The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:14:04

เทอม 2 บทที่ 7

เทอม 2 บทที่ 7

แผนการจัดการเรยี นรทู ี่1

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101

ชน้ั ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563
หนว ยการเรียนรูท่ี 7 เร่อื ง เวลา เวลา 15 ช่วั โมง

เรือ่ ง เตรยี มความพรอ ม เวลา 1 ช่ัวโมง

วันท.ี่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเก่ียวกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทีต่ อ งการวดั และนำไปใช

2. ตัวชวี้ ดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยปญหาเกี่ยวกับเวลาท่ีมหี นวยเด่ยี วและเปน หนว ยเดียวกนั

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

ปฏิทนิ เปน เคร่อื งมือท่ีบอก วนั เดอื น ป โดย 1 ป มี 12 เดือน

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายความหมายของปฏทิ ินได (K)
2) อานปฏิทินได (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอหนา ท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การอา นปฏทิ นิ

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การส่อื สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

การใหเ หตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มน่ั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู
ขน้ั นำ

1. ใชข อมูลในหนังสอื เรียนหนาเปด เพื่อกระตนุ ความสนใจของผเู รยี น โดยใชค ำถามเชน สถานที่ในภาพคอื
สถานทใี่ ด

 ในภาพนักเรยี นกำลงั ทำกจิ กรรมอะไร
 นักเรยี นเขาแถวเคารพธงชาติเวลาใด
 บานของนกั เรียนมีนากิ าหรอื ไม
 ทำไมทกุ บา นตองมนี าิกา
และรว มกันสนทนาเก่ยี วกบั ชนดิ ประเภทของนากิ า รวมทง้ั ความจำเปนและประโยชนของนาิกา เพอื่
นำเขาสบู ทเรียน

ขนั้ สอน

2. ใชห นงั สือหนา 60 เพ่ือเตรียมความพรอม โดยจดั กิจกรรม “วนั เกิดของฉนั ” เพ่ือตรวจสอบความรู
พนื้ ฐานของนักเรยี นและใชคำถาม เชน

- 1 สัปดาหม ีกี่วัน ไดแกวนั อะไรบา ง
- 1 ปมีกเ่ี ดือน เดอื นอะไรบา ง
- นักเรยี นเกดิ เดือนอะไร
- วนั เกดิ ของนกั เรยี นปน ีต้ รงกับวันอะไร เปน ตน
3. จากน้ันแบงนกั เรยี นเปน กลมุ กลมุ ละเทา ๆ กัน แจกแบบบันทกึ กิจกรรมกลุม ละ 1 ใบ เพ่ือใหนักเรียน
สำรวจวนั เกดิ ของเพ่ือนในกลมุ และนำเสนอหนาชนั้ เรียน
4. ครเู ปล่ียนคำถามในแบบบนั ทึกกจิ กรรมไดต ามความเหมาะสม

ขั้นสรุป

5. ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปวา ปฏทิ ินเปน เคร่อื งมอื ที่บอก วนั เดือน ป โดย 1 ป มี 12 เดอื น

10. สอ่ื การเรียนรู

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. แบบบนั ทกึ กจิ กรรม

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวดั และประเมนิ ผล
1.1 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขา รวมกจิ กรรม
1.2 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขารว มกิจกรรมกลมุ

2. เคร่ืองมือ
2.1 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
2.2 แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคการเรียนรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผา นจุดประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นท่ีมีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรยี นมีความรูเกดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมเี จตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันที…่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดงั น้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผูเรยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 2

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101

ชัน้ ประถมศึกษาปท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศกึ ษา 2563

หนว ยการเรยี นรูที่ 7 เรื่อง เวลา เวลา 15 ช่ัวโมง
เรอ่ื ง การอานปฏิทนิ เวลา 1 ช่ัวโมง

วนั ที.่ ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพื้นฐานเกย่ี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทต่ี องการวดั และนำไปใช

2. ตัวชว้ี ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญ หาเกี่ยวกับเวลาที่มีหนว ยเดยี่ วและเปนหนวยเดยี วกนั

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ปฏทิ ินเปน เคร่ืองมอื ทบ่ี อก วัน เดือน ป โดย 1 ป มี 12 เดอื น
เดือนท่ีลงทายดว ย คม มี 31 วัน เดอื นทีล่ งทายดว ย ยน มี 30 วัน เดือนกุมภาพันธมี 28 วัน หรอื 29 วนั

4. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1) อา นปฏิทินได (K)
2) บอกเดือนใน 1 ปไ ด (P)
3) รบั ผดิ ชอบตอ หนาท่ีท่ไี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การอานปฏิทนิ

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกป ญ หา
 การสอื่ สารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

การใหเ หตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2. ความสามารถในการคดิ

