The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:14:53

เทอม 2 บทที่ 10

เทอม 2 บทที่ 10

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 1

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 10 เรื่อง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 13 ช่ัวโมง

เร่อื ง เตรยี มความพรอม เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผล

ทเี่ กิดขึ้นจากการดำเนินการสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ชวี้ ดั

ค 1.1 ป.2/7 หาผลลัพธการบวก ลบ คณู หารระคนของ จำนวนนบั ไมเ กนิ 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหาผลลพั ธการบวก ลบ คูณ หารระคนใหห าผลลพั ธใ นวงเล็บกอ นแลว จงึ หาผลลัพธส ดุ ทา ย

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) บอกวิธีการหาผลลัพธการบวก ลบ คณู หารระคนตามข้ันตอนได (K)
2) หาผลลัพธการบวก ลบ คูณ หารระคนได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ที่ทไี่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คณู หารระคน

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกปญหา
 การสอ่ื สารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร

การเช่อื มโยง

การใหเหตุผล
การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ใชขอ มูลในหนงั สือเรียนหนา เปดบท เพื่อชกั ชวนใหนกั เรยี นพูดคุยเกย่ี วกับการบรจิ าคส่ิงของตาง ๆ โดยใช

คำถาม เชน
 นักเรยี นเคยบรจิ าคส่ิงของหรอื ไม
 ถา เคยบริจาค บรจิ าคอะไร
 บริจาคแลวรสู กึ อยา งไร
 นักเรยี นอยากมีโอกาสเปน ผูบริจาคส่งิ ของเพ่ือชวยเหลือผูอน่ื หรอื ไม เพราะอะไร และอยากบรจิ าค

อะไร ฯลฯ
2. สนทนาเกีย่ วกับจำนวนของเลน ทีค่ รูไพลนิ มี และที่ขนุ กบั แกวตานำมาบริจาคเพิ่มเตมิ เพือ่ ใหไ ดค รบตาม

จำนวนทต่ี องการ
3. ครูอาจถามคำถามนำเขาสูบทเรยี นวา ตองรับบริจาคของเลนเพิ่มอกี กี่ชิน้ จึงจะครบ 500 ชนิ้ ตามตองการ

นกั เรยี นบางคนอาจหาคำตอบได บางคนอาจหาคำตอบไมได ครอู าจใชค ำถามถามทีละข้นั เพื่อใหน กั เรียนชวยกันหา
คำตอบ ดังน้ี

 ขณะน้เี รามีของเลนทั้งหมดก่ชี ้นิ หาคำตอบไดอ ยา งไร

 ถา เราตองการของเลน ไปบรจิ าค 500 ช้นิ เราตองขอรบั บรจิ าคเพิม่ อีกกี่ชนิ้ หาคำตอบไดอยา งไร
ขัน้ สอน

4. ครใู ชหนงั สอื เรยี นหนา เตรยี มความพรอ มในหนังสอื เรียนหนา 164 เพ่ือตรวจสอบความรูพน้ื ฐาน
เรอื่ งการบวก การลบ การคูณ และการหารจำนวนไมเกนิ 100

5. ใหนกั เรยี นทำกิจกรรมสนุกกับการบวก ลบ คูณ หาร โดยครูชบู ัตรโจทยก ารบวก ลบ คณู และการหาร
ใหนกั เรยี นดูทลี ะใบ

6. ใหนกั เรียนแขง ขันกันหาคำตอบอาจจะแขง รายบคุ คล หรอื แขงเปนกลมุ ก็ได แตค รตู อ งใหนกั เรยี นไดฝ กคดิ
ทกุ คน ถึงแมจ ะคดิ ชาก็ควรไดฝกและมกี ารเฉลยคำตอบรวมกนั ทุกขอ
ขน้ั สรปุ

7. ครใู หน ักเรียน ทำแบบบันทึกกิจกรรมเปนรายบุคคลและเปล่ียนกันตรวจตามทค่ี รแู ละนักเรียนชวยกนั เฉลย
หรอื อาจจะใหน กั เรียนทมี่ วี ธิ คี ิดทแ่ี ตกตา งนำเสนอวธิ ีคิดใหเพอื่ นฟง

10. สอื่ การเรยี นรู

1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. บัตรโจทยก ารบวก ลบ คณู และการหาร

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรม
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารวมกิจกรรมกลุม

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรม
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรมกลุม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลุม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทมี่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กิดทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 2

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนว ยการเรยี นรูท ี่ 10 เรอื่ ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 13 ชั่วโมง

เร่อื ง การหาผลลพั ธก ารบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ท่เี กดิ ข้ึนจากการดำเนินการสมบัตขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวชี้วดั

