The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน สมบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by PT SJ, 2022-09-30 10:46:34

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน 2/2564 สมบูรณ์

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน สมบูรณ์

Bangliwitthaya 2021
school

รายงานการวิจัยในชั้นเรียน
เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อPOWERPOINT

เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก
สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1

ผู้วิจัย
นายพิทักษ์ สมจิตต์

ตำแหน่ง ครู
กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

โรงเรียนบางลี่วิทยา อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบุรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี
สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

รายงานการวิจยั ในชน้ั เรยี น
เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธทิ์ างการเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เร่อื ง พกิ ัดภมู ศิ าสตร์และ

เวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ของผ้เู รยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1/1

ผูว้ ิจยั
นายพิทักษ์ สมจิตต์

ตำแหน่ง ครู
กล่มุ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม

โรงเรยี นบางลีว่ ิทยา อำเภอสองพนี่ ้อง จังหวัดสพุ รรณบุรี
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามธั ยมศึกษาสพุ รรณบุรี
สำนักงานคณะกรรมการการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน
กระทรวงศึกษาธิการ

ชื่อเรื่องที่ศึกษา : การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และ
เวลาของโลก สาระภมู ศิ าสตร์ รายวชิ าสงั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ของผู้เรียนช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 1/1
ช่อื ผศู้ กึ ษาวจิ ยั : นายพิทักษ์ สมจิตต์
ปที ศี่ ึกษา : 2/2564
ชอื่ สถานศึกษา : โรงเรียนบางล่ีวทิ ยา อำเภอสองพนี่ ้อง จังหวัดสุพรรณบรุ ี สพม.สพุ รรณบุรี

บทคดั ย่อ
การศึกษาพัฒนาผลการเรียนรู้ครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาผลการเรียนวิชาสังคมศึกษา 2
เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของผู้เรียน
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/1 โรงเรียนบางลี่วิทยา ที่สอนโดยใช้สื่อ PowerPoint 2) เพื่อศึกษาความพึงพอใจที่มตี ่อสอ่ื
PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ของผูเ้ รยี นชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1/1
ผลการวิจัย
1. ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี นกอ่ นเรยี น และหลังเรยี นโดยใช้สื่อ PowerPoint เรือ่ ง พกิ ัดภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลา
ของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 1/1 มีคะแนน
เฉลี่ยคะแนนทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 10.93 คะแนน และคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากับ 14.98 คะแนน และ
เม่อื เปรยี บเทียบระหว่างคะแนนกอ่ นและหลังเรยี น พบวา่ คะแนนสอบหลงั เรยี นของนกั เรียนสูงกวา่ ก่อนเรยี นอย่าง
มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่า การใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก ทำให้
นกั เรียนมผี ลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนดขี น้ึ
2. ความพงึ พอใจที่มีต่อสื่อ PowerPoint เร่อื ง พิกดั ภมู ิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์ รายวิชา
สังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม ของผเู้ รียนชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 1/1 โดยภาพรวม นกั เรียนมคี วามพงึ พอใจต่อส่ือ
อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาจากค่าเฉลี่ยรายข้อ คือ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนมีความพึงพอใจต่อ
ประโยชนท์ ่ีได้รับในการใช้สอื่ อย่ใู นระดับมากท่ีสดุ รองลงมา สสี ัน และความสวยงาม อยใู่ นระดบั มากที่สดุ และข้อ
ท่ีมีค่าเฉลยี่ ต่ำสุด คอื น่าสนใจ และสรา้ งการร่วมเรียนรู้ อยู่ในระดับมาก

ประกาศคุณปู การ
รายงานการวิจัยในชั้นเรียนเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัด
ภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยม
ศึกษาปีที่ 1/1 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 เล่มนี้ได้สำเร็จลงด้วยดีเพราะ ความกรุณาอันสูงยิ่งจาก
นายเชี่ยวชาญ ดวงใจดี ผู้อำนวยการโรงเรียนบางลี่วิทยา เป็นประธานที่ปรึกษา นางปรมาภรณ์ ยามาโมโตะ
รองผู้อำนวยการโรงเรยี นบางล่วี ทิ ยา เปน็ ท่ีปรกึ ษา และนางสมหมาย คูธะนวนิชพงษ์ หวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
สังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรมเปน็ ทปี่ รึกษา และคณะครูโรงเรยี นบางลีว่ ิทยา ท่ีให้ความกรุณาชแ้ี นะตรวจสอบ
แก้ไขขอ้ บกพร่อง เสนอแนะเพอ่ื ปรบั ปรุง แก้ไข และ ตรวจสอบความสมบูรณข์ องเคร่ืองมือทีใ่ ชใ้ นการวจิ ัย
ประโยชน์และคุณค่าของรายงานการวิจัยในชั้นเรียนเล่มนี้ ผู้วิจัยขอมอบกตัญญุตา แก่บิดา มารดาครู
อาจารย์ และผู้มีพระคณุ ทกุ ท่าน

พิทักษ์ สมจิตต์
30 มีนาคม 2565

สารบญั หนา้

บทคดั ย่อ ข
ประกาศคุณูปการ ค
สารบญั 1
บทที่ 1 บทนำ 1
2
ความสำคัญและท่ีมาของปญั หา 2
วัตถปุ ระสงคก์ ารวจิ ยั 2
สมมตุ ิฐานของการวจิ ัย 2
ตวั แปรที่ศึกษา 3
ประโยชนข์ องการวจิ ยั 4
คำนิยามศัพท์ 4
บทที่ 2 เอกสารและงานวิจัยท่เี กย่ี วขอ้ ง 4
เอกสารที่เกย่ี วกบั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น 5
6
แนวคิดเกี่ยวกบั ผลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี น 6
ลักษณะการวดั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน 6
เครอื่ งมอื ที่ใชใ้ นการวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน 7
เอกสารที่เกี่ยวกบั ส่ือการสอน PowerPoint 8
ความหมายของส่ือการสอน PowerPoint 9
ความสำคัญดา้ นการศึกษาของสือ่ PowerPoint 9
ความสำคญั สำหรบั ผสู้ ่งสาร 9
ความสำคญั สำหรบั ผูร้ บั สาร 10
พกิ ดั ภมู ิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก 10
ระบบพิกดั ภมู ศิ าสตร์ 11
การระบุพกิ ัดบนโลก 11
พิกดั ทางภมู ิศาสตรแ์ ละการกำหนดเวลามาตรฐาน
งานวิจัยเทีเ่ กี่ยวขอ้ ง
งานวจิ ัยในประเทศ

บทที่ 3 วิธีดำเนินการวิจยั หน้า
ประชากร 15
เครือ่ งมอื ทใ่ี ชป้ ระกอบในการวจิ ยั 15
เครื่องมอื ตรวจสอบผล 15
ข้ันตอนการสร้างเครอ่ื งมอื 15
15
วธิ กี ารดำเนินการรวบรวมขอ้ มูล
การวเิ คราะห์ข้อมูล 16
สถิตทิ ใี่ ช้ในการวเิ คราะห์ข้อมูล 16
บทท่ี 4 ผลการวิเคราะห์ข้อมลู 16
การนำเสนอผลการวิเคราะห์ขอ้ มลู 17
ผลการวิเคราะหข์ ้อมลู 17
บทท่ี 5 สรุปผล อภิปรายผล และข้อเสนอแนะ 17
สรปุ ผลการวจิ ัย 20
อภปิ รายผล 20
ขอ้ เสนอแนะ 21
22
ขอ้ เสนอแนะในการนำผลการวจิ ยั ไปใช้ 22
ข้อเสนอแนะในการวจิ ัยครงั้ ต่อไป 22
เอกสารอา้ งองิ 23
ภาคผนวก

บทที่ 1

บทนำ

1. ความสำคญั และทมี่ าของปัญหา

การจัดการศึกษาในปีศตวรรษท่ี 21 ผู้จดั การศึกษาจงึ ต้องมีความจำเป็นท่จี ะต้องมีการปรับเปลี่ยน วิธีการ
จัดกระบวนการเรียนรู้ใหท้ ันกับยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนแปลงทางด้านเทคโนโลยที ี่เรว็ มาก ฉะนั้นการ จัดการเรียนรู้
จะต้องใช้กระบวนการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความตอ้ งการของผู้เรียนเป็นสำคญั ทั้งนี้เพื่อให้ ผู้เรียนได้นำความร้ทู ี่
ได้รบั ไปปรบั ใช้ใหเ้ กิดประโยชนแ์ ละอยู่ในสังคมปจั จุบนั ท่มี กี ารเปลยี่ นแปลงอยา่ ง รวดเรว็ ดังพระบรมราโชวาทของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ความตอนหนึ่ง ว่า “ การศึกษาเป็นปัจจัยในการสร้าง
และพัฒนาความรู้ ความคิด ความประพฤติและคุณธรรมของบุคคล สังคมและบ้านเมืองใดให้การศึกษาที่ดีแก่
เยาวชนไดอ้ ยา่ งครบถ้วนพอเหมาะกันทุกๆด้าน สังคมและ บ้านเมอื งนั้นจะมีพลเมืองที่มีคุณภาพ ซ่ึงสามารถด ารง
รักษาความเจรญิ มั่นคงของประเทศไว้และพฒั นา ก้าวหน้าตอ่ ไปได้ตลอด ” (พระราชปณิธานด้านการจัดการศึกษา
2530 : 27 )

การจัดการศึกษาตามหลักสูตรขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ในปัจจุบันได้มุ่งเน้นไปที่ผู้เรียนเป็น สไคัญ
เพื่อให้ผู้เรียนเกิดทักษะทั้งทางด้านความรู้ ความคิด ความสามารถ คุณธรรม กระบวนการเรียนรู้ และ
ความรับผิดชอบต่อตนเองและต่อสังคม เพื่อพัฒนาคนให้มีความสมดุล โดยยึดหลักผู้เรียนสำคัญที่สุด ทุกคนมี
ความสามารถในการเรยี นรู้และสามารถพฒั นาตนเองได้ มงุ่ ส่งเสรมิ ให้ผู้เรยี นสามารถพฒั นาตนตาม ธรรมชาติและ
เต็มศักยภาพ ดังนั้นสถานศึกษาและผู้จัดกระบวนการเรียนรู้โดยมุ่งเน้นการฝึกทักษะ กระบวนการคิด การจัดการ
การเผชญิ สถานการณ์ต่าง ๆ เพ่อื นำไปประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ น ชีวิตประจำวันได้

จากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน รายวิชาสังคมศึกษา 1 ปีการศึกษา 1/2564 ในระดับ
ชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 พบว่า นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มีผลการเรียนร้อยละ 30 อยู่ในระดับพอใช้จนถึง
ปรับปรุง และเมื่อสอบถาม ถึงความรู้ความเข้าใจความรู้เดิมของสาระภูมิศาสตร์ ปรากฎว่า นักเรียนไม่สามารถ
อธิบายถึงความรู้พื้นฐานที่เกี่ยวกับสาระภูมิศาสตร์ได้ สืบเนื่องจากนักเรียนได้ห่างจากการเรียนรูปแบบ On-site
เป็นเวลานาน จึงทำให้ขาดความรู้ความเข้าใจใน ความรู้พื้นฐานท่ีเก่ียวกับสาระภมู ิศาสตร์ จงึ ทำใหผ้ ลการเรียนของ
รายวิชาสังคมศกึ ษา 1 ตำ่ กว่าเกณฑ์ทกี่ ำหนดไว้

ผู้วิจัยจึงคิดหาวิธีการเพื่อปรับปรุงการจัดกิจกรรมการเรียนการรู้ให้เกิดประสิทธิภาพแก่นักเรียน ในช่วง
การเรียนรูปแบบ Online และ On-site ควบคู่กันให้มากขึ้น จึงเป็นสิ่งาเป็นอย่างยิ่งต่อการพัฒนาคุณภาพด้าน
กระบวนการแสวงหาความรู้การคิด และการ แก้ปัญหาในการจัดกจิ กรรมการเรียนการรู้ แนวทางในการจัดรูปแบบ
การจัดกิจกรรมการเรียนให้กับ นักเรียนกลุ่มนี้ โดยการจัดรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นใช้เทคโนโลยีเพื่อให้

1

ผู้เรียนสามารถที่จะศึกษาและค้นคว้าเพิ่มเติมได้ทั้งในการเรียนรูปแบบ Online และ On-site และมีการทดสอบ
กอ่ นเรียนและหลังเรยี นวา่ นกั เรียนมีผลการทดสอบสงู ขึ้นหรอื ตำ่ ลง

2. วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ัย
1. เพื่อพัฒนาผลการเรียนวิชาสังคมศึกษา 2 เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์

รายวชิ าสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรมของผู้เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 1/1 โรงเรยี นบางลวี่ ิทยา ทีส่ อนโดยใช้สื่อ
PowerPoint

2. เพอ่ื ศกึ ษาความพงึ พอใจที่มตี ่อสื่อ PowerPoint เร่อื ง พกิ ัดภูมศิ าสตร์และเวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์
รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผ้เู รียนชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ 1/1

3. สมมุตฐิ านของการวิจัย
การใช้เทคนิควิธีสอนโดยใช้สื่อ PowerPoint เป็นกระบวนการสอนที่เน้นให้ผู้เรียนเกิดความรู้ความคิด

สามารถสร้างความรู้รวมถึงศึกษาได้ดว้ ยตนเองและผูเ้ รียนสามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้

4. ขอบเขตการวจิ ยั
1. ด้านเน้อื หา
- เร่ือง พกิ ัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์
2. เปา้ หมายทต่ี ้องการพัฒนา ( ประชากรและกล่มุ ตัวอยา่ ง)
2.1 ประชากร ไดแ้ ก่
- นักเรยี นช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 1 โรงเรยี นบางล่วี ิทยา ปกี ารศึกษา 2/2564
2.2 กล่มุ ตวั อย่าง ได้แก่
-นักเรยี นชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/1 โรงเรยี นบางลี่วิทยา ปกี ารศกึ ษา 2/2564
3. ตัวแปรทีศ่ ึกษา
3.1 ตวั แปรตน้ คือ การใช้ส่ือ PowerPoint
3.2 ตัวแปรตาม คือ ผู้เรียนเกิดความรู้ความคิด สามารถสร้างความรู้รวมถึงศึกษาได้ด้วยตนเอง
และผเู้ รยี นสามารถนำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวนั ได้
4. ประโยชน์ของการวิจัย
4.1 ผู้เรียนเกิดความรู้ความคิด สามารถสร้างความรู้รวมถึงศึกษาได้ด้วยตนเองและผู้เรียน
สามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้
4.2 ผู้วจิ ัยสามารถนำการใช้สอ่ื PowerPoint ไปปรบั ประยุกต์ใช้ในการสอนสาระอืน่ ๆ ได้

2

5. คำนิยามศัพท์
1. สอื่ PowerPoint หมายถงึ สื่อ PowerPoint หมายถึง โปรแกรมหนง่ึ ท่อี ยใู่ นชุดของ Microsoft Office

โปรแกรมนเี้ นน้ ในเรื่อง การแสดงภาพประกอบคาอธบิ าย ใชเ้ พอ่ื การนำเสนองาน (Presentation) โดยทำเป็นหน้า
ๆ อาจทำให้มีเสียง บรรยายประกอบด้วยก็ได้

2. เนื้อหา หมายถึง รื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนา
และวฒั นธรรม

3. ความสามารถในการเรียนรู้ หมายถึง ผู้เรียนเกิดความรู้ความคิด สามารถสร้างความรู้รวมถึงศึกษาได้
ด้วยตนเองและผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ และสามารถเรียนรู้ควบคู่ทั้งในรูปแบบ Online และ
On-site ได้

4. การพฒั นา หมายถงึ การเปลี่ยนแปลงในทางท่ีดีข้ึน ในทนี่ หี้ มายถึงผู้เรยี นเกดิ ความรู้ความคิด สามารถ
สรา้ งความรู้รวมถงึ ศึกษาไดด้ ว้ ยตนเองและผู้เรียนสามารถนำไปใช้ในชวี ิตประจำวันได้ และสามารถเรียนรู้ควบคู่ทั้ง
ในรูปแบบ Online และ On-site ได้

5. นกั เรยี น หมายถึง นกั เรยี นช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบางลว่ี ิทยา ปีการศึกษา 2/2564

3

บทที่ 2

เอกสารและงานวิจยั ที่เกยี่ วขอ้ ง

การวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และ
เวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์ รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 1/1 ผ้วู จิ ัย
ได้ศึกษา แนวคิด ทฤษฏี ที่เกี่ยวข้องจากเอกสาร ตำรา และงานวิจัย ที่เกี่ยวข้องเพื่อใช้เป็นแนวทางในการทำวิจัย
ดงั น้ี

1. เอกสารท่เี กย่ี วกบั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรยี น
1.1 แนวคดิ เกยี่ วกบั ผลสัมฤทธ์ทิ างการเรียน
1.2 ลกั ษณะการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น
1.3 เครือ่ งมือทใี่ ช้ในการวดั ผลสัมฤทธท์ิ างการเรียน

2. เอกสารทีเ่ ก่ยี วกับสื่อการสอน PowerPoint
2.1ความหมายของส่อื การสอน PowerPoint
2.2 ความสำคญั ด้านการศกึ ษาของส่ือ PowerPoint

3. พิกดั ภูมิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก
4. งานวิจัยท่เี กีย่ วขอ้ ง

เอกสารท่ีเกีย่ วกบั ผลสมั ฤทธ์ิทางการเรียน

แนวคิดเกีย่ วกับผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น

กรมวิชาการ (2534, หน้า 21) ได้ให้ความหมายว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหมายถึง ปริมาณ และทักษะ
ของความรู้ในสาขาวิชาที่บุคคลได้รับลักษณะการจัดองค์ประกอบและโครงสร้างของ ความรู้และการใช้ประโยชน์
โครงสร้างของความรู้ในการแก้ปัญหาในการคิดเชิงสร้างสรรค์ในการ ประเมินความน่าเชื่อถือของข้ออ้างและใน
การศกึ ษาค้นคว้าต่อไป

