The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ทะเบียนวิจัยปี 2568

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sathaporn chotechung, 2026-05-29 04:30:17

ทะเบียนวิจัยปี 2568

ทะเบียนวิจัยปี 2568

98 ทะเบียนวิจัยปี 25689) บันทึกข้อมูลการระบาดของโรคและแมลง เช่น โรคใบขาว โรคแส้ดำ โรคเหี่ยวเน่าแดง หนอนกอ หนอนเจาะลำต้น 10) บันทึกข้อมูลด้านเศรษฐศาสตร์ ได้แก่ ต้นทุนการผลิต รายได้ รายได้สุทธิ อัตราผลตอบแทนค่าใช้จ่ายต่อการลงทุน (Benefit Cost Ratio: BCR)11) วิเคราะห์ข้อมูลทางสถิติด้วย Analysis of Variance เปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยโดยวิธีDuncan คำนวณข้อมูลทางสถิติโดยใช้โปรแกรมทางสถิติ10. สถานที่ดำเนินงานสถานที่ดำเนินงาน ปี พ.ศ. จำนวนพื้นที่หน่วยวัด(ตารางเมตร/ไร่)แปลงเกษตรกร จ.กาญจนบุรี 2568 3.5 ไร่11. ระยะเวลาเริ่มต้น (เดือน / ปี) ตุลาคม 2567สิ้นสุด (เดือน / ปี) กันยายน 257012. งบประมาณปี 2568สถานที่รับงบประมาณ ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์งบประมาณรวม (บาท)ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี 184,410 141,300 3,400 13,510 342,620


99 ทะเบียนวิจัยปี 2568แบบเสนอแผนปฏิบัติงานวิจัย กรมวิชาการเกษตร ประจำปี 2568FF68 39 02 68 01 02 6868/สถาบันวิจัยพืชไร่และพืชทดแทนพลังงาน/ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี1. ชื่อแผนงานวิจัย 39 วิจัยและพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตอ้อย มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์2. ชื่อโครงการวิจัย 39.2 วิจัยเทคโนโลยีการจัดการศัตรูพืชในอ้อยแบบบูรณาการเพื่อป้องกันและควบคุมการระบาดอย่างยั่งยืน3. ชื่อกิจกรรม 1 ศึกษาวิธีการป้องกันกำจัดโรคที่สำคัญในอ้อย4. ชื่อการทดลอง 1.2 การศึกษาวิธีการจัดการโรคแส้ดำในอ้อยแบบผสมผสาน5. ผู้ดำเนินงานหัวหน้า อุไรวรรณ พงษ์พยัคเลิศผู้ร่วมงาน วาสนา วันดี สุวัฒน์ พูลพานอาภาภร หนูแดง กนกวรรณ สุขกรมนพิษฐา กลัดเงิน ศันสนีย์ หลิมย่านกวกาญจนา หนูแก้ว6.หลักการและเหตุผลโรคแส้ดำ (Smut) ของอ้อย เกิดจากเชื้อรา Sporisoriumscitamineum (Syd.) (Piepenbr et al., 2002) (ชื่อเดิม Ustilagoscitaminea Syd) พบการระบาดและทำความเสียหายให้กับการปลูกอ้อยในประเทศไทยครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2507 (Martin, 1964) ปัจจุบันเป็นโรคที่พบได้ทั่วไปในทุกพื้นที่การปลูกอ้อยและมีแนวโน้มระบาดเพิ่มขึ้นทุกปี พันธุ์อ้อยที่เคยต้านทานต่อโรคแส้ดำในบางพื้นที่พบว่าความต้านทานนั้นลดลง เนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate change) ทำให้มีผลกระทบกับลักษณะทางพันธุกรรมของอ้อย และความต้านทานในอ้อยมีความผันแปร การปรับตัวของเชื้อโรคที่ต้องการดำรงเผ่าพันธุ์และมีชีวิตรอด รวมทั้งการปลูกอ้อยพันธุ์เดิมเป็นพื้นที่กว้างและระยะเวลานานทำให้เกิดการสะสมของโรคจำนวนมาก อีกทั้งเชื้อสาเหตุโรคพืชเป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก มีวงจรชีวิตที่สั้นและวิวัฒนาการที่เร็วกว่าพืช จึงทำให้ปรับตัวได้เร็วจนชนะพันธุกรรมต้านทานเดิมที่มีอยู่ ดังนั้น การหาวิธีการป้องกันกำจัดโรคแส้ดำที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นวิธีที่จะช่วยลดการระบาดและลดความรุนแรงของโรคแส้ดำได้ จะทำให้อ้อยยังสามารถเจริญเติบโตและให้ผลผลิตได้


