การกาหนดความต้องการในการใช้ข่าวกรอง
และการจัดเตรยี มสนามรบด้านการข่าว(IPB)
วา่ ท่ี พ.ต.อ.ดร.สทิ ธพิ ฒั น์ เฉลมิ ยศ
ความต้องการข่าวกรอง คอื อะไร
คอื ขอ้ เท็จจริงตา่ ง ๆ ท่เี กย่ี วข้องกบั ขา้ ศึกและพน้ื ท่ปี ฏบิ ัติการ ซึ่ง ผบ.หนว่ ยจาเปน็ ตอ้ งทราบ เพ่อื
ใชใ้ นการบรรลุภารกจิ
* ผ้กู าหนด คือ ผบ./ฝอ. * เพื่อใช้กาหนด
* นาไปสู่ (1) ผลของพนื้ ทตี่ ่อ ห/ป
$ การวางแผน (2) ท่ีหมาย
$ การประมาณการ/สถานการณ์ (3) ขีดความสามารถ/ความลอ่ แหลมของ ฝตข.
$ การดาเนินกลยทุ ธ์ (4) ห/ป ฝตข.
$ การดาเนนิ กรรมวธิ ตี ่อขา่ วสาร
ลาดบั งานในการวางแผนรวบรวมข่าวสาร
1. กาหนดความตอ้ งการขา่ วกรอง
2. กาหนดความเร่งดว่ น
3. กาหนดการปฏิบัตขิ อง ฝตข. และพ.ท.
ปฏบิ ตั กิ าร
4. กาหนดรายการขา่ วสารเฉพาะเจาะจง
5. กาหนด จนท. รวบรวมข่าวสาร
6. สง่ คาสัง่ /คาขอ ให้ จนท. รวบรวม
ข่าวสาร
7. กากับดูแล
ลาดับงานในการวางแผนรวบรวมข่าวสาร
@ กาหนดความต้องการข่าวกรอง(1/7)
# ลักษณะของความตอ้ งการข่าวกรอง มีหลากหลายตัวอย่างทีส่ าคัญ ไดแ้ ก่
* การปฏิบัติการทางทหาร ไดแ้ ก่ เข้าตี ต้ังรับ ร่นถอย เพ่ิมเติมกาลัง ฯลฯ
* พน้ื ทป่ี ฏิบัตกิ าร
1) เข้าตี : เคร่อื งกีดขวาง+แนวทางเคล่อื นท่ี
2) ต้ังรบั : ภมู ปิ ระเทศในความคุม้ ครอง
3) ทาเนยี บกาลังรบ(ทกร)
ฯลฯ
การกาหนดความเรง่ ดว่ น
# ความเรง่ ด่วน....กาหนดทาไม อยา่ งไร
เพราะความสามารถในการรวบรวมขา่ วทม่ี ีอยู่ของหนว่ ยมกั ไม่เพียงพอกบั ความ
ต้องการทมี่ ากและเกดิ ขึ้นพร้อมกนั นอกจากนั้นเครื่องมือในการรวบรวมขา่ วยังมขี ้อจากดั ทัง้
ในแง่จานวนและขดี ความสามารถ ดงั น้ัน การกาหนดความเร่งด่วน เพอ่ื เปา้ หมายทางการ
ขา่ วที่เฉพาะเจาะจงจงึ มคี วามจาเป็น
ความต้องการขา่ วกรองซง่ึ มคี วามสาคัญเรง่ ดว่ นอันดบั สูงสุด อาจเป็นข่าวกรองหรอื
ข่าวสารเรอื่ งหน่ึงเกย่ี วกับลกั ษณะพนื้ ทปี่ ฏบิ ตั กิ ารและฝา่ ยตรงขา้ ม ซึง่ คุกคามตอ่ ความสาเรจ็
ในการบรรลุภารกจิ กระทบกระเทอื นต่อการเลือก ห/ป ของฝ่ายเรา และ/หรอื ผบ. ตอ้ งการ
ทราบเปน็ พิเศษกอ่ นทจ่ี ะทาการตกลงใจอย่างมเี หตผุ ล กาหนดเปน็ สว่ นข่าวสารทีเ่ ก่ียวกบั
ฝ่ายตรงข้ามหรือพน้ื ทป่ี ฏิบตั ิการทอ่ี าจจะกระทบกระเทือนแตไ่ ม่ถึงกับขัดขวางความสาเร็จ
ในการปฏิบตั ภิ ารกจิ โดยตรง(ทม่ี ใิ ชห่ วั ข้อขา่ วสาคญั )
# การกาหนดความเร่งดว่ น ไม่มกี ฎเกณฑท์ ่แี น่นอนตายตวั จงึ ตอ้ งอาศัยดุลยพินิจเปน็
สาคญั
# ชนดิ /จานวนหวั ขอ้ ข่าวสาคญั เปลีย่ นตามลกั ษณะและขน้ั การยทุ ธ์ รวมถงึ ขนาดและ
ความแน่นอนของข่าวสารและขา่ วกรอง
# การแบ่งมอบเครอ่ื งมือจึงใหค้ วามสาคญั แก่ หวั ขอ้ ขา่ วสาคัญกอ่ น ทเ่ี หลือจงึ ให้แก่ ความ
ต้องการขา่ วกรองอื่น ๆ ตามลาดับ
การประเมนิ ค่า(การดาเนินกรรมวิธี 2/3)
การประเมนิ ค่า ขอ้ พิจารณา ผลการประเมิน
ความเกย่ี วขอ้ ง * เก่ยี วข้องกับ ฝ่ายตรงข้าม หรอื ไม่ ข่าวสารท่ีพจิ ารณาแล้วว่า
(ของขา่ วสาร) * เกี่ยวกับลกั ษณะพื้นท่ปี ฏิบตั กิ าร “เกีย่ วขอ้ ง ตอ้ งการและเป็น
หรือไม่ ประโยชน์” จงึ จะประเมินคา่ และ
* อาจจะเป็นประโยชน์ในปัจจุบนั ตีความตอ่ ไป
หรอื อนาคตหรอื ไม่
การประเมนิ คา่ ข้อพิจารณา ผลการประเมิน
ความเชอื่ ถือได้ * ประสบการณ์ทผี่ า่ นมา ก. เชือ่ ถือไดเ้ ตม็ ท่ี
(ของแหลง่ ขา่ ว/จนท.รวบรวม * การฝกึ ฝน ข. ควรเชอ่ื ถือ
* ความชานาญ ค. เชอ่ื ไดพ้ อใช้
ข่าวสาร) * การปฏบิ ตั ิในอดีต ง. ยังไมค่ วรเช่อื ถือ
จ. เชอ่ื ถือไม่ได้
ฉ. ไม่สามารถกาหนดความเช่อื ถอื ได้
การประเมนิ คา่ ขอ้ พจิ ารณา ผลการประเมนิ
ความแน่นอน * เปน็ ไปได้หรอื ไม่ 1. มีการยืนยนั จากแหล่งขา่ วอื่น ๆ
(ของขา่ วสาร)
* สอดคล้องในตัวเองหรือไม่ 2. น่าจะเป็นจรงิ
* ยืนยนั จากแหลง่ อื่นหรือไม่ 3. อาจจะเปน็ จรงิ
* สอดคลอ้ งกบั ขา่ วสารท่มี ีอยู่ 4. ยงั สงสัย
หรอื ไม่ 5. ไมน่ ่าจะเป็นไปได้
* หากไม่สอดคลอ้ งข่าวสารใดน่าจะ 6. ไม่สามารถกาหนดแนน่ อนได้
จรงิ มากกวา่ กนั
การตีความ(การดาเนินกรรมวิธี 3/3)
การตคี วาม เป็นการวินิจฉัยความสาคญั ของขา่ วสาร/ขา่ วกรองที่ไดท้ ราบ
แล้ว เพ่ือทาข้อสรุปท่ีเป็นความหมายท่แี ท้จรงิ ของข่าวและเป็นกรรมวธิ ีท่กี าหนด
ความสาคัญของข่าวท่ีได้รับมาใหมว่ ่ามคี วามสัมพนั ธ์กบั ข่าวสาร/ขา่ วกรองทท่ี ราบ
แลว้ อย่างไร แล้วสรุปผลออกมาวา่ มีความหมายทแ่ี ทจ้ รงิ อยา่ งไร ประกอบดว้ ยงาน
3 ข้นั คือ
การวิเคราะห์
การวิเคราะห์ คอื การแยกส่วนสาคญั ของขา่ วสารทป่ี ระเมินค่า
แล้ว ออกใหเ้ หน็ เป็นเรอื่ ง ๆ (ตาม : หขส./ตขอ.) โดยอาศยั กระบวนการ
วินจิ ฉัยทด่ี แี ละความรู้อยา่ งแทจ้ รงิ ในเรอื่ ง
* หลักพ้นื ฐานการยทุ ธ์
* พนื้ ทปี่ ฏิบัติการ
* สถานการณ์ขา้ ศึก
การสนธิ
การสนธิ คอื การนาขา่ วสารตา่ ง ๆ ที่ได้จากการวเิ คราะหไ์ ป
รวมเขา้ กับข่าวสารอน่ื ๆ ทีท่ ราบแล้ว เพอ่ื สร้างสมมุตฐิ านท่ีสมเหตสุ มผล
ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับ
* การปฏบิ ัตขิ อง ฝ่ายตรงข้าม
* อทิ ธพิ ลของพ้นื ท่ปี ฏิบตั กิ าร
การอนุมาน
การอนุมาน คือการพิจารณาเหตุผลจากสมมุตฐิ านที่ได้จาก
การสนธิ แลว้ จดั ทาขอ้ สรุปทใี่ ห้ความหมายที่แทจ้ ริง ในเรอ่ื งของ
สถานการณ์ ฝ่ายตรงข้าม และพ้ืนท่ปี ฏบิ ัติการ เพอ่ื กาหนด ห/ป
ฝา่ ยตรงขา้ ม ในอนาคต และปรับปรงุ ประมาณการขา่ วกรองให้
ทนั สมัย
การจดั เตรยี มสนามรบดา้ นการขา่ ว(IPB)
กล่าวทั่วไป
@ IPB คอื กระบวนการที่ตอ่ เนอื่ งและเป็นระบบกระบวนการหนง่ึ สาหรับการ
วิเคราะห์ภัยคกุ คามและสภาพแวดลอ้ มในพ้นื ที่ทางภมู ิศาสตร์ ในพ้ืนท่ีใดพน้ื ที่หน่งึ
โดยเฉพาะ
@ IPB พจิ ารณาหนทางปฏิบัติ(ห/ป) ท่เี ปน็ ไปได้ท้งั ส้ินของภยั คุกคาม(Threat)
รวมทง้ั กาหนดความนา่ จะเปน็ ไปไดข้ อง ห/ป เหล่านนั้
@ IPB กาหนดผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มทีจ่ ะมีตอ่ ห/ป ของฝา่ ยเราและฝา่ ย
ภยั คุกคาม
@ IPB เปน็ ส่วนสาคัญย่ิงของวงรอบขา่ วกรอง จัดทาขนึ้ เพ่อื สนบั สนุนงานดา้ น
ข่าวกรองใหแ้ กข่ ัน้ ตอนต่าง ๆ ของกระบวนการแสวงข้อตกลงใจ
การจดั เตรยี มสนามรบดา้ นการขา่ ว(IPB)
กล่าวท่ัวไป
@ ผลผลติ ของ IPB เปน็ มูลฐานของประมาณการขา่ วกรอง และแผนรวบข่าวสาร
@ IPB กาหนดเปา้ หมายและท่ีหมาย ตลอดจนความเร่งดว่ นใหก้ บั แผนการ
ดาเนนิ กลยทุ ธ์
@ IPB จดั หาขา่ วกรองล่าสดุ เพื่อสนับสนุนการตกลงใจของ ผบ. อยา่ งต่อเนือ่ ง
@ IPB ชว่ ยให้ ผบ. สามารถจะใช้แผนปฏิบัติไดอ้ ยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
ผลผลิตของ IPB
ได้แก่ รปู แบบ ห/ป ของภัยคกุ คาม(Threat Course Of Action model) , แผน่
ภาพเหตุการณ์(Event Template) และตารางเหตุการณ(์ Event Matrix) เปน็ สว่ น
สาคญั ในการจาลองยุทธ์(Wargaming) ห/ป ของฝา่ ยเรา
* การพฒั นาตารางแผ่นภาพและตารางตกลงใจ (Decision Support Template
and Matrix) ในขน้ั ตอนการจาลองยทุ ธ์จะเปน็ พื้นฐานในการจัดทาแผนรวบรวมขา่ วสาร
และจะช่วยให้การปฏบิ ัตกิ ารต่าง ๆ ในสถานการณ์เปน็ ไปอยา่ งประสานสอดคล้อง ใช้
ภาพ(Graphic) เป็นจานวนมากเพ่ือชว่ ยให้การวิเคราะหง์ ่ายข้ึน
IPB เป็นกระบวนการทตี่ ่อเน่อื งแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน คือ
ขัน้ ตอนที่ 1 กาหนดสภาพแวดลอ้ มของสนามรบ(Define the Battlefield
Environment)
ขั้นตอนท่ี 2 อธิบายผลกระทบของสภาพแวดล้อม(Describe the Battlefield’s
Effects)
ขน้ั ตอนที่ 3 ประเมินคา่ ภัยคุกคาม(Evaluate the Threat)
ข้นั ตอนที่ 4 พิจารณาเลือกหนทางปฏิบัติของภัยคุกคาม(Determine Threat COAs)
IPB : ข้ันตอนท่ี 1 กาหนดสภาพแวดล้อมของสนามรบ(Define the
Battlefield Environment)
แบง่ ได้เปน็ 5 ข้นั ตอนย่อย ดงั น้ี
1. กาหนดลกั ษณะสภาพแวดลอ้ มท่ีสาคัญ
2. กาหนดพ้ืนทป่ี ฏบิ ตั กิ าร(Area of 0perations : AO) . ขอบเขต
สนามรบ(Battle Space : BS) และพ้นื ที่สนใจ(Area of Interest : AI)
3. กาหนดหว้ งเวลาในการจัดทา IPB
4. กาหนดความต้องการขา่ วกรองและสมมุติฐาน(Assumptions)
5. รวบรวมข่าวสารสาหรบั การจดั ทา IPB
กาหนดลกั ษณะสภาพแวดลอ้ มที่สาคญั
ลกั ษณะสภาพแวดลอ้ มท่สี าคญั ซึง่ จะมีผลกระทบตอ่ ห/ป ของท้งั สองฝ่าย
โดยปกตจิ ะประกอบด้วย
& สภาพทางภูมศิ าสตร์ ภูมปิ ระเทศ และสภาพลมฟ้าอากาศ
& ข้อมูลประชากร เชน่ เผา่ พันธ์ุ ศาสนา กลุ่มอายุ กลมุ่ รายได้ ฯลฯ
& ปจั จยั ด้านการเมือง เศรษฐกิจและสังคม เชน่ บทบาทของกลมุ่ ต่าง ๆ กลุม่ อทิ ธพิ ล เปน็ ต้น
& โครงสร้างพนื้ ฐาน เชน่ การคมนาคมขนสง่ การโทรคมนาคม ฯลฯ
& กฎการปะทะ(Rules of Engagement : ROE) , ขอ้ ห้ามตามกฎหมาย สนธิสญั ญาและขอ้ ตกลงตา่ ง ๆ
& ขีดความสามารถโดยทวั่ ไปของภยั คุกคาม ที่ต้ัง ความคลอ่ งแคลว่ ในการเคลอื่ นท่ี ชนิดของอาวธุ ทใ่ี ช้ ตลอดจน
ระยะยิง
กาหนดพนื้ ท่ีปฏิบตั ิการ (AO) , ขอบเขตสนามรบ(BS) และพ้ืนทสี่ นใจ(AI)
พื้นทปี่ ฏบิ ตั ิการ (AO) คอื พ้ืนทที่ างภูมศิ าสตร์ท่ี ผบ. และหน่วยถูกกาหนดหน้าทแ่ี ละ
ความรบั ผิดชอบในการปฏบิ ตั ิการ เพือ่ จาเป็นตอ่ การปฏิบัติการและการประเมนิ คา่ ผลของพน้ื ท่ี
ปฏิบตั ิการ จึงต้องศึกษาพื้นทีน่ ้ีอยา่ งละเอยี ดและตลอดทงั้ พน้ื ท่อี น่ื ๆ ขอบเขตของพ้นื ที่
ปฏิบตั ิการจะครอบคลมุ 3 พ้นื ที่ คอื พ้ืนทปี่ ฏบิ ตั กิ ารทางลึก พื้นทีก่ ารรบระยะใกล้ และพ้นื ที่
สว่ นหลงั
ขอบเขตสนามรบ (Battle space : BS) คือ สว่ นหนง่ึ ของสนามรบท้งั 4 มติ ิ (ความ
กว้าง ความลึก หว้ งอากาศ และเวลา) ทขี่ อบเขตนน้ั ถกู กาหนดโดยขดี ความสามารถสงู สุดของ
หน่วยท่ีจะเขา้ ยดึ และควบคุมฝ่ายตรงขา้ ม รวมถึงการค้นหาเป้าหมายและเครื่องมอื ระยะไกลที่
ไดร้ บั การสนบั สนุนจากหน่วยเหนือดว้ ย ถ้าเจตนารมณ์และแนวทางในการวางแผนของ ผบ.
