The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by ซูรา วาเต๊ะ, 2024-03-09 09:19:01

อีบุ๊ก ขุนช้างขุนแผน ตอน กำเนิดพลายงาม

อีบุ๊ก

กำกำกำกำเนินิ นิ ดนิ ดพลายงาม ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖


ขุน ขุ ช้า ช้ งขุน ขุ แผนเป็น ป็ วรรณคดีที่ ดี มี ที่ ม มี าอย่า ย่ งยาวนาน ในสมัย มั รัช รั กาลที่ ๒ พระบาทสมเด็จ ด็ พระพุท พุ ธเลิศ ลิ หล้า ล้ นภาลัย ลั โปรดเกล้า ล้ ฯให้ชำ ห้ชำระเสภาขุน ขุ ช้า ช้ งขุน ขุ แผน ได้ท ด้ รงประชุม ชุ กวีเ วี อกส มัย มั นั้น นั้ ช่ว ช่ ยกัน กั แต่ง ต่ คนละตอนสองตอน สุน สุ ทรภู่ก็ภู่ ไก็ ด้รั ด้ บ รั มอบหมายให้ร่ ห้ ว ร่ มแต่ง ต่ ด้ว ด้ ย และท่า ท่ น คงต้อ ต้ งแต่ง ต่ อย่า ย่ งสุด สุ ฝีมื ฝี อ มื ทำ ให้ต ห้ อนกำ เนิด นิ พลายงามกลายเป็น ป็ อีก อี หนึ่ง นึ่ ผลงานเอกของท่า ท่ น ประวัติความเป็นมา


ประวัติผู้แต่ง พระสุนทรโวหาร นามเดิม ภู่ หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า สุนทรภู่ เกิดในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อ วันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2329 ถึงแก่กรรมเมื่อ พ.ศ. 2398 สุนทรภู่ได้เล่าเรียนหนังสือในสำ นักวัดชีปะขาว ซึ่งปัจจุบันเรียก ว่า วัดศรีสุดาราม ในคลองบางกอกน้อย ต่อมาได้เข้ารับราชการเป็น เสมียน ในกรมพระคลังสวน แต่ไม่ชอบทำ งานอื่นนอกจากแต่ง บทกลอน ซึ่งสามารถแต่งได้ดี ตั้งแต่ยังรุ่นหนุ่ม


ลักษณะคำ ประพันธ์ วรรณคดีเรื่อง “ขุนช้างขุนแผน” แต่งด้วยกลอนเสภา ( กลอนเสภาเป็นกลอนชนิดหนึ่ง แต่งขึ้นเพื่อใช้ในการขับเสภา ) ลักษณะของกลอนเสภาจะเหมือนกันกับกลอนสุภาพ แต่ไม่บังคับหรืิอห้ามในการใช้ เสียงสูง - ต่ำ


ตัวละคร ขุนช้าง ขุนแผน นางวันทอง พลายงาม นางทองประศรี


เนื้อเรื่องย่อ


นางวันทองมาอยู่กับขุนช้าง ส่วนขุนแผนถูกจำ คุกอยู่ที่เมืองหลวง ขณะนั้นนางวันทองมีครรภ์ เมื่อครบสิบเดือนจึงได้ให้กำ เนิดบุตร ชาย นางให้ชื่อลูกว่า พลายงาม ยิ่งโตพลายงามก็ยิ่งงาม หน้าตา ละม้ายคล้ายพ่อ คือขุนแผน จนอายุได้เก้าขวบ ขุนช้างรู้ว่าไม่ใช่ลูก ของตน จึงลวงไปทำ ร้าย และเอาท่อนไม้ทับจะให้ตาย ขุนช้างทิ้ง พลายงามไว้ในป่าแต่พรายของขุนแผนช่วยไว้ได้ พรายของขุนแผน มากระซิบบอกนางวันทองให้ทราบเรื่องที่ขุนช้างจะฆ่าพลายงาม นาง จึงรีบออกไปตามหาลูก


พลายงามร้องไห้เล่าให้แม่ฟังเรื่องที่ถูกขุนช้างทำ ร้าย นางจึงบอก ความจริงแก่ลูกว่า บิดาที่แท้จริงคือขุนแผน ขณะนั้นถูกจำ คุกอยู่ที่ กรุงศรีอยุธยา ย่าของพลายงามชื่อนางทองประศรี อยู่ที่วัดเชิงหวาย เมืองกาญจนบุรี เมื่อเกิดเรื่องเช่นนี้ พลายงามคงอยู่บ้านกับมารดา ต่อไปไม่ได้ วันทองตัดสินใจนำ ลูกไปฝากไว้ที่วัดก่อน นางวันทอง พาพลายงามไปฝากไว้กับสมภารชื่อขรัวนาค คืนนั้นเป็นครั้งแรกที่ พลายงามอยู่ห่างบ้าน ทั้งใจยังหวั่นหวาดกับเรื่องร้ายที่เกิดขึ้น พลายงามนอนไม่ใคร่หลับตลอดคืน


วันรุ่งขึ้น นางวันทองจัดของไปรับลูกที่วัด แล้วพาไปส่งที่ท่าเกวียน ให้พลายงามเดินทางไปหาย่าทองประศรี ที่เมืองกาญจนบุรี เพราะ ลำ พังนางวันทองคงไม่สามารถคุ้มครองลูกจากขุนช้างได้ สองแม่ลูก อำ ลากันอย่างเศร้าสร้อย พลายงามเดินทางตามลำ พัง แวะพักค้าง คืนที่วัดต่างๆ ระหว่างทาง จนมาถึงเมืองกาญจนบุรี ได้ขึ้นไป ปีน ต้นมะยมเล่น โดยมิได้รู้ว่ามาถึงบ้านย่าแล้ว นางทอง


ประศรีออกมาไล่ทุบตี จนเมื่อไต่ถามกันจึงรู้ว่าเป็นหลาน นางทำ พิธีสมโภชรับขวัญ แล้วพาไปหาขุนแผนที่กรุงศรีอยุธยา พลายงาม เล่าเรื่องขุนช้างให้พ่อฟัง ขุนแผนโกรธมาก จะไปฆ่าขุนช้าง แต่นาง ทองประศรีห้ามไว้ และเตือนสติต่างๆ นานา ขุนแผนจึงค่อยสงบ ลง และฝากฝังลูกไว้กับย่า ให้ตั้งใจเรียนเขียนอ่าน นางทองประศรีจึง พาพลายงามกลับ พลายงามอาศัยอยู่กับนางทองประศรีที่กาญจนบุรี ได้ร่ำ เรียนหนังสือ และคาถาอาคมจนแตกฉานไม่ด้อยกว่าขุนแผน


