The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

โครงงานนานาลำไย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by , 2022-03-01 00:37:09

โครงงานนานาลำไย

โครงงานนานาลำไย

โครงงานอาชีพ
เร่ือง นานาลำไย

นายธนวัฒน์ เสนสาย เลขท่ี 2
นายนนทวัฒน์ รามมาก เลขท่ี 5
นายพงศธร งะ๊ สวรรค์ เลขที่ 7
นางสาวณฐั ชยา แอหลงั เลขท่ี 15
นางสาวอารยา ยาหยาหมัน เลขที่ 27
นายธนวินท์ ศริ ิแสง เลขท่ี 32

นกั เรียนช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6/2

เสนอ
คณุ ครู คณรี ตั น์ สาเล่

โครงงานเล่มนเ้ี ปน็ ส่วนหน่งึ ของรายวิชา การนำองคค์ วามร้ไู ปใชบ้ ริการสังคม (IS3)
ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564

โรงเรียนละงูพทิ ยาคม อำเภอละงู จงั หวัดสตลู
สำนักงานเขตพื้นท่ีการศกึ ษามธั ยมศกึ ษา สงขลา สตูล



ชอ่ื เรือ่ ง โครงงานอาชพี เร่ือง
ผจู้ ัดทำ นาย ธนวฒั น์ เสนสาย
นาย นนทวัฒน์ รามมาก
ครูทีป่ รึกษา นาย พงศธร งะ๊ สวรรค์
นางสาว ณัฐชยา แอหลัง
นางสาว อารยา ยาหยาหมัน
นาย ธนวินท์ ศิริแสง
คุณครู นาฏยา หยังหลัง
คณุ ครู อายซี ะห์ มอเกาะ
คณุ ครู คณีรัตน์ สาเล่

บทคดั ยอ่

โครงงานอาชีพ เรอื่ ง มวี ัตถุประสงค์เพื่อเรยี นรู้และปฏิบัติการแปรรูปอาหารไดด้ ้วยตนเอง เพ่อื ให้สมาชิก
ในกลมุ่ โครงงานอาชีพรู้จักใชเ้ วลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์ เพ่ือนำความรู้ที่ไดจ้ ากการเรยี นและประสบการณท์ ่ีไดจ้ าก
การปฏบิ ตั โิ ครงงานอาชพี ไปประยกุ ต์ใช้ไดจ้ ริงในชวี ิตประจำวนั และเพื่อฝึกการเรยี นรอู้ ย่างเป็นระบบและการ
ทำงานเปน็ ทีมอีกดว้ ย ในการดำเนนิ งานจากผลการศึกษาพบวา่ ลำไยสามารถนำมาแปรรูปเปน็ ผลิตภัณฑ์อาหาร 5
ชนดิ คอื นำ้ ลำไย วนุ้ ลำไย ไอติมลำไย ลำไยลอยแก้ว และพุดดงิ้ ลำไยนมสด

จากการสำรวจความคดิ เห็นของเพ่ือนๆและครอบครัวของสมาชิกในกลุ่มโครงงานอาชีพ จำนวน 20 คน
จากการรบั ประทานอาหารแต่ละชนดิ ระดบั ความคดิ เหน็ อยูใ่ นระดบั ดีมาก การแปรรูปอาหาร เร่อื ง ทำให้ได้รบั
ความรูจ้ ากการดำเนนิ โครงงานอาชพี อีกทงั้ ยังทำใหส้ มาชกิ ในกลมุ่ โครงงานอาชีพได้ใช้เวลาวา่ งใหเ้ กดิ ประโยชน์
นอกจากน้แี ลว้ ยงั สามารถนำความรู้จากการแปรรปู อาหารไปประยุกตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจำวันได้ จากการดำเนินงาน
ของสมาชิกทำให้สามารถทำงานร่วมกับผอู้ ื่นได้อย่างมคี วามสุข มปี ระสิทธิภาพ รู้จักการแกไ้ ขปัญหาทเ่ี กิดขึ้น
ระหวา่ งการดำเนนิ งาน



กิตตกิ รรมประกาศ

ในการจัดทำโครงงานอาชีพ เร่อื ง ในคร้ังน้ี สำเร็จได้ด้วยความช่วยเหลือและอนุเคราะห์จาก คุณครูนาฏยา
หยังหลงั และคุณครูอายีซะห์ มอเกาะ ท่ีให้คำแนะนำและใหค้ วามรูใ้ นการจัดทำผลติ ภณั ฑจ์ ากลำไย ให้คำแนะนำใน
การจัดทำโครงงานอาชีพ คณะผจู้ ดั ทำขอขอบคุณเป็นอย่างสูง

สุดทา้ ยน้ขี อขอบคุณผปู้ กครองและขอบใจเพอ่ื นนักเรียน ท่ใี หค้ วามรว่ มมือ รว่ มแรง ร่วมใจ ให้
ข้อเสนอแนะในการพัฒนา ปรับปรุง ตอ่ ยอดโครงงานอาชีพ จนทำให้การจดั ทำโครงงานอาชีพ ในครง้ั น้ีประสบ
ความสำเรจ็ ไปดว้ ยดี และสามารถนำไปใช้ได้จริงในชวี ติ ประจำวัน

คณะผจู้ ดั ทำ



คำนำ

ผู้จัดทำโครงงานอาชพี ได้เล็งเหน็ ว่าการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูแ้ บบโครงงานอาชีพ เร่ือง โดยไดน้ ำลำไยมา
แปรรปู อาหาร นับว่าเปน็ กจิ กรรมทน่ี า่ ชื่นชมในความสำเร็จของนักเรยี น ทีร่ จู้ กั เพิ่มมูลค่าของลำไยซงึ่ เปน็ วัตถุดิบทมี่ ี
อยู่ในท้องถิ่นใหเ้ กิดประโยชน์สูงสุด และเป็นการคิดค้นนวัตกรรมด้านอาหารใหม่ๆให้มีความงดงาม หลากหลาย
และนา่ สนใจ และยงั เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ อีกท้ังยังส่งเสริมความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์ในการต่อยอด
ผลิตภัณฑ์และทักษะกระบวนการในการทำงาน รู้จักวางแผนในการทำงาน แสดงใหเ้ ห็นถึงความพยายามและตง้ั ใจ
จริง มคี วามอดทนจนชนิ้ งานสำเรจ็ และผูจ้ ดั ทำโครงงานสามารถนำความรู้ทไ่ี ด้ไปปรับใช้ในชวี ิตประจำวัน

จึงหวังเปน็ อยา่ งยิ่งว่าโครงงานการแปรรปู อาหารเร่อื งน้ีจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ผทู้ ีส่ นใจศึกษาและนำไปใช้ใน
ชวี ิตประจำวันได้

สารบญั ง

เรือ่ ง หน้า
บทคัดย่อ ก
กติ ตกิ รรมประกาศ ข
คำนำ ค
บทที่ 1 บทนำ 1
1
1.1 ทมี่ าและความสำคัญของโครงงาน 1
1.2 วตั ถปุ ระสงค์โครงงาน 1
1.3 ขอบเขตของโครงงาน 1
1.4 ประชากรและกลุ่มตวั อย่าง 1
1.5 วธิ กี ารดำเนินการ 2
1.6 ประโยชนท์ ค่ี าดวา่ จะไดร้ ับ 2
1.7 นิยามศัพท์ 3
บทท่ี 2 เอกสารที่เกย่ี วข้อง 3
2.1 ความร้เู รือ่ งโครงงานอาชีพ 8
2.2 ความรเู้ รื่องการแปรรปู ผลิตภัณฑอ์ าหาร 9
2.3 ความรเู้ กีย่ วกับวตั ถุดิบและสว่ นผสมที่ใชใ้ นการแปรรูปอาหาร 14
บทที่ 3 วิธกี ารดำเนนิ งานโครงงานอาชีพ 14
3.1 การคิดและเลือกหัวขอ้ โครงงานอาชีพ 14
3.2 การวางแผนการดำเนินงานโครงงานอาชีพ 14
3.3 การดำเนนิ งานโครงงานอาชพี 14
3.4 แผนการตลาด 14
3.5 แผนประชาสมั พันธแ์ ละการเผยแพร่ 15
3.6 แนวทางการบริหารจัดการโครงงานอาชพี 16
3.7 การจัดทำแผนการตลาดในกจิ กรรมโครงงานอาชีพ 16
3.8 กลยุทธท์ างการตลาด 16
3.9 แผนการดำเนนิ งาน 16
3.10 แผนการทางการเงนิ

สารบญั (ตอ่ ) จ

เร่อื ง หน้า
3.11 แผนควบคมุ การปฏบิ ตั งิ าน 16
3.12 การใช้หลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี งในกจิ กรรมโครงงานอาชพี 17
3.13 จดั ทำปฏิทนิ การดำเนนิ งานโครงงานอาชีพ 18
3.14 การจดั ทำผลิตภณั ฑ์จากลำไย 18
3.15 การคำนวณตน้ ทนุ การผลติ และกำหนดราคาจำหน่าย 32
3.16 การประเมนิ ความพงึ พอใจ 37
40
บทท่ี 4 ผลการศึกษาและผลการวิเคราะหข์ ้อมูล 40
4.1 ผลการศกึ ษาและการวเิ คราะห์ข้อมลู การทำโครงงานอาชพี 41
4.2 ผลการศึกษาความพงึ พอใจของผู้ประเมินโครงงานนานาลำไย 47
47
บทที่ 5 สรุปผลการศกึ ษา 47
5.1 สรปุ ผลการศกึ ษา 47
5.2 สรุปผลการดำเนนิ งาน 48
5.3 อภปิ รายผล 48
5.4 ประโยชน์ทไี่ ดร้ บั
5.5 ข้อเสนอแนะ

1

บทที่ 1
บทนำ

1.1 ทมี่ าและความสำคญั ของโครงงาน
ในช่วงเดือนตุลาคม – มกราคม เป็นช่วงฤดูผลไม้หลากหลายชนิด หนึ่งในนั้นก็คือลำไย และทางบ้านของ

สมาชิกในกลมุ่ โครงงานมีตน้ ลำไยต้นใหญ่ ซึ่งมีผลเป็นจำนวนมาก ทำใหเ้ ก็บผลผลิตและรบั ประทานไม่ทัน ผลลำไย
จึงเน่าเสีย และยังมีค้างคาวมาแทะกินอีกด้วย ทางกลุ่มของข้าพเจ้าเล็งเห็นถึงปัญหา จึงนำผลลำไยมาแปรรูปเป็น
พุดดิ้งลำไยนมสด วุ้นลำไย น้ำลำไย ลำไยกวน และไอติมลำไย ทำให้ลำไยที่มีอยู่ไม่เน่าเสียไปโดยเปล่าประโยชน์
และยงั เพิ่มมลู ค่าใหก้ บั ลำไยอีกด้วย

1.2 วัตถปุ ระสงคโ์ ครงงาน
1.2.1 เพื่อศึกษาวิธีการแปรรูปลำไย ได้แก่ พุดดิ้งลำไยนมสด วุ้นลำไย น้ำลำไย ลำไยกวน และไอติม

ลำไย
1.2.2 เพื่อสามารถนำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไยไปจำหน่ายได้ในระหว่างเรียน และยังเป็นอาชีพได้ใน

อนาคต
1.2.3 เพื่อคำนวณต้นทุนการผลิตและกำหนดราคาจดจำหน่ายจากผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากลำไย

ได้แก่ พุดด้งิ ลำไยนมสด ว้นุ ลำไย นำ้ ลำไย ลำไยกวน และไอติมลำไย
1.2.4 เพอ่ื ศึกษาความพงึ พอใจของผู้ประเมินโครงงาน

1.3 ขอบเขตของโครงงาน
ดา้ นเน้อื หา ศกึ ษาการจัดทำผลติ ภัณฑจ์ ากลำไย
ด้านระยะเวลา ดำเนินงานตลอดภาคเรียนท่ี 2 ของปกี ารศึกษา 2564
ด้านสถานท่ี บา้ นของนางสาวณฐั ชยา 503 ม.3 ต.ละงู อ.ละงู จ.สตูล 91110

