช้เซรามิกชุดตราไก่ของ หมู่บ้านท่องเที ยวโอทอปเซรามิก บ้านศาลาเม็ง อ้าเภอเกาะคา จังหวัดล้าปาง, ค้นคว้าแบบอิสระ, บัญชีมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ล้าไย มากเจริญ, 2551, การบัญชีต้นทุน, กรุงเทพฯ : ทริปเพิ้ล เอ็ดดุเคชั น วราพร กลิ นประสาท, 2557, แนวทางการคิดต้นทุนการผลิตของโรงงานเซรามิกขนาดเล็ก, ส้านักวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา, วิทยาลัยอินเตอร์เทคล้าปาง ศราวุธ อัจฉริยะเดชา, 2554, ต้นทุนและผลตอบแทนจากการผลิตครกหินแกรนิตบ้าน แม่สลิด ต้าบลแม่สลิด อ้าเภอบ้านตาก จังหวัดตาก, ค้นคว้าแบบอิสระ, บัญชีมหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์, 2553, การบัญชีต้นทุน 1, กรุงเทพฯ : ส้านักพิมพ์ท้อป จ้ากัด ส้านักงานบัญชีดิจิทัล, อัตราส่วนความสามารถในการท้าก้าไร, 2564, จากเว็บไซต์ https://www.accrevo.com/articles/item/166 ส้านักส่งเสริมภูมิปัญญาท้องถิ นและวิสาหกิจชุมชน กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวง มหาดไทย, โครงการหนึ งต้าบล หนึ งผลิตภัณฑ์, 2560, จากเว็บไซต์ https://cep.cdd.go.th อัจฉรา เฮ่ประโคน, 2563, ได้ท้าการศึกษาเรื อง การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนจากการ ท้ากระถางเซรามิค กลุ่มบ้านป่ายะ ต้าบลบ่อแฮ้ว อ้าเภอเมือง จังหวัดล้าปาง, ส้านักวิชาการและประกันคุณภาพการศึกษา, วิทยาลัยอินเตอร์เทคล้าปาง


........................................ ........................................ (นายปารเมศ รูปสูง) (นางสาวพรสินี เถื อนมา) ....... /......... /........ ....... /......... /........ ........................................ ........................................ (นางสาวพิยดา แสงเงาเสือ) (นายวรกันต์ นันตา) ....... /......... /........ ....... /......... /........ ........................................ (นางเบญจพร อ ้าแจ้ง) ....... /......... /........


ภาคผนวก ข เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บ รวบรวมข้อมูล


แบบสัมภาษณ์ เรื่อง โครงงาน การศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ค้าชี้แจง 1.1 วัตถุประสงค์ของโครงงาน 1.1.1 เพื่อการศึกษาข้อมูลทั่วไปของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ 1.1.2 เพื่อการศึกษาต้นทุนการหล่อพระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ 1.1.3 เพื่อการศึกษาผลตอบแทนการหล่อพระพุทธรูปผสมแร่เหล็กน้้าพี้ ของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ 1.2 รายละเอียดแบบสัมภาษณ์ แบบสัมภาษณ์ชุดนี้จัดท้าขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ประกอบการเรียนวิชา การศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง ในหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ประเภทวิชา บริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบัญชี วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์ แบบสัมภาษณ์แบ่งออกเป็น 3 ตอน ดังนี้ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ส่วนที่ 3 ปัญหาและข้อเสนอแนะ ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ 1.1 ชื่อ…………………………..…………...นามสกุล…………………..…………………….…… 1.2 อายุ………..ปี 1.3 ต้าแหน่ง……………………………………................................................................ 1.4 ส้าเร็จการศึกษา............................................................................................ 1.5 ที่อยู่ของกิจการ......................................…………………………………….…………… 1.6 ประวัติความเป็นมาของกิจการ………………………………………………………………. ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................ ................................................................................................................................................................


