The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chanon.mataraj, 2022-05-26 20:14:04

เทอม 2 บทที่ 7

เทอม 2 บทที่ 7

แผนการจัดการเรยี นรูท ่ี 8

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรียนท่ี 2 ปการศึกษา 2563

หนวยการเรียนรทู ี่ 7 เร่ือง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เรื่อง การบอกเวลาเปน นากิ า เปน นาที เวลา 1 ช่ัวโมง

วนั ท่ี............เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพ้นื ฐานเกยี่ วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ องการวดั และนำไปใช

2. ตัวชี้วดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญ หาเกย่ี วกบั เวลาทมี่ หี นวยเดี่ยวและเปนหนว ยเดียวกัน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

การบอกเวลาเปนนาิกาและนาที ใหพิจารณาที่ตำแหนงเข็มสั้นจะบอกเวลาเปนนาิกาและเข็มยาวจะบอก
เวลาเปนนาที

1 วนั เทากบั 24 ช่ัวโมง และ 1 ชัว่ โมง เทา กบั 60 นาที

4. จุดประสงคการเรียนรู

1) อธบิ ายการบอกเวลาเปนนาิกา เปน นาทีได (K)
2) บอกเวลาเปน นาิกา เปน นาทีได (P)
3) รับผดิ ชอบตอหนาท่ีท่ีไดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกเวลาเปน นากิ า เปน นาที

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชื่อมโยง

การใหเ หตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต

8. คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค

1. มวี ินยั
2. ใฝเ รยี นรู
3. มุงม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขน้ั นำ
1. ครูใหนักเรยี นอา นเวลาเปน นากิ าและนาที จากเวลาทค่ี รกู ำหนด โดยใหบอกเวลาเปน กลางวันและ

กลางคนื และใหนกั เรยี นรว มกันตรวจสอบความถูกตอง
2. จากนน้ั ใหน กั เรียนสังเกตตำแหนง ของเข็มส้ันและเขม็ ยาว ณ เวลาตา ง ๆ เชน เวลา 8 นาิกา 30 นาที เข็ม

สั้นชร้ี ะหวางตัวเลข 8 กบั ตวั เลข 9 เข็มยาวชีท้ ี่ตวั เลข 6 เวลา 8 นาิกา 55 นาที เขม็ สั้นช้เี กอื บถงึ ตวั เลข 9 เข็มยาวชี้
ที่ตวั เลข 11 เปน ตน
ขน้ั สอน

3. ครูจดั กิจกรรม “สนุกกบั นากิ า”โดยใชสอื่ นากิ าจริงหรือนากิ าจำลองชนดิ มเี ฟอง
4. ครทู ำบัตรแสดงเวลา ดังตวั อยางในหนังสือเรยี นหนา 79

5. ใหนักเรียนออกมาจับบัตรแสดงเวลาแลว หมุนเขม็ นากิ าตามเวลาทนี่ กั เรยี นหยบิ ได

ตามบัตร ใหนกั เรียนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอ งของตำแหนงเข็มสน้ั และเขม็ ยาว
ขน้ั สรปุ

6. ตรวจสอบความเขา ใจของนักเรยี นโดยใหนกั เรยี นจบั คูเ วลาใหต รงกับเวลาบนหนา ปดนาิกาทีก่ ำหนดเปน
รายบุคคลตามหนงั สือเรียนหนา 80

7. จากน้นั ครแู ละนักเรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตองและสรปุ สง่ิ ทไี่ ดเรียนรวู า 60 นาที เทา กับ 1 ช่ัวโมง
การบอกเวลาเปน นากิ าและนาทใี หพจิ ารณาทตี่ ำแหนง เขม็ สัน้ และเข็มยาว

8. จากนน้ั ใหนักเรยี นทำแบบฝก หัด 7.5หนา 50 - 52

10. ส่ือการเรียนรู

1. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นาิกาจรงิ หรือนาิกาจำลอง
4. บตั รเวลา

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารว มกจิ กรรม

2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขา รว มกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 รอยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทึกผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคการเรยี นรู.....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคการเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่ีมคี วามสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรียนมคี วามรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรูเกิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมเี จตคติ คา นยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชือ่ .................................................

(…………………….……………………...)
วนั ท่…ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ี่ไดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วันที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........



แผนการจัดการเรียนรทู ่ี9

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วชิ าคณติ ศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปก ารศึกษา 2563

หนวยการเรยี นรทู ่ี 7 เรอ่ื ง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เรอื่ ง การบอกระยะเวลาเปนชั่วโมง เปนนาที เวลา 1 ชัว่ โมง

วันท.ี่ ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพ้ืนฐานเก่ยี วกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทต่ี องการวัด และนำไปใช

2. ตัวชวี้ ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญ หาเกย่ี วกบั เวลาท่ีมีหนวยเดีย่ วและเปนหนวยเดียวกนั

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

1 วนั เทา กับ 24 ชว่ั โมง และ 1 ชั่วโมง เทา กบั 60 นาที
การบอกเวลาเปน นาิกาและนาที ใหพิจารณาท่ตี ำแหนง เขม็ สัน้ จะบอกเวลาเปนนาิกาและเข็มยาวจะ
บอกเวลาเปนนาที

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) อธบิ ายการบอกระยะเวลาเปนชั่วโมง เปน นาทีได (K)
2) บอกระยะเวลาเปน ชวั่ โมง เปน นาที เม่อื กำหนดเวลาเริ่มตนและเวลาส้ินสุดกิจกรรมได (P)
3) รับผิดชอบตอ หนาท่ีที่ไดร ับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกระยะเวลาเปนช่ัวโมงเปนนาที

