ก
คานา
ชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง ภาษาพัฒนาความคดิ สาหรบั นักเรยี นชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๖
ชดุ ท่ี ๕ ภาษากับการโนม้ น้าวใจ เปน็ ชดุ กิจกรรมการเรยี นรทู้ ่ีจดั ทาขนึ้ เพือ่ ใช้ประกอบในการจัดกจิ กรรม
การเรียนรู้ เปน็ เคร่อื งมอื ในการพฒั นาผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน หนว่ ยการเรียนรู้ เรื่อง ภาษาพฒั นาความคิด
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท ๓๓๑๐๒ โดยได้มีการรวบรวมเนือ้ หาทเี่ ป็นความรู้ จากตารา และเอกสาร
ทางวิชาการหลายเลม่ มีคาถามเพอ่ื ทบทวนความรู้ ความเข้าใจในบทเรยี น เม่อื เสรจ็ สน้ิ กจิ กรรมตามลาดบั
ขน้ั ตอนตา่ ง ๆ แลว้ นกั เรยี นจะไดร้ บั การทดสอบเพ่อื ประมวลผลการเรยี นรู้
ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง ภาษาพฒั นาความคดิ สาหรบั นักเรยี นชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๖
มีทั้งหมด ๕ ชดุ คือ
ชุดท่ี ๑ ภาษากับการคดิ
ชดุ ที่ ๒ ภาษากบั การแสดงเหตผุ ล
ชดุ ท่ี ๓ ภาษากบั การแสดงทรรศนะ
ชดุ ที่ ๔ ภาษากบั การโต้แยง้
ชดุ ท่ี ๕ ภาษากับการโน้มน้าวใจ
ผู้จัดทาหวงั เปน็ อย่างยิง่ ว่า ชุดกิจกรรมการเรียนรู้ ภาษาไทย เรื่อง ภาษาพัฒนาความคิด ชดุ น้ี
จะเป็นแนวทางหน่ึงในการจัดกระบวนการ เรยี นรู้ให้นักเรยี นได้ตามเจตนารมณข์ องหลกั สูตร และจะเป็น
ประโยชน์ตอ่ การจัดการเรียนการสอนของครู นกั เรียน และผู้สนใจไดน้ าไปศกึ ษาและประยุกตใ์ ช้ต่อไป
อุไรวรรณ์ สมยั สงค์
ตาแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชานาญการ
ข
สารบญั
เรอ่ื ง หน้า
คานา....................................................................................................................................... ก
สารบญั .................................................................................................................................... ข
คาแนะนาสาหรบั ครู................................................................................................................ ๑
คาแนะนาสาหรบั นักเรียน....................................................................................................... ๓
แผนผังข้นั ตอนการเรยี น.......................................................................................................... ๔
บัตรบันทกึ คะแนน................................................................................................................... ๕
สาระสาคญั / มาตรฐานการเรยี นรูแ้ ละตวั ช้ีวัด / จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้................................. ๖
แผนภาพความคิดชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้.................................................................................. ๗
บัตรทดสอบกอ่ นเรียน............................................................................................................. ๘
บตั รกิจกรรมนาเขา้ สบู่ ทเรียน.................................................................................................. ๑๒
บัตรเน้อื หาท่ี ๑........................................................................................................................ ๑๕
บตั รกิจกรรมท่ี ๑..................................................................................................................... ๑๗
บัตรเน้อื หาที่ ๒........................................................................................................................ ๒๒
บตั รกจิ กรรมท่ี ๒..................................................................................................................... ๒๔
บัตรเนอ้ื หาท่ี ๓........................................................................................................................ ๒๗
บัตรกิจกรรมท่ี ๓..................................................................................................................... ๒๘
บตั รเนื้อหาที่ ๔........................................................................................................................ ๓๑
บตั รกิจกรรมที่ ๔..................................................................................................................... ๓๕
บตั รกิจกรรมที่ ๕..................................................................................................................... ๓๘
บัตรทดสอบหลังเรยี น.............................................................................................................. ๔๒
บตั รบันทึกการเรียนรู้.............................................................................................................. ๔๖
บัตรเฉลยแบบทดสอบ และบตั รเฉลยกิจกรรม........................................................................ ๔๗
บรรณานุกรม........................................................................................................................... ๕๕
ผูจ้ ัดทา..................................................................................................................................... ๕๗
๑
คาแนะนาสาหรับครู
ชดุ กิจกรรมการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง ภาษาพัฒนาความคิด สาหรบั นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๖
ชดุ นี้ เป็นชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ ท่ีใช้ประกอบการจดั การเรยี นรู้ ในรายวชิ าภาษาไทย รหสั วชิ า ท๓๓๑๐๒
ทนี่ ักเรยี นสามารถศึกษาได้ด้วยตนเอง โดยศกึ ษาคาแนะนา และปฏิบัตกิ ิจกรรมตามขน้ั ตอน การเรียน
นกั เรยี นจะได้รบั ความรูอ้ ยา่ งครบถ้วน ชดุ กิจกรรมการเรยี นรู้ภาษาไทย เร่ือง ภาษาพัฒนาความคิด สาหรับ
นักเรยี นชั้นมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ มที ั้งหมด ๕ ชดุ คอื
ชดุ ท่ี ๑ ภาษากบั การคิด
ชดุ ท่ี ๒ ภาษากับการแสดงเหตุผล
ชุดท่ี ๓ ภาษากบั การแสดงทรรศนะ
ชดุ ที่ ๔ ภาษากับการโต้แย้ง
ชุดท่ี ๕ ภาษากับการโนม้ น้าวใจ
ข้ันตอนการใชช้ ุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ภาษาไทย
๑. ศึกษาเนื้อหาล่วงหน้าอยา่ งละเอียดก่อนจัดกิจกรรมการเรยี นการสอน
๒. ครูจดั เตรยี มสื่ออุปกรณ์ เครอื่ งมือท่ีจะใชป้ ระกอบการจัดการเรียนรู้ โดยใชช้ ดุ กิจกรรมการเรียนรู้
ภาษาไทย เร่อื ง ภาษาพัฒนาความคิด ชุดที่ ๕ ภาษากับการโน้มนา้ วใจ
๓. ครคู วรจัดชนั้ เรียนให้เหมาะสมกบั การจดั กจิ กรรมการเรียนรู้ และจัดเตรียมชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ภาษาไทย เรื่อง ภาษาพฒั นาความคดิ ประกอบการเรียนรู้ใหค้ รบตามจานวนนักเรยี น
๔. ก่อนจัดการเรียนรู้ ครูจะต้องชแ้ี จงบทบาทของนกั เรยี นในการใช้ชดุ กจิ กรรมกา รเรยี นรู้ภาษาไทย
เรือ่ ง ภาษาพฒั นาความคิด ใหน้ ักเรยี นเขา้ ใจ
๕. ดาเนินกจิ กรรม (ตามแผนการจัดการเรียนรู้) โดยใชเ้ วลา ๔ ชัว่ โมง ประกอบดว้ ย ๓ ข้ันตอน ดังน้ี
๕.๑ ขน้ั นาเขา้ สู่บทเรียน : เป็นขัน้ ตอนกระตุ้นความสนใจของนกั เรยี นเพ่อื ชว่ ยเช่อื มโยงเขา้ สู่
บทเรยี นใหม่ โดยการทาบัตรทดสอบกอ่ นเรียน จานวน ๑๐ ข้อ
๕.๒ ขนั้ สอน : เป็นขน้ั ตอนการจดั การเรยี นรู้ ทเี่ น้นผเู้ รียนเป็นสาคญั ใช้กจิ กรรมบรู ณาการ
แบบร่วมมอื เพ่ือเปดิ โอกาสใหน้ กั เรยี นสังเกต และรว่ มกันทากิจกรรม เพ่ือให้เห็นปัญหา
รวมถงึ วิธีการศกึ ษา คน้ คว้าขอ้ มลู ความรู้ ไปสู่ความเข้าใจประเ ดน็ ปัญหานนั้ ๆ โดยทา
บัตรกจิ กรรมนาเข้าสู่บทเรียน นกั เรยี นต้องค้นควา้ ความรู้ด้วยตนเอง ตอ้ งใช้การศึกษา
ความรู้ หาขอ้ มูลมาวเิ คราะห์ สังเคราะห์ เพ่อื สร้างความรู้ ความเข้าใจทีถ่ ูกต้อง และเป็น
การปรับเปล่ียนแนวคิดท่ีมีอยู่ใหช้ ัดเจนยิง่ ข้นึ โดยศกึ ษาจากบตั รเนอื้ หา รวมทัง้ การสรุป
ความรู้ เพ่ือให้นาความรู้ทเ่ี กิดขน้ึ ไป ใชใ้ นการพัฒนาทกั ษะการเรียนรแู้ ละการทางาน
รว่ มกันเปน็ กลมุ่ ระดมสมองเพื่อคิดสร้างสรรค์ โดยนักเรียนตอ้ งทาบัตรกจิ กรรม
๒
๕.๓ ข้ันสรปุ : เป็นข้ันตอนสุดทา้ ยท่ีนักเรยี นทบทวนความรู้ ความคิด ความเข้าใจทเ่ี ปล่ียนไป
โดยการสรุปความคดิ รวบยอดท่ี มีการเกิดขึ้นใหม่ ตรวจสอบทกั ษะ กระบวนการปฏบิ ัติ
