The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by amfinels4, 2023-03-22 23:54:11

แผนม.ปลาย

บันทึกข้อความ


ส่วนราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

ที่ ศธ๐๒๑๐.๔๐๑๓/๐๖๘ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เรื่อง ขออนุมัติแผนการจัดกระบวนเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒

ปีการศึกษา ๒๕๖๕

เรียน ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี
๑. เรื่องเดิม ตามที่ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

ได้มอบหมายให้ครูที่ได้รับหน้าที่จัดกระบวนการเรียนรู้ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้น

พื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ จัดทำแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้รายสัปดาห์ และเสนอขออนุมัติทุกครั้งที่มีการ
จัดการเรียนการสอน เพื่อให้จัดการเรียนการสอนมีประสิทธิภาพ นั้น


๒. ข้อเท็จจริง ในการนี้ ข้าพเจ้า นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊ ตำแหน่ง ครูกศน.ตำบลกาวะ ขอ
อนุมัติแผนการจัดกระบวนเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๖๕


รายละเอียดดังแนบ
๓. ข้อกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ ๔๘๙/๒๕๕๑

เรื่องมอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ และ

ผู้อำนวยการสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศกษาตามอัธยาศัยเขต ปฏิบัติราชการแทน ข้อ ๑


๔. ข้อเสนอแนะ -

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุมัติ





(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)

ครูกศน.ตำบลกาวะ

ความเห็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

อนุมัติ ไม่อนุมัติ

......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................






(นางหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)


ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี





บันทึกข้อความ


ส่วนราชการ ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

ที่ ศธ๐๒๑๐.๔๐๑๓/๐๖๙ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

เรื่อง ขออนุมัติแผนการจัดกระบวนเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒

ปีการศึกษา ๒๕๖๕


เรียน ผู้อำนวยการศูนย์การศกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

๑. เรื่องเดิม ตามที่ ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาอัธยาศัยอำเภอ สุไหงปาดี

ได้อนุมัติแผนการจัดกระบวนการเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา
๒๕๖๕ นั้น


๒.ข้อเท็จจริง ในการนี้ ข้าพเจ้า นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊ ตำแหน่ง ครูกศน.ตำบลกาวะ
ขออนุญาตดำเนินการจัดกระบวนการเรียนรู้รายสัปดาห์ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ภาคเรียนที่ ๒ ปี

การศึกษา ๒๕๖๕ รายละเอียดดังแนบ

๓.ข้อกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ ๔๘๙/๒๕๕๑

เรื่องมอบให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอ และ

ผู้อำนวยการสถานศึกษาศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยเขต ปฏิบัติราชการแทน ข้อ ๑

๔. ข้อเสนอแนะ -

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาอนุญาตดำเนินการ



(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)

ครูกศน.ตำบลกาวะ

ความเห็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี


อนุญาต ไม่อนุญาต
......................................................................................................................................................................

......................................................................................................................................................................


(นางหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี


คำนำ



แผนการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช 2551 พัฒนาขึ้นตามยุทธศาสตร์ และจุดเน้นการดำเนินงานการศึกษานอกระบบและการศึกษา

ตามอัธยาศัย นโยบายของรัฐบาลแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และพระราชบัญญัติการศึกษา


แห่งชาติ พ.ศ.2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 ตลอดจนพระราชบัญญัติส่งเสริมการศึกษา
นอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย โดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณธรรม จริยธรรม


มีสติปัญญา และมีศักยภาพในการประกอบอาชีพ การศึกษาต่อ และสามารถดำรงชีวิตอยู่ในครอบครัว ชุมชน
สังคมได้อย่างมีความสุข ทั้งนี้สถานศึกษาที่จะนำหลักสูตรนี้ไปใช้ต้องนำสาระและมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนด


ไปพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับสภาพปัญหา ความต้องการของผู้เรียน ชุมชน/สังคม ภูมิปัญญา
ท้องถิ่น และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของสถานศึกษานั้น ๆ



ในการทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษา

ขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ของศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี

สำเร็จลงได้ด้วยความร่วมมือจากผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร เจ้าหน้าที่ คณะครู นักศึกษา และภาคีเครือข่าย

ที่ได้เสนอแนะความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์อย่างดียิ่ง ในการนำมาใช้ทำแผนการจัดการเรียนรู้ ตามหลักสูตร

การศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา

ตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี ขอขอบคุณในความร่วมมือมา ณ โอกาสนี้












ศูนย์การศกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส


พฤษภาคม 2565


สารบัญ


หน้า
คำนำ ก

สารบัญ ข
ใบลงทะเบียนเรียน ค

ปฏิทินการเรียนรู้ 1

แผนการวิเคราะห์เนื้อหาสาระการเรียนรู้ 3
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 1 9

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 2 18

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 3 24
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 4 30

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 5 36
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 6 45

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 7 53

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 8 60
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 9 67

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 10 75
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 11 84

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 12 93

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 13 102
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 14 110

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 15 118

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 16 125
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 17 131

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 18 138

แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 19 144
แผนการจัดกระบวนการเรียนรู้ ครั้งที่ 20 144


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี




แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๑
เรื่อง ปฐมนิเทศ

ตัวชี้วัด
นักศึกษามความรู้ ความเข้าใจการเรียน กศน.หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

พุทธศักราช ๒๕๕๑

เนื้อหา
๑. ชี้แจงนโยบายและการดำเนินงานของ กศน.

๒. แนะนำสถานศกษา/ผู้บริหาร/ครู/บุคลากร กศน.อำเภอเจาะไอร้อง

๓. โครงสร้างหลักสูตร/โครงสร้างรายวิชาลงทะเบียน 2/๒๕๖5

๔. การจัดกระบวนการการเรียนการสอน/กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.)

๕. การเทียบโอนผลการเรียน
๖. การวัดและประเมินผล

๗. เกณฑ์การจบหลักสูตร

๘. ตรวจสุขภาพนักศึกษา
กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

1. แนะนำสถานศกษา กศน.อำเภอเจาะไอร้อง / กศน.ตำบล

2. บรรยาย ให้ความรู้หลักสูตรการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑

3. จัดกิจกรรมฐาน แบ่งเป็น

- ฐาน ตรวจสุขภาพนักศึกษา
- ฐาน โครงสร้างหลักสูตร

- ฐาน การจัดการเรียนรู้
- ฐาน กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต (กพช.)

- ฐาน การเทียบโอนผลการเรียน

- ฐาน การวัดผลประเมินผล
- ฐาน การจบหลักสูตร

สื่อการเรียนรู้

1. คู่มือการปฐมนิเทศ
2. แบบทดสอบความเข้าใจ

3. การวัดและประเมินผล


การวัดและประเมิน
1. การสังเกต

2. การมีส่วนร่วม

3. แบบแบบทดสอบ
4 แบบประเมินความพึงพอใจ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล

ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา

(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)
ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี



แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๒ ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )


เรื่อง การเรียนรู้ด้วยตนเอง



ตัวชี้วัด

๑.อธิบายความหมายความสำคัญและกระบวนการของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๒.ปฏิบัติการฝึกทักษะพื้นฐานทางการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้

ด้วยตนเองได้และการวางแผนการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง


เนื้อหา
๑.ทักษะพื้นฐานทางการ ศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้ด้วยตนเอง

รวมทั้งการวางแผนการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๒.ทักษะการพูดและการทำแผนผังความคิด


กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)

๑. ผู้เรียนร่วมกับครูศึกษาทักษะพื้นฐานทางการ ศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและ

เทคนิคในการเรียนรู้ด้วยตนเอง รวมทั้งการวางแผนการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง
๒. ผู้เรียนร่วมกับครูศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขนจากทักษะการพูดและการทำแผนผังความคิด
ึ้
ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)
๑. ผู้เรียนร่วมกันวิเคราะห์ และสรุปความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

๒. ผู้เรียนร่วมกันศึกษาใบความรู้ และสรุป ทักษะพื้นฐานหาความรู้รวมถึงเทคนิคในการ

เรียนรู้ด้วยตนเองและออกมานำเสนอ
๓. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเองเพื่อเตรียมนำเสนอในการพบกลุ่มครั้งต่อไป

ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)
๑. ผู้เรียนทำใบงานร่วมกันและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

๒. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัดเพิ่มเติมหลังบทเรียน

๓. ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน
๔. มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป


ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)

๑. ผู้เรียนมีส่วนร่วม/นำเสนอ/แบบฝึกหัด/ใบงาน
๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป

สื่อการเรียนรู้

๑. หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑
๒. ใบความรู้

๓. ใบงาน
๔. แบบทดสอบ

๕. ETV

๖. สื่อ Internet
การวัดและประเมิน

๑. สังเกต
๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)
ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรู้ เรื่อง การเรียนรู้ด้วยตนเอง


กระบวนการเรียนรู้ด้วยตนเองมีขั้นตอนอย่างไร

กระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเองนั้นมีขั้นตอนง่ายๆแค่ 4 ขั้นตอนเท่านั้น แน่นอนว่าสำหรับบางคนที่


เรียนรู้ด้วยตัวเองเป็นอยู่แล้ว ขั้นตอนพวกนี้กอาจจะฟังดูตรงไปตรงมา แต่สำหรับบางคนที่ยังเรียนรู้ด้วยตัวเอง
ไม่เป็น ให้ลองศึกษาและทำตามขั้นตอนข้างล่าง



ขั้นที่ 1 ประเมินความสามารถในการเรียนรู้

ก่อนที่เราจะเริ่มเรียนรู้ด้วยตัวเอง เราก็ต้องประเมินทักษะของตัวเองก่อนว่าเราสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเอง

ิ่
มากกว่าหรือเปล่า ทักษะหลายอย่างทคุณอยากจะเรียนรู้สามารถถกสร้างหรือถูกเสริมเพมขึ้นมาจากทกษะที่
ี่

คุณมีอยู่แล้วได้ เพราะฉะนั้นหากเรามั่นใจหรือมีทิศทางพื้นฐานอยู่แล้วว่าอยากจะเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างไร เรา
ก็สามารถนำทักษะพื้นฐานพวกนี้ไปใช้ต่อในขั้นตอนต่อไปได้



ความสามารถในการเรียนรู้ขึ้นอยู่กบสถานการณและสภาพแวดล้อมของคุณด้วย หากคณเป็นคนที่ต้องเรียนรู้


