ยคุ ตน้ (คนเหล่านนั ทีบงั เกิดตามพระวญิ ญาณ) เปาโลไดร้ ับความทุกขอ์ ยา่ งหนกั จากนาํ มือของ
คนเหล่านีเช่นเดียวกบั คริสเตียนชาวแควน้ กาลาเทียบางคนทีโดนข่มเหงมาบา้ งแลว้
กท 4:30 ท่านจึงเรียกตวั พระราชบญั ญตั ิมาเป็นพยาน แต่พระคมั ภรี ์ว่าอย่างไร คาํ
พดู ทียกมานีมาจาก ปฐมกาล 21:10 กว็ ่า `จงไล่ทาสีกบั บุตรชายของนางไปเสียเถดิ เพราะว่าบุตร
ชายของทาสีจะเป็ นผู้รับมรดกร่วมกบั บุตรชายของหญงิ ทเี ป็ นไทไม่ได้' ในขอ้ นนั นางซาราห์สงั
อบั ราฮมั สามีของนางใหข้ บั ไล่นางฮาการ์และบุตรชายของนางออกไปหลงั จากเหตุการณ์ที อิ
ชมาเอลเยาะเยย้ อิสอคั นอ้ ย ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ เช่นเดียวกบั ทีอิชมาเอลจะไม่ไดเ้ ป็น
ทายาทร่วมกบั อิสอคั คนเหล่านนั ทีพยายามจะบงั คบั ใชพ้ ระราชบญั ญตั ิกบั คริสตจกั รกค็ าดไดเ้ ลย
วา่ จะตอ้ งเจอชะตากรรมแบบเดียวกนั
กท 4:31 ท่านจึงกล่าวสรุปอุปไมยนี เหตุฉะนัน พนี ้องทงั หลาย เราไม่ใช่บุตรของ
ทาสี แต่เป็ นบุตรของหญงิ ทเี ป็ นไท เพราะวา่ เราอยใู่ นพระคริสตแ์ ลว้ เราจึงไม่ใช่ลกู หลานของ
นางฮาการ์ (พระราชบญั ญตั ิและการทาํ ใหต้ กเป็นทาสของมนั ) แต่เป็นลกู หลานของนางซาราห์
(พระคุณ, พระสญั ญา และความเชือ) เราไม่ไดร้ อดเพราะการทาํ ดี และเรากไ็ ม่ไดส้ ูญเสียความ
รอดของเราไปเพราะลม้ เหลวในการรักษาการกระทาํ ดีดว้ ย
*****
ภาพรวมของกาลาเทยี 5: อัครสาวกเปาโลทาํ การประยกุ ต์ใช้สิงทีท่านได้เขียนมาจนถึง
ตอนนี ท่านขอร้องให้พีน้องชาวแคว้นกาลาเทียยืนหยดั มนั คงในเสรีภาพแห่งพระคุณและไม่
ยอมจาํ นนต่อคาํ สังของพวกถือลทั ธิยิวทีให้พวกเขาเข้าสุหนัต จากนนั ท่านกพ็ ดู ถึงใจความหลกั
ทีสาํ คัญประการทีสองของหนงั สือเล่มนี: การดาํ เนินในพระวิญญาณซึงเป็นกญุ แจสู่ชีวิต
คริสเตียน ท่านสาธยายเกียวกบั การงานหลายอย่างของเนือหนังและเปรียบเทียบความต่างของ
การงานเหล่านีกบั ผลของพระวิญญาณ กญุ แจสู่ชีวิตคริสเตียนจึงเป็นการดาํ เนินในพระวิญญาณ
และไม่พยายามดาํ เนินชีวิตโดยพระราชบญั ญตั ิหรือเผลอกลบั ไปทาํ ตามเนือหนงั อีก
กท 5:1 จุดสูงสุดของการเสนอคดีของเปาโลไดถ้ กู กระทาํ ไปแลว้ ในบททีแลว้ เมอื
ท่านเปรียบเทียบความต่างของพระราชบญั ญตั ิกบั พระคุณผา่ นทางอุปไมยของนางฮาการ์และ
นางซาราห์ ใน 4:30 ท่านพดู ถึงหญิงทีเป็นไท คอื นางซาราห์ และอีกทีในขอ้ 31 เมือพจิ ารณาถึง
บริบทดงั กล่าว บดั นีเปาโลจึงเปลียนมาพดู ถึงการแสดงออกถึงทุกสิงทีท่านไดเ้ สนอไปแลว้ บา้ ง
เพอื เสรีภาพนันเองพระคริสต์จงึ ได้ทรงโปรดให้เราเป็ นไท เหตุฉะนันจงตังมนั และอย่าเข้าเทยี ม
แอกเป็ นทาสอกี เลย คาํ ทีแปลวา่ เสรีภาพ (เอะเละอูเธะเรีย) เป็นคาํ ทแี ตกออกมาจากคาํ ทีแปลวา่
หญิงทเี ป็ นไท (เอะเละอูเธะรอส) โดยตรง ประเดน็ ของเปาโลกค็ ือวา่ ใหพ้ ีนอ้ งชาวแควน้ กาลา
เทียตงั มนั อยใู่ นเสรีภาพของข่าวประเสริฐแห่งพระคุณและไม่หนั กลบั ไปหาพนั ธนาการทีผกู มดั
ใหเ้ ป็นทาสของพระราชบญั ญตั ิแห่งพนั ธสญั ญาเดิมอีก ศาสนายดู ายของพวกรับบีสอนวา่ มี
บญั ญตั ิ 613 ขอ้ ทียวิ ทีเคร่งครัดตอ้ งถือรักษา บญั ญตั ิเหล่านีเป็นขอ้ ปลีกยอ่ ยทีแตกออกมาจากโท
ราหข์ องโมเสสอีกที การกลบั ไปหาพนั ธนาการดงั กล่าวกค็ ือการกลบั ไปหาความเป็นทาสซึงถกู
แสดงภาพเป็ นนางฮาการ์และอิชมาเอลในบททีแลว้
กท 5:2 คราวนีท่านเขา้ เรืองจริงๆ ดูเถิด ข้าพเจ้าเปาโลขอบอกท่านว่า ถ้าท่านรับ
พธิ เี ข้าสุหนตั พระคริสต์จะทรงทาํ ประโยชน์อะไรให้แก่ท่านไม่ได้เลย ‘พวกมิชชนั นารี’ ทีถือลทั ธิ
ยวิ ซึงมารังควานคริสตจกั รทงั หลายในแควน้ กาลาเทียกาํ ลงั กดดนั ผเู้ ชือทีเป็นคนต่างชาติอยา่ ง
หนกั ใหพ้ วกเขาเขา้ สุหนตั นีสือวา่ หากพวกเขาไม่เขา้ สุหนตั พวกเขากจ็ ะสูญเสียความรอดไป
เปาโลเสนอประเดน็ ของท่านตรงๆ หากปล่อยใหค้ าํ สอนผดิ นีคงอยตู่ ่อไปและสังใหค้ นต่างชาติ
เขา้ สุหนตั พระเยซูคริสตก์ จ็ ะไม่มีประโยชนอ์ ะไรในเรืองฝ่ ายวญิ ญาณเลย หากพวกเขาสามารถ
รอดไดแ้ ละยงั รอดต่อไปโดยการประพฤติตามพระราชบญั ญตั ิ (ซึงถกู แสดงภาพเป็นการเขา้
สุหนตั ) พวกเขากไ็ ม่ตอ้ งพึงพระคริสตเ์ ลย
กท 5:3 นีคือหลกั เหตุผลทีโตแ้ ยง้ ไม่ไดเ้ ลย ข้าพเจ้าเป็ นพยานให้ทุกคนทรี ับพธิ ี
เข้าสุหนัตทราบอกี ว่า เขาถูกผูกมดั ให้ประพฤตติ ามพระราชบญั ญัตทิ งั สิน หากพวกท่านยอมเขา้
สุหนตั เพือเป็นวธิ ีในการเป็นคนชอบธรรม พวกท่านกต็ อ้ งประพฤติตามใหไ้ ดท้ ุกขอ้ ตอ้ งทาํ ให้
ไดห้ มดทุกขอ้ หรือไม่กไ็ ม่ทาํ เลย ความรอดเป็นมาโดยพระคุณหรือไม่กก็ ารทาํ ความดี ซึงใน
กรณีนีคือ พระราชบญั ญตั ิของโมเสส นอกจากนีถา้ พวกเขายอมรับขอ้ เสนอทีวา่ พวกเขารอดโดย
การประพฤติตามพระราชบญั ญตั ิ พวกเขากต็ อ้ งประพฤติตามบญั ญตั ิต่อไปเรือยๆเพอื ทีจะรักษา
ความรอดไว้ นีเหมือนกบั ความเชือในปัจจุบนั ทีวา่ ความบาปในชีวติ ของคริสเตียนจะทาํ ใหเ้ ขา
สูญเสียความรอดของตนไปได้ การเขา้ สุหนตั เป็นเพยี งยอดของกอ้ นนาํ แขง็ เท่านนั การยอมเห็น
ดว้ ยกบั ประเดน็ นีกเ็ ท่ากบั เป็นการทาํ ใหต้ วั เองตกอยภู่ ายใตพ้ ระราชบญั ญตั ิทุกข้อ
กท 5:4 หากเป็นเช่นนนั จริง เปาโลกก็ ล่าวต่อไปวา่ ผู้ใดในหมู่พวกท่านทเี หน็ ว่า
ตัวเองเป็ นคนชอบธรรมโดยพระราชบัญญัติ ท่านกห็ ล่นจากพระคุณไปเสียแล้ว พระคริสต์ย่อม
ไม่ได้มผี ลอนั ใดต่อท่านเลย หากผใู้ ดสามารถเป็นคนชอบธรรมไดโ้ ดยการประพฤติตามพระราช
บญั ญตั ิหรือขอ้ ใดขอ้ หนึงของมนั (เช่น การเขา้ สุหนตั ) เขาจะตอ้ งการพระคริสตไ์ ปทาํ ไมเล่า ใน
แบบเดียวกนั หากผใู้ ดสามารถรอดได้ (หรือรอดต่อไปได)้ โดยการดาํ เนินชีวติ เป็นคนดี เขาจะ
มาหาพระคริสตท์ าํ ไม ความผดิ พลาดของพีนอ้ งชาวแควน้ กาลาเทียกค็ ือวา่ พวกเขากาํ ลงั พยายาม
ทีจะปนพระคริสตเ์ ขา้ กบั พระราชบญั ญตั ิ ประเดน็ ของเปาโลนนั ลึกซึง ท่านขอใหพ้ วกเขาขึน
ใหก้ าร: ท่านกห็ ล่นจากพระคุณไปเสียแล้ว ตรงขา้ มกบั คาํ กล่าวหาของศาสนศาสตร์สมยั ใหม่บาง
สาย พวกเขาไม่ไดห้ ล่นจากความรอดหรือหล่นจากพระคริสตเ์ ลย แต่พวกเขาหล่นหายไปจาก
หลกั การแห่งพระคุณต่างหาก พวกถือลทั ธิยวิ ไดน้ าํ พวกเขาใหห้ ลงผดิ กลบั ไปหาพระราชบญั ญตั ิ
อีกที ในการทาํ เช่นนนั พวกเขากไ็ ดห้ นั ออกไปจากหลกั การแห่งพระคุณอนั สูงส่ง
กท 5:5 ในฐานะผเู้ ชือ เพราะว่า โดยพระวญิ ญาณและความเชือ เรากร็ อคอยความ
ชอบธรรมทเี ราหวงั ว่าจะได้รับ ความหมายกค็ ือสิงต่อไปนี ความหวงั แห่งความชอบธรรมคือ (ก)
สวรรค์ และ (ข) พระพรต่างๆซึงเป็นผลมาจากความชอบธรรมในระหวา่ งนี ความหวงั และเป้ า
หมายดงั กล่าวเป็นมาโดยความเชือผา่ นทางพระวญิ ญาณบริสุทธิ ตรงนีมีการเล่นคาํ นิดหน่อย ใน