ค 1.1 ป.2/7 หาผลลพั ธการบวก ลบ คูณ หารระคนของ จำนวนนับไมเ กิน 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การหาผลลัพธการบวก ลบ คณู หารระคนใหหาผลลัพธในวงเลบ็ กอ นแลวจึงหาผลลัพธสุดทา ย

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) บอกวธิ กี ารหาผลลัพธก ารบวก ลบ คณู หารระคนตามขัน้ ตอนได (K)
2) หาผลลัพธก ารบวก ลบ คูณ หารระคนได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนาทท่ี ไ่ี ดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คณู หารระคน

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอ่ื มโยง

การใหเ หตุผล

การคิดสรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครทู บทวนการบวกจำนวนสามจำนวนหรือการลบจำนวนสามจำนวน เชน 4 + 5 + 7 = หรือ

10 − 4 − 1 =
2. ใหนักเรียนนำเสนอข้ันตอนการหาผลบวก หรอื ผลลบ

ข้นั สอน
3. จากนั้นครูแนะนำเครอ่ื งหมายวงเลบ็ และการเขียนเครือ่ งหมายวงเลบ็ ในประโยคสญั ลกั ษณเพ่อื กำหนด

ข้ันตอนการหาผลบวกหรอื ผลลบ เชน 4 + (5 + 7) = หรอื 10 − (4 − 1) = เปน การใหห าผลบวกหรอื ผลลบใน
วงเลบ็ กอ น

4. ครใู หนักเรียนหาผลลัพธข อง 4 + (5 + 7) = หรือ 10 − (4 − 1) = เมอื่ นกั เรยี นหาผลลัพธไ ดแ ลว
ใหนำไปเปรียบเทียบกบั โจทยที่ไมม ีวงเล็บวา ผลลัพธเทากันหรือไม

5. ครแู ละนักเรียนรวมกนั อภิปราย จากนนั้ ครตู ดิ แถบโจทยระคนตามหนงั สอื เรยี นหนา 165 ดงั นี้
(24 − 7) + 16 =

6. ครใู ชก ารถาม-ตอบเพ่อื หาผลลัพธส ุดทา ย เชน ในโจทยม เี ครอ่ื งหมายวงเลบ็ หรอื ไม และหาผลลพั ธสุดทา ยได
อยา งไร (หาผลลบของ 24 − 7 กอ น ได 17 แลวจึงนำ 17 ไปบวกกับ 16) ซง่ึ ผลลัพธส ดุ ทายคอื 33

7. ครูเนน ย้ำวาการหาผลลพั ธต อ งหาผลลพั ธในวงเลบ็ กอ นเสมอ
8. ครตู ิดแถบโจทย 24 − (7 + 16) =
9. ครูถามนักเรียนวาจะหาผลลัพธส ดุ ทายไดอยางไร (หาผลบวกของ 7 + 16 กอ น ได 23 แลว จงึ นำไป
ลบออกจาก 24) แลว ใหน กั เรียนชว ยกันหาผลลัพธส ุดทายซ่ึงผลลพั ธส ุดทา ยคือ 1
ขนั้ สรปุ
10. ครูใหนักเรยี นสังเกตผลลัพธท่ีไดจ ากทง้ั สองโจทยวาเทากันหรือไม (ไมเ ทา กนั ถงึ แมจ ะ
มีตัวเลขและเครื่องหมาย +,− เหมอื นกนั แตวงเล็บอยูใ นตำแหนง ที่ตางกนั ผลลพั ธอาจจะไมเทา กันก็ได)

10. สื่อการเรียนรู

1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบโจทยร ะคน

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา รวมกิจกรรม

2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน



บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคการเรยี นรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่มี คี วามสามรถพิเศษ/นกั เรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรูเกดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรียนรูท ่ี 3

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ชนั้ ประถมศึกษาปท ่ี 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรียนรูที่ 10 เร่อื ง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 13 ช่ัวโมง

เรื่อง การหาผลลัพธก ารบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ท่เี กดิ ข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวช้ีวัด

ค 1.1 ป.2/7 หาผลลัพธการบวก ลบ คูณ หารระคนของ จำนวนนับไมเ กิน 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การหาผลลัพธก ารบวก ลบ คณู หารระคนใหห าผลลัพธในวงเลบ็ กอ นแลว จงึ หาผลลัพธสดุ ทาย

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) บอกวธิ ีการหาผลลัพธก ารบวก ลบ คูณ หารระคนตามขน้ั ตอนได (K)
2) หาผลลพั ธก ารบวก ลบ คูณ หารระคนได (P)
3) รับผิดชอบตอหนาทีท่ ีไ่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คูณ หารระคน

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา
 การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง

การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุง ม่ันในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ครูติดแถบโจทย (24 ÷ 4) × 2 = แลว ใหน ักเรยี นชว ยกันหาผลลัพธสดุ ทา ยโดยหาผลหารของ

24 ÷ 4 กอน ได 6 แลวจงึ นำ 6 ไปคูณกับ 2 ผลลัพธสุดทา ยคือ 12
ขั้นสอน

2. ครูตดิ แถบโจทย 24 ÷ (4 × 2) = แลว ใหนกั เรียนชวยกนั หาผลลัพธสดุ ทายโดยตอ งหาผลคูณของ
4 × 2 กอนได 8 แลวจึงนำไปหาร 24 ผลลพั ธสดุ ทา ย คือ 3

3. ครเู นนยำ้ วาการหาผลลัพธตองหาผลลพั ธใ นวงเล็บกอ นเสมอ
4. จากน้นั ใหนกั เรยี นชว ยกันหาผลลัพธ ขอ 1 – 4 ในกรอบทา ยหนา 166
5. ครูติดแถบโจทย (12 + 8) × 2 = แลวใหนักเรยี นชว ยกันหาผลลัพธสุดทายโดยหาผลบวกของ
12 + 8 กอ น ได 20 แลว จงึ นำ 20 ไปคูณกบั 2 ผลลัพธสุดทาย คอื 40
6. ครูตดิ แถบโจทย 35 − (18 ÷ 6) = แลวใหน ักเรียนชวยกันหาผลลัพธสดุ ทายโดยตอ งหาผลหารของ 18
÷ 6 กอ น ได 3 แลว จึงนำไปลบออกจาก 35 ผลลัพธสดุ ทาย คือ 32

7. ครแู ละนักเรยี นอาจจะชว ยกนั หาผลลพั ธข องโจทยต ัวอยางท้ังสองโจทยน ้ีโดยการเปลยี่ นตำแหนง ของวงเลบ็
เพื่อเปนการฝก หาคำตอบและฝก สงั เกตคำตอบทีไ่ ดเมื่อมกี ารเปลี่ยนตำแหนง ของวงเล็บ

8. ครูใหน ักเรียนชวยกันหาผลลัพธขอ 1 - 4 ในกรอบทา ยหนา 167 โดยทำลงในสมดุ ทุกคน หลงั จากนนั้ อาจ
สมุ นักเรียนออกมาแสดงวธิ ีทำบนกระดาน
ขนั้ สรปุ

9. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียนตามหนังสือเรียนหนา 168 โดยใหนกั เรียนหาผลลัพธเปนรายบคุ คล
10 จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตองและชวยกนั สรปุ ส่งิ ท่ไี ดเ รยี นรวู า การหาผลลัพธการ
บวก ลบ คณู หารระคน ใหห าผลลัพธใ นวงเลบ็ กอ นแลวจงึ หาผลลพั ธส ดุ ทา ย
11. จากนั้นใหนักเรยี นทำแบบฝก หัด 10.1 หนา 98 - 100

10. สอื่ การเรยี นรู

1. หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบโจทยร ะคน

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกจิ กรรม

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจดุ ประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................

ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................

ไดแ ก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนทมี่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมีความรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรเู กดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................
(…………………….……………………...)

วันท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 4

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรียนรูที่ 10 เรอ่ื ง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 13 ช่ัวโมง

เรือ่ ง สถานการณการบวก และการลบ 2 ข้ันตอน เวลา 1 ช่ัวโมง

วันท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ที่เกิดข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเขยี นประโยคสัญลักษณจ ากสถานการณแ ละโจทยปญ หา 2 ขั้นตอน โดยใชว งเล็บเพือ่ ระบวุ าตอ งหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ น

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) บอกวธิ ีการเขยี นประโยคสญั ลักษณจ ากสถานการณโ ดยใชว งเล็บได (K)
2) เขยี นประโยคสัญลักษณจ ากสถานการณก ารบวกและการลบ 2 ขน้ั ตอนได (P)
3) รับผิดชอบตอหนาทท่ี ีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คูณ หารระคน

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การส่อื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง

 การใหเ หตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเ รยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี นิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ครทู บทวนสถานการณก ารบวกและสถานการณการลบ โดยใชก ารถาม–ตอบ เชน แกว ตามขี องเลน 8 ช้นิ

ขุนมีของเลน 14 ช้ิน แกว ตาและขุนมขี องเลนรวมกนั ก่ีชิ้น (22 ชน้ิ )
2. หาคำตอบไดอยา งไร (8 + 14 = 22) ครูถามตอวา นำตกุ ตาของแกวตาและขุนไปบริจาค 5 ชิน้ จะเหลอื