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

 การแกป ญ หา
 การสื่อสารและการสือ่ ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง

 การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คุณลักษณะอนั พึงประสงค

1. มีวินัย
2. ใฝเรยี นรู
3. มุง ม่นั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้นั นำ
1. ครูติดบตั รภาพตามหนงั สือเรยี นหนา 81 ท่ีแสดงระยะเวลาท่ีพอใชลางรถ

2. ครใู ชการถาม-ตอบ ดงั นี้
 พอ เริม่ ลางรถเวลาใด (8 นากิ า)
 พอลางรถเสรจ็ เวลาใด (10 นากิ า)
ขน้ั สอน
3. จากน้นั ครถู ามวา พอ ใชเวลาลา งรถกช่ี ่วั โมงรูไดอ ยา งไร นักเรยี นอาจจะยงั ตอบไมไ ด
4. ครูควรแนะนำวิธกี ารหาระยะเวลาเปนชว่ั โมงโดยนบั จาก เวลาเรมิ่ ตน คอื 8 นาิกา ไปจนถึง
เวลาสน้ิ สุด คือ 10 นาิกา นบั ได 2 ชวั่ โมง ดังนน้ั พอ ใชเ วลาลางรถ 2 ชว่ั โมง
5. จากนน้ั ครตู ดิ บัตรภาพแมทำงานบาน

6. แลว ใชก ารถาม-ตอบในทำนองเดียวกัน แลวครถู ามวา พอ ใชเ วลาลา งรถมากกวาหรือนอ ยกวา ท่ีแมใช
เวลาทำงานบาน (พอ ใชเวลาลางรถนอยกวา แมใชเวลาทำงานบา น) แลว เปรยี บเทียบใหน ักเรียนเห็นวา ระยะเวลาทีพ่ อ
ลางรถ 2 ชว่ั โมง นอยกวาระยะเวลาทแ่ี มทำงานบาน 3 ชัว่ โมง อยู 1 ชว่ั โมง โดยการเปรียบเทยี บสว นทแี่ รเงาแสดง
ระยะเวลาในบัตรภาพทต่ี างกนั อยู 1 ชอ ง ชองละ 1 ชวั่ โมง

7. จากนั้นใหน ักเรยี นชวยกันบอกระยะเวลาที่เรียนคณติ ศาสตรต ั้งแต9 นาิกา ถงึ 10 นากิ า และ
ระยะเวลาในการซอ มกฬี าตัง้ แต 14 นาิกา ถึง 16 นาิกา
ขน้ั สรปุ

8. ใหน กั เรยี นเปรยี บเทยี บวากจิ กรรมใดใชเ วลามากกวากนั แลวรว มกนั สรปุ วา การบอกระยะเวลา
เปน ชวั่ โมง ใหสงั เกตการเคลื่อนที่ของเขม็ สั้นวาเคล่อื นทีไ่ ปก่ชี องจากน้นั ใหน กั เรยี นทำแบบฝก หัด 7.6 หนา 53

10. สอ่ื การเรยี นรู

1. หนังสอื เรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรือนาิกาจำลอง
4. บัตรภาพนาิกาทแี่ รเงาแสดงระยะเวลา

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รวมกจิ กรรม

2. เครือ่ งมือ
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รว มกจิ กรรม
ผานตั้งแต 2 รายการ ถือวา ผา น

ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บันทึกผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผา นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................
ไมผานจดุ ประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี ีความสามรถพิเศษ/นักเรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมีความรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมคี วามรูเกดิ ทักษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................

...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วันที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรียนรทู ่ี 10

กลุม สาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้ันประถมศกึ ษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปก ารศกึ ษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ่ี 7 เรอ่ื ง เวลา เวลา 15 ชัว่ โมง

เรอื่ ง การบอกระยะเวลาเปนช่วั โมง เปนนาที เวลา 1 ชั่วโมง

วันท่.ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครผู สู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพนื้ ฐานเกีย่ วกับการวดั วัดและคาดคะเนขนาดของสิ่งทตี่ อ งการวดั และนำไปใช

2. ตัวชว้ี ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธีหาคำตอบของโจทยปญ หาเกย่ี วกบั เวลาทีม่ ีหนวยเด่ยี วและเปนหนวยเดยี วกนั

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

1 วนั เทากับ 24 ช่ัวโมง และ 1 ชั่วโมง เทา กบั 60 นาที
การบอกเวลาเปน นากิ าและนาที ใหพ จิ ารณาที่ตำแหนง เข็มสั้นจะบอกเวลาเปน นากิ าและเข็มยาวจะ
บอกเวลาเปนนาที

4. จดุ ประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายการบอกระยะเวลาเปนชว่ั โมง เปน นาทีได (K)
2) บอกระยะเวลาเปนชว่ั โมง เปนนาที เมอ่ื กำหนดเวลาเร่มิ ตนและเวลาสน้ิ สุดกจิ กรรมได (P)
3) รับผิดชอบตอ หนาท่ีทไี่ ดรบั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกระยะเวลาเปน ชั่วโมงเปน นาที

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

 การแกปญหา
 การส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

 การใหเ หตุผล
การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกป ญ หา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คุณลกั ษณะอันพึงประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ ม่นั ในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครตู ดิ บตั รภาพตามหนังสอื เรยี นหนา 82 ท่แี สดง ระยะเวลาทนี่ ิดลางจาน โดยใชการถาม-ตอบ

ดงั น้ี − นิดเรมิ่ ลางจานเวลาใด (17 นากิ า)
− นดิ ลางจานเสรจ็ เวลาใด (17 นากิ า 15 นาที)
จากนั้นครถู ามวา นดิ ใชเวลาลางจานกน่ี าที รูไดอยา งไร นักเรียนอาจจะยงั ตอบไมไ ด ครูควรแนะนำวิธกี ารหาระยะ

