The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

รายงานประจำปี 2564 สป

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

รายงานประจำปี 2564 สป

รายงานประจำปี 2564 สป

98 | P a g e 4. มีระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์คุณภาพน้ำดิบและคุณภาพน้ำประปาหมู่บ้าน


99 | P a g e จ า ก แ น ว ท า ง ก า ร พ ั ฒ นา รั ฐบ า ลด ิ จิทัล ของประเทศ ซึ่งมีเป้าหมายที่จะยกระดับหน่วยงาน ภาครัฐทำงานแบบชาญฉลาดขึ้นด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งเสริมการสร้างแพลตฟอร์มดิจิทัลภาครัฐเพื่อบริการ ที่ดีขึ้นสำหรับประชาชน ตลอดจนสนับสนุนการเปิดเผย ข้อมูลภาครัฐและการใช้ข้อมูล เพื่อสร้างประโยชน์ แก่ทุกภาคส่วน โดยเน้นการปฏิรูปการทำงาน การให้บริการให้เป็นรูปแบบดิจิทัล มีการเชื่อมโยง การแลกเปลี่ยนข้อมูล พัฒนาการให้บริการ ที่เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีการเชื่อมโยง การบริหารจัดการการให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว และมุ่งให้มีการเปิดเผยข้อมูลภาครัฐ ในรูปแบบดิจิทัลผ่านศูนย์กลางข้อมูลเปิดภาครัฐ เพื่อให้ ประชาชนสามารถเข้าถึงข้อมูลและตรวจสอบการ ทำงานภาครัฐ รวมถึงนำข้อมูลไปพัฒนาต่อยอดได้ ศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ดำเนินการจัดทำ “โครงการปรับเปลี่ยนข้อมูล และข้อมูลเปิดภาครัฐด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตามกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ด้วยวิธีประกาศเชิญชวนทั่วไป” โดยมีการจัดทำ รายชื่อชุดข้อมูลในภาพรวมของกระทรวงฯ (MNRE List of Dataset) และจัดทำรายชื่อชุดข้อมูลในภาพรวม ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อสอดคล้องตามพระราชบัญญัติ การบริหารงานและการให้บริการภาครัฐผ่านระบบดิจิทัล พ.ศ. 2562 ซึ่งมีการกำหนดให้หน่วยงานของรัฐดำเนินการ ใน 3 เรื่องหลัก คือ 1) จัดทำข้อมูลและบริการในรูปแบบ ดิจิทัล (Digitization)2) การเปิดเผยข้อมูลภาครัฐในรูปแบบ ดิจิทัล (Open Government Data) และ 3) เชื่อมโยง ข้อมูลระหว่างกัน (Integration) โดยให้มีศูนย์แลกเปลี่ยน ข้อมูลกลางสนับสนุนการเชื่อมโยงบริการดิจิทัลเพื่อให้เกิด บริการสาธารณะแบบเบ็ดเสร็จ


100 | P a g e 1. จัดทำแผนการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย แผนขั้นตอน กิจกรรม ระยะเวลาและผู้รับผิดชอบ ในแต่ละกิจกรรม และแนวทางในการดำเนินโครงการฯ 2.วิเคราะห์หลักเกณฑ์ เพื่อนำไปใช้ในการกำหนด นโยบายและมาตรฐานการกำกับดูแลข้อมูล ได้แก่ 2.1 ประเมินสถานะปัจจุบันด้านการธรรมาภิบาล ข้อมูลของแต่ละหน่วยงานในสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 2.2 วิเคราะห์หลักเกณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปใช้ในการกำกับดูแลข้อมูล และบริหารจัดการ ข้อมูล และคุณภาพข้อมูล 3. จัดทำร่างโครงสร้างการกำกับดูแลข้อมูล 4. ดำเนินการจัดทำร่างนโยบายการกำกับดูแล ข้อมูลและวิธีปฏิบัติในการกำกับดูแลข้อมูล ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 5. ดำเนินการจัดทำบัญชีข้อมูล (Data Catalog) และคำอธิบายข้อมูล (Metadata) ของสำนักงาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนกลาง จำนวน 11 หน่วยงาน จำนวนไม่น้อยกว่า 15 ชุดข้อมูล และข้อมูลของหน่วยงานระดับกรม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จำนวน 5 ด้าน 6. จัดฝึกอบรมหรือสัมมนาให้ความรู้เกี่ยวกับ กรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐให้แก่บุคลากรในสังกัด กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม 7. จัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) ในการจัดทำบัญชีข้อมูลเปิด 8. จัดประชุมเพื่อนำเสนอผลการวิเคราะห์ ประเมินผลการจัดทำกรอบธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐ (Data GovernanceFramework Introduction) และ นำเสนอรายงานสรุปผลชุดข้อมูลเปิดภาครัฐ ของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม และสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มีชุดข้อมูลที่ถูกจัดในหมวดหมู่สาธารณะ อย่างน้อย ร้อยละ 50 ของชุดข้อมูลเปิดในบัญชีข้อมูล สามารถเข้าถึงได้ ตามมาตรฐานคุณลักษณะแบบเปิดที่สำนักงานพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กำหนด ชุดข้อมูลเปิดด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวทางที่สำนักงานพัฒนา รัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) กำหนด - 1. ทุกหน่วยงานควรให้ความสำคัญกับข้อมูล ของหน่วยงาน รวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการขับเคลื่อน พัฒนา ให้ไปสู่ข้อมูลเปิดภาครัฐ 2. หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจะต้องเผยแพร่ข้อมูล ที่มีรายละเอียด (เท่าที่สามารถเปิดเผยได้) เพื่อใช้วิเคราะห์ ต่อยอดได้ ไม่ใช้ข้อมูลสถิติ ข้อมูลสรุปผล หรือข้อมูลที่เป็น ภาพรวม 3. หน่วยงานเจ้าของข้อมูลจะต้องจัดทำข้อมูล ให้อยู่ในรูปแบบของไฟล์ excel, csv, database ขั้นต่ำ สามารถเชื่อมต่อในรูปแบบของ API ได้ 1. ควรส่งเสริมบุคลากรให้มีความรู้ความเข้าใจ ในธรรมาภิบาลข้อมูลภาครัฐเพื่อให้เกิดประโยชน์ ในการปฏิบัติงานแก่ทางราชการ และเพื่อให้องค์กร ก้าวเป็น MNRE 4.0 ได้ในอนาคต 2. แต่ละหน่วยงานควรมอบหมายให้มีบริกรข้อมูล เป็นผู้รับผิดชอบหลักในแต่ละข้อมูล ในการขับเคลื่อน ข้อมูลนั้น ๆ ให้เกิดการตรวจติดตาม ผลักดัน และแก้ไข ปัญหาการดำเนินงานตามภารกิจสำคัญที่กำหนดได้ อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น


101 | P a g e


102 | P a g e


103 | P a g e


104 | P a g e สพบ.


105 | P a g e กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ให้ความสำคัญกับกระบวนการพัฒนาศักยภาพ ของบุคลากรทุกระดับ มีการพัฒนากลไกสนับสนุน ให้บุคลากรได้มีโอกาสเพิ่มพูนความรู้ความสามารถ ที่จำเป็น ส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผล การปฏิบัติงาน การสร้างดุลยภาพชีวิตที่ดีร่วมกับ การทำงานอย่างมีความสุขของบุคลากรด้วย ดังนั้น ในการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ปี พ.ศ. 2565 - 2569) จึงได้มีการ วิเคราะห์ความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากรด้านต่างๆ ผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมคณะทำงานจัดทำ แผนพัฒนาบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2564 และครั้งที่ 2/2564 เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2564 ประกอบกับมติที่ประชุมคณะกรรมการ พัฒนาบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ในคราวประชุมครั้งที่ 1/2564 เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2564 เห็นชอบการจัดทำแผนพัฒนา บุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปี พ.ศ. 2565 - 2569) เพื่อเป็นกรอบทิศทางในการ พัฒนาบุคลากรให้มีความพร้อมทั้งด้านศักยภาพ คุณภาพชีวิต และความภาคภูมิใจ ในการขับเคลื่อน ภ า ร ก ิ จ ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ และสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะที่พึงประสงค์สอดคล้อง กับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561 - 2580) แผนแม่บทภายใต้ยุทธศาสตร์ชาติแผนปฏิรูปประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 ระบบราชการ 4.0 แนวทางการพัฒนาบุคลากรภาครัฐ แนวทางพัฒนาทักษะด้านดิจิทัลของข้าราชการ และบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนเป็นรัฐบาลดิจิทัล แ ผ น แ ม ่ บ ท ก ร ะ ท ร ว ง ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ และสิ่งแวดล้อม ระยะ 20 ปี (พ.ศ. 2561 – 2580) แผนปฏิบัติราชการระยะ 5 ปี (พ.ศ. 2565 - 2569) ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนโยบายการดำเนินงาน“ทส. ยกกำลัง 2 บวก 4” ของนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งการวิเคราะห์ ประเมินสภาพการณ์ด้านการพัฒนาบุคลากร และสภาพปัญหา ที่เกิดขึ้นจริงในการพัฒนาบุคลากรของกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำแผนพัฒนาบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ปี พ.ศ. 2565 - 2569) ซึ่งประกอบด้วย ประเด็นการพัฒนาไว้ 4 ด้าน ได้แก่ ด้านที่ 1 พัฒนา บุคลากรทุกระดับเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นมืออาชีพ ด้านที่ 2 พัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศด้านบุคลากรเพื่อสนับสนุน การทำงานในยุคดิจิทัล ด้านที่ 3 ส่งเสริมการบริหาร ทรัพยากรบุคคลตามหลักธรรมาภิบาล และด้านที่ 4 เสริมสร้างความสุข ความผูกพัน และคุณภาพชีวิตที่ดี ในการทำงาน เพื่อผลักดันให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวง ได้ใช้เป็นกรอบในการดำเนินงานจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร ที่เชื่อมโยงกับแผนพัฒนาบุคลากรฯ ให้เป็นไปในทิศทาง เดียวกัน


106 | P a g e แผนพัฒนาบุคลากรกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม (ปี พ.ศ. 2565 - 2569) ทำให้ ก ร ะ บ ว น ก า ร พ ั ฒ น า บ ุ ค ล า ก ร ข อ ง ก ร ะ ท ร ว ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีเป้าหมาย และทิศทางที่ชัดเจน ซึ่งสามารถตอบสนองต่อ แ ผ น แ ม ่ บ ท ก ร ะ ท ร ว ง ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ และสิ่งแวดล้อม เป็นเครื่องมือสำคัญในการเสริมสร้าง บุคลากรทุกสายงานสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมี ประสิทธิภาพ เพื่อสนับสนุนและขับเคลื่อนภารกิจ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ให้บรรลุเป้าหมายอย่างยั่งยืน บุคลากรมีความก้าวหน้า ในสายอาชีพอย่างต่อเนื่องผ่านการพัฒนา ทำให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะ มีความเป็นผู้นำ เป็นคนดี รวมทั้งมีพลังกาย พลังใจ ในการปฏิบัติภารกิจ ของตนเองให้ประสบความสำเร็จ สามารถตอบสนอง ต่อสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงต่างๆ ได้อย่างทันท่วงที 1. ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนการจัดทำ แผนพัฒนาบุคลากรฯ 2. ผู้แทนหน่วยงานให้ความร่วมมือในการสนับสนุน ข้อมูลและทำงานเป็นทีมอย่างดี การดำเนินงานในช่วงสถานการณ์ COVID - 19 ทำให้สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติ แ ล ะ ส ิ ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม ใ น ฐ า น ะ ฝ ่ า ย เ ล ข า น ุ ก า ร ของคณะทำงานฯ มีการปรับรูปแบบการประชุม โดยใช้ วิธีการระดมคิดเห็นจากส่วนราชการในการพิจารณา ทางเอกสารข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในรูปแบบดิจิทัลไฟล์ ผ่านช่องทางไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์ (e-mail)และไลน์กลุ่ม ทำให้สามารถดำเนินงานจัดทำแผนพัฒนาบุคลากร กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ตามเป้าหมายที่กำหนด ปฏิบัติตามแนวทาง การปฏิบัติงานของสำนักงานงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ภายใต้มาตรการ ป้องกันและเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อ ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้ เนื่องจากแผนพัฒนาบุคลากรเป็นนโยบาย/ข้อสั่งการ ของผู้บริหาร จึงไม่มีการจัดตั้งงบประมาณ ในการดำเนินงานดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ทำให้มีข้อจำกัด ในการดำเนินงาน แต่อย่างไรก็ตาม สถาบันพัฒนา บุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็สามารถดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาบุคลากรฯ ได้อย่างต่อเนื่องภายใต้ข้อจำกัดดังกล่าว ก า ร จ ั ด ท ำ แ ผ น พ ั ฒ นา บ ุ ค ลา ก รก ร ะทรว ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปี พ.ศ. 2565 - 2569) มุ่งหวังให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมนำแผนไปสู่ปฏิบัติ จึงจำเป็นต้องมีกลไก การขับเคลื่อนแผนเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับหน่วยงาน เพื่อให้เกิดการยอมรับและมีส่วนร่วม พร้อมที่จะนำ แผนงานโครงการไปดำเนินการตามแนวทางได้ อย่างเหมาะสมกับสภาพแวดล้อม สามารถประยุกต์ การดำเนินงานให้เหมาะสมกับแนวทางปฏิบัติงาน ของหน่วยงาน จัดทำแผนปฏิบัติการที่สอดคล้องกับ แ ผ น พ ั ฒ น า บ ุ ค ล า ก ร ฯ ด ำ เ น ิ น ก า ร ใ ห ้ เ ป ็ น ไ ป ตามแผนที่วางไว้ โดยมีการกำกับ ติดตาม ประเมินผล การปฏิบัติงานตามแผนพัฒนาบุคลากรฯ