ขอ้ ทีแลว้ เปาโลพดู ถึงการเป็นคนชอบธรรมในฐานะเป็นแง่มุมหนึงของความชอบธรรม คาํ กริยา
ทีแปลวา่ เป็ นคนชอบธรรม (ดิไคออโอ) เกียวขอ้ งโดยตรงกบั คาํ นามทีแปลวา่ ความชอบธรรม
(ดิไคออซูเน) ทงั สองคาํ มีรากมาจากคาํ วา่ ดิไคออส ซึงแปลวา่ ‘ชอบธรรม’ หรือ ‘ยตุ ิธรรม’
ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ กค็ ือวา่ ความหวงั แห่งความชอบธรรม (ความรอด) เป็นมาโดยความเชือ
ไม่ใช่โดยการประพฤติตามพระราชบญั ญตั ิ
กท 5:6 ดว้ ยเหตุนี ในพระเยซูคริสต์นัน การทรี ับพธิ เี ข้าสุหนัตหรือไม่รับพธิ ีเข้า
สุหนัต กห็ าเกดิ ประโยชน์อนั ใดไม่ แต่ความเชือต่างหากซึงกระทาํ กจิ ด้วยความรัก เพราะวา่ การ
เป็นคนชอบธรรม (ความรอด) เป็นมาโดยความเชือ มนั จึงไม่ต่างสาํ หรับพระเจา้ วา่ คนๆนนั จะ
เป็นยวิ ทีเขา้ สุหนตั แลว้ หรือเป็นคนต่างชาติทียงั ไม่เขา้ สุหนตั หรือหากจะกล่าวใหก้ วา้ งยงิ ขึนก็
คือวา่ มนั ไม่ต่างสาํ หรับพระเจา้ วา่ เราพยายามประพฤติตามพระราชบญั ญตั ิแลว้ หรือไม่ เราไม่ได้
รอดเพราะการประพฤติตามพระราชบญั ญตั ิและเรากไ็ ม่ไดร้ อดต่อไปเพราะการทาํ เช่นนนั ดว้ ย
สิงทีสาํ คญั สาํ หรับพระเจา้ กค็ อื “ความเชือทีกระทาํ กิจดว้ ยความรัก” สิงทีทาํ ใหพ้ ระเจา้
ทรงพอพระทยั คือ (1) ความเชือในพระเยซูคริสต์ และ (2) การดาํ เนินชีวติ หลงั จากนนั ในความ
รัก ท่านจะพดู ถึงเรืองนีอยา่ งเตม็ ทีมากกวา่ นีในขอ้ 13-15 ถึงแมว้ า่ ความเชือเป็นหลกั การทีเชือม
เรากบั พระเจา้ แต่ความรักกค็ วรเป็นสายใยทีผกู ผนั ระหว่างคนของพระเจา้ กนั เองดว้ ยหลงั จาก
นนั
กท 5:7 เปาโลจึงดุพนี อ้ งชาวแควน้ กาลาเทียแบบเบาๆ ท่านวงิ แข่งดีอยู่แล้ว ใคร
เล่าขดั ขวางท่านไม่ให้เชือฟังความจริง เช่นเดียวกบั ทีท่านทาํ หลายครังในจดหมายฝากหลาย
ฉบบั ของท่าน เปาโลเปรียบเทียบชีวติ คริสเตียนวา่ เป็นเหมือนกบั การวงิ แข่งมาราธอนระยะไกล
(ดู กาลาเทีย 2:2, 1 โครินธ์ 9:24, 2 ทิโมธี 4:7 และฮีบรู 12:1) พวกเขาไดเ้ ริมตน้ การวงิ แข่งใน
ชีวติ คริสเตียนมาดีอยแู่ ลว้ แต่ระหวา่ งทาง มีบางคนทาํ ใหพ้ วกเขาสะดุดลม้ ลง พวกเขาไม่เชือฟัง
ความจริงอีกต่อไปแลว้
กท 5:8 นอกจากนี การเกลยี กล่อมอย่างนไี ม่ได้มาจากพระองค์ผู้ทรงเรียกท่านทงั
หลาย คาํ ทีแปลวา่ การเกลยี กล่อม (เพะอิสมอเน) มีความหมายวา่ ‘การหกั หลงั ’ หรือ ‘การชกั จูง
ทีหลอกลวง’ คาํ นีมีทีมาจากคาํ ทีแปลวา่ เชือฟัง ในขอ้ ทีแลว้ (เพะอิโธ) ดงั นนั เปาโลจึงเล่นคาํ นิด
หน่อย ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ ของท่านกค็ ือวา่ การหลอกลวงนี (การทีพวกเขาตอ้ งรักษาพระราช
บญั ญตั ิเพือทีจะไดร้ ับความรอดและคงความรอดไวต้ ่อไปได)้ ไม่ไดม้ าจากพระองคผ์ ไู้ ดท้ รงเรียก
พวกเขามาตงั แต่แรก กล่าวอีกนยั หนึง คาํ สอนนอกรีตนีไม่ไดม้ าจากพระเจา้
กท 5:9 ท่านจึงยกคาํ สุภาษิตทีเป็นความจริง เชือขนมเพยี งนิดหน่อยย่อมทาํ ให้
แป้ งดิบฟูขนึ ได้ทงั ก้อน เราตอ้ งการเชือขนมเพยี งแค่นิดเดียวเท่านนั เพอื ทาํ ใหแ้ ป้ งดิบทงั กอ้ นฟู
ขึน ท่านอาจหมายความวา่ ความสับสนทงั หมดนีเกิดขึนจากครูสอนเทจ็ เพยี งแค่คนเดียวทีได้
ลอบเขา้ มาในคริสตจกั รทงั หลายแห่งแควน้ กาลาเทีย ขอ้ ต่อไปสนบั สนุนการตีความนี เป็นความ
จริงทีคาํ สอนผดิ เพยี งนิดเดียวสามารถทาํ ใหค้ วามเชือของคนมากมายเสียได้
กท 5:10 ทงั ๆทีเกิดความสับสนทงั สินนี แต่เปาโลกย็ งั ไวใ้ จพวกเขาอยู่ ข้าพเจ้า
ไว้ใจท่านในองค์พระผู้เป็ นเจ้าว่า ท่านจะไม่เชือถืออย่างอนื เลย ถึงแมว้ า่ ก่อนหนา้ นนั ท่านได้
แสดงถึงความสงสัยในตวั พวกเขาอยบู่ า้ ง (4:11) แต่ตอนนี (อาจเพอื ใหก้ าํ ลงั ใจพวกเขา) ท่านก็
แสดงถึงความมนั ใจวา่ พวกเขาจะไม่เชือถอื ใครอืนเลยนอกจากตวั ท่านเอง นอกจากนี ฝ่ ายผู้ทมี า
รบกวนท่านนัน จะเป็ นใครกต็ ามจะต้องได้รับโทษ เห็นไดช้ ดั วา่ เปาโลกาํ ลงั หมายถึงผทู้ ีเป็น
หวั โจกทีก่อใหเ้ กิดความสบั สนและความยงุ่ ยากทงั หมดนี เห็นไดช้ ดั วา่ เปาโลไม่รู้จกั คนๆนี แต่
ท่านกเ็ ตือนวา่ คนๆนีจะตอ้ งเจอกบั การพพิ ากษาอนั สมควรกบั ความผดิ ของเขา นีสือชดั เจนวา่
พวกครูสอนเทจ็ จะตอ้ งขึนใหก้ ารต่อพระเจา้ สกั วนั หนึง ถา้ ไม่ใช่ในชีวติ นี กต็ อ้ งเป็นการ
พพิ ากษาทีจะเกิดขึนตามมาในทีสุด
กท 5:11 จากนนั เปาโลพดู ถึงขอ้ กล่าวหาอนั ร้ายกาจทีพวกถือลทั ธิยวิ บางคนยกขึน
ปรักปราํ ท่าน พนี ้องทงั หลาย ถ้าข้าพเจ้ายงั เทศนาชักชวนให้รับพธิ เี ข้าสุหนัต เหตุใดข้าพเจ้าจึง
ยงั ถูกข่มเหงอยู่อกี เล่า บางคนกล่าวหาวา่ แมแ้ ต่เปาโลกเ็ ทศนาวา่ จาํ เป็นทีผเู้ ชือตอ้ งเขา้ สุหนตั นี
อาจเป็นการบิดเบือนบริบทของการเขา้ สุหนตั ของทิโมธีตามทีมีบนั ทึกไวใ้ นกิจการ 16:3 คาํ ตอบ
ของเปาโลสาํ หรับขอ้ กล่าวหานีกช็ ดั เจน หากเป็นเช่นนนั จริง ทาํ ไมท่านถึงตอ้ งโดนพวกยวิ
ข่มเหงอยเู่ ล่า คาํ ตอบกช็ ดั เจนอยแู่ ลว้ แน่นอนทีท่านไม่ไดเ้ ทศนาวา่ ผเู้ ชือจาํ เป็นตอ้ งเขา้ สุหนตั
หากท่านเทศนาแบบนนั จริงๆ กางเขนกไ็ ม่ใช่สิงทใี ห้สะดุดแล้ว กางเขนเป็นสิงสะดุดในความคดิ
ของพวกยวิ กเ็ พราะวา่ ทีกางเขนนันพระคริสตไ์ ดท้ รงชาํ ระโทษบาปของเราและและทาํ ใหพ้ ระ
ราชบญั ญตั ิสาํ เร็จแลว้ ถา้ เปาโลเทศนาใหค้ นเขา้ สุหนตั จริงๆ การประกาศเรืองกางเขนทีพวกยวิ
เกลียดกค็ งหายวบั ไปแลว้ ขอ้ เทจ็ จริงทีวา่ ท่านยงั ประกาศเรืองกางเขนต่อไปกป็ ฏิเสธขอ้ กล่าวหา
ทีวา่ ตวั ท่านเองกส็ นบั สนุนใหค้ นเขา้ สุหนตั และใหถ้ ือรักษาพระราชบญั ญตั ิ
กท 5:12 เปาโลกล่าวดว้ ยอาการเหนือยหน่ายและถอนใจวา่ ข้าพเจ้าอยากให้คน
เหล่านันทรี บกวนท่านถูกตดั ออกเสียเลย ความหมายนีชดั เจนถึงแมจ้ ะมีการเสียดสีอยดู่ ว้ ยกต็ าม
ท่านอยากใหพ้ วกถือลทั ธิยวิ เหล่านีไปใหพ้ น้ ๆเสีย อยา่ งไรกต็ ามเราเห็นชดั เจนถึงการเล่นคาํ ของ
ท่าน พวกถือลทั ธิยวิ เหล่านีสนบั สนุนใหค้ นเขา้ สุหนตั ซึงเป็นการตดั หนงั หุม้ ปลายองคชาตออก
เปาโลใชค้ าํ สอนของพวกเขาเล่นงานพวกเขาเอง คาํ ทีแปลวา่ รบกวน (อานาสตาตอโอ) เป็นคาํ ที
น่าสนใจ มนั มีความหมายวา่ ‘ยยุ ง’ หรือ ‘พลิกควาํ ’ ความยงุ่ ยากทีพวกถือลทั ธิยวิ ก่อเป็นคาํ กล่าว
ทีนอ้ ยกวา่ ความเป็นจริงดว้ ยซาํ
กท 5:13 จากตรงนีเป็นตน้ ไป เปาโลจะเชือมโยงจากเรืองของหลกั คาํ สอนทีท่าน
นาํ เสนอมาถึงตอนนีไปยงั การดาํ เนินชีวติ คริสเตียนในแต่ละวนั เมือพจิ ารณาถึงขอ้ พพิ าททีเกิด
ขึนในคริสตจกั รหลายแห่งในแควน้ กาลาเทีย เห็นไดช้ ดั วา่ เกิดการแบ่งพรรคแบ่งพวกและการโต้
เถียงกนั อยา่ งรุนแรง
วกกลบั มาพดู ถึงหลกั การเรืองเสรีภาพในพระคริสต์ เปาโลตกั เตือนพวกเขาวา่ พนี ้องทงั
หลาย ทที รงเรียกท่านกเ็ พอื ให้มเี สรีภาพ อย่าเอาเสรีภาพของท่านเป็ นช่องทางทจี ะปล่อยตวั ไป
