The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารเสริมความรู้วิถีพุทธสพม32

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chattuporn, 2020-06-17 03:45:50

เอกสารเสริมความรู้วิถีพุทธสพม32

เอกสารเสริมความรู้วิถีพุทธสพม32

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สร้างคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ถอื และศรัทธาในพระพุทธศาสนา ให้กบั ครู นักเรียน ผูป้ กครองและบุคคลในชมุ ช
๓ หมายถงึ ผ้บู ริหารมีความรู้ ความเขา้ ใจสามา
ประโยชน์ของคุณงาม ความดี ความเชอื่ มนั่ ในห
ให้กบั ครู นกั เรียน ผปู้ กครอง อยา่ งต่อเนอ่ื ง
๒ หมายถงึ ผู้บรหิ ารมคี วามรู้ ความเขา้ ใจสามา
ประโยชน์ของคุณงาม ความดี ความเชอื่ มนั่ ในห
ใหก้ บั ครู นักเรยี น อย่างต่อเนื่อง
๑ หมายถึง ผู้บรหิ ารมีความรู้ ความเข้าใจสามา
ประโยชนข์ องคุณงาม ความดี

องค์ประกอบย่อยที่ ๑.๑.๒ ครู ๔ หมายถึง ครมู วี ถิ ีชวี ิตสอดคลอ้ งกบั หลักพุทธ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๑.๑.๒.๑ มวี ถิ ีชวี ติ ที่ สม่าเสมอตลอดปี ลด ละเลิก อบายมุข มจี ติ ใจ
สอดคล้องกับหลกั พุทธธรรม (ลด ๓ หมายถึง ครมู ีวถิ ชี วี ติ ท่สี อดคลอ้ งกับหลกั พุท
ละ เลิก อบายมุข) มีศีลธรรม เดอื น และมจี ิตใจท่ดี ีงาม
และปฏบิ ตั ิตนเป็นแบบอยา่ งที่ดี ๒ หมายถึง ครมู วี ถิ ีชีวติ ที่สอดคลอ้ งกับหลกั พุท
เชน่ ทกุ ๆ วนั พระ หรือ ทุก ๆ วันหรือเดือนเก
ตวั ช้วี ดั ท่ี ๑.๑.๒.๒ มีพรหม ๑ หมายถึง ครูมวี ถิ ชี วี ติ ท่ีสอดคล้องกับหลักพุท
บางโอกาสแล้วแต่ความพอใจ

๔ หมายถงึ ครูร้อยละ ๙๐ -๑๐๐ มพี รหมวหิ า

กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพ้นื ที่การศึกษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวิถพี ทุ ธ”

ชน ได้อย่างต่อเนอ่ื ง
ารถอธิบายและแสดงออกถงึ ความศรัทธาในพระรตั นตรัย
หลักพระพุทธศาสนาซ่ึงเป็นแนวทางในการพฒั นาชีวติ ทด่ี ี
ารถอธบิ ายและแสดงออกถงึ ความศรัทธาในพระรตั นตรัย
หลักพระพุทธศาสนาซึง่ เปน็ แนวทางในการพฒั นาชวี ิตทีด่ ี
ารถอธบิ ายและแสดงออกถงึ ความศรัทธาในพระรัตนตรยั

ธธรรม มกี ารปฏิบตั ิตนตามศลี ๕ ไดค้ รบถ้วนทุกขอ้ อย่าง 45
จท่ีดีงาม สามารถเป็นแบบอยา่ งท่ีดีแก่ผู้อ่นื ได้
ทธธรรม มกี ารปฏิบตั ติ นตามศีล ๕ ขอ้ ติดต่อกัน อย่างนอ้ ย ๓

ทธธรรม มกี ารปฏิบัติตนตามศีล ๕ ได้ครบถว้ น ในโอกาส ต่าง ๆ
กิดของตนเอง
ทธธรรม มกี ารปฏิบัตติ นตามศลี ๕ ได้ครบถ้วน เป็นบางคร้ัง

ารธรรม เมตตา กรุณาต่อนกั เรียน เพ่อื นครู ผปู้ กครองและผู้

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

วหิ ารธรรม มีความเปน็ กลั ยาณมติ ร ที่มาติดต่อหรอื ผู้รับบริการ มีความยนิ ดตี ่อผู้ที่ป
มุ่งพัฒนาใหผ้ ู้เรยี นเกดิ ความเจริญ ความยุติธรรมในการอบรม พัฒนานกั เรยี นให้ค
งอกงามตามหลกั ไตรสิกขา ๓ หมายถึง ครรู ้อยละ ๘๐ – ๘๙ มีพรหมวิหาร
ท่มี าติดต่อหรือผ้รู ับบริการ มีความยนิ ดตี อ่ ผู้ทป่ี
ตัวชี้วดั ท่ี ๑.๑.๒.๓. รู้ เขา้ ใจ ความยุติธรรมในการอบรม พัฒนานักเรยี นใหค้
หลกั การพัฒนาผูเ้ รียนตามหลัก ๒ หมายถึง ครรู อ้ ยละ ๗๐ – ๗๙ มพี รหมวหิ าร
ไตรสกิ ขา ผ้ทู ีม่ าติดต่อหรือผรู้ ับบรกิ าร มีความยนิ ดีต่อผทู้
จติ ใจเป็นกลาง และมคี วามยุตธิ รรมในการอบร
สม่าเสมอ

๑ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๖๐ – ๖๙ มพี รหมวิหาร
และผู้ท่ีมาติดตอ่ หรือผรู้ บั บรกิ าร มีความยนิ ดตี
และมีความยตุ ธิ รรมในการอบรม พัฒนานกั เรีย

๔ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๙๐ -๑๐๐ มีความรู้ คว
นกั เรียนได้ครอบคลุม ศลี สมาธิ ปัญญา ได้อยา่
๓ หมายถึง ครรู อ้ ยละ ๘๐ – ๘๙ มีความรู้ คว
นกั เรยี นได้ครอบคลมุ ศีล สมาธิ ปญั ญา ไดอ้ ยา่
๒ หมายถงึ ครูร้อยละ ๗๐ – ๗๙ มีความรู้ คว
นกั เรียนได้ครอบคลุม ศีล สมาธิ ปัญญา ได้อยา่
๑ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๖๐ – ๖๙ มีความรู้ คว
นกั เรียนได้ครอบคลมุ ศีล สมาธิ ปัญญา ได้อย่า

องค์ประกอบหลักที่ ๑.๒ การบรหิ ารจัดการดาเนนิ การอย่างมรี ะบบ
องค์ประกอบย่อยที่ ๑.๒.๑ ระบบบริหาร

กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวิถพี ทุ ธ”

ประสบความสาเร็จทัง้ ในและนอกองค์กร มีจิตใจเปน็ กลางและมี
ครอบคลมุ ท้ัง ศีล สมาธิ ปญั ญาอย่างสมา่ เสมอ
รธรรม เมตตา กรณุ าต่อนกั เรยี น เพ่ือนครู ผปู้ กครองและผู้
ประสบความสาเรจ็ ท้งั ในและนอกองค์กร มีจิตใจเปน็ กลาง และมี
ครอบคลุมท้ัง ศีล สมาธิ ปญั ญา อย่างสมา่ เสมอ
รธรรมประจาใจ เมตตา กรุณาตอ่ นักเรียน เพือ่ นครูผู้ปกครองและ
ทป่ี ระสบความสาเรจ็ ทงั้ ในและนอกองค์กร มี
รม พฒั นานักเรยี นใหค้ รอบคลุมทั้ง ศลี สมาธิ ปัญญา อยา่ ง

รธรรมประจาใจ เมตตา กรุณาตอ่ นักเรียน เพือ่ นครู ผู้ปกครอง
ต่อผู้ทปี่ ระสบความสาเรจ็ ทั้งในและนอกองคก์ ร มีจิตใจเป็นกลาง
ยนใหค้ รอบคลมุ ทั้ง ศลี สมาธิ ปญั ญา อย่างสม่าเสมอ
วามเขา้ ใจในการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอน เพื่อพฒั นา
างถูกตอ้ ง
วามเขา้ ใจในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนา
างถูกต้อง
วามเข้าใจในการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอน เพื่อพัฒนา
างถูกตอ้ ง
วามเขา้ ใจในการจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน เพ่ือพฒั นา
างถูกตอ้ ง

ขต ๓๒ 46

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั ชว้ี ัดท่ี ๑.๒.๑.๑ มีวสิ ยั ทศั น์ ๔ หมายถงึ โรงเรียนมีการกาหนดวสิ ัยทัศน์ ปร
หรอื ปรัชญา พนั ธกจิ เปาู หมาย การศกึ ษา จุดเน้นเกีย่ วกับคุณธรรม จริยธรรม
ธรรมนูญ หรอื แผนกลยุทธท์ มี่ ี ครอบคลุม อย่างชัดเจน โดยใชก้ ระบวนการมีส
จดุ เน้นใน การพัฒนาโรงเรียน ๓ หมายถงึ โรงเรยี นมีการกาหนดวสิ ยั ทศั น์ ปร
วิถีพทุ ธ การศกึ ษา จดุ เน้นเกยี่ วกับคุณธรรม จรยิ ธรรม
อย่างชัดเจน โดยใชก้ ระบวนการมสี ว่ นรว่ มของ
ตวั ชีว้ ดั ท่ี ๑.๒.๑.๒. แต่งตั้ง ๒ หมายถึง โรงเรียนมกี ารกาหนดวิสัยทศั น์ ปร
คณะกรรมการที่ปรึกษา หรอื การศกึ ษา จดุ เน้นเกยี่ วกบั คุณธรรม จริยธรรม
คณะกรรมการดาเนินงานโรงเรียน อยา่ งชัดเจน โดยใชก้ ระบวนการมีสว่ นรว่ มของ
วถิ ีพทุ ธและบริหารการดาเนนิ งาน ๑ หมายถงึ โรงเรียนมกี ารกาหนดวสิ ยั ทัศน์ ปร
อย่างต่อเนอื่ งโดยผ้เู ก่ยี วข้องทุกฝุาย การศกึ ษา จุดเนน้ เก่ยี วกบั คุณธรรม จริยธรรม
(บ ว ร) มสี ว่ นร่วม อยา่ งชัดเจน โดยใช้กระบวนการมีส่วนรว่ มของ

๔ หมายถึง โรงเรียนมีการแต่งตง้ั คณะกรรมกา
โรงเรยี นวิถพี ทุ ธ ประกอบดว้ ย ผปู้ กครองหรือช
ฝาุ ยมสี ว่ นรว่ มมกี ารดาเนินงานอยา่ งต่อเน่ืองมา
๓ หมายถงึ โรงเรยี นมกี ารแต่งต้ังคณะกรรมกา
โรงเรยี นวิถีพทุ ธ ประกอบดว้ ย ผู้ปกครองหรือช
ฝาุ ยมสี ว่ นรว่ มดาเนินงานอย่างต่อเนื่องอย่างนอ้
๒ หมายถงึ โรงเรยี นมีการแต่งตัง้ คณะกรรมกา
โรงเรยี นวถิ ีพุทธ ประกอบดว้ ย ผู้ปกครองหรือช
ฝาุ ยมีสว่ นรว่ มดาเนินงานอยา่ งตอ่ เนื่องอย่างนอ้
๑ หมายถงึ โรงเรยี นมกี ารแตง่ ตงั้ คณะกรรมการ

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เข

งเรียนวิถพี ทุ ธ” 47

รัชญา พนั ธกิจ เปูาหมาย ธรรมนูญหรือแผนพัฒนาคณุ ภาพ
เพอ่ื นามาใชเ้ ปน็ แนวทางพัฒนาโรงเรยี นวิถีพุทธได้
ส่วนรว่ มของทกุ สว่ นท่ีเกีย่ วข้องมากกว่า ๓ ปกี ารศกึ ษา
รัชญา พนั ธกิจ เปูาหมาย ธรรมนูญหรอื แผนพัฒนาคณุ ภาพ
เพอื่ ใช้เปน็ แนวทางพัฒนาโรงเรียนวิถพี ุทธได้ ครอบคลมุ
งทุกส่วนที่เก่ยี วข้องอย่างนอ้ ย ๓ ปีการศกึ ษา
รชั ญา พันธกิจ เปาู หมาย ธรรมนูญหรือแผนพัฒนาคุณภาพ
เพอ่ื ใชเ้ ป็นแนวทางพัฒนาโรงเรยี นวถิ ีพุทธได้ ครอบคลุม
งทุกส่วนท่เี กีย่ วขอ้ งอย่างนอ้ ย ๒ ปกี ารศกึ ษา
รชั ญา พนั ธกิจ เปูาหมาย ธรรมนญู หรอื แผนพฒั นาคณุ ภาพ
เพื่อใช้เปน็ แนวทางพฒั นาโรงเรยี นวิถพี ุทธได้ ครอบคลมุ
งทุกสว่ นทเ่ี กยี่ วขอ้ งอย่างน้อย ๑ ปีการศึกษา
ารทีป่ รกึ ษาหรือคณะกรรมการดาเนินงานตามโครงการ
ชุมชน พระสงฆ์และบุคลากรในโรงเรียน โดยผู้เกี่ยวข้องทกุ
ากกว่า ๓ ปีการศกึ ษา
ารท่ปี รกึ ษาหรือคณะกรรมการดาเนินงานตามโครงการ
ชมุ ชน พระสงฆแ์ ละบุคลากรในโรงเรียน โดยผูเ้ กี่ยวขอ้ งทกุ
อย ๓ ปีการศึกษา
ารท่ีปรึกษาหรอื คณะกรรมการดาเนนิ งานตามโครงการ
ชมุ ชน พระสงฆ์และบุคลากรในโรงเรียน โดยผูเ้ กีย่ วขอ้ งทุก
อย ๒ ปีการศึกษา
รท่ีปรึกษาหรือคณะกรรมการดาเนินงานตามโครงการ

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคณุ ธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

โรงเรียนวถิ พี ุทธประกอบด้วยผ้ปู กครองหรือชมุ
สว่ นรว่ มดาเนินงานอยา่ งต่อเน่อื งอย่างน้อย ๑

ตวั ชีว้ ดั ที่ ๑.๒.๑.๓. ปลูกฝังศรทั ธา ๔ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมสง่ เสรมิ ความร

สร้างเสรมิ ปัญญาในพระพุทธศาสนา ใหแ้ ก่นักเรยี น ครู ผ้ทู เี่ กี่ยวข้อง อย่างหลากหล

ใหเ้ กิดขน้ึ กับบคุ ลากรและผเู้ ก่ียวข้อง แลกเปลย่ี นเรียนรู้ และโครงงานคณุ ธรรม จริย