ด้วยการอ่านหนังสือเงียบๆคนเดียวตอนกลางคืน คุณก็ควรมั่นใจก่อนว่าคนมีทั้งทรัพยากรมากกว่าสำหรับการ
เรียนรู้และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเรียนรู้ด้วยตัวเองในรูปแบบของคุณ



ขั้นที่ 2 เป้าหมายในการเรียนรู้

ขั้นตอนต่อไปก็คอการตั้งเป้าหมายในการเรียนรู้ หากคุณอยากจะฝึกทักษะดนตรีศิลปะ คุณก็ควรตั้งเป้าหมาย

ในใจไว้ว่าภายในระยะเวลาเท่าไหร่เราควรจะได้ผลงานประมาณเท่าไหน เป้าหมายที่ดีต้องมีทั้งผลลัพธ์และก็

ระยะเวลา




สิ่งที่ต้องคำนึงถงกอนตั้งเป้าหมายก็คือการเรียนรู้ด้วยตัวเองนั้นอาจจะไม่ใช่วิธีการเรียนรู้ที่รวดเร็วที่สุด
เพราะฉะนั้นเราก็ควรปรับเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว ให้เหมาะสมกับเป้าหมายและทักษะที่เรามีอยู่ณ

ปัจจุบัน ซึ่งเป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวจะเป็นตัวบอกเราอีกทีว่าเราสามารถเรียนรู้ด้วยตัวเองเก่งแค่ไหน
และถ้าเรามีปัญหาเราควรจะทำอย่างไรเพื่อหาทางแก้



ขั้นที่ 3 กระบวนการเรียนรู้
ขั้นตอนที่ 3 คือขั้นตอนการเรียนรู้ ในขั้นตอนนี้คุณก็ต้องเลือกวิธีการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับตัวคุณและเหมาะสม

กับเป้าหมายที่คุณอยากจะได้มา กระบวนการเรียนรู้ของแต่ละทักษะ แต่ละความรู้ ของแต่ละคนอาจจะมี

ขั้นตอนไม่เหมือนกัน หากคณยังไม่เคยเรียนรู้ด้วยตัวเองมาก่อนก็ให้ลองคิดกลับไปทบทวนดูว่าในอดีตเวลาที่

คุณเรียนรู้หรือมีคนสอนทักษะอะไรให้คุณ คุณรู้สึกถนัดกับวิธีการสอนแบบไหนมากที่สุด




ี่
ให้ลองถามตัวเองว่าในอดีตครูคนไหนคือครูที่คุณชอบมากทสุด ทำไมคณถึงชอบวิธีการสอนครูคนนี้ วิธีการสอน

ของครูแบบไหนที่คณไม่ชอบและรู้สึกว่าทำให้คุณไม่สามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ


ขั้นที่ 4 ประเมินผลและพัฒนา



ขั้นตอนสุดท้ายก็คอขั้นตอนการประเมินผลและหาวิธีมาพฒนากระบวนการเรียนรู้ด้วยตัวเองอย่างต่อเนื่อง ให้
กลับไปดูเป้าหมายในระยะสั้นและระยะยาวของคนที่ตั้งไว้ขั้นที่ 2 และ และกลับมาพิจารณาดูว่าเป้าหมายแบบ
ไหนพิจารณาดูว่ากระบวนการที่ทำในขั้นที่ 3 นั้นสามารถทำให้คุณก้าวไปสู่เป้าหมายระยะสั้นและระยะยาวได้

หรือเปล่า



ปัญหาในการประเมินผลของการเรียนรู้ด้วยตัวเองกคือ คุณจะไม่ค่อยมีบรรทัดฐานในการเปรียบเทียบ ซึ่งสิ่งที่ดี

ที่สุดก็คอการออกไปคุยกบคนอื่นหรือศึกษาข้อมูลด้วยตัวเองหรือว่า การเรียนรู้แบบไหนถือว่าเพียงพอแล้ว

สำหรับเป้าหมายของเรา



แบบทดสอบก่อนเรียน-หลังเรียน

เรื่องการเรียนรู้ด้วยตนเอง



1. ข้อใดไม่ใช่ความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

ก. ทำให้ผู้เรียนมีความตั้งใจและมีแรงใจสูง

ข. ทำให้เป็นคนมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์

ค. มีเหตุผลและทำงานร่วมกับผู้อื่นได้

ง. มีระเบียบวินัยในตนเองสูง


2. การเรียนรู้ด้วยตนเองมกี่ลักษณะ
ก.2

ข.3

ค.4

ง. 5

3. สิ่งที่เป็นตัวควบคุมที่สำคัญที่สุดต่อการเรียนรู้ด้วยตนเองคืออะไร

ก. ความเชื่อมั่นในตัวเอง

ข. ความซื่อสัตย์ต่อตนเอง

ค. ความอยากรู้อยากเห็น

ง. ความรับผิดชอบต่อตนเอง



4. ข้อใดคอการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ก.น้อยชอบลอกการบ้านเพื่อน

ข. นิดทำน้ำส้มปั่นตามที่ครูแนะนำ

ค.หน่อยชอบดูสาระคดีชีวิตสัตว์โลกทางอินเตอร์เน็ต

ง. นุชสอนน้องให้รู้จักวิธีสืบค้นข้อมูลจาก อินเตอร์เน็ต

5. การเรียนรู้ด้วยตนเองแบบ กศน.คือการเรียนในข้อใด

ก. มีแรงจูงใจอยากเรียนก็เรียน

ข. แสวงหาความรู้ด้วยตนเองทั้งหมด

ค. มีการวางแผนและใช้สัญญาการเรียนรู้

ง. ผู้เรียนต้องบริหารเวลารับผิดชอบตนเอ ทั้งหมด

6.ข้อใดไม่ใช่องค์ประกอบของการเรียนรู้

ก.วางแผนการเรียน

ข.วิเคราะห์ความต้องการ

ค.ตรวจสอบและติดตามผล

ง.กำหนดจุดมุ่งหมายในการเรียน

7. เหตุใดจึงต้องมีการทำสัญญาการเรียนรู้

ก.เพื่อให้ผู้เรียนควบคุมตนเองได้

ข.เพื่อควบคุมความประพฤติของผู้เรียน

ค.เพื่อกำหนดให้ผู้เรียนมีแนวทางในการเรียน

ง.เพื่อควบคุมคุณภาพของผู้เรียนให้มีมาตรฐานตามที่สังคมยอมรับ

8. สิ่งหนึ่งที่นำมาใช้ในการประเมินผลการเรียนแบบการเรียนรู้ด้วยตนเอง คือข้อใด

ก.การสังเกต

ข.การมีส่วนร่วม

ค.แฟ้มสะสมงาน
ง.พฤติกรรมกลุ่ม

9.ข้อใดคือ“ การเรียนรู้ด้วยตนเอง ”
ก. ลินดาโทรศัพท์สอบถามอาจารย์

ข. กนกจ้างครูมาสอน

ค. อุษาสืบค้นข้อมูลทางอินเทอร์เน็ต
ื่
ง. โสพายืมหนังสือเพอนมาอ่าน


10. การเรียนรู้ด้วยตนเองขั้นตอนแรกคือข้อใด

ก. การออกแบบการเรียน
ข. การกำหนดจุดมุ่งหมาย

ค. จัดหาแหล่งเรียนรู้

ง. การวิเคราะห์ความต้องการในการเรียน



เฉลย



1. ง 2. ก 3. ง 4. ค 5. ค 6. ค 7. ง 8. ค 9. ค 10. ง


ใบงานที่ การเรียนรู้ด้วยตนเอง


ความหมายและความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง



1 ให้อธิบายความหมายของคำว่า “การเรียนรู้ด้วยตนเอง”
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

2 ให้อธิบาย “ความสำคัญของการเรียนรู้ด้วยตนเอง”

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………

3 ให้สรุปสาระสำคัญ “ลักษณะการเรียนรู้ด้วยตนเอง”

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………

4. “องค์ประกอบของการเรียนรู้ด้วยตนเอง” มีอะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี



แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๓ ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )

เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้

ตัวชี้วัด
๑.อธิบายความหมาย ความสำคัญ ประเภทแหล่งเรียนรู้การใช้ห้องสมุด และแหล่งเรียนรู้อื่นๆ ที่สำคัญ

ื่
รวมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตเพอการเรียนรู้ของตนเอง
๒.บ่งชี้ข้อดีข้อเสียของแหล่งเรียนรู้

๓.ปฏิบัติการเรียนรู้กับแหล่งเรียนรู้ต่างๆได้เหมาะสม

เนื้อหา
๑. ความหมาย ความสำคัญประเภทแหล่งเรียนรู้เข้าถึงสารสนเทศ แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ที่สำคัญรวมทั้ง

การใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง
๒. ข้อควรคำนึงในการเรียนรู้กับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งนวัตกรรมและเทคโนโลยี

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)
๑. ครูทบทวนบทเรียนจากการพบกลุ่มครั้งที่แล้ว

๒. ผู้เรียนร่วมกับครูศึกษาความหมาย ความสำคัญประเภทแหล่งเรียนรู้เข้าถึงสารสนเทศ

แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ที่สำคัญรวมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง
๓. ผู้เรียนกับครูร่วมกันวิเคราะห์ข้อควรคำนึงในการเรียนรู้กับแหล่งข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้ง

นวัตกรรมและเทคโนโลยี
ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

๑. ผู้เรียนนำเสนอ กรต. เรื่อง

- ความหมาย ความสำคัญและกระบวนการของการเรียนรู้ด้วยตนเอง

- ทักษะพื้นฐานการศึกษาหาความรู้ ทักษะการแก้ปัญหาและเทคนิคในการเรียนรู้

ด้วยตนเองรวมทั้งการวางแผนการเรียนรู้และการประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง

- ทักษะการพูดและการทำแผนผังความคิด

- ปัจจัยที่ทำให้การเรียนรู้ด้วยตนเองประสบความสำเร็จ

ื่
๒. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเองเพอเตรียมนำเสนอในการพบกลุ่มครั้งต่อไป
ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

๑. ผู้เรียนร่วมอธิบาย อภิปราย เรื่องแหล่งเรียนรู้ในชุมชน ตามเนื้อหาที่ได้ศึกษา โดยมีครู