ครานั้นวันทองผ่องโสภาอยู่ เคหากับขุนช้างให้หมางหมอง ไม่มีสุขทุกเวลาน้ำ ตานอง ด้วยว่าท้องสิบเดือนไม่เคลื่อนคลา จะคลอดบุตรสุดปวดให้รวดร้าว ตึงหัวเหน่าเหน็ดเหนื่อยเมื่อยต้นขา แสงหิ่งห้อยพรอยพรายพร่างสายตา จะเรียกหาเจ้าขุนช้างให้หมางใจ แต่นวดนวดปวดมวนให้ป่วนปั่น สุดจะกลั้นกลอกหน้าน้ำ ตาไหล พยุงท้องร้องเรียกพวกข้าไท จะขาดใจแล้วช่วยด้วยแม่คุณ ขุนช้างตื่นฟื้นตัวหัวผงก เห็นเมียตกใจผวาออกว้าวุ่น ประคองนางพลางบนเอาต้นทุน อย่าท้อแท้แม่คุณจงแข็งใจ พลางดูท้องร้องว่าเออออกแล้วซิ ตั้งสติอารมณ์จะข่มให้ นางวันทองร้องเสือกกลิ้งเกลือกไป ขุนช้างได้หมอนรองประคองคอ บทประพันธ์


ถอดคำ ประพันธ์ ตลอดเวลาที่วันทองอยู่กับขุนช้างนางไม่มีความสุขเลย นางวันทองตั้งท้องมาเป็น ระยะเวลาสิบเดือนแล้วในวันนี้ถึงเวลาที่นางจะคลอดลูกนางปวดท้องเจ็บหัวหนาวปวดแขน ปวดขาเป็นอย่างมาก นางเจ็บจนสายตาเริ่มพล่ามัว จะร้องเรียกขุนช้างให้ยาช่วยก็รู้สึก ขัดเคลืองใจอยู่ นางจึงอุ้มท้องออกมาเรียกข้าทาสคนรับใช้ ขุนช้างได้ยินเข้าก็สะดุ้งตื่น เมื่อเห็นนางวันท้องเจ็บท้องจะคลอดลูกก็ตกใจรีบเข้าไปประคอง ส่วนนางวันทองเจ็บจนลง ไปนอนกลิ้งอยู่กับพื้นขุนช้างต้องหาหมอนมาประคองคอไว้ให้


เรียกหาข้าคนอลหม่าน บนนอกชานพวกผู้หญิงออกวิ่งสอ ให้ไปรับยายสายกับยายยอ แต่ล้วนหมอตำ แยเซ็งแซ่มา เข้าถือท้องต้องถูกว่าลูกต่ำ เอาหน้าคว่ำ ไขว่ขวางไปข้างขวา ช่วยผันแปรแก้ไขใกล้เวลา บ้างตำ ยาขยำ ส้มต้มน้ำ ร้อน นางวันทองร้องไห้ใจจะขาด พอกรรมชวาตวาตะประทะถอน อรุณฤกษ์เบิกสุรินทร์ทินกร อุทรคลอนเคลื่อนคลอดไม่วอดวาย พอพ้นท้องร้องแว้นางแม่หวีด หน้าซีดอกสั่นมิ่งขวัญหาย ขุนช้างมองร้องอ้ายหนูเป็นผู้ชาย ทั้งย่ายายเยี่ยมลูกให้หยูกยา บทประพันธ์


ถอดคำ ประพันธ์ ใ ขุนช้างเรียกให้ข้าทาสคนรับใช้ไปเรียกยายสายกับยายยอ ที่เป็นหมอตำ แยมาทำ คลอดให้นางวันทอง เมื่อมาถึงบ้านนช้างรีบเข้าไปจับท้องของนางวันทองดูก็ว่าใกล้คลอด แล้วก็จัดท่าให้นางวันทองนอนเพื่อเตรียมคลอด บางคนช่วยตำ ยา บางคนช่วยต้มน้ำ ไว้รอ เวลาผ่านไปจนเช้าก็มีเสียงร้องอุ๊แว้ ๆ ออกมา ขุนช้างเข้าไปดูก็พบว่าเป็นลูกชาย ย่า ยายทั้งหลายก็รีบมารับขวัญ จากนั้นก็ได้พานางวันทองไปอยู่ไฟ และทุกคนช่วยกันเลี้ยง พลายงามมาจนพลายงามอายุได้เก้าปี


แล้วทอดเตาเข้าไฟไม่ไข้เจ็บ ครั้นจะเก็บความกล่าวยาวหนักหนา ค่อยกล่อมเกลี้ยงเลี้ยงไว้จนใหญ่มา กระทั่งอายุเจ้าได้เก้าปี ไม่คลาดเคลื่อนเหมือนแม้นขุนแผนพ่อ เหลืองลอออวบอ้วนเป็นนวลศรี ทั้งจุกผมกลมกล่อมละม่อมดี ช่างพาทีฉอเลาะพูดเพราะพราย นางวันทองน้องคะนึงถึงขุนแผน ด้วยลูกแม้นเหมือนเหลือเป็นเชื้อสาย บอกบ่าวไพร่ให้สำ เหนียกเรียกลูกชาย ชื่อว่าพลายงามน้อยแก้วกลอยใจ ฯ บทประพันธ์


ถอดคำ ประพันธ์ ทุกคนได้ช่วยกันเลี้ยงพลายงามลูกของนางวันทองมาจนอายุได้เก้าปี พลายงามมีหน้าตาเหมือนขุนแผนผู้เป็นพ่อมาก อีกทั้งเป็นเด็กที่ช่างพูดจา เมื่อ เห็นหน้าลูกจึงทำ ให้นางวันทองหวนคิดถึงขุนแผนผู้เป็นสามี


ฝ่ายขุนช้างหมางจิตรให้คิดแค้น ลูกขุนแผนมั่นคงไม่สงสัย เมื่อกระนั้นเหมือนกูครั้นดูไป ก็กลับไพล่เหมือนพ่ออ้ายทรพี อีแม่มันวันทองก็สองจิตร ช่างประดิษฐ์ชื่อลูกให้ถูกที่ เรียกพ่อพลายคล้ายผัวอีตัวดี ทุกราตรีตรึกตราจะฆ่าฟัน พอวันทองน้องป่วยลงด้วยเคราะห์ มาจำ เพาะจะวิโยคให้โศกศัลย์ ฟังเสียงเงียบระงับหลับกลางวัน พลายงามนั้นนั่งกับพ่อที่หอกลาง บทประพันธ์ ถอดคำ ประพันธ์ ขุนช้างขัดเคลืองใจมากเพราะมั่นใจว่าพลายงามคือลูกของขุนแผน อีกทั้ง ยังมาตั้งชื่อให้เหมือนกับขุนแผนอีก ก็ยิ่งทำ ให้ขุนช้างคับแค้นใจจึงคิดหาวิธีกำ จัด พลายงามให้พ้นไป วันหนึ่งนางวันทองไม่สบายนอนพักผ่อนอยู่ในห้อง พลายงามจึง ได้มาเล่นอยู่กับขุนช้าง


บทประพันธ์ ขุนช้างได้โอกาสเห็นว่าพลายงามไม่มีเพื่อน จึงพาพลายงามลงมาด้านล่างให้ขี่หลัง แล้วหลอกว่าจะพาไปดูสัตว์ในป่า ขณะที่เดินไปก็บอกให้พลายงามดูสัตว์ต่าง ๆ ไปตลอดทาง พาเดินเลี้ยวไปจนพบไม้ซุง ถอดคำ ประพันธ์ ขุนช้างเห็นเป็นทีไม่มีเพื่อน แกล้งชี้เชือนชักพาลงมาล่าง ให้ขี่หลังนั่งบ่าแล้วว่าพลาง ไปชมช้างกวางทรายมีหลายพรรค์ ทั้งนกยูงฝูงหงส์มันลงเกลื่อน จับไก่เถื่อนมาเลี้ยงฟังเสียงขัน พูดให้เพลินเดินพลางกลางอรัญ แกล้งให้หมั่นดูแลฝูงแกกา โพระดกนกงั่วกระตั้วเต้น กระแตเล่นไม้โจนโผนผวา เจ้าพลายงามถามพ่อพูดจ้อมา ขุนช้างพาเลี้ยวไปปะไม้ซุง