อารมณส์ นานภู่ (2539, หน้า17) ไดใ้ ห้ความหมายวา่ ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียนเปน็ ผลมาจาก การกระทำท่ี
ต้องอาศัยความสามารถทงั้ ทางร่างกายและสติปัญญา ดงั นน้ั ผลสัมฤทธทิ์ างการเรียนจึง เป็นขนาดของความส าเร็จ
ท่ีไดจ้ ากการเรยี น โดยอาศยั ความสามารถเฉพาะตัวบุคคล ผลสมั ฤทธิ์การ เรยี นอาจได้มาจากกระบวนการท่ีไม่ต้อง
อาศัยการทดสอบ เชน่ อาจจะได้จากการสังเกต การตรวจ การบา้ น หรืออาจได้มาในรูปของระดบั คะแนน ท่ีได้จาก

4

โรงเรียน ซึ่งต้องอาศัยกระบวนการที่ ซับซ้อนและระยะเวลาที่นาน หรืออาจได้มาด้วยการวัดจากแบบทดสอบวัด
ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียนทวั่ ไป

ไพศาล หวังพานิช (2523, หน้า 137) ได้ให้ความหมายว่า ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน (Academic
Achievement) หมายถงึ คณุ ลักษณะและประสบการณก์ ารเรียนรทู้ ่ีเกิดข้ึนจากการฝาก 6 อบรมหรือจากการสอน
จึงเป็นการตรวจสอบความสามารถหรือความสัมฤทธิ์ผล (Level of Accomplishment) ของบุคคลว่าเรียนรู้แล้ว
เท่าไร มคี วามสามารถอยา่ งไร

ล้วน สายยศ และอังคณา สายยศ (2531, หน้า 146) ได้ให้ความหมายว่าของแบบทดสอบ วัดผลสัมฤทธ์ิ
ทางการเรียนว่าเป็นแบบทดสอบที่วัดความรู้ของผู้เรียนที่ได้เรียนไปแล้วซึ่งมักจะเป็น คำถามให้ผู้เรียนตอบด้วย
กระดาษ และดนิ สอ (Paper and Pencil Test)

บุญชม ศรีสะอาด (2532, หน้า 52) ได้ให้ความหมายว่าของแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ว่า หมายถึง
แบบทดสอบที่ใช้ความรู้ความสามารถของบุคคลในด้านวิชาการซึ่งเป็นผลจากการเรียนรู้ ในเนื้อหาสาระและตาม
จุดประสงค์ของวิชาหรือเนื้อหาที่สอบนั้น จากความหมายผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนข้างต้น พอสรุปคำจำกัดความ
ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนได้ว่า หมายถึง คุณลักษณะและความสามารถของบุคคลอันเกิดจากการเรียนการสอน
เป็นการ เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและประสบการณ์การเรียนรู้ที่เกิดจากการฝากอบรม หรือจากการสอน การวัด
ผลสัมฤทธิ์จึงเป็นการตรวจสอบความสามารถ หรือความสัมฤทธิ์ผล (Level of Accomplishment) ของบุคคลวา่
เรียนรู้แล้วเท่าไร ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเป็นผลมาจากองค์ประกอบทางด้าน สติปัญญา (Intellectual Factor)
และองค์ประกอบทางด้านที่ไม่ใช่สติปัญญา (Non-intellectual Factor) การที่บุคคลจะประสบผลส าเร็จทาง
การศึกษามากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบ ทั้งสองนี้องค์ประกอบทางด้านสติปัญญาเป็นปัจจัยส าคัญ
ส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการเรียนรู้หรือสัมฤทธ์ิ ผลทางการเรียน เป็นความสามารถในการคิดของบุคคล อันเป็นผลมา
จากการสะสมของ ประสบการณ์ต่าง ๆ รวมถึงความสามารถที่ติดตัวมาแต่ก าเนิด ซึ่งความสามารถเหล่านี้วัดได้
หลาย ทาง เป็นต้นว่าวัดสมรรถภาพทางสมอง วัดความถนัดทางการเรียน ความคิดสร้างสรรค์และ ความสามารถ
ในการแก้ปัญหาส่วนองค์ประกอบด้านที่ไม่ใช่สติปัญญา ก็มีอิทธิพลต่อผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียน ไม่น้อยซึ่งได้แก่
ทัศนคติที่มีต่อวิชาที่เรียน รูปแบบการสอนสภาพแวดล้อมของ สถานศึกษา คุณภาพการสอนของผู้สอน ลักษณะ
การคบเพอื่ น การศึกษาของบดิ ามารดา เปน็ ต้น (อารมณ์สนานภู่, 2539, หนา้ 17-18)

ลักษณะการวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน

ไพศาล หวังพาณิช (2523, หน้า137) ได้แบ่งการวัดผลสัมฤทธิท์ างการเรียนตามจุดมุ่งหมาย และลักษณะ
วิชาที่สอน ซึ่งสามารถวัดได้ 2 แบบ คือ 1. การวัดด้านปฏิบัติการ เป็นการตรวจสอบระดับความสามารถในการ
ปฏิบัติหรือทักษะ ของผู้เรียน โดยมุ่งเน้นใหผ้ ู้เรียนไดแ้ สดงความสามารถดังกล่าว ในรูปการกระทำจรงิ ให้ออกเป็น

5

ผลงาน เช่น วิชาศิลปศึกษา พลศึกษา การช่างเป็นต้น การวัดแบบนี้จึงต้องใช้ข้อสอบภาคปฏิบัติ (Performance
Test) 2. การวัดด้านเนื้อหา เป็นการตรวจสอบความสามารถเกี่ยวกับเนื้อหาวิชาซึ่งเป็นประสบการณ์การเรียนรู้
ของผูเ้ รยี น รวมถึงพฤตกิ รรม ความสามารถในด้านตา่ ง ๆ สามารถวดั ได้โดยใช“้ ข้อสอบวดั ผลสมั ฤทธ”ิ์

เคร่อื งมือที่ใชใ้ นการวดั ผลสัมฤทธ์ิทางการเรยี น

ล้วน สายยศ และองั คณา สายยศ (2531, หนา้ 146-147) ไดแ้ บ่งแบบทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ิ ไดเ้ ป็น 2 พวก
คอื

1. แบบทดสอบของผู้สอน หมายถึง ชุดค าถามที่ผู้สอนเป็นผู้สร้างขึ้น ซึ่งเป็นข้อคำถาม เกี่ยวกับความรู้ท่ี
ผู้เรยี นได้เรียนในห้องเรยี นว่า ผเู้ รยี นมีความรู้มากแค่ไหน บกพร่องทต่ี รงไหน จะ ไดส้ อนซอ่ มเสรมิ หรือเป็นการวัด
ดคู วามพรอ้ มท่ีจะเรียนบทเรยี นใหม่ ซง่ึ ข้ึนอยู่กบั ความตอ้ งการ ของผู้สอน

2. แบบทดสอบมาตรฐาน แบบทดสอบประเภทนี้สร้างขึ้นจากผู้เชี่ยวชาญในแต่ละ สาขาวิชา หรือจาก
ผู้สอนที่สอนวิชานั้น แต่ผ่านการทดลองคุณภาพหลายครั้ง จนกระทั่งคุณภาพดีพอจึงสร้างเกณฑ์ปกติของ
แบบทดสอบนั้น สามารถใช้เป็นหลักเปรียบเทียบผลเพื่อประเมินค่าของ การเรียนการสอนในเรื่องใด ๆ ก็ได้
แบบทดสอบมาตรฐานจะมีค่มู ือดำเนินการสอบบอกวิธสี อบ และมมี าตรฐานในด้านการแปลคะแนนดว้ ย

อำนวยรงุ่ รัศมี(2525, หนา้ 19-111) ได้ใหค้ วามหมายวา่ การวัดผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน จะต้องสอดคล้อง
กบั วัตถปุ ระสงคเ์ ชิงพฤติกรรม 3 ด้าน คือ

1. ด้านความรู้ความคิด (Cognitive Domain) พฤติกรรมด้านนี้เกี่ยวข้องกับกระบวนการ ต่างๆ ทางด้าน
สติปัญญาและสมอง เชน่ การจดจ าข้อเท็จจริง ความเขา้ ใจ ความคดิ การตัง้ สมมตฐิ าน และปญั หา

2. ด้านความรู้สึก (Affective Domain) พฤติกรรมด้านนี้เกี่ยวข้องกับการ เจริญเติบโตและพัฒนาการใน
ดา้ นความสนใจ คุณค่า ความซาบซ้งึ และทัศนคติหรอื เจตคตติ ่างๆ ของผเู้ รียน

3. ด้านปฏิบัติการ (Psycho-Moto Domain) พฤติกรรมด้านนี้เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะ ในการ
ปฏิบตั แิ ละการดำเนินการ เชน่ การทดลอง เป็นตน้

เอกสารทเี่ ก่ียวกบั ส่ือการสอน PowerPoint

ความหมายของสือ่ การสอน PowerPoint

เป็นชอื่ โปรแกรมหนึ่งที่อยู่ในชุดของ Microsoft Office โปรแกรมน้ีเนน้ ในเร่ืองการแสดง ภาพประกอบคำ
อธิบาย ใช้เพื่อการนำเสนองาน (Presentation) โดยทำเป็นหน้า ๆ อาจทำให้มีเสียง บรรยายประกอบด้วยก็ได้

6

หรือจะสั่งพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์เพื่อแจกผู้ฟังก็ได้นอกจากการสร้าง งานพรีเซนเทชั่นออกทางจอภาพแล้วยัง
สามารถสร้างเอกสารประกอบการบรรยาย เช่น เอกสาร แจก ผู้ฟัง บันทึกย่อ สำหรับผู้บรรยาย เป็นต้น รวมทั้ง
การน าเสนอ งานในรูปแบบของเว็บเพจ และใน Microsoft PowerPoint 2010 ยังสามารถบันทึกผลงานลงใน
ซีดีรอมเพื่อน าไปแสดงบนคอมพิวเตอร์ที่ได้ติดตั้งโปรแกรม Microsoft PowerPoint ได้ด้วยการนำเสนอข้อมูล
(Presentation) หมายถงึ การบรรยายหรอื การน าเสนอผลงานใหแ้ กผ่ ฟู้ งั หรอื การถ่ายทอดความคดิ ในเรอื่ งใดเรื่อง
หนึ่ง ที่มีวตั ถปุ ระสงค์แน่ชดั ให้ผู้ฟังเข้าใจภายในเวลาทจี่ ำกดั ดงั นนั้ การนำเสนอจะต้องทราบวัตถุประสงค์ให้แน่ชัด
เพื่อให้สามารถถ่ายทอดความคิดได้ตรงตามความต้องการครบถ้วนและกระชับโดยทั่วไปมักใช้เวลาประมาณ
15-20 นาที

ปจั จบุ นั การนำเสนอผลงานหรือสินค้าเป็นส่ิงจำเป็นอย่างย่ิง เพอื่ ให้สินค้าเป็นทรี่ ู้จักของ ตลาดผู้ซื้อรวมไป
ถึงเรื่องการเรียนการสอน สื่อที่ใช้น าเสนอให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหาได้ง่ายขึ้น จนบรรลุวัตถุประสงค์การเรียนการ
สอนนั้น มีหลายชนิดให้เลือกใช้ในการนำเสนอตามความถนัด และความเหมาะสมของเนื้อหาการเรียนการสอน
เชน่ วดี ิทศั น์ แผน่ ใส สไลด์ แผนภาพ แผนภมู ิ ฯลฯแล้วแตผ่ ู้ใช้จะเลือกให้เหมาะสมกบั เน้ือหา โปรแกรมนำเสนอท่ี
ไดร้ บั ความนิยมอยใู่ นปัจจุบนั ไดแ้ ก่ โปรแกรม PowerPoint ซึ่งเป็นโปรแกรมท่ีใชง้ านง่าย ไม่ยุ่งยากรูปแบบการน
าเสนอมีสีสัน สวยงามความน่าสนใจ สามารถท าให้ตัวอักษร และภาพ เคลื่อนไหวได้ ทำให้งานที่นำเสนอดูมี
ชีวิตชีวายิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการน าเสนอผลงานในรูปแบบต่างๆ ได้ดี PowerPoint เป็นโปรแกรม หนึ่งที่มี
ประสิทธภิ าพในการนำเสนอ เปน็ เครื่องมือส่ือสารระหว่างผู้สอนและผู้เรียนไดเ้ ปน็ อย่างดีและเป็นการเตรียมความ
พร้อมอยา่ งดีของผสู้ อนเปรียบ เสมือนเข็มทิศนำทางให้ผู้สอนสามารถสอื่ สารกบั ผู้เรียนได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ

ปัจจุบันมีการนำเสนอผลงานด้วยสื่อทีห่ ลากหลาย โปรแกรม PowerPoint เป็นอีก ทางเลือกหนึ่ง ในการ
ผลิตสื่อเพื่อเผยแพร่ประชาสัมพันธ์สินค้า รวมไปถึงการใช้โปรแกรม PowerPointผลิตสื่อประกอบการบรรยาย
เนื้อหาต่างๆ จนได้รับความนยิ มอย่างมาก ในหมู่วิทยากร อาชีพ ที่ต้องเดินทางไปบรรยายในสถานท่ีต่างๆ อยู่เป็น
ประจำ แม้กระท่ังในแวดวงการศึกษา คณาจารย์ ครู นกั วชิ าการศึกษากน็ ิยมใชโ้ ปรแกรมน้ีในการผลิตสื่อการเรียน
การสอน เพราะเป็น โปรแกรมทใี่ ชง้ านง่าย สะดวก ประหยดั เวลา และค่าใช้จ่าย มปี ระสิทธภิ าพในการน าเสนอ

ความสำคญั ด้านการศึกษาของสื่อ PowerPoint

1.ช่วยเพิ่มคุณภาพในการเรียนการสอน สื่อการเรียนการสอนที่ผลิตด้วยโปรแกรม PowerPoint
สามารถน าไปประยุกต์กับสื่ออื่นๆ ได้หลายประเภท ทั้งสื่อภาพนิ่ง สื่อภาพเคลื่อนไหว สื่อเสียง หรือที่เรียกว่า
“ส่อื ประสม” (Multimedia) ท าใหก้ ารเรยี นการสอนมปี ระสิทธิภาพ

2. ทำใหก้ ารเรยี นการสอนสะดวกรวดเร็วกว่าวธิ ีด้ังเดิม ประหยดั งบประมาณและเวลา ใน การผลิตสื่อการ
เรียนการสอน

7

3. ทำใหเ้ กดิ เครือข่ายของความรู้ สื่อการเรียนการสอนทผี่ ลิตด้วยโปรแกรม PowerPoint สามารถจัดเก็บ
ไว้บนเครอื ข่ายอินเทอร์เน็ต ผเู้ รียนสามารถเข้าไปค้นควา้ ศกึ ษาได้อย่างไม่จ ากดั เวลา และสถานที่ ทำให้เกิดคลัง
ความรู้ขนาดมหาศาล และเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทันสมัยกว่าเอกสาร และตำราทั่วไป เพราะมีการปรับปรุงข้อมูลให้
ทันสมัยอยูเ่ สมอ

4. ความสำคัญด้านการถ่ายทอดข้อมูลข่าวสารความรู้ และการอบรม งานทุกอย่างจะต้องมี การสื่อสาร
เพื่อถ่ายทอดข้อมูล ข่าวสาร ความรู้ซึ่งกันและกัน เช่น การที่ครูสอนนักเรียนจ าเป็น อย่างยิ่งที่จะต้องอาศัยการ
ส่ือสารทีด่ ีมีคณุ ภาพ เพ่ือให้การเรียนการสอนบรรลเุ ปา้ หมายท่ีตง้ั ไว้

5. เป็นเครื่องประกันประสิทธิภาพการเรียนการสอน ขั้นตอนการสอนที่ออกแบบไว้ ต้องมี การทดสอบ
และการนำไปใช้ เพื่อสรา้ งความม่นั ใจว่า การด าเนนิ การสอนตามขั้นตอนท่ีออกแบบ ไว้ ทำใหก้ ารเรียนการสอนมี
ประสิทธิภาพและประสทิ ธิผล

6. เป็นเครื่องมือสื่อสารระหว่างผู้สอนกับผู้เรียน เนื้อหาการเรียนการสอนได้ถูกจัดทำในรูปแบบของชุด
การสอน ดว้ ยโปรแกรม PowerPoint ผ้สู อนคนอน่ื สามารถนำไปสอนได้

7. เปน็ เคร่อื งมือเตรียมความพร้อมระหว่างผ้สู อนกับผู้เรียน ระบบการสอนที่ถูกออกแบบ ไว้อย่างสมบูรณ์
แล้ว และได้กำหนดลำดับขั้นตอนต่างๆ ไว้อย่างดีแล้ว ทำให้ผู้สอน สอนได้อย่าง มีประสิทธิภาพ ผู้เรียนเกิดการ
เรียนรู้ จนบรรลุวตั ถปุ ระสงค์การเรยี นรู้ทตี่ ั้งไว้

ความสำคญั สำหรบั ผู้ส่งสาร

1.ประหยัดแรงงาน การอธิบายเรื่องราวที่สลับซับซ้อน เรื่องที่แปลกใหม่ ผู้ฟังจะแปล ความตาม
ประสบการณ์ที่ตนเคยมี ซึ่งอาจแตกต่างกันได้ การน าเสนอด้วย PowerPoint ช่วยทำให้ นามธรรมกลายเป็น
รูปธรรม ท าให้ผ้รู บั สารเหน็ ภาพและเขา้ ใจไดท้ นั ที ไมจ่ าเปน็ ต้องอธิบายยดื ยาว

2. เตรียมการได้ล่วงหน้า ผู้ส่งสารสามารถเตรียมการผลิต PowerPointได้ก่อนการบรรยาย มีเวลาที่จะ
แสวงหาภาพทส่ี ่อื ความหมายไดช้ ดั เจน สามารถแก้ไข ตรวจสอบ และทดลองใช้ เพอ่ื ให้การนำไปใชม้ ีประสทิ ธภิ าพ

3.ประหยัดเวลา ไม่จำเปน็ ตอ้ งวาดภาพประกอบคำบรรยายในขณะนน้ั สามารถใช้ PowerPoint ทีเ่ ตรียม
ไวเ้ ปน็ อยา่ งดีแลว้ ไดเ้ ลย

