้
่
สาเหตุของการไมกลาตัดสนใจ
ิ
กลัวความผิดพลาด ล้มเหลว
ู
ิ
กลัวถกปฏเสธ ขาดการยอมรบ
ั
่
์
ี
ึ
ไม่แน่ใจในผลลัพธทจะเกิดข้น
่
คดว่าไม่ใช่หน้าทของตัวเอง
ิ
ี
อยากให้ผู้อนตัดสนใจแทนมากกว่า
ื่
ิ
กลัวประวัตศาสตรจะซ ารอย
ิ
์
้
ั
ื
่
ิ
คุณตัดสนใจทุกเรองหรอไมครบ?
ื
่
ั
ิ
้
สรุปแนวความคิดในการแกปญหาและการตัดสนใจ
ิ
▪ เปลยนความคด...ก้าวข้ามอปสรรคได้
ุ
ี่
้
ุ
ั
ิ
▪ การสรางมมมองเชงบวกต่อปญหาตลอดเวลา
ิ
ั
ื่
ุ
▪ รบผิดชอบในการตัดสนใจทกเรองด้วยตัวเอง
ิ
▪ ก าหนดทางเลอกเพือการตัดสนใจทแม่นย า
ี
ื
่
่
์
ี
ั
่
ุ
▪ สนกและมความสขกับประสบการณทได้รบ
ี
ุ
์
ู
ิ
▪ ภมใจในภาพลักษณ “Mr. No Problem!”
การท างานเชงรุก (Proactive Working)
ิ
ั
เปาหมายส าคัญกว่าปญหาและอปสรรค
ุ
้
ก าหนดการตอบสนองต่อเหตการณเปนเชงบวก
์
ุ
็
ิ
ื
ิ
ั
ั
่
่
ื
เชอมั่นในความคดของตัวเองแต่รบฟงผู้อน
รบผิดชอบกับผลลัพธ 100 เปอรเซนต์เต็ม
์
็
ั
์
่
กล้าทจะเผชญกับความกลัวและความล้มเหลว
ิ
ี
้
สรางทัศนคตเชงบวกกับการท างานอยู่เสมอ
ิ
ิ
้
ิ
การบรหารทีมงานใหเปนทีมเวิรค (Team Spirit)
์
็
ก าหนดเปาหมายร่วมกัน
้
ุ
ู
การใช้คนให้ถกกับจดเด่นของเขา
้
ี่
การสอสาร สรางสัมพันธ์ทดภายในทม
ี
ี
ื่
ื
ี
่
การพัฒนาทมงานอย่างต่อเนอง
เตรยมพรอมกับการเปลยนแปลงอยู่เสมอ
ี
้
ี
่
ี
็
ลดความขัดแย้งภายในทมอย่างรวดเรว
การวางแผนพัฒนาทักษะของตัวเอง
ุ
ี่
ื
ี่
ื
ทักษะทคณเลอกทจะพัฒนาคอข้อใด ?
แนวความคดทคณเลอกเปนเพราะเหตใด ?
ุ
ื
ุ
็
ี่
ิ
ุ
์
คณจะน าไปใช้กับเหตการณใดบ้าง ?
ุ
ื
คาดหวังทจะเกิดผลลัพธในเรองใดบ้าง ?
่
ี
์
่
การพัฒนาตัวเองในฐานะผูบรหาร
ิ
้
่
ุ
ื
ี
ิ
ก าหนดเหตการณทคณเลอกแสดงบทละครในฐานะผู้บรหาร
์
ุ
ิ
ี
ิ
ี
่
- คณช้แจงนโยบายทปฏบัตได้ยากกับทมงาน
ุ
ี
ี
ิ
- เกิดเหตการณความผิดพลาดทวิกฤตคณต้องตัดสนใจ
ุ
ุ
่
์
- คณมความฝนและต้องการจงใจให้ทมงานร่วมมอ
ู
ี
ื
ี
ุ
ั
ิ
ุ
ั
ี
- คณฐานะผู้จัดการต้องตัดสนใจปญหาของทมงาน
ี
- องค์กรเกิดการเปลยนแปลงคณจะบอกทมงานอย่างไร
่
ี
ุ
แสดงบทละครตามคณสมบัตของผู้บรหาร
ุ
ิ
ิ
ั
ิ
ิ
่
ี
ผู้ก ากับอธบายแนวความคดทน ามาใช้แสดงคร้งน้ ี
การบานเพอการนาไปฝกฝนและปฏิบัติจรง
ึ
้
ื่
ิ
ิ
ื
์
คณเลอกไปปฏบัตอย่างไรกับสถานการณไหน ?