เวลาเปนนาที โดยนับจากเวลาเริ่มตน คอื 17 นาิกา 0 นาที จนถงึ เวลาสิน้ สุด คอื 17 นากิ า 15 นาที นับได 15 นาที
ดังนน้ั นดิ ใชเวลาลางจาน 15 นาที

ขน้ั สอน
2. จากนน้ั ครูตดิ บตั รภาพ หนอยลางหอ งน้ำ แลว ใชก ารถาม-ตอบในทำนองเดยี วกัน แลว ถามวา หนอ ยใชเวลาลา ง

หอ งน้ำมากกวา หรอื นอย กวานิดใชเ วลาลางจาน (หนอยใชเวลาลางหองนำ้ มากกวา นิดใชเ วลาลางจาน) แลว
เปรียบเทยี บใหน ักเรียนเหน็ วา ระยะเวลาท่นี ิดใชเ วลาลา งหองน้ำ 20 นาที มากกวาระยะเวลาทีน่ ิดลางจาน 15 นาที
อยู 5 นาที โดยการเปรียบเทียบสว นทแ่ี รเงาแสดงระยะเวลาในบัตรภาพที่ตางกันอยู 1 ชอ ง ชอ งละ 5 นาที

จากน้ันใหน กั เรียนชว ยกนั บอกระยะเวลาทอี่ าบน้ำตงั้ แต 6 นาิกา ถงึ 6 นาิกา 10 นาที และ ระยะเวลาในการ
รบั ประทานอาหาร ตัง้ แต 7 นาิกา 5 นาที ถึง 7 นากิ า 30 นาที แลวใหนกั เรยี น เปรียบเทียบวากิจกรรมใดใชเวลา
มากกวากนั

ขัน้ สรุป
3. ครูและนักเรยี นรว มกันสรปุ วา การบอกระยะเวลาเปนนาที ให สังเกตการเคล่ือนท่ขี องเขม็ ยาววา เคลอ่ื นทไี่ ปกี่

ชองจากน้ันใหน กั เรียนทำแบบฝก หัด 7.6 หนา 54

10. ส่ือการเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นาิกาจริงหรือนาิกาจำลอง
4. บัตรภาพนาิกาทแี่ รเงาแสดงระยะเวลา

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารว มกจิ กรรม

2. เคร่ืองมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรม

3. เกณฑก ารประเมิน
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตัง้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นักเรยี นจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นักเรียนทม่ี คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพิการไดแก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรยี นมคี วามรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมีความรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อปุ สรรค/แนวทางแกไข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................

(…………………….……………………...)

วนั ที่…...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคดิ เห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรยี นรูกับหลกั สูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................ผูบ รหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรียนรูท่ี11

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วชิ าคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ชนั้ ประถมศึกษาปที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปการศกึ ษา 2562

หนว ยการเรยี นรูที่ 7 เรอ่ื ง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เร่ือง การบอกระยะเวลาเปน ชั่วโมง เปนนาที เวลา 1 ชวั่ โมง

วันท่.ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพืน้ ฐานเก่ยี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ทีต่ องการวัด และนำไปใช

2. ตัวช้ีวดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวิธหี าคำตอบของโจทยปญหาเกย่ี วกบั เวลาท่มี หี นว ยเดี่ยวและเปนหนว ยเดียวกัน

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

1 วนั เทา กบั 24 ช่วั โมง และ 1 ชวั่ โมง เทากบั 60 นาที
การบอกเวลาเปน นาิกาและนาที ใหพ ิจารณาที่ตำแหนงเข็มสัน้ จะบอกเวลาเปน นากิ าและเข็มยาวจะ
บอกเวลาเปนนาที

4. จดุ ประสงคการเรยี นรู

1) อธิบายการบอกระยะเวลาเปนชั่วโมง เปนนาทีได (K)
2) บอกระยะเวลาเปนช่ัวโมง เปนนาที เมือ่ กำหนดเวลาเริม่ ตนและเวลาสน้ิ สุดกจิ กรรมได (P)
3) รับผิดชอบตอหนา ที่ท่ีไดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกระยะเวลาเปนช่ัวโมงเปนนาที

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

 การแกป ญ หา
 การสอ่ื สารและการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

 การใหเหตุผล
การคดิ สรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสอื่ สาร
2. ความสามารถในการคิด
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชีวติ

8. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มีวินยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครูติดบัตรภาพตามหนงั สอื เรียนหนา 83
2. จากน้ันใชการถาม-ตอบ โดยใชนาิกาเปน ส่ือใหน ักเรยี นเหน็ เวลาเรมิ่ ทำการบานคือ 19 นาิกา แลว

หมนุ เขม็ ใหน าิกาเดนิ ไป 1 ช่วั โมง เพื่อแสดงเวลาทต่ี นกลาทำการบานเสร็จคือ 20 นาิกา
3. ครูถามวาตนกลาทำการบานเสรจ็ เวลาใด (20 นากิ า)

ขัน้ สอน
4. จากนัน้ ครูตดิ บตั รภาพแกวตาเร่ิมปน จกั รยานเวลา 17 นากิ า 10 นาที และเวลาผานไป 25 นาที

ครหู มุนเข็มนากิ าใหนักเรยี นเห็น การเคลื่อนทข่ี องเข็มยาวจากเวลา 17 นากิ า 10 นาที โดยใชเวลา
25 นาที หรอื 5 ชอง ไปส้นิ สดุ กิจกรรมท่ีเวลา 17 นาิกา35 นาที