บทประพันธ์ เมื่อเดินมาถึงที่เงียบไม่มีผู้คนขุนช้างก็ได้เหวี่ยงพลายงามลงพื้นและเตะเข้าที่ท้อง ทั้งถีบทั้ง ทุบจนพลายงามร้องด้วยความเจ็บปวด เมื่อพลายงามร้องขุนช้างก็ใช้มืออุดปากพลายงามไว้ พลาย งามทั้งดิ้นทั้งร้องไห้เมื่อหลุดจากมือขุนช้าง พลายงามก็ร้องตะโกนหาแม่ว่าขุนช้างตีจนเกือบตาย ขุนช้างรีบเข้าไปฉุดเอาพลายงามมาแล้วนั่งคร่อมไว้หอบหายใจแล้วหักคอพลายงาม ถอดคำ ประพันธ์ เห็นลับลี้ที่สงัดขัดเขมร สะบัดเบนเบือนเหวี่ยงลงเสียงผลุง ปะเตะซ้ำ ต้ำ ผางเข้ากลางพุง ถีบกระทุ้งถองทุบเสียงอุบโอย พลายงามร้องสองมือมันอุดปาก ดิ้นกระดากถลากไถลร้องไห้โหย พอหลุดมือรื้อร้องวันทองโวย หม่อมพ่อโบยตีฉันแทบบรรลัย ไม่เห็นแม่แลหาน้ำ ตาตก ขุนช้างชกฉุดคร่าไม่ปราศรัย จนเหงื่อตกกระปรกประปรอมขึ้นคร่อมไว้ หอบหายใจฮักฮักเข้าหักคอ


บทประพันธ์ พลายงามดิ้นยกมือไห้ว้ขอชีวิต ขนช้างห้ามไม่ให้ร้อง พลายงามจึงขอร้องขุนช้างว่า "พ่อจ๋าอย่าฆ่าหนูเลยอย่างน้อย ก็เห็นแก่แม่วันทองของลูก พ่อขุนช้างเป็นคนใจบุญเลี้ยงดูลูกไว้ใช้งานเช่นเคยก็ได้" จากนั้นพลายงามก็ผงกหัวขึ้นมา ขุนช้าง จึงทุบพลายงามปิดปากปิดจมูกจนพลายงามสลบไป ผีพรายของขุนแผนเห็นเหตุการณ์ จึงกอดตัวพลายงามไว้ ส่วนขุนช้าง คิดว่าพลายงามตายแล้ว จึงนำ หญ้าและดินมากลบร่างพลายงามไว้และเอาขอนไม้ใหญ่ทับอีกชั้น จากนั้นก็เดินกลับบ้าน ถอดคำ ประพันธ์ พลายงามดิ้นสิ้นเสียงสำ เนียงร้อง ยกแต่สองมือไหว้หายใจฝ่อ มันห้ามว่าอย่าร้องก็ต้องรอ เรียกหม่อมพ่อเจ้าขาอย่าฆ่าเลย จงเห็นแก่แม่วันทองของลูกบ้าง พ่อขุนช้างใจบุญเจ้าคุณเอ๋ย ช่วยฝังปลูกลูกไว้ใช้เช่นเคย ผงกเงยมันก็ทุบหงุบลงไป บีบจมูกจุกปากลากกระแทก เสียงแอ๊กแอ๊กอ่อนซบสลบไสล พอผีพรายนายขุนแผนผู้แว่นไว เข้ากอดไว้มิให้ถูกลูกของนาย ขุนช้างเห็นว่าทับจนตับแตก เอาคาแฝกฝุ่นกลบให้ศพหาย แล้วกลิ้งขอนซ้อนทับให้ลับกาย ทำ ลอยชายชมป่ากลับมาเรือน ฯ


บทประพันธ์ ผีพรายของขุนแผนแค้นใจขุนช้างเป็นอย่างมาก จากนั้นได้ยกขอนไม้ที่ทับพลาย งามออกแล้วเปาแผลให้พลายงามจนแผลหาย จากนั้นพลายงามก็พื้นขึ้นมา มีพรายบอกพลายงามว่า "ตนเป็นผู้รับใช้ของขุนแผนมาช่วยรับขอนไม้ไว้ไม่ให้ทับตัวพลายงาม แล้วบอกพลายงามว่าให้รออยู่ ตรงนี้จะไปบอกแม่ให้มารับ" พูดแล้วผีพรายก็หายตัวไป ส่วนพลายงามก็นั่งร้องไห้ชะเง้อหาแม่ ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง้างขอนใหญ่ให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือน เจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตื่นนอน นางพรายบอกว่าเราบ่าวขุนแผน มาทำ แทนเมื่อมันทับช่วยรับขอน ไม่ม้วยแล้วแก้วตาอย่าอาวรณ์ อยู่นี่ก่อนเถิดนะเจ้าอย่าเศร้าใจ แม่ของเจ้าเราจะบอกออกมารับ แล้วหายวับวู่วามตามวิสัย เจ้าพลายงามยามเย็นไม่เห็นใคร เที่ยวร้องไห้หาแม่ชะแง้คอย


บทประพันธ์ พลายงามอยากจะกลับบ้านแต่ก็ไม่รู้จะไปทางไหน พลายงามนึกน้อยใจพ่อที่หลอก ลวงตนมาฆ่าเช่นนี้ เสียแรงที่รักและหวังจะได้พึ่งพา ทำ ไมมีพ่อก็ไม่เหมือนคนอื่น ทำ ไมพ่อถึงลวงมาฆ่า ถ้าเป็นแบบนี้ไม่อยากเรียกว่าพ่อหรอก เรื่องทั้งหมดจะต้องนำ ไปบอกแม่ แต่ตอนนี้มองไปแล้วไม่เห็น ใครเลย ถอดคำ ประพันธ์ จะไปเรือนเฟือนทางที่กลางป่า นึกน้ำ ตาหยดเหยาะลงเผาะผอย เจ้าแหงนดูสุริย์ฉายก็บ่ายคล้อย ให้นึกน้อยใจพ่อพูดล่อลวง เสียแรงลูกผูกใจจะได้พึ่ง พ่อโกรธขึ้งสิ่งไรเป็นใหญ่หลวง โอ้มีพ่อก็ไม่เหมือนเพื่อนทั้งปวง มีแต่ลวงลูกรักไปหักคอ รู้กระนี้มิอยากเรียกพ่อดอก จะไปบอกแม่วันทองให้ฟ้องพ่อ เที่ยวผันแปรแลหาน้ำ ตาคลอ นึกระย่อเยือกเย็นไม่เห็นใคร