๓ หมายถึง โรงเรยี นจดั กจิ กรรมสง่ เสริมความร

ให้แก่นักเรยี น ครู ผทู้ เ่ี กย่ี วข้อง อยา่ งหลากหล

แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และโครงงานคณุ ธรรม จริย

๒ หมายถึง โรงเรียนจดั กิจกรรมสง่ เสริมความร

ใหแ้ กน่ กั เรียน ครู ผู้ทเ่ี กีย่ วข้อง อยา่ งหลากหล

แลกเปล่ียนเรยี นรู้ และโครงงานคุณธรรม จริย

๑ หมายถึง โรงเรียนจดั กจิ กรรมสง่ เสริมความร

ใหแ้ ก่นักเรียน ครู ผู้ที่เก่ยี วข้อง อยา่ งหลากหล

แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ และโครงงานคณุ ธรรม จริย

ตัวชีว้ ดั ท่ี ๑.๒.๑.๔. ร่วมมอื กับ ๔ หมายถงึ โรงเรียนจัดกิจกรรมรว่ มกับ ผปู้ กค

ผปู้ กครอง วัด และชุมชน เพ่ือ มารว่ มกนั พัฒนาชมุ ชนเพ่ือให้เกดิ สาธารณะปร

พฒั นาผู้เรียนและชมุ ชน ๓ หมายถงึ โรงเรียนจัดกจิ กรรมรว่ มกบั ผู้ปกค

มารว่ มกนั พฒั นาชุมชนเพ่ือให้เกิดสาธารณะปร

๒ หมายถึง โรงเรยี นจัดกจิ กรรมรว่ มกบั ผู้ปกค

มาร่วมกันพัฒนาชุมชนเพ่ือให้เกดิ สาธารณะปร

๑ หมายถึง โรงเรียนจัดกจิ กรรมร่วมกบั ผ้ปู กค

กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สานักงานเขตพนื้ ท่กี ารศึกษามธั ยมศึกษา เข

งเรยี นวิถีพทุ ธ” 48

มชนพระสงฆ์และบุคลากรในโรงเรยี นโดยผู้เกย่ี วข้องทุกฝาุ ยมี
ปกี ารศกึ ษา

รู้ ความเขา้ ใจ ความเชื่อมน่ั ความศรทั ธาในพระพทุ ธศาสนา
ลาย เช่น การเขา้ คา่ ยคุณธรรม อบรมสัมมนา ศึกษาดูงาน
ยธรรม ฯลฯ มากกว่า ๓ ปกี ารศึกษา
รู้ ความเข้าใจ ความเชือ่ ม่นั ความศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา
ลาย เช่น การเข้าคา่ ยคุณธรรม อบรมสมั มนา ศกึ ษาดูงาน
ยธรรม ฯลฯ อย่างน้อย ๓ ปีการศึกษา
รู้ ความเขา้ ใจ ความเช่อื มน่ั ความศรัทธาในพระพทุ ธศาสนา
ลาย เชน่ การเขา้ ค่ายคุณธรรม อบรมสัมมนา ศกึ ษาดูงาน
ยธรรม ฯลฯ อย่างน้อย ๒ ปีการศึกษา
รู้ ความเขา้ ใจ ความเช่ือมน่ั ความศรัทธาในพระพุทธศาสนา
ลาย เชน่ การเขา้ คา่ ยคุณธรรม อบรมสมั มนา ศกึ ษาดูงาน
ยธรรม ฯลฯ อยา่ งน้อย ๑ ปกี ารศึกษา
ครอง วดั และชุมชน หรือมกี ารเชิญผู้ปกครอง วดั ชมุ ชน
ระโยชน์ อย่างตอ่ เนอ่ื ง มากกว่า ๓ ปีการศึกษา
ครอง วดั และชมุ ชน หรอื มกี ารเชญิ ผปู้ กครอง วัด ชมุ ชน
ระโยชน์ อย่างน้อย ๓ ปีการศึกษา
ครอง วดั และชุมชน หรอื มกี ารเชญิ ผูป้ กครอง วัด ชุมชน
ระโยชน์ อยา่ งนอ้ ย ๒ ปกี ารศึกษา
ครอง วดั และชมุ ชน หรอื มกี ารเชญิ ผู้ปกครอง วัด ชุมชน

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สรา้ งคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

มารว่ มกนั พฒั นาชุมชนเพื่อให้เกิดสาธารณะปร

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๑.๒.๑.๕. มีการนิเทศ ๔ หมายถึง โรงเรยี นมีแผนนิเทศ และจดั กิจกร

กากบั ตดิ ตาม การดาเนินงาน พทุ ธได้อย่างเหมาะสมและอย่างตอ่ เนื่องมากก

โรงเรียนวิถีพุทธอย่างต่อเนื่อง ๓ หมายถงึ โรงเรยี นมแี ผนนเิ ทศและจดั กิจกรร

วิถีพทุ ธ อย่างตอ่ เนื่อง ๓ ปกี ารศึกษา

๒ หมายถึง โรงเรียนมแี ผนนิเทศและจัดกจิ กรร

วิถีพทุ ธ อย่างตอ่ เน่ือง ๒ ปีการศึกษา

๑ หมายถงึ โรงเรยี นมแี ผนนิเทศและจัดกจิ กรร

วถิ พี ุทธ อยา่ งตอ่ เนื่อง ๑ ปีการศึกษา

ตวั ชว้ี ดั ที่ ๑.๒.๑.๖. มีระบบ ๔ หมายถึง โรงเรยี นมีการตรวจสอบ ประเมินผ

ตรวจสอบประเมนิ ผล และเปิด ผ้เู ก่ียวข้อง รว่ มประเมนิ หรอื ใหข้ อ้ เสนอแนะ เพ

โอกาสให้มีการเสนอแนะอยา่ งเปน็ ปกี ารศกึ ษา

กลั ยาณมิตร เพือ่ การพัฒนาอยา่ ง ๓ หมายถงึ โรงเรียนมีการตรวจสอบ ประเมนิ ผ

ตอ่ เนอื่ ง ผเู้ กี่ยวข้อง ร่วมประเมินหรอื ใหข้ ้อเสนอแนะ เพ

อยา่ งน้อย ๓ ปีการศึกษา

๒ หมายถึง โรงเรยี นมีการตรวจสอบ ประเมินผ

ผู้เกีย่ วขอ้ ง ร่วมประเมินหรือให้ข้อเสนอแนะ เพ

อย่างน้อย ๒ ปีการศึกษา

๑ หมายถึง โรงเรียนมกี ารตรวจสอบ ประเมินผ

ผ้เู กย่ี วขอ้ ง ร่วมประเมนิ หรอื ให้ข้อเสนอแนะ เพ

อย่างน้อย ๑ ปกี ารศึกษา

องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๑.๒.๒ ระบบหลักสูตรสถานศกึ ษา

กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สานกั งานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรยี นวถิ พี ุทธ”

ระโยชน์ อย่างน้อย ๑ ปีการศึกษา
รรมนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรียนวิถี
กวา่ ๓ ปีการศึกษา
รมนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนินงานตามโครงการโรงเรยี น
รมนิเทศ กากับ ติดตาม การดาเนินงานตามโครงการโรงเรยี น
รมนเิ ทศ กากับ ติดตาม การดาเนนิ งานตามโครงการโรงเรียน
ผลการดาเนินโครงการโรงเรียนวถิ พี ุทธ โดยเปดิ โอกาสให้
พอ่ื นาข้อมลู ทไ่ี ด้ไปดาเนินการพฒั นางานอยา่ งตอ่ เนื่องมากกวา่ ๓
ผลการดาเนินโครงการโรงเรยี นวิถพี ทุ ธ โดยเปดิ โอกาสให้
พื่อนาข้อมลู ท่ไี ด้ไปดาเนินการพฒั นางานอย่างตอ่ เนื่อง
ผลการดาเนินโครงการโรงเรยี นวิถพี ทุ ธ โดยเปิดโอกาสให้
พื่อนาข้อมลู ท่ไี ด้ไปดาเนินการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง
ผลการดาเนินโครงการโรงเรียนวิถพี ทุ ธ โดยเปิดโอกาสให้
พ่ือนาข้อมลู ทไ่ี ด้ไปดาเนนิ การพฒั นางานอยา่ งตอ่ เน่ือง

ขต ๓๒ 49

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

ตัวช้ีวดั ที่ ๑.๒.๒.๑ มหี ลกั สูตร ๔ หมายถึง ครรู ้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของโรงเรียน

สถานศกึ ษา หนว่ ยการเรยี นรู้และ หรือสอดแทรกคุณธรรมทีค่ รอบคลมุ ชัดเจนตอ่

แผน การจดั การเรยี นรู้ ที่บรู ณา ๓ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของโรงเรียนมีห

การพุทธธรรมทุกกล่มุ สาระการ สอดแทรกคณุ ธรรมทค่ี รอบคลมุ ชดั เจน ต่อเนื่อ

เรยี นรู้ ๒ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของโรงเรียน ม

สอดแทรกคุณธรรมทีค่ รอบคลุม ชัดเจน ต่อเนอ่ื

๑ หมายถึง ครรู ้อยละ ๖๐-๖๙ ของโรงเรียน ม

สอดแทรกคณุ ธรรมทีค่ รอบคลมุ ชัดเจน เนอ่ื งท

ตัวชี้วัดหลกั ท่ี ๑.๓ กายภาพและส่ิงแวดล้อมจัดอยา่ งรอบคอบ

องค์ประกอบย่อยท่ี ๑.๓.๑ สภาพแวดล้อม

ตัวช้ีวัดที่ ๑.๓.๑.๑ จดั ๔ หมายถงึ มีพระพทุ ธรูปประจาโรงเรียนและห

ประดษิ ฐานพระพุทธรปู ประจา อย่างเหมาะสม สามารถแสดงความเคารพได้ง่า

โรงเรยี นและประจาห้องเรียน ๓ หมายถึง มพี ระพุทธรูปประจาโรงเรียนและห

เหมาะสม อยา่ งเหมาะสม สามารถแสดงความเคารพได้ง่า

๒ หมายถงึ มีพระพุทธรปู ประจาโรงเรียนและห

อยา่ งเหมาะสม สามารถแสดงความเคารพได้ง่า

๑ หมายถึง มีพระพุทธรปู ประจาโรงเรยี นและห

อย่างเหมาะสม สามารถแสดงความเคารพได้ง่า

ตวั ชี้วัดที่ ๑.๓.๑.๒.มีปาู ยนิเทศ ๔ หมายถงึ โรงเรียนมกี ารตดิ พุทธภาษิต วาทะ

ปาู ยคตธิ รรม คาขวญั คณุ ธรรม สง่ เสริมคณุ ธรรม จริยธรรมและรปู แบบที่หลาก

จรยิ ธรรมโดยท่วั ไป ในบรเิ วณ อา่ นและเรียนรู้ได้ อย่างต่อเน่ือง

โรงเรียน ๓ หมายถึง โรงเรยี นมกี ารติดพทุ ธภาษติ วาทะ

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพน้ื ท่ีการศึกษามัธยมศึกษา เข

งเรียนวิถีพทุ ธ” 50

น มหี นว่ ยการเรียนรู้และแผนการจัดการเรียนรู้ท่ีบรู ณาการ
อเน่ืองทุกปกี ารศึกษา
หนว่ ยการเรียนรแู้ ละแผนการจดั การเรียนร้ทู ่บี รู ณาการหรือ
องทกุ ปีการศกึ ษา
มหี นว่ ยการเรียนร้แู ละแผนการจัดการเรียนรทู้ บี่ รู ณาการหรือ
องทกุ ปีการศึกษา
มหี น่วยการเรียนรู้และแผนการจดั การเรยี นรู้ทบี่ ูรณาการหรือ
ทุกปีการศึกษา

หอ้ งเรียน ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ จัดประดิษฐานพระพุทธรปู ไว้
าย
หอ้ งเรียน ร้อยละ ๘๐-๘๙ จัดประดษิ ฐานพระพทุ ธรปู ไว้
าย
หอ้ งเรียน ร้อยละ ๗๐ – ๗๙ จัดประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปไว้
าย
ห้องเรยี น ร้อยละ ๖๐ – ๖๙ จดั ประดษิ ฐานพระพทุ ธรูปไว้
าย
ะธรรม พระราชดารสั ปูายคติธรรม คาขวัญหรือข้อความ
กหลาย น่าสนใจ นกั เรียนมีสว่ นรว่ มในการจดั ทาและสามารถ

ะธรรม พระราชดารสั ปาู ยขอ้ ธรรม คาขวัญหรอื ข้อความ

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สร้างคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๑.๓.๑.๓ สภาพ ส่งเสรมิ คุณธรรม จรยิ ธรรมและรูปแบบท่หี ลาก
โรงเรียนสะอาด ปลอดภยั สงบ ๒ หมายถงึ โรงเรยี นมกี ารตดิ พทุ ธภาษติ วาทะ
ร่มรน่ื เรียบงา่ ยใกล้ชดิ ธรรมชาติ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรมและรปู แบบที่หลาก
๑ หมายถึง โรงเรียนมีการตดิ พุทธภาษติ วาทะ
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๑.๓.๑.๔. บริเวณ สง่ เสรมิ คณุ ธรรม จริยธรรม
โรงเรยี นปราศจากสิ่งเสพติด
อบายมุข สิ่งมอมเมาทกุ ชนดิ ๔ หมายถึง โรงเรยี นมีการจัดสภาพแวดล้อมภา
เปน็ ธรรมชาติ เรียบง่าย มีการดาเนนิ งานอย่าง
๓ หมายถึง โรงเรยี นมีการจดั สภาพแวดล้อมภา
เปน็ ธรรมชาติ เรยี บงา่ ย มกี ารดาเนินงานอย่าง
๒ หมายถงึ โรงเรียนมกี ารจัดสภาพแวดล้อมภา
เป็นธรรมชาติ เรยี บงา่ ย โดยดาเนินการอยา่ งต
๑ หมายถงึ โรงเรยี นมีการจดั สภาพแวดล้อมภา
เปน็ ธรรมชาติ เรยี บงา่ ย

๔ หมายถงึ โรงเรียนปราศจากสอ่ื หรอื สิ่งของท
หรือสิ่งมอมเมาต่างๆ โดยมี วัด ชุมชน ผู้ปกคร
๓ หมายถึง โรงเรียนปราศจากสอื่ หรือสิ่งของท
หรือส่งิ มอมเมาต่างๆ โดยมวี ดั ผ้ปู กครอง รว่ ม
๒ หมายถงึ โรงเรียนปราศจากสื่อ หรอื สิ่งของท
หรอื สิง่ มอมเมาต่างๆ โดยผู้ปกครอง รว่ มกันดา
๑ หมายถงึ โรงเรียนปราศจากสือ่ หรือสิง่ ของท
อบายมุข หรือส่ิงมอมเมาต่างๆ โดยมีการดาเน

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เข

งเรียนวถิ พี ทุ ธ”