1.4 ประชากรและกลมุ่ ตวั อย่าง
ประชากร นกั เรยี นโรงเรยี นละงพู ิทยาคม
กลุม่ ตวั อย่าง นักเรยี นชัน้ ม.6/2 20 คน

1.5 วธิ ีการดำเนินการ
1.5.1 การเตรียมการ
1.5.2 การเตรยี มสถานทแ่ี ละวสั ดุอุปกรณ์
1.5.3 การดำเนนิ งาน
1.5.4 การสรปุ และประเมนิ ผล

2

1.6 ประโยชน์ท่ีคาดวา่ จะไดร้ บั
1.6.1 ไดศ้ ึกษาวิธีการแปรรูปลำไย ไดแ้ ก่ พุดดิ้งลำไยนมสด วนุ้ ลำไย นำ้ ลำไย ลำไยกวน และไอติมลำไย
1.6.2 ไดน้ ำผลิตภณั ฑแ์ ปรรปู อาหารจากลำไยไปจำหน่ายในระหว่างเรยี นและเป็นอาชีพในอนาคตได้อีก

ดว้ ย
1.6.3 ได้รู้วิธีการคำนวณต้นทุนการผลิตและกำหนดราคาจดจำหน่ายจากผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจาก

ลำไย ได้แก่ พดุ ดงิ้ ลำไยนมสด ว้นุ ลำไย น้ำลำไย ลำไยกวน และไอตมิ ลำไย
1.6.4 ไดศ้ กึ ษาความพึงพอใจของผู้ประเมินโครงงาน

1.7 นิยามศัพท์
1.7.1 ลำไย (ชือ่ วทิ ยาศาสตร์: Dimocarpus longan) มชี ่อื เรียกทางพน้ื บ้านภาคเหนอื วา่ "บา่ ลำไย" ชือ่

ภาษาองั กฤษว่า Longan อยใู่ นวงศ์ Sapindaceae เป็นพชื ไมผ้ ลเขตร้อนและกึ่งร้อน เปน็ ไม้ยนื ต้นขนาดกลาง ลำ
ต้นสีน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อ สีขาวครีม ผลทรงกลมเป็นช่อ ผลดิบเปลือกสีน้ำตาลอมเขียว ผลสุกสีน้ำตาลล้วน
เนอ้ื ลำไยสีขาวหรอื ชมพูอ่อน เมลด็ สีดำเป็นมัน เนอ้ื ล่อนเม็ด

1.7.2 ผลิตภัณฑ์จากลำไย หมายถึง วิธีการเปลี่ยนแปลงลำไยให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่มีประโยชน์และมี
คุณภาพ อกี ทง้ั ยงั ก่อให้เกิดรายได้แก่ผผู้ ลติ

3

บทท่ี 2
เอกสารทีเ่ กย่ี วขอ้ ง

ในการจัดทำโครงงานอาชีพ เรื่อง นานาลำไย ผู้จัดทำได้ศึกษาตำรา ค้นคว้าหาความรู้ รวบรวมข้อมูล
เอกสารทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง ดังน้ี

1. ความรเู้ รอ่ื งโครงงานอาชีพ
2. ความรเู้ ร่อื งการแปรรูปผลติ ภัณฑอ์ าหาร
3. ความรเู้ ร่ืองลำไย

2.1 ความรู้เรื่องโครงงานอาชีพ
2.1.1 ความหมายและความสำคัญของโครงงานอาชีพ
ความหมาย
โครงงาน หมายถึง กิจกรรมการศึกษาวิชาการงานที่ส่งเสริมสนับสนุนให้นักเรียนได้เลือกขึ้นมาศึกษา

ค้นคว้าริเริ่มสร้างสรรค์ผลงานตามที่ตนเองมีความถนัด มีความพร้อมและสนใจ แล้วลงมือปฏิบัติให้บรรลุตาม
จุดมุ่งหมายที่กำหนดไว้ โดยมีรายละเอียดของงานที่จะทำไว้ล่วงหน้าเป็นขั้นตอน พร้อมทั้งคาดการณ์ผลที่จะ
เกิดขึ้น ท้งั นโี้ ดยได้คำแนะนำปรึกษาจากครอู าจารยใ์ นโรงเรยี น ตนเอง

ความสำคญั ของโครงงานอาชีพ
โครงงานอาชพี มคี วามสำคัญต่อนักเรยี น ดงั น้ี
1. ช่วยสร้างความหวังใหม่ในการริเริ่มงานที่จะนำไปสู่งานอาชีพและการศึกษาต่อที่ตนเองมีความถนัด
และสนใจ
2. สร้างเสริมประสบการณ์จากการปฏิบัติจริงด้วยชีวิตจริง ส่งผลให้เกิดความเข้าใจอย่างซาบซึ้งใน
โครงงานทส่ี ร้างสรรค์ขน้ึ มา
3. ได้มีโอกาสทดสอบความถนดั ของตนเองและการแก้ปัญหาในงานทตี่ นเองสนใจและมคี วามพร้อม ส่งผล
ใหเ้ กดิ ความม่ันใจในการดำเนินงานต่อไป
4. ก่อให้เกิดความภาคภูมใิ จทไี่ ด้สรา้ งเกยี รตปิ ระวัติในโครงงานทไี่ ดร้ เิ ร่ิมสร้างสรรค์
5. ก่อให้เกิดความรัก ความเข้าใจ และความสัมพันธ์อันดีงามต่อกันในระหว่างเพื่อนนักเรียนที่ปฏิบัติงาน
เป็นกลมุ่
6. ก่อให้เกิดความรู้ทางวิชาการที่กว้างขวางขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับความสำเร็จในการศึกษาตาม
หลกั สูตรและตรงกบั จุดหมายท่กี ำหนดไว้
7. กอ่ ใหเ้ กิดกระบวนการเรียนร้ดู ้วยตนเองทส่ี ามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวติ ประจำวนั ที่กอ่ ให้เกิดอาชีพ

4

8. ก่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างเป็นระบบที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ที่มีผลต่อการต่อยอดผลิตภัณฑ์
โครงงานอาชพี ทน่ี ำไปสู่ความสำเร็จ

9. ก่อให้เกิดรายได้ในระหว่างเรียน เป็นการแบ่งเบาภาระของผู้ปกครองและเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิด
ประโยชน์

2.1.2 ขอบข่ายและประเภทของโครงงานอาชีพ
ขอบข่ายของโครงงาน ดำเนินงานโดยนักเรียนเป็นผู้ริเริ่มสร้างสรรค์ และครูอาจารย์เป็นผู้ให้คำแนะนำ
ปรกึ ษา สรุปไดด้ งั นี้
1. เป็นกิจกรรมการศึกษาที่นักเรียนศึกษา ค้นคว้า ปฏิบัติด้วยตนเอง โดยอาศัยหลักวิชาการทางทฤษฎี
ตามเนอ้ื หาโครงงานนัน้ ๆ หรือจากประสบการณ์และกิจกรรมต่างๆ ทไ่ี ด้พบเห็น มาแล้ว
2. นักเรียนทุกคนพิจารณาจัดทำโครงงานด้วยตนเองหรือเป็นกลุ่ม จำนวน 6-7 คน ต่อกลุ่ม โดยใช้
ระยะเวลาสน้ั ๆ เปน็ ภาคเรียนหรือมากกว่ากไ็ ด้
3. นกั เรยี นเป็นผู้พิจารณารเิ ร่ิมสร้างสรรค์ คัดเลอื กโครงงานท่ีจะศึกษาค้าคว้าปฏิบัติดว้ ยตนเองตามความ
ถนดั สนใจ และความพร้อม
4. นักเรียนเป็นผู้เสนอโครงงาน รายละเอียดของโครงงาน แผนปฏิบัติงานและการแปรผลรายงานผลต่อ
ครูอาจารยท์ ปี่ รึกษา เพื่อดำเนนิ งานร่วมกันให้บรรลจุ ุดหมายท่ีกำหนดไว้
5. เป็นโครงงานที่เหมาะสมกับความรู้ ความสามารถของนักเรียนตามวัยและสติปัญญา รวมทั้งการใช้
จ่ายเงินดำเนนิ งานดว้ ย
2.1.3 ประเภทของโครงงานอาชีพ
โครงงานอาชีพสามารถแบ่งแยกประเภทได้ดงั นี้
1. ประเภทพัฒนาผลงาน เป็นโครงงานที่เกิดจากการศึกษาเนื้อหาทางวิชาการหรือหลักทฤษฎีเกี่ยวกับ
วิชาการงานและอาชีพหรือวิชาสามัญต่างๆแล้วนำมาปรับปรุงและพัฒนาให้สอดคล้องกับแนวทางทฤษฎีดังกล่าว
ส่งผลใหม้ ผี ลงานเป็นรูปธรรมยงิ่ ขึ้น เช่น เมือ่ นักเรยี นได้ศึกษาทฤษฎีเกย่ี วกับแสงอาทิตย์ นักเรียนอาจทำโครงงาน
สรา้ งเครอ่ื งอบกล้วยดว้ ยแสงแดด การผลติ เอกสารรูปแบบต่างๆ เปน็ ต้น
2. ประเภทศึกษา ค้นคว้า ทดลอง เป็นโครงงานที่เกิดขึ้นจากการศึกษาหลักการต่างๆ ทางวิชาการแล้ว
นำมาทดลองค้นคว้าเพื่อยืนยันทฤษฎีหรือหลักการ หรือต้องการทราบแนวทางเพิ่มคุณค่าและการใช้ประโยชน์ให้
มากย่งิ ข้นึ เชน่ การศึกษาสตู รอาหารไกต่ อน การศกึ ษาขนมอบชนิดตา่ งๆ เป็นต้น
3. ประเภทสร้างสง่ิ ประดิษฐ์ เปน็ โครงงานสรา้ งสรรค์สง่ิ ประดิษฐใ์ หม่ๆขึ้นมาหลังจากที่ได้ศึกษาทางทฤษฎี
หรอื พบเห็นผลงานของผอู้ นื่ แล้วเกิดความคิดสร้างสรรค์ท่ีจะพฒั นาต่อไป จึงประดิษฐ์คดิ ค้นใหส้ ามารถใช้ประโยชน์
ไดด้ ีย่งิ ขึ้น เชน่ การประดษิ ฐ์ของชำร่วย การประดษิ ฐ์เครือ่ งเสยี ง เป็นต้น

5

4. ประเภทสำรวจข้อมูล เป็นโครงงานศึกษาสำรวจข้อมูลสำหรับดำเนินงานพัฒนา ปรับปรุงเพิ่มเติม
ผลงานและส่งเสรมิ ผลผลิตใหม้ ีคุณภาพดียิ่งขึ้น ขอ้ มูลดงั กลา่ วอาจมผี จู้ ดั ทำขน้ึ แต่มกี ารแปรเปลยี่ นไปแล้ว ต้องทำ
การสำรวจจัดทำขึ้นใหม่ให้ทันสมัยอยู่เสมอ เช่น การสำรวจราคาผลผลิตเกษตรในท้องถิ่น การสำรวจปริมาณการ
เลี้ยงไก่เนอ้ื ในทอ้ งถน่ิ

