48 | P a g e การบินป้องกันการบุกรุกทำลายป่าพื้นที่อุทยานแห่งชาติตากสินมหาราช ทำการบินสำรวจพื้นที่บุกรุกป่า และการจัดเก็บข้อมูลพื้นที่ชุมชนที่อาศัยในพื้นที่ป่า 1.3 แผนปฏิบัติการบินป้องกันโครงการปฏิบัติการบินบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน กำหนดชั่วโมงตามแผนการบิน จำนวน 160 ชั่วโมง เนื่องจากต้องมีการบินประเมินความเสียหาย จึง มีการปรับ ชั่วโมงบินเพิ่ม 45 ชั่วโมง รวมเป็น 205 ชั่วโมง โดยปฏิบัติการบินลาดตระเวน การบินดับไฟป่า ดำเนินการในช่วงเดือน มีนาคม – พฤษภาคม 2564 มุ่งเน้นการปฏิบัติงานในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางตอนบน พบการเกิดไฟป่าทั้งสิ้น จำนวน 172 จุด ซึ่งได้ส่งต่อไปยังหน่วยปฏิบัติดำเนินการเข้าควบคุมและดับไฟป่า ทั้งนี้ได้มีการใช้อากาศยาน สนับสนุนเข้าดับไฟป่าโดยการทิ้งน้ำดับไฟในบริเวณที่มีไฟป่ารุ่นแรง จำนวนทั้งสิ้น 552,000 ลิตร ใช้ชั่วโมงทำการบิน รวมทั้งสิ้น จำนวน 169:35 ชั่วโมงบิน 3. โครงการปฏิบัติการบินบูรณาการแก้ไขปัญหาไฟป่าและหมอกควัน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ชั่วโมงบิน แผน ผล 3.1 การบินลาดตระเวนและทิ้งน้ำดับไฟร่วมกับเจ้าหน้าที่ภาคพื้นในการดับไฟป่า 160:00 175:55 3.2 การบินลาดตะเวนตรวจสภาพป่า บินส่งกำลังยุทธการ อุปกรณ์ เสบียง 20:40 ชั่วโมงบินเพิ่มเติม 45:00 รวม (ชั่วโมงบิน) 205:00 196:35 การจัดเก็บข้อมูลพื้นที่ชุมชนที่อาศัยในพื้นที่ป่าโดยใช้กล้องตรวจการณ์
49 | P a g e การปฏิบัติการบินแก้ไขปัญหาไฟป่า บริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ตื่น อำเภอสามเงา จังหวัดตาก โดยประชุมวางแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่กับทางเจ้าหน้าที่ พร้อมปฏิบัติการบินสำรวจไฟป่าตรวจสอบสถานการณ์ไฟป่า และบินทิ้งน้ำดับไฟป่าบริเวณจุดเกิดไฟป่าบริเวณพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่ตื่น
50 | P a g e การปฏิบัติการบินแก้ไขปัญหาไฟป่า บริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติศรีลานนา อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ประชุมวางแผนการปฏิบัติงานในพื้นที่กับทางเจ้าหน้าที่ พร้อมปฏิบัติการบินสำรวจไฟป่า ตรวจสอบ สถานการณ์ไฟป่า และบินทิ้งน้ำดับไฟป่าบริเวณจุดเกิดไฟป่าอุทยานแห่งชาติศรีลานนา การประยุกต์ ใช้กล้องตรวจการณ์จากภารกิจไฟป่า เพื่อใช้ในการวางแผนเข้าดับไฟ ประเมินทิศทาง แนวเคลื่อนที่ของแนวไฟ พร้อมทั้งวางแผนจุดส่งกำลังคน และการทิ้งน้ำดับไฟป่าในบริเวณพื้นที่อุทยานแห่งชาติ ศรีลานนา อุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ – ปุย สามารถบ่งบอกพื้นที่ป่าหรือขนาดวงกว้างที่ถูกไฟป่าเผาไหม้ให้เป็นไป อย่างมีประสิทธิภาพ
51 | P a g e 1.4 การบินภายใต้โครงการรักษาความมั่นคงของฐานทรัพยากรธรรมชาติ ประกอบด้วยกิจกรรมการ เพิ่มประสิทธิภาพการแก้ไขปัญหาไฟป่าและกิจกรรมป้องกันไม้พะยูงและไม้มีค่า โดยมีการปฏิบัติการบิน ในพื้นที่ที่มีปัญหาในการลักลอบตัดไม้พะยูง เช่น พื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลาน ปางสีดา ภูจองนายอย ตาพระยา เป็นต้น และปฏิบัติการบินแก้ไข วางแผนการแก้ไขปัญหาไฟป่า เช่น พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ตื่น อุทยานแห่งชาติ ลำน้ำกก ขุนแจ แม่ปืม ดอยสุเทพ พื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง เป็นต้น โดยใช้ชั่วโมงสำหรับปฏิบัติภารกิจทั้งสิ้น จำนวน 88:15 ชั่วโมงบิน
52 | P a g e
53 | P a g e 2. ด้านการบำรุงและการดูแลรักษาอากาศยาน ดำเนินงานซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานตามคู่มือ การซ่อมบำรุง (Aircraft Maintenance Manual) ประกอบด้วย การซ่อมบำรุง การตรวจซ่อมตามระยะเวลา (Scheduled Maintenance Inspection) และการซ่อมฉุกเฉิน (Nonscheduled Maintenance Inspection) ซึ่งส่งผลให้อากาศยานมีความพร้อมรับภารกิจได้ต่อเนื่องและใช้งานได้ จำนวนทั้งสิ้น 1,864 : 25 ชั่วโมงบิน และจากการจัดทำข้อมูลบริหารงานซ่อมบำรุงรักษาอากาศยานของกองการบินที่สามารถรับภารกิจได้ทุกภารกิจ คิดเป็นร้อยละ 88.21 ของอากาศยานที่ใช้งานได้ทั้งหมด
54 | P a g e 3. ด้านมาตรฐานการบิน 3.1 การฝึกบินเปลี่ยนแบบของนักบินอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ แบบ AS 350 ตามแผนการฝึกบิน ทบทวนเปลี่ยนแบบ โดยเฮลิคอปเตอร์หมายเลขทรัพยากร 1105 1106 และ 1112 มีครูการบิน จำนวน 3 นาย เป็นผู้แนะนำเทคนิคการบินเปลี่ยนแบบให้แก่นักบินบรรจุใหม่ ระหว่างวันที่ 21 - 30 สิงหาคม 2564 ณ สนามบินเกษตร กรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และในท้องที่รับผิดชอบของศูนย์ปฏิบัติการบินภาคกลาง จังหวัดนครสวรรค์ ซึ่งการฝึกบินเปลี่ยนแบบอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ แบบ AS 350 ประกอบด้วยหลักสูตร รวมทั้งสิ้น 60 ชั่วโมง รายละเอียดดังนี้ 1) หลักสูตรภาคพื้น : ทบทวนความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับระบบต่าง ๆ และสมรรถนะของ AS 350 ความรู้ทั่วไปในคู่มือการบิน การประสานงานระหว่างผู้ทำการในอากาศ ฯลฯ
55 | P a g e 2) หลักสูตรภาคอากาศ : ทบทวนการตรวจเครื่อง การติดเครื่องยนต์ การขับเคลื่อน การดับเครื่องยนต์ การวางแผนการบิน ขั้นตอนการปฏิบัติการบินปกติ (Normal Procedure) และการปฏิบัติ เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน (Emergency Procedure) ฯลฯ 3.2 การบินทบทวนท่าบินมาตรฐานและตรวจสอบมาตรฐานการบินของนักบินอากาศยานเฮลิคอปเตอร์ แบบ AS 350 กองการบินได้ดำเนินงานตามมาตรฐานการบินสากลที่ได้กำหนดให้หน่วยบินต้องมีแผนปฏิบัติการบิน ทบทวนท่าบินตามมาตรฐาน การตรวจสอบมาตรฐานการบินอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปี เพื่อให้นักบินทุกนาย ได้มีห้วงเวลาของการทบทวนท่าทางการบินตามคู่มือมาตรฐานของผู้สร้างอากาศยานการบินกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน การบินตามภารกิจของหน่วยงาน นำประสบการณ์จากการทำงานในแต่ละปีมาถ่ายทอดซึ่งกันและกัน โดยใช้อากาศยาน เฮลิคอปเตอร์ แบบ AS 350 จำนวน 3 ลำ ได้แก่ หมายเลขทรัพยากร 1105 1106 และ 1112 ซึ่งในปีงบประมาณ 2564 ดำเนินการฝึกบินในระหว่างวันที่ 2 - 11 กันยายน 2564 ณ สนามบินเกษตร จังหวัดนครสวรรค์ประกอบด้วย นักบิน จำนวน 10 นาย โดยมีครูการบินทำหน้าที่ในการฝึกบิน จำนวน 4 นาย การฝึกบินทบทวนท่าบินตามมาตรฐาน และตรวจสอบมาตรฐานการบิน รวมทั้งสิ้น 80 ชั่วโมงบิน ประกอบด้วยหลักสูตร รายละเอียดดังนี้ 1) หลักสูตรภาคพื้น : สมรรถนะและขีดความสามารถโดยทั่วไปของเครื่องเฮลิคอปเตอร์ ระบบโครงสร้าง ระบบบังคับการ ระบบเครื่องวัดประกอบการบิน อุปกรณ์สื่อสาร เครื่องช่วยเดินอากาศ ส่วนประกอบ การทำงานของเครื่องยนต์ สมรรถนะและขีดความสามารถสูงสุดในการบิน และอุตุนิยมวิทยาเพื่อการบิน มีค่าคะแนน ทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 97.30 2) หลักสูตรภาคอากาศ : บินทำความคุ้นเคยและการบินท่ามาตรฐาน การบินขึ้น - ลง ในพื้นที่จำกัด และบนภูเขาสูง การบินตักน้ำและทิ้งน้ำดับไฟ มีค่าคะแนนทั้งหมด คิดเป็นร้อยละ 90.92 ทั้งนี้ หลังการฝึกบินแล้วเสร็จในแต่ละวัน นักบินต้องได้รับการประเมินและรับฟังการบรรยาย ผลการบิน รวมทั้งข้อเสนอแนะจากครูการบิน และในวันสุดท้ายของการฝึกบินได้ให้นักบินทดสอบภาควิชาการ และตรวจสอบมาตรฐานการบิน
56 | P a g e 1. จำนวนอากาศยานมีจำนวนจำกัด 2. ด้านบุคลากร 1) จำนวนบุคลากรด้านการบิน (นักบิน ช่างเครื่องบิน และช่างอิเล็กทรอนิกส์การบิน) ไม่เพียงพอ เนื่องจาก ตำแหน่งลูกจ้างประจำ ตำแหน่งนักบิน ช่างเครื่องบิน และช่างอิเล็กทรอนิกส์การบิน เมื่อเกษียณอายุราชการ มีการยุบเลิกตำแหน่งและไม่มีการทดแทนตำแหน่ง 2) ขาดบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาเทคโนโลยีด้านการบิน 3) การพัฒนาองค์ความรู้และทักษะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการบินของบุคลากรที่ปฏิบัติงาน มีความไม่ต่อเนื่องอันเป็นผลมาจากกระบวนการถ่ายทอดองค์ความรู้ระหว่างกัน ส่งผลให้เมื่อมีการปรับเปลี่ยน ด้านบุคลากรใหม่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาและงบประมาณในการพัฒนาให้เกิดความเชี่ยวชาญจนสามารถปฏิบัติงาน ได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ด้านเทคโนโลยี ขาดอุปกรณ์และเครื่องมือในการปฏิบัติงานสนับสนุนภารกิจการบินอย่างเหมาะสม
