The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Chayapat Jitpeera, 2022-05-30 21:10:45

คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

คู่มือระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน

i

คู่มอื ระบบดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน

แบบฟอรม์ เอกสารท่ีเกยี่ วขอ้ ง

โรงเรียนบา้ นเขาลกู โล่

สานักงานเขตพน้ื ที่การศกึ ษาประถมศกึ ษาอทุ ยั ธานี เขต 2



คำนำ

ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับท่ี 2) พ.ศ. 2545 จะ
พบว่าการศึกษาในปจั จบุ ันใหค้ วามสาคัญกับการพัฒนาผู้เรียน โดยยึดผู้เรียนเป็นสาคัญมากข้ึน มุ่งหวังให้ผู้เรียนมี
พัฒนาการแบบองค์รวม กล่าวคือ ให้เป็นคนดี คนเก่ง คนมีความสุข อีกทั้งสภาพสังคมท่ีมีความเป็นสากลและ
สลบั ซบั ซอ้ นมากข้ึน ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาการและเทคโนโลยีสมัยใหม่เป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉับพลัน จึงมี
เหตุการณ์ทีเ่ ป็นปัญหาเข้ามาเกี่ยวข้องกบั ผู้เรยี นของเราอย่างมากมาย

ด้วยเหตุน้ี หน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหน่วยงานต้นสังกัดของสถานศึกษา จึงกาหนดให้มีการ
ดาเนนิ งานเก่ยี วกบั ระบบดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียน ซึ่งถอื เปน็ การเน้นบทบาทของครูท่ีปรึกษาหรือครูประจาช้ันอย่าง
เด่นชัดมากข้ึน เอกสารคู่มือเล่มนี้จัดทาข้ึนโดย คณะงานระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน ฝ่ายพัฒนาผู้เรียน ซ่ึง
ประกอบด้วยแบบฟอร์มการคัดกรองนักเรียนในด้านต่าง ๆ แบบเยี่ยมบ้านนักเรียน ฯลฯ เพื่อเป็นคู่มือแก่ครูท่ี
ปรึกษาและผู้สนใจ ได้ศึกษาเรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน คณะผู้จัดทาหวังเป็นอย่างยิ่ง
เอกสารฉบับน้ี จะเป็นประโยชน์ต่อผู้ท่ีได้ศึกษา ไม่มากก็น้อย ถ้าข้อความหรือเนื้อหาในเอกสารฉบับนี้ไม่ครบถ้วน
สมบูรณอ์ ย่างไร คณะผจู้ ดั ทากข็ ออภัยไว้ ณ ทนี่ ี้ด้วย

โรงเรียนบ้านเขาลูกโล่

สารบญั ข

เร่อื ง หน้า
คานา ก
สารบญั ข
บทนา 1
การเย่ียมบา้ นนักเรยี น 14
ตวั อยา่ งระเบยี นสะสม 17
แบบประเมินจุดแขง็ และจดุ อ่อนฉบบั ครปู ระเมนิ นักเรยี น (SDQ) 19
แบบประเมินจุดแขง็ และจุดอ่อนฉบับนักเรยี นประเมนิ ตนเอง (SDQ) 21
แบบประเมินจุดแขง็ และจดุ อ่อนฉบบั ผปู้ กครองประเมนิ นักเรยี น (SDQ) 23
แบบบันทึกการคัดกรองนักเรียนเป็นรายบคุ คล 25
แบบสรปุ การคดั กรองนักเรยี นเป็นรายบุคคล 27
แบบบันทกึ การเย่ียมบา้ น 28
แบบสรปุ การเยย่ี มบ้านนักเรยี น 30
การให้คะแนนและการแปลผล 32
แบบประเมินความฉลาดทางอารมณ์ (EQ) และการแปลผล 38
เฉลยใบงานแบบประเมนิ จุดแขง็ และจุดอ่อน (SDQ) 41
บนั ทกึ การให้คาปรึกษาเบื้องต้น ของครูทป่ี รึกษา 49
บนั ทึกการส่งตอ่ ภายในโรงเรยี น(โดยครูที่ปรกึ ษา) 50
แบบรายงานแจ้งผลการช่วยเหลอื นกั เรียน 51
แบบบนั ทกึ สรุปรายงานผลการดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนของครทู ีป่ รึกษา 53
บรรณานุกรม 56

1

บทนา
ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนักเรียน

ความหมายของระบบการดูแลชว่ ยเหลือนักเรยี น
ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นกระบวนการดาเนินดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีข้ันตอน พร้อม

ด้วยวิธีการและเครื่องมือการทางานที่ชัดเจนโดยมีครูที่ปรึกษาเป็นบุคลากรหลักในการดาเนินการดังกล่าว และมี
การประสานความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับครูท่ีเก่ียวข้อง หรือบุคคลภายนอก รวมท้ังการสนับสนุน ส่งเสริมจาก
โรงเรยี น

การดแู ลชว่ ยเหลือ หมายรวมถึง การสง่ เสริม การปอ้ งกัน และการแกไ้ ขปัญหา โดยมีวิธีการและเคร่ืองมือ
สาหรับครูท่ีปรึกษาและบุคลากรท่ีเกี่ยวข้องเพื่อใช้ในการดาเนินงานพัฒนานักเรียนให้มีคุณลักษณะที่พึงประสงค์
และปลอดภัยจากสารเสพย์ตดิ

กระบวนการดาเนินงานตามระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เป็นความรับผิดชอบของครูที่ปรึกษาตลอด
กระบวนการ โดยมีการประสานงานหรือรับการสนับสนุนจากผู้บริหาร ครูท่ีเก่ียวข้องรวมทั้งผู้ปกครอง ซ่ึงมีวิธีการ
และเครื่องมอื ตวั อย่างสรปุ ได้ ดังนี้

กระบวนการดาเนินงาน วธิ กี าร เคร่อื งมือ

1. การรูจ้ ักนักเรียนเป็นรายบุคคล ศึกษาข้อมลู จาก

1.1 ดา้ นความสามารถ 1) ระเบยี นสะสม 1) ระเบียนสะสม

- การเรยี น 2) แบบประเมินจุดแขง็ และ 2) แบบประเมนิ จุดแข็งและ

- ความสามารถอื่น ๆ จดุ ออ่ น (SDQ) หรอื จุดออ่ น (SDQ) หรือ

1.2 ด้านสขุ ภาพ 3) อื่น ๆ เช่น 3) อนื่ ๆ เช่น

- รา่ งกาย - แบบประเมินความฉลาด - แบบประเมินความฉลาด

- จิตใจ - พฤติกรรม ทางอารมณ์ (EQ) ทางอารมณ์ (EQ)

1.3 ด้านครอบครวั - การสัมภาษณ์นักเรยี น - แบบสมั ภาษณ์นกั เรียน

- เศรษฐกิจ - การสังเกตพฤติกรรม - แบบสมั ภาษณ์ผปู้ กครอง

- การคุ้มครองนักเรียน นกั เรยี น และการเยีย่ มบา้ นนักเรยี น

1.4 ดา้ นอน่ื ๆ - การเยี่ยมบ้านนักเรียน - แบบบนั ทึกการตรวจ

ฯลฯ สขุ ภาพดว้ ยตนเอง

2. การคดั กรองนักเรยี น วิเคราะห์ข้อมลู จาก 1) เกณฑ์การคดั กรองนักเรียน

2.1 กลุม่ ปกติ 1) ระเบียนสะสม 2) แบบสรปุ ผลการคดั กรอง

2.2 กล่มุ เสย่ี ง 2) แบบประเมินจุดแข็งและ และช่วยเหลือนักเรยี นเปน็

2.3 กลมุ่ มีปัญหา จดุ ออ่ น (SDQ) หรือ รายบคุ คล

3) แหล่งขอ้ มลู อื่น ๆ 3) แบบสรุปผลการคัดกรอง

นักเรยี นเป็นหอ้ งเรยี น

3. การสง่ เสรมิ นกั เรียน (สาหรบั จดั กิจกรรมต่อไปน้ี 1) แนวทางการจดั กจิ กรรมโฮม

2

กระบวนการดาเนินงาน วิธีการ เครือ่ งมือ
นักเรียนทกุ กลุ่ม) 1) กจิ กรรมโฮมรูม รูมของโรงเรียน
(Homeroom)
4. การป้องกนั และแก้ไขปญั หา 2) ประชมุ ผ้ปู กครองช้ันเรียน 2) แนวทางการจดั กิจกรรม
(จาเปน็ อยา่ งมากสาหรบั (Classroom meeting) หรือ ประชุมผูป้ กครองชน้ั เรยี นของ
3) กจิ กรรมอ่ืน ๆ ท่คี รู โรงเรยี น
นกั เรยี นกลุ่มเส่ยี ง/มีปญั หา) พจิ ารณาวา่ เหมาะสมในการ
สง่ เสรมิ นกั เรยี นใหม้ ีคุณภาพมาก 3) แบบบันทึก/สรุปประเมินผล
5. สง่ ต่อ ขนึ้ การดาเนนิ กจิ กรรม
5.1 สง่ ต่อภายใน
5.2 ส่งต่อภายนอก 1) ให้การปรึกษาเบ้ืองตน้ - โฮมรมู
2) ประสานงานกบั ครแู ละ - ประชุมผปู้ กครองช้นั
ผเู้ ก่ยี วข้องอ่ืน ๆ เพอื่ การจัด เรยี น
กิจกรรมสาหรับการป้องกันและ - อ่นื ๆ
การชว่ ยเหลอื แก้ไขปัญหาของ 1) แนวทางการจัดกิจกรรมเพื่อ
นกั เรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหาของ
นกั เรียน 5 กจิ กรรม
2.1 กจิ กรรมในหอ้ งเรียน 2) แบบบนั ทึกสรปุ ผลการคดั
2.2 กจิ กรรมเสริมหลกั สตู ร กรองและช่วยเหลือนกั เรยี นเป็น
2.3 กิจกรรมเพื่อนชว่ ยเพ่ือน รายบุคคล
(Buddy) 3) แบบบันทกึ รายงานผลการ
2.4 กิจกรรมซ่อมเสริม ดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
2.5 กิจกรรมสื่อสารกับ
ผปู้ กครอง 1) แบบบนั ทกึ การสง่ ต่อของ
1) บนั ทกึ การสง่ นักเรยี นไปยังครู โรงเรียน
ท่เี ก่ยี วข้องในการชว่ ยเหลอื 2) แบบรายงานแจง้ ผลการ
นกั เรยี นตอ่ ไป เช่น ครูแนะแนว ช่วยเหลือนักเรยี น
ฝา่ ยปกครอง ครปู ระจาวิชา ครู
พยาบาล เปน็ ตน้ ซึ่งเปน็ การส่ง
ตอ่ ภายใน
2) บันทกึ การสง่ นักเรยี นไปยัง
ผู้เช่ยี วชาญภายนอกโดยครแู นะ
แนวหรือฝ่ายปกครองเป็น
ผดู้ าเนนิ การ

3

หมายเหตุ ระดับช้ันต่างๆ สามารถพิจารณาเลือกใช้วิธีการ และเคร่ืองมืออื่น ๆ เพ่ิมเติมนอกเหนือจากท่ีระบุเพื่อ
การดาเนนิ งานอย่างมปี ระสิทธภิ าพมากย่งิ ขนึ้ ตามความเหมาะสมของสภาพโรงเรียน
องคป์ ระกอบของระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น

ระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น เปน็ กระบวนการดาเนินงานทมี่ อี งคป์ ระกอบสาคัญ 5 ประการ คือ
1. การรจู้ กั นักเรียนเป็นรายบคุ คล
2. การคัดกรองนักเรยี น
3. การส่งเสริมนักเรียน
4. การปอ้ งกันและแกไ้ ขปัญหา
5. การส่งตอ่
แต่ละองค์ประกอบของระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนดังกล่าว มีความสาคัญ มีวิธีการและเคร่ืองมือท่ี
แตกต่างกันไป แต่มีความสัมพันธ์เก่ียวเนื่องกันซ่ึงเอ้ือให้การดูแลช่วยเหลือนักเรียนของโรงเรียนเป็นระบบท่ีมี
ประสทิ ธภิ าพ

4

ตอนที่ ๒
บทบาทหนา้ ท่ขี องหน่วยงานและบุคลากรทเ่ี กี่ยวขอ้ ง

การดูแลช่วยเหลือนักเรียนมีความสาคัญต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนั กเรียนทุกคนให้เติบโตอย่างมี
คณุ ภาพ สามารถดารงชีวติ อย่างเป็นสุขในสงั คม

การดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น เปน็ ระบบทมี่ กี ระบวนการดาเนนิ งานท่ีชดั เจน ประกอบดว้ ยการรู้จักนักเรียน
เป็นรายบุคคล การคัดกรองนักเรียน การส่งเสริมพัฒนานักเรียน การป้องกันและแก้ไขปัญหา และการส่งต่อ
ดังนัน้ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากบุคคลและหนว่ ยงานทเี่ กยี่ วขอ้ งในการดาเนินงานดงั นี้

๑. สานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน (สพฐ.)
๒. สานักงานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษา (สพท.)
๓. สถานศกึ ษา

• ผู้บริหาร
• ครูทกุ คน
• นกั เรยี น
• คณะกรรมการสถานศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน
• บคุ ลากรอน่ื ๆ
๔. ผปู้ กครองและชุมชน
• ผปู้ กครอง/เครือข่ายผูป้ กครอง
• ชมุ ชน
๕. หน่วยงานที่เกี่ยวขอ้ ง
• ภาครฐั
• ภาคเอกชน เอกชน
• องค์การบรหิ ารสว่ นท้องถ่ิน/ปกครองพเิ ศษ
• องคก์ รอสิ ระ

๑. บทบาทหนา้ ท่ขี องสานกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน (สพฐ.)
สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน เป็นหน่วยงานกลางที่มีบทบาทหน้าท่ีในการกาหนด

นโยบายการดาเนินงานไปยังสานักงานเขตพ้ืนท่ีการศึกษาในการส่งเสริมสนับสนุนให้ผู้ปฏิบัติ คือ สถานศึกษา
สามารถดาเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสานงานกับหน่วยงานที่
เก่ียวข้อง จึงมบี ทบาทหน้าท่แี ละแนวทางดาเนนิ งานดงั น้ี

5

บทบาทหนา้ ที่ แนวทางดาเนินงาน

๑.กาหนดนโยบายและหนว่ ยงานท่รี ับผดิ ชอบใน  กาหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมาย และจุดเน้นด้าน
สพฐ. ด้านการดูแลช่วยเหลอื นกั เรยี น การดแู ลชว่ ยเหลือนักเรยี น
 มอบหมายหน่วยงานท่ีรับผิดชอบใน สพฐ.
อยา่ งชัดเจน

๒.ประสานงานกับหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องเป็น  เชิญประชุมหน่วยงานท่ีเก่ียวข้อง เช่น
เครือขา่ ยการดาเนินงานดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียน กระทรวงสาธารณสุข สถาบันส่งเสริมการสอน

วทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กระทรวงวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยี กระทรวงมหาดไทย สานักงาน

ตารวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม ฯลฯ เพ่ือวาง

แนวปฏิบัติร่วมกัน

๓.ส่งเสริมสนับสนุนให้ สพท. เกิดการพัฒนาองค์  พัฒนาบุคลากรใน สพท. ให้มีความเข้มแข็ง

ความรูส้ ู่การปฏบิ ัตดิ ้านการดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี น ด้านองค์ความรู้และการปฏิบัติด้านการดูแล

ช่วยเหลอื นักเรยี นด้วยวธิ กี ารท่หี ลากหลาย

 ส่งเสริม สพท. ให้มีการศึกษาวิจัย เพ่ือการ

พัฒนาดา้ นการดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น

๔.สนับสนุน ช่วยเหลือให้ สพท. สถานศึกษา  ช่วยเหลือแกไ้ ขปัญหาอุปสรรคของ สพท. และ

สามารถดาเนินงานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนได้ สถานศึกษา อันเป็นเหตุให้การปฏิบัติงานไม่

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ ประสบความสาเรจ็

๕.สง่ เสริมให้ สพท. มรี ะบบติดตามประเมินผลและ  กากับ ติดตาม และตรวจสอบการดาเนินงาน

รายงานความก้าวหน้าอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ดา้ นการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนของ สพท.

6

๒.บทบาทหนา้ ทข่ี องสานกั งานเขตพ้นื ที่การศึกษา (สพท.)

สานักงานเขตพ้ืนที่การศึกษา เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมระบบการดูแลช่วยเหลือ

นักเรียนของโรงเรียนภายในสังกัด รวมท้ังการประสาน ติดตาม ประเมินผลการปฏิบัติงาน จึงมี

บทบาทหน้าทแี่ ละแนวทางดาเนินงานดงั น้ี

บทบาทหนา้ ท่ี แนวทางดาเนินงาน

๑.นานโยบายการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสู่การปฏิบัติใน  จัดทาระบบข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการดูแลช่วยเหลือและ

สถานศึกษา ปญั หาพฤติกรรมนกั เรยี นของสถานศึกษา

 จัดทาระบบเทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือใช้เป็นเครือข่ายให้

คาปรกึ ษาตามสภาพปัญหาและความต้องการของนักเรียนและ

บรกิ ารแกผ่ ู้สนใจ

 จดั ให้มีแผนงาน โครงการ และกิจกรรมการดูแลช่วยเหลือ

นกั เรยี นในระดบั พน้ื ท่ี

 นิเทศ ติดตามผล รายงานความก้าวหน้าการดาเนินงาน

ดแู ลช่วยเหลือนกั เรียนของสถานศกึ ษา

๒.ส่งเสริมสนับสนุนให้สถานศึกษาเกิดการพัฒนาองค์  ฝึกอบรมบุคลากรให้มีความรู้ ความสามารถ เทคนิค และ

ความรู้และความสามารถในการปฏิบัติด้านการดูแล ทกั ษะในการดาเนินงานดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรยี นได้

ช่วยเหลือนกั เรียน  จัดทามาตรฐานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนสาหรับ

เป็นแนวทางในการพัฒนาคณุ ภาพของสถานศึกษา

 สนับสนุนให้สถานศึกษา ศึกษาวิจัยและพัฒนาเก่ียวกับ

ระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียน เพื่อนาผลมาพัฒนางานให้มี

ประสทิ ธภิ าพยิง่ ขนึ้

จัดให้มีเครือข่ายประสานงานและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้าน

การดแู ลช่วยเหลอื นักเรยี น

๓.สนับสนุน ช่วยเหลือให้สถานศึกษาสามารถดาเนินงาน  ช่วยเหลือ แก้ไขปัญหา อุปสรรค ของสถานศึกษาให้

การดูแ ลช่ว ยเ หลือนั กเรียน ได้อย่ างเป็น ระบบ มี ประสบความสาเร็จ

ประสิทธภิ าพ  จัดกลุ่มสถานศึกษาให้เป็นเครือข่ายพัฒนาคุณภาพ

ช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกันจนสามารถดาเนินการระบบการ

ดูแลชว่ ยเหลือนกั เรยี นได้

๔.ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพ่ือร่วมมือกัน  เป็นหน่วยงานกลางในการประสานการดาเนินงานกับ

ดาเนินงานการดูแลช่วยเหลือนกั เรยี น หน่วยงานอ่ืน ๆ เช่น

- จดั ประชมุ สัมมนาหน่วยงานท่ีเก่ียวขอ้ งในพ้ืนที่ร่วมกับ

สถานศึกษาให้รับรู้บทบาทการปฏิบัติงานระบบการ

ดูแลชว่ ยเหลอื นักเรยี น

- รว่ มเป็นคณะทางาน คณะกรรมการดาเนนิ งาน

- ขอรบั ความรว่ มมอื ชว่ ยเหลือสนบั สนุน

๕.ติดตามประเมินผลและรายงานระบบการดูแลช่วยเหลอื  ชี้แจงทาความเข้าใจกบั สถานศกึ ษาดว้ ยวธิ ีการตา่ ง ๆ

นักเรียนของสถานศึกษา เพื่อใหเ้ กดิ เจตคตทิ ดี่ ีต่อระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนและ

นาไปปฏิบตั ไิ ดจ้ รงิ

7

บทบาทหนา้ ที่ แนวทางดาเนินงาน

 สร้างขวัญ กาลังใจและประชาสัมพันธ์ ระบบการดูแล
ช่วยเหลือนกั เรียนใหห้ น่วยงานทเี่ กี่ยวขอ้ งทราบอยา่ งตอ่ เน่อื ง
 ติดตาม ประเมินผล และรายงาน การดาเนนิ งานระบบการ
ดแู ลชว่ ยเหลอื นกั เรยี นของสถานศกึ ษา

๓.บทบาทหนา้ ท่ีของสถานศกึ ษา

สถานศกึ ษา เป็นสถาบันที่ประกอบด้วยบุคคลต่าง ๆ ทีจ่ ะทาให้การดาเนนิ งานตามระบบการดูแล

ชว่ ยเหลือนักเรียนประสบผลสาเรจ็ ซ่งึ ประกอบดว้ ย ผู้บริหารสถานศึกษา ครู นกั เรยี น คณะกรรมการ

สถานศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน และบุคลากรอ่ืน ๆ

๓.๑ ผ้บู ริหารสถานศึกษา

ในฐานะที่ผ้บู รหิ ารสถานศึกษาเป็นผู้นาสูงสดุ ในสถานศึกษาสามารถบริหารจดั การและให้

ความสาคญั ในการดาเนนิ งานระบบการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียนให้ประสบผลสาเร็จจงึ ควรมบี ทบาทหน้าท่ี

และแนวทางดาเนินงานดังนี้

บทบาทหนา้ ท่ี แนวทางดาเนินงาน

๑.บรหิ ารจดั การให้มีระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียน  กาหนดนโยบาย วัตถปุ ระสงค์ การดาเนนิ งานตามระบบการ

