The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนวิชาเสื้อสมัยนิยม1-62

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนวิชาเสื้อสมัยนิยม1-62

แผนวิชาเสื้อสมัยนิยม1-62

๕๑

๙. บนั ทึกหลงั จากการจัดการเรยี นรู้

๑. ผลการจัดการเรยี นรู้
............................................................................................................................. ...................................
........................................................................................................................................................... .....
............................................................................................................................ ....................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
๒. ปัญหา/อุปสรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
..................................................................................................................................... ...........................
...................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. ขอ้ เสนอแนะ/แนวทางแก้ไข
.................................................................................................................................... ............................
..................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ..................................

ลงช่ือ..................................................... ลงช่ือ...................................................
(นางสาวบุญนาค ภัทรพงศม์ ณี) (นางสาวบุญนาค ภัทรพงศ์มณี)
ตาแหน่ง ครูผ้สู อน ตาแหนง่
หวั หนา้ แผนกวิชาผ้าและเครือ่ งแต่งกาย
วันท่ี............เดอื น.....................พ.ศ............. วนั ท่ี............เดอื น.....................พ.ศ.............

ลงชือ่ ............................................................
(.................................................. )
รองผอู้ านวยการฝ่ายวิชาการ

วันท.่ี ...........เดอื น.....................พ.ศ.............

ลงช่ือ............................................................
(................................................)

ตาแหน่ง ผู้อานวยการวิทยาลัยสารพัดชา่ งส่พี ระยา
วนั ที่............เดอื น.....................พ.ศ.............

๕๒

หน่วยท่ี ๒
การเลอื กวัสดอุ ปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกบั เสอ้ื สมัยนิยม

จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้

จุดประสงค์ทั่วไป
เพ่ือให้ผเู้ รยี นมีความรู้เกี่ยวกับการเลือกวัสดอุ ุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั เส้ือสมยั นยิ ม

จดุ ประสงค์เชงิ พฤติกรรม
๑. บอกการเลอื กวสั ดุอุปกรณใ์ หเ้ หมาะสมกบั เสอื้ สมยั นิยมได้ถูกต้อง
๒. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ

สาระสาคญั

การเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับแบบเส้ือสมัยนิยม มีความจาเป็นอย่างย่ิง ผู้เข้ารับการฝึกอบรม
ต้องเรียนรู้ เพ่ือสามารถเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับแบบ รวมท้ังใช้วัสดุเสริมแต่งให้เหมาะสมเพ่ือให้เส้ือ
ออกมามลี ักษณะท่ดี ี

หวั ข้อเนื้อหาสาระ

๑.หลักการเลอื กใชผ้ ้าใหเ้ หมาะกับแบบ
๑.๑ พจิ ารณาให้เหมาะสมกับโอกาส
๑.๒ พิจารณาจากเน้อื ผา้
๑.๓. พิจารณาจากลายผ้า

๒.หลักการเลอื กวัสดุเสริมแตง่ ให้เหมาะสมกับแบบ
๒.๑ ผา้ รองใน (Underlining)
๒.๒ ผ้ารองทรง (Interfacing)
๒.๓ ผ้าซบั ใน (Lining)
๒.๔ ซิป (Zippers)
๒.๕ กระดมุ (Buttons)
๒.๖ ตะขอเกย่ี วและตะขอรับ (Hook and Eyes)
๒.๗ ด้ายเยบ็ ผา้ (Sewing Thread)
๒.๘ ที่หนนุ ไหล่ (Shoulder Pad)
๒.๙ แถบ (Tape)

๓. หลกั การเลอื กวสั ดตุ กแตง่ ใหเ้ หมาะสมกับแบบ
๓.๑ ลกู ไม้ (Lace)
๓.๒ ชายครยุ (Fringes)
๓.๓ ริกแรก (Rickrack or Ric-Rac)
๓.๔ เทปปกั (Ribbon and Embroidered Beaid)
๓.๕ เกลยี วเชือกและพู่ (and Tassels)
๓.๖ ลูกปดั และเล่ือม (Bead and Sequine Trimming)
๓.๗ การตดั ปะ (Applique)
๓.๘ การต่อผา้ (Patchwork)
๓.๙ การเย็บสกั (Quilting)

๕๓

๓.๑๐ จีบระบาย (Ruffles)
๓.๑๑ จีบรูด (Fullness)
๓.๑๒ ผ้าก๊นุ (Seam Binding)

เน้ือหาสาระ
การเลือกวัสดอุ ปุ กรณ์ให้เหมาะสมกบั เส้ือสมัยนิยม

การเลอื กวัสดใุ ห้เหมาะกับแบบนั้นมีความสาคัญมากไม่น้อยไปกว่าฝีมือการตัดเย็บเสื้อผ้า ดังน้ัน
ควรพิจารณาว่าแบบเสื้อผ้านั้นต้องการให้ดูออกมาเป็นอย่างไร เช่น ต้องการให้กระโปรงหรือกางเกงกาง
ออกจากตัวคนใส่ หรือต้องการให้กระโปรงพล้ิวไหวแนบกับรูปร่าง หรือต้องการให้เสื้อผ้ารัดรูปพอดีตัว
จึงควรเลือกผา้ และวัสดตุ กแตง่ ให้เหมาะสมกับแบบท่ตี ้องการ

วินิทร สอนพรินทร์ (๒๕๖๐ : ๒๑๓) หลักการเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับแบบ แบ่งออกเป็น ๓
ประการดังนี้

๑. การเลอื กใชผ้ ้าใหเ้ หมาะกบั แบบ
๒. การเลือกใช้วัสดเุ สรมิ แตง่ ให้เหมาะกบั แบบ
๓. การเลอื กใช้วัสดุตกแตง่ ใหเ้ หมาะกบั แบบ

๑. หลกั การเลือกใชผ้ ้าใหเ้ หมาะกบั แบบ
การเลือกใช้ผ้าในการตัดเย็บเส้ือผ้าให้สวยงามและดูดีนั้น ต้องพิจารณาจากเส้นกรอบนอกเป็น

หลัก เพื่อเลือกลักษณะของเน้ือผ้าให้เหมาะสมกับแบบ เช่น แบบเส้ือเทเลอร์ต้องการผ้าทอเนื้อแน่นอยู่
ตัว แบบเส้ือแขนย้วยกระโปรงย้วยต้องการผ้าบางเบาพลิ้ว สาหรับผู้ที่เริ่มตัดเย็บ ควรเลือกผ้ าท่ีทอ
เนื้อแน่นอยู่ตัว หลีกเล่ียงผา้ ลายทาง ผา้ ตา เพราะตอ้ งระวงั เร่ืองการต่อลายผ้าใหต้ รงกนั

หลกั การเลือกผ้าให้เหมาะกบั แบบ มหี ลักการพจิ าณา ๓ ประการ ดังนี้
๑.๑ พจิ ารณาให้เหมาะสมกับโอกาส การเลือกแบบเส้ือผ้าที่จะสวมใส่ จะต้องมีวัตถุประสงค์ใน
การเลือกดงั น้ี

๑.๑.๑ โอกาสปกติ ไดแ้ ก่ ชดุ ทางาน ชดุ เดินทาง ชดุ ลาลอง ควรเลอื กดังน้ี
- ชุดทางาน ควรเลือกผ้าท่ีสวมใส่สบาย แข็งแรง ทนทาน ทนต่อการซักรีด

สีไม่ตก ไม่ซีดจางเร็ว มีความคงรูปดี แบบของเส้ือผ้าควรเป็นแบบเรียบๆ ไม่หรูหราหรือรุงรังมาก
จนเกนิ ไป

- ชุดเดินทาง ควรเลือกผ้าท่ีสวมใส่สบายเพิ่มความทะมัดทะแมงและความ
คลอ่ งแคลว่ ของผ้สู วม ผ้าท่ีใช้ไมค่ วรยับงา่ ยและไม่เป้อื นง่าย สามารถพับใสก่ ระเป๋าได้ ถ้าเป็นผ้าบางต้อง
ซักง่ายแห้งเร็วไม่ตอ้ งรีด

- ชดุ ลาลอง ควรเลือกผา้ สหี รือผ้าลาย เนอื้ ผา้ บางเบาไมต่ อ้ งการความทนทาน
มากนกั ผา้ ท่ที อห่างๆ เหมาะสาหรับตัดชุดประเภทนี้

๑.๑.๒ โอกาสพิเศษ ผ้าท่ีใช้ส่วนใหญ่จะเปน็ ผา้ เน้ือดีราคาแพง มีความหรูหรา ลวดลาย
ของผ้าสวยงาม สะดุดตา หรือเป็นผ้าที่มีการทอพิเศษ เพ่ือให้ตัดเย็บออกมาแล้วดูหรูหราเหมาะกับ
โอกาสพิเศษ

๕๔

๑.๑.๓ การเลือกผา้ ให้เหมาะสมกับฤดกู าล ถา้ ฤดูหนาว เส้ือผ้าทใ่ี ช้ควรใช้ผ้าที่เน้ือหนา
ทอแน่น ไม่มีช่องให้อากาศผ่านทะลุได้ง่ายเพื่อกันความหนาว ฤดูร้อน ผ้าท่ีใช้ควรเป็นผ้าที่ทอเนื้อไม่
แน่นจนเกินไป ควรเป็นผา้ ใยธรรมชาติจะชว่ ยระบายความรอ้ นไดด้ ี

๑.๒ พจิ ารณาจากเนื้อผ้า การเลอื กผ้าเป็นส่งิ ท่สี าคญั อกี ประการหนึง่
- ผ้าเน้ือหนามักจะผิวสัมผัสที่หยาบ ทาให้เกิดความลึกของเสื้อบนเน้ือผ้า ความหนา

ของผ้าจะทาให้เส้นบนเนือ้ ผา้ ดกู ว้างและเทอะทะ ดังนั้นควรเลอื กผ้าสีพื้นโทนสีหม่น
- ผ้าท่ีเน้ือแน่นละเอียด เช่น ผ้าลายสอง ผ้าไหมเทียม ผ้าลินินเนื้อละเอียด ผ้าไหม

ผา้ ต่วน ผา้ แพร ใช้ตดั เย็บเสอื้ ผ้าท่ตี ้องการให้เขา้ รูปพอดรี ูปรา่ ง เนน้ การตัดเย็บ
- บุคคลที่มีรูปร่างมาตรฐาน ควรใช้ผ้าเน้ือหยาบ บุคคลที่มีรูปร่างอ้วน ควรใช้ผ้าเนื้อ

หนานมุ่ ผิวเรยี บทิ้งตัวดี บคุ คลทมี่ รี ูปร่างผอม ควรใชผ้ า้ บางเบา
- ผา้ เนื้อหนาไมเ่ หมาะสาหรบั แบบเส้อื ท่มี ีจีบรูดระบาย ควรเน้นการตอ่ ตะเขบ็
- ผ้าเนอื้ บางเหมาะสาหรับแบบเสอ้ื ที่มีจบี รดู ระบาย หรอื บานพล้ิว

๑.๓. พจิ ารณาจากลายผ้า
๑.๓.๑ ผา้ ลายเรขาคณิต ผ้าลายเรขาคณิตที่เกิดจากโครงสร้างการทอ เช่น ผ้าทอลาย

สอง ผ้าทอลายก้างปลา นิยมนามาตัดเป็นเสื้อสูท เนื่องจากต้องระมัดระวังในการต่อลายผ้าเป็นอย่าง
มาก แบบเสื้อท่ีเหมาะกับผา้ ท่ีมีลวดลายเรขาคณติ ควรเป็นแบบเรียบๆ ไม่เน้นการตกแต่ง

ทีม่ า http://www.ovworld.vn/th-TH/วัฒนธรรม/
รูปที่ ๒.๑ ภาพแสดงผ้าลายเรขาคณิต

๑.๓.๑.๑ ผ้าลายทาง มี ๒ ชนดิ คือ
๑. ลายทางทีส่ มา่ เสมอกัน (Even Stripes)
๒. ลายทางทีไ่ มส่ ม่าเสมอ (Uneven Stripes)

๕๕

ทม่ี า https://www.pintaram.com/u/sinpanya_brand
รปู ท่ี ๒.๒ ภาพแสดงผา้ ลายทาง

การวางแบบตัดผ้าท่ีมีลายทางสม่าเสมอจะง่ายกว่าผ้าที่มีลายทางไม่สม่าเสมอ การซ้ือ
ผ้าลายทางควรซ้ือเผือ่ ผ้าเพม่ิ อีกประมาณ ๐.๕ เมตร เปน็ อย่างนอ้ ย เพ่อื ใช้ในการต่อลาย ผ้าทอลายทาง
เลก็ ๆ ควรตดั เส้อื หรอื กระโปรงแยกชน้ิ

๑.๓.๑.๒ ผา้ ตา มี ๒ ประเภท คือ
๑. ผา้ ตาที่สม่าเสมอ (Even Plaids)
๒. ผ้าตาที่ไม่สม่าเสมอ (Uneven Plaids) ผ้าทอลายตาเล็กๆ เหมาะกับ

กระโปรงจบี รอบเอว

ทมี่ า https://www.bloggang.com/mainblog.php?id
รูปที่ ๒.๓ ภาพแสดงผา้ ลายตาราง

๕๖
๑.๓.๒ ผ้าลายธรรมชาติ มีลักษณะลายท่ีประกอบด้วยเส้นโค้ง เช่น ลายดอกไม้ ใบไม้
ลวดลายมีความคมชดั แบบเสอ้ื ควรเปน็ แบบธรรมดา หรือใชผ้ า้ ชน้ิ นน้ั เปน็ ส่วนตกแต่ง ผา้ ดอกโต มักจะ
มีชว่ งหา่ งของลายยาว บางลายยาวถงึ ๑๖ นวิ้ ผา้ พวกนี้จะตอ้ งซื้อผ้ามากกว่าท่ีคานวณ ผ้าดอกบางชนิด
จะมีลักษณะลายไปทิศทางเดียวกัน หรือหลายทิศทาง ถ้าเป็นลายทิศทางเดียวกัน จะต้องซื้อผ้า
มากกว่าที่คานวณไว้

ทีม่ า http://www.weloveshopping.com/
รูปท่ี ๒.๔ ภาพแสดงผ้าลวดลายธรรมชาติ

๑.๓.๓ ผ้าลายรวม เป็นผ้าลายรวมลายเรขาคณิตกับลายธรรมชาติไว้ด้วยกัน ปกติจะ
เปน็ ผา้ ลายทางต้งั ในระหวา่ งทางของลายจะมลี ายดอกไมเ้ ลก็ ๆ ผสมผสานอยู่ ผ้าลายรวมชนิดนี้เกิดข้ึนได้
๒ แบบ คอื ๑.ลวดลายท่ีเกิดจากการทอ ๒.ลวดลายทีเ่ กิดจากการพมิ พ์