100 ทะเบียนวิจัยปี 2568ลักษณะอาการของโรค อ้อยจะแตกยอดเป็นแส้ยาวสีดำแทนยอดปกติ แส้ดำที่งอกออกมาอาจจะตั้งตรงหรือม้วนงอ มีความยาวตั้งแต่ 1 - 2 เซนติเมตร จนถึง 150 เซนติเมตร (Jack et al., 1983) หยุดการเจริญและแตกตาข้างมาก หากอาการรุนแรงอ้อยจะแคระแกรน ผอม ข้อสั้นแตกกอจัด ไม่เจริญเป็นลำและแห้งตายในที่สุด ส่งผลให้ผลผลิตและคุณภาพอ้อยลดลง 50 - 80 เปอร์เซ็นต์ และทำให้ความสามารถในการไว้ตอลดลง ความเสียหายของผลผลิตจะผันแปรไปตามระดับความต้านทานโรคในอ้อยแต่ละพันธุ์ ซึ่งจะทำให้ความรุนแรงของโรคแตกต่างกัน (วันทนีย์ และคณะ, 2528) และอายุของอ้อย ถ้าอ้อยเป็นโรคเมื่ออายุเกิน 7 เดือน จะสามารถให้ผลผลิตได้ไม่ต่างจากอ้อยปกติ (วันทนีย์, 2545) มีรายงานว่า อ้อยที่เป็นโรคแส้ดำอย่างรุนแรงจะมีผลทำให้ผลผลิตน้ำตาลลดลงได้ถึง 3.85 ตันต่อเฮกตาร์ (0.616 ตันต่อไร่) (Glaz et al., 1989) โรคแส้ดำสามารถติดไปกับท่อนพันธุ์อ้อย สปอร์ของเชื้อราสาเหตุสามารถปลิวไปตามลมและคงความมีชีวิตอยู่ในดินได้นานทำให้ เข้าทำลายอ้อยที่ปลูกใหม่ได้ การเข้าทำลายของโรคแส้ดำ Teliospor (ส่วนที่เห็นเป็นผงสีดำบนก้านที่เป็นแส้) ที่ถูกสร้างขึ้นใน 1 แส้ จะมีประมาณ 108- 109Teliospore (Lee- Lovick, 1978) จะถูกปล่อยออกจาก เยื่อหุ้ม (Silvery membrane) และปลิวไปกับลม เมื่อตกลงบนตาข้างของอ้อย (Lateral bud) จะงอกและแทงทะลุเข้าไปในบริเวณส่วนฐานของตา และเข้าไปยังส่วนที่จะเจริญเติบโตหรือ meristematic region (Waller, 1970) ในขณะที่ตาอ้อยยังอยู่ในระยะพักตัว เชื้อก็จะอยู่ในระยะพักตัวเช่นกัน เมื่อตาพร้อมที่จะงอกเป็นลำต้นใหม่เชื้อก็จะเจริญเติบโตไปด้วยกัน และสร้างแส้ดำขึ้นมา ซึ่งจะพบว่าไม่มีการยืดตัวของลำต้น ส่วนการเข้าทำลายของเชื้อที่อยู่ในดิน เชื้อที่ตกค้างอยูในดินจะเข้าทำลายในส่วนของตาที่กำลังงอก (Bock, 1964)ความรุนแรงของโรคแส้ดำ ขึ้นอยู่กับหลายสาเหตุ เช่น พันธุ์อ้อยที่อ่อนแอต่อโรคแส้ดำ ซึ่งพันธุ์ที่อ่อนแอจะทำให้ผลผลิตเสียหาย 24.64 เปอร์เซ็นต์ (Rajesh et al., 2023) การลดลงของผลผลิตนั้น เป็นผลมาจากจำนวนลำและเส้นผ่านศูนย์กลางของลำลดลง (James, 1973) สภาพอากาศที่ร้อนและแห้งแล้ง (Ferriena and Comstock, 1989)อายุของอ้อยที่เชื้อเข้าทำลาย การไว้ตอหลายปี ความรุนแรงของโรคจะเพิ่มมากขึ้น แต่มีบางพันธุ์ที่แสดงความรุนแรงคงที่หรือมีความรุนแรงลดลง (James, 1969) (Whitlle, 1978) (Ferreina et al., 1980) จากการศึกษาปฏิกิริยาต่อโรคแส้ดำของโคลนอ้อยชุดปี 2557 โคลน UT03-625 เป็นโคลนที่อ่อนแอต่อการเข้าทำลายของโรคแส้ดำมากกว่าพันธุ์ Marcos ที่ใช้เป็นพันธ์เปรียบเทียนอ่อนแอ (Susceptible check) และมีความอ่อนแอคงที่ทั้งในอ้อยปลูกและอ้อยตอ (อุไรวรรณ และคณะ, 2564)7. วัตถุประสงค์เพื่อศึกษาวิธีการป้องกันกำจัดโรคแส้ดำที่มีประสิทธิภาพ และเป็นแนวทางในกำจัดโรคแส้ดำให้กับเกษตรกร8. ผลที่คาดว่าจะได้รับได้วิธีการจัดการโรคแส้ดำที่มีประสิทธิภาพ


