The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ภูมิปัญญาท้องถิ่นอำเถอพังโคน

Localwisdom

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 1
ตำบลพงั โคน อำเภอพังโคน จังหวดั สกลนคร
QR Code
ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ลำดบั แหลง่ เรยี นรู้ ประเภทแหลง่ ข้อมลู โดยสังเขป ที่ตัง้ ช่อื ผู้ปฏิบัติ เบอรโ์ ทรศพั ท์ รปู กจิ กรรม
ที่ เรียนรู้ ท่ีติดตอ่

๑ บุญบง้ั ไฟ แหลง่ การเรยี นรู้ เป็นประเพณี อำเภอ เทศบาลตำบล เทศบาลตำบล
ประเภทกจิ กรรม ความเช่ือที่สำคัญ พังโคน พังโคน พังโคน
ทางสงั คม ชาวบ้านในอำเภอ จงั หวัด
ประเพณี และ พังโคน ถอื ว่าบญุ สกลนคร ๐๔๒-๗๗๑-
ความเชอ่ื บัง้ ไฟเป็นพธิ ีกรรม ๒๙๗
ทม่ี ีความสำคญั
มาก

2

บุญบั้งไฟ อำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร

ที่ตั้ง ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร
ประวัติความเป็นมา

งานบญุ มหาชาติและบญุ บง้ั ไฟ อำเภอพังโคน จัดขน้ึ ในเขตเทศบาลตำบลพังโคน ในสปั ดาห์แรกของ
เดือน พฤษภาคมของทุกปี กิจกรรมประกอบด้วย การประกวดบั้งไฟทางไกล เทศน์มหาชาติเทศกาลอาหาร
แซบ พังโคน และการประกวดขบวนแหบ่ ั้งไฟ นับเป็นประเพณีความเชื่อที่สำคัญในคน อีสาน นิยมทำกนั ใน
เดือน ๖ ของ ทุกปี โดยมีจุดมุง่ หมายสำคัญ ได้แก่ จุดมุ่งหมายในการขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบญุ
บั้งไฟเป็นพิธีกรรมทีม่ คี วามสำคัญมาก เพราะเชื่อว่าหากหมู่บ้านใดไม่จัดงานบั้งไฟก็อาจกอ่ ให้เกิด ภัยพิบัติ
เช่น โรคภัยไข้เจ็บ หรือทุพภิกขภัยแก่ชุมชนได้ ในขณะที่ช่วงจัดงานนี้เป็นช่วงที่ ชาวบ้านมีงานต้องทำมาก
เนือ่ งจากเป็นฤดู ของการทำนาปี

หลักฐานทางโบราณคดี/ความเช่ือ
งานบุญบั้งไฟเป็นประเพณีความเช่ือที่สำคัญในคนอีสาน จัดขึ้นเป็นประจำในเดือน ๖ ของทุกปี จุดมุ่งหมาย
สำคัญเพ่ือทำการขอฝน ชาวบ้านในภาคอีสาน ถือว่าบุญบ้ังไฟเปน็ พิธกี รรมท่ีมีความสำคัญมาก เพราะเชื่อว่า
หากหมบู่ า้ นใดไม่จดั งานบัง้ ไฟก็อาจก่อใหเ้ กดิ ภยั พบิ ัติ
ในช่วงจัดงานบุญบง้ั ไฟเป็นชว่ งที่ชาวบา้ นต้องทำงาน เพราะเปน็ ฤดูทำนาปี จงึ ตอ้ งปรกึ ษาหารือวา่ จะจัดหรือไม่
ในปีนน้ั หากไมจ่ ัดตอ้ งไปทำพิธที ีศ่ าลปตู่ าของบา้ นเพื่อขออนุญาตเล่อื นงานบญุ นีไ้ ปในปีหน้า ปัจจบุ นั บั้งไฟทีใ่ ช้
จุดแข่งขัน มหี ลากหลายที่นยิ มเรยี กกัน ได้แก่ บั้งไฟหมืน่ บ้งั ไฟแสน บ้ังไฟลา้ น ซงึ่ มขี นาดของดินปืนมากน้อย
แตกต่างกันไป
ลักษณะทางกายภาพ
การจัดงานและการละเล่นในประเพณีบุญบ้ังไฟ ในวันสุกดิบชาวบ้านจะจัดขบวนแห่บั้งไฟยังศาลปู่ตาของ
หมู่บ้าน ทำพิธี เซ่นสรวง มีการจุดบั้งไฟที่ใช้ในการเสี่ยงทายเพื่อเสี่ยงทายดูความอุดมสมบูรณ์และ
ความสำเร็จในการทำนาปีนั้น จากน้ันก็พากันกินเหล้า ฟ้อนรำ รอบศาลปู่ตาเป็นท่ีสนุกสนาน จากนั้นก็พา
กันแห่บั้งไฟไปยังสถานที่จัดงานหรือหมู่บ้านที่จัดงานบุญบั้งไฟเพื่อจุดแข่งขันประกวดปร ะชันกันต่อไป
ในปัจจุบันบ้ังไฟที่ใช้จุดแข่งขันมีหลากหลายท่ีนิยมเรียกกัน ได้แก่ บั้งไฟหมื่น บ้ังไฟแสน ซ่ึงมีขนาดของดิน
ปืนมากน้อย แตกต่างกันไป

ที่มาขอ้ มูล : เทศบาลตำบลพงั โคน

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 3
ตำบลแร่ อำเภอพังโคน จงั หวัดสกลนคร
QR Code
ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ลำดบั แหล่งเรียนรู้ ประเภทแหลง่ ข้อมูลโดยสงั เขป ท่ีต้ัง ช่อื ผู้ปฏิบตั ิ เบอร์โทรศพั ท์ รูปกจิ กรรม
ที่ เรยี นรู้ ที่ตดิ ตอ่ ไดร้ ปู
แหลง่ เรยี นรู้
๒ เขือ่ นน้ำอนู แหลง่ การเรียนรู้ สร้างเสรจ็ บา้ นหนองบัว ชลประทาน ๐๔๒-๑๖๕-
อำเภอพังโคน
ประเภท พ.ศ. ๒๕๑๗ หมู่ ๔ ตำบล ๐๕๘
จงั หวัด
ทรพั ยากรธรรมชาติ งานระบบส่งน้ำ แร่ อำเภอ สกลนคร

เสร็จ พ.ศ. พงั โคน

๒๕๒๔ ตัวเข่ือน จงั หวดั

น้ำอูน มคี วามสูง สกลนคร

๒๙.๕๐ เมตร

สันเข่อื นยาว

๓,๐๐๐ เมตร

เก็บน้ำได้ ๕๒๐

ล้านลูกบาศก์

เมตร

4

เขื่อนนำ้ อูน

ที่ตั้ง บา้ นหนองบวั ตำบลแร่ อำเภอพงั โคน จังหวัดสกลนคร

น้ำอูนเป็นสาขาท่ีสำคัญท่ีสุดของแม่น้ำสงคราม ในตอนบนของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีต้นน้ำอยู่
ในทิวเขาภูพาน จังหวัดสกลนคร ไหลลงแม่น้ำโขงที่จังหวัดนครพนม เนื่องจากที่ราบสองฝั่งแม่น้ำอูนมี
ลักษณะเป็นแอ่ง ดังน้ัน ในเวลาฝนตกหนักจึงถูกท่วมเป็นประจำ บริเวณที่ราบแถบนี้มีการเพาะปลูกมากทงั้
ข้าวและพืชอ่ืน ๆ แต่ในเวลาฝนตกนำ้ ก็ทว่ ม เกิดอุทกภัย ทำให้พืชผลเสียหายเป็นประจำ และช่วงขาดฝนก็
ขาดน้ำ ไม่เพียงพอในการเพาะปลูก กรมชลประทานจึงสร้างเขื่อนเก็บน้ำข้ึนที่บ้านหนองบัว อำเภอพังโคน
และอำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร

เข่ือนน้ำอูน เป็นเขอ่ื นดินก้ันแม่น้ำอนู อำเภอพังโคน จงั หวัดสกลนคร ห่างจากตัวจังหวัดประมาณ
๕๔ กิโลเมตร เร่มิ ก่อสรา้ งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ตัวเข่อื นสร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๗ งานระบบส่งน้ำเสรจ็ พ.ศ.
๒๕๒๔ ตัวเข่ือนนำ้ อูน มคี วามสูง ๒๙.๕๐ เมตร สันเขอื่ นยาว ๓,๐๐๐ เมตร เกบ็ น้ำได้ ๕๒๐ ล้านลกู บาศก์
เมตร ใชป้ ระโยชนเ์ พ่อื การเพาะปลูกในฤดฝู น ๑๘๕,๘๐๐ ไร่ ในฤดูแล้ง ๖๓,๐๐๐ ไร่และช่วยบรรเทา
อุทกภัยในลมุ่ น้ำอูน

หลักฐานทางโบราณคดี/ความเช่ือ
สถานการณ์น้ำในจังหวัดสกลนครขณะนี้มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากฝนตกลงน้อยลง

ประกอบกับเจ้าหน้าที่เร่งระบายน้ำเพื่อป้องกันการเกิดน้ำท่วมซ้ำรอยปีที่ผ่านมา แต่ที่เขื่อนน้ำอูนยังคงมี
ปริมาณน้ำสูงขึ้น เนื่องมีฝนตกลงมาที่เหนือเขือ่ นน้ำอูน ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้ำอูน ๔ ล้านลบ.ม.
โดยขณะนีเ้ ขื่อนน้ำอนู มีปริมาณนำ้ ๕๓๔ ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น ๑๐๒ เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่ายังมีปรมิ าณนำ้ เกิน
ความจเุ ขอื่ นอยู่ ทำให้เจ้าหน้าทต่ี อ้ งเร่งระบายน้ำออกทุกทาง ไมว่ า่ จะเปน็ จากสปลิ เวย์ ทางคลองส่งน้ำ และ
กาลักน้ำ เพื่อให้ระดับน้ำในเขื่อนลดลง โดยในแต่ละวันจะมีปริมาณน้ำไหลออกประมาณ ๕ ล้าน ลบ.ม.
ทางโครงการชลประทานสกลนคร ไดเ้ ร่งพรอ่ งนำ้ ออกใหม้ ากท่ีสดุ เพ่อื เตรียมรองรับปรมิ าณน้ำท่ีจะเพิ่มเข้ามา
ซึ่งคาดว่าจะมีพายอุ กี หลายลูกในชว่ งฤดูฝนนี้

ลักษณะทางกายภาพ
เขอ่ื นนำ้ อูน เป็นเขอื่ นดนิ กั้นแม่นำ้ อนู อำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร หา่ งจากตัวจงั หวดั ประมาณ ๕๔

กโิ ลเมตร เรม่ิ ก่อสรา้ งเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๐ ตัวเขอื่ นสรา้ งเสรจ็ พ.ศ. ๒๕๑๗ งานระบบสง่ น้ำเสรจ็ พ.ศ. ๒๕๒๔

ตวั เข่อื นน้ำอนู มคี วามสูง ๒๙.๕๐ เมตร สันเขอื่ นยาว ๓,๐๐๐ เมตร เกบ็ นำ้ ได้ ๕๒๐ ล้านลูกบาศกเ์ มตร
ใชป้ ระโยชนเ์ พ่อื การเพาะปลูกในฤดฝู น ๑๘๕,๘๐๐ ไร่ ในฤดแู ลง้ ๖๓,๐๐๐ ไร่ และช่วยบรรเทาอุทกภัยในลุ่ม
น้ำอูน

5

ที่มาข้อมูล :
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%82%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%A
D%E0%B8%99%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AD%E0%B8%B9%E0%B8%99

แหลง่ เรยี นรู้ บา้ นนาเชือก 6

ตำบลแร่ อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร QR Code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ลำดับ แหล่งเรียนรู้ ประเภทแหลง่ ขอ้ มลู โดยสังเขป ที่ตั้ง เบอร์โทรศัพท์ รปู กจิ กรรม
ที่ เรยี นรู้ ช่อื ผู้ปฏบิ ัติ ท่ีติดตอ่ ไดร้ ูป

แหลง่ เรียนรู้

๓ หมบู่ า้ น แหลง่ การเรยี นรู้ บ้านนาเชอื ก บา้ น นายศักดศิ์ รี ๐๙๒-๕๗๖-

ทอ่ งเทย่ี ว ประเภทกจิ กรรม ก่อตั้งขนึ้ เมอื่ ปี นาเชือก ไชยเชษฐ์ ๔๒๔๗

OTOP ทางสงั คม พ.ศ.๒๕๑๕ มี ตำบลแร่ ผใู้ หญบ่ า้ น

นวตั วถิ ี จํานวนครัวเรอื น อำเภอ หมู่ ๖

บ้านนาเชอื ก ก่อตั้งครง้ั แรก พงั โคน

๓๕ ครัวเรือน จังหวดั

เปน็ หมู่บา้ น สกลนคร

แยกออกจาก

บ้านโคกสะอาด

หมู่ที่ ๖ ตําบลแร่

ประชากรส่วน

ใหญ่เป็นชาวไท

โส้ พ้นื ทีห่ มบู่ ้าน

ตั้งอยใู่ นเขตปา่

7

สงวนแห่งชาติ
เทือกเขาภูพาน

8

หมู่บา้ นท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี บา้ นนาเชอื ก

ที่ตง้ั บ้านนาเชือก ตำบลแร่ อำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร
ประวัติความเปน็ มาของหมู่บ้าน

