ก
ก
คำนำ
แนวทางปฏิบัติและมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน (Safety School) เล่มนี้ จัดทำขึ้นโดยมี
วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันและดูแลความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการศึกษาและนักเรียน ในการสร้างข้อตกลง
แนวทางปฏิบัติ ในการยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากการแสดงออกด้านสิทธิและ เสรีภาพของนักเรียน
โดยการสร้างความเข้าใจในกลุม่ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีหน้าที่หลัก ในการจัดการเรียนการ
สอนควบคู่กับการป้องกันและส่งเสริมให้นักเรียนได้แสดงออกอย่างเสรีอยู่บนพื้นฐาน ความเหมาะสมตาม
คณุ ลักษณะของนักเรยี น โดยยดึ ความปลอดภยั ของนักเรียนเป็นที่ตงั้ ทง้ั ด้าน รา่ งกาย จติ ใจ และสทิ ธิเสรภี าพทาง
สังคม ซ่งึ จะทำให้ลดชอ่ งว่างระหว่างนักเรียนและบุคลากรทางการศกึ ษาท่ีมีความคดิ เหน็ ทีข่ ัดแยง้ และส่งผลสู่การ
จัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด หวังเป็นอย่างยิ่งว่ามาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน
(Safety School) โรงเรียนบ้านเขาลูกโล่เล่มน้ี ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จะนำไปใช้เป็นแนวทาง
ขับเคลอื่ นสู่การปฏบิ ัตทิ ่ีมีผลให้เดก็ นักเรยี นได้รับการดูแล ชว่ ยเหลือ คมุ้ ครองและเยยี วยาไดอ้ ย่างเหมาะสม
โรงเรียนบ้านเขาลกู โล่
ข
สารบัญ
เรอื่ ง หนา้
คำนำ ก
สารบัญ ข
บทท่ี ๑ บทนำ 1
๒
วัตถปุ ระสงค์ 2
เปา้ หมาย ๓
บทที่ ๒ องค์ความรู้ดา้ นความปลอดภยั ๓
๑. นโยบายดา้ นความปลอดภัย ๔
๔
- สามเสาหลกั ของความปลอดภัยรอบดา้ นในสถานศึกษา ๕
- กรอบแนวคิดความปลอดภัยรอบดา้ นในสถานศกึ ษา ๕
๒. กฎหมายท่ีเกยี่ วข้อง ๒๕
- พระราชบญั ญัติคุม้ ครองเด็ก พ.ศ. ๒๕๔๖ ๒๖
- ระเบียบ กฎหมายความผดิ เก่ียวกบั เพศและความผดิ ตอ่ เสรีภาพ ๒๗
- ระเบยี บ กฎหมายความผดิ เก่ียวกบั ยาเสพติดใหโ้ ทษ ๒๘
- ระเบยี บ กฎหมายความผดิ เกี่ยวกบั การจราจรทางบกและการใช้รถ ๒๘
บทท่ี ๓ การเสรมิ สรา้ งความปลอดภัยในสถานศกึ ษา ๒๘
๑. ขอบข่ายความปลอดภัยของสถานศึกษา ๓๑
๒. มาตรการความปลอดภยั สถานศกึ ษา ๓๑
๓. โครงสรา้ งการบรหิ ารจดั การความปลอดภยั สถานศึกษา ๓๒
๔. ขน้ั ตอนการดำเนนิ งานความปลอดภัยสถานศึกษา ๓๘
๕. มาตรการความปลอดภยั สถานศึกษาใชห้ ลัก ๓ ป ๓๘
๖. แนวทางและมาตรการปอ้ งกันและแก้ไขปญั หา อุบัติเหตุ อบุ ัติภัย และปัญหาทางสังคมอน่ื ๔๐
- ภยั บุคคล ๔๒
- ภัยจากอบุ ัตเิ หตุ ๔๓
- การป้องกนั อุบัตภิ ยั ๔๗
- การปอ้ งกันและแก้ไขปัญหาทางสงั คม ๖๒
- สุขภาพอนามัยของนักเรียน ๖๓
บทที่ ๔ แนวทางการดำเนนิ งานมาตรการปอ้ งกนั ภัย ๖๔
มาตรการที่ 1 การป้องกัน ๖๕
มาตรการท่ี 2 การเผชญิ เหตุและการแก้ไข้ปญั หา ๖๖
มาตรการที่ 3 การเยียวยาและการบำรุงขวญั ๖๗
มาตรการที่ 4 การรายงานเหตุ ๖๘
บทท่ี ๕ การกำกับตดิ ตามและประเมินผล
บรรณานกุ รม
ภาคผนวก
๑
บทท่ี ๑
บทนำ
ดว้ ยสถานการณ์การเปล่ียนแปลงของบริบททางสงั คมทำให้คนไทยในยุคปัจจบุ ันเกิดการตืน่ ตัวและสนใจ
การค้นหาข้อมูลข่าวสารเพื่อพฒั นาตนเองและคนรอบข้าง ทุกคนมสี ิทธิเข้าถึงข้อมูลขา่ วสารทหี่ ลากหลายได้อย่าง
เสรที ำให้เกดิ การพฒั นาตนเองเป็นแบบพลวัต สังคมถูกขบั เคล่ือนผา่ นการแสดงออก ด้านสทิ ธิเสรภี าพอย่างอิสระ
โดยเฉพาะเด็กหรือเยาวชนในวัยเรียนที่ให้ความสำคัญในเรื่องสิทธิและเสรีภาพของตนเอง นักเรียนมีความสนใจ
ในการหาข้อมูลข่าวสารด้วยตนเอง ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียที่หลากหลาย อีกทั้ง กล้าที่จะแสดงออกผ่านพฤติกรรม
การสื่อสารออนไลน์ หรือรวมไปถึงการแสดงออกเชิงสญั ลักษณ์ในกลุ่มวยั ของตนเอง เพ่อื ให้ผทู้ ่มี ีแนวคิดท่ีเห็นต่าง
ไดร้ ับรู้และแก้ไขในส่ิงท่ีเรียกร้อง แตอ่ ยา่ งไรกต็ าม เมอื่ เกดิ การแสดงออกซ่ึงความเห็นต่างท่ีอยู่บนพื้นฐานค่านิยม
ไทย อาจจะทำใหเ้ กิดความขัดแยง้ ขึน้ ระหวา่ งผู้ที่มีความเหน็ ต่างกนั นำมาซง่ึ การปะทะสู่ความรุนแรง โดยการเร่ิม
จากความรุนแรงระดับเล็กน้อย จนถึงขั้นทำให้เกิดชนวนความแตกแยกและเข้าใจผิดที่ลุกลามเป็นปัญหาใหญ่
พร้อมทั้งส่งผลต่อความปลอดภยั ของนักเรียนในโรงเรียน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญอยา่ งยิง่ ที่ขา้ ราชการครแู ละบุคลากร
ทางการศึกษาต้องคอยระมัดระวังป้องกนั และสนับสนนุ ใหน้ กั เรียนมีความปลอดภัยสงู สดุ
โรงเรียนบ้านเขาลูกโล่ จึงได้กำหนดมาตรการความปลอดภัยโรงเรียน Safety School เพื่อป้องกันและ
ดูแลความปลอดภัยใหก้ บั บคุ ลากรทางการศึกษาและนักเรยี น ในการสร้างข้อตกลง แนวทางปฏบิ ตั ิ ในการยอมรับ
ฟังความคิดเห็นที่แตกต่างจากการแสดงออกด้านสิทธิและเสรีภาพของนักเรียน โดยการสร้างความเข้าใจในกลุ่ม
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีหน้าที่หลักในการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับการป้องกันและ
ส่งเสริมให้นกั เรยี นไดแ้ สดงออกอย่างเสรีอยบู่ นพ้ืนฐานความเหมาะสม ตามคุณลกั ษณะของนักเรยี น โดยยึดความ
ปลอดภัยของนกั เรยี นเปน็ ท่ตี ง้ั ทง้ั ด้านร่างกาย จิตใจ และสทิ ธทิ างสังคม
เพื่อให้การดำเนินงานมาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน Safety School เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
เกิดประสิทธิภาพและประสิทธิผล การดำเนินงานเป็นไปด้วยความเรียบร้อย โรงเรียนบ้านเขาลูกโล่จึงกำหนด
มาตรการความปลอดภัยของโรงเรียน Safety School สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาอุทัยธานี เขต
๒ ข้นึ
๒
วัตถปุ ระสงค์
1) เพื่อให้มีรูปแบบแนวทางการรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนบ้านเขาลูกโล่ ด้านอุบัติเหตุ ด้าน
อบุ ตั ภิ ัย และด้านปัญหาทางสังคม โดยอาศัยแนวคดิ เชงิ สร้างสรรค์ภายใตห้ ลักการกระจายอำนาจ การมีส่วนร่วม
และยดึ ประโยชนส์ ูงสดุ ของนักเรยี นเป็นสำคัญ
๒). เพื่อสร้างความเข้มแขง็ การรักษาความปลอดภัยของโรงเรียนบ้านเขาลูกโล่ ให้มีความพร้อมสามารถ
ป้องกนั และแก้ไขสถานการณ์ปัญหาของนักเรียน ทัง้ ดา้ นอบุ ตั ิเหตุ อุบตั ิภัย และปัญหาทางสงั คมที่จะเกิดขึ้นอย่าง
มีประสทิ ธิภาพ
๓). เพื่อให้นักเรียนโรงเรียนบ้านเขาลูกโล่ทุกคน ได้รับการปกป้องและคุ้มครองความปลอดภัย ทั้งด้าน
รา่ งกายและจติ ใจโดยนกั เรียนจะไดร้ ับการดแู ลอย่างทว่ั ถึงและสามารถอยู่ในสงั คมได้อย่างปลอดภัย
เป้าหมาย
1). นักเรียนทุกคนในโรงเรยี นบา้ นเขาลกู โล่ ไดร้ ับการคมุ้ ครองดแู ลความปลอดภัย
2). ผู้บริหารสถานศึกษา ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ผู้ปกครองนักเรียน มีแนวทางในการ
ปอ้ งกนั และรักษาความปลอดภัยของนักเรียน
3). ภาคเี ครือขา่ ยมีส่วนร่วมในการเสริมสรา้ งความปลอดภยั ให้แก่นกั เรียน
๓
บทท่ี ๒
องคค์ วามร้ดู า้ นความปลอดภัย
การศึกษามีความสำคัญตอการพัฒนาประเทศเป็นกระบวนการหนึ่งที่มีบทบาทโดยตรงตอการพัฒนา
ทรัพยากรมนุษย์ใหมีคุณภาพสอดคลองกับความตองการและทิศทางของประเทศ การศึกษาจึงหมายถึงการ
พัฒนาบุคคลใหมีความเจริญงอกงามทุกด้าน ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ และสังคม การสร้างความ
ปลอดภยั ใหแกนักเรียนเป็นส่ิงสำคัญ เพราะความปลอดภัยเป็นปัจจัยท่ีส่งผลกระทบโดยตรงต่อคุณภาพการเรียน
รขู องนกั เรียน การพัฒนาทรพั ยากรบุคคลใหประสบผลสำเรจ็ ตามเป้าประสงคข้ึนอยู่กับความสุขและการมีชีวิตที่
ปลอดภัยทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษา สามารถปองกันหรือได้รับการปองกันตนเองจากปัจจัยเสี่ยงที่อาจ
เกิดขึ้นได้ มีความรู ความเขาใจ จิตสำนึกเจตคติท่ีดี และมีทักษะในการปองกันภัยหรือได้รับการแกไขปญหา
ช่วยเหลือ เยยี วยา ฟนฟู และดำเนินการตามขัน้ ตอนของกฎหมาย
๑.นโยบายดา้ นความปลอดภัย
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแหงชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560 - 2564) ได้กำหนดแนวทางการ
บริหารจัดการเพ่ือลดความเสยี่ งภยั พบิ ัตเิ พ่ือใหเกิดความเสียหายน้อยและนำไปสู่การพัฒนาท่ยี ั่งยืนมีรายละเอียด
ดงั นี้
1. บูรณาการการลดความเสย่ี งจากภยั พบิ ัตเิ ขาสู่กระบวนการวางแผน ทัง้ ระดับชาติ ระดับชมุ ชนทองถิ่น
พัฒนาองคความรู สนบั สนนุ การประเมนิ และจัดทำแผนท่ีมคี วามเสีย่ งจากภัยพบิ ตั ิ
2. เสริมสรางขดี ความสามารถในการเตรียมความพรอมและการรับมอื ภยั พิบตั ิ สนับสนุนการจัดทำแผน
รับมือภัยพิบัติในระดับพื้นที่ สงเสริมแนวทางการจัดการภัยพิบัติโดยมีชุมชนเป็นศูนย์กลาง สร้างจิตสำนึกความ
ปลอดภัยสาธารณะ สงเสริมบทบาทของภาคเอกชนและชุมชนทองถิ่นในการร่วมกันดำเนินการปองกันและลด
ความเสีย่ งจากภยั พบิ ตั ิ
3. พัฒนาการจัดการภัยพิบัติในภาวะฉุกเฉินให้มีประสิทธิภาพ สงเสริมกลไกการเขาถึงข้อมูลข่าวสาร
ผ่านเทคโนโลยีสมัยใหม่ พัฒนาระบบฐานข้อมูลใหเป็นมาตรฐานเดียวกัน และสามารถเชื่อมโยงบูรณาการความ
ร่วมมือทุกภาคสวน เพอ่ื เพ่ิมศักยภาพการจดั การภัยพิบตั ิในภาวะฉุกเฉนิ
4. พัฒนาระบบการฟนฟหู ลังการเกิดภัย ใหสามารถตอบสนองต่อความตองการของผู้ประสบภัยได้อย่าง
ทั่วถึงและเป็นธรรม ยกระดับมาตรฐานการตรวจสอบความปลอดภัยภายหลังการเกิดภัยพิบัติ และปรับปรุง
มาตรฐานความปลอดภัย ของสิ่งก่อสร้างและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงพัฒนามาตรฐานความปลอดภัยของ
โครงสร้าง
แผนการศึกษาแหงชาติ พ.ศ. 2560 – 2579 ได้กำหนดยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการศึกษาภายใต 6
ยุทธศาสตร์หลัก ที่สอดคลองกับยุทธศาสตร์ชาติ 20 ป (พ.ศ. 2561 – 2580) เพื่อใหแผนการศึกษาแหงชาติ
บรรลุเป้าหมายตามจุดมุ่งหมาย วิสัยทัศน และแนวคิดการจัดการการศึกษา โดยได้กำหนดใน ยุทธศาสตร์ที่ 1
การจดั การศกึ ษาเพื่อความมั่นคงของสังคมและประเทศชาติ ปจจบุ ันภัยคุกคามต่อความมน่ั คงรูปแบบใหม่ท่ีส่งผล
กระทบตอประชาชนและประเทศชาติมีความซับซอนและรุนแรงมากขึ้น อาทิ ความรุนแรงในรูปแบบต่างๆ ยา
เสพตดิ ภัยพิบตั ิจากธรรมชาติ ภยั จากโรคอุบัติใหม่ ภยั จากไซเบอร์ เป็นตน
๔
ดังนั้น การจัดการศึกษาที่ครอบคลุมประเด็นหลกั สำคัญท่ีมีผลดานความมั่นคงแกคนในชาติ จะสงผลให
ทุกคนมีจิตสำนกึ ความรู ความสามารถ ทักษะ ความคิด ทัศนคติ ความเชื่อค่านยิ ม และพฤติกรรมที่เหมาะสม รู
เทาทันการเปลีย่ นแปลงของสงั คม และโลกศตวรรษท่ี ๒๑ สามารถดำรงชีวติ อยู่ในสังคมได้อย่างสันติและสงบสุข
อนั จะสงผลใหสงั คมและประเทศเกิดความม่ันคงและผานพนจากภยั คกุ คามตา่ ง ๆ ได้
สามเสาหลักของความปลอดภยั รอบดา้ นในโรงเรียน
ความปลอดภยั รอบดา้ นในโรงเรยี น ซึ่งอยู่ภายใตนโยบายและการปฏบิ ัติดา้ นการศึกษา มีความ
สอดคลองกับการบริหารจดั การภัยพิบัติในระดบั สากล ระดับประเทศ ระดบั ภมู ภิ าค ระดับจงั หวดั และระดับ
พ้ืนท่ี รวมทง้ั ในโรงเรียน
กรอบแนวคิดดวามปลอดภัยรอบด้านในโรงเรียน ประกอบดว้ ยสามเสาหลัก (Three Pillars) ได้แก
๑. ดา้ นอาคารสถานทแ่ี ละสง่ิ อำนวยความสะดวกในโรงเรยี นท่ปี ลอดภัย (Safer Learning
Facilities)
๒. ดา้ นการบรหิ ารจดั การภัยพบิ ัตใิ นสถานศึกษา (School Disaster Management)
๓. ดา้ นการศึกษาด้านการลดความเสีย่ งและการรูรบั ปรับตวั จากภยั พบิ ตั ิ (Risk Reduction and
Resilience Education)
รากฐานของการวางแผนสำหรบั ความปลอดภยั รอบดา้ นในโรงเรยี นคอื การจดั ทำการประเมนิ ความ
เสี่ยงแบบภัยหลายชนิด การวางแผนนี้ควรเป็นส่วนหนึ่งของระบบขอมูลการจัดการการศึกษาในระดับประเทศ
ระดับภูมิภาคและในระดับพื้นที่ ข้อมูลเรื่องความเสี่ยงจากภัยพิบัติเป็นส่วนหนึ่งของการวิเคราะห์นโยบายของ
ภาคการศึกษาและการจัดการในภาพรวม ซึ่งจะให้ข้อมูลเชิงประจักษและหลักฐานที่สำคัญสำหรับการวางแผน
และการดำเนินงาน
ความปลอดภัยรอบด้านในโรงเรียนและความสอดคลองกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable
Development Goals) พ.ศ. 2558 - 2573 และกรอบการดำเนินงานเพ่ือการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ พ.ศ.