กหลาย นา่ สนใจ นักเรยี นมสี ว่ นรว่ มในการจดั ทา 51
ะธรรม พระราชดารัส ปูายข้อธรรม คาขวัญหรอื ข้อความ
กหลาย นา่ สนใจ
ะธรรม พระราชดารสั ปูายขอ้ ธรรม คาขวัญหรอื ข้อความ

ายในและภายนอกห้องเรียนได้สะอาด สงบ รม่ รื่น
งตอ่ เน่ืองและนักเรยี นทกุ คนมสี ว่ นรว่ ม
ายในและภายนอกห้องเรยี นไดส้ ะอาด สงบ ร่มร่นื
งตอ่ เน่ือง นกั เรียนมสี ่วนร่วม
ายในและภายนอกห้องเรยี นได้สะอาด สงบ รม่ รน่ื
ตอ่ เน่อื ง
ายในและภายนอกห้องเรียนไดส้ ะอาด สงบ รม่ รื่น

ท่ีส่งเสริมให้นกั เรียนกระต้นุ หรือต้องการสง่ิ เสพติดและอบายมขุ
รอง รว่ มกนั ดาเนนิ งาน อย่างต่อเน่ืองทุกปีการศึกษา
ท่ีสง่ เสรมิ ให้นกั เรียนกระตุ้นหรอื ต้องการส่ิงเสพติดและอบายมุข
มกันดาเนนิ งานอยา่ งต่อเน่อื งทุก ปีการศึกษา
ทีส่ ง่ เสรมิ ให้นกั เรียนกระตนุ้ หรือต้องการส่ิงเสพติดและอบายมุข
าเนินงานอย่างตอ่ เน่ืองทุก ปกี ารศึกษา
ท่สี ่งเสรมิ ให้นักเรียนกระตนุ้ หรอื ต้องการส่งิ เสพติดและ
นินงานอยา่ งต่อเน่อื งทกุ ปีการศึกษา

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สร้างคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

มาตรฐานท่ี ๒ ด้านกระบวนการ (Process)

องคป์ ระกอบหลกั ที่ ๒.๑ การเรียนการสอนทบ่ี รู ณาการไตรสิกขา

องค์ประกอบย่อยที่ ๒.๑.๑ กระบวนการจัดการเรียนรู้

ตัวชี้วดั ที่ ๒.๑.๑.๑. จัดการเรยี นรู้ ๔ หมายถึง ครจู ัดการเรียนรู้โดยบรู ณาการ หร

โดยบูรณาการพุทธธรรมหรอื หลกั กลุ่มสาระการเรยี นรูแ้ ละส่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนนา

ไตรสกิ ขาในทุกกลุม่ สาระการ ๓ หมายถงึ ครจู ัดการเรยี นรโู้ ดยบูรณาการ หร

เรยี นรู้และเชือ่ มโยงกบั กลมุ่ สาระ การเรียนรู้และสง่ เสรมิ ให้นกั เรียนน

ชวี ติ ประจาวนั ๒ หมายถึง ครจู ัดการเรียนรู้โดยบรู ณาการ หร

กลุ่มสาระ การเรียนรู้และส่งเสริมใหน้ ักเรยี นน

๑ หมายถึง ครูจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการ หร

กลมุ่ สาระ การเรยี นรู้และส่งเสรมิ ใหน้ ักเรยี นน

การคิดวิเคราะห์ ตดั สนิ ใจ และแก้ปัญหาต่างๆ

ตอ่ เนอ่ื ง

ตัวช้ีวดั ที่ ๒.๑.๑.๓. จัดการเรียนร้ทู ี่ ๔ หมายถึง ครรู ้อยละ ๙๐-๑๐๐ จดั กระบวนก

สง่ เสรมิ การใฝุร้แู ละแสวงหาความรู้ รักการเรียนรู้ และแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง ห

ด้วยตนเอง ๓ หมายถงึ ครรู ้อยละ ๘๐-๘๙ จดั กระบวนกา

รกั การเรยี นรู้ และแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเอง ห

๒ หมายถงึ ครูร้อยละ ๗๐-๗๙ จัดกระบวนกา

แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง หรือมอบหมายให้ค

๑ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๖๐-๖๙ จัดกระบวนกา

รักการเรยี นรู้ และแสวงหาความรูด้ ว้ ยตนเอง ห

ตวั ชวี้ ดั ที่ ๒.๑.๑.๔. จัดการเรยี นรู้ ๔ หมายถึง ครูร้อยละ ๙๐-๑๐๐ จัดบรรยากา

กลุม่ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพ้ืนทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เข

งเรียนวถิ พี ทุ ธ”

รือสอดแทรกหลักพุทธธรรม หลักไตรสิกขาในทกุ 52
าไปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน
รือสอดแทรกหลกั พทุ ธธรรม หลกั ไตรสิกขา ๕-๗
นาไปใช้ในชวี ิตประจาวัน
รือสอดแทรกหลกั พุทธธรรม หลักไตรสิกขา๓-๔
นาไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน
รือสอดแทรกหลกั พทุ ธธรรม หลกั ไตรสิกขา๑-๒
นาไปใช้ในชวี ติ ประจาวัน
ๆทเี่ กดิ ขึน้ ในการดาเนนิ ชีวิตอย่างสม่าเสมอและ

การเรียนการสอนเพื่อส่งเสรมิ ให้นักเรยี นใฝุรู้
หรือมอบหมายให้คน้ ควา้ จากแหลง่ ความร้ตู ่าง ๆ
ารเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมใหน้ ักเรยี นใฝุรู้
หรือมอบหมายให้ค้นคว้าจากแหลง่ ความรตู้ ่าง ๆ
ารเรียนการสอนเพ่ือสง่ เสริมใหน้ ักเรียนใฝรุ ู้ รักการเรียนรู้ และ
คน้ ควา้ จากแหล่งความรตู้ ่าง ๆ
ารเรียนการสอนเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนใฝรุ ู้
หรือมอบหมายให้คน้ คว้าจากแหลง่ ความรู้ต่าง ๆ
าศการเรียนรู้โดยให้นักเรยี นมโี อกาสเลือกตามความสนใจและ

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนนิ งานเสริมสรา้ งคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

อยา่ งมีความสขุ ทั้งผเู้ รียนรู้และ ความถนัดในการเรียนรู้ มคี วามเมตตาและอ่อน
ผู้จัดการเรยี นรู้ ๓ หมายถึง ครูรอ้ ยละ ๘๐- ๘๙ จัดบรรยากาศ
และความถนัดในการเรยี นร้มู ีความเมตตาและ
๒ หมายถงึ ครูร้อยละ ๗๐- ๗๙ จดั บรรยากาศ
ถนดั ในการเรียนรู้ มีความเมตตาและอ่อนโยน
๑ หมายถึง ครรู อ้ ยละ ๖๐- ๖๙ จัดบรรยากาศ
ถนดั ในการเรยี นรู้ มีความเมตตาและอ่อนโยน

ตัวชว้ี ัดท่ี ๒.๑.๑.๕. จดั กจิ กรรม ๔ หมายถงึ ครรู อ้ ยละ ๘๐-๑๐๐ จัดกจิ กรรมบ

บริหารจติ เจรญิ ปัญญา ทง้ั ในการ ต่าง ๆ และสง่ เสริมใหน้ าไปใช้ในชวี ิตประจาวัน

เรยี นการสอนและในกจิ กรรมการ ๓ หมายถงึ ครูร้อยละ ๘๐-๘๙ จัดกิจกรรมบร

ดารงชวี ติ ประจาวัน กจิ กรรมตา่ ง ๆ และสง่ เสริมใหน้ าไปใชใ้ นชีวิตป

๒ หมายถงึ ครูร้อยละ ๗๐-๗๙ จัดกจิ กรรมบร

กจิ กรรมตา่ ง ๆ และส่งเสรมิ ให้นาไปใชใ้ นชวี ติ ป

๑ หมายถึง ครูร้อยละ ๖๐-๖๙ จัดกจิ กรรมบร

กจิ กรรมตา่ ง ๆ และส่งเสริมให้นาไปใชใ้ นชวี ิตป

องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๒.๑.๒ การใช้สือ่ และแหล่งเรยี นรู้

ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๒.๑.๒.๑. ใชส้ ่ือการ ๔ หมายถงึ ครรู ้อยละ ๙๐-๑๐๐ ใชส้ ื่อท่ีหลาก

เรียนร้ทู ี่ส่งเสริม การใฝรุ ูแ้ ละ แสวงหาความรู้ด้วยตนเองอยู่เสมอ เช่น สอ่ื ทนี่

แสวงหาความรู้ ดว้ ยตนเองอยู่ การสบื ค้น การเลือกข้อมูล

เสมอ ๓ หมายถึง ครูร้อยละ ๘๐-๘๙ ใชส้ อื่ ท่ีหลากห

และแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองอยูเ่ สมอ เช่น ส

กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานกั งานเขตพื้นทกี่ ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวถิ พี ทุ ธ”

นโยน สง่ ผลให้นกั เรยี นและครูมคี วามสุขในการเรียนรู้อยู่เสมอ 53
ศการเรยี นรโู้ ดยให้นกั เรียนมโี อกาสเลอื กตามความสนใจ
ะอ่อนโยน ส่งผลให้นักเรยี นและครูมีความสุขในการเรียนรู้อยเู่ สมอ
ศการเรียนรู้โดยใหน้ ักเรยี นมีโอกาสเลือกตามความสนใจและความ
ส่งผลให้นักเรยี นและครมู ีความสุขในการเรยี นร้อู ย่เู สมอ
ศการเรยี นร้โู ดยใหน้ ักเรียนมีโอกาสเลอื กตามความสนใจและความ
ส่งผลให้นักเรยี นและครูมีความสขุ ในการเรยี นรอู้ ยู่เสมอ

บริหารจติ เจริญปญั ญาก่อนการเรียนหรอื ก่อนจดั กิจกรรม
นตา่ ง ๆ
ริหารจิตเจริญปญั ญาก่อนการเรยี นการสอนหรอื ก่อนจัด
ประจาวันต่าง ๆ
ริหารจติ เจรญิ ปัญญาก่อนการเรียนการสอนหรือก่อนจดั
ประจาวันต่าง ๆ
ริหารจติ เจริญปญั ญาก่อนการเรยี นการสอนหรือก่อนจัด
ประจาวนั ต่าง ๆ

กหลายและเหมาะสมที่สง่ เสรมิ ใหน้ กั เรียนใฝุร้แู ละรกั การเรียนและ
นักเรียนสนใจและสื่อทน่ี ักเรียนต้องแสดงพฤติกรรมการเขา้ หาส่ือ

หลายและเหมาะสมทีส่ ง่ เสรมิ ให้นกั เรยี นใฝุรู้และรักการเรียน
สือ่ ท่ีนักเรียนสนใจและสอื่ ทนี่ ักเรียนต้องแสดงพฤติกรรมการเขา้ หา

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนนิ งานเสริมสร้างคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

สื่อ การสืบค้น การเลือกขอ้ มูล

๒ หมายถึง ครูร้อยละ ๗๐-๗๙ ใช้สอื่ ทห่ี ลากห

และแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองอยู่เสมอ เช่น ส

ส่ือ การสบื ค้น การเลือกข้อมูล

๑ หมายถึง ครรู อ้ ยละ ๖๐-๖๙ ใชส้ ื่อท่ีหลากห

และแสวงหาความรู้ดว้ ยตนเองอย่เู สมอ เช่น ส

สอ่ื การสบื ค้น การเลือกข้อมูล

องค์ประกอบยอ่ ยท่ี ๒.๑.๒ การใช้ส่ือและแหล่งเรยี นรู้

ตัวชว้ี ัดท่ี ๒.๑.๒.๓. จดั ให้ ๔ หมายถึง โรงเรยี นมีวดั หรือศาสนสถาน ท่ีใช

นักเรียนไปเรียนรู้ท่วี ัด หรือท่ี สง่ เสรมิ ให้นกั เรียนไปเรียนรูอ้ ย่างน้อยสปั ดาหล์

ศาสนสถานทใี่ ช้แหลง่ เรียนรปู้ ระจา ๓ หมายถึง โรงเรยี นมีวดั หรอื ศาสนสถาน ที่ใ

ของโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง สง่ เสรมิ ให้นักเรียนไปเรยี นรู้อย่างนอ้ ย ๒ สปั ด

๒ หมายถึง โรงเรยี นมวี ัด หรือ ศาสนสถาน ท่ีใ

สง่ เสรมิ ให้นกั เรียนไปเรียนรนู้ ้อย ๓ สัปดาห์ต่อ

๑ หมายถึง โรงเรียนมีวัด หรือ ศาสนสถาน ท่ีใ

ส่งเสรมิ ให้นกั เรียนไปเรียนรู้นอ้ ย ๔ สปั ดาห์ตอ่

องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๒.๑.๓ การวัดประเมินผล

ตวั ชี้วัดที่ ๒.๑.๓.๑. มีการวัด ๔ หมายถึง ครูร้อยละ ๙๐-๑๐๐ มีการวัดประ

ประเมินผลตามสภาพจริง ด้วย หลากหลาย สามารถวัดได้ครอบคลุม ท้ังดา้ นพ

วิธีการท่ีหลากหลาย ครอบคลุม อน่ื (ศีล) ด้านคณุ ลกั ษณะของจติ ใจ (จติ ) และด

ตามหลักภาวนา ๔ (กาย ศีล จิต ข้อมูลจากการวัดประเมินผลมาใชใ้ นการพฒั นา

ปัญญา) โดยมีจุดประสงค์เน้นเพอ่ื ๓ หมายถึง ครรู อ้ ยละ ๘๐-๘๙ มกี ารวัดประเม

กล่มุ นิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศึกษา สานกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศึกษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวิถีพทุ ธ”

หลายและเหมาะสมทีส่ ่งเสรมิ ใหน้ ักเรียนใฝุรู้และรักการเรยี น 54
สื่อท่ีนักเรียนสนใจและสอื่ ทนี่ ักเรียนต้องแสดงพฤติกรรมการเขา้ หา

หลายและเหมาะสมทสี่ ่งเสรมิ ให้นักเรียนใฝุรู้และรกั การเรยี น
สอื่ ทีน่ ักเรยี นสนใจและสอื่ ทนี่ กั เรยี นต้องแสดงพฤติกรรมการเข้าหา

ช้เปน็ แหลง่ เรียนรปู้ ระจาโรงเรยี นและมีการจดั กิจกรรมที่
ละ ๑ ครงั้
ใช้เป็นแหลง่ เรยี นรู้ประจาโรงเรียนและมีการจดั กิจกรรมที่
ดาหต์ ่อ ๑ ครั้ง
ใชเ้ ป็นแหลง่ เรยี นรูป้ ระจาโรงเรียนและมีการจัดกจิ กรรมท่ี
อ ๑ ครั้ง
ใช้เป็นแหลง่ เรียนรู้ประจาโรงเรยี นแตไ่ มไ่ ด้มกี ารจัดกิจกรรมที่
อ ๑ ครง้ั

