นางวันทองมีความหวาดกลัวขุนช้างเพราะเวลาที่ขุนช้างหึงหวงนั้นไม่เหมือนคนอื่นจึงรีบ เดินกลับบ้าน ตั้งแต่ที่นางต้องพลัดพรากจากพลายงามนางก็ไม่มีความสุขเลย กินไม่ได้นอนไม่หลับจนร่างกาย ของนางซูบผอม บทประพันธ์ ถอดคำ ประพันธ์ นางวันทองหมองมัวกลัวขุนช้าง ไม่เหมือนอย่างคนทั้งปวงมันหวงหึง ออกชายทุ่งมุ่งเมินเดินตะบึง กลับมาถึงเรือนร่ำ ระกำ ตรอม ทุกเย็นเช้าเศร้าหมองเฝ้าร้องไห้ ด้วยอาลัยพลายงามทรามถนอม ถึงยามกินสิ้นรสสู้อดออม จนซูบผอมผิวพรรณทุกวันคืน ฯ
บทประพันธ์ พลายงามเดินตามทางออกไปกลางทุ่ง ระหว่างทางที่เดินก็เห็นต้นไม้ ดอกไม้ ออกดอกชูช่อไส!เดินตามทางไปเรื่อย ๆ มาจนถึงบ้านกะเหรี่ยง ก็เห็นโรงเรียนมีไร่ฝ้ายรายรอบอยู่ทั้ง ซ้ายขวา มีต้นพริกต้นมะเขือขึ้นอยู่เต็มไปหมด มีนกสาลิกา นกแก้วมาจิกกินแล้วก็บินหนีไป ถอดคำ ประพันธ์ เจ้าพลายงามตามทางไปกลางทุ่ง เขม้นมุ่งเขาเขินเดินสะอื้น ออกหลังบ้านตาลตะคุ่มเป็นพุ่มพื้น ร่มรื่นรังเรียงเคียงตะเคียน ต้นแคคางกร่างกระทุ่มชอุ่มออก ทั้งช่อดอกดูไสวเหมือนไม้เขียน เจ้าพลายเพลินเดินพลางตามทางเกวียน ตลอดเลี่ยนลมเรื่อยเฉื่อยเฉื่อยมา ถึงโคกฆ้องหนองสะพานบ้านกะเหรี่ยง เห็นโรงเรียงไร่ฝ้ายทั้งซ้ายขวา พริกมะเขือเหลืองามอร่ามตา สาลิกาแก้วกินแล้วบินฮือ
บทประพันธ์ เห็นไก่เขี่ยขุยไผ่อยู่ก็วิ่งเข้าไปไล่จับไก่ เห็นฝูงนกยุงก็เข้าไปไล่จับฝูงนกยงต่อ เล่นอยู่อย่างนั้นจนเหนื่อย จึงไปพักแล้วก็เกิดความรู้สึกคิดถึงแม่จึงร้องไห้ด้วยความคิดถึง เมื่อเวลา ใกล้ค่าก็เห็นฝูงจิ้งจอกจึงวิ่งไล่ตามไปจนจนถึงเขตกาญจนบุรี ถอดคำ ประพันธ์ เห็นไก่เตี้ยเขี่ยคุ้ยที่ขุยไผ่ กระโชกไล่ลดเลี้ยวมันเปรียวปรื๋อ พบนกยูงฝูงใหญ่ไล่กระพือ มันบินหวือโห่ร้องคะนองใจ จนเหน็ดเหนื่อยเมื่อยข้อให้ท้อแท้ คิดถึงแม่วันทองแล้วร้องไห้ พระสุริยาสายัณห์ลงไรไร เหมือนจิตรใจเจ้าจะขาดลงรอนรอน พอจวนพลบพบฝูงจิ้งจอกน้อย วิ่งร่อยร่อยตามเขาแล้วเห่าหอน แสยงเส้นโลมาให้อาวรณ์ ถึงดงดอนแดนบ้านกาญจน์บุรี
บทประพันธ์ พลายงามเห็นวัดร้างที่สภาพดูเก่าแกอยู่ข้าง ๆ กับภูเขา แต่วัดนั้นยังมีพระชินสีห์ ประดิษฐานอยู่ ดูประตูโบสถ์ก็ยังดีใช้งานได้ พลายงามจึงพักอาศัยหลับนอนอยู่ที่วัดนี้ พอถึงตอนเช้า ก็เอาขนม ผลหมากรากไม้ที่แม่เตรียให้ออกมากินจนอิ่มแล้วออกเดินทางต่อไปตามนินเขา จนไปถึง หมู่บ้านเห็นผู้คนหาบข้าวหาบของ เห็นเด็กต้อนควายอยู่ จึงไปถามชาวข้านว่าบ้านของ ย่าทองประศรีอยู่ตรงไหน เด็กคนหนึ่งจึงบอกว่าบ้านยายทองประศรีอยู่โน้นไง ถอดคำ ประพันธ์ เห็นวัดร้างข้างเขาดูเก่าแก่ ยังมีแต่รูปพระชินสีห์ โบสถ์โบราณบานประตูยังดูดี พอราตรีกราบไหว้อาศัยนอน ครั้นรุ่งเช้าเอาขนมทั้งส้มลิ้ม พอกินอิ่มแล้วออกเดินเนินสิงขร ถึงบ้านกร่างทางคนเขาหาบคอน เห็นเด็กต้อนควายอึงคะนึงไป ไม่รู้ความถามเหล่าพวกชาวบ้าน ว่าเรือนท่านทองประศรีอยู่ที่ไหน เด็กบ้านนอกบอกเล่าให้เข้าใจ แกอยู่ไร่โน้นแน่ะยังแลลับ