ของสถานศกึ ษาใหช้ ดั เจนและมีประสิทธภิ าพ ดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น

 สร้างความตระหนกั ใหค้ รูทกุ คนและบคุ คลที่เกี่ยวขอ้ งเหน็

คณุ คา่ และความจาเป็นของระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรยี น

 กาหนดโครงสรา้ งการบริหารระบบการดูแลช่วยเหลือ

นักเรียนใหเ้ หมาะสมกบั สถานศึกษา

 แตง่ ตัง้ คณะกรรมการในการดาเนินงานตามความเหมาะสม

 ประชมุ คณะกรรมการและกาหนดเกณฑจ์ าแนกกลมุ่

นกั เรยี น

 ส่งเสริมให้ครูทุกคนและบุคคลท่เี กี่ยวข้องไดร้ ับความรู้

เพ่ิมเติม มที ักษะเกี่ยวกบั ระบบการดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี นอยา่ ง

ต่อเนอื่ ง

๒.ประสานงานระหว่างสถานศึกษากับหนว่ ยงานและ  เชิญรว่ มเป็นกรรมการและเครือข่ายในการช่วยเหลือ

บุคคลภายนอก เช่น ผปู้ กครอง เครือข่ายผปู้ กครอง นกั เรียน

องค์กรต่าง ๆ สาธารณสขุ โรงพยาบาล สถานีตารวจ  ประชมุ ปรึกษาหารือและขอความร่วมมอื
ฯลฯ

๓.ดูแล กากบั นเิ ทศ ตดิ ตาม ประเมนิ ผล สนบั สนนุ และ  กาหนดปฏทิ นิ การดาเนินงาน

ให้ขวญั กาลงั ใจในการดาเนนิ งาน  นเิ ทศ กากบั ตดิ ตาม ประเมนิ ผล

 ยกยอ่ งให้รางวัลเผยแพร่ผลงานการดาเนินงานในโอกาสตา่ ง



8

๓.๒ ครปู ระจาชั้น/ครูทปี่ รึกษา

ครูประจาชั้น/ครทู ่ปี รึกษา เป็นผูท้ ี่อยู่ใกล้ชดิ กบั นักเรียนมากท่ีสดุ และเปน็ บคุ ลากรหลกั ในการดแู ล

ช่วยเหลือนักเรยี น จงึ ควรมบี ทบาทหน้าท่ีและแนวทางดาเนนิ งานดงั น้ี

บทบาทหน้าท่ี แนวทางดาเนินงาน

๑.ร้จู กั นกั เรียนเปน็ รายบุคคล  ศึกษาและรวบรวมขอ้ มลู พืน้ ฐานของนักเรยี น

เป็นรายบคุ คล จัดเตรียมเครือ่ งมือเกบ็ ข้อมลู นักเรยี น

รายบุคคล

 หาขอ้ มลู เพ่มิ เติมโดยนาเครอ่ื งมือไปใชใ้ นการ

เกบ็ ข้อมลู และปรบั ปรุงข้อมูลใหเ้ ปน็ ปจั จุบัน

 เกบ็ รวบรวมข้อมลู อย่างเป็นระบบ

 วเิ คราะห์ขอ้ มูล

๒.คัดกรอง จาแนกกลุม่ นักเรียน  ดาเนินการคัดกรองนักเรียนตามเกณฑท์ ี่กาหนด

 สรุปผลการจาแนกนักเรียนเปน็ กลุ่ม

๓.จัดกจิ กรรมตา่ ง ๆ เพอ่ื ส่งเสริมพัฒนา  จัดกิจกรรมเพ่ือส่งเสริม โดย

- เยี่ยมบา้ น

- จัดกิจกรรมโฮมรูม

- สรา้ งความสัมพนั ธ์ระหวา่ งบ้านกบั โรงเรียน

- ประชุมผู้ปกครอง

- จดหมายข่าว

- อนื่ ๆ

 จดั กิจกรรมพัฒนาใหเ้ หมาะสมกบั กลมุ่ นักเรยี น

๔.จัดกจิ กรรมป้องกนั แกไ้ ข ช่วยเหลอื  ใหค้ าปรึกษา

 ใหค้ วามชว่ ยเหลอื เบ้อื ตน้

 ประสานความร่วมมือกับผปู้ กครองในการ

ชว่ ยเหลือแก้ไข

๕.ส่งตอ่  ดาเนนิ การส่งตอ่ ภายในไปยังบคุ คลหรือฝา่ ยท่ี

เกย่ี วข้อง

๖.รายงานผล  รายงานผลระหวา่ งดาเนนิ การ

 รายงานผลเม่อื สนิ้ สดุ

หมายเหตุ การดาเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนทุกขั้นตอน ครูประจาชั้น /ครูทีปรึกษาควร
รายงานผลการปฏบิ ตั ิงานทกุ ข้นั ตอนการดาเนินงาน เพ่อื การตรวจสอบปรับปรงุ พัฒนา
๓.๓ ครปู ระจาวิชา/ครูทวั่ ไป
ครูทุกคนเป็นผู้มีบทบาทสาคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้บรรลุตามจุดมุ่งหมายของหลักสูตร มีหน้าท่ี

จัดกจิ กรรมการเรียนรู้และดูแลช่วยเหลือนักเรียน จึงควรมีบทบาทหนา้ ทแี่ ละแนวทางการดาเนนิ งานดงั นี้

9

บทบาทหนา้ ที่ แนวทางดาเนินงาน
ดแู ลนกั เรียนและใหค้ าปรกึ ษาเบ้อื งตน้ แกน่ ักเรียน
 ศกึ ษา สังเกต ดูแล รวบรวมข้อมูล
 ประสานงานกับครูประจาชั้น/ครูท่ีปรึกษา เพ่ือ

สง่ เสริมป้องกนั แกไ้ ขพฤติกรรมนกั เรยี น
 จัดกิจกรรมส่งเสริม ป้องกัน แก้ไข เพ่ือพัฒนา

นกั เรียน

หมายเหตุ โรงเรียนใดไม่มีครูประจาวิชา ให้ครูที่ทาหน้าท่ีครูประจาช้ัน/ครูท่ีปรึกษา ปฏิบัติตามบทบาท
หน้าทคี่ รูประจาวชิ า

๓.๔ ครแู นะแนว
ครูแนะแนว เปน็ บุคคลที่มีความรบั ผดิ ชอบตอการจัดระบบงานแนะแนว ซึ่งมีความสมั พันธ์กับ

ระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียน จึงควรมบี ทบาทหน้าทแี่ ละแนวทางดาเนนิ งานดังนี้

บทบาทหน้าที่ แนวทางดาเนินงาน

1.สนับสนุนครูประจาชั้น/ครูที่ปรึกษา ในการดูแล  ให้คาปรึกษาช่วยเหลือแก่ครูประจาช้ันครูท่ี

ช่วยเหลอื นกั เรียน ปรึกษา

 ให้ความม่ันใจ กาลังใจกับผู้ร่วมงานในการ

ปฏิบัตงิ าน

 ให้คาปรึกษาครอบคลุมท้ังด้านการเรียน อาชีพ

ชีวิต และสังคม ทง้ั รายกลุ่มและรายบุคคล

 จดั ทาการศกึ ษารายกรณี (Case Study)

 เตรยี มเคร่ืองมอื สนับสนนุ ระบบการดูแลช่วยเหลือ

นกั เรียนอย่างครอบคลมุ ตอ่ เนอ่ื งและเปน็ ปัจจุบัน

 ให้คาปรึกษาในการจัดทาข้อมูลนักเรียนประกอบ

กับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ในกรณีนักเรียนย้ายท่ี

เรียน

๒.จดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ และพฒั นา  จัดกิจกรรมป้องกันช่วยเหลือและแก้ไขพฤติกรรม

นกั เรยี น

 ใหน้ กั เรยี นจดั กิจกรรมส่งเสรมิ พฒั นาเต็มศักยภาพ

ของแต่ละบุคคล

๓.จัดกิจกรรมป้องกนั แก้ไข ชว่ ยเหลอื  ให้คาปรึกษา

 ใหค้ วามช่วยเหลอื

 ประสานความร่วมมือกับครูประจาช้ัน ครูท่ี

ปรกึ ษา ผู้ปกครอง และผ้เู กย่ี วข้อง

๔.สง่ ต่อ  ส่งตอ่ ผเู้ ชยี่ วชาญภายนอก

หมายเหตุ โรงเรียนใดที่ไม่มีครูแนะแนว ให้ครูที่ทาหน้าท่ีครูประจาชั้น/ครูท่ีปรึกษาปฏิบัติตามบทบาท
หน้าทขี่ องครแู นะแนว

10

๓.๕ ครูหัวหน้าระดับชั้น

บทบาทหน้าที่ แนวทางดาเนนิ งาน

๑.ติดตาม กากับ การดแู ลชว่ ยเหลอื นักเรียนของครู  วางแผนการกากับ ติดตาม การทางานของครู

ประจาชนั้ /ครทู ป่ี รึกษา ประจาชัน้ /ครูท่ีปรกึ ษา ใหช้ ดั เจนและรับร้โู ดยท่ัวกนั

 อานวยความสะดวกแก่ครูประจาชั้น/ครูที่ปรึกษา

ในการดาเนนิ งานระบบการดแู ลช่วยเหลือนักเรยี น

 บันทึกหลักฐานการปฏิบัติงาน และจัดทารายงาน

ประเมินผลระบบ สง่ ผู้บริหาร

๒.ประสานงานผู้เก่ียวข้องในการดูแลช่วยเหลือ  จัดประชุมครูในระบบ เพ่ือเพิ่มประสิทธิภาพใน

นกั เรยี น การดูแลช่วยเหลือนักเรียน

 จัดประชุมกลุม่ เพื่อปรกึ ษาปัญหารายกรณี

 ให้คาแนะนาปรกึ ษาแกค่ รปู ระจาชัน้ /ครทู ีป่ รกึ ษา

 ติดต่อประสานงานกับเครือข่ายท้ังภายในและ

ภายนอกสถานศึกษา

๓.๖ นักเรียน
นกั เรยี น เปน็ บุคคลท่มี ีบทบาทสาคญั ในการระบบการดูแลช่วยเหลอื นักเรียนท้ังเป็นผรู้ บั การ

ชว่ ยเหลอื และให้ความช่วยเหลอื แกส่ ถานศึกษาเพอื่ ให้การดาเนินงานระบบการดแู ลชว่ ยเหลอื เป็นไป
อย่างมีประสทิ ธภิ าพ จงึ มบี ทบาทหนา้ ที่และแนวทางดาเนินงานดงั นี้

บทบาทหน้าที่ แนวทางดาเนนิ งาน

มีบทบาทหน้าทข่ี องนกั เรียนและสนับสนนุ การ  ใหค้ วามรว่ มมือกับคณะกรรมการนกั เรยี น
ดาเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือนกั เรียน  ใหค้ วามร่วมมือในการสอดส่องพฤติกรรม

ของนักเรียนในสถานศกึ ษา
 ปฏิบัตติ นเป็นแบบอย่างท่ดี ี
 สร้างเครือขา่ ยเพ่ือนช่วยเพื่อน พี่ช่วยนอ้ ง
 เขา้ รว่ มกจิ กรรมของสถานศึกษา
 ประสานสัมพันธร์ ะหว่างสถานศึกษากับบ้าน

๓.๗ คณะกรรมการสถานศกึ ษาขั้นพื้นฐาน
คณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เป็นองค์คณะบุคคลท่ีประกอบด้วยตัวแทนหน่วยงาน ซ่ึงมี

ส่วนในการพฒั นาการศกึ ษา จึงควรมบี ทบาทหนา้ ทแ่ี ละแนวทางดาเนินงานดังนี้

11

บทบาทหน้าท่ี แนวทางดาเนินงาน
ใหก้ ารสนบั สนนุ ดา้ นการดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน
 ให้คาปรึกษาในการดาเนินงานระบบการดูแล

ชว่ ยเหลือนกั เรียน
 เสนอแนะแนวทางในการส่งเสริมพัฒนา แก้ไข

นกั เรยี น
 ติดต่อขอความร่วมมือกับหน่วยงานองค์กรต่าง ๆ

ในการสง่ เสรมิ พัฒนาแกไ้ ข
 อานวยความสะดวกในการประสานงานเม่ือ

สถานศกึ ษาต้องการชว่ ยเหลอื

๔. บทบาทหนา้ ทข่ี องผู้ปกครองและชุมชน

ผู้ปกครองและชุมชน เป็นบุคคลและกลุ่มบุคคลที่อยู่ใกล้ชิดกับนักเรียนในพื้นที่มากท่ีสุดท่ีจะให้การเอา

ใจใส่ดูแลนักเรียนได้อย่างดี ซ่ึงประกอบไปด้วยผู้ปกครอง เครือข่ายผู้ปกครอง/ชมรม/สมาคมผู้ปกครองและ

บคุ คลในชุมชน

๔.๑ ผปู้ กครอง/เครือข่ายผู้ปกครอง

ผูป้ กครอง/เครอื ข่ายผู้ปกครอง เป็นบุคคลและคณะบุคคลท่ีอยู่ใกล้ชิดกับนักเรียน จึงควรมีบทบาท

หนา้ ทแี่ ละแนวทางดาเนินงานดงั นี้

บทบาทหนา้ ท่ี แนวทางดาเนนิ งาน

๑.อบรมดูแลและเป็นแบบอย่างทด่ี ีในการดารงชีวิต  จัดสภาพแวดล้อม ประสบการณ์ ให้นักเรียนได้

ครอบครัว มีความรัก ความเข้าใจ และให้ความ สัมผัสกบั ตวั อยา่ งท่ดี ี

อบอนุ่  สนับสนุนส่งเสริมให้กาลังใจนักเรียนในการเข้า

รว่ มกิจกรรมตา่ ง ๆ ตามความสนใจ และศักยภาพของ

ตนเอง

 ใชห้ ลกั จติ วทิ ยาในการเลี้ยงดบู ตุ รหลาน

๒.สนับสนุนให้ความร่วมมือ วางแผนร่วมกับ  เข้าร่วมประชุม วางแผน หาแนวทางการ

สถานศึกษาในการแลกเปล่ียนข้อมูลที่เป็น ดาเนินงาน

ประโยชน์ต่อการส่งเสริมพัฒนา ป้องกัน และแก้ไข  ให้ข้อมูลท่ีเป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมพัฒนา
ปญั หานกั เรียน
ปอ้ งกัน และแกไ้ ขปัญหานกั เรียน

๓.เป็นที่ปรึกษาหรือแนะแนวทางการดาเนินชีวิตท่ี  ให้คาปรึกษา คาแนะนาที่ดแี ก่นกั เรยี น

ดีแกน่ ักเรียน  เสนอแนะแนวทางในการดาเนินชีวิตที่ดีให้

นกั เรียน

๔.๒ ชมุ ชน
ชุมชน เป็นสังคมที่มีอิทธิพลต่อค่านิยมและพฤติกรรมของเด็ก บุคคลทุกคนในชุมชนมีส่วนร่วมใน

การดูแลช่วยเหลือ ส่งเสริมให้นักเรียนได้พัฒนาตนในแนวทางท่ีเหมาะสม จึงควรมีบทบาทหน้าที่และ
แนวทางการดาเนนิ งานดงั นี้

12

บทบาทหน้าท่ี แนวทางดาเนินงาน

สนับสนุนการดาเนินงานระบบการดูแลช่วยเหลือ  จัดสภาพแวดล้อมของชุมชนท่ีเอ้ือต่อการพัฒนา

นกั เรียน นักเรียน

 ชว่ ยสอดส่องดูแลนกั เรียน

 เปน็ แหล่งการเรยี นรู้เพอื่ พฒั นาศักยภาพนักเรยี น

 สรา้ งความสัมพันธร์ ะหว่างสถานศกึ ษากับชุมชน

 ให้ข้อมูลข่าวสารพฤติกรรมของนักเรียนกับ

สถานศกึ ษา

 เขา้ ร่วมกิจกรรมของสถานศกึ ษา

๕.บทบาทหน้าทีข่ องหน่วยงานท่เี กีย่ วข้องกับการดูแลชว่ ยเหลอื นกั เรยี น
การดาเนินงานการดูแลช่วยเหลือนักเรียนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและบรรลุผลจาเป็นอย่างย่ิงท่ี

จะต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของทุกส่วนในสังคม และเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติงานให้สอดคล้องไปใน
ทิศทางเดียวกันอย่างมีคุณภาพ การประสานงานและการสร้างความร่วมมือร่วมใจในการดูแลช่วยเหลือนักเรียน
จึงเป็นสิ่งสาคัญ ซ่ึงสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา สถานศึกษา ควรประสานความร่วมมือท้ังภาครัฐและเอกชน
เช่น กรมสุขภาพจิต ศูนย์อนามัยเขตฯ สาธารณสุขจังหวัด สาธารณสุขอาเภอ โรงพยาบาล องค์การบริหารส่วน
ท้องถิ่น การปกครองพิเศษ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงกลาโหม กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม
ส่อื มวลชน สานักงานตารวจแห่งชาติ องคก์ รเอกชน องคก์ รอสิ ระ ซง่ึ มคี วามสามารถใหก้ ารสนับสนนุ และให้ความ
ร่วมมือไดด้ ังนี้

๑.ให้คาปรกึ ษาแนะนาเก่ยี วกับพฤติกรรมและพัฒนาการของเดก็ วยั ตา่ ง ๆ
๒.สอดส่องดแู ลใหค้ วามชว่ ยเหลือเด็กและเยาวชนทัง้ ดา้ นความปลอดภัยและการแกป้ ญั หาพฤติกรรม
๓.รว่ มมอื กบั สถานศกึ ษาจดั กิจกรรมสง่ เสริมนักเรยี นใหไ้ ด้รับการพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละบุคคล
๔.เป็นแหล่งการเรียนรู้และฝึกงาน และเพ่ิมพูนประสบการณ์แก่นักเรียนตามความรู้ ความสามารถ
ความสนใจ และความถนดั
๕.ติดตามผล สะท้อนปัญหา และแสดงความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการดาเนินการดูแลช่วยเหลือ
นักเรียน
๖.ให้ความร่วมมือและแลกเปล่ียนเรียนรู้ เผยแพร่ข้อมูล ข่าวสาร สารสนเทศท่ีเป็นประโยชน์และ
น่าสนใจ
๗.ให้การสนับสนุนและเป็นเครือข่ายในการพัฒนาและขยายผลการดาเนินงานดูแลช่วยเหลือนักเรียน
อยา่ งตอ่ เนือ่ ง

13

บทบาทภาระหน้าท่ีของครทู ี่ปรกึ ษาในระบบการดูแลช่วยเหลอื นกั เรียน
1. ดาเนนิ การดูแลชว่ ยเหลือนกั เรียนท้งั การส่งเสริม ป้องกนั ปญั หา และการช่วยเหลือ แก้ไข
ปญั หาในดา้ นความสามารถ ด้านสุขภาพ และด้านครอบครัว หรืออืน่ ๆ
2. ดาเนนิ การดูแลช่วยเหลือนกั เรยี นตามแนวทางท่ีกาหนด คอื
2.1 การรจู้ กั นักเรยี นเป็นรายบุคคล ได้แก่

1) การสมั ภาษณน์ ักเรียนเป็นรายบคุ คล
2) การเยี่ยมบ้านนักเรยี น
3) ขอ้ มลู จากระเบยี นสะสม
4) ข้อมลู จากแบบประเมนิ ตนเอง (SDQ)
2.2 การคัดกรองนกั เรยี นออกเปน็ 3 กลุม่ คือ กลมุ่ ปกติ, กล่มุ เส่ยี ง, กลุ่มมปี ัญหา
ซึง่ คัดกรองนักเรียนได้จาก
1) ระเบยี นสะสม
2) แบบประเมนิ ตนเอง (SDQ)
3) การสมั ภาษณ์ ฯลฯ
2.3 การสง่ เสรมิ นักเรยี น โดยใช้กจิ กรรมดังน้ี
1) กจิ กรรมโฮมรมู
2) การจัดประชุมผ้ปู กครองในชั้นเรียน (Classroom meeting)
2.4 การป้องกันและช่วยเหลอื นกั เรียน โดยใช้กิจกรรมดงั น้ี
1) การให้การปรึกษาเบ้ืองต้น
2) การจัดกิจกรรมเสริมหลักสูตร
3) การจดั กจิ กรรมเพ่ือนชว่ ยเพือ่ น (จับคู่ Buudy)
4) การจัดกิจกรรมซ่อมเสรมิ
5) การจดั กจิ กรรมส่ือสารกับผู้ปกครอง เช่น การโทรศพั ท์, การเชญิ มาพบ,
การเยีย่ มบ้านเพือ่ พบปะผู้ปกครอง เปน็ ต้น
2.5 การสง่ ต่อนักเรียน ให้บคุ คลตอ่ ไปนี้ (กรณใี ห้การช่วยเหลือเบอื้ งต้นแลว้ ยงั ไม่ดีข้นึ )
1) ครแู นะแนว (ขอทุนการศึกษา, ใหค้ วามช่วยเหลอื ปญั หาที่ยากแก่การชว่ ยเหลือ)
2) ครปู กครอง (ปญั หาระเบียบวินยั , ปัญหาดา้ นความประพฤติ เปน็ ต้น)
3) ครพู ยาบาล (กรณีปญั หาด้านสุขภาพ) ฯลฯ
3. รว่ มประชมุ กลุ่มปรึกษาปัญหารายกรณี (กรณนี ักเรยี นในความดูแลมปี ัญหาท่ีต้องใหค้ วามชว่ ยเหลอื
จะประชุมร่วมกับผเู้ ก่ยี วข้องเพอ่ื ให้การชว่ ยเหลอื นักเรยี น)
4. บันทึกหลกั ฐานการปฏบิ ตั ิงานและประเมินผลรายงานส่งหวั หนา้ ระดบั
5. อนื่ ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย
หลกั ฐานทต่ี อ้ งใช้ในระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรยี นสาหรับครทู ่ีปรึกษา