บทประพันธ์ มองดูปาดูต้นไม้ใบไม้ก็นิ่งไมไหวติง มีแต่เสียงจิ้งหรีดเรไรที่สงเสียงร้องประสานเสียง กันเสียงนกดูเหว่าร้องขึ้นพลายงามก็คิดว่าเป็นเสียงแม่ที่มาตามหา ยืนชะแง้ฟังแล้วบอกว่า "หนูอยู่ ตรงนี้จ้าแม่จ๋ามารับหนูหน่อย" จากนั้นก็วิ่งวนเพื่อหาทางออกจากป่า ถอดคำ ประพันธ์ ดูครึ้มครึกพฤกษาป่าสงัด ไม่แกว่งกวัดก้านกิ่งประวิงไหว จังหรีดร้องก้องเสียงเคียงเรไร ทั้งลองไนเรื่อยแร่แวแววับ ดุเหว่าร้องมองเมียงว่าเสียงแม่ ยืนชะแง้แลดูเงี่ยหูตรับ อยู่นี่แน่แม่จ๋าจงมารับ วิ่งกระสับกระสนวนเวียนไป ฯ


ผีพรายได้หายตัวไปเข้าฝันนางวันทองเพื่อไปบอกเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับพลายงาม ถอดคำ ประพันธ์ บทประพันธ์ ฝ่ายพวกพรายกายสิทธิฤทธิรุตม์ เหมือนลมวุดวู่หนึ่งถึงไหนไหน ไปเข้าฝันวันทองถึงห้องใน เหมือนจะให้เห็นลูกคิดผูกพัน ฯ


บทประพันธ์ ส่วนนางวันทองก็คิ้วเขนตั้งแต่กลางวันเหมือนจะเป็นลางบอกเหตุ เมื่อนางนอน หลับไปนางก็ฝันว่าขุนช้างได้ทำ ร้ายพลายงามและใช้ท่อนไม้ทับไว้ นางตกใจผวาตื่นขึ้นแล้วร้องห่ม ร้องไห้คิดเป็นห่วงพลายงาม ถอดคำ ประพันธ์ ครานั้นวันทองผ่องโสภา เมื่อลูกแก้วแววตาจะอาสัญ คิ้วกระเหม่นเป็นลางแต่กลางวัน ให้หวั่นหวั่นหวิวหวิวหิวหาวนอน พอม่อยหลับคลับคล้ายเห็นพลายน้อย ขุนช้างถ่อยทับไว้ด้วยไม้ขอน ผวาฟื้นตื่นตาให้อาวรณ์ สะอื้นอ่อนในอกตกตะลึง พอแมงมุมอุ้มไข่ไต่ตีอก นางผงกเงี่ยฟังดังผึงผึง ประหลาดลางหมางจิตรคิดคะนึง รำ ลึกถึงลูกชายเจ้าพลายงาม


บทประพันธ์ นางจึงลุกออกมาหาพลายงามแต่ก็ไม่พบ ไปตามหาที่ที่เคยเล่นก็เห็น นางจึงถาม กับข้าทาสคนรับใช้ว่าเห็นพลายงามหรือไม่ มีข้าทาสคนหนึ่งบอกว่าเห็นไปเที่ยวเล่นในปากับขุนช้าง นางก็ยิ่งกังวลใจว่าขุนช้างจะพาพลายงามไปฆ่า นางจึงร้องไห้แล้ววิ่งไปตามหาลูกชายในแต่ไปที่ไหน ก็ไม่เห็นลูกเลย ถอดคำ ประพันธ์ ลุกออกมาหาจบไม่พบเห็น ที่เคยเล่นอยู่กับใครเที่ยวไต่ถาม แต่อีดูกลูกครอกมันบอกความ ว่าเห็นตามพ่อขุนช้างไปกลางไพร นางแคลงผัวกลัวจะพาไปฆ่าเสีย น้ำ ตาเรี่ยเรี่ยตกซกซกไหล ออกนอกรั้วตัวคนเดียวเที่ยวเดินไป โอ้อาลัยเหลียวแลชะแง้เงย เห็นคุ่มคุ่มพุ่มไม้ใจจะขาด พ่อพลายงามทรามสวาดิของแม่เอ๋ย เจ้าไปไหนไม่มาหาแม่เลย ที่โคกเคยวิ่งเล่นไม่เห็นตัว


บทประพันธ์ หรือว่าควายจะขวิดงูจะกัดจนเจ้าจะตายแล้ว แล้วศพของเจ้าอยู่ที่ไหน หาอยู่ จนเย็นก็เริ่มเสียงสัตว์ป่ เสียงนกเสียงกาเสียงหมาจิ้งจอกก็เริ่มเห่าหน หาอย่างไรก็หาไม่เจอหรือว่า จะมีผีมาบังเจ้าไว้ไม้ให้แม่เห็น ถอดคำ ประพันธ์ ฤๅล้มตายควายขวิดงูพิษขบ ไฉนศพสาบสูญพ่อทูนหัว ยิ่งเย็นย่ำ ค่ำ คลุ้มชอุ่มมัว ยิ่งเริ่มรัวเรียกร่ำ ระกำ ใจ เสียงซ้อแซ้แกกาผวาว่อน จิ้งจอกหอนโหยหาที่อาศัย จักจั่นเจื้อยร้องริมลองไน เสียงเรไรหริ่งหริ่งที่กิ่งรัง ทั้งเป็ดผีปี่แก้วแว่วแว่วหวีด เสียงจังหรีดกรีดแซ่ดังแตรสังข์ นางวันทองมองหาละล้าละลัง ฤๅผีบังซ่อนเร้นไม่เห็นเลย


บทประพันธ์ นางจึงบนบานว่าขอให้พบลูกด้วยเถิด แล้วจะถวายเหล้ากับหัวหมูเพื่อเป็นการ แก้บน จากนั้นนางก็ร้องห้สะอึกสะอื้นเที่ยวเดินตะโกนตามหาลูก หาอย่างไรก็หาไม่เจอ เดินผ่านไป เห็นแม่นกกกลูกนกอยู่ก็หวนคิดว่าแล้วลูกของเรานี้ไปอยู่ที่ไหนจะเป็นอย่างไรบ้าง ยิ่งคิดนางก็ยิ่ง ร้องไห้ ถอดคำ ประพันธ์ จะบนหมูสุราร่ำ ว่าครบ ขอให้พบลูกตัวทูนหัวเอ๋ย แล้วลดเลี้ยวเที่ยวแลชะแง้เงย โอ้ทรามเชยหลากแล้วพ่อแก้วตา ตะโกนเรียกพลายงามทรามสวาดิ ใจจะขาดคนเดียวเที่ยวตามหา สะอื้นโอ้โพล้เพล้เดินเอกา สกุณานอนรังสะพรั่งไพร เห็นฝูงนกกกบุตรยิ่งสุดเศร้า โอ้ลูกเราไม่รู้ว่าอยู่ไหน ชะนีโหวยโหยหวนรัญจวนใจ ยิ่งอาลัยแลหาน้ำ ตานอง