สรุป และเพิ่มเติมประเด็นที่ไม่สมบูรณ์


๒.ผู้เรียนทำใบงานและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

๓.ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน
๔.มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป

ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)

๑. ผู้เรียนทำใบงาน/แบบทดสอบ
๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป

สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑

๒. ใบความรู้

๓. ใบงาน
๔. แบบทดสอบ

๕. ETV
๖. สื่อ Internet

การวัดและประเมิน

๑. สังเกต
๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ
ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรู้ เรื่อง การใช้แหล่งเรียนรู้


“แหล่งเรียนรู้” คือ ถิ่น ที่อยู่ บริเวณ บ่อเกิด แห่ง ที่หรือศูนย์ความรู้ที่ให้เข้าไปศึกษาหาความรู้ ความเข้าใจ และความชำนาญ

ซึ่งแหล่งเรียนรู้จึงอาจเป็นไปได้ทั้งสิ่งที่เป็นธรรมชาติ หรือสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้น เป็นได้ทั้งบุคคล สิ่งมีชีวิต และไม่มีชีวิต และ
แหล่งเรียนรู้อาจจะอยู่ในห้องเรียนในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียนก็ได้

ประเภทของแหล่งการเรียนรู้ในชุมชนแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ดังนี้

1. แหล่งเรียนรู้ประเภทบุคคลและองค์กรในชุมชน หมายถึง บุคคล คณะบุคคลหรือตัวแทนขององค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐ
และเอกชน ในชุมชนที่มีความรู้ ความสามารถเฉพาะด้าน ที่สามารถถ่ายทอดความรู แนวคิด หลักการ และวิธีการปฏิบัติ ให้แก่

นักเรียนไดเช่น ตัวแทนด้านธุรกิจและอุตสาหกรรม ตัวแทนรัฐบาลหรือหัวหน้าส่วนราชการ คณะกรรมการที่ทำหน้าที่ให้

คำปรึกษาองค์กรต่างๆ ผู้ชำนาญพิเศษหรือผู้ทรงคุณวุฒิ ปราชญ์ชาวบ้านหรือภูมิปัญญาท้องถิ่น พระภิกษุสงฆ์หรือผู้นำศาสนา
ต่างๆ ผู้นำชุมชน คณะบุคคลจากสถาบันต่างๆ เป็นต้น

2. แหล่งเรียนรูประเภททรัพยากรธรรมชาติและทรัพยากรที่มนุษยสร้างขึ้น หมายถึง ทรัพยากรหรือสิ่งที่
เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ หรือทรัพยากรที่มนุษยสร้างขึ้น เช่น ทรัพยากรป่าไม้ทรัพยากรน้ำ ทรัพยากรแร่ธาตุ ทรัพยากรสัตว์

เขื่อน อ่างเก็บน้ำ ฝายชลประทาน ลำคลอง อุทยานแห่งชาติ ศูนย์อนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่า เป็นต้น
3. แหล่งเรียนรูประเภทอาคาร สถานที่ และสิ่งก่อสร้าง หมายถึง อาคาร สถานที่ หรือสิ่งก่อสร้างต่างๆ ที่มนุษย์

สร้างขึ้น ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เช่นโบราณสถาน โบราณวัตถุ วัด พิพิธภัณฑ์ พระพุทธรูป โบสถ์ วิหาร ศูนยราชการ

โรงพยาบาล สถาบันการศึกษา โรงงานอุตสาหกรรม ตลาด อนุสาวรีย์ ศาลหลักเมือง เรือนจำ สถานีตำรวจ สวนสาธารณะ สวนสัตว์
ศูนย์วิทยาศาสตร์ ศูนย์พัฒนาวิชาการเกษตร โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

4. แหล่งเรียนรูประเภทสื่อนวัตกรรม และเทคโนโลยี หมายถึง แหล่งการเรียนรู้ที่เป็นสิ่งประดิษฐ์คิดค้นที่เป็นผลมาจาก

ความเจริญก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ สื่อการเรียนรู้ต่างๆ ที่เป็นนวัตกรรม หรือเทคโนโลยี ที่มีอยู่ในชุมชน เช่น ห้องสมุด
ประชาชน เครื่องอิเลคทรอนิกส์ ต่างๆ ระบบเครื่องยนต์ต่างๆ เคมีภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เทคโนโลยีสารสนเทศ การสอนทางไกล

ผ่านดาวเทียม คอมพิวเตอร์ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ วิทยุ โทรทัศน์ ห้องสมุดอิเลคทรอนิกส์ อินเทอรเน็ต เป็นต้น

5. แหล่งเรียนรูประเภทศิลปะ วัฒนธรรมและจารีตประเพณี หมายถึง แหล่งการเรียนรู้ทางสังคมที่แสดงถึงความเป็นอยู่
ความเชื่อ วิถีชีวิตที่สืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต เช่นศิลปหัตถกรรมพื้นบ้าน ดนตรีพื้นเมือง การแสดงพื้นบ้าน วิถีชีวิตความเป็นอยู่

ของคนในชุมชน กิจกรรมชุมชน พิธีทางศาสนา ประเพณีความเชื่อ พิธีกรรมต่างๆ ศิลปกรรม แกะสลัก เครื่องปั้นดินเผา ภาพวาด
ภาพเขียน เป็นต้น

ประโยชน์ของแหล่งเรียนรู้

๑. ช่วยลดภาระการสอนของครู

๒. ช่วยเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้ผู้เรียนมากยิ่งขึ้น
๓. ช่วยให้ผู้เรียนได้ฝึกฝนอย่างเต็มที่

๔. สนุกสนานกับแหล่งเรียนรู้

๕. เกิดความตระหนักกับแหล่งเรียนรู้


ใบงาน เรื่อง แหล่งเรียนรู้ในชุมชน
คำสั่ง ให้ผู้เรียนทำการสำรวจแหล่งเรียนรู้ในชุมชนของผู้เรียนว่ามีแหล่งเรียนรู้อะไรบ้าง และแต่ละแหล่งเรียนรู้

มีความสำคัญอย่างไร

................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................


................................................................................................................................................................
................................................................................................................................................................


................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................

................................................................................................................................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี



แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๔ ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )


เรื่อง การจัดการความรู้



ตัวชี้วัด

๑.อธิบายความหมาย ความสำคัญ หลักการ กระบวนการจัดการความรู้ การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอด

ความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การจัดทำสาระสนเทศเผยแพร่ความรู้ได้

๒.ปฏิบัติการด้านทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการได้

๓.สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำสารสนเทศ องค์ความรู้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัวได้


เนื้อหา

๑. ความหมาย ความสำคัญหลักการ กระบวนการ จัดการเรียนรู้ การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้

การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การจัดทำสารสนเทศเผยแพร่ความรู้

๒. ทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการรวมกลุ่มปฏิบัติการ

๓. สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำสารสนเทศองค์ความรู้ในการพัฒนาตนเอง ครอบครัว



กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)

๑. ครูทบทวนบทเรียนจากการพบกลุ่มครั้งที่แล้ว

๒. ผู้เรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์ความหมาย ความสำคัญหลักการ กระบวนการ จัดการ

เรียนรู้ การรวมกลุ่มเพื่อต่อยอดความรู้ การพัฒนาขอบข่ายความรู้ของกลุ่ม การจัดทำสารสนเทศเผยแพร่

ความรู้

๓.ผู้เรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์ทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเองและด้วยการ

รวมกลุ่มปฏิบัติการ

๔.ผู้เรียนและครูร่วมกันวิเคราะห์สรุปองค์ความรู้ของกลุ่ม จัดทำสารสนเทศองค์ความรู้ในการ

พัฒนาตนเอง ครอบครัว


ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

๑. ผู้เรียนนำเสนอ กรต.เรื่อง การเขียนเรียงความประวัติส่วนตัว

๒. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เรื่องความหมาย ความสำคัญประเภทแหล่งเรียนรู้เข้าถึงสารสนเทศ

แหล่งเรียนรู้อื่น ๆ ที่สำคัญ รวมทั้งการใช้อินเตอร์เน็ตเพื่อการเรียนรู้ของตนเอง

๓. ผู้เรียนเรียนรู้เพิ่มเติมจากInternet

๔. ผู้เรียนทำแบบทดสอบ


ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

๑. ผู้เรียนทำใบงานและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

๒. ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน

๓. มอบหมายงาน กรต.ครูมอบหมาย กรต. เรื่องการฝึกทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วย

ตนเอง


ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)

๑. ผู้เรียนทำแบบทดสอบย่อย
๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป



สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑

๒. ใบความรู้

๓. ใบงาน

๔. แบบทดสอบ

๕. ETV

๖. สื่อ Internet



การวัดและประเมิน
๑. สังเกต

๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย
ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรู้ เรื่อง การจัดการความรู้


การจัดการความรู้ หรือ KM : Knowledge Management คือ การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร ซึ่ง

กระจัดกระจายอยู่ในตัวบุคคลหรือเอกสาร มาพัฒนาให้เป็นระบบ เพื่อให้ทุกคนในองค์กรสามารถเข้าถึงความรู้
และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้รู้ รวมทั้งปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ อันจะส่งผลให้องค์กรมีความสามารถใน

เชิงแข่งขันสูงสุด โดยที่ความรู้มี 2 ประเภท คือ 1) ความรู้ที่ฝังอยู่ในคน (Tacit Knowledge) เป็นความรู้ที่ได้

จากประสบการณ์ พรสวรรค์หรือสัญชาติญาณของแต่ละบุคคลในการทำความเข้าใจในสิ่งต่าง ๆ เป็นความรู้ที่

ไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูดหรือลายลักษณ์อกษรได้โดยง่าย เช่น ทักษะในการทำงาน งานฝีมือ หรือ
การคิดเชิงวิเคราะห์ บางครั้ง จึงเรียกว่าเป็นความรู้แบบนามธรรม 2) ความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)

เป็นความรู้ที่สามารถรวบรวม ถ่ายทอดได้ โดยผ่านวิธีต่าง ๆ เช่น การบันทึกเป็นลายลักษณ์อกษร ทฤษฎี คู่มือ

ต่าง ๆ และบางครั้งเรียกว่าเป็นความรู้แบบรูปธรรม นพ.วิจารณ์ พานิช ได้ระบุว่าการจัดการความรู้สามารถใช้

