The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

สามก๊กเอกสารประกอบการเรียนภาษาไทย

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

สามก๊กม.6

สามก๊กเอกสารประกอบการเรียนภาษาไทย

Keywords: สาม,ก๊ก

สามกก ตอน กวนอู ๓หนวยการเรยี นรทู ่ี
ไปรับราชการกบั โจโฉ

ตวั ชวี้ ดั ชว งชั้น

๑. อานออกเสยี งบทรอยแกว และบทรอยกรองไดอ ยา งถูกตอ ง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรอ่ื งท่อี าน
ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๑)

๒. ตคี วาม แปลความ และขยายความเรอ่ื งทอ่ี า น ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๒)
๓. วิเคราะหและวิจารณเรอื่ งทอ่ี า นในทกุ ๆ ดา นอยางมเี หตผุ ล ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๓)
๔. คาดคะเนเหตุการณจากเรื่องท่ีอานและประเมินคาเพ่ือนำความรูความคิดไปใชตัดสินใจแกปญหา

ในการดำเนินชวี ิต ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๔)
๕. วเิ คราะห วจิ ารณ แสดงความคดิ เหน็ โตแ ยง เกย่ี วกบั เรอ่ื งทอี่ า น และเสนอความคดิ ใหมอ ยา งมเี หตผุ ล

ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๕)
๖. วเิ คราะหแ ละวจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวจิ ารณเ บอ้ื งตน ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๑)
๗. วิเคราะหลักษณะเดนของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตรและวิถีชีวิตของสังคม

ในอดตี ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๒)
๘. สงั เคราะหข อ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยกุ ตใ ชใ นชีวติ จริง ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๔)

ผังมโนทศั นส าระการเรย� นรู

ขอ คิด คตคิ ำสอน การเชอ่ื มโยงกับชวี ิตประจำวัน
และความจรรโลงใจ

แนวทางในการวจิ ารณ นำเร่ือง เรื่องย‹อ
วรรณคดแี ละวรรณกรรม

สามกก ตอน กวนอู เน้อื เรอื่ ง
ศิลปะการประพันธ ตวั ละคร เน้อื เร่ือง ไปรบั ราชการกับโจโฉ

สาระนา‹ รูŒ ประวตั ิผŒแู ตง‹ ศัพทนา‹ รูŒ

หนังสือสามกกฉบบั ตาง ๆ ชวนคดิ ชวนตอบ

ประโยชนจ ากการเรียนรู

๑. ไดอานวรรณคดีมรดกท่ีเปนยอดของ ๑. นักเรยี นรจู กั ตวั ละครสำคญั จากเรอื่ ง
ความเรียงนิทาน สามกกตัวใดบา ง มีนิสัยอยางไร

๒. รูจ กั ลักษณะนสิ ัยของตัวสำคญั ใน ๒. นกั เรียนคดิ วา คนท่ีมลี กั ษณะนสิ ยั
เร่อื งสามกก อยางไรที่ควรเอาเปนแบบอยา ง

๓. ไดข อ คดิ ท่เี ปน ประโยชนและสามารถ
นำไปปรับใชกับชวี ิตจริง

88 ˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

นำเรือ่ ง

สามกก ฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) แตงเปนสํานวนรอยแกว ความเรียงนิทานท่ี
แปลจากตน ฉบบั ภาษาจนี สว นตอนทนี่ าํ มาใหศ กึ ษานเี้ ปน ตอนกวนอไู ปรบั ราชการกบั โจโฉ ซง่ึ คดั
มาจากหนงั สือสามกก ฉบับเจา พระยาพระคลัง (หน) เลม ท่ี ๑ ซง่ึ เนื้อหาตอนนบ้ี รรจอุ ยูในตอนที่
๒๒ ของเลม

หนงั สือ “สามกก” ฉบับเจา พระยาพระคลัง (หน) แปลนี้ ไดรบั การยกยองจากวรรณคดี
สโมสรในรัชกาลที่ ๖ วาเปน ยอดแหงความเรยี งนทิ าน เน่ืองจากความท่แี ปลนัน้ ชัดเจน ใชภาษาได
ไพเราะงดงามสละสลวยและไดอรรถรส มีลักษณะพิเศษเฉพาะ จนกระท่ังกลายเปนแบบฉบับ
ในการแปลหนังสือพงศาวดารและบันเทิงคดีของจีนเร่ืองอื่น ๆ ในสมัยตอมา อีกทั้งเนื้อเร่ือง
ของสามกก นน้ั ยังเปนตน เคาของวรรณคดไี ทยบางเรอ่ื งอกี ดวย

สมเด็จพระเจาบรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพไดทรงอธิบายถึงความมุงหมาย
ในการแตงไววา “หนังสือสามกกไมใชเปนพงศาวดารสามัญ จีนเรียกวา “สามกกจ่ี” แปลวา
จดหมายเหตเุ รอ่ื งสามกก เปน หนงั สอื ซง่ึ นกั ปราชญจ นี คนหนงึ่ เลอื กเอาเรอื่ งในพงศาวดารตอนหนงึ่
มาแตงข้ึน โดยประสงคจะใหเปน เร่ืองตำราสำหรบั ศึกษาอบุ ายการเมืองและการสงคราม และแตง
ดอี ยา งยิ่ง จึงเปน หนงั สอื เรอื่ งหน่ึง ซ่งึ นับถอื ท่วั ไปในประเทศจนี และตลอดไปจนถึงประเทศอ่ืน ๆ”

เรื่องยอ‹

สามกก เริ่มเร่ืองต้ังแตคร้ังท่ีประเทศจีนแตกแยกออกเปนสามกก ในสมัยพระเจาเลนเต
ขน้ึ ครองราชยเ มอ่ื ป พ.ศ. ๗๑๑ เนอ่ื งจากพระเจา เลนเตน น้ั ปราศจากความสามารถ หลงเชอ่ื พวกขนั ที
ในราชสำนกั จนเปน เหตุใหพวกขนั ทกี ำเรบิ การปกครองแผนดินจงึ วิปรติ ผันแปรและเกดิ โจรผรู าย
ชุกชมุ

เมอื่ พระเจา เลนเตส นิ้ พระชนมล ง ราชบตุ รองคใ หญช อื่ หองจเู ปย นไดร บั รชั ทายาท นางโฮเฮา
มเหสีผูเปนชนนีเปนผูสำเร็จราชการแผนดิน เปนเหตุใหบานเมืองเกิดจลาจลข้ึน สามพ่ีนองรวม
สาบาน เลาป กวนอู และเตยี วหยุ พรอ มดวยตัง๋ โตะ เขา ปราบจลาจลไดส ำเรจ็ และยกหองจูเหยี บ
ราชบตุ รองคเ ลก็ ขนึ้ เปน พระเจา แผน ดนิ ทรงพระนามวา พระเจา เหยี้ นเต เลา ปถ กู แตง ตงั้ ไปปกครอง
เมืองอนั หอกวน ซง่ึ เปน เมอื งขน้ึ เลก็ ๆ โดยมีเตียวหยุ และกวนอูติดตามไปดวย ราษฎรในเมือง
อันหอกว นสรรเสรญิ เปนอนั มาก

ตั๋งโตะไดเปนเซียงกกสำเร็จราชการแผนดิน และทำการกบฏ พระเจาเห้ียนเตจึงตองทิ้ง
เมืองหลวงหลบหนไี ป พรอ มมีรบั ส่ังใหหาโจโฉ โจโฉนน้ั เปน คนฉลาด แตม ักทำการตามอำเภอใจ
ทำใหพ ระเจา เหยี้ นเตค บั แคน ใจจนตอ งขอใหผ ทู ม่ี คี วามจงรกั ภกั ดชี ว ยกำจดั โจโฉ หวั เมอื งทม่ี กี ำลงั
และมิไดเปนพรรคพวกของโจโฉก็ถือวาโจโฉเปนศัตรูของพระเจาแผนดิน เวลาโจโฉมีทองตราอาง
รับสั่งพระเจาเหี้ยนเตออกไปถึงหัวเมืองที่เปนขาศึก หัวเมืองเหลานั้นก็เคารพนบนอบตอทองตรา
ทำใหโจโฉน้นั ยงั มีชัยชนะปราบหวั เมอื งไดม าก

˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 89

โจโฉตอ งการปราบปรามเลา ปซ งึ่ มอี ำนาจอยทู างตอนเหนอื เลา ปพ ยายามเอาชนะโจโฉแตก ไ็ มส ำเรจ็
จนกระท่ังไดขงเบงมาเปนท่ีปรึกษา ประจวบกับไดซุนกวนผูมีอำนาจทางทิศตะวันออกมาเปน
พนั ธมติ ร ทำใหส ามารถตอ สกู บั กองทพั โจโฉจนไดร บั ชยั ชนะ ตอ มาเลา ปแ ละซนุ กวนเกดิ บาดหมาง
กนั สงผลใหเกิดการรบเปน สามฝา ย แตกแยกเปนสามกก คอื วยุ กกของฝายโจโฉ จก กก ของฝา ย
เลา ป และงอกกของฝายซุนกวน แตล ะกกตางรบราแยงชงิ ความเปนใหญย าวนานกวา ๖๐ ปถึงจะ
รวมแผนดินท้ังสามกก ไวเ ปน หน่ึงเดยี ว

สามกก ตอน กวนอไู ปรับราชการกบั โจโฉ ทน่ี ำมาใหศ ึกษานี้ มีความเปน มากลาวถึงตอนท่ี
โจโฉยกกองทัพมาตีเมืองชีจิ๋วของเลาปได ก็ยกทัพมาตีเมืองแหฝอของกวนอู ซึ่งขณะนั้นกวนอู
อยูรักษาเมืองและดูแลภรรยาทั้งสองของเลาป โจโฉตองการใหกวนอูมาอยูรับราชการดวยจึง
หาหนทางใหกวนอูออกจากเมือง จากนั้นจึงใหกองกำลังทหารลอมกวนอูไว แลวใหเตียวเลี้ยว
ทหารเอกใชค วามคนุ เคยครง้ั ทก่ี วนอเู คยชว ยชวี ติ ไวเ จรจาเกลย้ี กลอ ม แตก วนอกู ไ็ มย อมเพราะมใี จ
ซอื่ สตั ยภ กั ดกี บั เลา ปเ ปน ทสี่ ดุ เตยี วเลยี้ วจงึ ใชป ญ ญาเจรจาดว ยการยกโทษสามประการหากกวนอู
ยังขัดขนื จะไมไ ปอยกู ับโจโฉ กวนอูถึงยอมแตก็มเี งอื่ นไขแลกเปล่ยี นสามขอ คือ ขอเปน ขารับใช
พระเจาเหี้ยนเตไ มใ ชรับใชโจโฉ ขอเบ้ยี หวัดของเลาปใ หภรรยาทัง้ สองของเลาป และขอไปหาเลา ป
ทันทีท่ีทราบวาอยูที่ใด แมโจโฉจะไมพอใจเง่ือนไขของกวนอูนักแตก็ยินยอมเพราะคิดวาวันหน่ึง
กวนอูจะตอ งเปลยี่ นใจมาภักดตี อตน

โจโฉพยายามดูแลเล้ยี งดกู วนอูและภรรยาของเลา ปอ ยา งสุขสบาย แตก วนอกู ม็ ิไดหลงใหล
กับความสุขที่โจโฉจัดสรรให กวนอูยังคงมีความซ่ือสัตยอยางเสมอตนเสมอปลายจนโจโฉ
นกึ นอ ยใจ แตก เ็ ชอ่ื วา คนกตญั อู ยา งกวนอจู ะตอ งอยตู อบแทนคณุ ของตนกอ นทจี่ ะคดิ หนไี ปไหน

90 ˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

สามกก ตอน กวนอไู ปรับราชการกบั โจโฉ

เจŒาพระยาพระคลัง (หน)

ฝายโจโฉในเวลากลางคืนนั้น คุมทหารเขาตีเอาเมืองเสียวพายได แลยกกองทัพไปตีเมือง
ชจี ว๋ิ แลบติ ก บิฮอง กนั หยง ซ่งึ เลาปใ หร ักษาเมอื ง จงึ คิดกนั วา ทัพโจโฉยกมาครั้งนีใ้ หญหลวงนกั
เหน็ เราจะตา นทานมิได ก็พากนั หนีออกจากเมือง แตตันเตง เหน็ จวนตัว จึงเปด ประตเู มืองออกไป
รับโจโฉใหเปนความชอบไว โจโฉเห็นดังนั้นก็มีความยินดียกทหารเขาไป จึงกำชับทหารมิให
ทำอนั ตรายแกช าวเมอื ง แลวปรึกษาแกท หารทั้งปวงวา เราจะยกกองทพั ไปตเี อาเมืองแหฝอ ทาน
ทง้ั ปวงจะเห็นประการใด

ซนุ ฮกจงึ วา ขาพเจารูกติ ตศิ ัพทว า เลาปใ หกวนอรู ักษาครอบครัวอยูเ มืองแหฝอ ซงึ่ ทา นจะ
ยกกองทัพไปตีน้ันควรนัก ถาละไวอวนเส้ียวก็จะยกมาพาเอาครอบครัวเลาปไป โจโฉจึงตอบวา
อนั กวนอนู นั้ มฝี ม อื กลา หาญชำนาญในการสงคราม เราจะใครไ ดต วั มาเลยี้ งเปน ทหาร เราจะแตง คน
ใหไ ปเกล้ียกลอ มกวนอจู ึงจะได กุยแกจึงวา อนั นำ้ ใจกวนอูน้ันซ่อื สัตยต อ เลาปนกั ซงึ่ จะใหคนไป
เกล้ยี กลอมเห็นกวนอจู ะมลิ งใจดว ย แลผูใดซง่ึ จะไปเกลี้ยกลอมน้ันกวนอูกค็ งจะฆาเสยี

เตยี วเลยี้ วจงึ วา ขา พเจา กบั กวนอไู ดร จู กั กนั มา ครงั้ นข้ี า พเจา จะขออาสาไปเกลยี้ กลอ มกวนอู
ใหได เทยี หยกจงึ วา ซ่งึ เตยี วเลยี้ วจะรับอาสาไปเกลีย้ กลอ มกวนอนู น้ั เหน็ กวนอูจะไมม า ขาพเจา
จะขออาสาลอลวงใหกวนอูออกจากเมืองแหฝอแลว ถาเห็นกวนอูสิ้นความคิดลงเมื่อใด จึงให
เตยี วเลยี้ วไปเกล้ียกลอ มเหน็ จะไดโดยงาย

โจโฉจงึ ถามเทยี หยกวา ทา นจะคิดลอลวงประการใด เทยี หยกจงึ วา ทานจบั ทหารเลาปไวได
เปนอันมาก จงใหบำเหน็จรางวัลใหถึงขนาด แลวส่ังใหทำตามคำเรา จึงปลอยเขาไปในเมือง
ใหบอกวาหนีกลับมาได ถาเราจะทำการก็ใหเปนไสศึกอยูในเมือง แลวใหแตงทหารไปรบลอ ถา
กวนอูไลออกมานอกเมืองแลว จึงใหทหารซ่ึงซุมอยูท้ังสองขางลอมไว จึงแตงใหผูมีสติปญญาไป
เกล้ยี กลอมกวนอูเห็นจะไดโดยงาย โจโฉเหน็ ชอบดว ย จงึ ใหเ อาทหารเลา ปซง่ึ จบั ไวไดนั้นประมาณ
สี่สิบคน แลวใหบำเหน็จรางวัลเปนอันมาก จึงส่ังเนื้อความตามคำเทียหยกวาทุกประการ ทหาร
ท้งั ปวงก็เขา ไปหากวนอใู นเมืองแหฝ อ แลวบอกวา ขาพเจา หนโี จโฉมาได กวนอไู ดฟ ง ดังนัน้ กม็ ไิ ด
มีความสงสัย จึงเอาไวใชส อยอยู

ครน้ั เวลาสามยาม โจโฉจึงใหแ ฮหัวตนุ คมุ ทหารหาพนั เปนกองซุม แลวสงั่ ซิหลงกบั เคาทวู า
ถากวนอูไลแฮหัวตุนออกมาก็ใหยกทหารตั้งสกัดไวคอยรบปองกันอยาใหกวนอูเปนอันตราย
นายทหารทง้ั สามคนกย็ กไปเมอื งแหฝ อ โจโฉกค็ มุ ทหารยกตามไปตงั้ อยแู ตไ กล แฮหวั ตนุ คมุ ทหาร
มาตง้ั อยูใกลเ ชิงกำแพงเมืองแหฝ อ

ฝายกวนอเู ห็นกองทัพมาตงั้ ประชดิ อยูด ังน้ันก็มิไดยกออกรบพงุ ใหท หารข้ึนรักษาหนาท่ไี ว
ม่ันคง แฮหัวตุนมิไดเห็นกวนอูยกออกมารบ จึงใหทหารเลวรองตอลอดากวนอูเปนขอหยาบชา

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 91

กวนอูไดยินดังน้ันก็โกรธ จึงคุมทหารสามพันเปดประตูเมืองออกมารบแฮหัวตุนไดสิบเพลง
แฮหัวตุนแกลงชักมาหนี กวนอูมิไดรูกลอุบายก็ขับมาไลไปทางไกลเมืองประมาณสองรอยเสน
กวนอูไดคิดขึ้นมากลัววา ทหารโจโฉจะยกเขาทำรายเมอื งแหฝอ จงึ พาทหารกลับมา

พอไดย นิ เสยี งประทดั แลว แลเหน็ เคาทกู บั ซหิ ลงคมุ ทหารออกมารบสกดั ไวท งั้ ซา ยขวา กวนอู
กข็ ับมาเขา รบพุง เปน สามารถ ซิหลง เคาทกู ็รบั รองปอ งกันอยู กวนอูจะกลบั เขาไปในเมือง พอพบ
แฮหัวตุนคุมทหารมารบออมสกัดทางไว ซิหลงกับเคาทูก็รบตีกระหนาบเขามา กวนอูนั้นปองกัน
ลูกเกาทัณฑไวเปนสามารถ จะกลับเขาเมืองก็ไมได จะหลีกไปทางซายขวาทหารก็หนุนหนาเขามา
แตรบปองกันอยูน้ันจนใกลพลบคำ่ กวนอูอิดโรยกำลังลง จึงคุมทหารหนีไปถึงเนินเขาแหงหนึ่ง
ก็ข้นึ หยุดพกั อยบู นเขานน้ั แฮหวั ตนุ ซหิ ลง เคาทูเห็นดังนั้นกค็ มุ ทหารเขา ลอมเชงิ เขาไว

ฝา ยทหารเลาปซ งึ่ เขา ไปหากวนอูน้นั ครัน้ เวลาพลบคำ่ มิไดเหน็ กวนอูกลับเขาเมือง กช็ วนกนั
เปดประตูออกมาหวงั จะรับโจโฉ มาใชเหน็ ดงั น้นั กเ็ อาเนอ้ื ความมาบอกแกโจโฉ โจโฉมคี วามยินดี
กค็ มุ ทหารเขา เมอื งแหฝ อ แลว ใหเ อาเพลงิ เผาเมอื งขนึ้ หวงั จะใหก วนอเู สยี น้ำใจ จงึ สง่ั ใหท หารรกั ษา
ครอบครวั เลา ปไ วจงดี แลวโจโฉกก็ ลับมาเกณฑทหารหนุนเขาลอมกวนอไู ว กวนอเู หน็ แสงเพลิงใน
เมืองสวา งขน้ึ ก็ตกใจ คดิ ถงึ ครอบครัวเลาป จึงคมุ ทหารลงมาถงึ เชิงเขา ทหารโจโฉรบสกัดไวลงมา
มิได แลวรื้อกลับขึ้นบนเขาเปนหลายคร้ัง จนรุงขึ้นกวนอูจึงขี่มาพาทหารลงไปใกลจะถึงเชิงเขา
พอเห็นเตยี วเล้ยี วขม่ี าถืองา วเขามา กวนอจู งึ ถามวา ทานจะมารบกบั เราหรือ เตยี วเล้ยี วจึงตอบวา
ขาพเจาจะมารบกับทานหามิได ซึ่งขาพเจาขึ้นมาน้ีหวังจะแทนคุณทาน แลวเตียวเล้ียวก็ลงจากมา
เอางาวน้ันวางไวเขาไปคำนับกวนอู กวนอูเห็นดังน้ันก็ลงจากมารับคำนับเตียวเลี้ยว แลวถาม
เตยี วเลย้ี ววา โจโฉใชมาเกล้ยี กลอมเราหรือ เตียวเลย้ี วจึงตอบวา ทานไดมีคณุ ชว ยชวี ติ ขาพเจา ไว
บดั น้ีทา นมคี วามทุกขใ หญห ลวง ขา พเจาจงึ อตุ สา หข ึน้ มาหวงั จะแทนคุณทาน

กวนอูจึงถามวา ทานคิดถึงคุณเราน้ันจะขึ้นมาชวยเปนกำลังเราหรือ เตียวเลี้ยวก็วาหามิได
กวนอจู ึงวา ทานจะมาเกล้ยี กลอมแลชวยเราก็หามิได ซึ่งทานขนึ้ มานี้ดว ยเหตสุ ิง่ ใดเลา เตียวเลย้ี ว
จงึ ตอบวา ทานกับเลา ป เตยี วหุยมคี วามรกั กนั เปนอนั มาก บัดนเ้ี ลา ปกบั เตียวหยุ แตกไป ทา นกย็ งั
ไมร เู หตุวา เปน แลตาย เวลาคืนนี้มหาอปุ ราชยกกองทพั เขา ตีเมอื งแหฝอได แลวสงั่ แกทหารท้งั ปวง
มิใหทำอันตรายแกอาณาประชาราษฎร อันครอบครัวของเลาปน้ัน ก็แตงใหทหารไปพิทักษรักษา
มิใหผูใดทำอันตรายได ขาพเจาเห็นวามหาอุปราชมีใจเมตตาผูกความรักทานถึงเพียงนี้ จึงเอา
เน้อื ความมาแจงแกทา น

กวนอไู ดฟง ดังน้ันก็โกรธ จึงวา แกเ ตียวเลย้ี ววา เดิมเราถามตัววาจะเกลี้ยกลอมหรือ ตัววา
หามิได แลตัวมาวากลาวดังน้ี จะวาไมเกล้ียกลอมน้ันตัวประสงคสิ่งใดเลา แลววาเราอยูในท่ีน้ี
ก็เปนที่คับขันอยู ซ่ึงเราจะเขาดวยผูใดนอกจากเลาปนั้นอยาสงสัยเลย ตัวเราก็มิไดรักชีวิต อัน
ความตายอุปมาเหมือนนอนหลับ ทานเรงกลับไปบอกแกโจโฉ ใหตระเตรียมทหารไวใหพรอม
เราจะยกลงไปรบ

เตยี วเลยี้ วไดฟ ง ดงั นนั้ กห็ วั เราะแลว ตอบวา ซง่ึ ทา นวา ทง้ั นี้โทษมอี ยกู บั ตวั ทา นถงึ สามประการ
คนท้ังปวงจะลวงครหานินทาทานได กวนอูจึงวา ตัวเราถือความสัตยมั่นคงอยูวา ถึงตัวจะตาย
ก็มิไดเขากบั ผูใด ซึ่งทานวา มีโทษสามประการนั้นดว ยเหตุส่งิ ใดบาง เตยี วเลีย้ วจึงตอบวา เดิมทา น

92 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò
กบั เลา ป เตียวหุยไดสาบานไวตอ กันวา เปนพีน่ องรว มสขุ แลทกุ ขเปนชวี ติ อนั เดยี วกนั ถาผูใดตาย
กจ็ ะตายดว ย ครั้งนี้เลาปก บั เตยี วหุยแตกไป ทา นก็ไมร ูวาเปน หรือตาย แลบัดนี้ทหารก็นอยนกั ซึ่ง
จะยกลงไปรบน้นั ถาทานเปนอันตรายถึงส้นิ ชีวิต ฝายเลา ป เตียวหุยยังมชี ีวิตอยจู ะเทีย่ วตามหา
ทาน หวังจะชวยกันคิดการตอไป เม่ือทา นตายเสียแลว เลา ป เตียวหุยก็จะตายดว ย ซง่ึ ทานสาบาน
ไวตอ กันกจ็ ะมิเสียความสัตยไ ปหรือ คนท้งั ปวงกจ็ ะลว งนินทาวาความคดิ ทานนอย

