The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ระบบนิเวศแนวปะการัง

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 118 ธัชชัย อุดมธนเลิศ, 2020-06-24 03:51:17

ระบบนิเวศแนวปะการัง

ระบบนิเวศแนวปะการัง

รูปที่ 8.1 แผนทเี่ ขตการจัดการพ้ืนท่ที างทะเลเกาะเตา่ และเกาะใกล้เคยี ง 92

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

93 ตารางท่ี 8.1 เขตการจัดการพ้ืนท่ีทางทะเลเกาะเต่า – เกาะนางยวน และกิจกรรมที่ห้ามหรือไม่อนุญาตให้ท�ำ

ระบบนิเวศแนวปะการัง เขต/พ้ืนท่ี นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมท่ีห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ สรุปข้อตกลงในการจัดการการใช้ประโยชน์พ้ืนที่ทางทะเลและชายฝั่งเกาะเต่า ดังน้ี
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
1. เขตอนรุ กั ษแ์ ละคุ้มครอง แนวอาณาเขต 3 กิโลเมตรจากชายฝ่ังหรอื แนวขอบเกาะ • ห้ามท�ำการประมงในพ้ืนท่ีบรเิ วณรอบเกาะ
สงิ่ แวดลอ้ ม และกองหิน ก�ำหนดเขตและมาตรการคุ้มครองโดยใช้ เต่าและเกาะนางยวนรัศมีระยะทาง 3,000
(Conservation and ประกาศ และข้อตกลงทสี่ �ำคัญ 3 ฉบับ คอื เมตรรวมทั้งบริเวณกองหินชุมพรและกองตุ้ง
environmental 1) ประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เร่ืองห้ามท�ำการ กู ด้วยเครือ่ งมือ และอปุ กรณ์ท�ำการประมงทกุ
protection zone) ประมงปะการัง หรอื หนิ ปะการงั ทกุ ชนดิ ห้ามใช้เคร่อื งมอื ประเภท รวมท้งั ลอบ และฉมวกยงิ ปลา ยกเว้น
ทำ� การประมงทกุ ชนดิ และทุก เฉพาะการใชเ้ บ็ดตกปลาและอวนลอยของ
ขนาดบริเวณรอบๆ เกาะเต่าและเกาะหางเตา่ ภายใน ประชาชนผู้ประกอบอาชีพท�ำประมงพื้นบา้ น
ระยะ 3,000 เมตร (ยกเวน้ เครอื่ งมือเบด็ ราวหรอื วนลอย ในพืน้ ที่เกาะเตา่ และอนญุ าตให้ท�ำการประมง
หรือลอบทะเล) ลงวันที่ 13 มกราคม 2519 โดยเรือประมงจากเกาะเตา่ เทา่ นั้น
2) ประกาศอ�ำเภอพะงนั สว่ นหนา้ (เกาะเต่า) เรอ่ื ง การ • เพิ่มเติมความเข้มงวดในการบังคับใช้
ก�ำหนดเขตพน้ื ทอ่ี นุรักษแ์ ละมาตรการคมุ้ ครองสงิ่ กฎหมาย ดังน้ี
แวดลอ้ มในบรเิ วณรอบเกาะเตา่ และเกาะนางยวน การลักลอบเกบ็ สัตวค์ มุ้ ครอง เช่น หอยมือเสือ
รวมท้ังบริเวณกองหนิ ชุมพร และกองตุ้งกู ลงวนั ท่ี 17
กรกฎาคม 2555
3) ขอ้ เสนอแนะ กติกาการใช้ประโยชนพ์ ้นื ทเ่ี กาะเต่า โดย
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ชมรมรักษ์เกาะเต่ารว่ มกบั ผปู้ ระกอบการร้านด�ำนำ�้ และ
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ครูสอนดำ� น�้ำบนเกาะเต่า มกี ารก�ำหนดเขตพนื้ ทีห่ า้ มท�ำ
ประมงดว้ ยเครื่องมอื บางชนิดเพิ่มเตมิ จากประกาศของ
กรมประมง

ระบบนิเวศแนวปะการัง เขต/พ้ืนที่ นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมที่ห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี 2. เขตคมุ้ ครองแนวปะการงั พืน้ ท่แี นวปะการัง และอาณาเขต 100 เมตรจากแนว • หา้ มท้ิงสมอและการเหยยี บย่�ำปะการัง
(Coral reef protection ปะการงั รอบเกาะเตา่ ยกเวน้ พน้ื ที่แนวปะการงั รอบเกาะ • ห้ามทิง้ ขยะใดๆ รวมถึงเศษอาหาร และการให้
zone) นางยวน และแนวปะการังบรเิ วณอา่ วจันทรส์ ม อ่าวแม่ อาหารปลา
หาด และหาดทรายรี ซึง่ ได้รับการค้มุ ครองให้เปน็ เขต ท่ี ห้ามท�ำประมงด้วยเคร่ืองมือประมงที่กำ� หนดใหห้ ้ามใน
รักษาพชื พันธุ์ พ้ืนทแ่ี นวเขต 3,000 เมตร และห้ามเครอ่ื งมือประมง
เพม่ิ เติม ดงั น้ี
การใช้อวนถ่วงและอวนลอย

3. เขตท่องเท่ียวด�ำน้�ำ พื้นที่ในอาณาเขต 80 เมตร จากทุ่นจอดเรือของจุด • ห้ามท้ิงขยะใดๆ รวมถึงเศษอาหาร และการให้
(Scuba diving zone) ด�ำน�้ำต่างๆ รวมถึงพ้ืนที่บริเวณกองหินชุมพร และ อาหารปลา
กองตุ้งกู ห้ามท�ำประมงด้วยเครื่องมือประมงที่ก�ำหนดให้
ห้ามในพ้ืนท่ีแนวเขต 3,000 เมตร และห้ามเพิ่ม
94 เติม ดังนี้
ห้ามใช้ลอบหรืออวนทุกประเภท
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ห้ามตกปลาเพื่อนันทนาการ หรือการท่องเท่ียว
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ตกปลา
ห้ามยิงปลาไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้อุปกรณ์ SCUBA
ก็ตาม

95 เขต/พื้นที่ นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมที่ห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ
4. เขตทีร่ กั ษาพืชพนั ธ์ุ
ระบบนิเวศแนวปะการัง (Fish Sanctuary zone) แนวเขตทมี่ ีการประกาศเปน็ เขตที่รกั ษาพืชพนั ธ์ุบริเวณ • หา้ มการประมงและการเก็บสตั วน์ ำ�้ ทกุ ชนดิ (รวมถึง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี เกาะเต่า และเกาะนางยวน จงั หวัดสุราษฏรธ์ านี ตาม หอย เมน่ ทะเล ปลงิ ทะเล และปู เปน็ ต้น) ตามมาตราที่
ประกาศจงั หวดั สรุ าษฏรธ์ านี ลงวนั ที่ 16 มกราคม 2539 เกยี่ วข้องใน พระราชบัญญัตกิ ารประมง ดังน้ี
ซึ่งเป็นพืน้ ท่คี ุม้ ครองที่จัดตั้งข้ึนภายใต้ พระราชบญั ญตั ิ • ห้ามมใิ หบ้ ุคคลใดท�ำการประมง หรือเพาะเลี้ยงสตั ว์
การประมง 2490 น้ำ� ในทร่ี ักษาพนั ธุพ์ ชื เวน้ แต่ได้รับอนุญาตจากอธบิ ดี
ผ้รู ับอนญุ าตตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามเง่อื นไขท่อี ธบิ ดีกำ� หนด
(มาตรา 9)
• ห้ามมใิ ห้บุคคลใดปลกู สรา้ งสิง่ ใดลงในทีร่ ักษาพืชพนั ธุ์
เวน้ แต่จะไดร้ ับอนญุ าตจากพนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี (มาตรา
17)
• หา้ มมิให้บคุ คลใดท�ำการแก้ไขเปลี่ยนแปลงท่ีจบั
สตั วน์ �้ำซึ่งมิได้อยู่ในทด่ี ินอนั บคุ คลถือกรรมสทิ ธ์ใิ ห้ผดิ
ไปจากสภาพทีเ่ ป็นอยู่ เว้นแตจ่ ะไดร้ บั อนญุ าตจาก
พนกั งานเจ้าหน้าท่ี ผรู้ บั อนุญาตตอ้ งปฏบิ ัตติ ามเง่ือนไข
ที่พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ีก�ำหนดให้ (มาตรา 21)
• เพมิ่ เตมิ ขอ้ ห้ามตามข้อตกลง ดงั นี้
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ห้ามทง้ิ สมอและการเหยยี บย่�ำปะการงั
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ห้ามทิง้ ขยะใดๆ รวมถึงเศษอาหาร และการให้อาหาร
ปลา