57 | P a g e 1. การบูรณาการเพื่อประสานความร่วมมือ และศักยภาพจากภาคีเครือข่ายภาคพื้น ทุกหน่วยงาน ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ภาคีภาคประชาชน เครือข่าย ภายนอกภาครัฐ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยมุ้งเน้น ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่เป็นปัจจุบัน นำไปสู่การใช้อากาศยานที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 2. การพัฒนาทักษะและองค์ความรู้ที่จำเป็น ให้แก่บุคลากรผู้ปฏิบัติอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มพูน ความสามารถในการปฏิบัติงานให้สูงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะงานด้านการบินซึ่งเป็นทักษะเฉพาะ ในการพัฒนาบุคลากร การถ่ายทอดองค์ความรู้ อย่างเป็นระบบ รวมไปถึงการจัดอัตรากำลังที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน 1. พัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือรวมทั้งอากาศยาน ในรูปแบบต่างๆ ให้มีจำนวนที่เหมาะสมกับภารกิจ รวมทั้ง การเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือ 2. ควรมีการสรรหาบุคลากรด้านการบินให้มีปริมาณ ที่เหมาะสม และการพัฒนาองค์ความรู้และทักษะ ที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้านการบินของบุคลากร 3. ควรพัฒนาศูนย์เทคโนโลยีการบิน เพื่อรองรับ ภารกิจด้านการบินของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 4. ควรจัดหาอุปกรณ์และเครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานด้านการบินและเทคโนโลยีการบิน
58 | P a g e โครงการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมชุมชนตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ ตามแนวพระราชดำริ (ปิดทองหลังพระ) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการพัฒนา ตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริ โดยมีหลักการให้ประชาชนเป็นเจ้าของโครงการ และขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่เป้าหมายในการขยายผลโครงการร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ เพื่อเตรียมความพร้อม ของเจ้าหน้าที่รัฐ และชุมชนในการสร้างต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน และขยายผลไปสู่การพัฒนาในพื้นที่ชุมชนอื่น ๆ โดยมีหลักคิดในการดำเนินงาน 5 ประการ ดังนี้ 1. นำหลักการทรงงานและโครงการพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ทุกพระองค์ เป็นต้นแบบ เพื่อนำไปสู่การขยายผลการพัฒนาในชุมชนเป้าหมาย 2. ยึดองค์ความรู้ตามแนวพระราชดำริ 6 มิติ ได้แก่ น้ำ ดิน เกษตร ป่า พลังงานทดแทน และสิ่งแวดล้อม โดยพิจารณาความสอดคล้องกับภูมิสังคม องค์ความรู้ที่เป็นสากล และองค์ความรู้ของครูภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นกรอบการทำงาน 3. ปฏิรูปการทำงานโดยสร้างระบบพัฒนาภูมิภาค ยึดพื้นที่เป็นหลัก และมุ่งเน้นความสำเร็จจากระดับชุมชน 4. ปรับเปลี่ยนวิธีคิดในการทำงาน โดยยึดถือความคิด ความต้องการ และศักยภาพของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งจะทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมคิด ร่วมทำ และเป็นเจ้าของโครงการเอง 5. สร้างต้นแบบ “แผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามพระราชดำริ” ที่บูรณาการการทำงานของทีม ปฏิบัติการของส่วนราชการระดับอำเภอและระดับจังหวัด 1. สนับสนุนการจัดทำแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ขยายผล ซึ่งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด และหน่วยงานต่าง ๆ จะร่วมกันสร้างความเข้าใจในทิศทางการพัฒนาตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงให้กับประชาชนในพื้นที่และให้ประชาชน ได้ร่วมกันคิดและจัดทำแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริที่สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และความต้องการของประชาชน 2. ดำเนินโครงการตามแผนพัฒนาชนบทเชิงพื้นที่ประยุกต์ตามแนวพระราชดำริ ในพื้นที่ที่จัดทำแผนแล้วเสร็จ ซึ่งสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด จะเป็นหน่วยงานหลักในการประสานกับชุมชน เพื่อแปลงแผนงานเป็นโครงการและร่วมกับชุมชนในการจัดทำโครงการในมิติที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ มิติน้ำโดยการพัฒนา ระบบการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภคจากแหล่งน้ำที่มีอยู่ในพื้นที่ มิติป่าโดยการร่วมกันลดการบุกรุกพื้นที่ป่า
59 | P a g e และการสร้างเครือข่ายในการป้องกันและอนุรักษ์ทรัพยากรป่าไม้ รวมทั้งการร่วมกันฟื้นฟูความอุดมสมบูรณ์ ภายในพื้นที่ และมิติสิ่งแวดล้อมโดยการร่วมกันรักษาสภาวะแวดล้อมภายในชุมชนให้มีความยั่งยืน 1. ประชาชนสามารถอยู่ได้อย่างพอเพียงตามแนวพระราชดำริ โดยร่วมกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 2. สร้างต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่สามารถขยายผลไปสู่พื้นที่อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อนุมัติจัดสรร งบประมาณให้สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด จำนวน 8 จังหวัด ประกอบด้วย กาฬสินธุ์ ตรัง บุรีรัมย์ ประจวบคีรีขันธ์ พะเยา มุกดาหาร ร้อยเอ็ด และราชบุรี โดยมีผลการดำเนินงาน ดังนี้ 1. การจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนด้วยวิธีธรรมชาติตามนวัตกรรมธนาคารน้ำใต้ดิน และจัดทำ ธนาคารน้ำใต้ดินระบบบ่อปิด ตามโครงการรักษ์ราษฎร์ รักแผ่นดิน น้อมนำพระราชดำริฯ ในการอนุรักษ์และฟื้นฟู สิ่งแวดล้อม ในท้องที่จังหวัดกาฬสินธุ์ โดยจัดทำระบบบำบัดน้ำเสียชุมชนด้วยวิธีธรรมชาติตามนวัตกรรมธนาคาร น้ำใต้ดิน จำนวน 10 แห่ง และจัดทำธนาคารน้ำใต้ดินระบบบ่อปิดเพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าชุมชน และที่สาธารณประโยชน์ จำนวน 100 บ่อ เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเสียชุมชนและน้ำท่วมขัง รวมทั้งป้องกันการชะล้าง มลพิษลงสู่อ่างเก็บน้ำแก้มลิงหนองเลิงเปือย ซึ่งจะทำให้แหล่งน้ำเสื่อมโทรมและกระทบต่อคุณภาพของน้ำในอนาคต นอกจากนั้น ยังเป็นการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยแล้งด้วย
60 | P a g e 2. การอบรมเครือข่ายประชาชนเพื่ออนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ในท้องที่จังหวัดตรังโดยจัดอบรม เพื่อสร้างความรู้ทางวิชาการ สร้างจิตสำนึกในการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้และสิ่งแวดล้อม ในมิติดิน น้ำ ป่า และสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมแก่นักเรียน ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมาย รวมทั้งสิ้น 40 คน จัดกิจกรรม ปลูกป่าเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ป่าไม้ที่เสื่อมโทรม โดยหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องและภาคประชาชนได้ร่วมกันปลูกต้นไม้ รวม 300 ต้น ประกอบด้วย ต้นพะยอม ตะเคียนทอง และมะฮอกกานี
61 | P a g e 3. การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้ ในท้องที่จังหวัดบุรีรัมย์ ดำเนินการปลูกต้นมะค่าโมง ประดู่ป่า สัก ยางนา จำนวน 1,229 ต้น ซึ่งสามารถเพิ่มพื้นที่ป่าได้ 2-2-59 ไร่ ดำเนินการ สำรวจพันธุ์ไม้ยืนต้น 202 ต้น ในพื้นที่เป้าหมาย 3 ไร่ โดยเป็นไม้ยืนต้นที่มีความสูงตั้งแต่ 1.30 เมตรขึ้นไป มีเส้นรอบวงตั้งแต่ 15 เซนติเมตรขึ้นไป พบว่าสามารถกักเก็บก๊าซเรือนกระจกได้ 485.193 tonCO2eq ประโยชน์ที่ได้รับ ประชาชนมีความพึงพอใจ รักและหวงแหนป่าไม้ ต้นไม้ที่ปลูกมีอัตราการรอดตาย ร้อยละ 80
62 | P a g e 4. การเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจ การฝึกอบรมเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในท้องที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์โดยจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อค้นหา ความต้องการด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในพื้นที่ขยายผลโครงการปิดทอง หลังพระ จำนวน 14 แห่ง ๆ ละ 25 คน ส่งเสริมการจัดการขยะตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทางให้มีการคัดแยกขยะและกระบวนการ จัดการขยะอินทรีย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีทุกภาคส่วนเข้าร่วมการอบรมดังกล่าว
63 | P a g e 5. การสร้างความรู้ความเข้าใจ และการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในท้องที่จังหวัดพะเยา โดยการดำเนินกิจกรรมบวชป่า การปลูกต้นไม้ การประชุมเชิงปฏิบัติการ และการจัดทำฝายชะลอน้ำในพื้นที่หมู่บ้านปิดทองหลังพระต้นแบบ จำนวน 3 หมู่บ้าน หมู่บ้านขยายผล จำนวน 6 หมู่บ้าน ใน 9 อำเภอ
64 | P a g e 6. การก่อสร้างระบบประปาบาดาลหอถังสูงและติดตั้งระบบโซล่าเซล ในท้องที่จังหวัดมุกดาหาร โดยดำเนินการก่อสร้างระบบประปาบาดาลหอถังสูงและติดตั้งระบบโซล่าเซลในพื้นที่โครงการฟาร์มตัวอย่าง บ้านดอนม่วงพัฒนา ตำบลโพนทราย อำเภอเมือง จำนวน 2 แห่ง เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎร จำนวน 25 ครัวเรือน และแก้ไขปัญหาภัยแล้งในพื้นที่เกษตรกรรม จำนวน 60 ไร่ สำหรับสร้างรายได้และเป็นแหล่งน้ำต้นทุนให้แก่เกษตรกร