บทประพันธ์ พอแว่วแว่วแจ้วเสียงสำ เนียงเรียก นึกสำ เหนียกหลายหนขนสยอง ตรงเซิงซุ้มคุ่มเคียงนางเมียงมอง เห็นลูกร้องไห้สะอื้นยืนเหลียวแล ความดีใจไปกอดเอาลูกแก้ว แม่มาแล้วอย่ากลัวทูนหัวแม่ เป็นไรไม่ไปเรือนเที่ยวเชือนแช แม่ตามแต่ตะวันบ่ายเห็นหายไป ฯ นางเดินมาถึงซุ้มไม้จึงได้มองสอดส่องเข้าไป เห็นลูกชายยืนร้องไห้สะอีกสะอื้นชะเง้อ ชะแง้มองหาอยู่นางจึงรีบวิ่งเข้าไปกอดลูกไว้ด้วยความดีใจแล้วบอกว่า "แม่มาแล้ว ลูกไปอยู่ไหนมา ทำ ไมไม่กลับบ้าน แม่ออกมาตามหาเพราะเห็นว่าลูกหายไปตั้งแต่บ่ายแล้ว ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ เจ้าพลายน้อยสร้อยเศร้าแล้วเล่าว่า หม่อมพ่อพาเวียนวงให้หลงใหล แล้วทุบถีบบีบจมูกของลูกไว้ เอาขอนไม้ทับคอแทบมรณา พอพวกพ้องของขุนแผนแล่นมาช่วย จึงไม่ม้วยแม่คุณบุญหนักหนา ยังช้ำ ชอกยอกเหน็บเจ็บกายา พูดน้ำ ตาผอยผอยด้วยน้อยใจ ฯ พลายงามจึงบอกแม่ว่า "พ่อพามาเที่ยวเล่นแล้วก็ทุบตีลูก เอามือบีบจมูกลูก เอาขอนไม้ มาทับคอลูกจนลูกเกือบตาย แต่มีลูกน้องของขุนแผนมาช่วยไว้ลูกจึงไม่ตาย แต่ก็ยังเจ็บปวดตาม ร่างกายอยู่"พลายงามพูดไปน้ำ ตาก็ไหลไป ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ นางวันทองร้องไห้จนใจจะขาด ทำ ไมชาตินี้ถึงมีกรรมนักแล้วเล่าความจริงให้ พลายงามฟังว่า "จริงใช่ลูกของขุนช้างขุนช้างจึงเกลียดชังเจ้า ส่วนพ่อของเจ้ามีชื่อว่าขุนแผนซึ่งเป็น ศรัตรูกับขุนช้าขุนแผนพ่อของเจ้าอยู่ในคุกเราจึงไม่มีที่พึ่ง ขุนช้างมันทำ กับเราขนาดนี้ แต่เราจะไป บอกใครก็ไม่ได้เพราะเราจะเป็นอันตราย" ถอดคำ ประพันธ์ นางวันทองร้องไห้ใจจะขาด โอ้ชาตินี้มีกรรมจะทำ ไฉน แล้วเล่าความตามจริงทุกสิ่งไป เจ้ามิใช่ลูกเต้าเขาจึงชัง พ่อของเจ้านั้นฤๅชื่อขุนแผน เป็นคนแค้นกับขุนช้างแต่ปางหลัง เอาทุกข์ร้อนก่อนเก่าเล่าให้ฟัง เดี๋ยวนี้ยังอยู่ในคุกเป็นทุกข์ทน จึงจนใจไม่มีที่จะพึ่ง มันทำ ถึงสาหัสก็ขัดสน ครั้นจะฟ้องร้องเล่าเราก็จน แม้นไม่พ้นมือมันจะอันตราย


บทประพันธ์ แต่รู้อยู่ว่าย่าทองประศรี อยู่บ้านกาญจน์บุรีวัดเชิงหวาย แม้นไปถึงพึ่งพาย่าพ่อพลาย จะสบายบุญปลอดตลอดไป แต่ทางนั้นวันครึ่งจึงถึงบ้าน ทางกันดารเดินดงจะหลงใหล โอ้ใครเล่าเขาจะพาเจ้าคลาไคล นางร้องไห้สะอื้นกลืนน้ำ ตา ฯ แต่ยังมีย่าทองประศรีอยู่กาญจนบุรีที่วัดเชิงหวาย ที่เจ้าพอจะพึ่งพาอาศัยได้ แต่ กว่าจะเดินทางไปถึงก็ต้องใช้เวลาวันครึ่ง ทางที่จะไปก็ยากลำ บาก ใครบ้างที่พอจะพาเจ้าไปส่งที่นั้น ได้ นางพูดพลางร้องไห้สะอื้น ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ พลายงามถามแม่จนมั่นใจแล้วบอกว่า "ลูกคับแค้นมากไอ้คนนี้มันไม่ใช่พ่อของ ลูก ลูกก็จะไม่อยู่กับมัน ลูกจะไปหาย่าที่กาญจนบุรี สงสารแต่แม่ไม่รู้จะเป็นอย่างไร แต่ลูกคงอยู่ที่นี้ ไม่ได้เพราะขุนช้างมันไม่มตตาปรานีลูกเลย อยู่ไปก็ไม่พ้นความตาย ไปสู้เอาช้างหน้าดีกว่า" พุดเสร็จ พลายงามก็ลานางวันทอง แล้วร้องไห้คิดถึงพ่อขุนเผน เมื่อไหร่จึงจะได้เห็นหน้ากัน ต้องทุกข์ทนอยู่ ในคุกไม่รู้จะเป็นอย่างไร ถอดคำ ประพันธ์ เจ้าพลายงามถามซักตระหนักแน่ พลางบอกแม่ลูกแสนแค้นหนักหนา อ้ายคนนี้มิใช่พ่อจะขอลา ไปหาย่าอยู่บ้านกาญจน์บุรี สงสารแต่แม่คุณของลูกแก้ว จะลับแล้วตายเป็นไม่เห็นผี เพราะพ่อเลี้ยงเดียงสาไม่ปรานี อยู่ที่นี่ชีวันจะบรรลัย ไปสู้ตายวายวางเสียข้างหน้า ด้วยเกิดมามีกรรมจะทำ ไฉน ขอลาแม่แต่นี้นับปีไป แล้วร้องไห้หวนคิดถึงบิดา โอ้พ่อคุณขุนแผนของลูกเอ๋ย เมื่อไรเลยลูกจะได้ไปเห็นหน้า ต้องติดคุกทุกข์ทุเรศเวทนา เจ้าครวญคร่ำ ร่ำ ว่าด้วยอาลัย ฯ


บทประพันธ์ นางวันทองร้องไห้ใจจะขาดกอดลูกเอาไว้ "ลูกของแม่จะต้องลาไปไกลแล้ว ทางที่ต้องไป ลุกกับไม่เคยเห็น เจ้าจะไปถูกหรือไม่ ที่เป็นเช่นนี้คงเป็นเพราะเวรกรรมของเรา ลูกจึงต้องพรากจาก แม่ แม่คงจะคิดถึงลูกมาก" พูดไปก็ร้องห้ไปและกอดลูกไว้แนบกาย ถอดคำ ประพันธ์ นางวันทองร้องไห้จิตรใจหาย กอดเจ้าพลายงามน้อยละห้อยไห้ โอ้ลูกแก้วแววตาจะลาไป หนทางป่าค่าไม้พ่อไม่เคย จะเลี้ยวหลงวงวกระหกระเหิน เจ้าจะเดินไปถูกฤๅลูกเอ๋ย โอ้ยากเย็นเข็ญใจกะไรเลย เพราะกรรมเคยพรากสัตว์ให้พลัดพราย เดี๋ยวนี้เล่าเจ้าจะพรากไปจากแม่ แม่จะแลเห็นใครน่าใจหาย พลางส้วมสอดกอดแอบไว้แนบกาย สะอื้นไห้ไม่วายฟายน้ำ ตา ฯ