ระบบนิเวศแนวปะการัง เขต/พ้ืนท่ี นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมท่ีห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี 5. เขตที่รักษาพืชพันธุ์
เพ่ิมเติม แนวเขตท่ีเสนอประกาศเป็นท่ีรักษาพืชพันธุ์เพ่ิมเติม • ห้ามการประมงและเก็บสัตว์น�้ำทุกชนิด (รวมถึง
(Fish Sanctuary exten- ในพื้นที่อาณาเขต 300 เมตรจากกงทรายแดง การเก็บหอย เม่นทะเล ปลิงทะเล และปู เป็นต้น)
tion zone) ตามมาตราที่เกี่ยวข้องในพระราชบัญญัติการ
ประมง 2490 ข้างต้น
6. เขตห้ามเรือเขา้ หรอื เขต • เพ่ิมเติมข้อห้ามตามข้อตกลง ดังน้ี
ท่องเทย่ี วดำ� ผวิ นำ้� ห้ามทิ้งสมอเรือ และการเหยียบย�่ำปะการัง
(No boat zone or ห้ามทิ้งขยะใดๆ รวมถึงเศษอาหาร และการให้
snorkeling zone) อาหารปลา

พนื้ ท่ีในแนวเขตทนุ่ ไข่ปลาสเี หลือง เปน็ พน้ื ทีแ่ นวปะการงั • ห้ามเรือมีเครื่องยนต์เขา้ ในพ้ืนที่ ยกเวน้ เรือคายคั หรอื
น�ำ้ ตื้น ซง่ึ ปจั จุบันมีกิจกรรมการด�ำผวิ น้�ำ (snorkel) และ เรือขนาดเล็กท่ไี มม่ ีเครอื่ ง
มคี วามเสีย่ งทจี่ ะเกิดความเสียหายต่อแนวปะการงั ท้งั • หา้ มเรือขนาดใหญ่ผกู ทุ่นกับทนุ่ สีเหลืองท่ีถูกติดตง้ั ไว้
จากการทง้ิ สมอเรอื การเหยยี บย่�ำของนักท่องเท่ยี ว และ ยกเวน้ ใหเ้ รอื หางยาว
อาจกอ่ ใหเ้ กดิ ความไม่ปลอดภยั ต่อนักท่องเทย่ี วเนื่องจาก • ห้ามท้งิ สมอเรอื
ความแออัดของเรือที่นำ� นักทอ่ งเทย่ี วเขา้ ไปใช้พืน้ ท่ี • ห้ามติดต้ังทุ่นผูกเรือ
96 ท้ังน้ี พ้ืนท่ดี ังกลา่ วถูกก�ำหนดข้นึ จากข้อตกลงของกรม • ห้ามนักท่องเทยี่ วดำ� ผิวน�้ำจากเรอื น�ำเที่ยวใสต่ ีนกบ
ทรพั ยากรทางทะเลและชายฝ่ัง และผ้ปู ระกอบการท่อง หรอื รองเทา้ ใดๆ และรณรงค์ให้มกี ารใชเ้ ส้ือชูชพี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เทยี่ ว มาตง้ั แต่ปี พ.ศ. 2551 • ห้ามขุดลอก เคลือ่ นยา้ ยปะการัง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ • หา้ มการก่อสร้างใดๆ บรเิ วณแนวปะการัง
• หา้ มทงิ้ ขยะใดๆ รวมถงึ เศษอาหาร และการใหอ้ าหารปลา
• ห้ามท�ำประมงด้วยเครื่องมอื ประมงท่กี ำ� หนดใหห้ ้าม
ในพื้นท่ีแนวเขต 3,000 เมตร และหา้ มเพ่ิมเติมดงั นี้
หา้ มการใช้อวนถ่วง และอวนลอย
ห้ามยิงปลา

97 เขต/พ้ืนที่ นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมท่ีห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ
7. พ้นื ทก่ี ิจกรรมพิเศษ พน้ื ทท่ี ่กี ำ� หนดใหม้ ีการท�ำกิจกรรม/โครงการในเขตการ
ระบบนิเวศแนวปะการัง (Special management จดั การพนื้ ที่ขา้ งต้น ซ่งึ ครอบคลุมท้ังพนื้ ทใ่ี นทะเล และ
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี areas) พ้ืนทีบ่ นเกาะทีส่ ง่ ผลตอ่ เนอื่ งลงไปในทะเล โดยไม่ได้ระบุ
ขอบเขตทชี่ ัดเจน

7.1 พนื้ ทีฟ่ ืน้ ฟูแนวปะการงั พื้นที่ทัง้ บนบกและในทะเล ท่ีส่งผลกระทบใหแ้ นว ห้ามกิจกรรมตา่ งๆ ทีร่ ะบุไวใ้ นแตล่ ะเขตการจดั การ
(Coral reef rehabilitation ปะการงั ในบริเวณนน้ั มีความเสือ่ มโทรมมาก จ�ำเป็นต้อง พน้ื ทีร่ ูปแบบตา่ งๆ ข้างต้น ทง้ั นี้ ใหม้ กี ารขออนญา
area) มีมาตรการและโครงการเพอื่ คุ้มครอง และเพม่ิ ศกั ยภาพ ตดำ� เนินกจิ กรรมต่างๆ ตามทีก่ ฎหมายก�ำหนด
การฟืน้ ตวั ตามธรรมชาตขิ องแนวปะการัง ซงึ่ อาจจะเป็น
โครงการท่ดี ำ� เนนิ การในทะเล หรอื บนพนื้ ท่ลี มุ่ น�้ำทสี่ ่งผลก
ระทบตอ่ แนวปะการังในบริเวณนัน้
พื้นท่เี หล่านี้ไดแ้ ก่ หาดทรายนวล อ่าวโฉลกบ้านเกา่ อา่ ว
เทียนออก อ่าวโตนด อา่ วเมา อา่ วหินวง อา่ วม่วง และฝ่งั
ตะวันออกของเกาะนางยวน
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ 7.2 พ้นื ท่ีพัฒนาแหลง่ ด�ำ พน้ื ที่ทางทะเล ทีม่ กี ารจัดสร้างประติมากรรม หรอื ห้ามกจิ กรรมต่างๆ ทีร่ ะบไุ ว้ในแต่ละเขตการจดั การ
น�ำ้ ใหม่ ปะการงั เทยี มเพอื่ เพิม่ แหลง่ ท่องเทีย่ วดำ� น้�ำ ซ่งึ ช่วยลด พนื้ ทรี่ ปู แบบต่างๆ ขา้ งต้น ทั้งนี้ ให้มีการขออนญา
(Dive site development ผลกระทบจากการท่องเทีย่ วดำ� น้�ำในแหล่งปะการงั ตาม ตดำ� เนินกจิ กรรมตา่ งๆ ตามท่ีกฎหมายก�ำหนด
area) ธรรมชาติ และรวมถึงการจัดสร้างแปลงอนบุ าลปะการัง
เพ่ือใช้สำ� หรบั การฟื้นฟแู นวปะการงั และสง่ เสริมการ
ศกั ยภาพการพฒั นาของปะการังและสตั วน์ ำ�้ เกาะติดตา่ งๆ

ระบบนิเวศแนวปะการัง เขต/พ้ืนที่ นิยาม/ ขอบเขต กิจกรรมท่ีห้าม / ไม่อนุญาตให้ท�ำ
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี บนโครงสรา้ งปะการงั เทยี ม พน้ื ทด่ี งั กล่าวไดแ้ ก่ อา่ วลึก
หาดทรายรี เรอื หลวงสัตกดู หาดทรายนวล เรือไทรเดนท์
(ทศิ ใตข้ องกงทรายแดง) ทศิ ตะวนั ตกของเกาะนางยวน
และทิศตะวนั ตกเฉียงเหนอื ของเกาะเต่า (หินไฟ)

