The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:14:38

เทอม 2 บทที่ 9

เทอม 2 บทที่ 9

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 1

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101

ชัน้ ประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรูท่ี 9 เร่อื ง รูปเรขาคณิต เวลา 9 ชวั่ โมง

เรอื่ ง เตรยี มความพรอ ม เวลา 1 ช่วั โมง

วนั ท่.ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวเิ คราะหร ูปเรขาคณิต สมบัติของรปู เรขาคณิต ความสัมพนั ธร ะหวางรปู

เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช

2. ตวั ชวี้ ัด

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลย่ี มและวงกลม

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ทรงส่เี หลยี่ มมุมฉากและรูปสเี่ หลี่ยมมมุ ฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกตา งกนั
รูปหลายเหลี่ยมเปนรูปที่มีมุมหลายมุมและมีดานหลายดานเรียกชื่อตามจำนวนดานและจำนวนมุมของรูป
หลายเหลย่ี มน้นั เชน รปู สามเหลี่ยม รูปสเี่ หลย่ี ม รปู หา เหลี่ยม
วงกลมและวงรเี ปนรูปท่ไี มม ดี า น ไมมีมมุ

4. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1) จำแนกรปู เรขาคณิตได (K)
2) ระบชุ อ่ื รปู เรขาคณิตตา ง ๆได (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอหนาท่ีทไ่ี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ลักษณะของรูปเรขาคณติ

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา

 การสื่อสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ใชขอ มูลในหนงั สือเรยี นหนาเปด บท เพ่ือกระตนุ ความสนใจของนกั เรยี นเกย่ี วกับสิ่งของทม่ี ใี นภาพวา มี

ลักษณะอยางไรบา ง โดยใชค ำถาม เชน
- ภาพหนาเปดเปน ภาพเกยี่ วกบั อะไร
- ใครเคยไปเท่ียวทะเลบาง
- ในภาพมสี ิง่ ของอะไรบาง
- สิ่งของอะไรบา งทม่ี ลี ักษณะคลายรูปเรขาคณติ และคลายรูปเรขาคณติ ชนิดใด

2. นักเรียนอาจตอบคำถามสุดทายไดไมครอบคลุม
3. ครนู ำเขาสูบทเรยี นน้โี ดยช้ีนำเก่ียวกบั รูปเรขาคณิตชนดิ อน่ื ท่นี กั เรยี นยังบอกไมไ ด
ขนั้ สอน
4. การเตรียมความพรอ มในการเรียนบทน้ี ใหน กั เรียนทำกจิ กรรม เตรยี มพรอ มเรอ่ื งรูปเรขาคณิต โดยใหจ ดั
กลมุ บัตรภาพรปู เรขาคณิตชนิดตา ง ๆ ทีค่ รูแจกให พรอมบอกเหตผุ ลท่ใี ชใ นการจัดกลุมรปู เรขาคณติ
5. แตล ะกลุม ใหนกั เรยี นแตละกลมุ ออกมานำเสนอเหตผุ ลทใ่ี ชในการจดั กลมุ ทุกกลุม เพือ่ ใหน ักเรยี นได
แสดงความรูพื้นฐานทม่ี ีเกยี่ วรูปเรขาคณติ ชนดิ ตา ง ๆ
ขัน้ สรุป

6. ในการจดั กลุม หากครูเหน็ วา รูปเรขาคณติ บางรปู นักเรยี นเคยเรยี นมาแลว ตอน ป.1 ครอู าจแทรกคำถาม
วารูปนัน้ เปน รปู เรขาคณติ ชนิดใด และในการจัดกลุมรปู เรขาคณติ ของนกั เรียนน้ันอาจไดกลุมท่แี ตกตา งกัน
และมคี วามหลากหลาย ซึ่งเปน สงิ่ ที่ถกู ตอ งทั้งหมดถานกั เรียนใหเหตุผลในการจัดกลมุ นัน้ ได

10. สื่อการเรียนรู

1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3.