4.ผู้ใช้เกิดความมั่นใจ ว่าสามารถสื่อความหมายกับผู้รับสารได้ ตามเทคนิคและความ ต้องการ ทำให้ผู้ส่ง
และผู้รับสารหันหน้าเข้าหากันได้ตลอดเวลา และผู้ส่งสารสามารถประเมินผล การส่งสารด้วยการสังเกต หรือดู
ปฏิกิริยาย้อนกลับไดต้ ลอดเวลา

8

ความสำคัญสำหรบั ผรู้ บั สาร

1. ชว่ ยทำใหผ้ ู้รบั สารหรอื ผ้ฟู งั เกดิ ความสนใจมากขึน้
2. ชว่ ยทำใหผ้ ้รู บั สารรับข้อมูลขา่ วสารไดม้ ากขึ้น เมื่อเปรียบเทยี บกบั การฟังการบรรยาย เพียงอยา่ งเดียว
3. ชว่ ยทำใหผ้ ู้รบั สาร เขา้ ใจเรอื่ งราวไดเ้ ร็วขน้ึ จดจำและบันทกึ ข้อมูลต่างๆ ได้มากกว่า การบรรยายเพียง
อยา่ งเดยี ว
4. ชว่ ยทำให้เขา้ ใจเรอื่ งราวท่ยี ุ่งยาก สลับซับซ้อนได้งา่ ยขน้ึ
5.สามารถย่อสิ่งที่ใหญ่มากให้เล็กลง เช่น เครื่องบิน รถไฟ และขยายสิ่งที่เล็กมาก เช่น มด แมลงวัน
ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น การย่อหรือการขยายนี้ จะทำให้ได้ภาพในขนาดที่เหมาะสมกับ การนำไปใช้ประกอบการ
บรรยายและสามารถสร้างภาพที่ไมส่ ามารถมองเห็นดว้ ยตาเปลา่ ได้
สรุปได้ว่าPowerPointถึงจะเป็นโปรแกรมที่มีประสิทธิภาพในการนำเสนอ ก็ย่อมมี ข้อจำกัดบ้างเป็น
ธรรมดา จึงควรเลือกใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหา จึงจะเกิดประสิทธิภาพและ ประสิทธิผลสูงสุดในการสื่อสาร
ส่ิงสำคญั คอื ผู้ใชต้ ้องมคี วามรู้ความเขา้ ใจในเน้ือหาทจี่ ะบรรยาย เปน็ อย่างดี จงึ จะสามารถส่งสารไปถึงผู้รับสารได้
อย่างมีประสิทธิภาพ โปรแกรม PowerPoint เป็น เพียงเครื่องมืออย่างหนึ่ง ที่ให้มนุษย์ใช้ติดต่อสื่อสาร รวมถึง
ความตั้งใจจริงของผู้ส่งสารที่จะ ถ่ายทอดความรู้ และผู้รับสารก็มีความพรอ้ มที่จะเรียนรู้จากสารการสื่อสารนั้นจงึ
จะประสบผลสำเร็จ

พิกดั ภมู ิศาสตร์และเวลาของโลก

ระบบพิกัดภูมิศาสตร์

ระบบพิกดั ภูมิศาสตร์ (Geographic Coordinate System) คือ ระบบอ้างองิ 3 มติ ิท่เี กา่ แกท่ ีส่ ดุ ซ่ึงมนุษย์
นำมาใชใ้ นกำหนดและระบุตำแหนง่ ต่าง ๆ บนพ้นื ผิวทรงกลมของโลก โดยการอา้ งอิงพกิ ัดท่ีเกิดจากค่าระยะเชิงมุม
ของละติจูด (Latitude) และลองจิจูด (Longitude) ซึ่งเคลื่อนออกห่างจากศูนย์กำเนิด (Origins) ที่กำหนดขึ้น
สำหรับศูนย์กำเนิดของละติจูด (Origin of Latitude) คือ เส้นสมมติในแนวระนาบที่ตัดผ่านศูนย์กลางของโลก
พร้อมทั้งตั้งฉากไปกับแกนหมุนหรือที่เราเรียกกันว่า “เส้นศูนย์สูตร” (Equator) ขณะที่ศูนย์กำเนิดของลองจิจูด
(Origin of Longitude) คือ เส้นสมมติในแนวตั้งที่ลากผ่านแกนหมุนของโลกตรงบริเวณหอสังเกตการณ์ทางดารา
ศาสตร์ เมืองกรีนิช (Greenwich) ประเทศอังกฤษ ซึ่งตั้งฉากกับเส้นศูนย์สูตรหรือที่เราเรียกกันว่า “เส้นพราม
เมริเดียน” (Prime Meridian) ซึ่งเป็นเส้นเมริเดียนเร่ิมแรกที่แบ่งโลกออกเป็นซีกโลกตะวันตกและซีกโลก
ตะวันออกดังนั้น ตำแหน่งที่เกิดขึ้นบนโลกตามระบบพิกัดทางภูมิศาสตร์จึงมีหน่วยเป็นองศา ลิปดา และพิลิปดา

9

พร้อมกับกำหนดอักษรทรี่ ะบุทิศเหนือ-ใต้ (N/S) และตะวนั ตก-ตะวันออก (W/E) อยา่ งเช่น ละตจิ ูดท่ี 13 องศา 45
ลปิ ดา 5 ฟิลปิ ดา เหนอื (N) หรือ ลองจิจูดท่ี 100 องศา 31 ลิปดา 5 ฟลิ ปิ ดา ตะวันออก (E) เป็นตน้

การระบุพิกัดบนโลก

เส้นละติจูดและลองจจิ ูดเป็นเส้นสมมติทถ่ี ูกกำหนดข้นึ เพื่อนำมาใชใ้ นการระบุพิกัดบนพ้ืนผิวโลกซึง่ เปน็
ทรงกลม ดังน้นั เสน้ สมมตทิ ่เี กดิ ขึน้ จึงมลี ักษณะเปน็ เส้นรอบวงทเี่ คลื่อนที่ไปรอบพนื้ ผวิ โลก ทง้ั เสน้ ที่วงรอบโลกใน
แนวนอนและเสน้ ทวี่ งเป็นครึง่ วงกลมในแนวต้งั ดงั นี้

1. เสน้ ละติจดู (Latitude) คือ เส้นสมมตทิ ่ีวางตวั ในแนวนอนตามพน้ื ผิวโลก แบ่งออกเป็นเส้นละติจูดที่อยู่
บริเวณกึ่งกลางของโลกที่เรียกว่า “เส้นศูนย์สูตร” (Equator) และ “เส้นรุ้ง” หรือ “เส้นขนานเส้นละติจูด”
(Parallels of Latitude) ทว่ี างตัวตามแนวนอนขนานกับเส้นศูนยส์ ตู รไปทางซีกโลกเหนือและซีกโลกใต้ โดยมีพิกัด
(ต่ำสุด) คอื 0 องศา ณ เส้นศูนย์สตู รและมีพิกดั (สงู สดุ ) คือ 90 องศา ณ บรเิ วณขั้วโลกเหนอื และใต้ นอกจากนี้ ทุก
ๆ 1 องศาละติจดู หรือระยะห่างระหว่างเส้นละติจดู 1 องศาสามารถคิดเป็นระยะทางราว 111 กโิ ลเมตร (69 ไมล์)
บนพืน้ ผิวโลก

2. เส้นลองจิจดู (Longitude) คอื เส้นสมมตทิ ว่ี างตวั ในแนวตง้ั ตามแกนหมนุ ของโลกซึง่ ตั้งฉากกับเส้นศูนย์
สูตรหรือที่เรียกว่า “เส้นแวง” หรือ “เส้นเมริเดียน” (Meridian) โดยมีเส้นสมมติหลัก คือ เส้นที่ตัดผ่านหอ
สังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ เมืองกรีนิช (Greenwich) ประเทศอังกฤษ นับเป็นเส้นลองจิจูดที่ 0 องศา ซึ่งแบ่ง
โลกออกเป็นซีกโลกตะวันตกและซีกโลกตะวันออก โดยพิกัดของเส้นจากเมืองกรีนิชไปทางด้านข้างจึงมีค่าพิกัด
สูงสุดที่ 180 องศาตะวันตกหรือ 180 องศาตะวันออก นอกจากนี้ เส้นที่ 180 ซึ่งทับกันพอดียังถูกเรียกว่า “เส้น
เขตวัน” (International Line) หรือเส้นแบ่งเขตวันระหว่างชาติที่เป็นเส้นของการกำหนดจุดเริ่มต้นของวันใหม่
และจดุ สิ้นสุดของวันเก่าอกี ด้วย

พกิ ดั ทางภมู ศิ าสตร์และการกำหนดเวลามาตรฐาน

การแบ่งเขตวันและเวลาของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกนั้นอาศัยเส้นเมริเดียนหรือลองจิจูดในการกำหนดวัน
และเวลาของแต่ละพื้นที่ โดยมีเส้นพรามเมริเดียนที่ลากผ่านเมืองกรีนิช ประเทศอังกฤษ เป็นจุดอ้างอิงหลักที่ 0
องศาและจากการที่โลกหมุนรอบตัวเอง 1 รอบ (มุม 360 องศา) ใช้เวลา 24 ชั่วโมง ส่งผลให้ทุก 1 ชั่วโมง โลก
สามารถหมนุ ไปได้ 15 องศาลองจจิ ดู หรือราว 1 องศาลองจิจดู ในทกุ 4 นาที

จากการกำหนดศูนย์กำหนดของลองจิจดู ณ เมืองกรีนิช เวลาท้องถิ่นของเมืองกรีนิชจงึ ถูกเรียกว่า “เวลา
ปานกลางกรีนิช” (Greenwich Mean Time : GMT) หรือเวลาสากล (Universal Time : UT) ตามข้อตกลงในปี
ค.ศ. 1884 ส่งผลให้ประเทศที่ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเมืองกรีนิชหรือเส้นลองจิจูดที่ 0 องศา จะมีเวลาช้ากว่า

10

เวลาของเมอื งกรนี ิชและในทางกลับกันประเทศที่ตงั้ อยู่ทางทิศตะวนั ออกของเมอื งกรีนชิ จะมเี วลาเรว็ กว่าเวลาสากล
ดังนั้น หากอ้างอิงตามเส้นเมริเดียน เมืองแต่ละเมือง อย่างเช่น กรุงเทพมหานครและอุบลราชธานีจะมีการ
กำหนดเวลาที่แตกต่างกันออกไปเล็กน้อย ซึ่งสร้างความยุ่งยากและความสับสนงงงวยยิ่งขึ้น ทำให้เกิดการ
ตั้ง “เวลามาตรฐาน” (Standard Time) เพื่อกำหนดให้ในบริเวณใกล้เคียงกันนั้นมีเวลาเทียบเท่ากันทั้งหมด ซึ่ง
การแบ่งเขตพื้นที่ตามเส้นลองจิจูดที่ลากจากขั้วโลกเหนือสู่ขั้วโลกใต้จะทำการแบ่งเป็นเขตละ 15 องศาลองจิจูด
หรือเทียบเท่าเวลา 1 ชั่วโมง โดยอาศัยเส้นเมริเดียนกลางของเขตดังกล่าวเป็นหลัก เช่น ลองจิจูดที่ 0 องศา 15
องศา และ 30 องศา เปน็ ต้น โดยที่พน้ื ทซ่ี ่ึงครอบคลุมอยู่ภายในระยะห่างไม่เกนิ 7 องศา 30 ลิปดาท้ังสองข้างของ
เส้นเมริเดียนกลางจะนับเป็นพื้นที่ซึ่งอยู่ในเขตเวลาเดียวกัน (Time Zone) หรือมี “เวลาท้องถิ่น” (Local Time)
เท่ากนั นน่ั เอง

ดังนนั้ ประเทศทม่ี ีขนาดใหญ่และครอบคลมุ พนื้ ท่เี ป็นอาณาบรเิ วณกว้างจงึ มหี ลายเขตเวลาภายในประเทศ
ของตน อยา่ งเช่น รัสเซยี ทีม่ ีมากถงึ 11 เขตเวลา หรือ สหรฐั อเมริกาทีม่ ี 6 เขตเวลา แตอ่ ย่างไรกต็ าม เขตเวลาบาง
เขตถูกกำหนดขนึ้ เพ่ืองา่ ยต่อการสื่อสาร ดงั น้นั ในบางรัฐ ประเทศ หรือเขตการปกครองอื่น ๆ จะมีการกำหนดเขต
เวลาซงึ่ ไม่ตรงตามเส้นลองจิจูดทีล่ ากจากขั้วโลกเหนือลงสู่ขั้วโลกใต้อยา่ งสมบูรณ์

งานวิจยั เทเี่ กย่ี วข้อง

งานวจิ ัยในประเทศ

อภิรดี สังขพันธ์ (2556) ศึกษางานวิจัยเร่ือง การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวชิ า กฎหมายพาณิชย์โดย
ใช้สื่อ Power Point ของนักเรียนระดับชั้นปวช.ปีที่ 2 โดยวัตถุประสงค์ของ การศึกษาครั้งนี้เพื่อการศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชากฎหมายพาณิชย์โดยใช้สื่อ Power Point ของนักเรียนระดับชั้นปวช .ปีที่ 2 (แผนก
วิชาธุรกิจค้าปลีก) วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์ จ านวน 30 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือสื่อ Power
Point แบบทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน น าคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรยี นและหลงั เรียนมาหาค่าเฉลี่ย
(x)ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วย
การทดสอบ ค่าที(t-test)ผลการวิจัย พบว่า สรุปผลความคิดเห็นเกี่ยวกับสื่อการสอน Power Point รายวิชา
กฎหมายพาณิชย์ ผลการศึกษาพบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายจ านวน 14 คนคิดเป็นร้อยละ 46.67 เป็น
เพศหญิงจ านวน 16 คนคิดเป็นร้อยละ 53.33 เรียงล าดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ความ คิดเห็นเร่ืองตัวอักษรและ
สที ีใ่ ชส้ ่ือความหมายเข้าใจง่ายเฉล่ียอยู่ระดับที่ 4.40 หมายถงึ ความพงึ พอใจอยู่ในระดับมากรองลงมาความคิดเห็น
เรอ่ื งเน้อื หาสอดคล้องกบั วัตถปุ ระสงค์ของรายวิชา เฉลี่ยอยรู่ ะดับท่ี 4.26 หมายถงึ มคี วามพึงพอใจอยู่ในระดับมาก
รองมาเรอ่ื งเข้าใจเน้ือหาบทเรยี น ชัดเจนเฉลย่ี อยรู่ ะดบั ท่ี 4.16 หมายถงึ ความพึงพอใจอยูใ่ นระดับมาก เร่ืองเนื้อหา

11

น่าสนใจและมี ความสัมพันธต์ ่อเนื่องกันเฉลี่ยอยู่ระดับท่ี4.13 หมายถึงมีความพงึ พอใจอยูใ่ นระดบั มาก และอันดับ
สุดท้ายความคิดเห็นเรื่องสไลด์ในการน าเสนอมีความเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ระดับที่4.03 ระดับความพึง พอใจของ
ผู้เรียนด้านประสิทธิภาพบทเรียนผ่านสื่อ Power Point รายวิชากฎหมายพาณิชย์ค่าเฉลี่ย อยู่ระดับที่ 4.21 ทั้งนี้
สามารถสรุปความพงึ พอใจของผู้เรียนด้านประสทิ ธิภาพบทเรยี นผ่านสื่อ Power Point รายวิชากฎหมายพาณิชย์มี
ค่าเฉลย่ี เทา่ กับ 4.21 หมายถึงความพึงพอใจอยู่ในระดบั มาก น

พดล ทองสุระวิโรจน์ (2555) ได้ศึกษางานวิจัยเรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักศึกษา
ปวส.2/4 วิทยาลยั เทคโนโลยียานยนต์ วชิ าเชือ้ เพลิงและวัสดุหลอ่ ลืน่ เร่อื ง นำ้ มนั หลอ่ ล่นื โดยการสอนแบบบรรยาย
ด้วยสื่อ Power Point การวิจัยครั้งนีม้ ีวัตถุประสงคเ์ พือ่ พัฒนาการเรียนรู้ของนักศึกษาใน วิชา เชื้อเพลิงและวัสดุ
หล่อลื่นเรื่อง น้ำมันหล่อลื่นระดับชั้น ปวส. 2/4 สาขางานเทคนิคยานยนต์ ภาคเรียนที่ 1 ปี การศึกษา 2555
จำนวน 36คน โดยใช้วิธีการสอนในรูปแบบบรรยายด้วยสื่อ Power Point เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
เชือ้ เพลิงและวัสดหุ ลอ่ ลื่นเรื่อง น้ำมนั หล่อล่ืน ใหน้ ักศึกษามีผลการเรียนผา่ นเกณฑ์ร้อยละ 60 ของนกั ศึกษาทง้ั หมด
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักศึกษาชั้นปวส.2/4 แผนกวิชาช่างยนต์จำนวน 36คน เครื่องมือในการวิจัยเป็น
แบบทดสอบความรู้เรื่อง น้ ามันหล่อลื่น ในการวิเคราะห์หาค่าร้อยละ เปรียบกับเกณฑ์ที่กำหนด คือร้อยละ 60
ระหว่างการทดสอบ ผลการวิจัยครั้งนี้ พบว่าสอนในแบบ บรรยายด้วยสื่อ Power Point ซึ่งผลคะแนนจากการ
ประเมินหลังท ากิจกรรมการเรียนการสอนผู้ได้ คะแนนสูงสุด อยู่ที่ร้อยละ 90ของคะแนน ส่วนต่ าสุดร้อยละ 40
ของคะแนน เกณฑ์การประเมิน ต่ำสุดที่ยอมรับได้ร้อยละ 60 ของคะแนน จึงมีผู้ที่อยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ถึง 7 คนจากจ
านวนทั้งหมด 36คน คดิ เป็นรอ้ ยละ 19.444 จัดวา่ ต่ ากวา่ เกณฑ์การประเมินทยี่ อมรับได้จากการสังเกตของผู้สอน
พบวา่ นกั ศกึ ษาพดู คยุ กนั ระหวา่ งทที่ าการอธบิ ายอยู่บ่อยครงั้ ส่วนผู้ท่ีผา่ นเกณฑม์ ี 29 คน จากจำนวน ทงั้ หมด 36
คน คดิ เป็นร้อยละ 80.556 จดั ว่าอย่ใู นเกณฑ์การประเมินท่ียอมรบั ได้และนักศึกษาทุก คนมคี ะแนนการพัฒนาเพิ่ม
สงู ขน้ึ ทกุ คน ต้ังแต่ 1 ถึง 5 คะแนน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 100 ของนกั ศกึ ษา ท้ังหมด ซงึ่ สงู กวา่ วัตถุประสงค์ท่ีตั้งไว้ว่าไม่
ต่ำกวา่ รอ้ ยละ 60 ของนกั ศกึ ษาทงั้ หมด