7.3 พืน้ ที่พัฒนาทา่ เทียเรือ แนวเขตพน้ื ที่พฒั นาด้านการคมนาคมขนสง่ ทางน้�ำของ • ห้ามท�ำประมงและการเก็บสัตว์น�้ำทกุ ชนิด ตาม
(Pier development area) เกาะเต่า โดยใหม้ กี ารปรับปรุงหรือสรา้ งทา่ เทยี บเรอื ประกาศเขตทีร่ ักษาพชื พนั ธ์ุ ดงั นี้
ใหม่ให้มีมาตรฐาน ท้ังดา้ นความปลอดภัยและดา้ นสิ่ง • หา้ มมใิ หบ้ ุคคลใดท�ำการประมง หรอื เพาะเลีย้ งสัตว์
แวดล้อม ไมก่ ่อให้เกดิ ปัญหาการกดั เซาะชายฝ่ังและ น้�ำในที่รกั ษาพันธุพ์ ืช เวน้ แต่ไดร้ ับอนุญาตจากอธบิ ดี
มลภาวะทางน�้ำ สามารถรองรบั จ�ำนวนเรือ และรปู แบบ ผูร้ ับอนุญาตตอ้ งปฏบิ ัตติ ามเงอ่ื นไขที่อธิบดกี ำ� หนด
ของการขนส่งลักษณะตา่ ง ๆ ไดใ้ นอนาคต (มาตรา 9)
พน้ื ทด่ี ังกล่าว คือ แนวทา่ เทยี บเรือบรเิ วณอ่าวแม่หาด ซ่ึง • หา้ มมใิ ห้บคุ คลใดปลกู สรา้ งสงิ่ ใดลงในท่รี ักษา
ปัจจบุ ันอยู่ในเขตท่ีรักษาพืชพนั ธ์ุ ซง่ึ ต้องขออนุญาตจาก พชื พนั ธุ์ ทวี่ ่าประมลู ที่อนุญาต ซึ่งมใิ ชท่ ่ขี องเอกชน
98 พนกั งานเจ้าหนา้ ท่ี และทสี่ าธารณประโยชน์ เวน้ แตจ่ ะได้รบั อนุญาตจาก
พนกั งานเจ้าหน้าท่ี (มาตรา 17)
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง • หา้ ม มิใหบ้ คุ คลใดท�ำการแก้ไขเปล่ยี นแปลงท่จี บั
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ สตั วน์ �้ำซงึ่ มไิ ดอ้ ยู่ในท่ดี นิ อัน บุคคลถือกรรมสิทธใิ์ ห้
ผดิ ไปจากสภาพทเ่ี ปน็ อยู่ เวน้ แตจ่ ะไดร้ ับอนุญาตจาก
พนักงานเจา้ หนา้ ท่ี ผู้รับอนุญาตต้องปฏบิ ัตติ ามเงือ่ นไข
ท่พี นกั งานเจ้าหน้าที่ก�ำหนดให้ (มาตรา 21)

กิจกรรมท้าย บทท่ี 8

กิจกรรมที่ 8.1 : ให้นักเรียนตอบค�ำถามต่อไปน้ี

1. กิจกรรมของมนุษย์ที่มีผลกระทบต่อระบบนิเวศแนวปะการังมีอะไรบ้าง
2. ให้ใช้แผนที่ท่ีนักเรียนวาดขึ้นในกิจกรรมที่ 2.6 บนแผนท่ีนั้นจะแสดงกิจกรรมต่าง ๆ ของ
มนุษย์ว่าอยู่ตรงไหน ให้เขียนช่ือพ้ืนท่ีอาศัยแนวปะการังที่จะได้รับผลกระทบจากกิจกรรมเหล่าน้ัน
3. กิจกรรมแต่ละประเภทมีผลกระทบต่อแนวปะการังอย่างไรบ้าง
4. ให้เลือกผลกระทบมาหนึ่งข้อ แล้วหาว่า
• ลักษณะของผลกระทบเป็นอย่างไร
• ท�ำไมถึงได้พบผลกระทบน้ี
• ผลกระทบที่ว่าน้ันมีผลต่ออะไร
• มีการอนุรักษ์ในท้องถิ่นท่ีจะท�ำให้ผลกระทบลดลงหรือไม่
• ปัจจุบันนี้มีการรณรงค์ที่จะลดผลกระทบท่ีเกิดข้ึนให้น้อยลง แต่ถ้าไม่มีใครพยายามที่
ลดหรือหยุดผลกระทบนั้น คิดว่าควรจะท�ำอย่างไร
• มีสิ่งใดหรือไม่ท่ีจะท�ำให้ประชาชนตื่นตัวกับปัญหาท่ีเกิดขึ้น
ให้ท�ำแผ่นพับ โดยใช้ข้อมูลที่นักเรียนหามาได้ และให้วาดรูปประกอบบ้าง หรือนักเรียน
อาจเตรียมไปพูดสั้น ๆ หน้าห้องเรียนในหัวข้อท่ีเลือกมา

99 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

บทท่ี 9

กแนารวตทิดางตกาามรกศาึกรษเาปวลิจี่ยัยนแแลปะลงระบบนิเวศแนวปะการัง

การส�ำรวจความหลากหลายของโครงสร้างสังคมปะการัง และการประเมินสภาพแนว
ปะการังมีหลายวิธีตามวัตถุประสงค์ของงาน โดยท่ัวไปการส�ำรวจแนวปะการังมีวิธีการด�ำเนินงาน
เบ้ืองต้นเหมือนกัน ต่างกันที่รายละเอียดของวิธีการบันทึกข้อมูล โดยมีการขั้นตอนและวิธีการ ดังนี้
• อุปกรณ์ภาคสนาม
1. เรือขนาดเล็ก หรือเรือยางพร้อมเคร่ืองยนต์ และอุปกรณ์ความปลอดภัยต่าง ๆ
2. อุปกรณ์ด�ำน�้ำลึก (SCUBA equipment)/ อุปกรณ์ด�ำน้�ำแบบผิวน�้ำ
3. เคร่ืองก�ำหนดพิกัด (Global Positioning System, GPS) แบบพกพา
4. กระดานบันทึกข้อมูลใต้น�้ำ (Slate board) ดินสอ และแผ่นบันทึกข้อมูล (Data sheets)
5. เส้นเทปวัดท่ีท�ำจากพลาสติกความยาว 20 เมตร 30 เมตร 50 เมตร หรือ 100 เมตร
6. แผ่นพลาสติกกันน�้ำส�ำหรับช่วยจ�ำแนกกลุ่มสิ่งมีชีวิต
• อุปกรณ์ในห้องปฏิบัติการ
คอมพิวเตอร์ส�ำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล
• การเลือกพ้ืนที่เก็บข้อมูล
การเลือกพ้ืนท่ีส�ำหรับการเก็บข้อมูลมีความส�ำคัญ เนื่องจากพ้ืนท่ีดังกล่าวจะเป็นตัวแทน
ของพ้ืนที่แนวปะการังทั้งหมดของแต่ละบริเวณท่ีท�ำการส�ำรวจ โดยมีขั้นตอนการเลือกพ้ืนที่ส�ำรวจ
ดังนี้
1. การเลือกพื้นท่ีเก็บข้อมูลจะเร่ิมท�ำการส�ำรวจท่ัวๆ ไปทั้งบริเวณแนวปะการัง เพ่ือเลือก
พ้ืนท่ีท่ีเหมาะสมส�ำหรับการบันทึกข้อมูล โดยทั่วไปบริเวณท่ีมีความสมบูรณ์ของปะการังสูงสุด จะ
อยู่บริเวณแนวสันปะการัง (Reef edge)
2. ควรเลือกพ้ืนที่อย่างน้อย 2 บริเวณ ถ้าพบด้านที่รับลม และด้านที่ก�ำบังลมชัดเจน ก็ควร
ท�ำการเก็บข้อมูลท้ัง 2 บริเวณ เพื่อสามารถเปรียบเทียบความแตกต่างของข้อมูลแนวปะการังได้
3. ควรบันทึกต�ำแหน่งพ้ืนที่ส�ำรวจขณะอยู่ในพ้ืนท่ี โดยการบันทึกจุดอ้างอิงบนบก หรือ
ลักษณะแนวปะการัง เช่น อ่าว หรือส่วนคอด ช่องแคบ ข้อมูลเหล่าน้ีจะมีประโยชน์ ในการลง
ข้อมูลส�ำหรับการติดตามการเปลี่ยนแปลงในระบบฐานข้อมูล และการกลับมาเก็บข้อมูลซ�้ำในจุด
เดิม การใช้เครื่องก�ำหนดพิกัด (GPS) ภาพถ่ายทางอากาศ หรือแผนท่ีจะมีประโยชน์อย่างยิ่งใน 100
การบันทึกต�ำแหน่งพื้นที่ส�ำรวจ และกลับมาส�ำรวจที่เดิมใหม่

