The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Paphangkorn Laoakkharani, 2020-08-06 04:15:53

49 กาลาเทีย

49 กาลาเทีย

จดหมายฝากของเปาโล
ผเู้ ป็นอคั รสาวก
ถึงคริสตจกั รต่างๆ
ในแควน้ กาลาเทีย

ทาํ ความเขา้ ใจพระคมั ภีร์
(อธิบายขอ้ พระคมั ภีร์แบบแบพ๊ ติสอิสระ)

โดย ดร. เดวิด เอช. ซอเรนสนั

นอร์ธสตาร์ มินิสตรีส์
(พนั ธกิจของคริสตจกั รแบ๊พติสนอร์ธสตาร์)

1820 ถ. เวสต์ มอร์แกน
ดิวลธั , มินเนโซตา้ 55811

218-726-0209

ปรับปรุงครังทีสอง
สงวนลิขสิทธิ 2007
นอร์ธสตาร์ มินิสตรีส์
1820 ถ. เวสต์ มอร์แกน
ดิวลธั , มินเนโซตา้ 55811

มิชชนั นารีชาวอเมริกนั ควรติดต่อ ดร. เดวดิ ซอเรนสนั
เพือขออนุญาตก่อนใชเ้ นือหาอธิบายขอ้ พระคมั ภีร์นี

[email protected]

จดหมายฝากของเปาโล

ผเู้ ป็นอคั รสาวก

ถึงคริสตจกั รต่างๆ

ในแควน้ กาลาเทีย

บทนําสู่กาลาเทยี : จดหมายฝากของเปาโลถึงคริสตจักรต่างๆในแคว้นกาลาเทียถกู เชือ
โดยบางคนว่าเขียนขึนในช่วงการไปเยือนเมืองโครินธ์ครังสุดท้ายของเปาโลในประมาณปี ค.ศ.
60 กาลาเทียเป็นแคว้นทีในปัจจุบนั เรียกว่าตรุ กี (หรือเอเชียน้อย) มนั รวมถึงเมืองอิโคนียมู ,เด
อร์ บี, ลิสตรา และทีอืนๆทีเปาโลได้ไปเยือนในช่วงการเดินทางเพือการประกาศเทียวทีหนึงและ
เทียวทีสองของท่าน แคว้นนีถกู เรียกว่า กาลาเทีย เพราะคนทีนนั สืบเชือสายมาจากพวกกอล
(ไม่ใช่พวกกรีก) ซึงได้อพยพไปทีนนั ในศตวรรษทีสามก่อนคริสตกาล

ในช่วงระหว่างการเดินทางไปเยือนครังแรกๆของเปาโล ‘พวกมิชชันนารี’ จากแคว้นยู
เดียได้เดินทางไปทีนันและแจ้งแก่พีน้องชาวแคว้นกาลาเทียว่าพวกเขาจาํ เป็นต้องถือบญั ญตั ิเพือ
ทีจะได้รับความรอดและรักษาความรอดนนั ไว้ คนพวกนีได้ชือว่า ‘พวกถือลัทธิยิว’ ในเวลาต่อ
มา พวกเขาจึงนาํ เสนอคาํ สอนผิดๆสองเรืองแก่คริสตจักรต่างๆในแคว้นกาลาเทียซึงเปาโลได้หัก
ล้างอย่างเป็นระบบ คาํ สอนผิดเรืองแรกกค็ ือ พวกเขาหาว่าต้องมีการรักษาบญั ญตั ิของโมเสส

พร้อมๆกบั มีความเชือด้วยเพือทีจะกลายเป็นผ้ชู อบธรรมได้ นอกจากนี พวกเขายงั สอนด้วยว่า
คริสเตียนต้องถือรักษาบญั ญตั ิไว้ต่อไป (คือ ไม่ทาํ บาป) มิฉะนนั เขาจะสูญเสียความรอดไป

การหักล้างของเปาโลต่อคาํ สอนผิดเรืองแรกคือ การเป็นผ้ชู อบธรรมโดยความเชือถกู
สาํ แดงให้เห็นเมืออับราฮัมเชือพระเจ้า พระราชบญั ญตั ิซึงปรากฏ 430 ปี ต่อมาไม่อาจทาํ ให้
เงือนไขดังกล่าวเป็นโมฆะได้ จุดประสงค์ของพระราชบญั ญตั ิคือ เพือปรับโทษและเป็นครูสอน
ให้เรารู้ว่าเราจาํ เป็นต้องได้รับความรอด คาํ สอนผิดเรืองทีสอง (การรักษาบญั ญตั ิเพือรักษาความ
รอดไว้) ถกู แก้ไขโดยชีให้เห็นว่าธรรมชาติใหม่ของเรา ซึงถกู สร้างขึนโดยพระวิญญาณบริสุทธิ
เป็นตวั ขบั เคลือนชีวิตคริสเตียน

*****

ภาพรวมของกาลาเทยี 1: อัครสาวกท่านนีขึนต้นจดหมายฝากฉบับนีด้วยความเห็นเกริน
นาํ ซึงตามมาด้วยจุดประสงค์ของจดหมายฝากฉบับนี คือ ความประหลาดใจทีคริสตจักรต่างๆใน
แคว้นกาลาเทียได้ละทิงข่าวประเสริฐทีแท้จริงไปเสียแล้ว ท่านปิ ดท้ายบทนีโดยชีให้เห็นอย่าง
เป็นระบบว่า ข่าวประเสริฐทีท่านประกาศมาโดยการสาํ แดงโดยตรงจากพระเจ้า ในการทาํ เช่น
นนั เปาโลได้นาํ เสนอแง่มมุ อันไม่เหมือนใครเกียวกับชีวิตและการรับใช้ของท่าน

กท 1:1 เปาโลกล่าวชดั เจนถึงชือของตวั เองและทีสาํ คญั ยงิ ไปกวา่ นนั คือ สิทธิ
อาํ นาจในการเป็นอคั รสาวกของตวั เองดว้ ย ท่านเป็นอคั รสาวก คาํ ทีแปลเช่นนนั (อาพอส
ตอลอส) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ผนู้ าํ สารทีถูกใชไ้ ป’ เดียวท่านจะบอกใหท้ ราบวา่ ใครใชท้ ่านไป
ในความหมายทีเกียวขอ้ งกบั สิทธิอาํ นาจมากทีสุด บรรดาอคั รสาวกของพระคมั ภีร์ใหม่คือผทู้ ไี ด้
เห็นการฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตโ์ ดยตรงและถูกพระองคใ์ ชไ้ ปโดยตรง

เกรงวา่ จะมคี นตงั คาํ ถามเกียวกบั สิทธิอาํ นาจของท่าน เปาโลกล่าวชดั เจนวา่ ความเป็น
อคั รสาวกของท่านมใิ ช่มนุษย์แต่งตัง หรือมนุษย์เป็ นตัวแทนแต่งตงั มนั ไม่ไดเ้ ป็นมาโดยมนุษย์
ทวั ๆไปหรือใครคนใดคนหนึง แต่ความเป็นอคั รสาวกของท่านเป็นมาโดยพระเยซูคริสต์และ
พระเจ้าพระบดิ า ผู้ได้ทรงโปรดให้พระเยซูเป็ นขนึ มาจากความตายได้ทรงแต่งตงั ในขอ้ แรกของ

จดหมายฝากฉบบั นี เปาโลพดู ถึงการฟื นคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสต์ ท่านปรนนิบตั ิพระ
คริสตผ์ ทู้ รงเป็นขึนจากตายแลว้ ดงั ทีจดหมายฝากฉบบั นีจะเปิ ดเผยใหเ้ ห็น บางคนสงสยั ในสิทธิ
อาํ นาจความเป็นอคั รสาวกของท่านและแหล่งทีมาของขอ้ ความทีท่านประกาศ ท่านตอบคาํ ถาม
นีในขอ้ แรกของจดหมายฝากฉบบั นี โดยอา้ งการฟื นคืนพระชนมข์ องพระคริสตเ์ ป็นสิทธิอาํ นาจ
ของท่าน

กท 1:2 นอกจากนี เปาโลกล่าวถึงผา่ นทางคาํ ทกั ทายบรรดาพนี ้องทอี ยู่กบั ข้าพเจ้า
มีคนคิดวา่ ท่านกาํ ลงั หมายถึงเพือนร่วมเดินทางบางคนของท่านซึงอาจเป็นทิโมธี, ทิตสั , สิลาส
และลกู า

จดหมายฝากฉบบั นีจึงถกู ส่งถึง คริสตจกั รทงั หลายแห่งแคว้นกาลาเทยี กาลาเทียมีความ
หมายตรงตวั วา่ ดินแดนแห่งชาวกอล (Gauls) แควน้ กาลาเทียของโรมอาจถูกบรรยายคร่าวๆได้
วา่ เป็นแควน้ ศนู ยก์ ลางของแหลมเอเชียนอ้ ย ซึงดา้ นเหนือติดกบั แควน้ บิธิเนียและแควน้ พฟั ลากอ
เนีย ดา้ นตะวนั ออกติดกบั แควน้ ปอนทสั ดา้ นใตต้ ิดกบั แควน้ คปั ปาโดเซียและแควน้ ลิคาโอเนีย
และดา้ นตะวนั ตกติดกบั แควน้ ฟรีเจีย กล่าวโดยสังเขป มนั เป็นแควน้ ดา้ นในทีอยตู่ รงกลางของ
พืนทีๆเราเรียกกนั ในปัจจุบนั วา่ ประเทศตุรกี เปาโลเดินทางไปประกาศเทียวแรกในดินแดนนี
นนั เอง และแควน้ นีรวมถึงเมืองต่างๆเช่น อนั ทิโอกแห่งปิ สิเดีย, อิโคนียมู , เดอร์บี, ลิสตรา ฯลฯ

เวลาช่วงหนึงผา่ นไปตงั แต่การไปเยยี มพวกเขาครังล่าสุดของท่าน ดู กิจการ 18:23 อาจ
เป็นเวลาถึงหกปี เลยทีเดียว ระหวา่ งนนั คริสตจกั รเหล่านีไดร้ ับอิทธิพลจาก ‘พวกมิชชนั นารี’ ที
ถือลทั ธิยวิ ซึงถูกใชม้ าจากแควน้ ยเู ดีย เปาโลจะใชพ้ นื ทีส่วนใหญ่ของจดหมายฝากฉบบั นีเพอื หกั
ลา้ งคาํ สอนผดิ ทีคนเหล่านีเผยแพร่

น่าสงั เกตวา่ เปาโลเขียนถึงคริสตจกั รทังหลายแห่งแควน้ กาลาเทีย พระคมั ภีร์ใหม่ตลอด
ทงั เล่มเนน้ ความสาํ คญั ของคริสตจกั รทอ้ งถินทงั หลายทีมองเห็นไดแ้ ละจบั ตอ้ งไดซ้ ึงแตกต่าง
จากพระกายของพระคริสตท์ ีมองเห็นไม่ได้ ทีรวมกนั และเป็นสากล

กท 1:3 ท่านนาํ เสนอคาํ ทกั ทายทีเป็นเอกลกั ษณ์ซึงพบในจดหมายฝากส่วนใหญ่
ของท่าน ขอให้พระคุณและสันตสิ ุขจากพระเจ้าพระบดิ า และพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็ น
เจ้าของเรา ดํารงอยู่กบั ท่านทงั หลายเถิด พระคุณคือคุณธรรมอนั แสนวิเศษซึงแสดงถึงความรัก
ความกรุณา และความประเสริฐของพระเจา้ ซึงทาํ ใหเ้ ราไดร้ ับความรอดตงั แต่แรกและทาํ ใหเ้ รามี
กาํ ลงั ไปไดต้ ลอดรอดฝัง ในขอ้ นีเปาโลทลู ขอพระคุณของพระเจา้ ใหม้ แี ก่ผอู้ ่านของท่าน พระคุณ
ทีออกมาจากพระเจา้ นีใหพ้ ละกาํ ลงั และความช่วยเหลือสาํ หรับการเดินทางในชีวิตคริสเตียน ดู
ฮีบรู 4:16

นอกจากนีท่านทูลขอสันติสุขของพระเจา้ ใหม้ ีแก่ผอู้ ่านของท่านดว้ ย คุณธรรมอนั มีค่า
นีเองทีกลายเป็นบ่อเกิดแห่งความชืนชมยนิ ดีและความสุขในชีวติ คริสเตียน เช่นเดียวกบั สุขภาพ
ของเรา สันติสุขของพระเจา้ เป็นสิงทีเราไม่เห็นค่าจนกระทงั เราไดส้ ูญเสียมนั ไป แหล่งทีมาของ
พระคุณและสันติสุขดงั กล่าวคือ พระเจา้ พระบิดาและพระบุตรของพระองค์ คือ พระเยซูคริสต์
ตรงนีเปาโลใชย้ ศเตม็ ๆของพระองคค์ ือ “พระเยซูคริสตอ์ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ”

กท 1:4 ก่อนทีจะบรรยายถึงข่าวประเสริฐแห่งพระคุณของพระองค์ เปาโล
ประกาศวา่ พระเยซูคริสตท์ รงเป็นผทู้ ีทรงสละพระองค์เองเพราะบาปของเราทงั หลาย ถึงไม่ไดม้ ี
บอกไวเ้ ป็นอืนในขอ้ นี แต่ท่านกพ็ ดู ถงึ แก่นแทข้ องความรักแบบอากาเป พระเยซูทรงสละ
พระองคเ์ องเพราะความบาปของเราทงั หลาย เพอื ช่วยเราให้พ้นจากยคุ ปัจจุบนั อนั ชัวร้าย ถึง
แมว้ า่ เราไดร้ ับการช่วยใหร้ อดพน้ จากการตกนรกแลว้ เมือเรามาหาพระคริสต์ แต่เปาโลกพ็ ดู ถึง
อีกแง่มุมหนึงของความรอดของเรา นนั คือการ “ช่วยเราใหพ้ น้ จากยคุ ปัจจุบนั อนั ชวั ร้าย” คาํ ที
แปลวา่ ช่วยให้พ้น (เอก็ ไซเระโอ) มีความหมายดว้ ยวา่ ‘ปลดปล่อย’ หรือ ‘กภู้ ยั ’ คาํ ทีแปลวา่ ยคุ
(ไอโอน) นอกจากแปลวา่ โลกแลว้ กแ็ ปลวา่ ‘ยคุ ’ ดว้ ย มนั ยงั คงชวั ร้ายมาจนถึงทุกวนั นี ดงั นนั
ความรอดของเราส่วนหนึงแลว้ กค็ ือ การช่วยเราใหพ้ น้ จากความเสือมทรามของยคุ นีทีเราอาศยั
อยู่ ทงั หมดนีเป็นไปตามนําพระทยั พระเจ้าผู้เป็ นพระบดิ าของเรา พระองคท์ รงประสงคก์ ารแยก
ตงั เช่นนนั สาํ หรับเรา

กท 1:5 ขอให้พระองค์ทรงมสี ง่าราศีตลอดไปเป็ นนติ ย์ เอเมน เปาโลจึงปิ ดทา้ ย
ความเห็นเกรินนาํ ของท่านโดยการถวาย “สง่าราศีตลอดไปเป็นนิตย”์ แด่พระเจา้ พระบิดา คาํ วา่
เอเมน ไม่ไดถ้ กู แปล แต่ทบั ศพั ทม์ าจากภาษากรีกซึงกท็ บั ศพั ทม์ าจากภาษาฮีบรูอีกที ซึงมีความ
หมายวา่ ‘ขอใหเ้ ป็นดงั นนั ’, ‘จริงแทท้ ีเดียว’, ‘อยา่ งแทจ้ ริง’

กท 1:6 อคั รสาวกท่านนีจึงกล่าวถึงสาเหตุทีท่านเขียนมา ท่านไดท้ ราบมาเกียวกบั
การตอบรับข่าวประเสริฐจอมปลอมของพวกเขา ท่านจึงเขียนวา่ ข้าพเจ้าประหลาดใจนักทีท่าน
ทงั หลายได้ผนิ หน้าหนีโดยเร็วจากพระองค์ ผู้ได้ทรงเรียกท่านให้เข้าในพระคุณของพระคริสต์
และได้ไปหาข่าวประเสริฐอนื คาํ ทีแปลวา่ ประหลาดใจ (ธาอูมาโซ) มีความหมายวา่ ‘อศั จรรยใ์ จ’
คาํ ทีแปลวา่ ผนิ หน้าหนี (เมะตาติเธมิ) มคี วามหมายดว้ ยวา่ ‘โยกยา้ ยไป’ ความหมายของคาํ พดู นี
จึงแปลวา่ ‘ขา้ พเจา้ อศั จรรยใ์ จนกั ทีท่านทงั หลายไดโ้ ยกยา้ ยโดยเร็วจากพระองค์ ผไู้ ดท้ รงเรียก
ท่านใหเ้ ขา้ ในพระคุณของพระคริสต์ และไดไ้ ปหาข่าวประเสริฐอืน’

เปาโลไดเ้ รียกพวกเขามาถงึ พระคุณของพระเจา้ แลว้ ในการไปเยยี มพวกเขาก่อนหนา้ นนั
ขณะเดียวกนั ‘พวกมิชชนั นารี’ ทีถือลทั ธิยวิ กแ็ อบเขา้ มาเยยี มพวกเขาและอยา่ งนอ้ ยกท็ าํ ใหพ้ วก
เขาสบั สน และมีบางคนไดเ้ ชือพวกเขาไปแลว้ ‘ข่าวประเสริฐอืน’ (ซึงจะถูกอธิบายในไม่ชา้ ) ก็
คือการถือรักษาบญั ญตั ิของโมเสสเพอื เป็นวธิ ีในการไดม้ าซึงความรอดและรักษาความรอดไว้
มนั คือการผสมกนั ระหวา่ งพระคุณและพระราชบญั ญตั ิ

กท 1:7 ท่านไม่พดู พราํ ทาํ เพลง สิงทีเรียกกนั วา่ ‘ข่าวประเสริฐอนื ’ นนั เปาโล
กล่าวชดั เจนวา่ ซึงมใิ ช่อย่างอนื ดอก ถึงแมจ้ ะเป็นคาํ สอนผดิ แบบหนึง แต่มนั กไ็ ม่ใช่ข่าว
ประเสริฐ มีข่าวประเสริฐเดียวเท่านนั และมนั ไม่ใช่การถือบญั ญตั ิของพระคมั ภีร์เดิมอยา่ ง
แน่นอน

แต่ว่ามบี างคนทที าํ ให้ท่านย่งุ ยาก และปรารถนาทจี ะบิดเบอื นข่าวประเสริฐของพระ
คริสต์ คาํ ทีแปลวา่ บดิ เบอื น (เมะตาสเตระโฟ) มคี วามหมายตรงตวั วา่ ‘พลิกกลบั ’ ความหมาย

ตรงนีคือ บางคนกาํ ลงั บิดเบือนข่าวประเสริฐของพระคริสตอ์ ยู่ ในการทาํ เช่นนนั พวกเขาไดก้ ่อ
ใหเ้ กิดความยงุ่ ยากขึนมา

กท 1:8 ท่านกล่าวต่อไปวา่ แต่แม้ว่าเราเองหรือทูตสวรรค์ ถ้าประกาศข่าว
ประเสริฐอนื แก่ท่าน ซึงขดั กบั ข่าวประเสริฐทีเราได้ประกาศแก่ท่านไปแล้วกใ็ ห้ผู้นันถูกสาปแช่ง
ข่าวประเสริฐไดถ้ ูกมอบใหก้ บั วสิ ุทธิชนครงั เดียวเป็นพอ มนั คงอยถู่ าวรเป็นนิตย์ โยกยา้ ยไม่ได้
และเปลียนแปลงไม่ได้ ดงั นนั ถา้ แมแ้ ต่ทตู สวรรคม์ าประกาศข่าวประเสริฐอืนซึงแตกต่างจากข่าว
ประเสริฐทีไดถ้ กู ประกาศไปแลว้ คาํ ตดั สินของเปาโลกช็ ดั เจน: “กใ็ หผ้ นู้ นั ถูกสาปแช่ง” คาํ หลงั นี
แปลมาจากคาํ วา่ อานาเธะมา และมคี วามหมายตามนนั คือ ถกู แช่งสาปหรือถูกปรับโทษใหพ้ นิ าศ
ยอ่ ยยบั ข่าวประเสริฐเป็นสิงทีฝ่ าฝื นไม่ได้ การเปลยี นแปลงมนั คือการเสียงทีจะเจอกบั พระพโิ รธ
ของพระเจา้

กท 1:9 เกรงวา่ พวกเขาจะยงั ไม่เขา้ ใจถึงโทษรุนแรงของสิงทีท่านไดก้ ล่าวไปแลว้
เปาโลจึงกล่าวซาํ อีกครังเพือเนน้ ยาํ ตามทเี ราได้พูดไว้ก่อนแล้ว บดั นีข้าพเจ้าพูดอกี ว่า ถ้าผู้ใด
ประกาศข่าวประเสริฐอนื แก่ท่านทขี ดั กบั ข่าวประเสริฐซึงท่านได้รับไว้แล้ว ผู้นันจะต้องถูกสาป
แช่ง ท่านอาจกาํ ลงั หมายถึงคาํ เตือนเดียวกนั กบั ทีท่านไดใ้ หพ้ วกเขาไปแลว้ ตอนไปเยยี มพวกเขา
ครังล่าสุด ดู กิจการ 18:23 การเปลียนแปลงข่าวประเสริฐคือการนาํ มาซึงการสาปแช่งจาก
พระเจา้ ดู ววิ รณ์ 22:18-19

กท 1:10 บดั นีข้าพเจ้ากาํ ลงั พดู เอาใจมนุษย์หรือ หรือให้เป็ นทชี อบพระทยั พระเจ้า
ข้าพเจ้าอตุ ส่าห์ประจบประแจงมนุษย์หรือ เพราะถ้าข้าพเจ้ากาํ ลงั ประจบประแจงมนุษย์อยู่
ข้าพเจ้ากไ็ ม่ใช่ผู้รับใช้ของพระคริสต์ คราวนีเปาโลนาํ เสนอใหพ้ วกเขาเห็นแหล่งทีมาและสิทธิ
อาํ นาจแห่งข่าวประเสริฐของท่าน ซึงมาจากพระเจา้ โดยตรง ส่วนทีเหลือของบทนีจะขยายความ
ใจความหลกั นี ท่านจึงถามแบบไม่ตอ้ งการคาํ ตอบวา่ “บดั นีขา้ พเจา้ กาํ ลงั พดู เอาใจมนุษยห์ รือ
หรือใหเ้ ป็นทีชอบพระทยั พระเจา้ ขา้ พเจา้ อุตส่าห์ประจบประแจงมนุษยห์ รือ” คาํ ตอบนนั ชดั เจน
อยแู่ ลว้ หากท่านพยายามทีจะเอาใจมนุษย์ ท่านกค็ งไม่มีวนั กลายมาเป็น “ผรู้ ับใชข้ องพระคริสต”์

เดด็ ขาด การสาํ รวจ ‘คะแนนเสียง’ ของคริสตจกั รทงั หลายในแควน้ กาลาเทียบ่งชีวา่ ท่านไม่เป็น
ทีนิยมทีนนั เลย แต่ท่านไม่สน จุดประสงคข์ องท่านคือ การทาํ ใหพ้ ระเจา้ ทรงพอพระทยั และการ
ปรนนิบตั ิพระคริสต์

กท 1:11 ท่านจึงมีเรืองทีตอ้ งประกาศใหท้ ราบ พนี ้องทงั หลาย ข้าพเจ้าอยากให้
ท่านทราบว่า ข่าวประเสริฐทขี ้าพเจ้าได้ประกาศไปแล้วนันไม่ใช่ของมนุษย์ คาํ ทีแปลวา่ อยาก
ให้...ทราบ (กโนริโซ) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘แจง้ ใหท้ ราบ’ มนั ยงั แปลดว้ ยวา่ ‘ประกาศ’
ประเดน็ ของท่านชดั เจน ท่านจึงกล่าววา่ ‘พนี อ้ งทงั หลาย ขา้ พเจา้ กาํ ลงั แจง้ ใหท้ ่านทราบอยวู่ า่
ข่าวประเสริฐทีขา้ พเจา้ ไดป้ ระกาศไปแลว้ นนั ไม่ใช่ของมนุษย’์ มนั ไม่ใช่สิงทีท่านหรือใครคนใด
คนหนึงคิดคน้ ขึนมาเอง มนั ไม่ใช่ความจริงของมนุษย์ แต่เป็นมาจากพระเจา้