ที่มา http://www.isan.clubs.chula.ac.th/
รปู ที่ ๒.๕ ภาพแสดงผ้าลวดลายรวม

๕๗

๑.๓.๔ ผา้ จดุ เปน็ ผ้าที่ดูแลว้ ใหค้ วามรู้สึกแขง็ ที่สดุ ในผ้าลายอ่ืนๆ แต่ช่วยให้ดูแล้วร่าเริง
สดใส ออ่ นเยาว์ ดังนนั้ การนาผ้าจุดมาตัดทงั้ ชดุ ไมเ่ หมาะ นอกจากจะเป็นจุดเล็กๆ เท่าน้ัน การใช้ผ้าจุด
อาจใชค้ ูก่ ับผ้าสีพนื้ ทมี่ ีสเี ดียวกับจดุ จะชว่ ยใหด้ ูสวยงามมากยิ่งขน้ึ อาจใช้ผ้าจุดเป็นส่วนตกแต่งบนเส้ือสี
พ้ืน ก็จะทาให้ดูสวยงาม วธิ นี ้นี ิยมกันมาก

ที่มา http://www.อาณาจักรผ้าพมิ พ์.com/pattern/8
รปู ท่ี ๒.๖ ภาพแสดงผา้ ลวดลายจดุ

๒.หลักการเลือกวัสดุเสริมแต่งให้เหมาะสมกับแบบ
วสั ดเุ สรมิ แตง่ จะชว่ ยให้เสื้อผ้าดูสวยงามและมีคุณภาพมากขึ้น และช่วยให้มีรูปทรงท่ีดีคงทนต่อ

การสวมใส่ ตลอดจนการซักรีด วัสดุเสริมแตง่ เส้อื ผ้ามี ๙ ชนิด ไดแ้ ก่
๒.๑ ผ้ารองใน (Underlining) เป็นผ้าที่มีหน้าที่เสริมรูปทรงให้มีการทรงตัวและเพ่ิมความหนา

ใหก้ ับผา้ ตัวนอก ตลอดจนทุกส่วนของตะเข็บเสื้อผ้าให้แข็งแรงทนทานมากย่ิงข้ึน ผ้ารองในชีท้ังชนิดเน้ือ
บางหรือเนื้อปานกลาง มที ั้งแบบมีกาวและไม่มีกาว ไดแ้ ก่ ผา้ กาวชฟี อง

๒.๒ ผ้ารองทรง (Interfacing) เป็นผ้าท่ีทาหน้าที่คล้ายกับผ้ารองใน แต่เป็นผ้าท่ีแข็งและเน้ือ
แน่นกว่า จะทาให้เส้ือผ้ามีรูปทรงตามแบบที่ต้องการ ไม่นิยมรองทรงท้ังตัว แต่จะใช้เฉาะส่วนท่ีต้องการ
เช่น ปกเสื้อ ขอบเอว หรอื ชายเสอื้ ทต่ี อ้ งการใหก้ างออก ไดแ้ ก่ ผ้ากาวสาลู ผา้ แกว้ กาว

๒.๓ ผ้าซับใน (Lining) เป็นผ้าท่ีเย็บติดอยู่ด้านในตัวเส้ือปิดรอยตะเข็บเสื้อตัวนอกด้านใน
อาจจะซับท้ังตัวหรือคร่ึงตัวก็ได้ การซับในจะช่วยให้เส้ือผ้ามีราคา ดูเรียบร้อย น่าสวมใส่ เช่น เสื้อสตรี
ชั้นสูง เสือ้ สูท กระโปรง กางเกงผา้ บาง

๒.๔ ซิป (Zippers) เป็นวัสดุเสริมที่ใช้มาในการตัดเย็บเสื้อผ้า มี ๒ ชนิด คือ ซิปธรรมดา และ
ซิปซ่อนตะเข็บ ซิปธรรมดาเมื่อเย็บแล้วฟันซิปจะอยู่ด้านนอก ส่วนซิปซ่อนฟันซิปจะอยู่ด้านใน ซิปทา
จากวสั ดุ ๒ ประเภท คอื ประเภทโลหะ ได้แก่ อะลมู ิเนียม ทองเหลือง นิกเกิ้ล ประเภทพลาสติก ได้แก่
ไนลอน โพลีเอสเตอร์ ซปิ มีขนาดตั้งแต่ ๔ น้วิ จนถึง ๓๖ นว้ิ

ทีม่ า http://www.klungmai.com/ ซปิ ฟันกระดูก และ https://www.deedee.co.th/products/
รูปท่ี ๒.๗ ภาพแสดงซิปแบบตา่ งๆ

๕๘
๒.๕ กระดุม (Buttons) เป็นวัดสุท่ีช่วยให้เส้ือผ้าดูสวยงาม เรียบร้อยหรือสะดุดตา กระดุมทา
จากวัสดุหลายชนิด ได้แก่ ไม้ กระดูก เปลือกหอย กะลา โพลีเอสเตอร์ โพลีอะไลต์ อะไครลิก มีหลาย
รูปทรงและหลายขนาด

ที่มา http://www.klungmai.com
รูปที่ ๒.๘ ภาพแสดงกระดุมแบบต่างๆ
๒.๖ ตะขอเก่ียวและตะขอรับ (Hook and Eyes) มีทั้งชนิดเป็นโลหะ และพลาสติก ใช้เป็นตัว
ยดึ ของขอบกระโปรง หรือกางเกง

ทมี่ า http://www.klungmai.com
รปู ที่ ๒.๙ ภาพแสดงตะขอกระโปรง
๒.๗ ดา้ ยเยบ็ ผา้ (Sewing Thread) ควรเลือกด้ายที่มีชนิดของเส้นใยเหมือนกับผ้า และเลือกให้
เหมาะสมกับแบบเส้อื เช่น แบบเส้อื ท่ตี กแตง่ ดว้ ยการรีดผา้ กาว ควรใช้ดา้ ยเยบ็ ทท่ี นความร้อนสูง

ทีม่ า http://www.cottonpinkhome.com
รูปที่ ๒.๑๐ ภาพแสดงดา้ ยเย็บผ้า

๕๙
๒.๘ ที่หนุนไหล่ (Shoulder Pad) เป็นวัสดุที่ช่วยเสริมบุคลิกของผู้สวมใส่ มีรูปทรงหลายแบบ
ให้เลือก ควรเลือกให้เหมาะสมกับแบบเส้ือ เช่น แบบเส้ือเรียบง่าย ผ้าราคาถูก ควรเลือกหนุนไหล่ท่ีทา
จากฟองน้า แต่ถา้ เปน็ เส้ือท่ีตัดเย็บประณีต ผ้าราคาแพง ควรเลือกที่หนุนไหล่ท่ีดีมีความคงทนเป็นแบบ
ผา้ อัด และนามาหมุ้ ดว้ ยผา้ ซับในหรอื ผ้าตวั นอกใหท้ นทาน

ท่มี า http://www.dstextile.com
รูปที่ ๒.๑๑ ภาพแสดงฟองน้าหนนุ ไหล่
๒.๙ แถบ (Tape) เปน็ ผา้ แถบเลก็ ๆ ขนาดกว้างประมาณ ๐.๕ ซ.ม. นิยมใช้ยึดส่วนท่ีไม่ต้องการ
ให้ตะเข็บยืดออก เช่น เสื้อผ้าที่มีแนวตะเข็บค่อนข้างตรง แต่มีเกรนผ้าเฉลียง และยังใช้เป็นห่วงแขวน
กระโปรงหรอื กางเกง หรือใช้เปน็ เชอื กผูกเสอ้ื ด้านหลงั ของเดก็ ออ่ น

ทมี่ า https://th.aliexpress.com/
รปู ท่ี ๒.๑๒ ภาพแสดงแถบผ้า

๓. หลกั การเลอื กวัสดุตกแตง่ ให้เหมาะสมกบั แบบ
วสั ดุตกแตง่ เสือ้ ผ้า ช่วยให้เสอื้ ผา้ มีเอกลกั ษณเ์ ป็นของตนเอง วัสดุตกแต่งเส้อื ผา้ มี ๑๒ ชนดิ คอื
๓.๑ ลูกไม้ (Lace) มลี ักษณะเป็นลกู ไม้ถกั หรอื ปัก มีทั้งเนื้อบาง เน้ือปานกลาง และเน้ือหนา มี

หลายหลายสีสัน หลายขนาด ควรเลือกให้เหมาะสมกับแบบเส้ือและโอกาสท่ีใช้ ลูกไม้มีหลายชนิด
ไดแ้ ก่ ผา้ ฝ้าย ผา้ ไนลอน ฝ้าอาซีเตด ผ้าไหมเทียม ผ้าไหมแท้ ผ้าโพลีเอสเตอร์ การเย็บติดลูกไม้ จะ
ใช้เย็บด้วยมือหรือจักรก็ได้ การติดลูกไม้เป็นการแก้ปัญหาบางอย่าง เช่น แทรกลูกไม้เพ่ือขยายขนาด
เส้อื ผ้าให้หลวม หรือตดิ ลูกไมเ้ พอื่ ปกปิดรอยเย็บท่ีไม่เรียบร้อย หรือตกแต่งเพ่ือเพ่ิมความสวยงามให้กับ
แบบเส้ือ ลกู ไม้ทใี่ ชต้ กแตง่ เสอื้ ผา้ มหี ลายชนิด ดงั น้ี

๖๐

๓.๑.๑ ลกู ไม้รมิ ขนาดเลก็ ติดระบาย (Apply Lace Edging)

ทมี่ า http://www.chiangmaiplastic.com
รูปท่ี ๒.๑๓ ภาพแสดงลูกไมร้ ิมขนาดเลก็ ติดระบาย
๓.๑.๒ ลกู ไมร้ ิมขนาดใหญใ่ ชผ้ ้าดาม (Large Edging)

ทม่ี า http://www.blisby.com/
รูปที่ ๒.๑๔ ภาพแสดงลกู ไม้ริมขนาดใหญ่ใช้ผา้ ดาม
๓.๑.๓ ลูกไม้ติดดอก (Medallion Lace)

ทม่ี า http://www.blisby.com/
รูปท่ี ๒.๑๕ ภาพแสดงลกู ไม้ติดดอก

๖๑

๓.๑.๔ ลกู ไมแ้ ทรกผา้ (Lace Insertion)

ทีม่ า http://www.hga2001.com
รปู ท่ี ๒.๑๖ ภาพแสดงลูกไม้แทรกผา้
๓.๑.๕ ลูกไม้รมิ ปก (Edging Tack Piping)

ท่มี า http://lazathcheap67.blogspot.com
รปู ที่๒.๑๗ ภาพแสดงลกู ไมร้ ิมปก

๓.๑.๖ ลูกไมร้ ิมสอดริบบนิ้ (Beading Lace)

ทมี่ า http://www.hga2001.com
รปู ท่ี ๒.๑๘ ภาพแสดงลูกไม้ริมสอดริบบ้ิน
๓.๒ ชายครุย (Fringes) ชายครุยเป็นวัสดุตกแต่งเสื้อผ้า ที่นิยมใช้ตกแต่งที่ริมกระเป๋า ชายเส้ือ
ปลายแขน ผ้าคลุมไหล่ หมวก ตดิ รมิ ผา้ ปโู ตะ๊ ตดิ รมิ ผ้าคลมุ เตียง ชายครุย แบง่ เปน็ ๒ ชนิด คอื

ที่มา https://www.priceza.com/
รูปท่ี ๒.๑๙ ภาพแสดงชายครยุ

๖๒
๓.๒.๑.ชายครุยสาเร็จรูป ผลิตจากวัสดุต่างๆ เช่น ไหมเกลียว ดิ้นเงิน ด้ินทอง ใย
สงั เคราะห์ พลาสติกทีม่ คี วามมันเงาและเปน็ หนัง
๓.๒.๒.ชายครุยประดิษฐ์ ประดิษฐ์ข้ึนจากด้าย ไหมพรม ไหมญี่ปุ่น เชือกเส้นเล็กๆ
หรือใยสงั เคราะห์
๓.๓ ริกแรก (Rickrack or Ric-Rac) มีลักษณะเป็นเทปรูปหยักซิกแซกก ทอด้วยไหม ฝ้าย ใย
สงั เคราะห์ หรือยางยืด มที ้ังขนาดเลก็ ปานกลาง และขนาดใหญ่

I
ท่ีมา https://www.simmihandicrafts.com/

รปู ที่ ๒.๒๐ ภาพแสดงริกแรก
๓.๔ เทปปัก (Ribbon and Embroidered Beaid) คอื ริบบิน้ ปักดอกตรงกลางลวดลาย จะ
ตกแต่งต่างกันออกไป รมิ ตกแตง่ ด้วยลกู ไม้เล็กๆ หรอื ซกิ แซก สสี ดใสสวยงาม

ทม่ี า https://tr.aliexpress.com/
รูปที่ ๒๑ ภาพแสดงเทปปัก

๓.๕ เกลยี วเชอื กและพู่ (and Tassels)
๓.๕.๑ เกลียวเชอื ก (Cords) ส่วนมากทาด้วยไหมและใยสังเคราะห์ที่คล้ายไหม มีทั้งสี

เดยี วและสลบั สี ทามาใชต้ กแต่งเสอ้ื มี ๒ ชนดิ คือ

ทม่ี า https://th.aliexpress.com/
รปู ที่ ๒๒ ภาพแสดงเกลยี วเชอื กและพู่

๖๓
๓.๕.๑.๑ Twited Cords แบบเข้าเกลียวด้วยด้ายแต่ละเส้นเข้าเกลียวสลับ
ทางกนั ใช้ ๒-๕ เสน้
๓.๕.๑.๒ Two-Colonsed Knotted Cords เป็นเส้นเกลียวที่น่าสนใจผูกปม
ดว้ ยเชอื ก ๒ เส้น
๓.๕.๒ พู่ (Tassels) พู่มี ๒ ชนดิ คือ
๓.๕.๒.๑ ชนิดทาจากหนัง ติดเป็นรมิ ม้วนใหแ้ นน่
๓.๕.๒.๒ ชนิดทาจากเส้นด้วย จากากรทาด้ายทบหลายๆ ชั้น แล้วทบครึ่งอีก
ครงั้ หน่ึง มัดร้อยปมให้แนน่ หรือผูกดว้ ยด้ายสีตา่ งๆ เพอื่ ใหเ้ กิดความสวยงาม
๓.๖ ลูกปัดและเล่ือม (Bead and Sequine Trimming) การใช้ลูกปัดและเล่ือมตกแต่งนิยมใช้
กับชุดท่ีหรูหราใช้ในโอกาสพิเศษ เช่น ชุดไทยดุสิต ชุดไทยประยุกต์ สไบของชุดไทยจักรี สไบของชุด
ไทยจกั รพรรด์ิ ชดุ ไทยศิวาลยั ชดุ ววิ าห์ ชุดราตรี

ทมี่ า www.arbiyeeIbise.com.tr
รปู ที่ ๒๓ ภาพแสดงเส้อื ทีป่ ักเลื่อมและลูกปดั
๓.๗ การตัดปะ (Applique) การนาผ้าหรือวัสดุบางชนิดทาเป็นรูปร่างต่างๆ นาไปปะลงบน
เส้อื ผ้า หรอื ตกแต่งผา้ นวม หมอนองิ กระเป๋าแขวนผนงั