บทประพันธ์ มะยมใหญ่ในบ้านกินหวานนัก กูไปลักบ่อยบ่อยแกคอยจับ พอฉวยได้ไอ้ขิกหยิกเสียยับ ร้ายเหมือนกับผีเสื้อแกเหลือตัว ถ้าลูกใครไปเล่นแกเห็นเข้า แกจับเอานมยานฟัดกระบานหัว มาถามหาว่าไรช่างไม่กลัว แกจับตัวตีตายยายนมยาน ฯ บ้านของยายทองประศรีจะมีต้นมะยมอยู่ ข้าไปขโมยกินอยู่บ่อย ๆ ถ้าแกจับได้แกก็ จะหยิบจนเไปหมด แกดุมากถ้ามีเด็กเข้าไปเล่นให้แกเห็นแกฟาดเอา แล้วมาถามหาข้านแกนี้ไม่กลัว แกจะจับตีหรือ ถอดคำ ประพันธ์
บทประพันธ์ พลายงามจึงแกลังบอกว่า "พาเราไปดูตันมะยมหน่อยได้ไหม จะเก็บเอามาให้ พวกเราได้กินด้วยกัน"ต่างากันดีใจแล้วรีบเก็บข้าวปลาอาหารปล่อยความไปกินหญ้าพากันหัวเราะ ชอบใจ"จะเก็บมาให้เยอะ ๆ เลย"เมื่อมาถึงบ้านของยายทองประศรี เด็ก ๆ ก็ชี้ให้พลายงามดูว่านี้ไง บ้านของแก ถอดคำ ประพันธ์ เจ้าพลายงามถามแจ้งแล้วแกล้งว่า เอ็งช่วยพาเราไปชมมะยมหวาน จะขึ้นลักหักห่อให้พอการ มาสู่ท่านทั้งสิ้นกินด้วยกัน พวกเด็กเด็กดีใจไปสิหวา ซ่อนข้าวปลาปล่อยควายแล้วผายผัน บ้างเหน็บหน้าผ้านุ่งเกี้ยวพุงพัน หัวเราะกันกูจะห่อให้พอแรง พอถึงบ้านท่านยายทองประศรี พวกเด็กชี้เรือนให้แล้วแอบแฝง เจ้าพลายงามขามจิตรยังคิดแคลง ค่อยลัดแลงเล็งแลมาแต่ไกล
บทประพันธ์ บ้านดูเงียบเชียบไม่เห็นยายทองประศรีอยู่ จึงไปแอบฟังจึงรู้ว่ายายทองประศรี ปั่นฝ้ายอยู่ในบ้าน พลายงจึงคิดว่าจะแกล้งไปขึ้นเก็บมะยมบนต้นเพื่อให้ยายทองประศรีเห็นแล้วมา จับตัวไว้ จากนั้นก็จะบอกความจริงให้ย่ารู้เพื่อที่จะได้อยู่กับย่า เมื่อคิดได้พลายงามก็ลอดเข้าไปในรั้ว ขึ้นไปบนตันมะยมและกวักมือเรียกเด็กเข้ามาเก็บละ ยม ถอดคำ ประพันธ์ ดูเงียบเชียบเลียบรอบริมขอบรั้ว ไม่เห็นตัวท่านย่าน่าสงสัย ประตูหับยับยั้งยืนฟังไป เสียงแต่ไนออดแอดแรดแรแร รู้ว่าคนบนนั้นนั่งปั่นฝ้าย จะอุบายบอกความตามกระแส ขึ้นมะยมห่มล้อทำ ตอแย ให้ท่านแลเห็นเรามาเอาตัว จึงจะบอกออกตามเนื้อความลับ ได้อยู่กับย่ากำ เนิดบังเกิดหัว แล้วเมียงมองย่องดอดเข้าลอดรั้ว ค่อยแฝงตัวขึ้นบนต้นมะยม แล้วพยักกวักเรียกอ้ายเด็กเด็ก ลูกเล็กเล็กหลบลอบค่อยหมอบก้ม ระวังตัวกลัวยายเถ้าเจ้าคารม เก็บมะยมซุบซิบกระหยิบตา ฯ
คุณค่าด้านวรรณศิลป์ คุณค่าของวรรณคดี ๑. การใช้สัมผัสในเพื่อให้กลอนมีความไพเราะยิ่งขึ้น ตัวอย่าง ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง้างขอนใหญ่ให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือน เจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตื่นนอน
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๒. การใช้คำ เลียนเสียงธรรมชาติเพื่อให้เกิดความไพเราะ ตัวอย่าง ยิ่งเย็นย่ำ ค่ำ คลุ้มชอุ่มมัว ยิ่งเริ่มรัวเรียกร่ำ ระกำ ใจ เสียงซ้อแซ้แกกาผวาว่อน จิ้งจอกหอนโหยหาที่อาศัย จักจั่นเจื้อยร้องริมลองไน เสียงเรไรหริ่งหริ่งที่กิ่งรัง ทั้งเป็ดผีปี่แก้วแว่วแว่วหวีด เสียงจังหรีดกรีดแซ่ดังแตรสังข์
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ๓. การใช้อุปมาเพื่อเปรียบเทียบให้เกิดอารมณ์ความรู้สึก ตัวอย่าง ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำ อำ ลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านสังคม สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๑. สะท้อนให้เห็นการคลอดลูกของคนสมัยนั้น เรียกหาข้าคนอลหม่าน บนนอกชานพวกผู้หญิงออกวิ่งสอ ให้ไปรับยายสายกับยายยอ แต่ล้วนหมอตำ แยเซ็งแซ่มา เข้าถือท้องต้องถูกว่าลูกต่ำ เอาหน้าคว่ำ ไขว่ขวางไปข้างขวา ช่วยผันแปรแก้ไขใกล้เวลา บ้างตำ ยาขยำ ส้มต้มน้ำ ร้อน