65 | P a g e 7. การสร้างโอกาสให้ชาวบ้านในการประกอบอาชีพบนฐานทรัพยากรชีวภาพยกระดับในพื้นที่ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นเศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (BCG Economy : Bio – Circular - Green Economy) โดยจัดอบรมสร้างความรู้ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่โครงการ อันเนื่องมาจากพระราชดำริในตำบลคำพอุง อำเภอโพธิ์ชัย จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 3 แห่ง เพื่อการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยจัดตั้งกลุ่มอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน ตำบลคำพอุง สร้างอาชีพให้ประชาชนในการเลี้ยงผึ้ง การผลิตเห็ดถุง การเพาะเห็ดตับเต่า การขยายพันธุ์ไม้ การแปรรูปน้ำอ้อยอินทรีย์ การปลูกและแปรรูปขิง การท่องเที่ยวชุมชน การจัดหาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร พร้อมระบบกระจายน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ 5 ระบบ จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำบาดาล จำนวน 5 กลุ่ม รวมทั้งการจัดตั้ง วิสาหกิจชุมชน ณ สำนักทะเบียนอำเภอโพธิ์ชัย มีผู้เข้าร่วมโครงการ จำนวน 132 คน
66 | P a g e 8. การเสริมสร้างความรู้และการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อเพิ่มพื้นที่ป่าและพื้นฟูสภาพป่า ทำให้เกิด ความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธาร ในท้องที่จังหวัดราชบุรีโดยจัดฝึกอบรมการทำปุ๋ยหมักจากวัสดุ การเกษตรที่เหลือใช้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 50 คน การรณรงค์ให้ทุกภาคส่วนร่วมปลูกต้นไม้เนื่องในวันต้นไม้ ประจำปีของชาติ และวันสิ่งแวดล้อมโลก จำนวน 4 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งสิ้น 100 คน ปลูกต้นไม้ จำนวน 1,000 ต้น จัดฝึกอบรมอาสาสมัครดับไฟป่าชุมชน เพื่อสร้างเครือข่ายอาสาสมัครดับไฟป่าชุมชนและให้ความรู้ ในการป้องกันไฟป่า การทำแนวกันไฟ จำนวน 3 ครั้ง โดยมีผู้เข้าร่วมฝึกอบรม จำนวน 105 คน - - -
67 | P a g e ปัจจุบันประเทศไทยมีการพัฒนาทางด้าน เศรษฐกิจ เกษตรกรรม และอุตสาหกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้มีการใช้ทรัพยากรของประเทศเพิ่มขึ้น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการสงวน อนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับ การจัดการการใช้ประโยชน์ทรัพยากรธรรมชาติ อย่างยั่งยืน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตความเป็นอยู่ ของประชาชน ทำให้ได้รับความเดือดร้อนจากการ ดำเนินการของภาครัฐและต้องการให้หน่วยงานภาครัฐ ดำเนินการแก้ไขปัญหา ซึ่งรัฐบาลได้ให้ความสำคัญ ในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน จึงได้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชนทำเนียบรัฐบาลขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจัดการเรื่องร้องเรียนร้องทุกข์ ของประชาชน โดยประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน ระดับกระทรวงที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องร้องเรียน ในการดำเนินการแก้ไขปัญหา กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เห็นถึงความสำคัญในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน ของประชาชนตามนโยบายรัฐบาล จึงได้กำหนดช่องทาง การรับเรื่องร้องเรียน ดังนี้ 1. ผู้ร้องเรียนทำหนังสือร้องเรียนมาที่กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. เรื่องร้องเรียนที่ได้รับผ่านระบบรับเรื่องร้องเรียน อิเล็กทรอนิกส์ (e-Petition) ประกอบด้วย 2.1 ผู้ร้องเรียนแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ รับเรื่องราวร้องทุกข์ของสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2.2 ผู้ร้องเรียนโทรมาที่ สายด่วนรัฐบาล 1111 และเจ้าหน้าที่สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีนำเข้า ระบบร้องทุกข์สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2.3 ผู้ร้องเรียนเดินทางมายื่นเรื่องที่สำนักงาน ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี 2.4 ผู้ร้องเรียนโทรมาที่ Green Call 1310 และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการร่วมกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม นำเข้าระบบ e-Petition 2.5 ผู้ร้องเรียนแจ้งเรื่องร้องเรียนผ่านระบบ e-Petition ด้วยตนเอง 3. ส ำ น ั ก ง า น ป ล ั ด ส ำ น ั ก น า ย ก ร ั ฐ ม น ต รี หรือหน่วยงานอื่นส่งหนังสือมาที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 4. ผู้ร้องเรียน/องค์กรภาคประชาชน มายื่นเรื่อง ร้องเรียนด้วยตนเองที่ศูนย์บริการร่วม กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชั้น 1 อาคารกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
68 | P a g e ปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับเรื่องร้องเรียนสรุปได้ดังนี้ 1) ตารางสรุปเรื่องร้องเรียน แบ่งตามภูมิภาค ภาค จำนวน คิดเป็นร้อยละ ภาคเหนือ 178 19.39 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 170 18.52 ภาคตะวันออก 93 10.13 ภาคกลาง 317 34.53 ภาคใต้ 160 17.43 รวม 918 100 2) ตารางสรุปเรื่องร้องเรียน แบ่งตามประเภทเรื่องร้องเรียนที่มีการร้องเรียนสูงสุด 5 ลำดับแรก ประเภทเรื่องร้องเรียน จำนวน คิดเป็นร้อยละ เรื่องฝุ่นละออง/ควัน/กลิ่น/เสียง 207 22.55 เรื่องสิทธิทำกินพื้นที่ป่าไม้ 153 16.67 เรื่องบุกรุกพื้นที่ป่าไม้ 94 10.24 เรื่องอื่นๆ 65 7.08 เรื่องแนะนำ/ให้ข้อเสนอแนะ 61 6.64 1. กลุ่มมวลชนหลักๆ ที่ยื่นข้อเรียกร้องขอให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมดำเนินการ แก้ไขปัญหา ดังนี้ 1) ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) (P-Move) 2) กลุ่มสมัชชาคนจน (สคจ.) 3) กลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) 4) กลุ่มราษฎร นำโดยนายเนย อิ่มจันทร์ ร้องขอให้จัดสรรที่ดินทำกินให้แก่ราษฎรในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ป่าองค์พระ ป่าพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู ท้องที่ตำบลองค์พระ (ปัจจุบันตำบลวังยาว) อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี 2. การดำเนินการแก้ไขปัญหาของกลุ่มมวลชน โดยในช่วงที่ผ่านมากระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา ของกลุ่มมวลชน ดังนี้ 2.1 ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (ขปส.) (P-Move) ได้มีการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหา โดยแต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหา ได้แก่ 1) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ โดยเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2564 ผู้แทนกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ และกรมทรัพยากร ทางทะเลและชายฝั่ง ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหาภายใต้คณะอนุกรรมการ แก้ไขปัญหาที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 85 เรื่อง
69 | P a g e มีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการรายภาค 4 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ภาคใต้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันตก ระหว่างวันที่ 19 – 31 มีนาคม 2564 ต่อมาได้มอบหมายให้หน่วยงานระดับกรมจัดประชุม เพื่อติดตามผลการดำเนินงานจากการประชุมเชิงปฏิบัติการ 4 ภูมิภาค โดยใช้กลไกของหน่วยงานระดับพื้นที่ เพื่อรายงานให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหา ที่ดินที่อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อโปรดทราบต่อไป 2) คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณ ของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเล และชาวกะเหรี่ยง ซึ่งมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานอนุกรรมการ โดยเมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2564 ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจกับกลุ่มเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เกี่ยวกับแผนการดำเนินการแก้ไขปัญหา ภายใต้คณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาความมั่นคงในที่อยู่อาศัย พื้นที่ทำกิน และพื้นที่ทางจิตวิญญาณของกลุ่มชาติพันธุ์ ชาวเล ชาวกะเหรี่ยง 3) คณะทำงานแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของชุมชนกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย จังหวัดเพชรบุรี รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (นายพงศ์บุณย์ ปองทอง) ได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะสำรวจ และรวบรวมข้อมูลกะเหรี่ยงบ้านบางกลอย โดยคณะสำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง เมื่อวันที่ 21 – 22 กุมภาพันธ์ 2564 และเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2564 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่บ้านบางกลอย เพื่อดูสภาพพื้นที่และรับฟังปัญหาของชุมชนบ้านบางกลอย พร้อมประชุมหน่วยงานในสังกัด ที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบนโยบายและเร่งรัดการดำเนินการแก้ไขปัญหาให้แล้วเสร็จภายใน 3 เดือน โดยรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีข้อสั่งการให้หน่วยงานเร่งรัดดำเนินการตามแผนการดำเนินงาน “โครงการต่อยอดการพัฒนาหมู่บ้านบางกลอยล่าง 9 ด้าน” 2.2 กลุ่มสมัชชาคนจน (สคจ.) โดยประเด็นหลักคือ เรียกร้องสิทธิทำกินโดยขอให้จัดที่ทำกินในรูปแบบ นิคมสหกรณ์ ซึ่งกรมส่งเสริมสหกรณ์ ในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะอนุกรรมการแก้ไขปัญหาป่าไม้และที่ดินในรูปแบบ นิคมสหกรณ์ อยู่ระหว่างการประสานงานกับนายบารมี ชัยรัตน์ ตัวแทนสมัชชาคนจน เพื่อกำหนดวัน เวลา การประชุมหารือ สำหรับข้อเรียกร้องรายกรณีเกี่ยวข้องกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 7 เรื่อง ซึ่งกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมป่าไม้ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กรมทรัพยากรน้ำ และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหา ตามอำนาจหน้าที่ในส่วนที่เกี่ยวข้อง 2.3 กลุ่มสมัชชาเกษตรกรภาคอีสาน (สกอ.) เป็นประเด็นข้อเรียกร้องเกี่ยวกับการได้รับผลกระทบจากการ ประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขตป่าสงวนแห่งชาติ และสวนป่า ทับซ้อนที่ดินทำกินของราษฎร ซึ่งกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีคำสั่ง ที่ 373/2561 ลงวันที่ 28 สิงหาคม 2561 เรื่อง แต่งตั้งคณะกรรมการ ประสานงานแก้ไขปัญหาข้อเรียกร้องของสมัชชาเกษตรกร โดยมีปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธานกรรมการ และได้มีการประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2564 เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหา ข้อเรียกร้องของสมัชชาเกษตรกร ซึ่งที่ประชุมมีมติมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการ ขณะนี้ อยู่ระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการ จำนวน 9 เรื่อง 2.4 กลุ่มราษฎร นำโดยนายเนย อิ่มจันทร์ ร้องขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการจัดที่ดินทำกินตามนโยบาย คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติให้กับราษฎร จำนวน 557 ไร่ โดยคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดินได้มีมติ ให้กำหนดพื้นที่แปลงว่างในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าองค์พระ ป่าเขาพุระกำ และป่าเขาห้วยพลู ท้องที่ตำบลวังยาว อำเภอด่านช้าง จังหวัดสุพรรณบุรี เนื้อที่ประมาณ 557 ไร่ เป็นพื้นที่เป้าหมายที่จะดำเนินการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดที่ดินของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด
70 | P a g e กองตรวจราชการได้รับเรื่องร้องเรียนและ ประสานส่งเรื่องให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมและหน่วยงาน ภายนอก ดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง จำนวน ทั้งสิ้น 918 เรื่อง (ข้อมูล ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2564) เรื่องร้องเรียนที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมได้รับส่วนใหญ่เป็นประเด็นเกี่ยวกับ การเรียกร้องสิทธิในที่ดินทำกิน ซึ่งได้มีการขับเคลื่อน การแก้ไขปัญหาในรูปแบบของคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ และคณะทำงาน โดยกองตรวจ ราชการได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานระดับกรม ในสังกัดเพื่อขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหาไปสู่การ ปฏิบัติ ผ่านกลไกการดำเนินงานของหน่วยงานระดับพื้นที่ ในการจัดประชุมร่วมกับกลุ่มผู้ร้องเรียน ได้รับความร่วมมือ จากหน่วยงานเป็นอย่างดี โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหา ของกลุ่มมวลชนตามนโยบายรัฐบาล จากการ ดำเนินงานที่ผ่านมา พบว่า สามารถแก้ไขปัญหา ให้กับผู้ร้องเรียนได้อย่างรวดเร็วและเกิดผลเป็นรูปธรรม ในการจัดที่ดินทำกินให้ราษฎรตามแนวทาง คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพื่อให้ราษฎร มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นต่อไป การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนบางกรณียังมีความล่าช้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับการแก้ไขระเบียบ กฎหมาย ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ประกอบกับ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ทำให้ไม่สามารถลงพื้นที่หรือจัดประชุมที่มีกลุ่มคนจำนวนมากได้ ผู้บริหารให้ความสำคัญในการแก้ไขปัญหา เรื่องร้องเรียน โดยมีการประชุมเร่งรัดติดตามผล การดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการแต่งตั้ง คณะอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อขับเคลื่อนการแก้ไข ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนให้สำเร็จโดยเร็ว ห น่ว ย ง า น ร ะ ด ั บ พ ื ้ น ท ี ่ ใ น ส ั ง ก ั ด ก ร ะ ท ร วง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เช่น สำนักบริหาร พื้นที่อนุรักษ์ สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ สำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ควรมีการ ทำงานเชิงรุก โดยบูรณาการความร่วมมือในการแก้ไข ปัญหา การสร้างความรู้ความเข้าใจ การสร้างเครือข่าย ร่วมกับภาคประชาชน เพื่อรับฟังประเด็นปัญหา และพิจารณาแนวทางการแก้ไขปัญหาร่วมกัน เป็นการ แก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี ทำให้ผู้ชุมนุมไม่ต้องเดินทาง มาเรียกร้องที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
71 | P a g e
72 | P a g e 1.1 การตรวจราชการตามนโยบายกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตรวจติดตาม การดำเนินงานตามประเด็นนโยบายสำคัญภายใต้นโยบาย และยุทธศาสตร์ที่สำคัญของรัฐบาลและกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเน้นการผลักดัน การขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาอุปสรรคของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งในระดับพื้นที่และระดับนโยบายให้สามารถ ดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ เป้าหมาย และเกิด ประสิทธิภาพสูงสุด ภายใต้ภารกิจหลัก จำนวน 3 ด้าน ประกอบด้วย ด้านทรัพยากรธรรมชาติ ด้านทรัพยากรน้ำ และด้านสิ่งแวดล้อม 1.2 การตรวจราชการตามแผนการตรวจ ราชการแบบบูรณาการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรีตรวจติดตาม การดำเนินงานร่วมกับผู้ตรวจราชการสำนัก นายกรัฐมนตรี และที่ปรึกษาผู้ตรวจราชการ ภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในระดับพื้นที่ ตามประเด็น นโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 2 ประเด็น ได้แก่ การส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ของประชาชนในโครงการจัดที่ดิน และการแก้ไขปัญหา มลพิษทางอากาศ 1.3 การตรวจราชการหน่วยงานที่รับผิดชอบ ตรวจติดตามการดำเนินงานตามภารกิจของหน่วยงาน ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การ มหาชน ครอบคลุมจำนวน 15 หน่วยงาน เพื่อขับเคลื่อน การดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงผลักดัน การแก้ไขปัญหาอุปสรรคสำคัญที่ไม่สามารถแก้ไขได้ ตามขั้นตอนปกติ 1.4 การตรวจราชการตามเหตุการณ์ สถานการณ์ และการมอบหมายของผู้บังคับบัญชา ตรวจติดตาม การดำเนินงานผลักดันการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ตามนโยบาย และข้อสั่งการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในพื้นที่เขตตรวจราชการที่รับผิดชอบ ประกอบด้วย 1) การจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ป่าสงวน แห่งชาติ 2) โครงการปลูกป่าและป้องกันไฟป่า 3) มาตรการ แก้ไขปัญหากรณีส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เข้าทำ ประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ก่อนได้รับอนุญาต ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 และ วันที่ 11 พฤษภาคม 2564 4) การจ้างพนักงานราชการเฉพาะกิจ ตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 25645) การติดตามประเมินผลโครงการ ที่ได้รับการสนับสนุนเงินกองทุนสิ่งแวดล้อม 6) การช่วยเหลือ ผู้ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ และ 7) การติดตามเรื่องร้องเรียน กองตรวจราชการ มีภารกิจหลักในการสนับสนุนการตรวจราชการของผู้ตรวจราชการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อตรวจ ติดตาม และกำกับการปฏิบัติงานของหน่วยงานภายใต้สังกัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้บรรลุเป้าประสงค์ของการตรวจราชการที่กำหนด ตามแผนการตรวจราชการ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสอดรับกับแผนการตรวจราชการแบบบูรณาการร่วมกับ สำนักนายกรัฐมนตรี 1. จัดทำแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 การจัดทำแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กำหนดประเภทการตรวจราชการครอบคลุมอำนาจหน้าที่ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ได้รับมอบหมายในฐานะกำกับดูแลแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 4 ประเภท ดังนี้