ตามเนือหนัง ปัญหากค็ อื วา่ บางคนไดใ้ ชห้ ลกั การเรืองเสรีภาพของคริสเตียนในทางทีผดิ และใช้
มนั เป็นช่องทางทีจะทาํ อะไรกไ็ ดต้ ามใจชอบ ดงั ทีขอ้ พระคมั ภีร์จะเปิ ดเผยใหเ้ ห็น ช่องทางดงั
กล่าวไดส้ าํ แดงตวั ออกมาเป็นความแตกแยกแบบถอื พวกถือคณะอนั ขมขืนท่ามกลางพวกเขา
ทางออกของปัญหานีนนั ง่ายนิดเดียว แต่จงรับใช้ซึงกนั และกนั ด้วยความรักเถิด คาํ กล่าวนีลึกซึง
จริงๆ เราไม่เพียงควรรักซึงกนั และกนั เท่านนั แต่เราควรรับใชซ้ ึงกนั และกนั ดว้ ยนาํ ใจแบบ
เดียวกนั ดว้ ย
กท 5:14 เปาโลจึงยงิ ปื นนดั เดียวไดน้ กสองตวั เพราะว่า พระราชบญั ญตั ิทงั สินนัน
สรุปได้เป็ นคาํ เดยี ว คอื ว่า `จงรักเพอื นบ้านเหมอื นรักตนเอง' สาํ หรับคนเหล่านนั ทีเกิดความ
สบั สนเพราะการลอบเขา้ มาของพวกถือลทั ธิยวิ เปาโลยกคาํ พดู จากเลวนี ิติ 19:18 การรักผอู้ ืน
อยา่ งทีเราควรรักเหนือกวา่ พระราชบญั ญตั ิทงั สิน ถา้ เรารักพระเจา้ อยา่ งทีเราควรรัก เรากจ็ ะไม่มี
วนั ทาํ บาปต่อพระองค์ ถา้ เรารักเพือนบา้ นอยา่ งทีเราควรรัก เรากจ็ ะไม่ทาํ บาปต่อเขาเช่นกนั
นอกจากนีท่านพดู ถึงปัญหาในทางปฏิบตั ิของคริสตจกั รทงั หลายแห่งแควน้ กาลาเทียดว้ ย การโต้
เถียงกนั ดว้ ยเรืองคาํ สอนทีถูกตอ้ งไดก้ ลายเป็นความบาดหมางอยา่ งรุนแรง พวกเขาจาํ เป็นตอ้ งมี
คาํ สอนทีถกู ตอ้ ง แต่พวกเขากค็ วรทาํ เช่นนนั ดว้ ยใจทีกอปรดว้ ยความรัก นีแหละคือการทาํ ให้
พระราชบญั ญตั ิสาํ เร็จและทาํ ใหค้ วามขดั แยง้ ระหวา่ งพวกเขาคลีคลายลงได้
กท 5:15 ท่านจึงเตือนวา่ แต่ถ้าท่านกดั และกนิ เนือกนั และกนั จงระวงั ให้ดเี กรงว่า
ท่านจะทาํ ให้กนั และกนั ย่อยยบั ไป ดงั ทีท่านจะขยายความต่อไปในไม่ชา้ ปัญหาไม่ใช่แค่เรืองคาํ
สอนผดิ เท่านนั แต่ยงั เป็นเรืองการทาํ ตามเนือหนงั อยา่ งหนา้ ไม่อายอีกดว้ ย เพราะการโตเ้ ถียงกนั
อยา่ งเผด็ ร้อนในเรืองหลกั คาํ สอน พวกเขาไดก้ ดั กินกนั และกนั เหมือนกบั สุนขั ทีกดั กนั นีจึงนาํ
เปาโลไปสู่ประเดน็ หลกั อนั ทีสองของจดหมายฝากฉบบั นี และนนั กค็ อื การดาํ เนินชีวติ ตามพระ
วญิ ญาณมากกวา่ ทีจะดาํ เนินตามเนือหนงั เราไม่ไดร้ อดโดยเนือหนงั (การเขา้ สุหนตั และการ
รักษาพระราชบญั ญตั ิต่างๆ) และเราไม่ควรดาํ เนินชีวติ คริสเตียนตามเนือหนงั ดว้ ย
กท 5:16 ท่านจึงพดู ถงึ ประเดน็ หลกั ทีสองของจดหมายฝากฉบบั นี แต่ข้าพเจ้าขอบ
อกว่า จงดาํ เนินชีวติ ตามพระวญิ ญาณและท่านจะไม่สนองความต้องการของเนือหนงั ประเดน็ ที
ตอ้ งมีการตีความอยตู่ รงนี พระวญิ ญาณในทีนียอ่ มหมายถึงพระวญิ ญาณบริสุทธิ อยา่ งไรกต็ าม
ในตน้ ฉบบั ภาษากรีกคาํ วา่ พระวญิ ญาณนีอาจหมายถึง ‘วญิ ญาณ’ กไ็ ด้ (เกียวกบั ตวั อกั ษรใหญ่
เลก็ ในภาษาองั กฤษ คือ ในฉบบั คิงเจมส์เป็นตวั ใหญ่แต่ในภาษากรีกเป็นตวั เลก็ )
มีคนตคี วามขอ้ นีสองแบบ ฝ่ ายหนึงเชือวา่ เราตอ้ งดาํ เนินในพระวิญญาณบริสุทธิ
อยา่ งไรกต็ าม เกิดคาํ ถามขึนมาวา่ แลว้ เราจะดาํ เนินในพระวญิ ญาณบริสุทธิอยา่ งไรล่ะ บริบทที
ตามมาดูเหมือนจะเปรียบเทียบความต่างของธรรมชาติใหม่กบั ธรรมชาติเก่ามากกวา่ นีเป็นรูป
แบบทีเปาโลใชใ้ นจดหมายฝากหลายฉบบั ของท่าน (โรม 7:15-25, 1 โครินธ์ 3:1-4, เอเฟซสั
4:22-24 และโคโลสี 3:5-15) ดูเหมือนจะไม่เขา้ กนั ทีเราจะเปรียบเทียบความต่างระหวา่ งพระ
วญิ ญาณบริสุทธิกบั เนือหนงั อยา่ งไรกต็ าม ดูเหมือนจะเขา้ กนั ไดอ้ ยา่ งดีทีเดียวทีเราจะเปรียบ
เทียบความต่างระหวา่ งธรรมชาติเก่ากบั ธรรมชาติใหม่ ดงั นนั ผเู้ ขียนจึงคิดวา่ คาํ วา่ ‘วญิ ญาณ’ ที
เปาโลใชใ้ นครึงหลงั ของกาลาเทีย 5 หมายถงึ ธรรมชาติใหม่ฝ่ ายวิญญาณของเรา ไม่วา่ จะยงั ไง
ธรรมชาติใหม่นนั กถ็ กู สร้างขึนแลว้ โดยพระวญิ ญาณบริสุทธิซึงสถิตอยภู่ ายใน ทงั สองอยา่ งจึงมี
ความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งใกลช้ ิด
เมือไดก้ ล่าวเช่นนนั แลว้ เปาโลกส็ อนสิงทีลึกซึง หากเราจะดาํ เนินชีวติ แต่ละวนั ตาม
ธรรมชาติใหม่ เรากจ็ ะไม่ดาํ เนินตามธรรมชาติเก่า นนั คือ เนือหนงั ความบาปทุกอยา่ งในชีวติ
คริสเตียนเกิดขึนจากเนือหนงั หากเราจดั ระเบียบชีวติ ตวั เองจนเราดาํ เนินตามธรรมชาติใหม่ (จิต
วญิ ญาณ)ได้ โดยพึงพาพระวญิ ญาณบริสุทธิ เรากจ็ ะมีชยั ชนะเหนือความบาป นีคือหนึงในเคลด็
ลบั ของชีวติ คริสเตียน
กท 5:17 แมก้ ระนนั มีการต่อสูอ้ ยา่ งต่อเนืองระหวา่ งธรรมชาติเก่าทีบาปหนาซึงเรา
เกิดมาพร้อมกบั มนั และธรรมชาติใหม่ซึงถกู สร้างขึนในความชอบธรรมเมือเราบงั เกิดใหม่ ดว้ ย
เหตุนี ความต้องการของเนือหนังต่อสู้พระวญิ ญาณ และพระวญิ ญาณกต็ ่อสู้เนือหนัง เพราะทงั
สองฝ่ ายเป็ นศัตรูกนั ดงั นันสิงทที ่านทงั หลายปรารถนาทาํ จงึ กระทาํ ไม่ได้ เช่นเดียวกบั ในโรม
7:15-25 มีการต่อสูอ้ ยา่ งต่อเนืองระหวา่ งธรรมชาติเก่าทีเห็นแก่ตวั และเสือมทราบกบั ธรรมชาติ
ใหม่ทีบริสุทธิ (จิตวญิ ญาณ) ทงั สองฝ่ ายเป็นศตั รูคู่อาฆาตภายในตวั เรา โดยเฉพาะอยา่ งยงิ เนือ
หนงั จะขดั ขวางเรามิใหท้ าํ สิงทีเราควรทาํ ในทางกลบั กนั ธรรมชาติใหม่ (จิตวญิ ญาณ) จะขดั
ขวางมิใหเ้ ราทาํ สิงทีเราอยากทาํ กญุ แจกค็ ือการดาํ เนินตามจิตวญิ ญาณ สิงนีสาํ เร็จไดโ้ ดยการอ่าน
พระวจนะของพระเจา้ อยา่ งต่อเนือง การยอมจาํ นนต่อพระวญิ ญาณบริสุทธิ การตรึงเนือหนงั ที
กางเขน และความม่งุ มนั ทีจะดาํ เนินตามธรรมชาติใหม่
กท 5:18 เปาโลยอ้ นกลบั มาพดู ถึงเรืองเกียวกบั หลกั คาํ สอนอีกครัง โดยผสมผสาน
หลกั การและการปฏิบตั ิเขา้ ดว้ ยกนั แต่ถ้าพระวญิ ญาณทรงนําท่าน ท่านกไ็ ม่อยู่ใต้พระราช
บัญญตั ิ เมือเราถูกนาํ พาโดยธรรมชาติใหม่ซึงอยภู่ ายใน (‘ธรรมชาติใหม่ฝ่ ายวญิ ญาณ’ ซึงถูก
สร้างขึนโดยพระวญิ ญาณบริสุทธิ) เรากจ็ ะไม่หลงฝ่ าฝื นพระราชบญั ญตั ิ การดาํ เนินชีวติ ตาม
ธรรมชาติใหม่จงึ นาํ มาซึงชยั ชนะเหนือความบาปและการทาํ ตามเนือหนงั และการยดึ ติดของเนือ
หนงั กบั พระราชบญั ญตั ิ เราจึงไม่อยใู่ ตก้ ารพิพากษาของพระราชบญั ญตั ิ อีกครังทีกญุ แจทีไขสู่
ชีวติ คริสเตียนอยตู่ รงนีรวมถึงแก่นแทข้ องพระคุณดว้ ย ธรรมชาติใหม่ทีถกู สร้างขนึ ตอนทีเรา
บงั เกิดใหม่โดยพระวญิ ญาณบริสุทธิไม่เพียงเป็นทางแกป้ ัญหาเกียวกบั พระราชบญั ญตั ิเท่านนั
แต่ยงั เป็นกญุ แจทีไขสู่ชยั ชนะในการดาํ เนินชีวติ คริสเตียนแต่ละวนั ดว้ ย
กท 5:19 เกรงวา่ จะมใี ครสงสัยเกียวกบั ลกั ษณะเฉพาะของเนือหนงั (ธรรมชาติเก่า
ทีบาปหนาของเรา) อคั รสาวกเปาโลจึงใหร้ ายการซึงบอกถึงการงานของมนั น่าสงั เกตวา่ (1)
ท่านเรียกสิงเหล่านีวา่ เป็นการงาน มีความเชือมโยงซึงถูกคนั บางๆกบั เรืองพระราชบญั ญตั ิและ