3. ความสามารถในการแกป ญ หา

4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวนิ ยั

2. ใฝเรียนรู

3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู
ขน้ั นำ

1. ใชปฏิทินจริงหรือภาพปฏทิ ินตามหนงั สอื เรียนหนา 61 เพือ่ ใหนกั เรยี นสงั เกต สวนประกอบตา ง ๆ
ในปฏทิ นิ พรอมทั้งตง้ั คำถามเพอ่ื กระตนุ ความสนใจ เชน

- ปฏิทินนเ้ี ปน ป พ.ศ. และ ค.ศ. อะไร
- เดือนท่กี ำหนดใหเปนเดอื นอะไร และมีกีว่ นั
- วันแรกและวนั สุดทา ยของเดอื นตรงกบั วนั อะไร ครอู าจใหความรูเ กย่ี วกับ พ.ศ. และ ค.ศ.เพิ่มเตมิ

ขั้นสอน

2. แบงนกั เรยี นเปน กลุม ใชป ฏทิ นิ ป พ.ศ. ตางกัน แจกนักเรยี นกลุม ละ 1 อนั
3. แตละกลุมสำรวจและตอบคำถามตามแบบบนั ทึกกิจกรรม หนา 62 และนำเสนอหนาช้ันเรียน และ
รวมกันสรปุ วา
- 1 ป มี 12 เดอื น
- 1 เดือนมี 30 หรอื 31 วนั ยกเวน เดือนกุมภาพันธม ี 28 หรอื 29 วัน
- เดือนทม่ี ี 30 วัน ไดแกเ ดอื น เมษายน มถิ นุ ายน กนั ยายน พฤศจิกายน
(ใหสังเกตวาทกุ เดือนจะลงทายดวยคำวา ยน) เดือนท่ีมี 31 วนั ไดแกเดือน มกราคม มีนาคม พฤษภาคม
กรกฎาคม สิงหาคม ตุลาคม ธันวาคม (ใหสงั เกตวา ทกุ เดอื นจะลงทายดวยคำวา คม)
4. จากนนั้ ใหน ักเรยี นชว ยกนั ตอบคำถามทายหนา 62
5. ใชต ารางทีแ่ สดงลำดับท่ขี องเดอื น ช่ือเดือน อักษรยอ และจำนวนวนั ในหนงั สอื เรียนหนา 63 เพอ่ื ให
นักเรียนสังเกตอกั ษรยอ ของแตละเดือน
6. ครอู าจใชสื่อ ใบปลวิ หรอื ภาพโฆษณาสนิ คาตาง ๆ ทมี่ ีอกั ษรยอของเดือน เพอ่ื แสดงใหน กั เรียนเหน็ วามี
การเขียนชือ่ เดอื นเปนอกั ษรยอ ในชวี ิตประจำวนั และเนน ย้ำใหนักเรยี นสงั เกตลำดับท่ขี องแตล ะเดอื น แลวรวมกัน
สรปุ วา อักษรยอ ตวั หนา มาจากพยัญชนะตัวแรกของเดือน (ถาซำ้ กนั ใหใสส ระ) อักษรยอ ตวั หลงั มาจากคำวา ยน
และคม ทอ่ี ยูทายช่ือเดอื นแตล ะเดอื น (เดอื นท่ลี งทายดว ย ยน ใช ย เดอื นทีล่ งทายดวย คม ใช ค )

7. ใหน กั เรียนทำกจิ กรรมหาเดอื นเกิดของเดก็ ชายเปน เอกตามหนงั สอื เรียนทายหนา 63 และรวมกนั
ตรวจสอบความถกู ตอง

ขน้ั สรุป

8. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรียนโดยใหนกั เรียนตอบคำถามเกย่ี วกับปฏิทินตามหนงั สือเรยี นหนา 64
9. จากน้ันครูและนกั เรยี นรว มกนั สรปุ สิง่ ท่ไี ดเ รยี นรู วาปฏทิ นิ เปน เครอ่ื งมอื บอก วนั เดือน ป 1 ป มี 12
เดอื น 1 เดือน มี 30 วัน หรอื 31 วัน ยกเวนเดือนกมุ ภาพนั ธมี 28 วัน หรือ 29 วนั เดือนทล่ี งทายดวย คม มี 31 วนั
เดอื นทีล่ งทา ยดว ย ยน มี 30 วนั
10. จากนัน้ ใหนักเรยี นทำแบบฝกหัด 7.1 หนา 39 – 41

10. สอ่ื การเรยี นรู

1. หนงั สือเรียนคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ปฏิทนิ

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกจิ กรรม
1.3 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขารว มกิจกรรมกลุม