5. ครถู ามนกั เรยี นวาแกว ตาปน จักรยานเสร็จเวลาใด (17นากิ า 35 นาที)
6. จากน้ันใหน ักเรียนรว มกนั อานโจทยแ ละตอบคำถามเก่ยี วกับระยะเวลาทา ยหนงั สอื เรียนหนา 83
ครแู ละนกั เรียนรวมกันตรวจสอบความถูกตอ ง และสรุปบทเรียน
ขัน้ สรุป
7. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรยี น โดยกำหนดเวลาเรมิ่ กจิ กรรมและเวลาสน้ิ สดุ กิจกรรมให 2 กจิ กรรม

ตามหนงั สอื เรยี นหนา 84 ใหนักเรยี นหาระยะเวลาในการทำกจิ กรรมเปนชัว่ โมง เปนนาที และกำหนดเวลา
เร่มิ กิจกรรมและระยะเวลาในการทำกจิ กรรมเปนชวั่ โมงเปนนาที ให 2 กิจกรรม ใหน กั เรียนหาเวลาส้ินสุดกิจกรรม
เปนรายบคุ คล

8. จากน้นั ครแู ละนักเรียนรวมกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและ สรปุ สิง่ ท่ไี ดเรียนรูว า การบอกระยะเวลา
อาจบอกเปน ชว่ั โมงหรือเปนนาทโี ดยนบั จากเวลาเรมิ่ ตนจนถงึ เวลาสน้ิ สดุ

9. จากน้นั ใหน กั เรยี นทำแบบฝกหัด 7.6 หนา 55

10. สือ่ การเรยี นรู

1. หนังสือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นาิกาจริงหรือนาิกาจำลอง
4. บัตรภาพนาิกาท่ีแรเงาแสดงระยะเวลา

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝกหดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขารวมกิจกรรม

2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกิจกรรม
ผานต้ังแต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลงั การสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจุดประสงคก ารเรียนร.ู ....................คน คิดเปน รอยละ.........................................

ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนท่ีมีความสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นักเรยี นมีความรูความเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นักเรียนมคี วามรูเกดิ ทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

4. นกั เรียนมีเจตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงช่ือ.................................................
(…………………….……………………...)

วันท…ี่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ี่ไดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจัดการเรียนรู
 เนน ผูเรยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วันที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรูท ี่12

กลุมสาระการเรียนรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศกึ ษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นท่ี 2 ปก ารศกึ ษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 7 เร่ือง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เรอ่ื ง การบอกเวลาดว ยนากิ าแบบใชต ัวเลข เวลา 1 ช่วั โมง

วันท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครผู ูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรียนรู

สาระที่ 2 การวดั และเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพืน้ ฐานเกี่ยวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี องการวดั และนำไปใช

2. ตัวชี้วดั

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยปญ หาเกี่ยวกบั เวลาท่มี ีหนว ยเด่ียวและเปน หนว ยเดียวกัน

3. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด

นากิ าแบบใชตวั เลขใชเคร่ืองหมาย : ค่นั ระหวา งตัวเลขท่ีแสดงเวลาเปนนากิ ากับตัวเลขทแ่ี สดงเวลาเปน
นาที โดยตัวเลขหนา เครอ่ื งหมาย : แสดงเวลาเปน นาิกา ตวั เลขหลงั เครื่องหมาย : แสดงเวลาเปน นาที

4. จุดประสงคการเรยี นรู

1) อธิบายวธิ กี ารบอกเวลาเปนนาิกาและนาทจี ากนาิกาแบบใชต วั เลขได (K)
2) บอกเวลาเปน นาิกาและนาทีจากนากิ าแบบใชตัวเลขได (P)
3) รับผดิ ชอบตอหนาที่ทีไ่ ดร บั มอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การบอกระยะเวลาเปน ช่วั โมงเปนนาที

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

การแกปญหา
 การสื่อสารและการส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเช่อื มโยง

การใหเหตผุ ล

การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชีวติ

8. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มวี ินัย
2. ใฝเรียนรู
3. มุง มั่นในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครใู ชน ากิ าแบบใชต วั เลขหรอื บตั รภาพนาิกาแบบใชตวั เลขหลาย ๆ แบบ มาแนะนำใหนักเรยี นได

รูจกั
2. ครแู นะนำการบอกเวลาวา ตัวเลขหนาเครื่องหมาย : แสดงเวลาเปนนาิกา และตวั เลขหลงั

เครือ่ งหมาย : แสดงเวลาเปนนาที
3. จากน้นั ครอู าจใชบตั รแสดงเวลา แลว ใหนกั เรียนบอกเวลาวาเปน เวลาก่นี ากิ ากีน่ าที ครแู ละนักเรียน

รว มกนั ตรวจสอบความถูกตอ ง
ขน้ั สอน

4. ครูตดิ ภาพนากิ าแลวใหนักเรียนบอกเวลาจากภาพนากิ า อาจยกตวั อยางเพ่ิมเตมิ เพื่อใหนักเรยี นฝกการ
บอกเวลามากขึ้น โดยครเู นน ย้ำใหสังเกตวา ตวั เลขท่ีบอกเวลาเปน นาิกา จะมีหลักเดียวหรอื สองหลักก็ได แตตวั เลขท่ี
บอกเวลาเปนนาทีตองมสี องหลักเสมอ ถาไมถึง 10 นาที จะตอ งเตมิ เลข 0 ไวขางหนา เชน 3 : 05 อา นวา 3 นาิกา 5
นาที 21 : 00 อานวา 21 นาิกา

5. จากนน้ั ครใู หน กั เรียนบอกเวลาจากภาพนาิกาแบบใชตัวเลขทายหนังสือเรียนหนา 86 และ
รวมกนั ตรวจสอบความถูกตอง