ะเมินผลตามสภาพจริง โดยวิธีการและเคร่ืองมอื ที่
พฤตกิ รรมทม่ี ีตอ่ สิง่ แวดล้อม (กาย) ดา้ นพฤติกรรมทมี่ ีตอ่ คน
ด้านปัญญาท่ีมคี วามคิด ความรทู้ ่ถี ูกต้องและนา
านักเรยี นอยา่ งต่อเนื่อง
มินผลตามสภาพจริง โดยวิธกี ารและเครื่องมอื ทห่ี ลากหลาย

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

พัฒนานักเรียนต่อเนื่อง สามารถวัดได้ครอบคลุม ทั้งด้านพฤติกรรมท่ีมีต

ดา้ นคณุ ลกั ษณะของจิตใจ (จิต) และดา้ นปัญญ

ประเมินผลมาใชใ้ นการพัฒนานักเรยี นอย่างต่อ

๒ หมายถึง ครรู ้อยละ ๗๐-๗๙ มีการวัดประเม

สามารถวดั ได้ครอบคลมุ ทั้งด้านพฤติกรรมท่ีมตี

ด้านคุณลกั ษณะของจติ ใจ (จิต) และด้านปญั ญ

ประเมินผลมาใช้ในการพฒั นานกั เรยี นอยา่ งตอ่

๑ หมายถงึ ครรู ้อยละ ๖๐-๖๙ มีการวัดประเม

สามารถวัดได้ครอบคลมุ ทงั้ ด้านพฤติกรรมที่มีต

ด้านคณุ ลกั ษณะของจติ ใจ (จิต) และด้านปญั ญ

มาใชใ้ นการพัฒนานักเรียนอย่างต่อเนื่อง

องค์ประกอบท่ี ๒.๒ บรรยากาศและปฏิสมั พันธ์ท่ีเปน็ กัลยาณมติ ร

องค์ประกอบยอ่ ยที่ ๒.๒.๑ บรรยากาศ ปฏสิ ัมพนั ธ์ทส่ี ง่ เสริมการสอนให้รู้ ทาให้ดู อ

ตวั ชว้ี ัดท่ี ๒.๒.๑.๑. สง่ เสริม ๔ หมายถงึ โรงเรียนจัดกจิ กรรมสง่ เสริม สนับส

ความสมั พันธแ์ บบกัลยาณมติ ร กนั อย่างเป็นกลั ยาณมิตร มีความรักปรารถนาด

ออ่ นน้อมถอ่ มตน เคารพให้เกียรติ เกยี รตซิ ง่ึ กนั และกนั มีเมตตาต่อกันทั้งครตู ่อนกั

ซ่ึงกันและกนั ย้มิ แย้มมีเมตตาตอ่ ครัง้

กนั ท้งั ครตู ่อนกั เรยี น ครตู ่อครู ๓ หมายถึง โรงเรยี นจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ สนับส

นักเรยี นตอ่ นักเรียน และครูต่อ กันอย่างเปน็ กลั ยาณมติ ร มคี วามรักปรารถนาด

ผ้ปู กครอง เกยี รติซ่งึ กันและกนั มเี มตตาต่อกนั ทั้งครูต่อนัก

๒ หมายถึง โรงเรยี นจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ สนบั ส

กัลยาณมติ ร มีความรักปรารถนาดี ช่วยเหลอื ก

กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศึกษา สานกั งานเขตพืน้ ที่การศึกษามัธยมศกึ ษา เข

งเรียนวิถพี ทุ ธ”

ตอ่ ส่ิงแวดลอ้ ม (กาย) ดา้ นพฤตกิ รรมทีม่ ตี ่อคนอ่นื (ศีล) 55
ญาท่ีมีความคิด ความรูท้ ถ่ี ูกตอ้ งและนาขอ้ มูลจากการวัด
อเน่ือง
มินผลตามสภาพจริง ใช้วธิ ีการและเครอ่ื งมือที่หลากหลาย
ตอ่ สิ่งแวดล้อม (กาย) ด้านพฤติกรรมทม่ี ีต่อคนอน่ื (ศีล)
ญาที่มีความคิด ความรู้ทถ่ี ูกตอ้ งและนาขอ้ มูลจากการวดั
อเน่ือง
มินผลตามสภาพจรงิ ใช้วิธีการและเครือ่ งมือที่หลากหลาย
ต่อส่งิ แวดลอ้ ม (กาย) ดา้ นพฤติกรรมที่มีต่อคนอ่ืน (ศีล)
ญาที่มีความคิด ความรู้ท่ีถูกต้องและนาขอ้ มูลจากการวัดประเมนิ ผล

อยู่ใหเ้ ห็น
สนนุ ใหค้ รู นกั เรียน ผปู้ กครอง มคี วามสัมพันธ์ หรอื ปฏบิ ัติต่อ
ดี ช่วยเหลอื กนั ยิ้มแย้มแจ่มใส อ่อนนอ้ มถ่อมตน เคารพให้
กเรียนครูต่อครู นกั เรียนตอ่ นกั เรยี น อย่างน้อยเดอื นละ ๑

สนุนใหค้ รู นกั เรียน ผู้ปกครองมีความสัมพันธ์ หรือปฏบิ ัตติ อ่
ดี ช่วยเหลือกัน ยิ้มแยม้ แจ่มใส อ่อนนอ้ มถอ่ มตน เคารพให้
กเรียน ครตู ่อครู นกั เรยี นต่อนักเรยี น อย่างน้อย ๒ เดือนต่อ ๑ ครง้ั
สนนุ ให้ครู นกั เรยี น ผู้ปกครองหรอื ปฏบิ ตั ิตอ่ กันอย่างเปน็
กัน ยิ้มแย้มแจ่มใส อ่อนน้อมถอ่ มตน เคารพใหเ้ กียรตซิ ่งึ กันและกัน

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สรา้ งคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั ชี้วัดที่ ๒.๒.๑.๒. ส่งเสริม มเี มตตาต่อกนั ทั้งครูต่อนักเรียน ครูตอ่ ครู นกั เร
บรรยากาศใฝุ ใฝเุ รยี น ใฝุ ๑ หมายถึง โรงเรียนจดั กจิ กรรมสง่ เสริม สนบั ส
สร้างสรรค์ กันอย่างเปน็ กัลยาณมิตร มีความรักปรารถนาด
เกียรติซึง่ กนั และกันมีเมตตาต่อกนั ทั้งครตู ่อนกั
คร้งั

๔ หมายถงึ โรงเรียนจดั บรรยากาศที่สง่ เสริมให้ท
กระต้นุ ให้ศึกษาคน้ ควา้ หรือคิดพฒั นาสงิ่ ใหม่
นอ้ ยสปั ดาห์ละ ๑ ครัง้
๓ หมายถงึ โรงเรยี นจัดบรรยากาศทีส่ ่งเสริมให
และกระต้นุ ใหศ้ ึกษาค้นควา้ หรอื คดิ พัฒนาสง่ิ ใ
ผลงานอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ตอ่ ๑ ครง้ั
๒ หมายถึง โรงเรียนจดั บรรยากาศทสี่ ่งเสรมิ ให
และกระตนุ้ ใหศ้ ึกษาคน้ คว้าหรอื คดิ พฒั นาสง่ิ ใ
ผลงานอย่างน้อยเดือนละ ๑ คร้งั
๑ หมายถึง โรงเรียนจดั บรรยากาศทสี่ ง่ เสรมิ ให
และกระตุ้นใหศ้ ึกษาคน้ คว้าหรือคิดพัฒนาสิ่ง ใ
ผลงานอยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ ครงั้

ตัวชีว้ ัดท่ี ๒.๒.๑.๓. ส่งเสรมิ ๔ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมส่งเสรมิ ให้บคุ ค
บุคลากรและนักเรยี น ให้ปฏิบัติตน อย่างต่อเนือ่ งโดยมกี ิจกรรมท่ีมีความหลากหลา
เปน็ ตัวอย่างท่ดี ีต่อผู้อน่ื แบบอย่างแก่น้อง ๆ อยา่ งน้อยสปั ดาหล์ ะ ๑ ค
๓ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมส่งเสริมใหบ้ ุคค

กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เข

งเรยี นวิถีพุทธ”

รยี นตอ่ นักเรยี น อยา่ งนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั 56
สนนุ ใหค้ รู นกั เรียน ผู้ปกครองมีความสมั พันธ์ หรือปฏบิ ตั ิตอ่
ดี ช่วยเหลอื กนั ยมิ้ แย้มแจ่มใส อ่อนน้อมถอ่ มตน เคารพให้
กเรยี น ครตู ่อครู นกั เรียนตอ่ นกั เรียน อยา่ งน้อยปกี ารศึกษาละ ๑

ทุกคนรักการเรยี นรู้ เรียนรู้ ใฝสุ รา้ งสรรคอ์ ย่างตอ่ เนื่อง และ
ๆ จดั กจิ กรรมส่งเสรมิ ยกย่องเชดิ ชคู รแู ละนกั เรยี นท่มี ีผลงานอย่าง

ห้ทุกคนรักการเรียนรู้ เรียนรู้ ใฝสุ รา้ งสรรคอ์ ยา่ งต่อเนื่อง
ใหม่ ๆ จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ยกย่องเชิดชคู รแู ละนักเรียนท่ีมี

ห้ทุกคนรกั การเรียนรู้ เรียนรู้ ใฝสุ รา้ งสรรค์อย่างต่อเนื่อง
ใหม่ ๆ จัดกจิ กรรมสง่ เสริมยกย่องเชิดชคู รแู ละนักเรียนที่มี

หท้ ุกคนรกั การเรียนรู้ เรียนรู้ ใฝสุ รา้ งสรรค์อย่างต่อเนื่อง
ใหม่ ๆ จดั กิจกรรมส่งเสรมิ ยกย่องเชดิ ชูครูและนักเรยี นที่มี

คลากรและนักเรยี น ปฏิบัติตนเป็นตวั อย่างที่ดีตอ่ ผู้อ่ืน
าย เช่น กิจกรรมตน้ แบบความดี กจิ กรรมกระต้นุ พี่เป็น
คร้ัง
คลากรและนักเรยี น ปฏบิ ัติตนเปน็ ตัวอย่างที่ดตี ่อผู้อ่นื

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สรา้ งคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตัวช้วี ดั ที่ ๒.๒.๑.๔. สง่ เสริม อย่างต่อเนอื่ งโดยมีกจิ กรรมท่ีมีความหลากหลา
ยกยอ่ ง เชิดชู ผู้ทาดี ๒ หมายถึง โรงเรียนจดั กิจกรรมสง่ เสริมใหบ้ คุ ค
อย่างต่อเนื่องโดยมกี ิจกรรมท่ีมคี วามหลากหลา
ตัวชี้วดั ท่ี ๒.๒.๑.๔. สง่ เสริม ๑ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมส่งเสริมใหบ้ ุคค
ยกยอ่ ง เชดิ ชู ผู้ทาดี อย่างต่อเนื่องโดยมกี ิจกรรมที่มีความหลากหลา
๔ หมายถึง โรงเรยี นจัดกิจกรรมส่งเสริม ยกยอ่
นิเทศ แนะนาประชาสัมพันธผ์ ู้ทาความดี มอบร
๓ หมายถึง โรงเรยี นจดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ ยกยอ่
นเิ ทศแนะนาประชาสัมพันธ์ผู้ทาความดี มอบร
๒ หมายถงึ โรงเรียนจดั กจิ กรรมสง่ เสริม ยกย่อ
แนะนาประชาสัมพันธ์ผู้ทาความดี มอบรางวลั ห
๑ หมายถึง โรงเรียนจดั กจิ กรรมส่งเสริม ยกย่อ
นิเทศแนะนาประชาสมั พนั ธ์ผูท้ าความดี มอบร

๔ หมายถงึ โรงเรียนจัดกิจกรรมสง่ เสริม ยกย่อ
นิเทศ แนะนาประชาสัมพันธ์ผู้ทาความดี มอบ
๓ หมายถึง โรงเรียนจดั กจิ กรรมสง่ เสริม ยกย่อ
นเิ ทศแนะนาประชาสมั พันธผ์ ทู้ าความดี มอบร
๒ หมายถงึ โรงเรยี นจัดกจิ กรรมส่งเสริม ยกย่อ
แนะนาประชาสัมพันธผ์ ้ทู าความดี มอบรางวัลห
๑ หมายถงึ โรงเรียนจัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ ยกยอ่
นเิ ทศแนะนาประชาสมั พันธผ์ ทู้ าความดี มอบร

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศกึ ษา สานกั งานเขตพน้ื ท่ีการศกึ ษามัธยมศึกษา เข

งเรยี นวิถพี ทุ ธ”

าย อย่างน้อย ๒ สัปดาหต์ อ่ ๑ ครั้ง 57
คลากรและนักเรียน ปฏิบตั ติ นเป็นตัวอย่างทีด่ ีต่อผู้อ่ืน
าย อย่างนอ้ ย ๓ สปั ดาห์ต่อ ๑ ครง้ั
คลากรและนักเรยี น ปฏิบัตติ นเป็นตัวอยา่ งทดี่ ีตอ่ ผู้อ่นื
าย อย่างนอ้ ยภาคเรียนละ ๑ ครั้ง
อง เชดิ ชู ผทู้ า ดี เช่น ประกาศแนะนาคนดีประจาวนั จดั ปูาย
รางวัลหรอื ยกยอ่ งคนดใี นโอกาสต่าง ๆ ทุกวัน
อง เชดิ ชู ผู้ทาดี เช่น ประกาศแนะนาคนดีประจาวนั จดั ปาู ย
รางวลั หรือยกย่องคนดีในโอกาสต่าง ๆ อย่างน้อยสปั ดาห์ละ ๑ ครัง้
อง เชดิ ชู ผ้ทู าดี เช่นประกาศแนะนาคนดปี ระจาวันจัดปาู ยนิเทศ
หรือยกย่องคนดใี นโอกาสต่าง ๆอยา่ งน้อย ๒ สัปดาห์ต่อ ๑ ครั้ง
อง เชิดชู ผู้ทาดี เช่นประกาศแนะนาคนดปี ระจาวนั จัดปูาย
รางวลั หรอื ยกย่องคนดีในโอกาสต่าง ๆ อย่างนอ้ ยเดือนละ ๑ ครง้ั