2558 – 2573 ผลสัมฤทธิ์ของการบูรณาการความปลอดภัยรอบด้านในโรงเรียนเขาไปในกรอบการพัฒนาท่ี
ยง่ั ยนื และนโยบายและการลดความเสยี่ งภัยพิบตั ิเรอ่ื งการลดความเสยี่ ง ได้แก่
1) ปรบั ปรุงการเขาถึงการศึกษาของเด็กอยา่ งเทาเทียม ไมเ่ ลอื กปฏิบตั ิและปลอดภัย
2) พัฒนาและสรา้ งความเขมแข็งใหแกสถาบนั และเครือขา่ ยประสานงาน รวมทั้งศักยภาพระดับประเทศ
ในการสร้างความสามารถในการรูรับปรับตัวและฟนคืนกลับ (Resilience) จากภัยและอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้น
แกภาคการศกึ ษา ทั้งในระดับนานาชาติ ระดับชาติ ระดบั ภูมิภาค และระดบั ทองถิ่น
3) บูรณาการแนวทางการลดความเสี่ยงเขาไปในการดำเนินงานเกี่ยวกับการเตรียมพรอมรับภัยฉุกเฉิน
การตอบสนอง และการฟนฟจู ากภยั พิบัติในภาคการศกึ ษา
4) ติดตามและประเมินผลความก้าวหนาของการดำเนินงานด้านการลดความเสี่ยงภัยพิบัติและความ
ขดั แย้ง
5) เพิ่มจำนวนและความสามารถในการเขาถึงขอมูลหลักฐานท่ีเกีย่ วกบั ภยั เชน ขอ้ มลู เก่ียวกบั ระบบ
เตอื นภัยลวงหนา สำหรบั ภยั หลายชนิด (multi-hazard early warning system) และขอ้ มูลเกีย่ วกบั ความเสี่ยง
ภัยพิบัติ
๕
๒. กฎหมายที่เกี่ยวขอ้ ง
๒.๑ พระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546
พระราชบญั ญตั ิ
คุ้มครองเดก็
พ.ศ. ๒๕๔๖
ภูมิพลอดลุ ยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๔๖
เปน็ ปที ่ี ๕๘ ในรัชกาลปจั จบุ ัน
พระบาทสมเดจ็ พระปรมินทรมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช มพี ระบรมราชโองการโปรดเกลา้ ฯให้ประกาศ
วา่
โดยท่เี ป็นการสมควรปรบั ปรุงกฎหมายวา่ ดว้ ยการคมุ้ ครองเด็ก
พระราชบัญญตั ิน้มี ีบทบญั ญัตบิ างประการเกยี่ วกบั การจำกดั สทิ ธแิ ละเสรีภาพของบุคคล ซ่ึงมาตรา
๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๔ มาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐
ของรฐั ธรรมนญู แหง่ ราชอาณาจักรไทย บญั ญตั ิใหก้ ระทำไดโ้ ดยอาศัยอำนาจตามบทบญั ญัติแหง่ กฎหมาย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังตอ่ ไปน้ี
มาตรา ๑ พระราชบญั ญัตนิ ีเ้ รียกวา่ “พระราชบัญญัติค้มุ ครองเด็ก พ.ศ ๒๕๔๖”
มาตรา ๒ พระราชบญั ญัตินี้ให้ใชบ้ งั คับเม่อื พ้นกำหนดหนึง่ รอ้ ยแปดสบิ วนั นบั แต่วนั ประกาศในราช
กจิ จานเุ บกษาเป็นตน้ ไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิก
(๑) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๑๓๒ ลงวนั ที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕
(๒) ประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบบั ที่ ๒๙๔ ลงวนั ท่ี ๒๗ พฤศจกิ ายน พ.ศ. ๒๕๑๕
มาตรา ๔ ในพระราชบญั ญัตนิ ้ี
“เด็ก” หมายความว่า บุคคลซึ่งมีอายุต่ำกว่าสิบแปดปีบริบูรณ์ แต่ไม่รวมถึงผู้ที่บรรลุนิติภาวะด้วยการ
สมรส
๖
ราชกิจจานเุ บกษา เลม่ ๑๒๐/ตอนที่ ๙๕ ก/หน้า๑/๒ ตุลาคม ๒๕๔๖
“เด็กเรร่ อ่ น” หมายความวา่ เด็กท่ีไม่มีบิดามารดาหรอื ผ้ปู กครองหรือมแี ตไ่ ม่เลยี้ งดหู รอื ไมส่ ามารถ
เลี้ยงดูได้ จนเป็นเหตุให้เดก็ ต้องเร่ร่อนไปในที่ต่างๆ หรือเด็กที่มีพฤติกรรมใช้ชวี ติ เร่ร่อนจนน่าจะเกิดอันตรายต่อ
สวสั ดภิ าพของตน
“เด็กกำพร้า” หมายความว่า เด็กที่บิดาหรือมารดาเสียชีวิต เด็กที่ไม่ปรากฏบิดามารดาหรือไม่สามารถ
สืบหาบิดามารดาได้
“เด็กที่อยู่ในสภาพยากลำบาก” หมายความว่า เด็กที่อยู่ในครอบครัวยากจนหรือบิดามารดาหย่าร้าง
ทิ้งร้าง ถูกคุมขัง หรือแยกกันอยู่และได้รับความลำบาก หรือเด็กที่ต้องรับภาระหน้าที่ในครอบครัวเกินวัยหรือ
กำลังความสามารถและสติปญั ญา หรอื เด็กที่ไม่สามารถชว่ ยเหลือตวั เองได้
“เด็กพิการ” หมายความว่า เด็กที่มีความบกพร่องทางร่างกาย สมอง สติปัญญา หรือจิตใจ ไม่ว่าความ
บกพร่องนนั้ จะมีมาแตก่ ำเนดิ หรือเกิดขึ้นภายหลัง
“เด็กท่เี สี่ยงตอ่ การกระทำผิด” หมายความวา่ เด็กทปี่ ระพฤตติ นไม่สมควร เดก็ ที่ประกอบอาชีพหรือคบ
หาสมาคมกับบุคคลที่น่าจะชักนำไปในทางกระทำผิดกฎหมายหรือขัดต่อศีลธรรมอันดีหรืออยู่ในสภาพแวดล้อม
หรอื สถานทอ่ี นั อาจชักนำไปในทางเสียหาย ทงั้ นี้ ตามทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
“นักเรียน” หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาขั้นพื้นฐานระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ท้ัง
ประเภทสามัญศึกษาและอาชวี ศึกษาหรือเทียบเท่าอยใู่ นสถานศกึ ษาของรฐั หรอื เอกชน
“นักศึกษา” หมายความว่า เด็กซึ่งกำลังรับการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรือเทียบเท่าอยู่ในสถานศึกษา
ของรัฐหรือเอกชน
“บดิ ามารดา” หมายความวา่ บิดามารดาของเดก็ ไมว่ ่าจะสมรสกนั หรือไม่
“ผู้ปกครอง” หมายความว่า บิดามารดา ผู้อนุบาล ผู้รับบุตรบุญธรรม และผู้ปกครองตามประมวล
กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และให้หมายความรวมถึงพ่อเลี้ยงแม่เลี้ยง ผู้ปกครองสวัสดิภาพ นายจ้าง ตลอดจน
บุคคลอืน่ ซง่ึ รับเดก็ ไวใ้ นความอุปการะเลี้ยงดูหรือซง่ึ เด็กอาศัยอยดู่ ้วย
“ครอบครวั อุปถัมภ์” หมายความวา่ บคุ คลที่รบั เด็กไวอ้ ปุ การะเลย้ี งดูอยา่ งบุตร
“การเลี้ยงดูโดยมิชอบ” หมายความว่า การไม่ให้การอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน หรือพัฒนาเด็กตาม
มาตรฐานข้ันตำ่ ท่กี ำหนดในกฎกระทรวง จนนา่ จะเกิดอนั ตรายแก่รา่ งกายหรอื จิตใจของเด็ก
“ทารณุ กรรม” หมายความว่า การกระทำหรอื ละเวน้ การกระทำด้วยประการใดๆ จน
เป็นเหตุให้เด็กเสื่อมเสียเสรีภาพหรือเกิดอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ การกระทำผิดทางเพศต่อเด็ก การใช้เด็ก
ให้กระทำหรือประพฤติในลักษณะท่ีน่าจะเป็นอนั ตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจหรือขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดี
ทัง้ นี้ ไมว่ า่ เดก็ จะยนิ ยอมหรือไมก่ ต็ าม
“สบื เสาะและพินจิ ” หมายความวา่ การค้นหาและรวบรวมข้อเทจ็ จรงิ เกยี่ วกับบคุ คลและนำมาวเิ คราะห์
วินจิ ฉยั ตามหลักวิชาการทางสังคมสงเคราะห์ แพทย์ จติ วทิ ยา กฎหมาย และหลกั วชิ าการอืน่ ทเี่ ก่ยี วขอ้ งกับบุคคล
และครอบครัวของบคุ คลนนั้
“สถานรับเลี้ยงเด็ก” หมายความว่า สถานที่รับเลี้ยงและพัฒนาเด็กที่มีอายุไม่เกินหกปีบริบูรณ์ และมี
จำนวนต้งั แต่หกคนขึ้นไป ซ่งึ เด็กไม่เก่ียวข้องเป็นญาติกบั เจ้าของหรือผู้ดำเนินการสถานรับเลี้ยงเด็กดังกล่าว ทั้งน้ี
ไมร่ วมถึงสถานพยาบาลหรอื โรงเรยี นทั้งของรัฐและเอกชน
“สถานแรกรับ” หมายความว่า สถานท่ีรับเดก็ ไว้อุปการะเป็นการชั่วคราวเพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและ
ครอบครัว เพื่อกำหนดแนวทางในการสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดภิ าพท่ีเหมาะสมแก่เดก็ แต่ละราย
“สถานสงเคราะห์” หมายความว่า สถานที่ให้การอุปการะเลี้ยงดูและพัฒนาเด็กที่จำต้องได้รับการ
สงเคราะห์ ซึง่ มีจำนวนตง้ั แตห่ กคนขน้ึ ไป
๗
“สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ” หมายความว่า สถานที่ให้การศึกษา อบรม ฝึกอาชีพ เพื่อแก้ไขความ
ประพฤติ บำบัด รักษา และฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจแก่เด็กที่พึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิ
ภาพ
“สถานพัฒนาและฟื้นฟู” หมายความว่า สถานที่ โรงเรียน สถาบัน หรือศูนย์ที่จัดขึ้นเพื่อให้การ
บำบัดรักษา การฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางด้านร่างกายและจิตใจ ตลอดจนการศึกษา แนะแนว และการฝึกอบรม
อาชพี แก่เดก็ ทีจ่ ำต้องได้รับการสงเคราะหห์ รอื คมุ้ ครองสวัสดิภาพเป็นกรณีพเิ ศษ
“สถานพินิจ” หมายความว่า สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนกรุงเทพมหานครสถานพินิจและ
คุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัด และสถานพนิ จิ และคุ้มครองเด็กและเยาวชนของแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว
ในศาลจังหวัด ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชน
และครอบครวั
“กองทนุ ” หมายความวา่ กองทนุ คมุ้ ครองเดก็
“คณะกรรมการ” หมายความวา่ คณะกรรมการคมุ้ ครองเดก็ แหง่ ชาติ
“พนกั งานเจ้าหน้าท่ี” หมายความว่า ผู้ซ่งึ รฐั มนตรแี ตง่ ตงั้ ให้ปฏบิ ัตกิ ารตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
“ผูว้ ่าราชการจังหวดั ” หมายความวา่ รวมถงึ ผวู้ า่ ราชการกรงุ เทพมหานครและผู้ซง่ึ ได้รบั มอบหมายจาก
ผู้ว่าราชการจังหวัด
“ปลัดกระทรวง” หมายความว่า ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และ
หมายความรวมถึงผู้ซ่ึงไดร้ บั มอบหมายจากปลดั กระทรวง
“รฐั มนตรี” หมายความวา่ รัฐมนตรผี รู้ กั ษาการตามพระราชบญั ญตั ิน้ี
มาตรา ๕ ให้ศาลที่มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีเยาวชนและครอบครัวตามกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้ง
ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว มีอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีตาม
พระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่ในจังหวัดใดยังมิได้เปิดทำการศาลเยาวชนและครอบครัวหรือแผนกคดีเยาวชนและ
ครอบครวั ขนึ้ ในศาลจงั หวดั ใหศ้ าลจังหวดั มอี ำนาจพจิ ารณาพิพากษาคดีตามพระราชบญั ญัติน้ี
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงมหาดไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รักษาการตาม
พระราชบัญญัตินี้ และให้รัฐมนตรีแต่ละกระทรวงมีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่กับออกกฎกระทรวง หรือ
ระเบยี บเพือ่ ปฏิบตั ิการตามพระราชบัญญตั นิ ้ี ท้งั นี้ ในส่วนทีเ่ กย่ี วกับราชการของกระทรวงน้นั
กฎกระทรวงหรือระเบยี บนนั้ เมอ่ื ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแลว้ ใหใ้ ช้บงั คบั ได้
หมวด ๑
คณะกรรมการค้มุ ครองเด็ก
มาตรา ๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กแห่งชาติ ประกอบด้วย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนา
สังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ เป็นรองประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
อัยการสูงสุด ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ อธิบดีกรมการปกครอง อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ อธิบดี
กรมสุขภาพจิต อธิบดีผู้พิพากษาศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและ
พิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการ และผู้สูงอายุ เป็นกรรมการ และกรร มการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่ง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนษุ ย์แต่งต้งั จากผูเ้ ชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการ
๘
งานทีท่ ำในวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ ครู จติ วทิ ยา กฎหมาย แพทย์ ไม่นอ้ ยกว่าเจ็ดปวี ิชาชีพละสองคน โดยจะต้อง
มีผู้แทนจากภาคเอกชนอย่างน้อยวชิ าชีพละหน่ึงคน และแต่งตง้ั จากผู้มปี ระสบการณซ์ ่ึงมีผลงานเปน็ ท่ีประจักษ์ใน
ด้านสวัสดิการเด็กมาไม่น้อยกว่าเจ็ดปีอีกสองคน โดยมีรองปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนษุ ย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเปน็ กรรมการและเลขานุการกรรมการผทู้ รงคุณวฒุ ติ ามวรรคหน่ึง ตอ้ งเป็นสตรี
ไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม คณะกรรมการจะแต่งตั้งข้าราชการในกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของ
มนุษย์ไมเ่ กินสองคนเป็นผ้ชู ่วยเลขานุการกไ็ ด้
มาตรา ๘ ใหส้ ำนกั งานปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและความมน่ั คงของมนุษย์ทำหน้าท่ีเป็นสำนักงาน
เลขานกุ ารของคณะกรรมการ โดยใหม้ ีอำนาจหน้าทีด่ งั ต่อไปนี้
(๑) ปฏิบตั งิ านธุรการทั่วไปของคณะกรรมการ
(๒) ประสานงานและร่วมมือกับส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และเอกชนที่เกี่ยวข้องในการดำเนินงาน
เก่ียวกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวสั ดภิ าพ และสง่ เสรมิ ความประพฤตเิ ดก็
(๓) พัฒนาระบบ รูปแบบ และวธิ ีการ ตลอดจนใหบ้ รกิ ารด้านสงเคราะห์ คมุ้ ครองสวสั ดิภาพและส่งเสริม
ความประพฤติเดก็
(๔) รวบรวมผลการวิเคราะห์ วิจัย ดำเนินการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติตามนโยบายรวมท้ัง
แผนงานในการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กของหน่วยงานของรฐั และเอกชนที่
เกย่ี วขอ้ ง แลว้ รายงานใหค้ ณะกรรมการทราบ
(๕) ปฏิบัติตามมติของคณะกรรมการหรือตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๙ กรรมการผทู้ รงคณุ วุฒิมวี าระอยูใ่ นตำแหนง่ คราวละสามปี
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งพ้นจากตำแหน่งเพราะครบวาระอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้ แต่ต้องไม่เกินสอง
วาระตดิ ตอ่ กนั
มาตรา ๑๐ นอกจากการพน้ จากตำแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙ กรรมการผู้ทรงคณุ วฒุ ิพน้ จากตำแหน่ง
เมอ่ื
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) รัฐมนตรีให้ออกเพราะบกพร่องหรือไม่สุจริตต่อหน้าที่ มีความประพฤติเสื่อมเสียหรือหย่อน
ความสามารถ
(๔) ไดร้ บั โทษจำคุกโดยคำพพิ ากษาถึงท่สี ดุ ให้จำคุก
(๕) เปน็ บุคคลลม้ ละลาย
(๖) เปน็ คนไร้ความสามารถหรือคนเสมอื นไร้ความสามารถ
(๗) ขาดการประชมุ ติดต่อกนั สามครัง้ โดยไม่มเี หตุอนั สมควร
มาตรา ๑๑ ในกรณีท่ีกรรมการผทู้ รงคุณวุฒิพน้ จากตำแหนง่ ก่อนครบวาระ ให้รัฐมนตรี
แตง่ ตงั้ บคุ คลซึง่ มีคุณสมบัติเช่นเดยี วกนั ตามมาตรา ๗ เป็นกรรมการแทน และให้ผทู้ ีไ่ ด้รับแตง่ ตงั้ ให้ดำรงตำแหน่ง
แทนอยใู่ นตำแหน่งเทา่ กับวาระที่เหลอื อยู่ของกรรมการซึ่งตนแทน
มาตรา ๑๒ ในกรณีท่ีกรรมการผ้ทู รงคณุ วฒุ ดิ ำรงตำแหนง่ ครบวาระแล้ว แตย่ งั มิไดม้ ีการแต่งตั้งกรรมการ
ผทู้ รงคุณวฒุ ิใหม่ ให้กรรมการผู้ทรงคณุ วุฒิท่ีพ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหนา้ ที่ไปพลางก่อน
มาตรา ๑๓ การประชมุ คณะกรรมการต้องมีกรรมการมาประชุมไมน่ ้อยกว่ากงึ่ หนึ่งของจำนวนกรรมการ
ทัง้ หมดจึงเปน็ องค์ประชุม
ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ในกรณีที่ประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อาจ
ปฏบิ ัติหนา้ ท่ไี ด้ใหร้ องประธานกรรมการเปน็ ประธานในท่ปี ระชุม หากรองประธานไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติ
หนา้ ท่ีได้ให้กรรมการซงึ่ มาประชุมเลอื กกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในท่ีประชมุ
๙
การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้า
คะแนนเสียงเท่ากันใหป้ ระธานในทีป่ ระชุมออกเสยี งเพ่ิมข้นึ อกี เสยี งหน่งึ เปน็ เสียงชี้ขาด
มาตรา ๑๔ คณะกรรมการมีอำนาจและหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณและมาตรการในการสงเคราะห์
ค้มุ ครองสวัสดภิ าพ และส่งเสรมิ ความประพฤตเิ ดก็ ตามพระราชบัญญัติน้ี
(๒) เสนอความเหน็ ต่อรฐั มนตรใี นการออกกฎกระทรวงและระเบยี บเพ่ือปฏบิ ัตติ ามพระราชบญั ญตั นิ ้ี
(๓) วางระเบียบโดยความเห็นชอบของกระทรวงการคลังเกี่ยวกับการรับเงิน การจ่ายเงิน การเก็บรักษา
เงิน และการจดั หาผลประโยชน์ของกองทนุ
(๔) วางระเบยี บเกี่ยวกับวิธกี ารดำเนินการคมุ้ ครองสวสั ดิภาพเดก็ ตามมาตรา ๔๗
(๕) วางหลักเกณฑ์ในการแตง่ ต้งั พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี
(๖) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา
การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับ
เลี้ยงเด็ก สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถานคมุ้ ครองสวัสดิภาพ สถานพฒั นาและฟื้นฟู สถานพนิ ิจ หรือสถานท่ี
ท่เี กยี่ วข้องกับการสงเคราะห์ คมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ และสง่ เสรมิ ความประพฤติเดก็ ทั้งของรัฐและเอกชน
(๗) ติดตาม ประเมินผลและตรวจสอบการดำเนินงานของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร
และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด รวมทั้งให้คำแนะนำและเสนอแนะในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการ
สงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และสง่ เสริมความประพฤติเด็กในกรงุ เทพมหานครและระดบั จังหวัด
(๘) ดำเนนิ การอ่นื ใดทเ่ี กยี่ วกับการสงเคราะห์ ค้มุ ครองสวสั ดิภาพ และส่งเสรมิ ความประพฤตเิ ด็ก
มาตรา ๑๕ คณะกรรมการมีอำนาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติการตามท่ี
คณะกรรมการมอบหมายให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการหรือ
คณะทำงาน โดยอนโุ ลม
มาตรา ๑๖ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการกรุงเทพ มหา
นคร เป็นประธานกรรมการ ปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นรองประธานกรรมการ ผู้แทนสำนักงาน
ปลดั กระทรวงศึกษาธิการ ผูแ้ ทนสำนักงานอยั การสงู สดุ ผแู้ ทนกองบัญชาการตำรวจนครบาล ผ้แู ทนกรม
พัฒนาสังคมและสวัสดิการ ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวกลาง ผู้แทนสถานพินิจและคุ้มครองเด็ก
และเยาวชนกรุงเทพมหานคร ผู้แทนสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส
คนพกิ าร และผู้สูงอายุ ผู้อำนวยการสำนกั พัฒนาชมุ ชน ผู้อำนวยการสำนกั การศึกษา ผอู้ ำนวยการสำนัก
อนามัย และผู้อำนวยการสำนักการแพทย์ เป็นกรรมการ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานครแต่งตั้งจากผู้เชี่ยวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานท่ีทำในวิชาชีพสงั คมสงเคราะห์ ครู
จิตวิทยา กฎหมาย แพทย์ วชิ าชพี ละสองคนโดยจะต้องมีผ้แู ทนจากภาคเอกชนอยา่ งน้อยวิชาชีพละหน่ึง