บา้ นนาเชือกกอ่ ตงั้ ขึน้ เมื่อปี พ.ศ.๒๕๑๕ มีจาํ นวนครัวเรอื นกอ่ ต้ังครงั้ แรก ๓๕ ครัวเรือน
เปน็ หมูบ่ า้ น แยกออกจากบ้านโคกสะอาด หมู่ท่ี ๖ ตาํ บลแร่ ประชากรสว่ นใหญ่เป็นชาวไทโส้
พื้นที่หมบู่ า้ นตัง้ อยูใ่ นเขตป่าสงวนแหง่ ชาติเทือกเขาภพู าน ซง่ึ เดิมบา้ นนาเชอื กตั้งอยู่บริเวณทเ่ี กบ็ กบั
น้ำเข่ือนน้ำอนู วดั ดอยสุเทพนิมติ ในปจั จบุ ัน แตป่ รมิ าณนำ้ ในเข่อื นน้ำอนู เพม่ิ ขนึ้ ทกุ ปีทําให้ชาวบ้านนาเชือก
อพยพครัวเรือนไปสรา้ งบ้านใหม่ใน บรเิ วณทต่ี ั้งหมูบ่ า้ นในปจั จบุ นั และยังใช้ชือ่ หม่บู ้านเดมิ คือ
”บา้ นนาเชอื ก“ โดยมผี ู้ช่วยผูใ้ หญบ่ ้านร่วมกบั บ้านโคกสะอาด นายชนะ โซ่เมอื งแซะ นายขนั หา จันฑะวงศ์
และ นายสี ไชยเชษฐ์ ไดข้ อต้ังเป็นหมบู่ ้านอยา่ ง เป็นทางการในปี พ.ศ.2530
ผู้ใหญ่บา้ นคนแรกคอื นายเสรมิ โซ่เมอื งแซะ

ภูมิปัญญาชาวบ้าน

๑. ประเภท : การทอผา้ ย้อมมลู ควาย การทอผา้ มดั หมี่ การจักสาน การย้อมคราม หมอสมุนไพร การนวด
๒. แหลง่ ทีม่ า: สบื ทอดจากรนุ่ พอ่ แม่ ปยู่ ่าตายาย
๓. การเปลี่ยนแปลง: มีการเปล่ยี นแปลงทางดา้ นภูมปิ ญั ญา โดยจาํ นวนชาวบ้านท่ีมคี วามรภู้ ูมิปญั ญาหลาย
อยา่ งมจี าํ นวนไมม่ าก และไม่มกี ารสืบทอด หรอื การ ประกอบอาชพี ตามภมู ปิ ญั ญาทมี ี

การสบื ทอด

บางภมู ปิ ญั ญามกี ารสบื ทอดโดยการถ่ายทอดภูมิปญั ญาแกร่ นุ่ ลูก รุ่นหลาน เช่น การทอผา้
แต่หลายภมู ิปญั ญากย็ งั ไมม่ ผี สู้ บื ทอด เชน่ หมอสมนุ ไพร

ความสุขวิถธี รรมชาตสิ ไตลบ์ า้ นนา “บา้ นนาเชือก” อ.พังโคน จ.สกลนคร
ล่องเรอื เท่ียวชมทวิ ทศั น์ “เขอื่ นนำ้ อูน” ที่ทอดยาวบรรจบเทือกภูพาน แหลง่ นำ้ สำคัญอุดมสมบรู ณท์ ี่มเี กาะ

แกง่ กลางนำ้ ทา่ มกลางบรรยากาศยามเช้าของพระอาทิตย์ขน้ึ สะทอ้ นนำ้ ท่ีงดงาม ของอำเภอพงั โคน จงั หวัด
สกลนคร

ชมฝงู ควายและววั นับรอ้ ยตวั บนเกาะกลางเขอ่ื นนำ้ อนู “เกาะควายเพชรทองคำ” ซงึ่ เจา้ ของเล้ียง
ขยายพนั ธ์มุ านานกว่า ๓๐ ปี เพื่ออนรุ ักษ์สะทอ้ นวิถีชุมชนเกษตรกรรม ให้นกั ทอ่ งเทีย่ วซมึ ซบั ธรรมชาตบิ า้ นท่งุ
อยา่ งใกล้ชิด

Story บ้านนาสู่ผลติ ภณั ฑ์ “ผา้ ยอ้ มมลู ควาย” ณ บา้ นนานายฮ้อย แหลง่ ทอ่ งเท่ยี วชุมชนสไตล์
Home Country สรา้ งสสี ันเส้นใยผา้ จากธรรมชาติ บง่ บอกอตั ลักษณท์ ส่ี ร้างมลู คา่ เพิม่ ใหก้ บั ชุมชน

กจิ กรรมไฮไลต์ ทอ่ งเท่ยี วเชิงสขุ ภาพ “สปาสมนุ ไพรกระทะ” ทีบ่ ูรณาการความร่วมมอื โดยมหาวทิ ยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลอสี าน วิทยาเขตสกลนคร, Thailand Med Travel และบา้ นนานายฮอ้ ย ให้นกั ทอ่ งเที่ยว
ผอ่ นคลายแชต่ ัวในกระทะทำขึ้นพเิ ศษ ทา่ มกลางบรรยากาศบ้านทุ่ง

9

สนใจทอ่ งเท่ียวสัมผสั ความสขุ วถิ ีธรรมชาติ บ้านนานายฮ้อย ต.แร่ อ.พงั โคน จ.สกลนคร โทร. ๐๘๗-๒๒๒-
๕๒๕๖, ๐๖๔-๔๖๙-๗๔๔๔

https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=104567087957976&id=1015563349257
18

แหลง่ เรียนรู้ ชุมชนตน้ แบบเศรษฐกจิ พอเพยี ง 10

ตำบลต้นผง้ึ อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร QR Code

ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ลำดับ แหลง่ เรยี นรู้ ประเภทแหล่ง ข้อมลู โดยสงั เขป ทต่ี ง้ั เบอรโ์ ทรศพั ท์ รปู กจิ กรรม
ท่ี เรียนรู้ ช่อื ผู้ปฏบิ ัติ ท่ตี ิดต่อได้รปู

แหลง่ เรยี นรู้

๔ ชุมชน แหลง่ การเรียนรู้ บา้ นโคกสามคั คี บา้ นโคก นายทองแสง ๐๘๔-๓๙๒-

ต้นแบบ ประเภทกจิ กรรม หมู่ ๘ ตำบล สามคั คี กะพุทธา ๒๔๗๖

เศรษฐกจิ ทางสงั คม ตน้ ผ้งึ อำเภอ หมู่ ๘ ผใู้ หญบ่ ้าน

พอเพยี ง พังโคน จังหวดั ตำบล หมู่ ๘ บา้ น

หมู่บ้าน สกลนคร ตง้ั อยู่ ตน้ ผ้ึง โคกสามคั คี

ท่องเทีย่ ว ห่างจากตวั อำเภอ ตำบลต้นผง้ึ

OTOP อำเภอพังโคน พังโคน อำเภอ

นวตั วิถี ทางทิศเหนือ จังหวัด พงั โคน

บ้านโคก ประมาณ ๒๑ สกลนคร

สามัคคี กโิ ลเมตร มี

ราษฎร ๑๖๘

ครัวเรอื น อาชพี

11

หลักคอื
เกษตรกรรม

12

ชมุ ชนต้นแบบเศรษฐกิจพอเพียง
หมู่บ้านท่องเทย่ี ว OTOP นวตั วิถี บา้ นโคกสามัคคี

ที่ต้งั บา้ นโคกสามัคคหี มู่ ๘ ตำบลต้นผ้งึ อำเภอ พงั โคน จังหวัดสกลนคร

ประวตั คิ วามเป็นมา

เมือ่ ปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ได้มกี ารจบั จองตั้งบ้านเรอื นและทท่ี ํากินในพนื้ ที่ โดยการนํามาของผนู้ ําคือ นายสด
สาธุชาติ นายสระ ทศั นพงษ์ นายมา มุงคลุ นายคําพา ผายมอญ และนายบล กระพุทธา บ้านโคกสามัคคี เดิม
เป็นเขตการปกครองของบ้านโพนสวาง และต่อมาเม่ือปี ๒๕๑๖ ไดแ้ บง่ แยกการปกครองเปน็ หมูบ่ า้ นใหมท่ ม่ี ชี อ่ื
ว่าบา้ นโคกสามัคคี มนี ายพทุ ธ มาสู่ เปน็ ผใู้ หญบ่ ้านคนแรก นายเบาะ พรมกสกิ ร และ นายทองแสง กะพุทธา
ในสมยั ปัจจบุ นั ตามลําดับ

บา้ นโคกสามคั คี เดมิ ทีพ่ ืน้ ท่ีดงั กลา่ วเป็นพ้นื ท่ที ่มี ีความแหง้ แลง้ และเป็นหมบู่ า้ นทีข่ าดโอกาสในการใช้
น้ำจากเข่อื นน้ำอนู เขอ่ื นน้ำอูน ซง่ึ เปน็ เขอ่ื นดนิ กั้นแม่น้ำอนู ตั้งอย่ใู นอ.พงั โคน จ.สกลนคร ห่างจากตัวจังหวัด
ประมาณ ๕๔ กโิ ลเมตร เริ่มกอ่ สร้างเม่อื ปี พ.ศ. ๒๕๐๑ ตัวเข่ือนสร้างเสร็จ พ.ศ. ๒๕๑๗ งานระบบสง่ นำ้ เสร็จ
พ.ศ. ๒๕๒๔ โดยตัวเขื่อนน้ำอูน มีความสูง ๒๙.๕๐ เมตร สันเขื่อนยาว ๓,๐๐๐ เมตร เก็บน้ำได้ ๕๒๐
ล้านลกู บาศกเ์ มตร ใช้ประโยชน์เพื่อการเพาะปลกู ในฤดู ๑๘๕,๘๐๐ ไร่ ในฤดแู ลง้ ๖๓,๐๐๐ ไรแ่ ละชว่ ยบรรเทา
อุทกภัยในลุ่มน้ำอูน ทั้งนี้หมู่บ้านนี้ต้องใช้เส้นทางลูกรังจากถนนใหญ่เข้ามาในหมู่บ้านเป็นระยะทาง
๓ กิโลเมตร ปัญหาดั้งเดิมคือเป็นพื้นที่ราบลุ่ม เมื่อมีฝนตกน้ำจึงไหลไปหมด และเมื่อถึงฤดูแล้งก็ไม่มีน้ำ
ทําการเกษตร ทาง นพค.๒๖ จึงได้เข้ามาช่วยพัฒนา เพราะภาคอีสานเป็นภาคที่แห้งแล้งหนัก แต่ขณะน้ี
หมู่บ้านเร่ิมเขียวขึ้น อีกทั้งในฤดแู ล้ง หากไม่มีการเกษตรทําก็ยงั มีอาชีพเสรมิ ปัจจุบันหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี
มีอ่างเก็บนำ้ ๕๐ ไร่ โดยไดร้ ับงบประมาณส่วนหน่ึงจาก บก.ทท.และส่วนหน่งึ จากการรวบรวมเงินของชาวบา้ น
จัดซื้อที่ดินจนทําเป็นอ่างเก็บน้ำของหมู่บ้าน ตนยืนยันว่าบ้านโคกสามัคคีจะเดินตามรอยเท้าพ่อด้วยความ
พอเพียง สามารถพึ่งพาตนเองได้ และมคี วามรกั ความสามัคคี เพอื่ คงความเปน็ ชุมชนอสี านดังเดิมใหไ้ ด้

ขณะที่นายทองแสง กะพุทธา ผู้ใหญ่บ้านหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี ต.ต้นผึ้ง อ.พังโคน จ.สกลนคร
กลา่ วว่า หม่บู ้านเรามีประชากร ๑๖๘ ครวั เรือน จาํ นวน ๗๖๘ ราย สภาพพ้ืนท่เี ป็นที่ราบลุ่ม เมื่อเขา้ ฤดูฝนน้ำ
ไหลหลาก และฤดูแล้งก็แล้งจดั มที ่อี ยอู่ าศัย ๒๐๐ ไร่ ชาวบ้านประกอบอาชพี ทํานาและรับจ้างทั่วไป เดิมทีมี
ความลาํ บาก ยากจนเนื่องจากเกษตรกรทาํ นาไดเ้ พยี ง ๑ ฤดูกาลเท่านั้น แตไ่ ด้รบั โอกาสจาก นพค.๒๖ โดยเมอื่
ปี ๒๕๓๗ ได้ขุดลอกอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่ ทําให้ชาวบ้านสามารถปลูกพืชในฤดูแล้งได้ พร้อมกับนําโครงการ

13

หมบู่ า้ นตวั อย่างตามรอยเทา้ พ่อมาปฏิบัติ ทําใหช้ าวบา้ นมคี วามสุขด้วยการนําโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ มาปรับใช้ จากเดิมที่ชาวบ้านส่วนใหญ่ไปทํางานต่างถิ่น ตอนนี้ก็กลบั มาอยู่
บา้ น ทาํ ให้ลดปญั หาการอพยพแรงงานไดเ้ ป็นอย่างดี

ชาวบ้านไม่ได้คิดแค่ว่าทางทหารนํางบประมาณมาให้ แล้วจะนั่งดูเพียงอย่างเดียว แต่ชาวบ้านได้
ช่วยกันทําอ่างเก็บนำ้ สง่ิ ทไ่ี ด้อยา่ งแรกคือหมูบ่ า้ นเรามคี วามรกั ความสามัคคี ปรับแตง่ ภูมิทัศน์หมูบ่ ้าน มีความ
สะอาด ปลูกพืชผักสวนครวั และดําเนินการตามปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเดจ็ พระเจ้าอยู่หัวฯ
ทุกประการ รวมถงึ ยังเหน็ ได้ว่าชาวบา้ นส่วนหนึ่งเริม่ ทยอยกลับบ้านเกดิ เพราะไปทํางานเมืองหลวงได้เงิน แต่
ไมม่ ีความสขุ จงึ คิดกลบั มาอยกู่ ับครอบครัว อยา่ งไรกต็ ามเราจะต่อยอดเพอื่ ทําโครงการดังกล่าวน้ตี ่อไปเร่ือย ๆ
เพ่อื ความยั่งยนื ในการพฒั นาทด่ี นิ ท่มี ีขนาดเลก็ แต่ใหเ้ กดิ มูลค่าสูงสดุ ” ผ้ใู หญบ่ า้ น หมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี กลา่ ว