หนว่ ย ต้องการทีจ่ ะวางแผนปฏบิ ตั ิ หรือสอดประสานการปฏบิ ัตทิ ้งั มวลในพ้ืนทนี่ ัน้ ขอบเขตของ
Battle space กไ็ มม่ ีความจากัดโดยอาจจะใหญก่ วา่ พน้ื ท่สี นใจก็ได้
พืน้ ทส่ี นใจ(Area of Interest : AI) คอื พื้นท่ที างภมู ิศาสตร์
ทข่ี ยายออกไปจากพน้ื ทปี่ ฏบิ ัติการ ผบ.หนว่ ยสามารถกาหนด
ขอบเขตหรือพน้ื ทีใ่ ดพ้ืนท่หี นงึ่ เป็นพน้ื ที่สนใจ ขอบเขตของพน้ื ที่
สนใจจะครอบคลุม 4 มติ ิ ข้ึนอยูก่ บั ทต่ี งั้ และขดี ความสามารถของ
ฝา่ ยตรงข้าม ในอนั ท่จี ะมอี ิทธิพลหรือผลกระทบตอ่ ภารกิจของหนว่ ย
ในปัจจบุ นั และอนาคต การตดิ ตามสถานการณใ์ นพืน้ ทสี่ นใจจะ
กระทาไดจ้ ากข่าวสารทไี่ ดร้ ับจากทัง้ หน่วยเหนือ หน่วยรองและ
หน่วยข้างเคยี ง หรอื อาจสง่ คาขอ(Requests) ใหร้ ายงาน
สถานการณ์ที่เฉพาะเจาะจงตามแผนรวบรวมขา่ วสาร โดยขอบเขต
ของพืน้ ทีส่ นใจจะครอบคลุม
1. ความกวา้ ง ขยายออกทางดา้ นขา้ งของพืน้ ทปี่ ฏิบตั ิการ
2. ความลึก ปกติแลว้ จะขยายออกไปมากกวา่ ดา้ นกวา้ ง ข้นึ อย่กู บั ทีต่ ง้ั และ
ขีดความสามารถในการเคลอื่ นทข่ี องฝ่ายตรงขา้ ม
3. ความสงู (หว้ งอากาศ) นับตั้งแต่พน้ื ที่สูงขม่ เป็นต้นไป จนกระทง่ั ถงึ การใช้
การลาดตระเวนทางอากาศระดับสูง และการใช้ดาวเทียมจารกรรมทมี่ ีผลกระทบ
ต่อการปฏบิ ัติของหนว่ ย งานต่อต้านการข่าวกรองจะมบี ทบาทในมิติน้ี เพอ่ื ป้องกัน
การโจมตที างอากาศ
4. เวลา ในท่ีนหี้ มายถงึ การเคลือ่ นกาลังของฝ่ายตรงขา้ ม เช่น กาลงั ทาง
อากาศ หน่วยส่งทางอากาศ หน่วยยทุ ธ์เคลอ่ื นท่ที างอากาศ และหน่วยแทรกซมึ ทาง
อากาศ เปน็ ตน้
พื้นทส่ี นใจ(Area of Interest : AI) นนั้ จะตอ้ งพิจารณาทง้ั พนื้ ท่ที างภมู ิศาสตร์และ
ห้วงอากาศท่มี คี วามจาเปน็ ตอ่ การรวบรวมข่าวสาร เพอ่ื การวางแผนและปฏิบัตกิ ารใหบ้ รรลุ
ภารกจิ ขอบเขตของพ้ืนทสี่ นใจโดยท่วั ไปจะข้ึนอยู่กบั
* ท่ตี งั้ ของกาลังฝา่ ยเดียวกัน อาจมผี ลกระทบตอ่ การบรรลุภารกิจของหน่วยตาม
เจตนารมณ์ของ ผบ.หนว่ ยเหนือ
* พื้นทีซ่ ่ึงหน่วยคาดวา่ จะนากาลังเข้าไปวาง เพื่อปฏบิ ตั ิภารกจิ ในอนาคต
* พ้นื ทีป่ ฏบิ ัตกิ ารและขีดความสามารถของกาลังฝ่ายเดยี วกนั อาจมผี ลกระทบต่อ
การปฏิบัตกิ ารและมีผลตอ่ การบรรลภุ ารกิจของหนว่ ย
* อาจแบง่ เป็นพ้ืนทส่ี นใจยอ่ ย ๆ ได้ เช่น พ้ืนท่สี นใจทางพ้นื ดนิ พน้ื ทสี่ นใจทางอากาศ
หรือพ้ืนที่สนใจทางด้านการเมือง ฯลฯ
* ไมม่ ีข้อจากดั ในการกาหนดขอบเขตของพื้นที่สนใจ ทง้ั นี้ขึน้ อยกู่ ับการพิจารณาว่ามี
ปัจจัยใดบ้างในสนามรบที่จะมผี ลกระทบต่อความสาเร็จภารกิจของหน่วย
กาหนดหว้ งเวลาในการจัดทา IPB
ตอ้ งมกี ารวางแผนการใช้เวลาที่มอี ยู่อยา่ งเหมาะสม เพอ่ื ให้ได้
ผลผลิตได้อยา่ งทนั เวลา การวิเคราะห์สงิ่ ท่ไี มเ่ กี่ยวข้องทาให้
สนิ้ เปลืองเวลาโดยใช่เหตุ เพราะในแตล่ ะสถานการณ์จะมี
ลักษณะเฉพาะของขอ้ มูลหรือขา่ วสาร/ขา่ วกรองที่ ผบ. หน่วย
ต้องการ ฉะนนั้ การพจิ ารณาปจั จัยทเี่ ก่ยี วขอ้ งทาใหล้ ด
รายละเอียดท่ีไม่จาเป็นลงและจดั ทา IPB ได้ทันเวลา
กาหนดความต้องการข่าวกรองและสมมตุ ฐิ าน
ข่าวสารและขา่ วกรองทขี่ าดหายไปน้ี หรือขอ้ มลู ท่ไี มม่ ีในฐานขา่ วเดิม
จะถูกนามาพจิ ารณากาหนดความเรง่ ด่วน โดยพิจารณาจากปจั จยั ความ
ตอ้ งการขา่ วกรองและเจตนารมณ์ของ ผบ. และการรวบรวมข่าวสารของ
หน่วยภายใต้ขอ้ จากัดของเวลาในการจัดทา IPB นั้นจะตอบความตอ้ งการ
ขา่ วกรองได้เพียงบางสว่ นเทา่ นัน้ จงึ ต้องมกี ารกาหนดสมมตุ ิฐานท่ีเปน็ ไป
ไดข้ ้ึนมาสาหรบั ข่าวสารและข่าวกรองทีข่ าดหายไป เพอ่ื ให้กระบวนการ
วางแผนของหนว่ ยทาไดอ้ ย่างต่อเนือ่ ง
รวบรวมขา่ วสารสาหรับการจดั ทา IPB
ความรเิ ร่มิ ที่จะรวบรวมหรอื ร้องขอขา่ วสารเพ่มิ เตมิ ใหม้ ากข้นึ จากฐานข่าวเดิม
จาเปน็ อยา่ งยิง่ ทีต่ อ้ งรบี ดาเนินการในหว้ งแรก ๆ ของการจดั ทา IPB ซง่ึ กระบวนการ IPB
จะพัฒนาไปอยา่ งต่อเน่อื ง สมมตุ ิฐานทก่ี าหนดไวใ้ นขน้ั ต้นอาจไดร้ บั การยนื ยัน ปรับปรงุ
หรอื ยกเลกิ ความถูกตอ้ งแมน่ ยาหรือ ความสมเหตุสมผลในการกาหนดสมมุตฐิ านมีผล