บทประพันธ์ จนจวนค่ำ น้ำ ค้างลงพร่างพราย ปลอบลูกชายพลายน้อยเสนหา อ้ายศัตรูรู้ความจะตามมา แม่จะพาเจ้าไปฝากขรัวนากไว้ แล้วพากันดั้นดัดไปวัดเขา เห็นสมภารคลานเข้าไปกราบไหว้ แล้วเล่าความตามจริงทุกสิ่งไป เจ้าคุณได้โปรดด้วยช่วยธุระ อยู่กับลูกจนเวลาใกล้คำ นางจึงบอกลูกว่า แม่เดี๋ยวขุนช้างมันจะตามเรามา เดี๋ยวแม่จะพา ไปฝากไว้กับพระที่วัด" จากนั้นก็พาพลายงามเดินเข้าไปในวัด เมื่อเห็นพระก็เดินเข้าไปกราบแล้วเล่า เรื่องทั้งหมดให้ท่านฟัง ขอให้ท่านได้โปรดช่วยด้วย ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ เอาลูกอ่อนซ่อนไว้เสียในห้อง เผื่อพวกพ้องเขามาหาอย่าให้ปะ ท่านขรัวครูผู้เถ้าว่าเอาวะ ไว้ธุระเถิดอย่ากลัวที่ผัวเลย ถ้าหากว่ามาค้นจนถึงห้อง กูมิถองก็จงว่าสีกาเอ๋ย ฆ่าลูกเลี้ยงเอี้ยงดูกูไม่เคย อย่าทุกข์เลยลุงจะช่วยลูกอ่อนไว้ ฯ นางขอให้พาพลายงามไปแอบอยู่บนห้องเพราะถ้าพวกของขุนแผนมาตามจะได้หาไม่ เจอ พระคุณเจ้าจึงบอกว่า "เอาเถอะเดี๋ยวอาตมาจัดการให้ ถ้ามีคนมาตามหาจะไปค้นถึงห้องหับ อาตมาจะชัดขวางไไม่ต้องเป็นห่วงหรอก อาตมาจะดูแลให้เอง" ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ นางวันทองหมองหมางไม่สร่างทุกข์ กระหมวดจุกลูกยาน้ำ ตาไหล เห็นจวนค่ำ จำ ลาทั้งอาลัย ลงบันไดเดินด่วนด้วยจวนเย็น พอเข้าไปในรั้วด่าผัวโผง อ้ายตายโหงหักคอไม่ขอเห็น แต่ชาตินี้มีกรรมจึงจำ เป็น ได้ชายเช่นนี้มาเป็นสามี ขึ้นบนเรือนเหมือนใจจะจากร่าง เห็นขุนช้างชิงชังผินหลังหนี เข้าในห้องหมองอารมณ์ไม่สมประดี เห็นแต่ที่นอนเปล่ายิ่งเศร้าใจ นางวันทองมัดจุกให้ลูกไปก็น้ำ ตาไหลไป เมื่อเห็นว่าใกล้คำ แล้วจึงเดินกลับบ้าน เมื่อมา ถึงบ้านก็ตะโกนด่าผัวว่า "ชาตินี้มีกรรมจึงได้คนแบบนี้มาเป็นสามี" แล้วก็เดินขึ้นเรือนไป เมื่อเห็นขุน ช้างก็รีบหันหลังให้ด้วยความชัง เข้าห้องไปด้วยอารมณ์ที่ไม่ดีนัก หันไปเห็นที่นอนของลูกก็ยิ่งเศร้าใจ ถอดคำ ประพันธ์


บทประพันธ์ ถอดคำ ประพันธ์ คิดถึงลูกผูกพันให้หวั่นอก น้ำ ตาตกผอยผอยละห้อยไห้ โอ้ลูกเอ๋ยเคยนอนแต่ก่อนไร จนเจ้าได้สิบปีเข้านี่แล้ว อยู่หลัดหลัดพลัดพรากไปจากแม่ แม่ยังแลเห็นแต่ฟูกของลูกแก้ว โอ้พลายงามทรามสวาดิจะคลาศแคล้ว เสียงแจ้วแจ้วเจ้าวันทองนองน้ำ ตา ฯ นางคิดถึงลูกจนน้ำ ตาไหลร้องไห้ออกมา "ลูกเอ๋ยที่ตรงนี้เจ้าเคยนอนจนเกือบสิบปี แต่อยู่ก็ต้องมาพลัดพรากจากแม่ไป" มองไปก็เห็นแต่ที่นอน คิดถึงเสียงเจื้อยแจ้วของลูกยิ่งน้ำ ตาไหล


ขุนช้างนั้นเมายืนยิ้มกริ่มอยู่ข้างฝา เมื่อเห็นนางวันทองเดินมาก็เดินเข้าไปนั่งอยู่ข้าง ๆ แล้วถามว่า "เจ้าเป็นอะไร เจ็บปวยตรงไหนให้ข้าจะช่วย หรือมีเรื่องเดือดร้อนอะไรให้บอกข้ามา" บทประพันธ์ ถอดคำ ประพันธ์ ฝ่ายขุนช้างครางเคราอ้ายเจ้าเล่ห์ เมาโมเยยิ้มกริ่มอยู่ริมฝา เสียงวันทองร้องไห้จุดไฟมา ส่องดูหน้านั่งเคียงบนเตียงนอน ทำ ไถลไถ่ถามเป็นความหยอก ฤๅหนามยอกเจ็บป่วยจะช่วยถอน พลางรับขวัญวันทองร้องละคร เจ้าทุกข์ร้อนรำ คาญประการใด ฯ


บทประพันธ์ ถอดคำ ประพันธ์ นางวันทองข้องขัดสะบัดหน้า ขุนช้างรำ ทำ ท่าเข้าคว้าไขว่ นางผลักพลิกหยิกข่วนว่ากวนใจ ไฮ้อะไรนี่เล่าเฝ้าเซ้าซี้ ลูกข้าหายตายเป็นไม่เห็นศพ อย่ามากลบรอยเสือเบื่อบัดสี เจ้าพาไปในป่าพนาลี แล้วก็มิพามาว่ากะไร ฯ นางวันทองสะบัดหน้าหนีแต่ขนช้างก็คว้าจับนางไว้ นางจึงผลักออกไปแล้วบอกว่า "อย่ามาเซ้าซี้กวนใจ ลูกข้าหายไปเป็นตายรายดีอย่างไรก็ไม่รู้ เจ้าอย่ามาทำ กลบเกลื่อน เจ้าพาลุกข้า เข้าไปในปาแล้วทำ ไมจึงไม่พาออกมาด้วย"