ตกุ ตากี่ชิ้น (17 ชิ้น) หาคำตอบไดอ ยา งไร (22 − 5 = 17)
ขน้ั สอน

3. ครเู ขียนสถานการณก ารบวกและสถานการณการลบน้อี กี ครัง้ บนกระดาน โดยเขียนรวมกันดงั น้ี
“แกวตามขี องเลน 8 ชนิ้ ขุนมขี องเลน 14 ช้นิ นำไปบริจาค 5 ชน้ิ แกว ตาและขุนจะมขี องเลนเหลืออยูท้ังหมดก่ีชิ้น”

4. ครถู ามนกั เรยี นวา จากสถานการณน ้ี แกว ตาและขนุ จะมขี องเลนเหลอื อยทู ้ังหมดกีช่ นิ้ (17 ช้นิ )
หาคำตอบไดอ ยางไร (หาจำนวนของเลน ทงั้ หมดที่แกว ตาและขนุ มกี อ น จะได 8 + 14 = 22 หลงั จากนน้ั นำจำนวนของ
เลน ทีจ่ ะไปบริจาคมาลบออกจาก 22 จะได 22 − 5 = 17)

5. ครูแนะนำวา สถานการณท ี่ครูเขียนบนกระดาน สามารถเขยี นประโยคสัญลกั ษณไดดงั น้ี
(8 + 14) − 5= 17และเนื่องจากเราหาผลลัพธข อง 8 + 14 กอ นจึงใสว งเลบ็ ท่ีสองจำนวนน้ี

6. จากน้นั ครูนำสถานการณใ นหนังสือเรยี นหนา 169 มาจัดกิจกรรมทำนองเดียวกับตวั อยางกอนหนา เชน
 มกี บ๊ิ ตดิ ผม 20 อนั พรุงน้ีจะนำไปใหเพือ่ น 6 อนั จะเหลือกบิ๊ ติดผมกอ่ี ัน (14 อัน)
 หาคำตอบไดอ ยา งไร (20 − 6 = 14)
 มกี ๊บิ ติดผมเหลอื อยู 14 อัน พอ ซ้ือใหอกี 10 อนั จะมีกบ๊ิ ติดผมทง้ั หมดกี่อนั (24 อนั )
 หาคำตอบไดอ ยางไร (14 + 10 = 24)

7. ครตู ิดแถบประโยคสถานการณกบ๊ิ ตดิ ผมน้ีบนกระดาน ใหนกั เรียนเขยี นประโยคสญั ลกั ษณ ดังนี้ “มีก๊บิ ติด
ผม 20 อัน พรงุ นีจ้ ะนำไปใหเพื่อน 6 อัน วันเสารพ อจะซอื้ ใหอ ีก 10 อัน จะมีกบิ๊ ติดผมท้ังหมด 24 อนั ” จาก
สถานการณปญ หา เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณไ ดอยางไร (20 − 6) + 10 = 24

8. ครูยกตวั อยางเพมิ่ เติมจากสถานการณใ นหนังสือเรยี นหนา 169 กรอบลาง โดยจัดกิจกรรมทำนองเดียวกบั
กอนหนา ซึ่งจะไดประโยคสัญลกั ษณ (20 + 10) − 6 = 24 ครูใหน ักเรยี นสังเกตวา สถานการณต ามกรอบลางนี้ เราหา
ผลลัพธข อง 20 + 10 กอ น แลว จึงลบดวย 6 ดงั น้ัน จึงใสวงเลบ็
ที่ 20 กับ 10
ขน้ั สรปุ

9. ครูและนกั เรยี นรว มกันสรปุ สิ่งที่ไดเ รยี นรูว า เรอื่ งราวหรอื สถานการณท ่ีแสดงใหเ ห็นถงึ การบวก
และการลบ 2 ข้นั ตอน สามารถเขียนแสดงไดดวยประโยคสญั ลักษณโ ดยใชวงเลบ็ เพอ่ื ระบวุ า ตอ งหาผลบวกหรอื ผลลบ
ของสองจำนวนใดกอน

10. สือ่ การเรียนรู

1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบประโยคสถานการณตา ง ๆ

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารว มกิจกรรม

2. เครือ่ งมือ
2.1 แบบฝกหัด

2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
3. เกณฑการประเมนิ

3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคการเรยี นรู.....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรยี นรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นที่มีความสามรถพิเศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมคี วามรเู กดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................
(…………………….……………………...)