การงานต่างๆของมนั ทงั สองอยา่ งเกียวขอ้ งกบั เนือหนงั (2) รายการนีบอกถึงการงานทวั ไปไม่ใช่
การงานทงั หมด (3) ถึงแมว้ า่ ความบาปทางเพศในแบบต่างๆถูกเขา้ ใจอยแู่ ลว้ วา่ เป็นการงานของ
เนือหนงั แต่สิงทีไม่ปรากฏชดั เท่าใดนกั กค็ ือความร้ายกาจทีผคู้ นกระทาํ ต่อกนั ความบาปเหล่านี
พบดกดืนยงิ กวา่ การทาํ ผดิ ศีลธรรมทางเพศเสียอีก ความบาปเหล่านีเป็นสิงทีเปาโลเรียกในภาย
หลงั วา่ มลทนิ ของจิตวญิ ญาณใน 2 โครินธ์ 7:1 ตรงนีเราเห็นถึงความบาปสิบเจด็ อยา่ ง ความบาป
ทงั หมดนีเป็นของธรรมชาติเก่า คือ เนือหนงั นอกจากนีความบาปทงั หมดกม็ ีรากอยใู่ นตัวตน
ของเราดว้ ย ใหเ้ ราพจิ ารณาความบาปแต่ละอยา่ งกนั
ท่านเริมตน้ โดยการพดู ถึงการงานต่างๆของเนือหนงั แล้วการงานของเนือหนังนันเหน็ ได้
ชัด คอื การเล่นชู้ การล่วงประเวณี การโสโครก การลามก ความหมายกค็ ือ การงานเหล่านีเป็นสิง
ทีปรากฏชดั เจน
(1) การเล่นชู้ คือการมีเพศสัมพนั ธ์ระหวา่ งคนทีแต่งงานแลว้ กบั อีกคนซึงไม่ใช่สามหี รือ
ภรรยาของตน (2) การล่วงประเวณ:ี คาํ ทีแปลเช่นนนั (พอรเนะเอีย) หมายถึงการมีเพศสมั พนั ธ์
แบบไม่ถูกตอ้ งในทุกรูปแบบ (ซึงรวมถึงการรักร่วมเพศดว้ ย) แต่มกั หมายถึงการมีเพศสัมพนั ธ์
ก่อนแต่งงาน นนั คือ คนทีมาอยดู่ ว้ ยกนั หรือหลบั นอนดว้ ยกนั ก่อนแต่งงาน (3) การโสโครก: คาํ ที
แปลเช่นนนั (อาคาธารเซีย) หมายถึง ความไม่บริสุทธิในดา้ นศีลธรรมโดยทวั ไป: ตลกหยาบ
โลน, หนงั สือทีมีเนือหาหยาบโลน, ความคิดสกปรก มนั เกียวขอ้ งกบั พฤติกรรมทีผดิ ศีลธรรมทุก
อยา่ ง เช่น การรักร่วมเพศ, การร่วมเพศกบั สัตว์ และการร่วมเพศกบั คนทีเป็นญาติพีนอ้ งกนั เอง
(4) การลามก: คาํ ทีแปลเช่นนนั (อาเซ็ลเกะเอีย) มกั เชือมโยงกบั สิงทีจบั ตอ้ งไม่ไดม้ ากกวา่ สิงที
จบั ตอ้ งได้ มนั คือความคิดทีสกปรกและเปี ยมดว้ ยตณั หา, ตณั หาทีไม่ถูกควบคุมไว้ และการมเี พศ
สมั พนั ธ์ทีไม่บริสุทธิ การงานของเนือหนงั ทงั สีอยา่ งอนั สกปรกเกียวขอ้ งกบั เรืองทางเพศทงั สิน
พวกมนั คือแก่นแทข้ องการผดิ ศีลธรรม ถงึ แมว้ า่ พวกมนั จะนาํ ความสุขแค่ชวั ขณะมาให้ แต่
สุดทา้ ยแลว้ พวกมนั กน็ าํ ความยงุ่ ยากมาให้
กท 5:20 การนับถอื รูปเคารพ การนับถอื พ่อมดหมอผี การเป็ นศัตรูกนั การววิ าท
กนั การริษยากนั การโกรธกนั การทุ่มเถยี งกนั การใฝ่ สูง การแตกก๊กกนั (5) การนับถือรูปเคารพ:
นีหมายถึงอะไรกต็ ามทีมาคนั กลางระหวา่ งมนุษยก์ บั พระเจา้ ไม่วา่ จะเป็นรูปเคารพทีจบั ตอ้ งได้
หรือสิงต่างๆทีซบั ซอ้ นในชีวติ ทีเราใหค้ วามสาํ คญั มากกวา่ พระเจา้ (6) การนับถอื พ่อมดหมอผี:
คาํ ทีแปลเช่นนนั (ฟารมาเคะเอีย) หมายถึงการเล่นของหรือการใชไ้ สยศาสตร์ อยา่ งไรกต็ าม มนั
เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ pharmacy (เภสชั กรรม) ในโลกสมยั โบราณ ยาเสพยต์ ิดหรือยาที
ทาํ ใหเ้ กิดอาการประสาทหลอนถกู ใชบ้ ่อยๆเพือเป็นส่วนหนึงของการทาํ คุณไสยและการเล่น
ของ
คราวนีเปาโลเปลียนจากการงานของเนือหนงั ทีชดั เจนกวา่ ไปสู่การงานทีซบั ซอ้ นกวา่
บา้ ง (7) การเป็ นศัตรูกนั : รากคาํ ของคาํ ทีแปลเช่นนี (เอค็ ธรา) คือ ความเป็นปฏิปักษต์ ่อกนั และ
กนั สิงนีกลายเป็นความบาปทีปรากฏชดั เจนยงิ กวา่ ความบาปต่างๆทีเอ่ยไปแลว้ ทนั ที (8) การ
ววิ าทกนั : คาํ ทีแปลเช่นนนั (เอะริส) หมายถึงการทะเลาะเบาะแวง้ กนั หรือการก่อใหเ้ กิดการ
ทะเลาะววิ าท การแสดงออกของความบาปชนิดนีคือ การชอบโตเ้ ถียงหรือการชอบหาเรือง (9)
การริษยากนั : คาํ ทีแปลเช่นนนั (เซลอส) เป็นทีมาของคาํ ภาษาองั กฤษ zealous และ jealous
อยา่ งไรกต็ ามความหมายของคาํ นีในภาษากรีกมีลกั ษณะเป็นแง่ลบมากกวา่ ความหมายกค็ ือ การ
อิจฉา ริษยา และมีใจขมขืน บางทีความหมายทีสาํ คญั กวา่ คือ การมีใจขมขืนต่อกนั และกนั (10)
การโกรธกนั : คาํ ทีแปลเช่นนนั (ธูมอส) หมายถงึ การมีอารมณ์เสีย หรือความโกรธทีพลุ่งขึนมา
(11) การทุ่มเถยี งกนั : คาํ ๆนี (เอะริเธะเอีย) หมายถึง การโตเ้ ถียงกนั มนั มคี วามหมายตรงตวั วา่
ความร้ายกาจในการหาเสียงทางการเมืองและวธิ ีสกปรกต่างๆของมนั อยา่ งไรกต็ าม ความหมาย
โดยทวั ไปคือ ใจทีร้ายกาจ (12) การใฝ่ สูง: ถึงแมว้ า่ เราอาจคิดวา่ คาํ นีเกียวขอ้ งกบั การก่อการกบฏ
หรือการก่ออาชญากรรมต่อรัฐ แต่คาํ ๆนีมีความหมายกวา้ งกวา่ นนั คาํ ทีแปลเช่นนนั (ดิคอสตา
เซีย) มีความหมายตรงตวั วา่ การสร้างความแตกแยกหรือการไม่ลงรอยกนั แน่นอนทีนีเป็นส่วน
หนึงของปัญหาทีเกิดขึนในคริสตจกั รบางแห่งในแควน้ กาลาเทีย (13) การแตกก๊กกนั : บางคนคิด
วา่ เปาโลกาํ ลงั หมายถึง ความผดิ พลาดในดา้ นหลกั คาํ สอน ถึงแมว้ า่ คาํ ภาษาองั กฤษ (heresy) ได้
กลายมามีความหมายเช่นนนั แต่คาํ ภาษากรีก (ไฮเระซิส) มีความหมายกวา้ งกวา่ นนั มนั มคี วาม
หมายวา่ การถือความเห็นของตนเป็นใหญ่, ความดือดึง หรือหวั แขง็ มนั เกียวขอ้ งอยา่ งใกลช้ ิด
กบั ความเยอ่ หยงิ
การงานของเนือหนงั ทงั หกประการนีเป็นรากเหงา้ ของปัญหาชีวติ สมรสมากมายรวมถึง
ปัญหาในคริสตจกั รดว้ ย การงานเหล่านีกเ็ หมอื นกบั ความบาปทางเพศทีไดก้ ล่าวไปแลว้ เป็น
ความบาปทีเนน้ ตวั เองเป็นหลกั และแสดงถึงความเห็นแก่ตวั ตวั เราเองเป็นรากเหงา้ ของเนือหนงั
แน่นอนทีความบาปเหล่านีแพร่หลายในหมู่คริสเตียนมากกวา่ ความบาปทางเพศทีไดบ้ รรยายไป
แลว้ ดา้ นบน
กท 5:21 การอจิ ฉากนั การฆาตกรรม การเมาเหล้า การเล่นเป็ นพาลเกเร และกา
รอนื ๆในทาํ นองนีอกี เหมอื นทขี ้าพเจ้าได้เตอื นท่านมาก่อน บดั นีข้าพเจ้าขอเตือนท่านเหมอื นกบั
ทเี คยเตือนมาแล้วว่า คนทปี ระพฤติเช่นนันจะไม่ได้รับอาณาจักรของพระเจ้าเป็ นมรดก
(14) การอจิ ฉากนั : ความหมายของคาํ ๆนีในภาษากรีกเหมือนกบั ในภาษาองั กฤษ (15)
การฆาตกรรม: คาํ ๆนีไม่ตอ้ งอธิบายอะไรเพมิ เติม (16) การเมาเหล้า: คาํ ทีแปลเช่นนนั (เมะเธ)
อาจมีความหมายวา่ อาการมึนเมาทวั ๆไปกไ็ ด้ สาํ หรับคนเหล่านนั ทียอมรับการดืมเพือเขา้ สังคม
สาํ หรับคริสเตียน อาการมนึ เมาไม่วา่ จะมากหรือนอ้ ยขนาดไหนกต็ ามถูกเรียกวา่ การงานของ
เนือหนงั ในทีนี (17) การเล่นเป็ นพาลเกเร: คาํ ทีแปลเช่นนนั (โคมอส) มคี วามหมายวา่ การเลียง
เอิกเกริกหรือการสาํ มะเลเทเมา มนั หมายถึง ความบนั เทิง และการเลียงสนุกสนานทีแพร่หลาย
ในหมู่ชาวโลกสมยั นี
อคั รสาวกเปาโลปิ ดทา้ ยรายการทีโสมมนีเกียวกบั เนือหนงั ดว้ ยคาํ เตือนทีทาํ ใหต้ าสวา่ ง
“และการอืนๆในทาํ นองนีอีก เหมือนทีขา้ พเจา้ ไดเ้ ตือนท่านมาก่อน บดั นีขา้ พเจา้ ขอเตือนท่าน
เหมือนกบั ทีเคยเตือนมาแลว้ วา่ คนทีประพฤติเช่นนนั จะไม่ไดร้ ับอาณาจกั รของพระเจา้ เป็น
มรดก” กญุ แจทีช่วยใหเ้ ราเขา้ ใจคาํ พดู นีถกู พบในคาํ ทีแปลวา่ รับ...เป็ นมรดก (คเลรอนอเมะโอ)