2.1.4 การพจิ ารณาการจัดทำโครงงานอาชีพ
การพิจารณาทำโครงงานเป็นการดำเนินงานที่ตอ้ งตัดสินใจทำโครงงานให้บรรลุตามจุดประสงค์ที่กำหนด
ไว้ มีองคป์ ระกอบที่สำคัญดังน้ี
1. การเลือกหัวข้อเรื่องโครงงานอาชีพ
2. การศกึ ษาข้อมลู ของโรงงานอาชีพ
3. การวเิ คราะหโ์ ครงงานอาชีพ
2.1.5 การเลือกหวั ขอ้ เรอ่ื งโครงงานอาชีพ
มีหลกั การพิจารณา ดงั น้ี
1. สำรวจความถนัด ความพร้อมและความสนใจ หมายถงึ การพิจารณาตนเองวา่ มคี วามถนัด ความพร้อม
และความสนใจทีจ่ ะทำโครงงานในเรอื่ งท่ตี นเองมีความชอบและรักทจี่ ะทำอยา่ งแท้จริง
2. สำรวจสิ่งอำนวยความสะดวก หมายถึง การสำรวจข้อมูลต่างๆ ที่จะอำนวยความสะดวกให้การทำ
โครงงานไดด้ ำเนินไปอย่างราบร่ืน ทำใหโ้ ครงงานไดร้ ับความสำเร็จด้วยดี
3. สังเกตสภาพแวดล้อม หมายถึง การสังเกตสิ่งต่างๆ ที่อยู่ใกล้สภาพแวดล้อมที่สามารถดำเนินงานตาม
โครงงาน มผี ลกระทบตอ่ โครงงานที่ทำให้เกดิ ผลดีหรอื เสยี หายและเอ้ืออำนวยต่อการปฏบิ ตั งิ านอยา่ งไร
2.1.6 การศึกษาขอ้ มลู ของโครงงานอาชีพ
การศึกษาข้อมูลโครงงาน เป็นงานที่สนับสนุนให้งานที่ปฏิบัติสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี ทำให้เกิด
แนวความคิดและประสบการณ์อย่างหลากหลาย โดยศึกษาข้อมูลได้จากแหล่งต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมกิจการตาม
แหล่งวิชาการ การฟังคำบรรยายทางวิชาการ การศึกษาผลงานของผู้อื่น การสนทนากับเพื่อน การเข้าชม
นิทรรศการ การสังเกตสิ่งท่ีพบเหน็ ในชวี ติ ประจำวัน งานอดเิ รกที่ตนเองชอบ เปน็ ตน้
2.1.7 การวิเคราะหโ์ ครงงานอาชีพ
เป็นการวิเคราะห์โครงงานท่ีตนเองหรือกลุ่มกำหนดไว้ โดยต้องเลือกเอาโครงงานอาชีพทีต่ นหรือกลุ่มเห็น
ว่าน่าทำที่สุด โดยกำหนดรายการต่างๆ ที่จะนำมาวิเคราะห์เพื่อเรียงลำดับ เช่น ความรู้และประสบการณ์ใน
โครงงาน ความตั้งใจ สนใจ และความจริงใจ เครื่องมือและวัสดุอุปกรณ์ ความเหมาะสมของสถานที่ปฏิบัติงาน
ความเห็นชอบของครู อาจารย์ที่ปรึกษา การสนับสนุนของเพื่อนในกลุ่ม การขยายโครงงาน ผลกระทบต่อ
สภาพแวดล้อม และความสะดวกตา่ งๆในการปฏิบัตงิ าน เปน็ ต้น

6

2.1.8 ทกั ษะกระบวนการ
ทักษะกระบวนการ หมายถึง กระบวนการทำงานที่ดำเนินการเป็นขั้นตอนอย่างคล่องแคล่วแม่นยำจน
บรรลุผลที่ต้องการอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้เวลาและทรัพยากรน้อยที่สุด การทำงานหรือโครงงานใดๆ อาจ
ดำเนนิ การตามหลกั ของทักษะกระบวนการไดเ้ สมอทกั ษะกระบวนการมี 9 ขอ้ ดังน้ี
1. ตระหนักในปัญหาและความจำเป็น
2. คิดวเิ คราะห์วิจารณ์
3. สร้างทางเลือกอย่างหลากหลาย
4. ประเมินและเลอื กทางเลือก
5. กำหนดและลำดบั ข้ันตอนการปฏิบตั ิ
6. ปฏิบัติด้วยความชน่ื ชม
7. ประเมนิ ระหว่างปฏบิ ัติ
8. ปรับปรุงให้ดขี น้ึ อย่เู สมอ
9. ประเมินผลรวมเพอื่ ใหเ้ กดิ ความภาคภูมใิ จ
2.1.9 การคดิ ตน้ ทุน – กำไร และการกำหนดราคาจดั จำหน่าย

2.1.9.1 การกำหนดราคาขาย
การกำหนดราคาขาย เป็นหน้าที่ของเจ้าของกิจการนั้นๆ ซึ่งอาจมอบให้ผู้หนึ่งผู้ใดทำหน้าท่ี
รับผิดชอบต่อผลกำไรสุทธขิ องธรุ กิจน้ัน หรอื เจา้ ของกจิ การเป็นผู้ดำเนินการเอง การขายสนิ คา้ ใดก็ตาม ผู้ขายต้อง
กำหนดราคาขายให้เหมาะสมกับชนิดและประเภทของอาหาร โดยเพิ่มส่วนที่เป็นกำไรด้วยราคาขายจงึ มักกำหนด
ขึ้นจากราคาต้นทุน ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการดำเนินธุรกิจนั้นๆ เช่น วัตถุดิบ ค่าแรง ค่าสึกหรอของอุปกรณ์
เครื่องมือเครื่องใช้ ฯลฯ และบวกกำไรที่ต้องใช้เข้าไป การกำหนดราคาขายไม่ควรตั้งราคาให้สูงเกินไป เพื่อให้
เหมาะสมกับภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันและสภาพของท้องถิ่น ตลอดจนสะดวกต่อการประกอบกิจการให้
เจริญก้าวหน้าและคงสภาพอยู่ได้นาน สิ่งที่ผู้ประกอบการควรพิจารณาในการกำหนดราคาขายอาหารแต่ละชนิด
คอื
1. ราคาอาหารท่รี ะบุครอบคลุมต้นทุนทกุ ชนดิ ของการดำเนินงาน
2. ผู้ใชบ้ รกิ ารไดร้ ับผลตอบแทนท่เี หมาะสมและค้มุ คา่ กับเงนิ ที่จ่าย
3. ราคาขายใหผ้ ลกำไรแก่สถานประกอบการในปริมาณทเ่ี หมาะสม

7

2.1.9.2 องคป์ ระกอบของการกำหนดราคาขาย
1. ทนุ หมายถงึ การใชจ้ า่ ยตา่ งๆ ในการดำเนนิ กจิ การน้นั

1.1 ค่าวัสดขุ องสดและวสั ดุของแห้งทใี่ ชป้ ระกอบการ
1.2 คา่ เช่ือเพลงิ ค่าน้ำ คา่ ไฟ
1.3 ค่าแรงในการทำงาน แม้เป็นแรงงานลูกหลาน ญาติพี่น้องในบ้านก็ตาม ต้องคิด
คา่ แรงเป็นทนุ ดว้ ยทกุ คน ตามอตั ราคา่ แรงรายวัน
1.4 คา่ สึกหรอของอปุ กรณ์เครอื่ งใช้ (คดิ 10% ของราคาตอ่ ปี)
1.5 ค่าภาชนะที่ใชบ้ รรจุอาหาร (กรณที ขี่ ายพรอ้ มภาชนะ)
1.6 คา่ บรกิ าร
1.7 ค่าเชา่ สถานท่ี
1.8 คา่ ภาษี
2. การคดิ ราคาขาย ควรคำนึงถึงสิ่งตอ่ ไปน้ี
2.1 คณุ ภาพของอาหาร คุณภาพของอาหารดยี อ่ มมีราคาแพง
2.2 สถานที่จำหน่ายมีสิ่งตกแต่งหรืออำนวยความสะดวก ราคาก็ย่อมแพงตามวัตถุดิบท่ี
สูงขน้ึ ในปัจจุบัน
2.3 กำลังซ้ือของผู้บริโภค ถา้ กำลังซ้อื ไม่ดีราคายอ่ มถกู
2.1.9.3 กำไร หมายถงึ เงนิ สว่ นทไ่ี ดร้ บั เกินจากทุนหรือราคาสินค้า ดงั น้ันในการกำหนดราคาขาย
ต้องรวมสว่ นนก้ี บั ทุน การคิดกำไรข้นึ อยู่กับผจู้ ำหน่ายจะคดิ ๑๐-๕๐-๑๐๐
2.1.9.4 การคดิ ตน้ ทุน กำไร ในการประกอบอาหาร
การคิดตน้ ทนุ กำไร ในการประกอบอาหารจะต้องพจิ ารณาลกั ษณะของการขาย ชนดิ ของอาหาร
ทขี่ าย โดยพจิ ารณาองค์ประกอบในการกำหนดราคาขายด้วย
2.1.9.5 การทำบัญชี
การทำบัญชีรายรับ-รายจ่าย หมายถึง การจดบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ เกี่ยวกับการเงิน หรืออย่าง
น้อยที่สดุ บางส่วนเกี่ยวข้องกบั การเงิน โดยผ่านการวเิ คราะห์ จดั ประเภทและบันทึกไว้ในแบบฟอรม์ ที่กำหนด เพื่อ
แสดงฐานะการเงิน และผลการดำเนินงานของกจิ การในชว่ งระยะหน่ึง

8

2.1.9.6 ประโยชน์ของการจัดทำบัญชรี ายรบั -รายจา่ ย
1. เพอ่ื เป็นหลกั ฐานประกอบการดำเนินกิจการ เพ่อื ใหท้ ราบว่ามที รัพยส์ นิ หนี้สนิ และเงนิ ทุนเป็น
จำนวนเทา่ ใด
2. เพ่อื เป็นหลกั ฐานในการตรวจสอบเงินสดกบั ยอดบญั ชวี า่ ถกู ตอ้ งหรือผดิ พลาดอย่างไร
3. เป็นสถิติชว่ ยในการบริหาร การควบคุมในการทำงบประมาณ เพื่อให้ผลงานมี ประสิทธิภาพดี
ยง่ิ ข้ึน
4. ชว่ ยเปน็ หลกั ฐานในการบริหารงาน เพือ่ ปอ้ งกันความผดิ พลาดท่ีเกดิ ขน้ึ อกี
5. ชว่ ยในการคำนวณผลการดำเนินงานวา่ มีกำไรหรือขาดทุนอยา่ งไร
6. ชว่ ยใหท้ ราบฐานะการเงินของกิจการว่าสินทรัพย์ หนีส้ ิน และเงนิ ทุน ในขณะใด ขณะหนึง่ เป็น
จำนวนเทา่ ใด (สาหมาย พงศ์เศรษฐ์กลุ ,๒๕๕๖-๙๐)
จากการศึกษาเอกสารทเี่ กีย่ วขอ้ งกบั โครงงานอาชีพ สรุปว่า โครงงานอาชพี เปน็ กิจกรรมการศึกษาวิชาการ
งานอาชีพทสี่ ่งเสริมสนบั สนุนให้นักเรยี นได้เลอื กขนึ้ มาศึกษา คน้ ควา้ ริเรมิ่ สรา้ งสรรคผ์ ลงานตามท่ีตนเองถนัด โดย
มีความสำคัญ คือ ช่วยสร้างความหวังใหม่ในการริเริ่มที่นำไปสู่งานอาชีพ สร้างเสริมประสบการณ์จากการปฏิบัติ
จริง ได้มีโอกาสทดสอบความถนัดและการแก้ไขปัญหาในงานที่ตนเองสนใจ และในการศึกษาในครั้งนี้ ผู้จัดทำได้
เลือกประเภทโครงงาน คอื โครงงานประเภทศกึ ษา คน้ คว้า ทดลอง โดยการทดลองทำผลติ ภณั ฑ์จากลำไยที่นำไปสู่
การประกอบอาชีพและการมีรายได้

2.2 ความรเู้ รื่องการแปรรูปผลิตภัณฑอ์ าหาร
2.2.1 ความหมายของการแปรรูป
การแปรรูปอาหารหรือการถนอมอาหาร หมายถึง การเก็บรักษาอาหารหรือแปรรปู อาหารทำให้อยู่ได้นาน