ประการหนึ่ง เลาปก ม็ อบครอบครวั ไวใ หท านรกั ษา ถาทานตายเสีย ภรรยาเลา ปท ัง้ สองนนั้
จะพง่ึ ผใู ดเลา อนั ตรายกจ็ ะมตี า ง ๆ การซง่ึ เลา ปป ลงใจไวแ กท า นนนั้ กจ็ ะไมเ สยี ไปหรอื ขา พเจา เหน็
ไมชอบเปน สองประการ

อกี ประการหนง่ึ นน้ั ทา นกม็ ฝี ม อื กลา หาญ แลว แจง ใจในขนบธรรมเนยี มโบราณมาเปน อนั มาก
เหตใุ ดทา นจงึ ไมร ักษาชีวิตไวค อยทา เลาป จะไดช วยกันคดิ การทำนบุ ำรุงแผน ดินใหอ ยเู ย็นเปนสุข
ถงึ มาตรวา ทา นจะไดค วามลำบากกอ็ ปุ มาเหมอื นหนง่ึ ลยุ เพลงิ อนั ลกุ แลขา มพระมหาสมทุ รอนั กวา ง
ใหญ ก็จะลือชาปรากฏช่ือเสียงทานไปภายหนา วาเปนชาติทหารมีใจสัตยซื่อกตัญูตอแผนดิน
ซ่ึงทานจะมานะลงไปรบพุงกับโจโฉ ถาชีวิตทานตายเสียครั้งนี้ก็จะไมมีช่ือปรากฏไป ขาพเจา
เห็นโทษมีสามประการฉะนี้ ขาพเจา จงึ วา

กวนอูไดฟง ดังน้นั ก็นิง่ ตรกึ ตรองอยเู ปน ชา นาน ครนั้ เห็นชอบดว ยจงึ วา ทา นวาดังน้กี ค็ วร
แลว แลโทษซง่ึ มีสามประการนั้นจะใหเ ราทำประการใด เตยี วเลย้ี วจงึ วา มหาอุปราชใหทหารลอม
ทา นไวเ ปนอันมาก ถา ทานมิสมคั รเขาดวยเห็นชวี ติ ทานจะถงึ แกความตายหาประโยชนม ิได ขอให
ทา นอยกู บั มหาอุปราชกอนเถิด จะไดมีประโยชนส ามประการ

ประการหนงึ่ ซึ่งทา นสาบานไวกับเลา ป เตยี วหุยวา จะชวยกันทำนบุ ำรุงแผนดิน ความสัตย
ขอ นีจ้ ะไดคงอยู

ประการหน่ึง ทานจะไดอยูปฏิบัติรักษาพ่ีสะใภทั้งสองมิใหเปนอันตรายส่ิงใดได เปนสอง
ประการ

อกี ประการหนง่ึ นน้ั ตวั ทา นกม็ ฝี ม อื กลา หาญมสี ตปิ ญ ญา จะไดค ดิ การทาํ นบุ าํ รงุ พระเจา เหย้ี นเต
ใหค รองราชสมบตั สิ บื ไป ขาพเจาเห็นมปี ระโยชนส ามประการฉะน้ี จงึ เตือนสตทิ า นใหด าํ ริดูจงควร

กวนอจู งึ ตอบวา ซึ่งทา นวามปี ระโยชนแ กเ ราสามประการนน้ั กจ็ ริงอยู แตเราจะขอสญั ญาไว
สามประการบาง ถามหาอุปราชยอม เราจึงจะถอดเกราะออกเสีย แลวจะลงไปหามหาอุปราช
แมค วามประการใดขาดแตข อ หนึ่ง เรากจ็ ะสูตายเสีย ถงึ มาตรวาคนทงั้ ปวงจะครหานินทาเราก็ตาม
เถิด เตยี วเลีย้ วจงึ วา มหาอุปราชนนั้ นำ้ ใจกวางขวางอารีนัก มกั สมาคมดว ยผมู สี ติปญญา ถาทา น
จะวา ประการใดมหาอปุ ราชกค็ งจะยอม ซึ่งทานจะขอสญั ญาสามประการนั้น คือขอใดบา ง

กวนอจู ึงวา เดมิ เราไดส าบานกันไวก บั เลาป เตยี วหยุ วาจะชวยกันทำนบุ ำรงุ พระเจาเหยี้ นเต
แลอาณาประชาราษฎรใ หอยเู ย็นเปน สุข ซึ่งเราจะสมคั รเขา ดว ยนั้น เราจะขอเปน ขา พระเจาเหีย้ นเต
ประการหน่ึง เราจะขอปฏิบัติพ่ีสะใภเราท้ังสอง แลอยาใหผูใดเขาออกกลำ้ กรายเขาถึงประตูท่ีอยู
ได จะขอเอาเบีย้ หวัดของเลา ปซ ึง่ เคยไดร ับพระราชทานนัน้ มาใหแ กพ ีส่ ะใภเ ราทง้ั สองประการหนงึ่
อกี ประการหน่งึ ถา เรารูว า เลา ปอ ยแู หงใดตำบลใด ถึงมาตรวาเรามไิ ดล ามหาอุปราช เรากจ็ ะไปหา

˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 93

เลา ป แมม หาอปุ ราชจะหา มเรากไ็ มฟ ง แลเนอื้ ความสามประการน้ี ทา นจงเอาไปบอกแกม หาอปุ ราช
เถิด ถายอมตามคำเรา เราจะลงไปหา เตียวเล้ียวก็ลากวนอูแลวข้ึนมากลับมาแจงเนื้อความแก
โจโฉทุกประการ

โจโฉไดฟงดังน้ันก็หัวเราะ แลววาแกเตียวเล้ียววา ซึ่งกวนอูไมยอมดวยเราน้ัน เราเปนถึง
มหาอุปราช กวนอูจะยอมเปนขาพระเจาเห้ียนเตก็เหมือนเปนบาวเรา ถาเราบังคับบัญชาราชการ
ประการใดกวนอูก็จะไมขัดได กับซ่ึงกวนอูวาจะปฏิบัติรักษาพี่สะใภท้ังสองมิใหผูใดแปลกปลอม
เขาไปถึงประตูท่ีอยูน้ันเราก็จะยอม ทุกวันน้ีอยาวาแตภรรยาเลาปเลย ถึงภรรยาผูนอยลงไปเราก็
มิไดใหทำหยาบชา ซึ่งกวนอูจะขอเอาเบ้ียหวัดเลาปใหแกพี่สะใภน้ัน เราจะใหทวีข้ึนอีก แตขอซ่ึง
กวนอรู วู า เลา ปอยูแ หงใด มไิ ดลาเรากอ นจะไปหากันนน้ั โจโฉสน่ั ศีรษะไมยอม แลว วา เมือ่ กวนอู
เอาสัญญาฉะนี้ เราจะเอามาเล้ยี งไวใหมีกำลงั จะไดป ระโยชนสิง่ ใดเลา

เตยี วเล้ยี วจงึ วา มหาอุปราชไมแ จงหรือ ในนิทานอเิ ยียงซงึ่ มมี าแตกอ นวา เดมิ อเิ ยยี งอยูกบั
ตงหางซ่ึงเปนเจาเมือง ตงหางเลี้ยงอิเยียงเปนทนายใชสอย ครั้นอยูมายังมีคิเปกเจาเมืองหน่ึงนั้น
ยกกองทัพมารบฆาตงหางตาย คิเปกไดอิเยียงไปไว จึงตั้งอิเยียงเปนขุนนางที่ปรึกษา อิเยียงมี
ความสุขมาเปนชานาน แลวเซียงจูเจาเมืองหั้นกกยกทัพมารบฆาคิเปกตาย อิเยียงนั้นมีใจ
เจบ็ แคน เปน อนั มาก จงึ ไปยังเมืองหนั้ กก แลวเขาซอนตัวอยูใ นท่ลี บั จะลอบทำรายเซียงจูใหถ ึงแก
ความตาย เซียงจจู ับไดถ งึ สองครั้ง มิไดเ อาโทษ ใหป ลอ ยอิเยียงเสีย ครนั้ อยมู าอิเยยี งลอบเขาไป
ซอนอยูถึงท่ีขางในหมายจะฆาเซียงจูเสีย เซียงจูก็จับไดอีกจึงถามอิเยียงวา ตัวจะทำอันตรายเรา
เราจับไดถงึ สองครง้ั แลว กม็ ิไดเ อาโทษ เราใหป ลอยตัวเสียตัวก็มิไดห ลาบจำ ร้อื จะมาทำรายเราอกี
เราก็จับตัวได แลตัวผูกใจแคนเราดวยเหตุส่ิงใด อิเยียงจึงบอกวา เดิมขาพเจาอยูกับตงหาง
ตงหางเล้ียงขาพเจาเปนทนายใชสอย ครั้นคิเปกยกไปฆาตงหางเสีย เอาตัวขาพเจาไปต้ังใหเปน
ขนุ นางท่ีปรึกษา ไดความสุขเปนอันมาก คร้ังน้ที านยกไปฆา คเิ ปก ซง่ึ เปนนายมคี ณุ แกขาพเจา เสีย
ขา พเจามใี จเจ็บแคน อยู คดิ อา นมาหวงั จะทำอนั ตรายทาน หวงั จะแทนคุณคิเปก ซึ่งทานจับขา พเจา
ไดถ งึ สองครง้ั แลว ปลอ ยเสยี นนั้ ขา พเจา ยงั ไมห ายแคน จงึ ลอบเขา มาจะทำรา ยทา นอกี ทา นกจ็ บั ได
แลโทษขา พเจาน้กี ็ถงึ ตายตามทานจะโปรดเถดิ เซยี งจูจงึ วา เราจะปลอยเสยี ตัวจะคดิ ทำรา ยเราอีก
หรอื ไม อเิ ยยี งจงึ วา ทา นปลอ ยขา พเจา เสยี ขา พเจา กย็ งั จะคดิ รา ยแกท า นกวา จะทำสำเรจ็ ขา พเจา จงึ
จะหายแคน ถา ทา นเอน็ ดขู า พเจา ขา พเจา จะขอเสอื้ ซงึ่ ทา นใส แมท า นโปรดให ขา พเจา จะไดส นิ้ ความ
พยาบาททาน เซียงจูไดฟงดังนั้นก็คิดวาอิเยียงนี้มีน้ำใจกตัญู จะใครไดอิเยียงไวจึงถอดเสื้อให
อิเยียง อิเยียงก็คำนับรับเอาเส้ือมา จึงถอดกระบี่ออกฟนเส้ือเสียสามที แลววาแกเซียงจูวา
ขาพเจา ไดแทนคุณคิเปกแลว อเิ ยียงก็เอากระบี่เชอื ดคอตาย

อนั น้ำใจกวนอูนนั้ ถาผใู ดมีคณุ แลว เห็นจะเปนเหมือนอเิ ยยี ง อนั เลาปก บั กวนอนู ้นั มไิ ดเ ปน
พ่ีนอ งกนั ซ่งึ มคี วามรกั กนั นน้ั เพราะไดสาบานตอ กนั เลาปเ ปน แตผ ูนอย เลยี้ งกวนอูไมถงึ ขนาด
กวนอูยังมีน้ำใจกตัญูตอเลาป จึงคิดจะติดตามมิไดท้ิงเสีย อันมหาอุปราชมีวาสนากวาเลาป
เปน อนั มาก ถาทานไดกวนอูมาไวท ำนบุ ำรงุ ใหถ งึ ขนาด เห็นกวนอจู ะมีกตัญูตอ ทา นยิง่ นัก

โจโฉจงึ วา แกเ ตยี วเลย้ี ววา ทา นวา กลา วทง้ั นก้ี ช็ อบนกั จงเรง ขน้ึ ไปบอกแกก วนอวู า ซง่ึ สญั ญา
สามประการนน้ั เรายอมแลว ทา นจงเรง พากวนอลู งมาเถดิ เตยี วเลยี้ วจงึ ลาโจโฉขน้ึ ไปบอกแกก วนอู

94 ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò
กวนอูจงึ วา ถา มหาอุปราชยอมดงั นั้นแลว ทานจงลงไปบอกใหก องทัพซ่งึ ลอ มเราไวน น้ั เลกิ ไปเสีย
เราจะเขาไปแจง เน้ือความแกพ ่ีสะใภท ง้ั สองคนกอน ถาไมเ ปน อนั ตรายแลว จงึ จะไปหามหาอปุ ราช
เตียวเลีย้ วก็ลงไปบอกแกโ จโฉตามคำกวนอวู า โจโฉไดฟ ง ดังน้ันกใ็ หมา ใชไปสั่งทหารซงึ่ ลอ มกวนอู
ไวน้ันใหเลิกทัพถอยมา ซุนฮกจึงวาแกโจโฉวา ซึ่งกวนอูยอมแกทานครั้งน้ีเกลือกจะเปนกลอุบาย
โจโฉจงึ ตอบวา กวนอเู ปนคนมีความสัตยเห็นจะไมค ดิ อา นลอ ลวงเรา

ฝา ยกวนอคู รนั้ เหน็ ทหารโจโฉถอยไป กพ็ าทหารเขา ไปในเมอื งแหฝ อ เหน็ ราษฎรทงั้ ปวงปกติ
อยู จึงเขาไปคำนับพ่ีสะใภทั้งสองแลววา ขาพเจาเสียทีทำใหพ่ีตกใจไดความเดือดรอนน้ันโทษ
ขาพเจาผิดนัก พ่ีสะใภท้ังสองจึงถามวา เจายังแจงวาเลาปน้ันพลัดไปอยูแหงใด กวนอูจึงบอกวา
ยงั ไมแ จง พี่สะใภจ ึงวาโจโฉก็ไดเมืองแหฝ อแลว เจา จะคิดอา นประการใด กวนอจู ึงบอกเนอ้ื ความ
ใหฟ งทุกประการ แลว วา บดั นีข้ า พเจาเขา มาปรกึ ษาดวย พี่ทั้งสองจะเห็นประการใด นางกำฮูหยิน
จึงวา เวลาคนื นี้โจโฉเขาในเมืองได พี่นีเ้ กรงอยวู า จะเปน อันตรายตา ง ๆ เปน เดชะบุญของเรา โจโฉ
กำชบั ทหารมใิ หแ ปลกปลอมเขา มาถงึ ประตไู ด ครง้ั นเ้ี จา กบั พกี่ อ็ ยใู นเงอ้ื มมอื โจโฉ แลเจา จะยอมเขา
อยดู ว ยเขานน้ั ดวยความจำเปน กต็ ามเถิด แตพ เ่ี กรงอยขู อ หนึ่งวา ถารูว าเลา ปอ ยแู หงใดเราก็จะพา
กนั ไปหา เกลือกโจโฉจะมิใหไ ป

กวนอูจึงตอบวา ขอนี้พี่ทั้งสองอยาวิตกเลย แมรูวาเลาปอยูแหงใดเราจะพากันไปหา ถึง
มาตรวาโจโฉจะขัดขวางไว ขาพเจาจะคิดอานแกไขไปใหจงได แลวกวนอูก็ลาพ่ีสะใภท้ังสอง
พาทหารประมาณสามสบิ คนออกไปถงึ หนา คา ยโจโฉ โจโฉเหน็ กวนอมู ากม็ คี วามยนิ ดี จงึ ออกไปรบั
กวนอเู ขา มา กวนอจู งึ คำนบั โจโฉแลว วา ตวั ขา พเจา เปน เชลยทา นมไิ ดฆ า เสยี แลว ออกไปรบั ขา พเจา
ถึงนอกคายน้นั คุณหาทสี่ ดุ มไิ ด

โจโฉไดฟ ง ดงั นน้ั จงึ วา แกก วนอวู า เรากแ็ จง อยวู า ทา นมคี วามสตั ยแ ลกตญั ู บดั นเ้ี รากบั ทา น
ไดพบกันเราก็มีความยินดี กวนอูจึงตอบวาเตียวเล้ียวไปบอกขาพเจาวา มหาอุปราชรับปฏิญาณ
ทั้งสามประการแลวขา พเจากม็ คี วามยนิ ดี เหน็ วาถงึ นานไปเม่อื หนามหาอุปราชก็จะไมคนื คำ โจโฉ
จงึ วา ซึ่งปฏญิ าณของทานน้นั เราไดอ อกปากรับแลว จึงจะเปน ประการใดเรากม็ ใิ หเ สียวาจา กวนอู
ไดฟ ง ดังนน้ั ก็มีความยนิ ดีจึงวา แมข าพเจารูวา เลาปอยทู ใี่ ด ถึงมาตรวาเปน ทางกันดารจะตองขาม
พระมหาสมุทรแลลุยเพลิงก็ดี ขาพเจาจะไปหาเลาปใหจงได แมขาพเจายังมิทันลามหาอุปราชก็ดี
ขอทา นใหอภยั แกขา พเจา อยา เคืองดวยเนื้อความขอ นเ้ี ลย โจโฉจึงวา ซึ่งทา นรขู า วเลาปแ ลว จะไป
หาก็ตามเถิด แตใหทานตรึกตรองดูใหเห็นควรกอน แลวโจโฉก็ใหกวนอูกินโตะ แลววาพรุงน้ีเชา
เราจะยกกลบั ไปเมอื งฮูโต

กวนอเู ขา ไปบอกพส่ี ะใภแ ลว กจ็ ดั แจงสง่ิ ของทง้ั ปวงแลว ออกมา ครน้ั เวลาเชา โจโฉกย็ กทหาร
ไป กวนอูจงึ ใหพีส่ ะใภทง้ั สองข้นึ ขีร่ ถตามกองทพั โจโฉไป เวลาค่ำถึงทปี่ ระทับตำบลใด โจโฉจึงให
กวนอกู บั ภรรยาเลา ปทงั้ สองคนนั้นอยูเรือนเดียวกัน หวงั จะใหกวนอคู ดิ ทำรา ยพ่สี ะใภ น้ำใจจะได
แตกออกจากเลาปจะไดเปนสิทธ์ิแกตัว ฝายกวนอูใหพ่ีสะใภท้ังสองนอนหองขางใน ตัวน้ันก็น่ัง
จุดเทยี นดูหนงั สือ รกั ษาพีส่ ะใภอยนู อกประตยู ันรงุ มิไดป ระมาทสกั เวลาหน่ึงจนถึงเมอื งฮโู ต โจโฉ
รูดังนั้นก็เกรงใจกวนอูวามีความสัตยแลกตัญูตอเลาป โจโฉจึงใหกวนอูกับภรรยาเลาปไปอยู

˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 95

ณ ตกึ สองหลังมีชานกลาง กวนอจู ึงใหพ ส่ี ะใภทงั้ สองคนนนั้ อยตู กึ หนง่ึ แลวใหทหารที่แกช ราอยู
รักษาประมาณสิบคน ตวั น้ันอยูตกึ หนงึ่ ระวงั รักษาพ่สี ะใภท งั้ สอง

ครน้ั อยมู าวนั หนง่ึ โจโฉจงึ พากวนอเู ขา ไปเฝา พระเจา เหยี้ นเตแ ลว ทลู วา กวนอคู นนม้ี ฝี ม อื พอ
จะเปน ทหารได พระเจา เหย้ี นเตก็มคี วามยนิ ดีจึงตงั้ กวนอูเปนนายทหาร โจโฉกบั กวนอูกล็ ากลบั มา
บาน โจโฉจึงใหเชิญกวนอูกินโตะ จัดแจงใหกวนอูนั่งที่สูงกวาขุนนางท้ังปวง แลวใหเครื่องเงิน
เครื่องทองแลแพรอยางดีแกกวนอูเปนอันมาก กวนอูรับเอาสิ่งของน้ันแลวก็ลาโจโฉกลับมาที่อยู
จึงบอกเน้ือความทั้งปวงแกพ ี่สะใภแลวเอาส่งิ ของนนั้ ให

ฝายโจโฉทำนุบำรุงกวนอูมิไดอนาทร สามวันแตงโตะไปใหคร้ังหน่ึง หาวันคร้ังหนึ่ง แลว
จัดหญิงสาวที่รูปงามสิบคนใหไปอยูปฏิบัติกวนอู หวังจะผูกน้ำใจไวใหกวนอูหลง กวนอูใหหญิง
สบิ คนไปอยทู ่พี ่สี ะใภใ ชสอย ครน้ั ถงึ สามวันกวนอูจึงไปเยือนพีส่ ะใภครั้งหนึ่ง น่ังอยูแตนอกประตู
แลวถามวา พ่ีอยูปกตอิ ยูหรอื หรอื ปว ยไขป ระการใดบา ง พ่ีสะใภจ ึงตอบวา ปกตอิ ยูมิไดปว ยไข
ประการใด เจารูขา วเลาปบ างหรือไม กวนอวู าไมแ จง แลว คำนับพ่ีสะใภกลบั มา โจโฉรกู ติ ติศพั ทวา
กวนอปู ฏบิ ัตพิ ่ีสะใภโ ดยสุจรติ ดงั นนั้ ก็สรรเสริญกวนอวู า มคี วามสตั ยหาผเู สมอมิได

ครน้ั อยมู าวนั หนง่ึ โจโฉใหเ ชญิ กวนอมู ากนิ โตะ เหน็ กวนอหู ม เสอ้ื ขาด โจโฉจงึ เอาเสอ้ื อยา งดี
ใหกวนอู กวนอูรับเอาเสื้อแลว จึงเอาเส้ือใหมน้ันใสชั้นใน เอาเส้ือเกานั้นใสชั้นนอก โจโฉเห็น
ดงั น้ันกห็ วั เราะแลวถามวา เอาเส้อื ใหมใ สช ัน้ ในนน้ั กลวั จะเกาไปหรอื กวนอจู งึ วาเส้อื เกา น้ขี องเลาป
ให บัดนี้เลาปจะไปอยูที่ใดมิไดแจง ขาพเจาจึงเอาเสื้อผืนน้ีใสชั้นนอก หวังจะดูตางหนาเลาป
ครน้ั จะเอาเส้อื ใหมน้ันใสช ้ันนอก คนทัง้ ปวงจะครหานนิ ทาวาไดใหมแ ลว ลมื เกา โจโฉไดย นิ ดงั น้ัน
กส็ รรเสริญกวนอูวา มกี ตญั ูนกั แตค ดิ เสยี ใจอยู กวนอูกล็ าโจโฉกลบั มาทอี่ ยู

ครั้นอยูมาวันหนึ่ง หญิงคนใชมาบอกแกกวนอูวา บัดนี้พ่ีสะใภท้ังสองรองไหรักกันอยู
ดวยเหตุส่งิ ใดมิไดแ จง กวนอูไดฟงดงั นน้ั กต็ กใจจึงเขาไปถึงริมประตแู ลวถามวา พี่ทั้งสองรอ งไห
ดว ยเหตสุ งิ่ ใด นางกำฮหู ยนิ จงึ ตอบวา คนื นพี้ ฝี่ น เหน็ เลา ปต กหลมุ ลง ครน้ั ตน่ื ขน้ึ มากต็ กใจจงึ แกฝ น
นางบิฮูหยิน เห็นพรอมกันวาเลาปตายแลวพ่ีจึงรองไหรัก กวนอูไดฟงดังนั้น พิเคราะหดูเห็นฝน
ผดิ ประหลาด สำคญั วา เลา ปเ ปน อนั ตรายกร็ อ งไหด ว ย แลว กวนอจู งึ คดิ กลอบุ าย วา แกพ ส่ี ะใภท ง้ั สอง
หวังจะใหคลายความทุกข จงึ วาฝนนน้ั จะสำคัญเอาเปน แนม ไิ ด ดว ยพที่ ัง้ สองมีน้ำใจคิดถงึ เลาปอ ยู
จึงเผอิญใหฝน ท้ังน้ี ใชเ ลาปจ ะเปน อันตรายอยา งนน้ั หามไิ ด พที่ ้งั สองอยาเศรา โศกเลย พอคนใช
โจโฉมาบอกกวนอูวา มหาอุปราชใหเ ชิญไป กวนอูกล็ าพ่ีสะใภไ ปหาโจโฉ โจโฉเห็นหนากวนอูน้นั
เศรา หมองจงึ ถามวา วนั นเ้ี ราเหน็ ทา นไมส บาย มที กุ ขส ง่ิ ใดหรอื กวนอบู อกวา พส่ี ะใภข า พเจา ทง้ั สอง
คดิ ถึงเลา ป ดว ยมิรูวา เปน หรือตายแลว ชวนกันรอ งไห ขาพเจา ก็กลนั้ นำ้ ตามไิ ด โจโฉไดฟงดังนน้ั
ก็ปลอบโยนกวนอู แลวก็ชวนกินโตะ หวังจะใหคลายความทุกข กวนอูเสพสุราเมา มิไดเกรงใจ
โจโฉ เอามือจบั หนวดของตัวเขา แลว จึงวา เกิดมาเปนชายไมไ ดท ำนุบำรุงแผน ดิน ท้งั เลา ปผูพน่ี ั้นก็
มีคุณมา ถาเราจะเอาใจออกหากบัดนี้ ก็หาผูใดจะนับถือวาเปนชายไม โจโฉไดฟงดังนั้นก็คิดวา
กวนอยู งั มใี จสตั ยซ อ่ื ตอ เลา ปอ ยู โจโฉทำเปน ไมไ ดย นิ จงึ แกลง ถามกวนอวู า หนวดของทา นประมาณ
สกั กเี่ สน กวนอจู ึงตอบวา หนวดของขาพเจาประมาณหลายรอ ยเสน คร้ันถึงเทศกาลหนาวก็หลนไป