คน และแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีผู้อำนวยการสำนักสวัสดิการ
สังคม เป็นกรรมการและเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ิตามวรรคหนึง่ ต้องเป็นสตรีไม่น้อยกว่าหนึง่ ใน
สามคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรงุ เทพมหานครจะแต่งตั้งขา้ ราชการในสำนักสวัสดิการสังคมไม่เกินสอง
คนเปน็ ผ้ชู ่วยเลขานกุ ารก็ได้
มาตรา ๑๗ ให้มีคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด ประกอบด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน
กรรมการ รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ อัยการ
จงั หวัด พัฒนาการจงั หวัด แรงงานจังหวัด ผูอ้ ำนวยการเขตพ้ืนท่ีการศึกษา นายแพทยส์ าธารณสุขจังหวัด ผบู้ ังคับ
การตำรวจภูธรจังหวัด ผู้แทนศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด หรือผู้แทนศาลจังหวัด ในกรณีที่จังหวัดนั้นไม่มี
ศาลเยาวชนและครอบครวั ผู้แทนสถานพนิ จิ และคมุ้ ครองเด็กและเยาวชนจงั หวดั หรอื ผู้แทนกระทรวงยตุ ิธรรมซ่ึง
แต่งตั้งจากข้าราชการในจังหวัดในกรณีที่จังหวัดนั้นไม่มีสถานพินิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เป็น
๑๐
กรรมการ และกรรมการผูท้ รงคุณวุฒิซึง่ ผู้ว่าราชการจังหวัดแต่งตั้งจากผู้เช่ียวชาญซึ่งมีประสบการณ์ในการงานที่
ทำในวิชาชพี สังคมสงเคราะห์ ครู จิตวทิ ยา กฎหมาย แพทย์ วิชาชีพละสองคน โดยจะต้องมีผูแ้ ทนจากภาคเอกชน
อย่างน้อยวิชาชพี ละหนึง่ คนและแต่งตั้งจากผู้มีประสบการณ์ด้านสวัสดิการเด็กอีกสองคน โดยมีพัฒนาสังคมและ
สวัสดกิ ารจังหวดั เปน็ กรรมการและเลขานุการกรรมการผู้ทรงคุณวฒุ ติ ามวรรคหนงึ่ ต้องเปน็ สตรไี ม่น้อยกว่าหน่ึงใน
สามคณะกรรมการคมุ้ ครองเดก็ จังหวดั จะแตง่ ตั้งข้าราชการในจงั หวดั น้นั ไม่เกินสองคนเป็นผชู้ ่วยเลขานกุ ารก็ได้
มาตรา ๑๘ ให้นำบทบัญญัตมิ าตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ และมาตรา ๑๒ มาใช้บังคับกบั การดำรง
ตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การแต่งตั้งกรรมการแทน และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิตาม
มาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ โดยอนุโลม เว้นแต่อำนาจของรัฐมนตรีตามมาตรา ๑๐ (๓) และมาตรา ๑๑ ให้เป็น
อำนาจของผูว้ ่าราชการกรงุ เทพมหานครหรอื ผวู้ ่าราชการจงั หวดั แลว้ แตก่ รณี
มาตรา ๑๙ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕ มาใช้บังคับกับการประชุมและการแต่งตั้ง
คณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานของคณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคุ้มครอง
เด็กจงั หวัด โดยอนุโลม
มาตรา ๒๐ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรงุ เทพมหานครและคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวดั มีอำนาจ
และหน้าท่ี ดงั ต่อไปนี้
(๑) เสนอความเห็นต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับนโยบาย แผนงาน งบประมาณ และมาตรการในการ
สงเคราะห์ ค้มุ ครองสวสั ดิภาพ และส่งเสรมิ ความประพฤติเดก็ ตามพระราชบัญญัติน้ี
(๒) ให้คำปรึกษา แนะนำ และประสานงานแก่หน่วยงานของรัฐและเอกชนที่ปฏิบัติงานด้านการศึกษา
การสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งมีอำนาจเข้าไปตรวจสอบในสถานรับ
เล้ยี งเดก็ สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถานคุม้ ครองสวัสดภิ าพ สถานพัฒนาและฟ้นื ฟู สถานพินิจ หรือสถานที่
ที่เกี่ยวข้องกับการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กของรัฐและเอกชนภายในเขต
กรงุ เทพมหานครหรอื เขตจงั หวัด แล้วแต่กรณี
(๓) กำหนดแนวทางการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขต
กรงุ เทพมหานครหรือเขตจังหวัด แลว้ แตก่ รณี
(๔) จัดหาทุนเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็กในเขต
กรุงเทพมหานครหรือเขตจังหวัด แล้วแต่กรณี และรายงานผลการดำเนินการเกี่ยวกับการจัดหาทุน และการ
จดั การทนุ ต่อคณะกรรมการและคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ
(๕) ตรวจสอบหรือเรยี กบุคคลที่เก่ียวขอ้ งมาชแ้ี จงกรณีมีการปฏบิ ัตติ ่อเดก็ โดยมชิ อบ
(๖) เรียกเอกสารหรือพยานหลักฐานใดๆ หรือขอคำชี้แจงจากผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการวินิจฉัยใน
การปฏิบัติหนา้ ที่ตามพระราชบัญญัตนิ ้ี
(๗) ตดิ ตาม ประเมนิ ผลและตรวจสอบการดำเนนิ งานเกี่ยวกับการสงเคราะห์ และสง่ เสริมความประพฤติ
เดก็ ในกรงุ เทพมหานครและระดับจังหวดั แล้วแต่กรณี แลว้ รายงานผลตอ่ คณะกรรมการ
(๘) ดำเนนิ การอื่นใดตามท่ีคณะกรรมการมอบหมาย
มาตรา ๒๑ ในการปฏิบัตหิ น้าที่ตามพระราชบญั ญัตนิ ้ีให้กรรมการและอนุกรรมการเป็นเจ้าพนักงานตาม
ประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๒
การปฏิบตั ิตอ่ เดก็
มาตรา ๒๒ การปฏบิ ัตติ อ่ เด็กไม่ว่ากรณีใด ให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสดุ ของเด็กเปน็
สำคัญและไม่ให้มีการเลือกปฏิบัตโิ ดยไม่เป็นธรรม การกระทำใดเป็นไปเพื่อประโยชน์สงู สดุ ของเด็กหรอื เปน็ การ
เลือกปฏิบัติโดยไม่เปน็ ธรรมต่อเดก็ หรือไม่ ใหพ้ จิ ารณาตามแนวทางที่กำหนดในกฎกระทรวง
๑๑
มาตรา ๒๓ ผู้ปกครองตอ้ งใหก้ ารอปุ การะเลยี้ งดู อบรมสั่งสอน และพัฒนาเด็กทอี่ ยใู่ นความปกครองดูแล
ของตนตามสมควรแก่ขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมแห่งท้องถิ่น แต่ทั้งนี้ต้องไม่ต่ำกว่ามาตรฐานขั้นต่ำ
ตามท่กี ำหนดในกฎกระทรวงและต้องคมุ้ ครองสวัสดภิ าพเด็กท่ีอยู่ในความปกครองดูแลของตนมิให้ตกอยู่ในภาวะ
อันน่าจะเกิดอันตรายแก่รา่ งกายหรือจิตใจ
มาตรา ๒๔ ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้อำนวยการเขต นายอำเภอ ปลัดอำเภอผู้เป็นหัวหน้า
ประจำกิ่งอำเภอ หรือผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กที่อยู่ในเขตพื้นท่ี ที่
รับผิดชอบ ไม่ว่าเด็กจะมีผู้ปกครองหรือไม่ก็ตาม รวมทั้งมีอำนาจและหน้าที่ดูแลและตรวจสอบสถานรับเล้ียงเดก็
สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ สถานพัฒนาและฟื้นฟู และสถานพินิจที่ตั้งอยู่ในเขต
อำนาจ แล้วรายงานผลการตรวจสอบต่อคณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็กกรุงเทพมหานคร หรือ
คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด แล้วแต่กรณี เพื่อทราบ และให้มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงาน
เจา้ หนา้ ที่ตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๕ ผูป้ กครองต้องไม่กระทำการ ดังต่อไปน้ี
(๑) ทอดทิ้งเด็กไว้ในสถานรับเลี้ยงเด็กหรือสถานพยาบาลหรือไว้กับบุคคลที่รับจ้างเลี้ยงเด็กหรือที่
สาธารณะหรอื สถานทีใ่ ดๆ โดยเจตนาท่ีจะไม่รับเด็กกลับคนื
(๒) ละท้งิ เด็กไว้ ณ สถานทใ่ี ดๆ โดยไม่จดั ใหม้ กี ารป้องกนั ดแู ลสวสั ดิภาพหรือใหก้ ารเล้ยี งดทู เี่ หมาะสม
(๓) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งที่จำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือสุขภาพอนามัยจนน่าจะเกิดอันตรายแก่
รา่ งกายหรือจติ ใจของเดก็
(๔) ปฏบิ ตั ติ ่อเดก็ ในลกั ษณะท่ีเปน็ การขัดขวางการเจรญิ เตบิ โตหรือพัฒนาการของเด็ก
(๕) ปฏิบัตติ ่อเดก็ ในลกั ษณะทีเ่ ปน็ การเล้ียงดูโดยมชิ อบ
มาตรา ๒๖ ภายใตบ้ งั คับบทบัญญัติแห่งกฎหมายอื่น ไมว่ า่ เด็กจะยินยอมหรือไมห่ ้ามมิใหผ้ ู้ใดกระทำการ
ดังต่อไปนี้
(๑) กระทำหรือละเวน้ การกระทำอนั เป็นการทารุณกรรมต่อรา่ งกายหรอื จิตใจของเดก็
(๒) จงใจหรือละเลยไม่ให้สิ่งจำเป็นแก่การดำรงชีวิตหรือรักษาพยาบาลแก่เด็กที่อยู่ในความดูแลของตน
จนน่าจะเกดิ อันตรายแกร่ ่างกายหรือจิตใจของเด็ก
(๓) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กประพฤติตนไม่สมควรหรือน่าจะทำให้เด็กมีความ
ประพฤติเสี่ยงตอ่ การกระทำผดิ
(๔) โฆษณาทางสื่อมวลชนหรือเผยแพร่ด้วยประการใด เพื่อรับเด็กหรือยกเด็กใหแ้ ก่บุคคลอื่นที่มิใช่ญาติ
ของเดก็ เวน้ แตเ่ ป็นการกระทำของทางราชการหรือได้รับอนุญาตจากทางราชการแลว้
(๕) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอม หรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน
หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือการกระทำผิด หรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหา
ประโยชนโ์ ดยมิชอบจากเด็ก
(๖) ใช้ จ้าง หรือวานเด็กให้ทำงานหรือกระทำการอันอาจเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจมีผลกระทบ
ต่อการเจรญิ เตบิ โต หรือขดั ขวางต่อพัฒนาการของเดก็
(๗) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กเล่นกีฬาหรือให้กระทำการใดเพื่อแสวงหา
ประโยชน์ทางการค้าอันมีลักษณะเป็นการขัดขวางต่อการเจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือมีลักษณะเป็น
การทารณุ กรรมตอ่ เด็ก
(๘) ใช้หรือยินยอมให้เด็กเล่นการพนันไม่ว่าชนิดใดหรือเข้าไปในสถานที่เล่นการพนัน สถานค้าประเวณี
หรอื สถานทีท่ ่หี า้ มมใิ หเ้ ด็กเข้า
(๙) บังคับ ขู่เข็ญ ใช้ ชักจูง ยุยง ส่งเสริม หรือยินยอมให้เด็กแสดงหรือกระทำการอันมีลักษณะลามก
อนาจาร ไม่ว่าจะเป็นไปเพื่อให้ไดม้ าซ่ึงคา่ ตอบแทนหรือเพื่อการใด
๑๒
(๑๐) จำหนา่ ย แลกเปลย่ี น หรอื ใหส้ รุ าหรอื บุหรแ่ี กเ่ ด็ก เว้นแต่การปฏิบัติทางการแพทย์
ถา้ การกระทำความผิดตามวรรคหน่ึงมีโทษตามกฎหมายอื่นทหี่ นักกวา่ ก็ใหล้ งโทษตามกฎหมายน้ัน
มาตรา ๒๗ หา้ มมิให้ผู้ใดโฆษณาหรอื เผยแพร่ทางสือ่ มวลชนหรือสือ่ สารสนเทศ
ประเภทใด ซึ่งข้อมูลเกี่ยวกับตัวเด็กหรือผู้ปกครอง โดยเจตนาที่จะทำให้เกิดความเสียหายแก่จิตใจ ชื่อเสียง
เกยี รตคิ ณุ หรือสทิ ธปิ ระโยชน์อืน่ ใดของเดก็ หรือเพือ่ แสวงหาประโยชน์สำหรับตนเองหรอื ผอู้ น่ื โดยมชิ อบ
มาตรา ๒๘ ในกรณผี ูป้ กครองตกอยู่ในสภาพไม่อาจให้การอุปการะเล้ียงดู อบรม สัง่ สอน และพัฒนาเด็ก
ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือผู้ปกครองกระทำการใดอันน่าจะเกิดอันตรายต่อสวัสดิภาพหรื อขัดขวางต่อความ
เจริญเติบโตหรือพัฒนาการของเด็กหรือให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบ หรือมีเหตุจำเป็นอื่นใดเพื่อประโยชน์ในการ
สงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก หรือป้องกันมิให้เด็กได้รับอันตรายหรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
พนกั งานเจา้ หนา้ ทีต่ ้องดำเนินการใหก้ ารสงเคราะหห์ รือคุ้มครองสวัสดภิ าพตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๒๙ ผใู้ ดพบเหน็ เด็กตกอยู่ในสภาพจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคมุ้ ครองสวัสดิภาพตามหมวด
๓ และหมวด ๔ จะตอ้ งใหก้ ารช่วยเหลือเบื้องตน้ และแจ้งต่อพนักงานเจ้าหนา้ ท่ี พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ
หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ โดยมิชักช้า แพทย์ พยาบาล นักจิตวิทยา นักสังคม
สงเคราะห์ หรอื เจา้ หน้าทสี่ าธารณสุข ทีร่ ับตัวเดก็ ไวร้ ักษาพยาบาล ครู อาจารย์ หรอื นายจา้ ง ซึ่งมีหน้าท่ีดูแลเด็ก
ที่เป็นศิษย์หรือลูกจ้าง จะต้องรายงานให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔
หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจทราบโดยมิชักช้า หากเป็นที่ปรากฎชัดหรือน่าสงสัยว่าเด็กถูกทารุณกรรม
หรอื เจบ็ ป่วยเนื่องจากการเล้ยี งดโู ดยมชิ อบ
การแจ้งหรือการรายงานตามมาตราน้ี เมื่อได้กระทำโดยสุจริตย่อมได้รบั ความคุ้มครองและไม่ต้องรับผดิ
ท้งั ทางแพง่ ทางอาญาหรือทางปกครอง
มาตรา ๓๐ เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวด ๓ และ
หมวด ๔ มอี ำนาจและหนา้ ที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) เข้าไปในเคหสถาน สถานที่ใดๆ หรือยานพาหนะใดๆ ในระหว่างเวลาพระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์
ตกเพื่อตรวจคน้ ในกรณีมีเหตอุ นั ควรสงสัยว่ามกี ารกระทำทารณุ กรรมเด็ก มีการกกั ขงั หรือเล้ยี งดโู ดยมิชอบ แตใ่ น
กรณีมีเหตุอันควรเชื่อว่าหากไม่ดำเนินการในทันทีเด็กอาจได้รับอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ หรือถูกนำพาไป
สถานท่อี ่นื ซึ่งยากแกก่ ารติดตามช่วยเหลอื ก็ใหม้ อี ำนาจเขา้ ไปในเวลาภายหลงั พระอาทติ ยต์ กได้
(๒) ซักถามเด็กเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าเด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุม้ ครองสวสั ดิภาพ ในกรณี
จำเป็นเพื่อประโยชน์แก่การสงเคราะห์และคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กอาจนำตัวเด็กไปยังที่ทำการของพนักงาน
เจา้ หนา้ ท่ี เพ่ือทราบขอ้ มลู เกี่ยวกบั เด็กและครอบครวั รวมทง้ั บคุ คลทเ่ี ดก็ อาศัยอยู่ ท้ังน้ี จะตอ้ งกระทำโดยมิชักช้า
แต่ไม่ว่ากรณีใดจะกักตัวเด็กไว้นานเกินกว่าสิบสองชั่วโมงไม่ได้ เมื่อพ้นระยะเวลาดังกล่าวให้ปฏิบัติตาม (๖)
ระหว่างทีเ่ ด็กอย่ใู นความดูแลจะต้องให้การอุปการะเลี้ยงดแู ละหากเจ็บปว่ ยจะตอ้ งใหก้ ารรักษาพยาบาล
(๓) มีหนังสือเรียกผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่นใดมาให้ถ้อยคำหรือข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่
ความประพฤติ สุขภาพ และความสัมพนั ธ์ในครอบครัวของเด็ก
(๔) ออกคำสั่งเป็นหนังสือให้ผู้ปกครองของเด็ก นายจ้างหรือผู้ประกอบการ เจ้าของหรือผู้ครอบครอง
สถานทท่ี ี่เดก็ ทำงานหรือเคยทำงาน อาศยั หรอื เคยอาศัยอยู่ เจ้าของหรอื ผคู้ รอบครองหรือผดู้ ูแลสถานศึกษาท่ีเด็ก
กำลังศึกษาหรือเคยศึกษา หรือผู้ปกครองสวัสดิภาพ ส่งเอกสารหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่
การศึกษา การทำงาน หรือความประพฤตขิ องเด็กมาให้
(๕) เข้าไปในสถานที่อยู่อาศัยของผู้ปกครอง สถานที่ประกอบการของนายจ้างของเด็ก สถานศึกษาของ
เดก็ หรอื สถานท่ีท่ีเด็กมีความเกย่ี วขอ้ งด้วย ในระหวา่ งเวลาพระอาทิตยข์ นึ้ ถงึ พระอาทิตย์ตกเพื่อสอบถามบคุ คลที่
๑๓
อยู่ในที่นั้นๆ และรวบรวมข้อมูลหรือหลักฐานเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การเลี้ยงดู
อปุ นสิ ยั และความประพฤติของเดก็
(๖) มอบตัวเด็กให้แก่ผู้ปกครองพร้อมกับแนะนำหรือตักเตือนผู้ปกครองให้ดูแลและอุปการะเลี้ยงดูเด็ก
ในทางท่ถี กู ต้อง เพอ่ื ให้เด็กได้รับการพัฒนาในทางท่เี หมาะสม
(๗) ทำรายงานเกี่ยวกับตัวเด็กเพื่อมอบให้แก่สถานแรกรับในกรณีมีการส่งเด็กไปยังสถานแรกรับหรือ
หน่วยงานทเี่ ก่ยี วข้องเม่อื มีการรอ้ งขอ
เด็กที่อยู่ในความดูแลของพนักงานเจ้าหน้าที่จะต้องได้รับการอุปการะเลี้ยงดูและได้รับการศึกษาอย่างเหมาะสม
และก่อนที่จะจัดใหเ้ ด็กเข้าอยู่ในสถานรับเลีย้ งเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดภิ าพ และ
สถานพัฒนาและฟื้นฟู จะต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญในสาขาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และการแพทย์ก่อนเท่าท่ี
สามารถกระทำได้
ในการปฏิบัติหน้าที่ตาม (๑) (๒) และ (๕) พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อนและให้บคุ คล
ทีเ่ กีย่ วขอ้ งอำนวยความสะดวกตามสมควร
บตั รประจำตวั พนกั งานเจา้ หน้าทใี่ ห้เปน็ ไปตามแบบท่รี ฐั มนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๓๑ ในการปฏบิ ัตหิ นา้ ทต่ี ามพระราชบญั ญัตินใี้ หพ้ นักงานเจ้าหนา้ ทีเ่ ป็นเจ้าพนักงานตามประมวล
กฎหมายอาญา
หมวด ๓
การสงเคราะห์เดก็
มาตรา ๓๒ เดก็ ท่ีพงึ ได้รับการสงเคราะหไ์ ดแ้ ก่
(๑) เดก็ เรร่ อ่ น หรือเด็กกำพร้า
(๒) เดก็ ทีถ่ ูกทอดทิง้ หรอื พลดั หลง ณ ทีใ่ ดทห่ี นึง่
(๓) เด็กที่ผู้ปกครองไม่สามารถอุปการะเลี้ยงดูได้ด้วยเหตุใดๆ เช่น ถูกจำคุก กักขัง พิการ ทุพพลภาพ
เจ็บปว่ ยเรอ้ื รงั ยากจน เปน็ ผู้เยาว์ หย่า ถูกท้ิงรา้ ง เป็นโรคจติ หรือโรคประสาท
(๔) เด็กที่ผู้ปกครองมีพฤติกรรมหรือประกอบอาชีพไม่เหมาะสมอันอาจส่งผลกระทบต่อพัฒนาการทาง
รา่ งกายหรอื จิตใจของเด็กที่อยใู่ นความปกครองดูแล
(๕) เด็กที่ได้รับการเลี้ยงดูโดยมิชอบ ถูกใช้เป็นเครื่องมือในการกระทำหรือแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ
ถูกทารุณกรรม หรือตกอยู่ในภาวะอื่นใดอนั อาจเป็นเหตุให้เดก็ มีความประพฤติเส่ือมเสียในทางศีลธรรมอันดีหรอื
เปน็ เหตุให้เกิดอนั ตรายแก่กายหรือจิตใจ
(๖) เดก็ พิการ
(๗) เด็กที่อย่ใู นสภาพยากลำบาก
(๘) เด็กทอ่ี ยใู่ นสภาพทจี่ ำตอ้ งไดร้ ับการสงเคราะห์ตามทก่ี ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๓๓ ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ได้รับแจ้ง
จากบุคคลตามมาตรา ๒๙ หรือพบเห็นเด็กที่พงึ ไดร้ ับการสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์
ตามวธิ ีการทเ่ี หมาะสม ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ให้ความช่วยเหลือและสงเคราะห์แก่เด็กและครอบครัวหรือบุคคลที่อุปการะเลี้ยงดูเด็กเพื่อให้
สามารถอุปการะเลย้ี งดเู ด็กได้ตามมาตรา ๒๓
(๒) มอบเด็กให้อยู่ในความอุปการะของบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูตาม
ระยะเวลาทเ่ี ห็นสมควร แตต่ ้องไม่เกนิ หน่ึงเดือน ในกรณที ไี่ ม่อาจดำเนินการตาม (๑) ได้
๑๔
(๓) ดำเนินการเพื่อให้เด็กได้เป็นบุตรบุญธรรมของบุคคลอื่นตามกฎหมายว่าด้วยการรบั เด็กเป็นบุตรบุญ
ธรรม
(๔) ส่งเด็กเข้ารับการอุปการะในครอบครัวอุปถัมภ์หรือสถานรับเลี้ยงเด็กที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็ก
ไวอ้ ปุ การะ
(๕) สง่ เดก็ เขา้ รบั การอปุ การะในสถานแรกรบั
(๖) สง่ เด็กเข้ารับการอปุ การะในสถานสงเคราะห์
(๗) ส่งเด็กเข้าศึกษาหรือฝึกหัดอาชีพ หรือส่งเด็กเข้าบำบัดฟื้นฟูสมรรถภาพ ศึกษา หรือฝึกหัดอาชีพใน
สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือส่งเด็กศึกษากล่อมเกลาจิตใจโดยใช้หลักศาสนาในวัดหรือสถานที่ทางศาสนาอื่น ท่ี
ยินยอมรบั เดก็ ไว้
วิธีการให้การสงเคราะห์ตามวรรคหนึ่งให้เป็นไปตามระเบียบที่ปลดั กระทรวงกำหนด และไม่ว่ากรณีใดๆ