โดยไมบ่ ูดเสยี และผลของการถนอมอาหารจะช่วยยืดอายุอาหาร การเปล่ยี นแปลงท้ังในดา้ นสี กล่นิ รส เน้ือสัมผัส
และยงั คงคุณคา่ ทางโภชนาการของอาหารไว้ การถนอมอาหารเป็นกระบวนการของการแปรรูปดว้ ยวิธีหลายอย่าง
ไดแ้ ก่ การดอง การแช่อิ่ม การตากแหง้ และการเชอ่ื ม เป็นต้น

2.2.2 วธิ ีการแปรรูปอาหาร
วิธีการแปรรูปอาหาร การถนอมอาหารหรือการแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อาหารชนิดต่างๆ นั้นมีการปฏิบัติ
ต่อเนื่องกันมาหลายวิธีแต่ละวิธีอาจจะแตกต่างกันออกไปในรายละเอียดปลีกย่อยแล้วแต่ความนิยมในท้องถิ่นซึ่ง
อาจจะแบ่งออกได้ ดังนี้
1. วัตถุดิบที่เหลือใช้จากการประกอบอาหาร เป็นวัตถุดิบประเภทเคร่ืองปรุงต่างๆ ที่มีมากเกินความ
จำเปน็ หรอื ผู้ช้ือคำนวณทตี่ ้องการใช้ผิดพลาด เชน่ แยกไข่ขาวออก ใช้แต่ไขแ่ ดงในการทำอาหารหวาน เปน็ ต้น

9

2. ผลไม้ท่ีมมี ากในฤดูกาล ผลไมบ้ างอย่างจะออกมามากจนล้นตลาด ทำให้ราคาถูกและไม่สามารถเก็บใน
สภาพธรรมชาติไดเ้ พราะผลไม้จะสุกงอมและเน่าเสยี ตอ้ งทง้ิ ไปด้วยเปลา่ ประโยชน์ การนำผลไม้มาแปรรูปสามารถ
ทำได้หลายวิธี เชน่ การกวน การเชื่อม การแช่อ่มิ เป็นตน้

การแปรรูปอาหารมีวิธกี ารและหลักการใหญๆ่ ดงั น้ี
1. อาหารทีน่ ำมาใชแ้ ปรรปู ตอ้ งอยูใ่ นสภาพดี
2. เมอ่ื แปรรปู แลว้ จะได้อาหารใหมท่ มี่ รี สชาติ ลกั ษณะแตกตา่ งไปจากอาหารเดิม มองดูน่ารบั ประทาน
3. คณุ คา่ ทางโภชนาการของอาหารทแ่ี ปรรูปต้องไม่สูญเสยี มาก
4. ตอ้ งไมน่ ำสารปรงุ แต่งอาหารท่ใี ห้โทษมาใช้ในการแปรรูป
5. สามารถนำไปรบั ประทาน จดั เล้ียง หรือจำหนา่ ย
จากการศึกษาความรู้เรื่องการแปรรูปอาหาร สรุปได้ว่า การแปรรูปอาหารเป็นการ เปลี่ยนแปลงวัตถุดิบ
หรือผลผลิตใหเ้ กิดเป็นผลิตภัณฑใ์ หม่ๆ มวี ธิ ีการทำไดห้ ลายข้นั ตอน สามารถก่อให้เกิดอาชีพใหม่และช่วยแก้ปัญหา
ราคาผลผลติ ตกต่ำได้ ผู้จัดทำได้นำความรู้ไปใช้ในการแปรรูปอาหารจากลำไยให้เป็นผลิตภัณฑ์ท่ีมีประโยชน์และมี
คุณภาพ สามารถจัดจำหน่ายเพอ่ื หารายไดใ้ นระหว่างเรียนและสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ในอนาคต

2.3 ความรู้เกีย่ วกับวตั ถดุ บิ และส่วนผสมทีใ่ ช้ในการแปรรูปอาหาร
ลำไย
ลำไย (ชื่อวิทยาศาสตร์: Dimocarpus longan) มีชื่อเรียกทางพื้นบ้านภาคเหนือว่า "บ่าลำไย" ช่ือ

ภาษาองั กฤษว่า Longan อยูใ่ นวงศ์ Sapindaceae เป็นพชื ไมผ้ ลเขตร้อนและกึ่งร้อน เปน็ ไม้ยืนตน้ ขนาดกลาง ลำ
ต้นสีน้ำตาล ออกดอกเป็นช่อ สีขาวครีม ผลทรงกลมเป็นช่อ ผลดิบเปลือกสีน้ำตาลอมเขียว ผลสุกสีน้ำตาลล้วน
เน้อื ลำไยสีขาวหรอื ชมพูออ่ น เมล็ดสดี ำเปน็ มัน เนื้อลอ่ นเมด็

ลักษณะของลำไย
ลำไย (Longan) เปน็ ผลไม้ชนดิ หนง่ึ เป็นไม้ยนื ต้นขนาดกลาง ต้นเปน็ ทรงพุม่ ทบึ ผลมลี กั ษณะกลมเล็ก ผิว
เปลือกบางสาก มีสีน้ำตาล มีเน้ือนุ่มฉ่ำน้ำ มีสีขาวหรือสีชมพู ตามสายพันธุ์ มรี สชาติหวานกรอบ มีกลิ่นหอม มีถ่ิน
กำเนิดเขตร้อนในทวีปเอเชีย เป็นที่นิยมปลูกกันมากในหลายประเทศ ในประเทศไทยจะปลูกกันมากในภาคเหนือ
ลำไยท่ีมีชือ่ เสยี งมากปลูกในจงั หวัดลำพนู พนั ธุ์ท่ีปลูกในประเทศไทยมหี ลายสายพันธุ์ มีคุณประโยชนแ์ ละสรรพคุณ
ทางยาหลายอย่าง ใช้นำมาเปน็ ผลไม้รบั ประทาน ใชท้ ำเปน็ เคร่ืองดม่ื ต่างๆได้
สรรพคุณและประโยชนข์ องลำไย
1. ชว่ ยให้หลับสบายและช่วยในการเจริญอาหาร
2. ชว่ ยรกั ษาอาการหวัด ดว้ ยการนำใบมาชงกับน้ำรอ้ นด่มื
3. ชว่ ยรกั ษาโรคมาลาเรีย ดว้ ยนำใบสดประมาณ 20 กรมั นำ้ 2 แก้วผสมเหลา้ อกี 1 แกว้ นำมาต้มรวมกัน
ให้เดือดจนเหลอื นำ้ 1 แก้วแล้วนำมากนิ

10

4. ช่วยรักษาแผลเนา่ เป่ือย บรรเทาอาการคัน ดว้ ยนำเมลด็ ไปเผาใหเ้ ปน็ เถ้าแลว้ นำมาทา
5. ช่วยรักษาอาการท้องร่วง ดว้ ยการนำเปลือกของตน้ ที่มีสนี ้ำตาลอ่อนใชต้ ม้ เป็นยา
6. ช่วยรกั ษาโรครดิ สีดวงทวาร ดว้ ยการนำใบลำไยมาชงกับน้ำร้อนดม่ื
7. ใชเ้ ป็นยาแก้โรคต่าง ๆ ทีเ่ กยี่ วกับหนอง ดว้ ยการนำใบสดประมาณ 20 กรัมไปตม้ กบั น้ำด่ืม
8. แกป้ ัญหาอาการตกขาว ด้วยการนำรากมาต้มน้ำหรอื เคย้ี วให้ค้นผสมกนิ
9. ช่วยขับพยาธเิ สน้ ด้าย ด้วยการนำรากมาตม้ น้ำหรือเค้ียวใหค้ ้นผสมกิน
10. ชว่ ยรกั ษาปัสสาวะขัด ดว้ ยการนำเมลด็ มาทบุ ใหแ้ ตกแล้วตม้ น้ำกิน แต่ต้องลอกเปลอื กสดี ำออกก่อน
11. ดอกลำไยใช้เปน็ ยาขับปสั สาวะ สลายกอ้ นน่ิวในไตได้
12. แกอ้ าการวงิ เวียนศีรษะอ่อนเพลยี เพ่ิมความสดชื่น ด้วยนำเปลอื กผลทีแ่ ห้งแล้วมาต้มน้ำกนิ
13. ชว่ ยรกั ษาแผลหกลม้ โดนมดี บาด ด้วยการใชเ้ มล็ดบดเปน็ ผงแล้วนำมาพอกห้ามเลอื ด จะชว่ ยแก้ปวด
ได้ด้วย แตต่ ้องเอาเปลอื กสดี ำออกก่อน
14. ช่วยรกั ษาแผลไฟไหมน้ ำ้ ร้อนลวก ด้วยการนำเปลือกผลทแี่ ห้งแลว้ มาเผาเป็นเถา้ หรอื บดใหเ้ ปน็ ผงแลว้
นำมาโรยที่บาดแผล
15. ช่วยรกั ษาแผลมีหนอง สมานแผล หา้ มเลือด แกป้ วด ด้วยการนำเมล็ดมาต้มหรือบดเปน็ ผงนำมา
รบั ประทาน
16. ช่วยรกั ษากลากเกลอ้ื น ด้วยการใช้เมล็ดชุบน้ำสม้ สายชูที่หมักด้วยข้าวแลว้ นำมาถู แต่ทง้ั นีต้ ้องลอก
เปลือกสดี ำออกก่อน
17. ช่วยรกั ษาแผลเรอ้ื รงั และมหี นอง ด้วยการนำเมล็ดไปเผาเป็นเถา้ แลว้ นำมาผสมกับน้ำมะพร้าวทา
บรเิ วณที่เปน็
18. เป็นยาบำรุงมา้ ม เลือดลม หวั ใจ บำรุงรา่ งกาย นอนไม่หลบั อาการอ่อนเพลีย ด้วยนำเนอ้ื หมุ้ เมล็ดมา
ต้มน้ำกนิ หรือนำมาแช่กับเหล้า
19. ลำไยอบแห้งมีสารตอ่ ต้านอนมุ ูลอสิ ระท่ีชว่ ยยบั ยง้ั สารกอ่ มะเร็ง
20. ช่วยลดอนุมูลอิสระในเม็ดเลือดขาว
21. ลำไยมสี ารออกฤทธิท์ ่ชี ว่ ยฆ่าเซลล์มะเร็งลำไส้ใหญ่ได้
22. มีสารชว่ ยลดการเส่อื มสลายจากข้อเข่า
23. ลำไยมีวิตามินบี 12 ท่มี สี ่วนชว่ ยในการบำรงุ ประสาทและสมอง
24. ลำไยมีธาตุแคลเซยี มสงู มสี ่วนชว่ ยในเร่อื งของทำใหก้ ระดูกและฟันแขง็ แรง
25. ลำไยมีธาตุฟอสฟอรสั ท่มี ีสว่ นช่วยบรรเทาอาการปวดจากขอ้ อกั เสบได้
26. ลำไยมีธาตโุ ซเดียม ช่วยให้เสน้ ประสาทและกล้ามเนื้อทำงานได้อยา่ งเปน็ ปกติ

11

27. ลำไยมธี าตโุ พแทสเซียมท่ีมีสว่ นช่วยใหม้ สี ติปญั ญา จิตใจร่าเริงแจ่มใสได้ โดยการสง่ ออกซิเจนไปเลี้ยง
ทส่ี มอง