107 | P a g e


108 | P a g e การฝึกอบรมหลักสูตร "การเป็นข้าราชการที่ดี" ในรูปแบบฝึกปฏิบัติร่วมกับการอบรมในรูปแบบ ห้องเรียนปกติ และในรูปแบบออนไลน์ มีผลการ ดำเนินงานสรุปได้ ดังนี้ รุ่นที่ 27 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 16 –18 พฤศจิกายน 2563 (รูปแบบออนไลน์ MS TEAMS) และในระหว่างวันที่ 23 พฤศจิกายน – 1 ธันวาคม 2563 มีผู้เข้ารับ การอบรม จำนวน 135 คน ณ กรุงเทพฯ จังหวัดชลบุรี และจังหวัดระยอง รุ่นที่ 28 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 22-26 กุมภาพันธ์ และ 1 - 5 มีนาคม 2564 (รูปแบบออนไลน์ MSTEAMS) มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 109 คน รุ่นที่ 29 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 15 –19 มีนาคม 2564 แล ะระหว ่างวันที่ 22 – 26 มีนาคม 2564 (รูปแบบออนไลน์ MS TEAMS) มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 99 คน รุ่นที่ 30 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 2 –17 สิงหาคม 2564 ( ร ู ป แ บ บ อ อ น ไ ล น์ Zoom Cloud Meetings) มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 121 คน รุ่นที่ 31 จัดขึ้นในระหว่างวันที่ 30 สิงหาคม - 10 กันยายน 2564 (รูปแบบออนไลน์ Zoom Cloud Meetings) มีผู้เข้ารับการอบรม จำนวน 124 คน ในปีงบประมาณ 2564 หลักสูตร "การเป็น ข้าราชการที่ดี" มีผู้เข้ารับการอบรม รุ่นที่ 27 – 31 รวมทั้งสิ้น จำนวน 588 คน คิดเป็นร้อยละ 100 ของจำนวนข้าราชการบรรจุใหม่ของกระทรว ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการพัฒนาศักยภาพ ด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ทัศนคติที่ดี ความถูกต้องในการบริหารราชการ สามารถกำหนด แ ผ น เ พ ื ่ อ ก า ร บ ร ิ ห า ร ร า ช ก า ร แ ล ะ ก า ร พ ั ฒ น า ด ้ า น ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ต ิ แ ล ะ ส ิ ่ ง แ ว ด ล ้ อ ม ไ ด้ อย่างมีประสิทธิภาพ สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานที่มีภารกิจหลักในการพัฒนา บุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตระหนักและเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร จึงได้จัดทำโครงการเสริมสร้างบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม หลักสูตร "การเป็นข้าราชการที่ดี" รุ่นที่ 27 – 31 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพด้านความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ทัศนคติที่ดี และความถูกต้องในการบริหารราชการ สามารถกำหนดแผนเพื่อการบริหารราชการ การพัฒนา ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งเป็นการเตรียมความพร้อมให้ข้าราชการ ในกระทรวงทุกระดับมีความรู้ ความสามารถ และทักษะในการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผล บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างถูกต้องตามกรอบกฎหมาย มีจิตมุ่งบริการ สามารถนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้เพื่อการบริหารจัดการ พร้อมรับการเปลี่ยนแปลง ของสถานการณ์โลก นอกจากนั้น ยังเป็นการประสานความร่วมมือในการสร้างการเรียนรู้ การมีส่วนร่วม แลกเปลี่ยน ความรู้และประสบการณ์ การบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมถึงภาคประชาชน และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง


109 | P a g e ด้านการจัดอบรมและระบบสัญญาณอินเตอร์เน็ต ไม่ควรย้ายสถานที่ศึกษาดูงานหลายจังหวัด เพิ่มระยะเวลา การจัดอบรมมากกว่าขึ้น เพื่อให้มีความเหมาะสมต่อวิชา ต่างๆ ควรจัดอบรมในสถานที่ปิด และลดจำนวนผู้เข้ารับ การฝึกอบรมลง เพื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ และปัญหาสำคัญที่สุดของการอบรมออนไลน์ ค ื อ ค ว า ม เ ส ถ ี ย ร ข อ ง ส ั ญ ญ า ณ อ ิ น เ ต อ ร ์ เ น็ ต ทำให้สัญญาณภาพและเสียงไม่มีความชัดเจน ส่งผลกระทบกับกิจกรรมและการเรียนรู้ของผู้เข้ารับ การฝึกอบรม ควรเพิ่มกิจกรรมสันทนาการที่ก่อให้เกิด การมีส่วนร่วมของผู้เข้ารับการฝึกอบรมในกลุ่มย่อย ท ี ่ ต ้ อ ง ก า รเ ร ี ย น ร ู ้ จา ก ว ิท ย า ก ร ภ า ค เ อ กช น เพื่อเปิดมุมมองใหม่ๆ ให้กับการทำงานราชการ ด้านอื่นๆ เช่น อุปกรณ์การเรียนส่วนตัว ไม่มีความพร้อมในการฝึกอบรมเป็นระยะเวลานาน หลายชั่วโมง หรือติดต่อกันหลายวัน ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนการ ดำเนินงานจัดอบรมทั้งในด้านบุคลากรและงบประมาณ ด้านเนื้อหาวิชา ควรเพิ่มวิชาการค้นคว้าอิสระ เพื่อการจัดทำรายงานกลุ่ม ควรเพิ่มเนื้อหาวิชาเกี่ยวกับ สิทธิประโยชน์ต่างๆ ของข้าราชการ เช่น สิทธิการลาต่างๆ สิทธิประโยชน์ของกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ วิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระเบียบพัสดุ และเนื้อหาวิชา หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ควรมีการฝึกปฏิบัติหลังจบ การบรรยาย เป็นต้น ควรมีกิจกรรมละลายพฤติกรรม เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมทำความรู้จักกัน รวมทั้งกิจกรรม ลงพื้นที่ร่วมกัน และควรมีกิจกรรมที่ทำให้ผู้เข้ารับ การฝึกอบรมผ่อนคลายอิริยาบถในระหว่างเรียน


110 | P a g e


111 | P a g e โลกปัจจุบันมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทที่สำคัญในการปฏิบัติงาน ทำให้องค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ต้องตื่นตัว และปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้มีความทันสมัย ประกอบกับในปี พ.ศ. 2564 เกิดสถานการณ์ การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด- 19) (Coronavirus Disease2019(COVID -19) ที่ได้แพร่ระบาด อย่างรวดเร็วและกว้างขวางไปหลายประเทศทั่วโลก ส่งผลกระทบทั้งในระดับบุคคลและระดับองค์การ ไม่ว่าจะเป็นรัฐหรือภาคเอกชนต่างต้องปรับตัวให้ทัน ต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น องค์กรจะต้องพัฒนา ความรู้ความเชี่ยวชาญของบุคลากรให้เพียงพอ แก่การปฏิบัติงาน สอดคล้องกับสภาพสังคม ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และสถานการณ์ของโลก ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยโดยตรง การพัฒนา ทรัพยากรมนุษย์เป็นหนึ่งในกล ยุทธ์สำคัญ ที่จะขับเคลื่อนองค์กรสู่จุดหมาย ก้าวแรกของการ ผลักดันองค์กรไปสู่อีกหนึ่งขั้นของความก้าวหน้า นอกจากเครื่องมือที่เพียบพร้อม ยังต้องอาศัยบุคลากร ที่มีความสามารถ ดังนั้น การให้ความสำคัญ กับการพัฒนาทักษะต่าง ๆ ของบุคลากรสามารถ ตอบสนองกับโลกยุคดิจิทัล จึงต้องมีการวางกลยุทธ์ ด้านการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ให้สอดรับกับแนวทาง การเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงได้ใช้การจัดการความรู้ (KM) ซึ่งนับว่าเป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการนำ องค์กรสู่ความสำเร็จ โดยเฉพาะในการพัฒนาความรู้ ของบุคลากรให้มีความรู้และมีทักษะในการปฏิบัติงาน เพื่อการพัฒนาและปรับปรุงวิธีการทำงานให้บรรลุ ตามเป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ มุ่งสู่การเป็นองค์กร แห่งการเรียนรู้ การจัดการความรู้จึงเป็นหัวใจสำคัญ ใ น ก า ร พ ั ฒ น า อ ง ค ์ ก ร เ ป ็ น อ ง ค ์ ก ร อ ั จ ฉ ร ิ ย ะ ที่มีความสามารถในการปรับเปลี่ยนและแข่งขัน ในระดับสากลได้อย่างยั่งยืน ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 สถาบันพัฒนาบุคลากร ด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะ ฝ่ายเลขานุการ คณะทำงานการจัดการความรู้ ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ได้ดำเนินการขับเคลื่อนกระบวนการ จัดการความรู้สู่การปฏิบัติ ด้วยการนำเทคโนโลยีดิจิทัล มาใช้ในการพัฒนาองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้กับคณะทำงาน การจัดการความรู้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผลักดันให้เกิดการนำองค์ความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานด้านการบริหารจัดการ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ อาทิ การจัดกิจกรรมชุมชนนักปฏิบัติเพื่อสร้างการแลกเปลี่ยน ถ่ายทอดความรู้จากการปฏิบัติที่เกิดเป็นความรู้ใหม่ การแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างหน่วยงานภายในหรือ ภายนอกสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อนำไปสู่การพัฒนากระบวนการทำงาน ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยได้ปรับรูปแบบการดำเนิน กิจกรรมให้เข้ากับสภาวการณ์ปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาด อย่างรวดเร็วของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID - 19) ด้วยการใช้แอปพลิเคชันหรือเทคโนโลยีที่รองรับ การปฏิบัติงานรูปแบบต่าง ๆ สรุปผลการดำเนินงานหลัก ตามกระบวนการจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดังนี้


112 | P a g e 1. จัดทำคู่มือการดำเนินงานการจัดการความรู้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ขึ้น เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการความรู้ให้กับคณะทำงาน การจัดการความรู้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้เข้าใจในทิศทาง และขอบเขตการดำเนินงานสำหรับนำสู่การปฏิบัติได้อย่างครบถ้วนและเกิดผลสัมฤทธิ์ โดยเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ “การบริหารจัดการความรู้สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” 2. จัดทำแผนการจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปี งบประมาณ พ.ศ. 2564 ที่ตอบสนองต่อประเด็นยุทธศาสตร์ทั้ง 5 ด้าน ของสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เสนอปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมลงนามให้ความเห็นชอบ และแปลงแผนไปสู่การปฏิบัติ


113 | P a g e 3. “โครงการสัมมนาคณะทำงานการจัดการความรู้ (KM Team) สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม “กระตุกต่อม KM ปรับตัวเพื่อรับมือดิจิทัลพลิกโลก” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ผ่านระบบ ออนไลน์ โดยใช้แอปพลิเคชัน Zoom Cloud Meeting ในระหว่างวันที่ 19 - 20 กรกฎาคม 2564 เพื่อเป็นการ ส่งเสริมให้มีการจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่ก่อให้เกิดวิธีการปฏิบัติงานหรือแนวทางที่เป็นเลิศ (Best Practice) ทั้งในด้านการจัดการความรู้และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการปฏิบัติงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างมีประสิทธิภาพในสถานการณ์ปัจจุบันที่เกิดความปกติรูปแบบใหม่ (New Normal) โดยได้รับเกียรติ จากผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงมาร่วมแบ่งปันความรู้และประสบการณ์การทำงานด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม รวมถึงวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิจากภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมทั้งกำหนดให้มีกิจกรรม การถอดบทเรียนจากความรู้ ประสบการณ์ที่ได้รับจากการลงมือปฏิบัติงานด้านการจัดการความรู้ เพื่อให้คณะทำงาน การจัดการความรู้ (KM Team) สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้เกิดองค์ความรู้ ในการพัฒนาตนเองเพื่อนำสู่การพัฒนาขีดความสามารถขององค์กร โดยการนำเครื่องมือ วิธีการต่างๆ มาประยุกต์ใช้ อย่างเหมาะสม ก่อให้เกิดความยั่งยืนและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อองค์กร โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นคณะทำงาน การจัดการความรู้จากหน่วยงานส่วนกลางและส่วนภูมิภาค