คณะกรรมการทีมประสานงาน
1. ระเบียนสะสม
2. แบบประเมินจุดแข็งและจุดออ่ น (SDQ)
3. แบบสรปุ การคัดกรองนักเรยี นรายบุคคล
4. แบบสรุปการรายงานผลการคัดกรองนกั เรียนในช้ันเรยี น
5. บนั ทึกการโฮมรูม (Home Room)

14

6. บนั ทึกการจัดกจิ กรรมพบผู้ปกครองในช้ันเรียน (Classroom Meeting)
7. บันทึกการวางแผนการช่วยเหลอื /แก้ไขปัญหาของนกั เรียน
8. บันทกึ การให้คาปรึกษาเบ้ืองต้นของครทู ีป่ รึกษา
9. บนั ทึกการส่งต่อนักเรยี น
10. บนั ทกึ การแจ้งผลการส่งต่อ
11. บนั ทกึ การติดตามผลการช่วยเหลอื นักเรยี น
12. บนั ทกึ การประชุมระดบั ช้ัน

การเยยี่ มบ้านนักเรียน

การเย่ยี มบ้านนักเรยี น
การเยย่ี มบ้านนักเรยี น หมายถงึ การทีค่ รไู ปเย่ียมพบปะกับผูป้ กครองและนักเรียนท่บี า้ นของเขา อนั จะ

ชว่ ยให้เกดิ ความสมั พนั ธท์ ่ีดีระหวา่ งบา้ นกับโรงเรยี นและทาให้ครูไดร้ ้ไู ด้เหน็ ข้อเทจ็ จริงเก่ยี วกบั สภาพแวดล้อมต่าง
ๆ ทางบ้านของนักเรียน

1. จดุ มงุ่ หมายของการเย่ยี มบ้านนกั เรียน
การเยย่ี มบ้านมจี ุดม่งุ หมายดังต่อไปน้ี

1.1 เพื่อให้ครไู ด้เหน็ สภาพแท้จรงิ ของสิง่ แวดลอ้ มและสภาพความเปน็ อยู่ ทางครอบครวั ของ
นักเรยี น

1.2 เพอ่ื ช่วยให้ครไู ด้รถู้ ึงเจตคตขิ องผู้ปกครองที่มตี ่อครู โรงเรยี น และนักเรยี น
1.3 เพ่ือสร้างความเขา้ ใจ และความสัมพันธอ์ ันดีระหว่างบา้ นกับโรงเรยี น อันจะสง่ ผลใหเ้ กดิ
ความรว่ มมอื ทีด่ ใี นการช่วยแก้ปัญหาหรือพัฒนานักเรียน
1.4 เพอื่ เพม่ิ เติมข้อมลู ขอ้ เท็จจริง บางประการทเ่ี กย่ี วกับเดก็ นกั เรียนที่ไม่อาจสามารถหาได้
ดว้ ยวิธกี ารอ่นื ๆ
2. หลกั การเยี่ยมบา้ นนกั เรยี น
เพื่อให้ผู้ปกครองและนกั เรยี นเกิดเจตคติทดี่ ีต่อครูและโรงเรียนอีกทั้งยินดีใหข้ ้อมลู ครูท่ีไปเย่ียมบ้าน
จงึ ควรยึดหลักการดงั น้ี
2.1 ก่อนไปเยี่ยมบ้านควรแจ้งให้นักเรียนทราบล่วงหน้าเพื่อไปบอกกล่าวผู้ปกครองก่อนว่าครู
จะเย่ยี มบ้านในวันใดเวลาใด
2.2 ครคู วรตงั้ จุดม่งุ หมายของการไปเยี่ยมบ้านวา่ ต้องการทราบขอ้ เท็จจรงิ หรือข้อมลู เร่ือง
ใดบ้าง พร้อมทั้งเตรียมหวั ข้อท่จี ะสมั ภาษณ์หรือสนทนากบั ผปู้ กครองของนักเรียน เพื่อใหไ้ ด้ข้อมูลตาม
จดุ มุง่ หมายนัน้
2.3 ศกึ ษาข้อเทจ็ จริงเก่ยี วกบั ตัวนักเรยี นเทา่ ทีม่ อี ยู่ก่อนไปเยี่ยมบ้านเพ่ือการปฏิบัติตัวหรือถาม
คาถามท่เี หมาะสมกบั สภาพทางบา้ นของนกั เรยี น
2.4 พยายามสร้างใหเ้ กิดความคนุ้ เคย ความอบอ่นุ ใจ ความมมี ติ รภาพทด่ี ีต่อกนั
2.5 ควรสนับสนุนใหน้ กั เรยี นไดม้ ีโอกาสร่วมวงสนทนาในระยะแรกที่ครไู ปถึง
2.6 พยายามให้ผู้ปกครองได้มโี อกาสแสดงความคิดเห็นและความรู้สกึ ต่าง ๆ ออกมาให้มากใน
เรือ่ งท่ีสนทนากัน
2.7 หลีกเล่ียงการการตาหนิติเตยี น การวิพากษ์วจิ ารณเ์ ก่ียวกบั ตวั นกั เรียน ผปู้ กครอง ครหู รอื
โรงเรยี น

15

2.8 การเย่ียมบ้านควรคานงึ ถงึ ความเหมาะสมของเวลาทีไ่ ปเยี่ยมและระยะเวลาทีเ่ ยยี่ มบ้าน
โดยไมค่ วรใชเ้ วลาอย่างเรง่ รีบ แต่ไม่ควรจะอยู่นานจนเกินไป

2.9 รบี จดบนั ทกึ ข้อมูลท่ีได้ทันทหี ลังจากกลับจากการเยย่ี มบ้าน ซึง่ อาจใช้แบบรายงานการ
เยี่ยมบ้านดังตวั อย่างขา้ งตน้

16

17

เลขท.ี่ ...................

-ดล.1-

ระเบยี นสะสมนักเรยี นรายบุคคล (ปพ.8)

โรงเรยี นบ้านเขาลูกโล่ อาเภอบ้านไร่ จงั หวดั อุทัยธานี

สานักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษาประถมศึกษาศกึ ษาอทุ ัยธานี เขต 2

***********************

คาชแี้ จง ให้นักเรียนกรอกขอ้ มลู ส่วนตวั และ กา  ในช่อง ใหค้ รบถว้ น สมบรู ณ์ (ข้อมลู เหล่านจี้ ะเกบ็ ไวเ้ ปน็ ความลับ)

1. ประวัติสว่ นตัวนักเรยี น
ชื่อ..........................….............นามสกลุ .......................…........ ชั้น ……..….…ชอ่ื เล่น..................เลขประจาตัว........................

โทรศัพท.์ .........……............เกดิ วันท.่ี ..................เดือน............….................พ.ศ.......……..........สถานท่เี กดิ บ้านเลขท.ี่ ..............หมทู่ ่ี
...............................บ้าน.........……...............ตาบล..................................อาเภอ...................……........จังหวัด...……………..................

อาศยั อย่กู ับ.............….... ระยะทางจากบา้ นถงึ โรงเรยี น ประมาณ……………กโิ ลเมตร ความสามารถ(พิเศษ)........................……….

เดินทางมาโรงเรียนโดย  เดนิ  รถจักรยาน รถจักรยานยนต์  รถรบั สง่  อื่น ๆ ( ระบุ)…………...……….…...........…

ชอ่ื ครูท่ปี รึกษา1....................................….....…….….......……….........2.................................…....………..............................................
ชอ่ื บดิ า...........................................................................................อาย.ุ ........……..........ปี อาชพี ..............…...…………......................

ชื่อมารดา................................................…....................................อาย.ุ ..........……........ปี อาชพี ................…….............……….......
ทอ่ี ยู่บิดา/มารดา.............................................................................................................……….......โทรศพั ท.์ ........................….......

เป็นบุตรคนท่ี.......…...........ในจานวนพ่นี อ้ งรว่ มสายโลหติ ..….……........คน เปน็ ชาย....…................คน หญิง...................…......คน
ประกอบอาชพี แลว้ ......................คน อยใู่ นความอปุ การะของครอบครัว...........................คน

สถานภาพบิดา มารดา  อยดู่ ้วยกนั  แยกกนั อยู่  หย่ารา้ งกัน  อนื่ ๆ ระบ.ุ .....................................................

รายไดข้ องครอบครวั  ตง้ั แต่ 27,000 บาทตอ่ ปขี ึน้ ไป  20,000 - 26,999 บาทตอ่ ปี  น้อยกวา่ 20,000 บาทตอ่ ปี
ผู้ออกคา่ ใชจ้ า่ ยในการเรียนให้คอื .................................………....................……...เกี่ยวขอ้ งเปน็ ........................……….........................
งานอดเิ รกของขา้ พเจ้า..................................................…………........................................................................................................

หน้าทร่ี ับผดิ ชอบภายในบ้านทท่ี านอกเหนือการเรียนคอื
1………………………………..………....………...................................……..…..2.................................................……..........................……..

2. ด้ำนเกี่ยวกับสขุ ภำพ

นา้ หนัก...................กิโลกรัม ส่วนสูง.................ซม. โรคประจาตวั .......………………...........................................

โรคทเ่ี คยเป็น ...............................................เม่อื ปี พ.ศ. ..........................การรักษา.........................………………..................

ประวัตอิ ุบตั เิ หต.ุ ....................…...……….............เมอ่ื พ.ศ. ....................สถานทเ่ี ขา้ รับการรักษา..........………....................….
3. ด้ำนเกย่ี วกบั เศรษฐกิจ

ข้าพเจ้ามีเงนิ ใช้ จ่ายในการมาโรงเรียนประมาณวันละ ......................……….......บาท

ข้าพเจา้ มีงานพิเศษทาคอื …………………..............………………………..………รายไดเ้ ฉล่ียวันละ…..….........……..บาท

ข้าพเจา้ คิดวา่ คา่ ใช้จ่ายของขา้ พเจา้  มากเกนิ ไป  พอดี  ไม่พอใชบ้ างคร้งั  น้อยเกนิ ไป
4. ดำ้ นเกีย่ วกับสง่ิ แวดลอ้ มในโรงเรยี น และทำงบ้ำน

โรงเรียนของข้าพเจา้  นา่ เรียนมาก  น่าเรยี นพอควร  ไมน่ า่ เรียนเลย

บรรยากาศในโรงเรียน  อบอนุ่ มาก  อบอ่นุ พอควร  ห่างเหินกนั  เงียบเหงานา่ เบอ่ื
 สามัคคีกัน  ต่างคนตา่ งอยู่  แยกกันหลายหมู่
บรรยากาศของ  อบอุน่ มาก  อบอนุ่ พอควร  หา่ งเหนิ กัน
บ้านขา้ พเจา้  สามคั คีกนั  ตา่ งคนต่างอยู่  ไม่ลงรอยกนั ทง้ั บ้าน

ส่งิ ที่ขา้ พเจา้ อยากให้ครอบครัวของข้าพเจา้ ปรบั ปรุง คอื
1............................................................……….......................2…………………………..……………....................…….………….

5. ดำ้ นเก่ียวกบั กำรเรยี น

ปัจจุบันข้าพเจ้า  เรียนไม่เขา้ ใจ  เบ่อื เรียนบางวชิ า  เรียนไม่ทันเพอ่ื น

 อยากเลิกเรียน  ต้องการให้เพอื่ นชว่ ย  ตอ้ งการครูทเ่ี ขา้ ใจและเป็นที่ปรกึ ษาได้

สาเหตขุ องปัญหาทางการเรียน เพราะ.........................................………....................................................……….........…….

18

ผลกำรเรยี นเฉลยี่

ป. 1 ปกี ารศึกษา…………………….. ป . 2 ปีการศกึ ษา…………………….. ป . 3 ปีการศึกษา……………………..

เกรดเฉลยี่ ………………………………. เกรดเฉลยี่ ………………………………. เกรดเฉลยี่ ……………………………….

ป . 4 ปกี ารศกึ ษา…………………….. ป . 5 ปกี ารศึกษา…………………….. ป . 6 ปกี ารศกึ ษา……………………..

ภาคเรียนท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 2 ภาคเรยี นที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 ภาคเรียนท่ี 2

เกรดเฉลยี่ ………….. เกรดเฉล่ีย………….. เกรดเฉล่ยี ………….. เกรดเฉลย่ี ………….. เกรดเฉลยี่ ………….. เกรดเฉลีย่ …………..

6. ดำ้ นเกีย่ วกบั มนษุ ยสัมพันธ์ และบุคลิกภำพ

ขา้ พเจ้ามีเพื่อนสนทิ คอื ……………...........…………...................………………………ชั้น….................………………….

เมือ่ อยู่ในกล่มุ เพอ่ื นขา้ พเจ้ามกั เปน็  ผ้นู า  ผ้ตู าม  ผู้นาบางโอกาสผู้ตามบางโอกาส

ขา้ พเจ้าเขา้ กบั เพอื่ นได้  งา่ ย  ค่อนข้างง่าย  ยาก

เมอื่ ผใู้ หญ่ใช้งานข้าพเจา้ มกั จะ  ทาด้วยความกระตอื รอื ร้น  ทาเพราะเลี่ยงไมไ่ ด้  พยายามหลกี เลี่ยง

เมื่อมกี ิจกรรมกล่มุ ข้าพเจา้ มกั จะ  ทางานมากกวา่ เพอื่ น  ทางานเทา่ กับเพือ่ น  ทางานนอ้ ยกวา่ เพอื่ น

7. ดำ้ นเก่ียวกบั สขุ ภำพจติ และค่ำนยิ ม

ข้าพเจา้ รู้สึกวา่ โลกน้ี  น่าอยู่  ไมน่ ่าอยู่ ข้าพเจา้ รูส้ ึกวา่ ตวั เอง  มคี ่า  ไม่มคี ่า

ข้าพเจ้าคดิ วา่ คนทด่ี คี วรมลี ักษณะ………………………………………………………………........…………………………..

ข้าพเจ้าคิดวา่ สงั คมท่ดี ีควรมีลกั ษณะ……………………………………………………………………………………………..

8. เป้ำหมำยของชวี ติ ในอนำคต

ขา้ พเจ้าอยากประกอบอาชพี ..........................................เพราะ...............................................……………………………...

9. ปญั หำทข่ี ำ้ พเจ้ำกำลังประสบอยใู่ นขณะนี้

9.1  เรื่องครอบครัว 9.6  เรอ่ื งการวางตัวในสังคม

9.2  เรอื่ งการเรยี น 9.7  เรื่องการใชเ้ วลาวา่ ง

9.3  เรื่องสุขภาพ 9.8  เร่อื งการเลอื กอาชพี

9.4  เรอ่ื งเศรษฐกิจ 9.9  เรื่องการเลอื กศกึ ษาต่อ

9.5  เรือ่ งการคบเพอื่ น 9.10  เรื่องการปรับตวั เขา้ กับครู-อาจารยใ์ นโรงเรียน

ถ้าต้องการความช่วยเหลอื / ปรกึ ษา ข้าพเจา้ ตอ้ งการความช่วยเหลอื / ปรกึ ษา จาก

 บิดา  มารดา  ครูแนะแนว  ครทู ปี่ รกึ ษา  เพอ่ื น  อืน่ ๆ (โปรดระบุ)...........................

ลงช่ือ…………………………………...…..ผกู้ รอกขอ้ มลู
(…………………………………...…..)

วันท่ี………..เดอื น……..…………………พ.ศ……..……

19

-ดล.2-
แบบประเมนิ จุดแขง็ และจดุ อ่อน (SDQ) (ฉบบั ครูเป็นผปู้ ระเมนิ นักเรยี น)

ช่อื .......................................ชนั้ ................. เลขที.่ ..............วัน/เดือน/ปี เกิด........................................

**************************************************

คำชแี้ จง ให้ทาเครื่องหมาย ในช่องท้ายแตล่ ะขอ้ ให้ครบทุกข้อ กรุณาตอบใหต้ รงกบั ลักษณะของเดก็ ในชว่ ง 6 เดอื นทผ่ี า่ นมา

ข้อ พฤตกิ รรมประเมนิ ควำมคิดเหน็ สำหรับครูท่ปี รึกษำ
รวมคะแนน
1 หว่ งใยความรู้สกึ คนอื่น ไม่จริง ค่อนขำ้ ง จรงิ
2 อย่ไู มน่ ่ิง นงั่ นงิ่ ๆ ไม่ได้ จรงิ ด้ำนที่
3 มกั จะบน่ วา่ ปวดศรี ษะ ปวดทอ้ ง
4 เตม็ ใจแบ่งปันสิ่งของให้เพอ่ื น (ขนม, ของเลน่ , ดนิ สอ เปน็ ตน้ ) 12345
5 มกั จะอาละวาด หรือโมโหรา้ ย
6 คอ่ นขา้ งแยกตัว ชอบเล่นคนเดียว จัดอย่ใู นกลุม่ ……………………………...
7 เชือ่ ฟัง มกั จะทาตามท่ผี ู้ใหญต่ อ้ งการ
8 กงั วลใจหลายเรือ่ ง ดกู ังวลเสมอ  มจี ดุ แขง็ ( 4 - 10 )  ไม่มจี ุดแขง็ ( 0 - 3 )
9 เป็นทีพ่ ่ึงได้เวลาทคี่ นอื่นเสยี ใจ อารมณ์ไมด่ ี หรอื ไม่สบายใจ
10 อยไู่ มส่ ขุ ว่นุ วายอยา่ งมาก (ดำ้ นหลัง)
11 มเี พ่ือนสนิท
12 มักจะมีเรอ่ื งทะเลาะวิวาทกบั เดก็ อน่ื หรอื รังแกเดก็ อืน่
13 ดูไมม่ ีความสุข ทอ้ แท้
14 เป็นท่ชี นื่ ชอบของเพอ่ื น
15 วอกแวกง่าย สมาธิสน้ั
16 เครยี ดไมย่ อมห่างเวลาอยใู่ นสถานการณท์ ี่ไมค่ นุ้ และขาดความมัน่ ใจในตนเอง
17 ใจดีกบั เด็กทเี่ ลก็ กว่า
18 ชอบโกหก หรอื ขโ้ี กง
19 ถกู เดก็ คนอน่ื ลอ้ เลยี นหรือรังแก
20 ชอบอาสาช่วยเหลอื ผู้อ่นื (พอ่ , แม่, คร,ู เดก็ คนอนื่ )
21 คดิ ก่อนทา
22 ขโมยของทบ่ี ้าน ทโี่ รงเรียนหรือทีอ่ น่ื
23 เขา้ กบั ผใู้ หญไ่ ดด้ กี วา่ เดก็ วัยเดียวกนั
24 ข้กี ลัว รสู้ ึกหวาดกลัวไดง้ ่าย
25 ทางานไดจ้ นเสร็จ มคี วามตัง้ อกตั้งใจในการทางาน

รวมคะแนนแต่ละด้าน
การแปลผล

รวมคะแนนการแปลผล ด้านที่ 1-4 ได้…………………..คะแนน
คะแนนด้านท่ี 5 ได้……………..…..คะแนน

20

ฉบับครูประเมิน

โดยรวมคณุ คดิ วา่ เดก็ มีปญั หาในดา้ นใดดา้ นหนึง่ ต่อไปนหี้ รือไม่

1. ดา้ นอารมณ์ ด้านสมาธิ ด้านพฤติกรรม หรอื ความสามารถเข้ากบั ผอู้ ่ืน

 ไม่  ใช่ มปี ญั หาเลก็ นอ้ ย

 ใช่ มีปัญหาชัดเจน  ใช่ มปี ัญหาอยา่ งมาก
ถ้าตอบว่า “ไม”่ ไมต่ อ้ งตอบข้อตอ่ ไป

ถ้าคุณตอบวา่ “ใช่” กรณุ าตอบขอ้ ตอ่ ไปน้ี

2. ปญั หานเ้ี กิดขึ้นมานานเทา่ ไหรแ่ ล้ว

 น้อยกวา่ 1 เดือน  1 – 5 เดอื น
 6 – 12 เดือน  มากกวา่ 1 ปี

*3. ปัญหานที้ าให้เดก็ รสู้ ึกไมส่ บายใจหรอื ไม่ ไม่เลย เลก็ น้อย ค่อนขา้ งมาก มาก คะแนน

 

*4. ปญั หาน้ีรบกวนชีวิตประจาวันของเดก็ ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนห้ี รอื ไม่

รายการ ไมเ่ ลย เล็กนอ้ ย คอ่ นขา้ งมาก มาก คะแนน

การคบเพ่อื น  

การเรยี นในหอ้ งเรยี น  

5. ปญั หาของเด็กทาใหค้ ุณหรอื ชัน้ เรยี นเกดิ ความยงุ่ ยากหรอื ไม่  เลก็ นอ้ ย
 ไม่เลย  มาก
 คอ่ นขา้ งมาก

ลงช่ือ ………………………........…………………. ครูที่ปรกึ ษา
(………………………........………………….)

วนั ท่ี……… เดอื น …………………………….. พ.ศ. …………….

คะแนนรวมแบบประเมินด้านหลัง แปลผล ……………………………….

21

-ดล.3-
แบบประเมนิ จุดแขง็ และจุดออ่ น (SDQ) (ฉบับนักเรียนประเมินตนเอง)

ชอ่ื .......................................ชนั้ ................. เลขท่ี...............วัน/เดือน/ปี เกดิ ........................................