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

3. จ�ำนวนผู้ที่จดบันทึกข้อมูล ควรมีให้
น้อยท่ีสุด ผู้ส�ำรวจชุดนี้ควรท�ำการเก็บข้อมูล
ทุกๆ พื้นที่ และถ้าเป็นไปได้ควรเป็นผู้ส�ำรวจ
บันทึกข้อมูลอีกเม่ือท�ำการส�ำรวจซ้�ำในท่ีเดิม
4. ถ้ามีผู้ส�ำรวจมากพอ ประสิทธิภาพ
ในการส�ำรวจจะเพ่ิมมากข้ึนถ้ามีผู้ส�ำรวจ 2 คน
ผู้จดบันทึกข้อมูลหน่ึงคน และอีกคนหนึ่งเป็นผู้
วางและเก็บเส้นเทปวัดตามแนวส�ำรวจ
5. แนวส�ำรวจระยะทาง 20 เมตร
แต่ละแนวควรบันทึกข้อมูลโดยผู้ส�ำรวจเพียง
คนเดียว
6. ผู้ท่ีรับผิดชอบในการลากเทปวัด
ควรลากเส้นเทปวางในแนวขนานไปกับแนวสัน
ปะการัง ในระดับความลึกเดียวกันตลอดแนว
ส�ำรวจ (ใช้อุปกรณ์วัดความลึก)
7. เส้นเทปวัดจะต้องอยู่ใกล้เคียงกับ
ส่ิงท่ีต้องการศึกษา (ระยะ 0-15 เซนติเมตร)
• วิธีการวางแนวส�ำรวจ ตลอดเวลา และเส้นเทปจะต้องอยู่นิ่งไม่ลอย
1. การส�ำรวจในแต่ละพื้นท่ี ต้องเก็บ ไปลอยมา โดยการยึดเส้นเทปกับวัตถุใต้น้�ำ แต่
ข้อมูลอย่างน้อย 3-5 แนวส�ำรวจ หรือ 3-5 ซ�้ำ ต้องระวังความเสียหายที่อาจจะเกิดต่อปะการัง
ความยาวแนวละ 20 เมตร โดยการวางแนว หากพันเส้นเทปไว้กับก้อนปะการัง
ส�ำรวจแบบสุ่ม ท่ีระดับความลึก 2 ระดับ และ
สามารถเป็นตัวแทนของสังคมปะการังแบบต้ืน 8. หลังจากเก็บข้อมูลตามแนวเส้นเทป
(3 เมตร) และตัวแทนของสังคมปะการังแบบ เสร็จแล้ว ผู้ส�ำรวจอาจจะท�ำเคร่ืองหมายโดย
ลึก (8-10 เมตร) การปักหมุดเหล็ก หรือทุ่นลอยไว้ที่ผิวน�้ำหรือ
2. ถ้าพ้ืนท่ีส�ำรวจประกอบด้วยแนว ทุ่นลอยใต้น้�ำ เพ่ือให้สามารถกลับมาเก็บข้อมูล
ราบ (Reef flat) แนวสัน (Reef edge) และ ยังบริเวณเดิมได้ง่าย อย่างไรก็ตาม เน่ืองจาก
แนวลาดชัน (Reef slope) แนวส�ำรวจบริเวณ การวางเทปวัด เป็นการสุ่มวาง (Random
ท่ีต้ืนจะอยู่ที่แนวลาดชันความลึกประมาณ 3 sampling) บนแนวปะการัง จึงไม่จ�ำเป็นต้อง
เมตร แนวส�ำรวจบริเวณท่ีลึกจะอยู่ประมาณ วางให้ตรงต�ำแหน่งเดิม เพียงแต่ให้เป็นพ้ืนที่
8-10 เมตร ใต้แนวสันปะการัง ซ่ึงถ้าหากพ้ืนท่ี บริเวณเดียวกัน และความลึกระดับเดียวกัน
ส�ำรวจบนแนวปะการังปรากฏไม่ชัดเจน ระดับ ผู้ส�ำรวจเพียงแต่จดบันทึกรายละเอียดของ
ความลึกของแนวส�ำรวจท่ีระดับน�้ำลึกให้วัดจาก ต�ำแหน่งที่วางเทปวัดไว้เป็นข้อมูลส�ำหรับการ
ระดับน้�ำต�่ำที่สุด ถ้ามีปะการังจ�ำนวนน้อยหรือ ส�ำรวจในคร้ังต่อไป

101 ไม่มีปะการังท่ีระดับความลึก 10 เมตร ให้วาง
แนวส�ำรวจที่ความลึก 6-8 เมตร และต้องท�ำการ
บันทึกระดับความลึกนี้ไว้

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

• ความละเอียดของข้อมูลที่บันทึก และตารางที่ 9.1 เป็นวิธีการบันทึกข้อมูลท่ีมี
ผู้ส�ำรวจอาจจะก�ำหนดความละเอียด ความละเอียดมากขึ้น สามารถให้ภาพของแนว
ของการบันทึกข้อมูลตามความสามารถ และ ปะการัง ว่ามีโครงสร้างสังคมปะการัง และรูป
ประสบการณ์ในการศึกษาระบบนิเวศแนว ร่างอย่างไร ผู้ส�ำรวจจะต้องท�ำความเข้าใจถึง
ปะการัง โดยทั่วไปความละเอียดของข้อมูล การจ�ำแนกรูปทรงต่างๆ ตลอดจนการบันทึก
สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระดับ คือ สัญลักษณ์ย่อของปะการังแต่ละรูปทรง และสิ่ง
1. การบันทึกข้อมูลปะการังมีชีวิต มีชีวิตแต่ละกลุ่ม
และปะการังตาย (Live & Dead corals)
เป็นการบันทึกข้อมูลท่ีเหมาะส�ำหรับ 3. การบันทึกข้อมูลระดับสกุล หรือ
ผู้ที่เร่ิมต้นศึกษาแนวปะการัง โดยบันทึกข้อมูล ชนิด (Genus or species level)
ปะการังท่ีมีชีวิต (Live corals: LC) ปะการังตาย
(Dead corals: DC) ทราย (Sand: S) และหิน การบันทึกข้อมูลในระดับสกุลหรือ
(Rock: R) แม้ว่าจะเป็นข้อมูลท่ีไม่ละเอียดมาก ชนิด เหมาะส�ำหรับนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการ
นัก แต่ก็สามารถติดตามการเปลี่ยนแปลงพ้ืนท่ี ความละเอียดของข้อมูลสูง สามารถแสดง
ปกคลุมของปะการังท่ีมีชีวิตได้ดี โครงสร้างของแนวปะการัง และความหลาก
2. การบันทึกรูปทรงของปะการัง และ หลายของแนวปะการังได้ดี ข้อเสียของวิธีน้ี ก็
กลุ่มสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ (Live form level) คือ ต้องการผู้ท่ีมีความช�ำนาญในการจ�ำแนก
การบันทึกรูปทรงของปะการัง (Live ปะการังในระดับสกุล หรือชนิดได้ดี วิธีนี้จึงไม่
form) และสิ่งมีชีวิตอ่ืนๆ ดังรูปท่ี 9.1 – 9.3 เป็นที่นิยม