73 | P a g e รอบที่ 1 (Project and Progress Reviews) จำนวน 31 ครั้ง ระหว่างเดือนมกราคม – มีนาคม 2564 เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการตรวจราชการ ตามแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และติดตามความก้าวหน้าพร้อมปัญหา อุปสรรคจากการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ รอบที่ 2 (Monitoring and Evaluation) จำนวน 35 ครั้ง ระหว่างเดือนเมษายน – กันยายน 2564 เพื่อตรวจติดตาม ผลการดำเนินงานและปัญหาอุปสรรค รวมทั้งผลการ ดำเนินงานตามข้อเสนอแนะจากการตรวจราชการรอบที่ 1 2. สนับสนุนการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 กองตรวจราชการ ได้สนับสนุนการตรวจราชการของคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ซึ่งได้ปรับรูปแบบการตรวจราชการ เนื่องจากเกิดการแพร่ระบาด ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 โดยเป็นการประชุมผ่านระบบการประชุมทางไกล (VDO Conference) และการตรวจผลการดำเนินงานจากแบบรายงานของหน่วยรับตรวจ รวมถึงการลงพื้นที่ตามความจำเป็น ตามกรอบระยะเวลา ที่กำหนด ครอบคลุม 18 เขตตรวจราชการ 15 หน่วยงาน แบ่งเป็น 2 รอบ ดังนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 กันยายน 2564) ผลผลิตของงาน/โครงการ/กิจกรรมหลัก หน่วยนับ ผลผลิต ปี 63 ผลผลิต ปี 64 เป้าหมาย ปี 65 1. แผนการตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 แผน 1 1 1 เล่ม 250 150 E-book 2. การตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการกระทรวงฯ (1) เอกสารประกอบการตรวจราชการ ชุด 90 48 50 (2) รายงานสรุปผลการตรวจราชการ (รายครั้ง) ฉบับ 90 48 50 (3) รายงานสรุปผลการตรวจราชการ เสนอผู้บริหาร (รายรอบ) ฉบับ 2 2 2 (4) ข้อเสนอแนะผู้ตรวจราชการกระทรวง ข้อ 243 127 - 3. การสนับสนุนการตรวจราชการตามแผนการตรวจราชการ แบบบูรณาการร่วมกับสำนักนายกรัฐมนตรี (1) เอกสารประกอบการตรวจราชการ ชุด 14 18 18 (2) รายงานสรุปผลการเข้าร่วมการตรวจราชการ (รายครั้ง) ฉบับ 14 18 18 (3) รายงานสรุปภาพรวมการตรวจราชการแบบบูรณาการ (รายรอบ) ฉบับ 2 2 2 (4) ข้อเสนอแนะผู้ตรวจราชการกระทรวง ข้อ 14 6 - 4. จัดทำรายงานผลการตรวจราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 รูปเล่ม เล่ม E-book E-book E-book กองตรวจราชการ สนับสนุนคณะผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งหน่วยงานส่วนกลางและหน่วยงานในพื้นที่ ให้บรรลุตามเป้าหมายที่กำหนด โดยสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและแก้ไข ปัญหาการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจที่สำคัญ ดังนี้
74 | P a g e 1. การจัดทำขอบเขตแปลงรวมของแต่ละชุมชน ในพื้นที่ลุ่มน้ำ 3,4,5 (อยู่ก่อน 30 มิถุนายน 2541) และการอนุญาตเข้าทำประโยชน์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ จำนวน 3.9 ล้านไร่ พบว่า ขั้นตอนการพิจารณาอนุญาต ใช้ประโยชน์ของพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติมีความล่าช้า เนื่องจากกรมป่าไม้ ได้รับเอกสารประกอบการยื่นคำขอ ไม่ครบถ้วน สำหรับพื้นที่เป้าหมายที่อยู่ในขั้นตอนการ ดำเนินงานของคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด มีพื้นที่ที่ยังไม่ยื่นขออนุญาตจำนวนมาก เนื่องจากเดิม ต้องผ่านความเห็นจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งมีระยะเวลาในการพิจารณา ซึ่งปัจจุบันกรมป่าไม้ ได้แจ้งให้คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินจังหวัด ยื่นขออนุญาต โดยให้ส่งเอกสารหลักฐานตามมา ภายหลัง เห็นควรให้กรมป่าไม้ และสำนักงาน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด วางแผนการดำเนินงานให้มีความชัดเจนและเร่งรัด นำพื้นที่เป้าหมายเสนอคณะอนุกรรมการจัดหาที่ดิน ควบคู่กับการยื่นขออนุญาตกับกรมป่าไม้ 2. การดำเนินโครงการปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระยะที่ 2 จำนวน 400,000 ไร่ และผลสำเร็จโครงการ ปลูกป่า และป้องกันไฟป่า ระยะที่ 1 จำนวน 21,249 ไร่ พบว่า การดำเนินงานระยะที่ 1 อยู่ระหว่างจัดทำระบบ ฐานข้อมูลการบริหารกิจกรรมปลูกป่าและพื้นที่สีเขียว กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมป่าไม้ ยังไม่ได้รับผลการดำเนินงานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นควรให้สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ในพื้นที่ ประสานข้อมูลขอบเขตแปลงปลูกป่าในรูปแบบ shapefile และภาพถ่ายแปลงปลูกป่าระยะที่ 1 เพื่อเป็นข้อมูล ประกอบการติดตามต่อไป สำหรับการดำเนินงานระยะที่ 2 พบปัญหาการกำหนดเป้าหมายการปล ูกป่า ตามแผนงานและการปลูกป่าแบบจิตอาสาในพื้นที่ ป่าสงวนแห่งชาติระหว่างหน่วยงานส่วนกลาง (กรมป่าไม้) และหน่วยปฏิบัติ (สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด) ไม่มีความชัดเจน เห็นควรให้กรมป่าไม้ ทบทวนพื้นที่ เป้าหมายตามแผนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และเร่งรัดกำหนดพื้นที่เป้าหมาย ร่วมกับหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ให้มีความชัดเจนเพื่อให้ การดำเนินงานสำเร็จตามระยะเวลาที่กำหนด 3.การจัดหาแหล่งน้ำต้นทุนผิวดิน และแหล่งน้ำบาดาล พบว่าแหล่งกักเก็บน้ำต้นทุนผิวดินส่วนใหญ่ไม่เพียงพอ ต่อการใช้ประโยชน์ของประชาชน ประกอบกับแหล่งน้ำบาดาล บางแห่งมีศักยภาพต่ำ คุณภาพน้ำไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งในช่วง ฤดูแล้งจะประสบปัญหาขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค และทำการเกษตร ทั้งที่ในช่วงปลายปี 2563เขตพื้นที่ดังกล่าว ประสบปัญหาน้ำท่วม เนื่องจากฝนตกหนัก ทำให้ปริมาณ น้ำเอ่อล้นอ่างเก็บน้ำ ไม่สามารถระบายน้ำไปกักเก็บไว้ใช้ ประโยชน์ได้เท่าที่ควร เห็นควรให้กรมทรัพยากรน้ำ และกรมทรัพยากรน้ำบาดาล นำประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ในพื้นที่เป็นข้อมูลประกอบการบริหารจัดการโครงข่ายน้ำ ให้มีความเชื่อมโยงเป็นระบบตามความเหมาะสมของสภาพพื้นที่ 4. การป้องกันและแก้ไขปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 พบว่า เขตกรุงเทพ ปริมณฑล และพื้นที่ภาคเหนือ เกิดผลกระทบจากฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 จะพบ ในช่วงฤดูหนาวเป็นประจำทุกปี เนื่องจากส่วนหนึ่ง เกิดจากปัจจัยด้านสภาพภูมิอากาศปิด มีมวลอากาศ ปกคลุมในพื้นที่ และยังพบบางจังหวัดไม่มีสถานีตรวจวัด คุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติ โดยใช้ข้อมูลเทียบเคียง จากสถานีตรวจวัดของพื้นที่ใกล้เคียง เห็นควรให้ กรมควบคุมมลพิษ สนับสนุนการติดตั้งสถานีตรวจวัด คุณภาพอากาศแบบอัตโนมัติให้กับจังหวัดที่ประสบปัญหา ตามความจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งจังหวัดอื่น ๆ ตามความ เ ห ม า ะ ส ม พ ร ้ อ ม น ำ น โ ย บ า ย จ า ก ก า ร ป ร ะ ชุ ม การถอดบทเรียน เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2564 ของพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ มอบนโยบาย ให้ทุกหน่วยงานยึดหลักการทำงานร่วมกัน คือ "ขยายผล พัฒนา ขจัดปัญหา" เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน และเน้นย้ำ ถึงการยกระดับ Single Command ที่ผู้ว่าราชการจังหวัด สามารถติดตามสถานการณ์ และสั่งการไปยังท้องถิ่นระดับล่าง ได้อย่างใกล้ชิด รวดเร็ว