ความหมายกค็ ือการรบั มรดก เปาโลไม่ได้กาํ ลงั พดู วา่ คริสเตียนทีทาํ ความบาปอนั ใดอนั หนึงใน
ความบาปทงั สิบเจด็ อยา่ งนี (ก) ไม่รอด หรือ (ข) จะสูญเสียความรอดของตนไป สิงทีท่านกาํ ลงั
กล่าวกค็ อื วา่ ความบาปในชีวติ ของคริสเตียนอาจทาํ ใหเ้ ราสูญเสียมรดกบางอยา่ งในสวรรคท์ ีเรา
น่าจะไดร้ บั ไปเสีย
พระคมั ภีร์ใหม่กล่าวชดั เจนถึงบาํ เหน็จและมรดกในสวรรค์ ประเดน็ ของเปาโลกค็ ือวา่
ความบาปของเนือหนงั อาจทาํ ใหเ้ ราอดไดบ้ าํ เหน็จดงั กล่าว การดาํ เนินชีวติ ตามเนือหนงั จะทาํ ให้
เราสูญเสียบาํ เหน็จทีเราควรจะไดใ้ นสง่าราศีไป บางคนรีบด่วนสรุปวา่ คนทีมีความผดิ ในเรือง
ความบาปทีน่าสะอิดสะเอียนเหล่านีคงไม่รอดแน่ๆหรือไม่กจ็ ะสูญเสียความรอดของตนไป
อยา่ งไรกต็ าม เราตอ้ งไม่ลืมวา่ รายการเดียวกนั นียงั รวมถึงความบาปอืนๆดว้ ยเช่น การขี
โมโห, ความดือดึง และความอิจฉา ทงั หมดนีรวมเป็นกอ้ นเดียวกนั เนือหนงั และการงานต่างๆ
ของมนั น่าเกลียดจริงๆ การงานเหล่านีจะไม่เพียงทาํ ลายความสงบของชีวติ คริสเตียนเท่านนั แต่
ยงั จะทาํ ใหม้ รดกในอาณาจกั รของพระเจา้ ทีจะมาตกอยใู่ นภาวะเสียงดว้ ย
กท 5:22-23 ฝ่ ายผลของพระวญิ ญาณนันคอื ความรัก ความปลาบปลมื ใจ สันติสุข
ความอดกลนั ใจ ความปรานี ความดี ความเชือ 23 ความสุภาพอ่อนน้อม การรู้จักบงั คบั ตน เรือง
อย่างนีไม่มพี ระราชบญั ญัติห้ามไว้เลย
ในทางตรงกนั ขา้ ม อคั รสาวกเปาโลเปรียบเทียบความแตกต่างอนั ชดั เจนระหวา่ งผลอนั ดี
งามของธรรมชาติใหม่ (จิตวญิ ญาณซึงถูกสร้างโดยพระวญิ ญาณบริสุทธิผสู้ ถิตอยภู่ ายใน) ขณะที
ความบาปของเนือหนงั ถูกเรียกวา่ การงาน ผลลพั ธ์ทีตามมาของการดาํ เนินชีวติ ตามธรรมชาติ
ใหม่กถ็ ูกเรียกวา่ ผล มนั เป็นอะไรทีเติบโตขณะทีธรรมชาตใิ หม่ก่อตวั ขึน นอกจากนีผลของพระ
วญิ ญาณกถ็ ูกเรียกในรูปเอกพจน์ไม่ใช่พหูพจน์ มนั อาจเปรียบไดก้ บั พวงผลไมท้ ีหวานอร่อยซึง
เติบโตมาดว้ ยกนั (บางคนกเ็ ปรียบว่ามนั เป็นเหมือนกบั ผลไมแ้ สนอร่อยหลากหลายแบบซึงโต
บนตน้ ไมแ้ ห่งชีวติ คริสเตียน อยา่ งไรกต็ าม การทีเปาโลใชค้ าํ นีในรูปเอกพจนก์ ข็ ดั แยง้ กบั การ
ตีความดงั กล่าวและสอดคลอ้ งกบั เรืองผลไมพ้ วงหนึงมากกวา่ ) สิงต่อไปนีถูกรวมอยใู่ นพวงผล
ไมฝ้ ่ ายวญิ ญาณแสนอร่อยนี
(1) ความรัก: คาํ ทีแปลเช่นนีคือ อากาเป และหมายถึงความรักฝ่ ายวญิ ญาณในรูปแบบที
สูงทีสุดซึงไม่เห็นแก่ตวั มนั คอื การเสียสละตนเองเพอื คนอืน นีตรงขา้ มกบั การงานทังหมดของ
เนือหนงั ซึงมีลกั ษณะทีเห็นแก่ตวั (2) ความปลาบปลมื ใจ: คาํ ทีแปลเช่นนนั (คารา) หมายถึงความ
ชืนชมยนิ ดีทีมีอยเู่ งียบๆลึกๆภายใน มนั เป็นเหมอื นกบั นาํ เยน็ ทีนิงสงบของบ่อนาํ ลึกมากกวา่ นาํ ที
พุ่งเป็นฟองปุดๆของหว้ ยตืนๆ (3) สันตสิ ุข: คาํ ทีแปลเช่นนนั (เอะอิเรเน) หมายถึงความนิงสงบ
ของจิตวญิ ญาณ ซึงมอี าํ นาจควบคุมความกระวนกระวายใจ, ความโกรธ และความอยาก มนั เป็น
สิงทีมาก่อนความสุข
(4) ความอดกลนั ใจ: คาํ ทีแปลเช่นนนั (มาครอธูเมีย) หมายถึงความอดทน, การหกั หา้ มใจ
และความชา้ ในการแกแ้ คน้ (5) ความปรานี: คาํ ทีแปลเช่นนนั (เครสตอเตส) มีความหมายในแง่
บวกทีกินความกวา้ งขวาง ในแง่หนึงมนั อาจหมายถึงความสุจริตใจและความดีงามดา้ นศีลธรรม
และในอีกแง่หนึงมนั อาจหมายถึงการมีใจอ่อนโยนและความเมตตากรุณา ความหมายแบบหลงั
น่าจะตรงกบั ตรงนีมากกวา่ (6) ความดี: คาํ ทีแปลเช่นนนั (อากาโธซูเน) คือแก่นแทข้ องความดี
งามและความชอบธรรม มนั หมายถึงคนทีดีในความหมายสูงสุดของคาํ ๆนี มีอปุ นิสยั ไม่กีอยา่ งที
สูงส่งไปกวา่ การถกู เรียกวา่ ‘ดี’ ตามความหมายนี
(7) ความเชือ: คาํ ทีแปลเช่นนนั (พิสติส) เป็นคาํ ทีมกั หมายถึงความเชือ แต่ตรงนีอาจมี
ความหมายวา่ ‘ความสตั ยซ์ ือ’ ดว้ ยกไ็ ด้ ความหมายน่าจะใช่การแสดงออกมาของความเชือ
มากกวา่ จะเป็นแค่หลกั การของความเชือ (8) ความสุภาพอ่อนน้อม: นีเป็นคาํ ทีถกู เขา้ ใจผดิ มาก
ทีสุดคาํ หนึงในพระคมั ภีร์ คาํ ทีแปลเช่นนนั (พราออเทส) มีความหมายตรงตวั วา่ สงบ ใจเยน็ และ
ไม่หวนั ไหวง่ายๆ มนั บ่งบอกถึงการมีวนิ ยั ในการแสดงอารมณ์ มนั จึงก่อใหเ้ กิดการมีกิริยาสุภาพ
และใจเยน็ อยา่ งไรกต็ าม ใจความสาํ คญั กค็ ือ การรู้จกั ควบคุมอารมณ์และทศั นคติของตน
มากกวา่ ทีจะเป็นความสงบเสงียมซึงเป็นผลทีตามมา
(9) การรู้จักบังคบั ตน: คาํ สุดทา้ ยนีแปลมาจากคาํ กรีก (เอก็ คราเทะเอีย) และหมายถึงการ
มีวนิ ยั ในตนเองในทุกดา้ นของชีวติ กล่าวในแง่ปรัชญาแลว้ การมีวนิ ยั ในตนเองเป็นผลทีแตก
ออกมาจากหลกั การเรืองความชอบธรรม นนั คือ การบงั คบั ตวั เองใหท้ าํ สิงทีถูกตอ้ ง
พวงผลของจิตวญิ ญาณทงั เกา้ ประการนี กเ็ หมือนการงานของเนือหนงั คือเป็นสิงทีเรา
พบเห็นเป็นปกติ แน่นอนทีเราสามารถใส่คุณธรรมอืนๆเขา้ ไปในรายการนีไดอ้ กี ดู เอเฟซสั 5:9
อยา่ งไรกต็ าม จุดประสงคข์ องเปาโลกค็ ือ การเปรียบเทียบความแตกต่างระหวา่ งธรรมชาติเก่าที
น่าเกลียดกบั ธรรมชาติใหม่ทีดีงามและมีค่ายงิ เป็นความจริงทีเรืองอย่างนไี ม่มพี ระราชบัญญตั ิ
ห้ามไว้เลย ไม่มีผคู้ รอบครอง รัฐบาล หรือพระราชบญั ญตั ิของโมเสสทีกล่าววา่ คุณธรรมเหล่านี
เป็นสิงทีผดิ เลย
กท 5:24 ขณะทีท่านกาํ ลงั จะปิ ดทา้ ยเนือหาตอนนี เปาโลกพ็ ดู ถึงการปฏิบตั ิที
แสดงออกถึงผลทีวา่ นี ผู้ทเี ป็ นของพระคริสต์ได้เอาเนือหนังกบั ความอยากและราคะตณั หาของ
เนือหนังตรึงไว้ทกี างเขนเสียแล้ว มีหลายคาํ ทีช่วยใหเ้ ราเห็นอะไรหลายอยา่ ง คาํ กริยาทีแปลวา่
ได้...ตรึงไว้แล้ว (สเตารอโอ) อยใู่ นรูปปัจจุบนั ประธานเป็นผกู้ ระทาํ และไม่ไดอ้ ยใู่ นกาล
สมบรู ณ์ ประธานเป็นผถู้ กู กระทาํ เหมือนอยา่ งทีฉบบั แปลภาษาองั กฤษสือ คาํ ทีแปลวา่ ความ
อยาก (พาเธะมา) หมายถงึ ‘ความรู้สึกต่างๆ’ ของเรา แน่นอนทีคาํ ทีแปลวา่ ราคะตณั หา (เอะพิธู
เมีย) เป็นคาํ พนื ฐานทีหมายถึง ‘ความอยาก’, ‘ความชอบ’ และ ‘ความปรารถนา’ ต่างๆของ
ธรรมชาติเก่า ประโยคนีจึงแปลใหม่ไดว้ า่ ‘และคนเหล่านนั ทีเป็นของพระคริสตก์ ต็ รึงเนือหนงั
พร้อมกบั ความรู้สึกและความอยากต่างๆของมนั ’ ผลทีตามมาของการทาํ เช่นนีกล็ ึกซึงจริงๆ
ในฐานะคริสเตียน เราตอ้ งตรึงเนือหนงั ของเราใหบ้ ่อยเท่าทีจาํ เป็น เราควรเขา้ ใจวา่
ธรรมชาติเก่าของเราทาํ งานบนเกณฑข์ องสิงทีมนั รู้สึกหรือสิงทีมนั อยาก มีการตดั สินใจกีอยา่ ง
ในชีวติ ทีเราอิงกบั เกณฑน์ ี ในทางกลบั กนั ธรรมชาติใหม่ทาํ งานบนเกณฑข์ องความชอบธรรม
และความบริสุทธิ (เอเฟซสั 4:24) นนั คือ มนั ทาํ การตดั สินใจโดยอิงตามสิงทีถูกตอ้ งหรือทีพอ
พระทยั พระเจา้ ช่างเป็นความแตกต่างจริงๆ!