2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรมกลุม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรมกลมุ
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไมผ า นจดุ ประสงคการเรยี นรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรยี นที่มีความสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรียนมีความรูค วามเขาใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรยี นมคี วามรูเกดิ ทกั ษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ที่…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผูที่ไดรับมอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยงั ไมครบถว นหรือไมถกู ตอ ง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรกู ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปนสำคัญ
 ยังไมเนน ผูเรยี นเปนสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

4. สือ่ การเรียนรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมครอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่ี…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรียนรทู ่ี 3

กลุมสาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101

ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรทู ่ี 7 เรือ่ ง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เร่อื ง การอา นปฏทิ ิน เวลา 1 ชัว่ โมง

วันที่............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพ้ืนฐานเกย่ี วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ อ งการวัด และนำไปใช

2. ตวั ชวี้ ดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญหาเกย่ี วกบั เวลาทีม่ หี นว ยเดี่ยวและเปน หนว ยเดียวกนั

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

ปฏทิ ินเปนเครอ่ื งมือทีบ่ อก วัน เดอื น ป โดย 1 ป มี 12 เดือน
เดอื นที่ลงทายดวย คม มี 31 วนั เดอื นทล่ี งทา ยดวย ยน มี 30 วนั เดือนกมุ ภาพนั ธมี 28 วนั หรือ 29 วัน

4. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1) อานปฏิทนิ ได (K)
2) บอกวนั วันท่ี เดอื น ป และวนั สำคัญ จากปฏทิ นิ ได (P)
3) รับผิดชอบตอ หนา ที่ท่ีไดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การอา นปฏทิ ิน

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญ หา
 การสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง

การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเ รียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกปญหา

4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

8. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวินยั

2. ใฝเรยี นรู

3. มุงม่นั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนำ

1. ใชป ฏิทนิ 1 เดือน ตามหนังสอื เรยี นหนา 65 ใหน กั เรยี นบอกสิง่ ท่ีสังเกตไดจากปฏทิ ิน โดยครูอาจต้งั คำถาม
ดังนี้

- ปฏิทนิ น้เี ปน เดือนอะไร ปอ ะไร
- มจี ำนวนก่วี นั
- มีวันสำคญั อะไรบาง และตรงกบั วันอะไร วนั ทีเ่ ทาไร
- เสารท ี่สองของเดอื นตรงกับวันที่เทาไร
ถา วนั น้เี ปนวันท่ี 18 เมอ่ื วานนีแ้ ละวนั พรุงนีเ้ ปน วนั ที่เทา ไร

ข้นั สอน

2. ใชปฏิทนิ ปเดยี วกนั ทต่ี อ เน่อื งกัน 3 เดือน ตามหนังสือเรยี นหนา 66 แลว ตั้งคำถามเพ่ือ
กระตุนใหนักเรยี นสงั เกตความตอเนื่องของวนั สดุ ทายในเดือนปจ จบุ นั กบั วนั แรกของเดือนถดั ไป

3. ใชคำถามเก่ยี วกับ วนั นี้ เมอ่ื วาน และพรงุ นี้ แลวจึงอภปิ รายสรุปรวมกันวา วนั แรกของเดอื นปจ จบุ ัน
จะตอ จากวันสดุ ทายของเดอื นกอ นหนา และวนั สุดทายของเดือนปจ จบุ ันจะมากอนวนั แรกของเดอื นถดั ไป

4. จากนนั้ รวมกันตอบคำถามทา ยหนา 66
5. ใชป ฏิทินปปจจุบัน จัดกจิ กรรม “วนั สำคัญ” ตามหนงั สอื เรียนหนา 67 โดยครแู บงนักเรยี น
เปนกลุม กลุมละเทา ๆ กนั หรือ ตามความเหมาะสม
6. แจกปฏทิ นิ ใหแตล ะกลมุ ชว ยกนั สำรวจ และตอบคำถามเก่ยี วกบั วันสำคัญตา ง ๆ ทป่ี รากฏในปฏิทินของแต
ละเดือน
7. ใหน ักเรยี นสังเกตสขี องวันทข่ี องวนั สำคัญและวนั หยดุ ซ่งึ สว นใหญจะใชอ ักษรสีแดง หรือสอี ื่น ๆ ทีแ่ ตกตาง
จากสีของวันทีข่ องวันปกติ โดยครอู าจใชคำถาม เชน
- วันพชื มงคลตรงกับวนั อะไร วนั ท่เี ทา ไร เดือนอะไร

- วนั รฐั ธรรมนญู ตรงกับวันอะไร วนั ทเ่ี ทาไร เดอื นอะไร
- วันแรงงาน ตรงกบั วนั อะไร วนั ที่เทาไร เดือนอะไร