ทม่ี า http://www.blisby.com/blog/howto-reverse-applique
รปู ที่ ๒๔ ภาพแสดงการตัดปะเพื่อตกแตง่

๖๔
๓.๘ การตอ่ ผา้ (Patchwork) เป็นการต่อผ้าชิ้นเล็ก ๆ สีต่างๆ ให้เป็นช้ินเดียวกัน โดยออกแบบ
ให้สวยงาม นาไปใชต้ กแต่ง หรือต่อผา้ เปน็ ผืนใหญ่ ลวดลายที่ใชต้ ่อผา้ ส่วนใหญเ่ ป็น รปู ทรงเรขาคณติ

ทม่ี า http://www.daisycotty.com/article/7/quilt-patchwork-applique
รูปที่ ๒๕ ภาพแสดงการต่อผา้

๓.๙ การเย็บสกั (Quilting) เป็นศิลปะอย่างนึ่งของการเย็บผ้า ๒ ช้ัน หรืออาจมีวัสดุนุ่มๆ ใส่ไว้
ตรงกลาง เช่น ฟองน้า หรือใยโพลีเอสเตอร์ เมื่อเย็บตะเข็บจะเป็นรอยบุ๋มลึก ส่วนที่ไม่เย็บจะนูนขึ้นเกิด
เป็นลวดลายทใ่ี ช้ตกแต่งเส้อื ผ้าและเคร่ืองเรือนได้

ทีม่ า https://th.healthbeautyproduct24.com
รปู ที่ ๒๖ ภาพแสดงการเย็บสัก นิยมทาผ้าห่ม

๓.๑๐ จีบระบาย (Ruffles) คือ ส่วนที่เป็นริมผ้า โดยเย็บริมด้านหน่ึงให้สาเร็จด้วยการม้วนริม
ริมอกี ด้านหน่ึงจบั จบี เล็กๆ แล้วนาไปเยบ็ ติดกับตัวเส้อื

ทีม่ า https://chantanahomemart.com/
รปู ที่ ๒๗ ภาพแสดงจีบระบายสาเร็จ

๖๕
๓.๑๑ จีบรูด (Fullness) คือการจีบรูดเพื่อเพิ่มน้าหนักที่ผ้าให้มากข้ึน ควรเลือกใช้กับเส้ือผ้าท่ี
ตอ้ งการหลวม พอง ฟู บานออก

ท่ีมา https://elvira.co.th/วธิ ีเยบ็ รูด
รปู ที่ ๒๘ ภาพแสดงการเยบ็ จีบรูด
๓.๑๒ ผ้ากุ๊น (Seam Binding) คือผ้าท่ีตัดตามเส้นทแยงมุม ๔๕ องศา ของผ้า ยืดหยุ่นได้
พอสมควร ทาให้สามารถคลอ้ ยตามรูปรา่ งได้ ไมเ่ กิดรอยย่น

ทีม่ า https://afthailande.org/th/
รปู ท่ี ๒๙ ภาพแสดงการกนุ๊

๖๖

แบบฝกึ หดั ท่ี ๒ รหสั วชิ า ๑๔๐๑-๑๓๐๔

วชิ า เสือ้ สมยั นยิ ม ๑
ช่ืองาน เลือกเตรยี มใช้วสั ดอุ ุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเสือ้ สมัยนยิ ม

คาสัง่ : จงทาเคร่ืองหมาย หน้าข้อความท่ีถูกต้องและเครอื่ งหมาย  หนา้ ขอ้ ความที่ผดิ

๑. ..................... ผ้เู รยี นท่ีเริม่ ฝกึ เย็บผ้าควรเลอื กผา้ ลายตาราง
๒. .................... ชุดทางาน ควรใช้ผ้าทส่ี วมใสส่ บายทนทาน ซักรีดงา่ ย
๓. .................... ชดุ เดินทาง ควรใช้ผ้าทย่ี ับง่าย สวมใสส่ บาย ไมเ่ ปอื้ นงา่ ย
๔. .................... ชดุ ลาลอง ควรใชผ้ า้ สีหรอื ผา้ ลาย ที่มเี น้อื หยาบทอห่างๆ
๕. .................... ชดุ โอกาสพิเศษ ควรใช้ผ้าทม่ี ีการตกแต่งหรูหราสวยงามสะดดุ ตา
๖. .................... ในหนา้ หนาว ควรใช้ผา้ เนอ้ื หนา ทอหา่ งๆ เพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก
๗. .................... ในหน้าร้อน ควรใช้ผา้ เน้อื บาง สวมใส่สบาย
๘. .................... คนรูปร่างผอม ควรใชผ้ า้ ทมี่ หี นาและหยาบ
๙. .................... คนรปู ร่างอว้ น ควรใช้เนอ้ื นุม่ หนา ผวิ เรยี บ ทงิ้ ตัวดี
๑๐. .................... ต้องการชดุ ที่มรี ะบายจบี รูด ควรใชผ้ า้ เนอื้ ละเอียด บางเบา
๑๑. .................... ผา้ ทอ ลายเรขาคณิต นิยมนามาตัดเส้อื สูท
๑๒. .................... การตัดผ้าลายทาง ควรเส้อื ทลี ะช้นิ
๑๓. ................... การตัดปะ คอื การต่อผ้าชน้ิ เลก็ ๆ สตี ่างๆ ให้เปน็ ชนิ้ เดยี วกัน
๑๔. .................... การเย็บสัก คือการนาผ้ามาตัดเป็นรปู ต่างๆ แลว้ นาไปปะท่เี สื้อ
๑๕. .................... ผา้ รองใน ใช้สาหรับเสรมิ รูปทรงเพมิ่ ความหนาให้กบั ผ้าตวั นอก
๑๖. .................... ผ้ารองทรง ใชส้ าหรับรองทรงเฉพาะสว่ นทต่ี ้องการ เช่น ปกเส้ือ
๑๗. .................... ผา้ ซับใน ใช้สาหรบั เย็บตดิ กับตัวเสอื้ เพื่อชว่ ยปกปิดตะเข็บ
๑๘. .................... ซิปธรรมดา เม่อื เย็บเสรจ็ แลว้ ฟันซิปจะอยดู่ า้ นใน
๑๙. .................... ลูกไม้ ใช้สาหรบั ขยายขนาดเส้ือใหห้ ลวม
๒๐. .................... ผา้ กุน๊ คือผ้าทต่ี ดั ตามเส้นทแยงมุม ๙๐ องศาของผา้

๖๗

เฉลยแบบฝกึ หัดที่ ๒ รหสั วิชา ๑๔๐๑-๑๓๐๔

วิชา เสือ้ สมยั นิยม ๑
ชอื่ งาน เลือกเตรยี มใชว้ ัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั เสอื้ สมัยนยิ ม

คาส่งั : จงทาเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทีถ่ กู ต้องและเคร่อื งหมาย  หนา้ ข้อความท่ีผิด

๑. ..................... ผเู้ รยี นท่เี รมิ่ ฝกึ เย็บผา้ ควรเลือกผา้ ลายตาราง
๒. .................... ชุดทางาน ควรใชผ้ า้ ท่ีสวมใส่สบายทนทาน ซักรีดง่าย
๓. .................... ชุดเดินทาง ควรใช้ผ้าทย่ี บั งา่ ย สวมใสส่ บาย ไม่เป้ือนง่าย
๔. .................... ชุดลาลอง ควรใชผ้ ้าสีหรือผ้าลาย ท่มี เี นื้อหยาบทอหา่ งๆ
๕. .................... ชดุ โอกาสพเิ ศษ ควรใช้ผ้าทม่ี กี ารตกแต่งหรูหราสวยงามสะดุดตา
๖. .................... ในหน้าหนาว ควรใช้ผ้าเน้ือหนา ทอหา่ งๆ เพอ่ื ให้อากาศถา่ ยเทสะดวก

๗. .................... ในหน้ารอ้ น ควรใชผ้ ้าเนือ้ บาง สวมใสส่ บาย
๘. .................... คนรูปรา่ งผอม ควรใช้ผ้าที่มหี นาและหยาบ
๙. .................... คนรูปรา่ งอว้ น ควรใชเ้ นอื้ น่มุ หนา ผวิ เรยี บ ท้ิงตัวดี
๑๐. .................... ตอ้ งการชดุ ทีม่ ีระบายจีบรดู ควรใช้ผา้ เนื้อละเอยี ด บางเบา
๑๑. .................... ผ้าทอ ลายเรขาคณิต นยิ มนามาตดั เส้ือสทู

๑๒. .................... การตดั ผ้าลายทาง ควรเสอื้ ทีละชนิ้
๑๓. ................... การตัดปะ คือการต่อผา้ ชนิ้ เลก็ ๆ สีตา่ งๆ ให้เปน็ ช้ินเดยี วกนั
๑๔. .................... การเย็บสกั คอื การนาผ้ามาตัดเปน็ รปู ต่างๆ แล้วนาไปปะท่เี ส้ือ
๑๕. .................... ผา้ รองใน ใช้สาหรับเสริมรูปทรงเพิม่ ความหนาใหก้ ับผ้าตวั นอก
๑๖. .................... ผ้ารองทรง ใช้สาหรับรองทรงเฉพาะส่วนท่ีต้องการ เช่น ปกเส้อื

๑๗. .................... ผ้าซบั ใน ใช้สาหรบั เย็บติดกับตัวเสื้อเพอื่ ชว่ ยปกปิดตะเข็บ
๑๘. .................... ซปิ ธรรมดา เมอื่ เย็บเสรจ็ แล้วฟนั ซิปจะอย่ดู า้ นใน
๑๙. .................... ลูกไม้ ใชส้ าหรบั ขยายขนาดเสื้อให้หลวม
๒๐. .................... ผา้ กนุ๊ คือผา้ ทตี่ ดั ตามเส้นทแยงมมุ ๙๐ องศาของผ้า

๖๘

บทสรุป

๑. หลักการเลอื กใชผ้ ้าให้เหมาะกับแบบ
๑.๑ พจิ ารณาให้เหมาะสมกับโอกาส การเลอื กแบบเส้ือผ้าท่ีจะสวมใส่ จะต้องมีวัตถุประสงค์ใน

การเลอื กดงั นี้
๑.๑.๑ โอกาสปกติ
๑.๑.๒ โอกาสพเิ ศษ
๑.๑.๓ การเลือกผ้าใหเ้ หมาะสมกบั ฤดกู าล

๑.๒ พจิ ารณาจากเน้อื ผา้ การเลอื กผ้าเปน็ สงิ่ ทสี่ าคัญอกี ประการหนึ่ง
๑.๓. พจิ ารณาจากลายผ้า

๑.๓.๑ ผ้าลายเรขาคณิต
๑.๓.๑.๑ ผา้ ลายทาง
๑.๓.๑.๒ ผ้าตา

๑.๓.๒ ผา้ ลายธรรมชาติ
๑.๓.๓ ผา้ ลายรวม
๑.๓.๔ ผา้ จุด

๒.หลกั การเลือกวัสดุเสรมิ แตง่ ให้เหมาะสมกับแบบ
๒.๑ ผ้ารองใน (Underlining)
๒.๒ ผา้ รองทรง (Interfacing)
๒.๓ ผ้าซับใน (Lining)
๒.๔ ซิป (Zippers)
๒.๕ กระดมุ (Buttons)
๒.๖ ตะขอเกย่ี วและตะขอรบั (Hook and Eyes)
๒.๗ ดา้ ยเย็บผ้า (Sewing Thread)
๒.๘ ทีห่ นนุ ไหล่ (Shoulder Pad)
๒.๙ แถบ (Tape)

๓. หลักการเลือกวัสดตุ กแต่งใหเ้ หมาะสมกับแบบ
๓.๑ ลกู ไม้ (Lace)
๓.๑.๑ ลกู ไมร้ มิ ขนาดเล็กตดิ ระบาย (Apply Lace Edging)
๓.๑.๒ ลกู ไมร้ ิมขนาดใหญใ่ ช้ผา้ ดาม (Large Edging)
๓.๑.๓ ลูกไมต้ ิดดอก (Medallion Lace)
๓.๑.๔ ลูกไม้แทรกผ้า (Lace Insertion)
๓.๑.๕ ลูกไม้ริมปก (Edging Tack Piping)
๓.๑.๖ ลกู ไม้รมิ สอดรบิ บนิ้ (Beading Lace)
๓.๒ ชายครุย (Fringes)
๓.๒.๑.ชายครุยสาเร็จรปู
๓.๒.๒.ชายครุยประดิษฐ์

๖๙

๓.๓ ริกแรก (Rickrack or Ric-Rac)
๓.๔ เทปปัก (Ribbon and Embroidered Beaid)
๓.๕ เกลยี วเชอื กและพู่ (and Tassels)

๓.๕.๑ เกลียวเชือก (Cords)
๓.๕.๒ พู่ (Tassels) พมู่ ี ๒ ชนิดคือ
๓.๖ ลูกปัดและเลอื่ ม (Bead and Sequine Trimming)
๓.๗ การตดั ปะ (Applique)
๓.๘ การต่อผา้ (Patchwork)
๓.๙ การเย็บสกั (Quilting)
๓.๑๐ จบี ระบาย (Ruffles)
๓.๑๑ จบี รูด (Fullness)
๓.๑๒ ผ้ากุ๊น (Seam Binding)

๗๐

ใบงานที่ ๒

ช่ือวิชา เส้ือเบ้อื งตน้ สอนครั้งที่ ๒

หนว่ ยที่ ๒ การเลอื กวัสดอุ ุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั เส้ือสมยั นิยม รวม ๓ ชัว่ โมง

ชื่องาน เลือกวสั ดอุ ุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเส้อื สมัยนิยม จานวน ๓ ช่ัวโมง

----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

จุดประสงค์การเรียนรู้

จุดประสงคท์ ั่วไป

เพอ่ื ใหม้ ีทักษะในการเลือกวัสดอุ ุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเสือ้ สมยั นยิ ม

จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

เมอ่ื ผเู้ รียน เรยี นจบสามารถ

๑. เลือกวัสดุอปุ กรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเสื้อสมยั นยิ มได้

๒. มคี ณุ ธรรมจรยิ ธรรมและคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

เครื่องมอื และอุปกรณ์ จานวน ๑ แทง่
๑. ดินสอ จานวน ๑ ก้อน
๒. ยางลบ จานวน ๑ กลอ่ ง
๓. ดินสอสี

ขอ้ ควรระวัง
ในขณะปฏิบัตงิ านไม่ควรพูดคุย เพราะจะทาให้เสียสมาธิ

ขอ้ เสนอแนะ
๑. ควรเตรียมอปุ กรณ์ให้ครบ
๒. ศกึ ษาเอกสารประกอบการเรียนให้เขา้ ใจ
๓. ตงั้ ใจดูครูบรรยาย และสอบถามถา้ ไม่เขา้ ใจ

วิธีการเลือกวสั ดุอุปกรณ์ให้เหมาะสมกบั เสื้อสมัยนยิ ม
๑.ข้นั สาธิต

๑.๑ ครบู รรยายประกอบสไลด์ Powerpoint เนอื้ หาในหน่วยท่ี ๒ เร่ืองการเลือกวสั ดุอปุ กรณ์
ให้เหมาะสมกับเส้ือสมัยนยิ ม
๒.ขน้ั ฝึกหดั

๒.๑ ให้ผู้เขา้ รบั การฝึกอบรมรายเขยี นรายการวัสดุอุปกรณ์ให้เหมาะกับเส้ือสมยั นยิ มทเ่ี ลอื กไว้
ในหน่วยที่ ๑ ทง้ั สองแบบ

๗๑

ตวั อย่างเช่น

วสั ดุอุปกรณ์ รายละเอียด จานวน
๓ เมตร
วัสดุ ๑.ผ้ามเี นื้อหนาแขง็ สชี มพู ๑ เมตร
๒.๕๐ เมตร
๒.ผา้ กาวสาลู ๑ หลอด
๑ หลอด
๓.ผา้ ซบั ในสีชมพู ๒ เม็ด
๒ แผ่น
๔.ด้ายเย็บผา้ สีชมพู ๒ เมตร
๑ เมตร
๕ด้ายเย็บผา้ สขี าว ๐.๕ เมตร

๖.กระดุมป้มั

๗.กระดาษสรา้ งแบบ

วัสดตุ กแตง่ ๑.ชายครุย

๒.ลกู ไม้ดอกขนาดใหญ่ ๑ นว้ิ

๓.ผา้ ขนสตั ว์สีขาว

เสอ้ื ตวั ที่ ๑ วสั ดอุ ุปกรณ์ รายละเอียด จานวน
วสั ดุ

วสั ดตุ กแต่ง

เส้ือตัวที่ ๒ วัสดอุ ุปกรณ์ รายละเอยี ด จานวน
วัสดุ

วสั ดุตกแตง่

๗๒

๓. สรปุ วิธกี ารเลือกวัสดุอุปกรณใ์ หเ้ หมาะสมกบั เส้ือสมัยนิยม

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................. ...............................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
........................................................................................................................................... .....................
............................................................................................................ ....................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
...................................................................................................................................... ..........................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................
๔. ขัน้ ฝกึ จนชานาญ

๔.๑ ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมฝึกวิเคราะห์แบบเสื้อว่าต้องใช้วัสดุอุปกรณ์อะไรบ้างในแต่ละแบบ
ในนติ ยสาร อนิ เตอรเ์ น็ต

๗๓

แบบทดสอบก่อนเรียน

หนว่ ยที่ ๒ เร่อื ง การเลือกวัสดุอปุ กรณใ์ หเ้ หมาะสมกับเสื้อสมัยนิยม
วิชา เส้ือสมัยนิยม ๑ รหัสวชิ า ๑๔๐๑-๑๓๐๔ ระยะเวลาทาแบบทดสอบ ๓๐ นาที

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาส่งั : จงทาเครอ่ื งหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ ช่องท่เี หน็ วา่ ถกู ท่สี ุดเพียงข้อเดียว

ห้ามขดี เขียนขอ้ ความใดๆ ลงในแบบทดสอบ

๑. หลกั การเลือกใช้ผ้าใหเ้ หมาะกบั แบบ ควรพิจารณาในข้อใด

ก. วสั ดทุ ีใ่ ช้ตกแตง่ ข. วัสดทุ ่ชี ่วยเสริมแตง่

ค. ลวดลายของวสั ดตุ กต่าง ง. เน้อื ผา้

๒. ชดุ ทางาน ควรเลอื กผา้ ในข้อใด

ก. ผ้าท่สี วมใส่สบาย ทนตอ่ การซักรีด ข. ผ้าทไ่ี ม่ยับง่าย ไมเ่ ป้ือนง่าย ผิวเรยี บ

ค. ผา้ สหี รอื ผ้าลายท่ีทอหา่ งๆผิวสัมผสั เปน็ ปุ่มปม ง. ผา้ บาง เน้อื ละเอียด ผิวสัมผัสลนื่

๓. ชุดลาลอง ควรเลือกผา้ ในขอ้ ใด

ก. ผ้าทีส่ วมใส่สบาย ทนตอ่ การซกั รดี ข. ผา้ ที่ไม่ยับงา่ ย ไม่เปื้อนงา่ ย ผิวเรยี บ

ค. ผ้าสีหรือผ้าลายท่ีทอหา่ งๆผิวสมั ผสั เปน็ ปุ่มปม ง. ผ้าบาง เนือ้ ละเอียด ผิวสัมผัสล่ืน

๔. ชุดโอกาสพิเศษ ควรเลือกผ้าในข้อใด

ก. ผ้าคอทต้อน ข. ผา้ ลินิน

ค. ผ้าขนสตั ว์ ง. ผา้ ไหม

๕. คนรูปรา่ งแบบใด ควรใช้ผา้ ท่เี นือ้ หยาบ

ก. รูปร่างมาตรฐาน ข. รูปร่างใหญ่

ค. รูปร่างอว้ น ง. รูปรา่ งผอม

๖. ตอ้ งการตัดเยบ็ กระโปรงจีบรดู พองฟู ควรใชผ้ า้ แบบใด

ก. ผา้ เน้อื หยาบ ทอหา่ งๆ ผิวเรียบ ข. ผา้ เนอื้ ละเอียด บางเบา

ค. ผ้าเนื้อหนานุ่ม ผิวเรยี บ ท้ิงตัวดี ง. ผ้าเน้ือปานกลาง ทอเป็นปุ่มปม

๗. ผ้าลายชนิดใด ที่นิยมนามาตัดเสอ้ื สูทท้ังชายและหญิง

ก. ลายเรขาคณติ ข. ลายธรรมชาติ

ค. ลายรวม ง. ลายจดุ

๘. การวางแบบตัดผา้ ทีละชิ้น ใช้กบั ผา้ ลายชนิดใด

ก. ลายเรขาคณติ ข. ลายธรรมชาติ

ค. ลายรวม ง. ลายจุด

๙. ผา้ รองทรง ใชส้ าหรับทาอะไร

ก. ใชต้ กแตง่ เสอื้ ให้เกิดความสวยงาม ข. เสริมรูปทรงเพมิ่ ความหนาใหก้ ับผ้าตัวนอก

ค. ใชเ้ สรมิ รูปทรงเฉพาะสว่ นใหแ้ ข็ง ง. ใช้ปกปดิ รอยตะเขบ็ เส้ือตัวนอก

๑๐. การตัดปะ คอื ข้อใด

ก. การตกแต่งดว้ ยลูกปดั และเล่ือม ข. การนาผา้ มาตดั เปน็ รูปต่างๆ เพอื่ ปะบนเส้ือ

ค. การตอ่ ผ้าชน้ิ เล็กๆ สีตา่ งๆ ให้เป็นผืนใหญ่ ง. การเยบ็ ผ้าหลายชัน้ มใี ยโพลเี อสเตอร์อยตู่ รงกลาง

๗๔

เฉลยแบบทดสอบกอ่ นเรียน

หน่วยท่ี ๒ เร่อื ง การเลือกวัสดอุ ุปกรณใ์ หเ้ หมาะสมกบั เส้ือสมัยนยิ ม
วิชา เส้อื สมยั นยิ ม ๑ รหัสวิชา ๑๔๐๑-๑๓๐๔ ระยะเวลาทาแบบทดสอบ ๓๐ นาที

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑. ง
๒. ก
๓. ค
๔. ง
๕. ก
๖. ข
๗. ก
๘. ก
๙. ค
๑๐. ข

๗๕

แบบทดสอบหลังเรียน

หนว่ ยที่ ๒ เร่อื ง การเลือกวัสดุอปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกบั เส้ือสมัยนยิ ม
วชิ า เสื้อสมยั นิยม ๑ รหัสวชิ า ๑๔๐๑-๑๓๐๔ ระยะเวลาทาแบบทดสอบ ๓๐ นาที

------------------------------------------------------------------------------------------------------------
คาส่ัง : จงทาเครื่องหมาย  ลงในกระดาษคาตอบ ช่องท่ีเหน็ วา่ ถกู ท่สี ดุ เพียงข้อเดยี ว

ห้ามขีดเขียนขอ้ ความใดๆ ลงในแบบทดสอบ

๑. ชุดลาลอง ควรเลอื กผ้าในขอ้ ใด

ก. ผ้าท่สี วมใส่สบาย ทนตอ่ การซักรีด ข. ผา้ ท่ไี มย่ ับงา่ ย ไมเ่ ปื้อนง่าย ผิวเรียบ

ค. ผ้าสีหรอื ผา้ ลายท่ีทอหา่ งๆผวิ สมั ผสั เปน็ ปมุ่ ปม ง. ผา้ บาง เน้ือละเอยี ด ผวิ สัมผสั ลน่ื

๒. ผา้ รองทรง ใชส้ าหรบั ทาอะไร

ก. ใช้ตกแต่งเสื้อ ให้เกดิ ความสวยงาม ข. เสรมิ รปู ทรงเพ่มิ ความหนาให้กับผ้าตัวนอก

ค. ใชเ้ สรมิ รูปทรงเฉพาะส่วนให้แข็ง ง. ใชป้ กปิดรอยตะเขบ็ เส้ือตวั นอก

๓. ชดุ โอกาสพิเศษ ควรเลอื กผา้ ในข้อใด

ก. ผา้ คอทต้อน ข. ผ้าลนิ นิ

ค. ผ้าขนสัตว์ ง. ผ้าไหม

๔. ผ้าลายชนดิ ใด ทนี่ ิยมนามาตดั เส้ือสทู ทั้งชายและหญงิ

ก. ลายเรขาคณิต ข. ลายธรรมชาติ

ค. ลายรวม ง. ลายจดุ

๕. คนรปู ร่างแบบใด ควรใช้ผ้าทเ่ี นือ้ หยาบ

ก. รูปรา่ งมาตรฐาน ข. รปู ร่างใหญ่

ค. รูปร่างอ้วน ง. รปู ร่างผอม

๖. การวางแบบตดั ผ้าทีละชิ้น ใช้กับผา้ ลายชนิดใด

ก. ลายเรขาคณิต ข. ลายธรรมชาติ

ค. ลายรวม ง. ลายจุด

๗. การตดั ปะ คือข้อใด

ก. การตกแต่งดว้ ยลูกปดั และเลอ่ื ม ข. การนาผ้ามาตดั เป็นรปู ต่างๆ เพือ่ ปะบนเสอื้

ค. การต่อผา้ ช้นิ เลก็ ๆ สตี ่างๆ ใหเ้ ป็นผืนใหญ่ ง. การเยบ็ ผา้ หลายชนั้ มใี ยโพลีเอสเตอร์อยตู่ รงกลาง

๘. หลกั การเลือกใช้ผา้ ให้เหมาะกับแบบ ควรพจิ ารณาในข้อใด

ก. วสั ดุที่ใชต้ กแตง่ ข. วสั ดทุ ี่ชว่ ยเสริมแตง่

ค. ลวดลายของวสั ดตุ กตา่ ง ง. เนอ้ื ผา้

๙. ต้องการตดั เย็บกระโปรงจีบรดู พองฟู ควรใช้ผา้ แบบใด

ก. ผา้ เนือ้ หยาบ ทอหา่ งๆ ผิวเรยี บ ข. ผ้าเนือ้ ละเอียด บางเบา

ค. ผ้าเนอ้ื หนาน่มุ ผิวเรียบ ทง้ิ ตวั ดี ง. ผา้ เนอื้ ปานกลาง ทอเป็นปุ่มปม

๑๐. ชุดทางาน ควรเลอื กผ้าในขอ้ ใด

ก. ผา้ ทีส่ วมใส่สบาย ทนต่อการซักรดี ข. ผ้าทีไ่ ม่ยับง่าย ไมเ่ ปื้อนง่าย ผวิ เรียบ

ค. ผ้าสีหรอื ผา้ ลายทท่ี อห่างๆผิวสมั ผสั เป็นป่มุ ปม ง. ผา้ บาง เน้อื ละเอียด ผิวสัมผัสล่นื

๗๖

เฉลยแบบทดสอบหลังเรยี น

หน่วยท่ี ๒ เร่อื ง การเลือกวัสดอุ ปุ กรณใ์ ห้เหมาะสมกบั เส้ือสมัยนยิ ม
วิชา เส้อื สมยั นยิ ม ๑ รหัสวิชา ๑๔๐๑-๑๓๐๔ ระยะเวลาทาแบบทดสอบ ๓๐ นาที

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------
๑. ค
๒. ค
๓. ง
๔. ก
๕. ก
๖. ก
๗. ข
๘. ง
๙. ข
๑๐. ก

๗๗

แบบประเมินผลกจิ กรรมระหวา่ งเรียน

หนว่ ยท่ี ๒ เรื่อง การเลือกวัสดอุ ุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเสื้อสมัยนยิ ม

ลาดับ ชื่อ-นามสกุล แบบฝกึ หัดท่ี ๑ รวม หมายเหตุ
(๒๐ คะแนน) ๒๐ คะแนน



















๑๐

๑๑

๑๒

๑๓

๑๔

๑๕

๑๖

๑๗

๑๘

๑๙

๒๐

๒๑

๒๒

๒๓

๒๔

๒๕

๗๘

ใบประเมนิ ผลที่ ๒

ใบงานที่ ๒ ชอื่ งาน การเลือกวสั ดอุ ุปกรณใ์ ห้เหมาะสมกับเสอ้ื สมัยนิยม
ช่ือ......................................................นามสกุล...................................................เลขท.่ี ...........................

ที่ รายการประเมิน คะแนนที่ได้ หมายเหตุ

๑ การเตรียมงาน (๓ คะแนน)
- การวางแผนการทางาน (๑ คะแนน)
- จัดเตรียมเครอื่ งมอื วัสดุอปุ กรณ์ (๑ คะแนน)
- ศึกษารายละเอยี ดใบงาน (๑ คะแนน)

๒ การเลอื กใชว้ ัสดุ (๓ คะแนน)
- มีการวางแผนการใชว้ ัสดุอย่างเหมาะสม (๑ คะแนน)
- มกี ารเลือกใช้วัสดุไดเ้ หมาะสมกบั งาน (๑ คะแนน)
- ใช้วัสดุอย่างประหยดั (๑ คะแนน)

๓ ลาดบั ขั้นการปฏบิ ตั งิ าน (๔ คะแนน)
- ปฏบิ ัตงิ านตามขั้นตอน (๒ คะแนน)
- รจู้ ักแกป้ ัญหาด้วยตนเอง (๒ คะแนน)

๔ การดูแลและการเก็บรกั ษาวสั ดุอุปกรณ์ (๒ คะแนน)
- ดแู ลและเก็บรักษาวสั ดอุ ุปกรณถ์ กู ต้องเหมาะสม (๒ คะแนน)
- ไมด่ ูแลและเกบ็ รักษาวสั ดุอุปกรณ์ (๐ คะแนน)

๕ ผลงานสาเรจ็ (๘ คะแนน)
- ผลงานสาเรจ็ ถกู ตอ้ งสมบูรณ์ (๒ คะแนน)
- มคี วามคิดรเิ ริม่ สรา้ งสรรค์ (๒ คะแนน)
- ผลงานมคี วามประณีตสะอาดเรียบรอ้ ย (๒ คะแนน)
- เสรจ็ ทันเวลาทีก่ าหนด (๒ คะแนน)

รวมคะแนนทไ่ี ด้ (คะแนนเตม็ ๒๐ คะแนน)

ขอ้ เสนอแนะ............................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
......................................................................................... .......................................................................
............................................................................................................................. ...................................
.................................................................................................................................................. ..............
................................................................................................................... .............................................
............................................................................................................................. ...................................