วันท่…ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี 5

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรียนรูที่ 10 เรอ่ื ง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 13 ช่ัวโมง

เรือ่ ง สถานการณการบวก และการลบ 2 ข้ันตอน เวลา 1 ช่ัวโมง

วันท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนนิ การของจำนวน ผล

ที่เกิดข้ึนจากการดำเนนิ การสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตัวช้ีวดั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ข้นั ตอนของจำนวนนบั ไมเ กนิ 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเขยี นประโยคสัญลักษณจ ากสถานการณแ ละโจทยปญ หา 2 ขั้นตอน โดยใชว งเล็บเพือ่ ระบวุ าตอ งหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ น

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) บอกวธิ ีการเขยี นประโยคสญั ลักษณจ ากสถานการณโ ดยใชว งเล็บได (K)
2) เขยี นประโยคสัญลักษณจ ากสถานการณก ารบวกและการลบ 2 ขน้ั ตอนได (P)
3) รับผิดชอบตอหนาทท่ี ีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คูณ หารระคน

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การส่อื สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง

 การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครูติดแถบประโยคสถานการณ มีเงิน 20 บาท ซอื้ น้ำ 5 บาท ซอ้ื ลูกชนิ้ ปง 10 บาท เหลอื เงนิ 5 บาท จาก

สถานการณ ครูอธบิ ายวา นักเรยี นอาจคดิ วา ตน กลา มเี งิน 20 บาท ซ้ือน้ำ 5 บาท เหลอื เงนิ 20 − 5 = 15 บาท กอน
จากนน้ั ตนกลาจึงไปซอ้ื ลกู ชน้ิ ปง 10 บาท ทำใหตนกลาเหลือเงนิ 15 − 10 = 5 บาท

2. เขยี นเปน ประโยคสัญลักษณไ ดเปน (20 − 5) − 10 = 5
ข้ันสอน

3. นักเรียนอาจคิดวา ตนกลาซื้อน้ำ 5 บาท และซื้อลกู ช้นิ ปง 10 บาทตน กลา จายเงินไป 5 + 10 = 15 บาท
กอ นแลว จงึ คิดจำนวนเงินท่ีเหลอื คอื ตนกลาเหลอื เงิน 20 − 15 = 5 บาท เขยี นเปน ประโยคสญั ลกั ษณไดเปน
20 − (5 + 10) = 5

4. ครูอธบิ ายเพ่มิ เติมวา การเขยี นประโยคสญั ลักษณจากสถานการณอาจเขียนไดหลายแบบซงึ่ จะได
ผลลพั ธส ุดทายเทากนั และควรใสเคร่ืองหมายวงเลบ็ เพ่อื กำหนดวาใหหาผลลพั ธข องสองจำนวนใดกอน

5. ครูยกตวั อยางสถานการณ รา นคามีลกู ปงปอง 50 ลกู ขนุ ซื้อลกู ปง ปอง 10 ลกู รานคาสงั่ มาเพม่ิ อกี 40 ลกู
รานคา มีลกู ปงปองท้งั หมด 80 ลูก

6. ใหน กั เรยี นชวยกนั เขยี นเปน ประโยคสัญลักษณจ ะได (50 − 10) + 40 = 80 หรือนักเรียนอาจเขียนประโยค
สัญลกั ษณไดเ ปน (50 + 40) - 10 = 80

7. จากนั้นครแู บงนักเรยี นเปนกลุมแลวใหนกั เรียนชวยกันเขยี นประโยคสัญลกั ษณจ ากสถานการณก ลุม ละ 1
ขอ ตามหนังสือเรยี นหนา 171 แลวใหน ักเรยี นแตล ะกลมุ ออกมานำเสนอ

8. ครูและนักเรยี นชว ยกันตรวจสอบความถูกตอ ง สำหรบั ขอ 4 ครูอาจอธิบายสถานการณดว ย Bar
Model ใหนกั เรียนเขา ใจกอนแลวจงึ ใหน กั เรียนเขียนประโยคสญั ลักษณ
ขัน้ สรุป

9. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นตามหนงั สอื เรยี นหนา 172 โดยใหนักเรยี นเขียนประโยคสญั ลกั ษณจ าก
สถานการณเ ปน รายบุคคล

10. ครูและนักเรยี นรวมกันสรุปสงิ่ ท่ไี ดเรยี นรูวา เรอื่ งราวหรือสถานการณทแ่ี สดงใหเหน็ ถงึ การบวก
และการลบ 2 ขัน้ ตอน สามารถเขยี นแสดงไดดวยประโยคสัญลักษณโดยใชวงเล็บ เพือ่ ระบวุ า ตอ งหาผลบวกหรอื ผลลบ
ของสองจำนวนใดกอน

11. จากน้ันใหน ักเรยี นทำแบบฝก หัด 10.2 หนา 101

10. สื่อการเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบประโยคสถานการณตาง ๆ

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รวมกจิ กรรม
1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขา รว มกิจกรรมกลมุ

2. เครื่องมอื
2.1 แบบฝก หดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรมกลุม

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ

3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารว มกจิ กรรมกลุม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บันทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรียนจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคการเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนที่มคี วามสามรถพิเศษ/นักเรยี นพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมคี วามรูค วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................
(…………………….……………………...)