101 ทะเบียนวิจัยปี 25689. แนวทางการดำเนินงาน9.1 สิ่งที่ใช้ในการทดลอง1) อ้อยโคลน 03-6252) ปุ๋ยเคมี 15-15-153) สารเคมี Propiconazole 25% EC 4) เครื่องแช่ท่อนพันธุ์9.2 แบบและวิธีการทดลอง9.2.1แผนการทดลองวางแผนการทดลองแบบ RCBD 5 กรรมวิธี จำนวน 4 ซ้ำ ดังนี้9.2.2 กรรมวิธีกรรมวิธีที่ 1 ตัดส่วนที่เป็นแส้ดำออก + ฉีดพ่น Propiconazole 25% EC 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร(สำรวจอ้อยทุกๆ 1 เดือน เป็นเวลา 6 เดือน หากพบโรคแส้ดำทำการตัดหน่อที่เป็นแส้ดำออกทันที และฉีดพ่นPropiconazole 25% EC (นิพนธ์, 2535) ไม่มีการ Treat ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก)กรรมวิธีที่ 2 ฉีดพ่น Propiconazole 25% EC 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร (ฉีดพ่น Propiconazole 25% EC ทุก 2 สัปดาห์ เป็นระยะเวลา 6 เดือน โดยเริ่มที่ 15 วันหลังปลูก และไม่มีการ Treat ท่อนพันธุ์ ก่อนปลูก)กรรมวิธีที่ 3 แช่น้ำร้อน 52 องศาเซลเซียส นาน 30 นาที (สุนี และคณะ, 2528) ก่อนนำไปปลูก ไม่มีการจัดการใดๆ หลังปลูกกรรมวิธีที่ 4 แช่สารเคมี Propiconazole 25% EC 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร 30 นาที ก่อนนำไปปลูก ไม่มีการจัดการใดๆ หลังปลูกกรรมวิธีที่ 5 ไม่มีการจัดการใดๆ และไม่มีการ Treat ท่อนพันธุ์ก่อนปลูก (control)9.2.3 วิธีปฏิบัติการทดลองขั้นตอนที่ 1 ขยายท่อนพันธุ์ และเตรียมท่อนพันธุ์ 1) ปลูกอ้อยโคลนที่มีลักษณะอ่อนแอจำนวน 1 โคลน (ใช้ 1 โคลน เพื่อลดอิทธิพลของพันธุ์ เนื่องจากความรุนแรงของโรคแส้ดำจะผันแปรตามระดับความต้านทานในแต่ละโคลน/พันธุ์) คือ โคลน 03 - 625 ให้เพียงพอสำหรับการทำการทดลอง โดยใช้อ้อยที่อายุ 8 - 10 เดือน 2) เตรียมท่อนพันธุ์อ้อย ขนาด 2 ตาต่อท่อน ขั้นตอนที่ 2 ปลูกอ้อยลงแปลงทดลองและจัดการโรคแส้ดำอ้อยตามกรรมวิธีที่กำหนด 1) เตรียมแปลง โดยแปลงทดลองเป็นแปลงที่มีการระบาดของโรคแส้ดำมากกว่า 2 ปี (เป็นแปลงที่ใช้ในงานทดสอบปฏิกิริยาต่อโรคแส้ดำในโคลนอ้อยดีเด่นต่อเนื่องกันทุกปีไม่น้อยกว่า 5 ปี โดยการปลูกเชื้อในท่อนพันธุ์อ้อยและปลูกลงแปลง ซึ่งจะมีการสะสมของเชื้อราสาเหตุโรคแส้ดำในดินอย่างต่อเนื่อง)