ต่อการตกลงใจของ ผบ. ตลอดจนความสาเร็จและความลม้ เหลวในภารกจิ ของหนว่ ย
IPB ขน้ั ตอนท่ี 2 อธิบายผลกระทบของสภาพแวดล้อม
การอธิบายผลกระทบของสภาพแวดลอ้ ม เปน็ การวเิ คราะหส์ ภาพแวดล้อมทั้ง
มวลทม่ี ีผลกระทบตอ่ การปฏบิ ัตขิ องทงั้ ฝา่ ยเราและภัยคุกคาม โดยจะแสดงใหเ้ ห็น
ถงึ สภาพแวดลอ้ มของสนามรบในทกุ ๆ ดา้ น ซึง่ จะช่วยให้ ผบ. สามารถแสวง
ประโยชนจ์ ากสภาพแวดลอ้ มของสนามรบ รวมทั้งเตรยี มการตอบโตไ้ ด้ในทกุ
รปู แบบ แบง่ ออกไดเ้ ปน็ 4 ขั้นยอ่ ย ดงั นี้
1. วิเคราะห์ภูมปิ ระเทศ (Terrain Analysis)
2. วเิ คราะห์สภาพลมฟ้าอากาศ(Weather Analysis)
3. วเิ คราะหล์ กั ษณะอ่นื ๆ ของสนามรบ
4. อธิบายผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มทีม่ ีตอ่ ขดี ความสามารถและ ห/ป
โดยท่วั ไปของทั้งสองฝ่าย
วิเคราะหส์ ภาพลมฟา้ อากาศ(Weather analysis)
ทศั นวิสยั ปจั จยั ทจ่ี ะมผี ลกระทบต่อทัศนวสิ ยั ได้แก่
1. อุณหภูมิท่ีสงู หรือต่ามาก ส่งผลกระทบต่อเครื่องมอื ตรวจการณท์ ใ่ี ช้ความรอ้ น
2. เมฆ ทาให้ทศั นวิสยั ในพ้นื ที่ทถ่ี ูกปกคลมุ ลดลง
3. ฝนและหิมะ ลดความสามารถในการมองเหน็
4. แสงสวา่ ง จากดวงอาทติ ยแ์ ละดวงจนั ทรใ์ นห้วงเวลาตา่ ง ๆ กัน
ลม หนว่ ยที่เคล่ือนทีต่ ามลมจะมีขดี ความสามารถในการมองเหน็ และสามารถใชอ้ าวธุ ได้ดีกว่า
นอกจากนั้นแล้วลมอาจพดั พาฝนุ่ ทราย ฝน ฯลฯ ทาความเสยี หายใหแ้ กอ่ าวุธยุทโธปกรณไ์ ด้อกี
ดว้ ย
ฝน/หมิ ะ จะมีผลตอ่ การรับน้าหนักการจราจรบนพ้ืนดนิ ทัศนวสิ ยั และการทางานของระบบการ
ตรวจการณ์ด้วยไฟฟา้ คุณภาพสง่ิ อุปกรณป์ ระเภทต่าง ๆ ระบบการติดต่อสื่อสาร ประสทิ ธภิ าพ
ของอาวุธยทุ โธปกรณ์ ตลอดจนการปฏบิ ัติการทางอากาศ
เมฆ จะเป็นเครอื่ งจากดั ทัศนวิสัย ระบบการตรวจการณ์ ระบบการค้นหา
เปา้ หมาย ระบบนาวถิ ีด้วยแสงอนิ ฟาเรด และระบบปฏบิ ตั ิการทางอากาศ
อณุ หภมู แิ ละความชืน้ ทาใหป้ ระสทิ ธภิ าพของกาลงั พลและอาวุธยุทโธปกรณ์
ความสามารถในการบรรุกของอากาศยาน และประสทิ ธิภาพของระบบคน้ หา
เป้าหมายดว้ ยความรอ้ นลดลง
เคร่อื งกีดขวาง(Obstacles)
• เคร่ืองกีดขวาง(Obstacles) หมายรวมถึง เคร่ืองกดี ขวางตามธรรมชาติและท่ีมนุษยส์ รา้ งขนึ้ ซง่ึ
สามารถทาให้การเคลือ่ นทีห่ ยุดชะงัก ชา้ ลง หรอื ต้องเปลย่ี นแปลงทิศทาง การประเมนิ ค่าแบ่ง
ออกเป็น 2 ขนั้ ตอน คอื
• 1. กาหนดผลกระทบของเครื่องกีดขวางแต่ละชนดิ ทมี่ ีต่อการเคลอื่ นท่ีของท้งั สองฝ่าย แผน่ ภาพ
ตา่ ง ๆ ซงึ่ จะต้องจัดเตรียมในข้นั นี้ อาจพจิ ารณาจากปัจจยั ตา่ ง ๆ ดังน้ี
• (1) พชื พันธไุ์ ม้ (ระยะห่างระหว่างตน้ และขนาดเสน้ ผา่ ศูนย์กลางของลาตน้ )
• (2) ทางนา้ ไหล (ความกวา้ ง ความลกึ ความเร็วกระแสนา้ ความสูงและความลาดเอียงของตลิง่ )
• (3.) ลักษณะผวิ พืน้ (ชนดิ และสภาพของดนิ )
• (4) ทรวดทรงผวิ พน้ื (ท่สี ูงตา่ ความลาดเอียง)
• (5) เครื่องกดี ขวาง ตามธรรมชาติและทีม่ นุษย์สรา้ งข้นึ (พิจารณาท้งั ทางพน้ื ดนิ และทางอากาศ สาหรับ
อากาศยานร่อนตา่ )
• (6) ระบบคมนาคมขนสง่
• 2. รวมผลกระทบของเครือ่ งกดี ขวางทง้ั ปวง ซึ่งจะมีผลกระทบตอ่ การเคลื่อนทีใ่ น 3 ระดับ ดังนี้
(1) ผ่านได้ (UNRESTRICTED) หรอื Go ไม่มีขอ้ จากัดต่อการเคลื่อนทม่ี ีเครอื ขา่ ยถนน
อย่างดี สามารถดาเนนิ กลยุทธไ์ ดอ้ ย่างกว้างขวาง สาหรบั หน่วยยานยนต์หรือยานเกราะจะเปน็ พืน้ ที่
ราบจนถึงพ้นื ทีล่ าดเอียงในระดบั ปานกลาง ระยะหา่ งระหว่างเครอื่ งกีดขวาง เชน่ ต้นไมห้ รือหนิ มี
มาก ไม่ใสเ่ ครื่องหมายใด ๆ ลงบนแผ่นบริวาร เพ่อื แสดงภมู ปิ ระเทศผ่านได้
(2) ผ่านได้ชา้ (RESTRICTED) หรือ Slow Go หนว่ ยเคล่ือนทห่ี รือดาเนินกลยุทธผ์ า่ นไป
ได้ แต่ต้องใช้ความพยายามในระดบั หนึง่ เพอ่ื เพิ่มขีดความสามารถในการเคลอ่ื นท่ี สาหรับหน่วย
ยานยนตห์ รอื ยานเกราะจะเปน็ พนื้ ท่ลี าดเอียงในระดับปานกลางจนถึงลาดชัน หรอื พนื้ ทีท่ ่ีมเี คร่อื ง
กดี ขวาง เชน่ ตน้ ไม้ หิน หรือสง่ิ ปลูกสรา้ งมีระยะห่างปานกลางถึงระยะหา่ งนอ้ ยมาก ในสภาพจากดั