เป็นเครื่องมือเพอการบรรลุเป้าหมายอย่างน้อย 4 ประการ ได้แก่ 1) บรรลุเป้าหมายของงาน 2) บรรลุ
ื่
เป้าหมายการพัฒนาคน 3) บรรลุเป้าหมายการพัฒนาองค์กรไปเป็นองค์กรเรียนรู้ 4) บรรลุความเป็นชุมชน
เป็นหมู่คณะ ความเอื้ออาทรระหว่างกันในที่ทำงาน


การจัดการความรู้เป็นการดำเนินการอย่างน้อย 6 ประการต่อความรู้ ได้แก่ 1) การกำหนดความรู้หลัก
ที่จำเป็นหรือสำคัญต่องานหรือกิจกรรมของกลุ่มหรือองค์กร 2) การเสาะหาความรู้ที่ต้องการ 3) การปรับปรุง

ดัดแปลง หรือสร้างความรู้บางส่วน ให้เหมาะต่อการใช้งานของตน 4) การประยุกต์ใช้ความรู้ในกิจการงานของ

ตน 5) การนำประสบการณ์จากการทำงาน และการประยุกต์ใช้ความรู้มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสกัด “ขุม
ความรู้” ออกมาบันทึกไว้ 6) การจดบันทึก “ขุมความรู้” และ “แก่นความรู้” สำหรับไว้ใช้งาน และปรับปรุง

เป็นชุดความรู้ที่ครบถ้วน ลุ่มลึกและเชื่อมโยงมากขึ้น เหมาะต่อการใช้งานมากยิ่งขึ้น โดยที่การดำเนินการ 6

ประการนี้ บูรณาการเป็นเนื้อเดียวกัน ความรู้ที่เกี่ยวข้องเป็นทั้งความรู้ที่ชัดแจ้ง อยู่ในรูปของตัวหนังสือหรือ
รหัสอย่างอื่นที่เข้าใจได้ทั่วไป (Explicit Knowledge) และความรู้ฝังลึกอยู่ในสมอง (Tacit Knowledge) ที่อยู่

ในคน ทั้งที่อยู่ในใจ (ความเชื่อ ค่านิยม) อยู่ในสมอง (เหตุผล) และอยู่ในมือ และส่วนอื่นๆ ของร่างกาย (ทักษะ
ในการปฏิบัติ) การจัดการความรู้เป็นกิจกรรมที่คนจำนวนหนึ่งทำร่วมกันไม่ใช่กิจกรรมที่ทำโดยคนคนเดียว

เนื่องจากเชื่อว่า “จัดการความรู้” จึงมีคนเข้าใจผิด เริ่มดำเนินการโดยรี่เข้าไปที่ความรู้ คือ เริ่มที่ความรู้ นี่คือ

ความผิดพลาดที่พบบ่อยมาก การจัดการความรู้ที่ถูกต้องจะต้องเริ่มที่งานหรือเป้าหมายของงาน เป้าหมายของ
งานที่สำคัญ คือ การบรรลุผลสัมฤทธิ์ในการดำเนินการตามที่กำหนดไว้ ที่เรียกว่า Operation Effectiveness

และนิยามผลสัมฤทธิ์ ออกเป็น 4 ส่วน คือ 1) การสนองตอบ (Responsiveness) ซึ่งรวมทั้งการสนองตอบ
ความต้องการของลูกค้า สนองตอบความต้องการของเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้น สนองตอบความต้องการของ

พนักงาน และสนองตอบความต้องการของสังคมส่วนรวม 2) การมีนวัตกรรม (Innovation) ทั้งที่เป็น

นวัตกรรมในการทำงาน และนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์หรือบริการ 3) ขีดความสามารถ (Competency) ของ

องค์กร และของบุคลากรที่พฒนาขึ้น ซึ่งสะทอนสภาพการเรียนรู้ขององค์กร และ 4) ประสิทธิภาพ

(Efficiency) ซึ่งหมายถึงสัดส่วนระหว่างผลลัพธ์ กับต้นทุนที่ลงไป การทำงานที่ประสิทธิภาพสูง หมายถึง การ

ทำงานที่ลงทุนลงแรงน้อย แต่ได้ผลมากหรือคุณภาพสูง เป้าหมายสุดท้ายของการจัดการความรู้ คือ การที่กลุ่ม


คนที่ดำเนินการจัดการความรู้ร่วมกัน มีชุดความรู้ของตนเอง ที่ร่วมกันสร้างเอง สำหรับใช้งานของตน คน

เหล่านี้จะสร้างความรู้ขึ้นใช้เองอยู่ตลอดเวลา โดยที่การสร้างนั้นเป็นการสร้างเพียงบางส่วน เป็นการสร้างผ่าน
การทดลองเอาความรู้จากภายนอกมาปรับปรุงให้เหมาะต่อสภาพของตน และทดลองใช้งาน จัดการความรู้

ไม่ใช่กิจกรรมที่ดำเนินการเฉพาะหรือเกี่ยวกับเรื่องความรู้ แต่เป็นกิจกรรมที่แทรก/แฝง หรือในภาษาวิชาการ

เรียกว่า บูรณาการอยู่กับทุกกิจกรรมของการทำงาน และที่สำคัญตัวการจัดการความรู้เองก็ต้องการการจัดการ
ด้วย ตั้งเป้าหมายการจัดการความรู้เพื่อพัฒนา 3 ประเด็น

- งาน พัฒนางาน
- คน พัฒนาคน


- องค์กร เป็นองคกรการเรียนรู้

ความเป็นชุมชนในที่ทำงาน การจัดการความรู้จึงไม่ใช่เป้าหมายในตัวของมันเอง นี่คือ หลุมพรางข้อที่
ี่
1 ของการจัดการความรู้ เมื่อไรก็ตามทมีการเข้าใจผิด เอาการจัดการความรู้เป็นเป้าหมาย ความผิดพลาดก็เริ่ม
ื่
เดินเข้ามา อันตรายที่จะเกิดตามมาคือ การจัดการความรู้เทียม หรือ ปลอม เป็นการดำเนินการเพียงเพอให้ได้
ชื่อว่ามีการจัดการความรู้ การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้ แรงจูงใจ การริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้เป็น
ก้าวแรก ถ้าก้าวถูกทิศทาง ถูกวิธี ก็มีโอกาสสำเร็จสูง แต่ถ้าก้าวผิด ก็จะเดินไปสู่ความล้มเหลว ตัวกำหนดที่

สำคัญคือแรงจูงใจในการริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้


แรงจูงใจในการริเริ่มดำเนินการจัดการความรู้ แรงจูงใจแท้ต่อการดำเนินการจัดการความรู้ คือ
เป้าหมายที่งาน คน องค์กร และความเป็นชุมชนในที่ทำงานดังกล่าวแล้ว เป็นเงื่อนไขสำคัญ ในระดับที่เป็น

หัวใจสู่ความสำเร็จในการจัดการความรู้ แรงจูงใจเทียมจะนำไปสู่การดำเนินการจัดการความรู้แบบเทียม และ
ไปสู่ความล้มเหลวของการจัดการความรู้ในที่สุด แรงจูงใจเทียมต่อการดำเนินการจัดการความรู้ในสังคมไทย มี


ื่
มากมายหลายแบบ ที่พบบ่อยที่สุด คือ ทำเพียงเพอให้ได้ชื่อว่าทำ ทำเพราะถูกบังคบตามข้อกำหนด ทำตาม
แฟชั่นแต่ไม่เข้าใจความหมาย และวิธีการดำเนินการ จัดการความรู้อย่างแท้จริง
องค์ประกอบสำคัญของการจัดการความรู้ (Knowledge Process)

1.“คน” เป็นองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดเพราะเป็นแหล่งความรู้ และเป็นผู้นำความรู้ไปใช้ให้

เกิดประโยชน์
2.“เทคโนโลยี” เป็นเครื่องมือเพื่อให้คนสามารถค้นหา จัดเก็บ แลกเปลี่ยน รวมทั้งนำความรู้

ไปใช้อย่างง่าย และรวดเร็วขึ้น
3.“กระบวนการความรู้” เป็นการบริหารจัดการ เพื่อนำความรู้จากแหล่งความรู้ไปให้ผู้ใช้ เพื่อ

ทำให้เกิดการปรับปรุง และนวัตกรรม


กระบวนการจัดการความรู้ (Knowledge Management) เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้เกิดพัฒนาการของ
ความรู้ หรือการจัดการความรู้ที่จะเกิดขึ้นภายในองค์กร มีทั้งหมด 7 ขั้นตอน

1.การบ่งชี้ความรู้ (Knowledge Identification) เป็นการพิจารณาว่าองค์กรมีวิสัยทัศน์ พันธ

กิจ ยุทธศาสตร์ เป้าหมายคืออะไร เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ต้องใช้อะไร ปัจจุบันมีความรู้อะไรบ้าง อยู่ในรูปแบบ
ใด และอยู่ที่ใคร


2.การสร้างและแสวงหาความรู้ (Knowledge Creation and Acquisition) เป็นการสร้าง

แสวงหา รวบรวมความรู้ทั้งภายใน/ภายนอก รักษาความรู้เดิม แยกความรู้ที่ใช้ไม่ได้แล้วออกไป
3.การจัดความรู้ให้เป็นระบบ (Knowledge Organization) เป็นการกำหนดโครงสร้างความรู้

แบ่งชนิด ประเภท เพื่อให้สืบค้น เรียกคืน และใช้งานได้ง่าย

4.การประมวลและกลั่นกรองความรู้ (Knowledge Codification and Refinement) เป็น
การปรับปรุงรูปแบบเอกสารให้เป็นมาตรฐาน ใช้ภาษาเดียวกัน ปรับปรุงเนื้อหาให้ครบถ้วนสมบูรณ์

5.การเข้าถึงความรู้ (Knowledge Access) เป็นการทำให้ผู้ใช้ความรู้เข้าถึงความรู้ที่ต้องการ

ได้ง่ายและสะดวก เช่น ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) Web board บอร์ดประชาสัมพนธ์ เป็นต้น
6.การแบ่งปันแลกเปลี่ยนความรู้ (Knowledge Sharing) เป็นการแบ่งปัน สามารถทำได้หลาย

วิธีการ โดยกรณีที่เป็นความรู้ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge) อาจจัดทำเป็นเอกสาร ฐานความรู้ เทคโนโลยี