การแกป้ ัญหานกั เรยี นจะเกิดเจตคติ และเห็นคุณค่าของตนเองจากผลการเรยี นรู้
ทีเ่ กดิ ข้ึน โดยทาบัตรทดสอบหลังเรยี นจานวน ๑๐ ข้อ
๖. ครสู ังเกตพฤตกิ รรมการเรียนรู้ โดยใชช้ ุดกจิ กรรมการเรียนรู้ภาษาไทยของนกั เรยี น อย่างใกลช้ ิด
หากพบปญั หาควรแกไ้ ข
๗. หลงั เสรจ็ สิ้นการจดั การเรียนรู้ โดยใช้ชุดกิจกรรมการเรยี นร้ภู าษาไทย ครคู วรช่วยสรุปบทเรียน
ใหน้ ักเรียนอีกคร้ัง และให้นักเรียนได้ทบทวนความรู้ โดยสรุปสิ่งท่ีเรียนรู้ลงบัตรบนั ทึกการเรียนรู้
ท้ายชุดกิจกรรมการเรียนรู้ เมอ่ื จบเรอื่ งน้นั ๆ
ส่วนประกอบของชุดกจิ กรรมการเรียนรู้ภาษาไทย
คาแนะนาสาหรับครู
คาแนะนาสาหรับนกั เรียน
แผนผังขัน้ ตอนการเรียน
บัตรบันทึกคะแนน
สาระสาคัญ / มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วัด / จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
แผนภาพความคดิ ชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้
บัตรทดสอบกอ่ นเรียน
บตั รกจิ กรรมนาเขา้ สู่บทเรียน
บัตรเนอ้ื หา
บัตรกิจกรรม
บัตรทดสอบหลงั เรียน
บตั รบนั ทกึ การเรยี นรู้
บตั รเฉลยแบบทดสอบ และบตั รเฉลยกจิ กรรม
สงิ่ ทค่ี รูผู้สอนต้องเตรยี ม
ความพรอ้ มของครูผ้สู อนในการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
ตรวจความพรอ้ มของชุดกิจกรรมการเรียนรู้
เตรยี มสถานที่ และสอ่ื การเรยี นรู้
เตรยี มแหลง่ เรียนรู้
๓
คาแนะนาสาหรบั นักเรยี น
บทเรียนชุดท่ีนักเรียนกาลงั ศึกษาน้ี คอื ชุดกจิ กรรมการเรียนรภู้ าษาไทย เร่ือง ภาษาพัฒนาความคดิ
สาหรบั นกั เรียนชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ชุดที่ ๕ ภาษากับการโน้มนา้ วใจ เปน็ ชุดกิจกรรมการเรยี นรู้ภาษาไทย
ท่ใี ชป้ ระกอบการเรยี น รายวิชาภาษาไทย รหัสวิชา ท ๓๓๑๐๒ ท่นี ักเรยี นสามารถศกึ ษาไดด้ ว้ ยตนเอง
โดยอา่ นคาแนะนา และปฏบิ ัติตามขน้ั ตอนการเรยี นตา่ ง ๆ ด้วยความซ่ือสตั ยแ์ ละตงั้ ใจ ดงั นี้
๑. ศึกษาคาแนะนาสาหรบั นักเรียน ศกึ ษาแผนผังขน้ั ตอนการ เรยี น โดยใช้ชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
ให้เขา้ ใจ โดยชุดกจิ กรรมการเรยี นรู้ภาษาไทย ชุดนี้ใช้เวลาในการเรยี น จานวน ๔ ชัว่ โมง
๒. แบง่ กลุ่มออกเปน็ กลุ่มละ ๔–๕ คน โดยคดั เลอื ก หัวหน้ากลุม่ ๑ คน รองหัวหนา้ กล่มุ ๑ คน
และเลขานกุ ารกลมุ่ ๑ คน
๓. แต่ละกลุม่ ร่วมกันศึกษาสาระสาคัญ / มาตรฐานการเรยี นรู้ / ตวั ชวี้ ัดและจดุ ประสงค์การเรียนรู้
และแผนภาพความคิดชดุ กจิ กรรมการเรียนรู้
๔. นกั เรยี นทาบัตรทดสอบกอ่ นเรยี น จานวน ๑๐ ขอ้ เพ่ือเป็นการวดั ความรู้พ้นื ฐานของนักเรียน
๕. ลงมือปฏบิ ตั กิ จิ กรรม โดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรียนรภู้ าษาไทย เมอื่ ปฏบิ ัติกิจกรรม เสรจ็ เรยี บรอ้ ย
แล้วให้ตรวจคาตอบไดจ้ ากบัตรเฉลยกิจกรรม
๖. นกั เรยี นทาบัตรทดสอบหลังเรยี น จานวน ๑๐ ข้อ เพื่อเป็นการวัดและประเมนิ ผลการเรยี นรู้
นักเรยี นควรตอ้ งตง้ั ใจทาบัตรทดสอบหลังเรยี น เพราะการทดสอบครงั้ นท้ี าใหท้ ราบวา่ นกั เรยี น
มีความรู้ ความเขา้ ใจบทเรียนมากน้อยเพียงใด
๗. ตรวจคาตอบจากบัตรเฉลยทดสอบหลงั เรยี น นกั เรยี นต้องทาคะแนนให้ได้รอ้ ยละ ๗๐ ขน้ึ ไป
จึงจะผ่านเกณฑ์ ถา้ คะแนนไม่ผ่านเกณฑใ์ หท้ บทวนเน้อื หา แล้วให้ทาบัตรทดสอบหลงั เรยี นใหม่
เม่อื ผา่ นจงึ ทดสอบวัดผลสมั ฤทธท์ิ างการเรียน หลังเรยี น เร่อื ง ภาษาพัฒนาความคิด ต่อไป
๘. หลงั จากนักเรยี นทดสอบหลงั เรยี นผ่านแลว้ นักเรยี นทบทวนความรู้ โดยการสรปุ ลงบัตรบนั ทกึ
การเรียนรู้ ทา้ ยชดุ กิจกรรมการเรียนรู้
ขอ้ ควรปฏิบัติ
หากมขี ้อสงสัย ใหข้ อคาอธบิ ายหรือถามครผู ูส้ อนเพือ่ ร่วมกันสรปุ ข้อสงสัยนัน้ ๆ
เพ่อื ใหเ้ กิดประโยชน์สูงสดุ ตอ้ งมีความซื่อสัตย์ต่อตนเอง ไมเ่ ปิดดูเฉลยจนกว่าทากิจกรรมเสร็จ
เข้าใจแล้วเรามา
เริม่ ทากนั เลย
๔
แผนผังขั้นตอนการเรยี น โดยใชช้ ุดกิจกรรมการเรยี นร้ภู าษาไทย
เรอ่ื ง ภาษาพัฒนาความคิด สาหรับนักเรียนชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๖
ชุดที่ ๕ ภาษากับการโนม้ นา้ วใจ
ศึกษาคาแนะนาการใช้ชดุ กจิ กรรมการเรยี นรภู้ าษาไทย
ปฏิบตั กิ ิจกรรมตามบัตรกจิ กรรม ดังนี้
๑. บัตรทดสอบก่อนเรียน
๒. บัตรกิจกรรมนาเข้าสบู่ ทเรียน
๓. บัตรเน้อื หา
๔. บตั รกิจกรรมที่ ๑ - ๕
๕. บัตรทดสอบหลงั เรยี น
ตรวจสอบผลการทาแบบทดสอบหลังเรยี น
ผา่ นเกณฑ์ ไม่ผา่ นเกณฑ์
รอ้ ยละ ๗๐ ขึน้ ไป น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
ทดสอบวดั ผลสมั ฤทธ์ทิ างการเรียน หลังเรียน
เรือ่ ง ภาษาพัฒนาความคดิ
๕
บตั รบนั ทกึ คะแนนชดุ กิจกรรมการเรียนรภู้ าษาไทย
เรือ่ ง ภาษาพัฒนาความคดิ สาหรับนักเรยี นชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๖
ชุดท่ี ๕ ภาษากบั การโน้มนา้ วใจ
ช่อื กลมุ่ ………………………………………….
ลาดบั ชือ่ -สกุล เลขที่ ชนั้ หน้าท่ใี นกลุ่ม
๑ หวั หน้ากล่มุ
๒ รองหัวหน้ากลมุ่
๓ สมาชกิ
๔ สมาชิก
๕ เลขานุการกลุ่ม
แบบทดสอบ คะแนนเตม็ คะแนนท่ไี ด้ หมายเหตุ
ทดสอบกอ่ นเรยี น ๑๐
ทดสอบหลงั เรียน ๑๐
กจิ กรรม คะแนนเต็ม คะแนนทไ่ี ด้ หมายเหตุ
กิจกรรมนาเขา้ ส่บู ทเรียน ๕
กจิ กรรมท่ี ๑ ๑๕
กจิ กรรมท่ี ๒ ๑๕
กิจกรรมท่ี ๓ ๑๐
กจิ กรรมที่ ๔ ๑๐
กจิ กรรมท่ี ๕ ๑๐
๖๕
รวม
๖
ภาษากับการโน้มนา้ วใจ
เวลาเรยี น ๔ ชวั่ โมง
สาระสาคญั
โน้มนา้ วใจเปน็ การทาส่ิงหนง่ึ ส่ิงใดให้เปลีย่ นแปลงสภาพไปจากเดิม ใหเ้ ป็นไปตามทิศทาง
ที่ผโู้ น้มนา้ วตอ้ งการ เป็นความพยายามในการเปลย่ี นความเชื่อ ค่านยิ ม ทัศนคติ ประสบการณ์ ใช้กลวิธี
ทก่ี ระทบใจบุคคลใหเ้ กดิ การยอมรับและยอมเปลีย่ นแปลงสภาพตามท่ผี ู้โนม้ นา้ วตอ้ งการ ภาษาทใี่ ชต้ ้อง
สรา้ งสรรค์ มเี จตนาดี มจี ุดประสงค์ชัดเจน มีคณุ ธรรมจริยธรรม และใชภ้ าษาไปในทางเสนอแนะ อ้อนวอน
ขอร้อง ไมข่ เู่ ข็ญ คกุ คาม บังคบั หรอื หลอกลวง การเชญิ ชวนกน็ ับเป็นการโนม้ น้าวใจอีกอย่างหนึ่งที่ต้องการ
เชญิ ชวนให้ผู้อ่ืนปฏบิ ตั ติ าม
มาตรฐานการเรียนรู้ / ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ใชก้ ระบวนการอ่านสรา้ งความรูแ้ ละความคดิ เพอ่ื นาไปใชต้ ัดสนิ ใจแก้ปญั หาในการดาเนนิ ชีวติ
และมีนสิ ัยรกั การอา่ น
ม.๔–๖/๓ วิเคราะหแ์ ละวิจารณเ์ ร่ืองท่อี ่านในทกุ ๆ ดา้ นอยา่ งมเี หตผุ ล
ม.๔–๖/๕ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ แสดงความคิดเหน็ โต้แย้งกบั เร่ืองท่อี า่ น และเสนอความคดิ ใหม่
อย่างมีเหตุผล
ม.๔–๖/๘ สงั เคราะหค์ วามร้จู ากการอา่ นสื่อส่ิงพิมพ์ ส่ืออิเลก็ ทรอนกิ ส์ และแหล่งเรยี นรู้
ตา่ ง ๆ มาพัฒนาตน พัฒนาการเรยี น และพฒั นาความรู้ทางอาชพี
ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษา และหลักภาษาไทย การเปล่ยี นแปลงของภาษา และพลงั ของภาษา
ภูมปิ ญั ญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบตั ิของชาติ
ม.๔–๖/๗ วเิ คราะห์ และประเมนิ การใชภ้ าษาจากส่อื ส่ิงพิมพ์ และสอ่ื อเิ ล็กทรอนิกส์
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๑. ดา้ นความรู้ (K)
๑.๑ อธบิ ายความหมาย และความสัมพันธ์ของภาษากบั การโนม้ น้าวใจได้
๑.๒ บอกโครงสร้าง และกระบวนการในการโนม้ น้าวใจได้
๑.๓ จาแนกข้อความตามกลวิธใี นการโนม้ นา้ วใจ และลักษณะภาษาทีใ่ ช้ในการโนม้ นา้ วใจได้
๑.๔ พจิ ารณาสารโนม้ น้าวใจ และสามารถใชก้ ารโนม้ นา้ วใจได้
๒. ดา้ นทักษะ / กระบวนการ (P)
๒.๑ ทาตามข้ันตอนและกลวธิ ใี นการโนม้ น้าวใจได้
๒.๒ เขยี นขอ้ ความท่ีเปน็ การโนม้ น้าวใจได้
๒.๓ แสดงการโน้มนา้ วใจในสถานการณต์ า่ ง ๆ ได้
๓ ดา้ นคุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (A)
๓.๑ ร่วมกิจกรรมต่าง ๆ อย่างสนใจ และเหน็ ประโยชน์ของกจิ กรรมกลุ่ม
๓.๒ มคี วามซอื่ สัตย์สจุ ริต มวี นิ ัย ใฝุรู้ใฝุเรยี น และมุง่ มน่ั ในการทางาน
๗
แผนภาพความคิดชุดกจิ กรรมการเรียนรู้
ชุดที่ ๕ ภาษากบั การโนม้ นา้ วใจ
ลักษณะภาษาท่ใี ช้
ในการโน้มนา้ วใจ
การใช้ ภาษา กลวธิ ี
การโน้มนา้ วใจ กบั การโนม้ น้าวใจ การโน้มนา้ วใจ
การพจิ ารณา ความหมาย
สารโน้มนา้ วใจ วตั ถปุ ระสงค์
การโน้มน้าวใจ
๘
บตั รทดสอบกอ่ นเรยี น
ชุดท่ี ๕ ภาษากบั การโน้มน้าวใจ
คาช้ีแจง ๑. บัตรทดสอบกอ่ นเรยี นฉบบั น้ีเปน็ แบบทดสอบปรนัยแบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก
จานวน ๑๐ ขอ้ ขอ้ ละ ๑ คะแนน ใช้เวลา ๑๐ นาที
๒. ใหน้ กั เรยี นอา่ นคาถามใหล้ ะเอยี ด แลว้ เลือกคาตอบทถ่ี กู ทส่ี ดุ เพยี งคาตอบเดยี ว
ตอบในกระดาษคาตอบ โดยทาเครื่องหมายกากบาท () ในช่องตัวเลอื กที่ตอ้ งการ
๓. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบใหค้ รบทกุ ข้อ