102 ทะเบียนวิจัยปี 25682) ปลูกอ้อยลงแปลงทดลองโดยปฏิบัติก่อนปลูกและหลังปลูกตามกรรมวิธีที่กำหนด (กรรมวิธีที่เป็นการฉีดพ่นสารเคมีจะทำฉากกั้นขณะฉีดพ่นทุกครั้ง)3) ปลูกอ้อยตามกรรมวิธีต่างๆ 5 กรรมวิธี ตามแผนการทดลองแบบ RCBD มี4 ซ้ำ 5 กรรมวิธี ซ้ำละ 6 แถว (แถวยาว 7 เมตร แถวละ 14 กอ) โดยแถวด้านนอกสุดทั้ง 4 ด้าน เป็น guard row ปฏิบัติตามกรรมวิธี 4 แถวด้านใน (ยาว 6 แถวละ 12 กอ) เก็บข้อมูลเฉพาะ 2 แถวกลาง (ยาว 5 แถวๆ ละ 10 กอ) ระยะปลูกระหว่างแถว 1.5 เมตร ระหว่างหลุม 0.5 เมตร พื้นที่เก็บเกี่ยวและเก็บข้อมูล 1.5 x 2 x 5 ตารางเมตร (ภาพที่ 1)4) ใส่ปุ๋ยเคมีเกรด 15-15-15 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ แบ่งใส่ 2 ครั้ง โดยใส่พร้อมปลูกลงแปลง และเมื่ออ้อยอายุ 3 เดือน ใช้สารเคมีป้องกันกำจัดแมลงศัตรูพืชและวัชพืชตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร5) หลังจากเก็บเกี่ยวอ้อยปลูกแล้วทำการไว้ตอ 1 ครั้ง และปฏิบัติเช่นเดียวกับอ้อยปลูก โดยกรรมวิธีที่ 3 - 4 ไม่มีการจัดการใดๆ ในอ้อยตอ และเก็บข้อมูลเช่นเดียวกับอ้อยปลูก9.2.4 การบันทึกข้อมูล1) ข้อมูลการเกิดโรค ทำการประเมินการเกิดโรคทุกๆ 1 เดือน เป็นระยะเวลา 10 เดือน คำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์กอที่เป็นโรค (นับจำนวนกอที่เป็นโรค) และระดับความรุนแรง ตามวิธีของ วันทนีย์ และคณะ (2534) 2) ข้อมูลผลผลิตและองค์ประกอบผลผลิต เก็บเกี่ยวอ้อยที่อายุ 12 เดือน เก็บข้อมูลผลผลิต จำนวนลำต่อไร่ เส้นผ่านศูนย์กลางลำ ความยาวลำ CCSภาพที่ 1 แสดงผังการปลูกใน 1 plot1 6 7 2 x x x x 1 5 6 3 x x x x4 x x x x 3 5 x x x x 6 x x x x 1 6 7 x x x x 1 5 6 4 5 x 5 x x x x x x x .4 ต.ม. x x . 1.5 x .. x .เก็้ .2 ต.ม. .เก็้ .ตร.ม.. 1.4 ..ภาี่ ้เ่้ลู 1 ู)ภาี่ าพรใ ้่เป็น ภี่ ื้ีู่ าพที่ bื้ี่ามกมิีแถ ใ 1 (ีลอื . 1 = .x ตร.ม.


103 ทะเบียนวิจัยปี 2568วิเคราะห์ข้อมูล Analysis of Variance (F-test) และเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยโดยวิธี DMRT ประเมินระดับความรุนแรงของโรค (Severity score)ระดับที่ 1 มีแส้ดำ 1-2 แส้ การเจริญแตกกอเป็นปกติระดับที่ 2 มีแส้ดำ 2-3 แส้ การเจริญลดลง แตกกอมากกว่าปกติ ลำอ้อยเล็กระดับที่ 3 มีแส้ดำ 3-4 แส้ แคระแกร็น แตกกอมาก ลำเล็กฝอยเป็นส่วนใหญ่ระดับที่ 4 มีแส้ดำมากกว่า 4 แส้ แตกกอฝอยเหมือนตะไคร้ ไม่มีลำให้ผลผลิต กอตาย10. สถานที่ดำเนินงานสถานที่ดำเนินงาน ปี พ.ศ. จำนวนพื้นที่ หน่วยวัด(ตารางเมตร/ไร่)ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี (ห้องปฏิบัติการและโรงเรือน)2568 - ไร่11. ระยะเวลาเริ่มต้น (เดือน / ปี) ตุลาคม 2567สิ้นสุด (เดือน / ปี) กันยายน 257012. งบประมาณปี 2568สถานที่รับงบประมาณ ค่าใช้สอย ค่าวัสดุ ค่าสาธารณูปโภค ค่าซ่อมแซมครุภัณฑ์งบประมาณรวม (บาท)ศูนย์วิจัยพืชไร่สุพรรณบุรี 73,550 29,570 1,090 5,200 109,410


Click to View FlipBook Version