28. ลำไยมีธาตุเหล็กซ่งึ ชว่ ยปอ้ งกนั อาการอ่อนเพลยี ของรา่ งกาย
29. ลำไยมีแรธ่ าตทุ องแดงท่ีมีสว่ นช่วยใหร้ ่างกายมพี ลงั งาน โดยการชว่ ยให้ร่างกายดดู ซึมธาตุเหลก็ ได้
อย่างมปี ระสทิ ธภิ าพ
พดุ ด้ิง
พุดดิ้ง (Pudding) เป็นขนมหวานของฝรั่ง มีรสหวานหอมกลิ่นนมและไข่ชวนให้น่ารับประทาน เนื้อพุดดิ้ง
จะเนยี นน่มุ ละมนุ ลิ้นเหมือนไขต่ ๋นุ แต่มคี วามหยุ่นมากกว่า
วุ้น
วุ้น (Agar–Agar) คือ สารประกอบของน้ำตาลหลายโมเลกุล สกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง 2 ชนิด
Gelidium (สาหร่ายเขากวาง) และ Gracilaria (สาหร่ายวุ้น หรือ สาหร่ายผมนาง) มีแพร่กระจายอยู่ทั่วโลกตาม
เขตพื้นที่ที่ติดชายฝั่งทะเลหรือบริเวณเกาะที่มีคลื่นลมสงบทั้งในเขตร้อนและเขตอบอุ่น สำหรับในประเทศไทยจะ
พบแพรก่ ระจายอยู่ตามชายฝัง่ ของอา่ วไทยและฝง่ั มหาสมุทรอนิ เดยี
นำ้ ผลไม้
นำ้ ผลไม้ (Fruit Juice) หมายถึง นำ้ ซึ่งมาจากการคั้นหรอื สกดั จากผลไม้ชนดิ ต่างๆ
ผลไมก้ วน
การเอาเน้ือของผลไม้มากวนกบั ส่วนผสมอืน่ ๆใหเ้ ขา้ กนั ( เปน็ เน้อื เดียวกนั )
ไอตมิ
ไอติม เปน็ ของหวานแช่แข็งชนดิ หนึ่ง ไดจ้ ากการผสมสว่ นผสม นำไปผา่ นการฆา่ เช้ือ แลว้ จากน้ันนำไปป่ัน
ในที่เย็นจัด เพื่อเติมอากาศเข้าไปพร้อม ๆ กับการลดอุณหภูมิ โดยอาศัยเครื่องปั่นไอศกรีม ไอศกรีมตักโดยทั่วไป
จะตอ้ งผา่ นขัน้ ตอนการแชเ่ ยอื กแข็งอีกคร้ังก่อนนำมาขายหรอื รบั ประทาน
ผงวุน้
เป็นสารประกอบของน้ำตาลหลายโมเลกุล 2 กลุ่มคอื เอกาโรสและเอกาโรเพกตนิ ซึ่งสกดั ได้จากสาหร่าย
ทะเลให้วุ้น เป็นสาหร่ายสีแดงในดวิ ิชนั่ โรโดไฟตา้
น้ำตาลทรายขาว
น้ำตาลทรายขาว (Plantation or mill white sugar) เป็นน้ำตาลซูโครสทีอ่ ยู่ในรูปผลึก มีสีขาวถึงเหลอื ง
อ่อน มีกากน้ำตาล และความชื้นน้อย เกล็ดน้ำตาลจับตัวไม่แน่น มีความร่วนกว่าน้ำตาลทรายดิบ ใช้การฟอกสี
น้ำอ้อยด้วยก๊าซ SO2 หรือ ก๊าซ CO2 น้ำตาลชนิดนี้นิยมใช้สำหรับอุตสาหกรรมอาหาร น้ำอัดลม รวมถึงจำหน่าย
สำหรับใช้ในครัวเรือน

12

สผี สมอาหาร
สีผสมอาหาร (อังกฤษ: Food coloring) เป็นสีย้อม สารสีหรือสารใด ๆ ที่ให้สีเมื่อเพิ่มในอาหารหรือ
เครื่องดื่ม มีหลายรูปแบบทั้งของเหลว ผง เจลและสีป้าย สีผสมอาหารใช้ทั้งในการผลิตอาหารเชิงพาณิชย์และใน
การประกอบอาหารในบ้าน เนื่องจากความปลอดภัยและหาได้ทั่วไป สีผสมอาหารยังใช้ประโยชน์นอกเหนือจาก
อาหารไดห้ ลายอยา่ ง รวมถงึ เคร่ืองสำอาง ยา โครงการงานทำมือและอุปกรณก์ ารแพทย์
นมสด
นมสด (นมสดพาสเจอไรซ์) คือ นมที่รีดได้จากแม่วัว 100% แล้วนำไปผ่านความร้อนต่ำที่ 62-63 องศา
เซลเซยี ส เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 30 นาที เพอื่ เป็นฆ่าเชื้อจุลินทรยี ์ หลังจากนัน้ เม่ือบรรจใุ สใ่ นภาชนะแล้ว ควรเก็บไว้
ในตู้เย็นหรือที่อุณหภูมิต่ำ 0-4 องศาเซลเซียส และจะมีอายุการเก็บรักษาไม่นานเพียง 3-5 วันเท่านั้น แต่จะมี
รสชาตหิ อม มนั มคี วามเป็นธรรมชาติ
นมขน้ หวาน
นมข้นหวาน (sweeten condensed milk) เป็นผลิตภัณฑ์นม (dairy product) ที่ทำให้เข้มข้น
(concentration) ด้วยการระเหยน้ำ (evaporation) ออกบางส่วน แล้วผสมกับน้ำตาลทราย (sucrose) ปริมาณ
นำ้ ตาลในนมข้นหวานประมาณ 47-56 % เพ่อื ลดค่า water activityจดั เป็นอาหารกลมุ่ intermediate moisture
foodนมข้นหวานหา้ มใชเ้ ลี้ยงทารกเพราะนอกจากมนี ้ำตาลมากแล้วจะมสี ารอาหารโปรตีนและสารอาหารอ่ืนๆ อยู่
น้อย ไมเ่ พยี งพอกับความตอ้ งการของรา่ งกายทารก
ใบเตย
ใ บ เ ต ย ( Pandanus,Fragrant Pandan,Pandom wangi) ม ี ช ื ่ อ ว ิ ท ย า ศ า ส ต ร ์ ค ื อ Pandanus
amaryllifolius Roxb Linn.Palm อยู่ในวงศ์ PANDANACEAE เป็นพืชที่คนไทยรู้จักกันมานานและนำมาใช้
ประโยชน์ในชีวิตประจำวันกันมาก เนื่องจากหาได้ง่ายในประเทศไทย ราคาถูก เป็นพืชที่ให้สีและกลิ่น ไม่เป็นพิษ
ภัยในการนำมาประกอบอาหารและทำขนม ใบเตยมีสารต่างๆ อยู่หลายชนิดและมีสารหอมที่ให้กลิ่นด้วย จึงมี
ผ้สู นใจที่จะนำใบเตยมาใช้ประโยชน์กนั มาก โดยท่วั ไปจะนยิ มเรยี กวา่ เตย แต่ในบางทอ้ งถ่นิ เรยี กวา่ หวานขา้ วใหม่
(ภาคกลาง) ปาแนะวองงิ (มาเลเซีย-นราธวิ าส)
นมขน้ จืด
นมข้นจดื คือ นมสดทีน่ ำไปผ่านกระบวนการทต่ี ้องระเหยนำ้ ออกไปบางส่วน อาจมากถงึ 60% จึงทำให้ได้
นมท่มี คี วามเข้มข้นมากขนึ้ เป็นสองเทา่ และจะมีความหอม มัน ซงึ่ หากบรรจใุ ส่ในกระป๋องแลว้ เก็บไว้ในอุณหภูมิต่ำ
หรืออณุ หภมู หิ ้องปกติ จะอยไู่ ด้นานถึง 6 เดอื น แต่หากเปิดใชง้ านแลว้ จะเก็บรกั ษาได้ 5-7 วนั เท่านั้น

13

แบะแซ
แบะแซ (Corn Syrup) หรืออาจเรียก กลูโคสไซรัป (Glucose Syrup) ทำมาจากการย่อยแป้งมัน
สำปะหลังหรือแป้งข้าวโพด ได้น้ำตาลชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่ใช้เพื่อให้น้ำตาลรัดตัวเร็วขึ้นในขนมหวาน มีลักษณะ
เหนยี วใส หนืด มีทั้งชนิดใสและสีเหลืองน้ำตาล ไมต่ กผลกึ เป็นทราย แบะแซน้ันแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ แบะ
แซผง และแบะแซน้ำ

14

บทที่ 3
วธิ กี ารดำเนินงานโครงงานอาชพี

ในการดำเนินงานโครงงานอาชีพ เรื่อง นานาลำไย สมาชิกกลุ่มกิจกรรมโครงงานอาชีพวางแผนการ
ดำเนนิ งาน โดยระบบการทำงานและปฏบิ ัตติ ามแผนงานทว่ี างไว้ดงั น้ี

3.1 การคดิ และเลอื กหัวข้อโครงงานอาชพี
การคิดและเลือกหัวข้อโครงงานอาชีพมีความเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนและสอดคล้องกับกิจกรรม

ส่งเสริมการหารายได้ในระหว่างเรียนตามโครงการพัฒนาวิชาชีพเพื่อการมีงานทำเพื่อสนองนโยบายสำนัก
บริหารงานการศึกษาพิเศษ ซึ่งกิจกรรมส่งเสริมการหารายได้ในระหว่างเรียนเป็นกิจกรรม ที่โรงเรียนมุ่งเน้นให้
นักเรียนรู้จักการประกอบอาชีพ โดยมีเนื้อหาเหมาะสมตามความสามารถของสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมโครงงาน
อาชีพ มุ่งเน้นให้นำวัตถุดิบที่มีอยู่ในท้องถิ่น มาใช้ให้เกิดประโยชน์และเป็นการบริหารจัดการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่
อยา่ งคุม้ คา่

3.2 การวางแผนการดำเนนิ งานโครงงานอาชีพ
การวางแผนการดำเนินงานโครงงานอาชีพ โดยการกำหนดขอบข่ายหน้าที่ของสมาชิก แนวทางการ

ปฏิบัติ ความรับผิดชอบของสมาชิกในกลุ่มกจิ กรรมโครงงานอาชีพอยา่ งเปน็ รปู ธรรมและรัดกุม มุ่งเน้นให้สมาชิก
ปฏิบตั ิงานด้วยตนเองและตรวจสอบควบคมุ คุณภาพผลิตภัณฑ์

3.3 การดำเนนิ งานโครงงานอาชีพ
การปฏิบตั ิงานของสมาชิกในกลุ่มกจิ กรรมโครงงานอาชพี ม่งุ เนน้ ให้สมาชิกปฏบิ ัตงิ านดว้ ยตนเอง เริ่มต้ังแต่

การลงพื้นที่เพื่อเก็บผลลำไย เมื่อได้ผลผลิตภัณฑ์นำไปจัดจำหน่ายที่ก่อให้เกิดรายได้และการจัดทำบัญชีรายรับ-
รายจ่าย ซึ่งทำให้สมาชิกได้เรียนรู้การทำงานจากประสบการณ์จริง คิด แก้ไข ปรับใช้ พัฒนาโครงงานอาชีพจน
นำไปสูค่ วามสำเรจ็

3.4 แผนการตลาด
ในการดำเนินงานโครงงานอาชีพสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมได้จดั ทำแผนการตลาด โดยเจาะกล่มุ ตลาดลูกค้า

ท่ชี ่นื ชอบความแปลกใหมใ่ สใ่ จสขุ ภาพและให้ลูกค้าทดลองชมิ ผลติ ภณั ฑ์ก่อนตดั สินใจซ้ือ

3.5 แผนประชาสัมพันธแ์ ละการเผยแพร่
ในการจัดทำผลิตภัณฑ์แปรรูปจากลำไย สมาชิกกลุ่มกิจกรรมโครงงานอาชีพได้วางแผนขั้นตอนการ

ดำเนินงาน เพอ่ื แนวทางการดำเนนิ งานท่ีเป็นระบบ ย่ังยืน และนำไปส่คู วามสำเร็จดังน้ี

15

3.5.1 ขนั้ ตอนการเตรียมงาน
3.5.1.1 รวมกลุ่มสมาชกิ กิจกรรมโครงงานอาชีพ
3.5.1.2 ศึกษาข้อมูลการทำโครงงานอาชพี มอบหมายหนา้ ทข่ี องสมาชิกในกลมุ่
3.5.1.3 จดั ทำแบบเสนอโครงงานอาชีพ
3.5.1.4 จัดซื้อวสั ดุอุปกรณท์ ่ีเก่ียวขอ้ งในการดำเนนิ งานโครงงานอาชพี