ิ
ุ
ี
์
ื
ุ
ุ
สาเหตทคณเลอกสถานการณน้เพราะเหตใด ?
ี
ุ
่
์
ี
ุ
ิ
ิ
คณจะปฏบัตอย่างไรกับสถานการณน้ ?
ุ
คณคาดหวังเกิดการเปลยนแปลงเรองใด ?
ี
่
ื
่
็
ุ
การพัฒนาภาวะความเปนผู้น าในตัวคณ
ให้แข็งแกร่ง
108
หลัก 3 ค
้
็
1. ความเปนผูนา
2. ความรู ้
3. ความสามัคคี
109
VDO_มด
้
ทัศนคติที่ดี ประกอบดวย
ั
้
•ความรก และความเขาใจ
่
่
่
•ความมุงมันในงานทีท า
่
้
•ความเชอมันวาทุกสงสามารถเกิดขึ้นได
ื
่
่
ิ
่
111
ิ
ทัศนคติเชงบวก
(Positive Attitude)
้
่
้
่
ิ
้
คุณตองเขาใจอยางแทจรงวา
ิ
ื
่
่
“ทัศนคติเชงบวกเปนทางเลอกของคุณ ไมใชสภาพแวดลอมตัวคุณ”
้
็
้
่
ั
่
้
์
์
ี
่
“ทัศนคติ คอ วิธทีคุณจะตอบสนองตอสถานการณตาง ๆ ไมใชตัวสถานการณนน ๆ”
ื
่
้
่
“คุณตองควบคุม วิธทีคุณเลอก และวิธทีคุณตอบสนอง”
ี
่
ี
ื
112
เรมตนจากใคร จึงเกิดพลังบวก
ิ่
้
่
ื่
้
เรมตนที่ตนเอง ลองปรบเปลี่ยนความคิด ตังแตตนนอน ใหรูสกดีๆ
ั
้
ิ่
ึ
้
้
์
ั
ลองคิดถึงประโยชนของความรบผิดชอบที่เพิ่มขึ้น
่
ิ่
ึ
ลองนกถึงสงที่แยกวา
่
้
ิ
หมั่นตังค าถามเชงบวก
มีเปาหมายชดเจน
้
ั
113
ั
ิ
คุณลักษณะของนกคิดเชงบวก
ความเชอ...
ื่
่
ื
o เชอว่าเราท าได้ เราก็ท าได้
ื
่
่
ื
o เชอมั่นต่อผู้อน
ี่
o เชอมั่นในการกระท า ว่าจะก่อผลลัพธทด ี
่
์
ื
ึ
ี
ื
o เชอมั่นว่า ส่งด ๆ จะเกิดข้นกับตัวเอง
ิ
่
114
่
้
็
การเปนผูนาทีดี จ าเปนตองมีความรู และสามารถพัฒนา
้
้
็
้
่
้
ความรูในดานตาง ๆ ได ้
ู
1. รจักตนเอง
้
ู
ุ
้
2. รจักการวิเคราะหหาเหต และผล
์
3. รจักการพัฒนาศักยภาพของตนเอง เรยนรตลอด
้
้
ู
ู
ี
ิ
4. เข้าใจหลักจตวิทยาด้านต่าง ๆ
็
ู
ี
้
5. เรยนรการท าตนเปนคนด ี
ี
ี
ู
้
6. เรยนรแนวทางในการพัฒนางาน และทมงาน
115
การพัฒนาตนเอง
็
ี
สรางความสาเรจในชวิต
้
่
่
1. ไมมีใครเกงมาตังแตเกิด
่
้
่
์
่
2. พรสวรรคมีก็ดี แตพรแสวงชวยในการพัฒนา
่
่
ื
3. อันตรายทีสุด คอ การคิดวาเรารูแลว แตจรงๆ เรา
้
้
ิ
่
่
้
ไมรูอะไรเลย
้
็
็
่
ี
4. การเรยนรูจากคนทีสาเรจ เปนเสนทางทีท าให ้
่
้
้
่
ั
้
ประสบความสาเรจในสายงานอาชพนนไดงาย
ี
็
และเรวทีสุด
่
็
116
่
ผูนาทีดี กับการท างานเปนทีม
้
็
้
•ผูนาทีดีตองมีวิสยทัศน ์
้
ั
่
่
่
้
้
้
•ผูนาทีดีจะตองกระจายงานไดอยางเหมาะสม
่
้
้