114 | P a g e 4. ถอดองค์ความรู้จากผู้บริหารที่เกษียณอายุราชการในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เพื่อเป็นการนำองค์ความรู้ และแนวทางปฏิบัติที่ดี ถ่ายทอดสู่บุคลากรของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้ยึดถือปฏิบัติ ซึ่งสถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้จัดทำวีดิทัศน์ สื่อวีดิทัศน์ และเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ เพื่อให้บุคลากรและบุคคลทั่วไปสามารถเข้าถึงความรู้และพัฒนาตนเอง การแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และประสิทธิผลยิ่งขึ้น


115 | P a g e 5. จัดงานแถลงผลการดำเนินงานการจัดการความรู้ในรูปแบบความปกติใหม่ (New Normal) ของสำนักงาน ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม “โครงการ KM Day 2021 บูรณาการความรู้สู่องค์กรดิจิทัล แห่งอนาคต” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 ในวันพุธที่ 15 กันยายน 2564 ในรูปแบบนิทรรศการเสมือนจริง (Virtual Exhibition) ถ่ายทอดสดผ่านระบบออนไลน์ ณ ห้อง 101 ชั้น G อาคารกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้คณะทำงานการจัดการความรู้ (KM Team) สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแถลงผลการดำเนินงาน การจัดการความรู้และสรุปภาพรวมการดำเนินงานให้ผู้บริหารระดับนโยบาย ผู้บริหารหน่วยงาน บุคลากรภายใน สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบุคคลทั่วไป ได้รับทราบการมอบรางวัล แก่หน่วยงานการจัดการความรู้ต้นแบบตามกระบวนการจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และรางวัลการสร้างความผูกพันองค์กร เพื่อสร้างแรงจูงใจให้หน่วยงานในสังกัด สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาค และพัฒนาการดำเนินงาน ด้านการจัดการความรู้ให้เกิดประสิทธิภาพต่อไป ตลอดจนเป็นการเผยแพร่กิจกรรมการพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กร


116 | P a g e แห่งการเรียนรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำไปสู่การกระตุ้นให้เกิดกระบวนการ จัดการความรู้ทั่วทั้งองค์กรอย่างเป็นรูปธรรม


117 | P a g e


118 | P a g e บุคลากรในสังกัดสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เกิดพฤติกรรม การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ภายในองค์กรอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ สามารถตอบสนองต่อแผนแม่บท กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผู้บริหารให้ความสำคัญและสนับสนุนการดำเนินงาน รวมทั้งคณะทำงานการจัดการความรู้(KM Team) ส ำ น ั ก ง า น ป ล ั ด ก ร ะ ท ร ว ง ท ร ั พ ย า ก ร ธ ร ร ม ช า ติ และสิ่งแวดล้อม มีการประชุมออนไลน์ผ่านแอปพลิเคชัน Zoom Cloud Meeting มีการหารือร่วมกันผ่านแอปพลิเคชั่น Line หรือช่องทางอื่น ๆ อย่างเต็มความสามารถ สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID - 19 ส่งผลกระทบต่อกระบวนการดำเนินงานการจัดการ อ ง ค ์ ค ว า ม ร ู ้ ข อ ง ส ำ น ั ก ง า น ป ล ั ด ก ร ะ ท ร ว ง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะทำงาน ก า ร จ ั ด ก า ร ค ว า ม ร ู ้ (KM Team) ส ำ น ั ก ง า น ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จึงได้ดำเนินงานในรูปแบบออนไลน์ ผ่านแอปพลิเคชัน Zoom Cloud Meeting การแถลงผลงานในรูปแบบ Virtual Exhibition ที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด มีความต่อเนื่อง มีการขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงาน บรรลุเป้าหมาย สถาบันพัฒนาบุคลากรด้านทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ต้องพัฒนากระบวนการจัดการความรู้ ของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม อย่างเป็นระบบ นำไปสู่การเรียนรู้ พัฒนา ต่อยอด เป็นองค์การแห่งการจัดการความรู้ต้นแบบ ที่ทันสมัย บุคลากรภายในสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงบุคลากร ภายนอก สามารถนำไปใช้ในการปฏิบัติงานได้อย่างมี ประสิทธิภาพสูงสุด 6. จัดทำรายงานสรุปผลภาพรวมการดำเนินงานการจัดการความรู้ของสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 เสนอผู้บริหารทราบ


119 | P a g e


121 | P a g e สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 (หน่วย : บาท) 2564 2563 (ปรับปรุงใหม่) เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 5 141,314,904.87 164,373,910.28 ลูกหนี้อื่นระยะสั้น 6 95,627,335.55 24,893,806.75 วัสดุคงเหลือ 7 38,143,693.46 29,823,694.60 สินทรัพย์หมุนเวียนอื่น 17,297.42 5,531.14 275,103,231.30 219,096,942.77 ลูกหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุน ระยะยาว 627,975.71 627,975.71 ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 8 1,229,376,368.01 1,211,656,263.12 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 9 11,435,844.16 20,332,764.50 1,241,440,187.88 1,232,617,003.33 1,516,543,419.18 1,451,713,946.10 หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการเงินนี้


122 | P a g e สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 (หน่วย : บาท) 2564 2563 (ปรับปรุงใหม่) เจ้าหนี้การค้า 10 25,322,778.37 24,308,836.99 เจ้าหนี้อื่นระยะสั้น 11 11,680,127.04 26,275,399.74 เจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะสั้น 12 11,388,212.89 20,713,603.94 เงินรับฝากระยะสั้น 13 100,610,398.10 111,492,253.65 149,001,516.40 182,790,094.32 เจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะยาว 14 38,523,064.11 29,827,392.79 เงินทดรองราชการรับจากคลังระยะยาว 2,450,000.00 2,450,000.00 หนี้สินไม่หมุนเวียนอื่น 627,975.71 627,975.71 41,601,039.82 32,905,368.50 190,602,556.22 215,695,469.13 ทุน 152,446,911.36 152,446,911.36 รายได้สูง/ (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสม 1,173,574,136.70 1,083,571,571.92 1,325,940,862.96 1,236,018,476.85 รวมหนี้สินและสินทรัพย์สุทธิ/ส่วนทุน 1,516,543,419.18 1,451,713,945.98 หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการเงินนี้


123 | P a g e สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่30 กันยายน 2564 (หน่วย : บาท) 2564 2563 (ปรับปรุงใหม่) รายได้จากงบประมาณ 18 2,292,706,760.24 2,393,865,805.83 รายได้จากการขายสินค้าและบริการ 111,759.10 รายได้จากการอุดหนุนอื่นและบริจาค 19 60,335,402.03 10,174,484.07 รายได้อื่น 20 3,180,240.00 1,534,410.00 2,356,222,402.27 2,405,686,459.00 ค่าใช้จ่ายบุคลากร 21 1,080,740,659.73 1,050,221,444.25 ค่าบำเหน็จบำนาญ 22 579,864,759.79 552,437,174.09 ค่าตอบแทน 23 6,529,353.68 6,349,717.37 ค่าใช้สอย 24 254,821,804.83 462,462,082.40 ค่าวัสดุ 25 83,313,938.65 71,819,370.70 ค่าสาธารณูปโภค 26 47,881,719.75 48,682,142.03 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 27 198,565,506.14 181,899,757.17 ค่าใช้จ่ายจากการอุดหนุนอื่นและบริจาค 14,352,160.23 774,999.71 ค่าใช้จ่ายอื่น 28 230,113.36 2,256,026.81 2,266,300,016.16 2,376,902,714.53 89,922,386.11 28,783,744.47 หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการเงินนี้


124 | P a g e สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่30 กันยายน 2564 (หน่วย :บาท) ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2562 152,446,911.36 1,054,787,827.45 1,207,234,738.81 การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ สุทธิ/ส่วนทุนสำหรับปี2563 - - - รายได้สูง/(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย สำหรับงวด - 28,783,738.04 28,783,738.04 ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 152,446,911.36 1,083,571,565.49 1,236,018,476.85 ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 - ตามที่ รายงานไว้เดิม 152,446,911.36 1,085,143,805.29 1,237,590,716.65 ผลสะสมแก้ไขข้อผิดพลาดปี ก่อน 17 (1,572,239.80) (1,572,239.80) ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 - หลัง ปรับปรุง 152,446,911.36 1,083,571,565.49 1,236,018,476.85 การเปลี่ยนแปลงในสินทรัพย์ สุทธิ/ส่วนทุนสำหรับปี2564 รายได้สูง/(ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย สำหรับงวด - 89,922,386.11 89,922,386.11 ยอดคงเหลือ ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 152,446,911.36 1,173,493,951.60 1,325,940,892.96 หมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นส่วนหนึ่งของรายงานการเงินนี้


125 | P a g e สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหน่วยงานในสังกัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่5) พ.ศ. 2545 และพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560 มีภารกิจเกี่ยวกับการเป็นศูนย์กลางการบริหารของกระทรวง ในการพัฒนายุทธศาสตร์และแปลงนโยบายของกระทรวงเป็นแผนปฏิบัติและจัดสรรทรัพยากรให้บรรลุเป้าหมาย และเกิดสัมฤทธิ์ตามภารกิจของกระทรวง เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ได้มีประกาศกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2560 เล่มที่ 134 ตอนที่ 130 ก ลงวันที่ 25 ธันวาคม 2560 ให้ยกเลิกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2554 และกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2556 โดยให้สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีภารกิจเกี่ยวกับ การเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการของกระทรวงในการพัฒนายุทธศาสตร์ และแปลงนโยบายของกระทรวง เป็นแผนปฏิบัติงาน จัดสรรทรัพยากรและบริหารราชการทั่วไปของกระทรวง เพื่อให้บรรลุเป้าหมายและเกิดผลสัมฤทธิ์ ตามภารกิจของกระทรวง เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2564 ได้มีประกาศในราชกิจจานุเบกษาให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ และผู้ปฏิบัติงานตามกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภารกิจ ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกองแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ สำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ไปเป็นของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ 20) พ.ศ. 2564 ตั้งอยู่เลขที่ 92 ซอยพหลโยธิน 7 ถนนพหลโยธิน แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหน่วยเบิกจ่ายภายใต้สังกัด 93 แห่ง ประกอบด้วย ส่วนกลาง 1 แห่ง ส่วนภูมิภาค 16 แห่ง และจังหวัด 76 แห่ง ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน่วยงานได้รับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปี จำนวน 1,638,589,600.00 บาท (ปีงบประมาณ พ.ศ. 2563 จำนวน 1,697,951,300.00 บาท ) และได้รับงบประมาณ รายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2564 งบประมาณรายจ่ายบุคลากรระหว่างหน่วยรับงบประมาณ แผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 32,979,800.00 บาท กรมบัญชีกลางโอนงบประมาณรายจ่ายงบกลาง รายการเงินเลื่อนเงินเดือนและเงินปรับ วุฒิข้าราชการ แผนงานบุคลากรภาครัฐ จำนวน 27,304,100.15 บาท และตัดโอนงบประมาณรายจ่ายของกองแก้ไข ปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ ไป เป็นงบประมาณ ของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ สำนักนายกรัฐมนตรี จำนวน 1,459,200.000 บาท ดังนั้น หน่วยงานได้รับงบประมาณทั้งสิ้น 1,697,414,300.15 บาท โดยแยกเป็นงบลงทุน จำนวน 384,636,959.02 บาท และงบประจำ จำนวน 1,312,777,341.13 บาท เพื่อใช้จ่าย