3.5.2 ขัน้ ตอนการดำเนินงาน
3.5.2.1 จดั เตรียมวัสดุ อุปกรณ์ สถานที่ ในการจัดทำโครงงานอาชพี
3.5.2.2 ดำเนินงานโครงงานอาชพี ตามแผนงานท่ีวางไวแ้ ละประเมินผลจากแบบสอบถาม
3.5.2.3 สรุปผลการดำเนินงานและประเมนิ ผลจากแบบสอบถาม

3.5.3 ขั้นตอนการนำเสนอผลงาน
3.5.3.1 จัดทำรปู เลม่ โครงงานอาชพี สำหรับการเผยแพรก่ ิจกรรม
3.5.3.2 เผยแพรผ่ ลงานจนเป็นจดุ เรียนรู้

3.5.4 ขนั้ ตอนการเตรียมสถานท่ี
3.5.4.1 จัดเตรยี มสถานทดี่ ำเนนิ งาน เตรียมวสั ดุอปุ กรณ์ที่เก่ียวขอ้ ง
3.5.4.2 จดั เตรยี มสถานท่ใี หค้ วามรเู้ กย่ี วกับกิจกรรมโครงงานอาชพี

3.6 แนวทางการบรหิ ารจัดการโครงงานอาชีพ
ในการดำเนินกิจกรรมโครงงานอาชีพสมาชิกภายในกลุ่มกิจกรรมได้ใช้หลัก PDCA ในการบริหารจัดการ

โครงงาน เพ่อื ใหก้ ระบวนการทำงานทีเ่ ปน็ ระบบ ดังนี้
3.6.1 การวางแผน (Plan)
คือ การวางแผนการดำเนินงานโครงงานอาชีพโดยเริ่มตั้งแต่การกำหนดวัตถุประสงค์และกำหนดตาราง

การทำงาน
3.6.2 การลงมือทำ (Doing)
คอื การปฏิบตั ิตามแผนงานทวี่ างไว้อยา่ งรอบคอบและเป็นระบบ
3.6.3 การตรวจสอบงาน (Check)
คือ ติดตามตรวจสอบผลการดำเนินงานโครงงานอาชีพพร้อมทั้งตรวจสอบปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการ

ดำเนินงานโครงงานอาชีพ
3.6.4 การปรับปรงุ แก้ไขงานใหด้ ีขนึ้ (Action)
คือ การนำปัญหาที่เกิดข้ึนในระหว่างการดำเนินงานโครงงานอาชีพมาปรับปรุงแก้ไข ต่อยอด ที่นำไปสู่

ความยัง่ ยนื

16

3.7 การจดั ทำแผนการตลาดในกิจกรรมโครงงานอาชีพ
ในการดำเนินงานโครงงานอาชีพเรื่อง นานาลำไย สมาชิกกลุ่มกิจกรรมโครงงานอาชีพได้จัดทำแผนการ

ตลาดตามองคป์ ระกอบของแผนการตลาด ดงั น้ี
3.7.1 สถานการณ์การตลาดในปจั จุบัน
องค์ประกอบแรกของแผนการตลาดนั้นได้แก่ภาพรวมของสถานการณ์การแข่งขันในตลาดธุรกิจกลุ่ม

เดียวกันกับธุรกิจของกิจกรรมโครงงานอาชีพเรื่อง นานาลำไย ไม่ว่าจะเป็นยอดขาย ต้นทุน กำไรของคู่แข่งขัน
สภาพทางเศรษฐกิจและสถานการณใ์ นปัจจุบัน

3.7.2 การวเิ คราะหโ์ อกาสทางการตลาด
การวิเคราะห์โอกาสทางการตลาดคือส่วนที่เริ่มนำข้อมูลจากหัวข้อสถานการณ์ตลาดในปัจจุบันมา
วิเคราะห์กิจกรรมโครงงานอาชีพ วิเคราะห์จุดแข็ง วิเคราะห์จุดอ่อน และวิเคราะห์โอกาสในการทำกิจกรรม
โครงงานอาชพี โดยการศกึ ษาดวู า่ สถานการณใ์ นปจั จุบันเหมาะสมกบั การทำโครงงานอาชีพหรอื ไม่

3.8 กลยทุ ธท์ างการตลาด
กลยุทธ์ทางการตลาดถอื เป็นสว่ นที่สำคัญที่สุดในการทำกิจกรรมโครงงานอาชีพ โดยปกติแล้วการกำหนด

กลยุทธ์ทางการตลาดเริ่มต้นด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเพือ่ ทำความเขา้ ใจกลุ่มลูกค้ามุ่งเน้นจัดทำผลิตภัณฑ์ท่ีมีความ
แปลกใหม่ คุณคา่ ทางโภชนาการอาหาร และมคี วามน่าสนใจ เพือ่ ตอบสนองความตอ้ งการของลูกคา้ ในปัจจบุ นั

3.9 แผนการดำเนินงาน
แผนการดำเนินงานคือขั้นตอนการปฏิบัติกิจกรรมโครงงานอาชีพตามแผนงานที่วางไว้เพื่อให้ได้

ผลิตภัณฑจ์ ากลำไยและสามารถบรรลุวตั ถปุ ระสงค์ของกิจกรรมโครงงานอาชีพทวี่ างไว้

3.10 แผนการทางการเงิน
แผนการทางเงินสามารถคาดคะเนยอดขายล่วงหน้าได้ และในด้านรายจ่ายก็สามารถประมาณต้นทุน

กำไร และแผนการตลาดซึ่งสามารถนำความแตกต่างระหว่างรายรับ-รายจ่าย มาคาดการณ์กำไรในการดำเนิน
กิจกรรมโครงงานอาชีพไดอ้ ีกดว้ ย

3.11 แผนควบคุมการปฏบิ ัตงิ าน
แผนควบคุมการปฏบิ ัตงิ านมุ่งเนน้ โดยการนำปญั หาทพ่ี บระหว่างการทำงานมาปรับปรุง แก้ไข พัฒนา และ

สามารถประกอบกิจกรรมโครงงานอาชีพได้อย่างย่งั ยืน

17

3.12 การใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในกจิ กรรมโครงงานอาชีพ
ในการดำเนินงานกิจกรรมโครงงานอาชีพสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมได้ดำเนินงานตามยุทธศาสตร์เข้าใจ

เข้าถึง พัฒนา ตามรอยพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดลุ ยเดชที่สอดคล้องกับ 3 ห่วง
2 เง่อื นไข คือทางสายกลาง ประกอบด้วยดังนี้

1. ความพอประมาณ คือ มีความพอประมาณ ความพอดี ไม่มากหรือไม่น้อยจนเกินไป โดยต้องไม่
เบยี ดเบียน รู้จกั ความพอดี พอประมาณ ในการจัดทำผลติ ภัณฑ์ เป็นตน้

2. ความมีเหตุผล คือ การตัดสินใจระดับความพอเพียงนั้นจะต้องเป็นไปอย่างมีเหตุผล โดยพิจารณาจาก
เหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการกระทำนั้นๆอย่างรอบคอบ เช่น เมื่อเกิด
ปัญหาในการดำเนินงานกิจกรรมโครงงานอาชีพสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมต้องมีความรอบคอบในการแก้ไข้ปัญหา คิด
แก้ไข้ ปรบั ใช้ จนนำไปสู้แนวทางแกป่ ัญหา เปน็ ตน้

3. ความมภี มู คิ ุ้มกนั ท่ีดีในตัวเอง คอื การเตรียมตวั ใหพ้ รอ้ มรบั ผลกระทบและการเปล่ียนแปลงด้านต่างๆท่ี
เกิดขึ้น โดยคำนึงถึงความเป็นไปได้ในสถานการณ์ต่างๆที่จะเกิดขึ้นในอนาคตทั้งใกล้และไกล เช่น ในการจัดทำ
ผลิตภัณฑ์แปรรูปอาหารจากลำไยสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมต้องคิดอย่างรอบคอบในการเลือกวัตถุดิบในการแปรรูป
อาหารเพอ่ื การเก็บรักษาทสี่ ามารถไวร้ บั ประทานไดน้ าน เปน็ ตน้

4. เงื่อนไขความรู้ คือ มีความรอบรู้เกี่ยวกับวิชาการต่างๆที่เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน ความรอบคอบที่นำ
ความรู้เหล่านี้มาพิจารณาให้เชื่อมโยงกันเพื่อประกอบการวางแผน และความระมัดระวังในขั้นตอนการปฏิบัติ
คุณธรรมประกอบด้วยมีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความพอเพียง โดยใช้
สตปิ ัญญาในการดำเนนิ ชวี ิต เชน่ ในการดำเนนิ กจิ กรรมโครงงานอาชีพสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมนำกจิ กรรมโครงงาน
อาชีพมาบูรณาการกับวิชาภาษาไทยในเรื่องการเขียนรายงาน วิชาคณิตศาสตร์ในเรื่องของการทำบัญชีรายรับ -
รายจ่าย วิชาวิทยาศาสตร์ในเร่ืองของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ วิชาสังคมในเรื่องทีต่ ัง้ ทำเลในการคา้ ขาย วิชา
อังกฤษในเรื่องของการสื่อสารเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียน วิชานาฏศิลป์ในเรื่องของการจัดทำอุปกรณ์การแสดง
วชิ าสุขศกึ ษาในเร่อื งของคุณค่าทางโภชนาการอาหาร เปน็ ตน้

5. เงื่อนไขคุณธรรม คือ มีความตระหนักในคุณธรรม มีความซื่อสัตย์สุจริต มีความอดทน มีความเพียร
และใช้สติปัญญาในการดำเนินชีวิต เช่น ในการดำเนินงานโครงงานอาชีพสมาชิกในกลุ่มกิจกรรมมีความรัก ความ
สามคั คี และคณุ ธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นพนื้ ฐานของการดำเนนิ งานท่นี ำไปสู่ความสำเร็จ

18

3.13 จัดทำปฏิทนิ การดำเนินงานโครงงานอาชพี

ตารางที่ 1 ปฏิทินการดำเนินงานโครงงานอาชีพ

สัปดาห์ วัน / เดอื น / ปี กิจกรรมทป่ี ฏบิ ตั ิ
สำรวจข้อมลู / วิเคราะห์ข้อมูลประกอบการตัดสินใจเลือก
1 24 พ.ย. 2564 อาชีพ
ศึกษาวิธีการเขียนโครงงานอาชีพ / เขียนโครงงานอาชีพ
2 1 ธ.ค. 2564 และขออนมุ ตั ิโครงงานอาชพี
ศึกษาความรู้เกี่ยวกับเรื่องที่เลือก/เตรียมอุปกรณ์ /
3-5 8 ธ.ค. 2564 สถานท่ปี ระชาสมั พนั ธ์
ผลติ /ประเมนิ ผลโครงงานระหวา่ งการดำเนินงาน
6 29 ธ.ค. 2564 เขยี นโครงงาน/ จัดทำสอ่ื การนำเสนอ
7-11 5 ม.ค. 2565 ประเมินสรุปการปฏบิ ัตงิ านโครงงานนานาลำไย
12 9 ก.พ. 2565 จัดเตรยี มสถานทีน่ ำเสนอโครงานนานาลำไย
13 16 ก.พ. 2565 นำเสนอและรายงานการดำเนนิ โครงงานนานาลำไย
14 25 ก.พ. 2565

3.14 การจดั ทำผลิตภณั ฑจ์ ากลำไย
ในการจักทำโครงงานอาชีพเรื่อง นานาลำไย สมาชิกในกลุ่มกิจกรรมโครงงานอาชีพได้ศึกษาวิธีการทำ