ชนิดาภา กัลยานี (2555) ได้ศึกษางานวิจัยเรื่องการจัดการเรียนโดยใช้สื่อ PowerPoint และใบงาน ใน
รายวิชาโปรแกรมส าเร็จรูปเพื่องานบัญชีรหัส 3201- 2011 ระดับชั้น ปวส. 1 สาขา งานการบัญชี วิทยาลัย
บริหารธุรกิจและการท่องเที่ยวนครราชสีมา ภาคการศึกษา 2/2555โดยมี วัตถุประสงค์เพื่อวิเคราะห์ความรู้ความ
เข้าใจของผู้เรียนในการวิเคราะห์รายการค้าเบื้องต้น ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการวิจัยสื่อการเรียนมัลติมีเดีย
เพื่อน าผลการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้มาใช้เป็น แนวทางในการออกแบบการเรียนการสอนให้มีความรู้สำหรับการ
วิเคราะห์ผู้เรียนครั้งนี้จะนำเสนอ ผลการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน ดังนี้ การวิเคราะห์ผู้เรียนว่ามีความรู้ความเข้าใจ
เกี่ยวกับการบันทึก ข้อมูลทางบัญชีโดยใช้โปรแกรมส าเร็จรูปทางบัญชีโดยใช้สื่อ PowerPointและใบงานใน
รายวิชา โปรแกรมส าเร็จรูปเพื่องานบัญชีรหัส 3201-2011 ภาคเรียนท่ี2/2555 วิทยาลัยบริหารธุรกิจและการ
ท่องเที่ยวนครราชสีมา สรุปผลการวิจัยดังนี้ ผลสัมฤทธิ์ของการใช้สื่อ PowerPoint และใบงานใน รายวิชา

12

โปรแกรมส าเร็จรูปเพื่องานบัญชีรหัส 3201-2011 การใช้แบบทดสอบก่อนเรียนผลปรากฏ ว่านักศึกษาส่วนใหญ่
ได้ผลคะแนนในระดับพอใช้ค่าเฉลี่ยคะแนนเท่ากับ 41.67 คะแนน การใช้ แบบทดสอบหลังเรียนและการใช้ส่ือ
PowerPointและใบงานในรายวิชาโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่องาน บัญชีรหัส 3201-2011 ผลปรากฏว่า นักศึกษามี
คะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิม คิดเป็นร้อยละ 54.00 แสดงว่าการใช้สื่อ PowerPointและใบงาน ในรายวิชา
โปรแกรมส าเรจ็ รูปเพื่องานบญั ชีรหัส 3201- 2011 มผี ลทำให้นักศึกษามผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี น อยู่ในระดับดีคือ
ได้คะแนนเฉลีย่ 64.17

นุชจิรา แจ่มกระจ่าง (2553) ได้ศึกษางานวิจัยเรื่องการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชา ภาษาอังกฤษ
โดยใช้สื่อPower Point ในเรื่อง “Space” สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปที ี่ 4 โรงเรยี นอสั สัมชัญธนบรุ ีคร้งั นี้มี
วัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิท์ างเรียนเรื่อง Space โดยใช้ สื่อการสอน Power Point 2) เพื่อให้เกดิ
ความสนุกสนานในการเรียน 3) เพื่อให้มีเจตคติที่ดีต่อวิชา ภาษาอังกฤษ 4) เพื่อศึกษาผลการประเมินการใช้ส่ือ
Power Point ประกอบการสอนวิชา ภาษาอังกฤษของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4/1 โรงเรียนอัสสัมชัญ
ธนบุรีซึ่งเป็นเด็กผู้ชาย จ านวนทั้งสิ้น 51 คน ผลที่คาดว่าจะได้รับ 1) นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น
2) นักเรยี นมี ความสนกุ สนานเพลิดเพลนิ ในการเรียน 3) นักเรียนมเี จตคตทิ ดี่ ใี นการเรยี นภาษาองั กฤษ 4) นักเรียน
มีความพึงพอใจต่อสื่อการสอน Power Point โดยมีวิธีด าเนินการคือ 1) สร้างเครื่องมือโดย ใช้แบบทดสอบก่อน
เรียน (Pre-test) และแบบทดสอบหลังเรียน (Post-test) 2) แบบประเมินการใช้ สื่อ Power Point เรื่อง Space
3) สรุปโดยใช้ค่าร้อยละ ผลการศกึ ษาสรปุ ผลดงั นี้ 1) สอ่ื ประกอบการ เรยี น Power Point วิชาภาษาองั กฤษ เร่ือง
Space ท าใหผ้ ลคะแนนของการทดสอบหลงั เรียนมี คะแนนสงู ขน้ึ กว่าผลคะแนนทดสอบก่อนเรียน คดิ เปน็ ร้อยละ
38.03 2) แบบประเมินการใช้สื่อ Power Point เรื่อง Space นักเรียนมีความพึงพอใจมากที่สุดถึงร้อยละ 62.74
ในเรอ่ื งการลำดบั ข้นั ตอนในการน าเสนอเน้ือหาและภาษาท่ีใช้มีความเหมาะสมถูกตอ้ ง

นิตยา ฉตั รเมอื งปัก (2550) ได้ศึกษางานวจิ ยั เรอื่ งการใช้สื่อคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน ชุดสื่อการสอนโปรแกรม
Microsoft PowerPoint รายวิชานิทรรศการงานห้องสมุด รหัสวิชา ง 40213 เรื่อง การจัดนิทรรศการห้องสมุด
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 6 โรงเรียนมัธยมราชวินติ การด าเนินการครั้งน้ีมี จุดมุ่งหมายเพื่อพัฒนา และหาประสิทธิภาพ
และของสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอน โปรแกรม Microsoft PowerPoint รายวิชานิทรรศการงาน
ห้องสมุด รหัสวชิ า ง 40213 เรือ่ ง การจัด นทิ รรศการห้องสมุด ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์
85/85 และหาความพึง พอใจในการเรียนของผู้เรียนที่มีต่อ สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอนโปรแกรม
Microsoft PowerPoint กลุม่ ตัวอยา่ งท่ใี ชใ้ นการศึกษา เป็นนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรียนราชวนิ ติ มัธยม
ที่ลงทะเบียนเรียนวิชาสาระเพิ่มเติมกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี รายวิชา นิทรรศการงาน
ห้องสมดุ รหัสวิชา ง 40213 ภาคเรยี นที่ 1 ปีการศึกษา 2550 จ านวน 25 คน โดย ได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบ
เจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการด าเนินการ ได้แก่ สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอน
โปรแกรม Microsoft PowerPoint เรื่องการจัดนิทรรศการ ห้องสมุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จ

13

านวน 50 ข้อ เป็นแบบปรนัยเลือกตอบ 4 ตัวเลือก ซึ่งมีค่าความยากง่ายคา่ อ านาจจ าแนกรายข้อตั้งแต่ 0.43 ถึง
0.76 ค าความเชื่อมั่นทั้งฉบับ เท่ากับ 0.79 แบบประเมินคุณภาพของสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอน
โปรแกรม Microsoft PowerPoint ส าหรับผู้เชี่ยวชาญมีคุณภาพด้านเนื้อหามีค่าเฉลี่ย 4.53 ในระดับดีมากและ
ด้านเทคโนโลยกี ารศกึ ษามีคา่ เฉลยี่ 4.44 ในระดบั ดี และแบบสอบถามความพึงพอใจในการเรยี น ของผเู้ รียนที่มีต่อ
สอื่ คอมพิวเตอร์ชว่ ยสอน ชุดส่ือการสอนโปรแกรม Microsoft PowerPoint เป็น มาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดับ
จ านวน 10 ข้อ มีค่าเฉลี่ย 4.02 ในระดับมาก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล คือ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบน
มาตรฐาน และการทดสอบคา่ ที (t-test dependent) ผลการด าเนินการครั้งน้พี บวา่ ส่ือคอมพวิ เตอร์ชว่ ยสอน ชดุ
สื่อการสอนโปรแกรม Microsoft PowerPoint ที่พัฒนาขึ้นมีประสิทธิภาพ 86.73/88.33 มีความพึงพอใจในการ
เรียนของผู้เรียนเท่ากับ 4.02 และมีนัยส าคัญทางสถิติที่ระดับ .01 แสดงว่า สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการ
สอน โปรแกรม MicrosoftPowerPoint เป็นสื่อการสอนที่มีความเหมาะสมมีประโยชน์ สามารถน าไปใช้ สอน
ได้ผลดีและนักเรียนมีความพึงพอใจในการเรียนต่อส่ือคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอน โปรแกรม Microsoft
PowerPoint เรื่องการจัดนิทรรศการห้องสมุดที่พัฒนาอยู่ในระดับมาก และ ผู้เรียนที่เรียนโดยใช้สื่อคอมพิวเตอร์
ช่วยสอน ชุดสื่อการสอน โปรแกรม Microsoft PowerPoint รายวิชานิทรรศการ 10 งานห้องสมุด รหัสวิชา ง
40213 เร่ือง การจัดนิทรรศการห้องสมุด ชั้น มัธยมศกึ ษาปที ี่ 6 โรงเรยี นราชวนิ ติ มัธยม มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดย สรุป สื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอนโปรแกรม MicrosoftPowerPoint
รายวิชานิทรรศการ งานห้องสมุด รหัสวิชา ง 40213 เรื่อง การจัดนิทรรศการห้องสมุด ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6
มี ประสิทธิภาพและประสิทธิผลสามารถน าสื่อคอมพิวเตอร์ช่วยสอน ชุดสื่อการสอนโปรแกรม Microsoft
PowerPoint ที่สร้างขึ้นไปประยุกต์ใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนรายวิชาอื่น ๆ ได้ตามความเหมาะสม
และพัฒนาส่อื คอมพวิ เตอร์ช่วยสอน ชดุ ส่อื การสอนโปรแกรม Microsoft PowerPoint ทมี่ ีคณุ ภาพตอ่ ไป

14

บทที่ 3

วิธีดำเนนิ การวิจัย

การศึกษาวิจัยครัง้ นี้เปน็ การศึกษาเพื่อพัฒนาผลการเรียนรู้ เรื่อง การพัฒนาผลสัมฤทธ์ิทางการเรียน โดย
ใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและ
วัฒนธรรมของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบางลี่วิทยา อำเภอสองพี่น้อง จังหวัดสุพรรณบรุ ี สำนักงาน
เขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษาสุพรรณบุรี ในบทนีเ้ ป็นการนำเสนอวิธีวิจยั ซึง่ ประกอบดว้ ย ประชากร เคร่ืองมือใน
การวิจัย ขั้นตอนการ สร้างเครื่องมอื วิธีการด าเนินการรวบรวมข้อมูล สถิตทิ ใี่ ชใ้ นการวิเคราะห์ขอ้ มลู

ประชากร
- ประชากร ไดแ้ ก่ - นักเรยี นชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 โรงเรยี นบางล่วี ทิ ยา ปีการศึกษา 2/2564
- กลมุ่ ตวั อยา่ ง ได้แก่ นกั เรยี นชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี 1/1 โรงเรียนบางล่วี ิทยา ปกี ารศึกษา 2/2564

เครอ่ื งมอื ทใ่ี ช้ประกอบในการวจิ ยั
1. แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา

ศาสนาและวฒั นธรรม
2. สอ่ื PowerPoint เร่อื ง พกิ ัดภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์
3. แบบทดสอบก่อนเรียนและหลงั เรยี น เรอ่ื ง เร่ือง พิกัดภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลาของโลก

เครือ่ งมอื ตรวจสอบผล
1. ตรวจข้อสอบกอ่ นเรยี นและหลงั เรียน เรื่อง พกิ ัดภูมศิ าสตร์และเวลาของโลก
2. ตรวจชิน้ งาน เร่ือง พกิ ดั ภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลาของโลก
3. แบบบนั ทกึ คะแนนกอ่ นและหลังเรียน

ขนั้ ตอนการสร้างเคร่ืองมอื
ในการสร้างเคร่ืองมือครัง้ น้ี ผู้วจิ ยั ไดด้ ำเนนิ การตามข้ันตอน ดงั น้ี
1. ทำการศึกษาเอกสารและงานวจิ ัยทีเ่ กีย่ วข้อง
2. จัดทำเครื่องมือในการวิจัย คือ เครื่องมือที่ใช้สำหรับพัฒนาทักษะกระบวนการคิดประกอบการใช้ส่ือ

PowerPoint ประกอบด้วยแผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้ เรื่อง พกิ ดั ภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลาของโลก

15

3. นำเครื่องมือและแบบทดสอบไปทดลองใช้กับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนบางลี่วิทยา
ปกี ารศกึ ษา 2/2564 ทีไ่ มใ่ ช้กล่มุ ตวั อย่าง

4. นำแผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบหลงั เรียน ชิ้นงานท่ีผา่ นการทดลองใช้มา ปรบั ปรุงแก้ไข
เพมิ่ เติมแล้วจัดทำเปน็ ฉบบั ท่ีสมบูรณ์เพอื่ นำไปใชจ้ ัดการเรยี นการสอนกบั นักเรียนกลมุ่

วิธีการดำเนนิ การรวบรวมข้อมลู
1 . วิเคราะห์การเรยี นรูท้ างการเรยี นรู้ เรื่อง พิกดั ภูมศิ าสตรแ์ ละเวลาของโลก
2. ทดสอบก่อนเรยี นโดยใช้สื่อ PowerPoint เร่อื ง พกิ ัดภมู ิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก สาระภมู ศิ าสตร์
3. จัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และ

เวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์
4. ทดสอบหลังแผนการจัดการเรียนรู้โดยใชส้ อื่ PowerPoint เรือ่ ง พกิ ัดภมู ิศาสตร์และเวลาของโลก สาระ

ภมู ิศาสตร์
5. วิเคราะหห์ าค่าพฒั นาการเรยี นรูต้ ามวตั ถุประสงค์

การวิเคราะห์ข้อมลู

1. ค่าพฒั นา คะแนนหลงั เรยี นลบคะแนนกอ่ นเรยี น

2. รอ้ ยละของค่าพฒั นา คะแนนค่าพัฒนา × 100
หารด้วยคะแนนเตม็

สถิติทใ่ี ชใ้ นการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

1. หาคา่ รอ้ ยละ(percentage) จากสูตร

ร้อยละของจำนวนใด = ความถี่ของจำนวนนั้น × 100
ความถ่ที ง้ หั มด
2. หาค่าเฉล่ยี X จากสตู ร

x

X=

X แทน คา่ เฉลย่ี

x แทน ผลรวมของคะแนนทัง้ หมด
N แทน จำนวนกลมุ่ ตัวอย่าง

16

บทท่ี 4
ผลการวเิ คราะห์ขอ้ มูล

การศึกษาการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของ
โลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 สามารถ
วิเคราะห์ผล โดยผูว้ จิ ัยไดก้ ำหนดสญั ลกั ษณ์ ดงั นี้

̅ แทน คา่ เฉลี่ย
N แทน จำนวนกล่มุ ตวั อย่าง
SD แทน สว่ นเบย่ี งเบนมาตรฐาน
t-test แทน ค่า t-test แบบ Dependent
Sig. แทน นัยสำคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ .05

การนำเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

ผู้วิจัยเสนอผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู ดังนี้

ตอนที่ 1 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint
และการเปรียบเทยี บคา่ เฉลีย่ คะแนนก่อนเรยี น และคา่ เฉลี่ยหลงั เรยี นโดยใชส้ อ่ื PowerPoint เรอ่ื ง พกิ ดั ภูมศิ าสตร์
และเวลาของโลก

ตอนที่ 2 ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานของความพึงพอใจทีม่ ีต่อสื่อ PowerPoint เรื่อง
พกิ ดั ภูมิศาสตร์และเวลาของโลก

ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล

ตอนที่ 1 ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ของคะแนนก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint
และการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยคะแนนก่อนเรียน และค่าเฉลี่ยหลังเรียน เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก
ดังผลการวเิ คราะหใ์ นตารางที่ 1

17

ตารางท่ี 1 คา่ เฉลีย่ ส่วนเบ่ียงเบนมาตรฐาน

คะแนน n ̅ SD t-test Sig.
10.93 2.14 33.45* 0.000
คะแนนทดสอบก่อนเรียน 43 14.98 2.18

คะแนนทดสอบหลงั เรียน 43

*มีนยั สำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดบั .05

จากตาราง 1 พบว่า พบว่า การทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1
มีคะแนนเฉลี่ยคะแนนทดสอบก่อนเรียน เท่ากับ 10.93 คะแนน และคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากับ 14.98
คะแนน และเมื่อเปรียบเทยี บระหวา่ งคะแนนก่อนและ หลังเรยี น พบว่า คะแนนสอบหลังเรียนของนกั เรียนสูงกวา่
ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ี ระดับ .05 แสดงว่า การใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลา
ของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ทำให้
นักศกึ ษามผี ลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นดขี ้นึ

ตอนที่ 2 ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบีย่ งเบนมาตรฐานของความพึงพอใจที่มีต่อสื่อ PowerPoint เรื่อง

พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้น

มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 1/1 ดังผลการวเิ คราะห์ในตารางที่ 2

ตารางท่ี 2

ที่ รายการประเมนิ มากที่สดุ มาก ปานกลาง นอ้ ย นอ้ ยท่สี ดุ ̅ SD แปลผล

54 3 21

1 ส ี ส ั น แ ล ะ ค ว า ม 30 9 4 - - 4.60 0.66 มากทส่ี ดุ

สวยงาม (69.8) (20.9) (9.3)

2 รู ป แ บ บ แ ล ะ ก า ร 26 13 4 - - 4.51 0.67 มากทส่ี ุด

นำเสนอ (60.5) (30.2) (9.3)

3 น่าสนใจ และสร้าง 30 4 9 - - 4.49 0.82 มาก

การรว่ มเรยี นรู้ (69.8) (9.3) (20.9)