126 | P a g e ในแผนงานบุคลากรภาครัฐ แผนงานพื้นฐานด้านการสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แผนงานยุทธศาสตร์สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน อนุรักษ์ ฟื้นฟู และป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ แผนงาน ยุทธศาสตร์จัดการมลพิษและสิ่งแวดล้อม แผนงานบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ แผนงานบูรณาการรัฐบาล ดิจิทัล รายงานการเงินของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจัดทำขึ้นตามพระราชบัญญัติ วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 รายการที่ปรากฏในรายงานการเงินฉบับนี้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ และนโยบายการบัญชีภาครัฐที่กระทรวงการคลังประกาศใช้ ซึ่งรวมถึงหลักการและนโยบายการบัญชีสำหรับหน่วยงาน ภาครัฐ มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ และแสดงรายการในรายงานการเงินตามรูปแบบการนำเสนอ รายงานการเงิน ตามหนังสือกรมบัญชีกลางที่ กค 0410.2/ว 479 ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2563 เรื่อง รูปแบบการนำเสนอรายงาน การเงินของหน่วยงานของรัฐ รายงานการเงินนี้จัดทำขึ้นโดยใช้เกณฑ์ราคาทุนเดิม เว้นแต่จะได้เปิดเผยเป็นอย่างอื่นในนโยบายการบัญชี รายงานการเงินของสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นหน่วยงานที่เสนอ รายงานตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ รวมรายการบัญชีที่เกิดขึ้นทั้งที่หน่วยงานในส่วนกลาง หน่วยงานในส่วนภูมิภาคที่อยู่ ภายใต้สังกัดกรม ไม่ว่ารายการดังกล่าวจะเกิดจากเงินงบประมาณ หรือเงินนอกงบประมาณทุกประเภทที่หน่วยงานมีอำนาจ ในการบริหารจัดการตามกฎหมาย รายการที่ปรากฏในรายงานการเงิน รวมถึงสินทรัพย์หนี้สิน รายได้ และค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นของรัฐบาลและอยู่ภายใต้การควบคุมของรัฐบาลในภาพรวม แต่ให้หน่วยงานเป็นผู้รับผิดชอบในการดูแลรักษา และบริหารจัดการให้แก่รัฐบาลภายในขอบเขตอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย และรวมถึงองค์ประกอบของรายงานการเงิน ซึ่งอยู่ภายใต้การควบคุมของหน่วยงานที่ใช้เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของหน่วยงานเอง รอบระยะเวลาบัญชีตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม ของปีก่อน ถึงวันที่ 30 กันยายนของปีปัจจุบัน ในระหว่างปีปัจจุบัน กระทรวงการคลังได้ประกาศใช้มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชี ภาครัฐฉบับใหม่ และฉบับปรับปรุงใหม่ ดังนี้ 3.1 มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่มีผลบังคับใช้สำหรับรอบระยะเวลา บัญชีปัจจุบันที่เริ่มในหรือหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2563 - มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2564 - มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ 3 เรื่อง นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการ ทางบัญชี และข้อผิดพลาด - มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ 23 เรื่อง รายได้จากรายการไม่แลกเปลี่ยน 3.2 มาตรฐานการบัญชีภาครัฐและนโยบายการบัญชีภาครัฐที่จะมีผลบังคับใช้ในอนาคต - มาตรฐานการบัญชีภาครัฐ เรื่อง บัตรภาษี วันที่มีผลบังคับใช้ 1 ตุลาคม 2564 ผู้บริหารได้ประเมินและเห็นว่า มาตรฐานการบัญชีภาครัฐฉบับใหม่ข้างต้นจะไม่มีผลกระทบ อย่างเป็นสาระสำคัญต่อรายงานการเงินในงวดที่นำมาถือปฏิบัติ


127 | P a g e 4.1 เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด เงินทดรองราชการ เป็นเงินที่หน่วยงานได้รับจากรัฐบาลเพื่อทดรองจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายปลีกย่อย ในการดำเนินงานของหน่วยงานตามวงเงินที่ได้รับอนุมัติและต้องคืนให้รัฐบาลเมื่อหมดความจำเป็นในการใช้เงิน แสดงไว้เป็นเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดซึ่งมียอดตรงกันข้ามกับรายการเงินทดรองราชการรับจากคลังระยะยาว ภายใต้หัวข้อหนี้สินไม่หมุนเวียน รายการเทียบเท่าเงินสด ได้แก่ เงินลงทุนระยะสั้นที่มีสภาพคล่องซึ่งมีระยะเวลาครบกำหนด ที่จะเปลี่ยนให้เป็นเงินสดได้ภายใน 3 เดือน เช่น เงินฝากธนาคารประเภทต่างๆ และเงินฝากคลัง 4.2 ลูกหนี้เงินยืม ลูกหนี้เงินยืม รับรู้ตั้งแต่วันที่บันทึกรายการขอเบิกเงินตามจำนวนในสัญญาการยืมเงินไม่ว่าจะจ่าย ให้ยืมจากเงินงบประมาณหรือเงินนอกงบประมาณ 4.3 วัสดุคงเหลือ วัสดุคงเหลือ หมายถึง ของใช้สิ้นเปลืองนอกจากสินค้าที่หน่วยงานมีไว้เพื่อใช้ในการดำเนินงาน ตามปกติ แสดงในราคาทุนโดยวิธีเข้าก่อนออกก่อนหรือมูลค่าสุทธิที่จะได้รับแล้วแต่ราคาใดจะต่ำกว่า ค่าเผื่อการปรับมูลค่าวัสดุจะตั้งขึ้นสำหรับวัสดุที่เสื่อมสภาพ 4.4 ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ อาคารและสิ่งปลูกสร้าง รวมทั้งส่วนปรับปรุงอาคาร ทั้งที่หน่วยงานมีกรรมสิทธิ์และไม่มีกรรมสิทธิ์ แต่หน่วยงานได้ครอบครองและนำมาใช้ประโยชน์ในการดำเนินงาน แสดงมูลค่าสุทธิตามบัญชีที่เกิดจากราคาทุน หักค่าเสื่อมราคาสะสม ส่วนอาคารที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างแสดงตามราคาทุน อุปกรณ์ ได้แก่ ครุภัณฑ์ประเภทต่างๆ แสดงมูลค่าสุทธิตามบัญชีที่เกิดจากราคาทุนหักค่า เสื่อมราคาสะสม ดังนี้ อุปกรณ์ที่ได้มาก่อนปีงบประมาณ 2540 ไม่นำมาบันทึกบัญชี แต่บันทึกไว้ในทะเบียนคุมสินทรัพย์ อุปกรณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2540 –2545 บันทึกเฉพาะที่มีมูลค่าตั้งแต่ 30,000.00 บาท ขึ้นไป อุปกรณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546-2562 บันทึกเฉพาะที่มีมูลค่าตั้งแต่ 5,000.00 บาท ขึ้นไป อุปกรณ์ที่ได้มาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2563 เป็นต้นไป บันทึกเฉพาะที่มีมูลค่าตั้งแต่ 10,000.00 บาท ขึ้นไป 4.5 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน สินทรัพย์ไม่มีตัวตนแสดงในราคาทุนหักค่าตัดจำหน่ายสะสม 4.6 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายคำนวณจากราคาทุนของอาคารและสิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์ และสินทรัพย์ไม่มีตัวตนโดยวิธีเส้นตรงตามอายุการใช้งานโดยประมาณของสินทรัพย์ ดังนี้ อายุการใช้งาน อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 15 – 40 ปี อุปกรณ์ 5 – 12 ปี โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 5 ปี


128 | P a g e 4.7 เจ้าหนี้ เจ้าหนี้ รับรู้เมื่อตรวจรับสินค้าหรือบริการจากผู้ขายหรือคู่สัญญาแล้ว 4.8 ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย ค่าใช้จ่ายค้างจ่าย รับรู้เมื่อเกิดรายการโดยประมาณค่าตามระยะเวลาที่เกิดค่าใช้จ่ายนั้น 4.9 รายได้รอการรับรู้ 4.9.1 รายการสินทรัพย์ที่รับโอนก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2563 ตามโครงการช่วยเหลือหรือความร่วมมือ ระหว่างองค์กร รับรู้เมื่อได้รับความช่วยเหลือหรือได้รับบริจาคเป็นเงินหรือสินทรัพย์และได้รับอนุญาตให้เก็บไว้เพื่อใช้ ในการดำเนินงาน – เงินที่ได้รับไม่ระบุวัตถุประสงค์ หรือสินทรัพย์ที่ก่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานภายใน หนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี รับรู้เป็นรายได้ทั้งจำนวนในรอบระยะบัญชีที่รับเงินหรือสินทรัพย์นั้น –เงินที่ได้รับระบุวัตถุประสงค์ก่อให้เกิดประโยชน์แก่หน่วยงานมากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี รับรู้เป็นหนี้สินและทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามสัดส่วนของค่าใช้จ่าย กรณีเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับมาและก่อให้เกิดประโยชน์แก่ หน่วยงานมากกว่าหนึ่งรอบระยะเวลาบัญชี รับรู้เป็นรายได้ตลอดอายุการใช้งานของสินทรัพย์ตามเกณฑ์สัดส่วนของค่าเสื่อม ราคาของสินทรัพย์นั้น 4.9.2 รายการสินทรัพย์ที่รับโอนที่เกิดขึ้นในหรือหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2563 เป็นต้นไป รับรู้รายการ สินทรัพย์ที่รับโอน ดังนี้ -ส่วนของภาระผูกพันในปัจจุบันที่ยังไม่ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขให้รับรู้เป็นหนี้สิน -ส่วนที่ไม่ต้องรับรู้เป็นหนี้สิน ให้รับรู้เป็นสินทรัพย์และรายได้ 4.10 รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลัง รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลัง เป็นรายได้ที่หน่วยงานได้รับหรือจัดเก็บแทนรัฐบาล และมีภาระผูกพัน จะต้องนำส่งคลังเป็นรายได้แผ่นดิน รับรู้เมื่อปิดบัญชีรายได้แผ่นดินและบัญชีรายได้แผ่นดินนำส่งคลัง ณ วันที่จัดทำรายงาน 4.11 ทุน ทุน รับรู้เมื่อเริ่มปฏิบัติตามระบบบัญชีเกณฑ์คงค้างซึ่งเกิดจากผลต่างระหว่างสินทรัพย์และหนี้สิน 4.12 รายได้จากเงินงบประมาณ รายได้จากเงินงบประมาณ รับรู้เมื่อขอเบิกเงินจากกรมบัญชีกลางในกรณีเป็นการขอรับเงิน เข้าบัญชีหน่วยงาน ขอเบิกหักผลักส่งไม่รับตัวเงิน และเมื่ออนุมัติจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิรับเงินแล้วในกรณีเป็นการ จ่ายตรงให้กับผู้มีสิทธิรับเงิน หน่วยงานแสดงรายได้จากเงินงบประมาณในงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงินตามจำนวน เงินงบประมาณที่ขอเบิกสุทธิจากเงินงบประมาณเบิกเกินส่งคืน งบประมาณเบิกแทนกันแสดงรายได้จากเงิน งบประมาณในงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงินของหน่วยงานผู้เบิกแทน 4.13 รายได้จากการขายสินค้าและบริการ รายได้จากการขายสินค้าและบริการ เป็นรายได้ที่หน่วยงานได้รับอนุญาตให้เก็บไว้เพื่อใช้จ่าย ในการดำเนินงานของหน่วยงาน รับรู้เป็นรายได้เมื่อหน่วยงานส่งมอบสินค้าหรือบริการให้กับผู้ซื้อ