96 ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò
บาง ขา พเจาจึงทำถงุ ใสไ ว โจโฉไดฟงดงั นั้นจึงเอาแพรขาวอยา งดี ทำถงุ ใหก วนอสู ำหรับใสหนวด
กวนอรู ับเอาถุงน้ันแลว กล็ ากลบั มาที่อยู

คร้ันเวลาเชากวนอูเขาไปเฝา พระเจาเหี้ยนเตทอดพระเนตรเห็นกวนอูใสถุงหนวดดังน้ันจึง
ตรสั ถามวา ถงุ ใสสงิ่ ใดแขวนอยทู คี่ อน้ัน กวนอจู งึ ทลู วา ถุงนี้มหาอุปราชใหข า พเจาสำหรบั ใสห นวด
ไว แลวกวนอูกถ็ อดถวายใหทอดพระเนตร พระเจาเหี้ยนเตเ หน็ หนวดกวนอยู าวถงึ อกเสนละเอียด
งามเสมอกนั แลว ตรสั สรรเสรญิ วา กวนอนู ห้ี นวดงาม จงึ พระราชทานชอ่ื วา บเี ยยี งกง แปลภาษาไทย
วา เจาหนวดงาม แลวก็เสด็จข้ึน โจโฉกับขุนนางท้ังปวงแลกวนอูก็ออกจากที่เฝา มาถึงประตูวัง
กวนอกู ็ขน้ึ มา ตามโจโฉไป คร้นั ถึงหนาบานกวนอกู ็ลาโจโฉจะมาทอ่ี ยู

โจโฉเห็นมากวนอูผอม จึงถามวาเหตุใดมาจึงผอมไมสมตัวทาน กวนอูจึงตอบวา มาตัวน้ี
กำลังนอ ย ทานกำลงั ขาพเจามไิ ดจึงผอม โจโฉไดฟ งดังนัน้ จงึ ใหทหารไปเอามา เซ็กเธาวมา แลว ถาม
กวนอูวา มาตัวนี้เปนของผูใดทานรูจักหรือไม กวนอูจึงวา มาตัวนี้ของลิโปขาพเจารูจักอยู โจโฉ
ก็ใหจัดแจงเครื่องมาพรอมแลวก็ใหกวนอู กวนอูมีความยินดีลงจากมาคุกเขาลงคำนับแลววา
ซง่ึ มหาอปุ ราชใหม า ตวั น้แี กขา พเจา นั้นคุณหาทีส่ ดุ มไิ ด

โจโฉไดฟงดังน้ันก็คิดกร่ิงใจจึงถามวา เราใหเงินทองส่ิงของแกทานมาเปนอันมากก็ไมยินดี
ทานไมว าชอบใจแลมคี วามยนิ ดีเหมือนเราใหม าตวั นี้ เหตไุ ฉนทา นจงึ รักมา อันเปนสตั วเดียรจั ฉาน
มากกวา ทรพั ยส ิ่งสนิ อีกเลา กวนอูจึงตอบวา ขาพเจาแจงวามา เซ็กเธาวตวั นี้มกี ำลงั มาก เดินทางได
วันละหมื่นเสน แมขาพเจารูขาวเลาปอยูท่ีใด ถึงมาตรวาไกลก็จะไปหาไดโดยเร็ว เหตุฉะน้ี
ขา พเจา จงึ มีความยินดี ขอบคุณมหาอุปราชมากกวาใหส่งิ ของท้งั ปวง

โจโฉไดฟ ง ดงั นนั้ ยงิ่ มคี วามนอ ยใจ แลว คดิ วา เราเสยี ทที ที่ ำนบุ ำรงุ กวนอดู ว ยยศศกั ดศิ์ ฤงคาร
บรวิ าร กวนอูก็คิดรักเลาปอยูมิไดขาด กวนอกู ล็ าโจโฉไปทอ่ี ยู โจโฉจงึ ถามเตยี วเลยี้ ววา เราเลย้ี ง
กวนอูก็ถึงขนาดฉะน้ีแลว กวนอูยังมีน้ำใจผูกพันรักเลาปอยู เราจะคิดอานประการใดกวนอูจึงจะ
เอาใจออกจากเลาป เตียวเลี้ยวจึงวา ขอใหงดอยูสักเวลาหน่ึงกอน ขาพเจาจะไปวากลาวลอง
ความคิดกวนอดู ูวา จะมใี จสตั ยซ่ือตอเลา ปเ ทย่ี งแทหรอื หรือจะคดิ อา นยกั ยายประการใดบาง

คร้ันเวลารุงเชาเตียวเลี้ยวจึงไปหากวนอูถอยทีถอยคำนับกัน เตียวเลี้ยวจึงวาแกกวนอูวา
ตั้งแตมหาอุปราชไดทานมาไวก็มีความยินดีทำนุบำรุงทานเปนอันมากเพราะมีความเมตตาทาน
กวนอูจึงวา ทุกวันนี้มหาอุปราชชุบเล้ียงเราจึงไดมีความสุข คุณน้ันก็มีเปนอันมาก แตจะไดวาย
คิดถึงเลาปน ้ันหามไิ ด เตียวเลี้ยวจึงตอบวา ธรรมดาเกดิ มาเปนชายใหรจู ักท่หี นักทเ่ี บา ถาผูใดมิได
รจู กั ที่หนักทีเ่ บา คนท้ังปวงก็จะลว งติเตียนวา ผนู ัน้ หาสตปิ ญ ญาไม อันมหาอปุ ราชนมี้ นี ำ้ ใจเมตตา
ทา น ทำนบุ ำรงุ ทา นยงิ่ กวา เลา ปอ ีก เหตุใดทานจึงมใี จคิดถึงเลาปอ ยู

กวนอจู งึ วา ซง่ึ มหาอุปราชมีคณุ แกเรากจ็ ริงอยู แตจ ะเปรียบเลาปนน้ั ยงั มิได ดวยเลา ปนัน้ มี
คณุ แกเรากอ น ประการหน่งึ ก็ไดส าบานไวตอกนั วา เปน พนี่ อง เราจึงไดต งั้ ใจรกั ษาสตั ยอยู ทุกวันนี้
เราก็คิดถึงคุณมหาอุปราชอยูมิไดขาด ถึงมาตรวาเราจะไปจากก็จะขอแทนคุณเสียกอนใหมีช่ือ
ปรากฏไวเ ราจงึ จะไป เตียวเล้ียวไดฟง ดงั นัน้ จงึ ถามกวนอวู า ถา เลา ปถึงแกความตายแลว ทานจะ
อยูกับมหาอุปราชหรือ หรือจะคิดประการใด กวนอูจึงตอบวา ตัวเราเกิดมาเปนชายรักษาสัตย
มใิ หเสียวาจา ถงึ มาตรวาเลา ปจ ะถงึ แกค วามตาย เรากจ็ ะตายไปตามความที่ไดส าบานไว

˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 97

เตยี วเลย้ี วเหน็ กวนอนู น้ั มใี จสตั ยซ อ่ื ตอ เลา ปอ ยเู ปน มน่ั คง กล็ ากลบั มา จงึ เอาเนอ้ื ความทง้ั ปวง
บอกแกโ จโฉทกุ ประการ โจโฉไดฟ งดังนั้นกท็ อดใจใหญ มคี วามวติ ก ซึง่ จะเอากวนอไู วใหข าดจาก
เลา ปก ไ็ มส มคดิ แลว สรรเสรญิ กวนอวู า มคี วามสตั ยซ อ่ื มน่ั คงนกั ซนุ ฮกจงึ วา แกโ จโฉวา อนั ความคดิ
กวนอูน้ันจะแทนคุณมหาอุปราชเสียกอน แลวจึงจะไปจาก ถามีศึกมาก็อยาใหกวนอูออกอาสา
แมก วนอูยงั ไมมคี วามชอบก็จะอยูดวยมหาอปุ ราช โจโฉไดฟ ง ดงั นัน้ กเ็ ห็นชอบดวย

ศัพทน า‹ รŒู กนิ เล้ยี งดว ยอาหารอยา งดแี บบนัง่ โตะ
ธนู
กนิ โตะ ดาบดามยาว
เกาทัณฑ เขาทีค่ บั ขัน เขาท่ีจำเปน
งา ว พลทหาร
จวนตัว เงนิ ตอบแทนความชอบทใี่ หแ กท หารทอ่ี อกจากประจำการ ซงึ่ จา ยเปน รายเดอื น
ทหารเลว ตามขอบงั คบั ของกระทรวงกลาโหม
เบย้ี หวดั ใหคำมัน่ สัญญา โดยมากมกั เปนไปตามแบบพธิ ี
ไววางใจ
ปฏิญาณ ในทนี่ หี้ มายถงึ โจโฉ
ปลงใจ มา ขนสีแดง มพี ลังมหาศาล วิง่ ใหอ ยา งรวดเรว็
มหาอปุ ราช ยอมเขา ขาง ยอมปลงใจ
มา เซ็กเธาว ส่งิ ใหเกิดความรัก บรวิ ารหญงิ ผูบำเรอความรกั
ลงใจดวย เปน ทุกขเปน รอน รอนอกรอนใจ
ศฤงคาร
อนาทร

ประวตั ิผูŒแต‹ง

เจาพระยาพระคลงั (หน) เกดิ ในสมยั กรุงศรอี ยุธยาตอนปลาย ในแผน ดินสมเดจ็ พระเจา-
อยูห ัวบรมโกศ และถึงแกอ สัญกรรมเมื่อป พ.ศ. ๒๓๔๘

ในรัชกาลสมเด็จพระเจากรงุ ธนบุรี ไดรับราชการเปน หลวงสรวชิ ิต แลว ไปเปน นายดา นเมอื ง
อุทัยธานี ในสมัยรัชกาลท่ี ๑ แหงกรุงรัตนโกสินทร ไดเลื่อนเปนพระยาพระคลัง และเปน
เจา พระยาพระคลงั ในที่สุด

เจา พระยาพระคลงั (หน) มคี วามสามารถเปน พเิ ศษในการประพนั ธท งั้ รอ ยแกว และรอ ยกรอง
งานประพนั ธท ่ีสำคัญ ไดแก นยิ ายเรื่อง ราชาธริ าช สามกก รา ยยาวมหาเวสสันดรชาดก (กณั ฑ
กุมารและกณั ฑม ัทร)ี บทมโหรีเร่อื งกากี ลลิ ิตเพชรมงกฎุ และอิเหนาคำฉนั ท

98 ˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

สาระนา‹ รูŒ

หนังสือสามกก ฉบบั ตา‹ ง ๆ

สามกก เปนวรรณกรรมท่ีมีช่ือเสียงไปท่ัวโลก และไดมีผูเขียนเรื่องราวตาง ๆ เก่ียวกับ
สามกกขึ้นมากมายหลายภาษา เชนเดียวกับประเทศไทยท่ีมีผูเขียนเร่ืองสามกกข้ึนหลายรูปแบบ
ดว ยกัน ดงั น้ี

๑. เร่ืองสามกก ฉบบั แปล แบง ออกเปน ๔ สำนวน คือ
๑.๑ สามกกฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) เปนสามกกเลมแรกที่มีการแปลเน้ือเร่ือง

ท้ังหมด โดยแกไขใหเหมาะสมกับวัฒนธรรมไทย มีความสวยงามในการใชภาษาไทยอยางย่ิง
จงึ เปน ฉบบั ทนี่ ยิ มและรจู กั โดยท่วั กันในหมูนกั อาน

๑.๒ สามกก ฉบบั วณพิ ก เขยี นโดย ยาขอบ ฉบบั นจ้ี ะแตกตา งจากฉบบั เจา พระยาพระคลงั
(หน) โดยยาขอบจะยกตวั ละครตวั หน่งึ ๆ ในสามกกขนึ้ มาเปน ตวั เอก แลว จะเลา เร่อื งตวั ละคร
ตวั นัน้ จนจบ ทำใหเราเหน็ ดานดขี องตวั ละครตวั นั้นอยางชดั เจน

๑.๓ สามกก ฉบบั แปลใหม เขยี นโดย วรรณไว พธั โนทยั เปนฉบับแปลสามกกตลอด
ทงั้ เรอื่ งอกี ฉบบั หนงึ่ ทแ่ี ปลไดต รงตามฉบบั ของหลอกวา นจงหรอื ฉบบั นยิ าย เทา กบั เปน การแกส ว น
ท่ผี ดิ ของฉบับเจาพระยาพระคลัง (หน) และเพ่มิ เติมสว นท่ขี าดไป และชอื่ ตัวละครในฉบบั นี้ยงั ใช
ชอื่ เดยี วกบั ฉบบั ของเจา พระยาพระคลัง (หน) ทำใหผทู ่คี นุ เคยกับสำนวนของเจาพระยาพระคลงั
(หน) สามารถอานไดงาย

๑.๔ สามกก ฉบับสมบรู ณ เขียนโดย วิวัฒน ประชาเรืองวทิ ย และทองแถม นาถจำนง
เปนฉบับแปลสามกกตลอดทั้งเร่ือง และแปลไดตรงตามฉบับของหลอกวานจงหรือฉบับนิยาย
อกี เชนกนั ในฉบบั สมบูรณน ้ียังไดม ีการรวบรวมคำวิจารณไวดว ย อาจจะเรยี กไดวาจะเปนสามกก
ฉบับวิจารณก็วาได สำหรับชื่อตัวละครใชท้ังช่ือและสมญานาม แตก็ไดมีการเปรียบเทียบไว
ทายเลม

๒. หนังสอื ทเี่ นอื่ งดวŒ ยเรื่องสามกก มดี ังนี้
๒.๑ หนังสือพิชัยสงครามสามกก เขียนโดย สังข พัธโนทัย เปนหนังสือท่ีไดคัดเอา

เนอื้ ความสำคญั ทสี่ มควรแกค ำวา “ตาํ ราพชิ ยั ” ทำใหเ นอ้ื เรอื่ งกระชบั มากขนึ้ มกี ารแยกเปน บทความ
ตามตัวละครท่ีมีบทบาทสำคัญ มีบทวิจารณและคติสอนใจที่ตนเรื่องและทายเรื่อง มีการแกไข
เรียบเรยี งใหเ นอื้ ความถูกตอ งย่งิ ขึ้น และในเลม ยงั ประกอบดวยช่อื ประวัตติ ัวละคร ช่ือเมอื ง และ
แผนท่อี กี ดว ย

๒.๒ ขุนพลสามกก เขียนโดย ทองแถม นาถจำนง จากคำท่ีกลาววา “อันสามกกนี้
บิดเบือนประวัติศาสตรเขาขางเลาป” หนังสือเลมนี้จึงไดมีการเปรียบเทียบฉบับนิยายกับประวัติ-
ศาสตรจริงใหเรารูวาแตกตางกันอยางไร และเพราะเหตุใด รวมทั้งวิเคราะหเร่ืองตาง ๆ เชน
การตีแผขอเท็จจริงเกี่ยวกับหาทหารเสือวาใครดีจริงหรือแสรงทำดี แกขอกลาวหาท่ีวาอุยเอี๋ยน
เปนกบฏ และเกร็ดความรอู นื่ ๆ

˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 99

๒.๓ สุมาอี้คนช่ัวชาของแผนดิน เขียนโดย โชติชวง นาดอน (ทองแถม นาถจำนง)
เขยี นถงึ สมุ าอใี้ นแงม ุมตาง ๆ ทั้งดา นดแี ละชว่ั ซ่งึ ไดข อมลู มาจากพงศาวดาร “ซานก๋ัวจื้อ”

๒.๔ พงศาวดารสามกก ฉบบั ภาพจำลอง แปลและเรยี บเรียงโดย เธยี รเสยี ง สมดลุ ย
และโชตชิ ว ง นาดอนเปน บรรณาธกิ าร มรี ปู ภาพประกอบเรอ่ื งอยา งยอ ๆ ตามพงศาวดาร “ซานกว๋ั จอ้ื ”
ทมี่ ีเนอ้ื หาท่ตี า งจากฉบับนิยาย เรียกไดวา เปนหนงั สอื ภาพสามกก ฉบบั พงศาวดาร

๒.๕ สามกกฉบบั ภาพบคุ คลพรอ มประวตั ิ เขยี นโดย สุภาณี ปยพสุนทรา เปน หนังสือ
ที่ไดรวบรวมภาพและประวัติของตัวละครไวมากมาย โดยแยกเปน กลมุ ๆ ตามกก

๒.๖ ยกเครื่องเรอ่ื งสามกก เขยี นโดย เลาชวนหวั เปน หนงั สือที่กลา วถึงเลาปก ับขงเบง
ในทางลบ ในขณะทีฉ่ บับนิยายยกใหเปนฝา ยธรรมะ โดยเนน ความสนกุ สนานมากกวา สาระ

๒.๗ เจด็ ยอดกนุ ซอื ในสามกก เขยี นโดย อดลุ ย รตั นมน่ั เกษม และทองแถม นาถจำนง
เปน หนงั สือท่ีไดร วบรวมเจด็ กุนซือคนสำคัญ ทัง้ ประวตั ิและบทบาทในแตล ะตอน ซ่งึ จะเขียนโดย
ใหเ หตกุ ารณท ส่ี อดคลอ งกบั บนั ทกึ ทางประวตั ศิ าสตร ถอื เปน หนงั สอื ทช่ี ว ยขยายความเรอื่ งสามกก
และเปน บทเรียนเรื่องกลยุทธอ ีกเลม หน่ึง

๒.๘ การต นู สามกก ฉบบั ไฮเทค เรอื่ งและภาพประกอบโดย ไชจ อื้ จง เปน การต นู ๔ ชอ ง
จบ ของนักวาดการตูนช่ือดังของจีน เชนเดียวกับเร่ืองไซอิ๋วจอมยุทธขี้เมา หรือนางพญางูขาว
ความตลกของการตนู ที่ไชจ้อื จงเขียนอยทู ีก่ ารประชดประชนั

๒.๙ เบง เฮก็ ไมใ ชค นไท เขยี นโดย ทองแถม นาถจำนง เปน เลม ทไ่ี ขขอ ขอ งใจวา เบง เฮก็
เปน ใคร โดยยดึ หลกั ฐานทางประวตั ศิ าสตรเ หมอื นกบั หนงั สอื ประวตั ศิ าสตรผ สมผสานกบั โบราณคดี
เปน อีกแงมมุ หนงึ่ ในการศึกษาเรอื่ งสามกกและประเทศจนี

แนวทางในการวิจารณว รรณคดแี ละวรรณกรรม

เน้ือเรอื่ ง

สามกก ตอน กวนอไู ปรบั ราชการกบั โจโฉนี้ ไดก ลา วเนน หนกั ถงึ เรอ่ื งความซอื่ สตั ยข องกวนอู
ท่ีมีตอเลาป ท่ีไมวาจะมีคนมอบลาภยศทรัพยสินเงินทองใหมากมายเพียงใดก็ตาม ก็ไมสามารถ
โนมนาวจิตใจได ดังน้ัน จึงเหมาะสมอยางย่ิงที่จะใหนักเรียนไดอานและศึกษาเพื่อซึมซับเอา
ความซื่อสตั ยและความกตญั ูของกวนอู เพอ่ื ประโยชนในการดำเนนิ ชวี ติ นอกจากนี้ สาเหตหุ นึ่ง
ท่ีทำใหหยิบยกเอาวรรณกรรมนี้มาใหนักเรียนไดศึกษาก็คือ สำนวนภาษาท่ีสละสลวย ไพเราะ
และงดงาม

ตัวละคร

ตวั ละครสำคญั ในสามกก ตอน กวนอไู ปรบั ราชการกบั โจโฉ ประกอบดว ย กวนอู โจโฉ และ
เตยี วเลีย้ ว ซง่ึ มีลกั ษณะนสิ ัยทโี่ ดดเดนเฉพาะตวั แตกตา งกัน ดังตอไปนี้

๑. กวนอู เปนขนุ พลทีม่ ีความกลาหาญ เดด็ เดย่ี ว ชำนาญในการรบ และไดร ับการยกยอ ง
วาเปนผูที่มีความซ่ือสัตยและกตัญูตอผูท่ีมีพระคุณ ซึ่งบุคคลท่ีกวนอูถือวาเปนผูท่ีมีพระคุณ

100 ˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò
ตอตนเองมากทส่ี ดุ คอื เลาป ผูเ ปน พี่นอ งรว มสาบาน ดังนน้ั เม่อื โจโฉยกทัพมาตีเมอื งแหฝ อได
โจโฉตอ งการไดก วนอผู รู กั ษาเมอื งนมี้ าเปน ทหารของตน ซงึ่ หากจะใชว ธิ กี ารเจรจาเกลยี้ กลอ มกค็ งจะ
ไมไ ดผ ล โจโฉจึงตองวางแผนใหกวนอูออกจากเมืองแหฝ อ แลวนำกำลงั ทหารลอ มกวนอูใหห มด
หนทางตอสู จากนั้นจึงส่ังเต้ียวเลี้ยวเขาเจรจา โดยอางถึงเหตุผลสามประการ คือ ครอบครัว
เลา ปจ ะปลอดภยั สองเปน การกระทำทไี่ มผ ดิ จากคำสาบานทว่ี า “เปน พนี่ อ งรว มสขุ แลทกุ ขเ ปน ชวี ติ
อันเดียวกัน ถาผูใดตายก็ตายดวย” หากกวนอูมีชีวิตก็เสมือนตอชีวิตใหแกเลาปและเตียวหุย
ประการสุดทาย มีชีวิตรอดเพื่อทำนุบำรุงแผนดิน ทำใหกวนอูตองจำยอมไปอยูกับโจโฉ แตก็มี
เงอ่ื นไขสามประการเชนกัน ดังความวา

“เราจะขอเปนขาพระเจาเห้ียนเตประการหน่ึง เราจะขอปฏิบัติพ่ีสะใภเราทั้งสอง แลอยาให
ผูใดเขาออกกลำ้ กรายเขาถึงประตูท่ีอยูได จะขอเอาเบี้ยหวัดของเลาปซึ่งเคยไดรับพระราชทานน้ัน
มาใหแ กพ ส่ี ะใภเ ราทง้ั สองประการหนง่ึ อกี ประการหนง่ึ ถา เรารวู า เลา ปอ ยแู หง ใดตำบลใด ถงึ มาตรวา
เรามไิ ดล ามหาอุปราช เรากจ็ ะไปหาเลา ป แมมหาอุปราชจะหา มเรากไ็ มฟ ง”

เงอ่ื นไขของกวนอดู งั กลา ว โดยเฉพาะในขอ สามยอ มสะทอ นใหเ หน็ ถงึ ความรกั ความซอ่ื สตั ย
และความม่ันคงของกวนอูท่ีมีตอเลาปอยางชัดเจน และยังสงผลตอไปถึงภรรยาทั้งสองของเลาป
เหน็ ไดจ ากเหตกุ ารณค รงั้ ทโี่ จโฉยกทพั กลบั เมอื งฮโู ต ซง่ึ มกี วนอแู ละภรรยาทงั้ สองของเลา ปเ ดนิ ทาง
กลบั มาดวย ระหวา งทางตองพกั คา งคืน โจโฉแสรง จัดทีพ่ ักใหภรรยาทัง้ สองของเลา ปพ ักหองเดียว
กับกวนอู หวังใหก วนอลู ว งเกนิ พี่สะใภจ ะไดผ ดิ ใจกบั เลาป แตก วนอูกลบั จดุ เทยี นนง่ั อานหนงั สือ
รักษาความปลอดภัยใหพ่ีสะใภอยูนอกประตูหองพัก เพ่ือมิใหเปนท่ีครหาและรักษาเกียรติของ
พี่สะใภท งั้ สอง