ภมู ปิ ระเทศผ่านไดช้ ้าปกติจะแสดงบนแผ่นบรวิ ารด้วยเส้นขีดขวาง
(3) ผา่ นไดช้ ้ามาก(SEVERELY RESTRICTED) หรอื No Go ภมู ปิ ระเทศทีห่ น่วยไม่
สามารถเคลื่อนทีห่ รอื ดาเนินกลยทุ ธผ์ ่านไปได้
IPB : ขนั้ ตอนท่ี 3 ประเมนิ คา่ ภัยคกุ คาม
• การประเมินค่าภยั คกุ คาม เปน็ การพิจารณาขีดความสามารถ หลกั นิยม ยทุ ธวิธี
เทคนิค และ รปจ. ท่ภี ยั คกุ คามจะนามาใช้ เพื่อใหท้ ราบวา่ อะไรท่ีฝา่ ยคกุ คามสามารถ
ปฏบิ ัติได้และปฏิบตั ไิ ม่ได้
การประเมนิ ค่าภัยคกุ คาม แบ่งออกเป็น 2 ขนั้ ตอน คือ
1. จดั ทารปู แบบการปฏบิ ตั ขิ องภัยคุกคาม(Threat model)
2. กาหนดขดี ความสามารถของภัยคุกคาม
1. จดั ทารูปแบบการปฏิบัติของภัยคกุ คาม(Threat model) รูปแบบ
การปฏิบตั ขิ องภัยคุกคามจะแสดงให้เหน็ ว่า “ภยั คกุ คามจะปฏิบัติอย่างไร หาก
ไม่มขี อ้ จากัดใด ๆ ในสนามรบ” โดยพิจารณาแฟม้ ทกร. ประกอบ ซ่ึงแฟ้ม ทกร.
ประกอบด้วย 3 ส่วนสาคญั คือ
1.1 แผ่นภาพหลกั นิยม(Doctrinal template : DOCTEMP) คือ
แผน่ ภาพตามมาตราส่วนซ่ึงแสดงรูปแบบการวางกาลงั และการกระจายกาลัง
ตามหลักยทุ ธวิธีแบบมาตรฐานของภัยคกุ คาม เม่อื ไมม่ ีขอ้ จากดั ใด ๆ ในสนามรบ
การวเิ คราะหห์ ลกั นิยมของภยั คุกคามจะทาให้มองเห็นวา่ โดยปกตจิ ะมีการจดั
กาลงั วางกาลัง และการใช้หน่วย ตลอดจนระบบปฏบิ ัติการในสนามรบ
(Battlefield Operating System : BOS) อยา่ งไร
1.2 ยุทธวิธีและทางเลือกในการปฏบิ ตั ิ(Tactics and
Options) ท่ภี ัยคุกคามจะนามาใช้ ไดแ้ ก่
* การดาเนนิ กลยทุ ธ์ ตามหลกั นยิ มของหนว่ ยรอง หลกั ของ
ภัยคุกคามพิจารณาหน่วยขนาดต่ากว่าเรา 1 ระดับ
* การใชร้ ะบบปฏบิ ัตกิ ารในสนามรบ(BOS) สนบั สนนุ
ดาเนินกลยุทธ์ของภยั คกุ คาม
* ลาดับเหตุการณ์ ซ่งึ ใชใ้ นการวางแผนการยุทธต์ ามหลัก
นิยม และการประสานสอดคลอ้ งของระบบปฏบิ ตั กิ ารในสนามรบ(BOS)
* ทางเลอื กในการปฏิบัติ(Options) ท่ภี ยั คุกคามจะ
นามาใช้ เชน่ หากเขา้ ตีประสบความสาเร็จหรือลม้ เหลว เปน็ ต้น
1.3 เป้าหมายท่มี คี ่าสงู (High Value Target : HVT) กาหนดเครอ่ื งมอื ซึ่ง
ผบ.หน่วย ของภัยคุกคามจาเปน็ ตอ้ งมไี ว้เพื่อการบรรลุภารกิจเป็น HVT ลงในแผน่ ภาพหลักนิยม
จัดลาดบั และความสาคัญของ HVT ตามความสาคัญท่มี ตี อ่ การปฏิบตั กิ ารของภัยคกุ คามทก่ี าลงั
พิจารณาอยู่ ตามภาพท่ี 6-7 ตาราง HVT ตาราง HVT จะไดร้ บั การพัฒนาอย่างต่อเนอ่ื งตาม
สถานการณ์ทเ่ี ปลีย่ นแปลงไป HVT 10 ประเภท ได้แก่
(1) ระบบควบคมุ บงั คบั บัญชา และการติดต่อสื่อสาร (Command,
Control and Communications : C3)
(2) ระบบการยิงสนับสนุน (Fire Support : FS) เช่นระบบการคน้ หา
เปา้ หมาย ระบบกระสนุ เครื่องบนิ การโปรยหว่านใบปลวิ และระบบควบคมุ การยิง เป็นตน้
(3) หนว่ ยดาเนินกลยทุ ธ(์ Maneuver)
(1) ระบบ ปภอ.(Air Defense)
(2) หนว่ ยช่าง(Mobility Counter-mobility and Survivability : M/C/S)
(3) ระบบการขา่ วกรอง การลาดตระเวน และเฝา้ ตรวจ (Intelligence
Surveillance and Reconnaissance : ISR)
(4) ระบบ นชค. (Nuclear Biological and Chemical : NBC)
(5) ระบบสงครามอเิ ล็กทรอนิกส์ (Electronics Warfare : EW)
(6) การสนบั สนนุ ทางการชว่ ยรบ (Combat service Support : CSS) เช่น ที่ตัง้
คลงั /ตาบลจ่าย สป.3 ทต่ี งั้ คลัง/ตาบลจา่ ย สป.5 หน่วยปรนนบิ ัตบิ ารงุ และซอ่ มบารุง การขนส่งเป็นต้น
(7) เส้นหลักการคมนาคม(Line of Communication : LOC) เช่น ถนน สะพาน
สิ่งอานวยความสะดวกในการยกขน สนามบิน ทา่ เรอื เปน็ ต้น
แฟ้มทาเนยี บกาลงั รบ จะไดร้ ับการพัฒนาไปอยา่ งตอ่ เน่อื งตามข่าวสาร/ข่าวกรองและตามสถานการณ์ที่
เปลี่ยนแปลงไป โดยแฟ้ม ทกร. ควรมีขอ้ มลู เกย่ี วกบั ภยั คุกคาม 9 ประการ ดังตอ่ ไปนี้
1) การจดั กาลงั 6) การสง่ กาลงั บารุง
2) การวางกาลัง 7) ประสิทธภิ าพในการรบ
3) อานาจกาลงั รบ 8) ข้อมูลทางเทคนคิ
4) ยทุ ธวิธีหรอื รูปแบบการปฏบิ ตั ทิ ่ีใช้อยู่เสมอ 9) ขอ้ มลู อนื่ ๆ(บุคลกิ ลักษณะ ผบ.หนว่ ย นามแฝง