**************************************************

คำช้ีแจง ใหท้ าเคร่อื งหมาย ในช่องทา้ ยแต่ละขอ้ ให้ครบทกุ ขอ้ กรุณาตอบใหต้ รงกับลกั ษณะของเดก็ ในชว่ ง 6 เดือนที่ผา่ นมา

ควำมคดิ เห็น สำหรับครูท่ีปรกึ ษำ
รวมคะแนน
ข้อ พฤติกรรมประเมิน
ไม่ ค่อนข้ำ จริง 1 ด้ำนท่ี 5
1 ฉนั พยายามทาตัวดกี บั คนอืน่ ฉันใสใ่ จความรสู้ ึกของคนอื่น จริง งจรงิ 234
2 ฉนั อยู่ไม่นิง่ ฉันนง่ั นง่ิ ๆ ไมไ่ ด้
3 ฉันปวดศรี ษะ ปวดทอ้ ง หรอื ไม่สบายบ่อย ๆ จัดอย่ใู นกลมุ่ ……………………………...
4 ฉันเต็มใจแบง่ ปันสงิ่ ของใหเ้ พอื่ น (ขนม, ของเลน่ , ดนิ สอ เปน็ ตน้ )  มจี ดุ แข็ง ( 4 - 10 )  ไมม่ ีจดุ แขง็ ( 0 - 3 )
5 ฉนั โกรธแรง และมกั อารมณ์เสยี
6 ฉนั ชอบอยู่กบั ตวั เอง ฉันชอบเลน่ คนเดยี วหรืออยตู่ ามลาพัง
7 ฉันมกั ทาตามทค่ี นอื่นบอก
8 ฉันขีก้ งั วล
9 ใคร ๆ กพ็ ่งึ ฉันได้ ถา้ เขาเสียใจ อารมณไ์ ม่ดี หรอื ไม่สบายใจ
10 ฉนั อยู่ไมส่ ุข ว่นุ วาย
11 ฉันมเี พ่อื นสนทิ
12 ฉนั มเี ร่ืองทะเลาะวิวาทบ่อย ฉนั ทาใหค้ นอื่นทาอยา่ งทฉ่ี นั ต้องการได้
13 ฉันไม่มีความสุข ทอ้ แท้ ร้องไหบ้ อ่ ย ๆ
14 เพ่อื น ๆ สว่ นมากชอบฉัน
15 ฉนั วอกแวกงา่ ย ฉันรู้สึกว่าไมม่ สี มาธิ
16 ฉันกงั วลเวลาอยใู่ นสถานการณ์ทีไ่ มค่ ้นุ และเสียความมั่นใจในตนเองง่าย
17 ฉนั ใจดกี บั เดก็ ที่เล็กกว่า
18 มคี นว่าฉันโกหก หรือขโ้ี กงบ่อย ๆ
19 เด็กๆ คนอื่นลอ้ เลยี น หรือรงั แกฉัน
20 ฉันมักจะอาสาชว่ ยเหลือผอู้ น่ื (พอ่ แม,่ ครู, เพ่ือน, เด็กคนอ่นื ๆ เป็นต้น)
21 ฉนั คิดกอ่ นทา
22 ฉนั เอาของคนอื่นในบ้าน ท่ีโรงเรียนหรอื ทอ่ี ่นื
23 ฉนั เขา้ กบั ผ้ใู หญไ่ ด้ดีกวา่ กบั เดก็ ในวัยเดยี วกนั
24 ฉันขีก้ ลัว รสู้ กึ หวาดกลวั ได้ง่าย
25 ฉันทางานไดจ้ นเสร็จ ความต้ังใจในการทางานของฉันดี

รวมคะแนนแตล่ ะดา้ น
การแปลผล

รวมคะแนนการแปลผล ดา้ นท่ี 1-4 ได้…………………..คะแนน
คะแนนด้านที่ 5 ได้……………..…..คะแนน

22

(ดำ้ นหลงั )

ฉบบั นักเรยี น

โดยรวมเธอคิดว่าตวั เองมีปัญหาในด้านใดด้านหนง่ึ ตอ่ ไปน้หี รอื ไม่

1. ดา้ นอารมณ์ ดา้ นสมาธิ ดา้ นพฤตกิ รรม หรอื ความสามารถเขา้ กับผอู้ ่ืน

 ไม่  ใช่ มปี ัญหาเล็กนอ้ ย

 ใช่ มีปัญหาชดั เจน  ใช่ มีปัญหาอยา่ งมาก
ถา้ ตอบว่า “ไม”่ ไมต่ อ้ งตอบข้อตอ่ ไป

ถา้ คุณตอบว่า “ใช่” กรุณาตอบขอ้ ต่อไปนี้

2. ปญั หานเี้ กิดขนึ้ มานานเท่าไหรแ่ ล้ว

 นอ้ ยกว่า 1 เดือน  1 – 5 เดอื น
 6 – 12 เดอื น  มากกว่า 1 ปี

*3. ปัญหานที้ าให้เธอรู้สึกไมส่ บายใจหรอื ไม่  เล็กน้อย
 ไม่เลย  มาก
 คอ่ นขา้ งมาก

*4. ปญั หาน้รี บกวนชวี ติ ประจาวนั ของเธอในดา้ นตา่ ง ๆ ต่อไปนี้หรือไม่ คอ่ นข้างมาก มาก
ไม่เลย เล็กนอ้ ย

ความเปน็ อยูท่ ่ีบ้าน   

การคบเพ่อื น   
การเรยี นในหอ้ งเรียน  
กจิ กรรมยามว่าง  

5. ปญั หาน้ที าให้คนรอบขา้ งเกดิ ความยุ่งยากหรอื ไม่ ( ครอบครวั เพอ่ื น ครู เปน็ ต้น )

 ไมเ่ ลย  เล็กน้อย
 คอ่ นข้างมาก  มาก

ลงชอ่ื ………………………........………………….
(………………………........………………….)

วันท่ี……… เดือน …………………………….. พ.ศ. …………….

คะแนนรวมแบบประเมินด้านหลัง แปลผล ……………………………….

23

-ดล.4-
แบบประเมินจุดแข็งและจุดออ่ น (SDQ) (ฉบบั ผู้ปกครองเปน็ ผปู้ ระเมนิ นกั เรียน)

ชื่อ.......................................ชั้น................. เลขท.่ี ..............วัน/เดือน/ปี เกิด........................................

**************************************************

คำช้ีแจง ใหท้ าเครื่องหมาย ในชอ่ งท้ายแต่ละข้อใหค้ รบทกุ ขอ้ กรุณาตอบให้ตรงกับลักษณะของเดก็ ในชว่ ง 6 เดือนท่ีผ่านมา

ควำมคิดเหน็ สำหรบั ครูท่ปี รึกษำ
รวมคะแนน
ขอ้ พฤตกิ รรมประเมนิ
ไม่ ค่อนข้ำ จรงิ 1 ดำ้ นท่ี 5
1 หว่ งใยความรสู้ กึ คนอ่นื จริง งจริง 234
2 อยูไ่ ม่นิ่ง นั่งนง่ิ ๆ ไมไ่ ด้
3 มกั จะบ่นว่าปวดศีรษะ ปวดทอ้ ง จัดอย่ใู นกลุ่ม……………………………...
4 เต็มใจแบ่งปันสิง่ ของให้เพอื่ น (ขนม, ของเลน่ , ดินสอ เปน็ ต้น)
5 มกั จะอาละวาด หรือโมโหรา้ ย
6 ค่อนขา้ งแยกตวั ชอบเล่นคนเดียว
7 เช่อื ฟงั มักจะทาตามที่ผ้ใู หญต่ อ้ งการ
8 กงั วลใจหลายเร่ือง ดูกังวลเสมอ
9 เปน็ ทพ่ี ่งึ ไดเ้ วลาทีค่ นอน่ื เสยี ใจ อารมณไ์ ม่ดี หรอื ไม่สบายใจ
10 อยไู่ มส่ ขุ วุน่ วายอยา่ งมาก
11 มเี พ่อื นสนิท
12 มักจะมีเรอ่ื งทะเลาะววิ าทกบั เด็กอน่ื หรือรังแกเด็กอ่นื
13 ดไู มม่ คี วามสขุ ท้อแท้
14 เป็นที่ชื่นชอบของเพ่ือน
15 วอกแวกง่าย สมาธสิ น้ั
16 เครยี ดไมย่ อมหา่ งเวลาอยใู่ นสถานการณ์ทไ่ี ม่ค้นุ และขาดความมน่ั ใจในตนเอง
17 ใจดีกับเดก็ ทเ่ี ลก็ กวา่
18 ชอบโกหก หรือขโ้ี กง
19 ถกู เดก็ คนอนื่ ลอ้ เลียนหรือรงั แก
20 ชอบอาสาชว่ ยเหลอื ผู้อื่น (พอ่ , แม,่ ครู, เดก็ คนอืน่ )
21 คิดก่อนทา
22 ขโมยของที่บา้ น ทโี่ รงเรียนหรอื ทอ่ี ่ืน
23 เขา้ กับผู้ใหญ่ได้ดกี วา่ เดก็ วยั เดยี วกนั
24 ขี้กลัว รสู้ ึกหวาดกลวั ได้ง่าย
25 ทางานไดจ้ นเสรจ็ มีความต้งั อกตั้งใจในการทางาน

รวมคะแนนแต่ละดา้ น
การแปลผล

รวมคะแนนการแปลผล ดา้ นท่ี 1-4 ได้…………………..คะแนน

คะแนนด้านท่ี 5 ได้……………..…..คะแนน  มีจดุ แข็ง ( 4 - 10 )  ไมม่ ีจุดแข็ง ( 0 - 3 )

24

(ด้ำนหลัง)

ฉบับผู้ปกครองประเมนิ

โดยรวมคณุ คิดว่าเด็กมปี ญั หาในดา้ นใดด้านหน่ึงตอ่ ไปนห้ี รือไม่

1. ด้านอารมณ์ ด้านสมาธิ ด้านพฤตกิ รรม หรือความสามารถเข้ากับผู้อน่ื

 ไม่  ใช่ มีปัญหาเล็กนอ้ ย

 ใช่ มปี ญั หาชัดเจน  ใช่ มปี ัญหาอยา่ งมาก
ถา้ ตอบว่า “ไม”่ ไมต่ ้องตอบข้อตอ่ ไป

ถ้าคุณตอบวา่ “ใช่” กรณุ าตอบขอ้ ต่อไปน้ี

2. ปญั หานเ้ี กดิ ขน้ึ มานานเทา่ ไหรแ่ ลว้

 นอ้ ยกวา่ 1 เดือน  1 – 5 เดอื น
 6 – 12 เดือน  มากกว่า 1 ปี

*3. ปัญหานที้ าให้เดก็ รสู้ กึ ไมส่ บายใจหรอื ไม่ ไม่เลย เลก็ นอ้ ย ค่อนข้างมาก มาก คะแนน

 

*4. ปญั หาน้รี บกวนชีวติ ประจาวนั ของเดก็ ในด้านต่าง ๆ ต่อไปนหี้ รือไม่

รายการ ไม่เลย เลก็ น้อย คอ่ นข้างมาก มาก คะแนน

ความเป็นอยทู่ ่ีบา้ น  

การคบเพอ่ื น  

การเรยี นในหอ้ งเรียน  

กจิ กรรมยามว่าง  

5. ปญั หานที้ าใหค้ ุณหรือครอบครวั เกิดความยงุ่ ยากหรอื ไม่

 ไมเ่ ลย  เลก็ นอ้ ย

 ค่อนขา้ งมาก  มาก

คะแนนรวมแบบประเมนิ ดา้ นหลัง ลงช่ือ…………………………………………..
พ่อ / แม่ / อ่นื ๆ (โปรดระบ)ุ ……………………………………
วนั ที่ ……… เดอื น …………………………….. พ.ศ. …………….

แปลผล ……………………………….

25

-ดล.5-

แบบบันทึกกำรคัดกรองนักเรียนเปน็ รำยบคุ คล ตำมเกณฑ์กำรคดั กรองนักเรยี น
โรงเรยี นบำ้ นเขำลูกโล่ สังกัด สพป. อุทัยธำนี เขต 2

ชอ่ื - สกลุ ……….……………………….……...…............................ ชั้น...… ….......... เลขท่ี...........  กลุ่มพิเศษ กลุ่ม
ครทู ี่ปรึกษำ …………………………………..........................................……….......……………………
วนั / เดือน / ปี (ที่คดั กรอง) …....…. / ……....…..…….. / ……….…  กลุ่มปกติ ปกติ

 กลุ่มเส่ยี ง คือมี

 กลมุ่ มีปัญหำ ด้ำน

ปกตทิ กุ ข้อ กลมุ่ เส่ียง คอื มดี ำ้ นปกตแิ ละดำ้ นเสยี่ ง กลมุ่ มีปญั หำ คือมีดำ้ นปกติ ดำ้ นเสยี่ งและดำ้ นมีปญั หำ

1. ดำ้ นควำมสำมำรถของนักเรียน

1.1 ควำมสำมำรถพิเศษ (เปน็ ตวั แทนระดับอำเภอ หรอื เขตพ้นื ทีก่ ำรศกึ ษำขึน้ ไป)

 ดำ้ นกำรเรยี น (คะแนนเฉลยี่ 3.50 ขึน้ ไป)  ดำ้ นดนตรี  ด้ำนกีฬำ  ดำ้ นศลิ ปะ  ดำ้ นอื่นๆ

ระบุ………………………………............................…..........................................................................................................……

1.2 ควำมสำมำรถทว่ั ไป

 มี ระบ…ุ ……………………....................................................................…….……………  ไมช่ ัดเจนในควำมสำมำรถ

1.3 ดำ้ นกำรเรียน

 กลุ่มปกติ  กลมุ่ เสย่ี ง  กลุม่ มปี ัญหำ

ประถมตน้ ( ) ผลการเรยี นเฉล่ียประถมต้น 1.00-1.99 ประถมปลาย ( ) ผลการเรียนเฉลย่ี ตา่ กว่า 1.00

เกรดเฉล่ยี 1.00-1.74

2.00 – 3.49 ( ) อา่ นหนังสือไมค่ ลอ่ ง ( ) อา่ นหนงั สอื ไม่ออก

( ) มาเรียนสายมากกวา่ 5 - 10 ครง้ั ใน 1 ภาคเรยี น ( ) เขียนหนังสือไม่ถูกต้อง สะกดคาผดิ แมแ้ ตค่ าง่าย ๆ
ประถมปลาย ( ) ไมเ่ ข้าเรยี นในรายวชิ าตา่ ง ๆ 3 - 5 ครั้ง ตอ่ 1 รายวิชา ( ) เรยี นไม่เขา้ ใจในบทเรียนทุกวิชา
เกรดเฉล่ีย
1.75 – 3.24 ( ) มี 0 จานวน 1 – 5 วิชา ใน 1 ภาคเรยี น ( ) มาเรียนสายมากกวา่ 10 ครั้ง ใน 1 ภาคเรียน
( ) อ่นื ๆ คอื ………………………………………………. ( ) ไมเ่ ขา้ เรยี นมากกว่า 5 คร้ัง ต่อ 1 รายวชิ า

( ) มี 0 มากกวา่ 5 วิชา ใน 1 ภาคเรียน

( ) อนื่ ๆ คือ…………………………………………..

2. ดำ้ นสุขภำพ

2.1 ดำ้ นสุขภำพร่ำงกำย

 กล่มุ ปกติ  กลมุ่ เสีย่ ง  กลุ่มมปี ญั หำ

มีสุขภาพร่างกาย ( ) นา้ หนกั ผิดปกตแิ ละไม่สมั พันธ์ กบั ส่วนสงู หรอื อายุ ( ) ปว่ ยเป็นโรครา้ ยแรง / เรือ้ รัง

สมบูรณ์แข็งแรง ( ) เจ็บปว่ ยบ่อย ๆ ( ) มคี วามพกิ ารทางร่างกาย

( ) รา่ งกายไมแ่ ข็งแรง ( ) มคี วามบกพรอ่ งทางการได้ยิน ( หหู นวก )

( ) สายตา สั้น / เอียง ( ) ความบกพรอ่ งทางการมองเหน็ ( ตาบอด )

( ) การรับฟัง (ไม่ชดั ) ( ) ความเจ็บปว่ ยทม่ี ผี ลกระทบตอ่ การเรยี น

( ) อ่นื ๆ คอื …………………………………………..…… ( ) อื่น ๆ คือ……………………………………………

2.2 ดำ้ นสุขภำพจติ และพฤติกรรม (พจิ ำรณำจำกแบบประเมินจุดแข็งและจดุ อ่อน SDQ)

2.1 ด้านอารมณ์  ปกติ  เสย่ี ง  มีปญั หา

2.2 ดา้ นความประพฤติ  ปกติ  เส่ยี ง  มีปญั หา

2.3 ดา้ นพฤตกิ รรมไม่อย่นู ่งิ  ปกติ  เสยี่ ง  มีปญั หา

2.4 ด้านความสัมพันธ์กับเพอ่ื น  ปกติ  เสี่ยง  มีปญั หา

ผลรวมทัง้ 4 ดำ้ น  ปกติ  เสยี่ ง  มปี ญั หำ

2.5 ดา้ นสมั พนั ธภาพทางสงั คม  มจี ุดแขง็  ไม่มีจุดแขง็

3. ดำ้ นครอบครวั

3.1 ดำ้ นเศรษฐกจิ

 กลุ่มปกติ  กลุม่ เสย่ี ง  กลมุ่ มีปญั หำ

รายไดค้ รอบครวั ( ) บิดา หรือ มารดาตกงาน ( ) รายไดค้ รอบครัวไม่เกิน 40,000 บาท ตอ่ ปี

มากกวา่ ( ) รายไดค้ รอบครัว 40,001 – 99,999 บาท ตอ่ ปี ( ) ไมม่ อี าหารกลางวันรบั ประทาน

100,000 บาท ( ) ใชจ้ า่ ยแบบฟ่มุ เฟอื ย ( ) บิดาและมารดาตกงาน
ตอ่ ปี ( ) ไดเ้ งินมาโรงเรียนวันละ………....…บาท
ขึ้นไป ( ) ไมม่ เี งนิ ซอ้ื อุปกรณก์ ารเรยี น

( ) อนื่ ๆ คอื …………….........................................…….. ( ) มภี าระหนสี้ ินจานวนมาก

( ) อืน่ ๆ คือ………………………………………..

26

3.2 ดำ้ นกำรคุ้มครองนกั เรียน

 กลมุ่ ปกติ  กลมุ่ เส่ียง  กลุม่ มปี ัญหำ
( ) ไมม่ ีผู้ดแู ล
อยู่ร่วมและ ( ) อยู่หอพกั / บา้ นเชา่ ( ) มีบคุ คลในครอบครัวใชส้ ารเสพตดิ /เลน่ การพนัน
( ) มีบคุ คลในครอบครวั เจบ็ ปว่ ยด้วยโรครนุ แรง / เรื้อรัง
ไดร้ ับการดแู ล ( ) บิดามารดาแยกทางกนั หรือแต่งงานใหม่ ( ) มคี วามขัดแย้งและมกี ารใชค้ วามรุนแรงในครอบครัว
เอาใจใส่จากบิดา ( ) มคี วามรู้สึกทีไ่ มด่ ตี อ่ บิดา หรือมารดา ( ) มกี ารถูกลว่ งละเมดิ ทางเพศ
และ/หรือมารดา ( ) อาชพี ผู้ปกครองเสย่ี งต่อกฎหมาย ( ) ถกู ทาร้ายทารณุ
( ) อื่น ๆ คอื ………..………………………………
( ) มกี ารใช้สารเสพตดิ / เล่นการพนนั ในครอบครวั บางคร้ัง

( ) ทีพ่ กั อยใู่ นชมุ ชนแออดั หรอื ใกล้แหลง่ มวั่ สมุ

( ) อ่ืน ๆ คอื ………..………………………………………

4. ดำ้ นอ่นื ๆ

4.1 สำรเสพตดิ

 กล่มุ ปกติ  กลุม่ เส่ยี ง  กลุม่ มีปญั หำ
( ) มอี าการทางกาย งว่ งซมึ กระสับกระส่าย
ไมใ่ ช้สารเสพติด ( ) คบเพอ่ื นในกล่มุ คา้ ยา / เสพยา ( ) เป็นผู้จัดหาและจัดจาหนา่ ย
( ) เป็นผ้ตู ิดบหุ ร่ี หรือ สุรา หรอื สารเสพตดิ อื่นๆ
ทกุ ชนดิ ( ) สมาชกิ ในครอบครัว ใช้ยา / คา้ ยา ( ) อ่ืน ๆ คือ……………………………………………

( ) ทดลองสูบบุหรี่ ด่มื เบยี ร์ สุรา กาว กญั ชา ยาบา้

( ) อืน่ ๆ คือ…………………………………………….….

4.2 ควำมปลอดภยั

 กล่มุ ปกติ  เส่ียง  กลมุ่ มีปัญหำ

- เดินทางไปกลับ ( ) เดนิ ทางมาโรงเรยี นด้วยตนเองโดยรถจกั รยานยนต์ ( ) พกพาอาวธุ มาโรงเรียน
( ) การเดนิ ทาง / ขับรถ ไม่ปฏบิ ัติตามกฎจราจร ( ) มปี ระวัติทะเลาะวิวาท
มผี ปู้ กครองรับสง่ ( ) มีพฤตกิ รรมเข้าอยู่ในสถานทที่ ีจ่ ดั ว่าไม่ปลอดภัยในโรงเรยี น ( ) มพี ฤตกิ รรมรวมกล่มุ กอ่ กวน สรา้ งปัญหา
- ขับรถตามกฎ ( ) ใช้ไมบ้ รรทัดเหล็ก มดี คัตเตอร์ ของมคี ม ฯลฯ ( ) ชักนาบุคคลภายนอกที่ไม่นา่ ไวว้ างใจเขา้ มาโรงเรยี น
จราจร ( ) อนื่ ๆ คือ……………………………………………

( ) อ่ืน ๆ คอื …………………………………………….….