เนือหนงั วงิ พล่านทาํ ตามทีมนั รู้สึกอยากทาํ และก่อใหเ้ กิดการงานของเนือหนงั ทีน่า
เกลียด ส่วนธรรมชาติใหม่ฝ่ ายวญิ ญาณตดั สินใจโดยอิงตามความชอบธรรมและความบริสุทธิ
และก่อใหเ้ กิดผลอนั หอมหวานของจิตวญิ ญาณ กญุ แจสาํ คญั คือ การตรึงเนือหนงั เพอื ทีเราจะ
ดาํ เนินตามจิตวญิ ญาณได้ มนั คือการตดั สินใจทีจะไม่ใชช้ ีวติ ตามความรู้สึกหรือความอยากต่างๆ
กญุ แจทีไขสู่ชีวติ คริสเตียนอยตู่ รงนีเอง
กท 5:25 วกกลบั มาพดู ถึงความขดั แยง้ และการทะเลาะววิ าทในคริสตจกั รต่างๆ
ของแควน้ กาลาเทีย เปาโลตกั เตือนวา่ ถ้าเรามชี ีวติ อยู่โดยพระวญิ ญาณ กจ็ งดาํ เนินชีวติ ตามพระ
วญิ ญาณด้วย ความหมายนนั ชดั เจน ถา้ เรามีชีวติ อยใู่ นธรรมชาติใหม่แลว้ กจ็ งดาํ เนินชีวติ ใน
ธรรมชาติใหม่นนั มนั เหมือนเสือทีกาํ ลงั แขวนอยใู่ นตูเ้ สือผา้ แห่งหวั ใจของเรา จงหยบิ มนั มา
สวมและดาํ เนินชีวติ ในธรรมชาติใหม่นนั เสีย
กท 5:26 ประเดน็ นีถูกประยกุ ตใ์ ชก้ บั ความแตกแยกซึงไดเ้ กิดขึนในคริสตจกั รทงั
หลายแห่งแควน้ กาลาเทียเกียวกบั การถกเถียงกนั ดว้ ยเรืองศาสนายดู าย เราอย่าถือตวั อย่ายวั โทสะ
กนั และอย่าอจิ ฉาริษยากนั เลย เพราะความแตกแยกดว้ ยเรืองหลกั คาํ สอน การทาํ ตามเนือหนงั จึง
แพร่กระจายพร้อมกบั ความเยอ่ หยงิ ความดือรัน และการยวั ยซุ ึงกนั และกนั
ประเดน็ ของเปาโลกค็ ือ จงตรึงสิงต่างๆเหล่านีเสีย เห็นไดช้ ดั วา่ สิงเหล่านีเป็นมาจากเนือ
หนงั คนเหล่านนั ทีอยฝู่ ่ ายทีกาํ ลงั ไดแ้ ตม้ ต่อในการโตเ้ ถียงกนั นีอาจถูกทดลองใหเ้ กิดความหยงิ
จองหอง ส่วนคนทีกาํ ลงั อยฝู่ ่ ายทีกาํ ลงั เสียคะแนนกอ็ าจถกู ลองใจใหเ้ กิดความรู้สึกขมขืน เห็นได้
ชดั วา่ โอกาสทีต่างฝ่ ายจะยวั ยซุ ึงกนั และกนั นนั เยอะจริงๆ เปาโลจึงหนุนใจพวกเขาใหเ้ อาการงาน
เหล่านีไปใหพ้ น้ ๆและตรึงมนั เสียทีกางเขน
*****
ภาพรวมของกาลาเทยี 6: บทสุดท้ายนีเปลียนจากคาํ สังในทางปฏิบตั ิในบททีแล้วมาเป็น
แง่มมุ ต่างๆทีเกียวข้องกนั ของการดาํ เนินชีวิตคริสเตียน มนั จึงนาํ เสนอความเห็นทิงท้ายของ
เปาโล
กท 6:1 หลงั จากไดน้ าํ เสนอหลกั การเกียวกบั การดาํ เนินตามพระวญิ ญาณแทนที
จะสนองตณั หาของเนือหนงั ในบททีแลว้ อคั รสาวกเปาโลกเ็ ปลียนมาพดู ถึงเรืองในทางปฏิบตั ิ
มากขึน ท่านไดบ้ อกเป็นนยั ไปแลว้ ถงึ ความขดั แยง้ ในหม่พู ีนอ้ งชาวแควน้ กาลาเทีย ซึงอาจโต้
เถียงกนั ดว้ ยเรืองหลกั คาํ สอน ในการกล่าวถึงการงานทวั ไปของเนือหนงั ท่านไดเ้ นน้ ยาํ ความ
บาปต่างๆทีเกียวขอ้ งกบั จิตวญิ ญาณมากกวา่ เช่น ความขมขืน, การโตเ้ ถียงกนั , ความโกรธ,
ความดือรัน และความเกลียดชงั
เมือทิงความคิดทีน่าเกลียดเหล่านนั ไวข้ า้ งหลงั เปาโลจึงตกั เตือนพวกเขาวา่ พนี ้องทงั
หลาย ถ้าผู้ใดถูกครอบงําอยู่ในความผดิ บาป ท่านซึงอยู่ฝ่ ายพระวญิ ญาณ จงช่วยผู้นันด้วยใจอ่อน
สุภาพให้เขากลบั ตังตวั ใหม่ ความผดิ บาปทีถกู พดู ถึงนีอาจไม่ใช่แค่เรืองหลกั คาํ สอนเท่านนั แต่
อาจเป็นความขมขืนทีเกิดขึนเพราะเรืองนีดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ ความผดิ บาป (พารัพโตมา) มีความ
หมายวา่ ‘การล่วงละเมิด’, ‘ความบาป’, ‘การกระทาํ ผดิ ’ หรือ ‘การกระทาํ ทีไม่ดี’
เมือพีนอ้ งตกอยใู่ นความบาปดงั กล่าว พนี อ้ งทีอยฝู่ ่ ายพระวญิ ญาณกม็ หี นา้ ทใี นการช่วย
พวกเขาใหต้ งั ตวั ใหม่ นีไม่ใช่เรืองบงั เอิญทีเปาโลใชค้ าํ วา่ ฝ่ ายพระวิญญาณ ท่านยอ่ มกาํ ลงั หมาย
ถึงคนเหล่านนั ทีดาํ เนินตามจิตวญิ ญาณดงั ทีไดบ้ รรยายไปแลว้ คนทีถกู ครอบงาํ อยใู่ นความผดิ
บาปกาํ ลงั ดาํ เนินตามเนือหนงั อยา่ งเห็นไดช้ ดั
หนา้ ทีของคริสเตียนคือ การไม่ประณามหรือวพิ ากษว์ จิ ารณ์พนี อ้ งทีหลงผดิ แต่เป็นการ
ช่วยให้เขากลับตงั ตัวใหม่ (คาํ นีอยใู่ นรูปคาํ สงั “จงช่วยผนู้ นั ...ใหเ้ ขากลบั ตงั ตวั ใหม่”) นอกจากนี
เรายงั ถูกสังใหท้ าํ เช่นนนั “ดว้ ยใจอ่อนสุภาพ” ดว้ ย คาํ ทีแปลวา่ ใจอ่อนสุภาพ (พราออเทส) เป็น
คาํ ทีมกั ถกู เขา้ ใจผดิ บ่อยๆ คาํ นีถกู เขา้ ใจวา่ หมายถึง ความเหนียมอายหรือความถ่อมใจ แต่คาํ นี
หมายถงึ การโตต้ อบอยา่ งสุขมุ โดยมีวนิ ยั ในการแสดงอารมณ์มากกวา่ ในทางปฏิบตั ิกค็ ือ การ
ควบคุมลินของเรา ทศั นคติของเรา หรือปฏิกิริยาของเรา โดยคดิ ถงึ ตวั เอง เกรงว่าท่านจะถูกชักจูง
ให้หลงไปด้วย เมือพจิ ารณาถึงรูปแบบต่างๆของการทาํ ตามเนือหนงั ซึงไดส้ าธยายไปแลว้ ในบท
ก่อน (การควบคุมอารมณ์ไม่อย,ู่ ความขมขืน, การชอบโตเ้ ถียง ฯลฯ) เปาโลกเ็ ตือนพวกเขาเกรง
วา่ ‘คนทีอยฝู่ ่ ายจิตวญิ ญาณ’ อาจตกอยใู่ นความบาปแบบเดียวกนั ได้
กท 6:2 คราวนีเปาโลเปลียนไปพดู ถึงคาํ สงั อีกเรือง จงช่วยรับภาระของกนั และ
กนั ท่านจงึ จะทาํ ให้พระราชบญั ญตั ิของพระคริสต์สําเร็จ เราถกู กาํ ชบั ใหร้ ่วมแบ่งเบาภาระของพี
นอ้ งคนอืนๆ: ร้องไหเ้ มือพวกเขาร้องไหแ้ ละชืนชมยนิ ดีเมือพวกเขาชืนชมยนิ ดี (โรม 12:15)
พระราชบญั ญตั ิของพระคริสตท์ ีถกู พดู ถึงนีน่าจะถูกพบใน 5:14 “ท่านจงรักเพอื นบา้ นเหมือนรัก
ตวั เอง” องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ของเราตรัสถึงแก่นแทข้ องเรืองนีหลายครังดว้ ยกนั ดู ยอห์น 13:34-35,
ยอห์น 15:12,17 ความรักแบบอากาเปดงั กล่าวจะเอาชนะการทะเลาะววิ าทตามเนือหนงั ได้
กท 6:3 เปาโลจึงพดู ถึงปัญหาหนึงทีเกียวขอ้ งกนั โดยตรง นนั คือ ความเยอ่ หยงิ
เพราะว่าถ้าผู้ใดถอื ตวั ว่าเป็ นคนสําคญั ทงั ๆทเี ขาไม่สําคญั อะไรเลย ผู้นันกห็ ลอกตัวเอง ผู้
พยากรณ์โอบาดียก์ ล่าวไวน้ านแลว้ วา่ “ความเห่อเหิมแห่งใจของเจา้ ไดล้ ่อลวงเจา้ เอง” (โอบาดีย์
1:3) ความเยอ่ หยงิ ตามเนือหนงั เป็นรากเหงา้ ของการทะเลาะเบาะแวง้ ส่วนใหญ่ นอกจากนีมนั ยงั
เป็นการหลอกลวงตวั เองดว้ ย เมือความเยอ่ หยงิ เขา้ ครอบงาํ เรากค็ ิดวา่ เราสมควรไดร้ ับการ
ยอมรับมากกวา่ ทีเราไดร้ ับ มนั หลอกลวงเรา ความเยอ่ หยงิ เป็นบ่อเกิดของการทาํ ตามเนือหนงั
กท 6:4 คาํ กาํ ชบั ของเปาโลซึงไดร้ ับการดลใจจากพระเจา้ ตรงนีกค็ ือ แต่ให้ทุกคน
สํารวจกจิ การของตนเองจึงจะมอี ะไรๆทจี ะอวดได้ในตนเองผู้เดยี ว ไม่ใช่เปรียบกบั ผู้อนื คาํ ที
แปลวา่ สํารวจ (ดอคิมดั โซ) มีความหมายวา่ ‘ทดสอบ’ หรือ ‘ตรวจสอบ’ ความหมายตามตวั
อกั ษรกค็ ือวา่ หลงั จากไดท้ ดสอบความสาํ เร็จต่างๆของเราเองแลว้ เรากอ็ าจมีเหตุทีจะอวดไดใ้ น
กิจการงานของเราเองและไม่อิจฉาคนอืน หากเราจะหยดุ สกั นิดเพือวจิ ารณ์ตวั เองอยา่ งซือตรง
เรากม็ กั จะวจิ ารณ์คนอืนนอ้ ยลง ถึงแมไ้ ม่ไดก้ ล่าวตรงๆ แต่เปาโลกส็ อนเกือบเหมือนกบั คาํ อุปมา
ของพระเยซูเรืองผงในตาของอีกคน (มทั ธิว 7:3)
กท 6:5 อคั รสาวกเปาโลปิ ดทา้ ยเนือหาส่วนนีดว้ ยความเห็นทีวา่ เพราะว่าทุกคน
ต้องแบกภาระของตนเอง คาํ พดู นีไม่ไดข้ ดั แยง้ กบั ขอ้ 2 แต่ส่งเสริมกนั และสรุปความคิดทีสาํ คญั
ยงิ กวา่ เราทุกคนจะแบกปัญหาต่างๆของเราเอง นีเป็นความจริงอยา่ งหนึงของชีวติ ประเดน็ ที