๑. ข้อใดกล่าวไมถ่ กู ต้อง
๑. การโฆษณาชวนเช่อื ไมถ่ ือเปน็ สารโน้มน้าวใจ
๒. สารโนม้ นา้ วใจเปน็ สารทมี่ ุ่งให้เกิดความเปลย่ี นแปลง
๓. วิธกี ารขม่ ขู่ บีบบังคับหรอื หลอกลวงไม่ถอื เป็นการโนม้ นา้ วใจ
๔. การสร้างความหรรษาแกผ่ ู้รับสารเปน็ กลวิธีหนึ่งในการโนม้ นา้ วใจ
๒. สถานการณ์ต่อไปนข้ี ้อใดไม่ถอื เป็นการโน้มน้าวใจ
๑. ประชาชนบรจิ าคโลหติ ตามคาเชิญชวนของสภากาชาดไทย
๒. ชาวบ้านชว่ ยกนั บริจาคเงินให้ผู้รับบริจาคเพ่อื ตดั ความราคาญ
๓. ประชาชนตา่ งไปลงคะแนนเสยี งเลือกตัง้ ตามท่รี ัฐบาลเชญิ ชวน
๔. ผู้โดยสารใชบ้ ริการใหม่ของการรถไฟ ฯ ตามทกี่ ารรถไฟ ฯ ชกั ชวน
๓. ขอ้ ใดคือหลักสาคัญทีส่ ดุ ในการโนม้ นา้ วใจ
๑. การทาให้ผถู้ ูกโนม้ น้าวปฏบิ ตั ติ นอย่างขอไปที
๒. การทาให้ผ้ถู กู โนม้ นา้ วทาตามโดยมีกฎหมายบังคับ
๓. การทาให้ผถู้ ูกโนม้ นา้ วยอมทจ่ี ะทาโดยมีเงื่อนไขแลกเปลย่ี น
๔. การทาให้ผถู้ กู โน้มน้าวเชอ่ื และทาตามทีผ่ ู้โนม้ นา้ วใจชกั ชวน
๙
๔. ใครเปน็ ผูท้ ่มี คี ุณธรรมในการโนม้ นา้ วใจมากท่ีสดุ
๑. สมชายบงั คับให้สดุ าซ้อื สนิ คา้ ท่ีตนจาหน่าย
๒. นฤมลขอใหส้ มศรรี ับของจากทีร่ ้านไปช่วยจาหน่าย
๓. วนิ ยั สัญญากับชาวบา้ นว่าถา้ ได้รบั เลือกตง้ั จะสรา้ งถนนเข้าหมู่บา้ น
๔. วินัยเชิญชวนให้ลูกค้าทดลองก่อนเพ่อื ทีจ่ ะได้ซือ้ สนิ คา้ ตามความพอใจ
๕. ข้อความต่อไปน้ีแสดงว่าสมชายใช้กลวิธีโนม้ น้าวใจในเรือ่ งใด
“สมชายสามารถอธบิ ายรายละเอียดของสนิ ค้าทจี่ าหนา่ ยได้อย่างถกู ตอ้ ง แม่นยา”
๑. ทาใหเ้ กิดความร้สู กึ หรืออารมณร์ ่วมกนั
๒. การสรา้ งความหรรษาใหแ้ ก่ผถู้ กู โน้มนา้ วใจ
๓. แสดงใหเ้ ห็นความน่าเชื่อถอื ของผโู้ น้มน้าวใจ
๔. แสดงให้เห็นทางเลอื กทั้งทางดา้ นดีและด้านเสีย
๖. คาขวญั ขอ้ ใดทใ่ี ชก้ ลวธิ ีโน้มน้าวใจให้เห็นทางเลอื กทงั้ ด้านดแี ละดา้ นเสีย
๑. ปุาไมบ้ ารงุ ชาติ ปาุ พนิ าศชาตวิ อดวาย
๒. รักชาตติ ้องชว่ ยพัฒนา รกั ปาุ ตอ้ งอนุรักษ์
๓. ดุลธรรมชาตจิ ะส้นิ ไป หากวันใดไทยสนิ้ ปาุ
๔. ฝนตกทว่ั ฟูาเพราะปาุ ชว่ ยไว้ ไรส้ ้ินอุทกภัยเมืองไทยร่มเยน็
๗. ขอ้ ความใดเป็นสารโนม้ น้าวใจชนิดโฆษณาชวนเชอ่ื เชงิ การค้า
๑. เกง็ แนวขอ้ สอบเขา้ มหาวิทยาลัยหลาย พ.ศ. พร้อมเฉลยและแนวคดิ เพื่อพชิ ิตขอ้ สอบ
๒. อาคารพาณิชย์บนทาเลทองเช่นน้ี ยง่ิ ตัดสินใจเร็วเท่าใด คุณก็มีโอกาสเลือกทาเล
ทเ่ี หมาะสมทสี่ ุดได้มากขนึ้ เท่านนั้
๓. คณุ เปน็ คนสาคญั เสมอไม่ว่าจะอย่มู ุมไหนของโลก โดยเฉพาะอย่างยงิ่ เม่อื คณุ พก
บัตรเครดิตของเราตดิ ตวั ไปดว้ ย
๔. หมดปญั หาเรือ่ งอ่านหนังสือไม่ทันสอบ เพราะวิเคราะหข์ อ้ สอบเกา่ และแนวการทาโจทย์
ตา่ ง ๆ รวมอยู่ในหนังสอื เล่มนี้เพียงเล่มเดียว
๑๐
๘. ข้อใดมีการโนม้ น้าวใจน้อยท่สี ุด
๑. ห้องพกั กว้างขวางในบรรยากาศทีค่ ุณจะประทบั ใจตลอดไป
๒. หอ้ งพกั ในโอกาสวนั หยดุ สุดสปั ดาห์ของคุณและสมาชกิ ในครอบครวั
๓. ห้องพักแบบเดอลุกซ์ในโรงแรมที่ชายหาดสวยท่สี ดุ แห่งหนง่ึ ของไทย
๔. ห้องพักสไตล์สว่ นตวั พรอ้ มสระวา่ ยน้า และโฮมเธยี เตอร์ทันสมัยในห้องนั่งเลน่
ข้อความต่อไปนใี้ ช้ตอบคาถามข้อ ๙ – ๑๐
"ปัจจุบนั ผหู้ ญิงไทยจานวนมากตอ้ งรบั ทุกข์ทรมาน บางคนถูกข่มขนื บางคนถกู สามีทารา้ ย
หรือทอดท้งิ การปลอ่ ยให้เขาเหลา่ นแ้ี กไ้ ขปัญหาดว้ ยตนเอง แทนที่สภาพเขาจะดขี ึ้นกลบั กอ่ ใหเ้ กดิ
ปัญหาสงั คมนานาประการตามมา คณะกรรมการจึงจดั ต้ัง "บา้ นพกั ฉกุ เฉิน" สาหรบั คนเหลา่ นีข้ นึ้
เพอ่ื ให้ชว่ ยแกป้ ัญหาดงั กลา่ ว การท่ที า่ นมีเมตตาบริจาคเงินสนบั สนนุ การดาเนนิ งานของ "บ้านพกั
ฉุกเฉนิ " นอกจากจะเปน็ การชว่ ยดับทกุ ข์ทางใจใหแ้ ก่เขาเหลา่ นแ้ี ลว้ ยังเป็นการชว่ ยให้เขามีอาชพี
เลยี้ งตนเองได้ในอนาคตอีกด้วย โปรดช่วยกันนะคะ"
๙. ข้อความข้างต้นใช้นา้ เสยี งโน้มน้าวใจตรงกบั ขอ้ ใด
๑. บงั คบั
๒. แนะนา
๓. ขอรอ้ ง
๔. เสนอแนะ
๑๐. ข้อความข้างต้นไม่ใชก้ ลวธิ ใี ดในการโนม้ นา้ วใจ
๑. การเรา้ ให้เกดิ อารมณอ์ ยา่ งแรงกล้า
๒. การแสดงใหป้ ระจกั ษถ์ ึงอารมณ์รว่ ม
๓. การแสดงใหป้ ระจักษถ์ งึ เหตผุ ลและความจาเป็น
๔. การแสดงใหป้ ระจักษ์ถงึ เหตุผลและทางเลือกทง้ั ดีและเสีย
บตั รกระดาษคาตอบ ๑๑
ขอ้ ก ข ค ง ๑๐
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
พอจะทากนั ได้นะครับ
เรามาเรม่ิ เรียนรู้อยา่ งจรงิ จงั กนั เถอะ
๑๒
บตั รกิจกรรมนาเขา้ สู่บทเรียน
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรียนอา่ นงานเขยี นตอ่ ไปนี้ แลว้ ตอบคาถามใหถ้ กู ต้อง
อาหารม้อื สาคญั
อาหารม้ือไหน.....สาคญั ที่สุด เปรยี บประดุจอาหารทลี่ ้าคา่
เปน็ วิเศษทิพยโ์ ภชนา หล่อเลีย้ งกายาและดวงใจ
อาหารม้ือไหน.....สาคัญท่ีสุด หล่อเลี้ยงมนุษยจ์ นเตบิ ใหญ่
ใชม่ อื้ เชา้ มอ้ื กลางวัน หรอื ม้ือใด คือมื้อทีส่ ขุ ใสใ่ จกนั ทุกเวลา
หากถามวา่ อาหารมือ้ ไหนท่มี ปี ระโยชน์ต่อรา่ งกายและที่สาคัญท่ีสุด คณุ หมอและโภชนาการ
ย่อมตอบวา่ อาหารม้ือเชา้ สาคญั ที่สดุ เพราะทาให้มสี ารอาหารตา่ ง ๆ มาเลี้ยงร่างกายไปต้งั แต่เรม่ิ วัน
นอกจากนี้ การรับประทานอาหารเชา้ ยงั ชว่ ยใหร้ ะบบเผาผลาญพลังงานของร่างกายมปี ระสิทธิภาพ
มากขึน้ และชว่ ยลดไขมันสะสมในร่างกาย คาอธบิ ายดงั กลา่ ว เปน็ การให้ความร้ใู นเชงิ วทิ ยาศาสตร์
ซงึ่ เปน็ สง่ิ ทเ่ี ราควรนามาปฏิบตั ิ แตถ่ ้าพจิ ารณาในแงข่ องจติ ใจประกอบด้วยแลว้ อาหารม้ือสาคญั ที่สดุ
อาจไมไ่ ด้อยูท่ ี่ว่าเป็นมอ้ื เช้า กลางวนั หรอื เยน็ แต่เป็นม้ือที่ เราได้รบั ประทานกับคนในครอบครัว
เพราะไดม้ ีโอกาสอยพู่ รอ้ มหน้ากนั ไดพ้ บและพดู คุยซ่ึงชว่ ยสรา้ งความอบอนุ่ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี
ปจั จบุ ันวิถีชีวิตคนในสังคมเมืองมีการแขง่ ขนั กันสงู จนบางครง้ั คนที่อยบู่ ้านเดียวกนั ไมม่ เี วลา
ที่จะพูดคุยหรื อรับรู้ความเป็นไปซึง่ กันและกัน ท้งั นี้อาจเพร าะเวลาสว่ นใหญ่หมดไปกับการทางาน
หากเป็นนักเรยี นก็ใช้ชีวิตส่วนใหญอ่ ย่ทู โ่ี รงเรียนและบนท้องถนนขณะเดนิ ทางไปโรงเรียนหรือเดนิ ทาง
กลบั บ้าน นอกจากน้ีอาจต้องใชเ้ วลาวันเสาร์และอาทติ ย์เรียนพิเศษเพม่ิ จนไมม่ ีเวลาไดอ้ ยบู่ า้ น ดงั นนั้
อาหารมื้อสาคญั จึงคอ่ ย ๆ หายไปจนบางครง้ั เวลาท่ีเรารับประทานอาหารจงึ ไม่ไดส้ นใ จว่าจะต้อง
รบั ประทานพรอ้ มกบั ใคร บางคนคิดเพยี งวา่ แค่ใหท้ ้องอิม่ เปน็ พอ
การรบั ประทานอาหารรว่ มกัน เปน็ การสร้ างสมั พันธอ์ ันดี ใหค้ นภายในครอบครัว สว่ นหน่ึง
เพราะวา่ การรบั ประทานอาหารที่อร่อย ถกู ใจ ทาให้เกิดความสุข และการพดู คุยในวงรบั ประทาน
อาหารแมจ้ ะเปน็ เพยี งประเ ดน็ เลก็ น้อย เช่น บทเพลง ศลิ ปนิ และรายการโทรทัศน์ทช่ี อบ ประเ ดน็
เหล่านี้ล้วนทาใหผ้ ฟู้ ังร่วมรบั ประทานอาหารได้เข้าใจ และเรยี นรู้ลกั ษณะนิสัยต่าง ๆ ของผพู้ ูดไดม้ าก
ยิง่ ข้นึ บางครงั้ ครอบครวั อาจไมไ่ ดส้ นทนาเรอ่ื งสว่ นตัวกันมากนกั แตก่ ารได้รบั ประทานอาหารร่วมกนั
ทาให้เกิดความรู้สึกปลอดภัย อบอุ่นใจ ส่งผลให้เป็นมื้อทสี่ าคญั และทาให้มคี วามสขุ เป็นที่สดุ
๑๓
เวลาท่ีผ่านมา หลายคนอาจมองขา้ มความสาคัญในเรอ่ื งดังกลา่ ว เพยี งเพราะ มักจะคิดวา่
คนในครอบครัวพบกันอยทู่ ุกวัน จะมารว่ มรบั ประทานอาหารพรอ้ มกนั เมอ่ื ไหรก่ ็ได้ แต่หากมโี อกาส
แลว้ ขออยา่ ได้ละเลย หรือปล่อยชว่ งเวลาแห่งความสขุ นี้ไป เพราะตราบใดที่มนษุ ย์ยงั ต้องการความรัก
ความเอาใจใส่ซ่ึงกันและกนั ความอบอนุ่ และ ความปลอดภยั การรับประทานอาหารร่วมกนั แมเ้ พยี ง
ช่วงเวลาเดียวกช็ ่วยสร้างพลังในการดาเนินชีวิตได้ คาพดู ทใี่ ห้กาลงั ใจเพยี งไมก่ ่ีคาขณะ รบั ประทาน
อาหารร่วมกัน อาจชว่ ยคลายความทุกขห์ รื อเศรา้ หมองภา ยในใจได้ ดงั นนั้ จงอยา่ รีรอ หรือคิดหา
ขอ้ อ้างตา่ ง ๆ ในการรับประทานอาหารมอื้ สาคัญ เพราะ ทกุ คนในครอบครัวกาลังรอคอยให้ความรัก
ความอบอุ่น ขณะเดียวกันพวกเขากร็ อคอยทีจ่ ะได้รบั ความรสู้ ึกทด่ี จี ากเราเช่นเดียวกัน หากสามารถ
ปฏิบัติได้เชน่ น้ี การรับประทานยอ่ มจะสาคญั ทกุ ม้อื และจะชว่ ยทาให้อมิ่ กายและอม่ิ ใจไปตลอดทั้งวัน
ธรรมเอก สุคนธวิทย์
๑. ผ้เู ขยี นกลา่ วถึงสาเหตุที่ทาให้คนในครอบครัวไม่ค่อยไดร้ บั ประทานอาหารร่วมกนั ไว้วา่ อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
๒. ผเู้ ขยี นกล่าวถึงผลของการท่ีคนในครอบครวั ได้รบั ประทานอาหารร่วมกันไว้ว่าอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
๑๔
๓. ผเู้ ขยี นต้องการโน้มน้าวใจผอู้ า่ นใหป้ ฏิบัตสิ ่งิ ใด
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
๔. สารโน้มนา้ วใจน้ใี ชก้ ลวิธีการเขยี นแบบใด
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