129 | P a g e 4.14 รายได้แผ่นดิน รายได้แผ่นดิน เป็นรายได้ที่หน่วยงานไม่สามารถนำมาใช้จ่ายในการดำเนินงาน รับรู้เมื่อเกิดรายได้ ด้วยยอดสุทธิจากส่วนที่จัดสรรเป็นเงินนอกงบประมาณตามที่ได้รับการยกเว้น รายได้แผ่นดินและรายได้แผ่นดินนำส่งคลัง ไม่ต้องแสดงเป็นรายได้และค่าใช้จ่ายของหน่วยงาน แต่แสดงไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินเป็นรายงานแยกต่างหาก 4.15 รายได้จากการอุดหนุนและบริจาค 4.15.1 รายได้จากการอุดหนุนและบริจาค ที่รับรู้จากเงินช่วยเหลือหรือเงินหรือทรัพย์สินรับ บริจาคก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2563 รับรู้ดังนี้ - เงินที่ได้รับจากการช่วยเหลือหรือบริจาคไม่ระบุวัตถุประสงค์ รับรู้เป็นรายได้ทั้งจำนวน ส่วนเงินที่ได้รับจากการช่วยเหลือหรือบริจาคระบุวัตถุประสงค์ทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามสัดส่วนค่าใช้จ่าย - สินทรัพย์ที่ได้จากการช่วยเหลือหรือบริจาคและให้ประโยชน์แก่หน่วยงานภายใน หนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีหรือมีราคาต่อหน่วยต่ำกว่า 10,000.00 บาท รับรู้เป็นรายได้ทั้งจำนวน ส่วนสินทรัพย์ที่ได้จาก การช่วยเหลือหรือบริจาคมีราคาต่อหน่วยตั้งแต่ 10,000.00 บาท ขึ้นไป และให้ประโยชน์แก่หน่วยงานมากกว่า หนึ่งรอบระยะเวลาบัญชีทยอยรับรู้เป็นรายได้ตามมูลค่าของค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ที่ได้รับนั้น 4.15.2 รายได้จากการอุดหนุนและบริจาค ที่รับรู้ตามรายการสินทรัพย์ที่รับโอนในหรือหลังวันที่ 1 ตุลาคม 2563 รับรู้ดังนี้ - รายได้จากการอุดหนุนและบริจาคที่มีเงื่อนไขของสินทรัพย์ที่โอน รับรู้เป็นรายได้ รอการรับรู้ เมื่อได้รับเงินและทยอยรับรู้เป็นรายได้เมื่อได้ทำตามเงื่อนไขที่กำหนด - รายได้จากการอุดหนุนและบริจาคที่ไม่มีเงื่อนไขของสินทรัพย์ที่โอน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัด ของสินทรัพย์ที่โอนหรือไม่ รับรู้เป็นรายได้เมื่อได้รับสินทรัพย์รับโอนที่เป็นไปตามเกณฑ์การรับรู้สินทรัพย์ - ข้อจำกัดของสินทรัพย์ที่โอน ไม่รวมถึงข้อกำหนดให้ต้องคืนสินทรัพย์ที่รับโอน หรือประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตหรือศักยภาพในการให้บริการอื่นที่ต้องคืนให้แก่ผู้โอน ถ้าไม่ใช้สินทรัพย์ตามที่ ระบุไว้ ดังนั้น เมื่อเริ่มมีสิทธิควบคุมสินทรัพย์ภายใต้ข้อจำกัด ผู้รับโอนไม่ได้มีภาระผูกพันในปัจจุบันที่จะต้อง โอนประโยชน์เชิงเศรษฐกิจหรือศักยภาพในการให้บริการให้แก่บุคคลที่สาม เมื่อผู้รับโอนทำผิดข้อจำกัด ผู้โอนหรือฝ่ายอื่น อาจมีทางเลือกในการใช้บทลงโทษต่อผู้รับโอน ดังนั้น เมื่อหน่วยงานได้รับสินทรัพย์ตามข้อจำกัดจึงรับรู้รายได้ทันที - เงื่อนไขของสินทรัพย์ที่โอน กำหนดให้หน่วยงานจะต้องใช้ประโยชน์เชิงเศรษฐกิจ ในอนาคตหรือศักยภาพในการให้บริการของสินทรัพย์ตามที่ระบุไว้ หรือต้องคืนประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต หรือศักยภาพในการให้บริการแก่ผู้โอนในกรณีที่ผิดเงื่อนไขนั้น ดังนั้น หน่วยงานผู้รับโอนสินทรัพย์จึงมีภาระผูกพัน ในปัจจุบันที่ต้องส่งมอบประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตหรือศักยภาพในการให้บริการแก่บุคคลที่สามเมื่อเริ่มมีสิทธิ ควบคุมสินทรัพย์ที่อยู่ภายใต้เงื่อนไข ทั้งนี้เป็นเพราะผู้รับโอนไม่สามารถหลีกเลี่ยงกระแสไหลออกของทรัพยากร เนื่องจากมีข้อกำหนดให้ใช้ประโยชน์จากสินทรัพย์ในการส่งมอบสินค้าหรือบริการให้แก่บุคคลที่สาม หรือไม่เช่นนั้น ต้องส่งคืนประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคตหรือศักยภาพในการให้บริการให้แก่ผู้โอน ดังนั้น เมื่อผู้รับโอนเริ่มรับรู้ สินทรัพย์ตามเงื่อนไขจึงเกิดหนี้สินขึ้นด้วย


130 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 เงินสดในมือ 25,286.76 - เงินทดรองราชการ 2,450,000.00 2,450,000.00 เงินฝากสถาบันการเงิน 30,130,353.53 33,585,897.98 เงินฝากคลัง 108,709,264.58 128,338,012.30 รวมเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด 141,314,904.87 164,373,910.28 เงินฝากคลัง จำนวน 108,709,264.58 บาท (ปี 2563 จำนวน 128,338,012.18 บาท ) ประกอบด้วย เงินนอกงบประมาณ ดังนี้ (หน่วย:บาท) 2564 2563 เงินฝากค่าธรรมเนียมการสอบแข่งขัน 100,700.00 2,327,034.50 เงินฝากเพื่อรอจัดสรรให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11,213,816.33 20,475,133.54 เงินฝากกองทุนพัฒนาน้ำบาดาล 578,247.91 3,082,508.28 เงินฝากต่าง ๆ 96,816,500.34 102,453,335.86 108,709,264.58 128,338,012.18 (หน่วย:บาท) 2564 2563 ลูกหนี้เงินยืมในงบประมาณ 1,482,015.90 4,214,798.64 ลูกหนี้เงินยืมนอกงบประมาณ 2,745,521.86 2,768,761.86 ลูกหนี้เงินยืมนอกงบประมาณธนาคารพาณิชย์ 1,258,160.00 - ลูกหนี้อื่น 2,000.00 2,000.00 เงินจ่ายล่วงหน้า 87,715,737.30 1,471,608.00 รายได้ค้างรับ - บุคคลภายนอก 144.65 192.51 ค้างรับจากกรมบัญชีกลาง 2,423,755.84 16,436,445.74 รวมลูกหนี้อื่นระยะสั้น 95,627,335.55 24,893,806.75


131 | P a g e ลูกหนี้เงินยืม ณ วันสิ้นปี แยกตามอายุหนี้ ดังนี้ (หน่วย:บาท) ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ ไม่เกิน 15 วัน และเกินกว่า 15 วัน 2564 1,478,195.90 3,220.00 600.00 1,482,015.90 2563 4,070,498.64 144,300.00 4,214,798.64 ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ ไม่เกิน 15 วัน และเกินกว่า 15 วัน 2564 639.86 2,744,882.00 2,745,521.86 2563 23,879.86 2,744,882.00 2,768,761.86 ลูกหนี้เงินยืมนอกงบประมาณที่เกินกำหนดชำระและเกินกว่า 15 วัน จำนวน 2,744,882.00 บาท เป็นลูกหนี้เงินยืมราย นายสมิทธ์ ตุงคะสมิต ตามสัญญาการยืมเงินเลขที่ ก.3/2558 ลงวันที่ 21 กันยายน 2558 จำนวน 2,744,882.00 บาท ซึ่งได้รับอนุมัติยืมเงินตามบันทึกข้อความสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดพิจิตร ส่วนสิ่งแวดล้อม ที่ พจ 0013.2/1575 ลงวันที่ 21 กันยายน 2558 เรื่อง ขออนุมัติเงินยืมราชการเพื่อดำเนินโครงการวิเคราะห์/ตรวจสอบ การปนเปื้อนของสารพิษและโลหะหนักจากการดำเนินกิจการเหมืองแร่ทองคำของบริษัท อัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ระยะเวลาปฏิบัติงานตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2558 – มกราคม 2559 จำนวน 2,744,882.00 บาท ประกอบด้วย ค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์ตรวจเลือด จำนวน 1,875,000.00 บาท ค่าใช้จ่ายในการตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำผิวดิน และน้ำใต้ดิน คุณภาพดิน การปนเปื้อนในพืช สัตว์ และห่วงโซ่อาหาร จำนวน 419,882.00 บาท ค่าใช้จ่ายในการจัดทำ ข้อมูลสารสนเทศทางภูมิศาสตร์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน จำนวน 200,000.00 บาท และค่าใช้จ่ายในการเดินทางที่พัก และค่าอาหารของอาสาสมัครและเจ้าหน้าที่ จำนวน 250,000.00 บาท คณะกรรมการบริหารกองทุนประกันความเสี่ยง ด้านสิ่งแวดล้อมและพัฒนาคุณภาพชีวิต มีมติการประชุมครั้งที่ 1/2561 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2561 ให้บอกเลิกสัญญา การดำเนินโครงการฯ กับนายสมิทธ์ตุงคะสมิต และดำเนินการฟ้องร้องเรียกเงินคืน ยังไม่ถึงกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ เกินกำหนดชำระ ไม่เกิน 15 วัน และเกินกว่า 15 วัน 2564 204,000.00 1,054,100.00 1,258,100.00 2563


132 | P a g e (หน่วย:บาท) วัสดุคงเหลือ 38,143,693.46 29,823,694.60 หัก ค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าวัสดุ - - รวมวัสดุคงเหลือ (สุทธิ) 38,143,693.46 29,823,694.60 (หน่วย:บาท) 2564 2563 อาคารและสิ่งปลูกสร้าง 526,484,387.07 474,243,311.75 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (230,266,614.41) (209,893,672.46) อาคารและสิ่งปลูกสร้าง(สุทธิ) 296,217,772.66 264,349,639.29 ครุภัณฑ์ 2,222,288,598.03 2,074,528,044.06 หัก ค่าเสื่อมราคาสะสม (1,304,693,262.81) (1,145,500,417.33) ครุภัณฑ์ (สุทธิ) 917,595,335.22 929,027,626.73 งานระหว่างก่อสร้าง 15,563,260.13 18,278,997.10 รวมที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ (สุทธิ) 1,229,376,368.01 1,211,656,263.12 (หน่วย:บาท) 2564 2563 โปรแกรมคอมพิวเตอร์ 141,434,190.19 139,280,520.19 หักค่าตัดจำหน่ายสะสม (129,998,346.03) (118,947,755.69) รวมสินทรัพย์ไม่มีตัวตน (สุทธิ) 11,435,844.16 20,332,764.50


133 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 เจ้าหนี้การค้า- บุคคลภายนอก 24,796,632.63 23,895,044.99 รับสินค้า/ใบสำคัญ 526,145.74 413,792.00 รวมเจ้าหนี้การค้า 25,322,778.37 24,308,836.99 (หน่วย:บาท) 2564 2563 เจ้าหนี้อื่น - หน่วยงานภาครัฐ 183,507.61 1,001,100.89 ค่าสาธารณูปโภคค้างจ่าย 6,330,560.25 4,605,384.50 ใบสำคัญค้างจ่าย 4,326,149.95 18,234,848.39 ค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น - บุคคลภายนอก 839,909.23 2,434,065.96 รวมเจ้าหนี้อื่นระยะสั้น 11,680,127.04 26,275,399.74 (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้แผ่นดินรอนำส่งคลัง (2,563.06) 81,494.80 เจ้าหนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 11,355,280.83 20,554,579.92 เจ้าหนี้ส่วนราชการ - รายได้รับแทนกัน 35,495.12 77,535.53 รวมเจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะสั้น 11,388,212.89 20,713,610.25


134 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 เงินรับฝากทุนเงินหมุนเวียน 611,415.64 4,061,067.40 เงินรับฝากอื่น 78,669,032.78 84,724,665.41 เงินประกันผลงาน 386,236.50 247,500.00 เงินประกันอื่น 20,943,713.18 22,459,020.84 รวมเงินรับฝากระยะสั้น 100,610,398.10 111,492,253.65 (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้รอการรับรู้ต้นงวด 29,827,392.79 34,285,764.27 บวก รายได้รอการรับรู้ระหว่างงวด 40,207,178.75 1,299,100.18 70,034,571.54 35,584,864.45 หัก รับรู้เป็นรายได้ระหว่างงวด (31,508,158.65) (5,757,471.66) เงินเหลือจ่ายส่งคืน/รายได้แผ่นดิน (3,348.78) 0.00 (31,511,507.43) (5,757,471.66) รายได้รอการรับรู้ปลายงวด 38,523,064.11 29,827,392.79 รวมเจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะยาว 38,523,064.11 29,827,392.79


135 | P a g e - ภาระผูกพันตามสัญญาเช่าดำเนินงาน (หน่วย:บาท) ไม่เกิน 1 ปี 5,016,053.03 3,228,569.10 เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี - - เกิน 5 ปี - - 5,016,053.03 3,228,569.10 - ภาระผูกพันตามสัญญาจ้างเหมาบริการ (หน่วย:บาท) ไม่เกิน 1 ปี 78,667,708.58 1,494,413.75 เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี - - เกิน 5 ปี - - 78,667,708.58 1,494,413.75 - ภาระผูกพันเกี่ยวกับรายจ่ายฝ่ายทุน (หน่วย:บาท) ที่ดิน อาคาร และสิ่งปลูก สร้าง 25,525,749.70 18,975,693.10 อาคาร และอื่น ๆ 262,220,054.60 190,957,995.22 287,745,804.30 209,933,688.32 - ภาระผูกพันตามสัญญาจัดซื้อจัดจ้างพัสดุและบริการอื่น ๆ (หน่วย:บาท) ไม่เกิน 1 ปี 12,021,360.34 9,526,648.12 เกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 5 ปี - - เกิน 5 ปี - - 12,021,360.34 9,526,648.12


136 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้จากงบประมาณปีปัจจุบัน รายได้จากงบบุคลากร 942,967,447.40 927,528,746.97 รายได้จากงบดำเนินงาน 217,744,769.34 238,313,675.60 รายได้จากงบลงทุน 75,599,173.12 140,729,184.90 รายได้จากงบอุดหนุน 765,493.00 774,999.71 รายได้งบกลาง 694,156,106.16 838,944,388.46 รายได้จากงบรายจ่ายอื่น 158,930,794.25 182,498,432.42 หัก เบิกเกินส่งคืนเงินงบประมาณ (11,561,949.23) (24,271,721.83) รวมรายได้จากงบประมาณปีปัจจุบัน-สุทธิ 2,078,601,834.04 2,304,517,706.23 รายได้จากงบประมาณปีก่อนๆ (เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีเบิกจ่ายปีปัจจุบัน) รายได้จากงบบุคลากร 1,724.00 รายได้จากงบดำเนินงาน 16,228,033.39 11,246,974.91 รายได้จากงบลงทุน 191,583,948.69 55,594,121.28 รายได้งบกลาง 39,000.00 0.00 รายได้จากงบรายจ่ายอื่น 6,253,944.12 22,505,279.41 รวมรายได้จากงบประมาณปีก่อน ๆ 214,104,926.20 89,348,099.60 รวมรายได้จากงบประมาณ 2,292,706,760.24 2,393,865,805.83