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกิจกรรม
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รวมกิจกรรมกลมุ

2. เคร่อื งมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมิน
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทม่ี ีความสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรียนรูที่ 2

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวิชา ค 12101

ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2563
หนว ยการเรยี นรูที่ 9 เร่ือง รูปเรขาคณิต เวลา 9 ช่วั โมง

เรือ่ ง ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกบั รูปสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลมกบั วงกลม เวลา 1 ชั่วโมง

วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูส อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวเิ คราะหร ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพนั ธร ะหวา งรปู

เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช

2. ตวั ชว้ี ัด

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลย่ี มและวงกลม

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉากและรูปสีเ่ หลีย่ มมมุ ฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกตา งกัน

4. จดุ ประสงคการเรียนรู

1) บอกความหมายของรูปเรขาคณิตสองมติ ิและสามมิติได (K)
2) จำแนกทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากกับรูปสี่เหล่ยี มมุมฉากทรงกลมกับวงกลมได (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ หนา ท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ลกั ษณะของรูปเรขาคณติ

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

การใหเหตผุ ล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครูทบทวนเกย่ี วกบั รปู เรขาคณิตทีน่ ักเรียนเคยเรียนมา เชน รปู สามเหลยี่ ม รปู สี่เหลี่ยม วงกลม

และวงรี โดยครชู ูบัตรภาพขึน้ ใหนักเรยี นดู
2. ใหน ักเรียนบอกชือ่ ของรปู เรขาคณิตทอ่ี ยูในภาพนน้ั

ขัน้ สอน
3. จากนนั้ ครชู ูกลอ งทรงส่เี หล่ยี มมุมฉากใหนกั เรยี นสงั เกตวา กลองนี้มีสวนประกอบเปนรูปเรขาคณิตชนิด

ใด นกั เรยี นจะตอบไดวา กลองนีม้ ีสว นประกอบเปนรปู สเี่ หล่ยี ม
4. จากน้ันครูชูบัตรภาพรูปส่ีเหล่ียมชนิดอนื่ ๆ ท่ไี มใ ชรปู ส่เี หลี่ยมมมุ ฉากแลว ใหน ักเรียนบอกชอื่ รปู

เรขาคณิตทอ่ี ยูในบัตรภาพน้นั นักเรียนจะตอบไดว า บัตรภาพท้ังหมดเปน บตั รภาพของรปู ส่ีเหลีย่ ม
5. ครูใหนักเรยี นสงั เกตวา รูปส่ีเหลย่ี มทีเ่ ปน สว นหนึ่งของกลอ งกบั รปู สีเ่ หลยี่ มที่อยูในบตั รภาพมีลักษณะ

ตา งกันอยางไร
6. จากนน้ั ครูแนะนำรูปสี่เหลย่ี มทเ่ี ปน สวนประกอบของกลองวา เปน รูปสีเ่ หลย่ี มมุมฉากและเรยี กทรงทม่ี ี

ลักษณะคลายกลอ งนี้วา ทรงสเ่ี หล่ยี มมุมฉาก
7. ครูชูบัตรภาพที่เปน รูปสีเ่ หล่ยี มมุมฉากและบัตรภาพทเี่ ปนทรงสเ่ี หล่ียมมมุ ฉากตามหนงั สอื เรยี นหนา 141

ใหน ักเรยี นบอกความแตกตา งของทรงสี่เหลี่ยมมมุ ฉากกับรูปสีเ่ หล่ยี มมมุ ฉาก
8. ครูชบู ัตรภาพรปู สี่เหลี่ยมมมุ ฉากและบัตรภาพทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากใหน ักเรยี นบอกชอ่ื ใหถกู ตอง

ขน้ั สรปุ
9. จากน้ันใหนักเรียนบอกวา ส่ิงรอบตวั อะไรบางทม่ี ีลกั ษณะคลายทรงส่ีเหลีย่ มมุมฉาก เชน แปลงลบ

กระดาน กลองชอลก ตเู ยน็ ตูเ อกสาร ตูเกบ็ รองเทา ตเู ส้อื ผา ฯลฯ



10. สอื่ การเรียนรู

1. หนังสอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรภาพรูปสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงสี่เหล่ียมมมุ ฉาก ทรงกลมและวงกลม แตละรูปมีขนาดตางกนั และ

บตั รภาพรูปสีเ่ หล่ียมท่ไี มใ ชรปู ส่ีเหลย่ี มมุมฉาก

4. สอื่ ของจรงิ เชน กลอ งทรงสเี่ หลี่ยมมุมฉาก

5.