•ผูนาทีดีตองสรางทีมได ้
้
็
เมอท างานเปนทีม ตองระวังอะไรบาง
้
ื่
้
•การยกตนขมทาน
่
่
้
•การใชอารมณเปนใหญ ่
์
็
้
่
•การตอตานการเปลี่ยนแปลง
•การเลอกปฏิบัติ
ื
•การท าหนาที่บนความโลภ
้
117
TEAM WORK
เติมเต็ม
สงเสรม
ิ
่
้
ั
ชวยเหลอ รบผิดชอบหนาที่
่
ื
118
ี
็
VDO_การท างานเปนทม
่
ื
การสรางพลังบวก พลังทีม พลังเครอขาย
้
้
้
หลักการสรางพลังบวกใหทีมงาน คอ
ื
ั
่
1. ทุกคนรวมพัฒนา ยอมรบการเปลี่ยนแปลง ในทางที่ดีขึ้น
่
่
2. ทุกคนรวมมุงสูคุณภาพ ตามที่ก าหนดไว ้
่
่
่
่
ื
่
3. ทุกคนรวมมอ รวมใจ มีสวนรวมในการท างานเปนทีม
็
ื
4. ทุกคนรวมแกปญหา และปรบปรุงงานอยางตอเนอง
่
่
้
ั
่
ั
่
่
5. ทุกคนรวมสรางบรรยากาศในการท างานทีมีความสุข
่
้
120
้
“การสรางเครอขาย
่
ื
ิ
้
็
เปนศลปะของการสราง
์
ั
ั
และรกษาความสมพันธที่
เอ้อประโยชนซงกันและกัน”
ื
์
ึ่
121
่
ั
ื
ื
่
ปรชญาของความรวมมอในเครอขาย
่
1. สงเสรมความสมพันธอันดีที่เออประโยชนตอการท างานรวมกัน
์
ื
่
่
้
ั
ิ
์
ิ
้
้
่
่
้
2. สงเสรมใหผูปฏิบติงานงานมโอกาสแลกเปลียนความคิดและขอมูล
ี
ั
่
ขาวสารใหมากทีสุด
่
้
ั
่
ี
ั
ื
่
3. ลดเงอนไขและปจจยปดกันการมสวนรวมคิดของทุกคน
ิ
่
้
้
ั
่
้
่
้
่
้
4. ใหขอมูลขาวสารแกผูปฏิบติงานใหมากทีสุด
่
่
้
ิ
ิ
้
5. สงเสรมจูงใจใหผูปฏิบติงานคิดคนสงใหม ๆ
่
้
ั
์
้
ึ
6. กระตุนใหผูปฏิบติงานรูสกเปนเจาของผลลัพธของงานที่ดี แมไมใช ่
่
็
้
้
้
้
ั
้
็
้
เปนเจาของตนความคิด
้
122
ื
่
่
ื
ิ
้
ผูบรหาร ตองมีเทคนคการประสานความรวมมอเครอขาย
้
ิ
123
์
1.มีมนุษยสมพันธทีดี
่
ั
์
้
่
่
ั
ื
์
เครอขายจะเขมแข็งได เพราะคนในเครอขายมีความสมพันธที่ดีตอกัน มี
ื
่
้
่
ื
่
การเออเฟอ สงเสรม ยินดี มีเมตตา อันสงผลใหเกิดค าวา อยูดวยกันแลวม ี
้
้
่
้
ิ
้
่
้
ื
้
ี
ความสุข มความรูสกทีดีตอกัน
่
่
ึ
124
่
้
่
ื
ื
2. การใหความรวมมอกับบุคคลอน
่
ื
่
ั
็
ิ่
ื
การใหความรวมมอ เปนสงที่สาคัญมากสาหรบการท างานเครอขาย
้
่
ื
่
่
่
เพราะหากมีผูนาดี เกงแคไหน แตไมมีคนรวมมอ รวมปฏิบัติงานทีดี ทีเต็มใจ
่
้
่
่
่
่
็
งานนนก็ไมประสบความสาเรจเทาที่ควร
้
ั
่
่
่
ื
ปจจัยแหงความสาเรจ คอ ความรวมมอของทุกสวนฝายทีเกียวของกับการท างานนน ๆ รวมคิด
่
้
ื
ั
่
็
่
ั