อง เชดิ ชู ผทู้ า ดี เชน่ ประกาศแนะนาคนดีประจาวนั จัดปูาย
บรางวัลหรือยกย่องคนดใี นโอกาสต่าง ๆ ทุกวนั
อง เชิดชู ผทู้ าดี เช่น ประกาศแนะนาคนดีประจาวัน จดั ปูาย
รางวัลหรอื ยกย่องคนดีในโอกาสต่าง ๆ อยา่ งนอ้ ยสปั ดาหล์ ะ ๑ ครั้ง
อง เชดิ ชู ผ้ทู าดี เช่นประกาศแนะนาคนดีประจาวันจดั ปาู ยนเิ ทศ
หรอื ยกย่องคนดใี นโอกาสตา่ ง ๆอย่างน้อย ๒ สัปดาห์ตอ่ ๑ คร้ัง
อง เชิดชู ผทู้ าดี เช่นประกาศแนะนาคนดปี ระจาวัน จัดปูาย
รางวัลหรอื ยกยอ่ งคนดีในโอกาสต่าง ๆ อย่างน้อยเดือนละ ๑ คร้ัง

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

องค์ประกอบหลักที่ ๒.๓. กจิ กรรมพ้นื ฐานวิถีชีวิต

องค์ประกอบย่อยท่ี ๒.๓.๑. กจิ กรรมพื้นฐานโรงเรยี นวิถีพุทธชวี ิตประจาวนั

ตวั ชว้ี ดั ที่ ๒.๓.๑ ฝึกฝนอบรม ๔ หมายถึง โรงเรียนจดั กจิ กรรมฝกึ ฝน อบรมใ

ใหเ้ กิด การกิน อยู่ ดู ฟัง เป็น(รู้ แสดงออกถึงการกิน อยู่ ดู ฟัง เปน็ (รเู้ ข้าใจเห

เข้าใจเหตผุ ล และไดป้ ระโยชนต์ าม ทุกวัน

คณุ คา่ แทต้ ามหลกั ไตรสิกขา) ๓ หมายถงึ โรงเรยี นจัดกจิ กรรมฝกึ ฝนอบรมให

แสดงออกถึงการกิน อยู่ ดู ฟัง เปน็ (รเู้ ขา้ ใจเหต

นอ้ ยสัปดาห์ละ ๑ คร้ัง

๒ หมายถงึ โรงเรียนจัดกิจกรรมฝึกฝนอบรมให

แสดงออกถึงการกิน อยู่ ดู ฟัง เป็น(รูเ้ ขา้ ใจเหต

นอ้ ย ๒ สัปดาห์ต่อ ๑ คร้ัง

๑ หมายถึง โรงเรยี นจดั กิจกรรมฝึกฝนอบรมให

แสดงออกถึงการกิน อยู่ ดู ฟัง เปน็ (รเู้ ข้าใจเหต

เดือนละ ๑ ครั้ง

ตวั ชี้วัดที่ ๒.๓.๑.๒ สง่ เสริม ๔ หมายถงึ โรงเรียนจดั กจิ กรรมให้นักเรยี นไดฝ้

กิจกรรม การรบั ผดิ ชอบดแู ล สถานท่ี ส่งิ แวดล้อมส่วนรวม หรือสาธารณสมบ

รักษาพฒั นาอาคารสถานท่แี ละ ๓ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมใหน้ ักเรียนได้ฝ

สง่ิ แวดล้อมอย่างสมา่ เสมอจนเปน็ สถานที่ สิ่งแวดลอ้ มส่วนรวม หรอื สาธารณสมบ

นสิ ยั ๒ หมายถึงโรงเรยี นจดั กจิ กรรมให้นักเรียนได้ฝ

สถานท่ี สิ่งแวดล้อมสว่ นรวม หรือสาธารณสมบ

๑ หมายถงึ โรงเรียนจัดกิจกรรมใหน้ ักเรยี นไดฝ้

สถานท่ี สิ่งแวดล้อมสว่ นรวม หรือสาธารณสมบ

กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศกึ ษา สานกั งานเขตพนื้ ทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เข

งเรยี นวถิ พี ุทธ”

ให้นักเรยี นมีลักษณะและพฤติกรรมในชีวติ ประจาวนั ที่ 58
หตผุ ล และได้ประโยชน์ตามคุณคา่ แท้ตามหลกั ไตรสกิ ขา)

หน้ ักเรียนมลี ักษณะและพฤติกรรมในชีวิตประจาวนั ท่ี
ตุผลและได้ประโยชนต์ ามคุณค่าแท้ตามหลักไตรสิกขา) อย่าง

ห้นักเรยี นมลี ักษณะและพฤตกิ รรมในชวี ติ ประจาวันท่ี
ตุผลและไดป้ ระโยชน์ตามคุณค่าแท้ตามหลกั ไตรสิกขา)อย่าง

ห้นักเรยี นมีลักษณะและพฤตกิ รรมในชวี ติ ประจาวนั ท่ี
ตุผล และไดป้ ระโยชน์ตามคุณค่าแท้ตามหลักไตรสิกขา) อยา่ งน้อย

ฝกึ การช่วยเหลอื และรบั ผิดชอบ ดูแลรักษา หรอื พฒั นาอาคาร
บตั ิจนเป็นลกั ษณะนิสัยทกุ วัน
ฝึกการชว่ ยเหลอื และรบั ผดิ ชอบ ดแู ลรักษา หรอื พฒั นาอาคาร
บตั จิ นเป็นลกั ษณะนิสัยอยา่ งน้อยสปั ดาหล์ ะ ๑ คร้งั
ฝกึ การช่วยเหลอื และรับผดิ ชอบ ดูแลรักษา หรือพฒั นาอาคาร
บัตจิ นเปน็ ลักษณะนิสัยอย่างน้อย ๒ สัปดาหต์ อ่ ๑ คร้งั
ฝกึ การช่วยเหลือ และรบั ผดิ ชอบ ดูแลรักษา หรือพฒั นาอาคาร
บตั ิจนเป็นลักษณะนิสยั อยา่ งน้อยเดือนละ ๑ ครั้ง

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสร้างคณุ ธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

องค์ประกอบย่อยที่ ๒.๓.๒ กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

ตัวชีว้ ดั ท่ี ๒.๓.๒.๑.สง่ เสริม ๔ หมายถึง โรงเรยี นจดั กจิ กรรมทีส่ ่งเสริมใหน้ กั

ปฏิบตั กิ ิจกรรมพระพุทธศาสนา สรา้ งความรู้ความเข้าใจในเหตุผลความสาคญั

อยา่ งเหน็ คุณค่า รู้เข้าใจเหตุผล นอ้ ยสปั ดาหล์ ะ ๑ ครั้ง

๓ หมายถงึ โรงเรยี นจัดกจิ กรรมทส่ี ง่ เสรมิ ให้นัก

สร้างความร้คู วามเข้าใจในเหตผุ ลความสาคัญ

นอ้ ย ๒ สปั ดาหต์ ่อ ๑ ครง้ั

๒ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กิจกรรมทส่ี ่งเสริมใหน้ กั

สร้างความรู้ความเข้าใจในเหตุผลความสาคัญ

นอ้ ย เดือนละ ๑ ครัง้

๑ หมายถงึ โรงเรยี นจดั กจิ กรรมที่สง่ เสริมให้นัก

สร้างความรูค้ วามเข้าใจในเหตุผลความสาคญั

น้อย ภาคเรยี นละ ๑ ครัง้ ความสาคญั ของการ

ภาคเรยี นละ ๑ คร้ัง

มาตรฐานท่ี ๓ ด้านผลผลิต (Output)

องค์ประกอบหลกั ท่ี ๓.๑ พัฒนา กาย ศีล จติ และปัญญา อยา่ งบูรณาการ (ภาวนา

องค์ประกอบยอ่ ยท่ี ๓.๑.๑ กาย (กายภาพ)

ตัวชีว้ ัด ๓.๑.๑.๑.บริโภคใชส้ อย ๔ หมายถงึ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรยี นมีพ

ปจั จัยส่ใี นปรมิ าณและคณุ ภาพท่ี เครือ่ งนุ่งห่ม ทอี่ ยู่อาศัย ยารกั ษาโรค) หรือการ

เหมาะสม ไดค้ ุณคา่ แท้ รูจ้ กั เลอื กกิน ใช้ สิ่งทม่ี คี ุณภาพเหมาะสม ไดป้ ร

สวยงาม รสชาติถูกปากและมีการโฆษณามากเ

๓ หมายถึง ร้อยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนมีพฤ

กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพน้ื ทกี่ ารศึกษามัธยมศึกษา เข

งเรยี นวถิ พี ทุ ธ”

กเรียนปฏิบตั กิ ิจกรรมทางพระพทุ ธศาสนา ศาสนาพิธีตา่ ง ๆ 59
และคุณค่าของการปฏิบัติกจิ กรรมนัน้ ๆ ควบคกู่ ันไปอยา่ ง

กเรยี นปฏบิ ัติกจิ กรรมทางพระพทุ ธศาสนา ศาสนาพธิ ีตา่ ง ๆ
และคุณคา่ ของการปฏิบตั ิกิจกรรมน้ัน ๆ ควบคูก่ ันไปอยา่ ง

กเรยี นปฏบิ ัตกิ จิ กรรมทางพระพุทธศาสนา ศาสนาพิธตี า่ ง ๆ
และคุณคา่ ของการปฏบิ ัติกจิ กรรมนั้น ๆ ควบคกู่ นั ไปอยา่ ง

กเรียนปฏบิ ตั ิกจิ กรรมทางพระพุทธศาสนา ศาสนาพิธีต่าง ๆ
และคณุ ค่าของการปฏบิ ตั ิกิจกรรมนนั้ ๆ ควบคูก่ นั ไปอย่าง
รรว่ มกนั รักษาและสบื ตอ่ พระพุทธศาสนาอย่างน้อย

า ๔)

พฤติกรรมที่แสดงออกถึงการบริโภคใชส้ อยปัจจัยส่ี (อาหาร
รกินการใชข้ องในชีวติ ประจาวันในปรมิ าณท่เี หมาะสม และ
ระโยชน์ ได้คุณค่าต่อชวี ิต เชน่ การไม่เลอื กรบั ประทานอาหารทีด่ ู
เปน็ หลกั ฯลฯ
ฤติกรรมทแี่ สดงออกถึงการบริโภคใช้สอยปัจจยั สี่ (อาหาร

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั ชวี้ ดั ๓.๑.๑.๒. การดูแล เคร่อื งนุง่ ห่ม ทอี่ ยู่อาศยั ยารักษาโรค) หรอื การ
รา่ งกาย และการแต่งกายสะอาด รูจ้ ักเลอื กกิน ใช้ ส่ิงท่ีมีคุณภาพเหมาะสม ไดป้ ร
เรียบรอ้ ย สวยงาม รสชาตถิ ูกปากและมีการโฆษณามากเ
๒ หมายถงึ รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนมีพฤ
ตวั ชว้ี ัด ๓.๑.๑.๓.ดารงชวี ติ อย่าง เครอ่ื งนุ่งห่ม ที่อยู่อาศัย ยารักษาโรค) หรือการ
เก้อื กูลส่งิ แวดล้อม รู้จักเลือกกิน ใช้ ส่งิ ทีม่ คี ุณภาพเหมาะสม ได้ปร
สวยงาม รสชาติถูกปากและมีการโฆษณามากเ
๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียนมีพฤ
เครอ่ื งนุ่งห่ม ทีอ่ ยู่อาศัย ยารักษาโรค) หรอื การ
รูจ้ ักเลอื กกิน ใช้ สิง่ ท่ีมคี ุณภาพเหมาะสม ไดป้ ร
สวยงาม รสชาติถกู ปากและมีการโฆษณามากเ

๔ หมายถงึ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียนท่ีม
เรยี บร้อยอยเู่ สมอ (ตามกาลเทศะ)
๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนท่ีมีก
เรียบรอ้ ยอยู่เสมอ (ตามกาลเทศะ)
๒ หมายถงึ รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนที่มีก
เรยี บร้อยอยเู่ สมอ (ตามกาลเทศะ)
๑ หมายถงึ ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี นทม่ี ีก
เรยี บร้อยอยู่เสมอ (ตามกาลเทศะ)

๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนกั เรียนมกี
ชว่ ยดูแลส่งิ แวดล้อมใหม้ ีสภาพที่ดี ทั่วถงึ ทั้งใน
๓ หมายถึง ร้อยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนมีการ

กล่มุ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพน้ื ที่การศึกษามัธยมศึกษา เข

งเรยี นวถิ ีพุทธ”

รกนิ การใชข้ องในชีวติ ประจาวันในปริมาณที่เหมาะสม และ 60
ระโยชน์ ได้คุณคา่ ต่อชีวติ เชน่ การไมเ่ ลือกรบั ประทานอาหารที่ดู
เป็นหลัก ฯลฯ
ฤติกรรมทแี่ สดงออกถึงการบรโิ ภคใช้สอยปัจจัยส่ี (อาหาร
รกนิ การใชข้ องในชวี ติ ประจาวันในปริมาณทีเ่ หมาะสม และ
ระโยชน์ ได้คุณค่าต่อชีวิต เชน่ การไม่เลือกรบั ประทานอาหารทดี่ ู
เปน็ หลัก ฯลฯ
ฤติกรรมทีแ่ สดงออกถึงการบริโภคใชส้ อยปัจจยั ส่ี (อาหาร
รกินการใชข้ องในชวี ิตประจาวันในปรมิ าณทเี่ หมาะสม และ
ระโยชน์ ได้คุณค่าต่อชวี ติ เชน่ การไม่เลอื กรบั ประทานอาหารทดี่ ู
เป็นหลัก ฯลฯ
มีการดแู ลรกั ษาร่างกายให้มีสขุ ภาพดีและแต่งกายสะอาด

การดแู ลรักษารา่ งกายใหม้ ีสุขภาพดีและแตง่ กายสะอาด

การดูแลรักษาร่างกายใหม้ สี ุขภาพดีและแตง่ กายสะอาด

การดูแลรักษาร่างกายใหม้ ีสุขภาพดแี ละแต่งกายสะอาด

การดาเนนิ ชวี ิตประจาวนั ท่ไี ม่ทาลายสิง่ แวดลอ้ มแตม่ ลี ักษณะ
นและนอกบริเวณโรงเรียน
รดาเนินชวี ิตประจาวนั ทไ่ี ม่ทาลายส่งิ แวดล้อมแต่มีลักษณะช่วยดแู ล