ผลิตภัณฑ์จากลำไย ดงั น้ี
3.14.1 พดุ ดง้ิ ลำไยนมสด
วตั ถดุ บิ
1. นมสด
2. นมข้นจดื
3. น้ำสะอาด
4. นำ้ ตาลทราย
5. ผงวนุ้
6. ลำไย

19

ขน้ั ตอนการทำ
1. นำลำไยมาแกะเปลือก และควา้ นเมด็ ออก

2. เทนมสดลงไปในหม้อ ตามดว้ ยนมขน้ จดื นำ้ สะอาด นำ้ ตาลทราย และผงวุ้น

20

3. คนให้เขา้ กนั และพักไว้ 10 นาที เพอ่ื ให้ผงวนุ้ อิม่ ตัว

21

4. ตง้ั ไฟกลางต้มให้เดอื ด และนำไปใสบ่ รรจุภณั ฑ์

5. นำ้ หมอ้ ตง้ั ไฟใสน่ มสด นมขน้ จดื น้ำตาลทราย และคนใหเ้ ข้ากนั

22

6. นำเนือ้ ลำไยใสล่ งไป ต้มต่ออกี 5 นาที และพักไวใ้ หเ้ ย็น
7. นำไปใส่ในบรรจภุ ัณฑ์ท่ใี ส่ชั้นแรกเรียบรอ้ ยแล้ว

23

3.14.2 วุ้นลำไย
วัตถดุ ิบ
1. น้ำสะอาด
2. ผงว้นุ
3. นำ้ ตาลทราย
4. เน้อื ลำไย
ข้นั ตอนการทำ
1. นำน้ำสะอาดใสห่ มอ้ ตามด้วยผงวุ้น คนใหเ้ ขา้ กัน

24

2. ต้งั ไฟ และใสน่ ้ำตาลทราย เกลือ เนอื้ ลำไย รอเดือด

25

3. นำไปใส่ในแม่พิมพ์ เม่ือแข็งตัวแลว้ นำใสบ่ รรจุภณั ฑ์

3.14.3 น้ำลำไย
วัตถดุ ิบ
1. นำ้ สะอาด
2. เนอื้ ลำไย
3. นำ้ เชอ่ื ม
4. ใบเตย
ขั้นตอนการทำ
1. นำน้ำสะอาดตงั้ ไฟ ใส่ใบเตยลงไป

26

2. ใส่นำ้ เชอื่ มและเน้ือลำไยลงไป ต้มใหเ้ ดือด

27

3. พกั ไว้ให้เยน็ และนำใส่บรรจุภณั ฑ์

3.14.4 ลำไยกวน
วตั ถดุ ิบ
1. เนอื้ ลำไยบดละเอียด
2. นำ้ ตาลทราย
3. นมข้นจืด
4. แบะแซ
ข้ันตอนการทำ
1. นำหม้อต้ังไฟ ใสเ่ น้ือลำไยบดละเอยี ด นำ้ ตาลทราย นมข้นจืด และแบะแซลงไป

28

2. คนจนกวา่ จะเหนียวหนืด

29

3. พักใหเ้ ยน็ นำไปห่อดว้ ยกระดาษแกว้

13.4.5 ไอติมลำไย
วัตถุดิบ
1. เนือ้ ลำไย
2. นมสด
3. แป้งขา้ วโพด
4. นมขน้ หวาน
ขั้นตอนการทำ
1. นำเนื้อลำไยผสมกับนมสด ป่นั ใหล้ ะเอยี ด

30

2. นำแปง้ ข้าวโพดและนมสดมาผสมใหเ้ ข้ากนั

3. ตง้ั หม้อเปดิ ไฟ นำเน้ือลำไยท่ีปั่นละเอียดและแปง้ ขา้ วโพดท่ผี สมนมลงไป คนให้เข้ากัน

4. ใสน่ มข้นหวานเพมิ่ รสชาติ

31

5. นำใส่ภาชนะ แรปและนำไปแชแ่ ข็ง

6. นำมาทแี่ ชแ่ ข็งมาปัน่ อกี รอบ ใส่เนอ้ื ลำไยเพม่ิ ใส่บรรจุภัณฑ์ และนำไปแชแ่ ขง็ อีกครง้ั

32

3.15 การคำนวณต้นทุนการผลติ และกำหนดราคาจำหนา่ ย

ทางกลมุ่ ของขา้ พเจา้ ได้ดำเนินการคำนวณตน้ ทนุ การผลติ และราคาจำหนา่ ยของผลิตภัณฑล์ ำไย โดย

คำนวณจากสตู รดงั น้ี

การคดิ หากำไร = ต้นทุนการผลิต x เปอรเ์ ซ็นตก์ ำไรท่ตี อ้ งการ

100

การกำหนดราคาขาย = ตน้ ทนุ การผลติ + กำไร

ตารางท่ี 2 แสดงตน้ ทุน-กำไร การจัดทำพดุ ดิง้ ลำไยนมสด

ลำดับ วตั ถุดบิ ปริมาณ ราคา ราคา/หนว่ ย ปรมิ าณทใี่ ช้ จำนวนเงนิ รวม
ในสตู ร แต่ละวตั ถุดบิ
1 นมข้นจดื (กรัม) 1000 52 0.05 220
2 นมสด (มลิ ลลิ ติ ร) 2000 92 0.05 1100 11.00
3 นำ้ ตาลทราย (กรัม) 500 12 0.02 100 55.00
4 ผงวุ้น (กรัม) 115 29 0.25 1 2.00
5 นำ้ เปลา่ (มิลลิลติ ร) 600 7 0.11 250 0.25
6 ลำไย (กิโลกรัม) 32 0.5 27.50
7 บรรจุภณั ฑ์ (ถว้ ย) 1 32 1.68 10 16.00
50 84 16.80
128.55
รวม

การคิดหากำไร = ตน้ ทุนการผลิต x เปอรเ์ ซ็นตก์ ำไรทต่ี อ้ งการ
100
=
128 x 50
การกำหนดราคาขาย = 100
=
= 64
= ตน้ ทนุ การผลิต + กำไร
128 + 64
192

33

ราคาต่อหน่วยท่ีขาย = 192
10

= 20
ราคาขายถว้ ยละ 20 บาท
จัดทำได้ 10 ถ้วย ถ้วยละ 20 บาท ได้ 200 บาท
รวมตน้ ทนุ ท้ังหมด 128 บาท
ได้กำไร 200 – 128 = 72 บาท

ตารางท่ี 3 แสดงตน้ ทุน-กำไร การจัดทำว้นุ ลำไย

ลำดบั วัตถดุ บิ ปรมิ าณ ราคา ราคา/หนว่ ย ปริมาณทใ่ี ช้ จำนวนเงนิ รวม
ในสตู ร แต่ละวตั ถุดิบ
1 ลำไย (กโิ ลกรัม) 1 32 32 0.2
2 นำ้ ตาลทราย (กรัม) 500 12 0.02 134 6.4
3 ผงวนุ้ (กรมั ) 115 29 0.25 15 2.68
4 นำ้ เปลา่ (ลติ ร) 1.5 15 10 1 3.75
5 ใบเตย (ใบ) 10 3 0.30 4 10
6 เกลอื (กรมั ) 220 3 0.01 5 1.2
7 บรรจภุ ัณฑ์ (ถ้วย) 50 84 1.68 10 0.05
16.80
รวม 40.88

การคิดหากำไร = ตน้ ทนุ การผลิต x เปอรเ์ ซ็นต์กำไรท่ีต้องการ
100
=
40 x 50
การกำหนดราคาขาย = 100
ราคาตอ่ หนว่ ยท่ีขาย =
= 20
= ตน้ ทุนการผลติ + กำไร
= 40 + 20
60
= 60
8
8

34

ราคาขายถ้วยละ 8 บาท
จัดทำได้ 8 ถว้ ย ถ้วยละ 8 บาท ได้ 64 บาท
รวมตน้ ทนุ ท้ังหมด 40 บาท
ได้กำไร 64 – 40 = 24 บาท

ตารางที่ 4 แสดงตน้ ทุน-กำไร การจดั ทำนำ้ ลำไย

ลำดบั วัตถดุ ิบ ปรมิ าณ ราคา ราคา/หน่วย ปริมาณท่ีใช้ จำนวนเงินรวม
ในสูตร แตล่ ะวัตถดุ ิบ
1 ลำไย (กโิ ลกรัม) 1 32 32 0.4
3 นำ้ เช่อื ม (กรัม) 800 35 0.04 600 12.8
4 น้ำเปลา่ (ลิตร) 3 30 10 3 24
5 ใบเตย (ใบ) 10 3 0.30 4 30
7 บรรจภุ ณั ฑ์ (ขวด) 150 270 1.8 10 1.2
18
รวม 68

การคิดหากำไร = ตน้ ทุนการผลิต x เปอรเ์ ซ็นตก์ ำไรทตี่ อ้ งการ

100

= 68 x 50

100

= 34

การกำหนดราคาขาย = ตน้ ทุนการผลติ + กำไร

= 68 + 34

= 102

ราคาตอ่ หนว่ ยที่ขาย = 102

10

= 10

ราคาขายขวดละ 10 บาท

จัดทำได้ 10 ขวด ขวดละ 10 บาท ได้ 100 บาท

รวมตน้ ทนุ ท้งั หมด 68 บาท

ไดก้ ำไร 100 – 68 = 32 บาท

35

ตารางท่ี 5 แสดงตน้ ทุน-กำไร การจัดทำไอติมลำไย

ลำดบั วัตถุดิบ ปริมาณ ราคา ราคา/หนว่ ย ปรมิ าณท่ีใช้ จำนวนเงินรวม
ในสตู ร แตล่ ะวตั ถดุ ิบ
1 ลำไย (กิโลกรมั ) 1 32 32 0.7
2 นมสด (มิลลิลติ ร) 2000 92 0.05 830 22.4
3 นมขน้ หวาน (กรมั ) 388 20 0.05 150 41.5
4 นำ้ ตาลทราย (กรัม) 500 12 0.02 15 7.5
5 แป้งขาวโพด 500 22 0.04 60 0.3
6 บรรจภุ ัณฑ์ (ถว้ ย) 25 100 4 7 2.4
28
รวม 102

การคดิ หากำไร = ต้นทนุ การผลติ x เปอรเ์ ซน็ ต์กำไรที่ต้องการ

100

= 102 x 50

100

= 51

การกำหนดราคาขาย = ต้นทุนการผลติ + กำไร

= 102 + 51

= 153

ราคาต่อหนว่ ยท่ีขาย = 153

7

= 22

ราคาขายถ้วยละ 22 บาท

จัดทำได้ 7 ถ้วย ถว้ ยละ 22 บาท ได้ 154 บาท

รวมตน้ ทุนท้งั หมด 102 บาท

ไดก้ ำไร 154 – 102 = 52 บาท

36

ตารางท่ี 6 แสดงตน้ ทุน-กำไร การจดั ทำลำไยกวน

ลำดับ วตั ถุดบิ ปรมิ าณ ราคาทซี่ ้อื มา ราคา/หนว่ ย ปริมาณท่ใี ช้ จำนวนเงินรวม
ในสตู ร แต่ละวตั ถุดบิ
1 ลำไย (กิโลกรมั ) 3 96 32 3
2 นมขน้ จดื (กรัม) 1000 52 0.05 300 96
3 นำ้ ตาลทราย (กรัม) 500 12 0.02 500 15
4 แบะแซ (กรมั ) 1000 35 0.04 300 10
5 บรรจภุ ณั ฑ์ (ถ้วย) 50 84 1.68 10 12
28.22
รวม 161.22