ส่วนที่ 1 ข้อมูลทั่วไปของผู้ให้สัมภาษณ์ 1.7 ช่องทางการจัดจ้าหน่ายมีกี่ช่องทาง................................................................. 1.8 มีการส่งเสริมการขายอย่างไร.......................................................................... 1.9 ด้าเนินกิจการมาแล้วกี่ปี.................................................................................. ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไปของร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ รายการ ข้อมูล/จ้านวนเงิน หมายเหตุ 1. ข้อมูลการลงทุน 1.1 เงินทุนหมุนเวียน 1.1.1 เงินสดและเงินฝากธนาคาร 1.1.2 วัสดุส้านักงาน 1.1.3 วัสดุโรงงาน 1.1.4 วัสดุสิ้นเปลือง 1.1.5 อื่น ๆ 1.2 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 1.2.1 ที่ดิน 1.2.2 อาคารและโรงงาน 1.2.3 อุปกรณ์ส้านักงาน 1.2.4 อุปกรณ์โรงงาน 1.3 แหล่งเงินทุนอื่น ๆ 1.3.1 เงินกู้ธนาคาร 1.3.2 อื่น ๆ 2. ข้อมูลด้านการจ้าหน่าย 2.1 2.1.1 ปริมาณ 2.1.2 ราคาขาย 2.2 2.2.1 ปริมาณ 2.2.2 ราคาขาย 3. ข้อมูลปริมาณการผลิต 3.1 3.1.1 ต่อวัน 3.1.2 ต่อสัปดาห์ 3.1.3 ต่อเดือน


รายการ ข้อมูล/จ้านวนเงิน หมายเหตุ 3. ข้อมูลปริมาณการผลิต 3.2 3.2.1 ต่อวัน 3.2.2 ต่อสัปดาห์ 3.2.3 ต่อเดือน 4. ข้อมูลต้นทุนการผลิตต่อหน่วย 4.1. 4.1.1 วัตถุดิบทางตรง 1) 2) 4.1.2 ค่าแรงงานทางตรง 1) 2) 4.1.3 ค่าใช้จ่ายการผลิต 1) 2) 4.2. 4.2.1 วัตถุดิบทางตรง 1) 2) 4.2.2 ค่าแรงงานทางตรง 1) 2) 4.2.3 ค่าใช้จ่ายในการผลิต 1) 2) 5. ข้อมูลต้นทุนงวดเวลา (ค่าใช้จ่ายในการด้าเนินงาน) 5.1 ค่าใช้จ่ายในการขาย 5.2 ค่าใช้จ่ายในการบริหาร 6. ข้อมูลด้านอื่น ๆ 6.1 6.2


ส่วนที่ 3 ปัญหาและข้อเสนอแนะ 3.1 ปัญหาที่พบในร้านลุงปอย ต้าบลน้้าพี้ อ้าเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ .............................................................................................................................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… 3.2 ข้อเสนอแนะ .............................................................................................................................................................. ……………………………………………………………………………………………………………………………………………… ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องมือ ลงชื่อ………………………………………..ผู้ประเมิน (…………………………………….…..) ต้าแหน่ง……………………………………. …………/…………../…………


ภาคผนวก ค ภาพประกอบการด าเนิน โครงงาน


ภาพที่ 1 การผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ภาพที่ 2 ทาส่วนผสมลงบนแม่พิมพ์เหล็กน้ำพี้