6. ครูใหนกั เรยี นจบั คนู ากิ าทีแ่ สดงเวลาเดยี วกัน แลวรวมกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
ขน้ั สรปุ

7. ตรวจสอบความเขาใจของนักเรยี น โดยใหนักเรียนจับคูน ากิ าแบบใชตัวเลขกับเวลาท่ตี รงกัน
เปนรายบุคคลตามหนังสอื เรียนหนา 88

8. จากนั้นครแู ละนกั เรยี นรว มกนั ตรวจสอบความถูกตองและสรปุ สง่ิ ท่ไี ดเ รียนรู วานากิ าแบบใชตัวเลข
ใชเคร่อื งหมาย : คั่นระหวา งตัวเลขที่แสดงเวลาเปนนาิกากบั ตัวเลขทีแ่ สดงเวลาเปนนาที ตวั เลขหนาเครื่องหมาย :
แสดงเวลาเปน นากิ า ตวั เลขหลังเครื่องหมาย : แสดงเวลาเปน นาที

9. จากนั้นใหน กั เรยี นทำแบบฝก หัด 7.7 หนา 56 – 58

10. ส่อื การเรยี นรู

1. หนงั สือเรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรอื นากิ าจำลอง
4. บตั รภาพแสดงเวลา

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารวมกิจกรรม

2. เครอ่ื งมอื
2.1 แบบฝกหัด
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม

3. เกณฑการประเมิน
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมินพฤติกรรมการเขารว มกจิ กรรม
ผานต้งั แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรยี นการสอน

1. นักเรียนจำนวน.........................คน
ผานจุดประสงคก ารเรยี นร.ู ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................

ไมผา นจดุ ประสงคก ารเรียนรู.....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไดแก

1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................
นักเรยี นทีม่ คี วามสามรถพเิ ศษ/นักเรยี นพกิ ารไดแก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................

2. นกั เรยี นมีความรูความเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมีความรูเกิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรยี นมเี จตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คุณธรรมจริยธรรม

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญหา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .................................................
(…………………….……………………...)

วันท่…ี ...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี13

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ชั้นประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรูท่ี 7 เร่ือง เวลา เวลา 15 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง โจทยป ญหาเกี่ยวกบั เวลา เวลา 1 ชว่ั โมง

วันท.่ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเกี่ยวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทีต่ อ งการวัด และนำไปใช

2. ตวั ชี้วัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยปญหาเก่ียวกับเวลาที่มีหนว ยเด่ียวและเปนหนว ยเดยี วกัน

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การแกโจทยป ญหาทำไดโดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผนแกปญหาและหาคำตอบ

4. จุดประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายวิธกี ารแกโ จทยป ญ หาเกีย่ วกบั เวลาท่ีมีหนว ยเดยี วและเปนหนว ยเดยี วกันได (K)
2) แกโ จทยปญหาเก่ียวกับเวลาทีม่ ีหนวยเดยี วและเปน หนวยเดียวกนั ได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การแกโ จทยป ญ หาเกีย่ วกบั เวลา

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกปญหา
 การส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผเู รียน

1. ความสามารถในการสอ่ื สาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกปญหา
4. ความสามารถในการใชทกั ษะชวี ติ

8. คุณลักษณะอันพึงประสงค

1. มีวินยั
2. ใฝเ รียนรู
3. มุงม่ันในการทำงาน

9. กจิ กรรมการเรยี นรู

ข้ันนำ
1. ครูติดแถบโจทยปญหาหรือเขียนโจทยปญ หาบนกระดาน ดงั นี้ ตนกลาอายุ 8 ป ตนออ อายุ 12 ป ท้ังสองคน

อายรุ วมกนั กป่ี 
2. ครถู ามนกั เรยี นวา โจทยถามอะไรโจทยบอกอะไร คำตอบตอ งมากกวาหรอื นอ ยกวา 12 จะหาคำตอบได

อยางไร
ขน้ั สอน

3. ครูใช bar model ประกอบการอธบิ ายเพอื่ ใหนกั เรยี นเขา ใจวา ตอ งนำอายุของท้งั สองคน
มารวมกนั

4. จากนน้ั ครูตดิ แถบโจทยป ญหาหรอื เขียนโจทยป ญหาอกี 1 ขอ แลวถามคำถามในทำนองเดยี วกับขอ แรก
เพื่อใหนักเรียนฝกการวิเคราะหโจทย

5. ใหน ักเรยี นรว มกนั ทำโจทยปญหาอีก 2 ขอในกรอบทายหนา 89และใหทกุ คนรว มกนั ตรวจสอบความถกู ตอง
6. ครูติดแถบโจทยปญ หาหรือเขยี นโจทยปญ หาบนกระดานตามหนงั สือเรยี นหนา 90 แลวใหน ักเรยี นรวมกนั
วเิ คราะหโ จทยว า โจทยถามอะไร โจทยบ อกอะไรและจะหาคำตอบไดอยางไร
7. ครูชวยใหคำแนะนำ ซง่ึ โจทยในหนังสอื เรยี นหนา นจี้ ะมีลักษณะท่ยี ากขนึ้ ครอู าจใชน ากิ าจำลองชวยในการ
อธิบายหรอื อาจใช bar model ประกอบคำอธิบาย ดังตวั อยา งในหนังสือเรียน

ขัน้ สรปุ
8. จากนั้นใหน ักเรยี นจบั คกู นั วเิ คราะหโจทยปญ หาเพือ่ หาคำตอบในหนงั สอื เรยี นทายหนา 90 แลว ใหนกั เรยี น

ทกุ คนชว ยกันตรวจสอบความถูกตอ ง

10. สอ่ื การเรยี นรู

1. หนงั สือเรียนคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรือนาิกาจำลอง
4. แถบโจทยปญ หา

11. การวดั และประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ กี ารวดั และประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หดั
1.2 สังเกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารวมกจิ กรรม

2. เครอื่ งมือ
2.1 แบบฝกหดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นักเรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจดุ ประสงคการเรียนรู. ....................คน คิดเปนรอ ยละ.........................................

