48 8. ตัวอย่างหน่วยบูรณาการข้ามศาสตร์ 8.1 ทฤษฎีการบูรณาการข้ามศาสตร์ 8.1.1 ความหมายของสะเต็มศึกษา นักวิชาการทางการศึกษาได้ให้ความหมายของสะเต็มศึกษา ไว้หลายความหมาย (นัสรินทร์ บือชา, 2558, น.10; พรทิพย์ ศิริภัทราชัย, 2556, น.49; พลศักดิ์ แสงพรมศรี, 2559, น. 11) ซึ่งสามารถวิเคราะห์และ สรุปความหมายได้ว่า สะเต็มศึกษา คือ การจัดการเรียนรู้ที่มีการบูร ณาการศาสตร์วิชาต่าง ๆ ได้แก่ วิทยาศาสตร์ (science) เทคโนโลยี (technology) วิศวกรรม (engineering) และคณิตศาสตร์ (mathematics) เข้าด้วยกัน โดยมุ่งเน้นการแก้ป�ญหาในชีวิตจริง ค้นคว้า สร้างสรรค์และออกแบบพัฒนาผลงานหรือนวัตกรรมขึ้น เป�นการ ส่งเสริมให้นักเรียนเกิด การพัฒนาทักษะต่าง ๆ ที่สำคัญ จากความหมายของสะเต็มศึกษาที่กล่าวมาข้างต้น สรุปได้ว่า สะเต็มศึกษา หมายถึง การนำศาสตร์วิทยา ทั้ง 4 มาบูรณาการการเรียนรู้เข้าด้วยกัน อันได้แก่ วิทยาศาสตร์ (science) เทคโนโลยี (technology) วิศวกรรม (engineering) และคณิตศาสตร์ (mathematics) เพื่อพัฒนา ให้นักเรียนมีทักษะในศตวรรษที่ 21 8.1.2 ศาสตร์สาขาของสะเต็มศึกษา นักวิชาการทางการศึกษาหลายท่านได้ให้ศาสตร์ของสะเต็มศึกษาไว้มากมาย ดังนี้ (พรทิพย์ ศิริภัทราชัย, 2556, น.50) ได้กล่าวถึงจุดเด่นของธรรมชาติตลอดจนวิธีการสอนของแต่ละ ศาสตร์วิชา 4 ศาสตร์วิชาไว้ดังนี้ วิทยาศาสตร์ (S) เน้นเกี่ยวกับความเข้าใจในธรรมชาติ การสอนตามแนวทางสะเต็ม ศึกษาส่งผลให้นักเรียน มีความสนใจ กระตือรือร้น รู้สึกท้าทาย และเกิดความมั่นใจในการเรียนรู้ ซึ่ง จะส่งผลให้ประสบความสำเร็จใน สาขาวิชาวิทยาศาสตร์ในระดับชั้นที่สูงขึ้น เทคโนโลยี (T) เป�นวิชาที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการแก้ป�ญหา ปรับปรุง พัฒนาสิ่งต่าง ๆ เพื่อตอบสนอง ความต้องการของมนุษย์ โดยใช้กระบวนการทางเทคโนโลยีที่เรียกว่าการ ออกแบบเชิงวิศวกรรม ซึ่งคล้ายกับ กระบวนการสืบเสาะ ดังนั้นเทคโนโลยีจึงไม่ได้หมายถึง คอมพิวเตอร์หรือไอซีทีเท่านั้น 23 วิศวกรรมศาสตร์ (E) เป�นวิชาที่เกี่ยวเนื่องกับความคิดสร้างสรรค์ ส่งเสริมการพัฒนา นวัตกรรมต่าง ๆ โดยใช้ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยี คณิตศาสตร์ (M) ประการแรก เป�นวิชาที่เกี่ยวกับกระบวนการคิดทางคณิตศาสตร์ (mathematical thinking) ซึ่งได้แก่ การเปรียบเทียบ การจำแนก/จัดกลุ่ม การจัดรูปแบบ การระบุ รูปร่างและคุณสมบัติ ประการที่ สองภาษาคณิตศาสตร์ เด็กสามารถถ่ายทอดความคิดหรือเข้าใจ ความคิดรวบยอด โดยการสื่อสารผ่านภาษาทาง
49 คณิตศาสตร์ได้ เช่น มากกว่า น้อยกว่า เล็กกว่า ใหญ่กว่า เป�นต้น ประการสุดท้ายคือการส่งเสริมคณิตศาสตร์ขั้นสูง (higher-level mathematical thinking) จากกิจกรรมการเล่นหรือการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เอกสารที่เกี่ยวข้องรูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ในการศึกษาครั้งนี้ ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้าเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) โดย เรียงลำดับตามหัวข้อต่อไปนี้ 8.1.3ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) นักวิชาการหลายท่าน (กรมวิชาการ, 2546 น. 219; ทิศนา แขมมณี, 2553, น.141; พิมพันธ์ เดชะ คุปต์, 2545, น.56) ได้กล่าวถึง ความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการ เรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ซึ่งผู้วิจัยได้ ทำการศึกษาและสรุปได้ดังนี้ การจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 31 5 ขั้น (5E) หมายถึงการดำเนินการเรียน การสอนโดยการแสวงหาความรู้โดยวิธีการเช่นเดียวกับ การทำงานของนักวิทยาศาสตร์เพื่อให้ได้มาซึ่งคำตอบและ สรุป ด้วยตัวนักเรียนเอง โดยมีครูเป�น ผู้สนับสนุน โดยใช้คำถามและการลงมือปฏิบัติ จากความหมายของการจัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) ข้างต้น จึงสรุปได้ว่า การ จัดการเรียนรู้แบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ชั้น (5E) หมายถึง การจัดการเรียนรู้ที่เน้น นักเรียนเป�นศูนย์กลาง โดย นักเรียนเป�นผู้แบบสืบเสาะหาความรู้ ค้นคว้าหรือสร้างความรู้ด้วย ตนเองอย่างเป�นกระบวนการต่อเนื่องเป�นวัฏ จักรโดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนมี ส่วนรับผิดชอบในการจัดการเรียนรู้ทุกขั้นตอน ครูมีหน้าที่ กระตุ้นให้นักเรียนเกิดความอยากรู้อยาก เห็น แล้วลงมือสืบเสาะหาความรู้โดยอาศัยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อค้นพบความรู้หรือ ประสบการณ์ที่มีความหมายด้วยตนเอง 8.1.4 ขั้นตอนการสอนตามรูปแบบวัฏจักรการเรียนรู้ 5 ขั้น (5E) รูปแบบการเรียนการสอน 5E เป�นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีพื้นฐานมาจาก ทฤษฎีคอนสตรัคติวิสต์ (constructivism) เป�นรูปแบบการเรียนการสอนที่เน้นกระบวนการสืบสอบ ประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ตามลำดับ ซึ่งนักการศึกษาและองค์กรทางการศึกษาได้อธิบายขั้นตอน การสอนตามรูปแบบการเรียนการสอน 5E ไว้ ดังนี้: นักศึกษากลุ่ม BSCS (Biological Science Curriculum Study) BSCS (1997 อ้างถึงใน ประสาท เนื่อง เฉลิม (2558, น.147-148)ได้แบ่งขั้นตอนของกระบวนการจัดกิจกรรมการ เรียนรู้วิทยาศาสตร์แบบสืบเสาะหา ความรู้ออกเป�น 5 ขั้น ดังนี้ 1. ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) ขั้นนี้เป�นขั้นตอนการแนะนำบทเรียน หรือประเด็นที่สนใจ ประเด็นอาจมาจากการที่นักเรียนนำเสนอหรือ ผู้สอนเป�นผู้เสนอแนะใน ห้องเรียนกิจกรรมการเรียนการสอนประกอบด้วยการซักถามประเด็นป�ญหา การถก