นอกจากน้ันกวนอูยังแสดงใหเห็นเสมอวาตนไมไดยินดีในตำแหนงหนาที่และไมปรารถนา
ในทรัพยส ินเงนิ ทองทีโ่ จโฉสรรหามาใหเ พือ่ หวังผูกใจกวนอูไมใ หกลบั ไปหาเลา ป ดงั ความทวี่ า

“โจโฉจึงใหเชิญกวนอูกินโตะ จัดแจงใหกวนอูน่ังท่ีสูงกวาขุนนางท้ังปวง แลวใหเคร่ืองเงิน
เคร่ืองทองแลแพรอยางดีแกกวนอูเปนอันมาก กวนอูรับเอาสิ่งของนั้นแลวก็ลาโจโฉกลับมาท่ีอยู
จงึ บอกเนอ้ื ความท้งั ปวงแกพ ีส่ ะใภแลว เอาส่งิ ของน้นั ให”

ถึงคราวที่กวนอูตัดสินใจวาจะไปจากโจโฉแนนอน กวนอูก็ยังคงแสดงความสุจริตใจ โดย
ไมไ ดน ำทรพั ยส นิ เงนิ ทองทโ่ี จโฉมอบใหต ดิ ตวั ไป หลงั จากเสยี ชวี ติ จงึ ไดร บั การยกยอ งใหเ ปน เทพเจา
แหงความซ่ือสัตย

๒. โจโฉ เดิมรับราชการอยใู นราชสำนกั คนท้งั หลายยำเกรง ถูกแตงต้งั ใหไปสกดั โจรโพก
ผา เหลอื ง สดุ ทา ยแยกตวั หนอี อกมาหลงั จากลอบฆา ตงั๋ โตะ ไมส ำเรจ็ สะสมกำลงั พลและแสนยานภุ าพ
ครอบครองหัวเมืองฝายเหนือ จึงไดแตงตั้งเปนมหาอุปราช มีความสามารถในการใชคนและ
มีเลหเหลี่ยมทางกลยุทธท่ีเปนท่ีเล่ืองลือ ลักษณะนิสัยของโจโฉที่ปรากฏใหเห็นในตอนนี้ยังคง
ความเปน เอกลกั ษณของโจโฉ คอื ความสามารถในการใชเ ลหเ หล่ียมในการบงั คบั ใหกวนอจู ำยอม
มาเปน ทหารของตน และตลอดระยะเวลาทกี่ วนอมู าอยดู ว ยโจโฉกห็ าหนทางทจ่ี ะผกู ใจกวนอใู หย อม
ภักดกี ับตน

ถงึ แมโจโฉจะไมสามารถไดใจภักดจี ากกวนอูแตจ ากเหตกุ ารณต าง ๆ นีก้ ลบั สะทอ นใหเ ห็น
ลักษณะนิสัยบางอยางของโจโฉวามีความพอใจผูที่มีความซ่ือสัตยย่ิงนัก ดังเหตุการณครั้งท่ีโจโฉ

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 101

เชิญกวนอูมากินโตะ เห็นกวนอูสวมเส้ือขาดจึงนำเสื้อตัวใหมอยางดีมาใหกวนอู กวนอูรับเส้ือ
ตวั ใหมส วมไวด า นใน สว นเสอ้ื ตวั เกา สวมทบั ไวด า นนอก โดยอธบิ ายเหตผุ ลทก่ี ระทำเชน นน้ั ใหโ จโฉ
คลายสงสัย ซึง่ ทำใหโจโฉรสู กึ สะเทอื นใจ แตก็ไดประจกั ษถ งึ ความซือ่ สตั ยแ ละความกตัญูของ
กวนอู ดังความวา

“โจโฉเห็นดังน้นั ก็หัวเราะแลวถามวา เอาเส้อื ใหมใสช้นั ในน้นั กลัวจะเกาไปหรือ กวนอูจึงวา
เสอ้ื เกานีข้ องเลา ปใ ห บัดนี้เลาปจ ะไปอยูทใี่ ดมไิ ดแ จง ขาพเจา จงึ เอาเส้ือผนื นีใ้ สช ั้นนอก หวังจะดู
ตา งหนา เลา ป ครน้ั จะเอาเสอ้ื ใหมน น้ั ใสช น้ั นอก คนทง้ั ปวงจะครหานนิ ทาวา ไดใ หมแ ลว ลมื เกา โจโฉไดย นิ
ดงั น้ันกส็ รรเสรญิ กวนอูวา มีกตญั ูนัก แตค ิดเสยี ใจอย”ู

๓. เตยี วเลย้ี ว เปน ทหารคนสำคญั คนหนงึ่ ของโจโฉ สามกก ในตอนนเ้ี ตยี วเลยี้ วเปน ตวั ละคร
ทม่ี บี ทบาทสำคญั ทแ่ี สดงใหเ หน็ ถงึ การใชส ตปิ ญ ญาในการพดู จาหวา นลอ มใหก วนอมู าเปน ทหารของ
โจโฉ โดยการใชวิธีการท่ีแยบยลนำเร่ืองความผูกพันทางใจระหวางเลาปและเตียวหุย พี่นองรวม
สาบานทเี่ คยตงั้ สตั ยป ฏญิ าณวา จะรว มกนั ทำนบุ ำรงุ บา นเมอื งมาเปน ประเดน็ สำคญั ในการตอ รองให
กวนอูยอมมาอยูกับโจโฉ อีกทั้งเตียวเล้ียวยังใชจิตวิทยาในการพูดท่ีทำใหกวนอูรูสึกผิดและเปน
สาเหตุท่ีจะทำใหเลาปกบั เตียวหยุ พลอยเดอื ดรอนกบั การตัดสนิ ใจทจี่ ะไมไปอยกู บั โจโฉ และกลาว
เนน ยำ้ ในตอนทา ยทเี่ ปน การสรา งความหวงั ชนี้ ำใหก วนอคู วรตดั สนิ ใจไปอยกู บั โจโฉ เพอื่ รกั ษาชวี ติ
ไวร อพบกบั เลา ป และยนื ยนั ความซอ่ื สตั ยท ม่ี ตี อ เลา ป สาระสำคญั ดงั กลา วเหลา นก้ี ม็ ผี ลทำใหก วนอู
คลอยตามและยอมจำนนตัดสินใจไปอยูรับราชการกับโจโฉในท่ีสุด เตียวเลี้ยวจึงเปรียบเสมือน
นักการทตู ท่ดี ีทส่ี ามารถทำการเจรจาไดป ระสบความสำเร็จ

ศิลปะการประพนั ธ

สามกก ฉบับเจา พระยาพระคลัง (หน) นบั เปนวรรณกรรมทแี่ ปลไดชดั เจน สำนวนภาษา
สละสลวยไพเราะงดงาม จนกลายเปนแบบฉบับของการแปลหนังสือพงศาวดารเรื่องอื่น ๆ
ในสมยั ตอ มา

๑. การใชถŒ อŒ ยคำ
สามกกใชภาษาในการเลาเร่ืองบรรยายความดวยถอยคำและประโยคที่ไมซับซอน อาน

ทำความเขาใจไดไมยาก แมจะมีถอยคำที่เปนสำนวนโบราณท่ีแปลกไปจากภาษาในปจจุบัน แตก็
สามารถตคี วามไดเม่ืออา นความทงั้ บริบท เชน

“ถา รูว า เลา ปอ ยูแ หง ใดเราก็จะพากนั ไปหา เกลือกโจโฉจะมใิ หไ ป” เกลอื ก คำนี้มคี วามหมาย
เดยี วกับคำวา ถŒา หาก ทใ่ี ชในปจจบุ นั

“ถงึ มาตรวา ทา นจะไดความลำบาก” มาตรวา‹ คำนี้มคี วามหมายเดยี วกบั คำวา แมŒว‹า ทีใ่ ชใ น
ปจจุบนั

“เจา รขู าวเลา ปบ า งหรือไม กวนอวู า ไมแ จŒง” ไม‹แจŒง คำน้ีมีความหมายเดยี วกบั คำวา ไมร‹ ูŒ
ไม‹ทราบ ทีใ่ ชในปจ จุบัน

“กวนอไู ดฟ ง ดงั นน้ั พเิ คราะหด เู หน็ ฝน ผดิ ประหลาด” ผดิ ประหลาด คำนม้ี คี วามหมายเดยี วกบั
คำวา แปลกประหลาด ที่ใชใ นปจจุบัน

102 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๒. การใชสŒ ำนวนโวหาร ท่ีปรากฏมดี งั นี้
อุปมาโวหาร คอื การกลา วความเปรยี บเทียบ เชน
ตอนที่กวนอกู ลา วกับเตยี วเลย้ี ว ดงั ความวา “ตวั เรากม็ ิไดร กั ชีวิต อนั ความตายอุปมา

เหมือนนอนหลับ” การท่ีกวนอูเปรียบเทียบเชนนั้นหมายความวา ความตายถือเปนเรื่องเล็กนอย
ทไี่ มมคี วามสำคัญ

ตอนที่เตียวเล้ียวพยายามเจรจาชักจูงกวนอูใหตัดสินใจไปอยูกับโจโฉโดยการรักษาชีวิต
ตนเองเพื่อรอจนกวา จะพบกับเลาป ดงั ความวา “ถึงมาตรวาทา นจะไดค วามลำบากกอ็ ุปมาเหมือน
หนงึ่ ลยุ เพลงิ อนั ลกุ แลขา มพระมหาสมทุ รอนั กวา งใหญ กจ็ ะลอื ชาปรากฏชอื่ เสยี งทา นไปภายหนา ”
เปน การกลา วเปรยี บเทียบความยากลำบากวา เหมือนกับการลุยไฟและขามทะเล

สาธกโวหาร คือ การกลาวความยกตัวอยางเรื่องราวท่ีกลาวขึ้น ดังตัวอยางตอนที่
เตียวเล้ียวพูดอธิบายใหโจโฉยอมรับเงื่อนไขของกวนอูในขอที่กวนอูรูวาเลาปอยูแหงใด ก็จะไปหา
เลา ปท นั ที โดยอาจจะไมไ ดล าโจโฉ เตยี วเลย้ี วพดู โดยการยกตวั อยา งนทิ านอเิ ยยี งใหโ จโฉฟง เพราะ
นทิ านเรอื่ งนม้ี เี นอื้ หาเกย่ี วกบั บคุ คลทซี่ อ่ื สตั ยแ ละกตญั ตู อ ผทู ม่ี พี ระคณุ เตยี วเลย้ี วตง้ั ใจตอ งการ
บอกใหโจโฉรูวา กวนอูน้ันมีจิตใจไมต างกับอเิ ยียง ดงั ความวา

“อันนำ้ ใจกวนอูน้นั ถา ผใู ดมีคุณแลวเหน็ จะเปนเหมือนอิเยยี ง อันเลา ปก ับกวนอูนน้ั มิได
เปนพ่ีนองกัน ซึ่งมีความรักกันนั้น เพราะไดสาบานตอกัน เลาปเปนแตผูนอย เล้ียงกวนอู
ไมถ งึ ขนาด กวนอยู งั มนี ำ้ ใจกตญั ตู อ เลา ป จงึ คดิ จะตดิ ตามมไิ ดท ง้ิ เสยี อนั มหาอปุ ราชมวี าสนากวา
เลาปเ ปน อนั มาก ถาทานไดก วนอูมาไวท ำนบุ ำรุงใหถ งึ ขนาด เห็นกวนอูจะมกี ตัญตู อทา นยง่ิ นัก”

การที่เตียวเล้ียวยกนิทานอิเยียงใหโจโฉฟงน้ัน เสมือนการยกตัวอยางเร่ืองราวท่ีเคย
เกดิ ขนึ้ มากอ น แลว มาตรงกบั เรอ่ื งราวในปจ จุ บนั ยอ มยนื ยนั ไดว า จะสง ผลเปน เชน ไร ในทส่ี ดุ โจโฉ
จงึ รับเงื่อนไขของกวนอแู ละไดกวนอูมาอยูร บั ราชการดวย

ขอŒ คิด คตคิ ำสอน และความจรรโลงใจ

๑. ความซือ่ สตั ยต ‹อผูŒที่มพี ระคุณ ปรากฏใหเ ห็นจากการกระทำของกวนอู ซึง่ มีเปา หมายที่
ชัดเจนในการแสดงออกถึงความซื่อสัตยและความกตัญูตอเลาป ดวยจิตใจที่ม่ันคงแนวแน
โดยมไิ ดย อทอตออุปสรรคใด ๆ

๒. ความรบั ผดิ ชอบในหนาŒ ที่ เปน ความรบั ผดิ ชอบทกี่ วนอไู ดร บั มอบหมายจากเลา ปใ หด แู ล
ภรรยาทงั้ สองของเลา ป กวนอไู มเ พยี งดแู ลใหส ขุ สบายและรกั ษาความปลอดภยั เทา นนั้ ยงั ใหเ กยี รติ
และระวังไมใหเกิดขอ ครหาใดในทางที่ไมดตี อพีส่ ะใภท ัง้ สองอกี ดวย

๓. ความไมโ‹ ลภหรอื ไมอ‹ ยากไดขŒ องผอŒู น่ื ทรพั ยส นิ สง่ิ ของมคี า ทโ่ี จโฉเฝา สรรหามาใหก วนอู
นน้ั ไมไ ดท ำใหก วนอรู สู กึ พงึ พอใจหรอื ยนิ ดี ทจี่ ะเหนย่ี วรง้ั ตวั กวนอใู หอ ยกู บั โจโฉไดน นั้ เพราะกวนอู
มีความซอ่ื สัตยและกตัญูเปน คตปิ ระจำใจ

กวนอนู บั เปน บคุ คลทเี่ ปน แบบอยา ง ทำใหผ อู า นไดต ระหนกั ถงึ ความกตญั แู ละความซอื่ สตั ย
ไดเปนอยางดี และคุณสมบัตินี้ยังใชยึดถือเปนเครื่องหมายของคนดีมาชานาน และผูที่ยึดถือใน
ความซื่อสตั ยและความกตัญนู ี้ ยอมประสบแตค วามสุขความเจริญ

˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 103

การเชอื่ มโยงกบั ชีวิตประจำวนั

ในชีวติ ประจำวันของคนเราน้ัน สถานภาพที่เปนอยยู อ มมีมากกวา หน่ึง เชน ผชู ายหนง่ึ คน
อาจเปน ทั้งลกู เปนพอ เปน ครู เปน ลูกจาง ซงึ่ ดว ยสถานภาพเหลาน้ี ทำใหต องเก่ยี วของกบั ผูอ ื่น
มากมาย ดังน้ัน ความซ่ือสัตยและความกตัญูก็ยอมนำมาประยุกตใชไดหลากหลายแนวทาง
ยกตัวอยา ง เชน เปนลกู ก็ควรกตญั ูตอพอแม เปน ลกู จา งก็ควรซอ่ื สตั ยกับงานทีท่ ำ เปน ครกู ็ควร
ซื่อสัตยกับอาชีพอันมีเกียรติ และในสถานะท่ีเปนนักเรียนก็ควรซ่ือสัตยตอการเรียน ทั้งซื่อสัตย
ตอตนเองและผูอื่น กตัญู เคารพเชื่อฟงครูอาจารย นักเรียนเปนลูกก็ตองกตัญูกตเวทีตอ
พอแมและผูมีพระคุณ นักเรียนเปนพี่ก็ควรจะรักและซ่ือสัตยตอนอง หากสามารถนำคุณธรรม
ที่ไดมาประยุกตเช่ือมโยงใชในชีวิตประจำวันไดดังน้ีแลว ผูประพฤติก็ยอมไดรับผลดีตอบแทน
และผลดกี จ็ ะสง ใหเ กดิ ความเจรญิ รุง เรืองตอ ไปภายหนา

สรปุ

สามกก ตอน กวนอไู ปรบั ราชการกบั โจโฉ เปน ตอนทช่ี ใ้ี หเ หน็ ถงึ ความซอ่ื สตั ย ความจงรกั ภกั ดี
และความกตัญูรูคุณของกวนอูท่ีมีตอเลาป โดยมิไดสนใจทรัพยสินเงินทอง ลาภยศชื่อเสียง
ทโี่ จโฉนำมามอบให จนทายที่สดุ โจโฉก็ตองยอมแพจิตใจกวนอู ยอมใหกวนอูเดนิ ทางกลับไปหา
เลาป

กิจกรรมบูรณาการ

กจิ กรรมเสนอแนะ

๑. ศึกษาลกั ษณะนิสยั ของโจโฉและกวนอจู ากสามกกในตอนอน่ื ๆ แลว เขียนสรปุ
๒. รวมกันอภิปรายแสดงความคิดเห็นเก่ียวกับ “โทษสามประการ” และ “ประโยชนสาม
ประการ” ในขอความทเ่ี ตยี วเลี้ยวใชเ กล้ยี กลอ มกวนอู
๓. เลือกเขียนเรียงความเรื่อง “โจโฉนักรบผูยิ่งใหญ” หรือ “กวนอูผูยึดม่ันในความ
ซ่อื สตั ย”
๔. รวมกันจัดปายนิเทศใหความรูเก่ียวกับการใชภาษาและการใชโวหารท่ีปรากฏในเรื่อง
สามกก ตอน กวนอูไปรบั ราชการกับโจโฉ
๕. บุคคลในปจจุบันหรือตัวละครใดท่ีนักเรียนรูจัก มีลักษณะนิสัยท่ีเหมือนหรือคลายกับ
กวนอู ยกตัวอยางพรอ มคำอธิบาย

104 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

โครงงาน

นักเรยี นเลือกทำโครงงานตอ ไปนี้ หรืออาจทำโครงงานอนื่ ตามความสนใจ โดยใหเก่ยี วของ
กับเนอ้ื หาท่เี รยี น

โครงงานสมั ภาษณค วามคดิ เหน็ ของเพอ่ื นรว มชน้ั เรยี นวา ชน่ื ชอบตวั ละครใดในเรอ่ื ง สามกก
ตอน กวนอไู ปรับราชการกับโจโฉ

การประยกุ ตใชในชีวติ ประจาํ วนั

การปฏิบตั ิตนเปน ผมู ีความซื่อสัตยแ ละความกตญั สู ง ผลดีตอชวี ิตอยางไร

คาํ ถามทบทวน

๑. เหตใุ ดโจโฉจึงตอ งการใหก วนอมู ารับราชการดว ย
๒. โจโฉมวี ิธเี กลย้ี กลอ มกวนออู ยางไร กวนอจู ึงยอมเขาดวย
๓. ประโยชนส ามประการทเ่ี ตยี วเลยี้ วเสนอแกก วนอมู ีวา อยางไรบา ง
๔. สญั ญาสามประการท่กี วนอเู สนอกบั โจโฉมวี า อยางไรบา ง
๕. นทิ านอเิ ยยี ง มุง เนนใหเหน็ คณุ ธรรมขอ ใด เก่ียวของกับกวนออู ยางไร
๖. แผนการท่โี จโฉตองการใหเ ลา ปก ับกวนอูแตกกัน มวี า อยางไร
๗. เหตใุ ดกวนอจู ึงสวมเสือ้ ท่โี จโฉใหไ วชนั้ ใน แลวสวมเส้อื ของเลา ปท บั
๘. กวนอูดีใจทไ่ี ดรับมา เซก็ เธาวจ ากโจโฉเพราะเหตใุ ด
๙. โจโฉสามารถทำใหกวนอูเอาใจมาฝกใฝฝายตนไดห รือไม เพราะเหตุใด
๑๐. โจโฉใชกลอุบายอยางไรเพ่อื เหน่ยี วรัง้ กวนอไู วมิใหไ ปหาเลาป

กาพยเ หเรือ ๗หนวยการเรียนรทู ี่

ตวั ชีว้ ัดชวงช้นั

๑. อา นออกเสยี งบทรอ ยแกวและบทรอยกรองไดอ ยา งถูกตอ ง ไพเราะ และเหมาะสมกบั เรอ่ื งที่อา น
ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๑)

๒. วิเคราะหและวิจารณเ รือ่ งที่อา นในทกุ ๆ ดานอยางมเี หตผุ ล ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๓)
๓. วิเคราะห วิจารณ แสดงความคิดเห็นโตแยงเก่ียวกับเรื่องท่ีอาน และเสนอความคิดใหมอยางมี

เหตุผล ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๕)
๔. สังเคราะหค วามรูจากการอา นสอื่ สิง่ พมิ พ ส่ืออิเล็กทรอนกิ ส และแหลง เรยี นรตู า ง ๆ มาพฒั นาตน

พัฒนาการเรยี น และพฒั นาความรูทางอาชพี ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๘)
๕. วิเคราะหและวิจารณว รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณเ บื้องตน ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๑)
๖. วิเคราะหลักษณะเดนของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตรและวิถีชีวิตของสังคม

ในอดีต ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๒)
๗. วิเคราะหและประเมินคุณคาดานวรรณศิลปของวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะท่ีเปนมรดกทาง

วัฒนธรรมของชาติ ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๓)
๘. สงั เคราะหข อ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพ่ือนำไปประยกุ ตใ ชใ นชวี ิตจริง ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๔)
๙. รวบรวมวรรณกรรมพน้ื บานและอธบิ ายภมู ปิ ญญาทางภาษา ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๕)
๑๐. ทองจําและบอกคุณคาบทอาขยานตามท่ีกําหนด และบทรอยกรองท่ีมีคุณคาตามความสนใจและ

นำไปใชอ างอิง ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๖)

ผังมโนทัศนสาระการเรย� นรู

ขอคดิ คตคิ ำสอน การเชอ่ื มโยงกบั ชีวิตประจำวนั
และความจรรโลงใจ
แนวทางในการวิจารณ นำเร่อื ง
วรรณคดีและวรรณกรรม เรอื่ งยอ‹

ศิลปะการประพนั ธ เนื้อเรอ่ื ง กาพยเ หเ รอื เนือ้ เรอื่ ง

สาระนา‹ รŒู ศัพทน ‹ารŒู

กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค ประวัติผŒแู ต‹ง

ประโยชนจากการเรยี นรู ชวนคดิ ชวนตอบ
๑. นกั เรยี นเคยชมกระบวนเรอื พยหุ ยาตรา
๑. เขาใจประเพณีการเหเรือ
๒. รจู กั เรือพระที่น่งั และเรือลำตาง ๆ ทางชลมารคหรือไม ประกอบดวย
อะไรบาง
ในกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค ๒. ประเพณีการเหเ รือมีขน้ึ ในโอกาสใด

152 ˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

นำเร่อื ง

กาพยเ หเรอื เปนพระนพิ นธของเจา ฟาธรรมธเิ บศร แตงข้ึนเพื่อใชส ำหรับเหเ รอื พระทนี่ ่งั ของ
พระองคเ องเมอื่ เสดจ็ ทางชลมารคจากกรงุ ศรอี ยธุ ยาถงึ ทา เจา สนกุ เพอื่ ไปนมสั การรอยพระพทุ ธบาท
ทจ่ี ังหวดั สระบรุ ี โดยแตง เปน กาพยเห ซึ่งประกอบดวยโคลงสสี่ ภุ าพและกาพยย านี โคลงสส่ี ภุ าพ
ใชเปน บทนำ สวนการพรรณนาความใชกาพยยานี

ประเพณีการเหเรือเปนมรดกทางวัฒนธรรมที่มีมาต้ังแตโบราณจนถึงปจจุบัน ราชนาวีไทย
มีหนาทใี่ นการจดั กระบวนพยุหยาตราทางชลมารคและจดั พระราชพิธีเหเ รือ

สมเดจ็ พระเจา บรมวงศเธอ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพทรงอธิบายไววา ประเพณกี ารเหเ รือ
ของไทยมี ๒ ประเภท คือ เหเรอื หลวงและเหเ รอื เลน เหเ รอื หลวง เปน การเหในพระราชพธิ ี สวน
เหเ รอื เลน จะเหในเวลาเลน เรอื เทยี่ วเตรกัน เพ่อื ความรื่นเริงและใหฝ พ ายพายพรอม ๆ กัน