ไมผ า นจุดประสงคก ารเรียนรู.....................คน คดิ เปนรอยละ.........................................

ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนทมี่ ีความสามรถพเิ ศษ/นกั เรยี นพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรคู วามเขา ใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรยี นมีความรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมเี จตคติ คา นิยม ๑๒ ประการ คุณธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................
(…………………….……………………...)

วนั ที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ไ่ี ดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถว นและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจดั การเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผูเรยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมนิ ผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วันที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจัดการเรยี นรทู ่ี14

กลมุ สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหสั วชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรูท่ี 7 เร่ือง เวลา เวลา 15 ช่ัวโมง

เรอ่ื ง โจทยป ญหาเกี่ยวกบั เวลา เวลา 1 ชว่ั โมง

วนั ท.่ี ...........เดือน............................. พ.ศ....................... ครูผูสอน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวดั และเรขาคณิต
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเกี่ยวกบั การวดั วัดและคาดคะเนขนาดของส่งิ ทต่ี อ งการวัด และนำไปใช

2. ตัวช้ีวัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ ีหาคำตอบของโจทยปญหาเก่ียวกับเวลาที่มีหนว ยเด่ียวและเปนหนว ยเดยี วกัน

3. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด

การแกโจทยป ญหาทำไดโดยอา นทำความเขา ใจปญหา วางแผนแกปญหาและหาคำตอบ

4. จุดประสงคก ารเรียนรู

1) อธิบายวิธกี ารแกโ จทยป ญ หาเกีย่ วกบั เวลาท่ีมีหนว ยเดยี วและเปนหนว ยเดยี วกันได (K)
2) แกโ จทยปญหาเก่ียวกับเวลาทีม่ ีหนวยเดยี วและเปน หนวยเดียวกนั ได (P)
3) รบั ผิดชอบตอหนา ท่ีทไี่ ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

การแกโ จทยป ญ หาเกีย่ วกบั เวลา

6. กระบวนการทางคณิตศาสตร

 การแกปญหา
 การส่ือสารและการส่ือความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชอื่ มโยง
 การใหเหตุผล

การคดิ สรา งสรรค

7. สมรรถนะสำคัญของผูเรยี น

1. ความสามารถในการส่ือสาร
2. ความสามารถในการคดิ
3. ความสามารถในการแกป ญหา
4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ิต

8. คุณลักษณะอันพงึ ประสงค

1. มีวนิ ยั
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ มัน่ ในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

ขัน้ นำ
1. ครตู ดิ แถบโจทยปญ หา แลวใหนักเรยี นวิเคราะหวา โจทยบ อกอะไร โจทยถามอะไร และจะหาคำตอบได

อยา งไร
2. ครอู าจใชส อื่ นาิกาจำลองหรือนาิกาจริง หมนุ เวลาประกอบการอธิบายใหนักเรียนเห็นภาพชัดเจน

เก่ยี วกบั เวลาที่ผา นไปเปนช่วั โมง เปนนาที
ข้ันสอน

3. ใหน ักเรยี นสงั เกตการเคล่อื นท่ีของเขม็ นาิกาวา ถาโจทยถามเกยี่ วกับระยะเวลาเปนชว่ั โมงการเคลือ่ นที่ของ
เข็มสนั้ จะเคล่อื นที่ไปกช่ี อ ง เชน ตามตัวอยางแรกในหนังสอื เรยี นหนา 91 เข็มสัน้ เคล่ือนทไ่ี ป 3 ชอ ง ดงั นนั้ เวลาผานไป
3 ชั่วโมง

4. ถา โจทยถามเกีย่ วกบั ระยะเวลาเปน นาที การเคล่อื นท่ีของเขม็ ยาวจะเคลื่อนทไ่ี ปกี่ชอ ง เชน ตามตัวอยา ง
ตอมา เขม็ สนั้ เคล่อื นท่ไี ป 6 ชอง ชองละ 5 นาทดี ังนั้น เวลาผานไป 30 นาที

5. จากน้นั ครูให นกั เรยี นชว ยกนั วเิ คราะหโจทยแ ละหาคำตอบของโจทยปญ หาในกรอบทา ยหนา 91
ข้ันสรปุ

6. ตรวจสอบความเขา ใจของนกั เรียนโดยใหนักเรยี นอานโจทยปญหาเกี่ยวกบั เวลา วิเคราะหโจทยปญหา และ

หาคำตอบเปนรายบคุ คล

7. ครแู ละนกั เรยี นชวยกนั ตรวจสอบความถูกตอ งและสรุปส่งิ ทีไ่ ดเ รยี นรู วาการแกโ จทยปญ หาทำไดโดยอานทำ
ความเขา ใจปญ หา วางแผนแกป ญหา และหาคำตอบ

8. จากน้นั ใหน ักเรยี นทำแบบฝก หัด 7.8หนา 59 – 61

10. สือ่ การเรียนรู

1. หนงั สอื เรยี นคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝกคณิตศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. นากิ าจรงิ หรือนาิกาจำลอง
4. แถบโจทยปญหา

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด
1.2 สงั เกตพฤติกรรมของนักเรยี นในการเขารวมกิจกรรม

2. เครือ่ งมอื
2.1 แบบฝก หัด
2.2 แบบสังเกตพฤตกิ รรมการเขารว มกิจกรรม

3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอ ยละ 60 ผา นเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารวมกิจกรรม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผาน

บนั ทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน

1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน

ผา นจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปนรอ ยละ.........................................