่
่
้
่
ื
่
้
่
็
รวมท า รวมนาสูความสาเรจ รวมประสานงาน มีการสอสารทีถูกตองเหมาะสม มีบรรยากาศใน
่
่
่
ึ
่
่
็
การท างานรวมกันทีสงเสรมใหเกิดความรูสกทีเปนในเชงบวก 125
้
้
ิ
่
ิ
่
ั
3.ปรบทัศนคติให้คิดบวก
ชวิตของคนทุกคน ยอมประสบกับเรองราวตาง ๆ มากมาย
่
ี
่
่
ื
ิ
ื
ื่
ื่
้
่
่
็
จะเปนสมาชกคนใดในเครอขาย ก็ยอมเจอทังเรองบวก เรองลบ
้
ื
่
แตเมอตองมาท างานรวมกัน จาเปนตองปรบจูนความคิดของคนใน
ั
่
็
้
่
่
้
้
่
้
ั
เครอขายใหมีแนวความคิด ทัศนคติเชงบวกใหได ไมเชนนนจะท างาน
ิ
่
ื
้
่
บนพ้นฐานของความคิดที่ไมดี เชงลบ ติดลบ 126
ิ
ื
4. มีการสื่อสารที่เหมาะสม
่
การสอสารเปนปจจัยสาคัญของทุกความสาเรจ
็
ื
ั
็
็
• การสอสารดวยภาพ คอ เหน,ภาพ,รูป,สวย,จิตนาการ,สี
ื่
ื
้
ี
• การสอสารดวยค าพูด คอ ไดยิน,เสยง,ค าพูด,น้าเสยง,ดัง,ตระโกน
้
ื
้
ื
่
ี
ึ
้
ื่
ื
้
่
้
ื
่
ึ
• การสอสารทีความรูสก สมผัสได คอ รูสก,ชอบ,สดชน,เครยด,ความสุข,รก
ี
ั
ั
ื
ื่
• การสอสารที่ความคิด คอ คิด,คุมคา,นาจะ,ควร,เหตุผล
่
่
้
127
้
ึ
็
่
5. สรางจิตสานกในการท างานรวมกันเปนทีม
ึ
การสรางจิตสานกในการท างานรวมกันเปนทีม
้
่
็
ิ
่
์
็
่
• เรมตนทีผูนา เรมท าเปนตัวอยาง สมาชกท าดีตาม งดงามวัฒนธรรมองคกร
ิ
่
่
ิ
้
้
้
็
้
้
่
่
• เนนสงเสรมพัฒนาคน ใหคนทุกคนเหนตนสาคัญ ใหขวัญก าลังใจ ใสใจใหคุณคา
้
่
ิ
่
รวมคิด รวมกันพัฒนา
่
้
้
่
็
้
็
่
่
้
• กาวสูความสาเรจ ตองสาเรจรวมกัน หากลมเหลวกระทบกัน ใหรวมกันแกไข
้
ปรบตัวปรบใจ รวมใจพัฒนาจนกระทั่งสาเรจรวมกัน 128
ั
ั
็
่
่
ี
ี
VDO_ทมคนด VS ทมคนเก่ง
ี
้
ผูบรหารยุคใหม ่
ิ
สนกกับงานทท้าทาย
ี
่
ุ
ี่
ปรบเปลยนตัวเองให้ทันยุคสมัย
ั
ิ
ี
บรหารงานอย่างมระบบ
พัฒนาทมงานอย่างต่อเนอง
ื
่
ี
็
มองทเปาหมายเปนส าคัญ
ี่
้
็
้
ิ
ผูบรหารจ าเปนตองเปลียน
้
่
(Leaders have to change)
ิ
้
่
ั
่
่
้
้
ผูนาจะตองปรบเปลียน มฉะนนจะเปนคนลาหลัง ดังค ากลาวตอไปน้ ี
็
ั
้
่
่
่
ถาทานไมเปนผูเปลียน ทานก็จะถูกเปลียน
็
่
้
่
้
่
ถาทานไมไปขางหนา ทานก็จะถูกทิ้งอยูขางหลัง
่
้
้
่
้
้
่
ั
ถาทานยังไมปรบเปลี่ยน ใหดีขึ้นในวันพรุงน้ ี
่
้
่
้
่
่
่
็
้
ทานก็จะอยูกับอดีต เปนจุดจบของผูนา
131
ี่
ถาม-ตอบ แลกเปลยนประสบการณ ์
132