กท 1:12 ท่านกล่าวชดั เจนถึงทีมาของข่าวประเสริฐนนั เพราะว่าข้าพเจ้าไม่ได้รับ
ข่าวประเสริฐนันจากมนุษย์ ไม่มมี นุษย์คนใดสอนข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้รับข่าวประเสริฐนันโดย
พระเยซูคริสต์ทรงสําแดงแก่ข้าพเจ้า ทีมาของข่าวประเสริฐไม่ไดม้ าจากมนุษยแ์ ละไม่มมี นุษย์
คนใดสอนท่านเกียวกบั มนั ดว้ ย แต่ความรู้ของเปาโลและทีมาของข่าวประเสริฐเป็นมาโดยการ
สาํ แดงโดยตรงจากพระเยซูคริสต์

กท 1:13-14 เปาโลจึงเริมพดู ถึงชีวติ คร่าวๆของท่านและโดยเฉพาะอยา่ งยงิ การสาํ แดง
ทีมีมาถึงท่านเกียวกบั ข่าวประเสริฐโดยพระเยซูคริสต์ เพราะท่านกไ็ ด้ยนิ ถงึ ชีวติ ในหนหลงั ของ
ข้าพเจ้า เมอื ข้าพเจ้ายงั อยู่ในลทั ธยิ วิ แล้วว่า ข้าพเจ้าได้ข่มเหงคริสตจกั รของพระเจ้าอย่างร้ายแรง
เหลอื เกนิ และพยายามทจี ะทาํ ลายเสีย 14 และเมอื ข้าพเจ้าอยู่ในลทั ธยิ วิ นัน ข้าพเจ้าได้ก้าวหน้า
เกนิ กว่าเพอื นหลายคนทมี อี ายุรุ่นราวคราวเดยี วกนั และทเี ป็ นชนชาตเิ ดยี วกนั เพราะเหตุที
ข้าพเจ้ามใี จร้อนรนมากกว่าเขาในเรืองขนบธรรมเนยี มของบรรพบุรุษของข้าพเจ้า

คาํ ทีแปลวา่ ชีวติ (อานาสตรอเฟ) มีความหมายวา่ ‘วถิ ีชีวติ ’ วลีทีแปลวา่ ‘ลทั ธิยวิ ’ (อิออ
อูดาอิสมอส) มีความหมายวา่ ‘ศาสนายดู าย’

สองขอ้ นีจงึ ถอดความไดว้ า่ ‘เพราะท่านกไ็ ดย้ นิ ถึงวถิ ีชีวติ ในอดีตของขา้ พเจา้ ในศาสนายู
ดายแลว้ วา่ ขา้ พเจา้ ไดข้ ่มเหงคริสตจกั รของพระเจา้ อยา่ งไม่หยดุ หยอ่ น และไดท้ าํ ลายเสีย และได้
กา้ วหนา้ ในศาสนายดู ายเกินกวา่ เพือนๆของขา้ พเจา้ ทีเป็นยวิ โดยมีใจร้อนรนในเรือง
ขนบธรรมเนียมของยวิ มากกวา่ ’

เปาโลจึงบรรลุวตั ถุประสงคห์ ลายประการในการกล่าวเรืองนี ประการแรก ท่านทบทวน
ใหพ้ วกเขาฟังอีกครังถึงเรืองราวชีวติ ของท่าน ประการทีสอง ท่านแสดงถึงความน่าเชือของท่าน
ในการเป็นยวิ หากผใู้ ดเป็นยวิ และร้อนรนในศาสนายดู าย มนั กต็ อ้ งเป็นท่านนนั แหละ เกรงวา่
พวกเขาจะลืม ท่านเตือนความจาํ พวกเขาวา่ ท่านยงั เคยเป็นคนข่มเหงคริสตจกั รอยา่ งไม่หยดุ
หยอ่ นในสมยั ก่อนดว้ ย

กท 1:15-16 อยา่ งไรกต็ าม บางสิงบางอยา่ งไดเ้ กิดขึนกบั ท่าน ท่านไดพ้ บกบั พระเยซู
คริสต์ ท่านจึงเล่าใหพ้ วกเขาฟังสันๆถึงคาํ พยานของตวั เอง แต่เมอื เป็ นทชี อบพระทยั พระเจ้า ผู้
ได้ทรงสรรข้าพเจ้าไว้แต่ครรภ์มารดาของข้าพเจ้า และได้ทรงเรียกข้าพเจ้าโดยพระคุณของ
พระองค์ 16 ทจี ะทรงสําแดงพระบุตรของพระองค์ในตวั ข้าพเจ้า เพอื ให้ข้าพเจ้าประกาศพระ
บุตรแก่ชนต่างชาตินัน ในทนั ทนี ันข้าพเจ้ากไ็ ม่ได้ปรึกษากบั เนือหนังและเลอื ดเลย ท่านกล่าววา่
พระเจา้ ทรงพอพระทยั ทีจะเรียกท่านโดยพระคุณของพระองคเ์ พือสาํ แดงพระบุตรของพระองค์
ใหป้ รากฏในตวั ท่านเพอื ทีท่านจะไดป้ ระกาศพระองคท์ ่ามกลางชนต่างชาติ คาํ ทีแปลเช่นนนั (เอ
ธนอส) มกั แปลเป็น ‘คนต่างชาติ’ อยา่ งไรกต็ ามประเดน็ ตรงนีของท่านกค็ ือวา่ เมือพระเจา้ ทรง
เรียกท่านใหป้ ระกาศข่าวประเสริฐของพระคริสต์ ท่านก็ “ไม่ไดป้ รึกษากบั เนือหนงั และเลือด
เลย” ท่านไม่ไดป้ รึกษาเรืองนีกบั มนุษย์

กท 1:17 นอกจากนี และข้าพเจ้ากไ็ ม่ได้ขนึ ไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ เพอื พบกบั ผู้ทเี ป็ น
อคั รสาวกก่อนข้าพเจ้า แต่ข้าพเจ้าได้ออกไปยงั ประเทศอาระเบยี แล้วกก็ ลบั มายงั เมอื งดามสั กสั
อกี เมือพระเจา้ ทรงเรียกท่านใหไ้ ปประกาศ ท่านกไ็ ม่ไดไ้ ปยงั กรุงเยรูซาเลม็ ซึงเป็นทีๆกลุ่มอคั ร
สาวกหลกั ๆอยเู่ พอื ขอคาํ ชีแนะ แทนทีจะเป็นเช่นนนั พระเจา้ กลบั ทรงใชใ้ หท้ ่านไปยงั ประเทศอา

ระเบียและจากนนั กก็ ลบั ไปยงั เมืองดามสั กสั นีเป็นทีๆเดียวทีเอ่ยถึงขอ้ เทจ็ จริงนี เช่นเดียวกบั
โมเสสและเอลียาห์ ท่านใชเ้ วลาช่วงหนึง (อาจเพอื คิดทบทวน, มีสามคั คีธรรมกบั พระเจา้ หรือ
เพือเตรียมตวั ) ท่ามกลางความสนั โดษในประเทศอาระเบีย เห็นไดช้ ดั วา่ การใชเ้ วลาทีนนั ของ
ท่านเกิดขึนระหวา่ งกิจการ 9:22 และ 9:23 เราไม่ทราบแน่ชดั วา่ ท่านใชเ้ วลาอยทู่ ีนนั นานเท่าไร
และอยตู่ รงไหนของประเทศอาระเบียกนั แน่ อยา่ งไรกต็ ามเราทราบแน่ชดั วา่ เป็นทีนีเองทีพระ
เยซูคริสตท์ รงประทานการสาํ แดงเกียวกบั หลกั คาํ สอนโดยตรงของความจริงของพระคมั ภีร์ใหม่
แก่ท่าน จากนนั ท่านกลบั ไปยงั เมืองดามสั กสั และทาํ การประกาศข่าวประเสริฐต่อไปดงั ทีมี
บนั ทึกไวใ้ นกิจการ 9:23

กท 1:18-19 เปาโลบนั ทึกต่อไปเกียวกบั ช่วงปี แรกๆของท่านในการเป็นคริสเตียน
แล้วสามปี ต่อมา ข้าพเจ้าขนึ ไปหาเปโตรทกี รุงเยรูซาเลม็ และพกั อยู่กบั ท่านสิบห้าวนั 19 แต่ว่า
ข้าพเจ้าไม่ได้พบอคั รสาวกคนอนื เลย นอกจากยากอบน้องชายขององค์พระผู้เป็ นเจ้า พอเดินทาง
กลบั จากประเทศอาระเบียไดส้ ามปี ท่านกเ็ ดินทางไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ ในทีสุด การข่มเหงทีเมือง
ดามสั กสั ไดบ้ งั คบั ใหท้ ่านตอ้ งหนี ท่านออกความเห็นเกียวกบั เรืองนีเพิมเติมใน 2 โครินธ์ 11:32

ทีกรุงเยรูซาเลม็ ท่านพกั กบั เปโตรเป็นเวลาประมาณสองสัปดาห์ และไม่ไดพ้ บกบั อคั ร
สาวกคนอืนเลยนอกจากยากอบ นอ้ งชายขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ประเดน็ ของท่านนนั ชดั เจน ถึง
แมว้ า่ ท่านไปเยยี มเปโตรเป็นเวลาเกินสองสปั ดาหเ์ ลก็ นอ้ ย แต่ท่านกไ็ ม่ไดอ้ ยทู่ ีนนั นานพอทีเป
โตรจะอบรมสงั สอนท่านในเรืองข่าวประเสริฐอยา่ งละเอียดถีถว้ น นีแหละคือประเดน็ ของท่าน
ท่านไม่ไดร้ ับข่าวประเสริฐจากมนุษย์ แต่ไดร้ ับจากพระเยซูคริสตโ์ ดยตรงขณะทีท่านอยใู่ น
ประเทศอาระเบีย

ทีน่าสนใจเพิมเติมคือ การทีท่านเอ่ยถึง “ยากอบนอ้ งชายขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ” ยากอบ
คนนีไม่ไดเ้ ป็นหนึงในสิบสองคนนนั แต่กก็ า้ วขึนมามีบทบาทและอิทธิพลโดดเด่นในคริสตจกั ร
ทีกรุงเยรูซาเลม็ ท่านถูกเรียกตรงนีวา่ “ยากอบนอ้ งชายขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ” เพอื แยกแยะท่าน
จาก ‘ยากอบบุตรเศเบดี’ และ ‘ยากอบบุตรอลั เฟอสั ’ ซึงเป็นพวกสิบสองคนนนั

กท 1:20 ก่อนทีจะกล่าวต่อไปถึงประวตั ิส่วนตวั และประวตั ิฝ่ ายวญิ ญาณของตวั เอง
ท่านกห็ ยดุ พกั ชวั ครู่เพอื เพมิ ความจริงจงั เขา้ ไปผา่ นทางคาํ สาบานส่วนตวั ของท่าน แต่เรืองที
ข้าพเจ้าเขยี นมาถงึ ท่านนี ดูเถดิ ต่อพระพกั ตร์พระเจ้า ข้าพเจ้าไม่มุสาเลย เกรงวา่ จะมีผใู้ ดสงสัย
วา่ ท่านพดู จริงหรือไม่ ท่านจึงยนื ยนั อยา่ งจริงจงั วา่ ท่านไม่ไดก้ าํ ลงั พดู โกหกอยู่

กท 1:21-22 ท่านบรรยายต่อไป หลงั จากนันข้าพเจ้ากเ็ ข้าไปในเขตแดนซีเรียและซีลี
เซีย 22 และคริสตจักรทงั หลายในแคว้นยูเดียซึงอยู่ในพระคริสต์กย็ งั ไม่รู้จักหน้าข้าพเจ้าเลย นีดู
เหมือนตรงกนั กบั ทีลูกาบนั ทึกไวใ้ นกิจการ 9:30 ซีลีเซียเป็นแควน้ บา้ นเกิดของเปาโล ซึงมีทาร
ซสั เป็นเมืองหลวง มนั เป็นบา้ นเกิดของเปาโลและถกู เอ่ยถึงในกิจการ 9:30 ถึงแมว้ า่ ก่อนช่วงเวลา
นนั คริสตจกั รต่างๆในแควน้ ยเู ดียเคยไดย้ นิ เกียวกบั เปาโลมาบา้ งแลว้ แต่พวกเขากไ็ ม่รู้จกั ท่าน
เป็นการส่วนตวั นอ้ ยคนนกั ทีเคยเห็นท่าน อีกครังทีประเดน็ ของท่านกค็ ือวา่ ข่าวประเสริฐของ
ท่านไม่ไดม้ าจากพวกอคั รสาวกทีกรุงเยรูซาเลม็ และไม่ไดม้ าจากบา้ นเกิดของความเชือแบบ
คริสเตียนดว้ ย คือ คริสตจกั รต่างๆในแควน้ ยเู ดีย พวกเขาแทบจะไม่รู้จกั ท่านเลย

กท 1:23-24 ท่านจึงปิ ดทา้ ยบทนีโดยกล่าววา่ เขาเพยี งแต่ได้ยนิ ว่า "ผู้ทแี ต่ก่อนเคย
ข่มเหงเรา บัดนีได้ประกาศความเชือซึงเขาได้เคยพยายามทาํ ลาย" 24 พวกเขาได้สรรเสริญ
พระเจ้ากเ็ พราะข้าพเจ้าเป็ นเหตุ คริสตจกั รต่างๆในแควน้ ยเู ดียรู้เกียวกบั เปาโลเพยี งแค่วา่ คนที
ครังหนึงเคยข่มเหงพวกเขาตอนนีกลบั ประกาศความเชือในพระคริสตท์ ีเขาเคยพยายามทาํ ลาย
(พอรเธะโอ คาํ เดียวกบั ทีแปลวา่ ‘ทาํ ลาย’ ในขอ้ 13) พวกเขาจึงสรรเสริญพระเจา้ ในตวั ท่าน

ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ ของเปาโลยงั คงเหมือนเดิม ถึงแมว้ า่ คริสตจกั รยคุ ตน้ เคยไดย้ นิ เกียว
กบั ท่านและมีนอ้ ยคนทีเคยเห็นท่าน แต่พวกเขากไ็ ม่มีอิทธิพลอะไรต่อท่านเลยจริงๆ ท่านไม่ได้
รับข่าวประเสริฐของท่านจากมนุษยแ์ ต่ไดร้ ับจากพระเยซูคริสต์ ใจความหลกั นีจะดาํ เนินต่อไป
ในบททีสอง

*****

ภาพรวมของกาลาเทยี 2: หลังจากกล่าวในบทก่อนไปแล้วว่าแหล่งทีมาของข่าว
ประเสริฐของท่านเป็นมาโดยการสาํ แดงของพระคริสต์ อัครสาวกเปาโลจึงกล่าวต่อไปถึงสภาที
กรุงเยรูซาเลม็ ตามทีมีบนั ทึกไว้ในกิจการ 15 ประเดน็ ในตอนนันคือสิงทีท่านกาํ ลงั เขียนถึงอยู่
คือ การถือบญั ญตั ิต่อไปในคริสตจักร เปาโลชีให้เห็นว่าสภาทีกรุงเยรูซาเลม็ ได้ตกลงแล้วว่าข่าว
ประเสริฐจะต้องไปถึงคนต่างชาติโดยปราศจากพันธนาการของบญั ญตั ิของพวกยิว ท่านเล่าให้
ฟังเกียวกบั การทีท่านตาํ หนิเปโตรทีลงั เลในเรืองดงั กล่าว ท่านจึงสรุปย่อเรืองราวทังหมดโดย
อธิบายว่าบดั นีท่านได้ตายต่อพระราชบญั ญตั ิแล้ว โดยการทีท่านถกู ตรึงกบั พระคริสต์แล้ว วลี
สุดท้ายของบทนีเป็นใจความสาํ คัญของพระธรรมเล่มนี “เพราะว่าถ้าความชอบธรรมเกิดจาก
พระราชบญั ญตั ิแล้ว พระคริสต์กท็ รงสินพระชนม์โดยเปล่าประโยชน์”

กท 2:1 แล้วสิบสีปี ต่อมา ข้าพเจ้ากบั บารนาบสั ได้ขนึ ไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ อกี และ
พาทติ สั ไปด้วย หลงั จากทีเปาโลไดเ้ ล่าคาํ พยานเกียวกบั ชีวติ ของตวั เองไปแลว้ ในบททีแลว้ ตอน
นีท่านกเ็ ล่าต่อโดยขา้ มไปยงั เหตุการณ์ประชุมสภาทีกรุงเยรูซาเลม็ ซึงเกิดขึนประมาณปี ค.ศ. 49
รายละเอียดเพิมเติมอยใู่ นกิจการ 15 การทีท่านเอ่ยถึงสิบสีปี หลงั จากสามปี นนั ของ 1:18 ทาํ ให้
เวลานีคือ ประมาณสิบเจด็ ปี หลงั จากทีท่านกลบั ใจรับเชือ หากเราสันนิษฐานวา่ มีการประชุมสภา
ทีกรุงเยรูซาเลม็ ในปี ค.ศ. 49 ตามทีประเพณีเชือกนั มา เปาโลกน็ ่าจะกลบั ใจรับเชือในประมาณปี
ค.ศ. 32

ในการเดินทางไปทีนนั ท่านพาบารนาบสั และทิตสั ไปดว้ ย ท่านตอ้ งการจะบอกอีกครัง
วา่ ทีมาของสิทธิอาํ นาจฝ่ ายวญิ ญาณของท่านไม่ไดม้ าจากอคั รสาวกคนอืนๆหรือจากอิทธิพลของ
มนุษย์ แต่มาจากพระเจา้ การทีท่านเดินทางไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ เพอื ร่วมประชุมสภาจึงไม่ใช่เพือ
ขอคาํ แนะนาํ แต่เพอื ทา้ ทายคาํ สอนผดิ ซึงมีทีมาจากแควน้ ยเู ดียมากกวา่ คือ “ถา้ ไม่เขา้ สุหนตั ตาม
จารีตของโมเสส ท่านจะรอดไม่ได”้ (กิจการ 15:1) ดงั ทีบอกไวใ้ นกิจการ 15:2 พอเปาโลไปถึงที
นนั “เกิดการโตแ้ ยง้ และไล่เลียงกนั ...กบั คนเหล่านนั มากมาย”

กท 2:2 ท่านจึงกล่าวชดั เจนถึงจุดประสงคท์ ีท่านไปยงั การประชุมสภาทีกรุง
เยรูซาเลม็ ข้าพเจ้าขนึ ไปตามทพี ระเจ้าได้ทรงสําแดงแก่ข้าพเจ้า ท่านไม่ไดไ้ ปทีนนั ตามคาํ เชิญ
ของพวกอคั รสาวก ท่านไปเพราะพระเยซูคริสตท์ รงสาํ แดงใหท้ ่านเห็นถึงความจาํ เป็นในการ
เผชิญหนา้ กบั คาํ สอนผดิ ทีกาํ ลงั แพร่กระจายไป

คาํ พดู ต่อมาสอดคลอ้ งกบั กิจการ 15:4 พอไปถึงคริสตจกั รทีกรุงเยรูซาเลม็ เปาโลเขียนวา่
ข้าพเจ้าได้เล่าข่าวประเสริฐทขี ้าพเจ้าประกาศแก่ชนต่างชาติให้เขาฟัง เป็นเวลาหลายปี เปาโลใน
ฐานะเป็นมิชชนั นารีของคริสตจกั รทีเมอื งอนั ทิโอก ไดป้ ระกาศข่าวประเสริฐแห่งพระคุณโดย
ความเชือในพระเยซูคริสตไ์ ปทวั โลกของคนต่างชาติ ดู กิจการ 13-14 บดั นีท่านจึงมาเล่าใหพ้ ี
นอ้ งทีกรุงเยรูซาเลม็ ฟังถึงข่าวประเสริฐแห่งพระคุณนนั ซึงไม่มีอะไรยงุ่ ยากเลย

การประชุมลบั ๆทีถกู เอ่ยถึง (แต่ได้เล่าให้คนสําคญั ฟังเป็ นส่วนตวั ) คือการประชุมทีถูก
เอ่ยถึงในกิจการ 15:5-6 พวกผนู้ าํ ของคริสตจกั รทีนนั คุยกบั เปาโลเป็นการส่วนตวั ก่อนทีจะมกี าร
หารือเรืองนีกบั พนี อ้ งในคริสตจกั ร พวกฟาริสีทีเชือคือตน้ ตอของปัญหา พวกเขาเป็นพวกถือ
ลทั ธิยวิ เปาโลอาจเจอกบั คนพวกนีแบบลบั ๆแลว้ พร้อมกบั พวกผนู้ าํ ทีไดร้ ับการยอมรับของค
ริสตจกั ร (เปโตร ยากอบและยอหน์ )

สิงทีเปาโลเป็นห่วงมากกวา่ กค็ ือ การรับใชข้ องท่านจนถึงตอนนีอาจตกอยใู่ นอนั ตราย
ท่านจึงเดินทางไปยงั กรุงเยรูซาเลม็ เพอื ไปพบกบั พวกผนู้ าํ ของคริสตจกั รและเจอกบั พวกต่อตา้ น
ดว้ ย เกรงว่าข้าพเจ้าอาจจะวงิ แข่งกนั หรือวงิ แล้วโดยไร้ประโยชน์ ถึงแมก้ ารเผชิญหนา้ อาจไม่ใช่
เรืองน่าอภิรมย์ แต่การรับใชข้ องท่านกต็ กอยใู่ นภาวะเสียง ทีสาํ คญั ยงิ ไปกวา่ นนั คือ ความจริง
แห่งข่าวประเสริฐกาํ ลงั ตกอยใู่ นภาวะเสียง เปาโลรู้จกั ความจริงเพราะวา่ ท่านไดร้ ับมนั มาจาก
พระเยซูคริสตโ์ ดยตรง ท่านจึงทาํ ทุกวถิ ีทางทีจาํ เป็นเพือปกป้ องมนั ไว้

กท 2:3 เพือจดั การกบั พวกถือลทั ธิยวิ แบบเดียวกนั ซึงอยใู่ นแควน้ กาลาเทีย เปาโล
จึงยอ้ นไปพดู ถึงการประชุมสภาทีกรุงเยรูซาเลม็ และบอกวา่ แต่ถงึ แม้ทติ สั ซึงอยู่กบั ข้าพเจ้าจะ
เป็ นชาวกรีก เขากไ็ ม่ได้ถูกบงั คบั ให้เข้าสุหนตั ถึงแมว้ า่ ทิตสั จะเป็นคริสเตียนคนต่างชาตแิ ละร่วม

รับใชก้ บั เปาโล แต่สภาทีกรุงเยรูซาเลม็ กไ็ ม่ไดบ้ งั คบั ใหเ้ ขาเขา้ สุหนตั ทิตสั จึงกลายเป็นหลกั ฐาน
ทีชีใหเ้ ห็นถึงความผดิ พลาดของพวกถือลทั ธิยวิ หากผเู้ ชือทีเป็นคนต่างชาติตอ้ งเขา้ สุหนตั จริงๆ
ทาํ ไมสภาทีกรุงเยรูซาเลม็ ถึงไม่ยนื กรานใหท้ ิตสั เขา้ สุหนตั เล่า

