The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานชาติพันธุ์ชาวไทยลาวเวียง จังหวัดราชบุรี

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชาติพันธุ์ชาวไทยลาวเวียง จังหวัดราชบุรี

รายงานชาติพันธุ์ชาวไทยลาวเวียง จังหวัดราชบุรี

Keywords: ratchaburi,thai,loa

บทคดั ยอ่

กระบวนการสร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ชุด ฟ้อนเกี้ยวสาวลาวเวียง จากกลุ่มชาติพันธุ์ชาวไทยลาวเวียงที่อยู่ใน
จังหวัดราชบุรี ยังรักษาประเพณีวัฒนธรรมของตัวเองอย่างเหนียวแน่น สาวลาวเวียงได้ชื่อว่ามคี วามสวยงามผิวพรรณดี
เป็นทีห่ มายปองของหนมุ่ ๆทงั้ ใกลไ้ กล บทรอ้ งหมอลาของชาวไทยลาวเวยี งมคี วามงดงามด้วยภาษาและสาเนยี งผสมกับใช้
เสยี งแคนเปน็ ตัวขับเคล่อื นในการร้องให้ออกมาอยา่ งมเี อกลกั ษณ์เฉพาะถ่ิน จงึ ได้แนวคิดมาจากการร้องหมอลาที่บอกถึง
การย้ายถิ่นฐานมาจากเวียงจันทร์จนมาถึงจังหวัดราชบุรีผสมกับบทร้องในการเก้ียวพาราสีกัน ท้ังได้หยิบยกเอาเคร่ือง
แขวนท่ีเรยี กว่าลูกมโหตร ท่ีใชว้ ันงานบุญพะเหวด ท่เี กือบสญู หายไปกว่า 60ปี เขา้ มาเป็นอปุ กรณ์ในการแสดงครง้ั นี้ จึง
เกิดแรงบนั ดาลใจในการสรา้ งสรรค์ผลงานชุดนี้ ฟ้อนเกี้ยวสาวลาวเวียง ทส่ี วยงามและสนกุ สนาน

ความเปน็ มาของกลมุ่ ไทยลาวเวียงหรือลาวตี้ จงั หวดั ราชบุรี ไดอ้ พยพมาจากเวียงจันทน์ เริ่มเขา้ มาอาศัยอยู่ใน
ประเทศไทยต้ังแต่สมัยกรุงธนบุรี มีการโยกย้ายคร้ังใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ชาวราชบุรีที่มีวัฒนธรรมลาว จึง
กาหนดเรียกกลุ่มชาติพนั ธเ์ุ ดยี วกนั ว่า ลาวเวียงซึง่ อาศัยอยู่ในอาเภอ โพธาราม ชาวลาวเวยี งอยูอ่ าศัยการสรา้ งบ้านเรอื นท่ี
อยู่อาศัย ชาวไทยลาวเวียงจะต้ังบ้านเรือนกนั เป็นกลุ่มเครือญาติ การสร้างบ้านเรือนมักใชว้ ัสดุที่หาได้งา่ ยจากธรรมชาติ
ชาวไทยลาวเวียงมีอาชีพดงั้ เดมิ คือ การทานา ทอผา้ มีการรกั ษาวฒั นธรรมและประเพณสี ืบเน่อื งกนั ต่อมาจนถงึ ปัจจุบัน
คณะผู้จัดทาได้เหน็ ถึงความสาคญั ของกลุ่มชมุ ชนชาวไทยลาวเวียง จึงนาวัฒนธรรมและประเพณแี ละความเชอื่ จากการ
สร้างสรรค์งานนาฏศิลป์ชุด “ฟ้อนเก้ียวสาวลาวเวียง” นอกจากแนวคิดการแสดง การสัมภาษณ์การลงพ้ืนท่ี การ
ดาเนินงาน ยังมีองค์ประกอบต่างท่ีจาให้การแสดงเกิดความสมบูรณ์มากย่ิงข้ึน ประกอบด้วยองค์ประกอบต่างๆ เช่น
รูปแบบเครื่องแต่งกาย ทานองเพลง และ อุปกรณ์การแสดง จึงทาให้เกิดงานสร้างสรรคแ์ ละออกแบบท่าราได้เหน็ ภาพ
มากย่ิงข้ึน โดยการสร้างสรรค์บนพ้ืนฐานนาฏศิลป์ไทย จากการดาเนินงานและการนาเสนอผลงานตอ่ กรรมการชาวไทย
ลาวเวียง ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการออกแบบท่ารา และดนตรี มีข้อเสนอแนะในการนาเสนอเอกลักษณ์ของชาวไทยลาว
เวียงมากขึ้น การนาลกู มโหตรมาใชใ้ นการแสดง

การสร้างสรรค์การแสดงชุด ฟ้อนเก้ียวสาวลาวเวียง เป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม วิถีชีวิต ๘
ชาติพันธุ์ ซ่งึ ได้นาวถิ ีชีวติ และวฒั นธรรมและประเพณีของชาวลาวเวียงให้คงอยู่ในรูปแบบของการแสดงและแรงบันดาลใจ
ในการสร้างสรรค์การแสดง ท่ีรวมถึงการออกแบบองค์ประกอบต่างๆในการแสดงท่ีสะท้อนให้เห็นเอกลักษณ์ได้อย่าง
ชัดเจน จงึ มกี ารลงพ้นื ที่และสมั ภาษณต์ วั แทนชุมชนทเ่ี ป็นสิง่ สาคัญเพอ่ื เปน็ องค์ความร้จู ากทอ้ งถ่ิน

บทท่ี ๑
ประวตั กิ ลุม่ ชาวไทย-ลาวเวียง

๑.๑ ทมี่ าของกลุม่ ลาวเวยี ง
ประชากรไทยมีวัฒนธรรมลาว มีคาเรียกชื่อลาวหลายแบบ เช่น ลาวส้ง/ซ่ง ลาวพวน ลาวพุงขาว ลาวพุงดา

เรียกตามชาวบ้านหรอื คนทอ้ งถิ่นอ่ืนท่ีเรียกกันมา เมื่อมีผู้สอบถามจึงนามาเขียนเป็นรายลักษณ์อกั ษรและคาเรยี กขานท่ี
ฟงั ชนิ หหู รืออา่ นชนิ ตา คาเหล่านจี้ ึงเปน็ ชือ่ เฉพาะของชาติพันธ์หุ รือกล่มุ ลาวประจาทอ้ งถิ่น ลาวเวยี ง เปน็ กลุ่มชาติพันธ์ุที่
ได้รับการจาแนกอยใู่ นกลมุ่ ชนชาตลิ าวลมุ่ ซงึ่ หมายรวมถงึ กลุ่มลาวอื่น ๆ เช่น ลาวครง่ั ลาวพวน และลาวโซง่ ทต่ี ง้ั ถิ่นฐาน
อยู่ในพ้ืนท่ีราบต่า มีรูปแบบทางเศรษฐกิจในลักษณะพึ่งพาตนเองด้วยวิถีทางการเกษตร เช่น การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์
และหัตถกรรม โดยแต่ละชาติพันธ์ุจะมอี ัตลักษณ์ทแ่ี ตกต่างกันออกไป (จตุพล อังศุเวช, ๒๕๕๕, หน้า ๒๕) โดยคาเรียก
ลาวเวียง เป็นเพราะชาวลาวกลุม่ นี้อพยพมาจากเมืองเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว คาว่า “ลาว”
ไม่ได้แปลว่า คนเฉย ๆ หากแต่หมายความถึง “ชนผู้เป็นนาย” ข้อสังเกตนี้ได้มาจากการพิจารณานามกษัตริย์ของ
อาณาจักรเงนิ ยาง มีคาว่าลาวนาหน้าทุกพระองค์ เร่ิมต้ังแต่ลาวจก ลาวเก้าแก้ว ลาวเลา ลาวตัน เรื่อยลงมาทงั้ หมดกวา่
๓๐ ลาว ยุคหลังจึงคอ่ ยเปล่ียนมาใช้ขนุ นาหนา้ กษตั รยิ ์ (จติ ร ภูมศิ กั ด์ิ, ๒๕๓๕, หนา้ ๓๘๖)

ลาวเวยี ง เป็นชอ่ื เรียกกลุ่มชนที่มีการย้ายถ่ินฐานจากเมืองเวียงจันทน์ สาธารณรัฐประชาธปิ ไตยประชาชนลาว
ได้เร่ิมเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรงุ ธนบุรี มีการโยกย้ายคร้ังใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทรต์ อนต้น ตรงกับรชั
สมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หวั เหตุครั้งนี้เป็นผลเนื่องจากการก่อกบฏของเจ้าอนุวงศ์ ใน พ.ศ. ๒๓๖๙ เม่ือ
การตอ่ สู้สนิ้ สุดลงและกรงุ เทพฯ ได้รบั ชัยชนะ พระบาทสมเด็จพระน่ังเกลา้ เจา้ อยูห่ ัว มีพระราชประสงค์ให้กวาดตอ้ นผู้คน
จากเมืองเวียงจันทน์และหัวเมืองลาวใกล้เคียงกลับมามากที่สดุ เพราะหากให้เวียงจันทน์ตั้งเป็นบ้านเมืองเพ่ือช่วยดูแล
และเกลย้ี กล่อมหัวเมืองลาวต่างๆใหส้ วามิภกั ดิ์ต่อกรงุ เทพฯ น้นั อาจจะไมม่ ีผู้ทจี่ ะไวใ้ จใหด้ แู ลได้ ทาใหก้ ลุ่มชาวลาวเมอื ง
เวียงจันทน์และหัวเมืองลาวใกล้เคียงถูกกวาดต้อนส่งลงมาหลายคร้ัง จนเกิดเป็นชุมชนที่ขยายใหญ่ข้ึน ก่อประโยชนแ์ ก่
ส่วนกลางท้งั ในดา้ นการเมืองและเศรษฐกิจ

ชาวลาวที่ย้ายถิ่นเข้ามาทั้งที่ถูกกวาดต้อนและอพยพ ถูกส่งไปยังเมืองต่าง ๆ ในเขตหัวเมืองชั้นใน ในพื้นที่ที่มี
ลักษณะภมู ิประเทศลักษณะเหมอื นกบั บา้ นเกิด โดยอยู่รวมกลมุ่ กับชาวลาวทม่ี าอยู่ก่อน เพื่อง่ายต่อการควบคมุ ดูแล อีก
ท้ังหัวเมอื งเหล่านย้ี งั อยไู่ กลจากแหลง่ ทอี่ ยู่อาศยั เดิม จงึ ทาใหก้ ารหลบหนีเป็นไปด้วยความยากลาบาก นอกจากนี้หัวเมือง
ชั้นในยังเป็นเมืองหน้าด่าน ดังนั้น เมื่อข้าศึกยกทัพมากลุ่มชนเหล่านี้จะเป็นกาลังสาคญั ในการกั้นไม่ให้ข้าศึกเข้าถึงราช
ธานไี ดอ้ ย่างรวดเรว็

พ้ืนที่หลักที่มีความหนาแน่นของกล่มุ ลาวเวียง คือ บริเวณลุ่มน้าภาคกลาง ได้แก่ ลุ่มน้าท่าจีน ลุ่มน้าแม่กลอง
และลุ่มน้าเพชรบุรี โดยกระจายอยู่ในจังหวัดสุพรรณบุรี นครปฐม เพชรบุรีและราชบุรี บริเวณลุ่มน้าท่าจีน ในจังหวัด
สพุ รรณบุรี พบชาวลาวเวยี งตง้ั ถ่ินฐานแถบตาบลพิหารแดง อาเภอเมือง บ้านขาม ตาบลพลับพลาชยั บา้ นจรา้ เกา่ ตาบล
บา้ นโข้ง อาเภออทู่ อง จังหวัดนครปฐม บริเวณวัดคูเวยี ง ตาบลสมั ปทาน อาเภอนครชัยศรี บริเวณล่มุ น้าแมก่ ลอง จังหวดั
ราชบุรี พบชาวลาวเวียงตั้งถ่ินฐานอยู่บรเิ วณตาบลเขาแรง้ อาเภอเมือง ตาบลบ้านฆ้อง ตาบลบ้านสิงห์ ตาบลบ้านเลือก

ตาบลดอนทราย อาเภอโพธาราม ตาบลกรบั ใหญ่ ตาบลหนองกบ ตาบลปากแรด ตาบลหนองอ้อ ตาบลท่าผา อาเภอบา้ น
โป่ง ตาบลจอมบึง ตาบลปากช่อง อาเภอจอมบึง บริเวณลุ่มน้าเพชรบรุ ี จังหวัดเพชรบุรี ชาวลาวเวียงตั้งถิ่นฐานบริเวณ
ตาบลสระพงั อาเภอเขาย้อย