คุณค่าของวรรณคดี ตัวอย่าง คุณค่าด้านสังคม สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในสมัยนั้น ๒. สะท้อนให้เห็นการไว้จุกของเด็กในสมัยนั้น แล้วเกล้าจุกผูกไถ้ที่ใส่ของ ให้แหวนทองทุกสิ่งทำ มิ่งขวัญ แล้วกอดลูกผูกใจจะไกลกัน สะอื้นอั้นออกปากฝากเทวัญ
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านสังคม สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๓. สะท้อนให้เห็นการแต่งตัวของคนในสมัยนั้น นางวันทองร้องไห้เมื่อใกล้รุ่ง น้ำ ค้างฟุ้งฟ้าแดงเป็นแสงเสน ด้วยวัดเขาเข้าใจเคยไปเจน โจงกระเบนมั่นเหมาะห่มเพลาะดำ
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านสังคม สะท้อนให้เห็นถึงชีวิตของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง นางกอดจูบลูบหลังแล้วสั่งสอน อำ นวยพรพลายน้อยละห้อยไห้ พ่อไปดีศรีสวัสดิ์กำ จัดภัย จนเติบใหญ่ยิ่งยวดได้บวชเรียน ลูกผู้ชายลายมือนั้นคือยศ เจ้าจงอุตส่าห์ทำ สม่ำ เสมียน แล้วพาลูกออกมาข้างท่าเกวียน จะจากเจียนใจขาดอนาถใจ ๔. สะท้อนให้เห็นค่านิยมของคนในสมัยนั้นที่ผู้ชายนิยมบวชเรียนและนิยมทำ งาน เป็นเสมียน
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านความเชื่อ สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๑. สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับภูต ผีและเวทมนตร์คาถา ฝ่ายผีพรายนายขุนแผนแค้นขุนช้าง อุตส่าห์ง้างขอนใหญ่ให้เขยื้อน แล้วเป่าแก้แผลหายละลายเลือน เจ้าพลายเคลื่อนคลายฟื้นเหมือนตื่นนอน
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านความเชื่อ สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๒. สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับความฝันและลางบอกเหตุ ครานั้นวันทองผ่องโสภา เมื่อลูกแก้วแววตาจะอาสัญ คิ้วกระเหม่นเป็นลางแต่กลางวัน ให้หวั่นหวั่นหวิวหวิวหิวหาวนอน พอม่อยหลับคลับคล้ายเห็นพลายน้อย ขุนช้างถ่อยทับไว้ด้วยไม้ขอน ผวาฟื้นตื่นตาให้อาวรณ์ สะอื้นอ่อนในอกตกตะลึง
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านความเชื่อ สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๓. สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับเทพเทวดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ แล้วเกล้าจุกผูกไถ้ที่ใส่ของ ให้แหวนทองทุกสิ่งทำ มิ่งขวัญ แล้วกอดลูกผูกใจจะไกลกัน สะอื้นอั้นออกปากฝากเทวา ขอเดชะพระไพรข้าไหว้กราบ ช่วยกำ ราบเสือสิงห์มหิงสา ทั้งปู่เจ้าเขาเขินขอเชิญพา ไปถึงย่าอย่าให้หลงเที่ยววงวน
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านความเชื่อ สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๔. สะท้อนความเชื่อเกี่ยวกับการบนบานสิ่งศักดิ์สิทธิ์ จะบนหมูสุราร่ำ ว่าครบ ขอให้พบลูกตัวทูนหัวเอ๋ย แล้วลดเลี้ยวเที่ยวแลชะแง้เงย โอ้ทรามเชยหลากแล้วพ่อแก้วตา