137 | P a g e ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมีหนี้สิน ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถูกฟ้องคดี จำนวน 6 คดี มูลทรัพย์ในการฟ้องรวมทั้งสิ้น 112,341,781.00 บาท ดังนี้ คดีปกครอง 1. ศาลปกครองกลางคดีหมายเลขดำที่ 2174/2556 วันที่ 24 ตุลาคม 2556ระหว่างนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้ฟ้องคดี กับกรมป่าไม้ ที่ 1 นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ 2 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ 3 นายโชติ ตราชู ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 4 ผู้ถูกฟ้องคดี ฐานออกคำสั่ง ให้ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีกระทำการประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงเป็นเหตุให้เกิดความเสียหายแก่ทางราชการ โดยมิชอบ และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 4 ร่วมกันหรือใช้แทนกันเป็นค่าเสียหายหรือสินไหมทดแทนให้กับผู้ฟ้องคดี เป็นเงินจำนวน 2,000,000.00 บาท ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 2315/2560 ลงวันที่ 20 ธันวาคม 2560 พิพากษาเพิกถอนคำสั่งของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ตามคำสั่งกรมป่าไม้ที่ 1630/2556 ลงวันที่ 29 พฤษภาคม 2556 เฉพาะที่เรียกให้ผู้ฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน จำนวน 3,083,597.22 บาท เพิกถอนคำสั่ง วินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4 ที่ 16/2556 ลงวันที่ 8 สิงหาคม 2556 ที่ยกอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดี โดยให้การเพิกถอน มีผลย้อนหลังไปนับแต่วันที่คำสั่งและคำวินิจฉัยอุทธรณ์ดังกล่าว คืนค่าธรรมเนียมศาล จำนวน 20,000.00 บาท ให้แก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยกต่อผู้ฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขดำที่ อผ.54/2561 ลงวันที่ 19 มีนาคม 2561 ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด 2. ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ บ.250/2560 วันที่ 24 สิงหาคม 2560 ระหว่างนายวิฑูรย์ ชลายนนาวิน ผู้ฟ้องคดี กับปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 1 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ฐานออกคำสั่งไล่ออกจากราชการโดยมิชอบทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหาย จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 1,583,170.00 บาท พร้อมดอกเบี้ยผิดนัดในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันฟ้องคดี ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ บ.183/2564 ลงวันที่ 31 สิงหาคม 2564 ยกฟ้องผู้ฟ้องคดียื่นคำอุทธรณ์คำพิพากษา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.891/2564 ลงวันที่ 23 ธันวาคม 2564 ขณะนี้ คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด 3. ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ ส.64/2561 วันที่ 2 มิถุนายน 2561 ระหว่าง ห้างหุ้นส่วนจำกัด สยาม เนเจอร์ แคร์ กรุ๊ป ผู้ฟ้องคดีกับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 1 กระทรวง อุตสาหกรรม ที่ 2 ผู้ถูกฟ้องคดี ให้เพิกถอนคำสั่งทางปกครอง และชดใช้ค่าเสียหายเนื่องจากนำแร่ออกไปขายไม่ได้ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงินจำนวน 50,000,000.00 บาท พร้อมดอกเบี้ย ร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันยื่นฟ้องคดี ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง 4. ศาลปกครองสุพรรณบุรี คดีหมายเลขดำที่ ส.2/2562 วันที่ 22 กรกฎาคม 2562 ระหว่าง นายวิโรจน์แจ่มใจ ที่ 1 กับพวกรวม 2 คน ผู้ฟ้องคดี กับสำนักงานสิ่งแวดล้อมภาคที่ 5 (นครปฐม) ที่ 1 ผู้ว่าราชการ จังหวัดสุพรรณบุรี ที่ 2 นายอำเภออู่ทองที่ 3 องค์การบริหารส่วนตำบลดอนมะเกลือ ที่ 4 สำนักงานปลัดกระทรวง มหาดไทย (กระทรวงมหาดไทยเดิม) ที่ 5 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดิม) ที่ 6 กรมการปกครอง ที่ 7 ผู้ถูกฟ้องคดี ฐานหน่วยงานละเลย ล่าช้า ไม่แก้ไขปัญหากรณีผู้ประกอบการบ่อกุ้งวิดน้ำเค็มลงสู่คลองสาธารณะ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าเสียหาย


138 | P a g e เป็นเงินจำนวน 625,000.00 บาท ศาลปกครองสุพรรณบุรีได้มีคำพิพากษา เป็นคดีหมายเลขแดงที่ ส.14/2564 ลงวันที่ 22 กันยายน 2564 ยกฟ้อง ผู้ฟ้องคดีได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา เป็นคดีหมายเลขดำที่ อ.77/2564 ลงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2564 ขณะนี้คดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองสูงสุด 5. ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 436/2564 วันที่ 15 มีนาคม 2564 ระหว่างกิจการร่วมค้า ออลซีนิท ทีเอเอส 2 ผู้ฟ้องคดี กับกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 2 ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 3 คณะกรรมการ พิจารณาอุทธรณ์และข้อร้องเรียน กรมบัญชีกลางที่ 4 คณะกรรมการพิจารณาผลประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ที่ 5 ผู้ถูกฟ้องคดี ผู้ฟ้องคดีไม่เห็นด้วยกับประกาศสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เรื่อง ประกวดราคาการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์ ขนาด 2 เครื่องยนต์ จำนวน 1 ลำ ขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งห้าร่วมกัน หรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดเป็นจำนวน 48,133,611.00 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี จนกว่าผู้ถูกฟ้องทั้งห้าจะชำระเสร็จสิ้น ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลปกครองกลาง คดีแพ่ง 1. คดีแพ่งศาลจังหวัดพังงาคดีหมายเลขดำที่ 169/2562 วันที่ 27 มิถุนายน 2562 ระหว่างนางสาวพัชรินทร์ เพชรล่อเหรียญ โจทก์ กับสำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 1 จังหวัดพังงา ที่ 2 นายพลพุทธ บัวลอย ที่ 3 จำเลย ฐานละเมิดเรียกค่าเสียหายขอให้จำเลยทั้งสามร่วมกันหรือแทนกันชดใช้ค่าเสียหาย เป็นเงินจำนวน 10,000,000.00 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันที่ฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลจังหวัดพังงาได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ พ.141/2563 ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2563 โจทก์ได้ยื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ซึ่งศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิเคราะห์แล้วเห็นพ้องด้วยกับคำพิพากษาของศาลชั้นต้น พิพากษายืนเป็นคดีหมายเลขดำที่ 276/2564 คดีหมายเลขแดงที่ 1641/2564 ลงวันที่ 29 กรกฎาคม 2564 คดีขณะนี้อยู่ระหว่างโจทย์ยื่นฎีกา คดีที่สิ้นสุดแล้ว 1. ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1620/2553 วันที่ 19 ตุลาคม 2553 ระหว่าง นายสัญญพงศ์ ต่อสหะกุลเจริญ ผู้ฟ้องคดีกับกรมป่าไม้ที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมที่ 2 สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ฐานละเมิด กรณีละเลยต่อหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ที่กฎหมายกำหนดให้ต้องปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร เป็นเหตุให้ทรัพย์สินของผู้ฟ้องคดีได้รับความเสียหายและขาดรายได้ จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดีชดใช้ค่าสินไหมทดแทน เป็นเงินรวมทั้งสิ้น 1,240,000.00 บาท ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1487/2556 วันที่ 18 กันยายน 2556 ให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 และที่ 2 ร่วมกันชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 420,000.00 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2553 จนกว่าจะชำระแล้วเสร็จ โดยให้ชำระให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเก้าสิบวัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุดและให้คืนค่าธรรมเนียมศาลบางส่วนตามส่วน ของการชนะคดีแก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก ต่อมาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2556 ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ได้อุทธรณ์คำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุดได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ อ.484/2564 ลงวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 พิพากษาแก้คำพิพากษาของศาลปกครองชั้นต้น เป็นให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แก่ผู้ฟ้องคดีเป็นเงินจำนวน 420,000.00 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงินดังกล่าว


139 | P a g e นับแต่วันที่ 19 ตุลาคม 2553 จนถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 3 ต่อปี หรืออัตราดอกเบี้ยใหม่ ที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาซึ่งออกตามความในมาตรา 7 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหม ายแพ่งและพาณิชย์ บวกด้วยอัตราเพิ่มร้อยละ 2 ต่อปีนับตั้งแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ ทั้งนี้ โดยให้ชำระ ให้แล้วเสร็จภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คดีถึงที่สุดและให้คืนค่าธรรมเนียมศาลในศาลปกครองชั้นต้นบางส่วนตามส่วน ของการชนะคดีแก่ผู้ฟ้องคดี คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก และให้ยกฟ้องผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 และผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3 2. ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1218/2556 วันที่ 27 มีนาคม 2556 ระหว่างนายชนะ สุดประเสริฐ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้ฟ้องคดี กับคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมที่ 1 ปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ 2 อธิบดีกรมป่าไม้ ที่ 3 ผู้ถูกฟ้องคดี ฐานออกคำสั่งลงโทษทางวินัยไล่ออก จากราชการโดยมิชอบ ทำให้ส่งผลกระทบต่อสิทธิประโยชน์อันพึงมีพึงได้ของผู้ฟ้องคดี จึงขอให้ผู้ถูกฟ้องคดี ชดใช้ค่าเสียหายและค่าธรรมเนียมศาลรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 3,230,607.00 บาท ต่อมาศาลปกครองกลาง ได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1850/2563 ลงวันที่ 18 พฤศจิกายน 2563 ผู้ฟ้องคดีจึงได้อุทธรณ์ คำพิพากษาศาลปกครองกลาง เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2563 ซึ่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2564 ไม่รับคำอุทธรณ์ของผู้ฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดให้ถือเป็นที่สุดและศาลได้แจ้งหมายคำสั่ง ลงวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 แจ้งให้ผู้ฟ้องคดีทราบ 3. คดีแพ่งศาลจังหวัดกระบี่ คดีหมายเลขดำที่ ม.272/2562 วันที่ 9 สิงหาคม 2562 ระหว่างบริษัท คุ้มภัยโตเกียวมารีนประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด (บริษัท ประกันคุ้มภัย จำกัด (มหาชน) โดยนายสมนึก ตันติสุวณิชย์ฯ เดิม) โจทก์ กับนายหรือว่าที่ร้อยตำรวจสดายุ สุทธิมาศ ที่ 1 สำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมที่ 2 จำเลย ละเมิดเรียกค่าเสียหายรับช่วงสิทธิ์ ขอให้จำเลยทั้งสองร่วมกัน หรือแทนกันชำระเงิน จำนวน 77,725.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น จำนวน 73,056.08 บาท นับถัดจากวันฟ้องเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ศาลจังหวัดกระบี่ได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดง ที่ ม.137/2563 เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2563 ให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 77,725.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับจากวันฟ้อง เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ ให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความ 5,000.00 บาท ค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดี 3,000.00 บาท ยกฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ค่าฤชาธรรมเนียมในส่วนฟ้องโจทก์สำหรับจำเลยที่ 1 ให้พับ ต่อมาเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2563 จำเลยได้อุทธรณ์ คำพิพากษา ศาลอุทธรณ์ภาค 8 ได้มีคำพิพากษาเป็นคดีหมายเลขแดงที่ 1193/2564 ลงวันที่ 7 มิถุนายน 2564 พิพากษาแก้เป็นให้จำเลยที่ 2 ชำระเงิน 77,725.24 บาท พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี ของต้นเงิน จำนวน 73,056.08 บาท นับถัดจากวันฟ้อง (ฟ้องวันที่ 9 สิงหาคม 2562) ถึงวันที่ 10 เมษายน 2564 และดอกเบี้ยอัตรา ร้อยละ 5 ของเงินต้นจำนวนดังกล่าวนับแต่วันที่ 11 เมษายน 2564 เป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จแก่โจทก์ กับให้จำเลยที่ 2 ชดใช้ค่าฤชาธรรมเนียมในศาลชั้นต้นแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความในศาลชั้นต้น จำนวน 3,000.00 บาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีในศาลชั้นต้น จำนวน 700.00 บาท คืนเงินค่าฤชาธรรมเนียมใช้แทน จำนวน 4,300.00 บาท แก่จำเลยที่ 2 ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์นอกจากที่สั่งคืนให้เป็นพับ นอกจากที่แก้ไข ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น หนี้สินที่อาจจะเกิดขึ้นจากการถูกฟ้องคดีข้างต้น ผู้บริหารได้ใช้ดุลยพินิจในการประเมินผลคดี ที่ถูกฟ้องร้องแล้ว และเชื่อมั่นว่าเมื่อคดีถึงที่สุดจะไม่มีความเสียหายเกิดขึ้นต่อฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน ของหน่วยงานอย่างมีสาระสำคัญ