4.3 พฤติกรรมทำงเพศ

 กลมุ่ ปกติ  เสี่ยง  กลุ่มมปี ัญหำ

- คบเพ่ือนต่าง ( ) อยู่ในกลุ่มประพฤติตนเหมือนเพศตรงข้าม ( ) ประพฤติตนเหมอื นเพศตรงข้าม
เพศตามวยั และ
วฒุ ภิ าวะ ( ) ทางานพเิ ศษท่ีล่อแหลมตอ่ การถูกล่วงละเมิดทางเพศ ( ) อยดู่ ้วยกัน
-ปฏิบตั ติ นอยใู่ น ( ) จับคู่ชัดเจนและแยกกลุม่ อย่ดู ้วยกนั สองตอ่ สองบ่อยคร้ัง ( ) มีการม่วั สมุ ทางเพศ / มเี พศสมั พนั ธ์ / ตงั้ ครรภ์
ศลี ธรรมอนั ดี ( ) อยู่ในกลุม่ ขายบริการ ( ) ขายบรกิ ารทางเพศ
งาม ( ) อื่น ๆ คอื …………………………………………….… ( ) อ่นื ๆ คือ……………………………………………

4.4 ดำ้ นอนื่ ๆ ………………………… เสย่ี ง คือ …………............… มปี ญั หำ คือ...............................
( ) ประพฤติตนเหมือนเพศตรงขา้ ม
- คบเพ่อื นตา่ ง ( ) อยใู่ นกลุ่มประพฤติตนเหมือนเพศตรงขา้ ม ( ) อยดู่ ว้ ยกนั
( ) มีการมวั่ สุมทางเพศ / มีเพศสมั พนั ธ์ / ต้งั ครรภ์
เพศตามวยั และ ( ) ทางานพเิ ศษที่ล่อแหลมต่อการถูกล่วงละเมิดทางเพศ ( ) ขายบริการทางเพศ
วฒุ ิภาวะ ( ) จบั คูช่ ดั เจนและแยกกลุ่มอยดู่ ว้ ยกนั สองตอ่ สองบ่อยคร้ัง
-ปฏิบตั ิตนอยใู่ น ( ) อยใู่ นกลุ่มขายบริการ ( ) อน่ื ๆ คอื ……………………………………………
ศีลธรรมอนั ดี
งาม ( ) อน่ื ๆ คอื …………………………………………….…

27

-ดล.6-

แบบสรปุ ผลการคดั กรองนกั เรียนเปน็ รายบคุ คล ตามเกณฑ์การคัดกรองนกั เรยี น
โรงเรียนบ้านเขาลูกโล่ สงั กดั สพป. อุทัยธานี เขต 2

ชัน้ ...................... ปีกำรศึกษำ........................

ครูทปี่ รกึ ษำ ………………………………………….…….……….

ที่ รำยกำร ปกติ เสย่ี ง มีปญั หำ พิเศษ
จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ

1 ดา้ นความสามารถนักเรยี น
- ความสามารถพิเศษ
- ความสามารถท่ัวไป
- การเรยี น

2 ดา้ นสขุ ภาพ
- สขุ ภาพรา่ งกาย
- สขุ ภาพจิตและพฤติกรรม

3 ดา้ นครอบครวั

-เศรษฐกจิ
-การคมุ้ ครองนักเรียน
4 ดา้ นอืน่ ๆ
- สารเสพตดิ
- ความปลอดภัย
- พฤตกิ รรมทางเพศ
- อ่ืนๆ

ลงชอ่ื ผรู้ ายงาน/ครูทีป่ รกึ ษา
(..............................................)

ลงชอื่ ผรู้ ายงาน/ครูทป่ี รึกษา
(..............................................)

วันท่ี..................เดอื น...................................พ.ศ................

28

-ดล.7-

แบบบันทกึ กำรเยีย่ มบำ้ นนกั เรียน
โรงเรยี นบ้ำนเขำลูกโล่ สังกดั สพป. อทุ ัยธำนี เขต 2

ชือ่ -สกลุ ...............................................................................อายุ................ปี ช่ือเล่น............................... เพศ □ ชาย □ หญิง

1. เย่ยี มบา้ นนกั เรียนวนั ที่.............เดอื น..........................................................พ.ศ.................... ระหวา่ งเวลา..........................................น.

2. ผใู้ หข้ อ้ มูล ...........................................................................เกย่ี วข้อง.................................อายุ.................ปี การศึกษา……............

3. ทอ่ี ยปู่ จั จุบันบา้ นเลขท่.ี .................หมู่ที่............... บ้าน.........………………………..............ถนน...................................................................

ตาบล.................................................. อาเภอ.........................…………..…. จงั หวัด...……......................................................................

สถานะทีอ่ ยอู่ าศัย  ของตนเอง  บา้ นญาติ  บา้ นพัก/บา้ นเช่า  อ่นื ๆ ระบุ.......................................................................

สภาพภายในบา้ น  สะอาดมีระเบียบ  ไมค่ ่อยสะอาดมีระเบยี บ  สกปรกไมม่ รี ะเบยี บ  อืน่ ๆ................................................

4. สมาชิกครอบครวั นักเรยี นมีทั้งหมด........................คน ชาย..................คน หญงิ .................คน

พี่นอ้ งที่เกดิ จากบิดามารดาเดยี วกัน.......................คน ชาย................คน หญงิ .................คน

พน่ี อ้ งท่เี กดิ จากบิดากบั มารดาอื่น..........................คน ชาย.................คน หญงิ .................คน

พนี่ อ้ งท่เี กิดจากมารดากบั บดิ าอ่นื ..........................คน ชาย..................คน หญิง.................คน

5. ความสัมพันธ์ของครอบครวั  รกั ใคร่กันดี  ขัดแย้งทะเลาะกนั บางคร้ัง  ขัดแย้งทะเลาะกันบ่อยครงั้

 ขดั แยง้ และทาร้ายรา่ งกายบางครงั้  ขดั แยง้ และทารา้ ยร่างกายบ่อยครง้ั  อน่ื ๆ ระบุ ...............................................................

6. ปัจจุบนั บิดามารดานกั เรียน  อยดู่ ว้ ยกัน  หยา่ รา้ ง  บิดาเสยี ชวี ติ  มารดาเสยี ชวี ิต  บดิ ามารดาเสียชีวิต

 บดิ าสมรสใหม่  มารดาสมรสใหม่  บิดามารดาสมรสใหม่  อน่ื ๆ ระบุ..................................................................................

7. นกั เรียนอาศยั อยกู่ บั  ตามลาพัง  บิดามารดา  บดิ า  มารดา  ญาติ เป็น................  อ่ืนๆระบุ...........................................

8. นักเรียนไดร้ ับการอบรมเล้ยี งดู  ตามใจ  ใช้เหตผุ ล  ปล่อยปละละเลย  เข้มงวดกวดขัน  อน่ื ระบุ........................................

9. อาชีพของผู้ปกครอง  เกษตรกร  คา้ ขาย  รบั ราชการ  รบั จา้ ง  อนื่ ๆระบ.ุ ...........................................................................

10. รายไดข้ องครอบครัวตอ่ ปี  ไมเ่ กิน 40,000 บาท  40,001 – 99,999 บาท  100,000 บาทขึ้นไป

11. รายได้กบั รายจ่ายของครอบครวั  เพยี งพอ  ไมเ่ พียงพอในบางครั้ง  ขัดสน

12. บคุ คลในครอบครัวมีการใชส้ ารเสพตดิ  ไมม่ ี  มี เกย่ี วข้องเป็น.............................กบั นกั เรยี น

ถ้ามี สารเสพติดที่ใช้คอื  บุหร่ี  สรุ า  ยาบา้  อน่ื ๆ ระบุ ..............................................................................................

13. หนา้ ทร่ี บั ผดิ ชอบท่ีบา้ น  ไมม่ ี  ทาครง้ั คราวคอื ...................................  มี หนา้ ทีป่ ระจาคือ....................................................................

14. นกั เรียนมีงานพิเศษทา  ไม่มี  มี ระบุ………………............………………….....รายไดต้ อ่  วัน  เดือน......………..บาท

15. นกั เรยี นมาโรงเรียน  เดิน  รถจักรยาน  รถจกั รยานยนต์ ทะเบียน.................................  รถประจาทาง/รถประจาหมู่บา้ น

 อน่ื ๆ................................................................. ระยะทางจากบา้ นถงึ โรงเรยี น................กิโลเมตร ใชเ้ วลาเดนิ ทาง.................นาที

16. นักเรียนได้รับเงินมาโรงเรียนในแต่ละวัน  ไมไ่ ดเ้ ลย  ไดบ้ างวันๆ ละ...................บาท  ไดท้ ุกวนั ๆ ละ.....................บาท

17. นกั เรยี นเขา้ นอนเวลา  กอ่ น 22.00 น.  22.00 - 24.00 น.  หลงั 24.00 น.

18. นกั เรียนตืน่ นอนเวลา  กอ่ น 05.00 น.  05.00 - 06.00 น.  หลงั 06.00 น.

19. นักเรยี นนอนค้างคนื บา้ นเพือ่ น/คนอนื่  ไม่เคย  ครงั้ คราว  บอ่ ยครั้ง  ประจา

20. นกั เรยี นเท่ียวกลางคืน  ไมเ่ คย  ครง้ั คราว  บ่อยครงั้  ประจา

21. นกั เรียนดูโทรทัศน์  ไมเ่ คย  คร้ังคราว  บ่อยคร้งั  ประจา

22. นกั เรียนเล่นเกม  ไมเ่ คย  ครง้ั คราว  บ่อยครง้ั  ประจา

23. นกั เรียนมโี ทรศพั ทม์ ือถอื  ไม่มี  มี เบอร์.............................. การพดู โทรศพั ท์มือถอื  ครั้งคราว  บอ่ ยคร้ัง  ประจา

24. นักเรยี นเขา้ กบั เพอ่ื นได้  งา่ ย  คอ่ นขา้ งง่าย  ยาก

25. เมอื่ อยใู่ นกลมุ่ เพอ่ื นนกั เรียนมักจะ  ผ้นู า  ผตู้ าม  ผู้นาบางโอกาสผูต้ ามบางโอกาส

26. นกั เรยี นรูส้ กึ วา่ โลกนี้  น่าอยู่  ไมน่ ่าอยู่ นักเรยี นรสู้ กึ วา่ ตนเอง  มคี ่า  ไม่มคี ่า

27. ความต้องการของผู้ปกครองเมื่อเรียนจบช้ันสูงสดุ ของโรงเรียน  ศึกษาต่อ  ประกอบอาชพี ระบุ..................................................

28. เมอื่ โตขนึ้ นักเรียนต้องการมอี าชีพ 1………………………….…………………… 2……….…..…..……….…………...………..

29. นักเรียนทาการบ้าน / อา่ นหนังสอื  ไม่เคย  ครั้งคราว  บอ่ ยครง้ั  ประจา

30. การเรียนของนกั เรียนในปจั จบุ ัน (ตอบไดม้ ากกวา่ 1 ขอ้ )  ไม่มปี ัญหา  เรยี นไมเ่ ขา้ ใจ  เบือ่ เรียนบางวิชา

 อยากเลกิ เรียน  เรยี นไม่ทันเพอ่ื น  ต้องการให้เพอ่ื นชว่ ย  ตอ้ งการครูทเ่ี ขา้ ใจและเป็นท่ีปรึกษาได้

สาเหตขุ องปญั หาทางการเรยี น คอื ........................................................……….........................................................................................................

31. เมอ่ื มีปัญหาเกดิ ขึ้นนกั เรียนมกั จะ  เก็บไวค้ นเดียว  แกป้ ญั หาดว้ ยตนเอง  ปรกึ ษาเพอ่ื น  ปรกึ ษาครู

 ปรกึ ษาบิดามารดา / ผู้ปกครอง  อ่นื ๆ ระบุ ............................................................................................................................................

29

32. ปญั หาทนี่ กั เรียนกาลังประสบอยู่ในขณะนี้ (ตอบได้มากกว่า 1 ขอ้ )

 เรือ่ งครอบครวั  เรื่องการคบเพ่อื น  เร่อื งเศรษฐกจิ /ทนุ การศึกษา  เร่ืองการวางตวั ในสังคม

 เรื่องสุขภาพ  เรื่องการเลือกอาชพี  เร่ืองการเลอื กศึกษาตอ่  เรอ่ื งการปรบั ตวั เขา้ กับครใู นโรงเรียน

 อ่นื ๆ ระบ.ุ ........................................................................................................................................................................................................

33. คณุ ลกั ษณะ / พฤตกิ รรมของนกั เรียนเมอ่ื อยูท่ บ่ี า้ น

คุณลกั ษณะ ดี ปานกลาง ปรับปรงุ คณุ ลกั ษณะ ดี ปานกลาง ปรับปรุง

ความรับผดิ ชอบ ความมีนา้ ใจ/เออื้ อาทร

ความขยันหมั่นเพยี ร การตรงตอ่ เวลา

ความอดทน ความม่ันใจในตนเอง

ความมีระเบียบวนิ ยั การใฝ่หาความรู้

ความซ่ือสตั ย์ การใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์

อ่ืนๆ………………………………………………………………………………………………………………………………………….............................................................

34. สง่ิ ทีผ่ ปู้ กครองสามารถใหก้ ารสนบั สนนุ และช่วยเหลอื โรงเรยี น

....................................................................................................................................................................................................................................

....................................................................................................................................................................................................................................

35. ข้อเสนอแนะ / ขอ้ คิดเห็นของ

ผปู้ กครองท่มี ีตอ่ โรงเรียน………………………………………………………………………………………………………….................................................

..............................................................................................................................................................................................................

ผูเ้ ยี่ยมบ้าน…………………………………………………………………………………………………………………............................................................

............................................................................................................................................................................................................

36. สรปุ ภาพรวมคณุ ลกั ษณะ / พฤติกรรมของนักเรยี น
ด้านดี / เด่น
.............................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................
ด้านทตี่ ้องปรบั ปรงุ / ด้อย
.............................................................................................................................................................................................................................................
.............................................................................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ......................................นักเรยี น ลงช่อื ..........................................ผู้ให้ขอ้ มลู ลงชื่อ...........................................ผู้เยยี่ มบ้าน
(....................................................) (...................................................) (.......................................................)

-ดล.8- 30

แบบสรปุ กำรเยี่ยมบำ้ นนกั เรยี น
โรงเรียนบำ้ นเขำลูกโล่ สงั กัด สพป. อุทยั ธำนี เขต 2

ชนั้ ...................... ปีการศกึ ษา........................
ครทู ี่ปรึกษา ………………………………………….…….……….

ที่ รำยกำร จำนวน รอ้ ยละ ที่ รำยกำร จำนวน รอ้ ยละ
1 เพศ 10 การต่นื นอนของนักเรียน

ชาย กอ่ น 05.00 น.
หญงิ 05.00 - 06.00 น.
2 อายุ ( 6 เดอื นขึ้นไปนบั เป็น 1 ป)ี หลงั 06.00 น.
…….…ปี 11 การนอนคา้ งคนื บา้ นเพอ่ื น / คนอนื่
……….ปี ไม่เคย
……….ปี เป็นครง้ั คราว
3 การมาโรงเรียน บอ่ ยครั้ง

เดนิ ประจา
รถจกั รยาน 12 การออก ไปเทย่ี วกลางคนื
รถจกั รยานยนต์
รถประจาทาง/ประจาหมู่บา้ น ไมเ่ คย
อ่นื ๆ เป็นครง้ั คราว
4 การไดร้ บั เงินมาโรงเรียน บอ่ ยครัง้
ไม่ได้เลย ประจา
ไดบ้ างวัน 13 การดูโทรทัศน์
ไดท้ กุ วัน ไมเ่ คย
5 จานวนเงนิ ท่ีไดม้ าโรงเรียน เป็นคร้งั คราว
นอ้ ยกวา่ 10 บาท บอ่ ยครั้ง
10 - 49 บาท ประจา
50 - 100 บาท 14 การเลน่ เกมส์
มากกว่า 100 บาท ไม่เคย
6 การมโี ทรศัพท์มือถือ เปน็ ครง้ั คราว
มี บ่อยคร้ัง
ไมม่ ี ประจา
7 การพดู คุยทางโทรศัพท์มอื ถอื 15 การอ่านหนงั สือ / ทาการบา้ น
เปน็ ครงั้ คราว ไมเ่ คย
บ่อยครั้ง เปน็ ครั้งคราว
ประจา บ่อยครัง้
8 หน้าท่ีรบั ผดิ ชอบทบี่ า้ น ประจา
ไม่มี 16 นกั เรยี นเข้ากับเพอ่ื นได้
ทาเปน็ ครั้งคราว ง่าย
มีหนา้ ทปี่ ระจา คอ่ นขา้ งงา่ ย
9 การเข้านอนของนกั เรยี น ยาก
กอ่ น 22.00 น. 17 นักเรียนรูส้ ึกว่าโลกนี้
22.00 - 24.00 น. นา่ อยู่
หลัง 24.00 น. ไมน่ า่ อยู่

ที่ รำยกำร จำนวน รอ้ ยละ ท่ี รำยกำร จำนวน ร้อยละ
18 นกั เรยี นรู้สกึ วา่ ตนเอง 24 อาชพี ของผูป้ กครอง

มคี ่า เกษตรกร
ไมม่ คี ่า คา้ ขาย
19 บา้ นทอ่ี ยอู่ าศยั รับราชการ
ของตนเอง รบั จา้ ง

บา้ นญาติ อื่นๆ

31

บา้ นพกั / บา้ นเชา่ 25 รายได้ของครอบครัวตอ่ ปี
อื่นๆ ไม่เกิน 40,000 บาท
20 การอยอู่ าศัยของนักเรยี น 40,001 – 99,999 บาท
ตามลาพงั 100,000 บาทขนึ้ ไป
บิดามารดา
บดิ า 26 รายได้กบั รายจา่ ยของครอบครัว
มารดา เพยี งพอ
ญาติ ไมเ่ พยี งพอในบางครงั้
21 วธิ ีการอบรมเลย้ี งดนู ักเรยี น ขัดสน
ตามใจ
ใช้เหตผุ ล 27 การศกึ ษาของผปู้ กครอง
ปลอ่ ยปละละเลย สงู กวา่ ปรญิ ญาตรี
เขม้ งวดกวดขัน ปรญิ ญาตรี
อน่ื ๆ อนุปรญิ ญา / ปวส.
22 สถานภาพของบดิ ามารดา ม.ปลาย / ปวช.
อย่ดู ้วยกนั ม.ตน้ / ม.3
หย่าร้าง ตา่ กวา่ ม.ตน้ / ม.3
บดิ าเสยี ชวี ติ
มารดาเสยี ชวี ิต 28 ความตอ้ งการผู้ปกครองจบม.3, ม.6
บิดามารดาเสยี ชวี ติ ศึกษาต่อ
บดิ าสมรสใหม่ ประกอบอาชพี
มารดาสมรสใหม่ อืน่ ๆ
บดิ ามารดาสมรสใหม่
23 ความสมั พนั ธ์ของครอบครัว 29 การใชส้ ารเสพตดิ ของครอบครัว
รักใครก่ ันดี ไม่มี
ขดั แยง้ ทะเลาะกนั บางครั้ง มี
ขดั แยง้ ทะเลาะกนั บ่อยครงั้ บุหร่ี
ขัดแยง้ และทารา้ ยร่างกาย สุรา
บางคร้ัง อืน่ ๆ
ขดั แยง้ และทารา้ ยรา่ งกาย
บอ่ ยคร้ัง
อน่ื ๆ

32

กำรใหค้ ะแนนและกำรแปลผล (สำหรับนกั เรยี นประเมนิ ตนเอง)

1. พฤตกิ รรมดำ้ นอำรมณ์

ข้อ คำถำม ไม่จริง คอ่ นขำ้ งจริง จรงิ

3 ฉันปวดศีรษะ ปวดทอ้ ง หรอื ไม่สบายบอ่ ย ๆ 0 12

8 ฉนั ขก้ี ังวล 0 12
13 ฉันไม่มคี วามสขุ ทอ้ แท้ รอ้ งไห้บอ่ ย ๆ 0 12

16 ฉนั กังวลเวลาอยู่ในสถานการณท์ ่ีไมค่ นุ้ และเสียความมั่นใจในตนเองงา่ ย 0 12

24 ฉันขก้ี ลัว รสู้ ึกหวาดกลัวได้งา่ ย 0 12

กำรแปลผล / จดั อย่ใู นกลมุ่  ปกติ ( 0 – 5 )  เสย่ี ง ( 6 )  มีปญั หำ ( 7 – 10 )

2. ดำ้ นพฤติกรรมเกเร

ข้อ คำถำม ไม่จริง คอ่ นขำ้ งจริง จรงิ

5 ฉนั โกรธแรง และมักอารมณ์เสยี 0 12
7 ฉันมักทาตามทค่ี นอนื่ บอก 2 10

12 ฉันมีเรือ่ งทะเลาะววิ าทบอ่ ย ฉนั ทาใหค้ นอน่ื ทาอยา่ งที่ฉันต้องการได้ 0 12

18 มีคนวา่ ฉันโกหก หรอื ขโี้ กงบอ่ ย ๆ 0 12

22 ฉันเอาของคนอืน่ ในบ้าน ท่โี รงเรยี นหรือที่อนื่ 0 12

กำรแปลผล / จดั อยใู่ นกล่มุ  ปกติ ( 0 – 4 )  เสย่ี ง ( 5 )  มปี ญั หำ ( 6 – 10 )

3. ด้ำนพฤติกรรมไมอ่ ยู่น่ิง

ขอ้ คำถำม ไม่จริง คอ่ นข้ำงจรงิ จริง

2 ฉันอยู่ไมน่ ่งิ ฉนั นั่งนิง่ ๆ ไม่ได้ 0 12

10 ฉนั อยู่ไม่สุข วนุ่ วาย 0 12

15 ฉันวอกแวกง่าย ฉันรูส้ กึ วา่ ไมม่ สี มาธิ 0 12

21 ฉันคดิ กอ่ นทา 2 10

25 ฉันทางานได้จนเสรจ็ ความตงั้ ใจในการทางานของฉนั ดี 2 10

กำรแปลผล / จดั อยู่ในกลมุ่  ปกติ ( 0 – 5 )  เสย่ี ง ( 6 )  มีปญั หำ ( 7 – 10 )