สารสนเทศ หรือกรณีที่เป็นความรู้ฝังลึก (Tacit Knowledge) จัดทำเป็นระบบทีมขามสายงาน กิจกรรมกลุ่ม
คุณภาพและนวัตกรรม ชุมชนแห่งการเรียนรู้ ระบบพี่เลี้ยง การสับเปลี่ยนงาน การยืมตัว เวทีแลกเปลี่ยน
ความรู้ เป็นต้น

7.การเรียนรู้ (Learning) เป็นการนำความรู้มาใช้ประโยชน์ในการตัดสินใจ แก้ปัญหา และทำ

ให้เป็นส่วนหนึ่งของงาน เช่น เกิดระบบการเรียนรู้จากสร้างองค์ความรู้ การนำความรู้ในไปใช้ เกิดการเรียนรู้
และประสบการณ์ใหม่ และหมุนเวียนต่อไปอย่างต่อเนื่อง


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี



แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๕ ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )


เรื่อง การคิดเป็น



ตัวชี้วัด

๑.รวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชนและคิดวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลด้าน

ตนเอง ด้านวิชาการ และด้านสังคมสิ่งแวดล้อม

๒.กำหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรมและมี

ความสุข การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผล เหมาะสมกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน/สังคม


เนื้อหา

๑. การรวบรวมและวิเคราะห์สภาพปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิดวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูล

ด้านตนเอง ด้านวิชาการและด้านสังคมสิ่งแวดล้อม

๒. กระบวนการและเทคนิคการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูลทั้ง ๓ ประการ ของ

บุคคลครอบครัวและชุมชน เพื่อประกอบการคิด การตัดสินใจ

๓. การกำหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม

และมีความสุขอย่างยั่งยืน การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน/สังคม



กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)

๑. ครูทบทวนบทเรียนจากการพบกลุ่มครั้งที่แล้ว

๒. ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์สภาพปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิด

วิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลด้านตนเอง ด้านวิชาการและด้านสังคมสิ่งแวดล้อม

๓.ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์กระบวนการและเทคนิคการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์และ

สังเคราะห์ข้อมูลทั้ง ๓ ประการ ของบุคคลครอบครัวและชุมชน เพื่อประกอบการคิด การตัดสินใจ

๔.ครูและนักเรียนร่วมกันวิเคราะห์การกำหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการ

แก้ปัญหาอย่างมีเหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความสุขอย่างยั่งยืน การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผล

เหมาะสมกับตนเอง ครอบครัวและชุมชน/สังคม


ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

๑. ผู้เรียนนำเสนอ กรต.เรื่อง การฝึกทักษะกระบวนการจัดการความรู้ด้วยตนเอง

๒. ผู้เรียนออกมานำเสนอหน้าชั้นเรียน

๓. ผู้เรียนศึกษาใบความรู้เรื่องการคิดเป็น

๔. ผู้เรียนได้วางแผนการเรียนรู้ด้วยตนเองเพอเตรียมนำเสนอในการพบกลุ่มครั้งต่อไป
ื่
ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

๑. ผู้เรียนสามารถอธิบายสภาพปัญหาของตนเอง ครอบครัว ชุมชน และคิดวิเคราะห์โดยใช้

ข้อมูลด้านตนเอง ด้านวิชาการและด้านสังคมสิ่งแวดล้อม

๒. ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์และอธิบายกระบวนการและเทคนิคการเก็บข้อมูลการวิเคราะห์

และสังเคราะห์ข้อมูลทั้ง ๓ ประการ ของบุคคลครอบครัวและชุมชน เพื่อประกอบการคิด การตัดสินใจ
๓. ผู้เรียนนำอัตราส่วนตรีโกณมิติ ไปใช้แก้ปัญหาเกี่ยวกับระยะทาง ความสูง และการวัด ที่

เกี่ยวข้องในชีวิตประจำวันได้อย่างเหมาะสม

๔.ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์การกำหนดแนวทางทางเลือกที่หลากหลายในการแก้ปัญหาอย่างมี
เหตุผล มีคุณธรรม จริยธรรม และมีความสุขอย่างยั่งยืน การประยุกต์ใช้อย่างมีเหตุผลเหมาะสมกับตนเอง

ครอบครัวและชุมชน/สังคม

๕. มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป
ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)

๑. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด/ใบงาน/แบบทดสอบย่อย
๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป



สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร๓๑๐๐๑

๒. ใบความรู้

๓. ใบงาน

๔. แบบทดสอบ

๕. ETV

๖. สื่อ Internet


การวัดและประเมิน

๑. สังเกต

๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)
ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรู้ เรื่อง การคิดเป็น


แนวคิด"คิดเป็น" ของ ดร. โกวิท วรพิพัฒน์

ดร.โกวิท วรพิพัฒน์และคณะ ได้ประยุกต์แนวความคิดในเรื่อง“คิดเป็น” และนำมาเป็นเป้าหมายสำคัญในการ

ให้บริการการศึกษาผู้ใหญ่ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2513 เป็นต้นมาดดยมีหลักการที่เป็นหัวใจสำคัญดังนี้ การวิเคราะห์


ปัญหาและแสวงหาคำตอบหรือทางเลือกเพื่อแก้ปัญหา คิดอย่างรอบคอบโดยอาศัยขอมูลตนเอง ข้อมูลสังคม
สิ่งแวดล้อมและข้อมูลทางวิชาการประกอบการตัดสินใจ แก้ปัญหาหรือหาทางเลือกเพื่อนำไปปฏิบัติ รู้จักคิด

เพื่อแก้ปัญหา ด้วยการกระทำการอย่างเหมาะสมและพอดี

จากหลักการดังที่กล่าวมา พอจะสรูปความหมายของคำว่า คิดเป็น ดังนี้



"คิดเป็น" หมายถึง กระบวนการที่คนเรานำมาใช้ในการตัดสินใจ โดยต้องแสวงหาข้อมูลของตนเอง ข้อมูลของ

สภาพแวดล้อมในชุมชนและสังคม และข้อมูลทางหลักวิชาการ แล้วนำมาวิเคราะห์หาทางเลือกในการตัดสินใจ

ที่เหมาะสม มีความพอดีระหว่างตนเองและสังคม




เมื่อครั้งดร.โกวิท วรพิพัฒน์ ปฏิบัติงานในตำแหน่งหัวหน้ากองการศึกษาผู้ใหญ่ กรมสามัญศึกษา (ระหว่างปี
พ.ศ.2511-2518) ท่านได้ริเริ่มโครงการการศึกษาผู้ใหญ่แบบเบ็ดเสร็จ (Functional Literacy) แบบไทย มุ่งให้


ผู้เข้ารับการศึกษาระดับชาวบ้านได้รู้จักคิดแก้ไขปัญหา ให้สอดคล้องกับสภาพสถานะของตน และของกลุ่มที่
เรียกว่า "คิดเป็น" โดยมีหลักการว่า เรียนแล้วสามารถนำข้อมูลทางวิชาการ ข้อมูลข้อจำกัดส่วนตัวของแต่ละ


บุคคล และข้อมูลเกี่ยวกับสังคม มาประมวลแล้วคิดหาคำตอบให้กับปัญหาของแต่ละคนหรือสังคม ซึ่งจะได้
คำตอบที่หลากหลายและตรงกับสภาพของแต่ละบุคคลหรือสังคม ไม่ใช่ว่าหนังสือบอกไว้อย่างไรแล้วต้องทำ


ตามเหมือนกันหมด คิดเองไม่เป็น แต่ถ้าคิดเป็นแล้วคำถามหรือปัญหาเดียวกันอาจได้คำตอบไม่เหมือนกันก็
เป็นได้



ื่
คิดเป็น"กระบวนการคิดเพอตัดสินใจ" โดยใช้ข้อมูล 3 ด้าน คือ ข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลทาง สังคมหรือสิ่งแวดล้อม


และขอมูลทางวิชาการ ปรัชญา "คิดเป็น" มีรายละเอียดและสาระที่น่าศึกษา


ใบงานที่ 1 เรื่อง การสำรวจตนเอง


ให้ผู้เรียนสำรวจตนเอง ว่าเคยประสบปัญหาสำคัญอะไรบ้างที่หนักใจที่สุด เลือกมา 1 ปัญหาแล้ว


ตอบคำถาม โดยการบันทึกสั้น ๆ ในแต่ละขอที่กำหนดให้
1. ชื่อปัญหา ............................................................................................................................

2. ลักษณะของปัญหา

ปัญหาการเรียน

ปัญหาการงาน

ปัญหากับครอบครัว

ปัญหาสังคม

อื่น ๆ (ระบุ)

3. สาเหตุ หรือที่มาของปัญหา

..............................................................................................................................................................................

..............................................................................................................................................................................


..............................................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................................


4. อธิบายผลเสีย หรือผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหาดังกล่าว
..........................................................................................................................................................................…


……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………….....................................................................................


5. ปัญหานั้นได้มีการแกไขเป็นที่พอใจหรือไม่ แก้ไขอย่างไร

..............................................................................................................................................................................


......................................................................................................................................................................…..…
…………………………………………………………………………………………………….............................................................





ผู้ตรวจ................................................................

(................................................................)