50 ประเด็นป�ญหา การทบทวนความรู้เดิม การกำหนดกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในการเรียนการสอนและเป้าหมายที่ ต้องการ ทำให้นักเรียนเกิดความอยากรู้อยากเห็น ทั้งนี้กิจกรรมการเรียนการสอนควรจะอยู่บน พื้นฐานของ ประสบการณ์เดิมที่นักเรียนได้เรียนมาแล้ว 2. ขั้นสำรวจ (Exploration) ขั้นนี้กระตุ้นให้นักเรียนได้เกิดการปรับขยาย ความคิดโดยที่นักเรียนได้รับคำแนะนำ คำชี้แจงจากผู้สอน และมีการเตรียมวัสดุอุปกรณ์ไว้อย่าง เพียงพอ ผู้สอนไม่ควรบอกนักเรียนว่าจะต้องเรียนอะไรและต้องไม่อธิบาย แนวคิดมากนัก เพื่อให้ นักเรียนได้ดำเนินการสำรวจต่อไป นักเรียนต้องมีบทบาทร่วมกันในการรับผิดชอบต่อสิ่งที่ สำรวจ การเก็บรวบรวม หรือการบันทึกข้อมูลด้วยตนเอง 3. ขั้นอธิบาย (Eplanation) ขั้นนี้มุ่งหาสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่นักเรียน เพื่อให้นักเรียนวางแนวคิดเกี่ยวกับบทเรียนด้วยความ ร่วมมือระหว่างนักเรียนและผู้สอน ซึ่งมีส่วน ในการเลือกและจัดบรรยากาศสภาพแวดล้อมของชั้นเรียน ส่งผลให้ นักเรียนเกิดการปรับขยาย โครงสร้างทางป�ญญา สามารถกำหนดมโนทัศน์ตามความเข้าใจของตนเอง ผู้สอน เสนอแนะ แนวทางแก่นักเรียนจนสร้างคำอธิบายตามความเข้าใจหรือกรอบแนวคิดของตน 4. ขั้นขยายความรู้ (Expantion) ขั้นนี้มุ่งกระตุ้นความร่วมมือของกลุ่มนักเรียน จัดระเบียบประสบการณ์ทางความคิดผ่านการค้นพบ ทำ การเชื่อมโยงระหว่างประสบการณ์เดิม กับประสบการณ์ใหม่ในสิ่งที่นักเรียนได้เรียนรู้มาแล้ว มโนทัศน์ที่สร้างขึ้น ต้องเชื่อมโยงกับความคิด อื่นหรือประสบการณ์อื่นที่สัมพันธ์กัน นักเรียนประยุกต์ใช้สิ่งที่ได้เรียนรู้ โดยการขยาย ความคิดจาก ตัวอย่างหรือจัดประสบการณ์เชิงสำรวจเพิ่มเติม สามารถค้นคว้าหารายละเอียดในสิ่งที่ต้องการ ศึกษาและตรวจสอบได้มากขึ้น ตลอดจนมีการใช้ทักษะต่าง ๆ และมีการอภิปรายแลกเปลี่ยนความ คิดเห็นร่วมกับ ผู้อื่น 5. ขั้นประเมินผล (Evaluation) ขั้นนี้เป�นการทดสอบความรู้ ความเข้าใจตาม มาตรฐานการเรียนรู้ การประเมินผลควรต่อเนื่องซึ่งไม่ใช่ การสิ้นสุดของบทเรียน
51 8.2 ตัวอย่างหน่วย
52 8.3 ตัวอย่างแผน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รายวิชา ฟ�สิกส์ 3 รหัสวิชา 232203 ชั้นมัธยมศึกษาป�ที่ 5 หน่วยการเรียนรู้บูรณาการแบบสะเต็ม เรื่อง เสียง เวลา 18 คาบ เรื่อง มาทำความรู้จักกับเสียง เวลา 2 คาบ วิทยาศาสตร์ สาระสำคัญ เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิดเสียง และถ่ายโอนพลังงานการสั่นไปยังอนุภาค ตัวกลางที่อยู่ติดกับ แหล่งกำเนิดเสียง ทำให้อนุภาคของตัวกลางสั่นและเกิดการถ่ายโอนพลังงาน ต่อไปยังอนุภาคที่อยู่ถัดกันไปเรื่อย ๆ จนถึงหูผู้ฟ�ง หากไม่มีตัวกลางเพื่อการถ่ายโอนพลังงานจาก แหล่งกำเนิดเสียง เราจะไม่สามารถได้ยินเสียงได้ ความสอดคล้องกับตัวชี้วัด 2 5.1 ม.4-6/2, ว 5.1 ม.4-6/3, 2 8.1 ม.4-6/4 เทคโนโลยี สาระสำคัญ การใช้เทคโนโลยี ช่วยในการบันทึกข้อมูลผลการทดลองการมองเห็นคลื่นเสียง เป�น สิ่งจำเป�น เพราะ ลักษณะการสั่นอนุภาคของเสียงจากแหล่งกำเนิดที่ต่างกัน จะได้ลักษณะของ คลื่นเสียงที่ต่างกัน และการใช้ เทคโนโลยีในการบันทึกภาพ จะช่วยให้เห็นการเปรียบเทียบรูปร่าง ของคลื่นเสียงได้ชัดเจน และ เป�นการสร้าง จิตสำนึกที่ดีในการใช้งานอย่างมีคุณธรรม ความสอดคล้องกับตัวชี้วัด ง 3.1 ม.4-6/6 คณิตศาสตร์ สาระสำคัญ
53 การมองเห็นคลื่นเสียง ต้องมีการออกแบบการทดลองโดยใช้วัสดุที่ช่วยทำให้เห็นเป�นภาพ คลื่นเสียง ออกมา โดยวัสดุต้องมีการวัดขนาด และคำนวณพื้นที่ของวัสดุให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับ ภาพคลื่นเสียงที่ตกกระทบ ลงมา ความสอดคล้องกับตัวชี้วัด ค 6.1 ม.4-6/2 วิศวกรรม สาระสำคัญ การนำความรู้เรื่องเสียงมาใช้ในการแก้ป�ญหาสถานการณ์ป�ญหาเรื่องเสียงใน ชีวิตประจำวัน อาศัย หลักการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยเริ่มขั้นตอนการระบุป�ญหา (Identify a challenge) เป�นขั้นตอนผู้แก้ป�ญหา ทำความเข้าใจสิ่งที่เป�นป�ญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ ความรู้ที่ศึกษามาแล้ว ความสอดคล้องกับตัวชี้วัด ตัวชี้วัดเพิ่มเติม 1 ผลการเรียนรู้ 1. อธิบายการเกิดเสียง ลักษณะของคลื่นเสียงและการถ่ายโอนพลังงานของเสียงได้ 2. ใช้กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมเพื่อแก้ไขสถานการณ์ต่าง ๆได้ ความรู้เดิมที่ต้องมีมาก่อน สมบัติของเสียง การได้ยินเสียง จุดประสงค์การเรียน ด้านความรู้ (K) นักเรียนสามารถ 1) อธิบายการเกิดเสียงและการถ่ายโอนพลังงานของเสียงผ่านอากาศได้ (วิทยาศาสตร์) 2) นำความรู้ด้านเทคโนโลยี แอพพลิเคชัน slow motion มาใช้ในการทดลอง เสียงที่ มองเห็น (เทคโนโลยี) 3) นำความรู้ด้านคณิตศาสตร์มาใช้ในการคำนวณเกี่ยวกับการออกแบบชุดการทดลอง เรื่อง เสียงที่ มองเห็น (คณิตศาสตร์)
54 4) ใช้หลักการออกแบบเชิงวิศวกรรมในขั้นตอน ระบุป�ญหา (Identify a challenge) และการค้นหา แนวคิดที่เกี่ยวข้อง (Explore Ideas) ในการออกแบบห้องเก็บเสียง (วิศวกรรม) ด้านทักษะ / กระบวนการ (P) มีความสามารถ ออกแบบและเลือกใช้วัสดุในการสร้างชุดทดลองเรื่อง เสียงที่มองเห็น ด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A) มีความรับผิดชอบทำงานที่ได้รับมอบหมายได้สมบูรณ์ตรงตามที่กำหนดและตรงต่อ เวลา หลักฐานร่องรอยการเรียนรู้ สิ่งที่ต้องการวัดและ ประเมินผล วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑ์การวัดและประเมินผล ด้านความรู้ (K) นักเรียน สามารถ 1. อธิบายการโอน พลังงานของเสียง ผ่าน อากาศได้ 2. นำความรู้ด้าน เทคโนโลยีโดยใช้ แอพ พลิเคชัน slow motion สำหรับ นำมาใช้ในการ ทดลอง เสียงที่ มองเห็น 3. นำความรู้ด้าน คณิตศาสตร์มาใช้ใน การ คำนวณเกี่ยวกับการ ออกแบบ ชุดการทดลอง เรื่อง เสียงที่มองเห็น 4. ใช้หลักการออกแบบ เชิงวิศวกรรม ในขั้นตอน - การตอบป�ญหา และอภิปรายในชั้น เรียน - ตรวจการตรวจใบ กิจกรรมที 1.1 และ 1.2 - ใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง เสียงที่ มองเห็น - ใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่อง ป�ญหาที่ เกิดขึ้นจากเสียง ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป
55 ระบุป�ญหา ในการ ออกแบบห้องเก็บ เสียง ด้านทักษะ /กระบวนการ (P) 1. ออกแบบและเลือกใช้ วัสดุในการ สร้างชุด ทดลองเรื่อง เสียงที่ มองเห็น การตรวจใบ กิจกรรม ที่ 1.1 - ใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่อง เสียงที่ มองเห็น ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป ด้านคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ (A) 1. มีความรับผิดชอบ ทำงานที่ได้รับ มอบหมาย ได้สมบูรณ์ตรงตามที่ กำหนดและตรงต่อเวลา การสังเกต พฤติกรรมของ นักเรียน แบบสังเกต พฤติกรรมของ นักเรียน ระดับคุณภาพ ดีขึ้นไป สื่อและแหล่งการเรียนรู้ 1. วิดิทัศน์เกี่ยวกับการตีระฆัง จาก https://www.youtube.com/watch?v=VBMINEII9mA 2. ใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่องเสียงที่มองเห็น 3. ใบกิจกรรมที่ 1.2 เรื่องป�ญหาที่เกิดขึ้นจากเสียง 4. ใบความรู้ที่ 1 เรื่อง มาทำความรู้จักกับเสียง กิจกรรมการเรียนรู้ ครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป�นกลุ่มละ 5 คน โดยแบ่งเป�นเด็กกลุ่มเก่ง กลาง อ่อน ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) (10 นาที)
56 1. ครูถามนักเรียนว่าเสียงที่เราได้ยินในชีวิตประจำวันนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร โดย ยกตัวอย่างเช่น การนำไม้ บรรทัดไว้ข้างโต๊ะแล้วกดไม้บรรทัดเพื่อให้เกิดการสั่น และ เป�ดวีดีโอการเคาะระฆัง HTTPS://WWW.YOUTUBE.COM/WATCH?V=VBMLNEII9MA แล้วถามนักเรียนต่อว่าจากวีดีโอ ถ้าเณรไม่ได้นำ ไม้ไปกระทบกับระฆัง นักเรียนจะได้ ยินเสียงหรือไม่ (แนวคำตอบ ไม่ได้ยินเสียง) เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เสียงเกิดจาก การ สั่นสะเทือนของวัตถุ วัตถุที่มีการสั่นแล้วทำให้เกิดเสียง เรียกว่า แหล่งกำเนิดเสียง 2. ครูถามนักเรียนว่าเสียงของระฆังที่ได้ยิน เดินทางไปยังหูของเราได้อย่างไร และรู้ได้ อย่างไรว่าเสียง เดินทางไปถึงนักเรียนแล้ว (แนวคำตอบ นักเรียนได้ยินจากหูของ นักเรียน) 3. ครูถามนักเรียนว่าองค์ประกอบของการได้ยินมีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ แหล่งกำเนิด เสียง ตัวกลาง หู) 4. ครูถามนักเรียนว่า แล้วนักเรียนทราบหรือไม่ว่าคลื่นเสียงที่ได้ยินมีลักษณะรูปร่างเป�น อย่างไร ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) (20 นาที) 5. นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาใบกิจกรรมที่ 1.1 เรื่องเสียงที่มองเห็น โดยครูชี้แจงจุดประสงค์ กิจกรรม คือ ให้นักเรียนสามารถเห็นรูปร่างของคลื่นเสียงได้ ให้นักเรียนออกแบบการ ทดลอง และทำการทดลองตามที่กำหนด ไว้ ขันอธิบายและลงข้อสรุป (Explanation) (20 นาที) 6. นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลการทดลอง โดยให้ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย แสดง ความ คิดเห็นเกี่ยวกับผลการทำกิจกรรม ครูถามนักเรียนว่า จากกิจกรรมการทดลองที่ นักเรียนออกแบบขึ้น นักเรียน สามารถปรับปรุงหรือพัฒนาการทดลองเพื่อให้เห็นผลที่ดีขึ้น ได้หรือไม่ (ตอบตามแนวคิดของนักเรียน) 7. ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า เสียงเกิดจากการสั่นของแหล่งกำเนิด เสียง และ ถ่ายโอนพลังงานการสั่นไปยังอนุภาคของตัวกลางที่อยู่ติดกับแหล่งกำเนิดเสียง ทำให้อนุภาคตัวกลางสั่นและเกิด การถ่ายโอนพลังงานต่อไปยังอนุภาคที่อยู่ถัดกันเรื่อย ๆ จนถึงผู้ฟ�ง การที่คลื่นเสียงเคลื่อนที่แผ่ออกไป นักเรียน สามารถสังเกตได้จากรูปร่างของ คลื่นเสียงที่เห็นส่วนที่คลื่นมีลักษณะชิดกันมาก เกิดจากความดันอากาศสูงกว่า ปกติ เรียกว่าส่วนอัด และส่วนที่คลื่นมีลักษณะห่างกันเกิดจากความดันอากาศต่ำกว่าปกติ เรียกว่า ส่วนขยาย ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) (35 นาที) 8. นักเรียนศึกษาสถานการณ์ป�ญหาเรื่องเสียงในใบกิจกรรมที่ 1.2 ให้นักเรียนนำความรู้เรื่อง เสียงบอก ป�ญหาและสาเหตุของป�ญหาที่เกิดขึ้นให้มากที่สุด 9. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอป�ญหาและสาเหตุป�ญหา ที่เกิดขึ้น โดยให้ครูและ นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็น และร่วมกันวิเคราะห์ป�ญหาที่ควรแก้มากที่สุด และมี ความเป�นไปได้ในทางปฏิบัติจริง (การสร้างผนังกั้นเสียง)
57 10. ครูตั้งคำถามนักเรียนเพื่อนำไปสู่ขั้นตอนการค้นหาแนวคิดที่เกี่ยวข้องนักเรียนคิดว่าผนัง ของห้อง นอกจากมีหน้าที่ในการกั้นระหว่างห้องหรือภายในตัวบ้านและนอกบ้านแล้ว มี ความสำคัญอย่างไรบ้าง (ช่วยกั้น เสียงไม่ให้เกิดเสียงรบกวนจากภายนอกหรือภายในห้อง) 11. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับป�จจัยในการวัสดุที่ช่วยกันเสียงรบกวนที่ สามารถสร้าง เป�นผนังกันเสียงได้ 12. ให้นักเรียนเลือกวัสดุที่จะนำมาสร้างเป�นผนังห้องเก็บเสียงพร้อมบอกคุณสมบัติ ขั้นประเมิน (Evaluation) (10 นาที) 13. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มบอกสิ่งที่ได้เรียนรู้จากในคาบเรียนนี้ กลุ่มละ 1 ข้อ 14. ครูประเมินผลการทำกิจกรรมของนักเรียนในภาพรวม เช่น การตอบคำถามในชั้นเรียน การทำ กิจกรรม ความถูกต้องของการตอบคำถามในใบกิจกรรม การมอบหมายงาน 1. นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 1.1 การทดลองเรื่อง เสียงที่มองเห็น 2. นักเรียนทำใบกิจกรรมที่ 1.2 ป�ญหาที่เกิดขึ้นจากเสียง 3. ให้นักเรียนออกมานำเสนอป�ญหาที่พบจากสถานการณ์ที่กำหนดให้ในใบกิจกรรมที่ 1.2 บันทึกหลังการสอน .................................................................................................................................................................................... ผลการสอน .................................................................................................................................................................................... ป�ญหาและอุปสรรค .................................................................................................................................................................................... แนวทางแก้ไข ....................................................................................................................................................................................