4 ประโยชนท์ ่ีได้รับ 31 8 4 - - 4.63 0.66 มากทีส่ ุด

(72.1) (18.6) (9.3)

5 จากการเรียนรู้จากสื่อ 30 9 4 - - 4.60 0.66 มากทีส่ ุด

ทำให้นักศึกษามีการ (69.8) (20.9) (9.3)

18

พ ั ฒ น า ผ ล ส ั ม ฤ ท ธ์ิ 4- - 4.60 0.66 มากที่สุด
ทางการเรยี นมากขน้ึ (9.3) 4.57 0.64 มากท่สี ุด
6 โดยภาพรวม นกั ศึกษา 30 9
มีความพึงพอใจต่อสื่อ (69.8) (20.9)
ในระดับใด

โดยภาพรวม

จากตาราง 2 พบว่า การสำรวจความพึงพอใจที่มีต่อสื่อ PowerPoint พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก
สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยภาพรวม
นกั เรยี นมีความพงึ พอใจต่อสื่อ อยู่ในระดับมาก (X = 4.57, S.D = 0.64) เมื่อพจิ ารณาจากคา่ เฉล่ยี รายข้อ คือ ข้อท่ี
มคี า่ เฉลยี่ สูงสุด คอื นกั เรียนมีความพงึ พอใจต่อประโยชนท์ ี่ไดร้ ับในการใช้สื่อ อยู่ในระดบั มากท่ีสุด (X = 4.63, S.D
= 0.66) รองลงมา สีสัน และความสวยงาม อยู่ในระดับมากที่สุด ( X = 4.60 , S.D = 0.66) และข้อที่มีค่าเฉล่ีย
ต่ำสดุ คือ น่าสนใจ และสร้างการร่วมเรยี นรอู้ ยู่ในระดับมาก ( X = 4.49, S.D = 0.82)

19

บทท่ี 5

สรปุ ผล อภิปรายผล และขอ้ เสนอแนะ

การศึกษาเรื่อง เพื่อพัฒนาผลการเรียนวิชาสังคมศึกษา 2 เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระ
ภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบางลี่วิทยา
ท่ีสอนโดยใชส้ ื่อ PowerPoint มวี ัตถปุ ระสงคเ์ พอ่ื

1. เพื่อพัฒนาผลการเรียนวิชาสังคมศึกษา 2 เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์
รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของผู้เรียนชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรยี นบางลวี่ ิทยา ท่ีสอนโดยใช้ส่ือ
PowerPoint

2. เพอื่ ศึกษาความพงึ พอใจท่ีมีตอ่ ส่ือ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์
รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม ของผ้เู รยี นชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1/1

ประชากร คือ นักเรียนโรงเรียนบางลีว่ ทิ ยา จำนวน 1,682 คน
กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โรงเรียนบางลี่วิทยา จำนวน 43 คน โดยคำนวณจาก
สูตรของ ทาโร ยามาเน (Yamane, 1973 อา้ งใน ธรี วฒุ ิ เอกะกลุ , 2543) โดยวธิ แี บบเจาะจง
เคร่ืองทใ่ี ช้ในการวจิ ัย คือ สอื่ PowerPointแบบทดสอบ และแบบสอบถาม
การวิเคราะหข์ อ้ มูล หาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบยี่ งเบนมาตรฐาน และคา่ t-test แบบ Dependent

สรปุ ผลการวจิ ยั

จากการศกึ ษาค้นคว้าและวิเคราะห์ข้อมูล จากกลมุ่ ตัวอยา่ งจำนวน 43 คน สามารถสรุป ผลได้ดังน้ี
1.เพื่อศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียน โดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง
พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนช้ัน
มธั ยมศึกษาปีท่ี 1/1 มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรียนดีข้นึ
2. เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัด
ภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระภมู ิศาสตร์ รายวชิ าสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรยี นชนั้ มธั ยมศึกษา
ปีที่ 1/1 มีคะแนนเฉลี่ยคะแนนทดสอบก่อนเรียนเท่ากับ 10.93 คะแนน และคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากับ
14.98 คะแนน และเมื่อเปรียบเทยี บระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลังเรยี นของนกั เรยี น
สูงกว่าก่อนเรยี นอย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ิที่ระดับ .05 แสดงว่า การใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และ
เวลาของโลก ทำใหน้ กั เรยี นมผี ลสมั ฤทธิ์ทางการเรยี นดขี ึ้น

20

3. เพอ่ื ศกึ ษาความพึงพอใจที่มตี อ่ สื่อ PowerPoint เรอ่ื ง พิกัดภมู ิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก สาระภูมศิ าสตร์
รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 โดยภาพรวม นักเรียนมีความ
พึงพอใจต่อสื่อ อยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาจากค่าเฉลี่ยรายข้อ คือ ข้อที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ นักเรียนมีความพึง
พอใจต่อประโยชน์ที่ได้รับในการใช้สื่อ อยู่ในระดับมากที่สุด รองลงมา สีสัน และความสวยงาม อยู่ในระดับมาก
ทส่ี ดุ และข้อท่มี ีคา่ เฉลีย่ ต่ำสดุ คือ น่าสนใจ และสร้างการร่วมเรยี นรู้ อยใู่ นระดับมาก

อภปิ รายผล

ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน และหลังเรียนโดยใช้สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลา
ของโลก สาระภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ 1/1 มีคะแนน
เฉลยี่ คะแนน ทดสอบก่อนเรียน เทา่ กับ 5.70 คะแนน และคะแนนทดสอบหลังเรียนเท่ากบั 7.95 คะแนน และเมื่อ
เปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนสอบหลัง เรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงว่า การใช้ สื่อ PowerPoint เรื่อง พิกัดภูมิศาสตร์และเวลาของโลก สาระ
ภูมิศาสตร์ รายวิชาสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ของผู้เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1/1 ท ำให้นักเรียนมี
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น สอดคล้องกับงานวิจัยของ อภิรดี สังขพันธ์ (2556) ศึกษา งานวิจัยเรื่อง การศึกษา
ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชากฎหมายพาณิชย์โดยใช้สื่อ Power Point ของนักเรียนระดับชั้นปวช.ปีที่ 2
โดยวัตถุประสงค์ของการศึกษาครั้งนี้เพื่อ การศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชากฎหมายพาณิชย์โดยใช้ส่ือ
Power Point ของ นักเรียนระดับชั้นปวช .ปีที่ 2 (แผนกวิชาธุรกิจค้าปลีก) วิทยาลัยเทคโนโลยีปัญญาภิวัฒน์
จำนวน 30 คน เคร่ืองมือท่ใี ชใ้ นการวิจัย คือสื่อ Power Point แบบทดสอบกอ่ นเรยี นและ

หลังเรียนนำคะแนนที่ได้จากการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนมาหาคา่ เฉลย่ี (x)สว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน
(S.D.) และทดสอบความแตกต่างของคะแนนเฉลี่ยระหว่างก่อนเรียนกับหลังเรียนด้วยการทดสอบค่าที ( t-test)
ผลการวิจยั พบว่า สรุปผลความคิดเหน็ เก่ียวกับสื่อการสอน Power Point รายวชิ ากฎหมายพาณิชย์ ผลการศึกษา
พบว่าผู้ตอบแบบสอบถามเป็นเพศชายจำนวน 14 คนคิดเป็นร้อยละ 46.67 เป็นเพศหญิงจำนวน 16 คนคิดเป็น
ร้อยละ 53.33 เรียงลำดับจากมากไปหาน้อยดังนี้ความคิดเห็นเรื่องตัวอักษรและสีที่ใช้สื่อความหมายเข้าใจง่าย
เฉลี่ยอยู่ระดับที่ 4.40 หมายถึงความพึงพอใจอยู่ในระดับมากรองลงมาความคิดเห็นเรื่องเนื้อหาสอดคล้องกับ
วัตถุประสงค์ของรายวิชาเฉล่ียอยู่ระดับที่ 4.26 หมายถึงมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก รองมาเรื่องเข้าใจเน้ือหา
บทเรียนชัดเจนเฉลี่ยอยู่ระดับที่ 4.16 หมายถึงความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก เรื่องเนื้อหาน่าสนใจและมี
ความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันเฉลี่ยอยู่ระดับที่ 4.13 หมายถึงมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และอันดับสุดท้ายความ
คิดเห็นเรื่องสไลด์ในการน าเสนอมีความเหมาะสมเฉลี่ยอยู่ระดับที่ 4.03 ระดับความพึงพอใจของผู้เรียนด้าน
ประสทิ ธิภาพบทเรียนผ่านสื่อ Power Point รายวชิ ากฎหมายพาณิชย์ ค่าเฉล่ียอยรู่ ะดับท่ี 4.21 ทั้งน้ีสามารถสรุป

21

ความพึงพอใจของผู้เรียนด้านประสิทธิภาพบทเรียนผ่านสื่อ Power Point รายวิชากฎหมายพาณิชย์ มีค่าเฉล่ีย
เท่ากบั 4.21 หมายถงึ ความพงึ พอใจอยใู่ นระดับมาก
ขอ้ เสนอแนะ

ข้อเสนอแนะในการนำผลการวิจัยไปใช้
นำสือ่ Power Pointไปปรบั ใช้กับวชิ าบรรยายในลกั ษณะของวิชาที่มีความคล้ายคลึงกนั

ข้อเสนอแนะในการวจิ ยั ครงั้ ตอ่ ไป
ศกึ ษาการจดั การเรยี นการสอนโดยใช้ส่ือ Power Point ร่วมกับสื่อมัลตมิ ีเดยี อ่นื ๆ

22

เอกสารอ้างอิง

คัดคณัฐ ชน่ื วงศ์อรุณ. (2564). การกำหนดตำแหนง่ บนพื้นโลก (Geographic Coordinate System). คน้ จาก
https://ngthai.com/science/33338/geographic-coordinate-system/

ชนิดาภา กัลยาน.ี (2555). การจัดการเรียนโดยใชส้ ่อื PowerPointและใบงานในรายวิชาโปรแกรม
สำเร็จรปู เพ่ืองานบญั ชี รหัส 3201-2011 ระดบั ช้นั ปวส.1 สาขางานการบัญชี ภาคเรยี นท่ี 2
ปีการศกึ ษา 2555. งานวจิ ัยในชน้ั เรยี น วิทยาลยั บรหิ ารธรุ กิจและการท่องเทีย่ ว
นครราชสมี า สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา.

นพดล ทองสุระวโิ รจน์. (2555). การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรยี นของนกั ศกึ ษาวทิ ยาลยั เทคโนโลยยี านยนต์
วิชาเชื้อเพลิงและวสั ดหุ ล่อลื่น เร่ืองน้ ามันหล่อลืน่ โดยการสอนแบบบรรยายด้วยสื่อ PowerPoint.
งานวจิ ยั ในช้นั เรยี น วิทยาลยั เทคโนโลยยี านยนต์ สำนักงานคณะกรรมการการส่งเสริมการศกึ ษาเอกชน
กระทรวงศึกษาธิการ.

นชุ จิรา แจ่มกระจา่ ง. (2553). การพฒั นาการเรยี นวชิ าภาษาองั กฤษในเรือ่ ง “Space” สำหรบั นกั เรียนชั้น
ประถมศึกษาปที ี่ 4 โดยใชส้ ่ือการสอน PowerPoint. งานวจิ ัยในชั้นเรียน รงเรยี นอัสสมั ชัญธนบรุ ี.

นติ ยา ฉตั รเมืองปัก. (2550). รายงานการจัดทำและผลการใช้ส่ือคอมพิวเตอรช์ ่วยสอน ชดุ สอื่ การสอนโปรแกรม
Microsoft PowerPoint รายวชิ านทิ รรศการงานหอ้ งสมุด รหัสวิชา ง 40213 เร่อื ง การจัด
นทิ รรศการหอ้ งสมดุ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 โรงเรียนราชวินิต มธั ยม. กรุงเทพฯ : โรงเรยี นราชวินติ
มัธยม.

มสิ ชฎามาศ ศรชี นะวฒั น์. (2553). การทดลองใชส้ ื่อการสอนคอมพิวเตอร์ช่วยสอน เรื่องระบบรา่ งกายในการ
พัฒนาการเรยี นรู้รายวิชาวิทยาศาสตร์ของนกั เรียน ระดับชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 2. งานวิจัยในชั้นเรียน
โรงเรียนเซนต์หลยุ ส์ ฉะเชงิ เทรา มลู นิธคิ ณะเซนตค์ าเบรยี ลแหง่ ประเทศไทย.

ลักษณสุภา บวั บางพล.ู (2554). ผลสัมฤทธ์กิ ารเรยี นรู้รายวิชาการประมวลผลการวิจัยทางธุรกิจด้วย
คอมพิวเตอร์โดยใช้กระบวนการกลมุ่ ในการจดั การเรยี นการสอน. งานวจิ ยั ในชัน้ เรยี น คณะวทิ ยาการ
จัดการ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดุสติ .

อภริ ดี สงั ขพนั ธ.์ุ (2556). การศึกษาผลสัมฤทธิท์ างการเรยี นของนักเรียนกั เรียน ระดบั ช้ัน ปวช.ปีที่ 2โดยใชส้ ่อื
การสอน PowerPoint. งานวจิ ัยในชน้ั เรยี น วิทยาลัยเทคโนโลยปี ัญญาภิวฒั น์.

ภาคผนวก

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี 1

พิกัดทางภมู ศิ าสตรแ์ ละเวลาโลก

เวลา 4 ชัว่ โมง

1. มาตรฐานการเรยี นรู/้ ตัวช้ีวดั

ส 5.1 เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธข์ องสรรพสง่ิ ซึ่งมีผลตอ่ กัน ใชแ้ ผนทีแ่ ละ
เครอ่ื งมอื ทางภมู ิศาสตร์ในการคน้ หา วเิ คราะห์ และสรุปขอ้ มูลตามกระบวนการทางภมู ิศาสตร์
ตลอดจนใช้ภมู สิ ารสนเทศอย่างมปี ระสิทธิภาพ
ส 5.1 ม.1/2 อธิบายพิกดั ภมู ิศาสตร์ (ละติจูด และลองจิจูด) เส้นแบง่ เวลา และเปรยี บเทียบ
วันเวลาของโลก

2. สาระการเรียนรู้

2.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) พิกดั ภมู ิศาสตร์ (ละตจิ ูด และลองจิจดู )
2) เปรียบเทียบวัน เวลาของโลก

2.2 สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
(พจิ ารณาตามหลกั สูตรสถานศกึ ษา)

3. มโนทศั นส์ ำคัญ (Key Concept)

- ระบบพกิ ดั ภูมิศาสตรใ์ นการอ้างอิงตำแหนง่ และการคำนวณวันเวลา

4. คำถามหลกั (Big Question)

1. พกิ ัดภมู ิศาสตรม์ วี ิธกี ารอ่านอยา่ งไร
2. วัน เวลาของโลก มีวิธีการคำนวณอย่างไร

5. การรเู้ ร่ืองภูมิศาสตร์ (Geo – Literacy)

ความสามารถทางภมู ศิ าสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมศิ าสตร์
1. ความเข้าใจระบบธรรมชาติ 1. การต้งั คำถามเชงิ ภมู ิศาสตร์ 1. การสังเกต
2. การรวบรวมขอ้ มูล 2. การแปลความข้อมูลทางภูมศิ าสตร์
และมนุษย์ 3. การจดั การข้อมลู 3. การใชเ้ ทคนิคและเครื่องมือทาง
2. การใชเ้ หตุผลทางภูมศิ าสตร์ 4. การวเิ คราะหข์ ้อมลู
5. การสรปุ เพอ่ื ตอบคำถาม ภูมศิ าสตร์
4. การคิดแบบองคร์ วม
5. การใชเ้ ทคโนโลยี

6. สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี นและคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผู้เรยี น คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
1. ความสามารถในการคิด 1. มีวินัย
2. ใฝ่เรียนรู้
1) ทกั ษะการสำรวจคน้ หา 3. มงุ่ มนั่ ในการทำงาน
2) ทักษะการรวบรวมข้อมูล
3) ทักษะการวเิ คราะห์
2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

7. ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)

1. การสาธิตการใช้เคร่อื งมือทางภมู ศิ าสตร์
2. การเขยี นสถานการณ์ เรื่อง การเปรียบเทียบวัน เวลาของโลก

8. การวัดและการประเมนิ ผล

รายการวัด วิธวี ัด เครือ่ งมอื เกณฑ์การประเมนิ

8.1 การประเมินชนิ้ งาน/ - ประเมินการสาธิตการใช้ - แบบประเมินสาธติ การใช้ - ระดบั คุณภาพ 2

ภาระงาน (รวบยอด) เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตร์ เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ ผ่านเกณฑ์

- ประเมินการเขยี น - แบบประเมินการเขยี น - ระดบั คุณภาพ 2

สถานการณ์ เรอื่ ง สถานการณ์ เรอื่ ง ผา่ นเกณฑ์

การเปรียบเทยี บวัน เวลา การเปรียบเทียบวัน เวลา

ของโลก ของโลก

8.2 การวัดและประเมินผล ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบก่อนเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

กอ่ นเรียน ก่อนเรียน

- แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี 1

เรอ่ื ง เคร่อื งมือทาง

ภูมิศาสตร์และเวลา

ของโลก

8.3 การวัดและประเมนิ ผล

ระหวา่ งการจัดกจิ กรรม

1) การใช้เคร่อื งมือทาง - ตรวจใบงานท่ี 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอ้ ยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ภมู ิศาสตร์

2) การเปรียบเทียบวนั - ตรวจใบงานที่ 1.2 - ใบงานที่ 1.2 - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

เวลาของโลก

3) การนำเสนอผลงาน - ประเมนิ การนำเสนอ - แบบประเมนิ - ระดับคณุ ภาพ 2
ผลการนำเสนอผลงาน ผา่ นเกณฑ์
ผลงาน
เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
รายการวัด วธิ วี ดั - แบบสังเกตพฤตกิ รรม - ระดบั คณุ ภาพ 2
การทำงานรายบุคคล ผ่านเกณฑ์
4) พฤติกรรม - สงั เกตพฤติกรรม

การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบุคคล

5) พฤตกิ รรม - สังเกตพฤติกรรม - แบบสงั เกตพฤติกรรม - ระดับคณุ ภาพ 2
การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม
การทำงานกลุ่ม ผา่ นเกณฑ์

6) คณุ ลกั ษณะ - ประเมินคุณลักษณะ - แบบประเมนิ คุณลักษณะ - ระดับคุณภาพ 2
อันพึงประสงค์ อันพึงประสงค์ อันพงึ ประสงค์ ผ่านเกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบหลงั เรยี น - ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
8.4 การวดั และประเมินผล หลังเรียน
หลังเรยี น - แบบประเมนิ การสาธติ - ระดบั คุณภาพ 2
- แบบทดสอบหลงั เรียน - ประเมนิ การสาธิตการใช้ การใช้เครอื่ งมอื ทาง ผ่านเกณฑ์
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ ภมู ศิ าสตร์ - ระดับคณุ ภาพ 2
เร่ือง เครอื่ งมอื ทาง - แบบประเมนิ การเขียน ผา่ นเกณฑ์
ภูมิศาสตร์และเวลา - ประเมินการเขียน สถานการณ์ เรือ่ ง
ของโลก สถานการณ์ เร่อื ง การเปรยี บเทยี บวัน เวลา
การเปรยี บเทยี บวัน เวลา ของโลก
8.5 การรเู้ ร่อื งทางภมู ิศาสตร์ ของโลก

9. กจิ กรรมการเรียนรู้

นกั เรยี นทำแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยการเรยี นรู้ที่ 1 เคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรแ์ ละเวลาของโลก

เรือ่ งท่ี 1 : เคร่อื งมอื สำคัญทางภูมิศาสตร์

วธิ ีสอนแบบกระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ (Geographic Inquiry Process) เวลา 3 ช่ัวโมง

ขัน้ นำ

นกั เรยี นชมภาพคลปิ วดิ ีโอ ลกั ษณะภมู ิประเทศของทวีปเอเชยี แลว้ ตอบคำถามกระตุ้นความคิด

ขนั้ สอน

ขน้ั ที่ 1 การต้ังคำถามเชิงภูมิศาสตร์
1. นกั เรยี นชมคลปิ วดิ ีโอพิธีกรอ่านขา่ วพยากรณ์อากาศท่วั โลกแลว้ ตอบคำถาม
2. นักเรยี นชว่ ยกันต้ังคำถามเชงิ ภมู ิศาสตร์

ขน้ั ท่ี 2 การรวบรวมข้อมูล
1. นักเรยี นแบ่งกลุม่ ศกึ ษาความรเู้ ก่ยี วกับเครื่องมอื ทางภมู ิศาสตร์ตามประเดน็ ท่ีกำหนดแลว้ นำเสนอผลงาน
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ เลือกเครอ่ื งมือทางภูมิศาสตร์สบื ค้นขอ้ มูลเก่ียวกับลกั ษณะทางกายภาพของ
ทวีปเอเชีย

ขัน้ ท่ี 3 การจดั การข้อมูล
สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ นำข้อมูลจากการใชเ้ คร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ศึกษาและสืบค้นลักษณะทางกายภาพของทวีป
เอเชียตามประเด็นท่ีกลมุ่ สนใจมาอธิบายแลกเปลีย่ นกัน แล้วนำเสนอวิธีการจัดการข้อมลู

ขัน้ ที่ 4 การวเิ คราะหแ์ ละแปลผลข้อมูล
1. สมาชกิ แตล่ ะกลมุ่ ร่วมกนั วิเคราะห์ข้อมูลท่ีได้จากการใชเ้ ครื่องมือทางภูมิศาสตร์และสบื ค้น
2. สาธิตการใช้เคร่อื งมือทางภมู ศิ าสตร์ในการนำเสนอหนา้ ชนั้ เรียน ตามหัวข้อที่กำหนด
(ชนิ้ งาน/ภาระงานท่ี 1)

ขัน้ ที่ 5 สรุปเพือ่ ตอบคำถาม
นักเรยี นร่วมกนั ตอบคำถามเพื่อนำไปสู่ขอ้ สรปุ ในเรื่องความสำคัญของเครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ การนำ
เครือ่ งมอื ทางภูมิศาสตร์ไปหาขอ้ มูลและนำเสนอข้อมูล เพ่ือประโยชนใ์ นด้านต่าง ๆ

ขน้ั สรุป

ครูและนักเรยี นรว่ มกนั สรปุ ความสำคัญของเคร่ืองมือทางภมู ศิ าสตร์และพกิ ัดภมู ศิ าสตร์

เรือ่ งท่ี 2 : การแบ่งเขตเวลาของโลก เวลา 1 ช่วั โมง
วิธสี อนแบบสบื เสาะหาความรู้ 5Es (5Es Instructional Model)

ขนั้ นำ
ครสู นทนาและถามคำถามเกีย่ วกับความคดิ เหน็ ของนกั เรยี นในความแตกต่างของช่วงเวลาในดนิ แดนต่าง ๆ
ของโลก

ขนั้
สขอั้นนที่ 1 กระต้นุ ความสนใจ (Engage)

ครสู นทนากับนักเรียนเกยี่ วกับถา่ ยทอดทางโทรทัศน์การแข่งขันฟตุ บอลในทวปี ยุโรป แล้วถามคำถาม
เก่ยี วกับความแตกต่างของเวลาในดนิ แดนต่าง ๆ

ขน้ั ท่ี 2 สำรวจค้นหา (Explore)
นักเรยี นแบ่งกลุ่มศึกษาความรู้ เรอ่ื ง การแบง่ เขตเวลาของโลก จากแหลง่ ข้อมลู สารสนเทศตามหวั ข้อที่
กำหนด

ขน้ั ที่ 3 อธิบายความรู้ (Explain)
1. สมาชิกแตล่ ะกลมุ่ ผลดั กนั นำความรทู้ ีไ่ ด้สบื คน้ มาเลา่ สู่กันฟัง และหลอมรวมสาระสำคัญ
2. นักเรียนแต่ละกลมุ่ นำเสนอผลงานหนา้ ชั้นเรยี น

ขั้นท่ี 4 ขยายความเขา้ ใจ (Expand)
1. ครูและนกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายและเปรียบเทยี บเวลาของประเทศตา่ ง ๆ ในโลกโดยใช้แผนทป่ี ระกอบ
2. นกั เรียนแตล่ ะกล่มุ ชว่ ยกันทำใบงานที่ 1.2 เรอ่ื ง การเทยี บเวลารอบโลก
3. ครูและนกั เรยี นร่วมกนั เฉลยใบงาน แลว้ รว่ มกนั สรุปสาระสำคญั เรอ่ื ง การแบ่งเขตเวลาของโลก
4. ครูมอบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเขยี นสถานการณ์ เร่ือง การเปรยี บเทยี บ วนั เวลา ของโลก
ตามประเดน็ ท่ีกำหนดเสรจ็ แลว้ นำสง่ ครูผสู้ อน

ขั้นท่ี 5 ตรวจสอบผล (Evaluate)
1. ครูวัดและประเมนิ ผลจากการตอบคำถามและการทำใบงาน
2. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 1 เรื่อง เครื่องมือทางภมู ิศาสตร์และเวลาของโลก

ขนั้ สรปุ
นกั เรียนรว่ มกนั สรปุ วิธกี ารคำนวณวัน เวลา ของโลก

10. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

10.1 ส่อื การเรียนรู้
1) หนังสือเรียน ภูมิศาสตร์ ม.1
2) แบบฝึกสมรรถนะฯ ภูมิศาสตร์ ม.1
3) หนังสือคน้ คว้าเพิ่มเตมิ
ดวงตา ปาวา (แปล) ม.ป.ท. ฉลาดดรู ู้แผนทโี่ ลก. กรุงเทพฯ : ดรีม พบั ลชิ ช่งิ .

วโิ รจน์ เอ่ียมเจรญิ และคณะ. (2560). Aksorn Thailand Atlas. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทศั น์.

Aksorn Map Project (2559). Aksorn ASEAN Atlas. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน.์

Aksorn Map Project (2560). Aksorn World Geography Atlas. กรงุ เทพฯ : อกั ษรเจริญทัศน์.

4) เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์ ได้แก่ ลูกโลก แผนที่ เขม็ ทศิ รูปถา่ ยทางอากาศ ภาพถ่าย
จากดาวเทยี ม และเครื่องมืออ่ืน ๆ

5) ตัวอย่างข่าว
6) ใบงานที่ 1.1 เร่ือง เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์
7) ใบงานที่ 2.1 เร่ือง การเทียบเวลาของโลก

10.2 แหลง่ การเรยี นรู้
1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ข้อมูลสารสนเทศ
- http://www.learners.in.th/blogs/posts/32187

- http://www.skoolbuz.com/library/content/3942
- http://earth.google.co.th
- http://maps.google.co.th

แบบทดสอบกอ่ นเรยี น

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 1

คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. ทำไมเครื่องมอื ทางภมู ิศาสตร์จงึ มคี วามสำคญั ต่อมนษุ ย์ ง. สัญญาณจากคล่ืนแมเ่ หลก็

ก. ชว่ ยอำนวยความสะดวกในชีวิตจริง 7. ถา้ เอกชยั เดนิ ทางจากเสน้ เมรเิ ดียนแรก (0 องศา) ไปทางขวา

ข. เปน็ พัฒนาคุณภาพชวี ติ และเทคโนโลยี มอื จะมีเวลาเปลีย่ นแปลงอยา่ งไร

ค. ชว่ ยอำนวยความสะดวกใหม้ นษุ ย์ทำกจิ กรรมต่างๆ ก. เปลย่ี นแปลงโดยจะมเี วลาชา้ กว่าท่เี สน้ เมริเดียน

ไดถ้ กู ตอ้ ง ข. เปลย่ี นแปลงโดยจะมเี วลาเร็วกวา่ ทเี่ สน้ เมรเิ ดยี น

ง. ช่วยใหม้ นุษย์นำทรพั ยากรธรรมชาตมิ าใช้ ค. ไมเ่ ปลย่ี นแปลงเพราะใชเ้ วลามาตรฐานสากลท่เี สน้ เมรเิ ดยี น

ประโยชน์ไดอ้ ยา่ งคมุ้ ค่า ง. ไม่เปลยี่ นแปลงเพราะไมใ่ ชเ้ วลามาตรฐานสากลทีเ่ สน้ เมรเิ ดยี น

2. บคุ คลใดนา่ จะใช้แผนทไ่ี ดช้ ำนาญท่สี ุด

ก. นิดนำแผนท่ีไปตลาดด้วยทุกคร้ัง 8. ประเทศในทวีปยุโรป แอฟริกา และอเมริกาเหนอื มเี วลา

ข. นิวศกึ ษาแผนท่ีก่อนเรียนวชิ าสังคมศกึ ษา มาตรฐานเรว็ หรอื ช้ากวา่ ประเทศไทย เพราะอะไร

ค. นอ้ ยใช้แผนทีส่ ำรวจท่ีดินก่อนสรา้ งทอ่ี ยูอ่ าศัย ก. เรว็ กว่า เพราะมีพื้นที่กวา้ งใหญ่กว่า

ง. หนอ่ งใช้แผนทใี่ นการเดนิ ทางไปสถานท่ที อ่ งเทยี่ ว ข. เรว็ กวา่ เพราะอย่หู า่ งไกลจากประเทศไทย

ได้อย่างถูกตอ้ ง ค. ชา้ กว่า เพราะมีเสน้ เขตวนั สากล 0 องศาลากผา่ น

3. ถ้าแผนทม่ี าตราส่วน 1 : 200,000 มถี นนสายหน่ึง ง. ช้ากวา่ เพราะต้ังอยูด่ า้ นตะวันตกของประเทศไทย

วดั ความยาวในแผนท่ไี ด้ 8 เซนตเิ มตร จงหาวา่ ถนนน้ี 9. ถา้ นกั เรียนตอ้ งการชมการถ่ายทอดสดฟตุ บอล ซ่งึ แข่งขนั ที่

มคี วามยาวจริงกีก่ ิโลเมตร ประเทศองั กฤษเวลา 18.00 น. วันศุกร์ นักเรยี นจะต้องเปดิ

ก. 14 กิโลเมตร ข. 16 กิโลเมตร เครือ่ งรบั โทรทัศนท์ ่ปี ระเทศไทยเวลาใด จึงจะได้รบั ชมการ

ค. 18 กโิ ลเมตร ง. 20 กโิ ลเมตร ถา่ ยทอดสดฟตุ บอลตง้ั แตเ่ ร่ิมตน้ การแขง่ ขัน

4. เมือ่ นกั เรยี นเหน็ สีนำ้ ตาลเขม้ ในแผนท่ี แสดงว่าบรเิ วณดงั กลา่ ว ก. 24.00 น. วันศกุ ร์ ข. 01.00 น. วันเสาร์

เปน็ ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศแบบใด ค. 02.00 น. วนั ศุกร์ ง. 03.00 น. วนั เสาร์

ก. ทุ่งหญา้ ข. เนนิ เขา 10. การคำนวณเวลาท้องถ่นิ ถา้ ลองจิจดู หา่ งกัน 90 องศา

ค. ภเู ขาสูง ง. แหลง่ น้ำ มีเวลามาตรฐานสากลต่างกนั เท่าไร

5. การนำกลอ้ งท่ีใช้ฟิลม์ ตดิ ตง้ั กับเครื่องบนิ สำรวจเพอ่ื ถา่ ยภาพ ก. 6 ช่ัวโมง ข. 7 ช่ัวโมง

บางครง้ั ประสบปญั หาทำให้ไดร้ ูปทางอากาศไม่ชัดเจน เพราะ ค. 8 ช่วั โมง ง. 9 ช่ัวโมง

เกดิ จากอปุ สรรคในข้อใด 11. เพราะเหตใุ ดการสรา้ งลูกโลกจำลองจึงมีขอ้ จำกดั มากมาย

ก. ฝงู นก ข. วาตภยั ก. ต้องลงทุนสูง ไมค่ ้มุ ค่า

ค. หมอกควนั ง. การปลอ่ ยโคมลอย ข. ตอ้ งใชว้ สั ดทุ ที่ นทานหายาก

6. ดาวเทยี มโคจรรอบโลกไดเ้ พราะอทิ ธิพลของสิ่งใด ค. ตอ้ งสรรหาช่างทม่ี ีฝมี ือเฉพาะทาง

ก. แรงโน้มถ่วงของโลก ง. ต้องสัง่ ซือ้ วตั ถดุ ิบจากต่างประเทศเทา่ นน้ั

ข. จรวดขบั ดันเชอื้ เพลงิ 12. เพราะเหตใุ ดแผนทเี่ ล่มจึงเปน็ เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ท่ีไดร้ บั

ค. แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ความนิยมมาก

ก. ราคาถูก มีภาพประกอบ พกพางา่ ย ง. เคร่อื งมือวัดน้ำฝน เครอื่ งมือวัดระยะทาง

ข. ราคาถูก เกบ็ รักษางา่ ย สะดวกในการใช้ 17. ถ้าทราบเพียงข้อมลู ลองจิจูด ซ่ึงเปน็ ขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตรข์ อง

ค. ทันสมยั มีภาพประกอบ ให้ข้อมูลได้ชัดเจน ประเทศใดประเทศหนง่ึ เราจะสามารถทราบข้อมลู ใดไดอ้ ย่าง

ง. ทนั สมยั สะดวกในการใช้ ใหข้ อ้ มลู ไดล้ ะเอยี ด ชดั เจน

13. ถา้ นกั เรียนตอ้ งการหาท่ีต้ังของเมืองใดเมืองหนงึ่ องคป์ ระกอบ ก. ที่ต้งั ข. อาณาเขต

ของแผนท่ขี ้อใดที่สามารถชว่ ยนักเรียนได้ ค. เขตอากาศ ง. เวลาทอ้ งถ่ิน

ก. ขอบระวาง

ข. เสน้ โครงแผนที่

ค. พกิ ัดทางภูมิศาสตร์ 18. ข้อใดกล่าวถงึ “เวลามาตรฐานทอ้ งถนิ่ ” ถกู ต้อง
ก. เวลาของพื้นทที่ ี่อยู่ในซกี โลกใต้
ง. เสน้ แสดงช้นั ความสูง ข. เวลามาตรฐานตามเขตเวลาของแตล่ ะพนื้ ที่
ค. เวลามาตรฐานของพ้นื ทท่ี ี่อย่ใู นซีกโลกเหนอื
14.“มีหลักการทำงานโดยอาศยั แรงดงึ ดดู ระหวา่ ง ง. เวลามาตรฐานสากลท่ีกำหนดเหมอื นกนั ทั่วโลก

สนามแม่เหลก็ ขว้ั โลกกับเขม็ แม่เหล็ก” 19. ถา้ โอชินเดินทางโดยเครื่องบนิ จากประเทศญ่ีปนุ่ ไปประเทศ
สหรฐั อเมรกิ า โดยผ่านเสน้ ลองจจิ ูดท่ี 180 องศา การเดินทาง
ขอ้ ความนีก้ ลา่ วถึงเครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตรช์ นิดใด ของโอชนิ เกี่ยวขอ้ งกับเวลาอยา่ งไร
ก. เวลาจะหยดุ น่งิ
ก. เข็มทศิ ข. ลูกโลก ข. เวลาจะเหมือนเดมิ
ค. เวลาจะลดลง 1 วัน
ค. จพี ีเอส ง. ภาพจากดาวเทยี ม ง. เวลาจะเพ่ิมขน้ึ 1 วนั

15. ถา้ นกั เรียนต้องการใช้เครือ่ งมือและเทคโนโลยีทางภมู ศิ าสตร์ 20. ถา้ เชา้ วันองั คาร เวลา 06.00 น. ของกรุงลอนดอน ประเทศ
ในการพยากรณล์ มฟ้าอากาศประจำวนั ควรใช้เคร่ืองมือ อังกฤษ จะตรงกบั เวลาใดของประเทศไทย
ประเภทใด ก. 01.00 น. วันจันทร์
ก. บารร์ อมเิ ตอร์ ข. 13.00 น. วันองั คาร
ข. ซิสโมมเิ ตอร์ ค. 20.00 น. วนั องั คาร
ค. เทอรโ์ มมเิ ตอร์ ง. 24.00 น. วนั อังคาร
ง. แอนนิโมมเิ ตอร์