ตำแหน่ง.....................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชาทักษะการเรียนรู้ รหัสวิชา ทร 3๑๐๐๑
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี



แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ ๖ ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )



เรื่อง การวิจัยอย่างง่าย


ตัวชี้วัด
๑. อธิบายความหมาย ความสำคัญการวิจัยอย่างง่าย


๒. มีทักษะในการใช้สถิติ ง่ายๆ เพื่อการวิจัยและจัดทำเครื่องมือในการเก็บรวบรวมขอมูล
๓. มีทักษะในการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย
เนื้อหา

๑. ความหมาย ความสำคัญการวิจัยอย่างง่ายกระบวนการและขั้นตอนของการดำเนินงาน
๒. ฝึกทักษะ สถิติง่าย เพื่อการวิจัย เครื่องมือการวิจัย ฝึกทักษะในการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่ายๆ



กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation :O)

๑. ครูผู้สอนสอบถามความรู้พื้นฐานของการวิจัยอย่างง่าย กระบวนการขั้นตอนของการ
ดำเนินงาน

๒. ผู้เรียนร่วมกับครูสนทนา ศึกษาสภาพปัญหาที่เกิดขึ้นจากการเขียนการวิจัยอย่างง่าย

ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)
๑. ผู้เรียนศึกษาหลักการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่าย จากใบความรู้และทำกิจกรรมร่วมกัน

๒. ผู้เรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น ๔ กลุ่ม ศึกษาหลักการเขียนโครงการวิจัยอย่างง่ายๆ

๓. ผู้เรียนนำเสนอหน้าชั้น ตามหัวข้อที่ได้รับมอบหมาย โดยครูทำหน้าที่คอย เ ส น อ แ น ะ
เพิ่มเติมประเด็นที่ยังไม่สมบูรณ์ทั้งนี้โดยการกระตุ้น ใช้คำถามปลายเปิดในการชวนคิดชวนคุย เพื่อหาข้อสรุป

๔. ผู้เรียนศึกษา เรียนรู้เพิ่มเติมจากInternet

ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)
๑. ผู้เรียนนำหลักการเขียนฝึกทักษะ สถิติง่าย เพื่อการวิจัย เครื่องมือการวิจัย ฝึกทักษะใน

การเขียน โครงการวิจัยอย่างง่ายมาอภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน
๒. ผู้เรียนทำใบงานและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

๓. ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน
๔. มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป


ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evaluation : E)

๑. ผู้เรียนทำแบบทดสอบย่อย
๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป

๓. ครูสรุปองค์ความรู้และยกตัวอย่างผลของงานวิจัยที่สามารถบ่งบอกได้ว่าพลาสติกต้องใช้ระยะเวลานานใน

การย่อยสลาย และทำลายชั้นบรรยากาศเมื่อเกิดการเผาไหม้ และปลูกฝังให้ผู้เรียนงดการใช้พลาสติกส่งเสริมการใช้วัสดุที่เป็น
มิตรกับสิ่งแวดล้อม

สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชาทักษะการเรียนรู้ (ทร 3๑๐๐๑)

๒. สื่อ Internet

๓. ใบงาน
๔. แบบทดสอบ

๕. ETV
การวัดและประเมิน

๑. สังเกต

๒. ใบงาน
๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ

ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน
(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล

ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา

(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรู้ เรื่อง การวิจัยอย่างง่าย

การวิจัย เป็นกระบวนการแก้ปัญหา โดยผ่านการวางแผน การรวบรวมข้อมูลอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์ข้อมูล และ
การตีความหมายข้อมูล การวิจัยเป็นเครื่องมือสำคัญ ที่จะทำให้ได้ความรู้ใหม่ เป็นการส่งเสริมความก้าวหน้าและพัฒนาคนให้

สามารถเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะเป็นการลดความขัดแย้งของคนลง

ขั้นตอนการวิจัยอย่างง่าย
การวิจัยอย่างง่าย สามารถกำหนดขั้นตอนออกเป็น 6 ขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนที่ 1 การกำหนดประเด็นปัญหาและเป้าหมายของการวิจัย
โดยหลักการทั่วไป ทั้งประเด็นปัญหาและเป้าหมายควรกำหนดจาก

1. ความต้องการคำตอบ หรือคำอธิบาย หรือการค้นหาสรุป

2. ปัญหาที่เกิดจากการปฏิบัติงาน
3. ความต้องการในการพัฒนางาน

ขั้นตอนที่ 2 การกำหนดวิธีการวิจัยอย่างง่า ย
เป็นการวางแผนการดำเนินการช่วยในการวิจัย ดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุผลได้ง่าย ประกอบด้วย

1. สภาพปัจจุบันเป็นตัวกำหนดปัญหา

2. ขั้นตอนวิธีการ
3. แนวทางการวิเคราะห์ข้อมูล

4. แผนของระยะเวลาในการดำเนินการ

ขั้นตอนที่ 3 การรวบรวมข้อมูล
การรวบรวมข้อมูล จะดำเนินการควบคู่กับการจัดการเรียนรู้และระหว่างการวัดผลประเมินผลการเรียนรู้

ขั้นตอนที่ 4 การวิเคราะห์ข้อมูล
การวิเคราะห์ข้อมูลความหมายที่ เป็นการนำข้อมูลทั้งหมดมาวิเคราะห์หรือจัดกระทำให้ได้ความหมายที่จะนำไป

ตอบคำถามการวิจัยหรืออธิบายผลตามเป้าหมายของการวิจัย

ขั้นตอนที่ 5 การสรุปและเขียนรายงานการวิจัย
การเขียนรายงานการวิจัยอย่างง่าย อาจเขียนไม่เป็นทางการ ไม่เน้นศัพท์เทคนิคทางการวิจัย แต่เน้นการเขียน

ตามสภาพจริงที่เกิดขึ้น
องค์ประกอบของรายงานการวิจัยอย่างง่าย มีดังนี้

1. ชื่อเรื่องการวิจัย

2. ชื่อผู้วิจัย
3. ความสำคัญของการดำเนินการวิจัย

4. ปัญหาการวิจัย

5. เป้าหมายของการวิจัย
6. วิธีการวิจัยและระยะเวลาการดำเนินการวิจัย

7. การวิเคราะห์ข้อมูล / สรุปผลการวิจัย / ข้อเสนอแนะ

ขั้นตอนที่ 6 การเผยแพร่ผลงานวิจัย


ใบงาน เรื่อง “การวิจัยอย่างง่าย

ให้ผู้เรียนศึกษาจากตำราและทางอินเตอร์เน็ตเกี่ยวกับเรื่องการวิจัยอย่างง่าย และตอบคำถาม ต่อไปนี้

1. การวิจัย หมายถึง
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
การวิจัย มีความสำคัญอย่างไร

...............……………………………………...............................................………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………..…………………………………..

2. องค์ประกอบในการวิจัยมีหัวข้ออะไรบ้าง

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
..………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

สถิติง่าย ๆ ที่ใช้เพื่อการวิจัย มีอะไรบ้าง
………….………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………..…………………………………………………………………………

3. เครื่องมือการวิจัยที่นิยมใช้มาก ได้แก่
(1)…………………………………………………………….………………………….………………………………………………………

(2)…………………………………………………………………………………………………………………………………………………
(3)…………………………………………………………………………………………………………………………………………………

6. จงบอกวิธีการเผยแพร่งานวิจัยมา 3 วิธี

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

.……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

7. ประโยชน์ของการวิจัย
………………………………………………………...................................................……………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………........................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสรายวิชา พต 31001
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี




แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 7 ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )
เรื่อง การอ่านออกเสียง พยัญชนะต้นคํา-ท้ายคํา


ตัวชี้วัด

มีความรูความเขาใจทักษะและเจตคติเกี่ยวกับภาษา ทาทาง การฟง พูด อาน เขียน ภาษาตางประเทศดวย
ประโยคที่ซับซอนมากขึ้นในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตนถูกตองตามหลักภาษา วัฒนธรรมและกาลเทศะของเจา

ของภาษา


เนื้อหา

เรื่องที่ 1 ทบทวนการออกเสียง พยัญชนะต้นคําที่ยาก เช่น เสียง s z ch sh
เรื่องที่ 2 การอ่านออกเสียงท้าคําที่ถูกต้อง

เรื่องที่ 3 การออกเสียงหนัก-เบา (Stress) วิธีการออกเสียง หนัก-เบา ของคําในลักษณะต่าง ๆ

เรื่องที่ 4 การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ํา (Intonation) วิธีการออกเสียงของประโยคลักษณะต่าง ๆ เรื่องที่
5 การออกเสียงเชื่อมโยง (Linking Sound)

ความน่าจะเป็น

ตีความหมายจากน้ําเสียงของผูอื่นและรูจักใชน้ําเสียงในการแสดงความรูสึกระหวางการ
สนทนาได ไดแก ดีใจ เสียใจ พึงพอใจ ไมพงพอใจ ซาบซึ้ง ผิดหวัง ปรารถนาดี ชื่นชม และเห็นใจ

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)
1. ครูและผูเรียนรวมกันสรางความเขาใจการออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกตอง

2. ครูสุมเรียกผูเรียนใหทดลองออกเสียงทายคํา ใหเพื่อนๆฟง วาถูกหรือไมอยางไร
ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

1. ศึกษาจากใบความรูการออกเสียงภาษาอังกฤษเกี่ยวกับการออกเสียงพยัญชนะตนคํา–ทายคํา
การออก เสียงหนัก-เบา (Stress) การออกเสียงตามระดับเสียงสูง-ต่ํา (Intonation) การออก

เสียงเชื่อมโยง (Linking Sound)

2. ฟง ดู การออกเสียงบทสนทนา
3. ฝกการออกเสียงตามบัตรคํา

4. บอกพยางคที่มีการเนนเสียงหนัก-เบาได

5. ออกเสียงสูง-ต่ําของประโยคลักษณะตาง ๆ ไดถูกตอง
6. การออกเสียงเชื่อมโยงระหวางคําไดถูกตอง


ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

๑. ผู้เรียนสามารถการอ่านออกเสียง พยัญชนะต้นคํา-ท้ายคํา ความน่าจะเป็นมาปรับใช้ได้อย่าง
เหมาะสม ดังนี้

1.1 ฟง ดู การออกเสียงบทสนทนา

1.2 ฝกการออกเสียงตามบัตรคํา
1.3 บอกพยางคที่มีการเนนเสียงหนัก-เบาได

1.4 ออกเสียงสูง-ต่ําของประโยคลักษณะตาง ๆ ไดถูกตอ ง
1.5 การออกเสียงเชื่อมโยงระหวางคําไดถูกตอ ง

๒. ผู้เรียนทำใบงานและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

๓. ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน
๔. มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป

ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)
๑. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด

๒. ผู้เรียนทำใบงาน/ทำแบบทดสอบย่อย

๓. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป
สื่อการเรียนรู้

ื่
๑. หนังสือเรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษเพอชีวิตและสังคม (รหัสรายวิชา พต 31001)
๒. ใบความรู้
๓. ใบงาน

๔. แบบทดสอบ
๕. ETV

๖. สื่อ Internet

การวัดและประเมิน
๑. สังเกต

๒. ใบงาน
๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย
ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรูเรื่องการออกเสียงภาษาอังกฤษ

การจะพูดภาษาใดนั้นตองเริ่มตนดวยการออกเสียงใหถูกตองกอนแลวจึงหัดพูดเปนประโยค

ื่
เราเรียน ภาษาอังกฤษมาเปนเวลานานแตไมไดเรียนเพอการพูด เราเรียนเกี่ยวกับการออกเสียงก็เพียงเพื่อใหรู