140 | P a g e ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2564 หน่วยงานได้แก้ไขข้อผิดพลาดจากการบันทึกบัญชีในงวดก่อน จำนวน 1,572,239.80 บาท 1. บันทึกค่าสาธารณูปโภคค้างจ่ายต่ำไป จำนวนเงิน 426,175.40 บาท และค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น – บุคคลภายนอกต่ำไป จำนวน 27,550.20 บาท ดังนี้ 1.1 ปี 2563 หน่วยงานบันทึกค่าสาธารณูปโภคค้างจ่ายต่ำไป จำนวนเงิน 426,175.40 บาท ประกอบด้วย ค่าไฟฟ้า จำนวน 307,019.10 บาท ค่าโทรศัพท์จำนวน 111,996.43 บาท และค่าน้ำประปาและน้ำบาดาล จำนวน 7,159.87 บาท ทำให้บัญชีค่าไฟฟ้าแสดงยอดต่ำไป จำนวน 307,019.10 บาท บัญชีค่าโทรศัพท์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 111,996.43 บาท และบัญชีค่าน้ำประปาและน้ำบาดาลแสดงยอดต่ำไป จำนวน 7,159.87 บาท 1.2 ปี 2563 หน่วยงานบันทึกบัญชีค่าใช้จ่ายค้างจ่ายอื่น – บุคคลภายนอกต่ำไป จำนวน 27,550.20 บาท ประกอบด้วย ค่าเช่าบ้าน จำนวน 17,000.00 บาท และค่าน้ำมันเชื้อเพลิง จำนวน 10,550.20 บาท ทำให้บัญชี ค่าเช่าบ้านแสดงยอดต่ำไป จำนวน 17,000.00 บาท และค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแสดงยอดต่ำไป จำนวน 10,550.20 บาท ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการเจ้าหนี้อื่นระยะสั้น แสดงมูลค่าต่ำไป จำนวน 453,725.60 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าใช้จ่ายบุคลากร ต่ำไป จำนวน 17,000.00 บาท ค่าวัสดุต่ำไป จำนวน 10,550.20 บาท ค่าสาธารณูปโภคต่ำไป จำนวน 426,175.40 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไป จำนวน 453,725.60 บาท 2. บันทึกค่าสาธารณูปโภคค้างจ่ายสูงไป จำนวน 6,378.82 บาท ดังนี้ ปี 2563 หน่วยงานบันทึกค่าสาธารณูปโภคค้างจ่ายสูงไป จำนวน 6,378.82 บาท ประกอบด้วย ค่าโทรศัพท์จำนวน 3,118.22 บาท ค่าไฟฟ้าจำนวน 2,207.60 บาท และค่าบริการสื่อสารโทรคมนาคม จำนวน 1,053.00 บาท ทำให้บัญชีค่าโทรศัพท์แสดงยอดสูงไป จำนวน 3,118.22 บาท ค่าไฟฟ้าแสดงยอดสูงไป จำนวน 2,207.60 บาท และค่าสื่อสารและโทรคมนาคมแสดงยอดสูงไป จำนวน 1,053.00 บาท ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการเจ้าหนี้อื่นระยะสั้นแสดงมูลค่าสูงไป จำนวน 6,378.82 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าสาธารณูปโภคสูงไป จำนวน 6,378.82 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิต่ำไป จำนวน 6,378.82 บาท 3. บันทึกค่าเสื่อมราคา - ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียด และอาคารไม่ระบุรายละเอียดต่ำไป จำนวน 22,398.50 บาท ดังนี้ 3.1 ปี 2563 หน่วยงานไม่ได้บันทึกค่าเสื่อมราคา –ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียด จำนวน 2 รายการ จำนวน 11,180.50 บาท ทำให้บัญชีค่าเสื่อมราคา –ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดต่ำไป จำนวน 11,180.50 บาท และบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม –ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน


141 | P a g e 3.2 ปี2563 หน่วยงานไม่ได้บันทึกค่าเสื่อมราคา –อาคารและสิ่งปลูกสร้างไม่ระบุรายละเอียด จำนวน 6 รายการ จำนวน 11,218.00 บาท ทำให้บัญชีค่าเสื่อมราคา –อาคารและสิ่งปลูกสร้างไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดต่ำไป จำนวน 11,218.00 บาท และบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคารและสิ่งปลูกสร้างไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดต่ำไป ด้วยจำนวนเดียวกัน ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์แสดงมูลค่าสูงไป จำนวน 22,398.50 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไป ด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่ำไป จำนวน 22,398.50 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่าย สุทธิสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน 4. บันทึกใบสั่งซื้อ/ใบสั่งจ้าง (PO) ในระบบซ้ำ ทำให้บัญชีรับสินค้า/ใบสำคัญแสดงยอดสูงไป จำนวน 319,409.13 บาท ดังนี้ ปี 2563 หน่วยงานบันทึกใบสั่งซื้อ/สั่งจ้าง (P/O) ในระบบซ้ำ จำนวน 319,409.13 บาท ทำให้บัญชีรับสินค้าและใบสำคัญแสดงยอดสูงไป จำนวน 319,409.13 บาท บัญชีค่าวัสดุแสดงยอดสูงไป จำนวน 158,490.18 บาท บัญชีค่าจ้างเหมาบริการ – บุคคลภายนอกแสดงยอดสูงไป จำนวน 77,000.00 บาท บัญชี ค่าซ่อมแซมและบำรุงรักษาแสดงยอดสูงไป จำนวน 48,610.95 บาท บัญชีค่าประชาสัมพันธ์แสดงยอดสูงไป จำนวน 16,360.00 บาท และบัญชีค่าน้ำมันเชื้อเพลิงแสดงยอดสูงไป จำนวน 18,948.00 บาท ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการเจ้าหนี้การค้าแสดงมูลค่าสูงไป จำนวน 319,409.13 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าวัสดุสูงไป จำนวน 177,438.18 บาท ค่าใช้สอยสูงไป จำนวน 141,970.95 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิต่ำไป จำนวน 319,409.13 บาท 5. บันทึกรายได้จากการรับบริจาคต่ำไป จำนวนเงิน 42,250.00 บาท ปี 2563 หน่วยงานไม่ได้บันทึกรับรู้สินทรัพย์ที่รับบริจาค จำนวน 11 รายการ จำนวน 42,250.00 บาท ทำให้บัญชีค่าครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 42,250.00 บาท และบัญชีรายได้จากการบริจาค แสดงยอดต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน ทำให้งบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงยอดค่าวัสดุต่ำไป จำนวน 42,250.00 บาท รายได้จากการอุดหนุนอื่นและบริจาคต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน 6. บันทึกรายได้สูงไป จำนวน 6.31 บาท ปี 2563 หน่วยงานบันทึกตั้งรายได้ค้างรับสูงไป จำนวน 6.31 บาท ทำให้บัญชีรายได้อื่น แสดงยอดสูงไป จำนวน 6.31 และบัญชีได้รายได้ค้างรับ - ภายนอกแสดงยอดสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการลูกหนี้อื่นระยะสั้นแสดงมูลค่าสูงไป จำนวน 6.31 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงยอดรายได้อื่นสูงไปด้วยจำนวน 6.31 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน


142 | P a g e 7. บันทึกรายได้อุดหนุนเพื่อดำเนินงานอื่นสูงไป จำนวน 7,200.12 บาท ปี 2563 หน่วยงานบันทึกรับรู้รายได้จากเงินอุดหนุนและเงินทุนหมุนเวียนสูงไป จำนวน 7,200.12 บาท ทำให้บัญชีรายได้อุดหนุนเพื่อดำเนินงานอื่นแสดงยอดสูงไป จำนวน 7,200.12 บาท และบัญชีรายได้ รอรับรู้แสดงยอดต่ำไป จำนวน 7,200.00 บาท และบัญชีเงินรับฝากทุนหมุนเวียนแสดงยอดต่ำไป จำนวน 0.12 บาท ทำให้งบแสดงฐานะทางการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการเงินรับฝากระยะสั้น แสดงยอดต่ำไป จำนวน 0.12 บาท รายการเจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะยาวแสดงยอดต่ำไป จำนวน 7,200.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไป จำนวน 7,200.12 บาท และงบแสดงผลการดำเนินงาน ทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงรายได้จากการอุดหนุนเพื่อดำเนินงานอื่นและบริจาคสูงไป จำนวน 7,200.12 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไปจำนวนเดียวกัน 8. บันทึกครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดสูงไป จำนวน 16,760.00 บาท หน่วยงานนำครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์มาบันทึกในบัญชีครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียด จำนวน 5 รายการ จำนวน 16,760.00 บาท ทำให้บัญชีครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 16,760.00 บาท บัญชีครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ - สุทธิแสดงยอดสูงไป จำนวน 16,760.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงยอดค่าวัสดุต่ำไป จำนวน 16,760.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน 9. บันทึกค่าวัสดุต่ำไป จำนวน 21,562.00 บาท หน่วยงานบันทึกลดยอดค่าวัสดุสูงไป จำนวน 21,562.00 บาท ทำให้บัญชีค่าวัสดุแสดงยอดต่ำไป จำนวน 21,562.00 บาท และบัญชีเงินรับฝากทุนหมุนเวียนแสดงยอดต่ำไป จำนวน 21,562.00 บาท ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการเงินรับฝากระยะสั้นแสดงยอดต่ำไป จำนวน 21,562.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าวัสดุต่ำไป จำนวน 21,562.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิแสดงยอดสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน 10. บันทึกค่าจ้างเหมาบริการบุคคลภายนอกและค่าวัสดุสูงไป จำนวน 65,450.00 บาท หน่วยงานบันทึกครุภัณฑ์สำนักงานในบัญชีค่าจ้างเหมาบริการ - บุคคลภาย จำนวน 30,900.00 บาท และนำครุภัณฑ์สำนักงานไปบันทึกในบัญชีค่าวัสดุ จำนวน 22,610.00 บาท ทำให้บัญชีครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 53,510.00 บาท บัญชีค่าจ้างเหมาบริการ - บุคคลภายนอกแสดงยอดสูงไป จำนวน 30,900.00 บาท บัญชี ค่าวัสดุแสดงยอดสูงไป จำนวน 22,610.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคา - ครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดต่ำไป 2,625.25 บาท และบัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน และนำครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์ ไปบันทึกในบัญชีค่าวัสดุ จำนวน 11,940.00 บาท ทำให้บัญชีค่าครุภัณฑ์ต่ำกว่าเกณฑ์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 11,940.00 บาท และบัญชีค่าวัสดุแสดงยอดสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ - สุทธิแสดงยอดสูง ไป จำนวน 50,884.75 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าเสื่อมราคา