ไมผ านจดุ ประสงคการเรียนร.ู ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................

ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................

2. ...................................................................................................................................................................

นกั เรียนท่ีมคี วามสามรถพิเศษ/นักเรียนพกิ ารไดแ ก

3. ...................................................................................................................................................................

4. ...................................................................................................................................................................
2. นกั เรยี นมคี วามรูความเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรเู กิดทกั ษะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นกั เรียนมีเจตคติ คานิยม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจริยธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อุปสรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชื่อ.................................................
(…………………….……………………...)

วนั ที่…...….เดอื น…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ี่ไดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศึกษา
 สอดคลอง
 ยังไมส อดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรับปรงุ พัฒนาตอไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรปู แบบการจัดการเรยี นรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลุมจุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรับปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงช่อื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผอู ำนวยการโรงเรียน…………………………………
วันที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........

แผนการจดั การเรยี นรทู ี่15

กลุม สาระการเรยี นรูคณิตศาสตร วิชาคณิตศาสตร รหัสวชิ า ค 12101
ช้นั ประถมศึกษาปท ี่ 2 ภาคเรยี นที่ 2 ปการศึกษา 2563

หนว ยการเรียนรทู ี่ 7 เร่อื ง เวลา เวลา 15 ชวั่ โมง

เรื่อง รว มคิดรวมทำ เวลา 1 ชัว่ โมง

วันท.่ี ...........เดอื น............................. พ.ศ....................... ครูผสู อน............................................................

1. สาระและมาตรฐานการเรยี นรู

สาระท่ี 2 การวัดและเรขาคณติ
มาตรฐาน ค. 2.1 เขาใจพน้ื ฐานเก่ียวกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ตองการวัด และนำไปใช

2. ตวั ชว้ี ัด

ค 2.1 ป.2/1 แสดงวธิ หี าคำตอบของโจทยปญ หาเกยี่ วกับเวลาทม่ี ีหนว ยเดี่ยวและเปน หนว ยเดียวกนั

3. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด

• ปฏิทินเปน เครื่องมือทีบ่ อก วัน เดือน ป โดย 1 ป มี 12 เดือน
• เดอื นทล่ี งทายดว ย คม มี 31 วนั เดือนท่ลี งทา ยดวย ยน มี 30 วัน เดอื นกุมภาพนั ธมี 28 วนั หรือ 29 วนั
• นากิ าเปนเครือ่ งมอื บอกเวลาอาจบอกโดยใชเ ขม็ หรอื ตวั เลข
• การบอกเวลาเปนนาิกา เมอื่ เข็มยาวบนหนา ปดนากิ าช้ที ่ตี วั เลข 12 และเข็มสนั้ ช้ีท่ีตวั เลขใดจะบอกเวลา
เปน นากิ าตามท่เี ขม็ สน้ั ชี้
• เวลากลางวันเริ่มตง้ั แต 6 นากิ า ถงึ กอ น18 นากิ า เวลากลางคืนเรม่ิ ต้งั แต 18 นากิ า ถงึ กอน 6 นาิกา
• การบอกเวลาเปน นาิกาและนาที ใหพ ิจารณาที่ตำแหนง เขม็ สัน้ จะบอกเวลาเปนนากิ าและเข็มยาวจะ
บอกเวลาเปนนาที

4. จดุ ประสงคก ารเรยี นรู

1) อานปฏิทนิ ได (K)
2) อธิบายเวลากลางวันและกลางคืนได (K)
3) บอกเวลาเปนนากิ าได (P)
4) บอกวัน วันท่ี เดือน ป และวนั สำคัญ จากปฏิทินได (P)
5) บอกระยะเวลาเปนชวั่ โมง เปนนาที เมือ่ กำหนดเวลาเริ่มตนและเวลาสิน้ สดุ กิจกรรมได (P)
6) รบั ผิดชอบตอ หนา ทท่ี ่ไี ดรับมอบหมาย (A)

5. สาระการเรยี นรู

เวลากลางวันและกลางคืน บอกระยะเวลาเปน ชัว่ โมง เปน นาที บอกเวลาเปน นากิ า
การแกโจทยปญหาเก่ยี วกบั เวลา

6. กระบวนการทางคณติ ศาสตร

 การแกป ญหา
 การสื่อสารและการสอ่ื ความหมายทางคณิตศาสตร
 การเชือ่ มโยง
 การใหเ หตุผล

การคิดสรางสรรค

7. สมรรถนะสำคญั ของผูเรียน

1. ความสามารถในการสือ่ สาร

2. ความสามารถในการคิด

3. ความสามารถในการแกป ญหา

4. ความสามารถในการใชทักษะชวี ติ

8. คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค

1. มวี นิ ัย
2. ใฝเรียนรู
3. มงุ ม่ันในการทำงาน

9. กิจกรรมการเรยี นรู

กิจกรรมเวลาฮาเฮ

เตรียมสถานท่ี

1. จดั หองเรยี นใหโลง สะดวกตอการทำกิจกรรม

2. จัดดา นทัง้ 4 ดา น ไวที่ 4 มุมของหอง หรือตามความเหมาะสม โดยแตล ะดานจดั เตรยี มอปุ กรณ