การคิดหากำไร = ตน้ ทนุ การผลิต x เปอร์เซ็นต์กำไรทีต่ ้องการ

100

= 161 x 50

100

= 81

การกำหนดราคาขาย = ตน้ ทนุ การผลิต + กำไร

= 161 + 81

= 242

ราคาต่อหน่วยที่ขาย = 242

10

= 25

ราคาขายถว้ ยละ 25 บาท

จดั ทำได้ 10 ถ้วย ถว้ ยละ 25 บาท ได้ 250 บาท

รวมตน้ ทนุ ทั้งหมด 161 บาท

ไดก้ ำไร 250 – 161 = 89 บาท

37

3.16 การประเมินความพงึ พอใจ
ใหผ้ ปู้ ระเมินตอบแบบสอบถามจำนวน 20 คน
- นักเรียนชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ 6/2 เพศชาย จำนวน 10 คน
- นกั เรียนชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ 6/2 เพศหญงิ จำนวน 10 คน

แบบประเมนิ ความพึงพอใจโครงงาน เร่ือง นานาลำไย
ระดบั ความพงึ พอใจ
5 = พึงพอใจมากที่สุด 4 = พึงพอใจมาก 3 = พงึ พอใจปานกลาง 2 = พงึ พอใจน้อย

1 = พงึ พอใจน้อยทส่ี ุด

38

39

40

บทท่ี 4
ผลการศึกษาและผลการวเิ คราะหข์ อ้ มลู

4.1 ผลการศกึ ษาและการวิเคราะหข์ อ้ มูลการทำโครงงานอาชีพ
จากผลการศกึ ษาในการดำเนนิ งานโครงงานอาชพี เร่อื ง นานาลำไย ทำให้สมาชิกในกลมุ่ กิจกรรมโครงงาน

อาชีพได้ศึกษากระบวนการทำงานจากประสบการณ์จริง การวางแผนการดำเนินงาน เรียนรู้การแก้ไขปัญหา และ
การปรับใช้ในชีวิตประจำวนั โดยการนำลำไยมาจัดทำเปน็ ผลิตภัณฑแ์ ปรรปู อาหารได้แกพ่ ุดดิ้งลำไยนมสด วนุ้ ลำไย
น้ำลำไย ลำไยกวน และไอติมลำไย จากการศกึ ษาดังกล่าวทำให้สมาชิกในกลมุ่ กิจกรรมเห็นชอ่ งทางในการประกอบ
อาชีพ สามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันที่ก่อให้เกิดรายได้ ในการจัดทำโครงงานอาชีพในครั้งนี้สมาชิกใน
กลุ่มกจิ กรรมได้เรยี นรกู้ ารจัดทำบัญชีรายรับ-รายจา่ ย ต้นทุน-กำไร ราคาจัดจำหน่าย รายละเอียดดงั ตาราง

ตารางท่ี 7 แสดงตน้ ทนุ ราคาจำหน่าย กำไร จากการทำผลิตภัณฑจ์ ากลำไย

ลำดับ ผลติ ภณั ฑ์ จำนวน ตน้ ทุน จำหน่าย กำไร
1 พดุ ดิง้ ลำไยนมสด 10 128 200
2 วนุ้ ลำไย 8 40 64 72
3 นำ้ ลำไย 10 68 100 24
4 ไอติมลำไย 7 102 154 32
5 ลำไยกวน 10 161 250 52
89

จากตารางพบว่าสมาชิกในกลมุ่ กจิ กรรมโครงงานอาชีพได้เรยี นรู้การคิดตน้ ทุน-กำไรในการจัดทำผลิตภัณฑ์
จากลำไย ปรากฏว่าลำไยกวนได้กำไรมากที่สุดคือ 89 บาท รองลงมาคือพุดดิ้งลำไยนมสด ได้กำไร 72 บาท
รองลงมาคือไอติมลำไย ไดก้ ำไร 52 บาท รองลงมาคือน้ำลำไย ได้กำไร 32 บาท และผลติ ภัณฑ์จากลำไยท่ีได้กำไร
น้อยท่ีสดุ คือว้นุ ลำไย ไดก้ ำไร 24 บาท

นอกจากนีก้ ารคิดต้นทนุ -กำไร ในการจดั ทำโครงงานอาชีพ สมาชิกในกลมุ่ กจิ กรรมโครงงานอาชีพได้จัดทำ
บญั ชรี ายรับ-รายจา่ ย รายละเอียดดังตาราง

41

ตารางท่ี 8 แสดงบญั ชีรายรับ-รายจา่ ย การจัดทำโครงงานอาชพี เร่อื ง นานาลำไย
บัญชรี ายรบั – รายจ่าย

ครงั้ ที่ วัน/เดือน/ปี รายรับ รายจ่าย คงเหลือ
1 25/12/64 750 500 250
2 05/01/65 800 400 650
3 19/01/65 450 400 700
4 28/01/65 - 350 350
5 20/02/65 - 250 100

จากตารางการทำบญั ชีรายรับ-รายจา่ ย การจดั ทำโครงงานอาชพี เรื่อง นานาลำไย พบว่า มีการซ้อื
วัตถุดิบทำอาหาร 3 คร้งั มีการหกั ค่าจดั ทำรูปเล่มและบอรด์ นำเสนอโครงงาน 2 คร้งั คิดเปน็ 1900 บาท

4.2 ผลการศกึ ษาความพงึ พอใจของผู้ประเมินโครงงานนานาลำไย

ตารางท่ี 9 สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจผทู้ ดสอบชิมพุดด้งิ ลำไยนมสด

สรปุ ผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ทดสอบชิมพดุ ดงิ้ ลำไยนมสด

โครงงานอาชีพ เรอื่ ง นานาลำไย

รายการประเมิน ดีมาก ดี ปาน พอใช้ ปรบั ปรงุ X S.D. แปลความ
กลาง N

5 4 32 1
สี 12 5 3 0 0 20 4.45 1.37 ดมี าก

รสชาติ 15 5 0 0 0 20 4.75 0.76 ดมี าก
0 20 4.75 1.34 ดมี าก
กลิน่ 16 3 1 0 0 20 4.40 0.88 ดีมาก
0 20 3.90 0.31 ดี
เน้ือสมั ผัส 12 5 2 1 0 20 4.40 0.68 ดมี าก
0 120 4.44 5.34 ดีมาก
ความคดิ สรา้ งสรรค์ 6 8 4 2

รปู แบบบรรจภุ ณั ฑ์ 10 8 2 0

รวม 71 34 12 3

42

จากตารางสรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ทดสอบที่ชิมพุดดิ้งลำไยนมสด สีของพุดดิ้งลำไยนมสด
อยู่ระดับดีมาก (4.45) รสชาติของพุดดิ้งลำไยนมสดอยู่ระดับดีมาก (4.75) กลิ่นของพุดดิ้งลำไยนมสดอยู่ระดับดี
มาก (4.75) เนื้อสัมผัสของพุดดิ้งลำไยนมสดอยู่ระดับดีมาก (4.40) ความคิดสร้างสรรค์ของพุดดิ้งลำไยนมสดอยู่
ระดับดี (3.90) รปู แบบบรรจุภณั ฑข์ องพดุ ด้งิ ลำไยนมสดอย่รู ะดับดมี าก (4.40)

ตารางท่ี 10 สรุปผลการประเมนิ ความพึงพอใจผู้ทดสอบชมิ ว้นุ ลำไย

สรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ทดสอบชิมวนุ้ ลำไย

โครงงานอาชพี เรื่อง นานาลำไย

รายการประเมนิ ดีมาก ดี ปาน พอใช้ ปรบั ปรุง X S.D. แปลความ
กลาง N

5432 1
สี 8 5 3 2 2 20 3.75 0.76 ดี

รสชาติ 12 5 3 0 0 20 4.45 0.44 ดีมาก
0 20 3.85 0.55 ดี
กลิ่น 10 3 1 6 0 20 4.40 0.88 ดมี าก
0 20 4.90 0.97 ดมี าก
เนอ้ื สมั ผสั 12 5 2 1 0 20 4.40 0.68 ดมี าก
2 120 4.29 4.28 ดมี าก
ความคดิ สร้างสรรค์ 18 2 0 0

รปู แบบบรรจภุ ณั ฑ์ 10 8 2 0

รวม 70 28 11 9

จากตารางสรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ทดสอบที่ชิมวุ้นลำไย สีของวุ้นลำไยอยู่ระดับดี (3.75)
รสชาติของวุ้นลำไยอยู่ระดับดีมาก (4.45) กลิ่นของวุ้นลำไยอยู่ระดับดี (3.85) เนื้อสัมผัสของวุ้นลำไยอยู่ระดับ ดี
มาก (4.40) ความคิดสร้างสรรค์ของวุ้นลำไยอยู่ระดับดีมาก (4.90) รูปแบบบรรจุภัณฑ์ของวุ้นลำไยอยู่ระดับดมี าก
(4.40)

43

ตารางท่ี 11 สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจผู้ทดสอบชมิ น้ำลำไย

สรุปผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้ทดสอบชิมนำ้ ลำไย

โครงงานอาชพี เรือ่ ง นานาลำไย

รายการประเมนิ ดมี าก ดี ปาน พอใช้ ปรบั ปรงุ X S.D. แปลความ
กลาง N

5432 1
สี 12 3 5 0 0 20 4.35 0.88 ดมี าก

รสชาติ 15 2 30 0 20 4.60 0.75 ดมี าก
กลนิ่ 10 3 16 0 20 4.40 1.34 ดมี าก
เน้อื สัมผสั 12 5 21 0 20 4.40 0.88 ดีมาก
ความคิดสร้างสรรค์ 10 2 53 0 20 3.95 1.19 ดี
รปู แบบบรรจุภัณฑ์ 10 8 20 0 20 4.40 0.68 ดีมาก
รวม 69 23 18 10 0 120 4.26 5.71 ดีมาก

จากตารางสรุปผลการประเมินความพึงพอใจของผู้ทดสอบที่ชิมน้ำลำไย สีของน้ำลำไยอยู่ระดับดีมาก
(4.35) รสชาติของน้ำลำไยอยู่ระดับดมี าก (4.60) กลนิ่ ของนำ้ ลำไยอยู่ระดับดีมาก (4.40) เน้ือสัมผสั ของน้ำลำไยอยู่
ระดับดีมาก (4.40) ความคิดสร้างสรรค์ของน้ำลำไยอยู่ระดับดี (3.95) รูปแบบบรรจุภัณฑ์ของน้ำลำไยอยู่ระดับดี
มาก (4.40)

44

ตารางท่ี 12 สรุปผลการประเมินความพงึ พอใจผทู้ ดสอบชิมไอติมลำไย

สรปุ ผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผู้ทดสอบชิมไอติมลำไย

โครงงานอาชีพ เรอ่ื ง นานาลำไย

รายการประเมนิ ดีมาก ดี ปาน พอใช้ ปรับปรงุ X S.D. แปลความ
กลาง N

5432 1
สี 12 3 5 0 0 20 4.35 0.88 ดมี าก

รสชาติ 15 2 3 0 0 20 4.60 0.75 ดมี าก
0 20 4.65 0.67 ดีมาก
กล่ิน 15 3 2 0 0 20 4.40 0.88 ดมี าก
0 20 4.90 0.30 ดมี าก
เนอ้ื สัมผัส 12 5 2 1 0 20 4.85 0.36 ดมี าก
0 120 4.63 3.83 ดีมาก
ความคดิ สร้างสรรค์ 18 2 0 0

รูปแบบบรรจภุ ณั ฑ์ 17 3 0 0

รวม 89 18 12 1

จากตารางสรุปผลการประเมนิ ความพึงพอใจของผ้ทู ดสอบท่ชี ิมไอติมลำไย สีของไอติมลำไยอย่รู ะดบั ดีมาก
(4.35) รสชาติของไอตมิ ลำไยอยู่ระดับดีมาก (4.60) กลิ่นของไอติมลำไยอย่รู ะดับดีมาก (4.65) เนื้อสัมผสั ของไอติม
ลำไยอยูร่ ะดับดมี าก (4.40) ความคิดสรา้ งสรรค์ของไอติมลำไยอยรู่ ะดับดี (4.90) รูปแบบบรรจุภณั ฑข์ องไอติมลำไย
อยรู่ ะดับดีมาก (4.85)


Click to View FlipBook Version