58 เกณฑ์การประเมินใบกิจกรรม เลขที่ ชื่อ-นามสกุล รายการประเมิน คะแนน รวม (12) ระดับ คุณภาพ สรุปผล ผลงาน ถูกต้อง ตาม สาระ ความ สะอาด สวยงาม ทำงาน ตาม ขั้นตอน ความคิด สร้างสรรค์ ผ่าน ไม่ ผ่าน (3) (3) (3) (3) 1. 2. 3. 4. 5. 6. 7. 8. 9. 10 11. 12. 13. 14. 15 16. 17. 18. 19. 20
59 เกณฑ์การให้คะแนนการประเมินผลงาน รายการประเมิน เกณฑ์การให้คะแนน 3 2 1 1. ความถูกต้องของ เนื้อหา เนื้อหามีความถูกต้อง ครบถ้วน สมบูรณ์ เนื้อหามีความถูกต้อง มีผิดไม่เกิน 5 จุด เนื้อหามีความถูกต้อง มีผิดมากกว่า 5 จุด 2. ความสะอาดสวยงาม มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย ไม่ มีร่องรอยการลบ ข้อความ มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย มี ร่องรอยการลบ ข้อความไม่เกิน 5 จุด มีความสะอาด สวยงาม เรียบร้อย มี ร่องรอยในการลบ ข้อความเกิน 5 จุด 3. ทำงานตามขั้นตอน การทำงานมีครบทุก ขั้นตอน การทำงานตาม ขั้นตอน ขาดไป 1-2 ขั้นตอน การทำงานตาม ขั้นตอน ขาดมากกว่า 2 ขั้นตอน 4. ความคิด สร้างสรรค์ ผลงานแสดงออกถึง ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์แปลกใหม่ ผลงานแสดงออกถึง ความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์เกิดจาก การเลียนแบบ ผลงานไม่แสดงออก ถึงความคิดริเริ่ม สร้างสรรค์ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ 0 - 5 คะแนน หมายถึง 0 (ปรับปรุง) 6 - 8 คะแนน หมายถึง 1 (พอใช้) 9 - 10 คะแนน หมายถึง 2 (ดี) 11 - 12 คะแนน หมายถึง 3 (ดีมาก) หมายเหตุ ระดับคุณภาพ 0 ถือว่า ไม่ผ่าน
60 แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม ชั้นมัธยมศึกษาป� ที่ 5/..… โรงเรียนวชิรธรรมสาธิต กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ภาคเรียนที่1 ป�การศึกษา 2562 กลุ่ม............................................................................... สมาชิกกลุ่ม 1……………………………………………………………………………………........………………………………………… 2……………………………………………………………………………………………………………………………………. 3……………………………………………………………………………………………………………………………………. 4……………………………………………………………………………………………………………………………………. 5……………………………………………………………………………………………………………………………………. คำชี้แจง: ให้ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนแล้วขีด ✓ ลงในช่องที่ตรงกับระดับคะแนน ลำดับที่ รายการประเมิน ระดับคะแนน 3 2 1 1 ความร่วมมือกันทำงาน 2 การแสดงความคิดเห็น 3 การรับฟ�งความคิดเห็น 4 การแบ่งหน้าที่กันอย่างเหมาะสม 5 ความมีน้ำใจช่วยเหลือกัน ลงชื่อ..........................................ผู้ประเมิน ..................../......................./.................... เกณฑ์การให้คะแนน
61 ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 3 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 2 คะแนน ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 1 คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 12-15 ดี 8-11 พอใช้ ต่ำกว่า 8 ปรับปรุง
62
63
64
65
66
67
68
69
70
71 ตารางสัมพันธ์การบูรณาการข้ามศาสตร์ หน่วยการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง ศิลปะในธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม กลุ่มสาระการ เรียนรู้ จุดประสงค์การ เรียนรู้ สาระการ เรียนรู้ (เนื้อหา) กระบวนการเรียนรู้ และกิจกรรม (ใบความรู้ แบบฝ�ก ใบงาน) การประเมินผล และงานที่ กำหนด แหล่งการ เรียนรู้ และสื่อการ เรียน วิทยาศาสตร์ ว 2.1 ป.3/1 อธิบายว่าวัตถุ ประกอบ ขึ้นจาก ชิ้น ส่วนย่อย ๆ ซึ่ง สามารถ แยกออกจาก กันได้และ ประกอบกัน เป�นวัตถุชิ้น ใหม่ได้โดยใช้ หลักฐาน เชิง ประจักษ์ ว 4.2 ป.3/3 ใช้อินเตอร์เน็ต ค้นหา ความรู้ ว 4.2 ป.3/5 ใช้เทคโนโลยี สารสนเทศ อย่างปลอดภัย ปฏิบัติตาม ข้อตกลงใน 1. เส้น 2. สี 3. รูปร่าง รูปทรง 4. พื้นผิว 5. วัสดุ อุปกรณ์ 1. ครูและนักเรียน ร่วมกันค้นคว้าหา ข้อมูลต่างๆเพื่อ นำมาประกอบการ ทำแบบฝ�กหัดเรื่อง พื้นผิว 2. ครูและนักเรียน ร่วมกันอภิปราย ความรู้เรื่อง การ ใช้นำวัตถุดิบจาก ธรรมชาติมา สังเคราะห์เพื่อแยก องค์ประกอบการ ผลิตสีจาก ธรรมชาติเช่น สี เหลืองทำมาจาก ขมิ้น 3. ค้นคว้าหาวิธีการ เก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ในการ สร้างงานศิลปะ 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 2. ฟ�งรายงาน ผลการทำ กิจกรรมของ นักเรียน 3. ประเมินผล งาน 1. สมาร์ทโฟน
72 การใช้ อินเทอร์เน็ต ศิลปะ ศ 1.1 ป.3/1 บรรยายรูปร่าง รูปทรงใน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงาน ทัศนศิลป์ ศ 1.1 ป.3/2 ระบุ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้ สร้างผลงาน เมื่อชมงาน ทัศนศิลป์ ศ 1.1 ป.3/3 จำแนกทัศน ธาตุของสิ่ง ต่างๆ ใน ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงาน ทัศนศิลป์ โดย เน้นเรื่องเส้น สี รูปร่าง รูปทรง และ พื้นผิว 1. เส้น 2. สี 3. รูปร่าง รูปทรง 4. พื้นผิว 5. วัสดุ อุปกรณ์ 1. นักเรียนวาด ภาพโดยใช้รูป เรขาคณิตเป�น องค์ประกอบหลัก 2. นักเรียนอธิบาย แหล่งที่มาของ ส่วนประกอบของ ภาพที่วาด เช่น เส้นตรง, เส้นโค้ง, วัสดุที่ให้สีจาก ธรรมชาติ เป�นต้น 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 2. การตอบ คำถาม 3. ประเมินผล งาน 1. รูปภาพ ลักษณะของ เส้น 2. สื่อโทนสี 3. วัสดุ อุปกรณ์ในการ วาดภาพ ภาษาไทย ท.2.1 ป.3/5 เขียนเรื่องตาม จิตนาการ 1. เส้น 2. สี 1. นักเรียนแต่ละ คนเขียนบรรยาย ภาพที่ตนเองวาด 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 1. รูปภาพ ลักษณะของ เส้น
73 ท 3.1 ป.3/5 พูดสื่อสารได้ ชัดเจนตรงตาม วัตถุประสงค์ ท 4.1 ป.3/4 แต่งประโยค ง่ายๆ 3. รูปร่าง รูปทรง 4. พื้นผิว 5. วัสดุ อุปกรณ์ ให้ได้ใจความสำคัญ 2. นักเรียนบอกเล่า แลกเปลี่ยนองค์ ความรู้ที่มี ระหว่างเพื่อนร่วม ชั้นตามเนื้อหาแต่ ละชั่วโมงได้ 2. ฟ�งรายงาน ผลการทำ กิจกรรมของ นักเรียน 3. ประเมินผล งาน 2. สื่อโทนสี 3. วัสดุ อุปกรณ์ในการ วาดภาพ สังคมศึกษา ส 5.2 ป.3/2 อธิบายการใช้ ประโยชน์จาก สิ่งแวดล้อม และทรัพยากร ธรรม ชาติในการ สนองความ ต้องการ พื้นฐานของ มนุษย์และการ ประกอบอาชีพ 1. เส้น 2. สี 3. รูปร่าง รูปทรง 4. พื้นผิว 5. วัสดุ อุปกรณ์ 1. ครูและนักเรียน ร่วมกันอภิปราย ความรู้เรื่อง การใช้ ประโยชน์ ทรัพยากรธรรมชาติ ในการสร้า งชิ้นงานโครงงาน ผลิตสีจาก ธรรมชาติ 2. นักเรียนมีสังเกต สิ่งแวดล้อมที่อยู่ รอบตัวและนำมา ประกอบการทำ แบบฝ�กหัด 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 2. ฟ�งรายงาน ผลการทำ กิจกรรมของ นักเรียน 3. ประเมินผล งาน 1. รูปภาพ ลักษณะของ เส้น ภาษาต่างประเทศ ต 1.3 ป.3/1 พูดให้ข้อมูล เกี่ยวกับตนเอง และเรื่องใกล้ ตัว 1. สี 1. นักเรียนเขียน คำศัพท์เกี่ยวกับสี 1. ประเมินผล งาน - คณิตศาสตร์ ค 2.1 ป.3/7 เลือกใช้เครื่อง ชั่งที่เหมาะสม 1. เส้น 2. สี 3. รูปร่าง รูปทรง 1. นักเรียนสามารถ วาดภาพโดยใช้รูป เรขาคณิตเป�น 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 1. รูปภาพ ลักษณะ ของเส้น 2. ตราชั่ง
74 วัดและบอก น้ำหนักเป�น กิโลกรัมและขีด กิโลกรัมและ กรัม ค 2.1 ป.3/8 คาดคะเน น้ำหนักเป�น กิโลกรัมและ เป�นขีด ค 2.2 ป.3/1 ระบุรูป เรขาคณิตสอง มิติที่มีแกน สมมาตรและ จำนวนแกน สมมาตร 4. พื้นผิว 5. วัสดุ อุปกรณ์ องค์ประกอบหลัก ได้ 2. ให้นักเรียน เรียนรู้การหามาตร ส่วนของน้ำหนัก ก่อนและหลังการ ผลิตสีจากวัตถุ 2. ประเมินผล งาน สุขศึกษาและพล ศึกษา พ 2.1 ป.3/2 อธิบายวิธีสร้าง สัมพันธภาพใน ครอบครัวและ กลุ่มเพื่อน 1. สี 2. รูปร่าง รูปทรง 3. พื้นผิว 4. วัสดุ อุปกรณ์ 1. นักเรียนสร้าง องค์ความรู้ร่วมกัน จากการทำงานเป�น กลุ่ม โดย แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นซึ่งกันและ กัน 2. ครูเป�ดโอกาสให้ นักเรียนได้ แสดงออกทาง ความคิดหน้าชั้น เรียน 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน -
75 การงานอาชีพ ง 1.1 ป.3/3 ทำงานเป�น ขั้นตอนตาม กระบวนการ ทำงานด้วย ความสะอาด ความรอบคอบ และอนุรักษ์ สิ่งแวดล้อม 1. สี 1. นักเรียนสร้าง องค์ความรู้ร่วมกัน จากการทำงานเป�น กลุ่ม โดย แลกเปลี่ยนความ คิดเห็นซึ่งกันและ กัน 1. สังเกตการ ทำกิจกรรม ของนักเรียน 1. วัสดุ อุปกรณ์ในการ วาดภาพ (ไม่เอาแล้ว)
76 8.4ตัวอย่างแผนบูรณาการข้ามศาสตร์ แผนการจัดการเรียนรู้ กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ชั้นประถมศึกษาป�ที่ 3 รหัสวิชา ศ 13101 ชื่อรายวิชา ศิลปะ เวลา 10 ชั่วโมง หน่วยการเรียนรู้ที่1 เรื่อง ศิลปะในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ศ 1.1 สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์วิเคราะห์วิพากษ์ วิจารณ์ คุณค่างานทัศนศิลป์ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดต่องานศิลปะอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน ตัวชี้วัด ศ 1.1 ป.3/1 บรรยายรูปร่าง รูปทรงในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ ศ 1.1 ป.3/2 ระบุ วัสดุ อุปกรณ์ที่ใช้สร้างผลงานเมื่อชมงานทัศนศิลป์ ศ 1.1 ป.3/3 จำแนกทัศนธาตุของสิ่งต่างๆ ในธรรมชาติสิ่งแวดล้อมและงานทัศนศิลป์ โดยเน้นเรื่อง เส้น สี รูปร่าง รูปทรง และพื้นผิว 2. สาระสำคัญ / ความคิดรวบยอด 2.1เส้นปรากฏอยู่ในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ 2.2สีปรากฏอยู่ในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ 2.3รูปร่างรูปทรงปรากฏอยู่ในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ 2.4พื้นผิวปรากฏอยู่ในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ 2.5วัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ในงานวาดภาพระบายสี งานป��น และงานพิมพ์ภาพ มีการใช้ที่แตกต่างกัน
77 ☑ บูรณาการกระบวนการคิด ☑การคิดวิเคราะห์ ☑การคิดเปรียบเทียบ ◻การคิดสังเคราะห์ ◻การคิดวิพากษ์ ☑ การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ◻การคิดประยุกต์ ☑การคิดเชิงมโนทัศน์ ◻การคิดเชิงกลยุทธ์ ☑การคิดแก้ป�ญหา ☑การคิดบูรณาการ ◻การคิดสร้างสรรค์ ◻การคิดอนาคต ☑บูรณาการหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ☑บูรณาการทักษะศตวรรตที่ 21 ☑ทักษะด้านการเรียนรู้และนวัตกรรม ☑ทักษะสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี ☑ทักษะชีวิตและอาชีพ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 อธิบายความหมายของเส้นในลักษณะต่างๆได้(K) 3.2 อธิบายความหมายของสีในลักษณะต่างๆได้ (K) 3.3 อธิบายความหมายของรูปร่างรูปทรงในลักษณะต่างๆได้ (K) 3.4 อธิบายความหมายของพื้นผิวในลักษณะต่างๆได้(K) 3.5 บอกชื่อและวิธีการใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้ (K) 3.6 จำแนกเส้นในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะได้(P) 3.7 จำแนกสีในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะได้ (P) 3.8 จำแนกรูปร่างรูปทรงในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะได้ (P) 3.9 จำแนกพื้นผิวในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะได้(P) 3.10 เลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะได้อย่างถูกต้อง (P) 3.11 ชื่นชมเส้นในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ (A)
78 3.12 ชื่นชมสีในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ (A) 3.13 ชื่นชมรูปร่างรูปทรงในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ (A) 3.14 ชื่นชมพื้นผิวในธรรมชาติในสิ่งแวดล้อมและในงานศิลปะ (A) 3.15 พึงพอใจและใช้วัสดุอุปกรณ์ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะอย่างรู้คุณค่า (A) 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 เส้นในธรรมชาติสิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ 4.2 สีในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ 4.3 รูปร่างรูปทรงในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ 4.4 พื้นผิวในธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และงานทัศนศิลป์ 4.5 วัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ประเภทงานวาด งานป��น และงานพิมพ์ภาพ 5. สมรรถนะสำคัญ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร - ใช้ความสามารถในการรับและส่งสาร ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของ ตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและประสบการณ์ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน ตลอดจนการเลือกใช้ วิธีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพโดยค านึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเองและสังคม 5.2 ความสามารถในการคิด - รู้จักคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ คิดอย่างสร้างสรรค์ คิดอย่างมีวิจารณญาณ และคิดเป�นระบบ เพื่อ นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้หรือสารสนเทศ เพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมได้อย่างเหมาะสม 5.3 ความสามารถในการแก้ป�ญหา -ความสามารถในการแก้ป�ญหาและอุปสรรคต่างๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลัก เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ แสวงหาความรู้ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไขป�ญหา และมี การตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม 5.4 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
79 ใช้กระบวนการต่างๆ ในการด าเนินชีวิตประจำวัน เรียนรู้ด้วยตนเองต่อเนื่อง ทำงานและอยู่ร่วมกันใน สังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล จัดการป�ญหาและความขัดแย้งต่างๆอย่างเหมาะสม รู้จัก ปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมสภาพแวดล้อม และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึงประสงค์ 5.5 ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี รู้จักเลือกและใช้เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ ทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน การแก้ป�ญหาอย่างสร้างสรรค์ ถูกต้องเหมาะสมและมีคุณธรรม 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 ซื่อสัตย์สุจริต (ปฏิบัติตนโดยคำนึงถึงความถูกต้องด้วยความซื่อตรง) 6.2 มีวินัย (ตรงต่อเวลาในการปฏิบัติกิจกรรมต่างๆในห้อองเรียน และรับผิดชอบในการทำงาน) 6.3 ใฝ่เรียนรู้(สนใจ เอาใจใส่และมีความเพียรพยายามเข้าร่วมกิจกรรมการเรียนรู้ต่างๆ สรุปสิ่งที่เรียนรู้เป�น องค์ความรู้ แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับเพื่อร่วมห้องด้วยวิธีการต่างๆ) 6.4 อยู่อย่างพอเพียง (ปฏิบัติตนและตัดสินใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล ยอมรับและสามารถปรับตัวเพื่อ อยู่ร่วมกับผู้อื่นได้รู้จักใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มค่า และเก็บรักษาดูแลอย่างดี) 6.5 มุ่งมั่นในการทำงาน (ทุ่มเททำงาน อดทน ไม่ย่อท้อต่อป�ญหาและอุปสรรคในการทำงานให้แล้วเสร็จ) 6.6 รักความเป�นไทย (นำภูมิป�ญญาไทยมาใช้ให้เหมาะสมในวิถีชีวิต) 6.7 มีจิตสาธารณะ (เข้าร่วมกิจกรรมเพื่อแก้ป�ญหาหรือร่วมสร้างสิ่งที่ดีงามของส่วนรวมตามสถานการณ์ที่ เกิดขึ้นด้วยความกระตือรือร้น) 7. แนวทางการบูรณาการ รายวิชา มาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัด ภาษาไทย ท.2.1 ป.3/5 เขียนเรื่องตามจิตนาการ ท 4.1 ป.3/4 แต่งประโยคง่ายๆ ท 3.1 ป.3/5 พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ สังคมศึกษาฯ ส 5.2 ป.3/2 อธิบายการใช้ประโยชน์จากสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติในการ สนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์และการประกอบอาชีพ คณิตศาสตร์ ค 2.1 ป.3/7 เลือกใช้เครื่องชั่งที่เหมาะสมวัดและบอกน้ำหนักเป�นกิโลกรัมและกรัม