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารวมกจิ กรรม

2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรียนจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคก ารเรยี นรู. ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนที่มีความสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรยี นมีความรูเกิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรียนรูที่ 3

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวิชา ค 12101

ชัน้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศกึ ษา 2563
หนว ยการเรยี นรูที่ 9 เร่ือง รูปเรขาคณิต เวลา 9 ช่วั โมง

เรือ่ ง ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากกบั รูปสี่เหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลมกบั วงกลม เวลา 1 ชั่วโมง

วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูส อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวเิ คราะหร ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพนั ธร ะหวา งรปู

เรขาคณิต และทฤษฏบี ททางเรขาคณิต และนำไปใช

2. ตวั ชว้ี ัด

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลย่ี มและวงกลม

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

ทรงสเ่ี หลยี่ มมุมฉากและรูปสีเ่ หลีย่ มมมุ ฉากทรงกลมและวงกลม มีลักษณะแตกตา งกัน

4. จดุ ประสงคการเรียนรู

1) บอกความหมายของรูปเรขาคณิตสองมติ ิและสามมิติได (K)
2) จำแนกทรงส่เี หลย่ี มมมุ ฉากกับรูปสี่เหล่ยี มมุมฉากทรงกลมกับวงกลมได (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ หนา ท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ลกั ษณะของรูปเรขาคณติ

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

การใหเหตผุ ล

การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุง มน่ั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครทู บทวนเกี่ยวกบั วงกลมโดยชูบัตรภาพทเ่ี ปนวงกลมหลาย ๆ ขนาด ใหน กั เรียนบอกชอื่ รูปเรขาคณิตท่ี

อยใู นภาพ
2. นักเรยี นตอ งบอกไดว ารูปเรขาคณิตท่ีอยูในภาพนน้ั เปนวงกลม
3. จากน้ันครูชลู กู บอลแลว ใหน กั เรยี นบอกวา มีลกั ษณะคลา ยรปู เรขาคณิตชนดิ ใด นักเรยี นจะตอบวา

วงกลม
4. จากนัน้ ครชู ูกระดาษท่ีตดั เปนวงกลมแลวใหนักเรยี นบอกวา กระดาษน้เี ปนรูปเรขาคณิตชนดิ ใด

นกั เรียนจะตอบวา วงกลม ครถู ามนักเรยี นวา ลกู บอลกับกระดาษวงกลมเหมอื นหรือตางกนั อยางไร ใหนักเรียน
ชวยกันอภปิ ราย
ขั้นสอน