ด้านนายนิกร วงศ์พุทธา ชาวบ้านหมู่ ๘ บ้านโคกสามัคคี กล่าวว่า ชุมชนเราจากเดิมทีเคยแห้งแลง้
เมื่อ การนี้ก็เริม่ เพาะปลูกไดม้ ากขึ้น เดิมทีช่ าวบ้านจะทํานาเพียงอย่างเดียว แต่ตอนนี้มีการเพาะปลูกพืชผัก
รวมด้วย รวมถึงแม่บ้านยังมีอาชีพเสริมที่สร้างรายได้ให้กับตัวเอง เช่น การจักสานตะกร้า เดิมทีชาวบ้านจะ
นยิ มกนั ไปขายแรงงานในเมอื งหลวง แตเ่ ม่อื เริ่มมโี ครงการก็กลับมาอยู่บ้านแล้วครึ่งตอ่ ครึง่ สว่ นเร่ืองรายได้ก็มี
พอสมควรพออยู่พอกนิ ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง น้ำในอ่างเก็บน้ำเป็นของส่วนรวม อย่างไรก็ตามมี
ความภมู ิใจที่หมู่บา้ นเราถือเป็นหมบู่ ้านตัวอยา่ ง โดยมีหมู่บา้ นอ่นื ๆ เข้ามาศึกษาดูงานตอ่ เนอื่ ง

ครภู ูมปิ ญั ญาในชุมชน

๑.คุณแม่ทองจันทร จำปา ดา้ นทอผา้
๒.นาวสาวเกตุมณี ก้อนกน้ั ด้านจกั สาน
๓.คุณแมน่ ภา ยนตพ์ นั ธ์ ดา้ นตะกรา้ สาน ลายประสาทผง้ึ ผังเมืองสกล
๔.คณุ แมท่ องจันทร์ พรหมกสิกร ดา้ นจกั สาน

เบอรต์ ดิ ตอ่ : นายทองแสง กะพทุ ธา ๐๘๔-๓๙๒-๒๔๗๖

แหลง่ ท่องเที่ยวและกจิ กรรมท่องเทย่ี วหมบู่ ้านโคกสามคั คี

๑. วดั ปา่ วิสุทธมิ รรค
๒. ป่าชุมชน
๓. แปลงเกษตร
๔. อา่ งเกบ็ นำ้ ห้วยไผ่

14

กจิ กรรมทอ่ งเทยี่ วในชมุ ชน

๑. ประเพณแี ขง่ เรอื ทหี่ ว้ ยไผ
๒. ฟอ้ นเซง้ิ บั้งไฟ
๓. รำเซียงขอ้ ง

ผลิตภัณฑบ์ ้านโคกสามคั คี

๑. ตระหร้าหวายลายขดิ
๒. เสือ่ กกลายโบราณ
๓ .ผา้ หม่
๔. ผ้าขาวม้า
๕. ตระกรา้ พลาสติก
๖. กระเป๋าจากก
๗. กล่องกระดาษจากกก
๘. จานรองแกว้ จากกก
๙. หมวก
๑๐. สานเปลญวน
๑๑. ผ้าทอพนื้ เมือง

อาหารพนื้ ถ่ินหมู่บา้ นโคกสามคั คี

๑. ปลานงึ่
๒. แจ่งบอ่ ง
๓. ไข่มดแดง (ยำผักหวาน)
๔. ลาบเปด็
๕. ขา้ วต้มมัดหวั หงอก

15

ท่ีมาขอ้ มลู https://www.iotopsakon.com/ขอ้ มลู บา้ นโคกสามัคคี/

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 16

ตำบลตน้ ผ้ึง อำเภอ พังโคน จังหวัดสกลนคร QR Code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ลำดับ ชอ่ื บา้ น ประเภทแหล่ง ข้อมูลโดยสังเขป ทีต่ ้ัง ชอ่ื ผนู้ ำ เบอรโ์ ทรศพั ท์ รูปกจิ กรรม

ที่ เรยี นรู้ ชมุ ชน ทีต่ ดิ ตอ่ ไดร้ ปู

แหล่งเรยี นรู้

๕ วัดเจรญิ คณุ แหลง่ การเรียนรู้ วัดเจรญิ คุณ เปน็ วัดเจรญิ คุณ นายเรือง ๐๘๙-๙๔๔-

บา้ นโนนขมิน้ ประเภทสงิ่ ท่ี วัดราษฎร์ สังกัด บา้ นโนนขมิ้น ฤทธ์ิ ๔๙๕๕

มนุษยส์ ร้างข้ึน คณะสงฆ์ หมู่ ๔ ตำบล บญุ รอด

มหานิกาย ต้ังอยู่ ต้นผง้ึ อำเภอ ผ้ใู หญบ่ ้าน

ทห่ี มทู่ ี่ ๔ บ้าน พงั โคน หมู่ ๔

โนนขม้นิ ตำบล จังหวัด ตำบลต้นผง้ึ

ต้นผ้ึง ชาวบ้าน สกลนคร

เชอ่ื เปน็ สถานท่ี

ทำกิจกรรมใน

วันสำคญั ทาง

พระพทุ ธศาสนา

มกี ารบวชชี

พราหมณ์

ทำบุญตกั บาตร

17

วัดเจริญคณุ บ้านโนนขม้ิน
ทต่ี ัง้ วดั เจริญคณุ บ้านโนนขม้ิน หมู่ ๔ ตำบลตน้ ผง้ึ อำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร
ประวัติความเป็นมา

วดั เจรญิ คุณ เป็นวัดราษฎร์ สังกัดคณะสงฆม์ หานกิ าย ตั้งอยทู่ ี่หมทู่ ่ี ๔ บา้ นโนนขมน้ิ ตำบลตน้ ผ้งึ
ชาวบา้ นเชอ่ื เปน็ สถานที่ทำกจิ กรรมในวันสำคญั ทางพระพุทธศาสนามกี ารบวชชพี ราหมณ์ และทำบญุ ตกั บาตร

หลักฐานทางโบราณคด/ี ความเชือ่

แนวปฏบิ ัติสังคม เปน็ ความเช่อื สถานที่ศกั ดิส์ ทิ ธ์ิ ของประชาชนสักการบชู าของชาวบา้ นตำบลตน้ ผ้ึง
จดั กจิ กรรมจิตอาสา "เราทำความดี ดว้ ยหัวใจรว่ มกนั ปลกู ตน้ ไม้ทำความสะอาดปรับปรงุ ภูมิทัศน์กอ่ ใหเ้ กิด
ความรกั สามคั คี ช่วยเหลือซ่งึ กนั และกนั ในการดูแลความสะอาด สงิ่ แวดลอ้ ม ของถนน ทอ่ี ยูอ่ าศัย และ
วดั ให้น่าอยู่ สะอาด ปลอดภัย

ลกั ษณะทางกายภาพ

ทิศเหนือ ตดิ กบั อบต.หนองสนม อ.วานรนวิ าส จ.สกลนคร
ทศิ ใต้ ติดกบั อบต.ช้างมิ่ง อ.พรรณนคิ ม จ.สกลนคร
ทิศตะวนั ออก ติดกับ อบต.บะฮี อ.พรรณานคิ ม จ.สกลนคร
ทิศตะวนั ตก ตดิ กบั อบต.ไฮย่อง อ.พงั โคน จ.สกลนคร

ที่มาข้อมลู : องค์การบรหิ ารสว่ นตำบลตน้ ผ้งึ

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 18

ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอ พงั โคน จงั หวัดสกลนคร QR Code

ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ลำดบั ช่อื บ้าน ประเภทแหลง่ ข้อมลู โดยสังเขป ท่ีตั้ง ช่อื ผู้นำ เบอร์โทรศพั ท์ รูปกจิ กรรม

ท่ี เรียนรู้ ชุมชน ทต่ี ดิ ตอ่ ไดร้ ปู

แหลง่ เรยี นรู้

๖ หมูบ่ ้านนวัตวิถี แหล่งการเรยี นรู้ หม่บู ้านนวัตวิถี บ้านอุม่ เหมา้ นายพรชัย ๐๙๒ –๙๘๔-

บ้านอุ่มเหม้า ประเภทกจิ กรรม บ้านอุ่มเหม้า หมู่ ๑๕ ศรีสรอ้ ย ๗๒๙๑

ทางสงั คม หมู่ ๑๕ ตำบล ตำบลไฮหยอ่ ง

ไฮหยอ่ ง อำเภอ อำเภอพงั โคน

พงั โคน เมอ่ื ทา่ น จังหวัด

ได้มาเยี่ยมชมแลว้ สกลนคร

จะอยากมาสมั ผสั

บรรยากาศใน

หมูบ่ า้ นแห่งน้ี อีก

บคุ คลในหมบู่ ้าน

ยังให้การต้อนรบั

นักทอ่ งเท่ียว

ทม่ี าเยี่ยมเยียน

เปน็ อยา่ งดี

19

20

หมบู่ า้ นทอ่ งเทีย่ ว OTOP นวตั วิถี บา้ นอุม่ เหมา้ เผ่าไทโย้ย

ที่ตงั้ บา้ นอุ่มเหม้าหมู่ ๑๕ ตำบลไฮหย่อง อำเภอ พังโคน จังหวัดสกลนคร

ประวัตคิ วามเปน็ มา

บา้ นอุ่มเหมา้ หมู่ที่ ๖ เป็นหมบู่ า้ นทแ่ี ยกออกมาจากบา้ นอมุ่ เหมา้ หมทู่ ่ี ๖ ตำบล
ไฮหย่อง อำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร ในปี พ.ศ. ๒๕๓๔

จากประวตั ยิ อ้ นหลังไปกว่ารอ้ ยปี บรรพบรุ ุษชาวบ้านอุ่มเหมา้ อพยพมาจากฝงั่ ซ้ายแม่นำ้ โขงแถบเมอื ง
ตะโปน เมอื งนอง โดยถกู ชกั ชวนใหม้ าอยทู่ างฝัง่ ไทย ขา้ มฝั่งบรเิ วณ “ฮอ่ มฮเู ซ” มาถงึ บรเิ วณบา้ นวาใหญ่
(อำเภออากาศอำนวย) ล่วงเลยมาทางบา้ นกุดเรอื (อำเภอวานรนิวาส) และบรเิ วณบา้ นกดุ ลงิ หรือบา้ นหัวลงิ
(บรเิ วณท่ีเป็นอำเภอวานรนิวาสในปัจจุบัน) ตามลำดับทางผา่ นดังกลา่ ว บางครอบครวั เกิดเจบ็ ปว่ ยเมอื่ ยล้านย
จากการเดนิ ทาง จงึ ไดต้ ้ังบา้ นเรือนท่ีอยอู่ าศยั เป็นระยะๆ ครนั้ ตอ่ มามผี ู้ชักชวนให้ไทโยย้ ไปขึ้นกบั เมอื งยะโส
โดยผา่ นทางบา้ นเดอ่ื ศรีคนั ไชย บ้านทา่ ลาดและบ้านอุ่มเหมา้ เกดิ เบ่ือหน่ายกบั การเดนิ ทางและเห็นว่าทต่ี ง้ั
หม่บู ้านมีความอดุ มสมบรู ณ์จงึ พากนั ต้ังเปน็ หมบู่ า้ นขึน้

ตน้ ตระกูลของชาวบ้านอมุ่ เหมา้ มี ๖ ตระกูล คอื ตระกูลสรุ ยิ ะมาศ ตระกูลนามวงษา ตระกลู พรหม
วงศา ตระกูลมหาคอนวงศ์ ตระกลู ดุภะวาปี ตระกลู ธรรมรงั สี ซ่งึ บางตระกูลไมม่ ีแลว้ ในปจั จบุ นั เหตทุ ่ีชาวบ้าน
อุ่มเหมา้ ใช้นามสกุล “ศรสี ร้อย” เป็นส่วนมากเกิดจาก “เจา้ พระสสี อ้ ย” เจา้ เมอื งพรรณนานิคม (อำเภอ
พรรณนานิคมในปัจจบุ นั ) ซงึ่ ในสมัยรัชกาลท่ี ๖ แหง่ ราชวงศ์จกั รี โปรดใหม้ กี ารตง้ั นามสกลุ ขนึ้ ครัง้ แรก “เจ้า
พระสีส้อย” ได้แนะนำให้ใช้นามสกลุ ตามเรยี กชอื่ ตัวเองเปน็ หลักในการตั้งนามสกลุ ดงั นนั้ จึงเปน็ “ศรสี รอ้ ย”

ลักษณะทางกายภาพ
สภาพทว่ั ไปของหมู่บ้าน

บา้ นอ่มุ เหม้า หม่ทู ี่ ๑๕ ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน จงั หวดั สกลนคร จดั ว่าเป็นหมบู่ า้ นที่มีความอุดม
สมบรู ณ์ มกี ารทำนา ๒ ครง้ั ตอ่ ปี เพราะมีคลองชลประทานผา่ น บรเิ วณรอบ ๆ หมู่บ้านเปน็ ท่งุ นาและแหล่งนำ้

อาณาเขต

ทิศเหนือ จดบา้ นสงเปลือย หมทู่ ี่ ๔ ตำบลไฮหย่อง อำเภอพงั โคน
ทศิ ใต้ จดบา้ นไฮหยอ่ ง หมทู่ ่ี ๑ ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน
ทศิ ตะวนั ออก จดบา้ นหนองนกกด หมทู่ ี่ ๑๐ ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน
ทิศตะวนั ตก จดบา้ นฝง่ั แดง หมทู่ ี่ ๘ ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน

21

ครวั เรอื นและประชากรของหมบู่ า้ น
มีครัวเรอื นประชากร จำนวน ๑๗๔ ครวั เรอื น
ประชากร จำนวน ๕๔๑ คน แยกเปน็ ชาย ๒๗๔ คน แยกเปน็ หญงิ ๒๙๔ คน