143 | P a g e และค่าจำหน่ายต่ำไป จำนวน 2,625.25 บาท ค่าใช้สอยสูงไป จำนวน 30,900.00 บาท บัญชีค่าวัสดุสูงไป จำนวน 22,610.00 บาท และบัญชีรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิต่ำไป จำนวน 50,884.75 บาท 11. บริจาคครุภัณฑ์ แต่ยังไม่ได้บันทึกตัดจำหน่ายออกจากบัญชี หน่วยงานบริจาคสินทรัพย์ให้กับหน่วยงานต่าง ๆ แล้ว แต่ยังไม่ได้ตัดจำหน่ายสินทรัพย์ ออกจากบัญชี จำนวน 12,196,492.57 บาท ประกอบด้วย อาคารและอุปกรณ์ ราคาทุนจำนวน 12,136,751.19 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคารและอุปกรณ์ จำนวน 10,254,258.93 บาท มูลค่าสุทธิจำนวน 1,882,492.26 บาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตน ราคาทุนจำนวน 59,741.38 ค่าตัดจำหน่ายสะสม - สินทรัพย์ไม่มีตัวตน จำนวน 59,739.38 บาท มูลค่าสุทธิ จำนวน 2.00 บาท ทำให้บัญชีครุภัณฑ์สิ่งปลูกสร้างแสดงยอดสูงไป จำนวน 117,929.64 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคา สะสม -สิ่งปลูกสร้างแสดงยอดสูงไป 6,381.12 บาท บัญชีค่าตัดจำหน่าย -สิ่งปลูกสร้างแสดงยอดต่ำไป 111,548.52 บาท บัญชีครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดสูงไป จำนวน 428,154.13 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์สำนักงาน แสดงยอดสูงไป จำนวน 372,334.58 บาท บัญชีค่าจำหน่าย -ครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 55,819.55 บาท บัญชีครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งแสดงยอดสูงไป จำนวน 763,288.35 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์ ยานพาหนะและขนส่งแสดงยอดสูงไป จำนวน 763,285.35 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่ง แสดงยอดต่ำไป จำนวน 3.00 บาท บัญชีครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุแสดงยอดสูงไป จำนวน 85,234.20 บาท บัญชี ค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์ไฟฟ้าและวิทยุแสดงยอดสูงไป จำนวน 85,231.20 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์ ไฟฟ้าและวิทยุแสดงยอดต่ำไป จำนวน 3.00 บาท บัญชีครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่แสดงยอดสูงไป จำนวน 392,680.39 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่แสดงยอดสูงไป จำนวน 377,952.91 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่แสดงยอดต่ำไป จำนวน 14,727.48 บาท บัญชีครุภัณฑ์สำรวจ แสดงยอดสูงไป จำนวน 319,524.10 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์สำรวจแสดงยอดสูงไป จำนวน 305,406.79 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์สำรวจแสดงยอดต่ำไป จำนวน 14,117.31 บาท บัญชีครุภัณฑ์ วิทยาศาสตร์และการแพทย์แสดงยอดสูงไป จำนวน 2,433,903.30 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์ วิทยาศาสตร์และการแพทย์แสดงยอดสูงไป จำนวน 2,416,270.56 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และการแพทย์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 17,632.74 บาท บัญชีครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แสดงยอดสูงไป จำนวน 3,949,265.51 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม – ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แสดงยอดสูงไป จำนวน 3,949,146.51 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 119.00 บาท บัญชีครุภัณฑ์งานบ้านงานครัว แสดงยอดสูงไป จำนวน 2,287,346.57 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม-ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัวแสดงยอดสูงไป จำนวน 618,836.91 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์งานบ้านงานครัวแสดงยอดต่ำไป จำนวน 1,668,509.66 บาท บัญชีครุภัณฑ์สนามแสดงยอดสูงไป จำนวน 38,000.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม –ครุภัณฑ์สนามแสดงยอดสูงไป จำนวน 37,999.00 บาท บัญชีค่าตัดจำหน่าย - ครุภัณฑ์สนามแสดงยอดต่ำไป จำนวน 1.00 บาท บัญชีครุภัณฑ์ ไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดสูงไป จำนวน 1,321,425.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียด แสดงยอดสูงไป จำนวน 1,321,414.00 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - ครุภัณฑ์ไม่ระบุรายละเอียดแสดงยอดต่ำไป จำนวน 11.00 บาท บัญชีโปรแกรมคอมพิวเตอร์แสดงยอดสูงไป จำนวน 59,741.38 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - โปรแกรมคอมพิวเตอร์แสดงยอดสูงไป จำนวน 59,739.38 บาท บัญชีค่าจำหน่าย - โปรแกรมคอมพิวเตอร์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 2.00 บาท


144 | P a g e ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ แสดงมูลค่าสูงไป 1,882,492.26 บาท สินทรัพย์ไม่มีตัวตนแสดงมูลค่าสูงไป จำนวน 2.00 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมสูงไป จำนวน 1,882,494.26 บาท และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30กันยายน 2563 แสดงยอดค่าใช้จ่ายอื่นต่ำไป จำนวน 1,882,494.26 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไป ด้วยจำนวนเดียวกัน 12. รับบริจาคครุภัณฑ์ แต่ยังไม่ได้บันทึกรับในบัญชี หน่วยงานได้รับบริจาคครุภัณฑ์จากหน่วยงานต่าง ๆ แต่ยังไม่ได้บันทึกบัญชี จำนวน 3,966,342.67 บาท ประกอบด้วย อาคารและอุปกรณ์ ราคาทุน จำนวน 3,966,342.67 บาท ค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคารและอุปกรณ์ จำนวน 3,890,786.01 บาท มูลค่าสุทธิจำนวน 75,556.66 บาท ทำให้บัญชีครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 170,476.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคา สะสม - ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์แสดงยอดต่ำไป จำนวน 140,113.17 บาท (มูลค่าสุทธิจำนวน 30,362.83 บาท) บัญชีครุภัณฑ์ยานพาหนะและขนส่งแสดงยอดต่ำไป จำนวน 3,722,666.67 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์ ยานพาหนะและขนส่งแสดงยอดต่ำไป จำนวน 3,722,663.67 บาท (มูลค่าสุทธิจำนวน 3.00 บาท) บัญชีครุภัณฑ์ สำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 48,800.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ครุภัณฑ์สำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 21,909.17 บาท (มูลค่าสุทธิจำนวน 26,890.83 บาท) บัญชีครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่แสดงยอดต่ำไป จำนวน 24,400.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม -ครุภัณฑ์โฆษณาและเผยแพร่แสดงยอดต่ำไป จำนวน 6,100.00 บาท (มูลค่าสุทธิจำนวน 18,300.00 บาท) บัญชีรายได้บริจาคแสดงยอดต่ำไป จำนวน 3,890,789.01 บาท และบัญชีรายได้ รอรับรู้แสดงยอดต่ำไป จำนวน 75,553.66 บาท ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ แสดงมูลค่าต่ำไป 75,556.66 บาท เจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะยาวแสดงยอดต่ำไป จำนวน 75,553.66 บาท รายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมต่ำไป จำนวน 75,556.66 บาท และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับ ปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายต่ำไป จำนวน 3,890,786.01 บาท บัญชีรายได้จากการอุดหนุนและบริจาคต่ำไป จำนวน 3,890,789.01 บาทและรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิต่ำไป จำนวน 3.00 บาท 13. บันทึกบัญชีสินทรัพย์ผิดหมวด หน่วยงานนำอาคารสำนักงาน อาคารพักอาศัย และอาคารเพื่อประโยชน์อื่น มาบันทึกในบัญชี ส่วนปรับปรุงอาคาร ทำให้บัญชีส่วนปรับปรุงอาคารแสดงยอดสูงไป จำนวน 9,550,802.40 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - ส่วนปรับปรุงอาคารแสดงยอดสูงไป จำนวน 756,872.73 บาท ทำให้บัญชีส่วนปรับปรุงอาคารแสดงยอดสูงไป จำนวน 9,550,802.40 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคา สะสม -ส่วนปรับปรุงอาคารแสดงยอดสูงไป จำนวน 756,872.73 บาท บัญชีอาคารสำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 2,197,400.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม -อาคารสำนักงานแสดงยอดต่ำไป จำนวน 36,062.67 บาท บัญชีอาคารพักอาศัย แสดงยอดต่ำไป จำนวน 6,487,402.40 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคารพักอาศัยแสดงยอดต่ำไป จำนวน 259,805.44 บาท บัญชีอาคารเพื่อประโยชน์อื่นแสดงยอดต่ำไป จำนวน 866,000.00 บาท บัญชีค่าเสื่อมราคาสะสม - อาคารเพื่อประโยชน์อื่นแสดงยอดต่ำไป จำนวน 5,773.33 บาท


145 | P a g e ทำให้งบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 รายการที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ แสดงมูลค่าต่ำไป จำนวน 455,231.29 บาท และรายได้สูง (ต่ำ) กว่าค่าใช้จ่ายสะสมต่ำไปด้วยจำนวนเดียวกัน และงบแสดงผลการดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 แสดงค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย สูงไป จำนวน 455,231.29 บาท และรายได้สูง (ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิสูงไปด้วยจำนวนเดียวกัน หน่วยงานได้ปรับปรุงย้อนหลังข้อมูลเปรียบเทียบเพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในงวดก่อน ผลกระทบ จากการแก้ไขข้อผิดพลาดที่ส่งผลกระทบต่อรายการในงบแสดงฐานะการเงิน ณ วันที่ 30 กันยายน 2563 และงบแสดงผล การดำเนินงานทางการเงิน สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2563 ดังนี้ (หน่วย: บาท) ลูกหนี้อื่นระยะสั้น 24,893,813.06 (6.31) 24,893,806.75 ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 1,212,996,241.18 (1,339,978.06) 1,211,656,263.12 สินทรัพย์ไม่มีตัวตน 20,332,766.50 (2.00) 20,332,764.50 เจ้าหนี้การค้า (24,628,246.12) 319,409.13 (24,308,836.99) เจ้าหนี้อื่นระยะสั้น (25,828,052.96) (447,346.78) (26,275,399.74) เงินรับฝากระยะสั้น (111,470,691.53) (21,562.12) (111,492,253.65) เจ้าหนี้เงินโอนและรายการอุดหนุนระยะยาว (29,744,639.13) (82,753.66) (29,827,392.79) รายได้สูง (ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสะสม 1,085,143,805.29 (1,572,239.80) 1,083,571,565.49 รายได้จากการอุดหนุนอื่นและบริจาค (6,248,645.06) (3,925,838.89) (10,174,483.95) รายได้อื่น (1,534,410.00) 6.31 (1,534,403.69) ค่าใช้จ่ายบุคลากร 1,050,204,444.25 17,000.00 1,050,221,444.25 ค่าใช้สอย 462,634,953.35 (172,870.95) 462,462,082.40 ค่าวัสดุ 71,928,296.68 (108,925.98) 71,819,370.70 ค่าสาธารณูปโภค 48,262,345.45 419,796.58 48,682,142.03 ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย 178,439,178.70 3,460,578.47 181,899,757.17 ค่าใช้จ่ายอื่น 373,532.55 1,882,494.26 2,256,026.81 รายได้สูง (ต่ำ)กว่าค่าใช้จ่ายสุทธิ (30,355,977.84) 1,572,239.80 (28,783,738.04)


146 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้จากงบประมาณปีปัจจุบัน รายได้จากงบบุคลากร 942,967,447.40 927,528,746.97 รายได้จากงบดำเนินงาน 217,744,769.34 238,313,675.60 รายได้จากงบลงทุน 75,599,173.12 140,729,184.90 รายได้จากงบอุดหนุน 765,493.00 774,999.71 รายได้งบกลาง 694,156,106.16 838,944,388.46 รายได้จากงบรายจ่ายอื่น 158,930,794.25 182,498,432.42 หัก เบิกเกินส่งคืนเงินงบประมาณ (11,561,949.23) (24,271,721.83) รวมรายได้จากงบประมาณปีปัจจุบัน - สุทธิ 2,078,601,834.04 2,304,517,706.23 รายได้จากงบประมาณปีก่อนๆ (เงินกันไว้เบิกเหลื่อมปีเบิกจ่ายปีปัจจุบัน) รายได้จากงบบุคลากร 1,724.00 รายได้จากงบดำเนินงาน 16,228,033.39 11,246,974.91 รายได้จากงบลงทุน 191,583,948.69 55,594,121.28 รายได้งบกลาง 39,000.00 0.00 รายได้จากงบรายจ่ายอื่น 6,253,944.12 22,505,279.41 รวมรายได้จากงบประมาณปีก่อน ๆ 214,104,926.20 89,348,099.60 รวมรายได้จากงบประมาณ 2,292,706,760.24 2,393,865,805.83 (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้จากการอุดหนุนเพื่อการดำเนินงานอื่น 28,089,492.58 1,615,164.32 รายได้จากการรับโอนสินทรัพย์ระหว่างหน่วยงาน 29,070,898.61 295,844.97 รายได้จากการบริจาค 3,175,010.84 8,263,474.66 รวมรายได้จากการอุดหนุนอื่นและบริจาค 60,335,402.03 10,174,483.95


147 | P a g e (หน่วย:บาท) 2564 2563 รายได้เงินนอกงบประมาณ 1,396,970.00 527,525.00 รายได้อื่น 1,783,270.00 1,006,878.69 รวมรายได้อื่น 3,180,240.00 1,534,403.69 (หน่วย:บาท) 2564 2563 เงินเดือน 786,455,708.65 770,610,566.77 ค่าล่วงเวลา 3,291,041.95 3,997,607.12 ค่าจ้าง 18,454,278.00 20,546,814.88 เงินค่าตอบแทนพนักงานราชการ 144,168,363.56 133,870,367.19 เงินค่าครองชีพ 20,160.00 27,378.87 ค่ารักษาพยาบาล 57,997,416.07 51,867,479.41 เงินช่วยการศึกษาบุตร 6,176,084.60 6,798,100.75 เงินช่วยเหลือพิเศษกรณีเสียชีวิต 415,023.60 498,172.80 เงินชดเชย กบข. 12,337,272.86 11,650,966.86 เงินสมทบ กบข. 18,505,909.49 17,476,450.30 เงินสมทบ กสจ. 527,855.40 577,120.38 เงินสมทบกองทุนประกันสังคม 2,972,869.50 3,967,364.00 เงินสมทบกองทุนเงินทดแทน 255,306.83 238,012.95 ค่าเช่าบ้าน 23,450,881.48 22,289,668.99 ค่าใช้จ่ายบุคลากรอื่น 5,712,487.74 5,805,372.98 รวมค่าใช้จ่ายบุคลากร 1,080,740,659.73 1,050,221,444.25


Click to View FlipBook Version