102

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

103 รูปที่ 9.1 ลักษณะรูปทรงของปะการังและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ (English et al.,1997)

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รูปที่ 9.2 ลักษณะรูปทรงของปะการังและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ (English et al.,1997) 104

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

105 รูปท่ี 9.3 ลักษณะรูปทรงของปะการังและสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ (English et al.,1997)

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

ตารางที่ 9.1 การแบ่งกลุ่มของสิ่งมีชีวิตในแนวปะการังออกเป็นประเภทต่างๆ
(ดัดแปลงจาก English et al.,1997)

รายการ รหัส ค�ำอธิบาย 106

ปะการงั แขง็ DC ปะการงั เพง่ิ ตาย มสี ขี าว หรือขาวขุ่น
Dead Coral DCA ปะการงั ตาย เรม่ิ มสี าหร่ายข้นึ ปกคลุม
Dead Coral with Algae ACB ปะการงั เขากวางกง่ิ ยาว
Acropora Branching ACE ปะการงั เขากวางท่มี ีลกั ษณะเคลอื บบนพน้ื ผิว
Acropora Encrusting ACS ปะการงั เขากวางก่ึงก้อน มกี ง่ิ หนา
Acropora Submassive ACD ปะการังเขากวางทรงพมุ่ มกี ่งิ ตรงแบบนวิ้ มอื
Acropora Digitate ACT ปะการงั เขากวางรูปโตะ๊
Acropora Tabular CB ปะการงั ก่งิ ทว่ั ไป
Branching Coral CE ปะการังเคลอื บ
Encrusting Coral CF ปะการังแผ่น หรอื เป็นกลีบ
Foliose Coral CM ปะการังก้อน
Massive Coral CS ปะการงั มลี กั ษณะกิ่งหนา หรือกง่ึ ก้อน
Submassive Coral CMR ปะการังเหด็
Mushroom Coral CHL ปะการงั สีนำ้� เงนิ
Heliopora CME ปะการงั ไฟ
Millepora CTU ปะการังท่อออแกน
Tubipora
สง่ิ มชี ิวิตอ่ืนๆ SC ปะการงั ออ่ น
Soft Coral SP ฟองนำ�้
Sponges ZO พรมทะเล
Zoanthids

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

รายการ รหัส ค�ำอธิบาย

Other (อน่ื ) OT เพรยี งหัวหอม ดอกไมท้ ะเล กลั ปังหา หอยมือ
เสือ ฯลฯ
กลุ่มสาหร่าย
Algal Assemblage AA สาหรา่ ยหลายชนิดรวมกัน
Coralline Algae CA สาหร่ายหนิ ปนู สแี ดง
Halimeda HA สาหร่ายใบมะกรดู
Macroalgae MA สาหรา่ ยตน้ ใหญ่ เช่น สาหรา่ ยทุ่น และสาหรา่ ย

Turf Algae สีนำ้� ตาล
Abiotic TA สาหร่ายเสน้ สีเขยี วเปน็ ผนื
Sand
Rubble S ทราย
Silt R เศษปะการงั
Rock SI ตะกอนละเอยี ด
Other RCK หนิ
DDD ขอ้ มลู ขาดหาย

Fixed points transect (Reef Check Method)
การศึกษาระบบนิเวศแนวปะการังโดยวิธี Fixed points transect เป็นวิธีการหนึ่งท่ี
น�ำมาใช้ในการติดตามการเปล่ียนแปลงของระบบนิเวศปะการังท่ัวโลก เนื่องจากเป็นวิธีการส�ำรวจ
อย่างง่าย เหมาะสมกับเจ้าหน้าท่ีอุทยานแห่งชาติ หรือนักด�ำน�้ำอาสาสมัครท่ีไม่มีความรู้ทางด้าน
การจ�ำแนกชนิดของปะการังในระดับลึก เรียนรู้และสามารถเก็บข้อมูลร่วมกับนักวิทยาศาสตร์ใน
แต่ละพ้ืนท่ี และส่งข้อมูลต่างๆ กลับเข้าศูนย์รับข้อมูล โดยการเก็บข้อมูลปัจจัยของสิ่งแวดล้อมทั่วไป
ของพ้ืนที่ที่ท�ำการเก็บข้อมูล ปัจจัยเส่ียงที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อแนวปะการัง สถานภาพของ
ปะการัง ปลา และส่ิงมีชีวิตอ่ืนๆ ที่มีความส�ำคัญต่อระบบนิเวศ และมีความส�ำคัญทางเศรษฐกิจ
เป็นต้น
วิธีการนี้ เป็นวิธีการท่ีง่ายส�ำหรับนักเรียนสามารถท่ีจะด�ำเนินการได้ไม่ยากนัก จึงเป็น
107 วิธีการท่ีแนะน�ำให้น�ำไปใช้ในการติดตามการเปล่ียนแปลงสถานภาพแนวปะการัง

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

กิจกรรมท้าย บทท่ี 9

กิจกรรมที่ 9.1: การศึกษาสถานภาพของปะการัง

จากความรู้ทางปะการังท่ีได้เรียนมาให้นักเรียนศึกษาสถานภาพของแนวปะการังโดยวิธี
การด�ำน�้ำแบบผิว(Snorkel) อุปกรณ์ที่ต้องใช้คือ หน้ากาก ท่อหายใจ ตีนกบ ชูชีพ (ป้องกันการ
เหยียบบนปะการัง)

อุปกรณ์ภาคสนาม
1. เส้นเทปวัดที่ท�ำจากพลาสติกความยาว 100 เมตร หรือเส้นเชือกที่มีการท�ำเครื่องหมาย
ทุกๆ 50 เซนติเมตร
การเก็บข้อมูลปะการัง และการบันทึกข้อมูล
1. ก่อนลงน�้ำ ให้นักเรียนบันทึกจุดพิกัดของสถานที่ส�ำรวจ และตัวแปรของปัจจัยส่ิง
แวดล้อม
2. ท�ำการวางแนวส�ำรวจโดยลากเส้นเทปบนแนวปะการังเป็นระยะทาง 100 เมตร ขณะที่
ก�ำลังวางแนวส�ำรวจ ผู้ส�ำรวจท่ีเหลือควรบันทึกรายละเอียดของสถานท่ีส�ำรวจ ได้แก่ ระดับความ
ลึก เวลาเร่ิมต้นส�ำรวจ เป็นต้น ลงในแบบฟอร์มบันทึกข้อมูล
3. หลังจากวางแนวส�ำรวจเสร็จส้ินเป็นระยะทางท้ังหมด 100 เมตร ผู้ส�ำรวจควรว่าย
เคลื่อนท่ีช้าๆ ตามแนวส�ำรวจ บันทึกรูปแบบของสิ่งมีชีวิตท่ีปรากฏอยู่ใต้เส้นเทปในแนวดิ่ง ณ
ต�ำแหน่งบนเส้นเทป ทุกๆ ระยะ 50 เซนติเมตร ตลอดความยาวเส้นเทป 20 เมตร ซึ่งจะได้จ�ำนวน
ข้อมูลรวม 40 ต�ำแหน่งต่อ 1 ซ้�ำ หลังจากนั้น เว้นระยะ 5 เมตร แล้วเริ่มบันทึกใหม่ทุกๆ ระยะ
50 เซนติเมตร ดังนั้น ตลอดความยาว 100 เมตร จะได้จ�ำนวนซ�้ำท้ังหมด 4 ซ้�ำ โดยนักเรียนอาจ
จะบันทึกข้อมูลในระดับเบ้ืองต้น ได้แก่ ปะการังมีชีวิต (Living Coral: LC) ปะการังตาย (Dead
Coral: DC) ทราย (Sand: S) หิน (Rock: R) และสิ่งมีชีวิตอื่นๆ กรณีที่ช�ำนาญมากขึ้น อาจจะบัน
ทึกรูปทรงปะการัง
4. ผู้ส�ำรวจอาจจะบันทึกชนิดของสิ่งมีชีวิตพร้อมกับภาพถ่ายส่ิงมีชีวิตด้วยขึ้นอยู่กับความ
รู้ของผู้ส�ำรวจ สามารถศึกษาในรายละเอียดจากหนังสือ Corals of Australia and the Indo-
Pacific (1986) และหนังสือ Coral of The World ของ Veron (2000)