การดำเนินการให้การสงเคราะห์ตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) ต้องได้รับความยินยอมจากผู้ปกครอง ความยินยอม
ดังกล่าวตอ้ งทำเปน็ หนงั สือตามแบบทปี่ ลัดกระทรวงกำหนด หรือยนิ ยอมดว้ ยวาจาต่อหนา้ พยานอย่างนอ้ ยสองคน
ในกรณที ผี่ ปู้ กครองไม่ใหค้ วามยนิ ยอมโดยไม่มีเหตุอนั ควรหรือไม่อาจให้ความยินยอมได้ ใหป้ ลดั กระทรวงหรือผู้ว่า
ราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจส่งเด็กเข้ารบั การสงเคราะหต์ ามวธิ ีการดังกล่าวได้ ทั้งนี้ ปลัดกระทรวงหรอื
ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องฟังรายงานและความเห็นของผู้เชี่ยวชาญในสาชาวิชาชีพสังคมสงเคราะห์และการแพทย์
กอ่ น
ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี มีอำนาจกำหนดระยะเวลาในการสงเคราะห์เด็ก
ตาม (๔) (๕) (๖) หรือ (๗) แต่ถ้ามีพฤติการณ์เปลี่ยนแปลงไปอาจจะขยายหรือย่นระยะเวลาที่กำหนดไว้แลว้ ก็ได้
ตามแต่เห็นสมควร ในระหว่างระยะเวลาดงั กล่าวใหพ้ นกั งานเจ้าหน้าทีร่ ีบดำเนนิ การจัดใหเ้ ด็กสามารถกลับไปอยู่
ในความปกครองของผปู้ กครองโดยมิชกั ช้า
ในกรณีเดก็ อยรู่ ะหวา่ งการรับการสงเคราะห์ถ้าผปู้ กครองร้องขอและแสดงใหเ้ หน็ ว่าสามารถปกครองและ
อุปการะเล้ยี งดูเดก็ ได้ ให้ปลดั กระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวดั แล้วแต่กรณี ส่งั ให้เด็กพน้ จากการสงเคราะห์และ
มอบตวั เดก็ ให้แกผ่ ้ปู กครองรับไปปกครองดแู ลได้ แมว้ า่ ยงั ไม่ครบกำหนดระยะเวลาในการสงเคราะห์ก็ตาม
ในกรณีที่บุคคลที่ไดร้ ับการสงเคราะห์มอี ายุสิบแปดปบี รบิ รู ณ์แต่ยังอยู่ในสภาพทีจ่ ำเป็นจะต้องได้รับการ
สงเคราะห์ต่อไป ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้บุคคลนั้นได้รับการสงเคราะห์
ต่อไปจนอายุยี่สิบปีบริบูรณ์ก็ได้ แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ต่อไปอีกและบุคคลนั้นมิได้คัดค้าน
ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี อาจสั่งให้สงเคราะห์บุคคลนั้นต่อไปตามความจำเป็นและ
สมควร แต่ทั้งนีต้ อ้ งไม่เกนิ เวลาที่บคุ คลนั้นมีอายคุ รบยี่สบิ สี่ปีบริบรู ณ์
มาตรา ๓๔ ผู้ปกครองหรือญาติของเด็ก อาจนำเด็กไปขอรับการสงเคราะห์ที่กรมพัฒนาสังคมและ
สวัสดกิ ารหรือสำนกั งานพฒั นาสงั คมและสวสั ดกิ ารจังหวัด หรอื ทีส่ ถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ หรือสถานพัฒนา
และฟื้นฟูของเอกชน เพือ่ ขอรับการสงเคราะห์ได้
กรณีมีการนำเด็กมาขอรับการสงเคราะหท์ ี่กรมพัฒนาสังคมและสวสั ดิการหรือสำนักงานพัฒนาสังคมและ
สวัสดิการจังหวัด ถ้าเป็นเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ให้พนักงานเจ้าหน้าที่พิจารณาให้การสงเคราะห์ท่ี
เหมาะสมตามมาตรา ๓๓ แตใ่ นกรณีท่พี นักงานเจ้าหน้าทย่ี งั ไม่สามารถหาวธิ ีการสงเคราะห์ทีเ่ หมาะสมกบั เด็กตาม
มาตรา ๓๓ ได้ จะส่งเด็กไปยงั สถานแรกรับกอ่ นกไ็ ด้
กรณีมกี ารนำเด็กมาขอรบั การสงเคราะห์ท่ีสถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ หรอื สถานพัฒนาและฟื้นฟูเด็ก
ของเอกชน ให้ผู้ปกครองสวสั ดิภาพรายงานข้อมูลเกีย่ วกับเด็กต่อพนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อพิจารณาดำเนินการตาม
วรรคสองต่อไป
๑๕
มาตรา ๓๕ เมอื่ พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีหรือผูม้ หี น้าท่ีคุ้มครองสวัสดภิ าพเด็กตามมาตรา ๒๔ พบเห็นเด็กที่พึง
ได้รบั การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๒ (๑) และ (๒) หรือไดร้ ับแจ้งจากบคุ คลตามมาตรา ๒๙ ให้สอบถามเพื่อทราบ
ข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก ถ้าเด็กเจ็บป่วยหรือจำต้องตรวจสุขภาพหรือเป็นเด็กพิการต้องรีบจัดให้มีการตรวจรักษาทาง
ร่างกายและจิตใจทันที หากเป็นเด็กที่จำเป็นต้องได้รับการสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา
๓๓ และไม่ว่ากรณีใดให้พยายามดำเนนิ การเพื่อให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับครอบครัวโดยเร็ว แต่หากปรากฎวา่
สภาพครอบครัวหรือสิ่งแวดล้อมไม่เหมาะที่จะให้เด็กกลับไปอยู่กับครอบครัว และมีเหตุจำเป็นที่จะต้องให้การ
ค้มุ ครองสวัสดิภาพแกเ่ ด็ก พนักงานเจ้าหนา้ ทีจ่ ะใช้มาตรการคุม้ ครองสวัสดภิ าพแกเ่ ด็กตามหมวด ๔ ก็ได้
มาตรา ๓๖ ในระหวา่ งท่ีเด็กไดร้ บั การสงเคราะหต์ ามมาตรา ๓๓ (๒) (๔) หรอื (๖) หากปรากฎว่าเป็นเด็ก
ที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดและพึงได้รับการคุ้มครองสวัสดิภาพ ให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่
กรณี มอี ำนาจส่งั ใหใ้ ช้มาตรการคุ้มครองสวัสดิภาพแกเ่ ดก็ ตามหมวด ๔ ได้
มาตรา ๓๗ เมอ่ื สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ หรอื สถานพฒั นาและฟนื้ ฟูได้รับตวั เด็กไวต้ ามมาตรา ๓๓
(๕) (๖) หรือ (๗) ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพรีบสืบเสาะและพินิจเกีย่ วกับตวั เด็กและครอบครัว และเสนอความเห็น
เกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กแต่ละคนพร้อมด้วยประวัติไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่า
ราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยมิชักช้า และให้ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งการตามที่เห็นสมควร
ต่อไป
มาตรา ๓๘ ในกรณีท่ีปลัดกระทรวงหรือผวู้ า่ ราชการจังหวัดสัง่ ให้เด็กเข้ารบั การสงเคราะหโ์ ดยผู้ปกครอง
ไม่ยินยอมตามมาตรา ๓๓ วรรคสอง กรณีที่ผู้ปกครองของเด็กไม่เห็นด้วยกับกำหนดระยะเวลาตามมาตรา ๓๓
วรรคสาม หรอื กรณีทีผ่ ู้ปกครองยน่ื คำร้องขอรับเด็กไปปกครองดูแลเองแต่ไดร้ บั การปฏิเสธจากปลัดกระทรวงหรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัดตามมาตรา ๓๓ วรรคสี่ ผู้ปกครองย่อมมีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๕ ในเขตท้องที่นั้น
ภายในหนึ่งร้อยยีส่ บิ วันนับแตว่ นั รบั ทราบคำสั่ง
มาตรา ๓๙ ในกรณีทผี่ ูป้ กครองซ่ึงได้รับเด็กกลับมาอยู่ในความดูแล มพี ฤติการณ์นา่ เชื่อว่าจะให้การเล้ียง
ดูโดยมิชอบแกเ่ ด็กอีก ให้พนกั งานเจ้าหนา้ ที่หรือผมู้ หี นา้ ทค่ี ุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ให้คำแนะนำแก่
ผู้ปกครอง หากผู้ปกครองไม่ปฏิบัติตามคำแนะนำก็ให้ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ
หรือปลัดอำเภอผู้เป็นหวั หน้าประจำกิ่งอำเภอ แล้วแตก่ รณี เพือ่ เรยี กผ้ปู กครองมาทำทัณฑ์บนว่าจะไม่กระทำการ
ใดอันมีลักษณะเป็นการให้การเลี้ยงดูโดยมิชอบแก่เด็กอีกและให้วางประกันไว้เป็นจำนวนเงินตามสมควรแก่
ฐานานุรปู แต่จะเรียกประกันไวไ้ ด้ไม่เกนิ ระยะเวลาสองปี ถ้ากระทำผิดทณั ฑ์บนใหร้ บิ เงินประกันเปน็ ของกองทุน
คุ้มครองเด็กตามมาตรา ๖๙
การให้คำแนะนำหรือการเรียกประกันให้คำนึงถึงฐานะทางเศรษฐกิจของผู้ปกครองและประโยชน์สูงสุด
ของเดก็ เปน็ สำคัญ
หมวด ๔
การค้มุ ครองสวสั ดิภาพเด็ก
มาตรา ๔๐ เด็กท่ีพงึ ไดร้ ับการคุม้ ครองสวัสดิภาพได้แก่
(๑) เดก็ ทถ่ี กู ทารุณกรรม
(๒) เด็กท่ีเสี่ยงตอ่ การกระทำผดิ
(๓) เด็กทอี่ ยู่ในสภาพที่จำตอ้ งได้รับการคุ้มครองสวัสดภิ าพตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
๑๖
มาตรา ๔๑ ผู้ใดพบเหน็ หรือประสบพฤติการณ์ท่ีนา่ เชื่อว่ามีการกระทำทารุณกรรมต่อเด็กให้รีบแจ้งหรือ
รายงานต่อพนักงานเจ้าหน้าท่ี พนกั งานฝา่ ยปกครองหรือตำรวจ หรือผ้มู หี น้าท่ีค้มุ ครองสวัสดภิ าพเด็กตามมาตรา
๒๔
เมื่อพนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก ตาม
มาตรา ๒๔ ได้รับแจ้งเหตุตามวรรคหนึ่ง หรือเป็นผู้พบเห็นหรือประสบพฤติการณ์ที่น่าเชื่อว่ามีการกระทำทารุณ
กรรมต่อเด็กในสถานที่ใด ให้มีอำนาจเข้าตรวจค้นและมีอำนาจแยกตัวเด็กจากครอบครัวของเด็กเพื่อคุ้มครอง
สวัสดภิ าพเด็กโดยเรว็ ท่ีสดุ
การแจ้งหรือการรายงานตามมาตราน้ี เมื่อได้กระทำโดยสุจรติ ย่อมได้รับความคุ้มครองและไม่ต้องรับผดิ
ท้ังทางแพง่ ทางอาญาหรือทางปกครอง
มาตรา ๔๒ การดำเนินการคุ้มครองสวัสดภิ าพเด็กตามมาตรา ๔๑ วรรคสอง ตอ้ งรบี
จัดใหม้ กี ารตรวจรกั ษาทางร่างกายและจิตใจทันที ถ้าพนกั งานเจา้ หน้าที่เห็นสมควรต้องสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับ
เด็กและครอบครวั เพื่อหาวธิ ีการคมุ้ ครองสวัสดภิ าพท่ีเหมาะสมแกเ่ ด็ก ก็อาจสง่ ตวั เดก็ ไปสถานแรกรับก่อนได้หรือ
ถ้าจำเป็นต้องให้การสงเคราะห์ก็ให้พิจารณาให้การสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ และถ้าจำเป็นต้องให้การฟื้นฟู
สภาพจติ ใจกใ็ ห้รบี สง่ เดก็ ไปยังสถานพัฒนาและฟ้นื ฟู
การส่งเด็กไปสถานแรกรับ สถานพัฒนาและฟื้นฟู หรือสถานที่อื่นใดตามวรรคหนึ่งระหว่างการสืบเสาะ
และพินิจเพื่อหาวิธีการคุ้มครองสวัสดิภาพที่เหมาะสม ให้กระทำได้ไม่เกินเจ็ดวัน แต่ในกรณีที่มีเหตุจำเป็นและ
สมควรเพือ่ ประโยชน์ของเด็ก พนักงานเจา้ หน้าที่หรือพนักงานอัยการจะย่ืนคำร้องขอต่อศาลตามมาตรา ๕ เพื่อมี
คำสั่งขยายระยะเวลาออกไปรวมแล้วไม่เกินสามสิบวนั ก็ได้
มาตรา ๔๓ กรณที ่ผี ู้ปกครองหรือญาตขิ องเด็กเปน็ ผู้กระทำทารุณกรรมต่อเด็ก ถ้ามกี ารฟ้องคดีอาญาแก่
ผู้กระทำผิดและมีเหตุอันควรเชื่อว่าผู้ถูกฟ้องนั้นจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ก็ให้ศาลที่พิจารณาคดีนั้นมี
อำนาจกำหนดมาตรการคุมความประพฤตผิ ูน้ ั้น ห้ามเขา้ เขตกำหนด หรือห้ามเขา้ ใกลต้ วั เดก็ ในระยะท่ีศาลกำหนด
เพื่อป้องกันมิให้กระทำการดังกล่าวและจะสั่งให้ผู้นั้นทำทัณฑ์บนตามวิธีการที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๔๖ และ
มาตรา ๔๗ แห่งประมวลกฎหมายอาญาดว้ ยก็ได้
หากยังไม่มีการฟ้องคดอี าญาหรอื ไมฟ่ ้องคดอี าญาแต่มีพฤติการณน์ า่ เชือ่ ว่าจะมกี าร
กระทำทารุณกรรมแก่เด็กอีก ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจ ผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิ
ภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ หรือพนักงานอัยการยื่นคำขอต่อศาลตามมาตรา ๕ เพื่อออกคำสั่งมิให้กระทำการ
ดังกลา่ วโดยกำหนดมาตรการคุมความประพฤติและเรยี กประกันดว้ ยก็ได้
ในกรณีตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง หากศาลเห็นวา่ มีเหตุจำเปน็ เร่งด่วนเพื่อคุ้มครองเด็กมิให้ถูกกระทำ
ทารุณกรรมอีก ให้ศาลมีอำนาจออกคำส่ังให้ตำรวจจับกุมผู้ที่เชื่อว่าจะกระทำทารุณกรรมแก่เด็กมากักขังไว้มี
กำหนดครั้งละไม่เกินสามสบิ วนั
การพิจารณาออกคำสัง่ หรือการเรียกประกนั ตามมาตราน้ี ใหค้ ำนงึ ถึงประโยชนส์ ูงสดุ ของเด็กเป็นสำคัญ
มาตรา ๔๔ เม่อื พนกั งานเจา้ หนา้ ที่หรอื ผูม้ หี น้าทคี่ ุ้มครองสวสั ดิภาพเด็กตามมาตรา
๒๔ พบเห็นหรือได้รับแจ้งจากผู้พบเห็นเด็กที่เสี่ยงต่อการกระทำผิดให้สอบถามเด็กและดำเนินการหาข้อเท็จจรงิ
เก่ียวกบั ตวั เดก็ รวมทั้งสภาพความสมั พันธภ์ ายในครอบครัว ความเปน็ อยู่ การเล้ยี งดู อุปนิสัย และความประพฤติ
ของเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็ก และถ้าเห็นว่าจำเป็นต้องคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็ก โดยวิธีส่งเข้าสถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพหรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูก็ให้เสนอประวัติพร้อมความเห็นไปยังปลัดกระทรวงหรือผู้ว่า
ราชการจงั หวัด แลว้ แต่กรณี เพือ่ พจิ ารณาสงั่ ให้ใชว้ ิธกี ารคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพทเ่ี หมาะสมแก่เด็ก
ในกรณีพนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ เห็นว่าเด็กจำเป็นต้อง
ได้รับการสงเคราะห์กใ็ หพ้ ิจารณาใหก้ ารสงเคราะห์ตามมาตรา ๓๓ แต่ถ้าเห็นวา่ ยงั ไมส่ มควรส่งตวั เดก็ ไปยงั สถาน
๑๗
แรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดภิ าพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟู ก็ให้มอบตัวเด็กแก่ผูป้ กครองหรือ
บุคคลที่ยินยอมรับเด็กไปปกครองดูแล โดยอาจแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กตามมาตรา ๔๘ หรือไม่ก็ได้
และเมื่อได้ปรึกษาหารือร่วมกับผู้ปกครองหรือบุคคลที่จะรับเด็กไปปกครองดูแ ลแล้วอาจจะวางข้อกำหนดเพ่ือ
ป้องกันมิให้เด็กมีความประพฤติเสียหาย หรือเสี่ยงต่อการกระทำผิด โดยให้ผู้ปกครองหรือบุคคลที่รับเด็กไป
ปกครองดแู ลตอ้ งปฏิบตั ขิ ้อใดข้อหนง่ึ หรือหลายข้อตามความเหมาะสม ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ระมัดระวงั มิใหเ้ ด็กเข้าไปในสถานท่ีหรอื ท้องท่ใี ดอันจะจูงใจใหเ้ ด็กประพฤติตนไม่สมควร
(๒) ระมัดระวังมิให้เด็กออกนอกสถานที่อยู่อาศัยในเวลากลางคืน เว้นแต่มีเหตุจำเป็นหรือไปกับ
ผู้ปกครอง
(๓) ระมดั ระวงั มิให้เด็กคบหาสมาคมกบั บคุ คลหรอื คณะบคุ คลท่ีจะชักนำไปในทางเส่ือมเสีย
(๔) ระมดั ระวังมใิ ห้เด็กกระทำการใดอันเปน็ เหตุใหเ้ ดก็ ประพฤติเสยี หาย
(๕) จดั ใหเ้ ดก็ ได้รบั การศึกษาอบรมตามสมควรแก่อายุ สติปญั ญา และความสนใจของเด็ก
(๖) จดั ใหเ้ ด็กได้ประกอบอาชีพที่เหมาะสมกบั ความถนัดและความสนใจของเด็ก
(๗) จัดให้เด็กกระทำกิจกรรมเพื่อพัฒนาตนเองทางด้านคุณธรรม จริยธรรม และบำเพ็ญประโยชน์ต่อ
สังคม
หากปรากฏชัดว่าผู้ปกครองหรือผู้ที่รับเด็กไว้ปกครองดูแลละเลยไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดของพนักงาน
เจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กตามมาตรา ๒๔ ก็ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้มีหน้าที่คุ้มครอง
สวัสดภิ าพเด็กรบั เด็กกลับไปดูแล
มาตรา ๔๕ ห้ามมิให้เด็กซื้อหรือเสพสุราหรอื บหุ รี่ หรือเข้าไปในสถานทีเ่ ฉพาะเพื่อการจำหน่ายหรือเสพ
สุราหรือบุหรี่ หากฝ่าฝืนให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามเด็กเพื่อทราบข้อมูลเกี่ยวกับเด็กและมีหนังสือเรียก
ผู้ปกครองมาร่วมประชุมเพื่อปรึกษาหารือ วา่ กลา่ วตกั เตอื น ให้ทำทัณฑบ์ น หรือมขี อ้ ตกลงร่วมกันเกี่ยวกับวิธีการ
และระยะเวลาในการจัดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์และอาจวางข้อกำหนดให้
ผู้ปกครองตอ้ งปฏิบัติขอ้ ใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อตามมาตรา ๔๔ วรรคสอง หรอื วางขอ้ กำหนดอ่ืนใดเพือ่ แก้ไข หรอื
ป้องกันมิให้เด็กกระทำความผิดข้ึนอีกก็ได้
หากปรากฏว่าผู้ปกครองของเด็กฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่ง ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๓๙ มาใช้บังคับ
โดยอนุโลม
การว่ากล่าวตักเตือน ทำทัณฑ์บน และจัดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรือทำงานสาธารณประโยชน์ตาม
วรรคหนึง่ ใหเ้ ปน็ ไปตามหลักเกณฑ์ วิธกี าร และเงอื่ นไขท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๔๖ ในกรณีที่ปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งให้ส่งเด็กเข้ารับการคุ้มครอง สวัสดิภาพ
หรือในกรณพี นักงานเจ้าหนา้ ท่ีออกข้อกำหนดให้เด็กทำงานบริการสังคมหรอื ทำงานสาธารณประโยชน์ตามมาตรา
๔๕ หากผู้ปกครองไม่เห็นด้วยให้มีสิทธินำคดีไปสู่ศาลตามมาตรา ๕ ภายในหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันรับทราบ
คำส่งั
มาตรา ๔๗ วิธีการดำเนินการคุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก นอกจากที่บัญญัติไว้ในหมวดนี้ให้เป็นไปตาม
ระเบียบท่ีคณะกรรมการกำหนด
๑๘
หมวด ๕
ผ้คู มุ้ ครองสวสั ดภิ าพเด็ก
มาตรา ๔๘ ในการดำเนินการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติแก่เด็กตาม
พระราชบัญญัตินี้หรอื กฎหมายอื่น ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่เห็นว่ามีเหตุสมควรแต่งตั้งผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กเพ่ือ
กำกับดูแลเด็กคนใด ก็ให้ยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้แต่งตั้งพนักงาน
เจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความเหมาะสมเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็ก โดยจะ
กำหนดสถานท่ีอยูอ่ าศัยของเดก็ ท่ีอยู่ในการกำกับดแู ลของผ้คู ุ้มครองสวัสดิภาพเด็กดว้ ยกไ็ ด้
กรณีที่เด็กพ้นจากความปกครองดูแลของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และ
สถานที่พัฒนาและฟื้นฟูแล้ว ถ้ามีเหตุผลสมควรก็ให้ผู้ปกครองสวัสดิภาพยื่นคำขอต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่า
ราชการจังหวัด แล้วแต่กรณี ให้ตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ นักสังคมสงเคราะห์ หรือบุคคลที่สมัครใจและมีความ
เหมาะสมเป็นผู้คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กได้
การแต่งตง้ั ผูค้ มุ้ ครองสวัสดภิ าพเดก็ ให้มรี ะยะเวลาคราวละไมเ่ กนิ สองปี
มาตรา ๔๙ ผู้คุ้มครองสวสั ดภิ าพเด็กมีอำนาจและหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปน้ี
(๑) เยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา แนะนำ และตักเตือนเกี่ยวกับเรื่องความประพฤติ การศึกษา และการ
ประกอบอาชพี แกเ่ ด็กที่อยู่ในการกำกับดูแล
(๒) เยี่ยมเยียน ให้คำปรึกษา และแนะนำแก่ผปู้ กครองเก่ียวกบั เร่ืองการอบรมสัง่ สอนและเล้ียงดูเด็กท่ีอยู่
ในการกำกบั ดแู ล
(๓) จัดทำรายงานและความเห็นเกี่ยวกับสภาพความเป็นอยู่ของเด็กและของผู้ปกครองเสนอต่อ
ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด พนักงานเจ้าหน้าที่ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ คณะกรรมการ คณะกรรมการ
คุ้มครองเด็กกรงุ เทพมหานคร หรือคณะกรรมการคุ้มครองเดก็ จังหวัด แลว้ แตก่ รณี เพื่อดำเนนิ การตอ่ ไป
มาตรา ๕๐ หา้ มมิให้ผปู้ กครองสวัสดิภาพหรือผู้คุ้มครองสวสั ดภิ าพเด็ก เปิดเผยชอื่ ตวั ชอื่ สกุล ภาพหรือ
ข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับตัวเด็ก ผู้ปกครอง ในลักษณะที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ชื่อเสียง เกียรติคุณ หรือสิทธิ
ประโยชนอ์ ยา่ งใดอย่างหนงึ่ ของเด็กหรือผูป้ กครอง