การเหเ รอื หลวงในสมยั โบราณสนั นษิ ฐานวา ใชค ำภาษาสนั สกฤตของอนิ เดยี ซง่ึ เปน มนตรใ น
ตำราไสยศาสตร ตอมากลายเปนคำ เหยอวเยอว ในตำรา มคี ำวา สวะเห ชา ลวะเห และมูละเห
บทเหทใ่ี ชไ มป รากฏหลักฐานเหลืออยู พระบาทสมเดจ็ พระจอมเกลาเจา อยูหัวทรงรเิ ร่ิมนำบทเหเรือ
เลน พระนพิ นธข องเจาฟาธรรมธเิ บศรมาใชเ หเ รือหลวง

การเหเ รือเลนใชภาษาไทย การพายเรือใชส องจังหวะ คอื จงั หวะจ้ำกบั จังหวะปกติ
การเหเรือในกระบวนเรือหลวงมี ๔ อยาง คือ เหโคลงนำกาพย หรือ เกริ่นโคลง เมื่อ
พระเจาแผน ดินลงประทบั ในเรือพระทีน่ ่งั แลน ระหวา งทางใชทำนอง ชา ลวะเห ซ่งึ เปน ทำนองเหช า
พลพายนกบนิ จงั หวะชา พอจวนถงึ ทป่ี ระทบั ใชท ำนอง สวะเห ระหวา งทางขากลบั เปลย่ี นเปน ทำนอง
มูละเห เม่อื จบบทพายจ้ำสามทสี งทุกบท

˹ѧÊ×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 153

เรอื่ งยอ‹

กาพยเหเรือของเจาฟาธรรมธิเบศรนี้แบงออกเปน ๒ ตอน คือ ตอนท่ี ๑ เปนบทเหชม
กระบวนเรอื พยุหยาตราและเหช มธรรมชาติ ตอนที่ ๒ เปน บทเหเ รอื กากี กลา วถงึ พญาครุฑลักนาง
กากีไปวิมานฉิมพลี บทสังวาส และตามดวยบทเหครวญ ซึ่งในระดับชั้นน้ีนำมาใหศึกษาเพียง
บางบท คอื บทเหช มเรือกระบวน เหช มปลา เหช มไม เหช มนก และจบดวยบทเหค รวญ

บทเหเร่ิมจากบทชมกระบวนเรือพยุหยาตราที่ออกเดินทางในเวลาเชา โดยกลาวพรรณนา
ความสวยงามของเรอื พระทน่ี ง่ั และเรอื ลำตา ง ๆ ทรี่ ว มในกระบวน ตลอดจนความพรอ มเพรยี งและ
ความรื่นเริงของเหลาทหารในกระบวน

ลำดับตอ มา คอื บทเหชมปลา เหชมไม และเหชมนกน้ัน เปนการการชมธรรมชาติท่พี บเหน็
ขณะเรือแลนผาน โดยการกลาวพรรณนาปลานานาชนิดใหเช่ือมโยงกับกิริยาทาทางที่งดงามของ
นางอันเปนทร่ี กั กลา วพรรณนาดอกไมห ลากหลายพนั ธุท ม่ี ีความงดงาม มีกลิน่ หอมชวนใหคิดถึง
นางอนั เปน ท่ีรักท่ีไมไ ดร วมเดนิ ทางมาดว ย

ปดทายดวยบทเหครวญ เปนการครำ่ ครวญความรักความอาลัยถึงนางอันเปนท่รี ักท่ไี มได
อยดู วยกัน ซงึ่ เปน ความทกุ ขท รมานทีท่ ำใหก วรี สู กึ เศราโศกและวา เหว

154 ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

กาพยเ หเรอื เจาŒ ฟ‡าธรรมธเิ บศร

โคลง เห‹ชมเรอื กระบวน

๏ ปางเสด็จประเวศดาว ชลาลยั
ทรงรัตนพิมานชัย กงิ่ แกว
พรั่งพรอ มพวกพลไกร แหนแห
เรอื กระบวนตน แพรว เพริศพร้งิ พายทอง ฯ

ชา ลวะเห ทรงเรือตนงามเฉิดฉาย
พายออ นหยับจับงามงอน
๏ พระเสดจ็ โดยแดนชล ลวนรปู สัตวแสนยากร
ก่งิ แกว แพรวพรรณราย สาครล่ันคร่นั ครน้ื ฟอง
ล่ิวลอยมาพาผันผยอง
๏ นาวาแนน เปนขนัด รอ งโหเ หโ อเหม า
เรือร้วิ ทวิ ธงสลอน เพียงพมิ านผา นเมฆา
หลงั คาแดงแยง มงั กร
๏ เรือครฑุ ยุดนาคหิ้ว แสงแวววับจับสาคร
พลพายกรายพายทอง ดั่งรอ นฟามาแดนดิน
งามชดชอ ยลอยหลังสินธุ
๏ สรมขุ มุขส่ีดา น ลนิ ลาศเล่อื นเตอื นตาชม
มานกรองทองรจนา รวดเรว็ จรงิ ย่ิงอยางลม
หม ทา ยเย่นิ เดนิ คกู ัน
๏ สมรรถชยั ไกรกาบแกว
เรียบเรยี งเคียงคูจร ดูดังเปนเห็นขบขัน
คน่ั สองคูดยู ่ิงยง
๏ สุวรรณหงสทรงพูหอ ย แลน เฉ่ือยฉ่ำลำระหง
เพยี งหงสท รงพรหมนิ ทร องคพ ระพายผายผนั ผยอง
โจนตามคลืน่ ฝน ฝา ฟอง
๏ เรอื ชยั ไววองวิ่ง เปนแถวทองลอ งตามกัน
เสยี งเสา เรา ระดม ดเู ขมนเหน็ ขบขัน
ทันแขง หนา วาสกุ รี
มลู ะเห

๏ คชสีหท ผี าดเผน
ราชสหี ท ยี นื ยนั

๏ เรอื มา หนามุงน้ำ
เพียงมา อาชาทรง

๏ เรือสงิ หว่ิงเผน โผน
ดยู ง่ิ สิงหล ำพอง

๏ นาคาหนา ดังเปน
มงั กรถอนพายพนั

˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 155

๏ เลยี งผางา เทาโผน เพยี งโจนไปในวารี
นาวาหนาอนิ ทรี มีปกเหมือนเล่ือนลอยโพยม
กองกาหลพลแหโหม
๏ ดนตรมี ่ีอึงอล โสมนสั ช่ืนร่นื เรงิ พล
โหฮกึ ครกึ คร้นื โครม จากนคเรศโดยสาชล
ยลมจั ฉาสารพนั มี ฯ
๏ กรีธาหมูนาเวศ เหช‹ มปลา
เหมิ ห่นื ชน่ื กระมล คลึงกนั
แจม หนา
โคลง พศิ วาส
ชวดเคลาคลงึ ชม ฯ
๏ พิศพรรณปลาวายเคลา คดิ ถงึ เจา เศราอารมณ
ถวลิ สุดาดวงจันทร สมสาใจไมพามา
มัตสยายอ มพัวพนั เจา งามพร้ิงยงิ่ นวลปลา
ควรฤพรากนอ งชา ไมง ามเทา เจาเบอื นชาย
ไมเหมือนนองหมตาดพราย
ชาลวะเห ดั่งสายสวาทคลาดจากสม
อนั แกม นองชำ้ เพราะชม
๏ พิศพรรณปลาวายเคลา เหมอื นทกุ ขพ ่ีท่ีจากนาง
มัตสยายังรชู ม ขาวพรายชว งสีสำอาง
งามเรืองเรื่อเนอ้ื สองสี
๏ นวลจนั ทรเ ปนนวลจริง เคลา กันอยูด งู ามดี
คางเบือนเบือนหนา มา เห็นปลาเคลาเศราใจจร
หางไกคลา ยไมม ีหงอน
๏ เพยี นทองงามดงั่ ทอง ผมประบาอาเอยี่ มไร
กระแหแหหา งชาย วา ยเวียนวนปนกันไป
ไมเ ห็นเจาเศรา บวาย
ทรงแปลง(๑)

๏ แกม ชำ้ ช้ำใครตอง
ปลาทุกทุกขอ กกรม

มูละเห

๏ นำ้ เงนิ คอื เงินยวง
ไมเทียบเปรยี บโฉมนาง

๏ ปลากรายวายเคียงคู
แตน างหา งเหนิ พี่

ทรงแทรก (๕ บท)(๒)

๏ หางไกวา ยแหวกวา ย
คดิ อนงคองคเ อวอร

๏ ปลาสรอยลอยลอ งชล
เหมือนสรอ ยทรงทรามวัย

(๑–๒) สมเดจ็ ฯ กรมพระยาดำรงราชานภุ าพทรงสนั นษิ ฐานวา พระบาทสมเดจ็ พระพทุ ธเลศิ หลา นภาลยั ทรงแปลงและ
ทรงแทรก แตถาดจู ากสำนวนบางทีเจาฟาธรรมธิเบศรอาจจะทรงแทรกและทรงแปลงดวยพระองคเ องกไ็ ด

156 ˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๏ เน้ือออนออนแตชอื่ เนื้อนอง�ๅออนท้ังกาย
ใครตองขอ งจิตชาย ไมว ายนกึ ตรกึ ตรึงทรวง
เลอื่ มแหลมกวา ปลาทง้ั ปวง
๏ ปลาเสือเหลอื ทตี่ า ดแู หลมลำ้ ขำเพราคม
เหมือนตาสุดาดวง เห็นคลา ยคลายนาเชยชม
สนิทเคลา เจา เอวบาง
๏ แมลงภูคูเคียงวา ย คดิ สุดาอา องคนาง
คิดความยามเม่ือสม เสนเกศสลวยรวยกลน่ิ หอม
ชะวาดแอบแปบปนปลอม
๏ หวเี กศเพศชอื่ ปลา จอมสวาทนาฏบังอร
หวีเกลาเจาสระสาง วายแหวกมาในสาคร
มาดวยพจี่ ะดีใจ ฯ
๏ ชะแวงแฝงฝงแนบ เหช‹ มไมŒ
เหมอื นพ่ีแอบแนบถนอม มพี รรณ
กลิน่ เกลีย้ ง
๏ พศิ ดหู มูม จั ฉา ชูชอ
คะนงึ นชุ สดุ สายสมร กลิน่ เน้ือนวลนาง ฯ
รมิ ทาไสวหลากหลายพรรณ
โคลง สงกล่ินเกลย้ี งเพียงกลนิ่ สมร
บานแสลม แยมเกสร
๏ เรือชายชมม่งิ ไม แยมโอษฐยิ้มพริ้มพรายงาม
รมิ ทา สาครคนั ธ คลก่ี ลบี เหลืองเรืองอราม
เพลด็ ดอกออกแกมกัน ผวิ เหลอื งกวาจำปาทอง
หอมหนื่ รนื่ รสเพี้ยง ระยา ยอยหอ ยพวงกรอง
เจาแขวนไวใ หเรยี มชม
ชาลวะเห พกิ ุลแกมแซมสุกรม
เหมอื นกลิ่นนอ งตอ งตดิ ใจ
๏ เรอื ชายชมม่งิ ไม บานเกลื่อนกลาดดาษดาไป
เพล็ดดอกออกแกมกนั วางใหพขี่ า งที่นอน
กล่นิ หอมหวานซานขจร
๏ ชมดวงพวงนางแยม เห็นจะวอนออ นพ่ีชาย
คดิ ความยามบงั อร บานบุษบงสงกลิ่นอาย
คลายกลน่ิ ผา เจา ตราตรู
๏ จำปาหนาแนน เนือง
คิดคะนงึ ถงึ นงราม

๏ ประยงคท รงพวงหอ ย
เหมือนอุบะนวลละออง

๏ พุดจีบกลบี แสลม
หอมชวยรวยตามลม

๏ สาวหยุดพุทธชาด
นึกนองกรองมาลัย

มลู ะเห

๏ พิกุลบุนนาคบาน
แมนนชุ สุดสายสมร

๏ เต็งแตวแกว กาหลง
หอมอยูไ มรหู าย

˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 157

๏ มะลิวัลยพนั จิกจวง ดอกเปน พวงรวงเรณู
หอมมานาเอ็นดู ชูช่นื จิตคิดวนดิ า
กลน่ิ อายอบสบนาสา
๏ ลำดวนหวนหอมตรลบ รำไปเจาเศรา ถึงนาง
นกึ ถวิลกลนิ่ บหุ งา คดิ พเ่ี คยเชยกลิน่ ปราง
หอนแหหา งวางเวนวนั
๏ รวยรนิ กล่นิ รำเพย ศรเี สาวภาคยหลากหลายพรรณ
นง่ั แนบแอบเอวบาง จะออ นพ่ชี ี้ชมเชย ฯ
เห‹ชมนก
๏ ชมดวงพวงมาลี
วนิดามาดวยกนั อสั ดง
ค่ำแลว
โคลง นชุ พี่ เพยี งแม
คลับคลา ยเรยี มเหลียว ฯ
๏ รอนรอนสรุ ยิ โอ
เร่ือยเรอ่ื ยลับเมรลุ ง ทิพากรจะตกตำ่
รอนรอนจิตจำนง คำนงึ หนา เจาตราตรู
เรือ่ ยเร่ือยเรียมคอยแกว นกบินเฉยี งไปทงั้ หมู
เหมอื นพ่อี ยผู เู ดยี วดาย
ชา ลวะเห คดิ บังอรรอนรำกราย
เหมือนสายสวาทนาดนวยจร
๏ เรอ่ื ยเรอื่ ยมารอนรอน ชมกันอยสู ูส มสมร
สนธยาจะใกลค ่ำ หอนเหน็ เจาเศรา ใจครวญ
ไมน วลพักตรเหมือนทรามสงวน
๏ เร่ือยเรือ่ ยมาเรยี งเรียง ด่งั นางฟาหนาใยยอง
ตวั เดยี วมาพลัดคู จบั ไมเรียงเคยี งคูสอง
รบั ขวญั นอ งตองมอื เบา
๏ เห็นฝงู ยูงรำฟอ น
สรอ ยทองยอ งเย้ืองชาย เดินทอ งเท่ยี วเลยี้ วเหล่ยี มเขา
เปลา ใจเปลยี่ วเหลียวหานาง
๏ สาลกิ ามาตามคู เรียงจับไมไ ซป กหาง
แตพีน่ ี้อาวรณ เคยแนบขางรางแรมนาน
สนนั่ กองซอ งเสยี งหวาน
๏ นางนวลนวลนา รัก ปานเสียงนอ งรอ งส่งั ชาย
แกว พ่นี ีส้ ุดนวล

๏ นกแกว แจว แจมเสียง
เหมอื นพน่ี ี้ประคอง

มลู ะเห

๏ ไกฟา มาตัวเดยี ว
เหมอื นพรากจากนงเยาว

๏ แขกเตา เคลาคเู คยี ง
เรยี มคะนงึ ถงึ เอวบาง

๏ ดเุ หวาเจาจับรอ ง
ไพเราะเพราะกงั วาน

158 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๏ โนรสี ีปานชาด เหมือนชา งฉลาดวาดแตม ลาย
ไมเทา เจาโฉมฉาย หม ตาดพรายกรายกรมา
คอยหาคอู ยูเ อกา
๏ สัตวานา เอ็นดู ครวญหาเจาเศราเสยี ใจ
เหมอื นพท่ี จ่ี ากมา บา งชมกันขนั เพรียกไพร
ลวนหลายหลากมากภาษา ฯ
๏ ปก ษมี หี ลายพรรณ เห‹ครวญ
ยิง่ ฟง วังเวงใจ เสียงใด
ใครรู
โคลง นชุ พี่ มาแม
อ่นื นั้น�ๅมี ฯ
๏ เสียงสรวลระรนี่ ้ี เสยี งแกวพหี่ รือเสยี งใคร
เสยี งนชุ พ่�ี ๅใคร สุดสายใจพี่ตามมา
เสยี งสรวลเสียงทรามวัย หอมเรื่อยตอ งคลองนาสา
เสยี งบังอรสมรผู เหลียวหาเจาเปลาวงั เวง
ทกุ คืนค่ำย่ำอกเอง
๏ เสียงสรวลระรี่น้ี เหมือนเรยี มคร่ำรำ่ ครวญนาน
เสียงสรวลเสยี งทรามวัย จนไกแกว แวว ขนั ขาน
ฝนเห็นนองตอ งตดิ ตา
๏ ลมชวยรวยกลนิ่ นอ ง แสนกำสรดอดโอชา
เคลือบเคลนเหน็ คลา ยมา อมิ่ โศกาหนานองชล
จงึ จำแคลวแกว โกมล
๏ ยามสองฆอ งยามย่ำ ทุกขถงึ เจาเศรา เสยี ดาย
เสียงปม ่คี รวญเครง งามมารยาทนาดกรกราย
งามคำหวานลานใจถวลิ
๏ ลวงสามยามปลายแลว กลำ้ กลนื เขญ็ เปน อาจณิ
มอยหลบั กลับบนั ดาล ไมเ หมือนพ่ที ีต่ รอมใจ ฯ
ถึงเยน็
๏ เพรางายวายเสพรส หมน ไหม
อ่มิ ทุกขอ ่ิมชลนา ทกุ ขเทา เรียมเลย
ทุกขปม ปานป ฯ
๏ เวรามาทันแลว
ใหแคนแสนสุดทน

๏ งามทรงวงดงั่ วาด
งามพริม้ ยิม้ แยมพราย

๏ แตเ ชาเทา ถงึ เยน็
ชายใดในแผน ดนิ

โคลง

๏ เรียมทนทกุ ขแ ตเชา
มาสสู ขุ คนื เขญ็
ชายใดจากสมรเปน
จากควู ันเดียวได

˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 159

สวะเห‹

เหแลเรือ เหละเหเห เหโ หวเหโหว เหโหวเหเห เหเห เหเ หเห โอละเห
สาละวะเห โหเหเห เหเห เหเหเห โอละเห
ชา ละวะเห เหเ ห เหเ หเห โอละเห เจา เอย เจา กพ็ าย พก่ี พ็ าย พายเอยพายลง พายลงใหเ ตม็ พาย
โอวโอวเห
ชา ละวะเห โหเ หเ ห เหเห เหเหเ ห โอละเห มลู ะเห มลู ะเหเหเ ห โอเหม ารา โอเหเ จา ขา โอเหเ จา ขา
มาราไชโย ศรีเอยชยั ศรชี ยั แกว เอย ชยั เอยแกว ชยั แกวพอ เอย โอวโอว

ศัพทน‹ารŒู ผาโปรง อันทอหรือถักดว ยไหมทองหรือเสน ลวดทอง
ช่ือปลานำ้ จืด รูปรางปอมคลายปลาตะเพียนทอง แตตัวเล็กกวา คอนขาง
กรองทอง แบน ครีบมสี ีแดงออน
กระแห อกึ ทึก
กาหล ชอ่ื ไมพ มุ ใบหยกั เวา ดอกขาวใหญ หอมจาง ออกดอกเปน ชอ สน้ั ๆ ตามงา มใบ
กาหลง เรือชนิดหนึ่งในกระบวนพยุหยาตรา เปนเรือท่ีเปนเครื่องประดับยศ ช่ือเรือ
กง่ิ พระท่ีนั่งก่ิง หมายถึง เรือหลวงที่ขึ้นระวาง เรือประเภทน้ีสรางดวยไมสลัก
ปดทองอยา งสวยงาม ตั้งบษุ บกหรือบลั ลังกกัญญา ในคำวา “กิ่งแกว ” แกว
แกม ชำ้ เปน คำขยาย หมายถงึ สง่ิ ประเสริฐ
แกว ชอ่ื ปลานำ้ จดื รปู รา งคลา ยปลาตะเพยี น แตล ำตวั ยาวกวา ทฝ่ี าเหงอื กมสี แี ดงเรอ่ื
ไกฟ า คลา ยรอยช้ำ พืน้ ครบี หางสีแดง ริมดำ หวั ส้นั
แขกเตา ไมพุมหรือไมตนขนาดกลาง ใบเขียวสดเปนมัน ดอกขาวหอม บางชนิด
คชสีห เนื้อไมแ ขง็ เหนียว มีลาย
ครุฑยดุ นาค นกท่ีชอบอยูกันเปน ฝงู อยางไกบา น คือ ตัวผูตัวเดยี วมีตวั เมียหลายตัว ไกฟ า
มหี ลายชนดิ เชน ไกฟ าพญาลอหนาสีแดง ไกฟา หนา เขียว ไกฟาหลังขาว
นกในจำพวกนกแกว แตเปน นกแกวพันธเุ ล็ก
เรือมีโขนเปนรูปคชสีห ซ่ึงคชสีหเปนสัตวในวรรณคดี มีรูปเหมือนราชสีห
แตมงี วงเหมือนชาง
เรือท่ีมีโขนเปนรูปครุฑจับนาค เปนเร่ืองท่ีปรากฏในวรรณคดีอินเดีย คือ
ครุฑกับนาคมบี ดิ าเดียวกัน คือ พระกัศยป แตตา งมารดากนั มารดาของครฑุ
ถกู มารดาของนาคแกลง จนตองตกเปนทาส ครุฑจึงผูกใจเจบ็ ภายหลงั ครุฑ
ไดพ รจากพระนารายณใ หจ บั นาคกนิ ได เรอ่ื งนจ้ี งึ ปรากฏอยใู นศลิ ปะและวรรณคดี
ซ่งึ ตกทอดมาถึงไทยเราดว ย

160 ˹ѧÊ×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

คางเบือน ชอ่ื ปลานำ้ จืด ไมม ีเกลด็ รปู รางคลายปลาคา ว แตขนาดเล็กกวา คางลางยน่ื
ฆอ งยามย่ำ ยาวกวาปากบนเห็นเปนคางเบอื น ปลาเบ้ยี ว ก็เรยี ก
จวง ตีกลองหรือฆองถี่ ๆ หลายครั้งเพื่อบอกเวลาสำหรับเปล่ียนยาม ย่ำยาม
จำปา กเ็ รียก ใชแ กเ วลาตา ง ๆ เชน ยำ่ รุง ย่ำคำ่
จกิ ชอ่ื ตน ไมจ ำพวกหนง่ึ เปน ไมก ลน่ิ หอมคลา ยการบรู มอี กี ชอ่ื หนง่ึ วา ตน เทพทาโร
ชลาลัย ชอ่ื ตน ไมค ลายตนจำป ดอกเปน กลบี ยาวสเี หลืองเขม มีกลิน่ หอม
ชวด ชอ่ื ตนไม ดอกสีขาว เกสรตัวผูสแี ดง ๆ มักออกเปนชอ ยาว หอยเปนระยา
ชะวาด ขน้ึ ในทช่ี มุ ช้นื เชน ริมหว ย หนอง คลอง
ชะแวง ทะเล แมนำ้ หว งน้ำ
ดุเหวา ไมไ ดด ังหวัง
ตรู คงมาจาก สังกะวาด เปนพวกปลาสวาย–เทโพ ขนาดเล็กกวา ไมมีเกล็ด
ตองคลองนาสา มหี นวดสองคู หางเวา
ตาด เขาใจวาเปนปลาแขยง ปลาพวกน้ีมีกานครีบหลังและครีบหูแข็ง แหลม
เต็ง แทงเจบ็ ปวด มีหนวดสองคู หางเวาลกึ อาจมลี าย ขนาดเลก็
แตว นกสีดำ ตัวเล็กกวากาเล็กนอย บางทีก็มีลายจุดขาว ๆ เสียงรองดังไปไกล
ทพิ ากร กาเหวา กเ็ รียก
ทุก งาม
นคเรศ (กลิ่น) กระทบจมกู
นวลจันทร ผาชนดิ หนึง่ ทอดวยไหมควบกบั เงินแลงหรือทองแลงจำนวนเทา กัน
นาคา ชอื่ ไมตน เนือ้ ไมแ ข็ง
นางนวล ชอ่ื ไมพ ุม ใบกลมเกลย้ี ง เมื่อขยใ้ี บมีกลน่ิ หอม ดอกสขี าวหรือชมพอู อ น ขนึ้
นางแยม ท่ัวไปตามปา เบญจพรรณ ต้ิวสม กเ็ รียก
นาเวศ พระอาทิตย
นำ้ เงนิ ชื่อปลาน้ำจืด ไมมเี กลด็ หวั แหลม หนวดยาว ปากกวาง ฟน แหลม ตวั แบน
ลำตวั และครีบมีสดี ำ ขนาดยาวอาจถึงหนึ่งเมตร อีทุบหรืออที ุก ก็เรียก
เมือง
ชอ่ื ปลาน้ำจดื สเี ปน นวลงาม ลำตวั ยาวเรียว แบนขา งเล็กนอ ย ตาเลก็ ปากเลก็
ไมม ีหนวด เกล็ดเล็ก
เรือท่ีมีโขนเปน รูปนาค
นกสีขาวนวล บนิ อยูตามชายทะเล กินปลาเปน อาหาร
ชอ่ื ไมพมุ ขนาดเลก็ โคนใบเวาแบบหวั ใจ ขอบใบหยกั มขี นเล็กนอ ย ดอกเปน
ชอสีขาวหรอื แดงรอ่ื ๆ กลิน่ หอม
เรอื
ชอ่ื ปลานำ้ จดื รปู รา งอยา งปลาเนอ้ื ออ น แตตวั ใหญก วา