บทประพันธ์ ขุนช้างจึงแก้ตัวไปว่า "ข้าเมาจนสลบไสลข้าจะพาไปได้อย่างไร ใครมาบอกว่าข้าเป็น คนพออกไป เมื่อกลางวันยังเห็นเล่นกับเพื่อน ๆ อยู่เลย ข้าบอกแล้วว่าอย่าออกไปไหน ใส่สร้อย กำ ไลไปด้วยแบบนั้น พวกขี้ยามันเห็นเข้า มันจะมาทำ ร้ายแย่งเอาสร้อย กำ ไลไป" ถอดคำ ประพันธ์ ขุนช้างฟังช่างแก้อีแม่เจ้า ข้าเมาเหล้าหลับซบสลบไสล ใครบอกเจ้าเล่าว่าข้าพาไป หล่อนไม่ได้ตามข้าผ่าเถิดซิ เมื่อกลางวันยังเห็นเล่นไม้หึ่ง กับอ้ายอึ่งอีดูกลูกอีปิ แล้วว่าเจ้าเล่าก็ช่างนั่งมึนมิ ว่าแล้วสิอย่าให้ลงไปดิน ลูกปะหล่ำ กำ ไลใส่ออกกลบ ฉวยว่าพบคนร้ายอ้ายคอฝิ่น มันจะทุบยุบยับเหมือนกับริ้น ง้างกำ ไลไปกินเสียแล้วกรรม


บทประพันธ์ พูดเสร็จขนช้างก็แกล้งทำ เป็นเดินออกไปนอกห้องเรียกข้าทาสคนรับใช้มา ด่า แล้วก็แกล้งเดินตามหพลายงามจนถึงท่าน้ำ จากนั้นก็เดินกลับบ้านทำ ท่าเป็นหาไม่เจอแล้วริน เหล้ามาดื่มจนเมาแกล้งร้องไห้แล้วพูดคร่ำ ครวญว่า "ลูกเอ๋ยเจ้ายังเล็กเข้าไปในป่าจะเป็นอย่างไร" ขุนช้างแกล้งคร่ำ ครวญอยู่เช่นนั้นจนเผลอหลับไป ถอดคำ ประพันธ์ แล้วแก้เก้อเร่อออกไปนอกห้อง ตะโกนร้องเรียกข้ามาด่าพร่ำ ไปเที่ยวตามถามหาถึงท่าน้ำ ไม่พบทำ ถอนใจกลับไปเรือน รินสุรามาดื่มลืมสติ อุตริร้องไห้ใครจะเหมือน ขึ้นหอขวางกลางแจ้งเห็นแสงเดือน โอ้พ่อเพื่อนชีวิตของบิตุรงค์ แกล้งร้องร่ำ คร่ำ ครวญทำ หวนโหย ละโอดโอยเอกทุ้มจนลุ่มหลง ถึงท่อนปลายกรายเกริ่นเป็นเดินดง ปีกเจ้าอ่อนร่อนลงในดงเตย แล้วรู้ตัวกลัวเมียร้องเสียใหม่ เจ้าจำ ไกลพ่อแล้วลูกแก้วเอ๋ย เสียงอ้อแอ้แผ่กายนอนหงายเงย จนลืมเลยซบเซาด้วยเมามาย ฯ


บทประพันธ์ เมื่อขุนช้างหลับไปแล้ว นางวันทองก็ค่อยแอบย่องออกจากเย็บย่าม เตรียมขนม ผลหมากรากไม้และสร้อยแหวนให้ลูกไป เพื่อจะหวังว่าจะให้ลูกนำ ไปใช้เมื่อยามลำ บาก ถอดคำ ประพันธ์ นวลนางวันทองค่อยย่องย่าง เห็นขุนช้างหลับสมอารมณ์หมาย สะอื้นอั้นพันผูกถึงลูกชาย จนพลัดพรายเพราะผัวเป็นตัวมาร จึงเย็บไถ้ใส่ขนมกับส้มลิ้ม ทั้งแช่อิ่มจันอับลูกพลับหวาน แหวนราคาห้าชั่งทองบางตะพาน ล้วนต้องการเก็บใส่ในไถ้น้อย ไปอยู่บ้านท่านย่าจะหายาก เมื่ออดอยากอย่างไรได้ใช้สอย แล้วนั่งนึกตรึกตราน้ำ ตาย้อย รำ คาญคอยสุริยาจะคลาไคล ฯ


บทประพันธ์ ส่วนพลายงามนั้นก็นั่งร้องให้อยู่ในห้อง ทั้งเณรทั้งแม่ชีช่วยกันมาฝนยาทาตาม แผลที่ขุนช้างติให้พลายจ่ามพลายงามคิดถึงแม่มากเฝ้ารอให้แม่มาหา เมื่อนกดุเหว่าร้องพลายงามคิด ว่าเป็นเสียงแม่จึงขานรับไป แต่เมื่อรู้ว่านั้นไม่ใช่เสียงแม่พลายงามก็เศร้าแล้วสะนให้อยู่แบบนั้นจน เสียงตีระฆังดังขึ้นเพื่อปลุกพระเณรมาสวดมนต์ ถอดคำ ประพันธ์ จะกล่าวถึงพลายงามทรามสงสาร พึ่งสมภารอยู่ในห้องนั่งร้องไห้ พวกศิษย์เณรเถนชีต้นช่วยฝนไพล มาลูบไล้แผลที่มันตีรัน แล้วสมภารท่านก็หลับระงับเงียบ ยิ่งเย็นเยียบเยือกใจเมื่อไก่ขัน เพราะแม่ลูกผูกจิตรคิดถึงกัน เฝ้าใฝ่ฝันเฟือนแลเห็นแม่มา ดุเหว่าร้องซ้องเสียงสำ เนียงแจ้ว ให้แว่วแว่วว่าวันทองร้องเรียกหา สะดุ้งใจไหววับทั้งหลับตา ร้องขานขาสุดเสียงแต่เที่ยงคืน ครั้นรู้สึกนึกได้ให้ละห้อย เจ้าพลายน้อยนิ่งนอนถอนสะอื้น จนเคาะระฆังหงั่งเหง่งเสียงเครงครื้น สมภารตื่นเตือนสีต้นสวดมนต์เกน ฯ


บทประพันธ์ ยิ่งใกล้รุ่งนางก็ยิ่งร้องไห้ แล้วรีบแต่งตัวนุ่งโจงกระเบนห่มผ้าดำ ตัวถุงยามรีบเดินไป หาลูกเมื่อไปถึงวัดก็เห็นพลายงามนั่งรออยู่แล้ว จึงรีบร่ำ ลาพระคุณเจ้าเพื่อพาพลายงามเดินทางต่อ ถอดคำ ประพันธ์ นางวันทองร้องไห้เมื่อใกล้รุ่ง น้ำ ค้างฟุ้งฟ้าแดงเป็นแสงเสน ด้วยวัดเขาเข้าใจเคยไปเจน โจงกระเบนมั่นเหมาะห่มเพลาะดำ แล้วถือไถ้ใส่ขนมผ้าห่มหุ้ม ออกย่างดุ่มเดินเหย่าก้าวถลำ ลงจากเรือนเชือนมาข้างท่าน้ำ แล้วรีบร่ำ เดินตรงเข้าดงตาล ถึงวัดเขาเช้าตรู่ดูลูกน้อย เห็นมาคอยนั่งท่าน่าสงสาร จะนั่งหยุดพูดจาจะช้าการ ลาสมภารพามาป่าสะแก