80 ค 2.1 ป.3/8 คาดคะเนน้ำหนักเป�นกิโลกรัมและเป�นขีด ค 2.2 ป.3/1 ระบุรูปเรขาคณิตสองมิติที่มีแกนสมมาตรและจำนวนแกนสมมาตร วิทยาศาสตร์ ว 2.1 ป.3/1 อธิบายว่าวัตถุประกอบขึ้นจาก ชิ้นส่วนย่อย ๆ ซึ่งสามารถ แยกออกจากกัน ได้และประกอบกัน เป�นวัตถุชิ้นใหม่ได้โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์ ว 4.2 ป.3/3 ใช้อินเตอร์เน็ตค้นหาความรู้ ว 4.2 ป.3/5 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย ปฏิบัติตามข้อตกลงในการใช้ อินเทอร์เน็ต สุขศึกษาฯ พ 2.1 ป.3/2 อธิบายวิธีสร้างสัมพันธภาพในครอบครัวและกลุ่มเพื่อน การงานอาชีพฯ ง 1.1 ป.3/3 ท างานเป�นขั้นตอนตามกระบวนการทำงานด้วยความสะอาด ความ รอบคอบและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ภาษาต่างประเทศ ต 1.3 ป.3/1 พูดให้ข้อมูลเกี่ยวกับตนเองและเรื่องใกล้ตัว 8. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ชั่วโมงที่ 1-2 8.1 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนสังเกตธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วให้นักเรียนวาดภาพสิ่งที่เห็นลงบนกระดาษ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันสังเกตภาพที่นักเรียนวาดพร้อมกับอธิบายเชื่อมโยงเกี่ยวกับเส้นในธรรมชาติ เส้นใน สิ่งแวดล้อมเส้นในงานศิลปะ ให้นักเรียนฟ�ง ครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับเส้นที่ปรากฏให้ นักเรียนเห็น ได้แก่ เส้นตรงและเส้นโค้งลักษณะต่างๆ ที่เกิดจากการวาดของนักเรียน (ครูส่งเสริมให้นักเรียนใช้ ความสามารถในการถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูล ข่าวสารและประสบการณ์ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ระหว่างใน ห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) 8.2 ขั้นการนำเสนอบทเรียน ครูนำตัวอย่างภาพผลงานศิลปะที่แสดงเส้นในลักษณะต่างๆ ให้นักเรียนสังเกตและอธิบายเกี่ยวกับ ความหมายของเส้นในลักษณะต่างๆ ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝ�กหัดเรื่อง เส้น
81 และให้แต่ละคนนำเสนอผลงานของตนเองโดยครูคอยอธิบายเสริมถึงการใช้เส้นและการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะให้ นักเรียนเข้าใจ (นักเรียนได้ใช้กระบวนการระดมความคิดในการสร้างสรรค์ผลงานและการรู้จักปรับตัวในทำงานได้ อย่างเหมาะสม) 8.3 ขั้นการสร้างประสบการณ์และสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสรุปเรื่องเส้นในธรรมชาติเส้นในสิ่งแวดล้อมและเส้นในงานศิลปะที่มี ความสำคัญต่อการถ่ายทอดความคิดจินตนาการการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ ครูให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่ เข้าใจหรือสรุปไม่ตรงจุดประสงค์การเรียนรู้เกี่ยวกับเส้นและความรู้สึกว่าเส้นในแต่ละลักษณะจะให้ความรู้สึกที่ แตกต่างกันออกไป เช่น 1.เส้นตั้ง หรือ เส้นดิ่ง ให้ความรู้สึกทางความสูงสง่า มั่นคง แข็งแรง หนักแน่น เป�นสัญลักษณ์ของความ ซื่อตรง 2.เส้นนอน ให้ความรู้สึกทางความกว้าง สงบ ราบเรียบ นิ่ง ผ่อนคลาย 3.เส้นเฉียง หรือ เส้นทแยงมุม ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหว รวดเร็ว ไม่มั่นคง 4.เส้นหยัก หรือ เส้นซิกแซกแบบฟ�นปลา ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหวอย่างเป�นจังหวะ มีระเบียบ ไม่ราบเรียบ น่ากลัว อันตราย ขัดแย้งความรุนแรง 5.เส้นโค้ง แบบคลื่น ให้ความรู้สึก เคลื่อนไหวอย่างช้าลื่นไหล ต่อเนื่อง สุภาพ อ่อนโยน นุ่มนวล 6.เส้นโค้งแบบก้นหอย ให้ความรู้สึกเคลื่อนไหว คลี่คลาย หรือเติบโตในทิศทางที่หมุนวนออกมา ถ้ามองเข้า ไปจะเห็นพลังความเคลื่อนไหวที่ไม่สิ้นสุด 7.เส้นโค้งวงแคบ ให้ความรู้สึกถึงพลังความเคลื่อนไหวที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทางที่รวดเร็ว ไม่หยุดนิ่ง 8.เส้นประ ให้ความรู้สึกที่ไม่ต่อเนื่อง ขาดหายไม่ชัดเจน ทำให้เกิดความเครียด
82 (ครูส่งเสริมให้นักเรียนแสดงออกทางทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ของตนเองและเพื่อนร่วม ชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) ชั่วโมงที่ 3-4 8.4 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนสังเกตสีสันในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วให้ตอบคำถามว่า “นักเรียนเห็นสี อะไรบ้าง” จากนั้นครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับสีที่ปรากฏให้นักเรียนเห็นถึงความอ่อนโยน ความเข้มโทนสีและการนำไปใช้ในงานศิลปะ (ครูส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักสังเกตและถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิด ของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) 8.5 ขั้นการนำเสนอบทเรียน ครูนำสื่อภาพโทนสีให้นักเรียนดูและอธิบายเกี่ยวกับความหมายของสีที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นสุ่มนักเรียนให้อธิบายความแตกต่างของการใช้สีในลักษณะต่างๆ ให้เพื่อนร่วมห้องได้ฟ�งและให้นักเรียนทำ โครงงาน การผลิตสีจากธรรมชาติมาคนละ 1 สีตามใจชอบ(นักเรียนได้ใช้กระบวนการระดมความคิดในการ สร้างสรรค์ผลงานและการรู้จักปรับตัวในทำงานได้อย่างเหมาะสม) 8.6 ขั้นการสร้างประสบการณ์และสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องสีธรรมชาติสีในสิ่งแวดล้อม และสีในงานศิลปะที่มีความสำคัญต่อการ ถ่ายทอดความคิดจินตนาการการสร้างสรรค์เป�นผลงานศิลปะ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ และให้นักเรียนนำสีที่ได้จากโครงงาน การผลิตสีจากธรรมชาติมาใช้ประกอบการทำแบบฝ�กหัด เรื่อง สี(ครูส่งเสริม ให้นักเรียน มีเหตุผล รอบคอบ อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบอย่างประมาณตน เห็นคุณค่าของ ทรัพยากรต่างๆ และทำงานร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้าง องค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม)
83 ชั่วโมงที่ 5-6 8.7 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนสังเกตรูปร่าง รูปทรง ในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วให้ตอบคำถามว่า“นักเรียน เห็นรูปร่าง รูปทรง อะไรบ้าง” จากนั้นครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับสีที่ปรากฏให้นักเรียนเห็น ถึงความอ่อนโยน ความเข้มโทนสีและการนำไปใช้ในงานศิลปะ (ครูส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักสังเกตและถ่ายทอด ความรู้ของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) 8.8 ขั้นการนำเสนอบทเรียน ครูนำภาพศิลปะที่แสดงถึงรูปร่าง รูปทรง ในลักษณะต่างๆให้นักเรียนดูและอธิบายเกี่ยวกับความหมาย ของรูปร่าง รูปทรง ที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นสุ่มให้นักเรียนอธิบายความแตกต่างของรูปร่าง รูปทรงในลักษณะต่างๆให้เพื่อนร่วมห้องได้ฟ�ง จากนั้นให้นักเรียนทำแบบฝ�กหัด เรื่องรูปร่าง รูปทรง (นักเรียนได้ใช้ กระบวนการระดมความคิดในการทำแบบฝ�กหัดเรื่อง รูปร่าง รูปทรง และการรู้จักปรับตัวในทำงานได้อย่าง เหมาะสม) 8.9 ขั้นการสร้างประสบการณ์และสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่องรูปร่าง รูปทรง ในธรรมชาติรูปร่าง รูปทรงในสิ่งแวดล้อม และรูปร่าง รูปทรงในงานศิลปะที่มีความสำคัญต่อการถ่ายทอดความคิดจินตนาการการสร้างสรรค์เป�นผลงานศิลปะ โดยครู คอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ (ครูส่งเสริมให้นักเรียน มีเหตุผล รอบคอบ อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วย ความรับผิดชอบอย่างประมาณตน และทำงานร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม)