บทบัญญัติในวรรคหนึ่งให้ใช้บงั คบั แก่พนกั งานเจา้ หนา้ ท่ี นักสังคมสงเคราะห์ นกั จิตวทิ ยา และผมู้ ีหน้าท่ี
คมุ้ ครองสวสั ดภิ าพเด็กตามมาตรา ๒๔ ซึ่งได้ล่วงรขู้ ้อมลู ดังกล่าวเนือ่ งในการปฏิบัติหน้าทขี่ องตนด้วย โดยอนุโลม
ห้ามมิให้ผู้ใดโฆษณาหรือเผยแพร่ทางสื่อมวลชนหรือสื่อสารสนเทศประเภทใดซึ่งข้อมูลที่เปิดเผยโดยฝ่า
ฝืนบทบญั ญัตใิ นวรรคหน่งึ หรือวรรคสอง
หมวด ๖
สถานรบั เล้ียงเดก็ สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถานคมุ้ ครองสวสั ดิภาพ
และสถานพัฒนาและฟื้นฟู
มาตรา ๕๑ ปลัดกระทรวงมีอำนาจจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถาน
คุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ได้ทั่วราชอาณาจักร และผู้ว่าราชการจังหวดั มีอำนาจจัดตั้งสถาน
รับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูภายในเขต
จังหวัดนั้น
๑๙
หนว่ ยงานอื่นของรฐั นอกจากท่ีมอี ำนาจหน้าทีต่ ามพระราชบญั ญตั ิน้อี าจจัดต้งั และดำเนินกิจการได้เฉพาะ
สถานรับเล้ียงเดก็ โดยแจ้งให้ปลัดกระทรวงหรือผู้วา่ ราชการจงั หวดั แลว้ แต่กรณีทราบ และให้ปลัดกระทรวงหรือ
ผูว้ า่ ราชการจังหวัดแนะนำหรอื สนบั สนนุ การจัดต้งั และการดำเนินการดังกล่าว
มาตรา ๕๒ ภายใต้บังคับของมาตรา ๕๑ ผู้ใดจะจัดตั้งสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์
สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ต้องขอรับใบอนุญาตต่อปลัดกระทรวงหรือผู้ว่าราชการ
จังหวัด แลว้ แต่กรณี
การขอรับใบอนุญาต การออกใบอนุญาต การขอต่ออายุใบอนุญาต การให้ต่ออายุใบอนุญาต การขอรับ
ใบแทนใบอนุญาตที่สูญหาย ถูกทำลาย หรือชำรุด การออกใบแทนใบอนุญาต และการเพิกถอนใบอนุญาต ให้
เป็นไปตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และให้เสียค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนด
ในกฎกระทรวง
มาตรา ๕๓ ให้ปลัดกระทรวง ผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการ คณะกรรมการคุ้มครองเด็ก
กรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด กำกับดูแลและส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินงานของ
สถานรบั เลย้ี งเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานค้มุ ครองสวัสดิภาพ และสถานพฒั นาและฟน้ื ฟูท่ีอยู่ในเขต
พนื้ ท่ีทรี่ ับผิดชอบ
มาตรา ๕๔ ในสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู
จะต้องไม่ดำเนินกิจการในลักษณะแสวงหากำไรในทางธุรกิจ และต้องมีผู้ปกครองสวัสดิภาพเป็นผู้ปกครองดูแล
และบังคับบัญชา
การดำเนนิ งานของสถานทต่ี ามวรรคหนงึ่ ใหเ้ ปน็ ไปตามระเบยี บที่ปลัดกระทรวงกำหนด
มาตรา ๕๕ ใหป้ ลดั กระทรวงและผู้วา่ ราชการจังหวัด มีอำนาจแต่งตั้งหรือถอดถอนผู้ปกครองสวัสดิภาพ
ของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ
และเง่อื นไขทกี่ ำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๕๖ ผู้ปกครองสวสั ดภิ าพของสถานแรกรบั มอี ำนาจและหนา้ ท่ี ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) รับตัวเด็กที่จำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพไว้เพื่อสืบเสาะและพินิจเด็กและ
ครอบครัว วินิจฉัยกำหนดวิธีการที่เหมาะสมในการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวัสดิภาพแก่เด็กแต่ละคน ถ้าจำเป็น
อาจรับตัวเด็กไว้ปกครองดแู ลชวั่ คราวไดไ้ ม่เกนิ สามเดือน
(๒) สบื เสาะและพนิ ิจเก่ียวกบั อายุ ประวตั ิ ความประพฤติ สติปญั ญา การศกึ ษาอบรม สุขภาพ ภาวะแห่ง
จิต นสิ ัย อาชพี และฐานะของเด็กทีจ่ ำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือคมุ้ ครองสวสั ดิภาพรวมทง้ั ของผู้ปกครอง หรือ
บุคคลที่เด็กอาศัยอยู่ดว้ ย ตลอดจนสิ่งแวดล้อมทัง้ ปวงเกี่ยวกบั เด็ก และมูลเหตุทีท่ ำให้เด็กตกอยู่ในสภาวะจำต้อง
ได้รับการสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวสั ดิภาพ เพื่อรายงานไปยังหน่วยงานทีเ่ กี่ยวข้อง
(๓) จัดให้มีการตรวจสุขภาพกายและสุขภาพจิต พร้อมทั้งดำเนินการรักษาเยียวยาแก่เด็กที่อยู่ในความ
ปกครองดแู ล
(๔) จัดที่พักอาศัย ที่หลับนอน เครื่องนุ่งห่ม ให้เหมาะสมและถูกสุขลักษณะ และจัดอาหารให้ถกู อนามัย
และเพยี งพอแก่เดก็ ท่อี ยูใ่ นความปกครองดแู ล
(๕) จัดการศึกษา การกีฬา และนันทนาการให้แก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลให้เหมาะสมกับวัยและ
สภาพของเด็กแต่ละคน
(๖) จัดส่งเด็กที่ได้ดำเนินการตาม (๑) และ (๒) ไปยังสถานสงเคราะห์ สถานพัฒนาและฟื้นฟู โรงเรียน
หรอื สถานที่อื่นใดที่มีวตั ถปุ ระสงค์ในการสงเคราะห์ หรอื คุ้มครองสวัสดิภาพเด็กให้เหมาะสมกับวัยและสภาพของ
เด็กแต่ละคน
๒๐
(๗) มอบตัวเด็กแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลที่เหมาะสมและยินยอมรับเด็กไว้อุปการะเลี้ยงดูและถ้า
เห็นสมควรอาจยนื่ คำขอใหป้ ลัดกระทรวงหรือผวู้ า่ ราชการจงั หวดั แลว้ แตก่ รณี แต่งต้งั ผูค้ ้มุ ครองสวสั ดิภาพแก่เด็ก
ตามมาตรา ๔๘
(๘) ให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่ผู้ปกครอง ในกรณีที่เด็กจำต้องได้รับการสงเคราะห์หรือ
คุม้ ครองสวสั ดิภาพ
ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับต้องดำเนินการให้เด็กสามารถกลับไปอยู่กับผู้ปกครองก่อน ส่วน
การจัดให้เด็กไปอยู่ในสถานสงเคราะห์ สถานคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพ หรือสถานพฒั นาและฟน้ื ฟู ให้ดำเนินการเป็นวิธี
สดุ ท้าย
มาตรา ๕๗ ผู้รับใบอนุญาตและผูป้ กครองสวสั ดิภาพของสถานสงเคราะห์และสถาน
ค้มุ ครองสวัสดิภาพทจ่ี ดั ต้งั ขน้ึ ตามพระราชบญั ญัตนิ ้หี รือกฎหมายอนื่ ต้องควบคุมดแู ลให้มกี ารรับเด็กทีจ่ ำต้องได้รับ
การสงเคราะห์หรือคุ้มครองสวสั ดภิ าพทุกคนไว้อปุ การะเลี้ยงดู
มาตรา ๕๘ ผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานสงเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ตามมาตรา ๕๖ (๑) (๒) (๓)
และ (๔) และให้มีอำนาจและหนา้ ที่ ดังต่อไปน้ี
(๑) จัดการศึกษา อบรม สั่งสอน และฝึกหัดอาชีพแก่เด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลของสถานสงเคราะห์
ให้เหมาะสมกบั เดก็ แต่ละคน
(๒) จัดบรกิ ารแนะแนว ใหค้ ำปรกึ ษา และช่วยเหลือแกผ่ ้ปู กครอง
(๓) สอดส่องและติดตามให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานสงเคราะห์ไปแล้ว
เพอื่ เป็นการสงเคราะห์หรือคมุ้ ครองสวสั ดภิ าพแกเ่ ดก็ ทเ่ี คยอยู่ในสถานสงเคราะห์มใิ ห้กลบั ไปสสู่ ภาพเดิม
การสืบเสาะและพินิจตามมาตรา ๕๖ (๒) ถ้าเป็นกรณีที่เด็กถูกส่งมาจากสถานแรกรับซึ่งมีรายงานการ
สืบเสาะและพินิจแล้ว อาจงดการสบื เสาะและพนิ จิ กไ็ ด้
มาตรา ๕๙ ผปู้ กครองสวัสดภิ าพของสถานคุ้มครองสวสั ดิภาพมีอำนาจและหนา้ ที่ ดังตอ่ ไปน้ี
(๑) ปกครองดูแลและอุปการะเลย้ี งดเู ด็กทอี่ ยู่ในสถานคุ้มครองสวัสดิภาพ
(๒) จัดการศกึ ษา อบรม และฝึกอาชพี แกเ่ ด็กทอ่ี ยใู่ นสถานคุ้มครองสวัสดภิ าพ
(๓) แก้ไขความประพฤติ บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพทั้งทางร่างกายจิตใจแก่เด็กที่อยู่ในสถาน
คมุ้ ครองสวสั ดิภาพ
(๔) สอดส่องและติดตามให้คำปรึกษา แนะนำ และช่วยเหลือแก่เด็กที่ออกจากสถานคุม้ ครองสวสั ดิภาพ
ไปแล้ว
มาตรา ๖๐ ผปู้ กครองสวสั ดิภาพของสถานพฒั นาและฟืน้ ฟูมีอำนาจและหนา้ ท่ี ดงั ต่อไปนี้
(๑) รับเดก็ ที่จำตอ้ งไดร้ บั การบำบดั ฟื้นฟสู มรรถภาพด้านร่างกายหรอื จิตใจไว้ปกครองดูแล
(๒) ทำการสืบเสาะและพินิจเกี่ยวกับเด็กและครอบครัวเพื่อกำหนดแนวทางการพัฒนาและฟื้นฟูเด็กแต่
ละคน
(๓) จัดการศึกษา ฝกึ อบรม สัง่ สอน บำบดั รักษา แนะแนว และฟื้นฟูสภาพรา่ งกายและจิตใจให้เหมาะสม
แก่เด็กแตล่ ะคนทอ่ี ยูร่ ะหว่างการปกครองดูแล
มาตรา ๖๑ ห้ามมิให้เจ้าของ ผู้ปกครองสวัสดิภาพ และผู้ปฏิบัติงานในสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ
สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟู ทำร้ายร่างกายหรือจิตใจ กักขัง ทอดทิ้ง
หรือลงโทษเด็กที่อยู่ในความปกครองดูแลโดยวิธีการรุนแรงประการอื่น เว้นแต่กระทำเท่าที่สมควรเพื่ออบรมส่ัง
สอนตามระเบียบทรี่ ัฐมนตรีกำหนด
มาตรา ๖๒ ในการปฏิบัตหิ น้าทีต่ ามพระราชบัญญตั ินี้ หรือตามที่ได้รบั มอบหมายจากปลัดกระทรวงหรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัด ใหผ้ ูป้ กครองสวสั ดภิ าพเป็นเจ้าพนกั งานตามประมวลกฎหมายอาญา
๒๑
หมวด ๗
การส่งเสริมความประพฤตนิ กั เรยี นและนกั ศกึ ษา
มาตรา ๖๓ โรงเรยี นและสถานศึกษาต้องจดั ให้มรี ะบบงานและกจิ กรรมในการแนะแนวใหค้ ำปรึกษาและ
ฝึกอบรมแก่นักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง เพื่อส่งเสริมความประพฤติที่เหมาะสม ความรับผิดชอบต่อสังคม
และความปลอดภัยแก่นกั เรียนและนักศึกษา ตามหลักเกณฑ์ วธิ ีการ และเงอื่ นไขท่ีกำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖๔ นักเรียนและนักศึกษาต้องประพฤติตนตามระเบียบของโรงเรยี นหรือสถานศึกษาและตามที่
กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖๕ นักเรียนหรือนักศึกษาผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๖๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามระเบียบท่ี
รัฐมนตรีกำหนด และมีอำนาจนำตัวไปมอบแก่ผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษาของนักเรียนหรือนักศึกษาน้ัน
เพื่อดำเนินการสอบถามและอบรมสั่งสอนหรือลงโทษตามระเบียบ ในกรณีที่ไม่สามารถนำตัวไปมอบได้จะแจ้ง
ด้วยวาจาหรือเปน็ หนงั สือก็ได้
เมื่อได้อบรมสั่งสอนหรือลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่หรือผู้บริหารโรงเรีย น
หรอื สถานศกึ ษาแจ้งใหผ้ ้ปู กครองว่ากล่าวตกั เตอื นหรือส่งั สอนเด็กอีกช้ันหน่ึง
การลงโทษนักเรียนหรือนักศึกษาให้กระทำเท่าที่สมควรเพื่อการอบรมสั่งสอนตามระเบียบที่รัฐมนตรี
กำหนด
มาตรา ๖๖ พนักงานเจ้าหน้าที่ตามหมวดนี้มีอำนาจดำเนินการเพื่อส่งเสริมความประพฤตินักเรียนและ
นักศึกษา ดงั ต่อไปนี้
(๑) สอบถามครู อาจารย์ หรือหัวหนา้ สถานศกึ ษา เก่ียวกบั ความประพฤติ การศกึ ษา นสิ ยั และสติปัญญา
ของนกั เรียนหรือนักศึกษาทฝี่ า่ ฝืนมาตรา ๖๔
(๒) เรียกให้ผปู้ กครอง ครู อาจารย์ หรือหัวหนา้ สถานศึกษาทน่ี ักเรียนหรือนักศึกษาน้ันกำลังศึกษาอยู่มา
รับตวั นกั เรียนหรอื นักศกึ ษา เพื่อวา่ กล่าวอบรมส่งั สอนตอ่ ไป
(๓) ใหค้ ำแนะนำแก่ผปู้ กครองในเรื่องการอบรมและสัง่ สอนนกั เรยี นหรือนกั ศกึ ษา
(๔) เรยี กผูป้ กครองมาว่ากลา่ วตักเตือน หรือทำทณั ฑ์บนว่าจะปกครองดแู ลมิใหน้ ักเรียนหรือนักศึกษาฝ่า
ฝนื มาตรา ๖๔ อีก
(๕) สอดส่องดูแลรวมทั้งรายงานต่อคณะกรรมการเกี่ยวกับพฤติกรรมของบุคคลหรือแหล่งที่ชักจูง
นกั เรยี นหรือนักศึกษาใหป้ ระพฤติในทางมิชอบ
(๖) ประสานงานกับผู้บริหารโรงเรียนหรือสถานศึกษา ครู ผู้ปกครอง ตำรวจ หรือพนักงานเจ้าหน้าท่อี ่ืน
เพ่อื ดำเนนิ การใหเ้ ปน็ ไปตามหมวดนี้
มาตรา ๖๗ ในกรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมายหรือระเบียบเกี่ยวกับความประพฤติของ
นักเรยี นหรอื นกั ศึกษา ให้พนักงานเจ้าหนา้ ท่ีมีอำนาจเขา้ ไปในเคหสถาน สถานที่ หรอื ยานพาหนะใดๆ ในระหว่าง
เวลาพระอาทิตยข์ ึน้ ถึงพระอาทติ ยต์ ก หรอื ในระหว่างเวลาทำการ เพ่ือทำการตรวจสอบการฝา่ ฝนื ดังกล่าวได้
ในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแสดงบัตรประจำตัวก่อน และให้บุคคลท่ี
เกี่ยวข้องอำนวยความสะดวกตามสมควร
บตั รประจำตวั พนักงานเจ้าหนา้ ท่ี ให้เปน็ ไปตามแบบท่รี ฐั มนตรีกำหนดโดยประกาศในราชกจิ จานุเบกษา
๒๒
หมวด ๘
กองทุนคมุ้ ครองเดก็
มาตรา ๖๘ ให้รฐั บาลจัดสรรงบประมาณเพ่อื จัดต้งั กองทนุ ขนึ้ กองทุนหนึ่งในสำนักงานปลัดกระทรวงการ
พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เรียกว่า “กองทุนคุ้มครองเด็ก” เพื่อเป็นทุนใช้จ่ายในการส่งเคราะห์ คุ้ม
ครองสวัสดิภาพ และส่งเสริมความประพฤติเด็ก รวมทั้งครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภ์ของเด็กตาม
พระราชบญั ญตั ินี้
มาตรา ๖๙ กองทนุ ประกอบด้วย
(๑) เงินทุนประเดมิ ที่รัฐบาลจัดสรรให้
(๒) เงินที่ไดร้ บั จากงบประมาณรายจา่ ยประจำปี
(๓) เงนิ หรือทรัพยส์ นิ ท่มี ผี ู้บรจิ าคหรอื มอบให้
(๔) เงนิ อดุ หนุนจากต่างประเทศหรอื องค์การระหวา่ งประเทศ
(๕) เงนิ หรอื ทรพั ยส์ ินทีต่ กเป็นของกองทนุ หรอื ที่กองทนุ ไดร้ บั ตามกฎหมายหรอื โดยนิติกรรมอืน่
(๖) เงินทรี่ บิ จากเงนิ ประกนั ของผู้ปกครองท่ีผิดทณั ฑ์บนตามมาตรา ๓๙
(๗) ดอกผลท่ีเกดิ จากเงนิ หรอื ทรัพยส์ ินของกองทนุ
มาตรา ๗๐ เงินและดอกผลที่กองทุนได้รับตามมาตรา ๖๙ ไม่ต้องนำส่งกระทรวงการคลังเป็นรายได้
แผ่นดนิ
มาตรา ๗๑ ให้มีคณะกรรมการบริหารกองทุนคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้แทน
สำนักงบประมาณ ผูแ้ ทนกรมบญั ชีกลาง และผทู้ รงคุณวฒุ ิซ่ึงคณะกรรมการแต่งตั้งไมเ่ กนิ สามคน ในจำนวนนี้ต้อง
เป็นผู้แทนจากภาคเอกชนซึ่งเกี่ยวข้องกับงานด้านสวัสดิการเด็กอย่างน้อยหนึ่งคน เป็นกรรมการ และให้รอง
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งปลัดกระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและ
เลขานกุ าร
มาตรา ๗๒ ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ และมาตรา ๑๕
มาใช้บังคบั กับการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหนง่ และการประชุมของคณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ และการ
แต่งตง้ั คณะอนกุ รรมการของคณะกรรมการบรหิ ารกองทุน โดยอนุโลม
มาตรา ๗๓ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารกองทุนมีอำนาจหนา้ ที่ ดงั ต่อไปน้ี
(๑) บรหิ ารกองทุนให้เปน็ ไปตามระเบียบทค่ี ณะกรรมการกำหนด
(๒) พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินเพื่อการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพและส่งเสริมความประพฤติเด็ก
รวมทงั้ ครอบครัวและครอบครัวอุปถัมภข์ องเดก็ ตามระเบียบทีค่ ณะกรรมการกำหนดหรือตามคำสง่ั ศาล
(๓) รายงานสถานะการเงนิ และการบรหิ ารกองทนุ ต่อคณะกรรมการตามระเบยี บท่ีคณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๗๔ การรับเงิน การจ่ายเงนิ การเก็บรกั ษาเงนิ การจัดหาผลประโยชน์และการจัดการกองทนุ ให้
เปน็ ไปตามระเบยี บที่คณะกรรมการกำหนด
มาตรา ๗๕ ให้มีคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานของกองทุนจำนวนห้าคน
ประกอบด้วย ประธานกรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งคณะกรรมการแต่งตั้งจากผู้ซึ่งมีคว ามรู้
ความสามารถและประสบการณ์ด้านการเงนิ การสวสั ดกิ ารเด็ก และการประเมินผล และให้รองปลดั กระทรวงการ
พฒั นาสงั คมและความมั่นคงของมนษุ ย์ซึ่งปลดั กระทรวงมอบหมายเป็นกรรมการและเลขานกุ าร
ให้นำบทบัญญัติมาตรา ๙ มาตรา ๑๐ มาตรา ๑๑ มาตรา ๑๒ และมาตรา ๑๓ มาใช้บังคับกับการดำรง
ตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการติดตามและประเมินผลตามวรรคหนึ่ง โดย
อนุโลม
๒๓
มาตรา ๗๖ คณะกรรมการตดิ ตามและประเมินผลตามมาตรา ๗๕ มอี ำนาจหน้าที่ ดงั ตอ่ ไปนี้
(๑) ตดิ ตาม ตรวจสอบ และประเมนิ ผลการดำเนินงานของกองทนุ
(๒) รายงานผลการปฏบิ ตั งิ านพร้อมทงั้ ข้อเสนอแนะตอ่ คณะกรรมการ
(๓) มีอำนาจเรียกเอกสารหรือหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับกองทุนจากบุคคลใดหรือเรียกบุคคลใดมาชี้แจง
ขอ้ เทจ็ จริงเพอื่ ประกอบการพจิ ารณาประเมนิ ผล
มาตรา ๗๗ ใหค้ ณะกรรมการบรหิ ารกองทนุ จดั ทำงบดลุ และบัญชที ำการส่งผสู้ อบบัญชีตรวจสอบภายใน
หนงึ่ ร้อยยสี่ บิ วันนับแต่วันสิ้นปบี ญั ชที กุ ปี
ให้สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินเป็นผู้สอบบัญชีของกองทุนทุกรอบปีแล้วทำรายงานผลการสอบและ
รับรองบัญชีและการเงินของกองทุนเสนอต่อคณะกรรมการภายในหนึ่งร้อยห้าสิบวันนับแต่วันสิ้นปีบัญชีเพื่อ
คณะกรรมการเสนอตอ่ คณะรัฐมนตรเี พื่อทราบ
รายงานผลการสอบบัญชีตามวรรคสองให้รัฐมนตรีเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำเสนอต่อรัฐสภาเพื่อ
ทราบและจดั ให้มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๙
บทกำหนดโทษ
มาตรา ๗๘ ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา ๒๖ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท
หรือทัง้ จำทั้งปรบั
มาตรา ๗๙ ผู้ใดฝา่ ฝนื มาตรา ๒๗ มาตรา ๕๐ หรือมาตรา ๖๑ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ หกเดือน หรือ
ปรับไม่เกนิ หกหมืน่ บาท หรอื ทัง้ จำท้งั ปรบั
มาตรา ๘๐ ผู้ใดขัดขวางไม่ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามมาตรา ๓๐ (๑) หรือ (๕) หรือไม่ยอมส่ง
เอกสารหรือส่งเอกสารโดยรู้อย่วู า่ เป็นเอกสารเท็จแก่พนักงานเจ้าหน้าท่เี มื่อถูกเรยี กให้ส่งตามมาตรา ๓๐ (๔) ต้อง
ระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหนง่ึ เดอื น หรือปรบั ไม่เกินหน่ึงหม่นื บาท หรือทง้ั จำทง้ั ปรับ
ผู้ใดไม่ยอมมาให้ถ้อยคำ ไม่ยอมให้ถ้อยคำโดยไม่มีเหตุอันสมควร หรือให้ถ้อยคำอันเป็นเท็จต่อพนักงาน
เจ้าหนา้ ทซ่ี ง่ึ ปฏิบตั หิ น้าที่ตามมาตรา ๓๐ (๓) ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกนิ หนึ่งเดอื น หรือปรบั ไมเ่ กนิ หน่งึ หม่ืนบาท
หรอื ทัง้ จำทั้งปรับ แต่ถ้าผูใ้ ห้ถ้อยคำกลับใหข้ ้อความจริงในขณะท่ีการให้ถ้อยคำยังไมเ่ สร็จสิ้น การดำเนินคดีอาญา
ตอ่ บคุ คลนนั้ ใหเ้ ปน็ อนั ระงบั ไป
มาตรา ๘๑ ผูใ้ ดฝ่าฝนื ขอ้ กำหนดของศาลในการคุมความประพฤติ หา้ มเข้าเขตกำหนด หรือห้ามเข้าใกล้
ตัวเด็กตามมาตรา ๔๓ ต้องระวางโทษจำคกุ ไม่เกินหนง่ึ เดือน หรอื ปรบั ไมเ่ กินหนึง่ หม่ืนบาท หรือทงั้ จำทง้ั ปรบั
มาตรา ๘๒ ผู้ใดจดั ตงั้ หรอื ดำเนินกิจการสถานรับเลย้ี งเดก็ สถานแรกรบั สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครอง
สวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูตามมาตรา ๕๒ โดยมิได้รับใบอนุญาตหรือใบอนุญาตถูกเพิกถอนหรือ