วันท…ี่ ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่ 6

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปการศึกษา 2563

2หนวยการเรยี นรูที่ 10 เรื่อง การบวก ลบ คูณ หารระคน เวลา 13 ชั่วโมง

เรอื่ ง โจทยป ญหาการบวก และการลบ 2 ขน้ั ตอน เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผล

ที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบัตขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวัด

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยปญหา 2 ข้ันตอนของจำนวนนับไมเ กิน 1,000 และ 0

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเขียนประโยคสัญลักษณจ ากสถานการณและโจทยปญหา 2 ข้ันตอน โดยใชวงเล็บเพื่อระบวุ า ตองหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ น

การแกโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ข้ันตอน ทำไดโดยอานทำความเขาใจปญหา
วางแผนแกปญ หาและหาคำตอบ

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) บอกวธิ กี ารเขียนประโยคสัญลกั ษณจ ากสถานการณโ ดยใชว งเลบ็ ได (K)
2) เขยี นประโยคสญั ลกั ษณและหาคำตอบของโจทยปญหา 2 ขั้นตอนได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ที่ทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

แกโจทยป ญ หาการบวก ลบ คูณ หารระคน

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกปญ หา

 การส่อื สารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง
 การใหเหตุผล

การคิดสรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค

1. มีวนิ ัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงมน่ั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครทู บทวนการเขยี นประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบจากโจทยปญหาการบวกและโจทยป ญ หาการลบ

เชน ขุนมขี องเลน 50 ชิ้นบรจิ าคไป 20 ช้นิ ขนุ เหลอื ของเลน กช่ี ิน้
2. ใหน ักเรยี นชวยกันเขียนประโยคสญั ลกั ษณและหาคำตอบ

ขน้ั สอน
3. จากนนั้ ครเู ขยี นประโยคสัญลกั ษณและหาคำตอบของโจทยปญ หาการบวกและการลบ 2 ขั้นตอน ตาม

หนังสือเรยี นหนา 173
4. ครูติดแถบโจทยป ญ หา นนุ ออมเงินได 125 บาท อัม้ ออมเงนิ ไดมากกวานนุ 15 บาท พลอยออมเงินได

นอยกวา อ้ัม 20 บาท พลอยออมเงนิ ไดก ่บี าท
5. ใหนักเรียนอา นโจทยพ รอ มกัน แลว ครถู ามวาโจทยถ ามอะไร โจทยบอกอะไรและจะหาคำตอบไดอ ยา งไร
6. ครตู ิดแถบบารโ มเดลแทนเงนิ ออมของนนุ อ้มั และพลอยทลี ะแผนตามลำดับ พรอ มอธิบาย ดังนี้

นุนออมเงนิ ได 125 บาท

อั้มออมเงินไดม ากกวานนุ 15 บาท อ้ัมออมเงนิ ได
125 + 15 = 140 บาท

พลอยออมเงินไดนอยกวาอัม้ 20 บาท พลอยออมเงนิ ได
140 − 20 = 120 บาท

เขียนเปน ประโยคสัญลกั ษณ (125 + 15) − 20 = 120
ดังนัน้ พลอยออมเงินได 120 บาท
ข้ันสรุป

7. ครเู นนย้ำวา การเขยี นประโยคสัญลกั ษณถ าตอ งการหาผลลพั ธของสองจำนวนใดกอนใหใสเครอ่ื งหมาย
วงเล็บสองจำนวนนน้ั และในการหาคำตอบตอ งหาผลลัพธใ นวงเลบ็ กอ น

10. สื่อการเรยี นรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบโจทยปญ หาการบวกและการลบ
4. แถบบารโมเดล (Bar Model)

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกิจกรรม

2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ

3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รว มกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผานจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปน รอยละ.........................................

ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนท่ีมคี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพกิ ารไดแก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรเู กดิ ทักษะ

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท่…ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรูที่ 7

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนวยการเรียนรทู ี่ 10 เร่ือง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 13 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง โจทยปญ หาการบวก และการลบ 2 ข้ันตอน เวลา 1 ชัว่ โมง

วนั ท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 1 จำนวนและพีชคณติ
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผล

ที่เกดิ ขึ้นจากการดำเนินการสมบตั ิของการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ช้ีวัด

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนับไมเ กิน 1,000 และ 0

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การเขยี นประโยคสัญลักษณจากสถานการณและโจทยป ญหา 2 ขนั้ ตอน โดยใชวงเล็บเพอ่ื ระบุวา ตองหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรอื ผลหารของสองจำนวนใดกอ น

การแกโจทยปญหาการบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ข้ันตอน ทำไดโดยอานทำความเขาใจปญหา
วางแผนแกป ญหาและหาคำตอบ

4. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1) บอกวิธีการเขียนประโยคสญั ลกั ษณจ ากสถานการณโ ดยใชวงเลบ็ ได (K)
2) เขียนประโยคสญั ลักษณและหาคำตอบของโจทยปญหา 2 ขน้ั ตอนได (P)
3) รับผิดชอบตอหนาท่ีท่ไี ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

แกโ จทยป ญหาการบวก ลบ คูณ หารระคน

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกป ญหา
 การส่อื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่ือมโยง
 การใหเ หตุผล

การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คุณลักษณะอันพึงประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มุงมั่นในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขั้นนำ
1. ครูตดิ แถบโจทยปญหา ครูทับทมิ มดี ินสอ 500 แทง บริจาคใหโ รงเรียนแรก 250 แทง บริจาคใหโ รงเรยี นที่

สอง 200 แทง ครทู ับทมิ เหลอื ดนิ สอกีแ่ ทง แลวใชการถาม-ตอบ
ขนั้ สอน

2. ใหนักเรียนฝก วเิ คราะหโจทย และคดิ วิธหี าคำตอบวา โจทยถามอะไร โจทยบอกอะไรและจะหาคำตอบได
อยางไร

3. ครตู ิดแถบบารโมเดลและอธบิ ายดังน้ี

4. เขยี นเปนประโยคสญั ลักษณ (500 − 250 ) − 200 = หรอื 500 − (250 + 200) =
และหาคำตอบไดเ ทากับ 50

ตอบ ครูทับทมิ เหลือดนิ สอ ๕๐ แทง
5. ครูตดิ แถบโจทยปญ หา ครูพลอยใสมกี ระดาษสี 943 แผน ใชไ ป 648 แผน แบงใหเพอื่ น 176 แผน
ครูพลอยใสเหลอื กระดาษสีกแ่ี ผน
6. ใหน ักเรียนชวยกนั วิเคราะหโจทยแ ลว ใหหาคำตอบครูอาจเขียนบารโ มเดลประกอบคำอธบิ ายดงั นี้

7. เขียนเปนประโยคสัญลกั ษณ (943 − 648) −176 = หรอื 943 − (648 + 176) =
และหาคำตอบไดเทากบั 119

ตอบ ครูพลอยใสเหลอื กระดาษสี ๑๑๙ แผน

8. ครูแบงกลมุ นกั เรยี นแลว ใหแตละกลุมชว ยกันวิเคราะหโจทยและคิดวธิ ีหาคำตอบโดยเขยี นประโยค
สญั ลกั ษณแ ละคำตอบกลมุ ละ 1 ขอ เมื่อเสรจ็ แลวใหออกมานำเสนอหนาหอ งเรียน ครแู ละนักเรยี นชว ยกันตรวจสอบ
ความถกู ตอ ง
ขน้ั สรุป

9. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี นตามหนงั สือเรียนหนา 176 โดยใหน ักเรยี นเขียนประโยคสัญลักษณและ
หาคำตอบเปนรายบุคคล

10. จากนัน้ ครูและนักเรียนรว มกนั ตรวจสอบความถูกตองและชว ยกันสรุปสงิ่ ท่ไี ดเ รยี นรวู า การแกโจทย
ปญ หาการบวกและการลบ 2 ข้ันตอน ทำไดโ ดยอานทำความเขาใจปญหา วางแผนแกปญ หา และหาคำตอบ

11. จากนัน้ ใหน ักเรยี นทำแบบฝกหัด 10.3หนา 102 - 103

10. สอื่ การเรยี นรู

1. หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบโจทยปญ หาการบวกและการลบ
4. แถบบารโมเดล (Bar Model)

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั

1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารว มกจิ กรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
2. เครอื่ งมือ
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม

ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกจิ กรรมกลุม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคการเรยี นรู.....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคก ารเรยี นรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรยี นท่มี คี วามสามรถพิเศษ/นักเรียนพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมีความรูเกิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................
(…………………….……………………...)