๕. เม่ือพจิ ารณาแลว้ ข้อความนเ้ี ป็นสารโนม้ นา้ วใจประเภทใด
…………………………………………………………………………………………………………………….…………………
๑๕
บัตรเน้อื หาที่ ๑
ความหมายและวัตถุประสงค์
การโนม้ นา้ วใจ
ความหมายของการโนม้ นา้ วใจ
การโน้มนา้ วใจ คือ การทาสง่ิ หนง่ึ ส่งิ ใดใหเ้ ปลย่ี นแปลงสภาพไปจากเดมิ ใหเ้ ป็นไปตามทศิ ทาง
ท่ผี ูโ้ นม้ น้าวใจตอ้ งการ เปน็ ความพยายามในการเปลย่ี นความเชื่อ คา่ นยิ ม ทัศนคติ และประสบการณ์
ใช้กลวธิ ีท่กี ระทบใจบคุ คลใหเ้ กิดการยอมรับ และยอมเปลีย่ นแปลงสภาพตามท่ผี ู้โนม้ น้าว ใจต้องการ
ภาษาท่ีใช้ต้องสรา้ งสรรค์ มเี จตนาดี มจี ดุ ประสงค์ ชัดเจน มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม และใช้ภาษาไปในทาง
เสนอแนะ อ้อนวอน ขอร้อง ไมข่ ่เู ข็ญ คกุ คาม บังคับ หรือหลอกลวง การเชญิ ชวนกเ็ ปน็ การโน้มน้าวใจ
อย่างหนงึ่ ทตี่ ้องการ เชิญชวนให้ผู้อน่ื ปฏบิ ตั ติ าม
ความต้องการขน้ั พ้ืนฐานของมนุษยก์ บั การโน้มนา้ วใจ
ความตอ้ งการขั้นพน้ื ฐานของมนษุ ย์ อย่างเชน่ ความตอ้ งการอาหาร ความตอ้ งการข้ันพืน้ ฐาน
มสี ว่ นสาคัญต่อพฤติกรรมของมนุษย์ ตลอดจนความเชอื่ ค่านยิ ม ทศั นคตใิ นเรื่องตา่ ง ๆ
หลักสาคัญที่สดุ ของการโนม้ นา้ วใจ คอื ทาใหม้ นษุ ย์ประจกั ษ์ ชดั ถึงคณุ ค่า และผลทจี่ ะไดร้ บั
ซ่ึงตอบสนองความตอ้ งการพื้นฐานของตนเอง
การท่บี คุ คลเปลย่ี นแปลงพฤติกรรมไปตามเปาู หมายของผูโ้ น้มน้าวใจ น้ัน อาจจะไม่ได้เปล่ียน
เพราะประจักษช์ ดั แกใ่ จตนเอง แต่อาจทาเพราะตัดความราคาญ ลกั ษณะเชน่ นถี้ อื ว่าการโน้มน้าวใจ
ยงั ไม่สมั ฤทธ์ิผล
๑๖
วตั ถุประสงคข์ องการโน้มนา้ วใจ
๑. เพอ่ื ชักนาหรือโนม้ นา้ วใจใหเ้ กิดความเชอ่ื ถือ ศรัทธา
เช่น การชกั นาให้ทาประกันชวี ติ การโฆษณาคุณภาพของสินค้า การโนม้ นา้ วใจ
ให้ศรทั ธาในศาสนา เป็นต้น
๒. เพอ่ื กระตุ้นหรอื เรา้ ใจให้เห็นความสาคญั ของสิ่งใดส่งิ หนึ่ง
เช่น การพูดใหเ้ ห็นความสาคัญของปุาไม้ การพดู ใหเ้ ห็นความสาคัญของวฒั นธรรม
ไทย การเขยี นใหป้ ระทบั ใจในการทางานอยา่ งเสียสละของตารวจตระเวนชายแดน เป็นต้น
๓. เพอื่ ปลกุ ใจใหเ้ กดิ ความสานกึ และปฏิบตั ิอยา่ งใดอยา่ งหนึง่
เชน่ การปลกุ ใจใหร้ กั ชาติ การปลกุ ใจใช้สินคา้ ไทย การปลุกใจให้รวมพลังสามคั คี
เป็นตน้
๔. เพอ่ื ให้ผูร้ บั สารเกิดความรู้ ความเขา้ ใจ มคี วามเห็นคล้อยตามและนาไปปฏบิ ัติ
เชน่ การโนม้ น้าวใจให้ร้จู กั การวางแผนครอบครัว การโน้มนา้ วใจใหร้ ู้จักใช้ถุงยาง
อนามยั เพือ่ ปูองกันการตดิ เช้ือเอดส์ การเชญิ ชวนให้เลกิ สบู บุหรี่ เป็นต้น
๑๗
บัตรกจิ กรรมที่ ๑
ความหมายและวตั ถุประสงค์
การโน้มน้าวใจ
คาชแ้ี จง ให้นักเรยี นอ่านคาถามและตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
ข้อ ๑ – ๗ ขดี หน้าขอ้ ความทเ่ี ปน็ สารโนม้ นา้ วใจ และขดี หนา้ ข้อความทไ่ี มใ่ ชส่ ารโนม้ นา้ วใจ
.......... ๑. เคร่ืองดื่มมคี ุณค่า ราคาน้าอดั ลม
.......... ๒. หา้ มท้งิ ขยะบรเิ วณนี้ ปรับทีละสองพัน
.......... ๓. อุทยานรอบมหาสถานเล่ากง็ ามไม่น้อย เตม็ ไปด้วยไมน้ านาพนั ธุ์ ไมด้ อก
และลดาวลั ยง์ ามนา่ ทศั นา
.......... ๔. ทุกข์โศกเพราะโชครา้ ย มากลา้ กรายอยา่ เสยี ขวญั
ทาใจใหร้ ู้ทัน ทุกขท์ ห่ี นกั จกั เบาลง
.......... ๕. โลหิตคอื สายธารแหง่ ชวี ิต ถ้ารา่ งกายขาดโลหติ ชวี ิตก็อยู่ไม่ได้ โลหติ จงึ เปน็ นา้
หลอ่ เลี้ยงรา่ งกายท่จี าเป็นอยา่ งยง่ิ เพื่อให้มีชีวติ อยูไ่ ด้
.......... ๖. ไอทที ่ีใชใ้ นการส่ือสารเรือ่ งตา่ ง ๆ คงหนีไม่พ้น ๒ อย่าง คอื มือถอื กับคอมพิวเตอร์
ทใี่ ช้บอ่ ยที่สดุ ซง่ึ ใช้วธิ ีสง่ ข้อความหากนั สง่ รูปใหก้ นั ไดค้ ยุ กัน เหน็ หน้ากัน
และสง่ อเี มลใหก้ นั กม็ ีบา้ ง
.......... ๗. เราขอมอบของขวญั พเิ ศษ “ออร์กาไนเซอร์อเนกประสงค์ ดีไซน์สวยหรูแดท่ า่ น
เมือ่ ท่านสมัครเป็นสมาชิกนิตยสารในราคาเพียงฉบบั ละ ๕๐ บาท”
๑๘
ขอ้ ๘-๑๒ จงนาคาท่ีกาหนดใหเ้ ติมลงในช่องว่างใหถ้ กู ต้อง วัจนภาษาและอวจั นภาษา
สารโนม้ นา้ วใจ แสดงพฤติกรรม
จติ ใจมนุษย์ ไมส่ มั ฤทธิ์ผล
๘. สารทมี่ ่งุ เปล่ียนความเชื่อ คา่ นิยม หรอื การกระทาของผูร้ ับสาร เรียกว่า
……………………………………..…………
๙. การใช้ภาษาเพ่ือการโน้มน้าว ใช้ไดท้ ั้ง
……………………………………..…………
๑๐. ในชีวิตประจาวนั เรามีการสอ่ื สารหลายรูปแบบ ท้งั การสนทนากับบคุ คลนัน้ โดยตรง
และการรบั สารตา่ ง ๆ จาก
……………………………………..…………
๑๑. ความตอ้ งการขั้นพ้นื ฐานของมนุษยท์ าให้มนุษย์เกิดความร้สู ึกนึกคิดและ
……………………………………..…………
๑๒. ถ้าผลการตอบสนองความต้องการขั้นพนื้ ฐานยงั เกิดขึ้นไม่ชัดเจน นบั วา่ การโนม้ นา้ วใจคร้งั น้นั ๆ
……………………………………..…………
๑๙
ขอ้ ๑๓ พิจารณาภาพต่อไปน้ีว่าตรงกบั วตั ถุประสงค์การโน้มนา้ วใจใด
............................................................................
............................................................................
ทม่ี า : http://odpc2.ddc.moph.go.th/odpc2/
............................................................................
............................................................................
ที่มา : https://www.change.org/p/.
............................................................................
............................................................................
ทมี่ า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter6-1.html
............................................................................
............................................................................
ทีม่ า : http://www.muangthaiservice.com/product/1604089/
๒๐
ขอ้ ๑๔ อา่ นบทประพันธ์ตอ่ ไปนี้แล้วตอบคาถามให้ถกู ต้อง
เพลงชาติ
ธงชาติไทยไกวกวัดสะบัดพลิว้ แลรว้ิ รวิ้ สลับงามเป็นสามสี
ผ้าผืนน้อยบางเบาเพยี งเทา่ นี้ แต่เปน็ ทรี่ วมชีวิตและจติ ใจ
ไทยรุ่นเยาวย์ นื เรียบระเบยี บแถว ดวงตาแนว่ นิง่ ตรงธงไสว
ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชอ้ื ไทย ฟังคราใดเลอื ดซ่านแล่นพร่านทรวง
ผืนแผน่ ดนิ ถ่นิ นท้ี ่ีพานกั เราแสนรกั และแสนจะแหนหวง
แผน่ ดนิ ไทยไทยตอ้ งครองทงั้ ปวง ชีพไม่ลว่ งใครอย่าล้ามายา่ ยี
เธอรอ้ งเพลงชาตไิ ทยมัน่ ใจเหลือ พลีชพี เพอ่ื ชาตทิ ่ีรักทรงศักดศ์ิ รี
เพลงกระห่มึ กอ้ งฟูากอ้ งธาตรี แมไ้ พรีไดฟ้ ังยังถอนใจ
แตส่ งิ่ หนง่ึ ซ่ึงไทยรา้ วใจเหลือ คือเลอื ดเนอื้ เป็นหนอนคอยบ่อนไส้
บ้างหากินบนน้าตาประชาไทย บ้างฝักใฝลุ ทั ธิช่วั น่ากลวั เกรง
ทกุ วนั นศี้ ึกไกลยังไมห่ ว่ ง แตห่ ว่ันทรวงศึกใกล้ไลข่ ่มเหง
ถา้ คนไทยหนั มาฆา่ กนั เอง จะรอ้ งเพลงชาติไทยให้ใครฟัง
ประพนั ธ์โดย : นภาลัย ฤกษ์ชนะ
บทประพันธ์ขา้ งต้นมวี ัตถปุ ระสงค์ในการโนม้ นา้ วใจอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
………………………………………………………………………………………………………….…………
๒๑
ขอ้ ๑๕ อา่ นขอ้ ความตอ่ ไปน้ีแลว้ ตอบคาถามใหถ้ ูกต้อง
ชุดช้นั ในถอื เปน็ อาภรณท์ ่ีทกุ คนตอ้ งใช้ แมจ้ ะไมไ่ ดม้ กี ารสวมใสอ่ ย่างเปิดเผย แตก่ ็ยงั ปฏิเสธ
ไม่ไดว้ ่ามคี วามสาคญั ตอ่ การดาเนนิ ชีวิต หากสวมใสช่ ดุ ชั้นในที่คบั เกนิ กอ็ าจขาดความมั่นใจได้ ดังนั้น
การดแู ลชุดชนั้ ใน โดยเฉพาะอยา่ งย่ิงการซัก และการจัดเก็บน้ัน ใครว่าไมใ่ ชเ่ รอ่ื งทสี่ าคัญ
วธิ กี ารซกั ชุดช้นั ใน เพอ่ื ถนอมให้สามารถใช้ไดน้ าน ๆ นน้ั ควรใชว้ ิธีการซกั มือ เพือ่ ให้สามารถ
ทท่ี าความสะอาดคราบเหง่ือไคลตา่ ง ๆ ไดอ้ ย่างหมดจด ตลอดจนไมท่ าให้ชุดชน้ั ในเสยี รูปทรงและช่วย
ปอู งกนั การเสยี หาย ฉกี ขาด ซึง่ เกดิ จากการซกั เคร่ือง แตห่ ากมคี ราบสกปรกท่ีซกั ออกยาก ก็ควรแชน่ า้
ไว้สกั ครู่ จากนน้ั ก็ใชแ้ ปรงขนน่มุ ๆ แปรงออกอยา่ งระมัดระวัง และเบามือ ซกั ลา้ งด้วยนา้ เปล่า ควรให้
ปลอ่ ยนา้ ไหลผา่ นช้า ๆ จากน้นั จึงใช้วิธีบีบเบา ๆ แลว้ นาไปผง่ึ ใหแ้ ห้งในท่ีทีม่ ีลมโกรก ไม่ควรตากแดด
เพราะจะทาให้ชดุ ชัน้ ในเสือ่ มสภาพและสีซีดเร็ว
วิธกี ารจดั เกบ็ ชดุ ชน้ั ในน้ัน ควรแนใ่ จแล้วว่าแหง้ สนทิ แลว้ จรงิ ๆ แล้วจงึ เก็บ เพราะชดุ ท่ีอับชืน้
ทาให้ เชอื้ ราเจริญเตบิ โตได้ดี อาจทาให้เกดิ ปัญหาโรคผวิ หนงั ในบรเิ วณจดุ ซ่อนเรน้ ได้ สาหรับสถานท่ี
ที่เก็บนน้ั ควรมีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อลดกลิ่นอบั หากเปน็ ผ้าธรรมดา ให้ทาการพับเกบ็ แลว้ เรียง
ซอ้ นกนั ใหเ้ ปน็ ระเบียบ แต่สาหรบั ชดุ ชนั้ ในของสุภาพสตรี ที่อาจมีฟองน้านนั้ ควรจัดเก็บบนไมแ้ ขวน
เพอ่ื รักษารูปทรง
ท่ีมา : http://www.bejame.com/article/1636.