5) การฝึกหรือชื่อจัดตงั้ ฯลฯ
แฟม้ ทาเนยี บกาลงั รบ เมือ่ ไดร้ ับการพัฒนาแลว้ จะแสดงให้เหน็ สภาพทแี่ ทจ้ ริงของภยั คกุ คามเปรียบเทยี บกับ
ภาพในอดุ มคติตามหลกั นิยม
จดุ มุ่งหมายในขั้นน้ี ก็คือ การกาหนดขดี ความสามารถท่ีแทจ้ รงิ ของภยั คกุ คามในสถานการณ์ท่กี าลังเปน็ อยู่ อนั
จะเป็นตวั กาหนดวา่ ห/ป ตามหลักนยิ มซึ่งไมส่ ามารถปฏบิ ตั ไิ ดใ้ นสถานการณ์ปจั จบุ ัน จะตอ้ งมกี ารดดั แปลงอยา่ งไร หรอื ใน
บาง ห/ป อาจต้องตัดทงิ้ ไป ผลผลิตในขั้นนก้ี ค็ อื ห/ป โดยทว่ั ไปของภยั คุกคามใดบา้ งท่ีสามารถปฏิบตั ิได้จริง
2. กาหนดขีดความสามารถของภยั คกุ คาม
ขดี ความสามารถของภัยคุกคาม คอื ห/ป โดยทั่วไป และการปฏิบตั ิสนับสนุนซึ่งภัยคุกคามสามารถ
นามาใชไ้ ด้ และหากนามาใชจ้ ะมผี ลกระทบต่อการปฏบิ ตั กิ ารของฝ่ายเรา เชน่
& ในการปฏบิ ัตกิ ารตามแบบ ไดแ้ ก่ การเคล่อื นทีเ่ ขา้ ปะทะ การลาดตระเวนดว้ ยกาลัง การเข้าตี
เรง่ ดว่ น การเข้าตีประณตี การต้งั รบั แบบยดึ พนื้ ที่ การตง้ั รับแบบคล่องตัว การถอนตวั การรบหนว่ งเวลา และการ
ถอย
& ในการเขา้ ตี อาจแบง่ ออกเปน็ การเขา้ ตีตรงหนา้ การเข้าตีเจาะ การเข้าตีโอบปีกเดียว การเข้าตโี อบ
สองปกี เปน็ ตน้
& ในการปฏบิ ัตไิ ม่ตามแบบ ไดแ้ ก่ การใช้ฝงู ชนทัง้ แบบรุนแรงและไม่รนุ แรง การปฏบิ ตั ิการก่อการร้าย
ในรูปแบบต่าง ๆ เชน่ การลอบสงั หาร การวางระเบดิ การกว่ นิ าศกรรม ฯลฯ
การปฏิบัติการสนับสนุน หมายถึง ขีดความสามารถของภยั คกุ คามท่จี ะปฏิบตั ิการเพอ่ื สนับสนนุ ห/ป
โดยทัว่ ไป เชน่ การปฏบิ ตั ิการทางอากาศ การปฏบิ ัตกิ ารสงครามอเิ ล็กทรอนิกส์ การรวบรวมขา่ วสาร การ
ปฏบิ ัตกิ ารของทหารช่าง การโจมตที างอากาศ การยกพลขึ้นบก การปฏบิ ัติการจิตวทิ ยา การลวง ฯลฯ
IPB : ข้นั ตอนท่ี 4 พจิ ารณาเลือกหนทางปฏิบตั ิของภัยคกุ คาม
การกาหนดและพัฒนา ห/ป ท่เี ปน็ ไปได้ของภัยคกุ คาม เปน็ การประเมนิ ค่า ห/ป ตา่ ง ๆ
ทเ่ี ป็นไปไดข้ องภัยคกุ คาม ตลอดจนกาหนดพื้นท่หี รือการปฏิบตั ใิ ด ๆ ท่ีจะเปน็ เครอ่ื ง
ยนื ยันว่า ห/ป ใดที่ ผบ. หน่วยฝ่ายคุกคามจะเลอื กปฏบิ ัติ ซึ่งจะเปน็ มูลฐานในการ
กาหนดและพัฒนา ห/ป ขอฝ่ายเราต่อไป
วิธีการ คอื นาข้อมลู ทีไ่ ด้จากการประเมินค่าภัยคกุ คาม มาสนธกิ บั แผ่นบรวิ าร
เครือ่ งกดี ขวางผสม ดดั แปลงแผน่ บรวิ าร(Modified Combined Obstacle Overlay:
MCOO)และผลผลติ ตา่ ง ๆ ในขั้นตอนที่ 2 ของ IPB เพ่ือพัฒนาเปน็ ห/ป ต่าง ๆ ท่ี
เปน็ ไปได้ของภัยคุกคาม
IPB : ข้นั ตอนท่ี 4 พจิ ารณาเลอื กหนทางปฏบิ ัติของภัยคุกคาม
การเลือก ห/ป ของภัยคุกคามมี 6 ข้นั ตอน ดังน้ี
1. กาหนดที่หมายท่เี ปน็ ไปไดแ้ ละผลลัพธ์(End State) ทีภ่ ยั คกุ คามต้องการ
2. กาหนด ห/ป ทเ่ี ปน็ ไปไดท้ ้ังสิ้นของภยั คกุ คาม
3. ประเมนิ คา่ และกาหนดลาดบั ความน่าจะเป็นไปไดข้ องแตล่ ะ ห/ป ฝ่ายตรงข้าม
4. พฒั นา ห/ป ฝา่ ยตรงขา้ ม
5. กาหนดแนวทางในการรวบรวมขา่ วสารขั้นต้น
6. ปรับปรุง ห/ป ฝา่ ยตรงข้าม
1. กาหนดทีห่ มายทีเ่ ปน็ ไปไดแ้ ละผลลพั ธ์(End State) ที่ภยั คุกคาม
ตอ้ งการ
& กาหนดท่หี มายและผลลัพธ์ทตี่ ้องการ เริม่ ด้วยการกาหนดที่หมายทเี่ ปน็ ไปได้ และผลลัพธ์ทีต่ อ้ งการ
ของภัยคุกคามในระดบั ที่สูงกว่าหน่วยพจิ ารณา 1 ระดับ หลังจากน้ันกาหนดทหี่ มายทีเ่ ป็นไปได้และผลลพั ธท์ ี่
ต้องการของหนว่ ยรองลงไปจนถึง 2 ระดับต่ากวา่ หน่วยพจิ ารณา และตอ้ งมีการกาหนดสมมุติฐานข้นึ เพื่อใช้ใน
การวางแผน โดยตอ้ งได้รบั อนมุ ัตจิ าก ผบ. กอ่ นเสมอ และต้องทบทวนสมมุติฐานดังกลา่ วอย่างตอ่ เน่อื งตามภาพ
ขา่ วกรองที่เปลีย่ นแปลงไป
รปู แบบของท่หี มาย
1. ในสงครามตามแบบ ทีห่ มายของภยั คกุ คามมักจะกาหนดด้วยภูมิประเทศหรือกาลัง ส่วนใหญแ่ ล้ว
จะเปน็ ภมู ปิ ระเทศสาคัญ และกาลังในพ้ืนที่ส่วนหลังหรือกองหนุน
2. ในการปฏิบตั ิทม่ี ใิ ชส่ งคราม ท่ีหมายและผลลัพธท์ ี่ภยั คกุ คามต้องการต้องกาหนดขึ้นในทกุ ระดับท้งั