บทประพันธ์ นางนำ ขนมและผลหมากรากไม้มาให้ลูกกิน และบอกเส้นทางที่จะเดินทางไป กาญจนบุรีให้เจ้าจำ ทางไว้ให้ดี หากไปถึงแล้วให้ย่าเป็นคนสอนอ่าน สอนเขียน จากนั้นก็นางก็เกล้า ผมให้ลูกใหม่และส่งย่ามใส่ของให้ลูกกอดลูกพร้อมทั้งฝากเทวดาให้ช่วยดูแลรักษาพลายงาม ถอดคำ ประพันธ์ ให้ขนมส้มสูกแก่ลูกรัก สงสารนักจะร้างไปห่างแม่ หนทางบ้านกาญจน์บุรีตรงนี้แล จำ ให้แน่นะอย่าหลงเที่ยววงเวียน อุตส่าห์ไปให้ถึงเหมือนหนึ่งว่า ให้คุณย่าเป็นอาจารย์สอนอ่านเขียน จงหมายมุ่งทุ่งกว้างตามทางเกวียน ที่โล่งเลี่ยนลัดไปในไพรวัน แล้วเกล้าจุกผูกไถ้ที่ใส่ของ ให้แหวนทองทุกสิ่งทำ มิ่งขวัญ แล้วกอดลูกผูกใจจะไกลกัน สะอื้นอั้นออกปากฝากเทวา


บทประพันธ์ ขอให้เทวดาทั้งหลาย ช่วยปกปัดสิ่งไม่ดีทั้งหลายอย่าให้มาทำ ร้ายพลายงามเลย ขอให้พลายงามเดินทางไปถึงบ้านของย่าโดยง่าย และขอให้ขุนแผนคอยช่วยเหลือพลายงามให้ รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวงว่าไปนางก็ร้องไห้ไป อุตสาห์อุ้มท้องและเลี้ยงดูมาจนเกือบสิบปีแต่ก็ต้อง มาแยกจากกัน ถอดคำ ประพันธ์ ขอเดชะพระไพรข้าไหว้กราบ ช่วยกำ ราบเสือสิงห์มหิงสา ทั้งปู่เจ้าเขาเขินขอเชิญพา ไปถึงย่าอย่าให้หลงเที่ยววงวน ทั้งพ่อคุณขุนแผนแสนวิเศษ บังเกิดเกศแก้วตาสถาผล ช่วยลูกชายพลายงามเมื่อยามจน ให้รอดพ้นภัยพาลถึงกาญจน์บุรี นางครวญคร่ำ ร่ำ ว่าน้ำ ตาตก เหมือนหนึ่งอกพุพองเป็นหนองฝี แม่อุ้มท้องครองเลี้ยงถึงเพียงนี้ ได้สิบปีเศษแล้วจะแคล้วกัน


บทประพันธ์ เคยอยู่ด้วยกันมาไม่ห่าง เดินทางไปคนเดียวเช่นนี้ไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง ผมใคร จะเป็นคนมัดใ#นานแค่ไหนถึงจะได้พบกันอีก มีผัวก็พรากจากกัน มีลูกก็ต้องมาพลากจากกันอีก ยิ่งคิดก็ยิ่งร้องไห้ ถอดคำ ประพันธ์ เคยกินนอนวอนแม่ไม่แหห่าง จะอ้างว้างเปล่าใจในไพรสัณฑ์ ทั้งจุกไรใครเล่าจะเกล้าพัน จะนับวันนับเดือนไปเลื่อนลับ นับปีมิได้มาเห็นหน้าแม่ จะห่างแหหายเหมือนเมื่อเดือนดับ โอ้เสียชาติวาสนาแม่อาภัพ ให้ย่อยยับยากแค้นแสนระยำ จะมีผัวผัวก็พลัดกำ จัดจาก จนแสนยากอย่างนี้แล้วมิหนำ มามีลูกลูกก็จากวิบากกรรม สะอื้นร่ำ รันทดสลดใจ ฯ


บทประพันธ์ พลายงามรู้สึกสงสารแม่เป็นอย่างมาก กัมลงกราบแม่เล้วบอกว่า "ถ้ลูกเติบใหญ่ แล้วจะกลับมาหา การที่เรต้องจากกันครั้งนี้เป็นเพราะเวรกรรม เพราะไอ้ขุนช้าง ลูกจะไปตามหาพ่อ แต่ลูกก็จะไม่ลืมแม่ ลูกรู้ว่าแม่รักลูก ความรักขอแม่ ไม่มีอะไรมาเปรียบได้ แม่คอยดูแลสั่งสอนลูกมา ตลอด แม่รีบกลับข้านเถอะเดี๋ยวคนเขาตามหากันวุ่นวาย ลูกไม่กลัวหรอกแม่อย่าห่วงเลย" ถอดคำ ประพันธ์ เจ้าพลายงามความแสนสงสารแม่ ชำ เลืองแลดูหน้าน้ำ ตาไหล แล้วกราบกรานมารดาด้วยอาลัย ลูกเติบใหญ่คงจะมาหาแม่คุณ แต่ครั้งนี้มีกรรมจะจำ จาก ต้องพลัดพรากแม่ไปเพราะไอ้ขุน เที่ยวหาพ่อขอให้ปะเดชะบุญ ไม่ลืมคุณมารดาจะมาเยือน แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก คนอื่นสักหมื่นแสนไม่แม้นเหมือน จะกินนอนวอนว่าเมตตาเตือน จะจากเรือนร้างแม่ไปแต่ตัว แม่วันทองของลูกจงกลับบ้าน เขาจะพาลว้าวุ่นแม่ทูนหัว จะก้มหน้าลาไปมิได้กลัว แม่อย่ามัวหมองนักจงหักใจ ฯ


บทประพันธ์ นางอวยพรให้ลูกอย่าได้มีภัย เมื่อโตขึ้นก็ให้บวชเรียน ให้ฝึกอ่านฝึกเขียนเพื่อจะ ได้มีหน้าที่การงานที่ดีจากนั้นก็พาเดินไปส่งตรงท่าเกวียนเพื่อเดินทางไปยังกาญจนบุรี สองแม่ลูกร่ำ ลากันด้วยความอาลัย แล้วพลายงก็ได้ออกเดินทางไปตามทาง เมื่อหันหลังกลับมาก็ยังเห็นแม่ยืนเฝ้า มองอยู่ นางยืนมองจนพลายงามเดินลับตาไป ถอดคำ ประพันธ์ นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน อำ นวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ พ่อไปดีศรีสวัสดิกำ จัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอตส่าห์ทำ สม่ำ เสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำ อำ ลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา เหลียวหลังยังเห็นแม่แลเขม้น แม่ก็เห็นลูกน้อยละห้อยหา แต่เหลียวเหลียวเลี้ยวลับวับวิญญาณ์ โอ้เปล่าตาต่างสะอื้นยืนตะลึง ฯ


Click to View FlipBook Version