จากการอพยพโยกยา้ ยและการตัง้ ถนิ่ ฐานชดั เจน บนแผน่ ดินที่ไม่คนุ้ เคย ทาใหช้ าวลาวเวยี งต้องปรับตัวในระบบ
การดาเนินชีวิตแบบใหม่ แตก่ ็ทาให้เกิดความรสู้ กึ ถงึ ความเป็นคนในกลุม่ ชาติพันธ์ุเดียวกัน จนกระทัง่ สามารถธารงรักษา
วัฒนธรรม ประเพณี บ้านเรอื นและภาษาได้อยา่ งนา่ สนใจ

๑.๒ ชาวไทย-ลาวเวียงในราชบรุ ี
ชาวราชบุรีท่ีมีวัฒนธรรมลาว จึงกาหนดเรียกกลุ่มชาติพันธุ์เดียวกันว่า ลาวเวียง โดยมีความหมายว่าผู้มี

วัฒนธรรมลาว มีภาษาพูดของบรรพบุรุษเหมือนกับคนลาวในถิ่นเวียงจนั ทน์ จะมีความต่างจาก ลาวพวง หรือ ลาวโสง้
(โดยจะมคี วามแตกต่างทางสาเนียงการพูดหรือเสยี งวรรณยุกต์ ภาษาท้งั ๓ กล่มุ ) ชาวลาวเวียงมักจะมีคาพูดลงท้ายบาง
ประโยค มักลงคาว่า ติ หรือ ต้ี มีความหมายว่า อย่างน้ัน หรือ เช่นนี้หรือ หรือไม่ เช่นกล่าวว่า “บ่ไปนากันติ” หมายถึง
ไมไ่ ปดว้ ยกันหรือ “กนิ ขา้ วแล้วติ” หมายถงึ กนิ ขา้ วหรือยัง “ไปซะต้”ี หมายถงึ ไปเสียซิ ด้วยเหตนุ ี้ คนสว่ นใหญเ่ รียกชาว
ลาวเวียงว่า ลาวตี้ โดยใช้คาลงทา้ ยในการพูดมาเป็นช่ือเรียก การเรียกชื่อขึ้นมาภายหลงั จะไม่เกี่ยวข้อความเป็นมาของ
ชาติพันธ์ุลาว และไม่มกี ลมุ่ ลาวตี้ในท้องถิน่ ใด จงึ นิยมใช้ช่ือลาวเวยี ง ซึ่งมอี ยหู่ ลายจงั หวดั ของประเทศไทย

ภาพที่ ๑ ภาพถา่ ยชาวไทย-ลาวเวียงในราชบรุ ี
(ที่มา : คณะผจู้ ัดทา)

ชาวลาวเวยี งราชบรุ ี สืบเช้อื สายจากชาวเวียงจันทร์และเมืองใกล้เคียง ดว้ ยเหตขุ องสงครามระหว่างสยาม-ลาว
จึงทาให้ชาวเวียงจันทน์ได้อพยพมาอยู่ท่ีภาคกลางของสยามประเทศ จากการกล่าวข้างต้นได้พบหลักฐานท่ีปรากฏใน
พงศาวดารดังน้ี “เถิงจุลศักราชได้ ๑๑๔๑ ตัว ปีกัดไก๊น้ัน เมืองอโยธยาก็ยกเอากองทัพข้ึนมารบเอาเมืองจนั ทบุรหี ัน้ แล
เถงิ เดือน ๑๒ ลง ๔ ค่า เวยี งจันทบรุ ีก็แตกหั้นแล ดังมหากษัตริยเ์ จ้าเวียงจันทร์น้ัน กห็ นีไปเมอื งแกวหน้ั แล ชาวใตก้ ็ไดล้ ูก
เจา้ เมอื งจันทบรุ ผี ู้หน่งึ ชอ่ื เจ้านนั ทเสนกบั ลูกสาวมหากษัตริยเ์ วียงจันทร์ผ้หู นึง่ ช่อื นางเขียวค้อมแบะไพรไ่ ทยทั้งหลาย เอา



ลงไปเมอื งใต้พ้นุ น้นั แล ยามเจ้าอรยิ วงศ์ตนเป็นพ่อเจา้ หลวงวิธูรและไพรไ่ ทยชาวนา่ นซง่ึ อันติดตามทา่ นไปอยู่เมืองจันทบุรี
น้ัน ชาวใต้ก็กวาดลงไปเมืองใต้เสี้ยงห้ันแล อยู่มาเถิงจุลศักราช ๑๑๔๓ ตัวปีลวงเป้า เดือน ๔ ลงค่าหนึ่ง วันเสาร์
เจ้าพระยาอริยวงศ์ตนเป็นพ่อเจ้าหลวงวิธูรน้ันก็เถิงแก่กรรมตายไปในเมืองใต้ทีห้ันแล” (ประชุมพงศาวดารเล่ม ๑๐ น.
๑๐) ข้อความในพงศาวดาร เป็นสานวนของชาวเหนือ กล่าวถึงการเกิดศึกเม่ือ พ.ศ. ๒๓๒๒ หรือในรัชสมัยพระเจา้ กรุง
ธนบุรี ว่ามีกองทพั จากกรุงธนบุรี ยกไปตเี มอื งเวยี งจันทน์ จึงนาเจา้ ชายนันทเสน ราชโอรสและนางเขยี วค้อม ราชธิดาขอ
กษัตริย์เมืองเวียงจันทน์ รวมถึงประชาชนชาวเวียงจันทน์ อพยพครัวเรือนชาวลาวมาหมดสิ้น แต่ปัจจุบันยังมีหลักฐาน
ยงั คงอยู่อยา่ งแน่นชัดคือเรือ่ งของภาษา ทช่ี าวลาวเวียงยังคงสามารถใชส้ อ่ื สารกันแต่ในปัจจุบันภาษาความเปลี่ยนแปลง
ไปจากสงั คมอดตี เน่อื งจากความเปลีย่ นแปลงทางสังคมและวัฒนธรรมแวดล้อม
๑.๓ ท่ีตัง้ พน้ื ท่ี ถ่ินอาศัย

ชาวไทยลาวเวียน เป้นกลุ่มคนท่ีมีเชื้อสายลาวจากเมืองเวียงจันทร์ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว
เข้ามาต้งั ถิ่นฐานในเมืองราชบรุ ีตัง้ แตส่ มยั ธนบรุ ีเรือ่ ยมาจนถึงสมยั รัตนโกสนิ ทร์โดยตั้งถ่ินฐานบริเวณท่ีหา่ งจากฝ่ังแม่น้าแม่
กลองด้านทิศตะวันออกราว ๒ กิโลเมตร ที่เขาแร้ง อาเภอเมืองราชบุรี บ้านฆ้อง บ้านบ่อมะกรูด บ้านเลือก บ้าน
สิงห์ บา้ นกาแพงเหนอื บ้านกาแพงใต้ บา้ นดอนทราย บ้านหนองรี บา้ นบางลาน ในอาเภอโพธาราม บา้ นดอนเสลา
บา้ นหนองปลาดุก บา้ นหนองอ้อ บ้านฆอ้ งน้อย ในอาเภอบ้านโปง่ นอกจากนี้ยังมีอกี กลมุ่ ทีอ่ าเภอจอมบงึ ในเขตบ้าน
นาสมอ บา้ นสูงเนนิ บา้ นทาเนียบ บา้ นเกาะ บา้ นหนอง บ้านเกา่ บ้านวังมะเดอ่ื เป็นต้น

ภาพที่ ๒ แผนท่ีในอาเภอราชบุรี
(ทม่ี า : https://sites.google.com/site/52011011428inetg17/canghwad-rachburi)



๑.๔ วถิ ชี ีวติ ของชาวไทย-ลาวเวยี ง
ที่อยู่อาศัยการสร้างบ้านเรือนที่อยู่อาศัย ชาวไทยลาวเวียงจะต้ังบ้านเรือนกันเป็นกลุ่มเครือญาติ การสร้าง

บ้านเรือนมักใชว้ ัสดุท่ีหาได้งา่ ยจากธรรมชาติ โดยจะนาหญ้าคาทับเป็นตับเรยี กว่า “ไพหญ้า” สาหรับมงุ หลังคา ฝาบ้าน
เป็นไม้ขัดแตะ บางหลังอาจเป็นฝาแฝก บริเวณหน้าบ้านมนี อกชานใช้เป็นที่นั่งคยุ กัน ตัวบ้านมีใต้ถุนสูงพอท่ีคนสามารถ
ค้อมหัวได้ หากบ้านใดปลูกติดกับพ้ืนหรือสามารถก้าวข้ึนได้โดยไม่ต้องใช้บันได คนไทยลาวเวียงจะเรียกบ้านลักษณะน้ี
บ้านเรือนแพ ภายในบ้าน คนไทยลาวเวียงจะมหี ้องสาหรบั ลกู สาวเรียกว่า ในเปิง อย่างน้อย ๑ ห้อง ส่วนพ่อแม่มักนอน
ข้างห้องลูกสาว เรียกว่า “นอกเปิง” นอกห้องมีหิ้งไว้กระดูกบรรพบรุ ุษ ครัวจะอยู่ติดกับตัวเรือนออกไป เตาไฟของชาว
ไทยลาวทาจากไมก้ ระดานสี่แผ่น ทาเป็นกระบะสีเ่ หล่ียม และนาดินเหนยี วปนแกลบอดั ลงไปจนแน่น ใช้ก้อนหนิ สามเส้า
สาหรับวางหมอ้ หอ้ งน้าจะอยู่นอกตัวบ้านพื้นทร่ี อบๆ มักปลกู ผักสวนครัว มักกัน้ รว้ั ดว้ ยไม้ไผ่ท้ังลาผกู ถ้ามกี ารปลกู หลัง
ใหม่ มักจะปลกู ในละแวกเดียวกัน นอกจากนอ้ี าจมกี ารเลีย้ งสัตว์ เชน่ เลย้ี งหมู่ข้างบา้ น เล้ียงวัวไว้ใต้ถนุ บา้ น เลีย้ งเป็ด ไก่
เป็นต้น ส่วนยงุ้ ข้าวมกั จะอยูท่ างทศิ เหนอื ของบ้าน ตวั ย้งุ ทาจากไมไ้ ผ่หรอื หรือไม้กระดาน ฝาผนงั ทาจากไมไ่ ผ่สานยาด้วย
ขี้วัวไม่ให้ข้างร่ัว หลังคามุมจากหรือหญ้าคา เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายในชนั้ ต้นๆ คงจะมีการแต่งกายแบบลาวเวียงจันทน์
เสอ้ื ผา้ เยบ็ ด้วยผา้ ไหมเพราะอาชพี ดงั้ เดิม ปลูกหมอ่ นเล้ยี งไหม ทอผา้ นามาตดั เยบ็ เสือ้ ผา้ นงุ่ หม่ กนั เอง หญงิ นุ่งผ้าซน่ิ มผี ้า
สไบเฉียง เกล้าผมมวย ตอ่ มาลกู หลานชาวไทยลาวเวียง ไดม้ ีการพัฒนาการแตง่ กายตามสมัยปจั จุบันทว่ั ๆ ไป จึงหาดกู าร
แต่งกายแบบชาวไทยลาวเวียงได้ยาก นอกจากในฤดูเทศกาลในการทาบุญ วันสาคัญทางศาสนา เช่น วันสงกรานต์ วัน
สารทลาว การสูข่ วญั แขกบา้ นแขกเมืองท่ีมาเยอื นเป็นบางครง้ั จึงอาจได้ดูการแตง่ กายแบบชาวไทยลาวเวยี งด้ังเดมิ

ชาวไทยลาวเวียงมีอาชีพดง้ั เดิม คือ การทานา ทอผา้ ใชเ้ กวียนเปน็ พาหนะ ในเวลาวา่ งจะออกหาปลา จับปลา
ตามแหล่งน้าต่างๆ ตามหนอง คลอง บึง เพื่อนาปลามาทาปลารา้ และน้าปลาไว้รับประทานในฤดูอ่ืนๆ เครือ่ งมอื ท่ีใช้ใน
การจับปลา คือ สุ่ม สวิง และยอ เป็นต้น ส่วนเคร่ืองมือเคร่ืองใช้ ภายในบ้านจะมีกระบุง ตะกร้า กระจาด กระด้ง มีด
ขวาน เคียว ฯลฯ อาหารชาวไทยลางเวียงในปัจจุบันน้ี มีความเป็นอยู่ในด้านอาหารการกินเหมือนกับหมู่บ้านท่ัวไป
อาหารของชาวไทยลาวเวียงที่ถือว่าเปน็ อาหารหลกั สาคัญ คือ ปลาร้า ที่นอกเหนือไปจากอาหารของชาวไทยในปัจจุบัน
ชาวไทยลาวเวยี งในตาบลบ้านฆอ้ งยงั มขี นมจีนที่นบั ว่าเป็นอาหารท่ีทกุ ครอบครวั ชอบรบั ประทาน แม้แตก่ ารทาบญุ เล้ียง
พระเนื่องในโอกาสต่างๆ จะขาดอาหารนีเ้ สยี มิได้