4. พฤติกรรมดำ้ นควำมสัมพนั ธก์ บั เพอื่ น

ขอ้ คำถำม ไมจ่ รงิ ค่อนข้ำงจรงิ จรงิ

6 ฉันชอบอยู่กับตวั เอง ฉนั ชอบเล่นคนเดยี วหรอื อยตู่ ามลาพัง 0 12

11 ฉันมเี พอื่ นสนิท 2 10

14 เพ่อื น ๆ สว่ นมากชอบฉัน 2 10

19 เดก็ ๆ คนอ่ืนลอ้ เลียน หรือรังแกฉัน 0 12

23 ฉนั เขา้ กับผใู้ หญ่ได้ดีกว่ากบั เด็กในวยั เดยี วกัน 0 12

กำรแปลผล / จดั อยูใ่ นกลมุ่  ปกติ ( 0 – 3 )  เสี่ยง ( 4 )  มีปญั หำ ( 5 – 10 )

5. พฤตกิ รรมดำ้ นสมั พันธภำพทำงสงั คม

ขอ้ คำถำม ไม่จรงิ ค่อนขำ้ งจริง จริง

1 ฉันพยายามทาตัวดกี บั คนอ่ืน ฉันใสใ่ จความรู้สกึ ของคนอื่น 0 12

4 ฉันเต็มใจแบ่งปนั ส่งิ ของให้เพ่อื น (ขนม, ของเลน่ , ดนิ สอ เป็นต้น) 0 12

9 ใคร ๆ ก็พึง่ ฉนั ได้ ถา้ เขาเสียใจ อารมณไ์ ม่ดี หรือไมส่ บายใจ 0 12

17 ฉันใจดีกบั เดก็ ท่ีเลก็ กวา่ 0 12

20 ฉันมักจะอาสาชว่ ยเหลอื ผอู้ นื่ (พอ่ แม,่ ครู, เพือ่ น, เด็กคนอนื่ ๆ เปน็ ต้น) 0 12

กำรแปลผล / จดั อยใู่ นกลุ่ม  มจี ดุ แข็ง ( 4 – 10 )  ไม่มีจดุ แขง็ ( 0 - 3 )

33

กำรให้คะแนนและกำรแปลผล ( สำหรบั ผู้ปกครอง ประเมนิ นักเรียน )

1. พฤตกิ รรมดำ้ นอำรมณ์

ขอ้ คำถำม ไม่จรงิ คอ่ นขำ้ งจริง จรงิ
3 มกั จะบ่นว่าปวดศีรษะ ปวดท้อง 0 12
8 กงั วลใจหลายเรอื่ ง ดูกงั วลเสมอ 0 12
13 ดูไมม่ คี วามสขุ ท้อแท้ 0 12
16 เครียดไมย่ อมหา่ งเวลาอยใู่ นสถานการณท์ ี่ไม่คนุ้ และขาดความมนั่ ใจในตนเอง 0 12
24 ข้ีกลวั รู้สึกหวาดกลวั ได้งา่ ย 0 12

กำรแปลผล / จดั อยใู่ นกลมุ่  ปกติ ( 0 – 3 )  เส่ียง ( 4 )  มปี ญั หำ ( 5 – 10 )

2. ดำ้ นพฤตกิ รรมเกเร

ขอ้ คำถำม ไม่จรงิ คอ่ นข้ำงจริง จรงิ
5 มักจะอาละวาด หรือโมโหรา้ ย 0 12
7 เชอ่ื ฟัง มักจะทาตามทผี่ ู้ใหญต่ อ้ งการ 2 10
12 มกั จะมีเรื่องทะเลาะววิ าทกบั เด็กอน่ื หรอื รงั แกเดก็ อ่นื 0 12
18 ชอบโกหก หรือขโ้ี กง 0 12
22 ขโมยของทบี่ า้ น ทโ่ี รงเรียนหรือท่อี ื่น 0 12

กำรแปลผล / จดั อยู่ในกลุ่ม  ปกติ ( 0 – 3 )  เส่ยี ง ( 4 )  มีปญั หำ ( 5 – 10 )

3. ด้ำนพฤติกรรมไม่อยนู่ งิ่

ขอ้ คำถำม ไมจ่ ริง คอ่ นขำ้ งจรงิ จริง
2 อยไู่ ม่นิง่ นง่ั น่งิ ๆ ไม่ได้ 0 12
10 อย่ไู ม่สุข วุน่ วายอยา่ งมาก 0 12
15 วอกแวกง่าย สมาธิสัน้ 0 12
21 คิดก่อนทา 2 10
25 ทางานได้จนเสรจ็ มีความตง้ั อกตั้งใจในการทางาน 2 10

กำรแปลผล / จดั อยใู่ นกลุ่ม  ปกติ ( 0 – 5 )  เสยี่ ง ( 6 )  มปี ญั หำ ( 7 – 10 )

4. พฤตกิ รรมดำ้ นควำมสมั พนั ธ์กบั เพอ่ื น

ขอ้ คำถำม ไม่จรงิ ค่อนขำ้ งจริง จรงิ
6 คอ่ นขา้ งแยกตวั ชอบเลน่ คนเดียว 0 12
11 มีเพอ่ื นสนทิ 2 10
14 เป็นทช่ี นื่ ชอบของเพื่อน 2 10
19 ถูกเดก็ คนอ่ืนล้อเลยี น หรือรงั แก 0 12
23 เขา้ กบั ผใู้ หญ่ไดด้ กี วา่ กับเด็กวยั เดยี วกนั 0 12

กำรแปลผล / จดั อยู่ในกลุม่  ปกติ ( 0 – 5 )  เสี่ยง ( 6 )  มีปญั หำ ( 7 – 10 )

5. พฤติกรรมด้ำนสัมพนั ธภำพทำงสงั คม

ข้อ คำถำม ไมจ่ ริง คอ่ นขำ้ งจรงิ จริง
1 ห่วงใยความรูส้ ึกคนอ่ืน 0 12
4 เตม็ ใจแบ่งปันส่ิงของใหเ้ พื่อน (ขนม, ของเลน่ , ดนิ สอ เปน็ ตน้ ) 0 12
9 เปน็ ท่พี ึ่งได้เวลาท่ีคนอืน่ เสยี ใจ อารมณไ์ ม่ดี หรอื ไม่สบายใจ 0 12
17 ใจดีกบั เดก็ ที่เลก็ กวา่ 0 12
20 ชอบอาสาชว่ ยเหลอื ผอู้ น่ื (พ่อ แม,่ ครู, เพื่อน, เดก็ คนอ่นื ๆ เป็นต้น) 0 12

กำรแปลผล / จดั อยใู่ นกลมุ่  มจี ดุ แขง็ ( 4 – 10 )  ไม่มีจดุ แข็ง ( 0 - 3 )

34

ตำรำงคะแนนกำรแปลผลแบบประเมินจุดแข็งและจุดออ่ น

สรปุ กำรให้คะแนนและกำรแปลผลในภำพรวม (นักเรยี นประเมนิ ตนเอง)

รำยกำรประเมิน ปกติ เสีย่ ง มีปัญหำ

คะแนนรวมพฤตกิ รรมทเ่ี ป็นปัญหา(จากคะแนนรวมพฤติกรรม 4 ด้าน) 0 - 16 17 - 18 19 - 40

คะแนนรวมพฤติกรรมแต่ละด้ำน

1. พฤตกิ รรมด้านอารมณ์ 0 – 5 6 7 - 10

2. พฤตกิ รรมเกเร 0 – 4 5 6 - 10

3. พฤติกรรมอยไู่ มน่ ิง่ 0 – 5 6 7 - 10

4. พฤติกรรมดา้ นความสมั พนั ธ์กบั เพื่อน 0 - 3 4 5 - 10

5. พฤติกรรมดา้ นสัมพนั ธภาพทางสงั คม ( คะแนนจุดแข็ง ) มีจุดแข็ง (4 – 10) ไมม่ จี ดุ แข็ง (0 – 3)

สรุปกำรให้คะแนนและกำรแปลผลในภำพรวม

( ฉบบั ครูประเมนิ นกั เรียน และ ฉบบั ผปู้ กครองประเมินนกั เรยี น )

รำยกำรประเมนิ ปกติ เสีย่ ง มีปัญหำ

คะแนนรวมพฤติกรรมทเ่ี ปน็ ปญั หา(จากคะแนนรวมพฤติกรรม 4 ดา้ น) 0 - 15 16 - 17 18 - 40

คะแนนรวมพฤติกรรมแตล่ ะดำ้ น

1. พฤตกิ รรมดา้ นอารมณ์ 0 – 3 4 5 - 10

2. พฤตกิ รรมเกเร 0 – 3 4 5 - 10

3. พฤติกรรมอยไู่ มน่ ่งิ 0 – 5 6 7 - 10

4. พฤตกิ รรมด้านความสัมพันธ์กบั เพื่อน 0 - 5 6 7 - 10

5. พฤติกรรมดา้ นสัมพนั ธภาพทางสังคม ( คะแนนจุดแขง็ ) มจี ุดแข็ง (4 – 10) ไมม่ จี ดุ แข็ง (0 – 3)

กำรแปลผล (ด้ำนหลัง) สำหรบั ครู นกั เรยี น/ผปู้ กครอง

รำยกำรประเมิน ไม่เลย เลก็ น้อย คอ่ นขำ้ งมำก มำก

*3. ปัญหานี้ทาใหร้ สู้ ึกไม่สบายใจ 00 12

*4. ปัญหานี้รบกวนชีวิตประจาวนั ในดา้ นต่าง ๆ

ข้อสาหรับการให้คะแนนของ รายการประเมิน ไมเ่ ลย เล็กน้อย ค่อนข้างมาก มาก
นักเรียน / ผ้ปู กครอง ครู

  ความเป็นอยู่ท่บี า้ น 00 12

   การคบเพอื่ น 00 12

   การเรยี นในหอ้ งเรยี น 00 12

  กิจกรรมยามวา่ ง 00 12

คะแนนรวม 0 คะแนน ปกติ

สรุปกำรแปลผล คะแนนรวม 1 – 2 คะแนน เส่ียง

คะแนนรวม 3 – 10 คะแนน มีปญั หำ

35

ตำรำงแสดงเกณฑอ์ ้ำงอิงกำรเจริญเติบโต ของเพศหญงิ อำยุ 12 - 18 ปี

เปรยี บเทียบระหว่ำง อำยุ กบั น้ำหนกั

อำยุ ( ปี ) ตำ่ กว่ำเกณฑป์ กติ น้ำหนกั ( กิโลกรมั ) สงู กวำ่ เกณฑป์ กติ
เกณฑ์ปกติ

12 ต่ากวา่ 29.50 29.50 - 53 สงู กวา่ 53

13 ตา่ กว่า 33 33 - 55.50 สงู กวา่ 55.50

14 ตา่ กว่า 36.50 36.50 - 56.50 สงู กวา่ 56.50

15 ตา่ กวา่ 38.50 38.50 - 57 สูงกว่า 57

16 ตา่ กว่า 40 40 - 57.50 สูงกวา่ 57.50

17 ต่ากวา่ 41 41 - 57.50 สงู กว่า 57.50

18 ตา่ กวา่ 41.50 41.50 - 58 สงู กว่า 58

เปรียบเทยี บระหว่ำง อำยุ กบั ส่วนสูง

อำยุ ( ปี ) ต่ำกวำ่ เกณฑป์ กติ ส่วนสงู ( เซนตเิ มตร ) สงู กวำ่ เกณฑป์ กติ
ต่ากวา่ 139 เกณฑป์ กติ สงู กวา่ 160.50
12 ต่ากว่า 143.50 139 - 160.50 สูงกวา่ 162.50
13 ต่ากว่า 147 สูงกว่า 163.50
14 ต่ากว่า 148.50 143.50 - 162.50 สูงกวา่ 164
15 ตา่ กว่า 149 147 - 163.50 สูงกว่า 164
16 ตา่ กวา่ 149.50 148.50 - 164 สูงกวา่ 164
17 ต่ากว่า 150 149 - 164 สงู กว่า 164.50
18 149.50 - 164
150 - 164.50

เปรยี บเทียบระหวำ่ ง ส่วนสงู กับ นำ้ หนัก

ส่วนสงู ( เซนตเิ มตร ) ตำ่ กว่ำเกณฑป์ กติ นำ้ หนัก ( กโิ ลกรมั ) สงู กว่ำเกณฑ์ปกติ
เกณฑป์ กติ สงู กว่า 38
สูงกว่า 42.50
130 - 135 ตา่ กวา่ 22.50 22.50 - 38 สูงกวา่ 47
สงู กวา่ 51.50
136 - 140 ต่ากว่า 25.50 25.50 - 42.50 สงู กวา่ 55.50
สูงกว่า 59
141 - 145 ตา่ กวา่ 28.50 28.50 - 47 สูงกวา่ 62.50
สงู กว่า 65.50
146 - 150 ต่ากวา่ 31.50 31.50 - 51.50

151 - 155 ตา่ กว่า 35.50 35.50 - 55.50

156 - 160 ตา่ กว่า 34 34 - 59

161 - 165 ต่ากวา่ 43 43 - 62.50

166 - 170 ตา่ กว่า 46.50 46.50 - 65.50

ขอ้ มูล : กรมอนำมัย กระทรวงสำธำรณสขุ พ.ศ. 2542 เกณฑอ์ ้ำงอิง นำ้ หนัก สว่ นสงู

และเคร่อื งช้ีวดั ภำวะโภชนำกำรของประชำชนคนไทย อำยุ 12 - 19 ปี

36

ตำรำงแสดงเกณฑ์อำ้ งอิงกำรเจริญเติบโต ของเพศชำย อำยุ 12 - 18 ปเี ปรยี บเทยี บระหวา่ ง อายุ กบั นา้ หนกั

อำยุ ( ปี ) ตำ่ กว่ำเกณฑป์ กติ นำ้ หนกั ( กิโลกรมั ) สูงกว่ำเกณฑป์ กติ
เกณฑ์ปกติ

12 ต่ากว่า 28 28 - 54.50 สูงกวา่ 54.50

13 ต่ากวา่ 32.50 32.50 - 58.50 สูงกว่า 58.50

14 ต่ากว่า 35.50 35.50 - 61.50 สูงกวา่ 61.50

15 ต่ากวา่ 40 40 - 64 สูงกว่า 64

16 ต่ากว่า 44 44 - 66 สูงกว่า 66

17 ตา่ กว่า 46.50 46.50 - 67 สงู กวา่ 67

18 ต่ากวา่ 48 48 - 68 สงู กวา่ 68

เปรยี บเทียบระหวำ่ ง อำยุ กับ ส่วนสงู

อำยุ ( ปี ) ตำ่ กวำ่ เกณฑ์ปกติ ส่วนสูง ( เซนตเิ มตร ) สูงกวำ่ เกณฑป์ กติ
ต่ากว่า 135.50 เกณฑ์ปกติ สงู กวา่ 164.50
12 ตา่ กวา่ 141 สูงกว่า 170
13 ต่ากว่า 147.50 135.50 - 164.50 สูงกวา่ 173
14 ตา่ กวา่ 153.50 141 - 170 สูงกวา่ 176
15 ต่ากว่า 158.50 147.50 - 173 สูงกว่า 177
16 ตา่ กว่า 160.50 153.50 - 176 สงู กวา่ 177.50
17 ตา่ กวา่ 161.50 158.50 - 177 สงู กวา่ 179
18
160.50 - 177.50
161.50 - 179

เปรยี บเทียบระหวำ่ ง สว่ นสงู กับ น้ำหนัก

สว่ นสูง ( เซนตเิ มตร ) ต่ำกว่ำเกณฑ์ปกติ น้ำหนัก ( กิโลกรมั ) สูงกวำ่ เกณฑ์ปกติ
เกณฑ์ปกติ สงู กว่า 37
สงู กว่า 41.50
130 - 135 ต่ากว่า 23.50 23.50 - 37 สูงกวา่ 45
สูงกวา่ 49
136 - 140 ต่ากว่า 26 26 - 41.50 สูงกว่า 58
สูงกวา่ 57.50
141 - 145 ตา่ กวา่ 28 28 - 45 สูงกว่า 61.50
สงู กวา่ 65.50
146 - 150 ตา่ กวา่ 31.50 31.50 - 49 สูงกว่า 69
สูงกวา่ 72.50
151 - 155 ต่ากวา่ 34.50 34.50 - 58

156 - 160 ตา่ กว่า 38 38 - 57.50

161 - 165 ต่ากวา่ 42 42 - 61.50

166 - 170 ตา่ กวา่ 45.50 45.50 - 65.50

171 - 175 ต่ากวา่ 44.50 44.50 - 69

176 - 180 ตา่ กวา่ 53 53 - 72.50

ข้อมลู : กรมอนำมยั กระทรวงสำธำรณสุข พ.ศ. 2542 เกณฑ์อ้ำงอิง นำ้ หนัก สว่ นสงู

และเครอื่ งชวี้ ัดภำวะโภชนำกำรของประชำชนคนไทย อำยุ 12 - 19 ปี

37

ตำรำงคะแนนกำรแปลผลแบบประเมนิ จดุ แขง็ และจุดออ่ น

สรปุ กำรใหค้ ะแนนและกำรแปลผลในภำพรวม (นักเรยี นประเมนิ ตนเอง)

รำยกำรประเมิน ปกติ เสี่ยง มปี ญั หำ

คะแนนรวมพฤติกรรมทเ่ี ป็นปญั หา(จากคะแนนรวมพฤตกิ รรม 4 ดา้ น) 0 - 16 17 - 18 19 - 40

คะแนนรวมพฤตกิ รรมแต่ละด้ำน

1. พฤติกรรมดา้ นอารมณ์ 0 – 5 6 7 - 10

2. พฤตกิ รรมเกเร 0 – 4 5 6 - 10

3. พฤติกรรมอยไู่ มน่ ่ิง 0 – 5 6 7 - 10

4. พฤติกรรมด้านความสมั พนั ธ์กบั เพ่อื น 0 - 3 4 5 - 10

5. พฤติกรรมดา้ นสมั พนั ธภาพทางสังคม ( คะแนนจุดแข็ง ) มีจดุ แข็ง (4 – 10) ไมม่ จี ดุ แข็ง (0 – 3)

สรุปกำรใหค้ ะแนนและกำรแปลผลในภำพรวม

( ฉบบั ครปู ระเมนิ นักเรยี น และ ฉบับผ้ปู กครองประเมินนกั เรยี น )

รำยกำรประเมนิ ปกติ เสยี่ ง มีปัญหำ

คะแนนรวมพฤติกรรมทเี่ ปน็ ปัญหา(จากคะแนนรวมพฤติกรรม 4 ด้าน) 0 - 15 16 - 17 18 - 40

คะแนนรวมพฤติกรรมแต่ละดำ้ น

1. พฤตกิ รรมด้านอารมณ์ 0 – 3 4 5 - 10

2. พฤตกิ รรมเกเร 0 – 3 4 5 - 10

3. พฤติกรรมอยไู่ ม่นิ่ง 0 – 5 6 7 - 10

4. พฤตกิ รรมด้านความสมั พันธ์กบั เพ่ือน 0 - 5 6 7 - 10

5. พฤตกิ รรมด้านสัมพนั ธภาพทางสงั คม ( คะแนนจุดแข็ง ) มจี ุดแข็ง (4 – 10) ไม่มจี ดุ แข็ง (0 – 3)

กำรแปลผล (ดำ้ นหลงั ) สำหรบั ครู นกั เรียน/ผู้ปกครอง

รำยกำรประเมนิ ไมเ่ ลย เลก็ น้อย ค่อนข้ำงมำก มำก

*3. ปัญหานี้ทาใหร้ ู้สกึ ไมส่ บายใจ 00 12

*4. ปัญหานีร้ บกวนชวี ิตประจาวนั ในด้านต่าง ๆ

ขอ้ สาหรบั การให้คะแนนของ รายการประเมนิ ไม่เลย เลก็ นอ้ ย ค่อนขา้ งมาก มาก
นักเรียน / ผู้ปกครอง ครู

  ความเป็นอย่ทู บี่ ้าน 00 12

   การคบเพื่อน 00 12

   การเรยี นในห้องเรยี น 00 12

  กจิ กรรมยามว่าง 00 12

คะแนนรวม 0 คะแนน ปกติ

สรุปกำรแปลผล คะแนนรวม 1 – 2 คะแนน เสย่ี ง

คะแนนรวม 3 – 10 คะแนน มีปญั หำ

38

-ดล9-

แบบประเมินควำมฉลำดทำงอำรมณ์

ชอ่ื ……………………………………………..………….ช้ัน………………เลขท…่ี .…….……

แบบประเมินควำมฉลำดทำงอำรมณ์

ความฉลาดทางอารมณ์คือ ความสามารถทางอารมณ์ในการดาเนินชีวิตอย่างสร้างสรรค์และมีความสุข

การรู้จักความฉลาดทางอารมณ์ของตนเองเพ่ือพัฒนาและการใช้ศักยภาพตนเองในการดาเนินชีวิตครอบครัว การ

ทางานและการอย่รู ่วมกับผอู้ ่ืนได้อยา่ งมคี วามสขุ และประสบความสาเร็จ กรมสุขภาพจิตได้ตระหนักถึงความสาคัญ

ของความฉลาดทางอารมณ์จงึ ได้สรา้ งแบบประเมนิ เพ่ือใชป้ ระเมนิ ตนเอง

คำแนะนำ

แบบประเมนิ นเี้ ปน็ ประโยคทมี่ ีข้อความเกย่ี วกับอารมณ์และความรู้สึกที่แสดงออกในลักษณะต่าง ๆ แม้ว่า