ดงั น้ี

- ดานท่ี 1 : วางปฏิทนิ ปเ ดยี วกัน 1 – 2 อัน

ใหนักเรียนตอบคำถามจากปฏทิ ิน
- ดานท่ี 2 : วางบตั รภาพนาิกาแสดงเวลาจำนวน 2 บตั ร ซึ่งควรมีท้ังกลางวันและกลางคนื
ใหน กั เรยี นเขยี นบอกเวลาจากบัตรภาพ
- ดานท่ี 3 : วางบตั รแสดงระยะเวลาเปน ชั่วโมง เปนนาที (เวลาตางกนั ) จำนวน 4 บัตร
ใหน กั เรียนเขยี นเรียงเวลาจากระยะเวลาทีน่ อยท่สี ุดไปหาระยะเวลาที่มากท่ีสดุ
- ดา นท่ี 4 : วางบัตรโจทยป ญหา จำนวน 2 บัตร
ใหนกั เรยี นหาคำตอบของโจทยป ญ หา

วิธีจัดกิจกรรม
1. ครแู บงนักเรยี นเปนกลมุ แจกแบบบันทกึ กจิ กรรมกลุมละ 1 ใบ
2. ใหนกั เรียนแตล ะกลมุ ชว ยกันหาคำตอบในดา นตาง ๆ
3. บันทกึ คำตอบลงในแบบบันทกึ จนครบทุกดา น กลุมใดใชเวลานอ ยที่สดุ และตอบถกู ตองมากท่ีสดุ เปน
ผูชนะ
4. จากน้นั ใหนกั เรยี นทำแบบฝกทาทายหนา 62 - 63

10. สือ่ การเรียนรู

1. หนังสอื เรียนคณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
2. แบบฝก คณติ ศาสตร ป.2 เลม 2 สสวท.
3. ดา นที่ 1 : ปฏิทนิ
4. ดา นท่ี 2 : บัตรภาพนากิ าแสดงเวลา
5. ดานที่ 3 : บตั รคำสัง่
6. ดานท่ี 4 : บัตรโจทยปญ หา
7. แบบบันทกึ กิจกรรม

11. การวัดและประเมินผลการเรยี นรู

1. วธิ ีการวัดและประเมนิ ผล
1.1 ตรวจแบบฝก หัด

1.2 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในการเขา รว มกิจกรรม
1.3 สังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการเขา รว มกิจกรรมกลมุ
2. เครอ่ื งมือ
2.1 แบบฝก หดั
2.2 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรม
2.3 แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รว มกิจกรรมกลุม
3. เกณฑก ารประเมนิ
3.1 รอยละ 60 ผานเกณฑ
3.2 การประเมนิ พฤตกิ รรมการเขา รวมกิจกรรม

ผานตงั้ แต 2 รายการ ถือวา ผาน
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น
3.3 การประเมนิ พฤติกรรมการเขารวมกจิ กรรมกลุม
ผานตง้ั แต 2 รายการ ถือวา ผา น
ผาน 1 รายการ ถือวา ไมผา น

บันทกึ ผลหลังการสอน
ผลการจัดการเรียนการสอน
1. นกั เรยี นจำนวน.........................คน
ผานจดุ ประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอยละ.........................................
ไมผ านจดุ ประสงคก ารเรียนรู. ....................คน คดิ เปน รอ ยละ.........................................
ไดแ ก
1. ...................................................................................................................................................................
2. ...................................................................................................................................................................
นกั เรียนท่มี คี วามสามรถพิเศษ/นกั เรยี นพิการไดแ ก
3. ...................................................................................................................................................................
4. ...................................................................................................................................................................
2. นักเรียนมคี วามรูความเขาใจ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
3. นกั เรียนมคี วามรูเกิดทกั ษะ

...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................
4. นักเรียนมีเจตคติ คานยิ ม ๑๒ ประการ คณุ ธรรมจรยิ ธรรม
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.2 ปญ หา/อปุ สรรค/แนวทางแกไ ข
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

9.3 เสนอแนะ
...........................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................

ลงชอื่ .................................................

(…………………….……………………...)
วันท…ี่ ...….เดือน…….......………..พ.ศ.…..

ความเหน็ ของหวั หนาสถานศึกษา/ผูท ี่ไดร บั มอบหมาย
ไดท ำการตรวจแผนการจดั การเรยี นรูของ …………………………….……..….….……….แลว มีความคิดเห็นดังนี้

1. องคประกอบของแผนการจดั การเรยี นรู
 ครบถวนและถกู ตอ ง
 ยังไมครบถวนหรอื ไมถูกตอง ควรปรบั ปรุงพฒั นาตอ ไป

2. ความสอดคลองของแผนการจัดการเรยี นรูก ับหลักสูตรสถานศกึ ษา
 สอดคลอง
 ยังไมสอดคลอ ง ควรปรับปรุงพัฒนาตอ ไป

3. รูปแบบของการจดั การเรียนรู
 เนน ผเู รยี นเปน สำคัญ
 ยงั ไมเ นนผูเ รยี นเปน สำคัญ ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

4. ส่อื การเรยี นรู
 เหมาะสมกับรูปแบบการจัดการเรียนรู
 ยงั ไมเหมาะสมกบั รูปแบบการจัดการเรยี นรู ควรปรับปรุงพฒั นาตอไป

5. การประเมินผลการเรียนรู
 ครอบคลมุ จุดประสงคก ารเรียนรู
 ยงั ไมค รอบคลมุ จุดประสงคก ารเรยี นรู ควรปรบั ปรงุ พัฒนาตอ ไป

6. ขอ เสนอแนะอื่นๆ
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................
...........................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื .......................................ผูบรหิ าร
(………………………………………………)
ผูอำนวยการโรงเรยี น…………………………………
วนั ที…่ ...….เดือน…….......……พ.ศ.….........


Click to View FlipBook Version