ภาพที่ ๓ บา้ นของชาวไทย-ลาวเวียงในท้องถิน่ ราชบุรี



(ทม่ี า : คณะผจู้ ัดทา)
๑.๕ การใชภ้ าษาลาวเวียง

การเปล่ยี นผนั ของภาษาลาวเวยี งไดร้ ับผลกระทบจากสังคมภายนอกหลากหลายประการ เช่น การส่งบตุ รหลาน
เข้าเรียนการสอนแผนใหม่ทาให้เด็กได้รับการศึกษาอย่างเป็นระบบ รู้การใช้ภาษาไทยอย่างมีประสิทธิภาพ ทาให้เกิด
เอกภาพทางภาษาเยาวชนร่นุ ใหมใ่ ช้ภาษาไทยกลางเป็นประจาและไม่พูดภาษาลาวเวียงทาให้คาศพั ท์และสานวนที่เคยใช้
ในสังคมจนถึงแนวคิดความเช่ือ คาศพั ท์เรยี กช่อื สิ่งของของอาการของโรงค รวมถึงพืชสมุนไพร หากชาวลาวเวียงไม่รักษา
วัฒนธรรมด้านภาษา ภาษาลาวเวยี งราชบรุ ีเสือ่ มสญู เป็นเพียงตานาน

๑.๖ การแต่งกายลาวเวียง
ชาวลาวเวียงมีการแต่งกายแบบลาวเวียงจันทน์ท้ังชายและหญิงโดยใช้ผ้าฝ้ายการจากปลูกฝ้ายของคนใน

ท้องถนิ่ มาทอผ้าเป็นเคร่ืองนงุ่ ห่ม นอกจากผ้าฝ้ายแลว้ ยงั มีการปลูกหมอ่ นเลี้ยงไหมและนามาทอผ้าใช้เอง โดยเส้ือผ้าเย็บ
ด้วยผ้าไหมและผ้าฝ้าย โดยผู้หญิงจะนุ่นผ้าซน่ิ มีผ้าเบี่ยง หรือสไบเฉียง เกล้าผมมวย ปัจจุบันชาวลาวเวียงราชบุรมี กี าร
แต่งกายตามสมัยนิยม มีสถานภาพเป็นคนไทยภาคกลางอย่างสมบูรณ์จึงไม่พบการแต่งกายแบบดั่งเดิมในคนรุ่นหลัง
นอกจากงานบญุ หรอื วันสาคญั ของชาวลาวเวียง โดยการแต่งกายสมัยใหมเ่ ลียนแบบภาคอสี านของไทย

ผู้นาท้องถิ่นชาวลาวเวียงจังหวัดราชบุรีกาหนดแบบแผนการแต่งกายชาวลาวเวียงราชบุรใี ห้เป็นแบบแผนหรอื
ไปในทางทิศทางเดียวกันของจังหวัดราชบุรี โดยแสดงคร้ังแรกในงานสงกรานต์ วัดบ้านสิงห์ ตาบลบ้านสิงห์ จังหวัด
ราชบรุ ี

ภาพท่ี ๔ การแต่งกายชาวลาวเวียง ภาพที่ ๕ ผ้าซ่นิ ของชาวลาวเวียง
(ที่มา : คณะผจู้ ดั ทา) (ท่ีมา : คณะผจู้ ดั ทา)



๑.๗ ประเพณีและวัฒนธรรมของชาวลาวเวียง
ศาสนาพุทธเป็นศาสนาที่ชาวลาวเวียงราชบุรีนับถือ ประเพณีส่วนใหญ่จึงเก่ียวข้องในเรื่องของความเชื่อทาง

ศาสนาและมีรปู แบบขนบประเพณจี ากชุมชนท่ีอยู่ในทอ้ งถิ่นเข้ามาร่วมด้วย เชน่ ประเพณแี ห่ดอกไม้ ในชว่ งสงกรานต์ มี
การรดน้าขอพรจากผู้อาวโุ ส ชาวลาวเวียงจะหอบนา้ ไปบรรจุในตุ่มหรอื โอ่งบ้านของผ้เู ฒา่ หรอื ผู้อาวุโสท่ตี นเองนบั ถอื ทง้ั นี้
งานประเพณีท่ีเคยสืบทอดกันจึงมีการปรบั เปลยี่ นเพื่อความเหมาะสมกับยุคสมัย แต่ยังคงรักษารูปแบบและสาระสาคญั
ของประเพณี โดยงานประเพณหี ลักของชาวลาวเวียงราชบรุ ี คือ สารทลาว บญุ ไต้น้ามนั และ ประเพณแี ห่ดอกไม้

๑.๗.๑ สารทลาว
สารทลาวหรือบุญข้าวสารท บุญข้าวสาก เป็นงานบุญเดือนสิบ กาหนดวันข้ึน ๑๕ ค่า เดือน ๑๐ เป็นวัน

งาน ซ่งึ ช่วงเดือน ๑๐ ถือวา่ เปน็ ช่วงที่งานในนาลดนอ้ ยลงมาก เปน็ ช่วงท่ีขา้ วเริม่ ต้ังท้องพร้อมออกรวง ทาใหช้ าวลาว
เวยี งมเี วลามากขึ้น หัวใจหลักของงานญาตพิ ่ีน้องมโี อกาสมารวมตวั พบเจอกัน มกี ารทาอาหารและขนมตอ้ นรับ ขนม
ที่ทามักเป็นขนมของประเพณีบุญเดือนสิบ คือ ข้าวกระยาสาทร หรือเรียกว่า ข้าวพญาสารท มีส่วนประกอบหลกั
คือ ข้าวตอกหรือข้าวตอกแตก ข้าวพอง ถ่ัวค่ัว น้าอ้อย ในช่วงเตรียมงานทาขนม หนุ่มสาวจะช่วยกันเตรยี มส่ิงของ
เช่น การคั่วข้าวตอกแตก โดยนาข้าวเปลือกค่ัวในหม้อร้อนจัดทาให้เมล็ดข้าวระเบิดและแตกบานออก (คล้าย
ขา้ วโพดคัว่ ) แลว้ นาไปรอ่ นให้เปลอื กข้าวร่วงออก ใหเ้ หลือแตเ่ มลด็ ขา้ วทแ่ี ตกบาน จึงเรียกว่าข้าวตอกแตก เม่อื

ภาพท่ี ๖ ประเพณสี ารทลาว
ทม่ี าของภาพ : ตนราชบุรี ๒๕๕๐:๑๗๕

เตรยี มของทีป่ รุงขา้ วกระยาสารทแลว้ จะตอ้ งเตรยี มนา้ ออ้ ยแล้วนามาเค่ยี วให้ข้นเหนียวแล้วมาผสมกับข้าวตอก
แตก ข้าวพอง รวมถึงถัว่ คว่ั และ งาคว่ั กระยาสารทของชาวลาวเวียงมีลกั ษณะรว่ น ไม่เหนียวตดิ กนั เป็นแผ่น แตย่ ัง
สามารถปนั้ เปน็ กอ้ นได้ รสชาติของกระยาสรทมีรสหวานที่มาจากน้าอ้อย ความกรอบท่ีไดจ้ ากขา้ วพองและข้าวตอก
แตก รสมันจากถั่วและงา (บางตารานาน้ากะทิมาผสมระหว่างเค่ียวน้าออ้ ย สูตรที่ปรุงด้วยน้ากะทิทาให้ข้าวกระยา
สารทเกบ็ ไว้ไดไ้ มน่ าน)



ส่ิงที่ต้องทาในช่วงบุญเดือนสิบ คือ การทาข้าวห่อใบตอง โดยใช้ครอบครัว ๒ ห่อง ข้าวห่อใบตอง
ประกอบด้วย อาหารท่ัวไปที่ชาวบ้านกิน เช่น ไข่ต้ม ปลาย่าง น้าพริก ต้มเผือก ต้มมัน และขนมกระยาสารถ ตอบ
ทาบุญช่วงเพลจะนาห่อข้าวไปวางไว้รวมเป็นส่วนกลาง เมื่อพระฉันเพลและสวดอวยพร ชาวบ้านจะนาข้าวห่อท่ี ๑
หอ่ ไปเปดิ ทีต่ น้ ไม้ใหญ่ในบริเวณวัด เรยี กว่า “แก้หอ่ ขา้ ว” หรือครอบครวั ใดท่บี ุพการเี สียชวี ติ แลว้ นาอัฐธไิ ว้ท่ี

ธาตุหรือเจดีย์หรือชอ่ กาแพงวัด ก็จะไปแก้ห่อข้าวท่ีช่องเก็บอัฐิ จึงจุดธูปเทียนอันเชิญดวงวิญญาณมารบั
เคร่ืองเซ่นไหว้ และเอ้ือเฟื้อกล่าวเชิญวิญญาณไร้ญาติมารับส่วนบุญท่ีอุทิศนี้ด้วย เพราะถือว่าเป็นวันพระยายาม
ปลอ่ ยใหผเี ป็นอสิ ระ ส่วนข้าวหอ่ ท่ี ๒ นาไปไวท้ ี่มมุ นาของตนเอง เรียกวา่ “ใส่นา” พรอ้ มกลา่ วเชิญ แมโ่ พสพหรอื แม่
ยา่ ข้าว มารับอาหารท่ีไหวส้ กั การะ

เม่ือก่อน งานบุญสารทลาว คนส่วนใหญ่มีอาชีพการทานาเป็นหลักทุกครัวเรอื น จึงนาผลผลิตทาข้าวห่อ
ทกุ ครัวเรือนแต่ในปจั จบุ นั เมื่อสงั คมมีความพฒั นาหลายครอบครัวไมไ่ ด้ทานาเม่ือแตก่ อ่ น แตก่ ็ยงั สามารถทาบุญน้ีอยู่
แต่จากเดิมห่อข้าวด้วยใบตองกเ็ ปลยี่ นเป็นการใส่ภาชนะ เช่น ถาด ป่ินโต หรือกระจาด ส่วนของการทาข้าวกระยา
สารทก็หาซอ้ื ไดจ้ ากตลาดหรือร้านค้าโดยไม่ต้องทากระยาสารทเอง จึงทาใหค้ วามสนุกสนานจากการช่วยกันทาข้าว
กระยาสารททีเ่ คยมใี นชาวลาวเวียงราชบุรีได้ห่างหายไป แต่ยังมีพิธีกรรมทาบุญในวันสารทลาวชาวราชบุรยี ังคงสืบ
ทอดปฏบิ ัติกนั จนถงึ ปจั จุบนั

๑.๗.๒ บญุ ไตน้ ้ามัน
ประเพณีชาวลาวเวยี งเกีย่ วกับความเชอ่ื ทางพุทธศาสนาในชว่ งออกพรรษา คาว่า “ไต”้ หมายถึงจดุ ไฟหรอื

การทาให้เกดิ แสงสว่าง ส่วนคาว่า “ไต้น้ามัน” หมายถึง การจุดน้ามันท่ีมีไส้จดั วางไว้แล้ว มีมูลเหตุวิธีการดังน้ี เมื่อ
ครบการจาพรรษา ๓เดือน ชาวลาวเวียงมีการร่วมฉลองในการออกพรรษา ผู้ที่นับถือศาสนาพุทธความเชื่อว่า
พระพทุ ธเจา้ เสด็จจากการไปโปรดพระพุทธมารดาบานสวรรค์ช้ันดาวดงึ ส์ ลงมาสู่โลกมนุษย์ทาใหช้ าวโลกร่วมแสดง
ความยนิ ดี มกี ารเฉลิมฉลองและบูชาดว้ ยประทีปโคมไฟ ชาวลาวเวยี งมกี ารจัดงานบุญไตน้ า้ มัน

รปู แบบของประเพณีไต้นา้ มัน วดั จะทาร้านยกพื้นสูงระดับอก กว้าง ๑ เมตร ยาว ๓-๔ เมตร บริเวณลาด
วัด ท่ีต้นเสาของร้านท่ีทายกพื้น ประดับด้วยก้านมะพร้าวที่ตัดเหลือใบยาวเพียงคืบ แล้วผ่าปลายก้านมะพร้าวให้
แยกออก แล้วโยงปลายกับก้านมะพร้าวที่แยกออกไปผูกกับปลายก้านมะพร้าวเสาข้างเคียง ทาให้เป็นช่องคล้าย
กรอบซุ้มประตูโค้ง ในบริเวณร้านไม้ยกพื้น จะนาถ้วยมะละกอไปวางซ่ึงทามาจากผลมะละกอดิบ ตัดแนวขวางให้
เหลือส่วนก้น ตัดให้เจียนให้ฐานเรียบต้ังได้ แล้วแคะเมล็ดออกจนหมดวางจานวยประมาณ ๑๐-๒๐ ใบในปัจจุบัน
นิยมใชเ้ ปน็ ถ้วยกระเบือ้ งแทน ภายในถ้วยจะเตินน้ามันมะพร้าวหรอื นา้ มันพชื มดี า้ นยดบิ ที่ฟ่นั และมาผกู ให้เป็นตีกา
๔ แฉก ซง่ึ ๓ แฉก ทาเปน็ ฐานหรอื ขาหยง่ั ส่วนอีก ๑ แฉก ทาใหป้ ลายโผล่พน้ นา้ มันมีลกั ษณะคลา้ ยไส้ตะเกียง เมอื่