16. ถา้ จะต้องวิเคราะห์และแปลความของขอ้ มลู สารสนเทศ

ตอ้ งใชเ้ ครอื่ งมอื ทางภูมิศาสตร์ขอ้ ใด

ก. ภาพจากดาวเทียม รปู ถ่ายทางอากาศ

ข. เขม็ ทศิ เคร่อื งจพี ีเอส ดาวเทยี มส่อื สาร

ค. แผนที่เลม่ แผนท่รี ัฐกิจ แผนท่เี ฉพาะเรอื่ ง

1. ง 2. ง 3. ข 4. ค 5. ค 6. ก 7. ข 8. ง 9. ข 10. ก
11. ค 12. ง 13. ค 14. ก 15. ก 16. ก 17. ง 18. ข 19. ข 20. ข

แบบทดสอบหลังเรยี น

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1

คำช้ีแจง : ใหน้ ักเรียนเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สุดเพียงข้อเดียว

1. เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรม์ คี วามสำคญั ตอ่ มนุษย์อยา่ งไร ได้รปู ออกมาไมช่ ดั เจน

ก. ชว่ ยอำนวยความสะดวกในชวี ติ จรงิ ก. ฝงู นก ข. หมอกควัน

ข. ชว่ ยพัฒนาคณุ ภาพชีวิตและเทคโนโลยี ค. กระแสลม ง. การปลอ่ ยโคมลอย

ค. ช่วยให้มนษุ ยส์ ามารถมองเหน็ ภาพของโลกได้ 7. ประเทศในทวีปยโุ รป อเมรกิ าเหนือ อเมริกาใต้ มีเวลา

ชดั เจน มาตรฐานเรว็ หรือชา้ กวา่ ประเทศไทย เพราะอะไร

ง. ช่วยอำนวยความสะดวกให้มนษุ ยท์ ำกจิ กรรม ก. เรว็ กว่า เพราะมีพ้นื ท่ีกว้างใหญ่กว่า

ตา่ งๆ ได้ถกู ตอ้ ง ข. เรว็ กวา่ เพราะอยหู่ า่ งไกลจากประเทศไทย

2. บคุ คลใดจำเป็นต้องใชแ้ ผนทม่ี ากทสี่ ุด ค. ช้ากวา่ เพราะมีเส้นเขตวันสากล 0 องศาลากผา่ น

ก. วรินทรเป็นนักดาราศาสตร์ ง. ช้ากวา่ เพราะตงั้ อยดู่ า้ นตะวันตกของประเทศไทย

ข. อัศดรเป็นพธิ กี รรายการขา่ ว 8. ถา้ นสุ ราเดนิ ทางจากเสน้ เมริเดยี นแรก (0 องศา)

ค. พนิดาเปน็ นักแสดงท่มี ีชอื่ เสียง ไปทางซ้ายมอื จะมเี วลาเปล่ียนแปลงอยา่ งไร

ง. มาริสาเป็นนกั ท่องเที่ยวลูกคร่งึ ไทยเยอรมัน ก. เปล่ียนแปลงโดยจะมเี วลาชา้ กวา่ ทเ่ี ส้นเมริเดียน

3. ลกั ษณะภมู ปิ ระเทศของภเู ขาท่แี สดงในแผนที่ควรใชส้ ี ข. เปล่ยี นแปลงโดยจะมีเวลาเร็วกวา่ ท่ีเสน้ เมรเิ ดยี น

อะไร ค. ไมเ่ ปลีย่ นแปลงเพราะใชเ้ วลามาตรฐานสากลท่ี

ก. สฟี า้ เส้นเมรเิ ดยี น

ข. สีขาว ง. ไมเ่ ปล่ยี นแปลงเพราะไม่ใช้เวลามาตรฐานสากลท่ี

ค. สเี ขียว เสน้ เมริเดียน

ง. สีน้ำตาล 9. ถา้ ลองจิจดู หา่ งกัน 60 องศา แล้วเวลามาตรฐานสากล/

4. ถนนสายหนึ่งวดั ความยาวในแผนทีไ่ ด้ 4 เซนติเมตร เวลามาตรฐานทอ้ งถ่นิ ต่างกนั เท่าไร

ถ้าแผนท่มี มี าตราสว่ น 1 : 50,000 แปลวา่ ถนนสาย ก. 3 ชวั่ โมง ข. 4 ชว่ั โมง

นีม้ คี วามยาวจรงิ กีก่ ิโลเมตร ค. 6 ชว่ั โมง ง. 7 ช่วั โมง

ก. 2 กิโลเมตร 10.ถ้านักเรียนต้องการชมการถา่ ยทอดสดฟุตบอล ซง่ึ

ข. 4 กิโลเมตร แข่งขันทีป่ ระเทศอังกฤษเวลา 13.00 น. วันเสาร์

ค. 5 กโิ ลเมตร นกั เรียนจะต้องเปดิ เครือ่ งรบั โทรทศั นท์ ีป่ ระเทศไทย

ง. 7 กิโลเมตร เวลาใด จงึ จะไดร้ ับชมการถ่ายทอดสดฟตุ บอลตั้งแต่

5. การโคจรรอบโลกของดาวเทยี มเกิดจากอิทธพิ ล เร่มิ ต้นการแข่งขัน

ของสิ่งใด ก. 20.00 น. วนั เสาร์

ก. จรวดดนั เช้ือเพลิง ข. 04.00 น. วันเสาร์

ข. แรงโนม้ ถ่วงของโลก ค. 06.00 น. วนั เสาร์

ค. แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์ ง. 19.00 น. วันเสาร์

ง. สญั ญาณจากคลน่ื แม่เหล็ก 11.เคร่อื งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ประเภทลูกโลกจำลอง จะใช้

6. ข้อใดเป็นอปุ สรรคที่ทำให้การถ่ายภาพทางอากาศ ศกึ ษาเกยี่ วกบั เร่อื งใด

ก. การบอกและหาทศิ ทาง 17. ถ้าตอนนีป้ ระเทศไทยเป็นเวลา 17.00 น. ตามเวลา

ข. การโคจรของโลกและดวงจันทร์ ท้องถ่นิ ของวนั ศกุ ร์ เวลาทปี่ ระเทศองั กฤษจะเป็น

ค. การวเิ คราะห์ และแสดงภาพข้อมูลภูมศิ าสตร์ เทา่ ไร

ง. การเปล่ียนแปลงของพ้ืนทตี่ ่างๆ เมอ่ื เกดิ ภัยพิบัติ ก. 07.00 น. วันศุกร์

12.แผนท่ที ี่ตอ้ งใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนกิ ส์ประกอบการศกึ ษา ข. 10.00 น. วันศกุ ร์

คือแผนที่ชนดิ ใด ค. 07.00 น. วนั พฤหัสบดี

ก. แผนที่ดจิ ทิ ลั ข. แผนทีอ่ า้ งอิง ง. 10.00 น. วนั พฤหสั บดี

ค. แผนท่ีโครงร่าง ง. แผนท่ีเฉพาะเรื่อง 18. ถา้ จอหน์ เดินทางโดยเครอื่ งบินจากประเทศ

13. คำอธิบายสัญลกั ษณ์ที่ปรากฏอยู่บนแผนท่ี สหรัฐอเมรกิ า มายังประเทศไทย โดยผา่ นเสน้

มคี วามสัมพนั ธ์กับขอ้ ใด ลองจิจูดที่ 180 องศา การเดินทางของจอห์น

ก. เครอื่ งหมายแทนลกั ษณะ เกย่ี วขอ้ งกบั เวลาอยา่ งไร

ข. ขอบระวางแผนท่ี ก. เวลาจะหยุดนิ่ง

ค. เส้นโครงแผนที่ ข. เวลาจะเหมอื นเดมิ

ง. ลองจิจูด ค. เวลาจะลดลง 1 วนั

14. คา่ พกิ ดั ของจดุ ทเี่ กิดจากการลากเส้นเมรเิ ดยี นกับ ง. เวลาจะเพมิ่ ขน้ึ 1 วัน

เส้นขนานมาตดั กนั คือองค์ประกอบของแผนทีข่ อ้ ใด 19. เวลามาตรฐานตามเขตเวลาของแตล่ ะพื้นทีส่ ัมพนั ธ์

ก. ลองจจิ ดู กับเวลาใด

ข. มาตราสว่ น ก. เวลามาตรฐานท้องถิ่น

ค. พิกดั ภมู ิศาสตร์ ข. เวลาของพน้ื ที่ในซกี โลกใต้

ง. ขอบระวางแผนท่ี ค. เวลาของพื้นทีใ่ นซีกโลกเหนอื

15. เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรท์ ี่ใช้หลักการขยายตัวของ ง. เวลามาตรฐานสากลท่ีกำหนดเหมอื นกนั ทัว่ โลก

ปรอทหรอื แอลกอฮอล์ คอื เครื่องมือท่ีมีชื่อเรยี กวา่ 20. ถ้าตอ้ งการทราบเวลาท้องถิ่นใดท้องถิ่นหนง่ึ เราจะ

อะไร ทราบขอ้ มลู ไดจ้ ากสง่ิ ใด

ก. เคร่ืองวัดน้ำฝน ก. เสน้ ร้งุ ข. เส้นขนาน

ข. เคร่ืองวดั ทศิ ทางลม ค. เส้นละตจิ ดู ง. เสน้ ลองจจิ ูด

ค. เครือ่ งวัดอุณหภมู ิอากาศ

ง. เครือ่ งวัดความสัน่ สะเทือน

16. การใช้รปู ถ่ายทางอากาศกบั ภาพถา่ ยจากดาวเทยี ม

บันทกึ ขอ้ มลู จะไดข้ อ้ มลู แตกตา่ งกนั อยา่ งไร

ก. ขอ้ มูลจากดาวเทียมเป็นข้อมลู ระยะใกล้

ข. รูปถ่ายทางอากาศให้ขอ้ มูลตามความเป็นจริง

ค. ดาวเทียมตอ้ งใช้คอมพวิ เตอรว์ เิ คราะห์

ข้อมูลภาพเทา่ นั้น

ง. รปู ถ่ายทางอากาศเกิดจากการถา่ ยภาพ

ภาคพน้ื ดินในมมุ สงู

1. ง 2. ง 3. ง 4. ก 5. ข 6. ค 7. ง 8. ก 9. ข 10. ก
11. ข 12. ก 13. ก 14. ค 15. ค 16. ข 17. ข 18. ง 19. ก 20. ง

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี 1 เครื่องมอื ทางภมู ศิ าสตร์
และเวลาของโลก

แผนกำรจดั กำรเรียนร้ทู ี่
เครอ่ื งมอื สำคญั1ทางภมู ิศาสตร์

เวลา 3 ช่วั โมง

1. มาตรฐานการเรยี นร/ู้ ตัวชวี้ ัด

1.1 ตัวชว้ี ัด
ส 5.1 ม. 1/2 อธบิ ายพิกัดภูมิศาสตร์ (ละตจิ ูด และลองจจิ ดู ) เส้นแบง่ เวลา และเปรียบเทยี บ
วนั เวลาของโลก

2. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

1. อธบิ ายความสำคญั และประโยชน์ของเครื่องมือทางภูมิศาสตรป์ ระเภทตา่ ง ๆ ได้
2. เลือกใชเ้ คร่ืองมือทางภูมิศาสตรใ์ นการสบื คน้ ขอ้ มูลเกี่ยวกับลักษณะทางกายภาพของทวีปเอเชยี ได้
3. อธิบายวิธีการอ่านพิกัดภูมิศาสตรไ์ ด้

3. สาระการเรียนรู้ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น สาระการเรียนรู้จากสือ่

สาระการเรียนรู้แกนกลาง (พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา) - เครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์
- พิกดั ภมู ศิ าสตร์
(ลกู โลก แผนท่ี รปู ถา่ ยทางอากาศ
(ละตจิ ดู และลองจิจดู )

ภาพถ่ายจากดาวเทยี ม เครื่องมือ

อ่ืน ๆ)

4. มโนทศั น์สำคญั (Key Concept)

- ระบบพิกดั ภูมิศาสตร์ในการอ้างองิ ตำแหนง่ และการคำนวณวนั เวลา

5. คำถามหลัก (Big Question)

- พกิ ัดภมู ิศาสตรม์ วี ธิ กี ารอ่านอยา่ งไร

6. การรูเ้ รอ่ื งภมู ศิ าสตร์ (Geo – Literacy)

ความสามารถทางภมู ิศาสตร์ กระบวนการทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภมู ิศาสตร์
1. การสังเกต
1. ความเข้าใจระบบธรรมชาติ 1. การตัง้ คำถามเชิงภูมิศาสตร์ 2. การแปลความข้อมลู ทาง

และมนษุ ย์ 2. การรวบรวมขอ้ มูล ภูมิศาสตร์
3. การใชเ้ ทคนคิ และเครือ่ งมือ
2. การใชเ้ หตุผลทางภูมศิ าสตร์ 3. การจัดการข้อมลู
ทางภูมศิ าสตร์
4. การวเิ คราะหข์ ้อมลู 4. การคดิ แบบองค์รวม
5. การใช้เทคโนโลยี
5. การสรปุ เพือ่ ตอบคำถาม

7. สมรรถนะสำคัญของผ้เู รียนและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์

สมรรถนะสำคัญของผเู้ รยี น คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

1. ความสามารถในการคดิ 1. มวี นิ ัย

1) ทักษะการทำใหก้ ระจ่าง 2. ใฝเ่ รียนรู้

2) ทักษะการนำความรไู้ ปใช้ 3. มุ่งม่ันในการทำงาน

2. ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้

 วธิ สี อนแบบกระบวนการทางภมู ิศาสตร์ (Geographic Inquiry Process)

ชวั่ โมงท่ี 1

ขนั้ นำ

1. ครูแจ้งช่ือเร่อื งทจ่ี ะเรียนรู้ และผลการเรยี นรู้ จากนน้ั นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี น
2. ครูนำภาพ หรือคลิปวิดีโอลักษณะภูมิประเทศของดินแดนต่าง ๆ ในทวีปเอเชียมาให้นักเรียนดู ซึ่งมีทั้งภูเขา

ทรี่ าบสูง แมน่ ำ้ และทะเลทราย
3. ครูถามคำถามกระตุน้ ความคดิ โดยให้นักเรยี นรว่ มกนั ตอบคำถาม เช่น

1) ในการศึกษาลักษณะภมู ิประเทศดงั กลา่ วจำเป็นต้องใชเ้ ครื่องมือทางภมู ศิ าสตรป์ ระเภทใดบา้ ง จงอธิบาย
(แนวตอบ เช่น แผนที่ เพราะนำเสนอขอ้ มลู ลกั ษณะของสง่ิ ที่ปรากฏบนผวิ โลก หรอื รปู ถ่ายทางอากาศก็ใช้
ศกึ ษาไดเ้ ช่นเดยี วกนั )
2) เครอ่ื งมอื ทางภูมศิ าสตรม์ คี วามสำคัญอย่างไร
(แนวตอบ เป็นเครื่องมือที่ใช้ศึกษาเรื่องราวตา่ ง ๆ บนโลก เช่น ลักษณะทางกายภาพของโลก ด้านสังคมของ
มนุษย์ ทำให้ได้ข้อมลู ทม่ี คี วามถกู ตอ้ งและทันสมยั )

ขนั้
สขอั้นนที่ 1 การต้ังคำถามเชิงภูมิศาสตร์

1. นักเรียนชมภาพ คลิปวดิ โี อพธิ ีกรอ่านขา่ วพยากรณ์อากาศท่ัวโลก โดยชต้ี ำแหน่งต่าง ๆ ประกอบ
แล้วรว่ มกนั แสดงความคดิ เห็นตามประดน็ เชน่
1) ทำไมพธิ กี รจึงสามารถพยากรณอ์ ากาศได้ถูกต้อง
(แนวตอบ เพราะมหี นว่ ยงานด้านอุตุนิยมวิทยาทีอ่ าศัยเครือ่ งมือทางภมู ิศาสตรใ์ นการชว่ ยใหร้ ู้
ตำแหน่งท่ีตัง้ ขอบเขต และความสมั พันธข์ องขอ้ มลู ได้อยา่ งถูกต้อง รวดเร็ว และทนั สมยั สามารถ
จัดเกบ็ หรอื เรยี กใช้ไดอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ)
2) เพราะอะไรในการศึกษาข้อมูลทางภูมิศาสตรใ์ นประเทศไทยและโลก จึงใชเ้ ครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์
อย่างหลากหลาย
(แนวตอบ เพราะขอ้ มูลทางภูมศิ าสตร์มหี ลากหลายมติ ิ ทำให้ตอ้ งใชเ้ ครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์หลาย
ประเภท เชน่ หากต้องการศกึ ษาลกั ษณะภูมปิ ระเทศ ใชแ้ ผนที่ ภาพถ่ายดาวเทียม หากตอ้ งการ
ศึกษาลักษณะอากาศ ใช้อุปกรณ์ตรวจวัดอากาศ หากต้องการศึกษาลักษณะทรัพยากรธรรมชาติ
ใชภ้ าพถา่ ยดาวเทยี ม รปู ถ่ายทางอากาศ หากตอ้ งการศกึ ษาฤดกู าล ใชล้ กู โลก เป็นต้น)

2. ครูให้นักเรียนดูแผนท่ีแสดงลักษณะภูมิประเทศของเกาะบอร์เนียว จากหนังสือเรียนภูมิศาสตร์ ม.1
แลว้ ให้นักเรียนชว่ ยกันบอกวา่ เห็นอะไรบนแผนทบ่ี า้ ง
(แนวตอบ ชือ่ ประเทศ ชือ่ ทะเล ชือ่ เกาะ ช่ือสถานท่สี ำคญั ต่าง ๆ คำอธบิ ายสญั ลกั ษณ์)

3. จากน้ันครูใหน้ กั เรยี นช่วยกันตง้ั ประเด็นคำถามเชิงภมู ิศาสตรเ์ กยี่ วกบั แผนท่ี เพ่อื คน้ หาคำตอบ เช่น