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

องค์ประกอบยอ่ ยที่ ๓.๑.๒ ศีล สงิ่ แวดล้อมใหม้ ีสภาพที่ดี ทั่วถึง ท้งั ในและนอก
ตัวบง่ ชี้ ๓.๑.๒.๑.มีศลี ๕ เป็น ๒ หมายถึง ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนมีการ
พนื้ ฐานในการดารงชีวิต ชว่ ยดแู ลสงิ่ แวดลอ้ มให้มีสภาพที่ดี ทัว่ ถึง ทงั้ ใน
๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี นมีการ
ตวั บ่งช้ี ๓.๑.๒.๒.มีวนิ ัย มีความ ช่วยดแู ลสิ่งแวดล้อมให้มสี ภาพที่ดี ท่ัวถึง ทัง้ ใน
รับผดิ ชอบ ซือ่ สัตย์
๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียนสาม
๓ หมายถงึ ร้อยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนสามา
๒ หมายถึง ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนสามา
๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี นสามา
๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียน มีว
มคี วามซ่ือสตั ย์ จรงิ ใจไมห่ ลอกลวงและตรงต่อเ
๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนมีวินัย
มคี วามซื่อสตั ย์ จรงิ ใจไม่หลอกลวงและตรงต่อเ
๒ หมายถึง รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนมวี ินยั
มีความซ่ือสตั ย์ จรงิ ใจไม่หลอกลวงและตรงต่อเ
๑ หมายถึง นกั เรียน ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนกั เ
สาเรจ็ มคี วามซอื่ สัตย์ จริงใจไมห่ ลอกลวงและต

กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพื้นที่การศกึ ษามัธยมศึกษา เข

งเรียนวถิ พี ุทธ”

กบรเิ วณโรงเรียน
รดาเนนิ ชีวิตประจาวนั ที่ไม่ทาลายสิง่ แวดล้อมแต่มีลกั ษณะ
นและนอกบริเวณโรงเรียน
รดาเนนิ ชวี ติ ประจาวันท่ีไมท่ าลายสิ่งแวดล้อมแต่มีลกั ษณะ
นและนอกบริเวณโรงเรียน

มารถปฏิบัตใิ นศลี ๕ เปน็ ได้ครบทุกข้อ
ารถปฏบิ ตั ใิ นศีล ๕ เป็นได้ครบทุกข้อ
ารถปฏิบตั ิในศลี ๕ เป็นได้ครบทุกข้อ
ารถปฏิบัตใิ นศีล ๕ เป็นได้ครบทุกข้อ
วินยั หรอื มีการปฏบิ ัตหิ นา้ ท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมายจนสาเรจ็
เวลาที่นัดหมาย หรอื ท่ตี กลงกัน
ย หรอื มีการปฏบิ ตั ิหน้าท่ที ี่ได้รบั มอบหมายจนสาเรจ็
เวลาที่นดั หมาย หรือที่ตกลงกัน
ย หรือมีการปฏิบตั ิหน้าทที่ ไี่ ดร้ ับมอบหมายจนสาเร็จ
เวลาทน่ี ัดหมาย หรอื ทตี่ กลงกัน
เรียน มวี นิ ยั หรอื มีการปฏิบตั หิ นา้ ทท่ี ี่ได้รับมอบหมายจน
ตรงต่อเวลาที่นัดหมาย หรือทต่ี กลงกัน

ขต ๓๒ 61

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สร้างคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั บง่ ชี้ ๓.๑.๒.๓. สามารถ ๔ หมายถงึ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียน สา
พึง่ ตนเองได้หรือทางานเลยี้ งชีพ วุฒภิ าวะของตนเอง เช่น เดก็ ระดับอนบุ าล แล
ดว้ ยความสจุ ริต ดว้ ยตนเอง โดยพ่งึ ผู้อืน่ น้อยหรอื นักเรียนระดบั
ในการดารงชวี ติ ประจาวัน สามารถดแู ลแบ่งเบ
๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียน สาม
ภาวะของตนเอง เช่น เด็กระดับอนบุ าล และป
ด้วยตนเอง โดยพง่ึ ผู้อน่ื น้อยหรอื นกั เรยี นระดบั
ในการดารงชีวิตประจาวัน สามารถดแู ลแบ่งเบ
๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี นสามา
ภาวะของตนเอง เช่น เดก็ ระดับอนุบาล และป
ตนเอง โดยพงึ่ ผู้อ่ืนนอ้ ยหรือนักเรียนระดับมธั ย
ดารงชวี ิตประจาวนั สามารถดแู ลแบ่งเบาหนา้ ท
๑ หมายถงึ ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี น สาม
ภาวะของตนเอง เชน่ เด็กระดับอนบุ าล และป
โดยพงึ่ ผู้อ่นื น้อยหรอื นักเรยี นระดับมธั ยมศึกษา
ประจาวนั สามารถดูแลแบ่งเบาหนา้ ทผ่ี ปู้ กครอ

กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศกึ ษา เข

งเรยี นวิถพี ุทธ”

ามารถพึ่งตนเองได้ หรือทางานเลีย้ งชีพ ดว้ ยความสจุ รติ ตาม
ละประถมศกึ ษาสามารถดูแลในการปฏบิ ตั ิกิจวัตรประจาวนั
บมัธยมศึกษาทีส่ ามารถทางานให้ไดซ้ งึ่ เงินทองหรือปัจจัย
บาหนา้ ท่ีผ้ปู กครองได้
มารถพ่งึ ตนเองได้ หรอื ทางานเลี้ยงชีพ ด้วยความสุจริตตามวฒุ ิ
ประถมศึกษาสามารถดูแลในการปฏิบตั กิ จิ วัตรประจาวัน
บมัธยมศึกษาทีส่ ามารถทางานให้ไดซ้ ึ่งเงนิ ทองหรอื ปัจจัย
บาหนา้ ท่ผี ปู้ กครองได้
ารถพ่ึงตนเองได้ หรือทางานเล้ยี งชพี ด้วยความสจุ รติ ตามวฒุ ิ
ประถมศึกษาสามารถดูแลในการปฏิบตั ิกิจวัตรประจาวนั ด้วย
ยมศึกษาทส่ี ามารถทางานให้ได้ซ่งึ เงินทองหรือปจั จัยในการ
ทีผ่ ู้ปกครองได้
มารถพึ่งตนเองได้ หรือทางานเลีย้ งชพี ดว้ ยความสุจริตตามวฒุ ิ
ประถมศกึ ษาสามารถดูแลในการปฏิบัตกิ ิจวัตรประจาวนั ดว้ ยตนเอง
าทสี่ ามารถทางานใหไ้ ด้ซึ่งเงนิ ทองหรือปจั จัยในการดารงชวี ิต
องได้

ขต ๓๒ 62

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สรา้ งคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

องค์ประกอบยอ่ ยท่ี ๓.๑.๓ จิต ๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนกั เรียนมีค
ตวั บ่งชี้ ๓.๑.๓.๑. มีความกตัญญู ปฏิบัติใหเ้ ห็น เชน่ การแสดงความเคารพต่อพ่อ
รู้คณุ ตอบแทนคุณ หรือผ้ทู ่มี ีพระคุณอ่นื ฯลฯ
๓ หมายถึง ร้อยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี นมคี วา
ตัวบ่งช้ืที่ ๓.๑.๓.๒. มีจติ ใจ ปฏิบัติใหเ้ หน็ เช่น การแสดงความเคารพต่อพ่อ
เมตตา กรณุ า (เอื้อเฟือ้ เผ่ือแผ่ ผปู้ กครอง หรือผู้ทม่ี ีพระคุณอื่น ฯลฯ
แบ่งปัน) ๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี นมีควา
ที่ปฏิบตั ใิ หเ้ หน็ เช่น การแสดงความเคารพต่อพ
ผู้ปกครอง หรือผู้ทม่ี ีพระคุณอื่น ฯลฯ
๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี นมคี วา
ปฏิบตั ใิ หเ้ ห็น เช่น การแสดงความเคารพตอ่ พ่อ
ผปู้ กครอง หรือผ้ทู ่ีมีพระคณุ อื่น ฯลฯ

๔ หมายถึง รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียน มีจ
จะช่วยเหลือผูอ้ ่นื เมื่อผอู้ ่ืนที่เดือดรอ้ นต้องการค
ประโยชน์ เป็นตน้
๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียน มจี ิต
ช่วยเหลอื ผู้อื่นเม่อื ผู้อื่นท่ีเดือดร้อนตอ้ งการควา
ประโยชน์ เปน็ ต้น
๒ หมายถึง รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี น มจี ติ
จะช่วยเหลือผอู้ ่นื เมื่อผอู้ ื่นท่ีเดือดรอ้ นต้องการค
๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี น มีจิต

กลุ่มนเิ ทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจัดการศกึ ษา สานักงานเขตพน้ื ทีก่ ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวิถีพุทธ”

ความกตัญญูรู้คณุ ตอบแทนคุณต่อผู้มีพระคุณ โดยมีพฤติกรรมท่ี 63
อแม่ ผปู้ กครองและการมีน้าใจชว่ ยเหลอื งานของพ่อแม่ผ้ปู กครอง

ามกตญั ญูรูค้ ุณ ตอบแทนคณุ ตอ่ ผมู้ ีพระคุณ โดยมพี ฤติกรรมท่ี
อแม่ ผปู้ กครองและการมีนา้ ใจชว่ ยเหลืองานของพอ่ แม่

ามกตญั ญรู คู้ ุณ ตอบแทนคุณตอ่ ผมู้ ีพระคุณ โดยมีพฤติกรรม
พ่อแม่ ผูป้ กครองและการมนี า้ ใจช่วยเหลืองานของพ่อแม่

ามกตัญญูร้คู ุณ ตอบแทนคุณตอ่ ผู้มีพระคุณ โดยมพี ฤติกรรมท่ี
อแม่ ผู้ปกครองและการมนี า้ ใจช่วยเหลืองานของพอ่ แม่

จติ ใจ เมตตา กรุณา (เอือ้ เฟ้ือ เผอ่ื แผ่ แบ่งปัน) เช่น มนี า้ ใจ ท่ี
ความช่วยเหลอื หรอื มีนา้ ใจแบ่งปันความรูแ้ ละส่งิ ของใหผ้ ู้อืน่ ไดร้ ับ

ตใจ เมตตา กรณุ า (เอื้อเฟ้ือ เผอ่ื แผ่ แบ่งปัน) เช่น มนี ้าใจ ท่จี ะ
ามชว่ ยเหลือ หรอื มนี ้าใจแบ่งปันความรู้และสงิ่ ของใหผ้ ู้อ่นื ได้รับ

ตใจ เมตตา กรุณา (เออื้ เฟ้ือ เผ่ือแผ่ แบง่ ปัน) เชน่ มนี า้ ใจ ที่
ความช่วยเหลือ หรอื มีนา้ ใจแบง่ ปนั ความรู้และสงิ่ ของให้ผู้อ่ืน
ตใจ เมตตา กรณุ า (เออ้ื เฟ้ือ เผอ่ื แผ่ แบ่งปัน) เช่น มนี า้ ใจ ท่ี

ขต ๓๒

เอกสารเสริมความรู้: การดาเนนิ งานเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตัวบง่ ช้ี ๓.๑.๒.๒.มีวินัย มคี วาม จะชว่ ยเหลือผูอ้ ่นื เม่ือผ้อู นื่ ที่เดือดรอ้ นต้องการค
รบั ผิดชอบ ซื่อสัตย์ ประโยชน์ เป็นต้น

ตวั บ่งชี้ ๓.๑.๒.๓. สามารถ ๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียน มีว
พึง่ ตนเองไดห้ รือทางานเล้ยี งชีพ มคี วามซ่ือสตั ย์ จริงใจไมห่ ลอกลวงและตรงต่อเ
ดว้ ยความสจุ รติ ๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี นมวี นิ ัย
มีความซ่ือสัตย์ จรงิ ใจไมห่ ลอกลวงและตรงต่อเ
๒ หมายถงึ รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนมวี นิ ยั
มีความซ่ือสตั ย์ จรงิ ใจไม่หลอกลวงและตรงต่อเ
๑ หมายถึง นกั เรยี น รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนกั เ
สาเร็จ มีความซ่อื สตั ย์ จริงใจไมห่ ลอกลวงและต

๔ หมายถงึ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรยี น สา
วฒุ ภิ าวะของตนเอง เช่น เด็กระดบั อนุบาล แล
ด้วยตนเอง โดยพง่ึ ผู้อน่ื นอ้ ยหรือนักเรียนระดับ
ในการดารงชวี ิตประจาวัน สามารถดแู ลแบ่งเบ
๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี น สาม
ภาวะของตนเอง เชน่ เด็กระดับอนบุ าล และป
ดว้ ยตนเอง โดยพง่ึ ผู้อ่นื นอ้ ยหรือนักเรียนระดับ
ในการดารงชวี ติ ประจาวัน สามารถดูแลแบ่งเบ
๒ หมายถึง ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี นสามา
ภาวะของตนเอง เช่น เด็กระดับอนุบาล และป
ตนเอง โดยพ่งึ ผู้อนื่ นอ้ ยหรือนักเรยี นระดับมัธย
ดารงชวี ิตประจาวัน สามารถดูแลแบง่ เบาหนา้ ท

กล่มุ นิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานักงานเขตพื้นทก่ี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เข

งเรยี นวิถพี ทุ ธ”

ความชว่ ยเหลอื หรอื มนี ้าใจแบง่ ปันความรู้ และส่ิงของใหผ้ ู้อน่ื ได้รบั 64

วนิ ัยหรือมีการปฏบิ ตั ิหน้าทที่ ไ่ี ด้รับมอบหมายจนสาเรจ็
เวลาที่นัดหมาย หรอื ทต่ี กลงกนั
ย หรือมีการปฏิบัตหิ น้าท่ีทีไ่ ดร้ บั มอบหมายจนสาเร็จ
เวลาท่ีนดั หมาย หรอื ทตี่ กลงกนั
ย หรือมีการปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ที ่ีได้รบั มอบหมายจนสาเรจ็
เวลาทีน่ ดั หมาย หรอื ท่ีตกลงกัน
เรยี น มีวนิ ยั หรอื มกี ารปฏบิ ัติหน้าท่ีท่ีได้รบั มอบหมายจน
ตรงต่อเวลาที่นดั หมาย หรอื ท่ีตกลงกนั
ามารถพ่งึ ตนเองได้ หรือทางานเล้ยี งชพี ด้วยความสจุ รติ ตาม
ละประถมศกึ ษาสามารถดูแลในการปฏิบตั ิกจิ วตั รประจาวนั
บมัธยมศกึ ษาทสี่ ามารถทางานให้ได้ซึ่งเงินทองหรอื ปัจจัย
บาหนา้ ที่ผ้ปู กครองได้
มารถพึ่งตนเองได้ หรอื ทางานเลีย้ งชีพ ดว้ ยความสุจริตตามวฒุ ิ
ประถมศึกษาสามารถดแู ลในการปฏบิ ตั ิกจิ วัตรประจาวัน
บมัธยมศกึ ษาทสี่ ามารถทางานให้ไดซ้ ่ึงเงนิ ทองหรือปจั จยั
บาหนา้ ที่ผปู้ กครองได้
ารถพง่ึ ตนเองได้ หรอื ทางานเล้ียงชพี ดว้ ยความสจุ รติ ตามวฒุ ิ
ประถมศึกษาสามารถดแู ลในการปฏบิ ัติกิจวัตรประจาวนั ด้วย
ยมศกึ ษาที่สามารถทางานให้ได้ซง่ึ เงนิ ทองหรอื ปัจจยั ในการ
ท่ีผู้ปกครองได้