หมดอายุ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไม่เกินหนงึ่ เดือน หรือปรบั ไม่เกินหนง่ึ หมน่ื บาท หรอื ทั้งจำท้งั ปรับ
ถ้าผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งได้ยื่นคำขออนุญาตหรือยื่นคำขอต่อใบอนุญาตภายในระยะเวลาท่ี
พนกั งานเจ้าหน้าทีก่ ำหนด การดำเนนิ คดอี าญาตอ่ บุคคลนนั้ ให้เป็นอันระงับไป
มาตรา ๘๓ เจ้าของหรือผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์
สถานคุ้มครองสวัสดิภาพ หรือสถานพัฒนาและฟื้นฟูผู้ใดไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ หรือกฎกระทรวง หรือ
ระเบยี บท่อี อกตามความในพระราชบัญญตั ิน้ี ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กินหนึ่งเดือน หรือปรับไมเ่ กินหน่ึงหม่ืนบาท
หรือท้ังจำทัง้ ปรบั
๒๔
ถ้าผู้ฝ่าฝืนบทบัญญัติในวรรคหนึ่งได้ดำเนินการแก้ไขหรือปฏิบัติตามคำแนะนำของพนักงานเจ้าหน้าท่ี
หรอื ผ้มู หี นา้ ทคี่ ุ้มครองสวัสดภิ าพเดก็ ตามมาตรา ๒๔ แล้ว การดำเนนิ คดีอาญาตอ่ บุคคลน้นั ให้เป็นอันระงับไป
มาตรา ๘๔ ผู้ใดกระทำการเป็นผู้ปกครองสวัสดิภาพของสถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ สถานคุ้มครอง
สวัสดิภาพ และสถานพัฒนาและฟื้นฟูโดยมิได้รับแต่งตั้งตามมาตรา ๕๕ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน
หรอื ปรับไม่เกินหนึ่งหมน่ื บาท หรอื ท้ังจำทง้ั ปรบั
มาตรา ๘๕ ผูใ้ ดกระทำการอนั เป็นการยยุ ง สง่ เสรมิ ชว่ ยเหลือ หรือสนับสนุนให้นกั เรยี นหรอื นกั ศกึ ษาฝ่า
ฝืนบทบัญญัติตามมาตรา ๖๔ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามเดือน หรือปรับไม่เกินสามหมื่นบาท หรือทั้งจำท้ัง
ปรับ
มาตรา ๘๖ ผู้ใดไม่อำนวยความสะดวกแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา ๖๗ ต้องระวาง
โทษจำคกุ ไมเ่ กนิ หน่ึงเดอื น หรอื ปรับไม่เกนิ หนงึ่ หม่นื บาท หรือทง้ั จำท้งั ปรับ
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๘๗ ให้สถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถานสงเคราะห์ และสถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กของ
หน่วยราชการ หรอื ของเอกชนที่ไดร้ ับอนญุ าต ตามประกาศของคณะปฏวิ ัติ ฉบับท่ี ๒๙๔ ลงวนั ที่ ๒๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๑๕ ที่ดำเนินกิจการอยู่จนถึงวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับเป็นสถานรับเลี้ยงเด็ก สถานแรกรับ สถาน
สงเคราะห์ และสถานคมุ้ ครองสวัสดภิ าพตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๘๘ บรรดากฎกระทรวง ข้อบังคบั ระเบยี บ ประกาศ หรอื คำส่ังทอ่ี อกโดยอาศยั อำนาจตามความ
ในประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏิวัติ
ฉบับที่ ๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ให้คงใช้บังคับต่อไปได้เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้
จนกว่าจะมีการออกกฎกระทรวง ข้อบังคับ ระเบียบ ประกาศ หรอื คำสงั่ ตามพระราชบัญญัตนิ ี้
ผรู้ บั สนองพระบรมราชโองการ
พนั ตำรวจโท ทกั ษณิ ชนิ วตั ร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่
๑๓๒ ลงวันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๕ และประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๙๔ ลงวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน
พ.ศ. ๒๕๑๕ ใช้บังคับมาเป็นเวลานานสาระสำคัญและรายละเอยี ดเกี่ยวกับวิธีการสงเคราะห์ คุ้มครองสวัสดิภาพ
และส่งเสริมความประพฤติเด็ก ไม่เหมาะสมกับสภาพสังคมปัจจุบัน สมควรกำหนดขั้นตอนและปรับปรุงวิธีการ
ปฏิบัติต่อเด็กให้เหมาะสมยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กได้รับการอุปการะเลี้ยงดู อบรมสั่งสอน และมีพัฒนาการที่เหมาะสม
อันเป็นการส่งเสริมความมั่นคงของสถาบันครอบครัว รวมทั้งป้องกันมิให้เด็กถูกทารุณกรรม ตกเป็นเครื่องมือใน
การแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบ หรือถูกเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมและสมควรปรับปรุงวิธีการส่งเสริมความ
รว่ มมือในการคุ้มครองเด็กระหว่างหนว่ ยงานของรฐั และเอกชนให้เหมาะสมย่ิงขน้ึ เพือ่ ใหส้ อดคล้องกบั รัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และอนสุ ัญญาว่าดว้ ยสิทธเิ ด็ก จงึ จำเป็นต้องตรา
พระราชบญั ญัตนิ ี้
๒๕
๒.๒ ระเบยี บ กฎหมายความผดิ เกี่ยวกับเพศ และความผิดต่อเสรีภาพ
► พรากผู้เยาว์
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 317 บัญญัติว่า ผู้ใดโดยปราศจากเหตุอันสมควรพรากเด็กอายุยัง
ไมเ่ กนิ สบิ ห้าปี ไปเสยี จากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดแู ล ตอ้ งระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 3 ปี ถึง 15 ปี และปรับ
ต้ังแต่ 6,000 บาท ถงึ 30,000 บาท ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 318 บญั ญตั ิว่า ผ้ใู ดพรากผ้เู ยาวอ์ ายุกว่า
สิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปดปีไปเสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล โดยผู้เยาว์นั้นไม่เต็มใจไปด้วย ต้อง
ระวางโทษจำคุกตัง้ แต่ 2 ปถี งึ 10 ปี และปรบั ตัง้ แต่ 4,000 บาท ถึง 20,000 บาท ความผดิ ฐานพรากเด็กหรือ
พรากผู้เยาว์ เป็นการพาเด็กหรือผู้เยาว์ไป หรอื แยกเด็กหรือผเู้ ยาว์ออกไปจากความปกครองดูแลของบิดา มารดา
หรือผู้ปกครองของเด็กหรือผูเ้ ยาว์ หากการพรากเด็กหรือผู้เยาว์ไปเพื่อการอนาจาร เช่น พาไปกอดจูบ ลูบคลำ ผู้
นั้นจะต้องได้รับโทษหนักยิ่งขึ้น โดยเฉพาะหากมีการร่วมประเวณีหรือมีเพศสัมพันธ์ ผู้นั้นจะต้องถูกดำเนินคดี
ข้อหาข่มขืนกระทำชำเราอีกข้อหาหนึ่ง มีโทษหนักมาก แม้ผู้เยาว์นั้นจะยินยอมไปด้วย ผู้ที่พรากก็ต้องมีความผิด
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 319 ซึ่งบญั ญัติว่า ผู้ใดพรากผูเ้ ยาว์อายุเกินกวา่ สิบห้าปีแต่ยังไม่เกินสิบแปด
ปีไป เสียจากบิดา มารดา ผู้ปกครอง หรือผู้ดูแล เพื่อหากำไร หรือเพื่อการอนาจาร โดยผู้เยาว์นั้นเต็มใจไปด้วย
ต้องระวางโทษจำคกุ ตัง้ แต่ 2 ปี ถงึ 10 ปี และปรับตง้ั แต่ 4,000 บาท ถึง 20,000 บาท
► กระทำอนาจาร
ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 278 บัญญัติวา่ ผ้ใู ดกระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสบิ ห้าปี โดยขู่
เข็ญด้วยประการใด ๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยบุคคลนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ หรือโดยทำให้
บุคคลนนั้ เขา้ ใจผดิ วา่ ตนเปน็ บคุ คลอืน่ ตอ้ งระวางโทษจำคุกไมเ่ กิน 10 ปี หรอื ปรบั ไมเ่ กิน 20,000 บาท หรือท้ัง
จำทง้ั ปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 279 บัญญัติวา่ ผ้ใู ดกระทำอนาจารแก่เด็กอายไุ มเ่ กนิ สิบห้าปี โดย
เด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้ง
ปรับ ความผิดฐานกระทำอนาจารเป็นการกระทำที่น่าอับอาย น่าบัดสี ลามก เช่น กอด จูบ ลูบคลำ หรือจับ
อวัยวะเพศหญงิ หน้าอก รวมถงึ การจับเนื้อตอ้ งตวั หญงิ กต็ าม ก็ถอื วา่ เปน็ ความผดิ ขอ้ หากระทำอนาจาร แม้วา่ เด็ก
ที่ถกู กระทำจะยินยอมให้กระทำการดังกล่าวก็ยงั มคี วามผดิ หากเด็กนัน้ อายไุ มเ่ กนิ สบิ ห้าปี
► ขม่ ขืน กระทำชำเรา
ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 276 บัญญัติว่า ผู้ใดข่มขืนกระทำชำเราหญิงอื่น ซึ่งมิใช่ภริยาของ
ตน โดยขู่เขญ็ ดว้ ยประการใด ๆ โดยใช้กำลงั ประทุษรา้ ย โดยหญิงอยูใ่ นภาวะท่ีไม่สามารถขดั ขนื ได้ หรือโดยทำให้
หญิงเข้าใจผิดว่าตนเป็นบุคคลอื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาท ถึง
40,000 บาท ความผดิ ฐานข่มขนื กระทำชำเราเป็นการบงั คับใจ ฝนื ใจหญิงอื่นท่ีมใิ ช่ภริยาของตน โดยหญิงน้นั ไม่
ยินยอม หรือใช้กำลังบังคับจนหญิงนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ จนผู้กระทำผิดล่วงเกินทางเพศ หรือมี
เพศสัมพันธ์กับหญิงนั้น หากเป็นการข่มขืนกระทำชำเราเด็กหญิงอายุไม่เกินสิบห้าปี ซึ่งมิใช่ภริยาของตน โดย
เด็กหญิงนนั้ จะยนิ ยอมหรือไมก่ ็ตาม ผู้นนั้ จะตอ้ งได้รบั โทษจำคกุ ตงั้ แต่ 4 ปี ถงึ 20 ปแี ละปรบั ตั้งแต่ 8,000 บาท
ถึง 40,000 บาท เช่น นายหมึกได้ใช้กำลังฉุดนางสาวนุ่น อายุ 22 ปี ในขณะที่นางสาวนุ่นกำลังกลับจากท่ี
ทำงาน และนำนางสาวนุ่นไปกักขังไว้พร้อมทั้งข่มขืนกระทำชำเราเช่นนี้ นายหมึกมีความผิดข่มขืนกระทำชำเรา
และกักขังหน่วงเหนี่ยวร่างกายผูอ้ ื่น ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 4 ปี ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 8,000 บาท ถึง
40,000 บาท
๒๖
๒.๓ ระเบียบ กฎหมายความผดิ เกีย่ วกับยาเสพติดใหโ้ ทษ
ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ หมายถงึ สารเคมี หรอื วตั ถุพษิ ชนดิ ใดชนิดหนง่ึ ซึง่ เมอื่ เสพเข้าสรู่ ่างกาย ไมว่ ่า
จะโดยรบั ประทาน ดม สบู ฉดี หรือดว้ ยประการใดๆ แลว้ ทำใหเ้ กิดผลต่อรา่ งกายและจติ ใจในลักษณะสำคญั เช่น
ต้องเพ่มิ ขนาดการเสพขึ้นเป็นลำดับ มีอาการถอนยาเม่ือขาดยา มีความต้องการเสพท้งั ร่างกายและจิตใจอย่าง
รนุ แรงอยตู่ ลอดเวลา และสขุ ภาพโดยท่ัวไปจะทรุดโทรมลง
เสพ หมายถึง การรับยาเสพติดใหโ้ ทษเขา้ ส่รู ่างกาย ไม่วา่ ด้วยวิธใี ดๆ ยาเสพตดิ ให้โทษ แบ่งออกเปน็ 5
ประเภท คอื
ประเภท 1 ยาเสพติดใหโ้ ทษชนดิ ร้ายแรง เชน่ เฮโรอีน
ประเภท 2 ยาเสพติดให้โทษท่ัวไป เช่น มอรฟ์ ีน โคคาอนี ฝ่นิ ยา
ประเภท 3 ยาเสพตดิ ให้โทษทม่ี ลี กั ษณะเป็นตำรับยาและมียาเสพติดใหโ้ ทษในประเภท 2 ผสมอยู่ด้วย
ประเภท 4 สารเคมีท่ีใช้ในการผลติ ยาเสพติดใหโ้ ทษประเภท 1 หรือประเภท 2 เชน่ อาเซตกิ แอนดไ์ อ
ไดร์
ประเภท 5 ยาเสพตดิ ใหโ้ ทษทม่ี ิได้เขา้ อยูใ่ นประเภท 1 ถึงประเภท 4 เช่น กัญชา พชื กระท่อม
๒.๓.๑ ความผิดเกยี่ วกับเสพยาเสพตดิ ใหโ้ ทษ
► เสพกัญชา
ตามพระราชบญั ญตั ิยาเสพตดิ ให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 92 บญั ญัติ ว่าผูใ้ ดเสพยาเสพติดให้
โทษประเภท 5 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ดังนั้น ผู้ใดเสพกัญชาไม่ว่าด้วยวิธีการใด ๆ เช่น เอากัญชาผสมบุหรี่แล้วสูบ หรือเสพกัญชาโดยใช้บ้อง
กัญชาถือว่าผู้นั้นมีความผิดฐานเสพยาเสพติด ให้โทษประเภท 5 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปีหรือปรับไม่
เกนิ 20,000 บาท
► เสพยาบา้ หรอื เฮโรอีน
ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 91 บัญญัติว่าผู้ใดเสพยาเสพติดให้
โทษประเภท 1 ตอ้ งระวางโทษจำคุกตงั้ แต่ 6 เดอื น ถึง 3 ปีหรอื ปรับตั้งแต่ 10,000 บาท ถงึ 60,000
บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ดังนั้น ผู้ใดเสพยาเสพติดให้โทษประเภท 1 เช่น ยาบ้า เฮโรอีน ไม่ว่าโดยวธิ ีการ
สูดดมจากการรมควัน หรือฉีดเฮโรอีนเข้าเส้นเลือด สูดดมเข้าทางจมูก ถือว่าผู้นั้นมีความผิดฐานเสพยา
เสพติดให้โทษประเภท 1 ซึง่ มโี ทษจำคุกหนกั กวา่ กญั ชา
► เสพสารระเหย
สารระเหย หมายความว่า สารเคมี หรอื ผลิตภณั ฑ์ท่รี ฐั มนตรปี ระกาศว่าเป็นสารระเหย
เช่นกาวต่าง ๆ ผู้ตดิ สารระเหย หมายความว่า ผู้ซ่ึงต้องใช้สารระเหยบาบดั ความต้องการของ
ร่างกายและจติ ใจเป็นประจาความผดิ ฐานเสพสารระเหยนนั้ ตามพระราชกาหนดป้องกนั การใชส้ าร
ระเหย พ.ศ. 2533 มาตรา 17 บญั ญัติว่า “ห้ามมใิ ห้ผู้ใดใช้สารระเหยบาบดั ความต้องการของ
รา่ งกาย หรอื จติ ใจ ไม่วา่ โดยวธิ กี ารสดู ดม หรอื วธิ อี ่นื ใด หากผใู้ ดฝ่าฝืน มโี ทษจาคุกไม่กนิ 2 ปีหรอื
ปรบั ไมเ่ กนิ 20,000 บาท หรอื ทงั้ จาทงั้ ปรบั ”
๒๗
๒.๓.๒ ความผดิ เกย่ี วกับครอบครองยาเสพติดใหโ้ ทษ
ความผิดฐานครอบครองยาบ้าหรือเฮโรอีนตาม พ.ร.บ. ยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522
มาตรา 15 บัญญัติว่า ห้ามมิให้ผู้ใดผลิต นำเข้า ส่งออก จำหน่าย หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษใน
ประเภท 1 ซง่ึ มาตรา 67 บญั ญตั ิวา่ ผูใ้ ดมไี วใ้ นครอบครองซ่ึงยาเสพตดิ ให้โทษในประเภท 1 โดยไมไ่ ดร้ ับอนุญาต
ตอ้ งระวางโทษจำคกุ ตง้ั แต่ 1 ปี ถงึ 10 ปี หรือปรับตัง้ แต่ 20,000 บาท ถงึ 200,000 บาท หรือทั้งจำท้ังปรับ
หากผู้ใดครอบครองยาเสพตดิ ใหโ้ ทษในประเภท 1 ประเภทยาบ้าเกนิ 15 เม็ด กฎหมายสันนษิ ฐานไวก้ อ่ นวา่ ผูน้ ้นั
ได้ครอบครองยาเสพตดิ ใหโ้ ทษในประเภท 1 ไว้เพ่อื จำหน่าย ซง่ึ มีอัตราโทษจำคุกตงั้ แต่ 4 ปี ถงึ ตลอดชีวิต
๒.๔ ระเบยี บ กฎหมายความผิดเก่ียวกับการจราจรทางบก และการใชร้ ถ
ผขู้ ับข่รี ถยนต์หรือรถจักรยานยนต์จะต้องได้รบั อนญุ าตจากเจ้าหนา้ ที่นายทะเบยี นเสียก่อน โดย
กล่าวคือ ต้องมีใบอนุญาตขับรถ หรือใบอนุญาตขับขี่รถจักรยานยนต์ ซึ่งออกให้โดยนายทะเบียน มิฉะนั้นจะมี
ความผิดตามพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.2522 มาตรา 42 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ขับรถต้องได้รับใบอนุญาตขับรถ
และต้องมีใบอนุญาตขับรถ และสำเนาภาพถ่ายใบคู่มือจดทะเบียนรถในขณะขับรถ และมาตรา 34 บัญญัติว่า
ผู้ใดขับรถโดยไมไ่ ด้รบั ใบอนุญาตขบั รถต้องระวางโทษจำคุกไม่เกนิ 1 เดือน หรือปรับไมเ่ กิน 1,000 บาท หรือท้ัง
จำทั้งปรับ นอกจากน้ี ขณะขับรถหรือขับขี่รถจักรยานยนต์ สภาพร่างกายของผู้ขับขี่จะต้องปกติ สมบูรณ์ ไม่มี
อาการหย่อนความสามารถในการขับขี่ หรืออาการเมาสุรา หรือของเมาอย่างอื่น มิฉะนั้นผู้ขับข่ีจะต้องมีความผดิ
ตาม พ.ร.บ.จราจรทางบก พ.ศ. 2522 มาตรา 160 วรรคสาม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับตั้งแต่
2,000 บาท ถงึ 10,000 บาท หรอื ทั้งจำทั้งปรับ
๒๘
บทท่ี ๓
การเสรมิ สร้างความปลอดภัยในสถานศึกษา
๑. ขอบขา่ ยความปลอดภยั ของสถานศึกษา
ขอบข่ายความปลอดภยั ของสถานศึกษา 4 กลุ่มภัย ดงั นี้
1) ภัยท่ีเกดิ จากการใช้ความรุนแรงของมนษุ ย์ (Violence)
2) ภัยทเ่ี กิดจากอุบัติเหตุ (Accident)
3) ภัยทเ่ี กดิ จากการถูกละเมิดสิทธิ์ (Right)
4) ภัยท่ีเกดิ จากผลกระทบทางสขุ ภาวะทางกายและจิตใจ (Unhealthiness) มอี งค์ประกอบ
ดังน้ี
1.๑ ภัยที่เกดิ จากการใชค้ วามรนุ แรงของมนษุ ย์ (Violence)
1) การลว่ งละเมดิ ทางเพศ 2) การทะเลาะวิวาท
3) การกลั่นแกล้งรังแก 4) การชมุ นุมประท้วงและการจลาจล
5) การก่อวินาศกรรม 6) การระเบดิ
7) สารเคมีและวัตถอุ นั ตราย 8) การล่อลวง ลักพาตวั
1.2 ภัยทเ่ี กิดจากอบุ ัติเหตุ (Accident)
1) ภยั ธรรมชาติ 2) ภัยจากอาคารเรยี น สงิ่ กอ่ สรา้ ง
3) ภัยจากยานพาหนะ 4) ภัยจากการจดั กิจกรรม
5) ภัยจากเคร่อื งมอื อปุ กรณ์
1.3 ภัยทเี่ กดิ จากการถูกละเมดิ สทิ ธิ์ (Right)
1) การถกู ปล่อยปละ ละเลย ทอดทิ้ง
2) การคุกคามทางเพศ
3) การไม่ไดร้ ับความเป็นธรรมจากสงั คม
1.4 ภัยทเ่ี กดิ จากผลกระทบทางสุขภาวะทางกายและจิตใจ (Unhealthiness)
1) ภาวะจติ เวช 2) ตดิ เกม
3) ยาเสพติด 4) โรคระบาดในมนุษย์
5) ภยั ไซเบอร์ 6) การพนัน
7) มลภาวะเป็นพิษ 8) โรคระบาดในสตั ว์
9) ภาวะทพุ โภชนาการ
2. มาตรการความปลอดภัยสถานศึกษา
มาตรการความปลอดภัยของสถานศึกษามุ่งเนน้ ใหเ้ กดิ ความปลอดภัยต่อนักเรยี น ครู และ
บคุ ลากรทางการศึกษาอยา่ งย่ังยืน โดยเน้นมาตรการที่เข้มงวดในมาตรการ 3 ป ดังนี้
2.1 การป้องกนั หมายถงึ การดำเนินการเพ่ือไมใ่ หเ้ กดิ ปญั หา อปุ สรรค หรือความไมป่ ลอดภยั
ตอ่ นกั เรียน ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา โดยการสรา้ งมาตรการปอ้ งกนั จากปัจจยั เสยี่ งท่อี าจเกดิ ข้ึน
ทง้ั ในและนอกสถานศึกษา ดังนี้
1) การประเมินปจั จยั เสี่ยงของสถานศึกษา
2) การกำหนดพ้นื ที่ความปลอดภัย
๒๙
3) การจดั ทำแผนความปลอดภยั สถานศกึ ษา
4) การจัดสภาพแวดล้อมและบรรยากาศของสถานศึกษา
5) การจดั โครงสรา้ งบรหิ ารจัดการความปลอดภัยสถานศึกษา
6) การจดั โครงสรา้ งข้อมูลสารสนเทศความปลอดภัยสถานศึกษา
7) การสรา้ งการมสี ว่ นร่วมของสถานศกึ ษาและภาคีเครือข่าย
8) การจดั ระบบช่องทางการส่ือสารด้านความปลอดภัยสถานศกึ ษา
9) การจดั ระบบคัดกรองและดแู ลชว่ ยเหลือนกั เรยี น
10) การประเมนิ นักเรยี นรายบคุ คล ดา้ นรา่ งกาย จิตใจ สงั คม สตปิ ัญญา และความต้องการ
ช่วยเหลอื
2.2 การปลูกฝัง หมายถึง การดำเนนิ การเกยี่ วกับการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจ จิตสำนึก
และเจตคติท่ีดแี ละการสรา้ งเสริมประสบการณเ์ พื่อใหเ้ กดิ ทักษะในการปอ้ งกันภยั ให้แก่นักเรยี น ครู และ
บุคลากรทางการศึกษา ดังนี้
1) การสรา้ งจติ สำนกึ ความตระหนัก การรับรู้ และความเข้าใจดา้ นความปลอดภัยให้กับตนเอง
และผ้อู ืน่
2) การจัดกิจกรรมสรา้ งความรูค้ วามเขา้ ใจ และพัฒนาองค์ความรเู้ ก่ียวกับความปลอดภัย ให้แก่
นกั เรยี น ครู บคุ ลากรทางการศกึ ษา และผูป้ กครอง
3) การจัดกิจกรรมเสริมสรา้ งทักษะ ประสบการณ์ และสมรรถนะด้านความปลอดภัย ให้แก่
นักเรยี น
2.3 การปราบปราม หมายถงึ การดำเนนิ การจดั การแก้ไขปัญหา การชว่ ยเหลอื เยยี วยา ฟน้ื ฟู
และดำเนินการตามข้ันตอนของกฎหมาย ไดแ้ ก่
1) การจัดการแก้ไขปญั หาความไมป่ ลอดภัยในสถานศึกษา
2) การชว่ ยเหลือ เยียวยา ฟนื้ ฟู จติ ใจบคุ คลผู้ประสบเหตุความไมป่ ลอดภัย
3) การดำเนนิ การตามขน้ั ตอนของกฎหมายที่เกยี่ วข้อง
๓๐
มาตรการ ๓ ป
การปอ้ งกัน หมายถงึ การดำเนินการเพือ่ ไม่ใหเ้ กดิ
ปัญหา อุปสรรค หรอื ความไมป่ ลอดภัย ตอ่ นักเรยี น
ครู และบคุ ลากรทางการศกึ ษา โดยการสรา้ ง
มาตรการป้องกันจากปัจจัยเสยี่ งท่อี าจเกิดขน้ึ ท้ังใน
และนอกสถานศกึ ษา
การปลูกฝงั หมายถึง การดำเนินการเกี่ยวกบั การ
เสริมสรา้ งความรู้ ความเข้าใจ จติ สำนึก และ
เจตคตทิ ่ดี ี และการสร้างเสริมประสบการณเ์ พอ่ื ให้
เกิดทกั ษะในการป้องกนั ภยั ให้แก่นักเรียน ครู และ
บคุ ลากรทางการศกึ ษา
การปราบปราม หมายถงึ การดำเนินการ
จัดการแก้ไขปัญหา การช่วยเหลือ เยียวยา ฟื้นฟู
และดำเนินการตามขัน้ ตอนของกฎหมาย
๓๑
๓.โครงสร้างการบรหิ ารจดั การความปลอดภัยของโรงเรียนบ้านเขาลูกโล่