ลงชอ่ื .............................................................
(นางสาวบญุ นาค ภทั รพงศม์ ณี)

วนั ท่ี...................เดือน...............................พ.ศ.................

๗๙

แบบประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์

หน่วยท่ี ๒ เรือ่ ง การเลือกวัสดุอุปกรณ์ใหเ้ หมาะสมกับเส้ือสมัยนยิ ม

ความรบั ผิดชอบ
๑๐ คะแนน
การตรงต่อเวลา ๒ คะแนน
เลข ชือ่ -นามสกลุ เตรียม ัวส ุด ุอปกรณ์ หมาย
ท่ี ตั้งใจทางาน เหตุ
ดูแลรักษา ุอปกรณ์
่สงงาน
ีมมนุษย์ ัสมพันธ์ ๓ คะแนน
พึ่งพาตนเอง ๕ คะแนน
รวม ๒๐ คะแนน










๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๑
๒๒
๒๓
๒๔
๒๕

๘๐

สรุปการประเมินผล

หนว่ ยที่ ๒ เร่อื ง การเลือกวัสดอุ ปุ กรณ์ให้เหมาะสมกับเส้ือสมัยนยิ ม

เลขท่ี ชอื่ -นามสกลุ แบบ ึฝกหัด ๒๐ คะแนน หมาย
สอบ ่กอนเรียน ๒๐ คะแนน เหตุ
๑ สอบห ัลงเรียน ๒๐ คะแนน
๒ ใบงานที่ ๒ =๒๐ คะแนน
๓ ิจตพิ ัสย ๒๐ คะแนน
๔ รวม ๑๐๐ คะแนน





๑๐
๑๑
๑๒
๑๓
๑๔
๑๕
๑๖
๑๗
๑๘
๑๙
๒๐
๒๑
๒๒
๒๓
๒๔
๒๕

๘๑

บรรณานุกรม

วินิทร สอนพรินทร์. การทาแบบตดั และเทคนิคการตดั เย็บเส้ือผ้า. กรุงเทพมหานคร : ด่านสทุ ธา
การพมิ พ์, ๒๕๖๐.

วินิทร สอนพรินทร์ . การสร้างแบบตัดและเทคนคิ การตัดเย็บเสือ้ ผ้า . กรุงเทพมหานคร : เกียรติกร
การพิมพ์ , ๒๕๔๘ .

๘๒

หนว่ ยท่ี ๓
จานวน ๒๑ ช่วั โมง

แผนการจัดการเรียนรู้

วิชา เส้ือเบื้องต้น
ช่อื หน่วย การวัดตวั การสรา้ งแบบเสอ้ื และการวางแบบตัด
เรอ่ื ง การวดั ตัว การสรา้ งแบบเสอ้ื และการวางแบบตดั

๑. สาระสาคญั

การวดั ตวั การสร้างแบบเสื้อ และการวางแบบตัด เปน็ สิง่ สาคัญที่ผูเ้ ข้ารบั การฝึกอบรมต้อง
เรยี นรู้ใหเ้ ข้าใจ จนสามารถทาได้

๒. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

จดุ ประสงคท์ ่ัวไป
เพื่อใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามรู้เกย่ี วกับการวดั ตัว การสรา้ งแบบเส้ือ และการวางแบบตดั

จุดประสงค์เชงิ พฤตกิ รรม
๑. บอกวิธีการวดั ตวั การสรา้ งแบบเสือ้ และการวางแบบตดั ไดถ้ ูกต้อง
๒. มีคุณธรรม จริยธรรม และจรรยาบรรณในวิชาชีพ

๓ เนอื้ หาสาระ

๓.๑.การวัดตวั
๓.๒.การสร้างแบบเสื้อ

๓.๒.๑ สร้างแบบเสอื้ เบ้อื งต้น
๓.๒.๒ สร้างแบบแขนเสื้อเบอื้ งต้น
๓.๒.๓ การแยกแบบและทาเครอ่ื งหมายบนแบบตดั

๒.๓.๑ แยกแบบเสอื้ สวมหัวคอปาดแขนในตวั
๒.๓.๒ แยกแบบเสอื้ ผา่ หนา้ คอแหลมแขนรูดบน
๒.๓.๓ แยกแบบเสอ้ื สวมหัวคอสเี่ หลีย่ มแขนรดู ลา่ ง
๒.๓.๔ แยกแบบเสอื้ สวมหัวคอห้าเหล่ยี มแขนรูดบนรูดล่าง
๒.๓.๕ แยกแบบเสื้อติดซิปหลงั สายเด่ยี ว
๓.๓. การวางแบบตดั
๓.๓.๑ วางแบบเสอ้ื สวมหัวคอปาดแขนในตวั
๓.๓.๒ วางแบบเสอื้ ผา่ หน้าคอแหลมแขนรดู บน
๓.๓.๓ วางแบบเสอ้ื สวมหัวคอส่ีเหลย่ี มแขนรูดล่าง
๓.๓.๔ วางแบบเสอื้ สวมหัวคอหา้ เหล่ียมแขนรูดบนรูดลา่ ง
๓.๓.๕ วางแบบเส้ือตดิ ซิปหลงั สายเดีย่ ว

๘๓

๔. กจิ กรรมการเรยี นรู้

ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น
๑. ครแู จกแบบทดสอบก่อนเรยี นประจาหน่วยที่ ๓ เร่อื ง การวดั ตวั การสรา้ งแบบเส้ือ และการ

วางแบบตัด
๒. ครนู าหุ่นสกั หลาดให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมดู และตั้งคาถามผู้เข้ารับการฝึกอบรมว่าเราจะวัด

ตวั เพื่อตัดเสอ้ื สตรีที่จดุ ใดบา้ ง
๓. ครสู ังเกต ร่วมอภปิ ราย และต้งั คาถามเพ่อื ทดสอบความรู้ของผู้เข้ารับการฝึกอบรม
๔. ครูช้ีแจง เก่ียวกับจุดประสงค์รายวิชา หน่วยท่ี ๓ เร่ือง การวัดตัว การสร้างแบบเส้ือ และ

การวางแบบตดั

ขนั้ สอน

๑. ครูนาเสนอเนื้อหา หน่วยการเรียนท่ี ๓ เรื่อง การวัดตัว การสร้างแบบเส้ือ การวางแบบตัด
ด้วยการสาธิต และถามตอบ เพื่อสอบถามความเข้าใจเกี่ยวกับการเรียนการสอน ประกอบกับการฝึก
ปฏบิ ตั ิ โดยการใช้เอกสารประกอบการเรยี น หนว่ ยที่ ๓ เรื่อง การวัดตัว การสร้างแบบเส้ือ การวางแบบ
ตดั รายละเอียดดังนี้

๑. การวดั ตวั
๒. การสร้างแบบเสื้อ

๒.๑ การสร้างแบบเสอื้ เบื้องต้น
๒.๒ การสร้างแบบแขนเสอื้ เบื้องตน้
๒.๓ การแยกแบบเสอื้ สวมหวั คอปาดแขนในตัว
๒.๔ การแยกแบบเสื้อผ่าหนา้ คอแหลมแขนรูดบน
๒.๕ การแยกแบบเสอื้ สวมหัวคอสี่เหล่ียมแขนรดู ล่าง
๒.๖ การแยกแบบเสอ้ื สวมหวั คอห้าเหลย่ี มแขนรดู บนรดู ลา่ ง
๒.๗ การแยกแบบเสือ้ ตดิ ซิปหลังสายเด่ียว
๓. การวางแบบตัด
๓.๑ การวางแบบตัดเส้ือสวมหัวคอปาดแขนในตวั
๓.๒ การวางแบบตดั เสอ้ื ผา่ หนา้ คอแหลมแขนรดู บน
๓.๓ การวางแบบตดั เสื้อสวมหวั คอส่เี หล่ยี มแขนรดู ลา่ ง
๓.๔ การวางแบบตัดเสอ้ื สวมหัวคอหา้ เหลยี่ มแขนรดู บนรูดล่าง
๓.๕ การวางแบบตดั เส้ือติดซิปหลังสายเด่ยี ว
๒. ครูให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาเนื้อหาในเอกสารประกอบการเรียน และทาแบบฝึกหัด
หลังจากเรยี นจบเนื้อหา
๓. ครสู าธิตวิธกี ารวัดตัว ให้ผู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมสังเกตและสอบถามถา้ ไม่เข้าใจ
๔. ครูแจกเอกสารประกอบการเรียน ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาเนื้อหาเร่ือง การวัดตัว
ประมาณ ๕ นาที
๕. ครูแจกใบงานที่ ๓.๑ ให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมจบั คกู่ ันวัดตวั ให้เวลา ๓๐ นาที
๖. ครสู าธติ วธิ กี ารสร้างแบบเส้ือเบือ้ งต้น ให้ผู้เขา้ รับการฝึกอบรมสังเกตและซักถามถา้ ไม่เข้าใจ
๗. ครูใหผ้ เู้ ขา้ รบั การฝกึ อบรมฝึกสรา้ งแบบเสอ้ื เบือ้ งต้นดว้ ยขนาดตวั ของตนเอง

๘๔

๘. ครูสาธิตวิธปี รับไหล่ ใหผ้ ้เู ขา้ รบั การฝึกอบรมสงั เกตและสอบถามถ้าไม่เขา้ ใจ
๙. ครใู หผ้ ้เู ข้ารับการฝึกอบรมฝกึ ปรบั ไหลเ่ สื้อของตนเอง
๑๐. ครูใหผ้ ู้เข้ารบั การฝกึ อบรมเขียนสรปุ วิธสี รา้ งแบบเส้ือและปรบั ไหล่
๑๑. ครูสาธิตวิธีการสร้างแบบแขนเส้ือเบ้ืองต้น ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสังเกตและสอบถามถ้า
ไมเ่ ขา้ ใจ
๑๒. ครูให้ผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรมฝกึ สร้างแบบแขนเสื้อเบ้ืองตน้
๑๓. ครใู ห้ผู้เข้ารับการฝกึ อบรมเขยี นสรปุ วธิ ีสร้างแบบแขนเสือ้ เบอื้ งต้น
๑๔. ครูให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาเนื้อหาในเอกสารประกอบการเรียน เรื่อง การแยกแบบ
ตดั เสื้อ และทาแบบฝึกหดั หลงั จากเรยี นจบเน้อื หา
๑๕. ครแู จกใบงานท่ี ๓.๒ ใหผ้ ูเ้ ขา้ รบั การฝกึ อบรมอา่ นใหเ้ ข้าใจและปฏบิ ตั ติ าม
๑๖. ครูสาธิตวิธีการแยกแบบเส้ือสวมหัวคอปาดแขนในตัว ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสังเกตและ
สอบถามถา้ ไมเ่ ข้าใจ
๑๗. ครใู หผ้ เู้ ข้ารับการฝึกอบรมฝกึ แยกแบบเสอ้ื สวมหัวคอปาดแขนในตวั
๑๘. ครูใหผ้ เู้ ข้ารบั การฝึกอบรมเขยี นสรปุ วธิ ีแยกแบบเสอ้ื สวมหัวคอปาดแขนในตวั
๑๙. ครูสาธิตวิธีการแยกแบบเสื้อผ่าหน้าคอแหลมแขนรูดบน ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสังเกต
และสอบถามถา้ ไมเ่ ขา้ ใจ
๒๐. ครใู หผ้ ้เู ขา้ รบั การฝกึ อบรมฝึกแยกแบบเสือ้ ผา่ หนา้ คอแหลมแขนรูดบน
๒๑. ครใู ห้ผู้เขา้ รบั การฝึกอบรมเขียนสรุปวธิ แี ยกแบบเสือ้ ผ่าหน้าคอแหลมแขนรูดบน
๒๒. ครูสาธิตวิธกี ารแยกแบบเสื้อสวมหัวคอส่ีเหล่ียมแขนรูดล่าง ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสังเกต
และสอบถามถา้ ไมเ่ ขา้ ใจ
๒๓. ครใู ห้ผู้เข้ารับการฝกึ อบรมฝกึ แยกแบบเสื้อสวมหวั คอสีเ่ หลยี่ มแขนรูดลา่ ง
๒๔. ครูใหผ้ ู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมเขยี นสรุปวธิ ีแยกแบบเสอ้ื สวมหัวคอส่เี หล่ียมแขนรดู ล่าง
๒๕. ครสู าธิตวธิ กี ารแยกแบบเสอื้ สวมหวั คอห้าเหลย่ี มแขนรดู บนรูดล่าง ใหผ้ ู้เขา้ รับการฝึกอบรม
สงั เกตและสอบถามถ้าไม่เข้าใจ
๒๖. ครใู หผ้ เู้ ข้ารับการฝึกอบรมฝกึ แยกแบบเส้ือสวมหัวคอห้าเหลยี่ มแขนรดู บนรดู ล่าง
๒๗. ครูใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝกึ อบรมเขยี นสรปุ วิธีแยกแบบเส้อื สวมหวั คอหา้ เหลยี่ มแขนรูดบนรดู ล่าง
๒๘. ครูสาธิตวิธีการแยกแบบเส้ือติดซิปหลังสายเด่ียว ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมสังเกตและ
สอบถามถ้าไม่เข้าใจ
๒๙ ครูให้ผเู้ ข้ารับการฝกึ อบรมฝึกแยกแบบเส้อื ตดิ ซปิ หลังสายเด่ียว
๓๐. ครูใหผ้ เู้ ข้ารบั การฝึกอบรมเขยี นสรุปวิธแี ยกแบบเสื้อติดซปิ หลงั สายเดย่ี ว
๓๑. ครใู หผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมนาแบบเสอื้ ทเี่ ลอื กไว้ มาแยกแบบตัด
๓๒. ครูใหค้ าแนะนาและตรวจสอบความถูกต้องในการแยกแบบตัด
๓๓. ครูให้ผูเ้ ขา้ รับการฝกึ อบรมทบทวนวิธกี ารเลอื กผา้ การเลือกวัสดุ และเตรยี มผา้ กอ่ นตดั
๓๔. ครูให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาเอกสารประกอบการเรียนเร่ือง การวางแบบตัด และทา
แบบฝกึ หัด ประมาณ ๑๕ นาที
๓๕. ครแู จกใบงานที่ ๓.๓ ใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมอ่านให้เข้าใจและปฏบิ ตั ติ าม
๓๖. ครูสาธิตวิธีการวางแบบตัดสาหรับเส้ือสวมหัว วิธีการวางแบบตัดเส้ือติดกระดุมผ่าหน้า
วิธีการตดิ ซปิ ดา้ นหลงั ใหผ้ ู้เข้ารับการฝกึ อบรมสงั เกตและสอบถามถ้าไมเ่ ข้าใจ