ระบบนิเวศแนวปะการัง 108
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

การวิเคราะห์ข้อมูล
1. การวิเคราะห์ข้อมูล จะแสดงผลออกมาเป็นเปอร์เซ็นต์การปกคลุม และจ�ำนวนความ
มากน้อยของแต่ละรูปแบบของส่ิงมีชีวิตท่ีพบในแต่ละแนวส�ำรวจ
2. น�ำข้อมูลท่ีบันทึกได้ท่ีมีความละเอียดของข้อมูลในระดับเบื้องต้น ระดับรูปทรงของ
ส่ิงมีชีวิต (Life form) หรือข้อมูลระดับสกุล (Genus) ทุกระยะ 50 เซนติเมตร บันทึกลงตาราง
บันทึกข้อมูล ก่อนน�ำข้อมูลที่ได้ในแต่ละกลุ่มป้อนลงในระบบฐานข้อมูล เพื่อค�ำนวณหาเปอร์เซ็นต์
ครอบคลุมพ้ืนที่ของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด
3. การวิเคราะห์ข้อมูลเปอร์เซ็นต์ปกคลุมของสัตว์พ้ืนทะเล จะวิเคราะห์โดยการน�ำจ�ำนวน
จุดท่ีท�ำการบันทึกทุกระยะ 50 เซนติเมตร ของระยะทาง 20 เมตร ท่ีจะบันทึกได้ท้ังหมด 40 จุด
ซ่ึงจะถือว่าเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้น เปอร์เซ็นต์ปกคลุมของรูปทรงของปะการังแต่ละชนิด รวม
ถึงสิ่งมีชีวิตอื่นๆ สามารถแสดงการค�ำนวณได้ดังนี้

เปอร์เซ็นต์ปกคลุม = จ�ำนวนจุดท้ังหมดของรูปแบบสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด x 100
จ�ำนวนจุดท้ังหมดของแนวส�ำรวจแต่ละแนวส�ำรวจ

ตัวอย่างเช่น ในแนวส�ำรวจที่ 1 พบปะการังก้อน (Porites sp.) 20 จุด

แนวส�ำรวจที่ 1 มีเปอร์เซ็นต์ปกคลุมของปะการังก้อน = 20 x 100
40

ดังนั้นแนวส�ำรวจที่ 1 มีเปอร์เซ็นต์ปกคลุมของปะการังก้อน = 50%

การรายงานเปอร์เซ็นต์ปกคลุมของสิ่งมีชีวิตแต่ละชนิด จะเป็นค่าเฉล่ียของจ�ำนวนแนว
ส�ำรวจ ท้ังหมดในแต่ละบริเวณ

109 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เอกสารอ้างอิง

กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง. 2555 ก. โครงการศึกษาจัดท�ำฐานข้อมูลพ้ืนท่ีคุ้มครองทาง
ทะเล. กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรและสิ่งแวดล้อม
สถาบันวิจัยชีววิทยาและประมงทะเล ภูเก็ต. 2538. คู่มือสัตว์และพืชทะเลในแนวปะการังหมู่
เกาะสุรินทร์และสิมิลัน. โรงพิมพ์ภูเก็ตการพิมพ์. 109 หน้า
English,reSs.o, uWrcileksin2snodn., C., and Baker, V. 1997. Survey manual for tropical marine
ASEAN - Australia Marine Science Project. Australian Institute
of Marine Science. 390 pp.
Musso, B. and Hutchison, E. 1996. Coral and Coral Reefs. In Corals and Coral
Reefs & Mangroves Teacher’s Guide 2. UNESCO Project: Marine science
curriculum materials for South Pacific schools. 75 pp.
Veron, JEN. 1986. Corals of Australia and the Indo-Pacific. Australian Institute of
Marine Science, Australia. 664 pp.
Veron, JEN. 2000. Corals of the world6. Australian Institute of Marine Science and
CRR Qld Pty Ltd, Australia: New Litho, Survey Hills, Melbourne. Vol. 1, 463 pp.

http://www. coral.noaa.gov/themes
http:// www.com.univ-mrs.fr
http:// www.divergallery.com
http:// www.ebiomedia.com/gall/eyes
http:// www.exposition.bnf.fr
http:// www.extremescience.com
http://www. fins.actwin.com/marine-pics
http:// www.homepage.ntlworld.com/k.davis11
http:// www.nps.gov/npsa/NPSAcor
http:// www.starfish.ch
http:// www. scielo.sa.cr/mg/fbpb/rbt

ระบบนิเวศแนวปะการัง 110
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยค�ำถาม

เฉลยค�ำถามบทท่ี 2
หน้า 12 ในสภาพท่ีน้�ำลงต่�ำสุด สัตว์หลายชนิดรวมท้ังปะการังจะสร้างชั้นเมือกคลุมตัวเพ่ือ
ป้องกันการสูญเสียน้�ำ ในกลุ่มพวกหอยจะปิดฝาสนิท เม่ือน้�ำลงต่�ำสุด ส่วนสัตว์ที่
เคล่ือนที่ได้ตัวเล็กๆ ก็จะเคล่ือนที่หลบเข้าในซอกหินหรือใต้หิน
หน้า 27 ปะการังก้อนจะโตได้ช้า และอาจตายได้ เนื่องจากปะการังเขากวางจะบดบัง
แสง ท�ำให้แสงไม่สามารถส่องไปถึงปะการังก้อน สาหร่ายซูแซนเทลลี่ในปะการังก้อนไม่สามารถ
สังเคราะห์แสงได้

หน้า 28 โดยท่ัวไปปะการังที่มีรูปร่างแบบแผ่นและแบบเคลือบมักจะถูกทับถมโดย
ตะกอนได้ง่าย

เฉลยค�ำถามบทที่ 4
หน้า 55 ปูเสฉวนน้ัน เป็นปูท่ีอาศัยอยู่ในเปลือกหอย มันจะใช้เปลือกหอยเป็นท่ีอยู่และที่
หลบภัยของมัน ตัวของปูเสฉวนจะโค้งงอ เพื่อให้ง่ายต่อการขดเข้าไปอยู่ในเปลือกหอย เมื่อร่างกาย
มันมีขนาดใหญ่ข้ึนจะเปลี่ยนเปลือกหอยอันใหม่ ถ้ามันไม่ยอมเปล่ียนเปลือกหอยท่ีมีขนาดใหญ่
ขึ้นตัวมันจะไม่โตข้ึน

หน้า 64 สาหร่ายซูแซนเทลล่ีอาศัยร่วมกันในสิ่งมีชีวิตอื่นๆ นอกจากปะการัง ได้แก่
หอยมือเสือ

111 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เฉลยกิจกรรมท่ี 2.1
• ปัจจัยท่ีมีผลต่อการทะลุผ่านของแสง ได้แก่ ความขุ่นของน้�ำ ซ่ึงอาจเกิดจากตะกอนใน
น�้ำ หรือสิ่งมีชีวิตในมวลน�้ำ เช่น แพลงก์ตอน

ก) น้�ำท่ีมีความขุ่นสูง แสงไม่สามารถส่องผ่านลงไปท่ีลึกได้ จากรูปท่ี 1.1 ท่ีบริเวณผิวน�้ำ (A)
เป็นบริเวณที่แสงสามารถส่องผ่านลงมามากท่ีสุด และเมื่อความลึกเพิ่มข้ึนความเข้มแสงที่สามารถ
ส่องลงไปก็ลดน้อยลง (B) ส่วนท่ีความลึก (C) เป็นบริเวณท่ีแสงส่องผ่านได้น้อยเน่ืองจากจะถูกน�้ำ
ดูดซับไว้ จากรูป กราฟ Y แสดงการส่องผ่านของแสงในบริเวณท่ีน�้ำใส เปรียบเทียบกับกราฟ X
แสดงการส่องผ่านของแสงในน�้ำขุ่น ซึ่งแสงผ่านได้ที่ความลึกน้อยกว่ากราฟ Y