ข้อความขา้ งต้นมวี ัตถปุ ระสงคใ์ นการโนม้ นา้ วใจอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
๒๒
บตั รเนือ้ หาที่ ๒
กลวิธกี ารโน้มน้าวใจ
กลวิธกี ารโน้มน้าวใจ
๑. แสดงให้ประจกั ษ์ถึงความน่าเชื่อถอื ของบุคคลผู้โน้มนา้ วใจ
บุคคลที่จะได้รบั ความเช่ือถือจากบุคคลอืน่ นั้นตอ้ งมคี วามรจู้ ริง มคี ณุ ธรรม และปรารถนาดี
ต่อผ้อู ่ืน การโนม้ นา้ วใจจึงตอ้ งทาใหผ้ ู้รบั สารเหน็ คุณลกั ษณะทดี่ ี ของผ้โู นม้ นา้ ว จะได้เกิดความเชอ่ื ถือ
และยินดีปฏิบตั ิตามด้วยตนเอง แนวทางการปฏบิ ตั ใิ หม้ ีลกั ษณะดังกลา่ ว อาจทาไดโ้ ดย
ข้ันที่ ๑ ทาตนใหม้ ีคณุ สมบตั ดิ ังกล่าวจริง
ขั้นที่ ๒ หาวิธที จี่ ะทาให้ประจักษใ์ นคณุ ลกั ษณะดังกลา่ ว คอื
- การแสดงวา่ มีความรู้จริง อาจทาได้โดยอธบิ ายเร่อื งราวไดล้ ะเอียด ถูกต้องแมน่ ยา
แสดงความรู้ไดอ้ ย่างลมุ่ ลึก
- การแสดงวา่ มคี ุณธรรม อาจทาได้โดยการเลา่ เหตกุ ารณ์ หรอื ประสบการณจ์ ริง
ทีแ่ สดงให้เห็นถงึ ความมีคณุ ธรรมต่าง ๆ
- การแสดงความปรารถนาดตี ่อผอู้ นื่ อาจทาไดโ้ ดยการให้คามนั่ สัญญาที่อยู่ในวสิ ัย
ปฏบิ ตั ไิ ด้แสดงความปรารถนาดีของตนหรือชใี้ หเ้ หน็ ความหว่ งใย ชใี้ หเ้ หน็ แนวทาง
ปฏบิ ัตทิ ่เี ปน็ ประโยชน์ต่อผปู้ ฏิบตั ิ
๒. แสดงใหเ้ หน็ ความหนักแน่นของเหตผุ ล
เรื่องทโี่ นม้ นา้ วใจนัน้ หากมกี ารให้เหตผุ ลหนักแนน่ ก็จะทาใหเ้ ป็นที่ยอมรบั
๓. แสดงใหป้ ระจกั ษถ์ ึงความรสู้ ึกหรอื อารมณ์รว่ มกัน
ผู้ทีม่ คี วามรสู้ ึกรว่ มกนั จะคลอ้ ยตามได้งา่ ย การจะโนม้ น้าวใจไดส้ ัมฤทธ์ผิ ลจงึ จะตอ้ งวเิ คราะห์
ผู้ฟงั อยา่ งละเอียด คน้ หาอารมณ์รว่ มกนั และแสดงออกก็จะชว่ ยโน้มน้าวใจไดส้ าเร็จ
๒๓
๔. แสดงให้เห็นทางเลอื กทัง้ ดา้ นดแี ละด้านเสยี
การโน้มนา้ วใจทชี่ ใ้ี ห้เหน็ ท้งั ดา้ นดีและดา้ นเสยี ทาใหผ้ รู้ บั สารมีทางเลอื ก และใชว้ ิจารณญาณ
ของตน เป็นการทาใหป้ ระจักษ์ดว้ ยตนเอง การโนม้ นา้ วใจก็สัมฤทธผิ์ ล
๕. สร้างความหรรษาแก่ผ้รู ับสาร
การโน้มน้าวใจตอ้ งรู้จักสรา้ งบรรยากาศความหรรษา เพราะจะทาให้ผรู้ ับสารเปลี่ยนอารมณ์
พร้อมทจ่ี ะคล้อยตาม วธิ กี ารสรา้ งความหรรษาต้องเ ลอื กให้เหมาะสมกบั กาลเทศะดว้ ย อาจใชว้ ิธเี ลา่
เรอื่ งราวทขี่ บขนั เปน็ ต้น
๖. เรา้ ให้เกดิ อารมณอ์ ย่างแรงกล้า
การมีอารมณอ์ ยา่ งแรงกลา้ จะทาให้มนุษย์ทวั่ ไปขาดการใช้เหตผุ ล ขาดการพจิ ารณาท่ีถกู ต้อง
และจะคล้อยตามการชักนาได้งา่ ย การเร้าใหเ้ กดิ อารมณเ์ วทนา สงสาร เร้าให้เกดิ ความรู้สกึ หวาดกลวั
แต่การโนม้ น้าวใจจะ ต้องไม่ใชว้ ธิ กี ารขูเ่ ข็ญหรอื หลอกลวง การโน้มนา้ วใจนั้นอาจเปน็ ส่ิงดหี รือไมด่ ี
ขึ้นอยกู่ บั เจตนาของผู้โนม้ นา้ วใจ ดังนัน้ ผทู้ โี่ นม้ นา้ วใจตอ้ งเปน็ ผมู้ จี รยิ ธรรมด้วย
๒๔
บตั รกจิ กรรมที่ ๒
กลวิธีการโน้มน้าวใจ
คาชแ้ี จง ให้นกั เรียนอา่ นคาถามและตอบคาถามใหถ้ กู ตอ้ ง
ข้อ ๑-๑๐ ใช้ตวั เลือกต่อไปนี้จบั คู่กบั ขอ้ ความที่สมั พันธ์กนั
ก. แสดงใหเ้ ห็นความนา่ เชือ่ ถือของบคุ คลทโ่ี น้มนา้ วใจ
ข. แสดงความหนกั แน่นของเหตผุ ล
ค. แสดงให้เห็นถึงความรู้สกึ หรืออารมณร์ ่วม
ง. แสดงทางเลอื กท้ังด้านดแี ละดา้ นเสยี
จ. สรา้ งความหรรษาแก่ผู้รับสาร
ฉ. เร้าใหเ้ กดิ อารมณอ์ ยา่ งแรงกลา้
................๑. “ภัยเศรษฐกจิ น้นั เปรยี บเสมอื นไฟ แลตอนน้ไี ฟกาลงั ไหมอ้ ย่รู อบบา้ นของเราแล้ว
เราจะมัวน่งิ เฉยไม่รบี ช่วยกัน ดับไฟดอกหรือ
................๒. “ทา่ นทมี่ สี ุขภาพสมบรู ณ์แข็งแรง ไม่เปน็ โรคตดิ ตอ่ ใด ๆ โลหิตของทา่ นมคี ณุ คา่
มคี ุณภาพและเหมาะสมท่ีจะนาไปใชส้ าหรบั ผ้ปู ุวยอีกจานวนมาก มาร่วมกนั
บริจาคโลหติ เพ่อื ช่วยเหลอื ชวี ติ เพื่อนมนษุ ย์ เพราะเป็นบุญกศุ ลท่ีน่าชนื่ ใจ”
................๓. คณะกรรมการนกั เรียนไดจ้ ดั ทาหนังสอื “แดด่ วงดาว” ขึ้นเพื่อเผยแพร่ชือ่ เสยี ง
และเกียรตคิ ณุ ของโรงเรยี น ในเล่มนีจ้ ะมปี ระวัติของโรงเรียน ผ้ทู ่ีทาประโยชน์
แกโ่ รงเรียนและอื่น ๆ ท่ีนา่ สนใจมากมาย รายได้มอบให้โรงเรียนทง้ั หมด เพ่อื นา
กลับมาพฒั นาโรงเรียน ถา้ ท่านซอ้ื หนงั สอื กเ็ ท่ากับว่าได้ชว่ ยพัฒนาโรงเรียนดว้ ย
๒๕
................๔. ดิฉนั เรียนจบปริญญาโทด้านการปกครอง เคยเป็นคณะกรรมการการพฒั นาการศึกษา
อยหู่ ลายปี ดิฉันมีความมุ่งมน่ั ทจ่ี ะพัฒนาบ้านเมืองของเราใหน้ ่าอยู่ พรอ้ มทีจ่ ะรบั ใช้
พ่ีน้องทกุ คน เลอื กดิฉนั ซคิ ะ เบอร์ ๑ คะ่
................๕. พรรคเราอาจจะทางานล่าช้าไปบา้ ง แต่ก็ถกู ต้อง แนน่ อน และมัน่ คง แตถ่ า้ ท่านไม่เลอื ก
พรรคเราเมื่อพรรคใหม่เขา้ มาประเทศจะล่มจมได้
................๖. ทกุ ทา่ นคงทราบข่าวจากสื่อมวลชนแล้วว่า การหาเสียงครั้งล่าสุดน้ีมกี ารสง่ ระเบิดใหผ้ ม
เสยี งดังสนน่ั หว่นั ไหว ผมดใี จจริง ๆ ทีเ่ กิดเหตกุ ารณ์อยา่ งนั้น เพราะเกิดความรู้สึกว่าเขา
ช่วยผมหาเสียงไปในตวั ช่วยให้คนร้จู กั ผมมากขึน้
................๗. มีเด็กจานวนมากทย่ี งั ด้อยโอกาสทางการศึกษา ขณะทีพ่ วกเราในเมอื งหลวง นง่ั รถแอร์
เยน็ ฉา่ ไป-กลับโรงเรยี น แตเ่ ดก็ อกี กว่าครงึ่ ประเทศต้องเดนิ เทา้ เปลา่ ไปโรงเรียนท่ีไกลบ้าน
กว่า ๑๐ กิโลเมตร ตอ้ งใช้เวลา ๒-๓ ชวั่ โมง กว่าจะไดเ้ รียนหนังสือ โครงการจกั รยาน
เพื่อนอ้ ง จึงมาขอบรจิ าคท่านคนละเลก็ ละน้อย เพือ่ ซอ้ื จักรยานให้เด็กเหลา่ นน้ั
................๘. จรงิ อยู่การเรยี นสายภาษามีแนวทางในการเลือกอาชพี ได้น้อยกว่าการเรียนทางสาย
วทิ ยาศาสตร์ แตถ่ า้ ผู้เรียนไมม่ ีทักษะทางด้านวิทยาศาสตรเ์ ลย เรียนไปกเ็ ป็นการฆา่ ตัวเอง
เพราะเรียนไมร่ เู้ รื่อง ตามเพือ่ นไม่ทนั สู้หันมาเอาดสี ายภาษาที่ตัวเองถนัดดกี ว่า อยา่ งนอ้ ย
ก็มกี าลังใจในการเรียนต่อไป
๒๖
................๙. การลกั ลอบตัดเศียรพระพทุ ธรูป เปน็ การกระทาของคนบาปหยาบชา้ ท่ีใหอ้ ภัยไมไ่ ด้
นอกจากจะเป็นการหม่ินสถานที่อันควรเคารพบูชาแลว้ ยงั เปน็ การย่ายพี ระพทุ ธศาสนา
อนั เป็นศาสนาประจาชาติเราอีกดว้ ย ดงั นั้นขอใหท้ ุกคนจงชว่ ยกนั ดูแลสอดสอ่ ง อย่าให้
พวกทมี่ ีจิตใจหยาบช้าพวกนีเ้ ขา้ มาทาเรื่องเลวรา้ ยเชน่ นไี้ ด้
................๑๐. นางงามจักรวาลผูซ้ งึ่ งามทส่ี ดุ ในจกั รวาลยังเลือกใช้ “ออรา่ ” เพอ่ื ดูแลผวิ พรรณ
ของเธอให้งามสดใสตลอดกาลแล้วคุณล่ะ
ข้อ ๑๑-๑๕ ตอบคาถามต่อไปนี้ใหถ้ ูกต้อง
๑๑. การแสดงความน่าเช่อื ถอื ในการโน้มน้าวใจ มอี งคป์ ระกอบอะไรบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๒. “วนิ ัยพยายามโน้มน้าวใจให้เพื่อน ๆ รักโรงเรียนให้มากขึน้ ”
แสดงวา่ วนิ ัยใช้กลวธิ โี นม้ น้าวใจในเรือ่ งใด
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๓. ยกตวั อยา่ งคาขวญั ทใ่ี ชก้ ลวิธกี ารเปรียบเทยี บ
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๔. ยกตวั อย่างคาขวญั ทีใ่ ชก้ ลวิธีการแสดงใหเ้ ห็นผลดี
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
๑๕. ยกตวั อยา่ งคาขวญั ที่ใชก้ ลวิธกี ารแสดงใหเ้ ห็นผลเสีย
…………………………………………………………………………………………………………………………………..