กท 2:4 เพราะเหตุของพนี ้องจอมปลอมทไี ด้ลอบเข้ามา เพอื จะสอดแนมดู
เสรีภาพซึงเรามใี นพระเยซูคริสต์ เพราะพวกเขาหวงั จะเอาเราไปเป็ นทาส อยา่ งไรกต็ าม ในการ
ประชุมทีกรุงเยรูซาเลม็ “พนี อ้ งจอมปลอม” ไดล้ อบเขา้ มาในทีประชุมดว้ ย นีสือวา่ คนเหล่านี
ไม่ใช่ผเู้ ชือจริง แต่เป็นพวกยวิ ทีเสแสร้งวา่ เป็นผเู้ ชือ จุดประสงคข์ องคนเหล่านีกค็ ือ เพอื
สอดแนมศตั รู โดยมาลอบดูเสรีภาพในพระเยซูคริสต์ พวกเขายอ่ งเขา้ มาในทีประชุมเพอื บ่อน
ทาํ ลายข่าวประเสริฐแห่งพระคุณซึงไม่ตอ้ งอาศยั การเขา้ สุหนตั และการถือบญั ญตั ิอืนใดของ
โมเสสอีกต่อไป พวกฟาริสีเหล่านีเห็นเปาโลเป็นภยั คุกคามต่อรากฐานของศาสนายดู าย จุด
ประสงคข์ องคนเหล่านีคือ เพอื “เอาเราไปเป็นทาส” เป้ าหมายของพวกเขาคอื เพอื ทาํ ลายคริสต
จกั รและทาํ ใหพ้ วกเขากลบั ไปนบั ถือศาสนายดู ายเหมือนเดิม

กท 2:5 เปาโลกล่าวชดั เจนต่อผอู้ ่านชาวแควน้ กาลาเทียวา่ แต่เราไม่ได้ยอมอ่อน
ข้อให้กบั เขาแม้สักชัวโมงเดยี ว เพอื ให้ความจริงของข่าวประเสริฐนันดาํ รงอยู่กบั ท่านทงั หลาย
ต่อไป ดงั ทีถกู พดู ถึงไปแลว้ ในกิจการ 15:5 ถึงแมจ้ ะโดนกดดนั จากพวกทีอยคู่ ณะฟาริสีในคริสต
จกั ร แต่เปาโลกไ็ ม่ยอมทาํ ตามความตอ้ งการของคนเหล่านนั แมแ้ ต่นิดเดียว ท่านไม่ยอมอ่อนขอ้
ใหก้ บั พวกเขาแมเ้ พียงชวั เวลาสันๆกไ็ ม่ เพอื ให้ความจริงของข่าวประเสริฐนันดาํ รงอยู่กบั ท่าน
ทงั หลายต่อไป เปาโลไดร้ ับความจริงนีมาจากพระเยซูคริสตแ์ ละท่านจะไม่ยอมใหพ้ นี อ้ งจอม
ปลอมมาทาํ ใหท้ ่านเบียงเบนไปจากความจริงนนั เดด็ ขาด

กท 2:6 ท่านกล่าวต่อไปในประโยคทีซบั ซอ้ น แต่จากพวกเหล่านันทเี ขาถอื ว่า
เป็ นคนสําคญั (เขาจะเคยเป็ นอะไรมาก่อนกต็ าม กไ็ ม่สําคญั อะไรสําหรับข้าพเจ้าเลย พระเจ้ามไิ ด้
ทรงเหน็ แก่หน้าผู้ใด) เปาโลอาจกาํ ลงั หมายถึงเปโตร ยากอบ และยอห์นซึงถูกพดู ถึงในขอ้ 9
กิจการ 15:6 กล่าวเพียงวา่ “ฝ่ ายอคั รสาวกกบั ผปู้ กครองทงั หลาย” มาประชุมกนั ในเรืองนี ถึง

แมว้ า่ พวกเขามีตาํ แหน่งสูงในคริสตจกั ร แต่มนั กไ็ ม่ไดส้ ่งผลอะไรต่อเปาโลเลย พระเจา้ ไม่ทรง
เห็นแก่ตาํ แหน่งสูงของคน ไม่วา่ คนนนั จะเป็นใครกต็ าม บางคนคาดเดาวา่ พวกผนู้ าํ เหล่านีใน
คริสตจกั รอาจเสนอแนะใหม้ ีการประนีประนอมโดยใหท้ ิตสั เขา้ สุหนตั

อยา่ งไรกต็ าม เปาโลกห็ นกั แน่น คนเหล่านันซึงเขาถอื ว่าเป็ นคนสําคญั ไม่ได้เพมิ เติมสิง
หนึงสิงใดให้แก่ข้าพเจ้าเลย ท่านไม่ยอมประนีประนอมหลกั การและความจริงเพอื เห็นแก่ความ
สบาย

กท 2:7-8 ท่านนาํ เสนอประโยคทซี บั ซอ้ นต่อไป แต่ตรงกนั ข้าม เมอื เขาเหน็ ว่า
ข้าพเจ้าได้รับมอบให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนเหล่านันทไี ม่ถอื พธิ เี ข้าสุหนัต เช่นเดียวกบั เป
โตรได้รับมอบให้ประกาศข่าวประเสริฐแก่คนทถี อื พธิ ีเข้าสุหนัต เมือพวกเขาเห็นวา่ ข่าวประเสริฐ
ทีไปถึงคนต่างชาติถูกฝากไวก้ บั เปาโลเหมือนกบั ทีข่าวประเสริฐทีไปถึงพวกยวิ ถกู ฝากไวก้ บั เป
โตร “พวกเขากไ็ ดจ้ บั มือขวาของขา้ พเจา้ กบั บารนาบสั แสดงวา่ เราเป็นเพอื นร่วมงานกนั ” เพอื ให้
เราไปหาคนต่างชาติ (ขอ้ 9)

คาํ ทีแปลวา่ คนเหล่านันทไี ม่ถอื พธิ ีเข้าสุหนัต (อาครอบสุ เตีย) ถึงแมม้ ีความหมายตรงตวั
วา่ ผชู้ ายทีไม่ไดเ้ ขา้ สุหนตั แต่มนั กม็ ีความหมายในภาษาพดู ดว้ ยวา่ ‘คนต่างชาติ’ ในแบบ
เดียวกนั คาํ ทีแปลวา่ คนทถี ือพธิ ีเข้าสุหนัต (เพะริตอเม) ถึงแมม้ ีความหมายตรงตวั วา่ การทาํ พิธี
เขา้ สุหนตั แต่มนั กเ็ ป็นสาํ นวนทีหมายถึง ‘พวกยวิ ’ ดว้ ย

ท่านกล่าวต่อไปวา่ 8 (เพราะว่า พระองค์ผู้ได้ทรงดลใจเปโตรให้เป็ นอคั รสาวกไปหาพวก
ทถี ือพธิ ีเข้าสุหนัต กไ็ ด้ทรงดลใจข้าพเจ้าให้ไปหาคนต่างชาติเหมอื นกนั ) เช่นเดียวกบั ทีพระเจา้
ทรงกระทาํ กิจอยา่ งเกิดผลในตวั เปโตรในฐานะทีท่านเป็นอคั รสาวกไปหาพวกยวิ พระองคก์ ท็ รง
กาํ ลงั กระทาํ กิจอยา่ งเกิดผลในตวั เปาโลเช่นกนั ในฐานะทีท่านเป็นอคั รสาวกไปหาคนต่างชาติ
ข่าวประเสริฐมีไวส้ าํ หรับคนทงั สองกลุ่ม

กท 2:9 นอกจากนี เมอื ยากอบ เคฟาสและยอห์น ผู้ทเี ขานับถอื ว่าเป็ นหลกั ได้เหน็
พระคุณซึงประทานแก่ข้าพเจ้าแล้ว กไ็ ด้จบั มอื ขวาของข้าพเจ้ากบั บารนาบัสแสดงว่าเราเป็ น
เพอื นร่วมงานกนั เพอื ให้เราไปหาคนต่างชาติ และท่านเหล่านันจะไปหาพวกทถี อื พธิ ีเข้าสุหนัต

ยากอบเป็นนอ้ งชายขององคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราและเป็นผเู้ ขียนหนงั สือยากอบ ท่านเป็น
ศิษยาภิบาลอาวโุ สของคริสตจกั รทีกรุงเยรูซาเลม็ เคฟาสเป็นชือภาษาอาราเมคของเปโตร และ
ยอห์นทีเป็นอคั รสาวก เปาโลกล่าววา่ ทงั สามคนนีเป็นเสาหลกั ในคริสตจกั ร พวกเขาเป็นผนู้ าํ
ของคริสตจกั รทีนนั

ดงั นนั เมือพวกเขา “ไดเ้ ห็นพระคุณซึงประทานแก่ขา้ พเจา้ แลว้ ” นนั คือเมือพวกเขาเขา้ ใจ
ถึงพระคุณพิเศษทีพระเจา้ ไดท้ รงประทานแก่เปาโลและบารนาบสั เพอื ไปประกาศแก่คนต่างชาติ
พวกเขากย็ อมรับทงั สองคนนีและขอ้ ความทีสองคนนีประกาศ พวกเขาจึง “จบั มือขวาของ
ขา้ พเจา้ กบั บารนาบสั แสดงวา่ เราเป็นเพือนร่วมงานกนั ” ในการทาํ เช่นนนั พวกเขาจึงยนื มือออก
เหมือนเป็นสญั ญาณทีแสดงถึงพนั ธสัญญาหรือขอ้ ตกลงระหวา่ งพวกเขาทงั สองฝ่ าย พวกเขา
ยอมรับเปาโลและบารนาบสั เป็นหุน้ ส่วน นอกจากนีนียงั แสดงถึงการเห็นพอ้ งตรงกนั ระหวา่ ง
พวกเขาอยา่ งสุดจิตสุดใจดว้ ย หลงั จากโตเ้ ถียงกนั มากมายแลว้ พวกผนู้ าํ ของคริสตจกั รทีกรุง
เยรูซาเลม็ กเ็ ห็นพอ้ งกบั เปาโลในทุกดา้ น การรับใชข้ องท่านไปยงั คนต่างชาติ ส่วนของพวกเขา
ไปยงั พวกยวิ ไม่มีความแตกต่างในเรืองความจริงหรือขอ้ ความทีพวกเขาประกาศเลย ข่าว
ประเสริฐเป็นมาโดยพระคุณและไม่มีการผสมกบั บญั ญตั ิของโมเสส

กท 2:10 ท่านเหล่านันขอแต่เพยี งไม่ให้เราลมื นึกถงึ คนจน ซึงเป็ นสิงทขี ้าพเจ้า
กระตอื รือร้นทจี ะกระทาํ สิงเดียวทีคริสตจกั รทีกรุงเยรูซาเลม็ ขอกค็ ือ ใหเ้ ปาโลระลึกถึงพนี อ้ ง
ชาวยวิ ทีเชือและทีเป็นคนยากจนซึงอาศยั อยใู่ นแควน้ ยเู ดีย การข่มเหงและการต่อตา้ นจากพวก
ผนู้ าํ ของยวิ ไดท้ าํ ใหพ้ นี อ้ งเหล่านีขดั สนอยา่ งหนกั อนั ทีจริงแลว้ เปาโลกเ็ ตม็ ใจทีจะนึกถึงคนจน
อยแู่ ลว้ คาํ ทีแปลวา่ กระตอื รือร้น (สปออูดาโซ) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘ขยนั ขนั แขง็ ’ เปาโลขอ

ความช่วยเหลือจากคริสตจกั รทงั หลายของคนต่างชาติเพอื การนีโดยเฉพาะตลอดระยะเวลาที
เหลือของการรับใชข้ องท่าน ดู 1 โครินธ์ 16:1 และ 2 โครินธ์ 8-9

กท 2:11 คราวนีเปาโลเปลียนไปพดู ถึงอีกเหตุการณ์หนึง เห็นไดช้ ดั วา่ หลงั จากการ
ประชุมสภาทีกรุงเยรูซาเลม็ ไม่นาน เปโตรไดเ้ ดินทางไปยงั คริสตจกั รทีเมอื งอนั ทิโอกและถก
เถียงกนั ดว้ ยเรืองเดิมอีก ทีเปาโลยกเรืองนีขึนมาพดู กเ็ พอื แสดงใหเ้ ห็นวา่ ท่านไม่ไดอ้ ยใู่ ตส้ ิทธิ
อาํ นาจแมแ้ ต่ของเปโตรเหมือนอยา่ งทีพวกถือลทั ธิยวิ บางคนกล่าวอา้ ง

แต่เมอื เปโตรมาถงึ อนั ทโิ อกแล้ว ข้าพเจ้ากไ็ ด้คดั ค้านท่านซึงๆหน้า เพราะว่าท่านทาํ ผดิ แน่
เมือเกิดการโตเ้ ถียงกนั เรืองเดิมอีก เปาโลกต็ าํ หนิเปโตรซึงๆหนา้ เปโตรทาํ ผดิ เปาโลทราบดีท่าน
จึงต่อวา่ เปโตรในเรืองนี

กท 2:12-13 โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ด้วยว่าก่อนทีคนของยากอบมาถงึ นัน ท่านได้กนิ อยู่
ด้วยกนั กบั คนต่างชาติ แต่พอคนพวกนันมาถึง ท่านกป็ ลกี ตัวออกไปอยู่เสียต่างหาก เพราะกลวั
พวกทถี อื พธิ ีเข้าสุหนัต 13 และพวกยวิ คนอนื ๆกไ็ ด้แสร้งทาํ ตามท่านเช่นกนั แม้แต่บารนาบัสก็
หลงแสร้งทาํ ตามคนเหล่านันไปด้วย

ตอนแรกเปโตรกย็ อมนงั รับประทานอาหารร่วมโตะ๊ กบั พีนอ้ งชาวต่างชาติทีคริสตจกั รใน
เมอื งอนั ทิโอก อยา่ งไรกต็ ามมีหลายคนทีมาจากยากอบผเู้ ป็นศษิ ยาภิบาลของคริสตจกั รทีกรุง
เยรูซาเลม็ ธรรมเนียมของพวกยวิ หา้ มมิใหร้ ับประทานอาหารร่วมกบั คนต่างชาติ ดงั นนั เมือพี
นอ้ งจากคริสตจกั รทีกรุงเยรูซาเลม็ โผล่มา เปโตรกแ็ ยกตวั ออกไปจากพนี อ้ งทีเป็นคนต่างชาติ
ทนั ที โดยกลวั วา่ พนี อ้ งชาวยวิ จากกรุงเยรูซาเลม็ จะมองท่านในทางทีไม่ดี

ทีแยย่ งิ ไปกวา่ นนั กค็ ือ พนี อ้ งชาวยวิ คนอืนๆในคริสตจกั รทีเมืองอนั ทิโอก “กไ็ ดแ้ สร้งทาํ
ตามท่านเช่นกนั ” คาํ ทีแปลวา่ แสร้งทาํ ตาม (ซูนพู อครินอไม) มีความหมายวา่ การเป็นคนหนา้
ซือใจคด พวกยวิ คนอืนๆในคริสตจกั รกแ็ สร้งปลีกตวั ไปพร้อมกบั เปโตรเมือพีนอ้ งชาวยวิ จาก
เยรูซาเลม็ โผล่มา ทีแยย่ งิ ไปกวา่ นนั บารนาบสั กท็ าํ ตวั หนา้ ซือใจคดไปพร้อมกบั พวกเขาดว้ ย

กท 2:14 เปาโลประจนั หนา้ กบั พวกเขาโดยไม่ยงั แต่เมอื ข้าพเจ้าเหน็ ว่าเขาไม่ได้
ดาํ เนินในความเทยี งธรรมตามความจริงของข่าวประเสริฐนัน ท่านทราบดีวา่ พวกเขาทาํ ผดิ จริงๆ
ดงั นนั เปาโลจึงกล่าวแก่เปโตรต่อหน้าคนทงั ปวงว่า "ถ้าท่านเองซึงเป็ นพวกยวิ ประพฤตติ าม
อย่างคนต่างชาติ มใิ ช่ตามอย่างพวกยวิ เหตไุ ฉนท่านจงึ บงั คบั คนต่างชาตใิ ห้ประพฤตติ ามอย่าง
พวกยวิ เล่า" เปาโลดกั จบั เปโตรในความไม่เสมอตน้ เสมอปลายของเขา

หากเปโตรเป็นยวิ และดาํ เนินชีวติ เหมือนคนต่างชาติ แลว้ ทาํ ไมเขาถึงบงั คบั ใหค้ นต่าง
ชาติดาํ เนินชีวติ เหมือนยวิ ดว้ ย ประเดน็ ของท่านนนั ชดั เจน ทาํ ไมไม่ทาํ อะไรใหค้ งเส้นคงวาเล่า
หากเขาบงั คบั ใหม้ ีการปลีกตวั ออกตามความเชือของศาสนายดู าย ทาํ ไมไม่บงั คบั ใหเ้ ขา้ สุหนตั
ดว้ ยเล่า หากเขาผเู้ ป็นยวิ พน้ จากพระราชบญั ญตั ิแลว้ ตงั แต่นีเป็นตน้ ไป งนั คนต่างชาติซึงไม่เคย
ถูกพระราชบญั ญตั ิบงั คบั ใชเ้ ลย กไ็ ม่ควรตกเป็นทาสมนั เหมอื นกนั

กท 2:15-16 จุดสูงสุดของขอ้ โตแ้ ยง้ ของท่านกาํ ลงั จะมาถึงแลว้ นีเป็นขอ้ ความทีซบั
ซอ้ นอีกครัง ท่านเริมตน้ โดยกล่าววา่ เราผู้มสี ัญชาติเป็ นยวิ และไม่ใช่คนบาปในพวกชนต่างชาติ
ทงั ท่านและเปโตรเกิดมาเป็นยวิ โดยธรรมชาติ พวกเขาเป็นยวิ มาตงั แต่กาํ เนิด พวกยวิ มีวธิ ีเรียก
คนต่างชาติแบบดูถกู วา่ “คนบาปในพวกชนต่างชาติ” เปาโลอาจใชค้ าํ พดู แบบดูแคลนนีเพอื ทาํ
ใหเ้ ปโตรอายเพราะการทีเขากลบั ไปมอี คติแบบพวกยวิ

อยา่ งไรกต็ าม ประเดน็ ของท่านกค็ ือวา่ พวกเขา (ทงั ตวั ท่านและเปโตร) ซึงรู้ดีกวา่ ใครกร็ ู้
วา่ 16 ไม่มผี ู้ใดเป็ นคนชอบธรรมได้โดยการประพฤตติ ามพระราชบญั ญัติ แต่โดยความเชือใน
พระเยซูคริสต์เท่านัน นีคือประเดน็ หลกั ของหนงั สือกาลาเทีย เปาโลทราบดี เปโตรกท็ ราบดี
และนีคือประเดน็ ทีเปาโลตอ้ งการจะสือ เมือเขา้ ใจความจริงทีเป็นหลกั คาํ สอนอนั ยงิ ใหญ่นี เปโต
รกน็ ่าจะรู้ดีจนไม่กลบั ไปหากฎต่างๆของพวกยวิ อีก โดยเฉพาะกฎต่างๆทีเกียวขอ้ งกบั คนต่าง
ชาติ เป็นความจริงทีการเป็นผชู้ อบธรรมเป็นมาโดยความเชือในพระเยซูคริสต์ การรักษาพระราช
บญั ญตั ิไม่เกียวขอ้ งอะไรกบั มนั เลย พิธีกรรมทางศาสนาไม่วา่ จะเป็นการเขา้ สุหนตั ในสมยั นนั

(หรือบพั ติศมาในสมยั นี) ไม่เกียวขอ้ งอะไรเลยกบั การไดร้ ับความรอดหรือการรักษาความรอด
ไว้

เปาโลจึงตอกยาํ ประเดน็ นีต่อไปโดยเตือนความจาํ เปโตรวา่ ถงึ เราเองกม็ คี วามเชือในพระ
เยซูคริสต์ เพอื เราจะได้เป็ นคนชอบธรรมโดยความเชือในพระคริสต์ ไม่ใช่โดยการประพฤติ
ตามพระราชบญั ญตั ิ ทงั สองคนทราบวา่ นีเป็นความจริง พวกเขาทงั สองไดว้ างใจในพระเยซู
คริสตแ์ ลว้ เพือทีพวกเขาจะไดก้ ลายเป็นผชู้ อบธรรมโดยไม่พึงพระราชบญั ญตั ิ

ท่านจึงยกขอ้ พระคมั ภีร์เดิมเพอื ตอกยาํ ประเดน็ ของท่านเพิมเติม เพราะว่าโดยการ
ประพฤตติ ามพระราชบัญญัตนิ ัน `ไม่มผี ู้หนึงผู้ใดเป็ นคนชอบธรรมได้เลย' นีน่าจะถกู ยกมาจาก
เพลงสดุดี 143:2 ดงั ทีท่านจะขยายความต่อไปในไม่ชา้ พระราชบญั ญตั ิไม่ใช่เครืองมือทีนาํ ไปสู่
ความชอบธรรมแต่นาํ ไปสู่การปรับโทษมากกวา่ การพงึ การประพฤติต่างๆของพระราชบญั ญตั ิ
หากทาํ ไดจ้ ริง ไม่สามารถทาํ ใหเ้ ราเป็นผชู้ อบธรรมไดเ้ ลย จุดประสงคข์ องพระราชบญั ญตั ิคือ
เพือปรับโทษเมือมนุษยต์ ระหนกั วา่ ตนไม่สามารถรักษาขอ้ บญั ญตั ิต่างๆไดเ้ ลย มนั เป็นเครืองมือ
ทีถูกออกแบบมาเพอื เปิ ดเผยใหเ้ ห็นวา่ มนุษยต์ อ้ งการพระผชู้ ่วยใหร้ อด

กท 2:17 อคั รสาวกเปาโล ซึงอาจกาํ ลงั ทวนซาํ ขอ้ โตแ้ ยง้ ทีพวกถือลทั ธิยวิ ยกขนึ มา
ปรักปราํ ท่าน จึงถามไปวา่ แต่ถ้าในขณะทเี รากาํ ลงั ขวนขวายจะเป็ นคนชอบธรรมโดยพระคริสต์
นัน เราเองยงั ปรากฏเป็ นคนบาปอยู่ พระคริสต์จงึ ทรงเป็ นผู้ส่งเสริมบาปหรือ ความคิดวา่ ตวั เอง
ชอบธรรมของพวกยวิ ในสมยั นนั ทาํ ใหพ้ วกเขาคิดวา่ ตวั เองไม่ใช่คนบาปเพราะพวกเขาทาํ ทีเป็น
รักษาพระราชบญั ญตั ิ อยา่ งไรกต็ ามเมือเผชิญหนา้ กบั ข่าวประเสริฐของพระคริสต์ พวกเขากร็ ู้ตวั
วา่ ตนเองเป็นคนบาปจริงๆ ดงั นนั อาจเพอื ทวนซาํ ความไม่สมเหตุสมผลของพวกทีขดั ขวางท่าน
เปาโลจึงถามวา่ พระคริสต์จึงทรงเป็ นผู้ส่งเสริมบาปหรือ พระคริสตท์ รงทาํ ใหพ้ วกเขาเป็นคน
บาปหรือ ท่านแทรกเขา้ ไปวา่ ขอพระเจ้าอย่ายอมให้เป็ นเช่นนันเลย ความโง่เขลาของขอ้ โตแ้ ยง้
ดงั กล่าวกป็ รากฏชดั เจน ข่าวประเสริฐของพระคริสตเ์ ปิ ดเผยสภาพทีบาปหนาของพวกเขา
เท่านนั เอง

กท 2:18 เปาโลอาจกาํ ลงั พดู ถึงเรืองทีท่านโตเ้ ถียงกบั เปโตรอยู่ เพราะว่าถ้าข้าพเจ้า
ก่อสิงซึงข้าพเจ้าได้รือทาํ ลายลงแล้วขนึ มาอกี ข้าพเจ้ากส็ ่อตัวเองว่าเป็ นผู้ละเมดิ หากท่านก่อสิง
ทีท่านไดพ้ ยายามรือทาํ ลายลงแลว้ ขึนมาใหม่ (คือ การบงั คบั ใชพ้ ระราชบญั ญตั ิกบั ผเู้ ชือทีเป็นคน
ต่างชาติ) ท่านเองกจ็ ะกลายเป็นผลู้ ะเมิดต่อความจริง เปโตรขดั แยง้ กบั ตวั เองจริงๆเพราะการพดู
อยา่ งทาํ อยา่ งของตวั เอง เมือเขาดาํ เนินชีวติ อยา่ งคนต่างชาติ เขากร็ ือทาํ ลายบญั ญตั ิทีเป็นพิธีกรรม
ลงเสียแลว้ เมือเขาดาํ เนินชีวติ อยา่ งยวิ เขากร็ ือทาํ ลายข่าวประเสริฐแห่งพระคุณ