5. จากน้ันครูแนะนำวา ลกู บอลมีลกั ษณะเปน ทรงกลม แตก ระดาษมลี ักษณะเปน วงกลม
6. ครูแนะนำทรงกลมและวงกลม ตามหนงั สอื เรยี นหนา 142 แลวครูใหนกั เรียนยกตวั อยาง ส่งิ ทอ่ี ยูรอบตวั
วา มีอะไรบา งทม่ี ลี กั ษณะเปนทรงกลม เชน ลกู ฟตุ บอล ลูกวอลเลยบอล ลูกปงปอง ลกู กอลฟ
7. ครใู หนกั เรยี นทำกิจกรรม รูปอะไรเอย ตามหนังสือเรยี นหนา 143 โดยครแู จกบัตรภาพที่เปน ทรง
สี่เหลีย่ มมุมฉาก รูปสี่เหล่ียมมมุ ฉาก ทรงกลม และวงกลม ทมี่ ีขนาดแตกตางกนั
8. ใหนักเรียนออกมาหยบิ บตั รภาพคนละ 1 บัตร แลว ชูบตั รภาพนนั้ พรอมกบั บอกชอ่ื รูปเรขาคณติ ในบัตร
ภาพทีต่ นเองหยบิ ได โดยครแู ละเพื่อนในหองชว ยกนั ตรวจสอบความถกู ตอง ถามใี ครบอกชือ่ รูปเรขาคณติ ในบตั ร
ภาพผิด ครใู หน ักเรยี นคนนน้ั ดูรปู ในบัตรภาพอกี ครัง้ แลวใหบ อกชื่อใหมจนกวา จะบอกไดถกู ตอ ง โดยครูเปน ผูชแ้ี นะ
9. ครอู าจใชบ ัตรภาพท่ีรวบรวมไวเปนสื่อของหนังสอื เรียนบทนี้ ใน QR Codeหนาแรกของบท
ขนั้ สรุป

10. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี น ตามหนังสือเรยี นหนา 144 โดยใหนักเรียนตอบคำถามเก่ียวกับทรง
สเี่ หลี่ยมมมุ ฉาก รปู ส่ีเหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลม และวงกลม เพ่ือใหน กั เรยี นไดจ ำแนกและบอกชือ่ ของรปู เรขาคณติ
ดังกลาวได

11. จากนัน้ ใหน กั เรยี นทำแบบฝกหัด 9.1 หนา 86 - 88

10. สื่อการเรียนรู

1. หนังสือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรภาพรูปสเี่ หลย่ี มมมุ ฉาก ทรงส่ีเหลย่ี มมมุ ฉาก ทรงกลมและวงกลม แตละรูปมีขนาดตางกัน และ

บตั รภาพรปู สเ่ี หลยี่ มทีไ่ มใ ชร ปู ส่เี หล่ยี มมุมฉาก

4. ส่ือของจรงิ เชน กลอ งทรงสเ่ี หล่ยี มมมุ ฉาก

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมินผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารว มกจิ กรรม

2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคการเรียนรู. ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรูเกิดทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี 9

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563

หนว ยการเรยี นรู เร่อื ง รปู เรขาคณติ เวลา 9 ช่ัวโมง

เร่อื ง รูปหลายเหลย่ี ม เวลา 1 ชวั่ โมง

วนั ท่.ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวเิ คราะหร ปู เรขาคณิต สมบัตขิ องรูปเรขาคณิต ความสัมพันธระหวางรปู

เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณิต และนำไปใช

2. ตัวชี้วัด

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหลีย่ มและวงกลม

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

รูปหลายเหลี่ยมเปนรปู ท่ีมีมุมหลายมุมและมีดา นหลายดานเรียกช่ือตามจำนวนดานและจำนวนมุมของรปู หลาย
เหลย่ี มนน้ั เชนรูปสามเหล่ยี ม รูปส่ีเหลี่ยม รูปหาเหลยี่ ม

4. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1) บอกความหมายของรปู หลายเหลย่ี มได (K)
2) จำแนกและบอกลกั ษณะของรปู หลายเหลี่ยมได (P)
3) รับผดิ ชอบตอหนา ที่ทไ่ี ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ลกั ษณะของรปู หลายเหลี่ยม

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา
 การส่อื สารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง

การใหเหตผุ ล
การคิดสรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

8. คุณลักษณะอันพึงประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ มั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ครทู บทวนเร่อื งรูปสามเหล่ยี มและรปู ส่ีเหลี่ยมโดยใชบ ัตรภาพตามหนังสอื เรยี นหนา 145
2. ครชู บู ัตรภาพแลวถามวา รูปในบตั รภาพเปนรูปเรขาคณิตชนดิ ใดเพราะเหตุใด
3. ครใู หน กั เรยี นนำบัตรภาพไปตดิ บนกระดาน โดยติดบัตรภาพเปน 2 กลุม
กลุม ที่ 1 รปู สามเหลยี่ ม กลมุ ท่ี 2 รปู ส่เี หลยี่ ม
4. ใหน ักเรยี นสังเกตรปู ทีต่ ดิ บนกระดานแลว รว มกนั ตอบคำถามอกี คร้ัง เชน รปู สามเหลีย่ มมลี กั ษณะ