75 | P a g e ปัจจุบันเครื่องมือและกลไกที่สำคัญเพื่อใช้ สำหรับการตรวจราชการไม่มีความเชื่อมโยงเป็นระบบ รวมถึงฐานข้อมูลการดำเนินงานของหน่วยรับตรวจ ระหว่างส่วนกลางและหน่วยปฏิบัติในพื้นที่ไม่สอดคล้องกัน ทำให้การขับเคลื่อนการตรวจราชการเพื่อผลักดัน การแก้ไขปัญหาอาจไม่สะท้อนผลลัพธ์ในเชิงประจักษ์ เท่าที่ควร ควรพัฒนาระบบฐานข้อมูลการตรวจราชการ ให้มีความเชื่อมโยงเป็นปัจจุบัน เพื่อให้การสืบค้นข้อมูล มีความแม่นยำสะดวกรวดเร็ว สามารถใช้ชุดข้อมูลเดียวกัน ระหว่างหน่วยงานส่วนกลางและในพื้นที่ เพื่อให้การตรวจ ติดตามเป็นในทิศทางเดียวกันตามเป้าหมายที่กำหนด การจัดทำแผนการตรวจราชการและการกำหนด ประเด็นการตรวจติดตามที่มีความชัดเจน สอดรับกับ ประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น รวมทั้งความร่วมมือ การให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ของหน่วยรับตรวจ ท ำ ใ ห้ก า ร ต ร ว จ ร า ช ก า ร เ ก ิ ด ป ร ะ ส ิ ท ธ ิ ภ า พ และประสิทธิผลยิ่งขึ้น
76 | P a g e คณวจาชการกระทรวงฯ ลงพื้นที่ตรวจติดตามโครงการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน คณะผู้ตรวจราชการกระทรวงฯ ลงพื้น รวจติดตามโครงการเพิ่มพื้นที่ป่าชายเลน
77 | P a g e
78 | P a g e การตรวจสอบภายในเป็นกิจกรรมให้ความเชื่อมั่น การให้คำปรึกษาอย่างเที่ยงธรรม เป็นอิสระ ซึ่งจัดให้มีขึ้น เพื่อเพิ่มคุณค่า ปรับปรุงการปฏิบัติงานของหน่วยงานให้ดีขึ้น งานตรวจสอบภายในจึงเป็นเครื่องมือที่สำคัญ ของฝ่ายบริหารในการตรวจสอบ ติดตาม ประเมินผลการดำเนินงานของหน่วยงาน เพื่อให้ผลการดำเนินงานบรรลุ ถึงเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่าภายใต้การบริหาร ความเสี่ยง การควบคุม และการกำกับดูแลที่ดี (Good Governance) ที่เหมาะสมอย่างเป็นระบบ กลุ่มตรวจสอบภายใน ดำเนินการตรวจสอบและประเมินผล เพื่อสนับสนุน รวมทั้งช่วยผลักดัน ให้การดำเนินงานของหน่วยงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ดังนี้ 1. ด้านการตรวจสอบภายใน 1.1 การตรวจสอบตามแผนการตรวจสอบประจำปี ตรวจสอบการบริหารด้าน Financial and Compliance Auditing 1) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) 2) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) 3) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 9 (อุดรธานี) 4) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) 5) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 (อุบลราชธานี) 6) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (ภูเก็ต) 7) สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) ตรวจสอบการบริหารด้าน Performance Auditing 1) กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่า และพันธุ์พืช - ตรวจสอบโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนบกบริเวณตอนในของภาคเชื่อมโยงกับ แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชื่อเสียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 2) กรมทรัพยากรน้ำบาดาล - ตรวจสอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตรด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่น้ำหายาก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 3) กรมทรัพยากรน้ำ - ตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์น้ำทางไกลอัตโนมัติ (ลุ่มแม่น้ำกลอง และแม่น้ำสาละวิน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 1.2 การปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมาย 1.2.1 การตรวจสอบแผนการตรวจสอบประจำปี 1) แผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ 2) แผนการตรวจสอบระยะยาว 3 ปี 3) แผนพัฒนาบุคลากร
79 | P a g e 1.2.2 ทบทวนการจัดทำกฎบัตรการตรวจสอบภายในของกลุ่มตรวจสอบภายใน 1.2.3 สรุปผลและรายงานการประเมินตนเองเป็นระยะ (Periodic Self Assessment) 1.2.4 การจัดทำ รวบรวม และสรุปผลการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในที่อยู่ในความรับผิดชอบ เป็นรายไตรมาสและในภาพรวม 1.2.5 ตรวจสอบและรับรองงบการเงินในฐานะผู้สอบบัญชีของกองทุนสวัสดิการสำนักงาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1.2.6 ตรวจสอบการใช้จ่ายค่าสาธารณูปโภคค้างชำระในภาพรวมของกระทรวง พร้อมทั้งรายงาน ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทราบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 1.2.7 จัดทำรายงานสรุปผลการตรวจสอบของสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินและผู้ตรวจสอบภายใน จังหวัดที่เข้าตรวจสอบหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งติดตามผลการแก้ไข ตามข้อเสนอแนะ 1.2.8 ประเมินระบบการควบคุมภายในและจัดทำรายงานผลการสอบทานการประเมินผลการควบคุม ภายในของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 1.2.9 สนับสนุนการดำเนินงาน ประสานงาน และจัดทำรายงานตามนโยบายการกำกับดูแลองค์การที่ดี (OG) 1.2.10 สนับสนุนการดำเนินงาน ประสานงาน และการจัดทำรายงานการพัฒนาคุณภาพการบริหาร จัดการภาครัฐระดับพื้นฐาน (PMQA) 1.3 การบริการให้คำปรึกษา (Consulting Service) ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับระเบียบ วิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และอื่น ๆแก่หน่วยรับตรวจที่รับผิดชอบหรือที่ได้รับมอบหมายจากผู้บริหารผ่านช่องทางสื่อสารต่าง ๆ เช่น หนังสือสั่งการ โทรศัพท์ ไลน์บุคคล และ E-mail เป็นต้น โดยในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 53 เรื่อง
80 | P a g e 2. ด้านการสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวง (ค.ต.ป.ทส.) 2.1 จัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และประเมินผลประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม จำนวน 8 ครั้ง 2.2 คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงได้ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามประเด็นการตรวจสอบ โดยอิสระ การจัดการที่ดินให้ประชาชนเพื่อการอนุรักษ์ ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (โครงการจัดการที่ดินให้ประชาชน ภายใต้นโยบายคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน แห่งชาติ) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประเด็นการตรวจสอบ ตามตัวชี้วัด การพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชน ในพื้นที่จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 20 - 22 ตุลาคม 2563 จัดทำรายงานผลการตรวจสอบ จากการลงพื้นที่ปี 2561 (การติดตามการป้องกัน และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง) 2.3 คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล ประจำกระทรวงได้ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ ผลการดำเนินงานโครงการในจังหวัดเชียงใหม่ ของคณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำ กระทรวง ระหว่างวันที่ 2 - 5 มีนาคม 2564 โครงการ ภายใต้ประเด็นการตรวจสอบที่คณะกรรมการ ตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงคัดเลือก ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ดังนี้ ประเด็นการตรวจสอบที่ 1 : การพัฒนา และจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนในพื้นที่นอกเขต ชลประทาน ติดตามการก่อสร้างระบบกระจายน้ำเกษตร พลังงานแสงอาทิตย์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล การก่อสร้างโครงการซ่อมแซมอ่างเก็บน้ำห้วยแก้ว พร้อมระบบกระจายน้ำ ของกรมทรัพยากรน้ำ ประเด็นการตรวจสอบที่ 2 : การบริหาร จัดการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ติดตามการบริหาร จัดการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความคืบหน้า การก่อสร้างลานกางเต็นท์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วาง และอุทยานแห่งชาติออบขาน (เตรียมการ) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ประเด็นการตรวจสอบที่ 3 : การประเมิน ผลสัมฤทธิ์การแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ติดตามงานการแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า การชิงเก็บ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช และกรมป่าไม้ การแจ้งเตือนคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดคุณภาพ อากาศ ของกรมควบคุมมลพิษ 2.4 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผล ภาคราชการ ต่อเนื่องจากประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น 1. ประเด็นการตรวจสอบโดยอิสระ : การจัดการที่ดินให้ประชาชนเพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ 2. ประเด็นการตรวจสอบตามตัวชี้วัด : การพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชน 3. ประเด็นการตรวจสอบโควิด : โครงการ จ้างงานให้กับประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด – 19) 2.5 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผล ภ าคราช การ ประจำปีงบประ มา ณ พ. ศ. 2564 แบ่งออกเป็น 3 ประเด็น 1. ประเด็นการตรวจสอบที่ 1 : การพัฒนา และจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนในพื้นที่นอกเขต ชลประทาน 2. ประเด็นการตรวจสอบที่ 2 : การบริหาร จัดการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ 3. ป ร ะ เ ด ็ น ก า ร ต ร ว จ ส อ บ ที่ 3 : การประเมินผลสัมฤทธิ์การแก้ไขปัญหาหมอกควัน และฝุ่น PM2.5