ภาพที่ 3 เติมส่วนผสมลงในแม่พิมพ์ ภาพที่ 4 การเสียบเหล็กเส้น


ภาพที่ 5 นำส่วนผสมมาใส่สารเร่งแข็ง ภาพที่ 6 เติมก้อนแร่เหล็กน้ำพี้ขนาดเล็ก


ภาพที่ 7 แกะออกจากแม่พิมพ์ ภาพที่ 8 การเจียร


ภาพที่ 9 การทำสี ภาพที่ 10 การโป๊ว


ภาพที่ 11 การปัดสี ภาพที่ 12 การเพนท์สี


ภาพที่ 13 การพ่นเคลือบเงา ภาพที่ 14 การสัมภาษณ์เจ้าของกิจการ


ภาพที่ 15 การทำของตกแต่งบอร์ด ภาพที่ 16 การติดข้อมูลลงบอร์ด


ประวัติย่อของผู้ศึกษา


ประวัติย่อของผู้ศึกษา ชื่อ สกุล : นายปารเมศ รูปสูง ชื่อโครงงาน : โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ของร้านลุงปอย ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติส่วนตัว : เกิดวันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2545 อายุ 20 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน : 27/1 หมู่ 8 ตำบลวังกะพี้ อำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติการศึกษา : สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนเทศบาลวัดคลองโพธิ์พ.ศ.2557 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จากโรงเรียนอุตรดิตถ์พ.ศ.2560 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาการบัญชี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา อุตรดิตถ์ พ.ศ. 2563 ประวัติการทำงาน : พ.ศ. 2563 : ฝึกงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2564 : ฝึกงานที่เทศบาลตำบลวังกะพี้


ประวัติย่อของผู้ศึกษา ชื่อ สกุล : นางสาวพรสินี เถื่อนมา ชื่อโครงงาน : โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ของร้านลุงปอย ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติส่วนตัว : เกิดวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2545 อายุ 20 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน : 228/290 ซอย 9 หมู่ 5 ตำบลชัยจุมพล อำเภอลับแล จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติการศึกษา : สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนเทศบาลศรีพนมมาศพิทยากร พ.ศ.2557 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จากโรงเรียนเทศบาลศรีพนมมาศพิทยากร พ.ศ.2560 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาการบัญชี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา อุตรดิตถ์ พ.ศ. 2563 ประวัติการทำงาน : พ.ศ. 2563 : ฝึกงานที่การตรวจสอบภายใน ชั้น 4 ศาลากลางจังหวัดอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2564 : ฝึกงานที่ห้องวิชาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์


ประวัติย่อของผู้ศึกษา ชื่อ สกุล : นางสาวพิยดา แสงเงาเสือ ชื่อโครงงาน : โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ของร้านลุงปอย ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติส่วนตัว : เกิดวันที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2545 อายุ 21 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน : 27 หมู่ 3 ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติการศึกษา : สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านน้ำพี้มิตรภาพที่ 214 พ.ศ.2557 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จากโรงเรียนบ้านน้ำพี้มิตรภาพที่ 214 พ.ศ.2560 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาการบัญชี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา อุตรดิตถ์ พ.ศ. 2563 ประวัติการทำงาน : พ.ศ. 2563 : ฝึกงานที่ธนาคารออมสิน เขตอุตรดิตถ์ พ.ศ. 2564 : ฝึกงานที่ห้องวิชาการ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์


ประวัติย่อของผู้ศึกษา ชื่อ สกุล : นายวรกันต์ นันตา ชื่อโครงงาน : โครงงานการศึกษาต้นทุนและผลตอบแทนการหล่อพระพุทธชินราชผสมแร่เหล็กน้ำพี้ ของร้านลุงปอย ตำบลน้ำพี้ อำเภอทองแสนขัน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติส่วนตัว : เกิดวันที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2545 อายุ 20 ปี ที่อยู่ปัจจุบัน : 245 หมู่ 5 ตำบลน้ำอ่าง อำเภอตรอน จังหวัดอุตรดิตถ์ ประวัติการศึกษา : สำเร็จการศึกษาระดับประถมศึกษา จากโรงเรียนบ้านเหล่า พ.ศ.2557 สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมตอนต้น จากโรงเรียนบ้านเหล่า พ.ศ.2560 สำเร็จการศึกษาระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ สาขาการบัญชี จากวิทยาลัยอาชีวศึกษา อุตรดิตถ์ พ.ศ. 2563 ประวัติการทำงาน : พ.ศ. 2563 : ฝึกงานที่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค พ.ศ. 2564 : ฝึกงานที่ห้องพัสดุวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุตรดิตถ์


Click to View FlipBook Version