อาชีพหลัก
เกษตรกรรม จำนวน ๑๗๔ ครวั เรอื น

อาชพี รอง

ผู้ใหญบ่ า้ น
จ.ส.อ. ภรู นิ ทร์ ศรีสรอ้ ย

ผูช้ ว่ ยผใู้ หญบ่ ้าน

นายหริ ญั ศรสี รอ้ ย

นายพรชยั ศรสี รอ้ ย

แบง่ การปกครองออกเป็นคมุ้ จำนวน ๑๔ คมุ้

คมุ้ แสงตะวนั หวั หนา้ คุ้ม นายบุญรกั ษ์ ศรสี รอ้ ย

ค้มุ รวมใจพฒั นา หวั หนา้ คมุ้ นายศรศกั ด์ิ ศรีสรอ้ ย

คุม้ ธรรมรังสี หัวหน้าคมุ้ นายสายทอง ศรสี รอ้ ย

คุ้มบูรพา หวั หนา้ คุ้ม นายปรานี ศรสี รอ้ ย

คมุ้ ทุ่งสว่าง หัวหน้าคมุ้ นายสวาท ศรสี ร้อย

คมุ้ แสงธรรม หวั หน้าคุ้ม นายสมบูรณ์ แสนสภุ า

คมุ้ ศรสี มบรู ณ์ หัวหนา้ คมุ้ นายศรีสุพรรณ ศรสี รอ้ ย

คุ้มโพธ์ศิ รี หวั หน้าคุม้ นายอมั พร ศรสี รอ้ ย

คมุ้ สนั ติสุข หวั หน้าคุ้ม นายสมคิด ลออเหลา

คุ้มแหลมทองพฒั นา หัวหนา้ คมุ้ นายทองไพ เปรมปรี

คุม้ โพธิช์ ัย หัวหน้าคมุ้ นายสำราญ หมั่นมี

คมุ้ แสงสุรีย์ หัวหน้าคมุ้ นายประพนู ศักดิ์ ไชรบ

คมุ้ เกษตรพฒั นา หวั หน้าคมุ้ นายกานี ศรีสรอ้ ย

คุ้มรวมใจชาวทงุ่ หวั หน้าคุ้ม นายศรีสุวรรณ ศรีสร้อย

ขอ้ มลุ กลุม่ /องคก์ รชุมชน

คณะกรรมการฝ่ายป้องกนั
คณะกรรมการฝา่ ยสาธารณสขุ

22

คณะกรรมการสวสั ดิการและสงั คม
คณะกรรมการฝา่ ยปกครอง
คณะกรรมการฝา่ ยการคลงั
คณะกรรมการฝา่ ยการศกึ ษา
คณะกรรมการฝา่ ยวฒั นธรรม
คณะกรรมการพฒั นาสตรหี มบู่ ้าน
คณะกรรมการธนาคารขา้ ว
คณะกรรมการกองทนุ แมข่ องแผ่นดนิ

ครูภมู ิปญั ญาในชุมชน
๑. อาจารย์คำบอ่ ศรสี รอ้ ย ดา้ นจักสาน
๒. นางโสภา ศรสี รอ้ ย ดา้ นประดิษฐ์ของทรี่ ะลกึ
๓. นางอรวรรณ ศรสี ร้อย ดา้ นกระเปา๋ ผ้าขาวมา้
๔. นางเครือวลั ย์ ศรสี ร้อย ด้านผา้ คราม

เบอรต์ ิดตอ่
๑. นายพรชัย ศรสี รอ้ ย ผูใ้ หญบ่ า้ น
๒. นางวัลภา ศรสี รอ้ ย ผชู้ ่วยผู้ใหญบ่ ้าน ๐๖๑-๐๘๒-๓๕๗๙
วันน้ีเรามารจู้ กั "บ้านอุ่มเหมา้ " หม่บู ้านเลก็ ๆ ในตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร เม่อื

ทา่ นได้มาเยยี่ มชมแลว้ จะอยากมาสัมผสั บรรยากาศในหมบู่ า้ นแหง่ น้ี อีกทง้ั บุคคลในหมู่บา้ นยงั ใหก้ ารต้อนรับ
นกั ท่องเท่ยี ว ทมี่ าเยีย่ มเยียนเป็นอย่างดี และจะมีการจดั ประเพณเี พอื่ สบื ทอดวัฒนธรรมของเผา่ ไทโยย้ ในทกุ
วนั ท่ี ๑ เมษายนของทุกปี ทา่ นใดทป่ี ระสงคอ์ ยากจะมารว่ มประเพณี การทำบุญตักบาตรเชา้ การแหข่ บวน
นางรำ และการจดั ซ้มุ บนรถ และการแตง่ กายท่สี วยงามของคนในหมู่บ้านแหง่ นี้ เชญิ มาไดค้ ่ะ

" บา้ นอุ่มเหมา้ ถ่ินอุดม ชมประเพณตี ักบาตรเชา้ ผลิตขา้ วพันธ์ุดี ผา้ มัดหมี่ลายโบราณ
สบื สานวฒั นธรรมเกา่ หมู่บา้ นเผา่ ไทโยย้ "

23

ความเปน็ อยขู่ องคนในชุมชนเผ่าไทโย้ย ที่หลาย ๆ คนในประเทศไทยยังไมเ่ คยได้มา เชน่ มภี าษาถิน่ ท่ี
เป็นเอกลกั ษณ์ การแตง่ กาย วถิ ชี วี ติ การอยู่อาศัย ซ่ึงแตกต่างไปจากหมบู่ า้ นอน่ื ๆ ทงั้ ทอ่ี ย่ใู กล้เคยี งกนั แต่วิถี
ชีวติ การอยูอ่ าศัยภาษาแตกต่างกนั โดยสน้ิ เชงิ และทส่ี ำคญั เป็นหมบู่ า้ นเชงิ ทอ่ งเที่ยว มสี นิ ค้า OTOP ที่
ชาวบ้านผลิตขึน้ เองมาใหก้ บั นักทอ่ งเทย่ี วทมี่ าเยยี่ มเยียนได้แวะชม เลือกซอ้ื และติดไม้ติดมอื กลบั บา้ นกัน เช่น
ขา้ วสาร ผา้ มดั หมี่ ผา้ คราม กระเป๋าจักสานฝมี อื กลมุ่ แมบ่ า้ น เปน็ ต้น

24

หมู่บ้านแห่งนีเ้ หมาะสมอยา่ งยง่ิ ทไี่ ด้รบั สมญานามวา่ เปน็
หมู่บ้านท่องเทีย่ ว OTOP นวตั วิถี บา้ นอุ่มเหมา้ เผา่ ไทโยย้
เพราะมี "คราม หนอง นา อาหาร ดนตรไี ทยบา้ น วถิ ไี ทโย้ย" อดุ มสมบรู ณแ์ บบครบถ้วน
คราม คือ ผ้าทกี่ ลมุ่ แม่บ้านผลติ ข้ึนเอง มผี า้ มดั หม่ลี ายโบราณ ท้ังสำหรับจำหนา่ ย และให้ลกู หลานไดใ้ ส่ใน
หม่บู ้าน เมอ่ื มปี ระเพณี หรือมีแขกทม่ี าเย่ียมเยียนหมบู่ า้ น กจ็ ะใสช่ ุดผา้ ครามนบั ว่าเป็นภาพทส่ี วยงาม
หนอง คอื ในหมบู่ ้านแหง่ นจ้ี ะมหี นอง คลอง บงึ ทีอ่ ดุ มสมบรู ณ์ สามารถหาปู ปลา ไดต้ ลอดทงั้ ปี ตรงกบั คำ
ทว่ี า่ น้ำมีปลาในนามีขา้ ว
นา คอื ชาวบ้านจะประกอบอาชีพเกษตรกรรมซึง่ เปน็ อาชีพหลกั ของคนในหมบู่ ้าน ปลกู ขา้ ว มะเขอื เทศ พรกิ
ข้าวโพด ในผืนนาของตนเอง
อาหาร คอื มีขา้ วปลาอาหารที่อดุ มสมบรู ณ์ หาได้ตามท้องไร่ ท้องนา ห้วยหนองคลองบงึ เช่น ปลา หอย
หนอ่ ไม้ มะละกอ ผกั ทปี่ ลกู กนั แทบทกุ ครวั เรอื น
ดนตรีไทบา้ น คอื หมู่บ้านแห่งนจี้ ะชอบเสียงเพลง เสียงดนตรี และรอ้ งรำทำเพลงเมอ่ื มพี บปะหรือจะเปน็
กิจกรรมยามว่างของคนในชมุ ชน ใหล้ กู หลานไดร้ จู้ ักความเปน็ อสี านเผา่ ไทโย้ย

25

เครดิต:facebook หมู่บา้ นท่องเทีย่ ว OTOP นวัตวถิ ี บา้ นอุม่ เหม้า เผา่ ไทโยย้

เมื่อท่านได้มาสัมผัสวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอุ่มเหม้า เผ่าไทโย้ย ท่านจะได้รับความสุข
กลับไปอย่างแน่นอน เพราะในหมู่บ้านแห่งนี้มีครบเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นอาหาร แหล่งพักผ่อน สินค้า
ความเป็นอยู่วัฒนธรรมในการใช้ชีวิตช่างเรยี บง่าย ลองมาเย่ียม มารู้จกั กันด้วยตวั ของท่านเอง หรือจะมากนั
เป็นกลุ่มคณะ ท่านใดสนใจท่จี ะมาดู ศึกษาดงู านหรือมาเท่ยี ว ตดิ ต่อผ่านทางผ้ใู หญบ่ ้านของหมู่บ้านอุ่มเหม้า
หรือผ่านทางเวบ็ ไซด์ เฟสบุ๊ค ชื่อ "หมูบ่ า้ นท่องเท่ียว OTOP นวัตวิถี บ้านอุ่มเหม้าเผ่าไทโย้ย" ดูกิจกรรมตาม
แผนแนะนำหมู่บ้านท่ีจัดให้ดา้ นล่างนไ้ี ด้เลยไดเ้ ลยค่ะ

26

เครดิต:facebook Joyjoi Kanokporn

แบบสำรวจแหลง่ เรียนรู้ 27

ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน จังหวัดสกลนคร QR code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ท่ี แหล่งเรียนรู้ ประเภท ขอ้ มลู โดยสงั เขป ทต่ี ง้ั ช่อื ผปู้ ฏบิ ตั ิ/ เบอรโ์ ทรศัพท์ รปู แหล่งเรยี นรู้

แหลง่ เรียนรู้ เจ้าของแหลง่ ที่ติดต่อได้

เรียนรู้

๗ ศูนย์เรยี นรู้ เศรษฐกจิ เลขท่ี ๑๓๘ เลขที่ ๑๓๘ นายโพธ์ิทอง ๐๘๖-๒๓๔-
หมู่ 1๒ หมู่ 1๒ โพธิ์ราช ๒๔๔๑
การเพมิ่ พอเพียง บ้านสขุ เกษม บา้ นสขุ เกษม วิทยากร

ประสิทธภิ าพ ศนู ยเ์ พื่อการ ตำบลไฮหยอ่ ง ตำบลไฮหยอ่ ง
การผลติ สนิ ค้า อำเภอพงั โคน อำเภอ
เกษตร-ตำบล เรยี นรู้, พงั โคน
ฝกึ อบรมและ
ไฮหย่อง ศึกษาดูงาน 47160

ของเกษตรกร

28

ศูนยเ์ รยี นรูก้ ารเพิม่ ประสทิ ธภิ าพการผลติ สนิ ค้าเกษตร-ตำบลไฮหยอ่ ง

ทต่ี ้ัง ๑๓๘ หมู่ ๑๒ บา้ นสขุ เกษม ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน ๔๗๑๖๐

ประวตั คิ วามเป็นมา....
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร-ตำบลไฮหย่อง อำเภอพังโคน เดิมเป็นไร่นา

สวนผสม เกดิ จากการร่วมแรงร่วมใจของชาวบา้ นในตำบลไฮหยอ่ ง ชว่ ยกนั สร้างชว่ ยกนั บำรุง จนเกิดเป็นศูนย์
เรยี นรู้การเพิ่มประสิทธภิ าพการผลิตสินคา้ เกษตร-ตำบลไฮหยอ่ ง ต้ังอยู่ในพ้ืนท่ีของประธาน คือ นายโพธ์ิทอง
โพธริ์ าช จากอดีตข้าราชการทพ่ี ลกิ ผันชวี ิตตวั เองหันมาเป็นเกษตรกรเตม็ ตัว ทำการเกษตรแบบผสมผสานโดย
ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อหลวง ในการดำรงชีวิตมาตลอด จนประสบความสำเร็จ
พร้อมเป็นแบบอย่างให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจมาเรียนรู้ เคยรับราชการในตำแหน่งนักวิชาการส่ง เสริม
การเกษตร แต่ได้ลาออกมาจากราชการ มาทำการเกษตรในพื้นที่ ๑๒ ไร่ ของตัวเอง ได้จัดเป็นรูปแบบทำนา
ปลกู ขา้ ว ปลูกพชื สวน ขดุ บอ่ เลีย้ งปลา และกกั เก็บน้ำไวใ้ ช้ในฤดแู ล้ง พืน้ ที่อื่น ๆ เป็นที่อยูอ่ าศัย ปศุสตั ว์ และ
ปลูกพืชผักสวนครัว เลี้ยงสตั ว์ ปลูกสมุนไพรไว้ใช้ในครอบครัว เพาะชำกล้าไม้ ต่อมาปี ๒๕๕๔ ได้เริ่มจดั ต้งั
ศูนย์ข้าวชมุ ชนของตำบลไฮหยอ่ งข้นึ โดยนายโพธิ์ทอง โพธริ์ าช เป็นประธานกล่มุ และได้นำศนู ยบ์ ริการและ
ถา่ ยทอดเทคโนโลยีด้านการเกษตรประจำตำบล ศูนยก์ ารจัดการดินป๋ยุ ชุมชน ศูนย์จัดการพชื ชุมชน อาสาสมัคร
เกษตร มารวมไว้ที่ศูนย์แห่งนี้เป็นการแบบบริการเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว หรือ Qne Stop Service ซึ่งเป็น
แนวคดิ ที่จะอำนวย ความสะดวกใหแ้ กเ่ กษตรกร สามารถมารบั บริการด้านเกษตร ณ ทแี่ หง่ เดยี ว ตามนโยบาย
ของรัฐบาลที่ต้องการให้มีศูนย์เรียนรู้ด้านการเกษตรในระดับชุมชน อำเภอละ ๑ แห่ง ที่จะพัฒนาด้าน
การเกษตร สำนักงานเกษตรอำเภอพังโคน จึงเลือกสถานที่แห่งนี้เพื่อที่จะดูแลเกษตรกร ช่วยแก้ไขปัญหา
การเกษตรต่าง ๆ ในพื้นท่ี พฒั นาเกษตรกรด้วยกนั เองจึงจะเกิดความเข้มแขง็ และยัง่ ยนื