81 | P a g e ผลผลิตของงาน/โครงการ/กิจกรรมหลัก หน่วยนับ ผลผลิต ปี 63 เป้าหมาย ปี 64 ผลผลิต ปี 64 1. หน่วยงานที่ได้รับการตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผล การปฏิบัติงาน - ตรวจสอบการบริหารด้านการเงิน การบัญชี และปฏิบัติตามกฎระเบียบ - ตรวจสอบโครงการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวบนบก บริเวณตอนในของภาคเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยว ทางทะเลที่มีชื่อเสียงประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 - ตรวจสอบโครงการพัฒนาน้ำบาดาลเพื่อการเกษตร ด้วยพลังงานแสงอาทิตย์ในพื้นที่น้ำหายาก ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2563 - ตรวจสอบโครงการพัฒนาระบบติดตามสถานการณ์น้ำ ทางไกลอัตโนมัติ (ลุ่มแม่น้ำกลองและแม่น้ำสาละวิน) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 หน่วยงาน หน่วยงาน หน่วยงาน หน่วยงาน 7 1 1 1 7 1 1 1 7 1 1 1 2. การสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการ ตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวง 2.1 การจัดประชุมคณะกรรมการตรวจสอบ และประเมินผลภาคราชการ 2.2 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผล ภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 3 ประเด็น 2.3 รายงานผลการตรวจสอบและประเมินผล ภาคราชการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 จำนวน 3 ประเด็น ครั้ง ครั้ง ครั้ง 12 1 1 12 1 1 8 1 1 1. การบริหารงานและการดำเนินงานของหน่วยงานมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล คุ้มค่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ และเป้าหมายที่กำหนด 2. ผู้ปฏิบัติงาน ผู้กำกับดูแล และผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบการดำเนินงานจากข้อตรวจพบ ข้อสังเกต และข้อเสนอแนะ เพื่อเป็นแนวทางในการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องและลดข้อบกพร่อง ข้อผิดพลาด จากการดำเนินงาน ทำให้การปฏิบัติงานของหน่วยรับตรวจมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น 3. ผู้บริหารมีความเชื่อมั่นต่อความมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของการดำเนินงาน สามารถ นำรายงานผลการตรวจสอบมากำหนดนโยบายในเชิงภารกิจของหน่วยงานให้เป็นไปตามหลักการบริหารกิจการ บ้านเมืองที่ดี
82 | P a g e 1. บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในระเบียบปฏิบัติไม่ครอบคลุมทุกด้าน เนื่องจากกฎระเบียบ ข้อบังคับ และวิธีปฏิบัติมีการปรับปรุงและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะปัจจุบัน 2. การมีภาระหน้าที่ต้องปฏิบัติเป็นจำนวนมาก รวมทั้งงบประมาณสนับสนุนไม่เพียงพอต่อการเข้ารับ การพัฒนาองค์ความรู้ทำให้บุคลากรขาดโอกาสในการเรียนรู้และเพิ่มพูนความรู้ที่จะนำไปใช้ให้เป็นประโยชน์ ในการปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ 1. ผู้บริหารให้ความสำคัญในการติดตามและรับข้อสังเกต/ข้อเสนอแนะไปปรับปรุง การได้รับความร่วมมือ จากทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2. บุคลากรต้องมีความรู้ ความสามารถ ทักษะ และประสบการณ์ในการปฏิบัติงานตลอดจนมีความพร้อม ในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ รวมทั้งต้องให้ความสำคัญในการศึกษากฎระเบียบฯ ที่มีการปรับปรุง เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ 3. ควรมีการจัดกรอบอัตรากำลังที่เหมาะสม และเพียงพอต่อการปฏิบัติงาน 1. ส่งเสริม สนับสนุนให้บุคลากรได้รับการพัฒนาศักยภาพ การเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง สามารถถ่ายทอด ความรู้ให้แก่เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ 2. ส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสอนงานภายในหน่วยงานอย่างสม่ำเสมอ 3. ผู้บริหารให้การสนับสนุนกรอบอัตรากำลังที่เหมาะสม ความก้าวหน้าของผู้ตรวจสอบภายใน เพื่อสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน
83 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตรวจสอบ 1 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการสอบทานการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และยานพาหนะให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ กำหนด ปีงบประมาณ 2563 - 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) โดยวิธีการสอบทานเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 9 - 13 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงาน สิ่งแวดล้อมภาคที่ 1 (เชียงใหม่) ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
84 | P a g e การตรวจสอบสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนตรวจสอบ 3 ได้ลงพื้นที่ ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) เพื่อดำเนินการ สอบทานการบริหารงานด้านการเงิน การบัญชี การบริหารพัสดุ และยานพาหนะ ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ กำหนด โดยวิธีการสอบทานเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 9 – 13 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 7 (สระบุรี) ในการอำนวย ความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
85 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 9 (อุดรธานี) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตรวจสอบ 2 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการสอบทานการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และยานพาหนะ ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ กำหนด โดยวิธีการสอบทานเอกสาร หลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 1 - 7 พฤศจิกายน 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 9 (อุดรธานี) ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
86 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตรวจสอบ 1 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อดำเนินการสอบทานการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และยานพาหนะให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ กำหนด ปีงบประมาณ 2563 - 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) โดยวิธีการสอบทานเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำ ที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 14 - 18 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงาน สิ่งแวดล้อมภาคที่ 11 (นครราชสีมา) ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
87 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 (อุบลราชธานี) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตรวจสอบ 2 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 (อุบลราชธานี) เพื่อดำเนินการสอบทานการปฏิบัติงาน ด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และยานพาหนะ ให้เป็นไปตามกฎ ระเบียบ กำหนด พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 5 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 12 (อุบลราชธานี) ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
88 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (ภูเก็ต) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยส่วนตรวจสอบ 2 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (ภูเก็ต) เพื่อดำเนินการสอบทานการปฏิบัติงานด้านการเงิน การบัญชี การพัสดุ และยานพาหนะ ให้เป็นไปตาม กฎ ระเบียบ กำหนด โดยวิธีการสอบทานเอกสารหลักฐานต่างๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่าง วันที่ 14 - 18 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 15 (ภูเก็ต) ในการอำนวย ความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
89 | P a g e การตรวจสอบภายในสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) กลุ่มตรวจสอบภายในสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนตรวจสอบ 3 ได้ลงพื้นที่ตามแผนการตรวจสอบประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ของสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) เพื่อดำเนินการสอบทานการบริหารงานด้านการเงิน การบัญชี การบริหารพัสดุ และยานพาหนะ ให้เป็นไป ตามกฎ ระเบียบ กำหนด โดยวิธีการสอบทานเอกสารหลักฐานต่าง ๆ พร้อมทั้งให้คำแนะนำที่เป็นประโยชน์ ต่อการปฏิบัติงาน ระหว่างวันที่ 21 – 25 ธันวาคม 2563 ซึ่งได้รับความร่วมมือจากสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 16 (สงขลา) ในการอำนวยความสะดวกในด้านต่าง ๆ เป็นอย่างดี