ขนั้ สรปุ

8. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียน โดยใชป ฏิทินทีต่ อ เนอ่ื งกัน 3 เดือน ตามหนงั สอื เรยี นหนา 68
ใหนักเรียนตอบคำถามเกี่ยวกับ วนั วนั ที่ และ วันสำคญั ในเดอื นที่กำหนดให เพื่อใหน กั เรยี นไดเนน ย้ำความเขาใจ
เกีย่ วกับการอา นปฏิทนิ เดอื น และวันตาง ๆ

9. จากน้นั ครูและนักเรยี นรว มกนั สรุปสง่ิ ท่ีไดเ รียนรู วา ปฏทิ ินเปน เคร่ืองมอื ท่ีบอก วัน เดอื น ป และอาจแสดง
วันสำคัญตา ง ๆ

10. จากนั้นใหน ักเรยี นทำแบบฝกหัด 7.2 หนา 42 – 44

10. สื่อการเรยี นรู

1. หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ปฏิทิน

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกจิ กรรม
1.3 สังเกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในการเขารว มกจิ กรรมกลุม

2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบฝก หดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรมกลมุ

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน
3.3 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรมกลมุ
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผาน

ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปนรอยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรยี นท่มี คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นมีความรูความเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นกั เรียนมีความรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นกั เรยี นมเี จตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผูที่ไดรับมอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจัดการเรียนรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยงั ไมครบถว นหรือไมถกู ตอ ง ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจดั การเรียนรกู ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปนสำคัญ
 ยังไมเนน ผูเรยี นเปนสำคัญ ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

4. สือ่ การเรียนรู
 เหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมครอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอ่นื ๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ท่ี…...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรยี นรูที่ 4

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวิชา ค 12101

ชนั้ ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563
หนว ยการเรียนรูที่ 7 เรอื่ ง เวลา เวลา 15 ช่วั โมง

เรื่อง การเขยี นแสดง วัน เดอื น ป เวลา 1 ชั่วโมง

วนั ท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเก่ียวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงท่ตี อ งการวดั และนำไปใช

2. ตวั ชว้ี ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยปญ หาเก่ียวกับเวลาทีม่ ีหนวยเด่ียวและเปน หนวยเดยี วกัน

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การเขียนแสดงวัน เดือน ป อาจเขยี นช่อื เดือนโดยใชคำยอหรือใชลำดับท่ีของเดอื น และอาจเขียนแสดงวันท่ี
ปพ ทุ ธศักราชหรือคริสตศกั ราชเปนตวั เลขสองหลัก

พ.ศ. เปนคำยอของพุทธศกั ราช และค.ศ. เปน คำยอของคริสตศกั ราช

4. จุดประสงคก ารเรียนรู

1) อานวัน เดือน ป ที่กำหนดใหได (K)
2) เขียนวัน เดอื น ป ทก่ี ำหนดใหได (P)
3) รับผดิ ชอบตอ หนาท่ีทีไ่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การเขียนแสดง วัน เดอื น ป

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

 การแกป ญหา
 การส่ือสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง

การใหเ หตุผล
การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู
ขน้ั นำ

1. ครนู ำภาพสินคาหรือใบโฆษณาทม่ี กี ารเขียนแสดงวัน เดอื น ป เชน ภาพสนิ คาท่ีระบุวันผลิตและวนั
หมดอายุ เพื่อใหนกั เรียนเหน็ การเขียนแสดงวนั เดือน ปแบบตาง ๆ

2. ครแู นะนำวา เราอาจเขียนชอื่ เดอื นโดยใชอ ักษรยอ หรอื ใชลำดับที่ของเดือน และเขียนแสดงวนั ท่ี เดือน ป
เปนตัวเลข 2 หลัก เชน วันท่ี 2 มกราคม พ.ศ. 2562สามารถเขียนแสดงเปน 02/01/62 หรือ 02 01 62

3. ครยู กตวั อยางอื่นเพิ่มเตมิ หรือครอู าจบอกวันที่ เดือน ปแ ลว ใหน กั เรียนออกมาเขียนแสดงวนั เดือน ป
บนกระดาน

ข้ันสอน

4. ครูจดั กจิ กรรม “ชวี ติ ปลอดภยั ถาใสใจ วัน เดอื น ป” ตามหนงั สอื เรียนหนา 70 โดยครแู ละนกั เรียน
ชว ยกนั จดั หาสินคาตาง ๆ ที่พบในชวี ติ จริง ทีร่ ะบุวนั ผลิตและวันหมดอายุ

5. จากนน้ั จัดนกั เรยี นเปนกลมุ ตามความเหมาะสมและแจกสินคา ใหนักเรียนกลุมละ 3 – 4 ชิ้น ใหนักเรยี น
แตละกลมุ อา นปา ยแสดงวนั ผลิต และวันหมดอายุของสนิ คานัน้ ๆ