ถงึ เวลาคา่ พระจะลั่นกลองเปน็ สญั ญานให้ชาวบ้านมาทาบณุ โดยนาน้ามันมะพร้าวหรือนา้ มันพืชมาเติมในถ้วยที่จุด
ไฟบนร้านไมท้ ่ที าไว้ รว่ มกันหยอดน้ามันลงในถว้ ยใหไ้ ฟในถว้ ยมีเชื้อเพลิงสอ่ งสวา่ งเพื่อเป็นการบชู าพระพทุ ธเจ้า

ภาพที่ ๗ ประเพณีบุญไตน้ า้ มัน ภาพท่ี ๘ มะละกอดิบประเพณีบุญไต้น้ามัน
(ท่ีมา : คณะผูจ้ ดั ทา) (ท่ีมา : คณะผู้จดั ทา)

๑.๗.๓ ประเพณีแห่ดอกไม้
ประเพณีแห่ดอกไม้จัดขึ้นในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ชาวลาวเวียงจะได้มาชมุ นุมครอบครวั และเครือญาติมี

การรดน้าขอพรจากผู้ใหญ่ ในสมัยกอ่ นท่ยี ังไม่มีความเจริญในชุมชน เมอื่ ถงึ เทศกาลสงกรานตห์ นุ่มสาวชาวลาวเวียง
จะขนน้าไปบรรจใุ นตมุ่ หรือโอง่ ทีบ่ ้าน ผู้อาวุโสหรือผเู้ ฒา่ ผู้แกท่ ี่ตนเองนับถือ เพือ่ ใหผ้ ูเ้ ฒ่าผแู้ กไ่ ด้ใช้น้าในการดาเนิน
ชวี ิตหรือ ไดใ้ ช้น้าตักอาบนา้ ถอื ว่าเป็นการ “สรงน้า” โดยคาว่า สรง มคี วามหมายวา่ อาบน้า โดยปกติจะใช้กบั พระ
หรือเจ้านาย ในขณะเดยี วกันใชก้ ับผใู้ หญ่ทอี่ าวโุ สหรอื ผทู้ ี่เคารพนับถือ เรียกว่า “สรงนา้ ผใู้ หญ่” เปน็ รปู แบบของการ
เคารพอีกวิธีหน่ึงและยังมีการละเล่นตามประเพณี คือ ฟ้อนแคน การเล่นสะบ้า การโยนลูกช่วง แต่ปัจจุบัน
การละเล่นที่กล่าวมาไม่ปรากฏในชุมชนอีกแล้ว แต่ยังเหลือความทรงจาของผู้คนในท้องถิ่น แต่รูปแบบการแห่
ดอกไม้ชาวลาวเวียงยงั คงสบื ทอดตอ่ มา

เมอื่ ถึงชว่ งเดือน มนี าคม-เมษายน เปน็ ช่วงเวลาที่ดอกไมเ้ บ่งบานโดยเฉพาะต้นจาปา (ลนั่ ทม) ทีท่ ิง้ ใบทั้ง
ต้นและออกดอกสะพร่ัง นอกจากน้ียังมีดอกลมแล้งหรือดอกคณู (ราชพฤกษ์) ออกดอกเหลืองอร่ามตา ภาษาชาว
ลาวใหม่เรยี กช่วงนี้วา่ “ฤดบู านใหม่” ประกอบกับเป็นชว่ งปใี หม่ เพราะชาวลาว-ชาวไทยนบั เอาวันสงกรานต์เป็นวัน
เร่มิ ตน้ นบั ศกั ราชใหม่ เพอื่ เป็นการเฉลิมฉลองปีใหม่และแสดงคารวะบุพการีผอู้ าวโุ ส ผ้มู พี ระคุณและพระสงฆ์ท่ีช่วย
สั่งสอนและเปน็ ทย่ี ึดเหนี่ยวจติ ใจ จึงนาส่งิ ของดอกไม้ไปสกั การะกราบไหว้ และมีการนาทรายเข้าวัด มีความเชอ่ื ท่วี ่า
พระพุทธเจา้ เปน็ บคุ คลสูงสดุ ไม่ควรละเมดิ ดว้ ยกายวาจาใจ กาท่พี ทุ ธศาสนกิ ชนเข้าวดั แลว้ เดนิ ออกมา มีโอกาสทเี่ มด็
กรวดทรายจะตดิ เท้าออกมาถือว่าเปน็ การทาบาปโดยมไิ ด้ตง้ั ใจ ด้วยเห็นนีเ้ ม่ือถงึ เทศกาลสงกรานตจ์ งึ มีประเพณีขน
ทรายเข้าวัด ในช่วงสงกรานต์มีธรรมเนียมท่ีชาวลาวเวียงปฏิบัติกันมา คือไม่ทาการงานใดๆ เช่น ไม่ทอผ้า ไม่ทานา
ไม่ทาเคร่ืองจักสาน ฯลฯ เพราะถือว่าเป็นช่วงกา หรือ คะลา จะร่วมหยุดงาน ๕-๗ วัน ในสมัยก่อนต้องเตรียมฟืน
เพอื่ เปน็ เชือ้ ไฟ แลว้ ตอ้ งตาข้าวให้พอกินได้ระยะเวลามากกว่า ๗ วัน เพ่อื ใหใ้ ช้ตลอดเวลาช่วงหยุดงานบญุ สงกรานต์



แตล่ ะครวั เรือนมกั ทาข้าวตม้ ขนม เพื่อไปทาบุญทวี่ ัดและรว่ มการละเล่นต่างๆ หากครัวเรอื ใดม่งุ หนา้ ทาแต่งานจะถูก
เพ่ือนบ้านค่อนขอดว่าไม่รู้จักกาลเทศะ ถือว่าเป็นพวกไม่เอาพรรคเอาพวกและถูกกีดกันมิให้ญาติมิตรไปเก่ียวดอง
ด้วยความเช่ือและวัฒนธรรมที่มีแต่ก่อน วัฒนธรรมความเชื่อของประเทศไทยและลาวจึงไม่แตกต่างกัน ถึงแม้
บ้านเมืองและสังคมเปลีย่ นแปลงไปจากอดตี แต่วัฒนธรรมการเกบ็ ดอกไมน้ ามาแห่เฉลิมฉลองที่วดั ยังมใี นชุมชนลาว
เวยี งราชบรุ ี

ข้ันตอนงานประเพณแี หด่ อกมักจัดในช่วงเทศกาลสงกรานต์ในช่วงวันที่ ๑๓-๑๕ เมษายน งานประเพณีแห่
ดอกไม้จะเริ่มในช่วงบ่าน ชาวบ้านจะจัดขบวนไปเก็บดิกไม้ตามทุ่งนาหรือตามสวนป่าที่เกิดตามธรรมชาติ ในริ้ว
ขบวนจะประกอบไปด้วยเครื่องดนตรีประกอบไปด้วย กลอง แคน สร้างบรรยากาศของงานรนื่ เริง ภายในงานจะมี
หนมุ่ สาวหลายวยั มารว่ มขบวน มีการฟอ้ นราในขบวนอีกดว้ ย เม่อื ดอกไม้แกค่ วามตอ้ งการแล้วขบวนแหจ่ ะย้อนกลับ
หรือแห่รอบหมู่บ้าน เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียงวงดนตรตี ่างก็เตรียมน้าปรงุ น้าอบ หรือน้าขมิ้นสด บรรจุไว้ในขัน เม่ือ
ขบวนแห่ดอกไม้เริ่มเคลื่อนท่ีผ่านมาท่ีบ้านเรือน เจ้าบ้านจะใช้ช่อดอกไม้หรือช่อใบไม้จุ่มลงในขันน้าอบแล้วพรม
ขบวนแห่หรือบริจาคเงินใส่ลงไปในบาตรท่ีมผี ู้ถือเดินนาขบวน เมื่อขบวนแห่เริ่มเคลื่อนท่ีจากไปเจา้ บ้านหรือคนใน
ครัวเรอื นจะร่วมออกเดนิ ขบวนแหด่ อกไม้ เมือ่ ถงึ บ้านหลังถดั ไปกท็ าเช่นนเ้ี หมอื นกนั ยิ่งระยะทางยาวก็จะมีชาวบ้าน
ร่วมในขบวนมาก ระหว่างทางก็จะมีการขับร้องฟ้อนราตามจังหวะกลอง ขบวนแห่ดอกไม้จะแห่ไปสิ้นสุดที่วัดเพ่ือ
ร่วมทาบุญ เม่ือเข้าเขตวัดเสียงวงดนตรีจากการขับร้องของหมอลาและการบรรเลงดนตรีก็จะส้ินสดุ ลง ชาวบ้านจะ
ช่วยกันยกชะลอมหรือตะกร้าทบ่ี รรจุดอกไม้ข้ึนไปไวบ้ นศาลาวดั จัดดอกไม้ออกเปน็ กานาไปประดับกองทราย ชุมชน
อาจจะไม่มีการขนกองทรายเขา้ วัด ดอกไม้ท่ีนามาจะไปจัดถวายพระแต่ละรูปและบางส่วนนาไปถวายพระประธาน
ในโบสถ์

ภาพที่ ๙ ประเพณีแห่ดอกไม้
ท่ีมาของภาพ : ตนราชบรุ ี ๒๕๕๐:๑๗๒



จากการศึกษาความเป็นมาของกลมุ่ ไทยลาวเวยี งหรือลาวตี้ จังหวัดราชบรุ ี ไดอ้ พยพมาจากเวียงจันทน์ เรม่ิ เข้า
มาอาศัยอยู่ในประเทศไทยตั้งแต่สมัยกรุงธนบุรี มีการโยกย้ายคร้ังใหญ่ในสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น ชาวราชบุรีท่ีมี
วัฒนธรรมลาว จึงกาหนดเรียกกลมุ่ ชาติพันธุ์เดียวกนั ว่า ลาวเวียงซ่ึงอาศัยอยู่ในอาเภอ โพธาราม ชาวลาวเวียงอยู่อาศัย
การสร้างบ้านเรือนท่อี ยู่อาศยั ชาวไทยลาวเวยี งจะตง้ั บ้านเรอื นกนั เปน็ กลมุ่ เครือญาติ การสรา้ งบ้านเรอื นมักใช้วัสดทุ ่ีหาได้
ง่ายจากธรรมชาติ ชาวไทยลาวเวียงมีอาชีพด้ังเดิม คือ การทานา ทอผ้า มีการรักษาวัฒนธรรมและประเพณีสบื เน่ืองกนั
ต่อมาจนถึงปจั จุบัน คณะผู้จดั ทาได้เห็นถึงความสาคัญของกลมุ่ ชมุ ชนชาวไทยลาวเวียง จงึ นาวฒั นธรรมและประเพณแี ละ
ความเช่อื มาสร้างสรรคก์ ารแดงนาฏศลิ ปไ์ ทยชดุ “ฟ้อนเกีย้ วสาวลาวเวยี ง” ในบทต่อไป

๑๐

อ้างองิ ค์ :
http://www.engrdept.com/tahanchangling/Pavatrachaburi_sai8chat.htm

๑๑

บทท่ี ๒
แนวคิดการแสดง

๒.๑ ท่มี าของแนวคิดการแสดง
จากกลุ่มชาวไทย-ลาวเวียงทอี่ ยู่ในราชบุรี ยังรักษาประเพณีวฒั นธรรมของตวั เองอย่างเหนียวแน่น สาวไทย-ลาว

เวียงไดช้ อื่ ว่ามคี วามสวยงามผิวพรรณดีเปน็ ท่หี มายปองของหนมุ่ ๆทงั้ ใกล้ไกล และประเพณขี องชาวลาวเวยี งส่วนใหญเ่ ป็น
พธิ ีงานบญุ จงึ ชว่ ยกันทางาน เสร็จจากการทาบญุ หนมุ่ ๆจะมาเก้ยี วสาว จงึ เป็นแนวคดิ ในการแสดงเกี้ยวสาวลาวเวียง ท่ี
สนกุ สนาน ได้แนวคิดมาจากการรอ้ งหมอลาที่บอกถึงการยา้ ยถิ่นฐานมาจากเวียงจนั ทร์จนมาถึงจังหวัดราชบุรีผสมกับบท
ร้องในการเกี้ยวพาราสีกัน ท้ังได้หยิบยกเอาเคร่อื งแขวนท่ีเรียกว่าลูกมโหตร ที่ใช้วันงานบุญพะเหวด ที่เกือบสูญหายไป
กว่า ๖๐ ปี เข้ามาเปน็ อปุ กรณใ์ นการแสดงครัง้ นี้ จงึ เกดิ แรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานชดุ น้ี เกีย้ วสาวลาวเวียง ที่
สวยงามและสนุกสนาน