กท 2:19 ท่านเกือบถึงขอ้ สรุปของเรืองนีแลว้ เหตุว่าโดยพระราชบญั ญัตินัน
ข้าพเจ้าได้ตายจากพระราชบญั ญัตแิ ล้ว เพอื ข้าพเจ้าจะได้มชี ีวติ อยู่เพอื พระเจ้า พระราชบญั ญตั ิ
เองไดท้ าํ ใหเ้ ปาโลตาสวา่ งเห็นถึงสภาพทีบาปหนาของตวั เองและความตายฝ่ ายวญิ ญาณต่อเบือง
พระพกั ตร์พระเจา้ เมือข่าวประเสริฐของพระคริสตไ์ ดม้ าถึงและท่านไดเ้ ห็นวา่ ท่านเชือฟังพระ
ราชบญั ญตั ิไม่ไดห้ มดทุกขอ้ ท่านกต็ ระหนกั วา่ ตวั ท่านเองตายในความบาป ท่านจึงถอื วา่ ตวั เอง
ตายต่อพระราชบญั ญตั ิแลว้ เพือทีท่านจะไดด้ าํ เนินชีวติ ต่อพระเจา้ อยา่ งเตม็ ที ดงั นนั ท่านจึงตาย
ต่อพระราชบญั ญตั ิแลว้ เมือท่านไดก้ ลายเป็นผถู้ กู สร้างใหม่ในพระคริสต์ พระราชบญั ญตั ิไม่มี
อาํ นาจครอบครองเหนือท่านอีกต่อไปแลว้

กท 2:20 ท่านจึงชีใหเ้ ห็นวา่ ทาํ ไม ข้าพเจ้าถูกตรึงไว้กบั พระคริสต์แล้ว แต่ข้าพเจ้าก็
ยงั มชี ีวติ อยู่ ไม่ใช่ข้าพเจ้าเองมชี ีวติ อยู่ต่อไป แต่พระคริสต์ต่างหากทที รงมชี ีวิตอยู่ในข้าพเจ้า
และชีวติ ซึงข้าพเจ้าดําเนินอยู่ในร่างกายขณะนี ข้าพเจ้าดําเนินอยู่โดยความเชือในพระบุตรของ
พระเจ้า ผู้ได้ทรงรักข้าพเจ้า และได้ทรงสละพระองค์เองเพอื ข้าพเจ้า คาํ ทีแปลวา่ ถูกตรึง (ซุส
เตารอโอ) ถกู ผนั เป็นสมบูรณ์กาลและอยใู่ นรูปประธานถูกกระทาํ เปาโลจึงเขียนตรงตวั วา่
‘ขา้ พเจา้ ไดถ้ กู ตรึงไวก้ บั พระคริสตแ์ ลว้ ’ เมือท่านไดต้ อ้ นรับพระคริสตโ์ ดยความเชือ ท่านกถ็ ูก
ตรึงกบั พระคริสตแ์ ลว้ ชีวติ เก่าของท่านซึงในกรณีนีคือการดาํ เนินชีวติ โดยพระราชบญั ญตั ิ จึงถูก
ตรึงไวแ้ ลว้ เช่นกนั

แมจ้ ะเป็นเช่นนนั ท่านกย็ งั มีชีวติ อยู่ แต่ชีวติ นนั กไ็ ม่ใช่ของท่าน แต่เป็นของพระเยซู
คริสตผ์ ทู้ รงพระชนมอ์ ยใู่ นตวั ท่าน ดงั นนั ชีวติ ทีท่านมีอยตู่ อนนีในเนือหนงั ของท่าน ท่านกม็ ีอยู่
โดยความเชือในพระบุตรของพระเจา้ ความรักอนั ยงิ ใหญ่ของพระเยซูถูกกล่าวถึงอยา่ งกระชบั
ในการทีพระองคไ์ ดท้ รงสละพระองคเ์ องเพือเรา นนั คอื แก่นแทข้ องความรักแบบอากาเป คือการ
สละตวั เองเพอื คนอืน

ถึงแมว้ า่ ขอ้ นีเป็นขอ้ ทีโดดเด่นสาํ หรับชีวติ คริสเตียนโดยทวั ไป แต่ในบริบทนี เปาโล
กาํ ลงั พดู ถึงเรืองของพระราชบญั ญตั ิและอิทธิพลของมนั ทีมีต่อผเู้ ชือทงั หลาย การถือรักษาพระ
ราชบญั ญตั ิของท่านไดถ้ กู ตรึงเสียแลว้ เมือท่านหนั มาหาพระคริสต์ ชีวติ คริสเตียนนบั แต่นนั
เป็นตน้ มาจึงเป็นการดาํ เนินโดยความเชือ ไม่ใช่โดยการถอื รักษาขอ้ ปลีกยอ่ ยของบญั ญตั ิของ
โมเสส นนั เป็นประเดน็ ตามทีบริบทไดก้ ล่าวไว้

กท 2:21 ขอ้ สรุปของเรืองราวทงั หมดอยตู่ รงนี ข้าพเจ้าไม่ได้กระทาํ ให้พระคุณของ
พระเจ้าไร้ประโยชน์ เพราะว่าถ้าความชอบธรรมเกดิ จากพระราชบญั ญัตแิ ล้ว พระคริสต์กท็ รง
สินพระชนม์โดยเปล่าประโยชน์ คาํ ทีแปลวา่ กระทาํ ให้...ไร้ประโยชน์ (อาเธะเตะโอ) มีความ
หมายวา่ ‘ขดั ขวาง’, ‘ปฏิเสธ’ หรือ ‘ทาํ ใหเ้ ป็นโมฆะ’ เปาโลจึงพดู ถึงการขดั ขวางพระคุณของ
พระเจา้ โดยการผสมพระราชบญั ญตั ิกบั พระคุณ ทงั สองอยา่ งเขา้ กนั ไม่ได้ หากผใู้ ดสามารถ
บรรลุความชอบธรรมไดโ้ ดยการถือรักษาพระราชบญั ญตั ิ ใครๆกท็ าํ ไดเ้ ช่นกนั ถา้ เป็นเช่นนนั
พระคริสตก์ ท็ รงสินพระชนมโ์ ดยเปล่าประโยชน์

เปาโลจึงปล่อยหมดั ตาย หากการถือรักษาพระราชบญั ญตั ิสามารถส่งผลต่อความชอบ
ธรรมไดด้ ว้ ยวธิ ีใดๆ การสินพระชนมข์ องพระคริสตก์ ไ็ ม่จาํ เป็นเลย

*****

ภาพรวมของกาลาเทยี 3: อัครสาวกเปาโลกล่าวถึงหัวใจของจดหมายฝากฉบับนี นนั คือ
ความรอดเป็นมาโดยความเชือและไม่เกียวข้องกบั การถือรักษาพระราชบญั ญตั ิเลย ไม่ว่าจะก่อน
หรือหลงั ท่านยกตัวอย่างอับราฮัมเพือแสดงถึงการเป็นผ้ชู อบธรรมโดยความเชือ ท่านชีให้เห็น

ว่า หากพระราชบญั ญตั ิจะทาํ ให้ผ้ใู ดเป็นคนชอบธรรมได้ คนๆนนั ต้องรักษาพระราชบญั ญตั ิได้
ทุกข้อ หากทาํ ผิดแม้แต่ข้อเดียวกถ็ ือว่าบกพร่องแล้ว อย่างไรกต็ ามพระคริสต์ได้ทรงไถ่เราจาก
การปรับโทษของพระราชบญั ญตั ิแล้ว จากนันท่านกพ็ ูดถึงจดุ ประสงค์ทีแท้จริงของพระราช
บญั ญตั ิ คือ เพือเปิ ดเผยสภาพทีหลงหายและสินหวงั ของเราเพือทีจะชีเรามาถึงพระคริสต์ เราจึง
เป็นบตุ รของพระเจ้าโดยความเชือ

ในส่วนหลงั ของบทนี เราเห็นถึงหัวใจของจดหมายฝากฉบับนีซึงเป็นจุดสุดยอดในด้าน
หลกั คาํ สอน เปาโลพูดถึงจุดประสงค์ทีแท้จริงของพระราชบญั ญตั ิ มนั เป็นครูสอนทีชีนาํ คนให้
มาถึงพระคริสต์ จากนนั ท่านกเ็ น้นยาํ ความจริงอีกครังว่า ภายใต้พระคุณเรากเ็ ป็นบตุ รของ
พระเจ้าโดยความเชือ

กท 3:1 หลงั จากใชพ้ ืนทีเกือบสองบทในการปกป้ องสิทธิอาํ นาจในการเป็นอคั ร
สาวกของตวั เอง (รวมถึงเรืองทีท่านไดโ้ ตแ้ ยง้ กบั เปโตรซึงๆหนา้ ดว้ ย) เปาโลกโ็ จมตีหวั ใจของ
ปัญหา พวกถือลทั ธิยวิ ไดช้ กั จูงบางคนวา่ พวกเขาสามารถเป็นคนชอบธรรมได้ (และคงความ
เป็นผชู้ อบธรรมไดต้ ่อไป) โดยการถือรักษาพระราชบญั ญตั ิ ท่านจึงโตแ้ ยง้ พวกเขาวา่ โอ ชาวกา
ลาเทยี คนเขลา ใครสะกดดวงจิตของท่านเพอื ท่านจะไม่เชือฟังความจริง ท่านเผชิญหนา้ พวกเขา
อยา่ งทีพวกเขาเป็นจริงๆ คือ เป็นคนโง่เขลา ท่านจึงถามคาํ ถามทีแทงใจพวกเขาวา่ ใครสะกดดวง
จติ ของท่าน คาํ ทีแปลวา่ สะกดดวงจติ (บาสไคโน) มีความหมายวา่ ‘นาํ ใหห้ ลงโดยใช้
ไสยศาสตร์’ มนั หมายถงึ โลกแห่งเวทมนตร์ ประเดน็ ของเปาโลไม่ซบั ซอ้ นเลย ความสบั สนใน
ดา้ นหลกั คาํ สอนของพวกเขาไม่ไดม้ าจากสวรรค์ แต่มาจากทิศทางทีตรงกนั ขา้ ม พวกเขาถูก
สะกดดวงจิตไม่ให้เชือฟังความจริง การพดู ถึงเรืองการเชือฟังความจริงเป็นเรืองทีน่าสนใจ มีเสน้
บางๆกนั กลางระหวา่ งการเชือความจริงและการเชือฟังความจริง อนั หลงั เกิดขึนเพราะอนั หนา้
เพราะวา่ พวกเขาเกิดความสบั สนในเรืองความจริง พวกเขาจึงไม่เชือฟังความจริงนนั ดว้ ย

ท่านเปลียนจากการพดู เรืองลึกลบั มาเป็นเรืองใกลต้ วั บา้ ง ความจริงเรืองพระเยซูคริสตไ์ ด้
ถูกสาํ แดงแก่พวกเขาแลว้ ผา่ นทางเปาโล ท่านจึงกล่าววา่ ทงั ๆทภี าพการถูกตรึงของพระเยซู

คริสต์ปรากฏอยู่ต่อหน้าต่อตาท่านแล้ว ความหมายตรงตวั ของคาํ พดู นีกค็ ือ ‘พระเยซูคริสตไ์ ดถ้ ูก
แสดงใหเ้ ห็นวา่ ถกู ตรึงต่อหนา้ ต่อตาท่านแลว้ ’ ขณะทีอยกู่ บั พวกเขา เปาโลไดเ้ ทศนาเกียวกบั พระ
คริสตอ์ ยา่ งชดั เจนจนพวกเขาเห็นภาพพระคริสตแ์ ลว้ พวกเขาไดย้ นิ ความจริงแลว้ แต่กห็ นั เสีย
จากความจริงนนั

กท 3:2 ท่านจึงถามพวกเขาอีกคาํ ถามหนึงวา่ ข้าพเจ้าใคร่รู้ข้อเดยี วจากท่านว่า
ท่านได้รับพระวญิ ญาณโดยการประพฤติตามพระราชบัญญัตหิ รือ หรือได้รับโดยการฟังด้วย
ความเชือ นีเป็นคาํ ถามทีไม่ตอ้ งการคาํ ตอบเพราะคาํ ตอบมนั ชดั เจนอยแู่ ลว้ พวกเขาไม่ไดร้ ับพระ
วญิ ญาณบริสุทธิเป็นของประทานพร้อมกบั พระพรต่างๆทีมาดว้ ยเพราะการถือพระราชบญั ญตั ิ
ถึงแมว้ า่ มีผใู้ ดรักษาแค่บญั ญตั ิสิบประการได้ แต่มนั กไ็ ม่เคยนาํ มาซึงการสถิตอยภู่ ายใน, บพั ติศ
มา, การส่องสวา่ ง, การฟ้ องใจ และการเติมเตม็ ของพระวญิ ญาณเลย ท่านเตือนความจาํ พวกเขา
พวกเขาไดร้ ับพระวญิ ญาณ (และอาจรวมถึงของประทานต่างๆทีอยชู่ วั คราวของพระวญิ ญาณใน
ตอนนนั ดว้ ย) โดยความเชือ ท่านทราบดีและพวกเขากท็ ราบดี

กท 3:3 ท่านถามคาํ ถามทีแทงใจอีกคาํ ถาม ท่านเขลาถงึ เพยี งนันทเี ดียวหรือ เมอื
ท่านเริมต้นด้วยพระวญิ ญาณแล้ว บัดนีท่านจะให้สําเร็จด้วยเนือหนังหรือ เราเห็นถึงความคิดที
โง่เขลาของพวกเขาชดั เจนยงิ ขึน พวกเขาไดเ้ ริมประสบการณ์ของคริสเตียนในและโดยพระ
วญิ ญาณบริสุทธิ การมาถึงของชีวติ คริสเตียนเป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณและพวกเขากท็ ราบดี ท่านจึง
นาํ เสนอประเดน็ ของตวั เองชดั เจน บดั นีพวกท่านกาํ ลงั ทาํ ใหม้ นั สาํ เร็จโดยเนือหนงั หรือ การพดู
ถึงเนือหนงั อาจหมายถึงการเขา้ สุหนตั ซึงเป็นศิลามมุ เอกของการถือบญั ญตั ิของพวกยวิ อยา่ งไร
กต็ ามประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ การเริมตน้ ชีวติ คริสเตียนแลว้ โดยความเชือและอยบู่ นระดบั จิต
วญิ ญาณแลว้ บดั นีพวกเขากาํ ลงั พยายามทีจะรักษามนั ไวโ้ ดยการประพฤติของตวั เองหรือ กล่าว
อีกนยั หนึง พวกเขาไดร้ ับความรอดแลว้ โดยความเชือ บดั นีพวกเขากาํ ลงั พยายามทีจะรักษามนั
ไวโ้ ดยการทาํ ดี (การรักษาบญั ญตั ิ) งนั หรือ ประเดน็ นีใกลเ้ คียงกบั ความเชือสมยั นีทีวา่ คริสเตียน
สามารถสูญเสียความรอดของตนไดห้ ากพวกเขาไม่ทาํ ทุกสิงทีพวกเขาควรทาํ (หรือทาํ สิงทีพวก
เขาไม่ควรทาํ )

หลกั คาํ สอนแบบศาสนายดู ายซึงกาํ ลงั ส่งผลต่อคริสตจกั รทงั หลายในแควน้ กาลาเทีย
ตอนนนั กค็ อื วา่ (1) เรารอดโดยความเชือ แต่ (2) ถา้ เราไม่รักษาพระราชบญั ญตั ิ เรากจ็ ะสูญเสีย
ความรอดไป กล่าวอีกนยั หนึงพวกเขาสอนวา่ ความบาปในชีวติ ของผเู้ ชือจะพรากความรอดของ
พวกเขาไป คาํ สอนผดิ เช่นนนั ยงั คงมีอยจู่ นถึงทุกวนั นีในคริสตจกั รมากมายจริงๆ

กท 3:4 เปาโลจึงถามอีกคาํ ถามใหพ้ วกเขาคิด ท่านได้ทนทุกข์มากมายโดยไร้
ประโยชน์หรือ ถ้าเป็ นการไร้ประโยชน์จริงๆแล้ว ความเชือแบบคริสเตียนในสมยั ศตวรรษแรก
เจอกบั การต่อตา้ นอยา่ งหนกั มาตงั แต่ตน้ คริสเตียนยคุ ตน้ ส่วนใหญ่เจอการข่มเหงจากพวกยวิ
เพราะความเชือในพระคริสตข์ องพวกเขา ดงั นนั เปาโลจึงถามพวกเขาวา่ ‘ทาํ ไมพวกท่านทน
ทุกขม์ ากมายเหลือเกินจากพวกยวิ หากพวกท่านกลบั ไปหาศาสนายดู ายและการเนน้ เรืองการ
รักษาบญั ญตั ิต่างๆของมนั ’ เปาโลนาํ เสนอความหวงั แก่พวกเขาวา่ การทนทุกขข์ องพวกเขาไม่
ไดไ้ ร้ประโยชน์

กท 3:5 เปาโลอาจกาํ ลงั ยอ้ นกลบั ไปพดู ถึงหลายครังหลายหนทีท่านตอ้ งติดคุก
เพราะการมีส่วนในงานรับใช้ ในเรืองนนั ท่านถามอีกคาํ ถามวา่ เหตุฉะนันพระองค์ผู้ทรง
ประทานพระวญิ ญาณแก่ท่าน และทรงกระทาํ การอศั จรรย์ท่ามกลางพวกท่าน ทรงกระทาํ การ
เช่นนันโดยการประพฤติตามพระราชบัญญตั ิหรือ หรือโดยการฟังด้วยความเชือ ถึงแมว้ า่ พระเจา้
ทรงสาํ แดงฤทธิเดชของพระองคผ์ า่ นตวั ท่าน แต่เปาโลน่าจะกาํ ลงั หมายถึงการรับใชข้ องท่าน
ขณะอยกู่ บั พวกเขามากกวา่ ท่านจึงถามวา่ ‘พระองคผ์ ทู้ รงประทานพระวญิ ญาณแก่พวกท่านและ
กระทาํ ฤทธิเดชอนั ใหญ่ยงิ ท่ามกลางพวกท่าน นนั เป็นโดยพระราชบญั ญตั ิหรือโดยความเชือ’ วลี
ทีแปลวา่ กระทาํ การอศั จรรย์ มคี วามหมายตรงตวั วา่ ‘ก่อใหเ้ กิดฤทธิเดช’ ความหมายทีน่าจะใช่ก็
คือ ฤทธิเดชฝ่ ายวญิ ญาณอนั ยงิ ใหญ่ และความหมายรองคือ การทาํ การอศั จรรยต์ ่างๆ ไม่วา่ จะยงั
ไง ประเดน็ ของท่านกค็ ือวา่ ฤทธิเดชฝ่ ายวญิ ญาณซึงปรากฏชดั ในการรับใชข้ องท่านกบั พวกเขา
เป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณและเป็นมาโดยความเชือ ในการเผชิญหนา้ กบั พวกเขาในเรืองนี พวกเขาก็
ทาํ ไดเ้ พยี งยอมรับในเรืองนี การพยายามรักษาขอ้ บญั ญตั ิต่างๆ (คือ การดาํ เนินชีวติ โดยไม่
ทาํ บาปเลย) ไม่เคยนาํ มาซึงฤทธิเดชของพระเจา้ อนั แสนมหศั จรรยใ์ นชีวติ ของพวกเขาเลย นี

แหละคือประเดน็ ของท่าน มนั เป็นมาโดยความเชือและไม่ใช่การพยายามทาํ บางสิงบางอยา่ งไม่
วา่ จะเป็นเรืองทางศาสนาหรือศีลธรรมกต็ าม

กท 3:6 ดุจทนายความทีสนบั สนุนความเห็นของตน บดั นีเปาโลจงึ เรียกพยานคน
แรกของท่านขึนใหก้ าร คนเหล่านนั ทีถือลทั ธิยวิ ใหก้ ารยอมรับอบั ราฮมั อยา่ งมาก อบั ราฮมั เป็น
ตน้ ตระกลู ของยดู าย ดงั นนั เปาโลจึงยกเรืองอบั ราฮมั เพือสนบั สนุนประเดน็ ของตน ดงั ทอี บั ราฮัม
`ได้เชือพระเจ้า' และ `และพระองค์ทรงนับว่าเป็ นความชอบธรรมแก่ท่าน' ท่านยก ปฐมกาล
15:6 ซึงเป็นขอ้ ความทีปรากฏตรงนี ความเป็นผชู้ อบธรรมของอบั ราฮมั เป็นมาโดยความเชือ
ตอนนนั ยงั ไม่มพี ระราชบญั ญตั ิเลยดว้ ยซาํ ประเดน็ นีทรงพลงั จริงๆ พวกยวิ มุ่งเลียนแบบอบั ราฮมั
กระนนั อบั ราฮมั กก็ ลายเป็นผชู้ อบธรรมต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ โดยความเชือ และนนั กเ็ ป็น
ประเดน็ หลกั ของเปาโล

กท 3:7 พวกยวิ ชอบคิดวา่ ตวั เองเป็นลกู หลานของอบั ราฮมั ดู ยอหน์ 8:53 อยา่ งไร
กต็ าม คราวนีเปาโลกพ็ ลิกกลบั ความคิดนนั เสีย เหตุฉะนันท่านจงรู้เถิดว่า คนทเี ชือนันแหละก็
เป็ นบุตรของอบั ราฮัม ความจริงของเรืองนีกค็ ือวา่ คนเหล่านนั ทีมาหาพระเจา้ โดยความเชือกเ็ ป็น
บุตรแทข้ องอบั ราฮมั หลกั เหตุผลของท่านไม่มีอะไรซบั ซอ้ น อบั ราฮมั กลายเป็นคนชอบธรรมต่อ
เบืองพระพกั ตร์พระเจา้ โดยความเชือ ดงั นนั คนเหล่านนั ทีมาหาพระเจา้ โดยความเชือในพระ
คริสตก์ เ็ ป็นลกู หลานฝ่ ายวญิ ญาณของอบั ราฮมั พวกยวิ คิดแต่ในแง่ลกู หลานฝ่ ายเนือหนงั ขอ้ โต้
แยง้ ของเปาโลเป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ การวางใจในพระคริสต์ (ธุรกรรมฝ่ ายวญิ ญาณแบบหนึง) ก็
คือการเป็นลูกหลานฝ่ ายวญิ ญาณทีแทจ้ ริงของอบั ราฮมั

กท 3:8 เปาโลเสริมคาํ กล่าวอา้ งของท่านโดยยกพระคมั ภีร์ และพระคมั ภีร์นันรู้
ล่วงหน้าว่า พระเจ้าจะทรงให้คนต่างชาตเิ ป็ นคนชอบธรรมโดยความเชือ จงึ ได้ประกาศข่าว
ประเสริฐแก่อบั ราฮัมล่วงหน้าว่า `ชนชาตทิ งั หลายจะได้รับพระพรเพราะเจ้า' ความหมายของขอ้
นีอาจถอดความไดว้ า่ ‘และพระคมั ภีร์ซึงเห็นล่วงหนา้ วา่ พระเจา้ จะทรงใหค้ นต่างชาติเป็นคน
ชอบธรรมโดยความเชือ กบ็ อกข่าวดีนนั ล่วงหนา้ แก่อบั ราฮมั ’ ท่านจึงยกขอ้ ความจากปฐมกาล

12:3 และ 18:18 “ชนชาติทงั หลายจะไดร้ ับพระพรเพราะเจา้ ” คาํ ทีแปลวา่ คนต่างชาติ และ
ชนชาตทิ งั หลาย คอื เอธนอส และเป็นคาํ ทวั ไปทีใชเ้ รียก ‘คนต่างชาติ’

อคั รสาวกท่านนีจึงเสริมขอ้ โตแ้ ยง้ ของตวั เองใหแ้ ขง็ แรงยงิ ขึน พระเจา้ ทรงตรัสล่วงหนา้
แก่อบั ราฮมั เป็นเวลาหลายร้อยปี วา่ โดยทางท่านคนต่างชาติทงั ปวงจะไดร้ ับพระพร เห็นไดช้ ดั วา่
พระพรนีเป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณมากกวา่ เป็นเรืองฝ่ ายเนือหนงั เมือพระเจา้ ทรงสัญญากบั อบั ราฮมั
เป็นครังแรกในปฐมกาล 12:3 (1) ท่านยงั ไม่ไดเ้ ขา้ สุหนตั (2) พระเจา้ ยงั ไม่ไดป้ ระทานพระราช
บญั ญตั ิจนกระทงั ผา่ นไปอีก 430 ปี (3) คนต่างชาติถูกรวมเขา้ อยใู่ นพระสัญญาของพระเจา้ ทีมีต่อ
อบั ราฮมั ดว้ ย