ข) เนื่องจากปะการังต้องใช้แสงในการเติบโต น�้ำขุ่นจะเป็นตัวบดบังแสงที่จะส่องผ่าน
ลงไปยังที่ลึก ดังนั้นปะการังจะถูกจ�ำกัดให้เติบโตได้อยู่ในบริเวณท่ีตื้นที่แสงส่องลงไปถึงเท่าน้ัน

การส่องผ่านของแสงในน้�ำดินเลน

เฉลยกิจกรรมท่ี 2.2
1) แสง อุณหภูมิ ความเค็ม ความขุ่น พ้ืนท่ีลงเกาะ เป็นต้น
2) แสง : สาหร่ายท่ีอาศัยในปะการังใช้สังเคราะห์แสง ช่วยในการเติบโตของปะการัง
ความขุ่น : ความขุ่นมีผลต่อแสงท่ีส่องผ่านลงไปในน�้ำ ถ้าน้�ำขุ่นมากแสงส่องผ่านลงไป
ได้น้อย ปะการังก็จะเติบโตช้า

ความเค็ม : ปะการังเติบโตได้ดีที่ความเค็มของน้�ำประมาณ 27-32 ppt ถ้าน�้ำมีความ
เค็มต่�ำมากปะการังไม่สามารถเติบโตได้

3) เนื่องจากบริเวณป่าชายเลน และบริเวณปากแม่น�้ำเป็นพื้นที่รับน้�ำจืดและตะกอนมา
จากแม่น�้ำ จึงเป็นบริเวณที่มีความแปรปรวนของส่ิงแวดล้อมมาก ได้แก่ น้�ำมีความขุ่นสูง ซ่ึงเกิด
จากการพัดพาของแม่น้�ำน�ำตะกอนลงสู่ปากแม่น้�ำ ตะกอนจะทับถมตัวปะการัง และลดการส่อง
ผ่านของแสงในน้�ำ

- ความเค็มต�่ำ ซ่ึงเกิดจากน้�ำจืดที่ไหลลงสู่ปากแม่น้�ำ ท�ำให้ปะการังไม่สามารถเติบโตได้ 112

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมที่ 2.3

ชายหาด

ผิวหน้าน้ําทะเล

ปะการังแนวราบ สันปะการัง
ปะการังแนวลาดเอียง

พ้ืนทะเล

แอ่งนํ้าขังปะการัง สันปะการัง
ปะการังแนวลาดเอียง

a) ภาพตัดขวาง (profile) ของแนวปะการังแบบ fringing reef b) ภาพตัดขวาง (profile)
ของแนวปะการังแบบ atoll

113 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เฉลยกิจกรรมท่ี 2.5
1-2 ได้แก่ การขุดร่องน�้ำเพ่ือการเดินเรือในแนวปะการัง การทอดสมอบนแนวปะการัง
การใช้

เคร่ืองมือจับปลาบางชนิดเช่น การระเบิดปลา ผลกระทบจากนักท่องเที่ยวยืนบนปะการัง
และเก็บปะการัง ถ้าการกระท�ำดังกล่าว ยังเกิดข้ึนส่งให้ผล ปะการังตาย แนวปะการังเสื่อมโทรม
ลงและระบบนิเวศในแนวปะการังก็จะพังทลาย (ให้ผู้สอนถามนักเรียนและวิจารณ์ร่วมกันถึงผล
กระทบที่เกิดข้ึนจากกิจกรรมดังกล่าว)

3-4 กิ่งปะการังที่แตกหักลงมาจากโคโลนีนั้น สามารถเติบโตได้เม่ือมันถูกพัดพาตกบน
พ้ืนท่ีว่างที่

เป็นพ้ืนแข็ง สามารถยึดเกาะได้ กิ่งปะการังไม่สามารถเติบโตได้ถ้าตกลงบนพ้ืนทรายและ
ถูกทับถมด้วยตะกอนหรือทราย และถ้าอยู่บริเวณท่ีมีแสงน้อยไม่สามารถสังเคราะห์แสง ปะการัง
ก็ไม่สามารถเติบโตได้

เฉลยกิจกรรมที่ 2.6

สันปะการัง
ปะการังแนวลาดเอียงช่วงบน

ปะการังแนวลาดเอียงตอนล่าง

ภาพตัดขวาง (profile) ของแนวปะการังแบบลาดชัน (reef slope)

ระบบนิเวศแนวปะการัง 114
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมที่ 2.7
ก) โคโลนีท่ี 1 สามารถเติบโตได้ดีในสภาพแวดล้อมที่ได้รับแรงกระทบจากคล่ืนสูง
เนื่องจากมีโครงร่างเป็นกลุ่มก้อน มีความแข็งแรงกว่า ส่วนโคโลนีที่ 2 น้ันมีโครงร่างท่ีบอบบาง
กว่าและอาจแตกหักได้ง่ายเม่ือได้รับคล่ืนแรง

ข) รูปที่ 2 สามารถเติบโตได้ในบริเวณท่ีน�้ำลึกกว่า เน่ืองจากมีการปรับตัวให้สามารถมี
พ้ืนที่รับแสงได้มากกว่า สามารถเติบโตอยู่ในบริเวณน�้ำลึกได้มากกว่า ส่วนรูปที่ 1 น้ัน มีรูปทรงที่
แข็งแรงกว่าสามารถปรับตัวให้อยู่ได้ในพ้ืนที่ท่ีมีพลังงานสูง หรือได้รับผลกระทบจากคลื่นมากกว่า

เฉลยกิจกรรมที่ 2.8
ปะการังในกลุ่มที่ 1 รูปร่างโครงร่างปะการังส่วนใหญ่มีลักษณะส้ัน เป็นกลุ่มก้อน ซ่ึง
สามารถพบได้ในบริเวณแนวสัน (reef crest) และ แนวลาดเอียง (reef slope) ส่วนในกลุ่มที่
1 รูปร่างปะการังจะมีก่ิงก้านและแผ่เป็นแผ่นมากกว่าสามารถพบในบริเวณท่ีลึกกว่า ได้แก่ บริเวณ
แนวลาดเอียง (reef slope) หรือบริเวณท่ีไม่ได้ผลกระทบจากคล่ืน

เฉลยกิจกรรมที่ 2.9
1) เนื่องจากสาหร่ายซูแซนเทลลี่ ท่ีอาศัยร่วมอยู่ด้วยเป็นตัวสร้างพลังงานและอาหาร ให้
แก่ปะการังท�ำให้สามารถสร้างโครงสร้างหินปูนได้เร็ว และเติบโตได้เร็ว

2) แสงที่จ�ำกัด จะเป็นตัวจ�ำกัดการสังเคราะห์แสงของซูแซนเทลลี่ และส่งผลถึงอัตราการ
เติบโตของแนวปะการัง

3) สาหร่ายซูแซนเทลล่ี ท่ีอาศัยอยู่ด้วยจะตายและส่งผลให้ปะการังบางชนิดตาย และ
ปะการังที่สามารถอยู่รอดได้ก็จะมีอัตราการเติบโตช้า

4) ท�ำให้ปะการังสามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว และสามารถสร้างโคโลนีใหม่ๆ และขยาย
พื้นท่ีแนวปะการังได้ ส่วนสาหร่ายซูแซนเทลล่ีจะได้อาหารจากปะการังโดยตรง

เฉลยกิจกรรมที่ 2.10
1) สภาพแวดล้อมท่ีเป็นมลพิษส่วนใหญ่ จะครอบคลุมพ้ืนที่กว้าง ส่งผลต่อการปล่อยตัว
อ่อน และลงเกาะของตัวอ่อนปะการัง เน่ืองจากตัวอ่อนปะการังต้องลงเกาะในพื้นที่ที่ไม่มีมลพิษ
จึงต้องสามารถกระจายออกไปได้ในบริเวณท่ีไกลออกไป แต่ถ้ามันไม่สามารถไปได้ไกลและลงเกาะ
ในพื้นที่ใกล้กับโคโลนีเก่า ก็ท�ำให้มันตายจากมลพิษ
2) ในการออกไข่จ�ำนวนมากของปะการังน้ันท�ำให้เพ่ิมโอกาสการกระจายและลดความเสี่ยง
จากการท่ีตัวอ่อนจะถูกกินก่อนการลงเกาะ และเพิ่มโอกาสการปฏิสนธิกับปะการังจากโคโลนีอ่ืน
115 3) ปลาหลายชนิด