รูปแบบการแสดงฟ้อนเกี้ยวสาวลาวเวียง ประกอบด้วยชาย ๔ คน หญิง ๔ คน และมีอุปกรณ์การแสดงคือ
ลูกมโหตร ที่ทามาจากลูกมะพร้าวแล้วปักธงรอบๆ ในส่วนของการแสดงผู้สร้างสรรค์ท่าราการแสดงเกี้ยวสาวลาวเวยี ง
นายวีระพงษ์ ดรละคร ตาแหน่งรองหวั หน้าคิดบวกสบิ ป์

จากการสารวจพืน้ ท่ีและเกบ็ ข้อมูล ไดเ้ ห็นวฒั นธรรมของชาวไทย-ลาวเวียง การเก้ยี วพาราสีที่หยอกล้อกันเพ่ือ
ความสนกุ สนามเลยนาการแสดงเก้ยี วพาราสอี อกมาแสดงในชดุ การแสดง โดยในเพลงได้บรรจทุ างหมอลาในเรือ่ งราวของ
เพลงกบ็ ่งบอกถงึ การเดนิ ทางมาต้ังแต่เวียงจนั ทน์ จนมาถงึ อยรู่ าชบรุ ี จึงสร้างกล่มุ ชาตพิ นั ธ์ไทยลาวเวียง และก็มีการเกีย้ ว
พาราสีกันอยู่ในน้ัน และส่ิงที่สาคัญอุปกรณ์ชนิดหน่ึงที่เป็นจดุ เด่นมีทีเ่ ดียวนั้นคอื มะโหด ก็จะอยู่ในการแสดงชดุ นี้ทาให้
เหน็ วา่ เรายงั มวี ฒั นธรรมเกา่ อยดู่ ้วย และมีการเก้ียวพาราสกี ันอยู่ดว้ ย เราจึงอยากใหเ้ ห็นวัฒนธรรมมอนั นต้ี ่อไป

๒.๒ การสมั ภาษณแ์ ละการหาข้อมูล
คณะผู้จัดทาเก็บข้อมูลโดยการสัมภาษณ์ด้วยวิธีการบันทึกเสียงและจดบันทึกโดยการสัมภาษณ์และสนทนา

กลุ่มกับบุคคลที่มคี วามรู้ทางด้านความเป็นมาของชาวลาวเวียง ด้านนาฏศิลป์ ด้านดนตรี คุณยายก็เล่าความเป็นมาของ
การอพยพ และเล่าถึงในสมัยทีค่ ุณยายยังเดก็ และมวี ถิ ชี ีวิตแบบไหนอย่างไร หลงั จากน้นั คุณโต๋ ตวั แทน ใหเ้ ล่าเพ่ิมเติม
ว่า ไทยลาวเวียงน้ัน อพยพมาจากเวียงจนั ทร์ สมัยต้นรัตนโกสินทร์ พวกประเพณีวัฒนธรรมก็ยังคงมสี ืบทอดมาอยู่ โดย
การมานั้นคือการกวาดต้อนมา ตามเวลาท่ีรบชนะ ก็เลยได้อพยพมา แต่กลุ่มลาวเวียงราชบุรี จะเป็นกลุ่มท่ีอยใู่ หญท่ สี่ ดุ
โดยในราชบรุ ี โดยทัว่ ไปคนลาวเวยี งกระจายอย่ทู ั่วเชน่ จอมบงึ เขาแดง บา้ นดอนทราย โพธาราม

โดยในการดาเนินงานของลาวเวียง ตามที่กลุม่ ต้งั ใจไว้ คอื การรวมตวั กันให้มากขนึ้ เนน้ การแตง่ กายแบบด้ังเดิม
พิธกี รรม และประเพณีต่างๆ กจ็ ะเป็นการแบบนารวมกันเพอ่ื เป็นการสืบสานต่อของประเพณนี ้ัน อาชีพในสมัยก่อนเป็น
เกษตร เช่นการทานา โดยปัจจุบนั ก็เป็นแบบนั้น แต่จะเสริมด้วยกลุม่ อาชีพบจั ุบัน อาหารและขนม ชาวลาวเวียงราชบุรี
คือไม่ทานข้าวเหนียว ทานข้าวเจ้า อาหารข้ึนชื่อเช่น แกงค่ัว กระยาสาทร ละมีการพูดถึงประเพณีท่ีมีอยู่ ฮีต ๑๒ บุญ
เดือนสาม สงกรานต์แบบโบราณ โดยใช้รางไม้ไผ่ ตักบาตรดอกไม้ โดยใช้ดอกเข้าพรรษา สาทรลาว เป็นการทาบุญแก้
บรรพบุรุษ หรือผีไม่มีญาติ โดยห่อข้าวด้วยใบตอง หรือ ประเพณีบุญไต้น้ามัน ทางอีสานจะเป็นไหลเรือไฟ โดยจาลอง

ลักษณะเหมทอนเรือบก โดยใช้มะละกอมาแกะเป็นรูปกบ ใช้ฝ้ายมาฝ่ันเป็นไส้เทียน (นางนิยม ใจดี สัมภาษณ์ ,
กันยายน ๒๕๖๓)

๒.๓ รปู แบบการปฏิบัตงิ าน
การปฏิบัติงานการแสดงชุด เกี้ยวสาวลาวเวียง กาหนดระยะเวลาดาเนินงานเป็นเวลา ในเดือน กันยายน

๒๕๖๓ เป็นเวลา ๔ สัปดาห์ ดงั นี้

ตารางที่ ๑ ระยะเวลาในการดาเนนิ การสร้างสรรค์ “ฟ้อนเกยี้ วสาวลาวเวยี ง”

กันยายน ๒๕๖๓

รายละเอียดการทาวจิ ัย สัปดาหท์ ี่ ๑ สปั ดาหท์ ี่ ๒ สัปดาหท์ ี่ ๓ สปั ดาห์ท่ี ๔

เก็บรวบรวมขอ้ มูลเอกสาร

ลงพน้ื ท่/ี เกบ็ ข้อมลู สมั ภาษณ์

ดาเนินงานการผลิต

Focus Group ครง้ั ที่ ๑

ดาเนนิ การแกไ้ ขปรับปรุง

ลงพื้นทีถ่ ่ายทอดทา่ รา

๒.๔ ข้อเสนอแนะจากกรรมการชาวไทยลาวเวยี ง
ชุดการแสดงเก้ียวสาวลาวเวียงชุดนี้ให้ความรสู้ ึกเพลิดเพลินมากๆเลย รสู้ กึ วา่ ยิม้ ตัง้ แต่เริ่มแสดงเลย ดนตรีแรก

ทข่ี ึ้นมาเปน็ ทถี่ กู ใจ ชาวไทยลาวเวียงเปน็ ชาติพนั ธ์ุทม่ี ีความสนกุ สนานได้ยินเสียงพิณเสียงแคนท่ไี หนต้องลกุ ฟอ้ นมารา ชดุ
แตง่ กายสวยมากทั้งผหู้ ญิงทงั้ ผ้ชู าย ใกลเ้ คียงกบั วฒั นธรรมลาวเวียงมาก นงุ่ ซิน่ ครงึ่ แขง้ ใส้เสื้อแขนกระบอก หม่ สไบเฉียง
สว่ นในเร่ืองเนื้อร้องน่งั ดกู ารแสดงทกุ ชุดมาคดิ กงั วลวา่ เราจะมคี ารอ้ งทเี่ ป็นภาษาของเราขึน้ มาไหม เพราะเอกลักษณข์ อง
ชาวไทยลาวเวียงก็คือการแต่งกาย ภาษา ท่ีชัดเจนคือภาษาลาว มีการใช้บทกลอนหรือหวั ลาลาว มีเสียงแคนท่ีเป็นของ
ลาวในการแสดงชุดน้ี แล้วก็พอมาถึงช่วงกลางแอบกงั วลเรือ่ งของการเกี้ยว บางชว่ งของการเกีย้ ว เราห่วงเร่อื งเยาวชนท่ี
จะไปถ่ายทอด หว่ งเรอื่ งความเหมาะสม เผื่อการแสดงนีไ้ ปถา่ ยทอดใหก้ ับนักเรยี นในชุมชนของเรา ตอนไกล้จะจบกก็ ังวล
ว่าลูกมโหตรท่ีเปน็ จุดเด่นท่ที างชาติพันธุ์ไทยลาวเวียงอยากให้มใี นการแสดง เนื่องจากว่าชวี ิตของไทยลาวเวียงอพยพมา
ตอนตน้ ท่ีเลา่ ประวัติถูกใจและก็ถูกตอ้ ง พอมาถึงเกย่ี วกับประเพณเี กยี่ วกับบญุ ท่ีเกยี่ วกบั วิถีชีวติ ก็จะคอื บุญผะเหวดสันดร
ลกู มโหตรก็คอื เปน็ การถวายธงแด่พระพธุ ทเจ้า แล้วก็ทุกคนกจ็ ะทาไปถวายวดั แลว้ กจ็ ะเอาไปประดับวัด และก็สือ่ ใหเ้ หน็
วา่ ชวี ิตของชาวลาวเวยี งอยู่ในการแสดงชุดน้ี ประทบั ใจใวงสดุ ทา้ ยทมี่ กี ารละเล่นรนื่ เรงิ

๑๒

๒.๕ ขอ้ เสนอแนะจากผู้สง่ คณุ วฒุ ิออกแบบท่ารา
• นางรตั นา พวงประยงค์ ศลิ ปินแห่งชาติ สาขาการแสดง
อยากให้มโหตรมีความสาคัญในการแสดงมากกว่าน้ี ให้ออกมานานกว่าน้ี ชุดการแสดงน้ี
สวยมาก หน้าตาความสนุกสนานในการฟ้อนแตล่ ะช่วงๆ จดุ เดน่ ของลกู มโหตรมันน้อยไปนิด เส้อื ผ้า
สวยงามเหมาะสมกับการแสดง
• นางสาวเรวดี สายาคม ผเู้ ชยี่ วชาญนาฏศิลปไ์ ทย วทิ ยาลัยนาฏศลิ ป์
ชอบผา้ นุ่งผูแ้ สดงหญงิ มที ่าราสวยงามและการเกยี้ วพาราสี ดนตรีมคี วามเพราะ อุปกรณ์มี
ความสอดคลอ้ งกับการแสดง ลูกมโหตรมีความหมายกบั ทางด้านศาสนามาก ทาให้คนรจู้ ักชาติพนั ธ์ุ
ไทยลาวเวียง ภาษาทา่ ที่ใชส้ ือ่ สารก็สามารถเข้ากันไดท้ ้ังหญงิ และชายท้งั การเกี้ยวพาราสใี นงานบุญก็
สวยงามเหมาะสม
• ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ จุลชาติ อรัณยะนาค รองอธิการบดี กรมศิลป์
สรุปโดยภาพรวมดูแล้วทาใหส้ บายตา สบายใจ สามารถสื่อสารให้คนดู และผู้ทรงคณุ วุฒิ ดู
แลว้ งดงาม มีความเพลดิ เพลนิ สมกับเป็นสุนทรียะทางดา้ นนาฏศิลป์

๒.๖ ข้อเสนอแนะจากผู้ส่งคณุ วุฒิทางดา้ นดนตรี
• ผ้ชู ่วยศาสตราจารย์ ดร. ดุษฎี มปี ้อม ผเู้ ข่ยี วชาญดรุ ยิ างคไ์ ทย
ในส่วนของท่วงทานองเพลงกับจังหวะ บง่ บอกความเป็นชาวไทยลาวเวียงได้ชัดเจน ส่อื ถงึ
อารมณ์อารมณไ์ ดด้ ี ดนตรเี สียงเบสดังไป มันเกินความไพเราะ เปน็ อกี หนง่ึ การแสดงทม่ี ีความสวยงาม
และไพเราะ ให้ลดเสียงเบสลงนิดหน่ึงแต่รวมๆสวย
นายวชั รกร บญุ เพ็ง อาจารย์คณะศลิ ปศึกษา กรมศลิ ปากร ทางด้านดนตรี
อารมณเ์ พลงดี รวมๆแล้วไม่มีที่ต้องปรับปรุง