84 ชั่วโมงที่ 7-8 8.10 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนสังเกตพื้นผิวในธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมรอบตัวแล้วให้ตอบคำถามว่า “นักเรียน ยกตัวอย่างวัตถุที่มีลักษณะของพื้นผิวเรียบ หยาบ ละเอียด มัน ขรุขระ ว่ามีอะไรบ้าง” จากนั้นครูสนทนากับ นักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับพื้นผิว และการนำไปใช้ในงานศิลปะ (ครูส่งเสริมให้นักเรียนรู้จักสังเกตและ ถ่ายทอดความรู้ของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้าง องค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) 8.11 ขั้นการนำเสนอบทเรียน ครูอธิบายเกี่ยวกับความหมายของพื้นผิวที่ใช้ในการสร้างสรรค์ผลงานศิลปะ จากนั้นสุ่มนักเรียนให้ อธิบายความแตกต่างของพื้นผิวในลักษณะต่างๆ ให้เพื่อนร่วมห้องได้ฟ�ง และทำแบบฝ�กหัด เรื่อง พื้นผิว (นักเรียน ได้ใช้กระบวนการระดมความคิดในการทำแบบฝ�กหัด เรื่อง พื้นผิว และการรู้จักปรับตัวร่วมกันในทำงานได้อย่าง เหมาะสม) 8.12 ขั้นการสร้างประสบการณ์และสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง พื้นผิวในธรรมชาติพื้นผิวในสิ่งแวดล้อม และพื้นผิวในงานศิลปะที่มี ความสำคัญต่อการถ่ายทอดความคิดจินตนาการการสร้างสรรค์เป�นผลงานศิลปะ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วน ที่นักเรียนไม่เข้าใจ (ครูส่งเสริมให้นักเรียน มีเหตุผล รอบคอบ อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบอย่าง ประมาณตนและทำงานร่วมกันแลกเปลี่ยนความรู้ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม) ชั่วโมงที่ 9-10 8.13 ขั้นนำเข้าสู่บทเรียนและการสร้างบรรยากาศการเรียนรู้ ครูให้นักเรียนตอบคำถาม “นักเรียนยกตัวอย่างวัสดุ อุปกรณ์และสิ่งของที่อยู่รอบตัวว่ามีอะไรบ้างที่คิดว่า จะนำมาใช้ในการสร้างผลงานศิลปะได้” จากนั้นครูสนทนากับนักเรียนเพื่อเชื่อมโยงความรู้เกี่ยวกับวัสดุ อุปกรณ์ที่ ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ประเภทงานวาดภาพ ระบายสี งานป��น และงานพิมพ์ภาพ (ครูส่งเสริมให้นักเรียนรู้จัก สังเกตและถ่ายทอดความรู้ของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ของตนเองกับเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อ นำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้อย่างเหมาะสม)
85 8.14 ขั้นการนำเสนอบทเรียน ครูนำวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ประเภทงานวาดภาพ ระบายสี งานป��น และงาน พิมพ์ภาพ มาสาธิตวิธีการเก็บรักษาให้นักเรียนดู(นักเรียนได้เห็นการสาธิตจริงจากครู เป�นการสร้างองค์ความรู้ ให้กับนักเรียนได้เห็นภาพชัดเจน) 8.15 ขั้นการสร้างประสบการณ์และสรุป ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปเรื่อง วิธีการเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ประเภท งานวาดภาพ ระบายสี งานป��น และงานพิมพ์ภาพ โดยครูคอยให้ความรู้เสริมในส่วนที่นักเรียนไม่เข้าใจ (ครูส่งเสริม ให้นักเรียน มีเหตุผล รอบคอบ อยู่ร่วมกับผู้อื่นด้วยความรับผิดชอบอย่างประมาณตน และทำงานร่วมกัน แลกเปลี่ยนความรู้ของตนเองและเพื่อนร่วมชั้นเรียน เพื่อนำไปสู่การสร้างองค์ความรู้ระหว่างในห้องเรียนได้ อย่างเหมาะสม) 9. สื่อและแหล่งเรียนรู้ 9.1 รูปภาพ 9.2 สื่อโทนสี 9.3 วัสดุอุปกรณ์ในการวาดภาพ 10. การวัดผลและประเมินผล ด้านความรู้ (K) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัด ตรวจแบบฝ�กหัดเรื่อง เส้น ตรวจแบบฝ�กหัดเรื่อง สี ตรวจแบบฝ�กหัดเรื่อง รูปร่าง รูปทรง ตรวจแบบฝ�กหัดเรื่อง พื้นผิว ซักถาม - วิธีการเก็บรักษาวัสดุ อุปกรณ์ ที่ใช้ในการสร้างงานทัศนศิลป์ ประเภทงานวาดภาพ ระบายสี งานป��น และงานพิมพ์ภาพ แบบฝ�กหัด ตอบคำถาม ได้ระดับคะแนน 8-10 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี 5-7 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน ไม่ผ่านเกณฑ์
86 ด้านทักษะ/กระบวนการ (P) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัด ประเมินผลจากการนำเสนอ แบบประเมินผลการนำเสนอ ได้ระดับคะแนน 8-10 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี 5-7 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ ต่ำกว่า 5 คะแนน ปรับปรุง ด้านคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยม (A) วิธีการวัดผลและการประเมินผล เครื่องมือวัดและประเมินผล เกณฑ์การวัด สังเกตพฤติกรรมขณะเข้าร่วม ปฏิบัติกิจกรรม แบบประเมินพฤติกรรมในการ ปฏิบัติกิจกรรม ได้ระดับคะแนน 9-10 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดีเยี่ยม 7-8 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ดี 6-5 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ พอใช้ น้อยกว่า 5 คะแนน อยู่ในเกณฑ์ ปรับปรุง บันทึกผลการจัดการเรียนรู้ ผลการจัดการเรียนรู้ .............................................................................................................................................................................. ป�ญหา / อุปสรรค ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………….. แนวทางแก้ไข …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
87 ภาคผนวก
88 แผนการจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย โดยใช้รูปแบบการสอนแผนภาพความคิด(Mind Mapping) โรงเรียน ประถม NEU ชั้นประถมศึกษาป�ที่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รหัสวิชา ๑๖๑๐๑ รายวิชา ภาษาไทย หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง วรรณกรรมน่ารู้ ภาคเรียนที่ ๑ วันที่ เดือน พ.ศ. ๒๕๖๖ แผนการเรียนรู้ที่ ๑ เรื่อง การอ่านในใจเรื่อง อ่านป้ายได้สาระ เวลา 1 ชั่วโมง ผู้สอน : นายวิศรุต บุษบก อาจารย์พี่เลี้ยง : ผศ.สมหวัง นิลพันธ์ อาจารย์ที่ปรึกษา : ผศ.สมหวัง นิลพันธ์ ---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- ๑. สาระ มาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สาระที่ ๑ การอ่าน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๑.๑ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ตัดสินใจแก้ป�ญหา ใน การดำเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอ่าน ตัวชี้วัด ป.๖/๓ อ่านเรื่องสั้นๆ อย่างหลากหลายโดยจับเวลาแล้วถามเกี่ยวกับเรื่องที่อ่าน ป.๖/๔ แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ป.๖/๕อธิบายการนำความรู้และความคิด จากเรื่องที่อ่านไปตัดสินใจแก้ป�ญหา ในการดำเนิน ชีวิต ป.๖/๙ มีมารยาทในการอ่าน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ย่อความ และเขียน เรื่องราวในรูปแบบต่าง ๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงาน การศึกษาค้นคว้าอย่างมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ป.๖/๓. เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน สาระที่ ๓ การฟ�ง การดูและการพูด
89 มาตรฐานการเรียนรู้ ท ๓.๑สามารถเลือกฟ�งและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้ ความคิด ความรู้สึก ในโอกาสต่าง ๆ อย่างมีวิจารณญาณ และสร้างสรรค์ ตัวชี้วัด ป.๖/๒ ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผล จากเรื่องที่ฟ�งและดู ป.๖/๖ มีมารยาทในการฟ�ง การดู และการพูด สาระที่5 วรรณคดีวรรณกรรม มาตรฐานการเรียนรู้ท 5.1 เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทยอย่างเห็น คุณค่าและนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ป.๖/๑ แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดี หรือวรรณกรรมที่อ่าน ๒.สาระสำคัญ การอ่านในใจ ผู้อ่านต้องมีสมาธิ มีความตั้งใจ เอาใจใส่ในเรื่องที่อ่าน อ่านแล้วสามารถตั้งคำถาม ตอบคำถาม เรียงลำดับเหตุการณ์ จับใจความสำคัญของเรื่อง คิดวิเคราะห์และสรุปใจความสำคัญของเรื่อง ได้ ว่า ใคร ทำอะไร ที่ไหน เมื่อไร อย่างไร ผลของการกระทำ ข้อคิดที่ได้ ๓. จุดประสงค์การเรียนรู้ เมื่อนักเรียนอ่านในใจ เรื่องอ่านป้ายได้สาระแล้ว นักเรียนสามารถ ๑. อ่านในใจบทเรียนเพื่อจับใจความสำคัญได้ ( K ) ๒. แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน โดยตั้งคำถามและตอบคำถามได้ ( P ) ๓. มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มารยาทการฟ�ง การดู การพูด การอ่านและ การเขียน ซื่อสัตย์สุจริต กล้าแสดงออก มีความคิดสร้างสรรค์ ( A ) ๔. สาระการเรียน หลักเกณฑ์การอ่านในใจ เพื่อสรุปสาระสำคัญของเรื่องอ่านป้ายได้สาระ เพื่อให้ทราบว่า ใคร ทำอะไร ที่ ไหน เมื่อไร อย่างไร ผลของการกระทำ ข้อคิดที่ได้ สามารถอ่านจับใจความสำคัญและสรุปสาระสำคัญความให้ ทราบถึง ตัวละครที่สำคัญ ตัวละครประกอบ สถานที่ เวลาที่เกิดเหตุการณ์ สาระสำคัญของแต่ละเหตุการณ์ ผลของการกระทำและข้อคิดที่ได้ ประโยชน์ในการนำไปใช้ชีวิตประจำวัน