หลกั ฐานทางโบราณคดี

-

ลักษณะทางกายภาพ

ท่ีตั้ง ศนู ยเ์ รียนรูก้ ารเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพการผลิตสินค้าเกษตร-ตำบลไฮหยอ่ ง ๑๓๘ หมู่ ๑๒

บ้านสขุ เกษม ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพงั โคน ๔๗๑๖๐ ห่างจากทว่ี ่าการอำเภอพังโคนทางทิศตะวันออก

ระยะทางประมาณ ๓ กโิ ลเมตร จากสีแ่ ยกอำเภอพงั โคน มาตามถนน พงั โคน – วานรนิวาส

อาณาเขต

ดงั นี้

ทิศเหนือ ตดิ ต่อเขตตำบลเดอื่ ศรคี ันไชย อำเภอวานรนิวาส

ทิศใต้ ติดต่อเขตตำบลแร่ อำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร

29

ทิศตะวันออก ติดตอ่ กับเขตตำบลต้นผ้ึง อำเภอพังโคน
ทิศตะวันตก ติดต่อเขตเทศบาลตำบลพงั โคนศรีจำปา จังหวัดสกลนคร

ทมี่ าของขอ้ มูล : ศนู ยเ์ รยี นรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลติ สินค้าเกษตร-ตำบลไฮหย่อง อำเภอพงั โคน
(สวนลงุ โพธ)์ิ

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 30

ตำบล ไฮหย่อง อำเภอพังโคน จงั หวัดสกลนคร QR Code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

เบอร์

ลำดบั แหลง่ เรียนรู้ ประเภทแหลง่ ขอ้ มลู โดยสงั เขป ทตี่ ้ัง ชอ่ื ผู้ปฏิบัติ โทรศพั ทท์ ่ี รูปกจิ กรรม
ที่ เรยี นรู้ ตดิ ตอ่ ได้รปู

แหล่งเรยี นรู้

๘ เซิง้ ผตี าโขน แหลง่ การเรยี นรู้ สภาพภมู ปิ ระเทศ บา้ นไฮหย่อง นายทอง ๐๖๒-๑๐๙-

บา้ นไฮหยอ่ ง ประเภทกจิ กรรม เป็นทรี่ าบลุม่ หมู่ ๑ ตำบล เพชร ๑๐๕๐

ทางสงั คม ประเพณี ประชาชนอาศยั ไฮหย่อง อำเภอ สวุ รรณ

และความเชื่อ เป็นกล่มุ ๆเป็นค้มุ พงั โคน จังหวัด ชยั รบ

ตำบลไฮหยอ่ ง สกลนคร ผ้ใู หญบ่ ้าน

ต้ังอยู่ทางทิศ หมู่ ๑

ตะวันออกของ

อำเภอ พังโคน

พนื้ ท่ี ๓๐,๗๗๔

ไร่

31

เซิง้ ผตี าโขนบา้ นไฮหย่อง

ทตี่ ง้ั บา้ นไฮหยอ่ ง หมู่ ๑ ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพังโคน จงั หวดั สกลนคร
ลักษณะทางกายภาพ

สภาพภมู ปิ ระเทศเปน็ ที่ราบลุ่มเหมาะแก่การเกษตร ประชาชนอาศัยเปน็ กลมุ่ ๆ เป็นค้มุ มีลำห้วยปลา
หางไหลผา่ น ตำบลไฮหย่อง ตงั้ อยู่ทางทศิ ตะวนั ออกของอำเภอพังโคนหา่ งจากจังหวัดสกลนคร ประมาณ ๕๐
กโิ ลเมตร พน้ื ท่ี ๓๐,๗๔๔ ไร่ โดยแบง่ ปกครองออกเป็น ๑๘ หมบู่ า้ น

ผโี ขน หมายถงึ การแตง่ หนา้ กากคล้ายหัวโขน คือแตง่ หู ตา จมกู ปาก ใหน้ า่ กลวั คลา้ ยผี ไม่เพยี งแตเ่ ทา่ นน้ั
ยังจดั ทำทรงผม เครื่องห่อห้มุ ร่างกายใหร้ กรุงรัง คล้ายผมี ากข้นึ เปน็ งานบญุ เฉพาะอำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร

ผีตาโขน หมายถึง การละเลน่ ของงานบญุ หลวงซ่ึงเป็นงานบุญเฉพาะท้องถ่ินของ อำเภอดา่ นซา้ ย จงั หวดั เลย
และยงั เป็นความเช่อื เกย่ี วกบั เรอื่ งส่งพระเวสสนั ดร กลบั พระนคร โดยพวกผตี าโขน จะร่วมขบวนตามมาส่งเสดจ็
ซ่ึงเป็นขบวนสุดท้าย ในสมยั กอ่ นเรียกว่า "ผตี ามคน" พอนานเขา้ ก็เพ้ียนมาเป็น "ผีตาโขน" ดังท่ีใชเ้ รียนในปจั จบุ นั
ผโี ขนเกิดจากความเช่ือของชนเผา่ หนึ่งในจงั หวัดสกลนคร คือ เผา่ ไท อีสาน ซึ่งเปน็ ชนกลมุ่ หนง่ึ ในจำนวน ๖
เผา่ ของจงั หวัดสกลนคร ซง่ึ ประกอบไปด้วย เผ่ายอ้ เผา่ กะเลิง เผา่ ภไู ทย เผา่ โส้ และเผ่าไทยอสี าน การเล่น
ผโี ขน บ้านไฮหย่อง จึงสบื มรดกวัฒนธรรมประเพณตี อ่ กันมา ดงั ปรากฎว่า บรรดาผมี เหสักขห์ ลักเมือง ในบ้านไฮ
หย่องมีชือ่ วา่ "ผจี ันต"์ อยใู่ นกลุ่มผรี ะดบั สูงด้วย ท่เี ขา้ รว่ มขบวนแห่พระเวสสนั ดร
ปัจจบุ ันเผา่ ไทอสี าน ท่ีบ้านไฮหย่อง จ.สกลนคร ยังสบื ทอดการแสดงผีโขนตอ่ มาจนถงึ ปจั จุบัน
ประเพณีผโี ขนบา้ นไฮหย่อง ตรงกบั วนั ขน้ึ ๑๔ ค่ำ เดือน ๔ ซง่ึ เป็นวันจดั ขบวนแหผ่ ีโขนท่ียงิ่ ใหญ่

จุดประสงคก์ ารแสดงผโี ขน

๑. เพื่อระลึกถงึ คุณงามความดี การบำเพญ็ กศุ ลของพระเวสสนั ดรชาดกในอดตี กาล เพอ่ื เป็นขอ้ เตือนใจวา่
การเป็นคนดีมคี ณุ ธรรมมีนำ้ ใจเกือ้ กลู ต่อผอู้ ่ืน เสยี สละ บรจิ าค ให้อภัยซ่ึงกันและกัน แม้กรณีทงั้ ภตู ผี
ปศี าจ ก็ยงั แซซ่ อ้ งสรรเสริญ เข้ารว่ มขบวนแห่อัญเชญิ พระเวสสนั ดรเข้าเมืองดว้ ย

๒. เพอ่ื เป็นการบอกบุญ พทุ ธศาสนกิ ชน ผู้ทเ่ี ล่ือมใสในพทุ ธศาสนา ได้มีโอกาสเข้าร่วมทำบญุ บรจิ าคทานกอ่ น
ถึงวันงานประเพณบี ญุ มหาชาติ โดยใชผ้ โี ขน แหไ่ ปตามหมบู่ ้านต่าง ๆ

๓. ผีโขน เปน็ สว่ นหน่งึ ของงานบญุ มหาชาตทิ ่ีสำคัญ ซึ่งทำใหง้ านเกิดความครกึ คร้นื สนกุ สนาน
๔. เพอื่ เปน็ การพบปะสงั สรรค์ ในหม่ญู าติมิตร เพือ่ นฝงู ในรอบหนง่ึ ปี ซง่ึ ถอื ได้วา่ เป็นวันกลบั คนื สู่มาตภุ มู ิ

ของคนในหมู่บา้ น เพ่ือร่วมพิธีในการแสดงผโี ขน

32

การประกอบพิธี

๑. กอ่ นทีผ่ โี ขนจะนำขบวนเพอื่ ไปบอกบุญตามหมบู่ ้านตา่ งๆ จะตอ้ งคาระวะตอ่ ศาลเจ้าป่เู มอื งหาญ
๒. ซงึ่ เปน็ สถานทีศ่ กั ดิส์ ทิ ธ์ิ เปน็ ที่เคารพบูชา ของคนในหมู่บ้านไฮหยอ่ ง
๓. การร่วมพิธขี องผีโขนจะมหี ัวหนา้ ผีเปน็ ผูค้ วบคุมโดยใช้เชือก ล้อมผีโขนไว้เพื่อไม่ให้แตกกลมุ่ ไปรบกวน

ชาวบา้ นท่รี ่วมขบวนแห่
๔. ในขณะที่เคลอื่ นขบวนแห่ จะมหี วั หนา้ ผเี ป็นผรู้ ้องนำ ซง่ึ เรยี กวา่ "การเซ้งิ ผีโขน" และผโี ขนจะร้องตาม

หัวหน้าทลี ะวรรค เนื้อหาคำเซงิ้ จะมีลกั ษณะเป็นกาพย์ เปน็ เน้อื หาทเี่ ก่ยี วกบั นทิ านสอนใจ คติ
เตือนใจ เปน็ อทุ าหรณใ์ หแ้ กผ่ ฟู้ งั

การเซ้งิ ผีโขน จะมเี คร่อื งดนตรปี ระกอบการเซ้ิง ไดแ้ ก่ กลองตมุ้ ฉิง่ ฉาบ หมากจนั ทร์

๕. ข้อเปรยี บเทยี บความแตกตา่ งระหวา่ งผโี ขนบา้ นไฮหย่อง ต.พงั โคน จ.สกลนคร กับ ผีตาโขน
อ.ดา่ นซา้ ย จ.เลย

๑. ความแตกต่างของขบวนแห่ ผีโขนบ้านไฮหยอ่ ง เปน็ ขบวนแห่ท่ีมอี ยเู่ พยี ง ๓ – ๔ ขบวน ซง่ึ คงความ
เป็นงานบญุ แบบโบราณ แต่ผตี าโขน อ.ดา่ นซา้ ย จ.เลย เป็นขบวนทใี่ หญ่มาก มกี ารตกแตง่ สสี นั ของ
ขบวนแหต่ า่ ง ๆ ใหส้ วยงาม มีขบวนแหท่ ่ยี าวมาก นอกจากนี้ยงั มกี ารประกวดขบวนผีตาโขน การ
ประกวดการเตน้ ผีตาโขน และเปน็ งานประจำปีของอำเภอ

๒. ความแตกต่างของบทเซิ้งผโี ขน บ้านไฮหยอ่ งจะมบี ทเซงิ้ ผีโขนแตผ่ ีตาโขนอำเภอด่านซ้ายจะไมม่ ี

รปู แบบการเตรียมงาน บ้านไฮหยอ่ งจะมกี ารเตรยี มงานลว่ งหน้าประมาณ ๔๕ วัน โดยมีการประชุม
คณะกรรมการหมบู่ า้ นเพ่ือมอบหมายหนา้ ทีต่ ามความสามารถของแตล่ ะคน แต่ อ.ด่านซ้าย จ.เลย นน้ั ประเพณีผี
ตาโขนเปน็ ทร่ี จู้ กั ของนกั ทอ่ งเทยี่ วและถอื เปน็ งานประจำปีของอำเภอ ดงั น้ันการเตรียมงานจึงตอ้ งมหี ลายส่วนทง้ั
ภาครัฐและเอกชนเขา้ มารว่ มนอกจากนี้ยงั ได้รบั งบประมาณสนบั สนุนจำนวนมาก

การเซ้ิงผีโขนอำเภอพังโคน
การเซงิ้ ผโี ขนเปน็ การเซง้ิ ในงานประเพณีบญุ มหาชาติ หรือบญุ พระเหวด หรือบุญพระเวสสนั ดร

ของชาวบ้านไฮหย่อง ตำบลไฮหย่อง อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร ซงึ่ จัดขึน้ ในวันขึ้น ๑๔ - ๑๕ เดือน ๕ ของทกุ ปี
ศูนยอ์ นุรักษ์ศลิ ปวัฒนธรรม โรงเรยี นพงั โคนวทิ ยาคม ไดบ้ ันทึกข้อมลู เกยี่ วข้องกบั การเซ้งิ ผีโขนไว้ดงั น้ี “ การเซ้งิ ผี
โขนเป็นการละเลน่ อีกแบบหนง่ึ ซงึ่ ไมเ่ หมอื นการเซง้ิ บอ้ งไฟหรอื เซง้ิ แบบอื่น ๆ ตามคำบอกเล่าของผเู้ ฒา่ ผ้แู กบ่ า้ น
ไฮหยอ่ งเลา่ ว่า… ปางเมือ่ พระเจ้าสนชยั พระบดิ าของพระเวสสันดร เสดจ็ ไปเชิญพระเวสสนั ดรกลบั พระนครน้นั ได้