อยา งไร (มี 3 ดาน 3 มมุ ) รูปสเี่ หล่ยี มมีลกั ษณะอยา งไร (มี 4 ดาน 4 มมุ )
5. จากนน้ั ครนู ำเขาสบู ทเรยี นเร่ืองรปู หลายเหล่ียมโดยแนะนำวา รูปสามเหลย่ี มและรูปสีเ่ หลย่ี มที่อยูบน

กระดานเปนรูปหลายเหลย่ี ม
ขนั้ สอน

6. ครตู ดิ บัตรภาพรูปหาเหล่ยี มหลาย ๆ ขนาดบนกระดาน แลว ใชก ารถามตอบเก่ยี วกบั ลกั ษณะ
ของรูปหา เหลีย่ ม เชน รูปนม้ี กี ดี่ าน มกี มี่ มุ

7. ครูแนะนำวา รูปทมี่ ี 5 ดาน 5 มมุ เรยี กวา รปู หาเหล่ียม
8. จากนน้ั ครูติดบัตรภาพรปู หกเหล่ยี มหลาย ๆ ขนาดบนกระดานแลวถามในทำนองเดียวกนั กับรูปหาเหลย่ี ม
แลว ใหนกั เรยี นชวยกันอภปิ รายวา รูปหา เหล่ยี ม รูปหกเหลยี่ มเปนรูปหลายเหล่ียมหรือไม เพราะเหตุใด

9. ครูใหนกั เรียนชว ยกันบอกช่ือของรปู หลายเหลี่ยมตามหนงั สอื เรยี นหนา 147โดยถาม-ตอบทลี ะขอ เชน ขอ 1
ครถู ามวา เปนรปู หลายเหลยี่ มชนดิ ใด เพราะเหตุใด (เปน รูปแปดเหลี่ยม เพราะมี 8 ดาน 8 มมุ ) โดยครอู าจใหน กั เรยี น
นบั จำนวนมุมและจำนวนดานในรปู ดว ยกไ็ ด
ขน้ั สรปุ

10. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรยี นตามหนงั สอื เรียนหนา 148 โดยใหน ักเรียนเลอื กรปู ทต่ี รงกบั ช่อื รูปหลาย
เหลยี่ มทกี่ ำหนดใหพ รอ มบอกเหตุผล

11. จากนน้ั ครแู ละนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งและชวยกนั สรุปสง่ิ ทีไ่ ดเ รียนรูวา รูปสามเหลย่ี ม รปู
ส่ีเหล่ยี ม รปู หาเหลย่ี มรปู หกเหลยี่ ม … เปนรปู หลายเหลี่ยม
การเรียกชือ่ ของรปู หลายเหล่ียมเรยี กตามจำนวนดานและจำนวนมมุ ของรปู หลายเหล่ยี มนัน้

12. จากนัน้ ใหน กั เรยี นทำแบบฝก หัด 9.2หนา 89 - 91

10. สือ่ การเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บตั รภาพรูปหลายเหล่ยี มหลาย ๆ แบบ

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รวมกจิ กรรม

2. เคร่อื งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคการเรียนรู. ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมคี วามรูเกิดทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 5

กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปท่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนวยการเรียนรูท ี่ 9 เรอื่ ง รูปเรขาคณติ เวลา 9 ชว่ั โมง

เรอื่ ง วงกลมและวงรี เวลา 1 ชวั่ โมง

วนั ท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวเิ คราะหรปู เรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณติ ความสัมพันธระหวางรปู

เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณิต และนำไปใช

2. ตัวชว้ี ดั

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลกั ษณะของรูปหลายเหลยี่ มและวงกลม

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

วงกลมและวงรีเปนรปู ท่ีไมม ีดาน ไมมมี ุม เมอ่ื พบั กระดาษท่ีเปนวงกลมจะมีรอยพับครึ่งหลายเสน แตล ะเสนยาว
เทา กัน และเม่อื พบั กระดาษท่ีเปน วงรมี ีรอยพบั คร่งึ สองเสน และสองเสนนย้ี าวไมเ ทา กัน

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) บอกความหมายของรปู วงกลมและวงรีได (K)
2) จำแนกและบอกลักษณะของรปู วงกลมและวงรไี ด (P)
3) รับผิดชอบตอ หนา ท่ีทไี่ ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

ลกั ษณะของรูปวงกลมและวงรี

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญหา
 การสือ่ สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอ่ื มโยง

 การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเ รยี นรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ครทู บทวนเรอ่ื งวงกลมและวงรี โดยใชบ ัตรภาพตามหนังสอื เรยี นหนา 149
2. ครูชบู ตั รภาพแลวถามวา รูปในบตั รภาพเปนรูปเรขาคณิตชนิดใด เพราะเหตุใด
3. ครูใหน กั เรียนนำบัตรภาพไปติดบนกระดาน โดยตดิ บัตรภาพเปน 3 กลุม
กลมุ ที่ 1 รปู หลายเหล่ยี ม กลมุ ที่ 2 วงกลม กลมุ ท่ี 3 วงรี
4. ใหนกั เรียนสังเกตรปู ทตี่ ิดบนกระดานแลว รว มกนั ตอบคำถามอกี ครั้ง เชน รูปหลายเหลยี่ มมีลกั ษณะอยางไร

(มีดานและมีมมุ ) วงกลมและวงรมี ลี ักษณะอยา งไร (ไมมีดานไมม ีมมุ )
ขน้ั สอน

5. ครใู หน กั เรยี นชวยกันทำกิจกรรมวงกลมกบั วงรี ตามหนังสอื เรียน หนา 150 โดยแจกกระดาษวงกลมและ
กระดาษวงรี คนละ 1 ชดุ

6. ใหน กั เรียนทุกคนพับครง่ึ กระดาษวงกลมใหสองขางทบั กันสนิทพอดแี ลว ขีดเสน ตามรอยพับ
7. จากนัน้ ทำในลกั ษณะเดียวกันหลาย ๆ แนวใหไ ดม ากท่ีสุดแลว วดั ความยาวของรอยขีดแตละเสน ท่ีขีดไว
8. หลงั จากนัน้ รวมกนั อภปิ รายเก่ยี วกับความยาวทวี่ ัดได ซึง่ ครคู วรใหนักเรยี นสรุปไดวากระดาษวงกลมพับครึ่ง
ใหส องขา งทบั กนั สนทิ พอดี พบั ไดห ลายแนว

9. ครใู หนักเรียนชว ยกนั พิจารณารูปตามหนังสือเรียนหนา 151 แลว บอกวารปู ใด เปน วงกลม รปู ใดเปน วงรี
พรอมทั้งบอกเหตผุ ล
ขั้นสรุป

10. ตรวจสอบความเขาใจของนกั เรียน ตามหนังสอื เรยี นหนา 152 โดยใหน กั เรียนพิจารณารปู
ท่ีกำหนดใหแ ลว บอกวามวี งกลมกร่ี ปู และมีวงรกี ีร่ ปู

11. จากน้ันครูและนักเรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตองและชว ยกนั สรปุ สง่ิ ทไ่ี ดเรยี นรวู าวงกลมและวงรีมี
ลกั ษณะตางกันวงกลมมรี อยพบั ครง่ึ หลายเสน แตละเสน ยาวเทา กนั วงรมี รี อยพับครง่ึ สองเสน และสองเสน นี้
ยาวไมเ ทา กนั

12. จากนน้ั ใหนกั เรียนทำแบบฝก หัด 9.3 หนา 92 – 93

10. สอื่ การเรียนรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บตั รภาพวงกลม วงรี หลาย ๆ ขนาด
4. บัตรภาพรูปหลายเหล่ียม
5. กระดาษวงกลม กระดาษวงรี

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกจิ กรรม

2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................