หนว่ ยทีส่ งู และตา่ กว่าหน่วยพิจารณา วัตถุประสงคท์ างด้านเศรษฐกิจและการเมอื ง จะมอี ทิ ธพิ ลโดยตรงตอ่ ห/ป
ของภยั คุกคามในทุกระดบั ในบางสถานการณ์การควบคุมหรอื แสวงประโยชน์จากสถานการณ์ อาจจะมผี ลดกี วา่
การตอบโต้ ฉะน้นั การศกึ ษารูปแบบของแตล่ ะสถานการณจ์ งึ เปน็ ส่งิ จาเปน็
2. กาหนด ห/ป ทีเ่ ปน็ ไปได้ท้ังสน้ิ ของภัยคุกคาม
ในขนั้ นี้จะเป็นการนาเอา ห/ป โดยท่วั ไปของภัยคุกคาม(ในขนั้ ตอนที่ 3 ของ IPB “วิเคราะหภ์ ัยคุกคาม”) มา
เทยี บเคยี งกบั ทีห่ มายที่เปน็ ไปได้ ห/ป โดยท่ัวไปใดท่ไี มบ่ รรลุที่หมายดังกลา่ วจะถกู ตัดทง้ิ ไปในข้นั ตอนนี้ นา ห/ป
โดยทั่วไปท่ีเหลือไปสนธกิ บั ผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มในสนามรบ(ในข้ันตอนที่ 2 ของ IPB) “อธิบายผลกระทบ
ของสภาพแวดล้อม”) จะเห็นวา่ ห/ป โดยทัว่ ไปนั้นจะปฏิบตั ิอยา่ งไร
ห/ป โดยทั่วไป เชน่ เข้าตปี ระณีต เข้าตเี ร่งด่วน ต้ังรบั หรือรบหนว่ งเวลา จะถูกพัฒนาเปน็ ห/ป เฉพาะ โดย
พจิ ารณาปจั จยั ดังตอ่ ไปนี้
(1) เจตนารมณ์หรอื ผลลพั ธ์ท่ตี อ้ งการของภยั คกุ คาม
(2) ทีห่ มายการเขา้ ตีหรือทีห่ มายในการตโี ตต้ อบที่เปน็ ไปได้
(3) ผลกระทบของสภาพแวดลอ้ มในสนามรบตอ่ การปฏิบัตกิ าร และ ห/ป โดยท่ัวไป
(4) ความลอ่ แหลม หรือความขาดแคลนกาลงั พลหรืออาวธุ ยุทโธปกรณข์ องภยั คกุ คาม
(5) ที่ต้งั การวางกาลังในปัจจบุ ัน
(6) ที่ตง้ั ความพยายามหลกั และความพยายามสนับสนุน
(7) การรบั รู้ข่าวสารกาลังฝา่ ยเราของภัยคุกคาม
(8) การลวงของภยั คกุ คาม
นาแต่ละ ห/ป ของภยั คุกคามมาวิเคราะหแ์ ละพฒั นา โดยพจิ ารณา
(1) ความเหมาะสม(ตอ้ งบรรลุทห่ี มายท่เี ป็นไปไดห้ รอื ผลลพั ธ์ทต่ี ้องการ)
(2) ความเป็นไปได(้ ต้องมที รพั ยากร เวลา พ้นื ที่ และห้วงอากาศพยี งพอท่จี ะปฏบิ ตั ติ าม ห/ป น้ันได้ มกี ารออม
กาลังและรวมกาลงั เพ่อื ให้มอี านาจกาลังรบเพยี งพอ)
(3) การยอมรับได้ (อัตราการเส่ยี งของแตล่ ะ ห/ป ต่อผลทจ่ี ะได้รับตอ้ งยอมรบั ได้ ทั้งในแง่เกอื้ กลู และจากดั )
(4) ความแตกต่าง (แตล่ ะ ห/ป ต้องมคี วามแตกต่างกนั อยา่ งเห็นไดช้ ดั ) โดยเปรียบเทียบความแตกตา่ งกนั ในเรอ่ื ง
* ผลท่จี ะมตี อ่ การปฏบิ ตั ิการของฝา่ ยเรา
* การใช้กองหนนุ หรือกาลังในระลอกทสี่ อง
* ความพยายามหลัก
* แผนการดาเนนิ กลยุทธ์
* การจดั เฉพาะกจิ
(5) ความเปน็ ไปตามหลกั นยิ ม (ความเป็นไปตามหลกั นยิ ม หรอื วธิ ปี ฏบิ ัติ ในแฟ้ม ทกร. โดยไมค่ วรมองข้ามการจู่
โจมและการพจิ ารณาบคุ ลิกลกั ษณะของ ผบ. หน่วยฝา่ ยภัยคกุ คาม)
3. ประเมินค่าและกาหนดลาดับความนา่ จะเปน็ ไปได้ของแตล่ ะ ห/ป ฝา่ ยตรงข้าม
เนือ่ งจากฝ่ายเราต้องพัฒนาแผนหลักเพียงแผนเดยี ว และพัฒนาแผนเผชญิ เหตุต่าง ๆ ขน้ึ เพื่อรองรับ
สถานการณ์ ดงั น้ัน ห/ป ท่ีเปน็ ไปได้ทั้งสนิ้ ของภยั คุกคามต้องได้รบั การประเมินค่าและกาหนดลาดบั ความนา่ จะ
เป็นไปได้ โดยมีขัน้ ตอน ดังนี้
1) กาหนดจุดแข็งและจุดออ่ น จุดศนู ย์ดุล และจดุ แตกหกั ของแตล่ ะ ห/ป
2) ใหค้ ่าความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้ การยอมรบั ได้ และความเปน็ ไปตามหลกั นยิ มของแต่ละ ห/ป
3) ประเมินคา่ ผลกระทบของสภาพแวดล้อมทีม่ ีตอ่ แต่ละ ห/ป ทงั้ ในแง่เกอื้ กูลและจากัด
4) กาหนดผลที่จะไดร้ ับเปรียบเทยี บกับความเส่ียงของแต่ละ ห/ป
5) พจิ ารณาโอกาสท่จี ะประสบความสาเร็จดว้ ยการจ่โู จมของแต่ละ ห/ป
6) พิจารณาการวางกาลังและการปฏิบัตขิ องภยั คกุ คามในปจั จุบันวา่ ห/ป ใดทีภ่ ยั คกุ คามพร้อมทีจ่ ะ
ปฏบิ ตั ไิ ดท้ นั ที แตต่ ้องพึงระลึกไว้เสมอเก่ียวกับเรือ่ งการลวง
7) เปรียบเทยี บ ห/ป ของภัยคุกคามทง้ั ส้ินดว้ ยปจั จัยตา่ ง ๆ ขา้ งต้น แลว้ จดั ลาดบั ห/ป เหล่านัน้
ตามลาดบั ความนา่ จะเปน็ ไปได้ ซ่งึ อาจไดร้ บั การปรบั ปรงุ เปลี่ยนแปลงตามสถานการณ์ท่ีเปล่ยี นไป
4. พฒั นา ห/ป
หลังจากจัดลาดับความนา่ จะเปน็ ไปได้ แต่ละ ห/ป จะถูกนามาพฒั นาในรายละเอยี ดให้ไดม้ ากท่ีสดุ เท่าท่ี