33

จัดขบวนแห่มากมาย ในบรรดาขบวนแห่นั้น ไดม้ เี ทวดา มนษุ ย์ สมณะชีพราหมณ์ รวมทั้งผีต่าง ๆ เขา้ ร่วมขบวนแห่
โดยทพ่ี วกผตี า่ ง ๆ เหลา่ นั้นไดไ้ ปขอผา้ นงุ่ หม่ ของพระศรอี ริยเ์ จา้ ซึ่งท่านไมใ่ ช้น้ันมาหอ่ หมุ้ ร่างกาย
เพอ่ื ปกปิดส่วนทนี่ ่ารงั เกยี จ เข้าร่วมขบวนแห่พระเวสสนั ดร การเลน่ ผีโขนจะทำก่อนบุญมหาชาติ พวกท่ีเล่นผีโขน
จะตอ้ งเปน็ ผชู้ ายลว้ น ๆ จะพากนั จัดแจงหาเคร่อื งดนตรี หน้ากากผี เสอ้ื ผา้ รวมทั้งดาบผโี ขน พอได้ครบแลว้ กจ็ ะนดั
วนั รวมกัน มหี ัวหนา้ เปน็ ผ้นู ำออกเร่ยี ไรจุตปุ ัจจยั ตามหมบู่ า้ นใกลเ้ คียง เพ่ือนำมาสมทบในงานบญุ มหาชาติ นิยมทำ
ก่อน ๕ - ๖ วัน พอถึงวันบุญ พวกผีโขนก็จะออกเรี่ยไรตามหมู่บา้ นของตนเอง การเต้นของผีโขน ขบวนที่แห่ไป
ตามทีต่ ่าง ๆ น้นั ไม่จำกัดรูปแบบ จะเดนิ ไปเต้นไปตามเสียงดนตรี เตน้ ไปตามชอบใจ คอื ทำตวั ใหเ้ หมอื นผีมากท่ีสุด
และจะมีบทรอ้ งเซ้งิ เป็นกาพย์ ซง่ึ มีผู้ร้องนำและผู้ร้องตามหลายคน ในตอนเชญิ พระเวสสนั ดรนนั้ คณะกรรมการก็
จะจัดพวกผีเขา้ รว่ มขบวนแห่ โดยเอาเชือกผกู เปน็ วงผจี ะอย่เู ฉพาะในวงเชอื กเท่านน้ั พอแห่ไปถึงวดั เปน็ อนั เสรจ็ งาน
พวกผีเหล่านั้นก็จะพากันเอาหน้าผีนั้นไปเก็บไว้ จะไม่นำมาสวมเล่นอีกเลย จนกว่าจะถึงบุญมหาชาติในปีตอ่ ไป
(การแสดงผีโขน, ผู้ที่แตง่ เป็นผีผู้ชายต้องให้ครบ ๖ ปี ส่วนผูท้ ี่แตง่ เป็นหญิงต้องให้ครบ ๓ ปี ถ้าครบเชื่อว่าจะได้
บุญกุศล ถ้าไม่ครบเชื่อว่าจะกลายเป็นเปรตเมื่อตายไปแล้ว) การแต่งตัวของผีโขน หน้าผี ทำจากต้นนุ่น (ไม้งิ้ว)
ขุดเป็นรปู หนา้ กวา้ งประมาณ ๓๐ ซม. คอื จะกว้างจากหวั ไหล่ซ้าย ไปหัวไหลข่ วา ยาวประมาณ ๕๐ ซม. คือจะยาว
ถงึ สะดือ หรอื เอวแลว้ แต่ความถนัดของแตล่ ะบุคคล หน้าผีจะวาดใหเ้ ปน็ รูปผีน่ากลัว ตาจะโต ฟนั จะใหญ่ จมูกจะ
โด่ง ใบหูใหญ่ทำด้วยสงั กะสีเป็นรปู สามเหลีย่ ม พอสมควรกับหน้า ผมจะทำจากเชือกปอกกล้วยท่ีแห้งแลว้ นำมา
ถักเปียใสเ่ ขา้ กับหนา้ ผี ผมยาวถงึ นอ่ ง หรอื ตาตุ่ม เสือ้ ทำจากผ้าสบงจีวรเก่าของพระสงฆ์ทีไ่ ม่ใช้แล้ว ไปขอมาจาก
พระที่วัด ตัดเป็นเสื้อคอกลม แขนยาว ลำตัวของเสื้อจะยาวไปถึงตาตุ่ม ย้อมเป็นสีเหลอื งอมดำ หรือสีม่วงเหลือง
ดาบ ทำจากไม้นนุ่ ( ไม้งวิ้ ) ใหโ้ ตพอเหมาะมือ ตรงปลายดาบทำใหเ้ หมอื นกบั อวยั วะเพศของชาย และนยิ มทาสีแดง
ตรงปลายและใส่ผมเข้าไปดว้ ย เครื่องดนตรี เป็นเครือ่ งดนตรที ีห่ าได้ง่าย ๆ จากพ้ืนบ้าน และนิยมเอาเคร่ืองใช้ของ
สตั ว์มาทำเปน็ เครอ่ื งดนตรี ทส่ี ำคัญคอื กลอง ทำจากหนังควาย จัน หรอื โปง ลักษณะคลา้ ยกระดิ่งนำมามดั รวมกัน
เปน็ พวงใช้ส่ันให้เขา้ กับจังหวะ มีเสยี งกังวาน ( สมยั ก่อนใชค้ ลอ้ งคอวัวควาย) ในการนำมาเล่นจะใชห้ ลาย ๆ พะวง
เป็นเครือ่ งดนตรเี อกของการเล่นผีโขน พิณ หรอื ซงึ ใช้ดีดเขา้ จงั หวะ หรือบทเซิ้ง มี ๓ สาย เขาะ หรือ เกาะ ที่ใช้
แทนเสียงดนตรไี ด้ ข้างในมีลกู ทำใหเ้ กิดเสยี ง…”

ทีม่ าของขอ้ มลู : สภาวฒั นธรรมอำเภอพงั โคน

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 34

ตำบลไฮหยอ่ ง อำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร QR code
ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ท่ี แหล่งเรียนรู้ ประเภท ขอ้ มลู โดยสงั เขป ท่ตี ้งั ช่ือผปู้ ฏบิ ัติ/ เบอรโ์ ทรศพั ท์ รูปแหลง่ เรยี นรู้
แหลง่ เรียนรู้ เจา้ ของแหลง่ ท่ตี ดิ ตอ่ ได้
เรียนรู้

๙ โรงเรยี น ด้าน โรงเรียนพงั โคน ๓๔๔ ม.๘ ผอ.กติ ติศกั ด์ิ ๐๔๒-๗๗๑-
พังโคน การศกึ ษา วิทยาคมเปน็ โรงเรียน ต.ไฮ สุวรรณชยั รบ ๒๑๘
วิทยาคม ระดับอำเภอ เมือ่ วันท่ี
๑๔ มถิ ุนายน ๒๕๑๖ หย่อง อ.
พงั โคน
และให้ชื่อวา่
“โรงเรยี นพงั โคน

วิทยาคม”
เปดิ ทำการสอนเป็น
ทางการเมื่อวันที่ ๑๗
พฤษภาคม ๒๕๑๖

ท่ีดนิ รวมทงั้ สิ้น
๕๒ ไร่ ๒ งาน

35

โรงเรียนพงั โคนวทิ ยาคม
ที่ตง้ั โรงเรยี นพงั โคนวทิ ยาคม ๓๔๔ ม.๘ ต.ไฮหย่อง อ.พงั โคน จงั หวดั สกลนคร

ประวัติความเป็นมา....
โรงเรียนพังโคนวิทยาคม เป็นโรงเรยี นระดบั อำเภอ ประเภทสหศกึ ษา ซ่ึงกรมสามัญศึกษาอนุมัติเปิด

ทำการอย่างเปน็ ทางการ เมื่อวนั ที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖ และให้ชอื่ วา่ “โรงเรยี นพังโคนวิทยาคม” เปิดทำการ
สอนเป็นทางการเมื่อวนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๖ โดยได้รับนกั เรยี นชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น (ม.ศ.๑) จำนวน
๒ ห้องเรยี น มีนักเรียน ๙๑ คน ได้อาศัยหอประชุมอำเภอพังโคนเป็นที่เรียนชั่วคราว มีครูประจำการ ๔ คน
มนี ายแสง ชานยั รักษาการในตำแหน่งครูใหญ่ เป็นผ้บู รหิ ารคนแรก ในปกี ารศึกษาต่อมา ประชาชนชาวอำเภอ
พังโคนได้รว่ มกนั สรา้ งอาคารเรียนชั่วคราวให้ ๑ หลงั โรงเรียนจึงได้ยา้ ยจากหอประชุมอำเภอพงั โคนมาทำการ
สอนในที่ตั้งของโรงเรียน เมื่อวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๗ ซึ่งได้รับการบริจาคจากประชาชนอำเภอพังโคน
บริจาคทีด่ ินและทรพั ย์สินเพื่อซ้อื ทดี่ ิน และยังไดร้ ับการอนเุ คราะหจ์ ากโครงการชลประทานน้ำอูนทำการปรับ
พื้นที่ให้ ที่ดินรวมทั้งสิ้น ๕๒ ไร่ ๒ งาน ๔๘ ตารางวา โรงเรียนได้รับการพัฒนาตามแนวคิดของโครงการ ๑
อำเภอ ๑ โรงเรยี นในฝนั ไดผ้ ่านการตรวจเยย่ี มประเมินและรบั รองเป็นตน้ แบบโรงเรยี นในฝนั ตามโครงการ ๑
อำเภอ ๑ โรงเรียน ในฝันเม่ือวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๔๙ และได้รับการประเมนิ คุณภาพภายนอกรอบที่ ๒ โดย
สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคณุ ภาพการศกึ ษา (สมศ.) เมื่อวนั ที่ ๕-๗ กมุ ภาพันธ์ ๒๕๕๐
หลกั ฐานทางโบราณคดี

.เมอื่ วันที่ ๑๔ มิถุนายน ๒๕๑๖ และให้ช่ือวา่ “โรงเรยี นพงั โคนวิทยาคม” เปิดทำการสอนเปน็ ทางการ
เมื่อวนั ที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๑๖ โดยได้รบั นกั เรยี นช้นั มัธยมศกึ ษาตอนตน้ (ม.ศ.๑) จำนวน ๒ หอ้ งเรยี น มี
นกั เรยี น ๙๑ คน ได้อาศยั หอประชมุ อำเภอพงั โคน
ลกั ษณะทางกายภาพ

อำเภอพังโคนต้งั อย่ทู างตอนกลางค่อนไปทางทิศตะวนั ตกของจังหวดั มอี าณาเขตติดต่อกับเขตการ
ปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้ หา่ งจากสี่แยกอำเภอพงั โคนไปทางทิศเหนือ ไปอำเภอวานรนิวาส ๑ กโิ ลเมตร

• ทิศเหนอื ตดิ ตอ่ กบั อำเภอวานรนวิ าส
• ทิศตะวันออก ติดตอ่ กับอำเภอพรรณานิคม
• ทิศใต้ ติดตอ่ กบั อำเภอพรรณานคิ มและอำเภอวาริชภูมิ
• ทศิ ตะวันตก ติดตอ่ กับอำเภอสว่างแดนดิน

ทมี่ าของข้อมลู : โรงเรียนพังโคนวทิ ยาคม

แบบสำรวจแหลง่ เรียนรู้ 36

ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร QR code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ท่ี แหลง่ เรยี นรู้ ประเภท ขอ้ มลู โดยสงั เขป ทต่ี ้ัง ช่อื ผู้ปฏิบัติ/ เบอร์โทรศพั ท์ รูปแหลง่ เรยี นรู้

แหล่งเรียนรู้ เจา้ ของแหลง่ ท่ตี ิดตอ่ ได้

เรยี นรู้

๑๐ หอ้ งสมดุ แหลง่ การ หอ้ งสมดุ ประชาชน ๙๙ หมู่ ศูนย์ ๐๔๒-๗๗๑-

ประชาชน เรียนรทู้ ี่ อำเภอพงั โคน ต้ังอยู่ ๑๐ ถนน การศกึ ษา ๑๙๔

อำเภอพงั โคน มนษุ ย์ เลขที่ ๙๙ หมู่ ๑๐ พังโคน- นอกระบบ

สรา้ งขึน้ ถนนพังโคน-วารชิ ภมู ิ วาริชภมู ิ และการศกึ ษา

ดา้ น ตำบลพงั โคน ตำบล ตามอธั ยาศัย

การศึกษา (ตรงข้ามมหาวิทยาลยั พงั โคน อำเภอพังโคน

เทคโนโลยรี าชมงคล อำเภอ จังหวดั

วข.สกลนคร) และมี พงั โคน สกลนคร

นางสาวเยาวรัตน์ ศริ ิ

เป็นบรรณารกั ษ์เปดิ

ใหบ้ รกิ ารทุกวนั ตงั้ แต่

เวลา ๐๘.๐๐ น.

๑๗.๐๐.น. (หยดุ วัน

นกั ขตั ฤกษ)์

37

ห้องสมุดประชาชนอำเภอพงั โคน จงั หวัดสกลนคร

ที่ตัง้ ๙๙ หมู่ ๑๐ ถนนพังโคน-วารชิ ภมู ิ ตำบลพังโคน อ.พังโคน จังหวดั สกลนคร

ประวัติความเปน็ มา....