พวกถือลทั ธิยวิ อาจยงั ไม่รู้ตวั แต่เปาโลเพิงเตะเจาะยางพวกเขาไปแลว้ อบั ราฮมั ไม่เพียง
เป็นผชู้ อบธรรมโดยความเชือเท่านนั แต่พระสญั ญาของพระเจา้ กม็ ีมาถึงพวกคนต่างชาติดว้ ย
ตงั แต่แรก ทงั สองฝ่ ายยงั ไม่ไดเ้ ขา้ สุหนตั หรือถือรักษาบญั ญตั ิใดๆของยวิ เลย

กท 3:9 ท่านสรุปเนือหาส่วนนีทีเกียวขอ้ งกบั อบั ราฮมั โดยปิ ดทา้ ยวา่ เหตุฉะนัน
คนทเี ชือจงึ ได้รับพระพรร่วมกบั อบั ราฮัมผู้ซึงเชือ ความหมายตามตวั อกั ษรกค็ ือ ‘ดงั นนั คนที
(เป็นผชู้ อบธรรม) โดยความเชือกไ็ ดร้ ับพระพรร่วมกบั อบั ราฮมั ทีเชือ’ คาํ ทีแปลวา่ ผู้ซึงเชือ (พิส
ตอส) ในบริบทนี นอกจากมีความหมายวา่ ‘ทีสตั ยซ์ ือ’ แลว้ ยงั มีความหมายวา่ ‘ทีเชือ’ ดว้ ย มนั
ไม่ไดห้ มายถึงอุปนิสยั ของอบั ราฮมั แต่หมายถึงขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ท่านไดว้ างใจพระเจา้ เพอื ทีจะ
กลายเป็นคนชอบธรรม คนทีจนถึงทุกวนั นีมาหาพระเจา้ โดยความเชือ ไม่วา่ จะเป็นยวิ หรือต่าง
ชาติ กต็ ่อแถวเพือรับพระพรต่างๆทีพระเจา้ ไดท้ รงสัญญาแก่อบั ราฮมั ใน ปฐมกาล 12:3 และ
18:18

กท 3:10 คราวนีเปาโลเปลียนไปพดู ถึงเรืองบญั ญตั ิของโมเสส สาํ หรับคนเหล่านนั
ทีเสนอใหก้ ลบั ไปใชช้ ีวติ ใตพ้ ระราชบญั ญตั ิ ท่านกม็ ีขอ้ ความต่อไปนีทีจะบอก เพราะว่าคนทงั
หลายซึงพงึ การประพฤติตามพระราชบญั ญัติกถ็ ูกสาปแช่ง กล่าวอีกนยั หนึง สาํ หรับคนเหล่านนั
ทีเสนอใหด้ าํ เนินชีวติ ใตพ้ ระราชบญั ญตั ิเพอื เป็นวธิ ีทีจะมาถึงพระเจา้ ได้ พวกเขากต็ กอยใู่ ตก้ าร

สาปแช่งของพระราชบญั ญตั ิ ท่านจึงยกขอ้ ความจากพระราชบญั ญตั ิ 27:26 ซึงเป็นตอนจบของ
คาํ สาปแช่งต่างๆบนภเู ขาเอบาล `ทุกคนทีมไิ ด้ประพฤตติ ามทุกข้อความทเี ขยี นไว้ในหนังสือพระ
ราชบัญญตั กิ ถ็ ูกสาปแช่ง' เราไม่เพยี งลม้ เหลวในการเป็นคนชอบธรรมโดยการทาํ สิงดีต่างๆใน
พระราชบญั ญตั ิเท่านนั แต่การลม้ เหลวในการรักษาพระราชบญั ญตั ิต่อไปเรือยๆ “ตามทุก
ขอ้ ความ” จะนาํ การสาปแช่งซึงเป็นการปรับโทษมาดว้ ย สาํ หรับคนเหล่านนั ทีเสนอใหร้ ักษา
พระราชบญั ญตั ิเพอื เป็นวธิ ีในการมาถึงพระเจา้ เปาโลไดช้ ีใหเ้ ห็นอยา่ งถกู ตอ้ งวา่ พวกเขาตอ้ ง
รักษาบญั ญตั ิไดท้ ุกขอ้ ต่อไปเรือยๆตลอดชีวติ ของตน เราเห็นไดช้ ดั วา่ มนั เป็นไปไม่ได้

ขณะทีเปาโลจะขยายความเรืองนีต่อไปทีหลงั ในบทนี พระราชบญั ญตั ิไม่เคยถูกตงั ใจให้
เป็นวธิ ีในการทาํ ใหเ้ ป็นผชู้ อบธรรมเลย แต่มนั กลบั เป็นมาตรฐานทีเราไม่อาจบรรลุไดซ้ ึงเผยให้
เห็นวา่ เราตอ้ งการพระผชู้ ่วยใหร้ อด พระราชบญั ญตั ิสาํ แดงใหเ้ ห็นวา่ ไม่มใี ครเคยรักษามนั ได้ ดงั
นนั ตอ้ งมีวธิ ีอนื พระเจา้ ทรงจดั เตรียมวธิ ีนนั ใหโ้ ดยการวางใจในพระราชกิจทีเสร็จสินแลว้ คือ
การสินพระชนมแ์ ละการฟื นคนื พระชนมข์ องพระบุตรของพระองค์

กท 3:11 ประเดน็ ของท่านชดั เจน แต่เป็ นทปี ระจักษ์ชัดอยู่แล้วว่า ไม่มมี นุษย์คนใด
เป็ นผู้ชอบธรรมในสายพระเนตรของพระเจ้าด้วยพระราชบญั ญัตไิ ด้เลย อคั รสาวกท่านนีได้
โจมตีความเชือของพวกศตั รูของท่านอยา่ งซึงๆหนา้ ท่านไดโ้ ตแ้ ยง้ ทรรศนะทีเป็นรากฐานของ
พวกเขาโดยตรง เปาโลจึงยกขอ้ พระคมั ภีร์เดิมอีกตอนหนึงซึงเกียวขอ้ งกนั เพอื ตอกยาํ ความจริง
ขอ้ นี เพราะว่า `คนชอบธรรมจะมชี ีวติ ดาํ รงอยู่โดยความเชือ' ขอ้ ความนียกมาจาก ฮาบากกุ 2:4
คนเราไม่เพียงเป็นผชู้ อบธรรมโดยความเชือเท่านนั แต่เราตอ้ งดาํ เนินชีวติ ต่อจากนนั โดยความ
เชือดว้ ย เราไม่ไดร้ อดโดยการทาํ ดี และเรากไ็ ม่สูญเสียความรอดเพราะทาํ ดีไม่ไดด้ ว้ ย (คอื
ทาํ บาป) เรารบั ความรอดโดยพระคุณผา่ นทางความเชือ ความรอดของเราคงอยตู่ ่อไปกโ็ ดย
พระคุณเช่นกนั เรารอดโดยพระคุณและถูกพิทกั ษร์ ักษาโดยพระคุณ คนมากมายทุกวนั นีอยากให้
เราเขา้ ใจวา่ เรารอดโดยพระคุณ แต่ถกู พทิ กั ษร์ ักษาโดยการประพฤติ ทงั หมดลว้ นเป็นโดย
พระคุณ

กท 3:12 เปาโลจึงพดู ถึงสิงทีชดั เจนอยแู่ ลว้ แต่พระราชบัญญตั ไิ ม่ได้อาศัยความ
เชือ มนั ไม่ใช่ระบบของความเชือ แต่เป็นระบบของการพยายามและการประพฤติมากกวา่ โดย
ตวั มนั เองแลว้ มนั ใหก้ ารเห็นวา่ ตวั เองชอบธรรมโดยการหลอกลวงคนเหล่านนั ทีพยายามจะ
รักษาพระราชบญั ญตั ิ โดยบอกเป็นนยั วา่ พวกเขาเป็นคนชอบธรรมจริงๆ เพอื ใหภ้ าพประกอบ
ประเดน็ ของท่าน ท่านจึงยกคาํ พดู จากเลวนี ิติ 18:5 `ผู้ทปี ระพฤตติ ามพระราชบัญญตั ิ กจ็ ะได้
ชีวติ ดาํ รงอยู่โดยพระราชบัญญตั นิ ัน' พระราชบญั ญตั ิเรียกร้องใหม้ ีการเชือฟังอยา่ งสุดจิตสุดใจ
และความพยายามไม่สินสุดทีจะถือรักษาทุกขอ้ ของมนั มนั ไม่ไดพ้ ึงพระเมตตา พระคุณของ
พระเจา้ หรือความเชือในพระองค์

ขอ้ บกพร่องสาํ คญั ในระบบของพระราชบญั ญตั ิกค็ ือวา่ ไม่มีใครเคยสามารถรักษามนั ได้
อยา่ งสมบรู ณ์แบบเลย พวกเขาทุกคนจึงตกอยใู่ ตก้ ารสาปแช่งของมนั ซึงเป็นการปรับโทษ และ
นนั แหละคือประเดน็ ทีเปาโลตอ้ งการจะสือ อนั ทีจริงแลว้ พระราชบญั ญตั ิเป็นเครืองมือแห่งการ
ปรับโทษ อนั แสดงใหเ้ ห็นวา่ เราตอ้ งมีความเชือทีจะยอมจาํ นนตวั เองต่อพระเมตตาและพระคุณ
ของพระเจา้ พระคุณและความเชือบ่งบอกถึงการรู้ตวั วา่ เราตกอยใู่ นสภาพทีหลงหายและความ
หวงั เดียวเท่านนั ของเราคือการวางใจพระคริสตใ์ หเ้ ป็นพระผชู้ ่วยใหร้ อด การพยายามรักษาพระ
ราชบญั ญตั ิมแี นวโนม้ จะก่อใหเ้ กิดการเห็นวา่ ตวั เองชอบธรรมซึงมาพร้อมกบั การหลอกตวั เองว่า
ตนดีพอทีจะทาํ ใหพ้ ระเจา้ พอพระทยั ได้

ถึงแมป้ ัญหาทุกวนั นีไม่ใช่เรืองของการรักษาบทบญั ญตั ิของโมเสสแลว้ กต็ าม แต่คาํ สอน
ผดิ เดียวกนั นีกย็ งั คงอยเู่ หมือนเหลา้ เก่าในขวดใหม่ วนั นีมีคนสอนวา่ ถา้ ผใู้ ดรักษาบญั ญตั ิสิบ
ประการ ทาํ ตามกฎทองคาํ ดาํ เนินชีวติ เป็นคนดี มีใจกุศล และรับพิธีศีลศกั ดิสิทธิต่างๆของคริสต
จกั ร เขากจ็ ะเป็นคนชอบธรรมต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ การกระทาํ ดีของเขากจ็ ะมีนาํ หนกั
มากกวา่ การกระทาํ ชวั ของเขา น่าเศร้าทีหอ้ งหบั ต่างๆในนรกจะลน้ หลามไปดว้ ยคนทีคิดวา่ ตวั
เองชอบธรรมแบบนนั

กท 3:13 ท่านมาถึงยอดบนสุดของบทนีแลว้ พระคริสต์ทรงไถ่เราให้พ้นความสาป
แช่งแห่งพระราชบญั ญัติ โดยการทพี ระองค์ทรงยอมถูกสาปแช่งเพอื เรา พระเยซูคริสตท์ รงไถ่เรา
ใหพ้ น้ จากการปรับโทษของการสาปแช่งของพระราชบญั ญตั ิ พระองคท์ รงรับโทษแทนเรา การ
สาปแช่งของพระราชบญั ญตั ิเคยตกอยบู่ นตวั เรา อยา่ งไรกต็ ามพระคริสตท์ รงถูกสาปแช่งแทนเรา
คาํ ทีแปลวา่ เพอื (ฮูเพร็ ) มีความหมายดว้ ยวา่ ‘เหนือ’

การสาปแช่งของพระราชบญั ญตั ิไดต้ กอยเู่ หนือพระองคแ์ ทนทีจะตกอยเู่ หนือเรา ใน
ฐานะเป็นตวั แทนของเรา พระองคไ์ ดท้ รงกา้ วไปอยตู่ รงกลางระหวา่ งเราและการแช่งสาปของ
พระราชบญั ญตั ิ มนั จึงตกอยบู่ นพระองค์ เพือทาํ ใหป้ ระเดน็ ของท่านแขง็ แรง เปาโลจึงยก
ขอ้ ความจากพระราชบญั ญตั ิ 21:23 `ทุกคนทีต้องถูกแขวนไว้บนต้นไม้กต็ ้องถูกสาปแช่ง' ใน
ฐานะเป็นตวั แทนของเรา พระเยซูคริสตท์ รงยอมรับการสาปแช่งของพระราชบญั ญตั ิซึงเป็นการ
ปรับโทษแทนเรา

กท 3:14 เหตุผลกค็ อื เพอื พระพรของอบั ราฮัมจะได้มาถึงคนต่างชาตทิ งั หลาย
เพราะพระเยซูคริสต์ พระพรนนั ไดถ้ กู สัญญาไวแ้ ลว้ ในปฐมกาล 12:3 และมนั รวมถึงคนต่างชาติ
ดว้ ย ดงั นนั มนั เป็นอยา่ งนี เพอื เราจะได้รับพระสัญญาแห่งพระวญิ ญาณโดยความเชือ ประเดน็ ที
สาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ ในพระคริสต์ ทุกคนทงั ยวิ และต่างชาติไดร้ ับพระสัญญาฝ่ ายวญิ ญาณนนั ซึง
ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั โดยความเชือ กญุ แจกค็ ือ ความเชือในกิจการของพระเจา้ ไม่ใช่กิจการ
ของเราเอง ดงั นนั จุดสนใจจึงอยทู่ ีพระองคไ์ ม่ใช่อยทู่ ีตวั เรา หากจะกล่าวซาํ กค็ ือ กญุ แจคือความ
เชือ ไม่ใช่บญั ญตั ิทางศาสนาใดๆทงั นนั

กท 3:15 ท่านจึงพดู กบั ผอู้ ่านของท่านตรงๆ พนี ้องทงั หลาย ข้าพเจ้าขอพดู ตาม
อย่างมนุษย์ ถงึ แม้เป็ นคาํ สัญญาของมนุษย์ เมอื ได้รับรองกนั แล้วไม่มผี ู้ใดจะล้มเลกิ หรือเพมิ เติม
ขนึ อกี ได้ ความหมายกค็ ือ ‘พนี อ้ งทงั หลาย ขา้ พเจา้ กาํ ลงั พดู ตามแบบมนุษยอ์ ยู่ (หรือเกียวกบั
กิจการของมนุษยอ์ ย)ู่ พนั ธสญั ญา (หรือหนงั สือสญั ญา) ซึงไดถ้ ูกรับรองแลว้ ไม่สามารถถูก
ยกเลิกหรือเพิมเติมไดโ้ ดยฝ่ ายใดฝ่ ายเดียว’ กล่าวในแง่ปัจจุบนั มากยงิ ขึนกค็ ือ เมือหนงั สือสญั ญา

ถูกลงนามแลว้ มนั กม็ ีผลผกู มดั มนั ไม่สามารถถูกเพกิ เฉยหรือถูกเปลียนแปลงโดยฝ่ ายหนึงฝ่ าย
ใดได้ ดงั นนั คาํ สญั ญาทีเปาโลกาํ ลงั พดู ถึงคอื พนั ธสญั ญาทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั ซึงถกู
เอ่ยถึงไปแลว้ ใน 3:8

กท 3:16 เปาโลจึงชีใหเ้ ห็นความแตกต่าง พระเจา้ ไดท้ รงกระทาํ พนั ธสัญญากบั เชือ
สาย (เอกพจน)์ ของอบั ราฮมั แล้วบรรดาพระสัญญาทไี ด้ประทานไว้แก่อบั ราฮัมและเชือสายของ
ท่านนัน ถึงแมว้ า่ มีพระสญั ญามากกวา่ หนึง แต่ผทู้ ีรับพระสญั ญานนั กค็ ือ เชือสาย (เอกพจน)์
ของอบั ราฮมั เปาโลกล่าวต่อไปวา่ พระเจา้ มไิ ด้ตรัสว่า `และแก่เชือสายทงั หลาย' เหมอื นอย่างกบั
ว่าแก่คนมากคน แต่เหมอื นกบั ว่าแก่คนผู้เดยี ว `และแก่เชือสายของท่าน' ซึงเป็ นพระคริสต์ พระ
สญั ญาของพระเจา้ มีมาถึงเชือสาย (เอกพจน)์ ของอบั ราฮมั พระสัญญานนั มีผา่ นมาทางอิสอคั ดงั
จะถกู แสดงใหเ้ ห็นต่อไป ถึงแมอ้ บั ราฮมั มีบุตรชายมากกวา่ หนึงคน แต่พระสัญญานนั กถ็ ูก
กระทาํ กบั บุตรชายคนเดียวเท่านนั พระสัญญาทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั “ชนชาตทิ งั
หลายจะได้รับพระพรเพราะเจ้า” พดู ถึงพระคริสตโ์ ดยตรง เพราะวา่ ในพระคริสตน์ นั เองที
ชนชาติทงั ปวงทีเป็นคนต่างชาติจะไดร้ ับพระพร

ดงั นนั ประเดน็ ของท่านกค็ ือวา่ (1) พระเจา้ ไดท้ รงมีคาํ สัญญากบั เชือสายคนเดียว (2) เชือ
สายคนนนั สุดทา้ ยแลว้ กค็ ือพระคริสต์ ดงั นนั คนทงั ปวงในพระคริสตจ์ งึ เป็นผรู้ ับพระสญั ญานนั
ไม่วา่ เขาจะเป็นยวิ หรือต่างชาติกต็ าม (เราควรสงั เกตวา่ การใชค้ าํ วา่ เชือสาย (สเป็รมา) ของเปาโล
หมายถึงลูกหลานอยา่ งชดั เจน พระคริสตท์ รงเป็นลกู หลานของอบั ราฮมั ทางอิสอคั ในทีสุด)

กท 3:17 วกกลบั ไปพดู ถึงเรืองพนั ธสญั ญาทีท่านไดเ้ ริมตน้ ไวใ้ นขอ้ 15 เปาโลจึง
กล่าวต่อไปวา่ แต่ข้าพเจ้าว่าอย่างนีว่า พระราชบัญญตั ซิ ึงมาภายหลงั ถึงสีร้อยสามสิบปี จะ
ทาํ ลายพนั ธสัญญาซึงพระเจ้าได้ทรงตังไว้ในพระคริสต์เมอื ก่อนนัน ให้พระสัญญานันขาดจาก
ประโยชน์ไม่ได้

หลกั ตรรกะของท่านนนั ทาํ ลายฝ่ ายตรงขา้ มเสียราบคาบ พระเจา้ ทรงทาํ พนั ธสัญญากบั
อบั ราฮมั 430 ปี ก่อนทีทรงประทานพระราชบญั ญตั ิเสียอีก ดงั ทีท่านไดก้ ล่าวไวใ้ นขอ้ 15 การเขา้

มาของพระราชบญั ญตั ิไม่สามารถยกเลิกหรือทาํ ใหพ้ นั ธสัญญาทีทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั เป็น
โมฆะได้ และดงั ทีกล่าวไวแ้ ลว้ ในขอ้ 16 พนั ธสญั ญาทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั กม็ มี าถึง
เชือสาย (เอกพจน์) ของท่านซึงสาํ เร็จในพระคริสตน์ นั เอง การปรากฏตวั ของพระราชบญั ญตั ิใน
ส่วนทีเกียวขอ้ งกบั พนั ธสญั ญาทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั นนั ไม่เกียวขอ้ งกนั เลย มนั ไม่
สามารถและจะไม่มีวนั เปลียนแปลงพนั ธสัญญานนั ไดเ้ ลยไม่วา่ จะดว้ ยวธิ ีใดกต็ าม

กท 3:18 เปาโลจึงชีใหเ้ ห็นถึงความแตกต่างในดา้ นกฎหมายบา้ ง เพราะว่าถ้าได้รับ
มรดกโดยพระราชบัญญตั ิ กไ็ ม่ใช่ได้โดยพระสัญญาอกี ต่อไป แต่พระเจ้าทรงโปรดประทาน
มรดกนันให้แก่อบั ราฮัมโดยพระสัญญา การทีท่านเอ่ยถึง “มรดก” ในทีนีหมายถึงพระพรต่างๆที
ทรงสัญญาไวข้ องพนั ธสญั ญาทีทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั (“ชนชาติทงั หลายจะไดร้ ับพระพรเพราะ
เจา้ ”) หากพระพรนนั เป็นมาโดยพระราชบญั ญตั ิแลว้ มนั กไ็ ม่ใช่โดยพระสญั ญาอีกต่อไป
อยา่ งไรกต็ ามเกรงวา่ พวกเขาจะลืมประเดน็ ของท่าน พระเจ้าทรงโปรดประทานมรดกนันให้แก่
อบั ราฮัมโดยพระสัญญา คาํ ทีแปลวา่ ประทาน (คาริซอไม) มีความหมายตรงตวั วา่ ‘มอบให’้
พระเจา้ ทรงมอบพระพรของพนั ธสัญญาแก่อบั ราฮมั โดยพระสัญญา มนั เกิดขึน 430 ปี ก่อนการ
มาถึงของพระราชบญั ญตั ิ

กท 3:19 เปาโลจึงถามวา่ ถ้าเช่นนันมพี ระราชบัญญตั ไิ ว้ทาํ ไม ความหมายกค็ ือ
‘ทาํ ไมตอ้ งมีพระราชบญั ญตั ิดว้ ย’ มนั มีไวเ้ พือจุดประสงคอ์ ะไร เปาโลตอบคาํ ถามของตวั เองวา่
ทเี พมิ พระราชบัญญตั ิไว้กเ็ พราะเหตุจากการละเมดิ ความบาปทาํ ใหจ้ าํ เป็นตอ้ งมีพระราชบญั ญตั ิ
ตอนแรกมนั ถกู ประทานใหเ้ พือยบั ยงั ความบาป แต่มนั กถ็ ูกประทานใหเ้ พือเปิ ดเผยวา่ มนุษยชาติ
บาปหนาขนาดไหนเมือเทียบกบั มาตรฐานภายนอกทีไม่ลาํ เอียงแลว้

วกกลบั ไปพดู ถึงขอ้ 16 ทีท่านไดบ้ รรยายถึงพระคริสตว์ า่ เป็นเชือสายทีทรงสัญญาไวข้ อง
อบั ราฮมั เปาโลจึงกล่าววา่ พระราชบญั ญตั ิไดถ้ ูกใหไ้ ว้ จนกว่าเชือสายทไี ด้รับพระสัญญานันจะ
มาถงึ ท่านจงึ พดู ถงึ ไม่เพียงจุดประสงคข์ องพระราชบญั ญตั ิ แต่พดู ถึงการสินสุดของมนั ดว้ ย จุด
ประสงคข์ องพระราชบญั ญตั ิสาํ เร็จเมือเชือสายนนั (พระเยซูคริสต)์ มาถึง เพราะพระสญั ญาที

ทรงกระทาํ ไวก้ บั อบั ราฮมั นนั (ชนชาติทงั ปวงจะไดร้ ับพระพร) ไดส้ าํ เร็จโดยทางพระเยซูคริสต์
ดงั นนั การเสดจ็ มาของพระคริสตจ์ ึงเป็นการสินสุดของพระราชบญั ญตั ิดว้ ยในฐานะมนั ทีเป็นสิง
หนึงทีไดถ้ ูกตงั ขึนมา พระองคไ์ ดท้ รงบรรลุจุดประสงคข์ องมนั แลว้ ดู มทั ธิว 5:17