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านความเชื่อ สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น ตัวอย่าง ๕. สะท้อนให้เห็นว่าคนในสมัยนั้นมีการนับถือศาสนาพุทธ จนจวนค่ำ น้ำ ค้างลงพร่างพราย ปลอบลูกชายพลายน้อยเสน่หา อ้ายศัตรูรู้ความจะตามมา แม่จะพาเจ้าไปฝากขรัวนากไว้ แล้วพากันดั้นดัดไปวัดเขา เห็นสมภารคลานเข้าไปกราบไหว้ แล้วเล่าความตามจริงทุกสิ่งไป เห็นสมภารคลานเข้าไปกราบไหว้
คุณค่าของวรรณคดี คุณค่าด้านข้อคิด สะท้อนให้เห็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น วรรณคดีเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำ เนิดพลายงาม สะท้อนให้เห็นความรักที่แม่มีต่อ ลูก และสามารถทำ ทุกอย่างได้เพื่อลูก ตัวอย่าง ให้ข้อคิดเกี่ยวกับความรักของแม่ที่มีต่อลูก ลูกก็แลดูแม่แม่ดูลูก ต่างพันผูกเพียงว่าเลือดตาไหล สะอื้นร่ำ อำ ลาด้วยอาลัย แล้วแข็งใจจากนางตามทางมา
คำ ศัพท์น่ารู้ ๑. ออกวิ่งสอ หมายถึง วิ่งกันขวักไขว่ ๒. หมอตำ แย หมายถึง หญิงที่มีอาชีพทำ คลิดตามแผนโบราณ ๓. หยูกยา หมายถึง ยารักษาโรค ๔. กรรมชวาต หมายถึง ลมที่เกิดในครรภ์ เวลาคลอดบุตร ๕. วาตะ หมายถึง ลม ๖. ทินกร หมายถึง ดวงอาทิตย์ ๗. อุทร หมายถึง ท้อง ๘. ทอดเตาเข้าไฟ หมายถึง การอยู่ไฟของหญิงหลังคลอดลูก ๙. สำ เหนียก หมายถึง ฟัง ๑๐. ทรพี หมายถึง ลูกอกตัญญูที่ทำ ร้ายพ่อแม่
แบบฝึกหัด เรื่อง ขุนช้างขุนแผน ตอนกำ เนิดพลายงาม จงตอบคำ ถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง ๑. ผู้แต่งเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอน กำ เนิดพลายงาม คือโคร...................................... ๒. ขุนช้างขุนเเผนแต่งด้วยคำ ประพันธ์ชนิดใด........................................................... ๓. เหตุใดขุนช้างจึงคิดฆ่าพลายงาม............................................................................ ๔. พลายงามเป็นลูกของโคร....................................................................................... ๕. ใครช่วยชีวิตพลายงามไว้........................................................................................
แบบฝึกหัด ๖. สิ่งที่วันทองเตรียมให้พลายงามระหว่างเดินทางคือ............................................. ๗. ขุนช้างมีลักษณะอย่างไร..................................................................................... ๘. ใจความหลักของเรื่องขุนช้างขุนแผน ตอนกำ เนิดพลายงามคืออะไร................... .................................................................................................................................. ๙. เรื่องขุนช้างขุนแผนเกิดขั้นที่ได............................................................................. ๑๐. "รักสามเศร้า" ในเรื่องนี้หมายถึงใคร..................................................................