จังหวัดสกลนคร ประกาศจัดตั้งห้องสมุดประชาชนอำเภอพังโคน เมื่อวันที่ ๑๐ สิงหาคม ๒๕๓๗
มีนายนิทศั น์ ลักษณะ ตำแหน่งอาจารย์ ๑ ระดับ ๔ เป็นหัวหนา้ ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอ
พังโคน ในปี พ.ศ. ๒๕๓๘ มนี างจรี ะนนั ต์ เสนเผอื ก ตำแหน่งบรรณารักษ์ ๓ ใหบ้ ริการงานห้องสมุดประชาชน
อำเภอพงั โคนซ่ึงเดมิ อยู่ทอ่ี าคารของวัดป่าศรีจำปาชนบท (วัดศรจี อมธาตุ) ตำบลพังโคน อำเภอ พงั โคน จงั หวดั
สกลนคร ตอ่ มาย้ายมาใหบ้ ริการทบี่ า้ นเช่าบรเิ วณหลังศาลเจา้ ปยู่ ่า หมู่ ๘ ตำบลพงั โคน อำเภอพังโคน ต่อมา
ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ได้ย้ายให้บริการที่บ้านพักหัวหน้าศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียนอำเภอพังโคน
ทบี่ ้านเลขที่ ๕๕ หมู่ ๑ ตำบลพังโคน หลังท่ีทำการไฟฟ้าสว่ นภูมภิ าคอำเภอพงั โคน

ปี พ.ศ. ๒๕๕๔ ห้องสมดุ ประชาชนอำเภอพงั โคน ได้รับจัดสรรงบประมาณในการก่อสร้างหอ้ งสมดุ
ประชาชนอำเภอพงั โคน เป็นเงนิ ๑,๘๐๐,๐๐๐ บาท โดยมบี ริษัท ๒๔ วิศวกจิ เปน็ ผรู้ ับเหมาการก่อสรา้ ง
ได้เรมิ่ ดำเนินการกอ่ สร้างเมอ่ื วันท่ี ๑๗ มกราคม ๒๕๕๕ และไดท้ ำการก่อสร้างเสร็จเมอื่ วนั ท่ี ๒๕ ตลุ าคม
๒๕๕๕

หอ้ งสมุดประชาชนอำเภอพังโคน ตงั้ อยู่ท่ีบริเวณศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย
อำเภอพงั โคน เลขท่ี ๙๙ หมู่ ๑๐ ถนนพงั โคน-วารชิ ภูมิ ตำบลพังโคน อำเภอพังโคน จังหวดั สกลนคร ปจั จบุ นั มี
นางพิมพ์ลดา ธัญพรพิภทั ร์กุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอธั ยาศัยอำเภอ
พังโคน และมีนางสาวเยาวรัตน์ ศิริ เป็นเจ้าหน้าที่บรรณารักษ์ประจำห้องสมุด เปิดให้บริการทุกวนั ตั้งแต่
เวลา ๐๘.๐๐ น. – ๑๗.๐๐.น. (หยุดวันนกั ขัตฤกษ์)

ห้องสมุดประชาชนอำเภอพังโคน เป็นแหลง่ รวบรวมทรัพยากรสารสนเทศทุกประเภท ทั้งท่เี ป็นวัสดุ
ตพี มิ พ์ วสั ดไุ มต่ ีพิมพ์ และส่ืออเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ มกี ารคัดเลือกและจัดหาเขา้ มาอย่างทันสมัย สอดคล้องกับความ
ต้องการและความสนใจของผู้ใช้ มีบรรณารักษ์เป็นผู้ดำเนินงานและจัดบริการต่าง ๆ อย่างเป็นระบบ
การค้นคว้าหาความรู้และส่งเสริมการอ่านให้กว้างขวางและทั่วถึง เพื่อให้ผู้ใช้ได้รับสารสนเทศอย่างรวดเร็ว
และตรงตามความตอ้ งการมากทส่ี ดุ รวมถึงการจดั บรรยากาศท่ีดี เปน็ ระเบียบ ทำใหผ้ ู้ใช้เกดิ ความรสู้ กึ ท่ดี ีและ
ประทับใจเมื่อเข้าใช้บริการ โดยมีการจัดกิจกรรมส่งเสริมการอ่านอย่างต่อเนื่องทั้งภายในและภายนอก
หอ้ งสมุด

38

งานบรกิ ารเป็นหวั ใจสำคญั ของหอ้ งสมดุ เปน็ งานทเี่ กี่ยวข้องกบั ผูใ้ ชท้ กุ ระดบั สำหรบั งานบรกิ ารของ
ห้องสมดุ มสี ่วนสำคัญทท่ี ำใหผ้ ู้ใชบ้ ริการ มาใช้หอ้ งสมดุ มากข้นึ งานบรกิ ารเปน็ งานทห่ี อ้ งสมุดทำขึ้น เพ่ือ
ส่งเสรมิ สนับสนนุ การเรียนการสอน ให้เกดิ การเรียนรู้ รจู้ กั ศกึ ษาคน้ คว้าดว้ ยตนเอง ใช้ประโยชน์จากการอา่ น
เพอื่ เพมิ่ พนู ความรู้ ตลอดจนนำความรไู้ ปประยกุ ตใ์ ช้ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นชวี ิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

หลกั ฐานทางโบราณคดี
-

ลกั ษณะทางกายภาพ
• ทิศเหนอื ตดิ ต่อกบั ตำบลเดอ่ื ศรีคันไชย อำเภอวานรนวิ าส
• ทิศตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กบั ตำบลม่วงไข่ อำเภอพงั โคน
• ทศิ ใต้ ติดต่อกับ ตำบลปลาโหล อำเภอวาริชภมู ิ
• ทิศตะวนั ตก ตำบลปลาโหล อำเภอวารชิ ภูมิ

ท่ีมาของข้อมลู : หอ้ งสมุดประชาชนอำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 39

ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร QR code

ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ท่ี แหล่งเรียนรู้ ประเภท ข้อมูลโดยสงั เขป ท่ตี ง้ั ชื่อผู้ปฏิบัติ/ เบอร์โทรศัพท์ที่ รูปแหลง่ เรยี นรู้
แหล่งเรียนรู้
๑๑ กศน.ตำบล เจ้าของแหลง่ ตดิ ตอ่ ได้
พงั โคน แหล่งการ
เรยี นรูท้ ่ี เรียนรู้
มนษุ ย์
สรา้ งขน้ึ การจัดตั้ง กศน.ตำบลพงั ๙๙ หมู่ ศนู ยก์ ารศึกษา ๐๔๒-๗๗๑-
ด้าน
การศึกษา โคน เป็นนโยบายที่ทาง ๑๐ ถนน นอกระบบ ๑๙๔
สำนักงานส่งเสรมิ พังโคน- และการศกึ ษา
การศึกษานอกระบบ วาริชภูมิ ตามอัธยาศยั
และการศึกษาตาม ตำบล อำเภอพงั โคน
อธั ยาศยั มอบหมายให้ พังโคน
กศน.อำเภอ สำรวจศนู ย์ อำเภอ จงั หวัด
การเรียนชุมชนท่มี ีความ พงั โคน สกลนคร
พร้อมและเหมาะสมปรบั

ศูนย์การเรยี นชุมชน

จัดตง้ั เป็น กศน.ตำบล

เพ่ือจดั กิจกรรม

การศึกษานอกระบบ

และการศกึ ษาตาม

อัธยาศยั ส่งเสรมิ การ

40

เรียนรู้ตลอดชีวิตของ
ประชาชน

41

กศน.ตำบลพังโคน จังหวัดสกลนคร

ท่ตี ้งั ๙๙ หมู่ ๑๐ ถนนพงั โคน-วาริชภูมิ ตำบลพงั โคน อำเภอพังโคน จังหวดั สกลนคร

ประวตั ิความเป็นมา....

การจัดตง้ั กศน.ตำบลพงั โคน เป็นนโยบายท่ที าง สำนักงานส่งเสริมการศกึ ษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศัย มอบหมายให้ กศน.อำเภอ สำรวจศูนย์การเรียนชุมชนทีม่ ีความพร้อมและเหมาะสม ปรับศูนย์
การเรียนชุมชน จัดตั้งเป็น กศน.ตำบล เพื่อเป็นหน่วยจัดกิจกรรมการศึกษานอกระบบและการศึ กษาตาม
อัธยาศัย ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตของประชาชน และสร้างสงั คมแห่งการเรียนรูอ้ ย่างมีคุณภาพในชมุ ชน
และการมีส่วนรว่ มของคนในชมุ ชน การสรา้ งภาคเี ครอื ข่ายในชมุ ชน

ปี ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๔ ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากสำนักงานส่งเสริม
การศึกษานอกระบบและการศกึ ษาตามอัธยาศัย ใหส้ รา้ งอาคาร กศน.ตำบลพงั โคน นับวา่ เป็นความโชคดีของ
กศน.ตำบลพังโคน มีที่ว่างติดกับ กศน.อำเภอพังโคน ซึ่ง นายทรงเดช แก้วดี ซึ่งเดิมเคยดำรงตำแหน่ง
ผู้อำนวยการ กศน.อำเภอพังโคน ได้ดำเนินการขอใช้ที่ดินป่าสงวนแห่งชาติ ( ป่าโคกศาลา ) แห่งนี้ไว้ และ
ต่อมาเม่อื เดอื นกรกฎาคม ปี ๒๕๕๔ นางจีระนนั ต์ เสนเผือก ผอู้ ำนวยการ กศน.อำเภอพงั โคน ได้จดั หาเงิน
ถมท่ีก่อสร้างอาคาร กศน.ตำบล โดยองค์กรนักศึกษา และศษิ ยเ์ กา่ ไดจ้ ัดทำบญุ ผา้ ป่า – โดยจัดตัง้ กองผ้าป่า
ในวันที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๔ และถวายใน ๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ เมื่อวันที่ ๘ กันยายน ๒๕๕๔ ได้ทำพิธี
ยกเสาเอก เวลา ๐๙.๐๙ น. การก่อสร้างได้ดำเนินไปจนแล้วเสร็จและส่งมอบอาคาร กศน.ตำบลพังโคน
เมอื่ วนั ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๔ และได้ข้นึ อาคาร กศน.ตำบลหลังใหม่ เมอ่ื วนั ที่ ๑ มกราคม ๒๕๕๕

ปัจจุบันมี นางพิมพ์ลดา ธัญพรพิภัทร์กุล เป็นผู้อำนวยการศูนย์การศึกษานอกระบบและการศึกษา
ตามอัธยาศยั อำเภอพงั โคน ตั้งแตว่ นั ท่ี ๑๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ ถึงปจั จุบนั และมคี รู กศน.ตำบลพงั โคน ๒ คน
คือ นางสาวกรกัลยา การุญ และ นายวัชรยุทธ เสนาเจรญิ

การดำเนนิ งาน ๔ ศูนย์เรยี นรู้ ประกอบดว้ ย

๑) ศูนยเ์ รยี นรหู้ ลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎใี หมป่ ระจำตำบล เปน็ ศูนยก์ ลางการ
สง่ เสรมิ จัดกระบวนการเรยี นรู้ และหนว่ ยประสานงานแหลง่ เรยี นรู้หลักปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี งภายใน
ชุมชน ดำเนนิ งานร่วมกับกองอำนวยการรกั ษาความมน่ั คงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.)

๒) ศูนยส์ ง่ เสริมและพัฒนาประชาธิปไตยประจำตำบล เพอื่ สร้างการเรยี นรแู้ ละความเขา้ ใจท่ีถกู ต้อง
เกย่ี วกบั การปกครองในระบอบประชาธิปไตยทม่ี ีพระมหากษตั รยิ ท์ รงเป็นพระประมขุ โดยเฉพาะสทิ ธิและ
หนา้ ที่ในระบอบประชาธิปไตย บรู ณาการความร่วมมอื กบั คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และภาคประชา
สังคม

42

๓) ศูนยด์ ิจิทลั ชมุ ชน ซงึ่ เป็นการบริหารจัดการฐานขอ้ มูลทจ่ี ำเปน็ สำหรบั กศน. และชุมชน เพ่อื ให้มี
ความรู้และรับรู้ท่เี ท่าทนั ปรับตวั ใหส้ อดคล้องกบั การเปลยี่ นแปลงของสงั คมโลกยุคดจิ ทิ ัล

๔) ศูนยก์ ารศกึ ษาตลอดชีวิตชุมชน เพอื่ ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การจัดการศกึ ษาในระบบการศกึ ษา
นอกระบบการศกึ ษา และการศึกษาตามอัธยาศยั ให้มคี ณุ ภาพท่ีสอดคลอ้ งกบั นโยบายทางการศกึ ษา โดยยดึ
ชมุ ชนเปน็ ฐานในการดำเนินงาน โดย กศน.ตำบล มีบทบาทเปน็ ผปู้ ระสาน งานและอำนวยความสะดวก
หลักฐานทางโบราณคดี

-
ลกั ษณะทางกายภาพ

• ทิศเหนือ ตดิ ต่อกับ ตำบลเดอ่ื ศรีคันไชย อำเภอวานรนิวาส
• ทศิ ตะวนั ออก ติดตอ่ กับตำบลมว่ งไข่ อำเภอพงั โคน
• ทศิ ใต้ ติดตอ่ กับ ตำบลปลาโหล อำเภอวาริชภูมิ
• ทศิ ตะวนั ตก ตำบลปลาโหล อำเภอวาริชภมู ิ

ทีม่ าของขอ้ มลู : กศน.อำเภอพงั โคน

แบบสำรวจแหลง่ เรียนรู้ 43

ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร QR code
ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ท่ี แหลง่ เรยี นรู้ ประเภท ข้อมลู โดยสังเขป ท่ีตงั้ ชอ่ื ผ้ปู ฏบิ ตั /ิ เบอร์ รปู แหลง่ เรยี นรู้
แหลง่ เรยี นรู้ เจา้ ของแหลง่ โทรศพั ทท์ ี่
เรียนรู้ ติดต่อได้

๑๒ มหาวิทยาลยั แหลง่ การ มหาวทิ ยาลยั ๑๙๙ ถนน ผศ.ดร.วโิ รจน์ ๐๔๒-๗๓๔-
เทคโนโลยีราช เรยี นรทู้ ่ี เทคโนโลยรี าชมงคล พังโคน- ล้มิ ไขแสง ๗๒๔
มงคลอสี าน มนษุ ย์ อีสาน วทิ ยาเขต วาริชภูมิ อธกิ ารบดี
วิทยาเขต สร้างขนึ้ สกลนคร เป็นวทิ ยา หมู่ ๓ มหาวทิ ยาลยั
สกลนคร ดา้ น เขตในสงั กดั ตำบล
การศึกษา มหาวิทยาลัย พังโคน เทคโนโลยีราช
เทคโนโลยรี าชมงคล อำเภอพัง มงคลอสี าน
อีสาน เรมิ่ เปดิ ทำ โคน จงั หวดั
การสอนเมอื่ ปี พ.ศ. สกลนคร
๒๕๓๙ ต้งั อยทู่ ี่
ตำบล พัง
โคน อำเภอพงั โคน
จังหวดั สกลนคร