สาํ คญั กวา่ ทีเปาโลตอ้ งการจะบอกนนั เริมตน้ ในขอ้ 2 จงช่วยผอู้ ืนแบกภาระของพวกเขา เรา
แต่ละคนแบกภาระของตวั เอง จงเตม็ ใจช่วยผอู้ ืนแบกภาระของพวกเขา
กท 6:6 อคั รสาวกเปาโลเปลียนไปพดู ถึงอีกเรืองทีสาํ คญั ส่วนผู้ทรี ับคาํ สอนใน
พระวจนะแล้ว จงแบ่งสิงทดี ที ุกอย่างให้แก่ผู้ทสี อนตนเถดิ คาํ สาํ คญั คือ คาํ ทีแปลวา่ แบ่ง (คอย
โนเนะโอ) นนั มีความหมายในบริบทนีวา่ ‘แบ่งปัน’ หรือ ‘แจกจ่าย’ ประเดน็ ทีสาํ คญั กวา่ ของ
เปาโลกค็ ือวา่ คนทีไดร้ ับคาํ สอนฝ่ ายวญิ ญาณควรแบ่งปันแก่ผทู้ ีสอนเขา ความหมายตรงนี
สอดคลอ้ งกบั 1 โครินธ์ 9:14 ทีท่านเขียนวา่ “ทาํ นองเดียวกนั องคพ์ ระผเู้ ป็นเจา้ ไดท้ รงบญั ชาไว้
วา่ คนทีประกาศข่าวประเสริฐควรไดร้ ับการเลียงชีพดว้ ยข่าวประเสริฐนนั ” เห็นไดช้ ดั วา่ เปาโล
ไม่ไดใ้ ชค้ าํ กาํ ชบั นี (ซึงอยใู่ นรูปของคาํ สงั ) กบั ตวั ท่านเอง อยา่ งไรกต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ คริสตจกั ร
บางแห่งในแควน้ กาลาเทียอ่อนแอในเรืองนี พระเจา้ ไดท้ รงกาํ หนดไวว้ า่ คนเหล่านนั ทีพระองค์
ไดท้ รงเรียกใหป้ ระกาศข่าวประเสริฐควรไดร้ ับการสนบั สนุนทางการเงินจากคนเหล่านนั ทีได้
รับพระพรนนั หรือกล่าวตรงๆกค็ ือ คริสตจกั รควรจ่ายเงินเดือนใหแ้ ก่ศิษยาภิบาลของตน
กท 6:7-8 อคั รสาวกเปาโลเปลียนไปยงั เรืองปิ ดทา้ ยอีกเรือง อย่าหลงเลย ท่านจะ
หลอกลวงพระเจ้าไม่ได้ ตอนแรกท่านเตือนเกียวกบั การหลอกตวั เองวา่ คนเราสามารถทาํ บาป
แลว้ ลอยนวลได้ อยา่ งไรกต็ าม เราจะหลอกลวงพระเจา้ ไม่ไดเ้ ลย จากนนั เปาโลกพ็ ดู ถึงความจริง
อีกประการเกียวกบั ธรรมชาติ เพราะว่าผู้ใดหว่านอะไรลง กจ็ ะเกยี วเกบ็ สิงนัน เมือคนหนึงปลกู
ขา้ วโพด เขากจ็ ะไดข้ า้ วโพด ถา้ เขาปลกู แครอท เขากจ็ ะไดแ้ ครอท นีเป็นความจริงในตวั มนั เอง
อยแู่ ลว้ เรืองฝ่ ายวญิ ญาณกเ็ หมือนกนั ถงึ แมว้ า่ เราอาจหลอกตวั เองวา่ เราสามารถทาํ บาปบางอยา่ ง
และลอยนวลไปได้ แต่เราจะหลอกพระเจา้ ไม่ไดเ้ ลย เราจะเกียวสิงทีเราหวา่ น (และเราจะเกียวได้
มากกวา่ ทีเราหวา่ นเสมอ) ดู โยบ 4:8, 2 โครินธ์ 9:6 และมทั ธิว 7:16
8 โดยเฉพาะอยา่ งยงิ ผู้ทหี ว่านในย่านเนือหนงั ของตน กจ็ ะเกยี วเกบ็ ความเปื อยเน่าจาก
เนือหนังนัน แต่ผู้ทหี ว่านในย่านพระวญิ ญาณ กจ็ ะเกยี วเกบ็ ชีวติ นิรันดร์จากพระวญิ ญาณนัน
เมือพิจารณาบริบทก่อนหนา้ ใน 5:17-26 เปาโลกน็ ่าจะหมายถึงการต่อสู้กนั ระหวา่ งธรรมชาติเก่า
กบั ธรรมชาติใหม่ การหวา่ นการงานใดๆกต็ ามทีเปื อยเน่าของเนือหนงั ตามทีบอกไวใ้ น 5:19-21
จะออกผลเป็นความเปื อยเน่าอยา่ งแน่นอน ไม่วา่ ความบาปนนั จะเป็นอะไรกต็ ามในรายการนนั
ถึงแมจ้ ะทาํ ใหเ้ กิดความพงึ พอใจทนั ที แต่มนั กจ็ ะนาํ มาซึงผลลพั ธอ์ นั ขมขืนในภายหลงั นีเป็น
ความจริงไม่วา่ จะเป็นความบาปทางเพศ, ความบาปทีก่อใหเ้ กิดการมึนเมา (ความบาปต่างๆของ
ร่างกาย), ทศั นคติทีร้ายกาจ (ความบาปต่างๆของจิตวญิ ญาณ) หรือความบาปในรูปแบบใดกต็ าม
มนั จะก่อใหเ้ กิดความยงุ่ ยาก, ความปวดร้าวของจิตใจ และผลลพั ธ์ทีเปื อยเน่าอยา่ งหลีกเลียงไม่
ไดเ้ ลย
ในทางตรงกนั ขา้ ม การหวา่ นชีวติ ของเราในธรรมชาติใหม่จะนาํ มาซึงผลฝ่ ายวญิ ญาณอนั
หอมหวานซึงจะคงอยไู่ ปชวั นิรันดร์กาล การพดู ถึง “ชีวติ นิรันดร์” น่าจะหมายถึงขอบเขตของผล
ของการเกียวมากกวา่ ทีจะเป็นผลลพั ธ์ของการหวา่ นในสิงต่างๆของพระเจา้ การหวา่ นใน
ธรรมชาติใหม่ ตามทีบรรยายไวใ้ นบทที 5 จะนาํ มาซึงผลอนั หอมหวานไม่ใช่แค่ตอนนีเท่านนั
แต่ตลอดไปดว้ ย ช่างเป็นความแตกต่างจริงๆ ผลของเนือหนงั นนั เปื อยเน่า และไม่มีสิงดีใดๆทีคง
อยยู่ าวนานเลย ผลของจิตวญิ ญาณนนั หอมหวานและคงอยตู่ ลอดไป
กท 6:9 นีนาํ เปาโลไปสู่บทสรุป อย่าให้เราเมอื ยล้าในการทาํ ดี เพราะว่าถ้าเราไม่
ท้อใจแล้ว เรากจ็ ะเกยี วเกบ็ ในเวลาอนั สมควร ความหมายตรงตวั กค็ ือวา่ ‘และอยา่ ใหเ้ ราทอ้ ใจใน
การทาํ ดี เพราะในเวลาของมนั เราจะไดเ้ กบ็ เกียว หากเราไม่ลม้ เลิกไปเสียก่อน’ การทาํ ดีทีวา่ นี
หมายถงึ การหวา่ นในยา่ นจิตวญิ ญาณตามทีเอ่ยถึงในขอ้ ก่อนหนา้ อีกครังทีมนั น่าจะหมายถงึ
ธรรมชาติใหม่ฝ่ ายวญิ ญาณของเรา เมือเราลงทุนชีวติ ของเราในการปรนนิบตั ิพระเยซูคริสต์ โดย
ดาํ เนินตามพระวญิ ญาณ และทาํ สิงทีถูกตอ้ ง เรากจ็ ะเกบ็ เกียวผลอนั ดีของมนั ในเวลาทีเหมาะสม
มนั เป็นกฎฝ่ ายวญิ ญาณทีเป็นจริงพอๆกบั กฎธรรมชาติของการปลูกพชื และการเกบ็ เกียวพชื ผล
อาจเป็นไปไดย้ งิ ทีวา่ อคั รสาวกเปาโลกาํ ลงั จะกลบั ไปจุดทีท่านไดเ้ ริมตน้ ไวเ้ กียวกบั เรือง
นีในขอ้ 5:16 ทีวา่ “แต่ขา้ พเจา้ ขอบอกวา่ จงดาํ เนินชีวติ ตามพระวญิ ญาณและท่านจะไม่สนอง
ความตอ้ งการของเนือหนงั ” การปฏิบตั ิตามคาํ บญั ชานีจะทาํ ใหเ้ ราเกบ็ เกียวผลอนั เป็นพระพร
กท 6:10 ความเห็นสุดทา้ ยของท่านเกียวกบั เรืองนีกค็ ือ เหตุฉะนันเมอื เรามโี อกาส
ให้เราทาํ ดตี ่อคนทงั ปวง และเฉพาะอย่างยงิ ต่อคนทอี ยู่ในครอบครัวของความเชือ ท่านสรุปรวม
เนือหาทงั หมดเกียวกบั การดาํ เนินตามจิตวญิ ญาณ การแบกภาระของกนั และกนั การสนบั สนุนผู้
ทีทาํ งานรับใช้ และการหวา่ นในยา่ นพระวญิ ญาณ เมือมีโอกาส เรากไ็ ดร้ ับคาํ บญั ชาใหท้ าํ ดีต่อ
ใครกต็ ามทีขดั สน แต่นียงิ เป็นจริงสาํ หรับคนเหล่านนั ทีเป็นพีนอ้ งฝ่ ายวญิ ญาณ เมือเราเห็นคนอืน
กาํ ลงั เจอกบั ภาระหนกั ในชีวติ เรากค็ วรกา้ วเขา้ ไปและช่วยพวกเขาแบกภาระนนั โดยเฉพาะอยา่ ง
ยงิ หากพวกเขาเป็นประชากรของพระเจา้ จาํ ไวว้ า่ “จงช่วยรับภาระของกนั และกนั ” (6:2)
กท 6:11 ตอนนีอคั รสาวกผยู้ งิ ใหญ่ท่านนีไดม้ าถึงความเห็นปิ ดทา้ ยของท่านแลว้
ท่านจงสังเกตดูตวั อกั ษรทขี ้าพเจ้าเขยี นถึงท่านด้วยมอื ของข้าพเจ้าเองว่า ตัวโตเพยี งใด เราเชือวา่
เปาโลเป็นโรคเกียวกบั ดวงตา (บางคนคิดวา่ ท่านเป็นโรคตาอกั เสบ) ซึงส่งผลเสียต่อสายตาของ
ท่านอยา่ งมาก ปกติแลว้ ท่านบอกใหค้ นเขียนจดหมายฝากของท่านตามทีท่านบอก (คือ เลขา)
อยา่ งไรกต็ าม ไม่วา่ จะดว้ ยเหตุผลใดกต็ าม เห็นไดช้ ดั วา่ ท่านไม่มีคนคอยช่วยในยามทีท่านรู้สึก
วา่ ตอ้ งเขียนจดหมายฝากฉบบั นี ดงั นนั ท่านจึงเขียนจดหมายฝากฉบบั นีดว้ ยตวั เองและตวั
หนงั สือทีท่านเขียนกม็ ีขนาดใหญ่พอทีตวั ท่านเองจะอ่านไดด้ ว้ ย ท่านอาจตอ้ งการแสดงใหเ้ ห็น
วา่ ท่านเป็นผเู้ ขียนจดหมายฝากฉบบั นีจริงๆ ไม่มีใครอีกแลว้ ทีจะเขียนจดหมายฝากแบบนี
กท 6:12-13 ท่านกลบั ไปพดู ถึงใจความหลกั ของจดหมายฝากฉบบั นีโดยการสรุปยอ่
คนทปี รารถนาได้หน้าตามเนือหนงั เขาบงั คบั ให้ท่านรับพธิ เี ข้าสุหนัต ท่านหมายถึงพวกถือลทั ธิ
ยวิ ทีตอ้ งการบงั คบั ใหผ้ เู้ ชือทีเป็นคนต่างชาติทุกคนเขา้ สุหนตั
คนเหล่านีตอ้ งการเอาใจพวกยวิ โดยการบงั คบั ใหค้ นต่างชาติเขา้ สุหนตั และกลบั ไปหา
พระราชบญั ญตั ิ นีเป็นประเดน็ หลกั ของจดหมายฝากทงั ฉบบั อยา่ งไรกต็ าม แรงจงู ใจของพวก