๒.๗ สรปุ แนวทางการแกไ้ ข
จากการดาเนนิ งานและการนาเสนอผลงานต่อกรรมการชาวไทยลาวเวยี ง ผู้เชย่ี วชาญทางด้านการออกแบบท่า

รา และดนตรี มขี อ้ เสนอแนะในการนาเสนอเอกลักษณ์ของชาวไทยลาวเวยี งมากขึน้ คอื ลกู มโหตร อยากใหม้ กี ารนาเสนอ
มากขึ้นในการแสดง จึงไดป้ รับปรงุ ท่ารา การแต่งกาย อุปกรณ์ ให้เกิดความสวยงามและถูกต้องในการสรา้ งสรรคผ์ ลงาน
ดว้ ยองคป์ ระกอบตา่ งๆในบทตอ่ ไป

๑๓

บทท่ี ๓
องคป์ ระกอบการแสดง

๓.๑ รูปแบบเคร่อื งแตง่ กาย
การแสดงสร้างสรรคช์ ดุ “ฟ้อนเกี้ยวสาวลาวเวียง” ได้แนวคิดยึดเครื่องแต่งกายตามท้องถ่ินของชาวไทย-ลาว

เวียงราชบุรีเป็นหลกั การแต่งกายแบบลาวเวียงราชบุรีเสอื้ ผา้ เย็บด้วยผ้าไหมเพราะอาชพี ด้ังเดิมของคนในทอ้ งถ่ิน ปลูก
หม่อนเลี้ยงไหม ทอผ้า นาามาตัดเย็บเสื้อผ้านุ่งห่มกันเอง ผู้หญิงชาวไทย-ลาวเวียงนุ่งผา้ ซน่ิ ห่มผ้าสไบเฉียง เกล้าผมมวย
ต่อมาลูกหลานชาวไทยลาวเวียง ได้มีการพัฒนาการแต่งกายตามสมัยยุคปจั จบุ ัน จึงหาดูการแต่งกายแบบชาวไทย-ลาว
เวียงได้ยากนอกจากในฤดูเทศกาลในการทาบญุ วนั สาคัญทางศาสนา เช่น วนั สงกรานต์ วนั สารทลาว การสู่ขวญั แขกบา้ น
แขกเมืองที่มาเยือนเปน็ บางครง้ั จากการศึกษาข้อมูลจากการสัมภาษณ์คนในชมุ ชนชาวไทย-ลาวเวียงราชบรุ ี ดังน้ันทาง
คณะผ้สู รา้ งสรรค์จงึ ไดน้ ารูปแบบการแต่งกายชาว-ไทยลาวเวยี งราชบุรี ไดส้ ร้างสรรค์เครื่องแตง่ กายให้มคี วามสวยมากข้นึ

ภาพที่ ๑๐ เครือ่ งแตง่ กายชาวไทย-ลาวเวียง ภาพท่ี ๑๑ การออกแบบสรา้ งสรรคช์ ดุ ฟอ้ นเกี้ยวสาวลาวเวยี ง

(ทม่ี า:คณะผู้จัดทา) (ทมี่ า:คณะผูจ้ ัดทา)

เครอ่ื งแตง่ กายการแสดงชดุ ฟอ้ นเกี้ยวสาวลาวเวยี ง (ผ้หู ญิง)

ภาพท่ี ๑๒ เคร่ืองแต่งกายการแสดงฟอ้ นเกย้ี วสาวลาวเวียง(ผู้หญิง)
(ท่มี า : คณะผูจ้ ัดทา)

เครอ่ื งแตง่ กายผหู้ ญิง
๑. ผา้ ซนิ่ พน้ื เมือง
๒. สไบพื้นเมอื ง
๓. เสื้อแขนยาวหรอื เสอ้ื แขนกระบอก
๔. เครื่องประดบั ทอง (เข็มขดั สร้อยตัว สรอ้ ยคอ ตา่ งหู กาไลขอ้ มือ)
๕. ปน่ิ ปักผม
๖. มวยผมท่ีเรียกปัน้ เกลา้ ทัดดอกไม้

๑๕

เคร่อื งแตง่ กายการแสดงชดุ เกย้ี วสาวลาวเวียง (ผูช้ าย)

ภาพท่ี ๑๓ เครือ่ งแตง่ กายการแสดงฟ้อนเก้ยี วสาวลาวเวียง(ผู้ชาย)
(ที่มา : คณะผูจ้ ดั ทา)

เครอ่ื งแต่งกายผู้ชาย
๑. นุ่งโจงกระเบน
๒. เสอ้ื แขนส้นั กระดมุ ผา่ หนา้ หรอื เส้อื พื้นเมอื งแขนส้นั
๓. สไบพน้ื เมือง
๔. ผ้าขาวม้า

๑๖

๓.๒ ทานองเพลง “ฟอ้ นเกย้ี วสาวลาวเวียง”
การสร้างดนตรีของชาตพิ ันธ์ไุ ทย-ลาวเวยี ง นาเอกลักษณด์ นตรีทใี่ ชใ้ นชุมชาวไทย-ลาวเวียงทีไ่ ดจ้ ากการทไี่ ด้

สมั ภาษณ์ในการลงพืน้ ท่ีในชุมชนวัดโบสถ์ ตาบลบ้านเลือก คณะผูจ้ ดั ทาไดเ้ หน็ ถงึ ศิลปะ วัฒนธรรม ประเพณขี องชมุ ชนที่
ยังคงสบื สานกนั อย่างเหนยี วแน่นนั่นก็คือ การใช้หมอลาเปน็ ส่อื กลางการบอกเลา่ เรื่องราวถึงความรักของหนุม่ สาว จึงได้
นาแนวคดิ การร้องหมอลามาใช้ในการแสดง โดยมแี คนเปน็ เครอื่ งดนตรีหลักในการทาเพลงและเครื่องดนตรีประเภทอ่นื
ประกอบทาให้ดนตรีมคี วามไพเราะมากยง่ิ ขึน้ เช่น ซอ พิณ กลองยาว การแสดงชดุ นไี้ ด้ถูกสรา้ งสรรคข์ นึ้ มาใหม่ โดยมี
ดนตรีและทานองทีเ่ ป็นแบบสมัยใหม่ เพือ่ ให้การแสดงมคี วามสนุกสนานและความน่าสนใจมากยง่ิ ข้นึ

ทานองเพลงทใี่ ชป้ ระกอบการแสดงชุดการแสดงฟอ้ นเกีย้ วสาวลาวเวยี ง เป็นเพลงประพันธ์ขึ้นใหม่ แบง่ ลกั ษณะ
ทานองออกเป็น ๓ ชว่ ง

ชว่ งท่ี ๑ การบอกเลา่ เรือ่ งราวความเปน็ มาถึงชาวไทย-ลาวเวยี ง
ช่วงที่ ๒ เปน็ การร้องหมอลาแซวกนั ไปมาระหวา่ งชาย หญิง
ช่วงที่ ๓ เปน็ การเก้ยี วพาราสรี ะหว่างชายและหญงิ

ภาพท่ี ๑๔ เคร่อื งดนตรแี คน
(ทมี่ า : คณะผ้จู ัดทา)

๓.๒.๑ เน้อื รอ้ ง เกีย้ วสาวลาวเวียง
• ทานองลาเกร่ิน
ฟงั เดอ้ ขา้ จกั กล่าวภาคพ้ืน ประวัตเิ ก่าลาวเวยี งเดมิ ดาเนาอยู่เวยี งจันทนส์ บื สายภายพุ้น
ดว้ ยบญุ คณุ เหนือเกลา้ เหนือหัวเกล้ากระหมอ่ มจงึ ไดม้ าสืบสร้างทางพ้ีให้ซมุ่ เยน็
ราชบรุ ีซื่อต้งั เมอื งใหมไ่ ทลาว บา้ นเมืองเฮางามหลายฮทู้ ั่วกันนอ้ ท่าน
ขุนเขากว้างเฮียงฮายลอดล่วง ปวงผู้สาวเล่นนา้ ลอ่ งแพน้อยออ่ ยพญา
มีเสียงแคนอกี ซา้ พณิ ดดี สง่ เสียง ลาออ่ ยพญาจากันบา่ วสาว มาลาเก้ยี ว

๑๗

• ทานองลาเกย้ี ว
ชาย : นางเอย มาเห็นหนา้ ดีใจฮมุ ฮมุ่ ฮุมฮุ่ม ละ่ ฮุ่มฮมุ้ ฮุ่มฮุ้ม ปานไดเ้ งนิ หม่ืนลา้ นมาเขา้ ใส่
กระเป๋า ซูซ้ า่ งหล่าง ซาตาซางหลา่ ง ตง้ั แต่เพิ้นให้ซ้าง เฮาน้ันกะบเ่ อา ไดพ้ ้อเจ้าอีนางอ่นุ คน
งาม ซขิ อตามเมือซอน ว่าจัง๋ ใด๋ อนี างน้อง
หญงิ : อา้ ยเอย มาเห็นอ้ายดใี จ ฮมุ ฮุ่ม ฮุมฮุม่ ฮ่มุ ฮุ้ม ฮุม่ ฮุ้ม ปานได้เงินหมื่นล้านมาเขา้ ใส่
กระเปา๋ ซ้ซู า่ งหลา่ ง ซาตาซางหลา่ ง ต้งั แตเ่ พน้ิ ใหซ้ า้ ง เฮานน้ั กะบ่เอา ได้พอ้ อ้าย ชายหนุ่ม
คนงามว่าอยากตามเมอื ซ้อน แม่นอหี ลซี นั้ บ่อา้ ย
• ทานองลาพืน้ เวียง
หญิง : นี้ละอา้ ย เจ้าสิเป็นผัวไผ นางนอ้ งกะบ่ว่าแตพ่ ระอินทรอ์ ยฟู่ ้า เมียกะเจา้ เล่ามี มนั บ่
ผิดครองเท่าเอาแฟนเขาคน้ั วา่ เจา้ บแ่ ตง่ บเ่ ห็นนวลพอกแปง้ แสงหยอ้ งส่องประกาย มาเจอ
พวงมาลยั หยอ้ ยกะดีต้องตต๋ี งิ้ เว้าความฮักจรงิ จรงิ แมน่ สิเปน็ พ่อฮา้ ง นางนอ้ งกะสเิ อา ไผสิ
ติว่าเฒ่า ตามซา่ งเฮาฮัก หวงั สิเอาซายมาอย่เู คียง เฮยี งซ้อน หรอื วา่ ตินางน้อง ว่าคงิ นาง
เฒ่าแก่
ชาย : แก่กะซา่ งน้อนาง บ่ได้ขีใ้ ส่ลา่ งเฮอื นไผดอกเฒา่ บ่ได้ขใ้ี สน่ าเฮอื นไผดอกแม่เปน็ สาว
แก่ ตอ้ งหาแก่คอื กัน สขิ อเกย่ี วพนั นาสาวเฒา่ เฒา่ แม่นสิมลี กู เก้าลูกสบิ กะตามซ้าง ผัว
นอ้ งปา๋ ละไว้โตอา้ ยกะสิเอง ค่ันจ๋ังซน้ั อา้ ยสขิ อลาเกี้ยวเป็นเกลียวเก้ียวก่าย อยากได้เมอื
บ้านอ้ายเป็นไภอ้ ีแม่ซาย คาเอย้
• ทานองลากลอ่ มทุ่ง
ชาย : เปิ่นเวิ้น ฮกั เพ้ินสาวลาวนหี้ นา อ้ายนีป้ กั หวั ตา สิมาฮกั เจ้าผสู้ าวคนนี้ นอ้ งผิวขาวผู้
สาวไทลาวผดู้ ี เป็นสาวลาวผูด้ ี โอ้ยคนพี่นส้ี สี นบ่เจา้
หญิง : เจา้ ดอกเอย เจ้าดอกซอ้ นเอย เจ้าดอกมะลลิ าอย่าใหน้ อ้ งตรมอุรา นั่งกินนา้ ตา ย้อน
ฮักอา้ ยอยา่ ให้นอ้ งตรมอรุ า ต้องกนิ นา้ ตา ย้อนฮกั เจา้

๓.๓ อปุ กรณ์ประกอบการแสดง
การแสดงสรา้ งสรรค์ เก้ยี วสาวลาวเวยี ง ได้นาลกู มโหตรมาใช้ในการแสดง ซ่ึงจะใช้ในการแสดงชว่ งท่ี ๓ ผู้แสดง