เปาโลออกความเห็นต่อไปวา่ และพวกทูตสวรรค์ได้ตงั พระราชบญั ญัตนิ ันไว้โดยมอื
ของคนกลาง นีน่าจะเป็นการอา้ งอิงถึงพระราชบญั ญตั ิ 33:2 ทีพระราชบญั ญตั ิถูกรับรองต่อหนา้
พวกทูตสวรรค์ คนกลางในบริบทนีน่าจะเป็นโมเสส ท่านเป็นคนกลางบนภเู ขาซีนายและโดย
ทางหนงั สือพระราชบญั ญตั ิระหวา่ งพระเจา้ และชนชาติอิสราเอล

กท 3:20 เปาโลออกความเห็นเพิมเติมเกียวกบั พระเจา้ โมเสส และอบั ราฮมั เพราะ
ฉะนันคนทเี ป็ นคนกลางกไ็ ม่ได้เป็ นคนกลางของฝ่ ายเดยี ว แต่พระเจ้านันทรงเป็ นเอกพระเจ้า
ความหมายกค็ ือวา่ คนกลางบ่งบอกถึงบุคคลสองฝ่ ายทีเป็นปฏิปักษต์ ่อกนั พระราชบญั ญตั ิเป็น
เครืองมือหนึงทางกฎหมายทีพระเจา้ ทรงประทานใหแ้ ก่ชนชาติอิสราเอลผา่ นทางโมเสส อยา่ งไร
กต็ าม ตอนนนั ไม่มคี นกลางระหวา่ งพระเจา้ กบั อบั ราฮมั พระเจา้ ทรงกระทาํ พระสญั ญากบั อบั รา
ฮมั โดยตรง ประเดน็ ของเปาโลน่าจะเป็นทีวา่ พระสญั ญาทีทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั นนั เหนือกวา่
และมาก่อนพระราชบญั ญตั ิไม่ใช่เพียงเพราะมนั ถกู มอบให้ 430 ปี ก่อนหนา้ เท่านนั แต่เพราะวา่
มนั เป็นพระสญั ญาโดยตรงดว้ ย ไม่จาํ เป็นตอ้ งมีคนกลางเลย มนั เป็นคาํ สัญญาทีทาํ ขึนโดยบุคคล
ผเู้ ดียว

กท 3:21 ท่านจึงถามคาํ ถามตามหลกั เหตุผลซึงเป็นคาํ ถามทีมีบางคนยกขึนมาอยา่ ง
แน่นอน ถ้าเช่นนันพระราชบัญญตั ขิ ดั แย้งกบั พระสัญญาของพระเจ้าหรือ พระเจ้าไม่ยอมให้เป็ น
เช่นนันเลย อาจดูเหมือนวา่ ในความคิดของยวิ บางคนแลว้ ตามหลกั ตรรกะของเปาโล พระราช
บญั ญตั ิตอ้ งขดั แยง้ หรือละเมิดต่อพระสญั ญาต่างๆทีพระเจา้ ไดท้ รงกระทาํ ไวก้ บั อบั ราฮมั อยา่ ง
แน่นอน สาํ หรับคนทีคิดเช่นนนั เปาโลจึงแทรกเขา้ ไปวา่ พระเจ้าไม่ยอมให้เป็ นเช่นนันเลย (ตรง
ตวั คือ ‘ขออยา่ ใหเ้ ป็นเช่นนนั เลย’)

นอกจากนี เพราะว่าถ้าทรงตงั พระราชบญั ญตั อิ นั สามารถทาํ ให้คนมชี ีวติ อยู่ได้ ความ
ชอบธรรมกจ็ ะมไี ด้โดยพระราชบัญญตั ินันจริง หากเป็นไปไดจ้ ริงๆทีบทบญั ญตั ิหนึงจะใหช้ ีวติ
นิรันดร์และชีวติ ฝ่ ายวญิ ญาณได้ พระเจา้ กค็ งตอ้ งกระทาํ ตามนนั ไปแลว้ และความชอบธรรม
ทีแทจ้ ริงกจ็ ะเป็นไปไดโ้ ดยการประพฤติตามบทบญั ญตั ิเช่นนนั ดว้ ย

กท 3:22 อยา่ งไรกต็ าม ขอ้ ผดิ พลาดจริงๆของวธิ ีคิดเช่นนนั กถ็ กู เปิ ดเผยตรงนี แต่
พระคมั ภรี ์ได้บ่งว่า ทุกคนอยู่ในความบาป คาํ ทีแปลวา่ บ่ง (ซุกคเละอิโอ) มีความหมายตรงตวั วา่
ถูกปิ ดไว้ ถูกลอ้ มไว้ หรือติดกบั เหมือนปลาในอวน ท่านจึงขยายความภาพทีเป็นคาํ ต่อไปโดย
บอกวา่ เรา ทุกคนอยู่ใน (ใต้) ความบาป ภาพเปรียบนีเหมือนกบั ดา้ นบนของอวนถกู ปิ ดไว้ หรือ
ช่องดา้ นบนของหอ้ งขงั ถกู ปิ ดลอ็ คแน่นหนา เราอยใู่ ตค้ วามบาป เราถกู ล่อใหม้ าติดกบั และถกู ขงั
อยใู่ นความบาปนนั นอกจากนีสิทธิอาํ นาจของกบั ดกั นนั กค็ ือพระคมั ภีร์เองดว้ ย “ผใู้ ดไม่ดาํ รง
บรรดาถอ้ ยคาํ แห่งพระราชบญั ญตั ินีโดยการกระทาํ ตาม ใหผ้ นู้ นั ถูกสาปแช่ง” (พระราชบญั ญตั ิ
27:26)

อยา่ งไรกต็ ามสภาพทีน่าสินหวงั และน่าหดหู่ใจนีกเ็ ป็นไปเพอื จะประทานตามพระ
สัญญาแก่คนทงั ปวงทเี ชือ ความหมายตามตวั อกั ษรกค็ ือวา่ ‘เพอื ทีวา่ พระสญั ญาแห่งความเชือใน
พระเยซูคริสตจ์ ะไดถ้ กู มอบใหแ้ ก่คนเหล่านนั ทีเชือ’ ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ ของเปาโลกค็ ือวา่ พระ
ราชบญั ญตั ิไดห้ ลอกใหเ้ รามาติดกบั เพราะเหตุขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ไม่มีใครสามารถประพฤติตามได้
ดงั นนั เราจึงถกู ปรับโทษ (หลงหาย) อยา่ งสินหวงั และอยา่ งช่วยเหลือตวั เองไม่ได้ ความหวงั เดียว
เท่านนั ของเรากค็ ือ การหนั มาพงึ ในพระคุณของพระเยซูคริสต์ เมือเรากระทาํ เช่นนนั พระสัญญา
ทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั กท็ าํ งานและปลดปล่อยเราจากการปรับโทษของความบาป เรา
จึงถกู นบั วา่ เป็นคนชอบธรรมเหมือนกบั ทีอบั ราฮมั ถูกนบั วา่ เป็นคนชอบธรรมตอนทีท่านเชือ
พระเจา้ (อยา่ ลืมวา่ เปาโลกาํ ลงั เขียนถงึ พวกทีคิดแบบยวิ ซึงรู้สึกสับสนในเรืองความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งพระราชบญั ญตั ิ พระคุณ และความเชือ)

กท 3:23 เปาโลพดู ยอ้ นไปถึงสมยั ทีเรายงั ไม่เขา้ ใจพระคุณและความเชืออยา่ ง
ถ่องแท้ แต่ก่อนทคี วามเชือมานัน เราถูกพระราชบญั ญัติกกั ตวั ไว้ ถูกกนั เขตไว้จนความเชือจะ
ปรากฏภายหลงั ก่อนทีความเชือนนั จะมา (ความรอดโดยความเชือในพระเยซูคริสต)์ ตอนนนั
เราอยใู่ นคุกแห่งความบาปโดยสิทธิอาํ นาจของพระราชบญั ญตั ิ เปาโลใชค้ าํ พดู ทีทาํ ใหเ้ ห็นภาพ
คาํ เดียวกบั ทีท่านใชใ้ นขอ้ 22 คาํ ทีแปลวา่ ถูกกนั เขตไว้ (ซุกคเละอิโอ) เป็นคาํ เดียวกบั ทีแปลวา่
บ่งในขอ้ 22 คาํ ทีแปลวา่ กกั ตวั ไว้ (ฟรออูเระโอ) มีความหมายวา่ ‘ถูกยามกกั ตวั ไว’้ เหมือนในคุก
เช่นเดียวกบั ในขอ้ ทแี ลว้ ความหมายกค็ ือวา่ ก่อนทีความเชือนนั จะมา เราอยใู่ นคุกแห่งความบาป
และถกู พระราชบญั ญตั ิปรับโทษ การปรับโทษนนั มอี ยจู่ นความเชือจะปรากฏภายหลงั ความเชือ
ในพระคริสตไ์ ดก้ ลายเป็นวธิ ีทีช่วยใหเ้ ราสามารถหนีจากคุกแห่งการปรับโทษโดยพระราช
บญั ญตั ิได้

พระราชบญั ญตั ิเป็นเครืองมือทีมไี วเ้ ตรียมความคิดและจิตใจของคนเหล่านนั ทีถกู ปรับ
โทษโดยมนั สาํ หรับพระผชู้ ่วยใหร้ อดทีจะมาช่วยพวกเขาใหพ้ น้ จากคุกแห่งความบาปและการ
ปรับโทษของมนั เมือเราตระหนกั ถึงสภาพทีหมดหวงั ของตวั เองตามทีถกู เปิ ดเผยโดยพระราช
บญั ญตั ิ ความหวงั เดียวเท่านนั ของเรากค็ ือ พระคุณของพระเจา้ พระคุณนนั ไดถ้ กู จดั เตรียมไว้
สาํ หรับเราแลว้ โดยทางความเชือในพระเยซูคริสตอ์ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา

กท 3:24 จุดสูงสุดของประเดน็ ของท่านมาถึงแลว้ สาํ หรับคาํ ถามของท่านทีวา่
พระราชบญั ญัติมไี ว้เพอื อะไร คาํ ตอบกค็ ือวา่ พระราชบัญญตั จิ งึ เป็ นครูของเราซึงนําเรามาถงึ
พระคริสต์ เพอื เราจะได้เป็ นคนชอบธรรมโดยความเชือ

คาํ ทีแปลวา่ ครู (ไพดาโกกอส ซึงเป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ ‘pedagogue’) มีความ
หมายวา่ ‘ครูสอนพเิ ศษ’ หรือ ‘อาจารย’์ ชาวโรมจา้ งครูสอนพิเศษมาสอนลูกๆของตนทีบา้ น ดงั
นนั พระราชบญั ญตั ิจึงเป็นอาจารยท์ ีสอนเราใหม้ าถึงพระคริสต์ พระราชบญั ญตั ินาํ เสนอวา่ สิงใด
เป็นความบาปแบบตรงๆไม่ลาํ เอียง ไม่วา่ ผใู้ ดจะพยายามหนกั ขนาดไหน เขากไ็ ม่สามารถรักษา
บญั ญตั ิไดท้ ุกขอ้ ดงั นนั ทุกคนจึงเป็นคนละเมิดและถกู ปรับโทษ มนั คือเครืองมือทางกฎหมายที

ถูกออกแบบมาเพือเผยใหเ้ ห็นถึงความอธรรมทีอยภู่ ายในตวั มนุษยแ์ ละการไรซ้ ึงความสามารถ
ของเขาทีจะบรรลุถึงความชอบธรรมของพระเจา้ ได้

ดงั นนั พระราชบญั ญตั ิของโมเสสทีครอบคลุมจึงแบ่งออกเป็นสามส่วนดว้ ยกนั : (1) พระ
บญั ชาต่างๆซึงแสดงถึงกฎดา้ นศีลธรรมของพระเจา้ (อพยพ 20:1-26); (2) ข้อพิพากษาต่างๆซึง
ระบุถึงขอ้ ควรปฏิบตั ิเกียวกบั ชีวติ ทางสังคมของชนชาติอิสราเอล (อพยพ 21-24) และ (3)
ระเบียบพิธีต่างๆซึงเป็นขอ้ ปฏิบตั ิดา้ นศาสนาของชนชาติอิสราเอล บญั ญตั ิต่างๆทีซบั ซอ้ นเหล่า
นีเป็นภาระหนกั สาํ หรับชนชาติอสิ ราเอล การทีคนๆหนึงจะเป็นคนไร้ทีติภายใตพ้ ระราชบญั ญตั ิ
และเป็นคนชอบธรรมต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ ไดน้ นั คนนนั ตอ้ งทาํ ไดต้ ามพระราชบญั ญตั ิทุก
ขอ้ ตลอดชีวติ ของตน มนั กเ็ หมือนกบั คนอเมริกนั สมยั นีทีพยายามทีจะเขา้ ใจกฎหมายภาษีทุกขอ้
ของประเทศสหรัฐอเมริกาและไม่ทาํ ผดิ กฎหมายนีเลยแมแ้ ต่ครังเดียวตลอดชีวติ ของตน ทงั สอง
กรณีไม่มีใครสามารถทาํ ไดเ้ ลย นีแหละคือประเดน็ ทีเปาโลตอ้ งการจะสือ ลกั ษณะเฉพาะตวั ของ
พระราชบญั ญตั ิมีไวเ้ พือเผยใหเ้ ห็นถึงความเป็นไปไม่ไดเ้ ลยทีจะบรรลุถึงความบริสุทธิและความ
ชอบธรรมอนั เป็นอนนั ตข์ องพระเจา้ มนั เป็นไปไม่ไดเ้ ลย ดงั นนั พระราชบญั ญตั ิจึงมีไวเ้ พอื ปรับ
โทษ

เมือไม่มีหวงั อืนใดอีก เราจึง “เป็นคนชอบธรรมโดยความเชือ” ในพระคริสตเ์ ท่านนั ดงั
นนั จุดประสงคข์ องพระราชบญั ญตั ิคือ เพอื ชีใหค้ นมาถึงพระคริสต์ มนั ไม่เคยมีไวเ้ พอื เป็นวธิ ีที
จะใหค้ วามชอบธรรมหรือใหช้ ีวติ เลย การปรับโทษแบบไร้ซึงความหวงั ของมนั มีไวเ้ พอื นาํ
มนุษยท์ ีหลงหายมาสู่ความหวงั เดียวเท่านนั ของพวกเขา คือ พระผชู้ ่วยใหร้ อด โดยการหนั มาพึง
ในพระคุณของพระเยซูคริสตอ์ งคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเรา พระเจา้ กจ็ ะทรงทาํ ใหเ้ ราเป็นคนชอบ
ธรรมเหมือนกบั ทีทรงทาํ กบั อบั ราฮมั เมือนานมาแลว้

กท 3:25 ดงั นนั หลงั จากความเชือนันได้มาแล้ว เราจงึ มไิ ด้อยู่ใต้บังคบั ครูนันอกี ต่อ
ไปแล้ว เมือเรามาถึงจุดทีเป็นการมาหาพระคริสตโ์ ดยความเชือ จุดประสงคข์ องพระราชบญั ญตั ิก็
สาํ เร็จแลว้ และเรากไ็ ม่ตอ้ งการมนั เป็นครูสอนพิเศษเราอีกต่อไป เราโตเกินกวา่ ทจี ะตอ้ งมีพระ
ราชบญั ญตั ิมาคอยสอนแลว้

กท 3:26 คราวนีเปาโลหนั ไปพดู ถงึ อีกเรืองทีเกียวขอ้ งกนั แต่เป็นเรืองทีแตกต่างกนั
บา้ ง ขณะทีเรืองในตอนตน้ ของบทนีคือการเป็นคนชอบธรรมโดยความเชือโดยไม่พึงพระราช
บญั ญตั ิ แต่คราวนีเปาโลเปลียนไปพดู ถึงเรืองการเป็นบุตรของพระเจา้ และทุกสิงซึงเป็นผลทีตาม
มา ดงั นนั ท่านจึงเปลียนจากเรืองกฎหมายมาเป็นเรืองครอบครัว ท่านไดเ้ ริมการเชือมต่อผา่ นทาง
เรืองของครูไปเยอะแลว้ แน่นอนทีนนั มีลกั ษณะเป็นเรืองเกียวกบั ครอบครัวมากกวา่ ทีจะเป็น
เรืองของพระราชบญั ญตั ิและลกั ษณะทีเป็นนิติบญั ญตั ิของมนั

เปาโลจึงประกาศวา่ เพราะว่าท่านทงั หลายเป็ นบุตรของพระเจ้าโดยความเชือในพระเยซู
คริสต์ คาํ ทีแปลวา่ บุตร (ฮูอิออส) มคี วามหมายตรงตวั วา่ ‘ลูกชาย’ และมกั ถกู แปลเช่นนนั ถึงแม้
วา่ ยอห์นยงั ไม่ไดเ้ ขียนข่าวประเสริฐของท่าน แต่ความหมายตรงนีกส็ อดคลอ้ งกบั ยอห์น 1:12
โดยตรง เราเขา้ สู่ความสมั พนั ธเ์ ช่นนนั กบั พระเจา้ โดยทางความเชือในพระเยซูคริสตเ์ ท่านนั ไม่มี
นามอืนใดทีทรงประทานใหแ้ ก่มนุษยท์ ีสามารถทาํ ใหเ้ รากลายเป็นบุตรของพระเจา้ ได้ มนั ไม่ใช่
โดยพระราชบญั ญตั ิหรือพิธีกรรมใดๆของมนั การเป็นบุตรมาไดท้ างความเชือในพระคริสต์
เท่านนั

กท 3:27 ถึงแมว้ า่ บพั ติศมาของผเู้ ชือจะเป็นกา้ วแรกทีแสดงถึงความเชือฟังใน
ประสบการณ์ของคริสเตียนหลงั จากไดร้ ับความรอดแลว้ กต็ าม แต่ตรงนีเปาโลหมายถึงบพั ติศมา
ของพระวญิ ญาณซึงเกิดขึนทนั ทีทีเราไดร้ ับความรอด เพราะเหตุว่า ทุกคนในพวกท่านทรี ับบพั
ตศิ มาเข้าร่วมในพระคริสต์แล้ว กไ็ ด้สวมชีวติ พระคริสต์ เกรงวา่ จะมีใครสงสัยขอ้ ความดา้ นบนนี
ใหเ้ ราสงั เกตวา่ การจุ่มนีเขา้ สู่อะไร มนั คือการจุ่ม “เขา้ ร่วมในพระคริสต”์ ไม่ใช่การจุ่มเขา้ ในนาํ
ดู 1 โครินธ์ 12:13 ประเดน็ ทีเปาโลกาํ ลงั นาํ ไปถึงกค็ ือวา่ ผเู้ ชือทุกคนกลายเป็นบุตรของพระเจา้
และทุกคนถูกจุ่มโดยพระวญิ ญาณของพระเจา้ เขา้ ในพระกายของพระคริสต์ (ใหเ้ รานึกถึงขอ้
พพิ าทในคริสตจกั รทงั หลายในแควน้ กาลาเทียเกียวกบั การรวมคนต่างชาติเขา้ ในพระกายของ
พระคริสตด์ ว้ ย พวกถือลทั ธิยวิ อา้ งวา่ พวกคนต่างชาติตอ้ งกลายเป็นยวิ ซึงรวมถึงการเขา้ สุหนตั
และพธิ ีต่างๆของศาสนายดู ายดว้ ย)

กท 3:28 นีแหละคือประเดน็ ทีถูกพดู ถงึ อยตู่ รงนี ในพระคริสตจ์ ะไม่เป็ นยวิ หรือ
กรีก จะไม่เป็ นทาสหรือไท จะไม่เป็ นชายหรือหญงิ เพราะว่าท่านทงั หลายเป็ นอนั หนึงอนั
เดียวกนั ในพระเยซูคริสต์ ในพระองคไ์ ม่มคี วามแตกต่างระหวา่ งยวิ หรือต่างชาติ ระหวา่ งคนที
ตกเป็นทาสและคนทีเป็นไทตามกฎหมาย หรือระหวา่ งชายและหญิง ทุกคนเป็นหนึงเดียวกนั ใน
พระเยซูคริสต์ สาํ หรับคนทีมีความคดิ แบบคริสเตียนโลกตะวนั ตกสมยั ใหม่นนั เกือบเป็น
ประโยคทีเป็นจริงเลยทีเดียว อยา่ งไรกต็ าม เราตอ้ งไม่ลืมวา่ เปาโลกาํ ลงั เขียนถึงคริสตจกั รต่างๆที
ถูกรังควานโดยคนเหล่านนั ทีพยายามสร้างความแตกต่างระหวา่ งยวิ และคนต่างชาติ นอกจากนี
เมือพจิ ารณาจากมุมมองของยวิ แลว้ ผหู้ ญิงถือวา่ เป็นพลเมืองชนั สองในสายพระเนตรของ
พระเจา้ สาํ หรับบางคน มนั ถือเป็นการเสียเกียรติทีจะร่วมนมสั การในทีประชุมเดียวกบั คนทีเป็น
ทาส ความแตกต่างสองอนั หลงั นี (ทาสและผหู้ ญิง) เป็นเรืองรอง ประเดน็ หลกั ของท่านกค็ ือวา่
แมแ้ ต่คนต่างชาติกม็ ีสถานะเท่าเทียมกนั ต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ ในฐานะบุตรของพระเจา้ แม้
พวกเขาไม่ไดเ้ ขา้ สุหนตั หรือทาํ ตามขอ้ ปลีกยอ่ ยอืนๆของศาสนายดู ายกต็ าม

กท 3:29 บทนีจบลงดว้ ยยอดบนสุดของหลกั ตรรกะทีพระวญิ ญาณทรงนาํ ท่าน
และถ้าท่านเป็ นของพระคริสต์แล้ว ท่านกเ็ ป็ นเชือสายของอบั ราฮัม คอื เป็ นผู้รับมรดกตามพระ
สัญญา นีคือบทสรุปของเรืองราวทงั หมด หากผใู้ ดอยใู่ นพระคริสตโ์ ดยความเชือในพระองค์ เขา
กเ็ ป็นของพระคริสตแ์ ลว้ ดงั นนั เขาจึงเป็นผรู้ ับมรดกพระสัญญาต่างๆทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั
ราฮมั ดว้ ย ดงั นนั ความเชือในพระคริสตจ์ ึงทาํ ใหเ้ ขาเป็นทายาทโดยตรงผรู้ ับมรดกพระสญั ญาทงั
สินทีพระเจา้ ทรงกระทาํ กบั อบั ราฮมั ไม่วา่ เขาจะเป็นยวิ หรือต่างชาติกต็ าม ผลทีตามมาของการ
เป็นบุตรและมรดกทีเราไดร้ ับจะถกู ขยายความอยา่ งเตม็ ทีมากขึนในบทต่อไป

*****

ภาพรวมของกาลาเทยี 4: อัครสาวกเปาโลบรรยายต่อไปเกียวกับพระราชบญั ญตั ิทีตรง
ข้ามกบั พระคุณ ท่านยกภาพเปรียบเทียบของทาสซึงต่างจากบตุ รและกล่าวว่าบดั นีเราเป็นบตุ ร
ของพระเจ้าแล้ว ไม่ใช่ทาสอีกต่อไป เราจึงไม่ตกเป็นทาสรับใช้พระราชบญั ญตั ิแล้ว ท่านยกภาพ

เปรียบเทียบอีกเรืองเกียวกบั นางฮาการ์และนางซาราห์ โดยทีบตุ รของนางฮาการ์ตกเป็นทาส แต่
อิสอัคเป็นไท ประเดน็ ของท่านกค็ ือว่า ในพระคริสต์เรากเ็ ป็นเหมือนอิสอคั คือ เป็นบตุ รแห่ง
พระสัญญา เราจึงไม่ตกเป็นทาสพระราชบญั ญตั ิแล้ว

กท 4:1 เนือหาในขอ้ นีต่อเนืองจากทีทิงทา้ ยไวใ้ นบททีแลว้ คือ การเป็นทายาท
ตามพระสัญญา เปาโลจึงออกความเห็นวา่ แล้วข้าพเจ้าขอพูดว่า ตราบใดทที ายาทยงั เป็ นเด็กอยู่
เขากไ็ ม่ต่างอะไรกบั ทาสเลย ถงึ แม้เขาจะเป็ นเจ้าของทรัพย์สมบตั ทิ งั ปวง ประเดน็ ของท่านกค็ ือ
วา่ การตกเป็นทาสพระราชบญั ญตั ิของยวิ เกิดขึนก่อนการโตเป็นผใู้ หญ่ฝ่ ายวญิ ญาณซึงเกิดขึน
เพราะพระคุณและข่าวประเสริฐ ทายาทไม่ไดม้ ีเสรีภาพเหมือนบุตร อนั ทีจริงแลว้ ในฐานะทีเป็น
ผเู้ ยาว์ ทายาทจึงไม่แตกต่างอะไรเลยจากทาสถึงแมว้ า่ เขาเป็นทายาทอยา่ งเห็นไดช้ ดั กต็ าม คนทงั
สองพวกตอ้ งมีผปู้ กครองอยู่