๘๕

๓๗. ครูให้ผ้เู ข้ารบั การฝึกอบรมฝกึ วางแบบตดั เสอ้ื ของตนเองตามวิธีที่เรยี นมา
ข้นั ทากจิ กรรมปฏิบตั ิ

๑. ครอู ธบิ ายจุดประสงคแ์ ละบรรยายเนื้อหา ตามใบงานท่ี ๓
๒. ครูจดั เตรียมใบงานสาหรับการปฏบิ ัตงิ าน
๓. ครูเดินตรวจการปฏบิ ัติงานของแตล่ ะคนพร้อมใหค้ าแนะนา และให้กาลงั ใจในการปฏบิ ตั งิ าน

ขน้ั สรปุ

๑. ครูสรุปเนื้อหา หน่วยการเรียนท่ี ๓ เร่ืองการวัดตัว การสร้างแบบเสื้อ และการวางแบบตัด
ดว้ ยการบรรยายและถามตอบ

๒. ครูให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทาแบบทดสอบหลังเรียนบทท่ี ๓ เร่ือง การวัดตัว การสร้างแบบ
เส้อื และการวางแบบตดั จานวน ๒๖ ขอ้

๓. ใหผ้ ู้เรยี นสรปุ การวัดตัว การสร้างแบบเสอ้ื และการวางแบบตัด

ขน้ั ประเมินผล

๑. ครสู งั เกตความสนใจของผู้เรยี น
๒. สอบหลงั เรียน

๕. ส่ือและแหลง่ การเรยี นรู้

สื่อส่งิ พิมพ์
๑. เอกสารประกอบการเรียน หนว่ ยท่ี ๓ เรอื่ ง การวัดตัว การสรา้ งแบบเสอ้ื และการวางแบบ

ตดั
๒. แบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยที่ ๓ เรอ่ื ง การวดั ตวั การสร้างแบบเสอ้ื และการวางแบบตดั
๓. แบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยที่ ๓ เร่ืองการวดั ตวั การสร้างแบบเสอ้ื และการวางแบบตดั
๔. ใบงานท่ี ๓ เรอื่ งการวัดตัว การสร้างแบบเสือ้ และการวางแบบตดั

สอื่ โสตทศั น์
๑. ซีดีรอม เรอื่ ง การแยกแบบตดั เส้อื

ส่อื วัสดุ
๑. กระดานไวท์บอรด์
๒. ปากกาไวทบ์ อร์ด

เครือ่ งมือและอุปกรณ์

๑. ดนิ สอ จานวน ๒๐ แท่ง

๒. ยางลบ จานวน ๒๐ ก้อน

๓. ไมบ้ รรทัด จานวน ๒๐ อนั

๔. ไมบ้ รรทัดโค้ง จานวน ๒๐ อนั

๕. สายวัด จานวน ๒๐ เสน้

๖. สกอ๊ ตเทป จานวน ๔ ม้วน

๗. กรรไกรตัดกระดาษ จานวน ๒๐ อนั

๘๖

๖. หลกั ฐาน

งานท่ีมอบหมายหรอื กจิ กรรม
ก่อนเรยี น

๑. ใหผ้ เู้ ข้ารบั การฝึกอบรมทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หน่วยท่ี ๓ เร่อื ง การวัดตัว การสร้างแบบ
เส้อื และการวางแบบตัด จานวน ๒๖ ขอ้

๒. ให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษาจุดประสงค์การเรยี นรใู้ นหนว่ ยที่ ๓ จากเอกสารประกอบการ
เรยี น

ขณะเรียน
๑. ใหผ้ ู้เข้ารับการฝึกอบรมศึกษารายละเอียดเนื้อหาวชิ าทีเ่ รยี น จากเอกสารประกอบการเรยี น

หน่วยท่ี ๓ เร่อื ง การวดั ตวั การสรา้ งแบบเสื้อ และการวางแบบตดั
๒. ใหผ้ เู้ ขา้ รบั การฝึกอบรมทาแบบฝึกหดั ท่ี ๓ เรอื่ ง การวัดตัว การสรา้ งแบบเส้ือ และการวาง

แบบตัด เม่ือผเู้ ข้ารับการฝึกอบรมเรยี นจบเน้ือหา
๓. ใหผ้ ูเ้ ขา้ รับการฝึกอบรม ศึกษาและปฏิบตั ิตามใบงาน
๔. ให้ผู้เขา้ รบั การฝึกอบรมศึกษาเพิ่มเตมิ เก่ยี วกบั การแยกแบบเสือ้ แบบอ่ืนๆ ตามเอกสารหรอื

อินเตอรเ์ น็ต
๕. ให้ผู้เข้ารบั การฝึกอบรมชว่ ยกันทาความสะอาดหอ้ งเรียนตามตารางทาความสะอาด

หลังเรยี น
๑. ใหผ้ ู้เข้ารบั การฝึกอบรมตรวจแบบฝึกหัดท่ี ๓ จากเฉลยแบบฝึกหดั ของครผู ู้สอน
๒. ครตู รวจผลงานและประกาศคะแนนจากการประเมนิ ก่อนเรยี นใหผ้ เู้ ขา้ รับการฝึกอบรมทราบ

๗. วัดและประเมินผล
การวัดและการประเมนิ ผล

ก่อนเรียน
๑. ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยท่ี ๓ เรอ่ื งการวัดตวั การสรา้ งแบบเส้ือ และการวางแบบ

ตดั จานวน ๒๖ ข้อ (คะแนนเตม็ ๒๐ คะแนน) บันทกึ ผลลงในแบบฟอร์มใบสรปุ การประเมินผลช่องก่อน
เรยี น

๒. สงั เกตความสนใจของผเู้ ข้ารับการฝึกอบรม ในการศกึ ษาจดุ ประสงค์การเรียนรู้ สาระสาคัญ
ขอบข่ายเน้ือหา จากเอกสารประกอบการเรียน

ระหวา่ งเรยี น
ภาคทฤษฎี

๑. สังเกตความสนใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ระหว่างการทากิจกรรม ตลอดจนการวางแผน
ดาเนินงาน ตามใบงานที่ ๓.๑ , ๓.๒ , ๓.๓

๒. สังเกตการเตรียมงานก่อนปฏิบัติงานของผู้เข้ารับการฝึกอบรม เช่น ดินสอ ยางลบ ข้ันตอน
การปฏบิ ตั ิงาน การเตรียมพื้นทใี่ ห้พร้อมทจี่ ะปฏบิ ัตงิ าน

๓. สังเกตความสนใจในการปฏิบัติงาน การเลือกใช้วัสดุและอุปกรณ์ การดูแลรักษาเคร่ืองมือ
ตลอดจนลกั ษณะนสิ ัยในการทางาน พรอ้ มทัง้ บันทกึ คะแนนลงในใบประเมนิ ผล

๘๗

ภาคปฏิบัติ
๑. สังเกตความสนใจของผู้เข้ารับการฝึกอบรม ในการศึกษารายละเอียดการปฏิบัติงาน

ในใบงานที่ ๓.๑ , ๓.๒ , ๓.๓
๒. สังเกตการณ์เตรียมงานก่อนการปฏิบัติงาน เช่น อุปกรณ์ในการปฏิบัติงาน คู่มือการ

ปฏบิ ตั ิงานให้พร้อม
๓. สังเกตความสนใจของการปฏิบัติงาน การเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ และการดูแลรักษาเคร่ืองมือ

ตลอดจนลกั ษณะนิสัยการทางาน พร้อมกบั บนั ทกึ คะแนนลงในแบบประเมนิ ผลการปฏิบัตงิ าน

หลังเรียน
ภาคทฤษฎี

๑. ตรวจผลการตอบแบบฝึกหัดเน้ือหาประจาหน่วยการเรียนท่ี ๓ แบบฝึกหัดท่ี ๓ พร้อมท้ัง
บนั ทกึ ผลลงในแบบประเมนิ ผลกิจกรรมระหว่างเรยี น

๑.๑ ตรวจผลการตอบคาถามในแบบฝกึ หดั ที่ ๓ พร้อมทง้ั บันทกึ ผลลงในแบบประเมนิ
กิจกรรมระหวา่ งเรียน คะแนนเต็ม ๒๐ คะแนน รายละเอยี ดดังนี้

๑. ตอบถูกต้อง มีเนื้อหาครบถ้วน ได้ ๒๐ คะแนน
๒. ตอบคาถามถูกตอ้ ง มเี นอ้ื หาไม่ครบถ้วน ได้ ๑๗ คะแนน
๓. ตอบคาถามไม่ถูกต้อง มเี น้ือหาไมค่ รบ ได้ ๑๔ คะแนน
๒. ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว่ ยท่ี ๓ เรอ่ื ง การวดั ตัว การสร้างแบบเสอื้ และการวาง
แบบตดั จานวน ๒๖ ข้อ (คะแนนเตม็ ๒๐ คะแนน) บนั ทึกลงในสรปุ การประเมินผล
๓. เกณฑก์ ารประเมินผล ประกอบดว้ ยเกณฑ์มาตรฐาน ดังต่อไปนี้
๓.๑ คะแนนตัง้ แต่ ๑๖-๒๐ คะแนน แสดงวา่ มผี ลการเรยี น ระดบั ดมี าก
๓.๒ คะแนนตง้ั แต่ ๑๔-๑๕ คะแนน แสดงว่ามผี ลการเรยี น ระดับดี
๓.๓ คะแนนตัง้ แต่ ๑๒-๑๓ คะแนน แสดงวา่ มีผลการเรยี น ระดบั ปานกลาง
๓.๔ คะแนนตง้ั แต่ ๑๐-๑๑ คะแนน แสดงวา่ มีผลการเรยี น ระดบั อ่อน
๓.๕ คะแนนต่ากวา่ ๑๐ คะแนน แสดงวา่ มีผลการเรียน ต่ากว่าเกณฑต์ อ้ งปรบั ปรงุ
หมายเหตุ กรณีท่ีผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้คะแนนต่ากว่าเกณฑ์ จะให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทบทวน
เนื้อหาและสอบแก้ตวั ใหม่จนกวา่ จะผา่ นเกณฑ์

ภาคปฏิบตั ิ
๑. ตรวจผลการปฏิบตั ิตามใบงานของผเู้ รยี น บนั ทึกผลการปฏบิ ตั ิงานตามใบงานท่ี ๓.๑ , ๓.๒ , ๓.๓
ประกอบดว้ ย

๑.๑ การเตรียมงาน (๓ คะแนน) ประกอบด้วย
๑.๑.๑ การวางแผนการทางาน (๑ คะแนน)
- มกี ารวางแผน ได้ ๑ คะแนน
- ไมม่ ีการวางแผน ได้ ๐ คะแนน
๑.๑.๒ จัดเตรียมเครื่องมอื วสั ดอุ ปุ กรณ์ (๑ คะแนน)
- จัดเตรยี มเคร่ืองมอื วสั ดุอปุ กรณ์ ได้ ๑ คะแนน
- ไมไ่ ดจ้ ดั เตรยี มเครื่องมือวัสดอุ ุปกรณ์ ได้ ๐ คะแนน

๘๘

๑.๑.๓ ศกึ ษารายละเอยี ดใบงาน (๑ คะแนน)
- มีการศกึ ษารายละเอยี ด ได้ ๑ คะแนน
- ไมม่ ีการศกึ ษารายละเอยี ด ได้ ๐ คะแนน

๑.๒ การเลือกใชว้ ัสดุ (๓ คะแนน) ประกอบด้วย
๑.๒.๑ มีการวางแผนการใชว้ ัสดอุ ย่างเหมาะสม (๑ คะแนน)
- มกี ารวางแผน ได้ ๑ คะแนน
- ไม่มกี ารวางแผน ได้ ๐ คะแนน
๑.๒.๒ มกี ารเลือกใชว้ ัสดไุ ดเ้ หมาะสมกบั งาน (๑ คะแนน)
- มีการเลอื กใช้ ได้ ๑ คะแนน
- ไม่มกี ารเลือกใช้ ได้ ๐ คะแนน
๑.๒.๓ ใชว้ สั ดุอย่างประหยดั (๑ คะแนน)
- ใชว้ สั ดุอย่างประหยดั ได้ ๑ คะแนน
- ใชว้ สั ดุไม่ประหยัด ได้ ๐ คะแนน

๑.๓ ลาดับขน้ั การปฏิบตั งิ าน (๔ คะแนน) ประกอบดว้ ย
๑.๓.๑ ปฏิบตั งิ านตามขั้นตอน (๒ คะแนน)
- มีการปฏบิ ตั ิตามขนั้ ตอน ได้ ๒ คะแนน
- มีการปฏิบัตงิ านตามขั้นตอนบา้ ง ได้ ๑ คะแนน
- ไม่มีการปฏบิ ตั ิงานตามขนั้ ตอน ได้ ๐ คะแนน
๑.๓.๒ รจู้ ักแก้ปญั หาด้วยตนเอง (๒ คะแนน)
- แก้ปญั หาเอง ได้ ๒ คะแนน
- ให้เพ่อื นชว่ ยแกป้ ญั หา ได้ ๑ คะแนน
- แกป้ ญั หาเองไม่ได้ ได้ ๐ คะแนน

๑.๔ การดูแลและการเก็บรกั ษาวสั ดอุ ปุ กรณ์ (๒ คะแนน) ประกอบดว้ ย
๑.๔.๑ ดแู ลและเก็บรักษาวัสดอุ ปุ กรณ์ถูกต้องเหมาะสม (๒ คะแนน) ประกอบดว้ ย
- ดูแลและเก็บรกั ษาวสั ดอุ ุปกรณ์ถูกต้องเหมาะสม ได้ ๒ คะแนน
- ดแู ลและเกบ็ รักษาวัสดุอปุ กรณ์บางสว่ นถกู ต้อง ได้ ๑ คะแนน
- ไม่ดูแลและเก็บรกั ษาวสั ดอุ ุปกรณ์ ได้ ๐ คะแนน

๑.๕ ผลงานสาเรจ็ (๘ คะแนน) ประกอบดว้ ย
๑.๕.๑ ผลงานสาเรจ็ ถูกต้องสมบรู ณ์ (๒ คะแนน)
- ผลงานสาเรจ็ ถกู ตอ้ งสมบรู ณ์ ได้ ๒ คะแนน
- ผลงานสาเร็จถกู ต้องแต่ไมส่ มบรู ณ์ ได้ ๑ คะแนน
- ผลงานสาเร็จไมถ่ กู ต้อง ได้ ๐ คะแนน
๑.๕.๒ มคี วามคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์ (๒ คะแนน)
- มีความคดิ ริเร่ิมสรา้ งสรรค์ ได้ ๒ คะแนน
- ไม่มีความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์ ได้ ๐ คะแนน
๑.๕.๓ ผลงานมคี วามประณีตสะอาดเรยี บร้อย (๒ คะแนน)
- มคี วามประณีตสะอาดเรียบรอ้ ย ได้ ๒ คะแนน
- มคี วามประณีตสะอาดเรยี บรอ้ ยบางชน้ิ ได้ ๑ คะแนน