ประโยคอาจไม่ตรงกับท่ีท่านเป็นอยู่ก็ตามให้ท่านเลือกคาตอบที่ตรงกับท่านมากท่ีสุด ไม่มีคาตอบท่ีถูกหรือผิด ดี

หรือไม่ดี โปรดตอบตามความเป็นจริงและตอบทุกข้อ เพ่ือท่านจะได้รู้จักตนเองและวางแผนพัฒนาตนต่อไป มี

คาตอบ 4 คาตอบ สาหรับขอ้ ความแตล่ ะประโยคคอื ไม่จริง จริงบางคร้ัง ค่อนข้างจริง จริงมาก โปรดใส่

เคร่อื งหมาย / ในช่องท่ีทา่ นเห็นวา่ ตรงกับตวั ท่านมากท่ีสุด

รำยกำรประเมนิ ไม่จรงิ จรงิ บำงคร้ัง คอ่ นข้ำงจริง จริงมำก คะแนน

1 เวลาโกรธหรือไม่สบายใจ ฉันรบั รไู้ ด้ว่าเกิดอะไรข้ึนกบั ฉัน

2. ฉนั บอกไม่ไดว้ ่าอะไรทาให้ฉนั รสู้ ึกโกรธ

3. เม่อื ถูกขัดใจฉนั รู้สกึ หงดุ หงิดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้

4. ฉนั สามารถคอยเพอื่ ให้บรรลเุ ปา้ หมายท่พี อใจ

5. ฉันมปี ฏกิ ริ ิยาโตต้ อบปัญหาเพียงเลก็ นอ้ ย

6. ฉนั ถูกบงั คับใหท้ าในสิ่งท่ไี มช่ อบ ฉันจะอธิบายเหตผุ ลจนผู้อ่ืนยอมรบั ได้

รวม

7. ฉันสังเกตได้ เมือ่ คนใกล้ชดิ มอี ารมณ์เปล่ียนแปลง

8. ฉันไม่สนใจกับความทุกข์ของผูอ้ ่นื ทฉ่ี ันไม่รู้จกั

9. ฉันไมย่ อมรบั ในสง่ิ ทผ่ี ู้อื่นทาตา่ งจากท่ีฉนั คดิ

10. ฉนั ยอมรับได้วา่ ผ้อู ื่นกม็ ีเหตุผลที่จะไม่พอใจในการกระทาของฉนั

11. ฉนั ร้สู ึกว่าผอู้ ่ืนเรยี กรอ้ งความสนใจมากเกินไป

12. แมจ้ ะมภี าระทตี่ ้องทา ฉันยนิ ดีรบั ฟังความทกุ ขข์ องผ้อู ืน่ ที่ตอ้ งการความชว่ ยเหลอื

รวม

13. เปน็ เรอื่ งธรรมดาที่จะเอาเปรียบผูอ้ ่ืนเมอื่ มีโอกาส

14. ฉนั เห็นคณุ ค่าในนา้ ใจท่ีผู้อ่ืนมีตอ่ ฉัน

15. เมอ่ื ทาผิดฉันสามารถกล่าวคาว่า “ขอโทษ” ผู้อื่นได้

16. ฉันยอมรบั ข้อผิดพลาดของผอู้ ื่นได้ยาก

17. ถงึ แมจ้ ะต้องเสียประโยชนส์ ่วนตัวไปบ้าง ฉนั กย็ ินดที จ่ี ะทาเพอ่ื สว่ นรวม

18. ฉันร้สู กึ ลาบากใจในการทาสง่ิ ใดสิ่งหนึ่งเพ่อื ผอู้ ่นื

รวม

รำยกำรประเมนิ ไม่จริง จริงบำงครง้ั คอ่ นข้ำงจริง จรงิ มำก คะแนน

19. ฉนั ไม่รวู้ ่าฉันเกง่ เรอ่ื งอะไร

20. แม้จะเป็นงานยาก ฉันกม็ ั่นใจว่าสามารถทาได้

21. เมอ่ื ทาสิ่งใดไม่สาเร็จ ฉันรู้สึกหมดกาลังใจ

22. ฉนั รู้สกึ มีคุณค่าเมอื่ ได้ทาส่ิงต่าง ๆ อย่างเต็มความสามารถ

23. เม่ือตอ้ งเผชิญกับอุปสรรคและความผิดหวงั ฉันจะไม่ยอมแพ้

39

24. เมอื่ เริ่มทาสิ่งหนึง่ สิ่งใด ฉนั มักทาตอ่ ไปไม่สาเร็จ รวม
รวม
25. ฉันพยายามหาสาเหตุทแี่ ทจ้ ริงของปัญหาโดยไม่คิดเอาเองตามใจชอบ รวม
รวม
26. บ่อยครง้ั ท่ฉี นั ไม่รู้ว่าอะไรทาใหฉ้ นั ไม่มีความสขุ รวม
27. ฉันรู้สกึ วา่ การตัดสินใจแกป้ ญั หาเป็นเร่อื งยากสาหรบั ฉนั รวม
28. เมื่อตอ้ งการทาอะไรหลายอยา่ งในเวลาเดยี วกนั ฉันตัดสินใจได้ว่าจะทาอะไรก่อนหลัง
29. ฉันลาบากใจเม่ือต้องอยู่กบั คนแปลกหนา้ หรือคนที่ไมค่ ุ้นเคย
30. ฉันทนไม่ไดเ้ มื่อต้องอยใู่ นสังคมที่มกี ฏระเบียบขดั กบั ความเคยชินของฉัน

31. ฉนั ทาความรจู้ ักผ้อู น่ื ได้ง่าย
32. ฉันมีเพื่อนสนิทหลายคนท่ีคบกันมานาน
33. ฉนั ไมก่ ล้าบอกความต้องการของฉนั ใหผ้ ู้อ่ืนรู้
34. ฉนั ทาในสง่ิ ท่ตี ้องการโดยไม่ทาให้ผอู้ ื่นเดอื ดรอ้ น
35. เป็นการยากสาหรับฉนั ท่จี ะโต้แย้งกบั ผูอ้ ่นื แม้จะมเี หตุผลเพียงพอ
36. เมอื่ ไมเ่ ห็นด้วยกับผิอน่ื ฉันสามารถอธบิ ายเหตุผลที่เขายอมรับได้

37. ฉนั ร้สู กึ ด้อยกว่าผู้อืน่
38. ฉันทาหน้าทไ่ี ด้ดี ไมว่ ่าจะอยใู่ นบทบาทใด
39. ฉนั สามารถทางานท่ีได้รบั มอบหมายได้ดีท่สี ุด
40. ฉนั ไมม่ ่ันใจในการทางานทีย่ ากลาบาก

41. แม้ว่าสถานการณจ์ ะเลวรา้ ย ฉนั กม็ ีความหวังว่าจะดขี ้นึ
42. ทุกปญั หามักมีทางออกเสมอ
43. เมื่อมเี ร่ืองทที่ าให้เครยี ด ฉันมกั ปรบั เปล่ียนใหเ้ ป็นเรื่องผ่อนคลายหรือสนุกสนานได้
44. ฉนั สนกุ สนานทุกครงั้ กบั กิจกรรมในวันสดุ สัปดาหแ์ ละวนั พักผอ่ น
45. ฉนั ร้สู ึกไม่พอใจท่ผี ้อู ื่นได้รบั ส่งิ ดี ๆ มากกวา่ ฉัน
46. ฉันพอใจกบั สงิ่ ทีฉ่ ันเป็นอยู่

47. ฉนั ไมร่ ูว้ ่าจะหาอะไรทาเมือ่ รู้สกึ เบือ่ หนา่ ย
48. เม่อื ว่างเว้นจากภาระหนา้ ท่ี ฉันจะทาในสงิ่ ทฉ่ี นั ชอบ
49. เม่อื ร้สู กึ ไม่สบายใจ ฉันมวี ิธผี อ่ นคลายอารมณ์ได้
50. ฉันสามารถผ่อนคลายตนเองได้ แมจ้ ะเหนด็ เหน่อื ยจากภาระหน้าที่
51. ฉนั ไมส่ ามารถทาใจให้เปน็ สุขได้จนกวา่ จะไดท้ ุกสง่ิ ทต่ี ้องการ
52. ฉนั มกั ทุกข์รอ้ นกับเร่อื งเลก็ ๆ นอ้ ย ๆ ท่ีเกิดข้ึนเสมอ

กำรใหค้ ะแนน แบง่ เป็น 2 กลมุ่ ในกำรให้คะแนนดงั นี้

กลุม่ ท่ี 1 ไดแ้ ก่ข้อ กล่มุ ที่ 2 ได้แก่ ข้อ

1 4 6 7 10 12 14 15 17 20 22 23 25 28 2 3 5 8 9 11 13 16 18 19 21 24
47 51 52
31 32 34 36 38 39 41 42 43 44 46 48 49 50 26 27 29 30 33 35 37 40 45
คะแนน
แตล่ ะข้อให้คะแนนดงั ตอ่ ไปน้ี แต่ละขอ้ ใหค้ ะแนนดังตอ่ ไปนี้ คะแนน
คะแนน
ตอบไม่จริง ให้ 1 คะแนน ตอบไม่จรงิ ให้ 4 คะแนน

ตอบจริงบำงครงั้ ให้ 2 คะแนน ตอบจรงิ บำงครงั้ ให้ 3

ตอบคอ่ นขำ้ งจรงิ ให้ 3 คะแนน ตอบคอ่ นข้ำงจรงิ ให้ 2

ตอบจริงมำก ให้ 4 คะแนน ตอบจริงมำก ให้ 1

40

กำรรวมคะแนน
ดา้ นดี หมายถึง ความสามารถในการควบคมุ อารมณแ์ ละความต้องการของตนเอง ร้จู กั เหน็ ใจผู้อ่นื และ

มีความรับผดิ ชอบตอ่ สว่ นรวม
ด้านเกง่ หมายถงึ ความสามารถในการร้จู ักตนเอง มแี รงจงู ใจ สามารถตดั สนิ ใจแกป้ ัญหาและแสดงออกได้

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทง้ั มีสมั พนั ธภาพทดี่ ีกับผู้อน่ื
ด้านสขุ หมายถงึ ความสามารถในการดาเนินชีวิตอยา่ งเปน็ สขุ

ดำ้ น ด้ำนยอ่ ย กำรรวมคะแนน ผลรวมคะแนน / กำรแปลผล

รวม แปลผล รวม แปลผล รวม แปลผล

1.1 ควบคุมอารมณ์ รวมข้อ 1 ถึงขอ้ 6

ดี 1.2 เห็นใจผ้อู ่นื รวมขอ้ 7 ถงึ ขอ้ 12

1.3 รบั ผิดชอบ รวมข้อ 13 ถึงขอ้ 18

2.1 มแี รงจงู ใจ รวมข้อ 19 ถงึ ขอ้ 24

เก่ง 2.2 ตดั สนิ ใจและแกป้ ญั หา รวมขอ้ 25 ถึงข้อ 30

2.3 สัมพนั ธภาพกับผ้อู น่ื รวมขอ้ 31 ถึงขอ้ 36

3.1 ภูมิใจตนเอง รวมขอ้ 37 ถงึ ขอ้ 40

สขุ 3.2 พงึ พอใจในชีวิต รวมข้อ 41 ถึงข้อ 46

3.3 สุขสงบทางใจ รวมขอ้ 47 ถึงขอ้ 52

หลังจากรวมคะแนนแตล่ ะด้านเสรจ็ แล้ว นาคะแนนท่ีได้ไปทาเครื่องหมาย  ลงบนเส้นประ ในกราฟความฉลาดทาง

อารมณ์แลว้ ลากเส้นใหต้ ่อกนั และพจิ ารณาดูว่ามคี ะแนนดา้ นใดที่สูงหรือตา่ กวา่ ชว่ งคะแนนปกติ

ผลทไี่ ด้เป็นเพยี งการประเมนิ โดยสังเขป คะแนนที่ได้ต่ำกว่ำช่วงคะแนนปกติ ไม่ได้หมำยควำมว่ำท่ำนหรือเด็กมีควำม

ผิดปกติในด้ำนนน้ั เพราะดา้ นต่าง ๆ เหล่านเ้ี ปน็ สิง่ ทีม่ ีการพฒั นาและมกี ารเปล่ียนแปลงตลอดเวลา ดังนั้นคะแนนท่ีได้ต่าจึงเป็น

เพยี ง ข้อเตือนใจให้ทา่ นหาแนวทางในการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ในด้านนน้ั ๆ ให้มากยง่ิ ข้นึ

สาหรับรายละเอียดและแนวทางการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์มีอยู่ในหนังสืออีคิว : ความฉลาดทางอารมณ์ หรือ
คู่มือความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิต รวมท้ังท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ที่ทางกรม
สุขภาพจติ หรือหน่วยงานอ่ืนทเี่ กย่ี วข้องจัดขึน้

41

เฉลยใบงำน แบบประเมนิ จุดแขง็ และจุดอ่อน (SDQ) (ฉบบั นักเรยี นประเมนิ ตนเอง)

ชือ่ (ด.ช.,ด.ญ.,นาย,นางสาว)…………………………………………………..….ชน้ั ………….……………
เลขที่……..….…. วัน / เดอื น / ปเี กิด ……………………………………………………
**************************************************

คำชี้แจง ใหท้ าเคร่ืองหมาย  ในชอ่ งท้ายแต่ละข้อใหค้ รบทุกข้อ กรุณาตอบใหต้ รงกบั ลักษณะของเด็กในชว่ ง 6
เดือนทผ่ี า่ นมา

ควำมคิดเห็น สำหรับครทู ปี่ รกึ ษำ
รวมคะแนน
ข้อ พฤตกิ รรมประเมิน
ไม่ คอ่ นขำ้ ง จรงิ 1 ดำ้ นที่ 5
1 ฉันพยายามทาตวั ดกี บั คนอน่ื ฉนั ใส่ใจความร้สู ึกของคนอ่ืน จริง จริง
2 ฉันอย่ไู มน่ ิ่ง ฉนั น่ังน่ิง ๆ ไม่ได้ 234
3 ฉนั ปวดศีรษะ ปวดทอ้ ง หรือไม่สบายบอ่ ย ๆ
4 ฉนั เต็มใจแบ่งปันสงิ่ ของให้เพอ่ื น (ขนม, ของเล่น, ดินสอ เป็นต้น) 1
5 ฉนั โกรธแรง และมกั อารมณเ์ สยี
6 ฉนั ชอบอยู่กบั ตวั เอง ฉนั ชอบเล่นคนเดยี วหรอื อยตู่ ามลาพัง 0
7 ฉันมกั ทาตามท่คี นอน่ื บอก
8 ฉนั ข้ีกงั วล 1
9 ใคร ๆ กพ็ ่ึงฉันได้ ถา้ เขาเสียใจ อารมณไ์ ม่ดี หรอื ไมส่ บายใจ
10 ฉนั อย่ไู ม่สุข วนุ่ วาย 2
11 ฉนั มีเพ่อื นสนิท
12 ฉันมีเรอ่ื งทะเลาะววิ าทบ่อย ฉันทาให้คนอืน่ ทาอยา่ งทฉี่ นั ต้องการได้ 2
13 ฉันไมม่ ีความสุข ทอ้ แท้ รอ้ งไห้บ่อย ๆ
14 เพ่ือน ๆ สว่ นมากชอบฉัน 2
15 ฉันวอกแวกง่าย ฉันรสู้ ึกวา่ ไมม่ ีสมาธิ
16 ฉนั กงั วลเวลาอย่ใู นสถานการณท์ ไี่ มค่ ุน้ และเสยี ความมนั่ ใจในตนเองงา่ ย 1
17 ฉันใจดีกบั เดก็ ที่เล็กกวา่
18 มคี นว่าฉนั โกหก หรือข้ีโกงบอ่ ย ๆ 2
19 เดก็ ๆ คนอนื่ ลอ้ เลยี น หรือรงั แกฉัน
20 ฉนั มักจะอาสาชว่ ยเหลือผอู้ ่นื (พ่อแม,่ คร,ู เพอ่ื น, เดก็ คนอนื่ ๆ เปน็ ตน้ ) 1
21 ฉันคดิ ก่อนทา
22 ฉนั เอาของคนอนื่ ในบา้ น ทีโ่ รงเรยี นหรือที่อ่ืน 0
23 ฉันเข้ากบั ผใู้ หญไ่ ด้ดกี ว่ากบั เด็กในวัยเดยี วกนั
24 ฉนั ข้ีกลัว ร้สู กึ หวาดกลวั ได้ง่าย 0
25 ฉันทางานไดจ้ นเสรจ็ ความต้งั ใจในการทางานของฉนั ดี
0
รวมคะแนนแต่ละดา้ น
การแปลผล 2

รวมคะแนนการแปลผล ด้านที่ 1-4 ได้ 19 คะแนน 1
คะแนนด้านท่ี 5 ได้ 7 คะแนน
1

2

2

0

0

1

0

0

1

2

2

93 3 4 7

มปปส

จดั อย่ใู นกลุ่ม มีปญั หำ

 มีจดุ แขง็ ( 4 - 10 )  ไม่มีจดุ แขง็ ( 0 - 3 )

42

โดยรวมเธอคดิ ว่าตวั เองมปี ัญหาในดา้ นใดด้านหน่งึ ต่อไปน้ีหรอื ไม่ (ด้ำนหลงั )
ฉบับนกั เรยี น
1. ดา้ นอารมณ์ ด้านสมาธิ ดา้ นพฤติกรรม หรอื ความสามารถเข้ากบั ผู้อื่น
มาก
ไม่  ใช่ มีปญั หาเล็กนอ้ ย

ใช่ มปี ญั หาชดั เจน ใช่ มีปญั หาอยา่ งมาก

ถ้าตอบวา่ “ไม่” ไม่ต้องตอบข้อต่อไป

ถ้าคุณตอบว่า “ใช่” กรณุ าตอบข้อต่อไปน้ี

2. ปญั หานี้เกดิ ขน้ึ มานานเท่าไหรแ่ ล้ว

น้อยกว่า 1 เดอื น 1 – 5 เดือน

 6 – 12 เดือน มากกว่า 1 ปี

*3. ปัญหาน้ที าใหเ้ ธอรูส้ ึกไม่สบายใจหรอื ไม่

ไม่เลย  เล็กน้อย

คอ่ นข้างมาก มาก

*4. ปัญหาน้รี บกวนชีวิตประจาวนั ของเธอในดา้ นตา่ ง ๆ ต่อไปนีห้ รือไม่

ไม่เลย เลก็ นอ้ ย คอ่ นข้างมาก

ความเป็นอยู่ทบี่ ้าน 

การคบเพื่อน 

การเรยี นในหอ้ งเรียน 

กิจกรรมยามวา่ ง 

5. ปัญหานท้ี าใหค้ นรอบข้างเกดิ ความยงุ่ ยากหรอื ไม่ ( ครอบครวั เพ่ือน ครู เป็นตน้ )

ไม่เลย  เลก็ นอ้ ย

คอ่ นข้างมาก มาก

ลงช่อื …………………………………………..