เขากค็ ือ เพอื เขาจะได้ไม่ถูกข่มเหงเพราะเรืองกางเขนของพระคริสต์เท่านัน นีเป็นวาระซ่อนเร้น
จริงๆ พวกถอื ลทั ธิยวิ เหล่านีตอ้ งการไดร้ ับการยอมรับจากทงั คริสตจกั รและพวกยวิ นอกจากนี
จริงๆแลว้ พวกเขาตอ้ งการหลีกเลียงการถกู ข่มเหงเพราะเรืองกางเขนของพระคริสต์
แรงจงู ใจทีแทจ้ ริงของพวกเขาปรากฏขนึ จนได้ การข่มเหงคริสตจกั รยคุ ตน้ ในตอนนนั
เกิดจากนาํ มือพวกยวิ ลว้ นๆ พวกถือลทั ธิยวิ เหล่านีจึงแค่กาํ ลงั มองหาทางออกแบบง่ายๆ
เปาโลชีใหเ้ ห็นชดั เจนถึงความหนา้ ซือใจคดของพวกถือลทั ธิยวิ 13 ถงึ แม้คนทเี ข้าสุหนัต
แล้วกม็ ไิ ด้ประพฤตติ ามพระราชบัญญตั ิ แต่เขาปรารถนาทจี ะให้ท่านเข้าสุหนัต เพอื เขาจะได้เอา
เนือหนังของท่านไปอวด คนเหล่านีทียนื กรานใหค้ นต่างชาติเขา้ สุหนตั กไ็ ม่ไดร้ ักษาขอ้ บญั ญตั ิ
ครบถว้ น กระนนั พวกเขากบ็ งั คบั ใหผ้ เู้ ชือทีเป็นคนต่างชาติเขา้ สุหนตั เพอื ทีพวกเขาจะอวดไดว้ า่
สามารถทาํ ใหค้ นต่างชาติมาเขา้ รีตได้ (ศาสนายดู ายมีรูปแบบการเขา้ รีตแบบเดียวเท่านนั คือ การ
ใหผ้ ชู้ ายเขา้ พิธีสุหนตั ) แรงจูงใจแบบเนือหนงั อีกเรืองถูกเปิ ดเผยจนได้ การตอ้ งการไดร้ ับการ
ยอมรับจากเพือนของพวกเขาไดก้ ลายเป็นอีกเหตุผลหนึงทีทาํ ใหพ้ วกเขาเอาหลกั คาํ สอนทีชวั ร้าย
มาบงั คบั ใชก้ บั คนอืน
กท 6:14 เมือพิจารณาสิงเหล่านีทงั หมด เปาโลกก็ ล่าวชดั เจนถึงสิงทีเราควรจะอวด
แต่พระเจ้าไม่ทรงโปรดให้ข้าพเจ้าอวดตวั นอกจากเรืองกางเขนของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็ น
เจ้าของเรา ซึงโดยกางเขนนันโลกตรึงไว้แล้วจากข้าพเจ้า และข้าพเจ้ากต็ รึงไว้แล้วจากโลก ท่าน
ตอ้ งการอวดแต่กางเขนของพระคริสตเ์ ท่านนั และทุกสิงทีมนั สือ: ความรอดและชยั ชนะเหนือ
ความบาป ความตาย และพญามาร มนั คือสัญลกั ษณ์แห่งพระคุณอนั แสนอศั จรรยข์ องพระเจา้
และความรักอนั ยงิ ใหญ่ทพี ระองคท์ รงรักเรา มนั คือสถานทีๆพระเยซูคริสตท์ รงหลงั พระโลหิต
อนั มีค่าของพระองคเ์ พือทีเราจะไดร้ ับการไถ่ มนั คือทีๆเราถกู ทาํ ใหเ้ ป็นคนชอบธรรม เปาโลจะ
อวดแต่เรืองนีเท่านนั
เพราะการตรึงกางเขนและการฟืนคืนพระชนมข์ องพระเยซูคริสตเ์ จา้ ของเรา โลกจึงถูก
ตรึงไวจ้ ากเราแลว้ และเราไดถ้ ูกตรึงไวจ้ ากโลกแลว้ เช่นกนั เปาโลตอ้ งการจะบอกวา่ โดยกางเขน
ของพระคริสตแ์ ละพระคริสตแ์ ห่งกางเขน เราจึงถกู แยกตงั ไวแ้ ลว้ ต่างหากจากโลก โลกตายจาก
เราแลว้ และเรากต็ ายจากมนั แลว้ ในพระคริสต์ เปาโล (และพวกเรา)ไดถ้ กู ตรึงไวแ้ ลว้ จากโลก
และโลกไดถ้ กู ตรึงไวแ้ ลว้ จากเรา ดู กาลาเทีย 2:20 จุดสาํ คญั ของความเชือแบบคริสเตียนของ
พระคมั ภีร์ใหม่คอื กางเขน ซึงเป็นสญั ลกั ษณ์หนึงเดียวตามพระคมั ภีร์ทีคงทนซึงแสดงถึงพระ
ราชกิจของพระคริสต์
กท 6:15 อคั รสาวกท่านนีจึงปล่อยหมดั ปลิดชีพ นีคือหมดั น็อคเอาทข์ องจดหมาย
ฝากฉบบั นี เพราะว่าในพระเยซูคริสต์ การทถี ือพธิ เี ข้าสุหนัตหรือไม่ถอื พธิ เี ข้าสุหนตั ไม่เป็ นของ
สําคญั อะไร แต่การทถี ูกสร้างใหม่นันสําคญั ในพระเยซูคริสตก์ ารเขา้ หรือไม่เขา้ สุหนตั ไม่ไดช้ ่วย
อะไรเลย มนั ไม่มีความหมายอะไรเลย สิงทีสาํ คญั กค็ ือ การเป็นคนทีถูกสร้างใหม่ในพระคริสต์
“ถา้ ผใู้ ดไม่ไดบ้ งั เกิดใหม่ ผนู้ นั จะเห็นอาณาจกั รของพระเจา้ ไม่ได”้ (ยอห์น 3:3) นีแหละคือ
ประเดน็ หลกั นีแหละคือขอ้ สรุปของความเชือแบบคริสเตียน ทงั หมดอยตู่ รงนีเอง เราตอ้ งบงั เกิด
ใหม่เท่านนั เราถึงจะกลายเป็นคนทีถูกสร้างใหม่ในพระคริสตไ์ ด้ เมือถึงตอนนนั การเขา้ หรือไม่
เขา้ สุหนตั กไ็ ม่สาํ คญั อะไรแลว้
กท 6:16 เปาโลจึงทูลขอใหพ้ ระเจา้ อวยพรคนเหล่านนั ทีคิดเหมือนกบั ท่าน
สันตสิ ุขและพระกรุณาจงมแี ก่ทุกคนทปี ระพฤตติ ามกฎนี และแก่ชนอสิ ราเอลของพระเจ้า ผใู้ ด
กต็ ามทีดาํ เนินตามความจริงอนั ยงิ ใหญ่ขอ้ นี เปาโลกท็ ลู ขอสันติสุขและพระกรุณาแก่พวกเขา
ไม่ใช่เรืองบงั เอิญอยา่ งแน่นอนทีท่านทูลขอสนั ติสุขและพระกรุณาแก่ “ชนอิสราเอลของ
พระเจา้ ” เปาโลตอ้ งการกล่าวชดั เจนวา่ ท่านอยฝู่ ่ ายชนชาติอิสราเอลและสิงต่างๆทีเป็นของยวิ
ก่อนหนา้ นีท่านโจมตีพวกถือลทั ธิยวิ มาตลอดจดหมายฝากฉบบั นี กระนนั ชนชาติอิสราเอลกเ็ ป็น
ประชากรของพระเจา้ อยเู่ หมือนเดิม แต่มนั กไ็ ม่ใช่เรืองบงั เอิญทีเปาโลเรียกคนเหล่านนั วา่ เป็น
“ชนอิสราเอลของพระเจา้ ” นีสือชดั เจนถึงศาสนายดู ายทีแทจ้ ริงซึงหนั มาหาพระเจา้ ผา่ นทางพระ
เยซูคริสต์ ถึงแมย้ งั เป็นยวิ อยเู่ หมือนเดิม แต่พวกเขากอ็ ยใู่ นพระคริสต์ น่าเสียดายทีจนถงึ ทุกวนั นี
พวกยวิ ส่วนใหญ่ยงั ใจแขง็ กระดา้ งไม่ยอมรับข่าวประเสริฐและมืดบอดต่อข่าวประเสริฐ สาํ หรับ
คนเหล่านีทีหนั มาหาพระคริสตโ์ ดยการกลบั ใจใหม่และความเชือ เปาโลกท็ ูลขอสันติสุขและ
พระกรุ ณาแก่พวกเขาเป็ นพิเศษ
กท 6:17 ขณะทีท่านกาํ ลงั จะจบจดหมายฝากฉบบั นี เปาโลจึงยงิ สงั ลา ตงั แต่นีไป
ขออย่าให้ผู้ใดมารบกวนข้าพเจ้าเลย ตงั แต่นีเป็นตน้ ไป เปาโลเตือนวา่ อยา่ ใหผ้ ใู้ ดทา้ ทายสิทธิ
อาํ นาจในการเป็นอคั รสาวกของท่านและหลกั คาํ สอนเรืองพระคุณ ท่านมีเหตุใหก้ ล่าวเช่นนนั ได้
เพราะว่าข้าพเจ้ามรี อยประทบั ตราของพระเยซูเจ้าตดิ อยู่ทกี ายของข้าพเจ้า ท่านมีบาดแผล
มากมายจากการโดนข่มเหงหลายต่อหลายครัง คาํ ทีแปลวา่ รอยประทบั ตรา (สติกมา) เป็นทีมา
ของคาํ ภาษาองั กฤษ stigma บาดแผลของท่านเป็นเหรียญตราทีแสดงถงึ ข่าวประเสริฐแก่โลก
นอกจากนีเปาโลอาจกาํ ลงั เล่นคาํ อยู่ ‘รอยประทบั ตรา’ ของศาสนายดู ายและพระราชบญั ญตั ิคือ
การเขา้ สุหนตั ส่วน ‘รอยประทบั ตรา’ ของเปาโลคือรอยแผลเป็นทีท่านไดร้ ับจากคนทีต่อตา้ น
ข่าวประเสริฐ ดงั นนั ท่านจึงไม่อยากไดย้ นิ อีกต่อไปเกียวกบั พนี อ้ งทีทา้ ทายสิทธิอาํ นาจแห่งการ
เป็นอคั รสาวกของท่านหรือไม่กค็ าํ สอนของท่าน ไม่มีใครในคนเหล่านนั ทีมีรอยประทบั ตรา
เหมอื นกบั ท่าน รอยแผลเหล่านีเป็นเครืองราชอิสริยาภรณ์ของท่าน
กท 6:18 จดหมายฝากทีเป็นเหมอื นอนุสาวรียฉ์ บบั นีปิ ดทา้ ยดว้ ยคาํ อวยพรจาก
เปาโล พนี ้องทงั หลาย ขอให้พระคุณของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็ นเจ้าของเรา จงสถิตอยู่กบั
จติ วญิ ญาณของท่านทงั หลายด้วยเถดิ เอเมน [เขยี นถงึ ชาวกาลาเทยี จากกรุงโรม] น่าสนใจทีวา่
ท่านทลู ขอพระคุณของพระเจา้ ใหม้ แี ก่จิตวญิ ญาณของพวกเขา ไม่ใช่เนือหนงั ของพวกเขา ซึง
เป็นความแตกต่างชดั เจนในจดหมายฝากทงั ฉบบั พระคุณของพระเจา้ เป็นเรืองฝ่ ายวญิ ญาณไม่ใช่
ฝ่ ายเนือหนงั พระคุณมีแก่จิตวญิ ญาณของเรา ไม่ใช่พิธีต่างๆทีเกียวขอ้ งกบั เนือหนงั ร่างกาย เช่น
พิธีเขา้ สุหนตั , พธิ ีบพั ติศมา หรือพธิ ีอืนใด น่าสนใจทีคาํ ลงทา้ ยนีเหมือนกนั กบั ฟี เลโมน 25 เป็น
ความจริงทีวา่ การทีจิตวญิ ญาณของเราไดร้ ับพระคุณอนั ต่อเนืองของพระเจา้ เป็นพระพรทีไม่อาจ
วดั ไดเ้ ลย เอเมนสุดทา้ ยหมายถึง ขอใหเ้ ป็นดงั นนั ขอใหพ้ ระคุณของพระเยซูคริสตเ์ จา้ ของเราจง
มีแก่จิตวญิ ญาณของเราเถิด