๘๙

- ไม่มคี วามประณีต ได้ ๐ คะแนน
๑.๕.๔ เสร็จทนั เวลาท่กี าหนด (๒ คะแนน)

- เสร็จทนั เวลาที่กาหนด ได้ ๒ คะแนน
๒. เกณฑก์ ารประเมนิ ผล ประกอบด้วยเกณฑ์มาตรฐาน ดงั ต่อไปนี้

๒.๑ คะแนนตง้ั แต่ ๑๖ คะแนนขนึ้ ไป แสดงว่าผ้เู ข้ารับการฝึกอบรมมผี ลการประเมินการ
ปฏิบตั ิงาน “ผา่ น” ระดับดีมาก

๒.๒ คะแนนตง้ั แต่ ๑๔-๑๕ คะแนนข้นึ ไป แสดงว่าผเู้ ข้ารบั การฝกึ อบรมมีผลการประเมินการ
ปฏิบตั งิ าน “ผ่าน” ระดบั ดี

๒.๓ คะแนนตงั้ แต่ ๑๒-๑๓ คะแนนขึ้นไป แสดงวา่ ผู้เขา้ รบั การฝกึ อบรมมีผลการประเมินการ
ปฏิบัตงิ าน “ผ่าน” ระดับปานกลาง

๒.๔ คะแนนต่ากวา่ ๑๒ คะแนน แสดงวา่ ผเู้ ข้ารับการฝกึ อบรมมผี ลการประเมินการ
ปฏิบตั งิ าน “ไมผ่ า่ น” ระดบั ต้องปรบั ปรุงแกไ้ ข

หมายเหตุ กรณที ผี่ ู้เข้ารบั การฝึกอบรมมีคะแนนตา่ กวา่ ๑๒ คะแนน ให้ผู้เขา้ รบั การฝึกอบรมแก้ไขผล
การปฏิบัตงิ านใหส้ มบรู ณม์ ากย่ิงขน้ึ ในระยะเวลา ๑ สปั ดาห์ พร้อมกับขอรบั การประเมนิ ผลจากครูผูส้ อน
ใหม่ จนกว่าจะผ่านเกณฑ์ทีก่ าหนด
๓. สังเกตความสนใจของผู้เข้ารบั การฝกึ อบรม
ภาคจติ พสิ ยั

เกณฑ์การประเมินผลดา้ นคุณธรรม จริยธรรม และคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (๒๐ คะแนน)
ประกอบดว้ ย
๑. การตรงต่อเวลา (๒ คะแนน) ประกอบด้วย

๑.๑ มาเรยี นตรงต่อเวลาสมา่ เสมอ ได้ ๒ คะแนน
๑.๒ มาเรียนสาย ได้ ๑ คะแนน
๑.๓ มาเรียนสายเกิน ๑๕ นาที หรือขาดเรยี น ได้ ๐ คะแนน
๒. ความรบั ผิดชอบ (๑๐ คะแนน) ประกอบด้วย
๒.๑ การเตรยี มวสั ดุอุปกรณ์ (๒ คะแนน)

- มกี ารเตรยี มวัสดอุ ุปกรณ์ ได้ ๒ คะแนน
- ไม่มกี ารเตรยี มวสั ดอุ ปุ กรณ์ ได้ ๐ คะแนน
๒.๒ ความต้งั ใจในการทางาน (๓ คะแนน)
- มคี วามตงั้ ใจในการทางานสม่าเสมอ ได้ ๓ คะแนน
- มคี วามตง้ั ใจในการทางานเป็นบางครั้ง ได้ ๒ คะแนน
- ไม่มีความตั้งใจในการทางาน ได้ ๑ คะแนน
๒.๓ การดแู ลเก็บรักษาเคร่อื งมือวัสดุอปุ กรณ์ (๑ คะแนน)
- ดแู ลเกบ็ รกั ษาเครอ่ื งมือวสั ดุอุปกรณ์ใหอ้ ยู่ในสภาพปกติ ได้ ๑ คะแนน
- ไม่มีการดูแลเกบ็ รักษาเครื่องมอื วัสดอุ ุปกรณ์ ได้ ๐ คะแนน
๒.๔ การสง่ งาน (๔ คะแนน)
- ส่งงานตรงเวลา ได้ ๔ คะแนน
- สง่ งานเลยเวลาที่กาหนด ๑-๒ วัน ได้ ๓ คะแนน
- ส่งงานเลยเวลาทก่ี าหนด ๓-๔ วนั ได้ ๒ คะแนน

๙๐

- สง่ งานเลยเวลาท่กี าหนด ๕-๖ วนั ได้ ๑ คะแนน
- สง่ งานเลยเวลาที่กาหนด ๗ วนั ได้ ๐ คะแนน
๓. การมีมนุษยส์ ัมพนั ธ์ (๓ คะแนน) ประกอบด้วย
๓.๑ มีการทางานร่วมกับผู้อน่ื ได้ทุกคน ได้ ๓ คะแนน
๓.๒ มีการทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้เฉพาะบางคน ได้ ๒ คะแนน
๓.๒ ทางานรว่ มกบั ผู้อืน่ ไม่ได้ ได้ ๐ คะแนน
๔. การพ่ึงพาตนเองตามหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง (๕ คะแนน) ประกอบดว้ ย
๔.๑ นาความรูไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวัน ทางานท่ไี ด้รบั มอบหมายดว้ ยตนเอง ใชว้ ัสดอุ ย่าง
ประหยดั ศึกษาคน้ ควา้ หาความรเู้ พ่มิ เติม ได้ ๕ คะแนน
๔.๒ ทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายดว้ ยตนเอง ใชว้ ัสดอุ ย่างประหยดั ศกึ ษาคน้ คว้าหาความรเู้ พมิ่ เติม
ได้ ๔ คะแนน
๔.๓ ทางานที่ได้รบั มอบหมายด้วยตนเอง ศกึ ษาคน้ คว้าหาความรู้เพ่ิมเติม ได้ ๓ คะแนน
๔.๔ ทางานท่ีไดร้ ับมอบหมายด้วยตนเอง สอบถามความรูจ้ ากผู้อน่ื ได้ ๒ คะแนน
๔.๕ ทางานที่ได้รับมอบหมายด้วยตนเอง ได้ ๑ คะแนน

๘. กิจกรรมเสนอแนะ

๘.๑. ใหผ้ ูเ้ รียนศกึ ษาคน้ ควา้ การแยกแบบเส้ือแบบตา่ งๆ ในหนงั สือ ตาราและทางอินเตอรเ์ น็ต

๙๑

๙. บนั ทึกหลงั จากการจัดการเรียนรู้

๑. ผลการจัดการเรียนรู้
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
...................................................................................................................................... ..........................
๒. ปญั หา/อปุ สรรค
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
..................................................................................................................................... ...........................
...................................................................................................... ..........................................................
............................................................................................................................. ...................................
๓. ข้อเสนอแนะ/แนวทางแกไ้ ข
.................................................................................................................................... ............................
..................................................................................................... ...........................................................
............................................................................................................................. ...................................
.............................................................................................................................................................. ..
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ..................................

ลงชอื่ ..................................................... ลงช่อื ...................................................
(นางสาวบุญนาค ภัทรพงศม์ ณี) (นางสาวบญุ นาค ภัทรพงศ์มณี)
ตาแหนง่ ครผู สู้ อน ตาแหน่ง
หวั หนา้ แผนกวิชาผ้าและเครอื่ งแต่งกาย
วันท่ี............เดือน.....................พ.ศ............. วันท่ี............เดือน.....................พ.ศ.............

ลงชอื่ ............................................................
(.................................................. )
รองผ้อู านวยการฝ่ายวชิ าการ

วันที่............เดอื น.....................พ.ศ.............

ลงชอื่ ............................................................
(................................................)

ตาแหนง่ ผอู้ านวยการวิทยาลัยสารพัดช่างสี่พระยา
วนั ท่ี............เดอื น.....................พ.ศ.............

๙๒

หนว่ ยที่ ๓

การวัดตัว การสร้างแบบเสื้อ และการวางแบบตดั
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

จดุ ประสงค์ทั่วไป
เพือ่ ให้ผู้เรยี นมีความรเู้ กี่ยวกับการวัดตวั การสรา้ งแบบเส้ือ และการวางแบบตัด

จดุ ประสงคเ์ ชงิ พฤตกิ รรม
๓. บอกวธิ กี ารวัดตวั การสรา้ งแบบเสื้อ และการวางแบบตดั ได้ถกู ต้อง
๔. มีคุณธรรม จรยิ ธรรม และจรรยาบรรณในวชิ าชพี

สาระสาคญั

การวัดตัว การสร้างแบบเส้ือ และการวางแบบตัด เป็นส่ิงสาคัญท่ีผู้เข้ารับการฝึกอบรมต้อง
เรยี นรู้ใหเ้ ขา้ ใจ จนสามารถทาได้

หัวข้อเนอ้ื หาสาระ

๑.การวดั ตวั
๒.การสร้างแบบเส้ือ

๒.๑ สรา้ งแบบเสอื้ เบื้องตน้
๒.๒ สรา้ งแบบแขนเส้อื เบอื้ งตน้
๒.๓ การแยกแบบและทาเคร่ืองหมายบนแบบตดั

๒.๓.๑ แยกแบบเสื้อสวมหัวคอปาดแขนในตวั
๒.๓.๒ แยกแบบเสอื้ ผา่ หนา้ คอแหลมแขนรูดบน
๒.๓.๓ แยกแบบเสอ้ื สวมหวั คอสี่เหล่ยี มแขนรูดลา่ ง
๒.๓.๔ แยกแบบเสือ้ สวมหัวคอห้าเหล่ียมแขนรดู บนรดู ลา่ ง
๒.๓.๕ แยกแบบเส้ือติดซิปหลังสายเดีย่ ว
๓. การวางแบบตัด
๓.๑ วางแบบเสอ้ื สวมหัวคอปาดแขนในตัว
๓.๒ วางแบบเสือ้ ผ่าหน้าคอแหลมแขนรดู บน
๓.๓ วางแบบเสอ้ื สวมหวั คอสีเ่ หล่ยี มแขนรูดลา่ ง
๓.๔ วางแบบเสอ้ื สวมหัวคอห้าเหลี่ยมแขนรูดบนรดู ล่าง
๓.๕ วางแบบเสือ้ ติดซิปหลังสายเดีย่ ว

๙๓

เนอื้ หาสาระ
๑.การวดั ตวั

วินทิ ร สอนพรินทร์ (การทาแบบตัดและเทคนคิ การตดั เย็บเสื้อผา้ : ๑๐ ) กล่าวถงึ การวัดตัวเพื่อ
สร้างแบบตดั เส้ือ กระโปรง หรือกางเกง มีวัตถุประสงค์ ๒ ประการ คือ ๑) เพ่ือนาตัวเลขขนาดตัวไปคิด
คานวณสร้างแบบตัด ๒) เพื่อใช้ตรวจสอบแบบตัดท่ีสร้างเรียบร้อยแล้ว ดังน้ันเพื่อให้การวัดตัวออกมา
พอดกี บั รปู ร่าง จึงตอ้ งศึกษาองค์ประกอบในการวัดตัว ดังน้ี

๑.๑ การเตรยี มตวั ผ้ถู ูกวดั ตวั
๑.๑.๑ ควรสวมใส่ชุดชน้ั ในที่เปน็ ชุดกระชบั พอดรี ปู รา่ ง (โดยเฉพาะเสือ้ ยกทรง)
๑.๑.๒ ควรสวมเส้ือผ้าท่ีเข้ารูป เพื่อความถูกต้องและสะดวกในการวัดตัว (ควรใส่เส้ือ

กลา้ มหรือเสอื้ ทับ)
๑.๑.๓ ควรเอาสิ่งของต่างๆ ออกจากกระเป๋ากระโปรง หรือกางเกง ถ้าคาดเข็มขัดให้

ถอดออกก่อน
๑.๑.๔ ท่ายืน ควรยืนตวั ตรง ไม่ควรก้มหน้าหรือเงยหนา้
๑.๑.๕ คาดเอวด้วยผา้ หรือเชอื ก ในตาแหน่งเอวทตี่ อ้ งการ ใหข้ นานกบั พื้น

๑.๒ การเตรยี มตัวของผ้วู ดั ตัว
๑.๒.๑ เตรียมสายวดั ที่ถกู ต้องและชัดเจน
๑.๒.๒ เตรยี มเชอื กผกู เอว (ควรเยบ็ ผ้ากว้าง ๑.๕ ซ.ม. ยาวประมาณ ๘๐-๑๒๐ ซ.ม.)
๑.๒.๓ เตรียมสมุดวดั ตวั ปากกา ดินสอ ยางลบ
๑.๒.๔ ผู้วัดตัวควรยืนอยู่ด้านข้างของผู้ถูกวัด จะได้มองเห็นสายวัดท้ังด้านหน้าและ

ด้านหลัง
๑.๒.๕ ในขณะวัดตัวควรใหส้ ายวัดแนบกบั ลาตวั แตไ่ มต่ ึงจนแนน่ เกนิ ไป
๑.๒.๖ ผวู้ ดั ตัว ควรเดินรอบผถู้ ูกวดั ตัว ไม่ควรหมุนตวั ผถู้ ูกวัดตวั
๑.๒.๗ จดขนาดตวั ใหถ้ กู ต้องและตรงกับตาแหนง่ ทีว่ ดั ตวั

๑.๓ วธิ ีการวัดตวั ปฏบิ ัติดังนี้

๙๔

๑๒๓๔ ๕
๓ ๓




๗๘

๙ ๑๐ ๑๑ ๑๒

๑๓ ๑๔ ๑๕ ๑๕ ๑๖ ๑๗

ท่ีมา บุญนาค ภัทรพงศ์มณี
รปู ที่ ๓.๑ ภาพแสดงวธิ กี ารวดั ตัว

๑. รอบคอ = วดั บรเิ วณฐานคอท่ีใหญ่ท่สี ุดของคอ

๒. รอบอก = วัดรอบอกบริเวณทอี่ กสูงท่ีสุด

๓. รอบเอว = วดั รอบเอวบรเิ วณทเ่ี ล็กทส่ี ุด

๔. รอบสะโพกบน = วัดรอบสะโพกบนบรเิ วณหนา้ ท้องยน่ื ตา่ จากเอวลงมาประมาณ ๑๐ ซ.ม.

๕. รอบสะโพกล่าง = วดั รอบสะโพกลา่ งบรเิ วณก้นยนื่ ต่าจากเอวลงมาประมาณ ๒๐ ซ.ม.