44

ห่างจากตัวจังหวัด
๕๐ กโิ ลเมตร

45

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วทิ ยาเขตสกลนคร

ทต่ี ัง้ ๑๙๙ หมู่ ๓ ถนนพังโคน-วารชิ ภมู ิ ตำบลพังโคน อำเภอ พงั โคน จงั หวัดสกลนคร

ประวตั ิความเป็นมา

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร[1]ก่อตั้งเริ่มแรกเป็น สถาบันวิจัยและ
ฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร โดยได้รับมอบ ที่ดนิ ทำเลเล้ยี งสัตว์ จำนวนเน้ือท่ี ๒๙๓ ไร่ จากสภาตำบลพงั โคน
ให้เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๕ ต่อมา ส.ส.เอกพร รักความสุข สมาชิกสภาผู้แทน
ราษฎรจังหวัดสกลนคร ได้มอบการสนับสนุนงบประมาณเป็นค่าเชื้อเพลิงในการปรับปรุงพื้นที่จำนวน
๑๐๐,๐๐๐ บาท ในปี พ.ศ ๒๕๓๖ และในปี พ.ศ. ๒๕๓๗ ท่านยังได้มอบการสนับสนุนเพิ่มอีก ๑๐๐,๐๐๐
บาท เพื่อสร้างรัว้ ล้อมรอบพ้ืนที่และสร้างถนนดินลูกรังถมทางเข้าวิทยาเขตสกลนคร พร้อมทัง้ ยังไดร้ ับความ
ร่วมมือจากวิทยาเขตขอนแก่นและวิทยาเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ศูนย์กลางปัจจุบัน) ในการวางแผน
แม่บทออกแบบสงิ่ กอ่ สร้างอาคารต่าง ๆ สำนักงานชั่วคราวทวี่ ทิ ยาเขตขอนแกน่

ปี พ.ศ. ๒๕๓๘ สถาบันวิจัยและฝึกอบรมการเกษตรสกลนคร ได้รับการยกฐานะเป็น "สถาบัน
เทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสกลนคร" โดยรบั นกั ศกึ ษาเขา้ ศกึ ษาโดยการไปฝากนกั ศึกษาหลกั สูตรปริญญา
ตรี สาขาวชิ าสตั วศาสตร์ (วท.บ.สตั วศาสตร)์ เรยี นท่ีวทิ ยาเขตกาฬสนิ ธ์ุ และหลกั สูตรประกาศนียบตั รวิชาชีพ
ชน้ั สงู สาขาวชิ าชา่ งกอ่ สร้าง (ปวส.ชา่ งกอ่ สร้าง) โดยเรียนที่วทิ ยาเขตขอนแก่น และหลกั สูตรประกาศนียบัตร
วิชาชีพช้นั สงู สาขาวชิ าการตลาด (ปวส.การตลาด) ใหไ้ ปเรียนทว่ี ทิ ยาเขตภาตะวนั ออกเฉียงเหนอื นครราชสีมา
(ศนู ย์กลางฯ)

ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ไดท้ ำการยา้ ยสำนักงานชว่ั คราวจากวทิ ยาเขตขอนแก่น มาดำเนนิ การ ณ ทอี ยปู่ จั จบุ นั
และทำพธิ ีวางศิลาฤกษ์อาคารอำนวยการ โดยหลวงพ่อคูณ ปริสทุ โธ (พระราชวิทยาคม) วัดบ้านไร่ ตำบลกุด
พิมาน อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา พร้อมดำเนินการอย่างเป็นทางการ ต่อมาเปิดสอนหลักสูตร
วท.บ. (สัตวศาสตร์) เรยี นทวี่ ิทยาเขตสกลนครท่ตี ัง้ ปจั จบุ ันเมื่อวนั ที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๓๙

ปี พ.ศ. ๒๕๔๖ นายมาโนชปาลซิงห์ ดาฮูจา และนางสาวภาวีณา ดาฮูจา ได้รับบริจาคที่ดินจาก
จำนวน ๑๕ ไร่ ๓ งาน ๕๓ ๔ /๑๐ ตารางวา และ ๘ ไร่ ๑ งาน ๖๖ ตารางวา ใหส้ ถาบนั เทคโนโลยรี าชมงคล
วทิ ยาเขตสกลนครเพม่ิ ข้ึนเพอื่ ใชป้ ระโยชนท์ างการศกึ ษาต่อไป

ปี พ.ศ. ๒๕๔๘ สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตสกลนครได้รับการยกฐานะประกาศ
จัดตง้ั "มหาวทิ ยาลยั เทคโนโลยีราชมงคลอีสาน วิทยาเขตสกลนคร" โดยเป็นวิทยาเขตหนึ่งของมหาวิทยาลัย
เทคโนโลยรี าชมงคลอสี านต้งั แต่บดั นั้น เป็นตน้ มา

หลกั ฐานทางโบราณคดี/ความเชื่อ
-

46

ลักษณะทางกายภาพ
• ทิศเหนอื ตดิ ตอ่ กับ ตำบลเด่อื ศรีคนั ไชย อำเภอวานรนิวาส
• ทศิ ตะวนั ออก ตดิ ตอ่ กับตำบลม่วงไข่ อำเภอพงั โคน

• ทิศใต้ ตดิ ตอ่ กบั ตำบลปลาโหล อำเภอวารชิ ภูมิ
• ทศิ ตะวันตก ตำบลปลาโหล อำเภอวารชิ ภูมิ

ท่ีมาขอ้ มลู : https://www.skc.rmuti.ac.th/www.skc.rmuti.ac.th

แบบสำรวจแหลง่ เรยี นรู้ 47

ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร QR code
ปีงบประมาณ ๒๕๖๔

ที่ แหลง่ เรยี นรู้ ประเภท ขอ้ มูลโดยสงั เขป ท่ตี ้งั ช่ือผู้ปฏิบตั ิ/ เบอรโ์ ทรศพั ทท์ ่ี รูปแหลง่ เรยี นรู้
แหล่งเรียนรู้ เจา้ ของแหลง่ ตดิ ต่อได้
๑๓ วัดศรจี ำปา เรยี นรู้
ชนบท แหล่งการ
เรยี นรูท้ ่ี วัดศรจี ำปาชนบท หมูท่ ่ี ๙ พระอธกิ าร ๐๔๒-๗๓๔-
มนุษย์ ได้รับพระราชทาน ตำบล วัฒนาชยว ๖๘๔
สร้างข้ึน วิสุงคามสมี า เมอ่ื วันท่ี พงั โคน ฑโฺ ฒ
สถาบัน ๒๓ ธนั วาคม พ.ศ. อำเภอ เจ้าอาวาส ๐๘๗-๒๓๕-
ทางศาสนา ๒๕๑๑ กว้าง ๔๐ เมตร พงั โคน วดั ศรีจำปา ๘๖๙๑
ยาว ๔๐ สงั กดั คณะ จงั หวัด
สงฆธ์ รรมยุตกิ นิกาย สกลนคร
ตามโฉนดทดี่ นิ เลขที่ ๔๗๑๖๐
๘๓๖ จำนวนเนือ้ ที่ ๓๐
ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา

48

วัดศรจี ำปาชนบท

ทตี่ ้งั วดั ศรจี ำปาชนบท หมทู่ ่ี ๙ ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จงั หวดั สกลนคร ๔๗๑๖๐

ประวตั คิ วามเปน็ มา

เมือ่ ปี พ.ศ.๒๔๘๓ ขุนศรีประทุมวงศ์ อดตี นายอำเภอเมืองสกลนครพรอ้ มครอบครวั และนายอบุ ล
กุละนาม ได้ถวายทดี่ ินสว่ นหนง่ึ เพื่อสร้างเป็นสำนักสงฆข์ ้นึ ซง่ึ เปน็ ท่ดี นิ บรเิ วณบา้ นพงั โคน ตำบลม่วงไข่
อำเภอพรรณนานคิ ม จงั หวดั สกลนคร (ปจั จบุ ันคอื บา้ นพงั โคน ตำบลพงั โคน จงั หวัดสกลนคร) จากนน้ั ได้
พากันไปกราบอาราธนานิมนต์ หลวงปูค่ ำ ยสกลุ ปุตฺโต ซ่ึงตอนน้นั ท่านไดธ้ ดุ งค์มาอยู่ที่ ป่าช้าบ้านปลาโหล
อำเภอวารชิ ภูมิ จงั หวัดสกลนคร เพอื่ ให้มาเปน็ เจ้าอาวาสวดั และพร้อมกนั น้นั ไดต้ ้ังชอ่ื วดั ว่า “วัดศรจี ำปา
ชนบท” โดยท่มี าของชือ่ วัด ได้นำช่ือของขนุ ศรีประทมุ วงศ์ คำว่า “ศรี” และได้นำสถานทเี่ กิดของขนุ ศรี
ประทุมวงศ์ คอื เมืองจำปาชนบทมารวมกัน จงึ ได้ตง้ั ช่อื เป็น “วดั ศรีจำปาชนบท”

ต่อมาวัดศรจี ำปาชนบท ได้รับพระราชทาน วสิ งุ คามสมี า เมอื่ วนั ที่ ๒๓ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๑
เขตวสิ งุ คามสีมา กว้าง ๔๐ เมตร ยาว ๔๐ เมตร ปจั จบุ นั วดั ศรจี ำปาชนบท ต้ังอยเู่ ลขท่ี ๑๔๖
บ้านศรีจำปาชนบท หมทู่ ่ี ๙ ถนน จีระพัฒนา ตำบลพงั โคน อำเภอพังโคน จังหวดั สกลนคร ๔๗๑๖๐ สงั กัด
คณะสงฆธ์ รรมยตุ กิ นกิ าย ตามโฉนดท่ีดินเลขท่ี ๘๓๖ จำนวนเนื้อท่ี ๓๐ ไร่ ๒ งาน ๘๐ ตารางวา โดยท่ดี ิน
จดเขตของบคุ คลอ่นื ดังน้ี คือ

ลักษณะทางกายภาพ

ทิศเหนอื จดทดี่ นิ นายสรุ พล นิติกจิ ไพบูรย์

ทศิ ใต้ จดถนนจีระพัฒนา

ทศิ ตะวันออก จดทดี่ ินนางพิณ อนิ ทรพาณชิ ย์

ทศิ ตะวนั ตก จดถนนเผอื กอทุ ิศ

อาคารเสนาสนะ ประกอบดว้ ย

- ศาลาการเปรยี ญ สร้างเมื่อ พ.ศ. ๒๔๙๘ จำนวน ๑ หลงั
๑๙ หลงั
- กฏพิ ระสงฆ์ จำนวน
๔๐ นิ้ว
- ปชู นียวตั ถุ มพี ระพุทธอายะวฒั นาชัยจาโร ๒ หลงั
๑ หลงั
- พระพุทธโคดมมณีศรจี ำปา พระพุทธรูปหน้าตักกวา้ ง

- ศาลาฌาปนกจิ (หอเยน็ ) จำนวน

- เมรุ (สรา้ งเสรจ็ เมอ่ื พ.ศ. ๒๕๒๙) จำนวน

49

- หอระฆงั จำนวน ๑ หลงั
- โรงครวั จำนวน ๑ หลงั
- ศาลาอเนกประสงค์ จำนวน ๑ หลงั

ผปู้ ระสานงาน พระอธกิ ารวฒั นา ชยวฑโฺ ฒ เจ้าอาวาสวัดศรจี ำปา
ทีต่ ั้ง วัดศรีจำปาชนบท หม่ทู ี่ ๙ ตำบลพังโคน อำเภอพงั โคน จังหวดั สกลนคร ๔๗๑๖๐

โทร. ๐๔๒-๗๓๔๖๘๔ , ๐๘๗-๒๓๕๘๖๙๑

ท่มี าขอ้ มลู : วัดศรจี ำปาชนบท หมู่ท่ี ๙ ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จังหวัดสกลนคร ๔๗๑๖๐
โทร. ๐๔๒-๗๓๔๖๘๔ , ๐๘๗-๒๓๕๘๖๙๑

แบบสำรวจแหลง่ เรียนรู้ 50

ตำบลพงั โคน อำเภอพงั โคน จังหวัดสกลนคร QR code
ปงี บประมาณ ๒๕๖๔

ที่ แหล่งเรียนรู้ ประเภท ขอ้ มูลโดยสงั เขป ทต่ี งั้ ชือ่ ผปู้ ฏบิ ตั /ิ เบอร์โทรศพั ทท์ ่ี รปู แหลง่ เรยี นรู้
แหลง่ เรียนรู้ เจา้ ของแหลง่ ติดต่อได้
๑๔ ชมุ ชน เรยี นรู้
หนองสระพงั แหล่งการ
ชุมชนต้นแบบ เรยี นรูท้ ี่ “วิถีคนหนองสระพงั ” ชุมชน นายสมศักด์ิ ๐๘๑-๐๕๙-
ปลอดขยะ มนษุ ย์ เป็นรปู แบบการดำเนนิ หนอง มะลาพมิ พ์ ๖๐๖๓
สรา้ งข้นึ ชวี ิตประจำวันที่เป็น สระพงั (ประธาน
เอกลักษณข์ องชุมชน หมู่ที่ ๙ ชุมชน)
คอื “มกี ารจัดการขยะ ตำบล
รกั ษาสภาพแวดล้อม พงั โคน
พร้อมพงึ่ พาตนเอง” อำเภอ
อันสง่ ผลใหเ้ ปน็ ชุมชน พังโคน
ตน้ แบบปลอดขยะ
ชุมชนท่ีจรงิ จงั รักษ์
สิ่งแวดล้อม


Click to View FlipBook Version