˹ѧÊ×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 161

เนอื้ ออ น ชอ่ื ปลานำ้ จดื ลำตวั แบนขา ง ไมม เี กลด็ ขา งทอ งมกั เปน สเี งนิ หรอื สเี ทาปนเขยี ว
โนรี นกในจำพวกนกแกว มีขนสีแดงลวน แตอาจมีสีอื่นแซมบาง ถามีสีอ่ืนแซม
บุนนาค หลายสี เรียกวา นกเบญจวรรณ
บุษบง ชอ่ื ไมย นื ตน ดอกคลา ยดอกสารภี แตโ ตกวา ดอกมสี ขี าวหรอื อมชมพเู รอ่ื ใบยาวรี
บหุ งารำไป ปลายใบเรยี วแหลม
ประยงค ดอกไม
ประเวศ ดอกไมท ปี่ รุงดว ยเครอ่ื งหอมตา ง ๆ หอ ดวยผาโปรง มกั เรียกยอ ๆ วา บุหงา
ปลากราย ชอ่ื ไมพุม ใบคลายใบแกว ดอกเลก็ ๆ เปน ชอ สีเหลอื ง
ปม การเขาถงึ การเขาสู
แปบ มีรูปรา งคลายปลาสลาด ตวั ใหญกวา มีจดุ ดำ ๆ เปน แถวเรียงกนั ไปตามยาว
พิกุล ของครีบทอ งท้ังสองดาน ประมาณขา งละเจ็ดจดุ
พดุ จีบ เกือบ จวน แทบ
พทุ ธชาด ช่ือปลาน้ำจดื ลำตัวแบนยาว สนั ทองคม ไมมหี นวด
เพรางาย ชอ่ื ไมยนื ตน ดอกเลก็ เปน จกั ๆ มกี ลิ่นหอมเยน็ และหอมอยูจนแหง
เพรยี กไพร ชอ่ื ไมด อก ใบคลายตน พดุ ธรรมดา ดอกเลก็ กลบี มีลักษณะเปน จีบ
เพลด็ ช่อื ไมเถาขนาดเล็ก ดอกสขี าว กลีบบางเล็ก กลิน่ หอม
เพียนทอง เวลาเชา
มงั กร รองแซอยใู นปา
มัตสยา เผลด็ ผลิ
เมรุ ปลาตะเพียนทอง ตัวแบน เกลด็ โต สเี หลอื งทอง
แมลงภู เรือมีโขนเปนรูปมังกร ซึ่งเปนสัตวในนิยายจีน รูปรางคลายนาค แตมีตีน
เยิน่ มเี ขา มีหนวด
แยง มังกร ปลา
ใยยอง ภเู ขาพระสเุ มรุ อยกู ลางจกั รวาล มยี อดเปน ทตี่ ง้ั แหง สวรรคช นั้ ดาวดงึ ส ซง่ึ เปน
ราชสหี  ที่อยูของพระอินทร ในทน่ี ้ีหมายถงึ ภูเขาท่ัว ๆ ไป
รำเพย ช่อื ปลา รปู รา งคลา ยปลาชอ น ตวั โตกวา สีคลา ยปก แมลงภู
ริ้ว ไหว ออ นเนบิ นาบ ขึ้น ๆ ลง ๆ เม่ือเรือถูกคลนื่
เรือชยั ลวดลายเปน รูปมังกร
ผุดผองเปน นำ้ เปน นวล
เรือมีโขนเปนรูปราชสีห ราชสีหเปนสัตวในวรรณคดีที่ปรากฏเปนภาพเขียน
โดยทว่ั ไปในศลิ ปะของไทย ถอื วา ดรุ า ยและมกี ำลงั มาก จดั เปนพญาสงิ ห
ชอ่ื ไมตน ใบคลายยี่โถ ดอกเหลือง รปู เปนกระบอกปากบาน
แนว แถว
เรือท่ีมีทวนหัวตั้งสูงข้ึนไปเปนงอน เดิมเปนเรือที่ขาราชการน่ังในร้ิวกระบวน
และมพี นกั งานคอยกระทงุ เสา ใหจ งั หวะ แตถ า เปน เรอื ทน่ี ง่ั เจา นาย และเรอื ประตู
เรียกวา เรอื เอกไชย

162 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

ลำดวน ชอ่ื ไมยืนตน ดอกมสี ามกลีบ คลา ยดอกนมแมว กลีบแขง็ หนา มกี ลนิ่ หอม
เลียงผา เรือมีโขนเปนรูปเลียงผา ซ่ึงเลียงผาเปนสัตวปาชนิดหนึ่ง รูปรางคลายแพะ
วาสกุ รี อาศัยอยตู ามภเู ขา
สมรรถชยั เรอื มีโขนเปนรปู นาค
สรมุข เรือพระท่ีน่ัง สําหรับทรงเปล้ืองเคร่ือง มีการต้ังบัลลังกบุษบกอัญเชิญ
สรอ ย พระชฎามหากฐนิ นำหนาเรือพระทนี่ ่งั ลำทรง
สรอ ยทอง เรอื พระทนี่ ่งั ทม่ี โี ขนเปนรูปราชสีห มชี ่อื เตม็ วา ไกรสรมขุ
สตั วา ปลาตัวเล็ก ๆ วายน้ำเปนฝูง ๆ ลำตัวสีขาวเงนิ มจี ุดคลำ้ หรือจุดดำบนเกล็ด
สาชล จนเห็นเปนเสนสายหลายแถบพาดตามยาวอยูขา งตวั
สาลิกา นกที่มขี นสรอ ยคอสีเหลืองหรอื สีทอง ลกั ษณะคลายนกขนุ ทอง
สาวหยุด นกในจำพวกนกแกว ตวั โต สเี ขียวคราม
สกุ รม หมายถงึ สายชล ตดั ย ออก เทยี บไดก บั คำวา สาโลหติ ซง่ึ หมายถงึ สายโลหติ
สดุ สายใจ หรอื คำวา สาครชล ตัด คร ออก
สวุ รรณหงส นกจำพวกนกเอย้ี ง หวั สดี ำ ตวั สนี ำ้ ตาลแกมดำ หนงั ขอบตาเหลืองจดั
เสาวภาคย ชอ่ื ไมเ ลอ้ื ย ดอกคลายดอกกระดังงา กล่ินหอมตอนเชา พอสายกห็ มดกล่นิ
เสยี งเสา คำเดยี วกับสายหยุด
เสือ ตนไมข นาดใหญ ผลเมือ่ สกุ จะมีสีแดง
แสนยากร นางผเู ปน ยอดรัก
หนา อินทรี เรือพระทน่ี งั่ มโี ขนเปน รปู หงสทอง เรยี กสัน้ ๆ วา เรอื หงส
หวีเกศ โชคลาภ งามยิง่
เสยี งทเี่ กิดจากการใชไ มเสากระทุงใหจ ังหวะฝพาย
หางไก ช่ือปลา ลำตัวแบน ผอมกวาปลาตะเพียน มีลายเหลืองสลับดำพาดลำตัว
อัสดง ชนดิ ทีร่ ูจกั กันมากพน น้ำไดสูงและไกลเพอื่ จับแมลงกนิ
กองทพั ในทนี่ ี้หมายถงึ กองทัพเรอื
เรอื มีโขนเปนรูปนกอินทรี
สันนษิ ฐานวานาจะเปน ปลาเกด เปนพวกปลาเนื้อออ น ไมม เี กล็ด ตัวเรียวยาว
ครีบทองยาวติดตอเปนอันเดียวกับครีบหาง ไมมีครีบหลัง มีหนวดสองคู
ปลาแดง ก็เรยี ก
ช่ือปลาทะเล ลำตัวแบนขาง ต้ังแตปลายปากถึงครีบหลังกวางแลวเรียวเล็ก
ยาวไปทางหาง
ตกไป หมายถงึ พระอาทิตยตก

˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 163

ประวตั ผิ Œูแตง‹

เจาฟาธรรมธิเบศร มีพระนามเดิมวา เจาฟากุง เปนพระราชโอรสพระองคใหญในสมเด็จ-
พระเจา อยหู วั บรมโกศและสมเดจ็ พระพนั วสั สาใหญ (กรมหลวงอภยั นชุ ติ ) ประสตู เิ มอื่ พ.ศ. ๒๒๕๘
ขณะพระราชบิดายังดํารงพระยศเปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล เมื่อพระราชบิดาข้ึน
ครองราชยใน พ.ศ. ๒๒๗๖ ไดรับสถาปนาขน้ึ เปน เจาฟากรมขนุ เสนาพทิ ักษ

เจาฟาธรรมธิเบศรเคยผนวชท่ีวัดโคกแสง ๒ พรรษา เนื่องจากใชพระแสงดาบฟนเจาฟา
กรมขนุ สุเรนทรพทิ ักษ พระราชนัดดาในสมเด็จพระเจาอยูหวั บรมโกศ ซึ่งดำรงเพศเปน ภกิ ษุ เกรง
พระราชบิดาจะลงโทษจึงหนีไปผนวช เมื่อพนพระราชอาญาแลวจึงลาผนวช และไดรับสถาปนา
เปนกรมพระราชวังบวรสถานมงคล สมเด็จพระเจาอยูหัวบรมโกศโปรดเกลาฯ ใหเปนแมกอง
ปฏิสงั ขรณพ ระพทุ ธรปู ปชู นยี สถานทช่ี ำรุดทรดุ โทรมในเขตกรงุ ศรีอยุธยา และเสด็จไปพระพทุ ธ-
บาทสระบุรีอยเู นือง ๆ จงึ เกดิ วรรณคดกี าพยเหเ รอื และกาพยหอโคลง

ในบัน้ ปลายของพระชนมชพี ตองพระราชอาญาโบยจนสน้ิ พระชนมเ ม่อื พ.ศ. ๒๒๙๘ ตาม
พงศาวดารกลาววา มีผูทูลฟองวาเปนชูกับเจาฟาสังวาลย พระมเหสีอีกพระองคหนึ่งของสมเด็จ
พระราชบิดา ซึ่งความสัมพันธของพระองคกับเจาฟาสังวาลย ทำนองจะแทรกอยูในพระนิพนธ
กาพยเหเ รือเรือ่ งตา ง ๆ และเพลงยาว

พระนิพนธของเจาฟาธรรมธิเบศรท่ีรูจักกันแพรหลาย ไดแก นันโทปนันทสูตรคำหลวง
พระมาลัยคำหลวง กาพยเหเรือ กาพยหอโคลงประพาสธารทองแดง เพลงยาว และกาพย
หอโคลงนริ าศธารโศก

สาระนา‹ รูŒ

กระบวนพยุหยาตราทางชลมารค

กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค คอื รว้ิ กระบวนเสดจ็ พระราชดำเนนิ ทางนำ้ ในโอกาสตา ง ๆ
เชน เสด็จพระราชดำเนินไปทอดผาพระกฐิน เสด็จพระราชดำเนินเลียบพระนคร โดยจัดใหมี
กระบวนเรืออยา งสวยงามลอยไปตามลำนำ้ เจา พระยา พรอ มกบั ฝพ ายรองเหเ รอื อยา งไพเราะ

การจัดกระบวนเรือพระราชพิธีมีมาต้ังแตกรุงศรีอยุธยา มักจะเปนกระบวนพยุหยาตรา
ทางชลมารคในการบำเพญ็ พระราชกศุ ลกรานกฐนิ หรอื ถวายผา พระกฐนิ เปน สำคญั กบั การเสดจ็ ไป
นมสั การพระพทุ ธบาทท่ีสระบรุ ี

สำหรับเรือพระทนี่ ัง่ ทีส่ รา งในสมัยกรงุ ศรอี ยุธยา มปี รากฏในสมัยพระเจาปราสาททอง ทรง
สรา งเรอื พระทน่ี ง่ั กง่ิ ขน้ึ สมยั ตอ มา เชน สมยั สมเดจ็ พระนารายณม หาราช สมยั สมเดจ็ พระเจา อยหู วั
บรมโกศ มีการจัดริ้วกระบวนพยุหยาตราทางชลมารคอยางสวยงามและยิ่งใหญสืบทอดมาจนถึง
ปจ จุบนั

การจดั รว้ิ กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคนน้ั ทำใหเ ราทราบถงึ กระบวนเรอื ซง่ึ มชี อ่ื เรอื ตา ง ๆ
มากมายท่ีมารวมในกระบวน ซ่ึงเรือเหลาน้ีจะมีลักษณะแตกตางกันไปตามความสําคัญและ
ลักษณะท่ีมา คือ

164 ˹ѧÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò
๑. เรือประตู เปนเรือกราบกลางลำมีกัญญา เรียกกันวา เรือกราบกัญญา ทำหนาที่นำ

ร้วิ กระบวนหรือคัน่ ระหวางกระบวน
๒. เรือพิฆาต เปน เรอื รบไทยโบราณ มีปน จา รงต้ังท่หี วั เรอื
๓. เรอื ดง้ั เปน เรอื ไมท าสนี ำ้ มนั ไมม ลี วดลายใด ๆ ทำหนา ทป่ี อ งกนั หนา กระบวนเรอื ปจ จบุ นั

เรอื ดง้ั หัวเรือปดทอง ถา ยังเขียนลายนำ้ ยา ใชเ ปนเรอื ประจำยศพระราชาคณะ
๔. เรือกลอง เปนเรือสัญญาณเพื่อใหเ รอื อื่นหยุด หรือพาย หรือจำ้
๕. เรอื ตำรวจ เรอื ทพ่ี ระตำรวจประจำทำหนา ท่ีองครักษ พระตำรวจน้ี หมายถงึ ตำรวจใหญ

ตำรวจใน ตำรวจนอก ซ่งึ เปน ขา ราชการในพระราชสำนัก ไมใชตำรวจนครบาลหรือตำรวจภูธร
๖. เรือรูปสัตว เปนเรือท่ีแกะสลักหัวเรือหรือโขนเรือเปนรูปสัตวตาง ๆ ทั้งสัตวจริง

และสตั วใ นเทพนิยาย ซึ่งปจจุบนั มเี หลือ ๗ ลำ เมื่อเขา กระบวนประกอบกับเรืออ่ืน ๆ มี เรอื ครุฑ
เหินเห็จ เรือครุฑเตร็จไตรจักร เรือพาลีรั้งทวีป เรือสุครีพครองเมือง เรือกระบี่ปราบเมืองมาร
เรอื อสุรวายภุ ักษ เรืออสุรปกษา

๗. เรอื แซ รูปรา งเปน เรือไชยโกลน หัวทายเขียนเปนลายน้ำยา
๘. เรอื แซง เปน เรอื ทหาร อยูทายกระบวนหรอื พระราชยาน ปจ จบุ ันมักใชเ รอื กราบ
๙. เรือร้ิว เปนเรือท่ีอยูในริ้วกระบวนท่ีแลนตามกันไปในกระบวน คือ เรือทุกลำท่ีเขา
กระบวนจัดเปน เรอื ริ้วทั้งสนิ้ และเรอื โดยมากจะมีธงประจำเรอื
๑๐. เรือกิ่ง เปนเรือท่ีข้ึนทำเนียบเปนชั้นสูง มีลวดลายสวยงามท่ีหัวเรือ เกิดขึ้นในสมัย
กรุงศรีอยุธยา หลังจากกลับจากชนะศึก คนพายนำก่ิงไมมาปกท่ีหัวเรือ พระมหากษัตริยทอด-
พระเนตรเห็นก็โปรด จึงรับสั่งใหเอากิ่งดอกเลามาประดับเรือ ภายหลังพนักงานคิดลายก่ิงไม
ประดับไวที่หัวเรือ โปรดเกลาฯ ใหเรียกชื่อเรือน้ีวา เรือพระท่ีนั่งกิ่ง ถือเปนเรือชั้นสูงสุด ไม
โปรดเกลา ฯ ใหพ ระบรมวงศานวุ งศช นั้ ใดประทบั เวน แตบ างครง้ั โปรดเกลา ฯ ใหเ ปน เรอื ผา ไตร หรอื
ผา ทรงสะพกั พระพทุ ธรปู หรอื พานพมุ ดอกไม เรอื พระทนี่ งั่ กง่ิ อาจตง้ั บษุ บกหรอื ทอดบลั ลงั กก ญั ญา
กไ็ ด ปจจุบนั ใชเ รอื พระท่นี งั่ อนนั ตนาคราชเปน เรอื พระที่น่งั ก่งิ
๑๑. เรือคูช‹ กั คือเรือไชยหรือเรือศีรษะสตั ว ที่ทำหนาทล่ี ากเรือพระทนี่ งั่ ชนิดท่พี ายไมไ ด เชน
เรือพระท่ีนัง่ ขนานหรอื บลั ลังกขนาน ซ่ึงปจจุบนั เลิกใชแลว และเปลีย่ นมาใชเ รอื พระทีน่ งั่ ก่งิ แทน
๑๒.เรอื ไชย (เรอื ชยั ) เปน เรอื ทมี่ ที วนหวั ตง้ั สงู ขนึ้ ไปเปน งอน มชี น้ั เกอื บเทยี บเทา เรอื พระทน่ี ง่ั
กิ่งมีลายสลกั หรือประดับสวยงามเชน กนั
๑๓.เรือโขมดยา เปนเรือไชยที่หัวเขียนดวยลายน้ำยา หัวเรือและทายเรือเรียบเชิดขึ้น
แกะสลักเปนรูปกลีบบัวผูกผาตรงกลาง ตั้งคฤหคาดผาแดง เรือโขมดยาเปนเรือแสดงสมณศักดิ์
ของเจาอาวาสหรอื เรือประจำยศของพระราชาคณะ ปจจบุ ันไมมแี ลว
๑๔. เรือพระท่ีนั่งลำทรง ถาเปน กระบวนพยุหยาตราใหญจะใชเ รอื พระทีน่ งั่ ก่ิงทอดพระท่ีน่งั
บุษบกเปน ท่ีประทับ ปกฉัตรเคร่ืองสูงหกั ทองขวาง มีพนกั งานถวายอยูงานพระกลด บังพระสรู ย
พัดโบกมีพนักงานประจำทายเรือเปนผูเชิญธง ทายเรือส่ีมุมบุษบกมีมหาดเล็กเชิญพระแสงราย-
ตนี ตอง

˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 165

เรอื พระทนี่ งั่ กง่ิ ทีใ่ ชในกระบวนพยุหยาตราใหญทางชลมารค สมยั รัตนโกสินทรมี ๓ ลำ คือ
๑) เรือพระทีน่ ่ังศรสี พุ รรณหงส มโี ขนเรือเปนรูปหงส
๒) เรือพระท่นี ง่ั อนนั ตนาคราช มีโขนเรือเปน รปู พญานาค ๗ เศยี ร
๓) เรือพระที่นง่ั ศรีสมรรถไชย (สมรรถชยั ) เปนเรอื พระที่นัง่ สำหรบั เปลือ้ งเครื่อง
ปจ จบุ นั ชำรดุ ไมส ามารถซอ มแซมได จงึ ใชเ รอื พระทน่ี ง่ั อเนกชาตภิ ชุ งคแ ทน เปน เรอื พระทนี่ ง่ั
ศรี มกี ารทอดบลั ลังกกญั ญา มมี านก้นั
๑๕. เรือพระท่ีน่ังรอง โดยมากทอดบัลลังกกัญญาหรือบัลลังกบุษบกเชนเดียวกับเรือ
พลบั พลา หลงั คาคาดผาลายกานแยง บลั ลงั กมีมา นก้นั ผูกผาพจู ามรี
๑๖. เรอื ศรี เปนเรอื ทมี่ ลี วดลายสวยงาม สำหรับพระมหากษตั รยิ ท รงใชเ สดจ็ ลำลอง (ไมใ ช
เขา กระบวนพธิ ี)
๑๗.เรือกราบ เปนเรือพระที่น่ังลําเล็กท่ีใชเสด็จไปพรอม ๆ เรือพระท่ีนั่งศรี สําหรับ
เปลี่ยนลำเสด็จฯ เขา คลองเลก็ คลองนอยไดส ะดวก
ในรชั กาลปจ จุบนั กองทพั เรือและกรมศิลปากรไดส รา งเรือพระราชพิธลี ำใหมเ พือ่ นอมเกลาฯ
ถวายพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวภูมิพลอดุลยเดช เพื่อฉลองในมหาวโรกาสงานพระราชพิธี
กาญจนาภิเษก เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติครบ ๕๐ ป ซ่ึงพระบาทสมเด็จพระเจาอยูหัวได
พระราชทานนามวา เรอื พระทน่ี ่ังนารายณทรงสบุ รรณ รชั กาลท่ี ๙ โดยนำรปู แบบโขนเรือพระท่นี ัง่
นารายณทรงสุบรรณเดิม ท่ีสรางในรัชสมัยสมเด็จพระนั่งเกลาเจาอยูหัวมาเปนแมแบบ ซ่ึงเรือ
พระทน่ี ง่ั องคใ หมน ใ้ี ชเ ปน เรอื พระทนี่ ง่ั รองทอดบลั ลงั กก ญั ญา เทยี บเทา เรอื พระทนี่ ง่ั อนนั ตนาคราช
และเรอื พระทน่ี งั่ อเนกชาตภิ ชุ งค

แนวทางในการวจิ ารณวรรณคดแี ละวรรณกรรม

เนื้อเรอื่ ง

บทเหเรือของเจาฟาธรรมธิเบศรมีเน้ือเร่ืองจัดเรียงลําดับบทเหที่สัมพันธกับเวลาอยาง
กลมกลืนและเหมาะสม โนมนา วจนิ ตนาการใหคลอ ยตามธรรมชาติที่พบเห็น บทเหเร่ิมจากบทชม
กระบวนเรอื พยหุ ยาตราทอ่ี อกเดนิ ทางในเวลาเชา โดยกลา วพรรณนาความสวยงามของเรอื พระทน่ี ง่ั
และเรอื ลำตาง ๆ ทีร่ วมในกระบวน ตลอดจนความพรอมเพรยี งและความร่นื เริงของเหลาทหารใน
กระบวน ตอนสายแสงแดดสองสวางกระทบผืนนำ้ ใสมองเห็นปลานานาพันธุก็ชมปลา ตอนบาย
ชมไมร มิ ฝง เพ่อื ผอ นคลายอารมณจ ากความรอนแรงของแสงแดด ตอนค่ำสนธยาชมนกบนิ กลบั
รวงรัง ปดทายดวยยามมืดและเงียบสงัดก็กลาวบทเหครวญ ที่เปนการครำ่ ครวญความรักความ
อาลัยถึงนางอันเปนที่รักที่ไมไดอยูดวยกัน ซึ่งเปนความทุกขทรมานที่ทำใหกวีรูสึกเศราโศกและ
วา เหว