๖. ยาวหน้า = วดั จากกลางคอหน้าถงึ เอว

๗. บ่าหน้า = วดั จากซอกรักแร้ขา้ งหนงึ่ ไปซอกรักแร้อีกข้างหนึ่งทางดา้ นหนา้

๘. อกหา่ ง = วดั จากจดุ ยอดอกข้างหนึ่งไปจุดยอดอกอกี ข้างหน่ึง

๙. อกสูง = วัดจากกลางไหล่ถงึ จุดยอดอกข้างใดขา้ งหน่ึง

๑๐.ยาวหลงั = วดั จากปุ่มกลางคอหลังถึงเอว (ควรหา่ งจากยาวหน้าไม่เกนิ ๗ ซ.ม.)

๑๑.ไหล่กวา้ ง = วัดจากปุ่มไหลข่ ้างหน่ึงพาดผา่ นปมุ่ คอหลงั ไปยังปุ่มไหลอ่ ีกขา้ งหนึ่ง

๑๒.บ่าหลัง = วดั จากซอกรักแร้ขา้ งหนงึ่ ไปซอกรักแร้อกี ข้างหน่งึ ทางดา้ นหลงั

๑๓.รอบรกั แร้ = วดั รอบโคนรักแร้

๑๔.ไหล่-ศอก = วดั จากปมุ่ ไหลไ่ ปยงั ปมุ่ ศอก

๑๕.ไหล่-ข้อมือ = วัดจากปมุ่ ไหลผ่ า่ นปมุ่ ศอกไปยังปมุ่ ข้อมือ

๑๖.รอบข้อมือ = วดั รอบขอ้ มือ

๑๗.รอบศีรษะ = วดั รอบศรี ษะ จากหนา้ ผากเอียงลงมาทีท่ า้ ยทอย

๙๕

ช่อื วิชา เส้ือสมัยนิยม ๑ แบบฝึกหดั ที่ ๓.๑
ช่ืองาน การวดั ตวั
รหัสวิชา ๑๔๐๑-๑๓๐๔

คาส่ัง : จงทาเครอ่ื งหมาย หน้าขอ้ ความทีถ่ กู ต้องและเครือ่ งหมาย  หน้าขอ้ ความที่ผิด

________ ๑. การวัดรอบอก ควรวัดบริเวณรอบลาตวั
________ ๒. การวัดรอบคอ ใหว้ ดั รอบฐานคอท่ใี หญท่ ่ีสดุ
________ ๓. การวัดอกหา่ ง ให้วัดจากยอดอกขา้ งหนง่ึ ไปอีกขา้ งหน่งึ
________ ๔. การวดั บ่าหนา้ ให้วัดจากซอกรกั แร้ข้างหลงั จากข้างหนึ่งไปอกี ขา้ งหนงึ่
________ ๕. การวดั ยาวหนา้ ใหว้ ัดจากขา้ งคอหนา้ ถึงเอว
________ ๖. การวัดรอบรกั แร้ ใหว้ ดั รอบรกั แร้ โดยจับสายวัดตง้ั ฉากกับพื้น
________ ๗. การวดั รอบเอว ใหว้ ดั รอบเอวส่วนทเ่ี ลก็ ท่ีสดุ
________ ๘. การวัดรอบสะโพกบน ให้วัดรอบตัวบริเวณหน้าท้องยื่น
________ ๙. การวัดรอบสะโพกล่าง ใหว้ ัดรอบตวั ต่าจากเอวลงมา ๑๘ ซ.ม.
________ ๑๐. การวัดรอบต้นแขน ให้วัดจากโคนแขนสว่ นท่ีใหญท่ ่สี ดุ

๙๖

ชือ่ วิชา เสอื้ สมัยนิยม ๑ เฉลยแบบฝกึ หดั ที่ ๓.๑
ชอื่ งาน การวัดตัว
รหัสวชิ า ๑๔๐๑-๑๓๐๔

คาสั่ง : จงทาเคร่อื งหมาย หน้าขอ้ ความทถ่ี ูกต้องและเครอ่ื งหมาย  หนา้ ข้อความท่ีผิด

________ ๑. การวัดรอบอก ควรวดั บริเวณรอบลาตวั
________ ๒. การวดั รอบคอ ใหว้ ัดรอบฐานคอที่ใหญ่ท่ีสดุ
________ ๓. การวัดอกหา่ ง ให้วดั จากยอดอกขา้ งหน่งึ ไปอกี ขา้ งหนึง่
________ ๔. การวัดบา่ หนา้ ใหว้ ดั จากซอกรักแร้ขา้ งหลังจากขา้ งหนงึ่ ไปอกี ขา้ งหนง่ึ
________ ๕. การวดั ยาวหน้า ให้วดั จากข้างคอหน้าถึงเอว
________ ๖. การวดั รอบรักแร้ ให้วดั รอบรักแร้ โดยจับสายวดั ตั้งฉากกับพ้ืน
________ ๗. การวดั รอบเอว ใหว้ ดั รอบเอวส่วนทีเ่ ลก็ ท่ีสุด
________ ๘. การวดั รอบสะโพกบน ใหว้ ดั รอบตวั บริเวณหนา้ ทอ้ งยน่ื
________ ๙. การวดั รอบสะโพกลา่ ง ให้วดั รอบตัวตา่ จากเอวลงมา ๑๘ ซ.ม.
________ ๑๐. การวดั รอบตน้ แขน ให้วัดจากโคนแขนสว่ นที่ใหญท่ ส่ี ุด

๙๗

๒. การสร้างแบบเส้อื ๓๔ ซ.ม.
๒.๑สรา้ งแบบเสือ้ เบอ้ื งตน้ ๘๐ ซ.ม.
๖๕ ซ.ม.
ขนาดตวั สมมติ ๘๗ ซ.ม.
๑. รอบคอ ๙๐ ซ.ม.
๒. รอบอก ๓๒ ซ.ม.
๓. รอบเอว ๓๒ ซ.ม.
๔. รอบสะโพกบน ๑๗ ซ.ม.
๕. รอบสะโพกลา่ ง ๒๒ ซ.ม.
๖. ยาวหน้า ๓๖ ซ.ม.
๗. บ่าหน้า ๓๕ ซ.ม.
๘. อกห่าง ๓๔ ซ.ม.
๙. อกสงู ๓๗ ซ.ม.
๑๐. ยาวหลัง ๓๐ ซ.ม.
๑๑. ไหล่กวา้ ง ๕๔ ซ.ม.
๑๒. บา่ หลัง ๒๖ ซ.ม.
๑๓. รอบรักแร้ ๒๒ ซ.ม.
๑๔. ไหล่-ศอก ๕๘ ซ.ม.
๑๕. ไหล่-ขอ้ มือ
๑๖. รอบตน้ แขน
๑๗. รอบข้อมือ
๑๘. รอบศรี ษะ

การบวกเผือ่ หลวมสาหรับเส้ือสตรี

การบวกเผื่อหลวมเส้ือประเภทต่างๆ

รายการวัดตวั เสือ้ ตัวหลวม เส้ือตัวหลวม เส้ือเข้ารปู เสื้อเขา้ รูป เส้ือชดุ ติดกนั เสือ้ สูท
สตรี
รอบอก ไมม่ แี ขน มแี ขน ไมม่ ีแขน มีแขน มแี ขน ๑๒
รอบเอว ๑๐
รอบสะโพกลา่ ง ๑๐ ๑๐ ๘ ๘ ๘ ๑๒
บา่ หนา้ ๒
บ่าหลัง ๘ ๘ ๖๖ ๖ ๓
รอบวงแขน ๑๙
เส้นไหล่ ๑๐ ๑๐ ๘ ๘ ๔ ๓

-๒ - -๒ - -

-๒ ๒ -๒ ๒ ๒

๖ ๑๐ ๖ ๑๐ ๑๐

-๔ - -๔ - -

เส้นโครงสรา้ งเสื้อ ๙๘
๒ ซ.ม.
วัดจากรมิ กระดาษลงมา ๑๐ ซ.
ม. เสน้ คอ

เสน้ บ่า

เสน้ อก

ความยาวหนา้

เส้นเอว

๑๐ ซ.ม.

เสน้ สะโพกบน ๒๐ ซ.ม.

เสน้ สะโพกลา่ ง

ท่มี า บญุ นาค ภัทรพงศม์ ณี
รูปที่ ๓.๒ ภาพแสดงวิธสี ร้างเสน้ โครงสร้างเสอ้ื
วิธสี ร้างเสน้ โครงสรา้ งเสอื้
๑. วดั ริมกระดาษดา้ นบนลงมา ๑๐ ซ.ม. โดยใหว้ ัด ๓ จดุ คือริมกระดาษด้านซา้ ยมือ กลาง
กระดาษ และริมกระดาษด้านขวามือ ลากเสน้ จากริมกระดาษด้านหนึง่ ไปอีกขา้ งหนึ่ง เป็นเส้นคอ
๒. วดั รมิ กระดาษด้านขวามือเข้าไป ๒ ซ.ม. ลากเส้นยาวลงไปจนสุดกระดาษ เปน็ เส้นกลางตัว
หน้า
๓. วดั จากเส้นคอลงมา เทา่ กับ ความยาวหนา้ เป็นเส้นเอว
๔. แบง่ ครง่ึ ระหวา่ งเส้นคอกบั เสน้ เอว เปน็ เส้นอก
๕. แบ่งครง่ึ ระหว่างเส้นคอกบั เส้นอก เป็นเส้นบ่า
๖. วดั จากเสน้ เอวลงมา ๑๐ ซ.ม. เป็นเส้นสะโพกบน
๗. วัดจากเสน้ เอวลงมา ๒๐ ซ.ม. เป็นเส้นสะโพกล่าง

๙๙

วธิ สี รา้ งเส้ือแผ่นหน้า

๑๒ ๘
๑๑ ๙ ๑๐
คอ ๗ ๑
บ่า ๑๓ ๔

อก ๑๔ ๑๗ ๓

๒๒

เอว ๑๖ ๑๘ ๑๙ ๒๐ ๒

สะโพกบน ๕

สะโพกลา่ ง ๑๕ ๒๑


ท่มี า บุญนาค ภทั รพงศม์ ณี
รูปท่ี ๓.๓ ภาพแสดงวิธีสร้างเส้ือแผน่ หน้า

จุดที่ ๑ – ๗ เทา่ กับ รอบคอ  ๖  ๐.๕ ซ.ม. (๓๔  ๖  ๐.๕ = ๖.๒ ซ.ม.)

จดุ ท่ี ๗ – ๘ เทา่ กับ ระยะ ๑ – ๗  ๐.๕ ซ.ม. (๖.๒  ๐.๕ = ๖.๗ ซ.ม.)
จุดท่ี ๙ เทา่ กบั แบ่งครง่ึ ระยะ ๗ – ๘

จุดที่ ๑๐ – ๑๑ เทา่ กบั ไหล่กวา้ ง  ๒ (๓๕  ๒ = ๑๗.๕ ซ.ม.) ลากเสน้ จากจดุ ท่ี ๘ – ๑๑
จดุ ที่ ๑๒ เท่ากับ แบ่งครึ่งระยะ ๘ – ๑๑

จดุ ที่ ๔ – ๑๓ เทา่ กับ บา่ หนา้  ๒ (๓๒  ๒ = ๑๖ ซ.ม.)

จุดที่ ๑๔ เท่ากับ รอบอก  ๑๐  ๔  ๑ (๘๐  ๑๐  ๔  ๑ = ๒๓.๕ ซ.ม.)

จดุ ท่ี ๑๕ เท่ากับ รอบสะโพกล่าง  ๑๐  ๔  ๑ (๙๐  ๑๐  ๔  ๑ = ๒๖ ซ.ม.)
ลากเส้นจากจุดที่ ๑๓ – ๑๔

จดุ ที่ ๑๖ เทา่ กบั ๒ ซ.ม. ลากเสน้ จากจดุ ที่ ๑๓ – ๑๕ - ๑๔

จดุ ที่ ๓ – ๑๗ เทา่ กับ อกห่าง  ๒ (๑๗  ๒ = ๘.๕ ซ.ม.)
ลากเส้นต้งั ฉากลงไปที่เสน้ สะโพกลา่ ง

จุดท่ี ๒ – ๑๘ เท่ากับ รอบเอว  ๘  ๔  ๑ (๖๕  ๘  ๔  ๑ = ๑๙.๒๕ ซ.ม.)
จุดท่ี ๑๙ เทา่ กับ คร่ึงหน่ึงของระยะ ๑๕ – ๑๗

๑๐๐

จดุ ที่ ๒๐ เทา่ กับ ครึง่ หน่ึงของระยะ ๑๕ – ๑๗
จุดที่ ๒๑ เท่ากับ วัดตา่ จากเส้นสะโพกบนลงมา ๕ ซ.ม.

ลากเส้นจากจุดที่ ๒๒ – ๒๐ – ๒๑
จดุ ที่ ๑๒ – ๒๒ เทา่ กับ อกสูง ( ๒๒ ซ.ม.)

ลากเส้นจากจดุ ท่ี ๒๒ – ๑๙ – ๒๑ และโคง้ วงแขน ดงั รูป

วธิ ีสรา้ งเส้อื แผ่นหลงั

๗ ๙ ๑๓ ๑๔ ๘ ๑๐
๘ ๑๑ ๑๒ ๑๒ ๑
๒๖ ๑๑ ๙
๖ คอ


๕ ๑๐ บ่า ๑๓ ๔

๒๕ ๑๕ อก ๑๔ ๑๗ ๓
๔ ๒๑

แผน่ หลงั แผน่ หน้า

๒๑ ๒๒ ๒๐ ๑๗ เอว ๑๖ ๑๘ ๑๙ ๒๐
๑๘ ๒๓ ๑๙
๓ ๒

๒ สะโพกบน ๒๒ ๕

๒๔

๑ ๑๖ สะโพกลา่ ง ๑๕

ทม่ี า บญุ นาค ภทั รพงศม์ ณี
รปู ที่ ๓.๔ ภาพแสดงวิธกี ารสร้างแบบตัดเสอ้ื แผน่ หลงั
ใส่จุดที่ ๑ – ๖ ดังรูป
จุดท่ี ๓ – ๗ เท่ากบั ความยาวหลัง
จุดท่ี ๗ – ๘ เทา่ กับ รอบคอ  ๖  ๐.๕ ซ.ม. (๓๔  ๖  ๐.๕ = ๖.๒ ซ.ม.)
จุดที่ ๘ – ๙ เทา่ กบั ๑.๕ ซ.ม.
จุดที่ ๕ – ๑๐ เทา่ กบั บา่ หลงั  ๒  ๐.๕ ซ.ม. (๓๓  ๒  ๐.๕ = ๑๗ ซ.ม.)
จุดท่ี ๑๐ – ๑๑ เทา่ กบั ๑๐ ซ.ม.
จดุ ที่ ๑๑ – ๑๒ เท่ากบั ๑.๕ ซ.ม.


Click to View FlipBook Version