คะแนนรวมแบบประเมนิ ด้านหลงั 2 แปลผล……..เส่ียง…………

43

ใบงำนแบบประเมนิ ควำมฉลำดทำงอำรมณ์

ชอื่ …………………………………………………………….ชน้ั ……………เลขท…ี่ …………

แบบประเมินควำมฉลำดทำงอำรมณ์

ควำมฉลำดทำงอำรมณ์คือ ควำมสำมำรถทำงอำรมณ์ในกำรดำเนินชีวิตอยำ่ งสร้ำงสรรค์และมีควำมสุข

กำรร้จู กั ควำมฉลำดทำงอำรมณ์ของตนเองเพอื่ พัฒนำและกำรใชศ้ ักยภำพตนเองในกำรดำเนินชีวติ ครอบครวั

กำรทำงำนและกำรอยู่ร่วมกับผู้อืน่ ได้อย่ำงมคี วำมสุขและประสบควำมสำเรจ็

กรมสุขภาพจิตได้ตระหนักถึงความสาคัญของความฉลาดทางอารมณ์จึงได้สร้างแบบประเมนิ เพ่อื ใช้ประเมินตนเอง

คำแนะนำ

แบบประเมนิ นีเ้ ปน็ ประโยคท่มี ขี อ้ ความเก่ียวกับอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ท่ีแสดงออกในลกั ษณะต่าง ๆ แม้ว่าประโยคอาจไม่ตรง

กบั ที่ท่านเป็นอย่กู ต็ ามให้ท่านเลือกคาตอบท่ตี รงกบั ทา่ นมากท่ีสดุ ไม่มีคาตอบท่ถี ูกหรือผิด ดีหรอื ไม่ดี

โปรดตอบตามความเป็นจรงิ และตอบทกุ ขอ้ เพ่อื ท่านจะไดร้ ู้จักตนเองและวางแผนพัฒนาตนต่อไป

มีคาตอบ 4 คาตอบ สาหรับข้อความแต่ละประโยคคอื ไมจ่ รงิ จริงบางคร้งั ค่อนขา้ งจรงิ จริงมาก

โปรดใส่เคร่อื งหมาย  ในช่องทท่ี า่ นเห็นวา่ ตรงกบั ตวั ทา่ นมากที่สุด

รำยกำรประเมิน ไมจ่ ริง จรงิ บำงคร้ัง คอ่ นข้ำงจริง จริงมำก คะแนน

1 เวลาโกรธหรือไม่สบายใจ ฉันรับร้ไู ด้ว่าเกดิ อะไรขน้ึ กบั ฉัน 

2. ฉันบอกไม่ได้ว่าอะไรทาให้ฉนั รู้สึกโกรธ 

3. เม่ือถูกขดั ใจฉนั รู้สกึ หงดุ หงิดจนควบคมุ อารมณ์ไม่ได้ 

4. ฉันสามารถคอยเพ่อื ให้บรรลุเปา้ หมายทพี่ อใจ 

5. ฉันมปี ฏิกิรยิ าโต้ตอบปญั หาเพียงเลก็ น้อย 

6. ฉันถกู บังคับให้ทาในส่ิงทไ่ี มช่ อบ ฉนั จะอธิบายเหตุผลจนผอู้ น่ื ยอมรบั ได้ 

รวม

7. ฉนั สังเกตได้ เมอ่ื คนใกล้ชิดมอี ารมณ์เปลี่ยนแปลง 

8. ฉนั ไม่สนใจกบั ความทกุ ข์ของผู้อนื่ ที่ฉันไม่รจู้ ัก 

9. ฉันไมย่ อมรบั ในสิ่งทีผ่ ู้อน่ื ทาต่างจากที่ฉนั คดิ 

10. ฉนั ยอมรบั ได้วา่ ผอู้ ่ืนกม็ ีเหตุผลทีจ่ ะไม่พอใจในการกระทาของฉัน 

11. ฉนั รสู้ กึ วา่ ผู้อื่นเรยี กร้องความสนใจมากเกินไป 

12. แม้จะมีภาระท่ตี อ้ งทา ฉนั ยนิ ดีรับฟังความทุกข์ของผู้อื่นท่ตี ้องการความชว่ ยเหลอื 

รวม

13. เปน็ เรือ่ งธรรมดาท่จี ะเอาเปรยี บผู้อื่นเม่อื มโี อกาส 

14. ฉันเห็นคุณค่าในน้าใจท่ีผูอ้ นื่ มีต่อฉนั 

15. เมื่อทาผิดฉันสามารถกลา่ วคาว่า “ขอโทษ” ผอู้ ่ืนได้ 

16. ฉันยอมรับข้อผดิ พลาดของผอู้ ่ืนไดย้ าก 

17. ถงึ แมจ้ ะตอ้ งเสียประโยชน์ส่วนตวั ไปบ้าง ฉนั กย็ นิ ดีทจ่ี ะทาเพอ่ื ส่วนรวม 

18. ฉันรสู้ ึกลาบากใจในการทาสิ่งใดสงิ่ หนง่ึ เพ่ือผอู้ น่ื 

รวม

19. ฉนั ไม่รู้ว่าฉันเก่งเร่อื งอะไร 

20. แมจ้ ะเปน็ งานยาก ฉันก็ม่ันใจว่าสามารถทาได้ 

21. เมอ่ื ทาสง่ิ ใดไมส่ าเร็จ ฉันรู้สกึ หมดกาลังใจ 

22. ฉันรสู้ ึกมคี ุณค่าเม่อื ได้ทาสิง่ ตา่ ง ๆ อยา่ งเต็มความสามารถ 

รำยกำรประเมนิ ไมจ่ รงิ จรงิ บำงคร้งั คอ่ นข้ำงจรงิ จริงมำก คะแนน

23. เมอ่ื ต้องเผชิญกบั อุปสรรคและความผดิ หวัง ฉันจะไม่ยอมแพ้ 

24. เมื่อเรมิ่ ทาสิง่ หนึ่งสิง่ ใด ฉนั มกั ทาต่อไปไม่สาเร็จ 

รวม

25. ฉันพยายามหาสาเหตุทแ่ี ทจ้ ริงของปัญหาโดยไม่คิดเอาเองตามใจชอบ 

26. บ่อยครงั้ ที่ฉันไม่รู้วา่ อะไรทาให้ฉันไม่มีความสขุ 

44

27. ฉนั รสู้ ึกว่าการตัดสนิ ใจแกป้ ัญหาเป็นเร่ืองยากสาหรบั ฉนั  
28. เมอ่ื ตอ้ งการทาอะไรหลายอย่างในเวลาเดียวกัน ฉันตัดสินใจไดว้ ่าจะทาอะไรก่อนหลงั
29. ฉันลาบากใจเมื่อต้องอยกู่ ับคนแปลกหนา้ หรือคนทีไ่ มค่ ุ้นเคย  
30. ฉนั ทนไม่ได้เมื่อตอ้ งอยูใ่ นสงั คมที่มีกฏระเบยี บขดั กับความเคยชินของฉัน  

31. ฉนั ทาความรู้จกั ผู้อืน่ ได้ง่าย  รวม
32. ฉนั มีเพ่อื นสนิทหลายคนท่ีคบกนั มานาน 
33. ฉันไม่กล้าบอกความตอ้ งการของฉนั ใหผ้ อู้ ืน่ รู้ 
34. ฉันทาในสง่ิ ท่ีตอ้ งการโดยไม่ทาให้ผ้อู ื่นเดอื ดร้อน  
35. เปน็ การยากสาหรับฉันที่จะโตแ้ ยง้ กบั ผ้อู ่ืน แม้จะมีเหตผุ ลเพยี งพอ 
36. เมอ่ื ไม่เห็นดว้ ยกบั ผอิ น่ื ฉันสามารถอธบิ ายเหตุผลทเ่ี ขายอมรับได้ 

37. ฉนั รู้สึกด้อยกว่าผ้อู ่นื 
38. ฉันทาหนา้ ทีไ่ ด้ดี ไมว่ ่าจะอยใู่ นบทบาทใด
39. ฉันสามารถทางานที่ได้รับมอบหมายได้ดีทีส่ ุด รวม
40. ฉนั ไมม่ ่ันใจในการทางานที่ยากลาบาก

41. แม้วา่ สถานการณจ์ ะเลวร้าย ฉันกม็ ีความหวังว่าจะดขี นึ้ 
42. ทุกปญั หามกั มีทางออกเสมอ 
43. เมื่อมเี รื่องทที่ าให้เครียด ฉันมักปรับเปลยี่ นให้เป็นเรอื่ งผ่อนคลายหรอื สนุกสนานได้ 
44. ฉนั สนุกสนานทุกครง้ั กบั กจิ กรรมในวันสดุ สัปดาห์และวนั พักผ่อน
45. ฉันร้สู กึ ไม่พอใจทผี่ ้อู ื่นไดร้ ับสงิ่ ดี ๆ มากกวา่ ฉัน รวม
46. ฉันพอใจกบั ส่ิงที่ฉันเป็นอยู่

47. ฉนั ไม่รวู้ ่าจะหาอะไรทาเมือ่ ร้สู ึกเบ่ือหน่าย 
48. เมื่อวา่ งเวน้ จากภาระหนา้ ที่ ฉนั จะทาในสิ่งท่ฉี ันชอบ
49. เมอ่ื รสู้ กึ ไมส่ บายใจ ฉันมวี ิธผี ่อนคลายอารมณไ์ ด้ 
50. ฉันสามารถผอ่ นคลายตนเองได้ แม้จะเหนด็ เหน่ือยจากภาระหน้าที่
51. ฉนั ไมส่ ามารถทาใจให้เปน็ สุขไดจ้ นกว่าจะไดท้ ุกส่ิงที่ตอ้ งการ 
52. ฉนั มักทกุ ข์ร้อนกบั เร่อื งเลก็ ๆ น้อย ๆ ทเี่ กิดขึ้นเสมอ
รวม





รวม

45

เฉลยใบงำนแบบประเมนิ ควำมฉลำดทำง
อำรมณ์

ชื่อ……………………………………………………….ช้นั …………………เลขท…่ี …………กลมุ่ ……..

แบบประเมินควำมฉลำดทำงอำรมณ์

ควำมฉลำดทำงอำรมณ์คือ ควำมสำมำรถทำงอำรมณ์ในกำรดำเนินชวี ติ อย่ำงสร้ำงสรรค์และมคี วำมสุข

กำรรู้จักควำมฉลำดทำงอำรมณ์ของตนเองเพอื่ พัฒนำและกำรใชศ้ กั ยภำพตนเองในกำรดำเนนิ ชีวติ ครอบครัว

กำรทำงำนและกำรอยูร่ ว่ มกบั ผอู้ ื่นไดอ้ ย่ำงมคี วำมสุขและประสบควำมสำเรจ็

กรมสขุ ภาพจติ ได้ตระหนักถงึ ความสาคัญของความฉลาดทางอารมณจ์ งึ ได้สร้างแบบประเมนิ เพื่อใชป้ ระเมินตนเอง

คำแนะนำ

แบบประเมนิ นเี้ ป็นประโยคทมี่ ขี ้อความเก่ียวกบั อารมณแ์ ละความร้สู ึกที่แสดงออกในลกั ษณะตา่ ง ๆ แมว้ ่าประโยคอาจไม่ตรง

กบั ทีท่ า่ นเป็นอยกู่ ต็ ามให้ท่านเลือกคาตอบท่ตี รงกับท่านมากที่สุด ไม่มีคาตอบที่ถกู หรือผิด ดีหรอื ไม่ดี

โปรดตอบตามความเป็นจริงและตอบทุกข้อ เพ่ือท่านจะได้รูจ้ กั ตนเองและวางแผนพัฒนาตนตอ่ ไป

มีคาตอบ 4 คาตอบ สาหรบั ขอ้ ความแต่ละประโยคคอื ไมจ่ ริง จรงิ บางคร้งั ค่อนขา้ งจรงิ จรงิ มาก

โปรดใสเ่ ครื่องหมาย ในชอ่ งที่ทา่ นเห็นว่าตรงกับตัวท่านมากท่ีสดุ

รำยกำรประเมิน ไม่จรงิ จริงบำงคร้งั คอ่ นขำ้ งจริง จริงมำก คะแนน

1 เวลาโกรธหรอื ไม่สบายใจ ฉันรบั ร้ไู ด้วา่ เกิดอะไรข้ึนกบั ฉัน 4

2. ฉนั บอกไม่ไดว้ ่าอะไรทาให้ฉนั ร้สู ึกโกรธ 3

3. เม่อื ถูกขัดใจฉันรูส้ ึกหงุดหงิดจนควบคุมอารมณ์ไม่ได้ 3

4. ฉันสามารถคอยเพือ่ ให้บรรลุเปา้ หมายท่พี อใจ 3

5. ฉันมีปฏิกริ ิยาโตต้ อบปญั หาเพยี งเลก็ นอ้ ย 3

6. ฉันถูกบังคบั ใหท้ าในส่ิงทไ่ี ม่ชอบ ฉนั จะอธบิ ายเหตุผลจนผูอ้ นื่ ยอมรบั ได้ 3

รวม 19

7. ฉนั สังเกตได้ เมอ่ื คนใกล้ชิดมีอารมณ์เปล่ยี นแปลง 4

8. ฉันไม่สนใจกับความทกุ ขข์ องผ้อู ื่นทฉี่ ันไมร่ ูจ้ ัก 4

9. ฉันไม่ยอมรบั ในสิง่ ที่ผอู้ ่นื ทาต่างจากทฉี่ ันคิด 4

10. ฉันยอมรับได้วา่ ผู้อ่ืนกม็ เี หตุผลทีจ่ ะไมพ่ อใจในการกระทาของฉัน 4

11. ฉันรสู้ กึ วา่ ผู้อื่นเรยี กรอ้ งความสนใจมากเกนิ ไป 3

12. แมจ้ ะมภี าระทตี่ อ้ งทา ฉันยินดีรับฟงั ความทกุ ข์ของผอู้ ่นื ท่ตี ้องการความชว่ ยเหลอื 4

รวม 23

13. เปน็ เรื่องธรรมดาทจี่ ะเอาเปรยี บผูอ้ ่ืนเมื่อมโี อกาส 4

14. ฉันเห็นคณุ ค่าในน้าใจที่ผอู้ ่นื มีต่อฉนั 4

15. เมื่อทาผิดฉันสามารถกล่าวคาว่า “ขอโทษ” ผู้อนื่ ได้ 4

16. ฉันยอมรบั ข้อผดิ พลาดของผูอ้ ื่นไดย้ าก 4

17. ถงึ แม้จะต้องเสยี ประโยชนส์ ว่ นตวั ไปบา้ ง ฉนั ก็ยินดที จี่ ะทาเพ่อื ส่วนรวม 4

18. ฉนั รูส้ ึกลาบากใจในการทาสิ่งใดสิง่ หน่ึงเพื่อผู้อนื่ 4

รวม 24

19. ฉันไมร่ ู้ว่าฉนั เก่งเรือ่ งอะไร 2

20. แม้จะเปน็ งานยาก ฉันกม็ ่ันใจว่าสามารถทาได้ 3

21. เมอื่ ทาสิง่ ใดไม่สาเร็จ ฉันรู้สกึ หมดกาลงั ใจ 2

22. ฉนั ร้สู ึกมีคณุ คา่ เมอื่ ได้ทาสิ่งตา่ ง ๆ อยา่ งเต็มความสามารถ 4

23. เมื่อตอ้ งเผชญิ กับอุปสรรคและความผิดหวัง ฉันจะไม่ยอมแพ้ 4

24. เมอ่ื เริ่มทาสงิ่ หนึง่ สิ่งใด ฉันมักทาต่อไปไมส่ าเรจ็ 3

รวม 18

46

รำยกำรประเมิน ไมจ่ ริง จริงบำงคร้งั คอ่ นขำ้ งจริง จรงิ มำก คะแนน

25. ฉนั พยายามหาสาเหตุทแ่ี ทจ้ รงิ ของปัญหาโดยไม่คดิ เอาเองตามใจชอบ 3

26. บอ่ ยครัง้ ทฉ่ี ันไมร่ ้วู ่าอะไรทาใหฉ้ ันไม่มีความสขุ  2
27. ฉนั รสู้ กึ ว่าการตัดสินใจแก้ปญั หาเป็นเร่อื งยากสาหรบั ฉัน 1
28. เมื่อต้องการทาอะไรหลายอย่างในเวลาเดยี วกนั ฉนั ตัดสินใจไดว้ ่าจะทาอะไรกอ่ นหลัง 
29. ฉนั ลาบากใจเม่ือตอ้ งอยู่กับคนแปลกหน้าหรอื คนทไ่ี ม่คุ้นเคย  2
30. ฉนั ทนไม่ไดเ้ มื่อตอ้ งอยใู่ นสงั คมที่มกี ฏระเบียบขัดกับความเคยชินของฉัน 1
 1
31. ฉนั ทาความร้จู ักผู้อน่ื ได้งา่ ย 
32. ฉันมีเพอื่ นสนิทหลายคนที่คบกันมานาน รวม 10
33. ฉันไมก่ ลา้ บอกความตอ้ งการของฉันใหผ้ ูอ้ น่ื รู้  3
34. ฉันทาในสง่ิ ที่ตอ้ งการโดยไม่ทาให้ผู้อื่นเดอื ดร้อน 
35. เปน็ การยากสาหรับฉนั ทีจ่ ะโตแ้ ย้งกับผู้อ่นื แม้จะมเี หตุผลเพยี งพอ 4
36. เมือ่ ไม่เห็นดว้ ยกบั ผอิ ื่น ฉันสามารถอธิบายเหตุผลทเ่ี ขายอมรับได้ 
3
37. ฉนั รู้สกึ ดอ้ ยกวา่ ผอู้ ื่น 4
38. ฉนั ทาหน้าท่ไี ด้ดี ไม่ว่าจะอย่ใู นบทบาทใด
39. ฉันสามารถทางานที่ได้รับมอบหมายได้ดีทสี่ ดุ 3
40. ฉันไมม่ ่ันใจในการทางานทยี่ ากลาบาก 3

41. แมว้ า่ สถานการณ์จะเลวร้าย ฉันกม็ ีความหวงั วา่ จะดขี น้ึ รวม 20
42. ทกุ ปัญหามักมีทางออกเสมอ 1
43. เม่อื มเี รื่องที่ทาให้เครียด ฉันมกั ปรบั เปล่ยี นให้เปน็ เรื่องผ่อนคลายหรือสนุกสนานได้ 3
44. ฉนั สนกุ สนานทุกครง้ั กับกิจกรรมในวันสุดสัปดาหแ์ ละวันพกั ผอ่ น 3
45. ฉันรสู้ กึ ไม่พอใจที่ผอู้ ่ืนไดร้ บั ส่งิ ดี ๆ มากกวา่ ฉนั 2
46. ฉนั พอใจกับสงิ่ ทีฉ่ นั เป็นอยู่
รวม 9
47. ฉนั ไมร่ วู้ ่าจะหาอะไรทาเมอ่ื รู้สึกเบอื่ หน่าย 3
48. เม่อื วา่ งเว้นจากภาระหนา้ ที่ ฉันจะทาในสิ่งท่ฉี ันชอบ
49. เมื่อรสู้ ึกไมส่ บายใจ ฉันมีวิธผี ่อนคลายอารมณ์ได้ 4
50. ฉันสามารถผอ่ นคลายตนเองได้ แมจ้ ะเหนด็ เหนื่อยจากภาระหน้าท่ี 3
51. ฉนั ไมส่ ามารถทาใจให้เปน็ สขุ ได้จนกว่าจะได้ทกุ ส่งิ ที่ตอ้ งการ
52. ฉนั มักทุกขร์ อ้ นกบั เรือ่ งเล็ก ๆ น้อย ๆ ท่เี กิดขึ้นเสมอ 2

4
3

รวม 19

3
4
4
4

4

3

รวม 22

47

กำรใหค้ ะแนน แบ่งเป็น 2 กลมุ่ ในกำรใหค้ ะแนนดงั นี้

กลุม่ ที่ 1 ได้แกข่ ้อ กลุ่มที่ 2 ไดแ้ ก่ ข้อ

1 4 6 7 10 12 14 15 17 20 22 23 25 28 2 3 5 8 9 11 13 16 18 19 21 24

31 32 34 36 38 39 41 42 43 44 46 48 49 50 26 27 29 30 33 35 37 40 45 47 51 52

แต่ละข้อใหค้ ะแนนดังต่อไปนี้ แต่ละข้อใหค้ ะแนนดงั ต่อไปน้ี

ตอบไม่จรงิ ให้ 1 คะแนน ตอบไมจ่ ริง ให้ 4 คะแนน

ตอบจริงบำงคร้ัง ให้ 2 คะแนน ตอบจรงิ บำงคร้งั ให้ 3 คะแนน

ตอบคอ่ นข้ำงจริง ให้ 3 คะแนน ตอบค่อนขำ้ งจริง ให้ 2 คะแนน

ตอบจรงิ มำก ให้ 4 คะแนน ตอบจริงมำก ให้ 1 คะแนน

กำรรวมคะแนน

ด้านดี หมายถึง ความสามารถในการควบคุมอารมณ์และความต้องการของตนเอง รจู้ กั เหน็ ใจผ้อู ่ืนและ

มคี วามรบั ผดิ ชอบตอ่ ส่วนรวม

ดา้ นเกง่ หมายถึง ความสามารถในการรู้จกั ตนเอง มีแรงจูงใจ สามารถตัดสนิ ใจแกป้ ญั หาและแสดงออกได้

อยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ รวมทั้งมสี มั พนั ธภาพทดี่ กี ับผูอ้ น่ื

ด้านสขุ หมายถงึ ความสามารถในการดาเนนิ ชวี ิตอย่างเปน็ สุข

ด้ำน ด้ำนย่อย กำรรวมคะแนน ผลรวมคะแนน / กำรแปลผล

รวม แปลผล รวม แปลผล รวม แปลผล

1.1 ควบคุมอารมณ์ รวมข้อ 1 ถึงขอ้ 6

ดี 1.2 เห็นใจผอู้ ืน่ รวมขอ้ 7 ถึงข้อ 12

1.3 รบั ผดิ ชอบ รวมข้อ 13 ถึงข้อ 18

2.1 มแี รงจูงใจ รวมขอ้ 19 ถึงขอ้ 24

เก่ง 2.2 ตดั สินใจและแก้ปญั หา รวมข้อ 25 ถึงขอ้ 30

2.3 สัมพันธภาพกับผอู้ นื่ รวมข้อ 31 ถงึ ข้อ 36

3.1 ภมู ใิ จตนเอง รวมข้อ 37 ถึงข้อ 40

สุข 3.2 พึงพอใจในชวี ติ รวมขอ้ 41 ถงึ ขอ้ 46

3.3 สุขสงบทางใจ รวมขอ้ 47 ถงึ ข้อ 52

หลังจากรวมคะแนนแตล่ ะด้านเสรจ็ แลว้ นาคะแนนท่ีไดไ้ ปทาเคร่อื งหมาย  ลงบนเสน้ ประ ในกราฟความฉลาดทาง

อารมณแ์ ลว้ ลากเส้นใหต้ ่อกัน และพจิ ารณาดูวา่ มคี ะแนนดา้ นใดท่ีสงู หรอื ต่ากว่าช่วงคะแนนปกติ

ผลทไี่ ดเ้ ปน็ เพียงการประเมินโดยสงั เขป คะแนนท่ีไดต้ ่ำกวำ่ ชว่ งคะแนนปกติ ไมไ่ ดห้ มำยควำมวำ่ ท่ำนหรือเดก็ มคี วำม

ผิดปกตใิ นดำ้ นน้ัน เพราะดา้ นต่าง ๆ เหลา่ น้เี ป็นสงิ่ ที่มกี ารพฒั นาและมกี ารเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา ดงั น้ันคะแนนท่ไี ดต้ า่ จึงเปน็

เพียง ข้อเตอื นใจให้ทา่ นหาแนวทางในการพฒั นาความฉลาดทางอารมณ์ในด้านนนั้ ๆ ใหม้ ากยง่ิ ข้ึน

สาหรบั รายละเอียดและแนวทางการพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์มอี ยใู่ นหนงั สอื อีควิ : ความฉลาดทางอารมณ์ หรอื

ค่มู อื ความฉลาดทางอารมณ์ของกรมสุขภาพจิต รวมทัง้ ท่านสามารถเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาความฉลาดทางอารมณ์ที่ทางกรม

สขุ ภาพจิตหรือหน่วยงานอื่นทเ่ี กย่ี วข้องจัดข้ึน


Click to View FlipBook Version