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สรา้ งคุณธรรมในสถานศึกษา “โรง

ตวั บง่ ช้ที ี่ ๓.๑.๓.๓.ทางานและ ๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียน สาม
เรยี นรอู้ ยา่ งตงั้ ใจ อดทน ขยนั ภาวะของตนเอง เช่น เด็กระดับอนบุ าล และป
หมัน่ เพียร โดยพ่ึงผู้อ่นื น้อยหรือนักเรียนระดบั มธั ยมศึกษา
การดารงชวี ิตประจาวนั สามารถดูแลแบ่งเบาห

๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรยี น ทา
ทางาน หรอื เรยี นรู้อย่างต่อเนื่องจนสาเรจ็ มผี ล
๓ หมายถึง ร้อยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี น ทาง
จะทางาน หรือเรยี นรอู้ ยา่ งตอ่ เนือ่ งจนสาเรจ็ ม
๒ หมายถงึ รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียน ทาง
จะทางาน หรือเรียนร้อู ยา่ งตอ่ เนอ่ื งจนสาเรจ็ ม
๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ทางานและเรียนร
หรอื เรียนรู้อย่างตอ่ เน่ืองจนสาเร็จผลของการท

ตวั บ่งช้ี ๓.๑.๓.๔. มีสุขภาพจิตดี ๔ หมายถึง ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียน มีส
แจม่ ใส รา่ งเรงิ เบิกบาน ๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี นมีสุขภ
๒ หมายถงึ รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียน มสี ขุ
องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๓.๑.๔ ปัญญา ๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียน มสี ขุ
ตัวบง่ ชี้ ๓.๑.๔๑. มีศรัทธา และ
ความเข้าใจทีถ่ ูกต้องใน ๔ หมายถึง รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรยี น มีค
พระรัตนตรัย และบอกประโยชนข์ องพระรัตนตรัย ทม่ี ตี อ่ มน
๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี นมคี วา
ประโยชนข์ องพระรตั นตรัย ท่ีมตี ่อมนุษย์ได้

กลมุ่ นเิ ทศ ตดิ ตามประเมินผลการจัดการศึกษา สานักงานเขตพนื้ ท่ีการศึกษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรยี นวิถีพุทธ”

มารถพึ่งตนเองได้ หรอื ทางานเลี้ยงชีพ ดว้ ยความสุจรติ ตามวุฒิ
ประถมศกึ ษาสามารถดูแลในการปฏบิ ตั กิ ิจวัตรประจาวนั ด้วยตนเอง
าท่ีสามารถทางานให้ได้ซึง่ เงินทองหรือปจั จัยใน
หน้าท่ีผูป้ กครองได้
างานและเรียนรอู้ ย่างต้งั ใจ มคี วามขยนั หม่ันเพยี ร และอดทนท่ีจะ
ลของงานชัดเจน
งานและเรยี นรูอ้ ย่างตั้งใจ มีความขยันหมน่ั เพยี ร และอดทนที่
มีผลของงานชัดเจน
งานและเรียนร้อู ย่างตั้งใจ มคี วามขยันหมัน่ เพยี ร และอดทนท่ี
มผี ลของงานชัดเจน
รอู้ ย่างตัง้ ใจ มีความขยนั หมน่ั เพยี ร และอดทนที่จะทางาน
ทางาน มผี ลของงานชัดเจน

สุขภาพจติ ดี มคี วามรา่ งเริงแจ่มใส หรอื มอี ารมณด์ ีอย่เู สมอ
ภาพจิตดี มีความรา่ งเริงแจ่มใส หรอื มีอารมณ์ดีอยู่เสมอ
ขภาพจิตดี มีความร่างเริงแจ่มใส หรือมีอารมณด์ ีอยเู่ สมอ
ขภาพจิตดี มีความร่างเริงแจ่มใส หรอื มีอารมณ์ดีอย่เู สมอ

ความศรทั ธา ความเชื่อมัน่ ในพระรตั นตรัย เป็นทเ่ี คารพบูชา
นษุ ย์ได้
ามศรทั ธา ความเชอ่ื ม่ันในพระรัตนตรยั เปน็ ที่เคารพบูชา และบอก

ขต ๓๒ 65

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สร้างคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

ตัวบ่งช้ีที่ ๓.๑.๔.๒. รู้บาป- บุญ ๒ หมายถึง รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนมคี วา
คุณ-โทษ ประโยชน์-มใิ ชป่ ระโยชน์ ประโยชน์ของพระรัตนตรัย ที่มีต่อมนุษย์ได้
๑ หมายถงึ ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียนมคี วา
ตัวบ่งช้ีท่ี ๓.๑.๔.๓.ใฝุรู้ ใฝุศกึ ษา ประโยชนข์ องพระรตั นตรัย ที่มีตอ่ มนุษย์ได้
แสวงหาความจริง และใฝุ
สรา้ งสรรคพ์ ฒั นางานอยู่เสมอ ๔ หมายถงึ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนกั เรยี น รเู้ ข
เกดิ ขน้ึ วา่ การกระทาอยา่ งไรเป็นบุญ หรอื บาป
ตัวบ่งชท้ี ี่ ๓.๑.๔.๔. ร้เู ทา่ กนั ๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี น รเู้ ข้า
แก้ไขปญั หาชีวิตและการทางานได้ จะเกดิ ข้ึนว่าการกระทาอยา่ งไรเป็นบญุ หรือบา
๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี น รูเ้ ขา้
จะเกิดขึน้ ว่าการกระทาอยา่ งไรเป็นบุญ หรือบา
๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรยี น รู้เขา้
จะเกิดข้ึนว่าการกระทาอยา่ งไรเปน็ บญุ หรือบา

๔ หมายถงึ รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของนกั เรยี นเป็น
พัฒนางานของตนเองอย่เู สมอ สามารถคดิ สร้า
๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรียนเป็นผ
ของตนเองอยเู่ สมอ สามารถคิดสร้างสรรค์สิ่งแ
๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรียนของน
และพัฒนางานของตนเองอยเู่ สมอ สามารถคิด
๑ หมายถงึ รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียนของน
และพัฒนางานของตนเองอยูเ่ สมอ สามารถคิด

๔ หมายถงึ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ของนักเรียนสาม
๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของนักเรยี นสามา

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานกั งานเขตพน้ื ท่กี ารศกึ ษามธั ยมศึกษา เข

งเรยี นวถิ พี ุทธ”

ามศรทั ธา ความเชือ่ มัน่ ในพระรตั นตรัย เป็นท่ีเคารพบูชาและบอก 66

ามศรัทธา ความเชื่อม่นั ในพระรัตนตรยั เปน็ ทเ่ี คารพบชู า และบอก

ข้าใจ และยังอธบิ ายได้ถึงการกระทา และผลของการกระทาที่จะ
เปน็ คุณ หรือเป็นโทษ
าใจ และยังอธิบายไดถ้ ึงการกระทา และผลของการกระทาที่
าป เป็นคุณ หรอื เป็นโทษ
าใจ และยงั อธิบายไดถ้ งึ การกระทา และผลของการกระทาท่ี
าป เปน็ คุณ หรอื เปน็ โทษ
าใจ และยังอธิบายไดถ้ ึงการกระทา และผลของการกระทาที่
าป เปน็ คุณ หรอื เปน็ โทษ
นผู้ใฝรุ ู้ ใฝศุ กึ ษา กระตือรือรน้ หาความรหู้ าความจริง และ
างสรรคส์ ่งิ แปลกใหมพ่ ฒั นาจากการเดิมมากขึน้
ผใู้ ฝุรู้ ใฝุศกึ ษา กระตือรอื ร้นหาความรหู้ าความจรงิ และพฒั นางาน
แปลกใหม่พฒั นาจากการเดิมมากขน้ึ
นักเรยี นเปน็ ผู้ใฝรุ ู้ ใฝศุ ึกษา กระตือรอื ร้นหาความรหู้ าความจรงิ
ดสรา้ งสรรค์สิ่งแปลกใหม่พัฒนาจากการเดิมมากขน้ึ
นักเรียนเป็นผใู้ ฝรุ ู้ ใฝศุ กึ ษา กระตือรอื รน้ หาความรูห้ าความจรงิ
ดสร้างสรรคส์ ่ิงแปลกใหม่พัฒนาจากการเดิมมากขึ้น
มารถใช้หลกั ธรรมในการแกไ้ ขปัญหาในชวี ติ ได้อย่างมีสติ
ารถใชห้ ลักธรรมในการแกไ้ ขปญั หาในชีวติ ได้อยา่ งมีสติ

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสรา้ งคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรง

ดว้ ยสติปญั ญา ๒ หมายถึง รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ของนักเรยี นสามา
๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของนักเรียนสามา

มาตรฐานที่ ๔ ด้านผลกระทบ (Outcome/Impact)

องคป์ ระกอบหลักที่ ๔.๑. บ ว ร ไดร้ บั ประโยชนจ์ ากการพฒั นาโรงเรยี นวถิ ีพุทธ

องคป์ ระกอบย่อยที่ ๔.๑.๑ บ้าน (ผู้ปกครองและชุมชน)

ตัวบง่ ช้ี ๔.๑.๑.๑. บา้ นและชมุ ชน ๔ หมายถงึ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ ผู้ปกครอง นักเร

มีสมาชกิ ทีเ่ ป็นคนดีไมย่ ุง่ เกย่ี วกับ อบายมุขมากขึน้

อบายมุขเพิ่มข้นึ ๓ หมายถงึ ร้อยละ ๘๐-๘๙ ผู้ปกครอง นักเรีย

อบายมุขมากข้ึน

๒ หมายถึง รอ้ ยละ ๗๐-๗๙ ผปู้ กครอง นักเรีย

อบายมุขมากขนึ้

๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ผ้ปู กครอง นักเรยี

อบายมุขมากขน้ึ

ตัวบง่ ช้ที ี่ ๔.๑.๑.๒. ชมุ ชนมผี ู้ ๔ หมายถงึ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ มผี ู้ปกครอง ชุม

ช่วยเหลือใน การพฒั นาชุมชน ชมุ ชนมากข้นึ

มากยง่ิ ขึ้น ๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ มีผู้ปกครอง ชมุ ชน

ของชุมชนมากขนึ้

๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ มผี ู้ปกครอง ชมุ ชน

ของชมุ ชนมากขนึ้

๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ มีผปู้ กครอง ชมุ ชน

ของชมุ ชนมากขึน้

กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพ้ืนทก่ี ารศกึ ษามธั ยมศกึ ษา เข

งเรียนวถิ ีพทุ ธ”

ารถใชห้ ลกั ธรรมในการแก้ไขปญั หาในชวี ติ ไดอ้ ยา่ งมีสติ
ารถใชห้ ลกั ธรรมในการแก้ไขปัญหาในชวี ิตไดอ้ ย่างมีสติ

รียนและคนในชุมชน เป็นคนดี ลด ละ และไมย่ ุ่งเกี่ยวกบั 67
ยนและคนในชมุ ชน เป็นคนดี ลด ละ และไมย่ ุ่งเกี่ยวกับ
ยนและคนในชมุ ชน เปน็ คนดี ลด ละ และไม่ยุง่ เก่ยี วกบั
ยนและคนในชุมชน เป็นคนดี ลด ละ และไม่ยุ่งเกีย่ วกับ
มชนและองคก์ รอ่ืนๆ รว่ มมือกันในการพฒั นาชมุ ชนหรือทางานของ
นและองค์กรอ่นื ๆ รว่ มมือกนั ในการพฒั นาชุมชนหรือทางาน
นและองค์กรอ่นื ๆ รว่ มมอื กนั ในการพัฒนาชุมชนหรอื ทางาน
นและองค์กรอ่นื ๆ ร่วมมอื กนั ในการพฒั นาชุมชนหรือทางาน

ขต ๓๒

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสริมสร้างคุณธรรมในสถานศกึ ษา “โรง

องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี ๔.๒.๑ วัด

ตัวชีว้ ัดท่ี ๔.๒.๑.๑ วดั ได้ศาสนา ๔ หมายถึง รอ้ ยละ ๙๐-๑๐๐ ของพทุ ธศาสนิก

ทายาทและกาลังชว่ ยงานสง่ เสรมิ ผู้รว่ มงานศาสนาประเพณี หรือกจิ กรรมวนั สาค

พระพุทธศาสนามากข้ึน ๓ หมายถงึ รอ้ ยละ ๘๐-๘๙ ของพุทธศาสนิกช

ผรู้ ว่ มงานศาสนาประเพณี หรือกจิ กรรมวันสาค

๒ หมายถงึ ร้อยละ ๗๐-๗๙ ของพุทธศาสนิกช

ผูร้ ่วมงานศาสนาประเพณีหรือกิจกรรมวันสาค

๑ หมายถึง ร้อยละ ๖๐-๖๙ ของพทุ ธศาสนิกช

ผรู้ ่วมงานศาสนาประเพณี หรือกิจกรรมวนั สาค

องคป์ ระกอบยอ่ ยท่ี ๔.๓.๑ โรงเรียน

ตวั บง่ ชี้ที่ ๔.๓.๑.๑ โรงเรียน ๔ หมายถงึ ร้อยละ ๙๐-๑๐๐ มผี ้ปู กครอง ชุม

ได้รบั ความไว้วางใจ เช่อื มน่ั ศรัทธา รว่ มมอื หรอื ให้ความชว่ ยเหลอื พัฒนา

ศรทั ธา และไดร้ ับความร่วมมือ ๓ หมายถึง รอ้ ยละ ๘๙-๙๐ มีผ้ปู กครอง ชุมชน

จากผู้มสี ่วนรว่ มเกี่ยวขอ้ ง (บา้ น ร่วมมอื หรือให้ความช่วยเหลอื พัฒนาโรงเรยี น

วดั ราชการ) ๒ หมายถึง ร้อยละ ๗๙-๘๐มผี ้ปู กครอง ชมุ ชน

ร่วมมือ หรือให้ความชว่ ยเหลือ พฒั นาโรงเรยี น

๑ หมายถึง รอ้ ยละ ๖๐-๖๙ มผี ู้ปกครอง ชมุ ชน

ศรทั ธา ร่วมมือ หรือใหค้ วามชว่ ยเหลือ พัฒนา

กลุ่มนิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศกึ ษา สานักงานเขตพ้นื ท่กี ารศกึ ษามัธยมศึกษา เข

งเรียนวิถพี ุทธ”