ผูอ้ ำนวยการโรงเรียนบ้านเขาลูกโล่
เครอื ข่ายภาครัฐ คณะกรรมการสถานศึกษา
ภาคเอกชน ขน้ั พน้ื ฐาน
ภาคประชาชน
และผ้ปู กครองนักเรยี น
โรงเรยี นบ้านเขาลกู โล่
-สถานตี ำรวจภูธรตำบลเมอื งการุง้
-รพ.ส่งเสรมิ สขุ ภาพประจำตำบลบา้ นใหมค่ ลองเคยี น
คณะทำงานโรงเรยี นบ้านเขาลกู โล่
ครปู ระจำชน้ั ครแู นะแนว ครูฝ่ายปกครอง สภานักเรยี น
4. ขน้ั ตอนการดำเนนิ งานความปลอดภัยสถานศกึ ษา
การดำเนนิ งานความปลอดภยั ของสถานศึกษา มีขั้นตอนดังน้ี
4.๑ การประเมินสภาพความเสย่ี งด้านความปลอดภยั และจัดลำดับความเสีย่ ง
4.2 การจดั ทำแผนดำเนนิ การความปลอดภยั
4.3 การดำเนินการตามมาตรการ
๔.๔ การดำเนนิ การตามขอบขา่ ยความปลอดภยั
๔.๕ การกำกับ ติดตาม และประเมนิ ผล
๓๒
๕. มาตรการความปลอดภยั สถานศึกษา ใชห้ ลัก 3 ป ไดแ้ ก่ การป้องกัน ปลกู ฝงั และปราบปราม โดยมี
รายละเอียดแนวทางการปฏิบตั แิ ละตัวช้ีวดั ดังน้ี
๕.๑)การปอ้ งกนั
ตาราง 1 การดำเนนิ การตามมาตรการการป้องกันเพอ่ื ให้เกดิ ความปลอดภัยในสถานศกึ ษา
การปอ้ งกัน แนวทางการปฏบิ ตั ิ ตัวชี้วัด
1) กำหนดพื้นทค่ี วาม 1.1 ประชมุ ชี้แจง วางแผน การดำเนนิ - สถานศึกษาทกุ แห่งมกี าร
ปลอดภยั งานด้านความปลอดภัยสถานศึกษารว่ มกบั กำหนดพน้ื ท่กี ารควบคุม
บคุ ลากร ภาคีเครือข่าย และหน่วยงาน ความปลอดภยั ปา้ ย
องค์กร ผูม้ สี ว่ นเกี่ยวข้อง สญั ลักษณ์และอปุ กรณ์
1.๒ กำหนดพืน้ ท่คี วบคุมความปลอดภัย ควบคมุ ความปลอดภัยสว่ น
รวมถงึ ปา้ ยสัญลักษณ์ และอุปกรณค์ วบคุม บุคคล
ความปลอดภยั สว่ นบคุ คล
1.๓ จดั ทำป้ายสัญลักษณ์แสดงความเส่ียง
ในพ้นื ที่ท่ีมีความเสี่ยง
1.๔ จดั ทำระบบขอ้ มลู สารสนเทศดา้ น
ความปลอดภยั ของสถานศึกษา
2)จัดทำแผนความ 2.1 แตง่ ต้ังคณะกรรมการความปลอดภัย - สถานศึกษาทุกแห่งมีแผน
ปลอดภยั ของ สถานศกึ ษา โดยการมสี ว่ นรว่ มจากภาคี ความปลอดภยั สถานศึกษาที่
สถานศกึ ษา เครอื ข่ายและผมู้ สี ่วนเก่ยี วข้อง ครอบคลุมทกุ มติ ิ
2.2 เสนอแผนความปลอดภัยของสถาน
3) การจดั ศึกษาตอ่ คณะกรรมการสถานศกึ ษา - สถานศึกษาทกุ แห่งจัด
สภาพแวดลอ้ มและ ขัน้ พ้นื ฐาน สภาพแวดล้อมและ
บรรยากาศของ ๒.๓ กำหนดระยะเวลาการดำเนนิ งานและ บรรยากาศ ท่ีมคี วาม
สถานศึกษา ผู้รับผิดชอบงาน ปลอดภัยต่อ นกั เรยี น ครู
๒.๔ กำหนดนโยบายความปลอดภัยของ และบคุ ลากรทางการศึกษา
สถานศกึ ษา
๒.๕ เผยแพร่ ประชาสมั พนั ธน์ โยบาย
และแผนความปลอดภัยสถานศกึ ษา
3.1 จดั สภาพแวดลอ้ มทางกายภาพภมู ทิ ศั น์
หอ้ งเรียน ห้องปฏิบัติการ ห้องน้ำ ห้องพิเศษ
และห้องอน่ื ๆ ให้มคี วามปลอดภยั
3.๒ จดั ทำแหลง่ เรียนรู้เพื่อเสรมิ สร้าง
ความปลอดภยั ในสถานศกึ ษาท่ีหลากหลาย
การปอ้ งกนั แนวทางการปฏบิ ตั ิ ๓๓
4) การจดั โครงสร้าง ๔.1 สำรวจและประเมินสภาพความเสยี่ ง ตัวชี้วดั
บรหิ ารจดั การความ ดา้ นความปลอดภยั สถานศกึ ษา
ปลอดภัยสถานศึกษา 4.๒ สถานศกึ ษาจดั ทำโครงสรา้ งบริหาร - สถานศกึ ษาทุกแห่ง
จัดการความปลอดภยั สถานศึกษา จดั ระบบโครงสรา้ งในการ
4.๓ กำหนดบทบาทหน้าท่ี ภาระงานของ บริหารจัดการความ
คณะกรรมการ ปลอดภยั สถานศึกษา
4.๔ จัดทำปฏิทนิ การปฏิบตั ิงานของคณะ
กรรมการความปลอดภัยสถานศึกษา - สถานศึกษาทกุ แห่งมีระบบ
4.5 ประสานความร่วมมือของคณะ ข้อมูลสารสนเทศความ
กรรมการ ภาคีเครอื ขา่ ย และหนว่ ย ปลอดภัยสถานศึกษา
งานต้นสังกัด
- สถานศึกษาทกุ แห่งมี
5) การจดั ทำข้อมูล 5.1 แต่งต้งั คณะทำงานเพื่อจัดทำระบบ เครอื ข่ายความร่วมมือความ
สารสนเทศ ขอ้ มลู สารสนเทศความปลอดภัยของสถาน ปลอดภยั อย่างน้อย ๑
ความปลอดภัย ศกึ ษา เครอื ข่าย
สถานศึกษา 5.2 จัดหาเครือ่ งมือ วสั ดุ อุปกรณใ์ นการ
เก็บรวบรวมขอ้ มูลสารสนเทศ
5.3 เก็บรวบรวมขอ้ มลู อยา่ งครบถว้ นรอบ
ดา้ น
5.4 วิเคราะหข์ ้อมูล จัดระบบหมวดหมู่
สารสนเทศ
5.5 จดั ทำรายงานระบบข้อมูลสารสนเทศ
และจดั เก็บอยา่ งเปน็ ระบบ
6) การสรา้ งการมสี ว่ น 6.1 ประสานความรว่ มมอื ในการสร้าง
ร่วมของสถานศึกษา เครือข่ายการมีส่วนร่วมในพ้ืนทแี่ ละ
และภาคีเครือข่าย ภาคสว่ นตา่ งๆ
6.2 มกี ารประชุมวางแผนเพื่อเสรมิ สร้าง
ความปลอดภัยสถานศึกษารว่ มกัน
6.3 มีกิจกรรมการดำเนินงานในการเสรมิ
สรา้ งความปลอดภัยสถานศกึ ษา
6.4 มกี ารประเมินผลรว่ มกัน
6.5 มีการเผยแพร่ ประชาสมั พนั ธค์ วาม
ร่วมมือ
๖.๖ มีการยกย่องชมเชยภาคเี ครือขา่ ย
ความร่วมมือ
๓๔
การป้องกัน แนวทางการปฏิบตั ิ ตวั ช้วี ัด
7) การจดั ระบบ 7.1 แต่งต้งั คณะทำงานด้านการสอื่ สาร - สถานศึกษาทกุ แห่งมชี อ่ ง
ช่องทางการ ประชาสมั พนั ธอ์ งค์กร ทางการสื่อสาร
สื่อสารด้านความ 7.2 กำหนดรปู แบบการส่อื สาร อยา่ งน้อย ๓ ช่องทาง
ปลอดภยั ของ ประชาสัมพนั ธ์ที่ครอบคลุมท้งั 3 ชอ่ งทาง
สถานศกึ ษา ประกอบดว้ ย
1) On Ground ไดแ้ ก่ การจัดป้าย
นิทรรศการ จัดทำเอกสารประชาสัมพันธ์
การจดั กิจกรรมรณรงคใ์ นวันสำคญั ต่างๆ
2) On Line ไดแ้ ก่ การเผยแพร่ประชาสัมพันธ์
ทางส่ือสังคมออนไลน์ในรปู แบบตา่ งๆ เช่น
Facebook, Line เป็นต้น
3) On Air ไดแ้ ก่ การประชาสมั พนั ธ์
ผา่ นระบบเสียงตามสาย ท้ังในสถานศึกษา
และชุมชน
7.3 ปรบั รปู แบบระบบชอ่ งทางการสอ่ื สาร
ด้านความปลอดภยั ของสถานศกึ ษาให้
สอดคล้องกบั บรบิ ทและสภาพการณ์ของ
สถานศึกษา
8) การจัดระบบดูแล 8.1 แต่งตั้งคณะกรรมการระบบดแู ลช่วย - สถานศกึ ษาทกุ แห่งมรี ะบบ
ช่วยเหลือ เหลอื นกั เรียนระดับสถานศึกษา ดูแลชว่ ยเหลอื นักเรียน
นักเรยี น 8.๒ คดั กรองนักเรียนแยกเป็น 3 กลุม่ ได้
อย่างชดั เจน ประกอบดว้ ย กลุม่ ปกติ
กล่มุ เส่ยี ง และกลุ่มมปี ัญหา
8.๓ เก็บขอ้ มลู นกั เรยี นรายบุคคลด้วย
เคร่ืองมอื และวิธกี ารท่ีเหมาะสม เชน่
การเยีย่ มบา้ นนักเรยี น การสอบถาม
การสมั ภาษณ์ เป็นตน้
8.4 จดั กิจกรรมสำหรับเด็กกลมุ่ ตา่ งๆ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ดงั น้ี
- กลมุ่ ปกติ จัดกิจกรรมสง่ เสริม
ความสามารถตามปกติ
- กลมุ่ เส่ียง จัดกิจกรรมป้องกันปญั หา
- กลมุ่ มีปญั หา จดั กจิ กรรมแก้ปัญหา
และระบบสง่ ต่อ
8.5 สรุป รายงานผลการดำเนินงาน
ระบบดแู ลช่วยเหลือนกั เรยี น
การปอ้ งกัน แนวทางการปฏิบัติ ๓๕
9) การประเมนิ 9.1 มอบหมายใหค้ รปู ระจำช้นั ตัวชีว้ ดั
นกั เรียนรายบุคคล /ครูทปี่ รกึ ษา มหี น้าท่ีในการประเมนิ
ด้านร่างกาย จติ ใจ นักเรียนรายบุคคล -นกั เรียนทกุ คนไดร้ ับการ
สังคม สตปิ ญั ญา และ 9.2 จัดทำเครื่องมือวัดและประเมนิ ประเมนิ อย่าง
ความตอ้ งการ นกั เรยี นรายบคุ คลทีค่ รอบคลุมทกุ ด้าน รอบดา้ น
9.๓ ครูประจำชน้ั /ครูท่ีปรึกษา ดำเนินการ
ประเมนิ นักเรียนรายบคุ คล
๙.๔ จดั ทำระบบขอ้ มูลสารสนเทศ
รายงานผลการประเมินนกั เรยี นรายบคุ คล
๕.๒ การปลกู ฝงั
ตาราง 2 การดำเนินการตามมาตรการการปลกู ฝังเพือ่ ใหเ้ กิดความปลอดภัยในสถานศึกษา
การปลูกฝงั แนวทางการปฏิบัติ ตัวชว้ี ดั
1) การสร้างจติ สำนกึ 1.1 สำรวจขอ้ มูลดา้ นความปลอดภัย - สถานศกึ ษาทุกแห่งมี
ความตระหนักการรบั รู้ สถานศึกษา หลักสูตรความปลอดภัย
และความเขา้ ใจด้าน 1.2 จดั ลำดบั ความรนุ แรง เรง่ ดว่ นของ สถานศึกษา
ความปลอดภัยให้แก่ ความปลอดภยั สถานศกึ ษา
ตนเองผ้อู น่ื และสังคม 1.3 ปรับปรุงพฒั นาหลักสตู รสถานศกึ ษา
โดยเพ่มิ เนือ้ หาด้านความปลอดภัย
สถานศึกษาท่สี อดคล้องกับความรนุ แรง
เรง่ ดว่ น
1.4 จดั ทำคมู่ ือ/แนวทางว่าด้วย
ความปลอดภัยในสถานศกึ ษา
1.5 จัดอบรมเชิงปฏิบัตกิ ารด้านความ
ปลอดภัยของสถานศึกษา ให้แก่ ครู
บุคลากร ทางการศึกษา และนักเรยี น
1.6 จัดทำศูนยบ์ รกิ ารสือ่ ดา้ นความ
ปลอดภยั ในสถานศึกษา เพอื่ การศึกษา
คน้ ควา้ เพ่ิมเตมิ
๓๖
การปลกู ฝงั แนวทางการปฏิบตั ิ ตวั ชี้วดั
2) การจดั กจิ กรรม 2.1 ประชุมครู และบุคลากรทางการศึกษา - สถานศกึ ษาทุกแห่งมกี าร
สร้างความรคู้ วาม เพ่ือช้แี จงแนวทางเกยี่ วกบั ความปลอดภยั จดั กิจกรรม
เข้าใจพฒั นาองค์ ในสถานศกึ ษา เสริมสร้างความรู้ ความ
ความรูเ้ กย่ี วกับความ 2.2 จัดกิจกรรมเสริมหลักสูตรโดยบรู ณาการ เข้าใจด้านความ
ปลอดภัยให้แก่ เนื้อหาความปลอดภยั สถานศึกษาใน ปลอดภัยสถานศึกษาให้
นักเรยี น ครู บุคลากร รายวชิ าต่าง ๆ นักเรียน ครู
ทางการศกึ ษา และ ๒.๓ การจดั ทำส่อื ประชาสมั พันธร์ ปู แบบ บุคลากรทางการศึกษา และ
ผู้ปกครอง ต่างๆ เพ่ือให้ความรู้แก่ผ้ปู กครองและชุมชน ผู้ปกครอง
๒.๔ จัดกจิ กรรมเสรมิ สร้างความร้คู วามเข้าใจ
3) การจัดกจิ กรรม เรือ่ งความปลอดภัยสถานศึกษาผ่านกิจกรรม -สถานศกึ ษาทุกแหง่ มี
เสริมสรา้ งทกั ษะ Classroom meeting ระหวา่ งสถานศึกษา กิจกรรมเสริมทักษะ
ประสบการณ์ กับผปู้ กครอง ประสบการณ์ และ
และสมรรถนะดา้ น สมรรถนะด้านความ
ความปลอดภยั ใหแ้ ก่ ๓.๑ จดั กจิ กรรมเสริมทักษะประสบการณ์ ปลอดภัยใหแ้ ก่นักเรยี น
นักเรยี น ทีเ่ นน้ การลงมือปฏิบัตทิ ่เี ชื่อมโยงกับ
การดำเนนิ ชวี ิตประจำวนั ให้แก่ เช่น
การปฐมพยาบาลเบอ้ื งต้นแก่ นักเรยี น ครู
และบคุ ลากรทางการศึกษา
๓.๒ กิจกรรมจัดกิจกรรมสอดแทรกดา้ น
ความปลอดภยั สถานศกึ ษาในกจิ กรรมวนั
สำคญั ตา่ ง ๆ
๓.๓ สรรหาตน้ แบบผจู้ ดั กิจกรรม และการ
จดั กจิ กรรมเสริมทักษะท่ีเปน็ เลศิ
๕.๓ การปราบปราม
ตาราง 3 การดำเนนิ การตามมาตรการการปราบปรามเพื่อใหเ้ กดิ ความปลอดภยั ใน
สถานศกึ ษา
การปราบปราม แนวทางการปฏิบตั ิ ตัวช้ีวัด
1) การจัดการแกไ้ ข 11.1 กำหนดแนวทางปฏบิ ัติการจดั การ - สถานศึกษาทกุ แห่งมรี ะบบ
ปัญหากรณีเกดิ เหตุ หรือการระงบั เหตุ การชว่ ยเหลอื เม่ือเกิด การแก้ปัญหาดา้ นความ
ความปลอดภัย เหตใุ นสถานศึกษา และสร้างการรบั รู้ ปลอดภัยสถานศึกษาอย่างมี
ในสถานศกึ ษา รว่ มกันทุกภาคสว่ น ประสิทธิภาพ
1.2 จดั ตั้งคณะทำงานเคล่ือนที่เรว็
(Roving Team) ท่ีสามารถเข้าระงบั เหตุ
ไดอ้ ยา่ งทันเหตุการณ์
๓๗
การปราบปราม แนวทางการปฏบิ ัติ ตัวชวี้ ัด
2) การช่วยเหลอื 1.3 เตรยี มบคุ ลากร และเคร่ืองมือ วสั ดุ - สถานศึกษาทุกแห่งมีระบบ
เยียวยาฟ้นื ฟู จิตใจ อปุ กรณ์ ทีพ่ ร้อมรบั สถานการณ์ การช่วยเหลือ เยียวยา ฟนื้ ฟู
บุคคลผูป้ ระสบเหตุ 1.4 ตดิ ตั้งระบบเตือนภัย เชน่ กลอ้ ง จิตใจ ผปู้ ระสบเหตคุ วามไม่
ความไม่ปลอดภัย วงจรปดิ สามารถตรวจสอบข้อเทจ็ จรงิ ได้ ปลอดภัย
1.5. ซอ้ มระงับเหตอุ ย่างต่อเนอื่ ง เช่น
การดบั เพลงิ การซ้อมหนไี ฟ
การปฐมพยาบาลเบือ้ งตน้ เปน็ ต้น
1.6. ประสานงานเครือข่ายการมีส่วนรว่ ม
เพ่อื ใหค้ วามช่วยเหลือได้ทนั เหตุการณ์
1.7 ส่งต่อผ้ปู ระสบเหตเุ พื่อให้ได้รบั
การชว่ ยเหลือท่ีมีประสทิ ธภิ าพ
1.8 กำกับ ตดิ ตาม ประเมินผล
และรายงาน
2.1 จัดทำข้อมลู บุคคลและหน่วยงาน
ในพื้นทต่ี ้ังของสถานศกึ ษาท่ีสามารถ
ตดิ ตอ่ ประสานงานและใหก้ ารชว่ ยเหลอื
เยียวยา ฟืน้ ฟู จิตใจไดอ้ ยา่ งรวดเรว็
ทันท่วงที
2.2 จดั ต้ังศนู ย์ชว่ ยเหลอื เยยี วยา ฟ้ืนฟู
และให้คำปรึกษา โดยการมสี ่วนรว่ ม
ของเครอื ข่ายตา่ งๆ
2.3 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธกี าร
ช่วยเหลือท่เี หมาะสม
2.4 ประสานเครอื ขา่ ยการมีส่วนรว่ ม
หนว่ ยงาน องคก์ ร เพอ่ื ใหก้ ารช่วยเหลอื
เยียวยา ฟืน้ ฟู
2.5 จัดระบบประกันภัยรายบคุ คลหรอื
รายกลุ่มทสี่ ามารถให้การค้มุ ครองสำหรบั
ครูและบคุ ลากรทางการศึกษาและนกั เรียน
2.6 สรา้ งขวญั กำลงั ใจ โดยการตดิ ตาม
เยี่ยมเยอื นอย่างสมำ่ เสมอ
๓๘
การปราบปราม แนวทางการปฏบิ ตั ิ ตัวชวี้ ัด
3) ดำเนินการตาม 3.1 แต่งต้งั คณะกรรมการดำเนินการดา้ น -ผปู้ ระสบเหตุทกุ คนได้รบั
ข้ันตอนของ กฎหมาย ให้ผู้ประสบเหตุไดร้ ับความ การคมุ้ ครองตามท่ีกฎหมาย
กฎหมาย คมุ้ ครองตามทกี่ ฎหมายกำหนด กำหนด
3.2 รายงานเหตกุ ารณ์ตอ่ ผู้บังคับบญั ชา
หน่วยงานต้นสังกัด
3.3 ดำเนินคดี จำแนกประเภทของเหตุ
ทีเ่ กดิ ติดต่อประสานงานผู้ปกครอง
เพือ่ ดำเนินการหรือดำเนินการแทนผปู้ กครอง
3.4 ใหก้ ารคุ้มครองนกั เรียนให้อยู่
ในความปลอดภัย
๖.แนวทางและมาตรการปอ้ งกันและแก้ไขปัญหา อบุ ัติเหตุ อุบัติภยั และปญั หาทางสังคมอ่ืน
สาเหตุ มาตรการป้องกนั และแก้ไข ผรู้ บั ผิดชอบ
๑. ภัยบคุ คล ๑. โรงเรียนกำหนด กฎ ระเบียบ ที่มาจากข้อเสนอแนะและการมี ๑. ผ้บู รหิ าร
๑.๑. ครูกบั
ส่วนร่วมของนักเรยี น เพอ่ื ใหน้ ักเรยี นถอื ปฏิบตั ิได้ โดยไม่ขดั ตอ่ หลัก สถานศึกษา
นักเรียน
สิทธเิ สรีภาพของบุคคล โดยจัดพมิ พ์เผยแพร่ประขาสัมพนั ธ์ เพ่ือให้ ๒. ครปู ระจำชัน้
ครูและบคุ ลากรทางการศกึ ษาผปู้ กครองได้ทราบ ๓. นักเรยี น
๒. จัดให้มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียนปีการศึกษาละ ๒ คร้ัง
(ภาคเรยี นละ ๑ คร้งั ) เพือ่ ทำความเขา้ ใจและหารือข้อตกลงร่วมกัน
เกี่ยวกับการคุ้มครอง ดูแลช่วยเหลือนักเรียนและแจ้งระเบียบ
กระทรวงศึกษาธกิ ารว่าดว้ ยการลงโทษนักเรยี น
๓. ผู้บริหารสถานศึกษา กำกับ ติดตาม ไม่ให้ข้าราชการครูและ
บุคลากรทางการศึกษา ลงโทษนักเรียนด้วยวิธีความรุนแรงหรือ
แบบกลั่นแกล้งความโกรธหรือ ความพยาบาท โดยคำนึงถึงอายุ
ของนักเรียนและความร้ายแรงของพฤติการณ์ประกอบการลงโทษ
ด้วยเพื่อที่จะแก้นิสัยความประพฤติที่ไม่ดีของ นักเรียน ในกรณีที่
ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้ลงโทษนักเรียน ท่ี
ประพฤติผิดกฎ ระเบยี บ กฎหมายต้องทำหนังสือแจง้ ผูบ้ งั คบั บัญชา
ทราบพร้อมระบุเหตุและการลงโทษการกระทำความผิด โดยให้ถือ
ปฏิบัตติ ามระเบยี บกระทรวงศกึ ษาธิการวา่ ด้วย การลงโทษนกั เรยี น
และนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งมีการลงโทษ ผู้กระทำความผิด ๔
สถาน ดงั นี้
๓๙
(๑) ว่ากลา่ วตกั เตือน : ใช้ในกรณที ่นี ักเรียนทำความผิดไม่
ร้ายแรง
(๒) การทำทัณฑ์บน : ใช้ในกรณีที่นักเรียนประพฤติตนไม่
เหมาะสมกับสภาพนักเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤติ
นักเรียนใน กรณีทำให้เสียชื่อเสียงและเกียรติศักดิ์ของสถานศึกษา
หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษาหรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือน
แล้ว แต่ยังไม่เข็ดหลาบ การทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือและเชิญบิดา
มารดาหรือผู้ปกครองมารับทราบความผิดและรับรองการทำทัณฑ์
บนไว้ด้วย
(๓) การตัดคะแนนความประพฤติ : ให้เป็นไปตามระเบียบว่าด้วย
การตัด คะแนนความประพฤตินักเรียนของแต่ละสถานศึกษา
กำหนด และให้ทำบนั ทึกเปน็ ข้อมูลหลักฐาน
(๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ใช้ในกรณีที่
นักเรียนกระทำความผิดที่สมควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรม จัด
กิจกรรมให้ เปน็ ไปตามแนวทางกระทรวงกำหนด
๑.๒. ครูกับบคุ คล ๑. จัดให้มีการประชุมผู้ปกครองนักเรียนปีการศึกษาละ ๒ คร้ัง ๑. ผ้บู รหิ าร
อื่น
(ภาคเรียนละ ๑ ครั้ง) โดยให้ผู้บริหารสถานศึกษาและครูที่ปรึกษา สถานศึกษา
ได้พบกับผู้ปกครอง เพื่อแจ้งพฤติกรรมของนักเรียนให้ผู้ปกครอง ๒. ครูประจำชั้น
รับทราบแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและทำความเข้าใจ รวมทั้งหารือ ๓. นักเรียน
แนวทาง แกไ้ ขปรบั เปลย่ี นพฤติกรรมของนักเรยี น ๔. ผ้ปู กครอง
๒. จัดใหค้ รูทปี่ รึกษาได้มีการเยีย่ มบ้านนักเรียนภาคเรยี นละ ๑ ครง้ั
๓. เม่ือขา้ ราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ไดล้ งโทษนักเรียน
ที่ประพฤติผิดกฎระเบียบ กฎหมาย ต้องแจ้งให้ผู้ปกครองรับทราบ
พร้อมระบุ เหตุและการลงโทษการกระทำความผิด โดยให้ถือ
ปฏบิ ตั ิตามระเบียบ กระทรวงศกึ ษาธิการว่าด้วยการลงโทษนักเรียน
และนักศึกษา พ.ศ.๒๕๔๘ ซึ่งมีการลงโทษผู้กระทำความผิด ๔
สถาน ดังนี้
(1) ว่ากล่าวตักเดือน : ใช้ในกรณีที่นักเรียนทำความผิดไม่
รา้ ยแรง
(๒) การทำทัณฑ์ ใช้ในกรณีที่นักเรียนประพฤติตนไม่เหมาะสม
กับสภาพ นักเรียนตามกฎกระทรวงว่าด้วยความประพฤตินักเรียน
นักศึกษาในกรณี ทำใหเ้ สยี ชือ่ เสียงและเกียรติศักดิข์ องสถานศึกษา
หรือฝ่าฝืนระเบียบของสถานศึกษาหรือได้รับโทษว่ากล่าวตักเตือน
แล้วแต่ยังไม่เข็ดหลาบ การทำทัณฑ์บนเป็นหนังสือและเชิญบิดา
มารดาหรือผู้ปกครองมารับทราบความผดิ และรบั รองการทำทัณฑ์
บนไว้ดว้ ย
๔๐
(๓) การตัดคะแนนความประพฤติ : ให้เป็นไปตามระเบียบว่า
ด้วยการตัดคะแนนความประพฤตินักเรียนของแต่ละสถานศึกษา
กำหนด และใหท้ ำบันทกึ เปน็ ข้อมลู หลักฐาน
(๔) ทำกิจกรรมเพื่อให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม : ใช้ในกรณีท่ี
นักเรียนกระทำความผิดที่สามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการจัด
กิจกรรมใหเ้ ป็นไปตามแนวทางท่ีกระทรวงกำหนด
๒. ภัยจากอุบตั เิ หตุ ๑. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า สายไฟโครงสร้างและส่วนประกอบ 1. ผบู้ ริหาร
๒.๑ อบุ ตั เิ หตจุ าก อาคารเดือนละ ๑ ครงั้ /ตามความจำเป็น สถานศึกษา
อาคารเรียน ๒. แตง่ ตัง้ ผู้รับผดิ ชอบดูแลในการดูแลรักษาอาคารสถานท่ี 2. ครูประจำชัน้
๓. ปฐมนิเทศนกั เรียนใหม่เกี่ยวกบั อาคารสถานท่ี 3. นักการภารโรง
๔. ชี้แจงให้ความรู้การดูแลรักษาเฝ้าระวังความปลอดภัยของ 4. ผูป้ กครอง
อาคารเรียน อาคารประกอบ 5. ชมุ ชน
๕. จัดทำป้ายและแผนผังข้อควรระวังด้านความปลอดภัยในจุด
อันตรายทุกชน้ั เรยี นและแผนผงั
๖. จัดให้มีแผนซกั ซ้อมการป้องกันและซกั ซอ้ มการเคลือ่ นย้ายกรณี
เกดิ เหตุฉุกเฉนิ อย่างน้อยภาคเรียนละ ๑ คร้งั
๗. แตง่ ตั้งเวรยามรักษาความปลอดภยั ในสถานศึกษา
๒.๒ อุบัติเหตุจาก ๑. มีนโยบายความปลอดภัยในสถานศึกษาเป็นลายลักษณ์อักษร ๑. ผบู้ รหิ าร
บรเิ วณภายใน และมปี ระกาศนโยบายให้เหน็ ไดช้ ดั เจน สถานศึกษา
สถานศึกษา ๒. มีแผนงานและงบประมาณดำเนินการด้านความปลอดภัยใน ๒. ครเู วรประจำวนั
สถานศึกษาทช่ี ดั เจน ๓. ครูอนามยั
๓. อบรมหรือจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับการปฐมพยาบาล ๔. นักการภารโรง
เบอ้ื งตน้ แกบ่ ุคลากรทางการศกึ ษา ๕. เจ้าหน้าท่ี
๔. แตง่ ตัง้ ครูเวรประจำวัน ควบคุม กำกับ ติดตาม ดแู ลรักษา ความ โรงพยาบาลส่งเสรมิ
ปลอดภัยตลอดทัง้ วนั สขุ ภาพประจำตำบล
๕. จัดให้มีผู้รับผิดชอบปฐมพยาบาลเบื้องต้นและนำส่ง ๖. นกั เรยี น
สถานพยาบาล ๗. ผู้ปกครอง
๖. ควบคุมดูแลการจัดกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับการปีนป่ายในที่สูง/
บ่อนำ้ /สระน้ำอย่างเขม้ งวด
๗. ดูแลตัดแต่งกิ่งไม้ให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัยและบำรุงดูแลรักษา
ความสะอาดโดยรอบสถานศกึ ษาสม่ำเสมอ
๘. จัดทำปา้ ยคำเตือนเพอื่ หลกี เลยี่ งการเกิดอุบตั เิ หตุ
๙. ให้ความรู้และแนวทางปฏิบัติแก่นักเรียนในกรณีที่พบวัตถุสิ่ง
แปลกปลอม ซึง่ อาจเป็นวตั ถุระเบดิ หรือวตั ถุอนั ตราย
๑๐. ติดตัง้ ไฟฟา้ ส่องสวา่ งรอบบริเวณสถานศกึ ษาและจุดเส่ียง
๑๑. จดั ให้มรี ะบบการขออนุญาตออกนอกสถานศึกษา
๑๒. จัดให้มีถังขยะแยกประเภทเพื่อสะดวกในการจัดเก็บและ
ทำลาย
๔๑
๒.๓ อุบตั เิ หตจุ าก ๑. สำรวจสภาพปญั หาดา้ นสิง่ แวดล้อม มลภาวะในสถานศึกษาและ ๑. ผูบ้ ริหาร
สภาพแวดล้อม ชมุ ชน เพอ่ื หาแนวทางแกไ้ ข สถานศกึ ษา
ภายนอกของ ๒. แต่งตั้งคณะกรรมการ โดยใช้ชุมชนและองค์กรปกครองส่วน ๒. ครู
สถานศกึ ษา ทอ้ งถ่นิ มสี ่วนร่วมในการหาแนวทางป้องกนั และแก้ไข ๓. นกั เรียน
๓. ประสานงานกบั หน่วยงานอืน่ ๔. ผู้ปกครอง
๔. จัดกิจกรรมสร้างจิตสำนึกและความตระหนักต่อปัญหา ๕. ชมุ ชน
ส่ิงแวดลอ้ มใหก้ ับนักเรียนบคุ ลากรในสถานศกึ ษาและชมุ ชน
๒.๔ อุบัติเหตจุ าก ๑. ตรวจสอบเครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องเล่นสนามและอุปกรณ์ต่าง ๑. ผู้บริหาร
เคร่อื งมือเคร่ืองใช้ ๆ ให้มีสภาพพร้อมใชง้ านอยเู่ สมอ สถานศึกษา
เครอื่ งเล่นสนาม ๒. ห้ามใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องเล่นสนามและอุปกรณ์ต่างๆท่ี ๒. ครู
อปุ กรณ์ต่างๆ เชน่ ชำรุด ๓. นกั การภารโรง
พดั ลม โทรทัศน์ ๓. แนะนำ สาธิต และควบคุมการใช้อย่างถูกวิธีตามประเภทของ ๔. นักเรียน
ฯลฯ อปุ กรณ์ เคร่อื งมอื เครอ่ื งใช้ เคร่อื งเล่นสนาม ๕. ผู้ปกครอง
๔. จัดเกบ็ เครอ่ื งมือ เครื่องใช้ อุปกรณ์ทกุ คร้งั หลงั ใช้ ๖. ชุมชน
๕. กำกับ ดูแลนักเรียนในการใช้เครื่องมือ เครื่องใช้ เครื่องเล่น
สนาม อุปกรณไ์ ด้อย่างปลอดภยั
๒.๕ อบุ ัตเิ หตุ ๑. สถานศึกษา ผู้ปกครอง และชุมชน ร่วมมือกันกำหนดมาตรการ ๑. ผู้บริหาร
จากการเดินทาง รบั -ส่ง นักเรียนตอนเช้าและเลิกเรียน สถานศกึ ษา
ไป-กลบั ระหว่าง ๒. กำกับดูแลนักเรียนที่ใช้จักรยาน จักรยานยนต์ให้ชิดทางซ้าย ๒. ครู
บา้ นและ และเปน็ แถว ให้ปฏบิ ตั ิตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ๓. นักการภารโรง
สถานศกึ ษา ๓. จดั ครเู วรประจำวนั ตรวจเชค็ นกั เรยี นท่ีมผี ู้ปกครองมารบั ๔. นกั เรยี น
๔. แนะนำการเดินแถวกลบั บา้ นและให้พ่ีดแู ลน้อง ๕. ผ้ปู กครอง
๕. ทำกจิ กรรมเกี่ยวกบั การฝกึ ปฏบิ ตั ติ ามกฎจราจร ๖. ชมุ ชน
๖. จัดครูเวรคอยรบั -ส่งนกั เรยี นทปี่ ระตเู ขา้ ออก
๒.๖ อุบตั ิเหตจุ าก ๑. ศึกษาและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยการ ๑. ผบู้ รหิ าร
การพานักเรยี นไป พานกั เรยี นไปศึกษานอกสถานศกึ ษาโดยเคร่งครดั สถานศกึ ษา
นอกสถานศกึ ษา ๒. เตรียมการและวางแผนการดำเนนิ การอยา่ งชดั เจน ๒. ครปู ระจำช้ัน
และการนำนักเรียน ๓. จดั ทำประวตั นิ ักเรียนท่รี ว่ มเดนิ ทาง ๓. นกั การภารโรง
ร่วมกิจกรรมสำคัญ ๔. จัดครูคอยควบคุมดแู ลใหอ้ ยู่ในระเบียบวนิ ัย ๔. ผู้ปกครอง
๕. จัดใหม้ เี วชภัณฑ์ทีจ่ ำเปน็ ในการปฐมพยาบาลเบอื้ งตน้ ๕. ชุมชน
๖. ควบคมุ ดูแลการซ้อื อาหารรบั ประทาน ๖. นกั เรยี น
๗. หากมีการใช้พาหนะรถยนต์ต้องแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ตรวจสภาพ
รถยนต์และตรวจประวตั ิคนขับเพอ่ื ความปลอดภยั
๘. หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่มคี วามเส่ียงตอ่ การเกดิ อนั ตราย
๙. จดั ระบบดูแลความปลอดภยั อยา่ งใกล้ชดิ
๑๐. ใหค้ วามรนู้ กั เรยี นในการรว่ มกจิ กรรมอยา่ งปลอดภัยทุกครง้ั
๑๑. ตรวจดูความเหมาะสมของสถานท่ี เพื่อความปลอดภัย
๔๒
๒.๗ อุบัติเหตุ ๑. ศึกษาและปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วย ๑. ผู้บรหิ าร
จาก ยานพาหนะ
รบั -ส่ง นักเรียน ยานพาหนะ รับ-สง่ นักเรียน สถานศกึ ษา
๒. ตรวจสอบยานพาหนะให้มีความเหมาะสมปลอดภัย มีสภาพ ๒. ครูประจำช้นั
พรอ้ มใชง้ านอยตู่ ลอดเวลา ๓. นกั การภารโรง
๓. ตรวจสอบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เช่น ถังดับเพลิง ฯลฯ ประจำ ๔. ผปู้ กครอง
ยานพาหนะ ๕. ชมุ ชน
๔. ตรวจสอบประวัติคนขับ ความสามารถในการขับขี่ ใบอนุญาต ๖. เจา้ หน้าท่ตี ำรวจ
การขบั ขี่ ๗. นกั เรยี น
๕. กำหนดให้มีพนักงานควบคุมเพื่อดูแลความปลอดภัยของ
ผโู้ ดยสาร
๖. กำหนดแนวปฏิบตั ใิ นการโดยสารเพื่อความปลอดภัยแก่นักเรียน
และเจ้าของรถ เช่น ห้ามห้อยโหน ปีนป่ายหยอกล้อ ขณะรถยนต์
เคลื่อนที่
๗. ตรวจสอบจำนวนนกั เรียนทุกครง้ั ที่มกี ารข้ึนและลงรถยนต์
๘. จดั ทำปา้ ยชือ่ รถรบั -ส่งนกั เรียนใหเ้ ห็นอยา่ งชดั เจน
๙. จดั ทำระบบประกันภยั โดยความสมัครใจใหก้ บั นักเรยี น
๓. การป้องกนั ๑. แต่งตั้งคณะกรรมการรับผิดชอบ ตรวจสอบอุปกรณ์อย่าง ๑. ผู้บริหาร
อุบตั ิภยั
สมำ่ เสมอ สถานศกึ ษา
๓.๑ อคั คภี ยั /
วาตภัย/ อุทกภัย/ ๒. ให้ความรู้และจัดทำแผนซักซ้อมนักเรียนเกีย่ วกับการดับไฟ หนี ๒. ครูประจำช้นั
ธรณพี บิ ัติภัย
ไฟ ๓. นกั การภารโรง
๓. จัดใหม้ ีเจ้าหนา้ ท่อี ยู่เวรรกั ษาสถานทร่ี าชการอยา่ งเคร่งครัด ๔. ผู้ปกครอง
๔. จดั ทำปา้ ยแหลง่ ข้อมูลแจ้งเหตฉุ ุกเฉนิ ๕. ชุมชน
๕. ดูแลสถานท่ีใหส้ ะอาด ๖. เจา้ หนา้ ที่ตำรวจ
๖. ถ้าเกิดเหตุอัคคีภัยให้แจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและรายงานต้น ๗. นักเรยี น
สงั กัดทันที
๗. ให้ความรู้ในการปฏิบัติตนแก่นกั เรียนให้พ้นจากอันตราย
๘. ตรวจสอบสภาพอาคารตา่ งๆ อยา่ งสมำ่ เสมอ
๙. ตดั แต่งกง่ิ ไมท้ ่อี ยู่ใกลอ้ าคาร
๑๐. ตดิ ตามขา่ วพยากรณ์อากาศสมำ่ เสมอ
๑๑. จัดให้มีเวชภัณฑท์ ่จี ำเปน็ ในการปฐมพยาบาลเบอื้ งดน้
๑๒. จัดปา้ ยแหล่งข้อมูลแจ้งเหตุฉกุ เฉิน
๔๓
๔. การปอ้ งกันและ ๑. แต่งตั้งกรรมการเฝ้าระวังป้องปรามนักเรียนที่มีพฤติกรรมที่ไม่ ๑. ผบู้ ริหาร
แก้ไขปัญหาทาง พงึ ประสงค์ และสถานทจ่ี ุดเส่ยี งโดยเฉพาะห้องเรยี น ห้องน้ำ สถานศึกษา
สังคม ๒. ให้ความรู้แก่ครู นกั เรยี น ผู้ปกครอง และชมุ ชน ๒. ครปู ระจำชน้ั
๔.๑ การล่วง ๓. จัดบริการให้คำปรกึ ษาแก่นักเรยี น ๓. ผู้ปกครอง
ละเมดิ ทางร่างกาย ๔. ใช้ระบบการดแู ลช่วยเหลอื นกั เรียนอย่างจริงจังและต่อเนอ่ื ง ๔. ชมุ ชน
และจิตใจ ๕. ใหม้ ีผรู้ บั ผดิ ชอบรายงานตามลำดบั ขัน้ ๕. เจา้ หนา้ ที่ ตำรวจ
๖. นำนักเรียนเข้าสู่การช่วยเหลือโดยมีครดู ูแลติดตามอย่างใกล้ชดิ ๖. นักจติ วิทยา เขต
และต่อเนื่อง ๗. เจา้ หน้าที่
๗. ประสานงานผปู้ กครองเพือ่ ใหค้ วามชว่ ยเหลือดูแล สาธารณสขุ
๘. ประสานงานหนว่ ยงานที่เกย่ี วข้อง เช่น ครอบครัว สถานีตำรวจ
เปน็ ตน้
๔.๒ การทำรา้ ย ๑. จัดให้มีระบบการดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ ๑. ผู้บริหาร
ตวั เองและการฆา่ โดย มอบหมายครูประจำชั้นสังเกตพฤติกรรมนักเรียนเป็น สถานศกึ ษา
ตวั ตาย รายบคุ คล ๒. ครูประจำชั้น
๒. จัดทำระบบเครือข่ายระหว่างผู้ปกครอง ชุมชน สถานศึกษา ๓. ผู้ปกครอง
เพื่อการส่ือสารและสานสมั พนั ธ์รว่ มมอื ป้องกนั แก้ไขปญั หาเก่ียวกับ ๔. ชมุ ชน
พฤตกิ รรมนักเรียน
๓. จัดกิจกรรมปลูกฝงั ใหเ้ กิดความรัก ความสามัคคี ความเอือ้ อาทร
และชว่ ยเหลือซง่ึ กันและกนั
๔. จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาศักยภาพของนักเรียนอย่าง
หลากหลาย ๕. ประสานความร่วมมือกับผู้เชี่ยวชาญ นักจิตวิทยา
ใหค้ ำปรกึ ษาอยา่ งสมำ่ เสมอ
๖. ประสานพ่อแม่ผู้ปกครองทันที เมื่อเกิดปัญหาเพื่อแก้ปัญหา
เฉพาะหน้าดว้ ยวิธีการหลากหลาย
๔.๓ การทะเลาะ ๑. จัดทำระบบเครือข่ายระหว่างผู้ปกครอง ชุมชน สถานศึกษา ๑. ผบู้ ริหาร
ววิ าท เพ่อื การสื่อสารและสานสมั พันธ์ร่วมมือป้องกนั แก้ไขปญั หาเก่ียวกับ สถานศกึ ษา
พฤติกรรมนักเรียน ๒. ครูประจำชั้น
๒. จัดให้มีการหน่วยเคลื่อนที่เร็วเพื่อเข้าระงับเหตุกรณีที่มีเหตุ ๓. ผู้ปกครอง
ทะเลาะววิ าท โดยประสานงานกบั เจา้ หนา้ ทีต่ ำรวจ ๔. ชุมชน
๓. ประสานแจ้งผู้ปกครองนักเรียน ผู้ก่อเหตุ ผู้ได้รับบาดเจ็บ ให้
ผู้ปกครองนักเรียนทราบและจัดเจ้าหน้าที่ดูแลโดยรายงานให้
ผบู้ งั คบั บัญชารับทราบ ตามลำดบั
๔. ประสานความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ อปพร. หรือองค์กร
ปกครอง สว่ นทอ้ งถน่ิ สถานพนิ จิ
๔๔
๔.๔ การถูก ๑. จัดกิจกรรมเสริมสร้างทกั ษะชีวิตเพื่อให้นักเรียนเกดิ กระบวนการ ๑. ผู้บริหาร
ล่อลวง และ ลักพา
คิด วิเคราะห์ การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า การตัดสินใจ การให้ สถานศกึ ษา
คำปรึกษาท่ีถูกตอ้ ง รวมไปถึงทักษะการป้องกันตัวเองให้พ้นจากการ ๒. ครูประจำชนั้
ถกู ลอ่ ลวงและลกั พา ๓ .ผปู้ กครอง
๒. จัดระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ จัดเวรยาม ๔. ชมุ ชน
เจา้ หนา้ ท่ี รักษาความปลอดภยั ในสถานศกึ ษา
๓. ประสานงานกับชุมชน เครือข่ายผู้ปกครอง ในการสอดส่อง
นักเรียนอย่างทวั่ ถึงและสม่ำเสมอ
๔. ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ช่วยสอดส่องดูแลเพ่ือ
ป้องกันการถูกล่อลวงและลักพา
5. มีการประชาสัมพันธ์ข่าวสารเกี่ยวกับการล่อลวงและลักพาและ
วธิ กี ารป้องกนั ใหน้ กั เรียนทราบทุกระยะ
๖. ประสานงานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้ปกครอง เพื่อดำเนินการติดตาม
ค้นหา
๗. ขอความรว่ มมอื จากครู ผปู้ กครอง ชมุ ชน หรือผทู้ ่เี กย่ี วข้องในการ
แจ้งเบาะแส
๘. ประสานแจง้ ผ้ปู กครองนักเรียนรับทราบเมื่อเกิดเหตุ โดยรายงาน
ให้ผู้บังคับบัญชารบั ทราบตามลำดบั
๔.๕ ส่อื ลามก ๑. ควบคุมดแู ลการนำข้อมูลข่าวสารและสื่อบันเทงิ ต่างๆที่เกยี่ วข้อง ๑. ผู้บริหาร
อนาจาร
กับเร่ืองเพศ ไม่ใหเ้ ข้ามาเผยแพร่ในสถานศกึ ษา สถานศกึ ษา
๒. จัดทำหลักสูตรบูรณาการการสอนในเร่อื งเพศศึกษา เพศวิถี ๒. ครูประจำชนั้
ศีลธรรม คณุ ธรรมจรยิ ธรรมที่ดีและเหมาะสมในทางสงั คมให้กบั ๓. ผปู้ กครอง
นักเรยี น ๔. ชุมชน
๓. จดั กิจกรรมและเสริมสร้างค่านิยม ปลกู ฝงั คุณธรรมจริยธรรมทด่ี ี
งามใหก้ ับนักเรียนเพอื่ การปรับเปล่ียนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
๔. ประสานความรว่ มมอื กับเจ้าหนา้ ทแ่ี ละผู้ทเี่ กี่ยวข้องในการตรวจ
ตรา ควบคุมดูแล ตามแหล่งจำหนา่ ยและเผยแพร่
5. ดำเนนิ การตรวจค้น ยดึ ส่ิงของและลงโทษ หากพบนักเรียนนำสื่อ
ลามก อนาจารเข้ามาในสถานศกึ ษา ติดตอ่ ประสานงานผปู้ กครอง
เพอ่ื หาแนวทางแกไ้ ข ปรับเปลยี่ นพฤติกรรม
๖. มอบครปู ระจำชั้น ติดตามและเฝา้ ระวงั ภายหลังดำเนนิ การแก้ไข
แล้วเพ่อื ตดิ ตามผล
๔๕
๔.๖ อบายมขุ ๑. กำหนดใหส้ ถานศึกษาเป็นเขตปลอดอบายมุขทุกประเภท ๑. ผู้บริหาร
๒. จดั กจิ กรรมเสริมสร้างความรแู้ ละสร้างความตระหนักถงึ โทษพิษ สถานศกึ ษา
ภยั และปญั หาอบายมขุ ท่ีมีผลกระทบต่อการเรียนและความเป็นอยู่ ๒. ครูประจำช้นั
ของนักเรียน ๓. ผปู้ กครอง
๓. สำรวจแหล่งอบายมขุ หรือแหลง่ มวั่ สุม โดยจัดทำเปน็ ข้อมูลแผน ๔. ชุมชน
ที่ตั้งเพื่อการประสานกบั ครผู ้รู ับผิดชอบ ผูป้ กครองและเจา้ หน้าที่
ตำรวจใหเ้ ป็นไปตามแนวทางการจดั ระเบียบสงั คม
๔. ขอความร่วมมือจากผูป้ กครองช่วยกวดขนั ดูแลบุตรหลานอยา่ ง
ใกล้ชิด ท้งั การเรียน การใชจ้ ่ายเงิน การใชโ้ ทรศัพท์ การออกเทีย่ ว
เตร่ หรอื การทำกิจกรรมนอกบ้าน รวมทง้ั การใชส้ อื่ เทคโนโลยีใน
แนวทางทีไ่ มเ่ หมาะสม
๕. จดั ต้ังกลุ่มเครอื ข่ายความร่วมมอื ระหวา่ งโรงเรียน ผูป้ กครอง
ชมุ ชนในการ ใหข้ ้อมูลข่าวสารและติดตามสอดสอ่ งดูแลป้องกันไม่ให้
นกั เรยี นไปม่ัวสมุ ในแหลง่ อบายมขุ ต่าง ๆ
๖. จัดทำทะเบียนข้อมลู นักเรียนท่อี ยู่ในกลุ่มเส่ยี งเพื่อเฝ้าระวงั
ปอ้ งกัน
๗. เชิญผปู้ กครองประชมุ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาและใหค้ วาม
ช่วยเหลืออยา่ งจริงจงั รว่ มกนั
๘. จดั เจา้ หนา้ ทผี่ รู้ ับผิดชอบในการออกตรวจตราตามแหล่งอบายมุข
ตา่ ง ๆ โดยการประสานความร่วมมือกบั เจ้าหนา้ ที่ตำรวจและ
หนว่ ยงานที่รบั ผิดชอบโดยตรงในระดับพ้นื ที่
๔.๗ พฤติกรรมชู้ ๑. ให้ความรคู้ วามเขา้ ใจในการปฏบิ ัตติ นและพฤติกรรมทีพ่ ึง ๑.ผู้บริหาร
สาว ประสงค์ ดา้ นการวางตัวคบเพอ่ื นตา่ งเพศและจัดการเรียนการสอน สถานศกึ ษา
เร่ืองเพศศึกษา ๒.ครปู ระจำชัน้
๒. มอบหมายครูประจำชั้นให้คำปรกึ ษาแกน่ ักเรยี น ๓.ผ้ปู กครอง
๓. จัดบรรยากาศและสิ่งแวดลอ้ มในโรงเรียนให้ปลอดโปรง่ ไม่มีมุม ๔.ชมุ ชน
อบั อันจะสง่ ผลต่อพฤติกรรมในทางท่ีไม่เหมาะสมของนักเรียน 5.นกั เรียน
๔. กำกับติดตามดูแลการปฏิบตั หิ นา้ ที่ของครเู วรประจำวัน
5. สร้างเครือขา่ ยประสานความร่วมมือระหวา่ งเครือข่ายผู้ปกครอง
ชมุ ชน และโรงเรียนในการแจ้งเบาะแส
๖. เม่ือนักเรยี นประสบปัญหาให้สถานศกึ ษามอบหมายผู้รบั ผิดชอบ
สืบหา ขอ้ เทจ็ จริงและดำเนินการแก้ไขในกรณีท่ีเป็นปัญหารา้ ยแรง
ใหผ้ บู้ ังคบั บัญชา รายงานตามลำดับขั้นตอน
๗. ประสานงานเชิญผู้ปกครองมารับทราบปัญหาและร่วมมือช่วยกัน
แกไ้ ขปญั หาปรับเปล่ียนพฤติกรรมไปในทางทีเ่ หมาะสม
๘. ตดิ ตามกำกบั ดูแลนักเรยี นท่มี ีพฤติกรรมไม่เหมาะสม
๔๖
๔.๘ อินเทอรเ์ นต็ 1. ให้ความรู้นักเรียนในการเลือกบริโภคข้อมูลข่าวสาร ภัยจากสื่อ ๑. ผู้บรหิ าร
และเกม
อนิ เทอรเ์ นต็ สถานศกึ ษา
๒. จัดกิจกรรมเสริมสร้างความสนใจหรือสร้างแรงจูงใจในการใช้ ๒.ครูประจำช้นั
คอมพิวเตอร์ อนิ เทอรเ์ น็ตอย่างสรา้ งสรรค์ ๓.ผ้ปู กครอง
๓. ประสานความร่วมมือกับเครือข่ายผู้ปกครอง เจ้าหน้าที่ที่ ๔.ชมุ ชน
เกี่ยวข้องในการป้องกันกวดขันดูแลตามร้านอินเทอร์เน็ต ร้านเกม 5.นกั เรยี น
เป็นต้น
๔. ครูทปี่ รกึ ษา กำกับตดิ ตาม การมาเรียนของนกั เรยี น และประสาน
กับผ้ปู กครองในการเดินทางไป – กลบั ระหวา่ งบ้านและโรงเรียน
๕. จัดให้บริการอินเทอร์เน็ตกับนักเรียนในช่วงเวลาที่เหมาะสมตาม
บรบิ ทของโรงเรียนและครูควบคุมดแู ลอยา่ งใกลช้ ิด
๖. ดำเนินการนำกลุ่มนักเรียนที่มีพฤติกรรมเสย่ี ง มาอบรมให้ความรู้
ในเรือ่ งการใชอ้ ินเทอร์เนต็
๗. จัดอาสาสมัครนักเรยี นคอยตรวจสอบการใชอ้ นิ เตอรเ์ น็ต/เว็บไซต์
ตา่ งๆ
๔.๙ การกลั่น 1. ปลูกฝังให้นักเรียนและบุคลากรในสถานศึกษาเคารพสิทธิของ ๑. ผู้บรหิ าร
แกลง้ (Bully)
ผู้อนื่ และใหเ้ กียรตซิ ึง่ กันและกัน สถานศกึ ษา
๔.๑๐ ความ
หลากหลายและ ๒. จัดกิจกรรมหรือการเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมความเข้าใจและ ๒. ครูประจำช้นั
ความเทา่ เทียม
ทางเพศ ความตระหนักในเรื่องของการกลั่นแกล้งและการปฏิบัติตนเชิงบวก ๓. ผ้ปู กครอง
ตอ่ ผูอ้ น่ื ๔. ชุมชน
๓. ให้ความรูก้ บั ผปู้ กครองเพ่ือการเอาใจใส่และสงั เกตสัญญาณความ 5. นักเรียน
ผิดปกตขิ องบตุ รหลาน
๔. มอบหมายครูประจำช้ันและครผู สู้ อนสอดส่องดูแล
๕. สร้างช่องทางในการแจ้งปัญหาและขอความช่วยเหลืออย่าง
เหมาะสมแกน่ ักเรียน
๖. มีครูนกั จติ วทิ ยาหรือครแู นะแนวคอยให้คำปรกึ ษา
๗. ประสานผู้ปกครองเมื่อเกิดปัญหาเพื่อการแก้ไขและปรับ
พฤติกรรมร่วมกนั ระหว่างสถานศกึ ษากับผปู้ กครอง
1. ทำความเข้าใจความหลากหลายทางเพศ อัตลักษณ์ทางเพศ ๑. ผู้บริหาร
รสนิยมทางเพศ เพศสรีระ การแสดงออกทางเพศภาวะให้กับ สถานศึกษา
นกั เรยี นและบคุ ลากรในสถานศึกษา ๒. ครูประจำช้ัน
๒. การสร้างสภาพแวดล้อมที่แสดงออกถึงการเคารพในความ ๓. ผ้ปู กครอง
หลากหลายทางเพศ รวมไปถึงการปฏิบัติตอ่ ผ้อู ่นื อยา่ งเคารพและเท่า ๔. ชมุ ชน
เทยี ม 5. นักเรียน
๓. สร้างช่องทางในการแจ้งปัญหาและขอความช่วยเหลืออย่าง
เหมาะสม
๔. มคี รูแนะแนวคอยให้คำปรึกษา
๔๗
๔.๑๑ ข่าวปลอม ๑. สถานศึกษาสร้างความตระหนักรู้ถึงผลกระทบต่อข่าวปลอมแก่ ๑. ผู้บริหาร
(Fake News) ผู้เรียน บุคลากรชุมชนในพื้นที่ด้วยช่องทางที่หลากหลายโดยเฉพาะ สถานศึกษา
สื่อออนไลน์ เช่น Facebook , Tiktok ๒. ครูประจำชน้ั
๒. สถานศึกษาจัดอบรมสอนเสริมเพิ่มทักษะหลักสูตรการรู้เท่าทัน 3. นกั เรยี น
สื่อใหก้ บั นักเรยี นทกุ ระดบั
๕. สุขภาพ ๑. สร้างองค์ความรู้ให้แก่ครูและบุคลากรในเรื่องแนวทางการ ๑. ผบู้ รหิ าร
อนามัยของ
นกั เรยี น ส่งเสริมสุขภาพนักเรียน การป้องกันมลภาวะจากสิ่งแวดล้อม การ สถานศกึ ษา
๕.๑ สขุ ภาพ ป้องกนั ไมใ่ หเ้ กิดโรคตดิ ตอ่ และโรคระบาดต่าง ๆ ๒. ครูประจำช้ัน
อนามัยวัยเรียน
๒. จัดทำมาตรการบริหารจัดการคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับ ๓. นักการภารโรง
สง่ิ แวดล้อมและมาตรการเกีย่ วกบั การจัดการขยะในสถานศึกษา
๓. แต่งตัง้ คณะกรรมการรบั ผิดชอบงานให้ชัดเจน
๔. ตรวจสุขภาพนักเรียนอย่างน้อยปีละครั้ง ประสานงานกับ
โรงพยาบาลเพื่อดูแลนกั เรียนทม่ี ีรา่ งกายอ่อนแออยา่ งใกลช้ ิด
๕. ปดิ สถานศกึ ษา เม่อื มโี รคระบาด
๖. แจ้งผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้นในกรณีมีโรคติดต่อเกิดขึ้นใน
โรงเรยี น
๗. จัดน้ำดื่มน้ำใช้ให้ปลอดภัยร่วมทั้งระบบกักเก็บน้ำและระบบการ
จา่ ยน้ำใหถ้ ูกสขุ อนามยั
๘. มีสว้ มทถ่ี กู สุขอนามัย
๙. มีอุปกรณ์และสถานที่สำหรับล้างมือและให้ความรู้ในการล้างมือ
ของนักเรียนอย่างถูกวิธี
๑๐. ควบคุมความสะอาดในการปรุงและจำหน่ายอาหารให้ถูก
สุขลกั ษณะ
๑๑. จัดสถานที่และดูแลลักษณะทางกายภาพของสถานศึกษาให้ถูก
สขุ ลักษณะ
๕.๒ การอุปโภค ๑. จัดให้มีชมรมคุ้มครองผู้บริโภคในสถานศึกษา (อย.น้อย) เพ่ือ ๑. ผูบ้ รหิ าร
บริโภค
ตรวจสอบคุณภาพและสารปนเปื้อนในอาหารและประชาสัมพันธ์ สถานศกึ ษา
ขอ้ มูลขา่ วสาร ๒. ครปู ระจำชนั้
๒. จัดทำป้ายนิเทศและกิจกรรมรณรงค์ ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้ ๓. ผู้ปกครอง
เครอ่ื งอุปโภคบรโิ ภคอย่างถูกสขุ อนามยั ๔. ชุมชน
๓. จัดให้มีเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดรักษาความเป็นระเบียบ 5. นักเรียน
เรียบร้อยภายในโรงอาหารของโรงเรยี น
๔. จดั ใหม้ ีระบบกำจดั ขยะ
๕. ในกรณีเกิดอุบัติเหตุจากการอุปโภคบริโภคของนักเรียนให้
ดำเนินการปฐมพยาบาลเบ้ืองต้นกอ่ นสง่ ตอ่ โรงพยาบาล