ผูช้ ายจะนาลูกมโหตรมาใช้ในการประกอบการแสดง

๑๘

ภาพที่ ๑๕ ลกู มโหตร
๓.๓.๑ ลกู มโหตร

เป็นพวงอุบะ ซ่ึงหอ้ ยประดับอยูท่ ีค่ นั ดาลฉัตร ชาวไทย-ลาวเวยี งจะรว่ มกนั ตกแต่งศาลาวดั ด้วย
ลกู มโหตรท่ีทามาจากลูกมะพรา้ วมาทาสแี ลว้ นาธงสมี าปักรอบๆลกู มะพร้าว
จากการสรา้ งสรรคง์ านนาฏศลิ ป์ชุด “ฟอ้ นเกี้ยวสาวลาวเวียง” นอกจากแนวคดิ การแสดง การสัมภาษณ์การลง
พน้ื ที่ การดาเนนิ งาน ยังมอี งคป์ ระกอบต่างทีจ่ าใหก้ ารแสดงเกิดความสมบรู ณ์มากยิง่ ขนึ้ ประกอบดว้ ยองค์ประกอบตา่ งๆ
เชน่ รปู แบบเครื่องแต่งกาย ทานองเพลง และ อปุ กรณก์ ารแสดง จงึ ทาใหเ้ กิดงานสรา้ งสรรค์และออกแบบท่าราไดเ้ ห็น
ภาพมากย่ิงขนึ้ โดยการสร้างสรรคบ์ นพื้นฐานนาฏศลิ ปไ์ ทย จะกลา่ วในบทตอ่ ไป

๑๙

บทท่ี ๔
ท่าราและรปู แบบแถว

จากการสรา้ งสรรค์การแสดงชดุ ฟ้อนเกย้ี วสาวลาวเวียง ไดน้ าทา่ ราจากเดมิ ของชาวไทยลาวเวียง จงั หวดั
ราชบรุ ี มาเปน็ แบบสร้างสรรค์นาฏศลิ ปไ์ ทยใหเ้ ป็นรูปแบบรา่ ยราท่เี ปน็ เอกลักษณข์ องชาวไทยลาวเวียง สอื่ ให้เห็นความ
เป็นมาและวิถีชีวติ ของชาวไทยลาวเวยี ง และไดอ้ อกแบบกระบวนท่าราและรปู แบบการแปรแถวขึ้นมาใหม่ มกี ารนา ลูก
มะโหตรมาใชใ้ นการแสดงเพ่ือใหเ้ หน็ ถึงเอกลกั ษณ์ของชาวไทยลาวเวียงจังหวัดราชบุรี โดยการแสดงสร้างสรรคช์ ุด ฟอ้ น
เกย้ี วสาวลาวเวียงแบ่งออกเป็น ๓ ชว่ ง

ชว่ งที่ ๑ การบอกเล่าเร่อื งราวความเป็นมาถึงชาวไทย-ลาวเวียง
ช่วงที่ ๒ เปน็ การร้องหมอลาแซวกนั ไปมาระหวา่ งชาย หญิง
ช่วงที่ ๓ เปน็ การเกีย้ วพาราสรี ะหวา่ งชายและหญงิ

ภาพท่ี ๑๖ ท่าที่ ๑

ทานองเพลง : เกยี้ วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : โน้มตัวลงก้มหนา้ มอื ทั้งสองขา้ งวางบนหน้าขา น่ังทับสน้ เทา้
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : กม้ หน้า มือท้ังสองกามอื นั่งทบั ส้นขาขวา ตัง้ เขา่ ขาซา้ ย

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๓ ช๒ ช๑
ญ๔ ญ๒ ช๔

ญ๑ ช๓


๒๑

ภาพท่ี ๑๗ ท่าท่ี ๒

ทานองเพลง : เกี้ยวสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญิงคนที่ ๑ : กม้ ตัว มอื ซา้ ยและมือขวาจบี ม้วนมือตัง้ วงสลับกนั ระดบั หนา้

วางมอื ขวาวางหนา้ ขา มือซ้ายกระดิกนว้ิ ข้างศรี ษะซ้าย เอียงซา้ ย
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๒ - ๔ : ดันตัวขึ้นมาต้ังตรง มือท้งั สองข้างวางบนหนา้ ขา นงั่ ทับสน้ เท้า
นกั แสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : กม้ หน้า มอื ทง้ั สองจีบมว้ นมอื สลับ แทงลงขา้ งลาตัวจาดนน้ั คอ่ ยๆยนื ข้ึน

หมนุ ตัวด้านซา้ ยหันหลงั
รูปแบบการแปรแถว :

ญ๓ ช๒ ช๑
ญ๔ ญ๒ ช๔

ญ๑ ช๓


๒๒

ภาพท่ี ๑๘ ท่าที่ ๓

ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวียง
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๑ : มอื ทง้ั สองไหว้ขา้ งขวาระดับศรี ษะ เอียงศีรษะขวา
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๒ - ๔ : มือทั้งสองชูมือไหว้ระดับศรี ษะ เท้าซ้ายตง้ั เข่า
นักแสดงชายคนที่ ๑ : ศีรษะตงั้ ตรง แบมือซา้ ยชูมือเหนือศีรษะ มือขวาต้งั วงหงานท้องแขน

ก้าวหน้าเท้าขวา
นกั แสดงชายคนท่ี ๒ : ศรี ษะตง้ั ตรง แบมอื ขวาชมู ือเหนอื ศรี ษะ มอื ซา้ ยต้งั วงหงานท้องแขน

กา้ วหนา้ เท้าซา้ ย
นักแสดงชายคนท่ี ๓ : ศีรษะตัง้ ตรง มือซา้ ยตง้ั วงระดบั ศีรษะแขนตึง มอื ขวาตัง้ วงหงายทอ้ งแขนระดบั เอว

น่งั ตง้ั เขา่ เท้าซา้ ย
นักแสดงชายคนท่ี ๔ : ศรี ษะต้ังตรง มอื ขวาตั้งวงระดับศรี ษะแขนตึง มอื ซ้ายตั้งวงหงายทอ้ งแขนระดบั เอว

นง่ั ต้ังเข่าเท้าขวา

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๓ ช๔ ช๒ ช๑ ช๓
ญ๔ ญ๒
ญ๑


๒๓

ภาพที่ ๑๙ ท่าที่ ๔

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ : มือซา้ ยจีบสง่ หลงั มือขวาจบี ไหลซ่ า้ ย เอียงศรี ษะซา้ ย น่ังทบั สน้ เทา้
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๒ - ๔ : มอื ทัง้ สองชมู ือไหวร้ ะดับศรี ษะ หมุนตัวไปทางขวาหันหลงั
นักแสดงชายคนที่ ๑ : ศีรษะตั้งตรง แบมอื ซา้ ยชูมือเหนอื ศรี ษะ มือขวาตั้งวงหงานท้องแขน

ก้าวหนา้ เท้าขวา
นกั แสดงชายคนท่ี ๒ : ศีรษะตั้งตรง แบมือขวาชมู อื เหนอื ศีรษะ มอื ซา้ ยตัง้ วงหงานทอ้ งแขน

กา้ วหน้าเทา้ ซ้าย
นกั แสดงชายคนท่ี ๓ : ศีรษะตั้งตรง มอื ซ้ายตงั้ วงระดบั ศรี ษะแขนตึง มือขวาต้ังวงหงายท้องแขนระดบั เอว

นัง่ ตั้งเข่าเท้าซา้ ย
นกั แสดงชายคนท่ี ๔ : ศรี ษะตงั้ ตรง มอื ขวาต้งั วงระดับศรี ษะแขนตึง มือซา้ ยตั้งวงหงายทอ้ งแขนระดบั เอว

นัง่ ตัง้ เขา่ เทา้ ขวา

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๓ ช๔ ช๒ ช๑ ช๓
ญ๔ ญ๒
ญ๑


๒๔

ภาพท่ี ๒๐ ท่าที่ ๕

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวยี ง
นกั แสดงหญิงคนท่ี ๑ : มือซ้ายแบมอื แขนตงึ คว่ามอื มอื ขวาแบมือแตะไหล่ซ้าย เอยี งศีรษะซา้ ย
นักแสดงหญงิ คนที่ ๒ - ๔ : มือทงั้ สองตัง้ วงแขนตงึ ส่งขา้ งหลงั ก้มตัวเลก็ น้อย ก้าวหน้าเทา้ ขวา
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มอื ทั้งสองตงั้ วงแขนตึงส่งข้างหลัง กม้ ตัวเลก็ นอ้ ย ก้าวหนา้ เท้าขวา

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๓ ช๔ ช๒ ช๑ ช๓
ญ๔ ญ๒
ญ๑


๒๕

ภาพที่ ๒๑ ท่าที่ ๖

ทานองเพลง : เกี้ยวสาวลาวเวียง
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๑ : มือทั้งสองไหวร้ ะดับศรี ษะ ศีรษะต้ังตรง ก้าวหนา้ เทา้ ขวา
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๒ - ๔ : มือทงั้ สองตง้ั วงโกยมอื ชแู ขนตึง กา้ วเท้าขวา ศีรษะตัง้ ตรง
นักแสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มอื ทั้งสองต้งั วงโกยมอื ชแู ขนตึง กา้ วเทา้ ขวา ศรี ษะตั้งตรง

รปู แบบการแปรแถว :

ช๔ ญ๔ ช๓

ช๒ ๑ ช๑
ญ๓ ญ๒
๑ ๑
ญ๑


๒๖

ภาพท่ี ๒๒ ท่าท่ี ๗

ทานองเพลง : เกย้ี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญิงคนที่ ๑ : มือทง้ั สองขา้ งเท้าพืน้ แขนตึง นงั่ พบั เพยี บทางขวา เอียงขวา
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๓ - ๔ : หันตัวมาด้านหน้า มอื ท้ังสองตงั้ วงบน เอยี งศีรษะซ้าย ก้าวหน้าเทา้ ซ้าย
นักแสดงชายคนที่ ๑ : หนั ตัวมาดา้ นหน้า มือซา้ ยจีบตดิ ไหล่ มือขวาตง้ั วงระดับไหล่แขนตงึ ก้าวหน้า

เท้าขวา เอียงขวา
นักแสดงชายคนที่ ๒ : หนั ตัวมาดา้ นหนา้ มอื ขวาจบี ติดไหล่ มอื ซ้ายตัง้ วงระดบั ไหลแ่ ขนตงึ กา้ วหนา้

เท้าซ้าย เอียงซา้ ย
นักแสดงชายคนท่ี ๓ - ๔ : มอื ท้งั ไหวช้ แู ขนตงึ กา้ วเทา้ ขวา ศรี ษะตั้งตรง

รูปแบบการแปรแถว :

ช๔ ญ๔ ช๓

ช๒ ๑ ช๑
ญ๓ ญ๒
ญ๑ ๑ ๑


๒๗

ภาพที่ ๒๓ ท่าที่ ๘

ทานองเพลง : เกย้ี วสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : นง่ั พับเพยี บขวา มือซ้ายเทา้ พืน้ มอื ขวาต้งั วงหงายท้องแขนระดับศรี ษะ

เอียงซา้ ย หมุนตัวหันหลงั ไปทางซา้ ย
นกั แสดงชายคนท่ี ๑ , ๓ : มือท้งั สองไหว้ระดับหนา้ ก้าวหน้าขาซ้าย กม้ ตวั เลก็ น้อย
นกั แสดงชายคนที่ ๒ , ๔ : มือขวากางมอื ระดับหู มอื ซา้ ยกางมอื แขนตงึ เหนือศีรษะ กา้ วหนา้ ขาขวา

รูปแบบการแปรแถว :

ช๔ ช๓

ญ๓ ญ๔ ญ๒
ช๒ ๑ ๑

ช๑

ญ๑


๒๘

ภาพที่ ๒๔ ท่าที่ ๙

ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : มอื ซา้ ยจบี หงายไหลข่ วา มอื ขวาจบี สง่ หลัง เอียงศรี ษะซา้ ย ลุกยืน

กา้ วหน้าเท้าซา้ ย
นกั แสดงชายคนที่ ๑ , ๓ : มอื ซ้ายกางมือระดบั หู มอื ขวากางมอื แขนตึงเหนอื ศรี ษะ กา้ วหน้าขาซา้ ย
นกั แสดงชายคนที่ ๒ , ๔ : มอื ขวากางมือระดับหู มอื ซ้ายกางมือแขนตงึ เหนือศรี ษะ ก้าวหน้าขาขวา

รปู แบบการแปรแถว :

ช๓ ช๔
ญ๒
ญ๓

ช๑ ช๒
ญ๑ ญ๔

๒๙

ภาพที่ ๒๕ ท่าท่ี ๑๐

ทานองเพลง : เกย้ี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๔ : มือซ้ายจบี หงายชายพก มือขวาตง้ั วงแขนตึงขา้ งลาตัว ศีรษะเอยี งขวา

เท้าขวาแตะตามจังหวะ พร้อมหมุนตัวซ้าย
นกั แสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือทง้ั สองขา้ งต้ังวงแขนตึงขา้ งลาตวั ศีรษะเอยี งขวา

เทา้ ขวาแตะตามจังหวะ พร้อมหมนุ ตัวซ้ายรอบนักแสดงหญงิ

รูปแบบการแปรแถว :