6. นำเสนอ แลวจงึ รวมกันอภปิ รายถงึ การเขยี น วัน เดือน ป แบบตา ง ๆ
7. จากนนั้ ครูนำเสนอเกรด็ ความรูเก่ียวกับอกั ษรยอภาษาอังกฤษทป่ี รากฏอยูบนฉลากสนิ คาท่ีนกั เรยี น
สามารถพบไดท ั่วไป เชน MFG MFD หมายถึงวนั ผลิต EXP EXD หมายถงึ วันหมดอายุ
8. ใหนักเรียนชวยกนั จบั คู วัน เดือน ป ทต่ี รงกันและเขยี นแสดงวนั เดอื น ป ในแบบท่แี ตกตา งกนั ตาม
หนงั สือเรยี นหนา 71

ขนั้ สรปุ

9. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรียน โดยใหนักเรยี นเขยี นหรืออาน วนั เดือน ป แบบตาง ๆ
โดยเฉพาะการอา น ฉลากสินคา เนือ่ งจากเปนเร่อื งใกลต ัวทน่ี กั เรยี นสามารถพบไดใ นชวี ติ จรงิ ตามหนงั สือ
เรยี นหนา 72

10. จากนั้นครแู ละนักเรียนรว มกนั สรุปสิง่ ท่ไี ดเ รียนรูวาการเขยี นแสดงวัน เดอื น ป มีหลายแบบ อาจเขียนชอื่
เดือนโดยใชคำยอ หรอื ใชลำดับท่ขี องเดือน อาจเขียนแสดงวันทแี่ ละปพ ุทธศกั ราชหรือคริสตศกั ราชเปน ตวั เลขสองหลกั
พ.ศ. เปน คำยอของพทุ ธศักราช และ ค.ศ. เปนคำยอ ของครสิ ตศ ักราช

11. จากนน้ั ใหน ักเรยี นทำแบบฝก หัด 7.3 หนา 45 – 46

10. สอื่ การเรียนรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ภาพสินคาท่รี ะบวุ นั ผลติ และวนั หมดอายุ

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารวมกิจกรรม
1.3 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกจิ กรรมกลุม

2. เครื่องมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรมกลุม

3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น

ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไมผ านจุดประสงคการเรียนรู. ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรยี นท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรูเกิดทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท…่ี ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรูที่5

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ชน้ั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนว ยการเรยี นรูที่ 7 เรอ่ื ง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง การบอกเวลาเปน นาิกา เวลา 1 ช่ัวโมง

วันที่............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพืน้ ฐานเกยี่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ อ งการวดั และนำไปใช

2. ตวั ช้วี ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยปญหาเกยี่ วกับเวลาท่มี ีหนว ยเดยี่ วและเปนหนวยเดียวกัน

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

นาิกาเปน เครื่องมือบอกเวลาอาจบอกโดยใชเข็มหรือตัวเลข
การบอกเวลาเปนนาิกา เมอื่ เขม็ ยาวบนหนาปดนาิกาชท้ี ี่ตวั เลข 12 และเข็มส้ันชี้ท่ีตัวเลขใดจะบอกเวลาเปน
นากิ าตามทีเ่ ขม็ สั้นช้ี
เวลากลางวนั เรม่ิ ตั้งแต 6 นากิ า ถงึ กอ น18 นาิกา เวลากลางคืนเรม่ิ ตง้ั แต 18 นาิกา ถึงกอ น 6 นากิ า

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) อธิบายเวลากลางวนั และกลางคนื ได (K)
2) บอกเวลาเปนนากิ าได (P)
3) รับผิดชอบตอ หนา ที่ที่ไดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกเวลาเปนนาิกา

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกปญหา
 การสื่อสารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร

 การเช่อื มโยง
การใหเหตุผล
การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการสื่อสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวิต

8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มีวินยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู
ขั้นนำ

1. ครกู บั นักเรียนรว มกันสนทนาเก่ยี วกับเวลาในการทำกิจกรรมตา ง ๆ ในชวี ติ ประจำวนั ของนักเรยี น เชน
ตืน่ นอนเวลา 6 นากิ า เคารพธงชาตเิ วลา 8 นาิกา รับประทานอาหารกลางวนั เวลา 12 นาิกา

2. ครูถามนักเรยี นวา เราจะรไู ดอ ยา งไรวา เราตื่นนอนเวลา 6 นากิ าหรอื เราเคารพธงชาติเวลา 8 นาิกา และ
เรารับประทานอาหารกลางวนั เวลา 12 นาิกา (ดูเวลาจากนาิกา)