จักภาษาองกฤษ และก็ไดเรียนกันมาโดยถูกตองเปนบางสวนเทานั้น เราจะมาเริ่มตนการออกเสียงอกษร 26 ตัว
ใหถูกตอง ดังนี้ A, a ปกติเราจะออกเสียงวา เอ การออกเสียงที่ถูกตอง ออกเสียงวา เอ+อิ เพื่อไมใหยุงยากต

อการออกเสียง ใหทําดังนี้คือ เหยียดริมฝปากออกใหกวาง ออกเสียง เอ แลวเลื่อนขากรรไกรพรอมกับลิ้นสูงขึ้น

เพื่อออกเสียง อิ คําใด ๆ ที่มีอกษร a อยูดวยแลวอานออกเสียงอยางที่กลาว เชนคําวา day, way, cake ออก

เสียง เอ เทานั้นฝรั่งก็เขาใจแต ไมไดเปนเสียง ที่เขาออกเสียงกัน B, b ออกเสียง บี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียด

ริมฝปากออกกวางกวาเสียง อ ของไทย C, c ออกเสียง ซี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝปากออกเชนกัน D,

d ออกเสียง ดี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียดริมฝปากออกเชนกัน E, e ออกเสียง อี ออกเสียงสระ อี โดยเหยียด

ริมฝปากออกเชนกัน F, f ออกเสียงวา เอฟ โดยตอนทายออกเสียง ฟ โดยใหไดยินเสียงลมเสียดสีระหวางฟ

นบนกับริมฝปากลาง สวนมากคน ไทยจะไมออกเสียงพยัญชนะทายคํา G, g เราออกเสียงวา จี โดยออกเสียง จ

แบบภาษาไทย ถาหากจะออกเสียงใหถูกตองแลวตองดัดแปลงจาก เสียง จ ภาษาไทยใหเปนเสียงที่ฝรั่งเขาออก


กันดังนี้คอ ใหหอริมฝปากเขามาเล็กนอยและทาริมฝปากใหยื่นออกไป ขางหนาเล็กนอยแลวออกเสียง จ ใหแร

งกวาการออกเสียง จ ของไทยแลวจึงออกเสียง อี โดยเหยียดริมฝปากออก H, h ปกติเราออกเสียงวา เอช ออก

เสียง a ดังที่กลาวไปแลวคือ เอ+อิ แลวออกเสียง ช เสียงตอนทายตอง ออกเสียง ช ใหชัดเจนแตตองดัดแปลง

เสียง ช แบบไทย ๆ เปนเสียง ch ของฝรั่งคือทําเชนเดียวกันกับลักษณะการออก เสียง g โดยหอริมฝปากนิด

หนอยและทําริมฝปากใหยื่นออกไปขางหนาเล็กนอยแลวจึงออกเสียง ช ออกมาใหคอนขาง แรง เพื่อใหงายต

อการออกเสียงใหทําอยางออกเสียง a แบบที่กลาวไปแลวและหอปากเขามาเล็กนอยและใหยื่นออกไป เล็กนอง

แลวออกเสียง ช แรง ๆ มีบางคนออกเสียงวา เฮช จะวาผิดก็ไมเชิงเพราะชาว Irish ซึ่งพูดภาษาอังกฤษ

เหมือนกันออกเสียงแบบนั้น เพียงแตไมเปนที่นิยมของคนทั่วไป I, i ปกติเราจะออกเสียงวา ไอ ตองแกไขโดย

ออกเสียงวา อาย แบบออกเสียง eye คําตาง ๆ ที่เราเคยออก เสียงวา ไอ ใหเปลี่ยนเปนออกเสียง อาย แทน

บางครั้งเสียง อาย นี้ก็สั้นจนฟงแลวเหมือนเสียง ไอ เสียงจะสั้นหรือยาว เอาไวเรียนกันทีหลัง ซึ่งขึ้นกับ

พยัญชนะทตามมา ถาออกเสียง I โดด ๆ ก็เปนเสียง อาย ไมสั้น ความจริงแลว เสียง ไอ ของฝรั่งไมมี มีแตเสียง
ี่
อาย ยาวหรือสั้น ตัวอยางการออกเสียงนี้ไดแก bicycle, side, direct เสียง อายจะ สั้นในคําที่มีเสียงพยัญชนะ

เสียงหนักตามเชนคําวา bite, kite, light, life พยัญชนะเสียงหนักมีอะไรบางแลวจะกลาว ในภายหลัง


กิจกรรมใบงาน


แบบฝกหัดเรื่อง การออกเสียงภาษาอังกฤษที่ถูกตอง



Mother อานวา...........................................................


January อานวา............................................................


Occupation อานวา............................................................


Nationality อานวา............................................................



University อานวา............................................................


Collect อานวา............................................................


Social อานวา............................................................


Economic อานวา............................................................



Development อานวา............................................................


Buddhism อานวา...................................................................


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสรายวิชา พต 31001
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี




แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 8 ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )
เรื่อง การแสดงความรูสึก

ตัวชี้วัด
มีความรูความเขาใจทักษะและเจตคติเกี่ยวกับภาษา ทาทาง การฟง พูด อาน เขียน ภาษาตางประเทศดวย

ประโยคที่ซับซอนมากขึ้นในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตนถูกตองตามหลักภาษา วัฒนธรรมและกาลเทศะของเจา
ของภาษา

เนื้อหา

เรื่องที่ 1 การแสดงความดีใจ /เสียใจ
เรื่องที่ 2 การแสดงความพอใจ/ไมพอใจ

เรื่องที่ 3 การแสดงความปรารถนา/เห็นใจและการตอบ
เรื่องที่ 4 การแสดงความตองการการนําเสนอ/ใหความชวยเหลือ/บริการ รวมทั้งการตอบ

รับ/ปฏิเสธการให ความชวยเหลือ/บริการ

ความน่าจะเป็น
ตีความหมายจากน้ําเสียงของผูอื่นและรูจักใชน้ําเสียงในการแสดงความรูสึกระหวางการ


สนทนาได ไดแก ดีใจ เสียใจ พึงพอใจ ไมพงพอใจ ซาบซึ้ง ผิดหวัง ปรารถนาดี ชื่นชม และเห็นใจ

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)
1. ครูเลาสภาพปญหาเหตุการณที่เกิดขึ้นกับตนเองในการซื้อขายสินคากับชาวตางชาติ เมื่อเกิดป

ญหาในการ ติดตอสื่อสาร

2. ครูและผูเรียนรวมกันสรางความเขาใจกับสภาพปญหาจากเหตุการณและมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู
ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

1. ใหใบความรูเกี่ยวกับประโยคการแสดงความรูสึกตางๆ
2. ครูและผูเรียนรวมกันฝกอานบทสนทนาเกี่ยวกับการแสดงความรูสึกตางๆ

3. ใหผูเรียนจับคูรวมกันฝกอานบทสนทนาเกี่ยวกับการแสดงความรูสึกตางๆ


ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

1. ครูประเมินผลจากแบบสังเกต
2. ครูและผูเรียนรวมกันฝกอานบทสนทนา ทบทวนอีกครั้ง

3. ผู้เรียนทำใบงานและสรุปองค์ความรู้และบันทึกผลการเรียนรู้ที่ได้จากการเรียนรู้

4. ผู้เรียนนำความรู้ที่ได้จากการเรียนรู้มาปรับใช้เป็นในชีวิตประจำวัน
5. มอบหมายงาน กรต.ครั้งต่อไป

ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)
๑. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด

๒. ผู้เรียนทำใบงาน/ทำแบบทดสอบย่อย

๓. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป
สื่อการเรียนรู้

๑. หนังสือเรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษเพอชีวิตและสังคม (รหัสรายวิชา พต 31001)
ื่
๒. ใบความรู้


๓. ใบงาน
๔. แบบทดสอบ


๕. ETV
๖. สื่อ Internet



การวัดและประเมิน
๑. สังเกต

๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย
ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรูเรื่อง คํา วลี ประโยคการแสดงความรูสึกตาง ๆ


1. การกลาวแสดงความเห็นใจ สํานวนที่ใชกลาวแสดงความเห็นใจในขาวราย เชน เรื่องการตาย หรือเรื่องไมดี

ดังตัวอยางตอไปนี้


- I’m very sorry to hear that………………….. (อาม เวริ ซอริ ทู เฮีย แดท................................) ฉันเสียใจดวยนะที่ไดยินวา...............................



- I was very sorry to hear of ……………………. (ไอ วอซ เวริ ซอริ ทู เฮีย เอิฟ) ฉันเสียใจดวยนะที่ไดยินวา..................................



- Please accept my sincere sympathy. (พลีส แอคเซฟ มาย ซินเซอร ซิมพาทท) ไมมีคําไทยตรง หมาย
ถึงวา ขอแสดงความเสียใจดวยจริง ๆ


- How unfortunate ! (ฮาว อันฟอรจูเนท) ชางโชครายอะไรอยางนี้



- What a pity ! (วอท อะ พททิ ) ชางนาสงสาร


- What a shame ! (วอท อะ เชม) ชางนาละอาย การตอบรับการแสดงความเห็นใจนั้นมักจะพูดวา


- Thank you for your concern (แธงคกิ่ว ฟอร ยัวร คันเซิน) ขอบคุณสําหรับความหวงใยของคุณ


- Thank you . I appreciate it . (แธงคกิ่ว ไอ แอพพรีชิเอท อิท) ขอบคุณคะ ดิฉันซาบซึ้งในน้ําใจของคุณ

หรือกลาวเพียงสั้น ๆ วา



- Thanks. (แธงคส) ขอบคุณ


กิจกรรมใบงาน


เรื่อง วลี คํา ประโยค แสดงความรูสึกตางๆ



เพิ่มคําในชองวาง


Dialogue 1


that’s / sorry / apologize


Mary : I’m (1) but I can’t find the pen that you lend me.



Harry : Oh,(2) all right.


Mary : I must (3) . I’ll buy you a new one tomorrow.


Harry : No. Please don’t. I couldn’t let you do that.