90 ๕. กระบวนการจัดการเรียนรู้ ขั้นที่ ๑ เตรียมความพร้อม กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์ โดยใช้เกม ลมเพลมพัด แบ่งกลุ่มนักเรียนออกเป�น กลุ่มๆละ 5-6 คน และ แนะนำ กติกาการเรียน ขั้นตอนการทำงาน และเอกสารบทอ่านเรื่อง อ่านป้ายได้สาระ ที่กำหนดให้เป�น สถานการณ์ ประเด็นป�ญหา ขั้นที่ ๒ ขั้นกำหนดสถานการณ์ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มรับใบงานที่ ๑ และเอกสารบทอ่านเรื่องอ่านป้ายได้สาระ แล้วปฏิบัติกิจกรรม ตามลำดับจากสถานการณ์ป�ญหา เพื่อให้นักเรียนอ่านจับใจความสำคัญของ เรื่อง อ่านป้ายได้สาระและสรุป ประเด็นสาระสำคัญ ข้อคิดเห็นของเรื่องได้ - ตัวละครที่สำคัญ - ตัวละครประกอบ - สถานที่ - เวลาที่เกิดเหตุการณ์ - สาระสำคัญของแต่ละเหตุการณ์ - ผลของการกระทำและข้อคิดที่ได้ ประโยชน์ในการนำไปใช้ชีวิตประจำวัน
91 ขั้นที่ ๓ ขั้นทำกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ระดมการคิดวิเคราะห์สรุปสาระสำคัญของเรื่องที่อ่านให้ เป�นประเด็นโดยใช้หลักเกณฑ์ หลักและการใช้ภาษาและมีเหตุผลประกอบให้ได้ประเด็นมากที่สุด แล้วให้นักเรียน ทุกคนช่วยกันวิเคราะห์ประเด็นสำคัญของเรื่อง พ่อของแผ่นดิน โดยร่วมกันกำหนดหัวข้อเรื่องที่จะทำจัดทำเป�น แผนภาพความคิดกลุ่ม เช่น - ตัวละครสำคัญ - เรื่องเกิดขึ้นที่ไหน เมื่อไร - เหตุการณ์สำคัญของเรื่องมี - ผลของการกระทำ - ข้อคิดที่ได้จากเรื่อง ขั้นที่ ๓ ขั้นทำกิจกรรมกลุ่มแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ ระดมความคิดภายในกลุ่มสาระสำคัญจากเรื่องที่อ่านให้ เป�นประเด็น และช่วยกันตอบคำถามลงในใบงานแล้วสรุปออกมาเป�นแผนภาพความคิด ( Mind Mapping )
92 ขั้นที่ ๔ นำเสนอผลงานหน้าชั้น แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานจากกิจกรรมขั้นที่ ๑-๒ ขั้นที่ ๕ อภิปรายแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ทั้งชั้น ครูกระตุ้นให้นักเรียนร่วมกัน แสดงข้อคิดเห็น วิพากษ์วิจารณ์อย่างมีเหตุผล จากประเด็นที่ได้ เพื่อ ร่วมกันเพิ่มเติมรายละเอียดของข้อมูลในแต่ละประเด็นให้ได้องค์ความรู้ที่ชัดเจนขึ้น ขั้นที่ ๖ ขั้นสรุป นักเรียนสรุปความคิดรวบยอด/สาระสำคัญที่ได้แล้วเขียนเป�นแผนภาพความคิดเป�นของตนเองโดย สังเคราะห์องค์ความรู้ที่ได้ จากการสรุปการคิดวิเคราะห์สาระสำคัญของเรื่องอ่านป้ายได้สาระ ๖. การวัดและการประเมินผล วัดและประเมิน(ตาม จุดประสงค์) วิธีการประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน ๑. อ่านในใจบทเรียนเพื่อ จับใจความสำคัญ/หา รายละเอียด/เรียงลำดับ เหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน จากการสังเกตการณ์การ อ่านในใจ และการทำงาน กลุ่ม การสังเกตพฤติกรรมการ อ่านในใจ และการทำงาน กลุ่ม ผ่านเกณฑ์ตามใบงาน
93 ๒. แยกข้อเท็จจริงและ ข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน โดยตั้งคำถามและตอบ คำถามได้ จากการแสดงข้อคิดเห็น และการถามตอบ การสังเกตการแสดง ข้อคิดเห็นและการถาม ตอบ ผ่านเกณฑ์ตามใบงาน ๓. เขียนแผนภาพ ความคิด (Mind Mapping) เพื่อคิด วิเคราะห์จากเรื่องที่อ่าน จากการตรวจชิ้นงาน แผนภาพความคิด (Mind Mapping) แบบประเมินชิ้นงาน ผ่านเกณฑ์ตามใบงาน ๔. มีทักษะการคิด วิเคราะห์ ทักษะการอ่าน การเขียน ฟ�งดู พูด และ คิดสร้างสรรค์โดยใช้ แผนภาพความคิดทักษะ แสวงหาการเรียนรู้และ ทักษะการนำเสนอข้อมูล จากการประเมินทักษะ การคิดวิเคราะห์ ทักษะ การอ่าน และการเขียน แบบประเมินทักษะการ คิดวิเคราะห์ ทักษะการ อ่าน และการเขียน ผ่านเกณฑ์การประเมินใน ระดับดีขึ้นไป ๕. มีคุณลักษณะอันพึง ประสงค์ มารยาทการฟ�ง การดู การพูด การอ่าน และ การเขียน ซื่อสัตย์ สุจริต กล้า แสดงออก มี ความคิดสร้างสรรค์และ คิดสร้างสรรค์โดยใช้ แผนภาพความคิด ผลงานและการทำงาน กลุ่มและนำเสนอ แบบประเมินชิ้นงานและ การนำเสนอผลงาน ผ่านเกณฑ์การประเมินใน ระดับดีขึ้นไป ๗. สื่อและแหล่งการเรียนรู้ สื่อหลัก ๑. บทอ่าน เรื่อง อ่านป้ายได้สาระ ๒.ใบกิจกรรมที่ ๑
94 สื่อเสริม ๑.ตัวอย่างตัวอย่างแผนภาพความคิด ๒.อุปกรณ์ที่นำเสนอคริปชาร์ด ๘. บันทึกหลังสอน .................................................................................................................................................................................... .......………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ……………………………ผู้บันทึก ( ……………………) …/……./......
95 ใบกิจกรรมที่ ๑ หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ วรรณกรรมน่ารู้ เรื่องการอ่านในใจเรื่องอ่านป้ายได้สาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาป�ที่ ๖/ คำชี้แจง ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มทำกิจกรรมตามขั้นตอนต่อไปนี้ ๑. ให้นักเรียนอ่านบทอ่าน เรื่อง “อ่านป้ายได้สาระ” ๒. ให้นักเรียนทำภารกิจจากสถานการณ์ป�ญหา ๓. แต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานตามขั้นตอนดังนี้ ๓.๑ อธิบายขั้นตอนของกระบวนการคิด ๓.๒ สรุปประเด็นสาระสำคัญของเรื่องจากข้อ ๒ ๔. สมาชิกแต่ละคนในกลุ่มเขียนสรุปประเด็นสาระสำคัญของเรื่องที่ได้จากข้อ ๑โดยเขียนเป�นแผนภาพความคิด ของตนเอง สถานการณ์ปัญหา “แต่ละกลุ่ม อ่านจับใจความ สรุปสาระสําคัญของเรื่องการอ่านในใจจากอ่านป้ายได้สาระ ให้ได้อย่างน้อย ๗ ประเด็น พร้อมกับยกตัวอย่าง อธิบายประกอบแต่ละประเด็น” โดยเขียนเป็นแผนภาพความคิดลงในกระดาษชาร์ดที่แจกให้
96 ให้หาแบบประเมินทักษะการคิดวิเคราะห์หลักการอ่านและการเขียน โดยใช้แผนภาพความคิดอิสระ (Mind Mapping) โรงเรียน………………………………………………………………. รายการ 5 มากที่สุด 4 มาก 3 พอใช้ 2 ปรับปรุง 1 หมายเหตุ ระดับผลการประเมินขึ้นอยู่กับดุลพินิจของผู้สอนในการกำหนดช่วงคะแนน
97 ให้หาแบบประเมินผลงานนักเรียน แบบประเมินชิ้ นงานแผนภาพความคิด(Mind Mapping) โรงเรียน……………………………………………… ชื่อผู้สอน...............................................................ชั้ น...................................... กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง.................................................................. วันที่.........เดือน..............................พ.ศ. ............. เวลา................................................................... คําชี้แจง : โปรดทําเครื่องหมาย / ลงในช่องที่นักเรียนคิดว่าพฤติกรรมการสอนตามรายการ การสังเกตพฤติกรรม การสอนดังต่อไปนี้ รายการ ระดับผลการประเมิน ปรับปรง (1) น้อย (2) พอใช้ (3) มาก (4) มากที่สุด (5) 1. สาระสำคัญแสดงความคิดรวบยอดของสาระการ เรียนรู้ที่สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียน 2. จุดประสงค์การเรียนรู้ครอบคลุมพฤติกรรมการ เรียนรู้หลายด้าน(พุทธิพิสัย)/ทักษะพิสัย/จิตพิสัย และระบุ พฤติกรรมที่สามารถวัดได้ 3. สาระการเรียนรู้ถูกต้องครบถ้วนชัดเจนตามหลัก วิชาการ 4. กระบวนการเรียนรู้ 4.1 สอดคล้องกับจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.2 จัดกิจกรรมเตรียมความพร้อมและทบทวน ความรู้เดิม 1. จัดกิจกรรมหรือกำหนดสถานการณ์ที่เป�น ประเด็นป�ญหาให้นักเรียนคิด