166 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

ศลิ ปะการประพนั ธ

กาพยเ หเ รอื ของเจา ฟา ธรรมธเิ บศร เปน งานเขยี นทม่ี คี วามไพเราะยอดเยยี่ ม จนไดร บั ยกยอ ง
วาเปนยอดแหงกาพยเหเรือ นอกจากจะมีรูปแบบในการแตงกลมกลืนกับเนื้อหาอยางแนบเนียน
แลวยงั มกี ลวธิ ีในการแตง เปน เลศิ หลายประการ คือ
๑. ลักษณะคำประพนั ธ
บทเหแ ตล ะตอนแตง เปน โคลงสสี่ ภุ าพ ๑ บท ตามดว ยกาพยย านไี มจ ำกดั จำนวนบท และ
สังเกตวาเนื้อความในกาพยยานีบทแรกเลียนความจากโคลงส่ีสุภาพ บทที่ข้ึนตนแตละบทแตง
ถกู แผนบังคบั ใชส ัมผสั ไพเราะเหมาะสม
๒. การใชŒถอŒ ยคำ
ถอ ยคำท่ีใชเ ปน คำไทยงา ย ๆ มคี วามหมายชัดเจน และเลือกสรรคำมาอยา งเหมาะสม
กอ ใหเ กดิ อารมณส ะเทอื นใจแกผ อู า นใหค ลอ ยตามไปกบั ความรสู กึ ของกวี เชน การบรรยายกลน่ิ หอม
ของพรรณไมทท่ี ำใหคิดไปถงึ กลิน่ ของนาง ดังคำประพันธ
“ลำดวนหวนหอมตรลบ กลนิ่ อายอบสบนาสา
นึกถวิลกล่นิ บหุ งา รำไปเจา เศรา ถึงนาง”
หรอื การใชถอยคำงา ย ๆ ในลักษณะการเลนคำ เลนความอยา งคมคาย ดงั คำประพนั ธ
“นวลจันทรเปนนวลจริง เจางามพริ้งย่ิงนวลปลา
คางเบือนเบือนหนา มา ไมง ามเทา เจา เบอื นชาย”
๓. การใชŒโวหารภาพพจน
๓.๑ การใชอŒ ปุ มาโวหาร โดยเปรยี บเทยี บสง่ิ หนง่ึ กบั อกี สง่ิ หนง่ึ ทำใหเ กดิ จนิ ตนาการ เชน
เปรยี บลกั ษณะทเ่ี รอื แลน เหมอื นนกบนิ ทำใหเ หน็ ภาพทล่ี อยลอ งในนำ้ อยา งสงา ราบรน่ื ดจุ ลอ งลอย
อยูใ นอากาศ ดงั คำประพันธ
“สมรรถชยั ไกรกาบแกว แสงแวววบั จับสาคร
เรยี บเรยี งเคยี งคจู ร ดงั่ รอ นฟามาแดนดนิ ”
๓.๒ บรรยายโวหาร เปน การกลา วถงึ เหตกุ ารณต ามลำดบั เชน กวบี รรยายเมอ่ื พระเจา -
แผนดินเสด็จมาทางนำ้ ทรงประทับเรือตนชื่อ รัตนพิมานชัย พร่ังพรอมดวยเหลาทหารมากมาย
หอมลอม กระบวนเรอื ตน งดงามพรอมดวยพายทอง ดงั คำประพันธ
“ปางเสดจ็ ประเวศดา ว ชลาลัย
ทรงรตั นพิมานชยั กิง่ แกว
พรง่ั พรอ มพวกพลไกร แหนแห
เรือกระบวนตน แพรว เพริศพรง้ิ พายทอง ฯ”
๓.๓ พรรณนาโวหาร เปน การถายทอดอารมณค วามรสู กึ เชน พรรณนาถึงความคิดถงึ
นางอันเปนที่รักท่แี มพระอาทติ ยออ นแสง จิตใจของพ่กี จ็ ดจอแตน อ ง ดังคำประพันธ
“เร่อื ยเร่อื ยมารอนรอน ทพิ ากรจะตกต่ำ
สนธยาจะใกลคำ่ คำนงึ หนา เจา ตราตร”ู

˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 167

ขŒอคดิ คตคิ ำสอน และความจรรโลงใจ

กาพยเหเรือบทนี้ สะทอนสภาพความเปนไปของสังคมไทยสมัยกรุงศรีอยุธยาตอนปลาย
ซง่ึ เปน ชว งเวลาทเ่ี จา ฟา ธรรมธเิ บศรทรงนพิ นธ ในดา นชวี ติ ความเปน อยู คา นยิ ม จรยิ ธรรม และชว ย
อนุรกั ษส ง่ิ ที่มคี ณุ คาของบา นเมือง เชน การจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค การเหเ รอื การ
ไวผ ม การแตง กายของสตรี การจดั ดอกไม ความสนใจในธรรมชาตเิ กย่ี วกบั ปลา นก และไม ความเชอ่ื
เกย่ี วกบั เทพนยิ าย อำนาจของกรรม การใชเคร่อื งหอม การบอกเวลา และการบรรเลงดนตรี

การเช่อื มโยงกบั ชวี ติ ประจำวนั

กาพยเหเรือ นอกจากจะใหค วามรสู กึ ตาง ๆ แลว ยังเปนวรรณคดตี นบทของพธิ เี หเ รือหลวง
ในสมัยรัตนโกสินทรอีกดวย ทำใหประชาชนเกิดความภาคภูมิใจในศิลปวัฒนธรรมประเพณี
อันงดงามของการจัดกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค และความไพเราะของบทเหเรือที่อยูใน
ความทรงจำของคนไทยทุกคน โดยเฉพาะเยาวชนรนุ ปจ จบุ ัน ทม่ี ีโอกาสไดร ับรปู ระเพณีทย่ี ่งิ ใหญ
ซง่ึ เปน แบบฉบบั เฉพาะทเ่ี ปน เอกลกั ษณป ระจำชาติ เยาวชนรนุ ปจ จบุ นั นม้ี สี ว นผลกั ดนั ในการเผยแพร
ประเพณีดังกลาวใหสืบทอดตอไป นอกจากนี้ยังมีอิทธิพลตอวรรณคดีอ่ืน โดยเฉพาะกวีรุนหลัง
ที่ไดเลยี นแบบการแตงกาพยเหเ รือในสมัยตอมา

สรุป

กาพยเ หเ รอื เปน มรดกทางวฒั นธรรมทส่ี บื ทอดมาแตส มยั โบราณ ปจ จบุ นั นก้ี ารเหเ รอื ยงั เปน
พิธีสำคัญประกอบกระบวนพยุหยาตราทางชลมารค การเหเรือของไทยสันนิษฐานวาเกิดจาก
การเปลง เสียงเพ่อื เรา ใจฝพ ายในการเคล่ือนกำลงั รบทางเรอื ใหก ลา แขง็ คลายความเหนือ่ ยยาก

การเหเรอื มี ๒ ประการ คือ การเหเ รอื หลวงและการเหเ รือเลน กาพยเ หเรอื ของเจา ฟา-
ธรรมธิเบศรเคยใชในการเหเรือเลนมากอน เพ่ิงใชเปนบทเหเรือหลวงในรัชกาลที่ ๔ แหงกรุง
รัตนโกสินทรแ ละเปนตน แบบใหเกิดการแตงกาพยเ หเ รือตอมาจนปจจบุ นั

168 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

กจิ กรรมบูรณาการ

กิจกรรมเสนอแนะ

๑. แบง นักเรียนเปน กลมุ ใหชว ยกันคนควาขอมูลเพิ่มเติมเรื่องพระราชพิธเี หเรอื โดยศกึ ษา
เกย่ี วกบั ประวัตคิ วามเปน มา ความสำคัญ และลำดบั ขั้นตอนในพระราชพธิ ี

๒. ใหช ว ยกนั คน ควา หาภาพเรอื กระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค พรอ มคำอธบิ ายใหค วามรู
แลวนำมาจัดแสดงเปน ปายนิเทศหนา ชัน้ เรยี น

๓. ครูใหน กั เรียนชมวดี ทิ ัศนพ ระราชพธิ ีพยุหยาตราทางชลมารค แลวใหน กั เรยี นเขยี นสรุป
สาระสำคญั และความรสู ึกท่ีไดร ับจากการชม

๔. ครูใหนักเรียนดูภาพเรือพระที่น่ังในพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารค เชน เรือ
พระท่นี ง่ั สุพรรณหงส เรอื พระท่ีน่ังอนันตนาคราช เรือพระทน่ี ั่งอเนกชาตภิ ชุ งค หรอื เรอื พระทน่ี ง่ั
นารายณทรงสุบรรณ แลวใหนักเรียนเลือกเขียนเรียงความพรรณนาความงามของเรือพระที่นั่ง
ตามความประทับใจจำนวน ๑ ลำ

๕. นกั เรียนเลือกถอดคำประพนั ธบทเหชมเรอื กระบวน เหช มปลา เหช มไม เหช มนก หรอื
เหครวญ แลวนำมาเรยี บเรยี งใหมใ หสละสลวยดว ยสำนวนภาษาของตน

โครงงาน

นักเรยี นเลอื กทำโครงงานตอไปน้ี ๑ หัวขอ หรอื อาจทำโครงงานอน่ื ตามความสนใจ โดยให
เกี่ยวของกบั เนื้อหาทเ่ี รียน

๑. โครงงานรวบรวมรายชอ่ื และภาพเรอื ในกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารค
๒. โครงงานศึกษาคน ควา พันธุปลา พนั ธุนก พันธุไม จากกาพยเ หเรอื
๓. โครงงานรวบรวมบทเหเรอื ในกระบวนพยหุ ยาตราทางชลมารคในโอกาสตาง ๆ

การประยุกตใชในชีวติ ประจําวนั

เมอ่ื นกั เรยี นไดช มวดี ทิ ศั นพ ระราชพธิ พี ยหุ ยาตราทางชลมารค นกั เรยี นสามารถสรปุ สาระสำคญั
ไดหรอื ไม อยางไร

˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 169

คาํ ถามทบทวน

๑. เพราะเหตุใดกาพยเหเรือของเจาฟาธรรมธิเบศรจึงไดรับยกยองวาเปนยอดแหงกาพย
เหเ รอื

๒. ประเพณกี ารเหเรอื ของไทยมีมาตัง้ แตสมยั ใด ใชเหเ รือแบบใดบา ง
๓. การแตงกาพยเหเ รือ แตง ดว ยคำประพนั ธประเภทใด มีลกั ษณะอยา งไร
๔. กาพยเหเ รือของเจาฟาธรรมธเิ บศรมคี ณุ คาดานวรรณศลิ ปอยางไร
๕. เนอื้ หาของกาพยเหเ รอื พรรณนาถึงสิ่งใดบา ง
๖. กาพยเหเ รือของเจา ฟาธรรมธเิ บศรมีคุณคาดานสงั คมอยา งไรบา ง
๗. ลกั ษณะการเหใ นกระบวนเรอื หลวงมีอะไรบาง
๘. กาพยเหเรอื ของไทยโดยทวั่ ไปเกิดจากวตั ถุประสงคใด
๙. กาพยเหเรอื ของเจา ฟาธรรมธิเบศรเปน ตน เคา ของวรรณคดีสมัยตอ มาอยางไร
๑๐. การเหเรือในพระราชพิธีพยุหยาตราทางชลมารคมีความสําคัญควรแกการเผยแพร
อนุรกั ษไ วห รอื ไม อยางไร

สามัคคเี ภทคําฉนั ท ๔หนว ยการเรียนรทู ่ี

ตวั ช้วี ดั ช�วงชน้ั

๑. อานออกเสียงบทรอยแกวและบทรอยกรองไดอยางถูกตอง ไพเราะ และเหมาะสมกับเร่ืองท่ีอาน
ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๑)

๒. วิเคราะหแ ละวิจารณเรอื่ งท่ีอา นในทกุ ๆ ดานอยา งมีเหตผุ ล ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๓)
๓. คาดคะเนเหตุการณจากเรื่องท่ีอานและประเมินคาเพื่อนำความรูความคิดไปใชตัดสินใจแกปญหา

ในการดำเนินชวี ิต ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๔)
๔. วิเคราะห วิจารณ แสดงความคิดเห็นโตแยงเก่ียวกับเร่ืองที่อาน และเสนอความคิดใหมอยางมี

เหตผุ ล ท ๑.๑ (ม. ๔–๖/๕)
๕. วิเคราะหแ ละวิจารณวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณเบอ้ื งตน ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๑)
๖. วิเคราะหลักษณะเดนของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรียนรูทางประวัติศาสตรและวิถีชีวิตของสังคม

ในอดตี ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๒)
๗. สงั เคราะหข อ คดิ จากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยุกตใชใ นชีวติ จริง ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๔)
๘. ทองจำและบอกคุณคาบทอาขยานตามท่ีกำหนด และบทรอยกรองท่ีมีคุณคาตามความสนใจและ

นำไปใชอา งองิ ท ๕.๑ (ม. ๔–๖/๖)

ผงั มโนทศั นสาระการเร�ยนรู

ขอ คิด คตคิ ำสอน การเช่อื มโยงกับชวี ิตประจำวนั
และความจรรโลงใจ

แนวทางในการวจิ ารณ นำเร่อื ง เร่ืองยอ‹
วรรณคดแี ละวรรณกรรม

ศลิ ปะการประพันธ ตวั ละคร เนอื้ เรื่อง สามคั คเี ภทคาํ ฉนั ท เน้ือเรื่อง

สาระน‹ารูŒ ประวัตผิ ูŒแต‹ง ศัพทนา‹ รูŒ

หลักธรรมสำคญั ของ ชวนคดิ ชวนตอบ
สามัคคเี ภทคำฉนั ท

ประโยชนจ ากการเรยี นรู

๑. รูจกั คำประพนั ธป ระเภทคำฉนั ท ๑. นักเรียนคิดวาการแตกความสามัคคี
๒. ไดขอคดิ เรอ่ื งความสามคั ควี า จะเกิดผลตามมาอยางไรบา ง

ความสามคั คเี ปน สงิ่ สำคญั ที่ทำให ๒. นกั เรยี นคดิ วา การทะเลาะเบาะแวง ทำให
บา นเมอื งสงบสขุ ถา แตกความสามคั คี สงั คมแยกเปน สองฝา ยเกดิ จากสาเหตใุ ด
จะทำใหบานเมอื งลม สลายได
๓. นำขอ คดิ จากเนอ้ื เรือ่ งไปปรบั ใชใน
ชีวติ ประจำวันได

106 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

นำเรือ่ ง

ชิต บรุ ทตั แตง สามคั คเี ภทคำฉนั ทโดยใชเวลาเพียง ๓ เดือน ขณะอายไุ ด ๒๒ ป และมอบ
ตนฉบับแกหอสมุดวชิรญาณ (ตอมาคือหอสมุดแหงชาติ กรมศิลปากร) ซึ่งไดนำออกตีพิมพ
ครง้ั แรกใน พ.ศ. ๒๔๕๘ จำนวน ๕๐๐ เลม หลงั จากนน้ั อกี ๑๔ ป คอื ใน พ.ศ. ๒๔๗๑ ชติ บรุ ทตั
ไดนำเร่ืองสามัคคีเภทคำฉันทมาแกไขขัดเกลาถอยคำและเน้ือความใหสละสลวยและกระชับย่ิงข้ึน
แลวมอบใหกระทรวงธรรมการ ซ่ึงขณะนั้นมีพระองคเจาธานีนิวัตเปนเสนาบดีตรวจพิจารณา ซึ่ง
กระทรวงธรรมการไดอนญุ าตใหใชเ ปนแบบเรยี นในสังกัดกระทรวงธรรมการทวั่ ประเทศ จดั พมิ พ
ครงั้ แรกเมอ่ื พ.ศ. ๒๔๗๒ จากนนั้ ก็จดั พมิ พอกี หลายสบิ ครง้ั

สามคั คเี ภทเรอ่ื งนม้ี เี คา มาจากสมุ งั คลวลิ าสนิ ี อรรถกถาทฆี นกิ ายมหาวรรค ความในตน เรอ่ื ง
มหาปรินิพพานสูตรแหงพระไตรปฎก แสดงขอสุภาษิตวาดวยโทษแหงการแตกความสามัคคี
ประกอบดวยคำฉันท ๑๘ ชนิด และกาพย ๒ ชนดิ คำฉนั ทเปนคำประพันธบังคบั ครุ ลหุ มี
ท่ีมาจากภาษาบาลีสันสกฤต คำฉันทในภาษาไทยรับและดัดแปลงจากคัมภีรวุตโตทัยภาษาบาลี
แตม กี ารเพิม่ สมั ผัสสระและจดั แบง วรรคใหชดั เจนยิง่ ข้นึ

เนือ้ ความในมหาปรนิ ิพพานสตู รและอรรถกถาสมุ งั คลวิลาสนิ ี กลา ววา
ในครั้งพทุ ธกาล แควน มคธ มกี รุงราชคฤหเปนเมืองหลวง เปนมหาอาณาจกั รบนลุม แมนำ้
คงคา พระเจาพิมพิสารเปนพระมหากษัตริยปกครองโดยสมบูรณาญาสิทธิราชย มีพระมเหสีเปน
พระราชธิดาของพระเจามหาโกศล และพระกนิษฐภคินีของพระเจาปเสนทิโกศล แหงกรุงสาวัตถี
แควน โกศล (แตใ นตำนานศาสนาเชนกลา ววา พระมเหสขี องพระเจา พมิ พสิ ารทรงพระนามวา เจลนา
เปนพระราชธิดาของพระเจาเจฏกะ แหงแควนวิเทหะ และเปนพระกนิษฐภคินีของทานมหาวีระ
(นคิ รนถนาฏบุตร) ศาสดาของศาสนาเชน) มีพระราชโอรสองคใหญพระนามวา อชาตศัตรู
เจาชายอชาตศตั รถู ูกพระเทวทัตยุยงใหก อ การกบฏชิงราชบัลลงั ก และลอบสังหารพระราช-
บิดา แตทำการไมส ำเรจ็ ถูกจับได ทวา พระเจา พมิ พิสารพระราชบิดากม็ ิไดเ อาผดิ กลบั พระราชทาน
อภยั โทษและยกราชสมบตั ใิ ห แตเ จา ชายอชาตศตั รยู งั หวาดระแวงวา พระราชบดิ าจะเปลยี่ นพระทยั
มายึดราชสมบัติคืน จึงใหอำมาตยจับพระเจาพิมพิสารไปขังไวบนภูเขาคิชฌกูฏ และทรมานดวย
วิธกี ารตา ง ๆ จนสวรรคต
แควนวัชชีเปน สหพนั ธตงั้ อยูบนฝง แมนำ้ คันธกะ แควหนงึ่ แหงแมนำ้ คงคา มีกรงุ เวสาลีเปน
เมอื งหลวง และมพี รมแดนตดิ ตอ กบั แควน มคธ กษตั รยิ ล จิ ฉวผี ลดั เปลยี่ นกนั ปกครองโดยระบอบ
สามคั คธี รรม มรี ฐั สภาเปน ทป่ี ระชมุ ปรกึ ษาราชการแผน ดนิ และมวี ฒั นธรรมประจำชาตเิ รยี กวา วชั ชี
อปริหานิยธรรม ๗ ประการ ดงั นน้ั แมแควนวัชชจี ะมีขนาดเลก็ กวา แควนมคธ แตก ็มีความเจรญิ
รงุ เรืองและรม เยน็ เปน สขุ ไมดอยกวาแควนมคธ
แควนวัชชีมีกรณีพิพาทกับแควนมคธเร่ืองแยงเครื่องเทศอันมีคาท่ีเชิงเขาพรมแดนระหวาง
แควน หางจากแมนำ้ คงคาไป ๘ โยชน พระเจาอชาตศัตรูจึงทรงวางแผนการสงครามโดยใช
มหาอำมาตยช อ่ื สนุ ธิ ะและวสั สการพราหมณ ไปสรา งบา นปาฏลคิ ามขน้ึ เปน เมอื ง ณ รมิ ฝง แมน ำ้ คงคา
ใกลปากน้ำคันธกะ เพ่ือใชเปนฐานทัพเขาโจมตีแควนวัชชี อยางไรก็ตาม พระเจาอชาตศัตรูก็ยัง

˹§Ñ Ê×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 107

ไมกลาใชกองทัพเขาหักหาญ เพราะเห็นวาเหลากษัตริยลิจฉวีมีความสมัครสมานสามัคคีและ
มกี องทพั ท่ีเขม แขง็ มาก

วันหนึ่ง กอ นพระพุทธเจา ปรินพิ พาน ๗ ป พระเจา อชาตศตั รูทรงทราบวา พระพุทธเจา เปน
ศาสดาเอกของโลก จึงใครอ ยากทราบรายละเอยี ดของหลักธรรมทีเ่ หลา กษัตริยล ิจฉวีใชป ฏบิ ตั ิ จงึ
รับส่ังใหวัสสการพราหมณไปเขาเฝาพระพุทธเจาท่ีบนภูเขาคิชฌกูฏ กราบทูลพระพุทธเจาถึง
พระราชดำริของพระองคท ี่จะโจมตีแควน วชั ชี แลว ใหจ ำพระราชดำรัสของพระพทุ ธเจามากราบทูล
ใหค รบถว น

เมือ่ วสั สการพราหมณไ ปเฝา พระพทุ ธเจาและกราบทลู เร่อื งราวแลว เวลานนั้ พระพทุ ธเจาได
หันไปตรัสถามพระอานนทท่ีถวายการอุปฏฐากอยูวา ชาววัชชียังประพฤติตามอปริหานิยธรรม ๗
ประการอยหู รอื ไม พระอานนทก ราบทูลวา ไดย นิ วาเขายังประพฤติกันอยู พระพทุ ธเจาจึงตรสั วา
พระองคไ ดแ สดงธรรมทง้ั ๗ ประการนแ้ี กเ หลา กษตั รยิ ล จิ ฉวี ณ สารนั ทเจดยี  กรงุ เวสาลี เปน ธรรม
ที่เปน ความเจริญฝายเดยี ว ไมมคี วามเสือ่ มเลย

วัสสการพราหมณไ ดฟง ธรรมทงั้ ๗ แลว จงึ กราบทูลตอพระพทุ ธเจา วา ไมตองมถี ึง ๗ ขอ
เลย ขอใหป ฏบิ ตั ไิ ดเ พยี งขอ เดยี วเทา นน้ั กม็ คี วามเจรญิ ไมม คี วามเสอ่ื มแนน อน เพราะฉะนนั้ พระเจา
อชาตศัตรูจึงไมควรทำการรบกับแควนวัชชี นอกเสียจากการรอมชอมหรือทำลายความสามัคคี
ของเหลากษัตรยิ ลจิ ฉวเี สยี กอน เม่อื กราบทลู แลว วสั สการพราหมณก ็ทูลลากลบั ไป

เมื่อวัสสการพราหมณกลับไปแลว พระพุทธองคจึงเรียกประชุมสงฆ ทรงแสดงภิกขุ
อปริหานิยธรรมสูตร ตอมาพระองคจึงเสด็จจากภูเขาคิชฌกูฏ ผานปาฏลิคาม รอนแรมไป
โดยลำดับจนถึงกรุงเวสาลี ประทับจำพรรษาสุดทายท่ีนั่น แลวเสด็จดับขันธปรินิพพานท่ีอุทยาน
สาลวัน แขวงเมอื งกสุ นิ ารา แควน มลั ละ

ฝา ยพระเจา อชาตศัตรูเมื่อไดท ราบพระราชดำรสั ของพระพุทธเจาจากวสั สการพราหมณแ ลว
จึงไมกลาใชกองทัพโจมตีแควนวัชชี แตปรึกษากับวัสสการพราหมณออกอุบายเพื่อทำลาย
ความสามคั คขี องเหลา กษตั รยิ ล จิ ฉวี โดยแกลง ลงโทษวสั สการพราหมณ แลว เนรเทศเขา ไปในแควน
วัชชี วสั สการพราหมณเ ขาไปดำเนนิ การแทรกแซงอยู ๓ ป จงึ เปน ผลสำเรจ็ พระเจาอชาตศตั รูได
ทรงทราบแลว จงึ กรีธาทัพเขาไปยึดครองแควนวัชชไี ดโดยไมมกี ารสูรบ เพราะเหลากษตั รยิ ลิจฉวี
แตกความสามัคคกี นั