เฉลยใบงานเรื่อง วลี คํา ประโยค แสดงความรูสึกตางๆ


Dialogue 1


1. Sorry


2. That’s



3. Apologize


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสรายวิชา พต 31001
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี




แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 10 ( จำนวน ๖ ชั่วโมง )
เรื่อง สัญลักษณ และปายประกาศตางๆ


ตัวชี้วัด

มีความรูความเขาใจทักษะและเจตคติเกี่ยวกับภาษา ทาทาง การฟง พูด อาน เขียน ภาษาตางประเทศดวย
ประโยคที่ซับซอนมากขึ้นในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตนถูกตองตามหลักภาษา วัฒนธรรมและกาลเทศะของเจา

ของภาษา

เนื้อหา
เรื่องที่ 1 สัญลักษณและปายประกาศตางๆ

เรื่องที่ 2 สลากยา และคูมือการใชอุปกรณตางๆ
เรื่องที่ 3 คําแนะนําและคําเตือนตางๆ

ความน่าจะเป็น

อานและทําตามคําแนะนําในการใชคูมือปาย คําแนะนํา วิธีการปรุงขอควรระวังและปาย
ประกาศ

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้

ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)
1. ชี้แจงจุดประสงคการเรียนรู

2. ทักทาย ตามชวงเวลาที่จัดการเรียนรู
ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)

1. อานใบความรูเรื่อง การทักทายชวงเวลาตาง ๆ และตอบรับการทักทาย

2. ฝกพูดโตตอบ
3. ทําแบบฝกหัดและแบบทดสอบ

ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)
ทักทายและตอบรับการทักทาย เพื่อสรางความสัมพันธระหวางบุคคลไดถูกตอง

เหมาะสมกับชวงเวลาตาง ๆ

ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)
๑. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด

๒. ผู้เรียนทำใบงาน/ทำแบบทดสอบย่อย

๒. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป


สื่อการเรียนรู้

ื่
๑. หนังสือเรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษเพอชีวิตและสังคม (รหัสรายวิชา พต 31001)
๒. ใบความรู้

๓. ใบงาน

๔. แบบทดสอบ

๕. ETV

๖. สื่อ Internet



การวัดและประเมิน
๑. สังเกต

๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ

๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)

ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล

ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

(นางมัทมา แวนาแว)
ครูผู้ช่วย

ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา

(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)
ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรูเรื่อง เครื่องหมายหรือสัญลักษณ ( Sign or Symbol )


เครื่องหมายหรือสัญลักษณ คือ สิ่งที่บงบอกใหรูความหมายของสัญลักษณหรือปายประกาศ

ตาม สถานที่ตาง ๆ เปนการใหขอมูลที่เปนสัญลักษณ เชน การหาม การเตือน การขอความชวยเหลือ ฯลฯ เชน





No smoking โน สโมคกิ้ง หามสูบบุหรี









ปายสัญลักษณจราจรภาษาอังกฤษ Traffic signs


กิจกรรมใบงาน


เรื่องเครื่องหมาย สัญลักษณ ปายประกาศและคําอธิบาย







คําศพท…………………………

คําอาน………………..…..……


ความหมาย…………………..










คําศพท…………………………

คําอาน………………..…..……



ความหมาย…………………..









คําศพท…………………………


คําอาน………………..…..……


ความหมาย…………………..


แผนการจัดการเรียนรู้ ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย

รายวิชา ภาษาอังกฤษเพื่อชีวิตและสังคม รหัสรายวิชา พต 31001
ศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยอำเภอสุไหงปาดี




แผนการจัดการเรียนรู้ แบบพบกลุ่ม ครั้งที่ 11 ( จำนวน ๖ ชั่วโมง
เรื่อง การติดตอสื่อสารทางโทรศัพท์

ตัวชี้วัด
มีความรูความเขาใจทักษะและเจตคติเกี่ยวกับภาษา ทาทาง การฟง พูด อาน เขียน ภาษาตางประเทศดวย

ประโยคที่ซับซอนมากขึ้นในชีวิตประจําวัน และงานอาชีพของตนถูกตองตามหลักภาษา วัฒนธรรมและกาลเทศะของเจา
ของภาษา

เนื้อหา

เรื่องที่ 1 การติดตอทางโทรศัพทกับผูคุนเคย
เรื่องที่ 2 การติดตอทางโทรศัพทเพื่อสอบถามขอมูลตาง ๆ ได

เรื่องที่ 3 การติดตอทางโทรศัพทเพื่อการประกอบอาชีพได้
ความน่าจะเป็น

การติดตอสื่อสารทางโทรศัพทไดคลองแคลว

กิจกรรมการจัดการเรียนรู้
ขั้นที่ ๑ กำหนดสภาพปัญหา ความต้องการในการเรียนรู้ (Orientation : O)

1.1 ชี้แจงจุดประสงคการเรียนรู

1.2 ทักทาย ตามชวงเวลาที่จัดการเรียนรู
1.3 ครูพูดทักทายผูเรียนและถามผูเรียนวาในชีวิตประจําวันการพูดสื่อสารทาง

โทรศัพทมีความสําคัญ อยางไร
1.4 ครูและผูเรียนรวมกันสรางความเขาใจการพูดสนทนาทางโทรศัพท



ขั้นที่ ๒ แสวงหาข้อมูลและการจัดการเรียนรู้ (New ways of learning : N)
2.1 ใหผูเรียนชมวิดีทัศน เรื่องการทักทายและการสื่อสารโทรศัพทพรอมกับแจกใบ

ความรูเกี่ยวบท สนทนาเรื่องการทักทายและการสื่อสารทางโทรศัพท
2.2. ใหผูเรียนจับคูสนทนาตามเรื่องที่กําหนด ในใบงานพรอมกับฝกอานบทสนทนา

2.3 ใหผูเรียนแตละกลุมฝกอานตามบทสนทนา และใหนํามาแสดงบทบาท

สมมุติหนาชั้นเรียน
ขั้นที่ ๓ การปฏิบัติและการนำไปประยุกต์ใช้ (Implementation : I)

ผูเรียนนําความรูที่ไดรับนําไปใชในชีวิตประจําวันได


ขั้นที่ ๔ การประเมินผลการเรียนรู้ (Evalyation : E)

๑. ผู้เรียนทำแบบฝึกหัด
๒. ผู้เรียนทำใบงาน/ทำแบบทดสอบย่อย

๓. ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้ เพื่อต่อยอดในการพบกลุ่มครั้งต่อไป

สื่อการเรียนรู้
๑. หนังสือเรียนรายวิชา ภาษาอังกฤษเพอชีวิตและสังคม (รหัสรายวิชา พต 31001)
ื่
๒. ใบความรู้
๓. ใบงาน

๔. แบบทดสอบ

๕. ETV
๖. สื่อ Internet

การวัดและประเมิน
๑. สังเกต

๒. ใบงาน

๓. แบบทดสอบ
๔. การรายงานและการนำเสนอ


ลงชื่อ........................................................ครูผู้สอน

(นางสาวรุสนีดา ยูนุ๊)
ตำแหน่ง ครู กศน.ตำบล


ความคิดเห็นหัวหน้างานการศกษาขั้นพื้นฐาน
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………



ลงชื่อ....................................หัวหน้างานการศึกษาขั้นพื้นฐาน
(นางมัทมา แวนาแว)

ครูผู้ช่วย
ความคิดเห็นผู้บริหารสถานศึกษา

…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………


ลงชื่อ........................................ผู้บริหารสถานศึกษา
(นายหทัยกาญจน์ วัฒนสิทธิ์)

ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอสุไหงปาดี


ใบความรูเรื่องการพูดสนทนาทางโทรศัพท


การรูจักประโยคตางๆ ที่ใชในการสนทนาโตตอบหรือติดตอสื่อสารทางโทรศัพทเปนทักษะเบื้องตนที่ สําคัญ

สําหรับการนําไปประยุกตใชในการประกอบอาชีพและการดําเนินชีวิตประจําวัน ตัวอยางประโยคที่ใชใน การสนทนาในสถานการณ

ตางๆ เชน
Introductions

เริ่มการสนทนาทางโทรศัพทดวยการแนะนําตัวเอง เชน
"Hello, this is Louis Barker.

ถาผูที่โทรเขามาไมได แนะนําตัวเขา เราสามารถใชประโยคคําถามวา

"May I ask who's calling, please?"
Asking for someone / Making a request

ประโยคที่ใชในการถามหาคนทึ่ตองการพูดดวย เชน
"May I speak to Alax Johnson, please?"

หรือถามีเบอรตอแตไม ทราบชื่อของเจาของเบอรนั้น ควรพูดวา

"Could I have extension number 635?"

ถาโทรเพื่อจุดประสงคชัดเจนไมด อยากคุยกับใครเปนการเจาะจง ควรบอกวัตถุประสงคของการโทร เชน
"I’m calling to make a reservation."

ถือสายรอหรือโอนสาย
"Please hold" เป นภาษาทางโทรศัพทที่หมายถึง "รอสักครู" ถา transferred (โอนสาย) ไปที่เบอรตออื่น

เรา มักจะไดยินการบอกกลาววา"Connecting your call..." หรือ "Please hold, I'll transfer you." แต
ถาติดตอ ทางธุรกิจในชวงเวลาที่ยุงๆ เราอาจไดยินเพียงคําบอกสั้นๆ ใหถือสายรอวา"Hello, please

hold!" กอนที่โอ ปะเรเตอรจะตัดไปรับสายอื่น ฝากขอความ

ประโยคที่ถามวา จะฝากขอความไวหรือไม เชน
"Would you like to leave a message?"

และประโยคที่ใชบอกวาจะฝากขอความไว เช น
"May I leave a message?"

และถาตองการใหติดตอกลับก็อาจฝากเบอรโทรศัพทของเราไว ซึ่งพูดวา call back number ขอใหอีกฝายพูดชาลง

ในกรณีที่ฟงไมเขาใจหรือฟงไมทันสามารถบอกใหอีกฝายพูดชาลง โดยใชประโยค เชน
could you please speak slowly?

หรืออาจขอใหอีกฝายรูวาเราไมเกงภาษาอังกฤษ อาจใชคําวา

"My English isn't very strong, could you please speak slowly?"
สิ่งที่สําคัญในการพูดโทรศัพทคือการใชคําและน้ําเสียงที่สุภาพเรียบรอย เมื่อตองการขอรองใหใครทํา อะไรให

ควรใชคําตอไปนี้ในประโยคดวย ไมวาจะเปน 'Could you' และ 'Please' และอยาลืมจบการสนทนาดวยคําวา 'Thank you'

และ 'Goodbye'!


Click to View FlipBook Version