วนั ท่…ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไี่ ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมครบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรียนรทู ี่ 8

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วิชา ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563

หนว ยการเรยี นรูท่ี 10 เรอ่ื ง การบวก ลบ คณู หารระคน เวลา 13 ชั่วโมง

เรื่อง สถานการณก ารบวก การลบ การคูณ และการหาร 2 ข้ันตอน เวลา 1 ชวั่ โมง

วันท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 1 จำนวนและพีชคณิต
มาตรฐาน ค. 1.1 เขาใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การดำเนินการของจำนวน ผล

ทเ่ี กดิ ข้ึนจากการดำเนินการสมบตั ขิ องการดำเนินการและนำไปใช

2. ตวั ชวี้ ดั

ค 1.1 ป.2/8 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยป ญ หา 2 ขน้ั ตอนของจำนวนนบั ไมเกนิ 1,000 และ 0

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การเขยี นประโยคสญั ลักษณจากสถานการณแ ละโจทยป ญ หา 2 ข้ันตอน โดยใชวงเล็บเพ่ือระบวุ า ตองหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรือ ผลหารของสองจำนวนใดกอน

4. จุดประสงคก ารเรยี นรู

1) บอกวิธกี ารเขยี นประโยคสัญลักษณจากสถานการณโ ดยใชวงเล็บได (K)
2) เขียนประโยคสญั ลักษณจากสถานการณการบวก การลบ การคณู และการหาร 2 ขั้นตอนได (P)
3) รับผิดชอบตอหนาทท่ี ีไ่ ดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบวก ลบ คณู หารระคน

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา
 การส่ือสารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

 การใหเ หตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

8. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุงมนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ครูทบทวนสถานการณก ารบวก สถานการณการลบ สถานการณการคูณ และสถานการณก ารหาร โดยใช

การถาม-ตอบ เชน แกวตามีเงิน 50 บาท พอใหม าอีก 20 บาทแกวตามเี งินท้งั หมด 70 บาท
2. ครถู ามวา สถานการณน้ีเปนสถานการณก ารบวก สถานการณก ารลบ สถานการณการคูณ หรือสถานการณ

การหาร (เน่ืองจากสถานการณน ี้ สามารถเขยี นเปนประโยคสญั ลักษณไ ด 50 + 20 = 70 สถานการณนีจ้ งึ เปน
สถานการณก ารบวก)
ขัน้ สอน

3. จากน้นั ครยู กตัวอยา งเพ่มิ เตมิ ตนกลามีขนม 20 ชิน้ แบง ใหเ พอื่ น 15 ชน้ิ ตนกลาเหลือขนม 5 ช้ิน
4. ครูถามวา สถานการณน้ีเปน สถานการณการบวก สถานการณการลบสถานการณการคณู หรอื สถานการณ
การหาร(เน่ืองจากสถานการณนี้สามารถเขยี นเปนประโยคสญั ลกั ษณ 20 − 15 = 5 สถานการณนเ้ี ปนสถานการณก าร
ลบ)
5. ครูติดแถบสถานการณวา แมคา จดั ขนมเคก ใสก ลอง 20 กลอ ง กลอ งละ 8 ช้ิน แมคามีขนมเคก
ทงั้ หมด 160 ชิน้

6. ครถู ามวา สถานการณนี้เปนสถานการณก ารบวก สถานการณการลบสถานการณก ารคูณ หรือสถานการณ
การหาร (เน่ืองจากสถานการณน ี้สามารถเขียนเปนประโยค สัญลักษณ 20 × 8 = 160 สถานการณนี้เปนสถานการณ
การคณู )

7. ยกตัวอยางเพมิ่ เติม ครมู ลี กู อม 50 เมด็ แบง ใหนักเรยี น 5 คนคนละเทา ๆ กนั นกั เรยี นจะไดล ูกอมคนละ
10 เมด็

8. ครูถามวา สถานการณนี้เปน สถานการณก ารบวกสถานการณการลบ สถานการณก ารคณู หรือสถานการณ
การหาร (เนอื่ งจากสถานการณน ี้สามารถเขียนเปนประโยคสญั ลกั ษณ 50 ÷ 5 = 10 สถานการณน้ี
เปนสถานการณการหาร)

ขั้นสรปุ
9. ครแู ละนกั เรยี นชวยกันสรปุ ส่งิ ท่ีไดเรยี นรวู า เรอ่ื งราวหรอื สถานการณท่แี สดงใหเ หน็ ถึงการบวก การลบ

การคณู และการหาร 2 ข้นั ตอน สามารถเขยี นแสดงไดด ว ยประโยคสัญลกั ษณโ ดยใชว งเล็บเพ่อื ระบวุ า ตอ งหาผลบวก
ผลลบ ผลคูณ หรือผลหารของสองจำนวนใดกอ น

10. สื่อการเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แถบประโยคสถานการณต า ง ๆ

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกจิ กรรม

2. เครอื่ งมือ
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม

ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผา นจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทมี่ ีความสามรถพิเศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมีความรคู วามเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมคี วามรเู กดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................
(…………………….……………………...)

วันท…ี่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..


Click to View FlipBook Version