๒๗
บัตรเนอ้ื หาที่ ๓
ลกั ษณะภาษาท่ีใชใ้ นการโนม้ นา้ วใจ
ลกั ษณะของภาษาที่ใชใ้ นการโนม้ นา้ วใจ
ภาษาโน้มนา้ วใจตอ้ งไม่เปน็ การบังคับ ร้จู ักใชค้ าสื่อความหมายได้ตรงตามที่ตอ้ งการ
ควรมีจังหวะและความนุ่มนวล
ลักษณะของการใช้ภาษาเพ่ือโน้มนา้ วใจ มกั มี ๔ ลกั ษณะ
➔เชิงเสนอแนะ เช่น
แคข่ ยับ เทา่ กบั ออกกาลังกาย
➔ขอร้อง เช่น
รว่ มสร้างพลงั นา้ ใจ ด้วยการบริจาคโลหิตเพ่อื
ช่วยชวี ิตเพื่อนมนุษย์
➔วิงวอน เชน่
เหน็ ใจหนูเถดิ เพงิ่ เกดิ เมอ่ื วาน
อย่ารุมฆ่าฟนั ด้วยควนั พษิ เลย
➔เร้าใจ เชน่
กาชาด เลอื ดชอ็ ตหมดสต็อก
วิกฤตหนักขาดแคลนท่ัวประเทศ
ภาษาในการโนม้ น้าวใจ ไม่ต้องเป็นข้อความท่ียดื ยา ว แต่ควรใช้ถอ้ ยคาสน้ั ๆ กระชบั ชัดเจน
อาจมีคาคลอ้ งจองกัน เช่น การใช้คาขวัญช่วยโนม้ นา้ วใจ นับเป็นวธิ ีท่ไี ดผ้ ลดีวิธีหนึ่ง เพราะผูกแตง่ คา
ขึน้ อยา่ งกระชับ ชัดเจน เรา้ ใจใหท้ าตาม คาขวัญไมย่ าวเกินไป สละสลวย มจี งั หวะ มีน้าเสยี งชวนให้
ทาตาม จาง่ายเพราะมเี สยี งของคาคล้องจองกนั การแสดงความคิดจะชัดเจน ไม่วกวน
๒๘
บตั รกิจกรรมที่ ๓
ลกั ษณะภาษาทใี่ ช้ในการโน้มน้าวใจ
คาชี้แจง ให้นกั เรียนอา่ นคาถามและตอบคาถามใหถ้ ูกต้อง
ข้อ ๑-๔ ตอบคาถามตอ่ ไปน้ีให้ถูกตอ้ ง
๑. ยกตัวอย่างคาขวัญท่ีใช้ภาษาเชงิ เสนอแนะ
…………………………………………………………………..……
……………………………………………….……………………….
๒. ยกตัวอย่างคาขวญั ที่ใชภ้ าษาเชิงเร้าใจ
…………………………………………………………………..……
……………………………………………….……………………….
๓. ยกตวั อยา่ งคาขวัญที่ใช้ภาษาเชงิ ขอร้อง
…………………………………………………………………..……
……………………………………………….……………………….
๔. ยกตวั อย่างคาขวัญที่ใช้ภาษาเชงิ วิงวอน
…………………………………………………………………..……
……………………………………………….……………………….
๒๙
ขอ้ ๕-๙ วงกลมตัวเลือกคาตอบทถ่ี กู ตอ้ งท่ีสุด
๕. ข้อความต่อไปน้ีเปน็ การใชภ้ าษาในการโนม้ นา้ วใจแบบใด
“ถา้ อยากใหม้ สี ุขภาพและร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ พวกเราตอ้ งหนั มาออกกาลังกาย
อย่างสม่าเสมอ”
๑. การใช้ภาษาเชิงเร้าใจ
๒. การใชภ้ าษาเชิงขอรอ้ ง
๓. การใช้ภาษาเชงิ วิงวอน
๔. การใช้ภาษาเชงิ เสนอแนะ
๖. ข้อความตอ่ ไปน้ีเปน็ การใช้ภาษาในการโน้มน้าวใจแบบใด
“คณุ พ่อครบั วันนผี้ มขออนุญาตกลับบา้ นเย็นได้ไหมครับ ผมอยากอยูซ่ ้อมฟตุ บอล
ทโี่ รงเรยี นครบั ”
๑. การใช้ภาษาเชงิ เร้าใจ
๒. การใช้ภาษาเชิงขอร้อง
๓. การใช้ภาษาเชงิ วิงวอน
๔. การใช้ภาษาเชงิ เสนอแนะ
๗. คาขวญั ขอ้ ใดทีใ่ ช้ภาษาโน้มน้าวใจไดด้ ีที่สุด
๑. ต้นไม้คือมิตร ดดู ควันพิษแทนข้า
๒. อา่ นวนั ละหน้า เพม่ิ คุณคา่ แกช่ ีวติ
๓. บา้ นเมอื งสะอาด ประชาราษฎร์สขุ สันต์
๔. เกบ็ เท่าไหร่ก็ไมห่ มด ถ้าไมง่ ดทง้ิ ขยะ
๘. คาขวัญข้อใดมีนา้ เสียงต่างกับข้ออนื่
๑. ทาผดิ กฎจราจร พึงสังวรอนั ตราย
๒. ชว่ ยสงั คม ช่วยชาติ อย่าใหข้ าดเรื่องวินัย
๓. ฝึกตนใหม้ ีระเบียบวินยั ฝึกจติ ใจใหม้ คี ณุ ธรรม
๔. ขา้ มถนนตรงทางมา้ ลาย ลดอนั ตรายใหน้ อ้ ยลง
๙. ขอ้ ใดใช้ภาษาโนม้ นา้ วใจมากท่สี ดุ
๑. เธอไปแลว้ จะกลบั เมื่อไร
๒. ใหน้ าสมุดการบ้านมาส่งด่วนทุกคน
๓. ลูกจา๋ ตื่นขึ้นแต่เชา้ อาบน้าลา้ ง หนา้ กนิ ข้าวกอ่ นไปโรงเรยี นเถอะ
๔. อยา่ ไปนง่ั เล่นในสวนสาธารณะในตอนกลางคนื อาจได้รับอนั ตรายได้
๓๐
ขอ้ ๑๐. อ่านบทความต่อไปนแี้ ลว้ ตอบคาถามใหถ้ กู ต้อง
เรอ่ื ง กินจืดยดื ชวี ิต
อาหารเป็นปัจจยั ส่ี ถา้ คนเราไม่กินอาหาร เราจะไม่มแี รง ไม่มีพลังพอท่ีจะทากจิ กรรมต่าง ๆ
ในแตล่ ะวันได้ ดังนน้ั จึงตอ้ งกินอาหาร แตอ่ าหารท่ีเ รากนิ กต็ ้องรู้จักเลือกเพราะ เรากินอาหารเชน่ ไร
เราจะเปน็ เชน่ นน้ั เช่น ถา้ ชอบกนิ อาหารไขมันสงู ประเภทขา้ วขาหมู ขา้ วหมกู รอบ แคบหมู หรอื ขนม
เคร่อื งดืม่ หวาน ๆ มัน ๆ อยตู่ ลอด ไมน่ านก็จะอว้ นและอาจเป็นโรคไขมันสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ
เป็นตน้
จากรายงานของนักวิชาการสาธารณสขุ เช่ยี วชาญ ดา้ นโภชนาการ กระทรวงสาธารณสขุ
พบวา่ ตง้ั แต่ ปี ๒๕๔๘ – ๒๕๕๓ คนไทยเปน็ โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสงู หัวใจ หลอดเลอื ดสมอง
และมะเรง็ เพม่ิ ขึน้ กว่า ๑.๖ เทา่ ซึง่ สาเหตุหนง่ึ ก็มาจากการกนิ นัน่ เอง โดยเฉพาะกินอาหารรสจัด
เช่น กนิ เค็มเกนิ ไป กนิ หวานมากไป ซึง่ สง่ ผลเสียต่อสุขภาพอย่างมาก ทาให้ไตตอ้ งทางานหนักส่งผลให้
ไตวายได้ ดงั นน้ั เพอื่ รักษาสุขภาพของเรา การกิน รสจืดดีมากกว่า ควรชมิ ก่อนปรงุ ลดการกนิ อาหาร
แปรรูปต่าง ๆ ลดการกินอาหารกึ่งสาเรจ็ รปู หรือไมค่ วรใสเ่ ครอ่ื งปรุงจนหมดซอง เปน็ ต้น สุขภาพจะดี
อายจุ ะยืนยาว ถ้าเรากนิ อาหารรสจดื อาจจะอร่อยนอ้ ยลงเล็กนอ้ ย แตด่ ีกับสขุ ภาพมากขึน้ นับวา่
สมควรทา เราหนั มากนิ อาหารรสจดื เพอื่ ยืดชวี ิตกนั เถอะค่ะ สุขภาพดไี มม่ ีขาย อยากได้ ตอ้ งสรา้ งเอง
ดว้ ยการกินอาหารรสจดื นะคะ
ที่มา : www2.manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000032785
บทความขา้ งต้นมีการใชภ้ าษาในการโน้มน้าวใจอย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….…
…………………………………………………………………………………………………………………….…
๓๑
บัตรเน้อื หาที่ ๔
การพจิ ารณาสารโน้มนา้ วใจ
การพิจารณาสารโนม้ น้าวใจ
การพิจารณาสารโนม้ น้าวใจควรพจิ ารณา ที่จุดมุ่งหมายของผสู้ ่งสารว่าให้ ประโยชน์แก่ใคร
อย่างไร สารโน้มน้าวใจที่พบเห็นมากไดแ้ ก่ คาเชิญชวน โฆษณาสินค้าหรือบริการ และโฆษณาชวนเชอ่ื
๑. คาเชญิ ชวน
เปน็ การแนะนาใหท้ าอยา่ งใดอยา่ งหน่ึง สว่ นใหญจ่ ะเป็นเร่ือง ที่เก่ยี วกบั การทาประโยชน์เพือ่
ส่วนรวม อาจจะเชิญชวนในรปู ของใบประกาศ แผ่นปลิว คาเชญิ ชวน เช่น เชิญชวนใหบ้ ริจาคสิ่งของ
บริจาคโลหิต บริจาคดวงตา อวัยวะและอ่นื ๆ
ประกาศเชิญชวน มักจะบอกจดุ หมายไว้ชดั เจน ชีใ้ ห้เหน็ ประโยชน์ และบอกวิธีปฏบิ ตั ิ กลวธิ ี
ทนี่ ิยมใช้ คือการชี้ให้ผถู้ ูกโน้มน้าวเกิดความภมู ใิ จว่าถ้าปฏบิ ัตติ ามนั้นแล้วจะเป็นทีย่ อมรบั ในสงั คม
ตัวอย่าง
ท่ีมา : http://www.thachamoung.go.th/networknews/detail/50920/data.html.
ท่มี า : http://www.trueplookpanya.com/new/cms_detail/news/17372.
๓๒
๒. โฆษณาสินค้าหรอื บรกิ าร
โฆษณาสินคา้ หรอื บรกิ ารเปน็ สารโนม้ น้าวใจท่มี ุง่ ประโยชน์ เพือ่ การขาย มกั จะใชก้ ารกระทา
ผา่ นสือ่ สารมวลชนประเภทต่าง ๆ สารโน้มนา้ วใจประเภทนี้มีลกั ษณะสาคัญคือ
๑. มสี ว่ นนาที่สะดดุ หู สะดุดตา ด้วยการใชถ้ ้อยคาแปลกใหม่ น่าสนใจ
๒. ใชป้ ระโยคส้นั ๆ ถ้อยคากระชับ ไดค้ วามหมายชดั เจน
๓. เนอื้ หาจะช้ใี หเ้ ห็นถงึ คุณภาพของสินค้า สว่ นมากจะเกนิ ความเป็นจริง
๔. มงุ่ สนองความตอ้ งการขน้ั พืน้ ฐานของมนษุ ย์ ทาใหผ้ ูร้ บั สารเกดิ การยอมรับ
คล้อยตามได้ง่าย
๕. เนอื้ หาของโฆษณามักขาดเหตผุ ลทีห่ นกั แน่นและรัดกมุ บางครงั้ ไมถ่ กู ตอ้ ง
ตามหลักวิชาการ
๖. มักเสนอสารนั้นทางสอ่ื ตา่ ง ๆ ซา้ ๆ กนั หลายคร้งั เพื่อใหจ้ าได้
ประโยชน์ของการโฆษณา
๑. ทาให้สาธารณชนรู้จกั สนิ ค้าและบรกิ ารหลากหลายประเภท ซึ่งจะส่งผล
ถึงยอดจาหน่าย ทาให้ราคาสนิ คา้ ถูกลงได้
๒. ทาให้กิจการส่ือมวลชนมีรายได้ เน่อื งจากได้คา่ โฆษณา ทาใหส้ ามารถ
จัดรายการต่าง ๆ ท่ีมปี ระโยชน์แกส่ าธารณชนได้
โทษของการโฆษณา ไดแ้ ก่ ทาให้ผู้รบั สารเกดิ ความเ ข้าใจผิด ทาใหต้ น้ ทุนของสนิ ค้าสงู ขนึ้
อกี ท้งั มีผลเสียด้านการใช้ภาษา ตลอดจนอาจทาให้เยาวชนมคี ่านิยมทไี่ มถ่ กู ต้องในบางเรือ่ ง
ตัวอย่าง
ทม่ี า : http://www.ipesp.ac.th/learning/thai/chapter6-1.html.
ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=W_kJYzqNosE.
๓๓
๓. โฆษณาชวนเชือ่
การโฆษณาชวนเชื่อเป็นการกระทาทีพ่ ยายาม มุง่ เปลี่ยนความเชอ่ื และการกระทาของบุคคล
จานวนมาก โดยไม่คานึงถงึ ความถูกต้องตามเหตุผลและข้อเทจ็ จรงิ การโฆษณาชวนเช่ือ น้นั แบ่งอย่าง
กวา้ ง ๆ ได้เป็น ๒ ชนิด คือ การโฆษณาชวนเช่อื ทางการค้า และการโฆษณาชวนเช่อื ทางการเมอื ง
กลวิธที ่นี ิยมใช้ในการโฆษณาชวนเชอ่ื
๑. การตราช่ือ
การตราช่อื เป็นการหาคามาเร้าให้หมดความเช่ือในฝุายตรงขา้ ม เช่น เรยี กผู้อ่นื วา่
“พวกหัวรุนแรง” (แสดงถงึ ลกั ษณะอันไมพ่ งึ ประสงค)์
๒. การใช้ถอ้ ยคาหรหู รา
การใชถ้ ้อยคาหรูหรา เพือ่ ทาให้เกดิ ความเล่ือมใส เชื่อถอื ฝุายนัน้ ทาใหผ้ ูร้ บั สารหลง
คลอ้ ยตาม โดยไม่ได้คิดถงึ เหตุผลหรือตรวจสอบความถกู ต้อง
๓. การอ้างบคุ คลหรือสถาบนั
การอา้ งบุคคลหรือสถาบันที่ผรู้ ับสารเช่ือยอมรับนบั ถือ จะทาใหผ้ ้ฟู งั เกิดความเชอื่ ถือ
และนิยมชมชอบในหลักการท่นี าเสนอ ก็จะเกิดการคล้อยตามได้งา่ ย ยอมเชื่อและซ้ือสนิ ค้า
ตัวอย่าง : อลั เบิร์ต ไอน์สไตนก์ ลา่ วไว้ว่า “จินตนาการสาคัญกวา่ ความรู้”
๔. การทาเหมือนชาวบา้ นธรรมดา
การทาเหมือนชาวบ้านธรรมดา เป็นการแสดงตนวา่ เป็นพวกเดยี วกัน เพื่อจะทาให้
เกดิ ความไว้เนอื้ เชือ่ ใจ อันจะทาใหช้ กั จูงได้งา่ ย
๓๔
๕. การอา้ งแต่ประโยชนต์ น
วธิ นี จี้ ะช้ีใหเ้ ห็นแตป่ ระโยชน์ฝุายตน ไม่พูดถึงขอ้ บกพร่องให้รู้
๖. การอา้ งคนสว่ นใหญ่
การอา้ งคนสว่ นใหญ่ เปน็ การทาให้ผ้รู ับสารเห็นว่า คนสว่ นใหญเ่ ช่อื เชน่ นั้น ปฏบิ ัติ
เชน่ น้นั ถ้าผู้ฟงั ปฏบิ ัตเิ หมือนคนสว่ นใหญ่ ก็จะไม่ผิดแปลกจากคนอน่ื
ตวั อย่าง
ทมี่ า : http://superpuengg.blogspot.com/.
ทม่ี า : https://my.dek-d.com/spiral/gallery/show_picture.php?id=106037602.
๓๕
บตั รกจิ กรรมที่ ๔
การพจิ ารณาสารโน้มน้าวใจ
คาชีแ้ จง ให้นกั เรยี นอ่านคาถามและตอบคาถามให้ถูกต้อง
ขอ้ ๑-๔ ตอบคาถามต่อไปน้ีให้ถกู ต้อง
๑. คาเชิญชวนคอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
๒. ใบปลวิ การรบั บริจาคโลหติ วิทยุกระจายเสียงเรื่องการเลอื กตัง้ โปสเตอรก์ ารรับบรจิ าคแวน่
ใหแ้ ก่คนตาบอด ข้อความนี้เป็นสารโน้มน้าวใจประเภทใด
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
๓. “ชาร์ป กา้ วลา้ ไปในอนาคต” ข้อความนี้เปน็ สารโนม้ น้าวใจประเภทใด
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
๓๖
๔. โฆษณาชวนเชือ่ คอื อะไร และมีกลวิธขี องโฆษณาชวนเชอื่ มอี ะไรบา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
…………………………………………………………………………………………………………………….………
ขอ้ ๕ ใช้ตัวเลอื กตอ่ ไปนีต้ อบใหต้ รงกบั ขอ้ ความที่กาหนดให้
ก. คาเชญิ ชวน
ข. โฆษณาสนิ ค้า
ค. โฆษณาชวนเช่อื
.......................๕.๑ สารโนม้ นา้ วใจทใ่ี ชก้ ลวิธกี ารโน้มนา้ วใจใหก้ ลุ่มเปาู หมายนิยมอดุ มการณฝ์ าุ ยตน
.......................๕.๒ สารโน้มน้าวใจทม่ี ักมเี น้ือหาเป็นการแนะใหช้ ่วยกนั กระทาอย่างใดอยา่ งหนึ่ง
.......................๕.๓ สารโน้มน้าวใจทจี่ ะมสี ่วนนาทสี่ ะดดุ หู สะดุดตา สะดุดใจ ด้วยถ้อยคาแปลกใหม่
ขอ้ ๖-๘ ข้อความต่อไปนีเ้ ปน็ สารโนม้ นา้ วใจประเภทใด
๖. เท่ียวหัวใจใหม่ เมอื งไทยยัง่ ยนื
……………………………………………………………………
๗. เชดิ ชนู กั สผู้ ยู้ งิ่ ใหญ่
……………………………………………………………………
๘. ยงุ แขยง แมลงขยาด เมอ่ื อาทขยับ
……………………………………………………………………
๓๗
ข้อ ๙-๑๐ เลือกคาตอบจากคาถามตอ่ ไปนีใ้ ห้ถกู ต้อง
๙. ขอ้ ความต่อไปน้ีจดั อย่ใู นสารโน้มน้าวใจลกั ษณะใด
“น้าตาปนสายธาร หวังให้ทา่ นหลั่งนา้ ใจ”
๑. คาเชญิ ชวน
๒. โฆษณาสินคา้
๓. โฆษณาบรกิ าร
๔. โฆษณาชวนเชอ่ื
๑๐. ข้อความใดเปน็ สารโน้มนา้ วใจชนิดโฆษณาชวนเช่ือเชิงการค้า
๑. จะขบั รถใหเ้ ร็วเทา่ ไรกเ็ ชญิ เถิด ว่าแต่คณุ จองวดั ไวแ้ ล้วหรอื ยัง
๒. ขอเชญิ ลองสวมแว่นตาที่จะสะทอ้ นจนิ ตนาการอันละเอยี ดอ่อนบรสิ ทุ ธิ์ของเราดู
๓. สขุ ภาพดเี ราตอ้ งดแู ลตนเอง นอกจากอาหาร อากาศบริสทุ ธิ์ และจิตใจสบายไม่เครียดแล้ว
การออกกาลงั ใหส้ ขุ ภาพดีนบั เปน็ สง่ิ จาเปน็ อย่างย่ิง
๔. หลายคนอาจจะมองวา่ การทอ่ งเท่ียวเป็นการใช้เวลาว่างโดยเปล่าประโยชน์ แตร่ หู้ รอื ไม่วา่
เป็นกิจกรรมทด่ี ีมากอย่างหนึ่งในการเปดิ มมุ มองใหม่ใหก้ บั ชวี ติ
๓๘
บัตรกิจกรรมท่ี ๕
การใช้การโนม้ น้าวใจ
คาช้แี จง ใหน้ ักเรียนอา่ นคาถามและตอบคาถามให้ถกู ต้อง
ข้อ ๑-๔ อ่านข้อความต่อไปน้แี ลว้ ตอบคาถามให้ถูกตอ้ ง
ในชว่ งระยะหลัง ๆ เรามักได้ยนิ ขา่ วสภากาชาดไทยประกาศขอ "บรจิ าคเลือด" บ่อยครง้ั ข้นึ
สะท้อนใหเ้ ห็นวา่ ความตอ้ งการในการรบั บรจิ าคเลือดยังคงมีอยอู่ ย่างต่อเน่อื ง ใน "วนั บรจิ าคโลหติ โลก
(World Blood Donor Day)" ไปดูกันดีกวา่ ว่า การบริจาคเลอื ดมคี วามสาคญั อยา่ งไร แ
ล้วคุณจะรู้ว่า
การบริจาคเลือดนนั้ สง่ ผลดีมากกวา่ ที่คณุ คิด
ปกติคนเรามเี ลือดอยู่ในรา่ งกายประมาณ ๗๐-๘๐ มิลลลิ ิตรต่อนา้ หนกั ๑ กิโลกรัม หากเรา
เสยี เลอื ดไม่เกิน ๑๕ % เช่น บรจิ าคเลือด ก็จะไมเ่ กิดอนั ตรายตอ่ รา่ งกาย แต่ถา้ เราเสยี เลือดเกิน ๕๐ %
แล้วไมไ่ ด้น้าเกลือ ไม่ได้พลาสมา หรือน้าเหลือง และไมไ่ ดเ้ ลอื ดก็จะต้องเสยี ชวี ติ
การบริจาคเลือดแตล่ ะครั้ง ควรท้ิ งชว่ ง ๓ เดอื น เลือดทีบ่ รจิ าคไป ไม่เพียงแตท่ าให้ได้เลอื ด
ไปชว่ ยชวี ติ ผ้ปู วุ ยเท่าน้นั แตย่ งั สามารถแยกเป็นพลาสมา หรือนา้ เหลืองไปช่วยผปู้ ุวยได้อกี ทางด้วย
เลอื ดท่ีบรจิ าคมที ้ังเม็ดเลอื ดแดง และนา้ เหลือง ปกติเรานาเลือดผูบ้ ริจาคมาปน่ั แยกเปน็ เมด็ เลือดแดง
และนา้ เหลือง ถ้ามอี ุบัติเหตเุ ข้ามา แพทย์ส่วนใหญ่กจ็ ะต้องให้นา้ เกลือ หรือให้นา้ เหลืองไว้ก่อน จนกวา่
จะทราบวา่ ผู้ปุวยหมู่เลือดอะไร ยนู ิตไหนทเี่ ข้ากันได้
ผลดอี ีกประกา รที่มตี อ่ รา่ งกายของผ้บู ริจาค คอื จะทราบเลยว่าตัวเองนัน้ เลอื ดเข้มขน้ ปกติ
หรอื เปล่า เพราะเราตอ้ งตรวจก่อนว่ามีเลอื ดมาก และเขม้ ข้นเพยี งพอ ซงึ่ นนั่ จะทาให้เราไดร้ บั ทราบถึง
สภาพร่างกายท่ัวไปด้วย เชน่ ความดนั เปน็ อยา่ งไร ปอด หวั ใจ เตน้ ปกติหรือเปลา่ นอก จากน้นั การต้อง
เสียเลือดก็จะไปกระตุ้นให้ไขกระดกู สรา้ งเม็ดเลือดออกมาใหม่
การบริจาคเลือดเหมือนการไปกระตุ้นใหไ้ ขกระดูกทางาน และสร้ างเม็ดเลอื ดใหม่ออกมา
ตลอดเวลา ทาใหไ้ ขกระดกู รู้หนา้ ที่ เวลาท่ีเสียเลอื ดข้ึนมา ไขกระดกู กจ็ ะรีบทางานสรา้ งเมด็ เลือดใหม่ ๆ
ออกมาอยใู่ นกระแสเลือด หล่อเลย้ี งร่างกายและทาใหร้ า่ งกายแขง็ แรงตลอดเวลา...