ขน้ั สอน

3. จากนั้นครแู นะนำนากิ าและสวนประกอบตา ง ๆของนาิกาวา นาิกาเปน เครื่องมอื ใชบ อกเวลา
หนาปด นากิ าประกอบดวยเข็มส้ัน เขม็ ยาว และตวั เลข 1 – 12 เปน ตวั เลขบอกเวลา ครหู มนุ เขม็ นาิกา
เพอ่ื แสดงใหเ หน็ วา ใน 1 วนั นากิ าจะหมุน 2 รอบรอบละ 12 ชวั่ โมง เปนกลางวนั และกลางคนื
ดงั นัน้ 1 วนั เทากับ 12 + 12 = 24 ชั่วโมง

4. ครใู ชน าิกาจรงิ หรือนากิ าจำลองชนิดมเี ฟอ งหมนุ เข็มนาิกา เพ่อื แสดงเวลากลางวัน เร่มิ ตงั้ แต 6
นากิ า 7 นาิกา … จนถึงเวลากอ น 18 นาิกา(12 ชั่วโมง)

5. ครแู นะนำการอานเวลาเปนนากิ าจากหนาปดนากิ าโดยเรม่ิ อานจาก 6 นาิกา7 นาิกา … จนถงึ 12
นาิกา หลังจาก 12 นาิกา เข็มส้นั จะชี้ทีต่ วั เลข 1 แตใหอานเวลาเปน 13 นาิกา เมอื่ หมนุ เขม็ ไปทตี่ วั เลข 2 ใหอาน

เวลาเปน 14 นากิ า อานเชนน้ีไปเรื่อย ๆ จนถงึ เวลากอน 18 นาิกา ซ่งึ เข็มสนั้ จะช้ีท่ีตัวเลข 6 แลวใหน ักเรยี นสังเกต
ตำแหนง ของเขม็ สัน้ และเขม็ ยาววา ชีท้ ีต่ วั เลขใด

ข้นั สรปุ

6. ครแู ละนักเรียนรวมกนั สรปุ วา นาิกาเปนเครื่องมือบอกเวลา เม่อื เข็มยาวบนหนา ปด นากิ าชีท้ ี่
ตัวเลข 12 จะบอกเวลาเปน นากิ า โดยดูจากตัวเลขทีเ่ ขม็ สั้นช้ี และเวลาตั้งแต 6 นาิกา ถงึ กอ น
18 นากิ า เปน เวลากลางวนั

7. จากนน้ั ใหนักเรยี นชว ยกันบอกเวลาจากหนา ปดนากิ าทายหนา 74

10. สอื่ การเรียนรู

1. หนังสือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรอื นากิ าจำลอง

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกิจกรรม

2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจุดประสงคก ารเรยี นรู.....................คน คิดเปน รอ ยละ.........................................

ไมผา นจดุ ประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรยี นท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

3. นักเรียนมคี วามรเู กดิ ทักษะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

4. นักเรยี นมีเจตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม

............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)
วันท่ี…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเห็นของหวั หนา สถานศกึ ษา/ผทู ่ีไดร บั มอบหมาย
ไดทำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดงั นี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยงั ไมครบถวนหรือไมถ ูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรียนรกู บั หลกั สูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยงั ไมส อดคลอง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผเู รียนเปน สำคัญ
 ยังไมเนน ผเู รียนเปน สำคญั ควรปรบั ปรุงพัฒนาตอไป

4. สือ่ การเรียนรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเ หมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรียนรู ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรยี นรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู
 ยงั ไมครอบคลมุ จุดประสงคการเรียนรู ควรปรับปรุงพัฒนาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอืน่ ๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรียนรทู ี่ 6

กลมุ สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ชัน้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563

หนวยการเรียนรูท ่ี 7 เรอ่ื ง เวลา เวลา 15 ช่วั โมง

เรอ่ื ง การบอกเวลาเปนนาิกา เวลา 1 ช่วั โมง

วันท่.ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพ้นื ฐานเก่ยี วกับการวัด วัดและคาดคะเนขนาดของส่ิงทต่ี องการวัด และนำไปใช

2. ตัวชวี้ ดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญหาเกีย่ วกบั เวลาท่ีมีหนว ยเด่ยี วและเปน หนว ยเดียวกัน

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

นากิ าเปนเครอ่ื งมือบอกเวลาอาจบอกโดยใชเ ข็มหรือตวั เลข
การบอกเวลาเปนนาิกา เมื่อเขม็ ยาวบนหนาปด นากิ าช้ที ่ีตัวเลข 12 และเข็มส้ันช้ีที่ตวั เลขใดจะบอกเวลาเปน
นาิกาตามท่ีเขม็ สัน้ ชี้
เวลากลางวนั เริม่ ตั้งแต 6 นาิกา ถงึ กอน18 นาิกา เวลากลางคืนเริม่ ตัง้ แต 18 นาิกา ถึงกอ น 6 นากิ า
1 วนั เทากับ 24 ช่ัวโมง และ 1 ชวั่ โมง เทากับ 60 นาที

4. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1) อธบิ ายเวลากลางวันและกลางคืนได (K)
2) บอกเวลาเปนนากิ าได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ท่ีทไ่ี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกเวลาเปนนาิกา

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกป ญ หา

 การสอื่ สารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง

การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ิต

8. คุณลักษณะอันพึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุงมนั่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ครูทบทวนเรือ่ งนาิกาและเวลากลางวัน วา นาิกาเปน เครอื่ งมือบอกเวลา เม่อื เข็มยาวบนหนาปด

นากิ าชที้ ่ตี ัวเลข 12 จะบอกเวลาเปนนาิกา โดยดจู ากตัวเลขทีเ่ ขม็ สั้นช้ี และเวลาต้ังแต 6 นากิ า ถงึ กอ น 18 นาิกา
เปน เวลากลางวนั
ขนั้ สอน

2. ครูใชน าิกา แสดงชวงเวลากลางคืน พรอ มกบั แนะนำการอา นบอกเวลา โดยเรม่ิ ตั้งแต 18 นากิ า ซึ่ง
เข็มสนั้ จะช้ีท่ีตวั เลข 6 แลวหมนุ เขม็ แสดงเวลา 19 นากิ าซึง่ เข็มสั้นจะชที้ ี่ตวั เลข 7 หมุนเขม็ แสดงเวลาไปเรื่อย ๆ
จนถงึ 24 นาิกา หรอื 0 นาิกา เข็มส้ันและเขม็ ยาวจะช้ีท่ตี ัวเลข 12

3. ครอู ธบิ ายวา เวลา 24 นาิกาหรือ 0 นาิกาเปน เวลาส้ินสุดของวัน เมือ่ เข็มยาวเคลอ่ื นทีเ่ ลยตัวเลข 12
จะเปน การเริ่มตนนบั วนั ใหม

4. ครูหมุนเข็มนาิกาตอไปเพื่อแสดงเวลา 1 นาิกา 2 นาิกา … 5 นากิ า ใหนกั เรียนอานเวลาตาง ๆ ทคี่ รู
หมุน และใหสังเกตตำแหนงของเขม็ ยาววา จะช้ีที่เลข 12 เสมอ และสรุปวาต้ังแต 18 นากิ าถงึ กอน 6 นากิ า เปน
เวลากลางคืน
ขั้นสรุป

5. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียน โดยใหนกั เรียนบอกเวลา จากภาพนากิ าทก่ี ำหนด ทง้ั ชว งเวลากลางวนั
และชวงเวลากลางคนื ตามหนงั สอื เรียนหนา 76

6. จากนน้ั ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรปุ สิ่งที่ไดเรียนรวู า 1 วัน มี 24 ชั่วโมง นากิ า
เปนเครื่องมอื บอกเวลา เมอ่ื เขม็ ยาวบนหนา ปดนาิกาชี้ที่ตวั เลข 12 จะบอกเวลาเปนนาิกา โดยดูจาก
ตัวเลขที่เขม็ ส้นั ชี้ เวลากลางวันเรมิ่ ต้ังแต 6 นาิกา หลังจาก 12 นากิ า จะเปน เวลา 13 นาิกา 14 นากิ า 15
นากิ า 16 นาิกา 17 นากิ า จนถึงกอน 18 นาิกา เวลากลางคืนเรม่ิ ตง้ั แต 18 นาิกา หลังจาก 24 นาิกา จะเปน
เวลา 1 นาิกา 2 นาิกา3 นากิ า 4 นาิกา 5 นาิกา จนถึงกอ น 6 นาิกา

7. จากน้นั ใหน ักเรียนทำแบบฝก หัด 7.4 หนา 47 – 49

10. สื่อการเรยี นรู

1. หนงั สอื เรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นาิกาจริงหรือนาิกาจำลอง

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมินผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขารว มกจิ กรรม

2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม

3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น



บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่อื .................................................

(…………………….……………………...)

วนั ที่…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหัวหนาสถานศึกษา/ผูทไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจัดการเรยี นรขู อง …………………………….……..….….……….แลว มคี วามคดิ เห็นดังน้ี

1. องคป ระกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถูกตอง
 ยังไมค รบถว นหรือไมถูกตอ ง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลอ งของแผนการจัดการเรยี นรกู บั หลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอ ง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

3. รูปแบบของการจัดการเรยี นรู
 เนน ผูเรียนเปน สำคญั
 ยงั ไมเนนผเู รยี นเปนสำคญั ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอไป

4. ส่ือการเรยี นรู
 เหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู
 ยังไมเหมาะสมกบั รปู แบบการจัดการเรียนรู ควรปรบั ปรงุ พฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลุมจุดประสงคการเรยี นรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พฒั นาตอไป

6. ขอ เสนอแนะอ่ืนๆ
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................
............................................................................................................................................................................