ช๓ ช๔
ญ๒
ญ๓

ช๑ ช๒
ญ๑ ญ๔

๓๐

ภาพที่ ๒๖ ท่าท่ี ๑๑

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๔ : มอื ซ้ายตงั้ วงระดับศีรษะ มือขวามอื แตะที่ชายพก ศรี ษะเอยี งซา้ ย ยา้ เท้าตามจงั หวะเพลง
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือซา้ ยต้งั วงระดบั ศีรษะ มือขวามอื แตะทช่ี ายพก ศรี ษะเอียงซา้ ย ย้าเท้าตามจังหวะเพลง

รปู แบบการแปรแถว :

ช๓ ช๔
ญ๒
ญ๓

ช๑ ช๒
ญ๑ ญ๔

๓๑

ภาพที่ ๒๗ ท่าท่ี ๑๒
ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญิงคนที่ ๑ - ๔ : มือทั้งสองขา้ จบี ม้วนมือออกไล่ขนึ้ ไปจนระดับศีรษะ ย้าเท้าตามจงั หวะเพลง

หมุนตัวไปทางซา้ ย
นักแสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มอื ทั้งสองข้าจบี มว้ นมอื ออกไล่ขึ้นไปจนระดับศีรษะ ย้าเทา้ ตามจงั หวะเพลง

หมุนตวั ไปทางซ้าย

รปู แบบการแปรแถว :

ช๓ ช๔
ญ๒
ญ๓

ช๑ ช๒
ญ๑ ญ๔

๓๒

ภาพที่ ๒๘ ท่าที่ ๑๓

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวียง
นักแสดงหญิงคนที่ ๑ - ๔ : มอื ซ้ายป้องหนา้ ระดิกนิ้วระดับคิว้ มือขวาตงั้ วงแขนตึงระดับไหล่

ย้าเท้าตามจงั หวะ
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือซา้ ยปอ้ งหนา้ ระดกิ นว้ิ ระดับคว้ิ มอื ขวาตัง้ วงแขนตึงระดบั ไหล่

ยา้ เทา้ ตามจงั หวะ

รูปแบบการแปรแถว :

ช๓ ช๔
ญ๒
ญ๓

ช๑ ช๒
ญ๑ ญ๔

๓๓

ภาพที่ ๒๙ ท่าท่ี ๑๔

ทานองเพลง : เกี้ยวสาวลาวเวยี ง
นกั แสดงหญิงคนท่ี ๑ - ๔ : มือซ้ายแบมอื กระดกิ น้ิวขา้ งสะโพกซา้ ย มือขวาตง้ั วงบน

ยา้ เท้าตามจังหวะ
นกั แสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มอื ซ้ายตงั้ วงระดับหู มอื ขวาตั้งวงปาด สลับซ้ายขวา โนม้ ตัวลง

ย้าเท้าตามจงั หวะ

รปู แบบการแปรแถว :

ช๓ ญ๒ ช๒
ญ๔
ช๑
ญ๑ ญ๓ ช๔

๓๔

ภาพที่ ๓๐ ท่าที่ ๑๕
ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ : มือซ้ายต้ังวงไหลข่ วา มือขวาจีบสง่ หลัง นงั่ ยอ่ เขา้ เอยี งซา้ ย
นักแสดงหญิงคนที่ ๒ : มือทงั้ สองวางบนหน้าขา ย่อตัวเล็กน้อย มองทางขวา
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๓ : มือซ้ายวางมอสะโพกขวา มอื ขวาปอ้ งหนา้ ระดับค้วิ ก้าวหนา้ เทา้ ซา้ ย
นกั แสดงหญิงคนที่ ๔ : มอื ซ้ายจีบเทา้ เอว มอื ขวามอื ซา้ ยแตะทห่ี ู
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มอื ซ้ายแขนตึง มอื ขวาอยู่ไหล่ซ้าย กวักมอื เข้าหาตัว ทาทา่ เรียก

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๓

ช๓ ญ๔ ญ๒
ช๑ ญ๑
ช๒
ช๔

๓๕

ภาพท่ี ๓๑ ท่าที่ ๑๖
ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๔ : มอื ซา้ ยต้งั วงระดบั หน้า มอื ขวาตัง้ วงบน ก้าวหน้าขาขวา
นกั แสดงชายคนที่ ๑ : มือซ้ายป้องหน้า มอื ขวาเท้าเอว นั่งตั้งเข่าขวา หันหลงั
นักแสดงชายคนที่ ๒ : มือซ้ายปอ้ งหน้า มอื ขวาเท้าเอว นั่งตง้ั เขา่ ขวา หันหลงั
นักแสดงชายคนท่ี ๓ : มือซ้ายป้องหน้า มือขวาเท้าเอว ยืนก้าวหน้าซา้ ย
นกั แสดงชายคนท่ี ๔ : มือท้งั สองกอดอก นั่งตัง้ เข่าซา้ ย

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๓

ช๓ ญ๔ ญ๒
ช๑ ญ๑
ช๒
ช๔

๓๖

ภาพท่ี ๓๒ ท่าที่ ๑๗

ทานองเพลง : เกยี้ วสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๔ : มอื ซา้ ยจบี ส่งหลัง มือขวาต้ังวงหงายทอ้ งแขนระดบั หนา้ กา้ วเท้าซา้ ย

หมนุ ตัวด้านหน้า
นกั แสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือท้ังสองข้างปรบมือขา้ งขวาลาตวั ยา้ เท้าเดินเป็นวงกลม เอียงขวา

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๓

ช๓ ญ๔ ญ๒
ช๑ ญ๑
ช๒
ช๔

๓๗

ภาพที่ ๓๓ ท่าที่ ๑๘
ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวยี ง
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๔ : มอื ท้ังสองข้างตั้งวงระดับชายพก ย้าเทา้ ตามจงั หวะ
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือทง้ั สองข้างปรบมอื ขา้ งขวาลาตัว ย้าเท้าเดนิ เปน็ วงกลม เอยี งซา้ ย

ย้าเทา้ ตามจงั หวะ

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๓ ญ๒ ช๓
ญ๔ ช๑ ช๒

ญ๑ ช๔

๓๘

ภาพที่ ๓๔ ท่าที่ ๑๙
ทานองเพลง : เกย้ี วสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : มอื ซา้ ยตงั้ วงระดบั หนา้ มือขวาต้ังวงบน ก้าวหนา้ ขาซ้าย
นักแสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มอื ท้งั สองข้างปรบมือขา้ งขวาลาตวั ย้าเท้าเดินเป็นวงกลม เอยี งขวา

รปู แบบการแปรแถว :

ช๓ ช๒
ช๑
ญ๓
ช๔ ญ๔

ญ๑ ญ๒

๓๙

ภาพที่ ๓๕ ท่าท่ี ๒๐
ทานองเพลง : เกีย้ วสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : มือซ้ายเทา้ เอว มอื ขวาวางมือไหล่ซ้าย ก้าวหน้าเทา้ ซ้าย
นกั แสดงชายคนที่ ๑ - ๓ : มือซา้ ยแขนตึง มือขวาอยู่ไหลซ่ ้าย กวักมอื เขา้ หาตัว ทาท่าเรียก
นกั แสดงชายคนท่ี ๔ : มอื ซ้ายแขนตงึ มอื ขวาอยู่ไหลซ่ ้าย กวกั มอื เขา้ หาตวั ทาท่าเรยี ก นงั่ ต้งั เขา่ ซา้ ย

รูปแบบการแปรแถว :

ช๓ ช๒
ช๑
ญ๓
ช๔ ญ๔

ญ๑ ญ๒

๔๐

ภาพที่ ๓๖ ท่าท่ี ๒๑
ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญิงคนท่ี ๑ - ๔ : มอื ซ้ายเท้าเอว มือขวาต้งั วงแขนตงึ ระดับไหล่ ย้าเท้าตามจงั หวะ
นกั แสดงชายคนที่ ๑ - ๓ : มอื ซ้ายแขนตงึ มือขวาอยู่ไหลซ่ ้าย กวกั มอื เขา้ หาตัว ทาทา่ เรยี ก
นกั แสดงชายคนท่ี ๔ : มอื ทัง้ สองปรมมือข้างหู น่งั ต้ังเขา่ ซ้าย

รูปแบบการแปรแถว :

ช๓ ช๒
ช๑
ญ๓
ช๔ ญ๔

ญ๑ ญ๒

๔๑

ภาพที่ ๓๗ ท่าท่ี ๒๒

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวียง
นกั แสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๓ : มือทง้ั สองโกยมือขึ้น กา้ วหน้าเทา้ ขวา หนั หน้าไปทางขวา
นกั แสดงหญิงคนท่ี ๔ : มือทัง้ สองโกยมอื ขน้ึ กา้ วหน้าเท้าขวา หันหน้าไปทางซ้าย
นักแสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มอื ท้ังสองโกยมือขึ้น ก้าวหน้าเทา้ ขวา

รูปแบบการแปรแถว :

ช๓ ช๒
ช๑
ญ๓
ช๔ ญ๔

ญ๑ ญ๒

๔๒

ภาพท่ี ๓๘ ท่าที่ ๒๓

ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวียง
นักแสดงหญงิ คนท่ี ๑ - ๔ : มอื ขวาตง้ั วงไหลซา้ ย มือซ้ายเทา้ เอว ก้าวหนา้ เทา้ ซา้ ย หันหลงั
นักแสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มือท้งั สองตง้ั วงประสานทอี่ ก กา้ วหนา้ เทา้ ซา้ ย หันหลัง

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๑ ช๒ ช๔ ญ๔
ญ๓ ช๑ ญ๒ ช๓

๔๓

ภาพท่ี ๓๙ ท่าท่ี ๒๔

ทานองเพลง : เกย้ี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญงิ คนที่ ๑ - ๓ : มอื ขวาต้งั วงไหลซ้าย มอื ซ้ายเท้าเอว นง่ั ทบั ส้น
นักแสดงหญิงคนที่ ๔ : มือซา้ ยตง้ั วงระดับเอวปาดมือตง้ั วงระดบั หนา้ มอื ขวาจีบสง่ หลงั กลายมอื ต้งั วงบน
นกั แสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มอื ทงั้ สองต้ังวงประสานทอ่ี ก น่งั ต้ังเท้าซา้ ย

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๑ ช๒ ช๔ ญ๔
ญ๓ ช๑ ญ๒ ช๓

๔๔

ภาพท่ี ๔๐ ท่าที่ ๒๕

ทานองเพลง : เก้ียวสาวลาวเวยี ง
นกั แสดงหญิงคนที่ ๑ - ๒ : มอื ขวาตงั้ วงไหลซา้ ย มือซา้ ยเท้าเอว มอื ซา้ ยเทา้ เอว นัง่ ทับสน้
นกั แสดงหญิงคนที่ ๓ : มือซา้ ยต้งั วงบนปาดมือวางสะโพกขวา มอื ขวาจบี ชายพกกลายมือวางสะโพกซ้าย

หมุนตัวมาดา้ นหน้า
นักแสดงหญงิ คนที่ ๔ : มอื ซ้ายต้งั วงระดบั เอวปาดมือตง้ั วงระดบั หนา้ มอื ขวาจบี ส่งหลงั กลายมือตง้ั วงบน
นกั แสดงชายคนที่ ๑ - ๔ : มือท้ังสองต้งั วงประสานที่อก ก้าวหนา้ เทา้ ซา้ ย หันหลงั

รูปแบบการแปรแถว :

ญ๑ ช๒ ช๔ ญ๔
ญ๓ ช๑ ญ๒ ช๓

๔๕

ภาพที่ ๔๑ ทา่ ๒๖
ทานองเพลง : เก้ยี วสาวลาวเวยี ง
นักแสดงหญิงคนที่ ๑ - ๒ : มือขวาจีบส่งหลัง มอื ซ้ายต้งั วงหงายท้องแขนปิดหน้า เอียงซา้ ย หมนุ ตัวมาด้านหน้า
นกั แสดงหญิงคนท่ี ๓ : มือซ้ายตงั้ วงบนปาดมือวางสะโพกขวา มอื ขวาจีบชายพกกลายมอื วางสะโพกซ้าย

หมุนตัวมาด้านหน้า
นกั แสดงหญิงคนท่ี ๔ : มอื ซา้ ยตัง้ วงระดับเอวปาดมอื ตงั้ วงระดับหนา้ มอื ขวาจีบส่งหลังกลายมอื ต้ังวงบน
นักแสดงชายคนท่ี ๑ - ๔ : มือทั้งสองต้ังวงประสานท่อี ก กา้ วหน้าเทา้ ซา้ ย หันหลัง

รปู แบบการแปรแถว :

ญ๑ ช๒ ช๔ ญ๔
ญ๓ ช๑ ญ๒ ช๓

๔๖


Click to View FlipBook Version