ขอ้ ดีมากมายอย่างน้ี.. นอกจากจะได้สร้างบญุ กุศลแล้ว ยังเกิดผลดีต่อตัวเราเองอีกด้วย
ทมี่ า : https://hilight.kapook.com/view/27717
๓๙
๑. ใช้กลวิธีใดในการโน้มนา้ วใจ
……………………………………………………………….………
……………………………………………….………………………
……………………………………………………………….………
๒. ภาษาท่ีใช้โนม้ นา้ วใจเปน็ ลักษณะใด
……………………………………………………………….………
……………………………………………….………………………
……………………………………………………………….………
๓. เมื่อพจิ ารณาแล้วเปน็ สารโนม้ นา้ วใจประเภทใด
……………………………………………………………….………
……………………………………………….………………………
……………………………………………………………….………
๔. จุดมุง่ หมายสาคัญที่สดุ ของขอ้ ความโนม้ น้าวใจนค้ี ืออะไร
……………………………………………………………….………
……………………………………………….………………………
……………………………………………………………….………
๔๐
ข้อ ๕-๗ เขยี นสารโนม้ น้าวใจตามทก่ี าหนดให้ต่อไปนี้
๕. เขียนคาขวัญให้ช่วยกันประหยัดพลังงานในหอ้ งเรียน
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
๖. เขียนคาโฆษณาจากสอ่ื โทรทศั น์ทีน่ ักเรียนประทับใจ (ไมจ่ ากัดสินค้า)
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
๗. เขยี นข้อความโน้มนา้ วใหเ้ ห็นความสาคัญของความสามคั คกี นั
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………
๔๑
ขอ้ ๘-๑๐ อา่ นขอ้ ความต่อไปนี้แล้วตอบคาถามใหถ้ ูกตอ้ ง
“การบริจาคมคี ณุ ประโยชน์มหาศาลดังไดก้ ล่าวมาแล้ว และโดยเฉพาะอย่างยง่ิ คอื ประโยชน์
ต่อจิตใจของเราเอง ฉะนัน้ เราทุกคนจงอยา่ รรี อที่จะบรจิ าคเลย และเม่อื บริจาคจงบริจาคด้วยความรกั
ความยนิ ดี และความอิ่มเอม หรอื มิฉะนน้ั ก็จงบริจาคให้เหมอื นกบั ดอกไม้ทบ่ี านไสว และส่งกลน่ิ หอม
ทว่ั ท้องทงุ่ เถดิ เพราะดอกไมน้ น้ั บริจาคกลนิ่ หอมแก่ทกุ ชวี ิต โดยไมป่ รารถนาผลตอบแทนใด ๆ เลย”
๘. ขอ้ ความขา้ งตน้ เป็นสารท่ีมีจุดมุ่งหมายสาคัญอยา่ งไร
๑. โน้มน้าวให้ปฏิบตั ิ
๒. บอกเล่าใหร้ ู้เรือ่ งราว
๓. อธิบายให้เขา้ ใจเจตนา
๔. ช้แี จงให้เห็นจรงิ ตามตอ้ งการ
๙. ผู้เขียนใชก้ ลวิธเี ขยี นอยา่ งไร
๑. ใหเ้ หตผุ ล
๒. ยกตัวอย่าง
๓. กลา่ วเปรยี บเทยี บ
๔. แสดงผลเสียใหเ้ หน็
๑๐. คาขวัญใดมเี นื้อหาครอบคลมุ ขอ้ ความนี้
๑. อย่ารีรอชา้ เชญิ มาบรจิ าค
๒. บรจิ าคน้มี ีค่าลา้ เมอื่ กระทาด้วยใจบรสิ ุทธ์ิ
๓. บริจาคกันเถดิ เกดิ ประโยชน์มหาศาล
บริจาคทกุ วัน จิตใจท่านมสี ุข
๔. บริจาคกันเถิด เกดิ ประโยชน์ตอ่ จิตใจ
บรจิ าคแบบเต็มใจ โลกสดใสตลอดกาล
๔๒
บตั รทดสอบหลงั เรยี น
ชดุ ท่ี ๕ ภาษากบั การโน้มนา้ วใจ
คาชแี้ จง ๑. บัตรทดสอบหลงั เรียนฉบับน้ีเปน็ แบบทดสอบปรนยั แบบเลือกตอบ ๔ ตัวเลือก
จานวน ๑๐ ขอ้ ขอ้ ละ ๑ คะแนน ใช้เวลา ๑๐ นาที
๒. ให้นกั เรียนอ่านคาถามให้ละเอยี ด แล้วเลอื กคาตอบที่ถกู ท่ีสดุ เพียงคาตอบเดยี ว
ตอบในกระดาษคาตอบ โดยทาเครือ่ งหมายกากบาท () ในช่องตัวเลอื กทตี่ ้องการ
๓. ให้นักเรยี นทาแบบทดสอบให้ครบทุกขอ้
๑. ข้อใดคือหลักสาคญั ที่สดุ ในการโนม้ นา้ วใจ
๑. การทาให้ผู้ถกู โนม้ นา้ วปฏบิ ัติตนอย่างขอไปที
๒. การทาให้ผู้ถูกโนม้ น้าวทาตามโดยมกี ฎหมายบงั คับ
๓. การทาใหผ้ ถู้ กู โนม้ นา้ วยอมที่จะทาโดยมเี ง่ือนไขแลกเปล่ยี น
๔. การทาใหผ้ ้ถู กู โนม้ นา้ วเช่ือและทาตามทีผ่ โู้ น้มนา้ วใจชักชวน
๒. ขอ้ ใดกล่าวไมถ่ กู ตอ้ ง
๑. การโฆษณาชวนเชอ่ื ไม่ถือเป็นสารโนม้ นา้ วใจ
๒. สารโน้มน้าวใจเปน็ สารทมี่ ุ่งให้เกดิ ความเปล่ยี นแปลง
๓. วธิ กี ารขม่ ขู่ บบี บังคบั หรอื หลอกลวงไม่ถือเป็นการโน้มน้าวใจ
๔. การสรา้ งความหรรษาแก่ผู้รบั สารเปน็ กลวิธหี น่ึงในการโน้มนา้ วใจ
๓. ใครเป็นผู้ทีม่ คี ุณธรรมในการโนม้ น้าวใจมากทส่ี ดุ
๑. สมชายบังคบั ใหส้ ดุ าซื้อสนิ ค้าท่ีตนจาหนา่ ย
๒. นฤมลขอให้สมศรรี บั ของจากที่รา้ นไปชว่ ยจาหน่าย
๓. วนิ ยั สัญญากบั ชาวบ้านวา่ ถ้าได้รับเลือกต้งั จะสรา้ งถนนเขา้ หมู่บา้ น
๔. วินยั เชิญชวนให้ลกู คา้ ทดลองกอ่ นเพื่อที่จะได้ซ้อื สนิ ค้าตามความพอใจ
๔๓
๔. สถานการณต์ ่อไปนข้ี อ้ ใดไม่ถือเป็นการโน้มน้าวใจ
๑. ประชาชนบรจิ าคโลหิตตามคาเชิญชวนของสภากาชาดไทย
๒. ชาวบ้านช่วยกันบรจิ าคเงินให้ผรู้ ับบรจิ าคเพือ่ ตดั ความราคาญ
๓. ประชาชนตา่ งไปลงคะแนนเสยี งเลือกตัง้ ตามทรี่ ัฐบาลเชิญชวน
๔. ผูโ้ ดยสารใช้บรกิ ารใหม่ของการรถไฟ ฯ ตามทกี่ ารรถไฟ ฯ ชักชวน
๕. ขอ้ ใดมีการโนม้ น้าวใจน้อยทีส่ ุด
๑. ห้องพกั กว้างขวางในบรรยากาศท่ีคณุ จะประทบั ใจตลอดไป
๒. หอ้ งพกั ในโอกาสวนั หยุดสุดสัปดาห์ของคณุ และสมาชกิ ในครอบครัว
๓. หอ้ งพักแบบเดอลกุ ซ์ในโรงแรมท่ชี ายหาดสวยทีส่ ดุ แหง่ หน่งึ ของไทย
๔. หอ้ งพักสไตล์สว่ นตัว พร้อมสระวา่ ยนา้ และโฮมเธยี เตอรท์ นั สมยั ในห้องนงั่ เล่น
๖. คาขวัญข้อใดท่ีใชก้ ลวธิ โี นม้ นา้ วใจใหเ้ ห็นทางเลือกท้งั ด้านดแี ละด้านเสยี
๑. ปาุ ไม้บารงุ ชาติ ปาุ พนิ าศชาติวอดวาย
๒. รกั ชาติตอ้ งช่วยพัฒนา รักปาุ ต้องอนุรกั ษ์
๓. ดลุ ธรรมชาตจิ ะสิ้นไป หากวันใดไทยสิน้ ปาุ
๔. ฝนตกท่วั ฟาู เพราะปุาช่วยไว้ ไร้ส้นิ อุทกภยั เมืองไทยร่มเยน็
๗. ข้อความใดเป็นสารโน้มน้าวใจชนดิ โฆษณาชวนเชื่อเชงิ การค้า
๑. เก็งแนวข้อสอบเขา้ มหาวิทยาลยั หลาย พ.ศ. พร้อมเฉลยและแนวคิดเพื่อพิชิตขอ้ สอบ
๒. อาคารพาณิชย์บนทาเลทองเชน่ น้ี ย่งิ ตัดสินใจเร็วเท่าใด คณุ ก็มีโอกาสเลอื กทาเล
ท่ีเหมาะสมทสี่ ดุ ไดม้ ากข้ึนเท่านน้ั
๓. คณุ เปน็ คนสาคญั เสมอไมว่ า่ จะอย่มู ุมไหนของโลก โดยเฉพาะอยา่ งยิ่ง เม่ือคณุ พก
บัตรเครดิตของเราติดตัวไปด้วย
๔. หมดปญั หาเร่ืองอา่ นหนังสอื ไม่ทันสอบ เพราะวเิ คราะห์ขอ้ สอบเกา่ และแนวการทาโจทย์
ตา่ ง ๆ รวมอยู่ในหนังสอื เลม่ นเ้ี พียงเลม่ เดยี ว
๔๔
ขอ้ ความต่อไปนใ้ี ชต้ อบคาถามข้อ ๘ – ๙
"ปจั จุบันผู้หญิงไทยจานวนมากต้องรับทุกข์ทรมาน บางคนถูกข่มขนื บางคนถกู สามีทารา้ ย
หรอื ทอดทิ้ง การปล่อยใหเ้ ขาเหลา่ นแ้ี กไ้ ขปัญหาดว้ ยตนเอง แทนทีส่ ภาพเขาจะดขี น้ึ กลับกอ่ ให้เกดิ
ปัญหาสังคมนานาประการตามมา คณะกรรมการจึงจดั ตัง้ "บ้านพักฉุกเฉิน" สาหรบั คนเหล่านีข้ ึน้
เพื่อให้ช่วยแกป้ ัญหาดงั กล่าว การทท่ี า่ นมเี มตตาบรจิ าคเงนิ สนบั สนนุ การดาเนินงานของ "บ้านพกั
ฉกุ เฉิน" นอกจากจะเปน็ การชว่ ยดับทุกขท์ างใจให้แก่เขาเหลา่ นแี้ ลว้ ยังเป็นการชว่ ยใหเ้ ขามีอาชพี
เลี้ยงตนเองไดใ้ นอนาคตอีกดว้ ย โปรดชว่ ยกันนะคะ"
๘. ขอ้ ความข้างต้นใช้น้าเสียงโนม้ น้าวใจตรงกับข้อใด
๑. บังคับ
๒. แนะนา
๓. ขอรอ้ ง
๔. เสนอแนะ
๙. ขอ้ ความข้างต้นไมใ่ ช้กลวิธีใดในการโน้มนา้ วใจ
๑. การเรา้ ใหเ้ กิดอารมณ์อยา่ งแรงกล้า
๒. การแสดงให้ประจกั ษถ์ ึงอารมณร์ ว่ ม
๓. การแสดงให้ประจักษถ์ ึงเหตผุ ลและความจาเปน็
๔. การแสดงให้ประจักษถ์ ึงเหตผุ ลและทางเลือกท้ังดีและเสยี
๑๐. ขอ้ ความต่อไปนี้แสดงว่าสมชายใชก้ ลวิธีโนม้ นา้ วใจในเร่ืองใด
“สมชายสามารถอธบิ ายรายละเอยี ดของสินคา้ ทจ่ี าหนา่ ยได้อย่างถกู ตอ้ ง แมน่ ยา”
๑. ทาใหเ้ กิดความรสู้ ึกหรอื อารมณ์รว่ มกัน
๒. การสร้างความหรรษาใหแ้ ก่ผูถ้ ูกโนม้ นา้ วใจ
๓. แสดงให้เห็นความนา่ เช่อื ถือของผู้โน้มนา้ วใจ
๔. แสดงใหเ้ หน็ ทางเลือกทง้ั ทางด้านดีและดา้ นเสยี
บตั รกระดาษคาตอบ ๔๕
ขอ้ ก ข ค ง ๑๐
๑
๒
๓
๔
๕
๖
๗
๘
๙
๑๐
เก่งมาก ๆ เลย
ไปทาชุดต่อไปกันเถอะ
๔๖
บตั รบันทึกการเรยี นรู้
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นบนั ทกึ การเรียนร้เู พอ่ื ทบทวนความเข้าใจ
๑. นกั เรยี นไดเ้ รียนรอู้ ะไรบ้างจากการเรียน โดยใช้ชดุ กิจกรรมการเรยี นรูภ้ าษาไทย
เรื่อง ภาษาพัฒนาความคิด ชุดท่ี ๕ ภาษากบั การโน้มน้าวใจ
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
๒. ในการเรยี น ชุดท่ี ๕ ภาษากบั การโน้มน้าวใจ นักเรียนมีความรู้สกึ / คดิ เหน็ อย่างไร
...........................................................................................................................
..........................................................................................................................
...........................................................................................................................
..........................................................................................................................
๓. ความรทู้ ่ีได้จากการเรยี น ชุดที่ ๕ ภาษากบั การโนม้ นา้ วใจ นกั เรยี นจะนาไป
ประยกุ ต์ใช้ในชีวิตประจาวนั อยา่ งไร
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
...........................................................................................................................
๔๗
บตั รเฉลย
ทดสอบกอ่ นเรียน
ขอ้ คาตอบ
๑๑
๒๒
๓๔
๔๔
๕๓
๖๑
๗๒
๘๒
๙๓
๑๐ ๔