ไมผ านจุดประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนที่มีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมคี วามรคู วามเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมีความรเู กิดทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรยี นมเี จตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันท่…ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผูเรยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรูที่ 6

กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101

ชั้นประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศึกษา 2563
หนวยการเรียนรทู ่ี 9 เร่อื ง รปู เรขาคณติ เวลา 9 ชัว่ โมง

เรอ่ื ง การเขยี นรูปหลายเหลี่ยม เวลา 1 ชั่วโมง

วันที.่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.2 เขาใจและวิเคราะหร ูปเรขาคณิต สมบัตขิ องรปู เรขาคณติ ความสัมพันธระหวางรปู

เรขาคณิต และทฤษฏีบททางเรขาคณติ และนำไปใช

2. ตัวชว้ี ดั

ค 2.2 ป.2/1 จำแนกและบอกลักษณะของรปู หลายเหลยี่ มและวงกลม

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การเขยี นรูปหลายเหลีย่ มโดยใชแ บบของรูปมาเปน แบบ อาจเขียนตามขอบในหรือขอบนอกของแบบ
ของรปู ก็ได

4. จดุ ประสงคการเรียนรู

1) บอกความหมายของรูปหลายเหล่ียมได (K)
2) เขยี นรปู หลายเหลี่ยมโดยใชแ บบของรปู ได (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอหนา ท่ีทไี่ ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การเขยี นรูปเรขาคณิตสองมติ โิ ดยใชแบบของรูป

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา
 การสอื่ สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง

การใหเหตผุ ล
 การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รยี น

1. ความสามารถในการส่อื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

8. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุงม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขนั้ นำ
1. ครูทบทวนการเขยี นรปู สามเหลี่ยม รูปสี่เหลีย่ ม วงกลมและวงรี ตามขอบในและขอบนอกโดยใชแ บบ

ของรูป
2. สุม นักเรยี นใหอ อกมาชว ยกนั เขยี นรปู สามเหลี่ยม รูปส่ีเหลยี่ ม วงกลมและวงรตี ามขอบในและขอบนอก

โดยใชแ บบของรูปใหเพ่อื นดบู นกระดาน
ขั้นสอน

3. จากนั้นครูแนะนำแบบของรปู ท่ีเปนรูปหลายเหล่ียมวา สามารถเขยี นรูปหลายเหลย่ี มตามขอบนอก
และขอบในไดในทำนองเดยี วกนั

4. ครูใหน กั เรยี นเขียนรูปหา เหล่ยี ม รปู หกเหล่ียม รูปเจ็ดเหลย่ี มและรูปแปดเหลย่ี มโดยใชแบบของรปู ขีด
ตามขอบใน ตามหนงั สือเรียนหนา 153 และครูตรวจสอบความถูกตอง

5. ครใู หนักเรยี นเขียนรปู หา เหล่ียม รปู หกเหลย่ี ม รูปเจ็ดเหลีย่ ม และรปู แปดเหลี่ยมโดยใชแ บบของรปู ขีด
ตามขอบนอก ตามหนงั สือเรยี นหนา 154 และครตู รวจสอบความถูกตอ ง
ขน้ั สรปุ

6. จากนนั้ ครูและนักเรยี นรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและชวยกันสรุปสงิ่ ทไ่ี ดเ รียนรูวา การเขยี นรูป
หลายเหล่ยี มอาจใชแบบของรปู มาเปนแบบ



10. ส่ือการเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แบบของรูปหลายเหลี่ยม

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกจิ กรรม

2. เครือ่ งมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน



บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคการเรยี นรู.....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมคี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........


Click to View FlipBook Version