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมท่ี 2.11
1) ปัจจัยจากส่ิงแวดล้อม ได้แก่ คล่ืน ลม ความเข้มแสง
2) จะมีรูปร่างแตกแขนงมากขึ้น เพ่ือที่จะเพ่ิมพ้ืนท่ีในการรับแสงให้มากข้ึน และป้องกัน
การถูกบังแสงจากโคโลนีหรือต้นอ่ืนๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ และจะมีรูปร่างให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อม
เช่น ต้นไม้ใบบริเวณท่ีลมแรงจะมีก่ิงสั้นและแข็งแรง เช่นเดียวกับปะการังในบริเวณคล่ืนแรง

เฉลยกิจกรรมที่ 2.12

ปะการังวงแหวน ปะการังดอกกะหล�่ำ ปะการังสมอง
ปะการังวงแหวน
ปะการังเห็ด ปะการังสมอง ปะการังโขด ปะการังเห็ด
ปะการังดอกกะหล�่ำ
ปะการังเขากวาง ปะการังเคลือบ ปะการังโขด
ปะการังเขากวาง
ปะการังเขากวาง ปะการังแผ่นต้ัง
ปะการังผิวเกล็ดน�้ำแข็ง
ปะการังผิวเกล็ดน้�ำแข็ง ปะการังแผ่นลายลูกฟูก ปะการังเคลือบ
แผ่นลายลูกฟูก
ปะการังลูกโป่ง
กัลปังหาพัด

กัลปังหาพัด ปะการังแผ่นต้ัง ปะการังลูกโป่ง

116

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมที่ 3.1
1. ผู้ผลิตข้ันต้นในแนวปะการัง ได้แก่ สาหร่ายซูแซนเทลล่ี จะสร้างพลังงานโดยการ
สังเคราะห์แสงให้กับปะการัง ปะการังจัดเป็นผู้บริโภคอันดับท่ี 1 ปลานกแก้วที่ครูดกินปะการัง
เป็นอาหารจัดเป็นผู้บริโภคอันดับท่ี 2 ฉลามและปลาใหญ่อื่นๆ ที่กินปลาเล็กเป็นอาหาร ก็จัดเป็น
ผู้บริโภคอันดับท่ี 2 เช่นเดียวกัน

เฉลยกิจกรรมท่ี 3.3
1. เน่ืองจากพืชจะสังเคราะห์แสง ผลิตสารอินทรีย์ เป็นอาหารให้กับสัตว์กินพืช อ่ืนๆ
ขบวนการดังกล่าวถือเป็นพ้ืนฐานที่ส�ำคัญของห่วงโซ่อาหารของระบบนิเวศ

2. สาหร่าย ซูแซนเทลลี (Zooxanthellae) เน่ืองจากถ้าปะการังไม่มีสาหร่าย ซูแซนเทล
ลี ก็ไม่สามารถสร้างแนวปะการังได้

เฉลยกิจกรรมท่ี 4.2
หลักทั่วไปคือ การพรางตัวหรือท�ำให้ผู้ล่าไขว้เขวขณะท่ีหลบหนีจากผู้ล่า ซ่ึงกลยุทธในการ
หลบหนีหรือป้องกันตัวมีรูปแบบแตกต่างกันในแต่ละกลุ่มของเอคไคโนเดิร์ม แต่น่าจะมีวิวัฒนาการ
ในการป้องกันตัวเหมือนกัน ได้แก่ ความสามารถในการงอกใหม่ หรือสร้างเนื้อเย่ือของร่างกาย
ทดแทนท่ีหายไปได้เร็ว

117 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เฉลยกิจกรรมที่ 4.3
1 ปลาที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและมากท่ีสุดคือปลาที่กินปะการังเป็นอาหาร ได้แก่ ปลา
ผีเส้ือ จะท�ำให้ปลาเหล่านี้ลดลงในบริเวณดังกล่าวเนื่องจากขาดอาหาร

2 สีต่างๆ ของปลาในแนวปะการัง มีความส�ำคัญต่อกลุ่มของปลา โดยชนิดเดียวกันจะมี
รูปแบบของสีท่ีเหมือนกันซึ่งจะจดจ�ำกันได้ในแต่ละฝูง และในบางชนิดสีของยังมีส่วนในการเลือก
คู่ผสมพันธุ์ และปลาบางชนิดสามารถเปลี่ยนสีได้อย่างรวดเร็ว เป็นการตอบสนองเพ่ือป้องกันตัว
จากผู้ล่า ป้องกันอาณาเขต หรือใช้ในการพรางตัว

3 ตัวอย่างเช่น กลุ่มปลา (ไฟลัม Chordata) ในปะการัง : ปลาตัวเล็กๆ สามารถพบอาศัย
อยู่ในรูเล็ก ๆ บนปะการัง บนปะการัง : ปลาท่ัวไปหลายชนิด ว่ายน้�ำบนปะการังและเกาะบน
ผิวปะการัง เหนือปะการัง : ได้แก่ ปลาที่กินแพลงก์ตอนเป็นอาหาร ส่วนใหญ่จะว่ายน้�ำอยู่เหนือ
ปะการัง

กลุ่มหอย พวกที่ขุดเจาะจะพบอาศัยอยู่ในปะการัง หอยมือเสือพบอาศัยอยู่บนปะการัง
และพวกทากเปลือยจะพบว่าอยู่เหนือปะการังหรือบางคร้ังอาจเกาะอยู่บนอาหารท่ีมันกิน

เฉลยกิจกรรมที่ 4.4
ปลาที่เป็นผู้ล่า คือชนิดที่ 2 ได้แก่ ปลาฉลาม สังเกตจากขนาดปากท่ีใหญ่ กว้าง และมีฟัน
ที่แหลมคม ใช้ในการฉีกเหย่ือเป็นอาหาร ส่วนในรูปหมายเลข 1 ปากมีขนาดเล็ก ปลาท่ีมีลักษณะ
ปากเช่นนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มกินพืช หรือเหย่ือขนาดเล็กๆ ซ่ึงปลากลุ่มนี้มักจะครูดกินสาหร่าย
บนหินหรือก้อนปะการัง

ระบบนิเวศแนวปะการัง 118
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมที่ 4.6

ปลากะรังจุดฟ้า หอยมือเสือ ฟองน้�ำ ปลาการ์ตูนอินเดียนแดง
ปูเสฉวน ทากเปลือย
ปลาผีเส้ือ หอยมือหมี ปลาการ์ตูนส้ม (นีโม)
ปลิงทะเล
เม่นทะเลหนามด�ำ ปลาผีเส้ือ

ปลากะรังจุดฟ้า

หอยมือเสือ

ดาวขนนก หอยมือหมี
เม่นทะเลหนามขาว

เม่นทะเลหนามด�ำ

ปลิงทะเล

ปลาการ์ตูนส้ม (นีโม) ฟองน�้ำ
ทากเปลือย

ดาวขนนก

ปูเสฉวน

อปินลเาดกียานรแ์ตดูนง

119 เม่นทะเลหนามขาว กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เฉลยกิจกรรมท่ี 5.1

เฉลย : สายใยอาหารในแนวปะการัง

ระบบนิเวศแนวปะการัง 120
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี
กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

เฉลยกิจกรรมที่ 5.2

121 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี

เฉลยกิจกรรมท่ี 6.2

1.แมงกะพรุน 9. ปลาสลิดทะเล 122
2.เม่นทะเล 10. หมึกยักษ์
3.ปลากระเบน 11. ปลาขี้ตังเบ็ด
4.ไฮดรอยด์ 12. ปลาหิน
5.ปลาสิงโต 13. หนอนไฟ
6.หอยเต้าปูน 14. แมงกะพรุน
7.ปะการังไฟ 15. ปลาไหลมอเรย์
8.ดาวมงกุฏหนาม 16. กั้งตั๊กแตน

ระบบนิเวศแนวปะการัง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

123 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์
ระบบนิเวศแนวปะการัง
เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ธานี


Click to View FlipBook Version