กชน ชว่ ยทากิจกรรมต่าง ๆ ของวดั ในชุมชนมากขน้ึ เช่น
คญั ทางพระพุทธศาสนาท่วี ดั ต้องการความร่วมมือหรอื มากขึ้น
ชน ชว่ ยทากจิ กรรมตา่ ง ๆ ของวัดในชมุ ชนมากขึ้น เช่น
คญั ทางพระพุทธศาสนาที่วัดตอ้ งการความร่วมมอื หรอื มากข้ึน
ชน ช่วยทากิจกรรมตา่ ง ๆ ของวัดในชมุ ชนมากขึ้น เช่น มี
คัญทางพระพุทธศาสนาท่วี ัดตอ้ งการความร่วมมือหรือมากข้นึ
ชน ช่วยทากจิ กรรมต่าง ๆ ของวดั ในชุมชนมากข้นึ เช่น
คญั ทางพระพุทธศาสนาทวี่ ดั ต้องการความร่วมมอื หรือมากขึ้น

มชน วดั และหนว่ ยงานอ่นื ๆใหค้ วามไวว้ างใจ เช่ือมนั่
าโรงเรยี นตามแนวทางวิถีพทุ ธมากขน้ึ
น วดั และหน่วยงานอนื่ ๆ ใหค้ วามไว้วางใจ เช่ือมั่น ศรัทธา
นตามแนวทางวถิ ีพทุ ธมากข้ึน
น วัด และหน่วยงานอน่ื ๆ ใหค้ วามไวว้ างใจ เชอื่ มนั่ ศรทั ธา
นตามแนวทางวถิ ีพุทธมากข้ึน
น วดั และหน่วยงานอ่นื ๆ ใหค้ วามไวว้ างใจ เชอื่ มน่ั
าโรงเรยี นตามแนวทางวิถีพทุ ธมากขึน้

ขต ๓๒ 68

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนินงานเสรมิ สร้างคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรงเรียนวิถีพทุ ธ”

แบบสรุป

ตัวช้ีวัดการดาเนนิ งานโรงเรยี นวิถีพุทธพระราชทาน

สานักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

มาตรฐานที่ ๑ ดา้ นปัจจัยนาเข้า(Input)

องค์ประกอบหลักที่ ๑.๑ บคุ ลากร
องคป์ ระกอบย่อย ๑.๑.๑ ผบู้ ริหาร

ตวั ชว้ี ัดที่ ๑.๑.๑.๑. มวี ถิ ีชวี ติ สอดคล้องหลักพุทธธรรม(มศี ลี ๕)
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๑.๑.๑.๒. มีพรหมวหิ ารธรรมประจาใจ
ตวั ชี้วดั ท่ี ๑.๑.๑.๓. มีความซื่อสตั ย์ จรงิ ใจในการทางาน
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๑.๑.๑.๔. มคี วามเขา้ ใจพระรตั นตรัย นบั ถอื ศรทั ธาพระพทุ ธศาสนา

องค์ประกอบย่อย ๑.๒ ครู
ตัวชว้ี ดั ที่ ๑.๑.๒.๑. มวี ถิ ชี ีวิตสอดคล้องหลักพทุ ธธรรม(เปน็ แบบอยา่ งทีด่ ี)
ตวั ชี้วดั ท่ี ๑.๑.๒.๒. มพี รหมวิหารธรรม มีความเปน็ กลยั าณมติ ร
ตวั ชว้ี ัดท่ี ๑.๑.๒.๓. พฒั นาผเู้ รียนตามหลักไตรสกิ ขา
องค์ประกอบหลกั ที่ ๑.๒ การบริหาร

องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๑.๒.๑ ระบบบรหิ าร
ตัวชี้วัดที่ ๑.๒.๑.๑ มวี ิสยั ทัศน์ ปรชั ญา พันธกิจ เปูาหมาย ธรรมนญู แผนกลยทุ ธ์เน้นในการพฒั นาโรงเรียนวิถพี ทุ ธ
ตวั ช้ีวดั ท่ี ๑.๒.๑.๒. แต่งตั้งคณะกรรมการทปี่ รึกษา หรอื คณะกรรมการดาเนินงานโรงเรยี นวิถีพุทธ

และบรหิ ารการดาเนินงานอย่างตอ่ เน่อื งโดยผเู้ กย่ี วขอ้ งทุกฝาุ ย (บ ว ร) มสี ่วนรวม
ตัวชว้ี ัดท่ี ๑.๒.๑.๓. ปลกู ฝังศรทั ธา สร้างเสรมิ ปญั ญาในพระพทุ ธศาสนาให้เกดิ ข้ึนกบั บคุ ลากรและผูเ้ กย่ี วข้อง
ตวั ช้วี ดั ที่ ๑.๒.๑.๔. ร่วมมอื กับผปู้ กครอง วัด และชมุ ชน เพอ่ื พฒั นาผเู้ รยี นและชุมชน
ตัวชว้ี ัดที่ ๑.๒.๑.๕. มกี ารนเิ ทศกากับ ตดิ ตาม การดาเนินงานโรงเรียนวิถพี ทุ ธอย่างตอ่ เนอื่ ง
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๑.๒.๑.๖. มรี ะบบตรวจสอบประเมนิ ผล และเปดิ โอกาสให้มีการเสนอแนะอยา่ งเป็นกลั ยาณมิตร

เพอื่ การพัฒนาอย่างตอ่ เน่อื ง
องคป์ ระกอบย่อยที่ ๑.๒.๒ ระบบหลักสตรู สถานศกึ ษา
ตวั ชี้วดั ที่ ๑.๒.๒.๑ มหี ลักสูตรสถานศกึ ษา หนว่ ยการเรียนรู้ แผน การจัดการเรยี นรู้ ทบี่ รู ณาการ
พุทธธรรมทกุ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้
องคป์ ระกอบที่ ๑.๓ กายภาพและสงิ่ แวดล้อมอยา่ งรอบคอบ
องคป์ ระกอบยอ่ ย ๑.๓.๑ ระบบบรหิ าร
ตัวชว้ี ดั ท่ี ๑.๓.๑.๑. จดั ประดิษฐานพระพุทธรปู ประจาโรงเรยี นและประจาห้องเรยี นเหมาะสม
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๑.๓.๑.๒. มปี ูายนเิ ทศ ปาู ยคตธิ รรม คาขวญั คุณธรรม จรยิ ธรรมโดยทั่วไป ในบรเิ วณโรงเรยี น
ตวั ชี้วดั ที่ ๑.๓.๑.๓. สภาพโรงเรยี นสะอาด ปลอดภยั สงบ รม่ รนื่ เรยี บงา่ ยใกลช้ ดิ ธรรมชาติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ๑.๓.๑.๔. บรเิ วณโรงเรยี นปราศจากส่งิ เสพตดิ อบายมขุ สิ่งมอมเมาทุกชนดิ

มาตรฐานท่ี ๒ ดา้ นกระบวนการ (Process)

องคป์ ระกอบหลกั ท่ี ๒.๑ การเรียน การสอนท่บี ูรณาการไตรสกิ ขา
องคป์ ระกอบยอ่ ยที่ ๒.๑.๑ กระบวนการจัดการเรยี นรู้

ตัวชว้ี ัดที่ ๒.๑.๑.๑. จดั การเรียนรูโ้ ดยบรณู าการพทุ ธธรรมหรอื หลกั ไตรสกิ ขาในทกุ กลุ่มสาระการเรียนรแู้ ละเช่ือมโยง
กบั ชีวติ ประจาวนั

กลุม่ นิเทศ ตดิ ตามประเมินผลการจดั การศกึ ษา สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศึกษามัธยมศกึ ษา เขต ๓๒ ๖๙

เอกสารเสรมิ ความรู้: การดาเนนิ งานเสรมิ สรา้ งคณุ ธรรมในสถานศึกษา “โรงเรียนวิถีพทุ ธ”

ตวั ชี้วดั ที่ ๒.๑.๑.๒. สง่ เสริมใหม้ กี ารนาหลักธรรมมาเปน็ ฐานในการคิดวเิ คราะหแ์ ละแก้ปญั หา
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๒.๑.๑.๓. จัดการเรยี นรู้ท่สี ่งเสรมิ การใฝรุ ้แู ละแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ตวั ชว้ี ัดที่ ๒.๑.๑.๔. จัดการเรียนรอู้ ยา่ งมีความสขุ ท้งั ผเู้ รยี นรแู้ ละผจู้ ัดการเรยี นรู้
ตวั ชี้วัดท่ี ๒.๑.๑.๕. จัดกจิ กรรมบรหิ ารจติ เจรญิ ปญั ญา ทั้งในการเรยี นการสอนและในกจิ กรรมการดารงชีวิตประจาวนั

องคป์ ระกอบย่อยที่ ๒.๑.๒. การใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้
ตวั ชี้วัดที่ ๒.๑.๒.๑. ใช้สอ่ื การเรยี นรู้ทสี่ ง่ เสรมิ การใฝุรู้และแสวงหาความรู้ด้วยตนเองอยู่เสมอ
ตัวชี้วดั ที่ ๒.๑.๒.๒. นมิ นตพ์ ระสงฆ์ หรือเชิญวทิ ยากรภมู ปิ ญั ญาทางพทุ ธศาสนา สอนนักเรียนสม่าเสมอ
ตัวชี้วดั ที่ ๒.๑.๒.๓. จัดให้นกั เรยี นไปเรยี นรูท้ ่วี ดั หรือที่ศาสนสถานท่ีใช้แหลง่ เรียนรู้ประจาของโรงเรยี นอยา่ งตอ่ เนือ่ ง

องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๒.๑.๓ การวดั ประเมินผล
ตวั ชีว้ ดั ที่ ๒.๑.๓.๑. มกี ารวัดประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ดว้ ยวิธกี ารทห่ี ลากหลาย ครอบคลุมตามหลกั ภาวนา ๔

(กาย ศีล จติ ปญั ญา) โดยมจี ุดประสงค์เน้นเพ่ือพฒั นานกั เรียนตอ่ เนอื่ ง
องคป์ ระกอบหลกั ที่ ๒.๒ บรรยากาศและปฏสิ มั พนั ธท์ ี่เป็นกลั ยาณมติ ร

องค์ประกอบยอ่ ยที่ ๒.๒.๑ บรรยากาศ ปฏสิ มั พันธ์ท่ีส่งเสรมิ การสอนใหร้ ู้ ทาใหด้ ู อยูใ่ หเ้ หน็
ตวั ช้ีวดั ที่ ๒.๒.๑.๑. สง่ เสรมิ ความสัมพนั ธ์แบบกลั ยาณมิตร ออ่ นน้อมถอ่ มตน เคารพใหเ้ กียรตซิ ึ่งกันและกนั ยิม้ แยม้

มีเมตตาตอ่ กัน ทง้ั ครูตอ่ นักเรยี น ครูตอ่ ครู นกั เรยี นตอ่ นักเรยี น และครู ตอ่ ผู้ปกครอง
ตัวชว้ี ัดที่ ๒.๒.๑.๒. ส่งเสริมบรรยากาศใฝุรู้ ใฝเุ รยี น ใฝสุ ร้างสรรค์
ตัวช้ีวดั ท่ี ๒.๒.๑.๓. ส่งเสรมิ บุคลากรและนกั เรียน ให้ปฏบิ ตั ติ นเปน็ ตัวอย่างท่ดี ีตอ่ ผอู้ ื่น
ตัวชวี้ ดั ที่ ๒.๒.๑.๔. ส่งเสริม ยกยอ่ ง เชดิ ชู ผทู้ าดี
องค์ประกอบหลกั ท่ี ๒.๓ กจิ กรรมพน้ื ฐานวถิ ชี วี ิต

องค์ประกอบย่อยที่ ๒.๓.๑ กิจกรรมพนื้ ฐานวิถีชวี ิตประจาวนั
ตัวชี้วดั ที่ ๒.๓.๑.๑. ฝกึ ฝนอบรมใหเ้ กิด การกิน อยู่ ดู ฟงั เป็น(รเู้ ข้าใจเหตผุ ลและได้ประโยชน์ตามคณคุ ่าแท้

ตามหลักไตรสิกขา)
ตวั ชี้วดั ท่ี ๒.๓.๑.๒. ส่งเสรมิ กิจกรรมการรบั ผดิ ชอบดูแลรกั ษาพัฒนาอาคารสถานท่แี ละสง่ิ แวดลอ้ มอย่างสมา่ เสมอ

จนเปน็ นิสยั
องคป์ ระกอบย่อยท่ี ๒.๓.๒ กจิ กรรมทางพระพทุ ธศาสนา
ตวั ชว้ี ัดท่ี ๒.๓.๒.๑.ส่งเสรมิ ปฏิบตั กิ ิจกรรมพระพุทธศาสนาอย่างเหน็ คณุ คา่ รู้เขา้ ใจเหตุผล
ตวั ชว้ี ดั ท่ี ๒.๓.๒.๒.จดั กจิ กรรมสง่ เสรมิ การระลกึ ศรทั ธาในพระรตั นตรัย เปน็ ประจา และในโอกาสสาคญั อย่าง

ต่อเน่อื งเปน็ วถิ ชี วี ติ
ตัวชว้ี ดั ที่ ๒.๓.๒.๓. สง่ เสรมิ ให้ทกุ คนมีส่วนร่วม และคณุ คา่ ในการรักษาและสืบต่อพระพุทธศาสนา

มาตรฐานที่ ๓ ดา้ นผลผลติ (Output)

องค์ประกอบหลกั พัฒนา กาย ศลี จิต และปัญญา อยา่ งบูรณาการ (ภาวนา ๔)
องคป์ ระกอบย่อยที่ ๓.๑.๑ กาย (กายภาพ)

ตัวชี้วดั ที่ ๓.๑.๑.๑.บริโภคใช้สอยปจั จยั สีใ่ นปรมิ าณและคณุ ภาพทเ่ี หมาะสม ไดค้ ณุ ค่าแท้
ตวั ชี้วัดท่ี ๓.๑.๑.๒. การดแู ลรา่ งกาย และการแตง่ กายสะอาดเรยี บร้อย
ตัวชี้วดั ที่ ๓.๑.๑.๓. ดารงชวี ติ อยา่ งเกื้อกูลสง่ิ แวดล้อม

องค์ประกอบย่อยที่ ๓.๑.๒ ศลี
ตวั ชว้ี ัดที่ ๓.๑.๒.๑. มีศลี ๕ เปน็ พืน้ ฐานในการดารงชวี ิต
ตวั ชว้ี ัดท่ี ๓.๑.๒.๒. มีวินัย มคี วามรบั ผดิ ชอบ ซือ่ สตั ย์
ตัวชี้วัดที่ ๓.๑.๒.๓. สามารถพ่งึ ตนเองได้หรอื ทางานเลย้ี งชีพด้วยความสจุ ริต

กลมุ่ นิเทศ ตดิ ตามประเมนิ ผลการจดั การศึกษา สานกั งานเขตพื้นทีก่ ารศกึ ษามัธยมศึกษา เขต ๓๒ ๗๐


Click to View FlipBook Version