เร่อื งยอ‹

พระเจาอชาตศัตรูเปนกษัตริยครองแควนมคธ มีกรุงราชคฤหเปนเมืองหลวง พระองคมี
อำมาตยคนสนิทไวค อยเปน ทีป่ รึกษาชอ่ื วา “วสั สการพราหมณ” ผูฉลาดรอบรูศลิ ปศาสตร พระเจา
อชาตศัตรูมีพระราชประสงควาจะปราบแควนวัชชี อันมีเหลากษัตริยลิจฉวีปกครอง แตยังลังเล
พระทยั เพราะทรงทราบวา เหลา กษัตรยิ ลจิ ฉวีทรงยดึ ม่ันอยูใ นธรรม “อปรหิ านิยธรรม ๗ ประการ”
คือ ธรรมอันเปนไปเพอื่ เหตุแหงความเจรญิ ฝายเดียว

108 ˹ѧÊ×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾×¹é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò
พระเจาอชาตศัตรูจึงทรงปรึกษากับวัสสการพราหมณวาควรกระทำอยางไรจึงจะหาอุบาย

ทำลายความปรองดองของเหลา กษตั รยิ ล จิ ฉวไี ด แลว แผนการกบ็ งั เกดิ ขน้ึ วนั หนง่ึ พระเจา อชาตศตั รู
เสด็จออกวาราชการ พระองคทรงหารือกับพวกอำมาตยในเรื่องจะยกทัพไปรบกับแควนวัชชี มี
วสั สการพราหมณเ พยี งผเู ดยี วทกี่ ราบทลู เปน เชงิ ทกั ทว งใหย บั ยงั้ การรบ และทำนายอกี วา ถา รบกจ็ ะ
พา ยแพ

พระเจาอชาตศัตรูทรงฟงแลวก็ทรงแกลงแสดงอาการพิโรธและมีพระราชโองการส่ังลงโทษ
วัสสการพราหมณดวยการเฆี่ยน โกนผม ประจาน และขับไลออกไปจากแควนมคธ วัสสการ-
พราหมณต อ งพยายามพารา งกายทไี่ ดร บั บาดเจบ็ แสนสาหสั ออกจากแควน มคธ และเดนิ ทางมงุ ตรง
ไปยังกรงุ เวสาลใี นแควนวัชชี เมื่อวัสสการพราหมณอ ยกู รุงเวสาลีก็ไดผกู ไมตรีกับบรรดาชาวเมือง
จนขา วน้ีทราบไปถงึ เหลา กษัตรยิ ลจิ ฉวี และใหนำตวั วัสสการพราหมณเ ขา เฝา

วสั สการพราหมณเ ขา เฝา กษตั รยิ แ ละกราบทลู ขอ ความตา ง ๆ ดว ยความฉลาดลกึ ซง้ึ ประกอบ
ดว ยรา งกายมบี าดแผลทถ่ี กู โบยใหเ หน็ ทำใหก ษตั รยิ ล จิ ฉวที กุ พระองคท รงสน้ิ ความสงสยั และตง้ั ให
วัสสการพราหมณเปนครูสอนศิลปวิทยาแกบรรดาราชกุมาร และรับราชการในตำแหนงอำมาตย
ผูพิจารณาพพิ ากษาอรรถคดอี ีกตำแหนงหนึง่ ดว ย

วัสสการพราหมณไดปฏิบัติหนาท่ีอยางดีจนเปนที่ไววางใจในเหลากษัตริยลิจฉวี จากน้ัน
วัสสการพราหมณจึงคอย ๆ ดำเนินแผนการทำลายความปรองดองของเหลากษัตริยลิจฉวีให
แตกแยกกนั จนมเี หตใุ หเ หลา กษตั รยิ ท ะเลาะววิ าทกนั เสมอ จนกระทง่ั ในทส่ี ดุ ราชกมุ ารทกุ พระองค
กแ็ ตกความสามคั คกี ัน และแตละพระองคก ็ทรงนำเร่อื งราวขน้ึ กราบทลู พระชนกของตน เมอื่ เปน
เชนนี้ ความแตกราวก็ลามไปถึงบรรดาพระชนกผูทรงเชื่อคำโอรสของพระองคโดยปราศจากการ
พิจารณาไตรตรอง สามปผานไปความสามัคคีระหวางเหลากษัตริยลิจฉวีก็ถูกทำลาย วัสสการ-
พราหมณฉวยเอาโอกาสน้ลี อบนำความไปกราบทูลพระเจา อชาตศตั รู

พระเจา อชาตศัตรกู ก็ รีธาทพั สูกรงุ เวสาลี แตก ไ็ มม ีทหารฝา ยเวสาลอี อกมาปอ งกันบา นเมือง
เพราะเหลา กษตั รยิ ล จิ ฉวตี า งเพกิ เฉย พระเจา อชาตศตั รจู งึ ไดแ ควน วชั ชโี ดยงา ย เมอ่ื จดั การบา นเมอื ง
เรียบรอ ยแลว พระเจา อชาตศตั รกู ย็ กทัพเสด็จกลับกรงุ ราชคฤหด งั เดิม

˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 109

สามคั คีเภทคาํ ฉันท

ชติ บุรทตั

๑๏๔ โบราณกาลบรมขัต วสนั ตดลิ กฉันท
ทาวทรงพระนามอภไิ ธ ตยิ รชั เกรียงไกร
ยอชาตศัตรู
๏ ครองเขตมเหศวรเอก อภิเษกประสิทธภ์ิ ู
อาณาปวัตนล ุบริบู รณบรรพประเพณี
๏ แวน แควนมคธนครรา ชคฤหฐ านบูรี
สบื ราชวตั วธิ ทวี ทศธรรมจรรยา
๏ เล่ืองหลา มหาอดุ มลาภ คณุ ภาพพระเมตตา
แผเพยี งชนกกรุณาอา ทรบุตรธดิ าตน
๏ โปรง ปรตี ปิ ราศอริรปิ ู ภพภมู ิมณฑล
เปรมโสตถิภาพพพิ ิธผล สขุ ภทั รนานา
๏ อำพนพระมนทริ พระราช สุนิวาสนวโรฬาร
อัพภนั ตรไพจิตรและพา หริ ภาคกพ็ ึงชม
๏ เลหเลอ่ื นชะลอดุสิตฐา นมหาพิมานรมย
มารังสฤษฏพิศนิยม ผิจะเทยี บกเ็ ทียมทัน
๏ สามยอดตลอดระยะระยับ วะวะวับสลบั พรรณ
ชอฟา ตระการกลจะหยัน จะเยาะยั่วทฆิ ัมพร
๏ บราลพี ลิ าสศภุ จรญู นภศูลประภัสสร
หางหงสผ จงพจิ ิตรงอน ดุจกวักนภาลยั
๏ รอบดา นตระหงา นจตุรมขุ พศิ สุกอรา มใส
กาญจนแกมมณีกนกไพ ฑุรยพรา งพะแพรวพราย
๏ บานบฏั พระบัญชรสลัก ฉลลุ กั ษณเ ฉลาลาย
เพดานกด็ ารกะประกาย ระกะดาษประดษิ ฐดี
๏ เพง ภาพตลอดตะละผนงั ก็มลังเมลอื งศรี
มองเห็นสเิ ดนประดุจมี ชวิ แมนกมลครอง
๏ ภาพเทพประนมพนิ ิศนิ่ง นรสิงหลำยอง
ครุฑยดุ ภชุ งควยิ ผยอง และเผยอขยบั ผัน
๏ ลวดลายระบายระบกุ ระหนาบ กระแหนะภาพกระหนกพนั
แผเก่ียวผกาบุษปวลั ลแิ ละวางระหวา งเนือง

110 ˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò

๏ ภายใตเ ศวตฉัตรรตั น ก็จรสั จรูญเรือง
ตง้ั ราชอาสนประเทือง วรมญั จบรรจถรณ
รสกลิ่นก็เอมอร
๏ หอ ยยอ ยประทปี อุบะประทิน่ ดจุ ทพิ ยส ุมาลยั
อาบอบตรลบกระแจะขจร สริ ทิ รงเจริญใจ
กลพิมพอัปสร
๏ คณั นาอเนกคณะอนงค บรจิ ารกิ ากร
สรรพางคพรรณพิศประไพ ณนวิ ทั ธเวรวาร
กะสเิ นรุปราการ
๏ เรียงรายจรงู รมยบาท ก็ระยอ และทอ หนี
ปนพรรคพิทกั ษบ ทบวร ระยะนางจรลั มี
ณระหวา งพระพารา
๏ โดยรอบมหานครเลห  พศิ คายกแ็ นนหนา
หอมมั่นมหนั ตอรจิ ะราญ รตุ โบกสะบดั ปลาย
รณทอหทัยหมาย
๏ แถวถมั ภโดรณสลา ง และประลาตมิอาจทาน
ชลคปู ระตูวรบุรี พยุหพลทหารหาญ
วฒุ เิ สวกากร
๏ เรียงปอ มและปก ธชุ ระราย หนชาตกิ ญุ ชร
เสาธงสถิตธวชมา ชยเพิกริปภู นิ ท
และสนุกสนานยนิ
๏ หอรบจะรับรปิ ุผิรอ ทรรตั นจ รญู เรือง
มงุ ยุทธยอ มชิวมลาย นรคลาคระไลเนอื ง
ดรุ ยิ ศ พั ทดดี สี
๏ พรอ มพรง่ั สะพรบึ พหลรณ พณิ พาทยและเภรี
อำมาตยและราชบริวาร อุระล้ำละเลิงใจ
ภพเลอสุราลยั
๏ เนืองแนนขนัดอัศวพา บุลมวลประการมาน
ชาญศกึ สมรรถสรุ สมร

๏ ความสุขกแ็ สนบรมสุข
ยลในไผทระบุบรุ นิ

๏ กลางวนั อนันตคณนา
กลางคนื มหุสสวะประเทือง

๏ บรรสานผสมสรนนิ าท
แซโสตสดับเสนาะฤดี

๏ เมอื งทาวสเิ ทยี บทพิ เสมอ
เมืองทาวแหละสมบรุ ณไพ

๑๏๖ อันอัครปุโรหติ าจารย ฉบงั
ฉลาดเฉลยี วเช่ียวชิน พราหมณน ามวัสสการ
สำแดงแจงศลิ
๏ กลเวทโกวิทจิตจนิ ต
ปศาสตรก จ็ บสบสรรพ

˹ѧÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹×é °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 111

๏ เปน มหาอำมาตยราชวลั ลภใครไปท ัน
ไปเทียมไปเ ทียบเปรียบปาน ทรงจินตนาการ
กฏไผทไพศา
๏ สมัยหนึ่งจ่งึ ผูภ มู บิ าล ธาทพั โยธี
จะแผอำนาจอาณา กลับยง้ั หยง่ั ใน

๏ ใหราบปราบเพื่อเกอ้ื ปรา �แพแลแลง
ลรฐั จังหวัดวชั ชี ทำศกึ รวนเร
วนศพั ทสำเนา
๏ หวงั พระหฤทัยใครก รี บดสี มี า
กระทำประยุทธช งิ ชยั ทง้ั นั้นม่นั คง
ใชเ หตุแหง หานยิ 
๏ คร้ันทรงดำริตริไป ปรกึ ษากนั ไป
มนัสมิแนแปรเกรง พรอ มพรักพรรคคมุ
๏ หากหักจักไดชัยเชวง มาจารีตจำ
พะวาพะวงั ลงั เล โอวาทศาสนแสดง
แหง ใครไปป รา
๏ ไปอาจสามารถทุมเท มยิ ่ำยำเยง
พระราชหฤทยั ใชเบา

๏ ดวยเหตพุ ระองคทรงเสา
ระเบ็งระบอื ลอื ชา

๏ วากษัตรยิ ว ชั ชีบรรดา
เกษตรประเทศทกุ องค

๏ อปรหิ านิยธรรมธำรง
มิโกรธมกิ รา วราวฉาน

๏ เพ่ือธรรมดำเนินเจรญิ การณ
เจ็ดขอ จะคัดจัดไข

๏ หน่งึ เมอ่ื มีราชกิจใด
บวายบหนายชมุ นมุ

๏ สองยอมพรอมเลิกพรอมประชุม
ประกอบณกจิ ควรทำ

๏ สามนั้นถือมน่ั ในสมั
ประพฤติมติ ดั ดัดแปลง

๏ สใ่ี ครเปนใหญไ ดแจง
ก็ยอมและนอมบชู า

๏ หา นน้ั อนั บตุ รภรยิ า
รภประทุษขมเหง

๏ หกท่ีเจดยี คนเกรง
กเ็ ซนกส็ รวงบวงพลี

112 ˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๏ เจด็ พระอรหันตอ นั มี ในรัฐวัชชี
ก็คมุ กค็ รองปอ งกัน สามัคคธี รรม
สดบั สรรพคดี
๏ สปั ดพิธนติ คิ ตินิรนั ตร รบเราเอาตาม
ณราชยน ริศลิจฉวี รอกอนผอนหา
อุปชาติฉนั ท
๏ อชาตศตั รภู มู ี รภการปราบปราม
ด่งั นั้นกค็ รน่ั ครามขาม พฤฒิเอกอาจารย
รกิ ระทำไฉนการ
๏ ศึกใหญใครจ ะพยายาม ธุระปรารถนาเรา
กำลังกห็ นักนักหนา คณะลิจฉวีเขา
ชนะดว ยประการไร
๏ จำจกั หกั ดวยปญญา ทิชครูฉลาดใน
อบุ ายทำลายมูลความ ก็ประจักษกระจางจนิ ต
กลทูลณวาทิน
๏๑๑ บรมกษัตริยป รา ธอชาตศตั รู
กับวสั สการพราหมณ แนะกะวัสสการครู
ลสมคั รไมตรี
๏ ปรึกษาอุบายดำ ธุระราชการี
จะสมนยิ มภาร มขุ พรรคอมาตยผ อง
ดรชั้นอนนั ตนอง
๏ สมัครสมานมิตร ขณะเฝา พระภบู าล
มั่นคงจะคดิ เอา ระบกุ จิ วโรงการ
พจนารถประภาษไป
๏ ทานวัสสการผู พยหุ พ ลสกลไกร
อบุ ายคะนงึ ไป รณรฐั วชั ชี
บดฐิ านมนตรี
๏ เสนอสนองมูล พจคานประการไร
แดอ งคภูมนิ ทร

๏ ตกลงและทรงนัด
ตริเพอ่ื เผด็จมู

๏ สมัยเสด็จวา
เสนาธิบดี

๏ โดยศักดิฐานัน
ณ ทอ งพระโรงทอง

๏ สดบั ประกาศิต
จึง่ ราชสมภาร

๏ เราคดิ จะใครยก
ประชุมประชดิ ชัย

๏ ฉะน้แี หละเสนา
คอื ใครจะใครม ี

˹ѧÊ×ÍàÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é¹× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅ‹Á ò 113

๏ ฝา ยพราหมณกก็ ราบทูล อดิศรู นราศยั
นยาธิบายใน วจนตั ถทดั ทาน
ภนิยมมิควรการณ
๏ พระราชปรารม พเิ คราะหถ องณทางดี
ขององคภบู าล พลไกรและไปตี
ชนบทบสมหมาย
๏ ขอ ที่จะกรธี า กยขา พระองคท าย
กษัตริยณ วัชชี และจะแพเ พราะไพรี
ตยิ รัฐวัชชี
๏ มิแผกมิผดิ พา มิตรพันธมนั่ คง
ไปไ ดส ะดวกดาย รณอาจกระทำสง
มริ ะยอ มเิ ยงใคร
๏ พวกลิจฉวีขัต พลทัพปราชัย
ละองคล ะองคมี มนขา พยากรณ
ผิวเขาคะนึงคลอน
๏ อนงึ่ สสิ ามารถ ทุรจติ ผจญเรา
ครามยทุ ธยรรยง ทษุ ตอบก็ทำเนา
ธรุ ะเห็นบเปน ธรรม
๏ เรานอยจะยอยยับ ทติวาพระองคจ ำ
กระน้ีแหละแนใ น รวิ ิรธุ ประทุษเขา
รภภารเพ่ือเบา
๏ และอกี ประการเลา มิตรภาพสงบงาม
แคลนพาลระรานรอน

๏ เปนกอนกระน้นั ชอบ
มมิ คี ดีเอา

๏ และโลกจะลว งวา
นงเจตนาดำ

๏ ฉะน้ีพระจุง ปรา
แบง กลอมถนอมเกลา

๒๏๐ ภูบดสี ดับอปุ ายะตาม อิทสิ ังฉนั ท

ณวาทวสั สการพราหม ณบงั อาจ
๏ เกินประมาณเพราะการณละเมดิ ประมาท
บควรจะขดั บรมราช วโรงการ
๏ ทา วกท็ รงแสดงพระองคธปาน
ประหนง่ึ พระราชหทยั ลดุ าล พโิ รธจงึ
๏ ผันพระกายกระทบื พระบาทและองึ
พระศัพทสหี นาทพึง สยองภัย
๏ เอออุเหมน ะมึงชิชา งกระไร
ททุ าสสถุลฉะนไี้ ฉน ก็มาเปน

114 ˹§Ñ ÊÍ× àÃÂÕ ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾é×¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๏ ศึกบถงึ และมงึ กย็ งั มเิ หน็ ประการใด
จะนอยจะมากจะยากจะเยน็ กห็ มนิ่ กู
สิลาถอย
๏ อวดฉลาดและคาดแถลงเพราะใจ ประเดน็ ขัด
ขยาดขยั้นมทิ นั อะไร จะทานคำ
สมยั นาน
๏ กลกะกากะหวาดขมงั ธนู ณทนั ที
บหอนจะเหน็ ธวชั รปิ ู จะรอไย
กะคนคด
๏ พายเพราะภัยพะตวั และกลัวจะพลอย และโกนผม
พินาศพิชติ ประดดิ ประดอย บรุ ไี ร
บหามกัน
๏ กกู เ็ อกอุดมบรมกษตั รยิ  มหาคาร
วจิ าระถวนบควรจะทดั

๏ นนี่ ะ เหน็ เพราะเปนอมาตยก ระทำ
พระราชการมาฉนำ

๏ ใชกระนนั้ ละไซรจะใหป ระหาร
ชิวาตมแ ละหวั จะเสียบประจาน

๏ นคราภบิ าลสภาบดี
และราชบุรุษแนะเฮยจะรี

๏ ฉดุ กระชากกลอี ปรยี เ ถอะไป
บพกั จะตองกรุณอะไร

๏ ลงพระราชกรรมกรณบท
พระอยั การพิพากษกฎ

๏ ไลมิใหสถติ ณคามนคิ ม
นครมหาสมิ านิยม

๏ มนั สมัครสวามิภกั ดิใน
อมติ รลิจฉวีกไ็ ป

๏ เสร็จประกาศพระราชธรู สรรพ
เสดจ็ นิวัตสขุ าภิมณั ฑ

๑๏๑ ควรเพ่อื จะสมเพช อนิ ทรวิเชยี รฉันท
ดว ยทานพฤฒาจารย ภยเวทนาการ
พะกระทบประสบทณั ฑ
๏ โดยเต็มกตญั ู กตเวทติ าครนั
ใหญย ง่ิ และยากอัน นรอน่ื จะอาจทน
สละเนอ้ื และเลอื ดตน
๏ หยง่ั ชอบนิยมเช่อื ขรการณพะพานกาย
ยอมรับทุเรศผล

˹§Ñ Ê×ÍàÃÕ¹ ÃÒÂÇªÔ Ò¾¹é× °Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò 115

๏ ไปเห็นกะเจ็บแสบ ชิวแทบจะทำลาย
มอบสัตยส มรรถหมาย มนมัน่ มิหวนั่ ไหว
ผถิ วลิ สะดวกใด
๏ หวังแผนณแผนดิน บมิเลี่ยงละเบย่ี งเบือน
เก้อื กิจสฤษฏไ ป หฤทยั ประทักษเ หมือน
สตอิ ดสะกดเอา
๏ ยากที่จะมีใคร พลโบยมใิ ชเบา
กัดฟนบฟน เฟอน ขณะหวดสิพงึ กลัว
พศิ เสนสรีรร วั
๏ พวกราชมัลโดย ก็ระริกกระรวิ ไหว
สุดหัตถแหง เขา หิตโอเ ลอะหลัง่ ไป
ระกะรอ ยเพราะรอยหวาย
๏ บงเนอื้ ก็เนื้อเตน ระยะแถวตลอดลาย
ท่วั รา งและทั้งตวั สริ พับพะกบั คา
รสนิทและเสนา
๏ แลหลงั ละลามโล หสลวนสลดใจ
เพง ผาดอนาถใจ มนโศกอาลยั
ขณะเหน็ บเวน คน
๏ เนอื่ งนับอเนกแนว สติฟน ประทังตน
เฆยี่ นครบสยบกาย บกกรก็โกนหัว
สิรเิ ปลาประจานตวั
๏ หมูญาตอิ มาตยมติ ผมิ ลกั จะหลาบจำ
สังเวชณเหตสุ า ปนพลันประกาศทำ
ดุจราชโองการ
๏ สดุ ทจี่ ะกลั้นโท ขณะยลทิชาจารย
ถว นหนามิวา ใคร สรศพั ทประสาสันทน
อรุ ะขอ นพไิ รพรรณน
๏ แกไขและไดค นื กุธเกลยี ดกเ็ สียดสี
จง่ึ ราชบรุ ษุ กล พิเคราะหข า งพจิ ารณด ี
ณหทัยกใ็ หของ
๏ เสื่อมสสี ะผมเผา กลเลห และทำนอง
เปน เยยี่ งประหยัดกลัว นรสิ้นบสงสยั
ชคฤหฐานมงุ ไป
๏ เสร็จกิจประการกลั บรุ รัฐวชั ชี
ปพ พาชนยี กรรม

๏ แนน หนามหาชน
แสนสุดจะสงสาร

๏ บางคนกมลออ น
บางพวกพิสยั ฉัน

๏ บางเหลากเ็ ปน กลาง
บางหมูก รุณมี

๏ พราหมณวสั สการเส
ทาทางละอยางผอง

๏ ปลงอาตมน ริ าศรา
สูเทศสถานไกล

116 ˹§Ñ ÊÍ× àÃÕ¹ ÃÒÂÇÔªÒ¾×é¹°Ò¹ ÀÒÉÒä·Â Á. ô àÅÁ‹ ò

๘๏ แรมทางกลางเถื่อน วชิ ชมุ มาลาฉนั ท
หนงึ่ ใดนกึ ดู หางเพอ่ื นหาผู
หลายวนั ถนั่ ลว ง เหน็ ใครไปม ี
นามเวสาลี เมอื งหลวงธานี
ดุมเดาเขา ไป
๏ ผกู ไมตรีจิต เชิงชดิ ชอบเช่อื ง
กับหมูชาวเมอื ง ฉันทอชั ฌาสยั
เลาเรื่องเคืองขนุ วา วนุ วายใจ
จำเปน มาใน ดา วตางแดนตน
๏ เขาแสนสมเพช สังเกตอาการ
แหงเอกอาจารย ทา ทที ุกขท น
ภายนอกบอกแผล แนแ ทท ุพพล
เห็นเหตสุ มผล ใหพ ักอาศยั
๏ ขาวคราวกลา วกนั อือ้ พลนั แพรหลาย
แจงร่ัวท่ัวไป
ลือล่ำกำจาย
มนตรีกราบทลู เคามูลขานไข
แดองคทา วไท แหลงหลา ลิจฉวี
โดยราชดำรสั
๏ ทรงทราบขา วสาสน ทมุ ฆาตเภรี
สัญญาอาณตั ิ อาณาวัชชี
ทกุ ไทราชา การตรกึ ปรึกษา
เชญิ ชุมนมุ มี ลำดบั โดยหมู
เปนใหญใ นสภา
๏ แนนเนอื งเนือ่ งนับ ตามบทมีมา
ทนั ใดราชผู รภกนั ฉันใด
เอยอารัมภพจน เปนเปาโรหติ
ชแี้ จงจักปรา

๏ พราหมณห นง่ึ ซึ่งเขา
พวกปจจามิตร มาคธเขตไกร
ตอ งราชอาชญา หนมี าอาศยั
จำไลใ หไ ป �รับเล้ยี งดู
๏ พรอ มตกลงเปน ความเหน็ เดยี วกัน
บานเมอื งของมนั นั้นชดั ศัตรู
กับรัฐวชั ชี แมมแี ตม คู
คดิ มาดคาดมุ ลารมั ภท ำกล


Click to View FlipBook Version