กท 4:2 นอกจากนี ทายาทแบบนนั กอ็ ยู่ใต้บังคบั ของผู้ปกครองและผู้ดูแล จนถงึ
เวลาทบี ิดาได้กาํ หนดไว้ นีเป็นภาพเปรียบของครอบครัวชนชนั กลางในสมยั โรมนั แถบทะเล
เมดิเตอร์เรเนียน ในบา้ นของคนเหล่านี เป็นเรืองปกติทีบิดาจะมอบหมายหนา้ ทีในการฝึ กอบรม
บุตรของตนใหแ้ ก่คนรับใชซ้ ึงมีหนา้ ทีอบรมสงั สอนและดูแลบุตรของเจา้ นาย ถึงแมว้ า่ ในดา้ น
ฐานะ บุตรจะอยสู่ ูงกวา่ คนรับใช้ แต่ในความเป็นจริงแลว้ บุตรเหล่านีกอ็ ยใู่ ตส้ ิทธิอาํ นาจของคน
รับใชเ้ พราะยงั เป็นผเู้ ยาวอ์ ยู่ ภายใตก้ ฎหมายของโรม ผปู้ กครองมีหนา้ ทีดูแลบุตรของเจา้ นายจน
กระทงั เดก็ มีอายสุ ิบสีปี และผดู้ ูแลกม็ ีหนา้ ทีดูแลบุตรของเจา้ นายจนเขามีอายยุ สี ิบหา้ ปี

กท 4:3 เปาโลจึงประยกุ ตใ์ ชภ้ าพเปรียบนี ฝ่ ายเรากเ็ หมอื นกนั เมอื เป็ นเด็กอยู่ เรา
กเ็ ป็ นทาสอยู่ใต้บังคบั โลกธรรม การทีท่านกล่าววา่ พวกเขาเป็นเด็ก คือการอา้ งอิงกลบั ไปยงั สมยั
พระคมั ภีร์เดิมเมือประชากรของพระเจา้ (ชนชาติอิสราเอล) เป็นผเู้ ยาวฝ์ ่ ายวญิ ญาณอยู่ และยงั ไม่
โตเป็นผใู้ หญ่ฝ่ ายวญิ ญาณเตม็ ที ตอนนนั พวกเขาเป็ นทาสอยู่ใต้บังคบั โลกธรรม คาํ ทีแปลวา่
ธรรม (สตอยเคะอิออน) มีความหมายวา่ หลกั การพืนฐาน (เบืองตน้ ) การทีท่านใชค้ าํ วา่ โลก
(คอสมอส) หมายถึงสงั คมพนื ฐาน ความหมายโดยรวมกค็ ือวา่ ลกั ษณะเฉพาะทีเป็นพนื ฐานของ

พระราชบญั ญตั ิไดป้ รับใชก้ บั ทงั ยวิ และคนต่างชาติในสมยั นนั (ยคุ พระบญั ญตั ิ) ก่อนการเสดจ็ มา
ของพระคริสต์ กฎเบืองตน้ ของพระราชบญั ญตั ิของพระเจา้ จึงเป็น ‘ครู’ และผปู้ กครองดแู ลของ
ยคุ นนั

กท 4:4 อยา่ งไรกต็ าม แต่เมอื ครบกาํ หนดแล้ว พระเจ้ากท็ รงใช้พระบุตรของ
พระองค์มาประสูตจิ ากสตรีเพศ และทรงถือกาํ เนิดใต้พระราชบัญญตั ิ วลี “เมือครบกาํ หนด”
แสดงถึงเวลาทีเหมาะเจาะเป็นทีสุด ในบริบทเกียวกบั เรืองทายาททีเป็นผเู้ ยาวท์ ีกาํ ลงั เติบโต นีจงึ
หมายถึงเวลาของการโตเป็นผใู้ หญ่เตม็ ตวั กล่าวอีกนยั หนึง เมือเวลาของการโตเป็นผใู้ หญ่เตม็ ตวั
มาถึง “พระเจา้ กท็ รงใชพ้ ระบุตรของพระองคม์ า” มนั เป็นเวลาทีเหมาะเจาะ พระเจา้ โดยพระสติ
ปัญญาอนั ไม่รู้สินสุดของพระองคท์ รงทราบวา่ เวลาของการโตเป็นผใู้ หญ่เตม็ ตวั ไดม้ าถึงแลว้ ซึง
เป็นเวลาทีประชากรของพระองคจ์ ะไดร้ ับการปลดปล่อยจากการปกครองดูแลของพระราช
บญั ญตั ิ

มีคนตคี วามความเห็นต่อไปของเปาโลหลายแบบ คอื วลีทีวา่ “ประสูติจากสตรีเพศ และ
ทรงถือกาํ เนิดใตพ้ ระราชบญั ญตั ิ” นนั หมายถึงความเป็นมนุษยข์ องพระคริสต์ และการที
พระองคท์ รงยอมอยใู่ ตพ้ ระราชบญั ญตั ิ บางคนกเ็ ชือวา่ หมายถึงการประสูติจากหญิงพรหมจารี
ของพระองคเ์ พราะวา่ (ก) พระองคท์ รงประสูติจากผหู้ ญิงคนหนึง และ (ข) พระองคท์ รงถือ
กาํ เนิดตามบทบญั ญตั ิ ถึงแมว้ า่ ทรรศนะหลงั นีน่าสนใจ แต่ทรรศนะแรกน่าจะเป็นสิงทีเปาโล
หมายถงึ มากกวา่

กท 4:5 การทีพระเจา้ ทรงใชพ้ ระบุตรของพระองคม์ านนั กเ็ พอื (ฮินา) จะทรงไถ่
คนเหล่านันทอี ยู่ใต้พระราชบญั ญตั ิ เพอื ให้เราได้รับฐานะเป็ นบุตร คาํ ทีแปลวา่ ไถ่ (เอก็ ซากอรา
โซ) มคี วามหมายตรงตวั วา่ ‘ซือมาจากตลาด’ หรือในกรณีนีคอื ‘ไถ่คนๆหนึงจากการเป็นทาส’
ในกรณีหลงั นี ความหมายทีสือออกมาคือ การซือคนหนึงจากการตกเป็นทาสโดยมีจุดประสงค์
เพือปลดปล่อยเขาใหเ้ ป็นไท มนั หมายถึงคนๆหนึงทีไดร้ ับการปลดปล่อยจากการตกเป็นทาส
ความหมายทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ พระเจา้ ทรงใชพ้ ระบุตรของพระองคม์ าในเวลาอนั เหมาะเจาะ

(เวลาแห่งการโตเป็นผใู้ หญ่เตม็ ตวั ) เพอื ทพี ระองคจ์ ะไดท้ รงปลดปล่อยคนเหล่านนั ทีตกเป็นทาส
พระราชบญั ญตั ิ

อยา่ งไรกต็ าม อคั รสาวกเปาโลกเ็ สริมอีกเรืองหนึงเขา้ ไป การเสดจ็ มาของพระคริสตน์ นั
เป็นไปเพือทีว่า “เราจะได้รับฐานะเป็ นบุตร” เรืองการเป็นบุตรนีถูกพดู ถึงในฐานะการอุปการะ
กล่าวโดยสังเขป พระคริสตเ์ สดจ็ มาเพอื ทีเราจะไดถ้ ูกพระเจา้ ทรงรับอุปการะเป็นบุตร

เรืองเกียวกบั การอุปการะเป็นบุตรนีมีหลายสิงทีตอ้ งอธิบาย (1) มีสองวธิ ีเท่านนั ทีการ
เป็นบุตรสามารถเป็นไปได้ วธิ ีแรกคือ โดยการเกิดตามธรรมชาติ คือ บุตรทีบงั เกิดมา อีกวธิ ีคือ
โดยการอุปการะ (2) พระเจา้ ทรงมีพระบุตรทีบงั เกิดมาองคเ์ ดียวเท่านนั คือ พระเยซูคริสต์ (3)
อยา่ งไรกต็ ามพระองคท์ รงมีบุตรทีทรงอุปการะเยอะแยะมากมาย (4) บุตรทีทรงอุปการะนนั มี
สิทธิและสิทธิพิเศษเหมือนกบั บุตรทีบงั เกิดมา (5) บุตรทีทรงอุปการะแลว้ กม็ ีตาํ แหน่งถาวร
เหมือนกบั บุตรทีบงั เกิดมา (6) บุตรทีถูกอุปการะกเ็ ป็นผทู้ ีบิดามารดาเลือกทีจะอุปการะ การรับ
อุปการะเป็นบุตรจึงเป็นโดยพระคุณของบิดามารดาทีรับอุปการะ (7) นอกจากนีในกรณีส่วน
ใหญ่แลว้ คนทีถูกอุปการะเป็นบุตรกม็ กั เป็นเดก็ กาํ พร้าและแทบไม่มหี วงั

จงสรรเสริญพระเจา้ พระองคโ์ ดยพระคุณของพระองคไ์ ดท้ รงเลือกทีจะรับอุปการะเรา
เป็นบุตรในพระคริสต์ บดั นีเรามีตาํ แหน่งถาวรแลว้ ในฐานะบุตรของพระเจา้ เหมือนกบั ทีพระ
เยซูทรงมีฐานะเป็นบุตรของพระองค์ ดงั ทีจะกล่าวไวใ้ นบริบทต่อไปนี บดั นีเรากม็ ีสิทธิและสิทธิ
พิเศษต่างๆของการเป็นบุตรของพระเจา้ ดว้ ย เมือพจิ ารณาถึงบริบทโดยรวม ประเดน็ ของเปาโลก็
คือวา่ เพราะบดั นีเราเป็นบุตรของพระเจา้ แลว้ โดยการอุปการะ เราจึงไม่อยใู่ ตอ้ าํ นาจปกครอง
ของพระราชบญั ญตั ิของโมเสสอีกต่อไป

กท 4:6 ยงิ ไปกวา่ นนั และเพราะท่านเป็ นบุตรแล้ว พระเจ้าจึงทรงใช้พระวญิ ญาณ
แห่งพระบุตรของพระองค์เข้ามาในใจของท่าน ร้องว่า "อบั บา" คอื พระบิดา ดงั นนั เพราะวา่ เรา
ไดก้ ลายเป็นบุตรของพระเจา้ แลว้ พระบิดาจึงทรงใชพ้ ระวญิ ญาณของพระองคเ์ ขา้ มาในใจของ
เราและร้องวา่ ‘พระบิดา’ การใชค้ าํ วา่ อับบา เป็นคาํ ทีน่าสนใจ จริงๆแลว้ คาํ นีเป็นภาษาอาราเมค

ซึงเป็นภาษาทีพวกยวิ ใชก้ นั ในสมยั ศตวรรษแรก ในภาษาอาราเมคคาํ นีมีความหมายตรงตวั วา่
‘พ่อ’ อยา่ งไรกต็ าม สาํ หรับพวกยวิ ทีนิยมกรีกซึงเปาโลกาํ ลงั เขียนหานนั คาํ ๆนีไดก้ ลายเป็น
สาํ นวนทีใชเ้ พอื แสดงถึงความสนิทสนมกบั ผเู้ ป็นพ่อในครอบครวั เหมือนกบั ทีเดก็ ๆทุกวนั นี
เรียกบิดาของตนว่า ‘ป๊ ะป๋ า’ หรือ ‘พ่อจ๋า’ คาํ วา่ อับบา จึงเป็นคาํ ทีใชแ้ บบเดียวกนั สาํ หรับพวกยวิ
ทีนิยมกรีก ความหมายทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ หลงั จากทีเราตอ้ นรับพระคริสตใ์ หเ้ ป็นพระผชู้ ่วยให้
รอดแลว้ พระวญิ ญาณของพระเจา้ กส็ ือความสัมพนั ธแ์ บบครอบครัวมาถึงเราซึงบดั นีเรามีร่วม
กบั พระเจา้ บดั นีเราสามารถเขา้ หาพระองคไ์ ม่ใช่แค่ในฐานะพระเจา้ เท่านนั แต่ในฐานะพระบิดา
ดว้ ย นอกจากนีพระองคก์ ไ็ ม่ไดเ้ ป็นบิดาทีเหินห่าง เขม้ งวด และใชแ้ ต่อาํ นาจบงั คบั แต่เป็น ‘พ่อ
จ๋า’ ทีลกู สามารถเขา้ หาไดส้ บายๆมากกวา่ บดั นีเราจึงมีความสมั พนั ธ์แบบครอบครัวทีรักใคร่
และใกลช้ ิดสนิทสนมกบั พระเจา้ พระบิดา

กท 4:7 ดว้ ยเหตุนี พวกเราแต่ละคนจึงไม่ใช่ทาสอกี ต่อไป แต่เป็ นบุตร และถ้าเป็ น
บุตรแล้วท่านกเ็ ป็ นทายาทของพระเจ้าโดยทางพระคริสต์ อคั รสาวกเปาโลนาํ หลกั การเรืองการ
เป็นบุตรมาสู่บทสรุปทีสมเหตุสมผล บุตรทีไดร้ ับอุปการะมสี ิทธิและอภิสิทธิทุกประการของ
บุตรทีบงั เกิดในครอบครัว ดงั นนั บดั นีเราจึงเป็นทายาทของพระเจา้ โดยทางพระคริสต์ ดงั นนั
วงจรทีสมบรู ณ์จึงเริมตน้ ขึนเมือประชากรของพระเจา้ เคยเป็น (1) ทาสทีตกอยใู่ ตส้ ิทธิอาํ นาจของ
พระราชบญั ญตั ิ (2) อยา่ งไรกต็ าม พระเจา้ โดยพระเมตตาของพระองคไ์ ดท้ รงเลือกทีจะไถ่เรา
จากการตกเป็นทาสและปลดปล่อยเราใหเ้ ป็นอิสระ (3) แต่พระเจา้ ยงั ทรงดาํ ริทีจะทาํ อะไร
มากกวา่ นนั อีก จากนนั โดยพระคุณของพระองค์ พระองคก์ ท็ รงเลือกทีจะอุปการะเราใหเ้ ป็นบุตร
เตม็ ตวั (4) ดงั นนั เราจะไดร้ ับสิทธิและอภิสิทธิต่างๆแห่งมรดกของพระองคใ์ นเวลาอนั เหมาะสม

ช่างเป็นการเปลียนแปลงอนั แสนอศั จรรย์ เราไดเ้ ปลียนจากการตกเป็นทาสมาเป็นบุตร
ของจอมเจา้ นาย นอกจากนี ตลอดสมยั ประวตั ิศาสตร์มีหลายครังหลายคราทีพฒั นาการอนั
สวยงามนีไดเ้ กิดขึน ทาสไดร้ ับการปลดปล่อยและไดร้ ับการอุปการะใหเ้ ป็นบุตรของเจา้ นาย อีก
ครังทีประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ ของเปาโลกค็ ือวา่ ในพระคริสต์ เราไดร้ ับการปลดปล่อยจากการตก

เป็นทาสของพระราชบญั ญตั ิเพือมาอยใู่ นตาํ แหน่งบุตรโดยทางพระเยซูคริสตอ์ งคพ์ ระผเู้ ป็น
เจา้ ของเราแลว้

กท 4:8 คราวนีเปาโลพดู กบั ผอู้ ่านของท่านทีเป็นคนต่างชาติบา้ ง ถึงแมท้ ่านไดพ้ ดู
ถึงหลกั การอนั สูงส่งไปแลว้ แต่ท่านกเ็ ขียนวา่ แต่ก่อนนีเมอื ท่านทงั หลายยงั ไม่รู้จักพระเจ้า ท่าน
เป็ นทาสของสิงซึงโดยสภาพแล้วไม่ใช่พระเลย ก่อนมาหาพระคริสต์ พวกเขาเคยปรนนิบตั ิรูป
เคารพต่างๆทีบดั นีพวกเขารูแ้ ลว้ วา่ ไม่ใช่พระเลย

กท 4:9 ทงั ๆทีเป็นเช่นนนั แต่ท่านกถ็ ามวา่ แต่บดั นีเมอื ท่านรู้จักพระเจ้าแล้ว หรือ
ทถี ูกกค็ อื พระเจ้าทรงรู้จกั ท่านแล้ว เหตุไฉนท่านจึงจะกลบั ไปหาโลกธรรมซึงอ่อนแอและอนาถา
และอยากจะเป็ นทาสของสิงเหล่านันอกี ในการทีพวกเขามาหาพระคริสต์ บดั นีพวกเขากร็ ู้จกั
พระเจา้ แลว้ และมีคาํ พยานนนั แลว้ ความหมายของท่านกค็ ือวา่ ‘ทาํ ไมพวกท่านจึงจะกลบั ไปหา
หลกั การต่างๆทีอ่อนแอและน่าสมเพชซึงโดยหลกั การเหล่านนั ท่านอยากตกเป็นทาสอีก’ กล่าว
โดยง่ายกค็ ือวา่ ทาํ ไมพวกท่านทีไดร้ ับฐานะเป็นบุตรแลว้ ถึงอยากกลบั ไปเป็นทาสอีก ท่านกาํ ลงั
พดู ถึงการยยุ งของพวกถือลทั ธิยวิ ท่ามกลางพวกเขา พวกเขาไดร้ ับการไถ่จากการเป็นทาสโดยได้
รับการยกชูใหเ้ ป็นบุตรในพระคริสตแ์ ลว้ ทาํ ไมพวกเขาถึงอยากกลบั ไปเป็นทาสของพระราช
บญั ญตั ิของโมเสสอีก

กท 4:10 เปาโลกล่าวต่อไปวา่ ท่านถอื วนั เดือน ฤดู และปี นีหมายถึงวนั สะบาโต
ของพวกยวิ , วนั ขา้ งขึนของพวกยวิ , วนั ศกั ดิสิทธิของพวกยวิ และปี สะบาโตของพวกยวิ ถึงแมว้ า่
ไดร้ ับการปลดปล่อยจากขอ้ ปลีกยอ่ ยต่างๆของพระราชบญั ญตั ิทีคอยมาผกู มดั แลว้ แต่ตอนนีบาง
คนกาํ ลงั พยายามกลบั ไปหาพงหนามนนั อีก มนั เป็นระบบทีลา้ สมยั ไปแลว้ ถึงแมว้ า่ เปาโลใน
ฐานะยวิ ยงั ปฏิบตั ิตามพิธีกรรมตามประเพณีของยวิ หลายอยา่ งอยู่ แต่ท่านกค็ ดั คา้ นการรุกลาํ เขา้
มาของพธิ ีกรรมเหล่านีในคริสตจกั รของคนต่างชาติในฐานะเป็นคาํ สงั ตามบทบญั ญตั ิและเป็นคาํ
สังฝ่ ายวญิ ญาณ พวกคนต่างชาติไม่เคยตกอยใู่ ตก้ ฎขอ้ บงั คบั เหล่านีเลยและยงั เป็นเช่นนนั อยตู่ ่อ
ไปในพระคริสต์ นอกจากนีสาํ หรับพวกเชือทีเป็นยวิ แลว้ ธรรมเนียมเหล่านีของพวกยวิ ควรเป็น

เช่นนนั ต่อไป คือ เป็นแค่ธรรมเนียม พวกเขาไม่ไดถ้ ูกธรรมเนียมเหล่านีผกู มดั อีกต่อไป นีกเ็ ป็น
เช่นนนั ในส่วนทีเกียวขอ้ งกบั ฐานะของเราต่อเบืองพระพกั ตร์พระเจา้ เราไม่ไดร้ อดเพราะรักษา
กฎขอ้ บงั คบั ต่างๆของพระราชบญั ญตั ิของพวกยวิ และเรากไ็ ม่ไดร้ ักษาความรอดไวโ้ ดยการ
รักษาพระราชบญั ญตั ิดว้ ย อีกดา้ นทีกลบั กนั กเ็ ป็นเช่นนีเหมือนกนั การไม่รักษาพระราชบญั ญตั ิ
ไม่สามารถทาํ ใหค้ วามรอดของเราหลุดหายไดเ้ ลย

กท 4:11 ดงั นนั เปาโลจึงเปิ ดอกพดู กบั พวกเขา ข้าพเจ้าเกรงว่าการทขี ้าพเจ้าได้ทาํ
เพอื ท่านนันจะไร้ประโยชน์ ความหมายกค็ ือ ‘ขา้ พเจา้ เกรงแทนพวกท่าน’ ท่านเกรงวา่ การทพี วก
ถือลทั ธิยวิ ลอบเขา้ มานนั ไดท้ าํ ใหพ้ วกเขาเกิดความสบั สนไปแลว้ และทแี ยย่ งิ ไปกวา่ นนั คือ ได้
นาํ พวกเขาใหห้ ลงไปแลว้ ความกลวั นนั ยงิ ใหญ่โตยงิ ขึนเมอื ท่านพจิ ารณาถึงงานฝ่ ายวญิ ญาณทงั
สินทีท่านไดล้ งทุนไปในตวั พวกเขา ท่านเกรงวา่ การลงแรงทีท่านไดท้ าํ ไปนนั จะเสียเปล่า

กท 4:12 หลงั จากการบรรยายดา้ นหลกั ศาสนศาสตร์ทีลึกซึงและภาพอุปไมยที
สูงส่งไปแลว้ อยดู่ ีๆนาํ เสียงของเปาโลกเ็ ปลียนเป็นแบบส่วนตวั มากๆ ขณะทีจดหมายฝากฉบบั นี
จนถึงตอนนีไดห้ ลงั ไหลออกมาจากสติปัญญาอนั เปี ยมดว้ ยพลงั ของท่าน (ตามทีพระวญิ ญาณ
บริสุทธิไดท้ รงดลใจท่าน) แต่คราวนีสิงทีท่านจะเขียนกลบั หลงั ไหลออกมาจากหวั ใจของท่าน
แทน พนี ้องทงั หลาย ข้าพเจ้าวิงวอนให้ท่านเป็ นเหมอื นข้าพเจ้า อคั รสาวกผยู้ งิ ใหญ่ท่านนีไดร้ บั
การปลดปล่อยจากการเป็นทาสของการดาํ เนินชีวติ ใตพ้ ระราชบญั ญตั ิมาสู่เสรีภาพของการเป็น
บุตรของพระเจา้ แลว้ ท่านจึงขอรอ้ งใหพ้ วกเขาทาํ ตามอยา่ งท่าน พวกเขาไดต้ อ้ นรับพระคริสต์
แลว้ แต่ดนั กลบั ไปพาพงหนามของพระราชบญั ญตั ิอีก ท่านขอร้องพวกเขาใหป้ ี นกลบั ขึนมา

นอกจากนีท่านยงั บอกอีกวา่ เพราะว่าข้าพเจ้ากไ็ ด้เป็ นอย่างท่านแล้วเหมอื นกนั ท่านก็
เป็นยวิ เหมือนพวกเขาหลายคน ท่านตอ้ งพยายามอยา่ งมากในการตดั สินใจทีจะหนั หลงั ใหก้ บั
ศาสนายดู ายเพอื เป็นวธิ ีในการทาํ ใหต้ นเป็นคนชอบธรรม ท่านเขา้ ใจถึงความสับสนของพวกเขา
ทีตอ้ งเลือกระหวา่ งมรดกทีพวกเขาภาคภมู ใิ จกบั ข่าวประเสริฐแห่งพระคุณ

ท่านออกความเห็นต่อไปวา่ ท่านไม่ได้ทาํ ผดิ ต่อข้าพเจ้าเลย ทีท่านโตแ้ ยง้ กบั พวกเขานี
ไม่ใช่เรืองส่วนตวั แต่เป็นเรืองของหลกั การ ท่านไม่ไดร้ ู้สึกวา่ การทีพวกเขาสบั สนนีเป็นการทาํ
ผดิ ต่อท่านเลย แต่ท่านเป็นห่วงพวกเขาในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณมากๆ

กท 4:13 เปาโลวงิ วอนพวกเขาแบบเป็นการส่วนตวั ต่อไป หลงั จากไดเ้ ผชิญหนา้
พวกเขาในเรืองศาสนศาสตร์และเรืองสติปัญญาไปแลว้ เปาโลจึงเปิ ดใจพดู กบั พวกเขาในระดบั
ของอารมณ์ ท่านรู้ว่าตอนแรกทขี ้าพเจ้าประกาศข่าวประเสริฐแก่ท่านนัน กท็ าํ โดยความอ่อน
กาํ ลงั แห่งเนือหนัง ท่านพดู ยอ้ นกลบั ไปถึงการเดินทางไปยงั แควน้ กาลาเทียเทียวแรกของตวั เอง
การทีท่านพดู ถึง “ความอ่อนกาํ ลงั แห่งเนือหนงั ” ยอ่ มหมายถึงปัญหาสุขภาพของตวั ท่านเอง
นอกจากการโดนหินขวา้ งทีเมอื งอิโคนียมู ในกิจการ 14:19 แลว้ ไม่มีบนั ทึกเกียวกบั ความเจบ็
ป่ วยทางกายของท่านอืนใดอีกในการเดินทางไปประกาศเทียวแรกของท่านยงั แควน้ กาลาเทีย มี
อีกทีทีบ่งชีวา่ เปาโลมีปัญหาเกียวกบั สายตาอยา่ งต่อเนือง การบอกเป็นนยั เช่นนนั อยใู่ นขอ้ 15
ท่านจึงขอร้องพวกเขาใหเ้ ห็นใจท่าน ท่านเตือนความจาํ พวกเขาวา่ แมใ้ นยามทีเผชิญกบั ปัญหา
สุขภาพอนั หนกั หน่วง แต่ท่านกม็ าประกาศข่าวประเสริฐแก่พวกเขา

กท 4:14 นอกจากนี และการทดลองของข้าพเจ้าซึงอยู่ในเนือหนังของข้าพเจ้า
ท่านกไ็ ม่ได้ดูหมนิ หรือปฏเิ สธ แต่ได้ต้อนรับข้าพเจ้าเหมอื นกบั ว่าเป็ นทูตสวรรค์องค์หนึงของ
พระเจ้า หรือเหมอื นกบั พระเยซูคริสต์ คาํ ทีแปลวา่ การทดลอง (เพะอิราสมอส) ในบริบทนีมี
ความหมายวา่ ‘ความทุกข’์ มีบางคนเชือวา่ ความเจบ็ ปวดของเปาโลนนั คือ ความผดิ ปกติทีเกิดกบั
ดวงตาซึงก่อใหเ้ กิดการบวมและมีของเหลวไหลจากดวงตาของท่าน ดงั นนั ใบหนา้ ของท่านจึง
ไม่น่าดูและอาจดูน่าขยะแขยงเสียดว้ ยซาํ ทงั ๆทีเป็นเช่นนนั เปาโลกเ็ ตือนความจาํ พนี อ้ งชาว
แควน้ กาลาเทียวา่ พวกเขาไม่ไดด้ ูหมินหรือปฏิเสธท่านเลย นอกจากนีพวกเขายงั ตอ้ นรับท่าน
ดว้ ยราวกบั วา่ ท่านเป็นทูตสวรรคข์ องพระเจา้ หรือราวกบั ว่าท่านเป็นพระเยซูคริสตเ์ ลยดว้ ยซาํ
เห็นไดช้ ดั วา่ เปาโลตอ้ งการใหพ้ วกเขาระลึกถึงความทรงจาํ อนั หวานชืนในวนั วาน ความหมายที
แฝงอยกู่ ค็ ือ เมือก่อนพวกท่านยงั ตอ้ นรับขา้ พเจา้ เลย แลว้ ทาํ ไมตอนนีถึงไม่ตอ้ นรับแลว้ ล่ะ

กท 4:15 อคั รสาวกเปาโลขอร้องพวกเขาเป็นการส่วนตวั ต่อไป ความปลมื ใจทที ่าน
ได้กล่าวไว้ไปอยู่ทไี หนเสียแล้ว ท่านหมายถึงความปลืมใจทีพวกเขาเคยมีในการรับใชข้ องท่าน
พวกเขาตนื เตน้ และไดร้ ับพระพรจากการรับใชข้ องท่าน ท่านทาํ ใหพ้ วกเขานึกยอ้ นถึงตอนนนั
และถามวา่ ความปลืมใจนนั ทีพวกเขาไดก้ ล่าวไวห้ ายไปไหนเสียแลว้ ท่านเตือนความจาํ พวกเขา
อีกถึงความรักทีพวกเขามีต่อท่าน

เพราะข้าพเจ้าเป็ นพยานให้ท่านได้ว่า ถ้าเป็ นไปได้ท่านกค็ งจะควกั ตาของท่านออกให้
ข้าพเจ้า นีอาจเป็นมากกวา่ แค่การกล่าวเกินจริง ถา้ เปาโลมีปัญหากบั ดวงตาจริงๆ ท่านกเ็ ตือน
ความจาํ พวกเขาวา่ หากเป็นได้ พวกเขากค็ งยอมใหด้ วงตาของพวกเขาแก่ท่านไปแลว้ เมือก่อนมี
สายใยรักอนั เหนียวแน่นระหวา่ งเปาโลกบั คริสตจกั รต่างๆในแควน้ กาลาเทีย แต่เกิดอะไรขึนไป
แลว้ เล่า

กท 4:16 ในทาํ นองเดียวกนั ท่านถามวา่ ข้าพเจ้าจงึ ได้กลายเป็ นศัตรูของท่านเพราะ
ข้าพเจ้าบอกความจริงแก่ท่านหรือ ท่านกลบั ไปพดู ถึงเรืองของเหตุผลและสติปัญญาอีกครัง คน
เหล่านนั ทีไดร้ ับอิทธิพลจากพวกถือลทั ธิยวิ ไม่ชอบสิงทีพวกเขากาํ ลงั ไดย้ นิ จากเปาโล กระนนั
เปาโลกไ็ ม่ไดข้ อโทษพวกเขา เพราะเท่าทีท่านรู้ สิงทีท่านกล่าวมนั เป็นความจริง ดงั นนั ท่านเป็น
ศตั รูของพวกเขาไปแลว้ หรือเพราะท่านบอกความจริงแก่พวกเขา คาํ ตอบน่าจะชดั เจนอยแู่ ลว้

กท 4:17 ในการพดู ถึง ‘พวกมิชชนั นารี’ ทีถือลทั ธิยวิ และมาจากแควน้ ยเู ดียซึงได้
ก่อใหเ้ กิดความสบั สนท่ามกลางคริสตจกั รต่างๆในแควน้ กาลาเทีย เปาโลกล่าวต่อไปวา่ คนเหล่า
นันเอาอกเอาใจท่าน แต่ไม่ใช่ด้วยความหวงั ดเี ลย ความหมายกค็ ือ ‘คนเหล่านนั มายยุ งพวกท่าน
แต่ไม่ใช่เพือใหท้ ่านดีขึนเลย’ อนั ทีจริงแลว้ เขาอยากจะกดี กนั พวกท่านเพอื ท่านจะได้เอาอก
เอาใจพวกเขา ความหมายกค็ ือวา่ พวกถือลทั ธิยวิ เหล่านีตอ้ งการกีดกนั พวกเขาออกไปจากคริสต
จกั รพนั ธสญั ญาใหม่ทงั หลายเพือทีว่า (ฮินา) พวกเขาจะไดอ้ ยากเขา้ ร่วมกบั พวกถือลทั ธิยวิ จุด
ประสงคข์ องพวกถือลทั ธิยวิ เหล่านีไม่ไดเ้ ป็นอะไรมากไปกวา่ การหาคนเขา้ จารีตเลย นีบ่งบอก
วา่ พวกเขาไม่ไดห้ ่วงใยพนี อ้ งชาวแควน้ กาลาเทียเลยจริงๆ อนั ทีจริงแลว้ พวกเขาตอ้ งการให้

คริสเตียนทีหลงออกไปจากฝงู เหล่านีกลบั ไปยงั คอกของศาสนายดู ายตามเดิม กลยทุ ธอ์ นั แรกๆ
อยา่ งหนึงของพญามารคือ การข่มเหงโดยตรง (แมก้ บั เปาโลเองกต็ าม) คราวนีมนั ใชก้ ลยทุ ธอ์ ีก
อนั ทีแนบเนียนยงิ กวา่ คือ การแทรกซึมเขา้ ไปผา่ นทางพวกถือลทั ธิยวิ

กท 4:18 เปาโลจึงปิ ดทา้ ยเนือหาส่วนนีดว้ ยการใหค้ าํ แนะนาํ แบบพ่อ การเอาอก
เอาใจด้วยความหวงั ดีกเ็ ป็ นการดตี ลอดไป ไม่ใช่เฉพาะแต่เมอื ข้าพเจ้าอยู่กบั พวกท่านเท่านัน
ความหมายกค็ ือวา่ ‘มนั ดีอยแู่ ลว้ ทีจะมีใจร้อนรนในเรืองทีดี ไม่ใช่แค่ตอนทีท่านบงั เอิญอยทู่ ีนนั
เท่านนั ’ นีบ่งบอกวา่ พวกเขาเพิงมามีใจร้อนรนในสิงทีผดิ (คือ การกลบั ไปหาศาสนายดู ายและ
พระราชบญั ญตั ิของมนั ) ตอนแรกพวกเขายงั มีใจร้อนรนเพือเปาโลอยเู่ ลยตอนทีท่านอยกู่ บั พวก
เขา นีบอกเป็นนยั วา่ พวกเขาน่าจะทาํ เหมือนเดิมต่อไป

กท 4:19-20 คราวนีเปาโลไปพดู ถึงเนือหาตอนใหม่และอุปไมยเกียวกบั นางฮาการ์
และนางซาราห์ ท่านจึงกลบั ไปพดู แบบใจถึงใจกบั พวกเขาอีกครัง ในฐานะเป็นผปู้ กครองฝ่ าย
วญิ ญาณของพวกเขา ท่านพดู กบั พวกเขาวา่ ลูกน้อยของข้าพเจ้าเอ๋ย ข้าพเจ้าต้องเจ็บปวดเพราะ
ท่านอกี จนกว่าพระคริสต์จะได้ทรงก่อร่างขนึ ในตวั ท่าน เช่นเดียวกบั คนทเี ป็นแม่เจบ็ ทอ้ งอยา่ ง
มากเพอื ทีจะคลอดบุตร เปาโลกเ็ จบ็ ปวดเพราะพวกเขาอยา่ งมากจนกวา่ “พระคริสตจ์ ะไดท้ รงก่อ
ร่างขึนในตวั ท่าน” วลีหลงั นีพดู ถึงการเติบโตเตม็ ทีของตวั อ่อนของเดก็ ทารกในครรภม์ ารดาก่อน
การคลอด ภาพเปรียบของท่านกเ็ ป็นเรืองเขา้ ใจง่าย เช่นเดียวกบั มารดาเจบ็ ทอ้ งเพอื ทจี ะคลอดเดก็
ทารกทีครบกาํ หนด ท่านกเ็ จบ็ ปวดเพราะพวกเขาต่อไปจนกวา่ พวกเขาจะบรรลุถึงความเป็น
ผใู้ หญ่เตม็ ตวั ในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณ

แมก้ ระนนั ท่านกเ็ ขียนวา่ 20 ข้าพเจ้าปรารถนาจะอยู่กบั พวกท่านเดยี วนี และเปลยี นนํา
เสียงของข้าพเจ้า เช่นเดียวกบั พ่อแม่ทีเป็นกงั วลเกียวกบั ปัญหาทีลูกๆของตนเผชิญอยู่ ท่านก็
ปรารถนาทีจะอยกู่ บั พวกเขา นอกจากนีท่านยงั อยากทีจะเปลียนนาํ เสีย

ของตวั เองดว้ ย จดหมายสักฉบบั อาจดูเหมือนเขม้ งวดและเป็นการดุด่าวา่ กล่าว ท่านจึง
อยากมาหาพวกเขาและพดู แบบอ่อนโยนกบั พวกเขาเพอื ทีจะช่วยเหลือพวกเขา ท่านแสดงออกถึง

ความกลวั ของตวั เองอีกครัง เพราะว่าข้าพเจ้ามขี ้อสงสัยในตวั ท่าน ท่านมีขอ้ สงสัยในเรืองสภาพ
ฝ่ ายจิตวญิ ญาณของพวกเขา ดงั นนั ท่านจึงเป็นห่วงพวกเขา

กท 4:21 ขณะทีท่านกาํ ลงั จะแนะนาํ อุปไมยอนั ยงิ ใหญ่ระหวา่ งพระราชบญั ญตั ิและ
พระคุณ ท่านกถ็ ามพวกเขาวา่ ท่านทอี ยากอยู่ใต้พระราชบญั ญตั ิ ท่านไม่ได้ฟังพระราชบัญญตั ิ
หรือ จงบอกข้าพเจ้าเถิด สาํ หรับพวกท่านทีอยากกลบั ไปอยใู่ ตพ้ ระราชบญั ญตั ิอีก ท่านไม่ได้
กาํ ลงั ฟังมนั อยหู่ รือ

กท 4:22-23 เพราะมเี ขยี นไว้ว่า อบั ราฮัมมบี ุตรชายสองคน คนหนึงเกดิ จากทาสี อกี
คนหนึงเกดิ จากหญงิ ทเี ป็ นไท เปาโลจึงเรียกตวั พระราชบญั ญตั ิเองมาเป็นพยาน ในหนงั สือปฐม
กาลมีเขียนไวว้ า่ อบั ราฮมั มีลูกชายสองคน: คนหนึงโดยนางฮาการ์ (ปฐมกาล 16) และอีกคนโดย
นางซาราห์ (ปฐมกาล 21) นางฮาการ์เป็นทาสี ส่วนซาราหเ์ ป็นหญิงทีเป็นไท

เปาโลจึงเริมปูพืนสาํ หรับเรืองรองทีท่านจะพดู ถึงอยา่ งเตม็ ทีในบทต่อไป 23 บุตรทีเกดิ
จากทาสีนันกเ็ กดิ ตามเนือหนัง เรืองการถือกาํ เนิดของอิชมาเอลนนั ซึงบงั เกิดจากนางฮาการ์ถูก
กระทาํ ตามเนือหนงั ทงั สิน ความคิดนีเกิดขึนจากความสงสัยและความไม่อดทนของนางซาราห์
นางไดแ้ นะนาํ ใหอ้ บั ราฮมั มีบุตรจากนางฮาการ์ซึงอบั ราฮมั กท็ าํ ตามทีนางไดแ้ นะนาํ ประเดน็ ของ
เปาโลกค็ ือวา่ เรืองยงุ่ ยากทงั หมดนีถกู คิดและกระทาํ ขึนตามเนือหนงั อยา่ งไรกต็ าม บุตรทเี กดิ
จากหญิงทเี ป็ นไทนันเกดิ ตามพระสัญญา การถือกาํ เนิดของอิสอคั (ซึงพวกถือลทั ธิยวิ นบั ถือ
อยา่ งสูงวา่ เป็นพ่อหม่คู นหนึงของพวกเขา) เป็นมาโดยพระสัญญาและความเชือทงั สิน ถึงแมว้ า่
อบั ราฮมั และนางซาราห์ตอ้ งรอถึงยสี ิบหา้ ปี โดยความเชือ แต่การถือกาํ เนิดของอิสอคั กส็ ือถึงการ
เป็นบุตรแห่งพระสัญญาอยา่ งไม่ตอ้ งสงสัย อบั ราฮมั รอคอยบุตรแห่งพระสญั ญาคนนีโดยความ
เชือ

กท 4:24-25 ข้อความนีเป็ นอปุ ไมย ผู้หญงิ สองคนนันได้แก่พนั ธสัญญาสองอย่าง คน
หนึงมาจากภูเขาซีนาย คลอดลูกเป็ นทาส คอื นางฮาการ์ นีคือประเดน็ ของเปาโล (คาํ ทีแปลวา่
อปุ ไมย (อัลเลกอเระโอ) เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ allegory และหมายถึงภาพเปรียบเทียบ)

เรืองทีเกิดขึนจริงตามประวตั ิศาสตร์ของนางฮาการ์ นางซาราห์ และบุตรทงั สองคนของพวกนาง
กเ็ ป็นอุปไมยฝ่ ายวญิ ญาณอนั ยงิ ใหญ่เรืองหนึง ก่อนอนื อุปไมยนีเกียวขอ้ งกบั พนั ธสัญญาสอง
อย่าง คือพนั ธสญั ญาเดิมและพนั ธสัญญาใหม่ พนั ธสญั ญาอนั หนึงมาจาก “ภูเขาซีนาย คลอดลูก
เป็นทาส คือ นางฮาการ์” ความหมายกค็ ือ ‘พนั ธสญั ญาแรกตามอุปไมยนีเกียวขอ้ งกบั ภเู ขาซีนาย
ซึงใหก้ าํ เนิดความเป็นทาส นีคือนางฮาการ์’

25 นางฮาการ์นันได้แก่ภูเขาซีนายในประเทศอาระเบยี ดงั นนั เปาโลจึงยกภาพเปรียบ
เทียบวา่ เรืองนางฮาการ์กบั อิชมาเอลนนั ตรงกบั การประทานพระราชบญั ญตั ิบนภูเขาซีนาย ทงั
สองเหตุการณ์ไม่เกียวขอ้ งกบั พระสัญญาของพระเจา้ พระคุณ หรือความเชือเลย นอกจากนีพระ
ราชบญั ญตั ิทีทรงประทานใหบ้ นภเู ขาซีนายและถูกยกเป็นอุปไมยในตวั นางฮาการ์นนั กต็ รงกบั
กรุงเยรูซาเลม็ ปัจจุบัน เพราะกรุงนีกบั พลเมอื งเป็ นทาสอยู่ คาํ ทีแปลวา่ ตรงกบั (ซุสตอยเคะโอ)
มีความหมายวา่ ‘คลา้ ยคลึงกบั ’ หรือ ‘สอดคลอ้ งกบั ’ อนั หลงั น่าจะใช่ความหมายของวลีตรงนี
ประเดน็ ของเปาโลกค็ ือวา่ การประทานพระราชบญั ญตั ิบนภูเขาซีนายสอดคลอ้ งกบั สภาพฝ่ าย
วญิ ญาณของคนทีอยใู่ นกรุงเยรูซาเลม็ สมยั นนั พวกยวิ ทีอยใู่ ตพ้ ระราชบญั ญตั ิตอนนนั ตกเป็น
ทาสฝ่ ายวญิ ญาณเหมือนกบั ทีนางฮาการ์เป็นทาสี

กท 4:26 ทงั ๆทีไม่ไดเ้ อ่ยชือนางซาราห์ แต่อคั รสาวกเปาโลกพ็ ดู ถึงนางและพนั ธ
สญั ญาใหม่โดยตรงแบบอุปไมยอกี ครัง แต่ว่ากรุงเยรูซาเลม็ ซึงอยู่เบืองบนนันเป็ นไท เป็ นมารดา
ของเราทงั ปวง ท่านหมายถึงกรุงเยรูซาเลม็ เมืองสวรรคซ์ ึงพวกรับบีกเ็ ห็นตรงกนั เมืองสวรรคน์ นั
ทีพระผชู้ ่วยใหร้ อดเสดจ็ จากมา คือมารดาฝ่ ายวญิ ญาณของคนทงั ปวงทีอยใู่ นพระคริสต์ พนั ธ
สัญญาแรกจึงเป็นแบบโลกขณะทีพนั ธสญั ญาใหม่นีเป็นแบบสวรรค์ พนั ธสญั ญาแรกเป็นเรือง
เนือหนงั (ซึงเกียวขอ้ งกบั พธิ ีเขา้ สุหนตั อยา่ งแน่นอน) ขณะทีพนั ธสญั ญาใหม่เป็นเรืองฝ่ าย
วญิ ญาณ พนั ธสญั ญาแรกเกิดจากการเป็นทาสขณะทีพนั ธสัญญาใหม่เกิดจากเสรีภาพในพระ
คริสต์

กท 4:27 เปาโลจึงยกคาํ พดู จากอิสยาห์ 54:1 เพราะมคี าํ เขยี นไว้แล้วว่า `จงชืนชม
ยนิ ดเี ถดิ หญงิ หมนั ผู้ไม่คลอดบุตร จงเปล่งเสียงโห่ร้อง เจ้าผู้ไม่ได้เจบ็ ครรภ์ ด้วยว่าหญงิ ทตี ้อง
อยู่อย่างโดดเดยี วกย็ งั มบี ุตรมากกว่าหญงิ ทยี งั มสี ามอี ยู่กบั นางมากมายนัก' ถึงแมว้ า่ บริบทตรงนี
เกียวขอ้ งกบั ชนชาติอิสราเอลในแง่ทีมนั เป็นคาํ พยากรณ์ถึงการพพิ ากษาทีจะมาและการช่วยให้
พน้ ของพระเจา้ แต่มนั กอ็ า้ งอิงถึงนางซาราห์และนางฮาการ์อยา่ งชดั เจน นีแหละคือประเดน็ ของ
เปาโล พระเจา้ ทรงอวยพรเชือสายแห่งพระสญั ญา (บุตรของนางซาราห์) มากกวา่ เชือสายของ
หญิงทาส (นางฮาการ์) ตงั เยอะ (นนั คอื พระเจา้ ทรงอวยพรอิสอคั มากกวา่ อชิ มาเอลตงั เยอะ) ดงั
นนั พระองคก์ จ็ ะทรงอวยพรคนเหล่านนั ทีอยใู่ นพระคริสตม์ ากกวา่ คนเหล่านนั ทีอยใู่ ตพ้ ระราช
บญั ญตั ิตงั เยอะ

กท 4:28 การประยกุ ตใ์ ชอ้ ุปไมยทงั หมดอยตู่ รงนี พนี ้องทงั หลาย บดั นีเราเป็ นบุตร
แห่งพระสัญญาเช่นเดยี วกบั อสิ อคั คนเหล่านนั ทีอยใู่ นพระคริสต์ อยใู่ ตพ้ ระคุณและถูกไถ่โดย
พระโลหิตของพระเมษโปดก (พวกเรา) เป็นลูกหลานฝ่ ายวญิ ญาณแห่งพระสญั ญาของพระเจา้ ที
มีต่ออบั ราฮมั ดงั นนั เราจงึ เป็นทายาทแห่งพระสัญญานนั ดงั นนั ทาํ ไมถึงอยากกลบั ไปเป็นทาส
ของพระราชบญั ญตั ิอกี เรามีสิทธิทีจะไดร้ ับมรดกอยา่ งเตม็ บริบรู ณ์ซึงจะถูกมอบใหแ้ ก่บุตรทงั
หลายของพระเจา้ อยแู่ ลว้

กท 4:29 ถึงแมจ้ ะไดร้ ับพระพร แต่เปาโลกเ็ ศร้าใจทีวา่ แต่ในครังนันผู้ทเี กดิ ตาม
เนือหนังได้ข่มเหงผู้ทเี กดิ ตามพระวญิ ญาณฉันใด ปัจจุบนั นีกเ็ หมอื นกนั ฉันนัน ปฐมกาล 21:9
บอกเราวา่ อิชมาเอลเยาะเยย้ อิสอคั ประเพณีของพวกยวิ เชือกนั วา่ อิชมาเอลยงิ ธนูใส่อิสอคั ดว้ ยซาํ
ตลอดทุกยคุ ทุกสมยั ชนชาติอาหรับสู้รบกบั ชนชาติอสิ ราเอลมาอยา่ งต่อเนือง อยา่ งไรกต็ าม การ
ประยกุ ตใ์ ชข้ องเปาโลกเ็ กือบจะถึงแลว้

พวกยวิ ในตอนนนั เป็นพวกหลกั ทีข่มเหงคริสตจกั รทีกาํ ลงั เติบโต พวกเขาทีพยายามเผย
แพร่พระราชบญั ญตั ิ (คือ คนเหล่านนั ทีบงั เกิดตามเนือหนงั ) เป็นศตั รูตวั ฉกาจของพวกคริสเตียน


Click to View FlipBook Version