เวลาและสถานการณ์จะอานวยให้ โดย ผบ. อาจจะกาหนดใหพ้ ฒั นาเฉพาะ ห/ป ทนี่ ่าจะเปน็ ได้มากทสี่ ุด และ ห/
ป ทจี่ ะเปน็ อนั ตรายตอ่ ฝา่ ยเรามากท่ีสดุ เพอื่ เป็นการประหยดั ห/ป ของภยั คุกคามทส่ี มบรู ณต์ อ้ งตอบคาถาม
1) ใคร ระดับ ขนาด ชนดิ หนว่ ยของภัยคกุ คาม
2) อะไร รูปแบบของ ห/ป น้นั (เชน่ เขา้ ตี ตง้ั รบั เพิม่ เติมกาลัง ฯลฯ)
3) เมื่อไร เวลาทเี่ รว็ ทสี่ ดุ ที่จะเร่ิม ห/ป นั้นได้
4) ท่ีไหน พื้นทีป่ ฏบิ ัตกิ าร เสน้ หลกั การรุก แนวทางเคลือ่ นที่ และที่หมายของ ห/ป
5) อย่างไร วธิ ีการ (เช่น การวางกาลงั ความพยายามหลัก แผนดาเนินกลยุทธ์ การสนบั สนนุ การรบ
การสนบั สนนุ การชว่ ยรบ ฯลฯ) ซึง่ จะนามาใชด้ ว้ ยเคราองท่มี อี ยู่ ตง้ั แต่หนว่ ยทส่ี ูงกวา่ หน่วยเราหน่งึ ระดบั ข้นึ ไป
(+1) จนถึงหน่วยต่ากวา่ สองระดบั (-2)
6) ทาไม วัตถปุ ระสงคก์ ารบรรลทุ ่ีหมายหรอื ผลลัพธ์ทตี่ อ้ งการ
การแสดง ห/ป ของภัยคกุ คามทพ่ี ฒั นาแล้ว ประกอบดว้ ย 3 ส่วนหลกั คือ
1) แผ่นภาพสถานการณ์ (Situation template : SITEMP)
2) ข้อความของ ห/ป และทางเลือกในการปฏิบัติตา่ ง ๆ (Options)
3) รายการเป้าหมายทีม่ คี า่ สงู (HVT)
1) แผน่ ภาพสถานการณ์ (Situation template : SITEMP)
แผ่นภาพสถานการณ์(Situation template : SITEMP) คอื แผ่นภาพซง่ึ
แสดงภาพการวางกาลงั ของภยั คุกคามซึง่ นา่ จะเปน็ ในแต่ละ ห/ป เปน็ การ
ผสมผสานกันระหว่างแผน่ ภาพหลักนยิ ม(DOCTEMP) กับ ผลกระทบของ
สภาพแวดล้อมแผน่ บรวิ าร(Modified Combined Obstacle Overlay:
MCOO) ซง่ึ จะแสดงให้เห็นถึงการประยกุ ตใ์ ชห้ ลกั นิยมในแงข่ องการวางกาลัง
ความลึก และความกวา้ งของการปฏบิ ัติการ สธ/ฝอ. ตอ้ งจดั เตรยี มแผน่ ภาพ
สถานการณ์ 1 แผน่ หรือมากกวา่ สาหรบั แตล่ ะ ห/ป เพอ่ื บรรยายสรุป โดย
แสดงจดุ วกิ ฤตทิ ี่สาคญั ของการปฏิบัตใิ ห้ครบถว้ นตามต้องการ
1) แผ่นภาพสถานการณ์ (Situation template : SITEMP)
การจัดทา SITEMP มขี ั้นตอนดังตอ่ ไปนี้
1) นา DOCTEMP วางทาบทบั ลงบน MCOO และแผน่ ภาพอ่ืน ๆ (จากข้นั ตอนที่ 2 ของ IPB)
2) ปรับท่ีตงั้ การวางกาลงั บน DOCTEMP ใหเ้ ขา้ กบั ผลกระทบของสภาพแวดลอ้ ม และ
สอดคลอ้ งตามหลกั นยิ ม ท่หี มาย เจตนารมณ์ ความพยายามหลกั การลวง การจโู่ จม ฯลฯ โดยต้องแน่ใจ
วา่ ไม่หลงลมื เครือ่ งมอื ใด ๆ ของภยั คุกคาม
3) ลงรายละเอียดทเ่ี กี่ยวข้อง เชน่ พน้ื ท่โี จมตี ท่ีหมาย ที่ตง้ั และการปฏิบัติของเป้าหมายทมี่ ีคา่ สงู
(HVT)
4) พจิ ารณาข้ันตอนการดาเนนิ กลยทุ ธข์ อง ห/ป โดยละเอยี ด เพื่อกาหนดการปฏบิ ัติจาก
รูปแบบหนึง่ ไปสูอ่ กี รปู แบบหนึง่ และกาหนด BOS
1) แผ่นภาพสถานการณ์ (Situation template : SITEMP)
การจัดทา SITEMP มขี ั้นตอนดงั ตอ่ ไปน้ี
5) ลากแนว/เสน้ ข้ันเวลา(Time Phase Line) เพ่อื แสดงการเคลื่อนทข่ี องกาลังฝา่ ยคกุ คามที่คาดไว้
ไม่วา่ จะเป็นการเข้าตี การเคลอ่ื นทเ่ี ข้าปะทะ การตโี ต้ตอบ กองหนุน กาลงั ในระลอกสอง กาลังในทางลกึ
และในพื้นทีส่ ว่ นหลงั ฯลฯ โดยพจิ ารณาจาก “อัตราเรว็ ”ในการเคลอื่ นทตี่ ามหลกั นิยม ผสมผสานกบั
สภาพแวดล้อมของสนามรบ และความลา่ ชา้ ทคี่ าดวา่ จะเกิดขน้ึ จากการตอบโตข้ องฝ่ายเรา โดยไมต่ ้องคานึงถึง
เวลาในการตดั สินใจของ ฝา่ ยตรงข้าม ในข้ันตน้ เส้นขั้นเวลาตา่ ง ๆ จะกาหนดเวลาเปน็ เวลาสมมุตทิ ีค่ าดไว้
เท่านั้น เชน่ น - 5 เม่ือทราบเวลา ท่ีแท้จริงก็จะนาเวลานั้นเขา้ มาแทนที่ไดท้ นั ที
6) จดั ทาแผน่ ภาพต่าง ๆ เพือ่ ชว่ ยให้ ห/ป มคี วามชัดเจนมากย่ิงข้ึน ขนั้ ตอนตา่ ง ๆ อาจแสดงดว้ ย
แผน่ ภาพในทกุ ขน้ั ตอน
7) ปรับปรงุ แผ่นภาพสถานการณใ์ ห้เหมาะสมกบั การบรรยายสรปุ สถานการณใ์ ห้แก่ ผบ. ตามความ
ต้องการ ในหนว่ ยระดับสูงอาจแสดงจุดผกผัน ที่ตั้งสาคัญๆ จดุ แตกหัก และการปฏิบตั ทิ ่เี กยี่ วกบั จุดศูนยด์ ุลย์
(CG) เปน็ สาคญั ในหนว่ ยระดบั ลา่ งอาจแสดงใหเ้ ห็นถึงหน่วยทางยทุ ธวธิ ีตา่ ง ๆ ทีต่ ง้ั การวางกาลงั พน้ื ที่
ปฏบิ ตั กิ าร ทหี่ มาย เสน้ หลกั การรกุ เส้นทาง ท่รี วมพล ขน้ั ของการดาเนินกลยทุ ธ์ เปน็ ตน้