90 | P a g e คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 ตามประเด็นการตรวจสอบโดยอิสระ การจัดการที่ดินให้ประชาชน เพื่อการอนุรักษ์ฟื้นฟูและป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (โครงการจัดการที่ดินให้ประชาชน ภายใต้นโยบายคณะอนุกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ) ในพื้นที่จังหวัดลำปาง ประเด็นการตรวจสอบตามตัวชี้วัด การพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนในพื้นที่จังหวัดลำปาง และจังหวัดลำพูน ระหว่างวันที่ 20 - 22 ตุลาคม 2563
91 | P a g e คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผลประจำกระทรวงได้ลงพื้นที่ติดตาม ตรวจสอบ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 - 4 มีนาคม 2564 ประเด็นการตรวจสอบที่ 1 : การพัฒนาและจัดหาแหล่งน้ำให้ประชาชนในพื้นที่นอกเขตชลประทาน ติดตาม การก่อสร้างระบบกระจายน้ำเกษตรพลังงานแสงอาทิตย์ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล การก่อสร้างโครงการซ่อมแซม อ่างเก็บน้ำห้วยแก้วพร้อมระบบกระจายน้ำของกรมทรัพยากรน้ำ ประเด็นการตรวจสอบที่ 2 : การบริหารจัดการแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ติดตามการบริหารจัดการ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ความคืบหน้าการก่อสร้างลานกางเต็นท์ในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแม่วางและอุทยาน แห่งชาติออบขาน (เตรียมการ) ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช ประเด็นการตรวจสอบที่ 3 : การประเมินผลสัมฤทธิ์การแก้ไขปัญหาหมอกควันและฝุ่น PM2.5 ติดตามงาน การแก้ไขปัญหาหมอกควันและไฟป่า การชิงเก็บ ของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช และกรมป่าไม้ การแจ้งเตือนคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศของกรมควบคุมมลพิษ
92 | P a g e
93 | P a g e ติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำแหล่งน้ำ ผิวดิน น้ำทะเลชายฝั่ง ตะกอนดิน และพัฒนาระบบ การประเมินความสามารถในการรองรับมลพิษ ได้ในพื้นที่ แหล่งน้ำวิกฤติ/แหล่งน้ำสาขาที่สำคัญ/ แหล่งน้ำหลัก พร้อมทั้งเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคประชาชน 1) ไม่สามารถดำเนินการกิจกรรมในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัส โคโรนา 2019 เช่น การสร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการ คุณภาพน้ำ การขับเคลื่อนมาตรการจัดการคุณภาพน้ำ ในแหล่งน้ำวิกฤติ เป็นต้น 2) ขาดความรู้และประสบการณ์ด้านอุทกวิทยา ชลศาสตร์การไหลของน้ำ การประเมินแบบจำลอง 1) แหล่งน้ำธรรมชาติได้รับการฟื้นฟู จำนวน 16 แหล่งน้ำ 2) จำนวนตัวอย่างน้ำจากแหล่งน้ำผิวดิน/ทะเล ในพื้นที่วิกฤตได้รับการตรวจคุณภาพ 2,973/87 ตัวอย่าง แหล่งน้ำผิวดินมีคุณภาพน้ำเป็นไปตามมาตรฐาน ที่กำหนด 8 แหล่งน้ำ 1) ปรับรูปแบบกิจกรรมให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถ ดำเนินการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เช่น การประชุมผ่านระบบ ออนไลน์ ผ่าน application Zoom, line เป็นต้น รวมถึง จัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ องค์ความรู้ที่สามารถเผยแพร่ ผ ่ า น ท า ง ส ื ่ อ ส ั ง ค ม อ อ น ไ ล น ์ ไ ด ้ เ ช ่ น ว ิ ดิท ั ศ น์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น 2) ร่วมมือกับหน่วยงานภายนอกหรืออาจารย์ จากสถาบันการศึกษาที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยง หรือที่ปรึกษาในการพัฒนาระบบประเมินความสามารถ ในการรองรับมลพิษของลำน้ำด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์ ควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อให้มีการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคุณภาพน้ำอย่างต่อเนื่อง
94 | P a g e 1. ติดตามตรวจสอบ เฝ้าระวังคุณภาพน้ำแหล่งน้ำผิวดิน/น้ำทะเล 2. สร้างการมีส่วนร่วมในการจัดการคุณภาพน้ำในพื้นที่ 3. ดำเนินการสอบเทียบและซ่อมบำรุงเครื่องมือ/ครุภัณฑ์/สถานีตรวจวัดคุณภาพน้ำอัตโนมัติ 4. ดำเนินการพัฒนาระบบประเมินความสามารถในการรองรับมลพิษของลำน้ำด้วยแบบจำลองคณิตศาสตร์
95 | P a g e 1) สำรวจและจัดทำฐานข้อมูลคุณภาพน้ำดิบที่ใช้ ผลิตน้ำประปาและคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 997 แห่ง 2) น้ำดิบผลิตน้ำประปาและน้ำประปาหมู่บ้าน เพื่อการอุปโภคบริโภคของประชาชนได้รับการตรวจ วิเคราะห์คุณภาพตามมาตรฐาน 1,155 ตัวอย่าง 3) มีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์คุณภาพน้ำดิบ และคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน 4) ประชาชนมีน้ำประปาหมู่บ้านที่สะอาด ปลอดภัยเหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภค ที่ได้รับ การตรวจวิเคราะห์คุณภาพตามมาตรฐาน 283 แห่ง 1) ไม่สามารถดำเนินการกิจกรรม เช่น การจัดการ ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ การเก็บตัวอย่างน้ำในพื้นที่ ที่มีความเสี่ยงสูงจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 2) การบริหารจัดการระบบประปาหมู่บ้าน ที่ดำเนินการโดยคณะกรรมการบริหารกิจการประปาหมู่บ้าน ประสบปัญหาภาวะขาดทุน เนื่องจากรายได้จากการจัดเก็บ ค่าน้ำประปาไม่เพียงพอที่จะนำมาเป็นค่าใช้จ่าย ในการดูแลและบำรุงรักษาระบบประปาหมู่บ้าน ให้มีประสิทธิภาพได้ 3) ระบบประปาแบบผิวดินบางแห่งพบปัญหา การขาดแคลนน้ำดิบในช่วงฤดูแล้ง ทำให้ปริมาณน้ำประปา ไม่เพียงพอต่อการผลิตน้ำประปา 4) ขาดแคลนบุคลากรในการดูแลระบบประปา หมู่บ้านหรือบางหมู่บ้าน เนื่องจากผู้ดูแลระบบประปา หมู่บ้านมีจำนวน 1 คน ทำให้การดูแลระบบประปาหมู่บ้าน ไม่ทั่วถึง 5) ผู้ดูแลระบบขาดองค์ความรู้และทักษะ 6) น้ำดิบที่มีคุณภาพด้อยลง ทำให้การควบคุม การผลิตน้ำประปาทำได้ยาก ส่งผลต่อต้นทุนการผลิต น้ำประปาหมู่บ้านและคุณภาพน้ำประปาที่ผลิตได้ ประชาชนมีน้ำประปาหมู่บ้านที่สะอาด ปลอดภัย เหมาะสำหรับการอุปโภคบริโภค ที่ได้รับการตรวจ วิเคราะห์คุณภาพตามมาตรฐาน 7,751 ครัวเรือน และประชากร จำนวน 214,977 คน สำรวจแหล่งน้ำดิบและระบบประปาหมู่บ้าน เพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำและจัดทำระบบสารสนเทศ ภูมิศาสตร์คุณภาพน้ำดิบและน้ำประปาหมู่บ้าน คลอบคลุมพื้นที่ทั้ง 76 จังหวัด ควบคู่กับการจัดฝึกอบรมเพื่อพัฒนา องค์ความรู้ให้กับผู้ดูแลระบบและผลิตน้ำประปาหมู่บ้าน ให้สามารถบริหารจัดการและปรับปรุงคุณภาพน้ำ ให้ผ่านเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำอุปโภคบริโภค รวมทั้งดำเนินการพัฒนาระบบการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำประปา หมู่บ้าน สำหรับการอุปโภคบริโภคให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล
96 | P a g e 1) ปรับรูปแบบกิจกรรมให้อยู่ในรูปแบบที่สามารถดำเนินการในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 เช่น การประชุมหรืออบรมผ่านระบบออนไลน์ ผ่าน application Zoom, line หรือแอพพลิเคชัน อื่นๆ ที่เหมาะสม การอบรมแบบกลุ่มย่อย เป็นต้น รวมถึงจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์องค์ความรู้ที่สามารถเผยแพร่ ผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ได้ เช่น วิดิทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้น 2) การสอนวิธีการเก็บตัวอย่างน้ำผ่านทางแอพพลิเคชันสื่อสารต่างๆ ที่เหมาะสม เพื่อให้เก็บตัวอย่างน้ำ ได้อย่างถูกต้องและถูกหลักวิชาการ โดยมีการขนส่งที่มีมาตรการป้องกันเชื้อโควิด – 19 อย่างเคร่งครัด 3) จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้น ดังนั้น ต้องทำการสำรวจประปาหมู่บ้านในพื้นที่รับผิดชอบให้มากกว่า ที่กำหนดเป็นเป้าหมาย (มากกว่า 700 แห่ง/16 สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค หรือมากกว่า 50 แห่ง/สำนักงาน สิ่งแวดล้อมภาค) เพื่อมีข้อมูลให้คัดเลือกมากขึ้นในการลงพื้นที่เก็บตัวอย่างน้ำ นอกจากนี้ ยังต้องดำเนินการ ประชาสัมพันธ์ภาพรวมของโครงการฯ เพื่อให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้เห็นความสำคัญของโครงการฯ ได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างต่อเนื่องในการปฏิบัติงาน ในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการ คุณภาพน้ำ
97 | P a g e 1. สำรวจข้อมูลพื้นฐานแหล่งน้ำดิบและน้ำประปา 2. เก็บตัวอย่างน้ำเพื่อติดตามตรวจสอบคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้านเพื่ออุปโภคบริโภค 3. ฝึกอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้กับผู้ดูแลระบบประปา