ลงชือ่ .......................................ผบู รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอ ำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดอื น…….......……พ.ศ.….........



แผนการจดั การเรยี นรทู ่ี7

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนวยการเรียนรทู ี่ 7 เรื่อง เวลา เวลา 15 ช่วั โมง

เรื่อง การบอกเวลาเปน นาิกา เปน นาที เวลา 1 ช่วั โมง

วนั ท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเก่ยี วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทีต่ อ งการวัด และนำไปใช

2. ตัวชี้วดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยปญ หาเกีย่ วกบั เวลาทีม่ หี นว ยเดี่ยวและเปน หนว ยเดียวกัน

3. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด

การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที ใหพิจารณาท่ีตำแหนงเข็มส้ันจะบอกเวลาเปนนาิกาและเข็มยาวจะบอก
เวลาเปนนาที

1 วนั เทากบั 24 ช่ัวโมง และ 1 ชัว่ โมง เทากับ 60 นาที

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธบิ ายการบอกเวลาเปนนากิ า เปน นาทีได (K)
2) บอกเวลาเปน นากิ า เปนนาทีได (P)
3) รับผดิ ชอบตอหนา ที่ทีไ่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกเวลาเปน นาิกา เปน นาที

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการสอื่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง

การใหเ หตุผล
การคิดสรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผเู รียน

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ครูทบทวนการบอกเวลาเปนนาิกาโดยการถาม-ตอบ เชน หมุนเขม็ สั้นไปที่ตัวเลข 3 เข็มยาวไปที่

ตัวเลข 12
2. ใหน กั เรยี นบอกเวลาวา เปน เวลาอะไรโดยบอกท้ังชวงเวลากลางวนั และกลางคืน
3. ใชคำถามถามนำเขาสูบทเรยี นวา ถาเขม็ ยาวไมไ ดชีท้ ตี่ ัวเลข 12 จะอา นเวลาไดอ ยางไร

ข้ันสอน
4. จากนนั้ ครูหมนุ เข็มแสดงเวลา 8 นาิกา ซึง่ เข็มส้นั จะช้ที ่ีตวั เลข 8 และเขม็ ยาวชที้ ตี่ วั เลข 12

แลวครูหมุนเข็มยาวชี้ไปทตี่ วั เลข 1 ครแู นะนำ การอา นเวลา 8 นากิ า 5 นาที แลวครูหมุนเข็มยาวชที้ ตี่ วั เลข 2
ครแู นะนำการอา นเวลา 8 นาิกา 10 นาที แลวครหู มนุ เข็มยาวชีท้ ต่ี วั เลข 3 ครแู นะนำการอานเวลา 8 นาิกา 15
นาที แลวครหู มนุ เขม็ ยาวช้ที ่ีตัวเลข 4 ครูแนะนำการอานเวลา 8 นากิ า 20 นาที ...

5. ครแู นะนำ การอานชว ง 5 นาที เชนนี้ไปเรอ่ื ย ๆ จนถงึ 8 นากิ า 55 นาที แลว หมนุ เขม็ ยาวช้ีที่ตวั เลข 12
เข็มสน้ั เคลอ่ื นท่ไี ปทต่ี วั เลข 9 พอดี ครูแนะนำวา เข็มยาวช้ที ี่ตวั เลข 12 เปน การเคล่อื นทีไ่ ป 60 นาที

6. ครูถามนกั เรียนวา อานเปนเวลาใด (9 นาิกา)
ข้นั สรุป

7. ครแู ละนกั เรียนรว มกันสรปุ วา ในขณะท่ีเขม็ ยาวเคลอ่ื นทค่ี รบ 1 รอบ ใชเวลา 60 นาที เขม็ ส้ันเคล่อื นทีจ่ าก
ตวั เลข 8 ไปตวั เลข 9 ใชเวลา 1 ช่วั โมง ดงั นน้ั 60 นาที เทากับ 1 ชัว่ โมง

8. จากนั้นครหู มุนเขม็ อีก 1 รอบ โดยหมนุ เข็มเพอ่ื แสดงเวลาตอ จาก 9 นาิกา ถงึ 10 นากิ า ใหน ักเรียนอา น
เวลาตาง ๆ ทเี่ ข็มเคลื่อนที่ไปทกุ ๆ 5 นาที จนครบ 60 นาที หรอื 1 ชัว่ โมง

10. สอ่ื การเรียนรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรือนาิกาจำลอง

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรม

2. เครอื่ งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน



บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรียนพกิ ารไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................

(…………………….……………………...)

วนั ที่…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........


Click to View FlipBook Version