1) แผนที่มีประโยชนอ์ ย่างไร
2) แมแ้ ผนทจี่ ะมีประโยชน์ แตก่ ม็ ขี อ้ จำกดั ด้วยเช่นกัน ขอ้ จำกัดน้นั ไดแ้ ก่อะไรบา้ ง
3) เพราะอะไรแผนที่จึงถกู นำมาใช้ในการศกึ ษาขอ้ มลู ทางภมู ิศาสตรใ์ นประเทศไทยและโลก
4) พกิ ัดภูมิศาสตร์มีความเกย่ี วข้องกับแผนท่ีหรือไม่ และมวี ธิ กี ารอ่านอย่างไร

ข้ันท่ี 2 การรวบรวมข้อมูล
1. ครูให้นักเรียนแบง่ กลุ่ม กลุม่ ละ 5 – 7 คน สบื ค้นขอ้ มูลเก่ียวกบั แผนท่ี จากหนงั สือเรยี นภูมิศาสตร์ ม.1
ในประเด็นตอ่ ไปน้ี
1) ประเภทของแผนที่
2) องคป์ ระกอบของแผนท่ี
3) พิกดั ภมู ศิ าสตร์

ขั้นที่ 3 การจดั การข้อมูล
1. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มนำขอ้ มูลท่ตี นไดจ้ ากการรวบรวม มาอธบิ ายแลกเปลี่ยนความรรู้ ะหว่างกัน
2. จากนั้นสมาชิกในกลุ่มช่วยกันคัดเลอื กข้อมลู ทีน่ ำเสนอเพอื่ ให้ได้ขอ้ มลู ทถ่ี ูกต้อง
3. ครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มใช้แผนที่ทวีปเอเชียและออสเตรเลีย จากหนังสือเรียนภูมิศาสตร์ ม.1 หรือใช้
สมารต์ โฟนค้นหาแผนท่ีทวปี เอเชยี และทวีปออสเตรเลยี และโอเชยี เนยี แลว้ นำข้อมลู มาอภปิ ราย
รว่ มกันภายในกลุ่ม

ชวั่ โมงท่ี 2

ขน้ั ท่ี 4 การวเิ คราะหแ์ ละแปลผลข้อมูล
1. ครใู หส้ มาชิกแต่ละกลุม่ ลองหาค่าพิกดั ภมู ิศาสตร์ของประเทศตา่ ง ๆ ในทวีปเอเชีย และทวีป
ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี โดยครูช้ีแนะวธิ กี ารอ่านคา่ พกิ ัดภูมศิ าสตร์ว่า
1) เลอื กตำแหน่งท่ีต้องการทราบค่าพิกัดภูมิศาสตร์ เช่น ทต่ี งั้ ของประเทศไตห้ วันอยูต่ รงพิกัดใด
2) จากน้นั สังเกตเสน้ ขนานวา่ มคี ่าละติจดู เทา่ ใด และเส้นเมรเิ ดียนมคี า่ ลองจิจดู เทา่ ใด
2. สมาชิกแตล่ ะกลุ่มนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษาค้นคว้ามาทำการวเิ คราะห์ ระหว่างนั้นครูอาจให้นักเรียน
ใช้โทรศัพทเ์ คลือ่ นทสี่ ่องดู QR Code เพ่ือขยายความรเู้ ก่ยี วกับละตจิ ดู ลองจิจูด จากนน้ั รว่ มกนั
ตรวจสอบความถูกตอ้ งของข้อมูล

ข้ันท่ี 5 การสรุปเพื่อตอบคำถาม
1. ครใู หน้ กั เรยี นแต่ละกล่มุ ลองอา่ นและแปลความหมายแผนที่ภูมิประเทศของประเทศไทยจาก
หนังสือเรยี นภูมศิ าสตร์ ม.1 แล้วอภิปรายรว่ มกนั ในกลมุ่ พรอ้ มท้ังประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั
2. จากนน้ั ครูให้สมาชิกในแต่ละกลุ่มชว่ ยกันสรุปสาระสำคัญเพือ่ ตอบคำถามเชงิ ภูมศิ าสตร์
3. ครใู หน้ ักเรยี นในชนั้ เรียนรว่ มกันทำแบบฝกึ สมรรถนะฯ ภมู ิศาสตร์ ม.1 แบบฝึกท่ี 2 เกย่ี วกับเรอื่ ง พิกัด
ภูมศิ าสตร์ เพ่ือทดสอบความรู้ท่ีได้ศึกษามา

ชวั่ โมงที่ 3

ข้นั ที่ 1 การตั้งคำถามเชงิ ภูมิศาสตร์
1. ครนู ำรปู ถา่ ยทางอากาศและภาพจากดาวเทยี มสวย ๆ มาให้นกั เรยี นดู จากนนั้ ให้นกั เรียนลองบอกส่ิงท่ี
เหน็ จากสายตา
2. ครกู ระตุน้ ใหน้ กั เรยี นชว่ ยกนั ตั้งประเดน็ คำถามเชงิ ภูมิศาสตร์ เช่น
1) ภาพใดเปน็ รปู ถ่ายทางอากาศ และภาพใดเปน็ ภาพจากดาวเทยี ม เพราะเหตุใด
2) ภาพท้งั สองมีการใชป้ ระโยชน์เหมอื นกนั หรือแตกต่างกันอยา่ งไร
3) นอกจากเครอ่ื งมือทางภมู ิศาสตร์อย่างลูกโลก แผนที่ รูปถา่ ยทางอากาศ และภาพจากดาวเทียมแล้ว
ยังมเี ครอ่ื งมือใดอีกบ้างทใี่ ชศ้ ึกษาข้อมลู ทางภูมศิ าสตร์ และให้ข้อมูลเกยี่ วกับอะไร

ขั้นท่ี 2 การรวบรวมข้อมูล
- ครูให้นักเรียนกลุ่มเดิมรวบรวมข้อมูล จากหนงั สอื เรียนภูมิศาสตร์ ม.1 เร่อื ง รปู ถ่ายทางอากาศและภาพ
จากดาวเทยี ม หรอื อาจใช้สมารต์ โฟนสืบคน้ ขอ้ มลู จากเวบ็ ไซต์ในอนิ เทอร์เนต็ เพ่ิมเติม

ข้ันที่ 3 การจัดการข้อมูล
1. สมาชิกแตล่ ะคนในกลุ่มนำขอ้ มลู ทตี่ นไดจ้ ากการรวบรวม มาอธบิ ายแลกเปลี่ยนความรูร้ ะหว่างกัน
2. จากน้นั สมาชิกในกลมุ่ ชว่ ยกนั คดั เลอื กข้อมลู ทน่ี ำเสนอเพอ่ื ให้ได้ข้อมลู ท่ถี ูกตอ้ ง

ขัน้ ที่ 4 การวเิ คราะหแ์ ละแปลผลข้อมูล
1. สมาชิกแต่ละกลุ่มนำข้อมูลที่ได้จากการศึกษามาทำการวิเคราะห์ และร่วมกันตรวจสอบความถูกต้อง
ของข้อมูล ครูช่วยชแ้ี นะเพ่ิมเติม
2. ครใู หน้ กั เรยี นแตล่ ะกล่มุ ศึกษาตัวอย่างภาพจากดาวเทยี มแสดงการเปลีย่ นแปลงของพน้ื ที่ก่อนและหลัง
เกดิ สึนามิ จากหนังสือเรยี นภมู ศิ าสตร์ ม.1 แล้วอภปิ รายแสดงความคิดเห็นรว่ มกนั
3. ครูต้ังคำถาม เชน่ คำถาม H.O.T.S. จากหนังสือเรียนภมู ิศาสตร์ ม.1 แล้วใหน้ กั เรยี นร่วมกนั ระดม
ความคดิ ในการตอบคำถาม

ขน้ั ท่ี 5 การสรปุ เพ่ือตอบคำถาม
1. ครูใหส้ มาชกิ ในแตล่ ะกลุม่ ช่วยกันสรุปสาระสำคัญเพอ่ื ตอบคำถามเชงิ ภมู ิศาสตร์
2. นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ ทำใบงานท่ี 1.1 เร่อื ง เครือ่ งมอื ทางภมู ศิ าสตร์ และชว่ ยกนั เฉลยคำตอบ

ขนั้ สรปุ

1. ครูให้ตัวแทนกลุ่มออกมานำเสนอหรือสาธิตการใช้เครื่องมอื ทางภูมิศาสตร์ในการสืบคน้ ข้อมูลลักษณะ
ทางกายภาพของทวปี เอเชีย

2. นักเรียนกลุ่มผู้ฟังร่วมกันแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ ครูตรวจสอบความถูกต้องของคำตอบ

และช่วยอธิบายความรเู้ สรมิ เพิ่มเตมิ ใหส้ มบรู ณ์ย่งิ ขน้ึ

3. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปความรู้เกี่ยวกับเครื่องมือทางภูมิศาสตร์ หรือใช้ PPT สรุปสาระสำคัญของ

เน้อื หา

4. นักเรียนทำแบบฝึกสมรรถนะฯ ภูมิศาสตร์ ม.1 เรื่อง เครื่องมือทางภูมิศาสตร์เพื่อทดสอบความรู้ที่ได้

ศกึ ษามา

9. การวัดและประเมินผล

รายการวัด วธิ วี ัด เคร่ืองมอื เกณฑก์ ารประเมนิ

9.1 การวดั และประเมนิ ผล ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบกอ่ นเรียน ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์

ก่อนเรียน กอ่ นเรียน

- แบบทดสอบกอ่ นเรียน

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1

เร่ือง เครอ่ื งมือทาง

ภูมศิ าสตรแ์ ละเวลา

ของโลก

9.2 การวัดและประเมินผล

ระหว่างการจัดกิจกรรม

การเรยี นรู้

1) เลอื กใชเ้ คร่อื งมอื ทาง - ตรวจใบงานที่ 1.1 - ใบงานที่ 1.1 - รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์

ภมู ศิ าสตรใ์ นการ

สบื คน้ ขอ้ มูลเกย่ี วกับ

ลกั ษณะทางกายภาพ

ของทวปี เอเชยี ได้

2) การนำเสนอผลงาน ประเมนิ การนำเสนอ แบบประเมินการนำเสนอ ระดบั คุณภาพ 2

ผลงาน ผลงาน ผา่ นเกณฑ์

3) พฤติกรรม สังเกตพฤตกิ รรม แบบสงั เกตพฤติกรรม ระดับคุณภาพ 2

การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล การทำงานรายบคุ คล ผา่ นเกณฑ์

4) พฤตกิ รรม สังเกตพฤตกิ รรม แบบสังเกตพฤติกรรม ระดบั คุณภาพ 2

การทำงานกลมุ่ การทำงานกลุ่ม การทำงานรายกลมุ่ ผ่านเกณฑ์

5) คุณลักษณะ สงั เกตความมีวินยั แบบประเมินคณุ ลักษณะ ระดบั คุณภาพ 2

อนั พงึ ประสงค์ ใฝเ่ รยี นรู้ และมงุ่ ม่ันใน อนั พงึ ประสงค์ ผา่ นเกณฑ์

การทำงาน

9.3 การรเู้ รือ่ งภูมิศาสตร์ ประเมนิ การใชเ้ ครื่องมือ แบบประเมนิ การใช้ ระดบั คุณภาพ 2

ทางภมู ศิ าสตร์ เคร่ืองมือทางภมู ิศาสตร์ ผ่านเกณฑ์

10. สือ่ /แหล่งการเรียนรู้

10.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภมู ิศาสตร์ ม.1
2) แบบฝกึ สมรรถนะฯภูมศิ าสตร์ ม.1
3) หนงั สอื คน้ คว้าเพม่ิ เติม
ดวงตา ปาวา (แปล) ม.ป.ท. ฉลาดดรู ูแ้ ผนทีโ่ ลก. กรุงเทพฯ : ดรีม พับลชิ ชิง่ .

วโิ รจน์ เอีย่ มเจรญิ และคณะ. (2560). Aksorn Thailand Atlas. กรงุ เทพฯ : อักษรเจรญิ ทัศน.์

Aksorn Map Project (2560). Aksorn World Geography Atlas. กรุงเทพฯ : อักษรเจริญทัศน์.

4) เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์ ไดแ้ ก่ ลกู โลก แผนที่ เขม็ ทิศ รูปถา่ ยทางอากาศ ภาพถ่ายจากดาวเทียม
และเคร่อื งมืออน่ื ๆ

5) ใบงานท่ี 1.1 เรอื่ ง เครื่องมือทางภมู ศิ าสตร์
10.2 แหล่งการเรียนรู้

1) หอ้ งสมดุ
2) แหลง่ ขอ้ มลู สารสนเทศ

- http://www.learners.in.th/blogs/posts/32187
- http://www.skoolbuz.com/library/content/3942

ใบงานที่ 1.1

เรอื่ ง เครอ่ื งมือทางภูมศิ าสตร์

ตอนท่ี 1
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรยี นศึกษาความรูเ้ ร่อื ง เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์แลว้ สรุปความรูใ้ นหัวขอ้ ต่างๆ ต่อไปนี้

ประเภทของเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลักษณะสำคญั ของเครอ่ื งมือทางภมู ศิ าสตร์แต่ละประเภท
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วธิ ีการใช้เครือ่ งมือทางภูมศิ าสตร์แตล่ ะประเภท
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ประโยชน์ของเคร่อื งมือทางภูมศิ าสตรแ์ ต่ละประเภท
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
วิธีการอ่านพิกดั ทางภมู ศิ าสตร์
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….

ตอนท่ี 2
คำชแี้ จง : ใหน้ กั เรยี นเลือกใช้เครอื่ งมือทางภูมิศาสตร์ ในการหาลกั ษณะทางกายภาพของทวีปเอเชยี มา

อยา่ งน้อย 2 ประเภท พรอ้ มอธบิ ายสาเหตุท่เี ลือกใช้ และขอ้ มลู ทไ่ี ดจ้ ากการใชเ้ ครอื่ งมือดังกล่าว

1. เคร่อื งมือทเี่ ลือกใช้ คือ ……………………………………………..
…………………………………………………………………………………..
สาเหตทุ ีเ่ ลอื กใชเ้ คร่อื งมอื นี้ คือ …………………………………..
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
ข้อมูลท่ีได้จากการใช้เคร่อื งมือชนิดน้ี คอื ……………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2. เครื่องมือที่เลือกใช้ คือ ……………………………………………..
…………………………………………………………………………………..
สาเหตทุ ีเ่ ลอื กใช้เครอ่ื งมอื น้ี คือ …………………………………..
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………
ขอ้ มูลที่ได้จากการใช้เครอื่ งมือชนิดนี้ คอื ……………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

ใบงำนที่ 1.1

เรอ่ื ง เคร่อื งมอื ทางภูมิศาสตร์

ตอนที่ 1
คำชี้แจง : ใหน้ ักเรียนศกึ ษาความร้เู ร่อื ง เครื่องมือทางภูมศิ าสตร์แล้วสรปุ ความรู้ในหัวข้อต่างๆ ต่อไปนี้

ประเภทของเครื่องมือทางภมู ิศาสตร์
…ประเภทของเคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์สามารถแบ่งได้ตามการใชง้ าน คือ ประเภทเคร่ืองมือ ……………….
…ประเภทจัดเก็บและเรียกใช้ และประเภทให้ข้อมูล………………………………………………………………………..
………………………………………………………………………………………………………………………………………………….
ลกั ษณะสำคญั ของเคร่อื งมือทางภมู ิศาสตรแ์ ตล่ ะประเภท
…ประเภทเคร่ืองมอื ใช้สำรวจข้อมูลทางภูมศิ าสตร์ เช่น เครอ่ื งวัดระยะ เขม็ ทิศ เทอรโ์ มมเิ ตอร์………….…………….…
…ประเภทจดั เก็บและเรยี กใช้ ใชบ้ ันทกึ ขอ้ มูล วเิ คราะห์และแสดงผลขอ้ มูลทางภมู ศิ าสตร์ เชน่ ระบบ GPS ………….…
…ประเภทใหข้ ้อมูล ใช้เปน็ สอ่ื ความร้ทู างภูมิศาสตร์ เชน่ รูปถา่ ยทางอากาศ ภาพจากดาวเทยี ม แผนท่ี ลูกโลก …………
วิธกี ารใชเ้ คร่ืองมือทางภมู ศิ าสตรแ์ ตล่ ะประเภท
…ประเภทเคร่ืองมือ ส่วนใหญ่ใช้โดยวิธีการวดั เช่น เครอื่ งวัดระยะ ใชว้ ดั ระยะทาง เมือ่ ออกภาคสนาม………….………
…ประเภทจัดเก็บและเรยี กใช้ ใชโ้ ดยวิธีการนำขอ้ มลู ท่ีจดั เก็บมาแสดงเป็นภาพและระบตุ ำแหน่ง เชน่ ระบบ GPS ……
…ประเภทให้ขอ้ มลู ใชโ้ ดยวิธีการแสดงเปน็ ภาพและข้อความเพอ่ื ดขู ้อมูลพืน้ ทที่ ี่ต้ังบนผิวโลก เชน่ แผนที่ ลกู โลก …….
ประโยชน์ของเครอ่ื งมอื ทางภูมิศาสตรแ์ ตล่ ะประเภท
…ประเภทเคร่ืองมือ มปี ระโยชนใ์ นการคำนวนระยะทาง หรอื อณุ หภมู ิ ในการออกภาคสนาม………….…………………...
…ประเภทจดั เกบ็ และเรียกใช้ มปี ระโยชน์ในการระบตุ ำแหน่งบนพื้นโลกท่ตี อ้ งการความแม่นยำ…………..………….……
…ประเภทให้ขอ้ มูล มปี ระโยชนใ์ นการดลู กั ษณะและสภาพของพนื้ ท่ี และตำแหนง่ จริงของพ้นื ทบ่ี นผิวโลก…….…………
วิธีการอา่ นพิกัดทางภมู ศิ าสตร์
…พกิ ดั ทางภมู ิศาสตร์ คือ สิง่ ที่บอกตำแหน่งท่ีตัง้ ของพืน้ ที่ตา่ งๆ บนโลก โดยสามารถอา่ นตำแหน่งไดจ้ าก
จดุ ลองจจิ ูดและละติจดู บนเส้นเมรเิ ดียนและเสน้ ขนาน เช่น ประเทศไทยมีพิกดั ภมู ิศาสตร์ที่ ลองจจิ ูดที่
97 องศา ตะวันออก ถึง 105 องศา ตะวนั ออก และละติจดู ท่ี 5 องศา เหนอื ถึง 20 องศา เหนือ…………


Click to View FlipBook Version